☁เมื่อผมเป็นข่าว‘ฉาว’กับซุปเปอร์สตาร์☁ ตอนพิเศษ3-4-59 P.64
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

โพลล์

คิดเห็นอย่างไรหากมีการรวมเล่ม

ซื้อแน่นอน
71 (42.8%)
ไม่ซื้อ
9 (5.4%)
ขอคิดดูก่อน
86 (51.8%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 166

ผู้เขียน หัวข้อ: ☁เมื่อผมเป็นข่าว‘ฉาว’กับซุปเปอร์สตาร์☁ ตอนพิเศษ3-4-59 P.64  (อ่าน 554362 ครั้ง)

ออฟไลน์ INSOMEDAYS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ DuenTwinBII

  • ♥ “If you can't explain it simply, you don't understand it well enough.”♡
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +624/-4



เอาปกมาให้ดูกันก่อนน เปิดจองเดือนหน้าค่ะ
รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกทีนึงนะคะ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6

ออฟไลน์ กวังกีเมย์บี

  • วาย ว๊าย วาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 352
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
สนุกมากเลยค่ะ เป็นเรื่องที่น่ารักมาก ไม่เครียดเท่าไร
น้องเมฆก็น่ารัก ภาคินก็ดีค่ะ ถ้าสร้างปัญหาน้อยลงนิด

อ่านตอนพิเศษของภาคินแล้ว เหงาจังเลย น่าสงสารมาก
คืออยากอ่านตอนมากๆ สงสัยต้องซื้อเล่มแล้ว

ขอบคุณนะค่ะสำหรับเรื่องราวดีๆ
:m1: :m3: :m1: :m3: :m1: :m3:   

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5

ออฟไลน์ DuenTwinBII

  • ♥ “If you can't explain it simply, you don't understand it well enough.”♡
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +624/-4
Special::พี่เลี้ยงหมูนิน

[เป็นพาร์ทสามปีนะคะ]





“ตอนนี้เลยเหรอครับ”น้ำเสียงตกใจของภาคินทำให้ผมหันไปมอง ร่างสูงที่กำลังรดน้ำอยู่ที่หน้าบ้านด้วยความสนใจ น้ำเสียงที่คุยกับคนในสายบ่งบอกว่ามันตกใจ วันนี้ภาคินมาค้างที่บ้านผมเพราะแม่กลับไปเยี่ยมบ้านพ่อที่บ้านนอก มันไม่อยากให้ผมอยู่คนเดียว 

“ครับๆ ผมไม่มีปัญหาหรอก แต่แม่พาหมูนินมาที่บ้านเมฆได้ไหมครับ ครับ หัดไว้บ้าง ผมดูแลได้ครับน้องผมทั้งคนนะ ครับผม เดินทางดีๆนะครับ”ผมมองภาคินวางสายก่อนจะเดินเข้าไปหา

“มีอะไรเหรอ”

“ก็พ่อกับแม่มีธุระด่วนที่อังกฤษน่ะสิ ต้องบินไปด่วนเลย หมูนินเลยต้องอยู่กับเราราวๆหนึ่งอาทิตย์ล่ะ”ภาคินมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย หนึ่งอาทิตย์ก็นานเหมือนกัน แถมเจ้าหมูนินก็ไม่เคยต้องห่างพ่อกับแม่ด้วยสิ แล้วน้องจะงอแงไหมเนี่ย ผมเองก็ไม่ถนัดเรื่องดูแลเด็กซักเท่าไหร่ ถ้าแม่อยู่ก็ดีน่ะสิ

“แย่เลย แล้วหมูนินรู้หรือเปล่า”

 “ก็คงรู้แล้ว แต่จะเข้าใจไหมก็อีกเรื่อง แต่ไม่ต้อห่วงหรอก ฉันพอจะดูเจ้าหมูนั่นได้”ถึงอย่างนั้นภาคินก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจเท่าไหร่ ผมว่าภาคินเองก็ไม่ถนัดเรื่องดูแลเด็กเท่าไหร่ เห็นก็แต่ค่อยแกล้งค่อยแหย่น้องอยู่ตลอด

“แต่เจ้านั่นมันดื้อ เอาแต่ใจจะตาย กลัวนายจะพลานปวดหัวไปด้วยน่ะสิ”ภาคินเอื้อมมาบิดจมูกผมเบาๆ

“ฉันรับมือได้น่า”ผมหัวเราะก่อนจะเดินไปปิดน้ำให้ภาคินที่ปล่อยน้ำเจิงนองสนามหญ้าหมด ปกติแล้วหมูนินมีพี่เลี้ยงที่คอยดูแล ผมเองก็ไม่เคยเจอหรอก แต่จากคำบอกเล่าของหมูนิน พี่เลี้ยงคนนั้นสวยเหมือนนางฟ้า แถมหมูนินยังแอบเขินด้วย

“พาน้องมาที่บ้านฉัน น้องจะไม่งอแงเหรอ”ผมเริ่มจะกังวลนิดๆ

“ไม่หรอก งอแงก็ตีสิ”มันพูดพลางยิ้มขำ   

“จริงๆนะ เจ้านั่นชักเอาแต่ใจเกินไปแล้ว ได้อยู่กับฉันก็ดีเหมือนกัน จับดัดนิสัยซะให้เข็ด”คราวนี้ภาคินทำหน้าจริงจัง ก็ได้แต่หวังว่าภาคินกับหมูนินคงไม่ทำบ้านแตกหรอกนะ รอไม่นานรถที่ผมจำได้ว่าเป็นของบ้านภาคินก็มาจอดที่หน้าบ้านของผม คุณแม่ยังสาวของภาคินออกมาพร้อมกับเจ้าหมูนินที่ทำหน้างอแง 

“อยู่กับพี่ก่อนนะนิน เดี๋ยวปะป๊ากับมามี้ก็กลับมาแล้ว”คุณพ่อลงมาช่วยพูดอีกแรง

“เอาขนมมาฝากเค้าด้วยเลย”เจ้าหมูทำจมูกฟุดฟิด ไม่รู้ว่าเข้าใจไหมว่าพ่อกับแม่ไปนาน

“เดี๋ยวซื้อมาให้เยอะๆเลย ไปหาพี่ชายกับพี่เมฆกัน”คุณแม่ส่งยิ้มให้ผมก่อนจะส่งเจ้าหมูไปให้ภาคินอุ้ม แต่เจ้าหมูนินก็ดีดดิ้นลงมาจากอ้อมแขนแม่

“อยู่กับพี่ห้ามดื้อนะ ไอ้หมู ไม่งั้นอดขนมแน่”ภาคินหยิกแก้มน้องอย่างหมั่นเขี้ยว เจ้าหมูก็แลบลิ้นใส่ก่อนจะวิ่งเข้ามาหาผมแทน ผมเลยต้องอุ้มเจ้าหมูตัวหนักๆขึ้นมา

“บ๊ายบายปะป๊ากับมามี้ก่อนครับ”ผมยกมืออวบๆขึ้นโบกให้ทั้งสองคน

“บ๊ายบาย อย่าลืมขนมของเค้านาา”

“ไม่ลืมแน่ครับ”หลังจากที่ทั้งคู่ฟัดแก้มลูกชายเสร็จก็จากไป เจ้าหมูนินดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรสักเท่าไหร่ จะกินขนมลูกเดียว

“ตอนนี้ยังกินไม่ได้เข้าใจไหม ไอ้หมู”ภาคินทำเสียงดุน้องชาย

“ก็เค้าหิวอ่ะ เมฆทำให้เค้านะ”เจ้าหมูหันมาอ้อนผมแทน เอาหัวเล็กๆมาไถกับไหล่ของผม ตอนที่ผมไปหาน้องผมเคยทำขนมบราวนีย์ให้เจ้าหมูชิม แถมยังติดใจอีก

“ทานข้าวกลางวันก่อนแล้วค่อยทานนะครับ เดี๋ยวพี่จะทำให้”เจ้าหมูทำหน้างอแงแต่สุดท้ายก็ต้องยอม ผมอุ้มหมูนินเข้าไปในบ้าน หาของเล่นให้เล่นแก้เหงาไปก่อน ภาคินหายไปบนห้องก่อนจะกลับมาพร้อมโน้ตบุ๊คของผม

“ไอ้หมู มาดูเบ็นเท็นกัน”

“เค้าไม่ช่ายหมู”แล้วก็ฟาดภาคินไปสองสามเพี๊ยะ

“หมูสิ อ้วนขาดนี้”ภาคินบีบพุงน้องก่อนจะหัวเราะ อุ้มน้องชายมานั่งบนตักแล้วพยายามให้เด็กซนๆดูการ์ตูนเบ็นเท็น ส่วนผมก็เตรียมทำขนมบราวนีย์ให้เจ้าหมูมัน เดี๋ยวจะงอแงไปใหญ่ โชคดีที่วัตถุดิบยังมีครบ

“เค้าคิดถึงนางฟ้า”ผมเงยหน้าจากการตีส่วนผสมให้เข้ากันมองเจ้าหมูที่กำลังงอแงอีกครั้ง

“นางฟ้าไม่ว่าง”ภาคินทำหน้าหงุดหงิด

“เค้าอยากเจออ่า พามานะๆ”จากนั้นก็เกิดการก่อกวนภาคินด้วยการดึงผมมันแรงๆ ผมเห็นแล้วไม่รู้จะขำหรือสงสารดี สุดท้ายแล้วภาคินก็ต้องโทรไปหาพี่เลี้ยงให้มาเล่นด้วย ผมอยากเจอนางฟ้าของหมูนินจริงๆ เอาขนมเข้าเตาอบเสร็จพอดี นางฟ้าของหมูนินก็มาถึง บอกได้เลยว่าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นนางฟ้าของเจ้าหมูเป็นหญิงสาวร่างออกท้วมหน่อยๆ แต่ใบหน้ากลมๆที่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมหยิกๆนั้นกลับดูน่ารักเหมือนเด็กวัยรุ่นเลย 

“สวัสดีค่ะ คุณภาคิน คุณเมฆ”พี่เลี้ยงทักผมกับภาคินด้วยรอยยิ้ม เจ้าหมูเลยวิ่งมาหา

“มาดูเบ็นเท็นกัน”แล้วก็โดนลากไปดูการ์ตูน ภาคินทำหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะเข้ามาหาผม

“ไม่อยากให้เจ้าหมูติดพี่เลี้ยงเท่าไหร่เลย ตอนแรกพ่อก็ไม่อยากจ้างหรอก แต่ช่วงนี้พวกเขายุ่งๆ อะไรๆก็นางฟ้าๆ”ภาคินทำหน้าหงุดหงิด นี่ผมคิดไปเองรึเปล่าว่ามันหวงน้อง

“เอาน่า…”ผมตบบ่าอีกคนเบาๆ

“ไม่รู้ล่ะ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ไอ้หมูจะได้เห็นหน้านางฟ้าของมัน ฉันจะดัดนิสัยเอาแต่ใจของไอ้หมูเอง”มันพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นจนผมแอบขำไม่ได้ หน้าภาคินตอนนี้ดูจริงจังมาก พี่เลี้ยงอยู่เล่นกับเจ้าหมูจนเหนื่อยหลับไปแล้ว ก็เลยได้โอกาสแอบกลับไปเงียบๆ ภาคินถึงดูอารมณ์ดีขึ้นมาได้ ผมก็เบื่อหน้าหงุดหงิดตลอดเวลาของมันเหมือนกัน

“เสร็จแล้วเหรอ หอมดี”ผมเอนตัวออกเมื่อมันเข้ามาหอมแก้มผม

“อย่าลุ่มล่ามน่า”ผมยกถาดออกมาวางที่เคาน์เตอร์ ภาคินก็เดินตามมาต้อยๆ

“ไอ้หมูหลับอยู่ ไม่เห็นหรอก”มันหัวเราะเบาๆก่อนจะกอดเอวผมหลวมๆ  ช่วงนี้สถานการณ์ที่บริษัทดีขึ้นแล้ว ผมเองก็ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม แต่งานไม่ยุ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีการขยับขยายตำแหน่งเพิ่มขึ้น งานเลยกระจายๆออกไป ทำให้ผมมีเวลาว่างให้กับคนแถวนี้มากขึ้น

“ฉันกำลังคิดหาทางรับมือกับไอ้หมูอยู่”

“ไหนว่ารับมือได้ไง”

“ก็มันดื้อขึ้นมากกว่าเก่านี่”ภาคินผละออกมาจากผม ก่อนจะยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวมองหน้าผม

“ฉันขอชิ้นหนึ่ง จะไปแกล้งไอ้หมู”ระหว่างที่ภาคินกำลังวางแผนร้าย เสียงงอแงของหมูนินก็ดังมาจากห้องนั่งเล่น

 “ป๊ากับมี้ไปไหนอ่า นินอยากกอดป๊าา”ภาคินสบถเบาๆก่อนจะถือบราวนีย์เข้าไปหาน้องชาย ผมเห็นเจ้าหมูมีสีหน้าง่วงงุ่น ตาปรือๆแต่ปากเล็กๆเริ่มเบะออกเหมือนจะร้องไห้

“อย่าร้องนะ เดี๋ยวป๊ากับมี้ก็กลับมาแล้ว”ผมเข้าไปปลอบเพราะภาคินมัวแต่ยืนมองเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก

“ตอนไหนอ่า นินอยากกอดป๊ากับมี้”หมูอวบนอนดิ้นไปมาบนโซฟา ภาคินกลอกตามองมาที่ผม

“กินขนมไหม หมู อร่อยนะ”ภาคินยื่นบราวนีย์ไปใกล้ๆน้องชายที่เริ่มหันมามอง

“เค้าไม่กินของคินหรอก เค้าจะกินของเมฆ”เจ้าหมูหันมาหาผมแทน ภาคินทำหน้าหงุดหงิด

“นี่ก็ของพี่เมฆไง”จากนั้นมันก็จัดการบราวนีย์คนเดียว เพราะแผนหลอกล่อน้องไม่สำเร็จ แต่ไปๆมาๆเจ้าหมูอวบก็เริ่มงอแงอีกครั้ง

“นินจะกลับบ้านน”เจ้าหนูกระทืบเท้าอีกครั้ง

“ป๊ากับม๊าไม่อยู่ หมูต้องอยู่บ้านพี่เมฆกับพี่ โอเคนะ”ภาคินตอบแล้วอุ้มน้องขึ้นมาก่อนจะจับหมุนไปรอบๆ หมูนินร้องโวยวายลั่นบ้าน เมื่อภาคินปล่อยลง เจ้าหมูก็กระแทกตัวใส่ขาภาคินเหมือนจะโกรธ

“แกล้งน้องทำไม เดี๋ยวน้องก็อ้วกหรอก”ผมหยิกพุงภาคินแรงๆ ไปหนึ่งที

“หมั่นไส้มัน”มันตอบหน้าตาย

“เค้าหิว”หมูนินส่งเสียงมา หน้าบูดบึ้งกอดอกมองผมกับภาคิน

“เค้าจะกินกับพี่หมี”พี่หมีคือกล่องข้าวรีลัคคุมะ ที่หมูนินชอบใช้ทานข้าว

“ไม่มีพี่หมีอะไรทั้งนั้น ถ้ากินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”ภาคินกลับมาพร้อมกับถ้วยข้าวผัดที่มันเพิ่งไปตักมาให้น้องชาย

“งั้นเค้าก็ไม่กิน”หมูนินนั่งกอดอกหน้าบูดอยู่ที่โซฟา ผมมองหน้าภาคินดูว่ามันจะเอายังไง

“ไปเอาพี่หมีมาให้น้องดีไหม”ผมกระซิบถามอย่างกังวล

“ไม่อ่ะเมฆ ตามใจมากไม่ได้หรอก ฉันไม่อยากให้น้องโตมาเป็นเด็กนิสัยเสีย ต้องโทษพ่อกับแม่ที่ตามใจมันมากเกินไป”ภาคินถอนหายใจก่อนจะนั่งลงตรงหน้าน้องชาย ตักข้าวคำเล็กๆยื่นไปตรงหน้าเจ้าหมูนิน

“วันนี้ไม่มีพี่หมี อ้าปากเร็วๆ นิน”แต่หมูน้อยก็เบือนหน้าหนี ผมเห็นแววว่าภาคินจะหงุดหงิดอีกไม่ช้า

“ไอ้หมู อย่าให้พี่โมโหนะ”ภาคินทำเสียงดุ จนน้องเริ่มจะกลัวขึ้นมา

“ก็เค้าอยากกินกับพี่หมีอ่า”หมูนินหันมามองหน้าผมด้วยดวงตารื้นน้ำเหมือนจะขอให้ผมช่วย แต่ภาคินมองหน้าผมดุๆอีกคน ผมเลยปล่อยให้มันจัดการกับน้องชายเอง ผมเชื่อว่าภาคินมันไม่กล้าตีหมูนินแน่ ผมกินข้าวไปเงียหูฟังเสียงในห้องนั่งเล่นไป เสียงดุๆของภาคินหายไปแล้ว คาดว่าหมูนินคงทนหิวได้ไม่นาน 

ช่วงเย็นๆ ภาคินพาหมูนินออกไปเล่นที่สนามหน้าบ้าน ส่วนผมได้แต่นั่งมอง เห็นภาคินยิ้มได้ผมก็มีความสุขแล้ว …แต่ก็ยิ้มได้ไม่นานเพราะเล่นไปเล่นมาหมูนินดันวิ่งแล้วหกล้มซะได้ ผมทันเห็นเจ้าหมูหน้าคะมำพอดีเลยรีบลุกเข้าไปดูเพราะตกใจ

“โอ๋ อย่าร้องนะ ไหน มาให้พี่เป่าเพี้ยงซิ”ผมปัดเศษหญ้าออกจากหัวเข่าของน้องออกอย่างเบามือ ภาคินขยับมานั่งข้างๆ

“เป็นผู้ชายอย่าอ่อนแอเข้าใจไหม หมู”มันลูบศีรษะเล็กๆของน้องเบาๆ

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว”แล้วมันก็ปรับโทนเสียงมาเป็นดุอีกครั้ง

“ค…เค้าเจ็บอ่ะ”หมูนินทำปากเบะก่อนจะแหกปากร้องโยเยลั่นเลย แต่แปลกนะ ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้นะ หมูนิน ไม่งั้นพี่ตีนะ”ภาคินยกมือขึ้นขู่ เจ้าหมูสะอึกฮึกๆ จากที่แกล้งงอแงกลายมาเป็นร้องไห้จริงๆแล้ว

“ภาคิน นายอย่าดุน้องสิ น้องกลัวแล้วนะ”ผมปรามมันเบาๆ ผมรู้ว่าภาคินกำลังคิดอะไร แต่ทำแบบนี้จะยิ่งทำให้น้องยิ่งร้องไห้ หมูนินเข้ามากอดผมแน่นเพราะกลัวภาคิน มันมองหน้าผมสลับกับน้องชายก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ผมใช้เวลาปลอบเจ้าหมูอยู่นานกว่าจะหยุดร้อง ยังดีที่ไม่งอแงหาพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นผมคงปลอบไม่ไหวแน่

ผมอุ้มน้องเข้ามาในบ้าน เปิดการ์ตูนให้ดู ภาคินคงอยู่ในครัวเพราะได้ยินเสียงดังมาแว่วๆ

“คินนิสัยไม่ดี”เจ้าหมูพูดเบาๆ บิดหัวตุ๊กตาในมือเล่นไปด้วยสีหน้าง้ำๆเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ

“พี่คินเขาอยากให้นินเข้มแข็งนะรู้ไหม ร้องไห้มากๆมันไม่ดี”ผมลูบแก้มยุ้ยๆของหมูน้อยอย่างเบามือ

“ไม่โกรธพี่ชายนะ”ผมหอมแก้มเจ้าหมูที่ยกมืออวบๆขยี้ตา นอนซุกผมดูการ์ตูนอยู่เงียบๆ เมื่อเห็นว่าน้องสงบดีแล้ว ผมจึงเข้าไปดูคนพี่บ้าง มันนั่งหันหลังให้ประตู ผมเลยเดินเข้าไปแตะไหล่มันเบาๆ ภาคินเลยเริ่มพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

“ฉันอยากให้น้องโตมาอย่างเข้มแข็ง สู้กับโลกภายนอกได้ พ่อกับแม่ปกป้องมันไม่ได้ตลอดหรอกนะ ถ้าไม่พึ่งตัวเองบ้าง โตไปจะทำอะไรไม่เป็น”ภาคินดูเคร่งเครียดขึ้นมา จนผมต้องนวดไหล่ที่ตึงเครียดให้มันผ่อนคลาย

“ฉันเข้าใจนะว่านายต้องการอะไร แต่นายอย่าลืมนะคินว่าตอนนี้น้องนายยังเด็กอยู่ เขาแค่สามขวบกว่าๆเอง เรื่องไหนที่ตึงเกินไปก็อย่าเพิ่งสอนน้องเลย ฉันเข้าใจว่านายอยากให้น้องเข้มแข็ง...แต่ใช้ไม้แข็งก็ไม่ดีหรอก เหมือนที่นายเคยบอกไง อย่าตึงจนเกินไป ค่อยเป็นค่อยไปนะ”ผมรู้ว่าภาคินกำลังนึกถึงตัวเองเมื่อยังเด็กหรือสิ่งที่มันต้องเผชิญมาคนเดียว ภาคินหันมามองผม ผมเลยส่งยิ้มให้กับอีกคนที่เริ่มผ่อนสีหน้าลงบ้างแล้ว ภาคินดึงผมเข้าไปกอด ซบหน้าลงกับหน้าท้องของผม วัยเด็กของภาคินมีผลกระทบมากจริงๆถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่แสดงออกมาก็ตาม

“ขอบคุณที่เตือนนะ ไม่มีนายก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง”ภาคินพึมพำเบาๆ

“ชอบพูดอะไรแบบนี้ทุกทีเลยนะ บอกแล้วไงว่าไม่ชอบ”ผมยิ้มก่อนจะตบหลังของภาคินเบาๆเหมือนที่ปลอบหมูนิน

“คินร้องไห้เหรอออ”หมูนินที่ควรนั่งอยู่ที่โซฟาตอนนี้เงยหน้ามองผมกับภาคินกอดกันตาแป๋ว ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะคิกคัก

“ภาคินร้องไห้ ภาคินร้องห้ายย”แล้วก็กระโดดโลดเต้นรอบๆตัวผม

“อะไร พี่ไม่ได้ร้อง อย่ามามั่วนะ เดี๋ยวอดได้ขนมแน่ ไอ้หมู”ภาคินผละออกจากตัวผมก่อนจะก้มขู่น้อง หมูนินหดคอก่อนจะมาหลบทีด้านหลังของผม

 “แบร่! เค้าขอพี่เมฆก็ด้าย”ดูเหมือนเจ้าหมูจะลืมเรื่องที่โดนภาคินดุไปแล้ว จากนั้นก็มีเสียงดังตึงๆและเสียงกรีดร้องของหมูนินเพราะสองพี่น้องไม่รู้จักโตวิ่งไล่กันในบ้าน เฮ้อ นี่แค่ครึ่งวันนะ หนึ่งอาทิตย์จะขนาดไหน














 
:L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1:

เอาตอนป่วนๆมาให้ ที่เหลือต้องเอาไว้ในรวมเล่มนะคะ  :กอด1:



ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7

ออฟไลน์ waterlily

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
เราเป็นพี่สาวที่ชอบแกล้งน้อง พอเป็นป้าก็ชอบแหย่หลาน เลยอยากเห็นภาคินสอนน้อง ( แหย่น้องเยอะ ๆ ) 555  :hao3: :pig4:

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
แอร๊ยยยยย หมูนินน่ารักอ่าาาาภาคินนี่ดูท่าจะเลี้ยงน้องสายฮาร์ดคอร์นะ ฮาาาา คนที่ต้องปวดหัวตลอดอาทิตย์คาดว่าจะเป็นเมฆนี่แหละ หุหุ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7039
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
ฮาพี่น้องต่างวัยคู่นี้จัง. เมฆเอาอยู่ แต่เหนื่อยหน่อยนึงนะ

 :L1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
อยู่กับเด็กปวดหัวมากบอกเลย

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3648
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
เด็กๆ นี่ลืมง่ายดีนะคะ เพราะแป๊บๆ ก็มาล้อภาคินแทนเสียแล้ว ^^

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
สามขวบกำลังซนเลย  การเลี้ยงเด็กของไทยกับฝรั่งต่างกันจริงๆ   เด็กไทยกินขนมกันสนั่นหวั่นไหว กินได้ทุกวัน อย่างเด็กสแกนนี่เข้มงวดมากๆ ได้กินขนมแค่อาทิตย์ละครั้ง ทางรัฐจะเน้นมากเรื่องการรักษาสุขภาพฟัน  การไม่ให้เด็กเล็กดื่มน้ำหวานจากขวดนมหรือพร่ำเพรื่อ    สอนให้เด็กสามารถนั่งเล่น นั่งทำอะไรด้วยตัวเอง  ทีวีก็ได้ดูแค่วันละไม่นาน

เลี้ยงแบบภาคิณกับเมฆนี่เหนื่อยมากๆ  อะไรที่ภาคิณไม่ให้น้องไปขอจากเมฆแล้วได้ คำขู่ก็ไม่มีผลเพราะเด็กรู้ว่าที่ขู่มาผู้ใหญ่ทำไม่ได้

เจอคำผิดนะคะ  ลุ่มล่าม - รุ่มร่าม ค่ะ

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
แบบนี้ หมูนินจะมีเรื่องแยกของตัวเองใหม

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
555555 เด็กโข่ง กับเด็กจริงๆ เมฆต้องปวดหัวมากแน่ๆเลย

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4046
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6

ออฟไลน์ แมลงมีพิษชนิดหนึ่ง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 475
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-14

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
เหมือนเมฆเลี้ยงเด็ก 2 คนเลยอ่ะ 55555 :hao7:

ออฟไลน์ jeabjunsu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่ารักมากๆเลยน้า ดูเป็นคู่ที่ดูเรียลมากๆ สมเหตุสมผลเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องด้วยเลย
น้องเมฆน่ารักทากๆ ภาคินก็น่าสงสารนะแต่มีคนดูแลแล้วหายห่วงน้าาา
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสนุกๆนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1997
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

ออฟไลน์ GlassesgirL

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-2
เมฆคงเหนื่อยมากสินะเลี้ยงหมูนินแล้วต้องดูแลพี่ของหมูนินด้วย ฮ่าๆๆๆ

 :pig4: :L2:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12

ออฟไลน์ แป้งข้าวหมาก

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ BoJuNg

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0

ออฟไลน์ 14th-friedegg

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ท่าทางตอนพิเศษในเล่มท่าจะยาวมากเลย

รอจองอยู่นะคะ ^_^

 :katai2-1:

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :กอด1: เจ้าตัวเล็กนี่แสบไม่ใช่เล่น

ออฟไลน์ DuenTwinBII

  • ♥ “If you can't explain it simply, you don't understand it well enough.”♡
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +624/-4
Pocket Book: This is Phakin





ก่อนที่ผมจะคบกับเมฆ ผมได้เคยคบกับผู้หญิงมามากมาย ทั้งที่จริงจังและคบแก้เบื่อไปวันๆ แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไว้ใจมากเป็นเพราะ เธอเหมือนที่พึ่งทางใจของผมในช่วงที่ผมรู้สึกโดดเดี่ยว ผมรู้จักเธอครั้งแรกตอนอยู่ม.สี่ ที่ร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสขึ้นไปจับไมค์ร้องเพลงเป็นครั้งแรก ผู้หญิงคนนั้น เป็นคนหน้าตาดีและอายุห่างจากผมอยู่หลายปี

ตอนที่เห็นเธอครั้งแรก ผมคิดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยนะ หรือตอนนั้นเป็นเพราะว่าผมยังเด็กเลยแยกแยะอะไรไม่ค่อยได้รึเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เธอเข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่วันนั้น ผมได้ทำความรู้จักกับเธอ และรู้สึกเป็นครั้งแรกในชีวิตว่าผมกำลังมีความรัก ความรักที่ผมไม่เคยได้มานาน ผู้หญิงคนนั้นเป็นห่วงและหวังดีกับผมมากกว่าพ่อกับแม่เสียอีก อาจจะคิดว่าผมโอเวอร์แต่ในตอนนั้นสถานการณ์ภายในครอบครัวผมไม่ค่อยดีนัก

ผมยอมรับว่าโกรธพวกเขาอยู่หน่อยๆ ที่ทิ้งผมไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น พวกท่านต้องเจอเรื่องลำบากแค่ไหน …แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมกำลังพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือว่ามีบทบาทในชีวิตของผมพอสมควร นามสมมุติของเธอคือมอล่ะกัน (มอ=วัว=นมวัว เมฆอย่าโกรธกันนะ แค่อยากให้มันขำๆไม่เครียดจนเกินไป) พี่มอชอบมาดูผมร้องเพลงที่ร้านอาหารประจำ จนความสัมพันธ์ของเราก้าวหน้าไปมากจนเลื่อนขั้นมาเป็นแฟน พี่มอสนับสนุนผมเรื่องร้องเพลงสุด ๆ ซึ่งต่างจากพ่อกับแม่ที่มองว่ามันไม่มั่นคงและยากให้ผมทุ่มกับเรื่องเรียนมากกว่า

“พ่อไม่อยากให้คินไปร้องเพลงที่ร้านนั้น เลิกทำได้ไหม”พ่อพูดขึ้นมาในวันหนึ่ง ที่เป็นวันที่ดีมากสำหรับผม เพราะว่าพี่มอเพิ่งเอาใบประกวดร้องเพลงชิงเงินรางวัลมาให้ผมสมัครไปหมาดๆ

“ทำไมล่ะพ่อ ผมไม่ได้ร้องฟรีๆเสียหน่อย”ผมฉุนขึ้นมาทันที

“รู้ว่าได้เงิน แต่มันเสียการเรียน แกไปร้องเพลงกลับมาดึกๆดื่นทุกวันแบบนี้แกเอาเวลาที่ไหนไปนอน ถ้าไม่ใช่ในคาบเรียน”เสียงของพ่อเริ่มดังขึ้น จนผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ผมอยากตะคอกกลับไปว่า ‘เรื่องของผม’แต่ก็ไม่กล้าพอ

“แต่ผมก็ทำเกรดดีเสมอนะครับ”ผมแย้ง แต่พ่อทำเสียงเหอะออกมา ก่อนจะยื่นใบเกรดของเทอมนี้มาให้ผมดู

“แล้วนี่อะไร เกรดแกต่ำขนาดนี้เนี่ยนะ ไม่รู้ล่ะ ภาคิน ยังไงแกก็ต้องเลิกไปร้องเพลงที่ร้านนั่น”

“พ่อไม่เข้าใจผมเลย นี่ผมกำลังช่วยครอบครัวเรานะ”

“มีหน้าที่เรียน ก็เรียนไปสิ”ผมอยากจะหาคำพูดเจ็บแสบมาตอกใส่หน้าของพ่อจริงๆ แต่แม่ก็โผล่เข้ามาในห้องซะก่อน พลางมองมาที่ผมเหมือนให้ผมเงียบ

“ผมเหนื่อย ฝันดีนะครับ”ผมเลยเดินหนีเข้าห้องนอนแทน

ตอนนั้นสถานการณ์ที่บ้านของผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทะเลาะกันเกือบทุกวัน จนเรื่องมาบานปลายเมื่อพ่อมารู้เข้าว่าผมแอบโดดเรียนไปประกวดร้องเพลงที่พี่มอชวนผมไป งานนี้เงินรางวัลดีด้วย และไม่แน่ ถ้าโชคดีผมอาจได้เข้าฝึกกับค่ายเพลงดังอย่างXY แต่เรื่องทุกอย่างกับต้องมาพังเพราะพ่อของผม ที่ทำให้ผมไม่ได้เข้าประกวด ผมทั้งโกรธทั้งเสียใจจริงๆในตอนนั้น

“ถ้าคิดว่าโตพอที่จะอยู่เองได้ แกก็ออกไปจากบ้านนี้เลย”


คำพูดของพ่อทำให้ผมตัดสินใจออกจากบ้านทันทีและคนที่เข้ามาช่วยเหลือผมก็ไม่ใชใครนอกจากพี่มอที่เป็นแฟนผม มันดูบ้าบอจริงๆที่ตอนนั้นผมย้ายเข้าไปอยู่กับยัยป้านั่น แถม(ตอนนั้น)ผมยังคิดอีกว่าผมโชคดีจริงๆที่มีพี่มออยู่เคียงข้างในเวลาที่ผมลำบาก แต่ออกตัวไว้ก่อนว่าช่วงนั้น ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้กระเตื้องอะไรเลย ไม่ได้มีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวเพราะผมเองก็ยังเด็ก(ตอนนั้นใสๆไง)พี่มอแค่คอยช่วยเหลือเรื่องการประกวดร้องเพลง เรื่องเรียน บลาๆ ผมอาจจะมโนไปเองว่ามันคือความรักก็ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากได้จากใครสักคน

พ่อของผมมีนิสัยที่เหมือนกับผมคือ อารมณ์ร้อนเหมือนกัน ทิฐิแรง และคำไหนคำนั้น ผมไม่ได้เหยียบเข้าไปในบ้านอีกเลย กับแม่ก็ได้โทรคุยบ้าง ท่านก็คอยแอบส่งเงินให้ผมตลอด ผมก็รับบ้างไม่รับบ้าง จนผมเลื่อนชั้นมาอยู่ม.ห้า ผมเริ่มไขว่คว้าหาโอกาสในการเป็นนักร้องอีกครั้ง ตอนแรกผมแค่ชื่นชอบในการร้องเพลง แต่ตอนนี้ผมมีความฝันที่มโนไปต่างๆนาๆ ว่าผมจะมีเงินใช้เองโดยไม่ต้องขอพ่อกับแม่อีก ผมจะทำให้พ่อเห็นว่าผมออกมายืนด้วยตัวเองได้

“ไม่มีพ่อผมก็ไม่ตายหรอก ขนาดพ่อทิ้งผมให้อยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าผมยังอยู่ได้เลย”นั่นคือประโยคที่ผมย้ำกับตัวเองบ่อยๆ เวลาที่ท้อแท้ขึ้นมา พี่มอเองก็สนับสนุนผมเต็มที่ จนผมเก็บเงินได้มากพอเลยแยกมาเช่าห้อง เพราะอยู่ด้วยกันมันก็ดูไม่ค่อยดี ตอนม.ห้าผมเดินสายประกวดร้องเพลงไปเรื่อยๆ โดยมีพี่มอไปเชียร์ผมทุกครั้ง จนความฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อผมได้รับการติดต่อจากทางค่าย XY ให้ผมเข้าไปออดิชั่น พี่มอสนับสนุนผมเต็มที่ (แน่ล่ะสิ) จนผมได้เป็นเด็กฝึกในค่าย แต่เรื่องเรียนผมก็พยายามทำให้ดีที่สุด จนเมื่อผมเลื่อนชั้นขึ้นม.หกและใกล้จะได้ออกซิงเกิ้ลแรกเป็นของตัวเอง และผมแต่งเพลงเองด้วย 

 ‘พ่อ ผมใกล้จะมีเพลงเป็นของตัวเองแล้วนะ ผมจะดังแล้ว’

ผมกลั้นใจส่งข้อความไปหาพ่อ ผมเชื่อว่าข่าวดีนี้จะทำให้พ่อหายโกรธและมองผมในแง่ดีมากขึ้น

‘พ่อกับแม่กำลังหาที่ทางลงทุนทำธุรกิจที่อังกฤษ ไปด้วยกันนะ ภาคิน’

ผมมองข้อความนั้นด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้รับข้อความแบบนี้กลับมา ไปด้วยกัน  ถือเป็นการขอคืนดีของพ่อแน่ๆ แต่จะให้ผมไปได้ยังไงในเมื่อความฝันของผมกำลังจะเป็นจริงและผมเองก็ทิ้งพี่มอไม่ได้ด้วย ผมมองข้อความนั้นอยู่นาน คิดไม่ตกว่าจะเอายังไง

“มีอะไรเหรอ คิน”พี่มอถามเมื่อเห็นผมตีหน้าเครียด ผมเลยยื่นโทรศัพท์ไปให้พี่มอดู

“คินจะทิ้งพี่ ทิ้งความฝันที่พยายามมานานไปเหรอ”ผมได้แต่หลบสายตาของอีกคน

“คินอยากพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นไม่ใช่เหรอ …แต่พี่ก็ไม่บังคับเราหรอกนะ ทางนั้นก็ครอบครัว พี่เข้าใจ”จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้ตอบข้อความนั้นไป ผมควรจะไปคุยกับพ่อและแม่ตรงๆเลยมากกว่า ผมไม่ชอบการคุยเรื่องสำคัญโดยไม่เห็นหน้าเท่าไหร่ แต่ช่วงที่ผมกำลังลังเลใจนั้นพี่มอก็มาบอกกับผมว่าเฮียเปรมประธานค่ายอยากคุยกับผม ตอนนั้นผมเนื้อเต้นมาก เพราะเดาไว้ว่าคงไม่พ้นเรื่องออกอัลบั้มแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้

“พรุ่งนี้มาอัดเพลงได้เลย”เฮียบอกด้วยรอยยิ้มใจดี ผมรู้สึกเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

“จริงเหรอครับ ผม…ผมดีใจมากจริงๆ”และก็พูดคุยกันเรื่องสัญญา ซึ่งแน่นอนว่าพ่อกับแม่ไม่มีทางให้ผมเซ็นสัญญาแน่ๆเพราะ
พวกท่านไม่สนับสนุนผมเรื่องนี้เลย ผมกับเฮียเลยตกลงกันว่าจะยังไม่มีการเซ็นสัญญาจนกว่าผมจะอายุครบยี่สิบปี่ ซึ่งมันก็เสี่ยงมากๆ แต่ผมเชื่อใจเฮียเปรมที่ยอมให้โอกาสกับเด็กแบบผม ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันว่าผมจะรุ่งหรือร่วงเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมทั้งโง่ทั้งดื้อรั้น มุ่งมั่นและทิฐิหนัก ในเมื่อผมพูดแล้วว่าจะออกมายืนด้วยตัวเองให้ได้ ผมก็ต้องพิสูจน์ให้พวกท่านเห็นให้ได้ ผมเลยเลือกที่จะไม่ไปอังกฤษ ตอนนั้นผมคิดว่าพ่อกับแม่จะห้ามผมเสียอีก แต่พวกท่านก็ไม่ห้าม จนผมอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า…พ่อกับแม่รักผมบ้างไหม มีเพียงแค่คำพูดที่แม่บอกกับผมก่อนจะไปเท่านั้น

“I’ll support any decision you make, we with you all the way, love you”

นั่นเป็นจุดเปลี่ยนแรกในชีวิตของผม   

ชื่อของภาคิน วรวงศ์กุลเป็นที่รู้จักทันทีที่เมื่อผมปล่อยซิงเกิ้ลแรกผมไต่เต้าด้วยการไปร่วมทำผลงานเพลงกับนักร้องรุ่นพี่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ผมมีรถของตัวเอง มีคอนโดใหม่ และคนที่อยู่ข้างๆผมคือพี่มอ แต่เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับพี่มอนั้นต้องปิดไว้เป็นความลับ สถานะของพี่เขาคือผู้จัดการส่วนตัวของผม คอยดูแลผมทุกๆอย่าง ผมมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับมา แต่มันก็ยังไม่สุด เพราะพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่แสดงความยินดีด้วย และความรู้สึกที่ว่าตัวเองเหมือนโดนปล่อยลอยแพอยู่ในมหาสมุทรก็ถาโถมเข้ามาทุกที





…………………………………………………………




ผมเข้าเรียนในม.เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าเรียนบ้างไม่เข้าบ้างเพราะต้องออกไปทำงานกับค่ายตลอด ผมมีเพื่อนเพียงแค่ไม่กี่คน เพราะไม่เข้าหาใครก่อน รู้จักก็แค่ไอ้เพชรที่อยากเป็นนายแบบ (ตอนนั้นมันยังไม่ใฝ่สูงอยากเป็นพระเอกหนัง) ไอ้จอห์นเพื่อนซี้อีกคน และคนอื่นๆที่ผมไม่ได้กล่าวถึงเพราะพวกเขาเข้ามาแล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมเริ่มรู้สึกว่าผมกำลังโดนตุกติกเรื่องเงินค่าตัว แต่ผมก็ได้แต่ปล่อยผ่านไปก่อนเพราะยังไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
 
ผมกับพี่มอมอเริ่มห่างกันมากขึ้น หรือพูดให้ถูกผู้จัดการของผมเป็นคนค่อยๆตีตัวออกห่างผมเอง โดยที่ผมไม่ทราบสาเหตุ จน
เมื่อผมอายุครบยี่สิบสามารถเซ็นสัญญาโดยไม่ต้องผ่าความเห็นชอบของพ่อแม่ได้ ผมยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนว่าพี่มอมอเปลี่ยนไป

“พี่มอ ผมถามจริงๆนะ ผมกับพี่ยังเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม”

“เหมือนเดิมสิคิน พี่ยังเหมือนเดิม พี่อยู่ข้างเธอเสมอนะ”ตอนนั้นผมก็โง่ทำใจเชื่อพี่มอไป เพราะผมรักผู้หญิงคนนี้ ผมคิดจริงจัง
มากวางแผนไว้หลายอย่าง ถ้าเรียนจบและอะไรคงที่มากกว่านี้ ผมจะเปิดตัวว่าพี่มอเป็นคนรักของผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แฟนคลับอาจจะลดลง ผมก็ไม่สน

“กูว่าพี่มอเขาแปลกๆนะ”ไอ้เพชรเริ่มเปิดประเด็น ตอนนั้นได้เป็นนายแบบสมใจแล้ว แต่ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ได้ข่าวว่ามันไปเรียนการแสดงมาเพิ่มด้วย

“แปลกยังไงวะ”ผมหงุดหงิดทันทีที่มันพูดถึงเรื่องนี้ ถึงผมจะเห็นด้วยก็ตาม

“กูเห็นเขาชอบทำดราม่าใส่มึงตลอด เรื่องสาวๆ”ไอ้จอห์นพูดขึ้นมาบ้าง

“เรื่องพี่ไอลินกูผิดเองนั่นแหละ”ตอนนั้นผมแอบไปกิ๊กกั๊กกับพี่นางแบบหุ่นแซ่บคนนั้นจริงๆ มีนักข่าวถ่ายรูปได้ด้วย พี่มอเลยเปิดฉากหาเรื่องทะเลาะกับผมได้

“แสดงว่าข่าวนั่นเป็นเรื่องจริงอ่ะดิ”ไอ้เพชรตบเข่าดังฉาด

“อย่าดังไปล่ะ กูแค่ช่วยให้พี่ไอลินมีงานเฉยๆ”ผมตอบเลี่ยงๆ การกิ๊กกันครั้งนี้เป็นการโปรโมทพี่เขาอีกทางนึง ทางนั้นเขาขอมา

“ช่วยดันว่างั้น แหม มึงนี่ดังถึงขั้นนั้นแล้วเหรอวะ รักษาภาพพจน์ใสๆหน่อยดิเฮ้ย”ไอ้จอห์นหัวเราะขำ ผมทำหน้าเบื่อพี่มอก็เล่นงานผมด้วยเรื่องนี้เหมือนกัน เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นผมก็ต้องวิ่งวุ่นเดินสายมากกว่าเดิม ทำให้เรียนจบช้าไปหนึ่งปี แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

วันนั้นมีคนมาแสดงความยินดีมากมาย เฮียเปรม เพื่อนนักร้อง เหล่าแฟนคลับ แต่เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกเหมือนโดนทิ้งอยู่กลางทะเล พ่อกับแม่ไม่ได้มาด้วย เพราะการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน พวกเขาแค่โทรมาแสดงความยินดีเท่านั้น…ผมไม่มีความสุขเลย แย่จริงๆ คนที่เคยอยู่ข้างๆผมอย่างพี่มอก็ส่งแค่ดอกไม้มาให้เพราะต้องเข้าไปคุยงานกับเอเยนส์ ผมว่าถึงเวลาที่ผมต้องคุยกับพี่มอจริงๆจังๆเสียที

“พี่ว่าเราควรห่างๆกันก่อน มันจะดูไม่ดีถ้าหากเราเปิดเผยความสัมพันธ์ตอนนี้ ภาคินนักร้องดังกับผู้จัดการส่วนตัว พี่มองว่ามันไม่เวิร์คเลย แถมเราอายุก็ห่างกันด้วย พี่กลัวจะมีข่าวแย่ๆออกมา”นั่นคือคำตอบของพี่มอ คำว่าห่างผมพยายามไม่คิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับคำว่าเลิก ผมผิดหวังในตัวผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา แต่ผมก็ยังทนอยู่กับความสัมพันธ์แบบนี้ไปอีกสองปี เกิดปีที่ยี่สิบสี่ของผมมีเรื่องน่ายินดีเพียงเรื่องเดียวคือพ่อกับแม่กับมาหาผมที่ไทย

“พ่อหายโกรธผมหรือยัง”ผมถามออกไปเบาๆ วันนั้นผมจำได้ว่าผมอยู่ที่บ้าน บ้านที่เป็นบ้านจริงๆ

“หายตั้งนานแล้ว”

“แล้วทำไมไม่มาหาผมบ้างเลยล่ะ ผมต้องไปหาพ่อกับแม่เองทุกที”เวลาที่ผมเหนื่อย ผมบินไปหาพวกเขาเองตลอด

“พ่อขอโทษ ที่ผ่านมาพ่อทำหน้าที่พ่อไม่ได้เรื่องเอาซะเลย”พ่อคว้าผมเข้าไปกอด ผมรับรู้ได้ว่าพ่อรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“ผมก็ขอโทษ ที่ทำตัวไม่ดีกับพ่อ”

“ถ้าแกเหนื่อยก็พัก”ผมก็อยากพัก แต่ผมมีเป้าหมายที่สูงกว่านั้น ผมอยากประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ได้ยินมาว่ามีค่ายเพลง
จากฝั่งตะวันตกติดต่อมาเพราะอยากได้ผมไปร่วมงานด้วย แต่ตอนนี้ยังคุยรายละเอียดไม่ได้เพราะสัญญาของผมใกล้หมดแล้ว ผมเป็นคนยื่นข้อเสนอเองว่าไม่อยากต่อสัญญายาวๆเพราะผมเองอาจจะเบื่อวงการร้องเพลงขึ้นมาวันไหนก็ได้ ผมเองก็มีเรื่องอีกหลายอย่างที่อยากทำ

“ผมยังพักไม่ได้”ผมรู้ได้ถึงไหล่ที่เกร็งเขม็งของพ่อ

“ตอนนี้ลูกก็ทำให้พ่อเห็นแล้วว่าแกทำได้ ทำไมถึงไม่พักบ้างล่ะ ทั้งๆที่แกเหนื่อยขนาดนี้”พ่อขยับมามองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ บรรยากาศดีๆเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง

“ผม…อยากขึ้นไปสูงมากกว่านี้”ตอนนั้นผมทะเยอทะยานมากจริงๆ

“ภาคิน อะไรที่ตึงเกินไปมันไม่ดีหรอกนะ ยืดหยุ่นกับตัวเองบ้าง”พ่อมองผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ผมรู้น่า ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ผมโตแล้วนะครับ”โตพอที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง

“ก็ดี อยากทำอะไรก็เชิญ”จากที่อารมณ์ดีๆพ่อเริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง

“ผมจะต่อสัญญากับค่าย”พ่อหันขวับมามองผมอีกครั้ง

“เลือกเอา ชื่อเสียงเงินทองรางวัลบ้าๆนั่นกับครอบครัว แกจะเลือกอะไร”พ่อยื่นคำขาดให้ผม

“พ่อ…อย่าเอาเรื่องนี้มาเกี่ยวกันสิ”

“ดี ถ้าแบบนั้นฉันกับแม่จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก”

“พ่อไม่เข้าใจผมเลย ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว พ่อไม่เคยเข้าใจผมเลยสักนิด แค่ให้ผมทำในสิ่งที่รักนี่มันร้ายแรงมากเลยเหรอ ทำไมพ่อต้องเป็นแบบนี้ทุกที รู้ไหมว่าผมอึดอัดแค่ไหน ทำมาพูดว่าครอบครัว ผมแทบไม่รู้จักคำนี้เลยด้วยซ้ำ!”เป็นครั้งแรกที่ผมตะโกนใส่พ่อ มานึกดูแล้วผมเสียใจอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ยังคิดอยู่ว่าพ่อไม่เคยเข้าใจผมเลยจริงๆ จะมีใครสักคนที่เข้าใจผมจริงๆบ้างไหม

วันรุ่งขึ้นผมเลยตัดสินใจต่อสัญญาออกไปอีกแค่สองปี เพราะผมไปแอบคุยกับตัวแทนทางค่ายฝั่งนู้นไว้แล้ว ค่าฉีกสัญญาจะได้ไม่สูงมาก ผมตั้งใจจะไปเริ่มสิ่งใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น แต่…ฝันของผมก็สลายไป เฮียเปรมผิดคำพูด พอผมต่อสัญญาผมก็ติดต่อทางฝั่งนั้นไม่ได้เลย และตัวสัญญาเองก็มีช่องโหว่เยอะแยะ ค่าฉีกสัญญาที่สูงทะลุเพดาน ไหนจะเปอร์เซ็นค่าตัวของผมที่โดนกดอย่างหนัก และงานบางส่วนที่ผมรู้มาว่าเงินไหลไปกองที่ค่ายเพียงอย่างเดียว ผมปรึกษากับไอ้จอห์น มันบอกว่าอย่าเพิ่งโวยวาย ให้รอหลักฐานแน่ชัดกว่านี้ก่อน ถ้าผมฟ้องจริง อาจจะได้มากกว่าเสีย

“แต่กูมีบางอย่างที่อยากบอกมึงนะ คิน”มันพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

“เรื่องไหน”ผมสังหรณ์ใจชอบกล

“แฟนมึง”แฟนเหรอ…ผมนึกว่าตัวเองโสดเสียอีก พี่มอห่าง ไม่สิแทบไม่ค่อยคุยกับผมเลย อะไรก็เรื่องงานตลอด ยัยป้านั่นทำตัวน่าหงุดหงิดเข้าไปทุกวัน

“มีอะไร”มันเลื่อนโทรศัพท์มาให้ผมแทนคำตอบ แปลกที่ผมกลัวที่จะเปิดดู แต่ผมก็เอื้อมมือไปหยิบมา ใจผมร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที สิ่งที่อยู่ในนั้นเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่าพี่มอมีความสัมพันธ์ลับๆกับเฮียเปรม ถ้าถึงขั้นนี้แล้ว…ผมคงพูดได้เต็มปากว่าพี่มอเป็นเมียน้อยเฮียแน่ๆ

“จากสายวงในของกู บอกว่าพี่มิวมีสปอร์นเซอดีก็เพราะเฮียเปรม แถม…พี่เขาเองก็รู้จักเฮียมานานแล้ว ไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมพี่มอถึงรู้จักคนในวงการสื่อเยอะทั้งๆที่อายุก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ มันไม่น่าแปลกเหรอวะคิน”ใช่ มันน่าแปลก ผมรู้สึกเหมือนแก้วบางๆที่ชื่อว่าไว้ใจในตัวผมได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ นี่ผมโดนหลอกมานานเท่าไหร่แล้ว…ผมนี่มันควายแท้ๆเลย 

“ไอ้คิน มึงปลดพี่มอออกจากตำแหน่งผจก.เหอะ หุบเงินมึงไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้”ผมได้แต่กำมือแน่น ความโกรธเกลียดมีมากกว่าความเสียใจด้วยซ้ำ

“กูไม่ปลด กูจะเล่นละครต่อไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”ผมยกยิ้มขึ้นมา

“ทำแบบนั้นทำไมวะ”มันมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ

“รอเวลาเอาคืน”




…………………………………………………………….




จากข่าววงในของผม ผมได้รู้เรื่องที่ชวนตกใจมาก พี่มอกับเฮียรู้จักกันมานานแล้ว ตอนนั้นพี่มอเป็นแค่พีอาร์หน้าใส(เหอะ)แต่ต้องการไต่เต้าอยากมีจุดยืนในวงการมากกว่านี้ ผมไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ที่ยัยป้ามอเข้ามาหาผมในวันนั้น วันที่ผมร้องเพลงในร้านอาหาร ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมก็แค่…ถูกหลอกมาตลอด ความสัมพันธ์ของผมกับเขา เกือบๆเก้าปีที่ได้รู้จักกัน มันไม่จริงเลยใช่ไหม แล้วผมเป็นอะไรสำหรับผู้หญิงคนนั้นล่ะ แค่ตัวสร้างเงินทองหรือ แค่เครื่องมือหาเงินแค่นั้นใช่ไหม ผมยอมรับว่าเจ็บปวดจริงๆกับการที่คิดมาเสมอว่าคนที่คอยช่วยเหลือเคียงข้างผมนั้น ไม่มีอยู่จริงเลย ผมไม่มีใครเลย

“ทำไมวะ แค่เพราะคำว่าเงินเท่านั้นเหรอ ถึงได้ทำกับกูแบบนี้”วันนั้นผมเมาย้อมใจ ล้างความเจ็บปวดที่ร้านของไอ้จอห์นที่ผมร่วมลงทุนด้วย

“มึงตัดใจเหอะ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรดีเลยนะ นอกจากนมใหญ่แล้วก็เล่ห์เหลี่ยม”

“กูโคตรโง่เลยว่ะ มึงว่ากูน่าสมเพชไหมวะ”ตอนนี้ผมทั้งโกรธทั้งเกลียดผู้หญิงคนนั้นกับเฮียเปรมจริงๆ แต่ผมจะไม่เข้าไปโวยวายเหมือนคนขี้แพ้หรอก ผมจะเอาคืนพวกมันแบบผู้ชนะ ถึงแม้ว่าผมจะต้อง…สูญเสียสิ่งที่เคยมีก็ตาม แต่เพื่อความตกต่ำของพวกมัน ผมยอม

“คุ้มเหรอวะ ภาคิน”ไอ้เพชรถามขึ้นหลังจากปิดปากเงียบอยู่นาน

“คุ้มหรือเปล่ากูไม่รู้ แต่กูอยากเห็นชีวิตมันสองคนพังพินาศ”

“แล้วมึงก็พังไปด้วยเนี่ยนะ”ไอ้จอห์นไม่เห็นด้วย

“กูยอม”

“แบบนั้นเรียกว่าชนะได้เหรอ”ไอ้เพชรแย้ง

“กูไม่สนว่าระหว่างทางจะเจออะไร ขอแค่ตอนจบกูชนะก็พอ”ผมหันไปหาไอ้จอห์นก่อนจะขอของบางอย่างมาจากมัน

“ไม่ให้ ตอนนี้มึงเมามากแล้วนะ”

“กูแค่ลองเฉยๆ”

“ไม่เอานะภาคิน มึงอย่าทำตัวเองตกต่ำด้วยของพรรค์นั้นเลยว่ะ กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวกูไปส่ง”ไอ้เพชรอาสา แต่ผมรีบโบกมือ
ห้าม

“กูไปเอง”พวกมันสองคนมองหน้าผมอย่างเป็นห่วง แต่ผมก็ดึงดันจะไปเองคนเดียว ผมเข้ามาในรถก่อนจะปล่อยความรู้สึกทุก
อย่างออกมาเป็นน้ำตาเหมือนเป็นเด็กสิบขวบ เมื่อตัวเองสงบแล้วก็ขับรถกลับคอนโด ผมจำเหตุการณ์วันนั้นไม่ค่อยได้ แต่ผมยอมรับว่าเมามาก แต่ก็ไม่ได้ขับรถเร็วมากมายอะไร แต่รถจักรยานยนต์ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามาหารถผมอย่างแรง จนผมหักหลบไม่ทัน  เช้าวันต่อมาจึงเป็นข่าวใหญ่โตและเป็นข่าวฉาวเรื่องแรกของภาคิน วรวงศ์กุล

มันเหมือนมรสุมที่พัดเข้ามาหาผมโดยไม่ตั้งตัว ข่าวของผมถูกเขียนจนมั่วไปหมด หลายคนจับแพะชนแกะเสียวุ่นวาย ลากยาวว่าผมเสพยาด้วย บลาๆ พ่อกับแม่โทรมาบอกว่าเป็นห่วง แต่ไม่ได้ถามถึงประเด็นเล่นยาที่สื่อประโคมข่าวอยู่ในตอนนี้

‘เราเชื่อลูก’


ออฟไลน์ DuenTwinBII

  • ♥ “If you can't explain it simply, you don't understand it well enough.”♡
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +624/-4
แค่สามคำก็มีความหมายสำหรับผมเหลือเกิน คนทั้งประเทศจะมองผมว่าเลวยังไงผมไม่สน ขอแค่คนที่ผมรักเข้าใจผมก็พอแล้ว ในเมื่อระเบิดลูกแรกเริ่มแล้ว ความเสียหายยังไม่กระจายกว้าง ผมก็ไม่รอช้าปล่อยระเบิดลูกที่สองทันที ด้วยการเบี้ยวงานฟอร์มใหญ่ ผมโดนวิจารณ์เสียเละ และภาพลักษณ์ดีๆที่เคยมีเริ่มเสียหาย มีกลุ่มแอนตี้เพิ่มมากขึ้น ผมไม่สนใจหรอก ผมไม่ได้ขอเงินคนพวกนั้นใช้เสียหน่อย มีแรงด่าได้ก็ด่าไปเถอะ

‘แฉภาคินเมาค้าง ระหว่างงานแถลงข่าว’

 อันนี้พีคจริงๆ ผมชอบมากทั้งๆที่ผมมาแถลงข่าวขอโทษแท้ ๆ แต่ดันอ้วกแตกกลางงานซะได้ ผมยอมรับว่าสนุกนะ ที่ได้ปั่นหัวผจก.และทำให้ต้นสังกัดเสียชื่อไปด้วย เฮียเรียกผมไปเตือนเรื่องพฤติกรรมก้าวร้าวของผมที่เพิ่มดีกรีมากขึ้น และเริ่มขู่ผมด้วยการบอกว่าจะลดงาน แต่ก็ไม่กล้าทำหรอกเพราะสถานการณ์ของค่ายไม่ค่อยดี

ผมสร้างข่าวฉาวมาตลอดทั้งปี และทำตัวดีขึ้นมาบ้างเพื่อทำให้ผจก.และเฮียตายใจ จนผมได้ร่วมงานกับศิลปินเกาหลี ผมกลับมาดังเปรี้ยงปร้างอีกครั้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ช่วงนั้นผมขี้เกียจและเหนื่อยในการสร้างข่าวแล้วด้วยเลยหันมาเอาดีเรื่องงานบ้าง เพราะเริ่มจะสนุกไปกับมันอีกแล้ว

จนกระทั่ง…ผมไปปรับทุกข์ที่ร้านไอ้จอห์นตามปกติ ถึงแม้ผมกับพี่มอจะไม่ได้พูดคำว่าเลิก แต่การกระทำของผมและพี่มอก็ชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่ฝ่ายนั้นคงคิดว่าผมรักเขามากที่ผมไม่ยอมปลดเขาออกจากตำแหน่ง กำลังคิดอะไรเพลินๆ ผมก็เจอเขา ชายหนุ่มผิวขาวท่าทางเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปแต่สิ่งที่โดดเด่น สะดุดสายตาของผมก็คือรอยยิ้มและดวงตาคู่นั้น ผม…บอกไม่ถูกแต่ละสายตาไปจากร่างนั้นไม่ได้เลย เขาดูอบอุ่นทั้งๆที่ไม่ได้แสดงอะไรออกมา แต่อะไรบางอย่างมันสื่ออกมาแบบนั้น  จนเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าโดนจ้องมอง เพราะหันมามองผมพร้อมกับขมวดคิ้ว แต่ผมก็ไม่หลบสายตาไปไหน จนอีกฝ่ายหลบสายตาไปเอง

ผมเมา แต่ไม่มาก ยังมีสติดีอยู่และความรู้สึกพลุ่งพล่านในอกนี่มันคืออะไร ผมก็ตอบไม่ได้ แต่เหมือนมีแรงดึงดูดให้ผมเข้าไปหาเขา และอย่างที่ทุกคนก็รู้ จากนั้นข่าวฉาวของผมกับเมฆก็เริ่มต้นขึ้น จากแค่อารมณ์ชั่ววูบ อยากใช้เขาเป็นเครื่องมือ มันก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนไป (กลับไปอ่านตอนที่แล้วที่ผมพร่ำเพ้อได้)

จนตอนนี้ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าผมรักเขา ความรู้มันไม่เหมือนเวลาอยู่กับพี่มอเลย เทียบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ระยะเวลาก็ไม่ได้มากมายอะไร กับเมฆเหมือนผมได้เจอคนที่เข้าใจในตัวผมจริงๆ เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง และอยู่ข้างๆผมโดยที่ไม่ได้หวังอะไร เมฆเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ วันที่ผมอยู่ที่บ้านนา บรรยากาศดีๆ ผมให้แหวนที่แทนคำสัญญาและความรู้สึกของผมกับเมฆ สาบานได้ว่าไม่เคยทำกับใครคนไหนเลย กับพี่มอเขาเหมือนเป็นแค่คนที่ดูแลผม แปลกจริงที่ผมเจอเมฆแล้วความรู้สึกเสียใจมันก็ค่อยๆละลายหายไป

เอาล่ะครับ ผมเวิ่นเว้อมานาน แต่อ่านข้ามก็ได้ ผมไม่ว่า หลังจากที่เรื่องของผมกับผู้จัดการแดงออกมา หลายสัปดาห์มานี้มีแต่ข่าวของผมกับผู้จัดการเต็มไปหมด เรื่องทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องจริง เรื่องการฟ้องก็ตามข่าวที่เห็น พี่มอหายหน้าหายตาไปได้พักใหญ่ แต่ผมรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นวนเวียนอยู่แถวนี้แหละ

“มีคนโทรมาหานายแหน่ะ”เมฆเดินมาส่งโทรศัพท์ให้ผม

“ใครเหรอ”

“ไม่รู้ ไม่โชว์เบอร์”ผมรับโทรศัพท์มาด้วยสีหน้าแปลกใจ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นพี่มอโทรมาก่อกวน แต่ไม่ใช่ แต่เป็นคนที่ผมเอง
เคยเห็นมาเหมือนกัน

“สวัสดีค่ะ นี่พี่นกเองนะคะ”พี่นกเป็นเมียเฮียเปรม ผมเริ่มเดาเรื่องได้รางๆเสียแล้ว

“คุณนกมีอะไรเหรอครับ”ผมตอบกลับไปด้วยเสียงสุภาพ

“พี่รู้มาว่าภาคินมีหลักฐานเรื่องที่เฮียซุกเมียน้อย”ผมแอบถอนหายใจเบาๆ

“ใช่ครับ ผมมี คุณอยากได้ใช่ไหม”ผมเข้าเรื่องอย่างไม่รีรอ

“ใช่แล้วค่ะ ส่งหลักฐานให้พี่ได้ไหม หรือให้พี่จ่าย…”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่หน้าเงินขนาดนั้น”ผมหัวเราะเบาๆ

“ถ้างั้นเจอที่ร้านกาแฟหน้าค่ายเก่าของคินนะ คงไม่รบกวนใช่ไหม”ผมแอบงงเล็กน้อยว่าทำไมต้องถ่อไปถึงค่าย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

“ครับ ได้”ผมวางสายก่อนจะบอกเมฆว่าไปที่ไหน

“เหมือนกำลังจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย”เมฆพึมพำเบาๆ

“ไปด้วยกันไหมล่ะ”ผมรู้ว่าเมฆก็อยากไป แค่รอให้ผมชวนแค่นั้นเอง

“โอเค ฉันอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร”เมฆทำหน้าระรื่นก่อนจะคว้าเสื้อคลุมตามผมออกมา ช่วงนี้ผมไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ พยายามเลี่ยงๆอยู่ตั้งแต่คดีฟ้องพี่มอคราวนั้นแล้ว ผมเป็นพวกประเภทแค้นฝังหุ่นเสียด้วยสิ ถึงชีวิตพี่มอจะพังไปแล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้โดนหนักกว่านี้ ให้สมกับที่แสดงละครเป็นห่วงเป็นใยผมมาเกือบๆเก้าปี ผมมองหาคุณนกจากนอกร้าน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครร่วมโต๊ะอยู่ด้วย

“นั่นพี่มอ กับเฮียนี่นา มาทำอะไรกันที่นี่ หรือว่าเขาตกลงอะไรกันอยู่”เมฆพึมพำขึ้นมา ผมได้รับข้อความจากอีกฝ่ายว่าให้ผมเข้ามาในร้านเลย ผมเลยทำตาม เมฆดูจะตื่นเต้นเหมือนได้ดูละครแนวบู้ล้างผลาญจนผมแอบยิ้ม

“สวัสดีครับ”และทันทีที่ผมไปโผล่ที่โต๊ะ บรรยากาศที่กดดันอยู่แล้วก็ยิ่งอึมครึมเข้าไปใหญ่ เฮียไม่แม้แต่มองหน้าผม พี่มอก็จ้องได้ไม่นานก็หลบสายตาเอาเรื่องของผมไปมองด้านนอกแทน ผมแอบสะใจที่เห็นว่าอีกฝ่ายผอมลงกว่าเดิมไปมาก คงจะเครียดเรื่องไม่มีงานทำ และไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน

“คุณมีเรื่องอะไรถึงได้พาคนอื่นมาด้วย”ผมนั่งฟังเฮียพูดก็ได้แต่ยิ้ม

“เอาหลักฐานฟ้องหย่ามาให้คุณดูไง”ผมแอบตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องนี้ พี่มอมอกับเฮียถึงกับหน้าซีด เป็นข่าวขึ้นโรงขึ้นศาลอีกรอบคงแสบสันน่าดู เรื่องใต้เตียงบนเตียงยิ่งแล้วใหญ่ เป็นขี้ปากอีกนาน

“เราควรไปคุยกันที่บ้านนะคุณ”เฮียเริ่มเดือด

“จะอายทำไม ไหนๆก็มาขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาขอร้องฉันด้วยเพราะฉันเตือนพวกคุณสองคนไปแล้ว”คุณนกพูดด้วยเสียงเด็ดขาด มองไปทางพี่มอที่เหมือนคนน้ำท่วมปาก

“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นนานแล้วนะคะ คุณนก”

“ฉันไม่สน ฉันยังมีหลักฐานการโอนเงินด้วย เตรียมตัวให้ดีกันทั้งคู่ล่ะ ขอบใจภาคินมากนะ”คุณนกหันมาฉีกยิ้มสวยให้ผม นี่ให้ผมมาแค่นี้น่ะเหรอ ผมเหลือบมองเมฆงงๆ พี่มอมอดูจะอับอายจนไม่กล้ามองหน้าผมกับเมฆ แต่พอมองออกไปนอกร้านก็เห็นคุณนกกำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคนนึงอยู่ เฮียเปรมขยับสูทก่อนจะรีบเดินออกไปจากร้านเหลือเพียงแต่พี่มิว ผมจึงส่งยิ้มให้

“สู้ๆนะครับ ผมว่าคุณนกคงคิดไว้แล้วว่าจะเรียกค่าทดแทนจากคุณเท่าไหร่ ลำบากแย่เลย เพิ่งเสียเงินก้อนใหญ่ในคดีของผมไปแท้ๆ”ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเป็นห่วง แต่มีรอยยิ้มระบายอยู่บนหน้า

“ถ้าจะแค่เยาะเย้ยพี่ก็กลับไปเถอะ”พี่มอมอตอบกลับหันหน้าหนีผม เหมือนคนไร้เรี่ยวแรง อาจกำลังคิดว่าจะไปขอยืมเงินใครดี แต่ก็คงยากหน่อยในเมื่อเสียเครดิตไปแล้ว เมฆสะกิดแขนผมเหมือนจะบอกว่าให้กลับได้แล้ว แต่ผมยังสนุกอยู่เลย ประโยคที่ว่าคนล้มอย่าข้ามใช้ไม่ได้กับผมแน่ๆ

“พี่ทำตัวเอง อย่าทำเหมือนว่าผมให้ร้ายพี่สิ นี่ยังไม่ถึงครึ่งกับความรู้สึกที่ผมเสียไปเลยนะครับ”ที่สำคัญกว่านั้นคือผมเสียดายเวลาที่ผมเสียไปกับพี่มอ แต่ผมก็ไม่รู้สึกผิดมากเท่าไหร่เพราะผมเองก็ซุกกิ๊กเยอะแยะ

“พี่แย่ขนาดนี้คินยังไม่พอใจอีกเหรอ”

“ยัง แต่ก็ใกล้แล้ว ผมนึกมาตลอดว่าอยากให้ชีวิตของพี่กับเฮียพัง”ผมตอบไปตามตรง

“มันก็เป็นไปตามที่เธอนึกแล้วนี่”พี่มอตอบด้วยน้ำเสียงข่มขื่น มองหน้าผมสลับกับเมฆแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนไม่อยากมอง

“อุ้ย น้องคิน ดีใจจังเลยค่ะที่มาเจอกันที่นี่”พี่แต้วนั่นเอง เข้ามาทักผมด้วยสีหน้าแช่มชื่น ก่อนจะหุบยิ้มฉับเมื่อเห็นว่าพี่มอนั่งอยู่ด้วย

“เฮ้ย เมฆคินมาทำอะไรแถวนี้”อีกคนที่โผล่มาคือลูกน้ำ ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะรู้มาว่าพี่แต้วเข้าไปทำงานกับลูกน้ำ แต่แปลกใจที่มาเจอกันที่ค่ายXYต่างหาก

“อ้าว พี่มอหน้าหมองจังค่ะ รองพื้นผิดเบอร์รึเปล่า”ลูกน้ำทัก ผมแค่ยิ้มแล้วยกมือทักเพื่อนอดีตคู่จิ้น

“มาทำอะไรที่นี่”ผมถาม ตอนนี้เหมือนพี่มอเป็นธาตุอากาศ จะลุกหนีก็ไม่ได้เพราะพี่แต้วยืนขวางทางไว้ และตอนนี้พี่มอเองก็ดูเหมือนคนจะเป็นลมตั้งแต่รู้ว่าคุณนกจะฟ้องหย่า

“มาร่วมแจมทำเพลงกับเจเจ เป็นโปรเจคพิเศษ ตอนนี้เหมือนฉันจะโดนจับคู่จิ้นกับไอ้เจยังไงก็ไม่รู้”ลูกน้ำนั่งลงข้างๆเมฆก่อนจะส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้

“พี่มอคะ ได้ข่าวว่าช่วงนี้พี่กำลังช็อต น้ำให้ยืมเอาไหมคะ เห็นว่าเราเคยร่วมงานด้วยกันมาก่อน หนูไม่ถือเรื่องที่แล้วๆมาหรอกค่ะ”ลูกน้ำหันไปโจมตีพี่มอต่อ

“เก็บไว้โมหน้าเถอะ”พี่มอสวน พร้อมกับลุกจากเก้าอี้ แต่ช่วงที่เดินผ่านพี่แต้วก็ดันสะดุดขาของพี่แต้วพอดี

“นี่ ยัยแต้ว อย่าคิดว่าจะมาลอยหน้าทำอะไรไม่เห็นหัวกันแบบนี้ได้นะ”พี่มอดูเหมือนปรี๊ดแตก อาจจะเก็บกดมานาน ผมก็ไม่ค่อยชอบดูเวลาสาวๆตีกันเท่าไหร่เลยสะกิดเมฆให้เตรียมกลับ

“แล้วตอนนี้พี่เป็นใครเหรอ พี่ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเลยด้วยซ้ำ แต้วไม่นับถือคนแบบพี่หรอกค่ะ”คนในร้านกาแฟเริ่มหันมามองส่วนใหญ่ก็ทีมงานในค่ายนี่ล่ะ สงสัยงานนี้ได้มีข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์อีกแน่

“เธอ”พี่มอเหมือนไม่อยากมีเรื่อง จึงรีบเดินหนีออกมา แต่ก็เจอกับฝูงนักข่าวที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ ผมไม่อยากโดนเอี่ยวด้วยจึงดึงเมฆไปอีกทาง ได้ยินเสียงนักข่าวยิงคำถามใส่แว่วมา ผมดีใจที่หลุดมาจากผู้หญิงคนนี้ได้ แล้วก็ดีใจที่ได้เมฆมาแทน



…………………………………………………………………



 ผมจำพาดหัวข่าวในวันนั้นได้ดีการฟ้องหย่าของคุณนกถือเป็นข่าวดังเพราะคุณนกมาจากตระกูลใหญ่นามสกุลดังอยู่แล้ว แล้วยิ่งพ่วงด้วยเฮียเปรมกับพี่มอด้วยแล้วข่าวยิ่งกระพือไปใหญ่

“พ่อเห็นผู้หญิงคนนี้ครั้งแรกก็รู้เลยว่าไม่ได้มาดี”พ่อจิบกาแฟระหว่างที่ดูข่าวของคนทั้งสาม

“แล้วตอนนั้นทำไมพ่อไม่พูดอะไรเลยล่ะ”ผมแย้งขึ้นมา

“บทเรียนสำหรับแกไง ไว้ใจคนง่าย เห็นคนอื่นดีกว่าครอบครัว”ผมแอบย่นหน้าเล็กน้อย ก็จริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผมกำลังเปิดปากเถียงแต่แม่ก็เข้ามาหอมแก้มผมซะก่อน 

“ช่วงนี้น้องดิ้นอยู่ไหมครับ”เมฆถามขึ้นมา มือแตะไปที่หน้าท้องโตๆของแม่ผมด้วย

“ไม่ค่อยแล้ว ดิ้นแรงแบบนี้ดื้อเหมือนภาคินแน่ๆ เตรียมเหนื่อยล่วงหน้าแล้วล่ะ แต่แม่ไม่วอรี่หรอก”แม่ทำหน้าเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ บรรยากาศแบบนี้ผมไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว ชีวิตอันแสนเรียบง่ายของผมกลับมาแล้วสินะ

 “มีเพลงอยากให้นายฟัง”ผมหยิบสายสโมทอร์คออกมายื่นให้เมฆ ก่อนจะกดเล่นเพลง

“ช่วงนี้นายกินยาผิดขวดแน่ๆ”เมฆพึมพำพลางมองหน้าผม

“ถูกขวดแล้ว เมื่อก่อนไม่ใช่ฉันหรอกนะ ตอนนี้ต่างหากที่คือภาคินตัวจริง”จากนั้นเมฆก็นั่งฟังเพลงเงียบๆ

“ฉันก็ดีใจนะที่มีนาย”

เขาว่าฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ ผมได้ยินข่าวคราวของคนสองคนตลอดและคิดว่ายังคงโดนเล่นงานอย่างต่อเนื่อง พี่มอได้ออกมาขอโทษทุกฝ่ายกับเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านสื่อ แต่กระแสก็ตีกลับ คงไม่มีที่ยืนในสังคมไปอีกนาน จนกว่าทุกคนจะลืม

“มีคนมาหา”เมฆบอกผมด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ผมเดาได้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจที่เห็นผู้หญิงชื่อมอมาอยู่หน้าบ้าน

“พี่มาขอโทษในทุกๆเรื่อง”พี่มอพูดด้วยสีหน้าอิดโรย มีแววเหนื่อยล้าอยู่ในดวงตาหม่นๆเช่นเดียวกับสีหน้า

“คงต้องยาวหลายวันแน่”ผมจิกกัดจนวินาทีสุดท้าย

“พี่มาขอโทษจริงๆ ต้องทำยังไงคินถึงจะลืม”พี่มอพูดด้วยท่าทางสำนึกผิดจริงๆ

“ผมลืมได้อยู่แล้ว ไหนๆเรื่องแย่ๆมันก็ผ่านมานานแล้ว ผมไม่อยากเก็บมาจำให้ปวดหัวอีก”พี่มอมีสีหน้าดีขึ้น

“แต่ผมไม่มีวันให้อภัยพี่”ผมพูดพร้อมรอยยิ้ม ไม่ว่ายังไง ผมก็ให้อภัยพี่มอกับเฮียไม่ได้จริงๆ

“พี่รู้ว่าภาคินเกลียดพี่ พี่เข้าใจถ้าหากว่าคินไม่ยกโทษให้”

“ผมก็ไม่ได้คิดเอาคืนอะไรแล้ว เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ผมอีกแล้ว”เป็นเรื่องของคุณนกและเอเย่นส์บางคนที่ออกมาเอาเรื่อง ไม่รู้ว่าใครพังกว่ากันระหว่างเฮียที่ตอนนี้ลูกเต้าแทบไม่นับหน้าถือตา แถมยังโดนกิ๊กบางคนออกมาแฉด้วยอีก และตอนนี้ผมก็เหนื่อย
เกินกว่าจะลงไปเดินเกมส์เอง ผมแค่รอดูและคอยซ้ำถ้าหากมีช่องเท่านั้นเอง

 “ผมว่าพี่ยังติดค้างคำขอโทษในส่วนของเมฆอยู่นะครับ”และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ผมให้อภัยพี่เขาไม่ได้ ถ้าหากสำนึกจริงๆคงไม่ทำกับเมฆแบบนั้นหรอก จริงไหม

“พี่คุยกับเขาไปก่อนหน้านี้แล้ว”

“เขาคงให้อภัยพี่สินะ”เมฆของผมเป็นแบบนี้เสมอเลย

“ใช่ จนพี่ละอายขึ้นมา ภาคินโชคดีนะ ที่ได้เจอเขา”

“ผมต้องขอบคุณพี่ไหม”พี่มอแค่ยิ้มจางๆสีหน้าเหมือนคนป่วยก็ไม่ได้ช่วยทำให้ผมสงสารอีกฝ่ายแต่อย่างใด

“พี่จะรอคินอภัยให้พี่ ไม่ว่าจะอีกกี่ปีก็ตาม”ผมได้แต่ยิ้ม พี่รอไปเถอะ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยเผื่อพี่ซื้อหนังสือของผมไปอ่าน ผมคือภาคิน คำไหนคำนั้น ผมไม่มีวันให้อภัยพี่แน่นอน 






----------------
เป็นตอนที่เขียนแล้วเหนื่อยมากจริง ๆ :เฮ้อ: เราได้โอกาสเล่าประวัติของภาคินไปด้วยเลย เกรงว่าจะน่าเบื่อ  :hao5:
แต่อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องป้ามิวกับเฮียอาจจะไม่ถูกใจขาซ้ำ(เติม)สองคนนี้เนอะ ต้องขออภัย
สำหรับเราชีวิตของสองคนนี่ถือว่าพังแล้วค่ะ ตอนพิเศษสุดท้ายแล้วจริงๆ
ปั่นนิยายมาราธอนเหนื่อยมากก  :sad4:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2015 16:19:28 โดย DuenTwinBII »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด