✽เล่ห์พรางรัก✽ บทส่งท้าย เพียงเราสอง(จบบริบูรณ์)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ✽เล่ห์พรางรัก✽ บทส่งท้าย เพียงเราสอง(จบบริบูรณ์)  (อ่าน 504277 ครั้ง)

ออฟไลน์ ruby

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-3
ตกลงอลันโกรธเปรียวเรื่องอะไร งง
ทำไมอารมณ์แปรปรวนจัง
สงสารน้องเปรียว :monkeysad:

ออฟไลน์ KilGharRah

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-0
สงสารเปียวนะ อลันทำอะไรไม่นึกถึงใจคนอื่นเลย บอกให้เค้ารอแต่ตัวเองก็ดันลืมเค้า
แถมยังมีแฟนเก่ามาอีก เป็นใครจะไปยอมง่ายๆเนี่ย :z3:

ออฟไลน์ MaRiTt_TCL

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-6
อ่านแล้วก็สงสารเปียว เหอะๆ
อลัน เอาแต่ความคิด ความรู้สึกของตัวเองเป็นใหญ่ หน่ายใจ

ออฟไลน์ pukpra

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1997
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-0
โอยยย เจ็บปวด เข้าใจผิดกันอีกแล้ว

pronpailin

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
คนรักเก่านะเฟ้ย  จะให้เปียวไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ  ชิ

Olivia23

  • บุคคลทั่วไป
ทำไมอลันทำอย่างนี้ ไม่ชอบเลยที่ทำอะไรแล้วไม่คิดถึงจิตใจคนอื่น  :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ thyme812

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
สงสารอ่ะ เมื่อไรจะเข้าใจกันละหนอ :เฮ้อ:

Mc_ma

  • บุคคลทั่วไป
ทำไมเศร้าอย่างนี้  :m15:  :sad4: :o12:

สงสารเปียว.......แต่อีกด้านก็เข้าใจอลันนะ
จากความสัมพันธ์ที่คลุมเครือไม่ชัดเจนและความไม่เข้าใจกันแท้ๆ

อลันตั้งหลักตัวเองดีๆ ขอให้เข้าใจกันกับน้องไวๆนะ

ขอบคุณค่ะ คุณวันใหม่
 :กอด1: :กอด1:


ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11
เฮ้ออออ อลันหนออลัน *ส่ายหน้ารัวๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ $VAN$

  • Moderator
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1738
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +307/-6
อลันอ่ะ :angry2: บอกให้ทำดีๆกับเปียว พูดไม่รู้เรื่องเล๊ย!!

LiTTlE [A]

  • บุคคลทั่วไป

แบบนี้เค้าเรียกว่าพาลนะมิสเตอร์แอล
ดีกัน หวานกันไม่กี่ตอน ทำไมกลับมาอิหรอบเดิทอีกแล้วเนี้ยะ :o12:
 :pig4: :กอด1:

ออฟไลน์ puppyluv

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2539
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2000/-20
ถ้าเจอแฟนเก่า
เป็นใครๆ ก็ต้องเฮิร์ทลึกๆ ล่ะ
นะอลัน
เปียวคนเก่งทำใจดีๆ
กดบวกปล่อยเป็ดไปเป็นเพื่อนอีกเพราะรักปียว

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป

swordtails

  • บุคคลทั่วไป
อ่านจบแล้วถอนหายใจ พร้อมกับปวดตับปวดไตนำไปก่อนอย่างแรกเลยค่ะคุณวันใหม่ !!!!! T^T

ทำไมอลันเป็นอย่างนี้นะ /กุมขมับ/
ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า แต่เราอ่านแล้วเรารู้สึกว่า เหมือนอลันยังตัดปวิตาไม่ขาด
คือ ถ้าถึงขนาดเจอปวิตาแล้วถึงกับลืมเปียวนี่นั่งเงกรอกินข้าวอยู่ที่้บ้านนี่ก็เป็นสัญญาณอันตรายแล้วล่ะ

แล้วพอเปียวรู้ว่าที่อลันไม่รีบกลับมาตามสัญญาเป็นเพราะอะไร สาบานได้ว่าตอนอ่านประโยคนั้น ...
ใจแล้วปวดแปลบขึ้นมาเลยทีเดียวค่ะ /ประหนึ่งว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายนายเอกที่พร้อมเจ็บแทนตลอดยังไงอย่างงั้น/
ถ้าเราเป็นเปียว เราคงรู้สึกน้อยใจด้วยเหมือนกัน ทำเหมือนเราไม่สำคัญ ... ทำเหมือนเราเป็นของตาย
และเพราะอย่างนั้น ... ประเด็นที่ว่า " ไอ้เรามันก็เป็นแค่ลูกหนี้ที่มาพลีกายเพื่อขัดดอกให้เขา "
มันก็วกกลับเข้ามาในหัวให้ชวนคิดมาอีก ดังนั้น ก็เลยระเบิดอารมณ์ออกมาแบบนั้นสินะเปียว T T

แล้วอลันที่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ก็คิดเองเออเอง ว่าเปียวไม่ได้รักตัวเองสักนิด
/จะว่าไปแล้ว ณอลันนี่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธเปียวเลยนะคะ เพราะตัวเองทำตัวไม่ชัดเจนเอง
แล้วก็ทำใ้ห้เปียวมั่นใจด้วยว่า ไม่ว่ายังไงในใจอลันก็ยังคงมีแต่ปวิตาเท่านั้น/
ก็เลยทำตัวร้ายกาจใส่เปียวไป พอเราเห็นเปียวเจ็บทั้งกายทั้งใจ เราก็ ... เฮ้อ ~

แล้วนี่จะต้องเจ็บกันไปนานอีกแค่ไหน เปียวถึงจะได้มีความสุขจริง ๆ เสียที ?

เอาใจช่วยเปียวกับคุณแม่และน้องพิชญค่ะ ! ขอบคุณคุณวันใหม่ด้วยนะคะ ^^

ปล. ขอโทษที่หายไปนานค่ะ เพิ่งจะได้มาแตะคอมนี่ล่ะ T^T

ออฟไลน์ aeecd

  • :: 8018 ::
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-0

ออฟไลน์ frenzy19

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
อลันไม่ใจเย็นลงหน่อยล่่ะ

น่าสงสารเปียว

ออฟไลน์ wanmai

  • ★รักใสปิ๊ง★(>_<)
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1195/-5
เล่ห์พรางรัก

ตอนที่ ๑๓ พยศรัก




พิชญฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกพาตัวมาที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งที่จริงแล้วควรจะเรียกสิ่งปลูกสร้างหลังนี้ว่าคฤหาสน์น่าจะเหมาะกว่า ด้วย
บริเวณที่กว้างขวางและรูปทรงของตัวบ้านที่ราวกับหลุดเข้ามาในเวียงวัง เมื่อเด็กหนุ่มฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ได้พบเห็นคือชายหนุ่มรูป
ร่างสูงใหญ่ บรรยากาศเย็นเยียบโอบล้อมรอบกายของชายคนนั้น ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลสะกดให้พิชญไม่กล้าที่จะปริปากด่าทอหรือ
อะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้ชีวิตของเขาไม่ปลอดภัย ช่างเป็นคนที่น่าหวั่นกลัวเหลือเกินในสายตาของพิชญ ยิ่งใบหน้ามีไรเคราขึ้น
บางๆนั้นยิ่งส่งให้คนผู้นี้ดูคมเข้มและดุดันมากขึ้นไปอีก

“ยินดีต้อนรับ พิชญ พฤทธาการ”

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มที่นั่งมองเขาอยู่บนเตียงนอน พิชญชักสีหน้าใส่คนตรงหน้าเล็กน้อยเมื่อฝ่ายนั้นเอ่ยเรียก
ชื่อเขาเสียเต็มยศ

“คุณต้องการอะไร มีจุดประสงค์อะไรถึงทำแบบนี้”

เด็กหนุ่มเอ่ยถามถึงจุดประสงค์ของชายผู้นี้ เขาจำไม่เห็นได้ว่าตนเองไปสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้คนๆนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันถึง
ได้ถูกจับตัวมาโดยไม่เกรงกฎหมายบ้านเมืองเช่นนี้ ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่จับจ้องมองพิชญเขม็ง เดินเข้าไปใกล้ด้วยท่าทางคุกคาม
พิชญขยับถอยหนี หมุนกายจะถลาลงจากเตียง แต่ก็ช้ากว่าอีกคนอยู่ดีเมื่อข้อเท้าถูกดึงไว้แล้วลากกลับมา พิชญเตะขาปัดป่ายจึง
ถูกรวบขาทั้งสองข้างแล้วกดลงกับที่นอนแน่นิ่ง

“อย่าแผลงฤทธิ์ให้มากนัก บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ใช่คนใจดี”

หนุ่มตัวโตบอกเสียงลอดไรฟัน หน้าตาก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าล้อเล่น พิชญหยุดกึกเมื่อฝ่ายนั้นพูดจบ ไม่ต้องบอกพิชญก็พอรู้อยู่
หรอก คนใจดีที่ไหนกันถึงได้จับตัวคนอื่นมาแบบนี้ สาเหตุมันมาจากอะไรเขาไม่รู้ ว่าแต่...

“แม่ผม...”

“ยังอยู่ดี ไม่มีส่วนไหนบุบสลาย”

เอ่ยสวนมาเมื่อพิชญถามนำ มือหนาปล่อยขาของพิชญให้เป็นอิสระ เจ้าของมือก็นั่งลงไม่ไกลจากพิชญนัก เด็กหนุ่มอยากขยับ
กายถอยหนีแต่ก็จำต้องนิ่งเอาไว้ การเจรจาน่าจะเข้าท่ามากกว่าในเวลานี้

“คุณ...” พิชญเปิดคำเชิงถาม ชายหนุ่มตัวโตยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยบอก

“อเล็กซ์... อเล็กซานเดอร์ เฟอร์ริงตัน”

พิชญขมวดคิ้วกับชื่อสกุลของชายหนุ่มตรงหน้า เฟอร์ริงตัน ที่จริงคนที่มีชื่อสกุลนี้ก็มีออกถมไป มันคงไม่บังเอิญกลายเป็นคนรู้จัก
ขึ้นมาได้กระมัง พิชญเม้มปากสีหน้ายุ่งยากใจเมื่อคิดไม่ตกว่าเคยรู้จักคนผู้นี้ไหม ก่อนเอ่ยถาม

“มิสเตอร์เฟอร์ริงตัน เรา... เคยรู้จักกันหรือ ผมเคยทำอะไรให้คุณไม่พอใจ...”

“ไม่ ฉันไม่ได้ไม่พอใจเธอหรอกหนุ่มน้อย ลูกน้องฉันอาจจะสะเพร่าเล็กน้อยที่พาตัวเธอมาแทนที่จะเป็น...”

อเล็กซ์ลากเสียงในตอนท้ายทำให้พิชญมองจ้องอย่างอยากรู้ แต่ชายหนุ่มก็พูดค้างไว้เพียงเท่านั้นแล้วเลี่ยงให้พ้นไป

“แต่ไม่ต้องกังวลไป ฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดี... ถ้าเธอเป็นเด็กดีล่ะก็นะ”

อเล็กซ์ยิ้มร้าย ก่อนเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้เด็กหนุ่ม พิชญเอนตัวถอยห่าง แต่ก็ได้เท่านั้นเมื่อไม่มีทางหนีไปไหนได้มากกว่านี้แล้ว
ใจเด็กหนุ่มเต้นระทึกไหว เขากลัว ไม่เคยที่จะพบเจออะไรเช่นนี้มาก่อน ใจประหวัดคิดไปถึงเปียวที่ต้องพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้
เปียวจะกลัวเหมือนเขาไหม ต้องกลัวแน่ล่ะ ใครจะไม่กลัวบ้าง แถมยังน่ารังเกียจอีกด้วยซ้ำ

‘ทำยังไงดี!’

พิชญแทบกลั้นหายใจตายเอาให้ได้เมื่อหนุ่มตัวโตเข้ามาใกล้ชิดยิ่งกว่าเก่า ไม่เอาแบบนี้สิ เขาไม่อยากได้แบบนี้!

“หึ... หึๆ”

เสียงหัวเราะในลำคอนั้นทำให้พิชญที่กำลังจะสติแตกชะงักกึก ก่อนจะกะพริบตามองต้นเสียงปริบๆ อเล็กซ์ขยับลุกขึ้นยืน
ริมฝีปากยังยกยิ้มขำ หันมามองคนที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงแล้วบอก

“ไม่ต้องกลัว แข็งทื่อขนาดนี้ ฉันกินไม่ลงหรอก”

ว่าแล้วก็เดินออกจากห้องไปเฉย เด็กหนุ่มบนเตียงนอนยังคงมึนงงกับสถานการณ์ เมื่อครู่นี้เขาแค่ถูกหลอกเล่นอย่างนั้นหรือ?

“ไอ้ฝรั่งบ้า เฮงซวย!”

พิชญก็ทำปากดีได้แค่ตอนเขาไม่อยู่เพียงเท่านั้นล่ะ ในเมื่อตอนนี้เขายังไม่รู้เหนือรู้ใต้เลย ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดในโลกใบนี้ และ
มารดาของเขาถูกจับแยกไปไว้ที่ไหน พิชญเดินวนไปมาอยู่ในห้อง ครุ่นคิดหาวิธีที่จะออกจากที่นี่ เขาต้องมีสติเข้าไว้ แต่ว่าจะทำ
อย่างไรกัน

ขั้นแรกคงต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าตนเองอยู่ที่ไหน พิชญเหลียวมองหาของที่จะบอกกับเขาได้ เห็นโทรทัศน์จอใหญ่ยักษ์ติดผนังจึง
มองหารีโมทคอนโทรล พอเจอแล้วก็กดเปิดเพื่อจะหาช่องข่าวหรืออะไรก็ได้ที่พอจะบ่งบอกถึงสถานที่แห่งนี้ได้ รออยู่ชั่วครู่ภาพ
บนหน้าจอก็ปรากฏขึ้น เด็กหนุ่มตาเบิกค้างรีบกดปิดแทบไม่ทัน

‘นั่นมันหนังโป๊เกย์อ่ะ ไอ้ฝรั่งชีกอ อเล็กซานเดอร์ เฟอร์ริงตัน!!’



++++++++++++



หน้าบ้านของมิสเตอร์แอลในเช้าวันทำงาน เจ้าของบ้านก็ยังคงบังคับให้ลูกหนี้ที่รักออกมาส่งตนเองเช่นทุกที คนขับรถเปิดประตู
ให้ อลันจึงรั้งเอวเปียวเข้ามาชิดแล้วจูบแก้มคนหน้างอหนักๆเป็นการบอกลาก่อนไปทำงาน เปียวทำเสียงค้านในลำคอมองอลัน
อย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไหร่นัก

“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย”

ชายหนุ่มเอ่ยติงคนที่ยังมีสีหน้างอง้ำไม่คลาย ชักจะดื้อใหญ่แล้วทุกวันนี้

“วันนี้คุณห้ามออกไปที่ไหนนะรู้ไหม ถ้าผมรู้ว่าคุณขัดคำสั่งผมล่ะก็...”

“คุณมันก็ดีแต่ขู่แล้วก็ใช้กำลังกับคนที่อ่อนแอกว่า”

เปียวที่เงียบมาแต่ต้นเอ่ยว่า อลันเลิกคิ้วมองเด็กน้อยที่กำลังแสดงอาการดื้อรั้นให้เห็น

“แล้วจะทำไม ก็คนอ่อนแอมันน่ารังแกจะตาย” อลันเอ่ยยียวนกวนอารมณ์

“สักวันเถอะ”

“ทำไม?”

“เปล่า”

คนเริ่มเรื่องไม่ยอมที่จะพูดต่อ อลันส่ายหน้าให้อากัปกิริยาที่แสนรั้นของเปียว ที่คิดว่าจะยอมเขานี่มันไม่ใช่เลยสินะ ยิ่งบังคับก็ยิ่ง
ต่อต้าน จะทำอย่างไรเด็กคนนี้ถึงจะยอมศิโรราบต่อเขาเพียงผู้เดียว

“ผมไปทำงานนะ”

อลันเอ่ยบอกอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถ เปียวพยักหน้ารับแล้วก้าวถอยห่างตัวรถออกมา รถเคลื่อนตัวออกไปแล้วเปียวก็ยังคงยืนอยู่ที่
เดิม มิสเตอร์แอลบังคับขู่เข็นเขาได้ไม่กี่วันก็เลิกแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมเช่นตอนนี้ คงสนุกกระมังที่ได้ทำอะไรเขาตามแต่ใจ
ตน ราวกับเขาคือตุ๊กตาไร้หัวใจที่จะจับพลิกคว่ำคะมำหงายอย่างไรก็ได้

สักวันหนึ่งเถอะ อย่าให้ถึงทีเขาบ้าง เขาจะเอาคืนทบต้นทบดอกเลยทีเดียว มิสเตอร์แอล!



++++++++++++++



อลันให้วสันต์คอยอยู่เฝ้าเปียวเอาไว้ ทำราวกับว่าเปียวเป็นนักโทษจริงๆแล้วในตอนนี้ เด็กหนุ่มนึกอยากจะลุกขึ้นมาต่อต้านบ้าง
เหมือนกัน ถ้าทำได้เขาอยากไปจากที่นี่เสียตอนนี้เลย และดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเขา เมื่อคุณแม่อัญชันกำลังจะออกไปข้าง
นอก โอกาสของเปียวมาถึงแล้ว

“คุณแม่ครับ”

เปียวเอ่ยทักคุณแม่อัญชัน ท่านหันมาหาเด็กหนุ่มแล้วยิ้มให้

“ว่ายังไงจ๊ะเปียว?”

“คุณแม่กำลังจะไปที่มูลนิธิใช่ไหมครับ ขอเปียวไปด้วยคนนะ”

เปียวเอ่ยขอคุณอัญชันก็พยักหน้ายิ้มๆ เปียวยิ้มกว้างสมใจที่จะได้ออกไปข้างนอกโดยไม่มีใครกล้าขวาง ก่อนจะขอโทษคุณ
อัญชันในใจ

‘คุณแม่ เปียวขอโทษนะครับ แต่เปียวจำเป็น’

เปียวเดินตามคุณแม่มิสเตอร์แอลไปที่รถ วสันต์เข้ามาถามไถ่ คุณแม่เลยออกหน้าให้แทนทำให้วสันต์ไม่กล้าที่จะขัด ได้แต่
โทรบอกอลันให้รับทราบ ทางด้านอลันที่ได้รับการรายงานจากลูกน้องแล้วก็ได้แต่เข่นเขี้ยวเด็กน้อยของเขาในใจ

“ใช้แม่ผมเป็นกันชนหรือ ร้ายจริงนะเปียว”

รอยยิ้มบางแตะแต้มริมฝีปากเมื่อเอ่ยถึง ต่อเมื่อนึกถึงสถานการณ์ระหว่างตนเองกับเปียวเวลานี้แล้วก็รู้สึกแปลบปลาบในใจ
ทุกอย่างมันควรดีขึ้น แต่ก็เป็นเขาอีกนั่นล่ะที่ทำให้มันแย่ลง ยิ่งตอนนี้เปียวคงอยากหนีไปให้ไกลจากเขาเป็นแน่ หากเขายังใช้
อารมณ์ตัดสินปัญหาอยู่เช่นนี้คงไม่มีทางที่เปียวจะยอมเปิดใจต้อนรับเขา รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังทำไม่ได้ เพียงแค่เห็นเปียวอยู่กับปวิตา
อลันก็แทบอยากเข้าไปกระชากให้คนของตนเองลุกออกมาจากที่ตรงนั้น ยิ่งเปียวดื้อไม่ยอมทำในสิ่งที่เขาต้องการก็ยิ่งกระตุ้น
ความรู้สึกที่ต้องเหนือกว่าของเขาขึ้นมา เมื่อไม่ได้ดั่งใจอลันยิ่งอยากจะกดให้อยู่ภายใต้อำนาจของตนเอง และเพิ่งรู้เมื่อสายว่า
การบังคับใช้กับเปียวไม่ได้

เขาคงเป็นคนอ่อนแอน่าสงสารในเรื่องความรัก เพียงอดีตกลับมาก็ทำเอาเขวไปได้ถึงเพียงนี้ ต้องโทษใจเขาที่มันไม่รักดี ยังคง
ผูกติดอยู่กับคนในอดีตทั้งที่ถูกทำร้ายมา บางทีหัวใจคนเราก็ดื้อด้านเกินกว่าจะห้ามปราม



+++++++++++++



เปียวที่ไปมูลนิธิกับคุณแม่อัญชันพยายามหาช่องทางที่พอจะให้ตนเองแอบออกไปโดยที่มิสเตอร์แอลจะไม่รู้เข้าเสียก่อนที่จะได้
กระทำการใดๆ คุณอัญชันเห็นเด็กหนุ่มท่าทางดูกระวนกระวายใจเล้วก็แสร้งทำเป็นงานยุ่งจนไม่มีเวลามาดูแล บอกว่าถ้าเบื่อๆก็
ให้เปียวไปเดินเล่นหรือไปเที่ยวแถวๆนี้ก่อนก็ได้ค่อยกลับมา เปียวขอบคุณท่านและออกไปข้างนอกมูลนิธิ ขัดคำสั่งมิสเตอร์แอล
แอบไปที่บริษัท เขาไม่รู้ผลของการกระทำครั้งนี้ แต่อยากลุกขึ้นสู้บ้างจะเป็นไรไป


ฮิโรยูกิเข้าประชุมกับพฤทธาการในช่วงเช้าของวัน และเพิ่งจะประชุมกันเสร็จเอาเมื่อใกล้เที่ยงเช่นเวลานี้ ชายหนุ่มออกจากห้อง
ประชุมมาพร้อมเลขาฯส่วนตัวคนเดิม พงศกรเดินตามออกมาท่าทางเหมือนมีเรื่องจะคุยด้วย เมื่อเดินมาหยุดลงตรงหน้าฮิโรยูกิ
แล้วพงศกรก็เหลือบมองเลขาฯของฮิโรยูกิ ฮิโรยูกิหันไปมองคนของตนเองก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เดินออกไปก่อน เลขาฯ
หนุ่มค้อมศีรษะรับรู้แล้วก้าวห่างออกไปให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกัน เมื่อเลขาฯหนุ่มเดินออกไปแล้วพงศกรถึงได้เริ่มเรื่อง

“ผมอยากขอโทษ”

พงศกรเปิดประเด็นเช่นนี้ทำให้ฮิโรยูกิเลิกคิ้วแปลกใจ ก่อนเอ่ยถาม

“เรื่อง?”

“เรื่องวันนั้น... ที่คุณเมา”

“อ้อ ครับ” ฮิโรยูกิพยักหน้ารับรู้

“ผมขาดสติยั้งคิดจนทำอะไรแย่ๆลงไป ผมเสียใจ”

พงศกรพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูจริงจัง เขาคิดว่านายเลขานุการของฮิโรยูกิคงได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับฮิโรยูกิบ้างแล้ว ชาย
หนุ่มรู้สึกติดค้างในใจมาตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่พบฮิโรยูกิและได้ทำงานร่วมกันเขาก็มักจะนึกถึงมันอยู่ตลอด แต่ฮิโรยูกิ คาเสะก็ยัง
คงเป็นฮิโรยูกิ คาเสะ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง คงมีแต่เขาที่เปลี่ยนไป

“เอาเป็นว่าผมรับรู้ความรู้สึกนั้นของคุณแล้ว... อย่าเก็บมาใส่ใจเลยครับ เดี๋ยวบรรยากาศในการทำงานจะเสียเปล่าๆ”

ฮิโรยูกิบอกอย่างไม่ถือสาหาความใดๆ พงศกรมองฮิโรยูกิแล้วออกจะทึ่งกับคนๆนี้ที่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแม้แต่น้อย
รอยยิ้มที่มียังคงอยู่เช่นเดิมแม้ในสถานการณ์เช่นตอนนี้ก็ตาม ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ รู้สึกว่าตนเองยังต้องฝึกฝนตัว
มากกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าอยากเทียบชั้นกับฮิโรยูกิ คาเสะ

“คุณเป็นคนน่าสนใจมาก”

“ผมจะถือว่านั่นคือคำชม”

ฮิโรยูกิตอบรับอย่างไว้ท่าที คุยกับพงศกรอีกไม่กี่ประโยคก็ขอตัวกลับ ชายหนุ่มเดินออกมาจากจุดนั้นโดยมีเลขาฯเดินตาม เสียง
โทรศัพท์ของพงศกรดังขึ้นเขาจึงละสายตาจากฮิโรยูกิที่กำลังรอลิฟท์อยู่เพื่อกดรับสายสนทนา


เปียวมาถึงบริษัทพฤทธาการแล้วโทรหาพี่ชาย ผู้เป็นพี่บอกว่าเพิ่งประชุมเสร็จจะขึ้นมาหาก็ได้ ดูพี่ชายอย่างพงศกรจะแปลกใจ
ไม่น้อยที่น้องมาหาถึงที่นี่ได้ งานในบริษัทส่วนใหญ่แล้วพงศกรจะเป็นคนดูแล นายพรตเริ่มวางรากฐานในการบริหารงานให้ลูก
ชายคนโต พร้อมทั้งวางอนาคตให้ลูกอีกสองคนอย่างพิชญกับปฏิญญา นี่คงเป็นครั้งแรกที่ชายผู้นี้นึกถึงเปียวอย่างจริงจัง และ
เท่าเทียมกับลูกคนอื่นๆ

เปียววางสายจากพี่ชายแล้วรีบวิ่งเข้าไปรอลิฟท์ที่กำลังจะลงมาถึงชั้นที่ตนเองอยู่ เมื่อตัวเลขบอกชั้นมาหยุดลงตรงที่เปียวยืน
ประตูลิฟท์ก็เปิดออกพร้อมๆกับคนที่เปียวไม่คิดว่าจะได้พบเจอ ณ ที่แห่งนี้จะก้าวออกมาจากตัวลิฟท์ ดูท่าฝ่ายนั้นก็ชะงักไป
เช่นกันที่เห็นเปียวมาอยู่ที่นี่ แต่เพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้นรอยยิ้มบางเบาก็กลับมาประดับบนใบหน้าของคนนนั้นอีกครั้ง

ฮิโรยูกิยิ้มให้เปียวเล็กน้อยก่อนเดินสวนออกจากลิฟท์แล้วตรงไปที่ลานจอดรถ เปียวที่ก้าวเข้าไปในลิฟท์มองตามแผ่นหลังของ
ฮิโรยูกินิ่ง ประตูลิฟท์ปิดลงพร้อมความสงสัยของเปียวที่เพิ่มขึ้นมา

‘คุณฮิโระมาทำอะไรที่นี่?’


ทางด้านฮิโรยูกิที่เดินจากมาก็กดโทรศัพท์หาพี่ชายและรายงานเรื่องที่คนของพี่มาอยู่ที่นี่และได้ปะหน้ากันไปแล้วเรียบร้อย ท่า
ทางพี่ชายของเขาจะหัวเสียน่าดู แต่นั่นก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ในเมื่อพี่ดูแลคนของพี่ไม่ดีเอง



+++++++++++++



อลันที่เพิ่งกลับเข้ามาในบริษัทการเงินหลังจากไปทำธุระเรื่องเงินๆทองๆกับคมมา เมื่อมาถึงหน้าห้องเลขานุการสาวใหญ่ก็
รายงานให้ผู้เป็นนายทราบว่ามีคนมารอพบ อลันคิ้วขมวดกับคำบอกเล่านั้น ผู้ที่มารอพบเขาคือลูกค้ารายหนึ่งของบริษัท ซึ่งค้าง
ชำระหนี้สินกับทางบริษัทของเขามานานแล้ว มีธุระอะไรกับเขากัน

อลันไม่ต้องหาคำตอบนาน เพียงก้าวเข้าไปในภายในห้องทำงานของตนเองเขาก็พอจะรู้ได้เลาๆแล้วว่าลูกค้าของเขาคนนี้มาเพื่อ
จุดประสงค์ใด ชายสูงวัยหน้าตาท่าทางดูเจ้าเล่ห์เพทุบาย กับเด็กหนุ่มหน้าใสที่ใส่จริตกร้านโลกมาอย่างเต็มที่ คนพวกนี้เห็นเขา
เป็นตัวอะไร เห็นเขาหื่นกามจนนึกอยากพาใครมาขัดดอกก็ได้อย่างนั้นหรือ แย่ชะมัด

อลันปั้นสีหน้าให้ดูดีก่อนเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ เชิญให้นั่งแล้วทำการเจรจาพาที และมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากที่อลันคิดสักนิด
เมื่อชายสูงวัยคนนี้พาเด็กมาให้เขาจริง อลันอยากจะไล่ตะเพิดคนพวกนี้ออกไปให้พ้นๆนักล่ะ และก่อนที่เขาจะได้ทำเช่นนั้นจริงๆ
ก็มีโทรศัพท์สายเข้าจากฮิโรยูกิมาเสียก่อน ชายหนุ่มขอตัวรับโทรศัพท์สักครู่ ถอนหายใจไล่ความหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนกดรับสาย
น้องชาย แต่การที่เขารับสายฮิโรยูกิทั้งที่กำลังหงุดหงิดอยู่เช่นตอนนี้คงเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะมันยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้
เขามากขึ้นไปอีก

“เปียวไปที่พฤทธาการ!”

เสียงตะคอกของอลันทำให้อีกสองคนภายในห้องสะดุ้งตามไปด้วย แต่คนต้นเสียงกลับไม่ได้ให้ความสนใจไปกว่าสิ่งที่ได้รับรู้
ตอนนี้แม้แต่น้อย ยังคงคุยกับคนปลายสายต่อไป แต่น้ำเสียงที่ใช้ลดระดับลงมามากกว่าเดิม

“แล้วเขาได้เจอนายรึเปล่าฮิโระ... อืม... อืม ขอบใจ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

อลันวางสายจากฮิโรยูกิที่โทรมารายงานเรื่องเปียว ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวออกจากห้องเพื่อไปตามตัวเด็กดื้อกลับมาเสียงลูกค้า
สูงวัยของเขาก็ดังท้วงมา

“เดี๋ยวครับมิสเตอร์แอล!”

อลันหันมามองคนเรียกอย่างหงุดหงิด สีหน้าที่แสดงอาการไม่พอใจของมิสเตอร์แอลทำให้ชายสูงวัยกลืนน้ำลายอย่างหวาดๆ
ก่อนเอ่ยถาม

“แล้วเรื่องที่เราคุยกันไว้…”

“ผมไม่รับ และผมจะบอกให้ว่าการที่คุณพาใครมาเสนอสนองผมแบบนี้มันคือการดูถูกผม และมันทำให้ผมไม่พอใจอย่างมาก
อาจจะส่งผลต่อธุรกิจของคุณก็เป็นได้ ทางที่ดีคุณเอาเวลาไปพัฒนาธุรกิจของตัวเองให้รอดมันน่าจะมีประโยชน์กว่านี้มาก ขอตัว”

อลันเอ่ยบอกเสียงเย็นก่อนเดินออกมานอกห้องแล้วสั่งเลขานุการหน้าห้องให้จัดการต่อ

“คุณนุช ส่งแขกด้วย”

“ค่ะ!”

เลขานุการสาวใหญ่รีบรับคำแข็งขัน พอเจ้านายเดินจากไปแล้วเธอก็เกือบจะได้ยกมือปาดเหงื่อ ใครทำให้พายุมากันนี่?



++++++++++++++
ต่อด้านล่างค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ wanmai

  • ★รักใสปิ๊ง★(>_<)
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1195/-5


ขณะเดียวกัน เปียวที่อยู่อีกบริษัทก็กำลังเก็บข้อมูลเรื่องฮิโรยูกิจากพี่ชาย ฮิโรยูกิคือคนที่เข้ามาช่วยกู้วิกฤตให้พฤทธาการ แต่
ฮิโรยูกิก็เป็นคนรู้จักของมิสเตอร์แอล เปียวอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองคนนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกัน ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงเปียวก็ยัง
เดาไม่ออกว่ามิสเตอร์แอลทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

อลันมาตามเปียวที่บริษัทพฤทธาการ ชายหนุ่มตรงมาที่ห้องทำงานของนายพรตเป็นอันดับแรก แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเปียวจะอยู่ที่นั่น
และยังไม่ทันที่เจ้าของห้องอย่างนายพรตจะได้ถามไถ่อันใด อลันก็เดินลิ่วออกไปเสียก่อน ชายสูงวัยมองตามเด็กรุ่นลูกที่แสนจะ
อารมณ์ร้อนแล้วส่ายหน้า

เปียวออกจากห้องทำงานของพี่ชายมาเมื่อสมควรแก่เวลาที่จะต้องกลับไปที่มูลนิธิของคุณอัญชัน แต่เพียงเปิดประตูออกมาความ
คิดที่จะกลับไปมูลนิธิก็หายวับไปกับตา เมื่อมิสเตอร์แอลมายืนจังก้าอยู่ต่อหน้าเช่นตอนนี้

“มิสเตอร์แอล…”

“ผมบอกอะไรนี่คุณไม่เคยฟังกันเลยใช่ไหม?”

เปียวเงียบไม่ต่อคำ เหลียวมองกลับไปด้านหลังก็เห็นว่าพี่ชายกำลังจะเดินมาหา อลันมองข้ามไหล่เปียวไปที่พงศกรเช่นกัน ก่อน
เบือนสายตามาที่เด็กหนุ่มตรงหน้า

“หรือคุณอยากให้ผมมาตามกลับ เพื่อที่คนทั้งบริษัทนี้จะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกันน่ะฮึ?” อลันโน้มตัวไปกระซิบเชิงข่มขู่

“คุณมันน่ารังเกียจ”

เปียวต่อว่า อลันยืดตัวขึ้นตรง มองตอบเด็กดื้อที่เชิดหน้ามองมาอย่างถือดีนั้น ก่อนคว้าแขนเรียวแล้วลากถูลู่ถูกังไปโดยไม่สนใจ
เสียงร้องประท้วงเลยสักนิด

เมื่อมาถึงรถ เปียวเข้าไปนั่งในรถโดยที่อลันไม่จำเป็นต้องสั่งซ้ำ อลันก้าวเข้าไปนั่งข้างเปียวพร้อมกับที่คมเข้าไปนั่งทำหน้าที่คน
ขับจำเป็นในวันนี้ รถออกตัวไปด้วยความเร็วพอเหมาะ ภายในรถยังคงเงียบสนิทไร้ถ้อยคำใดจากปากผู้โดยสาร คมมองคนทั้งคู่
ผ่านกระจก เห็นพากันหันหน้าหนีไปคนละทางแล้วก็เหนื่อยใจแทน ชายหนุ่มหน้านิ่งถอนใจเบาๆก่อนกลับมาตั้งใจขับรถต่อไปไม่
วอกแวก

รถที่เปียวนั่งเคลื่อนตัวออกนอกเส้นทางที่จะกลับบ้านมิสเตอร์แอล เปียวเห็นวิวข้างทางแปลกไปจึงขยับขึ้นนั่งตัวตรง เหลียวมอง
รอบๆอีกครั้งให้แน่ใจก่อนหันมามองมิสเตอร์แอลที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับเส้นทางที่เปลี่ยนไปนั้นเลยสักนิด พอเห็นดังนั้นแล้ว
เปียวจึงเอนหลังนั่งพิงเบาะเหมือนเคย อยากจะพาไปไหนก็ไปเถอะ

รถที่คมขับพาทั้งสามคนมาหยุดลงที่ชายทะเลแห่งหนึ่ง อลันเปิดประตูก้าวลงจากรถเปียวจึงต้องลงตาม ทะเลในช่วงเวลาที่
พระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าเช่นนี้ช่างสวยงามราวมีมนต์สะกด มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากเปียวมาที่นี่ด้วยความเต็มใจ อลันจับ
จูงมือเด็กน้อยแสนดื้อของเขาไปที่บ้านพักริมหาด เป็นบังกะโลหลังไม่เล็กไม่ใหญ่สวยงามกำลังดี บรรยากาศรายรอบดูร่มรื่น
ริมระเบียงที่ยื่นออกไปรับลมทะเลก็ตกแต่งด้วยไม้ดอกเล็กดอกน้อยน่ารัก เปียวล่ะอยากจะรู้เสียจริงว่าใครเป็นคนเลือกบังกะโล
หลังนี้ ที่แน่ๆคงไม่ใช่มิสเตอร์แอล

“ชอบไหม?”

อลันเอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มกวาดตามองรอบๆราวกำลังสำรวจตรวจตรา ริมฝีปากหยักอมยิ้มบางเบา เปียวมองรอบๆอีกทีแล้ว
โคลงศีรษะไปมา อลันชะงัก รอยยิ้มที่มีเมื่อครู่หุบฉับ

“ทำไม มันไม่สวยหรือ หรือว่ามันหลังเล็กไป?”

“เปล่า มันก็ดูดี... มาก” เปียวบอกตามที่ใจคิด อดยอมรับไม่ได้หรอกว่าที่นี่สวย

“แล้วทำไม…?” อลันถามอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อที่นี่ดีแล้วทำไมยังไม่ชอบใจอีก

“คุณไม่รู้หรือว่าทำไม?”

เปียวเอ่ยย้อน อลันนิ่งไปเมื่อได้คำตอบ ชายหนุ่มตัวโตทำเสียงแปลกๆในลำคอแล้วยิ้มเยาะตัวเอง ที่เขาไม่ชอบก็เพราะมากับเรา
สินะ หึ!

“เอาเถอะ ถือว่าเซ้นต์ผมไม่ดีพอ”

เมื่ออลันพูดมาแบบนั้นเปียวก็เป็นฝ่ายนิ่งไปบ้างที่บังกะโลหลังนี้มิสเตอร์แอลเป็นคนเลือก

“จะเข้าไปดูในห้องหน่อยไหม เผื่อจะถูกใจบ้าง”

อลันเสนอ เปียวส่ายหน้าทำให้อลันยิ่งขุ่นมัว ชายหนุ่มจึงเดินปึงปังเข้าห้องไปเสียเอง เปียวถอนใจเบาๆก่อนเดินออกไปที่
ระเบียงบ้าน เด็กหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ริมระเบียง มองทะเลสีฟ้าครามที่ตัดกับสีของท้องฟ้ายามเย็นด้วยความรู้สึกหม่นมัวในใจ นั่ง
อยู่ตรงนั้นได้ไม่นานอลันก็เดินออกมาบอกว่าจะกลับไปสะสางงานที่บริษัทสักหน่อย ถ้าเสร็จเร็วคงได้กลับมา

“คุณอยู่ได้ใช่ไหม?” อลันเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“ผมไม่เป็นไร”

เปียวตอบกลับแล้วหันหน้ากลับไปมองท้องทะเลที่ตนเองมองอยู่เมื่อครู่ เห็นแบบนี้อลันก็ไม่อยากจะไปมันแล้ว แต่ก็คงทำไม่ได้
อย่างใจคิด ชายหนุ่มจึงบอกกับเปียวอย่างแบ่งรับแบ่งสู้

“ถ้าทำได้... ผมจะรีบมา”

“ช่างเถอะ ผมอยู่ได้”

เมื่อเปียวย้ำมาอีกครั้งอลันจึงก้าวลงจากบังกะโลไป คมที่รออยู่ด้านล่างหันมาค้อมศีรษะให้คนของนายเล็กน้อยก่อนก้าวตาม
นายไปที่รถ เปียวมองตามคนทั้งคู่ไปเงียบๆ พระอาทิตย์ที่ลาลับฟ้าไปแล้วทำให้รอบบริเวณมืดลง มันช่างดูว้าเหว่และเงียบเหงา
เสียงรถของอลันที่ติดเครื่องแล้วขับออกไปดังมาให้ได้ยิน เปียวถอนหายใจเบาๆก่อนเข้าบ้านพักหลังเล็กนี้ไปพร้อมกับความน้อย
ใจที่ผุดขึ้นมา

‘ถูกทิ้งอีกแล้วสิเรา’



+++++++++++++



เช้าวันต่อมาเปียวก็ยังไม่เห็นว่าอลันจะกลับมาอย่างที่พูดไว้ ก็แน่ล่ะ ก็เขาบอกเองว่าอยู่ได้ แล้วเรื่องอะไรที่มิสเตอร์แอลต้อง
รีบกลับมากันล่ะ คิดไปก็วุ่นวายเปล่า ในบ้านพักมีเสื้อผ้าข้าวของพร้อมสรรพ ไม่รู้ว่ามิสเตอร์แอลเตรียมการเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อ
ไหร่ พออาบน้ำอาบท่าเสร็จเปียวจึงออกไปเดินเล่นที่ชายหาด มีนักท่องเที่ยวออกมาเล่นน้ำบ้างอาบแดดบ้างประปราย เปียวเดิน
เลาะไปตามริมหาด ถอดรองเท้าแล้วใช้เท้าเปล่าสัมผัสพื้นทรายที่ถูกน้ำทะเลซัดสาดพอทำให้ใจสงบลงบ้าง

เดินไปได้สักพักก็รู้สึกว่าก้าวเดินของตนเองเหมือนจะมีใครเดินตามมา เด็กหนุ่มหันกลับไปมองด้านหลังของตนเอง เห็นชายหนุ่ม
คนหนึ่งหยุดยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มจริงใจถูกส่งมาให้ เปียวจึงยิ้มตอบไปตามมารยาท

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยทัก

“ครับ” เปียวผงกศีรษะตอบรับคำทักทาย ชายคนนั้นยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม ก้าวเข้ามาข้างเปียวที่ออกเดินอีกครั้งแล้วชวนคุย

“มาเที่ยวหรือครับ?”

เปียวหันมามองคนถาม รู้สึกกระอักระอ่วนใจเล็กๆกับการตอบคำถามคนแปลกหน้า

“คือ... ผมเป็นคนที่นี่น่ะครับ ถ้าเกิดคุณอยากไปเที่ยวที่ไหนแล้วไม่มีคนนำเที่ยวก็เรียกใช้ผมได้นะครับ”

ท่าทางคนพูดดูหวั่นๆอย่างไรไม่รู้ เป็นคนนำเที่ยวได้จริงหรือ เปียวยังแปลกใจอยู่ว่าคนนำเที่ยวเขามีการขายตรงแบบนี้ด้วย ทั้งคู่
เดินเลาะหาดไปข้างกันหนุ่มแปลกหน้าก็คอยแนะนำที่เที่ยวต่างๆในจังหวัดกับเปียวไปตลอดทาง พอเปียวเอ่ยถามจริงจังว่าเป็น
คนนำเที่ยวจริงหรือ หนุ่มคนนั้นก็มีสีหน้าเก้อเล็กน้อยก่อนบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนนำเที่ยวหรืออะไร แต่ที่บอกว่าเป็นคนในพื้นที่นี้
คือเรื่องจริง เห็นเปียวเดินอยู่คนเดียวท่าทางเหงาๆเลยเข้ามาทัก เปียวรับรู้ถึงความจริงใจในคำพูดของคนนี้จึงทักทายแนะนำตัว
กันใหม่ ถือว่าได้เพื่อนใหม่เพิ่มอีกคนก็ไม่เลวนัก

“ผมชื่อเอิร์ท” ทางนั้นเอ่ยแนะนำตัวมาก่อน

“เปียว” เปียวเองก็แนะนำตัวสั้นๆพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่ทั้งคู่จะเอ่ยประโยคต่อมาพร้อมกันอีกครั้ง

“ยินดีที่ได้รู้จัก”

เปียวที่เพิ่งมีเพื่อนใหม่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่ตนเองไม่ได้อยู่คนเดียวในต่างถิ่น ส่วนทางด้านอลันที่กลับมาแล้วเห็นเปียวไม่อยู่ที่
บ้านพักก็กลายเป็นเรื่องใหญ่อีก จะออกไปตามเปียวก็เห็นเดินกลับมาพอดี จะไม่อะไรเลยถ้าข้างกายไม่มีใครอีกคนอยู่ด้วย และ
ที่สำคัญหมอนั่นกล้าดีอย่างไรมาแตะต้องคนของเขา!

อลันตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่ด้วยอารมณ์โกรธเคืองที่เห็นเปียวยอมให้คนอื่นแตะเนื้อต้องตัวแนบชิดขนาดนั้น เปียวที่ได้แผลที่เท้า
มาจากการเล่นน้ำทะเลแล้วเหยียบเศษแก้วที่แตกอยู่ใต้พื้นทรายเข้าทำให้เพื่อนใหม่อย่างเอิร์ทต้องช่วยพยุงกลับมานั้น พอเห็น
มิสเตอร์แอลเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยวก็ให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ ถ้ามาแล้วเป็นแบบนี้สู้ปล่อยเขาไว้ที่นี่คนเดียวจะดีกว่า

ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่แบบหนุ่มลูกครึ่งทำให้เมื่ออลันก้าวมาหยุดตรงหน้าเปียวและเอิร์ทจึงดูสูงล้ำไปไกล อลันมองหนุ่มแปลก
หน้าที่พยุงเปียวอยู่ด้วยความโกรธกรุ่น เอิร์ทปล่อยแขนเปียวเมื่ออลันดึงแทบเรียกว่ากระชากตัวเปียวออกไป เปียวบอกขอบคุณ
เพื่อนใหม่ที่ช่วยพามาส่งก่อนที่จะถูกอลันฉุดกระชากลากถูไม่ปรานีปราศรัย เอิร์ทอยากเข้าไปช่วยแต่สายตาที่อลันมองเขาเมื่อ
ครู่ทำให้เขาไม่กล้าที่จะก้าวออกไป เพราะสายตาที่มองมานั้นมันเต็มไปด้วยความหึงหวง

“มิสเตอร์แอล โอ๊ะ! เดี๋ยว…”

เปียวร้องค้านคนอารมณ์ร้อนเมื่อรู้สึกเจ็บเท้าขึ้นมา แต่ฝ่ายนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดเดิน

“เดี๋ยวก่อน อลัน... เดี๋ยว ผมเจ็บเท้า”

อลันชะงักเมื่อเปียวเรียกชื่อเขา ชายหนุ่มพยายามระงับโทสะที่พุ่งพล่าน ก่อนหันมาหาเปียว เท้าที่เป็นแผลและถูกพันด้วยผ้าสี
ขาวสะอาดตอนนี้มีเลือดซึมออกมาจนเปรอะไปทั่ว เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วอารมณ์โกรธเมื่อครู่ก็ดูจะมลายหาย ความห่วงใยแทรกเข้า
มาแทนที่จนหมดสิ้น ยิ่งเห็นว่ามีเลือดไหลซึมออกมาก็ยิ่งห่วง

อลันย่อกายลงเล็กน้อยก่อนจะช้อนตัวเปียวขึ้นอุ้ม เปียวตกใจจนต้องรีบกอดเกี่ยวต้นคอของอีกฝ่ายเอาไว้กันตก ชายหนุ่มอุ้ม
เปียวกลับไปที่พักโดยไม่มีคำพูดใดๆมาสร้างความหงุดหงิดให้ทั้งคู่อีก พอกลับมาถึงอลันก็พาเปียวเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ
เพราะน้ำทะเลเกาะจนตัวเหนียวไปหมด อลันออกมารอด้านนอกพร้อมกล่องอุปกรณ์ทำแผล พอเปียวอาบน้ำเสร็จออกมาอลัน
จึงให้ไปนั่งที่โซฟาเพื่อจะช่วยทำแผลให้ แต่เปียวกลับถกเท้าหนี

“ไม่ต้อง!”

อลันชะงักกับการปฏิเสธของเปียว เปียวเองก็รู้สึกว่าตนเองทำไม่ถูกเท่าไหร่จึงเอ่ยแก้เสียงเบา

“ผมบ้าจี้น่ะ”

เปียวบอกแบบนั้นแล้วจะทำแผลเอง แต่อลันไม่ยอมฟังยึดขาเปียวเอาไว้แล้วจะจัดการทำแผลให้ เปียวยื้อเอาไว้ไม่ยอมให้อลัน
ทำ แต่ยิ่งเกร็งเท้ายิ่งเจ็บจึงต้องอยู่นิ่งให้คนหน้าดุทำแผลให้

ความรู้สึกขัดแย้งในใจเกิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมิสเตอร์แอลเอาใจใส่ตนเองเช่นนี้อีกแล้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตามอารมณ์ไม่ถูก แต่เขาก็
เต้นตามเกมของมิสเตอร์แอลทุกทีไป อย่างเช่นตอนนี้ที่หัวใจมันเต้นแรงกว่าปรกติ เปียวก็ยังจะคิดไปได้ว่ามันอาจจะเป็นเพราะ
เสียเลือดจากแผลที่เท้ามากไปก็เป็นได้ ไม่ใช่เพราะมิสเตอร์แอลเสียหน่อย



++++++++++++



อลันวางมือจากงานของตนเองชั่วคราวเพื่อจะใช้เวลาอยู่กับเปียว และเป็นการถามใจตนเองไปในตัวว่าแท้ที่จริงแล้วหัวใจของเขา
อยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ คมยังอยู่จัดการงานเร่งด่วนให้เขาและจะตามมาในช่วงค่ำของวันนี้

เหตุจากเมื่อวานเปียวเท้าเจ็บทำให้ทั้งคู่ต้องอยู่แต่ในบังกะโลไปก่อน และเช้าวันนี้เองที่ทำให้อลันที่เริ่มจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว
อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาอีก เอิร์ทมาหาเปียวแต่เช้า ทั้งคู่คุยกันอยู่ตรงระเบียงบ้านนานสองนานจนอลันชักจะทนไม่ไหว ชายหนุ่มเดิน
ออกไปบอกว่าเปียวควรจะพักผ่อนได้แล้วไม่ควรมานั่งตากลมแบบนี้ ทำให้เอิร์ทต้องขอตัวกลับไป

การกระทำของมิสเตอร์แอลส่งผลให้วันทั้งวันเปียวไม่ยอมพูดด้วยเลยสักนิด ช่างเป็นทริปที่กร่อยสิ้นดี พอตกเย็นอลันจึงอยาก
สร้างบรรยากาศดีๆเพื่อสานสัมพันธ์ให้ดีขึ้น จัดดินเนอร์แสนโรแมนติกมาล่อใจแต่เปียวกลับไม่ให้ความสนใจมันแม้แต่น้อย

“เอาใจยากจริงโว้ย!”

อลันแทบอยากจะล้มโต๊ะทานข้าวที่ถูกจัดมาอย่างดีแต่ไร้คนเหลียวแลเหมือนดังเจ้าของความคิดนั่นล่ะ ชายหนุ่มจึงประชดด้วย
การโทรเรียกแม่สาวแสนสวยให้มาหาถึงที่ เอาให้เจ็บจนตายกันไปข้างเลยดีไหม

“นี่คุณคคนางค์ ผมจะทานข้าวกับเธอที่นี่ ถ้าคุณไม่รังเกียจจะมาร่วมดินเนอร์แสนโรแมนติกกับเราก็ได้นะครับ”

เปียวมองมิสเตอร์แอลที่เอ่ยแนะนำแม่สาวสวยทรงโตอย่างคนเคยคุ้น หญิงสาวที่ถูกเอ่ยแนะนำก็ช่างกระไรเลย กอดแขนซบ
ไหล่ออดอ้อนออเซาะกันเสียเหลือเกิน เด็กหนุ่มเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนบอกเสียงเรียบ

“เชิญตามสะดวกเถอะครับ ผมไม่รบกวนดีกว่า พวกคุณคงอยากมีเวลา...ส่วน-ตัว”

เปียวกระแทกเสียงใส่ในตอนท้าย ก่อนเดินหนีเข้าห้องมา ปิดประตูใส่คนด้านนอกอย่างกระแทกกระทั้น เด็กหนุ่มยืนคว้างอยู่
กลางห้อง รู้สึกเหมือนตนเองเป็นตัวตลกสำหรับมิสเตอร์แอล มันมากจนเกินไปแล้วแบบนี้ เห็นเขาไม่มีทางไปเลยคิดจะทำอะไร
ก็ได้อย่างนั้นหรือ มันก็จริงที่เขาไม่มีทางไป แต่ใช่ว่าจะยอมตลอดไปเสียเมื่อไหร่กัน

เปียวเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อนยากที่หัวเตียงแล้วจะออกไปจากห้อง พอมองดูโทรศัพท์ในมือแล้วก็สะท้อนใจ ช่างเป็นคน
ที่มีสมบัติติดตัวน้อยชิ้นเสียจริง เด็กหนุ่มออกมาจากห้อง สายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเมียงมองคนที่กำลังมีดินเนอร์สุดหวานอยู่ที่โต๊ะ
ทานข้าวนั่น ใจเด็กหนุ่มเจ็บแปลบขึ้นมาพอให้รู้สึกเมื่อเห็นหญิงสาวแสนสวยนั้นแทบจะก่ายเกยอยู่บนตัวมิสเตอร์แอลอยู่แล้ว
วัวเคยขาม้าเคยขี่ล่ะสิ คนบ้า



++++++++++++++



หลังจากเห็นว่าเปียวเงียบหายไปอลันจึงเข้ามาหาในห้อง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ชายหนุ่มกลับออกมาอีกรอบเพื่อจะ
เดินหาเปียวรอบบริเวณบ้าน คมที่นั่งเล่นอยู่ริมระเบียงบ้านลุกเดินมาหาผู้เป็นนายที่มีทีท่าร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด เกิดเรื่องแล้วหรือ?

“เกิดอะไรขึ้นครับ?”

คมที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นานนักเอ่ยถามผู้เป็นนาย หลังจากเสร็จงานแล้วเขาก็ตรงมาที่นี่เลย

“ฉันหาเปียวไม่เจอ นายอยู่ตรงนี้ตลอดหรือเปล่าคม?”

“เปล่าครับ ผมเพิ่งมาได้ไม่นาน”

อลันพ่นลมหายใจยาว หยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาเปียว แต่ฝ่ายนั้นกลับปิดโทรศัพท์ไปเสียแล้ว เล่นกันแบบนี้ใช่ไหมเปียว!

“เอากุญแจรถมา” อลันเอ่ยขอกุญแจรถจากคม สีหน้าถมึงทึงได้ที่

“คุณจะไปไหน?”

“ไปตามหาเปียวน่ะสิ... เด็กดื้อ อย่าให้เจอเชียว”

ชายหนุ่มคาดโทษเด็กดื้อในตอนท้าย คมจึงเอ่ยเตือน

“ผมว่าคุณควรใจเย็นมากกว่านี้”

“…………...”

“อย่าหาว่าผมสอนเลยนะ”

คมออกตัว อลันมองหน้าคนพูดนิ่งก่อนมีทีท่าที่อ่อนลงจากเดิม ความใจร้อนของเขามันจะทำให้เสียเรื่อง ดังเช่นที่เป็นมาก็เห็นอยู่
ว่ามันแย่แค่ไหน

“ฉันเข้าใจ ฉันเองก็หงุดหงิดที่ตัวเองเป็นแบบนี้เหมือนกัน”

คมยิ้มบางที่อลันยอมฟังที่ตนเองเตือน ก่อนบอก

“ผมจะขับรถให้ แต่…”

“อะไร?”

“คุณแคนดี้…”

คมพูดค้างไว้เท่านั้นอย่างรู้กัน อลันถอนใจหนักๆให้กับความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้น

“ไปส่งเธอก่อน”

“ครับ”

คมรับคำแล้วรีบไปจัดการให้ในทันที ตอนแรกคคนางค์จะไม่ยอมกลับท่าเดียว แต่พอเห็นสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังจนออกจะเป็น
เคร่งเครียดของอลันแล้วเธอถึงได้ยอมไป ไม่อยากเสี่ยงกับอารมณ์ของชายหนุ่มสักเท่าไหร่ ทางที่ดีเธอควรจะเอาใจเขาเข้าไว้
มากกว่าเพื่อผลประโยชน์ของตัวเธอเอง

อลันเพิ่งจะมาสำนึกได้เอาตอนนี้เองล่ะว่าไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย ให้ตายเถอะ ชายหนุ่มสบถในใจด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านเต็ม
กำลัง ทั้งที่มีโอกาสแต่กลับไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ โง่ชะมัดเลยอลัน นี่หรือมิสเตอร์แอลที่ใครๆก็กล่าวขานถึง เก่งไปเสียทุกเรื่อง
แต่เรื่องหัวใจตัวเองกลับแก้ไม่ตก น่าสมเพชชะมัด

ในขณะที่อลันออกตามหาเปียวอย่างร้อนใจ เปียวก็ได้ขอติดรถของชาวบ้านที่ขับผ่านมาเพื่อไปสถานีขนส่งในพื้นที่ เพราะเงินที่
ติดตัวมาเขาต้องเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น และมันมีไม่พอที่จะนั่งเครื่องบินกลับไปได้ เปียวขอบคุณเจ้าของรถแสนใจดีอีกครั้งเมื่อรถ
มาจอดที่สถานีขนส่ง เด็กหนุ่มเข้าไปซื้อตั๋วแล้วนั่งรอเวลาที่รถจะออก จะได้กลับบ้านเสียที ขณะที่อลันแทบจะพลิกแผ่นดินหาก็
ยังไม่เจอเปียว

“พอก่อนเถอะครับ พรุ่งนี้ค่อยให้คนตามหาดีกว่า ผมว่าป่านนี้คุณปฏิญญาคงกลับกรุงเทพฯไปแล้ว”

“ไม่คม ฉันต้องตามตัวเขาให้ได้เดี๋ยวนี้!”

คมบอกนายของตนเมื่อทั้งคู่มาที่ท่าอากาศยานประจำจังหวัด แต่อลันกลับปฏิเสธที่จะทำตาม เที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯเพิ่งจะออก
ไปไม่นานก่อนที่พวกเขาจะมาถึงนี่เอง แต่ดูเหมือนเจ้านายของคมจะไม่ปักใจว่าเปียวได้กลับไปแล้วถึงยังวิ่งหาทั่วทั้งพื้นที่ของ
สนามบินอยู่เช่นนี้



+++++++++++++



สถานีขนส่งของจังหวัด รถประจำทางที่จะเข้ากรุงเทพฯสายที่เปียวจะโดยสารไปกำลังจะออก เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปบนรถเพื่อรอ
เวลา ด้านล่างก็ยังมีคนขายของเดินวนไปมา บ้างก็ขึ้นมาถึงบนรถที่เปียวนั่ง เสียงโหวกเหวกจากด้านล่างทำให้เปียวชะโงกตัว
ออกไปมอง เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังร้องตามกระเป๋าของตนเองที่ถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา ผู้คนรายรอบแตกฮือเมื่อเกิดเหตุ
พนักงานประจำรถทัวร์ขึ้นมาตรวจดูว่าผู้โดยสารมากันครบแล้วหรือไม่เมื่อรถกำลังจะออกตัวไป เปียวยังคงมองสถานการณ์ด้าน
ล่างที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ ก่อนที่รถจะออกเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง…

อลันกับคมมาที่สถานีขนส่งของจังหวัดเป็นที่สุดท้าย ความหวังหนึ่งเดียวที่มีอยู่ พอมาถึงรถที่จะเข้ากรุงเทพฯก็ออกไปเสียแล้ว
อลันรู้สึกเหมือนจะหมดแรง เขาวิ่งวุ่นตามหาคนๆเดียวมาทั้งคืนแล้วในตอนนี้ กวาดสายตามองหารอบบริเวณอย่างคาดหวังแต่ก็ไม่
พบ เมื่อหมดหนทางที่จะตามแล้วอลันจึงจะกลับที่พัก แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มที่ท่าทางคล้ายเปียวนั่งก้มหน้าก้มตา
เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่เก้าอี้รอรถเข้าเสียก่อน อลันรีบรุดเข้าไปหาทันทีทำให้คมรีบก้าวตาม

เปียวเงยหน้าขึ้นมองคนที่ท่าทางเหนื่อยหอบตรงหน้า ก่อนเบือนสายตาไปทางอื่นเมื่อสบกับนัยน์ตาคมที่ฉายแววดุดันนั้น

“สนุกมากไหมเปียว?”

ชายหนุ่มเอ่ยถามน้ำเสียงห้วนจัด มองโทรศัพท์ในมือเปียวแล้วยิ่งหงุดหงิด ตอนเขาโทรหานี่ไม่ยอมเปิดเครื่องนะเด็กบ้า!

“ผมน่าจะถามคุณมากกว่านะ นึกยังไงไปวิ่งเล่นตอนกลางคืน หรือกีฬาในร่มมันไม่เร้าใจพอ?”

เปียวหันกลับมาเอ่ยถามยียวน ปิดท้ายประโยคด้วยการเหยียดรอยยิ้มเยาะเย้ย

“ปากดี”

เปียวยักไหล่ให้คนหน้าดุที่แทบจะกินหัวเขาได้อยู่แล้วในตอนนี้ เด็กหนุ่มลุกขึ้นขยับกายไล่ความเมื่อยเล็กน้อยก่อนออกเดิน

“จะไปไหน!”

อลันกระชากแขนเรียวกลับมาอย่างแรงจนเปียวแทบเซ เด็กหนุ่มมองหน้าคนถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนบอก

“กลับที่พักไงครับ”

“หา?”

“ดึกแล้วนะ แล้วผมก็ง่วงมากด้วย คุณเองก็น่าจะกลับไปอาบน้ำอีกรอบนะ”

เสนอแนะด้วยความหวังดีแล้วเปียวก็หันไปหาคมที่ยืนเงียบอยู่ไม่ห่าง

“รถอยู่ไหนครับคุณคม?”

คมที่มองสถานการณ์เงียบๆมาโดยตลอดกลับดูจะรับมือกับเปียวได้มากกว่าคนใจร้อนอย่างอลัน หนุ่มหน้านิ่งเดินนำคนของเจ้า
นายไปที่รถ อลันยังมึนงงเพราะตามอารมณ์เปียวไม่ทัน ให้เขาเที่ยวตามหาทั้งคืน แต่บทจะกลับก็ง่ายดายปานนี้เลยนี่นะ อลัน
เข่นเขี้ยวเด็กหนุ่มในใจขณะที่เดินตามไปขึ้นรถเพื่อกลับที่พัก เหนื่อยมาทั้งคืนขนาดนี้ต้องเอาคืนเสียให้เข็ด เด็กแสบ!



TBC



นิยายเรื่องนี้มีแต่คนงงอ่ะ เขาเขียนไม่เคลียร์ใช่เปล่า งื้อออ

น้อมรับทุกคำติชม จะปรับปรุงนะคะทุกท่าน o1

ปล. ขอตอบคอมเม้นต์คุณ naamsomm สักเล็กน้อย ใหม่ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แต่ไปเฝ้าไข้เจ้านายที่โรงพยาบาลตั้งสิบกว่าวันแหนะ ลืมวันลืมคืนกันเลยทีเดียว ฮะๆ

แถมยังมึนจนลืมวันแม่อีกต่างหาก รู้อยู่นะว่าวันที่ 12 อ่ะวันแม่ แต่พอถึงวันมันดันลืมสนิท จนค่ำแม่ต้องโทรมาเอง แล้วบอกกับแม่เสียงอ่อยว่าหนูลืมอ่าแม่ เง้อ


โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 :serius2:
อ่านจบแล้วแอบอยากบ้องหูให้ทั้งคู่
ทำไมทำอะไรไม่ค่อยคิดกันนะ



บ้องหูอลันใช่ไหมคะ ไม่ใช่บ้องหูน้องใช่ไหมอ่ะ>.<

ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตาม และขอบคุณทุกบวกที่ให้กันด้วยค่ะ :pig4:

จะทยอยบวกคืนนะคะ ตอนนี้ยาวจนตาลายเลยอ่ะ

วันใหม่ค่ะ :L2:

++++++++++

Eดิทค่ะ

จิ้มบวกหนึ่งครบทุกท่านแล้วค่า

วันนี้ได้เจาะไข่เป็ดคุณ Hikaru23 ไปอีกใบแล้วล่ะ :impress2:

ปล. ขอบคุณคุณpuppyluv ด้วยนะคะ บวกให้น้องเปียวตั้งสองรอบแหนะ :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2012 22:11:35 โดย wanmai »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
เซงอิตาอลันจริงๆเลยมัวแต่ปากแข็งกับโมโหเปียวอยู่นั่นแหละ

ออฟไลน์ choijiin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +445/-5
 :กอด1: วันใหม่ที่รักของพี่
ใครจะกล้าบ้องหูคนเขียนล่ะจ้ะ
พี่ยังอยากอ่านน้องแฝดต่ออยู่นะ คิกๆ
 :m13:

ที่อยากบ้องน่ะก็ทั้งอลันทั้งเปียวแหละ
ยียวนกวนอารมณ์กันทั้งคู่
จะว่าไปก็สมกันดีนะ
 :laugh:

ออฟไลน์ Nunun_B2UTY

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2

ออฟไลน์ Ju

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2
โดนเปียวปั่นหัวคืนแล้วมั้ยล่ะ

 o3 o3

รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ mentholss

  • "เหตุผล" หรือ "ข้ออ้าง"
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
รอติดตามพายุ(อลัน)ลูกต่อไป

ปล. มาไวไวก็ดีเน้อ คนอ่านคิดถึง 555+

ออฟไลน์ Onlymin

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 465
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-4
อลัน บ้า..บ้า!

สมน้ำหน้า เปียวเอาคืนได้นิดหน่อยก็ยังดีแฮะ




ออฟไลน์ in_blu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
เอิ่มมมม ทำตัวหน้าเบื่อทั้งพ่ออลัน และแม่หนูเปียวเลยทีเดียว
ปากอย่าง ใจอย่างกันทุกคู่ เพลียย

ออฟไลน์ ชะรอยน้อย

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 973
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
รู้สึกกลัวอลันจริงๆ ทำไมชอบทำอะไรตามอารมณ์แบบนี้

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
ดูๆไปแล้วก็พอๆกันล่ะนะ  แต่อลันมากกว่านิดนึง
คนใจร้อน หุนหันพลันแล่น หงุดหงิดง่าย เอาแต่ใจตัวเองแบบอลัน
จะให้ปรับลงมาแบบหน้ามือเป็นหลังมือแบบทันทีทันควันคงจะยาก 

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
นายอลัน อารมณ์หึงรุนแรงมาก กลัวว่ะ
เปียวนี่ก็สุดยอดดดด ดื้อด้านสิ้นดี
แล้วพิชญโดนจับทำไม สงสัย ขอคำอธิบาย
(ขอบใจน้องวันใหม่ สำหรับเนื้อเรื่องดีๆ ที่บางตอนก็ปวดใจ )

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด