[เรื่องสั้นมาก] ความรักของดวงดาว : พระจันทร์กับพันแสง (อวสาน) -- IMAGE
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้นมาก] ความรักของดวงดาว : พระจันทร์กับพันแสง (อวสาน) -- IMAGE  (อ่าน 18555 ครั้ง)

ออฟไลน์ rainbow67

  • Life is like a rainbow. You need both the sun and the rain to make its colors
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 711
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



                           ♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦♥♦



ความรักของดวงดาว


พระจันทร์กับพันแสง

ทิวากับราตรี
Part 1
Part 2





Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2013 17:23:53 โดย rainbow67 »
นิยายเรื่องอื่นของคนเขียน

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=36869.msg2301697#msg2301697

ออฟไลน์ rainbow67

  • Life is like a rainbow. You need both the sun and the rain to make its colors
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 711
พระจันทร์กับพันแสง





เพราะวันนี้ผมเลิกเรียนช้า... กว่าจะออกจากมหา'ลัย ก็ปาเข้าไปห้าโมงกว่า ช่วงพีคของวันพอดีเลย และมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายก็กำลังเลิกงานเหมือนกัน แถมที่แย่กว่านั้นฝนฟ้าที่เหมือนจะรู้เวลาว่าตกช่วงไหนที่จะทำให้คนลำบากที่สุดก็เทกระหน่ำลงมาเหมือนฟ้ารั่ว เป็นผลให้รถราบนท้องถนนต้องวิ่งช้ากว่าปกติเพราะต้องค่อยๆ กระดึ๊บๆ ไปเหมือนคนเจ็บขา... แถมข้างหน้ายังมีรถจอดเสียอยู่อีก  :เฮ้อ:

ผ่านไปเกือบชั่วโมง หากเป็นเหตุการณ์ปกติ ป่านนี้ผมไปนอนตีพุงอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว แต่นี่... เพิ่งจะผ่านไปได้แค่สามป้ายรถเมล์เอง หากไม่ใช่เพราะกลัวเปียก ผมคงลงเดินไปแล้ว...

ยืนคิดโน่นคิดนี่อยู่เพลินๆ พอมีคนมาสะกิดถึงกับสะดุ้ง...

ผมหันไปมองคนสะกิด... เด็กช่างแน่ๆ แม้จะไม่ได้ใส่ช็อป แต่ออร่าช่างกลมันก็ฉายแสงออกมาจนไม่ต้องสืบ... เขาบุ้ยใบ้ให้ไปนั่งตรงที่วาง ใกล้กับที่เขายืนอยู่ ซึ่งผมก็รับไมตรีด้วยความเต็มใจเพราะยืนจนขาจะแข็งแล้ว "ขอบคุณ"

เขาขยับหลบให้ผมเดินเข้าไปนั่ง ก่อนจะหันหน้าออกไปนอกรถ มือข้างหนึ่งจับราวด้านบนไว้ ส่วนอีกข้างถือหนังสือเรียนอยู่สองสามเล่ม ผมจึงสะกิดเขาบ้าง พอเขาก้มลงมามอง ผมก็ชี้ไปที่หนังสือ ซึ่งเขาก็เข้าใจปล่อยมือออกเมื่อผมดึง ก่อนจะพึมพำเบาๆ "ขอบคุณ"

รถเคลื่อนไปอีกประมาณสามป้าย ขณะที่ผมกำลังเริ่มจะสับปะหงกเพราะความเพลีย เสียงอุทานจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่นั่งของผมก็ดังขึ้น "เชี่ย!" และก่อนที่ผมจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คนที่อุทานก็วิ่งไปที่ประตูแล้ว

เขากดกริ่งรัวเร็วแล้วตะโกนบอกคนขับ "พี่จอดหน่อย"

"ไปลงที่ป้าย" คนขับตะโกนตอบ

"รอไม่ได้แล้วพี่ เดี๋ยวเพื่อนผมตาย" เขาบอกอย่างร้อนร้น "พี่..." ผมไม่ได้ยินเสียงตอบโต้ของคนขับ แต่ประตูรถก็ถูกเปิดออก แล้วเขาก็รีบกระโดดลงไป ก่อนจะวิ่งข้ามถนนไปโดยไม่กลัวว่ารถจะชน...

เสียงเบรค เสียงบีบแตร เสียงด่าทอดังลั่นถนนไปหมด

ผมมองตามก็เห็นเขาวิ่งเข้าไปตะลุมบอนกับคู่อริสามคนที่กำลังรุมทำร้ายใครคนหนึ่งที่นอนกองอยู่กับพื้น ซึ่งคงจะเป็นเพื่อนของเขา

"แม่ง พ่อแม่ส่งให้มาเรียน ก็มาตีกัน ไอ้พวกเชี่ย" กระเป๋ารถที่ตอนนี้ยืนอยู่ไม่ไกลผมนักเปิดกระจกแล้วชะโงกหน้าออกไปมอง ก่อนจะบ่นดังๆ

ถึงแม้จะไม่รู้จักกัน แต่เพราะความมีน้ำใจของเขาทำให้ผมอดที่จะเชียร์อยู่ในใจไม่ได้...



เชียร์ให้เขาชนะ



++++++++++++++++++++



'อ๊ะ!' ผมอุทานในใจ เมื่อเดินขึ้นมาบนรถเมล์แล้วเห็นคนที่มองหาตลอดทั้งสัปดาห์นั่งอยู่ด้านหลังพร้อมกับเพื่อนอีกสามสี่คน ทุกคนใส่ช๊อปแสดงสัญลักษณ์ของสถาบันที่เรียนอยู่เด่นหรา... ผมเดินเข้าไปยืนใกล้ๆ พวกเขาแล้วเปิดกระเป๋าเป้หยิบหนังสือของอีกฝ่ายที่ผมนำติดตัวมาทุกวันออกมา...

เขานั่งกอดอกหลับตานิ่ง... ไม่แน่ใจว่าแค่พักสายตาหรือว่าหลับจริง เพื่อนๆ ของเขามองหน้าผมกับหนังสือที่ยื่นให้สลับไปมา

"ของคนนั้น" ผมบอกแล้วบุ้ยใบ้ไปยังคนที่หลับตาอยู่

เพื่อนคนหนึ่งที่นั่งติดกับเขาใช้ศอกกระทุ้ง ปลุกให้ตื่น "เฮ้ย ไอ้ซัน หนังสือมึงป๊ะเนี่ย"

เขาลืมตางัวเงียๆ แล้วมองตรงมาที่ผมงงๆ ก่อนที่ตาแดงๆ เพราะนอนไม่เต็มอิ่มจะเบิกกว้างขึ้นเหมือนกับว่าจำได้ พร้อมกันนั้นเสียงอุทานเบาๆ ก็เล็ดรอดออกมา "อ้าว"

"รู้จักกันเหรอวะ" เพื่อนคนหนึ่งที่หน้าตายังมีรอยฟกช้ำดำเขียวถามขึ้น ผมเดาว่าคนนี้คงจะเป็นคนที่เขาไปช่วยวันนั้นแน่ๆ

เขาไม่ตอบอะไร แต่ลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าให้ผมนั่ง แต่ผมปฏิเสธ "ไม่เป็นไร นั่งเถอะ"

"นั่งเถอะ อุตส่าห์เก็บหนังสือไว้ให้" เขาคงอยากจะตอบแทน ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย แต่ก่อนที่ผมจะปฏิเสธอีกครั้ง เพื่อนของเขาก็บอก "นั่งเบียดๆ กันก็ได้ ไม่ต้องลุกหรอก... ไอ้ปอม ไอ้โอ้ ขยับหน่อยซิ นั่งกินที่จริงๆ พวกมึง"

พอเพื่อนเขาขยับนั่งตรงๆ ที่ว่างก็เหลือพอสำหรับสองคนนั่ง... พยักเพยิดให้ผมไปนั่งด้านใน แล้วตัวเขาก็นั่งลงข้างๆ ทำให้ผมเห็นรอยม่วงๆ ที่โหนกแก้มข้างซ้ายของเขาชัดเจน...

ผมกับเขานั่งเงียบไม่ได้พูดอะไร ได้ยินแต่เสียงเพื่อนๆ ของเขาที่เล่าเรื่องทะลึ่งและหัวเราะกัน...

"เรียนที่มอ A?" ก่อนจะถึงป้ายที่ผมจะลงประมาณสามป้ายเขาก็ถามขึ้น... เมื่อผมหันไปมองอย่างสงสัยว่าทำไมรู้ เขาก็ชี้มายังเนคไทที่ผมผูกอยู่ ซึ่งมีตรามหา'ลัยเด่นหรา...

ผมทำหน้าอ๋อ แล้วบอก "อื้ม... เรียนบริหาร"

"ยากมั้ย"

"ก็... ยากบางวิชา บางวิชาก็ง่าย"

"ยากวิชาอะไร"

"พิมพ์ดีด" เป็นวิชาที่ไม่ถนัดจริงๆ "พิมพ์ทีไรต้องมองแป้นทุกที"

เขายิ้ม "ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่ง... แต่ต้องพยายามอย่ามองแป้น ไม่งั้นมันจะติด"

"อือ" ผมพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะรีบลุกขึ้นอย่างร้อนรน เขาก็ขยับยืนตาม "ถึงแล้ว?"

ผมพยักหน้า แล้วรีบเดินไปที่ประตูทางลง... พอลงมาแล้วก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกลาก็หันไปมอง เห็นเขาขยับมานั่งชิดริมหน้าต่างแทนที่ผมและกำลังมองมาพอดีจึงยิ้มให้...



เขาพยักหน้าและยิ้มตอบ...



++++++++++++++++++++



"อ้าว" สามครั้งแล้วที่ผมบังเอิญเจอกับเขา... ปากมันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

เขาก็ยิ้มเช่นกัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนหลบทางให้ผมขยับเข้าไปนั่งข้างใน... กำลังจะบอกว่าผมลงก่อน แต่นึกขึ้นได้ หากมีเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจ เขาคงออกลำบาก ผมจึงขยับเข้าไปนั่งข้างในโดยไม่โต้แย้ง...

เมื่อกระเป๋ารถเดินมาเก็บเงิน ขณะที่ผมกำลังหาเศษ คนที่นั่งด้านนอกก็ยื่นแบงค์ยี่สิบให้กระเป๋ารถแทน...

ได้เงินครบตามจำนวนค่าตั๋ว ผมก็คืนให้กับคนที่ออกไปก่อน "อ๊ะ คืน"

เขาไม่พูดอะไร แต่ดันมือผมกลับ...

เรานั่งจ้องตากันอยู่ชั่วครู ในที่สุดผมก็ต้องเป็นฝ่ายถอย ยอมเก็บเงินใส่กระเป๋า "ขอบคุณ"

และเขาก็ไม่พูดอะไรอีกเช่นเคย...

เรานั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกระทั่งถึงป้ายที่ผมจะลง เขาก็ลุกขึ้นยืนเหมือนจำได้ แต่เมื่อผมลุกขึ้นยืนเตรียมตัวลง ก็ได้ยินเขาถามเบาๆ "ไปส่งได้มั้ย"

หันไปมอง... เขาเสมองไปทางอื่น ไม่ยอมสบตา แก้มทั้งสองข้างเป็นสีระเรื่อที่ไม่ได้เกิดจากความร้อนของไอแดด

ผมพยักหน้า แต่กลัวเขาจะไม่เห็น จึงตอบ "อื้อ..." แล้วเดินไปที่ประตู ใบหน้าร้อนวูบวาบ... แก้มผมคงแดงไม่แพ้เขา

ระยะทางอันแสนยาวไกลยามที่ผมต้องเดินไปคนเดียวกลับดูใกล้เกินไปเมื่อมีเขามาเดินเป็นเพื่อน...

เราเดินไปด้วยกันเงียบๆ ไม่มีใครชวนใครคุย... แต่ผมกลับไม่รู้สึกอึดอัดสักนิดเดียว

"หลังนี้แหละ" ผมบอกพร้อมกับหยุดเดินเมื่อเรามาถึงบ้านไม้สองชั้นเก่าๆ หลังหนึ่ง ไขกุญแจที่คล้องอยู่กับสายยูออก แล้วผมก็ถามคนที่มาส่ง "เข้าไปกินน้ำก่อนมั้ย"

เขาส่ายหน้า สายตากวาดไปรอบๆ "อยู่กับใคร"

"พี่สาว" ผมตอบ ส่วนมือก็หมุนสายยูแก้เขิน "แต่ตอนนี้ไม่อยู่หรอก ไปทำงาน"


พ่อกับแม่เสียตั้งแต่ผมยังเด็ก พี่สาวที่อายุมากกว่าเกือบสิบปีจึงเป็นเสมือนทั้งพ่อและแม่ของผม... เธอออกจากมหา'ลัยชื่อดังเพื่อทำงานหาเลี้ยงผมที่ยังเด็ก แล้วลงเรียนที่มหา'ลัยเปิดแทน... ด้วยความที่เป็นคนมีความสามารถ ถึงแม้จะไม่ได้จบจากมหา'ลัยที่มีชื่อเสียง แต่ก็ทำงานเข้าตาเจ้านายจึงได้มีตำแหน่งและกินเงินเดือนไม่แพ้กับคนรุ่นเดียวกันที่จบมาจากมหา'ลัยดังๆ เลย...

พี่สาวผมเป็นคนสวย เธอเคยมีแฟนที่คบกันจริงจังจนถึงขั้นจะแต่งงาน แต่ฝ่ายชายรับไม่ได้ที่จะต้องมีผมเป็นภาระ และพี่สาวผมก็ไม่ยอมทิ้งผม... นั่นจึงเป็นจุดแตกหัก และทำให้พี่สาวผมเลิกกับแฟนคนนั้น

นอกจากแฟนคนที่คบกับมาเกือบสิบปีแล้ว ชายหนุ่มอีกหลายคนที่พยายามเข้ามาทำความสนิทสนมกับพี่สาวผม แต่เธอก็บอก... จนกว่าผมจะเรียนจบและทำงานเลี้ยงตัวเองได้ เธอจึงจะยอมมีแฟน เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างเดิมอีก...

ผมซาบซึ้งและรู้ดีว่าพี่สาวต้องเสียสละอะไรหลายๆ อย่างเพื่อผม... สิ่งเดียวที่ผมพอจะตอบแทนเธอได้ก็คือ ตั้งใจเรียนให้ได้เกรดดีๆ เพื่อที่จะได้มีงานดีๆ ทำ และไม่ต้องเป็นภาระของเธออีกต่อไป


"อืม... เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวจะกลับแล้ว" เสียงสั่งของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้ผมหลุดจากภวังค์หันมาสนใจกับเหตุการณ์ปัจจุบัน

พยักหน้าแล้วผมก็สอดมือเข้าไปปลดกลอนจากด้านใน ก่อนจะบอกลาคนที่มาส่ง "แล้วเจอกัน"

"เดี๋ยว!" เขาเรียกเสียงดังเมื่อผมเปิดประตูรั้วจะเข้าบ้าน... ผมหันไปมองเป็นเชิงถาม เขาก็อึกๆ อักๆ ก่อนจะพูดต่อ "อะ เอ่อ... คือ...ชื่อ"

พอเห็นเขาหน้าแดง ผมก็พลอยแดงตามไปด้วย แถมเสียงยังสั่นพอกัน "มูน"

"พระจันทร์?" ผมว่า เขาไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นชื่อจริงของผม... แต่ผมก็อยากจะบอก "อันนั้นชื่อจริง"

ผมว่าเขาคงจะแปลกใจที่ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นมีความหมายเดียวกัน... แต่เขากลับยิ้ม ก่อนจะชี้ตัวเองแล้วบอก "ซัน" ผมรู้แล้ว ตั้งแต่ตอนที่เพื่อนเขาเรียกคราวนั้น

แต่สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจยิ่งกว่า ก็เมื่อเขาพูดต่อ "...พันแสง"

'ว้าว! พระจันทร์กับพันแสง' ผมคิดในใจ แต่เสียงที่ออกมากับทุ้มกว่าของผม "พระจันทร์กับพันแสง"

แล้วใครจะรู้ว่าในอีกสิบปีข้างหน้า...ชื่อนี้จะถูกนำมาใช้เป็นชื่ออู่ซ่อมรถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดทางภาคเหนือแห่งหนึ่ง



'อู่พระจันทร์กับพันแสง'

 

+++++++++++++++++++++++++

กร๊ากกกก จบแบบงงๆ   :a5: :a5: :a5:   เขียนยาวไม่ได้ เดี๋ยวคนเขียนติดลม 555+


Note: พันแสง = พระอาทิตย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-10-2013 14:33:43 โดย rainbow67 »
นิยายเรื่องอื่นของคนเขียน

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=36869.msg2301697#msg2301697

ออฟไลน์ armmyrine

  • ริว~ไผ่ FOREVER
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 44
อุกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด :m3: เราชอบอ้ะ  กำลังน่ารักเลย

 :m13: ไม่เขียนต่อหรอตัวเอง  จบซะงั๊น :m17: เนื้อคู่ ตั้งแต่ชื่อเลยนะ :laugh:
เรานิยมความ~หวานนนนนนนนน~ เป็นอาหารโนะะะะะะะะะะะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ u_cosmos

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 926
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 75
พันแสง นายดูเป็นสุภาพบุรุษมีน้ำใจจัง อยากเจอคนแบบนี้บ้าง  :o8:
จีบกันน่ารักดี  ถึงจะสั้นแต่อ่านแล้วเหมือนมันอุ่นๆในตัว
เหมือนจะขัดกับเด็กช่างที่คนทั่วไปมักจะมองว่าต้องตีกันอย่างเดียว

อ่านจบแล้วรู้สึกอยากให้คนเขียนติดลมตะหงิดๆแฮะ  ^^
Manga Y แปลไทย

"...เราไม่รู้หรอกว่าทำอะไรแล้วคนที่เรารักจะมีความสุข จนกว่าจะทำแล้วเห็นผล"
"แล้วแกล่ะ" .....
"ผมไม่รู้หรอก เพราะที่อยากทำกับที่ควรทำ มันไปคนละทาง"

ออฟไลน์ jaymaza

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 312
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 25
จบแล้วอะ

ติดลมก็ได้น๊าคนเขียน ^^

ขอตอนพิเศษสักตอนได้ไหมคะ ตอนเปิดอู่ก็ได้นะน๊าาาา

ออฟไลน์ wews

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 392
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 104
น่ารัก :m3:
อ่านไปยิ้มไป :-[

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 9104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 838
แอบโรแมนติคนะเนี่ย น่ารักจัง พระจันทร์กับพันแสง >///<
เรื่องสั้นแบบนี้ก็ดีนะคะ ไม่ต้องรอตอนต่อไปอย่างทรมาน T T
แต่ยังไงก็จะรอ ^_^
✿◕‿◕✿◕•★••。✿✲•¯°•°•★•°•°´¯¤°•★•\\\BOBBY MY BABY///•★•°´¯¤°•°•★•°•°¯•✲✿。••★•◕✿◕‿◕✿

ออนไลน์ tuckky

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 860
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 235
อยากให้เขียนต่อจัง น่ารักมากกกกก  :-[
ชอบชื่อจัง  o13
ขออภัย ภูมิต้านทานดราม่าต่ำ

ออฟไลน์ milkshake✰

  • เป็ดนักขาย
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 841
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 46
หวานแบบช่างกลหรอเนี่ย 55555555
น่ารักจัง ตอนมูนเขินนี่เราเขินไปด้วยเลย
สนุกค่า รออ่านตอนต่อไปหรือไม่ก็เรื่องต่อไปนะคะ
今君が好きで

ออฟไลน์ Jaiko★

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 21
 แอร๊ยยยยยยยย :-[
อ่านแล้วเขิลมากกกก ละมุนได้อีก
อบอุ่นหัวใจ :o8:
ชอบเรื่องของพี่ทุกเรื่องเลยค่ะ สู้ๆนะคะ o13

ออฟไลน์ MEME_B

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 14
น่ารัก อบอุ่น อ่านแล้วยิ้มตามเลยค่ะ
ในเรื่องเขาเขินกัน เราก็เขินตาม 55
"แค่ 'รัก' มันก็เป็นเหตุผลแล้ว"

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 3800
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 356
น่ารักดีอะ ขอตอนพิเศษอีกตอนน๊า

ออฟไลน์ rainbow67

  • Life is like a rainbow. You need both the sun and the rain to make its colors
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 711
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงกระทืบเท้าโครมครามๆ ที่ดังมาจากชั้นสอง ทำให้หนุ่มใหญ่สองคนที่กำลังรับประทานอาหารเช้าพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ชายตัวโตมองหน้าคนที่เป็นคู่ชีวิตมามากกว่ายี่สิบปีแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรอีกหละทีนี้"

ชายหนุ่มอีกคนที่มีรูปร่างบอบบางเพราะไม่ค่อยได้ใช้แรงงานสักเท่าไหร่เบ้ปากแล้วยักไหล่ "เดี๋ยวก็รู้"

และก็เป็นดังเช่นชายตัวเล็กบอก เมื่อเสียงกระทืบเท้าเงียบหายไป กลายเป็นเสียงวิ่งโครมครามๆ ลงบันใดมา "คุณพ่อ!!!!"

คนโดนเรียกทำหน้านิ่ว จนกระทั่งคนเรียกวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็ดุเบาๆ "มีอะไร แล้วทำไมไม่เดินดีๆ เดี๋ยวก็หล่นลงมาแข้งขาหัก" แต่คนโดนดุก็ไม่กลัว เดินไปกอดแขนอีกฝ่ายอย่างประจบ แล้วบอกความต้องการของตัวเอง "คุณพ่อ บอกพี่ไนท์ให้หน่อยว่าให้พันไปเที่ยวกับเพื่อนได้ นะครับ น้าาาา"

"เที่ยวที่ไหน" คนเป็นพ่อถาม แต่คนตอบกลับไม่ใช่คนที่กอดแขนอยู่ "ภูเก็ต"

หนุ่มใหญ่สองคนทำตาโต มองลูกชายคนโตที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นสองสลับกับลูกชายคนเล็กที่นั่งออดอ้อนอยู่ใกล้ๆ ก่อนคนตัวโตจะเอ่ยถามออกมา "มีใครไปบ้าง"

"ก็มี ไอ้ต้อง ไอ้โป้ง ไอ้ดิว ไอ้น้อง แล้วก็พัน ห้าคน" พันทิวาบอกเสียงอ่อย เห็นเค้าว่างานนี้คงไม่ถูกตามใจง่ายๆ

"แล้วจะไปพักที่ไหนกัน"

"รีสอร์ทของพ่อไอ้น้อง"

"จะไปกี่วัน" พ่ออีกคนถามเสียงเรียบก่อนจะยกกาแฟขึ้นดื่ม

"อาทิตย์นึงครับ" เมื่อคนที่มีอำนาจชี้ขาดเอ่ยปากถาม เจ้าตัวเล็กก็เหมือนจะเห็นความหวังเรืองรอง รีบส่งเสียงออดอ้อน "พ่อจ๋าให้พันไปนะ พันสัญญาจะระวังตัว"

พระจันทร์วางถ้วยกาแฟลง ก่อนจะบอกเสียงเรียบ "ไปได้ ถ้าพี่ไนท์ไปด้วย"

"แต่..." เจ้าตัวเล็กอ้าปากแย้ง

"ไม่มีแต่" คนเป็นพ่อเอ่ยขัด ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกระเป๋าเอกสารแล้วชะโงกหน้าไปจุ๊บแก้มคู่ชีวิตที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับลูกชายคนเล็กที่กำลังทำหน้ามุ่ยอีกคน  "เลือกเอา ไปกับพี่ไนท์ หรือไม่ต้องไปเลย"

พอคล้อยหลังของพระจันทร์ คนเป็นลูกก็รีบหาพวก "คุณพ่อ..."

"ไม่เอาน่า พี่ไนท์ไปด้วยจะได้คอยดูแลเรากับเพื่อนๆ ไง ยิ่งโก๊ะๆ อยู่ด้วย แต่ละคน" พันแสงว่ายิ้มๆ ยกมือลูบศีรษะลูกคนเล็กอย่างเอ็นดู ถึงแม้อีกฝ่ายจะชอบหาเรื่องมาให้ปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่เพราะความช่างออดช่างอ้อนจึงทำให้เขาโกรธไม่ลงซักที หากไม่มีพระจันทร์คอยขัด ป่านนี้เจ้าตัวเล็กอาจจะเสียผู้เสียคนเพราะถูกเขาตามใจเป็นแน่...



++++++++++++++++++++




"พี่ไนท์นอนกับไอ้น้องนะ เดี๋ยวพันนอนกับไอ้ดิว" พันทิวาบอกพี่ชาย เพราะหวังจะเปิดทางให้เพื่อนสนิทที่หลงรักพี่ของตน

รัตตินิ่วหน้า ก่อนจะพูดเสียงเรียบ "พันนอนกับพี่"

"แต่..."

"ไม่มีแต่"

เพราะโดนคุมมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะโตแล้วแต่พันทิวาก็ยังไม่ค่อยจะกล้าหือกับอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ เด็กหนุ่มหันไปยิ้มแหยๆ ให้กับเพื่อนแล้วยักไหล่เหมือนกับจะบอกว่า 'โทษทีนะ ช่วยไม่ได้จริงๆ' ก่อนจะวิ่งตามพี่ชายที่เดินออกหน้าไปก่อนแล้ว...

"เจอกันที่สระนะ" น้องตะโกนบอกเพื่อน

พันทิวาหันกลับมาแล้วทำสัญญาณว่ามือว่าโอเค...

...................

.............

........

"จะไปไหน" รัตติถามคนเป็นน้องเสียงดุ เมื่ออีกฝ่ายเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีกางเกงว่ายน้ำใส่อยู่เพียงตัวเดียว

"ไปเล่นน้ำ" พันทิวาตอบแล้วมองพี่ชายงงๆ

"ไปเปลี่ยนกางเกง... ใส่ขาสั้น" ชายหนุ่มสั่ง ก่อนจะหันไปจัดการแขวนชุดใส่ไว้ในตู้ต่อ

คนเป็นน้องทำหน้ามุ่ย "เปลี่ยนทำไม ก็พันจะไปเล่นน้ำ นี่ก็กางเกงว่ายน้ำ"

"ไปเปลี่ยน" คนเป็นพี่ยังคงพูดเรียบๆ เหมือนเดิม

"ไม่"

"งั้นก็ไม่ต้องไป"

"จะไป" เด็กหนุ่มยังคงรั้น ยืนกอดอกเม้มปากแน่น...

"ก็ลองดู" รัตติว่า แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหรือไม่เชื่อฟัง

เด็กหนุ่มมองตามแผ่นหลังของพี่ชายที่หายลับเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ได้แต่ทำท่าฮึดฮัดๆ แต่ก็ไม่กล้าจะเดินออกไปจากห้อง... ร่างบางกระโดดขึ้นไปบนเตียงแล้วรัวกำปั้นเล็กๆ ใส่หมอนเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนเจ้าตัวจะกดหน้าลงไปแล้วตะโกนเสียงอู้อี้ "โว๊ย!!! ไอ้พี่บ้า!!!" แต่พอได้ยินเสียงแกร๊กของประตูห้องน้ำ คนเจ้าอารมณ์ก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วกอดอกทำปากยื่นเหมือนเดิม

รัตติเหล่ตามมองเจ้าตัวเล็กที่นั่งหน้าตูมอยู่บนเตียงแล้วแอบอมยิ้ม ก่อนจะทำเหมือนไม่สนใจ นั่งลงบนเตียงอีกฝั่งแล้วเอนพิงหัวเตียงหยิบรีโมททีวีมาเปิดหารายการที่ชอบอย่างสบายใจ

หน้าตูมๆ ยิ่งตูมหนักยิ่งขึ้นเมื่อพี่ชายไม่สนใจ เด็กหนุ่มรอให้อีกฝ่ายง้อจนเซ็ง แล้วในที่สุดก็ทนไม่ไหวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินกระแทกเท้าปังๆ ไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงขาสั้นมาเปลี่ยนตามที่อีกฝ่ายต้องการ ก่อนจะเดินมาหยุดลงตรงหน้าพี่ชาย แล้วถามเสียงกระชากๆ "ไปได้ยัง"

"พูดดีๆ" รัตติดุ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน

หน้าร้อนวาบด้วยความละอาย เด็กหนุ่มพูดเสียงเบา "ไปได้ยังครับ"

ชายหนุ่มไม่ตอบ ลุกไปหยิบคีย์การ์ดและกระเป๋าสตางค์ที่โต๊ะข้างทีวี แล้วเดินนำออกไป

...................

.............

........

"ไมมาช้าจัง" น้องถามเมื่อเพื่อนสนิทและพี่ชายเดินมาถึง คนโดนถามก็ย่นจมูกแต่ไม่ตอบ ก่อนจะถามไปคนละเรื่อง "ใส่เกงขาสั้นเล่นได้ป๊ะ"

ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทมองสำรวจการแต่งกายของเพื่อนแล้วก็พยักหน้า "ได้" ก่อนจะถามชายหนุ่มที่ตนหลงรัก "พี่ไนท์ไม่เล่นน้ำเหรอครับ"

รัตติส่ายหน้า "เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเล่น"

"งั้นเฝ้าของไปนะ" คนเป็นน้องบอก ก่อนจะพยักพเยิดกับเพื่อน "ป๊ะ พวกเรา" แล้วโดยที่ไม่ยอมรอใคร ร่างบางก็กระโดดลงสระเสียงดัง "ตูม!!"

เสียงวี๊ดว๊ายโวยวายของคนที่นอนอาบแดดอยู่รอบสระดังขึ้น และบางคนถึงกับทำตาเขียวเมื่อน้ำกระฉอกไปโดน แต่พอตัวการโผล่ศีรษะขึ้นมาจากน้ำพร้อมเสียงหัวเราะใสๆ หลายคนก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้...

"ไปเถอะ เดี๋ยวพี่เฝ้าของให้" รัตติบอกเพื่อนของน้องชายเมื่อยังไม่มีใครขยับ เพราะไม่อยากให้พันทิวาอยู่ในสระคนเดียวเป็นเวลานาน... ดวงตาคมภายใต้แว่นกันแดดสีดำกวาดมองไปโดยรอบ เห็นสายตาหลายคู่กำลังมองไปยังร่างผอมบางอย่างเด็กที่ยังโตไม่เต็มวัยของน้องชายแล้วก็รู้สึกไม่ชอบใจ แต่จะห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเล่นน้ำต่อก็คงไม่ได้ จึงทำได้เพียงคอยเฝ้าระวังไม่ให้เจ้าของสายตาเหล่านั้นทำอะไรได้มากกว่าดู

...................

.............

........

เล่นน้ำไปได้สักครู่ อารมณ์ไม่ดีที่เกิดจากการถูกพี่ชายขัดใจก็หายเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางมองหาพี่ชายเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก็กลัวว่าชายหนุ่มจะเหงา จึงว่ายน้ำไปเกาะที่ขอบสระแล้วเอ่ยชวน "พี่ไนท์มาเล่นน้ำกัน"

"แล้วใครจะเฝ้าของ" รัตติว่า ทั้งๆ ที่ใจจริงก็คิดจะลงอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าเจ้าของสายตาที่ไม่น่าไว้ใจหลายคู่ เริ่มจะขยับเข้ามาหากลุ่มของน้องชายเขามากขึ้นทุกที

ร่างบางปีนขึ้นมาบนขอบสระ แล้วเดินมาดึงแขนอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น "ช่างมันเหอะ ของแค่นี้เอง ใครจะมาขโมย"

"พี่ไนท์ไปเล่นเถอะครับ เดี๋ยวดิวเฝ้าเอง จะขึ้นพอดี หนาว" เด็กหนุ่มหน้าตี๋ที่ว่ายมาเกาะอยู่ตรงขอบสระอีกคนบอก แล้วปีนขึ้นมาหยิบผ้าขนหนูห่มตัว

เมื่อมีคนอาสา ร่างสูงจึงถอดเสื้อและแว่นกันแดดวางไว้ตรงเก้าอี้ ก่อนจะหย่อนตัวลงน้ำตามน้องชายไป... พอชายหนุ่มลงไปยืนในน้ำเรียบร้อย คนเป็นน้องก็รีบว่ายมากอดคอไว้

"อะไรเนี่ย" รัตติแกล้งว่า

"เมื่อยอะ ขี้เกียจว่ายแล้ว"

"เมื่อยก็ขึ้นสิ"

"ไม่เอา ยังอยากเล่นอยู่" เจ้าตัวเล็กบอกเสียงอ้อนๆ คนเป็นพี่ก็ไม่ว่าอะไร เดินลุยน้ำไปหาเพื่อนๆ ของน้องชายที่กำลังเล่นสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน...



++++++++++++++++++++



"ใช้มือสิ" รัตติบอกคนเป็นน้องที่กำลังใช้ส้อมงัดเปลือกกุ้งอย่างรำคาญลูกตา "ทำยังงั้นเมื่อไหร่จะได้กิน"

คนโดนว่าทำหน้ามุ่ย "ก็ไม่อยากให้มือเปื้อนอะ"

ชายหนุ่มส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะหยิบกุ้งของตัวเองที่แกะเปลือกออกเรียบร้อยแล้วใส่ไปในจานน้องชาย แล้วหยิบกุ้งที่อีกฝ่ายพยายามใช้ส้อมงัดแงะมาแกะเปลือกให้อีกตัว แต่ก็ยังไม่วายบ่น "เรื่องเยอะจริงๆ"

คนเรื่องเยอะอมยิ้ม ตักน้ำจิ้มราดบนตัวกุ้งแล้วใช้ส้อมจิ้มเข้าปาก ไม่สนใจเสียงบ่นของพี่ชาย "อืม... อาหย่อย"

"เอาปูด้วยมั้ยครับคุณชาย" รัตติประชด แต่คนเป็นน้องก็ไม่สน พยักหน้าหงึกๆ "เอาครับ"

ร่างสูงส่ายหน้า แต่ริมฝีปากเปื้อนยิ้ม หยิบครีมมาบีบก้ามปูแล้วแกะเปลือกออกจนเหลือแต่เนื้อปูขาวๆ ก่อนยื่นให้เจ้าตัวเล็กที่ตักน้ำจิ้มมาราดแล้วแทนที่จะยื่นเข้าปากตัวเอง กลับยื่นใส่ปากคนเป็นพี่แทน และเมื่อชายหนุ่มกลืนลงคอเรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มก็ถามอย่างกระตือรือร้น "หร่อยป๊ะ"

"อร่อย" รัตติตอบพร้อมกับบีบก้ามปูก้ามใหม่ส่งให้น้องชาย ซึ่งคราวนี้เจ้าตัวก็ราดน้ำจิ้มเหมือนเดิมแต่ยื่นเข้าปากตัวเองบ้าง

คนเป็นพี่คอยแกะกุ้งบ้างปูบ้างยื่นให้น้องชาย ส่วนคนเป็นน้องก็กินเองบ้างป้อนพี่ชายบ้าง โดยไม่ได้สนใจเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆ เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของพวกเขาแค่สองคน จนกระทั่งเด็กหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกับพี่ชายเพื่อนกระแอมออกมาดังๆ จึงทำให้ทั้งสองคนหันมามองด้วยความแปลกใจ

"เป็นไร" พันทิวาถามอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะมือก็ยังคงสาละวนกับการตักน้ำจิ้มมาราดเนื้อปูแล้วยื่นเข้าปาก... เคี้ยวอย่างมีความสุข

โป้งยักไหล่ แล้วบอก "อิจฉามึงนั่นแหละ มีคนแกะกุ้งแกะปูให้ สบายเลย"

"เอ้า แล้วก็ไม่บอก... พี่ไนท์แกะให้มันหน่อยดิ"

"กูอยากกินในจานมึงอะ" โป้งแกล้งว่า แต่อีกคนไม่แกล้งด้วย "มะเหงกแหนะ อันนี้ของกูคนเดียวเว้ย"

"ไอ้งก"

พันทิวายักคิ้วให้เพื่อนเย้ยๆ "ไมอะ งกแล้วอร่อย ยอมเว้ย" แล้วพอเพื่อนยื่นมือมาจะหยิบก้ามปูในจาน เด็กหนุ่มก็ตีมืออีกฝ่ายดังเพี๊ยะ "เดี๋ยวโดน"

"โห ไอ้พัน แค่ปูแค่เนี้ย มึงถึงกับทำร้ายเพื่อนเลยเหรอ" โป้งแกล้งน้อยใจ แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก รู้ดีว่าอีกฝ่ายแกล้งทำ พันทิวาจึงไม่สะทกสะท้าน ยังคงยักคิ้วหลิ่วตากวนๆ เหมือนเดิม "แค่ปู มึงก็หากินเองดิ"

และก่อนที่ศึกระหว่างเพื่อนซี้จะลามเลยไปมากกว่านี้ เสียงเพลงจากมือถือของคนที่มีอายุมากที่สุดในโต๊ะก็ดังขึ้น... ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปคุยด้านนอก เพราะไม่อยากตะโกนคุยแข่งกับเสียงในร้านอาหาร

"ครับ?"

[ไนท์ น้องเป็นไงบ้าง] ถามแบบนี้ หากเป็นคนอื่นคงน้อยใจแย่ ว่าอะไรๆ ก็น้อง แต่เพราะเขาเองก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันเวลาที่เจ้าตัวเล็กไม่ได้อยู่ในสายตา ทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อดี "สบายดีครับ กินปูกินกุ้งอร่อยเลย"

[เหรอ... สนุกใหญ่เลยหละสิ]

"ครับ... ตั้งแต่มาถึงก็ไปโดดน้ำที่สระก่อนเลย"

[แล้วไปเที่ยวไหนกันมาบ้าง]

"ยังเลยครับ อยู่แค่รีสอร์ทนี่แหละ เพิ่งจะออกมากินอาหารทะเลที่ร้าน ZZ ตอนค่ำ"

[อืม... แล้วน้องอยู่ใกล้ๆ ป๊ะ ขอพ่อคุยด้วยหน่อย]

"ครับ แป๊บนะครับ" ร่างสูงเดินไปยืนตรงจุดที่อยู่ในสายตาของน้องชาย จนเมื่ออีกฝ่ายมองมาก็กวักมือเรียกให้ออกมาหา เมื่อร่างบางเดินมาถึงก็ยื่นมือถือให้ "คุณพ่อจะคุยด้วย"

รับมือถือมาแล้ว พันทิวาก็เอ่ยทักคนปลายสายเสียงใส "คุณพ่อ คิดถึงพันมั้ย"

[คิดถึง... แล้วพันหละ คิดถึงพ่อหรือเปล่า]

"คิดถึงครับ... แล้วก็คิดถึงพ่อจ๋าด้วย" เจ้าตัวเล็กรีบประจบ ก่อนจะแลบลิ้นให้พี่ชายที่กำลังทำหน้าหมั่นไส้ แล้วรีบเบี่ยงหลบฝ่ามือพิฆาตที่กำลังลอยมา พอดีกับที่คนเป็นพ่อบอก [พ่อจ๋าก็คิดถึงพันกับพี่ไนท์เหมือนกัน... อยู่นั่นต้องเชื่อฟังพี่ไนท์นะ อย่าดื้อ รู้มั้ย]

"คร๊าบบบ พันอะ เชื่อฟังพี่ไนท์ทุกอย่าง แต่พี่ไนท์อะดิ ชอบรังแกพัน"

[รังแกอะไร] แล้วเจ้าตัวเล็กของพ่อและพี่ก็ฟ้องเรื่องกางเกงว่ายน้ำให้คนเป็นพ่อฟัง แต่แทนที่อีกฝ่ายจะเข้าข้างกลับบอก [พี่ไนท์ทำถูกแล้ว คราวหลังก็อย่าไปเถียง]

"อ้าว" พันทิวาอุทานแล้วทำหน้ามุ่ย "คุณพ่อเข้าข้างพี่ไนท์ ไม่คุยด้วยแล้ว คุยกับพ่อจ๋าดีกว่า"

เสียงหัวเราะหึๆ ดังมาจากคนปลายสาย แล้วสักครู่เสียงทุ้มนุ่มของพ่ออีกคนก็ดังขึ้น [พัน เป็นไงลูก สนุกมั้ย]

"สนุกครับ... แล้วก็สวยมากกกกกก" เด็กหนุ่มลากเสียงยาวเพื่อบอกให้รู้ว่าสวยมากจริงๆ

ทั้งสองคนคุยโน่นคุยนี่กันอยู่สักครู่ คนเป็นพ่อก็บอกลา แต่ก่อนจะลาก็ยังคงย้ำเหมือนพ่อคนแรก [อยู่ที่นั่นต้องเชื่อฟังพี่ไนท์นะครับ อย่าดื้อ]

"คร๊าบบบ" 

เมื่อลูกคนเล็กรับปาก ถึงจะไม่เต็มใจ แต่พระจันทร์ก็เชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่กระนั้นก็ยังอดห่วงไม่ได้ จึงขอคุยกับลูกคนโตเพื่อย้ำอีกครั้ง [ไนท์ ดูน้องดีๆ นะลูก อย่าปล่อยไปไหนมาไหนคนเดียว]

"ครับ พ่อจ๋าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญา จะดูแลน้องอย่างดี"



++++++++++++++++++++

 :bye2: :bye2: :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-10-2012 21:20:40 โดย rainbow67 »
นิยายเรื่องอื่นของคนเขียน

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=36869.msg2301697#msg2301697

ออฟไลน์ armmyrine

  • ริว~ไผ่ FOREVER
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 44
อ้าว. รุ่นลูกละ มาไงหว่าาา :man1:  แต่เราดีใจนะที่มีตอนพิเศษ

 :m15:  ตัวเอง อิ่มยังอ้ะ. เค้ารออยู่นะ พี่น้องรักกันยังไง :serius2:
เรานิยมความ~หวานนนนนนนนน~ เป็นอาหารโนะะะะะะะะะะะ

ออฟไลน์ Sofa

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 236
มารอที่เหลือจ้า ครอบครัวนี้น่าร๊อกอ่ะ

ออฟไลน์ Benesmee

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 11
มารอด้วยคน มาเร็วๆ น่ะค่ะ อิอิ
ชอบตั้งแต่รุ่นพ่อนี่มารุ่นลูกด้วย น่าร้ากกกกกอ่ะ
อีกอย่างชอบชื่อตัวละครทุกคนเลยอ่ะค่ะคล้องจองกันเพราะดี  :กอด1:

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 170
รุ่นพ่อนี่ไม่หวานมากแต่ก็จับความรู้สึกได้  o13 

มารอรุ่นลูกค่ะ  :กอด1:

ออฟไลน์ rainbow67

  • Life is like a rainbow. You need both the sun and the rain to make its colors
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 711
สองอาทิตย์ต่อมา....

รัตติอ่านข้อความในจดหมายที่มีตราของมหาวิทยาลัยที่เขาสมัครไว้ด้วยความรู้สึกตรงกันข้ามกับที่ควรจะเป็น...


Dear Mr Pissanurak,

We are delighted to know you have been admitted to Stanford University and look forward to meeting you in....


เขาควรจะดีใจสิ ที่มหาวิทยาลัยในฝันของหลายๆ คนตอบรับมา...

แต่ทำไมในใจมันโหวงๆ ชอบกล


'หรือคนข้างบนต้องการให้เป็นแบบนี้จริงๆ'


ชายหนุ่มพับจดหมายใส่ซองแล้วสอดเก็บไว้ในลิ้นชักของโต๊ะอ่านหนังสือ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอน แขนข้างหนึ่งถูกยกขึ้นก่ายหน้าผากโดยไม่รู้ตัว...

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นระยะๆ และคงจะดังไปอีกเรื่อยๆ หากไม่โดนเสียงเคาะประตูขัดจังหวะเสียก่อน...

ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาติ คนเคาะก็ถือวิสาสะเปิดผลั๊วะเข้ามา เพราะถือว่าเคาะให้สัญญาณเรียบร้อยแล้ว "พี่ไนท์ พ่อจ๋าให้มาตามไปกินข้าว"

ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง แล้วบอก "ขอล้างหน้าก่อน เดี๋ยวตามไป"

"เป็นไรอะ ไม่สบายเหรอ" พันทิวาถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นพี่ชายเดินเซื่องๆ เหมือนไม่มีแรง ยิ่งกว่านั้น เมื่อตะกี้ที่เขาเปิดประตูผลั๊วะเข้ามา อีกฝ่ายก็ยังเฉยๆ ทั้งๆ ที่หากเป็นเวลาปกติ ชายหนุ่มจะต้องดุเขาไปเรียบร้อยแล้ว...

รัตติส่ายศีรษะ "เปล่า... สบายดี"

เมื่อพี่ชายบอกเช่นนั้น คนเป็นน้องก็ยักไหล่ พร้อมกับนึกในใจ 'สงสัยจะอกหัก' ก่อนจะบอก "งั้นพันลงไปก่อนละกัน พี่ไนท์รีบลงไปนะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย วันนี้พันช่วยพ่อจ๋าทำกับข้าวด้วยนะ นานๆ จะแสดงฝีมือ เดี๋ยวอดชิมไม่รู้ด้วย"

"งั้น เดี๋ยวอีกสักครึ่งชั่วโมงพี่ค่อยลงไปดีกว่า" รัตติแกล้งว่ายิ้มๆ

"เธ่อ เดี๋ยวได้กินแล้วจะติดใจ จะมาร้องขอให้พันทำให้อีกอะดิ" พันทิวาแลบลิ้นให้พี่ชาย แต่นัยน์ตาพราวระยับด้วยเพราะอารมณ์ดี และรู้สึกสบายใจขึ้นที่หน้าหมองๆ ของอีกฝ่ายคลายลง ไม่เหมือนเมื่อตะกี้...

แต่เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงงับประตู รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางลงจนเหลือแต่ความเศร้าหมองในแววตา...

เมื่อไหร่กันที่น้องชายไม่ได้เป็นแค่น้องชายอีกต่อไป...

หลายครั้งที่พยายามตัดใจ... แต่ก็เป็นไปไม่ได้

หลายครั้งที่อยากถอยห่าง... แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้


เขาไม่รู้จะทำยังไง...


บอกความจริง... และเสี่ยงต่อการทำลายครอบครัวที่อบอุ่นในตอนนี้


หรือหนีไปให้ไกล... และเก็บความลับนี้ไว้กับตัวไปจนตาย


และนั่นทำให้เขาส่งใบสมัครไป... ในเมื่อตัดสินใจเองไม่ได้ ก็ขอให้คนข้างบนเป็นผู้กำหนดแทนแล้วกัน...



++++++++++++++++++++



หนึ่งเดือนต่อมา...

"ทุกคนครับ... ผมมีเรื่องจะบอก" รัตติเอ่ยออกมา หลังจากที่เห็นว่าทุกคนบนโต๊ะรับประทานอาหารกันจนอิ่มแล้ว

สายตาสามคู่หันมามองคนพูดด้วยความสนใจ ก่อนที่คนอายุน้อยที่สุดจะพูดล้อๆ เพื่อให้พี่ชายคลายใบหน้าเคร่งเครียดลง "มีไรครับ พี่ไนท์จะพาแฟนมาเปิดตัวใช่มั้ย"

คนเป็นพี่ยิ้มฝืนๆ เห็นรอยยิ้มของน้องชายแล้วก็พูดไม่ออก จึงเดินไปหยิบซองจดหมายตรงตู้โชว์ที่เอามาวางไว้ตั้งแต่เช้า เพราะหวังว่าจะมีใครมาเห็นและเขาไม่ต้องบอกด้วยตัวเอง แต่ดูเหมือนชะตากำหนดให้เขาเป็นผู้ทำลายความสุขบนใบหน้าของทุกคน จึงไม่มีใครเจอซองจดหมายเด่นสะดุดตาฉบับนี้...

แค่เห็นตรามหาวิทยาลัยบนซอง พระจันทร์ก็ใจหายวาบ มือสั่นๆ ดึงกระดาษจดหมายออกมาจากซอง แล้วไล่สายตาไปบนตัวหนังสือ... แต่อ่านไปถึงแค่คำว่า 'We are delighted...' ชายหนุ่มก็ชะงัก เงยหน้ามองลูกชายคนโตด้วยแววตาแสนเศร้า


แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่อีกฝ่ายตัดสินใจแล้ว... เขาคงทำได้เพียงอวยพรให้ลูกโชคดี


"อะไรครับ" เสียงใสๆ เอ่ยถาม รู้สึกไม่ชอบมาพากลเมื่อคนเป็นพ่ออ่านจดหมายแล้วทำหน้าเศร้า

พระจันทร์ไม่ตอบ ยื่นจดหมายให้พันแสง ที่แม้จะห่างหายจากภาษาอังกฤษไปนาน แต่ก็พอจะเข้าใจว่าข้อความในจดหมายนั้นมีหมายความว่าอย่างไร

อดทนต่อไปไม่ไหว ร่างบางชะโงกหน้าเข้าไปอ่านจดหมายที่พ่อถืออยู่อย่างยอมเสียมารยาท เพราะความอยากรู้ว่าทำไมเมื่อใครๆ ได้อ่านจึงต้องทำหน้าเศร้ากันหมด แต่เมื่อตัวเองได้อ่าน เขาเองก็มีปฏิกิริยาคล้ายๆ กัน ต่างเพียงแค่ว่า คนอื่นสามารกลั้นน้ำตาไว้ได้...


แต่ของเขามันไหลออกมา...


"หมายความว่าไง" เด็กหนุ่มถามเสียงเครือ

ไม่อาจทนต่อสายตาตัดพ้อที่น้องชายส่งมาได้ รัตติเสมองออกไปที่สวนด้านนอก ก่อนจะพึมพำเสียงแหบ "หมายความตามนั้น"

..............................

....................

..........

ร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ในความมืดตรงระเบียงนอกห้อง สายตาทั้งคู่มองตรงไปยังร่างผอมบางของน้องชายที่นั่งร้องให้อยู่บนชิงช้าล้อรถที่คุณพ่อทำให้เมื่อสมัยที่พวกเขายังเด็ก...

หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงเข้าไปถามแล้วว่าร้องให้ทำไม ถูกใครรังแก... บอกมา เดี๋ยวพี่ไปจัดการให้

แต่ครั้งนี้... จะจัดการยังไง ในเมื่อเป็นเขาเองที่ทำให้อีกฝ่ายร้องให้

เป็นเขาเองที่ผิด...



"ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่ก็ทำให้คนที่กำลังแอบมองน้องชายเพลินๆ สะดุ้งสุดตัว... ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้องเงียบๆ ก่อนจะเปิดประตูให้คนเป็นแขก "ครับ?"

หนุ่มใหญ่มองเข้าไปในห้องลูกชายคนโตที่ไม่มีแสงสว่างเล็ดรอดออกมาแม้แต่น้อยก็ถามอย่างสงสัย "นอนหรือยัง"

"ยังครับ คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่า"

พันแสงถอนหายใจอย่างหนักอกเมื่อได้ยินเสียงเหนื่อยๆ ของคนเป็นลูก "ขอพ่อเข้าไปได้ไหม"

รัตติไม่ตอบ แต่หลีกทางให้เป็นการเชื้อเชิญ ก่อนจะกดเปิดไฟกลางห้อง... เมื่อคนเป็นพ่อเดินไปนั่งตรงโซฟาหน้าทีวี เขาจึงเดินไปนั่งใกล้ๆ "คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ"

หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบไม่ตอบ ตามองบุหรี่ที่ยังอยู่ในมือของชายหนุ่ม แล้วบอก "ขอมวนสิ"

คนเป็นลูกเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ "คุณพ่อสูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ"

"นานๆ ที" พันแสงตอบ รับบุหรี่ที่อีกฝ่ายจุดไฟให้เรียบร้อยมาถือไว้ แต่ยังไม่สูบ สายตามองไปยังใบหน้าหมองๆ ของผู้อ่อนวัยกว่าด้วยความสงสาร ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วยกบุหรี่ขึ้นดูด "เพราะเจ้าพันใช่ไหม"

"ครับ?" รัตติมองหน้าของคนเป็นพ่องงๆ

หนุ่มใหญ่ถอนหายใจอีกรอบ... ด้วยความที่อ้อมค้อมไม่ค่อยเป็น เพราะหน้าที่ในการกล่อมหรือตะล่อมถามเวลาที่ลูกๆ มีปัญหามักจะเป็นของพระจันทร์ซะส่วนใหญ่ เมื่อจะต้องเป็นคนพูดเอง พันแสงจึงไม่รู้จะทำยังไงนอกจากถามออกไปตรงๆ "ที่จะไปเรียน เพราะเจ้าพันใช่ไหม"

"มะ ไม่ใช่ครับ" คนเป็นลูกปฏิเสธตะกุกตะกัก

พันแสงหันไปมองสบตาชายหนุ่ม ไม่พูดอะไร แต่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเหมือนจะถามว่า 'แน่ใจหรือ'

รัตติหลบตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาหน่วงๆ "คุณพ่อรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"

"ปิดเทอมใหญ่ปีก่อน"

"ละ แล้ว พ่อจ๋า..."

"พ่อจ๋านั่นแหละที่รู้ก่อน"

ชายหนุ่มมองคนเป็นพ่ออย่างแปลกใจ ก่อนจะกลั้นใจถาม "แล้ว...ไม่ห้ามเหรอครับ"

พันแสงไม่ตอบ แต่มองเหม่อออกไปไกล "ปู่เป็นคนหัวโบราณ... ตอนที่พ่อกับพ่อจ๋าคบกัน ท่านรับไม่ได้ ถึงขั้นตัดพ่อตัดลูก นามสกุลท่านก็ไม่ให้ใช้" เสียงเล่าขาดหายไป พันแสงกดดับบุหรี่ ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ แล้วเล่าต่อ "ดีแต่ว่าพี่สาวของพ่อจ๋าไม่รังเกียจ... พวกเราจึงมีบ้านอยู่ และพ่อจ๋าก็ไม่ต้องเลิกเรียน"

"คุณป้า?" ถึงจะรู้ว่าตนเองเป็นลูกของคนที่กำลังพูดถึง แต่เพราะความเคยชินจึงยังติดเรียกอีกฝ่ายว่า 'ป้า' ตลอด

หนุ่มใหญ่พยักหน้า แล้วมองสบตาคนเป็นลูก "ถ้าไนท์กับพันจะรักกัน พ่อก็ไม่ว่า" เมื่อเห็นแววตามีความหวังของอีกฝ่าย พันแสงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ "แต่...."

"ครับ?"

"พ่อยังไม่อยากให้ไนท์บอกน้องตอนนี้... รอให้เจ้าพันมันโตกว่านี้หน่อย" พูดไปแล้วก็นึกถึงตัวเอง ตอนนั้นเขาก็มีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น มากกว่าเจ้าตัวเล็กแค่ปีเดียว ส่วนพระจันทร์ก็แค่สิบเก้า ใครๆ ต่างก็บอก 'เป็นความหลงชั่ววูบ' อยู่ไม่นานก็เลิกกัน แล้วดูตอนนี้สิ... ยี่สิบกว่าปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ถึงจะเคยทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ และไม่เคยสักครั้งที่คิดจะเลิกกัน... แล้วเขาจะมากะเกณฑ์ลูกเพื่ออะไร

แต่ก็นั่นแหละ... คนเป็นพ่อ ยังไงก็ยังอยากให้ลูกอยู่กับอกนานๆ "ให้ไนท์จบกลับมาก่อน..."



++++++++++++++++++++



วันเดินทาง... ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

"พี่ไนท์"

ร่างสูงหันไปมองเจ้าของเสียงใสๆ ที่ตอนนี้กำลังยืนน้ำตาคลออยู่ข้างหลังด้วยความยินดี ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาส่ง... เพราะตั้งแต่วันนั้น คนเป็นน้องก็ไม่ยอมพูดกับเขาสักคำ แม้เขาจะพยายามง้อสักเท่าไหร่ แต่อีกฝ่ายก็ใจแข็งเหลือเกิน...

รัตติอ้าแขนออก และเด็กหนุ่มก็โผเข้ามาซบอกแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร... มือใหญ่ลูบหลังลูบไหล่ของคนเป็นน้อง แต่ไม่เอ่ยปลอบ...

"รีบกลับมานะ" พันทิวาสั่งเสียงเครือ

รัตติทำใจกล้า ก้มลงจุ๊บศีรษะของคนตัวเล็กกว่าแล้วบอก "ครับ พี่จะตั้งใจเรียน จะได้รีบจบไวๆ แล้วกลับมาหาพัน..."

"อะแฮ่ม" เสียงกระแอมเบาๆ ดังมาจากหนุ่มใหญ่ตัวโตที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เหมือนจะเตือนอะไรสักอย่าง แต่แววตายิ้มๆ ทำให้คนเป็นลูกรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งทำ จึงพูดล้อๆ "กลับมาหาคุณพ่อกับพ่อจ๋าด้วยครับ"

หลังจากเสียงสะอึกสะอื้นจากลูกคนเล็กเงียบหายไป พันแสงก็ไปดึงตัวออกมาจากพี่ชาย "เอ้า เจ้าตัวเล็ก เสื้อพี่เค้าเปื้อนน้ำมูกน้ำลายเราหมดแล้ว เดี๋ยวก็หมดหล่อ หาสะใภ้กลับมาฝากพ่อไม่ได้กันพอดี"

"ห้าม" พันทิวาว่าหน้าบึ้งๆ

"ห้ามอะไร" รัตติถามยิ้มๆ

"ห้ามมีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ เดี๋ยวกลับช้า"

"ครับ... ไม่มีแน่นอน" รัตติรับคำแข็งขัน... จะมีได้ไง ก็ในเมื่อคนที่หมายปอง ยืนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว "พี่สัญญา"



จบ..... จริงๆ ไม่ต่อให้แล้วนะ เดี๋ยวเรื่องอื่นไม่ได้ต่อซะที 555+

 :bye2: :bye2: :bye2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-10-2013 14:36:56 โดย rainbow67 »
นิยายเรื่องอื่นของคนเขียน

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=36869.msg2301697#msg2301697

ออฟไลน์ Sofa

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 236
จบได้ดีค่ะ สามารถจิ้นเองต่อได้ อิอิ อย่าลืมต่อเรื่องอื่นๆนะคะ รอเสมอคร่าาา

ออฟไลน์ wews

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 392
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 104
น่ารักทั้งสองคู่ :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ MEME_B

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 14
พี่ไนท์น้องพัน~ ^ ^ สงสัยค่ะว่าสองคนนี้เป็นพี่น้องกันแท้ๆ รึเปล่า '.' ?
รอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
"แค่ 'รัก' มันก็เป็นเหตุผลแล้ว"

ออฟไลน์ bulldog17

  • เข้ามาดู❤
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 3182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 235
น่ารักทั้งสองคู่เลย :L2:
หรือจะไฟว้ ?

ออฟไลน์ Jaiko★

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 21
แต่งภาคพี่ไนท์น้องพันต่ออีกสักภาคได้มั้ยคะ 555555555
พ่อกับพ่อจ๋าน่ารัก> <

ออฟไลน์ Benesmee

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 11
น่ารักมากกกกกกกกกกกกก...แต่แอบต่ออีกนิดก็ดีน่ะค่ะ อิอิ
จะตามไปอ่านเรื่องอื่นๆ น่ะคร้า.... :กอด1:

ออฟไลน์ u_cosmos

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 926
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 75
อั๊ยยะ ลูกเขาก็น่ารักกันดี
ไนท์หวงน้องน่าดูเลยนะเนี่ย >< น้องก็หวงพี่ แล้วเขาจะหวงแบบไหนกันเนี่ย
เออ ว่าแต่น้องพันน่ะลูกใคร

คนเขียนมีบอกจบของจริงด้วยอ่ะ น่ารักนะ
ไปต่อน้องพายด่วนๆเลย  (เกี่ยวไรอ้ะ ><)
Manga Y แปลไทย

"...เราไม่รู้หรอกว่าทำอะไรแล้วคนที่เรารักจะมีความสุข จนกว่าจะทำแล้วเห็นผล"
"แล้วแกล่ะ" .....
"ผมไม่รู้หรอก เพราะที่อยากทำกับที่ควรทำ มันไปคนละทาง"

ออฟไลน์ RinNam

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 4
น่ารักจัง รักกันจนได้ใช้ชีวิตคู่ มีลูกด้วย อ๊ายยย ฟิน

ไนท์ก็กลับมาไวๆน้อ จะได้มาอยูกับน้องรักกันเรื่อยๆไปจนแก่เหมือนอย่างคู่คุณพ่อกับพ่อจ๋า

 :pig4:

ออฟไลน์ moredee

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 196
เป็นนิยายรักที่ไม่ขาดตอน o13
ไม่เศร้ามากมาย แต่อิ่มทุกอณูรัก
"เธอเป็นแค่..ครึ่งหนึ่งของชีวิตฉัน 'เท่านั้น'..เอง"

ออฟไลน์ arisa_sa

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 34
น่ารักที่สุดอะ เดี่ยวไปจิ้นเอง อิอิ


ขอบคุณมากค่ะ  :L1: :pig4: :L1:

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 9060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 930
 :กอด1:แต่ละตอนน่ารักทั้งนั้น

ออฟไลน์ LiTTlE [A]

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 66
จริงแล้วยังไม่อยากให้จบเลย อยากอ่านต่อเรื่อยๆๆ
+1 ติดสินบนให้ เผื่อจะมาต่อตอนพิเศษให้ได้อ่านกันต่ออีก  :laugh:
 :กอด1: :pig4:

 



สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด