สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์ [เพิ่มเติมเนื้อหา]24-4-13 //
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์ [เพิ่มเติมเนื้อหา]24-4-13  (อ่าน 108524 ครั้ง)

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 2368
ช่วงนี้เหมือนเล้าเข้มงวดกับนักเขียนและปกป้องคนอ่านคนซื้อมากไป แต่เล้าเราก็อยู่ได้เพราะมีนักเขียนที่มาลงนิยายในนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน ทางเล้าก็อยากให้ทุกคนอยู่กันแบบพี่แบบน้อง คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราจะได้อยู่กันไปนานๆ

กระทู้นี้เกิดขึ้นเพราะ เล้าเองก็เป็นห่วงนักเขียน สำหรับนักเขียนที่ ได้รับการติดต่อจาก สำนักพิมพ์ บางคนยังมือใหม่ ที่ไม่สามารถทำเล่มนิยายของตนเองได้ เมื่อสำนักพิมพ์ติดต่อไป หรือเอาเรื่องของเราไปเสนอให้ สำนักพิมพ์
     
      นักเขียนควรต้องรู้พื้นฐานการตรวจสอบหรือ รักษาผลประโชยน์ของตัวนักเขียนเอง ทางเล้าจึงจัดทำข้อความตรวจสอบให้มาเป็นข้อๆ

1. สำนักพิมพ์ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน และมีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ควรตรวจดูเอกสารสำคัญ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของสนพ.นั้นๆ
    1.1. ดูการทำงานของสำนักพิมพ์ ซึ่งตรงนี้อาจต้องดูนานนิดนึง เพราะแรกๆ ที่มาติดต่อมักจะดีกันทั้งนั้น อยู่ๆ ไปอาจดีแตกได้
    1.2. ควรหลีกเลี่ยงสำนักพิมพ์ที่มีปัญญาหาทั้งหลาย มีข่าวฉาวบ่อยๆ โดยเฉพาะสำนักพิมพ์ที่มีเรื่องกับนักเขียนเป็นประจำ เพราะแม้ไม่รู้ว่าใครพูดจริงไม่จริงแต่ก็ควรระวังไว้ก่อน

2. นักเขียนควรทราบถึงกำหนดระยะเวลาในการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์
    2.1. ดูระยะเวลาให้ชัดเจน ปกติจะเป็น 3-5 ปี และต้องดูให้ดีว่าเป็นสัญญาซื้อสิทธิ์ขาดหรือสัญญาโอนสิทธิ์หรือเปล่า เพราะสัญญาประเภทนี้จะเป็นการทำให้เราหมดสิทธิ์ในงานตลอดกาล
    2.2 ดูรายละเอียดพวกสัญญาทาส เช่น ห้ามออกงานด้วยนามปากกานี้กับ สนพ.อื่น หรือห้ามพูดหรือให้ข่าวในทางเสียหายแก่สนพ.ในสื่อสาธารณะ (ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องจริง) ตรงนี้ก็ต้องพิจารณาด้วย

3. ในกรณีของผลประโยชน์และรายได้ นักเขียนควรทราบและตกลงถึงข้อกำหนดในการจัดแบ่ง โดยแต่ละ สำนักพิมพ์ อาจจะมีสัดส่วนที่แตกต่างกัน ควรศึกษาและสอบถามให้ละเอียด เช่น แบ่งเปอร์เซ็นต์อย่างไร ถ้ามีการพิมพ์เพิ่มคิดเปอร์เซ็นต์อย่างไร
    3.1. ดู % ว่าให้เท่าไร ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 เป็นอย่างต่ำ
    3.2. ดูลักษณะการจ่ายว่าจ่ายตามยอดขายหรือยอดพิมพ์ ซึ่งจะมีข้อดีแตกต่างกัน คือถ้าจ่ายตามยอดพิมพ์จะได้เงินเป็นก้อน  แต่อาจถูกโกงยอดพิมพ์ได้ ส่วนถ้าจ่ายตามยอดขายจะได้เงินทีละน้อยแต่ได้บ่อย
    3.3. สำหรับคนที่เลือกแบบจ่ายตามยอดพิมพ์ให้ดูสัญญาด้วยว่าระบุการพิมพ์ครั้งแรกเท่าไร
    3.4. ดูวันที่จ่ายเงินว่ามีกำหนดการจ่ายเป็นยังไง

4. นักเขียนควรทราบและตกลงถึงรายละเอียดในการทำงานว่าจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากน้อยแค่ไหน เช่น สามารถระบุความต้องการในเรื่องหน้าปกหรือภาพประกอบได้หรือไม่ หากภาพไม่ถูกใจสามารถขอแก้ไขได้หรือไม่

5. นักเขียนควรทราบและตกลงในรายละเอียดของเนื้อหาที่จะใส่ลงไปในเล่ม เช่น มีการตัดเนื้อหาหรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของเรื่องหรือไม่

6. นักเขียนควรตรวจสอบด้วยว่าสำนักพิมพ์มีการขอไอดีซื้อขายกับทางเล้าหรือยัง เนื่องจากเล้ามีการออกกฎเกี่ยวกับการซื้อขายใหม่ที่สำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์เรื่องในเล้าและ/หรือโฆษณาในเล้าก็ต้องมีการขอไอดีเช่นกัน



หมายเหตุ :
นักเขียนที่เคยรวมเล่มกับสำนักพิมพ์มาแล้ว มีประสบการณ์ ก็ลงมาแชร์ประสบการณ์กันในกระทู้ได้นะคะ
หรือลิสหัวข้อที่ทางเล้าใส่มา มีตรงไหนที่ขาดไป หรือควรเพิ่มเติม เพื่อให้นักเขียนคนอื่นควรทราบก็แจ้งเข้ามาได้ค่ะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-04-2013 20:51:18 โดย Poes »
ชวนทุกคนหันมาใช้ คำว่า นักเขียน นักอ่าน แทน รีดเดอร์ ไรท์เตอร์ 
กฎของบอร์ด :  http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1444
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 979
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
ขอบคุณโมฯ ครับ สนใจจะหารายละเอียดอยู่พอดี ใครมีข้อมูลน่าสนใจ ปัญหา อุปสรรค ความคิดเห็นส่วนตัวยังไง ยังไงรบกวนแชร์ด้วยเน้อ ขอบคุณล่วงหน้าเน้อ
 :L2:

ออฟไลน์ second

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 79
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ  :กอด1: เป็นประโยชน์กับมือใหม่ (โดยเฉพาะผม) มากเลย  o13

ออฟไลน์ dek-zaal3

  • แก้วปั้ณณ์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 520
    • แก้วปั้ณณ์ (Pat Majestic)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเช่นกันค่ะ :)   :katai2-1:
เปิดจองนิยาย พันธนาการรัก และมี reprint เรื่อง คุณแม่...ครับผม! แล้วนะคะ ^^ >>เชิญจิ้ม!!!<<

ออฟไลน์ thehackzzi

  • <?php echo "Hello world!";?>
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 240
ศึกษาไว้ ไม่เสียหาย

ท่านใดมีประสบการณ์ เล่าให้ฟังด้วยนะคร๊าบบ
<?php echo "Hello world!";?>

ออฟไลน์ ลูกหมู

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 393
    • Lookmuh Novel blog
ขออนุญาตลงบทความนะคะ
credit : https://sites.google.com/site/dreamytrain/right8

อ้างถึง
   นักเขียนใหม่ กับ สัญญาน่าคิด

     ค่าเรื่องมาตรฐานในวงวรรณกรรมซึ่งนักเขียนอาชีพบอกกล่าวเป็นประสบการณ์ว่า ปัจจุบันนี้จะมีสูตรคำนวณ คือ  10 เปอร์เซนต์ คูณ จำนวนพิมพ์ คูณ ราคาหน้าปกซึ่งสำนักพิมพ์จะเป็นผู้ประมาณการไว้ มันเป็นค่าแรงเขียนนิยายเรื่องนั้น ทั้งนี้เปอร์เซนต์ที่ใช้เป็นตัวคำนวณยังผันแปรตามชื่อเสียงของนักเขียนอีกด้วย บางคนอาจสูงถึง 20-30 เปอร์เซนต์ก็ได้ โดยเฉพาะงานเขียนซึ่งเป็นที่นิยมจะมีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง ทุกครั้งนักเขียนจะได้รับค่าแรงตามสูตรดังกล่าวเสมอ มันจึงเป็นกำลังใจแก่นักเขียนที่จะพัฒนาฝีมือและงานให้รุดหน้าขึ้นและทำให้เป็นอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่สูตรดังกล่าวนี้มักใช้กับนักเขียนอาชีพในสำนักพิมพ์ใหญ่และมีเครดิตดีในวงการหนังสือ ส่วนสูตรสำหรับนักเขียนใหม่แต่ละสำนักพิมพ์จะคิดค้นสูตรคำนวณกันเอง น้อยคนจะได้รับค่าผลงานตามสูตรมาตรฐานของงานวรรณกรรม

    สัญญาซื้อนิยายของนักเขียนใหม่ระยะหลังนี้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการซื้อเรื่องแบบจ่ายเหมาครั้งเดียว โดยจำกัดเวลาพิมพ์หรือไม่จำกัดก็ได้ บ้างกำหนดเวลาครองลิขสิทธิ์ไว้นานนับ 10 ปี ด้วยการจ่ายเหมาครั้งเดียว ต่อมามีการพัฒนาเงื่อนไขในสัญญาให้ดูดีขึ้น ด้วยการกำหนดราคาซื้อเรื่องแบบเหมาต่อจำนวนการพิมพ์ครั้งแรก แต่จะจ่ายทุกครั้งที่มีการพิมพ์ซ้ำโดยคำนวณด้วยตัวเลขค่าเรื่องเหมาเป็นหลักแล้วหักลดทอนหรือเพิ่มขึ้นโดยยึดจำนวนพิมพ์ที่อาจไม่เท่าครั้งแรกก็ได้ จักเป็นค่าเรื่องสำหรับการพิมพ์ซ้ำ มันหมายความว่า ทุกครั้งที่มีการพิมพ์นิยายเรื่องนั้น นักเขียนจะได้ค่าเรื่องตามสูตรและราคาเหมาที่ตกลงกันไว้จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา เงื่อนไขค่าเรื่องประเภทนี้จึงเพิ่มกำลังใจแก่นักเขียนใหม่ขึ้น

     รูปแบบของสัญญาเพิ่มความผูกพันแน่นหนาขึ้นโดยคำนึงถึงการเรียกคืนต้นทุนการโปรโมทงานของนักเขียนใหม่ด้วย กฎหมายลิขสิทธิ์นั้นกำหนดว่า สัญญาซื้อขายงานวรรณกรรมจะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้ซื้อและผู้ขาย ส่วนสัญญาอีกประเภทหนึ่ง คือ สัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์นั้นมิได้บังคับรูปแบบไว้ จึงสามารถตกลงกันเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ มีผลบังคับทางกฎหมายทั้งสิ้น สัญญาทั้งสองแบบมีผลทางกฎหมายแตกต่างกันในเรื่องกรรมสิทธิ์ของงาน

     สัญญาซื้อขายงานวรรณกรรมจะกำหนดเวลาหรือไม่ก็ได้ ผลของสัญญาประเภทนี้คือ ถ้ามีเงื่อนเวลาบังคับไว้ผู้ซื้อจะได้สิทธิ์ขาดในการจัดการงานเขียนชิ้นนั้นเยี่ยงเดียวกับผู้เขียน เช่น ทำซ้ำ ดัดแปลง โอนช่วง ให้เช่า และอื่นๆ ภายในขอบเวลาที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ว่ามีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการซื้อขายหรือไม่ เช่น กำหนดว่าผู้ซื้อทำเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างเดียว ทำละครอย่างเดียว เป็นต้น ถ้ามีกำหนดไว้ผู้ซื้อจะได้สิทธิ์ขาดทำเฉพาะจุดประสงค์ในสัญญาเท่านั้น หมายความว่า ผู้ซื้อจะไม่สามารถนำงานเขียนไปหาประโยชน์อื่นนอกสัญญาได้ หากไม่กำหนดวัตถุประสงค์ใด ก็จะมีสิทธิ์หาประโยชน์ได้ทุกประเภทเยี่ยงเดียวกับเจ้าของลิขสิทธิ์  รวมทั้งการแก้ไขงานเขียนชิ้นนั้นตามอำเภอใจในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนสถานภาพของผู้ขาย คือ จะมิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามนิตินัยภายในช่วงเวลาของสัญญา ถ้ามีกำหนดไว้ โดยผู้ขายหมดสิทธิ์เกี่ยวข้องกับการหาประโยชน์ใดๆในงานเขียนชิ้นนั้น ยกเว้นมีการระบุวัตถุประสงค์เฉพาะไว้ ส่วนที่มิได้กำหนดในสัญญา ผู้ขายจึงมีอำนาจใช้สิทธิ์นั้นได้ ตัวอย่างเช่น สัญญาระบุว่าผู้ซื้อจัดการด้านสิ่งพิมพ์เป็นกระดาษเท่านั้น ผู้ขายจึงสามารถนำงานไปทำละครหรือทำ อี บุ๊คส์ ได้ ผลประโยชน์สองส่วนหลังนี้จะเป็นของนักเขียนเท่านั้น สรุปว่า เมื่อใช้สัญญาซื้อขายงานวรรณกรรมนักเขียนไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้องกับงาน มิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์อีกภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ ผู้ซื้อจะเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว

     สัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์นั้นเป็นสัญญาประเภทที่เจ้าของลิขสิทธิ์ยังเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ ทั้งนี้จะมีการระบุในสัญญาประเภทนี้เสมอว่า ผู้ซื้อมีขอบเขตใช้งานเป็นประเภทใด เช่น สำนักพิมพ์จัดพิมพ์งานเป็นหนังสือเล่มเพื่อจำหน่ายเท่านั้น เป็นต้น การหาผลประโยชน์นอกเหนือจากการพิมพ์เล่มยังเป็นของนักเขียน เพราะมิใช่การขายลิขสิทธิ์ สิทธิ์ขาดในการห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ หรือหาประโยชน์อื่นใดในงานเขียน นักเขียนยังทำได้ด้วยตัวเอง สำนักพิมพ์ไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้องใดๆ

     ระยะหลังนี้นักเขียนใหม่มักได้รับสัญญาซื้อขายนิยายแบบกำหนดเวลาเพื่อให้สำนักพิมพ์มีอำนาจดัดแปลง ทำซ้ำ งานเขียนได้ตามอำเภอใจเพราะสำนักพิมพ์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หากมองให้ลึกซึ้งจะพบว่า สำนักพิมพ์อาจชื่นชอบพล็อตเรื่องของนักเขียนใหม่ซึ่งมองเห็นว่า ถ้านำมาปรับปรุง ดัดแปลง มากน้อยให้เข้ากับมุมมองการตลาดในเวลานั้น น่าจะขายหนังสือได้ มันจึงเป็นการจ่ายเงินซื้อพล็อตจากนักเขียนใหม่แบบมีกำหนดเวลา มิใช่เห็นว่าเป็นงานวรรณกรรมที่ดีจนน่านำเผยแพร่สู่ตลาดหนังสือให้ผู้อ่านได้สัมผัสอรรถรสแปลกใหม่ มันมิน่าจะช่วยพัฒนางานเขียนของนักเขียนใหม่ เพราะนิยายของเขาจะถูกนักเขียนเงาในสังกัดสำนักพิมพ์นั้นนำไปจัดวาง เพิ่มเติม ลดทอน เนื้อหาแท้จริงที่ทำให้เรื่องดูเด่นสะดุดตาและเป็นแนวคิดริเริ่มของนักเขียนใหม่อย่างแท้จริงเปลี่ยนไปจากต้นฉบับเดิม งานที่ถูกตกแต่งใหม่จึงไม่ใช่ตัวตนหรือฝีมือแท้จริงของนักเขียนคนนั้น แต่เป็นการทำเพื่อการค้าหรือขายหนังสืออย่างเดียว
     
     เงื่อนไขน่าสนใจที่ปรากฏในสัญญาของนักเขียนใหม่ ซึ่งถูกนำไปใช้กับนักเขียนเก่าที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่สำนักพิมพ์สนใจงานของเขา คือ สัญญาระบุว่า งานเขียนทุกเรื่องในอนาคตนับจากวันทำสัญญา นักเขียนให้สัญญาว่าจะนำเสนอต่อสำนักพิมพ์นี้ก่อน ถ้าถูกปฏิเสธแล้ว จึงนำเสนอต่อที่อื่นได้ มันตีความได้ว่า นับแต่วันขายนิยายเรื่องหนึ่งแก่สำนักพิมพ์ งานทุกชิ้นหลังจากวันทำสัญญาจะต้องให้สำนักพิมพ์พิจารณาพิมพ์เล่มก่อน ถ้าปฏิเสธแล้ว จึงนำไปเสนอสำนักพิมพ์อื่นได้ หากอ่านเงื่อนไขนี้อย่างลึกซึ้งจะพบว่า นักเขียนถูกมัดมือและอยู่ในบังคับของสำนักพิมพ์นานเท่าเวลาในสัญญา ทั้งที่ตอนเซ็นสัญญานั้นต้องการขายนิยายเป็นรายเรื่องเท่านั้น แต่สัญญาฉบับเดียวผูกมัดงานของนักเขียนที่สร้างสรรค์ขึ้นนับแต่วันเซ็นสัญญาว่าต้องได้รับคำอนุญาตจากสำนักพิมพ์นี้ก่อน จึงขายงานให้คนอื่นได้ แล้วต้องไม่ลืมว่า นักเขียนได้ค่าเรื่องเฉพาะงานชิ้นนั้น แต่มิได้รับผลประโยชน์ให้คุ้มค่ากับข้อผูกมัดและการขาดอิสระในการหาประโยชน์จากผลงานชิ้นอื่นของตนเลย บางคนอาจเถียงว่า ให้สำนักพิมพ์พิจารณาก่อนจะเป็นอะไรมากนัก แล้วค่อยไปขายคนอื่นก็ได้ คงต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งและมองอย่างมีวิสัยทัศน์ด้วย ตัวอย่างเช่น สัญญาที่มีเงื่อนไขประเภทนี้มักระบุว่าซื้อนิยายชื่อเรื่อง กองแก้ว แต่ผูกมัดนักเขียนว่า ทุกเรื่องนับแต่วันทำสัญญาขายเรื่องนี้ จักต้องเสนองานให้เขาพิจารณาพิมพ์ก่อน เขาไม่เอา จึงไปเสนอคนอื่นได้ บางครั้งนิยายอีกเรื่องอาจไม่ใช่แนวของสำนักพิมพ์นี้ แต่นักเขียนไม่มีสิทธิ์เสนอแก่สำนักพิมพ์ที่นิยมแนวดังกล่าวได้จนกว่าเจ้าของสัญญาจะอนุญาต อีกทั้งไม่มีการรับประกันว่าสำนักพิมพ์คู่สัญญาจะรับพิมพ์ทุกเรื่องของนักเขียนหรือใช้เวลาพิจารณางานนานเพียงใด เท่ากับนักเขียนขาดอิสระในการใช้วิจารณญาณและสิทธิในงานเขียน โดยไม่ได้ผลตอบแทนต่อการขาดอิสรภาพส่วนนี้เลย นอกจากนั้นระยะเวลานานปีอาจเกิดความขัดแย้งหรือกลั่นแกล้งจากสำนักพิมพ์เจ้าของสัญญาด้วยการเก็บดองนิยายใหม่ที่นักเขียนเสนอไปตามข้อสัญญาไว้นานหลายปีด้วยข้ออ้างว่า กำลังรอคิวพิจารณาอยู่ หากนักเขียนนำเสนอต่อที่อื่นช่วงรอคำวินิจฉัย จักกลายเป็นผู้ผิดสัญญาและต้องถูกเรียกค่าเสียหายที่เขาควรได้จัดพิมพ์ก่อน นั่นหมายความว่า เขาดองงานของนักเขียนไว้ตามข้ออ้างที่ดูมีเหตุผลและไม่ผิดสัญญา พอมีการเสนอที่อื่น ก็จะออกคำวินิจฉัยว่า ต้องการพิมพ์ ถ้านักเขียนเซ็นสัญญากับที่อื่นไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัญญาแบบซื้อขายหรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ก็ตาม นักเขียนต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ทำผิดสัญญาก่อนและมิอาจต่อสู้ให้รอดพ้นจากความรับผิดชอบนี้ได้เลย เป็นต้น สำนักพิมพ์มีอำนาจในการตัดสินจะพิมพ์หรือไม่พิมพ์ผลงานของนักเขียนด้วยสัญญาฉบับแรกและงานทุกชิ้นในอนาคต ด้วยการจ่ายเงินค่าแรงจากนิยายเรื่องเดียวที่ยอมให้เขาจัดพิมพ์ นักเขียนต้องขาดอิสรภาพในการควบคุมผลงานอื่นของเขาไปตลอดเวลาในสัญญา

     รูปแบบสัญญาหรือเงื่อนไขผูกมัดงานเขียนในอนาคตที่นำมาใช้กับนักเขียนใหม่ซึ่งหลายสำนักพิมพ์เริ่มนิยมใช้เพิ่มขึ้น โดยจ่ายค่าเรื่องเหมาครั้งเดียวในนิยายเรื่องหนึ่ง แต่สามารถซื้ออิสรภาพของนิยายเรื่องอื่นที่นักเขียนสร้างสรรค์ใหม่ ย่อมคุ้มค่าอย่างยิ่ง ส่วนนักเขียนจักขาดโอกาสและผลประโยชน์ที่ควรได้สำหรับงานเขียนไปอย่างน่าเสียดายมาก บางสำนักพิมพ์ยังเสนอใช้สัญญาซื้อขายแบบกำหนดเวลาและเงื่อนไขควบคุมงานเขียนในอนาคตกับนักเขียนเก่าที่มีชื่อเสียงซึ่งเสนองานให้เขาจัดพิมพ์ด้วย  บรรดานักเขียนใหม่หรือนักเขียนเก่าบางคนอาจไม่รอบคอบหรือมองไม่เห็นการเสียประโยชน์เกินเหตุด้วยข้ออ้างที่สำนักพิมพ์มักบอกว่า เขาลงทุนสร้างชื่อเสียงให้หนังสือขายดี ก็ต้องคุมนักเขียนให้แน่นหนาด้วยเพื่อคุ้มค่าเงินลงทุน หากอ้างเรื่องต้นทุนสร้างชื่อเสียงให้นักเขียนใหม่ ก็มิอาจใช้กับนักเขียนที่มีชื่อเสียงมาก่อนหน้านี้แล้วเพราะระดับต้นทุนแตกต่างกันมาก สำนักพิมพ์กลับนำเงื่อนไขเดียวกันไปใช้กับนักเขียนเก่าด้วย เขาต้องการคุมงานเขียนไว้ด้วยข้อสัญญาที่สั้น แต่เป็นแหแห่งอิสรภาพที่คลุมนักเขียนไว้มิให้ดิ้นรนไปที่อื่น และต้องทนอยู่จนกว่าจะครบสัญญา ทั้งที่รับค่าเขียนแค่นิยายเรื่องเดียวเท่านั้น มันเป็นการสูญเสียเวลาอันมีค่าของผลงานก็ได้ ถ้าโชคร้ายพบกับสำนักพิมพ์เจ้าปัญญาและไม่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพหรือไม่ให้เกียรติต่อผลงานของนักเขียนแล้วใช้เงื่อนไขในสัญญาจองจำนักเขียนและผลงานไว้ให้คนอ่านลืมเลือนชื่อเสียงของนักเขียน เงินค่านิยายหนึ่งเรื่องกับสัญญาจองจำอนาคตอาจไม่คุ้มค่ากับความเสียหายของนักเขียนก็ได้

     ก่อนการเซ็นสัญญาซื้อขายหรือให้ใช้ลิขสิทธิ์กับสำนักพิมพ์ใด นักเขียนต้องมีความเอาใจใส่หรือรอบคอบเพียงพอในการดูแลผลงานให้เผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างเหมาะสม ผลงานต้องแสดงตัวตนของนักเขียนได้อย่างแท้จริง มิใช่อาศัยนักเขียนเงาช่วยขัดเกลาใหม่เพราะมันมิใช่ฝีมือแท้จริงที่น่าภูมิใจของนักเขียน ผลประโยชน์ควรเหมาะสมกับการลงทุนของนักเขียน ความยืดหยุ่นกับเงื่อนไขในสัญญาสำหรับนักเขียนใหม่หรือเก่าที่ทำกับแต่ละสำนักพิมพ์อาจมีแตกต่างกันได้ตามความน่าเชื่อถือของสำนักพิมพ์และชื่อเสียงของนักเขียน การเคารพและเชื่อมั่นในงานเขียนเมื่อสำนักพิมพ์คัดเลือกจัดพิมพ์ย่อมหมายความว่า งานชิ้นนั้นมีคุณภาพอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนใหม่หรือเก่า ควรรู้จักบริหารการเอาเปรียบหรือถูกเอาเปรียบให้สมดุลย์กัน สำนักพิมพ์กับนักเขียนควรพอใจกับข้อตกลงนั้นเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว  ดังนั้น การดูแลงานของนักเขียนมิใช่การเขียนเนื้อหาของผลงานอย่างเดียว จักต้องอ่านสัญญาผูกพันระหว่างนักเขียนกับสำนักพิมพ์ให้ละเอียด ถ้ายอมรับเงื่อนไขต่างๆในสัญญาได้ และแน่ใจว่าจะทำตามได้ครบถ้วน จึงเซ็นสัญญาฉบับนั้น โดยต้องไม่ลืมว่าเมื่อมีลายเซ็นนักเขียนเท่ากับมีความรับผิดชอบติดตัวไปทันที คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายเมื่อมีการทำละเมิดสัญญาขึ้น การเปลี่ยนแปลงสัญญาภายหลังจะกระทำยากมากเพราะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อน ส่วนข้ออ้างว่า ข้อใดข้อหนึ่งที่นักเขียนไม่ชอบนั้นจะไม่ใช้หรอก แค่เป็นรูปแบบที่ทำเหมือนกันหมดนั้น ขอให้ตระหนักด้วยว่า การเซ็นสัญญาเท่ากับยอมรับเงื่อนไขในสัญญาทุกข้อ คู่สัญญาจะเลือกใช้เงื่อนไขดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ คำพูดว่าจะไม่ใช้นั้นเป็นเพียงลมปากและไร้ผลทางกฎหมาย แต่ข้อสัญญาเป็นอักษรจักใช้บังคับตามกฎหมายได้โดยปราศจากข้อโต้แย้งใด หากไม่สบายใจกับเงื่อนไขข้อใดต้องเจรจาให้ได้ข้อตกลงและเขียนระบุในสัญญาเสมอ อย่ายึดถือคำพูดที่ไม่มีในสัญญาเด็ดขาด ส่วนเงื่อนไขผูกมัดผลงานในอนาคตของนักเขียนทั้งที่รับเงินค่าเรื่องเพียงครั้งเดียว งานอื่นต้องถูกมัดติดไปด้วย มันคุ้มค่าพอที่จะรับสัญญาประเภทนี้หรือไม่ นักเขียนต้องตั้งสติและพิจารณาให้รอบคอบด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล ส่วนสำนักพิมพ์ควรมีจิตสำนึกต่อนักเขียนในการทำมาค้าขายอย่างเป็นธรรม นักเขียนผลิตสินค้าให้ทำเป็นหนังสือโดยส่วนใหญ่มักไม่คิดถึงการค้ากำไรเป็นหลัก แต่ยึดถือความสุขในการเขียน จึงอาจละเลยข้อความในสัญญาและกลายเป็นเหยื่อทางการค้า ส่วนสำนักพิมพ์ยึดถือผลกำไร แต่ทำมาค้าขายอย่างเป็นธรรมย่อมอยู่ในตลาดวรรณกรรมได้ยาวนานกว่าการเอาเปรียบนักเขียนผู้สร้างศิลปะด้านอักษร การเอาเปรียบโดยอาศัยความไม่รู้หรือไม่เอาใจใส่หรือความเกรงใจที่นักเขียนมีต่อสำนักพิมพ์นั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งต่อนักเขียนใหม่หรือเก่าก็ตาม
 
*********************************
ขอบคุณเจ้าของบทความค่ะ  :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-05-2013 15:13:52 โดย ลูกหมู »

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1597
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1627
    • FACEBOOK PAGE
เอาประสบการณ์ การรวมเล่มหนังสือโดยไม่ได้ตรวจสอบให้รอบคอบมาแบ่งปันค่ะ


สืบเนื่องมาจากประมาณปีที่แล้ว เรานามปากกา west ได้เขียนนิยายเรื่อง Friend's brother, brother's friend หรือ เมื่อเพื่อนสงสัยว่าพี่ชาย... และมีสนพ.มาติดต่อ แรกๆก็คุยกันดีทางเมล มีการแจ้งชัดเจนว่าใครเป็นบก.ผู้ดูแลเรื่องของเรา west ส่งต้นฉบับไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
กระทั่งช่วงต้นปีที่นิยายจบ มีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้น ซึ่งมีพันธะผูกพันธ์นาน  6 ปี
west เชื่อว่า คนเขียน หลายๆท่านแรกเริ่มเดิมทีการเขียนนี่แค่ได้อ่านคอมเมนต์ก็ดีใจแล้ว พอมีคนสนใจอยากรวบรวมผลงานมาทำเป็นเล่ม ก็ดีใจกว่า เรื่องของทางธุรกิจอะไรไม่ได้อยู่ในหัวเลยเพราะเชื่อว่าเราน่าจะทำด้วยใจรักเหมือนๆกัน จะไม่มีการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน จะซื่อสัตย์ โปร่งใสและเป็นมิตรไมตรีกันอย่างดีเยี่ยม ดังนั้น  จึงยินยอมพร้อมพรรคสมัครใจเซ็นสัญญาผ่านอีเมล โดยอาศัยวิธีแสกนโดยไม่ต้องนัดเจอกันเพราะความสะดวกของทั้งสองฝ่าย
สิ่งที่แปลกไปจากวันเซ็นสัญญาเกิดขึ้นเมื่อทางเล้าตั้งกฏว่า ผู้ใดก็ตามที่จะทำการรวมเล่มเพื่อการค้าขายนิยายในบอร์ดต้องมีไอดี เราก็เลยไปขอทาง บก.ของสำนักพิมพ์ดังกล่าว ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือให้ลบข้อความในโพสว่ารวมเล่มออกไปเพราะไม่ได้ทำไอดี เราก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย... แล้วทำไมไม่ทำล่ะ??

แต่เราก็เป็นแค่คนเขียนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทางสำนักพิมพ์เลยตัดสินใจไม่วุ่นวาย จนหนึ่งสัปดาห์ก่อนหนังสือปิดจอง เห็นทางสำนักพิมพ์เงียบไปเลยติดต่อไปถามว่าขั้นตอนของหนังสือถึงไหนแล้ว กว่าจะได้รับเมลติดต่อจากทางบก.มา ก็เลยเวลาปิดจองไปแล้ว ซึ่งก็คือวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 ว่า "หนังสืออยู่ในขั้นตอนของโรงพิมพ์ค่ะ ขอโทษนะคะที่ตอบช้า ก่อนหน้านี้เมลโดนบล็อค "

หืมม?? เมลโดนบลอค

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยอีกรอบค่ะ เป็นคนเขียนนิยายเรื่องนี้ค่ะแต่ไม่เคยเห็นตัวอย่างหนังสือ ไม่เคยเห็นของแถม รูปที่ใส่ลงไปในเล่มก็เห็นไม่ครบ คือรับรู้ข้อมูลต่างๆของหนังสือตัวเองได้เทียบเท่ากับทางลูกค้า
กระทั่งมีการขายเป็นเซ็ท และมีการยกเลิกเซ็ทก็ไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น
ไม่ทราบว่าแจ้งมาแล้วเราไม่ได้รับหรือเขาไม่ได้แจ้งมา ซึ่งถ้าเราก็มีช่องทางมากมายให้ติดต่อนะ ไม่ได้หายไปไหนหรือหาตัวยาก
หลังจากปิดจองไปแล้วก็ไม่ทราบยอดต้องคอยเมลไปถาม ไปจี้ แล้วก็ถามไปแบบอ้อมๆว่า แล้วน้องจะส่งค่าต้นฉบับมายังไงเหรอคะ ยังไม่มีเลขบัญชีพี่เลยด้วยซ้ำก็โดนนอยด์ๆใส่

วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 ได้เมลแจ้งมาว่า FBBF มีการตีพิมพ์แบบออฟเซ็ท และเลื่อนส่งหนังสือให้ลูกค้าไปเป็นวันที่ 10 มิถุนายน เพราะนิยายอีกที่มีกำหนดส่งพร้อมกันต้องทำบางอย่างเกี่ยวกับปกเลยได้รับหนังสือเลท แต่ตัวเราจะได้ก่อนลูกค้า เพราะFBBF มาวันที่ 20 กว่าๆ
 
วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 ได้เมลแจ้งจากทางสำนักพิมพ์เรื่องยอดจองและค่าต้นฉบับ และยอดพิมพ์รอบแรกเป็นจำนวน 500 เล่ม

ทางเราก็รอค่ะ เขาบอกจะได้วันที่ 20 กว่า รอไปเถอะค่ะ จนวันที่ 3 มิถุนายน 2556 ก็เมลไปถามอีกว่าส่งหนังสือมารึยังหนอ เดี๋ยวจะออกตจว.ไม่มีคนรับพัสดุให้ ยังไงถ้าส่งมาแล้วขอเลขพัสดุหน่อยเถอะ หรือจะส่งมาพร้อมลูกค้าวันที่ 10 มิถุนายน พร้อมลูกค้า ก็บอก คือคนรอก็ร้อนใจ มีอะไรช่วยบอกทีไม่ใช่หายต๋อมไปเลยแบบนี้ ก็ไม่ตอบเมลค่ะ แล้วบังเอิ๊ญญญ เราก็ไปรู้มาว่าทางสำนักพิมพ์ตอบเมลนักเขียนอีกคนที่บอกว่าจะไม่รวมเล่มกับที่นี่แล้วนะ
 

!!?!??
 

ความคิดตอนนั้นคือ ทำไมตอบเมลคนที่ส่งผลกระทบในทางลบของตัวเองได้ แต่ไม่แคร์เลยว่าทางเราก็มีความจำเป็นต้องรู้นะว่าหนังสือส่งมาหรือยัง? หรือตีกลับไปแล้ว

คนไม่มีข้อมูลมันฟุ้งซ่านค่ะ


ก็เลยไปโพสหน้าเพจ ไม่ถึง 12 ชั่วโมง ทุกโพสบนเพจสำนักพิมพ์ถูกซ่อนไม่ให้คนนอกเห็น
สงสัยมั้ยคะว่าทำไมมีเวลาตอบเมลบางคน ทำไมมีเวลาซ่อนโพส แต่ไม่มีเวลามาตอบเราสั้นๆว่า 'อ้อ หนังสือยังไม่ได้ค่ะคุณนักเขียน รอหน่อยนะคะ จะได้วันที่ บลาๆๆ' ก็ว่าไป
เราเลยแท็กลิงค์จากเพจเราไปเพจสำนักพิมพ์ วันเดียวกันเลยค่ะ สำนักพิมพ์ว่างมาตอบเมลได้ทันที!
 
"สำหรับเรื่องหนังสือคุณ west จะได้รับก่อนผู้ซื้อค่ะ คือวันที่ 28 พฤษภาคม แต่โรงพิมพ์ขอเลื่อนส่งหนังสือเป็นวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ทำให้ทางสำนักพิมพ์ต้องเลื่อนการส่งหนังสือให้คุณ west ออกไปอีก หากส่งไปแล้วจะแจ้งรหัสพัสดุให้ทราบค่ะ
เนื่องจากสนพ.เพิ่งเคยร่วมงานกับโรงพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือคุณ west เป็นครั้งแรก ทำให้มีปัญหาติดขัดค่อนข้างมาก และกำหนดการส่งหนังสือมาให้ทางสำนักพิมพ์ช้ากว่าที่เคยนัดกันไว้เยอะมาก สำนักพิมพ์ทำได้แค่รอหนังสือ รอมานานมากแล้ว แต่ก็คงต้องรอต่อไป เพราะเราก็จ่ายมัดจำส่วนนึงไปแล้ว ทางสำนักพิมพ์ต้องขออภัยคุณ west ด้วยนะคะ ไม่คิดว่าโรงพิมพ์จะเลทมากขนาดนี้
สำนักพิมพ์จะส่งอีเมลแจ้งข่าวไปให้ผู้ซื้อทราบว่าต้องมีการเลื่อนส่งหนังสืออีก แต่จะเลื่อนไปไม่เกิน 10 วันค่ะ (20 มิถุนายน) หนังสือเสร็จวันเสาร์ จัดส่งมาทางโกดังวันจันทร์ ใช้เวลาขนส่ง 5 วัน หนังสือมาถึงประมาณวันที่ 15 มิถุนายน ทีมงานจะเร่งแพ็คและรีบไปส่งค่ะ"

 
 
ถามว่าโกรธมั้ย โกรธค่ะ... รู้ว่าเลื่อนแล้วทำไมไม่แจ้ง มีอะไรไม่เคยบอกเลย ถ้าไม่ว่างจะตอบเมลขนาดนั้น ก็ขอเบอร์โทรศัพท์คู่สัญญาที่เป็นคนลงชื่อในสัญญา และ/หรือ คนที่สามารถให้คำตอบเวลาที่เราถามอะไรหรือควรรู้อะไรได้
นี่ผู้เขียนนะคะ เราควรมีสิทธิ์รู้กระบวนการทำงานของนิยายตัวเองไม่ใช่หรือ ซึ่งเงียบเหมือนเคยค่ะ เราเลยไปที่สำนักงานเขตเพื่อเอาชื่อคู่สัญญาไปตรวจสอบว่าเธอมีตัวตนจริงหรือเปล่า

ซึ่ง นางXX  XXX ไม่มีชื่อในสารระบบทะเบียนราษฏร์

ปรี๊ดเลยค่ะ ตอนเซ็นสัญญา เราเซ็นด้วยความไว้ใจ ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง ที่อยู่จริง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคืออะไร..?? พอติดต่อทางสำนักพิมพ์ไปว่าขอเลขบัตรประชาชน13หลักมายืนยันหน่อยค่ะว่าเธอคนนั้นมีตัวตนจริง พร้อมทั้งเลขทะเบียนพาณิชย์ของสำนักพิมพ์ที่เป็นข้อมูลสาธารณะด้วย เพราะไปตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลของนางXX XXX   ทางสำนักพิมพ์ก็แจงกลับมาค่ะว่าไม่สามารถให้ได้.. และชื่อที่ไปตรวจสอบแล้วไม่พบ อาจเป็นเพราะนางXX XXX ได้มีการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลไป เนื่องจากแต่งงาน

ย้อนกลับไปอ่านค่ะ ขึ้นต้นว่า'นาง' ตั้งแต่เซ็นต์สัญญา นี่คือแต่งงานรอบที่2หรือเป็นคำแก้ตัวของสำนักพิมพ์ก็ไม่อาจทราบได้


ทำงานบนพื้นฐานแห่งความไม่ไว้วางใจค่ะ

นอกจากนี้ สำนักพิมพ์ยังแจ้งเพิ่มเติมมาว่า นางXX XXX ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางสำนักพิมพ์แล้ว รวมทั้ง บก.คนเก่าที่ดูแลงานของเราก็ลาออกไปแล้วด้วย
โดยการเหตุการณ์ทั้งหมด เราซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงไม่เคยได้รู้เลยค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่มีใครแจ้ง กลายเป็น west ในกะลา หูหนวก ตาบอดทุกสิ่งอัน แม้แต่เลื่อนไปวันไหน ทางนักเขียนยังไม่รู้เลยค่ะ ต้องถามทางลูกค้าเอาว่าสำนักพิมพ์ติดต่อมาหรือยังถึงได้รู้ว่าเลื่อนไปวันที่ 25 มิถุนายนอีกรอบ
แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ทางสนพ.แจ้งว่า
" แล้วตอนนี้คุณWestก็มาจี้ คุณWestคิดว่าจะเกิดการโกงขึ้นหรือคะ ถามว่าสนพ.เคยเงียบหายไปจากลูกค้าหรือไม่ ก็ไม่เคยหายนะคะ จะว่าเรื่องช้านั้น สำนักพิมพ์ยอมรับผิดทุกอย่าง ไม่เคยแก้ตัวกับลูกค้า แม้จริงๆแล้วโรงพิมพ์จะเลทงานเราก็ตาม "

ไปต่อไม่เป็นเลยค่ะ ระหว่างนี้เราก็พยายามตามหนังสือทุกๆทาง ข้อมูลที่ทราบมาทำให้ช็อคค่ะ

1. การตีพิมพ์
สำนักพิมพ์แจ้งว่า เป็นการตีพิมพ์แบบออฟเซท
ข้อเท็จจริง เป็นการตีพิมพ์แบบดิจิตอล

2. จำนวนที่ตีพิมพ์
สำนักพิมพ์แจ้งว่า ยอดพิมพ์ 500 เล่ม
ข้อเท็จจริง ยอดพิมพ์ 300 เล่ม

3. ขั้นตอนตีพิมพ์
สำนักพิมพ์แจ้งว่า อยู่ในกระบวนการของโรงพิมพ์ตั้งแต่วันที่ 2 พค.2556
ข้อเท็จจริง โรงพิมพ์เพิ่งได้ไฟล์บรูฟวันที่ 27 พค. 2556

4. วันส่งหนังสือ
สำนักพิมพ์แจ้งว่า โรงพิมพ์ล่าช้า
ข้อเท็จจริง สำนักพิมพ์เพิ่งชำระยอดค่าใช้จ่ายที่เหลือกับทางโรงพิมพ์ไปวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ทำให้ทางโรงพิมพ์เพิ่งส่งหนังสือออกไปให้กับทางสำนักพิมพ์ได้ในวันที่ 11 มิถุนายน 2556


เราเลยขอเปลี่ยนแปลงสัญญาค่ะ ในเมื่อคู่สัญญาก็ไม่มีตัวตน สำนักพิมพ์ก็ไม่มีเลขทะเบียนพาณิชย์ ยอดตีพิมพ์ วิธีการตีพิมพ์ และรายละเอียดการตีพิมพ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราเลยยื่นคำขาดว่า ขอให้จบกันที่การตีพิมพ์ 300 เล่ม เราคิดแค่ค่าลิขสิทธิ์กับเปอร์เซ็นต์แบ่งยอดจอง ส่วนที่เหลือให้สำนักพิมพ์ขายโดยเราจะไม่เอาส่วนแบ่งใดๆทั้งสิ้น และอนุญาตให้จัดจำหน่ายถึงปลายปี 2556 เท่านั้น ส่วนหนังสือที่เราจะได้จากสนพ.จะมี 5 เล่ม ใจดีค่ะ ขอเป็นที่ระลึก1เล่ม ทีเหลือเอาไปขายเถอะ

ซึ่งทางสนพ.แจ้งกลับมาว่า ยินยอมให้เปลี่ยนแปลงสัญญา แต่ขอตีพิมพ์อีก 500เล่ม เนื่องจากเป็นการพิมพ์แบบออฟเซ็ทซึ่ง มี ก า ร ว า ง มั ด จำ ไ ป แ ล้ ว

โดย 300เล่มแบบดิจิตอล และ 500 เล่ม แบบออฟเซต = มีการตีพิมพ์แบบไม่แจ้งนักเขียน 800 เล่ม
 

เราเลยสอบถามกับทางสำนักพิมพ์ค่ะว่าที่บอกว่าวางมัดจำ 500 เล่มไปแล้ว รบกวนช่วยบอกชื่อโรงพิมพ์ + เมล/บิล ยันการวางมัดจำได้หรือเปล่า แต่ยังไงก็จะยืนยันที่ยอด 300 เล่มนะคะ รู้สึกถึงความวุ่นวายมากมายและไม่พร้อมกับการทำงานแบบนี้ทั้งของตัวเองและอีกฝ่าย ทั้งในแง่ของความไว้วางใจและความรับผิดชอบ เลยขอยุติด้วยการร่างหนังสือเปลี่ยนแปลงสัญญาพร้อมลงลายเซ็นไปให้ทางสำนักพิมพ์ตอบกลับมาภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นวันกำหนดส่งหนังสือ

นอกจากนั้น เราไปสอบถามทางโรงพิมพ์เดิมแจ้งว่า มีการตีพิมพ์แค่ 300 เล่มเท่านั้นค่ะ เปลี่ยนโรงพิมพ์หรืออะไรเราก็ไม่อาจทราบได้
 
นอกจากนั้น ทางโรงพิมพ์ยังสอบถามกับเราเพิ่มเติมมาวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2556 ว่า ติดต่อสำนักพิมพ์ได้ไหม ทางขนส่งแจ้งว่าติดต่อสำนักพิมพ์เพื่อจะสอบถามเส้นทางส่งของไม่ได้ ทั้งที่โรงพิมพ์ส่งไปตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2556

สำนักพิมพ์ก็แจ้งเมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2556 ว่า หนังสือเพิ่งได้รับเมื่อสองวันก่อนนะคะ(ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2556)

เราเลยสอบถามกับทางโรงพิมพ์อีกทีค่ะ คราวนี้เลยได้ข้อมูลใหม่มาอีกว่า เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2556 ทางสนพ.ได้ติดต่อกับทางโรงพิมพ์ไปว่าไม่ได้ที่คั่นหนังสือมาด้วย

ซึ่งทางโรงพิมพ์แจ้งว่า ไม่เคยได้รับไฟล์สำหรับทำที่คั่นหนังสือค่ะ   


และล่าสุดเมื่อคืน 26/06/2013 ทางสนพ.แจ้งว่ามีการทยอยส่งหนังสือให้ลูกค้าแล้ว 100 ชุดโดยไม่มีของแถมไปด้วย จะส่งตามไปทีหลัง แต่จนถึงนาทีนี้ เราก็ไม่อาจทราบได้ว่า 100  คนดังกล่าวมีการส่งหนังสือไปให้แล้วจริงหรือไม่ เพราะเท่าที่ถาม ยังไม่เจอใครที่ได้รับเมลแจ้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่งหนังสือไปแล้ว หรือจะส่งไปในรอบที่ 2 เลยค่ะ กระทั่งเวลา 19.44 น. ของวันนี้ ทางสำนักพิมพ์ก็ส่งข้อความมาแจ้งรหัสพัสดุกับเรา โดยยังไม่ติดต่อส่งเมลกลับเรื่องการแก้ไขสัญญาว่าจะตีพิมพ์แค่ 300 เล่ม และไม่มีการแจ้งชื่อโรงพิมพ์ กับหลักฐานยืนยันการโอนค่ามัดจำให้โรงพิมพ์จำนวน 500 เล่ม ทั้งที่ข้อการเปลี่ยนแปลงสัญญามีความข้องเกี่ยวกับการส่งหนังสือให้เราว่าจะส่งมา 5 เล่ม หรือ 1 เล่มเลยค่ะ ไม่สามารถหาคำตอบได้จริงๆว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถตอบเมลได้ทั้งที่เวลาก็ผ่านมา 3 วันแล้ว

ทางสำนักพิมพ์อาจจะคิดว่าแค่โอนเงินให้ ส่งเล่มให้ก็จบ แต่สำหรับเรามันไม่ใช่แค่นั้นค่ะ การเขียนนิยายของเราเขียนด้วยใจ และเราไม่อยากให้ใจใครไปเพื่อให้มันย้อนกลับมาเอาเปรียบตัวเอง และสร้างความเดือดร้อนใจให้ผู้อื่น การที่สำนักพิมพ์จงใจหลีกเลี่ยงที่จะติดต่อ และพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลยค่ะ

อ่านมาถึงตอนนี้ก็ถือเป็นอุทาหรณ์นะคะ ใครมีคำแนะนำอะไรดีๆเชิญเลยค่ะ ตอนนี้เหนื่อยหน่ายจริงๆ ไม่ใช่แค่เรา ทางโรงพิมพ์ที่ถูกกล่าวหาโดยไม่มีกระบอกเสียงใดๆทั้งสิ้นก็น่าเห็นใจ ลูกค้าที่ถูกต่อว่าโดยท่านก็น่าเห็นใจ รวมไปถึงนักเขียนท่านอื่นที่ไม่ออกมาพูดเพราะไม่อยากให้เรื่องแย่ไปกว่านี้ก็น่าเห็นใจค่ะ

ระหว่างนี้กำลังนำสัญญาที่คู่ฉบับไม่มีตัวตนไปปรึกษาทนาย หากไม่มีการเซ็นแก้หนังสือเปลี่ยนแปลงสัญญากลับมา คงต้องหาช่องทางให้สัญญาฉบับเก่าเป็นโมฆะ และแจ้งความดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ทันทีค่ะ

ปล.ล่าสุดเมื่อคืนสำนักพิมพ์โพสภาพของอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมี 2 เล่มจบลงแฟนเพจ แต่เห็นแค่สันของเล่ม 1 ส่วนเล่ม 2เห็นแค่ปกหน้าครึ่งเดียว ยังงงอยู่เลยว่าเล่ม 2 ได้มาได้ยังไง เพราะเท่าที่ทราบเมื่อเช้านี้เล่ม 2 ยังรอเข้าเล่มอยู่ที่โรงพิมพ์อยู่เลยค่ะ

อันนี้ไม่ทราบว่าเราเข้าใจผิดไปเอง หรือทางสำนักพิมพ์จงใจทำให้คนที่เห็นเข้าใจผิดว่ามาแล้วทั้ง 2 เล่มนะคะ

 :เฮ้อ:

atomtcom

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณค่ะ เป็นข้อคิดที่ทำให้เราต้องระวังและรอบคอบอย่างมากเลยจริง ๆ

ออฟไลน์ Suansad

  • เพราะข้านั้นเป็นมนุษย์ จึงปรารถาทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้...
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 2
    • SuanSad
ขอบคุณครับ เป็นประโยชน์มากเลย
เพราะข้ามีหัวใจ ข้าจึงปรารถนาทุกสิ่งที่เป็นเจ้า
SUANSAD FANPAGE

ออฟไลน์ มะปรางเปรี้ยว

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 5
ขอบคุณมากคะ เป็นประโยชน์มากๆ เลยคะ
The worst way to miss someone is to be sitting right beside them knowing you can’t have them.

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ RIRIN

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 450
ขอบคุณมากนะคะ เป็นประโยชน์มากๆ เลยคะ  :กอด1:

ออฟไลน์ yoome

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 7
ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์ที่ดีมาก ๆ

ออฟไลน์ Somporn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1
Love Boys

 




สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด