•·.·´¯`·.·•บุพเพเล่ห์รัก•·.·´¯`·.·•♡Sp.จิบน้ำชา♡P.16 18756 by WhiteRosen&Wanmai
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: •·.·´¯`·.·•บุพเพเล่ห์รัก•·.·´¯`·.·•♡Sp.จิบน้ำชา♡P.16 18756 by WhiteRosen&Wanmai  (อ่าน 89971 ครั้ง)

ออฟไลน์ udongjay

  • ความรัก...ไม่เคยจำกัดเพศ แต่เพศต่างหากที่จำกัด...ความรัก
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 226
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ


3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป


12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail


16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


*****************************************************************************************

เรียน   ท่านสมาชิกทุกท่านทราบและโปรดดำเนินการอย่างเคร่งครัด

เรื่อง  กฎกติกาและมารยาท

          กรุณาอ่านข้อความข้างล่างที่แนบมาด้วยข้าล่างนี้   ด้วยความระมัดระวังยิ่ง

เพราะเป็นบรรทัดฐานที่พึงยึดและปฏิบัติตามอย่างไม่สามารถพิจารณาเป็นอื่นได้

หากผู้ใดฝ่าฝืน  ทางเราจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป


      จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

                                                                                 นับถือ

                                                                            อิเจ้  โมดุเรเตอร์






--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Talk

ก่อนจะเข้าเนื้อหาของเรื่อง ขออธิบายที่มาที่ไปของเรื่องนี้ก่อนนะ
หัวเรื่องขึ้นชื่อว่า Co-fic(Wanmai) คือเรื่องนี้มีคนแต่งอยู่สองคน
คือเค้ากับพี่วันใหม่ ที่ใช้นามปากกาว่า Wanmai จากที่หลายๆคนรู้จัก
ที่แต่งเรื่อง เล่ห์พรางรัก หัวใจ♥ซ่อนรัก เป็นต้น
ส่วนตัวเค้าชื่อ ใบตอง อายุเพิ่งขึ้นเลขสอง เรียกพี่เรียกน้องกันตามสบายค่ะ

จริงๆเรื่องนี้เค้ามีพล็อตไว้แล้ว จากเดิมเรื่องนี้เค้าตั้งใจจะแต่งเป็นนิยายปกติ
แต่แต่งแล้วมันไม่ได้เรื่อง(แต่งไม่ออกนั้นเอง) วางโครงเรื่องย่อไว้แล้ว เลยคิดว่าเปลี่ยนเป็นแต่งแนววายแทนดีกว่า
และโครงเรื่องที่วางไว้คือมีเด็กน้อย ที่เกิดจากนางเอก(ในนิยายปกติ)
แต่เมื่อมาทำเป็นแนวนี้ก็ต้องเกิดจากนายเอก(เคยอ่านฟิคโน่ริทที่นายเอกสามารถท้องได้เลยอยากลองแต่งดูบ้าง)
เค้าเลยไปถามพี่ใหม่ว่าสนใจจะแต่งด้วยกันหรือเปล่า ซึ่งพี่ใหม่ก็ลองแต่งด้วยกันดู
แต่ปัญหาก็ไม่หมดเพียงเท่านั้น เนื่องจากมีข้อถกเถียงว่า แล้วผู้ชายจะท้องได้อย่างไร

เค้าเลยขออ้างอิงเรื่องผู้ชายท้องได้จากบทความนี้ล่ะกันนะคะ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A2_%28%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%29

แล้วก็ขอเสริมอีกนิดหน่อยว่าจากที่อ้างอิงมา เรื่องนี้กึ่งแฟนตาซีล่ะกันเนอะ
:monkeysad:










Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2014 18:01:08 โดย Poes »

ออฟไลน์ udongjay

  • ความรัก...ไม่เคยจำกัดเพศ แต่เพศต่างหากที่จำกัด...ความรัก
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 226
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #1 เมื่อ15-02-2013 02:01:45 »

ถูกใจให้เป็ด +55

บุพเพเล่ห์รัก

บทนำ


บ้านหลังกระทัดรัดหลังหนึ่งในละแวกหมู่บ้านคนรวย ชายหนุ่มร่างสูงเพรียวย่ำตึงๆลงมาจากชั้นบนด้วยความรีบเร่ง แขนเรียวสวมเสื้อสูททับเชิ้ตทำงานของตนเองขณะที่ก้าวเท้าออกเดินไปด้วย วันนี้เขามีนัดสำคัญที่ต้องไปพบกับลูกค้า ไม่สามารถสายได้แม้สักวินาทีเดียว

“หม่าม้า”

เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นด้านหลังหยุดเท้าเรียวที่ก้าวเร็วไว้กับที่ ชายหนุ่มหันกลับไปมองยังต้นเสียง เด็กผู้ชายตัวเล็กป้อมวิ่งเข้ามาหาเขา ผมด้านหน้ากระดกไหวตามแรงวิ่งของเจ้าตัวทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มเอ็นดู พี่เลี้ยงสาวรีบก้าวตามมาดูแลอย่างเร็วไวเพราะกลัวเจ้านายตัวน้อยจะหกล้มหกลุกไปจนได้แผล

“เดินช้าๆครับตัวเล็ก หม่าม้าจะไปทำงาน เด็กดีอยู่บ้านกับพี่เขาไปก่อนนะครับ ห้ามดื้อห้ามซนรู้ไหม?”
ชายหนุ่มนั่งยองลงเอ่ยกำชับกับเด็กชายตัวน้อย ซึ่งอีกฝ่ายก็รับคำแข็งขัน คนฟังจึงยิ้มพอใจที่เด็กน้อยว่านอนสอนง่าย ขยับลุกขึ้นแล้วส่งเด็กชายให้พี่เลี้ยงช่วยดู ก่อนที่ร่างสูงเพรียวในชุดทำงานจะตรงไปขึ้นรถที่มีคนขับรถรอเปิดประตูอยู่แล้ว ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถหรู ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป

ณภัทร วิมุตโภคัย หรือ ต้นไผ่ หนุ่มนักธุรกิจหน้าใหม่ แต่ฝีมือไม่ใหม่เลย เพราะเขามักจะใช้นามแฝงเวลาทำงาน ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าต้นไผ่คนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของใครหลายคน
ขณะที่นั่งอยู่ภายในรถณภัทรก็อดนึกถึงเด็กชายคนเมื่อครู่ไม่ได้ เด็กน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา...

หนุ่มร่างสูงรีบเดินเข้าไปยังห้องอาหารของโรงแรมชื่อดังใจกลางกรุงพร้อมเลขานุการคนสนิท เอ่ยบอกพนักงานต้อนรับที่ยืนรอรับอยูหน้าห้องอาหาร บอกโต๊ะที่ได้จองไว้ พนักงานต้อนรับผายมือเชิญให้เดินตามไปที่โต๊ะ เมื่อไปถึงชายหนุ่มนั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมเอ่ยขอโทษที่มาช้าไปเล็กน้อย ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายจนเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเพราะไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เมื่อพบว่าลูกค้าสำคัญที่ตนนัดไว้คือใคร เช่นเดียวกับชายหนุ่มตรงหน้าเขาที่ตกใจไม่แพ้กัน
คนที่เขาพยายามหลีกลี้มาตลอด สุดท้ายโลกมันกลับกลมเสียจนน่าขำ ทำให้เขาต้องกลับมาพบชายคนนี้อีกครั้ง กรวิชญ์ พสุนธราดล...


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เสียงตะโกนโหวกเหวกของกลุ่มคนจำนวนมากดังขึ้นมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ กลุ่มรุ่นน้องล้อมวงให้แก่รุ่นพี่ที่จบการศึกษาปริญญาตรีในสาขาต่างๆ ผู้คนที่มองดูต่างยิ้มแย้ม โดยเฉพาะพ่อแม่ของเด็กที่ได้รับปริญญาในวันนี้
เช่นเดียวกับทั้งสองครอบครัวที่ยืนคุยกับอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ออกดอกใบรับวันสำคัญ แล้วหันไปมองชายหนุ่มสองคนที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของรุ่นน้อง หนึ่งหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำและอีกคนตัวเล็ก ผิวออกขาวกว่าอีกคนอยู่มาก ทั้งคู่ยืนยิ้มมองหน้ากันอย่างมีความสุข เมื่อการบูมเสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็นำเงินใส่กล่องให้รุ่นน้องตามธรรมเนียม ก่อนจะเดินกลับมาหาครอบครัวที่นั่งรออยู่

ชายหนุ่มร่างสูงกำยำยื่นมือมารับของจากหนุ่มตัวเล็กข้างกาย ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าภายในชุดสูทด้านในเสื้อครุยมาซับเหงื่อบนใบหน้าของคนตัวเล็ก

“ขอบคุณนะ” หนุ่มตัวเล็กเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรครับ ไผ่หิวน้ำหรือเปล่า เดี๋ยวกรไปซื้อมาให้” เสียงทุ้มเอ่ยถาม

“ไม่ต้องเจ้ากร แม่ซื้อมาไว้ให้แล้ว นี่จ้ะหนูไผ่” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขัดพร้อมกับยื่นขวดน้ำเปล่าส่งไปให้

“ขอบคุณครับคุณน้า” เอ่ยขอบคุณแล้วหยิบขวดน้ำมาดื่มดับกระหาย

“คุณน้าอะไรกันเล่าหนูไผ่ เรียกแม่เหมือนเจ้ากรมันสิ แม่บอกไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว”

“ครับ คุณแม่” หนุ่มตัวเล็กเอ่ยตามใจผู้อาวุโส อมยิ้มเขินเล็กๆกับคำที่ตนเองเอ่ยเรียกท่านออกไป

“ดีมากจ้ะ แล้วเสร็จจากนี้พวกเราจะไปไหนต่อกันหรือเปล่า แม่กับคุณมัลลิกาจองโต๊ะอาหารจีนไว้เลี้ยงพวกเราแล้วนะ”

“มีครับ แต่นัดกันช่วงหัวค่ำ” ชายหนุ่มตัวโตเป็นฝ่ายตอบ ก่อนยื่นมือไปรับขวดน้ำจากหนุ่มน้อยข้างตนเอง

“อืม แสดงว่าตอนนี้พวกเราไปกับครอบครัวได้ใช่ไหม แล้วงานเสร็จหมดหรือยัง เหลืออะไรอีกไหม?” คุณมัลลิกาถาม

“ไม่มีแล้วครับแม่ เราไปกันเลยได้ไหม ไผ่หิวจะแย่แล้ว”

หนุ่มน้อยเอ่ยเสียงอ้อน คุณมัลลิกายิ้มเล็กน้อยแล้วตอบรับ ก่อนจะพากันเก็บของขวัญวันจบปริญญาจากบรรดารุ่นน้องของทั้งสองหนุ่มไปที่รถ เมื่อขึ้นมานั่งกันครบทุกคนแล้วรถจึงได้เคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยตรงไปยังร้านอาหารที่ทั้งสองครอบครัวจองเอาไว้

กรวิชญ์ หรือ กร และ ณภัทร หรือ ต้นไผ่ ทั้งสองคนรู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนชั้นมัธยม จนตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาหลายปี ทั้งคู่ยังคงอยู่ด้วยกันและพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีมากขึ้นไปอีก จากเพื่อน มาจนวันนี้แปรเปลี่ยนเป็นคนรัก และคบหากันมาอย่างยาวนาน บิดามารดาของทั้งสองต่างรับรู้ และรับได้หากจะคบหาดูใจกัน ขอเพียงอยู่ในลู่ในทางที่เหมาะสมและไม่พากันไปไถลจนเสียคนที่ไหน

หลังทานอาหารกันเสร็จ ทั้งสองครอบครัวจึงได้ต่างแยกย้ายกันกลับ ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะออกมาเลี้ยงฉลองกับบรรดาผองเพื่อนในช่วงหัวค่ำ กลุ่มเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเกือบหนึ่งปีต่างนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวในชีวิตที่ต่างประสบพบมาของแต่ละคน ทั้งด้านการทำงานและชีวิตที่ต้องพบเจอเมื่อออกไปทำงานในพื้นที่ที่พวกเขาต่างไม่คุ้นเคย และท้ายที่สุดก็วกกลับมาหาสองหนุ่มกรวิชญ์และณภัทร คู่รักที่คบกันมาราธอนจนเพื่อนต่างอิจฉา เพื่อนๆต่างถามไถ่ถึงเรื่องราวของทั้งคู่หลังจบและไปหางานทำแล้วนั้น ทั้งคู่ยังคงคบกันอยู่หรือไม่

“พวกมึงสองคนคบกันนานมากเลยว่ะ เหลือเชื่อจริงๆ” หนุ่มอ้วนพูดขึ้นมา เมื่อได้รับรู้ว่าเพื่อนทั้งสองยังคงคบกันอยู่

“แล้วพวกมึงมีแพลนจะแต่งงานกันไหม?” หนุ่มผอมแห้งอีกคนถาม เรียกเสียงแซวจากผองเพื่อนได้เป็นอย่างดี

“แต่งงานบ้าบออะไรเล่า พวกเราเป็นผู้ชายนะ” หนุ่มน้อยณภัทรว่า หน้าแดงด้วยความเขินอายสายตาล้อเลียนจากเพื่อน หากแต่คนที่นั่งข้างกันกลับเอ่ยขัด

“แน่นอน อีกสามเดือนพวกมึงเตรียมมางานกูได้เลย เนอะไผ่ที่รัก”

“โห! ไอ้กร ไผ่มันปฎิเสธขนาดนั้นยังกล้าพูดอีกนะมึง”

“เงียบปากไปไอ้อ้วน ไผ่แค่อายเท่านั้นแหละ”

“นั่นสิไผ่ เดี๋ยวนี้เมืองนอกเขาให้คู่ชายรักชายจดทะเบียนกันได้ด้วยนะ” เสียงหวานใสของหญิงสาวในกลุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่เอาหรอกนีน่า อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว” ณภัทรก้มหน้าพูดอย่างอายๆ

“เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้” กรวิชญ์เอ่ยเสียงเจ้าเล่ห์ ก่อนโน้มไปหอมแก้มคนรักข้างกายให้ได้อายเข้าไปอีก
หลังนั่งพูดคุยกันไปหลายชั่วโมง อีกไม่กี่นาทีก็จะล่วงเข้าสู่วันใหม่ บรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนโต๊ะถูกวางตั้งเรียงรายกันหลายขวด หลายคนเริ่มคอพับคออ่อนไปแล้ว เช่นเดียวกับณภัทร ที่นั่งหน้าแดงก่ำ ลำคอเริ่มโงนเงนคล้ายหาที่พักพิง

“เราว่ากรพาไผ่ไปนอนพักเถอะ ท่าทางจะไม่ไหวแล้วนั่น” นีน่า หรือ นีรนุช หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเอ่ยบอก เมื่อมองเพื่อนรักนั่งหน้าแดง

“อืม ฝากนีน่าเรียกพวกนั้นให้ขึ้นพักที่ห้องได้แล้วนะ ท่าทางจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” กรวิชญ์บอกกับหญิงสาว เมื่อเธอตอบรับเขาจึงพยุงหนุ่มตัวเล็กกว่าให้ลุกขึ้นยืนและพาไปยังห้องพักของโรงแรมที่เปิดจองไว้แล้ว
กรวิชญ์พยุงณภัทรมาถึงห้องพักก็จัดการให้คนรักเอนกายนอนบนเตียง มือหนาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางออกมาหนึ่งเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด แล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนกลับมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนู จัดการเช็ดใบหน้าขาวที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ก่อนไล้มาตามใบหูและลำคอขาวเนียน

“อื้อ...” เสียงครางจากลำคอขาว มือเล็กปัดป่ายคล้ายรำคาญกับสัมผัสที่มารบกวนตนเอง กรวิชญ์อมยิ้มเล็กน้อยและเริ่มเช็ดตัวต่อ มือหนาปลดกระดุมเสื้อที่เหลือเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียน ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เขาเบือนสายตาจากแผงอกตรงหน้า พยายามสะบัดไล่ความคิดลามกให้ออกไป แต่เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง ความคิดเหล่านั้นก็ย้อนกลับมาอีกจนได้

“แค่จูบคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” กรวิชญ์พึมพำกับตนเอง ชายหนุ่มค่อยๆโน้มลงไปจุมพิตเรียวปากอิ่มสวย ความหวานที่ได้ลิ้มลองแม้ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปเริ่มทำให้เขาหลงเพริด ปลายลิ้นสากค่อยสอดเข้าไปไล้ในโพรงปากหวาน มือหนาละจากผ้าขนหนูเลื่อนมาลูบไล้ที่แผงอกขาว มันช่างลื่นมือจนไม่อยากหยุดเพียงแค่นี้

ณภัทรที่สะลึมสะลือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ค่อยๆปรือตาขึ้นมามอง เมื่อความรู้สึกแปลกปลอมเกิดขึ้นกับร่างกายตนเอง ใบหน้าของหนุ่มคนรักอยู่ใกล้กันเพียงนิด รสสัมผัสที่กลีบปากอิ่มยังไม่ละไป แม้ณภัทรจะตกใจในทีแรก แต่สัมผัสที่แสนคุ้นเคยก็ไม่ได้ทำให้เขาปฎิเสธ แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอของกรวิชญ์ รั้งให้คนด้านบนลงมาแนบชิดมากยิ่งขึ้น ร่างเพรียวบางเริ่มยกตัวบดเบียดกับคนที่คร่อมอยู่เหนือร่างกายตน เช่นเดียวกับมือของกรวิชญ์ที่เริ่มถอดอาภรณ์ที่ปกปิดร่างกายขาวเนียนของณภัทรให้พ้นทาง

เสียงครางครึ้มของกรวิชญ์เริ่มดังขึ้น เมื่อร่างกายของเขาและณภัทรไม่มีสิ่งใดขวางกั้น เนื้อแนบเนื้อ ชิดกายจนไร้ช่องว่าง ร่างกายของทั้งคู่เริ่มร้อนระอุขึ้นตามแรงอารมณ์ที่เริ่มโหมกระพือ ลิ้นลื่นสอดรับลิ้นสากที่ส่งมาพัวพัน

“อ๊ะ...” ณภัทรสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วยาวชำแรกเข้ามาในร่างกายตน ฟันคมกัดริมฝีปากตนเองสะกดกลั้นความรู้สึกพุ่งพล่านในกาย ปลายเล็บจิกไหล่หนา นอนหอบหายใจหนักเมื่อนิ้วยาวขยับไหว กรวิชญ์ที่เฝ้ามองคนรักไม่ละสายตาโน้มตัวมาแนบชิด เรียวปากหยักก้มละเลงลิ้นบนยอดอกสีระเรื่อเพื่อเบี่ยงความสนใจของณภัทร เมื่อเห็นว่าณภัทรเริ่มปรับตัวได้แล้วจึงเพิ่มนิ้วเข้าไปเปิดทางอีก หนุ่มตัวเล็กสะอื้นฮัก ความร้นรุ่มตีกันยุ่งเหยิง อยากปลดปล่อยมันออกมาให้หมด แต่คนด้านบนกลับใจร้าย หยุดทุกอย่างลงในเวลาที่เขาใกล้ถึงจุดปะทุ

“ร้องไห้ทำไมครับ?” กรวิชญ์ถามเสียงพร่า ยกมือข้างที่ว่างเกลี่ยน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตากลมโต

“ฮึก.. ยะ..หยุดทำไม?” ณภัทรถามเสียงสะอื้น มือเรียวยกขึ้นมาเพื่อจะช่วยให้ตัวเองได้ปลดปล่อยกลับถูกมือใหญ่รวบไว้เหนือหัว กรวิชญ์ไม่ตอบคำถามนั้น มีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เท่านั้น

“กร...” น้ำเสียงเว้าวอนถูกเปล่งออกมาจากคนใต้ร่าง สะโพกแน่นตึงบิดส่ายไปมาด้วยความต้องการ กรวิชญ์ยกยิ้มพอใจ มือที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าเกลี่ยที่แก้มใสแผ่วเบา

“อยากได้อะไรครับ... บอกกรสิ”

“ชะ...ช่วย...” เรียวปากอิ่มที่กำลังเอ่ยเพื่อร้องขอการปลดปล่อยเงียบลงไป เหลือเพียงแววตาตัดพ้อที่ส่งออกมา ณภัทรรู้สึกอายเกินกว่าจะเอ่ยขอออกมาตรงๆ

“ถ้าไผ่ไม่พูด กรก็ไม่รู้นะ... หืมม์?”

“ฮึก..ใจร้าย” หยาดน้ำตาหล่นร่วง ณภัทรกัดริมฝีปากตนเองเพื่อฝืนความต้องการ แววตาตัดพ้อคนรักเต็มที่

“ไม่กัดปากตัวเองสิไผ่... อยากได้อะไรบอกกรสิ ที่รัก...” กรวิชญ์เกลี่ยนิ้วที่เรียวปากอิ่ม ก่อนก้มกระซิบติดริมหูขาว เสียงสะอื้นของณภัทรดังขึ้นมาอีกครั้ง ค่อยๆรวบรวมความกล้าแล้วเปล่งเสียงร้องขอข่มความอายของตนเอง

“ช่วยไผ่ที... ไผ่ทนไม่ไหว... แล้ว ช่วย..รักไผ่ที”” กรวิชญ์ยิ้มรับกับคำร้องขอแสนน่ารัก

“ได้ครับที่รัก กรจะรักไผ่อย่างเต็มที่เลยล่ะ” กรวิชญ์เอ่ยเสียงพร่าก่อนจะเริ่มต้นบทรักอย่างแท้จริง ท่ามกลางความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนหรูของโรงแรมชื่อดัง โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า หลังจากคืนนี้ผ่านพ้นไป ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม และมันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาทั้งคู่ไปอย่างคาดไม่ถึง...
บนท้องฟ้าในยามใกล้รุ่ง แสงสว่างสีขาวนวลตาพาดผ่านเหนือโรงแรมหรู ลำแสงนั้นลอยอ้อยอิ่งก่อนจะเคลื่อนคล้อยต่ำลงมาช้าๆ และผ่านวูบเข้าไปในห้องพักของคู่รักที่ผ่านศึกหนักมาทั้งคืนและตอนนี้ก็ยังคงนอนกอดก่ายไม่ได้สติกันทั้งคู่ ลำแสงสีขาวค่อยกระจายตัวคล้ายหมอกจาง ปกคลุมพื้นที่ภายในห้องนั้น และกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อพบจุดหมาย

“หม่าม้า...”

เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยแว่วเข้ามาในหู ณภัทรหรี่ตาขึ้นมาเพราะเสียงนั้น มีเพียงความเลือนลางเท่านั้นที่เขามองเห็น คล้ายกับมีลมวูบหนึ่งผ่านตัวเขาไป ก่อนที่ร่างเพรียวบางนั้นจะหลับใหลไปอีกครั้ง...


TBC,,


เม้นกันหน่อยนะคะ คอมเม้นคือกำลังใจของนักเขียนเน้อ ><


ออฟไลน์ k@_raMae

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #2 เมื่อ15-02-2013 02:21:34 »

ถูกใจให้เป็ด +2
แค่บทนำก็อยากอ่านต่อเเล้ว  :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8: :o8:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
« ตอบ #2 เมื่อ: 15-02-2013 02:21:34 »
ประกาศที่สำคัญ


รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Syntyche

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 38
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #3 เมื่อ15-02-2013 02:29:49 »

ถูกใจให้เป็ด +2
น่าสนุกและน่าอ่านมากค้าาาา

ออฟไลน์ indy❣zaka

  • กระซิกๆ เบื่อดราม่า...
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 4993
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 598
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #4 เมื่อ15-02-2013 02:39:53 »

ถูกใจให้เป็ด +2
น่าติดตามค่ะ
อัพบ่อยๆนะคะ  แล้วจะมาคอยอ่านจ้า  :L2:
~status :: อวย Kuroko no Basuke~

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 2404
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 123
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #5 เมื่อ15-02-2013 04:13:27 »

ถูกใจให้เป็ด +2
 :mc4:

ชอบๆ

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 7459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1080
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #6 เมื่อ15-02-2013 09:08:53 »

ถูกใจให้เป็ด +2
เจิมเรื่องใหม่จ้า
 :mc4:
บางเรื่องไม่ดัง...แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดี


ออฟไลน์ wanmai

  • ★รักใสปิ๊ง★(>_<)
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 968
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1080
Re: Co-fic(Wanmai) บุพเพเล่ห์รัก <3<3 บทนำ
«ตอบ #7 เมื่อ15-02-2013 09:38:54 »

ถูกใจให้เป็ด +4
แวะมาจิ้มด้วยคน :z13:

น้องตองสู้ๆ 55555

ออฟไลน์ วัวพันปี

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1131
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 353

ถูกใจให้เป็ด +2
ตามลุ้นตามอ่านค่ะ :mc4:
"Je t'aime a l'infini"

ออฟไลน์ udongjay

  • ความรัก...ไม่เคยจำกัดเพศ แต่เพศต่างหากที่จำกัด...ความรัก
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 226

ถูกใจให้เป็ด +54

บุพเพเล่ห์รัก


ตอนที่ 1



ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง กรวิชญ์และณภัทรต่างนั่งนิ่งงันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงไม่หาย ช่วงเวลาที่ผ่านไปหลายปีจนไม่คาดคิดว่าจะได้กลับมาพบกันได้ง่ายดายเพียงนี้ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถตั้งหลักได้ทัน ณภัทรเป็นฝ่ายที่ตั้งสติได้ก่อนในสถานการณ์นี้ ชายหนุ่มเอ่ยขอโทษอีกครั้งที่มาสาย กรวิชญ์กะพริบตาหลายครั้งเพื่อเรียกสติ ก่อนเอ่ยตอบคนตรงหน้าไปว่าไม่เป็นไร

“ถ้าอย่างนั้นเรามาเข้าเรื่องงานกันเลยดีกว่านะครับ” ณภัทรยิ้มบาง เอ่ยบอกเป็นงานเป็นการ ชายหนุ่มหันไปบอกเลขานุการของตนเองให้นำเอกสารมายื่นให้ลูกค้าดู

“ผมเป็นตัวแทนของบริษัท...นะครับงานที่พวกเรานำมาเสนอเกี่ยวกับ....” ณภัทรอธิบายรายละเอียดของงานที่บริษัทตนเองนำมาเสนอ กรวิชญ์รับเอกสารในแฟ้มมาเปิดดู ขณะที่อีกคนเริ่มอธิบายข้อมูลต่างๆไปเรื่อยๆ โดยมีเลขานุการคอยเสริมเป็นช่วงๆ
กรวิชญ์ไม่ได้พูดแทรกหรือถามข้อสงสัยอะไรออกมาในขณะที่อีกคนกำลังอธิบาย เลขานุการของกรวิชญ์ทำหน้าที่จดข้อมูลที่สำคัญเพื่อให้เจ้านายได้นำไปเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่นำงานมาเสนอเช่นกัน

เมื่อสิ้นสุดข้อมูลทุกอย่างณภัทรจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้อธิบายไปหรือไม่ หรือต้องการให้ทางบริษัทของเขาปรับเปลี่ยนอะไรอีกไหม ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือการปฎิเสธ แท้ที่จริงแล้วกรวิชญ์ไม่ได้รับฟังข้อมูลที่ณภัทรอธิบายมาเลยสักนิด เพราะเขามัวแต่จ้องหน้าอีกฝ่ายยามเผลอ ความรู้สึกที่หลายหลากถูกตีตื้นขึ้นมา ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถามที่ผุดขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า... ทำไมณภัทรจึงได้หายไปจากชีวิตของเขา ทำไมถึงได้ทิ้งกันไป ทำไมกัน

“ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว พวกเราคงต้องขอตัวเลยนะครับ” เสียงของณภัทรเรียกสติของกรวิชญ์ให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกจากไป กรวิชญ์ก็เอ่ยรั้งไว้

“เดี๋ยวก่อนครับคุณณภัทร” กรวิชญ์นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนเอ่ยต่อ “อยู่ทานข้าวด้วยกันสักมื้อ คงจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
ณภัทรเมื่อถูกถามมาแบบนั้นก็นิ่งไป มองกรวิชญ์อย่างสงสัย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขา เขาคิดอยู่สักพักก่อนเอ่ยออกมา

“คงไม่ได้ครับ อีกสักพักผมมีนัดกับลูกค้าอีกราย อีกไม่นานก็จะถึงเวลานัดแล้วด้วย” คำตอบของณภัทรทำให้เลขาฯสาวหันมามองหน้าเจ้านายหนุ่มของตนเองด้วยความสงสัย ในเมื่อตารางงานของวันนี้เจ้านายของเธอต้องออกมาพบลูกค้าเพียงรายเดียวก็คือกรวิชญ์ หลังจากนี้ก็เหลือแค่กลับเข้าไปทำงานที่บริษัทตามปรกติ หากแต่จะให้เธอแย้งออกมาคงไม่สมควรเท่าไรนัก เมื่อเจ้านายหนุ่มของเธอได้เอ่ยปฎิเสธออกไปเสียแล้ว เว้นเสียแต่ว่าจะกลายเป็นการขัดใจลูกค้ารายใหญ่

“แต่นี่มันก็ใกล้เที่ยงแล้ว คุณณภัทรไม่คิดจะทานอะไรก่อนออกไปหน่อยหรือครับ?” กรวิชญ์แย้งพลางคิ้วขมวด

“ไม่เป็น...”

“เอ่อ...เห็นทีคงต้องฝากท้องไว้กับร้านนี้แล้วล่ะค่ะ อีกอย่าง...เจ้านายเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่หรือคะ” เลขาฯสาวเอ่ยขัด ณภัทรหันมามองหน้าเลขาฯของตนเองพร้อมกับส่งสายปรามให้เธอเงียบ หากแต่เธอกลับส่งสายตาร้องขอ ที่เธอต้องขัดใจเจ้านายก็เป็นเพราะกรวิชญ์เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ หากจะให้ขัดใจลูกค้าคนสำคัญเห็นจะไม่เป็นผลดีนัก

“ก็ได้ครับ” สุดท้ายแล้วณภัทรก็ต้องยอมตอบตกลง ถึงแม้ภายในใจอยากหนีไปให้ไกลห่าง แต่เมื่อเข้าใจว่าเลขานุการสาวต้องการสื่อถึงอะไร เขาก็จำต้องทำตามอย่างเสียมิได้

ทั้งสี่คนร่วมทานอาหารกันไปเงียบๆ จนเมื่อทานเสร็จแล้วเลขานุการของณภัทรก็ขอตัวไปห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าสบโอกาสกรวิชญ์จึงได้กระซิบบอกลูกน้องของตนเองให้ออกไปรอด้านนอก เพราะมีปัญหานอกรอบจะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับณภัทร

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ..ไผ่” กรวิชญ์เอ่ยเมื่อเลขานุการของเขาเดินออกไปแล้ว ณภัทรมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งแต่ไม่ได้โต้ตอบใดๆกลับไป เวลานี้เขาอยากให้เลขาฯสาวกลับมาเสียทีมากกว่า

“ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือไง?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบงัน ไม่ยอมโต้ตอบใดๆ กรวิชญ์ก็ชักจะเริ่มหัวเสียขึ้นมา

 หลายปีที่เขาคอยเฝ้าตามหาตัวคนรักอย่างณภัทร ที่จู่ๆก็ทิ้งเขาไป ไร้วี่แววให้ตามหา ไม่มีข้อมูลใดจากปากครอบครัวของเขาและณภัทร ทุกคนต่างช่วยกันปิดบังซ่อนเร้น ให้เขากลายเป็นไอ้บ้าที่เที่ยวตามหาคนที่จากไปไม่ไยดีแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็ยังไม่พบ มาจนวันนี้เหมือนว่าสวรรค์จะเห็นใจเขาหรืออย่างไร เขาถึงได้พบกับณภัทรอย่างง่ายดาย  ทั้งที่ตัวเขาเองเริ่มหมดหวังกับการตามหาณภัทรไปแล้ว

แต่การพบกันครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับอีกฝ่าย เพราะตั้งแต่เจอหน้ากันณภัทรก็เอาแต่พูดเรื่องงาน และพยายามจะหลีกเลี่ยงเขาทุกกรณี หรือแท้ที่จริงณภัทรจะหมดรักเขาแล้ว ถึงได้ทำราวกับจำกันไม่ได้ แม้แต่จะพูดคุยกันเหมือนแต่ก่อนก็ยังยากเต็มที

“หลายปีที่ผ่านมา กรอยากให้ไผ่รู้ว่ากรตามหาไผ่มาตลอด กรอยากถามถึงเหตุผล อยากรู้ ว่าเพราะอะไรไผ่ถึงได้ทิ้งกรไป กรทำทุกวิถีทางที่คิดว่าจะทำให้ได้ไผ่กลับมา แต่มันก็ยากเหลือเกิน เพราะแม้แต่ครอบครัวของเราสองคนก็ยังไม่มีใครบอกอะไรกรเลย รู้ไหมกรทุกข์ใจแค่ไหนที่ไผ่จากไปโดยไม่บอกกล่าวกันสักนิด จนกระทั่งตอนนี้...” กรวิชญ์เงียบไปชั่วครู่จึงเอ่ยต่อ “กรกลับได้เจอไผ่อย่างง่ายดาย ทั้งที่กรหมดหวังไปแล้วด้วยซ้ำ ไผ่ช่วยบอกกรหน่อยได้ไหม ว่าไผ่มีเหตุผลอะไรถึงต้องหนีกรไป”

สีหน้าและน้ำเสียงที่กรวิชญ์ใช้มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและดูเว้าวอนอยู่ในที ณภัทรรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์นี้จนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อพบกับสถานการณ์ที่ยากเกินแก้ไขนี้ เขาต้องการกลับไปตั้งหลัก ขอเวลาสักนิด ขอเวลาให้เขาได้ตั้งตัวสักนิดเถอะ...

“เจ้านายคะ...” เหมือนเสียงระฆังดังช่วยชีวิตของเขาไว้ เมื่อเลขานุการที่หายไปเข้าห้องน้ำเดินกลับเข้ามา รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมาบนใบหน้าณภัทรจนคิ้วคนมองอย่างกรวิชญ์ขมวด

“ขอโทษที่กลับมาช้านะคะ เมื่อสักครู่คนของบริษัทโทรเข้ามา บอกว่ามีแขกคนสำคัญรอพบเจ้านายอยู่ที่ห้องทำงานค่ะ และต้องการพบเจ้านายด่วน” เมื่อได้ฟังดังนั้น ณภัทรก็รีบลุกขึ้น ก่อนเอ่ยขอตัวกลับก่อนและไม่ลืมทิ้งค่าอาหารมื้อนี้ไว้บนโต๊ะ กรวิชญ์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไป ความไม่พอใจปะทุขึ้นในอก คิ้วเข้มขมวด แขกคนนั้นสำคัญขนาดไหนกันเชียว!

“กลับกันหรือยังครับ?” ก่อนที่กรวิชญ์จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเลขานุการของเขาก็เดินกลับมาเข้ามา ชายหนุ่มขยับลุก จัดสูทของตนเองให้เข้าที่เล็กน้อย ยืดตัวตรงแล้วเดินนำหน้าเลขาฯไปอย่างผ่าเผย
เรื่องในวันนี้ เมื่อมันมีจุดเริ่มต้นแล้ว มีหรือที่เขาจะไม่สานต่อ

ในเมื่อรู้แล้วว่าณภัทรอยู่ไม่ไกลจากเขาเลย...

เสียงถอนหายใจของเจ้านายหนุ่มข้างกายทำให้เลขานุการสาวเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ตั้งแต่ขึ้นมาบนรถณภัทรก็เอาแต่ถอนหายใจเฮือกๆ ในหัวอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวเมื่อครั้งวันวาน...

…............................

ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก ณภัทรในวันวานนั่งนิ่งราวกับสติหลุดลอย บนโต๊ะอาหารตรงหน้าเขานั้นมีซองเอกสารสีน้ำตาลซองหนึ่งซึ่งบรรจุของสำคัญบางอย่าง และของสำคัญที่ว่านั้นในตอนนี้มันก็อยู่ในมือของเขาแล้ว ภาพถ่ายหลายใบที่แสดงให้เห็นถึงอากัปกิริยาแสนใกล้ชิดของบุคคลในภาพที่ดูอย่างไรก็มากเกินกว่าเพื่อนคนหนึ่งจะกระทำต่อกัน เขาคงไม่อึ้งขนาดนี้หากคนในภาพไม่ใช่คนที่เขารู้จัก แถมรู้จักเป็นอย่างดีเสียด้วยสิ

“ไผ่ ไม่เป็นไรใช่ไหม?” เสียงหวานแว่วมาจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม ถ้าเธอไม่พูดขึ้นมาณภัทรคงลืมไปแล้วว่ามีเธออยู่ตรงนี้ เด็กหนุ่มพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับมารับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน มือเรียววางภาพถ่ายลงบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยกับหญิงสาวตรงหน้า

“มันเกิดเรื่องแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนีน่า?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามผู้ที่เป็นเพื่อนสาวคนสนิทในกลุ่ม นีน่า หรือ นีรนุช เพื่อนที่เขาไว้ใจมากคนหนึ่ง วันนี้เธอโทรหาเขาและบอกให้ออกมาพบเพราะมีเรื่องทุกข์ใจอยากจะขอคำปรึกษา

 เมื่อณภัทรมาพบเธอตามคำร้องขอ เพื่อนสาวคนดังกล่าวกลับยื่นซองที่บรรจุภาพถ่ายความสัมพันธ์เกินเลยของเธอกับกรวิชญ์ให้เขาดู ภาพคนรักของเขาที่นอนเปลือยกายอิงแอบกับเธอ ณภัทรจุกจนพูดไม่ออก แม้ไม่อยากจะเชื่อแต่หลักฐานมันคาตาขนาดนี้ไม่ให้เชื่ออย่างไรไหว

“เรื่องนั้นเรา...เราไม่อยากพูดถึงมันเลย แต่เพราะเราไม่อยากให้ไผ่ต้องกลายเป็นคนโง่ในสายตาใครๆ ไม่อยากให้ไผ่ถูกกรหลอก เราจึงต้องเปิดเผยความลับนี้ ทั้งที่จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องไม่สมควร แต่เพราะเราเป็นเพื่อนกัน... เพราะเราเป็นเพื่อนกันนะไผ่...”

“แค่บอกมาสั้นๆพอนีน่า แค่บอกมาว่านานแค่ไหนแล้ว” ณภัทรข่มใจเอ่ยถามเพื่อนสาวกลับไปอีกหน มันช่างตอกย้ำซ้ำเติมจิตใจของเขาเหลือเกิน

“เอ่อ... ที่จริงมันก็นานมากแล้วนะไผ่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไผ่แนะนำให้เรารู้จักกับกร...” คำตอบนั้นเหมือนโดนค้อนทุบ นี่เขาเป็นคนทำให้ทั้งคู่รู้จักกันและยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาสองคนมีอะไรกันด้วยอย่างนั้นหรือไง น่าขำสิ้นดี

“เท่านี้ใช่ไหมเรื่องที่นีน่าอยากบอก ถ้าไม่มีอะไรแล้วเราขอตัวกลับนะ” ณภัทรขยับจะลุก บังคับสายตาไม่ให้มองภาพถ่ายบนโต๊ะนั้นอีก

“ไผ่ เราขอโทษจริงๆนะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น...”

“.............” ณภัทรเพียงนิ่งฟังที่เพื่อนพูด

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเรา... เรารักกร เราถึงได้ยอมเขาและปิดบังไผ่เรื่อยมา ขอโทษ...”

“พอเถอะ เราไม่ขอรับรู้เรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว” ณภัทรทิ้งท้ายเพียงเท่านั้น เขาไม่อยากอยู่ดูเพื่อนบีบน้ำตา ระหว่างน้ำตาของเพื่อนกับน้ำตาของเขา

ณภัทรคิดว่ามันคงเทียบกันไม่ติด คำว่าถูกหักหลัง... มันเจ็บอย่างแสนสาหัสจริงๆสำหรับเขา
หลังจากเหตุการณ์นั้น ณภัทรขอครอบครัวไปเรียนต่อที่เมืองนอกเพราะไม่อยากรับรู้เรื่องราวของสองคนนี้อีก และในตอนนั้นเองก็มีสิ่งผิดปรกติบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา...

….........................

กลับมาสู่ปัจจุบัน จนถึงตอนนี้ณภัทรก็ยังไม่สามารถลืมเหตุการณ์ในวันนั้นได้ เขาคงเป็นคนอ่อนแอจนเกินไปที่ปล่อยให้ความทุกข์ตรมมันกัดกินจิตใจมานานขนาดนี้

เมื่อมาถึงบริษัทตามที่มีคนโทรเรียกให้รีบกลับมาโดยด่วนนั้น ณภัทรก็รีบตรงไปยังห้องทำงานของตนเองในทันที ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาในห้องก็พบกับบุคคลที่กำลังรอเขาอยู่ เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกำลังยืนมองออกไปทางนอกหน้าต่างห้องทำงาน เพียงแค่เห็นแผ่นหลังของคนผู้นั้นณภัทรก็รู้ได้ทันทีว่าแขกคนสำคัญของเขาคือใคร ตฤณกานต์ สแตนฟอร์ด ลูกชายของเจ้าของบริษัทที่เขากำลังทำงานอยู่ในขณะนี้

“พี่ติน!” เสียงกังวานใสเอ่ยเรียกชายหนุ่มคนนั้นด้วยความดีใจ เจ้าของชื่อหันกลับมองพร้อมรอยยิ้ม ณภัทรรีบเดินเข้าไปสวมกอดเขาทันทีไม่มีเคอะเขิน

“ไงต้นไผ่ หายไปไหนมาเรา ปล่อยให้พี่มารอตั้งนาน” ตฤณกานต์ถามพร้อมกับกอดตอบ

“ไผ่ออกไปพบลูกค้ามาครับ แล้วนี่พี่ตินมาถึงเมืองไทยนานหรือยัง? แล้วจะมาทำไมบอกไผ่เลยอ่ะ” ณภัทรเอ่ยถามน้ำเสียงเง้างอด

“พี่มาเซอร์ไพร์สเราไง แล้วออกไปพบลูกค้ามาเป็นไงบ้าง?”

“ก็ดีครับ แต่ต้องรอให้ทางนั้นตัดสินใจก่อนว่าเขาจะเลือกบริษัทเราหรือเปล่า” ณภัทรกล่าวแล้วเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวยาวที่มุมห้องพร้อมตฤณกานต์ที่นั่งลงข้างกัน

“อืม แล้วเราออกมาทำงานแบบนี้เจ้าตัวเล็กอยู่กับใครล่ะ?”

“อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงครับ”

“หาที่เรียนให้เจ้าตัวเล็กหรือยัง?”

“ช่วงนี้เขาเพิ่งปิดภาคเรียนกันน่ะครับ คงต้องรออีกสักเดือนสองเดือน”

“นั่นสิ พี่ลืมไปเลย พรุ่งนี้วันหยุด พี่ขอไปรับพาไผ่กับตัวเล็กไปเที่ยวนะ” ตฤณกานต์เอ่ยถามเชิงขออนุญาตไปในตัว แววตาหนุ่มเป็นประกาย

“ครับ เจ้าตัวเล็กคงอยากเจอแด็ดดี้ของแกเหมือนกัน” ณภัทรพูดยิ้มๆ เมื่อนึกถึงช่วงที่เขาเพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยใหม่ๆ เจ้าตัวเล็กของเขาที่ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ ก็คอยถามหาแต่แด็ดดี้หรือตฤณกานต์ ที่มักจะมาเล่นกับเจ้าตัวเล็กด้วยบ่อยๆ ตฤณกานต์ยิ้มเมื่อได้รับคำตอบ

“งั้นพรุ่งนี้พี่ไปรับตอนบ่ายโมงตรงนะ”

“ครับ เดี๋ยวไผ่จะบอกเจ้าตัวเล็กรอไว้เลย ถ้ารู้ว่าพี่ตินมาหาคงจะดีใจน่าดู” ณภัทรเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง
ตฤณกานต์อยู่คุยต่ออีกไม่นานก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน เพราะทันทีที่มาถึงเมืองไทยเขาก็รีบตรงมาหาณภัทรก่อนสิ่งอื่นใด คล้อยหลังตฤณกานต์ไปแล้ว ณภัทรก็เริ่มต้นทำงานที่ยังค้างคาอยู่บนโต๊ะ จนเมื่อถึงเวลากลับบ้านณภัทรก็รีบเก็บของและตรงกลับบ้านทันที






เสียงวิ่งตึงๆดังมาจากในตัวบ้านพร้อมกับร่างป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบ ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนที่ตนรอมาทั้งวันกลับมาเสียที ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาแล้วกอดหมับในทันที

“หม่าม้า” เด็กชายตัวน้อยเรียกณภัทรเสียงออดอ้อน

“ไงครับตัวเล็ก อยู่บ้านไม่ดื้อไม่ซนใช่ไหมครับ?” ณภัทรเอ่ยถามลูกชายตัวเล็กเสียงนุ่ม ก่อนก้มลงอุ้มลูกขึ้นมา

“ไม่ฮะ วันนี้รักไม่ดื้อเลยนะฮะ” ต้นรัก หรือ ภัทรกรพูดเสียงเจื้อยแจ้ว มือเล็กกอดคอณภัทรไว้แน่น เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าบ้าน

“เก่งมากครับเด็กดี แล้วพี่พลอยไปไหนล่ะครับ” ณภัทรถามถึงพี่เลี้ยงเจ้าตัวเล็ก

“พี่พลอยอยู่ในครัวฮะ”

“วันนี้หม่าม้ามีเรื่องดีๆมาบอกรักด้วยนะ” ณภัทรพูดยิ้มๆ แล้วเดินไปนั่งหน้าโทรทัศน์

“เรื่องอะไรฮะ?” เด็กชายตัวน้อยบนตักถามด้วยความตื่นเต้น ณภัทรอมยิ้มเอ็นดู

“ตอนนี้ต้นรักกำลังคิดถึงใครอยู่หรือเปล่าครับ?” ณภัทรเริ่มเล่นทายปัญหากับลูกชาย ต้นรักขมวดคิ้วกับคำถามของผู้เป็นบิดาแต่ตนเองกลับเรียกว่าหม่าม้าจนชินปาก แล้วส่ายหน้าแทนคำตอบ ก็มันคิดไม่ออกจริงๆนี่นา ต้นรักส่งสายตาออดอ้อนให้กับหม่าม้าของตนเอง เขาอยากรู้แล้วนิ ว่าเรื่องดีๆที่หม่าม้าพูดถึงคือเรื่องอะไร

“ว้า... ส่ายหน้าอย่างนี้ถ้าแด็ดดี้ของต้นรักมาเห็นคงเสียใจแย่เลย” แล้วคำเฉลยของณภัทรก็ทำให้เด็กน้อยเผยยิ้มกว้าง แขนเล็กกอดคอณภัทรแน่นแล้วเอ่ยถามเสียงใส

“แด็ดดี้มาหาพวกเราแล้วเหรอฮะ?”

“ครับ วันนี้แด็ดดี้มาหาหม่าม้าที่บริษัท แล้วยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะมารับหม่าม้ากับต้นรักไปเที่ยวด้วยนะ”

“เย้!~ ต้นรักจะได้เจอแด็ดดี้แล้ว เย้ๆๆ” แล้วร่างเล็กป้อมก็ลุกออกจากตักของหม่าม้าตนเองมากระโดดโลดเต้น

“อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆจังเลย ต้นรักอยากเจอแด็ดดี้ตอนนี้เลย” ณภัทรมองร่างเล็กกระโดดไปมาก็อดอมยิ้มออกมาไม่ได้ จ้องมองใบหน้าของลูกชายตัวเล็กแล้วพาลทำให้เขานึกไปถึงใครอีก ใบหน้าที่คล้ายคลึงจนเกือบจะเหมือนกัน เค้าโครงหน้าที่ได้รูป ดวงตาที่เคยกลมโตเมื่อครั้งแรกคลอดเริ่มเปลี่ยนคมคายมากขึ้น จมูกโด่งได้รูป ทั้งยังเรียวปากหยักสีเรื่อ หากใครพบเห็นเด็กชายภัทรกร วิมุตโภคัย คงจะนึกถึงเขาคนนั้นเป็นแน่ กรวิชญ์ พสุนธราดล...







เช้าวันต่อมาซึ่งเป็นวันหยุดของณภัทร ชายหนุ่มถูกปลุกแต่เช้าจากนาฬิกาปลุกตัวเล็กป้อมที่ตื่นเต้นเพราะจะได้ไปเที่ยวกับแด็ดดี้ทำให้เข้ามาปลุกเขาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวรอตฤณกานต์มารับ ไม่ค่อยจะเห่อเลยลูกคนนี้

ณภัทรพาลูกชายไปเดินเลือกซื้อของใช้และของกินในห้างสรรพสินค้าก่อนเวลาที่ตฤณกานต์จะมา สองพ่อลูกช่วยกันเลือกของที่ถูกใจใส่รถเข็นออกมาจ่ายเงิน ขณะที่กำลังทำการจ่ายเงินอยู่หน้าเคาน์เตอร์ หางตาณภัทรเหลือบไปเห็นใครบางคนเดินผ่านไป ชายหนุ่มจึงเร่งให้พนักงานช่วยคิดเงินเร็วๆเพราะจะต้องรีบกลับ เมื่อชำระเงินเสร็จณภัทรก็รีบพาลูกจ้ำอ้าวจะออกจาห้างสรรพสินค้าโดยเร็ว แต่ถึงจะคิดว่าเร็วแล้วคนๆนั้นก็ยังเห็นอยู่ดี

“ไผ่” เสียงเคยคุ้นที่เอ่ยเรียกทำให้การก้าวย่างของณภัทรหยุดชะงัก แม้จะไม่อยากหันกลับไปมอง แต่เจ้าตัวเล็กข้างกายเขากลับหันไปมองเสียแล้ว ณภัทรจึงต้องจำใจหันตาม

“ไม่คิดจะทักกันเลยเหรอ?” กรวิชญ์ก้าวเข้ามาหาแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม ไม่นึกว่าจะได้เจอกันที่นี่ ทฤษฎีโลกกลมยังใช้ได้เสมอสินะ
เด็กน้อยข้างกายณภัทรที่เงยหน้ามองเขาตาแป๋วนั้นเรียกสายตาของกรวิชญ์ให้เบนต่ำไปมอง คิ้วเข้มขมวดปมเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าเด็กคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เพิ่งจะพบกันแท้ๆทีเดียว

“แล้วเด็กคนนั้น...ลูกใครน่ะ?” กรวิชญ์อดถามออกมาไม่ได้ เมื่อยิ่งจ้องยิ่งรู้สึกคุ้น

“ลูกของผมเอง” ณภัทรตอบเสียงเรียบ ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปก็ถูกเรียกอีกครั้ง

“แล้วไผ่มาทำอะไรเหรอ?”

“ซื้อของ ขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมมีธุระต่อ” เอ่ยจบณภัทรก็หมุนตัวกลับแล้วเดินจากไปทันที
กรวิชญ์มองตามหลังร่างเพรียวที่ก้าวฉับๆด้วยแววตาเศร้า เด็กน้อยที่ณภัทรบอกว่าเป็นลูกเหลียวกลับมามองเขา ทำให้จุดรวมสายตาของกรวิชญ์อยู่ที่หนูน้อยคนนั้น เมื่อรู้สึกว่าร่างเล็กที่อยู่ข้างกายณภัทรเหลียวกลับมามองเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคงจะไม่ติดใจอะไร ถ้าเขาไม่รู้สึกว่า เหมือนจะเคยเห็นเด็กคนนี้ที่ไหนมาก่อน...

กรวิชญ์ยังคงคิดต่อด้วยความสงสัย ทำไมเขาถึงได้คุ้นหน้าเด็กคนนั้นขนาดนี้ จะว่าหน้าคล้ายณภัทรก็มีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ณภัทรบอกกับเขาว่าเด็กคนนั้นเป็นลูก... ลูก?

เด็กชายตัวเล็กน่ารักคนนั้นเป็นลูกของณภัทร อย่างนั้นแปลว่าณภัทรแต่งงานแล้วหรือ กรวิชญ์ขมวดคิ้วกับคำถามในใจตนเอง ความสงสัยเก็บไว้เขาคงอึดอัดไม่ก็ขาดใจตายเสียก่อน ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายหาเลขานุการส่วนตัวทันที

“ฉันมีเรื่องให้ช่วย...” เมื่อปลายสายรับแล้ว กรวิชญ์ก็บอกจุดประสงค์ของตัวเองทันที “สืบเรื่องของคนคนหนึ่งให้ฉันที”

“ใครหรือครับ?”




“ณภัทร วิมุตโภคัย”



TBC,,,

มาอัพต่อแล้วนะคะ
เรื่องนี้แต่งเรื่อยๆนะ อาจจะอัพช้าบ้างอะไรบ้าง เพราะตัวเค้าเองก็ต้องแต่งฟิคแทคคุณด้วย แล้วพี่ใหม่ก็มีภารกิจเหมือนกัน
แต่ยังไงก็มาอัพให้แน่นอนค่ะ ไม่ทิ้งแน่นอน เพราะพล็อตเรื่องเรื่องนี้ออกจะชัดเจน คิดไว้ล่วงหน้าแล้ว(บ้างเนอะ)

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ หวังว่าถ้าอัพต่อไปเรื่อยๆ คอมเม้นจะมีเพิ่มขึ้นเนอะ ^^


ออฟไลน์ hello_lovestory

  • >>I'm C-Z@<<
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1065
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 43

ถูกใจให้เป็ด +2
ลุ้นๆ สืบๆ ไปฝั่งกรจะเข้าใจผิดอีกไหม ตอนนี้ไผคงโนเพื่อนคนนั้นหักหลังเล่าเรื่องไม่จริงให้ฟังแน่ๆเลย

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 2404
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 123

ถูกใจให้เป็ด +1
 o13 o13

ออฟไลน์ putiinez

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 7

ถูกใจให้เป็ด +3
โอ๊ยยยยยย ยัยเพื่อนของไผ่แย่มากอ่า ทำให้เขาเลิกกันแต่สุดท้ายหล่อนก็ไม่ได้กรไปอยู่ดี สมน้ำหน้า
กรก็แย่ แต่ยังหวังว่าจริงๆแล้วยัยคนนั้นเป็นคนจัดฉากนะ ท่าทางกรไม่ใช่คนที่จะทำแบบนี้เลย

เชียร์ให้พ่อแม่ลูกได้อยู่ด้วยกันไวๆ จะติดตามนะะ  :mc4:

ออฟไลน์ ImPunz

  • ลูกเป็ดเดินเตาะแตะ
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 2

ถูกใจให้เป็ด +2
เพื่อนกันทำไมทำอย่างนี้อ่า
อยากให้ทั้ง2คนเข้าใจกันเร็วๆ จังเลย

ออฟไลน์ nong PeePee

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 45

ถูกใจให้เป็ด +3
ชอบอ่ะนายเอกมีลูกได้  o13
ติดตามค่า  :กอด1:

ออฟไลน์ Syntyche

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 38

ถูกใจให้เป็ด +2
ชอบเหมือนกันนายเอกมีลูกได้เนี่ย
เด็กๆน่ารัก เค้ารักเด็ก อิอิ O:-)

ออฟไลน์ AGALIGO

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 43

ถูกใจให้เป็ด +2


เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอีกแล้วสินะ


ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 3359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 183

ถูกใจให้เป็ด +2
 :pig2: :pig2: :pig2:

 :call: :call: :call:

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 3434
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 207

ถูกใจให้เป็ด +3
ต้อยรับเรื่องใหม่
แค่ตอนแรกก็สนุกแล้วอยากอ่านตอนต่อไปเร็วจังเลย
+1 และเป็ดนะคะ

ออฟไลน์ mengsama

  • ลูกเป็ดวิ่งซุกซน
  • *
  • กระทู้: 216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 21

ถูกใจให้เป็ด +3
สงสารกร...ตามหาคนที่รักแทบพลิกแผ่นดิน ไม่รู้ว่าทิ้งไปทำไม...สายเลือดตัวเองจะได้มีวันรู้มั้ยถ้า  ไผ่ไม่บอก....ผลของการไม่คุยกันคิดไปเอง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1050
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 20

ถูกใจให้เป็ด +2
น่าสนุกๆ

เป็นเด็กจากต่างดาว เอ้อ ฟ้าประทานแล้วกัน

ต่อๆ

ออฟไลน์ bobie

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 2571
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 214

ถูกใจให้เป็ด +2
น่าอ่านมากเลย
มาติดตามด้วยคนนะคะ

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 3838
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 356

ถูกใจให้เป็ด +2
โอ๊ะโอ หนูน้อยน่ารักเนอะ

ออฟไลน์ pudson

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 52

ถูกใจให้เป็ด +2
เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ
ชอบจัง นายเอกมีลูกได้
เพื่อนภัทรใส่ร้ายกร ใช่มั้ย ถ้ากรทำคงไม่ตามหาภัทรหรอก
อยากให้กรรู้เรื่องเด็กเร็วๆ จัง
รอติดตามค่ะ :L2: :L2: :L2:
Liebe macht unser Leben glücklich. Ich entdeckte, dass ich das Glück Leben war.

ออฟไลน์ indy❣zaka

  • กระซิกๆ เบื่อดราม่า...
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 4993
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 598

ถูกใจให้เป็ด +4
แหม  ยัยนีเน่า    :beat:
แม่คนนี้ก็เนอะ  มีหน้ามาบอกเค้าได้ ว่าไม่อยากให้ไผ่ดูโง่ที่โดนหลอก  :m16:
ถ้าหวังดีจริง แล้วเอ็งจะไปนอนกับแฟนเพื่อนทำไมตั้งแต่ทีแรกล่ะวะนั่น   :angry2:

ส่วนพ่อตัวดีนั่น  ไผ่ก็น่าจะถามก่อนอะไรก่อนบ้าง  การฟังความข้างเดียวแบบนี้ ไม่เคยก่อผลดีให้กับใครเลยนะจ๊ะ  o18
~status :: อวย Kuroko no Basuke~

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดซ่าส์
  • *
  • กระทู้: 1889
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 193

ถูกใจให้เป็ด +3
ชะนีน่าตบ :beat: ยิ่งเป็นกันนี่น่าตื๊บมาก :z6:

ออฟไลน์ Forever_Love

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 37

ถูกใจให้เป็ด +2
แนวนี้ชอบมากค่ะ มาต่อเร็ว ๆ นะคะ
 :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ yakusa

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 25

ถูกใจให้เป็ด +2
สนุกดี มาต่อนะค่ะ รอๆๆๆ
ก็แค่คนที่แพ้.....แล้วมีปัญหาปะ!

ออฟไลน์ udongjay

  • ความรัก...ไม่เคยจำกัดเพศ แต่เพศต่างหากที่จำกัด...ความรัก
  • สมุนเป็ด
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 226

ถูกใจให้เป็ด +54
บุพเพเล่ห์รัก

ตอนที่ 2



กรวิชญ์กลับมาที่บ้านของตนเองก็ตรงขึ้นไปบนห้องนอนแล้วค้นอัลบั้มรูปถ่ายสมัยยังเด็กของตนเองออกมาดู ดวงตาคมเบิกขึ้นเมื่อมองรูปเด็กน้อยในอัลบั้มชัดๆ นึกไปถึงลูกชายของณภัทรแล้วหัวคิ้วเข้มก็ขมวด เพราะรู้แล้วว่าเหตุใดจึงคุ้นหน้าเด็กคนนั้นนัก นั่นเพราะ... เพราะหน้าคล้ายเขามากเลยน่ะสิ

ชายหนุ่มนั่งคิดหาสาเหตุที่มันเป็นเช่นนั้น แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่เห็นถึงความเป็นไปได้เลยสักเรื่อง นอกเสียจากแม่เด็กหน้าตาเหมือนเขา หรือไม่ก็เด็กคนนั้นคือลูกเขา พอนึกถึงว่าเด็กอาจจะเป็นลูกของตนกรวิชญ์ก็หัวเราะขำความคิดนั้น ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ ลูกของเขากับใครล่ะ นอกจากณภัทรแล้วเขาก็ไม่มีใครที่ไหน ถ้าณภัทรท้องได้ก็ว่าไปอย่าง แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร มันไม่ใช่นวนิยายเพ้อฝันเสียหน่อย กรวิชญ์ว่ายหน้าขำ ปิดอัลบั้มรูปแล้วเก็บเข้าที่เดิม ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องคิดหาคำตอบให้ยุ่งยาก เพราะอีกไม่นานเขาก็จะต้องรู้เรื่องนี้จากรายงานของนักสืบอยู่ดี แค่นั่งรอเวลาเท่านั้น






ตฤณกานต์มารับสองพ่อลูกที่บ้านตามสัญญา ก่อนที่ทั้งสามคนจะไปเที่ยวกัน ณภัทรเตรียมอาหารไปให้อีกสองหนุ่มต่างวัยได้ทานกันด้วย เด็กชายภัทรกรดูมีความสุขกับการได้อยู่กับตฤณกานต์ เพราะคุ้นชินกันมาตั้งแต่อยู่ที่ต่างประเทศ จนเปรียบเสมือนว่าตฤณกานต์คือพ่ออีกคนหนึ่ง จนหนูน้อยเอ่ยเรียกว่าแด็ดดี้ ซึ่งตฤณกานต์เองก็ไม่ได้ว่าอะไร ออกจะชอบใจเสียด้วยซ้ำ เพราะความรู้สึกลึกๆของเขาแล้ว เขาเองก็แอบชอบณภัทร เพียงแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยบอกอีกฝ่ายไป ได้แต่ทำตัวเป็นเพียงพี่ชายที่แสนดี คอยให้คำปรึกษาและดูแลณภัทรกับลูกอยู่ข้างๆเท่านั้น ด้วยรู้ว่าณภัทรนั้นมีใครอยู่ภายในใจ เพียงแต่ไม่รูุ้ว่าใครคนนั้นของณภัทรชื่ออะไรหรือหน้าตาเป็นแบบไหน

“แด็ดดี้ฮะ ต้นรักอยากไปเที่ยวทะเลจัง” ต้นรักพูดขึ้นมาหลังนั่งทานอาหารที่ณภัทรทำมาให้ทาน แขนป้อมกอดแขนออดอ้อนคนที่ถูกเรียกว่าแด็ดดี้

“หืมม์? ไปทะเลเหรอครับ แต่เราไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนนะ”ณภัทรพูดขึ้นมาก่อนตฤณกานต์จะได้พูดอะไร ที่ต้องรีบพูดเพราะรู้ว่าอย่างไรตฤณกานต์จะต้องตามใจต้นรัก ลูกน้อยแสนอ้อนของเขาเป็นแน่

ต้นรักที่ได้คำตอบจากหม่าม้าของตนเองก็บู้หน้าใส่ เพราะโดนขัดใจ ก่อนจะรีบปีนไปนั่งตักณภัทรแล้วเอ่ยอ้อน ช้อนตามองหม่าม้าที่รัก

“นะฮะหม่าม้า~ รักอยากไปเล่นน้ำนี่นา” ณภัทรอมยิ้มกับน้ำเสียงออดอ้อนนั่น

“ก็ได้ครับ เดี๋ยวแด็ดดี้พาไปเองเนอะ” ตฤณกานต์รีบพูดเอาใจเด็กน้อย เป็นอย่างที่ณภัทรคิดเอาไว้ไม่มีผิด ต้นรักยิ้มออกมาทันทีได้ยิน หันหน้าไปมองแด็ดดี้ของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องหน้าจ๋อยเมื่อช้อนตามองณภัทรที่ยังไม่ยอมตอบเขา แขนป้อมยกขึ้นกอดคอณภัทรแน่น แล้วเอ่ยอ้อนอีกครั้ง

“หม่าม้าจ๋า~ ไปเที่ยวทะเลกันนะ รักสัญญาเลยว่าจะไม่ดื้อ ไม่งอแง น้า~” สุดท้ายแล้วณภัทรก็ยอมแพ้ลูกอ้อนของแก้วตาดวงใจจนได้ ใครเล่าจะกล้าขัดใจสายตาออดอ้อนนั้นได้

“ไปเถอะครับไผ่ พรุ่งนี้ยังหยุดอีกวัน เย็นๆเราค่อยกลับยังทันเลยนะ” ตฤณกานต์ช่วยเสริม อยากให้ณภัทรตกลง จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆอีกสักนิด

“ไปก็ได้ครับ แต่ต้นรักต้องห้ามดื้อนะ หม่าม้าพูดอะไรก็ต้องฟัง เข้าใจไหมครับ” ณภัทรก้มมองลูกน้อยตาแป๋วแถมสั่งกำชับ ต้นรักยิ้มกว้างออกมาทันทีที่ณภัทรยอมใจอ่อนจนได้ พยักหน้าและตกปากรับคำมั่นเหมาะว่าจะไม่ดื้อไม่ซนเด็ดขาด ก็หนูน้อยได้ไปเที่ยวสมใจแล้วนี่นา







โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในภูมิภาคทางใต้ของเมืองไทย กรวิชญ์ได้รับแจ้งปัญหาเข้ามา ในฐานะผู้บริหารเขาจึงมาดูงานที่นี่ด้วยตนเองพร้อมกับเลขานุการคนสนิท ชายหนุ่มออกจากโรงแรมมาเพื่อจะเตรียมตัวกลับหลังจากสะสางปัญหาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อลงมาที่ด้านล่างในส่วนต้อนรับของโรงแรมตนเอง ขณะที่กำลังจะเดินผ่านไปนั้นสายตากลับเหลือบไปเห็นคนคุ้นเคยยืนอยู่หน้าโต๊ะประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ขายาวก้าวเข้าไปหาโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากหยักยกยิ้ม ขณะที่ภายในใจรู้สึกขอบคุณความบังเอิญในครั้งนี้ที่ทำให้เขาได้พบณภัทร

ทางด้านณภัทรที่ยืนคุยกับลูกอยู่ข้างๆตฤณกานต์ที่กำลังจัดการเช็คอินเข้าพักในโรงแรมก็ไม่ได้เอะใจเลยว่าตนเองกลายเป็นเป้าหมายของใครบางคน จนเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยเรียกขึ้นมาใกล้ตัว

“ต้นไผ่”

ณภัทรหันไปมองตามเสียงเรียก ทำให้ตฤณกานต์และน้องต้นรักหันตาม สองหนุ่มต่างวัยมองผู้มาใหม่อย่างสงสัย แต่ณภัทรกลับเกิดอาการตกใจเมื่อได้เห็นว่าคนที่เข้ามาทักคือกรวิชญ์ ทำไมโลกมันกลมแบบนี้

“ใครน่ะครับไผ่?” ตฤณกานต์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าท่าทางณภัทรและหนุ่มคนนั้นรู้จักกัน
คำถามของตฤณกานต์ทำให้กรวิชญ์หันมามอง หัวคิ้วชายหนุ่มขมวด เมื่อครู่เขาไม่ได้สนใจว่ามีใครอยู่ข้างณภัทรด้วยหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ ความสงสัยจึงเกิดขึ้น กรวิชญ์หันมามองณภัทรอย่างรอคำตอบเช่นกัน อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะแนะนำเขากับผู้ชายคนนี้ว่าอย่างไร

“เอ่อ... นี่คุณกรวิชญ์ เป็นเจ้าของบริษัทที่เรากำลังเสนองานให้พิจารณาอยู่นะครับพี่ติน” ณภัทรเอ่ยบอกกับตฤณกานต์ พยายามไม่มองคนที่ตนเองกำลังเอ่ยถึง แต่ก็รู้สึกได้ว่ากำลังถูกจ้องอยู่

“อ๋อ” ตฤณกานต์ทำเสียงเชิงรับรู้ ชายหนุ่มยิ้มให้กรวิชญ์ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีรอยยิ้มตอบกลับมาสักนิด สายตาของกรวิชญ์ยังจับจ้องณภัทรจนตฤณกานต์ชักจะสงสัยขึ้นมา

“หม่าม้า” เสียงเล็กของน้องต้นรักเอ่ยเรียกหม่าม้าของตนเอง เด็กชายตัวน้อยยืนบิดไปมาจนผู้เป็นบิดาอย่างณภัทรต้องเอ่ยถาม

“เป็นอะไรครับลูก?”

“รัก.. รักอยากเข้าห้องน้ำ” ต้นรักกระมิดกระเมี้ยนบอก

“อ้าว” ณภัทรอุทานก่อนหันไปบอกตฤณกานต์ ลืมอีกคนที่อยู่ด้วยไปเสียสนิท “พี่ตินครับ เดี๋ยวไผ่พาลูกไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“ไม่เป็นไรไผ่ เดี๋ยวพี่พาไปเอง ไผ่ตามคนของโรงแรมเอาของไปเก็บที่ห้องก่อนไป” ตฤณกานต์รับอาสา ชายหนุ่มอุ้มหนูน้อยขึ้นมา ก่อนเอ่ยบอก “เดี๋ยวแด๊ดพาไปนะครับ”

“เร็วๆฮะแด๊ดดี้ รักปวดมากกกกกก” ต้นรักลากเสียงยาว อย่างต้องการบอกว่ามันมากแค่ไหน

“ครับๆ” ตฤณกานต์รับคำกลั้วหัวเราะ ณภัทรส่ายหน้าขำ มองตามสองหนุ่มต่างวัยที่เร่งเดินไปห้องน้ำ ก่อนจะชะงักเมื่อหันกลับมาเจอกรวิชญ์ยังยืนอยู่ที่เดิมมองไปทางที่ตฤณกานต์ที่อุ้มลูกของเขาไปด้วยแววตาสงสัยระคนไม่พอใจ หากเขาก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนักว่ากรวิชญ์ไม่พอใจที่เขามากับตฤณกานต์

ก่อนที่ณภัทรจะเดินตามคนของโรงแรมไปที่ห้อง เสียงเรียกของกรวิชญ์ก็ทำให้เขาต้องหันไปมอง แม้ไม่อยากจะพูดคุยด้วยเท่าไรนัก แต่เขากลัวจะมีผลกระทบต่องานที่ตนเองทำ

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” ณภัทรถามน้ำเสียงราบเรียบ

“ไผ่มาเที่ยวเหรอ?” เมื่อถามไปแล้วกรวิชญ์ก็รู้สึกว่าตนเองได้ถามคำถามแสนงี่เง่าออกไป ก็เห็นอยู่แล้วยังถามออกไปได้

“ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ” ขณะที่ณภัทรกำลังหมุนตัวกลับ ต้นแขนของเขาก็ถูกใครบางคนจับไว้เสียก่อน เมื่อหันกลับมาสบตาก็พบกับแววตาเว้าวอนของอีกฝ่าย

“ขอกรคุยบางอย่างด้วยได้ไหม?” น้ำเสียงร้องขอเอ่ยออกมา ณภัทรมองสีหน้าอีกฝ่ายแล้วหัวใจก็สั่นไหว เคยเฝ้าบอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อน ต่อให้อีกฝ่ายร้องขอมากแค่ไหนก็ตามที

“แต่ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ” สรรพนามที่ห่างเหินทำให้ใจของกรวิชญ์เจ็บปวด อยากรู้เหตุผลว่าเพราะอะไรณภัทรถึงได้ทิ้งเขาไป และเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งก็ยังทำเป็นเฉยชาใส่เขา เขาอยากให้ณภัทรรับรู้เสียจริงว่าหัวใจของเขาตอนนี้กำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน

“แค่ครู่เดียว ได้ไหมไผ่?”
ไร้เสียงตอบรับจากอีกคน กรวิชญ์ฝืนยิ้มขื่นออกมา สมเพชตัวเองที่ต้องมาเฝ้าวอนขอ ทั้งทีคนอย่างเขาแทบไม่ต้องเอ่ยก็มีผู้คนมากหน้าหลายตาอยากเข้ามาหาเขา คงต้องยกเว้นคนตรงหน้าของเขาสินะ

ณภัทรมองรอยยิ้มของกรวิชญ์แล้วก็อยากบอกอีกฝ่ายว่าได้ แต่ภาพความทรงจำเมื่อครั้นเห็นภาพของชายหนุ่มนอนกอดกับหญิงสาวอีกคนแล้ว ก็ได้แต่ก้มหน้าและนิ่งเงียบ อยากจะออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ให้เร็วๆ ตฤณกานต์อุ้มต้นรักกลับมาหาเขา แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงยังไม่ขึ้นไป

“ไผ่รอพี่ตินอยู่น่ะครับ ไผ่ไม่อยากขึ้นไปคนเดียว” ณภัทรตอบ และคงจะลืมไปแล้วว่ากรวิชญ์ยังคงจับต้นแขนเขาอยู่

“เอ่อ.. คุณกรวิชญ์มีธุระอะไรกับไผ่หรือเปล่าครับ ทำไมถึงได้...” ตฤณกานต์ไม่รู้ว่าควรพูดออกไปดีหรือไม่ แต่สายตาของเขาคงบ่งบอกมากเกินไปเมื่อมันจับจ้องอยู่ที่ต้นแขนของณภัทร

“ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณกรวิชญ์กำลังจะไปพอดี” ณภัทรรีบตอบออกมา ยกมืออีกข้างมาดึงมือขอกรวิชญ์ออกไป แล้วเดินไปยืนข้างตฤณกานต์ที่อุ้มต้นรักอยู่ กรวิชญ์มองณภัทรด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

“หม่าม้าฮะ รักหิวข้าวแล้ว” ท่ามกลางความเงียบชั่วขณะ ต้นรักก็พูดออกมาพร้อมกับลูบท้องตัวเองป้อยๆ ณภัทรจึงเบนความสนใจมาที่ต้นรักทันที

“หิวแล้วเหรอครับ งั้นเราไปทานข้าวกันเนอะ” ณภัทรพูดยิ้มๆ ยื่นมือไปหาลูกน้อยแล้วเอ่ยบอกตฤณกานต์ “พี่ตินครับ เดี๋ยวไผ่อุ้มลูกเองดีกว่านะ พี่ตินคงหนักแย่แล้ว”

“ไม่เป็นไรครับ ตัวต้นรักก็แค่นี้ ไม่หนักหรอกใช่ไหมเจ้าตัวเล็ก” ตฤณกานต์ตอบ แล้วถามความเห็นกับต้นรักที่ยิ้มแฉ่งอยู่

“ใช่ฮะ รักตัวไม่หนักหรอก แด็ดดี้อุ้มได้สบายอยู่แล้ว” ตอบคำถามเสร็จก็หัวเราะคิกคักให้กับแด็ดดี้และหม่าม้าของตัวเอง โดยลืมว่ายังมีอีกคนอยู่ในวงสนทนาด้วย กรวิชญ์มองทั้งสามคนด้วยความสงสัยกับสรรพนามที่เจ้าหนูน้อยพูด ครั้งแรกที่ได้ยินคิดว่าตนเองหูฝาดไป แต่เมื่อได้ยินซ้ำแล้วก็แน่ใจในทันที ทำไมเจ้าหนูน้อยถึงเรียนณภัทรว่าหม่าม้า ทั้งที่ควรเรียกว่าพ่อไม่ใช่หรือ และยังตฤณกานต์ที่แทนตัวเองว่าแด็ดดี้กับเจ้าหนูน้อย

นี่มันเรื่องอะไรกัน!

กรวิชญ์มองตามทั้งสามคนไป ยกมือเรียกคนของคนเองให้มาหา เมื่ออีกฝ่ายมาหยุดอยู่ด้านหลัง กรวิชญ์จึงสั่งงานทันที

“เรื่องแม่เด็กไม่ต้องสืบหาแล้ว สืบเรื่องของณภัทรกับนายคนนั้นแทน”

“ครับ” เลขานุการหนุ่มรับคำ

สีหน้ากรวิชญ์เครียดเคร่ง เขาต้องรู้ให้ได้ว่าสองคนนั้นมีความสัมพันธ์แบบไหนต่อกัน และเรื่องเด็กน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายเขานั้น เขาก็ต้องรู้มันให้ได้เช่นกัน






“ผู้ชายคนนั้นเป็นแค่ลูกค้าของบริษัทจริงหรือไผ่?” ตฤณกานต์เอ่ยถามอย่างข้องใจ

“พี่ตินสงสัยอะไรครับ?” ณภัทรที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูกชายเพื่อเตรียมลงไปเล่นน้ำอยู่ชะงักมือเมื่อตฤณกานต์เอ่ยถาม แต่ก็ทำเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไรเมื่อเอ่ยถามกลับไป

“เหมือนเขาจะรู้จักไผ่เป็นอย่างดีเลยนะ” อีกฝ่ายตั้งข้อสังเกต

“เคยเรียนที่เดียวกันตั้งแต่มัธยมน่ะครับ พี่ตินอย่าใส่ใจเลย” ณภัทรบอกเพียงเท่านั้นแล้วยกตัวลูกชายลงจากโซฟาที่ใช้เป็นที่เปลี่ยนชุด ก่อนจะชักชวนกันลงไปเล่นน้ำทะเลตามใจน้องต้นรัก และเป็นการหลีกเลี่ยงคำถามจากตฤณกานต์ได้เป็นอย่างดี







ณภัทรกลับจากพาลูกน้อยไปเที่ยวก็มาทำงานเป็นปรกติ เลขานุการสาวเดินยิ้มเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มเงยมองหน้าเธอเมื่อเธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ ยิ้มนิดๆเมื่อเอ่ยถาม

“มีเรื่องอะไรดีๆอย่างนั้นหรือครับคุณมีนา?”

“แหม เจ้านายนี่รู้ทันตลอดเลย” หญิงสาวเง้างอด

“เปิดดูในแฟ้มนี้สิคะ” มือเรียวสวยยื่นแฟ้มเอกสารให้ผู้เป็นเจ้านายดู พยักหน้าให้รีบเปิด ณภัทรอมยิ้ม รับแฟ้มเล่มนั้นมาเปิดดูตามที่หญิงสาวบอก ไล่อ่านรายงานในนั้นอยู่ชั่วครู่ดวงตากลมก็เบิกขึ้นเล็กน้อย

“ทางคุณกรวิชญ์ให้คนยืนยันมาแล้วค่ะว่าอยากร่วมงานกับเรา” เสียงเลขานุการสาวรายงาน

ณภัทรรับฟังโดยไม่ได้ออกความเห็น หลังรายงานเสร็จเลขานุการสาวก็ขอตัวออกไปทำงาน ณภัทรพยักหน้ารับรู้ คล้อยหลังเลขานุการสาวออกไปแล้ว ณภัทรก็กลับมาคิดเรื่องแฟ้มงานที่ทางบริษัทของกรวิชญ์ตอบรับกลับมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะงานที่นำเสนอไปมันเข้าตาหรือเพราะว่าตัวเขาเองกันแน่ เพราะเมื่อได้ร่วมงานกันแล้ว เขาทั้งสองคนคงจะได้พบเจอกันบ่อยขึ้น ยิ่งคิดใจของณภัทรก็ยิ่งดิ่งลงเหว เมื่อคิดถึงหนูน้อยต้นรัก เขายังไม่พร้อมให้อีกฝ่ายรับรู้เรื่องนี้ เขารู้สึกว่ากรวิชญ์คงจะเริ่มระแคะระคายเรื่องของเขาและต้นรักเป็นแน่ ในเมื่อใบหน้าของต้นรักมีบางส่วนคล้ายคลึงกับกรวิชญ์ เขากลัวเหลือเกินหากกรวิชญ์เอ่ยปากถามเขา แล้วเขาจะตอบได้อย่างไร เหตุผลที่ต้นรักมีใบหน้าคล้ายกับกรวิชญ์







ผลการสืบค้นเรื่องของณภัทรกับตฤณกานต์ทำให้กรวิชญ์รู้ว่าทั้งสองคนมีความสนิทสนมจนเข้านอกออกในบ้านของกันและกันได้โดยไร้อุปสรรค และณภัทรเองก็ทำงานในบริษัทของตฤณกานต์อีกด้วย มิหนำซ้ำ สิ่งที่เขาได้รู้ต่อมาคือ ครอบครัวของเขาทุกคนต่างรู้ดีว่าณภัทรอยู่ที่ไหน และกลับมาที่เมืองไทยนานเท่าไหร่แล้ว แต่กลับช่วยกันปกปิดเขา

“ผมถามได้ไหมครับว่าทำไม?” กรวิชญ์เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนเองในวันหนึ่ง
ผู้อาวุโสทั้งสองถอนใจเฮือกใหญ่ สีหน้าดูอึดอัดใจกับสิ่งที่ลูกชายเอ่ยถาม ก่อนที่ผู้เป็นมารดาจะเป็นคนตอบคำถามนั้น

“หนูไผ่ขอร้องเอาไว้น่ะสิ”

“เพื่ออะไรครับแม่ ทำไมไผ่จะต้องขอให้แม่ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ทำไมต้องปิดบังผม ผมอยากรู้จริงๆ มันค้างคาในใจผมมาตั้งกี่ปีแล้วรู้ไหมครับ?” กรวิชญ์ตัดพ้อ ชายหนุ่มสูดหายใจลึกอย่างระงับความร้าวรอนภายใน

“พ่อกับแม่รู้ไหมครับว่าไผ่เขามีลูกแล้ว”
ผู้อาวุโสทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ความจุกในอกวิ่งชนกรวิชญ์ แม้แต่เรื่องนี้พวกท่านก็รู้ แต่ไม่เคยบอกเขา มันน่าน้อยใจเหลือเกินที่ทุกคนทำเช่นนี้ ทั้งณภัทร ทั้งบิดามารดา ปล่อยให้เขาเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว

“ถ้าอย่างนั้นพ่อแม่ก็ต้องรู้ด้วยสิครับว่า... ใครเป็นแม่ของเด็กคนนั้น?”

“แม่ว่าเรื่องนี้ถามเจ้าตัวเขาจะดีกว่านะกร แม่รับปากหนูไผ่เอาไว้แล้ว ไม่อยากเสียคนตอนแก่หรอกนะ” เมื่อผู้เป็นมารดากล่าวเช่นนั้น กรวิชญ์จึงได้หันไปขอความเห็นใจจากบิดา

“พ่อว่าตามแม่” บิดาตอบเพียงสั้นๆแต่ตรงใจ

ผู้เป็นลูกเป็นฝ่ายถอนใจบ้างเมื่อไม่ได้ข้อมูลเชิงลึกอื่นใดจากบิดามารดาแม้แต่น้อย เขาคงต้องให้คนสืบเสาะเพิ่มเติม ต้นตออยู่ใกล้แบบนี้ ข้อมูลย้อนหลังไปตอนณภัทรแต่งงานคงหาไม่ยาก อยากรู้จริงๆว่าต้นไผ่ที่น่ารักของเขาแต่งงานมีลูกกับใครกัน






ต้นรักที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในบ้านรีบวิ่งออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงรถที่คุ้ยเคยของบิดา เจ้าหนูตัวน้อยยืนรอหม่าม้าตัวเองอยู่หน้าบ้านทุกครั้ง เมื่อณภัทรเดินมาถึงร่างป้อมก็พุ่งเข้ากอด เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน ณภัทรย่อตัวอุ้มเจ้าหนูตัวป้อมขึ้นมาจะพาเดินเข้าไปในบ้าน เสียงรถอีกคันแล่นมาจอดหน้าบ้าน ไม่ใช่รถของตฤณกานต์ ณภัทรคิ้วขมวด มองรถคันนั้นเขม็ง จนเมื่อเห็นคนที่ก้าวลงจากรถมาณภัทรก็ตาโตด้วยความตกใจ

เมื่อลงจากรถแล้ว กรวิชญ์ก็รีบเดินเข้าไปหาณภัทรที่ยังยืนค้างเติ่งอยู่ที่เดิม จนได้ยินเสียงต้นรักเรียก สติถึงได้กลับมา ณภัทรมองหน้ากรวิชญ์ที่เดินมาใกล้เขาเรื่อยๆ คิดไม่ถึงว่ากรวิชญ์จะมาบ้านเขา แล้วกรวิชญ์มาได้อย่างไร เขารู้ได้อย่างไรว่าตนเองพักอยู่ที่ไหน

“ตกใจอะไรกันน่ะไผ่?” กรวิชญ์ทักณภัทรยิ้มๆ มองหนูน้อยที่ณภัทรอุ้มอยู่ แล้วส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ ต้นรักมองหน้ากรวิชญ์ด้วยความงุนงง

“อ้าว... ถามไม่ตอบ”

“คุณมาทำไม?” ณภัทรถาม คล้ายเพิ่งหาเส้นเสียงของตนเองเจอ

“คำถามนี้ทำร้ายกรมากนะ” กรวิชญ์ตัดพ้อคนตัวเล็กกว่า ณภัทรเสหลบตาเพราะไม่อยากมองแววตัดพ้อนั้นให้ใจไขว้เขว

“กรมีเรื่องอยากจะคุยกับไผ่น่ะ ขอเข้าไปคุยในบ้านได้ไหม?” กรวิชญ์เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อณภัทรไม่พูดอะไร หนุ่มตัวเล็กกว่ามองหน้ากรวิชญ์ ชั่งใจอยู่สักพักจึงพยักหน้าแล้วเดินนำเข้าบ้านไปที่ห้องนั่งเล่น แล้วเอ่ยเรียกพี่เลี้ยงของน้องต้นรักให้มารับไป ไม่อยากให้อยู่รับรู้ในสิ่งที่เขาและกรวิชญ์จะคุยกัน

“ต้นรักไปอยู่กับพี่พลอยก่อนนะครับ เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วหม่าม้าจะไปเล่นด้วยนะ” ณภัทรกล่อมเด็กชายตัวน้อยที่กอดคอเขาไว้แน่น ไม่ยอมลงไปหาพี่เลี้ยงที่มายืนรอรับ

“ไม่เอา” ต้นรักบอกเสียงอู้อี้ ซุกใบหน้าเข้ากับคอของณภัทร

“ตัวเล็กครับ หม่าม้าขอคุยธุระก่อนนะครับ ไม่งอแงนะ” ณภัทรบอกเสียงนุ่ม ลูบหลังต้นรักเบาๆ เจ้าหนูน้อยกลับส่ายหน้า ทำให้ณภัทรเกิดอาการงงงวย เพราะปกติต้นรักจะเชื่อฟังเขา ไม่เคยงอแงใส่แบบนี้ ลูกเขาเป็นอะไรไป

“เป็นอะไรครับต้นรัก?” ณภัทรเอ่ยถาม แต่หนูน้อยกลับส่ายหน้าลูกเดียว ดวงตากลมแป๋วเหลือบมองกรวิชญ์ แขนเล็กก็เกาะเกี่ยวต้นคอหม่าม้าของตนเองแน่น ไม่ยอมให้คุยกับอีกคนง่ายๆ
กรวิชญ์ก้าวเข้ามาใกล้ทั้งสองคน มือหนาเอื้อมแตะแขนเล็กป้อมนั้น ก่อนยิ้มให้เจ้าหนูน้อยที่ท่าทางจะหวงหม่าม้าเอามากๆแล้วบอก

“ลุงไม่ทำอะไรหม่าม้าของต้นรักหรอกน้า แค่คุยด้วยนิดเดียว ได้ไหมครับ?” กรวิชญ์ตะล่อมเด็ก

ดวงตากลมมองตอบทำให้กรวิชญ์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเผยยิ้มบางเบาขณะมองเด็กน้อยที่เอียงแก้มอิงซบไหล่ณภัทร โดยที่ตากลมเพ่งพิจารณาเขาต่ออีกนิดหน่อยแล้วพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้คุณลุงอย่างเขาคุยกับหม่าม้าของตัวเองได้

“คุยไม่นานใช่ไหมฮะ?” เสียงเล็กเอ่ยถาม ท่าทางจะยังไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่

“ครับ” กรวิชญ์รับคำ อดยิ้มไม่ได้ ขี้หวงเหมือนใครกันนะ

หนูน้อยนิ่งอีกสักพักก่อนปล่อยแขนเล็กออกจากลำคอของหม่าม้า ลุกออกจากตักแล้วเดินไปหาพี่เลี้ยงที่ยืนรออยู่ ต้นรักหันกลับมามองณภัทรอีกครั้งก่อนเดินตามแรงจูงของพี่เลี้ยงไปเล่นรออยู่ด้านนอก

“ที่นี่น่าอยู่ดีนะ หลังเล็กกะทัดรัดดูอบอุ่นดี” กรวิชญ์พูดพลางมองไปรอบบ้าน

“ครับ” ณภัทรตอบรับ ไม่รู้จะให้พูดอะไรต่อดี

“ย้ายมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง”

“ก็... ได้สักพักแล้วครับ”

“อืม... ไม่ส่งข่าวคราวกันบ้างเลยนะ งานแต่งของไผ่ กรก็ยังไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีเลย” กรวิชญ์เรียบเคียงถาม ไม่กล้าเจาะจงอะไรออกมา ลอบสังเกตสีหน้าของณภัทรก็ยังคงเรียบนิ่งอยู่เช่นเดิมและไม่มีคำตอบให้กับเขา

“…...............”

“เด็กคนนั้น... ลูกไผ่น่ะ อายุกี่ขวบแล้วเหรอ” กรวิชญ์เปลี่ยนเรื่องถาม เขาอยากรู้เรื่องของลูกชายตัวน้อยของณภัทร ที่ทำให้เขาสงสัยเรื่องหน้าตาของเด็กคนนั้น

“สี่ขวบปีนี้ครับ” ถามคำตอบคำ แต่กรวิชญ์ก็ไม่อยากถือสา เพราะตั้งแต่เจอหน้ากัน อีกฝ่ายก็ไม่เคยที่จะตอบคำถามของเขาให้ยาวเลย

“หึ หายไปนี่ แต่งงานทันทีเลยเหรอ เท่ากับเวลาที่เราจากกันไปเลยนะ ถ้านับกันตามจริง กรกับไผ่ห่างกันไปเกือบห้าปี ขณะที่ลูกของไผ่อายุสี่ขวบ... “ ณภัทรถอนหายใจด้วยความอึดอัด หากกรวิชญ์จะมาถามไถ่เรื่องอื่น เขาคงไม่อึดอัดถึงเพียงนี้ แต่นี่มาถามเรื่องต้นรัก... จะไม่ให้เขาอึดอัดได้อย่างไรกัน

“ถ้ากรคิดว่าไผ่หนีไปแต่งงานจะโกรธกันไหม”

“ไม่หรอกครับ เป็นใครก็ต้องเข้าใจแบบนั้น เท่านี้ใช่ไหมที่คุณอยากถาม” ณภัทรถามน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย

“คำถามสุดท้าย...” กรวิชญ์เว้นไปพักหนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “เขาเป็นลูกกรใช่ไหม”
ณภัทรนิ่งไปด้วยความตกใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนตอบคำถาม

“ฮะๆ คุณนี่ตลกดีนะครับ มุกนี้ผมขำจัง”

“ไผ่” กรวิชญ์เรียกณภัทรเสียงเข้ม กดเสียงลงต่ำเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขาจริงจังกับคำถามนั้น

“เขาเป็นลูกของผมครับ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเอาความคิดนี้มาจากไหน ในเมื่อผมก็บอกคุณไปแล้วว่าเขาเป็นลูกผม หรือคุณไปทำใครที่ไหนท้องไว้หรือครับ ถึงได้คิดว่าผมจะเอาลูกของคุณกับใครคนนั้นมาเลี้ยง” ณภัทรพูดแกมประชด ในเมื่อเขาเลือกที่จะโกหกแล้ว เขาก็ต้องทำให้ตลอดรอดฝั่ง

“ไม่ กรไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใครเลย” กรวิชญ์รีบแย้งขึ้นมาทันทีณภัทรเอาอะไรมาพูดกัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใคร แม้กระทั่งตอนที่เขาคบอยู่กับณภัทรก็ตามที

“หึ”

“เด็กคนนั้นหน้าคล้ายกรมากนะไผ่ คล้ายเสียจนไม่คิดว่าจะเป็นลูกของใครอื่นไปได้ นอกจากลูกของเรา...” กรวิชญ์พูด ถึงอย่างไรวันนี้เขาต้องคุยกับณภัทรให้รู้เรื่องให้ได้

“ถ้าเชื่ออย่างนั้นแล้วคุณสบายใจก็ทำไปเถอะครับ แต่ความจริงก็คือ... ต้นรักเป็นลูกของผม” ณภัทรยังยืนกรานคำตอบเดิมของตนเอง

“กับใครล่ะ? ภรรยาของไผ่คือใคร แม่ของเด็กคนนั้นน่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนไผ่ แล้วอธิบายให้กรฟังได้ไหมว่าทำไมต้นรักถึงเรียกไผ่ว่าหม่าม้าไม่ใช่ป๊าหรือพ่ออย่างที่ควรจะเป็น” กรวิชญ์ถามเสียงแข็ง ทำไมถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้กันนะณภัทร

“…” ณภัทรนั่งเงียบไม่ตอบอะไรออกไป จะเรียกว่าพูดไม่ออกก็คงจะใช่ ในเมื่อสิ่งที่กรวิชญ์พูดมามันคือความจริง แต่ทำไมอีกฝ่ายพูดออกมาราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมด

“ถ้าไผ่ยังยืนยันอย่างที่พูด กรก็จะหาหลักฐานมาพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวของกรเอง เพราะไม่ว่ายังไงกรก็เชื่อว่าเขาเป็นลูกกร”

“พอสักทีเถอะกร!” ณภัทรลุกพรวดขึ้นมาเมื่อทนแรงกดดันไม่ไหว

“ถ้ากรยังพูดไม่รู้เรื่องก็กลับไปซะ!” เผลอใช้คำแทนตัวแบบเดิม กรวิชญ์ลุกขึ้นยิ้ม

“ไผ่น่าจะรู้จักกรดีกว่าใครนะ ถ้ากร ‘เชื่อ’ ในอะไรบางอย่างแล้ว ไม่มีทางที่กรจะรามือง่ายๆ วันนี้ไผ่อาจจะบอกว่าสิ่งที่กรคิดมันไม่ใช่ แต่สักวันกรจะทำให้มันใช่... เขาเป็นลูกกร กรเชื่ออย่างนั้น” กรวิชญ์เอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ

เขาเชื่อว่ามันต้องมีบางอย่างที่พิเศษ และเขาต้องหาข้อพิสูจน์ให้จงได้ ชายหนุ่มกลับออกไปจากบ้านของณภัทรด้วยความเชื่อและความหวังที่เต็มเปี่ยม ขณะที่เจ้าของบ้านอย่างณภัทร ทรุดนั่งอย่างหมดแรง



‘อย่าเชื่อมั่นอะไรมากจนเกินไปนักเลยกรวิชญ์ เพราะผมไม่อยากให้คุณรู้เรื่องนี้เลย ไม่อยากให้รู้เลยจริงๆ...’


TBC..


เป็ดบวกให้ทุกคนแล้วนะคะ รวมถึงพี่ใหม่ก็กดให้แล้ว
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นมากเลยนะคะ :pig4: มีกำลังใจในการแต่งขึ้นเยอะ  :-[

เจอกันตอนต่อไปค่ะ
  :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-02-2013 00:41:59 โดย udongjay »

ออฟไลน์ pudson

  • เป็ดน้อยร่าเริง
  • *
  • กระทู้: 283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 52

ถูกใจให้เป็ด +2
หลงรักน้องต้นรักซะแล้ว อ้อนได้น่ารักมากกก มีหวงหม่าม้าด้วย :m1:
Liebe macht unser Leben glücklich. Ich entdeckte, dass ich das Glück Leben war.

 



สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด