กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
1
โหด มัน ฮา ครบรส  :oo1:
2
มีคุณแม่เป็นแบ็คใหญ่ สมหวังแน่นอนนน
3
เป็นนิยายที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลย
4

 :L1:
แอบเศร้าพี่งู รัดบ่อยๆเดี๋ยวตรีก็รัก 555
6
Boy's love story / Re: SENGPED AWARDS 2017 [ครั้งที่ 11] โหวตรอบที่ 2
« กระทู้ล่าสุด โดย queenrulet เมื่อ 25-05-2018 15:29:37  »
1.นิยายสุดประทับใจ : ด้ายแดง 
2.นิยายสุดโศก : ทฤษฎีจีบเธอ
3.นิยายสุดฮา : รักอิสระ
4.นิยายใช้ภาษาไทยดีเด่น : Hide and Seek เล่นซ่อนรัก
5.เรื่องสั้นประทับใจ : Fight for my BAE!
6.นิยายดองเค็มแห่งปี : Sin's Lover
7.นักเขียนดาวรุ่ง : รชา
8.พระเอกยอดเยี่ยม : อิสระ
9.นายเอกยอดเยี่ยม : ภาม
10.ตัวร้ายยอดเยี่ยม : ภูผา
8
เรื่องสั้น / Re: [1/2] ┊ ┊ ... ❝ เฮียของหนู ❞ ... ┊ ┊
« กระทู้ล่าสุด โดย NORMOR เมื่อ 25-05-2018 15:24:58  »




   "..พี่ไจ๋...พี่ไจ๋ครับ"



   "อ๋อ...อืม....ว่าไงบอส"



   "บอสทำเสร็จหมดทุกข้อแล้ว" บอสยื่นชีทแบบฝึกหัดที่ผมให้ทำเมื่อ 20 นาทีที่แล้วมาตรงหน้าผม ผมยิ้มแห้งๆ ให้น้อง บอกขอโทษที่เผลอเหม่อไปแล้วก็คืนชีทนั้นให้กับน้องก่อนจะเริ่มเฉลยพร้อมกัน



   หลังจากเฉลยชีทนั้นจบก็ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยผมจึงทวนความรู้ที่เคยสอนไป บอสเป็นน้องม.2 ที่ผมรับสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ให้ เราเจอกันที่ร้านกาแฟแถวสยามทุกเย็นวันอังคารกับวันพฤหัส ผมสั่งการบ้านก่อนจะจบการสอนสำหรับวันนี้



   "แม่มารับหรือยังบอส" ผมถามน้องที่กำลังเก็บเครื่องเขียนและชีทเรียนใส่กระเป๋า ปกติแม่ของบอสจะมารับที่สยาม น้อยครั้งที่จะให้บอสกลับเอง ผมเลยถามเผื่อๆ ถ้าแม่น้องยังไม่มา ผมจะได้นั่งรอเป็นเพื่อนน้องก่อน



   "มาแล้วครับพี่ไจ๋ แม่ไลน์บอกแล้ว" บอสพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปด้านนอกร้านซึ่งผมก็ทำเป็นพยักหน้าเออออไปแม้จะไม่รู้ว่าน้องชี้ไปตรงไหนก็เถอะ



   "อ๋อ งั้นไป...เดี๋ยวพี่ไปส่ง" ผมรวบสัมภาระของตัวเองใส่กระเป๋าบ้างแล้วก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปพร้อมน้อง ผมเดินมาส่งบอสที่ร้านขายของถัดจากร้านกาแฟที่ผมกับน้องนั่งเมื่อครู่กี่ไม่ล็อค แม่น้องอยู่ใกล้จริงๆ นั่นแหละ หลังจากที่ส่งน้องถึงมือคุณแม่ ผมไหว้คุณแม่และขอตัวกลับ ระหว่างเดินผมหยิบโทรศัพท์ที่เปิดโหมดกลางคืนไว้เพื่อกันเสียงรบกวนขึ้นมาเช็คโนติต่างๆ



   การแจ้งเตือนทุกอย่างก็ปกติ กรุ้ปไลน์เอกเด้งเรื่องเช่าครุยและเตรียมปัจฉิม ส่วนกรุ้ปอื่นๆ ก็เด้งมาบ้างแต่ไม่มีอะไร ผมส่งสติ๊กเกอร์เข้าไลน์กรุ้ปแล้วกดเข้าไปในช่องแชทของแพนที่มีข้อความค้างไว้



    ;p anpan : สอนเสร็จแล้วไลน์บอกหนูด้วยนะ

   J + A I : สอนเสร็จแล้วคับ

   J + A I : กำลังจะกลับคอนโด



   แพนแทบจะไม่ถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อตอนกลางวันเลย เขาถามแค่เพียงว่า "นั่นพี่นนท์เหรอ" เป็นผมเสียอีกที่เล่าให้น้องฟังว่าไอ้นนท์เข้ามาบอกเรื่องวิชาเรียนตอนบ่ายแต่ผมไม่ได้บอกเรื่องไอ้นนท์มากดไลค์ไอจีผมหรือแอดเฟสนะ ผมไม่อยากให้แพนคิดมาก ตราบใดที่ผมยังไม่รับแอดไอ้นนท์หรือไม่ได้ฟอลไอจีมันกลับ ทุกอย่างมันก็ยังเหมือนเดิมใช่ไหม มันก็แค่คนมากดไลค์เท่านั้นเอง



   "มองมือถืออย่างเดียวไม่มองทางเลยนะ"



   กึก!



   เท้าสองข้างหยุดชะงักก่อนที่เสียงทักจะทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนขวางทางอยู่ แล้วก็พบกับคนที่ไม่คิดว่าจะเจอและไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด



   "...นนท์" เสียงที่เปล่งออกมาเบากว่าที่ผมคิดไว้มาก มันแทบจะเหมือนเสียงกระซิบกับตัวเอง อีกฝ่ายถึงจะไม่ได้ยินแต่คงจะพออ่านปากได้เลยมอบยิ้มกว้างให้กับผม



   "เดินมองทางบ้างสิ เดี๋ยวก็ไปชนใครเขาหรอก"



   "กูมองอยู่เหอะ"



   "...เหรอ" ไอ้นนท์ยิ้มมุมปากใส่ผม ท่าทางเหมือนไม่เชื่อซึ่งก็ช่างมันเถอะ ผมยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นมันพูดอะไรต่อจึงขอตัวกลับบ้าน และเพราะผมพูดแบบนั้นมันเลยมีเรื่องเกาะผมต่อได้



   "มึงกลับไง"



   "บีทีเอส"



   "ไปด้วยสิ" จะปฏิเสธก็คงไม่ได้ ผมเหลือบมองข้างตัวก็เห็นว่าไอ้นนท์เดินชิล ไม่ได้ดูอึดอัดอะไร กลับเป็นผมเสียอีกที่คิดว่ามันจะตามมาด้วยทำไม เป็นไปได้ผมก็ไม่อยากอยู่กับมันแบบนี้เลย รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้



   ผมกับไอ้นนท์เดินด้วยกันมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงบันไดรถไฟฟ้า บรรยากาศเงียบสงัดไร้บทสนทนาระหว่างเราสองคนก็ถูกทำลายโดยรูมเมทเก่าของผม



   "ตอนนี้มึงอยู่คอนโดใช่ป่ะ"



   "อืม" ผมไม่แปลกใจที่ไอ้นนท์จะรู้ว่าผมอยู่คอนโด ตอนยังเป็นเมทกันผมก็เคยบอกมันเรื่องนี้และมันเองถ้าเสือกหน่อยก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าผมย้ายไปไหนเหมือนผมที่ตอนนั้นก็รู้ว่ามันอยู่คนเดียว ไม่หาเมทคนใหม่



   "อยู่คนเดียวเหรอ"



   "อืม"



   "แล้ววันนี้มาทำไรสยามเนี่ย" จริงๆ แล้วไม่อยากตอบเลยแต่คงต้องตอบ "สอนพิเศษ"



   "วิชาไร"



   "เลข"



   "สอนทุกวันป่ะ"



   "เปล่า แค่วันนี้" ผมโกหกคำโตเพราะไม่อยากจะให้มันรู้ตารางชีวิตผมไปมากกว่านี้ ผมก้าวขาขึ้นบันไดด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แอบภาวนาของให้ไอ้นนท์เลิกถามเรื่องผมสักที ผมขี้เกียจตอบมันแล้ว



   "เหรอ...อืมม งั้นวันหลังกูมาดักรอมึงที่นี่บ้างดีกว่า"



   ห้ะ!?



   ขาผมชะงักไปเสี้ยววิแต่ก็เดินต่อได้อย่างปกติ ผมหันไปขมวดคิ้วมองไอ้คนที่พูดประโยคเมื่อกี้ออกมา ดักรอ? มันคิดจะทำอะไรของมัน



   "ว่างนักเหรอ" ผมหลุดปากถามออกไปและไอ้นนท์ก็ดูหน้าตาดีใจยังไงไม่รู้ที่ผมเป็นฝ่ายถามมันก่อน



   "ก็ว่างนะ"



   ว่างมากก็ไปอยู่กับแฟนมึงสิ จะมาดักเจอกูทำไม...แว๊บหนึ่งผมอยากจะพูดออกไปแบบนี้แต่สติสัมปชัญญะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องเลยที่จะย้อนกลับไปแบบนั้น ผมจึงเลือกที่จะเงียบแล้วเดินต่อไป เมื่อขาก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ภาพสถานีรถไฟฟ้าที่วุ่นวายเป็นปกติก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ผมมองแถวแลกเหรียญยาวเหยียดแล้วก็แอบถอนหายใจ สู้ๆ นะครับคนไทย สักวันหนึ่งเราคงไม่ต้องต่อแถวแลกเหรียญเพื่อที่จะมาต่อแถวอีกครั้งแล้วกดบัตร



   "มึงไม่ซื้อบัตรเหรอ"



   "ไม่" ว่าพลางชักบัตรสีเขียวขึ้นมาจากกระเป๋า และขณะที่ผมกำลังจะเดินไปต่อแถวเพื่อแตะบัตรกลับมีมือข้างหนึ่งแตะไหล่ผมทำให้ผมต้องหยุดเดินแล้วหันไปมอง



    "มีไร" ผมถามไอ้นนท์เสียงนิ่งพร้อมกับเคลื่อนตัวเองออกมาข้างๆ เพื่อไม่ให้ขวางทางคนอื่น



   "รับแอดเฟสกูหน่อยได้ไหม"



   เป็นคำขอที่เกินคาดมากสำหรับผม ผมไม่รู้ว่าตัวเองแสดงสีหน้าอย่างไรออกไปแต่ยอมรับก็ได้ว่าในใจค่อนข้างตกใจพอสมควร ผมไม่สามารถให้คำตอบได้ในทันทีเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร...ได้ หรือ ไม่ได้ แม้เวลาจะหมดไปหลายวินาทีแล้วแต่ผมกลับยังยืนเงียบอยู่อย่างนั้น



   "กูรู้ว่ามึงคงโกรธกูมากเพราะตอนนั้นกูเหี้ยกับมึงจริงๆ..." น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูจริงจังไม่ต่างจากสีหน้าของไอ้นนท์ตอนนี้ ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็ยิ่งพูดไม่ออกจึงได้แต่ยืนตัวแข็งฟังมันพูดต่อไป



   "...แต่เรากำลังจะเรียนจบแล้ว กูไม่อยากให้ระหว่างเรามันเป็นแบบนี้"



   "..."



   "อย่างน้อยกูก็อยากจะกลับมาคุยเป็นเพื่อนกับมึงได้"



   "..."



   "กูอยากจะขอโทษ"




***



มี2ตอนจบนะคะ
อีก 3-4 วันน่าจะมาลงตอนจบได้
ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ  :pig4:
9
เรื่องสั้น / Re: [1/2] ┊ ┊ ... ❝ เฮียของหนู ❞ ... ┊ ┊
« กระทู้ล่าสุด โดย NORMOR เมื่อ 25-05-2018 15:21:29  »




   ถ้าคนที่เราแอบชอบมากดไลค์ไอจี...เราคงจะดีใจจนเก็บเอาไปฝัน



   แต่ถ้าคนที่เราเคยชอบมากดไลค์ไอจี และถ้าคนนั้นๆ เป็นคนเดียวกันกับคนที่เคยพยายามตัดเราออกไปจากชีวิตของเขา สัญญาณแจ้งเตือนพวกนี้...มันหมายความว่ายังไง



   ak_non liked your post.



   อินสตาแกรมแจ้งเตือนว่า ak_non หรือไอ้นนท์กดไลค์รูปของผมติดกัน 5-6 รูปแล้วแต่ผมก็ยังปล่อยให้หน้าจอโทรศัพท์มันสว่างวาบแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ผมทำเพียงแค่นั่งมอง



   แพนมาส่งผมที่คอนโดแล้วก็กลับไป ส่วนผมก็พยายามจะไม่สนใจสัญญาณแจ้งเตือนอะไรก็ตามแต่ที่มีชื่อของไอ้นนท์อยู่ ใช่...ที่อยู่ของผมตอนนี้คือคอนโด ตั้งแต่ทะเลาะกับไอ้นนท์ ผมก็ย้ายออกมาอยู่คอนโดที่พ่อแม่ซื้อไว้และมันก็พร้อมเข้าอยู่ในช่วงเวลาที่ผมต้องการย้ายออกจากหอพอดี



   ส่วนไอ้นนท์ดูเหมือนจะไม่หารูมเมทคนใหม่...และได้ยินว่าบางครั้งก็พาแฟนขึ้นไปนอนด้วย



   ไม่รู้ว่าแฟนไอ้นนท์จะเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้ผมทะเลาะกับมันหรือเปล่า ตอนนั้นพอผมรู้ว่ามันคุยกับผู้หญิง ผมก็ทำตัวงี่เง่าโวยวายจนกลายเป็นทะเลาะกัน ผมคิดว่าตัวเองพิเศษ มีสิทธิ์ที่จะหึงหวงมันได้ และคิดว่าสุดท้ายมันต้องเลือกผม...แต่ผมคิดผิด



   "ไจ๋ มึงก็แค่เหงา กูก็เหมือนกัน ถ้ามึงลองคุยกับคนอื่นบ้---"

   "กูไม่ได้เหงา!" ผมจำได้ว่าผมเถียงมันกลับไปเสียงดัง "ถ้ากูแค่เหงา...มันไม่จำเป็นต้องเป็นมึงหรอก"




   ทำไมตอนนั้นผมถึงคิดว่าตัวเองสำคัญได้นะ...เพราะเราเคยจูบกันอย่างนั้นเหรอ มันคงมีความหมายสำหรับผมแค่คนเดียว ไอ้นนท์คงไม่คิดอะไรด้วยเลย...ไม่เลยสักนิด



   ak_non liked your post.
   ak_non liked your post.



   จะขุดไปจนถึงรูปแรกเลยหรือไงไอ้ห่านี่



   ผมปล่อยให้หน้าจอโทรศัพท์ติดๆ ดับๆ อีกไม่กี่ครั้งก่อนจะคว้ามันมาสไลด์ปลดล็อค ผมพยายามเมินแจ้งเตือนจากอินสตาแกรมที่ยาวเป็นหางว่าวก่อนจะเข้าไปที่รายชื่อแล้วกดโทรออก



   "ฮัลโหล"



   /ฮัลโหลครับ/



   เสียงสดใสจากปลายสายทำให้ผมยิ้มออก ผมกำลังจะอ้าปากพูดอีกครั้งแต่แพนก็ชิงเปิดบทสนทนาตัดหน้าไปเสียก่อน



   /คืนนี้ต้องหลับฝันดีแน่เลย เฮียไจ๋โทรมาหาแพนก่อน/



   "เวอร์" พูดจบผมก็หัวเราะในลำคอเบาๆ ปลายสายเงียบเสียงไปจนผมสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ริมฝีปากคิดจะขยับเป็นคำพูดแต่สุดท้ายมันก็หยุดนิ่ง สายตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่างห้องนอนที่แหวกม่านไว้เล็กน้อยพอให้เห็นทิวทัศน์ด้านนอก แสงไฟหลากสีสว่างเป็นจุดๆ ตัดกับความมืดยามค่ำคืน ภาพนี้มันเคยทำให้ผมสงบแต่ตอนนี้มันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด



   /เฮียไจ๋...เป็นอะไรหรือเปล่า/



   "...เปล่า" ผมโกหก และดูเหมือนอีกฝ่ายก็น่าจะรู้ด้วย



   /แน่ใจนะ/



   "อืม"



   /กินมาก ท้องอืดหรือเปล่า/



   "เปล่า"



   /อึไม่ออก?/



   "จะบ้าหรือไง"



   /ท้องเสีย?/



   "ไม่ใช่เว้ย จะทายให้ครบเลยหรือเปล่าเนี่ยหื้ม"



   /ก็จนกว่าเฮียจะบอกหนูว่าเฮียเป็นไร/



   คำตอบของเขาทำให้ผมชะงักนิดหน่อยก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วปฏิเสธเขาไปอีกครั้งว่าไม่มีอะไร เพราะตอนนี้มันยังไม่มีอะไรจริงๆ ก็แค่เพื่อนเก่าคนหนึ่งมากดไลค์ไอจี เพื่อนที่เป็นฝ่ายตัดขาดจากผมไปเองทั้งที่ผมเคยพยายามขอให้เขากลับมาตั้งหลายครั้ง ช่วงแรกที่ผมแยกออกมาอยู่คอนโด ไอ้นนท์ก็เลิกติดตามโซเชียลของผมทุกแอปแต่ผมยังติดตามมันอยู่แล้วก็ไปร้องไห้กับพวกไอ้ป้องทุกครั้งที่เห็นไอ้นนท์โพสต์รูปหรือสเตตัส ผมยังเห็นมันอยู่แต่กลับเข้าใกล้มันไม่ได้ ผมเพ้อเหมือนคนบ้า กว่าจะได้สติก็มาถึงจุดที่ชีวิตเละเทะเกือบจะไม่มีชิ้นดี



   แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เหมือนกำลังบอกว่ามันคิดจะกลับเข้ามาในชีวิตของผมอีกครั้ง ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้...อาจจะเข้าข้างตัวเองเหมือนกับที่เคยเป็นมา ถ้าเป็นไปได้ผมก็ภาวนาให้มันเป็นเพียงแค่การกดไลค์ธรรมดาของเพื่อนแล้วกัน



   "แพน" เสียงของผมแหบพร่า ก่อนจะหลุดปากพูดอะไรออกไปโดยไม่รู้ตัว "...คิดถึง"



   /ครับ...แพนก็คิดถึงเฮียเหมือนกัน/



   เสียงของแพนแผ่วเบาเหมือนไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง อีกฝ่ายเงียบไปแต่มีเสียงกุกกักเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็ไม่พูดและผมก็จะไม่เปิดทางอะไรให้ทั้งนั้น แพนต้องสงสัยอะไรแน่ๆ เขามักจะจับสังเกตความผิดปกติของผมได้ตลอดแม้เราจะไม่ได้เห็นหน้ากันก็ตาม



   /เฮียง่วงแล้วยัง/



   "อืม"



   /งั้นนอนเถอะ...แพนไม่กวนแล้ว/



   "อือ ฝันดีนะ"



   /ฝันดีครับ/



   ผมตอบรับในลำคออีกครั้ง กำลังจะลดมือลงมาเพื่อวางสายแต่อีกฝ่ายกลับเรียกไว้ทำให้ผมต้องหยุดมือ



   /เฮีย.../ เสียงดังฟังชัดที่คุ้นเคยพร้อมกับคำพูดที่เขามักจะบอกผมทุกคืนก่อนนอน /...รักนะ/



   คำบอกรักแสนหวานชวนให้ใจสั่นแต่ผมกลับตอบเขาได้เพียงแค่... "ขอบคุณนะ"



***



   ดูเหมือนว่าคำภาวนาของผมจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่



   "ไจ๋"



   "หืม"



   "มึงดีกับไอ้นนท์แล้วเหรอ" คำพูดของไอ้ทิมทำให้ผมหันขวับไปมองทันทีและมันคงเห็นสีหน้างงงวยของผมถึงได้ยอมขยายความต่อ "กูเจอมันเมื่อกี้ มันถามหามึงด้วยเลยคิดว่าดีกันแล้ว"



   "เปล่า..." ผมค้างไว้นิดหนึ่งแล้วพูดต่อ "...ไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่ตอนนั้น"



   คำตอบของผมทำให้ไอ้ทิมตกใจไม่น้อย มันถามย้ำอีกครั้งแล้วผมก็ตอบกลับไปเหมือนเดิม ท่าทางประหลาดใจของมันทำเอาผมเล่นใหญ่ต่อจากมันไม่ถูก แต่อันที่จริงก็ไม่ได้รู้สึกตกใจมากขนาดนั้นเพราะตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ไอ้นนท์ไล่กดไลค์ทุกรูปของผมในอินสตาแกรมที่มันไม่เคยกดไลค์ แถมยังแอดเฟสบุ้คของผมมาด้วย



   "งั้นมันจะถามหามึงทำไม" ผมเงียบ ไอ้ทิมจึงถามขึ้นมาว่า "...หรือมันอยากจะกลับมาดีกับมึง"



   มือที่กำลังจับปากกาชะงักไปนิดก่อนที่มันจะขยับต่ออย่างลื่นไหลเป็นปกติ ผมที่กำลังทำการบ้านของวิชาบ่ายอยู่ใต้คณะต้องแกล้งทำเป็นไม่สนใจคำพูดของเพื่อนมากนัก ใบหน้ายังก้มมองชีท สองไหล่ยกขึ้นเป็นเชิงว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ในใจกลับกำลังพิจารณาคำพูดของเพื่อน



   บอกตรงๆ ว่าผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน



   ทีแรกผมพยายามจะไม่เข้าข้างตัวเองแต่ไอ้การแจ้งเตือนตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ไหนจะเรื่องที่ไอ้ทิมเล่าเมื่อกี้อีก...หลักฐานมันมากพอที่จะทำให้ผมคิดแบบนั้นได้แล้วใช่ไหม



   "เฮ้อ" ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ถึงจะนั่งตรงข้ามกัน ไอ้ทิมคงไม่ได้ยินเพราะมันกำลังเล่นเกมโทรศัพท์อยู่อย่างเมามัน เรื่องของไอ้นนท์ไม่ได้รบกวนใจผมจนถึงขั้นไม่มีสมาธิทำอย่างอื่นแต่ทุกครั้งที่เห็นแจ้งเตือนมันก็ยอมรับว่าทำให้ผมสนใจอยู่เหมือนกัน...ผมแค่อยากรู้ว่ามันจะทำอะไรและทำแบบนี้ทำไม



   และถ้ารู้แล้ว...ผมจะทำยังไงต่อไปเหรอ



   ช่างแม่ง...เป็นคำที่ผมบอกตัวเองครั้งที่ร้อยเมื่อวกกลับไปคิดเรื่องไอ้นนท์ ไอ้ชมพู่เคยด่าผมว่าผมดีเกินไปหรือเปล่าที่ไม่เกลียดไอ้นนท์...นั่นสิ...มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่ผมโกรธไอ้นนท์มากก็จริงแต่เมื่อทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ถ้าถามผมตอนนี้ ผมไม่เกลียดมันนะ...แต่ผมก็ไม่ได้ลืมไงว่ามันเคยทำอะไรไว้



   "ไจ๋ มึงจะไปกินข้าวกับแพนป่ะ"



   "อืม ไป"



   ไอ้ทิมไม่ได้ละสายตาจากโทรศัพท์ด้วยซ้ำขณะที่ถาม ผมเองเมื่อตอบคำถามจบก็ก้มลงมาเขียนงานต่อ วันนี้แพนเรียนที่ตึกคณะและเลิกเรียนเที่ยงครึ่ง ผมก็รอน้องอยู่และก็รอไอ้ป้องกับไอ้ชมพู่เป็นเพื่อนไอ้ทิมด้วย สองคนนั้นก็เลิกเรียนเที่ยงครึ่งเหมือนกัน พวกมันเรียนโทตัวเดียวกันเลยตารางตรงกันเกือบทุกตัว ส่วนผมกับไอ้ทิมที่โทตัวเดียวก็เป็นแบบนั้น



   ผมทำการบ้านเสร็จแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นบ้าง ไถไปสักพักก็กดเข้า ROV แล้วเล่นกับไอ้ทิม เสียงสนทนาระหว่างผมกับเพื่อนกลายเป็นเรื่องเกมแต่เมื่อเกมแรกจบไป พวกผมกำลังจะกดเข้าเกมที่สองกลับมีเสียงทักดังแทรกขึ้นมา



   "เฮ้ยทิม มึงเรียน MK เซคอ.สุวดีตอนบ่ายป่ะ"



   ผมเห็นด้วยหางตาว่ามีคนมายืนอยู่ข้างโต๊ะยาวที่พวกผมนั่งอยู่ แม้คนๆ นั้นจะไม่ได้ทักผมแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมอง



   และคนที่ยืนอยู่คือรูมเมทเก่าของผมเอง



   "...เออ" ไอ้ทิมตอบแบบไม่เต็มเสียง มันคงจะตกใจไม่ต่างจากผม ตามันเหล่มาทางผมเล็กน้อยก่อนจะกลับไปมองคนที่ยืนอยู่ต่อ



   "วันนี้งดเซคนะ อาจารย์ฝากมาบอกคนที่เรียน"



   "อ่อเหรอ...ขอบใจๆ"



   "แล้วก็...."



   "หะ"



   "อาจารย์ทิ้งชีทใหม่ไว้ที่ร้านไก่ฟ้าอะ อย่าลืมไปซื้อนะ ใช้วันศุกร์"



   "อ่อ เคๆ แต๊งมาก"



   ผมก้มหน้ามองจอโทรศัพท์นิ่ง แม้นิ้วจะทำเป็นปัดขึ้นปัดลงแต่สายตาก็ไม่ได้โฟกัสสิ่งที่อยู่ในนั้นเลยสักนิด เสียงที่ได้ยินไม่ได้ต่างจากในความทรงจำแต่คงเพราะไม่ได้ยินกับหูนานเลยนึกไม่ออกตั้งแต่คำแรกที่เอ่ยว่าเป็นเสียงใคร ผมเลิกติดตามชีวิตของมันตั้งแต่ตอนที่ตั้งใจว่าจะตัดใจจากมันจริงจัง หลังจากนั้นผมก็แทบจะไม่เจอมันอีก มีเห็นหน้ากันบ้างแค่ผ่านๆ แต่ก็ไม่บ่อย ไม่รู้ว่าเพราะผมพยายามเลี่ยงไม่เจอมันและมันเองก็ไม่อยากเจอผมหรือเปล่า



   ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตอนนั้นที่ผมใกล้มันมากขนาดนี้แถมมันยังเป็นฝ่ายเดินมาเอง



   "ไง ไจ๋" เสียงทุ้มหล่อสมกับเป็นหนึ่งในเอ็มซีของมหาลัยทักทายผมด้วยท่าทางสบายๆ "สบายดีไหม"



   นิ้วมือของผมชะงักค้าง ไม่รู้ว่าคนอื่นจะสังเกตหรือเปล่าแต่ผมก็ทำเนียนละสายตาจากโทรศัพท์แล้วเงยหน้าไปสบสายตาคนที่เข้ามาทักทาย "สบายดี...มึงอะ?"



   "กูสบายดี" ไอ้นนท์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เห็นแบบนั้นแล้วผมก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเลยได้แต่ยิ้มตอบกลับไป หวังว่าจะไม่ดูเป็นยิ้มแหยๆ นะ



   หลังจากนั้นก็เกิดความเงียบระหว่างเราสามคนขึ้น ผมไม่พูดอยู่แล้ว ไอ้ทิมก็ทำหน้าเหรอหราเหมือนไม่รู้จะเอาไงกับสถานการณ์นี้ดี เหลือแต่ไอ้นนท์ที่ยังคงยิ้มได้ ทำหน้าเป็นเหมือนตอนมันเป็นเอ็มซีไม่มีผิด แต่มันก็คงจะรู้สึกได้ถึงความอึดอัดของทั้งผมและไอ้ทิมถึงได้ยอมโบกมือลา



   "กูมาบอกแค่นี้แหละ ไว้เจอกันวันหลังนะ"



   ไอ้นนท์หันไปทางไอ้ทิมก่อนจะเบนหน้ามาทางผม มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาโบกช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มการค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน มันยิ้มสวย...ต่อให้ไม่ได้เจอหน้ากันนานขนาดไหน รอยยิ้มของมันก็ไม่เคยเปลี่ยน และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเคยชอบมาก



   ผมยิ้มตอบอีกครั้ง โบกมือลามันนิดหน่อยแบบเงอะงะ แต่ทว่าวินาทีต่อมาที่เบนสายตาจากไอ้นนท์แล้วมองตรงไปข้างหน้า ถ้าเป็นซีนตลกมันคงเรียกว่าเป็นจังหวะซิทคอม แต่วินาทีนี้สถานการณ์ของผมมันเหมือนจังหวะละครน้ำเน่ามากกว่า



   ภาพที่ผมเห็น...คือแพนยืนมองผมโบกมือให้ไอ้นนท์อยู่ตรงนั้น



***
10
อุต๊ะะ ยังไงๆๆๆๆ
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด