บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 34 (25/04/11) [END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 34 (25/04/11) [END]  (อ่าน 195062 ครั้ง)

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 19 (1/03/11)
«ตอบ #210 เมื่อ02-03-2011 01:55:44 »

เฮ้อ...ปวดใจแทนอาซิง แต่ทำไงได้ เพราะ เสี่ยวเฟยอยู่ในฐานะจูเชว่ ถ้าเจ้าตัวไม่แกร่ง คงอยู่รอดไม่ได้~

คิดขำ ๆ ถ้าคืนนั้น อาซิงรุกเป็น ลีลาดี เทคนิคได้ ( ? ) ฉู่เหวินจือจะตกกระป๋องไหม? ย้ำว่าแค่คิดขำ ๆ อ่ะนะ o18

lovevva

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 19 (1/03/11)
«ตอบ #211 เมื่อ02-03-2011 03:29:25 »

 :sad4:เค้าไม่อยากกินมาม่าอ่ะ

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 19 (1/03/11)
«ตอบ #212 เมื่อ02-03-2011 09:56:43 »

ยิ่งสูง ยิ่งหนาวของแท้เลยนะเซินเฟย

อาซิงสู้ๆ

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #213 เมื่อ02-03-2011 12:48:05 »

-20-



เซินเฟนยืนมองเรือสำราญลำหรูซึ่งเป็นสมบัติส่วนตัวด้วยดวงตาเฉยเมย เรือลำนี้เป็นของขวัญจากซากุระให้กับเขาซึ่งเขาก็ไม่เคยได้ใช้งานจริงสักครั้ง ได้แต่ให้คนบำรุงรักษาเอาไว้ไม่ให้เสื่อมสภาพเท่านั้น

ท้องฟ้ายามราตรีพร่างพรายไปด้วยแสงดาวและเดือนกลับโดนข่มด้วยความสว่างไสวของดวงไฟจากลำเรือ เซินเฟยได้สั่งให้คนขึ้นไปตระเตรียมงานให้พรักพร้อม ทั้งพ่อครัว บริกร และการ์ดสำหรับดูแลความปลอดภัย แผนสำหรับคืนนี้ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก เพียงแค่รอผู้ที่ได้รับเชิญมากับพร้อมและออกเรือไปรอบ ๆ อ่าวราว ๆ ค่อนคืนจึงกลับฝั่ง ท้องทะเลแถบนี้เป็นอาณาเขตของจูเชว่ทั้งยังเป็นเวลากลางคืนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเรือประมงหรือเรือสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ที่จะมาพักของที่โกดังท่าเรือ

เขาคาดเดาไม่ออกว่าจือหยินและหลิงหลิงจะทำสีหน้าอย่างไรหากรู้ว่าตนเองจะต้องมาฉลองงานหมั้นเป็นการส่วนตัวกับจูเชว่บนเรือสำราญลำหรูซึ่งเป็นโอกาสอันหายากยิ่งสำหรับปุถุชนทั่วไป อาจจะทำสีหน้าตกอกตกใจ ตื่นเต้น หรือว่าเอาแต่เอ่ยขอบคุณไม่ขาดปากก็ได้ทั้งนั้น

เซินเฟยก้มลงมองนาฬิกา เหลือเวลาอีกนานกว่าที่จะถึงเวลานัด เขารู้สึกเสียอารมณ์เล็กน้อยที่คาดการณ์สภาพการจราจรบนท้องถนนผิดไป จึงมาถึงก่อนเวลาเสียนาน บนเรือมีคนวิ่งวุ่นไปมาอย่างอลหม่านเพาะยังจัดเตรียมข้าวของไม่เรียบร้อย คงจะมีใครสักคนขึ้นไปบอกกระมังว่าเขามาแล้ว คนที่ทำงานอยู่บนนั้นถึงได้ลนลานกันไปหมด หากงานออกมาไม่ดีคงต้องโทษคนปากสว่างที่หวังดีเกินเหตุ

“คุณเซินจะขึ้นไปรอบนเรือก่อนไหมครับ?”

เพราะบนท่าเรือไม่มีที่นั่ง หากยืนอยู่นาน ๆ ก็เกรงเจ้านายหงุดหงิด การ์ดคนหนึ่งจึงพินอบพิเทาเข้ามากระซิบถาม

“เดี๋ยวค่อยขึ้นก็แล้วกัน ฉันไม่อยากจะไปขัดแข้งขาพวกคนงาน” เซินเฟยโบกมือพลางปฏิเสธ

ลมทะเลพัดเข้าหาฝั่งเป็นระลอก แม้จะผ่านพ้นฤดูหนาวไปแล้วแต่เกาะเล็ก ๆ อย่างฮ่องกงก็ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลทำให้กระทั่งในตอนนี้ เซินเฟยก็ยังรู้สึกสะท้านกายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้แม้จะสวมสูทเต็มยศอยู่ก็ตามที ผู้ติดตามคนหนึ่งสังเกตเห็นอากัปกิริยานั้นได้อย่างว่องไว เจ้าตัวจึงนำเสื้อโค้ทตัวยาวที่เซินเฟยให้ถือไว้มาสวมคลุมทับบนไหล่ ทำให้เซินเฟยรู้สึกอุ่นขึ้นกว่าเดิม

“อาซิงไปไหน?” เพราะตั้งแต่ออกมาเขายังไม่เห็นอีกฝ่าย ตอนแรกคิดว่าจะมารอที่ท่าเรือแต่ก็ไม่เห็นเงาจนกระทั่งเวลานี้

“เลขาหวางขึ้นไปคุมงานบนเรือด้วยตัวเองครับ”

เซินเฟยพนักหน้ารับ

“ฉู่เหวินจือล่ะ?”

“จะตามมาตอนงานใกล้เริ่มครับ”

“เหลวไหลจริง ๆ” เซินเฟนเอ่ยตำหนิ ทั้งที่เป็นงานฉลองส่วนตัวที่เขาจัดขึ้นเองแท้ ๆ ฉู่เหวินจือยังกล้ารับงานกับเหล่าโหวแล้วยังมีหน้าบอกว่าจะตามมาสมทบทีหลังอีก

เด็กหนุ่มพรูลมหายใจออกมาแล้วมองไปรอบตัว การ์ดในชุดสูทสีดำยืนล้อมเขาเป็นกระจุก และกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของท่าเรืออีกหลายสิบคน บนเรือก็มีการ์ดประจำอยู่ที่ต่าง ๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อยทั้งบนท่า บนเรือ และในน่านน้ำ เซินเฟยไม่ใคร่ชอบการออกมาข้างนอกเพราะอย่างนี้ ไปไหนมาไหนครั้งหนึ่งก็ต้องพกขบวนบอดี้การ์ดไปด้วย กระทั่งตอนไปบริษัทเองก็มีรถวิ่งนำหน้าและตามหลังราว ๆ 5-6 คัน เพราะเป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก และเขาก็ขึ้นรถจากบ้าน ลงรถที่บริษัท ไม่ได้ออกจากบริเวณปลอดภัยเลยสักก้าวเดียว แต่สำหรับการออกมางานเลี้ยงหรือธุระส่วนตัวนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เพราะทั้งเส้นทางและบริเวณที่ทำธุระไม่ได้เป็นเส้นทางประจำที่มีการระแวดระวังสม่ำเสมอ จึงอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ การ์ดในวันนี้จึงมีจำนวนมากกว่าปกติประมาณ 3 เท่าตัว ทั้งนี้ทังนั้น เพราะพวกเขาเคยพลาดที่โกดังท่าเรือมาแล้วตอนเรื่องของเฉียนหยุน หัวหน้าการ์ดที่ทำหน้าที่ในวันนั้นถูกลดขั้นไปทำงานเล็ก ๆ ในแก๊งค์เพราะทำให้เขาบาดเจ็บแม้จะไม่ถึงขั้นอันตรายก็ตาม

เซินเฟยรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่ไม่ได้ไปงานหมั้นตามคำเชิญ เพราะแค่จำนวนการ์ดของเขาคงเทียบได้ครึ่งต่อครึ่งกับจำนวนผู้ร่วมงานเลยทีเดียว

หลังจากยืนนิ่งอยู่นาน เซินเฟยก็เริ่มรู้สึกเมื่อยขึ้นมาจริง ๆ แม้เขาจะเป็นคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอเมื่อมีโอกาส แต่เมื่อยืนนานเข้าก็ต้องเมื่อยขาบ้างเป็นธรรมดา กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า เขาเพียงหันกลับมาทางผู้ติดตามแล้วกล่าว

“ฉันจะกลับไปรอที่รถ”

“ครับ” ผู้ติดตามที่ทำหน้านี่รับคำสั่งข้างตัวเอ่ยรับคำแล้วโบกมือส่งสัญญาณบอกการ์ดรอบ ๆ ว่าเจ้านายจะกลับไปที่รถ กลุ่มคนที่ยืนนิ่งจึงเริ่มเคลื่อนไหวเดินเข้ามาโอบล้อมผู้เป็นนายแล้วเดินกันเป็นกลุ่มไปยังที่พวกเขาที่จอดรถเอาไว้

เซินเฟยขึ้นนั่งบนรถก่อนจะพรูลมหายใจออกมาอีกครั้ง เขาเปิดกระจกเอาไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเทด้วยขี้เกียจให้คนสตาร์ทเครื่องยนต์ กระนั้นร่างสูงใหญ่ของการ์ดที่เฝ้ารอบรถก็ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกมากนัก แต่เขาก็ต้องจำทนเพราะยังดีกว่าโดนปืนส่องหัวโดยไม่รู้ตัวเป็นไหน ๆ

ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความเรียบร้อยบนเรือ เพราะเมื่อหวางซิงลงมือคุมงานด้วยตัวเอง ทุกอย่างก็ต้องออกมาเรียบร้อยไร้ที่ติไม่ต้องสงสัย

หลังจากนั่งรออยู่นานพอสมควร เซินเฟยเกือบจะเผลอสัปหงกไปอยู่แล้ว ก็มีการ์ดคนหนึ่งเคาะบานกระตูรถเบา ๆ เซินเฟยเหลือบตาขึ้นมอง

“คุณฉู่มาแล้วครับ”

“ให้เข้ามา” เซินเฟยสั่งสั้น ๆ ครู่เดียวฉู่เหวินจือก็เปิดประตูรถเข้ามาพร้อมรอยยิ้มและกลิ่นสบู่หอมฟุ้งแสดงว่าอีกฝ่ายกลับไปอาบน้ำใหม่แล้วจึงตามมาที่ท่าเรือ

“ขอโทษที่มาช้าครับ”

“ไปอาบน้ำใหม่ด้วยหรือ?”

“ครับ พอดีเหงื่อออกเยอะไปหน่อยผมก็เลยคิดว่าอาบน้ำใหม่ดีกว่า” ฉู่เหวินจือแจกแจงเหตุผล แม้ว่ามันจะทำให้เขามาช้าไปสักหน่อยแต่ก็ดีกว่ามีกลิ่นตัว เซินเฟยเป็นคนจมูกค่อนข้างไวอยู่แล้ว ครั้งสุดท้ายที่เขาตัวเปียกเหงื่อเข้ามาในรถ เขาก็โดนไล่ออกไปนั่งรถการ์ดแทนในทันที

“ทำงานกับเหล่าโหวสนุกหรือเปล่า?” เซินเฟยถามเพื่อฆ่าเวลาโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรมากมาย

“สนุกดีครับ”

“ว่าไปสิ”

“ครับ วันนี้เหล่าโหวบอกว่าโรงงานผลิตยามีปัญหานิดหน่อยก็เลยไปดูด้วยกัน เห็นว่ามีปัญหาเรื่องการจัดเก็บและขนส่งยาบางล็อตทำให้ไม่ทันที่ลูกค้าต้องการน่ะครับ ทางโรงงานเองก็บอกว่ามีปัญหานี้มานานแล้ว ถึงจะผลิตเพิ่มล่วงหน้าแต่ก็เจอปัญหาเรื่องยาเสื่อมสภาพเพราะความชื้นเข้าอีก” ฉู่เหวินจือรายงานไปก็เห็นเรียวคิ้วของเซินเฟยค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน

เรื่องโรงงานนี้เขาเคยได้รับรายงานแล้วและส่งคนไปดูหลายครั้ง ปัญหากลับไม่หายไปเสียที เฉพาะเรื่องนี้ก็ทำให้ทางองค์กนเสียเครดิตพอสมควรแม้จะเป็นเพียงโรงงานเล็ก ๆ ก็ตาม

“แล้วยังไงอีก”

“ผมก็เลยขอแปลนโรงงานกับรูปแบบการจัดเก็บมาครับ”

“นายมีความรู้เรื่อง storage & logistic หรือเปล่า?” เซินเฟยถามขึ้นโดยมองออกไปนอกหน้าต่างและเคาะปลายนิ้วกับที่พักแขนติดประตูรถ “โรงงานนี้เป็นโรงงานขนาดเล็ก จัดการเรื่องคลังสินค้าค่อนข้างลำบากเพราะไม่มีพื้นที่ให้ขยับขยาย แล้วยังตั้งอยู่ติดทะเล แต่เพราะเป็นโรงงานที่ตั้งมานานแล้วก็เลยจัดการอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ก่อนหน้านี้ฉันเคยให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูให้ ก็แก้ปัญหาได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น”

“ผมคิดว่าควรลดกำลังการผลิตและลดปริมาณการขายครับ” ฉู่เหวินจือเอ่ยแนะนำ “โรงงานนี้เท่าที่ผมดูคงจะขยับขยายไม่ได้มากกว่านี้อย่างที่คุณเซินว่า จะเพิ่มเติมเครื่องจักรเข้าไปก็ทำไม่ได้ แล้วยังต้องเสริมเรื่องอุปกรณ์กันความชื้นจากทะเล ผมเลยคิดว่าถ้าลดกำลังการผลิตจะดีกว่า อีกอย่าง ตัวยานี้ก็ไม่ได้ขายดีมากมายอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ?”

“ก็ใช่” เซินเฟยเปลี่ยนท่ามาเท้าคาง “ฉันกำลังคิดจะปิดโรงงานเสียด้วยซ้ำไป”

“เรื่องนี้เหล่าโหวไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ”

“ใช่ เหล่าโหวบอกว่าถึงตัวยานี้จะมีคนสั่งลดลงเรื่อย ๆ แต่ก็ใช้โรงงานทำอย่างอื่นได้อีก ถึงอย่างนั้นฉันกลับเห็นว่าดึงดันต่อไปมีแต่จะทำให้เสียเปล่า เรื่องนี้ฉันจะคุยกับเหล่าโหวอีกที” เด็กหนุ่มตัดบท เรื่องโรงงานนี้เขาคร้านจะเข้าไปปรับปรุงแล้ว ในเมื่อไม่อาจทำประโยชน์ได้ทั้งยังสร้างแต่ปัญหา เขาก็คิดว่าปิดไปเสียจะดีกว่า เพราะพื้นที่ตรงนั้นยังสามารถทำอย่างอื่นได้อีกนอกจากเป็นโรงงาน

“ผมจะบอกเหล่าโหวตามนั้นครับ” ฉู่เหวินจือไม่ได้ทุ่มเถียงต่อ เพราะลึก ๆ เขาก็คิดเช่นเดียวกัน เพียงแต่โรงงานนั้นเหล่าโหวเป็นตัวตั้งตัวตีในการตั้งขึ้นเจ้าตัวจึงรู้สึกเสียดายหากจะต้องปิดไป

เซินเฟยก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ใกล้จะได้เวลาแล้วทางบนเรือก็น่าจะเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

เด็กหนุ่มกวักมือให้การ์ดคนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ

“ไปถามข้างบนว่าเรียบร้อยหรือยัง ถ้ายังก็เร่งมือหน่อยแต่อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาด” ว่าจบก็โบกมือให้ผู้รับคำสั่งไปแจ้งตามนั้น ไม่นานเจ้าตัวก็เดินกลับมา

“เลขาหวางบอกว่าเรียบร้อยแล้วครับ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะขึ้นไปรอข้างบน” เซินเฟยว่าจบ ผู้ติดตามคนหนึ่งก็เข้ามาเปิดประตูให้ เด็กหนุ่มก้าวลงโดยมีฉู่เหวินจือตามหลังไม่ห่าง

เรือสำราญลำหรูยังคงจอดเทียบอยู่ที่ท่าอย่างสงบนิ่ง แต่ตอนนี้แสงไฟบนเรือสว่างไสวยิ่งกว่าเดิม บ่งบอกว่าเตรียมพร้อมสำหรับการรับรองผู้มาเยือน เซินเฟยก้าวเดินขึ้นไปตามบันไดที่ถูกส่งลงมาจากด้านบน การ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลเรือบางส่วนเข้ามารุมล้อมทันทีที่เขาขึ้นมาถึง หวางซิงยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล ส่วนพ่อครัว แม่ครัว และบริกรชายหญิงก็ยืนเรียงหน้าอย่างเรียบร้อย

เซินเฟยเดินเข้าไปดูในห้องที่จะใช้รับรองจือหยินและหลิงหลิง

จาน ช้อน ส้อม แก้ว และภาชนะทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บนโต๊ะมีเชิงเทียนซึ่งจุดเทียนว่างไสวตั้งอยู่ เปิดแสงไฟเพียงสลัวราง ทำให้บรรยากาศดูนุ่มละมุ่นตาและสงบ เป็นบรรยากาศแบบที่เซินเฟยชอบ ไม่ต้องสงสัยว่าหวางซิงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดแต่งอย่างแน่นอน

วงดนตรีเครื่องสายจำพวก ไวโอลิน เชลโล และวิโอลาตั้งอยู่มุมหนึ่ง นักดนตรียืนขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้ามา เซินเฟยจึงทำมือเป็นสัญญาณให้นั่งลงก่อนจะเดินออกมา

“หมอจือกับคุณหลิงมาหรือยัง?”

“ยังเลยครับ แต่ส่งคนไปรับแล้ว” หวางซิงกล่าว เขาเพิ่งจะให้คนออกรถไปเมื่อครู่นี้โดยกำหนดระยะเวลาว่าจะมาถึงภายในครึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่นัดเอาไว้พอดี

“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลให้ดีก่อนจะถึงเวลาแล้วกัน” เซินเฟยเอ่ยสั่งหวางซิงก่อนจะเดินเลยไปทางกาบเรืออีกด้านหนึ่งซึ่งมองไปเห็นทะเล ลมทะเลพัดเรือนผมจนปลิวไสวขณะที่เซินเฟยต้องหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งเพื่อไม่ให้ลมพัดต้องดวงตามากเกินไป

หลาย ๆ ครั้ง เซินเฟยก็เคยคิดอยากยืนตากลมทะเลอย่างนี้เงียบ ๆ เสียงคลื่นกระทบกาบเรือเป็นจังหวะทำให้ใจรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก เป็นเพราะช่วงนี้มีแต่เรื่องเหนื่อยใจหรืออย่างไรนะ เขาถึงได้รู้สึกล้าราวกับเป็นคนแก่อย่างนี้ ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยรู้สึกเหนื่อยจนอยากหนีความวุ่นวายขนาดนี้มาก่อนเลย

หวางซิงได้แต่ยืนมองผู้เป็นนายอยู่ห่าง ๆ เขาไม่อาจเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ได้ดังแต่ก่อนอีกแล้ว จึงทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น

“จะไม่เข้าไปหรือครับ?”

ราวกับถูกอ่านใจ หวางซิงสะดุ้งตัวโยนหันมองเจ้าของเสียง

“คุณฉู่ ทีหลังอย่าเข้ามาเงียบ ๆ อย่างนี้อีกนะครับ” เลขาหนุ่มว่าแล้วทำหน้าดุ แม้มันจะดูไม่ได้ดุอย่างที่อยากแสดงออกเลยก็ตามที

“ช่วงนี้คุณเซินดูเหงา ๆ นะ เอ....แต่เพราะอะไรคุณถึงไม่กล้าเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ เหมือนเดิมนะ” ฉู่เหวินจือกลอกตาเหมือนพยายามคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้น หวางซิงรู้สุกเหมือนเป็นคนมีชนักปักหลัง เขากระสับกระส่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสบเข้ากับดวงตาทอยิ้มของฉู่เหวินจือ จึงรู้ว่าถูกกลั่นแกล้งเข้าแล้ว

“ผมจะลงไปรอหมอจือด้านล่าง” หวางซิงไม่อยากจะกลายเป็นตัวตลก และไม่อยากจะให้อีกฝ่ายคาดเดาอะไรได้มากเกินไปจึงรีบปลีกตัวหนีไป

“ทิ้งผมไว้กับคุณเซินจะดีหรือ?” เสียงของฉู่เหวินจือเรียกให้หวางซิงหันกลับมา

“....ถ้าคุณทำอะไรคุณเซินแม้แต่รอยขีดข่วน ผมไม่เอาคุณไว้แน่” เลขาหนุ่มขู่เสียงเข้มก่อนจะรีบเดินจากไป ฉู่หวินจือหัวเราะออกมา

“อย่างนี้สิถึงจะดูน่ากลัวจริง” เขาว่าเช่นนั้น

ฉู่เหวินจือเห็นมานานแล้วว่า หากเป็นเรื่องของเซินเฟยไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่หวางซิงจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนแทบทั้งหมด ทั้งยังเป็นเรื่องที่ทำให้อารมณ์ของหวางซิงหวั่นไหวปรวนแปรได้มากกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เจ้าตัวมักสุขุมใจเย็นอยู่เสมอ

เป้าหมายของฉู่เหวินจือนั้นไม่ได้มีความต้องการที่จะแยกหวางซิงกับเซินเฟยออกจากกัน กระนั้นผลที่เกิดขึ้นก็เหนือความคาดหมายอยู่มาก แม้ไม่อาจรู้ได้ชัดเจนแต่เขาก็คิดว่าคาดเดาได้ไม่ยากเย็นอะไรนัก จะมีสักกี่เรื่องที่ทำให้เซินเฟยโกรธจัดเสียขนาดนั้น ซ้ำยังฝืนเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเองให้เติบโตขึ้นจากเดิม ทั้งที่การกระทำเช่นนั้นทำให้จิตใจต้องแบกภาระขึ้นอีกเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นผลดีกับฉู่เหวินจือ ชายหนุ่มแย้มยิ้ม ดวงตาพราวระยับอย่างนึกถูกใจ

หน้าที่ของเขายังไม่จบลงง่าย ๆ…..

ฉู่เหวินจือเอามือล้วงกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังเซินเฟยอย่างเงียบ ๆ เขาจ้องมองแผ่นหลังเหยียดตรงนั้นอยู่เนิ่นนานโดยเจ้าของไม่ได้รู้สึกถึงการมาของเขา เวลาที่อยู่ตามลำพังอย่างนี้เซินเฟยมักจะลดการป้องกันตัวลงแทบทั้งหมด ง่ายดายยิ่งนักต่อการปองร้าย แค่เพียงยื่นมือออกไปก็สามารถสังหารผู้ยืนอยู่เหนือบัลลังก์หงส์แห่งฮ่องกงได้โดยไม่มีใครทันรู้ตัว

ฉู่เหวินจือก้าวเท้าเข้าไปโดยไร้สุ้มเสียง ก่อนยื่นมือออกไปข้างหน้า อีกเพียงนิดเดียวก็จะสัมผัสแผ่นหลัง....

ชายหนุ่มแย้มยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้าใกล้ขึ้นและวางมือลงไปบนกาบเรือโดยคร่อมร่างของเซินเฟยไว้ตรงกลางและไม่มีส่วนใดของร่างกายสัมผัสกันเลย

“มีอะไร?” เซินเฟยสามารถรู้ได้ว่าใครกันที่กล้ากระทำอุกอาจโดยไม่ต้องหันไปมอง

“ยืนแบบนี้ไม่หนาวหรือครับ?” ฉู่เหวินจือเอ่ยถามประชิดใบหู

เซินเฟยเหลือบมองอีกฝ่าย การที่ถามเช่นนี้ด้วยท่าทางแบบนี้มีเป้าประสงค์ให้เดาไม่มากนัก จริงอยู่ว่าการที่ฉู่เหวินจือมาคร่อมอยู่จะสามารถให้ความอบอุ่นได้ แต่เขาเองก็มีเสื้อโค้ทอยู่บนตัวแล้ว ซ้ำหากใครมาเห็นภาพนี้เข้าคงจะไม่ดีเป็นแน่

“ถอยออกไป”

ฉู่เหวินจือหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ถือสาคำสั่งอันเย็นชาก่อนจะถอยออกไปโดยดี

“ไม่มีธุระอะไรก็อย่ารบกวนฉันบ่อยนัก” เซินเฟยกระชับเสื้อโค้ทบนไหล่ด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจที่ถูกทำลายความสงบอันหาได้ยากยิ่ง

“ผมแค่กังวลว่าคุณเซินอาจโดยปองร้าย” คำพูดของฉู่เหวินจือเป็นคำที่ฟังมีเหตุผลเซินเฟยจึงไม่ได้ต่อว่าอะไร เขาเขม่นมองไปยังผืนน้ำสีดำสนิท

“ไม่มีเรือรอบ ๆ นี้ การ์ดของฉันคอยดูแลท่าเรือกับชายฝั่งอยู่”

“ถึงอย่างนั้นก็วางใจไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ?”

เซินเฟยพยักหน้ารับ

“งั้นนายก็มายืนข้าง ๆ ฉันแล้วกัน”

ฉู่เหวินจือยิ้มกว้างทันที ก่อนก้าวเข้าไปยืนเท้ากาบเรืออยู่ด้วยกันและทอดสายตาไปยังท้องน้ำสีดำเบื้องหน้า

ความเป็นจริงแล้ว แม้การ์ดจะไม่อยากรบกวนความสงบของเจ้านายก็จะคอยสังเกตอยู่ใกล้ ๆ ตลอด ถึงจะมีเรือมือสังหารเข้ามาใกล้ก็จะต้องมองเห็นก่อนถึงตัวแน่นอน กระนั้นเซินเฟยก็คร้านจะไสส่งฉู่เหวินจือไปไกล ๆ ตราบใดที่มือยังไม่ระราน เซินเฟยก็ไม่นึกเดือดร้อนมากนัก

------------------------->

หวางซิงเดินลงมาข้างล่างด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนัก คอยพะว้าพะวงอยู่ตลอดว่าเซินเฟยจะโดนฉู่เหวินจือทำอะไรหรือไม่ แต่เวลานี้การ์ดบนเรือมีจำนวนมากกว่าการ์ดด้านล่าง น่าจะกระจายกันทั่วมากพอที่จะเห็นเซินเฟยอยู่ในสายตาตลอดเวลา และฉู่เหวินจือคงไม่กล้าทำอะไรรุ่มร่ามเป็นแน่ ถึงแม้จะคิดแบบนั้น หวางซิงก็ยังอดรู้สึกเป็นกังวลตามวิสัยไม่ได้อยู่ดี
เมื่อหวางซิงเดินไปถึงจุดที่จอดรถ เขาก็พบว่ารถคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา เขม่นมองแล้วก็พบว่าเป็นรถของการ์ดจึงเดินเข้าไปใกล้

“ขอโทษที่มาช้าครับ” จือหยินรีบเดินลงมาเมื่อรถจอดสนิทดีแล้วและพยุงหลิงหลิงที่เลิกใช้ไม้เท้าแล้วลงจากรถ

“คุณหลิงหลิงเดินเองได้แล้วหรือครับ?” หวางซิงเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวลงมายืนโดยไม่มีไม้เท้าพยุงตัว

“เดินพอได้แล้วค่ะ แค่ต้องระวังเวลาสะดุดเท่านั้นเอง” หลิงหลิงตอบพลางยิ้มหวานเกาะแขนจือหยิน บนนิ้วนางของเธอมีแหวนสวมอยู่วงหนึ่ง ไม่ต้องคาดเดาก็รู้ได้ว่าเป็นแหวนหมั้นอย่างแน่นอน และบนนิ้วของจือหยินก็คงจะมีวงที่เหมือนกันอยู่

“ยินดีด้วยนะครับ” หวางซิงเอ่ยตามมารยาท “คุณเซินกำลังรออยู่ เชิญทางนี้ครับ”


ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #214 เมื่อ02-03-2011 12:48:42 »

จือหยินและหลิงหลิงมองหน้ากันเล็กน้อยแล้วยิ้มให้กันก่อนเดินตามหลังหวางซิงไป

“จัดบนเรือสำราญอย่างนี้น่าตื่นเต้นจังนะคะ ฉันยังไม่เคยขึ้นเรือสำราญเลยสักครั้ง” หลิงหลิงทำเสียงตื่นเต้นตามคำพูดอย่างไม่ปิดบัง ด้วยนิสัยเปิดเผยเช่นนี้ทำให้หวางซิงนึกเอ็นดูอยู่ในใจพลางนึกเสียดายที่รอบตัวเซินเฟยไม่อาจหาคนเปิดเผยจริงใจอย่างนี้ได้เลย

เมื่อพวกเขาเดินมาถึงท่าเรือ จือหยินและหลิงหลิงก็ทำตาโตเมื่อเห็นเรือสำราญขนาดย่อมจอดอยู่ตรงหน้า แม้จะไมได้ใหญ่โตหรูหราแบบที่เห็นในโทรทัศน์เพราะเป็นเพียงเรือสำราญส่วนตัว ไม่ใช่เรือสำราญสำหรับโดยสาร แต่ในสายตาคนธรรมดาอย่างทั้งสองก็นับว่าตระการตามากแล้ว หัวใจในอกเต้นรัวแรงอย่างตื่นเต้นระคนปลาบปลื้มใจ โอกาสที่จะได้สัมผัสความหรูหราใอย่างนี้คงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิต จือหยินเอง เมื่อเห็นว่าคนรักดูมีความสุขก็หัวใจพองโตไปอีกเท่าตัวหนึ่ง

หมอหนุ่มบีบมือคนรักเบา ๆ แล้วยิ้มให้ หลิงหลิงเองก็ยิ้มให้คู่หมั้นอย่างมีความหมาย

บุคคลทั้งสองเดินตามหวางซิงไปทีละก้าว รู้สึกราวกับอยู่ในฉากหนังใหญ่ที่คู่รักกำลังเข้าสู่ฉากซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความหอมหวาน ทว่า...ในวินาทีแห่งความปิติและตื่นเต้นนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีใครทันคาดคิด

เสียงตูมดังก้องจากเบื้องหน้าสะเทือนไหวไปถึงแผ่นฟ้า

ทุกคนที่อยู่บนท่าได้รับผลจากแรงสะเทือนนั้นจนกระเด็นถอยไปหลายก้าว จือหยินและหลิงหลิงที่อยู่ห่างไปมากยังถูกผลักไปไกล

จือหยินลืมตาขึ้นมองว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สะท้อนภาพเบื้องหน้าที่แตกต่างจากวินาทีก่อนห้านี้โดยสิ้นเชิง

เรือสำราญที่จอดสงบนิ่งอยู่ริมท่าบัดนี้ลุกไหม้ไปด้วยกองเพลิงโชติช่วง เศษเหล็กถูกแรงระเบิดผลักให้กระจายอกเป็นชิ้น ๆ ร่วงลงไปในน้ำ สีแดงฉานของไฟพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนทำให้รอบด้านมีแต่สีแดงส้มแผ่ไปทั่วราวกับรัศมีของห้วงนรก

จือหยินเผลอกลั้นหายใจ หัวใจคล้ายจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองไม่อาจรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ว่ายังมีคนที่ตกใจยิ่งกว่า

ทันทีที่หวางซิงตั้งสติได้ เขาก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาลำเรือที่อยู่ท่ามกลางกองไฟ การ์ดที่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวรีบขวางเขาเอาไว้ทันที

“คุณเซิน! ปล่อยฉันนะ! รีบไปช่วยคุณเซินสิ!” หวางซิงตะโกนร้องและพยายามดิ้นรนจากวงบอดี้การืดที่เข้ามากรุ้มรุมไม่ยอมปล่อยให้หวางซิงวิ่งเข้าไปหาความตาย

เสียงร้องเรียกชื่อผู้เป็นนายดังก้องบาดลึกลงไปในใจของทุกผู้ที่ได้ยิน ทว่า....ไม่มีใครแม้สักคนจะกล้าท้าความตายเข้าไปดูว่าเจ้าของนามนั้นอยู่ที่ใดในกองเพลิง....

หวางซิงถูกลากตัวออกมาโดยไร้เรี่ยวแรงต่อสู้ การ์ดจำนวนหนึ่งต้องล็อคตัวเขาเอาไว้จนแน่นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดสั้นตามเจ้านายไปด้วย ในที่สุดเมื่อสิ้นไร้หนทาง หวางซิงก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งรากวับว่าวิญญาณในร่างของเขาได้หลุดลอยออกไปพร้อมเสียงระเบิดนั้นแล้ว....

------------------------->

ชั่วโมงต่อมา รถตำรวจและรถดับเพลิงก็มาถึง เนื่องจากเรือยังจอดเทียบท่าจึงต้องทำการควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน โชคดีที่รอบ ๆ นั้นไม่มีอะไรที่สามารถลุกติดไฟได้ จึงไม่มีใครเป็นอันตราย

หลังจากไฟบนเรือดับลงแล้ว หน่วยกู้ภัยก็ทำการช่วยเหลือผู้ที่อยู่รอบ ๆ และลงไปกู้ศพ

มีคนรอดมาไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นคนที่อยู่ห่างจากหัวเรือซึ่งเกิดการระเบิด ซากศพบางส่วนร่างกายฉีกขากระจัดกระจาย หากว่าไม่เป็นเวลากลางคืน บัดนี้ผืนน้ำอาจแดงฉานไปด้วยสีเลือด

มู่อี้จิงและสารวัตรหรงมาถึงที่เกิดเหตุช้ากว่าที่คิดเพราะเหตุการณ์ที่เกิดชึ้นส่งผลต่อการจราจร ทั้งสองยืนมองซากเรือด้วยสีหน้าเคร่งเครียดถมึงทึง พวกเขาต่างรับรู้ได้โดยไม่ต้องสื่อสารกันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อีกแล้ว

จูเชว่โดนลอบฆ่าด้วยการระเบิดเรือ!

มู่อี้จิงเผลอกำมือแน่น ไม่คาดคิดว่าคนรอบคอบอย่างเซินเฟยจะถูกลอบกัดเอาอย่างนี้ ก่อนหน้าที่ถูกลอบยิงถือว่าสะเพร่าแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่สะเพร่าธรรมดา เขาสามารถคาดเดาได้ด้วยประสบการณ์ เรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังและลงมือโดยคนในอย่างแน่นอน

หลังจากกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็คว้าตัวพยาบาลที่กำลังวิ่งผ่านคนหนึ่งไว้

“เจอศพเด็กผู้ชายไหม?”

“เด็กผู้ชายอะไรครับ?” บุรุษพยาบาลถามหน้าตื่น ทำท่าเหมือนอยากรีบจบบทสนทนาเพราะยังมีคนบาดเจ็บอีกมากรอการเยียวยาปฐมพยาบาลก่อนส่งให้หมอ

“เด็กอายุ 18 มีใครที่ดูเหมือนเด็กอายุ 18 หรือเปล่า!?” มู่อี้จิงกระชากคอเสื้อแล้วตะคอกจนแทบจะเป็นการตะโกน

“ไม่มีเลยครับ” บุรุษพยาบาลตอบก่อนรีบวิ่งจากไปเมื่อถูกปล่อยตัว

สารวัตรหรงตบบ่ามู่อี้จิงหนัก ๆ

“ใจเย็นไว้ เราไปดูคนที่รอดกันก่อนเถอะ จูเชว่อาจจะยังไม่ได้ขึ้นเรือก็ได้”

“ครับ” มู่อี้จิงสูดลมหายใจเข้าลึก ความจริงเขาอยากจะถามถึงหวางซิงด้วย แต่หากสารวัตรหรงบอกว่าจูเชว่อาจจะยังไม่ขึ้นเรือ หวางซิงก็น่าจะยังอยู่บนท่าเช่นกัน

ทั้งสองเดินไปยังจุดที่ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ กวาดตามองอยู่นานก็ไม่เห็นเซินเฟยหรือหวางซิงเลย

“นี่ นายน่ะ” มู่อี้จิงเดินไปหาการ์ดคนหนึ่งที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด “จูเชว่กับเลขาหวางอยู่ที่ไหน?”

ทันทีที่โดนถาม ใบหน้าของการ์ดก็ซีดเผือดและพลันเปลี่ยนเป็นคล้ำเครียด

“ท่านจูเชว่......อยู่บนเรือครับ”

มู่อี้จิงเผลอกลั้นหายใจ เขาแข็งค้างไป รู้สึกได้ว่าปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบเหมือนถูกแช่แข็ง

“แน่ใจนะว่าตอนนั้นจูเชว่อยู่บนเรือ?” สารวัตรหรงที่ใจเย็นกว่านั่งลงถามเพื่อความแน่ใจ อีกฝ่ายพยักหน้าเอาจริงเอาจัง “แล้วมีใครอยู่อีกบ้าง?”

“การ์ดประมาณ 70 % ครับ ส่วนเลขาหวางกับหมอจือและคู่หมั้นอยู่ข้างล่าง”

สารวัตรหรงพยักหน้ารับ ส่วนมู่อี้จิงเมื่อได้ยินว่าหวางซิงไม่ได้อยู่บนเรือก็รีบกระชากคอเสื้อรบเร้าทันที

“เลขาหวางอยู่ไหน! ตอนนี้อยู่ที่ไหน!” ความร้อนรนของมู่อี้จิงทำให้สารวัตรหรงต้องรีบเข้าปรามแล้วดึงอีกฝ่ายออกมาจากคนเจ็บ การ์ดหนุ่มผู้ทำหน้าที่ดูแลชายฝั่งไอออกมาสองสามครั้งก่อนจะรวบรวมสติตอบ

“ผมเห็นเลขาหวางเดินไปทางนั้น”

มู่อี้จิงไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปตามที่อีกฝ่ายชี้ทันที ส่วนสารวัตรหรงกลับสะดุดใจกับชื่อของคนที่ไม่น่าอยู่ที่แบบนี้เสียมากกว่า เขานั่งลงตรงหน้าคนเจ็บอีกครั้ง

“หมอจือกับคู่หมั้นหรือ? พวกเขามาที่นี่ทำไม?”

“ผมได้ยินว่า ท่านจูเชว่ต้องการจัดงานฉลองให้ทั้งสองคนเป็นการส่วนตัวเพราะหมอจือทำงานให้กับตระกูลเซินมาหลายปีครับ” การ์ดหนุ่มตอบตามตรงเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร อีกทั้งสารวัตรหรงก็รู้จักมักจี่กับเซินเฟยอย่างดี ถึงจะเล่าหมดเปลือกเท่าที่การ์ดปลายแถวอย่างเขารู้ก็ไม่ส่งผลเสียหายอะไรกับจูเชว่หรือตระกูลเซินอยู่ดี กระนั้นสารวัตรหรงกลับลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด

“มีคนรู้เรื่องนี้มากแค่ไหน?”

“ไม่มากครับ แค่คนในบ้านกับพวกผม แล้วก็....”

“หมอจือกับคู่หมั้น” สารวัตรหรงเสริมแล้วพยักหน้าก่อนเอ่ยขอบคุณแล้วลุกขึ้นยืน เขารู้สึกทะแม่งกับเรื่องนี้ ไม่ใช่โอกาสจะมีง่ายนักที่จูเชว่คนนี้จะจัดงานส่วนตัวให้ใครบางคน ซ้ำยังให้รู้กันเฉพาะคนใน แต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นทั้งที่มีการตรวจตราอย่างดี มันจะบังเอิญถึงขนาดนี้เชียวหรือ?

--------------------------->

หวางซิงยืนมองซากเรือเหมือนคนไร้วิญญาณ สายตาอันว่างเปล่าทอดออกไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าตนเองยืนอยู่ตรงนี้นานเท่าใดแล้ว เขาเห็นมีการกู้ซากศพและคนเจ็บขึ้นมาจากน้ำคนแล้วคนเล่า แต่ไม่ว่าจะมองหาอย่างไรก็ไม่ปรากฏเงาของเซินเฟยให้เห็น ซึ่งใจหนึ่งก็ดีใจที่หวังได้ว่าอาจจะยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อกู้คนเจ็บขึ้นมาหมดแล้วก็ยังคงไม่พบทำให้ใจของหวางซิงยิ่งฝ่อลงกว่าเดิม จนตอนนี้สิ่งที่กวาดขึ้นมาได้เหลือแต่เศษเนื้อ กระดูก และซากเรือ หวางซิงก็ยังยืนรอคอยด้วยความหวัง

สัมผัสอุ่นวางทาบลงบนไหล่ หวางซิงไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ข้างหลัง

“คุณหวาง” มู่อี้จิงเอ่ยเรียกอย่างระมัดระวัง หวางซิงจึงเพิ่งจะรู้สึกตัวและค่อย ๆ หันมามองผู้มาเยือนอย่างเลื่อนลอยไร้จิตวิญญาณ มู่อี้จิงใจหายวาบเมื่อเห็นดวงตาที่ว่างเปล่า เขาจับต้นแขนของหวางซิงด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะบีบหนัก ๆ ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ทว่า ทันใดนั้นหวางซิงกลับเบ้หน้ารากวับเจ็บปวด

มู่อี้จิงชักมือกลับด้วยความตกใจ มือของเขาเปื้อนเลือดสีแดงฉานและแขนเสื้อของหวางซิงก็เช่นกัน

“คุณบาดเจ็บ....”

“ผมหรือ.....ผมไม่ได้......” หวางซิงตอบกลับเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“คุณหวาง มองผมสิ” มู่อี้จิงเขย่าอีกฝ่ายเบา ๆ เพื่อเรียกสติ หวางซิงปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบขึ้นมองใบหน้าอีกฝ่ายและน้ำก็ค่อย ๆ ไหลกลิ้งลงมาจนอาบแก้ม อกของมู่อี้จิงหนาววูบในทันที เขารีบดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดจนแน่นโดยระวังต้นแขนที่บาดเจ็บและลูบไหล่ลูบหลังปลอบจนกระทั่งได้ยินเสียงสะอื้อฮักดังออกมา เสื้อของเขาถูกขยุ้มจนแน่นด้วยมือของหวางซิงก่อนที่จะซุกหน้าเข้ากับบ่าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่นึกอายใคร

“ผมน่าจะอยู่บนเรือด้วย....ทำไมผมถึงไม่อยู่ตรงนั้น....” หวางซิงพูดเจือเสียงสะอื้น

“อย่าพูดบ้า ๆ น่า ถึงคุณจะอยู่ตรงนั้นก็ทำอะไรไม่ได้หรอก” มู่อี้จิงไม่รู้จะปลอบอย่างไรจึงได้แต่พูดออกมาอย่างนี้ “ผมถามดูแล้ว ไม่มีใครเจอศพของจูเชว่ แสดงว่าเขายังมีโอกาสรอด”

“แต่ว่า......” หวางซิงยิ่งสั่นสะท้านมากขึ้น เขารู้สึกเหมือนหลอดลมตีบตันไปชั่วครู่ทำให้พูดอะไรไม่ออก สมองของเขาคอยแต่จินตนาการถึงร่างอันแหลกเหลวนับชิ้นไม่ได้ของเซินเฟย ทันใดนั้นก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากอาเจียน เขาอยากจะควักสมองเจ้ากรรมออกมาคั้นความคิดชั่ว ๆ นั่นจริง ๆ

“เรื่องนี้ผมจะต้องสืบให้กระจ่างให้ได้ จะตามตัวเจ้านายของคุณให้เจอด้วย” มู่อี้จิงให้คำสัญญา หวางซิงเงยขึ้นมองด้วยน้ำตานองหน้า เขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งอยู่เช่นนั้นด้วยร่างอันสั่นเทา มู่อี้จิงเห็นว่าอีกฝ่ายยอมผ่อนตามแล้วจึงฉวยโอกาสรั้งให้ตามไปยังจุดปฐมพยาบาลเพื่อทำแผลที่ต้นแขน แต่สายตาของเขากลับยังคงสะท้อนภาพซากเรือที่ถูกระเบิด คนที่กล้าทำเรื่องนี้ลงไปคงไม่ได้คำนึงถึงผลร้ายแรงที่จะตามมาเลย หากจูเชว่ตายไปอย่างนี้ฮ่องกงต้องระส่ำระสายแน่

มู่อี้จิงเม้มปาก เขาคาดเดาถึงความวุ่นวายหลังจากนี้ได้ไม่ยากสักนิด การแก่งแย่งอำนาจในองค์กรจะทำให้คนตายอีกมาก ดังนั้นก่อนที่จะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น เขาจะต้องลากตัวคนที่ทำเรื่องนี้ออกมาสำเร็จโทษและหาตัวจูเชว่ให้เจอแม้จะต้องควานขึ้นมาจากนรกก็ตาม

TBC

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #215 เมื่อ02-03-2011 13:09:25 »

เค้าหายไปไหนกันหละสองคน

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +684/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #216 เมื่อ02-03-2011 13:10:08 »

เอาแล้วไง
คุณเซินหายตัวไปไหนกันนะ
คิดว่าฉุ่เหวินจือน่าจะช่วยไว้ได้นะ คิดว่าแบบนั้น...

ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +526/-20

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #218 เมื่อ02-03-2011 19:07:37 »

งานนี้ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง คือ แม่นางหลิงหลิง แต่ตำรวจจะจับไต๋ได้รึเปล่า?
เสี่ยวเฟยกับตาฉู่คงไม่ตายหรอก ( ก็ตัวเอกนี่ ) แต่ปลอดภัยแค่ไหน? กลับได้เมื่อไร? ต้องรอลุ้นอีกแล้ว
สงสารอาซิง แต่เจอฉากปลอบใจของมู่อี้จิงแล้วอยากจะกรี๊ด อบอุ่นแต่แมนโคตร ๆ  :กอด1:

lovevva

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #219 เมื่อ02-03-2011 19:23:59 »

 o18อย่าบอกนะว่าหลิงหลิงเป็นคนทำน่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
« ตอบ #219 เมื่อ: 02-03-2011 19:23:59 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sam3sam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-4
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #220 เมื่อ02-03-2011 19:57:47 »

กอดปลอบใจหวางซิงแน่นๆเลยนะคุณมู่ :z1:

ลุ้นๆ ว่าใครเป็นคนลอบวางระเบิด
ลุ้นๆ ว่าเค้าาหายไปด้วยกันแล้วจะสวีทหวานกันรึป่าว

ลุ้นๆๆๆๆ :pig4:

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #221 เมื่อ03-03-2011 10:03:46 »

แม่นางหลิงหลิง น่าจะเป็นลูกสาวของเฉียนหยุน หรือเปล่านะ ที่เรียนที่เมืองนอกอ่ะ
เธอมาแก้แค้นให้พ่อเธอแน่ๆ อิตาฉู่น่าจะรู้จักถึงตามไปดูเชิงที่โรงพยาบาลอย่างนั้น

หวังว่าอิตาฉู่จะช่วยเฟยเฟยไว้ได้นะ

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #222 เมื่อ03-03-2011 13:32:34 »

ขณะนี้คอมผู้เขียนไปสวรรค์เรียบร้อยเพราะไฟกระชากซะแรมเจ๊ง= ="
ดังนั้นวันนี้งดอัพนะคะ หวังว่าพรุ่งนี้ช่างจะเอาแรมที่ไปเคลมมาเปลี่ยนให้......

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +684/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #223 เมื่อ03-03-2011 14:37:22 »

อ่า เสียดายจัง
แต่ก้รอค่ะ อิอิ

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #224 เมื่อ03-03-2011 18:13:46 »

ภาวนาให้ได้ RAM ตัวใหม่โดยเร็วนะค่ะ~:a11:

ออฟไลน์ yakusa

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #225 เมื่อ04-03-2011 01:24:28 »

^
^

  กด  like 100 ที  RAM จงมา

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #226 เมื่อ04-03-2011 10:16:39 »

แรมมาเร็วๆนะ  ใจจะขาดแล้ว อยากอ่านต่อเร็วๆ

mete

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #227 เมื่อ05-03-2011 09:44:14 »

อ๊ากกกกกกกกก

ค้างมาก

หวังว่าคนแต่งคงไม่อยู่บนเรือด้วยนะคับ(ล่อเล่นคับ อย่าโกรธกันน่า)

มารอลุ้นคับ

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7046
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #228 เมื่อ05-03-2011 09:46:00 »

อาหลิงต้องเป็นหล่อนแน่

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +684/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #229 เมื่อ05-03-2011 11:43:01 »

เข้ามารอค่ะ
Ram มาด่วนนน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
« ตอบ #229 เมื่อ: 05-03-2011 11:43:01 »





ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #230 เมื่อ05-03-2011 16:50:06 »

คิดถึงเฟยเฟย กะอาซิงแล้ว
มาเร็วๆนะ

ออฟไลน์ ycrazy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 493
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #231 เมื่อ06-03-2011 18:17:51 »

 :m31: :m31:หลิงหลิงแน่เลยยยยยยยย

ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +526/-20
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #232 เมื่อ06-03-2011 18:33:57 »

 :z2:

คนเขียนหายไปไหนนน

เต้นรอ

ออฟไลน์ pu4755

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #233 เมื่อ07-03-2011 15:04:35 »

เฟย เฟย หายไปหนาย  มาด่วน

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9835
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #234 เมื่อ07-03-2011 18:34:56 »

เข้ามารอเฟยๆ ด้วยความคิดถึง :กอด1:

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-3
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #235 เมื่อ07-03-2011 23:21:45 »

อ่านแล้วลุ้นเหมือนดูหนังมาเฟียฮ่องกงอะไรอย่างนั้นทีเดียวครับ

ชอบมากๆเลย รออ่านตอนต่อไปครับ

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-5
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #236 เมื่อ08-03-2011 00:24:53 »

แย่แน่ๆๆใครมันช่างกล้าลอบวางระเบิด


เซินเฟยจะเป็นไงบ้างเนี่ย

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +684/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #237 เมื่อ08-03-2011 10:15:39 »

เข้ามานั่งรอค่า

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #238 เมื่อ08-03-2011 11:51:51 »

รอ.............................................................

ออฟไลน์ pu4755

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 20 (2/03/11)
«ตอบ #239 เมื่อ08-03-2011 14:33:01 »

รอ.............



ต่อ.......................




ไป.................................





เฟย เฟย   

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด