^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U  (อ่าน 178124 ครั้ง)

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11
วินหวานเว่อร์อ่ะ เขินนนนนนนน

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
หวานกานเข้าปายยยยยยยยยย
อิจฉานายวินจริงๆ :o8:

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
วินนี่หวานใส่กัสตลอด แต่หนูมิคของพี่นี่ไม่ได้สนใจนายฟินเลย 5555

ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1
กัสน่ารักได้อีก  :o8:

มิคนี่ก็ไม่ได้รู้อะไรกับเค้าเลยจริงๆ  :laugh: :laugh:

+เป็ดให้น้า  :man1:

ออฟไลน์ bytoey

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-3

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 28

วิน

แสงแดดยามเช้าส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับเมื่อเรือหางยาวแล่นผ่านส่งให้เกิดเป็นระลอกคลื่นเคลื่อนกระทบริมฝั่งน้ำ  กระดานไม้ปูเป็นลานยื่นเหนือผืนน้ำเพื่อรองรับผู้คนขึ้นลงเรือ  ผมและกลุ่มเพื่อนนั่งมองจากเรือนไม้ไร้ซึ่งผนังกั้นเปิดโล่งทั้งสี่ด้านรับแสงแดดอ่อนและลมเย็นสดชื่นยามเช้า  แต่ละคนมีแก้วกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นวางเบื้องหน้า  เว้นก็แต่ไอ้หนุ่มตี๋ขี้เล่นที่นั่งหลับตาพิงพนักให้รู้ได้ว่ายังไม่ตื่นเต็มตาแต่มันโดนเพื่อนร่วมห้องอย่างไอ้ปรัชลากออกมาเพื่อมารอตักบาตรในช่วงเช้า  ส่วนคนอื่นๆที่แม้ไม่ชินในการตื่นเช้าแต่ก็ออกอาการสดชื่นเมื่อจะได้ทำบุญร่วมกัน

“อ่ะธี  มึงมากินกาแฟก่อนจะได้ตื่นเต็มตาเดี๋ยวพระก็มาแล้ว”  สาวเท่ของกลุ่มวางกาแฟลงตรงหน้าเพื่อนสนิท

“ขอบคุณคร้าบบบ” แม้ง่วงต่อมขี้เล่นของไอ้ธีก็ยังทำงานอยู่มันลืมตามายิ้มกว้างให้มนและจิบกาแฟตรงหน้า

“อาหารใส่บาตรทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้แล้ว  ห้องละชุดนะครับ”  พนักงานของรีสอร์ทเดินมาแจ้งที่กลุ่มของผมให้ทราบ

“กัสใส่คู่กับวินนะครับ  วินอยากทำบุญคู่กับกัสนะ” ผมส่งสายตาออดอ้อนไปให้คนร่างบางข้างกายที่นั่งจิบกาแฟชมสายน้ำเบื้องหน้า  กัสหันมามองผมและพยักหน้าให้ยิ้มๆ ‘อืม  คนอะไรน่ารักจัง’ วันนี้ผมยังไม่ได้ชื่นใจคนน่ารักตรงหน้าเลย  ขนาดรีบตื่นแต่เช้าและมาหากัสที่ห้องเพื่อชวนกันออกมารอใส่บาตรเช้าแต่ยังไม่มีโอกาสอยู่ตามลำพังเลย  ขณะที่ผมมองหน้าใสเพลินก็มีเสียงดังขึ้นจนผมต้องหันมามองต้นเสียง

“อ้าวกัสใส่กับวินเหรอ  งั้นมายเดียร์มาใส่คู่กับมิคนะ” มิคหน้ามุ่ยมองผมอย่างขัดใจก่อนหันไปชวนมายด้วยเสียงออดอ้อน  ส่วนสาวที่โดนอ้อนก็อมยิ้มพยักหน้าน้อยๆอย่างยินดี   

ผมเหลือบมองเพื่อนสนิททั้งสองคนไอ้ปรัชกับไอ้ฟินมองหน้ากันเองก่อนคิ้วขมวดฉับ  ถ้าให้ผมเดามันสองคนก็คงอยากใส่บาตรทำบุญร่วมกับคนที่ตัวเองมีใจให้แน่ๆ  ผมจึงเอาขาเขี่ยขาเพื่อนใต้โต๊ะพวกมันหันมามองหน้าผมทันที  เราปรึกษากันทางสายตาอยู่พักไอ้ปรัชก็ยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์หน้าตาแบบนี้แสดงว่ามันคงมีแผนสำหรับแก้ไขสถานการณ์นี้ได้แล้ว  ผมหันกลับมามองที่โต๊ะยังไม่มีใครสนใจเราสามคนเพราะสามหมอตัวเล็กมัวแต่สนใจชี้ชวนกันถ่ายรูปเรือที่แล่นผ่านไปมา  และเพื่อนอีกสองคนของผมก็มัวแต่เถียงกันเรื่องความขี้เซาของไอ้ตี๋ธี  มนถึงขั้นลงไม้ลงมือเรียกสติไอ้ตี๋ให้ตื่นเต็มตาจนมันร้องโอดโอย  เพื่อนผมสองคนนี้มักหยอกกันแรงๆแบบนี้เสมอกับเพื่อนคนอื่นในกลุ่มมนก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ด้วยอย่างมากก็แค่เสียงดังใส่เท่านั้น

“เรือของพระท่านมาใกล้แล้วครับ  เชิญพวกคุณได้เลยครับ”  พนักงานคนเดิมเดินมาตามพวกเราไปที่ชานไม้ที่ใช้ขึ้นลงเรือ
ไอ้ปรัชส่งสายตาและพยักหน้ามาให้ผมกับไอ้ฟินให้ลุกตามไป  เราสามคนเดินไปที่พนักงานที่จัดเตรียมชุดอาหารไว้รอแล้ว  ก่อนไอ้ปรัชจะหยิบชุดอาหารที่จัดวางบนกระจาดเล็กๆแยกเป็นชุดไว้แล้วส่งมาให้ผมและไอ้ฟินคนละชุด  เมื่อไอ้ธีเดินมาก็ส่งอีกชุดให้ส่วนผมก็เดินเข้าหากัสยืนรออยู่ด้านหลัง

“ตั้งจิตอธิษฐานด้วยกันก่อนนะครับ”  ผมจับมือบางมากุมช่วยกันประคองกระจาดบรรจุอาหารและนั่งลงยกกระจาดขึ้นจบระดับศีรษะตั้งจิตอธิษฐานร่วมกัน

“อ้าวแล้วของเรากับมายเดียร์ล่ะ  นายฟินนายส่งมาให้ชุดหนึ่งสิ” เสียงมิคทวงของใส่บาตรจากไอ้ฟินที่ยืนยิ้มเจ้าเล่ห์และไม่ยอมส่งให้ตามที่คนน่ารักของมันร้องขอ

“นี่ของฟินครับ  มิคอยากมาช้าเองถ้าจะใส่ต้องมาใส่กับฟินนะ” ไอ้ฟินฉวยข้อมือของมิคเดินออกมาตามมาด้วยเสียงโวยวายไม่ยอมจากมิค  แต่ไอ้ฟินมันก็แน่จับแน่นไม่ปล่อยฉุดให้นั่งลงและตั้งจิตอธิษฐานร่วมกันจนได้

“อย่าทำหน้ามุ่ยสิครับมิค  เดี๋ยวไม่ได้บุญนะมาอธิษฐานก่อนเร็วพระมาแล้ว” มิคหน้ามุ่ยจ้องไอ้ฟินอย่างเอาเรื่องแต่ก็จำใจยอมทำตาม  ส่วนไอ้หนุ่มขี้บังคับมันยิ้มกว้างอย่างสมใจ  เราสบตากันก่อนมันจะยักคิ้วให้อย่างกวนๆ  และเราก็ต้องเหลือบตาไปทางไอ้ปรัชเมื่อได้ยินเสียงมันพูดกับสาวน้อยข้างกาย

“มายครับมาใส่กับปรัชนะเหลือที่ปรัชชุดสุดท้ายแล้วนะครับ” มายสบตาไอ้ปรัชที่ทำหน้านิ่งจริงจังไม่ยิ้มแต่มีแววตาอ่อนโยนให้  ทำเอาสาวน้อยต้องก้มหน้าแก้มแดงไม่เอ่ยรับหรือปฏิเสธ  ไอ้ปรัชส่งกระจาดใบเล็กให้และจับข้อศอกมายส่งสัญญาณให้นั่งลงตั้งจิตอธิษฐานร่วมกัน 

แผนการลุล่วงไปด้วยดีงานนี้ต้องยกความดีความชอบให้ไอ้กุนซือปรัชมันครับ  พระสงฆ์นั่งบนเรือรอรับของใส่บาตรพวกเราต่างทยอยลงบันไดไปทีละคู่จนครบและนั่งพับเพียบพนมมือบนชานไม้เพื่อรอรับพรจากพระท่าน ‘อายุ วรรณะ  สุขขัง  พลัง’  พวกเรามองพระสงฆ์พายเรือออกไปจนลับสายตาจึงลุกขึ้น  ผมหันกลับไปมองสีหน้าเพื่อนแต่ละคนนั้นอาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเพราะวันนี้เราเริ่มด้วยการทำบุญมันทำให้เราอิ่มเอิบใจอะไรที่จะทำในวันนี้คงราบรื่นและเริ่มต้นอย่างมีความสุข  พนักงานมาแจ้งให้เราไปทานอาหารเช้าในเรือนไม้ที่เรานั่งกันเมื่อเช้าได้เลยเพราะอาหารจัดเตรียมพร้อมแล้ว  ผมจึงหันไปยิ้มให้กัสที่ยืนเคียงข้างก่อนจับจูงไปทางเรือนไม้เพื่อทานอาหารร่วมกันกับเพื่อนๆที่รออยู่  หลังจากนั้นพวกเราต่างแยกย้ายไปเก็บของเพื่อเดินทางต่อไปยังหาดหัวหิน

...........................

พวกเราเดินทางมาถึงที่พักยังหาดหัวหินเป็นบังกะโลหลังใหญ่ที่มีสี่ห้องนอนและห้องน้ำในตัว  บริเวณส่วนหน้าของบังกะโลเป็นหาดส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนักมีแต่ลูกค้าของที่นี่เท่านั้น  ต่างคนต่างขนของเก็บยังห้องพักส่วนตัวซึ่งจับคู่กันนอนเหมือนเมื่อคืน  ซึ่งผมก็ปลงแล้วเพราะถึงแย้งไปก็คงไม่ได้ผล  แผนที่คิดไว้ดิบดีว่าจะได้นอนกอดคนตัวหอมมีอันชวด

“เป็นอะไร  หืม  หน้ามุ่ยเชียววิน”  มือนุ่มบีบจมูกผมเบาๆอย่างหยอกเย้า  คนน่ารักยังกล้ามาถามด้วยหน้ายิ้มๆแบบนี้อีกรู้ทั้งรู้ว่าผมเป็นอะไร  มันน่าจับมาฟัดให้หายมันเขี้ยวนักเชียว

“วินก็นั่งปลงสิครับ  ทริปนี้ไม่ได้นอนกอดกัสเลย  กัสทริปหน้าเราไปกันสองคนนะครับ” โอบรอบเอวบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าและซบหน้าไปกับอกกัสเผื่อเจ้าของจะใจอ่อนกับผมบ้าง  กัสหัวเราะในคอก่อนส่งมือมาลูบหัวผมให้อย่างอ่อนโยนจนผมต้องกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น

“ไปกันได้แล้วครับ  เดี๋ยวเที่ยวไม่คุ้มน้า” ไอ้ปรัชเรียกทุกคนให้มารวมตัวกันเพื่อไปเที่ยว ‘เพลินวาน’ กันต่อ

ผมกดจูบไปที่อกบางก่อนผละออกจากอ้อมกอดหอมๆจับจูงมือนุ่มไปขึ้นรถร่วมกับเพื่อนๆ  เพลินวานเป็นสถานที่ที่เราต้องมาเมื่อถึงหัวหินซึ่งเปิดให้ชมมาไม่นานนัก  เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปเพราะมีมุมให้ถ่ายภาพมากมาย  ทั้งร้านที่ตกแต่งเป็นร้านขายของเล่นสมัยก่อน  ร้านถ่ายรูปเก่า  โรงหนังที่มีโปสเตอร์ภาพยนตร์สมัยคุณแม่ยังสาว  แม้แต่ห้องน้ำยังให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปสมัยก่อนเลย  คนมาเที่ยวค่อนข้างเยอะทำให้ยากต่อการถ่ายรูปแต่ไม่พ้นความสามารถของไอ้ฟินที่ตามจับภาพของเพื่อนทุกคนโดยเฉพาะหนุ่มน้อยน่ารักของมัน

“กัส  มาย  มิคอยากกินไอศกรีมกะทิร้านนั้นอ่ะ  ท่าจะอร่อยคนต่อเยอะเชียว” 

“อืม  เอาแบบนี้นะเดี๋ยวฟินกับเพื่อนไปซื้อมาให้พวกมิคนั่งรอก่อน  ไปพวกมึงเดี๋ยวซื้ออย่างอื่นมาด้วยเลย” ไอ้ฟินรีบเอาใจเสนอตัวไปซื้อของกินให้คนตัวเล็ก 

ผมเห็นดีด้วยจึงพากัสมานั่งที่โต๊ะว่างและออกมาซื้อของไปบริการคนของตัวเอง  ที่โต๊ะจึงเหลือกัส  มิค  มาย  และมนรอการบริการจากหนุ่มๆ  พวกผมที่ออกมาซื้อของกินต่างแยกย้ายไปหาของมาให้ 

“ไอ้วินมึงรีบกลับโต๊ะเร็ว  โน่นมีไอ้หน้าปลวกที่ไหนไม่รู้มาคุยที่โต๊ะ” หลังคำพูดไอ้ฟินผมแทบจะทิ้งของในมือที่ซื้อมา  เมื่อเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งดูท่ายังเรียนอยู่มาทำท่าจีบแฟนผมอยู่  เมื่อเดินมาถึงโต๊ะจึงใช้ไหล่กระแทกเปิดทางกลุ่มที่ยืนขวางอยู่  และวางของกินที่ซื้อมาอย่างแรงก่อนหันไปจ้องหน้าผู้ชายแปลกหน้ารายตัว

“มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ  น้อง” ผมหันไปจ้องหน้าไอ้คนที่ทำท่าจีบกัสอย่างเอาเรื่อง  มันมีสีหน้าสงสัยในคราวแรกก่อนเปลี่ยนเป็นตกใจตาโตเมื่อรับรู้ถึงรังสีพิฆาตจากผมเข้า

“เอ่อ  ไม่มีครับพวกเราแค่เข้ามาทักทายพี่กัสกับเพื่อนๆ  ว่าจะไปเที่ยวกันที่ไหนต่อ”  ชายหนุ่มตรงหน้าตอบและส่งยิ้มเจื่อนๆมาให้  ผมจึงยิ่งถลึงตาเข้าใส่ก่อนวางมือบนไหล่บางของกัสที่นั่งอยู่

“พวกเราไม่ไปไหนต่อแล้วล่ะจะกลับที่พักกันเลย  น้องมีอะไรจะถาม ‘แฟน’ พี่อีกมั้ย” ประกาศให้รู้กันไปว่าคนนี้น่ะของใคร  ไอ้หน้าปลวกตรงหน้ายังไม่ทันตอบผมก็ต้องก้มหน้ามองคนที่กระตุกชายเสื้อผมแทน

“วิน  ไม่เอาน่าน้องเค้าแค่เข้ามาคุยเฉยๆ” กัสเอ่ยปรามเบาๆส่งสายตาดุๆมาให้ผม  ถ้าเราอยู่กันสองคนผมคงแกล้งงอนคนน่ารักไปแล้ว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรู หัวใจจึงทำได้แค่คลี่ยิ้มให้กัสก่อนเงยหน้าส่งตาดุให้ไอ้เด็กตาไม่มีแววแทน

ไอ้หนุ่มตรงหน้ามันพยักหน้าและทำหน้าเซ็งๆก่อนเอ่ยขอตัวจากไปพร้อมเพื่อน  ผมหันไปมองหน้ากัสที่กำลังทำหน้ายุ่งเริ่มไม่พอใจที่ผมทำตัวกันท่า  แต่จะไม่ให้ผมกันท่าแสดงความเป็นเจ้าของกัสได้ยังไงกัน  แค่เดินไปซื้อของแป๊บเดียวก็มีไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้มาจีบซะแล้ว  ผมนั่งลงแตะหลังมือนุ่มและส่งสายตาขอโทษแทนการพูดเรามองตากันสักพักจนกัสเอ่ยออกมา

“อย่าทำแบบนี้อีกนะวิน  ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกนะ” กัสพูดเสียงเข้มก่อนถอนใจออกมาทำให้ผมอดรู้สึกผิดไม่ได้จึงพยักหน้าอย่างยอมจำนน

“กัสอย่าโกรธไอ้วินมันเลย  มันรักมากก็หวงมากน่ะ” มนพูดแทรกเพื่อช่วยผม  ผมจึงพยักหน้ารัวๆก่อนยิ้มกว้างยืนยันสิ่งที่มนพูด

“อืม  เรามาทานกันเถอะแล้วไหนไอศกรีมล่ะวิน  กัสอยากชิมอ่ะ” กัสพูดอย่างอ่อนใจด้วยคงยกโทษให้ผมแล้ว  ผมจึงรีบกลับไปซื้อไอศกรีมมาให้ทันทีก่อนกัสจะโมโหอีกรอบ 

พวกเรานั่งทานกันจนเรียบร้อยจึงกลับมายังที่พักซึ่งแดดยังจัดอยู่มากและต่างแยกย้ายกันพักผ่อน  ไอ้ฟินชวนมิคที่เหมือนยังมีแรงเหลือเฟือไปเดินถ่ายรูปกันสองคน  ไอ้ธีกับมนนั่งฟังเพลงจากสเตอริโออยู่หน้าทีวีจอใหญ่  มายกับไอ้ปรัชนั่งดูภาพถ่ายจากโน้ตบุ๊คที่เอาภาพลงแล้ว  ส่วนผมกับกัสน่ะเหรอเราออกมานอนรับลมทะเลใต้ต้นมะพร้าวหน้าบังกะโลที่มีเปลญวนผูกไว้กับต้นมะพร้าวสองต้น  กัสนอนหนุนอกผมในมือถือหนังสืออ่านเล่นที่พกมา

“เย็นนี้กัสจะลงเล่นน้ำมั้ย” ปากพูดนิ้วก็เกลี่ยเส้นผมออกจากหน้าผากมนไปด้วย

“เล่นสิมาทะเลทั้งที  และก็สัญญากับมิคไว้แล้วว่าจะสอนว่ายน้ำให้” กัสตอบผมโดยที่ตาไม่ได้ละไปจากหนังสือตรงหน้า

“งั้นรอวินกลับมาจากซื้อของสดก่อนนะแล้วค่อยลงพร้อมกัน” ผมต้องไปซื้อของสดเพื่อจะทำบาร์บีคิวคืนนี้

“อืม  แต่มิคจะไม่ยอมน่ะสิ  เพราะดูท่าอยากเล่นน้ำจะแย่แล้ว” ถูกของกัสเพราะเมื่อมาถึงบังกะโลในตอนสายมิคทำท่าจะลงทะเลเลยด้วยซ้ำ  แต่โดนเพื่อนห้ามซะก่อนเพราะมีโปรแกรมไปเที่ยวต่อ  ผมไม่อยากให้กัสและเพื่อนลงน้ำกันตามลำพังเลยเกิดมีอะไรขึ้นจะไม่มีใครช่วยได้ทันตัวก็แค่นี้  จะว่าผมเป็นห่วงจนเกินเหตุก็ได้ก็คนรักทั้งคนนี่ครับผมน่ะทั้งห่วงทั้งหวงเลย

“งั้นเดี๋ยววินไปชวนเพื่อนรีบออกไปซื้อเลยดีกว่าจะได้กลับมาอยู่กับกัส” กดจมูกที่หน้าผากคนในอ้อมกอดพร้อมส่งยิ้มให้และไม่รอคำตอบ  อยากรีบไปรีบกลับจริงๆไม่อยากห่างนักแต่ที่ตลาดสดนั้นทั้งร้อนและแฉะไม่อยากให้กัสไปลำบาก

ผมออกตามหาไอ้ฟินและไอ้ปรัชให้ไปด้วยกันปล่อยไอ้ธีให้ดูแลคนที่เหลือ  พวกเราใช้เวลาเดินซื้อของทะเลกันค่อนข้างนานเพราะต้องซื้อหลายอย่างและต้องเลือกของที่สดด้วย  กลับมาถึงรีสอร์ทก็ให้ทางพนักงานดูแลบังกะโลไปจัดการเตรียมของให้เพื่อทำบาร์บีคิวซีฟู้ดเป็นอาหารเย็น  พวกเรารีบกลับมาที่บังกะโลแต่ไม่เจอใครเลยคงหนีไปเล่นน้ำกันแล้วแน่ๆ

“สงสัยลงทะเลกันแล้วว่ะ” ไอ้ปรัชเอ่ยออกมาและชวนกันไปที่หาดหน้าบังกะโล  กลุ่มคนในทะเลท่าทางสนุกกับการเล่นน้ำไม่ได้สนใจพวกผมสามคนที่ยืนบนหาดทรายเลย  ไอ้ธีหันมาเห็นก็เดินเข้ามาหา

“กูบอกแล้วว่าให้รอพวกมึงแต่ไม่มีใครเชื่อกูอ่ะ  โดยเฉพาะเด็กมึงไอ้ฟิน” ไอ้ธีหน้ามุ่ยรีบแก้ตัวก่อนมันคงกลัวโดนพวกผมเล่นงานที่อุตส่าห์ไว้ใจให้ดูแลแต่ก็ห้ามไม่ได้  มันจึงต้องเลยตามเลยและลงมาดูแลที่ทะเลแทน  ก่อนมันจะโบ้ยไปให้หนุ่มน้อยที่เหมาให้เป็นของไอ้ฟินไปแล้ว  ไอ้ฟินมันคงถูกใจคำพูดไอ้ตี๋ธีจึงยิ้มซะกว้างไม่คิดจะเล่นงานเพื่อนตัวเองเลย 

ผมหันไปโบกมือตอบกัสที่เพิ่งเห็นผมก่อนรีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงขาสั้นมีเชือกผูกที่เอวไม่ใส่เสื้อโชว์กล้ามอกและกล้ามท้องแน่นๆ  ไอ้ฟินก็ไม่ต่างจากผมนักมันมีแค่กางเกงขาสั้น  เรามีหุ่นใกล้เคียงกันแต่ไอ้ฟินมีผิวสีแทนส่วนผมจะผิวขาวกว่ามัน  เมื่อออกมาเจอเข้ากับไอ้ปรัชที่มาด้วยเสื้อกล้ามสีดำและกางเกงขาสั้น  พวกเรามองหน้ากันยิ้มๆ

“มึงสองคนจะโชว์ไรหนักหนาวะ” ไอ้ปรัชแสยะยิ้มใส่ผมและไอ้ฟินก่อนเดินนำออกไปที่หน้าหาด

“ฮ่าๆ  อิจฉาที่พวกกูมีกล้ามมากกว่ามึงดิ” ไอ้ปรัชที่หุ่นบางกว่าแต่ใช่ว่าจะไม่มี  มันหันมาตบที่หัวผมและไอ้ฟินอย่างหมั่นไส้เรียกเสียงฮาจากเราทั้งคู่  เราสามคนออกมาที่หน้าหาดอีกครั้ง  เรียกสายตาจากคนที่เล่นน้ำทะเลให้หันมามอง  ผมสบตาสีดำสนิทคู่ที่เจ้าของลอยคออยู่ในทะเล  ก่อนเดินเข้าหากัสและโอบเอวบางเข้าหาตัว

“หนีวินมาเล่นน้ำได้ไงครับ  วินให้รอไงไม่รู้เหรอว่าเป็นห่วงน่ะ” กัสมองมาและเปิดยิ้มอ้อนๆมาให้ก่อนวางมือมาที่อกผมทั้งสองข้าง  ผมก้มมองไปที่คนน่ารักที่ตั้งใจอ้อนและต้องใจหายวาบ  ด้วยสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาความหวงของผมพุ่งสูง  เพราะเสื้อยืดสีเหลืองอ่อนที่กัสสวมพอโดนน้ำมันก็แนบเนื้อตัวบอบบางของกัสแถมยอดอกสีสดก็ดันเสื้อออกมาให้เห็นรำไร

“กัสทำไมใส่เสื้อตัวนี้ครับ  ดูสิโป๊หมด” กัสเลิกคิ้วทำตาโตยังงงกับสิ่งที่ผมพูดและก้มมองตามสายตาผมก่อนเงยสบกันอีกครั้ง

“ไม่เห็นโป๊เลยวินคิดมาก  และกัสก็เป็นผู้ชายนะใครจะมาสนใจ” โฮ! ที่รักไม่รู้อะไรซะแล้ว  ถึงกัสจะเป็นผู้ชายแต่ไอ้เสื้อผ้าที่โดนน้ำแนบร่างบางให้เห็นสรีระและผมที่เปียกน้ำลู่ลงกับศีรษะตาโตแก้มแดงเรื่อจากแดดอ่อนๆยามเย็นแบบนี้  มันทำเอาคนที่เห็นแบบผมแทบคลั่งคนอื่นไม่ต้องพูดถึง  จนอยากจะหนีบกัสกลับไปขังที่ห้องไม่ให้ใครเห็นเลย

“ซ่าๆๆ /  ฮิๆๆ  คนคิดมาก  มาวินมาเล่นน้ำกัน” กัสสาดน้ำใส่หน้าผมและสลัดตัวออกจากอ้อมกอดก่อนว่ายหนีห่างออกไป

“เล่นแบบนี้เหรอกัส  อย่าให้จับตัวได้นะ  มานี่อย่าหนี” ผมรีบว่ายน้ำตามจับร่างบางที่หนีไป  เพื่อนคนอื่นๆก็สนุกกับการว่ายน้ำเล่นหยอกล้อกันไปมาเรียกเสียงหัวเราะก้องทะเล  พวกเราเล่นน้ำกันจนหมดแสงแดดยามเย็นและท้องเริ่มหิวจึงชวนกันขึ้นจากน้ำ

“กัสรออยู่ในน้ำก่อน  เดี๋ยววินไปเอาผ้ามาให้”

“ไม่ต้องหรอกขึ้นไปพร้อมกันนั่นแหละ”

“อย่าดื้อครับ  นะรอก่อน” กัสหน้ามุ่ยที่โดนขัดใจแต่ก็พยักหน้าอย่างจำยอม 

ผมจึงรีบกลับไปเอาผ้าเช็ดตัวที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้มาหลายผืน  ก่อนกลับมายื่นให้หญิงสาวและหนุ่มน้อยทั้งสามคน  และหันไปคลุมผ้าให้คนของผมที่ยืนกอดอกรออยู่แล้ว  กัสคงจะหนาวเพราะลมทะเลผมรีบห่อตัวให้และพากัสไปอาบน้ำที่ห้องผมส่วนห้องกัสให้มิคใช้แทน  หลังอาบน้ำกันเรียบร้อยพวกเราก็มาย่างบาร์บีคิวซีฟู้ดที่ถูกจัดเตรียมไว้หน้าบ้านพัก  บรรยากาศเป็นที่สนุกสนานและผ่อนคลายจากเสียงเพลงที่ไอ้ธีเป็นคนเล่นกีต้าร์โปร่งที่พกติดมาด้วย  ทริปนี้แม้จะไม่หวานเหมือนที่คิดไว้แต่ก็สนุกเพราะมีเพื่อนและคนที่รักอยู่เคียงข้าง  แต่ถ้าทริปหน้าผมตั้งใจจะพากัสไปกันแค่สองคนอยากสวีทหวานกับคนรักบ้าง  ผมหันกลับไปมองคนข้างกันที่ไม่ได้รู้เรื่องถึงแผนการของผม  กัสกำลังนั่งฟังเพลงอมยิ้มน้อยๆหันไปคุยกับเพื่อนสนิทข้างๆไม่ได้หันมาสนใจกันเลย  ผมจึงเอื้อมมือกุมมือบางเรียกร้องความสนใจ  เรียกสายตาพราวระยับอย่างคนมีความสุขให้หันมามองกันได้  ผมจึงยิ้มตอบเจ้าของตาสวยที่มองสบกันก่อนก้มลงกระซิบข้างหูหอม

“ทริปหน้าไปกับวินแค่สองคนนะครับ”

...........................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

หวานกันไปเบาๆนะคะ  :o8:

เจอกัสวินพรุ่งนี้ค่ะและมีเรื่องวุ่นๆนิดหน่อยด้วย
อย่าลืมมาให้กำลังทั้งคู่นะคะ

+1และเป็ดให้ทุกเม้นท์แล้วค่ะ  :pig4: ทุกการติดตามน้า

ปล.เหลืออีกสามวันแล้วใครอยากได้หนุ่มๆไปนอนกอดรีบหน่อยน้าติดตามรายละเอียดหน้าแรกค่ะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0

เปิดจอง & โอน หนังสือตั้งแต่  วันนี้ ถึง 16 ก.ค. 55

1.เสน่ห์รักปักใจ 1 เล่ม (ฉบับรีไรท์) >>> กัส+วิน
   38 ตอน  5 ตอนพิเศษ 
   จำนวน 420 หน้า ราคาเล่มละ 350 บาท

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
ตอนใหนจะหวานแบบหื่นๆซะที

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
หวานกันเบาๆ ทำบุญด้วยกันด้วยวี๊ดวิ้ว
แต่วินก็ยังแอบหื่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ฮุฮุฮุ

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
ทั้งรักทั้งหวง
ล่ะคนเนี่ย
กัสของนายวิน :L1:

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5


หวานกันจัง
วินทั้งหวงทั้งหื่นเลย
 :กอด1:


tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1

ออฟไลน์ bytoey

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-3

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5
ของเค้าดีก็หวงเป็นธรรมดา

 :laugh:

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 29

วิน

หลังกลับจากทริปอัมพวาก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่วินขอไว้ว่าทริปหน้าจะไปกันแค่สองคนนั้นเราก็ยังไม่ได้ไปกันหรอก  แค่จะเจอหน้ากันตามปกติทุกอาทิตย์ยังยากเลย  เพราะวินมีงานที่ต้องไปคุมเองถึงต่างจังหวัดมีแต่เสียงที่มาตามสายให้รู้ว่าเจ้าตัวยังอยู่ดี  ผมก็ได้แต่เป็นห่วงวินที่ต้องเทียวไปกลับกรุงเทพฯและต่างจังหวัด  นี่ก็เลยเวลาที่วินต้องโทรมาแล้วไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง  จะนั่งอ่านหนังสือก็ไม่มีสมาธิดูทีวีก็ไม่รู้เรื่องหรือเป็นไปได้ว่าวินจะไม่สบายเพราะวินไม่เคยผิดเวลาแบบนี้  คิดได้ผมจึงหยิบโทรศัพท์กำลังจะกดเบอร์วินแต่ก็มีเสียงเรียกเข้าจากคนที่ผมรออยู่จึงกดรับทันที

“วินเป็นอะไรรึเปล่า  ทำไมวันนี้โทรมาช้าจัง”

“ขอโทษครับกัส  งานเพิ่งเสร็จเพราะมีปัญหาเรื่องงานโครงสร้างตึกน่ะ” 

“แล้วทานข้าวรึยัง” 

“ยังครับผม  ไม่ต้องห่วงนะวินให้เด็กจัดการให้อยู่”

“จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงล่ะออกไซด์งานและทำงานจนค่ำแบบนี้ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย  ดูแลตัวเองหน่อยสิ”

“ครับผม  วินจะดูแลตัวเองนะครับกัสก็ดูแลหัวใจวินที่ฝากไว้ดีๆล่ะ  แค่กๆ”

“ฮิๆๆ  วินเวอร์ไปแล้ว  อืมแล้วพรุ่งนี้วินจะมาหากัสรึเปล่าล่ะ”

“เฮ้อออ  วินคงไปไม่ได้ครับ  แค่กๆ  อืมคงต้องคุมงานที่ให้แก้ก่อนครับ  แค่ก”

“วินไอใหญ่เลยไม่สบายรึเปล่าเนี่ย  หืม  แล้วมียากินมั้ยครับ” ผมเริ่มเป็นห่วงคนปลายสายแล้วสิ  มีอาการไอแห้งๆแบบนี้และวิน คงเจ็บคอด้วยแน่ๆ

“วินไม่เป็นอะไรมากหรอกมีไอกับแสบคอน่ะ  เดี๋ยวค่อยหายากินก็ได้ครับ”

“รีบหายามากินก่อนที่จะเป็นมากกว่านี้รู้มั้ย  งั้นวินไปทานข้าวและก็หายาทานซะนะ”

“คุยกับกัสแป๊บเดียวเองอ่ะ  แค่กๆ  ยังไม่อยากวางเลย  หน้าก็ไม่เห็นเป็นเดือนแล้วด้วย  เฮ้ออ” ปลายสายถอนใหญ่เฮือกใหญ่อย่างพยายามอดทน  อย่าว่าแต่วินเลยที่ต้องอดทนผมก็ไม่ต่างจากวินนัก  คนเคยเห็นหน้ากันทุกอาทิตย์พอไม่ได้เห็นไอ้ความคิดถึงก็ถามหา  และพ่อตัวดียิ่งมีอาการไม่ปกติแบบนี้ด้วยผมจึงเพิ่มความเป็นห่วงเข้าไปอีก

“อย่าดื้อสิ  ทานข้าวทานยาแล้วเข้านอนนะครับจะได้หายเร็วๆ” ผมต้องดุบ้างไม่งั้นต้องคุยจนไม่ได้กินไม่ได้นอนเสียเวลาพักผ่อนของวินแน่ๆ  และไอ้ที่ไอก็จะไม่หาย

“ครับที่รัก  วินคิดถึงกัสนะ  อะฮึ่มๆ  หลับฝันดีนะครับที่รักของวิน” คนอะไรขนาดไม่สบายยังมาหยอดหวานให้ผมได้อีก  วินไอตลอดเลยอดเป็นห่วงไม่ได้ไม่รู้ว่าจะเชื่อผมแล้วหายากินเลยมั้ยนะ  เฮ้อสัปดาห์นี้คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วคิดถึงวินจัง

...........................
 
‘ทำไมถึงไม่โทรมานะ  วินจะเป็นอะไรรึเปล่า’ ความเป็นห่วงคนรักเกาะกุมในใจ  ผมพยายามติดต่อวินมาครึ่งชั่วโมงก็ติดต่อไม่ได้เลย  เมื่อทำอะไรไม่ได้ผมจึงเดินถือโทรศัพท์วนไปมาอยู่หน้าทีวี  ตาจับจ้องหน้าจอมือก็พยายามกดโทรออก  จนมิคที่นั่งมองมาสักพักคงนึกแปลกใจกับอาการร้อนรนของผมเข้า  จึงเดินมาจับมือผมและฉุดให้นั่งลง  หน้ามุ่ยคิ้วขมวดปากยื่นของมิคช่างน่าขำนักในยามปกติผมคงได้แซวเพื่อนจอมซนแล้วล่ะครับ

“กัสเป็นอะไรหน้าไม่ดีเลยอ่ะ” มิครวบมือผมไปกุมไว้และส่งสายตาแสดงความห่วงใยมาให้  เพื่อนคนนี้ไม่เคยทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความทุกข์คนเดียวเลย  ผมส่งสายตาขอบคุณไปให้มิคก่อนหลับตาลงเพื่อตั้งสติ
 
“เฮ้อออ  ก็วินน่ะสิมิคเป็นอะไรไม่รู้  กัสโทรไปหลายครั้งแล้วก็ไม่รับ  ไม่รู้ว่าจะไม่สบายจนนอนซมแล้วไม่ได้ยินเสียงรึเปล่า” ปกติวินไม่เคยเป็นแบบนี้ถึงวินไม่ว่างยังไงก็จะรับสายแล้วบอกว่าจะโทรกลับทีหลังเสมอ  วินไม่เคยเงียบให้ผมคิดมากขนาดนี้มาก่อนเลย  หลังคำพูดของผมมิคคิ้วขมวดมีสีหน้าครุ่นคิด

“นั่นน่ะสิ  แล้วกัสโทรไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย”

“โทรมาตลอดครึ่งชั่วโมงแล้ว  เฮ้อทำไงดีล่ะมิค  กัสห่วงวินจัง” เช้านี้ผมถอนใจหลายรอบแล้วตั้งแต่เริ่มรู้สึกเป็นห่วงคนที่ตัวเองติดต่อไม่ได้  กังวลไปสารพัดว่าวินจะมีไข้นอนซมหมดสติไปแบบไม่มีใครรู้

“ลองโทรอีกรอบสิกัส” ผมพยักหน้าให้มิคและลองกดหาคนที่ตัวเองเป็นห่วงอยู่อีกครั้ง  และครั้งนี้ผมรอสายอยู่ไม่นานก็มีคนกดรับ  นึกดีใจที่สามารถติดต่อวินได้แล้วและอาการวินคงไม่หนักมากอย่างที่คิด  ผมคลี่ยิ้มกว้างให้มิคก่อนเพื่อนตัวเล็กจะพยักหน้าถอนใจอย่างโล่งอก  แต่แล้วเสียงที่ตอบรับกลับเปลี่ยนความเป็นห่วงของผมเป็นความสงสัยแทน

“ค่ะ” เสียงผู้หญิงรับทำผมอึ้งก่อนได้สติและเหลือบดูเบอร์ที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้กดผิด  ‘เอ๊ะ! ก็ถูกนี่แล้วผู้หญิงที่ไหนมารับกัน’

“เอ่อ  นี่เบอร์วินใช่มั้ยครับ” ผมถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจสายอาจจะพันกันก็ได้

“ค่ะ  ของวิน  ใครโทรมาคะเพราะวินคงมารับสายไม่ได้  ตอนนี้นอนไม่สบายอยู่ค่ะ” ผมตกใจกับข่าวที่ว่าวินไม่สบายจึงละความสนใจจากผู้หญิงที่รับสายอยู่นี้  เพื่อสอบถามหาคนป่วยว่ามีอาการอย่างไรบ้าง

“ผมเป็น...เอ่อ  แฟนวินครับ  แล้ววินเป็นอะไรมากมั้ย  และเอ่อ  คุณเป็นใครครับ”  มิคที่อยู่ข้างกันทำหน้าตาสงสัยว่ามีอะไรที่ปลายสายกันแน่

“หา  แฟน  แฟนหรอ.....แต่คุณนี่ถามมากจริงฉันจะเป็นใครแล้วยังไงล่ะ  เป็นแฟนแต่ไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้มั้ง  ถ้าฉันไม่สนิทกับ วินคงไม่มาอยู่ในห้องเค้าตอนนี้หรอก  คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะแฟนคุณมีฉันดูแลแล้ว  แค่นี้นะวินเค้าเรียกแล้ว” 

ประโยคตอบโต้ยาวๆของผู้หญิงปริศนาคนนี้ทำให้ผมได้แต่ฟังที่เธอพูดไม่ได้แม้แต่จะโต้กลับเลยด้วยซ้ำ  ด้วยผมกำลังประมวลผลถึงสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูด

“กัส  วินเป็นอะไรไป  แล้วคุยกับใคร  กัสๆ” น้ำเสียงตกใจและแรงเขย่าจากมิคปลุกผมออกจากภวังค์  ผมเบือนหน้ามาทางเพื่อนตัวเล็กด้วยสติยังไม่เต็มร้อยนัก

“วินไม่สบายแต่มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มารับสายล่ะมิค” ผมตอบมิคไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิวด้วยใจแกว่งหัวอกวูบโหวง  คำถามต่างๆวิ่งวนในหัวแต่ไม่สามารถหาคำตอบได้ 

“เฮ้ย  ใครอ่ะผู้หญิงที่ไหนกัน” มิคบ่นด้วยหน้าตายุ่งเหยิงแต่คำถามของมิคผมก็อยากรู้คำตอบเหมือนกันว่าผู้หญิงปริศนานั้นเป็นใคร 

ผมจะทำยังไงดีทั้งเป็นห่วงวินและสงสัยเรื่องคนที่รับสายว่าเกี่ยวข้องยังไงกับวินกันแน่  และคงต้องหาทางไปให้เห็นกับตาก่อนที่จะตัดสินใจอะไรไปเพราะผมได้สัญญากับตัวเองและวินไว้แล้วว่าจะเชื่อใจกัน  ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ขอฟังจากปากเจ้าตัวก่อน  เมื่อตัดสินใจได้ผมจึงหันไปทางเพื่อนสนิท

“มิค  กัสจะไปหาวินไปเป็นเพื่อนกัสหน่อย”  มิคเผยอปากน้อยๆอย่างตกใจก่อนพยักหน้าตกลง  หวังว่าผมคงไม่ได้ทำเพื่อนลำบากนะครับ 

หลังจากนั้นเราจึงรีบเก็บของและขับรถไปหาวินทันที  ระหว่างทางผมยังพยายามโทรกลับไปที่เครื่องวินแต่โทรศัพท์ถูกปิดไปแล้ว  จึงยิ่งเพิ่มความร้อนใจไปอีกเท่าตัวแต่มือเย็นๆของเพื่อนรักก็ดึงสติผมกลับมา  ผมหันไปมองหน้ามิคที่ส่งยิ้มเป็นกำลังใจมาให้

“กัสใจเย็นๆ  ไปถึงอย่าวู่วามนะคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” 

“อืม  กัสก็ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้ว  ยังไงก็แล้วแต่  กัสจะฟังจากปากวินเท่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้น”  มิคพยักหน้ายิ้มกว้างตาปิดอย่างถูกใจมาให้ก่อนกดรับสายที่โทรเข้ามา

“ตอนนี้อยู่บนรถ....ไปหานายวินเพื่อนนายน่ะสิ....เฮ้อ  ก่อเรื่องอีกแล้วมีผู้หญิงรับสาย...ใช่  มากับกัส..ไม่รู้..ไปได้..จะตามไปก็ได้แล้วเจอกันที่โน่นนะ” ได้ฟังผมก็รู้แล้วว่าเป็นนายฟินโทรมาและคงรู้เรื่องของวินจากมิคแล้วฟินคงจะตามเราไปที่โน่นด้วย  ผมว่าก็ดีเหมือนกันเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนช่วยเหลือ 

‘วินนะวินไม่รู้เป็นไงมั่งไม่รู้จักระวังตัวเลย’  ตอนนี้ใจผมสงบลงมากแล้วหลังไตร่ตรองบทสนทนาที่ได้คุยกับผู้หญิงปริศนา  ทำให้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องการให้ผมเข้าใจผิดคิดว่าเธอสนิทกับวินก็ได้

“เดี๋ยวนายฟินจะตามไปด้วย  บ่นใหญ่เลยว่าไม่รีบบอกจะได้มารับ  และให้ขับรถระวังๆ  บ่นเป็นพ่อไปได้  หึ”  ถึงมิคจะบ่นฟินแต่ทำไมถึงต้องยิ้มไปด้วยล่ะ  เวลาที่ผ่านมาผมพลาดอะไรไปกับเรื่องของมิคกันน้า  หมดเรื่องวินเมื่อไหร่ผมต้องรู้เรื่องของคู่นี้ให้ได้เลย 

เราขับรถกันอีกพักใหญ่จึงมาถึงที่ทำงานของวิน  ผมได้โทรไปสอบถามคุณแม่ของวินเรื่องที่พักชั่วคราวที่วินพักเมื่อมาทำงานที่นี่  ซึ่งเป็นคอนโดที่เปิดให้เช่ารายเดือนโดยวิศวกรคุมงานและสถาปนิกของบริษัทจะใช้พักกัน

“ห้อง  507  มิคนี่ไงเจอแล้ว  แต่ล็อคอ่ะ” ผมหมุนลูกบิดห้องตรงหน้าที่รู้เลขห้องมาจากคุณแม่วินอีกที

“เคาะดังๆเลยกัส / ก๊อกๆๆๆ”  ผมลุ้นว่าใครจะเป็นคนมาเปิดประตูห้องจะเป็นผู้หญิงคนที่รับสายคนนั้นรึเปล่า  ผ่านไปสักครู่ประตูก็เปิดออก  ผมพิจารณาคนตรงหน้าเธอเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งผิวขาวหน้าหมวยและมีแววตามั่นใจ  ดูแล้วเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่งถ้าเธอคิดจะยิ้มสักนิด

“มาหาใครคะ” ผู้หญิงตรงหน้าจ้องผมก่อนหันไปทางมิคด้วยแววตาสงสัย 
 
“เรามาหาวิน  นี่ห้องวินใช่มั้ย” หลังคำพูดมิคเธอจ้องมิคเขม็งอย่างเอาเรื่องก่อนแสยะยิ้มให้
 
“อ้อ  ใช่ผู้ชายที่โทรมาและอ้างว่าเป็นแฟนวินใช่มั้ย  แล้วคนไหนล่ะ” เธอมองผมกับมิคสลับไปมา

“ใช่! คนนี้เป็นแฟนวิน  แล้วคุณล่ะเป็นใครถึงมาอยู่ห้องแฟนคนอื่นแบบนี้”  มิคชี้มือมาทางผมและโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้

“หึ  ถึงไม่ใช่แฟนแต่คงดีกว่าแฟนมั้งที่ไม่อยู่ดูแลแฟนตัวเองตอนไม่สบาย  หรือว่าวินจะเบื่อไปแล้วก็ไม่รู้ถึงมาอ้อนฉันให้มาดูแลน่ะ” เธอคนนี้พูดอย่างยียวนกวนโมโหเราทั้งคู่  มิคทำท่าจะเถียงต่อแต่ผมจับมือไว้ก่อนไม่อยากให้มีเรื่องกันตรงนี้  เพราะใจผมเป็นห่วงคนไม่สบายที่นอนอยู่ข้างในมากกว่า

“ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม  ขอผมเข้าไปข้างในก่อน  ยืนคุยกันตรงนี้ห้องอื่นจะรำคาญ” ผมพูดกลับด้วยใบหน้าและน้ำเสียงนิ่งเรียบ  ต้องการจะเข้าไปดูวินว่าเป็นอะไรมากมั้ย  แต่เธอกลับเดินออกมาจากห้องและปิดประตูไม่ให้เราเข้าไป

“ไม่  ฉันไม่ให้พวกเกย์แบบคุณเข้าไปหรอก  มาแอบอ้างว่าเป็นแฟนวิน  เป็นจริงๆรึเปล่าก็ไม่รู้” เธอทำหน้าตาและน้ำเสียงได้ยียวนกวนโมโหผมมาก  แต่ผมจะแสดงออกโดยใช้กำลังก็ไม่ได้เพราะยังไงก็เป็นผู้หญิง  ผมกำมือแน่นพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้เข้าไปทำร้ายผู้หญิงร้ายกาจตรงหน้า

“นี่คุณ  พูดแบบนี้ได้ยังไง”  มิคทนไม่ไหวสะบัดมือผมออกและเดินเข้าหาผู้หญิงคนนั้น

“นี่แกจะทำอะไรฉัน  จะทำร้ายร่างกายเหรอ” น้ำเสียงโวยวายท่าทางเอาเรื่องของคนตรงหน้า  ทำให้ผมรีบเข้าไปห้ามมิคที่เหมือนจะทำแบบที่ผู้หญิงคนนั้นพูดจริงๆ

“เพี้ยะ / กัส!  เป็นอะไรรึเปล่า” หน้าผมชาไปข้างหนึ่งเพราะแรงจากฝ่ามือของผู้หญิงตรงหน้า  ขณะที่ผมเข้าไปกันมิคด้วยช่วงชุลมุนเธอก็ตบเต็มแรงเข้าที่แก้มผมจนหน้าผมสะบัดไปตามแรง

“อุ๊ย  ไม่ได้ตั้งใจอยากเข้ามาขวางเองนี่” มิคลูบแก้มผมใหญ่ถามอย่างห่วงใยว่าเป็นยังไงบ้าง  แต่เหมือนเสียงมิคไม่ได้เข้าหัวผมเลย  ด้วยแรงอารมณ์ที่ขึ้นสูงจนปิดกั้นเสียงและปิดกั้นการรับรู้ทั้งหมด  ผมหันหน้ากลับมาช้าๆจ้องกลับไปยังผู้หญิงร้ายกาจที่กำลังยิ้มเยาะเย้ยให้อย่างเป็นต่อ  ผมเดินเข้าหาเธอช้าๆจ้องตากลับอย่างเอาเรื่องและง้างมือขึ้น

“ปัง / เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้  ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ผมตบไปที่ประตูจนเกิดเสียงดังโดยเฉียดใบหน้าสวยไปเพียงนิด  ก่อนส่งเสียงขู่ตะคอกออกไปทำเอาใบหน้าสวยซีดเผือดทันตา  เธอคงคิดว่าจะโดนผมทำร้ายเป็นแน่ซึ่งก็ดีจะได้เลิกขวางประตูสักที

“จี  เกิดอะไรขึ้น  พวกคุณเป็นใคร” ผมจ้องตาขวางไปยังเจ้าของเสียงที่เป็นชายหนุ่มร่างหนาผิวคล้ำที่กำลังเดินมาใกล้พวกเราสามคน  สงสัยนายนี่จะเป็นพวกเดียวกันกับผู้หญิงคนนี้  งานนี้ถ้าคิดจะขวางผมจะไม่ยอมถึงยังไงผมก็เป็นผู้ชายไม่ยอมถูกเอาเปรียบหรอกครับ

“พลช่วยจีด้วย” ผู้หญิงชื่อ ‘จี’ หนีไปหลบข้างหลังผู้ชายที่เพิ่งมาใหม่ 

ผมจึงได้โอกาสเปิดประตูเข้าไปในห้องไม่สนใจเสียงร้องของจีและมิคที่อยู่ด้านหลัง  กวาดตาไปรอบห้องผ่านชุดรับแขกไปมีประตูห้องน่าจะเป็นห้องที่วิน พักอยู่จึงรีบเดินไปเปิดประตูทันที  ภาพที่เห็นบนเตียงเป็นวินนอนใบหน้าแดงก่ำเหงื่อซกเพราะพิษไข้ไม่รู้สึกตัว  ยิ่งแสงแดดผ่านกระจกใสเข้ามายิ่งทำให้เห็นชัดว่าเจ้าตัวนอนกระสับกระส่ายคิ้วขมวดยุ่งไม่สบายตัว  ขาพาผมมาถึงเตียงอย่างไม่รู้ตัวยื่นมือแตะหน้าผากร้อนเหงื่อชุ่ม  ผมลูบเบาๆไปที่แก้มอย่างนึกสงสารคนรักที่นอนไม่รู้ตัวแม้ว่าผมจะมาอยู่ข้างๆ  พลันมือหนาก็เข้าประกบทับมือผมส่วนคนป่วยก็ลืมตาขึ้นสบ

“กัส” วินส่งยิ้มเพลียๆมาให้ก่อนปิดตาลงอีกครั้ง  เหมือนคนละเมอลืมตาตื่นมากกว่ารู้สึกตัวจริงๆ  ผมลูบผมเปียกชื้นให้เข้าที่ก่อนถอนใจโล่งอกที่รู้ว่าวินไม่เป็นอะไรมากนัก

ก็แค่นี้ที่ผมต้องการขอแค่ได้เห็นกับตาว่าคนรักไม่ได้เป็นอะไรมาก  ส่วนเรื่องผู้หญิงที่ชื่อ ‘จี’ คงต้องรอพ่อเสน่ห์แรงรู้สึกตัวก่อนถึงจะเคลียร์ได้  ผมล่ะอยากรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหนและทำไมถึงมาอยู่ในห้องวินได้  ถ้าวินไม่มีคำตอบที่ดีให้งานนี้เราคงได้เห็นดีกันแน่  ผมจะขอดเกล็ดพ่อปลาไหลให้แสบไปถึงทรวงเลยทีเดียว

...................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

วินเกือบงานเข้าซะแล้วเนอะ  แต่จีจะเป็นใครมาจากไหน
ติดตามได้พรุ่งนี้ค่ะ  ส่วนใครที่รอฉากหวานๆหื่นๆก็ไม่นานแล้วค่ะ
อดใจอีกนิดนะ  :-[

+1และเป็ดให้ทุกเม้นท์แล้วค่ะ  :pig4: ทุกการติดตามน้า  :กอด1:

ปล.เหลืออีกสองวันแล้วใครอยากได้หนุ่มๆไปนอนกอดรีบหน่อยน้าติดตามรายละเอียดหน้าแรกค่ะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
จีคือใคร ทำไมมาอยู่ในห้องของวิน

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

รอพ่อเสน่ห์แรงตื่นขึ้นมาเคลียร์
 :กอด1:

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 30

กัส

“กัส  นายวินเป็นยังไงบ้าง” มิคเข้ามายืนถามชิดเตียงขณะที่ผมกำลังเช็ดตัวให้วินเพื่อลดไข้

“มีไข้น่ะมิค  แต่ไม่รู้สึกตัวเลย” หลังเช็ดตัวเสร็จผมจึงหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้โดยมีมิคเป็นคนช่วย  เล่นเอาหมดแรงไปเหมือนกันก็ผู้ชายตัวโตๆที่ไม่รู้สึกตัวต้องจับถอดและใส่เสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด

“เฮ้อ  เล่นเอาหมดแรงเลย” มิคว่าพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้างร่างหนาของวิน ผมจึงส่งยิ้มขอบคุณไปให้  ก่อนหันกลับมามองหน้าคนป่วยและยื่นมือลูบแก้มแดงจากพิษไข้  วินดูดีขึ้นมากแล้วไม่กระสับกระส่ายเหมือนตอนแรกที่เห็น  พ่อตัวดีนอนไม่รู้เรื่องแบบนี้ถ้ามีใครคิดจะลักหลับก็คงไม่ยากเลย  ผมนึกถึงผู้หญิงที่ชื่อ ‘จี’ ขึ้นมาได้จึงหันกลับมาหามิคที่นั่งข้างกัน

“มิคแล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ  ตอนนี้อยู่ไหน”

“กลับไปแล้วมั้ง  แต่คนชื่อ ‘พล’ รออยู่ข้างนอกน่ะ” คงเป็นผู้ชายที่เข้ามาตอนที่ผมยืนเถียงกับจีอยู่หน้าห้องสินะ

ผมจึงชวนมิคออกไปนอกห้องเพื่อไปคุยกับคนที่รออยู่  ซึ่งน่าจะมีคำตอบให้ผมได้ในเรื่อง ‘จี’  ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะสนิทกับวิน  ก็ในเมื่อคู่กรณียังนอนไม่รู้เรื่องแบบนั้นคงให้คำตอบผมไม่ได้แน่  คนที่รออยู่นอกห้องนั่งอยู่ที่ชุดโซฟากลางห้องเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้ตัวว่ามีคนเดินมาใกล้  ผมและมิคนั่งลงใกล้กับพลที่นั่งรออยู่จึงได้รับรอยยิ้มจริงใจกลับมา

“สวัสดีครับ  ผมพลเป็นหัวหน้าวิศวกรที่นี่ครับ” หนุ่มร่างหนาผิวเข้มแนะนำตัวยิ้มๆแววตาสดใส  ดูท่าทางพลจะเป็นคนจริงใจไม่น้อย

“สวัสดีครับ  ผมกัสและนี่มิคเพื่อนผมเอง” ผมก้มหัวทักทายก่อนแนะนำตัวเองกับเพื่อนสนิทให้พลรู้จัก

“อ้อ  หมอกัสที่เป็นแฟนคุณวินนี่เอง” พลยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าผมเป็นใคร  ผมไม่นึกว่าวินจะเล่าเรื่องของเราให้ลูกน้องได้ฟัง  หน้าผมคงแสดงอาการตกใจมากพลถึงรีบพูดขึ้นมา

“ตั้งแต่คุณวินต้องมาดูงานที่นี่ด้วยตัวเอง  ผมได้ยินคุณวินบ่นคิดถึงแฟนตลอดเลย  ว่าไม่ได้เจอหน้ากันเพราะต้องมาแก้ไขงานที่ผิดพลาดที่นี่แทนการไปหาหมอกัสที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง  และเร่งโหมงานให้เสร็จเร็วๆเพื่อจะได้ไปเห็นหน้าหมอกัสน่ะครับ” พลพูดยิ้มๆท่าทางจะเป็นคนอารมณ์ดีเหมือนกัน  ผมจึงยิ้มตอบกลบเกลื่อนความอายที่เกิดขึ้นฉับพลัน  พาลนึกหมั่นไส้คนนอนซมเพราะพิษไข้ที่เปิดเผยไม่นึกอายใคร

“คุณพลครับ  ผมอยากรู้เรื่องผู้หญิงที่ชื่อ ‘จี’ เธอเป็นใครครับ  ถึงมาดูแลนายวินที่นี่” มิคคงอยากรู้มากจึงถามขึ้นมาตรงๆซึ่งก็คงไม่ต่างจากผมนัก

“ก่อนอื่นผมคงต้องขอโทษแทนจีด้วยครับ  จีเป็นเพื่อนของผมเองที่เอ่อ...มาชอบคุณวิน  ผมขอโทษจริงๆครับที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น  จีเป็นคนในจังหวัดนี้ตั้งแต่รู้ว่าผมมาทำงานที่นี่เราก็มาเจอกันตามประสาเพื่อนฝูงที่รู้ว่าเพื่อนมาทำงานใกล้ๆน่ะครับ  จนจีมาเจอคุณวินเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนมาเยี่ยมผมที่นี่ตั้งแต่นั้นมาจีก็มาตอแยตามติดคุณวิน  ผมก็เตือนจีไปแล้วนะครับว่าอย่าไปยุ่งกับคุณวินมากเพราะคุณวินน่ะมีคุณกัสแล้ว  แต่ดูเหมือนว่าจีจะถูกใจคุณวินมากเลยตามตื๊อตลอด  คุณวินก็เลี่ยงแล้วนะครับแต่ด้วยงานที่ต้องเร่งให้เสร็จตามสัญญาจึงปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย”

“แล้วเรื่องที่เธอว่ามาดูแลวินที่ห้องล่ะครับ  ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เป็นผมเองที่ถามเพราะอยากรู้เรื่องนี้มาก

“คุณวินเริ่มไม่สบายตั้งแต่เมื่อคืนให้ผมซื้อยามาให้  แต่คงไม่ได้กินเพราะยังเห็นว่าซองยายังอยู่สภาพเดิม  คุณวินคงเพลียและหลับไปก่อน  ตอนเช้าผมไม่เห็นคุณวินมาดูงานจึงมาตามที่ห้องประตูก็ไม่ได้ล็อค  ผมจึงเดินเข้าห้องนอนเห็นคุณวินนอนซมเพราะพิษไข้แล้ว  ผมก็เลยไปหาข้าวมาให้ทานและให้ทานยา  แต่ผมเฝ้าคุณวินไม่ได้ต้องไปดูงานต่อ  จีมาเคาะห้องผมจึงฝากให้เฝ้าคุณวินแทนน่ะครับ  เพราะตอนนั้นคุณวินหลับไปเพราะฤทธิ์ยาแล้ว”

“ฝากปลาย่างไว้กับแมวแท้ๆเชียว”  มิคบ่นเบาๆให้ผมได้ยินแต่ห้องที่เงียบอยู่แล้ว  ไอ้ที่ตั้งใจให้ได้ยินแค่สองคนจึงเป็นไปไม่ได้  ผมสบตาพลที่ยิ้มเก้อๆมาให้และมีสีหน้าลำบากใจ  จึงส่งยิ้มเข้าใจไปให้พลที่เจ้าตัวก็คงเป็นห่วงวินด้วยความจริงใจ  แต่อยู่เฝ้าไม่ได้เพราะมีงานที่ต้องรับผิดชอบ  และผู้หญิงที่ชื่อจีก็คงรอโอกาสใกล้ชิดวินอยู่แล้วด้วยจึงไม่อิดออดที่จะยื่นมือเข้าช่วยพล  เท่าที่ฟังมาเธอคงไม่ทำอะไรคนนอนไม่รู้ตัวเพราะพิษไข้หรอกมั้ง  นอกจากแอบตอดเล็กน้อยเท่าที่ทำได้

“ผมคงต้องขอโทษคุณกัสจริงๆครับ  ที่เพื่อนผมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้  แต่ผมยืนยันอย่างหนึ่งนะครับว่าคุณวินไม่ได้คิดอะไรกับจีจริงๆ  แต่เห็นว่าจีเป็นเพื่อนของผมจึงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงไป  ผมคุยกับจีแล้วครับว่าไม่ให้มาวุ่นวายที่นี่อีก” ผมได้ฟังก็ตกใจถึงไม่พูดว่าตัดเพื่อนแต่ก็มีความหมายไม่ต่างกันนัก

“ไม่ต้องรุนแรงขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ”

“กัส  ทำไมพูดแบบนั้นล่ะก็ดีแล้วนะ  เธอจะได้ไม่มาวุ่นวายที่นี่อีก” มิคขัดขึ้นเมื่อรู้นิสัยขี้ใจอ่อนของผม

“จีกับคุณพลเป็นเพื่อนกัน  ผมไม่อยากให้ถึงขั้นแตกหัก  รอวินหายแล้วค่อยพูดคุยกันดีๆก็ได้นะครับ”

“ผมแล้วแต่คุณวินและคุณกัสครับ  ตอนนี้คุณวินเป็นยังไงบ้างครับ” 

“หลับอยู่น่ะครับไข้เริ่มลดแล้ว  อืม  แถวนี้มีอาหารขายมั้ยครับ  ผมว่าจะปลุกวินมาทานข้าวและให้ทานยาด้วย”

“แบบนี้ดีกว่าครับ  เดี๋ยวผมจัดการเองทั้งของคุณวินและคุณสองคนด้วย” พลว่าแล้วก็ขอตัวออกไปซื้ออาหารเย็นมาให้  ในห้องจึงเหลือแค่ผมกับมิคและคนป่วยที่หลับไม่รู้ตัวในห้องนอน

“ค่อยเบาใจได้หน่อย  นี่ดีนะที่นายวินไม่เล่นด้วยถ้าขืนเล่นด้วยเนี่ย  คราวนี้มิคจะจัดการเอาเลือดหัวออกแทนกัสเลย  ฮ่าๆๆ” มิคว่าไปก็หัวเราะให้อย่างถูกใจซึ่งผมก็คิดไม่ต่างจากมิคนัก  อะไรๆที่หนักอกก็โล่งขึ้นเหลือก็แต่รอดูอาการของคนป่วยเท่านั้น

“หายป่วยเมื่อไหร่คงต้องมาเคลียร์กับจีอีก  เฮ้อ  พ่อคนเจ้าเสน่ห์นี่ยุ่งจริงทำเอาวุ่นไปหมด  หายเมื่อไหร่ต้องคุยกันอีกที  กัสต้องขอบใจมิคนะที่นั่งรถมากับกัสตั้งไกลขนาดนี้” ผมจับมือเพื่อนมากุมแน่นและส่งสายตาขอบคุณไปให้

“เฮ้  กัสอย่าพูดแบบนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ  ถ้ามิคปล่อยให้กัสมาคนเดียวเนี่ยก็เป็นเพื่อนที่แย่มากเลยรู้มั้ย  เพราะถ้ากลับกันมิคเชื่อว่ากัสก็ต้องทำแบบเดียวกับที่มิคทำถูกมั้ย” ฟังสิ่งที่มิคพูดก็ทำเอาซาบซึ้งกับสิ่งที่เพื่อนรักทำให้กัน  ผมพยักหน้ารัวยิ้มกว้างให้กับสิ่งที่มิคพูด  เพราะถ้ามิคมีเรื่องร้อนใจผมก็ไม่สามารถนิ่งดูดายได้  ต้องช่วยเพื่อนรักให้ถึงที่สุดอยู่แล้ว

“ก๊อกๆๆ”  เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น  เราสบตากันอย่างสงสัยว่าใครมาหรือว่าจะเป็นผู้หญิงคนนั้นย้อนกลับมาหาเรื่องอีกกันแน่  ผมจึงเดินไปเปิดประตูโดยมีมิคตามมาติดๆ

“อ้าว  ฟินน่ะเอง  เข้ามาก่อนครับ” ผมลืมเพื่อนสนิทของวินคนนี้ไปเลยว่าฟินจะตามมา  หลังฟินรู้เรื่องของวินจากการคุยโทรศัทพ์กับมิค

“ไอ้วินเป็นยังไงบ้างครับกัส  แล้วเรื่องผู้หญิงที่รับสายล่ะอยู่ไหน” ฟินที่เพิ่งมาถึงคงเป็นห่วงวินมากเพราะแค่เดินเข้าประตูมายังไม่ได้นั่งก็ถามหาเพื่อนและมองไปรอบห้องเพื่อหาผู้หญิงที่ถูกกล่าวถึงทันที

“นายวินหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องนอนนู่น  ส่วนเรื่องผู้หญิงน่ะเค้าเคลียร์กันไปแล้วนายน่ะมาช้ามากกกกก”  มิคแจงให้ฟินฟังอย่างหมั่นไส้  ผมก็ได้แต่ยิ้มๆและคอยสังเกตคนทั้งคู่

“โธ่  มิคครับฟินรีบสุดแล้วนะไม่รอใครเลย  เนี่ยตอนแรกธีกับมนจะมาด้วยนะ  แต่ฟินให้มันรอข่าวอยู่ที่กรุงเทพฯแทน  เพราะเป็นห่วงมิค  เอ๊ย  ห่วงวินและกัสน่ะครับ” อ้าว  ที่ฟินมาเนี่ยตกลงเป็นห่วงใครกันแน่มิคหรือวิน  หลังมิคได้ฟังก็ทำหน้าไม่ถูกไปเลยจะยิ้มก็ไม่ใช่จะบึ้งก็ไม่เชิง  ดูท่าแล้วทั้งคู่คงมีอะไรมากกว่าที่ผมคิดไว้ซะแล้วสิ 

“กัสหน้าเป็นอะไรครับ  ทำไมหน้าแดงช้ำแบบนี้” หลังคำพูดฟินเรียกสายตาจากมิคให้หันมาจ้องหน้าผมได้  ก่อนมิคจะตาโตและไล้มือที่แก้มเบาๆแววตากังวลจนเห็นชัด

“กัส  แย่เลยหน้าเป็นรอยแดงบวมนิดๆด้วย  มิคลืมไปเลยว่าโดนยัยจีนั่นตบเอาน่ะ” ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำเรื่องที่โดนตบ  พอมิคพูดขึ้นผมก็รู้สึกตึงๆแก้มขึ้นมาทันที  แต่ต้องตกใจกับเสียงของนายฟินที่ร้องออกมาซะดังลั่น

“หา  กัสโดนตบเหรอ  แล้วจีเป็นใครครับ  ใช่ผู้หญิงที่รับโทรศัพท์รึเปล่า” สีหน้าร้อนรนท่าทางเอาเรื่องของฟินทำผมกังวลกลัวว่าคนหน้าเข้มจะใจร้อนตามไปเอาเรื่องคนต้นเหตุให้เรื่องใหญ่ขึ้นไปอีกผมจึงรีบเอ่ย

“กัสไม่เป็นไรไม่เจ็บแล้วล่ะมิค  ฟิน” ผมส่งสายตาจริงจังไปให้ทั้งคู่ว่าผมไม่เป็นอะไรจริงๆ

“ห้องนี้ท่าจะไม่มียาทานะ  เดี๋ยวมิคไปหาซื้อยาให้  รู้สึกว่าข้างล่างจะมีร้านขายยาอยู่” มิคถอนใจยาวก่อนพยักหน้ายอมรับและอาสาไปซื้อยาให้  ระหว่างที่มิค ลุกขึ้นเตรียมเดินออกจากห้องก็โดนฟินรั้งไว้และขอตามไปด้วย  ก่อนฟินจะหันมาบอกผมให้รออยู่ที่ห้อง

.................................

หลังผมเช็ดตัวให้วินอีกรอบแล้วคนบนเตียงที่นอนนิ่งก็ดูดีขึ้นกว่าตอนที่ได้เห็นครั้งแรกมากเพราะไข้เริ่มลดจนเกือบไม่มีแล้ว  เหตุการณ์คราวนี้ก็เป็นบทเรียนสำหรับผมอีกบท  ดีที่เชื่อใจ  ดีที่ตัดสินใจมาหา  ดีที่วินยังมั่นคง  และดีที่เรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดไปในทางร้ายๆ  เพราะบทเรียนครั้งก่อนนั้นมีส่วนให้ผมไม่วู่วามด่วนตัดสินใจ  ขณะที่ผมกำลังมองหน้าคนหลับเพลินๆเปลือกตาที่ปิดสนิทก็ลืมขึ้น  แต่เหมือนวินยังรู้สึกตัวไม่เต็มที่จึงมองมาที่ผมอย่างเลือนลอย  จนกระทั่งผมเห็นประกายตาดีใจที่เปล่งออกมาจึงรู้ว่าวินรู้สึกตัวเต็มที่แล้ว  ผมจึงส่งยิ้มน้อยๆทักทายไปให้

“กัส  มาได้ไงครับ  หืม” วินส่งเสียงแหบมาทักทายและเอื้อมมืออุ่นมากุมทับมือผมที่แก้มตัวเองพร้อมรอยยิ้มเซียวๆ

“ขับรถมากับมิคครับ  รีบมาหาคนป่วยน่ะสิ  ที่ป่วยเนี่ยเพราะไม่ดูแลตัวเองดีๆใช่มั้ย” ผมแกล้งปั้นหน้าบึ้งๆใส่วินให้รู้ว่าไม่พอใจที่ไม่ฟังกันจนต้องมานอนป่วยแบบนี้  ทำเอาวินหน้าหงอยและส่งสายตาง้องอนมาให้

“ไม่ต้องพูดแล้ว  เดี๋ยวทานข้าวก่อนค่อยนอนต่อนะ” ผมพยุงวินขึ้นพิงหมอนที่หัวเตียงและหยิบชามข้าวต้มที่เตรียมไว้มาเป่าให้คลายความร้อน  ก่อนป้อนคนป่วยที่ยิ้มให้และอ้าปากรับข้าวต้มที่ผมจ่อถึงปากอย่างเต็มใจ  อยู่ๆคนที่นั่งเคี้ยวข้าวก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยคงสังเกตเห็นร่องรอยบนแก้มผมเข้าแล้ว  ฝ่ามือหนาถูกยื่นมาลูบไล้แผ่วเบาที่ข้างแก้ม 

“กัสครับหน้าไปโดนอะไรมา  ทำไมช้ำแบบนี้” สายตาห่วงใยพร้อมคำถามที่ต้องการคำตอบของวินทำให้ผมต้องคลี่ยิ้มให้ก่อนตอบ

“เฮ้อ  ก็ผู้หญิงที่ตามตื๊อวินอยู่ตอนนี้เป็นคนทำน่ะสิ” หลังคำตอบผมแล้ววินมีสีหน้างงงันก่อนจะปลี่ยนเป็นตกใจเหมือนเพิ่งคิดได้ว่าใครที่ผมพูดถึง

“จีเป็นคนทำกัสเหรอครับ  เกิดอะไรขึ้น  กัสเล่ามาเลยนะ  แล้วกัสโดนทำร้ายที่อื่นอีกมั้ย” คนร้อนรนบนเตียงเข้ามาจับแขนจับหน้าผมพลิกไปมาอย่างสำรวจ

“ใจเย็นวิน  ทานข้าวให้หมดและทานยาก่อน  เดี๋ยวกัสเล่าให้ฟัง”

วินทำหน้าขัดใจแต่ก็ยอมให้ผมป้อนข้าวต้มจนเกือบหมดชาม  ส่วนตาก็จ้องมาที่ผมเขม็งอย่างรอคอยคำตอบ  จนผมอดยิ้มขำพ่อคนใจร้อนไม่ได้  ผมยื่นยาไปให้วินก็รีบดื่มน้ำตามทันทีก่อนทำหน้าเหยเก  ด้วยวินเป็นคนที่กินยายากมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  นี่ถ้าไม่ได้อยากรู้เรื่องผมมากขนาดนี้คงต่อรองอีกนานกว่าจะยอมกินยา  หลังจากนั้นผมจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้วินฟังเริ่มตั้งแต่ผมโทรมาแล้วจีรับสาย  จนผมร้อนใจต้องขับรถมาหาวินถึงที่นี่และมามีเรื่องกับจีที่หน้าห้อง  มาถึงตอนนี้วินโมโหใหญ่ที่จีแต่งเรื่องให้ตัวเองและวินดูเหมือนว่าสนิทสนมกันเกินเพื่อนแถมมาทำร้ายผมด้วย

“วินไม่ได้เป็นแบบที่จีบอกกัสนะครับกัสเชื่อใจวินนะ” วินร้อนรนกุมมือผมเขย่าแรงๆ

“ครับ  กัสเชื่อใจวินถึงมาหาถึงนี่ไงและคุณพลก็อธิบายให้กัสฟังแล้ว”

“เรื่องจี  วินคิดว่าต้องเคลียร์กับเจ้าตัวให้รู้เรื่องอีกทีและจะเอาเรื่องที่มาทำกัสให้เจ็บตัวแบบนี้ด้วย”

“กัสเห็นด้วยนะที่วินจะเคลียร์  แต่เรื่องเอาคืนที่เค้ามาทำร้ายกัสน่ะไม่ต้องหรอก  กัสไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นไปกว่านี้น่ะ”

“แต่ว่า  เฮ้อ  ตามใจกัสนะครับ  วินดีใจนะที่กัสมาหาและเชื่อใจวินและก็อยากขอโทษกัสด้วยที่เป็นต้นเหตุให้เจ็บตัวแบบนี้” วิน จับมือผมขึ้นไปจรดริมฝีปากตัวเองและยื่นหน้ามาจูบแก้มผมบริเวณรอยช้ำอย่างแผ่วเบาแทนคำขอโทษ

“วิน  ต่อไปนี้นะถ้ามีใครก็แล้วแต่เข้ามาหาวินแบบจีอีก  ต้องบอกกัสทุกครั้งเข้าใจมั้ย  กัสจะได้รู้เราจะได้ไม่เข้าใจผิดกัน”

“ครับที่รัก  วินให้สัญญาว่าจะบอกกัสทุกเรื่องเลย  ตอนแรกที่ไม่บอกเพราะวินคิดว่าวินทำตัวชัดเจนกับอีกฝ่ายไปแล้ว  และงานที่นี่ก็จะเสร็จแล้วด้วยคงไม่ได้เจอกันอีก  ที่สำคัญวินไม่อยากให้กัสคิดมาก  แต่ที่ไหนได้เรื่องเกือบบานปลายไปแล้ว” วินพูดไปตาเริ่มปรือจากฤทธิ์ยาที่ทานเข้าไป  และตั้งแต่ตื่นมานี่ก็ใช้พลังงานไปเยอะร่างกายคงต้องการการพักผ่อนแล้ว

“ครับ  กัสรู้แล้ว  เป็นอันว่าครั้งนี้กัสให้อภัยนะแต่ต้องไม่มีครั้งหน้ารู้มั้ย” วิน พยักหน้าตาปรือคงฝืนลืมตาอย่างมากแล้ว

“อ่ะ  นอนพักได้แล้ว” ผมประคองให้วินลงนอนหนุนหมอนและโดนวินจับมือไว้ส่งสายตาออดอ้อนมาให้ด้วยคงอยากให้ผมอยู่ด้วย  ปกติวินก็อ้อนมากอยู่แล้วพอป่วยก็อ้อนหนักกว่าเดิม 

“นอนนะครับ  กัสอยู่กับวินตรงนี้แหละ  ไม่ไปไหนหรอก”

วินยิ้มบางและหลับใหลไปแล้วแต่มือที่จับกุมไว้ก็ยังไม่คลายออก  ผมยิ้มเอ็นดูคนป่วยที่หลับไปแล้วและคิดถึงประโยคที่พูดกับ  วินว่าจะอยู่ ‘ตรงนี้’ ไม่ไปไหนนั้นมีสองความหมายคืออยู่กับวินในตอนนี้ที่นี่และเราจะอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป

...............................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

ก็ได้รู้กันแล้วเนอะว่าจีเป็นใคร ตอนหน้าได้เคลียร์สมใจ
แต่จะออกมาแบบไหนต้องติดตามค่ะ

+1และเป็ดให้ทุกเม้นท์แล้วนะคะ  :pig4: ทุกการติดตามค่ะ

ปล.พรุ่งนี้ปิดโอนแล้วใครอยากได้หนุ่มๆไปนอนกอดรีบหน่อยน้าติดตามรายละเอียดหน้าแรกค่ะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0


ปล.2 เร็วๆนี้เจอเรื่องราวความรักของอีกหนึ่งหนุ่มหน้าตี๋นามว่าเฮียธัชได้ที่เล้านะคะ

 :กอด1:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะครับ  รวมทั้งรอความรักของ "เฮียธัช" ที่จะเข้าเล้า นะครับ

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
เค้าจะเคลียร์กันยังไงน้า

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
พอป่วยก็อ้อน
หนักเชี่ยวน๊า
นายวิน :L1:

tawan

  • บุคคลทั่วไป

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด