มาอัพแล้วค่ะ ตอนพิเศษของกวิน มีคนพูดกันว่า "เอยคนนั้น" ทำหลอน ไม่ก็ทำหลุดออกจากเรื่อง ฮ่าๆ เราจะเพลาๆลงนะคะ แต่แต่งไปแต่งมามันติดมือเสียอย่างนั้น จะปรับปรุงนะคะ ตอนนี้ถ้ามีข้อผิดพลาด หรือคำผิดใดๆก็ขออภัย ณ ทีนี้ ด้วยนะคะ ขอบคุณที่ชอบและติดตามเรื่องนี้ค่ะ 
ป.ล ให้แต่ง 300 ตอนคงไม่ไหวค่ะ ยาวเกิน ฮ่าๆ

# อย่าบอกใคร...ว่า...ฉันรักเธอ?#
ตอนที่ 49
โปรดรับฟัง...
“คุณ...กวิน”
เอยตกใจจนเบิกตากว้าง อ้าปากค้างที่เห็นกวินมายืนอยู่หน้าประตู กวินรีบแทรกตัวเข้าในห้องทันที เอยรีบถอยห่าง ก่อนที่จะก้มหน้าลง สติเริ่มตื่นเต็มตา ภาพนั้นเริ่มถูกดึงกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ราวกับโดนฉายซ้ำๆอยู่ในหัว
“เอย...” กวินทำท่าจะเข้าไปกอดเอย แต่เอยกลับถอยห่าง
“ยะ...อย่าเข้ามาครับ” เอยบอกเสียงเบาๆ
“ทำไม?” กวินถาม เจ็บปวดไม่น้อยที่เอยปฏิเสธเช่นนี้
“คุณ....คุณ...จะมาเพื่อบอกเลิกผมใช่ไหม?” เอยถามขึ้น น้ำตาเข้ากรรมทำท่าจะเอ่อขึ้นมา
“คิดอะไรอยู่ ฟังฉันอธิบายก่อน” กวินพูด ขยับขาก้าวไปหาเอย แต่เอยก็ยังคงถอยอยู่ดี
“จะอธิบายอะไรครับ ในเมื่อมันชัดเจนขนาดนั้นแล้ว” เอยพูด ก่อนที่จะเงยหน้าสบตามองกวิน น้ำตาปริ่มทำท่าจะไหลออกมา
“เอย...ฟังฉันก่อน เธอกำลังเข้าใจผิด” กวินว่า
“ผมเข้าใจถูกมาตลอด...คุณคบผมแค่ฆ่าเวลา จริงๆคุณมีคุณมินตราอยู่ตลอด” เอยว่า
“ไปกันใหญ่แล้ว เธอใจเย็นๆแล้วฟังฉัน” กวินพูด
“คุณ...ไม่ได้รักผมจริงๆใช่ไหม คุณถึงทำแบบนั้นกับคุณมินตรา” เอยว่า น้ำตาไหลลงมาจนได้
“เอย...เธอไม่มั่นใจกับความรู้สึกที่ฉันมอบให้เธอเลยเหรอ เธอถึงได้ดูถูกความรักของฉันขนาดนี้” กวินพูดขึ้นมา สายตานั้นเต็มไปด้วยการตัดพ้อ รู้สึกได้ว่าที่ผ่านมาไม่เอยมั่นใจในการคบกันเลยสักนิด
“ผม...ผม....” เอยพูดไม่ออก เมื่อเห็นแววตาของกวินที่ส่งมา
“เธอฟังฉันก่อน ถึงสิ่งที่เธอเห็น เธอต้องรับฟัง จะหนีฉันมาแบบนี้ไม่ได้” กวินว่า
“จะอธิบายว่าอะไรครับ ที่ผมเห็น...มันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอครับ” เอยพูด
“แต่สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แค่นั้น” กวินว่า ก่อนที่จะขยับเข้าไปคว้าร่างของเอยมากอดไว้ได้
“คุณกวิน...ปล่อยครับ” เอยร้องท้วงขึ้นมา พลางพยายามดิ้น
“ฟังฉันให้ดีๆ...ฉันไม่ได้มีอะไรกับมินตรา แต่ที่เธอเห็นมันเป็นแค่สิ่งที่มินตราต้องการ ฉันทำให้มินตราได้แค่นั้น” กวินว่า
“มะ...หมายความว่ายังไงครับ?” เอยถาม
“มินตราวางยาฉัน ยาปลุกเพื่อที่จะทำให้ฉันเกิดอารมณ์แล้วมีอะไรกับมินตราตามที่อยากให้เป็น” กวินบอก
“วางยา...จริงๆเหรอครับ” เอยมองหน้ากวินอย่างตกตะลึง
“จริง...โชคยังดีที่ลุงพิชิตเข้ามาในห้องเสียก่อน ฉันเลยรอดออกมาได้” กวินว่า
“นี่คุณ...ที่ทำแบบนั้นไปเพราะยา...เหรอครับ?” เอยยังคงไม่อยากเชื่อว่ามินตราจะทำเรื่องแบบนั้นลงไปได้
“กลับไปไม่เชื่อลองถามไทป์ ชินภัทรไม่ก็เคนก็ได้” กวินว่า
“ทุกคน...ทุกคนรู้หมดเลย” เอยพึมพำออกมา
“ใช่ ทุกคน” กวินบอกด้วยใบหน้านิ่งๆ
“แต่..แต่ที่ผมเห็น...คุณจูบ...คุณซุกตรงนั้นของคุณมินตรา คุณเริ่มทำก่อน” ภาพนั้นยังคงติดตาไม่หาย
“นั่นเพราะฉันโมโห อีกอย่างมินตราต้องการ ก็เลยทำให้ลงไป แต่ฉันสาบานได้ ฉันทำแค่เท่านั้นจริงๆ” กวินบอก
“ผม...” เอยพูดไม่ออก จะเชื่อใจกวินที่ทำแบบนั้นลงไป หรือจะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
“มัน..บังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” เอยยังคงไม่กล้าเชื่ออยู่ดี
“ฉันรู้เธอคงเชื่อไม่ลง แต่ฉันหยุดอยู่เท่านั้น มันไม่มีอะไรเกินเลยทั้งสิ้น กลับไปฉันจะพาเธอไปพบพ่อของมินตรา ถึงเรื่องที่เธอค้างคาใจทั้งหมด” กวินว่า
“มะ..ไม่ต้องหรอกครับ เอ่อ แล้ว..ใครเป็นคนโทรมาหาผมล่ะครับ?” เอยถาม เพราะโทรศัพท์นั้นเป็นของกวิน
“มินตราน่าจะหยิบจากกระเป๋ากางเกงของฉัน ตอนที่มินตราพยายามลูบๆตามตัวฉัน ฉันพลาดเอง ฉันละหลวมไป” กวินยอมรับผิดในสิ่งนี้
“ผม...ผมคิดว่าคุณ..คุณเป็นโทรมาหาเองเสียอีก” เอยบอกเสียงแผ่ว
“ฉันจะทำไปเพื่ออะไร..อยากให้เธอเข้าใจ..ฉันไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกว่านั้นเลยจริงๆ” กวินว่ากอดจะกอดเอยให้แน่นขึ้นไปอีก
“ตอนนี้ผม..ผมไม่พร้อมจะเจอหน้าคุณจริงๆ” เอยบอก พลางก้มหน้าลงอีกครั้ง กวินจึงยอมปล่อยเอยออกจากอ้อมกอด
“เธอ...ไม่เชื่อใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?” กวินถาม
“ผม...ผมคิดว่าความรักของเรามันไม่น่าจะเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำไป ผมก็แค่คนธรรมดา เทียบกับคุณแล้วยังห่างเกินไป...ผม...ผมไม่มั่นใจในความรักของเราเลย”
เอยสารภาพตรงๆ ไม่เคยคิดว่าจริงๆว่าจะได้มารักกับกวิน แม้จะมีสิ่งมายืนยันว่าความรักครั้งนี้จะมั่นคง แต่เอยก็ไม่เคยมั่นใจอยู่ดี
“ฉันจะต้องทำอย่างไร ฉันต้องทำสิ่งไหนเธอถึงจะเห็นว่าฉันรักเธอมากขนาดไหน?” กวินถาม
“ผม...ขอโทษ...ผมไม่มั่นใจจริงๆ” เอยบอกก่อนที่จะนั่งลงบนเตียง กวินนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของเอย ก่อนที่จะกุมมือของเอยขึ้นมา จูบลงเบาๆ ก่อนที่จะพูด
“เอย....ฉันไม่เคยมีความรัก...บางครั้งฉันอาจจะไม่พูด ไม่บอกอะไรเธอเลย แต่อยากให้รู้...ฉันทำเพื่อเธอได้ทุกอย่าง ฉันเองต้องขอโทษที่ทำลายความเชื่อใจเธอ” กวินว่า
เอยมองหน้ากวิน สายตานั้นเต็มไปด้วยการขอโทษ ใบหน้านิ่งเฉยก็จริง แต่สายตาช่างดูเศร้านัก เอยน้ำตาไหลออกมา รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้กวินเสียใจได้ถึงขนาดนี้
“ผม...ผม..ฮึกๆ ผมคิดว่า...คุณจะ...มาบอกเลิกผม...แล้วไปกับ..คุณมินตรา” เอยร้องออกมาอย่างสะอึกสะอื้น ก่อนที่จะโผกอดรอบคอของกวิน กอดไว้แน่นๆ บอกถึงความรู้สึกลึกๆที่อยู่ในใจ
“เธอ...คิดมากเกินไปแล้ว” กวินบอก พลางปลอบโดยการลูบแผ่นหลังขึ้นลง
“ฉันไม่มีวันทิ้งเธอ และจะไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่ฉันจะแสดงให้เธอเห็น ต่อจากนี้ ขอเพียงเรื่องเดียว...อย่าคิดไปไกลว่าฉันจะทิ้งเธอ ว่าฉันจะไปหาคนอื่นๆ อยากให้เธอมั่นใจกว่านี้...ต่อไปนี้ หากเธอถามอะไร...ฉันจะตอบเธอทุกอย่าง” กวินบอก
“สัญญานะครับ...ว่าจะไม่ทิ้งผมไปจริงๆ ว่าจะมีแค่ผมคนเดียว” เอยบอก พลางผละออกมา มองใบหน้าของกวิน ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลออกมาอีก กวินปาดน้ำตาเหล่านั้น ก่อนที่จะจูบดวงตาของเอยเบาๆ
“สัญญา...สัญญา” กวินพูดคำว่าสัญญาซ้ำๆ ก่อนที่จะจูบหน้าผากของเอยอีกครั้ง
“พอได้แล้ว จะขี้แยอะไรขนาดนี้” กวินว่า ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา
“ผมขอโทษ” เอยว่า กวินยิ่งยิ้มเข้าไปใหญ่
“ต่อไปนี้ถ้าเธอหนีฉันอีก ฉันจะลงโทษขั้นรุนแรง...เอาให้เธอเดินไม่ไหวไปสามวันเลย” กวินขู่
“คุณกวิน!!” เอยร้องขึ้นพลางเช็ดน้ำตา
“ว่าแต่...คุณ..เป็นอะไรมากไหมครับ?” เอยถาม พลางสอดส่องตามตัวของกวิน
“ยานั่นนะเหรอ ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ร่างกายยังรู้สึกเพลีย” กวินบอก ก่อนจะกุมขมับตนเองเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นพักก่อนเถอะครับ” เอยบอก กวินไม่พูดอะไร ก่อนที่จะดึงเอยลงไปนอนกอดไว้
“รู้ไหม...ตลอดทางที่ขับรถมา ฉันคิดถึงแต่เธอมากขนาดไหน?” กวินพูด ก่อนที่จะกอดเอยให้แน่นขึ้น
“ขอโทษ..ที่หนีมาแบบนี้ครับ”
“จริงสิ...ต้องโทรบอกไทป์” กวินเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงรีบลุกขึ้นและโทรหาไทป์ทันที
“ไทป์...เจอเอยแล้ว” กวินบอก
“มันอยู่หัวหินเหรอวะ ห่า ไหนกูขอพูดกับมันหน่อย” ไทป์บอกกวิน กวินจึงยื่นโทรศัพท์ให้เอย
“ไทป์จะพูดด้วย” กวินบอก เอยกล้าๆกลัวๆที่จะรับโทรศัพท์นั้นมาคุย
“เอ่อ..ไทป์” เอยกรอกเสียงลงไป เพียงเท่านั้น...ไทป์ก็สวนกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ห่าเอย ไอ้เอย มึงเป็นนางเอกยุคไหนวะ ที่เก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านน่ะ หา!!” ไทป์ถามเสียงดัง
“ขะ..ขอโทษ” เอยตอบเสียงอ่อย
“แม่ง รู้ไหมเขาตามหามึงกันวุ่น มึงนี่นะ กลับมาเจอกูตบกบาลแน่ๆ” ไทป์คาดโทษ
“ขอโทษ” เอยยังคงพูดได้แต่คำนั้น
“แล้วมึงคุยกับไอ้กวินรู้เรื่องรึยัง?” ไทป์ถาม
“น่าจะ..รู้เรื่องแล้ว” เอยว่า
“มันไม่ได้ทำอย่างที่มึงเห็นหรอก มันบังเอิญทำตอนสั้นๆแล้วมึงเสือกเห็นก็เท่านั้นแหละ” ไทป์ว่า
“อย่างนั้นเหรอ?”
“เออ อย่างนั้นแหละ แล้วแม่งไม่ต้องงไม่ต้องงอนมันด้วย มันอุตส่าห์กลั้นหน้าดำหน้าแดงไม่ทำกับยายมินตราห่าเหวนั่น มันทนมันรอดมาได้ก็บุญโขแล้วมึง” ไทป์พูด
“อืมๆ”
“อย่าเอาแต่อืม เข้าใจที่กูพูดด้วย” ไทป์ว่า
“อือ” เอยพยักหน้าพลางรับคำอย่างเข้าใจแล้ว
“เออ กูกลับแล้ว นี่มาหามึงอยู่พัทยานี่” ไทป์ว่า
“ไปหาถึงที่นั่นเลยเหรอ?” เอยถามอย่างตกใจ
“ก็เออนะสิ มึงคิดว่าคนเขาไม่ห่วงมึงรึยังไง” ไทป์ตวาดขึ้นมาอีกครั้ง เอยยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก
“ขอโทษนะไทป์” เอยว่า
“ไม่ต้องขอโทษให้มันบ่อย พรุ่งนี้ก็ไสตูดกลับมาด้วย” ไทป์บอก
“ได้ๆ พรุ่งนี้จะกลับไป” เอยพูด
“เออ แค่นี้แหละ กูจะไปหาโรงแรมนอนแล้ว” ไทป์ว่า ก่อนที่จะวางสายไป
“คุณกวิน...คุณอดทนถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” เอยถาม
“เรื่องอะไร?”
“ก็เรื่อง..ที่คุณโดนยา” เอยว่า
“อืม....นี่ก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่” กวินพูด
“เอ่อ....ให้ผมช่วยไหม?” เอยตัดสินใจถาม
“ไม่ต้องหรอก...” กวินบอก
“ทำไมละครับ มัน..อึดอัดไม่ใช่เหรอครับ?” เอยถามอย่างสงสัย
“ฉันไม่อยากทำกับเธอโดยมีฤทธิ์ยาพวกนี้อยู่ อยากทำกับเธอจากความรู้สึกของฉันจริงๆมากกว่า” กวินให้เหตุผลไปแบบนั้น
“คุณกวิน...” เอยมองหน้ากวิน ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดอีกแล้ว รู้สึกผิดที่ไม่ยอมอยู่รับฟังเรื่องราวทั้งหมด รู้สึกผิดที่หนีมาแบบนี้ ทำให้คนอื่นๆเดือดร้อน
“ช่างเถอะ ต่อไปนี้ก็ถามฉันตรงๆ อย่าหนีหรือเข้าใจเองแบบผิดๆไปคนเดียวอีก” กวินว่า
“ครับ...ผมจะหนักแน่นให้มากกว่านี้” เอยบอกกับกวินและบอกกับตนเองเช่นกัน
“ฉันขอไปล้างหน้าหน่อย แล้วเดี๋ยวนอนต่อกัน” กวินว่า ก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำ แต่ดูเหมือนกวินจะล้างหน้านานหรืออย่างไรไม่ทราบ ตอนนี้ยี่สิบนาทีแล้วที่กวินยังไม่ออกมา
“หรือว่าจะ....” เอยคิดได้แค่นั้นก่อนที่จะหน้าแดงขึ้นมา กวินคงกำลังปลดปล่อยมันออกมาแน่ๆ
ผ่านไปสักพัก กวินก็ออกมาจากห้องน้ำ เอยทำตัวไม่ค่อยถูก จึงรีบล้มตัวลงนอน ห่มผ้าห่มคลุมหัวเสียมิด กวินทิ้งตัวลงบนที่นอนก่อนที่จะดึงผ้าห่มออกเบาๆ แล้วสอดตัวเข้าไปข้างในผ้าห่ม พร้อมกับคว้าตัวเอยมากอดไว้ สูดกลิ่นผมของเอยเข้าปอด
“คิดถึง...เหมือนห่างมาเป็นเดือน” กวินพูดอย่างนั้น
“ครับ...” เอยว่า ซุกหน้าลงบนอกของกวิน คิดถึงไม่ต่างกันแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป
“นอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้กลับกัน”
กวินว่าก่อนที่จะหลับตาลงอย่างรู้สึกเหนื่อย เพราะขับรถมาแทบจะทั้งวัน เอยมองใบหน้าของกวินที่หลับอยู่ ระบายยิ้มออกมาอ่อนๆ ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงแล้วหลับไปอีกครั้ง แต่การหลับของเอยคราวนี้...เต็มไปด้วยความโล่งอก ไม่ติดค้างหรือคาใจอะไรต่อไปแล้ว...
...
..
.
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามายังหน้าต่าง เอยเริ่มขยับตัว ต่างจากกวินที่ยังคงหลับลึก เอยค่อยๆลืมตามองนาฬิกาที่แขวนที่ฝาผนัง เป็นเวลากว่าเก้าโมงแล้ว ดูเหมือนกวินคงจะยังเหนื่อย เพราะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลย เอยจึงจำต้องหลับตาลงอีกครั้งแล้วค่อยๆหลับไปอีกครั้ง
เวลาผ่านไปไม่รู้เท่าไหร่ กวินเริ่มขยับตัวแล้ว เอยจึงพลอยขยับตัวตื่นไปด้วย ทั้งสองลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะสบตามองกันทันทีที่ตื่น กวินยกยิ้มมุมปาก ก่อนที่จะหอมแก้มเอยเบาๆ
“ตื่นแล้วเหรอ?” กวินถามเสียงนั้นติดจะแหบไปสักนิด
“ครับ” เอยบอก
“อยากจะไปเที่ยวสักหน่อยไหม เธอลางานแล้วนี่” กวินถาม
“ไม่ดีกว่าครับ ผมว่า...รีบกลับไปสะสางเรื่องที่ผมหนีมา...จะดีกว่า” เอยว่าเสียงเบา
“ก็ได้” กวินพูด ก่อนที่จะบีบปลายจมูกเอยเบาๆ แล้วลุกขึ้น
“ฉันไปเอาเสื้อบนรถ เดี๋ยวมา” กวินบอก ก่อนที่จะออกจากห้องไป เอยจึงใช้จังหวะนี้เข้าไปอาบน้ำรีบแต่งตัว และมาเก็บของเข้ากระเป๋า
กวินกลับมาพร้อมเสื้อเชิ้ตสำรองที่มักจะเก็บไว้ที่รถเผื่อฉุกเฉิน จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวออกมา เอยที่เก็บของเสร็จพอดีแล้ว ทั้งสองจึงออกไปคืนห้องทั้งห้องของเอยและกวินเองด้วย จากนั้นออกเดินทางกลับกรุงเทพทันที ระหว่างทางก็แวะหาอะไรทานเพื่อเอาแรง ก่อนที่กวินจะขับรถเข้ากรุงเทพต่อ
มาถึงบ้านก็บ่ายสองแล้ว สิ่งแรกที่เอยทำคือกลับไปบ้าน แต่ก็แปลกใจเมื่อกวินขับมาจอดเทียบหน้าบ้าน เพราะพบรถของใครไม่ทราบจอดอยู่ มีคนขับรถยืนอยู่ด้วย
“รถที่บ้านนี่” กวินพูดขึ้น เอยรีบลงจากรถเข้าไปในบ้านทันที ภาพที่เอยเห็นคือคุณเกริกและคุณวิดานั่งอยู่ตรงโซฟารับแขก โดยที่คุณวิดานั่งคุยฟุ้งอยู่กับแม่ของเอย
“คุณเอมนี่ตลกจังค่ะ” เสียงแว่วของคุณวิดาพูด ก่อนที่หัวเราะออกมา
“คุณเกริก คุณวิดา” กวินพูดขึ้นมา
“เอย...มาแล้วเหรอลูก?” คุณวิดาพูด
“มาแล้วเหรอเอย” แม่ของเอยพูดขึ้น
“สะ..สวัสดีครับ คุณเกริก คุณวิดา” เอยยกมือไหว้ แปลกใจไม่น้อยที่ทั้งสองคนมาอยู่ที่บ้านของตนเช่นนี้
“มานั่งนี่ๆ” คุณวิดาลุกขึ้นก่อนที่จะดึงให้เอยมานั่งข้างๆเธอ
“กวิน สรุปตามเอยเจอเหรอ?” แม่ของเอยถาม
“ครับ เอยไปหัวหิน” กวินบอก
“ไปเสียไกลเชียว” แม่ของเอยตำหนิ ก่อนจะมองหน้าลูกของตนเอง
“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงครับ” เอยยกมือไหว้ทุกคนอีกครั้ง
“แม่เข้าใจ ถ้าเป็นแม่แม่ก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน” คุณวิดาว่า
“มาที่นี่กันทำไมเหรอครับ?” กวินถาม
“ก็มาพูดกับคุณเอม แม่ของเอยไง” คุณเกริกพูด
“พูดเรื่องอะไรครับ?” กวินถาม
“ถ้าเรียกอย่างเป็นทางการก็เรียกว่าผู้ใหญ่มาตกลงกัน แต่ถ้าพูดง่ายๆก็มาสู่ขอนั่นแหละ” คุณวิดาว่า เอยหน้าแดงขึ้นมาทันที
“อะ...อะไรครับ...สู่ขอ” เอยตาโตอย่างตกใจ ตนไม่ใช่ผู้หญิงเสียหน่อย ทำไมต้องมีการสู่ขออะไรแบบนั้นด้วย
“บอกผมว่าเดือนหน้าไม่ใช่เหรอครับ?” กวินถามขึ้น
“เลื่อนมาเร็วๆนี่แหละดีแล้ว ขืนช้ากว่านี้จะมีเรื่องเข้ามาอีก” คุณวิดาว่า
“ส่วนเรื่องของมินตรา ฉันไปจัดการแล้ว” คุณเกริกบอก
“ไปพูดแล้วเหรอครับ?” กวินถาม
“เรียบร้อยแล้ว คุณพิชิตก็ขอโทษมา ส่วนเรื่องคู่ค้าตอนแรกเราจะขอยกเลิก แต่เห็นแก่คุณพิชิต เลยตัดสินใจทำต่อไป” คุณเกริกบอก
“ขอบคุณครับ” กวินพูด
“ว่ายังไงละคะคุณเอม จะเรียกสินสอดทองหมั้นเท่าไหร่ พวกเรายินดีให้ไม่อั้นค่ะ” คุณวิดาว่า
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญค่ะ” แม่ของเอยว่า
“เอย....จัดงานแต่งงานไหมลูก?” คุณวิดาถาม เอยส่ายหน้า
“มะ..ไม่ต้องก็ได้ครับ” เอยว่า จำได้ที่พี่ขาวเคยพูด ผู้ชายกับผู้ชายคงไม่ต้องแต่งงานให้ใครเขารับรู้
“ทำไม จัดงานเล็กๆก็ได้ เอาให้รู้กันแค่ภายในก็ได้ ไม่ทำอะไรเลยแม่ว่าไม่ดีนะ” คุณวิดาว่า
“อย่างน้อยก็จัดงานสักนิดพอเป็นพิธีก็ยังดี” คุณเกริกบอก
“เอ่อ...” เอยเริ่มอ้ำอึ้ง กวินมองเอยอย่างต้องการคำตอบเช่นกัน
“ละ..แล้วแต่คุณกวินครับ” เอยโยนให้กวินตัดสินใจ
“แต่ง...” กวินพูดสั้นๆ เอยหันมองกวิน...สรุปต้องตามใจกวินจนได้
“ถ้าอย่างนั้นก็แต่งนะคะคุณเอม เอาฤกษ์สะดวกก็ได้ ดิฉันไม่ถือค่ะ” คุณวิดาว่า
“ถ้าเด็กๆต้องการก็ได้ค่ะ” แม่ของเอยบอก
“สรุปตามนี้นะคะ เราจะได้ดองกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียที กวินคงรอเวลานี้มานาน จริงไหม?” คุณวิดาพูด ก่อนจะหันมาถามกวินที่พยักหน้าเบาๆ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ อย่าลืมนะคะคุณเอม เดี๋ยวดิฉันมาฝึกทำกับข้าวที่นี่อาทิตย์หน้านะคะ” คุณวิดาว่า
“ได้ค่ะ ไม่ลืมหรอกค่ะ” แม่ของเอยว่า ทั้งสองดูจะคุยกันถูกคอ
“กลับนะคะคุณเอม” คุณวิดาพูดก่อนจะลุกขึ้น แม่ของเอยยกมือไหว้ ทั้งสองก็ยกไหว้เช่นกัน ก่อนที่จะเดินออกไป
“กวิน เดี๋ยวคืนนี้ไปนอนที่บ้านนะ จะได้พูดเรื่องงานแต่งด้วย พาเอยมาด้วยนะ” คุณวิดาบอก
“ครับ” กวินพยักหน้ารับ
กวินและเอยออกไปส่งคุณวิดา จนคนขับรถขับออกไปแล้ว กวินและเอยจึงกลับเข้าบ้านไปหาแม่ของเอยอีกรอบ แม่ของเอยเปิดทีวีดู
“เป็นไงพ่อตัวยุ่ง ทำเขาวุ่นวายไปหมด” แม่ของเอยว่า เอยได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“ถ้าอย่างนั้นอยู่ทานข้าวกันก่อนนะกวิน” แม่ของเอยบอก
“ครับ”
และสุดท้ายคนที่ต้องเข้าครัวคือเอย เพราะกวินบ่นอยากกินผัดผักรวมกับแกงมัสมั่น เอยจึงต้องลงครัวทำเองเพราะไม่อยากรบกวนแม่
“เสร็จแล้วครับ” เอยว่า ก่อนที่จะวางกับข้าว แม่ของเอยก็ทานด้วย
“มาทานข้าวเถอะกวิน” แม่ของเอยชวนกวิน ทั้งหมดจึงนั่งลงทานข้าวกัน แน่นอนว่ากวินเติมข้าวสองครั้งอีกตามเคย
“คืนนี้จะไปค้างที่บ้านของกวินใช่ไหม?” แม่ของเอยถาม
“ครับ” กวินพยักหน้า
“เดี๋ยวเอาแกงมัสมั่นไปฝากคุณเกริกกับคุณวิดาด้วยนะเอย” แม่ของเอยบอก
“ครับ เดี๋ยวผมจะเอาใส่กล่องไป” เอยบอก
ทั้งหมดทานกันเสร็จแล้ว เอยจึงนำจานไปล้าง กวินก็พยายามจะเข้ามาช่วย แต่เอยก็ปฏิเสธไป เพราะจะล่าช้าหากกวินมาช่วย จากนั้นเอยและกวินก็ยกมือไหว้แม่ของเอยและขึ้นรถตรงไปยังบ้านเศวตเจริญ ตามที่คุณวิดาบอกว่าให้กวินพาเอยไปค้าง...
++++++++++++++++++++++++++++