<< OnLy Love Is ReaLให้รักนำทาง >>
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: << OnLy Love Is ReaLให้รักนำทาง >>  (อ่าน 68558 ครั้ง)

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove
<< OnLy Love Is ReaLให้รักนำทาง >>
« เมื่อ16-04-2014 23:36:15 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ

เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบกรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ
ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับhttp://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่


1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด


3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
     

7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
     

7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
     

7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป


11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป


12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด


13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ


14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ


15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2016 15:21:50 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                              Only Love Is Real

                                 ให้รักนำทาง

                                บทที่ 1 ก้องภพ


พ.ศ.2507

ขวดนมขวดน้อยตั้งอยู่ไกลเกินไป มือน้อยๆที่อยู่ในเปลนั้นเอื้อมไปไม่ถึง

เพียรพยายามไขว่คว้าเท่าใดก็ไม่ได้ผล ซ้ำร้ายเปลนั้นเอียงจนแทบจะพลิก

เด็กน้อยตัวขาวอ้วนกลมหน้าตาหล่อเหลาตั้งแต่วัยสามขวบ แทบจะทนไม่ไหวด้วยความหิว

ดวงตาชั้นเดียวยาวรี เพ่งมองไปที่จุดหมาย ก่อนกำหนดจิตใจให้ตั้งมั่น

ขวดนมขวดน้อย ค่อยๆ ขยับตัวเอียงไปมาเล็กน้อย แล้วขยับมาข้างหน้า

เลื่อนมาอย่างช้าๆ จนสุดปลายโต๊ะ เอียงขวดจนแทบจะหล่นร่วง

แต่พอสุดขอบขวด มันกลับยกตัวลอยขึ้นมา ลอยมาด้วยตัวเอง!!

จนแทบจะไขว่คว้าไว้ได้ ประตูห้องก็เปิดออก คนเป็นพ่อยืนอยู่หน้าประตู

เด็กน้อยหันไปมองคนเป็นบิดา สูญเสียสมาธิ

ขวดนมที่ลอยละล่องกลางอากาศพลันร่วงหล่นลงพื้น







ธันวาคม พ.ศ.2528

มอเตอร์ไซค์แฟนธอมคันใหญ่ส่งเสียงกระหึ่มเตือนมาก่อนที่ตัวรถจะเลี้ยวโค้งอย่างสง่าผ่าเผยมาจอดที่

ลานจอดรถข้างกองปราบ อันเป็นที่ประจำของผู้เป็นเจ้าของรถ ซึ่งใครๆที่ทราบกิตติศัพท์ ต่างไม่กล้าที่

จะมาจอดในช่องนี้

ผู้เป็นเจ้าของถอดหมวกกันน็อคสีดำทรงเท่ห์ห้อยไว้ที่แฮนด์รถ แล้วส่องกระจกดูใบหน้าตนเอง ภาพที่

สะท้อนมานั้นคือหนุ่มวัยยี่สิบสี่ ผิวขาวใส ใส่แว่นเรแบนด์สีน้ำตาลเข้ม ไว้ผมรองทรงที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย

เขาถอดแว่นตาออกแล้วเสียบมันกับสาบเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีแดงดำตัวโปรด เผยให้เห็นดวงตาชั้นเดียว

ยาวรี แต่คมกริบ ก่อนยกมือขึ้นมาแต่งทรงผมให้เข้ารูป

ยิ้มให้กับตัวเองในกระจกรถเมื่อพึงพอใจกับหน้าตาวันนี้ที่เข้าที่เข้าทาง ห่างหายจากหนวดเครา

กลายเป็นหนุ่มหน้าใสคนหนึ่งที่บอกใครก็ไม่เชื่อ ว่าเขาคือนายตำรวจกองปราบหน้าใหม่อนาคตไกล

ร.ต.ต.ก้องภพ เกรียงไกร หรือฉายาในวงการคือ “สายสืบพญายม”

ผู้หมวดหนุ่มตวัดขาลงจากรถมอเตอร์ไซคันใหญ่ เดินผิวปากเข้าไปในที่ทำงานอย่างอารมณ์ดีที่เมื่อวานนี้ปิด

คดีสำคัญสำเร็จไปอีกหนึ่ง เพื่อนร่วมงานต่างทักทายแสดงความยินดีกันอย่างเกรียวกราว

เดินไปนั่งที่โต๊ะประจำตัวพลางเอื้อมมือไปเปิดเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต มีเทปเพลงโปรดที่กำลังฮิตใส่ไว้

อยู่แล้ว เสียงเพลงส่งเสียงเบาๆ ผู้เป็นเจ้าของยกสองเท้าขึ้นพาดไว้กับโต๊ะ ใช้สองมือประสานที่ท้ายทอย

ทอดอารมณ์ตามเพลง





เจ้าบินไปแห่งใดนกเจ้าบินไปแห่งใด

ฝากไปทีได้ไหมนกเจ้าวานนำข่าวไป

ถึงคนที่ฉันเฝ้าคอย คอยด้วยความปวดร้าวใจ

หากเจอเขาเจ้าจงบอกเถิดหนา

อย่ารอช้ารีบเอื้อนเอ่ยเร็วพลัน

บอกว่าฉันคอยรัก คอยรอ คอยพะนอเฝ้ารอทุกวัน
 

เจ้าบินไปแห่งใดนกเจ้าบินไปแห่งใด

ฝากไปทีได้ไหมนกเจ้าวานนำข่าวไป

ถึงคนที่ฉันเฝ้าคอย ๆ ด้วยความปวดร้าวใจ
 
 เจ้าบินไปแห่งใดนกเจ้าบินไปแห่งใด

โปรดนำคำพูดไปนกเจ้าวานนำติดไป

ถึงคนที่ฉันเฝ้าคอย คอยด้วยความปวดร้าวใจ

บอกให้เขาคืนหวนกลับมาหาปลอบวิญญาให้ไออุ่นแก่ฉัน

อย่าทอดทิ้งให้ฉันเดียวดาย จงคืนมาแนบใจนิรันดร์
 
 เจ้าบินไปแห่งใดนกเจ้าบินไปแห่งใด

โปรดนำคำพูดไปนกเจ้าวานนำติดไป

ถึงคนที่ฉันเฝ้าคอย คอยด้วยความปวดร้าวใจ

ถึงคนที่ฉันเฝ้าคอย คอยด้วยความปวดร้าวใจ


(ใจคนคอย/กุ้ง ตวงสิทธิ์ เรียมจินดาและวงเพื่อน 2528)






ชายหนุ่มยิ้มให้กับตัวเอง ชอบเพลงนี้ก็จริง แต่กลับยังคงไม่ซึ้งถึงความหมายชัดแจ้ง ในเมื่อชีวิตนี้ยังไม่

เคยต้องคอยใคร

รูปร่างหน้าตาอย่างเขา รวมไปถึงการศึกษาที่จบจากนายร้อยตำรวจด้วยคะแนนสูงสูด เท่านี้ก็เพียงพอที่

หญิงสาวทั้งหลายพร้อมที่ทอดสะพานให้เขาเดิน

แล้วเขาก็ไม่โง่พอที่จะหักสะพานเหล่านั้นเสียด้วย จึงเป็นที่ร่ำลือถึงความเจ้าชู้ของผู้หมวดหนุ่มคนนี้

แต่กลับไม่มีใครที่สามารถพิชิตใจเขาได้ มีแต่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป หัวใจของเขากลับไม่เคยรู้จักคำว่า

“รัก

เพลงรักเพลงอกหักหลายต่อหลายเพลงจึงไม่อินในหัวใจ ฟังได้เพราะความไพเราะ

หาใช่เพราะความกินใจไม่

แล้วอย่างนี้จะเรียกเขาว่า “สายสืบพญายมผู้ไร้หัวใจ” ได้หรือไม่

ก้องภพถามตัวเอง







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-04-2014 23:50:37 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove

                              Only Love Is real

                                  ให้รักนำทาง

                                 บทที่ 2 ลางสังหรณ์


กระแสบางอย่างสว่างวาบแล่นมาตามปลายประสาทมาจุดระเบิดที่สมอง ส่งผลให้ผู้หมวดหนุ่มเจ็บจี๊ด

ราวกับเข็มปลายแหลมมาทิ่มตำ เปลือกตาข้างขวากระตุกรุนแรงจนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นปิดตาไว้

รู้สึกใจหายไม่ทราบสาเหตุเหมือนตกจากที่สูง เป็นลางสังหรณ์ที่คอยเตือนภัยมาตั้งแต่จำความได้ แต่ครั้ง

นี้มันกลับรุนแรงชวนให้หวาดหวั่นอยู่ในใจ ราวกับเหตุข้างหน้าที่ต้องเจอมันคือหายนะยิ่งใหญ่

ลางสังหรณ์เตือนภัยได้ แต่ไม่อาจบอกเหตุล่วงหน้าได้ ว่าสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดมันคืออะไร ชายหนุ่มจึงได้

แต่ต้องคอยระวังภัยไปทุกเรื่อง และทุกครั้งที่รู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก

บางครั้งบางคราวก็รู้สึกเป็นเป็น “กรรม” เสียมากกว่า ที่เกิดมาแล้วมีคุณสมบัตินี้ แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อสิ่ง

ติดตัวเหล่านี้เป็น “กรรมพันธุ์”

เกริก ผู้เป็นบิดาได้เรียกเขาไปพูดคุยเรื่องคุณสมบัตินี้ และภาระหน้าที่ของตระกูลที่ตกทอดกันมาหลาย

ชั่วอายุคน ถึงความพิเศษของ “พลังจิต” ที่มี



“มันไม่ได้เอาไว้โชว์งอช้อนงอส้อมอย่างที่ คนที่มีเพียงน้อยนิดจะเอาไปโอ้อวดออกทีวี”       

พ่อบอกเขาอย่างนั้น

“แต่สำหรับตระกูลเรา ผู้เป็นชายจะสืบทอดกันมาเพื่อให้เอาไว้ต่อสู้กับศัตรูของเราที่มีมาหลายร้อยปี

เช่นกัน

“พวกไหนหรือครับพ่อ

เขาถามอย่างตื่นเต้นด้วยความเยาว์วัยก่อนที่ผู้เป็นบิดาจะตอบอย่างจริงจัง

“พวกใช้เวทมนตร์






“ก้องภพ เข้ามาในนี้หน่อย

ผู้บังคับบัญชาตะโกนเรียกจากภายในห้อง ก้องภพรีบกระวีกระวาดเดินเข้าไป

เขาทำความเคารพก่อนที่จะนั่งเก้าอี้เมื่อเจ้านายอนุญาต

ผู้สูงวัยกว่าผลักซองเอกสารมาเบื้องหน้าเขาก่อนที่จะบอกให้เปิดดู ชายหนุ่มจึงได้เปิดซองดูด้านใน

แม้รูปถ่ายจะเป็นสีขาวดำ แต่ภาพที่เห็นก็ชวนสะอิดสะเอียนไม่น้อย ชายหนุ่มเจ็บจี๊ดที่สมองเหมือนก่อน

เข้ามาในห้อง

เป็นภาพชายคนหนึ่งที่เสียชีวิตและเมื่อผ่าศพตรวจพิสูจน์ก็พบเศษตะปูอยู่ในท้อง

ก้องภพนิ่งอึ้ง เขาทราบได้ทันทีว่า สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ในยุคเขา ได้เริ่มต้นแล้ว






“พวกใช้เวทมนตร์ พวกไหนครับพ่อ ใช่พวกที่เสกของเข้าท้องกับพวกที่ไล่ผีหรือเปล่า

ก้องภพในวัยเด็กยังคงเอ่ยถามผู้เป็นบิดา นายเกริกลูบศีรษะคนเป็นบุตรเบาๆ

“พวกนั้นมันพวกจิ๊บจ๊อย พวกที่เป็นระดับสูงจริงๆ น่ะ คอยควบคุมเบื้องหลังพวกนี้น่ะจะมีความสามารถ

พิเศษในการจดจำเวทที่ร่ำเรียน และเมื่อใช้มันออกไป พลังมันจะสูงมาก

เด็กชายก้องภพนิ่งคิด

“แสดงว่าพวกนี้ไม่มีพลังเหมือนพวกเราที่มีมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ใช้การเรียนและฝึกวิชา ก็ไม่น่าจัดการ

ยากนี่ครับ แล้วทำไมพวกมันถึงได้เป็นศัตรูกับพวกเรามานานขนาดนี้

“ก็เพราะพวกมันหลอกใช้พวกที่ต้องการเป็นใหญ่ด้านเวทให้แผ่ขยายอำนาจ ลูกก็รู้ว่าคนเราเชื่อเรื่องพวกนี้

แค่ไหนยามที่ชีวิตอับจนหนทาง และพอคนไปขึ้นกับพวกมันมากๆ การกำจัดก็ยิ่งยากขึ้น เพราะพวกเรามีแค่

หยิบมือเดียว

คนเป็นพ่ออธิบายต่อ

“แล้วพวกเราควรจะทำอย่างไรครับพ่อ

เด็กชายก้องภพถามต่อ

“พวกลูกกระจ๊อกก็ปล่อยไป เรารอจังหวะ เล่นงานพวกตระกูลผู้นำเลยดีกว่า

เกริกตอบ

“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะครับว่าใครคือพวกผู้นำ

เกริกถอนหายใจ

“นั่นแหละคือปัญหา ตั้งแต่รุ่นปู่ของลูกที่กำจัดพวกมันไปได้เกือบหมด พวกมันก็หายสาบสูญไปเกือบยี่สิบ

ปีแล้ว แต่พ่อเชื่อว่ามันยังไม่หมดไปแต่มันกำลังรอต่างหาก

“รอ รออะไรครับ

“พ่อเคยได้ยินตำนานของพวกมัน ว่าทุกห้าร้อยปีจะมีหนึ่งคนในตระกูลที่จะเกิดมาเป็นคนที่มีความสามารถ

พิเศษมาก ใครก็โค่นไม่ลง และที่สำคัญเมื่อศึกษาจากตำนานที่ว่าแล้ว

เกริกขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม

“ไอ้ห้าร้อยปีที่ว่า มันใกล้จะถึงอีกไม่กี่ปีนี้แล้วน่ะสิ







แฟนธอมคันใหญ่เคลื่อนที่อยู่บนท้องถนนในยามค่ำ แต่แทนที่จะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการขับรถ

ก้องภพกลับรู้สึกตึงเครียด

“นี่เป็นงานใหม่นะก้อง เราไปพบศพที่ตายไม่ทราบสาเหตุและเมื่อนำมาผ่าชันสูตรแล้ว เจออย่างนี้

เฉพาะเดือนนี้ก็เป็นคนที่สี่แล้ว

ผู้เป็นนายเล่าให้ฟังอย่างกลัดกลุ้ม

“มืดแปดด้านไปหมด ตายเพราะคุณไสยจะไปจับมือใครดมได้ แต่ที่บังเอิญคือสี่คนนี้มีรอยสักยันต์

คล้ายกัน

คนเป็นนายชี้ให้ดูในรูป

“แต่เราก็ไม่รู้ว่าไปทำที่ไหนกันมา ตอนนี้ระดับสูงขึ้นไปเลยมอบงานนี้มาให้แผนกเรา

ชายสูงวัยกว่าเดินมาตบไหล่เป็นเชิงให้กำลังใจ

“ช่วยไปสืบหน่อยเถอะ[”

นี่คือสิ่งที่ทำให้ต้องมาปวดสมองอย่างนี้ ที่ทั้งงานในตำแหน่งหน้าที่และงานที่ติดตัวมาแต่เกิดกลายเป็น

งานเดียวกัน






เขาจอดแฟนธอมคันใหญ่ที่หน้าดิสโก้เธคแห่งหนึ่ง ปวดหัวอย่างนี้คงต้องผ่อนคลายบ้าง ยืดตัวก้าวขาลง

จากรถ แล้วจึงเดินไปที่ประตูทางเข้า

ทันทีที่จะก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไป ไหล่ก็ถูกเบียดอย่างแรงด้วยใครอีกคนที่เหมือนจะรีบร้อนเข้าไป

ภายในจนชนกับเขา

“โอ๊ะ

เสียงอุทานดังขึ้นจากอีกฝ่าย ก้องภพหันขวับไปมองจึงเห็นร่างนั้นเซไปด้านข้างจากแรงชน

เขารีบคว้าแขนนั้นไว้ไม่ให้ล้มและออกแรงดึงเพื่อให้ร่างนั้นตั้งตัวได้

ร่างที่บางกว่านั้นหันมาสบตากับเขา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-04-2014 00:31:26 โดย Belove »

ออฟไลน์ Pupay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 982
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-1
แนวแฟนตาซีไทยรอเนี่ย น่าติดตามค่ะ ก้องจะเป็นรับหรือรุกเนี่ย?  o18
รอตอนต่อไปนะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4
อร๊าย   :m3: :m3: :m3: :m3: :m3: :m3: :m3: :m3:
เก๊าชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ไม่เคยอ่านแนวนี้เลย
น่าอ่านมากกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5937
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9720
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ว้าวว พระเอกเท่นะเนี่ย o13
แต่ถ้านับอายุจนถึงตอนนี้ ก้องก็แก่กว่าพ่อเค้านะ :laugh:

ออฟไลน์ PoppyPrince

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
Re
«ตอบ #7 เมื่อ20-04-2014 21:45:52 »

เข้ามาติดตามครับผม

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ออกย้อนยุคนิดๆ เนื้อเรื่องแปลกดี ติดตามๆ

ออฟไลน์ MK

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-4
น่าสนุกแฮะ   :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                        Only Love Is Real

                          ให้รักนำทาง

                       บทที่ 3 เป็นใครกันแน่


ก้องภพรีบปล่อยแขนนั้นแล้วจึงได้มีเวลามองคนที่เดินมาชนไหล่ หนุ่มน้อยหน้าตาดีใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับ

กางเกงยีนส์ตัวเก่า แถมด้วยหมวกแก๊ปบนศีรษะ คนแปลกหน้ารีบยกมือไหว้แล้วพูดเร็วๆ

“เฮีย ผมขอโทษ ไม่ทันมองจริงๆเฮียอย่าโกรธเลยนะ”

แล้วเงยหน้ามามองสบตาคนที่ยังคงมองตรงมา

เขากวาดสายตามองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเลิกคิ้วทำหน้าสงสัย

“มาคนเดียวหรือเราน่ะ แล้วอายุถึง 20 แล้วหรือยังริมาเที่ยวเธค”

“โธ่เฮีย...”

เจ้าหนุ่มตรงหน้าลากเสียงยาว

“อีกไม่กี่เดือนจะ 20 แล้ว เฮียอย่ามาจับผิดเรื่องอายุเลย แล้วก็มาคนเดียวครับเฮีย หนีพ่อมาเที่ยว”

หนุ่มน้อยทำหน้าเจ้าเล่ห์ มองซ้ายมองขวา

“แหะๆ เฮียก็มาคนเดียวไม่ใช่หรือ ให้ผมนั่งกับเฮียนะ”

เจ้าหนุ่มหมวกแก๊ปเข้ามาทำทีนวดแขนนวดไหล่ประจบ ก้องภพชักสีหน้ารำคาญ

“เออๆ ก็ได้ แต่อย่าทำเรื่องยุ่งนะเอ็ง”

เขาชี้หน้าคาดโทษไว้ก่อน คนอ่อนวัยกว่าทำหน้าแหย แล้วเดินตามก้องภพไปด้านใน

ผู้หมวดหนุ่มเลือกโต๊ะได้ ก็ทรุดตัวลงนั่ง เจ้าหนุ่มน้อยจึงทรุดนั่งตามพลางมองไปรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ

แสงสีต่างๆ ถูกระดมเปิดฉายไปที่พื้นที่ตรงกลางซึ่งเป็นที่โล่งให้คนที่มาเที่ยวได้เต้นรำ แต่ตอนนี้ยังว่าง

เพราะเนื่องด้วยยังเป็นช่วงหัวค่ำ

ก้องภพเรียกบ๋อยมาสั่งเบียร์ แล้วจึงสั่งโค้กมาให้เด็กหนุ่ม เจ้าตัวทำท่าจะประท้วงแต่ก็ต้องเงียบไปเมื่อก้องภพ

ส่งสายตาดุปรามมา

ดีเจเปิดเพลงสากล ก้องภพนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยิน และมองไปที่เจ้าหนุ่มหมวกแก๊ป ที่โยกตัวตามจังหวะ

เพลงอย่างสนุกสนาน

“โห เฮีย โยกหน่อย สนุกหน่อยเฮีย”

แถมยังหันมาพยักพเยิดกับเขาให้โยกตาม

“รู้จักด้วยเหรอ เพลงอะไรวะ ไม่เคยได้ยิน”

“เฮ้ย เฮีย เพลงจังหวะดิสโก้กำลังนิยมเลยเฮียไม่รู้จักได้ไง เพลงไลค์อะเวอร์จิ้นน่ะวิทยุเปิดเกือบทุก

สถานีเลยนะ”

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ร้องตามแถมยังนั่งเต้นยึกยักไปด้วย



I made it through the wilderness
 Somehow I made it through
 Didnt know how lost I was
 Until I found you
 I was beat incomplete
 Id been had, I was sad and blue
 But you made me feel
 Yeah, you made me feel
 Shiny and new

Like a virgin
 Touched for the very first time
 Like a virgin
 When your heart beats (after first time, with your heartbeat)
 Next to mine
 Gonna give you all my love, boy
 My fear is fading fast
 Been saving it all for you
 cause only love can last
 
 Youre so fine and youre mine
 Make me strong, yeah you make me bold
 Oh your love thawed out
 Yeah, your love thawed out
 What was scared and cold

Youre so fine and youre mine
 Ill be yours till the end of time
 cause you made me feel
 Yeah, you made me feel
 Ive nothing to hide

Like a virgin, ooh, ooh
 Like a virgin
 Feels so good inside
 When you hold me, and your heart beats, and you love me
 
 Oh, oh, oh, oh, oh, oh, oh, oh, oh
 Ooh, baby
 Cant you hear my heart beat
 For the very first time?

(Like a virgin/ Madonna)





ก้องภพนั่งมองไปด้วยความขำแกมทึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหมอนี่จะร้องเพลงเข้าจังหวะ แถมเสียงดีอีกต่างหาก

“เป็นนักร้องหรือเอ็งน่ะ”

ผู้หมวดหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเพลงจบลง เด็กหนุ่มยิ้มกริ่ม ยืดตัวอย่างภูมิใจ

“เสียงดีหรือเปล่าล่ะเฮีย นี่ว่าจะไปเทสเสียงที่นิธิทัศน์นะนี่”

“แล้วพ่อจะยอมหรือไง นี่ขนาดจะมาเที่ยวยังต้องหนีมา” 

เจ้าเด็กหนุ่มทำสีหน้าสลด

“ก็นั่นสิเฮีย พ่อผมเค้าก็ไม่ค่อยจะเหมือนคนอื่นด้วย ว่าแต่นั่งกันมาตั้งนาน ยังไม่รู้จักชื่อเฮียเลย”

คนอ่อนวัยเปลี่ยนเรื่อง เงยหน้ามาถาม

“ชื่อ ก้อง”

ก้องภพบอกชื่อเล่นไป เจ้าหนุ่มข้างหน้าตบมือฉาด

“นั่นไง ผมว่าแล้วว่าชื่อเฮียต้องเท่ห์เหมือนหน้าตา”

ก้องภพมองอย่างหมั่นไส้สุดกำลังเมื่อไอ้เด็กหมวกแก็ปเริ่มเอ่ยปากสรรเสริญ ก่อนจะหันไปสนใจกับนักร้อง

สาวๆที่เริ่มขึ้นมาอวดโฉมบนเวที




ผู้หมวดหนุ่มมองนาฬิกาที่ข้อมือ เมื่อเห็นว่าสมควรกลับ เขาจึงเรียกบ๋อยมาเก็บเงิน หนุ่มน้อยมองอย่าง

เสียดาย

“เฮีย อีกสักหน่อยไม่ได้เหรอ”

อดประท้วงไม่ได้ ก้องภพมองตาเขียวจนหนุ่มน้อยหัวหด

“สี่ทุ่มแล้ว กลับได้แล้ว เดี๋ยวพ่อเอ็งได้แพ่นกระบาลแน่ เออ ว่าแต่ยังไม่รู้ชื่อเอ็งเลย”

ชายหนุ่มถามก่อนกลับ เจ้าหนุ่มหมวกแก๊ปลุกยืนยิ้มแฉ่งก่อนตอบ

“ไม้ครับเฮีย เรียกผมว่าไม้”




ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove

                           Only Love Is Real

                             ให้รักนำทาง

                            บทที่ 4 สิงขร


ธันวาคม พ.ศ.2528

เขาเปิดประตูเข้ามาในห้องส่วนตัว ก่อนปิดประตูแน่นหนาราวกับภายในห้องคือเขตหวงห้ามทั้งๆที่ดูแล้วก็

เป็นห้องของหนุ่มวัยรุ่นธรรมดาที่ดูไม่เป็นระเบียบนัก  กีตาร์ตัวโปรดยังคงวางอยู่บนเตียง

เขาถอดหมวกแก๊ปวางไว้บนโต๊ะ ก่อนหยิบมันขึ้นมาจับคอร์ดกีตาร์และตั้งเสียงเป็นการซ้อมมือตั้งเสียงจน

เป็นที่พอใจ เขาก็ลงมือดีดกีตาร์เพลงโปรดที่เล่นมานานกว่า 2ปี



เพียง...กระซิบบอก..บอกฉันซักคำ
 เธอไม่รักไม่อยากจดจำ จำจดความสัมพันธ์

ครั้ง...ก่อนเคยหวานชื่นต่างคนเว้าวอน
 รอยความรักเกินกว่า จะถอนเลือนจากจิตใจ
 รัก...ละมุนละไมติดตรึงไว้ในความทรงจำ
 ทุกทุก การกระทำจดจำไว้
 พิษ...รักรอยระบม
 ขื่นและขมระทม ทรวงในจดจำไว้
 จนชีพ...วาย
 
 

หาก...ความรักชื่นยั่งยืนแสนนาน
 ใจ..ดวงนี้คงไม่ แหลกลาญช้ำชอกกว่าใคร
 รัก...ละมุนละไมติดตรึงไว้ในความทรงจำ
 ทุกทุก การกระทำจดจำไว้
 พิษ...รักรอยระบม
 ขื่นและขมระทม ทรวงในจดจำไว้
 จนชีพ...วาย
 หาก...ความรักชื่น ยั่งยืนแสนนาน
 ใจ..ดวงนี้คงไม่ แหลกลาญช้ำชอกกว่าใคร
 ช้ำชอกกว่าใคร ช้ำชอกกว่าใคร

(เพียงกระซิบ /อินโนเซนต์ 2526)



เล่นเพลงโปรดจบ เขาวางกีตาร์ลง แล้วทำใจให้เป็นสมาธิท่องคำที่คุ้นอยู่ในใจ

อากาศที่ว่างเปล่าเกาะกลุ่มกันแปลงตัวเป็นสิ่งที่คล้ายกระจกบานใสปรากฏอยู่ตรงหน้า

หนุ่มน้อยยิ้มอย่างพึงใจ

เขาส่องหน้าตัวเองกับกระจกอากาศบานนั้น ภาพที่สะท้อนมาคือหนุ่มน้อยวัยใกล้ยี่สิบที่หน้าหวานราวกับ

ผู้หญิงดวงตาหวานล้ำรับกับจมูกโด่งและริมฝีปากที่แดงเรื่อ จนบางครั้งเขาก็รู้สึกว่าอยากจะมีใบหน้าที่คม

เข้มกว่านี้บ้าง

นึกไปถึงคนที่เพิ่งจากกันที่ดิสโก้เธคก็อดขำไม่ได้ กับการทำตัวที่แก่เกินอายุทั้งๆที่ก็ไม่น่าจะมากกว่าเขา

เท่าไหร่ถึงจะตี๋ขาวแบบฮ่องกงแต่โครงหน้าและส่วนประกอบกลับคมเข้มไม่น้อย ทั้งคิ้วดกเข้ม หรือจมูกที่

โด่งรับกัน

นึกเลยไปถึงวินาทีแรกเจอ และแรกสัมผัส บอกไม่ถูกว่าทำไมรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด

ราวกับคนๆนั้นมีกระแสไฟฟ้าวิ่งวนอยู่ในร่าง พร้อมที่จะส่งมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้ไหม้เป็นจุลได้




พ.ศ.2513

ใบลานเก่าแก่ถูกเปิดออก ด้วยความสนใจของเด็กน้อยวัยห้าขวบที่ฉลาดเกินวัย

แก้มยุ้ยตาโตน่ารักน่าเอ็นดู แต่กลับนิ่งสงบราวกับผู้ใหญ่เมื่อเห็นของตรงหน้า

แม้จะอ่านหนังสือยังไม่แตกฉาน แต่เด็กน้อยกลับรู้สึกคุ้นเคยกับอักขระโบราณเหล่านี้

ค่อยๆใช้นิ้วมือกลมป้อมไล้ฝุ่นออกไป แล้วสัมผัสไปตามตัวหนังสือ

เริ่มจากแผ่นแรกที่ง่ายสุด เด็กน้อยสงบใจ แล้วท่องมนต์ตามที่อ่านได้

ตุ๊กตาหมีที่วางอยู่ข้างตัว ค่อยๆลอยขึ้น สูงขึ้น ตาโตคู่นั้นยังคงจ้องมันไม่คลาดสายตา

เมื่อเด็กน้อยมองไปทางซ้าย เจ้าตุ๊กตาก็ลอยไปทางซ้าย

และเมื่อเด็กน้อยเบนสายตามาทางขวา ตุ๊กตาตัวน้อยก็ขยับลอยมาทางขวา

เด็กชายตัวอ้วนกลมหยุดท่องมนต์แล้วยิ้มอย่างพึงใจ

เขาบรรจงปัดฝุ่นบนใบลานเก่าแก่จนหมด แล้วถือกลับไปอย่างหวงแหน

ราวกับมันคือของเล่นชิ้นใหม่


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-04-2014 11:17:28 โดย Belove »

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5937
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
รอตอนต่อไปจ้า

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                               Only Love Is Real

                                  ให้รักนำทาง

                                  บทที่ 5 เตลิด


ก้องภพล้มตัวนอนแผ่กลางเตียง ดวงตาเหม่อมองเพดานอย่างครุ่นคิด ไม่น่าเชื่อว่าความรู้สึก “แปลกๆ”

ที่มีต่อเจ้าเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งแยกกันไม่กี่นาทีนี้ยังคงคุกรุ่นอยู่ในความรู้สึก บอกไม่ถูกว่าทำไม หรือเป็นเพราะ

อะไร เขาเองก็ยังไม่เข้าใจตนเองอยู่เช่นกัน

“ไม้เหรอ ชื่อโบราณพิลึก

เขาพึมพำออกมาอย่างไม่รู้จะทำอะไรให้ดีไปกว่านี้ เมื่อใบหน้านั้วนๆเวียนๆอยู่ในหัวสมองอยู่ตลอดตั้งแต่

ขี่เจ้าแฟนธอมคู่ใจกลับมาถึงบ้านจนเขายังไม่รู้ตัวว่าตัวเองมานอนแผ่อยู่อย่างนี้ได้อย่างไร



พยายามหยุดความคิดถึงเจ้าเด็กชื่อโบราณ แล้วหันเหความสนใจมาที่งานที่ได้รับมอบหมาย

ผู้หมวดหนุ่มเดินไปที่โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง หยิบภาพอันน่าสยดสยองขึ้นมาดูอีกครั้ง

พลางพิจารณารอยสักที่ข้อมือ เขาหยิบแว่นขยายมาส่องที่รอยสักนั้นเพื่อจดจำให้ขึ้นใจ

หยิบตำราเก่าแก่เล่มหนาที่ผู้เป็นบิดาให้ไว้ศึกษาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มและบอกเล่าภารกิจของชีวิต

ขึ้นมา พลิกดูหน้าที่คั่นไว้ ก่อนอ่านทบทวนอีกครั้ง




“เชื่อกันว่า เหล่าบรรดาผู้ใช้คาถาอาคมจะนิยมเพิ่มไพร่พล โดยการรับเป็นศิษย์แล้วสอนอาคมง่ายๆ ผู้เป็น

ศิษย์จะสักลงอาคมไว้ในส่วนหนึ่งของร่างกายเพื่อเป็นการยืนยันในความภักดี

...สำหรับผู้นำนั้นมีความเชื่อว่า ทุก 500 ปีจะมีผู้มีบุญญาบารมีมาเกิด คนผู้นั้นจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เมื่อผู้นำ

คนนั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์จะต้องประกอบพิธีกรรมลับ พร้อมกับของศักดิ์สิทธิ์สามอย่างที่จะปรากฏขึ้น

เมื่อผู้นำคนนั้นพร้อมเต็มที่ ..

..และหากวันใดที่ผู้นำประกอบพิธีกรรมสำเร็จ จะเกิดอาเพศยิ่งใหญ่แก่บ้านเมือง...


ก้องภพปิดตำราลงแล้วถอนหายใจอย่างหนักอึ้ง





ก้องภพลืมตาทันทีที่ได้ยินเสียงสายน้ำแว่วกระทบหู ก่อนกรอกตาไปมาเพื่อตั้งสติ

เพดานขาวสว่างสดใสไม่คุ้นเคยอยู่ในความทรงจำ ปรากฏอยู่ในลานสายตา

เขาทะลึ่งตัวพรวดจากเตียงนอนอ่อนนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองรอบตัว

ดูเหมือนรอบกายจะเต็มไปด้วยสีขาวที่สุกสว่างไปหมด ไม่ว่าจะเป็นผนังห้องหรือเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย

ขวามือมีประตูที่น่าจะเป็นต้นเหตุของเสียงที่ปลุกเขาขึ้นมา ยังคงมีเสียงสายน้ำแว่วไม่ขาดช่วง

ผู้หมวดหนุ่มลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตูนั้นช้าๆ

เป็นบานเลื่อนที่ไม่มีลูกบิด ชายหนุ่มค่อยๆเลื่อนเปิดอย่างระมัดระวัง

ทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้า ก้องภพก็เหมือนจะหลุดออกจากการควบคุมตนเอง

ละอองน้ำอุ่นจากฝักบัวอาบน้ำทำให้เกิดฝ้าไอระยิบระยับทั่วห้องน้ำที่ดูกว้างใหญ่เกินจำเป็น

เหมือนจะมีแสงส่องผ่านหักเหจากเบื้องบน บางมุมถึงกับมีแสงเจ็ดสีของรุ้งกินน้ำบังเกิด

ใครบางคนกำลังยืนทอดอารมณ์ไปกับสายน้ำละเอียดนั้น ค่อยๆใช้มือถูไปกับร่างขาวโพลนจนแทบจะกลืน

ไปกับไอน้ำอุ่น

ก้องภพเดินตรงไปยังร่างนั้นราวกับต้องมนต์ แม้จะยังไม่เห็นชัดว่าร่างที่หันหลังให้เขานั้น

เบื้องหน้าคือผู้ใด

เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังร่างนั้น อย่างไม่กลัวที่จะเปียกปอนสายน้ำอุ่นไปด้วย ดูเหมือนร่างเบื้องหน้า

จะชะงักเล็กน้อย

ฟองสบู่หอมละเอียดส่งกลิ่นชวนให้เขาต้องสูดหายใจเข้าไปอย่างตรึงใจยังคงตกค้างอยู่บนร่างขาว

อดใจไม่อยู่ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสฟองนุ่มลื่นที่อยู่บนไหล่ก่อนที่จะลูบไล้มันไปตามไหล่และแผ่นหลังนั้น

ราวกับจะรับรู้สัมผัส คนตรงหน้าเหยียดตัวตรง ยิ่งกระตุ้นให้ผู้หมวดหนุ่มย่ามใจ

มือที่สัมผัสกับฟองนุ่มค่อยๆเลื่อนลงเบื้องล่างอย่างจงใจ ก่อนที่จะหยุดวางตรงสะโพกของคนเบื้องหน้า

ยิ่งคนตรงหน้าเกร็งตัวรับสัมผัสนั้นยิ่งกระตุ้นให้ก้องภพแทบจะเตลิดจนไม่มีสติสัมปชัญญะ

ไอน้ำอุ่นยังคงกระจายปกคลุมเหมือนภาพในจินตนาการ ยิ่งทำให้เขาอดใจไม่ไหว

มือซ้ายของเขาเอื้อมไปโอบรอบเอวร่างตรงหน้าเข้ามาชิดตัว ร่างเปลือยเปียกชื้นนั้นสั่นไหว

เขาก้มลงใช้ริมฝีปากประทับตรงหลังต้นคอขาวเนียนนั้น กดลงไปจนแนบแน่น

ร่างบางกว่าที่ตกอยู่ภายใต้การโอบรัด แอ่นตัวตรงตอบรับจุมพิตแรกของเขา

ก้องภพใช้มือขวาที่ว่างอยู่กอดรัดเพิ่มยิ่งดึงตัวมาประชิด จนท่อนขาแกร่งของเขาเบียดแน่นกับต้นขา

ของคนเบื้องหน้า

มือซ้ายของเขาเอื้อมไปประคองใบหน้านั้นให้หันมาทางด้านซ้ายมือของเขา

แล้วเขาก็ทำสิ่งที่เขาเองก็ยั้งใจไม่อยู่

ผู้หมวดหนุ่มเอนศีรษะไปใกล้แล้วประทับริมฝีปากลงไป กดแนบแน่นกับริมฝีปากอ่อนบางนั้น

เขาหลับตาลงดื่มด่ำไปกับความหวานราวกับอยู่ในจินตนาการแห่งเทพนิยาย

ค่อยๆบรรจงเม้มกลีบปากนุ่มที่คนตรงหน้าก็ตอบรับ แล้วเขาก็เปิดริมฝีปากนั้นให้กว้างออก

ส่งปลายลิ้นเข้าไปแตะกับลิ้นของคนตรงหน้าเป็นการหยั่งเชิง ดูเหมือนคนตรงหน้าจะอิดเอื้อนเล็กน้อย

เขาไม่รอเวลา รีบส่งปลายลิ้นเข้าไปบดเบียดคลุกเคล้า ริมฝีปากประกบแน่นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายถอยร่น

ความรู้สึกที่สร้างความอ่อนหวานจนร่างสั่นสะท้าน จนเขาเองก็ยังอดแปลกไม่ได้ เพราะไม่เคยรู้สึกกับใคร

มาก่อน

จนความรู้สึกเหล่านั้นก่อกำเนิดจนถึงขีดสุด ก้องภพถอนริมฝีปากออก แล้วเหนี่ยวตัวคนตรงหน้าให้หันมา

เผชิญหน้า สบตากับเขาอย่างรวดเร็ว




ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ไม้คงเป็นคนคนนั้นซินะ

ออฟไลน์ Inwoสูs

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1334
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
สองตะกูลมาดองกันก็ดีนะ ไม่ต้องมาไล่ฆ่ากันด้วย

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                        Only Love Is Real


                                                                      ให้รักนำทาง

                                                                   บทที่ 6 เริ่มทำงาน


สิงขรสะดุ้งสุดตัวจากการหลับใหล ก่อนที่จะใช้มือปาดเหงื่อชื้นบริเวณลำคอออก แม้ว่าภายในห้อง

จะปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไว้เย็นฉ่ำ

“ฝันบ้าอะไรอย่างนี้วะ”

หนุ่มหน้าหวานสบถกับตัวเองเมื่อนึกถึงสิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ตื่นกลางดึก

ชัดเจน... มันชัดเกินไปหรือเปล่ากับความรู้สึกจากสัมผัสนั้น เขาแทบจะจำได้แม้กระทั่งความนุ่มหยุ่น

ของริมฝีปากที่เหมือนจะทิ้งรอยไว้ด้วยซ้ำ

สิงขรหันไปดูนาฬิกาบอกเวลา ใกล้จะเช้าแล้ว เขาสะบัดหน้าขับไล่ความมึนงง หนุ่มน้อยเดินจากเตียงเข้า

ห้องน้ำ เปิดน้ำล้างหน้าให้ความสดชื่นช่วยบรรเทา ก่อนที่จะส่องกระจกแล้วก็ต้องตกใจกับริมฝีปากที่แดง

เรื่อราวกับมีบางสิ่งมาบดทับ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจกใช้มือช่วยยืดผิวหนังออกเพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น

นอกจากรอยแดงแล้ว มุมปากแทบจะเห็นรอยเล็กๆคล้ายรอยขบจากฟันด้วยซ้ำ

เขาหันหลังให้ภาพนั้นแล้วยกมือเกาศีรษะอย่างมึนงงยิ่งกว่าเดิม

“แล้วทำไมไม่ได้เห็นก่อนจะตื่นมาเนี่ย แล้วอย่างนี้จะรู้ไหมว่าเป็นใคร”

เขาบ่นพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินไปนอนคลุมโปงบนเตียงอีกครั้งอย่างหงุดหงิด







ก้องภพเดินกุมขมับเข้ามาในกองปราบ จนรุ่นพี่อย่าง ผู้กองเคนที่นั่งโต๊ะข้างๆเอ่ยปากทัก

“เป็นไรวะไอ้เสือ หน้าตาอย่างกับกินยามาสักสิบเม็ด”

ผู้หมวดหนุ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง

“นอนหลับไม่สนิทน่ะสิพี่ มันเหมือนฝันอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด ชัดเจนแจ่มแจ๋วอย่างกับดูทีวีสี พอถึง

ไคลแมกซ์ดันสะดุ้งตื่นซะงั้น เลยยังไม่รู้อะไรเป็นอะไรเลย”

“อ้าว ไอ้เสือ”

ผู้กองเคนทำหน้าล้อเลียน

“ฝันถึงสาวคนไหนหรือเปล่า”

ถ้าฝันถึงสาวก็ดีน่ะสิ ก้องภพแค่นยิ้มกับตัวเอง ไม่กล้าบอกรุ่นพี่ว่าไอ้ที่ฝันน่ะ มันกับผู้ชายโว้ยแถมยังติดตา

ติดใจถึงขนาดจำได้ทุกช่วงเวลา เสียอย่างเดียว..

ตอนดึงตัวหันกลับมาทำไมไม่ทำให้เร็วกว่านี้ว้า.. จะได้รู้ว่าเป็นใคร

“เออ แล้วคดีตายเพราะคุณไสยสี่ศพน่ะ ว่าไง จะเริ่มจากไหน”

ผู้กองเคนเปลี่ยนเรื่อง ก้องภพจึงขยับตัวนั่งเป็นการเป็นงาน

“คงต้องไปดูตามแหล่งที่สักยันต์แบบลงคาถาก่อนน่ะพี่ น่าจะมีไม่กี่ที่หรอก อุตส่าห์โกนหนวดโกนเคราแต่ง

หล่อได้ไม่กี่วัน ต้องกลับไปทำตัวโทรมอีกแล้ว”

เขาส่ายหน้าอย่างระอา จนผู้กองเคนหัวเราะ

“จะให้ช่วยอะไรก็บอกนะ”

เคนเสนอตัว ก้องภพโบกมือปฏิเสธ

“ไม่ต้องหรอกพี่ แค่คดีอุ้มเสี่ยร้านทองที่พี่ทำก็หนักพอตัวแล้ว เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง”

ผู้หมวดหนุ่มกระตุกยิ้มตาเหี้ยม

“รับรอง จะไม่ให้รอดเลย”







แฟนธอมเสียงกระหึ่มขับตรงเข้ามาในซอยเล็กๆของชุมชนแออัด เด็กเล็กๆวิ่งตามวุ่นวายส่วนคนที่เข็น

รถเข็นอยู่ในซอย บ่นระงมเพราะความกินเนื้อที่ของเจ้ารถเหล็กคันใหญ่

คนขับขี่ใส่เสื้อคลุมลายทหารตัวเก่า มีรอยขาดตรงข้อศอก สวมแว่นเรแบนด์อันเก่ง ใต้คางเริ่มมีไรหนวด

เขียวเป็นแนวทำให้หน้าขาวตี๋มีเสน่ห์นั้นกลับกลายเป็นดิบเถื่อนทันตา

เสียงกระหึ่มหยุดลงหน้าบ้านเล็กโทรมหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายซอย มีเสียงคำสวดบางอย่างลอดออกมาจาก

ด้านใน คนขับแฟนธอมยืนพิจารณาหน้าบ้านอยู่ครู่หนึ่ง นี่เป็นจุดที่สามแล้วที่เขาไปมาวันนี้ ซึ่งสองจุดที่

เขาไม่พบสิ่งที่น่าสงสัย

เขาตัดสินใจผลักบานประตูเข้าไปภาพที่ปรากฏให้เห็นคือชายวัยกลางคนนุ่งขาวห่มขาวนั่งขัดสมาธิอยู่

บนแท่นยกสูง เบื้องหลังรายล้อมไปด้วยของขลังนานาชนิด กำลังใช้เหล็กปลายแหลมสักกลางแผ่นหลัง

ให้ชายหนุ่มร่างกำยำ ที่นั่งพนมมืออยู่ พลางทำปากขมุบขมิบสวดอะไรบางอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจ

ผู้ช่วยที่กำลังถือพานเงยหน้ามามองเขา พยักเพยิดให้นั่งรอตรงที่ว่างรออยู่ครู่หนึ่งคนนุ่งชุดขาวก็ประกอบ

พิธีเสร็จแล้วหันมาทางเขา ก้องภพรีบยกมือพนมทำความเคารพ

“ว่าไง พ่อหนุ่มหน้าใหม่ ไม่เคยเห็นหน้า มาจากไหนล่ะนี่”

ชายชุดขาวทักทาย ก้องภพรีบตอบ

“อยู่ในกรุงเทพนี่แหละครับท่านอาจารย์ พอดีผมสนใจเรื่องสักแล้วฟันไม่เข้าแทงไม่เข้า เลยถามคนมี

ความรู้ด้านนี้เขาแนะนำให้มาหาอาจารย์ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ”

ผู้หมวดหนุ่มไม่ลืมหยอดคำหวาน คนชุดขาวหัวเราะอย่างพึงใจ

“ไหนแล้วสนใจลายสักแบบไหน อยากจะสักเสือหรือหนุมานล่ะ”

ก้องภพได้โอกาสล้วงแผ่นกระดาษจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ คลี่ออกดูอีกครั้ง เขาลงทุนสเก็ตภาพรอยสัก

จากแผลของผู้เสียชีวิตใส่กระดาษไม่อยากนำภาพถ่ายติดมาเดี๋ยวแผนจะเสีย

ยื่นแผ่นภาพวาดนั้นให้ คนชุดขาวหยิบไปดูก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยอย่างคนธรรมดาคงไม่สังเกตแต่

ไม่รอดสายตาของผู้หมวดหนุ่ม

“ไปเอามาจากไหน”

อาจารย์ชุดขาวย้อนถามเสียงเข้ม

“นี่มันไม่ใช่ลายธรรมดาที่ใครๆก็สักได้นะ มันต้องมีพิธีกรรมประกอบด้วย”

“ได้มาจากพี่คนหนึ่งที่รู้จักกันครับ ผมกับเขาคุยกันถูกคอ สนใจเรื่องหนังเหนียวเหมือนกัน เค้าเลยวาดมา

ให้”

ชายสูงวัยพยักหน้า ก่อนยื่นแผ่นกระดาษส่งคืน

“ถ้าสนใจจริงๆ ก็ทำให้ได้ แต่ไม่ใช่วันนี้ ต้องเป็นคืนเดือนแรม”

ชายชุดขาวหันไปมองปฏิทิน

“อีกสองวันจะเป็นวันแรม15ค่ำ พ่อหนุ่มมาใหม่ตอนใกล้ๆเที่ยงคืน อาจารย์จะเตรียมการให้”

ก้องภพลอบยิ้มด้วยความพอใจที่มาถูกทาง เขารีบลาชายชุดขาวแล้วออกมาขี่เจ้าแฟนธอมคู่ใจออกจากซอย





ขี่แฟนธอมคันเก่งยังไม่พ้นปากซอยผู้หมวดหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อหางตาเห็นใครบางคนกำลังวิ่งหนีการไล่ล่า

ของจิ๊กโก๋อีก 2-3 คน เขาหันไปมองให้แน่ใจ

“เฮ้ย นั่นมันเจ้าเด็กไม้นี่หว่า ไปกวนบาทาอะไรใครเข้านี่”

ก้องภพรีบบิดคันเร่งรถตีเสมอหนุ่มหน้าอ่อนพร้อมตะโกนเรียก

สิงขรหันมามองเห็นก้องภพก็ใจชื้น รีบวิ่งมากระโดดขึ้นซ้อนท้ายแฟนธอมคันใหญ่ ก้องภพรีบบึ่งรถหนี

จิ๊กโก๋เจ้าถิ่นไปได้หวุดหวิด



แฟนธอมหยุดลงที่สวนสาธารณะเมื่อก้องภพเห็นว่ามันไกลจากที่เกิดเหตุมากแล้ว สิงขรถอนหายใจ

แล้วรีบลงจากรถ ผู้หมวดหนุ่มจึงเดินนำหน้าไปนั่งที่เก้าอี้ริมสระน้ำ

หนุ่มหน้าหวานหัวเราะแหะๆแล้วก้าวตามไปนั่งทำท่าเจี๋ยมเจี้ยมจนผู้หมวดหนุ่มนึกหมั่นไส้

“ไปกวนตีนใครมาล่ะ”

เขาเริ่มต้นประโยคแรก

“โห เฮีย อย่างผมนะจะไปกวนใครเค้าได้ ออกจะเรียบร้อย”

ก้องภพหัวเราะหึๆ

“เรียบร้อยขนาดจิ๊กโก๋ตามกระทืบนี่นะ”

“ก็พวกมันแข่งเล่นสเก็ตกับผมแล้วแพ้ มันก็เลยพาล”

สิงขรชี้แจง ก้องภพเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“เล่นสเก็ตด้วยเหรอ เราน่ะ”

“โอ้ย เฮีย อย่างเซียน เดี๋ยวจะโชว์ให้ดู”

สิงขรเปิดกระเป๋าใบเก่าที่สะพายเฉียงอยู่ข้างตัวแล้วหยิบรองเท้าสเก็ตคู่เก่าออกมาสวมเข้ากับเท้า แล้วเริ่มวิ่ง

ฉวัดเฉวียนอยู่บนทางเดินในสวนสาธารณะจนผู้หมวดหนุ่มนึกทึ่งในความสามารถ นอกจะร้องเพลงเพราะ

เต้นเก่ง เจ้านี่มันยังเล่นสเก็ตเก่งอีกต่างหาก

“เฮ้ย!!”

สิงขรเริ่มเล่นท่ายากจนเสียหลัก เบรกไม่อยู่พุ่งลงสระน้ำ ก้องภพรีบลุกวิ่งตามอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสภาพ

คนเก่งสเก็ตนอนแช่น้ำอยู่ริมสระร้องโอดโอย เขาก็อดหัวเราะไม่ได้

“เฮีย มัวแต่หัวเราะอยู่นั่นแหละ ช่วยผมขึ้นไปหน่อยสิ จุกจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”

“เออๆ แหม หัวเราะนิดเดียวเอง”

ผู้หมวดหนุ่มยื่นมือไปให้สิงขรจับแล้วออกแรงฉุดขึ้นมา สิงขรพยายามทรงตัวแต่เพราะยังใส่รองเท้าสเก็ต

ย่ำโคลนริมสระทำให้การทรงตัวยากยิ่งขึ้นเขาพยายามก้าวขึ้นจากสระโดยการดึงของก้องภพ จนเมื่อขึ้นมาจาก


ขอบสระน้ำได้ หนุ่มหน้าหวานลอยตัวตามแรงฉุดจนชนร่างของคนช่วยเหลือให้หงายหลังไปนอนวัดพื้น

โดยมีเขานอนทับอยู่ด้านบน

ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบก้องภพรู้สึกลมหายใจติดขัด มือที่จับเอวของคนที่อยู่ด้านบนโดยอัตโนมัตินั้น

รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2014 19:41:33 โดย Belove »

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ฝันพร้อมกันอีกตะหาก นั่นแน่ๆ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove

                                Only Love Is Real

                                  ให้รักนำทาง

                                 บทที่ 7 ทำตามคำสัง



เวลาเหมือนจะเนิ่นนานไม่มีที่สิ้นสุด ที่ลมหายใจเหมือนจะขาดหายทั้งที่ในความเป็นจริงเกิดขึ้นเพียงเสี้ยว

วินาที

ก้องภพแทบจะปรับระดับสติของตัวเองไม่ได้หากสายตาไม่เหลือบไปด้านบนแล้วมองเห็นลูกมะพร้าว

กำลังจะปลิดขั้วจากต้นของมันที่ปลูกอยู่ริมสระน้ำ และแล้วมันก็ร่วงลงมาจุดโฟกัสตรงกับแผ่นหลังของ

หนุ่มน้อยที่นอนทาบทับร่างอยู่เบื้องบนของเขา ผลมะพร้าวแก่ลอยละลิ่วลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกจน

ใกล้จะกระแทกแผ่นหลัง

ก้องภพรีบเพ่งสายตาไปที่ลูกมะพร้าวนั้นให้เบี่ยงแรงไปอีกทาง จนมันร่วงกระแทกพื้นห่างจากเขาสอง

คนไปเพียงฟุตเดียว

เสียงและแรงตกกระทบพื้นของลูกมะพร้าวเรียกสติคืนมาให้สิงขรเช่นกัน เขากระพริบตาปริบๆ ก่อนที่จะ

สำรวจว่าตัวเองนอนทับอยู่บนร่างหนา สิงขรตาเหลือกก่อนจะงกๆเงิ่นๆ ลงจากร่างที่นอนพังพาบอยู่

เบื้องล่างไปนั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ

ก้องภพนึกเสียดายอย่างไม่ทราบสาเหตุที่เจ้าหนุ่มน้อยหลุดจากความใกล้ชิดไป เขาลุกขึ้นนั่งปรับสีหน้า

ให้เป็นปกติก่อนพูดขึ้น

“เป็นไง อวดเก่งดีนักสมน้ำหน้า สมควรแล้วที่จิ๊กโก๋มันตามมากระทืบ

“โธ่..เฮีย

สิงขรพูดตัดพ้อพลางเอื้อมมือไปถอดรองเท้าสเก็ตโดยไม่ยอมมองหน้าคนข้างๆเพราะกลัวเขาจะผิด

สังเกตความผิดปกติของความรู้สึกได้

“ก็แค่สะดุดร่องถนนเอง ไม่งั้นเฮียได้เห็นท่ายากกว่านี้อีก เฮ้ออ..ซวยจริงๆวันนี้ วิ่งหนีจิ๊กโก๋ ตกน้ำ

แถมมะพร้าวเกือบตกใส่หัว รอดไปเสี้ยวยาแดงผ่าสิบ ไม่งั้นหัวแตกอีกอย่าง

หนุ่มน้อยบ่นพึมพำ ก้องภพลอบยิ้ม ก็ถ้าเขาไม่ได้ช่วยใช้  “พลังพิเศษ”เปลี่ยนทิศทางไป มะพร้าวลูกนั้นก็

คงจะเพิ่มความซวยให้เจ้าหนุ่มข้างๆจริงๆ

“แล้วเฮียล่ะ มาทำอะไรแถวนี้

หนุ่มน้อยหันมาถามเมื่อทำใจให้เป็นปกติได้แล้ว

“มาหาคนสักยันต์

ก้องภพลุกขึ้นยืนปัดเศษดินออกจากตัว จึงไม่ทันเห็นสิงขรที่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบนั้น

“เฮียจะสักไปทำไม

สิงขรลุกขึ้นยืนตามพลางเอ่ยเสียงเข้มกว่าที่เคย


“ไม่เห็นต้องสักเลย เฮียเชื่อเรื่องอย่างนี้ด้วยเหรอ”

“อ้าว ไอ้เจ้าไม้

เขาหันไปมองหน้าหนุ่มน้อย

“เป็นลูกผู้ชายก็ต้องมีไว้บ้างสิของอย่างนี้

สิงขรเบ้ปาก


“ไม่เห็นจะเท่ห์เลย เจ็บเปล่าๆ เฮียจะสักลายอะไร”

“ไม่บอก ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง ไป กลับกันได้แล้ว จะไปที่ไหนเดี๋ยวไปส่ง

พูดแล้วผู้หมวดหนุ่มก็หันหลังกลับอย่างรวดเร็ว  จนหนุ่มน้อยแทบจะเดินตามไม่ทัน

“อ้าว เฮีย รอด้วย ว้า..เดินเร็วอย่างกับวัวหายเลยนะ

สิงขรบ่นพึม จนก้องภพพูดดังๆกลับมา

“เออ เร็วเข้า ถ้าเอ็งยังช้า จะได้เปลี่ยนจากวัวเป็นควายแน่






ผืนฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเมื่อถึงกาลแห่งรัตติกาล มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวข้างแรมบางๆและจุดเล็กๆของ

ดวงดาวที่มาแต่งแต้ม

สิงขรหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนนุ่มจึงไม่ทันได้เห็นอากาศที่เริ่มวนเวียนบางเบาก่อนจะรวมตัวกันมากขึ้น

ก่อเป็นความหนาแน่นจนเริ่มมองเห็นเป็นรูปร่าง ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงแล้วมองตรงไปยังคนที่นิทราอย่าง

ผาสุกด้วยไอระคุแห่งโกรธารมณ์

ร่างนั้นเอื้อมมือไปกระชากเส้นผมสลวยของสิงขรแล้วกระชากจนร่างบางผวาจากที่นอนขึ้นมา

ยังไม่ทันที่สิงขรจะตั้งตัวได้ ร่างที่ปรากฏก็สะบัดหลังมือใส่ใบหน้าของหนุ่มน้อย จนหน้าเนียนสะบัดไป

ตามแรงปะทะ

สิงขรชาดิกไปทั่วหน้าก่อนที่จะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ตามมา ต่อมรับรสในช่องปากรู้สึกได้ถึงรสชาติของ

โลหิตที่ไหลซึม และถึงแม้ปากจะแตกจากการถูกทำร้ายก็ยังไม่เป็นที่พอใจของอีกฝ่าย คอเสื้อชุดนอนถูก

กระชากจนร่างลอยติดมือมา

สิงขรสบตาคนทำร้ายร่างกายตนอย่างกริ่งเกรง

“ใช้ให้ทำงาน ก็มัวแต่ลอยไปลอยมาจนงานเสีย

เริ่มมีเสียงจากร่างนั้น ยิ่งทำให้สิงขรตัวสั่นเทา

“ฝากเรื่องอะไรไว้ก็ไม่เคยได้เรื่อง เมื่อไหร่จะทำตัวได้ดั่งใจเสียที

เจ้าของเสียงปล่อยมือจากคอเสื้อของสิงขรแล้วผลักออก จนชายหนุ่มเซถอยหลัง

“เราก็พยายามแล้ว

สิงขรเอ่ยเสียงเบา แต่ก็ยังไม่สามารถคลายโทสะร้อนรุ่มของอีกฝ่ายได้

“นี่คือพยายามแล้วหรือ ปล่อยให้คนตายไปหลายคนจนตำรวจมันเริ่มเข้ามายุ่ง ไม่กลัวหรอกนะ ตำรวจน่ะ

แต่มันจะมาขวางงานให้ช้าไปอีก ไม่รู้หรือ

เสียงตวาดที่ดังขึ้นจากคนตรงหน้ายิ่งทำให้สิงขรหน้าซีดลงไปอีก เลือดที่ไหลจากมุมปากเริ่มแห้งเกรอะ มุม

ปากเริ่มมีรอยแดงช้ำให้เห็น ทำให้โทสะของคนที่ลงมือเริ่มคลายลง

“เอาเถอะ ที่ผ่านมาแล้วก็ช่างมัน

น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นรำคาญ

“ต่อไปตั้งใจให้ดีกว่านี้” 

ร่างนั้นเดินไปทรุดนั่งที่เก้าอี้มุมห้องอย่างคุ้นเคย

“ตอนนี้ พบร่องรอยสิ่งที่เรากำลังหาอยู่ในถ้ำบนภูเขาสูงที่พิษณุโลก ลองไปตามหาดู คราวนี้ตั้งใจอย่าให้

พลาดอีก ส่วนเราจะไปฝึกอาคมบทสำคัญ มีอะไรก็ติดต่อมา

ร่างนั้นนิ่งทำสมาธิ ก่อนที่จะค่อยๆจางหายไปเหลือไว้แต่มวลอากาศบางเบา

สิงขรทรุดตัวนั่งชันเข่าก่อนที่จะก้มหน้าลงไป และปล่อยให้น้ำตาช่วยชะล้างความเจ็บปวดออกไปจาก

ร่างกายและจิตใจ






“เดี๋ยวก่อนคร้าบ รอด้วย อย่าเพิ่งออก ผมไปด้วยคน

ก้องภพวิ่งตามขบวนรถไฟที่เริ่มออกตัวอย่างช้าๆแล้วรีบกระโดดขึ้นตามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไปยืนหอบอยู่

ตรงประตูเข้าโบกี้ พลางนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องรีบหาทางมาดักขึ้นรถไฟสายเหนือที่ดอนเมืองในเวลา

เที่ยงคืนเพราะทราบว่ารถไฟออกจากหัวลำโพงมาแล้ว



ผู้หมวดหนุ่มหยุดยืนที่ประตูบ้านของคนสักยันต์ตั้งแต่ห้าทุ่มของคืนแรม 15 ค่ำตามที่นัดไว้ อย่างแปลกใจ

ที่มันดูเงียบสงบผิดปกติ เขาตะโกนทักไปสักครู่ ก็มีเสียงเปิดประตู แต่คนที่มาเปิดคือคนที่ดูแลอยู่

“อาจารย์ไม่อยู่หรอก

คำตอบที่ได้ถึงกับทำให้ผู้หมวดหนุ่มแปลกใจ

“พอดีอาจารย์ของอาจารย์อีกทีเค้าให้ไปช่วยงานด่วนที่ต่างจังหวัด

คำตอบต่อมายิ่งสร้างความประหลาดใจให้

“ที่ไหน

เขาเอ่ยถามคำถามสุดท้าย

“นู้น..บนเขาที่พิษณุโลกโน่น

ยังไม่ทันหมดเสียงคำตอบ ก้องภพรีบตะบึงเจ้าแฟนธอมกลับบ้าน โยนเสื้อผ้าและของจำเป็นใส่เป้คู่ใจที่

สิ่งของสำหรับเดินทางยังอยู่ในนั้นครบ แล้วรีบเรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งดักขึ้นรถไฟที่ดอนเมืองเพราะทราบดี

ว่า ตอนนี้ก็เหลือแต่รถไฟขบวนนี้เท่านั้นที่จะไปพิษณุโลกได้เร็วที่สุดในตอนนี้ แต่ก็เกือบไม่ทันจนเขาต้อง

วิ่งตาม แล้วก็มายืนหอบอยู่ตรงนี้



เมื่อหายเหนื่อยแล้วเขาก็เริ่มเดินหาที่นั่งในโบกี้ผู้โดยสารชั้นสาม ที่ดูเหมือนจะแน่นทุกตู้เพราะเป็น

วันหยุด

จนมาเจอเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มีผู้โดยสารนั่งเอนตัวพิงกับผนังรถไฟ แล้วใช้หมวดแก็ปปิดหน้าบังแสงไฟ กินพื้นที่

เก้าอี้เกือบทั้งตัว ทั้งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งนั่งได้สองคน

ผู้หมวดหนุ่มสะกิดเบาๆ

“น้องครับ นั่งด้วยคน

ร่างนั้นยังนิ่ง สงบ ไม่เคลื่อนไหว อิสริยะต้องเขย่าตัวอีกครั้ง

คนที่นั่งกินเนื้อที่ยังคงนั่งนิ่งกับท่านั้น จนก้องภพทนไม่ไหว หยิบหมวกที่พลางแสงไฟออกจากใบหน้า

จนเจ้าของร่างกระพริบตาแล้วหันมามอง

“อ้าว เฮียก้อง มาทำอะไรเนี่ย



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2014 19:25:00 โดย Belove »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
มีตัวละครเพิ่มมาอีก 1 แสดงว่าใกล้ความจริงเข้ามาแล้วใช่มั้ยยย

tanuki

  • บุคคลทั่วไป
 :bye2: น่าสนใจดีครับ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                            Only Love Is Real

                               ให้รักนำทาง

                               บทที่ 8 เดินทาง


แสงอรุณเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแต่งแต้มให้เป็นสีแดงเรื่อตัดกับท้องนาสีเหลืองสุกของต้นข้าวที่ได้เวลาเก็บ

เกี่ยว 

สิงขรทอดสายตามองไปไกลลิบ แม้รถไฟสายเหนือจะยังคงวิ่งนำทางเขาไปสู่จุดหมาย ทำให้ทิวทัศน์ที่เห็น

เปลี่ยนไป แต่เขากลับคิดวนเวียนอยู่ที่เดิม

ลอบถอนใจเป็นครั้งที่ร้อย กับชะตากรรมบางอย่างที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่จำเรื่องราวได้ ถึงแม้บางอย่างไม่

อยากจะลงมือทำ แต่เป็นด้วยหน้าที่และใครบางคนที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้

ใครจะรู้บ้างว่าหนุ่มน้อยอายุยังไม่เต็ม20 ปี แต่ต้องแบกภาระไว้จนเต็มบ่า บางครั้งแทบจะหนีไปให้ไกลสุด

ขอบโลก

ชายหนุ่มดึงสติกลับมาหาตัว แล้วเอียงหน้าไปมองใครบางคนที่ใช้ไหล่ของเขาเป็นที่อิงซบแล้วหลับสนิท

นี่ก็อีกคน ชายหนุ่มพึมพำในใจ ไปไหนก็ต้องพบต้องเจอกับชายคนนี้ แถมหลังๆมามีเรื่องให้ต้องใกล้ชิด

แนบสนิท ให้ใจมันเต้นอย่างประหลาด

เขามองดูสภาพของชายที่ซบอิงบ่าหลับใหลไม่รู้เรื่อง ใบหน้าขาวตอนนี้ไรหนวดเขียวครึ้มเริ่มขึ้นปกคลุมที่

ปลายคาง ผมยุ่งเหยิงที่ยังไม่ผ่านการจัดทรง แล้วยังไอ้เสื้อคลุมลายทหารเก่าๆขาดๆนี่อีก ถ้าเป็นเขาคงไม่

พ้นเป็นผ้าขี้ริ้วที่บ้าน

แต่ก็สภาพนี้ไม่ใช่หรือ ที่เห็นทีไรหัวใจมันสูบฉีดให้เลือดลมวิ่งพล่านไปทั่วร่างได้ทุกที

คนที่อยู่ในห้วงคำนึง ค่อยๆรู้สึกตัวจากนิทรา กะพริบตามองไปทั่วๆ แล้วเมื่อพบว่าตัวเองใช้บ่าของเจ้า

หนุ่มแร็พเป็นที่พักพิง ก็รีบขยับตัวตรงแล้วยิ้มเขินๆ

“อ้าว โทษที เมื่อยหรือเปล่า

สิงขรอมยิ้ม ก่อนจะตอบแกมประชด

“ไม่เมื่อยหรอกเฮีย เฮียหลับไปไม่นานหรอก สี่ชั่วโมงเอง

ผู้หมวดหนุ่มเสยผมจัดทรง หัวเราะแก้เขิน ก่อนจะเอ่ยถาม

“ถึงไหนแล้ว

“นครสวรรค์แล้วเฮีย

หนุ่มอ่อนวัยกว่าตอบกลับ

“อีกไม่นานก็ถึงพิษณุโลกแล้ว ว่าแต่ยังไม่ได้ถามเลย ว่าเฮียไปทำอะไรที่นั่น

“ก็ลุงคนที่จะสักยันต์นะสิ แกมาที่พิษณุโลก มาทำไมก็ไม่รู้ ก็เลยต้องตามมา

ผู้หมวดหนุ่มตอบพลางหาวหวอดๆ ก่อนที่จะชะงักเพราะคำถามของเด็กหนุ่ม

“เฮียนั่นแหละตามเขามาทำไม อยากสักอะไรขนาดนั้น

“แหม เอ็ง คนศรัทธานะ อย่ามาขัดเลย แล้วเอ็งล่ะ มาทำไม

“มาตามหาของที่หาอยู่

หนุ่มน้อยตอบเบาๆ ก้องภพหรี่ตามอง

“ตามหาอะไรวะ

“ช่างเถอะ เฮียไม่รู้จักหรอก ไปกินข้าวที่ตู้เสบียงดีกว่า หิวแล้ว มาเดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวไข่เจียวเอง






ไข่เจียวฟูนุ่มวางบนข้าวสวยร้อนๆ วางอยู่ตรงหน้า สิงขรทำตาโต อมยิ้มเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจก่อน

จะตักเข้าปากอย่างหิวโหย ก้องภพมองแล้วก็อดอมยิ้มตามด้วยความเอ็นดูไม่ได้

“จะเลี้ยงทั้งทีเลี้ยงแค่ข้าวไข่เจียวนี่นะ

ก้องภพค่อนขอด

“แหม เฮีย ข้าวไข่เจียวบนตู้เสบียงรถไฟนี่ก็สุดหรูแล้วนะ เฮียจะกินอะไรที่ดูดีมีชาติตระกูลกว่านี้อีก

จะกินหรือเปล่า ไม่กินผมเบิ้ลนะ

พูดพลางยกมือจะหยิบจานจากหน้าผู้หมวดหนุ่ม ก้องภพรีบคว้าจานหนี ยกอีกมือชี้หน้าเจ้าหนุ่มหน้าอ่อน

เป็นการห้ามไว้

“เฮ้ย ไม่ได้ คำไหนคำนั้น บอกเลี้ยงก็ต้องเลี้ยง ว่าแต่เอ็งเลิกเรียกว่าเฮียเสียทีเถอะ มันเหมือนเสี่ยยังไงก็ไม่

รู้

“อ้าวแล้วเฮียจะให้เรียกอะไรล่ะ

สิงขรตักข้าวเข้าปากคำโตพลางถามเสียงอู้อี้

“ก็เรียก พี่ธรรมดาก็พอ ไม่ต้องเรียกเฮีย แล้วนี่ดูทำเข้า ข้าวติดปากหมดแล้ว ทำอะไรเหมือนเด็กเล็กๆเลย

ก้องภพเอื้อมมือไปเช็ดเม็ดข้าวที่มุมปากอย่างอ่อนโยน สิงขรอดไม่ได้ที่จะหลับตาลงแล้วซึมซับสิ่งเหล่านั้น

จนลำคอตีบตันไปหมด

ก้องภพชะงักเมื่อเห็นรอยสีเขียวคล้ำจางๆ ที่มุมปาก เขาขมวดคิ้ว

“แล้วนี่ใครทำอะไร ทำไมมีรอยแผล

เขาถามเสียงดุๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้นึกเป็นห่วงและไม่อยากให้มีใครมาแตะต้องหน้าหวานๆนี้

ส่วนสิงขรได้แต่ยิ้มเจื่อน

“ผมเดินชนประตูน่ะ

“ระวังหน่อยสิ

ผู้หมวดหนุ่มดุ

“โตแล้ว ทำไมถึงซุ่มซ่าม หลายครั้งแล้วนะเรา

“คร้าบ

สิงขรยิ้มแป้นรับคำ นึกอบอุ่นในใจที่มีคนเป็นห่วง

“ต่อไปนี้ผมจะระวังไม่ให้เกิดอะไรอีก ผมรู้แล้วว่าพี่ก้องเป็นห่วง

ก้องภพถึงกับสะดุดลมหายใจตัวเอง นี่เขาแสดงออกจนเจ้าหนุ่มตรงหน้านี้มันจับได้เชียวหรือว่าเขารู้สึก

อย่างไร แล้วยิ่งเสียงที่เจ้าหนุ่มนี่มันเรียกชื่อเขาด้วยเสียงนุ่มนวลอย่างนี้ มันทำให้ใจแกว่งชอบกล

“เออ รู้ก็ดีแล้ว รีบๆกินเลย ใกล้จะถึงแล้ว ถ้ากินช้าจะโดนสั่งเบิ้ลให้จ่ายอีกจาน







เสียงหวูดรถไฟดังลั่น ก่อนที่ขบวนรถจะค่อยๆลดระดับความเร็วลงแล้วเทียบท่าชานชาลา

ก้องภพหิ้วกระเป๋าขึ้นบ่า ก้าวลงจากรถไฟ ตามด้วยสิงขรที่แบกเป้กับกีต้าร์คู่ใจก้าวตามมาอย่างงงๆ

ผู้หมวดหนุ่มหันมามอง ก่อนเอ่ยถาม

“เอ็งจะไปไหนต่อ

สิงขรยืนงงอยู่พักใหญ่ก่อนส่ายหน้า

“ไม่รู้เลยพี่ ผมไม่เคยมาพิษณุโลกมาก่อน

“อ้าว แล้วเอ็งจะเริ่มต้นตามหาของที่ตามอยู่ยังไง

สิงขรยักไหล่แบบจนปัญญา ก้องภพได้แต่ถอนใจ

“เอางี้ ไปด้วยกันก่อนไหม โรงแรมราคาถูก สะอาดๆ ที่นี่มีหลายที่ ไปหาที่พักกันก่อน แล้วเอ็งจะเริ่มธุระหา

ของก็เดี๋ยวค่อยคิดกัน

ผู้หมวดหนุ่มเสนอทางเลือกให้ สิงขรยืนนิ่งอย่างลังเล

“อ้าว ว่าไง ไม่ตัดสินใจเสียที ก็อยู่ที่นี่ไปแล้วกัน

ก้องภพหันหลังให้แล้วก้าวเดิน สิงขรตาเหลือกแล้วรีบเดินตาม

“พี่ก้อง รอด้วย





ก้องภพก้าวนำเข้าไปในห้องเล็กแต่สะอาดของโรงแรมแห่งหนึ่ง สิงขรเดินตามเข้าไปอย่างพอใจ

“โห พี่ก้องรู้จักที่นี่ดีจัง รู้ได้ไงว่ามีโรงแรมดีราคาไม่แพงอยู่ด้วย

“มาบ่อย

ตอบกลับพร้อมกับโยนของไปบนเตียงแล้วบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยขบ

“มาทำไมบ่อย มีแฟนที่นี่เหรอ

สิงขรเดินไปเปิดม่านหน้าต่างให้แสงสว่างส่องเข้ามาในห้อง

“ไม่ใช่โว้ย มาทำงาน เฮ้อ..ไม่พูดกะเอ็งแล้ว อาบน้ำแล้วนอนสักงีบก่อนดีกว่า นั่งหลับมาทั้งคืน

ผู้หมวดหนุ่มถอดเสื้อคลุมลายทหารออกก่อนถอดเสื้อยืดสีดำตาม แล้วโยนไปกองรวมกันไว้บนเตียง

เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้ออย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำ

สิงขรหันหลังกลับจากหน้าต่างมาไม่ทันระวัง จึงเกือบปะทะกับร่างขาวแกร่งของก้องภพ



สองร่างชะงักนิ่ง ห่างกันแค่คืบ แทบจะรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของอีกฝ่าย




-------------------------------------- TBC-----------------------------------



นิยายพีเรียดเรื่องนี้ อาจจะไม่ค่อยมีคนอ่านมากนัก เรตติ้งไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

แต่คนเขียนก็จะดื้อลงอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะจบนะคะ


 :mew2: :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2351
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
ดูจากชื่อเรื่องแล้ว ไม่คิดว่าเนื้อหา จะเป็นแนวนี้นะค่ะ
สนุกดีค่ะ ชอบ  :mew3:

ออฟไลน์ Shadownights

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น้องไม้เริ่มหลงเสน่ห์พี่ก้องแล้วสินะ

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
นั่นๆ มีชน อ๊ายยยยยย
เราชอบนะเรื่องนี้ น่าติดตามอ้ะ

ออฟไลน์ SuSaya

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +220/-9
ชอบนะคะ เนื้อเรื่อง ภาษาโอเคเลย
น่าติดตามว่าไม้จะใช่คนในคำทำนายรึเปล่า แล้วเงานั่นคือใคร

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                       Only Love Is Real

                           ให้รักนำทาง

                          บทที่ 9 แรงปรารถนา


อย่างจู่โจมและไม่ทันได้ตั้งตัว แรงดึงดูดมหาศาลเกิดขึ้นทันทีที่ดวงตาสองคู่นั้นสบกัน

ก้องภพไม่เคยเข้าใจถึงคำว่าตกอยู่ในภวังค์มาก่อนจวบจนกระทั่ง ณ ปัจจุบันนี้

หัวสมองของเขาว่างโล่งไม่มีความคิดคำนึงใดๆ แม้กระทั่งความระมัดระวังตัวที่เคยมีอยู่เป็นปกติ

นอกจากวนเวียนมองใบหน้าหวานซึ้งของอีกฝ่าย

ทางด้านสิงขรเองก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก สิ่งที่เคยอยู่ในความคิดคำนึงถึงภาระที่ต้องแบกรับนั้นได้ถูกโยนออก

จากหัวสมองไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หนุ่มน้อยก็ไม่ทันรู้ตัว

ต่างฝ่ายต่างจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกคนอย่างล้ำลึกและโหยหา ก่อนที่ก้องภพจะเป็นพ่ายแพ้

เขายกมือขึ้นประคองใบหน้าหวานนั้นดึงมาชิดใกล้ ใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆที่มุมปากแดงเรื่อ ยังคงปรากฏ

รอยช้ำจางๆอยู่ที่ปลายนิ้ว แล้วเขาก็โน้มตัวไปใกล้

สิงขรชะงัก ก้มหน้าหลบสัมผัสนั้น แต่ก้องภพก็ใช้อุ้งมือเชยคางที่ก้มหลบให้เงยขึ้นมา ก่อนกดริมฝีปาก

ไปที่รอยช้ำนั้นเบาๆ

เป็นสัมผัสแรกที่ทั้งคู่ต่างเรียนรู้ซึ่งกัน ก้องภพรู้สึกเย็นเยือกไปทั้งร่าง ก่อนที่จะตามมาทันทีด้วยความร้อน

ระอุ

เขาค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากไปที่ปากแดงราวกับมะเขือเทศสุกของหนุ่มน้อยอย่างติดใจ ประกบมันไว้แนบ

แน่นแล้วส่งผ่านความรู้สึกร้อนผ่าวนั้นไปให้

อา… มันช่างรุนแรง แต่อ่อนหวาน จนสิงขรพร้อมที่จะหลอมละลายไปกับสัมผัสนั่น เขาสอดแขนไปโอบ

รอบเอวแกร่งของก้องภพแล้วดึงตัวมาเบียดแนบด้วยสัญชาตญาณ พร้อมที่จะปล่อยใจให้ลอยละล่อง

ตามใจปรารถนา


ในขณะที่อารมณ์ของหนุ่มน้อยกำลังล่องลอยไปกลับบังเกิดจุดดำเล็กๆขึ้นในหัวสมอง มันใหญ่ขึ้นใน

เสี้ยววินาทีแล้วฟาดเปรี้ยงลงมาราวกับฟ้าผ่าในห้วงจินตนาการ สิงขรร้องลั่นผลักร่างก้องภพออกพ้น

ตัวอย่างรวดเร็ว แล้วกระโจนไปนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่มุมห้อง

ก้องภพเองก็ต้องยกมือกุมศีรษะทันทีที่รู้สึกได้ถึงแรงผลักที่รุนแรงและรวดเร็วจู่โจมเข้ามาในสมอง

เขาสะบัดหัวเรียกสติกลับคืนมา แล้วหันไปพิจารณาร่างบางที่นั่งตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำอยู่

ผู้หมวดหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ แล้วคุกเข่าลงเอื้อมมือไปแตะร่างนั้นเบาๆ

สิงขรเงยหน้าขึ้นมองดวงตาแดงเรื่อ  ก้องภพอดไม่ได้ที่จะดึงร่างนั้นมากอดอย่างปลอบประโลม

“ไม่เป็นอะไรแล้วไม้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ใจเย็นนะ

เขาเอ่ยอย่างอ่อนโยน

สิงขรร้องไห้อย่างไม่อาย เขาสวมกอดร่างของก้องภพแล้วซุกตัวอยู่อย่างนั้นราวกับคนที่โหยหาความอบอุ่น

จนก้องภพต้องลูบผมเบาๆด้วยความสงสาร





แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านเข้ามาในห้อง ก้องภพนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็กมองสิงขรที่ยังไม่ตื่นจากการหลับใหล

อยู่บนเตียงนอน หลังจากที่หมดแรงกับการร้องไห้

ผู้หมวดหนุ่มขมวดคิ้วแน่น เขายังจำการจู่โจมรุนแรงและมาดร้ายในจินตนาการนั้นได้อย่างแม่นยำ

ที่สำคัญคือเขายังหาสาเหตุไม่ได้ว่ามันคืออะไร และต้องการอะไรหรือมันจะเกี่ยวข้องกับหนุ่มน้อยที่อยู่

เบื้องหน้าตรงนี้

เขาลุกจากเก้าอี้ไปนั่งขอบเตียงแล้วก้มมองใบหน้าหวานนั้นอย่างพิจารณาอีกครั้ง

สัมผัสที่ร้อนรุ่มยังคงระอุอยู่ในความรู้สึกอย่างที่ไม่เคยเกิดกับใครมาก่อน

เขาตกใจกับความรู้สึกที่ยอมรับกับตัวเองนั้น ว่าอยากแตะต้องแนบชิดและลึกซึ้งยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคย

ผ่านเข้ามาในชีวิต

ผู้หมวดหนุ่มเจ้าของฉายา สายสืบพญายม ถึงกับถอนหายใจ นี่เขาเบี่ยงเบนทางเพศไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดคือ ทำไมต้องเกิดความรู้สึกเหล่านี้กับคนๆนี้ คนที่เขาเองก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไป

แต่เหมือนอะไรบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองคนต้องพบเจอกันบ่อยครั้งจนเกิดเป็นความผูกพัน

เขาเอื้อมไปที่ศีรษะของสิงขร ชะงักเล็กน้อย ก่อนที่จะเอื้อมไปลูบผมอย่างแผ่วเบา

“แกเป็นใครกันแน่วะ ไม้





สิงขรลืมตาตื่นมาเมื่อบ่ายจัด เขาสะบัดหัวขับไล่อาการปวดที่เกิดจากการร้องไห้อย่างหนัก ก่อนจะมองไป

ทางห้องน้ำที่ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังอาบน้ำอยู่

หนุ่มน้อยตั้งสติลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อตอนสาย และเมื่อภาพต่างๆลอยมาในความคิดจน

ครบถ้วน เขาก็รู้สึกร้อนซู่ไปทั้งหน้า

นี่เขาทำอะไรลงไป

สัมผัสที่รุ่มร้อนกลับคืนมาสู่ตัว เขายกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากเบาๆ ยังคงรู้สึกราวกับเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา

หนุ่มน้อยถอนหายใจที่ต้องยอมรับกับตัวเองว่า เขาติดใจสัมผัสนั้น และโหยหามันอย่างที่ไม่เคยเกิดกับใคร

มาก่อน

แล้วทำไมมันต้องมาเกิดกับคนๆนี้ด้วย เขาเองก็ไม่เข้าใจ

ความรู้สึกยุ่งยากเกิดขึ้นมาในความคิด นี่เขาเบี่ยงเบนทางเพศไปแล้วหรือ

ที่สำคัญคือ สิงขรรู้ว่าตัวเขาเองจะมีความผูกพันกับใครเป็นพิเศษไม่ได้

และที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดคือ คนๆนี้จะยอมรับได้ไหม ถ้าวันหนึ่งเกิดรู้ความจริงว่า แท้จริงแล้ว

ตัวเขาน่ะเป็น





ประตูห้องน้ำถูกเปิดอย่างรวดเร็ว ก้องภพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวคลุมท่อนล่างถึงกับชะงักเมื่อเห็นสิงขร

ตื่นมานั่งอยู่บนเตียง

เขาซ่อนความเก้อเขินไว้ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเดินมานั่งที่ขอบเตียง

“ตื่นแล้วหรือ หายปวดหัวหรือยัง

ผู้หมวดหนุ่มเอ่ยทัก

สิงขรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นคนตรงหน้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาหลุบตาลงต่ำไม่กล้า

สบตา เมื่ออ้อมแอ้มตอบว่าหายแล้ว

ก้องภพอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางกระดากของหนุ่มน้อย เขาเอื้อมมือไปเชยคางให้สิงขรสบตากับเขา

“ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ หิวแล้ว เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวเจ้าอร่อย

สิงขรสบตาคู่นั้น ไม่มีแววล้อเลียนหรือเยาะเย้ย มีแต่ความอบอุ่นที่ฉายแสงอยู่ในนั้น หนุ่มน้อยยิ้มกว้าง

“คร้าบผม พี่ก้อง ไปเดี๋ยวนี้ตามคำสั่งเลย

แล้วสิงขรก็ดีดตัวจากที่นอนลงมายืนข้างเตียง ก่อนที่จะชะงักเมื่อมือเรียวถูกดึงไว้จากคนที่ยังนั่งอยู่ขอบ

เตียง เขาหันกลับไปมองอย่างสงสัย

ดวงตาของผู้หมวดหนุ่มจริงจังเมื่อกล่าวกับเขา


“วันนี้ถ้าแกยังไม่พร้อมจะบอกกับพี่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันไหนพร้อมแกต้องบอกพี่ว่า แกเป็นใคร











ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ลุ้นตาม อยากรู้ความจริงแล้วๆ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +696/-2
    • ฺBelove


                       Only Love is real

                           ให้รักนำทาง

                         บทที่ 10 แรกเจอ
 
สิงขรยังคงวางหน้าไม่ถูก แม้ว่าเวลาจะล่วงมาถึงตอนค่ำแล้ว เขาก้มหน้าก้มตามองแต่เส้นราดหน้า


ที่อยู่ในจานจนแทบจะจำได้แล้วด้วยซ้ำว่ามันขดงอรูปร่างอย่างไรบ้าง


ก้องภพเองก็มองหนุ่มน้อยอย่างขำขันแกมเอ็นดู รู้ดีว่าสิงขรคงยังขัดเขินไม่คุ้นเคยกับสภาพความ

สัมพันธ์คลุมเครือที่เกิดขึ้นของวันนี้


จริงๆแล้วเขาเองก็เก้อกระดากไปไม่น้อยกว่ากัน เพียงแต่ประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่าจึงเก็บซ่อน

อารมณ์ได้ดีกว่าเจ้าหนุ่มตาหวานที่นั่งเขี่ยอาหารในจานอยู่ตรงหน้า


“มันไม่อร่อยหรือไง ถึงได้นั่งเขี่ยไปเขี่ยมา ไม่ยอมกินเสียที”


ผู้หมวดหนุ่มพูดทำลายความเงียบ


“อุตส่าห์พามากินเจ้าอร่อย กลับทำตัวซังกะตาย คราวหน้าจะไม่พามาแล้วนะ”


ก้องภพประดิษฐ์ซุ่มเสียงน้อยใจ จนคนที่นั่งตรงกันข้ามเงยหน้ามายิ้มแหยๆ


“โธ่ พี่ก้อง งอนเป็นวัยรุ่นไปได้”


หนุ่มน้อยลากเสียงเอาใจ พยายามเก็บความขัดเขินไว้ แล้วจึงได้รู้ว่าตนเองนั้นหิวแค่ไหน เนื่องจาก

อาหารยังไม่ตกถึงท้องตลอดวัน เขาตักราดหน้าเข้าปาก เพียงชั่วครู่ก็ไม่มีอะไรเหลือ

“อร่อยจริงๆ อย่างที่พี่ว่า แหม รู้จักเมืองนี้ดีจริงๆ อาหารอะไรอร่อยก็รู้จักแล้วเลี้ยงข้าวผมบ่อยๆนะ”


ให้เลี้ยงตลอดชีวิตเลยไหม...


ก้องภพรำพึงในใจ ก่อนที่จะสะดุ้งกับความคิดตัวเอง นี่เขาจริงจังกับเด็กคนนี้


มากไปหรือเปล่า



ความคิดเหล่านั้นสะดุดลงเมื่อหางตาของผู้หมวดหนุ่มฉายาสายสืบพยายม เหลือบเห็นอะไรบางอย่าง


เขาเอียงหน้าเล็กน้อย ไม่ให้เป็นที่สังเกตเพื่อมองใครบางคนที่คุ้นหน้า


เจ้าอาจารย์สักยันต์ที่เขาลงทุนตามรอยมาถึงที่นี่นั่นเอง ชายหนุ่มอุทานในใจ นึกดีใจที่เจอตัวรวดเร็ว


ไม่ต้องเสียเวลานาน


ผู้หมวดหนุ่มค่อยๆลอบมอง จึงได้เห็นเจ้าอาจารย์คนนั้น กำลังส่งวัตถุอะไรบางอย่างให้ใครบางคนที่

เขามองไม่ชัดรูปร่างสูงโปร่งดูคุ้นตา  อยู่ในชุดสีดำตลอดทั้งร่างกลมกลืนไปกับความมืดทแสงไฟจาก

เสาไฟฟ้าข้างทางส่องไปไม่ถึง คนๆนั้นรับวัตถุจากมืออาจารย์สักยันต์แล้วเดินจากไป

ก้องภพละล้าละลัง เขามองสิงขรอย่างเป็นห่วง แต่งานต้องมาก่อน

“ไม้ รอพี่อยู่ที่นี่ก่อนนะ อย่าเพิ่งไปไหนเดี๋ยวพี่กลับมา”

เอ่ยกับหนุ่มน้อยแล้วผู้หมวดหนุ่มก็รีบวิ่งตามร่างของคนชุดดำไป โดยที่ไม่รู้เลยว่า

ทันทีที่เขาลุกออกจากโต๊ะ หนุ่มน้อยหน้าหวานก็แทบจะกระโจนออกจากโต๊ะเช่นกัน





ก้องภพเดินแกมวิ่งมาจนทันเห็นร่างสูงโปร่งในชุดดำนั่นอยู่ห่างไปไม่มากนักจึงได้ผ่อนฝีเท้า

แต่ดูเหมือนไม่ทันที่จะหลบ เพราะชายชุดดำหยุดเดินเอามือไพล่หลังเหยียดตัวตรง

ก่อนเอ่ยถามแม้จะไม่หันหน้ามา

“ตามมาทำไม”

“ผมตามหาคนอยู่ รู้สึกคุ้นๆบอกไม่ถูก เลยตามคุณมา”

ก้องภพเอ่ยตอบ พลางสืบเท้าเข้าไปหาช้าๆ

“ผมคงจะไม่ใช่คนที่คุณตามหา เพราะผมไม่เคยรู้จักคุณเลย ขอโทษนะ คงต้องขอตัว”

พูดแล้ว ร่างในชุดดำนั้นก็ก้าวเเดินต่อ

ใช่..มันต้องใช่ สัญชาตญาณบอก หางตาขวากระตุกถี่ๆ ก้องภพรู้ได้ว่าคนๆนี้ต้องมีความสำคัญ

เขาตัดสินใจส่งกระแสจิตหยุดร่างนั้นไว้ ก่อนที่จะวิ่งเพื่อไปคว้าตัวให้ได้

เกือบแล้ว แค่ชั่วมือคว้าร่างนั้นสลัดตัวจากพลังของเขา รู้สึกได้ถึงพลังกระแทกย้อนกลับมาแล้วร่าง

นั้นก็แปรสภาพกลายเป็นกลุ่มควันบางเบาที่ก้องภพได้สัมผัสเพียงท่อนแขนเท่านั้นก่อนที่ร่างนั้นจะสลายหายไปจนมองไม่เห็นอีก


ชายกลางคนผู้เป็นคนสักยันต์เดินแกมวิ่งหันรีหันขวางหลังจากส่งมอบ”วัตถุ”บางอย่างให้แก่คนๆนั้น

คนที่มีอำนาจเหนือกว่าทุกอย่าง น่าเกรงขามจนไม่กล้าแม้กระทั่งสบตา เมื่อส่งมอบสิ่งที่ได้รับมา

จากลูกศิษย์คนหนึ่งที่อยู่แถวพิษณุโลก เขารีบติดต่อคนๆนั้นที่ต้องการเจ้า”วัตถุ”นั่น เพราะรู้ว่าเป็นที่

ต้องการแค่ไหน

นึกกระหยิ่มหากสิ่งที่ส่งมอบเป็นของจริง เขาจะได้ของสมนาคุณไม่น้อย

แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนขวางกลางถนน อาจารย์สักยันต์เงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจ

แทบสิ้นสติ ก็ในเมื่อ......เขาเพิ่งจากคนๆนี้มาเมื่อสักครู่นี้เอง

แต่ชายคนนั้นตอนนี้กลับอยู่ในชุดเด็กแร็พ ใส่หมวกแก๊ปใบโต ยืนทำหน้าเครียดใส่เขา

“นะ..นาย”

เขาเอ่ยปากเสียงสั่น

“มีอะไรกับผมอีกหรือครับ”

สิงขรยืนจ้องหน้าชายคนนี้ รู้ดีว่าเขาส่งมอบ “อะไร” ไปให้ “ใคร”

และรู้ไปอีกด้วยว่า ถ้า “ใคร” คนนั้นทำสิ่งที่อยากทำสำเร็จสิ่งที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงแค่ไหน

ถึงแม้คนที่ว่านั้นจะมีพลังมากกว่าเขา แต่ด้วยความดีในใจทำให้เขารู้ว่าเขาต้องขัดขวางให้สำเร็จ

และจะให้คนๆนั้นรู้ไม่ได้ด้วยว่าเป็นเขาที่เป็นผู้ขัดขวางคนๆนั้นได้ “วัตถุ” ไปหลายชิ้นแล้ว

มันใกล้ความจริงไปทุกที สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงตัดการสื่อสาร ไม่ให้คนๆนั้นรู้ว่า “วัตถุ”ชิ้นต่อไปอยู่

ที่ไหนสิงขรจำเป็นต้องจัดการ

เขายืนจ้องหน้าชายกลางคนอย่างขอลุแก่โทษ ก่อนที่แบมือที่กำไว้เผยให้เห็นตะปูกำใหญ่

แล้วหนุ่มน้อยก็เป่ามันเบาๆ

ตะปูหลายดอกหายวับไปในพริบตา ชายกลางคนสะดุ้งเฮือก ยกมือกุมท้องแล้วล้มลงดิ้นทุรนทุราย

เลือดออกจากปากและจมูกอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะนิ่งตาเหลือกลานหนุ่มน้อยหน้าหวานเดินตรงไปคุกเข่า

เอื้อมมือไปปิดตาคู่นั้นแล้วยกมือไหว้ขออโหสิกรรมเหมือนกับอีกสี่รายที่ผ่านมา
 




ก้องภพเดินตรงมาทางสิงขรที่ยังคงนั่งอยู่โต๊ะในร้านอาหารที่เดิม แล้วยกน้ำดื่มอย่างหิวกระหาย

“รอนานไหมไม้”

หนุ่มน้อยสั่นหน้ายิ้มกว้าง ดีใจที่คนตรงหน้าไม่ได้สังเกตอาการหอบเหนื่อยที่ต้องวิ่งกลับมาที่เดิมอย่าง

รวดเร็วของตน
 
 
 
 
 
 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-07-2014 22:07:38 โดย Belove »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด