...จอมร้าย...ตอนพิเศษ ของขวัญ ม.ม้า...หน้า 142 (24/12/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...จอมร้าย...ตอนพิเศษ ของขวัญ ม.ม้า...หน้า 142 (24/12/2020)  (อ่าน 1580513 ครั้ง)

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษ
ขนมน่ารักมาก สุขภาพจิตดีเยี่ยม
ครอบครัวนี้เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้ดีจริง ๆ

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
โฮ่
เด็กชายหนมแสบจริงๆ
ยกให้ไปเป็ยลูกของขวัญเลยท่าจะเวิร์คนะ 5555

ออฟไลน์ sam3sam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-4
ขนมพูดเก่งจริงๆ ขนมก็คือของขวัญภาคเด็กน้อยใช่มั้ยเนี่ย :laugh:
อ่านตอนนี้แล้วสงสารและแอบฮาข้าวบาๆ :กอด1:
อิพี่โตดูแลของขวัญดีเกินไปแล้วนะ รู้สึกอิจฉาของขวัญจริงๆ :ling1:

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3881
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13
ขนมแสบเหมือนใครกันน๊า

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
ยังเป็นครอบครัวที่น่ารัก และอบอุ่นอยู่เสมอเลยค่าา  :L2:

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1538/-8
ครึ่งหลังจ้า
…………………………………………………….



   และเพราะถือว่าการมาเที่ยวเขาใหญ่ครั้งนี้คือการมาพักผ่อน หลังจากมื้อเช้าผ่านพ้นไปแล้ว จักรกฤษณ์ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำมาทั้งปีเลยถือโอกาสแวบเข้าไปนอนกลางวัน พร้อมด้วยลูกชายอีกสามที่ตามไปป่วนบิดาถึงเตียง แต่สุดท้ายก็หลับกันถ้วนหน้า ส่วนคุณชัยและคุณพัชรีปลีกตัวเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อของสดสำหรับมื้อกลางวัน บ้านพักทั้งหลังเลยเหลือเพียงจอมขวัญและอธิปที่ออกมานั่งเก้าอี้ผ้าใบรับลมเย็นจากชายป่าที่บริเวณเฉลียง



   “พี่โตว่า…ขนมมันเห็นแม่มันจริงๆมั้ย” อธิปหันมองคนที่กำลังกินขนมถุง สายตาเหม่อมองไปยังชายป่าจุดที่หลานชายบอกว่าเห็นแม่ตัวเองเมื่อคืน



   “อืม…เขาว่ากันว่าเด็กมักจะเห็นอะไรที่ผู้ใหญ่ไม่เห็น” อธิปตอบกลางๆ จะบอกว่าหลานชายโกหก ขนมก็ไม่ใช่เด็กแบบนั้น จะบอกว่าหลานชายตาฝาด เขาก็คิดว่าเด็กที่ชอบสังเกตสังกาแบบนั้นไม่น่าจะตาฝาด แต่…ถ้าขนมเห็นแล้วทำไมจักรกฤษณ์ที่นั่งอยู่ด้วยกันเมื่อคืนถึงไม่เห็นล่ะ



   “แต่…ขวัญก็ไม่เคยเห็นพ่อแม่ขวัญนะ” 



จอมขวัญเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่ยังเรียนมัธยม ตอนนั้นที่รู้ว่าเหลือแค่ตัวคนเดียว เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรนอกจากนั่งกอดเข่าเอาหน้าซุกอยู่มุมห้อง เขาตั้งคำถามซ้ำๆว่าจะต้องทำยังไง เขาจะอยู่แบบไหน ในเมื่อไม่มีพ่อมีแม่แล้ว เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว แต่…สามีภรรยาคู่หนึ่งกลับปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของเขา คุณพัชรีกับคุณชัยมาบ้านเขาทันทีที่รู้ข่าว และทั้งสองคนช่วยเหลือทุกอย่างตั้งแต่งานศพไปจนกระทั่งรับเขาไปเลี้ยงดู



   แม้สองสามีภรรยาวิมลกิตติจะให้ความรักความอบอุ่นทุกอย่าง แต่ลึกๆแล้วเขาเรียกร้องหาพ่อแม่แท้ๆที่จากโลกไปไกล เขาเคยเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วตะโกนในใจว่าให้พ่อกับแม่มาพาเขาไปอยู่ด้วย แต่…ไม่มี…ไม่มีแม้แต่สัญญาณใดๆที่บอกว่าพ่อกับแม่จะมารับเขา พ่อกับแม่ไม่เคยมาให้เห็นไม่ว่าจะเป็นวิญญาณหรือความฝัน



   “ตอนนั้นขวัญอยากเจอพ่อกับแม่มากเลยนะ ถึงขนาดเล่นผีถ้วยแก้วคนเดียวตอนดึกๆด้วยซ้ำ” จอมขวัญเล่าอดีตด้วยรอยยิ้มที่ยังติดอยู่บนใบหน้า ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ไม่มาหาเขาสักครั้ง แต่ตอนนี้…ตอนนี้เขาคิดว่าเขารู้ เขารู้ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่กลับมาเยี่ยมเยียนเขาบ้างเลย



   “แต่ตอนนี้ขวัญคิดว่าขวัญเข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่มา…เขาคงอยากให้ขวัญยอมรับว่าเขาไม่อยู่แล้ว ให้ขวัญสู้ ให้ขวัญยืนด้วยตัวเอง ถ้าเขามาหา ขวัญคงหลอกตัวเองว่าเขายังอยู่ และขวัญก็คงปิดตัวเองมากกว่านี้”



   “แล้วตอนนี้ของขวัญยังอยากเจออยู่มั้ย” อธิปถาม เขารับรู้ความว้าเหว่ในยามเด็กของจอมขวัญจากเรื่องเล่าที่เจ้าตัวถ่ายทอดออกมา ถึงขนาดเล่นผีถ้วยแก้วเพื่อเรียกวิญญาณพ่อแม่ให้มาหา จอมขวัญในยามนั้นคงรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวจนมองไม่เห็นคนอื่น แม้ว่าครอบครัววิมลกิตติจะอยู่ล้อมหน้าล้อมหลังก็ตาม



   จอมขวัญยิ้มกว้าง แล้วพยักหน้ารับ “อยากสิ อยากเจออีกสักครั้ง อยากให้เขามาเห็นว่าขวัญตอนนี้กับขวัญตอนนั้นไม่เหมือนกันแล้ว”


จอมขวัญในตอนนี้ที่อยากให้บิดามารดามาเห็นก็เพราะอยากให้พวกเขาหมดห่วง ไม่เหมือนจอมขวัญในตอนนั้นที่อยากพบหน้าบิดามารดาเพราะอยากเป็นห่วงคล้องคอให้ทั้งคู่ยังอยู่กับเขา



   อธิปมองคนรักก่อนจะยิ้มบางอย่างยินดี จอมขวัญในวันนี้นิ่งและเย็นมากกว่าช่วงที่พวกเขารู้จักกันแรกๆ คุณพัชรีเคยบอกว่าคนที่ทำให้จอมขวัญเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ก็คือเขา แต่อธิปกลับคิดว่ามันเป็นเพราะทุกคนที่อยู่รอบตัวจอมขวัญต่างหากที่ทำให้คนอย่างจอมขวัญมีวันนี้ วันที่นั่งอยู่ข้างๆเขาด้วยรอยยิ้มสงบและอ่อนโยนน่ามอง



   “ยิ้มอะไรพี่โต” ว่าแล้วคนที่ถูกชมว่านิ่งและเย็นก็หันมาถาม เมื่อเห็นคนรักจ้องเขาไม่วางตา แถมยังยิ้มอีกต่างหาก อธิปโคลงศีรษะไปมา ก่อนจะเฉตอบไปอีกเรื่อง



   “ก็…นึกว่าของขวัญจะแนะนำลูกเขยให้พ่อกับแม่รู้จักซะอีก” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ‘ลูกเขย’ ที่อธิปพูดถึงก็คือตัวเอง จอมขวัญหันมาจ้องตาเขม็ง



   “ลูกเขยอะไร ไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย จะมามั่วว่าเป็นลูกเขยพ่อแม่ขวัญได้ไง”



อธิปหัวเราะเบาๆ ลืมไปเสียสนิทว่างานเลี้ยงทำบุญบ้านเมื่อหลายปีก่อนนั้น จอมขวัญก็ยังเข้าใจว่ามันเป็นงานเลี้ยงทำบุญธรรมดาๆอยู่นั่นเอง ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนแม้แต่เขาก็ดูออกว่ามันเป็นงานมงคลสำหรับชีวิตคู่ต่างหาก



   “หัวเราะอะไรพี่โต”



   “ยังไม่แต่งก็ยังไม่แต่ง…แต่พี่เคยไปบอกพ่อแม่ขวัญแล้วว่าพี่เป็นลูกเขย”



   “บอกตอนไหน?!”



   “นานแล้ว ตั้งแต่ของขวัญมาอยู่ด้วยกันใหม่ๆ”



   “ไม่แฟร์นี่นา! ขวัญไม่เห็นรู้เลยว่าพี่เคยไปบอกพ่อแม่ขวัญ! แล้วไปบอกที่ไหน?”



   “ที่วัดน่ะสิ พร้อมดอกไม้ธูปเทียนเป็นสินสอด”



   “โอ้โฮ แพงมาก” จอมขวัญว่าแล้วหัวเราะลั่น อธิปเองแม้จะรู้ว่าถูกหัวเราะล้อเลียนแต่เขาก็อดขำไม่ได้เมื่อเทียบมันกับสินสอดทองหมั้นที่ปกติแล้ว มักจะมีค่าทางวัตถุสูงลิบลิ่ว แต่แม้ว่าดอกไม้ธูปเทียนในครั้งนั้นที่ใช้ไหว้กระดูกพ่อแม่ของจอมขวัญจะมีราคาค่างวดเพียงเล็กน้อย แต่คุณค่าทางใจของมันกลับประเมินไม่ได้ 



ร่างสูงโยกศีรษะคนรักไปมาอย่างเอ็นดู ลมเย็นพัดผ่านหอบกลิ่นหอมของดอกไม้มาเพียงเบาบางก่อนจะจางหายไป จอมขวัญทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะขยี้จมูกไปมา



   “เป็นหวัดเหรอ” ร่างสูงถามอย่างนึกห่วง อากาศบนเขาใหญ่นั้นเย็นสบาย แต่ก็อาจทำให้เป็นหวัดได้ง่ายๆเหมือนกัน



   “เปล่า…ขวัญแค่…” จอมขวัญพูดได้เท่านั้นก็นิ่งไป เขาสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง แล้วความทรงจำอันแสนเบาบางในยามเด็กก็หวนกลับมาให้เขาต้องยิ้มบาง ชายหนุ่มหันมองคนรักอีกครั้ง แล้วรอยยิ้มบางก็กลายเป็นยิ้มกว้าง



   “แม่มาแหละพี่โต”



   “หื้ม?”



   “พ่อกับแม่มาหาขวัญ…เขามาเมื่อกี้” จอมขวัญจำได้ว่ากลิ่นหอมอ่อนๆแบบนี้เป็นกลิ่นเดียวกับกลิ่นน้ำหอมของมารดา และเพราะเขาชอบกลิ่นนี้ จอมขวัญในยามเด็กเลยขอร้องแกมบังคับให้แม่ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้เฉพาะเวลาที่อยู่กับพ่อและเขาเท่านั้น



   ชายหนุ่มสูดลมหายใจอีกครั้งราวกับจะจดจำกลิ่นนี้เอาไว้นานแสนนาน หากแต่กลิ่นบางเบานั้นก็จางลงไปพร้อมกับลมเย็นที่แผ่วลงจนแทบไม่รู้สึก ดวงตาคู่เรียวคลอด้วยน้ำใส เขายังคงคิดถึงพ่อและแม่อยู่เสมอ แม้จะไม่ได้เจอไม่ได้พบหน้ากันอีกแล้วก็ตาม



   “ไม่ต้องห่วงแล้วนะครับ ขวัญอยู่ได้แล้ว” จอมขวัญพึมพำเสียงเบา อ้อมแขนอบอุ่นของอธิปโอบไหล่เขาไว้อย่างอ่อนโยน จอมขวัญหลับตาลง แม้จะเศร้าเสียใจกับการจากลา หากแต่ก็ยินดีที่อย่างน้อยวันนี้พ่อกับแม่ก็มาหาและได้รับรู้ว่าเขาสบายดี



   สายลมเย็นจางหายไปพร้อมๆกับกลิ่นหอมบางเบานั้น เหลือเอาไว้เพียงอ้อมแขนอบอุ่นของอธิปที่ยังโอบประคอง จอมขวัญรู้ว่าวันหนึ่งอ้อมแขนนี้จะจากไปตามกาลเวลาเช่นกัน แต่เขาจะจดจำมันเอาไว้ในห้วงสำนึก จำว่าครั้งหนึ่งความอบอุ่นนี้เคยปลอบประโลมเขา ความอ่อนโยนนี้เคยโอบล้อมรอบกายเขา



   การพบพานำมาซึ่งการจากลาก็จริง แต่การจากลาก็ทำให้ช่วงเวลาดีๆที่มีด้วยกันกลายเป็นความทรงจำที่งดงามและน่านึกถึงเสมอ


………………………………


   หลังจากรับประทานมื้อค่ำที่บ้านพักแล้ว จักรกฤษณ์ก็เกณฑ์ลูกชายทั้งสามคนไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวออกไปนั่งรถกระบะส่องสัตว์ในตอนกลางคืน เขากำชับให้เด็กชายขนมลูกชายคนสุดท้องจอมแสบใส่เสื้อกันหนาวอีกชั้น แต่เจ้าตัวอยากใส่แค่ชุดนอนเพื่ออวดให้สรรพสัตว์ทั้งหลายในป่าใหญ่ได้เห็นชุดนอนตัวโปรดลายอุลตร้าแมนมากกว่า



   “พ่อไม่เข้าใจขนม!” เด็กชายร้องหน้าบูด ขณะยืนประจันหน้ากับบิดาที่มือหนึ่งยังถือเสื้อกันหนาว



   “พ่อสั่งให้ใส่เสื้อกันหนาว ขนม” จักรกฤษณ์ขึ้นเสียงเข้มกว่าเดิม  “พี่เข้ม พี่ข้าวเขายังยอมใส่ ทำไมเราถึงไม่ใส่”





ลูกชายคนโตและคนกลางนั้นพูดไม่ยากเท่าคนเล็ก เด็กชายเข้มรับฟังเหตุผลอย่างนิ่งสงบ ส่วนเด็กชายข้าวนั้นแม้จะหัวรั้นเล็กน้อยแต่ก็คล้อยตามผู้ใหญ่อย่างว่านอนสอนง่าย ไม่เหมือนเด็กชายขนม…รายนี้นอกจากจะรั้นมาก แล้วยังดื้อมากอีกต่างหาก



   “ก็ขนมอยากอวดชุดอุลตร้าแมนนี่นา!”



   “จะมีใครมาเห็น คนที่ไปก็มีแต่พวกเรา”



   “เผื่อเจอหมี เจอหมาป่าล่ะ!”



   “สัตว์พวกนั้นมันนอนหมดแล้ว”



   “อ้าว! แล้วถ้าสัตว์นอนกันหมด แล้วเราจะไปนั่งรถดูอะไร” เด็กชายขนมย้อนถามอย่างที่ทำเอาจักรกฤษณ์อยากเขกหัวลูกสักที



   “ทะเลาะอะไรกันสองพ่อลูก” จอมขวัญที่ที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จโผล่หน้าออกมาจากห้องนอนของตัวเองที่ใช้ร่วมกับอธิป เสียงจักรกฤษณ์กับเด็กชายขนมดังเข้าไปถึงในห้อง



   “อาของขวัญ! พ่อบอกว่าตอนกลางคืนสัตว์นอนหลับเหรอ แล้วถ้าสัตว์หลับกันหมด แล้วเราจะไปทำไมกันอ่ะ!” เด็กชายหันมาถามคุณอาตาแป๋ว



   “ก็ตอนแรกเราอยากไปนั่งรถดูสัตว์ตอนกลางคืนไม่ใช่รึไง” จักรกฤษณ์ย้อนถาม



   “อาเต็งบอกขนมว่าตอนกลางคืนมีสัตว์ออกมาเต็มไปหมด แต่พ่อบอกว่าสัตว์นอนหลับ แล้วสรุปมันเป็นยังไงกันแน่ ขนมงง” เด็กชายไม่พูดเปล่าแต่ยังยกมือเกาศีรษะตัวเองด้วย



   “ถ้าอยากหายงง ขนมก็ต้องออกไปดูเองว่ามีสัตว์หรือไม่มี แล้วขนมก็ต้องใส่เสื้อกันหนาวด้วย เข้าใจมั้ย” จักรกฤษณ์รวบรัดตัดความ เพราะถ้าให้เขาไปยกเลิกกับเจ้าหน้าที่ตอนนี้ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันเล่า



   “แต่ขนมอยากอวดชุดอุลตร้าแมนนี่นา” เด็กชายขนมก้มลงมองชุดนอนตัวโปรดที่อุตส่าห์ไม่ยอมใส่หลายวันเพื่อแพ็คใส่กระเป๋าเอามาใช้ที่เขาใหญ่โดยเฉพาะ



   “ไว้ตอนเจอสัตว์แล้วค่อยอวดก็ได้นี่ขนม” จอมขวัญที่ยืนเป็นสักขีพยานระหว่างบิดาและบุตรให้คำแนะนำ ทำเอาเด็กชายตัวน้อยหันมามองทันควัน



   “จริงด้วย! ถึงตอนนั้นขนมค่อยถอดเสื้อกันหนาวออกก็ได้!!”



   “ใช่ เพราะงั้นตอนนี้ใส่ซะ” จักรกฤษณ์รีบผสมโรงแล้วจับแขนลูกชายใส่เสื้ออย่างรวดเร็ว เด็กชายขนมรูดซิปหน้าดังปื้ดเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มแฉ่งให้บิดา จักรกฤษณ์ลอบถอนหายใจเบาอย่างโล่งอกที่จัดการตัวแสบให้ใส่เสื้อกันหนาวได้แล้ว ไม่อย่างนั้นขืนออกไปนั่งรถกระบะโต้ลมแรงเดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดกันพอดี


   “ขนมออกไปนั่งคุยกับปู่กับย่านะครับ” เด็กชายชี้ไปที่นอกบ้าน ตรงเฉลียงนั้นคุณพัชรีและคุณชัยกำลังจิบชาอุ่นๆนั่งคุยกัน มีเด็กชายเข้มนั่งอยู่ใกล้ๆ



   “อืม” จักรกฤษณ์อนุญาต เพียงเท่านั้นลูกชายคนเล็กก็ถลาออกไปทันที เขาถอนหายใจน้อยๆกับความซนและแสบของลูกชาย ก่อนจะหันมาทางน้องชายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ



   “อยากมีบ้างมั้ย ลูกน่ะ” จอมขวัญส่ายหัวดิก



   “แค่ลูกพี่ ขวัญยังขยาดเลย โดยเฉพาะไอ้คนเล็กตัวแสบ มีอย่างที่ไหนจะอวดชุดนอนกับสัตว์” แม้ปากจะว่าอย่างนั้น แต่จอมขวัญก็รักและติดหลานไม่ต่างจากที่จักรกฤษณ์รักและติดลูกหรอก



   “นั่นสิ ไม่รู้เอาเชื้อบ้าแบบนี้มาจากไหน” จักรกฤษณ์ว่าอย่างนั้นแต่ตาเหล่มองน้องชายราวกับจะบอกว่าเชื้อบ้าของเด็กชายขนมนั้นมาจากจอมขวัญแน่นอน



   “มองอะไรขวัญ นั่นลูกพี่ก็ต้องได้เชื้อมาจากพี่สิ!”



   “ลืมไป…เพราะถ้าเป็นลูกแกต้องเป็นเชื้อคุณอธิปใช่มั้ย” จักรกฤษณ์ล้อเสียงเบาสองแง่สามง่ามก่อนจะหัวเราะในคอแล้วรีบหมุนตัวเดินหนี กว่าจอมขวัญจะคิดได้ว่าพี่ชายหมายถึงอะไร ประตูห้องนอนของจักรกฤษณ์ก็ปิดไปแล้ว จะด่าไล่หลังก็ทำไม่ถนัดเพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน ไอ้จะปฏิเสธบอกว่าไม่ใช่ก็กลายเป็นโกหก



   …ฮึ้ย!!!ฝากไว้ก่อนเหอะ!!!ไม่กลายเป็นคนรับ ‘เชื้อ’ บ้างก็แล้วไป!!!...   



………………………………………



   นั่งรถกระบะชมสัตว์ยามค่ำคืนในพื้นที่เขาใหญ่นั้นดูจะถูกอกถูกใจพี่คนโตที่ชื่นชมความเงียบสงบของผืนป่าสองฝั่งถนนลาดยาง และน้องชายคนเล็กแต่ตัวไม่เล็กที่สนุกสนานกับการทำตาโตยามเจ้าหน้าที่คอยชี้ให้ดูสัตว์ที่ออกมาหากินยามค่ำคืน แต่ที่ดูจะไม่เอนจอยเป็นที่สุดก็คือเด็กชายข้าวลูกคนกลางของจักรกฤษณ์ ที่นอกจากจะไม่ชอบความมืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจ้าตัวก็ยังหวาด ‘ผีแม่’ ที่น้องชายตัวดีอ้าปากว่าจะชวนมาด้วย



   ในตอนแรกจักรกฤษณ์ก็บอกให้ลูกชายคนกลางอยู่ที่บ้านพักกับปู่และย่าอย่างคุณชัยและคุณพัชรีที่ขอตัวไม่ออกไปนั่งหลังรถกระบะโต้ลมแรงยามค่ำคืน หากแต่คนกลัวผีและความมืดไม่รู้นึกอย่างไร ดื้อดึงจะมาดูสัตว์ด้วยให้ได้ และพอมาแล้ว ก็มานั่งหน้าบูดอยู่นี่ล่ะ



   “ข้าว หนาวเหรอ มานั่งตักอามั้ย” หลังรถกระบะที่ขับไปตามถนนลาดยางนั้นมีเสียงลมอื้ออึง แต่จอมขวัญก็ยังพยายามถามหลานชายที่นั่งใกล้ๆ



   เด็กชายข้าวจ้องคุณอาหนุ่มเขม็ง ก่อนจะยอมขยับไปนั่งซุกอยู่กลางตักของจอมขวัญ



   “เป็นอะไรไป นั่งเงียบตั้งแต่ขึ้นรถ” จอมขวัญก้มลงถามเด็กชายที่เขาโอบสองแขนให้ความอบอุ่น คนเป็นหลานเงยหน้ามองผู้เป็นอา ริมฝีปากอ้าเผยอเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง หากแต่เมื่อเหลือบตาไปเห็นอธิปที่นั่งเคียงข้างจอมขวัญ เด็กชายผู้อยู่ชั้นประถมปลายก็หุบปากลงดังเดิม



   “อ้าว ไม่พูด” จอมขวัญร้องเมื่อเห็นปฏิกิริยาหลานชาย



   “ข้าวไม่มีอะไรจะพูดนี่นา” เด็กชายข้าวว่าอย่างนั้น ก่อนจะก้มหน้าเงียบ จอมขวัญหันมองอธิปด้วยแววตาสงสัย หากแต่เมื่อคนรักของเขาส่งยิ้มบางราวกับให้ปล่อยวาง ร่างโปร่งก็ได้แต่ถอนหายใจแผ่ว



   ...สงสัยหลานเขาจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นซะแล้ว มีอะไรก็เก็บเอาไว้ในใจไม่ยอมบอกผู้ใหญ่…ไม่เหมือนบางคน…ที่ยังเด็กเสียจนพูดทุกอย่าง…



   “เมื่อกี้ขนมตดเองแหละ ขนมขอโทษที่ไม่ได้บอกพ่อก่อน แฮะๆ” เสียงเจ้าตัวอ้วนกลมดังผ่านเสียงอื้ออึงของลมให้ทุกคนต้องหันมอง เด็กชายขนมกำลังยืนเกาะไหล่และขอโทษขอโพยผู้เป็นพ่อที่ทำหน้าย่นหน้ายู่



   “ทีหลังถ้าบอกไม่ทันก็หันก้นไปทางอื่นสิ เข้าหน้าเต็มๆ” จักรกฤษณ์โวยอย่างไม่ใส่ใจนัก เด็กชายขนมเกาศีรษะอย่างเขินๆ



   “ขนมพยายามแล้ว แต่ว่า…มันมาเร็วมากเลย” คนเป็นพ่อได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะจับลูกชายตัวแสบให้นั่งลงดีๆ



   “เออๆ แล้วเราก็อย่าลุกยืน มันอันตราย ดูพี่ๆเห็นมั้ย เขานั่งกันเรียบร้อย”



   “คร้าบบบบบบ” เจ้าตัวแสบร้องเสียงยานคาง หากแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูสัตว์ที่ออกมาหากินสองฝั่งถนน เด็กชายขนมก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืนชะเง้อคอ จักรกฤษณ์จนใจจะดุ เพราะรู้ดีว่าดุไปตอนนี้ ตอนหน้ามันก็ลุกอีกอยู่ดี เขาได้แต่คอยโอบร่างลูกชายให้อยู่ในอ้อมแขน และอนุญาตแค่ให้เจ้าตัวยืดหน้ายืดคอคอมองไปมาก็เท่านั้น



   ชายหนุ่มเหลือบมองลูกชายอีกสอง ลูกคนโตอย่างเข้มนั้น กำลังตั้งอกตั้งใจดูดาวบนท้องฟ้าโดยมีอธิปคอยชี้ชวน ส่วนลูกชายคนกลางอย่างข้าวนั่งอยู่บนตักคุณอาหนุ่มอย่างจอมขวัญ แม้ในตอนแรกเจ้าตัวจะมีสีหน้าครุ่นคิดและเคร่งเครียด หากแต่เมื่อจอมขวัญก้มลงชวนคุย ในไม่ช้าก็หัวเราะร่วนเสียจนดูท่าจะลืมความขุ่นเคืองในใจลง จักรกฤษณ์ได้แต่ถอนหายใจเบาอย่างสบายอกสบายใจ



   แม้เขาจะมีเพียงสองมือที่ต้องดูแลลูกชายถึงสามคนก็ตาม แต่…เขาไม่ได้เลี้ยงลูกเพียงลำพัง



   นับตั้งแต่เข้ม ข้าว และขนมเกิด จอมขวัญและอธิปคอยเข้ามาช่วยเหลือและดูแลเด็กๆราวกับพวกนี้คือลูกในไส้ ยิ่งเมื่อภรรยาของจักรกฤษณ์จากไป ชายหนุ่มต้องทำทั้งงานที่โรงแรม และต้องคอยแวะกลับมาดูแลลูกที่ยังเล็ก  ช่วงเวลาที่เหนื่อยหนักแสนสาหัส แต่จักรกฤษณ์ยังมีคนรอบข้างให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะบิดามารดาบังเกิดเกล้า จอมขวัญและอธิป หรือแม้แต่น้ำทิพย์และคนรักของเธอ ทุกคนคอยดูแลเป็นหูเป็นตาลูกเขาราวกับเป็นลูกของตัวเอง



   …โชคดีจริงๆ…โชคดีที่เขามีคนรอบข้างดีๆ และโชคดีที่เขาไม่หน้ามืดตาบอดไม่รับรู้ความปรารถนาดีที่คนรอบกายมีให้เขา…



   “พ่อ ยิ้มอะไรเหรอ” เด็กชายขนมเงยหน้าถาม เมื่อเห็นใบหน้าของบิดามีรอยยิ้มจาง จักรกฤษณ์ก้มลงมองลูกชาย ก่อนจะยิ้มให้อีกครั้ง



   “พ่อ…ไม่เหงาหรอกขนม”



 …ใช่…เขาไม่เหงา แม้ว่าวันนี้จะไม่มีภรรยาเคียงข้าง



…ไม่เหงา แม้ว่าวันนี้จะไม่มีภรรยาคอยแบ่งเบาภาระ



…ไม่เหงา เพราะว่าวันนี้เขายังมีคนรอบข้าง ยังมีคุณพัชรีและคุณชัย ยังมีจอมขวัญและอธิป และยังมีคนรอบข้างอีกมากมายที่เขารู้ว่าพร้อมจะช่วยเหลือเขาในยามที่ไม่เหลือใคร



   เขาอาจจะเป็นคนที่โชคร้ายเพราะแต่งงานไม่กี่ปีเมียก็ตาย เขาอาจจะเป็นคนที่โชคร้ายเพราะมีลูกเล็กๆอีกสามคนต้องดูแลในขณะที่ต้องเป็นหัวเรือใหญ่คอยดูแลธุรกิจของครอบครัว เขาอาจจะโชคร้าย…แต่จักรกฤษณ์ยอมรับว่าในโชคร้ายของเขามีแสงสว่างเล็กๆที่คอยสาดส่องให้ทางสว่างแก่เขา



แสงสว่าง…ที่ชื่อว่าครอบครัว…



   ในขณะที่คนเป็นพ่อนึกซึ้งไปกับความสำคัญของคนรอบข้าง คนเป็นลูกอย่างเด็กชายขนมที่ได้ฟังคำตอบของบิดาซึ่งไม่ตรงกับคำถามของเจ้าตัวก็ได้แต่ยกสองมือเกาศีรษะตัวเองแกรกๆ



   …ไม่ได้ถามสักหน่อยว่าเหงารึเปล่า ขนมถามว่ายิ้มอะไรต่างหาก...อะไรกัน นี่ขนาดขนมอายุแค่ไม่กี่ขวบ พ่อก็ยังไม่ทันแก่ เราสองคนยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย แล้วอีกหน่อย ขนมเป็นวัยรุ่น พ่อเป็นวัยทอง จะคุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย



   เด็กชายตัวน้อยผู้รอบรู้ได้แต่นั่งวิตก หากแต่สุดท้ายก็กลายเป็นปลงตก



   …เอาเถอะ! ถ้าถึงตอนที่ขนมเป็นวัยรุ่นและพ่อเป็นวัยทอง แล้วเราคุยกันไม่รู้เรื่อง ขนมจะให้โดราเอมอนผลิตเครื่องมือออกมาช่วยเหลือก็แล้วกัน!!...


……………………………………………………………
   



   เช้าวันต่อมาเป็นวันสุดท้ายสำหรับการพักผ่อนที่เขาใหญ่ พวกเขาช่วยกันเก็บข้าวของและทำความสะอาดบ้านพักก่อนจะโบกมือลาเจ้าหน้าที่อุทยาน แล้วจึงขับรถลงจากเขา และแน่นอนว่าถนนสายที่วิ่งเข้ากรุงเทพนั้นต้องผ่านร้านสเต็กเจ้าดัง ซึ่งเด็กชายขนมไม่มีวันพลาด และนอกจากเจ้าลูกชายตัวแสบจะไม่พลาดแล้ว คนเป็นพ่ออย่างจักรกฤษณ์ก็ไม่พลาดเช่นกัน



   “อ!...ไอ้!...ไอ้ทรงพล!!”



จักรกฤษณ์ถึงกับชะงักเมื่อพบว่า ‘เพื่อนเก่าเพื่อนแก่’ ที่เขาหลบเลี่ยงมานาน ดันมาอยู่ในห้องน้ำของร้านอาหารเจ้าดัง ซึ่งเขาเองก็ควรจะไม่ได้เจอมัน เพราะร้านนี้มีหลายมุมให้เลือกนั่ง ทว่า!...ทุกมุมที่เลือกนั่ง ดันต้องมาใช้ห้องน้ำที่จุดเดียวกัน!



   ทรงพลหันกลับมาตามเสียงทัก ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยพอเป็นพิธีว่าตัวเขาเองก็ประหลาดใจที่มาเจอจักรกฤษณ์ที่นี่เช่นกัน



   ฝ่ายคนไม่อยากเจอนั้นเริ่มละล้าละลัง เพราะอยากเข้าห้องน้ำก็อยาก แต่ก็ไม่อยากอยู่ใช้อากาศร่วมกับทรงพลเช่นกัน และดูเหมือนทรงพลเองก็รู้ว่าจักรกฤษณ์คิดอะไร ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่ใต้ดินแทบทุกหัวระแหงในประเทศไทยจึงทำยึกยักล้างมืออยู่ที่อ่างนานเป็นพิเศษ



   “จะเข้าก็เข้ามาสิ ไปยืนอยู่ตรงนั้นเกะกะหน่า” ทรงพลเอ่ยปากเหมือนท้าทายกรายๆ จักรกฤษณ์เลยต้องยอมเดินตรงไปที่โถ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก จนกระทั่งฝ่ายจักรกฤษณ์จัดการตัวเองเรียบร้อยและเดินมาที่อ่างล้างมือ



   “มึงสบายดี?” และกลายเป็นทรงพลที่ตั้งคำถาม จักรกฤษณ์เหลือบตามองวูบเดียวก่อนจะตอบสั้นง่าย



   “เออ” และแน่นอน เมื่อตอบเสร็จแล้ว ล้างมือแล้ว ลูกชายบ้านวิมลกิตติก็ไม่คิดจะอยู่นานๆให้เสียอารมณ์ เขารีบหมุนกายเดินออกจากห้องน้ำ ทว่าไม่ทันก้าวขาพ้นประตู เสียงยียวนของทรงพลก็ดังตามมา



   “อีกไม่กี่ปี หลานกูจะสอบเข้ามหา’ลัยแล้ว มึงว่ากูให้หลานกูเข้ามหา’ลัยเดียวกับมึง คณะเดียวกับมึงดีมั้ย” จักรกฤษณ์นิ่งไป เขาไม่ได้ตามข่าวคราวหลานของทรงพลซึ่งเป็นลูกของอัญญิกาอีกเลย นี่เวลาผ่านไปเร็วถึงขนาดที่เด็กคนนั้นจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วหรือ


   …เด็กคนนั้น…คงมีชีวิตที่ดีสินะ…



   “ว่าไง อนุญาตมั้ย?”



   “นั่นหลานมึง มาถามอะไรจากกู แล้วอีกอย่าง เรื่องมหา’ลัยก็ต้องเป็นหลานมึงที่ตัดสินว่าจะเข้าคณะอะไร ไม่ใช่มาขอคำอนุญาตกู ประสาทรึเปล่า?!!”



   “อ้าว ก็กูนึกว่ามึงจะมีเส้นสาย เผื่อจะฝากเข้าเลยไม่ต้องสอบ”



   “ไอ้ทรงพล!!!” จักรกฤษณ์หันมาคำรามด้วยความหงุดหงิด ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ทรงพลก็มีลูกเล่นมากวนโมโหเขาได้เสมอ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบระบบขี้โกง แต่ก็ยังจะมาฝากให้เขาใช้เส้นยัดหลานมันเข้ามหาวิทยาลัย ไอ้หอกเอ๊ย!!! ชาตินี้ชาติเดียวที่เจอกับมึงก็พอ!!



   “ล้อเล่นหน่า”



   สายตาของจักรกฤษณ์นั้นโมโหคู่สนทนาเพียงใดไม่ต้องให้ทรงพลอธิบาย แต่ยิ่งรู้ว่าจักรกฤษณ์เกลียดเขามากเท่าไหร่ ทรงพลก็ยิ่งนึกสนุกเวลาตอแยมากเท่านั้น คล้อยหลังคู่แค้นคู่อาฆาตที่เดินฟึดฟัดออกจากห้องน้ำไปได้ครู่นึง ทรงพลก็เดินตามออกมาบ้าง เขาตรงกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง หลานชายที่เห็นเขาเดินตรงมาก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ



“เช็คบิลแล้วหรือ” เขาเอ่ยปากถามหลานที่เลี้ยงมากับมือ ทั้งๆที่เห็นทนโท่ว่าใครอีกคนที่ร่วมโต๊ะด้วย เก็บบัตรเครดิตเข้ากระเป๋าสตางค์แล้ว



“ลุงหนึ่งจ่ายแล้วครับ” ทรงพลพยักหน้ารับรู้แล้วดันไหล่หลานชายให้เดินออกจากร้าน และแน่นอนว่าก่อนจะเดินพ้นประตู สายตาของทรงพลก็เหลือบไปเห็นโต๊ะอาหารใกล้หน้าต่างที่เต็มไปด้วยสมาชิกครอบครัววิมลกิตติ



…คุณชัย คุณพัชรี จอมขวัญ อธิป จักรกฤษณ์และลูกชายอีกสามคน…



เขาอดหัวเราะในคอไม่ได้ ที่โชคชะตาดูจะตลกร้ายเสียเหลือเกิน ตอนอยู่กรุงเทพ เขาก็เอาหลานเข้าโรงเรียนเดียวกับบ้านนั้น พอออกมาเที่ยวต่างจังหวัดก็ยังมาแวะกินข้าวร้านเดียวกันอีก ทรงพลนึกขำโชคชะตาของตัวเองที่แม้จอมขวัญจะไม่ได้เข้ามาเวียนวนด้วยแล้ว แต่เขาก็ยังพบเจอพวกวิมลกิตติอยู่ร่ำไป



…แต่เอาเถอะ เห็นแก่ว่าจักรกฤษณ์จะได้กินอาหารอร่อยๆสักมื้อ เขาจะไม่เสนอหน้าเข้าไปที่โต๊ะนั่นก็แล้วกัน…



ทรงพลตัดใจกำลังจะก้าวพ้นออกจากร้าน หากแต่อดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับไปมองที่โต๊ะนั้นอีกครั้ง และนั่นทำให้เขาเห็นใครบางคนที่โต๊ะของครอบครัววิมลกิตติกำลังส่งสายตาอาฆาตมาให้ ทว่าพอดวงตาคู่นั้นสบตากับเขา เจ้าของสายตาก็รีบยกเมนูขึ้นบังหน้าตัวเองทันที



… ‘น่ารัก’ มากไปแล้ว จักรกฤษณ์ วิมลกิตติ…



เจ้าพ่ออิทธิพลมืดได้แต่หัวเราะในคอจนหลานชายต้องหันมอง เขาส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร ก่อนจะดันหลังหลานชายออกจากร้าน



โชคชะตาพัดพาพวกเขามาพบเจอกัน หากเป็นแต่ก่อน ทรงพลคงเลือกที่จะพาตัวเองซึ่งเป็นเศษเสี้ยวของอดีตอันแสนเลวร้ายเข้าไปพัวพันบ้านวิมลกิตติให้คนที่กำลังมีความสุขต้องอิหลักอิเหลื่อเพราะตัวเขา ทว่าตอนนี้…ตอนนี้ที่เขาเองก็เรียนรู้ที่จะ ‘เลือก’ สิ่งที่ดีให้คนรอบข้าง ทำให้ชายหนุ่มยอมเดินละจากมาโดยไม่นึกขัดใจตัวเอง



…ตอนนี้ ทุกคนมีชีวิตที่ดีแล้ว ทุกคนมีความสุขแล้ว เขาไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอะไรอีก…



“ลุงพล” เสียงของหลานชายดังขึ้นตอนที่พวกเขากำลังจะขึ้นรถ



“หือ?”



“ขอบคุณนะครับลุง ที่พาโรมมาเที่ยวแล้วก็มากินข้าว ร้านนี้อร่อย ไว้วันหลังเรามาด้วยกันอีกได้มั้ยครับ” คนเป็นลุงนิ่งไปเล็กน้อย



…ทุกคนมีชีวิตที่ดีแล้ว ทุกคนมีความสุขแล้ว…



ทรงพลยิ้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ตัวว่า ‘ทุกคน’ นั้นหมายรวมตัวเขาเข้าไปด้วย ชายหนุ่มผู้เคยหันหลังให้กับคนรอบข้าง และมองความสุขของคนอื่นเป็นของเล่นได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขอย่างที่เขาเคยเห็นคนอื่นมี คนอื่นได้ ความสุขกำลังเกิดขึ้นในใจของเขา…เขา…ที่วันนี้ก็มีครอบครัวเหมือนกับที่พวกวิมลกิตติมี มีครอบครัวเหมือนคนอื่นๆมี ครอบครัวที่สร้างมากับมือ ครอบครัวที่ออกดอกออกผลกลายเป็นความสุขเกาะกุมในหัวใจ ไม่ว่าจะเหนื่อยสักแค่ไหน ท้อสักแค่ไหน หรือต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายเพียงใด แต่วันนี้…ความสุขของครอบครัวเล็กๆที่เขาสร้างขึ้นจะเป็นแสงสว่างให้แก่ปัจจุบันและอนาคต


“ได้สิ แล้ว ‘เรา’ จะมาด้วยกันอีก”

.
.
.
.
.
.


ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1538/-8
   สวนอาหารที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่เลยทางลงเลียบทางด่วนยังคงเปิดเป็นประจำไม่เว้นวันหยุด ในขณะที่คนเป็นเจ้าของนั้นกลับหยุดบ่อยยิ่งกว่ามาทำงาน เจ้าตัวอ้างว่ามี ‘ลูกผัว’ ต้องดูแล เลยมาบ้าง ไม่มาบ้าง แล้วแต่บุญแต่กรรมว่าวันไหนจะอยากมา


   …แต่…ดูเหมือนวันนี้จะเป็น ‘บุญ’ ของลูกค้าอย่างจอมขวัญ วิมลกิตติ เนื่องจากเจ้าของสวนอาหารเตาถ่านนามว่าปวิน รัตนวิจิตรนั้น เข้ามาสอดส่องดูแลร้านพร้อมกระโดดขึ้นไปเล่นกีต้าร์เป็นบุญตาบุญหูลูกค้าที่มาอุดหนุน



   เจ้าตัวเกากีต้าร์เป็นเพลงช้าซึ้งๆให้นักร้องสาวเสียงดีบนเวทีไปได้สองเพลงก็ยกกีต้าร์ให้นักดนตรีตัวจริง เพราะตาเหลือบไปเห็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่สมัยหัวยังเกรียนมานั่งอยู่ในร้านด้วย เลยกระโดดลงจากเวทีตรงดิ่งเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง


   “วันนี้โสดเหรอวะ” มันร้องด้วยประโยคคำถามที่แสนจะส่อถึงมารยาท เมื่อเห็นจอมขวัญมาคนเดียว



“กูมาคนเดียวนี่หมายความว่าโสดรึไง” จอมขวัญย้อน ทำเอาคนถูกย้อนนิ่งไปเล็กน้อย เพราะ ‘น้องกิฟฟุ’ นั้น แต่ไหนแต่ไรไม่เคยยอกย้อนเขาเช่นนี้…แหม! มีผัวเป็นตัวเป็นตนเข้าหน่อยล่ะทำห้าว! กล้าต่อล้อต่อเถียงกับพี่ถ้วยฟู!



“ก็ถ้าไม่โสดแล้วจะมาคนเดียวทำไม ดูอย่างกูนี่! มีผัว ผัวก็ต้องมาคุม เอ๊ย! มาดูแลกันและกัน! นู่น!! อยู่ตรงเสานู่น! เหมือนเจ้าที่เจ้าทางประจำเสาตกน้ำมันไม่มีผิด!”



คนมี ‘ผัว’ มาคุมไม่พูดเปล่าแต่โบ้ยหน้าไปทางโต๊ะมุมเสาที่นับตั้งแต่เกิดเหตุสะเด็ดนายถ้วยฟูยอดชายไปหยอดลูกค้าจนสาวเจ้าตามติดมากินข้าวที่นี่ทุกวัน เลยเป็นเหตุให้สามีขี้หวงอย่างพี่ธันต้องอัญเชิญตัวเองมานั่งคุมไม่ให้เกิดเหตุสลดไปมากกว่าเดิม



ทุกวันนี้ นายปวิน รัตนวิจิตรเลยซ่าไม่ออก ทำตัวอยู่ในโอวาทสามีชนิดที่ผัวชี้ซ้ายเป็นซ้าย ขวาเป็นขวา!



จอมขวัญมองสีหน้าบูดสนิทของเพื่อนสมัยหัวยังเกรียนแล้วได้แต่หัวเราะเบาๆ ดูเหมือนไอ้ถ้วยฟูแสบบรรลัยรายนี้จะมีคนคุมเสียอยู่หมัด ถึงขั้นต่อต้านได้แค่ทางสีหน้า



“นี่กูกะจะเอาผ้าสามสีมาผูกเสาต้นนั้นแล้วนะนั่น! ตามด้วยดอกไม้ธูปเทียนน้ำเขียวน้ำแดงมาบูชา แล้วอัญเชิญให้ช่วยเข้าไปสิงแต่ในเสา ไม่ต้องมานั่งทำหน้าโหดมองกู 24 ชั่วโมง! แม่งเอ๊ย! เมื่อกี้ถูกจ้องจนเล่นโน้ตผิดไปตั้งหลายตัว!!” ดูเหมือนเจ้าของสวนอาหารเตาถ่านรุ่นที่ 2 อย่างนายถ้วยฟูจะคิดเป็นจริงเป็นจังอยากจะยัด ‘พี่ธัน’ สุดเลิฟให้เข้าไปอยู่ในเสาจริงๆ!!



พอเจ้าของสวนอาหารเปิดประเด็นเรื่องผ้าสามสีผูกเสาตกน้ำมันและบูชาเซ่นไหว้ผีสางด้วยน้ำเขียวน้ำแดง ก็ทำเอาจอมขวัญคิดถึงเรื่องที่หลานชายพบเจอวิญญาณของมารดาที่เขาใหญ่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขามองหน้าถ้วยฟูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำเอาคนกำลังอารมณ์บูดเพราะถูกสามีคุมต้องหันมามอง



“มีไรวะ หรืออาหารร้านกูไม่อร่อย มึงอยากเคลมอันไหนบอกมาได้เลย”



“เปล่า อาหารร้านมึงอร่อยทุกอย่าง” พอจอมขวัญว่ามาอย่างนี้ ถ้วยฟูก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย “แน่อยู่แล้ว! อาหารร้านกูอร่อยทุกอย่าง!”



“เอ่อ…แต่กูมีเรื่องจะถาม มึงเชื่อเรื่องผีเปล่าวะ” จอมขวัญตั้งคำถาม



“เชื่อดิ เคยเจอด้วย”



“เฮ้ย! จริงเหรอ ที่ไหน”



“สมัยเรียนลูกเสือตอนป.5หรือป.6นี่ล่ะ ต้องไปเข้าค่ายต่างจังหวัด ตอนก่อนจะไป พวกรุ่นพี่แม่งก็มาเล่าว่าที่ค่ายนั้นผีเฮี้ยนผีดุ ไปกี่รุ่นกี่รุ่นก็เจอหมด! ตอนรุ่นกูไปก็เจอว่ะ มาทั้งเสียงมาทั้งกลิ่น บางคนเจอเป็นตัวเลยนะมึง”



“แล้วมึง...มึงเจอรึเปล่า?”



“เจอดิ! หมู่นกกระจาบของกูเจอกันทุกคนแหละ”



“หมู่นกกระจาบ?...หมายถึงอะไรวะ”



“อ้าว! ก็ชื่อหมู่ลูกเสือไง! พอดีอาจารย์ใหญ่โรงเรียนกูเขาชอบพี่นก ฉัตรชัยกับพี่เบิร์ด ธงไชยมาก แกก็เลยตั้งชื่อหมู่ลูกเสือเนตรนารีทุกหมู่เป็นชื่อนกว่ะ หมู่กูยังดีได้ชื่อหมู่นกกระจาบ ไอ้หมู่ข้างๆกูนี่สิ! ชื่อหมู่นกฮัมมิ่งเบิร์ด! แถมหัวหน้าหมู่แม่งตัวอย่างกับหมีควาย! เรียกทีขำไปทั้งค่ายเลยมึง” จอมขวัญหลุดประเด็นไปหัวเราะชื่อหมู่ลูกเสือของโรงเรียนประถมที่ถ้วยฟูเรียนเสียแล้ว เขานั่งขำอยู่นานก่อนจะตั้งสติได้



“แล้ว…ตอนที่มึงเจอ มึงทำไงวะ”



“ตอนนั้นกูเป็นหัวหน้าหมู่พอดี ไอ้พวกลูกหมู่แม่งก็วิ่งมาแอบหลังกูกันหมด จนทุกวันนี้กูยังไม่เข้าใจ ในเมื่อตอนนั้นทุกคนก็เป็นเด็กประถม ตัวก็เท่าๆกัน แล้วแม่งจะวิ่งมาแอบหลังกูทำไม แต่ตอนนั้นสปิริตหัวหน้าหมู่ทำฮึดว่ะ กูก็เลยต้องแสดงความกล้า จัดไปทีเดียว! ผีหายจ้อย!”



“จัดไปทีเดียว? มึงทำยังไง? ท่องบทสวดมนต์เหรอ?”



“หน้าอย่างกูเนี่ยนะ?!! สวดมนต์!!โถ!! ท่องคำว่าพุทกับโธได้ก็บุญแล้ว!”



“อ้าว แล้วมึงทำอะไร ทำไมผีหาย”



“ไม่ยาก แค่ยกมือพนมแล้วกล่าวว่า ‘ถ้ามาให้ได้รับรู้แม้แต่นิดเดียวไม่ว่าจะเสียง กลิ่น หรืออะไรก็ตาม ขอแช่งให้ไม่ต้องไปผุดไปเกิด แช่งให้ผลบุญที่ญาติพี่น้องทำมาให้ก็มาไม่ถึง เอาให้อดอยากปากแห้งแต่ไปไหนไม่ได้อยู่ตรงนั้นล่ะ!’ แล้วหลังจากคืนนั้นก็ไม่มีใครเจอผีอีกเลย เอวังด้วยประการฉะนี้” คนเล่าเล่าอย่างเมามันด้วยประสบการณ์ตรง แต่คนฟังถึงกับอึ้งค้างตาเหลือกโตไปแล้ว



“มึง…แช่งผี?...” จอมขวัญได้แต่ครางเสียงแผ่วอย่างคาดไม่ถึง



“ก็ใช่น่ะสิ! กูน่ะมนุษย์รุ่นเหลนของนิวตันนะเว้ย! เราต้องยึดหลัก action เท่ากับ reaction สิ! ถ้าผีทำมา กูก็ทำกลับได้! แฟร์ๆ” คราวนี้ ‘เพื่อนของมนุษย์รุ่นเหลนของนิวตัน’ ถึงกับนิ่งค้างกับหลักวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์เกรียนใช้ตอบโจทย์ไสยศาสตร์ได้อยู่หมัด



…ไอ้เวรนี่…เกรียนได้แม้แต่กับผี…กูล่ะเชื่อมึงจริงๆ…



“แต่ว่านะ…กูว่าผียังไม่น่ากลัวเท่าคน ผีนี่แช่งก็กลัวนะมึง แต่ถ้าคนสิ! ลองไปแช่งดู แม่งเอากลับซะสลบเหมือด ดูอย่างพ่อยอดชู้ประตูดินนามธันวาของกู ถ้ากูไปแช่งว่าไม่ให้ผุดให้เกิดนะ มีหวังกูเองนี่แหละไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวัน ไอ้พี่ธันคงเอากูยัดห้องส้วมแล้วให้แต่อาหารเม็ดเป็นยาชูกำลัง! แม่งเอ๊ย! มีผัวดุนี่ซวยยิ่งกว่าเจอผีอีก! กูคอนเฟิร์ม!”



ว่าแล้วคนมีประสบการณ์เจอทั้งผีเฮี้ยนเจอทั้งผัวดุก็ยืนยันนั่งยันหนักแน่นว่าคนน่ะน่ากลัวกว่าผี! หรืออย่างน้อยๆผีก็ไม่น่ากลัวเท่าผัวที่ชื่อ ‘ธัน’ ล่ะเว้ย!!


    FIN

อะฮ้า คิดไม่ถึงล่ะสิ ว่านอกจากจะมีทรงพลโผล่มาแล้ว เรามี “แขกรับเชิญที่แสนมีเกียรติ” มาร่วมแจมด้วย
อ๊ะ ปรบมือต้อนรับหน่อยยยยยย :mc4:

ตอนครึ่งแรก เป็นไปอย่างที่คิดว่าเจ้าขนมต้องฟาดคะแนนนิยมไปหมด (แต่บัวก็ชอบคาแรกเตอร์เด็กคนนี้มากเลยยยย แบบว่ามันน่าหยิกอ่ะ! >.<) จริงๆแล้ว คิดพล๊อตตอนโตของเด็กสามคนนี้ด้วยนะ แต่ติดที่ว่าไม่มีเวลาพิมพ์เลย ถ้าพิมพ์ได้เมื่อไหร่ จะเอามาลงทันที!!

ขอบคุณสำหรับความรักความคิดถึงที่มีต่อครอบครัววิมลกิตติ และทุกๆตัวละครในเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นท์ ขอบคุณพื้นที่บอร์ด

แล้วเจอกันเรื่องหน้า 8 มิถุนา มาชัวร์! :katai4:

ออฟไลน์ __oo__

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ urmein

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 872
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-2
555555555+
เด็กชายขนมแสบสุดๆจริงๆ โดนตดใส่หน้าพ่อนี่ฮากร๊ากเรยยยย ฮ่าๆๆ
ตอนนี้อบอุ่นมากๆ ครอบครัวสำคัญที่สุดดดด
ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษจ้าาา
รอติดตามเรื่องใหม่นะคะ

ออฟไลน์ aa_mm

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +539/-2
น่ารัก ๆ ๆ ๆ ๆ น่ารักที่ซู้ดดดดดดดดดดดดดเลย  :กอด1:
มาครบ มาเต็ม  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด :-[
น้องขนม ก็น่ารัก  พี่จักรก็เข้มซะ
แถมยังมีทรงพล มาให้เสียวหัวใจอีก คริ คริ :impress2:
แต่อะไรไม่เท่าน้องถ้วยฟู อิ อิ
อยากให้มีบทพี่ธันด้วยจังเลย อยากเห็นพี่ธันปราบ กร๊ากกกกกก
ขอบคุณน้องบัวมาก ๆ จร้า   :กอด1: :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
รวมมิตรทุกตัวละคร  ยังแอบมีหวังกับจักรกฤษณ์และทรงพลนะคะ หุหุหุ

ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
น้องฟู พี่ธัน คิดถึง ๆ ว่าแต่พี่จักรกับทรงพล มีความหลังอะไรกัน อิอิ มีชมว่าน่ารักอีก
พี่โตเอาใจใส่ของขวัญ จนอิจฉา อยากได้มั่ง  :ling1:

ออฟไลน์ •ผั๑`|nกุ้va’ด•

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-69
ตามรอเรื่องหน้า อย่างใจจดใจจ่อนะคะ ..
แต่ว่า อินู๋ขนมนี่มันแสบดีจริงๆ  อ่านแล้วคิดถึงครอบครัวมากเลย อบอุ่นๆ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เต็มอิ่มกันเลยทีเดียว
หลอนเล็กน้อยตอนที่ทรงพลเห็นว่าพี่จักรน่ารัก อ่า...นั่นมันคุณพ่อลูกสามนะ
ถ้วยฟูเกรียนจริง ๆ ของขวัญกลายเป็นเรียบร้อยไปเลย

mostz

  • บุคคลทั่วไป
คิดถึงมาก มาก มาก (อีกล้านแปดมาก) 555
รีบๆมาต่อนะ

gonna.be

  • บุคคลทั่วไป
อั๊ยยยย ถ้วยฟู มาน้อยๆแต่ได้ใจป้าไปเต็มๆ  :jul3: :jul3:

ออฟไลน์ janezilla

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1

ออฟไลน์ AdLy

  • ไม่ได้ Korea Fever แค่รัก ดงบังและเอสเจ เท่านั้น
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ทรงพล หวังเคลมพี่จักษ์ป่ะเนี่ย :hao3: เห็นของขวัญ ยิ่งแซวๆ เรื่องรับเชื้ออยู่

ถ้วยฟู น้ำลายแตกฟองไม่เปลี่ยนเลยนะ

อยากได้แบบพี่โตสักคน หาได้ที่ไหนคะ

ออฟไลน์ noy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-9
8มิย.ของขวัญวันเกิดพอดีเลย :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ NewYearzz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +346/-2
พี่คนเขียนครับ ผมขอขอบคุณพี่มากๆจริงๆ

ตอนพิเศษสั้นๆอ่านไปผมมีรอยยิ้มด้วยความสุข

บางตอนมีน้ำตาคลอแต่ปากยังคงยิ้ม ผมมีความสุขมากๆจริงๆครับ

ขอให้พี่คนเขียนมีความสุขมากๆ เหมือนที่ได้เอาความสุขมาให้ผ่านตัวหนังสือในนิยายที่พี่เขียน

ขอบคุณมากๆครับ  :pig4: :L2:


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Zam_Zammy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-2
โฮ้ยยย แขกรับเชิญน่ารักอ่ะ แค่อ่านถึงร้านอาหารเลียบทางด่วนก็ยิ้มแก้มปริแล้ว ยอดชายนายถ้วยฟู๊  :hao7:
ยังมีอีก ทรงพลมาจากไหน ตอนพิเศษนี้เหมือนรวมญาติเลยอ่ะ
รอเรื่องใหม่นะคะคุณบัว เรื่อใหม่นี่เป็นเรื่องของขนมตอนโตอ่ะเปล่า อิอิ
 o13

nemesis

  • บุคคลทั่วไป

tippy

  • บุคคลทั่วไป
555555+ พี่โตกับของขวัญ คิดถึงที่ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  :katai2-1:

ออฟไลน์ KaorPaor

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 670
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-4
ขอบคุณสพหรับตอนพิเษศน่ารักกันมากๆๆๆเลย

ออฟไลน์ pdolphin

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2
ถ้วยฟูมีผัวน่ะเข้าใจ      แล้วลูกมาจากไหน  กลับมาเขียนต่อพิเศษต่อเดี๋ยวเน้

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1929
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
ดูท่าที่ของขวัญแช่งพี่จักรไว้ มีลางจะเป็นจริงนะเนี้ย

ชูป้ายไฟทรงพลต่อ

ออฟไลน์ kongxinya

  • Skt KS
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
เป็นตอนพิเศษที่อิ่มเอมอย่างกับได้กินรวมมิตรแน่ะค่ะ  :mew3:

                             :L2: :กอด1: :L2:

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14

ออฟไลน์ evilheart

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1924
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-3
พี่จักรไปแอบมีเมียมาตอนไหน ทำไมเราไม่รู้เลย มารู้อีกทีก็มีลูก 3 คนแล้ว
น้องขนมนี่เกินเด็ก นิสัยเหมือนของขวัญเลยนะ ช่างคิดช่างเจรจา
ส่วนแขกรับเชิญพิเศษ มาสองตอนแล้วนี่นา แขกที่ทำให้พี่ธันปวดหัวได้ตลอดเวลา

ออฟไลน์ snack

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 953
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-0
อ่านกันจุใจเลยค่ะ..พี่จักรลูก3เลยหรอมีเผื่อของขวัญปะเนี่ย555

ขนมจอมแสบนี่น่ารักจริงๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด