✽เล่ห์พรางรัก✽ บทส่งท้าย เพียงเราสอง(จบบริบูรณ์)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ✽เล่ห์พรางรัก✽ บทส่งท้าย เพียงเราสอง(จบบริบูรณ์)  (อ่าน 504273 ครั้ง)

ออฟไลน์ ruby

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-3
มาต่อให้ยาวแบบนี้ขอบคุณนะค่ะ
ลุ้นมากเลยตอนนี้ แต่ทุกอย่างก็
คลี่คลายนึกว่าต้องเศร้าซ่ะแล้ว
สู้ๆค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3871
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13
จบไปหนึ่งแต่คิดว่ายังเหลือวิคเตอร์อีกนะคาดว่าคุณพ่อคงยังไม่ยอมรามือง่าย ๆ
อเล็กซ์น่ากลัวกว่าอลันซะอีกพิชคงไม่รอดแน่ๆ

ออฟไลน์ Ju

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2

ออฟไลน์ pukpra

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1997
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-0
ดีใจที่คุณวันใหม่กลับมาค่ะ หวังว่าสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจจะผ่านพ้นไปแล้วนะคะ สู้ๆ ค่ะ

ออฟไลน์ Bowbonk

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-4

ออฟไลน์ Pupay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 904
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-1
หวานแล้วก็มีความสุขมากๆสำหรับตอนนี้
ไม่ได้ตามอ่านหลายวันเลย ทั้งงานเยอะ และเน็ตหอเจ๊ง  :serius2:
ผ่านเรื่องราวต่างๆไปได้ด้วยดีก็ยินดีด้วยค่า ไม่ได้แวะเข้ามาเม้นให้กำลังใจ
เหลือเรื่องของคุรพ่อวิคเตอร์อีก คงไม่มีอะไรมากหรอก น่าจะรักลูกพอตัวอยู่  :กอด1:

 :pig4: นะคะ คุณวันใหม่

ออฟไลน์ marionatte

  • Beginning is more difficult
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 794
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +307/-5
เจอคนเป็นโรคประสาทเนี่ย น่ากลัวกว่าคนชั่วซะอีก

ในที่สุดก็ผ่านมาได้ด้วยดีอีกครั้ง แต่ว่าศัตรูตัวจริง บิ๊กบอสยังไม่ออกโรงเลย
รอตอนหน้าค่ะ

ออฟไลน์ greensoda

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
หมดเคราะห์กันแล้วนะ
ต่อไปอลันก็จะได้ไปไหว้พ่อตาแม่ยายซะที

เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ  :กอด1:

ออฟไลน์ naamsomm

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 539
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-2
เย่ๆ
คนแต่งกลับมาแล้วววววววว
ในที่สุดเรื่องร้ายๆก็ผ่านไปซะที
แถมเปียวยังเจ็บตัวอีก
เฮ้อออออ
สงสารน้องจัง
อลันตอนนี้น่ารักมากเลย
แถมตอยท้ายงอแงเป็นเด็กเชียว


ตอนหน้าขอหวานๆนะคะ. ^ ^

ออฟไลน์ $VAN$

  • Moderator
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1738
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +307/-6
อลันบอกรักเปียวแล้ววว :mc4:
กว่าจะหลุดออกมาจากปากได้นะ ลุ้นอยู่นาน

ทีนี้ก็มาดูกันต่อ พ่อวิกเตอร์จะแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรบ้าง เหอะๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
ในที่สุดอลันก็เลิกปากหนักบอกรักเปียวจนได้  :m3:
ปล. น้องวันใหม่เป็นคนที่น่ารักมากรับผิดชอบในฐานะนักเขียนและต่อคนอ่าน :m1:

ออฟไลน์ GAZESL

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 675
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1
 :laugh: อลันเด็กมากกกกก เหมือนเอาของเล่นไปซ้อนอ่ะ
แต่ก็ไม่อยากให้เปียวกลับบ้านนะ เดี๋ยวอดอ่านฉากสวีททท :-[ 555
รอลุ้นคู่อเล็กซ์กับพิชญต่อไป ยินดีที่กลับมานะค๊ะ สู้ๆ :pig2:

ออฟไลน์ Kalamall

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 729
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-2
 :กอด1:
มาอ่านอีกที สามตอนรวด ยาวมากกกกกกก ขอบคุณค่ะ

เค้าหวานกันแล้ว :-[ อลันบอกรักเปียวแล้ว. ดีจัง แล้วเปียวละ?

คู่รองอเล็กกะพีท คู่นี้อีกนานแน่ๆเพราะฝั่งพีทแข็งสุดๆ อเล็กจะอ้อนจะหวานเป็นเหมือนน้องชายมั่งมั้ยนะ

คุณพ่อขาจะมาป่วนเพื่ออออ??? ให้คุณแม่อัญชันจัดการเลยค่ะ :angry2:

อากาศใต้ผ้าห่ม

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41

ออฟไลน์ bobby_bear

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-5
ตามทันแล้วจ้า ^^

ก่อนอื่นเนาะ เหมือนคนแต่งจะไม่สบายใจ ยังไงมารับกำลังใจากลูกเป็ดในนี้ก้ได้นะครับ
มาเยี่ยมเยียนมั่ง เอานิยายมาลงมั่ง ยังไงก็สู้ ๆ นะครับ

เปียวนี่น่านับถือนะ โตมากับความรักลุ่ม ๆ ดอน ๆ จากพ่อแม่ที่ไม่ใช่พ่อแม่จริง ๆ
แต่ก็ยังรักได้มากขนาดนั้น เป็นคนดีและไม่เป็นภาระสังคม น่านับถือ

อลัน นับว่าโชคดีที่ได้มาเจอเปียว ได้มาเจออีกขั้วหนึ่งของชีวิตที่จะมาผสมลงตัวกับตัวเอง
ยังไงก็รีบ ๆ ทำให้เปียวมั่นใจวะนะ มีใจให้แล้วขนาดนี้คงไม่ยากแล้วล่ะ

จะเร็วจะช้า แต่ขอแค่มาแต่งต่อให้จบก็พอใจแล้วล่ะจ้า  :z2:

ออฟไลน์ Pakbung Mazo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3

ออฟไลน์ wanmai

  • ★รักใสปิ๊ง★(>_<)
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1195/-5
เล่ห์พรางรัก

ตอนที่ ๑๘ ม่านหมอก



เมื่อเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตได้ผ่านพ้นไป เปียวก็ได้ไปทำบุญให้บิดามารดาของตนเองตามที่เคยบอกอลันเอาไว้ และอุทิศส่วน
กุศลผลบุญเผื่อแผ่ไปยังนายนภัทรด้วย คุณตากับคุณยายที่รู้ว่าเปียวจะไปทำบุญจึงได้ถือโอกาสที่ดีนี้ยกกันไปทั้งบ้าน รวมทั้ง
คุณแม่อัญชันก็ด้วย

ครอบครัวของเปียวที่ประกอบไปด้วยนายพรต นางวลัย และพี่ชายกับน้องชายของเปียวก็ไปด้วยกันทั้งหมด หลังจากผ่าน
ปัญหามาหลายอย่างนางวลัยก็ดูจะสงบเสงี่ยมกว่าเดิม เปียวไม่ค่อยได้คุยกับนางสักเท่าไหร่ ยิ่งพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วมันก็
เหมือนยิ่งมีเส้นกั้นระหว่างกันมากขึ้น พิชญที่เพิ่งรู้เรื่องที่เปียวไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ก็อดสงสารเปียวไม่ได้ ถึงอย่างไรก็โตมา
ด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบเปียวเท่าไหร่ เหตุเพราะมีปัจจัยส่วนใหญ่มาจากผู้เป็นมารดาที่ไม่ชอบเปียว ทำให้พิชญรู้สึกตาม
ไปด้วย

บรรยากาศที่ดูร่มรื่นเย็นใจภายในวัดวาทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของผู้คนที่ได้มาเย็นขึ้นตาม ความสงบที่ไม่ค่อยจะได้พบเจอมาก
นักในชีวิตประจำวันทำให้ผ่อนคลายลงมาก มีเวลานึกคิดทบทวนในสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตหลายหลาก

หลังจากที่ทุกคนทำบุญกรวดน้ำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายพรตได้พาเปียวมาที่โกศของพ่อกับแม่เปียว อลันเดินตามออกมา
ด้วย เปียวเคยมาที่นี่แล้วแต่เป็นในฐานะหลานชาย ไม่ใช่ลูก เมื่อเดินมาส่งเปียวแล้วนายพรตก็เดินกลับไปรวมกับครอบครัว
ปล่อยให้เปียวมีเวลาส่วนตัวอยู่กับพ่อแม่ เมื่อนายพรตออกไปแล้วอลันก็ก้าวเข้ามายืนข้างกายเปียว เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่อย่าง
นั้น อลันเองก็ไม่ได้ขยับไปไหนเช่นกัน

ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าแล้วเปียวจึงค่อยๆนั่งลงด้านหน้าโกศของพ่อกับแม่ พนมมือกราบท่านทั้งสอง เมื่อเงยหน้า
ขึ้นมามองรูปของท่านที่หน้าโกศนั้นภายในใจของเด็กหนุ่มก็เหมือนถูกถ่วงด้วยลูกตุ้มแสนหนัก อลันนั่งลงข้างๆ มองเสี้ยว
หน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มที่ดูแสนเศร้า อยากจะปลอบประโลมให้หายคลายจากความเศร้านั้นเหลือเกิน

“พ่อครับ แม่ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่เปียวได้เรียกพ่อกับแม่แบบนี้ เปียวไม่เคยรู้เลยว่าคนที่เปียวคิดว่าเป็นลุงกับป้าตลอดมานั้น
คือพ่อแม่ของเปียว เปียวขอบคุณที่ทำให้เปียวเกิดมาและมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้ เปียวไม่ได้มีโอกาสทดแทนคุณ หากชาติหน้ามี
จริงขอให้เราได้เกิดมาร่วมภพชาติเดียวกัน ให้เปียวได้แทนคุณพ่อกับแม่นะครับ”

เด็กหนุ่มเอ่ยบอกกับสายลมที่แสนว่างเปล่าด้วยเสียงที่แผ่วเครือ ความร้าวรอนมันกัดกินใจเขาจนยากจะระงับยับยั้งมันได้
หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าหมองคลอคลองจะหล่นร่วง เปียวปาดมันออกแต่มันกลับไหลลงมาไม่ขาดสาย อลันเบือนสายตา
จากใบหน้าของเด็กหนุ่ม มองโกศด้านหน้าของตนเองด้วยสายตาแน่วแน่ พนมมือขึ้นระดับอกก่อนเอ่ยคำ

“คุณพ่อคุณแม่ของเปียว ไม่ต้องเป็นห่วงเปียวนะครับ ผมสัญญาจะดูแลเปียวให้ดี ให้สมกับที่เปียวเป็นที่รักของท่านทั้งสอง
ขอท่านจงวางใจ”

เปียวหันมามองคนพูด แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำของอลันกลับทำให้หัวใจที่หนาวเหน็บของเขาอุ่นขึ้นมาได้อย่างประหลาด
ดวงตาสีอ่อนหันกลับมาที่เด็กหนุ่มอีกครั้ง รอยยิ้มบางแตะแต้มริมฝีปากหยักอย่างให้กำลังใจกัน เปียวจึงส่งยิ้มตอบกลับไป
พร้อมกับน้ำตาที่แห้งเหือดไปเมื่อไหร่ไม่รู้ การที่มีคนตัวโตคนนี้อยู่เคียงข้าง มันทำให้ชีวิตของเขาแปรเปลี่ยนไปมากจริงๆ

ทั้งคู่เดินกลับมาสมทบกับทุกคนที่หน้าโบสถ์ ก่อนพากันไปที่รถเพื่อตรงกลับบ้าน เปียวกลับรถคันเดียวกับอลัน ขณะที่คุณแม่
อัญชันกับคุณตาและคุณยายกลับรถตู้ เพราะสมาชิกเยอะมีแม่บ้านอีกสองคนติดสอยมาคอยดูแลคุณตาคุณยายด้วย เปียวส่ง
คุณตากับคุณยายของอลันขึ้นรถแล้วก็หันมาไหว้ลานายพรตกับนางวลัย ก่อนไปขึ้นรถอีกคันกลับบ้านของอลัน

บ้าน ที่ยินดีต้อนรับเขาเสมอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนในครอบครัว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับที่บ้านหลังนั้นแม้แต่น้อย แต่มัน
กลับอบอุ่นยิ่งกว่าบ้านที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นของเขาเสียอีก

“ขอบคุณนะอลัน”

เปียวเอ่ยบอกคนที่นั่งข้างกายเมื่อรถเคลื่อนตัวออกมายังถนนใหญ่แล้ว เขานั่งคิดอยู่นานว่าควรจะพูดบอกกับอลันอย่างไรดี
มันถึงจะดีพอ ณ ตอนนี้คงไม่มีคำไหนดีไปกว่าคำว่าขอบคุณอีกแล้ว

“ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรให้คุณเลยนะ” อลันมองเด็กหนุ่มยิ้มๆ วันนี้ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนดี เพราะเปียวยิ้มให้เขาบ่อยกว่าทุกวัน

“คุณทำสิ ทำทุกอย่าง ขอบคุณมากนะ ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดีเลย”

เปียวเอ่ยแย้งคำพูดของอลัน ก่อนบอกด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจ อลันจับมือที่วางนิ่งอยู่บนเบาะรถมากุม ก่อนมองตา
เจ้าของมือสื่อความนัย

“ไม่เป็นไร แค่รักผมมากๆก็พอ”

เปียวอมยิ้มกับคำหวานที่อีกคนเอ่ยบอก อลันมองรอยยิ้มที่เด็กน้อยของเขามีให้แล้วยิ้มตาม แค่รอยยิ้มหวานๆที่ให้มา เพียง
เท่านี้ก็ทำให้คนพูดชื่นใจเป็นที่สุดแล้ว



++++++++++++



ทางด้านวิคเตอร์ เฟอร์ริงตัน ที่คอยเฝ้าดูบุตรชายคนเล็กอยู่ห่างๆนั้นก็ยังไม่ได้ลงมือทำการใดลงไป และทั้งที่คิดว่าการมา
เมืองไทยในครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ยังมีนาตาเซียติดสอยห้อยตามมาด้วย วิคเตอร์ไม่ได้อยากให้เธอมา แต่สุดท้ายแล้วก็
แพ้มารยาหญิงจนได้

เรื่องของเด็กหนุ่มที่ชื่อปฏิญญา พฤทธาการมันทำให้เขาต้องมาที่นี่ หลังจากที่ได้ฟังอเล็กซานเดอร์ บุตรชายคนโตของ
ตนเองบอกกล่าวเล่าความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อลันเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเด็กปฏิญญานั่นแล้วก็พอทำให้วิคเตอร์รู้ว่าอลันคงมี
ใจให้เด็กคนนี้อยู่มาก หากจะทำอะไรลงไปคงต้องนึกถึงผลลัพท์ที่จะตามมาให้มากเช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เขา
อยากพบเด็กปฏิญญาที่ได้ยินเพียงแต่ชื่อคนนี้นักหนาแล้ว

“มิลเลอร์” วิคเตอร์เอ่ยเรียกพ่อบ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ด้วยความภักดีต่อกันมาอย่างยาวนาน มิลเลอร์ คาร์ล

“ครับ”

มิลเลอร์ก้าวเข้ามาหาผู้เป็นนายจ้างที่นั่งเอนกายสบายๆอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านพักหลังใหญ่ สถานที่พักชั่วคราวใน
เมืองไทย

“บอกอัลเบิร์ตให้ไปเชิญตัวปฏิญญา พฤทธาการมาที่นี่สักหน่อยสิ” วิคเตอร์เอ่ยบอกกับพ่อบ้านมิลเลอร์ราวกับว่าสิ่งที่พูดนั้น
คือเรื่องธรรมดาและแสนง่ายดายกระนั้น

อัลเบิร์ต คือหลานชายของมิลเลอร์ ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากตะกูลเฟอร์ริงตัน ซึ่งคนอุปถัมภ์ก็คือวิคเตอร์เอง เด็กหนุ่มจาก
หมู่บ้านเล็กๆในเคมบริดจ์ เดินทางเข้ามาในเมืองหลวงตามการชี้ชวนของผู้เป็นลุงอย่างมิลเลอร์ และเมื่อศึกษาเล่าเรียนจน
จบอัลเบิร์ตก็ได้เข้ารับการฝึกให้เป็นบอดี้การ์ดชั้นเยี่ยม

วิคเตอร์คิ้วขมวดเมื่อคำสั่งของตนเองได้รับความเงียบตอบกลับมา ชายชรามองพ่อบ้านมิลเลอร์อย่างต้องการคำตอบ

“ทำไม?” วิคเตอร์เอ่ยถาม

“คุณอเล็กซ์ไม่ให้ใช้คนของเธอครับ”

พ่อบ้านมิลเลอร์ตอบคำถามด้วยท่าทีที่นอบน้อมไม่เปลี่ยน วิคเตอร์สบถเบาๆ ไม่ชอบใจกับคำตอบที่ได้รับสักเท่าไหร่

“นี่ก็อีกคน จะหวงบอดี้การ์ดตัวเองไว้ทำไมนักหนาไม่รู้ พ่อจะใช้บ้างนี่ไม่ได้เลย มีลูกแต่ละคนไม่เคยได้ดั่งใจเลยจริงๆ”
วิคเตอร์บ่นบุตรชายคนโตแล้วลามไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วยอีกคน ช่างทำอะไรขัดใจเขาเสียจริง

“ใช้เจฟก็ได้นี่ครับ” พ่อบ้านมิลเลอร์เสนอ

“เจฟมันก็คนของอเล็กซ์ไม่ใช่หรือไงกัน?”

“เป็นข้อยกเว้นน่ะครับ”

“หือ?”

วิคเตอร์เลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจว่าจะมีข้อยกเว้นนี้ไปเพื่ออะไร ใช้อัลเบิร์ตไม่ได้ แต่ใช้เจฟฟรี่ที่เป็นบอดี้การ์ดอีกคนของอเล็กซาน
เดอร์ได้

“เออๆ ช่างเถอะ ยุ่งยากนักเดี๋ยวฉันจะไปเอง”

วิคเตอร์เอ่ยตัดบทลดความยุ่งยากน่าปวดกบาล ชายชราลุกออกไปจากห้องนั่งเล่นเพื่อขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องด้านบน นาตาเซีย
เหมือนนกรู้มาได้จังหวะเหมาะ หญิงสาวเลยขอเกาะตามไปด้วยอีกคน วิคเตอร์ชักจะรำคาญที่มีคนตามหน้าตามหลังเสียแล้ว
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อตนเองก็ยังละเรื่องพวกนี้ไม่พ้น มิลเลอร์ส่ายหน้ากับความวุ่นวายนั้น นี่ละนะ หาเรื่องยุ่งยากใส่ตัวตอน
แก่แท้ๆ



++++++++++++



บรรยากาศมืดสลัวภายในห้องนอนห้องหนึ่งไม่ได้ทำให้กามกิจที่กำลังดำเนินไปอย่างร้อนเร่านั้นสะดุดลงแต่อย่างใด บนเตียง
นอนหลังใหญ่สองร่างกำลังกอดเกี่ยวทาบทับจนแทบเป็นเนื้อเดียว ชายหนุ่มที่ถูกทาบทับอยู่ด้านล่างไหล่แนบลู่กับที่นอน
ใบหน้าซุกซบหมอนนุ่มเพื่อสะกดกั้นเสียงครางเครือ ชายหนุ่มอีกคนที่ทาบทับกายของเขาอยู่โถมกายเข้าใส่หนักหน่วงรุนแรง
ริมฝีปากหนากดจูบหัวไหล่ ลากปลายลิ้นไล้เลียไปตามแนวสันหลัง กระแทกกายเข้าออกไม่หยุดพัก

มือหนาของร่างสูงใหญ่ด้านบนนั้นกอบกุมรูดรั้งกึ่งกลางกายร้อนผ่าวของคนใต้ร่างเร็วตามจังหวะกระทั้นกายของตนเอง ส่ง
เสียงครางครึ้มในลำคอด้วยความพึงใจในรสกามา กัดกรามกรอดเมื่อใกล้ถึงที่สุด ความเสียดเสียวแล่นปราดไปทั้งร่างเมื่อการ
กระแทกกระทั้นกายครั้งสุดท้ายมาถึง ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนพุ่งทะยานทุกหยาดหยด ก่อนทรุดกายลงทับคนใต้ร่าง หอบ
หายใจหนักหน่วง รั้งใบหน้าอีกคนให้หันมาหา กดจูบริมฝีปากที่หอบหนักนั้น คลอเคลียอยู่สักพักค่อยถอดถอนกายแล้วลุก
ลงจากเตียงไป

ร่างกายหนุ่มที่รองรับอารมณ์ดิบที่เพิ่งผ่านพ้นยังคงนอนคว่ำหน้านิ่ง ซุกใบหน้ากับหมอน มือกำขยำผ้าปูที่นอนเกร็งแน่น แม้
เมื่อครู่ที่ผ่านมานั้นมันจะสุขสมสักแค่ไหน แต่ใจของเขามันกลับรวดร้าวเกินทน เมื่อมันมีเพียงความใคร่ แต่ไร้ซึ่งความรัก

เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง ผู้ที่ลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำนั้นก็กลับออกมา อเล็กซานเดอร์สวมเพียงเสื้อคลุมเนื้อนุ่มปกปิด
ร่างกาย ไม่แม้แต่จะสนใจผูกปมผ้าแต่อย่างใด ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียงนอน เอนกายในท่าสบาย บนร่างกายขาวซีด
ภายใต้เสื้อคลุมที่ปกปิดเพียงหมิ่นเหม่นั้นยังคงมีร่องรอยแดงช้ำจากการร่วมรักแสนร้อนแรงเมื่อครู่นี้ปรากฏให้เห็น อเล็กซาน
เดอร์มองคนที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าเงียบๆนั้นไม่วางตา มองสะโพกสอบที่ขยับไหวจากการก้าวเดินไปเก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนพื้น
นั้นอย่างมีความหมายแฝง กึ่งกลางร่างกายมีปฏิกิริยาตอบรับความนึกคิดของเจ้าตัวขึ้นมาอีกครั้ง

“แอลนี่ก็แปลกนะ ไม่รู้นึกยังไงถึงได้เอาใจไปผูกกับคนที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ตนเองสักอย่างแบบนั้น แถมยังจะนำภาระ
มาให้อีกต่างหาก”

อเล็กซานเดอร์เปรยเรื่องของอลันที่เป็นหัวข้อที่เขาต้องรายงานผู้เป็นบิดาอยู่ตลอดในระยะนี้ขึ้นมาเหมือนจะชวนคุย แต่อีกคน
ที่อยู่ภายในห้องนี้กลับไม่ได้ปริปากโต้ตอบกลับมา ยังคงเก็บเสื้อผ้าที่เหลือไปใส่ตะกร้าผ้าเอาไว้รอซัก แล้วกวาดสายตามอง
ความเรียบร้อยรอบๆห้องอีกที

“หรือนายว่าไงอัล?”

อเล็กซานเดอร์เอ่ยถามคนที่ไม่มีทีท่าจะหันมาสนใจตนเองสักนิด อัล หรือ อัลเบิร์ต บอดี้การ์ดแสนใกล้ชิดของเขา

“ผมไม่มีความเห็นครับ” อัลเบิร์ตตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่ใคร่จะนึกใส่ใจกับคำถามเท่าใดนัก

“นายไม่คิดว่าแอลโง่บ้างหรือ ยอมเสี่ยงเพื่อเด็กผู้ชายคนเดียวที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ตัวเองเลย”

“ไม่ครับ”

อัลเบิร์ตตอบกลับมาเพียงสั้นๆ เมื่อจัดการความเรียบร้อยของตนเองเสร็จก็ค้อมศีรษะขอตัว ก่อนหมุนตัวจะเดินออกจากห้องไป

“อัล!”

อเล็กซานเดอร์เรียกชื่อบอดี้การ์ดหนุ่มเสียงเข้ม อัลเบิร์ตหยุดนิ่งก่อนหลับตาลงถอนหายใจด้วยความอึดอัด อเล็กซานเดอร์
มองคนของตนเองด้วยสายตาโกรธกรุ่น กล้าดีอย่างไรถึงหันหลังให้และทำเป็นไม่ใส่ใจเขาแบบนี้

อัลเบิร์ตหันกลับมาช้าๆก่อนเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนเตียง หยุดยืนข้างเตียงนอนแล้วโน้มตัวลงไปกดจูบริมฝีปากหนาของ
คนบนเตียงอย่างที่เคยทำเพื่อเป็นการบอกลา เมื่อจะผละออกมาอเล็กซานเดอร์กลับรั้งต้นคอเอาไว้แล้วแทรกลิ้นเข้าไปกวาด
ไล้ในโพรงปาก ใจกลางร่างกายเริ่มแสดงความต้องการมากขึ้นอีก อเล็กซานเดอร์กดจูบจนพอใจแล้วถึงปล่อย ก่อนกระซิบสั่ง

“ทำให้มันสงบสิ”

ดวงตาสีน้ำทะเลจับจ้องอัลเบิร์ตนิ่ง บอดี้การ์ดหนุ่มเบนสายตามองลงต่ำ ก่อนขยับนั่งลงข้างเตียง เลื่อนมือเปิดชายเสื้อคลุม
ออกช้าๆ ขัยบเข้าไปใกล้ส่วนที่ร้อนรุ่มรอการปลดปล่อยนั้นแล้วอ้าปากครอบลงไป อเล็กซานเดอร์สะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าเหยเก
เพราะความซ่านเสียว มือหนากดศีรษะบอดี้การ์ดหนุ่มให้ขยับเร็วขึ้นอีก กัดกรามแน่นร่างกายเครียดเกร็งใกล้ปลดปล่อยเต็มที
อัลเบิร์ตย่นหัวคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงอาการของผู้เป็นนาย แต่ก็ยังคงกระทำการที่ได้รับคำสั่งต่อไปจนเสร็จสิ้น ลาวาร้อนพ่น
พิษรุนแรงจนบอดี้การ์ดหนุ่มต้องเบือนหน้าออกห่าง เสียงครางทุ้มพร่าในลำคอแสดงถึงความสุขสมที่ได้รับอย่างล้นเหลือ

อัลเบิร์ตยืดตัวยืนขึ้นตรง ใช้หลังมือเช็ดมุมปาก ค้อมศีรษะให้ผู้เป็นนายอีกครั้งแล้วจะผละออกไป แต่คำสั่งจากคนบนเตียงก็
ยังคงดังมากระทบโสตอีกหน

“อย่าทำแบบนี้อีก”

อัลเบิร์ตรู้ว่ามันหมายถึงอะไร เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำตัวกระด้างกระเดื่อง แม้ไม่พอใจก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งทั้งทางวาจาและการ
กระทำ แต่มันยากที่จะทำตามจริงๆ ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปเงียบๆ อเล็กซานเดอร์มองตามบอดี้การ์ดหนุ่มแล้วถอนใจ
เฮือกใหญ่ ไม่รู้ใครเป็นนาย ใครเป็นลูกน้องกันแล้ว

เมื่อปิดประตูลงอัลเบิร์ตยืนนิ่งอยู่หน้าประตูนั้น เม้มปากแน่นก่อนยกหลังมือขึ้นถูจนเจ็บ สกปรก ทั้งร่างกายและจิตใจของเขา
มันสกปรก ไม่ใช่เพราะอเล็กซานเดอร์ แต่เป็นเพราะเขาเองที่กำลังควบคุมหัวใจตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เป็นบอดี้การ์ดที่บกพร่อง
ต่อหน้าที่ ไม่สมควรอยู่ใกล้ชิดผู้เป็นนายอีกต่อไป…



++++++++++++



ภายในห้องทำงานของพงศกร เปียวและพิชญเข้ามารอฟังข่าวจากผู้เป็นพี่ชายที่ได้ไปเข้าร่วมประชุมกับทางมหาวิทยาลัยผู้
ว่าจ้างงานกับทางบริษัท ถึงเรื่องที่วัสดุในการก่อสร้างถูกสับเปลี่ยนไม่ตรงตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ ว่าทางมหาวิทยาลัยจะ
สรุปผลเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ออกมาอย่างไร จะให้โอกาสพฤทธาการได้แก้ไข หรือจะยกเลิกสัญญาที่มีร่วมกัน เปียวแทบนั่งไม่
ติดร้อนใจไปกับพี่ชายด้วย ขณะที่พิชญมองพี่ชายคนรองเดินวนไปเวียนมาแล้วก็ปวดหัวแทน

“นั่งลงได้ไหมเปียว เดินไปเดินมาอยู่นั่นล่ะ”

เปียวหันไปมองน้องชายคนเล็ก ก่อนเดินหน้ามุ่ยไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกัน ไม่นานจากนั้นประตูห้องทำงานของพงศกรก็เปิด
ออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่ก้าวเดินเข้ามา เปียวกับพิชญขยับลุกทันที

“เป็นยังไงบ้างครับพี่ชาย?”

เปียวเอ่ยถามท่าทางลุ้นแสนลุ้นกับคำตอบ ขณะที่พิชญเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน พงศกรมองหน้าน้องชายทั้งสองคนแล้วส่ายหน้า
โอกาสมันไม่ได้มีมากขนาดนั้น ทางผู้ว่าจ้างไม่เห็นถึงความคุ้มค่าและความปลอดภัยที่จะได้รับจากพฤทธาการ แม้จะบอกว่า
มันเป็นการกลั่นแกล้งกันของคู่แข่ง แต่หากพฤทธาการไม่มีมาตรการป้องกันในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทางผู้ว่าจ้างก็ไม่จำเป็น
จะต้องรอให้พฤทธาการปรับปรุง เพราะยังมีบริษัทอื่นอีกมากมายที่สามารถทำงานชิ้นนี้ได้ และทำได้ดีเสียด้วย ส่วนเงินมัดจำ
ที่ทางนั้นได้ให้ไว้แล้วไม่ได้เรียกคืน เพราะงานก็ดำเนินไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว

พงศกรเดินไปนั่งที่โซฟานุ่ม ปลดเน็คไทด์ลงมาเล็กน้อยไล่ความอึดอัด เปียวหน้าเศร้าลงไปถนัดตาเมื่อได้รับคำตอบ พิชญ
ถอนหายใจก่อนนั่งลงข้างพี่ชาย ทั้งสามคนเงียบกันไปสักพักเปียวจึงพูดขึ้นมา

“ไม่เป็นไรหรอก เรามาพยายามกันใหม่ก็ได้เนอะ”

เด็กหนุ่มพยายามจะสร้างกำลังใจให้ตนเองและพี่น้อง แต่อีกสองคนกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นมาเลย

“พูดมันง่ายนะเปียว แต่เราจะหางานได้จากที่ไหนอีก รู้ไหมว่าเครดิตของบริษัทเรามันย่ำแย่จนไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย
แล้ว!” พิชญกระแทกเสียง รู้สึกอึดอัดคับข้องใจไปหมด

“แต่ถ้าเราช่วยกัน คือ... พี่หมายถึงว่าเริ่มจากงานเล็กก่อนก็ได้ สร้างชื่อเสียงของบริษัทขึ้นมาใหม่” เปียวยังพยายามหาทางออก

“ปัญหามันไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้นไงเข้าใจไหม เงินน่ะ เงิน ต้องให้พูดด้วยหรือไง”

พอพิชญตอกย้ำเรื่องเงินเปียวก็คอตก นั่นสินะ จะไปหาเงินมาจากไหนกัน หนี้สินก็พะรุงพะรังตามมาเป็นพรวนอยู่แบบนี้

“บริษัทนี้มันเป็นของครอบครัวเรามาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ พี่ไม่อยากให้มันต้องมาจบลงที่รุ่นของพี่แบบนี้เลย ลมหายใจของเรากำลัง
จะหมดลงแล้วเปียว”

พงศกรพูดกับน้องชายอย่างหมดอาลัย เปียวได้แต่เงียบ ไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี



+++++++++++++



เมื่อกลับมาที่บ้านของอลัน เปียวก็เอาแต่นั่งหน้าหงอย คิดไม่ตกกับปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเขามีความรู้ด้านบริหารงานก็ดีสิ แต่
เขาก็บริหารเงินได้นี่นา แต่เขายังไม่เคยเข้าไปทำงานในบริษัทเลย ประสบการณ์ด้านการทำงานก็ยังไม่มี แล้วจะมีใครเชื่อถือ
พอจะมอบงานให้เขาจัดการไหม ทำไมถึงต้องมีคำว่าแต่มาหยุดเขาเอาไว้ตลอดเวลาเลยนะ เปียวทอดถอนใจอย่างหนักอก
เรื่องนี้เขาไม่อยากให้อลันรู้แล้วต้องร้อนใจตามไปด้วย แต่ก็คงปิดอลันไม่ได้เพราะคิดอะไรมันก็ออกทางสีหน้าไปหมดแล้วนี่สิ

“มีอะไรปรึกษาผมได้นะ ผมไม่ได้มีดีแค่ไว้เดินควง” อลันเดินมานั่งข้างคนที่เอาแต่ทอดถอนใจ

“ผมไม่อยากกวนคุณน่ะ” เด็กหนุ่มว่าเสียงเบา

“กวนได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องเกรงใจ”

“ต้องสิ คุณทำเหมือนทุกอย่างมันเป็นเรื่องง่าย” เปียวเอ่ยแย้งคิ้วขมวดปม

“แล้วมันยากตรงไหนกันล่ะครับ หืม?”

อลันบีบจมูกเด็กน้อยของเขาที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเบาๆ เปียวปัดมือหนาออก สีหน้ายังไม่ดีขึ้นเลยสักนิด

“ถ้าเป็นเรื่องบริษัท ที่นั่นยังมีฮิโระอยู่นะ บอกพงศกรด้วยว่าอย่าลืม” อลันกระตุ้นเตือน

“เห็นไหม รบกวนคุณอีกแล้ว ผมพอจะทำอะไรเองได้บ้างไหมนะ…” ท้ายประโยคเด็กหนุ่มพึมพำกับตนเอง อยากทำอะไรให้
ได้มากกว่านี้ มันจะพอมีหนทางใดบ้าง

“ไปทดลองงานที่บริษัทผมก่อนเป็นไร” อลันเอ่ยชวน

“ได้ค่าจ้างไหม?”

“แหนะ มีถามค่าจ้างด้วย”

พอเสนอ ทางนั้นก็ถามกลับเสียเร็ว หนุ่มตัวโตหัวเราะขำ ไม่ค่อยจะงกเลยที่รัก

“ก็ถามดูเฉยๆหรอกน่า”

เปียวเอ่ยแก้ตัวอุบอิบ อลันมองคนงกล้อๆ ก่อนพูดบอกอย่างเป็นจริงเป็นจัง

“มีสิ อัตราค่าจ้างตามที่ทางบริษัทกำหนดเอาไว้ สนใจไหมล่ะ?”

“แบบนี้มันก็เหมือนอัฐยายซื้อขนมยายเลยน่ะสิ”

คนนี้ก็ยังไม่หมดข้อโต้แย้ง ก็ถ้าไปทำงานที่บริษัทของอลัน เงินที่ได้มาก็ต้องใช้คืนอลันอยู่ดี แบบนี้อลันก็เสียเงินไปโดยเปล่า
ประโยชน์น่ะสิ ก็มันต้องย้อนกลับมาอยู่ในมืออลันอีกอยู่ดี

“ไม่เป็นไร ยายเต็มใจให้ซื้อ” อลันเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มจริงใจ ไม่คิดมาก

“ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆที่ทำเพื่อผมขนาดนี้”

ยิ่งอลันทำเพื่อเขามากเท่าไหร่ เปียวก็ยิ่งรู้สึกเต็มตื้นกับสิ่งที่อีกคนให้มาเท่านั้น มันมากมายเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะให้ใครอีก
คนได้เสียอีก

“อยากได้คำอื่นบ้างจังน้า”

อลันเอ่ยเย้า เปียวเลิกคิ้วมอง ก่อนอมยิ้มตาพราว อลันขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนเอ่ยอ้อน

“บอกหน่อยสิ”

เปียวหัวเราะแต่ยังไม่ยอมพูดคำที่อีกคนอยากได้ยิน อลันมองตาเด็กหนุ่มก่อนเอ่ยบอกเสียงนุ่ม

“ผมจะรอฟัง”

เปียวยิ้มบางก่อนขยับเข้าใกล้อลัน กอดคนตัวโตเอาไว้แนบแก้มไปกับแผ่นอกหนาอ้อนๆ อลันหัวเราะในลำคอเบาๆ รู้จักอ้อน
ด้วยนะ แค่นี้ก็ไปไหนไม่รอดอยู่แล้วลูกไก่น้อยเอ๋ย



++++++++++++

ต่อด้านล่างค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ wanmai

  • ★รักใสปิ๊ง★(>_<)
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1195/-5
วันต่อมาอลันมีประชุมที่บริษัทแต่เช้า เมื่อส่งอลันไปทำงานแล้วเปียวก็แวะไปที่พฤทธาการเป็นกิจวัตร เรื่องที่คุยกับอลัน
เอาไว้ยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้เข้าไปดูงานที่บริษัทตนเองไปพลางๆก่อน รออลันว่างๆค่อยหาโอกาสพาไปเรียนรู้งานที่บริษัทของ
อลันอีกที

เวลานี้นายพรตยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านโดยมีนางวลัยคอยดูแลอยู่ นายพรตเองก็อยากจะกลับมาทำงานต่อ แต่ลูกๆพากัน
ไม่ยอม เดี๋ยวได้เจ็บหนักกว่าเดิม ถึงเวลาที่ลูกทั้งสามคนต้องช่วยเหลือกันเองแล้ว พิชญที่ยังเหลือปีสุดท้ายถึงจะเรียนจบมา
ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เด็กหนุ่มก็ได้เพียงศึกษางานกับแผนกที่ตนเองกำลังร่ำเรียนมา อินทีเรียดีไซน์ ส่วนเปียวที่เพิ่งจบมายัง
ไม่มีประวัติการทำงานที่ไหน พงศกรก็พาไปแนะนำกับแผนกการเงินของบริษัท ให้รู้จักวิธีการทำงานของแผนกนั้นมากขึ้น
จากที่ไปฝึกงานมาก็เพียงผิวเผิน แต่คราวนี้ที่ต้องลงมือทำอะไรเองก็คงทำให้เปียวรู้อะไรมากขึ้น

ช่วงพักกลางวันคนในแผนกออกไปทานข้าวกัน ส่วนหนึ่งยังคงทำงานกันอยู่ และเปียวก็เป็นหนึ่งในนั้น ขณะที่ก้มหน้าก้มตา
ทำงานก็ได้ยินเสียงคนในแผนกที่เหลืออยู่เอ่ยเรียก เปียวเงยขึ้นมามองงงๆว่ามีอะไรกันหรือ ก่อนที่สายตาจะสบเข้ากับชายสูง
วัยท่าทางน่าเกรงขามคนหนึ่ง วิคเตอร์ก้าวเข้ามาในห้องที่เปียวทำงาน เปียวแปลกใจเป็นอย่างมากที่ได้เจอกับบุคคลท่านนี้

“ขอเวลาคุยกันสักนิดจะได้ไหม ปฏิญญา”

เปียวลุกขึ้นยืนขณะที่คนอื่นถอยออกห่างจุดที่เปียวอยู่เพราะวิคเตอร์พาบอดี้การ์ดร่างยักษ์มาด้วย เปียวเหลือบมองพนักงาน
ของบริษัทตนเองที่ถอยห่างออกไป ก่อนหันกลับมาพูดกับผู้อาวุโสตรงหน้า

“ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร หรือจะติดต่อเรื่องอะไรหรือครับ?” เปียวเอ่ยถามด้วยมารยาทอันดี

“ฉันมีธุระกับเธอนั่นล่ะ ฉันวิคเตอร์ เฟอร์ริงตัน คราวนี้จะไปด้วยกันหน่อยได้ไหม?”

วิคเตอร์แนะนำตัวกับเด็กหนุ่ม เปียวนิ่งอึ้งเมื่อรู้ว่าคนผู้นี้คือใคร นี่คืออะไร ครอบครัวนี้เขากำลังเล่นอะไรกัน?

วิคเตอร์ เฟอร์ริงตันที่เปียวเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ให้บรรยากาศแสนเยือกเย็นแต่กลับปนเปไปกับความว้าเหว่ที่เปียวคิดว่า
ตนเองคงรู้สึกไปเอง คนที่มีทุกอย่างเพรียบพร้อมอย่างตะกูลเฟอร์ริงตันจะหว้าเหว่ได้อย่างไรกัน

เปียวเดินตามวิคเตอร์ออกมาจากบริษัท วสันต์ที่ยังคงเฝ้าติดตามเปียวอยู่เห็นตั้งแต่วิคเตอร์เดินเข้าไปด้านในนั้นแล้ว ชาย
หนุ่มโทรรายงานผู้เป็นนายไปแล้วแต่ทางนั้นกำลังประชุมงานกันอย่างเคร่งเครียด เขาคงต้องเฝ้าตามไปห่างๆ วสันต์ไม่กล้าที่
จะขวางเพราะนั่นเป็นถึงบิดาของเจ้านาย

ฮิโรยูกิที่ได้ยินเสียงเล่าลือว่ามีชายชรากับบอดี้การ์ดร่างยักษ์มาที่แผนกการเงินของบริษัทก็รีบรุดมาดูให้เห็นกับตาแต่ก็ไม่ทัน
หลังจากสอบถามพนักงานในแผนกคร่าวๆก็พอจะรู้อะไรได้เลาๆ ชายหนุ่มจึงต่อสายถึงใครคนหนึ่ง แค่อลันคงเอาไม่อยู่ ต้อง
พึ่งคนนี้เท่านั้น



++++++++++++++



เปียวถูกพามาคุยถึงที่บ้านพักของวิคเตอร์ ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความกดดัน เปียวนั่งตัวลีบอยู่ที่โซฟา ขณะที่พ่อบ้าน
มิลเลอร์คุมการเสิร์ฟเครื่องดื่มให้แขก เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยแม่บ้านที่นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟก็ออกไป มิลเลอร์ยังคงยืนคอย
อยู่ใกล้ๆนั้น นาตาเซียเองก็อยากมาเห็นคนที่ทำให้วิคเตอร์บินมาถึงที่นี่อยู่เหมือนกัน หญิงสาวยืนอยู่ด้านหลังวิคเตอร์ที่นั่งจิบ
ชายามบ่ายสบายๆ เปียวเหลือบมองคนนั้นคนนี้ด้วยความไม่เข้าใจ ตกลงมีอะไรกับเขากันแน่

เปียวสังเกตผู้อาวุโสตรงหน้า บิดาของมิสเตอร์แอล คนยืนบนหอคอยสูงเสียดฟ้า แต่ไร้คนรักคนเข้าใจอยู่เคียงข้าง มีเพียงคน
ที่หวังในทรัพย์สินศฤงคารที่จะได้จากเขา พยายามที่จะหล่อหลอมให้ลูกเป็นไปเช่นที่ตนเองต้องการ

หลังจากปล่อยเวลาให้ผ่านไปจนเปียวอึดอัดจนเกินพอวิคเตอร์จึงเข้าเรื่อง ชายชราบอกว่าเปียวนั้นช่างไม่ต่างอะไรกับปลิง
ที่มาคอยเกาะอลันอยู่ ไม่ได้สร้างประโยชน์แถมยังจะสูบเลือดสูบเนื้ออลันไปจนจะหมดตัว เปียวเอ่ยแย้งว่าเขาไม่เคยทำแบบ
นั้น

“ถ้าอย่างนั้นที่เธอทำมันคืออะไร ใช้ร่างกายตนเองมาปอกลอกแอลไปสักเท่าไหร่ถึงจะพอ ศักดิ์ศรีมันหมดไปแล้วหรือ
อย่างไรกัน”

เปียวหน้าชากับคำที่วิคเตอร์พูด อีกทั้งสายตาและรอยยิ้มเย้ยหยันจากนาตาเซียทำให้เปียวรู้สึกยิ่งกว่าโดนตบ เด็กหนุ่มเชิด
หน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนบอกด้วยถ้อยคำที่ฉะฉานไม่กลัวเกรง

“ศักดิ์ศรีของผมยังมีอยู่ มันไม่ได้มีเป็นตัวเป็นตนให้คุณเห็น แต่มันอยู่ในทุกอณูของร่างกายและจิตใจผม ผมคิดอยู่เสมอว่า
จะต้องหาเงินมาชดใช้คืนมิสเตอร์แอล ไม่เคยคิดจะพร่าผลาญให้เขาต้องเสียทรัพย์สินใดๆให้ผมแม้แต่น้อย ถ้าหากการที่เรา
อยู่ใกล้ชิดและเรียนรู้กันอยู่นี้มันทำให้คุณเข้าใจไปเช่นนั้น ผมก็ต้องขอโทษด้วย จากใจจริง”

วิคเตอร์ยกยิ้มเหยียดมุมปาก ขณะที่เปียวพูดไปแล้วก็แอบหวั่นใจ เขามั่นใจในสิ่งที่พูด แต่ความกดดันรอบกายทำให้เขา
หวาดหวั่น ยิ่งคนตรงหน้าคือบิดาแท้ๆของมิสเตอร์แอลด้วยแล้ว เปียวยิ่งรู้สึกย่ำแย่ไปกันใหญ่

“คำพูดคนเราจะปั้นแต่งให้มันดูดีมากสักเท่าไหร่ก็ย่อมได้ แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่มันไม่ได้บ่งบอกสักนิดว่าเธอกับลูกชายฉัน
กำลังศึกษาเรียนรู้กันตรงไหน เธอใช้ร่างกายเข้าแลก ในขณะที่อลันก็แค่เพียงลุ่มหลงร่างกายของเธอ ฉันยังมองไม่เห็นเลย
ว่าตรงไหนกันที่เธอบอกว่ากำลังเรียนรู้กันน่ะพ่อหนุ่มน้อย”

“คุณจะมองอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ใจผม... ผมรู้ดีที่สุด” เปียวยืนยันหนักแน่น

“งั้นหรือ เธอมั่นใจว่าเธอรู้ใจตัวเองเป็นอย่างดีสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็แน่ใจว่าฉันรู้จักลูกชายฉันเป็นอย่างดีเช่นกัน เขาไม่ได้รัก
เธอหรอกปฏิญญา”

ชายต่างวัยมองประสานสายตากันไม่ยอมหลบ



++++++++++++++



อลันรีบก้าวยาวออกจากห้องประชุมเมื่อการประชุมจบลง และเขาได้รับรายงานจากคมว่าวสันต์โทรมาบอกถึงเรื่องที่วิคเตอร์
เฟอร์ริงตันมาพาตัวเปียวออกไปจากพฤทธาการด้วยตนเอง ทำอะไรโจ่งแจ้งแบบนี้ไม่สมเป็นวิคเตอร์เลย แต่นั่นคงเพราะ
ต้องการให้เขาดิ้นพล่านมากกว่า เพราะตอนนี้พอยิ่งรู้ว่าเปียวอยู่ใกล้คนๆนั้นอลันก็ยิ่งร้อนใจ เป็นไปตามที่ผู้เป็นบิดาต้องการ
อย่างเลี่ยงไม่ได้

เมื่อลงมาถึงด้านล่างอลันก็จำต้องหยุดชะงัก เมื่อผู้ที่ลุกขึ้นมาจากโซฟารับแขกตรงด้านหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นั้นคือ
มารดาของตนเองและฮิโรยูกิ อลันมองน้องชายอย่างมีคำถาม ฮิโรยูกิผายมือแล้วยักไหล่ อลันคิ้วขมวดก่อนก้าวเข้าไปหา
มารดา

“จะไปหาวิคเตอร์สินะ” คุณแม่อัญชันเอ่ยถาม

“แม่รู้ได้ยังไงครับ?”

“ผมบอกแม่เอง” ฮิโรยูกิยกมือบอก อลันหันไปส่งสายตาดุๆให้น้องชายเลยโดนคุณแม่ติง

“ไม่ต้องมองน้องแบบนั้นเลยอลัน แม่จะไปด้วย”

“แต่แม่ครับ…”

“แม่จะพูดกับเขาเอง”

ยังไม่ทันที่อลันจะเอ่ยแย้งคุณแม่ก็แทรกขึ้นมาก่อน ชายหนุ่มตัวโตออกอาการฮึดฮัดไม่ได้ดั่งใจ เขาไม่อยากให้มารดาไปพบ
กับคนๆนั้น

“อลัน แม่ไม่อยากให้ลูกทะเลาะหรือพูดไม่ดีกับเขา ไม่ใช่ว่าแม่ห่วงใยอะไรเขาหรอก แต่เพราะเขาเป็นพ่อของลูก แม่ไม่อยาก
ให้ลูกสร้างบาปให้ตัวเอง ถึงแม้มันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม”

คุณแม่ให้เหตุผล อลันถอนใจเบาอย่างยอมจำนน

“ผมเข้าใจครับ ผมจะพยายามระงับอารมณ์ให้มาก”

“ฟังดูแปลกๆนะ”

ฮิโรยูกิเอ่ยเย้าพี่ชาย อลันส่งสายตาคาดโทษไปให้แต่คนเป็นน้องก็ยังลอยหน้าไม่ใส่ใจ อลันกับคุณแม่จึงไปขึ้นรถ เพื่อตรงไป
หาเปียวกับวิคเตอร์

ทางด้านเปียวที่พูดคุยกับวิคเตอร์อยู่นั้นก็ดูจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียแล้ว ใจเริ่มเอนเอียงไปตามคำพูดของวิคเตอร์ สิ่งที่วิค
เตอร์พูดมามันถูกต้องหมดทุกอย่าง ยังมีอะไรให้เขาได้ภูมิใจอยู่อีกบ้าง

“ที่ฉันพูดมามันถูกไหมปฏิญญา?”

เปียวเงียบอย่างไร้ข้อโต้แย้ง แม้จะปฏิเสธอย่างไร แต่สิ่งที่เป็นอยู่มันก็ไม่ได้ต่างจากที่วิคเตอร์พูด เขาไม่ได้ทำประโยชน์ใดๆ
ให้อลัน มีแต่อลันที่ให้เขาทุกอย่าง

“เปียว!”

เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้ทุกคนในห้องหันไปมอง อลันเดินเร็วๆเข้ามาในห้อง ตามมาด้วยคุณแม่อัญชัน ชายหนุ่มตรงเข้าไปหาเปียวที่นั่งนิ่งอยู่ที่โซฟาด้านหน้าวิคเตอร์ คว้าแขนเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นมาแล้วจะพาออกจากห้องไป

“เดี๋ยวสิแอล พ่อนั่งอยู่ตรงนี้นี่ไม่เห็นหัวกันสักนิดเลยหรือยังไง”

อลันชะงัก คุณอัญชันแตะแขนลูกเบาๆแล้วก้าวไปเผชิญหน้าวิคเตอร์ที่ลุกขึ้นยืน อลันหันกลับมาตามผู้เป็นมารดา เลื่อนมือ
จากแขนลงมากุมมือของเปียวเอาไว้ เด็กหนุมเงยมองอลันแล้วเม้มปาก สีหน้าสับสนว้าวุ่นใจ

“คุณกำลังเล่นอะไรอยู่คะวิค นึกยังไงถึงพาคนรักของลูกมาที่นี่?”

“ผมต่างหากที่ควรถาม ว่าคุณดูแลลูกยังไงถึงปล่อยให้ลูกผิดเพศแบบนี้?”

คุณอัญชันหน้าม้านกับคำพูดของอดีตสามี ขณะที่อลันฉุนกึกแล้วตอบโต้กลับไปแทนมารดา

“อย่ามาว่าแม่ผม คุณไม่มีสิทธิ์ คนที่ไม่เคยไยดีผมอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาว่าแม่ผม!”

“อลัน”

“แม่ไม่ต้องปกป้องเขาเลย แค่เขาเอาเงิน เอาทรัพย์สมบัติบ้าบออะไรของเขามาให้ผม เขาคิดว่ามันมากพอที่จะให้ลูกคนหนึ่ง
และถือเป็นบุญเป็นคุณ ถ้าผมจะสำนึกในบุญคุณของเขาก็คงเพราะเขาเป็นคนที่ให้กำเนิด เลือดเนื้อในร่างกายผมครึ่งหนึ่งคือ
ของเขา แต่ไม่ใช่เพราะทรัพย์สมบัติที่เขายกให้อย่างแน่นอน หากกลัวว่าผมจะเอาไปผลาญเล่น เชิญคุณเอากลับไปได้เลย
ทุกบาททุกสตางค์ ผมขอคืนให้!”

“อลัน พอที!”

คุณอัญชันเสียงดังอย่างเหลืออด ยิ่งพูดกันลูกชายของท่านยิ่งก้าวร้าวผู้เป็นพ่อมากขึ้น ทั้งที่ท่านเตือนก่อนมาแล้วแท้ๆทีเดียว

“มันอะไรกันนักหนาฮึ พ่อลูกคู่นี้ อายเด็กบ้างไหมนี่!?” คุณอัญชันมองปราดทั้งพ่อทั้งลูกก่อนเอ่ยถาม ไม่มีใครตอบคำถาม
ท่านได้ ทิฐิเต็มคอกันทั้งนั้น

“คุณแก่แล้วนะวิคเตอร์ ถึงคุณจะไม่อยากยอมรับมันแค่ไหน แต่คุณก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตัวเองอายุมากขึ้นทุกวัน แทนที่จะ
เอาเวลาที่เหลืออยู่ไปทำอะไรที่มีประโยชน์ทั้งกับตนเองและผู้อื่น กลับมาทำให้ลูกร้อนใจแบบนี้ดีนักหรือ?”

“ในฐานะที่ผมเป็นพ่อ ผมมีสิทธิ์ที่จะห่วงใยลูกนะอัญ” วิคเตอร์เอ่ยแย้งอดีตภรรยาเสียงขุ่น

“ฉันไม่ได้บอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์นะคะวิค แต่สิทธิที่คุณมีมันไม่ได้หมายความว่าจะมากำหนดกะเกณฑ์ชีวิตของลูกและคนรัก
ของลูกให้ดำเนินไปตามแต่ใจคุณได้ เขามีชีวิตจิตใจ รักเป็น เสียอกเสียใจเป็น ให้เขาได้คิดได้ตัดสินใจเองเถอะว่าเขาจะ
เลือกไปในหนทางใด”

“หนทางที่คุณว่าคือแบบนี้น่ะหรือ?”

ชายชราทำน้ำเสียงหมิ่นทั้งสายตาดูแคลนที่ส่งไปยังเปียว เด็กหนุ่มหน้าร้อนวูบกับคำพูดและสายตาที่บ่งบอกถึงการดูถูกไม่
ปิดบังนั้น

“แล้วมันไม่ดีตรงไหนกันฮึ ฉันถามคุณหน่อย อย่างน้อยลูกก็รักเดียวใจเดียว ไม่ได้เที่ยวไข่ทิ้งเรี่ยราดแล้วไม่รับผิดชอบเสียที่
ไหน”

คุณอัญชันเอ่ยแก้แทนทั้งคู่ ถึงอย่างไรท่านก็เข้าข้างลูกชายเต็มที่ล่ะ เปียวเองก็ใช่ว่าจะเป็นเด็กไม่ดีที่ไหน กตัญญูรู้คุณคนน่า
นับถือ ดีกว่าสาวๆแถวๆนี้ตั้งเยอะ ว่าแล้วคุณอัญชันก็ใช้หางตามองนาตาเซีย คนอื่นเขากำลังเครียดกัน แต่แม่นี่กลับเอาแต่
มองลูกชายของท่านอย่างกับจะจับกินไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่งอย่างนั้น

“ว่ากระทบผมหรือเปล่านี่?” วิคเตอร์ร้อนตัวกับคำพูดของคุณอัญชัน

“ใครจะกล้ากันล่ะคะ”

คุณอัญชันว่าประชดเข้าให้ กางปีกปกป้องลูกเต็มที่ วิคเตอร์ถอนใจยาวก่อนบอก

“ผมเป็นห่วงเขา”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะวิค ลูกโตแล้ว รู้จักแยกแยะดีชั่ว เราแค่มองเขาอยู่ห่างๆพอ” คุณอัญชันเอ่ยแนะ แต่ดูเหมือนวิคเตอร์จะ
ทำใจยอมรับในสิ่งนั้นไม่ได้

“ผมทำไม่ได้ ผมยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ ยอมให้ลูกจมปลักอยู่ในวังวนนี้ไม่ได้”

“เลิกพูดกับเขาเถอะครับแม่ คนที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนอื่น ต่อให้อธิบายให้ตายเขาก็ยังไม่สน”

คุณอัญชันมีสีหน้าเหนื่อยใจขึ้นมาทันทีที่ลูกชายพูดจบ พอกันทั้งพ่อทั้งลูก

“แค่เด็กผู้ชายคนเดียวทำให้ลูกพูดกับพ่อแบบนี้หรืออลัน?”

วิคเตอร์เอ่ยตัดพ้อผู้เป็นลูกก่อนเบนเข็มไปยังเปียวที่ยังคงมึนงงกับสถานการณ์ ก่อนทิ้งระเบิดใส่เด็กหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
กับตนเองด้วย

“เห็นหรือยังว่าเธอกำลังทำให้พ่อลูกเขาผิดใจกันน่ะปฏิญญา?”

“ยังกล้าโทษคนอื่นอีกหรือวิคเตอร์!” อลันตะคอกเสียงดังอย่างเหลืออด แต่เหมือนผู้เป็นบิดาจะมีแววเสียใจให้เห็นวูบหนึ่งทำ
ให้อลันชะงัก

“อลัน”

คุณแม่ปรามลูกชายอีกหน เปียวที่ยืนข้างกันนั้นแตะแขนชายหนุ่มแล้วลูบเบาๆ อลันหันกลับมามองเด็กหนุ่ม เปียวส่ายหน้าไม่
อยากให้มีเรื่องกัน อลันจึงผ่อนลมหายใจยาวระงับความโกรธเกรี้ยว วิคเตอร์หรี่ตามองทั้งคู่ นี่มันเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสีย
อีก ปฏิญญามีผลกับความนึกคิดและอารมณ์ของอลัน ชายชรามองภาพเหล่านั้นแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ เท่าที่ได้พูดกับเปียว
ก็ดูเป็นคนแข็งนอก แต่ท่าจะอ่อนใน ถ้ายังไม่มีความมั่นคงทางจิตใจมากพอ กับอลันคงไปกันไม่รอด ต่อจากนี้ก็คงต้อง
แล้วแต่เด็กคนนี้แล้วล่ะว่าถูกดูถูกและต่อว่าถึงเพียงนี้แล้วจะยังอยากยืนหยัดอยู่ข้างอลันอีกไหม ถ้ายังอยู่ตัวเขาก็คงไม่มีอะไร
จะมาทัดทานอีก แต่ถ้าไม่ นั่นก็ถือว่าเหมาะสมแล้วที่เด็กคนนี้จะต้องจากไป เพราะไม่คู่ควรกับลูกของเขาสักนิด

นี่เป็นเพียงความคิดของวิคเตอร์ฝ่ายเดียวเท่านั้น แม้จะรู้ว่าไม่ควรกะเกณฑ์ชีวิตลูก แต่ในส่วนลึกแล้วก็อดไม่ได้ที่อยากจะให้
ลูกได้ดี เพราะไม่มีโอกาสได้ดูแลใกล้ชิด โดยไม่มองดูตนเองเลยว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกแล้วหรือยัง

“คุณคุยกับเปียวเสร็จหรือยัง ผมจะได้พากลับ”

“เรียบร้อย จะกลับก็ได้ เชิญ”

วิคเตอร์ว่าแล้วยักไหล่เล็กน้อย อลันทิ้งสายตาขุ่นเคืองไว้ให้ผู้เป็นบิดาก่อนจับมือเปียวก้าวเดินออกไปไม่เหลียวหลัง เมื่อทุก
คนก้าวออกจากบ้านไปแล้วคุณอัญชันจึงหันมาพูดกับวิคเตอร์ เฟอร์ริงตัน เป็นการปิดท้าย

“ช่วยดูแลแม่ภรรยาสาวไฟแรงสูงของคุณให้ดีด้วยนะ เห็นมองลูกชายฉันเสียตาวาว”

คุณอัญชันพูดกับวิคเตอร์ก่อนปรายตามองแม่สาวลูกครึ่งที่กอดอกมองท่านอยู่ ท่าทางเจ้าหล่อนเย่อหยิ่งอวดดีจนอยากจับมา
สั่งสอนกิริยามารยาทเสียใหม่จริงเชียว คุณอัญชันก้าวเข้าไปหานาตาเซียอีกเพียงครึ่งก้าว เท่านี้ก็เกินพอแล้วกับการจะพูดกับ
คนแบบเธอ

“จะบอกให้นะ ว่าอย่างหล่อนน่ะ ไม่เป็นที่นิยมชมชอบของฉันหรอก เพราะฉันไม่นิยมให้พ่อลูกมีเมียคนเดียวกัน!”

“คุณไม่นิยม ก็ใช่ว่าลูกชายของคุณจะไม่นิยมตามไปด้วยสักหน่อยนี่คะ” นาตาเซียเหยียดปาก ลอยหน้าเอ่ยยอกย้อน

“หรือจ๊ะ แล้วเธอคิดว่าฉันจะไม่สั่งสอนลูกของฉันหรือว่าอะไรคือของดี... อะไรคือของเน่า”

คุณอัญชันย้อนคืนน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทั้งใบหน้ายิ้มหวานปานน้ำตาลเชื่อม แต่คำพูดกลับเจ็บแสบไปถึงทรวงในจนนาตาเซีย
แทบดิ้น

“อะ…”

“หยุด!”

คุณอัญชันชี้นิ้วสั่ง นาตาเซียที่กำลังจะอ้าปากกรีดร้องโหยหวนถึงกับหยุดกึก งับปากที่อ้าค้างลงแทบไม่ทัน

“ถ้าจะกรี๊ดก็เก็บเอาไว้กรี๊ดคนเดียวดีกว่านะ... มันเสียมารยาทน่ะ”

ตบท้ายประโยคแสนเจ็บด้วยรอยยิ้ม แล้วคุณอัญชันก็ก้าวออกจากห้องมาด้วยท่วงท่าแสนสง่าผ่าเผย ใบหน้าเชิด หลังตั้งตรง
พร้อมก้าวเดินที่มาดมั่นจนพ่อบ้านมิลเลอร์ยังอดเอ่ยชื่นชมคุณอัญชันไม่ได้ว่าท่านไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ยังคงมีความ
มั่นใจในตนเองอย่างเต็มเปี่ยม และมันยังคงดูมีเสน่ห์มากอีกด้วย วิคเตอร์ยิ้มพรายเห็นด้วยกับความคิดนี้ พ่อบ้านเหลือบมองผู้
เป็นนายแล้วเปรยขึ้นมาลอยๆ

“คนที่ทอดทิ้งเธอไปหาคนใหม่ ช่างโง่เขลานัก”

จบคำพ่อบ้านก็ก้าวฉับๆออกจากห้องไปอีกคน ปล่อยให้วิคเตอร์นิ่งอึ้งกับประโยคเด็ดของตนเองอยู่กับนาตาเซียที่ฟึดฟัด
อารมณ์เสียอย่างนั้น เหมาะกันดีแล้ว คนที่เห็นกรวดเป็นเพชรก็สมควรอยู่กับสิ่งนั้นต่อไป เพราะเพชรที่ได้ปล่อยให้หลุดมือไป
ไม่มีทางที่จะย้อนกลับคืนมาได้อีกต่อไปแล้ว



+++++++++++++



เมื่อออกมาด้านนอกเปียวก็ยังคงเงียบอยู่อย่างนั้นจนอลันร้อนใจ ก่อนที่เขาจะมาวิคเตอร์พูดอะไรกับเปียวไปบ้างไม่รู้เด็กน้อย
ของเขาถึงได้ซึมขนาดนี้ เปียวอ่อนไหวง่ายเพราะไม่เคยได้รับความรักจากคนที่ตนเองคิดว่าเป็นครอบครัวตลอดมา หากจะมี
ความรักเป็นของตนเองสักครั้งหนึ่งย่อมต้องกังวลใจมากยิ่งกว่ามาก กลัวว่าความรักที่ตนเองคิดว่ามีนั้น มันจะกลายเป็นเพียง
แค่ความฝันลมๆ

“เขาพูดอะไรกับเปียวบ้าง?”

อลันจับมือเรียวมากุมไว้แล้วเอ่ยถาม เปียวมองตาคนตัวโตตรงหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ อึดอัดใจที่จะเอ่ยถึง อลันแตะข้าง
แก้มเด็กหนุ่มผะแผ่ว มองตาวาวใสที่ตอนนี้มีแววหวาดหวั่นเข้ามาปะปน อยากจะให้ความมั่นใจกับคนตรงหน้ามากกว่านี้ แต่
ก็ไม่รู้จะทำเช่นใดดี

“อย่าใส่ใจเลยนะ อะไรก็ตามที่เขาพูด แค่รู้ไว้ว่าผมรักคุณก็พอ”

ยิ่งได้ยินคำบอกรักเปียวยิ่งหวั่น มันเพราะอะไรกัน ทั้งที่เขาควรเชื่อมั่นในตนเอง ควรเชื่อมั่นในตัวอลันที่บอกว่ารักเขา แต่เขา
กลับสลัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในหัวใจออกไปไม่พ้น เพราะอะไรกัน ทำไมเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ ยิ่งถูกรัก ยิ่งหวาดกลัว

“เปียว…”

“ขึ้นรถเถอะ ผมอยากกลับบ้านแล้ว”

เด็กหนุ่มเอ่ยแทรกเมื่อสุดจะฝืน อลันถอนหายใจเบาก่อนพากันขึ้นรถกลับบ้านเมื่อคุณอัญชันตามออกมาสมทบ เปียวนั่งเงียบ
ไปตลอดทาง ในหัวคิดวกวนวุ่นวายอยู่แต่เรื่องที่พูดกับวิคเตอร์ไปก่อนหน้านี้ ถึงจะทำเป็นปากเก่งไปแบบนั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว
ก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นไหว

คำพูดของวิคเตอร์ตามมาตอกย้ำให้เขาต้องคิด เขาเหมาะสมกับอลันแน่หรือ คู่ควรกับการถูกรักหรือเปล่า ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่า
ตนเองกลายเป็นคนน่าดูถูกไปแล้ว เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังดูถูกตนเองเลย แล้วแบบนี้จะไม่ให้คนอื่นมาดูถูกเขาได้อย่างไร
เปียวถอนหายใจยาว รู้สึกแน่นขนัดไปทั้งอก

เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้... ไม่ชอบเลย



TBC



หวานๆ ขมๆ ปะปนกันไป o18

ตอนนี้ยาวที่สุดในสามโลก ตั้งแต่เขียนนิยายมาถือว่ายาวสุดละ

ปล. คิดว่าอีโมตัวนี้ขายดีเกินไปแล้ว>> :เฮ้อ: จับอุ้มใส่ถุงเอาไปซ่อนก่อน :mc1:

ปล.2 ขอบคุณคุณ○TeaCafé○ ด้วยนะคะ ที่ไปแนะนำเรื่องนี้ให้ด้วย :กอด1:

เดี๋ยวค่ำๆแวะมาจิ้มบวกขอบคุณทุกท่านที่ยังคอยติดตามกันอยู่ค่ะ และยินดีต้อนรับท่านที่เข้ามาใหม่ด้วยนะคะ

วันใหม่ค่ะ

++++++++++

จิ้มบวกไปเรียบร้อยค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2012 19:08:43 โดย wanmai »

ออฟไลน์ ทานตะวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
แอบค้งเล็กๆนะคะเนี่ย
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สู้ๆ เรารออยู่ อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ choijiin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +445/-5
คุณพ่อนี่ยังไงกันค้า
แก่แล้วแก่เลยจริงๆ ไม่ได้มีความคิดดีๆเหมือนคุณแม่บ้างสักนิด
 :m31:
เปียวก็อย่าคิดอะไรให้มันมากเลย
มัวแต่ชอบดูถูกตัวเองอยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกนะคุณหนู
ทีไอ้เรื่องที่อลันอยากให้พูดอยากให้ทำทั้งที่ตัวเองจะทำได้
ก็ไม่เห็นสนใจใยดีจะทำเลยจริงมั้ยหนูเปียว?
อย่าคิดว่าตัวเองถูกรักแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องบอกรักตอบนะ
เชอะ แอบหมั่นไส้เปียวเพราะเราชอบอลัน  :laugh: :laugh: (อ้าวอีนี่!!!)

ออฟไลน์ Pakbung Mazo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3
เปียววว อย่าคิดมากก :)

pahpai

  • บุคคลทั่วไป
เหมือนเรื่องร้ายๆจะไปจากเปียวแล้ว แต่มันยังไม่หมดหรือนี่ โอ้วววว

ปล.คิดมาโดยตลอดว่าพิชญ์จะจับคู่กะอเล็กซ์ซะอีก แหง่ว!! 555

ออฟไลน์ ruby

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-3
อย่าดูถูกตัวเองซิเปรียว เข้มแข็งหน่อย
คู่ของอเล็กซ์นี่ ตกลงยังงัย แอบสงสาร
บอดี้การ์ดของอเล็กซ์อ่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
แบบว่าตอนนี้ทำไมตรูโฟกัสทั้งหมดไปที่ อเล็กซ์กับอัลเบิร์ตฟระ


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ jinjin283

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 935
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-1
แอบดราม่าเล็กๆแต่เราชอบนะคะ ตอนนี้ดูๆเปลี่ยวจะแสดงออกว่ารักอลันมากๆเลย
แล้วก็คู่พ่อกะแม่อลันก็น่าลุ้นอะ (แอบลุ้นคู่คุณพี่ชายด้วยอะ น่าสนมากๆเลยคู่นี้)

ออฟไลน์ ❝CHŌN❞

  • เหงา เหงา :(
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1924
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-3
นิยายดีๆต้องแนะนำค่ะ  o13

ตาลุงวิคเตอร์มาทำเสียเรื่องหมด ทำเอาบรรยากาศระหว่างอลันกับเปียวกลับมาอึมครึมอีกครั้ง

สงสารอัลมากเลยค่ะ อเล็กซ์คู่กับอัลใช่ไหมคะ ถ้าไม่ใช่จะสงสารอัลมากกว่าเดิมอีก  :sad4:

แต่คิดว่าน่าจะใช่แหละ รักกันเร็วๆน้า

ปล.คุณนายอัญชันเป๊ะมากค่ะ ชอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2012 16:06:52 โดย ○TeaCafé○ »

ออฟไลน์ Bowbonk

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-4

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
หาเรื่องปวดหัวอีกแล้วววว :seng2ped:

คุณพ่อกับยัยนาตาเซียดูเหมาะกันม๊ากมากกกก o18

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด