34 :: นาทีระทึกผมโทรหาแล้วพี่ฟองดูว์ไม่รับโทรศัพท์ บอกได้คำเดียวว่างอน ! คืนนั้นทั้งคืนผมก็นั่งโทรไปตลอด นึกว่าพี่เขาจะเป็นอะไรไปซะแล้ว
ผมเลยนั่งโทรต่อไป จนกระทั่งตอนเช้าพี่เขาถึงได้โทรมาเพื่อจะบอกว่า หลับ ! เหอะ ผมอารมณ์เสียไปเลย
ถึงพี่ทรัฟเฟิลจะพยายามกล่อมผมให้หายโกรธแค่ไหนก็ตาม ผมก็ยังเคืองอยู่ดี
“ชูครีม เป็นอะไร หน้าหงิกมาเชียว” โบ๊ททักผมเป็นคนแรกเลยครับ
“ไม่มีอะไรหรอก หงุดหงิดนิดหน่อยหน่ะ วันนี้โบ๊ทอยู่ถึงตอนเย็นได้ไหม” ผมเปลี่ยนเรื่อง
คือวันนี้เป็นวันเกิดโบ๊ทไงครับ ผมก็เตรียมทำเซอร์ไพรส์ไว้นิดๆหน่อยๆ
“ได้เสมอล่ะ” โบ๊ทก็ยิ้มให้ผม จากนั้นก็ทำงานไปตามปกติครับ ตอนกลางวันก็ยังวุ่นวายกับบรรดาเด็กนักเรียน คุณอาทิตย์ พี่เทพ แล้วก็โบ๊ท
ที่ขยันทะเลาะกันเหลือเกิน ไปทะเลาะกันเองก็ไม่ได้ ต้องลากผมไปอยู่ตรงกลางคอยไกล่เกลี่ยตลอด
จนถึงตอนเย็น ผมก็ให้พี่เทพกลับก่อนเพราะจะเซอร์ไพรส์วันเกิดให้โบ๊ท พี่เทพก็บอกว่าถ้าเสร็จแล้วให้โทรหา
เดี๋ยวเขาจะมารับ ผมก็เลยเออออตัดปัญหาไป แล้วเข้าไปเอาเค้กที่แอบทำไว้ ออกมาให้โบ๊ทครับ
“Happy birth Day !!!” ผมเดินถือออกมาหาโบ๊ทที่กำลังเก็บร้านอยู่ โบ๊ทหันมาแล้วทำหน้าตกใจนิดๆ ก่อนจะยิ้มกว้างให้ผม
“จำได้ด้วย ดีใจจัง” โบ๊ทรับเค้กของผมไปมองๆ แล้วโบ๊ทก็มองหน้าผมก่อนจะเป่าเทียนแล้วนั่งลงที่พื้น ผมก็นั่งตามนะครับ ส่งมีดให้โบ๊ทไปตัดเค้กด้วย
“มีแค่เค้กเหรอ ของขวัญหน่ะมีไหม” มันพูดแล้วตัดเค้กออกเป็นส่วนๆ
“ไม่มีอ่ะ.. แหะ พอดียุ่งๆ ขอโทษน้า” ผมก้มหัวนิดๆรับความผิด
“...อืม งั้นขอนี้เป็นของขวัญแล้วกัน” โบ๊ทวางเค้กลงกับพื้นแล้วขยับตัวมาใกล้ๆผม ผมเงยหน้ามองมันอย่างงงๆ
แต่แล้วมันก็ทำให้ผมช็อคด้วยการกดปากตัวเองลงแนบกับปากผม ผมตกใจเลยเผลอนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นแปปนึง
จนรู้สึกถึงมือที่ดึงเอวผมขึ้นไปนั่งตัก สติผมเลยกลับมา แล้วพยายามผลักมันออก
“โบ๊ท ไม่! อือ” ผมเบี่ยงหน้าหนี แต่มันกลับตามมาปิดปากผม ผมดิ้น มันเลยโน้มตัวเองลงนอนราบทับผมไว้ ผมรวบรวมแรงทั้งหมดแล้วตบมัน !
“.. ชูครีม” เหมือนสติมันกลับมาแล้วครับ เพราะมันจับหน้าตัวเองแล้วมองผมด้วยสีหน้าที่แสดงความรู้สึกผิด
ส่วนผมถอยห่างออกมาจากมันเข้าไปชิดโต๊ะตัวหนึ่ง
“ขอโทษ ชูครีม” มันก็ค่อยๆขยับมาหาผม แต่ผมถอยออกด้านข้าง บอกตรงๆเลยก็ได้ว่าผมกลัวมัน
ไม่มีใครพูดอะไรอยู่สักพัก โบ๊ทแค่นั่งมองหน้าผมนิ่งๆ ส่วนผมก็มองหน้ามัน ตอนนี้ผมเข่าอ่อนลุกไม่ขึ้น
“ทำไม..” ผมหลุดพูดออกไปได้แค่นิดเดียว เหมือนเสียงจะไม่มีเลย
“อะไรทำไม ชูครีม มานี่” มันเอื้อมมือมาดึงแขนผมเบาๆ ผมขืนตัวเอาไว้ มันเลยยอมปล่อยมือ แล้วถอนหายใจ
“จูบ.. ทำไม” ผมถามออกไปจนได้ ส่วนน้ำตาผมก็ไหล ผมเสียใจที่โดนจูบ ผมเสียใจที่คนที่ทำดันเป็นเพื่อนรักของผม
“เพราะ..รักไง ชูครีม ได้ยินไหม ว่าโบ๊ทรักครีม โบ๊ทว่าโบ๊ทควรจะพูดมาตั้งนานแล้ว แต่ก็รู้ว่าครีมไม่เคยคิดอะไรกับโบ๊ทเลย ไม่เคย..”
มันพูดรัวแล้วเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ผม แต่ผมกลับร้องหนักกว่าเดิม เพราะโบ๊ทก็กำลังร้องไห้อยู่เหมือนกัน
“แต่ .. แต่” ผมพูดไม่ออก ได้แต่สะอื้นแล้วมองหน้ามันอย่างไม่เข้าใจ
“เป็นโบ๊ทแท้ๆที่ควรดูแลครีมมาตลอด แต่คลาดสายไปแปปเดียว มันกลับมาแย่งไปซะได้ รู้บ้างไหม ว่าโบ๊ทรู้สึกยังไง เคยรู้บ้างไหม !”
โบ๊ทตบมือตัวเองลงกับพื้นอย่างโกรธๆ ทำเอาผมสะดุ้ง
“โบ๊ท..” ผมได้แต่เรียกชื่อมันเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรทั้งนั้น
“โบ๊ทต้องอดทนขนาดไหนที่เห็นมันแตะต้องคนที่โบ๊ทรัก ต่อหน้าต่อตา นับครั้งไม่ถ้วน ฮึก โบ๊ทก็เป็นคน เจ็บเป็น โบ๊ทจะไม่ทนดูอีกต่อไปแล้วชูครีม
ขอโทษที่จูบ ขอโทษนะที่ทำให้ร้องไห้” มันคว้าตัวผมเข้าไปกอดไว้ซะแน่น
“ลืมมันซะ ลืมว่าโบ๊ทเคยพูดอะไร แล้วโบ๊ทจะไม่มาให้เห็นอีก” มันค่อยๆคลายอ้อมกอด แต่ผมรีบจับมันไว้
“โบ๊ท โบ๊ทพูดอะไร จะไปไหน ฮึก ไม่เอานะ” ผมดึงๆตัวมันไว้
“กลับไปที่ที่ของตัวเอง.. โบ๊ทคิดว่าจะแย่งมาได้ แต่ผลก็เห็นๆกันอยู่ โบ๊ททำร้ายครีมมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ปล่อยมือเถอะ”
โบ๊ทแกะมือผมออกจากเสื้อตัวเอง
“ไม่! โบ๊ท โบ๊ท ฮึก” ผมร้องไห้อย่างหนักแล้วจิกเสื้อมันไว้ ไม่เอานะ
“โบ๊ทเป็นเพื่อนครีม เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ฮึก ไม่ได้เหรอ...”
“.... ไม่ใช่อีกแล้วล่ะ”
“ฮึก” ผมปล่อยมือทันทีที่มันพูดจบ แววตาที่ผมมองทำให้ผมไม่กล้ารั้งมันไว้ ผมต้องเสียมันไปจริงๆเหรอ มันจะไม่เป็นเพื่อนกับผมอีกแล้วเหรอ
“เลิกร้องเถอะ ยิ้มให้โบ๊ทหน่อยเร็ว โบ๊ทจะไปแล้ว ขอดูหน่อย .. ครั้งสุดท้าย”
ยิ่งพูดแบบนี้ ผมก็ยิ่งร้อง ครั้งสุดท้ายอะไรกัน ผมไม่เข้าใจอะไรเลย ทำไมต้องไปด้วย ทำไม่ล่ะ ผมไม่ต้องการ ..แบบนี้
“ขอบคุณนะสำหรับเค้ก ของขวัญปีนี้ ดีที่สุดตั้งแต่เคยได้มาเลย” มันพูดเสียงเศร้าแล้วเอานิ้วมาเกลี่ยที่ปากผม ผมคิดอะไรไม่ออก
ได้แต่พยายามมองหน้ามันที่เริ่มเลือนลางเพราะน้ำตาที่มาบดบัง มันขยี้หัวผมเบาๆอย่างที่ชอบทำแล้วหยิบเค้กที่วางอยู่บนพื้น
ก่อนจะเดินออกไป เสียงประตูที่ปิดลงทำให้ผมไม่อยากเดินไปไหน ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมอย่างไม่เข้าใจ ผมงงไปหมด ถึงผมจะไม่ชอบใจที่ถูกจูบ
แต่ผมก็ไม่อยากเสียเพื่อนไปเหมือนกัน แล้วผมจะบอกพี่ฟองดูว์ได้ยังไง เขาต้องโกรธแน่ๆถ้ารู้
ผมมันไม่ดี ผมมันแย่ ผมเริ่มถูปากตัวเองแรงขึ้นเรื่อยๆจนแสบไปหมด
“ชูครีม เฮ้ย เป็นอะไรครับ !!” เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับพี่เทพที่เดินเข้ามาหาผม อาจเพราะผมร้องไห้อยู่นานหลายชั่วโมง จนพี่เขามาหา
“ฮึก พี่..” ผมเงยหน้ามองเขาแล้วพยายามจะไม่ร้องไห้
“ใครทำอะไรเราเนี่ย โอยตาบวมหมดเลย เลิกร้องก่อนๆ” เขากระวนกระวายดูทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าจับตัวผมด้วย
ผมเลยเช็ดน้ำตาแล้วเล่าให้ฟังแค่ว่าผมทะเลาะกับโบ๊ท พี่เขาก็ไม่ถามอะไรอีก แต่พาผมไปส่งที่บ้าน
ผมโทรเล่าเรื่องให้สีน้ำฟังนิดหน่อย สีน้ำก็ยืนยันจะมาหาผมเพื่อให้เล่าเรื่องทั้งหมดในทันที ผมวางสายแล้วก็ไปอาบน้ำ
เวลาอย่างนี้.. ผมคิดถึงพี่ฟองดูว์จังเลย ผมอยากให้เขาปลอบ ผมอยาก..กอดเขา
ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานมาก เพราะเผลอร้องไห้อีก กว่าจะหยุดร้องแล้วออกมาได้ก็เป็นชั่วโมง แต่พอออกมาเห็นว่าใครกำลังโทรมา
น้ำตาที่หยุดแสนยากเย็นก็เริ่มพากันไหลออกมาอีก ผมรู้สึกผิดที่จูบกับคนอื่น.. ที่ไม่ใช่เขา
( ฮัลโหล ชูครีมทำไมไม่รับสายพี่ครับ ทำอะไรอยู่ )
แค่เสียงที่ดูเป็นห่วงนั้น ก็ทำให้ผมหยุดร้องไห้ไม่ได้ ผมคิดถึงเขาจังเลย หลังจากนั้นผมก็เล่าให้ฟังเรื่องโบ๊ท แต่ไม่ทั้งหมด
ผมไม่กล้าเล่า ผมไม่อยากให้เขาเสียใจ เขาก็ปลอบจนผมรู้สึกดีขึ้นและเลิกร้องไห้
( ฟองดูว์~ คิดถึงจังเลย ) จนกระทั่งมีเสียงแทรกเข้ามา ผมได้ยินชัดเจนเลยว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ และตอนนี้.. ผมกำลังจะโกรธ
( ณดา ถ้าไม่มีอะไร ออกไปก่อนนะ ) ผมได้ยินเสียงพี่เขาคุยกับใครสักคน
( ไม่ค่ะ ณดาจะอยู่ตรงนี้ ฟองดูว์คุยกับใครอยู่คะ )
“ พี่ฟองดูว์ !! คุยกับใคร ไม่ตอบครีมจะวางแล้วนะ ” ผมโมโหแล้วตอนนี้
( เดี๋ยวก่อน พี่คุยกับเอ่อ.. ลูกค้าหน่ะ )
( ลูกค้าเหรอคะ ว้า เดี๋ยวนี้เราเป็นแค่นั้นเหรอ ไม่ใช่หรอกมั้ง )
ผมกำโทรศัพท์ค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น หึ นี่ผมร้องไห้แทบเป็นแทบตายเพราะรู้สึกผิดที่โดนคนอื่นจูบ
แต่เขากลับกำลังรื่นเริงกับคนอื่นโดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยงั้นสิ
“ ...อ๋อ เข้าใจแล้ว แค่นี้นะ ” ผมตัดบททันทีด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างที่รุมเร้าเข้ามา ผมผิดหวัง น้อยใจ แล้วก็โกรธ
ผมไม่น่าจะนั่งรู้สึกผิดเลย ผมไม่เห็นจะต้องแคร์ ในเมื่อเขาไม่เห็นจะแคร์ผม ไอ้พี่ฟองดูว์ ! ทำไมเป็นคนอย่างนี้นะ
แล้วพอสีน้ำมาผมก็ระบายเรื่องราวทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของโบ๊ทนะ ยังไม่ทันเล่าเรื่องพี่ฟองดูว์ พี่เขาก็ดันโทรมาก่อน
เพราะผมปิดเสียงเครื่องตัวเองแล้วเอาไปยัดตู้เสื้อผ้าแล้ว ผมไม่อยากจะคุยกับเขา สีน้ำเป็นอินเตอร์โฟนให้ผมได้ยินด้วย
( สีน้ำ เรียกชูครีมมาคุยที ) ผมส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน
“ อ่า.. มันไม่ยอมอ่ะ พี่ไปทำอะไรไว้เนี่ย งอแงใหญ่แล้ว เฮ้ย ชูครีม อย่าดึง ! ”
มันโวยวายเพราะผมเข้าไปแย่งโทรศัพท์มัน แต่มันสูงกว่า ผมเลยต้องดึงแขนมันแรงๆ
( สีน้ำ ชูครีมเป็นอะไร ! )
ผมได้ยินแค่นั้นแล้วก็เข้าไปแย่งมัน ดึงตัวมันจนหล่นมาทับผม มันก็เล่นทำหน้าดุ ขู่จะต่อย แต่ผมไม่กลัวครับ
เอาขาเกี่ยวมันไว้ให้ขยับไม่ได้ แล้วกดปิดโทรศัพท์
“ทำไมไม่คุยให้รู้เรื่อง ! มีอะไรกัน เฮ้ยๆ อย่าร้องดิ ชูครีม ไม่เอา” มันรีบดึงผมไปกอดไว้ เพราะผมเบ๊ะหน้าทันทีที่มันดุผม แล้วน้ำตาก็ร่วงเอาๆ
“ฮือ พี่ฟองดูว์นอกใจครีมแล้ว ฮึก ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ฮึก ฮือ” ผมพูดเสียงสั่นแล้วปล่อยโฮออกมา สีน้ำทั้งกอดทั้งปลอบอยู่นาน
…………………………………………….
( :: สีน้ำ :: )
ชูครีมงอแงมากครับ ไม่ฟังผมเลย ร้องไห้อย่างเดียว พูดซ้ำๆว่าพี่ฟองดูว์ๆ แล้วก็ร้องไห้ ตามันบวมมากเหมือนร้องไห้มาอย่างหนักแล้วก่อนหน้านี้
ผมพูดพร่ำว่าอย่าคิดมากๆ พี่เขารักชูครีมคนเดียว อยู่เป็นนานกว่าจะเสียงสะอื้นจะน้อยลง และยอมสงบในที่สุด ไม่ใช่อะไรหรอกครับ
ร้องไห้จนหลับคาอกผมนี่แหละ น่าสงสารมากเลยครับ ขนาดหลับยังมีเสียงสะอื้นนิดๆ
“..สีน้ำ อ้าว” พี่ไอแดดแกมาพอดี มองผมสลับกับชูครีมอย่างงงๆ ส่วนผมยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ให้เขาเงียบๆ แล้ววางชูครีมลงให้นอนดีๆ
เพราะผมก็นั่งอยู่บนเตียงนี่แหละ แต่มือชูครีมกำเสื้อผมแน่น ผมเลยต้องนอนกับเขา พี่ไอแดดหงุดหงิดนิดหน่อย แต่โวยไม่ได้
เพราะผมบอกว่าถ้าเสียงดังแล้วชูครีมตื่นอีก เขาก็จะร้องไห้อีก พี่ไอแดดถึงได้ยอมออกไปนอนข้างนอก
จนตอนเช้า ผมไปช่วยที่ร้านของชูครีมด้วย เพราะโบ๊ทไม่โผล่หน้ามาจริงๆ หายไปเลย ส่วนชูครีมก็จิตตกไปแล้ว ซึมอย่างกับอะไร
เลยเปิดโอกาสให้พวกขี้หลีทั้งหลายแทะโลมได้มากกว่าปกติ เหนื่อยผมอีกแหละที่ต้องไปกันออก
แถมไอ้พวกนั้นยังหน้าด้านมาจีบผมอีกคน ไอ้พวกนี้นี่มันน่านัก !
“ชูครีมอยู่คนเดียวแปปนึงได้ไหม เดี๋ยวไปหาพี่ไอแดดก่อน แล้วจะกลับมาอยู่ด้วยนะ” ผมพามันไปส่งบ้านตอนเย็นแทนไอ้พี่เทพ
เพราะไอ้พี่นี่ก็ไม่น่าไว้ใจเหมือนกัน ชอบลูบแก้มชูครีมนักหนาล่ะ แถมวันนี้ชูครีมไม่โต้ตอบด้วย
“อือ” นั่นไง ขนาดกับผมยังตอบมาแค่นั้น แล้วก็นั่งซึมต่อไป
“ดูการ์ตูนไป อย่าคิดมาก คิดมากอีกจะดีดให้หัวโนเลย รู้ไหม มาหอมทีสิ” ผมหอมแก้มมันเบาๆ
มันก็เลยยิ้มให้ผมนิดๆแล้วหอมคืน ถือว่ายังยิ้มได้ล่ะน้า
ผมก็ไปหาพี่ไอแดดตามปกติ แต่พอกลับมาที่บ้านตอนสามทุ่ม กลับไม่เห็นวี่แววชูครีม ผมกับพี่ไอแดดเริ่มตกใจ
ไปตามหาที่ร้านก็ไม่เจอ ผมไม่น่าปล่อยมันไว้คนเดียวเลยจริงๆ !!
…………………………………………….
( :: อาทิตย์ :: )
ผมบังเอิญเจอไอ้เด็กโบ๊ทที่ผับของเพื่อนครับ เมาเป็นหมาเลย ผมเลยเข้าไปกวนตีนมันนิดหน่อย มันก็ไม่ตอบโต้ นั่งซึมกระดกเหล้าอึกๆๆ
แล้วเพ้อชื่อชูครีมๆ อะไรสักอย่าง มันน่าสมเพชไหมเนี่ย ไปๆมาๆเมาหนัก ทั้งๆที่เพิ่งหัวค่ำ ผมเลยถือโอกาสนี้ไปตามตัวชูครีมมา
ทีแรกโทรไปแล้วไม่มีคนรับ ผมเลยไปที่บ้านเลย รู้อยู่ครับว่าไอ้ฟองดูว์มันไม่อยู่ แล้วผมก็รู้ที่อยู่มันด้วย แอบสืบไว้สักพักแล้ว
“อ้าว มีอะไรเหรอครับ” ชูครีมก็ทักผมด้วยสีหน้าไม่ร่าเริง อยากรู้จริงๆว่าเขามีเรื่องอะไร เห็นปกติแล้วจะยิ้มแย้มตลอด
“โบ๊ทเมาเละ อยู่ที่ผับหน่ะ ไปดูหน่อยได้ไหม” ผมพูดแค่นั้น ชูครีมก็ตาวาวแล้วรีบตามผมออกมาทันที
ผมก็พาเขาไปที่ผับนั่นแหละ ชูครีมรีบเข้าไปดูโบ๊ท
“โบ๊ท! ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ ! เลิกกินเดี๋ยวนี้เลย” น้องกระชากแก้วออกจากมือโบ๊ทแล้วมองด้วยสายตาโกรธๆ โบ๊ทมันเพ่งมองสักพัก
แล้วก็คว้าตัวชูครีมไปกอดเลยครับ ชูครีมดิ้นขลุกขลักเหมือนจะหายใจไม่ออก เพราะมันรัดแน่นมาก ผมจะเดินเข้าไปดึงออก
แต่ช้าไป เพราะโบ๊ทมันพลิกน้องลงไปนอนบนเก้าอี้ยาวแล้วขึ้นคร่อมซะแล้ว
“ชูครีม คิดถึงจัง” เฮ้ยๆๆๆๆ มันเมาแล้วไม่ควบคุมตัวเองเลย ทำท่าจะฟัดชูครีมซะแล้ว ชูครีมทั้งดิ้นทั้งผลักเป็นการใหญ่
ผมก็ตามไปแงะตัวโบ๊ทมันออกมา แต่มันแรงเยอะจริงๆครับ สะบัดซะผมไปกระเด็นไปชนกับเคาน์เตอร์ที่ถัดออกไป รู้สึกเจ็บๆที่หัวยังไงชอบกล
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” พนักงานที่เคาน์เตอร์ถาม แล้วผมก็รู้สึกว่ามีเลือดไหลลงมาจากหัว มึงเล่นกูหัวแตกเลยเรอะไอ้เด็กเวร
ผมไม่ตอบแต่เดินไปกระชากตัวไอ้โบ๊ทมาแล้วซัดมันตรงนั้น มันก็บ้าพลังซัดผมคืนอีก เราเลยต่อยกันอยู่บนพื้นผับนั่นแหละ
ผมค่อนข้างจะเสียเปรียบเพราะมันเมาแล้วแรงเยอะมาก แถมยังตัวหนากว่าผมตั้งเยอะ เลยโดนซัดจนแทบนับดาวไปหลายที
แต่ไม่ก็ไม่ได้ยอมมันหรอก
“หยุดๆๆ กรุณาอย่ามาตีกันในผับครับ ขอเชิญออกไปด้วย” แล้วการ์ดในผับก็มาแยกพวกผมออกจากกัน ชูครีมยืนกล้ากลัวๆอยู่ข้างๆโบ๊ท
ก็ต้องเป็นผมอีกที่ลากมันออกมา ชูครีมก็เดินตามมาด้วยหน้าตากังวล
“ชูครีม รู้บ้านมันรึเปล่า” ผมหันไปถาม เพราะโบ๊ทมันเข้าโหมดพร่ำเพ้ออีกแล้ว คงคุยด้วยไม่รู้เรื่อง มันนี่ท่าจะอาการหนัก
น้องพยักหน้าแล้วก็ช่วยผมเอามันยัดใส่รถ ตัวโคตรหนักเลย มิน่าชูครีมถึงผลักมันไม่ออก
“ไม่ไปโรงพยาบาลเหรอครับ” ชูครีมถามผมเมื่อพาโบ๊ทไปถึงคอนโดมัน
“ไม่ต้องหรอก ชูครีมทำแผลให้พี่ได้รึเปล่าล่ะ” ผมแค่ลองถามดู
“ไม่ไหวมั้ง ดูเลือดสิ....” น้องทำหน้าเหยเกเมื่อมองมาที่หัวผม
“แล้วกลับยังไง พี่ไปส่งไหม”
“อืม..” น้องคิดแล้วมองไปที่โบ๊ท ดูเป็นห่วงเพื่อนอยู่ แต่ก็คงกลัวด้วย เมื่อกี้ไอ้โบ๊ทมันจะปล้ำน้องเขาแล้วนี่ครับ
“ก็ได้ครับ รบกวนด้วย” น้องก็สุภาพเหลือเกิน ผมยิ้มแล้วเดินนำเขาไปที่รถ แต่ผมไม่ได้ขับไปบ้านเขาหรอก
“พี่ ! นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านครีมนะ” ก็ไม่ได้บอกว่าใช่นี่ แต่ผมก็ไม่ตอบ
“หยุดรถนะ ! ครีมจะลง” เสียงสั่นแล้วครับ ดูท่าจะกลัวผมอยู่เหมือนกัน ผมแค่เหล่ตาไปมองเขาที่ทำหน้าโกรธๆปนตระหนก
แต่แล้วน้องกลับกระชากประตูเปิด ทำเอาผมเหยียบเบรกแทบไม่ทัน ผมกลัวเขาจะกระโดดลงไป ทำไมผมลืมล็อครถวะ
“ปล่อยนะ ปล่อย !!” น้องสะบัดแขน เพราะผมรีบดึงเขาไว้
“ลงไปตรงนี้แล้วจะกลับยังไงครับ ทางก็เปลี่ยวขนาดนี้ จะได้กลับถึงบ้านไหมก็ไม่รู้” ผมพูดความจริงนะ ลงไปนี่ไม่รอดแน่ๆ
มันไกลจากบ้านชูครีมตั้งเยอะ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว แถมน้องอยู่ในชุดที่..เอ่อ เสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดา แต่ล่อตาล่อใจได้อีก
ก็คนใส่เป็นชูครีมนี่ครับ ขาวๆแบบนี้ ไม่อยากจะคิด...
“ฮึ่ย” น้องส่งเสียงขัดใจแล้วเม้มปากแน่น ตามองไปมารอบๆ ผมเอื้อมมือไปปิดประตูกลับ แล้วล็อครถก่อนจะขับต่อ
ชูครีมนิ่งไปเลย หน้าตาเครียดมาก
“จะไปไหน” เปิดปากถามแล้วครับ ตาขวางแต่ก็ยังดูน่ารักมากกว่าจะน่ากลัว
“บ้านพี่”
“ครีมจะกลับบ้าน ! จะพาครีมไปที่บ้านพี่ทำไม บอกมานะ” น้องเริ่มเขย่าตัวผมแล้ว แต่พอผมปรายตามองแบบดุๆก็เงียบไป
พอถึงบ้านน้องก็ไม่ยอมลงมาจากรถ ดื้อๆแบบนี้ล่ะชอบนัก ผมเลยต้องเข้าไปอุ้มออกมา น้องก็ทั้งดิ้นทั้งตีผม มันเจ็บนะ
“ถ้าไม่หยุดส่งเสียงล่ะก็ พี่จูบแน่ หยุดตีด้วย !” ผมขู่ แล้วน้องก็หยุดการกระทำทั้งหมดทันที อย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย ผมอุ้มเขาไปถึงห้องนอน
พอวางลงเท่านั้น เด็กดื้อก็วิ่งหนีผมทันที อย่างคิดไว้เลย ผมเลยจับตัวเขาไว้ทัน
“หยุดนะ ! จะทำอะไรครีม ครีมจะกลับบ้าน” คือ ผมก็ไม่ได้ชอบทำอะไรคนไม่เต็มใจหรอกนะ และผมก็ไม่คิดจะรวบรัดทำอะไรเขาด้วย
อะไรไม่รู้ทำให้ผมลักพาตัวเขามา ผมคงแค่อยากจะใกล้ชิดกับเขา อีกสักหน่อยก็ยังดี
แต่แล้วชูครีมก็หลุดออกจากมือผมวิ่งไปหลบที่ห้องน้ำ เขาพยายามจะปิดประตูแต่ผมที่ไปถึงทันเปิดเข้าไปได้ เขาเลยหยิบที่ฉีดน้ำมาฉีดตรงหัวผม
มันมีแผลไงครับเลยแสบเป็นบ้า ผมเข้าไปแย่งที่ฉีดน้ำออกจากมือเล็ก ทำเอาเราเปียกกันทั้งคู่ ชูครีมหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
ผมชะงักกับภาพที่เห็นตอนนี้ เมื่อการดิ้นรนทำให้เสื้อของเขาหลุดออกนิดหน่อย และลู่ลงติดกับตัวเพราะน้ำ
เสียงหายใจหอบที่ฟังดูเซ็กซี่กับหน้าที่แดงนิดหน่อยจากอาการเหนื่อย ทำให้ผมอารมณ์ดิบในตัวผมถูกปลุกขึ้นมา
ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้ว เลยกระชากเขาไปที่เตียง ไม่เปิดโอกาสให้หนีอีกแล้ว
“ไม่นะ! ปล่อย ! ” เสียงโวยวายไม่ได้เข้าไปสู่สมองผมเลย ผมโน้มหน้าลงไปจูบปากแดงๆนั่น แต่เขายกมือขึ้นมาดันหน้าผม
ผมเลยดึงมือเขาออกแล้วกดลงกับเตียง
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้ ชอบขืนใจคนอื่นรึไง เลว !” ด่ามาเต็มๆเลย
“เปล่า ไม่ได้ชอบ” ผมพูดแล้วก้มไปเลียคอขาวๆตรงหน้า ผมไม่เคยต้องไล่จับใครแบบนี้หรอก แต่ตอนนี้เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาล
ให้ผมอยากครอบครอง อยากสัมผัส อยากเป็นเจ้าของ ยิ่งได้สัมผัสก็ฉุดไม่อยู่
กลิ่นหอมหวานเหมือนกลิ่นขนมกับผิวเนียนละเอียดเหมือนผิวเด็กทำเอาผมเตลิด
“คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวผม ! แล้วคุณจะเสียใจ” น่าแปลกใจที่เขาจ้องผมด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราด เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวแล้วด้วย
ผมชะงักไปนิดนึงแล้วยิ้มก่อนจะเริ่มจัดการคนตรงหน้า เหมือนสมองผมไม่รับรู้ผิดชอบชั่วดีอะไรอีกแล้วในวินาทีนี้ ผมหยุดไม่ได้ !
แต่เมื่อผมละมือออกมาถอดเสื้อเขาออกเท่านั้น แค่แปปเดียวผมก็รู้สึกว่าถูกกระแทกหนักๆที่หัวด้านที่เป็นแผลอยู่
ความเจ็บแล่นเข้าเล่นงานอย่างจัง แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆพร่าเลือน และดับสนิท
แน่นอนว่าความรู้สึกสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบลง ผมคิดว่าผม.. ไม่น่าทำลงไปเลย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
To be continued..
กลายเป็นว่าอาทิตย์มันไม่ได้หลอกมา แต่อุ้มมาเลย 555
รีบมาลงให้ เพราะพรุ่งนี้ไปสอบ CU-TEP
ใครที่ไปสอบเหมือนกันก็สู้ๆนะคะ
รักนักอ่านทุกคน จุ๊บๆ แล้วจะรีบมาต่อคร้า

ปล. น้องนิวอย่าเพิ่งทะเลาะกับโทรศัพท์ 55 ใจเย็นนน