ผมคือ...นางเอก : บทส่งท้ายสุดท้าย (แถม) 9 ก.ย. 59 (P.153)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ผมคือ...นางเอก : บทส่งท้ายสุดท้าย (แถม) 9 ก.ย. 59 (P.153)  (อ่าน 1148147 ครั้ง)

ออฟไลน์ VentoSTAG

  • ไม่รักอย่าทำให้มโนฯ GO AWAY!!!
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-9
 :hao5: ปลื้มปริ่มน้ำตาไหล งานปฐมทัศน์ดีมาก :-[
แต่ทำไมเจ้าของเรื่องไม่ยอมมา คิดถึง  ภู-ภู่
อยากให้ได้เจอกับคู่ทายาทอย่าง เมธ-ยุ :mew6:

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3777
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4
 :katai5: แวะมาบอกว่ารออยู่นะจ๊ะ  :z2:

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
 :impress3: :impress3: :impress3:
 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:
HAPPY ANIVERSARY 2 nd
 นะคร้าาาาา

 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ NuTonKaw

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
ไม่อยากให้ยุเจ็บปวดกับเรื่องใดๆอีก รักยุมากมาย อิอิ :katai2-1:

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1097
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
ในที่สุดก้อได้เปิดตัวหนังกันแล้วเนอะ
ให้ลุงหื่นมาวอแวกับยุก้อดีละ
จะได้ไม่สนใจฟีดแบ็คจนเอาไปเครียดอีก

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +214/-3

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3777
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4
แทบจะปูเสื่อรอตอนต่อไปอยู่แล้ว  :katai5:

ออฟไลน์ Kfc_Pizza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1

ออฟไลน์ nenechan2433

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เสนอชื่อเรื่องค่า "ตัวร้ายพ่ายรัก"

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ gayraygirl

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-3
พลังหื่นมันซ่อนกันยากเนาะพี่เมธ

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 399
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-3
    • อนาคี99เพจ
ผมคือ...นางเอก
#แถลงรัก
(ครึ่งหลัง)



“อื้อ...อ๊ะ...”

“อ๊ะ...อื้อ...พี่เมธ....”
สดายุครางแผ่ว เสียดซ่านหวามไหวไปกับนิ้วมือของกฤตเมธที่กำลังเตรียมพร้อมร่างกายของตน

ร่างสูงใหญ่ร้อนผ่าวของกฤตเมธนั่งพิงหัวเตียงโอบกอดร่างผอมบางของสดายุจากด้านหลัง มือหนึ่งเคล้นคลึงอยู่กับเนินอกแบนราบ เบียดบี้ปลายนิ้วชี้ไปกับยอดอกแข็งเป็นไตสู้มืออย่างเพลิดเพลิน จนโดนสดายุบ่นไปหลายรอบว่าหน้าอกผอมๆแบบนี้มันน่าจับตรงไหนกัน แต่แบบนั้นก็ยิ่งทำให้กฤตเมธยิ่งบีบเคล้นสนุก ส่วนอีกมือของกฤตเมธก็ไม่ยอมว่างเว้นจากช่องทางเร้นลับของคนรัก ที่ยังคับแน่น แม้เป็นเพียงสองนิ้วหนา ยังบีบรัดแน่นจนนึกว่ากระดูกนิ้วแทบแตก อดไม่ได้ที่กฤตเมธจะต้องแซวคนบนตักหน่อยๆ ว่าให้เพลาๆนิด เดี๋ยวนิ้วจะขาดเอา แน่นอนว่าสามารถเรียกคำก่นด่าน่ารัญจวญใจจากสดายุมาได้อีกหลายประโยค 

 “อ๊า~ พี่เมธ อ๊ะ อื้อ อื้อ...” เมื่อส่วนที่โป่งนูนจุดเล็กๆในร่างถูกสองนิ้วร้ายกระหน่ำเสียดสี ทั้งร่างของสดายุก็สะท้านไหวหวาม กระตุกเฮือกๆจนน่าเวทนา ทั้งเสียงครางและแผ่นหลังที่แอ่นหยัดอยู่บนร่าง ช่างเย้ายวนจนกฤตเมธถึงกับต้องลอบกลืน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ทนไม่ไหวจนต้องจับใบหน้าของสดายุให้หันมาบดจูบเพื่ออำพรางเสียงกระสันที่อาจทำให้เขาไปถึงสวรรค์ก่อนจะทันได้ผสานกายกับคนรักเอาเสียได้ 

ปลายนิ้วยังคงบดขยี้เบียดแหวก เพื่อให้ร่างกายร้อนระอุของสดายุได้คุ้นชิน เพราะร่างกายของสดายุค่อนข้างบอบบางกับเรื่องเพศ แม้เขาทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์กันบ่อย แต่หากไม่ระวัง สดายุมักจะได้เลือดเล็กๆทุกครั้ง ซึ่งถึงแม้สดายุจะไม่ใส่ใจ แต่สำหรับกฤตเมธแล้ว มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวด จนอยากหายาลดขนาดมาใช้เลยทีเดียว

อีกอย่างที่กฤตเมธยอมอดทนรอทุกครั้ง จนกว่าร่างกายของสดายุจะพร้อม นอกจากจะทั้งรักทั้งห่วงแล้ว ยังมีอีกเหตุผลที่ทำให้กฤตเมธยอมอดทนได้ นั่นก็คือ ความทรงจำอันเลวร้าย ที่เขาคนนี้เคยทำเอาไว้กับสดายุ มันยังติดตรึงตอกย้ำอยู่ในหัวใจเบื้องลึก เขาเคยทำร้ายสดายุโดยการขืนใจ ทำให้สดายุต้องมีบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถึงตอนนี้สดายุจะให้อภัยเขาแล้ว แต่กฤตเมธคนนี้ไม่มีทางให้อภัยตัวเองอย่างเด็ดขาด

ดังนั้น ในทุกครั้ง เสือร้ายอย่างเขาจึงยอมกลั้นใจอดทน และทำทุกอย่างเพื่อให้สดายุมีความสุขที่สุด ไม่ใช่เพียงเพื่อชดใช้ แต่เพราะรักอย่างสุดหัวใจจึงใคร่อยากถนอมรักษา อยากให้สดายุมีความสุขที่สุดเหมือนอย่างที่เขามี
"อื้อ...พี่เมธ...ยุไม่ไหว...แล้ว...เร็วเข้า..."  เสียงครางโหยของสดายุที่เรียกร้องเร่งเร้าให้กฤตเมธทำตามใจอยาก ทำให้กฤตเมธได้รู้ว่าในที่สุดร่างกายของสดายุก็พร้อมจะรับความปรารถนาที่แทบจะล้นทะลักราวลาวาเดือดของกฤตเมธแล้ว

กฤตเมธเลียริมฝีปากแห้งผากของตน กอดร่างของสดายุที่โก่งงอเป็นกุ้งให้เอนซบไปกับแผ่นอกแกร่ง ก่อนจะประคองต้นขาของคนบนตักให้แยกกว้างขึ้น  แล้วค่อยๆส่งความต้องการที่ร้อนเป็นไฟของตนบรรจงจรดที่ปากทางเข้า ขยับสะโพกส่งตัวตนเข้าไปในช่องทางร้อนระอุจนแทบหลอมละลายนั่นช้าๆ

“อ๊ะ....โอ้ย...อือ....”  แต่แม้ว่าจะเตรียมพร้อมมากแค่ไหน มันก็ยังไม่พอสำหรับความใหญ่โตนี้อยู่ดี แค่ส่วนปลายที่มุดผ่านเข้ามา สดายุก็ถึงกับครางเครือต่อต้าน ไม่ได้นึกอยากผลักไส เขาแค่ไม่ชินกับแรงดันในจังหวะแรกของการสอดใส่ก็เท่านั้น ส่วนเร้นลับที่บอบบางเกินไปของตนนั้น มันชอบอิดออดในช่วงแรกเสมอ ดังนั้นแค่ส่วนหัวกลมมนทะลุผ่านเข้ามาก็เล่นเอาปากทางรักของเขาขยายจนสุดเสียแล้ว เหลือความใหญ่โตอีกเกินครึ่ง ช่างลำบากเหลือเกิน โดยเฉพาะในท่าเล่นรักที่ไม่คุ้นเคยอย่างท่านี้ สดายุขบริมฝีปากตัวเองเบาๆ ไม่อยากเผลอร้องออกไปให้กฤตเมธต้องรู้สึกกังวล เพราะเขารู้ดีว่ากฤตเมธเป็นห่วงในเรื่องนี้มากแค่ไหน และสดายุก็รู้ตัวเองดีว่า กลังจากนี้เขาจะเพลิดเพลินเพียงใด แค่ช่วงแรกหน่อยเดียวเท่านั้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้...   

 “อือ...พี่เมธ...เร็วอีก...อึก” สดายุเร่งเร้า

“อื้อ...ยุ??” เพราะกฤตเมธมัวแต่รั้งรอ สดายุจึงเป็นฝ่ายช่วยดำเนินการต่อให้ โดยการฝืนกดกายลงรวดเดียวสุด ความระห่ำที่ไม่คาดคิดของคนรักทำให้กฤตเมธตกใจไม่น้อย แต่ช่องทางคับแน่นที่รูดรัดลงมาจนสุดในคราเดียวนั้น ก็ยังความเสียดเสียวมาให้เขาจนแทบจะปลดปล่อยออกมาทั้งๆอย่างนั้น

“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ...อ๊ะ พี่เมธ...อ๊ะ...พี่เมธ...” พอร่างกายเริ่มคุ้นชินความเสียวซ่านจากความคับแน่นก็เข้ามาแทนที่ สดายุจึงเริ่มขยับบั้นท้ายขึ้นลง จากช้าๆ ก็เริ่มถี่รัวขึ้น เป็นคุมเกมแทนกฤตเมธที่มัวแต่กลัวทำน้องเจ็บจนไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเสียที

ฝ่ายกฤตเมธเองที่ตอนแรกยังสงวนท่าทีรักน้อง อยากทะนุถนอมอ่อนโยน ครั้นพอโดนร่างคนรักยั่วยวนถึงขนาดนี้เข้า หนุ่มใหญ่ก็เริ่มหมดความอดทนที่จะเล่นตัวอีกต่อไปแล้ว เมื่อสองตากฤตเมธมองเห็นได้ชัด ว่าร่างบอบบางของสดายุกำลังแอ่นแหงนหงายอยู่บนกายของเขาราวกับจะยั่วให้ขาดใจ สะโพกเล็กกลมเด้งก็กำลังขย่มร่อนอยู่เหนือร่างด้วยแรงอารมณ์เสน่หาปะทุเดือดระอุ สองเข่าชันขึ้นเกร็งเขม็ง ส่วนลำตัวแอ่นไปด้านหลังเพื่อค้ำยันไว้กับแผ่นอกหนา ท่วงท่าเก้ๆกังๆ ทว่าเย้ายวนชวนหลง อีหรอบนี้ กฤตเมธก็ไม่เหลือน้ำอดน้ำทนอีกต่อไป

หมับ…

“อ๊า~”  สดายุถึงกับสะท้านกายเยือก เมื่อถูกกฤตเมธเสือกกายเข้าใส่แบบไม่ยั้งแรง เสียงครางหวามจึงถูกเค้นออกมาอย่างสุดกลั้น

 “อึก...ยุ...ยุผิดเองนะ ที่ยั่วพี่....อื้อ...” เพระถูกยั่วหนัก ความอดทนกฤตเมธจึงสะบั้นลง ร่างหนากระทุ้งกายเข้าไปในตัวของสดายุไม่เบานัก ทั้งที่ใจอยากจะทะนุถนอมคนรักให้มากกว่านี้อยากจะนุ่มนวลกับอีกฝ่ายให้มากกว่านี้ แต่พอเอาเข้าจริง ความหฤหรรษ์อันแสนรัญจวญใจที่สดายุมอบให้ก็ทำเอาสติของเขาเตลิดเปิดเปิงทุกที ครานี้เองก็ดูเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำให้กับความเย้ายวนหอมหวานของสดายุเข้าเต็มเปาอีกแล้ว ดังนั้นสิ่งที่กฤตเมธจะทำได้ตอนนี้คือการเติมเต็มความสุขสมกับคนรักอย่างเต็มที่เพื่อทดแทนความรุนแรงที่เขามอบให้ โดยการกอดรัดร่างของสดายุจากทางด้านหลัง แล้วหยอกล้อยอดอกสั่นระริกของคนรักเป็นการตอบแทน   

“อื้อ…อา…” ร่างของสดายุสะท้านไหวรุนแรง ช่องทางรักที่ถูกรังแกด้วยความปรารถนาจนเต็มแน่นนั้นทำให้หยาดน้ำขาวขุ่นไหลซึมออกจากแก่นกายตั้งชันอย่างสุดกลั้น สภาพที่ถูกจับให้นั่งตักโดยมีเครื่องเพศของกฤตเมธฝังแน่นอยู่ในร่างจากทางด้านหลังนั้นก็ทำให้สดายุเสียดเสียวจะแย่อยู่แล้ว อีกทั้งคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังยังหยอกล้อกับร่างกายไวสัมผัสของเขา ทั้งยอดอก และความเป็นชายร้อนจัดของเขาไม่เลิกอีก ความรัญจวนที่คนรักมอบให้นั้นมันเต็มล้นจนสดายุแทบจะสำลักอยู่รอมร่อ
 
“อืม… ผ่อนแรงหน่อยสิครับยุ…เดี๋ยวพี่ก็เสร็จเสียก่อนหรอก” กฤตเมธกระซิบพร่าอยู่ด้านหลัง ขณะขยับกายสวนใส่คนบนตักถี่ๆ แท้จริงแล้วเขาเป็นคนอึด แต่หากสาดยุยังยั่วยวนไม่เลิกแบบนี้ เห็นทีจะถึงคราวเพลี่ยงพล้ำ ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’ เสียแล้ว

“…มะ…ไม่เอานะ… อื้อ…” สดายุส่ายหน้าพรืด นัยยะว่า เขาเองก็กำลังจะทนไม่ไหว แต่ดูเหมือนถ้อยคำที่สื่อสารออกไป จะผิดหลักภาษาอยู่ไม่น้อย จากไม่ไหว จึงกลายเป็น ‘ไม่เอานะ ไม่ให้เสร็จก่อน’ ไปเสียแทน มาแบบนี้ กฤตเมธจึงไม่อาจยั้งความปรารถนาของตนได้อีก สะโพกหนาจึงขยับแบบไม่มียั้งแรง เพื่อต้องการเอาใจสดายุ (ตามที่ตัวเองชอบ)

ทั้งเสียงหอบกระสัน ทั้งลมหายใจแผ่วระโหย เมื่อหน้าอกถูกคลึงเคล้น แถมยังโดนแก่นกายใหญ่โตของทะลวงลึกอย่างไม่ยั้งแรงอีก ความเสียวซ่านที่ทบทวีทำเอาสดายุถึงกับต้องร่อนเอวระริก

สภาพแบบนั้นช่างยวนตา และกระตุ้นอารมณ์ดิบของกฤตเมธให้พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก หนุ่มใหญ่ขยับสะโพกหนักหน่วง สองมือลูบไล้เรือนร่างของคนรักด้วยความเสน่หา ผิวพรรณลื่นมือ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างกระด้างมือหรือกระดูกที่ปูดโปนเกินหญิง เห็นตำตาอยู่ตรงหน้าว่าคือผู้ชายอกสามศอก แต่กฤตเมธก็ไม่ยักจะนึกรังเกียจรังงอน กลับยิ่งรักยิ่งหลงใหล ยิ่งเห็นว่าเป็นสดายุด้วยแล้ว ยิ่งหลงจนหัวปักหัวปำ จะว่าเขาคนนี้เป็นเกย์อย่างสมบูรณ์ก็อาจใช่ แต่ก็ไม่เคยคิดพิศวาสในตัวผู้ชายคนไหนมากเท่าสดายุคนนี้ คนรักที่อ่อนกว่าเกือบแปดปี ผิวพรรณอ่อนเยาว์ผุดผาด ขบกัดตรงไหนก็นิ่มเด้ง สัมผัสตรงไหนก็ร้อนเร่า ดวงหน้าเร้าอารมณ์เซ็กซี่แดงระเรื่อขับผิวแกมเปล่งปลั่งน่าฟอนฟัด ริมฝีปากสีแดงจัดน่าบดจูบ...   

ทุกอย่างที่รวมเป็นสดายุ คือทุกสิ่งที่กฤตเมธปรารถนา คือทุกอย่างที่เขารัก

"ยุ...พี่รักยุนะ...รักยุคนเดียว..."

เสียงทุ้มเครือพร่า กระซิบรักอยู่ตรงหลังใบหูแดงก่ำของคนรัก พลางขยับร่างสอดประสานไม่มีเว้นพัก

"อื้อ...รัก...ยุก็รั...ก...รักพี่เมธ..."

ด้วยความเคลิบเคลิ้มไปกับความหฤหรรษ์ที่กฤตเมธมอบให้ พอได้ยินคำบอกรักแสนหวานก็พาลหยุดไม่ได้ที่จะบอกรักตอบ ทั้งที่ยามปกติออกจะเล่นตัว ไม่ค่อยบอกว่ารักง่ายๆ แต่เพราะตอนนี้สดายุหลอมละลายกลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟ จะอะไรก็ว่าง่ายเป็นเด็กน้อยทั้งนั้น

“ฮ้า…อ๊ะ…อื้อ…อ๊ะ…” ทั้งเสียงหอบกระสัน ทั้งลมหายใจแผ่วระโหย เมื่อหน้าอกถูกคลึงเคล้น แถมยังโดนแก่นกายใหญ่โตของทะลวงลึกอย่างไม่ยั้งแรงอีก ความเสียวซ่านที่ทบทวีทำเอาสดายุถึงกับต้องร่อนเอวระริก

 “อืม…ไหวไหมยุ พี่ขอโทษ” กฤตเมธเอ่ยขอโทษคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ไม่อาจห้ามใจไม่ทำรุนแรงด้วยไหว ยิ่งได้ยินเสียงครางกระเส่าของสดายุเมื่อถูกเขาจับสะโพกโยกไหวบดเบียดเข้าไปในร่างร้อนระอุอย่างไม่เกรงใจแล้ว กฤตเมธก็ยิ่งทานทนต่อความปรารถนาตรงหน้าไม่ไหว สับสะโพกใส่ร่างของสดายุเสียจนสั่นเทิ้ม

“อ๊ะ พี่เมธ! ตรงนั้น!...อื้อ!! อ๊ะ!” คำขอโทษของกฤตเมธช่างอ่อนหวานเสียจนสดายุอยากตอบแทน ยิ่งชื่นหัวใจ ร่างกายก็ยิ่งทวีความปิติ ช่องทางแคบร้อนของสาดยุจึงกลับตอบรับความแข็งขืนของกฤตเมธอย่างแนบแน่นราวกับกำลังยินดีที่ถูกโยกวนสอดแทรกซ้ำไปซ้ำมา  ทั้งยังส่งเสียงร้องวาบหวาม เมื่อถูกกระตุ้นจุดอ่อนไหวที่สุดภายในร่าง

“…อืม...ชอบตรงนี้เหรอครับยุ……” กฤตเมธถามย้ำ เพราะเหมือนจะไปโดนจุดดีๆในร่างของสดายุเข้า เพราะเมื่อเบียดกายเสียดสีซ้ำๆ ก็ทำเอาสดายุตัวแสบของเขาอ้อนเป็นลูกแมวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งพอถามออกไปแล้วเห็นว่าสดายุพยักหน้ารับหงึกหงักน่ารักน่าชังด้วยแล้ว กฤตเมธยิ่งป่วนหนัก ให้คนรักยิ่งน่ารักขึ้นไปอีก "ให้พี่ย้ำตรงนี้เยอะๆดีไหมครับ?"

“ดะ…ดี…อื้อ…พี่เมธ…อย่าแกล้งสิ…อ๊ะ...อื้อออ....” ถูกแกล้งเย้าเข้าหน่อย สดายุก็อดเคืองเล็กๆไม่ได้ มือผอมจึงตีแปะไปที่ท่อนแขนแข็งแกร่งเพื่อตักเตือน ก่อนจะต้องเป็นฝ่ายครางหวาน เมื่อถูกกระตุ้นจุดไวสัมผัสไม่หยุดหย่อน ความหฤหรรษ์ที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกำลังผลักดันให้สดายุเกือบจะเสร็จสม น้ำผึ้งหวานฉ่ำไหลเยิ้มจากส่วนปลายส่วนปลายความปรารถนาหยาดหยดลงไปถึงส่วนที่กำลังเชื่อมโยงกับกฤตเมธ

แสนลามก น่าอาย แต่ก็ไม่อาจห้ามอารมณ์ที่พุ่งสูง ในเมื่อไม่อาจทำอะไรได้แม้แต่กลั้นเสียง สดายุจึงทำได้เพียงเอนกายเบียดซุกกับแผ่นอกอุ่น ซบศีรษะหนักๆลงบนบ่ากว้าง ซุกใบหน้าเข้าซอกคอแกร่งของกฤตเมธเพื่อหาที่หลบซ่อนจากความน่าอายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่   

ยิ่งถูกกระตุ้นหนักข้อเข้า เขาก็ยิ่งใกล้แตะยอดคลื่นขึ้นทุกขณะ

สภาพกระตุกเร้าไปทั้งร่าง ทั้งภายในยังกระชับถี่ของสดายุเป็นสัญญาณที่ทำให้กฤตเมธพอรู้แล้วว่าหวานใจกำลังจะไปถึงฝั่งฝัน กฤตเมธก้มลงจูบปากเผยอสะท้านแผ่วเบา ก่อนกระซิบส่งคำถามย้ำความเข้าใจให้คนรักได้ตอบคำ “จะเสร็จแล้วเหรอครับที่รัก…”

“อ๊ะ…พี่เมธ..อื้ม...อยะ...อย่า...แกล้งสิ…อ๊า…” ได้ยินคำถามเสียงหวานพร้อมรอยจูบอ่อนโยนของคนรักเข้า สดายุก็ยิ่งอ้อนหนัก  “...ยุ...ยุจะขาดใจแล้ว....”  อ้อนชนิดที่ว่าคนฟังอย่างกฤตเมธเองแทบจะขาดใจตามคนรักไปเสียให้ได้เช่นกัน

“พร้อมกันนะครับคนดี...อืม...”  เสียงกระซิบตรงหลังหูทำเอาสดายุสะท้านวาบไปจนถึงสะโพก ทั้งร่างสั่นระริก ผนังภายในก็ขมิบรัดความเป็นชายแข็งแกร่งของกฤตเมธไว้แน่น ไม่ได้ตั้งใจ แต่ปฏิกิริยารุนแรงทางร่างกายมันนำพาหัวใจให้เตลิดเปิดเปิง สภาพปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการรุกรานของสดายุนั้น ทำให้กฤตเมธเองก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป มือแกร่งช้อนใต้ขาขาวของคนรักไว้แล้วสวนกายกระทุ้งสะโพกใส่คนบนตักอย่างเร่าร้อน ทั้งร่างของสดายุหงายเริ่ดแอ่นโค้งเป็นคันศร ความซานเสียวทำเอาชายหนุ่มอยู่ไม่สุข แนบเบียดแผ่นหลังตนกับแผ่นอกกำยำของคนรักอย่างไร้ยางอาย ซ้ำร้ายยังเป็นคนขยับกายตอบรับการสวนใส่นั้นอย่างร้อนเร่า ดวงตาปรือปรอยสุกฉ่ำ ริมฝีปากแดงก่ำเผยอหอบครางเครือ เมื่อถูกกระทั้นเข้าไปจนถึงจุดที่ลึกที่สุด แก่นกายแกร่งของกฤตเมธเองก็เริ่มพองขยายจนเส้นเลือดโปนปูด จุดสุดยอดของความสุขสมที่กำลังโถมใส่เป็นคลื่นคลั่ง ผลักดันให้สองร่างขยับเข้าหากันอย่างลืมตาย

 “พ…พี่เมธ…จะถึง…ยุ…จะถึงแล้ว…อื้อ!!...” จุดสิ้นสุดของความอดทนมาถึงในชั่วพริบตา ความหฤหรรษ์ถาโถมจนทั้งร่างของสดายุสั่นสะท้าน เสียงแหบระโหยกระซิบคำสุดท้าย ก่อนการปลดปล่อยที่จะปะทุออกมาในไม่ช้า

เมื่อได้ยินว่าคนรักจะถึงฝั่งฝัน กฤตเมธก็ไม่รอช้าที่จะสวนกายแทรกเข้าช่องทางร้อนผ่าวรวดเดียวจนถึงจุดที่ลึกที่สุด คว้าใบหน้าของสดายุให้หันมารับจูบแนบแน่นดูดดื่ม แล้วกระตุกร่างปลดปล่อยอณูรักทุกหยาดหยดพุ่งเข้าสู่ส่วนลึกของคนรักทันที

 “.........อื้ออออ.!!!!!!” สดายุครางหวามทั้งที่ปากยังถูกปิดผนึก ร่างกายสะท้านเยือกเมื่อความรักหลอมเหลวร้อนระอุของกฤตเมธที่ถูกปลดปล่อยเข้าไปในร่าง และสามารถกระตุ้นให้สดายุถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ตามไปได้ในที่สุด กระตุกร่างแอ่นหยัดปลดปล่อยหยาดเสน่หาออกมาอย่างเหลือเฟือจนเปรอะเปื้อนไปทั้งหน้าท้องแบนราบ ปล่อยร่างกายให้โยกไหวไปกับแรงกระทั้นเบาๆที่คนรักยังส่งต่อให้ไม่ขาดเพื่อรีดเร้นลาวารักเข้ามาในร่างให้ครบทุกหยด พร้อมกับปล่อยใจตัวเองให้ล่องลอยดื่มด่ำไปกับความหฤหรรษ์ที่แสนซาบซ่าน...

สองร่างตระกองนอนลงข้างกันทั้งที่ยังหอบสะท้านกับความหวามไหวที่เพิ่งปะทุไปราวกับภูเขาไฟระเบิด กฤตเมธพลิกร่างอ่อนเปลี้ยของสดายุให้นอนลงใต้ร่าง ใช้สองแขนคร่อมท่อนบนเอาไว้ ส่วนท่อนล่างก็เกี่ยวพันกอดก่าย พลางสายตาเจ้าเล่ห์สอดประสานดวงตาปรอยปรือเหนื่อยล้า

“อะไรกัน เหนื่อยแล้วเหรอ? พี่ยังกินไม่อิ่มเลยนะ” ก่อนจะเอ่ยคำหยอกเย้า กระตุ้นให้คนรักตัวร้ายได้ฟื้นขึ้นมาโรมรันกันอีกรอบ ‘หนุ่มใหญ่ไฟแรงสูง’ คำนี้คงไม่ผิดนักถ้าจะใช้นิยามความเป็นกฤตเมธในตอนนี้ สดายุยังถึงกับอดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ สงสัยเหลือเกินว่ากฤตเมธเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ไพล่คิดไปถึงว่า ‘กินเด็กแล้วจะอมตะ ไม่แก่ไม่ตาย’  สงสัยท่าจะเป็นเรื่องจริง

เพราะตอนนี้ เด็ก กำลังจะตายแทนแล้ว...

แต่ในเมื่อถูกท้าทายมาขนาดนี้ สดายุเองก็ยอมลงให้ไม่ได้เหมือนกัน สองแขนผอมเอื้อมขึ้นโอบรอบคอของกฤตเมธไว้ ยกตัวขึ้นจูบคนรักเบาๆ ก่อนจะยั่วเย้าทางสายตา และปฏิกิริยาทางร่างกาย พร้อมกระซิบแผ่วเบาตรงริมฝีปากหยักยิ้มร้ายของอีกฝ่ายว่า “งั้นก็เชิญกินให้ท้องแตกตายไปเลยลุง...”

“แต่คนแก่แล้วระบบย่อยไม่ค่อยดี ระวังท้องจะอืดเอานะ” คำหยันเล็กๆที่ออกมาตบท้าย ทำกฤตเมธหัวเราะร่า ก้มลงบดจูบ ซุกไซร้ร่างกายของสดายุคนรักตัวแสบด้วยความหมั่นเขี้ยว

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นระหว่างกันอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วบทรักบทใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง...และอีกครั้ง
*
*
*
*
*
หลังความเร่าร้อนคลายความระอุลงได้ สองร่างเปล่าเปลือยกอดก่ายถ่ายเทความรักซึ่งกันและกัน เติมเต็มความหวามไหว และสุขล้น คนผอมบางนอนตะแคงข้างปรือตามองออกไปที่นอกหน้าต่าง เหม่อมองท้องฟ้ามืดสลัวไร้แสงสกาวของดาวดวงใดตามแบบเฉพาะของท้องฟ้าเมืองกรุงที่มากมายไปด้วยฝุ่นควัน ร่างสูงใหญ่ของกฤตเมธที่ซ้อนอยู่ด้านหลังก็ตระกองร่างผอมบางของสดายุแนบเข้าอ้อมอกแน่น พลางไล่จูบซอกคอขาว ลาดไหล่ ลามไปถึงต้นแขนผอม เพื่อซับกลิ่นเนื้ออ่อนให้ชุ่มปอด ก่อนจะวกกลับมาหอมแก้มใสระเรื่ออีกฟอดใหญ่ๆ แทนความห่วงใย และแทนความรักที่มอบให้จนสุดก้นบึ้งแห่งวิญญาณ

ยิ่งถูกกอดแน่นเท่าไหร่ สดายุก็เบียดร่างเข้าอ้อมอกอุ่นของกฤตเมธมากเท่านั้น ราวกับเด็กน้อยต้องการการปกป้องจากอ้อมแขนแกร่งกล้า และอุ่นอ่อน รักมากเช่นกัน สดายุถึงได้ยอมออดอ้อนเป็นเด็กเล็กเช่นนี้ เพราะรักสุดใจที่มี ถึงได้ยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อเจ้าของอ้อมแขน ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ไป สดายุก็พร้อมจะมอบให้กฤตเมธเพียงคนเดียว
 
วาดฝันต่อฟ้า ภาวนาต่อดิน ขอให้กฤตเมธคนนี้รักเขาตลอดไปด้วยเถิด สดายุคนนี้พร้อมสาบานด้วยหัวใจแหว่งวิ่นดวงนี้เลยว่า จะรักและบูชาคนคนนี้คนเดียวไปทั้งชีวิตเช่นกัน

ได้โปรดเถิดฟ้า...เวทนาเถิดดิน

โปรดอย่าพรากกฤตเมธไปจากสดายุเลย

แค่คนเดียวเท่านั้น สดายุขอแค่กฤตเมธเพียงคนเดียว...

ร่างแบบบางซุกกายเข้าหาความอบอุ่น เบียดชิด ราวกับลูกแมวตัวน้อยในหน้าฝน กฤตเมธเองก็ยิ้มพราว กกกอดมอบความอบอุ่นแผ่ซ่าน มือแกร่งเลื่อนขึ้นจากท่อนเอวบางมาจับประสานมือเย็นเยียบของสดายุไว้เบาๆ บีบจับ คลึงเคล้น ก่อนประสานสอดปลายนิ้วเข้าหาอย่างอ่อนโยน  ก่อนจะพูดบางสิ่งออกมา ที่ทำให้คนในอ้อมอกมีปฏิกิริยาขึ้นมาเล็กๆ

“ยุ…เราแต่งงานกันไหม?”

“หืม? จะดีเหรอ? ผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ?”  สดายุตอบคำ ทำทีเล่นทีจริง ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นผิดจังหวะ เพียงเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียงของคนรัก 'ชวนแต่งงาน' หมายความว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนถึงบั้นปลายชีวิต เพิ่งจะอธิฐานจิตไม่เมื่อไม่กี่วินานทีก่อนนี้เองนะ สมหวังเร็วจนตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว

รู้อยู่แก่ใจแหละว่าถูกรัก แต่ก็ไม่นึกว่าจะมากขนาดนี้ หัวใจของสดายุเต้นตึ่กตั่ก ยามที่อ้อมแขนของกฤตเมธโอบกระชับแนบแน่นขึ้น
แสร้งทำเป็นไม่คิดอะไร ทั้งที่หัวใจเต้นถี่

ดีใจจนเนื้อเต้นไปหมดแล้ว...

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ได้ว่าจะจัดพิธีอะไรนี่ แค่งานเลี้ยงเล็กๆ ในหมู่คนรู้จัก…พี่แค่อยากให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความยินดีที่เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน...พี่อยากใช้ชีวิตคู่กับยุไปจนแก่...” กฤตเมธอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟังอยู่ตรงหลังหูของสดายุ จบคำสุดท้าย พร้อมประทับจูบเบาๆที่ลาดไหล่ขาวเนียน

“…ดีแล้วเหรอ ที่เป็นผม?” รู้ดีว่ามันเป็นแค่คำถามงี่เง่า แต่สดายุก็ยังอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามนี้กับกฤตเมธครั้งแล้วครั้งเล่า

เพราะยิ่งถูกรักมากเท่าไหร่ สดายุก็กังวลมากเท่านั้น รู้สึกเกลียดตัวเองในเรื่องนี้เล็กๆ ที่พร่ำถามเพราะอยากได้คำตอบ อยากได้ยินว่ายังต้องการ อยากได้ฟังให้ชื่นใจว่าดีแล้วที่เลือกคนคนนี้

นั่นเป็นเพราะ สดายุไม่อยากเจ็บอีกแล้ว

ไม่อยากมองคนที่ตัวเองรักหันหลังให้อีกแล้ว ในวันนี้ที่เขารักกฤตเมธจนหมดใจ หากในวันหนึ่ง เจ้าของอ้อมกอดแสนอุ่นนี่ไม่ต้องการเขาขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่า เขาจะยังลุกขึ้นได้อีกครั้งหรือเปล่า…มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน

ถามออกไปแบบนั้น สดายุก็ใจสั่นรอคอย จะโดนโกรธหรือเปล่านะ และอึดใจต่อมาสดายุก็ยอมแพ้ ไม่ไหวแล้ว ความกลัวว่ากฤตเมธจะโกรธที่ตนชอบถามคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ย่ำอยู่กับที่ราวกับไม่ยอมเชื่อใจกฤตเมธเสียทีแบบนี้ สดายุฟันธงกับตัวเองเลยว่าจะต้องโดนกฤตเมธโกรธแน่ๆ จึงคิดจะขอโทษ แล้วสรรหาคำพูดเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ แต่ทว่า ช้าไปนิดเดียว 

“ดีที่สุดแล้ว…ที่เป็นยุ” เพราะคำถามนั้น กฤตเมธเป็นคนตอบให้เรียบร้อยแล้ว

แถมยังเป็นคำตอบที่น่าฟังที่สุดอีกด้วย “ถ้าไม่ใช่ยุ พี่ก็จินตนาการว่าจะต้องแต่งกับคนอื่นไม่ได้แล้วล่ะ…พี่รักยุนะ รักขนาดที่ว่าแค่ไม่ได้เห็นหน้าสักชั่วโมงก็อดคิดถึงไม่ได้ อยากดูแล อยากปกป้อง อยากเป็นทุกอย่างที่ยุรัก ขนาดนี้แล้ว คิดว่าจะมีอะไรดีไปกว่ายุได้อีกกัน…”

กฤตเมธพูดไปพลาง ซุกปลายจมูกโด่งดอมดมกลุ่มผมหอมของสดายุไปด้วย แสดงให้เห็นว่าผู้ชายคนนี้ รักสดายุมากแค่ไหน กฤตเมธรู้ดีว่าสดายุมีปมในใจเรื่องความรัก กว่าที่เจ้าตัวแสบจะยอมเปิดใจให้เขาเข้าไป ให้เขาได้รัก กินเวลานานแค่ไหน ต้องใช้ใจมากเท่าไหร่ ทำไมกฤตเมธจะไม่รู้ ดังนั้นจึงไม่แปลหรอกที่สดายุจะเพียรถาม ถึงคุณค่าของตัวเองในสายตาของคนรักอย่างเขา และนานอนว่ากฤตเมธไม่มีทางเบื่อ ถามมาเขาก็จะตอบให้ฟัง ทุกๆครั้ง ว่ารัก และมันจะมากขึ้นมากขึ้นทุกๆวันเสียด้วย “ถ้าไม่เชื่อ ยุจะถามพี่ทุกวันเลยก็ได้นะ พี่พร้อมจะตอบให้ยุฟังทุกวันเลย” กฤตเมธสำทับออกไป พร้อมจุมพิตอุ่นๆตรงข้างแก้มของสดายุ

วินาทีนั้น ฝ่ายสดายุเองก็ไม่อาจเก็บงำความตื้นตันได้อีก น้ำตาที่พาลจะไหลออกมาดื้อๆ ไม่สามารถเก็บกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว ร่างบอบบางพลิกกายหันกลับไปเผชิญหน้ากับกฤตเมธอีกครั้ง ยื่นหน้าเข้ามอบจูบแสนหวานให้กฤตเมธเป็นการตอบแทน พร้อมกับคำว่า “ยุก็รักพี่”

กฤตเมธยิ้มพร้อมจูบตอบเพื่อรับขวัญ สวมกอดร่างแบบบางไว้มั่น แล้วเชิญชวนด้วยความรักต่อ “แต่งแล้ว...ย้ายชื่อยุมาเข้าทะเบียนบ้านพี่นะ...เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ไง”

ทั้งขอแต่งงาน ทั้งขอให้ย้ายเข้าบ้าน ลักษณะชัดเจนว่ากฤตเมธเอาจริงเรื่องที่จะเอาสดายุเป็นเจ้าสาว “หึหึ…ค่าตัวผมแพงนะ มีสินสอดพอหรือเปล่า?” แบบนั้นทำเอาสดายุอดแซวออกไปไม่ได้ หวานเกินไปมันก็พาลจะเลี่ยน สดายุจึงขอตบมุกเปรี้ยวๆ ดับเลี่ยนเสียหน่อย

“พี่ให้หมดตัวเลย” และแน่นอนว่ากฤตเมธย่อมไม่ยอมแพ้ ถึงได้กล้ามอบสัญญาอยู่ตรงริมฝีปากแสนหวานของคนรัก จากนั้นก็ต้องร้อง ‘โอ้ย’ เบาๆ เพื่อถูกฟันขาวขบเอาที่ปลายจมูกโด่ง พร้อมสาส์นท้าทายจากสดายุ ที่น่าหมั่นเขี้ยวที่สุด

“หึหึ…ไม่ต้องกลัว หมดตัวแน่”


 o18


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2015 03:40:06 โดย อนาคี99 »

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 399
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-3
    • อนาคี99เพจ
 :n1:


ท่าอากาศยานแห่งชาติกรุงเทพ เนืองแน่นไปด้วยผู้คนดังเช่นทุกวันตามปกติ คลาคล่ำมากมายไปทั้งไทยและเทศ เกือบสามทุ่ม มีหลายสายการบินที่กำลังจะทยานออกสู่สุดฟากฟ้า 

"เดี๋ยวยุมาถึง เขาก็โทรหาเองแหละ ไม่ต้องเฝ้ามือถือขนาดนั้นก็ได้มั้ง" เสียงค่อนขอดที่ดังขึ้นที่ด้านหลัง ทำคนฟังอย่างบดินทร์หงุดหงิดไม่น้อย จริงอยู่ว่าเขาเฝ้าจอมือถือไม่ห่าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของดนัยไม่ใช่หรือ

ในที่สุดวันเดินทางก็มาถึง ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

การไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นเรื่องดี แต่สำหรับบดินทร์มันแตกต่าง เพราะการไปในครั้งนี้ไม่ใช่การไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่ไปเพื่อชดใช้ในสิ่งที่เขาเคยก่อเอาไว้ต่างหาก ไปอยู่ในสถานจองจำที่เจ้าหนี้อย่าดนัยกำหนดเอาไว้ให้ ทั้งยังถูกควบคุมทุกฝีก้าวจนน่าอึดอัด อย่างเช่นตอนนี้ก็เหมือนกัน แท้จริงหากเกรงว่าเขาจะหนีหนี้นัก แค่ส่งคนมาคุมไว้ก็พอ ตัวเองก็ออกจะมากบารมี ลูกน้องในมือก็เหลือเฟือ จะเจียดมาเฝ้าเขาไว้สักคนก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรง แต่ไม่รู้ทำไมคนอย่างดนัยถึงต้องเสด็จลงมาดูแลจัดการในเรื่องของเขาเองไปเสียหมดจด จนบดินทร์รู้สึกว่าตัวเขาเองแทบจะบ้าตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

ทุกวันนี้ ที่ยังทนอยู่ได้ ก็เพียงเพราะความหวังถึงอนาคตอันแสนไกล ว่าในสักวันจะหลุดพ้น เฝ้ารอว่าเมื่อถึงวันนั้นที่เขาชดใช้หนี้กรรมจนสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว คงสามารถกลับมายืนเคียงข้างสดายุในฐานะเพื่อนคนหนึ่งได้อีก ได้ทำงาน ได้สร้างครอบครัวให้พ่อแม่ผู้มีพระคุณ ได้มีอนาคต เพื่อความหวังนั้น วันนี้บดินทร์จึงยังอยากมีลมหายใจ และมีพลังที่จะอยู่ต่อ (แม้จะต้องต่อกรกับคนที่ชิงชังที่สุดอย่างดนัยก็ตามที)

ปิ๊บ... ระหว่างกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยในที่สุด เสียงเรียกเข้าจากคนที่รอคอยมาเนิ่นนานก็ปรากฏขึ้น ‘สดายุ’

“ฮ...ฮัลโหล...” บดินทร์รีบรับสาย ทว่ากลับยังปรับเสียงเป็นปรกติไม่ได้เสียที เขาสั่นเสมอเมื่อต้องคุยกับสดายุ

“ไง อยู่ตรงไหน กูมาถึงแล้ว” เสียงแหบเสน่ห์ที่ตอบกลับมาจากปลายสาย ช่างทำให้หัวใจของบดินทร์พองโต อยากเจอเร็วๆ จึงรีบบอกพิกัดของตัวเองออกไป แล้วเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ เพราะอีกฝ่ายบอกว่าไม่เกินห้านาทีจะเดินมาถึง

และก็เป็นดังคำที่สดายุให้คำมั่นไว้ เพราะรออยู่ตรงที่เดิมได้ไม่เท่าไหร่ สดายุก็มาถึง แน่นอนว่ามีกฤตเมธพ่วงมาด้วย ในสภาพอำพรางรูปลักษณ์สุดขีด ผมเซอร์ใสหมวกสวมแว่นตาดำ แต่ทั้งคู่ก็ยังดูเด่นสะดุดตาอยู่ดี โดยเฉพาะรอยยิ้มแสนสวยของสดายุ ที่มันช่างหวานเชื่อมใจเขาเสมอ

“โทษที รถติดกว่าที่คิดน่ะ” วิ่งมาถึงตัวบดินทร์ที่ยิ้มร่ารอคอยแล้ว สดายุก็กล่าวขอโทษขอโพยขึ้นทั้งที่ยังติดจะหอบอยู่หน่อยๆ เพราะวิ่งห้อมาให้ทันเวลาส่งบดินทร์และดนัยเข้าGate

“ไม่เป็นไร…แค่มาส่งก็ดีใจแล้ว…” บดินทร์ตอบกลับน้อยๆ ด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นหน่อยๆ เขาคิดแบบนั้นจากใจจริงๆไม่มีการเสแสร้ง แค่นี้ก็ดีใจจนแทบจะเต้นได้อยู่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างกันของเขากับสดายุ ที่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ ทำให้บดินทร์มีแรงใจที่จะเดินต่อไปได้โข ดีใจจริงๆที่ยังมีชีวิตอยู่ ดีใจเหลือเกินที่ได้เอ่ยคำขอโทษ…

สดายุยิ้มให้ เช่นเดียวกับที่บดินทร์ยิ้มรอ

ภาพความเคอะเขินระหว่างกันดูมุ้งมิ้งมากในสายตาของผู้จับจ้องมองตามอย่างกฤตเมธและดนัย คนหนึ่งเหยียดยิ้มให้ด้วยเห็นว่าน่ารักดี แต่อีกคนหนึ่งนี่สิ…

เริ่มขบกรามน้อยๆ พร้อมขมวดคิ้วจนเป็นปมหนาเสียแล้ว

“เมื่อไหร่จะพามันไปให้พ้นหูพ้นตาเสียที หืม?  Gateปิดกี่โมงเนี่ย?” เสียงทุ้มต่ำน่าเกรงขามของกฤตเมธดังขึ้นแค่พอให้ได้ยินกันสองคนกับดนัย น้ำเสียงแข็งกล้าคาดคั้นน้องชายตัวร้ายหมายจะเร่งให้รีบพามารหัวใจไปให้พ้นหน้าเสียที เพราะกฤตเมธเริ่มทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว

“ให้เวลาเขาหน่อยสิพี่ จะหวงทำไมนักเนี่ย? ผมมีเวลาให้สองคนนั้นเหลือเฟืออ่ะ เช็คอินแล้ว เหลือเข้า ตม. ซึ่งน้าเขยผมใหญ่ที่นี่ ผมใช้ทางพิเศษผ่านปร๋อ รอได้ชิวๆ…” ดนัยตอบถ้อยฟังสบายๆ ทว่าพอหันมาเจอสายตาพิฆาตมารของกฤตเมธเข้าให้ น้องชายนอกไส้ตัวดีอย่างดนัยจึงแทบหุบปากไม่ทัน

“ไว้นายมีอย่างพี่บ้าง แกจะรู้ว่าทำไมต้อง ‘หวง’ โดยเฉพาะกับคนที่ทำสายตาแบบนั้นใส่แฟนของตัวเองน่ะ” กฤตเมธตอบกลับ พร้อมสั่งสอนกลายๆ กฤตเมธจำเป็นต้องสอน เพราะดนัย น้องชายคนนี้ของเขานั้น ถึงจะเจนโลกในมุมที่กฤตเมธไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ แต่ในเรื่องความรัก เรื่องของความรู้สึก และหัวใจ กฤตเมธพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า ดนัย ‘โคตรอ่อน’ เพราะอย่างนั้น เขาจึงจำเป็นต้องสอน ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้ซึมซับ แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้ฟังผ่านหู คงบันทึกไว้ในเซรีเบลลั่ม เผื่อใช้ในยามฉุกเฉินได้บ้าง

“หึหึ…อย่างผมเนี่ยนะ จะหวงใคร? ยากจัง ชีวิตนี้คงบรรลุอย่างพี่ไม่ได้หรอก ฮ่าฮ่า” ดนัยว่าขำๆ ชีวิตที่อยากได้อะไร หรืออยากได้ใครก็ไม่เคยต้องดิ้นรนอย่างเขา ไม่เห็นจำเป็นต้องหวง เพราะทุกอย่างที่เขาต้องการ เวลาที่ได้มา ก็คือสิทธิ์ขาดที่เป็นของของเขาอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว แน่นอนว่าไม่เคยมีใครกล้าออกจากมือเขา นอกเสียจากเขาจะเป็นคนปล่อยมือเอง แล้วแบบนี้ มีเหตุจำเป็นอะไรให้ต้องหวงอย่างนั้นหรือ?

“เออ…ก็เผื่อใจไว้หน่อย เผื่อในอนาคตจะมีขึ้นมา”  เห็นน้องชายเถียงคำไม่ตกฟาก กฤตเมธก็ได้แต่บ่นอย่างระอา สอนยากสอนเย็นจริงๆ ไอ้เด็กมาเฟียที่โดนสปอยมาแต่เด็กเนี่ย

“คร๊าบๆ ถ้ามีล่ะก็ จะบอกเฮียคนแรกเลย หึหึ” ดนัยตอบพลางยิ้มร่า แสร้งว่าไร้เดียงสาจนกฤตเมธนึกอยากลงมะเหงกสักดอก ว่าแล้วยังย้อน ได้ฟังแบบนั้นก็อดตอกกลับไม่ได้ ทั้งที่ไม่อยากจี้ใจดำแท้ๆ

“แล้วกับไอ้คนที่อุตส่าห์หอบกระเตงๆพาไปนอกด้วยเนี่ย…เริ่มหวงขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ?”

ถามตรงไปตรงมา แบบไม่ต้องมีอ้อมค้อม ความจริงจังที่ส่งผ่านมาพร้อมน้ำเสียงเด็ดขาด พาให้ดนัยรู้ว่าพี่ชายไม่ได้ล้อเล่น พอถูกถามเรื่องของบดินทร์เข้า ความขี้เล่นก็หายไปจากใบหน้าหล่อเหลา ดนัยจ้องตากฤตเมธมั่น พร้อมตอบคำถามด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ต่างกัน

“กับบดินทร์…ผมก็แค่ไถ่โทษแก่เขา ในเรื่องที่ผมเคยกระทำรุนแรงเอาไว้ก็แค่นั้น แล้วบังเอิญว่าหมอนั่นดันอยู่เมืองไทยไม่ได้พอดี ก็เลยพาไปด้วยเท่านั้นแหละพี่…” ดนัยตอบถ้อย ชัดเจนทุกคำแบบไม่มีความลังเลเลยในน้ำเสียงที่เปล่งถ้อยคำเหล่านั้นออกมา

“แค่นั้น?” ทว่า กฤตเมธก็ยังพยายามถามย้ำ ไม่ได้คิดจะกวน แต่เพราะกฤตเมธรู้ว่าดนัยยังไม่เข้าใจตัวเอง ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องดิ้นรนเอาบดินทร์มาไว้ใกล้ตัว ทั้งๆที่ไม่เคยทำกับคนอื่นแบบนั้นมาก่อน ดนัยไม่มีทางรู้หรอกว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป ดังนั้นพี่ที่ดีอย่างกฤตเมธ จึงมีหน้าที่ตะล่อมความคิดน้องชาย ผู้ยังอ่อนหัดเรื่องหัวใจ ให้เริ่มรู้สึกตัวขึ้นบ้าง

…แม้มันจะไม่ค่อยได้ผลก็ตาม

“…ก็…อาจน่าสนใจกว่าคนอื่นที่ผมเคยเจอหน่อย เลยพาลอยากเก็บไว้ดูเล่นสักพัก ไว้หมอนั่นตั้งหลักได้เมื่อไหร่ ก็คงพอดีกับที่ผมรู้สึกเบื่อ ถึงตอนนั้นเดี๋ยวผมก็ปล่อยมือเองแหละ”

และนั่นคือคำตอบของดนัย ที่กฤตเมธกะเกณฑ์เอาไว้อยู่แล้ว เรื่องอื่นๆน่ะช่ำชองนัก ทีเรื่องรักล่ะไร้เดียงสาจนน่าหมั่นไส้ พอได้ยินคำตอบของดนัย กฤตเมธก็ได้แต่ลอบขำเล็กๆ แล้วแหย่กลับไปอีกสองสามประโยค  “หึ! ให้มันจริงเถอะ อย่าเผลอรักไปก็แล้วกัน”

“เหอะ…อย่างผมเนี่ยนะ…”

“เออ ก็แค่เตือนไว้ เพราะดูทรงแล้ว ถ้าเกิดนายเผลอรักไอ้หมอนั่นขึ้นมาเมื่อไหร่ บอกได้เลยว่าเจ็บหนักแน่ ลักษณะจะเกลียดนายเข้ากระดูกดำ”

“พี่ก็น่าจะรู้นะ คนอย่างผมถ้าอยากได้ใคร ก็ไม่มีหน้าไหนหนีรอดมือผมได้”

“เออรู้…แต่แบบนั้นมันได้ใจไหมล่ะ?”

“ได้ใจ?...หึหึ ไม่เห็นจำเป็น”

“เฮ้อ…เอาไว้เจอกับตัวก่อน ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคุยกันดีกว่านะไอ้น้อง พูดไปตอนนี้นายก็ไม่เก็ทอยู่ดีล่ะ พอเหอะๆ”

“รอผมเจอกับตัว? หึหึ…รอจนแก่แน่เฮีย ฮ่าฮ่า”

“เออ! จะรอดู แก่จนฟันร่วงหมดปากก็จะรอ! หึหึ”

การโต้เถียงไปมาระหว่างสองพี่น้องนอกไส้ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะขบขัน เพราะทั้งคู่ต่างก็ทำเป็นทีเล่น แล้วเก็บทีจริงไว้ในใจลึกเร้น เพื่อเก็บเอาไว้ตรึกตรองกันเพียงลำพัง

“เข้า Gate ไปเสียทีเหอะ รำคาญตาจะแย่แล้ว”  และเพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วนระหว่างกัน กฤตเมธจึงออกปากไล่ดนัยกลายๆ เป็นเชิงว่าช่วยพาบดินทร์ไปให้พ้นจากสดายุเสียที เพราะเขาเริ่มรับไม่ได้กับสายตาหวานฉ่ำที่ทั้งคู่ส่งให้กันมาได้สักพักหนึ่งแล้ว  หวังใจเหลือเกินว่า การที่ดนัยพาบดินทร์ไปกินไกลถึงต่างแดนขนาดนี้ น้องชายของเขาจะบังคับจับกินจนเรียบตั้งแต่หัวตลอดหาง ชนิดที่ไม่ต้องเหลือเศษซากกลับมาหาคนรักของเขาอย่างสดายุได้อีกเป็นครั้งที่สอง ลาทีลาขาด สาธุ…

ได้ยินพี่ชายอันแสนเคารพรักออกปากมาเสียขนาดนั้น ดนัยก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้วส่งเสียงเรียกออกไปเป็นนัย ว่าได้เวลาออกเดินทางแล้ว

ครั้นพอสดายุและบดินทร์เห็นดังนั้น ก็ประจักษ์แล้วว่าเวลาของเขาทั้งคู่จวนจะหมดลง การพูดคุย งกๆเงิ่นๆ เคอะๆเขินๆ เหมือนที่ผ่านมา ดูเหมือนจะต้องจบมันลงเสียที

และมันก็ถึงเวลา ของความในใจอย่างสุดท้ายเสียที

เมื่อสดายุยังคงยิ้มให้ บดินทร์ก็ตัดสินใจทำบางอย่างที่ถือว่าอุกอาจกล้าหาญ

หมับ!

สดายุชะงักไปเล็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกบดินทร์สวมกอด ร่างที่สูงใหญ่กว่าตนเล็กน้อยของอดีตเพื่อนรัก ยังคงค้างเติ่งอยู่ในความทรงจำเสมอ ทำให้สดายุยังคงจำสัมผัสของอ้อมกอดนี้ได้เป็นอย่างนี้ แต่สำหรับบดินทร์คงแตกต่างหน่อย เพราะตอนนี้สดายุผอมลงจนเหลือเพียงตัวบางๆ ความรู้สึกเวลาสวมกอด คงไม่เหมือนเก่าก่อนอีกแล้ว

ก็เช่นกันกับความรู้สึก…

ที่คงไม่อาจย้อนไปเป็นเหมือนเก่าได้อีก

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะสร้างใหม่ไม่ได้ อย่างน้อย นี่คือการเริ่มต้น

“ยุ…กูขอโทษสำหรับที่ผ่านมานะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ต่อให้มึงจะหาว่ากูโคตรเห็นแก่ตัว แต่ขอร้องล่ะ รับกูเป็นเพื่อนอีกครั้งเถอะนะ สาบาน ว่ากูจะไม่ทำตัวชั่วช้าแบบนั้นกับมึงอีกแล้ว กูเข็ดแล้วจริงๆ ได้โปรดเถอะ….”

บดินทร์ขอร้องอย่างสิ้นท่า น้ำเสียงเครือครางอ้อนวอนหนัก พูดจบแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวสดายุ ยังคงกอดร่างผอมบางของคนที่ตัวเองหลงรักค้างเติ่งเอาไว้แบบนั้น ขณะรอฟังคำตอบของสดายุอย่างใจจดใจจ่อ รอจนตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว ว่าจะถูกต่อว่า ปฏิเสธ

รอนาน…จนบดินทร์เริ่มที่จะถอดใจ

นั่นสินะ ตัวเขาเองทีทำเลวกับสดายุไว้ขนาดนั้น ยังอุตส่าห์ใจกล้าหน้าด้านหน้าทน ขอร้องในเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยอีก ใครเขาจะอภัยให้ง่ายขนาดนั้นกันเล่า เห็นสดายุดีด้วยหน่อยก็ทำเป็นเหลิง ได้ใจว่าหากเอื้อนเอ่ยออกไปคงไม่มีปัญหา…คิดผิดสิ้นดี…

ในขณะที่คนใจปลาซิว อย่างบดินทร์กำลังคิดจะถอดใจ ขณะที่ร่างสั่นเทิ้มค่อยๆคลายวงแขน ขณะนั้นเอง…

ที่ทั้งร่างของบดินทร์ถูกสวมกอดกลับมาจากวงแขนผอมบางของสดายุ

หัวใจของบดินทร์สั่น เท่าๆกับที่ร่างกายสั่น

ถูกกอด…เขากำลังถูกสดายุสวมกอด

นี่เขา…ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?

“ก็เป็นเพื่อนกันอยู่ไม่ใช่เหรอ กูถึงมาส่งมึงถึงที่นี่” เสียงแหบหวาน ค่อยๆกระซิบถ้อยคำแสดงน้ำใจให้บดินทร์ได้ฟังช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “จริงอยู่ ว่ากูเคยบอกว่าเราคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้…แต่กูก็บอกมึงไปแล้วไง ว่ากูนับหนึ่งกับมึงได้ และกูก็เริ่มนับมาสักพักแล้ว อย่าบอกนะว่ามึงไม่รู้ตัว”

พูดถึงตรงนี้ สดายุก็คลายวงแขนออก แล้วผละออกมาเพื่อสบตาฉ่ำน้ำของบดินทร์ตรงๆ “และนั่นคือเหตุผล…ที่กูไม่เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้กับมึงไง”

แค่คำพูดเดียวของสดายุ ก็ทำทำนบน้ำตาของบดินทร์พังทลาย ทั้งชีวิตของผู้ชายจับจดเห็นแก่ได้อย่างบดินทร์คนนี้ พ่ายแพ้อย่างหมดรูปกับสดายุเพียงคนเดียว

แพ้มาตั้งแต่ที่ได้เจอกันครั้งแรก…กระทั่งตอนนี้




หลังล่ำลาอาลัยกันเสร็จสรรพเรียบร้อย ความรักของบดินทร์ก็ถูกกีดกันอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าของหัวใจของสดายุอย่างกฤตเมธที่เข้ามาแทรกกลางด้วยความอดรนทนไม่ไหว พร้อมออกปากไล่ด้วยความเป็นมิตรเทียมกลายๆ ว่าได้เวลาออกเดินทางแล้ว โดยมีดนัยเข้ามาสมทบทีหลัง

เมื่อหมดเวลา ทั้งบดินทร์และสดายุก็ยอมรับในกติกา ทั้งคู่ถอยห่างจากกันเพื่อประจำในจุดที่ของตัวเอง กล่าวคำล่ำลาเล็กน้อย ก่อนที่บดินทร์จะผินร่างเดินจากไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ยังไม่เหือดแห้ง

“แถลงข่าวพรุ่งนี้สู้ๆนะพี่ ขอโทษทีที่ไม่ได้อยู่ด้วย เดี๋ยวส่งกำลังใจมาให้แล้วกัน สู้ๆนะยุ เราเชียร์นายสุดใจเลย ^^”  ดนัยเองก็เอ่ยลาพี่ชายอย่างกฤตเมธเช่นกัน ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้สดายุเป็นการทิ้งทวน (เพื่อยั่วโมโหพี่ชายเล่น) แล้วก็กะจะสวมกอดเพื่อนตัวเล็กของเขาสักหนเพื่อเป็นการเอ่ยลา…ทว่า

“เออ…ขอบใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกน่า” กฤตเมธรับคำอย่างขอไปที ก่อนจะขยับกายเข้ามาขัดขวางสิ่งที่ดนัยตั้งใจจะทำ พร้อมส่งรอยยิ้มเหี้ยม

“ฮ่าฮ่า บายพี่ เดี๋ยวค่อยแวะมาหาใหม่นะ บ๊ายบ่ายยุ เดี๋ยวถึงแล้วไลน์หานะ จุ๊บๆ” เห็นแค่นี้ดนัยก็ไม่คิดรุกต่อ จึงเอ่ยคำลาพร้อมส่งจูบชวนคลื่นไส้ให้สดายุไปแทน (เพราะแค่นี้ก็ทำกฤตเมธตีหน้ายักษ์ได้แล้ว)

“อืม โชคดีนะ” สดายุยิ้มพราว พร้อมโบกมือลาขำๆ

“เออ ไปได้แล้ว เดินทางดีๆล่ะ” เช่นกันกับกฤตเมธที่ในที่สุด ก็โบกมือให้ พร้อมอวยพรน้องชายให้โชคดี

“เอ่อ ดนัย…” แต่ก่อนที่ดนัยจะได้ทันเดินไกลออกไป สดายุก็เรียกชายหนุ่มเอาไว้ ด้วยเพราะยังมีเรื่องติดค้างเล็กๆ ดนัยหันมองพร้อมส่งรอยยิ้มทะเล้น กะจะเล่นมุกว่า ‘ไม่อยากให้ไปเหรอจ๊ะ’ แต่ก็ช้าไปกว่าประโยคต่อมาของสดายุ

“ฝากดูแลดินด้วยนะ…”

คำฝากฝังที่สดายุต้องการอ้อนวอนต่อดนัยโดยตรง โดยไม่ต้องการให้ทางเจ้าตัวอย่างบดินทร์ได้รับรู้ ถึงความห่วงใยลับๆของเขา พร้อมบรรยายสรรพคุณของคนที่ตนฝากฝัง ว่าควรระวังตรงไหนบ้าง “ไอ้นั่นมันขี้งอน น้อยใจเก่งเป็นที่หนึ่ง แข็งนอกอ่อนใน แถมยังขี้กลัวสุดๆ อย่ารุนแรงกับมันมากนักล่ะ ฝากผลักดันมันแทนเราด้วยนะ…ขอร้องล่ะ”

ดวงตาแน่วแน่และเชื่อมั่นที่มองจ้องมา ทำดนัยทะเล้นไม่ออก ‘ฝากดูแล’ ช่างเป็นคำที่หนักอึ้งเหลือเกิน เพราะดนัยค่อนข้างมั่นใจ ว่าลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างตนกับบดินทร์ ไม่มีทางที่จะดูแลอย่างดีได้ ดังนั้นดนัยจึงไม่ได้รับปากออกไปเป็นคำพูด ทำแค่เพียงยิ้ม แล้วโบกมือลาให้สดายุอีกครั้ง

ดนัยเป็นคนแบบนี้แหละ หากไม่อาจรักษาคำพูดได้ เขาจะไม่รับปากใครเด็ดขาด

…แต่ก็ใช่ว่า จะดูแลไม่ได้ล่ะนะ

“ขี้งอนเหรอ?...หึ”  แต่ข้อมูลที่สดายุให้มา ก็เป็นประโยชน์ไม่น้อยอยู่นะ

ดนัยเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าตามบดินทร์เข้าช่องตรวจพาสปอร์ตไป

สดายุนิ่งคิด นี่เขาขอดนัยมากไปหรือเปล่านะ…แต่ก็ต้องกัดฟันเห็นแก่ตัว เพราะตอนนี้เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าบดินทร์จะยังสามารถพึ่งพาใครได้นอกเหนือจากดนัย…

ยืนส่งอยู่ตรงทางเข้าประตู ตม. จนทั้งสองลับสายตาไป ถึงตรงนี้สดายุก็อดใจหายไม่ได้ แค่เพียงระยะเวลาสั้นๆเพียงไม่ถึงปี แต่มันช่างเกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมาย จนแทบไม่น่าเชื่อ สดายุยังจำได้อยู่เลยถึงวันแรกที่รู้ตัวว่าจะได้งาน และกลับเข้าวงการอีกครั้ง วันแรกที่บลูม่าพาเขาไปฟิตติ้ง แล้วเจอกับกฤตเมธ พระเอกที่เขาชังน้ำหน้าที่สุด จนแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าในวันนี้ ใบหน้านั้นที่เขาเคยนึกชัง กลับเป็นใบหน้าเดียวกับคนทีเขารักจนสุดใจไปเสียได้...

เรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วผ่านไป ไหลบ่าเข้ามาในชีวิตช่วงนั้นราวกับกระแสน้ำหลาก ทั้งโถมซัดและหล่อเลี้ยง จนเขายืนหยัดเข้มแข็งและเป็นคนใหม่มาได้ถึงตอนนี้ หลายๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาก็เช่นกัน ทุกคนต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงนับจากวันแรกที่ได้รู้จัก มีเส้นทางเดิน มีหนทางไป หรือร้ายกว่านั้น คือทิ้งไว้เพียงความทรงจำ ให้รำลึกถึง ราวกับเรื่องราวกำลังดำเนินมาจนถึงตอนสุดท้าย รู้สึกได้ว่าตัวละครทุกตัวกำลังมายืนอยู่ตรงทางแยก นานาจิตตัง นานาทัศน ใครจะได้ร่วมทางไปต่อ หรือแยกไปอีกด้าน จะได้เป็นเส้นขนาน หรือมีโอกาสได้พานพบใหม่ในเบื้องหน้า

เติบโตขึ้นในทุกย่างก้าวบนเส้นทางที่ต่างคนต่างเลือกเดิน

นับจากวันแรก จวบจนวันนี้ ในความรู้สึกเหมือนมันช่างยาวนาน แต่ก็ราวกับจะสั้นเพียงชั่วอึดใจ เพราะสดายุยังคงจำทุกอย่างได้ดีตั้งแต่วันแรก และตั้งใจว่าจะจดจำไปตลอดตราบเท่าที่ยังคงมีลมหายใจ

เพราะเรื่องราวทั้งหลายเล่านั้น ถึงแม้จะอุดมไปด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่มันก็ยังมีความสุขที่แท้จริงเต็มล้น แอบแฝงอยู่ในทุกช่วงเช่นกัน สดายุไม่อยากลืมทุกสิ่งที่ผลักดันให้เขามีวันนี้ ไม่อยากลืมเรื่องราวที่ขัดเกลาให้เขาเข้มแข็งและมีจุดยืน

และจะไม่ยอมลืมเด็ดขาด ว่ารักแท้ครั้งแรกของเขานั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร…



 :n1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2015 17:36:05 โดย อนาคี99 »

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 399
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-3
    • อนาคี99เพจ
 :L1:


โต๊ะแถลงข่าวสีขาวปลอด ประดับดอกไม้เล็กๆไว้ตรงริมโต๊ะพอเป็นพิธี มีไมโครโฟนของทุกสำนักข่าว ทุกช่อง ปักรออยู่จนแน่น

บ่ายโมงตรงตามเวลานัดหมาย กฤตเมธและสดายุก็มาถึงห้องแถลงข่าวนี้ โดยไม่มีการมาสายให้ใครต้องเสียเวลารอ สองหนุ่มนั่งประจำที่ตรงโต๊ะสีขาว ต่อหน้าธารกำนัลที่เป็นนักข่าวและตากล้องเกือบครึ่งร้อยชีวิต ยืนออรอกันอยู่ โดยมีสุริยาวดีพร้อมการ์ดอีกสามสี่นาย ยืนคุมเชิงอยู่ทุกมุมห้อง หล่อนไม่ได้คิดว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรหรอก แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้

และไม่มีการเสียเวลาเปล่า เวลาให้สัมภาษณ์ที่มีเพียง 1 ชั่วโมงนั้น แน่นอนเหล่านักข่าวย่อมต้องการที่จะใช้มันอย่างเต็มที่ ดังนั้นทันทีที่ถึงเวลานัดหมาย ทันทีที่กฤตเมธและสดายุเข้ามาในห้องจัดแถลงข่าว เสียงกล้องถ่ายรูปก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงแฟลชที่สาดเข้าหน้าของทั้งคู่อย่างนับไม่ถ้วน

หลังการทักทายจบลง คำถามที่ยิงมาจากทุกทิศทางราวกับห่าฝนก็เริ่มต้นขึ้น

คำถามที่เกี่ยวข้องกับการตายของเสน่ห์จันทร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ถามได้ เพราะอ้างว่าอาจทำให้เสียรูปคดี และเพื่อให้เกียรติคนที่ตายไปแล้ว ดังนั้นคำถามที่กฤตเมธและสดายุต้องออกมาแถลงจึงเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกัน ที่มีข่าวฉาวออกมาไม่ขาดตั้งแต่ไร้เจ้าแม่เสน่ห์จันทร์คอยคุมให้

ข่าวคาวฉาวโฉ่ ถูกตีแผ่ออกไปทุกวัน ทั้งยังถูกใส่สีตีไข่เสียสนุก ทุกขเวทนาของคนอื่น คืออาหารหวานจานพิเศษของมนุษย์ที่เสพเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ไม่ว่าจะเสพแล้วรู้สึกสงสาร หรือเสพแล้วรู้สึกสมน้ำหน้าสาแก่ใจ ก็ล้วนแต่ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้ได้ทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้น ทุกวันนี้คงไม่มีข่าวโศกนาฏกรรมต่างๆออกมาตีแผ่กันมากมายขนาดนี้

และแน่นอนว่าในเรื่องของกฤตเมธและสดายุ เค้าลางความล่มสลายของฉายาพระเอกเทวดา หรือคาสโนว่าตัวพ่อ ย่อมเป็นข่าวที่น่าสนใจใคร่รู้เสียยิ่งกว่าพวกข่าวการเมืองน่าเบื่อเป็นไหนๆ

“สวัสดีครับ พี่ๆน้องๆนักข่าวทุกท่านทุกสำนัก ที่วันนี้พวกผมมาเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็เพื่ออำนวยความสะดวก แก่พวกคุณทุกคน ที่จะได้ถามคำถาม และเคลียร์ทุกประเด็นให้จบสิ้นเสียในวันนี้ แน่นอนครับ ว่าหลังจากการแถลงข่าวครั้งนี้ไป ผมจะขอสงวนความเป็นส่วนตัวในทุกเรื่องทุกประเด็น ไม่ขอตอบคำถามในเรื่องส่วนตัวอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องที่ได้พูดออกไปวันนี้อีก ผมต้องขอโทษล่วงหน้าที่อาจทำให้พวกคุณไม่พอใจ แต่ได้โปรด เห็นใจผมทั้งคู่ด้วย...เข้าใจตรงกันนะครับ”

เพิ่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทันทีที่ประจำที่ตัวเองได้ กฤตเมธก็สาธยายเงื่อนไขการให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจน อาจดูว่าหยิ่งกร่างในสายตาคนที่ไม่ชอบพอ แต่ก็เป็นข้อที่โต้แย้งไม่ได้ เนื่องจากมันคือสิทธิส่วนบุคคลอันพึงมีที่กฤตเมธมีสิทธิโดยชอบธรรม

พอจบคำขอข้อตกลงของกฤตเมธ ที่เหล่านักข่าวทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ยอมรับร่วมกัน บางคนอาจลอบไม่พอใจส่วนตัวบ้าง แต่ก็ยอมรับไปตามเสียงส่วนใหญ่อยู่แล้ว

และเพราะว่ามีประกาศจากทางเจ้าตัวออกมาแบบนั้น ทุกสำนักข่าวจึงรีบยิงคำถามใส่กฤตเมธและสดายุกันใหญ่ เพื่อไม่ให้เสียเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงห้าสิบนาทีดี

“ตอนนี้ไม่มีคุณเสน่ห์จันทร์แล้ว คุณกฤตเมธคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปครับ?”

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ค่อนข้างหน่วงใจ และออกแนวดูแคลนเล็กๆมากกว่าจะมองว่าเป็นห่วง กฤตเมธเลี่ยงไม่ได้ กับการที่ทุกคนจะมองว่าเขาคือเด็กปั้น การขาดคนหนุนหนัง แน่นอนว่าคงลำบาก แต่จะเหมาว่าเขาจะง่อยเปลี้ยจนทำอะไรไม่ได้เพียงแค่ไม่มีใครดัน อันนั้นมันก็อาจจะเกินไปหน่อย

“ก็ทำทุกอย่างเหมือนที่ผ่านมานั่นแหละครับ จริงอยู่ว่าการที่ท่านประธานจากไป ทำให้ผมดูเหมือนจะไร้ที่พึ่งทั้งทางเรื่องงานและทางใจ แต่ท่านประธานท่านสั่งสอนและปูทางให้ผมไว้อย่างดีแล้วครับ ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ผมอยู่ได้ส่วนจะเป็นไปในทิศทางไหนต่อไปนั้น ก็รอดูกันต่อไปดีกว่า ”  คำถามของกฤตเมธเคลียร์ชัด ด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่ขึงขังจริงจัง แม้ใบหน้าหล่อเหลาจะยังระบายยิ้ม แต่สายตาที่บ่งบอกว่าไม่เล่นด้วย ทำให้นักข่าวไม่คิดขุดประเด็นนี้อีก เพราะถึงอย่างไร คำถามนี้มันก็ยังไม่ใช่ประเด็นหลักสำคัญ

“แล้วการกลับเข้าวงการของคุณสดายุละคะ จะเป็นยังไงต่อ?”

เพราะเล่นกับรุ่นใหญ่ยาก คราวนี้นักข่าวบางคนเลยมุ่งเป้าไปที่สดายุบ้าง เพราะคิดว่าอีกฝ่ายที่ยังอ่อนวัยกว่า ทั้งยังอ่อนไหวเพราะเพิ่งจะกลับเข้าวงการ น่าจะได้คำตอบที่น่าสนใจ

“คงไม่มีต่อแล้วล่ะครับ” และนั่นคือคำตอบที่สดายุมอบให้พร้อมรอยยิ้มบาง สั้นง่าย แต่เรียกเสียงฮือฮาตื่นตระหนก เพราะจู่ๆ พระเอกที่กำลังจะกลับมามีชื่อในวงการ กลับประกาศว่าจะไม่ไปต่อเสียดื้อๆ

“หมายความว่าจะออกจากวงการ?”

 ทำให้หลังจากนั้น สดายุจึงโดนยิงคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจในครั้งนี้เสียยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ตัดสินใจดีแล้วหรือ? จะผันตัวไปเป็นเบื้องหลัง? แค่ออกจากช่อง แต่ไปอยู่สังกัดอื่น? และคำตอบเดียวที่สดายุตอบออกไปก็คือ

“ผมจะเลิกเป็นนักแสดงแล้วครับ งานวงการบันเทิงทั้งหมดผมก็เลิกด้วยเช่นกัน แล้วตอนนี้ก็หมดงานแล้วด้วย ผมอิสระแล้วครับ”

คำตอบว่า ‘อิสระ’ ของสดายุ เรียกเสียงฮือฮาออกมาได้อีกครั้ง แต่สดายุไม่ขอตอบคำถามในประเด็นนี้อีก โดยเจ้าตัวอ้างว่า ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว

และหลังจากซักไซร้กันไปสักพัก คำถามหลักของการแถลงข่าวก็มาถึง

“ตกลงว่า ทั้งคู่คบหากัน เหมือนที่เป็นข่าวอยู่นี่หรือเปล่าคะ?”

คำถามตรงประเด็นส่งตรงมาพร้อมภาพข่าวที่เป็นที่ฮือฮาอยู่ช่วงนี้ ภาพแอบถ่ายของกฤตเมธกับสดายุที่ออกมาจากคอนโดของกฤตเมธด้วยกัน ในวันที่ทั้งคู่แวะกลับไปเอาของ ภาพถ่ายหลายช๊อต ทั้งด้านข้าง และด้านหลัง ชัดเจนตรงที่มีโอบไหล่เล็กน้อย ก่อนจะขึ้นรถคันโตของกฤตเมธขับออกไป

สิ้นคำถาม กฤตเมธและสดายุนิ่งไปอึดใจ ขณะนั้นเอง ที่เหล่านักข่าวต่างก็คิดกันไปว่าทั้งคู่คงกำลังหาข้อแก้ตัว และหากเป็นแบบนั้น พวกตนก็พร้อมจะงัดภาพแอบถ่ายอีกหลายชุดขึ้นมาโต้แย้ง ปณิธานตั้งมั่นคือการคั้นความจริง คิดฝังหัวว่าคือจรรยาบรรณ แม้มันจะทำลายชีวิตใครบ้าง พวกนักข่าวหัวเหลี่ยมเหล่านี้ก็พร้อมจะมองข้ามทุกความหายนะ เพื่อข่าวหอมหวานพร้อมเสิร์ฟของตัวเองแล้ว อย่างอื่นมองไม่ค่อยจะเห็น

“ใช่ครับ เราคบกันอยู่”

ทว่าคำตอบที่กฤตเมธตอบออกมากลับเป็นการยอมรับง่ายๆ ราวกับมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย ทำเอานักข่าวบางคนที่กำลังจะหาเรื่องแฉถึงกับเงิบ ใบ้กินปาก ส่วนบางคนที่ตามลุ้นอยู่กลายๆก็แอบส่งเสียงเชียร์เล็กๆ แต่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วขณะเท่านั้นที่ห้องสัมภาษณ์เงียบอึ้งไป พอเหล่านักข่าวตั้งสติได้ ก็เริ่มยิงคำถามกันต่อ พยายามขุดคุ้ยทุกประเด็น ชนิดที่ไม่ยอมให้หมกเม็ดปิดบังสิ่งใดเอาไว้เด็ดขาด

ผู้สื่อข่าว : ไม่กลัวแฟนคลับจะโกรธเอาหรือคะ?

กฤตเมธ : กลัวครับ แต่ผมคงทำอะไรไม่ได้นอกจากขอโทษ และอ้อนวอนให้พวกเขาเข้าใจ หรือถ้าในท้ายที่สุดพวกเขาจะโกรธจะเกลียดผม ผมก็คงทำได้เพียงเจียมตัวและขอโทษซ้ำๆเท่านั้น

ผู้สื่อข่าว : นี่คือเป็นเกย์แล้วปกปิดกันเอาไว้ หรือเพิ่งจะมารู้ตัวคะ?

กฤตเมธ : ไม่ได้ปิดครับ แค่อาจไม่เจอคนที่ใช่เลยไม่รู้ตัวน่ะครับ

ผู้สื่อข่าว : แล้วสดายุคือใช่?

กฤตเมธ : ใช่ครับ

ผู้สื่อข่าว : แล้วมีแผนจะทำยังไงต่อไปคะ?

กฤตเมธ : ก็คงออกไปใช้ชีวิตนอกวงการกันน่ะครับ

ทุกคำถามที่ถูกยิงมา ส่วนใหญ่กฤตเมธจะเป็นคนตอบแทนให้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นข้อตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนแถลงข่าว ว่ากฤตเมธจะขอจัดการทุกอย่างเอง แล้วให้สดายุนั่งเป็นกำลังใจเฉยๆ และนั่นก็เข้าทางสดยุพอดี เพราะโดยปกติชายหนุ่มก็ไม่ใช่คนที่ชอบการมานั่งแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์ในเรื่องใดๆอยู่แล้ว ดังนั้นพอกฤตเมธออกปากจัดการทุกอย่างให้ สดายุจึงไม่อิดออด ตราบใดที่ไม่มีคำถามเจาะจงมาถึงตน สดายุก็จะรูดซิปปากเงียบกริบ นั่งนิ่งเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังกฤตเมธให้สัมภาษณ์ในเรื่องต่างๆ พร้อมคอยส่งแรงใจทางสายตาให้เป็นครั้งคราวก็เท่านั้น

ทว่าในคำถามต่อไปที่แสนจะจี้ใจดำ สดายุก็อดรนทนเป็นคนฟังเฉยๆต่อไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าว : ข่าวที่ว่าคุณหนูชิดจันทร์ออกบวชชีเพื่อหนีความช้ำจากการที่อดีตคนรักอย่างคุณกฤตเมธเป็นเกย์นี่คงมีมูลใช่ไหมคะ?

สดายุ : แค่คุณแม่ที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรเพียงคนเดียวเสียชีวิต ยังไม่น่าเศร้าพอให้คุณชิดจันทร์ออกบวชชีหรอกหรือครับ?

เป็นคำถามน่าโมโหที่สดายุอดจะสอดปากขึ้นมาตอบแทนไม่ได้ และด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง ทำเอานักข่าวคนที่ถามถึงกับหน้าม้านไปหน่อย แต่ก็ยังไม่วาย ยิงคำถามไม่เข้าท่าเข้ามาใหม่

ผู้สื่อข่าว : แล้วที่เคยทีเรื่องกันคราวที่แล้ว เพราะคุณหนูชิดจันทร์แย่งคุณกฤตเมธกับคุณสดายุตามข่าวจริงๆสินะคะ

คำถามไม่เข้าท่าเกินไปเสียจน นักข่าวที่เหลือบางคนถึงกับต้องส่ายหน้าพรืด เพราะเห็นพ้องว่าไม่สมควรถาม

สดายุ : ผมขอปฏิเสธครับ แล้วถ้าพวกคุณจะตั้งคำถามที่ดึงเอาคนตายหรือคนที่ละทางโลกไปแล้วมาเป็นประเด็นเกี่ยวข้องอีก พวกผมเองก็จะไม่ขอตอบครับ ช่วยให้เกียรติพวกเขาด้วย

คำตอบของสดายุที่ออกมาค่อนข้างรุนแรงและฉุนเฉียว ทำเอานักข่าวเจ้าของคำถามคนนั้นนิ่งอึ้งไป จะอ้าปากถามต่อก็คงหมดโควต้าพอดี จึงถูกเบียดอกไปนอกวงข่าว ให้ไปตั้งสติใหม่ในวงนอกกับพวกพ้องของสำนักข่าวตน

เห็นสดายุเป็นเดือดเป็นร้อนแทนตัวขนาดนี้ กฤตเมธที่นั่งฟังอยู่ข้างกันก็อดยิ้มกระหยิ่มใจไม่ได้ คนรักตัวแสบของเขาคนนี้ ช่างน่ารักเกินห้ามใจเหลือเกิน…พอเผลอคิดออกไปแบบนั้น กฤตเมธก็ลอบถอนหายใจกับตัวเองบางๆ

‘เฮ้อ…หลงเด็กจนโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว’

จากนั้นไม่นาน นักข่าวที่เหลือคนอื่นๆก็เริ่มยิงคำถามสัมภาษณ์สดกันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าว : เริ่มคบกันตั้งแต่เล่นภาพยนตร์เรื่อง ‘สุดปลายทางของหัวใจ’ ด้วยกันใช่ไหมคะ?

และพอเห็นว่าเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องแค่กับเขาเพียงสองคน สดายุจึงยอมถอยออกไป เพื่อให้กฤตเมธเป็นคนแถลงไขอีกครั้ง

กฤตเมธ : ครับ…ผมจีบเขาก่อน

ผู้สื่อข่าว : หมายความว่าคุณกฤตเมธเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนเหรอคะ?

กฤตเมธ : ครับ…ทุกอย่างเริ่มที่ผมเอง…

พอได้ตอบคำถามในข้อนี้ ในสมองของกฤตเมธก็เริ่มคิดไปถึงตอนที่เขากับสดายุได้เจอกันครั้งแรก

ทั้งที่ช่วงแรกๆ เขากับสดายุออกจะไม่ชอบหน้ากันด้วยซ้ำ เพราะอคติส่วนตัว ตังแต่ตอนไหนกันนะที่เขาเริ่มจีบสดายุอย่างจริงจัง…

ตั้งแต่จีบได้ จนตกลงเป็นคนรักกันมา เขากับสดายุก็แทบจะตัวติดกันตลอดเวลา ไปไหนมาไหนแบบคู่ปาท่องโก๋ ความสัมพันธ์แบบต้นร้ายปลายดี ยิ่งทำให้ความรักของพวกเขาหนักแน่นขึ้นทุกวัน

รัก...เริ่มต้นจากเขา

และจบลงที่…เรารักกัน

นึกถึงตรงนี้ กฤตเมธก็ยิ้มออกมาน้อยๆ

“ผมรักสดายุครับ รักเท่าที่คนคนหนึ่งจะสามารถรักใครได้ ผมอาจเห็นแก่ตัว แต่ผมรักเขา”

คำตอบของกฤตเมธที่มาพร้อมรอยยิ้มเทพบุตร ทำเอานักข่าวสาวหลายคนอดเขินตามไปไม่ได้ แม้ว่าพวกที่เป็นชายแท้จะค่อนข้างขนลุกกันไปบ้างก็ตาม บางคนถึงกับเบือนหน้าหนี เพราะค่อนข้างผิดหวังกับดาราที่ตนเคยติดตาม

ซึ่งนั่นอยู่ในการคาดเดาของกฤตเมธอยู่แล้ว และที่พูดออกมาทั้งหมดนั้น แน่นอนว่าเขาตั้งใจที่จะประกาศตัวอย่างจริงจัง

จากนั้นก็เริ่มยิงคำถามกันต่อ ด้วยเพราะเวลากระชั้นเข้ามาทุกขณะ


ผู้สื่อข่าว : เอ่อ…เมื่อก่อนที่คุณสดายุเองก็เคยเป็นคาสโนว่า แล้วตอนนี้มาเป็นเกย์ มีข้ออธิบายที่เคลียร์หน่อยไหมคะ?

กฤตเมธ : เกย์หรือไม่ผมเองก็ตอบไม่ได้ แต่ผมรักยุที่เป็นผู้ชาย ก็คงเกย์แหละครับ ฝ่ายยุเองก็คงมีคำตอบเดียวกัน ดังนั้นพวกผมคงเคลียร์ให้ได้เท่านี้แหละครับ

ผู้สื่อข่าว : แล้วครอบครัวทั้งสองฝ่ายว่ายังไงบ้างคะ?

กฤตเมธ : คุณแม่ผมทราบครับ แล้วท่านก็เข้าใจ ทั้งยังยินดีมากที่จะได้รับสดายุดาราขวัญใจไปเป็นลูกในบ้านท่านอีกคน

 ผู้สื่อข่าว : เพราะแบบนี้เลยตัดสินใจออกจากวงการหรือเปล่าคะ?

กฤตเมธ : มันคือความรับผิดชอบที่พวกผมพึงทำครับ

คำว่าความรับผิดชอบที่พึงทำ ทำให้นักข่าวไม่คิดถามต่อ เพราะถือว่าได้ข้อมูลที่เพียงพอในคำถามของทางฝ่ายกฤตเมธแล้ว

ดังนั้นจึงเริ่มมุ่งเป้ามาที่สดายุที่นั่งเงียบอยู่นานบ้าง ด้วยคำถามที่มีเพียงสดายุเท่านั้นที่จะสามารถตอบได้

ผู้สื่อข่าว : เห็นว่าบดินทร์ขอติดตามดนัยไปทำงานที่ต่างประเทศด้วย จริงหรือไม่คะ?

โดยเริ่มจากคำถามที่เกี่ยวข้องกับบดินทร์ ดาราราชาข่าวที่หายสาบสูญ

สดายุ : เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม ผมไม่ขอตอบครับ

แต่ก็โดนสดายุบอกปัดกันโต้งๆ แบบไม่เปิดโอกาสให้ถามย้ำ แน่นอนว่าต่อให้ง้างปากสดายุก็ไม่มีวันเอ่ยถึงบดินทร์ เพื่อนเขากำลังจะไปมีชีวิตใหม่ ไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้  ไม่ต้องการให้ขุดคุ้ยกันอีก

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายโดนยิงคำถามจี้ต่อ

ผู้สื่อข่าว : แล้วข่าวว่าไปส่งบดินทร์ที่สนามบิน ไม่ทราบว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่เป็นยังไง?

สดายุ : ก็ดีนี่ครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปส่ง

ผู้สื่อข่าว : อ้าวแล้วที่เห็นว่าโกรธกัน

สดายุ : แค่ข่าวลือหรือเปล่าครับ ผมไม่เคยบอกนะว่าโกรธดินเขา

ผู้สื่อข่าว : เห็นในคลิปของคุณบดินทร์เขาออกมาขอโทษ…

สดายุ : ผมขออนุญาตไม่ตอบในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณกฤตเมธนะครับ ขอโทษด้วย

สดายุตัดบทเอาดื้อๆ พร้อมกับที่นาฬิกาบอกเวลาว่ากำลังจะครบชั่วโมงในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า  ถึงตอนนี้ ไม่มีผู้สื่อข่าวคนไหนอยากละลาบละล้วงเรื่องของบดินทร์ให้เยิ่นเย้อต่ออีก เพราะต่างก็มุ่งไปที่คำถามสุดท้าย

ผู้สื่อข่าว : เอ่อ ในส่วนที่พวกคุณออกมาเปิดตัวว่าคบกัน ไม่คิดว่าการเปิดตัวแบบนี้จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเหรอคะ?...หลายๆคนลงความเห็นว่ามันไม่สมควร อย่างน้อยก็ไม่ควรแถลงข่าว…

กับคำถามแฝงคำต่อว่ากลายๆว่าสิ่งที่ทั้งคู่ทำอยู่มันช่างไม่เหมาะสม

แต่กฤตเมธก็พร้อมที่จะตอบออกมาโดยไม่ต้องใช้ความคิด ใช้เพียงความรู้สึก และความจริงเท่านั้น

กฤตเมธ : พวกผมรับได้ครับ ไม่ว่าจะร้ายหรือดี…แล้วมันเป็นพวกคุณเองไม่ใช่เหรอครับ ที่เรียกร้องให้ผมออกมาพูด เหมาะสมหรือไม่อย่างไร ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคนครับ ซึ่งพวกผมก็ออกมารับผิดชอบการกระทำของตัวเองแล้ว โดยการออกจากวงการ และผมคิดว่าพวกผมไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรมากไปกว่านี้อีก…พวกผมทำดีที่สุดแล้วครับ

กฤตเมธตั้งใจว่าจะให้คำตอบของเขา เป็นคำตอบสุดท้ายของการสัมภาษณ์ที่ยาวนานหนึ่งชั่วโมงนี้

“ผมรู้ว่ามันไม่สมควร แต่…ผมก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่พวกผมทำอยู่มันผิด”

แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ เพราะทันทีที่กฤตเมธพูดจบ สดายุที่นั่งข้างกันก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นเสียก่อน…

“มันผิดด้วยเหรอครับ ที่เราสองคนจะรักกัน?”

อะไรบางอย่าง ที่ตรึงทุกคนไว้ที่คำพูดยาวเหยียดที่สดายุกลั่นออกมาจากหัวใจ

“ผิดเหรอที่ผมจะรักใครสักคนโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิง ผิดเหรอครับ ที่ผมจะเลือกรักเขา เพียงเพราะเขารักผม เอ็นดูผม ห่วงใย ใส่ใจ และไม่เคยคิดติดใจกับอดีตอันฟอนเฟะของผม รัก…จนยอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับคนอย่างผม เจ็บพร้อมกับผม ทุกข์พร้อมกับผม ดีใจกับผมในทุกครั้งที่ผมได้ดิบได้ดี สุขใจไปพร้อมกับผม คอยปกป้องผมจากทุกอย่างที่จ้องทำร้ายกัน…”

อะไรบางอย่างที่ทำให้นักข่าวบางคน โดยเฉพาะกฤตเมธ แอบมีน้ำตาคลอหน่วย

“ผมผิดเหรอ? ที่จะรักคนที่ผมมีความสุขจนแทบละลายเพียงแค่ได้กอดเขา ผมผิดเหรอ? ถ้าผมจะรักคนที่ผมขาดเขาไม่ได้ แม้แค่เสี้ยววินาที ผมผิดเหรอ? ถ้าผมจะรักคนที่ผมคนนี้พร้อมจะยกทั้งชีวิตที่เหลือให้กับเขา…”

“ผมเคยเหลาะแหละ เหลวไหล ไม่เป็นโล้เป็นพาย พวกคุณก็รู้ ว่าผมเป็นพระเอกที่สันดานเสียแค่ไหน ข่าวฉาวส่งผลให้ผมร่วง ผมอกจากวงการไปเงียบๆ และกลับเข้ามาอีกครั้งทั้งที่ยังเคว้งคว้าง ผมไม่มีใคร…”

“นอกจากพี่บลูม่าผู้จัดการส่วนตัวของผมแล้ว ไม่มีใครเข้าข้างผมเลย ผมยืนอยู่เพียงลำพัง ผมโดดเดี่ยว ผมไม่เหลือใครเลย หรือก็คือ ไม่มีใครเลยมาตั้งแต่ต้น ผมเคว้งคว้าง ผมเหงาทั้งยังแสนทรมาน  และในตอนนั้นเอง พี่เมธก็เข้ามา ในช่วงที่ผมกำลังเจ็บปวดที่สุด เขาอยู่เคียงข้างผม ปลอบประโลมผม ให้กำลังใจ ฉุดรั้ง ผลักดัน จนผมคนนี้ลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง พี่เมธไม่เคยปล่อยมือผม แม้ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายแค่ไหน และไม่เคยทิ้งผมไป ในยามที่ผมต้องการเขาที่สุด…”

“ถ้ามันจะผิด ผมก็ขอรับความผิดนั้นไว้ครับ จะไม่แก้ตัว หรือเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น เพียงเพื่อเหตุผลเดียว คือการได้รักเขาต่อไป ถ้ามันจะผิดเพียงเพราะผมรักคนที่เขารักผมหมดหัวใจล่ะก็ ผมก็พร้อมที่จะแบกรับความผิดนั้นไปจนตาย…เพราะผม…รักพี่เมธครับ”


“ได้โปรด…ให้ผมได้รักเขา”

เสียงของสดายุกังวานก้อง ทุกคำทุกประโยคชัดถ้อยชัดคำไม่มีเสแสร้ง จบคำพร้อมกับเวลาในการให้สัมภาษณ์ที่หมดลงอย่างพอดิบพอดีเช่นกัน จากนั้นไม่นาน เหล่าการ์ด และเจ้าหน้าที่ที่สุริยาวดีเตรียมไว้ ก็เข้ามาจัดการพาตัวของกฤตเมธและสดายุออกจากห้อง

ก่อนไปกฤตเมธและสดายุกล่าวลานักข่าวเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่คนทั้งห้องยังคงเงียบกริบ เขาทั้งคู่ไม่ได้เดินจับมือ หรือโอบไหล่ หรือทำอะไรที่แสดงว่ารัก แค่เดินตามกันออกไปเงียบๆ ก็เห็นได้ประจักษ์ว่าความรักวนเวียนรอบตัวของทั้งคู่อยู่แล้ว

ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงปรบมือของใครคนหนึ่งดังขึ้นเบาๆ จากนั้นก็ลามไปเรื่องๆราวกับตัวโน๊ตต่อเนื่อง จนในที่สุดแล้วก็ดังเกรียวไปทั้งห้องแถลงข่าว จนทั้งกฤตเมธและสดายุยังต้องหันไปมอง เหล่านักข่าวที่ยืนปรบมือให้พวกเขาโดยไม่ได้พูดอะไร

...แค่ปรบมือ



 :L1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2015 03:33:08 โดย อนาคี99 »

ออฟไลน์ อนาคี99

  • อยากให้ชีวิตมีปุ่ม SKIP
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 399
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-3
    • อนาคี99เพจ
 :n1:


การแถลงข่าวจบลงด้วยดี 1 ชั่วโมงเต็มวันนั้น เป็น 1 ชั่วโมงที่มีค่า ไม่ว่านักข่าวหรือใครจะคิดยังไง แต่สำหรับกฤตเมธและสดายุแล้ว มันคือ 1 ชั่วโมงที่มีค่าที่สุด ทั้งคู่เดินออกจากห้องมา มุ่งตรงต่อไปเบื้องหน้า พร้อมๆกับที่สายโซ่หรือเส้นเชือกที่ติดตรึงร่างของพวกเขาไว้ เริ่มสลัดหลุดไปทีละเส้น ทีละเส้น จนทั้งร่างของทั้งคู่เบาหวิว และเป็นอิสระ

แม้จะยังเหลือเยื่อเชือกพันธนาการแขนขาอยู่อีกเล็กน้อย แต่ในสักวันมันคงอันตรธานหายไปจนสิ้นแน่ ต่อแต่นี้ไป กฤตเมธและสดายุ จะไม่ใช่หุ่นเชิด ที่ต้องแสดงตามบทบาทใดให้ใครดู ไม่ต้องสวมหน้ากากให้ใครเห็น จากนี้ไปคือตัวของตัวเอง คือตัวตน คือจิตวิญญาณ คือตัวจริง...



หมับ…

หลังสัมภาษณ์เสร็จและเคลียร์ทุกอย่างกับทางสุริยาวดีจนเสร็จสิ้น พอหลุดออกจากตึกมาได้เท่านั้น สดายุก็ถูกกฤตเมธรวบไปกอดแน่น

“เฮ้ลุง? นักข่าวอยู่กันเต็มตึก เดี๋ยวก็ได้ขึ้นหน้าหนึ่งพรุ่งนี้หรอก” สดายุบ่นอุบ แต่ก็ไม่ได้ผลักไสอ้อมแขนของกฤตเมธแต่อย่างใด

“ไม่ต้องกลัว แค่สัมภาษณ์วันนี้ก็ขึ้นหน้าหนึ่งทุกฉบับอยู่แล้วล่ะ พระเอกดังสองคนประกาศตัวเป็นเกย์ แถมยังได้กันเองอีกน่ะ”  นอกจากจะไม่ระคายที่โดนบ่นว่าแล้ว กฤตเมธยังเถียงจ้อยๆอีก ทั้งยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากสดายุด้วย

“ถึงบ้านก่อนค่อยกอดก็ได้นี่ มีอะไรหรือเปล่าเนี่ยลุง?” เห็นว่ากฤตเมธยิ่งกอดแน่น แถมวงแขนยังสั่นน้อยๆ สดายุเองก็เริ่มออกอาการเป็นห่วง สองแขนผอมบางพยายามผลักร่างของกฤตเมธออกจากตัวเบาๆ เพียงเพื่อจะมองว่าคนรักเป็นอะไรกันแน่

“พี่รักยุนะ”

ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มพร่า ก็กระซิบรักข้างหูอย่างแผ่วผิว แม้จะบางเบา แต่ทว่าหนักแน่น เพียงแค่นี้สดายุก็สัมผัสได้แล้วว่ามันคือเรื่องจริง “…อืม…ก็รู้อยู่แล้ว” จึงตอบออกไปบ้าง พร้อมสวมกอดร่างหนาล่ำและอบอุ่นของกฤตเมธออกไปเช่นกัน เพื่อรองรับพลังแห่งรัก ที่กำลังจะถาโถมเข้าใส่ในไม่ช้า

“พี่สัญญาว่าจะอยู่กับยุตลอดไป ไม่ทิ้งให้ยุต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว…ฮึ่ก” แค่เพียงถูกกอดกลับ ความรู้สึกมากล้นของกฤตเมธก็ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป ผู้ชายแท้ๆ ตัวโตแท้ๆ แต่ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

หยดน้ำอุ่นไหลเผาะแผะลงบนไหล่บางของคนรักไม่ขาดสาย

ไม่ได้เสียใจ แต่กำลังตื้นตัน

ตื้นตันจนไม่อาจห้ามความรู้สึกรักมากล้นไว้ได้อีกต่อไปแล้ว ตื้นตันเหลือเกินที่วันนี้ได้ยินความรู้สึกที่แท้จริงของคนรักที่แสนจะปากหนักอย่างสดายุ ทั้งที่ทำใจไว้นานแล้ว ว่านอกจากคำว่ารักแล้ว อีกฝ่ายคงจะไม่มีทางพร่ำเพ้อบริบทอื่นๆให้ได้ฟัง

ทั้งๆที่ยังไม่ได้เตรียมใจ วันนี้กลับถูกถ้อยคำเหล่านั้นโจมตีจนแทบจะเข่าอ่อน ‘ได้โปรด…ให้ผมได้รักเขา’ คำอ้อนของสดายุช่างแสนหวานล้ำ ช่างชุ่มฉ่ำในหัวใจราวกับหยาดน้ำฟ้า

“ได้โปรด…ให้พี่ได้รักยุตลอดไปนะ”  เพราะคำอ้อนของสดายุยังก้องอยู่ในหัว กฤตเมธจึงเผลออ้อนออกมาบ้าง พร้อมเสียงสะอื้นเบาๆ

“…หึหึ…ใครห้ามกันเล่า อยากรักก็รักไปสิ…” และสดายุเองก็ไม่มีทางปฏิเสธ “รักไปจนแก่หัวหงอก หนังเหี่ยว หนังเหนียว ผมก็ไม่ได้ห้ามพี่สักคำเลยนะ…” แถมยังช่วยสำทับให้รักกันไปนานๆอีกด้วย

“หึหึ แก่แล้วนะลุง อย่าขี้แยสิ” แต่ดูเหมือนยิ่งโอนอ่อน กฤตเมธจะยิ่งร้องไห้หนัก จนสดายุอดจะสรรพยอกออกไปไม่ได้ ทั้งที่ตัวสดายุเองก็เริ่มมีน้ำตาคลอหน่วย

“…ขอบคุณนะยุ…ที่รักพี่…”

“ขอบคุณพี่เมธเหมือนกัน…ที่รักยุ”


สองร่างยังคงกอดกันนิ่งอยู่แบบนั้น เพื่อปลอบประโลมซึ่งกันและกัน

และเพื่อให้คำมั่นสาบานว่าจะเป็นของกัน ตลอดไป…


.
.
.
.
.
หลังการแถลงข่าวผ่านไปได้ไม่ถึงวัน กระแสสังคมถาโถมโจมตีใส่กฤตเมธและสดายุราวกับน้ำบ่า คอมเม้นท์ในโลกโซเชียล ทั้งข่าวสารที่ออกมาทุกช่องทางการสื่อสาร ถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นน้ำจริงๆ ป่านนี้คงท่วมหัวกฤตเมธและสดายุตายไปแล้ว

 จากนั้น ชีวิตทั้งสัปดาห์หลังการแถลงข่าว ทั้งกฤตเมธและสดายุแทบจะออกจากห้องไม่ได้ ถึงขนาดต้องสั่งอาหารขึ้นมาทานที่ห้องกันสองคน เพื่อกบดานจากโลกภายนอก ไม่ได้กลัวหรอก แต่เพราะถึงจะเคยประกาศไปแล้วว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ก็ยังคงมีนักข่าวรายย่อย ปาปาราซซี่มาคอยตามเฝ้าตามตื้อจนน่ารำคาญ  แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้คิดจะแจ้งความหรือทำอะไร แม้ว่าทางสุริยาวดี จะพร้อมช่วยแจ้งความ หรือส่งการ์ดมาคอยดูแลให้ แต่ทางผู้เสียหายอย่างกฤตเมธและสดายุกลับยืนกรานปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ไม่อยากให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต เพราะหากเกิดมีเรื่องมีราวกันขึ้นมาจริงๆ คงไม่จบง่ายๆแค่ลงบันทึกประจำวัน ดีไม่ดี เขาทั้งคู่อาจถูกลากไปแถลงข่าว ออกสัมภาษณ์สื่อจนวุ่นวายกันไปไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นในท้ายที่สุดแล้ว กฤตเมธและสดายุจึงตัดสินใจกบดานเงียบๆอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนไปดีกว่า หากนักข่าวเหล่านั้นยังคงมีสำนึก มีจรรยาบรรณอยู่บ้าง อีกไม่นานก็คงรามือกันไปเอง

ในด้านของครอบครัวที่อาจตกเป็นเป้า ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าเป็นห่วงนัก เพราะคุณแม่กรพิณน์ไปดูงานที่ร้านอาหารไทยสาขาญี่ปุ่น ที่คงอยู่ยาวเป็นเดือน เพราะเป็นสาขาใหม่ที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน ส่วนในด้านครอบครัวของสดายุ ก็คงต้องใช้เวลาสืบเสาะกันนานหน่อย เพราะตั้งแต่เข้าวงการมา พระเอกคาสโนว่าตัวร้ายอย่างสดายุยังไม่เคยเปิดตัวครอบครัวเลยสักครั้ง

น่าเป็นห่วงหน่อย ก็ตรงที่ค่อนข้างจะเกรงใจสุริยาวดี กับบลูม่า ที่ต้องออกหน้ารับนักข่าวไม่เว้นแต่ละวัน แต่ถึงกระนั้นทั้งสุริยาวดี และบลูม่ากลับไม่ค่อยสะทกสะท้านกับการให้ข่าวสักเท่าไหร่ ออกจะเก่งกาจในการโอ้โลมโน้มน้าวเหล่าผู้อยากรู้อยากเห็น  ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ให้เริ่มคล้อยตามความรักไม่มีเพศของกฤตเมธและสดายุ ว่าช่างดีงาม ช่างบริสุทธิ์ เล่นเอากฤตเมธและสดายุแทบอยากหาของไปสักการะทั้งคู่เหลือเกิน

พอหมดห่วงเรื่องคนรอบข้าง  กฤตเมธและสดายุจึงแสนจะเพลิดเพลินกับการหมกตัวอยู่แต่บ้านไม่น้อย รังรักเล็กๆ ที่แค่มีกันและกันก็ไม่มีเบื่อ ทั้งพอมีเวลาอยู่กันมากขึ้น สองคนก็เริ่มมีโครงการทำโน่นทำนี่ หาอาชีพ หาเงิน ตกลงกันเรื่องงานเลี้ยงแต่งงานเล็กๆ หาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เพราะหลังจากกลับจากมัลดีฟส์มาเขาทั้งคู่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันเลย

ถึงจะเข้าโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ แต่สดายุก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสิงสู่อยู่ในกระทู้ข่าวที่เกี่ยวกับตัวเองสักเท่าไหร่นัก แอบดูแอบอ่านทีไรเป็นต้องโดนกฤตเมธเอ็ดใส่เสียทุกที โดยเฉพาะยิ่งต้องหมกตัวอยู่ด้วยกันในห้องแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่างนี้ด้วยแล้ว สดายุเลยยิ่งโดนคุมเข้ม…

แต่ในวันนี้ สดายุได้รับอนุญาตให้เสพสื่อเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่

กระทู้เก่าใหม่ กระทู้ไหนเด่น กระทู้ไหนดัง สดายุสามารถกวาดมาเสพได้หมดแบบ non-stop

และแต่ละความดิดเห็นก็ช่างโหด มัน ฮา ดีเหลือเกิน…



ขยะแขยงว่ะ แม่งกูอุตส่าห์ติดตามมาตั้งนาน เสือกเป็นเกย์ ค_ย เอ้ย

กรี๊ด! รับไม่ได้

สัด!!พี่เมธสายเหลือง!!??

ขุดทองละเว้ยเฮ้ย 555+

ผลัดๆกันไป ขี้คล่องกันเลยสิพวกมึง ฮ่าฮ่า

สดายุนี่ เมื่อก่อนเป็นคาสโนว่าไม่ใช่เหรอ เชี่ยมากอ่ะ เป็นเกย์แท้ๆ หลอกฟันชะนีบังหน้า เลว!

พี่เมธไม่น่าเลย

เล่นหนังแล้วได้กัน หรือได้กันก่อนเล่นหนังวะ?

เกลียดมาก........มันไม่เหมาะสมมากครับที่ออกมาแถลงข่าวเปิดตัวอะไรนี่ มันแย่นะ สังคมจะเป็นยังไงต่อไป เป็นคนของประชนแท้ๆ แต่ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี เล่นหนังเกย์ แล้วยังเป็นเกย์อีก วิปริตแบบนี้ รับไม่ได้ครับ

มนุษย์เราเกิดมา มันเลือกเกิดไม่ได้ค่ะ เกย์ไม่ใช่โจรนะคะ  เขาก็คือคนคนหนึ่ง ก็เหมือนเพศชายเพศหญิงทั่วไป การที่เขาเป็นดาราแล้วรักกันมันผิดตรงไหนเหรอคะ ในเมื่อพวกเขาก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครเสียหน่อย

เขาก็ประกาศขอถอนตัวจากวงการเพื่อรับผิดชอบการกระทำของตัวเองแล้วไง จะขุดคุ้ยอะไรนักหนา ในส่วนตัวเราคิดว่าความจริงแล้วกฤตเมธกับสดายุไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นแท้ๆ เป็นเกย์ไม่ได้เกี่ยวกับฝีมือทางการแสดงนี่ ถึงยังไงฝีมือกับหน้าหล่อๆนั่นก็คือความจริงล่ะ ยังให้ความสุขกับแฟนคลับได้ตั้งเยอะ ไม่เข้าใจพวกแอนตี้เลยจริงๆ

ตุ๊ดเกย์แม่งเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ตุ๊ดจะครองโลก

ตุ๊ดครองโลกพ่อง! ตุ๊ดหนักหัวพ่องมึงเหรอ!?

กลับมาได้ไหม? เมียยังรออยู่นะ

ให้สัมภาษณ์ได้กินใจมากเลยค่ะ ซาบซึ้งในความรักของพี่ทั้งสองคนสุดๆ ความรักของพวกพี่มันช่างเลอค่ามากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ

มันก็สิทธิ์ของเขา เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่

อ้าว? ค้นพบตัวเองตอนแก่กันเหรอวะ

จะเป็นอะไรก็ช่าง ฉันชอบพวกคุณที่ผลงานค่ะ

เรื่องของเขาป่าววะ จะไปเผือกกันทำไมนักหนา

กรี๊ด!! พี่เมธผัวกู #ร้องไห้หนักมาก

เป็นดาราดังแท้ๆ น่าจะมีหัวคิดหน่อยนะ ออกมาเปิดตัวกันแบบนี้ ไม่คิดว่าจะเป็นภาระทางสังคมบ้างเหรอ เด็กเล็ก แฟนคลับวัยรุ่นก็เยอะนะ แทนที่จะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี เลิกสนับสนุนครับ รับไม่ได้!

โถ อีพวกโลกสวย ดีออก!!

วงการนี้เหลือชายแท้บ้างไหมวะ?

เขาเป็นเกย์แล้วไปหนักหัวพวกมึงเหรอ ด่าเขาจัง ทำได้อย่างเขาป่าววะ สึด!

เป็นเกย์แล้วไง ไปปี้กันบนหัวพวกมึงเหรอ!?

ชอบผลงานค่ะและจะติดตามตลอดไป สู้ๆนะคะ

‘ผิดด้วยเหรอครับ ที่ผมจะรักใครสักคนโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิง’ พูดได้เจ๋งมากครับ ผมนับถือน้ำใจเลย

ตัวจริงพี่ๆเขานิสัยดีจะตาย ต่อให้เป็นอะไรพวกเราก็ยังรักค่ะ

ฟินอ่ะ#สมาคมชายเหนือชายคือยอดชาย

สดายุพูดได้ดีมากครับ ผมฟังยังน้ำตาจะไหล เป็นกำลังใจให้นะครับ

ฝ่าฟันกันไปให้ได้ รักกันไปนานๆนะคะ

ชอบผลงานครับ เป็นเกย์ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แค่เป็นคนดีก็พอแล้ว # เป็นกำลังใจให้ครับ

ฟินตัวแตก…




กระแสตอบรับมีทั้งร้ายดี มีทั้งเชียร์ทั้งแช่ง แต่สดายุก็ไล่อ่านมันทุกอัน เพื่อรับรู้ไว้ แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะเก็บมาใส่ใจ เพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ที่เขาจะให้ความสนใจในเรื่องนี้

อ่านจบทุกตัวอักษร สดายุก็วางมันลง ปิดเครื่อง แล้วยัดใส่ในกระเป๋าสะพายใบย่อม ขณะที่ได้ยินเสียงกฤตเมธเรียกขานปาวๆ ว่าได้เวลาเดินทางไกลกันแล้ว

สดายุขานรับ พร้อมก้มตรวจกระเป๋าตัวเองดูอีกครั้ง กระเป๋าสตางค์ 2 ใบ พาสปอร์ต 2 เล่ม และ ตั๋วเดินทาง 2 ใบ ครบพร้อมเดินทาง แอบบ่นไม่ได้ว่าตัวเองยิ่งเป็นคนหละหลวมอยู่ ทำไมกฤตเมธถึงชอบเอาของสำคัญมาฝากไว้กับเขาทุกทีด้วยก็ใม่รู้

ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่อ่านความคิดเห็นในกระทู้ข่าวเหล่านั้นแล้วเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แอบดีใจกับเสียงเชียร์พร้อมข้อความให้กำลังใจไม่น้อย แต่แทบไม่รู้สึกอะไรเลยกับคำดูแคลนก่นด่า โดยเฉพาะในส่วนของตัวเขาเอง จะระคายใจก็ตรงกระแสแอนตี้กฤตเมธที่เขาอดเจ็บปวดไปด้วยไม่ได้

แต่…ถึงตอนนี้แล้ว จะอะไรก็ช่างมันเถอะ สดายุคนนี้ไม่ขอรับรู้อะไรอีกแล้ว…ช่างแม่ง

หลังตรวจสอบเรียบร้อยเห็นว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง สดายุก็ลากกระเป๋าเดินทางใบน้อยของตัวเองออกจากห้อง สมทบกับกฤตเมธที่รออยู่ในห้องรับแขกกับบลูม่า สารถีคนสำคัญที่จะพาเขาสองคนไปส่งที่สนามบิน เห็นว่าพร้อมแล้ว ทั้งสามก็ช่วยกันขนของออกจากห้องน้อยของสดายุ

ลาทีความวุ่นวาย กฤตเมธและสดายุตัดสินใจว่าจะไม่อยู่เมืองไทยกันสักพัก เอาค่าตัวที่ได้จากการเล่นหนังบวกเงินเก็บ ลงขันกันไปเที่ยวที่ต่างๆ ตามที่วางแผนกันเอาไว้ โดยที่แรกก็คือ มัลดีฟส์ที่ที่เป็นจุดกำเนิดแห่งรักของพวกเขา

ทิ้งความจริงไว้เบื้องหลัง เพราะจากนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาที่แสนสุขและน่าจดจำสำหรับเขาทั้งคู่แล้ว

สดายุยิ้มร่าตอนปิดห้องล็อคกุญแจดังกริ๊ก

โลกไม่เข้าข้างพวกเขาก็ช่างโลกสิ แค่มีกฤตเมธยืนข้างกันสดายุก็มีความสุขมากแล้ว แถมยังไม่ใช่แค่นั้น กฤตเมธยังมีครอบครัว และสดายุเองก็ยังมีผองเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ยังรักและคอยผลักดัน ความสุขจึงแสนจะเหลือเฟือ จนไม่ต้องดิ้นรนแสวงหา

อยู่ใต้ฟ้าจะกลัวอะไรกับฝน เป็นคนในสังคมจะมัวกลัวไปทำไมกับอีแค่คำติฉินนินทา เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่นานเขาก็ลืมกัน

เลือกอยู่กับความเป็นจริงตรงหน้า แล้วก้าวไปอย่างอิสระดีกว่า

ลาก่อนความวุ่นวาย

สัญญาเลย ว่าจะมีความสุขจนโลกอิจฉาให้ดู



 :n1:

**********************************************
กะจะมาแค่ 2 เบิ้ลเป็น 4 reply อีกจนได้ เฮ้อ...ยาวจริงจัง จนปวดไต
ฉลอง 200 โพสต์ อิอิ อัพไซส์เป็นเด็กช่างแว้ววว ฮิ้ววว!!

ขอบคุณสำหรับคำอวยพร 2nd Year Anniversary นะคะ จุ๊บๆๆๆ
และต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่มาไม่ทันวันที่ 23 ช่วงนี้
เพราะภาระงานหลวงเยอะเหลือเกินค่ะ
ชนิดที่ว่าเสาร์อาทิตย์แทบไม่ได้พัก
ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงเข้าขั้นหืดหนัก แฮ่กๆๆ

ขอบคุณทุกกำลังใจและการรอคอยนะคะ
เป็นนักเขียนแก่ๆ ขี้ข้ายุ่น ที่พยายามทำทั้งงานหลัก
และรักทั้งงานอดิเรก อาจขาดหายไปบ้าง
แต่ยังรักท่านผู้อ่านทุกคนเหมือนเดิมนะจ๊ะ
และจะพยายามต่อทุกเรื่องให้จบให้ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ
(คิดถึงสมัยสาวๆ ที่มีเวลาเหลือเฟือจังเลย TT^TT)

ปล. เหลือตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายแล้วจ๊า
แต่จะกี่ reply นี่ยังไม่อาจพยากรณ์ได้
บอกได้เลยว่าเกิน 5! อิอิ

ปลล.ถึงน้องสาวคนสวย พี่ขนไส้อั่วมาฝากแล้วนะ…
แต่พี่ก็ดันเผลอกินไปซะแล้ว พี่ขอโต๊ด…TT^TT

ปลลล. ตามความเคลื่อนไหวของคนเขียน ว่ามันหายหัวไปไหนได้ที่เพจนะจ๊ะ
อนุญาตให้ตามจิกได้สารพัดเลยค๊า อะเชิ๊บ อะเชิ๊บ…

ขอบคุณที่ติดตามค๊า
อนาคี 99 # Thearboo

**ขออนุญาต กลับไปปั่นพจมานหน่อยนะคะ หายหัวมาจะครบเดือนแล้ว TT^TT ฮรือออ…



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2016 17:42:20 โดย อนาคี99 »

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ดีจัง

พี่เมธกับยุ ขอให้มีความสุขมากๆ

ปล.อัพรูปคู่ลง IG บ้างเน้อ


อินนนนน  555555

ออฟไลน์ nekko

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +422/-4
ยินดีกับพี่เมธน้องยุมากๆๆๆๆๆๆๆๆ :heaven

 :กอด1: :L2: :pig4:

ออฟไลน์ Min*Jee

  • เอวรี่ติงจิงกะเบล
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-5
ซาบซึ้งตรึงใจ ถ้าตั้งกระทู้ในพันทิพจะไปสมัครแล้วให้กำลังใจรัวๆ
ขอให้ทั้งคู่มีความสุขนะคะ รอตอนต่อไปปปปปป

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ Acacha

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-2
ฟินนนนน
จบแฮปปี้มีความสุข  :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Ice_Iris

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0

ซาบซึ้งกับความรัก

แบบท่วมท้น

รักท่วมใจเลยขอรับ

ขอเวลาฟินแปป

 :impress3:




ออฟไลน์ ooomukooo

  • AngieAngel
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
    • AngieAngel
ชอบมาก  :katai2-1: รอของน้องดินน่ะค่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ ka[ze]na

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-6
รักเธอ~~~~ สนุกมากๆๆๆๆๆ

+1 ให้กับบทเผ็ดแซ่บของพี่เมศ

ออฟไลน์ Kfc_Pizza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1

ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
อ่ะฮิ้ว แอบซึ้งสดายุตอนพูดน้ำตาคลอเลย เดี๋ยวนักข่าวก็ไปขุดคุ้ยเรื่องอื่นอีกมากมายเอง

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
โอ้ยยย เห็นความหวานของคู่นี้แล้ว อยากขอเกาะล้อเครื่องบินไปมัลดีฟด้วยจังเลย ทะเลหวานแน่ๆ

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
นักข่าวนี่ก็จริงๆกันเลยน้อออออ
เป็นกำลังใจให้พี่เมธกับน้องยุ
น่าใจหายที่ตอนหน้าจะจบแล้ว แอร๊ยยย

ขอบคุณคนเขียนมากค่าาา

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
ตอนนี้มีทุกอารมณ์ มันเริ่ดมากกก บอกเลยยยย

ยินดีกะทั้งคู่ด้วยจ้าาา

ออฟไลน์ me12inzy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
อยากตีพวกที่มาว่าพี่เมธน้องยุ เกลียดดด

ทั้งสองคนพูดได้ดีมากๆ ขอบคุณพี่เมธน้องยุและอนาคีนะคะ รักเรื่องสุดๆเบย :katai2-1:

ออฟไลน์ GintoniC

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
จะไปฮันนีมูลกันแล้วใช่ไหม เจอเรื่องหนักๆ ก็ไปพักใจ ตอนหน้าหวานฉ่ำเลยอ่ะจิ :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด