ก็บอกว่าไม่ชอบเด็กไง
ตอนที่ 52
' ผิดมากไหม '
“ ถ้าพวกมึงทำแบบนั้น กูจะไม่ให้ตังค์พวกมึงเลยสักบาทเดียว " ผมพูดสั้นๆตอนที่ยินชายสองคนนั้นที่พี่คอมเป็นคนจัดการหามาให้กำลังเปลี่ยนแผนจากที่ตกลงกันเอาไว้เป็นอย่างอื่น " มึงลองคิดดูแล้วกัน ถ้ามึงทำ มึงโดนจับเข้าคุก ตังค์ก็ไม่ได้.. อยู่ข้างนอกใช้เงินให้สุขสบายดีกว่าอยู่ในคุกไม่ใช่เหรอวะ อนาคตก็ไม่ดับ " คำพูดของผมที่ทำให้มันสองคนเลิกลั่กมองตากันเหมือนกำลังใช้ความคิด ผมไม่ไว้ใจไอ้สองคนนี้ตั้งแต่ที่พี่คอมแนะนำให้รู้จักแล้ว แม้จะได้รับการยืนยันว่าไว้ใจได้ก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใคร ไว้ใจใครก็ไม่ได้หรอก ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้ทั้งนั้น แล้วที่สำคัญ ถึงจะเกลียดแค่ไหนก็ไม่อยากจะทำร้ายขนาดนั้น อยากจะให้กลัวก็พอ ยังไงก็คนเคยรักกัน
ก้าวเท้าเข้าไปใกล้คนสองคนนั้นมากขึ้นตรงสนามหญ้าเล็กๆที่มืดจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร สบสายตากับร่างสูงกำยำที่หยุดการกระทำทุกอย่าง ผมเชิดหน้าให้คนพวกนั้นออกไปก่อนจะมองร่างบางที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว สายตาหวานนั่นเบิกกว้างกรีดร้องราวกับคนไร้สติ ขาที่ลุกขึ้นได้วิ่งหนีเข้าไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆเหมือนกับจะหาที่พึ่งพิง คล้ายกับคนบ้า ปากที่เอาแต่กรีดร้องออกมาพร้อมกับมือที่กอดตัวเองไว้แน่น ใบหน้าที่ซบลงหนี มือที่ปัดป่ายไปมาราวกับไล่คนที่กำลังทำร้าย เสียงร้องที่เหมือนมีดคมๆกรีดเข้ามาในใจผม
“ อย่าเข้ามานะ ช่วยฉันที ช่วยฉันด้วย อย่าทำอะไรฉัน อย่าทำ อย่าทำฉันนะ ได้โปรด อึก อย่าทำ อย่าทำเลย อย่าทำนะ อย่า ได้โปรด อย่าทำฉันเลย อย่าทำฉัน ฮือๆๆ อย่าทำเลย อย่าทำ อย่าทำฉัน กลัวแล้ว ฉันกลัวแล้ว "
ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่ทำเหมือนว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ แค่ปลดเสื้อผ้า ลูบไล้ไปตามเนื้อตัว แค่ทำให้กลัว กลัวจนไม่กล้ามาที่นี่อีก เพื่อที่ผมจะได้มีชีวิตใหม่ ชีวิตใหม่ที่จะไม่ได้เจอเค้าอีก เป็นความคิดสิ้นคิดที่ตระหนักได้ในตอนที่ลงมือทำไปแล้วว่า ไม่ควรทำ น้ำตาของผมคลอตามองดูคนที่เอาแต่กอดตัวเองไว้แล้วร้องขอชีวิต สองมือที่ยกขึ้นไหว้ขอร้อง
“ อย่าทำฉันเลย ฉันไหว้แล้ว อย่าทำฉันเลย อย่าทำฉัน " คนขาดสติตรงหน้าว่า ผมสูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ ตอนที่ก้าวขาเข้าไปใกล้เค้า ย่อตัวลงนั่งลงช้าๆ อีกคนฝ่ายก็ทำท่าจะหนีไปอีก " อย่านะ! ”
“ ใจเย็นๆ ไม่มีใครทำอะไรคุณหรอก ไม่มี ไม่มีใครทำอะไรนะ " ตัดสินใจเอื้อมมือไปลูบหลังอีกคนเบาๆ เค้าที่ยังคงร้องไห้อย่างหนัก ผมมองลงไปในแววตาของเค้า แววตากลัวๆที่มองซ้ายขวาก่อนจะหันมาจับจ้องผมราวกับว่าเค้ากำลังหลอน แล้วเห็นผมเป็นคนพวกนั้น มือบางที่ผลักผมออกไปด้วยความกลัว เค้าที่ยังกอดตัวเองไว้แน่นแล้วพยายามถอยหนี มือที่พยายามผลักดันทั้งๆที่ผมไม่ได้เข้าไปใกล้เลยแม้แต่น้อย
“ อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา อย่าาาาาา " เสียงที่แผดออกมาดัง " ได้โปรดอย่าทำฉันเลย อย่าทำ ฮือๆ อย่าเข้ามา อย่าทำ "
“ คีย์ "
“ อย่าทำนะ ไม่เอา อึก กลัวแล้ว ฉันกลัวแล้ว ฮือๆ " หัวใจที่ถูกบีบแน่นขึ้น มองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก อย่างที่คิดไว้คือ ถ้าทำให้กลัวก็จะไม่กล้ามาที่นี่อีก และนั่นก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ต้องการมาตลอด ต่อจากนี้ใครคนนี้ก็จะไม่กล้ามาที่นี่อีก ความเจ็บปวดของผมจะไม่ถูกซ้ำเติมโดยการเห็นหน้าคนที่อยากจะลืมอีก แต่ทว่าทำไม ทำไมตัวผมตอนนี้ถึงได้กลายเป็นคนที่เจ็บปวดซะเอง ทำไมตัวผมตอนนี้ถึงอยากจะฆ่าตัวเองให้ตายไปซะ ที่ทำแบบนั้นกับเค้า
“ นี่ผมเอง ฟานไง " ขยับเข้าไปใกล้เค้าอีกคนที่มีท่าทางกลัวไม่น้อย แววตาที่กำลังสั่น " มองดูให้ดีสิ นี่ผมเอง ฟานไง ผมเองนะ "
“ ฟาน "
“ ใช่ผมเอง กลับบ้านกัน ผมจะพาคุณไปส่ง " ขยับตัวเข้าไปใกล้เค้าอีกนิด กอดร่างบางนั่นเอาไว้ ก่อนที่เค้าจะเอื้อมมือเข้ามากอดผมไว้แน่น
" ฟาน " เสียงที่เรียกผมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างหนัก ไม่มีคำพูดจาอะไร เค้าแค่ร้องไห้ ร้องไห้ออกมาด้วยเสียงร้องดังๆที่ผมไม่เคยเห็น ความเจ็บปวดที่เหมือนออกมาตามเสียงของเค้า ผมทำได้แค่หลับตาแน่นด้วยความรู้สึกผิด ทั้งๆที่คิดว่าอยากจะไปให้ไกลๆใครคนนี้ อยากจะผลักออกไป แต่ตอนนี้กลับเหมือนว่าตัวผม ต้องกลับเข้าไปใกล้เค้าอีก เข้าใกล้เพราะตัวเองทำตัวเองแท้ๆ
เรียกรถแท็กซี่พาคนที่กำลังนั่งร้องไห้ไปตลอดทาง กลับไปที่คอนโดของเค้า มือที่กำเสื้อของผมไว้แน่น ผมก้มลงมองใบหน้าที่มีแต่คราบน้ำตา ท่าทางที่เหมือนกำลังกลัวทุกอย่างแม่ขณะที่นั่งอยู่ข้างๆผม
" ให้ผมเข้าไปส่งข้างในมั้ยครับ " คำถามของแท็กซี่ที่หันมาหาถามเรา ชวนให้อีกคนสะดุ้งถอยหลังชิดติดตัวผมมากขึ้น แววตาที่กลัวคนแปลกหน้าของเค้าทำให้ผมได้แต่เอ่ยตอบแทน
" ครับ เข้าไปด้านในเลย " จ่ายเงินค่าเดินทางทั้งหมดกับรถแท็กซี่ ผมพยุงร่างของอีกคนออกมาก้มหน้าลงมองเค้าที่ยังมองแท็กซี่ที่ขับออกไปด้วยสายตาหวั่นๆ " เค้าไปแล้ว ไม่มีอะไรแล้วละ ถึงบ้านคุณแล้ว ขึ้นไปกันเถอะ " ไม่มีเสียงตอบรับอะไรจากอีกคน มีแต่ขาของผมที่ก้าวเดินนำเค้าเข้าไปด้านในตัวคอนโด ที่ที่ผมคิดว่าจะไม่มาอีกแล้ว หันมองคนข้างๆตอนที่เราอยู่ในลิฟต์ผมเอื้อมมือไปจับไหล่นั่น เค้าก็สะดุ้งถอยห่าง " กุญแจละ "
" กุญแจ " เค้าทวนเสียงก่อนจะพยายามจับเนื้อตัว คีย์การ์ดกับกุญแจขนาดเล็กที่ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงข้างหน้า เอื้อมมือไปหยิบกุญแจจากมือเค้ามาถือไว้ แต่เพราะความใกล้ชิดจึงทำให้ร่างบางหันมามอง " แค่จะหยิบกุญแจน่ะ " สายตาที่อ่อนลงของเค้าผมเดินนำออกไปตอนที่ลิฟต์พาเราขึ้นมาถึงชั้นที่พัก ไขกุญแจเข้าไปในห้อง ผมมองคนที่เดินเข้าไปในห้องตัวเองแบบเงียบๆไม่พูดอะไร " อาบน้ำก่อนมั้ย "
“ อื้ม " เค้าพยักหน้ารับแค่นั้น ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอนตัวเอง
ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ผมมองไปรอบๆห้องอย่างไม่รู้จะทำอะไรสุดท้ายก็ทำได้แค่ทรุดนั่งลงที่โซฟาตัวที่ว่าง ผมนั่งลงอยู่นาน ตอนที่พิงผนักพิงแล้วหลับตาลงก็เอาแต่คิดถึงภาพนั้น ภาพที่เค้าเบิกตากว้างด้วยความกลัวแบบสุดขีด มือที่เอาแต่ปัดป้องห้ามไม่ให้ใครเข้ามาใกล้แม้ว่าจะไม่มีใครอยู่ตรงนั้น น้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับเสียงที่กรีดร้องออกมา ' อย่า อย่าทำ กลัวแล้ว อย่าทำ '
ทุกอย่างวนเวียนอยู่ในหัวของผม ทั้งๆที่ก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่ไปดู เพราะถ้าไปดูมันก็ต้องลงเอยแบบนี้แบบที่กำลังเป็นอยู่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไม่ไป เพราะไม่ไว้ใจแล้วอยากจะไปให้เห็นกับตามากกว่า ว่าเค้าจะไม่เป็นอะไรเกินกว่าสิ่งที่ตกลงกันไว้ให้ผู้ชายสองคนนั้นทำและนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกแล้ว ที่ไป เพราะถ้าไม่ไปตอนนี้คงมีเรื่องเศร้ามากกว่านี้แน่
ทั้งๆที่คิดว่าก็แค่ขู่ให้กลัว ลูบคลำนิดหน่อย ก็คงไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แต่ผลที่ได้กลับมา กลับทำให้รู้สึกว่า เค้าเหมือนได้ทำลายหนึ่งชีวิตนั้นไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นหนึ่งชีวิตที่เกลียดแล้วอยากจะไล่ไปไกลๆ แต่ก็ไม่ได้อยากจะทำให้เค้าต้องมากลัวคนรอบข้างในชีวิตประจำวันแบบนี้
ผมผ่อนลมหายใจออกมาอีกครั้ง ผมก้มหน้าลงอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องราวชีวิตต่อจากนี้ดี อยากให้เค้าเกลียด อยากให้เค้ากลัว ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่ทำไมถึงไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด น้ำตาที่เหมือนจะไหลออกมาทำได้แค่ฝืนมันไว้อยู่ในอก ไม่อยากจะร้องไห้ให้คนคนนั้น การที่หลั่งน้ำตาให้ใคร นั่นก็หมายความว่าเราได้รู้สึกพิเศษอะไรสักอย่างต่อเค้า ทั้งๆที่ไม่อยากจะรักใครอีกแล้ว ไม่อยากจะดูแล ไม่อยากจะอยู่ใกล้ๆ อยากจะผลักออกไปไกลๆ แต่สุดท้ายก็เหมือนตัวเอง วิ่งอยู่ในวงกลมวงหนึ่ง วงกลมที่ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ ปากบอกว่าเกลียดแต่ใจก็เป็นห่วงจนต้องวิ่งมาหา
“ ไม่เก่งอย่างที่ปากบอกเลยนี่หว่า " พูดกับตัวเองเบาๆ ตอนที่เงยหน้ามองเวลาที่รู้สึกว่านานแล้ว ที่คนคนนั้นเข้าไปในห้องน้ำแล้วยังไม่ออกมาเสียที ผมลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้าไปในห้องนอนที่ไม่ได้ล๊อค ประตูห้องน้ำที่ปิดไม่สนิทนั้น ขาชะงักกับสิ่งที่เห็นอยู่ในแววตา ร่างบางที่กำลังเปลือยเปล่าถูตัวเองด้วยใยขัดผิวจนร่างกายแดงไปหมด เค้าที่นั่งแช่อยู่ในอ่างน้ำ มือก็ถูไปเรื่อย แรงหนักๆที่ถูลงไปบนผิวกายผมรู้สึกว่ามันหนักพอจะทำให้คิดว่า ผิวหนังแดงๆพวกนั้นไม่นานมันคงร่อนออกมาแน่ถ้ายังไม่ห้ามไว้ " ยังอาบน้ำไม่เสร็จอีกเหรอ "
“ มันไม่สะอาด ฉันรู้สึกว่ามันยังไม่สะอาด " เค้าพูดสั้นๆ มือก็ถูไปตามร่างกายตัวเอง " มันยังติดอยู่ อาบเท่าไหร่ก็ยังติดอยู่ รอยพวกนั้น รอยที่คนพวกนั้นเค้าทำฉัน มันยังติดอยู่ " แววตาแดงๆหลั่งน้ำตาออกมาพร้อมทั้งมือที่ถูให้แรงขึ้นอีก " ฉันอยากให้มันออกไป อยากให้มันออกไป "
“ พอเถอะ แค่นี้ก็แดงไปหมดแล้ว " ผมเข้าไปห้ามมือนั้นไว้ตอนที่ดึงใยขัดตัวนั้นทิ้งไป ตัวผมที่ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะก้มหน้าลง มองเนื้อตัวแดงๆพวกนั้นตอนที่เอื้อมมือไปดึงผ้าขนหนูมาคลุมตัวเค้าไว้ " ออกจากห้องน้ำไปแต่งตัว แล้วนอนได้แล้ว อย่าไปคิดถึงมันเลย " คำพูดของคนเห็นแก่ตัวอย่างผมเอ่ยออกไป ' อย่าไปคิดถึงมันเลย ' ผมพูดมันออกไปง่ายๆ แต่กลับอีกคนมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น อย่าไปคิดถึงมันได้ยังไงในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นโหดร้ายกับเค้าขนาดนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องที่แค่พูดว่า อย่าคิด ก็ทำตามได้ง่ายๆสักหน่อย
จัดการเช็ดตัวแล้วหยิบชุดนอนชุดใหม่ให้อีกคนใส่ ก่อนจะเดินพาเค้ามานั่งลงที่เตียง ผมย่อตัวลงตรงหน้าเค้า " นั่งตรงนี้ แปปนึงนะ "
“ แล้วนายจะไปไหน "
“ ไปเอายามาให้ ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก " พูดสั้นๆตอนที่ดึงมือให้หลุดออกจากเค้า ก่อนจะเดินไปที่ตู้ยาที่อยู่ที่ห้องนั่งเล่น อยากจะได้ยาอะไรสักอย่างที่มีฤทธิ์นอนหลับสักเม็ด เพราะถ้าให้หลับเองคืนนี้เค้าคงหลับไม่ลงและคงเอาคิดถึงแต่เรื่องนั้น เพราะงั้นยาคงเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เค้าได้พักผ่อนแล้วลืมเรื่องนั้นไปสักพัก เปิดตู้ค้นยาอยู่สักพักก่อนจะเจอยาคลายเครียดในซองที่เหมือนจะซื้อมาจากร้านขายยาทั่วไป
กดน้ำแก้วใหญ่หนึ่งแก้ว ก่อนจะดินเอายาไปให้คนที่นั่งอยู่บนเตียง เค้ารับไปอย่างว่าง่ายแล้วกินยานั้นแบบที่ไม่ถามอะไรกับผมมากมาย น้ำที่ถูกกินไปจนเกือบหมด แก้วเปล่าถูกยื่นกลับมาผมก็บอก
“ นอนได้แล้ว "
“ ฟาน " มือที่เอื้อมมารั้งผมไว้ สายตาที่เงยหน้ามองผม ในแววตาที่บวมแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เหมือนมีบางอย่างที่จะบอกกับผม
“ มีอะไร "
“ ฉันอยากจะคุยกับนาย "
“ นอนเถอะ "
“ แต่..”
“ ฉันไม่ไปไหนหรอก จะอยู่รอฟัง อยากจะพูดใช่มั้ยละ " ผมถอนหายใจออกมา อีกคนก็พยักหน้ารับ " ฉันจะอยู่รอฟังแต่ตอนนี้หลับไปก่อนเถอะ ไว้พรุ่งนี้ตื่นมาเราค่อยคุยกัน " ดึงมือออกจากเค้า ผมมองหน้าคนที่นอนลงบนเตียงอย่างว่าง่าย แต่เหมือนว่ายังไม่เชื่อเท่าไหร่ในสิ่งที่ผมพูด
“ สัญญากับฉันได้มั้ย ว่าพรุ่งนี้นายจะยังอยู่ "
“ อื้ม " ผมตอบสั้นๆ " ฉันจะลางานให้นะ ยังไงพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องไปทำงานหรอก "
“ อื้ม " เค้าตอบ
“ หลับตาแล้วนอนได้แล้ว " คำพูดเชิงสั่งของผม เค้าที่หลับตาลงผมเองก็มองอยู่นาน นานจนมั่นใจว่าใครคนที่สั่งให้หลับตาแล้วพักผ่อนนั้น ได้พักผ่อนไปแล้วจริงๆ ก่อนที่ผมเดินออกมาจากห้องคว้าเอามือถือของเค้าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ผมกดดูเบอร์โทรฉุกเฉินที่มีแค่สองเบอร์อยู่ในนั้น คือเบอร์ของผม ที่ตอนนี้บล๊อคเบอร์ของเค้าไว้ไม่ให้โทรเข้ามา แล้วก็เบอร์ของเพื่อนสนิทของเค้า อย่างคุณลิป ผมกดโทรออกรอสายไม่นานสักพักคนที่จะคุยด้วยก็กดรับ
“ ฮัลโหล "
“ ขอโทษที่โทรมารบกวนตอนดึกครับคุณลิป "
“ ฟาน " ปลายเสียงที่เหมือนไม่เชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ เอ่ยเรียกชื่อของผมเบาๆ " มีอะไรเหรอ "
“ ผมจะโทรมาลางานให้คุณคีย์ เพราะพรุ่งนี้เค้าไปทำงานไม่ได้ "
“ ทำไมไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น "
“ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่พรุ่งนี้เค้าไม่สะดวกที่จะไปทำงาน “
" แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน ฉันจะไปหาคีย์ จะไปคุยกับเค้าเอง "
“ อยู่ที่คอนโดคุณคีย์ แต่เค้าคงคุยกับคุณไม่ได้หรอก เพราะเค้ากินยานอนหลับ แล้วหลับไปแล้ว " คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายเงียบ เค้าที่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“ ฉันจะไปหาคีย์ "
“ ก็มาสิครับ " ผมบอกอีกคนก็วางสายไป ผ่อนลมหายใจออกมา วางมือถือเครื่องนั้นไว้ที่โต๊ะก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาอีกคนในห้องมองดูคนที่กำลังหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา ขาของผมก้าวเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานที่ยังคงมีคราบน้ำตาเล็กๆนั่นผมหย่นตัวลงนั่งข้างเค้าก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ แต่ทว่าก็ชะงักมันหยุดไว้แค่นั้น กับความรู้สึกลึกๆที่ยังเจ็บลึกอยู่ในใจ
' คนที่ทำให้เสียใจ มันก็คนคนเดียวกันที่กำลังเสียน้ำตาไม่ใช่เหรอวะ ทำดีด้วยจะได้อะไร อดีตก็บอกอยู่ว่าไม่มีอะไรดีทั้งนั้น ' ผมเบือนหน้าหนีเค้าไม่อยากจะมองเห็นใบหน้านั่นอีก ผมเกลียดที่เค้าร้องไห้ เกลียดที่เค้ายังดึงดัน ทุกอย่างมันทำให้ผมเจ็บ ทั้งเจ็บทั้งทรมาน เจ็บเพราะยังรักเค้าอยู่ เจ็บที่ไม่ว่าเค้าจะทำยังไง ผมก็ยังหยุดรักเค้าไม่ได้สักที เพราะแบบนั้น ก็เลยเกลียด เกลียดที่เค้าทำให้มันต้องเป็นแบบนี้
ครืน ครืน ครืน
เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ข้างนอก ปลุกให้ผมลุกขึ้นจากความคิดของตัวเอง เดินออกไปดูสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของคุณลิปที่บอกให้รู้ว่าตอนนี้เค้าคงเดินทางมาถึงแล้ว
“ ครับ "
“ ช่วยลงมาข้างล่างหน่อยสิ ฉันถึงแล้วแต่เข้าไปไม่ได้ "
“ ถ้าเข้ามาทางด้านหน้าจะเข้ามาได้ครับ " ผมบอกอีกคนที่ก็เงียบไป ประตูเล็กเป็นประตูด้านข้างที่ต้องใช้คีย์การ์ดในการเข้ามาแต่ถ้าเป็นประตูหน้าด้านก็สามารถเดินเข้ามาได้เลย ผมจะโทรไปบอกยามให้ " คุณรู้ชั้นที่พักอยู่แล้ว ขึ้นมาถึงก็เคาะประตูห้อง ผมจะเปิดให้ "
“ ฟานนายไม่ได้ทำอะไรคีย์ใช่มั้ย " คำถามที่ทำให้ผมเงียบ กดตัดสายอีกคนอย่างไม่รู้จะตอบอะไรทั้งนั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ยืนรออยู่ที่หน้าประตูไม่นานเสียงเคาะประตูของคนที่มาถึงก็ดังขึ้น ผมเดินออกไปเปิดประตูให้เค้าที่ก็เดินเข้ามาในห้องโดยการพุ่งเข้าไปหา เพื่อนสนิทของตัวเองก่อน
“ คีย์ " เค้าเอ่ยเรียกแต่ก็เงียบเสียงลงตอนที่เห็นว่าอีกคนหลับสนิท คุณลิปเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา " ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน " เค้าพูดก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ แล้วเปิดเสื้อของอีกฝ่ายออกแต่ก็ต้องถอนหายใจโล่งออกมาอีกครั้งเพราะมันไม่มีอะไร
" โล่งอกไปที "
“ เค้าไม่ได้บาดเจ็บอะไรแบบนั้นหรอกครับ "
“ แล้วทำไมนายถึงมายืนอยู่ที่นี่ เกลียดเค้าแล้วไม่ใช่เหรอ ไล่เค้าเหมือนหมูเหมือนหมา ทำยังกับว่าเค้าเป็นตัวน่ารังเกียจที่ไม่อยากจะเข้าใกล้ แล้วทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ "
“ ใช่ครับ ผมเกลียดเค้าแล้ว แต่ที่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้ เพราะว่าผมสั่งให้คนไปทำร้ายเค้ามา " คำพูดของผมที่ทำให้อีกคนเบิกตากว้างขึ้นมา คุณลิปที่เดินเข้ามาใกล้เอ่ยถาม
" นายทำอะไร "
“ ผมสั่งให้คนไปข่มขืนเค้า "
“ อะไรนะ นายว่าอะไรนะ " เหมือนจะไม่เชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ อีกคนก็เลยเอ่ยถามซ้ำออกมาด้วยเสียงสั่นๆ " นี่นาย..”
“ แต่ไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่า ก็แค่ดักฉุด ถอดเสื้อ ถอดกางเกง ลูบไล้นิดหน่อยให้กลัวจนไม่กล้าจะกลับมาหาผมมันก็.. เพี๊ยะ!! “ แรงฝ่ามือฟาดลงที่หน้าผมทั้งๆที่ยังพูดไม่จบเลยด้วยซ้ำ หันกลับมามองหน้าคนที่ตบผม สุดท้ายคุณลิปเองก็ร้องไห้ออกมาก่อนจะเดินเข้ามาตบหน้าผมซ้ำอีกครั้ง
“ เพี๊ยะ! ทำไมนายถึงได้โหดร้ายขนาดนี้ นายเคยเป็นคนที่แสนดีไม่ใช่เหรอ แล้วนายทำแบบนั้นได้ยังไง แล้วยังมาบอกว่าแค่ขู่ให้กลัว นายบ้ารึเปล่า ! คนที่นายทำอะ มันเคยเป็นคนที่นายรักมากไม่ใช่เหรอ ทำไมนายถึงทำกับเค้าแบบนี้ละ คีย์น่ะ มันแค่อยากจะอธิบายให้นายฟังเองนะ เค้าแค่อยากจะง้อ แต่นาย... นายกลับทำเหมือนเค้าไม่ใช่คน เป็นแค่สัตว์ตัวนึงที่อยากจะไล่ไปให้พ้นๆ นายไล่เค้าเหมือนหมูเหมือนหมา นายเอาน้ำแข็งสาดใส่เค้าจนหัวแตก นายผลักเค้าตกฟุตบาท นี่นายยังสั่งคนให้เค้าไปข่มขืนอีกเหรอ จิตใจนายทำด้วยอะไรน่ะ มันหนักหนามากรึยังไง กับอีแค่คนที่รักนายแล้วอยากจะขอโทษในสิ่งที่เค้าทำ มันหนักหนามากนักเหรอ ที่ต้องเห็นเค้า จนต้องมาทำกับเค้าแบบนี้ "
“ เออ! มันหนัก มันไม่อยากจะเห็น มันทรมาน มันอยากจะให้เรื่องนี้จบๆไปได้สักทีแล้ว แต่มันก็ยังเข้ามายุ่ง เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของกู ทั้งๆที่กู ก็เจ็บมากพอแล้ว กับสิ่งที่มันทำกับกู "
“ มันเจ็บมาก ขนาดที่นายสั่งคนไปข่มขืนเค้าเลยเหรอ "
“ กูยังไม่ได้ทำ กูแค่ขู่ "
“ รู้อะไรมั้ยฟาน นายไม่มีวันเข้าใจหรอก ความรู้สึกในตอนที่เราโดนกระทำน่ะ จะแค่ขู่ หรือจริงจัง นายก็ทำลายชีวิตของคีย์ไปแล้ว เค้าจะไม่มีวันไปหานายอีกอย่างที่นายต้องการเพราะเค้ากลัวนั่นคงทำให้นายพอใจ แต่แม้ในชีวิตประจำวันเค้าก็จะกลัวคนอื่นๆไปด้วย นายทำลายชีวิตเค้าไปแล้ว "
“ เหมือนอย่างที่มันทำลายชีวิตกูไง "
“ มันไม่เหมือนกันหรอก!! “ อีกคนตะโกนใส่หน้า " นายอกหักสักวันก็หาย มันจะกลายเป็นแค่ความทรงจำที่นายจะไม่รู้สึกอะไรอีก อาจจะเกลียดกัน ไม่อยากจะเจอหน้า แต่สักวันมันต้องหายอยู่แล้ว แต่คีย์จะไม่มีวันหาย เค้าจะจำ จะนึกถึง ในทุกๆครั้งที่เค้าลืมตาแล้วยังมีชีวิตอยู่ แม้แต่ตอนที่เค้าสัมผัสตัวเอง เค้าก็จะรังเกียจแม้กระทั้งตัวเอง เป็นความรู้สึกที่เหมือนตกนรกอยู่ตลอดเวลา เพราะทุกครั้งที่คิดถึง ทุกครั้งที่เค้าส่องกระจก เค้าจะคิดถึงคนสองคนนั้น คนที่ไหนก็ไม่รู้ รู้จักก็ไม่รู้จัก ท่าทางหื่นกระหายของเค้าตอนที่มองดูเรา มือที่ลูบไล้ไปตามร่างกายของเค้า คนที่ทำร้ายเค้า คนที่ไม่ว่าเค้าจะร้องขอยังไง ก็ไม่มีปล่อยอิสระให้กับเค้า นายฆ่าคีย์ให้นายทั้งเป็นแล้ว นายรู้ตัวบ้างรึเปล่า รู้ตัวตัวมั้ยว่าทำลายชีวิตของคนอื่นไปแล้ว ต่อจากนี้เค้าจะไม่กล้าแม้จะไปไหนอีก แม้จะใช้ชีวิตประจำวันก็ยังลำบาก เค้าที่ต้องกังวลกับทุกอย่าง จมอยู่ในความรู้สึกที่เกินกว่าใครจะรับไหว ไม่ว่าจะนอนตื่น หรือนอนหลับ มันจะหลอกหลอนเค้าไปตลอด สักวันนายอาจจะเจอใครสักคนที่นายรักและมีชีวิตใหม่ เรื่องราวพวกนี้จะกลายเป็นแค่ความทรงจำของนายที่นายคงไม่แม้จะหวนกลับมาคิดถึงและลืมมันไปได้ในที่สุด ไม่รู้สึกอะไรกับมันอีกตลอดชีวิต แต่คีย์ไม่ใช่.. เค้าจะคิดถึงมันไปตลอด กลัวมันไปตลอด และใช้ชีวิตด้วยความทรมานไปตลอด " น้ำตาของอีกคนไหลออกมา คุณลิปเม้มริมฝีปากก่อนจะหันไปทางอื่น " ฉันไม่น่าเลย มันเป็นความผิดของฉัน ฉันบอกเค้าเองว่าให้ไปง้อนาย ถ้านายสำคัญก็ให้ไปตามกลับมา ฉันบอกคีย์แบบนั้น เพราะฉันเอง ฉันทำลายชีวิตของคีย์ "
“ คุณลิป "
“ นายเกลียดคีย์ เพราะเค้านอกใจนาย ไม่ทำตามความต้องการของนาย หรือเพราะอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องทำร้ายเค้าขนาดนั้น ไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่เลยเหรอ นายน่ะ .. นายเคยรักคีย์มากไม่ใช่เหรอฟาน ทำไมถึงทำร้ายเค้าขนาดนี้ละ เพราะไม่รักแล้วอย่างงั้นเหรอ เพราะเกลียดเค้ามากอย่างงั้นเหรอ "
“ เพราะยังรักตังหากก็เลย พยายามจะทำให้เค้าออกห่างไปไกลๆ "
“ แล้วต้องทำถึงขนาดนี้เลยรึไง ต้องทำร้ายเค้าถึงขนาดนี้เลยเหรอ " คนถามลุกขึ้นยืนคว้าเอาเสื้อตัวที่ผมใส่อยู่ก่อนจะเขย่าแรงๆ น้ำตาที่ไหลออกมาเค้าพูดออกมาทั้งน้ำตาในขณะที่ด่าทอผม " ทำไมนายถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้ แค่เค้าจะง้อเองนะ แค่เค้าจะง้อนายเอง นายมันไม่ใช่คนแล้ว นายมันคือสัตว์เดรัจฉานชัดๆเลย นายทำกับคนที่นายรักแบบนี้ได้ยังไง นายทำลายชีวิตคนที่นายรักแบบนี้ได้ยังไง อึก ฮือๆ แล้วคีย์จะใช่ชีวิตอยู่ยังไง เค้าจะเป็นยังไงถ้าตื่นขึ้นมาละ " ทุกอย่างเงียบผมไม่ตอบคำถามของอีกคนที่ถามออกมา คุณลิปที่เงยหน้าขึ้นมอง เค้าทุบลงบนหน้าอกของผมแรงๆ " ตอบฉันสิ !! นายจะรับผิดชอบความรู้สึกของเพื่อนฉันยังไง นายจะให้เค้าใช่ชีวิตยังไงต่อจากนี้ ตอบสิ ตอบฉันมา! “
“ ผมไม่ทราบครับ มันไม่ใช่เรื่องของผม "
“ ฟาน.. นี่นายไม่ได้รู้สึกผิด ที่ทำร้ายคีย์เลยเหรอ นายที่สั่งให้เค้าไปข่มขืนคนที่นายเคยรัก เคยหวง แตะต้องของที่นายเคยหวงไม่ให้ใครแตะต้อง นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไปบ้างเหรอ นาย..”
“ หวงแล้วจะได้อะไรละ หวงไปก็มีแต่ทำให้เจ็บปวด ผมเคยหวงเค้า เคยรักเค้า แต่เค้าก็ตอบแทนมันด้วยการไปรักคนอื่น ไปให้คนอื่นลูบคลำ แล้วผมจำเป็นต้องหวงเหรอ ในเมื่อเค้าไม่เคยต้องการมันเลย "
“ ผิดแล้ว คีย์ไม่เคยให้หัวหน้าลูบคลำสักหน่อย ก่อนหน้าที่จะมาหานายเค้าก็เกือบโดนหัวหน้าข่มขืนมา "
“ นั่นเค้าก็ชอบ.. คงไม่เกี่ยวกันหรอกมั้ง "
“ ฟาน!! “ เสียงตะโกนของคนตรงหน้าที่ทำให้ผม ผ่อนลมหายใจที่อยากจะเถียงต่อออกมาช้าๆ " ฉันเคยคิดว่านายคงเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะฟังเหตุผลต่างๆ แต่วันนี้ฉันค้นพบแล้วว่า นายมันก็แค่เด็กคนนึง ที่ไม่แม้จะเปิดใจให้กับอะไรเลย นายที่ไม่ฟังแม้เหตุผล นายที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ถ้าคิดว่าผิด ก็คือผิด นายจะไม่ฟังคำพูดของคนที่กำลังอธิบายเลย ว่าเค้าไม่ผิด อย่าโกรธคีย์เลย ที่ชอบบอกว่านายเป็นเด็ก เพราะนายมันก็เด็กจริงๆ " คุณลิปเว้นเสียงไปสักพักถอนหายใจออกมา " ฉันรู้ว่าคีย์ผิดที่นอกใจนายไปหวั่นไหวกับหัวหน้า แต่เค้าก็กลับตัวแล้วก็ไม่ได้อยากจะไปกับงานสัมมนากับหัวหน้าสักหน่อย ถ้านายจะโกรธที่เค้านอกใจนาย ฉันจะไม่ว่าเลย แต่ถ้านายโกรธเพราะเค้าไปงานสัมมนางาน โกรธที่เค้าไม่ยอมลาออกจากงาน ฉันว่ามันไม่ใช่วะ เหมือนแค่เค้าไม่ตามใจแล้วนายก็ฉุนจนฟิวขาด คิดไปต่างๆนานา ว่าเค้าต้องอยากจะเอากัน เลยไปด้วยกัน คิดว่ามันต้องเอากันแน่ๆ เพราะหัวหน้าก็อยากจะเอาคีย์อยู่แล้ว นายจะเอาความคิดของหัวหน้าที่นายมองออกมา มาตัดสินคีย์ไม่ได้นะ เค้าไม่ได้อยากจะไปเลย แล้วพอเค้าไป เค้าโดนหัวหน้าจะจับข่มขืน เค้าก็เจ็บปวดมากพอแล้ว แต่นี่ยังจะมาโดนนายทำร้ายอีก นายคิดว่า การที่เค้านอกใจนาย เค้าต้องได้รับโทษขนาดนี้เลยเหรอ " ผมเงียบทุกอย่างผมรู้ดีว่าผมผิด ผิดที่ทำร้ายเค้า ผิดที่ทำลายชีวิตของเค้า เพราะงั้นผมเลยเงียบแล้วไม่ได้โต้เถียงอะไรอีกคนไป ผมคิดถึงใบหน้าที่ผมรัก ต้องทุกข์ทรมานผมก็ได้แต่รู้สึกผิด เหมือนนั่นเป็นแค่สิ่งเดียวที่ผมทำได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว ความรู้สึกของคีย์เสียไปแล้ว ผมทำลายเค้าไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมจะย้อนกลับไปไม่ได้อีก
“ ถ้านายทรมานกับการที่เค้าจะเข้าไปง้อ เข้าไปขอคุยด้วย นายแค่นั่งฟังเค้าสักครั้ง ด้วยความตั้งใจ มันยากมากนักเหรอ ถ้าไม่อยากจะฟังก็เฉยชากับเค้าก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากจะเห็นหน้าจนสุดจะทนแล้ว ก็โทรมาบอกฉันสิ ฉันจะห้ามเค้าไว้เอง คนเราน่ะ ถ้าถูกคนที่รักเฉยชาใส่ มันทนไม่ได้จนเลิกที่จะเดินตามไปเองแหละ แล้วมาดูสิ่งที่นายทำกับเค้าสิ นายคิดว่าตัวเอง ทำแบบนั้นมันถูกแล้วเหรอ นายโดนนอกใจฉันเข้าใจว่ามันแค้น แต่มันถูกแล้วเหรอ ที่นายแก้แค้นเค้า ด้วยการทำร้ายเค้า ทำให้เค้ากลัว ด้วยการสั่งคนไปข่มขืนเค้า นั่นมันถูกแล้วเหรอ ฟาน.. แล้วฉันจะบอกอะไรให้ฟังนะ วันนี้นายทำลายชีวิตของคีย์ มากกว่าที่เค้าทำให้นายเสียใจซะอีก มันมากกว่าจนนายประเมินค่ามันไม่ได้เลยรู้เอาไว้ซะด้วย นายไม่ได้แค่ทำให้เค้าเสียใจ ไม่ได้ทำให้เค้าแค่กลัว แต่นายเหมือนฆ่าเค้าให้ตายทั้งเป็น แล้วฉันก็แค่อยากจะรู้ ว่าเค้าผิดขนาดนั้นเลยเหรอ "
..........................................................
วันนี้ลงนิยายเร็ว เพราะอยู่ๆ คอมตัวดีมันก็ชาร์ตแบตไม่เข้าซะงั้น
เมื่อวานนั่งเล่นอยู่ดีๆ ไฟดันตก ตกอยู่ สองครั้ง หลังจากนั้นก็ชาร์ตไฟไม่เข้าอีกเลย โคตรเครียดด กลัวคอมพัง
แล้วไม่รู้ว่า สายชาร์ต หรือ คอม ที่เสียกันแน่
เครียดกว่านิยายตอนนี้ก็ชีวิตหนมแล้วเค่อะ TTTT ใครเคยเจอวิธีนี้ กับ macbook บอกหน่อยสิคะ ว่ามันเป็นอะไร
ตอนนี้เอานิยายออกหมด แบตเหลืออยู่จิ๋วนึง ขออัพนิยายก่อน เพราะเดี๋ยวไม่ได้อัพ
บ่นเรื่องตัวเองมากไป มาเข้าเรื่องนิยายบ้าง
สงสารพี่คีย์ แต่อีกใจก็ไม่ได้สงสารน้องฟานนะ เพราะคิดว่าน้องทำแรงไป แต่ที่คิดคือ ฟานเองก็เสียใจเหมือนกัน
หนมว่าฟานเหมือนกับ เด็กที่พอตัวเองเสียใจแล้วโวยวายด้วยการกระทำ
กูเสียใจ กูเสียใจ เหมือนเค้ารู้สึกอย่างงั้นแต่ไม่มีระบบจัดการตัวเองอะ ระบายความรู้สึกตัวเองออกมาไม่ได้
มันอึดอัด มันก้าวร้าว มันอยากจะหนีปัญหาไปไกลๆ
มันพาลไปหมด เหมือนโลกเป็นสีดำ เหมือนมองไม่เห็นใครอีกแล้ว อาการของคนจัดการกับความเสียใจไม่เป็น
ยังไงฝากแท็ก #ฟานคีย์ ในทวิตให้กำลังใจหนมด้วย
ฝากแชร์ ในเฟส ด้วยนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์

ขอให้คอมไม่เป็นอะไรมากด้วยเถอะ #สาธุ