กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ //
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
2
Boy's love story / Re: IN CONTROL ... ในปกครอง : Chapter 16 Family Time : Dec 12, 17 : P.23
« กระทู้ล่าสุด โดย Piima เมื่อ 12-12-2017 19:19:02  »
น้องตัวลายพร้อยหมดแล้วเจิ้น
3


ตอนที่ 13

ล้มกระดาน

 

 

ย้อนเวลากันชั่วครู่ เพราะระหว่างที่เร่งถ่ายตอนสิบหกอยู่นั้น โฆษณาโทรศัพท์ของผมกับพายก็ออกฉาย พร้อมทางเพจที่ปักมุกไลฟ์ยอดขายแบบอัพเดตตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!

การตลาดแบบใหม่ดังเปรี้ยงเกินคาด เพราะมีการต่อแถวรอซื้อในวันแรกจนกลายเป็นที่พูดถึงในโซเชียล แถมยอดขายในไลฟ์ยังสูสี แม้ไม่ได้เป็นลูกค้าก็มีส่วนร่วมรับได้ เพราะทุกๆ เที่ยงคืน ทางเพจจะประกาศยอดขายที่แซงในวันนั้นแล้วสุ่มผู้โชคดีที่ทายถูกมารับรางวัลที่ระลึก

‘เลือกฉันสิ’

หลังโฆษณาออกฉายครบสามวัน ผมก็ปล่อยคลิปที่ถ่ายตั้งแต่วันถ่ายทำลงหน้าเฟซ เป็นสคริปท์ของทางทีมงานที่ต้องการให้ผมและพายบลัฟกันเองในโซเชียล ผมซึ่งแต่งตัวจัดเต็ม เขียนหางตาย้อมผมดำเหยียดยิ้มให้กล้อง กรีดนิ้วเชิญชวนให้ลุ่มหลงมัวเมา

‘เลือกฉัน แล้วจะไม่มีใครทำร้ายเธอได้ เพราะฉันจะปกป้องเธอเอง’

สามวันจากนั้นก็ถึงตาของพาย

‘ผมไม่ขอให้คุณเลือกผมหรอกครับ’ คลิปของพายเผยรอยยิ้มฝืนเชิญชวนให้อยากสนับสนุนค้ำชู ราวเทวดาที่ไม่ต้องการเห็นการแย่งชิง ‘เพราะต่อให้ไม่เลือกผม ผมก็จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป’

ทั้งสองคลิปถูกแชร์และวิจารณ์อย่างสนุกปาก สร้างกระแสจนเกิดเป็นแฮชแทค #เทวดา และ #ซาตาน ผลคือยอดขายพุ่งกระฉูดทันที่เปิดตัวในอาทิตย์แรกอย่างน่าตะลึง และคาดว่าจะหมดสตอกก่อนครบกำหนดหนึ่งเดือน

เมื่อปล่อยข่าวเรื่องของที่กำลังหมดลง จึงยิ่งเกิดเป็นอุปาทานหมู่ คนที่ซื้อไปขายต่อกะโก่งราคาก็มี คนที่หาซื้อเพราะเป็นทาสการตลาดก็ใช่ เพราะคนส่วนใหญ่พอได้ยินว่าของมีจำกัด และไม่ผลิตเพิ่ม ก็มักรู้สึกว่าหากได้ครอบครองไว้ยังไงก็ไม่เสียหลาย

หลังโฆษณาออกฉายแค่สองสัปดาห์พร้อมสื่อที่ประโคมข่าวทั้งบนหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์ถึงปรากฏการณ์ครั้งนี้...ผมก็ได้รับการติดต่อว่าให้เตรียมตัวไปมีตติ้งขอบคุณกับผู้โชคดีจำนวนห้าสิบคนในอีกห้าวันข้างหน้า!!

“สุดยอด” ผมอึ้ง มองโทรศัพท์ที่เพิ่งวางสาย ก่อนจะมองหน้าเตโชที่นั่งเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย พร้อมเอ่ยวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ว่า...

“หมูทอด”

“ยังไม่อิ่มอีกเรอะ!” ผมโวยวายเพราะเห็นว่าเขากินกับหมดแล้วแต่ยังเหลือข้าวเกือบครึ่งจาน นับวันหมอนี่ชักจะกินจุขึ้นทุกที แก้มเริ่มจะบวมหน่อยๆ เวลาหยิกทียืดเต็มไม้เต็มมือสุดๆ ขืนกินดีอยู่ดีอย่างนี้ ผมว่าอีกไม่กี่ปีเขาต้องกลายเป็นหมูแน่ๆ “ฉันทำผัดผักรวมแทนแล้วกัน”

เตโชไม่ปฏิเสธ

ผมเดินเข้าครัว เปิดตู้เย็นเอาผักมาล้างพร้อมคิดว่าควรจะให้เขาทำความสะอาดห้องให้บ่อยขึ้น จะได้ถือเป็นการออกกำลังกาย ไม่ใช่ว่าเป็นห่วง แต่ผมไม่อยากเห็นหมูร้องเพลงอกหัก...มันไม่น่าดูหรอกเชื่อสิ

หั่นผักไปผมก็ทวนตารางงานตัวเองไป...เพราะตอนนี้ซีรีส์เช็กเมทใกล้ถึงตอนจบแล้ว การถ่ายทำตอนที่ยี่สิบนั้นห่างจากมีตติ้งเพียงสองวัน เท่ากับว่าผมมีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงอาทิตย์!

บทตอนจบเพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ หลังเลิกกองในวันนี้ ผมตื่นเต้นสุดขีด ได้แต่ระงับความอยากรู้อยากเห็นเพราะไม่สามารถเปิดอ่านในที่สาธารณะได้ ตอนแรกตั้งใจจะอ่านพร้อมเตโช ยังไงซะคนหน้ามึนก็พอรู้พลอตคร่าวๆ เลยกะเสริมสร้างกำลังใจทั้งตัวผมและเขาเพื่อจะได้เข็นงานเพลงออกมาไวๆ แต่ดันมีสายเข้าจากตัวแทนบริษัทโทรศัพท์ที่ขอแทรกคิวกะทันหัน แถมคนหน้ามึนก็ดันไม่อิ่มสักที!

ยังดีที่หลังถ่ายตอนสิบหก บทบาทของมิสเตอร์เอสในเนื้อเรื่องหลักก็ออกแนวผลุบโผล่เหมือนวิญญาณหลอน สร้างความน่าสงสัยชวนสับสนให้พวกพระเอกและองค์กรจับจุดไม่ได้ว่าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ คมสันจึงอนุมัติ วาดหวังว่าการมีตติ้งครั้งนี้จะทำให้การเปิดกองในตอนจบได้รับการสนับสนุนแบบถล่มทลายเหมือนยอดขายโทรศัพท์

เอาจริงๆ แล้วซีรีส์เช็กเมทแทบไม่มีการเดินสายโปรโมทเลย เพราะแค่ขอคิวถ่ายทำแทบทุกวันก็ยากอยู่แล้ว ในเมื่อนักแสดงแต่ละคนก็ไม่ได้รับงานแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว อย่างอัครเดชมีละครอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนธนัทก็เป็นพิธีกรในรายการวาไรตี้ชื่อดังของทางช่อง

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็มีอีเวนต์โชว์ตัวประปราย เดินแบบบ้าง ออกงานคู่กับเตโชบ้างช่วงมิวสิกวีดีโอถูกปล่อยใหม่ๆ นับนิ้วกันจริงๆ แล้วผมได้งานนอกจากคนหน้ามึนเยอะกว่าจากซีรีส์ซะอีก อาจเพราะพอพูดถึงมิสเตอร์เอสในเช็กเมทแล้ว คนยังติดภาพของนักแสดงติดยาจนกลายเป็นข่าวฉาวกลางกอง จึงเลือกสนับสนุนละครมากกว่าตัวบุคคล นับว่าผมคิดถูกแล้วที่เลือกเกาะเขา

นึกแล้วก็ใส่หมูลงไปในผักผัดสักหน่อย จะได้ไม่หาว่าจิระขี้เหนียว

กินเสร็จ เตโชเก็บกวาดเตรียมทำความสะอาดเช่นเดิม เป็นโอกาสให้ผมเปิดบทดูคร่าวๆ แบบหลับตาข้างหนึ่งเพราะยังไม่อยากโดนสปอย จนกระทั่งคนหน้ามึนล้างจานเสร็จ ก็ยกขาขึ้นชันเข่าบนโซฟา เว้นที่เล็กน้อยรอเขามานั่งข้างๆ

“จะเริ่มอ่านล่ะนะ!” ผมว่าอย่างฮึกเหิม เริ่มเปิดหน้าแรกด้วยความลุ้นระทึก เตโชพยักหน้าหงึกๆ พลางโน้มตัวมาเล็กน้อยจนเกือบเอาคางมาวางบนศีรษะของผม ความสูงที่ห่างกันนี่มัน...ชิชะ ไอ้เสาไฟฟ้านี่!

แอบบ่นพึมพำในใจก่อนจะจดจ่อกับการอ่านประหนึ่งเป็นแฟนคลับเช็กเมทมากกว่านักแสดง พวกเราต่างนิ่งงันเพราะจมกับเนื้อเรื่องสุดเข้มข้น

ก่อนที่ผมจะอ้าปากค้าง...และอ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ

“นี่มัน...”

ผมมองเตโช กะพริบตาปริบๆ อ้าปากพะงาบๆ แต่หาคำพูดตรงใจไม่ได้เลย

“ที่นายแต่งเพลงไม่จบสักทีเพราะเรื่องนี้รึเปล่า”

เตโชพยักหน้ารับ

“เชี่ยแล้วไง”ผมสบถพลางยกบทขึ้นมาจ่อตา ก่อนจะพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ ฉัน...”

ผมวางบท ลุกขึ้นยืน เงยหน้าขึ้น ก่อนจะตะโกนลั่น

“ฉันไม่เชื่อ!!!”

 



ไม่เชื่อแล้วไง ต่อให้ไม่เชื่อ ผมก็ต้องเข้ากองถ่ายอยู่ดี

“จิระ...จิระ!”

“ครับ!!” ผมสะดุ้งเฮือก เพราะมัวแต่มองเหม่อทำอะไรไม่ถูกนับตั้งแต่แต่งตัวเป็นซีเคร็ท ก็มันยังทำใจไม่ได้ ไอ้เราพยายามมองหาคนเขียนบทแต่เช้า ดันไม่เห็นแม้แต่เงาเหมือนจงใจหลบหน้า ผมเลยเดินไปหาผู้กำกับพร้อมส่งสายตาตัดพ้อ

“อะไรจิระ เราไม่มีเวลาแล้วนะ”

ไม่ได้รับการปลอบโยนใดๆ...ใช่สิ อีกไม่กี่วันต้องเปิดกองให้สื่อมวลชนเข้ามาเก็บภาพแล้ว ขืนยังชักช้าถ่วงเวลาคงเสร็จไม่ทันตามกำหนด ผมปาดน้ำตา นึกรันทดอยู่ในใจ

“ถ้าเกิด...วันนั้นผมเล่นไม่ได้ขึ้นมา...”

“ไม่ได้ก็ต้องได้!” ผู้กำกับหันขวับ บีบไหล่ผมแน่น “จิระ นายคือความหวังของเรา วันนั้นจะรุ่งจะร่วงก็อยู่ที่นายจะแบกบทไหวมั้ย ฉะนั้นต้องทำให้ได้ คนเขียนบทคาดหวังกับนายมาก ฉันเองก็ด้วย คุณคมสัน รวมทั้งทุกคนในกองก็ด้วย”

ผมกลืนน้ำลาย ความกดดันที่โหมใส่กะทันหันเล่นเอาอยากวิ่งหนีกลับบ้าน

“แต่วันนั้นเป็นการถ่ายทำท่ามกลางสื่อมวลชน แล้วยังเป็นมุมมองของมิสเตอร์เอส...”

ใช่แล้วครับ ตอนที่ยี่สิบซึ่งเป็นตอนจบของเรื่อง มุมมองกลับมาเป็นของมิสเตอร์เอสอีกครั้ง! ไม่สิ ให้ถูกคือ เป็นมุมมองของตัวพระเอกและมิสเตอร์เอสสลับกัน!

ลองนึกถึงภาพความอนาถของผมในตอนสิบหกสิ โดนเทคแล้วเทคอีก ถูกเคี่ยวกรำจนจิตใจยับเยิน หากต้องโดนแบบนั้นท่ามกลางสายตาของทุกสำนักข่าว ผมไม่กดดันตัวเองแย่จนยิ่งทำให้ชื่อเสียงฉาวโฉ่เข้าไปอีกเหรอ กลัวอะไรไม่กลัว กลัวจะกระทบกับฝีมือการแสดงที่เพิ่งถูกชมเชย ทำดีแทบตายแต่หากพลาดในวันเดียวก็ล้มได้ แล้วยังต้องแสดงเทียบกับอัครเดชอีก ผู้กำกับและคนเขียนบทโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!

“จิระ ไม่ต้องกังวลหรอก วันนั้นเรามีนัดเช้า ต้องซ้อมคิวกันก่อนเปิดกองอยู่แล้ว”

ผมเบะปาก ทำท่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ประเด็นคือถ้าซ้อมไม่ทันล่ะ!!

“เอาน่า อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ตอนนี้เราก็แสดงดีขึ้นตั้งเยอะ พอจับจุดได้แล้วไม่ใช่เหรอ”

ผมพยักหน้ารับอย่างไร้ปากเสียงเพราะกำลังถามตัวเองว่าดีแล้วใช่มั้ย ในเมื่อหลังจบตอนสิบหก มิสเตอร์เอสก็ออกมาน้อยแสนน้อย คิวถ่ายผมจึงน้อยตาม เลยไม่รู้ว่าสรุปมันดีจริงแน่หรือ

“ไป เข้าฉากได้แล้ว เราไม่มีเวลาแล้วนะ”

สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องเดิม ผมถอนหายใจเฮือกอย่างทำอะไรไม่ได้นอกจากเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เรื่องวันเปิดกองเก็บไว้ก่อน เพราะตอนนี้ต้องตั้งสมาธิกับการถ่ายทำในตอนสิบเก้า นับเป็นโค้งสุดท้ายของซีซันสอง เรื่องซึ่งดำเนินมาอย่างกดดัน เผยภาพของพวกพระเอกที่เสียเปรียบมาตลอดเพราะถูกดักทุกเส้นทางจู่ๆ กลับพลิกตาลปัตรกะทันหัน

ด้วยฝีมือของมิสเตอร์เอส!

ครับ ตอนสิบเก้านั้นจะเน้นการหลบหนีของพวกอัครเดชที่ถูกองค์กรไล่ตามไม่ลดละ แต่ในช่วงสิบนาทีสุดท้าย มุมมองจะกลายเป็นของมิสเตอร์เอส เผยแผนที่เริ่มปะติดปะต่อเป็นรูปร่าง การปฏิบัติการที่เลือดเย็น การกระทำครั้งนี้ของแฮกเกอร์อัจฉริยะจะส่งผลต่อเนื่องไปยังตอนจบ นับเป็นจุดหักมุมสำคัญของเรื่อง

ผมหลับตาทำสมาธิ วันนี้เตโชไม่ได้เข้ากองด้วยเพราะมีประชุมรวมกับคมสันและนักแต่งเพลงท่านอื่นเพื่อให้เห็นว่าผลงานแต่ละคนคืบหน้ากันไปถึงไหนแล้ว ต่างฝ่ายต่างพยายามในแบบของตัวเอง ฉะนั้นผมจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

“ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง แอคชั่น!”

มุมมองของมิสเตอร์เอสเริ่มต้นด้วยใบหน้าหลับพริ้มบนเตียงนุ่มยามวิกาล

ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นการแสร้งหลับจึงจะถูก เปลือกตาของมิสเตอร์เอสกระตุกเล็กน้อย ราวกำลังเฝ้ารอการมาเยือนของใครบางคน

พลันเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเร่งร้อน เข้าใกล้ห้องพักขึ้นทุกที มิสเตอร์เอสพยายามบังคับลมหายใจสงบ ไม่แม้แต่จะขัดขืนเมื่อชายคนนั้นเข้ามาถึงก็กระชากเขาขึ้นจากเตียง

“รีบตามฉันมา”

ไม่เปิดโอกาสแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อให้เรียบร้อย มิสเตอร์เอสในชุดนอนสีขาวตัวยาวเดินตามหลังอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย สวมบทเป็นซีเคร็ท ก้มหน้าก้มตารับคำสั่งอย่างไร้ข้อโต้แย้งแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาตีหนึ่งก็ตาม

ภายในองค์กรค่อนข้างเงียบ คาดว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และต่อให้รู้...ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงไม่มีใครแจ้งข่าว เว้นแต่มิสเตอร์เอสหรือซีเคร็ทที่ถูกลากตัวมาโดยไม่มีการผ่อนผัน

เพราะคอมพิวเตอร์เมนหลักขององค์กรติดไวรัส!

“แก้ไขได้มั้ย”

“ได้ครับ” มิสเตอร์เอสตอบเสียงเรียบหลังถูกพาตัวมายังห้องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีสายต่อระโยงไปยังหน้าจอนับร้อย นี่คือเครื่องหลักซึ่งควบคุมทุกระบบในองค์กร เก็บข้อมูลแสนสำคัญมากมายด้วยไฟล์เข้ารหัสนับพันนับหมื่น มิสเตอร์เอสไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาที่นี่เนื่องจากเป็นเขตหวงห้าม อยู่ด้านในสุดของอาคาร

เมื่อมาถึง ภาพแรกที่เห็นคือสมาชิกองค์กรหลายคนพยายามจัดการกับไวรัส แต่กลับทำให้มันยิ่งแพร่กระจาย จนข้อมูลสำคัญไม่สามารถเปิดได้ คาดว่าก่อนจะตามตัวเขา ชายชุดดำคงพยายามเท่าที่ทำได้แล้ว และเมื่อไม่เป็นผล ก็มีแต่ต้องพึ่งพามิสเตอร์เอสอย่างจำยอม

เด็กหนุ่มพยายามเก็บความรู้สึกลิงโลดในใจให้มิดชิด ก่อนจะทิ้งตัวนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างสุขุม ทันทีที่นิ้วเรียวพรมบนคีย์บอร์ด ท่าทางเฉื่อยชาพลันกลายเป็นมีชีวิต เสียงเคาะนิ้วดังไม่หยุดในห้องที่ทุกคนต่างเงียบเสียงรอผลลัพธ์อย่างจดจ่อกึ่งจับผิด จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง หน้าจอสีแดงที่กะพริบถี่อย่างน่ากลัวของไวรัสก็กลายเป็นปกติ ชายชุดดำถอนหายใจอย่างโล่งอก

“รายงานผลซิ”

“ลบไวรัสสำเร็จแล้ว แต่ต้องใช้เวลากู้ข้อมูลครับ”

“กี่ชั่วโมง”

“ไวรัสทำลายข้อมูลเยอะมากเพราะมีคนแก้ไม่ถูกวิธี ถ้าต้องกู้ทั้งหมด คงใช้ประมาณสามชั่วโมงครับ”

ชายชุดดำพยักหน้ารับ ถ้าจะโทษก็มีแต่ต้องโทษที่คนของตัวเองไร้ฝีมือ ไวรัสตัวนี้ปรากฏยามดึก แอบแฝงผ่านระบบดักฟังขององค์กรที่ฝังตัวในหน่วยงานรัฐเพื่อรอให้มีพลเมืองแจ้งเบาะแสของพาย คาดว่าคนที่ทำ...ก็คงไม่พ้นพายที่กะตลบหลังนั่นเอง

ชายชุดดำให้ลูกน้องสองคนคอยเฝ้ามิสเตอร์เอสกู้ข้อมูล เพราะส่วนที่เสียหายนั้นเป็นไฟล์สำคัญที่ยิ่งรู้น้อยยิ่งดี ส่วนตัวเขาเองปลีกตัวไปรายงานผลแก่สมาชิกระดับสูง ทิ้งทั้งห้องให้ตกอยู่ในความเงียบยกเว้นเสียงเคาะนิ้วบนคีย์บอร์ดที่มาพร้อมโค้ดมากมายละลานตาบนหน้าจอ

สมาชิกแปลกหน้าสองคนซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่คล้ายถูกเสียงพรมนิ้วขับกล่อมให้ง่วงหาว ตอนนี้เป็นเวลาตีสองเกือบตีสามเข้าไปแล้ว จะคุยกันก็ไม่ได้เพราะกลัวทำลายสมาธิของแฮกเกอร์คนเก่ง ต่างคนจึงพยายามฝืนถ่างตา ไม่แม้แต่จะระวังตัว หรือไม่ก็ประมาทเพราะเห็นว่ามิสเตอร์เอสหรือซีเคร็ทนั้นเป็นเพียงสมาชิกผอมแห้งคนหนึ่ง

มิสเตอร์เอสลอบมองทั้งสองผ่านเงาสะท้อนบนหน้าจอมาสักพักแล้ว เมื่อสบโอกาสที่มีคนเผลอสัปหงก ก็กดปุ่มหนึ่งบนคีย์บอร์ด ทำให้ไฟในห้องนี้ดับพรึ่บ พร้อมลุกจากเก้าอี้เข้าจู่โจมคนที่ใกล้ที่สุด แย่งปืนจากข้างเอวคนนั้นขึ้นจ่อยิงในระยะประชิด

“นี่แก...!!”

และหันไปยิงอีกคนหนึ่งอย่างไร้ความลังเล ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที รวดเร็ว ฉับไว และหมดจดเยือกเย็น ราวกับเป็นซีเคร็ทที่ฆ่าคนตามใบสั่ง แม้ตอนนี้เขาจะเป็นมิสเตอร์เอสก็ตาม

เมื่อไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวใดๆ ในความมืด มิสเตอร์เอสก็เดินไปกดปุ่มเปิดไฟ ทันทีที่เห็นศพทั้งสองนอนเบิกตาค้างอย่างตกตะลึงกึ่งเจ็บแค้น มิสเตอร์เอสพลันเบือนหน้าหนี ไม่อาจเย็นชาได้เท่าซีเคร็ท แต่ด้วยเส้นทางที่เลือกเดิน ทำให้ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป

ไม่มีใครเข้ามาตรวจสอบถึงเสียงปืน เพราะเขตหวงห้ามนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง ประตูและกำแพงเก็บเสียง หนาทึบกันได้แม้กระทั่งระเบิด การจะเปิดเข้ามาได้ต้องอาศัยการสแกนรอยนิ้วและดวงตาของสมาชิกระดับสูงเท่านั้น แต่ตอนนี้...ต่อให้ใหญ่มาจากไหนก็เข้ามาไม่ได้ เพราะมิสเตอร์เอสได้ควบคุมระบบป้องกันของห้องนี้แล้ว

นับว่าแผนไวรัสของเขานั้นประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่!

ใช่แล้ว มิสเตอร์เอสคือผู้ฝังไวรัสตัวฉกาจในระบบเพื่อให้แพร่กระจายมายังเครื่องหลัก โดยแสร้งหลอกตาว่าติดมาจากภายนอกเพื่อให้ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน มิสเตอร์เอสจึงเริ่มต้นแฮกข้อมูลที่เพิ่งกู้มาทันที แม้ตัวไฟล์มีการเข้ารหัสหลายชั้น แต่ไม่เป็นปัญหากับแฮกเกอร์มือฉมังที่มีเวลาเหลือเฟือพร้อมอุปกรณ์ที่พรั่งพร้อม หลังได้สิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อของสมาชิกในองค์กร แผนผังที่ตั้งอาคาร และภารกิจผิดกฎหมายต่างๆ มิสเตอร์เอสก็รวมไฟล์ทั้งหมดแล้วส่งเข้าอีเมลของพาย

...หวังว่าทางนั้นจะเข้าใจความหมาย

มิสเตอร์เอสเอนหลังพิงหนัก หลับตาลงเชื่องช้า เผยความอ่อนล้าออกมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตัดสินใจร่วมมือกับองค์กรหลังได้รับความทรงจำกลับคืน แม้เวลาจะผ่านไปไม่นาน แต่ตัวเขารู้สึกว่ามันช่างยาวนานเหลือเกินกับการแฝงตัววางแผนลับหลังทั้งกับองค์กรและพวกพ้อง

เพราะเขาได้เลือกแล้ว

เลือกแฝงตัวเป็นสมาชิกในองค์กรเพื่อกำจัดแบบถอนรากถอนโคน!

มิสเตอร์เอสลืมตาเมื่อเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าการส่งไฟล์ลับให้พายนั้นเสร็จสมบูรณ์ เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มต้นการแฮกระบบควบคุมภายในอาคารทั้งหมด ไม่ว่าระบบเป็นการจ่ายไฟ ระบบป้องกันภัย ระบบตัดน้ำ และทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถบังคับได้ผ่านคอมพิวเตอร์

กระทั่งคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ภายในอาคารที่เชื่อมต่อกับระบบหลักก็ถูกตัดสัญญาณไม่สามารถเชื่อมต่อได้อีก

ดวงตาสีอ่อนของมิสเตอร์เอสเผยความเยือกเย็นแสนเฉียบขาด หลังกวาดมองกล้องวงจรปิดนับร้อยเพื่อดูว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่อง เขาก็กดปุ่มหนึ่งบนคีย์บอร์ด พร้อมรอยยิ้มที่ยกขึ้นเล็กน้อย

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อยามอรุณมาเยือน ทุกคนจะรับรู้ว่าถูกขังในห้องเสียแล้ว องค์กรนี้พึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจนหน้าเศร้า ประตูทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นห้องหลักห้องรองเปิด-ปิดด้วยการสแกนบัตรประจำตัวของสมาชิก ฉะนั้นเมื่อมิสเตอร์เอสจัดการตัดเซนเซอร์ส่วนนั้นทิ้ง ทุกแห่งในอาคารจึงไม่ต่างกับห้องปิดตาย

ที่เหลือ...คือรอ

“เช็กเมท”

 

-----

ซีรีส์เช็กเมทเข้มข้นขึ้นทุกที คิดว่าหลายคนคงอยากวาร์ปไปวันเปิดกองกันแล้ว แต่ยังค่ะ ตอนหน้าขอยกยอดให้กับงานมีตติ้งก่อนนะ เพราะจิระกับพายยังมีประเด็นที่ต้องเคลียร์ก่อนไปงานเปิดกองกันค่า

เพจนักเขียนที่ใจละลายกับมิสเตอร์เอส
4
บทที่ 10: นมจืดกับพระเอกคนใหม่

 

มือขาวคว่ำจานใบสุดท้ายลงบนชั้นวางข้างๆอ่างล้างเล็กๆนี่ จากที่ตอนแรกนมจืดเบ้ปากร้องเพราะในควรของพระเอกมันไม่มีน้ำยาล้างจานเลย จนในที่สุดที่นมจืดก็เจอน้ำยาล้างจานที่หลบอยู่ในตู้ที่วางจานชาม


ตอนแรกคนตัวเล็กยิ้มกว้างที่มีน้ำยาล้างจานแล้วแต่ก็ต้องพบว่ามันเหลือแค่ก้นขวดที่ใช้ไม่พอจนต้องตัดสินใจผสมน้ำเปล่าเข้าไปเขย่าๆให้พอใช้ได้ แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกสะอาดซะทีเดียวแต่ก็ดีกว่าไม่มีใช้เลย


เห็นทีต้องเตือนพระเอกแล้วว่านอกจากจะให้ลองซื้อไฮเตอร์ซักผ้าขาวมาใช้แล้วยังต้องให้ซื้อน้ำยาล้างจานไลปอนเอฟมาเก็บไว้ด้วย


จัดการสะบัดมือให้หมาดๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะว่าจากกองจานย่อมก็หายวับไปกะบตา ดูสะอาดขึ้น


แต่พอเดินออกมาคนที่เคยนั่งอยู่บนโซฟาไม่อยู่ที่เดิมแล้ว นัยน์ตากลมหันซ้ายหันขวามองหาคน เห็นห้องที่อยู่ถัดไปเล็กน้อยเปิดประตูกว้างอยู่ ขาเล็กๆเลยลองย่องๆไปดู


พระเอกอยู่ในนี้จริงๆด้วย!


นมจืดชะเง้อชะแง้มองภายในห้อง เป็นห้องนอนขนาดกลางๆ ภายในห้องค่อนข้างมืดเพราะเจ้าของห้องไม่ได้เปิดไฟ แถมผ้าม่านก็รูดปิดทึบมองไม่เห็นข้างนอก มีเพียงแสงไฟจากด้านนอกที่ทำให้พอเห็น


ร่างสูงใหญ่ยักษ์นอนพาดยาวเป็นงูเหลือมอยู่บนเตียงขนาดควีนไซส์ นมจืดไม่กล้าแหย่เท้าเข้าไปในรังงูเหลือมยักษ์เลยได้แต่ส่งเสียงหงุงหงิงอยู่หน้าห้อง


“พระเอกๆ” ยังคงเงียบฉี่เหมือนไม่มีใครอยู่ “เราล้างจานเสร็จแล้วนะ”


ก็ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ คนตัวเล็กหายใจเข้าปอดรวบรวมความกล้า


“งั้นเราเข้าไปนะ” เหมือนตัวเองเป็นสัตว์ตัวเล็กๆที่อาจหาญย่องเบาเข้ารังสัตว์ดุร้าย


แต่ถ้าไม่มีบัตรติ๊ดๆก็กดลิฟท์ไม่ได้ พอกดลิฟท์ไม่ได้ก็จะไม่ได้กลับบ้าน มันเป็น GATเชื่อมโยงที่ถูกต้องที่สุด นมจืดคิดว่าเขาน่าจะยังคงได้150 คะแนนเต็มจากการทำเก็ทเชื่อมโยงถ้าเขาเข้าสอบนะ


มือขาวก้มเก็บหมอนข้างนุ่มที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นข้างเตียงขึ้นมา ว่าจะเอาไปคืนเจ้าของบนเตียง


“พระเอก…หมอนข้างตกนะ”


ผลุบ!


“เฮ้ย!!!!” ร่างเล็กถลาลงไปกองกับร่างกายแข็งแน่นเพราะกล้ามเนื้อ แว่นอันโตเอียงหล่นมาครึ่งหน้า


แขนแกร่งรัดเอวแน่นจนร่างของนมจืดแทบจมลงไปกับตัวของอีกฝ่าย มันแน่นจนนมจืดรับรู้ถึงความอุ่นของร่างกายมนุษย์อย่างชัดเจน รู้สึกเหมือนสมองกับร่างกายหยุดการทำงานพร้อมๆกันขึ้นมาเสียอย่างนั้น


แต่สิ่งที่ยังทำงานอย่างผิดปกตินั่นก็คือ…สิ่งที่อยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายที่เหมือนจะทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ


จมูกโด่งของคนตัวโตปัดป่ายไปมาตรงแถวขมับขาว กลิ่นหอมอ่อนเหมือนแป้งเด็กทำให้ยิ่งต้องเข้าหามากขึ้น


“พ...พ...พระเอกกกกกก” ฮือออ เจ็บเอว แขนพระเอกรัดแน่นมาก หายใจไม่ออก


คนโดนกวนคิ้วขมวดมุ่นไม่พอใจเพราะมีคนมากวน หมอนข้างอันเน่าๆที่ติดมาแต่เด็กยังหอมเหมือนเดิม


งูเหลือมตัวยักษ์รัดหมอนข้างแน่นขึ้นจนเนื้อจะปลิ้น


แอ่ก!


นมจืดหายใจไม่ออก!!


“พระเอก!” มินเนี่ยนตาโตทำใจให้โตตามลูกตาตะโกนใส่หูแม่งเลย ใส่หูแบบทะลุเข้าหูขวาออกซ้ายขึ้นไปสมองวนกลับมาออกทางหูใหม่


“เฮ้ย! ไอ่เชี่ย!” คนที่เยื่อแก้วหูแทบฉีกขาดสะดุ้งพรวดพราด แขนที่รัดหมอนข้างทั้งมีชีวิตและไม่มีคลายออกอย่างรวดเร็ว


ร่างสูงใหญ่ลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียงจนคนข้างบนไถลลงไปกองที่เอว แว่นเวิ่นเอียงกะเท่เร่ลงมาที่ปลายจมูก ผมเผ้าดูฟูฟ่อง


ตาคมกระพริบตาถี่ๆมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง ยกมือตบบ้องหูอีกสองสามที ไอ้ห่าเอ๊ย! หูยังอื้อจนสมองสั่นไปด้วยเลย


พอสติและสมองกลับมาเป็นปกติ นัยน์ตาคมก็ถลึงตามองไอ้เตี้ยที่ทำหน้าเป็นหมาตื่นอยู่บนเตียง


“มึงเล่นเชี่ยอะไร?” แม่งเกรี้ยวกราดขั้นสุด แบบอยากผันให้ครบสามช่อง เกรี้ยวกราด มอร์เกรี้ยวกราด ตอนนี้แม่ง เดอะโมสเกรี้ยวกราดล่ะเว้ยยยยย


มือขาวกอดหมอนข้างใบเก่าแต่นุ่มนิ่มไว้เป็นที่พึ่ง เขยิบก้นเล็กๆหนีจากรัศมีเดอะโมสเกรี้ยวกราดของคนตรงหน้าไปอีกหน่อย ในใจได้แต้ร่ำไห้จนทำให้หน้าทั้งอยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก


“ฮื้ออออ อย่าดุ” เสียงหงุงหงิง


“แล้วเป็นอะไรมาตะโกนใส่หูคนอื่น” เกรี้ยวกราดแต่ยังไม่ลงไม้ลงมือ พูดไม่เข้าหูเมื่อไรค่อยตบให้เตี้ยแม่งเลย


 ใบหน้าขาวเกือบซีดขึ้นสีจางๆ อ้อมแอ้มตอบ “ก็…ก็…คือ…”


“เป็นเชี่ยไร ส้นตีนติดคอเหรอ?!” เดี๋ยวจะได้ทุบหลังให้หาย


นมจืดเหลือบหน้าที่หลบอยู่หลังหมอนข้างมามอง ตากลมกระพริบปริบๆ “ก็…เราจะมาบอกว่าเราจะกลับบ้านแล้ว แต่ถ้ามันไม่มีบัตรติ๊ดๆก็ลงลิฟท์ไม่ได้ แต่พอเข้ามาหาแล้วเห็นหละบแล้วหมอนข้างตกพื้นเลยเก็บให้ แล้วทีนี้…”


อยู่ๆเสียงเล็กๆนั่นก็ค่อยๆแผ่วลงๆแต่สิ่งที่ดังขึ้นมากลับเป็นเสียงของก้อนเนื้อเล็กๆที่อกด้านซ้ายตัวเอง คางเริ่มก้มลกจนติดคอขาวไม่มองหน้าคนตรงข้ามอีกต่อไป


คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ อยู่ไอ้มินเนี่ยนมันเป็นอะไรของมันวะ


“เอ้า พูดให้จบๆสิวะ มาอ้ำอึ้งๆ”


หัวเล็กส่ายจนผมกระจาย “ไม่มี…อะไร”


แม่งมันต้องมีอะไรแน่ๆ ริมฝีปากได้รูปยิ้มร้ายออกมา ถ้านมจืดเห็นอาจจะรีบเผ่นหนีก็ได้


“กล้าโกหกเหรอวะไอ้เตี้ย พูด!”


ไม่พูดหรอก!


“ฮื้อ เราจะกลับแล้ว” แงงง รู้สึกหน้ามันเห่อเหมือนเป็นไข้ นมจืดต้องๆม่สบายแน่เลย สงสัยต้องกลับไปกินยาแล้วนอน


คนขี้หงุดหงิดยิ่งหัวร้อนเป็นไฟ มือใหญ่เอื้อมเข้าไปล็อกหน้าขาวเอาไว้เชยขึ้นให้มองหน้า แต่ร่างสูงต้องชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดขึ้นสีเรื่อเป็นดอกซากุระ เอิ่ม…เห็นแล้ว…


เห็นแล้ว…


…อยากเด็ด!…


นัยน์ตาเรียวคมสบกับดวงตากลมโต ลูกตาใสๆดูสั่นระริกจนเหมือนมีอะไรดึงดูดให้เขาก้มหน้าลงไปใกล้จนจมูกโด่งเกือบแตะกับปลายจมูกเล็ก นมจืดกำมือแน่นหลับตาปี๋ด้วยความตื่นเต้น


“กลัวอะไรวะเตี้ย!” มือใหญ่เปลี่ยนมาดึงแก้มนิ่มๆจนยืดเป็นโมจิ


เกือบไปแล้วกู! โดนพลังมินเนี่ยนแดกแฟ้บเข้าไปเกือบหลง…หลงทางกู่ไม่กลับสิกู


นมจืดร้องหงุงหงิงในลำคอ “ ฮื้ออออ” แก้มนมยืดหมดแล้วพระเอก


“ทำไม…กูทำไรต่อจากนั้นเหรอไง?”


“ฮื้อ”


“ทำไม กูกอดมึงหรือไง?” เอาจริงๆนะ สติก็มีหรอก รู้ตัวเหมือนกันว่าทำอะไร หึๆ แค่อยากแกล้งไอ้เตี้ยให้หายอยากเฉยๆ


นมจืดทำหน้าทำตาตลก จะเขินหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆคือ…ฮือออออ เขามองหน้าพระเอกไม่ไหว ความรู้สึกมันแปลกๆ


“ทำไม! กอดนิดหน่อยทำมาร้อง” ว่าแล้วก็รวบตัวคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขนรัดจนฝังร่างเข้าไปในหน้าอกแกร่ง


นมจืดร้องลั่น แก้มนิ่มบี้ลงกับอกแกร่ง แว่นก็กระแทกตา แงงงงง เขาได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะต่ำๆเหมือนสนุกสนาน แรกๆก็อยากจะรีบให้ปล่อยแต่ไม่รู้ทำไมมันถึงทำให้นมจืดกลับอมยิ้มแก้มตุ่ย


แต่กอดนานๆก็อึดอัดอะ...


“ปล่อยเราาาาาาาา” ร่างเล็กดิ้นดุกดิก คราวนี้พระเอกกลับปล่อยแต่โดยดี


นมจืดจัดผมให้เข้าที่ ดันแว่นอันโตที่ตกลงมาให้ขึ้นไปอยู่ที่เดิม คนที่นั่งยิ้มแสยะ เห็นมันทำยุ่งยากแล้วยิ่งแสยะยิ้มเข้าไปใหญ่


ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย หึ!


“เรากลับบ้านได้ยัง?”


“กลับไปดิวะ ใครล่ามโซ่มึงไว้เหรอไง”


มือขาวแบมือออก “บัตรติ๊ดๆ”


“อยู่โน่น” พยักเพยิดไปที่โต๊ะข้างกำแพง


“โอเค…” กระโดดดึ๋งลงจากเตียงไปที่โต๊ะ คว้าบัตรคอนโดหรูมาถือไว้ “เออใช่ๆ...แล้วพระเอกมีใช้เหรอ?” เดี๋ยวไม่มีบัตรติ๊ดๆเกิดพระเอกลงไปไหนไม่ได้แล้วทำไงล่ะ


“กูมีอีกใบ” ร่างสูงยักไหล่ “กูไม่ไปส่งนะเว้ย กลับเอง”


นมตืดพยักหน้าหงึกหงัก “เรากลับเองได้ๆ” ยิ้มแฉ่งแถมให้ด้วย ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ “อื้อๆ พระเอก เราขอชามมินเนี่ยนเราคืนนะ”


ฮือ...ชามของเรา เราอยากได้คืน


ตาเรียวคมมองคนพูด “เอาไว้ที่นี่แหละมึง เวลามากินวันหลังจะได้ใส่ชามเหลืองๆมึงให้แดก”


วันหลังมากินจะได้มีชามใช้?


อู้วหู้ว ความคิดเข้าท่ามาก


นมจืดเอียงคอมอง “วันหลังมากินอีกพระเอกจะให้ใช้ชามเหรอ?”


“เอ้า เวลามึงมาแดกแล้วมีชามของมึง มันทำให้ข้าวมึงน่าอร่อยขึ้นอีกเยอะนะเว้ย” หลอกล่อ เอ๊ย! พูดไปก็ยิ่งให้เหตุผลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนคำพูดของตัวเอง



“งั้นเหรอ?” ไอ้เตี้ยกำลังมึนๆต้องซัดเพิ่มให้ยิ่งมึน


“เออดิวะ! เวลามาแดกที่นี่มีชามเป็นของตัวเองดีจะตาย!”


เด็กๆคงเคยมีใช่ไหม? เวลาแบบกินข้าวต้องใส่ชามประจำ กินแล้วอร่อยขึ้นกว่าเดิมสิบเท่า ถึงแม้อาหารแม่งจะเป็นแค่ไข่เจียวโง่ๆกับข้าวก็ตาม


ความจริงมันเป็นเรื่องที่เอาไว้หลอกเด็กให้กินข้าว แต่ไอ้เตี้ยหมาตื่นนี่ก็คงหลอกง่ายไม่ต่างกัน



“แต่…” นมจืดยังมีข้อสงสัย “แต่เราไม่ได้มาคอนโดพระออกบ่อยๆไม่ใช่เหรอ?”


“ก็มาบ่อยๆสิวะไอ้งั่ง! จะปล่อยให้ชามมึงเน่าตายคาตู้กูเหรอ!” แม่ง! ไอ้นมทำเอาหัวกูมีหม้อมาตั้งอีกแล้วเว้ย


“อ้อ...อื้อๆ” ตากลมโตใสแจ๋วจนเหมือนลูกแก้วกับรอยยิ้มบนใบหน้าขาวจนเห็นเส้นเลือดฝาด “งั้น...เอาไว้มาบ่อยๆก็ได้” จะได้ใช้ชามมินเนี่ยนด้วย


ร่างสูงใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย เจ้าตัวก้มหน้าลงมองเตียง ริมฝีปากได้รูปได้แต่ขยับโค้งจนเป้นรูปพระจันทร์กว้างโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาคมระริกวาววับเหมือนกำลังถูกใจ


หลอกง่ายฉิบหาย!


แต่แม่งเอ๊ย!


ทำไมกูต้องปวดแก้มขนาดนี้


ตอบ!


----------------------------------------------- 50% --------------------------------------------------


สวัสดีค่า วันนี้เอาน้องนมตอนใหม่มาลงแล้วนะคะ หลังจากหายไปสักพักเพราะว่ามีพรีเซ็นงานด้วย แถมยังป่วยเพราะอากาศที่ไต้หวันแปรป่วนทำพิษใส่ ฮ่าๆ

ตอนนี้ดีขึ้นมากเพราะยาครอบจักรวาลของไต้หวันจริงๆ ไปบอกเภสัชว่าเป็นหวัด ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ นางยื่นยามาให้กล่องเดียวแล้วบอกรักษาได้ทุกโรค ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อแต่พอเอามากิน เออเว้ยยยย มันครอบจักรวาลเลยเว้ยยยย รักษาได้ทุกอย่างที่พูดมาเลย นี่ว่ากลับไทยจะซื้อตุน ฮ่าๆ ของเค้าดีจริงๆ

ตอนนี้อีพระมันโชว์กากอยากชวนเขามาห้อง แต่ดูวิธีของมันสิคะ กากจริงไรจัง ฮ่าๆ แต่ที่สำคัญคือน้องนมมมมม หนูจะเชื่อมันทุกอย่างไม่ได้นะลูกกกกกก

ฮ่าๆ

อ่านแล้วฟีดแบ็คกันได้นะคะ คอมเม้นมาไได้เลยค่า หรือจะทวิต #รักรสนมจืด

ขอบคุณค่ะ

 
5
พี่กิตเป็นพี่น้องกาลรึป่าว
6
Boy's love story / Re: ♦ Wake me up #รีบตื่น ♦ |ยี่สิบเจ็ด| - 12.12.2017 p.21
« กระทู้ล่าสุด โดย Ginny Jinny เมื่อ 12-12-2017 19:10:37  »
 :m4: :m4: :m4:
7
เอิญควรเข้าจิตเวชนะ
8
Boy's love story / Re: The feral pet ผมเลี้ยงมนุษย์หมาป่า :: 25 :: || 12/12/17 || p.28
« กระทู้ล่าสุด โดย diltosscap เมื่อ 12-12-2017 19:07:29  »
จบตอนเหมือนใจจะขาด อยากให้ถึงตอนต่อไปเร็วๆ สนุกมากๆ ชอบเดนิส เรียนรู้ที่จะทำให้เวลลิน กลับมาหา มาแสดงความรู้สึก น่ารักทั้งสองคนเลย พี่เดนิสตอนนี้ก็ดี ดูเหมือนพี่ชาย ชอบตอนหวงเปอร์จะเรรยกเวลลิน น่ารัก
9
เรื่องสั้น / Re: (คลังปล่อยของ) ชุด "คิด" 12/12/2560
« กระทู้ล่าสุด โดย พ่อแมวพุงโต เมื่อ 12-12-2017 19:05:22  »


มันอุ่น ร้อน และ แฉะ...เหนอะหนะไปทั่วทั้งโพรงปากของผม

สมองของผมไม่ได้ขาวโพลนอย่างที่ควรจะเป็นแบบในนิยายลูกกวาดทั่วไป

นี่ไม่ใช่จูบครั้งแรกของผม

ไม่ได้อ่อนหัดมากจนไม่รู้จักการเคลื่อนไหวลิ้นไปตามบริเวณรอบ ๆ โพรงปากของคุณ

ช้า ..เร็ว สลับกลับมาสัมผัสกับลิ้นของคุณ เกี่ยวพันกันไปมาแบบนั้น
.

สัมผัสทั่วทุกอณูสัมผัสเท่าที่ผมจะทำได้

มือสองข้างของคุณประครองใบหน้าผมไว้แบบนั้น

ผมขยับดันตัวขึ้นมานอนตักคุณดี ๆ

ก่อนจะลิ้มรสหวานที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากคุณ
.
หวาน หอม และละมุน คือความรู้สึกที่คุณมอบให้กับผม

มันไม่ได้หวานแบบความหวานของน้ำตาล

แต่เป็นความหวานที่ร้ายกาจมากกว่านั้น

ความหวานที่ฝั่งลึกลงไปข้างในตัวผม

มือของผมบีบเบาๆไปที่ต้นแขนของคุณเป็นการผ่อนคลายความรู้สึกจากบริเวณท้องน้อย

นานมากแล้วที่จะมีสัมผัสจากลิ้นฝีปากแบบไหนปลุกเร้าให้ผมตื่นขึ้นมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้

.

ผมมองหน้า มองทะลุกรอบแว่นเข้าไป

มองเข้าไปถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองกลับมาที่ผม

สายของคุณ....ที่กำลังสะท้อนใบหน้าของผมอยู่

สายตาของผมร้องขอ “ทั้งหมด” จากคุณอย่างที่ผมอยากจะได้รับ

.

คุณส่ายหน้า ยิ้มละไมให้กับผม ตาสองข้างเหลือเป็นเส้นขีดเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับคนไทยเชื้อสายจีน

.

สัมผัสอุ่นๆเกิดขึ้นอีกครั้งบริเวณใบหูของผม

ลิ้นร้อนๆไล่ไปทั่วก่อนจะเคลื่อนไหวไปถึงส่วนลึกข้างใน

.

มันเหนียวเหนอะหนะ และแฉะ

แต่กลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนจากส่วนลึกข้างในของผมให้ปะทุออกมา

.

ราวกลับว่าทั้งร่างของผมกรีดร้อง

ราวกลับว่าคุณขโมยสัมผัสทั้งหมดไปจากผม

ทั้งหมดนั้น ‘สลัก’ ลึก ฝากไว้ในตัวของผม

ผมรู้สึกเหมือนเสพติดทุกสัมผัสที่เกิดจากคุณ

กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติหวาดฝาด ๆ ของน้ำลายที่เราแลกเปลี่ยนกัน

ลิ้นร้อนๆที่ปลุกเร้าอารมณ์ของผมได้อย่างไม่ยากเย็น

.

ทุกอย่าง ทุกการกระทำ ทุกสัมผัส

ทั้งหมดนั้นถูกตอกลงไปกลางใจของผม

.

ผมคิดถึงคุณ

เป็นคำพูดที่ผมอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก

ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันใช่ความ “คิดถึง” รึเปล่า

คิดถึงอะไร ?

.

คิดถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน

หรือคิดถึงสัมผัสเร้นลับที่ปลุกเร้าผมไปทุกส่วน

ไม่ว่าสุดท้าย คำตอบที่เป็นความจริงจะเป็นอะไร

.

คุณจากผมไปแล้ว

สัมผัสที่เคยได้รับมา

ไม่มีอีกแล้ว

ทั้งหมดจางหายไปพร้อม ๆ กับคุณ

.

แต่กลับไม่เคยจากหายไปจากใจผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ผมคิดถึงสัมผัสของคุณ

คิดถึงริมฝีปากนั้น

คิดถึงช่วงเวลาที่เราหัวเราะกัน

คิด...แต่ว่ามันไปไม่ถึงคุณ

10
Boy's love story / Re: -ปลดล็อกให้ความรัก- กุญแจดอกที่ 1 12/12/60 P.1
« กระทู้ล่าสุด โดย darling เมื่อ 12-12-2017 19:04:00  »
ยก 2 มือ # ทีมคุณชายน้องจ้ะ   :mew3:
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10



สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด