ม า ร ย า ( Played Me !! ) เกวียนเล่มที่ ๓๓, หน้า ๓๐ , ๑ ก.พ ๕๗
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ม า ร ย า ( Played Me !! ) เกวียนเล่มที่ ๓๓, หน้า ๓๐ , ๑ ก.พ ๕๗  (อ่าน 83311 ครั้ง)

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745

ถูกใจให้เป็ด +12
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



บทนำ
[/size]
ก่อนที่จะอ่านเรื่องนี้ โปรดเข้าใจไว้ว่า เนื้อเรื่อง ชื่อบุคคล หรือสถานที่ ถูกแต่งขึ้นทั้งหมด ไม่มีส่วนไหนที่มีอยู่จริงเลยแม้แต่น้อย และอีกอย่าง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ด้วยเนื้อหาที่รุนแรงและขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม สิ่งที่ตัวละครแสดงเพียงเพื่อสนองกิเลสตัณหาทางด้านวัตถุทั้งนั้น แต่ก็พยายามแทรกข้อคิดไว้ในหลายจุดอยู่ เพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่านเอง และข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นิยายเรื่องนี้จะสื่อแง่มุมในการใช้ชีวิตบ้างไม่มากก็น้อย ขออานิสงส์ผลบุญในการอ่านพิจารณานิยายเรื่องนี้ ให้ผู้อ่านที่รักทุกท่าน จงประสบแต่ความ สุข สวัสดี ขอให้เกิดแสงแห่งการสละเวลาอ่านเพ่งพิจารณานี้เป็นทางนำไปสู่ความสงบสุข  ขอให้ความสุข จงส่งผลกับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน
   อนึ่ง ข้อความ บทสนทนาในนิยายเรื่องนี้ เป็นคำค่อนข้างรุนแรง โปรดเข้าใจว่าข้าพเจ้าเขียนขึ้นเพียงเพื่อความบันเทิงและอรรถรสของนิยายเท่านั้น ไม่ได้หมายจะทำให้ผู้ใด หรือสถานที่ แม้แต่สิ่งที่ถูกกล่าวอ้างในเนื้อหาได้รับความเสื่อม เสียหาย
                        อิ๊กกี้

[/color]
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-02-2014 09:01:35 โดย eiky »

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #1 เมื่อ03-02-2013 21:11:58 »

ถูกใจให้เป็ด +32
เล่มที่ ๑
กนที คือผลผลิตจากความไม่ตั้งใจของอรฤดี นักร้องสาวในร้านอาหารประจำตัวเมืองเชียงราย ความเป็นไปเป็นมาเกี่ยวกับอรฤดีสลับซับซ้อน และที่สำคัญเธอไม่อยากให้ใครมาล่วงรู้ความเป็นไปเป็นมามากนัก สิ่งที่เธอไขว่คว้าใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตคือความสุขสบาย และมันได้เป็นจริงขึ้นแล้วในวันนี้ ด้วยวิวัฒน์เจ้าของตลาดหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯชั้นนอก และชานเมือง รวมถึงต่างจังหวัด โดยที่เขาเองได้ตกลงใจจดทะเบียนกับเธอ ยังความปลาบปลื้มยินดีปรีดาให้กับอรฤดีเป็นอย่างมาก จากนักร้องเอาเสียงและเนื้อตัวแลกกับเงิน แต่บัดนี้เธอได้กลายเป็นคุณนายไปแล้ว อดีตไม่มี ที่มาไม่มี ไม่มีความจำเป็นอันใดที่เธอจะบอกเล่าที่มาที่ไปให้คนอื่นฟัง
        “จำไว้นะไอ้ที ถ้ามีใครถาม บอกเขาไปตามที่แม่สั่ง จำได้ไหม แกมีเชื้อเจ้าทางเชียงใหม่ ยายแกเป็นเจ้า จำได้ไหม” อรฤดีบีบต้นแขนของกนทีก่อนจะพบกับวิวัฒน์ กนทีพยักหน้ารับรู้ความประสงค์ของมารดา
       “ไหว้พ่อเสียสิลูกที” อรฤดีบอกกนทีให้ยกมือไหว้ชายหนุ่มวัยคราวพ่อ และกำลังจะก้าวมาอยู่ในตำแหน่งพ่อของเขา แต่หวนระลึกไปในวันหลังไม่นานนัก เขาเรียกชายหลากหลายคนว่าพ่อมาแล้ว จำไม่ได้ นับไม่ได้ว่าวิวัฒน์เป็นพ่อคนที่เท่าไหร่ วิวัตน์ยิ้มให้เด็กหนุ่มวัย ๑๖ ปี อย่างอ่อนโยน  กนทียกมือขึ้นไหว้อย่างเสียมิได้
      “ว่าไงเราที โตขึ้นเยอะเลยนะ ไม่เจอไม่กี่เดือนเอง มาหาลุง เออ พ่อหน่อยสิที” วิวัตน์เองก็ยังไม่ชินกับการเรียกแทนตัวเองว่าพ่อ แต่มันก็ไม่ใหม่เกินไปสำหรับเขาเพราะเขาเองก็มีลูกอยู่คนหนึ่ง
       “เข้าไปสิที มายืนหลบหลังแม่ทำไม” กนทีเดินเข้าไปหา เขาโอบกอดเด็กชายหลวมๆ
       “หน้าตานี่เหมือนเธอจังนะอร ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ว่าเป็นเด็กผู้ชาย ผิวสวยจริงๆ”
       “อุ๊ยพ่อก็ ถ้าอรไม่สวยนี่ คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้สินะคะ”
      “เธอก็ว่าไป อ้าวเรมานี่มา มาไหว้แม่เขาหน่อย” พอเห็นเด็กวัยรุ่นที่เดินเข้าบ้านมา เขายังสวมชุดนักเรียนชั้นมัธยมปลายอยู่เลย ใบหน้าหล่อเหลาสูงโปร่ง แต่ทันทีที่สายตาเหลือบมาเห็นว่าใครอยู่กับบิดาของตน สายตาของเขาก็เปลี่ยนไป
        “ไม่”
        “เจ้าเร” วิวัตน์ขึ้นเสียงแต่ไม่ดังมากนัก
        “เรมีแม่คนเดียว ไม่มีทางที่จะรับผู้หญิงกลางคืนคนนี้เป็นแม่อีกคน”
        “ไอ้เร ขอโทษแม่เขาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงเอ็ดตะโร ทำให้กนทีถอยออกมาจากอ้อมกอดของเขา วิ่งไปหลบหลังมารดา
        “ไม่” เขาวิ่งขึ้นชั้นบนไปแล้ว
        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ ลูกเรคงยังไม่ชิน ใจเย็นๆนะคะ อย่าอารมณ์เสียเลย มาม๊ะ เดี๋ยวอรนวดหัวให้จะได้ผ่อนคลาย” อรฤดีปรี่เข้าไปหาวิวัตน์แล้วบีบคลึงที่ศีรษะ
        “เธอมันก็น่ารักแบบนี้ล่ะนะ คิดไม่ผิดจริงๆ” วิวัตน์เปลี่ยนท่าทีเป็นอารมณ์ดีขึ้นมา หัวเราะอย่างสบายอารมณ์ กนทีเดินเลี่ยงมา เขาเดินขึ้นชั้นบนเพื่อจะเข้าไปสำรวจห้องของตัวเอง
        “ไอ้ลูกกะหรี่ มึงอย่าได้หวังว่าจะได้อยู่บ้านหลังนี้อย่างเป็นสุขเลยนะ” จเรกร้าวเสียงขึ้นเดินตรงเข้าหา
        “โอ๊ย” กนทีตกใจ สีหน้าซีดลงไปไม่ยอมสบตาของเขา
        “มึงอย่าได้หวัง พวกหวังผลประโยชน์ มึงก็คงเหมือนแม่ของมึง กะหรี่” มือของจเรผลักอกของกนทีเข้าชนผนังห้องอย่างแรง ร่างของเขาพยายามที่จะดิ้นออก แต่จเรก็ออกแรงกดทับลงไปอีก
       “พวกริ้นไร มึงไม่ได้อยู่สบายแน่”
       “ปล่อยนะ ปล่อยที ทีเจ็บ”
       “กูทำให้เจ็บ เพียะ” มือฟาดลงที่หน้าของกนที น้ำตาของกนทีเอ่อนองทันที ตั้งแต่เกิดมาโดนแม่ตีมาก็มาก ส่วนพ่อจำไม่ได้แล้วว่าเคยมีพ่อ ส่วนเพื่อนก็มองเขาเป็นปลวกเป็นหนอนอยู่แล้ว กนทีชินกับการโดนรังแก และน้ำตามันก็คุ้นเคยกับการที่จะไหลหลั่งออกมาอย่าง่ายดาย
       “สำออย ลูกกะหรี่ บีบน้ำตาเก่งนักนะมึง” จากตบหน้าเป็นบีบคอ กนทีเริ่มหน้าแดงก่ำ พอเขาเห็นว่าท่าทางจะไม่ดีจึงเหวี่ยงร่างของกนทีลงกับพื้น
      “อะไรกัน แกทำอะไรน้อง ไอ้เร” วิวัตน์ตวาดมาจากชั้นล่าง จเรวิ่งลงจากบันไดออกจากบ้านไปแล้ว
      “ตายแล้ว ทีลูก ทำไมต้องรุนแรงกันขนาดนี้ ฮือๆ ถ้าลูกเกลียดกันขนาดนี้ อรไม่อยู่ก็ได้นะคะพ่อ อรไม่อยากให้ลูกต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ อรบอกพ่อแล้ว ว่าลูกเรเขาคงไม่ยอม ฮือๆ” อรฤดีปรี่เข้าไปประคองร่างของกนที ที่ล้มลงหน้าตาไม่สู้ดีนัก น้ำตาไหลออกมา
      “เจ็บแม่ ทีเจ็บ”
      “โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะคะลูก พี่เรเขาคงไม่ได้ตั้งใจ”
      “เหลือเกินจริงๆ ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวพ่อจะจัดการเอง มันแข็งข้อขึ้นทุกวันไอ้ลูกคนนี้ เพราะมันไม่มีแม่คอยอบรมสั่งสอน” วิวัตน์กร้าวเสียงแข็ง แล้วเข้าไปประคองลูกชายคนใหม่ แล้วพาเข้าห้องไปพร้อมกับอรฤดี
      “ฮึ อย่ามาร้ายกับฉันนะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เดี๋ยวแม่จะเอาให้เจ็บเลย” พอวิวัตน์ออกไปจากห้องอรฤดีก็เปลี่ยนท่าที
      “แกก็อย่าสำออยให้มากนักเลยไอ้ที  แม่จะไม่ปล่อยคุณวิวัตน์แน่นอน เราตกถังข้าวสารแล้วรู้ไหม ทีนี้ล่ะแกกับแม่ก็จะสบาย ไม่ต้องไปแหกปากร้องเพลงกลางค่ำกลางคืน แหกขายของเก่าให้เมื่อย ให้เปลืองตัว แกก็เหมือนกันอย่าไปแสดงท่าที ว่าไม่ชอบหน้าพ่อใหม่เชียวนะ คุณวิวัตน์ไม่เหมือนคนอื่นๆ” นี่คือคำสั่งสอนบุตรจากปากอรฤดี กนทีเป็นผลผลิตครั้งเมื่อวัยสาว ไม่ได้ตั้งใจ อ่อนต่อวัย แม้ตอนนี้เองเธอเอง ก็เพิ่งจะย่าง ๒๘ ปีเพียงเท่านั้นเอง พ่อของกนทีเป็นใครเธอไม่สนใจสืบประวัติค้นหา หล่อเลี้ยงชีวิตอยู่มาได้ก็ด้วยลำแข้งของตัวเอง ด้วยลมปาก ด้วยจริตมารยา ชายมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ที่กนทีเคยเอ่ยคำว่าพ่อ ล้วนแล้วแต่นับไม่ถ้วน มันจึงไม่แปลกแต่อย่างใด ที่เขาจะเรียกวิวัตน์ว่าพ่ออีกสักคน
      “จำไว้นะไอ้ที” ก่อนออกจากห้องไป ก็ได้ย้ำกับบุตรชายอีกครั้ง เด็กเปรียบเสมือนฟองน้ำ ย่อมซึมซับเอาสิ่งรอบกายเข้าไว้ในตัว สิ่งที่อรฤดีพร่ำสอนให้กับกนที เขาเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา จริตมารยาที่เธอหลอกล่อชายใดๆ ไม่หลุดพ้นสายตาของเขาไปเลยแม้แต่สักครั้ง
“บอกให้ขอโทษแม่เขาเดี๋ยวนี้”  พอจเรกลับเข้าบ้านมา วิวัตน์ก็ลากคอเสื้อบุตรชายของตน เข้ามาคลานแทบเท้าของอรฤดีที่นั่งปั้นหน้าเป็นเสียใจอยู่
       “ไม่เป็นไรลูก แม่ไม่ถือ”
       “ใครลูกมึง กู”
       “เพียะ นี่แกไปหัดก้าวร้าวมาจากไหนไอ้เร พ่อไม่เคยสอน” มือหนาๆฟาดลงที่ปากของจเรทันที หน้านั้นหันไปตามแรงของมือ
       “พ่อ” เขาร้องออกมาน้ำตาเอ่อนอง พ่อไม่เคยตี ไม่เคยด่า แล้วนี่อะไรกัน
       “ขอโทษเดี๋ยวนี้”
       “พ่อ ไม่”
       “ยังอีก” มือฟาดลงอีกครั้งที่บ่า
       “พอเถอะค่ะพ่อ พอแล้ว ไม่เป็นไรนะลูกเร แม่ไม่ว่า ไม่เป็นไร” จเรอ้าปากจะพูดออกมาอีกแต่ก็นิ่งไป น้ำตาเหมือนจะไหลอาบสองแก้ม แต่ไม่มีเลยมีเพียงสายตากร้าว จ้องมองพ่อตัวเองอย่างเกลียดชัง แล้วหันมามองอรดีเหมือนมองของเน่าเหม็น
       “ผมเกลียดพ่อ”
       “ไอ้เร”
       “อย่าค่ะพ่อ ปล่อยลูกเรไปก่อนเถอะ แกคงยังรับไม่ได้” อรฤดีห้ามไว้ จเรวิ่งลงส้นเท้าขึ้นชั้นบน ปิดประตูห้องเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดังจนเด็กชายอีกคนที่กำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่อยู่สะดุ้งตกใจ
       “ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ อรอย่าถือสามันเลยนะ”
       “โถพ่อก็ อรไม่ถือสาหรอกค่ะ แต่ว่ามันจะมีปัญหาต่อไปไหมคะ ถ้าแบบนั้นอรกับลูกไปอยู่ที่อื่นก็ได้นะคะพ่อ”
       “ไม่มีหรอก พ่อจัดการได้ อรไม่ต้องห่วง” อรฤดีโผเข้ากอดวิวัฒน์แน่นบีบน้ำตาร้องไห้ออกมา
       “อรรักพ่อจังค่ะ พ่อใจดีกับอรและลูกมาก”
       “โถ คนดีของพ่อ” วิวัตน์ลูบตามหลังกอดจูบอย่างเป็นสุข สิ่งที่ทั้งสองกระทำไม่พ้นสายตาของกนทีเลย เขาออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขายืนมองอยู่ด้วยสายตาที่แน่นิ่ง ไม่สงสัย ไม่แคลงใจกับสิ่งที่เห็นอยู่เป็นกิจวัตร มองอยู่ไม่นานก็เมินหน้าหนี แล้วเดินเข้าห้องใหม่ ที่เขาแสนจะภาคภูมิใจ ห้องเช่าที่บ้านเกิดเชียงราย ห้องไม้เก่าๆ มองไปทางไหนก็ไม่จำเริญหูจำเริญตา ไม้กระดานที่บางเฉียบนั่นเอง ที่ทำให้เขาได้ยิน หรือได้มอง สิ่งที่อรฤดีกระทำต่อชายมากหน้าหลายตา เห็นและได้ยินจนชิน คำพูดทุกคำ การกระทำทุกอย่าง ล้วนแล้วซึมเข้าสู่กลางใจอย่างเสียไมได้
       “นุ่มจัง” กนทีนอนลงบนเตียงหนานุ่มอย่างสบาย เขาหลับตาพริ้มประหนึ่งอยู่บนสรวงสวรรค์ พลันก็แสยะยิ้มออกมาเมื่อระลึกถึงหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่ ที่คาดว่าคงห่างกันไม่กี่ปีเมื่อครู่
        "เฮากึ๊ดเติงหาวีขนาด ป่านนี้จะเป็นจะไดผ่อง" กนทีรำพึงออกมาเบาๆกับตัวเอง พลันมือบางนุ่มนิ่มยกขึ้นมาลูบคอตัวเองอย่างแผ่วเบา เจ็บไหม เจ็บอยู่ แต่มันไม่มีผลอะไร เพราะเจ็บแค่นี้ทนได้สบายมาก สำหรับกนที กับสิ่งที่เขาจะได้มามันคุ้มค่า แทนกันไม่ได้เลยทีเดียว เคยเจ็บกว่านี้ เคยโดนกระทำมามากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า แต่ครั้งนั้นเขาไมได้นอนที่นอนอ่อนนุ่มเช่นนี้ ไม่มีเครื่องปรับอากาศทำให้อุณหภูมิในห้องเย็นฉ่ำเช่นนี้ มีเพียงความถดถอยของสิ่งต่างๆรายรอบตัว ทั้งวัตถุและผู้คน
        “ทีๆ เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก” วิวัฒน์มาเคาะประตูห้อง โดยที่อรฤดียังยืนอยู่ด้านข้างไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ
        “ครับพ่อ” กนทีเปิดประตูออกมา เม้มปากแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองหน้าบิดาคนใหม่ล่าสุด
        “ตายจริง คงจะเจ็บมากสินะ ไม่ไหวเลยไอ้เร เดี๋ยวพ่อต้องสั่งสอนมันหน่อยแล้ว” วิวัฒน์กร้าวสายตาขึ้นอย่างแค้นเคือง
       “มะ ไม่เป็นไรครับคุณพ่อ ทีไม่เจ็บแล้ว อย่าไปทำอะไรพี่เขาเลยครับ” น้ำตาไหลออกมา ปากสั่นเทา วิวัฒน์ดึงตัวของกนทีเข้ามาสวมกอด กนทีเองก็สวมกอดวิวัฒน์แน่น อรฤดีที่อยู่ด้านหลังแสยะยิ้มออกมา พึงพอใจกับสิ่งที่เธอพร่ำสอนให้บุตรชาย และตอนนี้เขาก็ทำได้ดีเกินคาด
       “ทำไมแก ไม่เกิดมาเป็นผู้หญิง หา ไอ้ที ทำไม เสียชาติเกิด เกิดเป็นผู้หญิง กูจะได้หาผัวรวยๆให้มึง นี่อะไร เกิดมาเป็นผู้ชาย จะมีปัญญารวยไหม หา ชาตินี้ ไม่ต้องกัดก้อนเกลือกินกันไปทั้งชาติเหรอ” คราวนั้น อรฤดีโมโหโกรธามาก เพราะเพื่อนนักร้องด้วยกันเองมีลูกสาว และลูกสาวได้ท้องกับลูกชายเจ้าของโรงสีในอำเภอ ทั้งที่เด็กผู้หญิงคนนั้นอายุเพียง ๑๔ ปี ด้วยความยึดเอาสิ่งที่เขามีมาเทียบกับตัว ทำให้อรฤดีเอาความแค้นเคือง อิจฉาริษยามาลงที่บุตร ผ่านมาสองปีแล้ว แต่คำพูดเหล่านั้นยังกึกก้องหูของกนทีอยู่
       “เป็นผู้ชาย ทีก็จะทำให้แม่รวยได้นะแม่ ทีสัญญา” เด็กชายร้องไห้ออกมา อ้อนวอนมารดาไม่ให้ตบตี
       “แกจะมีปัญญาอะไร หา ไอ้ที แกจะทำยังไง ทำสิ ทำ ทำให้กูเห็น มึงเห็นไหมที่กูเป็นกะหรี่ แกล้งทำเป็นร้องเพลงอยู่ทุกวันนี้เนี่ย เพราะใคร เพราะมึง ไหนจะเรียน ไหนจะนี่นั่นอีก” อรฤดีขาดสติ จิกตีบุตรชายตัวเล็กอย่างสุดกำลัง
       “ทีสัญญา ทีสัญญา” เสียงร้องขออ้อนวอน ไม่ให้มารดาลงไม้ลงมือ จนเด็กชายกนทีหมดสติไป อรฤดีถึงสาแก่อารมณ์
       “ไม่ต้องร้องนะลูก ถ้าไอ้เรมันทำอะไรลูกที มาบอกพ่อทันทีนะ ไม่เอานะครับ ไม่ร้องนะ” วิวัฒน์เองก็ลูบหลังของกนทีอยู่อย่างอ่อนโยน เขาไม่เคยกอดจเรเลย พอจำความได้ ก็ส่งเข้าโรงเรียนประจำ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องประกอบธุรกิจ  ไม่สะดวก เวลาไม่เอื้ออำนวย วัตถุที่เขาปรนเปรอให้ลูกชาย เขาคิดว่าเพียงพอแล้ว สำหรับหน้าที่ของบิดา เพราะคิดเอาเองอุปโลกขึ้นเองว่าคงไม่มีพ่อหน้าไหนในโลก ให้บุตรได้มากเท่าตัว
        "เฮาอิดขนาดวี ถ้าวีอยู้โต๊ย ท่าจะมีคนปลอบใจ๋เฮา" พอทั้งอรฤดีกับวิวัฒน์ออกจากห้องไป กนทีก็ทิ้งตัวลงเตียง สีหน้าแววตาฉายแววหวยหาใครบางคนขึ้นมา ใครบางคนที่เชียงราย
"จะหื้อเฮายะจะไดวี ปี้เจาท่าจะจังเฮาขนาด จะหื้อเฮายะจะได" กนทีนอนหลั่งน้ำตาอยู่บนที่นอน คนที่โน่นมีอิทธิพลกับตัวเขามาก เพราะเวลาที่โดนรังแกมาคราใด ก็มีเขาคนนั้นคอยเอื้อมมือมาแตะบ่าเบาๆ คำพูดอ่อนละมุนหวานหู มันผ่อนคลายความโศกาได้ไม่มากก็น้อย แต่ถามว่าท้อไหม กนทีคงจะลุกขึ้นตอบทันทีว่าไม่เคยท้อ เพราะที่นี่คือสิ่งที่เขากับแม่ไขว่คว้ามาทั้งชีวิต มันคือฝันที่เป็นจริง ความสบายกายคือความสุขที่เขาและแม่ ต้องการมากกว่าสิ่งใด แม้จะไม่สบายใจก็ตามที คำโบราณที่ว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากนั้น คงไม่เป็นผลกับกนทีและมารดา เพราะสิ่งที่อรฤดีพร่ำสอนกนทีมาตั้งแต่แบเบาะคือ “จำเอาไว้นะไอ้ที อย่าริหัดอายคน อายแล้วจะมีกินไหม ทางไหน วิธีใดที่จะทำให้เราสบาย จงทำ อย่าได้อาย แค่อย่าไปลัก ไปขโมยของเขาเป็นพอ ได้มาอย่างสุจริต แต่อย่างแก ควรจะใช้ มารยา ให้มากๆ ให้เขาให้ด้วยเสน่หา เข้าใจไหม” ความลำบากกายแต่วัยเยาว์ของอรฤดี ความพร่ำเพรื่อในการครองอิสตรีเพศ ความอ่อนต่อโลกที่เธอประณามว่าทั้งหลายทั้งปวงนี้ คือสิ่งที่นำพาเธอมาตกสู่ภาวะลำบากเช่นนี้ และกนทีเองก็เป็นพลพวงของสิ่งที่ประณามนั้น
        “ทีลูก วันจันทร์นี้นะ พ่อจะพาไปฝากที่โรงเรียน เรียนแถวบ้านก็น่าจะดีนะพ่อว่า โรงเรียนนี้เขามีชื่ออยู่” วิวัฒน์เอ่ยขึ้นในตอนเช้า ตอนที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้ากัน โดยปราศจากจเรเพราะเขาไม่ลงมาร่วมโต๊ะด้วย
       “โรงเรียนอะไรคะพ่อ” อรดีเองก็สนใจฟังอยู่
       “โรงเรียนวัดนวล” “ว้าย โรงเรียนวัดเหรอคะพ่อ จะดีเหรอคะ อรว่ามันจะไม่สมหน้า สมตาของพ่อนะคะ” อรฤดีร้องขึ้นเสียงดัง แต่สำหรับกนทีแล้ว เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก และที่ไม่ใส่ใจก็เพราะมารดาสอนว่า “จะเรียนไปทำไม หาคนรวยๆให้เขาเลี้ยง หาสาวแก่แม่หม้ายที่รวยๆให้เขาเลี้ยง จะได้สบายเสียที รีบเรียนให้จบๆซะที ไอ้ม.ปลายมึงน่ะ จะได้ช่วยกูทำมาหากิน ของกูยิ่งขายไม่ค่อยออกอยู่ช่วงนี้ มันเริ่มหย่อนเริ่มยานแล้ว เข้าใจไหม” อรฤดีไม่เคยอายที่พร่ำสอนบุตรเช่นนี้ จะอายเพื่อเหตุใด ในเมื่อเธอคิดว่า กนทีเองก็ลอดคลอดออกมาผ่านช่องนั้น แม้จะกิจกรรมอันใดกับชายใด อรฤดีก็ไม่อาย แม้ว่ากนทีเองจะแอบดูอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เนื่องด้วยวัยก็ตามที
       “อ้าวเหรอ พ่อก็เห็นว่ามันใกล้บ้านเรา ไปมาสะดวกไงแม่ หรือจะให้ไปเรียนประจำกับไอ้เรมันดี”
       “โรงเรียนอะไรคะพ่อ” อรฤดีจ้องตาเขม็ง
       “เซนต์” “ดีค่ะ ดีเลย ตายจริงลูกที โรงเรียนคริสต์ด้วยนะ แล้วเราต้องเปลี่ยนศาสนาไหมพ่อ” สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ทันที แววตาดูสมหวังกับสิ่งที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันดียังไง แค่ได้ยินชื่อเป็นภาษาฝรั่งหน่อย ก็อุปโลกไปว่ามันดีกว่าโรงเรียนวัดแน่นอน
       “อืม เอาแบบนั้นก็ได้ อยากไปเรียนโรงเรียนประจำไหมล่ะลูกที แต่พ่อว่าที่ไม่อยากให้ไปน่ะ เพราะอยากให้อยู่ที่บ้านกับพ่อมากกว่า” วิวัฒน์เอ่ยออกมาเสียงเบา
        “แหม พ่อขา ก็ที่บ้านก็มีอรไงคะ สงสารลูกที เคยเรียนแต่โรงเรียนบ้านนอก กระจอกๆ มีพ่อทั้งคน อยากให้เรียนที่ดีๆกับเขาบ้าง นะพ่อนะ ถือว่าเห็นแก่อรนะคะ” อรฤดีลูบไล้ไปตามบ่าของวิวัฒน์ เสี่ยใหญ่ยิ้มอย่างพึงใจ
        “ไม่ได้นะพ่อ จะให้มันไปเรียนที่เดียวกับเรไมได้นะ” เสียงของจเรร้องมาจากบันได เขาได้ยินบทสนทนาบนโต๊ะอาหารทุกอย่าง สีหน้าของจเรไม่พอใจอย่างมาก
        “อะไรของแกอีก ไอ้เร ให้น้องไปเรียนที่เดียวกับแกนั่นล่ะ เวลาไปรับไปส่ง จะได้สะดวก” วิวัฒน์ทำเสียงแข็งใส่จเร ที่ยืนตัวสั่นอยู่ สายตาจ้องมาที่แม่ลูกเหมือนคนเกลียดกันมาเป็นชาติ
        “ไม่ได้นะพ่อ มันจะไปเรียนที่เดียวกับเรได้ยังไง อายคนเขา เรไม่ยอม” จเรยังคงตะเบ็งเสียงอยู่
        “ยังไงของแก จะอายอะไร นี่น้องนะ ไอ้เร”
        “ผมไม่มีน้อง ผมเป็นลูกคนเดียว และจะไม่มีวันมีน้อง และแม่ที่เป็น กะหรี่” จเรตะเบ็งเสียงใส่แล้ววิ่งออกจากบ้านไป อรฤดีเม้มปากแน่นกัดฟันอย่างเจ็บแค้น
        “ไอ้เร” วิวัฒ์ร้องออกมาสุดเสียง เลือดขึ้นหน้า
        “พ่อ ทำไมลูกเรพูดแบบนั้นล่ะคะ อรเสียใจจังเลย” อรฤดีทำท่าร้องไห้ออกมา
        “โถๆ อร อย่าไปถือสามันเลยนะ มันไม่มีแม่ก็แบบนี้ล่ะ ต้องให้อรช่วยอบรมมันหน่อยแล้วล่ะ ไม่ไหวๆ ก้าวร้าวขึ้นทุกวัน” วิวัฒน์ทำหน้าเหนื่อยหน่าย แล้วนั่งลงกินอาหารตามปกติ ฝ่ายอรฤดีกัดฟัน หันไปขยิบตาให้กนที
        “ได้ ฉันจะอบรมสั่งสอนแกเอง ไอ้เด็กเวร” อรฤดีหันกลับไปทำหน้าเศร้า แล้วซุกหน้าลงใต้รักแร้ของวิวัฒน์ กนทีเห็นทุกกริยาอาการของผู้ที่เป็นมารดา ความรู้สึกตอนนี้ ตกใจเล็กน้อยเแต่ก็กลับคืนเป็นปกติแล้ว
         “จำไว้นะไอ้ที ถึงจะโกรธเกลียดใคร ก็ให้เก็บเอาไว้ในใจ อย่าแสดงออกมา คนที่เราเกลียด เราต้องเก็บมันไว้หลอกใช้ หลอกเอาเงินมัน หลอกให้มันตายใจ จำเอาไว้ ถึงเวลาเอาคืนเราค่อยทำ และต้องทำให้เจ็บแสบ ให้มันจำไม่ลืมจนวันตาย จำไว้นะ” อรฤดีเดินมาทำท่าเป็นกอดกนทีตอนจะออกไปซื้อของ กระซิบข้างหู กนทีพยักหน้ารับรู้ แววตาของเขาใสซื่อยิ่งนัก แต่แววตานี้ ม่านตามันส่องประกายแวววาวยากเกินจะคาดเดา

       “เป็นเชี่ยไรเนี่ย หน้ายังกะโดนพ่อด่ามายังงั้นล่ะ” จเรไปหาเพื่อนที่บ้านก่อนเวลานัด เพราะวันนี้ตกลงกันไว้ว่าจะออกไปเที่ยวเตร่กันตอนบ่ายแก่ๆ แต่ด้วยความฉุนเฉียวที่แสดงออกบนใบหน้าและท่าทาง
       “เออดิ แม่งเอ้ย กูไม่ยอมหรอกนะเว้ย พ่อกูมีเมียใหม่ อีนั่นก็พาลูกมาอยู่ด้วย แม่งกะจะมาสูบพ่อกูแน่ๆ แถมยังจะมาเรียนที่เดียวกับกูอีก ไม่มีทาง ถ้ากูยังไม่ตาย อย่าได้หวัง” จเรเกรี้ยวกราดออกมา
       “เฮ้ย จริงดิ เลวว่ะแม่ง คนเราสมัยนี้นะ มันหากินกันง่ายขนาดนี้เลยเหรอวะ”
       “เออดิ พ่อกูบอกเป็นนักร้อง แต่ท่าทางแม่งคงเป็นกะหรี่เก่า แต่งตัวซะ โว้ย เซ็ง หาเหล้าแดกดีกว่ามึง ไอ้ปั๊ม” จเรเอ่ยปากชวน
        “มึงออกเหล้านะเว้ย กูออกมิกเซอร์เอง”
       “เออๆ มึงรีบไปล้างหน้าดิเชี่ย จะได้ออกไปซื้อเหล้า”
       “กูว่าชวนไอ้หนึ่งมาแดกด้วยดีกว่าว่ะมึง จะได้มีตัวหาร ให้มันออกกับ” พอทั้งสองตกลงกันได้ก็ออกไปซื้อเหล้าและโทรนัดเพื่อนอีกคน

        “พ่อขา ชุดนักเรียน ถ้าซื้อตามร้านแบบนี้ มันจะใส่ได้ทนเหรอคะ” พอวิวัฒน์พาไปซื้อชุดนักเรียนตามร้านที่เคยพาจเรไปซื้อ อรฤดีก็เบะปาก เพราะร้านธรรมดาเกินไปสำหรับเธอและลูก
        “ทำไมล่ะอร เขาก็มาซื้อร้านนี้ทั้งนั้นนี่” วิวัฒน์ทำหน้าสงสัย อรฤดีจึงยิ้มแห้งๆ
        “ก็อรเคยซื้อแต่ตามตลาดนัดนี่คะพ่อ ดีใจค่ะที่พ่อพามาร้านดีๆ” เฉไฉไป เพราะคิดดูดีๆแล้ว ถ้าหากว่าเรื่องมากจนเกินไป กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าตัวเองต้องการแต่เงินของเขาเพียงเท่านั้น พอซื้อเสื้อผ้าเสร็จ อรฤดีก็ออดอ้อนวิวัฒน์ ให้พาตนกับลูกไปเดินห้าง วิวัฒน์เองด้วยความที่เห่อเมียใหม่ก็ตามใจ และอรฤดีเองก็ปรี่เข้าหาแต่ของที่ตนเองอยากจะได้
         “กระเป๋าสวยจังคะพ่อ ตายจริง แต่ว้าย ราคาแพงจังคะน้อง นี่ลดแล้วเหรอคะ” อรฤดียืนเกาะเคาเตอร์ขายกระเป๋าอยู่ในห้าง มือจับ ตาวาว น้ำเสียงออดอ้อน วิวัฒน์ทำท่าเหมือนชั่งใจอยู่ อรฤดีจึงคลุกวงใน กอดเอว ลูบคลำ
         “อรไม่อยากได้หรอกค่ะพ่อขา สิ้นเปลืองเปล่าๆ รอมันลดราคาก็ได้ค่ะ เรากลับกันเถอะนะคะพ่อ อรจะได้นวดให้พ่อ เดินทั้งวันเลยคงเมื่อยแย่” อรฤดีออดอ้อน
         “เท่าไหร่จ๊ะหนู ใบนี้” วิวัฒน์เอ่ยถามพนักงานขาย อรฤดีเม้มปาก ฉายรอยยิ้มออกมาทางตา
         “แปดหมื่นห้าค่ะ” วิวัฒน์ครุ่นคิดอยู่
          “พ่อขา ไม่ต้องซื้อหรอกค่ะ มันแพงเกินไป มันคงไม่คู่ควรกับอรหรอกค่ะ” ทำท่าดึงวิวัฒน์ให้ออกไปจากเคาเตอร์
          “เอาใบนี้ล่ะหนู” วิวัตน์เอ่ยออกมา อรฤดีทำหน้าเศร้า แต่แววตาแห่งความปลาบปลื้มมันปิดไม่มิด
          “เห็นที่แม่ทำไหม จำไว้นะไอ้ที อยากได้อะไรจากใคร เราต้องไม่ให้เขารู้ว่าเราอยากได้ เราต้องใช้มารยา ให้เขาตายใจ เข้าใจไหม จำที่แม่ทำไว้” นี่คือสิ่งที่เธอสอนลูกชาย กนทีพนักหน้ารับรู้ สายตาคอยจับจ้องพฤติกรรมของมารดาไม่วางตา ต้นแบบของเขา คำพร่ำสอนที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากปาก ของคนผู้ที่เป็นมารดา

     
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-02-2013 08:42:58 โดย eiky »

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #2 เมื่อ03-02-2013 21:13:11 »

ถูกใจให้เป็ด +12
“ผมฝากลูกด้วยนะครับซิสเตอร์” วันที่วิวัฒน์พากนทีไปฝากที่โรงเรียนก็มาถึง กนทีเองต้องอยู่หอเช่นเดียวกับจเร แต่คนละหอกัน จเรเรียนอยู่ ม.๖ แต่กนทีเพิ่งจะเข้า ม.๔ และนี่มันกลางเทอมหนึ่ง
        “หอเธอคือตึกนี้นะกนที ซิสเตอร์จะให้เธออยู่ห้องกับ ตรอน พอดีเขาเพิ่งเข้าใหม่เหมือนกัน จัดข้าวของก่อนนะ เดี๋ยวอีกหนึ่งชั่วโมง ซิสเตอร์จะพาไปที่ห้องเรียน ยิ้มหน่อยสิจ๊ะ” ซิสเตอร์พากนทีไปยังหอพักที่อยู่ด้านข้างของโรงเรียน หอในมีนักเรียนเข้าพักจำนวนไม่น้อย ส่วนมากเองเป็นเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่สะดวกไปรับ ส่ง หรือไม่ก็มาจากต่างจังหวัด หอนอกก็มี แต่น่าแปลกที่หอนอกจะราคาถูกกว่ามาก เพราะที่สำคัญ ค่านิยมของเด็กนักเรียนที่นี่ คือต้องอยู่หอใน เพราะสะดวกสบาย แม้จะมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด และราคาแพง เด็กที่อยู่หอใน ต่างได้ชื่อว่าเป็นลูกเศรษฐีกันทั้งนั้น กนทีเดินช้าๆ สายตากวาดไปทั่วห้อง เตียงคู่ตั้งอยู่ข้างกัน เตียงติดริมหน้าต่างเพื่อนคนที่อยู่ก่อนจองแล้ว ข้าวของถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย กนทีเดินผ่านเตียงไปยังหน้าต่าง เขาเปิดหน้าต่างออกแล้วระบายลมหายใจออกมา
        “ต้องทำให้ได้” กนทีเอ่ยออกมา มองออกไปยังตึกด้านข้าง พอถึงเวลาซิสเตอร์ก็มาเคาะประตูห้อง หอในไม่มีห้องน้ำในตัว แต่จะมีอยู่ทุกชั้นตรงหัวมุมของตึก
        “ห้องเป็นยังไงบ้างจ๊ะ กนที อยู่ได้ไหม” ซิสเตอร์เอ่ยถามขึ้น
        “ได้ครับซิสเตอร์ อยู่ที่ไหนทีก็อยู่ได้ครับ เพราะแม่บอกว่า หน้าที่ของเราคือเรียนหนังสือ ทีจะตั้งใจเรียนครับ” เอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มทั้งดวงหน้า ซิสเตอร์มองแล้วยิ้มให้
        “ดีแล้วจ๊ะ ส่วนมากเด็กที่อยู่หอจะไม่ชอบกันนัก เพราะต้องแชร์ห้องกับคนอื่น แต่ดีแล้วจ๊ะที่กนทีคิดได้อย่างนั้น เรามีหน้าเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน คิดถูกแล้วจ๊ะ” ซิสเตอร์รู้สึกถูกใจกับท่าทีของกนทีเป็นยิ่งนัก เพราะเขาดูถ่อมตัว ไม่โอ้อวดเหมือนลูกเศรษฐีคนอื่นๆ กนทีเดินตามหลังซิสเตอร์ไปยังห้องเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ ความจริงทุกสิ่งทุกอย่างมันล้วนแล้วแต่ใหม่หมดสำหรับกนที แต่น่าประหลาดที่เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นกับความรู้สึกใหม่นี้เลย ใบหน้าที่นิ่งเรียบ ไม่มีความประหม่าหรือตระหนกตกใจอยู่เลย มันน่าประหลาดสำหรับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
          “แนะนำตัวสิจ๊ะ กนที” ซิสเตอร์พากนทีเข้าห้องเรียนไป เหมือนว่าทั้งห้องกำลังเรียนอยู่ อาจารย์ประจำวิชาก็ยืนอยู่หน้าห้อง หลังจากที่ซิสเตอร์ขออนุญาตแล้วก็พากนทีเข้าไป
          “สวัสดีครับ เราชื่อ กนที ชื่อเล่นทีครับ ยินดีทีได้รู้จักเพื่อนๆทุกคนนะครับ” กนทีมองตรงไปยังกลางห้อง แล้วเปล่งเสียงขึ้น ทุกแววตาของเด็กนักเรียนจับจ้องมาที่กนทีเป็นตาเดียว
          “ยินดีต้อนรับครับกนที เป็นรูมเมทของ ตรอน ใช่ไหมครับซิสเตอร์ งั้นพอดีเลย ไปนั่งข้างๆ ตรอน ก็แล้วกัน” อาจารย์ประจำวิชาบอก กนทีเดินไปตามที่มือของอาจารย์ชี้ ระหว่างเดินเข้าไปก็ยิ้ม แล้วพยักหน้าให้เพื่อนๆ แม้จะมีหลากหลายสายตาที่จ้องมองมา ทั้งอยากรู้จัก เฉยๆ หยามๆ แต่กนทีกลับไม่ยินดียินร้ายกับสายตาของใคร
          “หวัดดี เราชื่อ ตรอน นะ นายไม่ใช่คนกรุงเทพฯใช่ไหม มาจากไหนอ่ะ” เขาทักทาย แล้วยิ้มให้
          “ใครบอก เราเป็นคนกรุงเทพฯ ทำไมเหรอ” กนทีปรายตามองเขาในตอนแรก แต่ก็ยิ้มออกมา
          “อ้าวเหรอ หน้าตานายเหมือนคนเหนือเลย นึกว่ามาจากทางเหนือ”
          “ไม่หรอก เราคนกรุง” ยิ้มออกมา แล้วเมินหน้าไปยังหน้าห้อง เพราะอาจารย์เริ่มสอนแล้ว
          “นายชื่อทีเหรอ เราชื่อวินนะ นายผิวขาวจัง บ้านนายอยู่แถวไหนเหรอ นายย้ายมาจากโรงเรียนไร” พอหมดคาบ เพื่อนๆก็กรูกันเข้ามาล้อมกนที
          “เราอยู่รังสิต มีอะไรช่วยแนะนำเราด้วยนะ เราไม่คุ้นกับแถวนี้” กนทียิ้มให้เพื่อนๆ สายตาจ้องมองรายละเอียดของทุกๆคน ที่มองเพราะดูว่าพอมีใครที่จะเข้าข่ายที่เขาจะเลือกคบหรือคุยหรือไม่
          “แล้วย้ายมาจากโรงเรียนอะไร” เพื่อนคนนั้นยังถามอยู่สายตาอยากรู้อยากเห็น กนทีปราดตามองเขาแล้วยิ้มให้
          “เออ นายชื่อตรอนใช่ป่ะ เราต้องอยู่กับนายใช่ไหม เราเอาของเข้าไปเก็บแล้วนะ แต่เราเห็นนายนอนเตียงนอก คือเราอยากนอนเตียงนอกอ่ะ นายนอนเตียงในได้ป่าว เพราะเราคงนอนไม่หลับ” กนทีไม่สนใจเพื่อนคนนั้น เพราะเขาหน้าตาธรรมดาเกินไป เขาหันกลับมาหาตรอนที่นั่งข้างๆ บอกความต้องการออกไป ตรอนมีแววตาขุ่นขึ้นทันที
         “ทำไมล่ะ เราเลือกไว้แล้วนะ เราไม่อยากย้าย” เสียงแข็งขึ้น
         “แต่เราไม่เคยนอนอ่ะ นะนะ เราขอร้องล่ะ เราเคยนอนแต่ติดหน้าต่าง เรากลัวทางเข้าอ่ะ เราขอโทษ” ทำหน้าเศร้าขึ้นมา เม้มปาก ท่าทางของกนทีทำให้ใครหลายคนถึงกับอึ้ง
         “ตรอนก็ให้ทีนอนนอกดิ นายกลัวความคับแคบใช่ไหมที เราก็เป็น” เพื่อนอีกคนเสริม พอได้ยินก็พยักหน้า หันหน้าไปหาตรอน อ้อนวอนด้วยสายตา
         “งั้นเปลี่ยนกันนอนได้ป่ะล่ะ เราก็ไม่ชอบนอนติดผนัง” ตรอนพูดออกมาอย่างเสียไมได้ พอได้เวลาเรียนวิชาต่อไป กนทีก็ก้มหน้าลงฉายรอยยิ้มออกมาที่แววตา
         “นี่โรงอาหารนะที นายกินข้าวไหม หรือจะกินเตี๋ยว” ตอนพักเที่ยงตรอนก็อาสาพากนทีมาที่โรงอาหาร กนทีเดินตามอย่างว่าง่าย ด้วยความที่เป็นนักเรียนใหม่ ปกติจะไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่นัก แต่ด้วยความที่กนทีมีผิวขาวหมดจรด รวมถึงใบหน้าที่เป็นเหมือนอาวุธชิ้นดี ล่อตาล่อใจสำหรับผู้ที่ยังคงหลงใหลอยู่ในรูปและนาม
        “สัด ไอ้เชี่ยนั่นมันมาโน่นแล้ว แดกไม่ลงแล้วว่ะ” จเรสบถออกมา พอดีกับสายตาเหลือบไปมองเห็นกนทีเดินเข้ามาในโรงอาหารกับตรอน เพื่อนๆของเขาก็หันขวับไปดูเช่นกัน
         “หน้ามันจืดๆ ไม่น่าจะมีอะไรนะกูว่า” เพื่อนของจเรเอ่ยขึ้น
         “กูจัดให้มะ มึงจะได้สบายใจ” เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้น ยักคิ้วให้จเร
         “เอาดิ มึงเอาแม่งให้น่วมเลยนะไอ้ปั๊ม กูเหม็นขี้นหน้ามันว่ะ” พอเอ่ยออกไปอย่างนั้น ปั๊มก็ลุกขึ้นไปกับเพื่อนอีกคนที่ชื่อหนึ่ง ทั้งสองเดินตรงดิ่งเข้าไปหากนทีกับตรอน ที่ยืนรอคิวซื้ออาหารอยู่
         “นายจะกินข้าวแกงเหรอ งั้นเราไปดูร้านอื่นก่อนนะ เจอกันโต๊ะนั้นนะที” ตรอนบอกแล้วผละออกไป
         “ว่าไงมึง มาใหม่เหรอ” พอตรอนก้าวขาออกไปไม่ถึงสิบก้าว มือหนักๆของปั๊มก็วางหมับลงที่บ่าของกนที
         “เอ่อ ครับ ทีเพิ่งมา” กนทีเงยหน้าขึ้นมองเพราะท่าทางเขาจะเป็นรุ่นพี่ จากรูปร่างและท่าทาง สายตาของทั้งสองที่จ้องมองกนทีเหมือนเคยมีเรื่องกันมาก่อน
         “หน้ามึงกวนตีนกูว่ะ ไม่ชอบขี้หน้า ไปให้พ้นๆได้ไหมวะ” ปั๊มเอ่ยขึ้น ยักคิ้วให้แล้วบีบบ่าแรงๆ กนทีจ้องกลับแล้วกัดฟันกรอดๆ แต่ไม่ให้กรามมันปูดโปนออกมา เพราะเขากำลังเปลี่ยนสีหน้า
         “ทำไมเหรอครับ” กนทียังคงเอ่ยถาม น้ำเสียงปกติ
         “ไอ้เชี่ย กูไม่ชอบก็คือไม่ชอบ มึงน่ะ อย่าเพิ่งแดก ให้พวกกูแดกเสร็จก่อน แล้วค่อนแดก เข้าใจไหม หรือมึงอยากจะโดน” ปั๊มขู่ สายตาเกรี้ยวกราดเอาเรื่อง
        “คงไม่ได้ครับพี่ ทีหิว พี่ไม่ชอบขี้หน้าที พี่ก็มองไปทางอื่นดิครับ ทีขอตัวนะ หิวแล้ว” กนทีเหวี่ยงบ่าออกจากมือของปั๊ม แล้วทำท่าจะเดินตามแถวที่รอคิวซื้ออาหารไป แต่ปั๊มเมือนโกรธจัด ถีบเข้าที่บั้นท้ายของกนทีหัวคะมำไป
      “เฮ้ย” เสียงของเพื่อนๆที่รอคิวอยู่ร้องดัง และแถวก็กระจัดกระจาย หันมามองเป็นตาเดียว
      “กูบอกไม่ให้แดก ก็ไม่ต้องแดก มึงไปเจอกูที่หลังอาคารสาม ตอนนี้เลย ไอ้เชี่ยนี่ วอนตีนนะมึง” ปั๊มยังคงขู่ สายตามองกราดไปทั่ว ด้วยความที่บิดาร่ำรวย ทำอะไรไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร คนอื่นเสียอีกที่ควรจะเกรงใจ ความร่ำรวยของบิดาของเขา กนทีกัดฟันแน่น คราวนี้กรามปูดโปนออกมา แต่ก็ชักสีหน้านิ่งเรียบ แล้วเดินไปเข้าแถวต่อ
       “นายๆ เพิ่งมาไม่ใช่เหรอ อย่าไปมีเรื่องกับพี่เขานะ เขาเป็นนักเลง นายซวยแน่ๆ” เพื่อนคนที่รายล้อมอยู่เอ่ยออกมา สีหน้าดูหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่สำหรับกนทีเอง เขาเองก็ลำบากใจ แต่ก็ไม่เก็บไปคิดอะไร มันผ่านไปแล้วนี่ แม้จะเพิ่งผ่านไปก็ตามที
        “ที มีเรื่องกับพี่ปั๊มเหรอ ตายล่ะ ทำไงดี ซวยแล้ว นายซวยแล้ว” พอตรอนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง หลังจากที่ปั๊มกับหนึ่งเดินหนีไป ก็รีบวิ่งมาหากนที หน้าตาดูตกใจ
        “ทำไมล่ะตรอน เราไม่เห็นรู้จักพี่เขาเลย” กนทีพูดออกมาเสียงเรียบๆ
        “รู้ไหมว่ากลุ่มพี่เขาน่ะ เป็นนักเลงประจำโรงเรียนเลยนะ อย่าได้ไปมีเรื่องเชียว มีแต่แพ้กับแพ้”
        “ทำไมล่ะตรอน” กนทีถาม
        “ก็แหม กลุ่มพี่เขา มีอิทธิพลในโรงเรียนน่ะที คือพ่อรวยอ่ะ ทำอะไรก็ไม่ผิดหรอก มีเรื่องไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีใครจะชนะได้ นายซวยแล้ว เฮ้อ” กนทีพอได้ยินก็ชักสีหน้ากระหยิ่ม
        “พวกพี่เขาอาจจะแพ้เราก็ได้นะ ตรอน” กนทีเอ่ยออกมาล่องลอย แต่ตรอนแสยะปากแล้วยิ้มหยันๆ
        “แหมที นายดูเรียบร้อยจะตาย คนที่เป็นนักเรียนโตเหมือนกลุ่มพี่ๆเขา ก็ย้ายโรงเรียนกันไปทุกคนแล้วนะที เราว่าอย่าไปยุ่งเลยดีกว่า”
        “อืม เราก็ไม่อยากจะยุ่งหรอก แต่เขาให้ไปหาหลังอาคารสามอ่ะ ตอนนี้ด้วย” กนทีพูดเสียงเรียบ แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป
         “หา ตายแล้วที ทำไงดีๆ” ตรอนเสียอีกที่ดูเป็นคนวิตกกังวล
         “แล้วนายจะไปยังไง ตายแล้วๆ ต้องไปบอกมาเซอร์แล้ว” ตรอนร้องออกมาหน้าตาตื่น
         “เราไม่ไปอ่ะ เขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้เราทำ หรือไม่ทำ เพราะเราจะไม่ทำ” คำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากของกนที มันทำให้ตรอนแสยะปากอีกครั้ง อะไรจะมั่นใจในตัวเองขนาดนั้น เริ่มจะหมั่นไส้เพื่อนใหม่ขึ้นมา
          “อย่าหาว่าเราไม่เตือนก็แล้วกัน งั้นเจอกันในห้องละกัน พี่ๆเขาคงมาลากนายไปจนได้ล่ะ” ตรอนลุกขึ้น ไม่ยอมแตะอาหารที่ไปซื้อมา เขาเดินหนีไปแล้ว แต่กนทีเองกลับไม่สนใจกินข้าวต่อไป สายตาที่ฉายแววออกมาไม่รู้สึกร้อนหนาวไปด้วยเลยแม้แต่น้อย
         “ทำไมมันยังไม่มาวะ แม่ง มันท้าทายมึงนะไอ้ปั๊ม” หนึ่งเอ่ยขึ้น ทั้งสามคนไปรอกนทีที่หลังอาคาร
         “แม่ง ไอ้นี่มันวอนตาย ตกลงมึงจะให้กูทำอะไรมัน ไอ้เร แม่งกวนตีนว่ะ” ปั๊มเอ่ยขึ้นมา ท่าทางฉุนเฉียว
         “จัดแม่งเลย กวนตีนดีนัก อยู่บ้าน กูทำมันไม่ได้ ดี อยากมาเรียนที่เดียวกับกู ได้ กูจะจัดแม่งอยู่นี่ล่ะ มันจะได้ไม่อยากอยู่” จเรเอ่ยออกมาแสยะยิ้ม


อิอิ ไม่รู้จะชอบแนวนี้หรือเปล่านะคร้าบ อย่าเพิ่งเดาอะไรน้า ค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆ เรื่องนี้ จัดหนัก!!!!

ขอบคุณคร้าบ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
« ตอบ #2 เมื่อ: 03-02-2013 21:13:11 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ bebe

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 27
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #3 เมื่อ03-02-2013 21:48:35 »

ถูกใจให้เป็ด 0
ชอบมาก พี่อิ๊กกี้ ต่อด่วนนนน ชอบๆ

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 67
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #4 เมื่อ03-02-2013 22:28:45 »

ถูกใจให้เป็ด 0
เรื่องใหม่คุณ eiky ดีใจๆ
เปิดมาเข้มข้นเชียว
เรื่องนี้ดูแล้วคงไม่ต้องกังวลว่าคนดีจะถูกกระทำ หุหุ
^_^

ออฟไลน์ Windyne

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 170
    • Windyne Page on Facebook
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #5 เมื่อ03-02-2013 22:46:53 »

ถูกใจให้เป็ด 0
อรฤดีมีกนทีตั้งแต่อายุ 12 ปีเนี่ยนะคะ!!! แม่แรงมากกกกกกกกกก!!!!!
Windyne's Page on Facebook
Because I knew you, I have been changed for good.

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 5984
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 561
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #6 เมื่อ03-02-2013 22:59:14 »

ถูกใจให้เป็ด 0
เข้มข้นมาก
น้องทีท่าทางจะก๊อปคุณแม่มาเป๊ะ ๆ หรืออาจจะร้ายกว่าก็ได้

วิวัตน์ยิ้มให้เด็กหนุ่มวัย ๑๖ ปี
แม้ตอนนี้เองเธอเอง ก็เพิ่งจะย่าง ๒๘ ปี
เอ่อ...คุณแม่มีลูกตอนอายุ ๑๒ ขวบเลยเหรอคะ

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #7 เมื่อ04-02-2013 00:21:19 »

ถูกใจให้เป็ด 0
มันมีแรงกว่านี้อีกน้า กลัวโดนด่าจัง แหะๆๆ

ออฟไลน์ kny

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1849
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 155
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #8 เมื่อ04-02-2013 01:02:43 »

ถูกใจให้เป็ด 0
ใจไม่ดีเลย ดราม่า

ออฟไลน์ NY_JK

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 23
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #9 เมื่อ04-02-2013 01:16:07 »

ถูกใจให้เป็ด 0
ชอบแนวนี้ อยากอ่านๆ  :mc4: แต่อ่านไปก็หมั่นไส้ไป

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745
Re: ม า ร ย า ( Played Me !! )
«ตอบ #10 เมื่อ05-02-2013 08:37:11 »

ถูกใจให้เป็ด +14
เล่มที่ ๒
          “ไปลากคอมันมาเลยดิวะ รอแม่งแบบนี้ เมื่อไหร่จะได้ซ้อมมือวะ กูคันมือจะแย่อยู่แล้ว” หนึ่งกล่าวสนับสนุน ทั้งสามจึงเดินออกจากหลังอาคารตรงไปยังโรงอาหารทันที กนทีเองกำลังกินข้าวอยู่
           “เคร้ง” “เอ้ย” พอไปถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปั๊มยกเท้าขึ้นไปบนโต๊ะ ยันเอาจานข้าวของกนทีออกจากหน้าทันที กนทีตกใจ ผงะจะลุกจากโต๊ะ แต่มือหนาๆของจเรก็กดคอลง ให้นั่งที่เดิม
           “กูบอกให้มึงไปหาใช่ไหม ไอ้เชี่ย พูดไม่ฟังใช่ไหม” ปั๊มกร้าวเสียงออกมา ไม่สนใจใครเลย แม้คนในโรงอาหารจะมีเรือนพันก็ตาม ทุกคนดูจะผวากับสิ่งที่ทั้งสามคนแสดงออกมา กนทีเองก็ตื่นกลัวอยู่
           “พี่เร” กนทีร้องออกมาเมื่อหันมาเห็นว่าใคร คือหนึ่งในสามคนนั้น
           “ใครพี่มึง เชี่ย กูไม่มีน้องเป็นลูกกะหรี่เหมือนมึง” จเรตบหัวของกนทีทันที
           “โอ๊ย พี่เร” กนทีหัวหมุนไปตามแรงตบ
           “กูบอกว่าอย่ามาเรียกกูว่าพี่ กูไม่ใช่พี่มึง” จเรตะคอกใส่
           “อยากแดกมากนักใช่ไหมข้าว นี่แน่ะ” ปั๊มเองดึงเอาจานข้าวของนักเรียนที่นั่งข้างๆกนที ซึ่งตอนนี้เจ้าของจานหลบออกไปไกลมากแล้ว เขาเอาจานมาวางไว้ต่อหน้ากนที แล้วกดหัวกนทีลงใส่จาน
           “ไม่เอา ไม่” กนทีพยายามจะดิ้นออกจากพันธนาการ แต่ด้วยทั้งสามคนรุมอยู่จึงได้แค่ร้องอ้อนวอนออกมา
           “หยุดนะ ทำอะไรกัน” เสียงของซิสเตอร์ดังขึ้น นักเรียนต่างก็กรูกันออกห่าง
           “ฮึกๆ ฮือๆ ทีไม่รู้ พี่เขามาทำทีครับ ซิสเตอร์” พอเห็นว่ามีตัวช่วย กนทีเองร้องไห้ออกมา ทั้งที่แต่ก่อนไม่มีทีท่าว่าจะมีน้ำตาเลย เขาแสดงท่าทีประหนึ่งว่ากำลังจะขาดใจตาย
          “เชี่ย” จเรสบถออกมา แล้วถอยไปยืนเรียงกันทั้งสามคน
          “ทำไมเกเรแบบนี้คะ ไปพบมาเซอร์อดุลด้วยที่ห้องปกครอง ทั้งหมดนั่นล่ะ” เสียงซิสเตอร์แข็งกร้าว จ้องหน้าทุกคน กนทีหน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษอาหาร น้ำตาเอยก็ไหลอาบลงมาทั้งสองแก้ม
          “เป็นนักเรียนใหม่เหรอคะ ไม่ไหวเลยพวกเธอ ทำไมทำตัวกร่างแบบนี้ นักเรียนใหม่ก็ไม่เว้น ตามซิสเตอร์มา”       ซิสเตอร์หันหลังให้ กนทีก้มหน้าลงแล้วยังคงร้องไห้อยู่ พอเดินจะตามซิสเตอร์ไป จเรก็หมั่นไส้ปรี่เข้าไปผลักหลังไม่แรงมากนัก แต่กนทีเองพอมือโดนตัวก็ทำท่าเซ เหมือนว่าเขาโดนถีบ
          “โอ๊ย” กนทีล้มลงไป กลิ้งต่อหน้าซิสเตอร์ที่กำลังเดินไปยังห้องปกครอง
          “ว้าย ตายแล้ว อะไรกัน ทำไมนักเลงหัวไม้แบบนี้” ซิสเตอร์หันมาตวาดเสียงดัง
          “โอ๊ย เจ็บ เจ็บ” กนทีร่ำร้องออกมา มีน้ำตาเป็นเครื่องเคียง เขากุมข้อเท้าไว้ ทำท่าเจ็บปวดอย่างหาประมาณไม่ได้
          “นิสัยแย่มาก พ่อรวยแล้วยังไง ทำตัวแบบนี้ไมไหวนะคะ ไม่ได้แล้ว ครูต้องภาคทัณฑ์พวกเธอแล้ว” ซิสเตอร์คาดโทษแล้วก้มลงไปหากนที พอเห็นซิสเตอร์ก้มลงไปหาก็จับแขนไว้ ท่าทางของกนทีช่างดูน่าเวทนายิ่งนัก
          “เจ็บมากไหมคะนักเรียน ข้อเท้าแพลงหรือเปล่า ตายจริง เข่าเลือดไหลด้วย”
          “ปวดมากครับ โอย ปวดมาก” กนทีครางออกมา น้ำตาก็ไหลออกมาผสานกันเป็นอย่างดี ตอนที่เขาโผลงไปที่พื้นนั้น จงใจให้เข่าไปกระแทกพื้นแรงๆ จนเข่าของเขาถลอกมีเลือดไหลซึมออกมา สีหน้าของซิสเตอร์ดูตกใจมาก แต่ทั้งสามคนที่เป็นคนลงมือต่างมองกนทีอย่างโกรธแค้น
“แม่งโครตสำออยเลยว่ะ มึงผลักนิดเดียว มึงดูมึงทำดิ แม่งรู้งี้ กูเองน่าจะยันแม่งให้หนักกว่านี้ จะได้หน้าแหกสมใจมัน” ปั๊มกัดฟันพูดออกมา หน้าตาบอกบุญไม่รับ
            “มึงเห็นหรือยัง แม่มันเป็นกะหรี่ แม่มันก็คงอ้อนพ่อกูเอานั่นเอานี่ เชี่ยเอ้ย” จเรตะโกนออกมาไม่สนใจใคร
            “แบบนี้ ต้องจัดนะเว้ยมึง ไม่งั้นกูนอนไม่หลับแน่ๆ” หนึ่งเสริม ทั้งสามเดินตามซิสเตอร์ที่พยุงกนทีนำหน้าไป
            “เธอสามคนไปรอที่ห้องปกครอง มาเซอร์อดุลคงต้องสอบกันยาว ไปค่ะนักเรียน ไปห้องพยาบาลกันก่อน เลือดซึมไม่หยุดเลย” ซิสเตอร์พากนทีเดินแยกไปยังห้องพยาบาล
           “ปวดจังเลยครับซิสเตอร์ ทีปวดขา” กนทีเองก็ร้องออกมา โอดครวญหน้าตาเหยเก
           “อดทนเอาหน่อยนะคะนักเรียน ไม่น่าเลย เพิ่งจะเข้าเรียนวันแรกไม่ใช่เหรอ ไม่น่ามาเจอนักเรียนเกเรพวกนี้เลย” ซิสเตอร์เองก็วิตก จะจับขาก็ไม่กล้า
            “พี่ๆ เขาจะมาทำร้ายทีอีกไหมครับซิสเตอร์ ทีกลัว ทีกลัวเหลือเกิน ทีไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน” น้ำตาพรั่งพรูออกมา เม้มปากกัดฟัน ตัวสั่นเทิ้มไปดวยความหวาดกลัว ซิสเตอร์ต้องปลอบและโอบบ่าเอาไว้


           “พวกมึงนี่ยังไง สร้างเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวัน เด็กมันเพิ่งจะเข้ามาใหม่ พวกมึงจะไปสร้างอิทธิฤทธิ์อะไรวะ หา กูไม่เข้าใจ” มาสเตอร์อดุล อาจารย์ประจำฝ่ายปกครอง กร้าวเสียงขึ้นเมื่อทั้งสามเข้าไปนั่งในห้องปกครอง ห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่ทั้งสามกลับไม่รู้สึกเย็นแม้แต่น้อย ไมได้เกรงกลัวมาสเตอร์ห้องปกครองแต่อย่างใด แต่ที่ใจมันร้อนรุ่มคือกำลังคิดหาหนทางที่จะเอาคืนกนที
           “มาเซอร์จะทำไรก็ทำครับ แต่คุยกะป๊าผมก่อนก็แล้วกัน” ปั๊มเอ่ยขึ้นแสยะยิ้ม
           “มึงไม่ต้องเอาพ่อมาอ้าง ทำตัวแบบนี้เหมือนไม่ไว้หน้าพ่อมึงเองนั่นล่ะ เกเร ไม่เข้าท่า เรียนก็ไม่ดี กีฬาก็ไม่เก่ง ดีแต่รังแกคนอื่น วันๆ พวกมึงเคยคิดอะไรที่มันเป็นประโยชน์บ้างไหม” มาสเตอร์ยังคงกร้าวเสียง
           “ทำสิครับ เนี่ย กำลังคิดอยู่” ปั๊มโพล่งออกมา สายตากร้าวกลับคืน เพื่อนทั้งสองคนเองก็มีสีหน้าไปในทำนองเดียวกัน ไมได้เกรงกลัวหรือยำเกรงมาสเตอร์เลย
          “พวกมึงคิดจะทำอะไรอีก สรรหาแต่เรื่องเลวระยำนะ”
          “ด่าพอหรือยังมาเซอร์ พวกผมยังไมได้กินข้าว หิว” หนึ่งเอ่ยขึ้นบ้าง กลับเป็นฝ่ายมาสเตอร์เองที่กัดฟันกรอด
          “ไม่ได้ ต้องรอให้ผู้ปกครองมาก่อน วันนี้ต้องลงโทษพวกมึงให้ได้ กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า พ่อพวกมึงจะทำอะไรได้ ในเมื่อพวกมึงทำไม่ถูกต้อง”
         “งั้นมาเซอร์ รอไปคนเดียวก็แล้วกัน ป๊ามาแล้วค่อยไปตามพวกผมนะ รำคาญว่ะ แม่ง” ปั๊มลุกขึ้นก่อนใคร เพื่อนๆก็ตามลุกขึ้น มาสเตอร์อดุลตบโต๊ะเสียงดัง
         “พวกมึงไปไหนไม่ได้” ตวาดออกมาเสียงดังลั่น แต่ไม่มีใครสนใจ แม้แต่ผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ พวกเขายังไม่เคารพยำเกรง แล้วใครหน้าไหนในชีวิตนี้ ที่พวกเขาจะยำเกรง
         “สัด กูไม่ได้เอาเลือดปากไอ้เชี่ยนั้นออกมาล้างตีนกู ไม่ยอมนะเว้ย แม่งไอ้เชี่ย ทำให้กูโดนด่า” จเรเอ่ยออกมา
         “จัดแม่งเลย เอาให้มันเข้าโรงบาลเลยดีไหม พรุ่งนี้มันจะได้ย้ายหนี” หนึ่งสนับสนุน ทั้งสามไม่ได้กลับไปที่โรงอาหาร แต่กลับไปที่ห้องน้ำหลังอาคาร ปั๊มเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ เหมือนว่ามันจะช่วยผ่อนคลายความหงุดหงิดในใจไปได้ นักเรียนคนไหนที่เดินผ่านมาจะทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ก็โดนตะเพิดไล่หนีไปเสียหมด


           “กนที รู้จักกับรุ่นพี่เขาด้วยเหรอ” ซิสเตอร์ถามขึ้นตอนที่ยืนมองพยาบาลประจำห้องทำแผลให้กนทีอยู่
           “รู้ครับ พี่เร เป็นพี่ชาย เอ่อ คนละพ่อกับทีเอง” กนทีเอ่ยออกมา
           “ตายจริง เป็นพี่น้องกันทำไมถึงได้ทำแบบนี้” ซิสเตอร์อุทานออกมา แล้วเข้าไปจับบ่าของกนทีเอาไว้
           “นี่กนทีเป็นลูกชายคุณวิวัฒน์เหรอ” ซิสเตอร์เอ่ยถามขึ้น กนทีพยักหน้า
           “เอาเถอะจ๊ะ เดี๋ยวคุณวิวัฒน์ก็มา สำหรับจเรเองต้องได้รับโทษที่ทำแบบนี้ กนทีไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ” ซิสเตอร์ปลอบใจ กนทีก้มหน้าลงน้อยๆ ดูดปากตัวเองให้ห่อเข้าหากัน ในใจก็รู้สึกเคืองแค้นไปไม่น้อย แต่กำลังคิดหาทางอยู่ เกลียดฉันหรือ? กนทีนึกในใจ เกลียดก็ดี จะได้มองหาลู่ทางว่ามีสิ่งไหนที่เอื้อประโยชน์ให้ได้ไหม แต่คนชื่อปั๊ม ทาทางคงจะรวยไม่น้อย กนทียิ้มออกมาทางแววตา


                “ทำไมสร้างแต่เรื่อง หาไอ้เร นี่น้องนะ ทำไมทำแบบนี้” เรื่องถึงคุณวิวัฒน์จนได้ อรฤดีเองก็นั่งอยู่เคียงข้าง ทำหน้าเศร้าเหลือจะประมาณ คอยลูบหน้าลูบหลังของวิวัฒน์อยู่
                 “ใจเย็นๆก่อนนะครับ คุณวิวัฒน์ อารมณ์ของเด็กมัน มีเรื่องกันแค่นี้มาเซอร์ไม่น่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยนะครับ เวลาของผมมีค่านะ เรื่องแค่นี้เอง ผมก็นึกว่าเรื่องอะไรกัน” บิดาของชินกฤต หรือ ปั๊มเอ่ยขึ้น สายตาตำหนิมาสเตอร์ แล้วหันมาปลอบวิวัฒน์ ที่หน้าตากำลังเอาเรื่องบุตรชายของตนอยู่
                 “มันไม่ใช่แค่เรื่องแค่นี้นะครับคุณ ชินวุฒิ เพราะเด็กไปรังแกคนอื่นก่อน แถมยังทำให้มีบาดแผลอีก คราวนี้ทางโรงเรียนคงต้องภาคทัณฑ์ไว้นะครับ” มาสเตอร์เองก็ยังคงกร้าวเสียง
   “คุณแน่ใจเหรอมาเซอร์ นี่ลูกชายผมนะ เงินสนับสนุนโรงเรียนนี้ ลองถามอธิการดูหรือยัง ว่าได้มายังไง ถ้าจะภาคทัณฑ์ลูกชายผม ก็ลองดู ดีเหมือนกันผมอาจจะได้มองหาโรงเรียนใหม่ๆ เผื่อว่าเขาอาจจะเกรงใจผมบ้าง” เขามองดูมาสเตอร์อย่างเหยียดหยาม
                   “เอาเถอะๆ เป็นอะไรไหมลูกที อย่าไปถือสาพี่มันเลยนะ แล้วที่อยู่ ที่พักเป็นยังไงบ้าง พออยู่ได้ไหม” วิวัฒน์หันไปหากนทีที่หลังจากทำแผลเสร็จ ซิสเตอร์ก็พามาที่ห้องปกครอง กนทีเองนั่งอยู่ข้างๆจเรและเพื่อนทั้งสอง ผู้ปกครองทั้งสามรวมทั้งอรฤดีนั่งอยู่ด้านหน้า
                  “ไม่เป็นไรครับพ่อ” กนทีเอ่ยขึ้นเสียงเบา ก้มหน้าลง จเรเองฟังอยู่ พอกนทีเอ่ยคำว่าพ่อออกมาเขาก็ลุกขึ้น
                  “พลั่ก” “โอ๊ย” จเรเองถีบเข้าที่สีข้างของกนทีจนล้มกลิ้งออกจากเก้าอี้
                  “ว้าย” “หยุดนะจเร ทำไมก้าวร้าวแบบนี้” เสียงแรกเป็นเสียงของอรฤดี เสียงที่ตามมาคือเสียงของมาสเตอร์ วิวัฒน์เองอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าจเรจะก้าวร้าวได้ถึงเพียงนี้
                 “นิสัยเสีย ใครสั่งใครสอนแก ถ้ามันแย่มากนัก พ่อจะย้ายให้แกไปเรียนโรงเรียนวัด หา จะเอายังไง” เสียงของวิวัฒน์กร้าวขึ้น ทำให้จเรหยุดกัดฟันแน่น
                 “พ่อ ไม่ได้นะ ทำไมพ่อต้องปกป้องมัน พ่อไม่รู้เหรอ ว่าพวกมันจะมาปอกลอกเรา พ่อไม่รู้เหรอ” จเรร้องขึ้นเสียงดัง วิวัฒน์โกรธจนตัวสั่น
                 “เหลวไหล ไปเก็บของ ถ้ายังนิสัยเสียอยู่แบบนี้ ไม่ต้องเรียนมันแล้วที่นี่ พ่อจะพาไปเรียนโรงเรียนวัดแถวบ้าน ไปเก็บของ” เสียงของวิวัฒน์เองก็กร้าวเช่นกัน จเรเองเม้มปากแน่น ยืนกำหมัดอยู่ สายตามองดูบิดาอย่างไม่เข้าใจ แล้วเหลียวมามองกนทีกับอรฤดี ที่กำลังโอบกอดกันอยู่ด้วยความเคียดแค้น
                  “ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณวิวัฒน์ ปั๊มพาเพื่อนออกไปก่อน เดี๋ยวพ่อคุยให้” บิดาของปั๊มเอ่ยขึ้น เขาจึงลากจเรออกไปจากห้องปกครอง
                  “เด็กมันไม่ชอบหน้ากัน มันเป็นเรื่องธรรมดาล่ะครับคุณวิวัฒน์ อย่าเอามาใส่ใจเลย ไปกินข้าวกับผมดีกว่า พอดีเลย ผมมีหุ้นตัวใหม่มาเสนอ ตัวนี้มาแรงมากนะครับ” เขาพยายามทำให้วิวัฒน์ใจเย็นลง สีหน้าสีตาของวิวัฒน์เองเกรี้ยวกราดนัก อรฤดีเองก็ไม่รู้จะเอาทางไหน ลูกชายก็ร้องไห้สะอื้นอยู่กับพื้น สามีใหม่ก็กำลังจะโดนโฉบไปด้วยเพื่อนทางธุรกิจ อรฤดีจึงก้มลงกระซิบข้างหูของกนที
                  “ออกไปก่อนไอ้ที แค่นี้มันไม่ตายหรอกนะ อดทนหน่อย มันเกลียดเราก็ดี ให้มันแสดงออกมาเลย ยิ่งมันแสดงออกมามากเท่าไหร่ เรายิ่งได้เปรียบ คอยดูเถอะ ฉันจะเฉดหัวมันออกจากบ้าน ไม่ให้ได้อะไรจากพ่อมันสักแดงเดียว” อรฤดีแสยะยิ้ม แล้วลุกขึ้นไปคลอเคลียวิวัฒน์
                 “อย่าโกรธเลยนะคะพ่อขา อรเข้าใจลูกเรดี เราออกไปหาอะไรกินกันสบายอารมณ์ดีกว่านะคะ พ่ออย่าอารมณ์เสียนะ” อรฤดีเองก็ยิ้มหวานให้ทั้งวิวัฒน์และชินวุฒิ กนทีเดินร้องไห้ออกมาจากห้องปกครองแล้ว
                 “แล้วจะให้ผมลงโทษเด็กยังไงดีครับ” พอเห็นว่าผู้ปกครองทั้งสามกำลังจะลุกหนีไปจากห้องปกครอง มาสเตอร์ก็เอ่ยขึ้น เพราะเหมือนว่าเขากลายเป็นหัวหลักหัวตอไปเสียแล้ว
               “ลงโทษอะไรกันมาเซอร์ นี่คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ อย่าแตะต้องลูกผม ไม่งั้นคุณนั่นล่ะจะลำบาก” ชินวุฒิเอ่ยขึ้นเสียงแข็งแล้วพากันออกไปจากห้องปกครอง ปล่อยให้มาสเตอร์นั่งหน้าขมวดอยู่
                “ไม่ไหวๆ เลี้ยงลูกแบบนี้ล่ะนิสัยไม่ดี คนเป็นพ่อก็ถือหางแบบนี้ แล้วเด็กมันจะมีความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีได้ยังไงกัน” มาสเตอร์บ่นออกมา ทำหน้าเหมือนปลงกับสิ่งที่พานพบ


ยังมีต่อคร้าบ คอมไม่ค่อยดี

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745

ถูกใจให้เป็ด +9
           “นี่ที เป็นไงบ้าง” พอเดินกลับเข้าห้องไป ตรอนก็รีบเข้ามาจับแขนกนทีถาม
                  “เรื่องอะไรเหรอ เราเหนื่อย” กนทีบอกออกไป สายตาไม่มีม่านของน้ำตาหลงเหลืออยู่เลย มันมีเพียงความว่างเปล่าที่เจืออยู่ด้วยความรำคาญ
                  “อ้าว ก็เรื่องที่มีเรื่องกันกับรุ่นพี่ไง พ่อนายว่าไงบ้าง เราเพิ่งจะรู้นะว่านายเป็นน้องพี่เร” น้ำเสียงของตรอนดูกระตือรือร้นที่จะถาม แต่กนทีกลับส่ายหน้า
                  “ไม่มีอะไรหรอก คงทำอะไรพี่ๆเขาไม่ได้หรอกตรอน เพราะพ่อพี่เขารวย” น้ำเสียงของกนทีเองก็แจ่มใสอย่างประหลาด พร้อมกับแววตาที่เปล่งแววตาเหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
                 “เราบอกแล้ว พ่อพี่ปั๊มน่ะ รวยมากๆเลยนะ เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟ ไหนจะร้านทอง ไหนจะโรงงานผลิตอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์อีก ปีนึงๆพ่อพี่เขาบริจาคเงินให้โรงเรียนเราเยอะที่สุดเลยนะ ใครก็ทำอะไรพี่เขาไมได้หรอก”
                 “เหรอ” กนทีเอ่ยถาม แต่สายตาไม่ได้สนใจกับคำพูดของตรอนเลยแม้แต่น้อย
                 “แล้วพี่เรเป็นไงบ้างอ่ะ ตอนอยู่ที่บ้าน” ตรอนเอ่ยถามขึ้น คราวนี้เองที่กนทีได้หันมามองหน้าของตรอน
                 “ถามเฉยๆ เราว่าพี่เขานิสัยไม่ดีเลยเนอะ นายจะทนอยู่กับพี่เขาที่บ้านได้ยังไงกันนะ เรายังคิดภาพไม่ออกเลย” ตรอนเอ่ยขึ้นกลบเกลื่อน สายตาเหลือบไปทางอื่น
                 “ก็แค่ต่างคนต่างอยู่ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย แล้วนายไม่มีพี่ชายเหรอ” กนทีเอ่ยถามขึ้นบ้าง
                “มีดิ พี่เราเรียนอยู่ ม.๖ แต่เรียนอยู่โรงเรียนชายล้วนในเมือง พ่อเราส่งเรามาเรียนที่นี่ เพราะเราไม่อยากเรียนที่เดียวกับพี่เราน่ะ” ตรอนเอ่ยออกมา กนทีพยักหน้า แล้วหันไปหน้าห้อง ดูเหมือนว่าเรื่องของกนทีจะโด่งดังไปทั่วทั้งโรงเรียน ภายในชั่วเวลาไม่นานนัก เดินเหินไปทางไหน ใครๆก็หันมามองแล้วตามด้วยเสียงซุบซิบนินทา
                “ได้ข่าวว่ามีแม่เป็นนักร้อง เป็นผู้หญิงกลางคืน กล้าเนอะ ว่าป่ะ” เสียงเพื่อนๆนักเรียนแว่วดังมา ตอนเลิกเรียน กนทีเดินตามตรอนจะไปที่หอ
                “หน้าไม่อายว่ะ คงคิดว่าตกถังข้าวสารแล้วสินะ สงสารแต่พี่เรเนอะ”
                “นั่นน่ะสิ หน้าตาก็ดี แต่ใครเป็นพ่อก็ไม่รู้ น่าสงสารจริงๆ”
                “โรงเรียนเราไม่น่ามีคนแบบนี้มาเรียนเลยเนอะ น่าอายจังเลย” เสียงที่เหมือนซุบซิบแต่มันไม่ใช่ เพราะเสียงนั้นจงใจที่จะเอ่ยออกมาให้มันดัง เพื่อทำให้คนที่ถูกกล่าวอ้างถึงต้องอับอาย เพราะทั้งสายตา และบางคนถึงกับชี้ไปด้วยเวลาที่พูด ตรอนเองรู้สึกอายจนก้าวขาจะเดินไม่ออก
                “ทีเขาว่านายหรือเปล่า” ตรอนหันมากระซิบถามกนที ที่เดินเคียงข้างมา
                “ไม่ใช่หรอก เขาไม่ได้เอ่ยชื่อนี่ อย่าไปสนใจเลย” กนทีเอ่ยออกมา ท่าทางดูนิ่ง จนดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรหรือไม่คิดอะไรอยู่ในใจ ภายใต้ใบหน้าที่เฉยเมยนั้น สายตาก็ยังคงสดใสแวววาวอยู่
                “หน้าด้านว่ะ แม่งเขาด่าปาวๆอยู่ ยังทำหน้าทนอยู่ได้ ไอ้ไม่รู้จักอาย มีแม่เป็นกะหรี่” เด็กคนที่เหมือนเป็นตัวนำเสียงนินทาเปล่งเสียงขึ้น ดังลั่นไปทั่วทั้งหน้าอาคาร ลิ่วล้อและเพื่อนๆที่เห็นเป็นเรื่องสนุก ก็กรูกันตามเขามา เขาเองเดินปรี่เข้าหากนทีกับตรอน
                “ทีเขามาว่านายแล้ว” ตรอนเองรู้สึกประหม่ากลัวจนหน้าซีดลง มือไม้สั่นจนเห็นได้ชัด
                “มึงน่ะ ไอ้ลูกกะหรี่ หน้าด้านนะ เขาว่ามึงอยู่น่ะ ได้ยินไหม” เขาคนนั้นผลักบ่าของกนทีให้เซไปด้านหน้า กนทีเซไปตามแรงผลัก แล้วหันมามองทุกคนที่ห้อมล้อมอยู่ สายตาว่างเปล่า แล้วก็เบะปาก
                “ทำไมมาว่าเราล่ะ” กนทีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีตกใจหรือประหม่าอยู่เลยแม้แต่น้อย
                “ก็มันจริงไหมล่ะ ที่แม่มึงเป็นกะหรี่ เป็นนักร้องกลางคืน และมึงก็เป็นแค่เด็กบ้านนอก ที่พอแม่ตกถังข้าวสารมึงก็เลยได้กระแดะมาเรียนที่ไฮโซๆแบบนี้” เสียงลิ่วล้อ โห่กันเกรียวกราวรู้สึกสนุกสนานเหลือเกิน
                 “นายรู้ได้ยังไง ว่าแม่เราเป็นกะหรี่ แล้วกะหรี่มันแปลว่าอะไรเหรอ ทำไมนายถึงพูดคำนี้ออกมา” กนทียังคงน้ำเสียงนิ่งเรียบเอาไว้
                 “ปัญญาอ่อนป่ะมึง กะหรี่ก็ผู้หญิงไม่ดี ที่ขายตัวแลกกับเงิน แล้วนอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้าน่ะสิ ไอ้ลูกกะหรี่” เขาตะเบ็งเสียงใส่
                “แล้วยังไง” สิ่งที่กนทีเองเอ่ยออกมา รวมถึงท่าทางที่นิ่งเฉย ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของเขา หรือแม้แต่เสียงโห่ร้องนั้น ทำให้คนทั้งกลุ่มถึงกลับอ้าปากหวอ
                “หน้าไม่อาย เป็นลูกกะหรี่ แล้วยังมาลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ ทุเรศ”
                “ทำไมต้องอาย ขายตัวก็ตัวของแม่เรา ไม่ใช่เอาตัวแม่นายมาขายนี่ หรือว่าแม่นายก็อยากขายหรือเปล่า แต่ว่าสภาพร่างกายมันไม่เอื้อ เลยขายไม่ออกแน่เลย พ่อนายเลยรับกรรมซื้ออยู่คนเดียว เราว่าแม่นายนั่นล่ะที่ไม่คุ้ม”
               “อ่า ไอ้เชี่ย มึงด่าแม่กูเหรอ” เขาปรี่เข้ามาหา กนทีเองเบะปากแต่ก็ถอยไปตั้งหลัก
               “อย่านะ นายจะทำอะไร ทีนายว่าแม่เรา เรายังไม่ได้จะทำอะไรนายเลย แล้วเราว่าแม่นายคืนทำไมจะไม่ได้”
               “สัด” เขาปรี่เข้ามาหา พร้อมกับจะต่อยเข้าที่หน้าของกนที แต่กนทีเองก็หลบ เขาเซพลาดไป กนทีเอากระเป๋าตีซ้ำไปที่หลังของเขา แรงตีทำให้เขาล้มลงกับพื้น
               “เฮ้ย” ลิ่วล้อและเพื่อนๆของเขาเหมือนจะกรูกันเข้ามา
               “หยุดนะ รู้จักพ่อเราแล้วไม่ใช่เหรอ พ่อใครรวยเท่าพ่อเรา ค่อยคิดจะมาทำอะไรเรานะ ถ้ารวยไม่ถึง พวกนายลำบากแน่” กนทีกร้าวเสียงออกไป ที่กล้าเอ่ยเสียงออกไปอย่างนั้น เพราะตอนที่เดินมาจากห้อง กนทีได้เอ่ยถามตรอนแล้วว่าใครรวยที่สุดในโรงเรียนนี้ ตรอนก็เล่าเท่าที่รู้ ทั้งที่เพิ่งจะเข้าเรียนมาใหม่เช่นกัน แต่เหมือนว่าเขาจะมีข้อมูลอยู่ในหัวมากพอสมควร พ่อของชินกฤตหรือปั๊มรวยที่สุด รองลงมาก็วิวัฒน์นั่นเอง กนทีจึงกระหยิ่มใจนัก เพราะคนที่เหลือๆเขาเข้าใจวาเป็นแค่ลูกพ่อค้าแม่ค้า หรือไม่ก็ลูกนักธุรกิจปลายแถวเพียงเท่านั้น
                 “หมั่นไส้ว่ะ แม่งเอ้ย” ทุกคนกรูกันเข้ามาทั้งถีบทั้งเตะกนที
                 “พอแล้ว หยุดนะ ซิสเตอร์ช่วยด้วยๆ” ตรอนเห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยร้องขึ้น แต่ก็รออยู่นานพอสมควร กนทีเองพยายามปัดป้อง เอาเอากระเป๋าปิดหน้าไว้ ราวกับว่าใบหน้านั้นมันมีค่ากว่าร่างกาย พอได้ยินคำว่าซิสเตอร์ทุกคนก็วิ่งหนีกันเป็นแถบ เหลือเพียงกนทีที่คลานอยู่กับพื้นซีเมนต์ ร่างกายบอบช้ำมีรอยฟกช้ำแดงไปทั่วทั้งตัว แต่ใบหน้าไม่มีรอยอะไรมากนัก เสื้อผ้านักเรียนที่ขาวสะอาด มีรอยเท้าเต็มไปด้วยเสื้อ
                 “ทีเป็นอะไรไหม ทีเจ็บไหม” ตรอนร้องออกมาแล้ววิ่งเข้าไปหา
                 “ฮื่อ เราไม่เป็นไร” กนทีเอ่ยออกมา ไม่ร้องไห้ ไม่มีน้ำตาเลยแม้แต่หยดเดียว
                 “แต่นายโดนรุมนะที” ตรอนทำเสียงเหมือนจะสงสารเพื่อนใหม่ แต่กระนั้นน้ำเสียงก็แห้งขอดเหลือจะคาดคะเน
                 “ช่างเถอะ รีบกลับเถอะตรอน เราอายคนเขา” แววตาที่ฉายออกมาทั้งท่าทีทำให้ตรอนได้แต่ส่ายหน้า
                 “นายไม่เจ็บเหรอ ไปทำแผลก่อนไหม” ตรอนเอ่ยออกมาอย่างเสียไม่ได้
                 “ไม่เป็นไรหรอก พวกนั้นอยู่หอไหนอ่ะตรอน”
                “นายจะทำอะไรที อย่ามีเรื่องกันเลยนะที เราขอล่ะ เดี๋ยวจะไปฟ้องซิสเตอร์ให้” ตรอนอ้อนวอน เพราะด้วยสันดานไม่ใช่คนชอบมีเรื่องหรือใช้กำลังเพื่อการแก้ปัญหา
                “เราไม่ได้จะทำอะไรซะหน่อยตรอน เราแค่อยากจะรู้ เผื่อว่าจะไม่ได้เข้าไปใกล้หอนั้นไง” กนทีเอ่ยออกมาเปลี่ยนแววตา ตรอนถอนหายใจอย่างโล่งอก
                “หอเดียวกับเรานั่นล่ะ พวกนั้นอยู่ห้อง ซี แต่อยู่ชั้นสอง” ตรอนเอ่ยออกมา
                “ตรอนเพิ่งมาจริงเหรอ ทำไมรู้ดีจัง” กนทีหยอก แล้วยิ้มให้
                “ไม่ได้หรอกที เราชอบหาข้อมูล ใครเป็นยังไงเราพอจะรู้ล่ะ แม้จะมาไม่นาน แต่เราก็พอรู้ อย่างรุ่นพี่คนไหนน่าสนใจ เราก็รู้” ตรอนทำท่าเขินออกมา
                “หือ นายชอบผู้ชายเหรอตรอน” กนทีเอ่ยถามขึ้น ตรอนหน้าเจื่อนลงทันที แก้มระบายขึ้นทันทีด้วยสีของเลือด
                “อ้าว อย่าบอกนะว่านายไม่ชอบ อย่ามาโกหกเราเลย เรารู้ว่านายก็ชอบเหมือนเรานั่นล่ะ” ตรอนอายจริงจัง ไม่สบตากนทีที่ดูดปากเข้าหากัน แล้วกัดขอบด้านในปาก เขาจะทำเมื่อเขารู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมา
                “บ้าเหรอ ท่าทางเราเหมือนชอบผู้ชายมากขนาดนั้นเลยเหรอตรอน” กนทีเอ่ยถาม
                “ก็ใช่น่ะสิ นายมาใหม่ๆเรายังรู้เลย ว่านายน่ะเพื่อนสาวเรา ก็นายขาว ตัวเล็กอีกต่างหาก หน้าตาแบบนายนี่ล่ะ ที่เขาอยากได้กัน” ตรอนเอ่ยขึ้น
               “เขาคือใคร” กนทีเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง เพราะไม่เข้าใจ แม้จะพอรู้ว่าอะไรมันคืออะไร
               “ก็รุ่นพี่ไงที อะไรกัน อย่าบอกนะว่านายไม่เคยมีแฟน” ตรอนหันมาทำท่าสนใจ
               “เรามี เอ่อ” อ้าปากพูดออกมา แต่คิดขึ้นมาได้ว่าประโยชน์อันใดที่จะเอาไส้เอาพุง เรื่องส่วนตัวของตัวเองมาเล่าให้คนอื่นฟัง แม้คนๆนี้จะเอ่ยอยู่ปาวๆว่าเป็นเพื่อนกัน แต่สำหรับกนที เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะได้รับรู้
              “มีเหรอ เราว่าแล้ว เป็นไง แฟนนายหล่อไหม” ตรอนดูสนใจในสิ่งที่กนทีเอ่ยออกมากเหลือเกิน
              “อืม ก็พอได้อ่ะ แล้วแฟนนายอ่ะ หล่อไหม” กนทีถามคืนบ้าง
              “เราเพิ่งเลิกไป ตอนนี้เรากำลังมองอยู่คนหนึ่ง เราสนใจเขามานานแล้ว”
              “ใครอ่ะ” กนทีถามบ้าง ไม่ใช่อยากจะรู้ แต่แค่รู้สึกว่ามันเป็นคำถามที่ควรจะถามออกมาในตอนนี้
              “ไม่เอาอ่ะ เอาไว้ให้แน่ใจก่อนเดี๋ยวเราบอก แล้วแฟนนายอยู่ไหนอ่ะ” ตรอนเองก็ไม่ยอมเผยความลับเช่นกัน กนทีทำปากเหมือนเคย
             “ตายแล้ว” “หา จริงเหรอที เราเสียใจด้วยนะ” ตรอนเสียงสลดลงมาก กนทีเองก็พยักหน้า คำว่า ตาย เป็นคำตอบที่ปิดทุกคำถามที่จะต่อๆมา แฟนหรือ? เขาไม่อยากให้ใครๆเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากนัก มันเป็นทางออกที่ไม่ต้องคิดอะไรมากที่จะตอบเพื่อนไปแบบนั้น
             “แล้ว เอ่อ แฟนนายเขาเป็นอะไรตายอ่ะ” กนทีหลุบสายตาลงต่ำ ขบกรามเบาๆแล้วหันมายิ้มแห้งๆให้ตรอน
             “เราไม่อยากพูดถึงน่ะ ไว้เราสบายใจกว่านี้ จิตใจเราเข้มแข็งกว่านี้ เราจะเล่าให้ฟังนะตรอน” น้ำเสียงของกนทีทำให้ตรอนต้องโอบบ่าของกนทีเอาไว้ในทันที ทั้งสองเดินตามกันเข้าหอไปแล้ว


ปล. ไม่รู้ว่าจะชอบอ่านกันหรือเปล่าน้า อิอิ เนื้อหาค่อนข้างแรงนะครับ ดราม่าไหม ไม่มาก แต่จะเน้นการดำเนินเรื่อง อาจจะงงนิดหน่อยเพราะตัดไปมา แหะๆ ลองเขียนแนวนี้บ้าง เผื่อทุกคนชอบอ่านกัน

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะครับ

ออฟไลน์ kaichan

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 0

ถูกใจให้เป็ด 0
EW. *Devil Assassinate Trustworthiness.

ออฟไลน์ KaorPaor

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 707
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 133

ถูกใจให้เป็ด 0
จิ้มเรื่องใหม่

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 5984
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 561

ถูกใจให้เป็ด 0
กนทีร้ายกว่าที่คิดไว้มาก
ใครจะเป็นเหยื่อรายแรก

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 2761
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 115

ถูกใจให้เป็ด 0
รู้สึกเกลียด ที มากๆๆๆๆ :beat: :beat:

ออฟไลน์ bebe

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 27

ถูกใจให้เป็ด 0
มันส์มากกก

ออฟไลน์ fullmoonny

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 28

ถูกใจให้เป็ด 0
อ่านตอนแรกนึกว่าทีจะใสๆแบบโดนพี่เรแกล้ง นี้ผิดคาดแบบหักโค้งสุด
น้องทีร้ายมากกกกกกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ Jay.iat

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 8

ถูกใจให้เป็ด 0
จิ้ม นายเอก สาวจัง

ออฟไลน์ BlueHoney

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 4

ถูกใจให้เป็ด 0
Ohh!! แรงกันทุกคนเลย
เรื่องนี้อุเคะของเรา...ท่าจะร้าย(มาก)จากการคาดเดา และชื่อเรื่อง
แล้วมันจะมารักกันได้้นี้...อืม น่าติดตาม^^ :impress2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 4261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 423

ถูกใจให้เป็ด +2
 o13    แซ่บเวอร์

ต้องมีนิยายแบบนี้บ้าง  นายเอกแบบนี้บ้าง

ไม่ใช่มีแต่นายเอกใสใส น่ารัก รันทด

นี้คือตัวอย่างของคน  คนเราได้รับการเลี้ยงดูอย่างนั้น ปลูกฝังอย่างนั้น  ไม่แปลกใจที่ทีจะเป้นแบบนี้

คนพวกนั้นทำร้ายที  ทีก้มีวิธีจัดการในแบบที

บอกตรงๆติดตามนิยายพี่อิ๊กกี้ทุกเรื่อง  เรื่องนี้อีกเช่นเคย  ชอบมากกกกก

อยากอ่านพล็อตสไตล์นี้แต่นายเอกร้ายลึกแบบนี้มานานแล้ว

ขอบคุนที่ทำให้ความฝันเป้นจริง  อิอิ   มาต่อบ่อยๆนะจะรอค้าบ :mc4:

ออฟไลน์ BBChin JungBB

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 481
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 29

ถูกใจให้เป็ด 0
โห อึ้ง ไม่กล้าอ่าน กลัวที กลัวว่าจะแย่งแฟนเพื่อน เฮ้อออ ทำไงดี ใจก็อยากอ่าน แต่อีกใจก็ไม่กล้า

ออฟไลน์ NY_JK

  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 23

ถูกใจให้เป็ด 0
 o13 เดาเนื้อเรื่องไม่ถูกเลยทีเดียว
ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น

ออฟไลน์ Scream

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 4

ถูกใจให้เป็ด 0
อ่านตอนดูจันดารา..
แบบ รู้สึกว่าใช่เลยค่ะ 55555
ชอบอ่ะแนวนี้ แปลกดีนะ
ร้ายจริงนายเอก
หน้าเคนกับจันลอยมาเลย

ออฟไลน์ มือซ้าย

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 11

ถูกใจให้เป็ด 0
 :z13:

ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 4242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 329

ถูกใจให้เป็ด 0
เข้ามาตามอ่านเร่ืองใหม่ครับ
ท่าจะเข้มข้นสะใจ

ออฟไลน์ hello_lovestory

  • >>I'm C-Z@<<
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1130
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 43

ถูกใจให้เป็ด 0
ยิ่งอ่านยิ่งน่าสนุก ยิ่งน่าติดตาม เร กับทีเนี่ยจะเป็นไงหว่า

ออฟไลน์ แมวดำ

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 9

ถูกใจให้เป็ด 0
กะลังมันเลยอ่ะ

ออฟไลน์ a_tapha

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 395

ถูกใจให้เป็ด 0
ขอบคุณค่ะ  เนื้อเรื่องโดนจริงๆ  o13

ออฟไลน์ eiky

  • Played Me!!!
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1745

ถูกใจให้เป็ด +9
เกวียนเล่มที่ ๓
             “ไปอาบน้ำสิที เดี๋ยวเราจะได้ไปอาบบ้าง” ตรอนเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว
               “ไม่ออกไปกินข้าวก่อนเหรอ หอปิดกี่โมงนะ” กนทีหันมาถาม
               “สองทุ่ม หรือนายจะไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยมาอาบ งั้นเราไปอาบก่อนนะ กินเสร็จเราจะแปรงฟันอย่างเดียว” ตรอนเอ่ยออกมา กนทีพยักหน้ารับรู้ ตรอนจึงเอาเครื่องอาบน้ำเดินออกจากห้องไป พอตรอนออกจากห้องไป กนทีก็เดินไปที่หน้าต่างของห้อง สายตาเพ่งไปยังกำแพงของตึกตรงข้าม เขากำลังระดมสมองคิดอยู่กับเรื่องที่เพิ่งจะผ่านเข้ามาใหม่ๆสดๆในชีวิต ปัญหาที่เขาไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาก่อน เขาจะต้องเตรียมตัวรับมือกับมันอีกครั้ง
                “อย่ามายุ่งกับกูนะ” กนทีพูดออกมา แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะคอมฯของตรอน เขาถือวิสาสะเปิดคอมฯแล้วค้นหาอะไรบางอย่าง
                    “ตรงนี้มีตลาดนัดวัน จันทร์ พุธ ศุกร์นะที ของกินเยอะ เราหาข้อมูลมาแล้ว นักเรียนโรงเรียนเราส่วนมากก็มากินอะไรกันที่นี่ล่ะ” ตรอนแนะนำตอนที่เดินออกจากรั้วโรงเรียน กนทีพยักหน้าสายตามองดูสิ่งของที่เขาวางขายกันตรงลานจอดรถข้างๆโรงเรียน ที่ตอนนี้ทำเป็นตลาดนัด
                      “กินก๋วยจั๊บไหมที” ตรอนเอ่ยชวน กนทีพยักหน้า แม้จะไม่ค่อยยินดีปรีดาต่ออาหารชนิดนี้สักเท่าไหร่นัก แต่ก็ยิ่งเงียบไปเสีย
                      “ซื้อขนมไปกินบนห้องด้วยดีไหม” พอกินเสร็จก็เดินเตร่กันรอบๆตลาด
                      “อืมเอาดิ เผื่อหิว” กนทีเองก็คล้อยตาม
                     “อ่า นั่นพวกพี่เรนี่ที” สีหน้าของตรอนซีดเผือดลงทันที กนทีเองก็หันไปตามสายตาของตรอน เขาเองก็ประหม่าอยู่ไม่น้อย เพราะตอนนี้อยู่นอกโรงเรียน จริตมารยาคงใช้ได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่พลันสายตาก็ฉายแววอะไรออกมาได้
                     “เฮ้ย มีคนมารองรับตีนแล้วว่ะ” ด้านของจเรเองก็เดินเตร่เที่ยวดูนั่นนี่อยู่ หนึ่งหันมาเห็นตรอนกับกนทีพอดี
                     “ดีเลย ไม่ต้องรอเวลา” ปั๊มเอ่ยขึ้นแล้วปรี่เข้าหา กนทีเองก็หันหลังกลับจะเดินหนีทันที
                      “เดี๋ยว แสบนักนะมึง ไอ้เชี่ย” ยังก้าวไปไม่ทันเท่าไหร่ มือของปั๊มก็ตะปบเข้าที่บ่าของกนทีแล้ว เขาออกแรงกระชากบ่าของกนทีให้หันมาหา
                     “เอ่อ” กนทีเองไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาดี สีหน้าของเขาดูหวาดกลัวไม่น้อย
                     “ว่าไง ไอ้ลูกกะหรี่ ดีใจล่ะสิ ที่พ่อกูด่ากูได้ ไอ้เชี่ยเพราะมึงคนเดียว” จเรปรี่เข้าตบที่หัวของกนทีอย่างแรง
                     “อย่าทำอะไรทีนะ” กนทีอ้อนวอนออกมา
                     “กราบตีนกูสิ กูจะยอมปล่อยมึงไป แต่แค่วันนี้เท่านั้นนะ พรุ่งนี้มึงก็มากราบตีนกูใหม่” ปั๊มกร้าวเสียงขึ้น ขยำบ่าของกนทีแรงกว่าเดิม
                     “ปล่อยทีไปเถอะนะพี่ ทีขอร้อง”
                     “ฝันไปเถอะ ลากแม่งไปยำหลังตลาดดีกว่าว่ะ” หนึ่งโผล่หน้าเข้ามาตะคอกใส่เช่นกัน พวกเขาไม่ได้เกรงกลัวสายตาผู้ใหญ่ที่เดินผ่านไปมาเลยแม้แต่น้อย
                     “ทีขอล่ะนะครับพี่ ให้ทีทำอะไรก็ได้ ทียอมแล้ว” กนทีอ้อนวอนออกมา จับมือของปั๊มไว้ แล้วบีบขอร้องอยู่ ด้วยความโมโหปั๊มเองไม่ได้สนใจมากนักสะบัดมือของกนทีออก
                     “ขอเชี่ยไร มึงมีสิทธิ์อะไรมาขอร้องกู กูบอกให้กราบตีนกูไง กราบดิ แล้วกูจะยอม” ปั๊มยักคิ้วให้
                     “ทีจะกราบ แต่ไปกราบที่อื่นได้ไหม” กนทียืนข้อเสนอ นั่นมันยิ่งทำให้จเรและพวกหน้าตาบึ้งตึงมากกว่าเดิม
                     “อายเหรอสัด ทีแบบนี้อาย ทีแม่มึงเป็นกะหรี่ มาเกาะพ่อกูทำไมมึงกับแม่ไม่รู้จักอาย หา” จเรตวาดเสียงแข็ง
                    “ทีไม่ได้อาย แต่ทีเห็นแก่พวกพี่นะ พี่เรคิดดูดิ คนอื่นๆจะมองพวกพี่ยังไง จะทำอะไรทีก็ยอมอยู่แล้ว แต่ทีเห็นแก่หน้าพี่เรนะ” กนทีอ้อนวอน
                   “พูดเชี่ยไรวะ กูไม่จำเป็นต้องอายใคร” จเรยังคงระดับเสียงอยู่
                   “เออ กูว่ามันก็จริงอย่างที่มันว่าว่ะ แม่งคนมองใหญ่แล้ว กูว่าลากมันไปหลังตลาดดีกว่า ทีนี้จะทำอะไรมันก็ได้ ไม่มีใครเห็น ดีเหมือนกันว่ะ” หนึ่งเสนอความคิดออกมา ทั้งสามตกลงกันได้ก็ลากกนทีเดินไปหลังตลาด ตรอนเองยืนสั่นอยู่ แต่พอทั้งสี่คนพ้นไปก็เดินตามไปห่างๆ ไม่ได้เป็นห่วงกนทีแต่เขามีจุดประสงค์อื่น
                    “ไหน มากราบตีนกูซิ ไอ้ลูกกะหรี่” ปั๊มเหวี่ยงตัวกนทีให้กระเด็นไปอีกทาง แล้วเขาก็ยืนกระดิกเท้ารอ
                    “กราบสิวะ หรือมึงจะแดกตีนก่อน” จเรตวาดบ้าง ที่ตรงนี้เป็นเหมือนที่จอดรถของพ่อค้าแม่ค้า ไม่มีคนพลุกพล่าน แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ เพราะเวลานี้พ่อค้าแม่ค้า ต่างก็ง่วนอยู่กับการขายของ
                     “ทีจะยอม” กนทีร้องไก้ออกมา สะอึกสะอื้นประหนึ่งว่ากำลังถูกมาดหมายเอาชีวิต
                     “อย่ามาทำสำออยหน่อยเลย คลานมากราบ” หนึ่งออกคำสั่ง กนทีค่อยๆนั่งลง เขาทำอย่างที่ทั้งสามคนสั่งจริงๆ กนทีค่อยๆคลานเข้ามาตรงหน้าจเรกับปั๊ม
                    “ให้มันกราบมึงก่อนดีกว่าว่ะไอ้เร แล้วค่อยให้มันมากราบตีนกู” ปั๊มเสนอ จเรก็พยักหน้า หัวเราะออกมาเสียงดัง เขากระดิกเท้ารอ กนทีเองก็คลานเข้ามาหาจเร
                    “กราบ” จเรออกคำสั่งอยู่เหนือหัว
                    “จำไว้นะไอ้ที แค่กราบแค่ไหว้ใคร มันไม่ตายหรอก กราบเสร็จก็เสร็จ ใจเราไม่ได้กราบมัน มันจะมีคุณค่าอะไร กราบมันเพราะเรามีจุดประสงค์ในใจ ทำๆไปเถอะ” คำของมารดาก้องอยู่ในหัว สิ่งที่มารดาของเขาปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย มันฝังลึกลงไปในมโนจิต ทำได้ง่ายๆ สบายๆ ไม่คิดอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้กนทีเองก็มีจุดประสงค์อยู่ในใจเช่นกัน
                    “เฮ้ย เอาจริงเหรอวะ” หนึ่งร้องออกมาเพราะกนทีพนมมือขึ้นแล้ว เขาร่ำไห้ออกมา ทั้งยังสะอื้นปิ่มใจจะขาด
                    “เป็นเชี่ยไรไอ้หนึ่ง กราบ กูบอกให้กราบ” จเรตวาดออกมา กนทีค่อยๆก้มลง กราบแทบเท้าของจเร
                    “เชี่ย” “โอ๊ย” พอแค่มือจรดรองเท้าของจเร เขาก็งัดเท้าขึ้นเสยเข้าที่ปลายคางของกนที ร่างนั้นหงายหลัง แม้เขาจะไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่ก็แรงพอที่จะทำให้กนทีล้มระเนระนาดไป
                   “ฮือๆ ทีไม่ได้อยากทำให้พี่เรเกลียดทีนะ แต่ทีทำอะไรได้บ้าง ให้ทีทำอะไรเหรอ พี่เรถึงจะหายเกลียดที” กนทีร้องไห้ออกมา เอาหน้าฟุบลงกับพื้นถนน
                   “กูว่าไปก่อนเถอะ แม่งแหกปากซะ” ปั๊มสะกิดบอกจเร
                   “กูขอเหยียบหัวมันอีกสักทีเถอะวะ แม่งเอ้ย มึงน่ะไปตายซะ รวมทั้งแม่มึงด้วย กูถึงจะเลิกเกลียดมึง เข้าใจไหม” จเรก้มลงไปตะคอกส่หูของกนที ยิ่งตะคอกยิ่งสะอื้นไห้ออกมา
                   “มึงยังไม่ได้กราบเพื่อนกู มากราบเดี๋ยวนี้” จเรเหมือนลุด้วยโทสะ แม้เพื่อนคนต้นความคิดจะสะกิดบอกก็ตาม
                   “เฮ้ย พอเถอะมึง เดี๋ยวคนแห่มาหรอก” ปั๊มเองสะกิดบอก
                   “มึงกลัวเชี่ยไรสัด ยืนเฉยๆ ให้มันกราบ” จเรหันมาตวาดเพื่อน ปั๊มจึงนิ่งไปเสีย ส่ายหัว พอกนทีได้ยินก็เงยหน้าขึ้น คลานเข้าหาเท้าของปั๊มอย่างรวดเร็ว จนปั๊มเองตกใจ
                   “เฮ้ย” กนทีจับเท้าของปั๊มเอาไว้แน่น แล้วเอาหน้าซุกลงกับรองเท้า
                   “ถ้าไม่สงสารที ก็ทำเถอะพี่ ทีเป็นแค่ลูกของแม่ แม่ทีให้ทำอะไร ทีก็ทำ เพราะทีมีแม่คนเดียว จะฆ่าทีก็เอาเลย ทียอมแล้ว” กนทีสะอื้นออกมา ปั๊มเองก็พยายามจะชักเท้าออก แต่กนทีเองไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
                   “เฮ้ย พอเถอะ วันหลังค่อยเอาใหม่” หนึ่งเข้ามากระตุกแขนของจเรและปั๊ม จเรเองเดินออกไปแล้ว แต่ปั๊มเองยังไปไหนไม่ได้ เพราะกนทีเองไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
                   “ปล่อยสิวะ เฮ้ย ไอ้เชี่ยนี่” เอาพยายามจะเหวี่ยงเท้าออกจากการเกาะกุมของกนที
                   “เว้ย” ปั๊มเหวี่ยงเท้าออกแรงๆ จังหวะเดียวกับที่กนทีเองปล่อยมือแล้วเอาหน้าหลบ เพราะเขาคิดว่าถ้าหากว่าเกาะกุมนานกว่านี้ อาจจะไม่เป็นผลดี พอหลุดจากเท้าของปั๊มได้ กนทีก็สะอื้นไห้ คร่ำครวญทำท่าทรมานฟุบลงกับพื้น ตัวที่โยนตามแรงสะอื้นนั้นมันทำให้ปั๊มเองเม้มปากแน่น
                    “ฮือๆ วีเฮาจะยะจะไดดี” กนทีร่ำไห้ออกมา เป็นครั้งแรกที่ได้กราบแทบเท้าคนอื่น แม้แต่มารดาของเขาเกิดมาก็ไม่เคยทำแบบนี้ พอทั้งสามเดินหนีไป กนทีก็หยุดสะอื้น สายตาที่มองดูทั้งสามคนที่ลับตาไปแล้ว มองอย่างชิงชัง น้ำตาที่เปื้อนอยู่สองแก้ม แววตาที่แดงก่ำ เขาเม้มปากหนักขึ้น
                     “ที เป็นไงบ้าง ทีทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ” ตรอนเองพอเห็นรุ่นพี่ทั้งสามเดินออกมา ก็รีบวิ่งเข้าไปหากนที พอเห็นหน้าตรอน กนทีเองก็บีบน้ำตาออกมาอีก
                      “เราทนได้ เราไม่ได้อยากเป็นลูกกะหรี่นะตรอน แต่นั่นแม่เรานะ เราไม่เคยเกลียดแม่ แม่จะเป็นอะไรเราก็รักแม่” กนทีโผเข้ากอดตรอน ตรอนเองก็เม้มปาก
                      “เราเข้าใจนายนะที ไม่เป็นไรนะ ไม่มีใครเข้าใจนาย เราเข้าใจนายนะ” ตรอนเองก็กอดกนทีเอาไว้ แต่ก็เบะปากออกมา กนทีเองก็สะอื้นไห้ เขาเองก็ไม่น้อยหน้า แสยะยิ้มออกมาเช่นกัน
                      “นายอยากรู้เรื่องของเราไหม” กนทีเอ่ยขึ้น พยายามปัดเศษฝุ่นออกจากตัว เพราะมอมแมนเหลือเกิน ตรอน เองตาวาวพยักหน้า อยากรู้เต็มประดา
                      “แม่เราเป็นนักร้องในร้านอาหาร แต่แม่ไม่เคยให้ใครอ๊อฟนะตรอน แม่ร้องเพลงอย่างเดียว ที่แม่ต้องทำแบบนั้น เพราะคุณยาย คือคุณยายเราเป็นเจ้าทางเชียงใหม่น่ะ ท่านไม่พอใจที่แม่มารักกับสามัญชนอย่างพ่อของเรา ท่านจึงตะเพิดให้แม่ของเราออกมาใช้ชีวิตลำพังกับพ่อของเรา แต่ ฮึกๆ” กนทีหยุดแล้วสะอื้น ดูปฏิกิริยา ตอนแรกตรอนเบะปากไม่อยากจะเชื่อ
                      “นายไม่เชื่อเหรอ ว่ายายเราเป็นเจ้าทางเชียงใหม่ เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนะ แม่เราบอกห้ามเล่า เพราะมันไม่ดี ทางยายเราจะเสื่อมเสีย” กนทีเหมือนจะรู้ว่าตรอนเองไม่คล้อยตาม
                     “เปล่าๆ เราเชื่อนาย เล่าต่อสิ” กนทีเพ่งมองดูพื้นถนนสายตาเยาะเย้ยถากถาง
                     “ก็ไม่มีอะไรหรอก พ่อเราประสบอุบัติเหตุ พ่อเสียตั้งแต่เรายังเด็กๆอยู่ ตอนนั้นเรายังจำได้ดี ว่าแม่ต้องทนลำบากเลี้ยงเราคนเดียว แต่ด้วยความที่มีเชื้อเจ้า แม่จึงไม่ยอมให้เราเรียนในที่ไม่ดีหรือทำอะไรที่ไม่คู่ควรเลย แม่ทนลำบากให้คนอื่นๆเขามองว่าเป็นผู้หญิงกลางคืน แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่แม่เราทำได้” กนทีหยุดสะอื้น ตรอนเองก็เอื้อมมือมาบีบบ่าของกนทีเบาๆ
                    “นายอย่าไปบอกใครนะ เรื่องยายเรา” กนทีสะอื้นแล้วกำชับบอก
                    “เราไม่บอกใครหรอก แต่ทำไมแม่นายไม่กลับไปหายายล่ะ เราว่าท่านน่าจะให้อภัยนะ” ตรอนเสนอความคิด
                    “เลือดเจ้าน่ะตรอน นายไม่เข้าใจหรอก ตอนที่ยายไล่แม่เราออกจากบ้านกับพ่อ แม่เราเล่าว่า ยายประกาศเด็ดขาดว่าได้ตัดเลือดตัดเชื้อกับแม่เราแล้ว” ประโยคแรกทำให้ตรอนเองสะดุ้งหันมามองแขวะเอา
                   “ถึงจะลำบาก หัวเด็ดตีนขาด แม่ก็ไม่กลับไปหรอกตรอน” กนทีผ่อนเสียงลง
                  “อืม เราเข้าใจนายนะที”
                  “ขอบใจนะตรอน” กนทียิ้มให้ทั้งน้ำตา
                  “แล้วพ่อของพี่เร แม่นายมาเจอได้ยังไงอ่ะ” ตรอนเองยังฉายความอยากรู้อยากเห็นออกมาทางแววตา
                  “ก็คุณพ่อไปดูแม่เราร้องเพลงน่ะ แต่ท่านได้พยายามจีบแม่เราอยู่นานมากนะตรอน ไม่ใช่ท่านอ๊อฟแม่เรามานะ ทั้งสองปลูกต้นรักกันนานมากนะ น่าจะห้าปีได้” กนทีเล่าไปเรื่อยๆ
                 “หา ห้าปีเลยเหรอ” “อืม ใช่ แต่เราก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไม ใครๆถึงมองว่าแม่เราเป็นผู้หญิงไม่ดี ทั้งที่แม่ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีเลย เราเสียใจมากนะตรอน คนทำงานสุจริต แค่มันไม่ใช่เวลาปกติเหมือนใครๆ ก็มองว่าแม่เราเป็นผู้หญิงไม่ดีแล้วเหรอ ไม่ยุติธรรมเลย” กนทีสะอื้นออกมาอีกครั้ง คราวนี้ตรอนเองก็เห็นใจกนทีมากขึ้น
                 “อย่าคิดมากเลยนะที เราเข้าใจนายดี เราเห็นใจนายนะ เดี๋ยวเราจะช่วยบอกเพื่อนๆ แก้ข่าวให้นะ” กนทีโผเข้ากอดตรอนทันที สะอื้นออกมาเหมือนว่าตรอนเองเพิ่งจะบอกว่า เขาจะสละตับไตให้กนทีเมื่อเวลาที่เขาต้องการ พอกอดคอได้ก็ฉายแววตายิ้มออกมา ก็แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องไปป่าวประกาศแก้ข่าวอะไร ให้มันเหนื่อยเปล่าเลย แค่นี้เอง กนทีกระหยิ่มยิ้มในใจ


ยังมีต่อนะฮ๊าฟฟฟ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2013 15:50:54 โดย eiky »

 




สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด