◦●สมภารกับไก่วัด●◦|| ตอนที่ 12 _ทำไมถึงทำกับฉันได้_ || 10-10-60 หน้า 21 || //
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ◦●สมภารกับไก่วัด●◦|| ตอนที่ 12 _ทำไมถึงทำกับฉันได้_ || 10-10-60 หน้า 21 ||  (อ่าน 57880 ครั้ง)

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 7
 :o8: :o8: :o8: เขิลลลลลลลล

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 36
 :m26: :m26: :m26:

อยากอ่านแท่งเทียนกับคนโปรดจัง

ออฟไลน์ แฟนตาเซีย

  • หืมม...?
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 11
ช๊อบชอบบบบบ :haun4: :pighaun: :jul1:
Victor is the best!

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 27
พี่ปูนเนียนใช้ความเซ่อของลุงเป็นเครื่องมือนี่หว่า 555

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 20
สถานะชัดยิ่งกว่าชัด
ลุงยังมโนได้อีก
จะซื่อไปไหนห้ะ

ออฟไลน์ todiefor

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 7
โค่ดดียยย์ ฮาาาาามาก หนุกมากกก ช๊อบชอบบบเรื่องนี้

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 182
ชอบบบบบบ

ออฟไลน์ chaweewong19841

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: -2
อยากอ่านต่อแว้วว มาต่อเร็วๆนะคั

ออฟไลน์ L@DYMELLOW

  • กำลังงงๆ เพราะหาทางลงจาก “คาน” ไม่เจอ
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 684
    • facebook
ตอนที่ 5 _คนซื่อย่อมตกเป็นเหยื่อของคนวิตถาร_



“คุณลุง!!”

ผมลืมตาพรึบในทันทีที่เสียงเรียกชื่อตัวเองดังก้องไปทั่ว ผมประเมินตัวเองจนสรุปผลออกมาได้ตั้งแต่ม.ต้นแล้วว่า แม้แต่นาฬิกาปลุกยังไม่สามารถฉุดผมขึ้นจากการหลับได้ดีเยี่ยมเท่าเสียงของผู้หญิงคนนี้ เสียงแหลมบาดลึกเข้าไปในหัวปลุกทุกเซลล์ประสาทให้ตื่นตัวแม้ไม่ต้องการ

“ลุง!!!”

นี่ก็เป็นอีกเสียงที่มีระบบทำลายล้างไม่แพ้กัน เผลอๆ จะมีอานุภาพมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ผมรีบลุกขึ้นจากที่นอนพลางถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะลากร่างที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อยืดย้วยๆกับกางเกงขาสั้นเดินออกจากห้องนอนไป เมื่อคืนผมเอางานกลับมาเร่งทำที่บ้านเพราะลูกค้าขอเลื่อนกำหนดส่งเข้ามา ตีห้ากว่าผมถึงได้คลานขึ้นไปนอนบนเตียง ตอนนี้ยังเปลี้ย ยังเพลียอยู่เลยแท้ๆ เพราะงี้ไงล่ะ! ผมถึงไม่ชอบทำงานที่บ้าน

“คุณลุง!!”

“จะเรียกทำไมนักหนา”   ผมรีบสวนออกไปก่อนที่อีกฝ่ายจะโก่งคอเบ่งเสียงให้สะเทือนไปถึงคนข้างบ้าน ลากเท้าเดินลงบันไดมานั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะอาหาร มองผู้หญิงสองคนตรงหน้าด้วยความขุ่นเคือง   “ลุงเอางานมาทำที่บ้านนะแม่ เพิ่งได้นอนตอนเกือบหกโมงนี่เอง”

“มันใช่ปัญหาของแม่มั้ย?”

ผู้หญิง(สาว)สวยตรงหน้ายักไหล่ตอบแบบไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น... หึ...นี่แหละ แม่ของผม

ถ้าจะให้บรรยายแบบง่ายๆ ล่ะก็ ในอดีตคุณดาหลาเป็นคนสวยเริดเชิดหยิ่งที่ใจแตกท้องแรกตั้งแต่อายุ15  อีกสี่ปีต่อมาก็ท้องสองตามมาติดๆ แต่ถึงกระนั้นก็มุมานะเรียนจนจบมหาลัย และได้ทำงานพยาบาลสมใจปรารถนาแม้จะช้ากว่าเพื่อนๆ ไปอักโข ตอนนี้แม่ก็ยังสวยเริดเชิดหยิ่งเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ผมรักแม่มากแม้จะเป็นผู้หญิงร้ายๆ แบบนี้คือ การที่แม่แอบนั่งดูรูปพ่อแล้วน้ำตาไหล และแม่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครก้าวเข้ามาแทนที่พ่อได้เลย

ผมรู้ว่าชีวิตควรเดินไปข้างหน้า

ผมบอกแม่เสมอว่าต่อให้แม่เลือกใครเข้ามาเป็นคู่ชีวิตอีกครั้งผมก็ยังรักแม่เสมอ เพราะอย่างนั้นผมจึงมักเปิดทางให้ผู้ชายที่เข้ามาเกี้ยวภาราสีคนสวยคนนี้ ได้มีโอกาสแสดงความมุ่งมั่นให้แม่เห็น ส่วนพี่สาวผมมักจะเสาะหาผู้ชายดีดีมานำเสนอให้แม่ แต่มันก็จบลงด้วยคำปฏิเสธเสียทุกทีไป เพราะแม่ลืมผู้ชายคนแรกที่พรากเวอร์จิ้นในวัย 15 ปีของเธอไม่ลง

“ฉันหิวข้าวแล้วลุง”   

หันมาทางหญิงสาวเจ้าของเสียงนี้กันบ้าง เธอเหมือนแม่ทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่หน้าตาไปจนถึงนิสัยสวยเริดเชิดหยิ่ง อย่างที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะหาผู้ชายที่ตรงกับอุดมคติของคุณเธอได้ที่ไหนบ้าง ผมเดาว่าคงไม่พ้นขึ้นคานนอนเหี่ยวอยู่ที่บ้านนี้แน่

“วันนี้วันอาทิตย์นะ”   ผมตอบเสียงแห้ง ใจนี่โบยบินไปถึงที่นอนแล้ว

“ก็ใช่ไง”   คุณดาหลาแกยักไหล่อีกครั้งด้วยท่วงท่าไม่แยแสตามเดิม   “ไปทำข้าวเช้าหน่อยสิ เมื่อวานแม่ไปช้อปกับคุณป้ามาเลยซื้อของมาตุนไว้เพียบ”

“แม่ก็เวฟเอาเองไม่ได้เหรอ ลุงง่วงอะ”   ผมหันหน้ามองหานาฬิกาอย่างหงุดหงิด   “นี่เพิ่งเจ็ดโมงเองนะ”

“อย่างอแงนะคุณลุง อีกเดี๋ยวแม่ต้องออกไปธุระแล้วต้องขึ้นเวรบ่ายต่ออีก เหนื่อยมากเลยนะ”

“ส่วนฉันก็มีนัดสำคัญ และเพราะฉันไดเอตอยู่ทำให้กินมื้อเย็นเมื่อวานไปนิดเดียว ตอนนี้เลยหิวมาก”

ผมมองสองนางพญาประจำบ้านด้วยความคับแค้น เพราะพ่อต้องเจอแบบนี้อยู่ทุกวันใช่มั้ย ถึงได้ทนไม่ไหวชิงสิ้นใจไปซะก่อน ปล่อยให้ผมที่เหมือนพ่อทุกกระเบียดนิ้วต้องมารับกรรมต่อแบบนี้ โลกนี้มันไม่ยุติธรรม! ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องสิทธิสตรี เพราะแค่เท่าที่สิทธิ์ของสตรีในบ้านนี้มีก็เหยียบผมจมดินอยู่ทุกวันแล้ว

“แม่ขอเบคอนกรอบๆนะคุณลุง ไข่ดาวไม่สุกแล้วก็สลัดผักนะ อ้อ ขอน้ำส้มด้วยแล้วกัน”

“ฉันขอเป็นแฮมแทนนะ แล้วก็ขนมปังปิ้งสักแผ่นสองแผ่น กาแฟด้วย”

แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรได้นอกจากเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าครัว ในตู้เย็นมีของอัดแน่นพอให้กินได้เป็นเดือน ทั้งผลไม้ พืชผักและเนื้อสัตว์ ไหนจะพวกไส้กรอก แฮมเทือกๆ นี้อีกที่ขนซื้อมาจนแน่นชั้นวาง ทั้งที่มีถึงขนาดนี้แต่ผู้หญิงสองคนในบ้านกลับไม่คิดหยิบจับทำอะไรให้ตัวเองอิ่มท้อง

นับตั้งแต่พ่อเสียไป ชีวิตผมก็ไม่ต่างจากข้าทาสตัวน้อยๆ ที่นางพญาทั้งสองคอยจิกใช้ทุกสิ่งอย่าง ผมเลยตั้งปณิธานว่าหากเมื่อได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเมื่อไหร่ ผมจะพาภรรยาแยกบ้านออกไปซะ ไม่อย่างนั้นเมียผมคงไม่แคล้วกลายเป็นนางแจ๋วจำเป็นแน่ เฮ้อ~ แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตที่ราวกับฝันกลางวันอะนะ เพราะนอกจากจะเก็บเงินยังไม่ได้ตามเป้าแล้ว ผมกับพี่ปูนก็แต่งงานกันไม่ได้ ไอ้ครั้นจะให้พี่แกย้ายมาอยู่กับผมในอนาคตก็ไม่แน่ว่าจะสะดวกสบายเพียงพอสำหรับคุณชายอย่างพี่เขาหรือเปล่า

ปึก!

“ลุงไปนอนต่อแล้วนะ”   ผมกระแทกจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ เบื่อเหลือเกินผู้หญิงบ้านนี้ ดีแล้วที่ตอนนี้ผมได้แฟนเป็นผู้ชาย เพราะนับวันผมยิ่งพาลเบื่อผู้หญิงมากขึ้นทุกที

“เดี๋ยวสิยะ ไหนๆก็ตื่นมาแล้ว ไม่ไปรดน้ำต้นไม้หน่อยล่ะ”   เท้าที่กำลังจะก้าวออกไปถึงกับชะงักค้างกับเสียงสั่งการของนางมารตัวน้อย

“นั่นสิ...แดดก็ดีนะคุณลุง แม่ว่าสักผ้าเลยแล้วกันเนาะ”   แล้วมีหรือที่มารตัวแม่จะไม่สำทับ

น้ำตาแห่งความช้ำใจมันตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เวรกรรมอะไรของผมนะถึงได้มาเกิดในบ้านที่ผู้หญิงเป็นใหญ่แบบนี้ หรือว่าชาติก่อนผมฆ่าข่มขืนผู้หญิงถึงต้องมาชดใช้กรรม ทำไม! ทำไม! ผมอิจฉาไอ้โป้ยจะตายอยู่แล้วที่มันเป็นลูกคนจีน บ้านมันรักเด็กผู้ชายชนิดยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อึก! โลกแม่งไม่ยุติธรรม

“น่าน...เบะแล้วลูกฉัน”

“ตั้งแต่เด็กยันโตเลยนะแก น้อยใจทีไรปากนี่เบะซะคว่ำ”   

ผมได้แต่สะบัดหน้าพรืดกับคำวิจารณ์ ยังไงผมก็ต้องทำทั้งหมดนั่นอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นตอนไหนก็เถอะ

“คุณป้าไปหยิบของกำนัลมาซิ”   ผมหันกลับไปมองหน้าแม่อีกครั้ง เป็นจังหวะที่ป้าส่ายหัวแล้วลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินขึ้นไปชั้นบน   “แหมๆ คิดว่าแม่เป็นคนใจร้ายใจดำ ขนาดให้ลูกชายดูแลงานบ้านแล้วจะทำนิ่งๆสวยๆได้ลงคอเหรอ”

แม่อมยิ้มแล้วนั่งเชิดหน้ารอลูกสาว ไม่นานเสียงตึงตังก็พาร่างพี่สาวของผมมายืนอยู่ข้างหน้าพร้อมกับถุงใบใหญ่ในมือที่ชูหราแกว่งไปมาอยู่ข้างหน้า ใจผมงี้กระดี๊กระด๊าสุดติ่ง กับป้ายโลโก้ที่เห็นด้านข้าง ไม่ต้องถามหรอกครับว่าของในถุงเป็นของใคร เพราะคนที่ใส่รองเท้าผ้าใบยี่ห้อนี้มีผมคนเดียว

“นี่มัน...โอ้ไม่นะ...นี่ลุงฝันไปเหรอป้า”   แม้สมองจะไม่เชื่อแต่มือผมนี่คว้าถุงไปแล้ว ผมรู้ว่าแม่กับพี่กำลังอมยิ้มอยู่แต่ใครจะใส่ใจเล่าในเมื่อผมมีรองเท้าคู่นี้อยู่ในมือ ผมดึงกล่องออกเชื่องช้าแล้วปล่อยให้ถุงมันร่วงลงพื้น ฝากล่องค่อยๆถูกงัดออกจากรูปรอย สองตาผมเบิกโต เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

“ช้างดาว!!!”

“ฮ่าๆๆ”   

เสียงหัวเราะดังกันให้ขรม ตอกย้ำความเจ็บใจให้กัดลึก โอเค! ผมก็ใส่ช้างดาวอยู่ แล้วไงอ่ะ? คู่เก่าที่ซื้อเมื่อสามปีก่อนยังไม่ขาดเลยจะซื้อมาให้ทำไม แล้วมีอย่างที่ไหนถึงเอามาใส่ในกล่อง VANS จะร้ายกาจเกินไปแล้วผู้หญิงบ้านนี้ มาล้อเล่นกับหัวใจดวงน้อยๆ ของผมได้ยังไง

“แม่กับคุณป้าหารเงินกันซื้อให้เลยนะ เห็นบ่นว่าอยากได้”   คุณดาหลาแกกลั้นขำไปจิบน้ำส้มไป

“งกจนเกลือเรียกพ่ออย่างแก รอให้ซื้อเองคงเป็นชาติหน้าแน่นอน”   อีกหนึ่งคำทับถมที่เกินไปนิด กะอีแค่เกิบหนีบผมมีปัญญาซื้อเองหรอกเฟ้ย! แต่หูมันยังไม่ขาดดอกยางยังไม่หมดแผงจะซื้อใหม่ไปทำไมวะ

ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!!

“อ้าว? จะรีบไปไหนล่ะคุณลุง”

“เก็บผ้าซักไงเล่า!! บ้าเอ๊ย...”

ผมตามเก็บผ้าจากห้องนอนสองสาวด้วยความหงุดหงิด ยัดทุกชิ้นใส่ตระกร้าผ้าใบใหญ่ด้วยความรุนแรง จากนั้นก็เดินเข้าห้องส่วนตัวเพื่อไปเก็บตะกร้าผ้าของตัวเองบ้าง ผ้าขาว ผ้าสีถูกแยกลงตามตะกร้าด้วยความขุ่นเคืองเช่นเดิม หากเมื่อสายตายเหลือบไปยังหัวนอนเท่านั้นแหละ...โลกทั้งใบของผมก็เบิกบานอีกครั้ง

รองเท้าผ้าใบหนึ่งคู่ส่องประกายแวววับอยู่บนหมอน ผมควรจะโมโหที่มีรองเท้าถือดีแนบแผ่นยางลงกับหมอนหนุนหัว แต่ไม่หรอก...ผมไม่ถือสักนิด สองมือผมเข้าไปประคองรองเท้าสลิปออนยี่ห้อคู่ชีพมาใกล้ๆ สายตา สีดำกับเทาแบบนี้แหละที่ผมอยากได้ ถึงมันจะเป็นยี่ห้อที่ราคาไม่แพงมากแต่คู่นี้ก็ตั้งสามพันกว่าบาทเลยนะ ไม่ๆๆ...ผมฝันไปอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย...ไม่สิ...กลิ่นนี้มันกลิ่นรองเท้าใหม่ โอ๊ยๆ...ผมรักแม่กับป้าที่สุดอ่ะ

ผมรีบใส่รองเท้าแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง สภาพในตอนนี้คือผมฟู ใส่เสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงขาสั้นขอบยางย้วยๆ นางฟ้าสองคนในบ้านเงยหน้ามองผมด้วยรอยยิ้ม

“นี่ๆๆ รองเท้าเท่ไปเลยเนอะ”   ผมเดินผ่านหน้า วนไปวนมาแล้วหยุดพอยต์เท้าให้เห็นกันชัดๆ   “ลุงชอบมากเลย ลุงใส่แล้วหล่อมั้ยแม่”

“คิก คิก เข้ากับหน้าคุณลุงมากเลย”   

“เนอะ ลุงใส่แล้วดูดีเนอะป้า”

“แน่นอนที่สุด ใส่แล้วเหมาะกับหน้าลุงมาก”

เดี๋ยวนะ...คำชมมันแปลกไปหน่อยมั้ย? แต่ช่างมันเถอะครับ   “กราบขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ใจดีทั้งสอง”

“อย่าลืมซักผ้าแล้วก็ขัดห้องน้ำนะ”

“รดน้ำต้นไม้ด้วยล่ะ อ้อ...หญ้าขึ้นสูงมาหน่อยแล้ว ตัดซะเลยก็ดีเหมือนกัน”

“รับทราบครับคุณผู้หญิง!”   ผมตะเบ๊ะมือด้วยความเริงร่า ณ.ตอนนี้ต่อให้ปีนกำแพงซ่อมหลังคาผมก็ไม่ยั่น

...
...

จนหลายชั่วโมงผ่านไป

...
...

กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นผมแทบจะล้มตัวลงบนพื้น ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย เหงื่อก็เหนียวตัวไปหมด ถามว่าคุ้มมั้ย? เหมือนจะไม่คุ้มแต่ถ้าต้องรอให้ซื้อเองผมก็คงไม่ซื้อ บางทีก็สงสัยทำไมตัวเองงกได้ขนาดนี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความฝันและความสุขสบาย ผมยอมๆ

เมียว!  เมี่ยว!!  เมี้ยว!!!

เสียงแมวที่ไหนวะ? ผมพยายามตั้งสติอีกครั้งจึงเริ่มกระดึ๊บตัวไปหาโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงน่าเอ็นดูอยู่บนโต๊ะกินข้าว และเมื่อคว้ามันมาได้ผมก็แทบสะท้านเฮือกกับชื่อบนหน้าจอ ความทรงจำเมื่อเช้าวันก่อนมันตีแสกเข้าสมองจนหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ การไปแตะขอบฟ้าด้วยมือคนอื่นนี่มันเล่นเอาเสียศูนย์ไปไม่ใช่น้อย

“...ครับพี่ปูน”

“.....”

“ฮัลโหล?...”   ผมต้องมองมือถืออีกครั้งเพราะคิดว่าสัญญาณตัดแต่ก็ไม่ใช่   “พี่ปูน...ยู้ฮู”

“มาหาหน่อย”   

“ไม่ไปได้มั้ย ผมเพิ่งทำความสะอาดบ้านเสร็จเหนื่อยมาก”

“มาหาหน่อย”

“พี่ฟังผมพูดอยู่ป่ะเนี่ย”   แม้การชักสีหน้าของผมจะไม่ส่งไปถึงมัน แต่ผมก็ทำด้วยอารมณ์ล้วนๆ   “หรือพี่มีธุระอะไรกับผมเหรอ?”

“ก็...ไม่มีอะไร”

“ไว้พรุ่งนี้ทันป่าว เดี๋ยวก็เจอที่ออฟฟิศแล้ว”

“ไม่ได้...ลุงต้องมาหาพี่ตอนนี้เลย”

ผมเงียบไปชั่วอึดใจ สะดุดใจกับน้ำเสียงพี่ปูนที่ราวกับคนอ่อนแรง มันแปลกประหลาดจนน่ากังวน

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”  ก็รู้อยู่ว่ามันเป็นคำถามที่ค่อนข้างงี่เง่า ต่อให้มีปัญหาเกิดขึ้นจริงๆ คนแรกที่พี่ปูนจะโทรหาคงไม่ใช่ผมแน่

“...ไม่มีอะไร”  ปลายสายตอบปัด เงียบไปสักพักก็พูดต่อ  “ช่างมันเถอะ พี่ก็แค่...”

“ไปครับ”  ผมพูดสวนออกไปก่อนที่พี่ปูนจะพูดจบ

“อะไรนะ?”

“รอผมแป๊บนะพี่”

“............”  ปลายสายเงียบไปอีกครั้ง ผมรอฟังว่าพี่ปูนจะพูดอะไรกลับมาอีกหรือเปล่า แต่การสนทนากลับสิ้นสุดด้วยการตัดสายทิ้งจากอีกฝั่ง

ผมมองโทรศัพท์ด้วยความงุนงง มันเป็นความไม่ปกติอย่างที่สุด จากที่ตกลงคบกันมาไม่กี่สัปดาห์ ไม่สิ ตั้งแต่รู้จักพี่ปูนมาหลายปี ผมไม่เคยเห็นหรือได้ยินไอ้โป้ยพูดถึงพี่ปูนในมุมนี้มาก่อน แล้วทำไมจู่ๆ ...ไม่สิมันไม่ใช่จู่ๆ หรอก ทุกความรู้สึกที่มนุษย์เราแสดงออกมาย่อมต้องมีสาเหตุอยู่แล้ว

พี่ปูนทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวลได้เป็นครั้งแรก




ผมยอมขึ้นแท็กซี่ทั้งที่กระเป๋าเงินกำลังร้องโอดครวญถึงความฟุ่มเฟือยเกินพอดี แต่ความสงสัยกับความเป็นห่วงมันมีค่ามากกว่านั้น กะอีแค่เงินเกือบสองร้อยเท่านั้นเองผมไม่ควรจะมานั่งเสียดาย

“ปล่อยเงินสิน้อง จะจ่ายค่าโดยสารรึเปล่า?”

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ ขอโทษพี่โชเฟอร์กับความขี้เหนียวที่ยื้อยุดเงินไว้จนพี่เขารำคาญ ผมรีบออกมาจากรถด้วยความอับอายแต่สองเท้าก็ยังคงก้าวไปตามทางอย่างมั่นคงจนมาถึงหน้าห้องพี่ปูน ผมสูดลมหายใจเข้าปอดหลายเฮือก หวั่นใจกับปฏิกิริยาของคนที่จะเปิดประตูออกมาเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เริ่มเคาะประตูแล้วหยุดรอ

“ไง มาเร็วดีนี่....!!”   พี่ปูนเปิดประตูออกมาแล้วชะงักปากไปเมื่อมองผมเต็มตา   “ทำไมสภาพมอมแมมอย่างนี้วะลุง”   

“ก็ผมบอกพี่แล้วว่าทำความสะอาดบ้านเพิ่งเสร็จ”   ผมบอกพลางเดินผ่านประตูเข้าไปหลังจากพี่ปูนหลีกทางให้ด้วยสีหน้ายับย่น หน้าเดียวกับพี่แท็กซี่เป๊ะ แค่กลิ่นเหงื่อมันฟุ้งไปหน่อยเท่านั้นเองทำเป็นรังเกียจไปได้

“แล้วทำไมไม่รู้จักอาบน้ำก่อนออกมา”

“ก็พี่บอกให้ผมมาหา”   ผมสะบัดเสียงใส่เล็กๆ   “แล้วยังทำเสียงแบบนั้นอีกอะ ผมก็เป็นห่วงดิ”

พี่ปูนยืนนิ่งเงียบ รอยยิ้มจุดขึ้นบนริมฝีปากได้รูปขณะมองมาที่ผมด้วยแววตาหม่น คนตัวสูงทำท่าจะก้าวเดินเข้ามาแต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจ พี่ปูนหยุดชะงักยกท่อนแขนหนายกขึ้นกอดอกไว้หลวมๆ สองตาคมมองจ้องผมจนรู้สึกเก้อกระดากพิกล มันอึดอัดจนผมต้องก้มมองสำรวจสารรูปตัวเองให้ถี่ถ้วนเป็นครั้งแรก เอิ่ม...จะว่าไปผมก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนี่หว่า เอ...แล้วเมื่อคืนกูอาบรึเปล่าวะ? แต่อย่างน้อยฟันก็แปรงแล้วนาเฮ้ย หน้าก็ล้างแล้ว แค่ชุดที่ใส่มันดูบัดซบเกินกว่าจะออกไปไหนก็เถอะ ถึงเสื้อยืดนี่มันจะย้วยก็เหอะแต่ใส่สบายมากนะจะบอก ไอ้กางเกงเลที่อุตส่าห์คว้ามาใส่นี่ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันหลายปีแล้ว ถือว่าเป็นหนึ่งในชุดนอนคู่บุญของผมเลยนะเนี่ย

“ไปอาบน้ำ!”   เสียงเข้ม ห้วนสั้น และแฝงไปด้วยพลังอำนาจลึกลับดังผ่านความเงียบเข้ามาตีแสกหน้าผมจนเงิบไปสามจุดสองวินาทีก่อนจะตั้งหลักโต้ตอบได้ด้วยเสียงอ้อมแอ้มจนหน้าสังเวช

“อะไรของพี่เนี่ย”   

“ตัวเหม็น! หัวนี่ก็ไม่ได้หวีเลยใช่มั้ย? แล้วเสื้อผ้านี่มันอะไร ใส่ออกมาข้างนอกแบบนี้ไม่อายคนอื่นเหรอ”

“ก็ผมรีบมานี่”   ผมยังคงเถียงต่อไปแม้หน้าจะเริ่มร้อนเพราะความอายที่จู่ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาซะงั้น

“แต่ลุงเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างน้อยๆ ก็ต้องรู้จักรักษาภาพลักษณ์ตัวเองบ้าง”   แล้วพี่ปูนก็ถอนใจหนักออกมา ส่งสายตาจิกกัดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าผมอีกรอบแล้วก็ถอนหายใจเพิ่มอีกดอก   “ไปอาบน้ำซะ”

“แต่ผมไม่มีชุดเปลี่ยนนะพี่ กางเกงในก็ไม่มี”

“ทำยังกะไม่เคยยืมของพี่”   มือใหญ่ยื่นมาจับข้อมือผมไว้แล้วพาเดินขึ้นบันได เมื่อเข้าห้องนอนมาได้ พี่แกก็ปล่อยมือผมแล้วเดินไปยังมุมตู้เสื้อผ้าติดผนังหลายบาน หยิบผ้าเช็ดตัวโยนมาให้พลางสั่งความเสียงเข้ม   “ไปอาบน้ำ”

“ครับๆ...”   ผมรับคำแล้วเดินกอดผ้าเช็ดตัวผืนนุ่มเข้าห้องน้ำไป

ผมล็อกประตูห้อง ถอดเสื้อผ้าจนล่อนจ้อนและเมื่อเตรียมพร้อมจะอาบสองตาผมก็ปะทะเข้ากับสิ่งนั้น ให้ตายสิพี่ล่ะคิดถึงเจ้าเหลือเกิน! ผมแทบอยากจะเปิดน้ำให้เต็มแล้วกระโจนลงไปนอนแช่ในอ่างจากุซชี่ให้น้ำวนตีนวดตัวไปมา แค่คิดก็สบายเหลือขนาด แต่มันติดที่น้ำเสียงแปลกๆ ของพี่ปูนตอนที่โทรมานั้นมันยังติดค้างอยู่ในสมอง แถมยังไม่ได้ถามไถ่อะไรก็โดนไล่มาอาบน้ำเสียอีก เพราะงั้นผมเลยทำได้แค่เดินก้มหน้าเข้าตู้อาบน้ำไป

ใช้เวลาไม่นานผมก็เดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่พันอยู่รอบเอว พี่ปูนยังนั่งอยู่ที่เตียง ข้างตัวมีถุงใส่ของขนาดย่อมวางอยู่ ผมพยายามมองหาเสื้อที่จะผลัดเปลี่ยนแต่ก็ไม่มี และเมื่อผมมองหน้าพี่ปูนอย่างข้องใจพี่แกก็ล้วงหยิบของจากในถุงยื่นให้ผม

“เฮ้ย!!”   ผมคลี่สิ่งที่อยู่ในมือผมออกมาแล้วต้องร้องเสียงดังด้วยความตกใจ   “อะไรอ่ะพี่”

“กางเกงในไง”   ไอ้พี่ปูนมันอมยิ้มชั่วร้ายกับปฏิกิริยาของผม   “ใส่ซะสิ พี่ซื้อให้ลุงเป็นพิเศษเลยนะ”

“จะบ้าเหรอพี่! ใครจะไปใส่ของแบบนี้กัน”   ผมจ้องมองของในมืออีกครั้ง มันเป็นกางเกงในสีดำทรงบิกินี่ธรรมดา แต่ข้างหลังดันเว้าขึ้นจนเผยก้น และแม้จะมีผ้าซีทรูสีดำโคตรบางมาปิดไว้อีกชั้นกันอนาถก็เหอะ แต่มันดันมีลูกเล่นตรงที่ขอบเชื่อมต่อตรงผ้าสองชนิดไม่ติดกิน ประมาณว่าแหวกออกพร้อมขี้แบบไม่ต้องถอดกางเกงในกันเลยทีเดียว

“พี่ซื้อมาเพราะคิดถึงลุงเชียวนะ มันไม่มีค่าเลยรึไง”   คำพูดน้อยใจมาแบบจัดเต็ม แต่สีหน้ามันแลดูสนุกสนานขัดแย้งกันพิกล

“คือ...เปล่าครับพี่ ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น”   ผมเริ่มไปไม่ถูกแล้วตอนนี้   “เอ่อ...แบบอื่นไม่มีเหรอพี่”

“อืม งั้นมาเลือกเอาสิ”   แล้วมันก็กวักมือเชิญชวนผมให้เข้าไปดูใกล้ๆ ก่อนที่มันจะล้วงสินค้าแต่ละชิ้นออกมาวางแผ่บนที่นอน กว่าที่ชิ้นสุดท้ายจะถูกโชว์เสร็จหัวสมองผมก็ตีกันให้วุ่นแต่ที่อยากจะรู้ฉิบหายคือมันไปกล้าซื้อของแบบนี้ได้ยังไง แล้วที่ไหนมันขายของแบบนี้ให้ผู้ชายกันวะ!

ชิ้นที่สองถ้านับรวมของในมือผมด้วยคือ กางเกงในบิกินี่แบบขาเว้าสูงสีแดงแรงฤทธิ์เนื้อผ้าซีทรูสุดๆ ชิ้นต่อมาคือกางเกงในจีสตริงสีดำเส้นสปาเก็ตตี้น่าดีดที่ไม่ต้องแหวกก็เห็นแก้มก้น ชิ้นสุดท้ายนี่แสบสุดๆ ด้วยกระจังหน้าอันเล็กบางเบาที่ไม่แน่ใจว่าจะห่อหนอนมิดรึเปล่าแถมข้างหลังยังเป็นเส้นเป็นสายเชี่ยไรไม่รู้แบบไม่มีผ้าปิดตูดสักผืน

“พ...พี่แกล้งผมใช่ป่ะ”

“พี่เปิดเว็บดูนั่นนี่แล้วพอเห็นไอ้พวกนี้ปั๊บก้นลุงก็ลอยมาเลย พี่คิดว่าลุงใส่แล้วต้องเจ๋งแน่ๆ”

“ห๊ะ!?”   เดี๋ยวก่อนนะ...ผมฟังผิดไปใช่มั้ย   “พี่จะบ้าเหรอ ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ จะไปใส่ของพวกนี้ได้ไง”

“นี่ของผู้ชายทั้งนั้น”   ไอ้โรคจิตมันยืนยันหนักแน่นก่อนจะเร่งเร้าให้ผมเลือกตัวที่ชอบ   “เร็วดิ พี่อยากเห็น”

“พี่แม่งต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ โรคจิตรึไง”

“ไหนว่าจะทำให้พี่มีความสุขไง...”   มันตอกกลับด้วยเสียงเรียบๆ แต่เล่นเอาผมขยุ้มกางเกงในมือแน่น   “เราเป็นผัวเมียกันใช่มั้ย หรือว่าไม่ได้เป็น”

.
.
.


ออฟไลน์ L@DYMELLOW

  • กำลังงงๆ เพราะหาทางลงจาก “คาน” ไม่เจอ
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 684
    • facebook
.
.
.


เหมือนโดนขยี้จุดอ่อนด้วยตรีนยังไงก็ไม่รู้ ถึงมันจะเป็นแค่กางเกงในเท่านั้น แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นสามีจะไปอยู่ที่ไหนกันถ้าผมเลือกหนึ่งในไอ้พวกนี้ขึ้นมาใส่ ถึงผมจะไม่ได้เปิดโลกทัศน์ในเรื่องนี้เท่าไหร่แต่มันควรจะเป็นของที่พวก ‘ฝ่ายรับ’ เขาใส่กันไม่ใช่เหรอวะ

“อันที่จริงแล้วพี่ปูนต้องใส่ให้ผมดูต่างหากนะ”   ผมรีบย้อนทันทีที่คิดออก   “พี่ปูนเป็นเมียผมอ่ะ พี่ต้องใส่ให้ผมดูดิถึงจะถูก”

พี่ปูนมันเบิกตามองผมไม่ถึงเสี้ยววินาทีก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น แม่งขำอะไรนักหนาขนาดนั้น ผมก็ไม่ได้พูดอะไรผิดสักหน่อยนี่หว่า ถึงแม้ว่าถ้ามันใส่ขึ้นมาจริงๆแล้วผมคงสยองก็เถอะ ผมยืนรออย่างสงบจนไอ้บ้านี่จะเลิกขำ แล้วเมื่ออารมณ์กลับเข้าที่เข้าทางมันก็เริ่มทำสีหน้านิ่งขรึมเป็นงานเป็นการขึ้นมาทันที

“แค่นี้ลุงทำเพื่อพี่ไม่ได้เหรอ”

จุกสัด!

เพิ่งคบกันไม่เท่าไหร่แท้ๆ แต่มันกล้างัดประโยคนี้ขึ้นมาพูด จะให้ผมทำไงวะนอกจากยอมมันอ่ะ เราจ้องตากันอยู่สักพักแล้วเป็นผมที่ตัดสินใจหลบตายอมแพ้ ไม่ต้องวิเคราะห์ก็พอจะรู้ว่ากางเกงในตัวไหนทุเรศน้อยที่สุด เพราะงั้นทางที่ผมต้องเดินคือลงเท้าปึงปังเข้าไปห้องน้ำอีกรอบพร้อมกับกางเกงในในมือ

นี่แม่งคือจุดบัดซบในชีวิตจริงๆ ผมได้แต่คลี่กางเกงในแล้วถอนใจในชะตากรรม ใครแม่งช่างคิดออกแบบกางเกงแบบนี้ให้ผู้ชายวะ ไอ้สิ่งที่ใส่หุ้มไข่แล้วสบายที่สุดน่ะเขาถึงเรียกว่ากางเกงใน แต่ไอ้เชี่ยนี่มันคงจะทำให้อึดอัดทั้งกายอึดอัดทั้งใจจนลูกผมหายใจไม่ออกตายแน่

ผมเริ่มบรรจงสวมมันเข้ากับตัว จัดทรงให้พอดีก่อนจะมองผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำเพื่อดูความอุบาทของตัวเอง เนื้อผ้าสีดำมันปลาบแนบไปกับก้นผมจนโคตรเด่น ถ้าส่วนไหนในร่างกายที่ไม่ชอบที่สุด ก็คงเป็นไอ้ก้นงอนๆ นี่แหละ ผมโดนล้อเลียน โดนเพื่อนแกล้งตีตูดมาตั้งแต่เด็ก นับว่าเป็นความต่ำตมที่สุดในร่างกายเลยจริงๆ แถมไอ้ตรงรอยผ้าที่เหลื่อมกันมันก็โดนแหวกซะเห็นร่องก้อนก่อนจะถูกปกปิดด้วยผ้าผืนบางสีดำที่ไม่ต้องจิตนาการก็เห็นด้วยตาว่ามันปกปิดอะไรอยู่

เวรของกรรม!

ผมเอาผ้าเช็ดตัวคลุมทับเหมือนเดิมอีกครั้งก่อนจะก้าวออกจากห้องน้ำ เพื่อไปเผชิญหน้ากับไอ้คนที่กำลังทำสีหน้าตื่นเต้นเกินพอดี ไอ้พี่ปูนแม่งดูลุ้นมากมายตอนที่ผมเดินตรงเข้าไปหา พอผมยืนตรงหน้าเท่านั้นยังไม่ได้ทันพูดอะไรมันก็กระตุกผ้าเช็ดตัวร่วงลงพื้น ผมนี่อ้าปากค้าง ส่วนไอ้โรคจิตนี่น่ะเหรอ...

หน้าตาแม่งหื่นได้อีกอ่ะ

“หันหลังหน่อยสิ”   มันขอแต่ไม่รอให้ผมอนุญาต เพราะแค่พูดจบไอ้พี่ปูนก็หมุนตัวผมจนตั้งตัวไม่ทัน ผมข่มความอายเอาไว้สุดๆ ไม่อยากจะรับรู้เลยว่าตอนนี้ไอ้บ้านี่มองตรงนั้นของผมด้วยสีหน้ายังไง

ผมสะดุ้งโหยงทันทีที่มีบางอย่างสัมผัสแก้มก้นทั้งสอง ความอุ่นของมือตัดกับความเย็นของอากาศทำเอาผมขนลุกเกรียว มันรู้สึกแปลกพิกลที่ต้องมายืนให้ผู้ชายลูบตูดเล่นแบบนี้ ผมกลั้นหายใจปิดตาแน่นเมื่อสองมือนั้นฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ มันทั้งคลึง ทั้งบีบ ลูบคลำขยำขยี้ จนกระทั่งเรียวนิ้วยาวนั้นซอกซอนเข้าไปในรอยแหวกผ้าอย่างอุกอาจ

“ปุริม!!”   ผมลืมตัวเรียกชื่อจริงพี่ปูนออกมา บางครั้งผมก็ควบคุมนิสัยเสียตัวเองลำบากเหลือเกิน แต่ช่างแม่งเรื่องนิสัยเหอะ! เพราะตอนนี้ผมเด้งตัวออกห่างจากมือพี่ปูนอย่างไวพร้อมกับปกป้องอธิปไตยด้วยการนั่งลงกับพื้น

“พี่เคยคิดว่าจะเป็นยังไงเวลาลุงเรียกพี่แบบนั้นบ้าง”   พี่ปูนมันตีหน้านิ่งพลางหัวเราะขึ้นจมูก แต่น้ำเสียงมันดูไม่เครียดอะไรซึ่งพลอยให้ผมใจชื้นขึ้นบ้าง แต่จะดียิ่งกว่านี้ถ้ามันจะไม่ลุกเดินเข้ามาหา   “พี่ชอบว่ะ”

“พ...พี่หมายความว่าไง”   ถามไปก็ถัดตัวหนีไป ผมแม่งโคตรโง่ที่เลือกนั่งที่จริงแล้วผมควรจะวิ่งหนีออกนอกห้องมากกว่า   “อย่าเข้ามานะเว่ย ผ...ผมสู้นะเอ้อ!”

“พี่ได้ยินเราเรียกชื่อจริงของโป้ยเวลาคุยเล่นกันบ่อยๆ แต่ไม่ยักกะเห็นลุงเรียกใครอย่างนั้นบ้าง”   ไอ้พี่ปูนยิ้มชั่วมากถึงมากที่สุดเมื่อร่างทั้งร่างของมันคร่อมผมได้สำเร็จ  “ชื่อพี่ดูน่ารักขึ้นเป็นกองเลย ว่ามั้ย?”

“ขอโทษก็ได้พี่ ไม่ล้อเล่นอย่างงั้นแล้วแต่ช่วยลุกออกไปทีเท้อ”   สับสนวุ่นวายโคตร! ยิ่งมันเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผมนี่แทบจะนอนเบี่ยงขดตัวเป็นกุ้งเพื่อหนีมัน แต่ถามว่าได้ผลมั้ย? ก็ไม่! เพราะตอนนี้ไหล่ของผมกำลังถูกลมหายใจอุ่นๆรินรดเป็นระรอก ขนเขินนี่ลุกจนขึ้นจุดเต็มไปหมด

“ลองเรียกอีกครั้งสิ”

“เรียกอะไร ไม่เรียกแล้ว! ลุกออกไปนะพี่ปูน”   

ผมไม่อยากจะเห็นสภาพตัวเองตอนนี้เลย ดิ้นกระแด่วๆใต้ร่างหนาบึ้กของเมียตัวเอง อารมณ์แม่งเหมือนหนูโดนแมวตะปบยังไงก็ไม่รู้ ที่มันจะแดกก็ไม่แดกแต่เอาตีนตะปบเล่น ปล่อยให้วิ่งหนีแล้วก็ตามไปจับจนหนูแม่งตรอมใจตายอ่ะ ผมนี่รู้สึกอย่างนั้นเด๊ะ! แต่ต่างกันตรงที่ไอ้แมววิตถารนี่มันไม่เปิดโอกาสให้ผมวิ่งหนีเนี่ยสิ

“หืม~ กลิ่นเหมือนพี่เลย”   ไอ้โรคจิตทำจมูดฟุดฟิดไปมาตรงซอกคอผม แม่งสะท้านเลย

“ก็มันมาจากขวดเดียวกันนี่หว่า อึ๋ย! อย่าจับก้นสิวะพี่”   ผมนี่ชักดิ้นชักงอได้ที่เลย จะเอาก้นนาบพื้นช่วงหน้าก็จะเปิดอ้าซ่า จะปกป้องช่วงหน้าข้างหลังก็โดนล้วง บัดซบได้ที่จริงๆ   “เลิกแกล้งผมเหอะนะ”

“นี่ไม่ได้แกล้งเลยนะ ใช้ความรู้สึกล้วนๆเลย”   ไม่ต้องมองผมก็พอเดาได้ว่ามันต้องยิ้มชั่วอยู่แน่ๆ มันก็ใช่ที่เมื่อก่อนเราสองคนไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มันเป็นเมียผมแล้วมันต้องให้เกียรติผมบ้าง ไม่ใช่มาคุกคามคล้ายจะข่มขืนอย่างนี้

“พี่ปูน!”

“ก้นลุงแม่งเซ็กซี่จริงๆนะ พี่เพิ่งเคยเจอก้นที่แค่เห็นก็อยากเป็นครั้งแรกเนี่ยแหละ”   พูดก็พอ ไม่ต้องเอามือขยำด้วยก็ได้ไอ้โรคจิตนี่!   “พี่ยกให้เป็นที่หนึ่งเลย”

กู-ไม่-ต้อง-การ-โว้ย!!!

“ไอ้พวกที่มันบอกว่าพี่เพอร์เฟคมันต้องร้องไห้แน่ๆ ถ้ามาเห็นพี่ตอนนี้อ่ะ”

“มีใครบ้างสมบูรณ์แบบวะ ลุงเองก็เห็นต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่แรกแล้วนี่”

“แต่ผมก็ไม่คิดว่าพี่จะเป็นถึงขนาดนี้!! เฮ้ย! อย่าๆๆๆ”   ไอ้เชี่ยพี่ปูนมันออกแรงแหกขาผมซะกว้างจนเซล้มหงายหลังกับพื้น ส่วนตัวมันก็รีบตามมาคร่อมไว้อย่างรวดเร็ว แนบชิดจนผมหน้าขึ้นสีกับบางอย่างที่เสียดสีกับหว่างขาผม มันตุงจนแทบจะดุนกางเกงออกมา

“แค่เล็กน้อยน่า ลุงยังรู้จักพี่ได้แค่ครึ่งเดียวเอง”   รอยยิ้มชั่วช้าลอยอยู่เบื้องหน้าผม มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนผมต้องปิดตาหนีมันซะ นี่ผมหมดหนทางแล้วเหรอวะเนี่ย? ผมควรจะเสี่ยงต่อยมันแล้ววิ่งหนีดีรึเปล่า แต่สภาพอย่างนี้ผมจะหนีไปไหนได้ แต่ถ้าไม่ขัดขืนเลยมันก็ต้องคิดเอาว่าผมง่ายอ่ะดิ แล้วอย่างนี้ศักดิ์ศรีความเป็นผัวจะไปอยู่ตรงไหน

“อย่านะปุริม! ไม่งั้นลุงชกนะ”   สิ้นคำผมเท่านั้นแหละ แขนทั้งสองข้างก็ถูกมันรวบขึ้นเหนือหัวแล้วโดนจับไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่เพียงข้างเดียว หมดกัน...ขนจั๊กกะแร้ผงาดออกมารับลมเย็นกันให้ว่อน

มีเพียงเสียงหัวเราะขึ้นจมูกของพี่ปูนดังขึ้นมาเบาๆ จากนั้นผมก็ถูกทำให้เบลอด้วยริมฝีปากที่ทาบทับลงมา มันนุ่มเหมือนกับเช้าวันนั้นไม่มีผิด เรียวลิ้นชื้นลากผ่านกลีบปากอ้อยอิ่งจนสยิวแปลกๆ แต่พอมันเข้าไปในปากผมได้แล้วกลับเร่งเร้า ลุกไล่จนผมหายใจแทบไม่ทัน นี่สินะคือที่เรียกว่าจูบเก่ง มันทำเอาผมระทดระทวยได้ไม่ยากเย็น และอันนี้สินะที่เขาเรียกว่าเคลิ้มอ่ะ~

“อื้ม~ พี่ปูนปล่อยมือ”   ผมเอียงหน้าออกมาหอบอากาศเข้าปอด ส่วนพี่ปูนก็ไม่ได้ปล่อยให้ปากตัวเองเหงาโดยการเลาะเล็มเนื้อข้างคอผมไปพลางๆ   “ปล่อยมือก่อน อายจั๊กกูแร้”

“หึหึหึ มันก็ไม่ได้รุงรังน่าเกลียดสักหน่อย”   ไอ้โรคจิตมันหัวเราะเบาๆ และเพิ่มความวิตถารด้วยการซุกจมูกลงกับกอหญ้าอ่อนของผม ผมนี่จั๊กจี้ดิ้นให้พล่านแต่แม่งคงสนุกไงเลยเอาปลายจมูกไถไม่หยุด

“ฮ่ะๆ!! พี่ปูน ฮ่าๆ จะบ้าเรอะ!!”

“ก็ดมดู นุ่มออกนะ หอมด้วย หึหึ”

“มึงบ้าแล้วพี่ปูน โอ๊ยๆๆ อย่ากัด!! พี่เป็นหมาเหรอห๊ะ!!”

“ปากดีอย่านี้ต้องสำรวจดูหน่อยแล้ว ว่าข้างล่างจะนุ่มเหมือนกันรึเปล่า”

เดี๋ยวๆๆ ไอ้เชี่ย!! ไม่ได้เกี่ยวกันเลย

.
.
.

“ลุง”   

สมองผมเปิดทำงานรับเสียงเรียกในทันที ผมเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจแรงเด้งจากการขยับตัวทำให้ผมรู้ว่าอยู่บนที่นอนไม่ผิดแน่ ผมมองหน้าเจ้าของเสียงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะก้มมองดูร่างกายตัวเอง และนั่นทำให้ความทรงจำสดใหม่ย้อนกลับเข้ามาในหัว ผมทนมองหน้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่สิ! ปากต่างหาก! ผมจะมองปากพี่ปูนอีกได้ยังไงในเมื่อมัน...มัน...

“อ๊าก!!!”   ผมร้องเสียงหลง จัดการคว้าผ้าห่มคลุมตัวจนมิดเพื่อหลักหนีความจริง มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันเกิดขึ้นกับผมแล้ว แฟนทุกคนที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำกับผมแบบนี้ แต่พี่ปูนกลับทำมันลงไป   “ไปๆๆ ผมไม่อยากเห็นหน้าพี่อ่ะ”

“เป็นบ้าอะไร ยังไม่ตื่นดีรึไง”   พี่ปูนมันคงงงกับผมไม่น้อย สองมือมันเลยพยายามกระชากผ้าห่มออกจากตัวผมด้วยแรงมหาศาล ผ้านวมผืนใหญ่เลยปลิวหลุดออกไปอย่างง่ายดาย   “เป็นอะไร นี่พี่ไม่ได้ปล้ำลุงนะ”

“แต่พี่อมของผมอ่ะ!!”   

สิ้นคำประกาศก้อง ไอ้พี่ปูนถึงกับหัวเราะเสียงลั่น มันมองหน้าสลับกับหว่างขาผมแล้วก็หัวเราะไม่หยุดเหมือนคนบ้า ผมเริ่มเปลี่ยนจากอับอายเป็นเคืองมันทีละนิด มีตรงไหนที่มันน่าหัวเราะขนาดนั้นวะ ชีวิตจริงมันไม่ใช่หนังเอวีนี่หว่าที่จะได้หาแฟนแบบที่ยอมบ๊วบของเราง่ายๆ แถมแต่ละคนก็ไม่ได้คบกับผมยืดพอจะละความประเดิด ขนาดตัวผมเองยังไม่เคยลงไปละเลงลิ้นให้จิ๊มิใครสักครั้ง แต่พี่ปูนแม่งทำเหมือนเป็นเรื่องสบายๆ ที่จะดูดปุ๊นใครก็ได้ที่นอนด้วย แถมมันยังเก่งจนผมแตะขอบฟ้าตั้งหลายรอบ

“เรื่องปกติน่า ไม่มีอะไรน่าอายหรอก”   พี่ปูนตอบหลังจากสงบสติได้แล้ว

“แต่พี่เป็นผู้ชาย”

“พี่เป็นผู้ชายที่ทำกับผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดี แล้วไหนลุงบอกว่าเราเป็นผัวเมียกัน ลุงจะเขินไปทำไม”

“เออ...มันก็จริง”   สิ้นคำผมมันก็หัวเราะอีกรอบ ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นตุ๊กตากระบอกที่กำลังถูกไอ้พี่ปูนชักใยอยู่เลยวะ   “ถ้าอย่างนั้นแล้ว ผมต้องทำให้พี่ด้วยรึเปล่า?”

“อืม~ ของอย่างนี้มันบังคับกันไม่ได้น่ะนะ ไว้ลุงอยากทำก็บอกพี่แล้วกัน พี่พร้อมเสมอ”

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ เป็นคำตอบ จนปัญญาด้วยคำพูดทั้งสิ้นทั้งมวล ถ้ามันจะต้องเลือกได้ล่ะก็ผมก็ไม่ขอก้มหน้าซุกไข่มันเด็ดขาด แตงร้านเกรดเอบวกๆอย่างมันคงทำผมปากคอแหกแน่

“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำล้างหน้าป่ะ แล้วออกไปกินข้าวกัน”   พี่ปูนอาศัยช่วงที่ผมกำลังสยดสยองเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ แล้วกลับไปก้มๆเงยๆที่ตู้เสื้อผ้าคล้ายจะหาเสื้อให้ผมอีกชุด   “วันนี้นอนนี่เลยแล้วกันนะ”

“ไม่ได้อ่ะพี่ พรุ่งนี้ผมต้องเอางานของGNไปส่งพี่กรแต่เช้า ทางนั้นเขาเร่งงานอ่ะพี่”   ผมนี่ลอบถอนหายใจเลย ดีที่โหมทำงานโต้รุ่งจนเสร็จเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นได้หัวบานแน่

“ทำเสร็จรึยัง”

“โหย~ ผมนี่โต้รุ่งจนเกือบหกโมงเช้า นอนไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงแม่ก็ปลุกมาทำความสะอาดอีก”   

“อื้อหือ มิน่าล่ะเสร็จปั๊บหลับป๊อกไปเลย”   ไอ้พี่ปูนมันอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำเอาผมหน้าแดงเถือกเมื่อรู้ว่ามันพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา   “แต่ไม่น่าเชื่อนะเนี่ยว่าจะเสร็จทัน ตรวจงานครบพร้อมส่งแล้วแน่นะ”

“เรียบร้อยแน่สำหรับผมอะนะ แต่จะถูกแก้อีกมั้ยนี่อีกเรื่อง”   ที่จริงแล้วผมไม่ค่อยชอบเร่งทำงานแบบนี้เท่าไหร่ มันเหนื่อยแถมเครียดกว่าเดิมเป็นเท่าตัว    “ชมผมบ้างสิ อย่าชมแต่ไอ้โป้ยกับพี่เปี๊ยก”

ไอ้พี่ปูนยิ้มเนือยให้ผม สีหน้ามันดูอ่อนใจเหลือเกินยามส่ายหน้าไปมา   “ยังฝังใจกับที่พี่พูดอยู่ล่ะสิ”

“ก็แน่สิ ...พี่พูดแบบนั้นกับผมต่อหน้าคนทั้งออฟฟิศ ถ้าพี่ไม่พอใจอยากให้ผมปรับปรุงตรงไหนก็ควรเรียกมาคุยกันตัวๆ ดิ ถึงผมจะดูหน้าด้าน แต่ก็ไม่ได้ด้านอย่างที่พี่คิดนะ”   ผมมุ่ยหน้าจนยับเมื่อคิดถึงอดีตอันเจ็บแปลบ เมื่อมาคิดดูให้ถี่ถ้วนแล้วคำพูดที่พี่ปูนพูดนั้นก็ไม่ได้ใส่ร้ายหรือเกินจริงเลยสักนิด มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำงานออกมาให้อยู่ในขอบเขตที่ลูกค้าต้องการ เพราะมันเป็นงานของบริษัท ไม่ใช่การการทำเพื่อประกวดสร้างชื่อส่วนตัว แต่ที่ผมโกรธพี่ปูนเอามากๆคงเป็นเพราะผมอายมากกว่า

“อา...จุดนั้นพี่ขอโทษด้วยแล้วกัน”   พี่ปูนก้มหัวลงเล็กน้อยรับคำ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมามันก็ตวัดสายตาคมเหมือนมีดส่งมาให้ผม   “แต่พี่จะไม่ขอโทษเรื่องที่พูดออกไปตอนนั้นหรอกนะ เพราะพี่ไม่รู้สึกว่าพูดผิดไปเลยแม้แต่น้อย”

เหมือนโดนหมัดเสยคางเบาๆ อา...ยังไงซะ พี่ปูนก็คือพี่ปูนวันยังค่ำ

“ผมน้อมรับคำติของพี่ครับ และจากนี้ผมสัญญาว่าจะทำงานเพื่อรับเงินเดือนและโบนัสอย่างตั้งใจ”

สีหน้ามันเหนื่อยหน่ายกับผมอย่างชัดเจน หัวก็ส่ายไปมาจมูกก็พ่นลมแรงจนตีเข้าหน้าผม แต่มันกลับทำให้หัวใจผมฟูขึ้นนิดๆ กับฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นออกมาขยี้หัวผมเบาๆ ผมนั่งนิ่งจดจ่ออยู่กับริมฝีปากของคนตรงหน้าที่บิดรอยยิ้มขึ้นช้าๆ พี่ปูนแม่งต้องเสกมนต์ใส่ผมอีกแล้วแน่ๆ หัวใจมันถึงได้ดังแปลกไปกว่าที่เคย

และเกินกว่าความเงียบจะปกปิดได้ เสียงหัวใจของผมมันดังระรัวจนกลัวว่าพี่ปูนจะได้ยิน มันดังขึ้นทุกทีๆ ยามที่พี่ปูนโน้มตัวลงมาใกล้มากขึ้น คนบ้าอะไรถึงได้ดูดีขนาดนี้นะ มันหล่อจนต้องบอกว่าสมกับที่เป็นเพื่อนสนิทดารา หรือว่าเบื้องหลังของความหล่อล้ำขนาดนี้คือการจับผู้ชายมาฆ่าแล้วดื่มเลือดกินเครื่องในใช่มั้ย หมายความว่าผมจะต้องถูกฆ่าเพื่อสนองความหล่อให้พี่ปูนสินะ

ผมซุกหน้าลงกับเข่า อมยิ้มกับความเพ้อเจ้อของตัวเอง แต่บางอย่างที่แว่บเข้ามาในหัวทำให้ผมต้องเงยหน้ามองคนข้างๆ อีกครั้ง  “ก่อนที่พี่จะโทรไป มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า”

“ทำไมถามอย่างนั้น”  พี่ปูนนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

“ก็เสียงพี่มันฟังดูแปลกๆ”

“...แปลกยังไง?”

“ไม่รู้ดิ”  ผมตอบพลางส่ายหัวไปมา หวนคิดไปถึงเสียงที่ได้ยิน  “มันดูเหมือนคนหมดแรง ฟังดูเหงาๆ ...ล่ะมั้ง?”

“เป็นห่วง?”

“ก็ใช่ดิ”

“เลยรีบมาทั้งชุดนั้นเลยงั้นสินะ”  พี่ปูนว่าขำๆ แต่เมื่อผมพยักหน้าตอบด้วยความอาย เสียงขบขันนั้นก็เงียบไป

ผมเงยหน้ามองพี่ปูน ใบหน้าดุจเทพบุตรดูราวกับจะหล่อเหลายิ่งกว่าเดิม ดวงตายิบหยีลงเพราะรอยยิ้มที่คลี่กว้าง ผมไม่เคยเห็นใบหน้าแบบนี้ของพี่ปูน มันมีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้ผมยิ้มตาม แม้จะไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด

เมื่อถูกดันลงจนแผ่นหลังติดที่นอนผมถึงได้รู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวจากการคุกคาม ริมฝีปากบางก็ฉกเข้าที่แก้มผมหนึ่งทีด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปแนบบนหน้าผาก อ้อยอิ่งจนลมหายใจของพี่ปูนสร้างความร้อนให้หน้าผมอย่างมากมาย

“เด็กดี...”

ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆ กับน้ำเสียงอ่อนโยนแปลกๆ ผมไม่หลอกตัวเองหรอกนะว่าชอบเสียงแบบนี้ของพี่ปูนซ้ำยังชอบคำนี้มากด้วย แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ปกติ ร่างกายมันเหมือนโดนตัวอะไรไต่ไปทั่ว ยุบยิบจนจั๊กจี้ ส่วนหัวใจก็ยวบยาบเหมือนโลกโป่งน้ำยังไงก็ไม่รู้

“มา...พี่จะให้รางวัล”

ว่าแล้วมันก็แทรกตัวเข้ามาหว่างขาผมบดเบียดไปมาจนบังเกิดความต้องการ ผมได้แต่ครางอยู่ในลำคอพร้อมกับรับจูบร้อนแรงไปด้วย ทำไมต้องเป็นผมที่ต้องอยู่ข้างล่างอีกแล้วล่ะ? ทำไมมันไม่เปิดโอกาสให้ผมรุกมันบ้าง ไอ้พี่ปูนเป็นเมียผมแท้ๆ แต่กลับจ้วงจกลิ้นผมแบบไม่มีผ่อนพัก ดูดจนลิ้นจะยืดติดเข้าปากมันไปอยู่แล้ว อากาศกำลังจะหมด หัวสมองกำลังจะเบลอ ผมเลยวาดขาเกี่ยวสะโพกมันไว้เพื่อเป็นหลักยึด สองมือก็โอบคอมันไว้หลวมๆ เอียงหน้าซ้ายทีขวาทีเพื่อแหวกทางให้ริมฝีปากมันไซ้ ปากก็ครางเบาๆ ยามหนอนน้อยถูกปลุกปั่น

นี่มันคือท่วงท่าของคนเป็นผัวอย่างผมเหรอวะเนี่ย!! ...อ๊ะ...อา~...   



TBC.

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Bronc

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 14
ลุง ค่อยๆโดนกินในไม่ช้า ล่อหลอกเก่งเหลือเกินนะพี่ปูน

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 90
โธ่ลุง ทำไมใคร ๆ ก็รังแกลุง น่าสงสารเสียจริง อิอิ

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 28
พี่ปูนนี่ ขนาดแบบเนียนๆ ชิมนิดชิมหน่อย
ยังขนาดนี้เลย ถ้าได้เป็นแฟนจริงๆ คงเช้ายันค่ำแน่ๆ 5555.

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 21

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 890
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
สงสารลุงจังเลยเน๊อะ สามีตัวอย่างต้องอย่างนี้แหละ
 :laugh:

ออฟไลน์ somakimi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 5
ชีวอฝิตของผัวอย่างลุงใกล้ถึงจุด"พลิกผัน" แล้วยังไม่รุ้ตัว :hao6:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 348

ออฟไลน์ didididia

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 5
เมีย(?)ลุงนี่แซ่บจริงๆ เนียนเก่ง ตอดนิดตอดหน่อย :hao7: :hao6:

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 75
พี่ปูนเป็นเมียที่คุมเกมได้ทุกอย่าง

ออฟไลน์ nekko

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 413
สงสารนู๋ลุงจริงๆๆเล้ย :z1:

 :pig4: :กอด1: :L1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 870
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 5
เนียนกว่าคูชั่นก็อีพี่ปูนเนี่ยละว้อยยยยย  :laugh:
สนุกอะ ชอบๆๆๆๆ หื่นๆตลกๆ รอตอนต่อไปเด้อ

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 98
สนุกมากกกกก ชอบบบบบ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
เหมือนไรท์ ลงน้อยเลย อ่านเท่าไร ก็ไม่พอ  :hao5: :hao5: :hao5:

เมียลุง นี่ไม่เบาจริงๆ มีตัดพ้อ น้อยใจ เนียนจริงๆ
หาซื้อกกน.จีสตริงขาเว้าเปิดก้นให้ลุงใส่
ขำหน้าพี่ปูนตอนบอกพี่ปูนต้องใส่สิ เพราะเป็นเมีย กร๊ากกกกก
แล้วพัทลุงคนซื่อเลยกลายเป็นเหยื่อของปุริมคนวิตถาร  :z3: :z3: :z3:

แม่ พี่สาว ก็ใช้ลุงซะ
พอมาอยู่กับพี่ปูนก็  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
ลุง นี่ต้องเอาใจใครไปหมดสินะ เอ้อ......คนในครอบครัว

แต่พี่ปูน เหมือนหวั่นไหวที่ลุงเป็นห่วงนะ
อยากอ่านพาร์ทพี่ปูนบ้างแล้ว  :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2017 20:22:06 โดย ♥►MAGNOLIA◄♥ »

ออฟไลน์ flimflam

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1001
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 8
คนเป็นเมียเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกลุง ไปคิดดูใหม่นะ 555555555555
เรากำลังตกเป็นเหยื่อของพี่ปูน

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1552
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 44
อ่าาาาาาาาาา :katai3:เมียลุงนี่ช่าง...... ผัวที่ไหนใส่กุงเกงในแบบนั้นล่ะลุ้งงงวววว. ก้นลุงนี่คงฮอตจริงๆ. ดูอิเมียอยากได้?จนตัวสั่น
เราไม่ใช่สาววายนะ!!!! แค่ชอบอ่านนิยายวายเฉยๆ

ออฟไลน์ masochism2018

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 420
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 51
น้องลุงยังไม่รู้ตัว555555555
ตอนนี้อิพี่ปูนแอบจิตๆ กลัวล้าววว

ออฟไลน์ zakimi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 35
จิตๆแบบนี้  พี่ชอบมากกกกก

ออฟไลน์ NUTSANAN

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 89
อพี่ปูนเอาเปรียบเมียใหญ่เลยนะ

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 7
อยากรู้ว่าพี่ปูนจะจริงจังกับน้องมันป่าวหว่า อยากอ่านตอนต่อไปแล้วว :hao7:

ออฟไลน์ นางฟ้าเชียงชุน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 6
นี่ลุงคนซื่อหรือซื่อจริง5555 ไว้โดนเขมือบทั้งตัวเมื่อไหร่ จะหายซื่อมั้ยเนี่ยะ

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 20
ลุงเหมาะกับคำนี้จริงๆ
อ่อนแอก็แพ้ไป

 




สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด