กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 15/11/59 [สเปฯ-3] P.132
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 15/11/59 [สเปฯ-3] P.132  (อ่าน 1278754 ครั้ง)

ออฟไลน์ โซดาหวาน

  • ชอบเกาหลี , คลั่ง วาย ~ , ♥ รักประเทศไทย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #870 เมื่อ14-05-2015 20:57:14 »

สู้ สู้!!!!!

#เอสแคป..
วันอาทิตย์ซิน๊าาาาาา ^^

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #871 เมื่อ15-05-2015 19:11:39 »

เพี้ยงงงงงขอให้สอบผ่าน ทำเต็มที่เลยจร้า
วันอาทิตย์นี้ที่รอคอย

ออฟไลน์ ยอดมนุษย์ขนมปัง

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #872 เมื่อ17-05-2015 00:15:56 »

อุอิ วันอาทิตย์แล้ววว  :hao7:

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #873 เมื่อ17-05-2015 00:24:04 »

 :monkeysad: ร้องไห้หนักมาก ยังไม่มาอีกหรอ

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #874 เมื่อ17-05-2015 08:34:54 »

วันอาทิตย์แล้วซินะ อิอิ

ออฟไลน์ ReiSei

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-5
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #875 เมื่อ17-05-2015 08:43:40 »

วันนี้แล้ว เข้ามาปูเสื่อรอเลยฮะ

ออฟไลน์ tararatart

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #876 เมื่อ17-05-2015 11:25:31 »

 :z1:  วันอาทิตย์แล้วพับเพียบรอเลยเรื่องสอบสู้ๆน้าาาาาาา
ปล.เมื่อไหร่เค้าจะได้กัน
ปล.ขอฉากนั้นยาววววววววววววๆเอาแบบสองช.มเลยน้า  อิอิ #ใสๆ

ออฟไลน์ ciaiwpot

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #877 เมื่อ17-05-2015 11:56:14 »

คิดถึงงงงงงงงงงงงงงง

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6818
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #878 เมื่อ17-05-2015 12:59:50 »

วันนี้ วันอาทิตย์  มาปูเสื่อ  นอนรอแคปกับเอส  เมมพร้อม กล้องพร้อม  เริ่มได้   อิ อิ อิ

ออฟไลน์ tempo_oil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 712
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #879 เมื่อ17-05-2015 13:03:42 »

เรามารอแล้วน้าาาาา สแตนบายตั้งแต่เมื่อคืนนน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
« ตอบ #879 เมื่อ: 17-05-2015 13:03:42 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ BlackClover

  • ◥≡Pe'un≡◤
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 591
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-3
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #880 เมื่อ17-05-2015 13:57:40 »

ครึ่งวันผ่านไปรออีกไม่กี่ ชม.  ข้างหน้า. เสื่อ ทาโร่  ขนมกรุบกรอบ เป๊บซี่ พร้อม!!!
.... รับซื้อฉากผลัดกันปั่น.  ของตอนที่ 15 ด่วนนน. ใครอัดไว้บ้าง?

ออฟไลน์ Spelling_B

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #881 เมื่อ17-05-2015 15:06:06 »

เข้ามารอ คิดถึงมาก รออ่านอย้างเดียวเลยค่า พร้อม!!

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #882 เมื่อ17-05-2015 15:24:59 »

แคปใจแกเอียงไปให้เอสเยอะแล้วเหอะ
ออกอาการหึงเมี่ยงกับเอสแล้วยังไม่รู้ตัว
รอเอสจัดหนักแคปอีกสักหน

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #883 เมื่อ17-05-2015 15:27:13 »

เขามาเกาะขอบหน้าบ้าน รอเอสแคป จะมายังน่ะ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7038
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #884 เมื่อ17-05-2015 15:42:49 »

ขอnc ยังคาใจไม่หาย. แคปจะขึ้นสวรรค์ตามที่ปอพูดไว้ไหม อยากรู้

55555. มารอด้วยคน

ออฟไลน์ โซดาหวาน

  • ชอบเกาหลี , คลั่ง วาย ~ , ♥ รักประเทศไทย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #885 เมื่อ17-05-2015 16:56:35 »

เข้ามาเกาะขอบประตูห้องแคปปปป
55555

ออฟไลน์ New_Tai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #886 เมื่อ17-05-2015 17:00:55 »

เย้ ๆๆๆๆ วันอาทิตย์แล้วววว
เค้ารอด้วยยยยยย!! :ling1:

ออฟไลน์ sodawan1

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 373
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #887 เมื่อ17-05-2015 18:30:03 »

ต่อไหมอัลไลไหม หลังประตูบานน้านนนนนน
555555

มีลุ้นไหม NC ดุเดือดดดดดดดหลังง "อื้ออออออออ" เนี๊ยะะ >//< 55
ลงชื่อเข้ารอ #เอสแคปคืนนี้ด้วยยยยคนนนนน!

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 06/05/58 [XV]
«ตอบ #888 เมื่อ17-05-2015 20:09:53 »

จะมายังน่าาาาาา

ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #889 เมื่อ17-05-2015 21:22:16 »



******วันนี้จะมี 6 รีฯค่ะ(ยาวมากๆนะ) มินลงไว้ให้อ่านหลายๆวันนะคะ*******




https://www.youtube.com/v/1AsjxJ2uFlw



[XVI]



บีเอ็มดับเบิลยูสีขาวคันสวยเคลื่อนตัวออกจากซอยแคบกลับมาโฉบเฉี่ยวโดดเด่นอยู่กลางท้องถนนสายที่เขาใช้สันจรอยู่เป็นประจำ แสงแดดอ่อนๆยามเช้าสาดเข้ามาทางกระจกหน้าของตัวรถ ทำให้คนที่นั่งหน้างออยู่เบาะข้างคนขับถึงกับต้องหยีตาลงเล็กน้อย มองการจราจรที่วันนี้ไม่ค่อยติดแหงกมากนัก มือใหญ่จากเจ้าของรถที่สวมใส่แว่นกันแดดสีเข้มกดเปลี่ยนเพลงให้เป็นดนตรีเบาๆฟังสบาย หลังจากอุ่นท้องกับโจ๊กยามเช้ากันมาแล้วเมื่อสักครู่

“ทำหน้าอะไรของมึงวะแคป..” เอสละสายตาจากท้องถนนหันมาถาม เมื่อเช้าพอออกมาจากห้อง เขาก็พามันไปแวะกินโจ๊กร้านประจำ ตอนกินยังทำหน้าตาดีใจอยู่เลย แต่พอขึ้นรถมาอยู่กันสองคนหน้าตาเกิดบอกบุญไม่รับขึ้นมาอีก

“ยุ่ง..” แคปตอบห้วนๆ หน้าตายุ่งเหมือนคำตอบของตัวเองไม่มีผิด

“ก็ดูทำหน้าซินั่น..” เอสละมือจากพวงมาลัยรถเข้ามาเชยคางเล็กให้หันไปหา เจอแคปฟาดผั๊วะมาอย่างแรง เขาจึงดึงไอ้ตัวกันแดดด้านบนลงมาให้แคปมองส่องดูกระจก

“กูไม่ดู! หน้ากูจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของกูเหอะ..” แคปตอบหงุดหงิดพับไอ้ตัวกันแดดขึ้นไว้คืนแรงๆ นั่งกอดอกหันหน้าไปมองด้านข้างไม่สนใจไอ้คนที่มันถาม  จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง โดนไอ้คนบ้ามันลากขึ้นรถมาตั้งแต่เช้า ก็บอกว่าจะขับรถมาเองคนอย่างมันจะยอมเหรอ เอาแต่ใจ ถ้ามันบอกว่าจะมาส่งก็คือต้องมาส่งให้ได้ แล้วคนแบบเขาที่ต้องถูกมันบังคับตลอดนี่เซ็งจัดเลยสิ ก็ใครล่ะจะอยากมากับไอ้ตัวอันตรายที่บังคับให้ทำเรื่องบ้าๆน่าอายแบบเมื่อคืนนั่น ไม่ใช่ว่ามันเสร็จกิจแล้วเขาจะได้นอนนะ ด่ากันไปด่ากันมาไม่รู้ทำอิท่าไหนเขาเองก็พลอยเสร็จไปด้วยได้ยังไงกันวะ!  ยิ่งนึกยิ่งหงุดหงิด โฮ้ยยย!! กูทำไปได้ไงวะแม่ง

“ส่งตรงไหน..” เสียงทุ้มถามขึ้น ขณะที่แคปพ่นลมหายใจยาวเฮือกใหญ่ ๆ ก่อนตอบออกมากวน ๆ  “หน้าคณะแพทย์มั้งไอ้สัส”

“พูดเพราะๆแคป มึงจะไปทำไมแถวนั้น..” เอสหันมาดุนิดหน่อย  รถกำลังจะเลี้ยวเข้าประตูมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

“กูประชดมึงบ้าป่ะ! กูเรียนเกษตรกูก็ต้องลงหน้าคณะเกษตรสิวะ จะไปหน้าคณะแพทย์ทำไมห๊ะ!” แคปหันไปแว๊ดใส่อีกครั้ง คราวนี้เอสถึงกับหันมามองตาดุใส่

“เป็นอะไรของมึง ตกลงหน้าคณะเกษตรใช่ไหม”

“ไม่ใช่โว๊ย!” แคปหันไปแว๊ดอีกเป็นครั้งที่สาม เอสนี่เบรกรถจนหัวทิ่มเลย คนขี้โวยวายอยู่แล้วทำหน้าทำตาตื่นๆ

“ขับรถแบบไหนของมึงเนี่ยห๊ะ  ขับไม่เป็นลงมาเลยเดี๋ยวกูขับเอง”

“ตอบดีๆให้กูส่งที่ไหน เรื่องมากแบบนี้เดี๋ยวจอดแล้วเตะทิ้งตรงนี้เลย” เอสพูดเสียงเหี้ยม ทำหน้าจริงจังดุใส่

“มึงลองสิไอ้เหี้ย! กูกลัวมึงหรอกสัส!!” แคปตะคอกกลับ นี่โมโหจนกัดฟันใส่มึงแล้วนะ มีอย่างที่ไหนบังอาจมาบอกว่าจะจอดแล้วเตะเขาทิ้งแถวนี้ มึงจะบ้าเรอะ ตัวเองทั้งนั้นบังคับให้เขาขึ้นรถมาด้วย เขาอยากจะมาพร้อมกับมันตายห่าล่ะ

“แคป เอาดี ๆ มึงจะให้กูส่งลงที่ไหนวะ” เอสเองก็ใช่ว่าจะใจเย็นอยู่ได้ น้ำเสียงเขาก็เหมือนกับว่าควบคุมระดับอารมณ์เต็มที่เหมือนกัน ก็รู้แคปมันคงหงุดหงิดเรื่องเมื่อคืนบวกกับเรื่องเมื่อเช้าที่เขาบังคับให้มันมาด้วยกัน เสียงทุ้มกดลงต่ำๆพร้อมดวงตาคมกริบที่จ้องหน้า เพราะเอสไม่รู้แคปจะเอายังไงกันแน่ มันตั้งใจกวนตีนเขาก็รู้ แต่รถก็รอเลี้ยวรอเปลี่ยนเลนเหมือนกัน

“กูใส่ช็อปแสดงว่าต้องลงแปลงเกษตรสิวะ มึงต้องส่งกูหน้าสวนเกษตรนั่นแหละ”

“มึงบอกหน้าสวนแต่แรกก็จบแล้วไหม”

“ทำไมกูต้องทำอะไรให้มันง่ายๆด้วยล่ะ..” แคปเชิดหน้าเถียงใส่ทันทีเหมือนกัน เอสเหลือบมองแล้วหมั่นไส้เขาจึงหักรถเข้าชิดเลนขวาเลี้ยวไปอีกทางเลยทันที เอากับกูสิ

“อ่ะ มึงจะไปไหนวะนั่น..” คราวนี้แคปถึงกับหันซ้ายหันขวา หน้าตื่น

“ก็ส่งมึงหน้าสวนเกษตรไง”

“แต่มันไม่ใช่ทางนี้นี่ มึงเปลี่ยนเลนทำไมวะห๊ะ  เมื่อกี้ขับต่ออีกแค่นิดเดียวก็ถึงแล้ว ไอ้สัสเอสมึงจะพากูไปที่ไหนกันแน่”

“ก็ไปหน้าสวนน่ะแหละ แต่อ้อมไปส่งมึงลงคณะแพทย์ก่อน จากนั้นมึงค่อยโบกรถเมล์กลับไปหน้าสวนเองละกันนะ”

“มึงเอาจริงดิ?”

“อือ..” เอสตอบกลับเรียบๆแต่นั่นยิ่งทำให้คนฟังยิ่งโมโห

“ไอ้คนชั่วร้าย มึงแม่งคิดแต่จะทำเรื่องให้มันยุ่งยากไปไหนห๊ะ”

“ก็แล้วทำไมกูต้องทำอะไรให้มันง่ายๆด้วยล่ะ..” เอสย้อนได้แสบมาก เขาเหยียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมสายตาที่เหลือบมอง ขณะที่แคปนี่โมโหนัก เพราะรู้ว่าเอสมันแกล้งพูดแบบที่เขาพูดไปเมื่อกี้ทั้งประโยค รถอ้อมวงเวียนแล้วขับตรงมาอีกหน่อยก่อนเลี้ยวขวาเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ทันที แคปนี่กัดฟันกรอดเลย ยกข้อมือขึ้นดูเวลา บ้าฉิบเมื่อเช้าบอกจะมาเองมันเสือกไม่ยอมยึดกุญแจรถเขาไว้ ไอ้ปอที่ออกมาพร้อมกันมันช่วยบอกว่าจะพาเขาไปด้วย แต่ไอ้ตัวอันตรายมันส่ายหัวบอกไม่ยอมอีก เขาเลยต้องออกมาพร้อมมันแบบนี้ พาแวะกินโจ๊กร้านที่มันชอบกว่าจะเข้ามหาลัยมาได้สายสุดๆแต่ก็ยังเหลือเวลาอีกนิดก่อนจะถึงเวลาเรียนจริง ดีที่วันนี้ลงสวน อาจารย์ไม่ค่อยฟิคเวลามากเท่าไหร่

“ส่งหน้าตึกนี้ละกันนะ รถเมล์มาแล้วมึงค่อยโบกขึ้นไปลงหน้าสวนเกษตรคณะมึง”

“มึงเอาจริงดิไอ้เหี้ยเอส..” แคปหันมาถามอีกเป็นรอบที่สอง  หน้าตาโกรธมาก เอสต้องรีบหันหน้าหนีเพราะกลัวหลุดขำพรืดออกมาไม่อยู่ เขาหันหน้าไปอีกทางแล้วบอกเออๆ

“มึงมันแย่ที่สุด ที่สุดของความชั่ว!”  แคปฟาดฝ่ามือลงที่หน้าคอนโซล ขณะที่รถชะลอตัวหน้าคณะเป๊ะๆ แคปสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธ แม่งเอ๊ยยยย ยกนี้กูจะแพ้มันเหรอวะไอ้สัส แต่เอสก็แค่เคลื่อนรถไปเรื่อยๆ ไม่ยอมจอดลงนิ่งๆสักที เขาแกล้งขับช้า ๆ ไปเอื่อยๆ เหมือนกับกำลังมองหาว่าจะจอดให้ลงตรงไหนถึงจะดี

“ทำไมไม่จอดสักทีล่ะห๊ะ! ไหนว่าจะส่งกูลงไง เล่นตัวไปถึงไหนวะ!”

“อยากให้ไปส่งก็บอกดีๆ”

“จอดสักที!” แคปตะคอก ขณะที่เอสส่ายหัวแล้วกระชากรถขับออกไปเลี้ยวกลับทางเดิม คนที่หน้างอยิ่งกว่าตะขอนั่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไรเลย

“เที่ยงนี้เดี๋ยวโทรหา”

“ไม่ต้อง!”

“ตอนเย็นมึงกลับกับไอ้ปอนะ กว่าแลปเย็นกูจะเลิกมึงคงเลิกก่อนกูหลายชั่วโมงแล้ว ไว้ค่ำๆกูจะแวะเข้าไป”

“.......”

“แคป”

“รู้แล้วไอ้เหี้ย!”

“ตะคอกทำไมวะ พูดกับกูพูดให้มันเพราะๆสิ มึงรู้ไหมถ้ามึงอ้อนกูสักหน่อยมึงอยากได้อะไรนะกูประเคนให้มึงจนหมดตัวกูแน่ ๆ”

“กูไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกมึงอย่าได้ฝัน!”  รถจอดลงที่หน้าสวนเกษตรแล้ว แต่เอสยังไม่ยอมปลดล๊อคให้เขาดึงเอาต้นคอแคปรั้งเข้ามา ปลายจมูกโด่งกดเฉียดๆลงที่แก้มนิ่ม แต่เจอฝ่ามือเล็กฟาดใส่ไหล่จนแสบไปหมด

“ห้ามนอกใจกูรู้ไหม..”

พลั่ก!

“กูจะทำทันทีที่มีโอกาสเลย มึงคอยดูก็แล้วกันไอ้คนชั่ว!” แคปกระชากประตูรถเปิดลงไปแล้วปิดใส่หน้าคนขับดังมากๆ เขาวิ่งข้ามถนนไปสมทบกับปอและอาร์ที่ยืนรออยู่ข้างรถก่อนแล้ว เอสขยับรอยยิ้มบางขึ้นนิดๆ เพราะเขารู้ดีว่าคำพูดแบบนั้นของแคปหมายถึงอะไร

‘ปากมึงน่ะ เคยตรงกับใจสักทีไหมวะแคป..’ เสียงทุ้มพึมพำพออกพอใจอยู่คนเดียว ก่อนที่รถยนต์คันสวย จะเคลื่อนตัวออกไป

.

.

“ช้านะมึง..” ปอส่งเสียงต่อว่าทันทีที่แคปวิ่งข้ามถนนเข้ามาหา

“มึงมากันนานยัง..” แคปถาม ปอกับอาร์กอดอกพยักหน้าบอกนานแล้ว คนถามถึงกับทำหน้าหงุดหงิดสุด

“เออโทษที ไอ้บ้านั่นมันพาไปแดกโจ๊กห่าไรของมันไม่รู้ ไกลโคตรเลย”

“เจ้าที่มันซื้อมาให้มึงกินวันนั้นอ่ะดิ?” ปอถามขึ้น

“อือเจ้านั้นแหละ”

“อร่อยจะตาย กูยังอยากกินอีกเลย ทำไมเมื่อเช้ามันไม่บอกกูด้วยวะจะได้แวะไปรับไอ้อาร์ไปกินพร้อมกัน..” ปอทำหน้านึกๆความจริงเมื่อเช้าเขากับแคปและเอสออกจากห้องมาพร้อม ๆ กัน เอสลากแคปขึ้นรถมันขณะที่เขาขับไปรับอาร์แล้วแวะกินข้าวไข่เจียวด่วนๆหน้ามอคนล่ะจาน ก่อนจะมายืนรอแคปอยู่หน้าสวนตรงนี้

“มึงฝันเอาสิไอ้เหี้ยปอ ไอ้เอสนั่นมันคงจะบอกมึงหรอก คนเขาจะพาแฟนไปชิลโจ๊กมื้อเช้ากันสองต่อสอง ใครเขาจะมาบอกมึงเล่า ถามโง่ๆ”

ผั๊วะ!

“มึงสิโง่!” แคปแวดใส่อาร์ แถมตบกะโหลกมันแบบไม่ต้องเชิญแรงๆหนึ่งที

“มึงตีกูทำไมอ่ะ ตีแต่หัวกูเนี่ยเดี๋ยวฉี่รดที่นอนแน่ ๆ คืนนี้อ่ะ”

“เรื่องของมึงเหอะไอ้เตี้ยอาร์ ปากมึงไม่ดีเองพูดอะไรระวังหน่อย”

“โหยไอ้สูง จ้ามึงแค่สูงกว่ากูคนเดียวมึงเรียกกูเตี้ย เชื่อมึงเลยไอ้หมาแคป”

“อย่ามาปากเสีย มึงอยากโดนมากกว่าโบกหัวมึงไหมห๊ะ”

“ไม่เอานะไอ้แคป อย่าทำกูกูกลัวแล้ว มึงแม่งดุเหี้ยๆเลย..” อาร์หลบเข้าด้านหลังปอ ก่อนแอบ ๆ ดูแคปที่แกล้งจะเข้าไปตี ปอเห็นสองคนเล่นกันแล้วก็ส่ายหัว ผลักหลังเพื่อนสองคนบอกให้เดินเข้าไปด้านในได้แล้ว  “พอแล้วเว้ยเข้าไปเหอะ ป่านนี้พวกผู้หญิงกลุ่มเราบ่นจนปากฉีกหูชาแล้วแน่ ๆ อ่ะ”

“พวกนั้นเข้าไปนานยังวะ”แคปหันมาถาม

“ไม่นานหรอกเมื่อกี้เอง แต่เห็นพวกผู้หญิงบอกว่าวันนี้ลงแปลงแค่ชั่วโมงเดียวนะ สี่โมงถึงเที่ยงเรียนบนตึก” เขาสามคนเดินลงเนินดินแดง เพื่อตัดเข้าไปที่โรงเก็บเครื่องมือ วางกระเป๋ากันที่นี่แล้วเปลี่ยนเป็นรองเท้าบู๊ตยางสำหรับทำสวน สาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนกลัวมือด้านก็มีถุงมือหนังแขวนไว้ให้หลายสิบคู่ หมวกฟางสำหรับใส่กันแดดเก่าบ้างใหม่บ้างคละเคล้ากันไป แต่สำหรับแคปปอและอาร์ถุงมือหาได้จำเป็นไม่ พวกเขาต้องการแค่บู๊ตเหมาะๆคนล่ะคู่เท่านั้นเอง

“อ้าว จริงดิ..” แคปที่เปลี่ยนรองเท้าเสร็จแล้ว กำลังเลือกว่าจะหยิบเครื่องมือเกษตรชนิดไหนร้องอ้าวขึ้นมา อาร์ยื่นจอบอันใหญ่ๆส่งให้แบก ขณะที่ปอสนอกสนใจพลั่วอันเล็กๆ

“อือ พวกผู้หญิงกลุ่มเราคอนเฟิร์มมาแล้ว บอกอาจารย์จะรอที่ตึกตอนสิบโมงเรียนบรรยายปกติ”

“อ่า ถ้างั้นกูเอาบัวรดน้ำละกัน อันนี้ล่ะเหมาะมือดี..” แคปโยนจอบอันใหญ่ๆเก็บไว้ที่เดิม เขาหันมาสนใจบัวรดน้ำสีฟ้าแทน เพราะลงแปลงแค่ชั่วโมงเดียวทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก สู้รดน้ำให้น้องๆต้นไม้เย็นชุ่มฉ่ำไปดีกว่า เวลาช่วงนี้เหมาะมากเลย แดดไม่ค่อยแรงด้วย

“ไอ้แคป อันนี้ดีกว่ามึง ฉีดทีเดียวเอาอยู่..” อาร์ยักคิ้วให้อย่างทะเล้น ก่อนโยนสายยางสีเขียวม้วนใหญ่ ๆ ส่งให้ แคปรับมาอุ้มไว้แทบไม่ทันเสื้อผ้าเปื้อนไปหมด คนทำหัวเราะเจอแคปชี้หน้าใส่

“ไปๆๆๆ พวกมึงอย่าทะเลาะกันอีก..” ปอส่ายหัวอย่างระอา ไอ้แคปกับไอ้อาร์แม่งจะตีกันไปถึงไหนวะ นี่ถ้าไอ้แคปไม่ใช่แฟนไอ้เอสนั่นเขาจะเชียร์ให้ไอ้อาร์ไปเป็นเมียมันแล้วแน่ ๆ เหอะ

พอเข้าไปถึงแปลงด้านใน พวกผู้หญิงมองหน้าสามคนตาเขียวอื๋อเอาจนแคปนี่กลัวเลย ปอสะกิดบอกให้ไปเคลียร์ ผู้หญิงห้องพวกเขาชอบแคปมากๆเวลาเจอมันอ้อนทีหายโกรธไปทุกราย แคปก็เดินเข้าไปเลยสิ

“สิบนาที แลกกับอันนี้ได้ไหมครับคนสวย..” แคปยิ้มตาหยีเป็นขีดสละอิ(ไม้เด็ดสเต็ปการอ้อนของแคป) ล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบอมยิ้มออกมาห้าอันแล้วยื่นส่งให้

“ช้าเพราะแวะเซเว่นไง กินแล้วปากหอมนะ..” แค่นั้นพวกเธอก็หน้าแดงแป๊ดกันแล้ว คว้าหยิบกันไปคนล่ะอัน บรรยากาศในการลงแปลงเช้านี้สดใสและดีขึ้นเป็นกองเ จนกระทั่งเกือบๆจะสิบโมง เพื่อนๆเรียกบอกกันให้ย้ายไปเรียนบรรยายต่อที่ตึก พอเก็บอุปกรณ์กันเรียบร้อยแคปเดินเข้ามาคว้าเอากระเป๋า ปอพยักหน้าบอกอาร์กับแคปว่าให้ไปขึ้นรถ เขาต้องเอารถขับไปอยู่แล้วเพราะตึกเรียนกับที่สวนนี่ไม่ใช่ว่าจะใกล้

“เดี๋ยวกูไปกับพวกไอ้ชัต..” แคปโบกมือบอกโยนกระเป๋าฝากปอ เพราะว่าเห็นเพื่อนอีกคนขับมอไซด์ออกมาจากท้ายสวน โบกมือเรียกเขาบอกให้ไปเกาะรถมันไป

“เออเฮ้ยกูไปด้วย เกาะท้ายน่าสนุก..” อาร์เองก็โบกมือบอกปอว่าจะไปกับชัตเหมือนกัน แคปนี่เท้าสะเอวมองหน้าเลย

“เอาน่า ก็กูอยากไปกับมึงอ่ะ..” อาร์ดึงแขนแคปให้ไปขึ้นรถได้แล้ว ไอ้เพื่อนชัตมันมองตาเขียวแล้ว

“ซ้อนสามมึงไหวนะไอ้ชัต..” แคปถามขึ้น ไม่ใช่อะไรนะ ไอ้ชัตมันอ้วนมาก ตอนแรกเขานึกว่ามีตัวเองแค่คนเดียวก็นั่งกินลมสบายๆ แต่มีไอ้อาร์ไปด้วยนี่สิ ยางจะแตกไหมถามจริง

“ไหว มาเลย..” มันบอกไหวแต่มันลงจากรถ แคปรีบเข้าไปคว้าพยุงรถไว้กลัวรถจะล้ม

“อะไรของมึงวะ..” แคปถามหน้าตื่น ชัตมันบอกให้แคปกับอาร์ขับรถมันไปด้วยกัน ส่วนตัวมันวิ่งไปขึ้นหน้ารถกับไอ้ปอแล้วขับออกไปเรียบร้อย อาร์หัวเราะเสียงดัง

“มึงขับไอ้เตี้ย” แคปบอก

“ได้เลยวู๊วววว” อาร์รับบัญชา แคปเห็นสีหน้าดีใจแบบนั้นก็รู้สึกสนุกไปด้วย จริงๆอาร์มันชอบขับรถมอไซด์มากๆแต่มาพักหลังปอจะรับส่งมันบ่อยๆมันเลยไม่ค่อยได้เอารถมันมา  รถขับชิลๆมาจนถึงหน้าตึกเรียน ไอ้ชัตกับไอ้ปอยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ไปแว๊นไหนกันมาวะ ช้าฉิบหายอาจารย์เข้าแล้วมั้งน่ะ”

“เออน่า ไปๆๆ” แคปคว้ากุญแจจากอาร์ส่งคืนให้เจ้าของรถอย่างชัต มันขออมยิ้มแคปหนึ่งอันบอกเป็นค่าตอบแทน แคปเลยโบกหัวมันไปหนึ่งทีแล้วบอก “อมยิ้มกูหมดแล้วไอ้สัส ไปขอจากพวกผู้หญิงโน่น” ชัตกำลังจะอ้าปากเถียงอะไรแคปกลับมาสักอย่าง แต่เสียงเล็กๆจากอาร์ที่เดินนำหน้าอยู่หันมาแว๊ดขึ้นอย่างดัง

“อ้าวเฮ้ยอาจารย์เข้าแล้วจริง ๆ เร็วเข้าพวกมึง” แค่นั้นแหละ พวกเขาที่เดินตามๆกันมาสะดุ้งโหยงรีบสาวเท้าเข้าห้องหาที่นั่งแทบไม่ทันเรียนไปสองชั่วโมง พอเลิกก็จับกลุ่มประชุมเรื่องลงแปลงกันต่ออีก มีแผนงานที่ต้องทำควบคู่ในเทอมนี้

“ไอ้อาร์รู้สึกเอกสารจะอยู่ที่รถกูว่ะ มึงลงไปเอาไป อยู่ท้ายรถนะสอดอยู่ในแฟ้มสีเขียวน่ะ..” ปอส่งกุญแจรถส่งให้อาร์แล้วก้มหน้าก้มตาลงบันทึกข้อมูลบางอย่างต่อ งานเปเปอร์กลุ่มครั้งนี้ปอรับหน้าที่เป็นเลขา เพราะงั้นมันทำหน้าที่จดๆๆแล้วก็จด

“รีบมานะเว้ยมึง” แคปหันไปย้ำกับอาร์ชัดๆอีกที มันชอบเถลไถล กลัวจะไปขัดตีนใครที่ไหนอีก บางครั้งแค่หลุดสายตาไม่ถึงสิบห้านาทีมันหาเรื่องได้อ่ะ แล้วคนที่ลำบากไม่ใช่ใครก็เขากับไอ้ปอเคลียร์ตีนให้มันตลอด

“รู้แล้วๆ” อาร์โบกมือให้จนเลี้ยวลงบันไดไป กระโดดโหยงๆจากชั้นสองเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงรถ กดสวิทเปิดท้ายหยิบเอาแค่แป๊ปเดียว ง่ายมากเขาจะไปเถลไถลได้ยังไงกัน อาร์ผิวปากอารมณ์ดีจะเดินเข้าตึกแต่หางตาดั๊นไปสะดุดลงที่ใครบางคนกับรถมอไซด์บิ๊กไบต์คันใหญ่ของมัน ไอ้แบงค์ยืนกอดอกพิงรถมองมาที่อาร์ มันอมยิ้มมุมปากเล็กน้อยกวักมือเรียก นั่นทำให้อาร์เปลี่ยนทิศทางเดินเข้าไปหาคนมาเยือนในทันที

“มีปัญหาอะไร มึงมาทำเชี่ยอะไรแถวนี้..” เสียงเล็กถามขึงขังตามสไตล์ แบงค์ขยับยืนดีๆ มองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาใคร สุดท้ายมองขึ้นไปบนตัวตึก

“ใจเย็นดิวะ ไม่ได้มาหามึงสักหน่อย”

“กูไม่สนใจว่ามึงจะมาหาใคร นั่นมันเรื่องของมึง แต่เมื่อกี้มึงทำตัวเสียมารยาทกวักมือเรียกกูที่เป็นถึงรุ่นพี่  ไม่เคารพกันแบบนี้มึงมาเดินอยู่คณะพวกกูระวังจะเจอดีมิใช่น้อย”

“หึ กลัวที่ไหนเล่า ถ้ากลัวไม่มาอ่ะบอกเลย..” แบงค์พูดกวนๆ

“กูอยากซัดมึงลงตรงนี้จริงๆให้ตายเหอะ แต่ติดที่กูยังมีธุระสำคัญกว่าเพราะงั้นเรื่องของมึงกูจะปล่อยๆไปก่อน”

“กูบอกแล้วไงกูไม่ได้มาหามึง”

“ก็แล้วมึงมาหาใครล่ะห๊ะ! จู่ๆมายืนกวักมือเรียกกูทำซากมึงเหรอ” อาร์ตะคอกขึ้น

“มาหาไอ้แคปเพื่อนมึงไง..มันอยู่ป่ะล่ะ” ทันทีที่แบงค์เอ่ยชื่อแคปอาร์อ้าปากค้างนิดๆ มันมาหาแคปทั้งที่เมื่อวานมันสองคนเพิ่งมีเรื่องกันมา มุมปากมันยังเขียวนิดๆอยู่เลยแท้ๆ

“มาหาเพื่อนกูทำไม”อาร์ถามขึ้น

“นั่นมันเรื่องของกูสิ ก็แค่เรียกมึงมาถามว่าเพื่อนมึงมาเรียนไหมก็แค่นั้น”

“มันไม่มาหรอก มึงเห็นรถมันไหมล่ะรถแต่งคันสีดำที่สวยที่สุดในคณะน่ะ ไม่มีจอดไว้แปลว่ามันไม่ได้มา..” อาร์ลอยหน้าโกหก เขาคิดว่าแบงค์มันจะมาขอนัดแก้มือกับแคปแน่ ๆ เพราะงั้นบอกแบบนี้ดีที่สุด ให้แคปได้พักร่างกายก่อน เมื่อวานคิดว่าเพื่อนเขาก็คงโดนไปหลายหมัดอยู่เหมือนกันถึงจะโดนแถวลำตัวไม่มีรอยแผลก็เถอะ

“ไปเรียกมันลงมาให้ด้วย กูรอตรงนี้มีธุระจะคุย..” แบงค์ส่ายหัวนิดๆเขารู้แล้วว่าอาร์โกหกแน่

“จ้างให้กูไม่บอกมันให้มึงหรอก เชิญมึงรอให้ตายห่าไปเลย!” อาร์กระแทกเสียงใส่ ว่าจบเดินหันหลังวิ่งเข้าตึกขึ้นบันไดทันที  เขาต้องรีบนิดหน่อยเดี๋ยวเพื่อนๆจะสงสัย ยิ่งไอ้แคปมันจับโกหกเขขาได้แทบจะตลอด จนกว่าพวกเขาจะคุยเรื่องงานกันเสร็จไอ้เด็กเวรนี่มันน่าจะออกจากคณะพวกเขาไปแล้ว

“ช้าฉิบหายไอ้อาร์มึงไปไหนของมึงมาวะ..” พอขึ้นมาถึงปอบ่นอุบเลย อาร์ยืนเอกสารที่เพิ่งถือขึ้นมาส่งให้ พวกเขาทั้งกลุ่มสุมหัวกันคุยงานเปเปอร์กลุ่มที่ต้องพรีเซนต์ในช่วงปลายเทอม  ระหว่างนั้นไม่ว่าแคปจะถามอะไรอาร์หลบสายตาตลอดทั้งที่นั่งอยู่ติดกันจนแคปล็อคคอเล็กเข้ามาแล้วบีบปากถาม

“เป็นเหี้ยไร”

“ปะ..เปล่า มึงอย่าบีบสิวะไอ้แคปกูเจ็บนะ”

“ก็แล้วมึงเป็นอะไรล่ะ กูถามอะไรก็ก้มหน้า เรียกหาก็หลบมึงเป็นไรอย่าคิดว่ากูดูไม่ออกนะ”

“เปล่าสักหน่อยกูไม่ได้เป็นอะไรอ่ะ..” อาร์ยังปฏิเสธต่อ แคปจึงจัดการให้หนักขึ้นเจอปอบอกเดี๋ยวค่อยเล่นกันให้คุยเรื่องงานให้เสร็จก่อน เพื่อนในกลุ่มคนอื่น ๆ ก็บอกหิวข้าวกันแล้วเพราะเวลาที่เลยเที่ยงมาเยอะ แคปจึงต้องชะลอการซักถามไอ้อาร์ไว้แค่นั้น พวกเขาทั้งกลุ่มปรึกษาวางแผนงานกันต่ออีกประมาณสิบห้านาทีทุกอย่างก็จบ เที่ยงครึ่งแยกย้ายกันลงจากตึก ตอนนั้นเองที่อาร์ดูมีพิรุธมากๆจนปอยังต้องสะกิดแคป

“กูรู้อยู่แล้ว เดี๋ยวคอยดูต่ออีกนิด..” แคปว่าเบา ๆ ตอบ มองอาร์ที่เดินนำลิ่ว ๆ ออกไปหน้าตึกทำท่าลุกลี้ลุกลนเหมือนกำลังมองหาใคร  แต่แล้วจู่ๆมันก็วิ่งหน้าตาตื่นกลับมา เข้ามาจับมือดึงจะชวนแคปออกไปด้านหลังให้ได้

“ไอ้แคปมึงไปออกด้านหลังดิวะ ไปๆๆๆพวกเราไปออกด้านหลังกันเหอะ”

“อะไรของมึงไอ้อาร์ ทำไมกูต้องทำแบบนั้น” แคปรั้งแขนตัวเองไว้

“เถอะน่า ด้านหน้าแดดมันแรง ออกด้านหลังแล้วเดี๋ยวไอ้ปอมันอ้อมไปรับมึงนะ”

“อะไรของมึงวะไอ้อาร์ ให้กูไปเอารถมารับไอ้แคปหลังตึก มึงบ้าป่ะ” ปอเองก็งง อาร์นี่ขยิบตาใส่ใหญ่เลย ว่าจะบอกปอเรื่องแบงค์แต่หาโอกาสยังไม่ได้สักที

“เรื่องมากฉิบหาย กูว่าต้องมีอะไรแหง ๆ ไหนออกไปดูซิ เดี๋ยวกูมา..” แคปไม่ฟังคำทัดทานอะไรแล้ว เขาก้าวพรวดยาว ๆ ออกไปที่หน้าตึกฝั่งที่อาร์วิ่งสวนเข้ามาเมื่อตะกี้ในทันที  นึกเอะใจอยู่ก่อนแล้วว่ามันต้องมีอะไร แล้วมันก็มีจริง ๆ เพราะตอนนี้เขามอง
เห็นใครบางคนยืนพิงรถมอไซด์คันโตจ้องมาที่เขา  ทั้งอาร์ทั้งปอที่วิ่งตามออกมาแบบติดๆหยุดชะงักไปตามๆกัน

“แคปใจเย็น อย่ามีเรื่องนะเว้ย..”  ปอเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อคืนอาร์เล่าให้เขาฟังตอนที่แวะไปดื่มกันดึกๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้ไอ้เด็กนี่มันจะมาแคปอีก แล้วหน้าตาอยากลองดีแบบนั้นที่มองจ้องมา แคปมันชอบนักล่ะ วอนตีนมันดีจริงๆ

“แคป!” อาร์ดึงชายเสื้อเพื่อนไว้ ตอนที่แคปจะเดินออกไปหามัน แคปหันมาบอกว่าไม่เป็นไรให้ปอกับอาร์ไปรอที่รถเลย

“ไม่เอา กูจะไปพร้อมมึง..” อาร์งอแงบอกไม่เอาท่าเดียว ปอเองก็ส่ายหัวบอกไม่ด้วยเหมือนกัน

“มึงสารภาพมาไอ้อาร์ เมื่อกี้มึงลงมาเจอมันแล้วใช่ไหม..” อาร์พยักหน้าเบา ๆ เขาหลบตาคนจ้องเอาคำตอบ

“แล้วมึงปิดพวกกูทำไม มันมาหาใคร มาหาเรื่องมึง?”

“ปะ..เปล่า”

“งั้นก็ช่างมันสิ มันไม่ได้มาหามึงมันอาจจะมาหาเพื่อนฝูงมันแถวนี้ก็ได้นี่หว่า พวกเราลงกันไปเลยไม่เกี่ยวกับเราอยู่แล้ว”

“ไม่ได้!” อาร์สวนขึ้นทันที เพราะแคปทำท่าจะก้าวออกไปอีกแล้ว

“ทำไมถึงไม่ได้” แคปหันขวับมาถาม

“......”

“ไอ้อาร์!” แคปตะคอกใส่ อาร์ถึงกับหดไปอยู่ข้างหลังปอ 

“มันบอกมีเรื่องจะคุยกับมึงกูไม่อยากบอกกูกลัวว่ามึงจะมีเรื่องกับมัน ไอ้เด็กเหี้ยนั่นดูยังไงมันก็ไม่เห็นจะเหมือนคนดี” อาร์พูดออกมาตาแดงๆ

“มันมาหากู?”

“อือ..” อาร์พยักหน้าอีก เขาเดินเข้าไปดึงเสื้อแคปอีกครั้ง เงยหน้าแล้วบอกไม่อยากให้แคปออกไป

“กลัวไรเล่า มันกล้ามาหาก็ออกไปหามันสักหน่อยสิวะ มึงจะให้กูหดหัวอยู่แบบนี้น่ะเรอะ..”

“กูแค่ไม่อยากให้มึงมีเรื่อง เมื่อวานมึงก็เจ็บเยอะแล้ว เอาไว้มึงพักตัวเองกูก็กะชวนมึงไปลุยกับมันถึงคณะมันอยู่แล้วล่ะ”

“เออมึงพูดดี แต่ว่านะไอ้อาร์ไหนๆก็จะตีอยู่แล้ว ตีตอนไหนไม่ต่างกันหรอกเว้ย..” แคปก้าวออกไปทันทีที่พูดจบ คราวนี้อาร์ยึดชายเสื้อเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม  “ไม่เอากูไม่ให้มึงเข้าไปคนเดียว”

“กูไปคนเดียวนี่ล่ะง่ายดี ไอ้ปอมึงพาไอ้อาร์ไปรออยู่ที่รถ เดี๋ยวกูตามไป”

“ไม่มีทางว่ะแคป เดี๋ยวพวกกูไปกับมึงด้วย..” ปอบอก

“จะกลัวทำไมวะรถมึงกับรถไอ้เด็กนั่นอยู่ห่างกันกี่เมตรมึงแหกตาดูซะ..” ปอมองดีๆถึงได้เห็น รถเขาจอดอยู่ไม่ไกลจากรถมอไซด์คันใหญ่ ๆ ของไอ้เด็กแบงค์นั่นเลยสักนิด ก็ใครจะทันคิดล่ะกลัวเพื่อนไปมีเรื่องไปไหนก็ต้องยกกันไปก่อนล่ะ

“ถ้าพวกมึงเข้าไปด้วยเดี๋ยวกูพลั้งเผลอตีมันขึ้นมาจริง ๆ ไปรอกูอยู่ที่รถกูสัญญาว่าถ้ามันไม่ลงมือก่อนกูจะใจเย็นๆถามมันว่ามีธุระอะไร”

“จริงนะ” ปอคาดสายตาถาม แคปพยักหน้ารับปากบอกจริง

“เอาน่ารถก็แค่ใกล้ ๆ ถ้ามึงเห็นผิดปกติก็วิ่งเข้ามาช่วยกูแล้วกัน”

ปอมองแคปแล้วชั่งใจนิดหน่อย ดูระยะทางระหว่างรถตัวเองกับรถไอ้เด็กนั่นเสร็จแล้วดึงแขนอาร์บอกไปรอที่รถเลย

“แต่ว่า..” อาร์ยังไม่ยอม ปอเลยกระซิบบอกไปเอาเครื่องมือที่รถเผื่อมีปัญหาเอาไม้เบสบอลฟาดหัวแม่งเลย เท่านั้นแหละเจ้าอาร์วิ่งหน้าตั้งไปรอที่รถปอเลย แคปถึงกับส่ายหัว เขาเดินเข้าไปหาไอ้เด็กแสบตัวดีที่ท้าทายมาหาเขาถึงตึกเรียน

“เป็นไงมั่งล่ะ ท้องมึงเขียวอยู่ไหม” เสียงทุ้มของแบงค์ดังขึ้นตอนที่แคปเดินเข้าไปหาแล้วหยุดลงตรงหน้า สายตาคมกริบไล่มองแคปตลอดทั้งตัว

“กูควรถามมึงมากกว่าไหม ปากยังเขียวอยู่นะไอ้สัส หมัดกูทำมึงติดใจถึงขนาดตามมาหาถึงตึกเลยรึไงวะ..” แคปเองก็ไล่สายตามองตามจุดที่เขาลงหมัดลงตีนใส่มันไปเมื่อคืน

“ก็อาจจะติดใจล่ะนะ ไม่งั้นจะมาถึงคณะมึงหรือไง”แบงค์ตอบยิ้ม ๆ

“อย่ามาพูดมาก มึงมาทำไมบอกจุดประสงค์ของมึงมา”

“บอกแล้วไงกูแค่แวะมาดูมึงเจ็บมากรึเปล่า”

“ตลกแล้วไอ้สัส มึงมันเป็นเด็กนรกจริง ๆ กูเป็นพี่มึงนะ เรียกกูพี่แคปนี่มึงคิดว่ามึงจะตายไหมล่ะห๊ะ”

“เรื่องอะไรจะเรียก กำลังคิดอยู่ว่าจะเรียกเตี้ยดีไหม”

“อ้าวปากหมาขึ้นมาอีก ไอ้เด็กเวรนี่” แคปก้าวเข้าไปหาอย่างชิด แบงค์คว้าคอเสื้อเอาไว้แคปเองก็แรงไม่แพ้กันคว้าหมับเสื้อมันกระชากกลับ

“ใจร้อนจริง ๆนะมึง”

“เรียกกูพี่แคป!”

“ชู่ว์อย่าเสียงดังสิวะ รุ่นน้องเดินไปเดินมามองมึงกันหมดแล้ว นี่ยังไม่รวมสายตาเพื่อนมึงนะ” แคปหันไปที่รถของปอ สองคนนั่นทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาหาแล้ว

“ก็แล้วมึงจะเอายังไงพูดจายอกย้อน กูใช่เพื่อนเล่นมึงเหรอห๊ะ!”

“ให้กูดูท้องมึงก่อน เขียวมากไหม”

“เรื่องอะไรกูจะให้มึงดู” แคปจับมือแบงค์ที่ทำท่าจะมาเลิกเสื้อเขาเปิดดูเหวี่ยงออกไป  “เขียวน้อยกว่าปากมึงละกัน ไอ้สัส”

“ไม่ดูก็ได้วะ ปากดีลุยได้แบบนี้แสดงว่าหายแล้วมั้งเนาะ”

“ได้ยินข่าวว่ามึงแพ้กูไม่ใช่เหรอวะไอ้แบงค์ หน้าอย่างมึงยังมีสิทธิ์มาถามกูรึไง”

“หึ รู้อยู่แล้วว่าทำไมกูถึงแพ้ ยังมีหน้ามาพูดนะ”

“นั่นมันเรื่องของมึง ท่าทางอวดดีจะไปเจอใครจัดมาก่อนเจอกับกูมันก็เรื่องของมึง”

“ปากดีจริงๆ”

“เรื่องของกูไหมล่ะ!”

“คนอุตส่าห์เป็นห่วง...”

“ใครขอให้มึงมาห่วงล่ะ กลับไปได้แล้วไปกูรำคาญ กะอิแค่เข่าถากๆท้องกูไป อย่าคิดว่าคนอย่างกูจะเข็ด”

“หึ..”

แคปชี้หน้าใส่ทันที  “มึงจำไว้ไอ้เด็กนรก กูรับนัดมึงตลอดทุกเมื่อทุกเวลา มึงพร้อมเมื่อไหร่เรานัดตีกันอีกได้ตลอด”

“ทุกเวลาจริงดิ” แบงค์หรี่ตาเหยียดยิ้ม

“ของมันแน่ นี่ใช่ไหมจุดประสงค์ของมึงอยากแก้มือกับกูทำท่าเป็นมาถามว่าเจ็บตรงไหนแผลเป็นไงบ้าง แมนๆกันเลยมึงอ่ะ หายเจ็บแล้วนัดมา กูพร้อมเสมอ”

“พูดแล้วอย่าคืนคำล่ะ”

“มึงคิดว่ากูกลัวมึงรึไงล่ะ..”

“หึหึ งั้นไปล่ะ เดี๋ยววันหลังจะมานัดใหม่”

“รีบไปให้ไวๆเลยเหอะ ไอ้เด็กเวร บ้าฉิบ!”  ปีนเกลียวฉิบหาย เรียกกูเรียกมึงเพิ่งเจอไอ้เด็กบ้านี่คนแรกนี่แหละ

“เรียกแบงค์สิ มึงเรียกกูแบงค์เมื่อไหร่ถึงตอนนั้นกูอาจเรียกมึงว่าพี่แคปบ้างก็ได้นะ”

“งั้นชาตินี้มึงอย่าหวังว่ากูจะเรียกชื่อมึงเลย..” ไอ้เด็กเปรต แคปด่าต่อในใจตาเหลือกใส่ แบงค์ยังมีหน้ามาหัวเราะขำ นั่นทำเอาแคปยิ่งหงุดหงิด ทุกวันนี้เขาด่าใครทำไมมันมีแต่พวกขำๆมันบ้ากันป่ะ ถามจริง ประเภทเดียวกับไอ้เหี้ยเอสรึไง ชอบให้ด่า ประสาท!

“โห ดุขนาดนั้นเชียว กูไปล่ะ”



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
« ตอบ #889 เมื่อ: 17-05-2015 21:22:16 »





ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #890 เมื่อ17-05-2015 21:22:38 »


https://www.youtube.com/v/1AsjxJ2uFlw


“โห ดุขนาดนั้นเชียว กูไปล่ะ” แบงค์ว่าจบหัวเราะหึหึก่อนคว้าเอาหมวกกันน็อคขึ้นมาสวม แคปชี้หน้าตอนที่รถกำลังจะตีโค้ง กระจกหน้าหมวกกันน็อคถูกผลักเปิดขึ้น แบงค์ตีคิ้วใส่คนที่ยืนชี้หน้าเขาอยู่อย่างขำๆ แต่ทว่าในตอนนั้นเองที่ถนนฝั่งตรงข้ามมีรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีขาวคันคุ้นตาขับมาตัดหน้ารถมอไซด์คันใหญ่ทำเอาแบงค์เกือบหักหลบแทบไม่ทัน เสียงเบรครถทั้งสองคันดังสนั่น แคปยืนตัวแข็งทื่อคิดว่าไอ้เด็กแสบนั่นจะตายคาหน้าคณะเขาไปแล้ว ลืมสังเกตไปเลยว่ารถยนต์สีขาวคันที่จอดนั้นเป็นรถของใคร พอมองให้ชัดๆ

“ไอ้สัส!” แคปพึมพำขึ้นทันทีที่กระจกรถฝั่งคนขับถูกลดต่ำลง  เอสคาบบุหรี่ไว้ที่ปากหันมาจ้องหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าตึกอย่างแคปตาเขียวๆ 

“พวกที่อยู่วิศวะนี่..” แคปไม่ได้สังเกตเลยว่าแบงค์วนรถกลับมาจอดอยู่หน้าเขาอีกครั้ง

“อ่ะ! มึงยังไม่ไปอีกรึไง..”แคปพอรู้สึกตัวหันมาถาม

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า กูช่วยไหม”แบงค์หันไปถาม

“ไม่ต้องหรอกไอ้แสบ มึงอ่ะรีบไปเร็วๆเลยยิ่งดี..” แคปเสียงสั่น เพราะเห็นเอสชี้หน้าเขามาจากถนนอีกฝั่ง ขนาดนั่งอยู่ในรถน่าตามันยังน่ากลัว  มันทำท่าจะเปิดประตูออกมาแล้วแต่ติดว่ารถที่กำลังจะขับแซงออกไปแค่นั้น แคปบอกให้แบงค์รีบออกไปก่อนไว้ค่อยนัดตีกันวันหลังจากนั้นเขาวิ่งถลาเข้าไปที่รถเอสอย่างไว รถบีบแตรกันให้ลั่น

“ไอ้สัส มึงมาทำไม/บ้าอะไรของมึง วิ่งมาแบบนี้อยากตายรึไงวะแคป..” สองคนพูดขึ้นพร้อมกัน แคปดันๆประตูรถให้ปิดลงอย่างเดิมไม่ให้มันลงมาได้ ในรถมีเพื่อนมันสองสามคนนั่งอยู่ แคปมองเห็นแล้วว่าใครที่นั่งอยู่บ้าง ดีหน่อยอารมณ์ไม่เสียเพราะวันนี้คนที่นั่งเบาะด้านข้างคือไอ้เพื่อนตัวสูง ๆ ไม่ใช่ไอ้เตี้ยนั่น เอสตวัดสายตาขึ้นมอง แคปเอามือจับหลังคารถไว้

“มึงมาทำไม!” แคปตะคอกให้เบาที่สุด ทั้งที่ได้ยินกันทั้งรถนั่นแหละ ก็ไม่รู้ว่าจะกระซิบแบบนั้นทำไม

“แวะมาดู เพิ่งกินข้าวเสร็จ ไม่นึกว่าจะได้เห็นช็อตดีๆ” เอสหรี่ตาตอบเรียบๆที่หางตาเห็นแบงค์มันขับรถเลี้ยวออกไปแล้ว แคปเองก็เหลือบมองไปทางเด็กนั่นแวปหนึ่ง

“ช็อตเหี้ยอะไรของมึงวะ” แคปถามขึ้นอีก

“มึงกินข้าวรึยัง” เอสไม่ได้ตอบคำถาม เขาแค่ข่มกรามแน่น ๆ แล้วเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นขณะสายตามองไปที่เลขทะเบียนรถมอไซด์คันใหญ่สีดำของแบงค์ที่คับห่างออกไปทุกที ผ่านกระจกมองด้านข้าง

“ยุ่ง เรื่องของกู” แคปส่ายหัวไม่อยากตอบ ถ้ามันจะถามแค่กินข้าวรึยัง ดั้นด้นขับรถมาตั้งไกลเพื่อ?

“กูถามก็ตอบ ง่ายๆแล้วจบเลย มึงกินข้าวรึยัง”

“ยังไม่กิน! มึงพอใจไหมล่ะ กำลังจะออกไปนี่ไงเจอคนบ้ามันมาขวางไว้นี่แหละ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็รีบอัญเชิญมึงกลับไปได้แล้ว กูไม่ว่างมาเล่นขายของกับมึงหรอกนะ กูไปแล้วด้วยอย่ามาเรียกถามห่าอะไรอีกละกัน..” แคปว่าจบเดินหันหลังจะออกไปหาปอกับอาร์ แต่เอสเร็วกว่ามาก เขาเปิดผั๊วะประตูรถลงมาคว้าไหล่เล็กกระชากทีเดียวแคปหันกลับมาหาเกือบจะล้ม

“ไอ้สัส! มึงจะรุนแรงไปถึงไหนวะห๊ะ!” แคปตะคอกใส่เพราะตกใจ  เพื่อนมันไอ้คนนั่งข้าง ๆถลาเข้ามาดึงมันไว้หน้าตาตื่น แต่เอสไม่สนใจก้าวขายาว ๆ ขวางทางแคปไว้จนเต็ม

“อย่าบอกนะว่าที่ยังไม่ไปกินข้าวเพราะมัวแต่คุยกับไอ้เด็กเวรนั่นอยู่..” เสียงทุ้มเย็นเฉียบกดถาม มือใหญ่ไม่ใช่แค่กระชากไหล่เล็กแต่ยังคว้าแล้วบีบเข้าอย่างแรง

“กูจะคุยกับใครก็เรื่องของกู หลีกไป!” แคปยกแขนปัดออก เอสคว้าหมับเข้าที่ข้อมืออย่างเร็ว

“สนใจต่อยกันอีกสักรอบไหมวะแคป”

“เอาสิวะ อย่าท้านะมึง” แคปว่าจบไม่รอช้ากระโดดใส่เลย ปอกับอาร์วิ่งมาแทบไม่ทัน ชิพที่ยืนอยู่ข้างเอสเองตกใจจนหน้าตื่นไม่คิดว่าแคปจะโมโหง่ายและขึ้นเร็วขนาดนี้ เอสกอดคนที่โผเข้าหาเข้าไว้ทั้งตัว แต่แคปดิ้นทั้งหมัดทั้งตีนประเคนใส่จนเอสต้องรวบเอาไว้แล้วโยนส่งไปที่ปอ

“มึงท้ากูเองนะไอ้สัส!” แคปชี้หน้าด่าท่าทางโมโหสุดขีด  ขณะที่เอสกัดฟันแล้วเดินหน้าหา เมี่ยงกับบุ้งลงมายืนข้าง ๆ แล้ว เอสก้าวเข้ามาแคปสั่นจนมือเล็กๆกำหมัดจนแน่น

“จู่ๆมาหาเรื่องกูเอง ไม่รู้อะไรสักอย่างอย่ามาทำเป็นพูด”

“มันมาหามึงทำไม..” เอสคั้นถามอีกครั้ง เสียงเหี้ยมน่ากลัวมาก

“เรื่องของกู!” แคปตะคอกกลับ

“แคป กูจะนับแค่สาม หน้าคณะมึงกูก็ไม่สน ต่อหน้าต่อตาเพื่อนมึงกับเพื่อนกูกูก็ไม่สน มึงรู้ใช่ไหมว่ากูจะทำอะไร”

“.......”

“มันมาหามึงทำไม หนึ่ง! ” เอสเริ่มนับ น้ำเสียงที่ใช้เย็นเฉียบ น่ากลัว  เขาก้าวเข้าหาเรื่อยๆ สายตาไม่มีแววว่าล้อเล่นเลยสักนิด อาร์ขยับเข้ามาดึงเสื้อแคปที่ยืนตัวสั่น

“มันหามึงทำไม สอง! ” เอสไม่เว้นโอกาสให้มากนักเขานับต่อในทันทีน้ำเสียงเย็นเฉียบน่ากลัว ทำเอาแคปถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวแบบไม่รู้ตัวเลย

“ไอ้ปอมึงห้ามสิวะเร็วเข้า” อาร์เห็นท่าไม่ดี รีบเขย่าแขนปอบอกให้เข้าไปห้าม

“กูจะกล้ายุ่งเหรอเหี้ย มึงดูหน้ามันสองคนก่อน ผัวเมียจะตีกันกูไม่อยากสอดหรอก” ขณะที่ปอกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเอายังไงดี เอสก็เริ่มนับเข้าสามแล้ว

“กูถามมึงว่ามันมาหามึงทำไมแคป สาม!

ทันทีที่คำว่าสามจบสิ้นมือใหญ่ของเอสตรงเข้าจะคว้าเอาต้นคอแคปดึงเข้าหาตัวเอง แต่แคปที่เร็วกว่ามากในตอนนี้ตะโกนออกมาจนสุดเสียง เขาตะเบ็งใส่เต็มรูหูเอสจนชาดิกไปหมด

“มันมาท้าตีกับกูอีกไอ้เหี้ย! พวกกูจะนัดตีกันใหม่แต่ยังไม่รู้ว่าวันไหนมึงก็มาขวางไว้นี่ล่ะกูเกลียดมึงที่สุดมึงรู้ไหม! ปล่อยกูไอ้สัส!! ”

พลั่ก!!

แคปผลักเอสออกแรงมากๆ เอาจนเซเกือบจะไปชนเข้ากับตัวรถดีที่เมี่ยงเข้ามารับไว้ได้ทันแต่นั่นยิ่งทำให้แคปโมโหขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ผลักเสร็จเดินหนีเลยสิจะอยู่ทำซากอ้อยเหรอ เขาเดินจ้ำอ้าวพรวดๆไม่กี่ก้าวก็ถึงรถของปอ ขณะที่อาร์เองก็วิ่งตาม  เอสถึงกับส่ายหัวยอมใจ ที่ปล่อยแคปไปแบบง่าย ๆ เพราะรู้ดีว่าแคปโพล่งความจริงออกมาจนหมดแล้วแน่ ๆ  แน่นอนว่าที่เขาบังคับให้มันพูดเพราะสิ่งที่เขากลัวก็คือ กลัวว่าแคปจะไปมีเรื่องมีราวกับไอ้เด็กนั่นอีกแล้วจะเจ็บตัวกลับมาโดยที่เขาอยู่อย่างโง่ๆไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย  แต่ก็นั่นแหละ มันชอบของมันทางนี้มันก็คงจะนัดตีกันอีกจนได้ 

“มึงก็อย่าเข้มงวดกับมันนักสิวะ ไอ้เหี้ยเอ๊ย มึงก็รู้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่มึงเจอครั้งแรกแล้ว” ปอมองหน้าเอสแล้วพูด เขาส่ายหัวอย่างระอาใจให้กับความสัมพันธ์ของสองคน มันจะกระท่อนกระแท่นไปถึงไหน

“ช่วยไม่ได้ เพื่อนมึงมันดื้อน้อยซะที่ไหนล่ะ.. ” เอสมองตามแผ่นหลังเล็กของแคปไวๆ มันทำหน้าหงุดหงิดพิงรถรอปอ

“เดี๋ยวตอนเย็นกูจะแวะเข้าไป มึงบอกมันด้วย..”เอสหันมาบอกปอ แต่คนฟังก็แค่ส่ายหน้า “คืนนี้มันคงได้ด่ามึงไฟแลบอีกแน่ ๆ”

“กูชินแล้วล่ะ”

ปอเดินกลับไปแล้ว เอสยกข้อมือขึ้นดูเวลา บ่ายโมงตรงเขาต้องเข้าเรียน เพื่อนๆสามคนต่างยืนมองเขานิ่ง เอสบอกขอโทษที แล้วทั้งหมดก็ขึ้นประจำที่ตัวเอง คราวนี้เมี่ยงย้ายมานั่งหน้ากับเอส แคปที่มองดูอยู่ไกล ๆ ถึงกับเอาขาเตะล้อรถไอ้ปอดังผั๊วะๆๆ

“เหี้ยๆๆๆๆๆๆ ไอ้สัสเอ๊ย!  แวะมาหากูทำซากเหรอวะ กูจะคุยกับใครมันเรื่องของกูไม่ใช่หรือไง มึงจะไปตายห่าที่ไหนก็ไปเถอะ อย่ามาเข้าห้องกูอีกนะกูบอกให้รู้ไว้เลย ชั่ว!”

“บ่นอะไรของมึงแคป ขึ้นรถไปๆๆกูหิวข้าวแล้ว..” แคปเลือกที่นั่งด้านหลังเขาแทบจะนอนลงไปเลยทั้งตัว ทั้งเหนื่อยทั้งหิวหงุดหงิดก็ที่สุด อะไรๆช่างไม่ได้ดั่งใจเสียจริง มีแต่เรื่องเพี้ยนๆทั้งนั้น

“แฟนมึงดุเหี้ยๆเลยว่ะไอ้แคป..” อาร์ทำสีหน้าขยาดเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อสักครู่ เขายอมรับเลยว่าตอนที่เอสนับหนึ่งถึงสามขู่แคปนั้น ถ้าเป็นเขาโพล่งบอกตั้งแต่มันนับแค่หนึ่งนั่นแหละ สายตาน้ำเสียงรวมถึงท่าทาง โหดเป็นบ้าเลย

“กูไม่ใช่แฟนมัน..” แคปพูดประโยคเดิมที่เคยบอกอาร์ไปแล้วขึ้นมาอีก แต่นั่นทำเอาปอถึงกับพ่นขำ

“ขำเหี้ยมึงเหรอไอ้ปอ จู่ๆหัวเราะขึ้นมาทำไมกูกำลังซีเรียสอยู่..” แคปเหลือบมองคนขับอย่างปอที่ป่านนี้ยังนั่งขำไม่หยุด

“กูถามว่ามึงขำเหี้ยไรวะ!” แคปเสยๆผมแล้วเหลือบมองไปที่ปอ พักนี้ผมเขายาวจนปรกหน้าปิดตา ว่างๆคงต้องหาเวลาไปซอยออกสักหน่อย

“เปล่า ก็แค่ขำที่มึงพูดว่าไม่ใช่แฟนมัน..” ปอบอกออกมา แคปมองไปนอกรถ ถนนหนทางการจราจรช่วงเที่ยงแบบนี้ทำไมรถถึงยังเยอะอยู่

“กูพูดเรื่องจริง” ปากเล็กพึมพำขึ้น

“อ้าวแล้วเมื่อคืนใครวะที่....

“เฮ้ยๆๆๆ มึงหยุดพูดเลยไอ้หมาปอ ปากมากทำซากมึงเหรอห๊ะ!” แคปสะดุ้งโหยงพอปอพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเขารีบเอามืออุดปากปอแทบไม่ทัน ไม่รู้หรอกมันได้ยินอะไรไปถึงไหน แต่ถ้าปอมันอยู่ด้านนอกอาจจะจับใจความอะไรบางอย่างได้เพราะเขาแหกปากดังมาก แต่ถามว่าอายไหม ไม่เลยเพราะความลับกับมันแทบจะไม่มีอยู่แล้ว ขณะที่อาร์ไม่ใช่แบบนั้น มันยังไม่เคยเห็นเอสนอนห้องเดียวกับเขาแม้แต่ครั้งเดียวเพราะอย่างนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ปอพูด ขณะที่อาร์ทำหน้าตาอยากรู้เต็มพิกัดแต่เสียใจที่แคปส่ายหัวบอกไม่พูดไม่บอกท่าเดียว ปอเองก็หัวเราะขำ ๆ ทานข้าวกันเสร็จไปนอนเล่นอยู่ที่แปลงเกษตรต่ออีกนิดหน่อย บ่ายแก่ ๆ ค่อยพากันกลับห้อง

.

.

คีย์การ์ดสีทองถูกสอดเข้ากับเครื่องอ่านโค๊ดหน้าประตูก่อนที่เจ้าของห้องอย่างเอสจะผลักมันเข้าไป  ช่วงนี้เขาใช้เวลาในตอนเย็นๆกลับมาหยิบเอาเสื้อผ้าและหนังสือเพื่อออกไปค้างที่ห้องกับแคป มื้อเย็นกับการบ้านจะฝากไว้ที่นั่นเสร็จสรรพ ไม่รู้รูปแบบการใช้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ดวงตาคมกวาดมองรอบห้องตัวเองพลางปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออก ห้องหับยังคงสะอาดและเรียบร้อยไร้ที่ติ  แม่บ้านของคอนโดที่เขาจ้างมาทำความสะอาดแบบวีคละสามวันยังคงมาสม่ำเสมอและทำงานดีไม่มีบกพร่อง ร่างสูงหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงกว้าง แอร์เย็นเฉียบต่างจากอากาศจากภายนอกทำให้เขาเริ่มง่วงขึ้นมานิด ๆ เอสทิ้งตัวลงนอนลงที่เตียง มองดูเวลาที่โต๊ะทำงาน กำลังคิดว่าจะงีบสักสิบห้านาทีแล้วค่อยออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือเรียกเข้าดังขึ้น เขาล้วงเอาออกมารับสายทั้งที่ยังนอน

“ฮัลโหลครับคุณแม่”

(เอสเหรอลูก ไม่ได้คุยกันนานนะเราเมื่อไหร่จะกลับบ้านครับหื้ม)

“ยังไม่ว่างเลยครับแม่ ช่วงนี้แลปเทสเลิกเย็นตลอด วันนี้ผมก็เพิ่งเข้ามาถึงห้อง”

(เหนื่อยเหรอลูก เรียนหนักมากเหรอ)

“ก็นิดหน่อยครับเรียนก็หนักเที่ยวก็หนัก ส่วนใหญ่หนักไปทางอย่างหลังมากกว่านะ”

(เข้าใจพูดหยอกแม่นะเรา เย็นนี้ไปไหนรึเปล่าเนี่ย)

“ก็กำลังจะออกไปหาอะไรทานอยู่เหมือนกัน ว่าแต่คุณแม่โทรมามีธุระอะไรรึเปล่าครับ”

(มีจ๊ะ คุณพ่อเขารบเร้าให้แม่โทรมาตามลูกกลับบ้าน เห็นว่ามีเรื่องจะคุย แม่โทรบอกพี่แอมป์แล้วนะ รายนั้นบอกสองทุ่มจะเข้ามาแม่เลยต้องโทรมาบอกเอสไว้ก่อน พรุ่งนี้วันหยุด คืนนี้ค้างที่บ้านเราสักคืนนะลูก)

“คืนนี้เหรอครับคุณแม่?” เอสทวนคำถามเพื่อความแน่ใจ

(ใช่จ๊ะ สองทุ่มเอสกลับถึงบ้านนะลูกนะ แม่ให้ป้าจันทร์ตั้งโต๊ะรอ)

“ได้ครับ” เขาคุยกับเธอต่ออีกสักครู่จากนั้นปล่อยให้เธอกดตัดสายไปก่อน ดูจนแน่ใจแล้วจึงวางโทรศัพท์มือถือลงที่เตียง เสียงข้อความเข้ายังคงดังต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวานตอนที่แจกไลน์จนกระทั่งเย็นวันนี้มันแจ้งเตือนมาเป็นร้อยกว่าข้อความแล้วเขาไม่สนใจจะเปิดดูแต่ออกจะติดรำคาญ หลับตาลงคิดสักครู่ คุณแม่บอกให้กลับไปค้างคืนที่บ้านกำหนดเวลานัดอยู่ที่สองทุ่ม เขาแวะไปห้องแคปหาอะไรกินด้วยกันก่อนน่าจะดี คิดได้อย่างนั้นลุกขึ้นคว้าหยิบเอาหนังสือที่เตรียมไว้ กับเสื้อผ้าอีกสองสามชุดใส่กระเป๋าก่อนจะเดินมาหยิบโทรศัพท์มือถือยัดลงที่กระเป๋ากางเกงคืนแล้วเปิดประตูออกไปคว้าเอากุญแจรถ

ติ๊ง~

เสียงลิฟต์เปิดตัวออกเมื่อถึงชั้นล่างสุด เอสที่กำลังจะก้าวขาออกไปสวนทางกับหญิงสาวหน้าตาสวยมากคนนึง ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะลากกระเป๋าข้าวของรวมถึงบรรดากล่องที่ถูกตั้งรอไว้จนเกือบเต็มหน้าลิฟต์เข้ามาด้านใน

โครม!

“เดี๋ยวผมช่วยครับ..” เอสอาสาช่วย เมื่อหนึ่งในบรรดาข้าวของๆเธอร่วงลงที่พื้น เขาก้มลงเก็บขึ้นมาให้ เห็นแล้วว่ามันค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร จึงอาสาช่วย

“ขอบคุณมากนะคะ รบกวนด้วยพอดีเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่น่ะค่ะ..” เอสก็แค่พยักหน้า หลังจากนั้นไม่กี่นาทีกล่องหนักๆก็ถูกเขายกเข้ามาให้ทั้งหมด

“ชั้นไหนครับ”

“ชั้น......ค่ะ” พอเธอตอบกลับมาเขาแปลกใจนิดๆ เพราะเป็นชั้นเดียวกันกับห้องของเขา ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปจนกระทั่งเปิดออกเธอกดประตูค้างไว้ให้ ห้องเธออยู่เกือบๆจะริมสุดฝั่งซ้าย ขณะที่ห้องเอสชิดริมฝั่งขวา ข้าวของถูกขนมากองไว้ด้านนอกเธอทาบการ์ดเปิดเข้าไป เอสจึงต้องช่วยยกกล่องหนักๆบางส่วนเข้าไปให้ ขณะที่เธอวุ่นอยู่กับกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ สีชมพูสีฟ้า

“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ คุณพักอยู่ที่นี่เหรอคะ” เอสพยักหน้าให้เบา ๆ ข้าวของทุกอย่างถูกเขายกเข้ามาให้จนครบแล้ว

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เอสเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

“เอ่อ เดี๋ยวค่ะ ไม่ทราบว่าเราขอรู้จักชื่อคุณได้ไหมอย่างน้อยก็พักอยู่ที่เดียวกัน ถ้าเผื่อต่อไปเจอกันจะได้ทักถูก เราชื่อวิวนะฝากตัวด้วย”

“เอสครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เอสตอบไปตามมารยาท เธอเดินออกมาส่งเขาถึงหน้าลิฟต์ พอบานประตูเลื่อนเปิดออกเอสก้าวเข้าไปด้านใน

“ถ้าวิวเดาไม่ผิด เอสออกไปทานข้าวใช่ไหมเย็นป่านนี้แล้ว” เธอทำหน้ายิ้ม ๆ พูดทีเล่นทีจริงโบกมือให้อยู่อยู่ที่หน้าประตู

“เปล่าครับ ผมกำลังจะออกไปหาแฟน..” จบคำพูดเขาประตูลิฟต์เลื่อนปิดลงพอดี  ใช้เวลาขับรถไม่นานเพราะระยะทางจากห้องเขาถึงห้องแคปไม่ได้ไกลกันมากเสียแต่ต้องยูเทิร์นรถเพราะว่าอยู่คนล่ะฝั่งถนน รถคันสวยถูกขับเข้ามาจอดอยู่ที่ลานจอดรถชั่วคราว เขาเดินอารมณ์ดีขึ้นลิฟต์ พลางนึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันแคปมันโมโหหนักขนาดนั้น หวั่นๆจะได้ยืนรออยู่หน้าห้องเป็นชั่วโมงแน่ ๆ ยกนาฬิกาที่ข้อมือดูอีกที วันนี้เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น แค่ทานข้าวด้วยกันสักมื้อ อาบน้ำเปลี่ยนชุดอยู่ที่ห้องมันก่อนกลับบ้าน แค่นั้นก็ถือว่าได้ใช้เวลาบางส่วนด้วยกันก็น่าจะดี  พอมาถึงหน้าห้องเขากดเรียก 

แกรกกกกกกก

“อ้าว กูลืมไปเลยว่ามึงจะมา” ปอที่เปิดประตูออกให้ ทักขึ้น เอสไม่สนใจเดินแทรกตัวเข้าไปกวาดสายตามองหาคนของเขาทันที

“มาหาใครอ่ะ?”

“.......” เอสหันไปจ้องหน้า ก็รู้ว่าปอมันแหย่ แต่ขอจ้องหน้าเอาเรื่องมันสักหน่อย ปอรีบยกมือบอกล้อเล่น ไอ้สองตัวผัวเมียดุเหมือนกันไม่มีผิด

“มันอยู่ในห้องนั่นแหละ ทำการบ้านมั้ง พวกกูงานเยอะว่ะ ต้องส่งรายงานหลายเล่มเลย เปเปอร์อีกบาน” เอสเพิ่งสังเกตว่าปออยู่ในชุดเตรียมจะนอนแล้วทั้งๆที่เพิ่งจะหกโมงกว่าๆ มันบอกการบ้านเยอะงานเยอะแต่จอทีวีที่ถูกพอสไว้ขึ้นเกมส์โปรดของมันกับเจ้าแคปจอเบ้อเริ่ม

“กินข้าวกันรึยัง..” เอสถาม

“กินกันก่อนเข้ามาแล้ว มึงอ่ะกินยังวะ” ปอเดินเกาหัวไปนั่งหน้าทีวีต่อ เขากำลังติดเกมส์นี้อย่างหนัก ยังตามไม่ทันสเต็ปไอ้แคป การบ้านเยอะก็จริงแต่เดี๋ยวอีกสักครึ่งชั่วโมงค่อยไปทำ

“ยังเลย ทำอะไรง่ายๆให้กูกินหน่อยสิ..” เอสเดินเข้ามาบอก

“.........” ปอเงยหน้าขึ้นมอง เขาคิ้วขมวด ถ้าฟังไม่ผิดไอ้เอสมันใช้เขาหาอะไรให้มันกินนี่หว่า

“มาม่าก็ได้ เอาแบบง่าย ๆ เดี๋ยวกูออกมากิน มึงทำแล้วตั้งไว้เลย..”

“กูไม่.....” เอสล้วงกระเป๋าเอาหมากฝรั่งแท่งสีดำของแท้รสโปรดของปอโยนส่งให้ก่อนที่คนถูกใช้มันจะเอ่ยคำพูดไม่น่าฟังออกมา  พอได้ของกินที่ชอบปุ๊ปปอยิ้มจนหน้าบาน ตอนแรกว่าจะไม่ทำหรอก แต่มันมีของมาเซ่นเขานี่หว่า หมากฝรั่งช่วงกลางคืนก็แทนบุหรี่ได้ดีพอสมควรขี้เกียจลงไปซื้อที่มาร์ทด้านล่างอยู่พอดี ที่สำคัญยี่ห้อนี่แพงมาก หาซื้อได้ง่ายๆซะที่ไหน

“มึงเข้าไปเหอะ ไอ้แคปอยู่ข้างในน่ะแหละ..” ปอโบ้ยหน้าบอก เอสเดินไปเคาะสองทีไม่มีเสียงตอบรับเขาถือวิสาสะเปิดประตูผลักเข้าไปเลย  มองเห็นคนที่เขาตั้งใจมาหาสวมแว่นสายตาเหมือนทุกครั้งเวลาที่มันนั่งทำการบ้าน  เอสยืนมองนิ่งอยู่แบบนั้นขณะที่แคปซึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาสนใจกับรายงานตรงหน้า ไม่ได้เงยขึ้นมองว่าเป็นใครที่เปิดห้องเขาเข้ามาด้วยซ้ำ เขาก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรสักอย่าง อย่างตั้งอกตั้งใจ

ก๊อกๆ 

มือใหญ่เคาะลงที่โต๊ะ เรียกความสนใจจากเจ้าของห้องแต่แคปก็ยังคงเฉย เมิน

“ใจร้าย สนใจหนังสือมากกว่ากูแบบนี้มีเคลียร์ยาวนะครับเมีย” เขาแอบเห็นว่าแคปใช้หางตามองมาแล้วแต่ก็ยังแกล้งทำเฉยไม่สนใจเงยหน้าขึ้นมาด่า เอสเลยต้องล่อมันให้สนใจกันด้วยคำพูดแบบนี้น่ะสิ

“มาทำไม” เสียงแคปถามขึ้นห้วน ๆวางปากกาลงที่โต๊ะ เขาเงยหน้ามองเอสตาขวาง คนถูกมองยิ้มพออกพอใจ

“ไอ้โรคจิต!”แคปตวัดสายตาใส่ กวนตีนแม่งไม่อยากจะสนใจหัวมันหรอก

“ก็นะ คิดถึงเมียทำไงได้ล่ะวะ..” เอสปลดกระเป๋าสะพายลงจากบ่า เอาหนังสือที่หอบมาวางลงที่โต๊ะเตี้ยๆข้างเตียง ที่ๆตอนนี้ถูกเขายึดจนกลายเป็นที่ทำงานประจำไปแล้ว ยังไม่นับเครื่องโน๊ตบุ๊ค ของส่วนตัวที่เขาทิ้งไว้ที่นี่เลยเพราะขี้เกียจหอบไปหอบมา
“มึงห้ามกวนกูนะบอกไว้ก่อน วันนี้งานเยอะเหี้ยๆ ไม่มีเวลามาตีกับมึงหรอก..” แคปไม่อยากจะสนใจจับปากกาขึ้นมาขีดเขียนต่อ ขณะที่เอสปลดกระดุมเสื้อออกสองสามเม็ดแล้วนอนแผ่หราลงไปที่เตียง ว่าจะหลับตั้งแต่อยู่ที่ห้องแล้วพอดีคุณแม่เขาโทรมา พอมานอนที่เตียงห้องนี้อีกทำเอาเขาแทบจะหลับ นอนมองแผ่นหลังเล็กของคนที่นั่งทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจแล้วนึกแปลกใจตัวเองไม่น้อย หนึ่งเดือนแล้วที่เขากับมันคบกันมา แต่ก็อย่างว่าคบแบบที่เหมือนไม่ได้คบ จะว่าเขาคบมันอยู่ฝ่ายเดียวก็คงได้เพราะถามทีไรมันก็ยืนยันว่าเขาไม่ใช่แฟน มันไม่ใช่เมีย แต่โกรธเขาทีนี่เหมือนกับมันจะกินหัวเขาลงไปทั้งอันได้อย่างนั้นแหละ หึ ขำว่ะ จะมีใครตลกแล้วก็แปลกประหลาดได้อย่างมันอีกบ้างไหมเนี่ย  เอสมองดูเวลาถ้าหากหลับตอนนี้คงยาวเกินสองทุ่มแน่ ๆ เขาเสยผมแล้วถอนหายใจยาว ๆ ก่อนลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเดิมที่ใช้เมื่อคืนมาพาดบ่าไว้

“คืนนี้กูกลับบ้านนะ..” เอสเดินเข้าไปบอก วางมือลงที่หัวเล็กแล้วขยี้เล่นเบา ๆ เขาชอบทำแบบนั้นเวลาที่รู้สึกผิดและอยากขอโทษ

“เรื่องของมึงเหอะ” แคปตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง น้ำเสียงเย็นชาไม่ได้แคร์เลยสักนิด  เอสยืนจ้องคนตัวเล็กที่ก้มหน้าก้มตาเขียน ก่อนตบลงที่บ่าสองครั้งเบาๆแล้วเข้าไปอาบน้ำ และทันทีที่เสียงประตูห้องน้ำปิดดังขึ้น แคปเอนหลังเข้าที่พนักเก้าอี้ทันที

“มึงจะกลับก็กลับสิวะบอกกูทำไมกัน” เขาบ่นหงุดหงิดอยู่คนเดียว ขยี้หัวจนยุ่งก่อนก้มลงไปสนใจงานของตัวเองต่อ เสียงฝักบัวในห้องน้ำดังซ่าขึ้นแล้ว แคปที่ก้มหน้าก้มตาเขียน แต่ทว่ามือใหญ่ที่เปียกโชกไปด้วยน้ำของไอ้ตัวอันตรายเข้ามาดึงให้เขาลุกออกจากโต๊ะหนังสือ และเพราะว่ามันเปียกมากแคปจึงต้องรีบลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

“ไอ้สัสมันเปียกมึงไม่....” แคปอ้าปากค้าง ในตอนที่หันกลับไปด่ายังไม่ทันได้จบประโยคดี นั่นเพราะไอ้คนบ้าน่าไม่อายมันออกมาทั้ง ๆ ที่เปลือยกายล่อนจ้อนอยู่แบบนั้น หยดน้ำใสๆเกาะพราวเต็มร่างกายกำยำ ทั้งเนื้อทั้งตัวมันถูสบู่แล้วด้วยแน่ ๆ เพราะว่าฟองยังค้างอยู่แถวหน้าอก

“บ้าอะไรของมึงวะห๊ะ! เปียกไปหมดแล้วมึงบ้าป่ะวะกูถามจริงเนี่ยไอ้สัสเอ๊ย..” แคปที่ปากก็ด่าไปโดนลากเข้าไปถึงห้องน้ำด้านใน ลื่นไปหมดก็เพราะใครกันล่ะ

“ปล่อยกูก่อนสิวะไอ้เหี้ย กูเปียกเนี่ยมึงไม่เห็นรึไง...อ่ะ..อื้อออ” ยังพูดไม่ทันจบแต่เอสไม่อนุญาตให้เขาพูดต่อแล้ว ปากหยักกดจูบบดเบียด ร่างกายเปลือยเปล่าขยับเบียดเข้ามาจนร่างแคปแทบจะชิดผนังห้องอาบน้ำ ริมฝีปากร้อนปิดกั้นคำด่าทุกคำเพราะไม่อยากจะหูชา ยิ่งแคปดิ้นเร่าๆอยู่ในอ้อมกอดของเขา เอสมันยิ่งพออกพอใจ สองคนสู้กันอยู่นานสองนานสรุปแล้วคือแคปเปียกไปหมดทั้งตัว

“ไอ้สัส! กูเกลียดมึงที่สุด!” แคปฟาดผั๊วๆๆๆลงไป

“บอกรักอีกแล้ว กูชอบจริงๆเล๊ยคำนี้ของมึงน่ะ ขอซื้อได้ไหมครับเมียหื้ม??”

“ปล่อยกูไอ้ชั่ว  อื้มมมม....” สู้กันไปสู้กันมาสองคนกอดจูบดวนลิ้นร้อนๆกันอยู่ภายใต้สายน้ำเย็นๆของฝักบัวอันใหญ่ที่เปิดซ่าเสียงดัง

“จูบนิดนึงนะ..”เสียงทุ้มพูดทั้งที่ยังจูบ แคปนี่ได้ยินเต็มๆสองหูเนื้อตัวสั่นไปหมด มันบอกจูบนิดนึงนะเห้มึงเหรอ กูถูกมึงจูบจนปากบวมปากเจ่อไปหมดแล้วไอ้บ้าเอ๊ย  เอสกอดเขาเอาไว้จนแทบจะจมไปกับอก ใบหน้าเล็กถูกล๊อคให้ขยับเขยื้อนไม่ได้ แคปส่งเสียงอื้อๆอ้าๆอยู่ในลำคอ

ภาพที่เห็นคือสายน้ำเย็นฉ่ำสาดรดลงมาอาบชโลมสองกายที่แนบชิดกันและกันอยู่ แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะดิ้นเร่าต่อต้านอย่างไม่เต็มใจนักแต่เรียวลิ้นร้อนที่ถูกส่งเข้าไปบดขยี้ก็สุมเชื้อไฟให้โหมลุกขึ้นได้ไม่ยากเย็นอะไรเลย แต่ทว่าก่อนที่อะไรๆมันจะเลยเถิด แคปตัดสินใจทุ่มจนสุดแรงดิ้น

พลั่ก!

“พอแล้วไอ้สัส!  นิดนึงของมึงแม่งนานเหี้ยๆเลยรู้ไหมห๊ะ! รีบอาบรีบเสร็จกูจะออกไปเปลี่ยนชุดแล้ว..” เขาผลักเอสออกได้ แต่มันก็แค่ครู่เดียวเพราะมือที่ใหญ่กว่ามากดึงแขนเขาครั้งเดียวถลากลับมาซบลงที่แผงอกเปลือยเปล่าที่เปียกโชกได้เหมือนเดิม

“อ่ะ เล่นเหี้ยไรของมึง ไม่เอา! อื้มมมมมม....” แคปร้องโวย แต่รสจูบครั้งนี้หนักหน่วงยิ่งกว่าเมื่อตอนแรกมากนัก เอสเบียดร่างกายเข้ามาอย่างไม่ยอมแพ้ ปล้ำจูบราวกับคนตายอดตายอยาก แคปทั้งดันทั้งทุบ หายใจไม่ทันเพราะสายน้ำที่สาดรดเข้ามาแบบไม่ขาดช่วง ขาแข็งแรงแทรกเข้าหว่างกลางท่อนขาเล็กของอีกคน เอสดันแคปจนแผ่นหลังเล็กชิดผนัง เขาล็อคใบหน้าเล็กๆที่เปียกโชกไปหมดออกมาจ้องหน้า 

“กูทำให้มึงนะ..”เสียงทุ้มแตกพร่าเอ่ย สายตาคมอัดแน่นไปด้วยความต้องการไม่ต่างไปจากลูกชายของมันที่ผงาดเนื้อในจนเต็มสูบ แคปฟาดผั๊วะจิกเล็บเข้าที่ต้นแขนและแผ่นหลัง

“ไม่เอาโว๊ย! มึงบ้าไหมการบ้านกูมีอีกเป็นตั้ง กูไม่เล่น!”

“ใครบอกกูเล่น ที่ผ่านมาเวลาทำกันนี่มึงคิดว่ากูเล่นรึไง”

“ปล่อยกูสิวะไอ้เหี้ยเอส มึงบ้าแล้วนะกูว่า เลือกเวลาหน่อยได้ไหมล่ะห๊ะ ปล่อย!!”

“ปล่อยได้แต่มึงต้องจูบกูก่อน”

“เรื่องอะไรจะทำ กูไม่บ้าดีเดือดขนาดอยากต้อนจูบมึงหรอกไอ้สัส!”

“เออมึงไม่ทำกูทำเอง”

“อื้อออ....ไอ้อ๊าวววววว..” แคปโดนปิดปากไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้งที่สองว่าจูบหนักแล้วครั้งที่สามนี่ยิ่งหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เอสยังคงเบียดกายเข้ามา ขณะที่เขาน่ะทั้งทุบทั้งตีแต่ไอ้ตัวอันตราย คนอย่างมันจะรู้สึกรู้สาอะไร ทั้งจูบทั้งลูบบีบเนื้อตัวเขาผ่านเสื้อผ้า สุดท้ายทำท่าจะดึงถกเสื้อแคปออกลูกเดียวแต่ก็โดนมือเล็กรั้งเอาไว้ได้ เอสปล้ำจูบถ้วนทั่วอยู่ระยะนึงเอาจนมันพอใจถึงได้ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาจ้องหน้าคนที่ยืนนิ่งไป มือใหญ่เสยเส้นผมที่เปียกโชกอย่างกับลูกหมาของแคปเกลี่ยออกจากใบหน้าให้

พลั่ก!

กำลังจะบิ๊วท์หวานสักหน่อยเจอแคปผลักออกอีกแล้ว คราวนี้เขายอมปล่อยไปง่าย ๆ พร้อมกับส่ายหัวขำในท่าทีและใบหน้าที่แดงสุกปลั่งไปถึงใบหูนั่น ไม่รู้ว่ามันเขินหรือมันโกรธกันแน่ ปิดประตูห้องน้ำเสียงดังลั่นแล้ววิ่งหนีออกไป


ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #891 เมื่อ17-05-2015 21:23:02 »


https://www.youtube.com/v/1AsjxJ2uFlw


“มึงกินข้าวยังวะ” เอสอาบน้ำเสร็จเดินเช็ดหัวออกมานั่งอยู่ที่เตียง แคปที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว นั่งหน้างอเป็นตูดเป็ดอยู่ที่โต๊ะทำงาน หงุดหงิดไม่อยากเสวนากับไอ้คนบ้าคนโรคจิต ไอ้ตัวอันตราย

“แคป กูถามมึงอยู่นะ”

“กินแล้วไอ้สัส!” แคปตะคอกใส่ นึกโมโหว่าถ้าเดินออกจากห้องแล้วไอ้ปอมันเห็นทั้งเขาทั้งไอ้เอสหัวเปียกเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำเสร็จมันจะคิดยังไง บ้าเอ๊ย....ฮึ่ยยยยยย แคปยกสองมือขยี้หัวอีกครั้ง เอสเห็นแบบนั้นโยนผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆส่งให้ แต่แทนที่จะส่งให้ดี ๆ เขาโยนพรึ่บทีเดียวคลุมลงหัวแคปได้แบบพอดีๆมากๆ แคปตกใจจะหันมาด่า เอสลุกขึ้นไปเช็ดให้อีก เจอปัดออกอย่างแรง

“ไม่ต้องมายุ่ง! กูจัดการเอง”

“โมโหทำไมวะ นี่กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่จูบเอง”

“ก็แล้วทำไมมึงต้องลากกูเข้าไปจูบถึงในห้องน้ำด้วยล่ะวะ มันเปียกไปหมดกูเสียเวลาเปลี่ยนชุดอีก พื้นก็เปียกกว่ากูจะเช็ดเสร็จ มึงมันบ้าไปแล้วกูบอกให้รู้เลย”

“อะไร จูบกับเมียมันก็ต้องจูบได้หลายๆที่สิ มึงจะให้กูจูบแต่บนที่นอนแบบนั้นน่าเบื่อตาย”

“จูบแต่บนที่นอนบ้านมึงเหรอห๊ะ  มึงถามตัวเองดูแต่ละวันมึงจูบกูที่ไหนบ้าง บนรถ ในครัว ในลิฟต์ ระเบียง  ขนาดที่มหาลัยมึงก็ไม่เว้น หรือแม้กระทั่งกลางสนามฟุตบอลมึงก็ยังทำ ไอ้โรคจิต! ทำแต่เรื่องลามก กูว่าในหัวมึงคงคิดแต่เรื่องอย่างว่าแน่ ๆ”

“ก็ถ้าคิดแล้วจะทำไมล่ะ กูก็คิดกับมึงแค่คนเดียวหนิ แบบนั้นไม่ผิดหรอก”

“ไอ้สัส! มึงจะพูดเสียงดังทำไมล่ะวะห๊ะ! บ้าเอ๊ย”

“เรื่องจริง..” เอสทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ หยิบเสื้อผ้าออกมาใส่

“ห้ามมากวนกูอีกนะมึง เดี๋ยวงานไม่เสร็จกูตายแน่ ๆ” แคปหน้ามุ่ยชี้หน้าเอสห้ามเอาไว้ เขาจับปากกาขึ้นมาแล้วดูหนังสืออ้างอิงต่อ  ขณะที่เอสเองก็แต่งตัวทุกอย่างจนเสร็จ

“ออกไปกินข้าวด้วยกันป่ะ” คนฟังหยุดชะงักหารเขียนถอนหายใจก่อนเงยหน้ามอง กัดฟันพูดอย่างอดทน

“กูแดกแล้วไอ้สัส มึงจะไปกินอะไรที่ไหนก็เชิญมึงเลย”

“ไอ้ปอเพื่อนมึงต้มมาม่าไว้ให้แล้ว กินด้วยกันข้างนอกนี่เอง” เอสมองดูเวลา

“กูบอกว่ากูกินแล้ว”

“ถ้างั้นก็ลงไปส่งกูข้างล่าง จะกลับแล้ว”

“ทำไมกูต้องทำแบบนั้นวะ!” แคปกระแทกปากกาลงที่โต๊ะเป็นรอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้ หันมาเงยหน้าจ้องเอสที่ยืนถือกระเป๋าตัวเองขึ้นมาแล้วสะพายขึ้นที่ไหล่รอ

"ต้องให้บอกไหม ว่าทำไมมึงถึงต้องทำแบบนั้น.." เอสพูดนิ่ง ๆ สองคนจ้องกันอยู่พักนึงในที่สุดแคปลุกพรวดขึ้นคว้าเอาโทรศัพท์มือถือเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง

“อ้าว มึงไม่กินก่อนอ่ะไอ้เอส ไหนว่าให้กูทำมาม่าไว้ให้ไง..” พอสองคนออกมาจากห้องทำท่าจะเดินออกไป ปอหันมาถามหน้าตื่นๆ เขาตั้งใจทำไว้ให้มันเลยนะ อืดนิดหน่อยเพราะว่านานเกินไปแต่ก็คิดว่าอร่อยแล้วกัน แคปที่กำลังสวมรองเท้ามองเพื่อนตัวเองหน้ายุ่ง ขณะที่เอสโบกมือบอกว่าไม่กินแล้วแอบๆชี้บอกแคปอารมณ์ไม่ดี ปอจึงพยักหน้าหงึกๆพลางเกาหัวบอกเออๆเข้าใจ  ไม่นานหลังจากนั้น เอสแคปเข้ามายืนกันคนละมุมของลิฟต์

“ถามกูหน่อยดิ..”

“ไม่! กูจะไม่ถามหรอกว่ามึงจะกลับมาวันไหน..” แคปยืนกอดอกจ้องมอง แล้วเอ่ย

“หึหึ..” เอสกลั้นขำจนไหล่สั่น เขาก็แค่ส่ายหัวแล้วแกล้งมองโน้นมองนี่ไปพลาง ไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบ แต่เหลือบมองสายตากลมๆของคนตัวเล็กกว่าตวัดมองเขาจนเขียวปั๊ด

“อะไร..” เอสถามขึ้นเรียบๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งมองไม่เห็นว่าแคปนี่กำหมัดจนมือขึ้นเส้นเอนปูด คนตัวเล็กกว่าก้าวเข้าหาแล้วพูดเน้นเสียงเย็นเฉียบ  “กูบอกว่ากูจะไม่ถามหรอกนะ ว่ามึงจะกลับวันไหน”

“อือ ไม่ต้องถามเนาะ หึหึ” เอสยังคงแกล้งต่อไปอีกหน่อย ลอบขำอีกนิดๆ ช่วยไม่ได้เวลาที่เห็นแคปมันฉุนเฉียวหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจนี่เขาพอใจมาก บอกเลย

“ไอ้สัส! ปากดีนักนะมึง” แคปก้าวพรวดเข้ามาหวังคว้าคอเสื้อเขาขึ้น แต่มือใหญ่ทำหน้าที่อัตโนมัติ คว้าเอาเอวเล็กรั้งเข้ามาจนชิด

“กูเองก็ไม่อยากบอกเหมือนกัน ว่าจะรีบกลับให้เร็วที่สุด” เขาพูดจบกดปลายจมูกโด่งเฉียดแก้มเนียนได้สำเร็จแต่เจอแคปฟาดผั๊วะลงที่หลังก่อนที่ดวงตาคมกริบจะมองเห็นตัวเลขเปลี่ยนชั้นลงมาจอดอยู่ที่บี1 ในตอนที่เขาปล่อยแคปออกประตูลิฟต์ก็เลื่อนเปิดออกพอดี

“ไปส่งกูที่เซเว่นด้านหน้านะ”

“ทำไม” แคปหันไปถามหงุดหงิด เอสเดินมาดึงแขนบอกให้เดินไปขึ้นรถ

“เดี๋ยวซื้อไอติมให้ มึงจะได้เอาไว้กินตอนดึกๆ จะอ่านหนังสือไม่ใช่?”

“ซื้อที่นี่ก็ได้ เรื่องมากทำไมวะ..”แคปถามต่อหน้ายุ่ง เอสดันหลังบอกเดินๆไปขึ้นรถเหอะ

“เอาน่า ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันต่ออีกหน่อย มึงทนๆเอาเหอะ”

“มึงมันตัวเรื่องมากจริง ๆ ไอ้สัสเอ๊ย..” แคปส่ายหัวแต่ก็ยอมเดินตามแรงลากไปขึ้นรถ พอเลี้ยวออกมาจากคอนโดแค่ไม่ถึงร้อยเมตรก็เจอร้านสะดวกซื้อ

“เอาอะไรอีกไหม” เอสถือตะกร้าที่บรรจุไปด้วยไอติมแท่งหลายสิบ หันมาถามแคปที่ยืนเปิดๆหนังสือวารสารอ่านเล่น

“ซื้ออะไรของมึงเยอะแยะวะ..” แคปมองของในตะกร้าแล้วส่ายหัวเลย เขาไม่ค่อยชอบกินของจุกจิก ไอ้ปอคนนึงนะที่ชอบลากมาซื้อขนมลูกอมหมากฝรั่งอะไรของมัน พอมาเป็นไอ้เอสนี่บ้าไอติมรึไงวะ แคปหยิบคืนลงในตู้อีกหนึ่งกำมือ เอสจ้องหน้าแล้วหยิบขึ้นมาใส่ไว้คืนอีก แคปถลึงตาใส่เลย

“วันหลังค่อยมาซื้อ มึงจะให้กูแดกหมดคืนเดียวรึไงห๊ะ”

“พรุ่งนี้?  มึงจะมาซื้อกับกูอีก?”

“.......” แคปมองคนพูดตาเขียว ก่อนเดินนำบอกให้มาจ่ายเงินได้แล้ว เอสยังไม่ยอมเดินดึงไหล่เล็กให้หันมาตอบเขาให้รู้เรื่องก่อน

“เออ! มึงกลับมาให้ทันกูออกมาช้อปเถอะไอ้สัส!” แคปตะคอกใส่เบา ๆ ก่อนลากแขนไอ้คนบ้าตัวอันตรายให้ไปจ่ายตังค์  เอสยกยิ้มพออกพอใจ แคปบอกจะเดินออกไปรอด้านหน้าด้วยหน้าตาที่หงุดหงิด  มองดูนาฬิกาที่ข้อมือหนึ่งทุ่มครึ่งแล้ววันนี้ช่วงกลางวันค่อนข้างร้อนมากเป็นพิเศษ ทำให้ตอนเย็นย่ำค่ำๆแบบนี้มีลมพัดมาเบา ๆ คล้ายฝนกำลังจะตก เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ามืด นึกอยากสูบบุหรี่ตบ ๆ กระเป๋ากางเกงหา นึกได้ว่าไม่ได้พกลงมาด้วยนี่หว่า แคปยืนเซ็งๆมองรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมา จนกระทั่งเอสเดินออกมาหาแล้วยื่นถุงขนมส่งให้

“ให้กูเดินกลับเข้าไปส่งไหมวะ”

“กูไม่ใช่ผู้หญิงโง่ๆของมึงไอ้สัส!” แคปว่าตาดุ เอสยกมือบอกยอม

“โอเคๆอย่าโมโหดิก็แค่ถามดู”

“มึงไปได้แล้วไป น่ารำคาญแยกกันตรงนี้แหละ..” แคปว่าจบจะเดินหันหลังกลับ เอสเดินไปคว้าไหล่เล็กดึงให้หันกลับมาอีก

“อะไรของมึงอีกวะ” คิ้วเล็กขมวดจนมุ่น

“เดี๋ยวก่อนดิ ไฟแช็คกูอยู่ในถุงนั้นน่ะ เอาออกมาให้กูก่อน” เอสว่าแล้วดึงเอาถุงขนมไปค้นหาของ เขาจำได้ว่าหยิบใส่ตะกร้าแล้ว แต่ทำไมหาไม่เจอ

“กูลืมแน่เลย เดี๋ยวเข้าไปซื้อแป๊ป มึงรอตรงนี้นะ” มือใหญ่วางลงบนหัวเล็กแล้วขยี้จนยุ่งแคปมุดออกมาพลางฟาดผั๊วะจนเอสแกล้งทำหน้าบอกว่าเจ็บ

“สำออย ยังไม่รีบเข้าไปซื้ออีก”

“โอเคๆ” ว่าจบหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านใน แคปยืนหงุดหงิดมองโน่นมองนี่ไปเรื่อยๆ ขณะกำลังเงยหน้ามองท้องฟ้าดำมืดอีกครั้ง เพราะกลิ่นฝนที่ทำท่าจะตกลงมา บิ๊กไบท์คันใหญ่ปาดเข้ามาจอดตัวลงอย่างแรง แคปสะดุ้งจนกระโดดโหยงหลบออกมา ใจหายใจคว่ำ แต่พอเห็นว่าไอ้คนขับที่เปิดหน้าหมวกออกมายักคิ้วให้แบบกวน ๆ แคปถึงกับคิ้วกระตุก แบงค์อมยิ้มขำๆ เขาแกล้งเคลื่อนล้อรถเข้ามาเบียดคนที่ยืนอยู่อีกหน่อย เจอแคปมองหน้าตาเขียว เขายันเท้าเข้ากับล้อหน้าแล้วถีบดักไว้เลย

“มึงมาแถวนี้ได้ไงวะ..” แคปถาม

“อ้าว แถวนี้มีข้อห้ามไม่ให้มาด้วยหรือไง” แบงค์ถอดหมวกกันน็อคออกแล้ววางไว้ที่ถังหน้าตัวรถ เขาเสยๆผมสีทองที่ไถข้างแบบสมัยใหม่แล้วสะบัด ก่อนมองดูแคปพร้อมกับถุงขนมในมือ

“อะไร? กินไอติมด้วย? ตลกแฮะ”

“ไอ้สัส กวนนักนะมึง กูจะแดกเหี้ยไรเรื่องของกูเหอะ..” แคปไม่อยากสนใจ เขาส่ายหัวแล้วหันไปอีกทาง มองเข้าไปด้านในดูว่าเอสเมื่อไหร่จะออกมาสักที  ขณะที่แบงค์มองตามสายตาแคปเข้าไป เขาเห็นเอสแล้ว จำได้ในทันทีคนเด่นขนาดนั้น

“เห็นยืนชิลๆอยู่ก็นึกว่ามาคนเดียว..”

“กูจะมากับใครแล้วมึงจะมีปัญหาอะไรล่ะ”

“ก็เปล่าหรอก หึ..” แบงค์ว่าจบจับกันน๊อคขึ้นมาใส่ เขาโน้มตัวลงจับแฮนด์ ป้ายชื่อที่คล้องอยู่ที่คอห้อยหลุดออกมาจากสาบเสื้อ เพราะว่าสีมันเด่นจนแคปสังเกตเห็นตำแหน่งงานที่ติดอยู่บนป้ายพร้อมชื่อบริษัทอย่างชัดเจน  ดีเจแบงค์?

ไอ้เด็กนี่มันทำงานพิเศษอยู่ที่ไพร์มไทม์เรดิโอมีเดีย ?? คนถูกจ้องจับเอาป้ายห้อยคอสอดเก็บเข้าในอกไว้อย่างเก่า เขามองหน้าแคปแล้วยักคิ้วกวน ๆ ก่อนขับรถออกไป เอสเดินลงมาถึงด้านหลังแคปพอดิบพอดี

“สนิทกันมากไหม มึงกับไอ้เด็กเหี้ยนั่น..” บุหรี่ถูกเขาจับขึ้นใส่ปากแล้วจุดไฟสูบ แคปหันมองแต่ไม่ได้สนใจจะตอบ

“มึงกลับไปได้แล้วไป มันจะสองทุ่มแล้ว”

“แค่วันเดียวกูเห็นมึงอยู่กับมันถึงสองครั้ง กูไม่ชอบนะมึงรู้ยัง”

“แล้วมึงคิดว่ากูชอบรึไงห๊ะ เจอกันแต่ล่ะทีกูโดนไอ้เด็กบ้านั่นปีนเกลียวใส่ตลอด ขนาดกูกระทืบมันจนเขียวไปแบบนั้นมึงก็เห็นมันด้านดีเดือดขนาดไหน”

“อย่าไปเล่นกับมันมากนักสิ”

“กูเคยเล่นกับมันเหรอ บ้าป่ะ มีแต่กูด่ามันตลอดนั่นแหละ”

“มึงไม่ต้องด่ามันแล้วแคป มึงประเคนตีนใส่มันเลยห้ามไปพูดต่อล้อต่อเถียงกับมันอีกเด็ดขาดเข้าใจที่กูพูดไหม”

“มึงพูดน่ะมันง่าย”

“ถ้ากูเจอมึงอยู่กับมันอีกเป็นครั้งที่สาม กูบอกไว้เลยกูจัดเต็มมัน”

“..........”

“อ่ะ นี่หมากฝรั่งของไอ้ปอ เมื่อกี้ก่อนลงมามันบอกอยากได้” เอสยื่นหมากฝรั่งที่ซื้อมาใหม่ส่งให้ แคปรับเอามา แล้วบ่ายหน้าบอกให้กลับไปได้แล้ว

“มันชื่ออะไรนะไอ้เด็กคณะวิทย์นั่น”

“แบงค์..” แคปตอบ ขณะที่เอสยกมือเสยผมก่อน อัดบุหรี่ครั้งสุดท้ายก่อนทิ้งลงที่ถัง ขยับเข้าไปกระซิบชิดใบหูเล็ก

“ไปแล้วนะ จะรีบกลับนะเมีย..” พอเสียงทุ้มเจ้าเล่ห์จบประโยคลง แคปถลึงมองจนตาแทบจะหลุด

พลั่ก!

“เรื่องของมึงเหอะ! บ้าเอ๊ย!!”   ไอ้ผัวเฮงซวย!!!  แคปโกรธจนผลักเอสออกอย่างแรง แต่คนถูกผลักกลับยืนอมยิ้ม แคปนี่อยากจะฟาดปากมันให้หนักๆนัก ยิ่งพอนึกได้ว่าตัวเองต่อท้ายประโยคนั้นว่าอะไร เจาแทบจะทึ้งหัวตัวเองทิ้ง

“หึ..” เอสยิ้มขำๆก่อนส่ายหัวพออกพอใจแล้วเดินไปขึ้นรถ เขาก้าวขาขึ้นไปหนึ่งข้างในตอนที่แคปหันกลับไปตวัดสายตามองอย่างหงุดหงิด คนเจ้าเล่ห์ทำท่าชูสองนิ้วแตะจูบลงที่ปากแล้วโปรยส่งให้อย่างกวน ๆ  เจอแคปชี้หน้าไล่อย่างดัง เอสก็แค่หัวเราะก่อนขึ้นรถแล้วขับออกไป

“บ้าฉิบหาย เหี้ยเอ๊ย..” เสียงเล็กสบถเบาๆก่อนคว้าๆเอาไอติมเอารสสละสีแดงๆในถุงขึ้นมาแกะกินดับอารมณ์ร้อน เดินดูดไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็เข้ามาถึงคอนโดสูงของตัวเอง สายตาเหลือบมองไปตรงที่จอดประจำที่เอสเคยเอารถมันมาจอดอยู่ตลอดช่วงนี้ ตอนนี้กลับว่างเปล่า ทั้ง ๆ ที่หลายวันที่ผ่านมาลงไปซื้อของด้วยกันทีไรก็จะเจอรถมันจอดนิ่งอยู่ตรงนั้นเสมอ แคปส่ายหัวไล่ความนึกคิดเหงา ๆ เดินเข้าห้องโยนถุงไอติมให้ปอเอาไปเก็บส่วนตัวเองเดินเข้าห้องไปทำใบงานต่อ เพิ่งจะลงมือเขียนได้ไม่ถึงสามบรรทัด เสียงข้อความดังเข้ามาแคปจึงหยุดมือแล้วหันดู
   


                    [ถึงห้องหรือยัง?] 19:49


                                                                                 อ่านแล้ว 19:50 [อยู่ผับ ออกมาเที่ยว]


                    [เดี๋ยวกูตบแม่ม] 19:50


                                                                                  อ่านแล้ว 19:50 [มึงลองดิไอ้สัส!]


                   [เข้าห้องแล้วอ่านหนังสือทำการบ้าน ถ้ากูรู้ว่ามึงออกไปแรดที่ไหนกูเอามึงตายเลย] 19:50


                                                                                  อ่านแล้ว 19:51 [มึงสิแรด! ปากหมา เดี๋ยวกูตบแม่มคืนเลยนี่]


                  [อยู่ที่ไหนน่ะ] 19:51


                                                                                 อ่านแล้ว 19:51 [มึงบ้าป่ะ กูแต่งตัวแบบนี้จะไปที่ไหนได้เล่า  ห่างกันยังไม่ถึงสามสิบนาทีมึงคิดว่ากูจะไปอยู่ที่ผับได้รึไงวะห๊ะ! ไอ้โรคจิต!!]


                 [บอกแต่แรกก็จบว่าอยู่ห้อง ลีลาท่ามากทำไม] 19:52


                                                                                  อ่านแล้ว 19:52 [เรื่องของกูเหอะ]


                 [เปิดกล้องดิ๊] 19:52


                                                                                  อ่านแล้ว 19:52 [ไม่เปิด! มึงอย่าบ้า]


                [กูเข้าบ้านแล้วนะ กำลังจะเลี้ยว] 19:53


                                                                                 อ่านแล้ว 19:53 [กูถามมึงเหรอวะ บอกทำไม!]


                [เหอะน่า..] 19:53


                                                                                 อ่านแล้ว 19:53 [กูไม่อยากเล่น จะทำงานต่อแล้ว]


                [แล้วจะรีบกลับนะเมีย] 19:53


                                                                                 อ่านแล้ว 19:54 [เรื่องของมึง! กูไม่ใช่เมียมึงบอกจนปากกูบางหมดแล้ว เดี๋ยวสักวันหูมึงได้ทะลุกลวงไปโบ๋ไปถึงอีกฝั่งแน่]


               [โหน่ากลัวว่ะ มึงพูดอะไร] 19:54


                                                                                  อ่านแล้ว 19:54 [เรื่องของกู!]


              [กูต้องฟังคำด่าของมึงขนาดไหนหูกูถึงจะทะลุหากันได้ไหน บอกเวลาหน่อย] 19:55


                                                                                  อ่านแล้ว 19:55 [กูจะด่ามึงทุกวันนั่นแหละ แล้วก็ไม่ใช่แค่ด่าด้วย กูจะทุบตีมึงทุกวัน ซ้อมมึง เอาให้เขียวช้ำเลือดช้ำหนองเลย]


              [ขนาดนั้นเลย? โห เมียกูดุจัง] 19:55


                                                                                 อ่านแล้ว 19:55 [กูไม่ใช่เมียมึงไอ้สัส!]


              [แล้วมึงคิดว่ากูจะยอมให้มึงทำแบบนั้นนานนักหรือไง คนเรามันก็นะ...มีลิมิตน่ะแหละ] 19:56


                                                                                อ่านแล้ว 19:56 [นั่นมันเรื่องของมึง ทนไม่ไหวเร็วๆเลยก็ดีจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับกูอีก]


              […………..…………….] 19:56


                                                                                 อ่านแล้ว 19:56 [อะไรของมึง?]


              [………………………….] 19:57


                                                                                 อ่านแล้ว 19:57 [อย่าส่งมาอีกนะ กูจะวางทิ้งแล้วเหี้ย กวนตีน]


              [………………………….] 19:57


                                                                                อ่านแล้ว 19:57 [กูบอกว่าอย่าส่งไง!]


              […………………………..] 19:58


                                                                                  อ่านแล้ว 19:58 [ไอ้สัส!]


               [แคป..] 19:58


                                                                                  อ่านแล้ว 19:58 [อะไร!]


               [จะรีบกลับนะ] 19:58


                                                                                   อ่านแล้ว 19:58 [ไอ้โรคจิต!]


               [หึหึ><] 19:59



.

.


“เอสทานเยอะๆนะลูก นี่ของโปรดลูกคุณพ่อเขาสั่งให้ป้าจันทร์ทำไว้รอตั้งแต่แม่โทรหาเราแล้ว..” มือเรียวสวยประดับแหวนเพชรวงเล็กๆของหญิงวัยกลางคนที่มีริ้วรอยเพียงแค่เล็กน้อยตักกุ้งผัดเปรี้ยวหวานอาหารโปรดของลูกชายเธอ วางลงในจานให้ ขณะนั้นเองที่พี่สาวคนโตของบ้านอย่างแอมป์แกล้งอ้อนเธอนิดๆ

“คุณแม่ตักให้แอมป์ด้วยสิคะ ตักให้แต่น้องอ่ะ พอเจ้าเอสกลับมาแอมป์ก็กลายเป็นหมาหัวเน่าเลยสิ”

“เจ้าลูกสาวคนนี้โตจะแย่ไปหัดน้อยอกน้อยใจมากจากไหนคะลูก ใครกันน๊าที่รบเร้าแม่ให้ตามน้องกลับบ้าน พอกลับมาแล้วทำท่าทีแบบนี้กับน้องรึไงเรา  เดี๋ยวแม่ตีเลยเจ้าแอมป์หนิ”

“อ๊ะ คุณพ่อช่วยแอมป์ด้วยค่ะ” เธอเอียงหลบหาคุณพ่อของเธอ ชายวัยกลางคนหน้าตาท่าทางใจดีอมยิ้มอ่อนโยน

“คุณก็ตักให้เจ้าแอมป์ด้วยสักช้อนสิ ลูกน้อยใจเดี๋ยวร้องไห้ขึ้นมาทำไง”

“คุณพ่ออ้ะ แอมป์ล้อคุณแม่เล่นหรอกค่ะ ใครจะไปร้องไห้กัน แอมป์โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย..” ท่านหันมองลูกสาวตัวเองแล้วก็ส่ายหัวขณะที่เอสขำกับท่าทีงอนๆของพี่สาว  พี่แอมป์ขี้เล่นแบบนี้เสมอ วันนี้เขากลับมาเธอคงจะดีใจเกินไปทั้งคุณพ่อคุณแม่และเธอกระเซ้ากันหลายรอบมาก

“เอสทานข้าวก่อนลูก ขาเราเป็นยังไงมั่ง พักนี้คุณหมอบอกว่าเอสไม่ได้เข้าไปตรวจดูนานแล้ว มันโอเคแล้วใช่ไหม”

“ไม่เป็นไรแล้วครับคุณแม่ ผมคิดว่ามันหายแล้วนะ” เพราะอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน ทำให้ต้นขาเขามีปัญหาเรื่องกระดูกนิดหน่อย คุณแม่ยังห่วงเรื่องนี้อยู่มาก ทั้งที่จริง ๆ มันก็ดีขึ้นมาเยอะมากแล้ว เอสคิดว่าถ้าไม่เจอแคปเตะมาที่สนามมวยก่อนหน้านั้นมันจะไม่ค่อยเจ็บเลยด้วยซ้ำ

“หายแล้วก็ดี ทานข้าวเถอะลูก พ่อกับแม่ก็ห่วงกลัวว่าเอสจะยังเจ็บอยู่”

“ไม่หรอกครับ พักหลังผมเล่นกีฬาตลอด ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ” เธอยิ้มบางตักอาหารวางลงให้ลูกชายเพิ่มอีก ขณะที่คุณพ่อของเขารับเอาแก้วไวน์ทรงสูงที่ถูกจัดเตีรมไว้ให้ยกขึ้นขอแตะแก้วกับลูกชายคนโปรด

“แล้วเรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าน ไม่กลับบ้านหลายเดือนทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง  ติดเพื่อน ติดหนังสือ หรือติดเมียล่ะหื้ม..”

“โหคุณพ่อครับ..”

“คุณนี่พูดอะไรคะนั่น..” คุณแม่ร้องปราม คุณพ่อเขาก็แค่อมยิ้มจิบไวน์สบายใจ ไม่ต่างกับเอสทั่นั่งสบาย ๆ จิบไวน์ในแก้วของเขาเช่นกัน

“คุณแม่คุณพ่อแอมป์รู้ค่ะ น้องน่ะ มีแฟนแล้ว” เสียงสดใสฝั่งตรงข้ามดังขึ้น เอสซึ่งนั่งข้างคุณแม่ของเขาจ้องเธอ

“แอมป์ใจเย็นลูก ลูกชายแม่มีแฟนตั้งแต่อยู่มัธยมสี่อันนี้แม่รู้มานานแล้วนะ”เธอตักเนื้อปลาราดพริกตัวโตๆวางใส่จานให้สามี

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยคุณแม่อ่ะ แฟนเจ้าเอสคนนี้ถึงขนาดพาไปให้แอมป์ดูตัวเลออออ”

“พูดมากน่าพี่แอมป์..” เอสปรามเสียงดุ แต่เธอจะไปกลัวได้ยังไง

“อ้าว ต้องพูดให้มากๆสิคุณแม่กับคุณพ่อจะได้รู้ด้วยไง”

“แล้วเขาเป็นคนยังไงล่ะ นิสัยดีไหม สวยรึเปล่า..” คุณพ่อเอ่ยขึ้นไม่จริงจังนัก ด้วยว่าท่านก็แค่หาเรื่องมาคุยกับลูกๆ  ท่านยกไวน์สีแดงขึ้นจิบอีกครั้ง บางทีการได้ใช้เวลาว่าง ๆ ระหว่างทานข้าวพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ของลูกก็เข้าท่าดี ครอบครัวที่นานๆจะมีเวลาพร้อมหน้าพร้อมตาสักที

“โอ๊ยไม่สวย....”

“หยุดเลยยัยแอมป์ให้น้องพูดเอง” คุณแม่ปรามเบา ๆ เธอส่งสายตาถามเอส เขาได้แต่ส่ายหัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆว่าจะไม่ตอบ แต่สายตาสามคู่ต่างก็จ้องเขาหนักหน่วง

ในที่สุดเอสก็ยอมเอ่ยปาก “นิสัยก็งั้นๆ ที่สำคัญห่างไกลคำว่าสวยมากเลย”

“อ้าว ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะลูก..” คุณพ่อเขาถามขึ้นในทันที วางแก้วไวน์แทบไม่ทัน ได้ยินข่าวมาเหมือนกันสาวแต่ล่ะคนที่ลูกชายเขาควงสวยมาก แต่ถึงจะไม่สวยนิสัยก็ควรจะดีมากๆ แต่นี่เอสกลับบอกงั้นๆ?

“ช่วยไม่ได้นี่ครับคุณพ่อ ก็...รู้สึกดีๆกับเขาไปแล้ว” เอสไหวไหล่ตักกุ้งผัดเปรี้ยวหวานมาใส่จานแล้วกินต่อ คุณพ่อกับคุณแม่หันมองหน้ากัน

“นิสัยงั้นๆ หน้าตาห่างไกลคำว่าสวย แล้วแบบนี้มันจะดีเหรอลูก”คุณแม่ถามขึ้นหน้าเจื่อนๆ

“ก็พอได้ครับ” เอสตอบเรียบๆ

“เอสมันชอบของมันแบบนั้น แต่แอมป์ว่าน้องเขาน่ารักนะคะแม่ เคยคุยกันแล้ว”

“จริงเหรอแอมป์” เธอเอ่ยถาม

“จริงค่ะคุณแม่”

“ผมยาวหรือผมสั้น” เธอซักต่อ

“ผมสั้นๆ ทะมัดทะแมง”

“แบบนั้นก็ดีสิ แม่ชอบเลยนะ”

“แอมป์ก็ชอบ แล้วก็เชื่อว่าถ้าน้องอุ้มเห็นน้องอุ้มก็ต้องชอบ” อุ้มเป็นน้องสาวคนเล็กของครอบครัว เรียนอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่สองปีที่แล้ว ตอนนี้เธอเพิ่งเริ่มเข้าเรียนปริญญาตรีปีแรก

“เอสล่ะลูก มั่นใจไหมกับคนนี้”

“ยังไม่ผ่านโปรเลยครับแม่ แต่ผมก็รู้สึกดีกับเขามากนะ”

“โปรเปออะไรกัน คนนะไม่ใช่ฝึกงานถ้าเขาได้ยินเสียใจหรอก” เธอท้วงติง เอสก็แค่ยิ้มๆ

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับแม่ ก็แค่กำลังดูๆอยู่”

“โปรของมันสองเดือนค่ะแอมป์รู้ ที่ผ่านมายังไม่มีใครผ่าน” เธอทำมือเป็นเครื่องหมายกากบาท เอสจ้องหน้าพี่สาวเป็นเชิงต่อว่า ว่าเธอทำเป็นรู้ดี แอมป์ส่งยิ้มรู้ทันน้องชายตัวเอง ก็เธอรู้จริงๆ

“ถ้ามั่นใจกับคนไหนก็ค่อยแนะนำพ่อกับแม่บ้างก็แล้วกัน กลับบ้านบ่อยๆ พาเขามาทานข้าวที่บ้านเราบ้างก็ได้ ถ้าเขาไม่ถือก็ให้มานอนค้างคืนกับพี่แอมป์ก็ได้นี่ลูก”

“เฮ้ย! ไม่ได้หรอกครับแม่” เอสรีบร้องออกมาอย่างแรงเลย ลืมตัวเอ่ยคำว่าเฮ้ยอย่างแรง  ขณะที่แอมป์นี่ถึงกับทำช้อนตก แม่บ้านรีบเอาเข้ามาเปลี่ยนให้แทบไม่ทัน

“ใช่ค่ะไม่ได้เด็ดขาดไม่ได้แน่นอน” แอป์ย้ำหนักแน่น เธอส่ายหน้าจนปากเธอสั่นเมื่อนึกถึงว่าแคปแมนออกขนาดนั้นจะมานอนค้างที่เตียงเดียวกับเธอได้ยังไง ดีไม่ดีถ้าไม่รู้ว่าเป็นใครเธอยังจะตกหลุมรักหนุ่มน้อยได้ง่ายๆ

“อะไรของพวกลูกเนี่ย..” คุณพ่อกับคุณแม่มองหน้ากันแล้วส่ายหัว คิดว่าลูกๆสองคนของท่านคงเล่นอะไรกันสักอย่าง แอมป์กับเอสอายุห่างกันมากก็จริงแต่ค่อนข้างสนิทกันมากกว่าอุ้มซึ่งเป็นน้องคนสุดท้อง เพราะว่าเอสเป็นน้องชายตัวเล็กที่เกิดมาแอมป์ก็เก้าขวบแล้วเพราะงั้นเธอจึงค่อนข้างรักและเอ็นดูเอสมาก ๆ เล่นกันราวกับคนอายุไล่เลี่ย แอมป์ชอบทำงาน เป็นหญิงมั่นจนบัดนี้ยังหาแฟนเป็นตัวเป็นตนไม่ได้ แต่พ่อกับแม่ของครอบครัวนี้ยึดเอาความสบายใจของลูกๆเป็นที่ตั้ง ไม่มีการบังคับหรือกะเกณฑ์เวลา ถึงจะมีธุรกิจการงานใหญ่โต แต่ทั้งสองคนจะหาเวลาและทำตัวสนิทสนมกับลูกๆเสมอ


ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #892 เมื่อ17-05-2015 21:23:37 »


https://www.youtube.com/v/1AsjxJ2uFlw


คุณแม่เอสเป็นผู้หญิงทำงานผมยาวสวย อายุเพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยกลางคนเท่านั้น เอสมีหน้าตาถอดแบบมาจากทางครอบครัวคุณแม่ของเขาทั้งหมด จมูกโด่งมากผิวขาวเนียนสวย มีรอยยิ้มฟันกระต่ายชวนละลาย  แต่รูปร่างสูงใหญ่ได้คุณปู่ โดยรวมแล้วแล้วอาจจะเรียกได้ว่า เอสผู้ชายที่มีใบหน้าสวยมาก ผิวขาวและโดดเด่นยิ่งกว่าผู้ชายธรรมดาในขณะที่นิสัยกลับเหมือนคุณพ่อของเขาคือไม่ค่อยพูดมากนักติดจะเท่และเด็ดขาด ขณะที่แอมป์เป็นสาวห้าวมั่นๆส่วนน้องอุ้มนั้นน่ารักและสวยสมวัย

“เดี๋ยวทานข้าวกันเสร็จ เอสขึ้นไปคุยงานกับคุณพ่อนิดนึงนะลูก ส่วนแอมป์เดี๋ยวไปช่วยแม่เลือกเครื่องเพชรสักหน่อย ว่าจะสั่งเซ็ทใหม่มาเก็บไว้ให้น้องอุ้ม เราต้องไปช่วยเลือก” แอมป์พยักหน้าตอบรับขณะที่เอสหันไปคุยกับคุณพ่อของเขา

“คุณพ่อมีอะไรรึเปล่าครับ..”

“พ่อจะเพิ่มหุ้นของโรงแรมให้เอสได้ถือครองเพิ่มขึ้น จำเป็นที่ลูกต้องเซ็นต์ยืนยันรับรู้ แล้วยังเอกสารเรื่องเงินปันผลต่าง ๆอีก รีสอร์ทที่ปราณบุรีคุณแม่เขาก็เพิ่งไปจัดการมา พ่อจะให้เอสลงชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไว้เลย ตอนนี้พ่อกับแม่จะดูแลให้ก่อน ไว้เอสเรียนจบจะได้ออกมาทำต่อได้ทันที เพราะงั้นหลังจากนี้ไปถ้าอาทิตย์ไหนที่มีประชุมผู้บริหารเอสจะต้องเข้าพร้อมพ่อเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักลูกไว้ รออีกแค่สองปีเรียนจบแล้วออกมารับงานตรงนี้ไปเลย” 

“...........”

“เป็นอะไรน่ะเรา” คุณพ่อเขาเห็นลูกชายเงียบไปจึงถามขึ้น เอสหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบ

“ผมกำลังคิดว่า มันเร็วไปรึเปล่า”  เอสเงยหน้ามองคุณพ่อของเขา ขณะที่คุณแม่ซึ่งนั่งข้าง ๆ ถึงกับเอามือมาลูบแผ่นหลังของลูกชายเบาๆ

“มันอาจจะดูเหมือนเป็นภาระเพราะว่าลูกยังเด็ก แต่มันจะเป็นต้นทุนชีวิตที่ค่อนข้างได้เปรียบคนอื่นมากๆ เพราะทันทีที่ลูกเรียนจบ ลูกจะมีทุกๆอย่างอยู่ในมือ สามารถเข้าบริหารกิจการของตัวเองได้เลย ลูกต้องอดทนทั้งเรื่องเรียนเรื่องงานนะลูกนะ”

“ครับคุณพ่อ”

“เอสโอเคนะลูก ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ปีสามแล้วพร้อมรึเปล่า”

“ครับคุณพ่อ ลองดูก็ได้ ผมจะทำเต็มที่” คุณพ่อเขายิ้มอ่อนเมื่อลูกชายรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“ขึ้นไปกันเถอะค่ะคุณ ดึกแล้วเผื่อลูกง่วงนอน เดี๋ยวฉันให้เอสดูแปลนรีสอร์ทอีกที  คุณพ่อเขาให้เลขาจัดเตรียมมาไว้ให้ ลูกอยากเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจุดไหนก็มาร์คลงไป จำไว้ว่ามันเป็นของลูก เลือกทุกอย่างในแบบที่ลูกชอบ คิดว่านั่นคือบ้านหลังเล็กๆของเราคนที่มาพักเขาก็จะรู้สึกดีรู้สึกอบอุ่นไปด้วย แอมป์ขึ้นไปช่วยน้องดูด้วยนะลูกนะ”

“ค่ะคุณแม่” แอมป์ตอบรับ ขณะที่คุณแม่พยักหน้าให้ ก่อนที่เอสจะลุกเดินตามหลังคุณพ่อเขาไป แอมป์ดึงๆสะกิดเรียกน้องชายตัวเอง

“ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ไปเลย เรื่องน้องแคปนั่นน่ะ”

“ไว้ก่อน”

“อะไรคือไว้ก่อน”

“เดี๋ยววันหลังพามาเองเลย” เอสหันไปบอก เรื่องธุรกิจของครอบครัวเขาค่อนข้างชินแล้ว กลับบ้านทีไรพ่อกับแม่ก็ลากไปคุยเรื่องกิจการงานของที่บ้านตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เขาหรอก พี่แอมป์ยิ่งแล้วใหญ่ งานเธอเยอะกว่าที่เห็นเป็นสิบ ๆ เท่าถึงอย่างนั้นสองพี่น้องก็ยังคุยหยอกกันได้

“จริงดิ?”

“อือ” เอสพยักหน้าเดินขึ้นบันได แอมป์เองก็เดินตีคู่อยู่ข้าง ๆ

“กับคนนี้แน่ใจแล้วนะ เขารู้รึเปล่าว่าครอบครัวเราเป็นยังไง แกเคยบอกเขาไหม”

“ไม่เคย เขาไม่เคยถาม”

“ตายล่ะ ถ้าเขารู้ว่าพวกเรามีมากขนาดนี้เขาจะไม่วิ่งหนีแกเรอะ”

“ก็กลัวอยู่”

“จะบอกเขาป่ะล่ะ”

“ยังก่อน ไว้ผ่านโปรเมื่อไหร่เดี๋ยวพามาเลย ถึงตอนนั้นคงรู้เอง” เอสหันไปพูดยิ้ม ๆ ความจริงไม่ใช่เรื่องผ่านโปรหรืออะไรหรอก เขาก็แค่รู้สึกว่ามันยังเร็วไปหน่อย 

“สองเดือนเนี่ยนะ”

“อาจจะเร็วกว่านั้น  แต่ไม่แน่หรอก ดูก่อนถ้าเบื่อก็จบ”

“เลวว่ะ คำตอบของผู้ชายเลวๆ”

“ก็ถ้าไม่ทำให้รู้สึกเบื่อแสดงว่าผมก็รักของผมจริงๆอ่ะแหละ ถึงตอนนั้นก็มั่นใจได้เลยว่าใช่ตัวจริงแน่ ๆ” ถ้าทางนั้นจะยอมให้เขาเป็นตัวจริงของมันด้วยน่ะนะ

“แล้วตอนนี้เริ่มเบื่อยัง”

“...............” เอสพ่นรอยยิ้มแล้วส่ายหัวแทนคำตอบ  ถามว่ารู้สึกเบื่อยังงั้นเหรอ ตอบได้แบบเต็มปากเต็มคำ แคปเป็นแฟนคนแรกที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าเบื่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว! คนแบบมันมีแต่คำว่าท้าทาย ปากดีๆแบบนั้นด่าทีไฟแทบลุก มือก็หนักตีนก็หนัก นี่ยังไม่นับว่าคบกันมาหนึ่งเดือนเขาเพิ่งได้ฟัดมันจริงๆจัง ๆ แค่ครั้งเดียว แบบนั้นดูเหมือนน่าเบื่อใช่ไหม แต่เปล่าเลยแต่เขากลับคิดว่าทั้งหมดที่เป็นมันน่ารักดีซะงั้น คิดแล้วแปลกใจตัวเองเป็นบ้า

คืนนั้นเอสคุยงานอยู่กับคุณพ่อคุณแม่และพี่สาวของเขายาวจนถึงเที่ยงคืนกว่าจะได้เข้านอนที่ห้องนอนส่วนตัวของเขาตั้งแต่เด็กๆ นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้ามาใช้ห้องนี้ แต่ทุกอย่างยังคงเป็นระเบียบสะอาดเรียบร้อยเหมือนเดิม เอสทิ้งตัวนอนลงที่เตียงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา สิ่งแรกที่คิดกลับเป็นใบหน้าของคนที่ขยับปากเป็นด่าเขาอยู่ตลอด เอสระบายรอยยิ้มบางออกมา ดึกป่านนี้คิดว่าแคปอาจจะยังไม่นอน ชั่งใจจะโทรหาดีไหม แต่เสียงโทรศัพท์เขาดันดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน กลายเป็นชิพที่โทรเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้จะแวะไปเอางานด้วย

“กี่โมงวะ” เอสถาม

(สายๆอ่ะ)

“งั้นแวะไปเอาที่ห้องไอ้แคปนะ ถามไอ้บุ้งก็ได้มันรู้จักอยู่”

(มึงอยู่ห้องแฟนมึง?)

“เปล่า ตอนนี้อยู่บ้าน แต่พรุ่งนี้น่าจะอยู่ที่นั่น”

(จริงดิ)

“ถามมากน่า จะนอนแล้ว” คนตอบตาปรือๆ หาวหวอดออกมา

(พรุ่งนี้ให้กูแวะไปเอาที่ห้องไอ้แคปแน่นะ มึงจะกลับไปทันเหรอวะ)

“ทันสิ”

(อือๆ นอนซะพรุ่งนี้เจอกัน) ชิพตอบเออๆกลับมาขณะที่ไม่มีอะไรแล้วเอสจึงวางลงไป เขาตั้งปลุกไว้เร็วหน่อยจากนั้นนอนเลย


.

.


“เย้ย!!” แคปร้องขึ้นอย่างดังสะดุ้งโหยงดีดตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่นอนกอดเขาอยู่ แสงสว่างยามเช้าลอดผ่านมาจากม่านหน้าต่างสีครีมสวย แยงในตาให้เขารู้สึกตัวตื่น และพอตื่นขึ้นมาก็ต้องร้องขึ้นเสียงหลง เอสกลับมานอนอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ตอนไหน เพราะมันกลับบ้านไปเมื่อคืนแล้วแน่ ๆ

“อือ..” เอสพึมพำในคอ ดึงแขนแคปบอกให้นอนลงต่อ แต่แคปไม่สนใจขยับออกท่าเดียวกวาดตามองกองเสื้อผ้าที่ไอ้คนนอนคงถอดกองเอาไว้ก่อนขึ้น

“มึงเข้ามาได้ไงห๊ะเนี่ย..” แคปถาม ขณะที่หันกลับมามอง เอสคว้าเอาหมอนใบใหญ่ข้างตัวมากอดไว้แล้ว

“เพื่อนมึงเปิดให้อ่ะ” เสียงทุ้มตอบงัวเงียตาหลับฟังไม่ได้ศัพท์

“แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่ นานหรือยัง” แคปคิ้วขมวด โมโหตัวเองนิดๆโดนมันนอนกอดมาทั้งคืนไม่รู้เรื่องเหี้ยไรเลยบ้าฉิบ ไอ้นิสัยนอนหลับแล้วตื่นยากของเขาเนี่ยมันน่าโมโหนัก

“ตีห้า  ง่วงว่ะนอนก่อนนะ” เอสอือๆอาๆต่อจากนั้นก็หลับปุ๋ยลงไป แคปถอนหายใจยาว ๆ เสยผมลวก ๆ ชูไม้ชูมือบิดขี้เกียจ มองคนที่นอนหลับตานิ่งไม่ยอมตอบ เขาลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรก ไม่รู้เป็นอะไรติดนิสัยไปไหนก็ต้องติดตัวไปด้วย  ตากลมๆยืนมองไอ้ตัวดีหลับไม่รู้เรื่อง มาถึงนี่ตีห้าแสดงว่ามันออกจากบ้านตีสี่กว่าๆดึกมากเลยนี่หว่านั่น   แคปมองดูเวลาเกือบๆจะสิบโมงแล้ว ไม่รู้ไอ้ปอออกไปไหนรึเปล่า เขาเข้าไปล้างหน้าล้างตาจากนั้นเดินออกไปหาน้ำผลไม้เย็นๆกินให้ชื่นใจ

“ไอ้ปอ ตื่นยังวะมึง..” แคปเปิดผั๊วะห้องปอเข้าไปเอาแบบไม่ต้องเคาะ ปากคาบหลอดดูดน้ำผลไม้จากกล่องไว้ด้วย เห็นมันตื่นแล้วนอนดูการ์ตูนโคนันอยู่

“ตื่นแล้วดิ  แฟนมึงล่ะ” ปอเหลือบมองคนที่กำลังเดินเข้ามา

“นอนอยู่อ่ะ มันมาตอนไหนวะ”

“..............”

แคปกระโดดขึ้นไปนอนข้างเพื่อนตัวเอง ปากยังคาบหลอบดูดๆต่อ ตามองทีวี ปอเบนสายตามาจ้องแคปนิ่งเลย  “เดี๋ยวนี้ยอมรับแล้วสิว่าไอ้เอสนั่นเป็นแฟนมึงน่ะ”

“มันไม่ใช่แฟนกูไอ้สัส” แคปเถียงขึ้นทันที ลุกขึ้นทำหน้ายุ่ง ๆ ขณะที่ปออมยิ้ม

“ไม่ใช่แล้วใครตอบกูล่ะวะเมื่อกี้”

“กูก็แค่รำคาญ พวกมึงเหมาไปเองว่ามันมีสถานะเป็นอะไรกับกู ก็แค่คำเรียกแทนตัว เป็นหรือไม่เป็นมันอยู่ที่กูคิดนี่เว้ย ไม่เกี่ยวกับคำเรียกขานหรอก มึงดูแนวปฏิบัติสิวะ กูบอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่”

“อ่อครับๆกูเข้าใจครับเพื่อน..” ปอพยักหน้าทำเสียงประชด แนวปฏิบัติของคนที่ไม่ใช่แฟนกัน แต่มานอนค้างด้วยกันเกือบทุกวัน ขนาดกลับบ้านยังรีบกลับมาหา  แคปตวัดสายตาเขียวปั๊ดมองก่อนเอาหมอนฟาดหัวไปแรง ๆ โทรศัพท์แคปสั่นดังขึ้น

“นี่หลับตาคุยอยู่นะ นอนยังไม่ตื่นเลยเหอะห้าววววว” แคปแกล้งทำเสียงงัวเงียอำคนที่ปลายสาย เป็นพี่ชายเขาที่โทรเข้ามาหา

(ไปหัดโกหกมาจากไหนคาปู)

“ผมไม่ได้โกหกอ่ะ”

(กูคงเชื่อมึงแหละ เสียงการ์ตูนดังออกมาซะขนาดนั้น อย่าบอกนะว่ามึงแค่นอนเอาหูฟัง ไม่ได้เปิดตาดู)

“เฮียเต้ใจร้ายว่ะ โทรมาแต่เช้าทำไมล่ะ ถ้าผมยังไม่ตื่นจะทำไง”

(ตื่นแล้วดิ คาปูเด็กดีตื่นแล้วใช่ไหม) เต้แกล้งทำเสียงอ้อนน้อง

“หึหึหึ..ตลกว่ะ” แคปขำ ฟาดมือลงที่ท้องปอเสียงดังอึ่ก ปองงเลยสิหันมาจ้องหน้าตาเขียว

(กูพี่มึงนะไอ้แคป ขำเหี้ยไรนักหนา)

“ครับๆ ว่าแต่พี่เต้โทรมามีไรรึเปล่า”

(อาทิตย์นี้กลับบ้านด้วย)

“ทำไมอ่ะ เฮียโก้ไม่ได้โทรหาผมนี่ อาฟี่ก็ยัง..”

(พ่อโทรหากูเมื่อเช้าบอกบริษัทที่มึงส่งเดโม่ดีเจเข้าไป เขาติดต่อมาที่บ้านว่ะ)

“โห ตั้งแต่ปีที่แล้วอ่ะนะ” แคปหูผึ่งลุกขึ้นนั่งดี ๆ ซัมเมอร์ปีที่แล้วไม่มีอะไรทำเห็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับรายการวิทยุเปิดรับสมัครดีเจหน้าใหม่ อาร์มันนึกสนุกบอกว่าเสียงแคปเพราะ สองคนเลยนั่งอัดเดโม่ใส่แผ่นแล้วส่งไป ปรากฏว่าหายต๋อมไปเกือบปี ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงเรียกมา

“อือ เฮียโก้บอกว่าถ้ามึงจะทำอาฟี่จะพาไปเซ็นต์สัญญา อาทิตย์นี้ให้กลับบ้านด้วย”

“อ่า ครับ แล้วพี่เต้กลับไหม”

“กลับสิวะ อ้อ ไอ้ตุนมันชวนกูกับมึงไปกินข้าวด้วย ศุกร์นี้ว่างป่ะวะ”

“ไม่ว่างอ่ะ ช่วงนี้ผมมีเปเปอร์งานวิจัย ยุ่งมาก ”

(โอเคงั้นไว้คราวหลังเดี๋ยวกูบอกมันค่อยนัดกันอีกที แค่นี้ก่อนนะไอ้รัฐมันมองกูตาเขียวแล้ว นึกบ้าอะไรของมันไม่รู้บอกจะทำกับข้าวให้กินกูต้องพามันไปตลาดอีกเนี่ย เจอกันที่บ้าน)

“ครับพี่” แคปกดวางสายลง ปอที่นอนฟังด้วยตลอดอยู่แล้วเลนหน้ามอง แคปเลยเล่าแบบคร่าวๆให้ฟัง ปอก็เออๆออๆ เขาสองคนนอนดูทีวีกันต่อไป  แต่ก็ได้แค่นิดเดียวเสียงกดกริ่งดังดันขึ้นมาจากหน้าห้อง

“ใครมาวะ” ปอหันไปถาม แคปส่ายหัวบอกไม่รู้

“ไอ้อาร์มั้ง มึงลุกไปเปิดดิ๊..” แคปลุกขึ้นคว้าเอากล่องน้ำผลไม้ออกไปทิ้งที่ครัว จากนั้นเดินไปเปิดประตูหาวหวอดออกมาซ้ำยังสอดมือเข้าไปเกาพุงขาวเนียน หัวเหอยุ่งยังไม่ผ่านการหวี

“.....!!!??!??!!.......”

“.....!!!??!??!!.......”

ต่างคนต่างตกใจในการปรากฏตัวของอีกฝ่าย แคปถึงกับอ้าปากหาวค้างกลางอากาศคิ้วกระตุกหงึกๆเมื่อเห็นว่าเป็นใครบ้างที่ยืนรอเข้าห้องเขาอยู่ ขณะที่ฝ่ายผู้มาเยือนอย่าชิพบุ้งและเมี่ยงก็ยืนชะงักนิ่ง เพราะหน้าตาทั้งยุ่งทั้งโหดของเจ้าของห้อง

“มา-หา-ใคร??” แคปถามเสียงเย็นเฉียบคิ้วยังกระตุกอยู่ไม่หยุด รู้อยู่เต็มอกว่าไอ้พวกบ้านี่มาหาใคร ก็แล้วจะให้เขาทำหน้าตาแบบไหนกันล่ะวะ ไอ้ตัวซวย ไอ้บ้าเอส ไอ้ๆๆๆๆๆ โอ๊ยยยยยกูอยากจะด่ามันให้ตายห่าไปเลยแม่ง วันนี้กูเสียหน้าแบบไม่ต้องหาที่เก็บซ่อนอีกแล้วแน่ ๆ สัสเอ๊ย  แคปอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวแทบตายแต่ต้องเก็กสีหน้าเรียบและเฉยไว้ก่อน

“ไอ้เอสมันบอกให้กูมาเอางานกับมันที่นี่ มันอยู่รึเปล่า” บุ้งเดินแทรกมาจากด้านหลัง เมี่ยงเลยต้องหลบไปอยู่หลังชิพแทน แคปจ้องหน้าสามคนสลับไปสลับมา ในที่สุดยอมเปิดประตูออกให้แบบกว้าง ๆ เขาเดินนำแขกผู้มาเยือนเข้าไป

“มันนอนอยู่ในห้องนั่นน่ะ มึงเข้าไปเรียกเองเหอะ กูจะไปนอนต่อแล้ว” แคปพูดหงุดหงิดเสียไม่ได้ บุ้ยใบ้บอกว่าเอสอยู่ที่ห้องไหน ส่วนตัวเองจะเดินกลับไปห้องปออย่างเดิม กำลังคิดว่าไปเรียกไอ้ปอออกมารับแขกท่าจะดี เขาทำตัวไม่ค่อยถูก ยิ่งไอ้สายตาของไอ้เพื่อนตัวเล็กๆที่ชื่อเมี่ยงมองสำรวจเขายิ่งไม่ชอบเอาซะเลย

“แล้วมึงไม่ได้นอนอยู่ห้องเดียวกับมึนรึไง มึงบอกมันนอนห้องนั้นไม่ใช่เหรอ..” เมี่ยงโพล่งถามขึ้นมา ทั้งชิพทั้งบุ้งต่างหันมอง

“กูจะไปนอนห้องเดียวกับมันทำไม มันอยากนอนห้องนั้นก็ให้มันนอนไปสิ กูนอนกับเพื่อนกูอยู่ห้องนี้ต่างหาก..” แคปโกหกคำโตมากจริง ๆ เขาแอบเห็นว่าไอ้เตี้ยนั่นมันผุดรอยยิ้มขึ้นมี่มุมปากเล็กๆด้วย

เหอะ ความจริงกูอยากจะบอกอยู่หรอกว่ามันนอนแก้ผ้ากอดกูโน่นแหละ แต่ก็นะ ศักดิ์ศรีมันค้ำคอกูอยู่

“เข้าไปเรียกเอาสิ กูไปนอนต่อล่ะนะ” แคปต่อรูปประโยคให้คำโกหกดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก เมี่ยงลุกขึ้นเลย กำลังจะเดินไปหาเอสที่ห้องตามที่แคปชี้บอก

“ใครมาวะแคป เสียงดังอะไรกันน่ะ..” ปอเดินออกมาดู พอเห็นว่าเป็นใครบ้างที่นั่งหน้าสลอนอยู่ที่โซฟา เขาหันมองแคปทันที

“...........”

“...........”

“เพื่อนแฟนมึงมา?”  แคปกระโดดอุดปากคนพูดแทบไม่ทัน แต่ปอก็ยังจะพูดต่อ “เข้าไปเรียกแฟนมึงดิ” แคปถลึงตาใส่อีกรอบ ส่งเสียงกระซิบกระซาบขู่ “มึงจะพูดเสียงดังทำไมวะห๊ะไอ้ปอ ช่างแม่งเหอะให้มันเข้าไปปลุกกันเอง!”

“แต่นั่นมันห้องมึง ให้คนไม่รู้จักเข้าจะดีเรอะ?”

“ไอ้หมาปอ!” แคปตะคอกเสียงแหบ ๆ เพราะกลัวว่าพวกที่มาจะได้ยิน ลากปอไปติวกันตัวต่อตัว บอกเรื่องที่โกหกออกไป ปอพยักหน้าบอกเออๆ

“มึงเข้าห้องมึงไปเดี๋ยวกูตาม ปล่อยพวกนี้ไว้นี่แหละ กูขี้เกียจเทคแคร์เดี๋ยวไอ้เอสออกมาจัดการเพื่อนมันเองแหละ”

“แบบนั้นดีเหรอ?” ปอทำท่านึก แคปจึงพยักหน้าบอกแบบนั้นแหละดีมากๆ เขาก็เออๆจากนั้นเดินเข้าห้องไป

“มากันแล้วเหรอวะ ฮ้าวววววววว” เอสเดินโทง ๆ ออกมา เพื่อนสามคนมองกันจนตาค้าง แคปนี่อยากจะเดินเข้าไปฟาดหัวกะโหลกมันนัก บ้ารึไงเสื้อไม่ใส่ไม่ว่าแต่ไอ้ท่อนล่างแบบที่มีแค่บ๊อกเซอร์รัดๆนี่ขอเถอะมันไม่น่าดูสักนิดให้ตาย

“ไอ้เหี้ยเอส มึงแม่งอยู่ที่ไหนนอนแบบนี้ตลอดเลยรึไงวะ” เมี่ยงโพล่งขึ้นมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนเอสคงเดินเข้าไปวางมือบนหัวเล็กแล้วนั่งลงข้าง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เพราะเอสเดินเลี้ยวเข้ามาหาแคปที่ครัวคว้าเอวไว้แล้วบอกหาอะไรให้เพื่อนเขากินหน่อยเดี๋ยวแต่งตัวเสร็จจะออกมา

“เรื่องอะไรกูต้องทำ เพื่อนมึงๆจัดการเอาเองสิวะ!” แคปขยับออก แต่อีกคนก็แค่ขยับตาม

“เทคแคร์ให้หน่อยน่า มึงเป็นแฟนกูนะ”

“กูไม่ใช่แฟ-....” แคปกำลังตาเหลือกขึ้นจะด่าต่อแต่เจอเอสส่ายหัวบอกขอไว้ก่อน เดี๋ยวเอางานให้เพื่อนเสร็จทุกคนก็จะกลับเพราะงั้นหยุดทะเลาะไว้ก่อน

“แค่น้ำก็ได้ เดี๋ยวกูออกมา” เอสบอกต่อเรียบ ๆ มองหน้าแคปแกมขอร้อง คนฟังถึงกับถอนหายใจ

“ก็ได้กูจะทำให้ แต่ดูแลในฐานะเจ้าของห้องนะ ไม่ใช่ในฐานะแฟนมึง”  ไอ้ตรงคำว่าแฟนแคปเขย่งขึ้นไปพูดชิดที่ริมหูคนตัวสูงเบา ๆ เอสก็แค่จ้องหน้า

“ตามใจเหอะ” เขาว่าจบเดินไปบอกเพื่อนว่าเดี๋ยวออกมา ดูทีวีรออยู่นี่ พอเปิดทีวีให้เพื่อนเสร็จเจ้าตัวก็เดินเข้าห้องไป ทั้งชิพบุ้งและเมี่ยงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เกิดคำถามขึ้นในหัว เอสมันเดินออกมาจากห้องนั้นจริง ๆ ขณะที่เพื่อนแคปอีกคนเดินเข้าห้องอีกฝั่งทาง ไม่รู้จริง ๆ แล้วแคปมันนอนห้องไหน

“มึงว่ามันนอนห้องไหนวะ แฟนไอ้เอสน่ะ?” ชิพขยับไปกระซิบถามบุ้ง

“คำถามของมึงมีคำตอบอยู่แล้วนี่..” บุ้งหันไปตอบหน้านิ่ง แต่ชิพคิ้วขมวด

“อะไรของมึงวะ”

“ก็มันเป็นแฟนใครล่ะ  แฟนนอนห้องไหนมันก็ต้องนอนห้องนั้นนั่นแหละ..” บุ้งหันไปผลักหน้าผากเพื่อนเบาๆก่อนเหลือบมองเมี่ยงที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ขณะที่แคปซึ่งอยู่ในครัวเปิดตู้เย็นออกดูว่ามีอะไรบ้าง เขาหยิบน้ำอัดลมแบบกระป๋องเย็นเจี๊ยบออกมาสามอันวางเรียงกันไว้  โค้กสองสไปร้ท์หนึ่ง กำลังจะเดินเอาออกไปให้ เห็นเอสเดินออกมาในชุดเรียบร้อยขึ้นนิดนึงพร้อมๆกับใบงานเอกสารในมือ มันเดินไปนั่งลงข้างไอ้เพื่อนตัวเล็กๆนั่นวางมือลงที่หัวแล้วขยี้เล่นเหมือนกับหยอก แคปนี่ชะงักขาไว้แทบไม่ทัน

“มึงอย่าแดกเลยไอ้สัส!” แคปเอากระป๋องสไปร้ท์ยัดคืนใส่ตู้ตึงตัง หยิบแก้วน้ำพลาสติกสีกะดำกะด่างเทน้ำไม่เย็นที่วางอยู่นอกตู้ใส่แก้ว แล้วเอาวางไว้แม่งทั้งอย่างนั้น เขายืนมองน้ำสองกระป๋องกับอีกหนึ่งแก้ว ไม่อยากเอาไปให้พวกมันเลยนี่หว่า เซ็งสุด

“แคป น้ำได้ยังวะ” เสียงเอสเรียกมา แคปยืนกอดอกหน้ามุ่ย เตะขาโต๊ะเบา ๆ สองทีคิดว่าจะสงบสติอารมณ์ ที่ไหนได้ยิ่งเตะยิ่งขึ้น

“ของกูสไปร้ท์นะ ไม่เอาอย่างอื่น” เมี่ยงรีบหันไปบอกเอส เพราะเขาเห็นแล้วว่าแคปถือโค้กอยู่ในมือ ขณะที่คนในครัวได้ยินแค่นั้นของขึ้นๆมาเลย ฟาดกระป๋องโค้กไปให้ไอ้คนตัวสูง ๆ ที่นั่งอยู่ริมก่อนเป็นคนแรก บุ้งลุกขึ้นรับเอาแทบไม่ทัน

“เฮ้ย! มึงโยนมาทำไมวะ” ชิพเองก็แทบไม่ได้ตั้งตัวเพราะเจอสายตาแคปล๊อคเอาไว้พร้อมกับกระป๋องโค้กอันที่สองลอยมาอยู่ในมือหวุดหวิด ชิพใจหายใจคว่ำ

“อ่อนว่ะอย่ามาทำป๊อด แค่รับกระป๋องเครื่องดื่ม เพื่อนกูทุกคนโยนให้กันแบบนี้ทั้งหมด รับแม่นไม่มีใครทำหน้าตื่นตกใจหรอก ” แคปว่าจบไม่สนใจจะเดินเข้าห้องบุ้งกับชิพนี่งงแดกไปเลย ขณะที่เมี่ยงกำลังนั่งงงว่าทำไมไม่มีของตัวเอง เอสส่ายหัวกำลังจะลุกมาเอาให้เองแต่แคปดันหันกลับมาทำตาเหลือกใส่ เขาเดินกลับมายืนหน้าตู้เย็นก่อนซะงั้น

“มึงจะแดกอะไร สไปร้ท์ไม่มี” แคปถามขึ้นเสียงขุ่น ๆ แสดงออกให้รู้ว่าหงุดหงิดเต็มที่ จ้องหน้าเอสตาเขียว แหม่ ถึงขนาดจะลุกมาเอาให้มันเองเดี๋ยวเหอะมึง! เดี๋ยว เดี๋ยว

“อะ...อะไรก็ได้” เมี่ยงตอบเบา ๆ เอสเหลือบมอง เขารู้ว่าแคปตั้งใจหาเรื่องขึ้นแล้ว ขณะที่แคปมองซ้ายมองขวา แก้วน้ำที่เทไว้นั่นขว้างไปคงไม่ได้เดี๋ยวจะลำบากหกเรี่ยราดต้องเช็ดอีก เขาจึงเปลี่ยนใจใหม่คว้าเอาขวดน้ำเปล่าไม่แช่ออกมา มองหน้าเอสที่กำลังยื่นหมอนอิงส่งให้เมี่ยงกอด แล้วทุกๆอย่างก็ไปไวกว่าความคิดเมื่อแคปเขวี้ยงไอ้ขวดน้ำที่อยู่ในมือส่งให้แรง ๆ คือแรงมากจนเมี่ยงรับไว้ไม่ทันแน่ๆ ไม่ต้องมองก็รู้ว่าจะโดนกลางหน้าผากกันเลย แต่มือเอสที่เร็วมากก็คว้าจับขวดน้ำนั้นไว้ได้ฉิวเฉียดปลายจมูกของเมี่ยงพอดิบพอดี คนตัวเล็กตกใจจนแทบช็อค เมี่ยงเบียดเข้าหาเอสแบบไม่รู้ตัว

“ทำอะไรวะแคป!” เอสลุกขึ้นมาดุใส่ แคปกอดอกยืนมอง สองคนจ้องหน้ากันและกัน เอสก้าวออกไปหาเลย

“เป็นอะไร” เขาถามอย่างสงสัย แต่สายตาคือดุเอาเรื่อง แคปผลักไหล่แกร่งออกแรง ๆ จะแทรกตัวออกไปเอสกระชากแขนแค่ครั้งเดียวแคปถลาเข้ามาซุกอก

“ไอ้สัส!” แคปตะคอกลั่น เอสกอดเอวเอาไว้แล้วอุ้มเลย เสียงด่าดังลั่นห้องไปหมด จนปอรีบวิ่งออกมาดู เพื่อนสามคนของเอสมองสองคนทั้งตีทั้งฟัดกันเป็นตาเดียว

“พอๆๆๆไอ้เหี้ยเอสพอ ปล่อยเพื่อนกูลงมาบ้าเอ๊ย..” ปอวิ่งเข้ามาดึงมือเอสบอกให้ปล่อยแคปลง เขายังรัดไว้อยู่เพราะแคปดิ้นมาก ถ้าปล่อยตอนนี้มีหวังโดนหมัดมันฮุกเข้าไม่ตรงใดก็ตรงนึงแน่ ๆ

“นิ่งก่อน แล้วกูจะปล่อย” เสียงทุ้มยังคงดุใส่ แคปยิ่งน้อยใจยิ่งกว่าเดิม

“กูไม่นิ่ง! ปล่อยกูลง ไอ้สัส อย่าให้กูหลุดไปได้นะมึง กูเกลียดมึงที่สุด รู้เอาไว้!!” แคปร้องด่าจนสุดแรง ในที่สุดหลุดลงมาจากเอสได้ เขารีบวิ่งเข้าไปที่ห้องปอปิดประตูเสียงดังปัง ไม่อยากเห็นหน้าไอ้คนบ้าตัวอันตรายคนใจร้ายที่ทำเขาเจ็บตัวเขียวไปหมด ปอเองก็รีบตาม

“แฟนมึงโหดเหี้ยๆเลยไอ้เอส..” ชิพลุกขึ้นมา ทุกคนก็ลุกขึ้นมาเหมือนกัน เมี่ยงยืนหลบอยู่ด้านหลังบุ้ง

“มันดุแบบนั้นแหละ” เอสเสยผมแล้วถอนหายใจ หยิบงานบนโต๊ะออกมายื่นอีกใบส่งให้เมี่ยง

“อันนี้กูทำไว้ให้ ไว้มึงค่อยไปขยายข้อความเอาเอง”

“อือ..” เมี่ยงก้มหน้าตอบเบา ๆ เขากำลังนึกน้อยใจอย่างที่สุด ไม่รู้ว่าไอ้แคปนั่นมันมีอะไรดี ร้ายขนาดนั้น ทั้งดุทั้งโหด เอาแต่ใจ ดื้อดึง แต่เอสมันยังหลงหัวปักหัวปำได้ ชิพเอื้อมมือมาตบลงที่บ่าเรียกให้เมี่ยงสะดุ้งตื่นออกจากภวังค์ความคิด

“งั้นพวกกูไปนะ เจอกันพรุ่งนี้” บุ้งเอ่ยขึ้นตอนที่เอสเดินออกมาส่งพวกเขาทั้งหมดที่หน้าลิฟต์

“ดูแลตัวเองดีๆนะมึง เมียดุขนาดนี้กูกลัวแทนมึงจริงๆว่ะเพื่อน..” ชิพทำหน้าแหยง ๆ นึกถึงตอนที่แคปแผลงฤทธิ์แล้วเอสต้องเข้าไปกำราบ   

“มึงปราบพยศมันหน่อยดิ่วะ ปล่อยไว้แบบนี้ดีแล้วเหรอ”

“กำลังพยายามอยู่”

“เออ ก็พยายามต่อไปละกันเพื่อน..”บุ้งตบลงที่หลังเอสเบา ๆ คนถูกแซวถึงกับส่ายหัวขำๆ   

“อวยพรกูดีนักนะพวกมึง กูชอบของกูแบบนี้ ทำไงได้วะ ไปกันได้แล้วไป” ในตอนที่ประตูลิฟต์เปิดออกเอสหันไปล๊อคคอเมี่ยงมายีหัวเล่นเบา ๆ เขาคิดว่าเมี่ยงคงตกใจน่าดูเรื่องแคป แต่เดี๋ยวคงจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

“พรุ่งนี้เจอกัน” เมี่ยงพูดเบา ๆ เอสพยักหน้าให้ก่อนปล่อยวงแขนตัวเองออกแล้วส่งเพื่อนเข้าไปด้านใน เขาเดินกลับมาที่ห้องเจอปอนั่งดูทีวีอยู่ด้านนอก ที่โต๊ะหน้ามันมีซองบุหรี่วางอยู่ เอสเดินไปหยิบออกมาคาบไว้หนึ่งตัวแล้วจุดไฟ

“แคปล่ะ”เขาปล่อยควันออกมาแล้วถาม ปอเงยหน้ามอง  “มันนอนแล้ว” เอสพยักหน้ากำลังจะเดินเข้าไปหาที่ห้องของปอ แต่เจอเรียกไว้แทบไม่ทัน

“มึงจะเข้าไปห้องกูทำไมวะ”

“ก็จะไปเอาแฟนกูออกมาดิ”

“มึงบ้าไหม ไอ้แคปมันเข้าห้องมันตั้งแต่มึงออกไปส่งเพื่อนมึงแล้ว ไม่ใช่ป่านนี้หลับไปแล้วเรอะ”

“แล้วก็ไม่บอก” เอสส่ายหัว บ่นไปก็เปลี่ยนทิศทางเดินไป

“ห้องล๊อค..” เอสหันบอกปอ ใช้สายตาบอกให้เอากุญแจสำรองมาเปิดออกให้ ปอเลยต้องลุกออกมาจากหน้าจอเกมส์

“วุ่นจริงจริ๊งพวกมึงสองตัวแม่ง..” เขาเดินเข้าไปเอากุญแจสำรองออกมาจากห้องแล้วไขกุญแจให้ เอสตบบ่าบอกขอบใจขณะที่ปอบ่นพึมพำ

“มึงหาเรื่องใส่ตัวเอง  ง้อให้ได้ก็แล้วกัน..”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-05-2015 12:48:11 โดย coffeeQbread »

ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #893 เมื่อ17-05-2015 21:24:04 »


https://www.youtube.com/v/1AsjxJ2uFlw


เอสเดินเข้าห้องไปแล้วไม่ได้ยินคำบ่นพึมพำของปอหรอก เขายืนสูบบุหรี่มองก้อนผ้าห่มที่นอนม้วนแน่นิ่งหลับเป็นตายอยู่กลางเตียงกว้าง  พอเห็นว่าแคปแอบลืมตาขึ้นมามองเขาแล้วรีบหลับปี๋ลงไปใหม่ เอสนี่ถึงกับขำ คีบบุหรี่ที่เหลือกว่าครึ่งมวนไว้ในมือก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียงแล้วกระชากผ้าห่มนวมผืนโตออก

“ตายรึยัง”

“อ่ะ อย่ามายุ่งกับกูนะ!” แคปดึงผ้าคืนไว้แทบไม่ทัน มองหน้าเอสตาเขียว ควันบุหรี่คลุ้งเต็มห้อง แต่ไอ้คนที่ยืนบนเตียงสูบยังไม่รู้สึกรู้สา

“ไอ้สัส ออกไปสูบที่หลังระเบียงเลย ห้องกูเหม็นหมดแล้วเหี้ย!” แคปแว๊ดด่า เอสคาบมวนบุหรี่ใส่ปากคุกเข่าลงแล้วกระชากผ้าห่มอีกครั้งเหวี่ยงทิ้งลงที่พื้น แคปกำลังจะลุกขึ้นมาด่าเจอเอสคว้าจับข้อเท้าสองข้าง กางออกก่อนที่เขาจะแทรกตัวเข้าไปที่หว่างขาเล็ก

“มึงจะทำบ้าอะไรห๊ะ! ปล่อยกูสิโว๊ย ไอ้โรคจิต!” แคปร้องจนเสียงหลงดิ้นพล่านจนเอสแทบเอาไม่อยู่ เขารวบสองมือเล็กได้สำเร็จก่อนโน้มตัวทับลงไป เหมือนท่าที่เคยเอากันมาก่อนไม่มีผิด แคปทั้งทุบทั้งตีก่อนที่เอสจะละมือออกมาคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วล๊อคคอแคปดึงขึ้นมาบดเบียดริมฝีปากร้อนลงไป

“อ่ะ แค่กๆๆ ไอ้สัส มึงมันบ้าไปแล้วใช่ไหมห๊ะ!”  ยิ่งเห็นแคปดิ้นต่อต้านเขายิ่งชอบ บี้บุหรี่ที่เหลือเข้าที่จานเขี่ยหัวเตียง ดึงคนดื้อดึงเข้ามากอดไม่สนใจว่าจะโดนหมัดโดนถีบขนาดไหน รู้แต่ว่าตอนนี้ปลายจมูกโด่งซุกลงปล้ำจูบเรียบร้อยแล้ว

“อื้ออออออ อย่าทำ! ไอ้เหี้ยเอสมึง อ่ะ ไม่เอา!! ตรงนั้นอย่าทำ อ๊ากกกกกก กูเจ็บ!!” แคปทั้งดิ้นทั้งด่า สุดท้ายเจอเอสกัดที่ต้นคอแรง ๆ แคปร้องขึ้นเสียงหลง  คนทำหัวเราะหึหึชอบใจ ซุกปลายจมูกสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆจากเนื้อตัวคนในอ้อมกอดจนพอใจก่อนเงยหน้าขึ้นมาจ้องคนใต้ร่าง

“กัดกูทำไมไอ้เชี่ย! ปล่อยกูนะ!” แคปถีบขาพัลวัลจะให้เอสหลุดออกจากหว่างขาตัวเองให้ได้ แต่นั่นยิ่งแล้วใหญ่เมื่อยิ่งดิ้นยิ่งโดนทับจนแน่น หนักไปทั้งตัว

“ปล่อยกู!” แคปตะคอกขึ้นอีก เอสละมือออกมาบีบกรามเล็กจนแคปปากจู๋

“อู๊ววววววววววววววววววว” แคปร้องโวยยาว ใกล้จะหมดฤทธิ์เต็มที

“โกรธกูเรื่องอะไรวะแคป มึงแกล้งเพื่อนกูทำไมถามจริง ๆ”

“กูไม่บอก!” แคปสะบัดหน้าจนหลุดจากการกอบกุม ตะคอกขึ้นอย่างดัง

“ไม่บอกแล้วจะง้อถูกไหมล่ะวะ โกรธเรื่องอะไรต้องบอกกูดิ  กูจะได้รู้ว่าทำอะไรผิด ต่อไปก็จะได้ไม่ทำอีก เห็นไหมถ้ามึงบอกกูดี ๆ มันจะมีแต่เรื่องที่ดี ๆ เกิดขึ้นต่อไปนะ”

“ไม่ต้องมากล่อมให้กูบอก กูไม่ใช่เด็กๆ” แคปว่าตาแข็งกร้าว เอสนี่ยอมใจเลย ดื้อดึงที่สุด

“มึงไม่ใช่เด็กแล้วจริงดิ แต่พฤติกรรมนี่ยิ่งกว่าเด็กอีกนะ”

“.............” แคปกัดปากแน่นจนสั่น เขาไม่ยอมบอกและไม่ยอมตอบ ก็รู้อยู่หรอกว่าตัวเองทำไม่ดี แต่ตอนนั้นมันโมโหนี่หว่า ช่วยไม่ได้เหอะ ถ้าทนไม่ได้รับไม่ได้มันจะได้เลิกตอแยออกจากชีวิตเขาไปได้สักที

“ว่าไง บอกกูได้รึยังโกรธเรื่องอะไร”

“.......อึกก.......” แคปเงียบอีก ส่ายหัวแล้วหันหน้าไปทางอื่น มือหนายกขึ้นจะลูบแก้มเนียนนั้นเบาๆ แต่เจอแคปเอียงคอหลบ เขาตัดสินใจจับคนตัวเล็กกว่าลุกขึ้นนั่งคุยกันดี ๆ

“หิวไหม เดี๋ยวออกไปหาอะไรกิน”

“ไม่ไป!” แคปตอบขึ้น ปัดมือเอสที่จะยื่นเข้ามาเกลี่ยผมออกจากหน้าให้ เขาเสยผมตัวเองขึ้นแบบลวกๆแทน ช่างดิ สนใจตรงไหนปล่อยให้มันกระเซอะกระเซิงไปเหอะ เสียงท้องแคปร้องบิดตัวดังมาก

“แต่มันสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว กระเพาะเล็กๆของมึงเนี่ยร้องโครกออกมายังจะบอกว่าไม่หิวได้อีกนะ

“แต่กูไม่หิวอ่ะ ท้องมันร้องบอกง่วงนอนกูฟังออกเหอะ”

“แคป กูเชื่อมึงเลย” เอสชักจะหมดความอดทนเข้าไปทุกที

“.............”

“นี่ กูบอกอะไรดีๆให้มึงรู้อย่างนึง  ยิ่งมึงดื้อมากเท่าไหร่กูยิ่งอยากเอามึงมากเท่านั้น ถ้าไม่อยากถูกกูกด ว่าง่ายๆห้ามดื้อ”

“กูเชื่อมึงตายล่ะ!” แคปแว๊ดขึ้นมา  “คำพูดโง่ ๆ เก็บไว้หลอกคนโง่ ๆ เถอะไอ้ควาย!”

พลั่ก!

“ไอ้สัส! ผลักกูทำเชี่ยมึงเหรอ ปล่อยสิว่ะ บ้าเอ๊ย!  ปล่อยย!!”

“เออดิ้นต่อไปกูชอบนักพยศแบบนี้..” เอสกดไหล่เล็กลงจนจมเตียง เขาโดดขึ้นคร่อมโถมน้ำหนักจนเต็มตัว สายตาคมกริบกับน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ

“ปล่อยกูนะ! ปล่อยกู!! ไม่เอา!!!”

“เลิกดิ้นแล้วจะปล่อย!”

“ปล่อยกู!”

“แคป!!”

“อื้อออออ  ยอมแล้วๆๆๆ กูยอมแล้ว ปล่อย! ไม่ดิ้นแล้วก็ได้ปล่อยกูเลย สัส กูหนัก!!” แคปยังไม่ยอมในตอนแรก ทว่าในที่สุดทำอะไรไม่ได้แล้วเสียงเล็กจึงว่าขึ้นอย่างขัดใจ เมื่อเขาหยุดดิ้นแล้วจริง ๆ เอสจึงยอมปล่อยร่างเล็กออกเหมือนกัน เขาละลำตัวออกมา สองคนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วนั่งมองหน้ากัน แคปตัวสั่นนิดๆจนเอสจับสังเกตได้ รู้ว่ารุนแรงเกินไป แต่ช่วยไม่ได้คนที่ดื้อหนักขนาดนี้ถ้าเขาไม่กำราบแรง ๆ ปราบไม่ได้แน่นอน

“ลุกไปเปลี่ยนผ้าไป เดี๋ยวออกไปกินข้าวกัน”

“..........”

“แคป”

“...........” แคปลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้เดินย่ำเท้าปังๆไปเปิดตู้ผ้าคว้าเอาผ้าเช็ดตัวออกมา เอสลุกขึ้นมาดึงเอวเล็กรั้งมานั่งลงที่ตัก เขาสอดมือกอดเอวแคปไว้ พยายามจะพูดอย่างใจเย็น

“ทำหน้าดีๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเจอกูอาบให้แล้วเรื่องยาวนะบอกให้รู้”

“...........”

“เอียงหลบแบบนั้น จะให้กูหอมคอ?”

“ไอ้ตัวโรคจิต!” แคปหันไปทำตาเหลือกใส่ก่อนกระทืบปังลงที่เท้าคนตัวใหญ่อย่างแรง เขาลุกขึ้นวิ่งเลี้ยวเข้าห้องน้ำอย่างไวแบบไม่ต้องรอ ล๊อคทุกอย่างเสียงดัง เอสมองดูแล้วขำนิดๆกับท่าทางขึงขังแต่ไร้เดียงสาเหลือเกิน  ตลอดทั้งอาทิตย์นั้นเขาทั้งคู่ก็ยังคงตีกันด่ากันเถียงกันและสุดท้ายก็จบลงที่เอสมาค้างที่ห้องแคปแทบทุกวัน มันบ่อยมากจนคืนนึงในขณะที่นั่งทำการบ้านกันอยู่ เอสซึ่งนั่งอยู่ที่พื้นทำงานอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ถูกกางเอาไว้ข้างเตียง เขาเงยหน้ามองแคปที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำการบ้านของตัวเองเช่นกัน

“แคป มึงเลือกโต๊ะให้กูหน่อยสิวะ..” เอสเดินเข้าไปหา ยื่นไอแพดบอกให้แคปเลือกแบบโต๊ะทำงานให้หน่อย แคปหันมามองรูปแล้วก็งง

“โต๊ะอะไรของมึง” ใบหน้าเล็กในกรอบแว่นใสๆเงยถาม

“ตัวนี้ดีไหม สวยดีเหมือนกัน ถ้ามึงชอบกูกดซื้อเลยนะ”

“มึงพูดอะไรวะไอ้เอส จะเอามาทำไมอ่ะ มึงจะซื้อไปวางไว้ที่ไหน ห้องมึงเรอะหรือว่าบ้านมึง”

“เหอะน่า มึงชอบป่ะล่ะ”

“มันก็ดูดีอยู่หรอกแต่กูอยากรู้ว่ามึงจะซื้อไปวางไว้ที่ไหน อย่าบอกนะว่า....” แคปเบนสายตาไปที่โต๊ะตัวเล็กของมัน

“จริงดิ?!” แคปถลึงตาใส่ เอสพยักหน้าบอกจริง มึงคิดถูกต้องแล้ว แคปถอดแว่นวางลงที่โต๊ะอย่างดังปกติไม่ใส่หรอก ทำงานเท่านั้นถึงจะใส่

“กูก็บอกแล้วว่าให้มึงกลับไปนอนห้องตัวเอง ที่นี่มันก็มีแต่โต๊ะเล็กๆแบบนี้สิวะ ห้องมึงทั้งใหญ่ทั้งหรูหรา บ้ารึไงมาทนนอนอยู่ที่นี่เนี่ย”

“ตกลงเอาตัวนี้ล่ะนะ..” เอสยื่นให้ดูอีกครั้งแคปถึงกับส่ายหัว พอมองดีๆเห็นราคาค่าตัวมันเท่านั้นเขานี่แทบจะแหกตาดูใหม่

“อะไรของมึง! โต๊ะเหี้ยไรแพงขนาดนี้” แคปขยี้ตาดูเลยจริง ๆ เลื่อนดูแล้วดูอีก กลัวว่าราคามันจะผิดช่องปรากฏว่ามีแต่ของแพง ๆ ทั้งนั้น กำลังเงยหน้าจะอ้าปากด่าไปอีก เอสก้มหัวลงมาจูบเบา ๆ ลงที่มุมปากเล็กหนึ่งที่ แคปฟาดผั๊วะลงด้วยความไว เฉียดแก้มมันไปนิดเดียว เอสทำหน้างอๆเดินกลับไปนั่งทำงานอยู่ที่พื้นข้างเตียงเหมือนเดิม  หลังจากนั้นแค่วันเดียวรุ่งขึ้นโต๊ะตัวใหม่ไฉไลสมราคาก็มาส่งจนถึงหน้าประตูห้อง กว่าจะจัดของทุกอย่างลงตัว ไม่ใช่ฝีมือใครที่ไหน ปอโดนแคปลากให้มาจัดการให้ ตอนแรกแคปบอกให้เอาวางไว้หน้าทีวีแต่เอสมันไม่ยอมลากเข้าไปวางไว้ถึงด้านในข้าง ๆ โต๊ะหนังสือเก่าของแคป

“โห มึงกะมาอยู่กินกับเพื่อนกูไปจนจบเลยหรือไงวะ..” ปอแซว เขาเคลียร์ทุกอย่างให้จนเสร็จกำลังจะเดินออกไปเรียกแคปที่นอนดูการ์ตูนเข้ามาดูสภาพใหม่ในห้องตัวเอง เอสก็แค่หัวเราะเบา ๆ ตบไหล่บอกขอบคุณ และแล้วหลังจากคืนวันศุกร์ผ่านพ้นไป ช่วงสายๆของวันเสาร์ พวกเขาสามคนนั่งกินอาหารเช้าเบาๆอยู่ด้วยกัน

“แล้วมึงจะกลับมาวันไหน..” แคปจะกลับบ้าน ปอเลยถามขึ้น ส่วนเอสรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เขาเองก็ถูกตามเข้าประชุมเช้าวันอาทิตย์เหมือนกัน

“พรุ่งนี้ดึกๆ” แคปตอบ

“ค้างคืนเดียว เฮียโก้จะไม่โวยเหรอวะ”

“ทำไงได้มีเรียนเช้าวันจันทร์เลยนี่หว่า กลัวตื่นไม่ทันบ้านกูอยู่ตั้งไกล”

“แล้วเอาไงล่ะ กินเสร็จแล้วไปเลยดิ?”

“อือ เดี๋ยวกูจะออกไปเลย”

“แล้วมึงล่ะวะ เอาไง” ปอถามคนข้าง ๆ แคปดูมันก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจอะไร

“อือ กลับเหมือนกัน”

“เออดีกูเฝ้าห้อง สบายเลยเดี๋ยวจะเล่นเกมส์ดึกๆไม่มีใครกวน”

“โหยไอ้หมาปอ ถึงกูอยู่กูไม่เคยกวนมึงหรอก มึงจะเล่นถึงเช้ากูยังไม่เคยว่าเลยเหอะ มีแต่มึงไปลากกูออกมาเล่นเป็นเพื่อนตลอด”

“แล้วพักหลังกูได้เข้าไปลากไหมเล่า อย่ามาพูดเหอะมึงนอนอยู่กับมันตลอดแค่เฉียดกรายหน้าประตูกูยังไม่กล้าเลย”

“ทำไม” แคปถามสวนขึ้นทันที ปอไม่กล้าสบสายตา

“ก็...ก็ กูอายแทนมึงนี่หว่า”

“ไอ้สัสปอ ปากหมานะมึง” แคปร้องด่าทำท่าจะใช้ส้อมจิ้มใส่ ปอรีบยกมือบอกกลัวแล้วพูดเล่น เอสถึงกับส่ายหัวขำ แคปกับเอสกินข้าวกินน้ำจนเสร็จเอาจานไปวางเก็บก่อนเข้าไปหยิบกระเป๋าสะพายส่วนตัวในห้องออกมาแล้วเดินไปสวมรองเท้ากีฬาคู่โปรด แคปคว้าเอากุญแจรถ

“พรุ่งนี้กูกลับ...ไปนะ” แคปพยักหน้าบอก ปอโบกมือบอกโอเคมาจากหลังเคาน์เตอร์ รอลิฟต์ไม่นานเรียกปุ๊ปทำไมลงมาเร็วจัง

“วันนี้รู้สึกดีว่ะ...เมียจะไปส่งกลับบ้าน หึหึ..” เอสกอดอกยืนผิวปากทำหน้าอารมณ์ดียั่ว เขามองแคปด้วยสายตาขี้เล่น สแกนเมียตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ ขณะที่แคปนี่ข่มกรามข่มใจ กัดฟันข่มความรู้สึกประทุทุกๆอย่าง ปล่อยให้มันพูดไปสิ! เมื่อคืนตอนที่คุยกันว่าต่างคนต่างกลับ แต่ไอ้ตัวอันตรายมันจะยอมง่ายๆก็คงไม่ใช่ มีข้อแม้โน่นนี่นั่นเต็มไปหมด จะตามกลับบ้านบ้างล่ะ จะไปส่งเองบ้างล่ะ ขอไปรับบ้างล่ะ  สิ่งที่มันขอเอาจนแคปขยาดไปสามตลบ ต่อรองไปๆมาๆกลายเป็นว่าแคปต้องพามันไปแดกอาหารกลางวันที่ร้าน EXXX ซึ่งอยู่ที่ชั้นสี่ของห้างดังปิดท้ายด้วยไปส่งมันที่บ้าน ตอนแรกนึกเหรอว่าแคปจะยอม แต่เมื่อเทียบกับข้อเสนอที่ว่ามันจะปล่อยให้เขากลับดีๆไม่โทรกวนไม่ตอแย ไม่แวะไปกวน เจอกันอีกทีก็วันจันทร์ แคปเลยตอบตกลง

“ปากหมา” แคปพึมพำ เบนสายตาทำท่าว่าไม่ได้ด่ามัน

“ว่าใครปากหมา”

“เปล่า มึงจะรับเอาไหมล่ะ”

“หึ..” เอสไหวไหล่ แคปหันมอง “แล้วใครกันที่จูบปากกับกูอยู่เลยเมื่อคืน ไม่ใช่ว่ากูติดเชื้อไวรัสปากหมามาจากมึงหรอกนะ”

“ไอ้สัสเอ๊ย!” แคปถลึงตาส่งเสียงรอดไรฟันออกมาด่า เอสส่ายหัวยิ้ม ขอสแกนคนยืนทำหน้าหงุดหงิดใหม่อีกที วันนี้แคปมันแต่งตัวหล่อมากนะ ดูเท่ดีขาวดำเทา สองสามสีที่มันชอบ เสื้อผ้าในตู้มีอยู่แค่โทนนี้

“มองทำไม อยากโดนไหมเนี่ยอ่ะ” แคปเลิกคิ้วสูง ยกเท้าขึ้นใส่แบบกวน ๆ เอสเตะขาโต้ตอบอย่างเร็วเช่นกัน

“เล่นแรงนะมึง” แคปด่า เพราะว่าโดนเข้าจัง ๆ คิ้วเล็กขมวดติดกันจนมุ่น เอสเห็นแล้วก็นึกขำ

“ให้เตะคืนอ่ะ..” เขาพยักหน้าบอกแคปเตะเลย ตรงไหนก็ได้วันนี้ให้เตะฟรีๆ แคปหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ ถ้าหลงกลเตะมันเข้าล่ะก็เขาจะต้องโดนคว้าเข้าไปจูบแน่ ๆ เพราะงั้นอย่าได้ฝัน

“กูไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่า เมื่อคืนเก็บแต้มจนอิ่มแล้ว..” เอสยั่วโมโหไปอีกสิ แคปยิ่งขึ้นหนักเลยทีนี้ ชี้หน้าด่าเลย

“ไอ้คนชั่ว เลวมากๆ โรคจิต!! มึงก็แค่ได้จูบอย่ามาพูดว่าตัวเองเหมือนได้เอากูหน่อยเลย”

“โหยพูดแบบนี้อยากลากไปกดเลยว่ะ ในนี้หรือในรถก็ไม่เลวหรอกมึงท้าทายกูเองด้วยนะแคป”

“อย่ามายุ่งกับกูนะ ไอ้ตัวอันตราย” ลิฟต์เปิดออกพอดีแคปรีบวิ่งออกมาเลย ขณะที่เอสส่ายหัวแล้วก็ขำต่อ

“กุญแจอยู่นี่ มึงหาอะไรน่ะ” แคปที่กำลังล้วงกระเป๋าสะพายค้นหากุญแจถึงกับเงยหน้ามอง เอสโชว์พวงกุญแจห้อยต่องแต่งให้เขาดู

“อ่ะ! มึงเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่” แคปถามหน้าตื่น ๆ

“กูขับให้” เอสเดินไปจับไหล่แคปบอกให้ไปฝั่งคนนั่ง เขาจะขับให้เอง แต่แคปบอกไม่เอาเดี๋ยวขับเอง

“จะขับให้กูนั่งรึไง”

“...........”

“เอาไง”

“เอองั้นมึงขับ แต่ตอนกลับกูขับเอง”

“แน่นอนอยู่แล้วเพราะมึงต้องไปส่งกู”

“พูดมากจริง ขึ้นไปขับได้แล้ว”

“รถแต่งสวยนี่หว่าเพิ่งเคยได้นั่ง นึกว่าจะสวยแต่ด้านนอก” เอสหักเลี้ยวออกจากที่จอดแรงมากๆ จนท้ายปัดเสียงเบียดล้อกับพื้นถนนดังสนั่น  แคปหันมองตาเขียว “ทำบ้าอะไรของมึงวะห๊ะ”

“ลองเครื่องนิดนึง แรงน่าดู..”

“ไอ้สัส น้ายามมองมึงตาเขียวแล้วเห็นไหมห๊ะ!” เอสก็แค่หัวเราะ  “ได้ข่าวว่ามึงโดนหักค่าขนมด้วยนี่”

“มึงไม่มีสิทธิ์มาพูดเรื่องชวนเจ็บปวดกับกูหรอก” แคปเหลือบมองไอ้คนขับ ว่าแต่มันรู้ได้ยังไงวะ

“หึหึ มึงคิดว่าใครเป็นพี่รหัสกูล่ะ..” เสียงทุ้มบอกออกมาราวกับรู้ความนึกคิดของอีกคน แคปฟังแล้วถึงกับส่ายหัว สองคนนั่งต่อปากกันไปจนถึงเกือบถึงห้าง รถจอดตัวลงตอนเที่ยงเศษๆโทรศัพท์เอสสั่นและดังเข้ามา เขาล้วงขึ้นมากดรับตอนที่ลงจากรถเดินอ้อมมาหาแคป  ทำท่าจะกอดเอวพาเดินเข้าไป แคปรีบก้าวหลบแทบไม่ทันหันไปมองมันตาเขียว แต่เจอมึงใหญ่ดึงเข้ามาให้เดินไปด้วยกัน

“เมื่อวานกูสอดไว้ที่แฟ้มบนโต๊ะมึงนะเมี่ยง” เอสกรอกเสียงลงในสาย ทางนั้นพูดอะไรมาสักอย่างไม่รู้

(...........)

“วางอยู่ตรงนั้นแหละ แฟ้มสีขาวไม่ใช่มึงเอาไปวางไว้ที่อื่นเหรอวะ หาดูดีๆที่หัวเตียงไหมตอนมึงบอกง่วงนอนมึงถือแฟ้มนั้นขึ้นเตียงไปอ่านด้วยนะ”

(.........)

“ไม่เป็นไรเห็นก็ดีแล้ว”

(………)

“กำลังจะกลับบ้าน”

(...........)

“จะเอาอะไรล่ะ ขนมเหรอวะ เดี๋ยวบอกป้าจันทร์ทำให้ พรุ่งนี้มึงมาเอาเองนะ”

(............)

“แบบนั้นก็ได้ งั้นเดี๋ยวเย็นๆกูแวะเอาเข้าไปให้”

(............)

“เดี๋ยวนะแป๊ปนึง..” เอสละสายจากเมี่ยงไว้ เขาหันมาถามแคปว่าพรุ่งนี้จะกลับมาถึงห้องกี่โมง แต่แคปส่ายหัวไม่ยอมตอบ เอสเลยเอื้อมมือมากอดคอล๊อคเข้ามาถามใหม่อีกครั้ง

“กี่โมงแคป” แคปหันไปมองหน้าตาเขียวก่อนบอกออกมาอย่างดังแล้วผลักออกแรงๆ “ดึกๆไอ้สัส!” เอสเหลือบมองคนตอบที่ตอนนี้ไปเดินห่างกันเป็นวาก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นมาพูดกรอกลงไปอีก

“โอเคเดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นไปกินข้าวกัน มึงบอกไอ้ชิพกับไอ้บุ้งไว้ไปเจอกันที่ร้านเดิม”

(..............)

“ใช่เดี๋ยวกูไปรับมึงเอง บอกพวกมันว่าไปเจอกันที่นั่นเลย”

(...........)

“แค่นี้ก่อน กูพาแคปมากินข้าว ไว้ค่อยเจอกัน..”

“เป็นอะไร” เอสเดินเข้ามาหาใกล้ ๆ ถึงบันไดเลื่อนพอดีแต่แคปทำท่าจะเดินต่อไปอีก “กูจะขึ้นลิฟต์”


ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #894 เมื่อ17-05-2015 21:24:28 »


https://www.youtube.com/v/1AsjxJ2uFlw


“เป็นอะไร” เอสเดินเข้ามาหาใกล้ ๆ ถึงบันไดเลื่อนพอดีแต่แคปทำท่าจะเดินต่อไปอีก “กูจะขึ้นลิฟต์”

“ไม่เอา ขึ้นบันไดนี่แหละ” เอสคว้าเอวหมับพาเลี้ยวขึ้นบันไดเลย สองคนเดินมุ่งไปจนถึงชั้นที่ต้องการ ร้านอาหารทำไมหรูมากแคปเคยเห็นแต่ภายนอกพอเข้าไปด้านใน เขารีบหยุดชะงักแล้วหันมองคนข้างๆทันที

“ไอ้สัส มึงจะแดกที่นี่จริงเหรอวะ?” แคปกระซิบๆ เอสพยักหน้าแล้วแทรกตัวเดินนำ จับมือแคปลากให้เดินตาม พนักงานที่นำพวกเขาไปนอบน้อมมากเธอแต่งชุดไทยประยุกต์สวยงามผายมือเชิญสองคนเข้าไปที่ห้องด้านในลึกเข้าไปอีก

“นั่งดิ..” เอสจับแคปกดไหล่ลงให้นั่ง โต๊ะถูกเซทไว้เรียบร้อยรอแต่อาหาร

“อะไรของมึงวะ เว่อร์ฉิบหาย รีบกินรีบเสร็จไม่ได้หรือไง   อ้าว แล้วมานั่งข้างกูทำไมเนี่ย ไปนั่งด้านโน้นมึงอ่ะ”

“เหอะน่า  กินต้มยำกุ้งไหม มึงชอบรึเปล่า..” พนักงานเข้ามารับออเดอร์อย่างสุภาพ  เอสแค่พยักหน้าบอกให้จัดมาสไตล์เดิม พอเธอเดินออกไปแคปจึงหันมอง กำลังจะอ้าปากถามแต่เจอเอสเอานิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปากเขาไว้ก่อน แคปรีบปัดออกทำหน้าดุ

“อาหารไทยที่นี่อร่อย ลองกินดูถ้าชอบเดี๋ยววันหลังพามาอีก”

“กูคงจะมากับมึงหรอกนะ..” แคปกัดฟันประชด มองบรรยากาศรอบข้างหรูหราเลิศมาก  ขณะที่อีกคนก็แค่อมยิ้มจับแก้วทรงสูงเข้ามารินไวน์ขาวลงไปค่อนแก้ว เขายื่นส่งให้แคป

“เว่อร์ชะมัด” แคปว่าหน้ามุ่ย คว้าแก้วมากระแทกลงที่โต๊ะแรง ๆ

“ก็เดทกับมึงครั้งแรกนี่ พามาที่ง่ายๆแล้วนะบอกให้รู้เลย”

“อย่าพูดอะไรชวนอ้วก กูกำลังหิวข้าวเดี๋ยวจะพาลกินไม่ลง” จบคำพูดแคปเอสคว้าหมับเข้าที่ต้นคอเล็ก แคปสะดุ้งเฮือก

“ทำบ้าอะไรของมึงวะ!”แคปว่าหน้าตื่นๆ ฝืนคอตัวเองไว้จนตัวสั่น ไอ้บ้าเอสแม่งชั่วมาก

“มึงดูคนซะก่อน คิดจะทำอะไรหัดมองดูรอบข้างด้วย ไอ้โรคจิตเอ๊ย..” แคปด่าเสร็จต้องแปลกใจนิดๆ เพราะรอบข้างไม่มีใครเลยสักคน โต๊ะทุกโต๊ะในห้องนี้ว่างเปล่าไม่มีการจัดให้รู้ว่าถูกเตรียมไว้สำหรับแขกที่จะเข้ามา คือดูง่ายๆก็รู้แล้วว่าห้องนี้ถูกเหมาจองไว้ก่อนหน้านี้

“มีที่ไหนโต๊ะอื่น วันนี้มาเดทกับมึงกูเหมาหมดเลยสิทั้งห้องนี่แหละ”

“มึงประสาทดีอยู่ไหมหนิห๊ะกูถามจริงๆ พวกเราเป็นนักเรียนอยู่นะเว้ย มึงจะแดกล้างแดกผลาญไปถึงไหน กินหรูอยู่คุณชายแบบนี้กูว่าพ่อแม่มึงจนตายเลยคอยดู”

“หึหึ..” เอสถึงกับพ่นขำ  เขาเอียงแก้วไวน์ ให้น้ำสีใสๆไหลกลิ้งอยู่ภายในแก้วเล่นจนพอใจ ก่อนค่อยๆละเลียดจิบราวกับว่ากินดื่มแบบนี้บ่อยซะจนเคยชิน

“มึงอย่ามาทำหน้าสบายใจแบบนั้น กูบอกให้รู้เลยนะกูไม่ปลื้มคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัว คนเรามันต้องรู้จักประหยัดสิวะ ถึงมึงจะมีเยอะแค่ไหน แต่ถ้ามึงใช้เก่งแบบนี้วันนึงมึงก็ต้องหมดได้เหมือนกันรู้รึเปล่า อย่าต้องให้สอน ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวที่เราจะมากินที่นี่กัน ต่อไปกูจะพามึงกินข้าวข้างทางมื้อละสี่สิบบาทนั่นแหละ กูจะไม่มากับมึงอีกแล้วบอกให้รู้ไว้เลย”

“ทำไมมึงดุจังวะเมีย..” เอสยังคงยิ้มต่อ ถ้าแคปจะสังเกตสักหน่อย เขาคงจะเห็นความแตกต่างของรอยยิ้ม เพราะทันทีที่แคปพูดจบประโยคมันทำให้เอสพอใจเป็นอย่างมาก คนที่ไม่เห็นแก่เงินงั้นเรอะ? หึ เจอของดีเข้าแล้วจริงๆ

“ไอ้สัสเอส มึงอย่ามาเรียกกูด้วยคำนี้แถวนี้นะ!” แคปมองซ้ายมองขวาถลึงตาดุใส่ 


“หึหึ..” ขณะที่เสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ของคนที่นั่งจิบไวน์ทำหน้าตาสบายอกสบายใจไม่ได้รู้สึกสักนิดว่ากำลังโดนด่าอยู่ ทำเอาแคปนี่อยากตบกะโหลกมันให้คว่ำคาโต๊ะนัก

“กินนี่สิ..” เอสยื่นแก้วไวน์ส่งให้ พยักหน้าบอกให้ชิม แคปดึงเอาแก้วมาแล้วจับซดอึกๆๆตัดรำคาญ ไม่มีการละเลียดใดๆทั้งนั้น รีบกินรีบเสร็จ เขาเหลือบตามองดูเมื่อไหร่อาหารจะมาวะเนี่ย หิวจนหน้ามืดแล้ว

“กินยังไงของมึงวะ เลอะเทอะเป็นเด็กๆไปได้..” มือใหญ่ยืนมาเช็ดที่มุมปากออกให้ แคปรีบหลบ ทำหน้ามุ่ยๆเอสหมั่นเขี้ยวกับคำพูดเมื่อกี้ของมันไม่หายขอคว้าคอเข้ามาจุ๊บเบา ๆ ลงที่มุมปากหน่อยนึงเถอะ แคปก็ดิ้นเลยสิ ทุบผั๊วะเสียงดังแล้วผลักออกมองคนที่นั่งหัวเราะตาเขียว พอเอสทำท่าจะจูบอีกแคปเลยชี้หน้าไว้บอกอย่าทำ อาหารมาเสิร์ฟลงพอดี พนักงานให้เวลาพวกเขาเป็นส่วนตัวมากๆไม่มีใครเดินเข้ามาอีกเลย กระทั่งตอนสุดท้ายที่ควรจะเรียกเก็บตังค์แต่เอสก็แค่พาแคปเดินออกไปเสียเฉยๆโดยมีพนักงานเดินออกไปส่งที่หน้าทางเข้าร้านอย่างสุภาพ

“เดี๋ยวก่อน แวะร้านนี้หน่อยแคป..” สองคนเดินผ่านร้านขายพวกอุปกรณ์เฮฟวี่เมทัลแบบที่ผู้ชายชอบเข้า เอสเรียกแคปบอกให้แวะก่อน

“อะไรของมึงนักหนาวะ”

“เหอะน่า แป๊ปเดียว” พอเดินเข้ามาแคปก็มองๆไอ้บรรดาเชือดหนังรัดข้อมือยี่ห้อต่าง ๆ มีดพก ไฟแช็ค จิวหูแบบเท่ๆพวงกุญแจเหล็ก โซ่เงินแขวนกระเป๋า แหวน สร้อย เครื่องประดับสไตล์เมทัล สารพัดบรรดาสินค้าที่น่าสนใจ แคปก็แค่เดินดู ในขณะที่เอสมุ่งเข้าไปที่ตู้โชว์ด้านใน มองเห็นสิ่งที่เขาต้องการวางอยู่สองคู่ เขาเดินไปเรียกแคปมาดูด้วยกัน

“สวยป่ะ มึงชอบไหม” เอสพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน แคปมองไอ้สิ่งที่วางอยู่บนขนแกะในตู้กระจกแล้วมองหน้าเอสอย่างงงๆ

“หรือว่าจะเอาแบบเบสิคก็ได้ แต่แบบนั้นแขนมึงอาจจะเป็นรอยนะ อันนี้แพงหน่อยแต่มันมีขนแกะสีชมพูหุ้มรอบวง เวลาใส่ก็จะไม่เจ็บแขนไง หรือว่าจะเอาเป็นสายหนัง แต่กูกลัวมันจะขาดแรงมึงน้อยซะที่ไหน”

“หมายความว่ายังไง มึงจะซื้อเรอะ” แคปถามขึ้นเสียงสั่นๆ หน้าเน้อเย็นเฉียบไปหมด

“มึงว่าไงล่ะ บางทีกูก็เหนื่อยนะเวลามึงดิ้นมากๆน่ะ แสบเอาไม่อยู่”

“ซื้อหัวมึงสิ ไอ้โรคจิต!!” แคปสบถจบเดินจ้ำพรวดๆๆออกมาไม่สนใจเลย บ้าฉิบมันคิดอะไรพาไปดูกุญแจมือ ทุเรศว่ะแม่ง กูนี่สิจะใช้กุญแจนั่นกับมึง บ้าบอ โฮ้ยยยยยยยยย แคปหงุดหงิดสุดๆ ยิ่งพอหันไปมองไอ้คนที่กำลังเดินตีคู่เข้ามาแล้วเขายิ่งโมโห แน่นอนว่าเขาโดนมันแกล้งน่ะแหละ 

“ล้อเล่นหรอกน่า ไปไหนกันต่อดี มึงอยากได้อะไรไหม”

“ไม่ไปแล้วกูจะกลับ มึงอย่ามาเรื่องมากกูยอมมาด้วยตามสัญญาเพราะงั้นมึงก็ต้องรักษาเวลาหน่อย”

“อะไรกันเพิ่งบ่ายโมงกว่าๆเอง”

“จะบ่ายสองแล้วต่างหาก ก็เพราะใครกันล่ะ นั่งจิบไวน์ทำท่าเป็นลูกคุณหนู ปัดโธ่เอ๊ยมาดมึงนี่ทำกูหมั่นไส้เลย ถามจริงๆมากับบรรดาผู้หญิงของมึงนี่ก็พามาผลาญแบบนี้เหรอวะ”

“ก็นะ ผู้หญิงเขาชอบ”

“ก็แค่บางคนหรอกวะ ผู้หญิงดีๆก็มีเยอะมึงมันซวยเองที่ไม่เคยเจอ”   แต่เอ๊ะ อะไรนะ?! มันพาบรรดาเมียมันมากินที่ร้านนี้น่ะเรอะ??  แคปเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก เขาหยุดขาลงทันที หันมามองหน้าอย่างเอาเรื่อง ไม่ใช่ว่าโต๊ะเดียวกัน อาหารแบบเดียวกันหรอกนะ

“นี่มึงพาบรรดาผู้หญิงของมึงมากินที่นี่ด้วยรึเปล่าเนี่ย..”  เอสพยักหน้าหงึกๆบอกใช่ แคปเงียบกริ๊บเลย เขาออกเดินต่อไปไม่สนใจเอสอีก

“จะเอาอะไรไหม มึงอยากได้อะไร”

“.......”

“แคป..” เอสใช้ไหล่ตัวเองสะกิดเรียก แต่แคปไม่สนใจ เอสก็เอาไหล่เขาชนๆๆต่อไปอีกแคปก็ยังเงียบ

พลั่ก!

“อะไรของมึงวะ!” แคปแว๊ดขึ้นมา เพราะเอสเอาไหล่ชนเรียกจนเขาเซ หันไปตวาดถามมันอย่างดัง

“ก็มึงเป็นอะไรล่ะ จู่ๆก็เงียบ”

“.........”

“อะไร?”

“กูโกรธมึงแล้ว! อย่าเพิ่งมายุ่ง”

“อะไรเนี่ย อยู่ๆก็โกรธได้ด้วยรึไง..”

“โกรธสิบห้านาที ต่างคนต่างเดิน” แคปว่า

“อะไรวะมีแบบนี้ด้วย..” เอสบ่นอุบอิบไปคนเดียว ถึงทางเลี้ยวจะลงบันไดเขารั้งเอาเอวเล็กบอกให้เดินขึ้นไปธุระด้วยกันแปปนึงก่อน แคปหันมามองหน้าอย่างหงุดหงิดแต่ก็ยอมเดินไปด้วย สุดท้ายทำไมมาหยุดที่หน้าโรงหนังได้ยังไงก็ไม่รู้

“หายโกรธยัง..”เอสถามเพราะเห็นแคปเงยหน้าขึ้นมองสนใจที่จอแอลซีดีอันใหญ่ๆด้านบน เสียงเล็กหัวเราะออกมาอย่างดังตอนที่หนังตัวอย่างเรื่องดังกำลังฉาย มันชอบไอ้ตัวเขียวยักษ์ฮัลค์นั้นแน่ ๆ

“อย่าถามมากน่า..” แคปบอกออกมาทั้งที่ยังเงยหน้าดู

“กูไม่ชวนดูหรอกนะ ยังไม่อยากเดทหนังกับมึงว่ะ..” จู่ๆเอสพูดขึ้นมาลอยๆ แคปหันขวับเลย

“เออ กูอยากเดทกับมึงนักล่ะไอ้สัส อยู่ดีๆปากหมาขึ้นมาอีก”

“หึหึ..”  เอสหัวเราะขำ ดึงมือแคปบอกให้เดินตาม

“จะมาจับทำไมล่ะวะห๊ะ!” คนมองจะตายห่าแล้ว บ้าเอ๊ย

“อายทำไม ต่อคิวเร็ว ไปเลือกที่นั่ง”

“ไม่เอากูไม่ดู วันหลังกูจะชวนไอ้ปอกับไอ้อาร์มาดูเอง กูไม่ดูกับมึงอ่ะ” แคปส่ายหัวทำท่าจะเดินกลับ เอสดึงไว้อีก พอดีว่ามีน้องผู้หญิงกลุ่มนึงมายืนต่อคิวรอกดบัตรแคปเลยต้องขยับให้น้องเขาได้ยืนดีๆ

“นิ่งๆนะมึงถ้าทำเล่นตัวโน่นนี่นั่นเดี๋ยวคนรู้กันหมดพอดีว่าเรามาด้วยกัน..” เอสก้มลงกระซิบขู่ แคปยิ้มเหี้ยมออกมาเลย ชกต้นแขนมันไปแรงๆหนึ่งที เอสเบ้หน้าร้องโอ๊ยบอกเจ็บ

“กูไม่ได้โง่ไอ้สัส! อย่ามาทำเป็นสำออย  ใครจะคิดยังไงก็ช่างแม่งเหอะ กูก็แค่ไม่อยากดูกับมึงจบไหมห๊ะ!”

“แล้วใครว่ากูอยากดูกับมึงล่ะวะ มือหนักตีนก็หนัก กูก็แค่อยากดูเรื่องนี้เหมือนกันก็แค่นั้น โอ๊ยยังเจ็บไม่หายเลยเนี่ย มือหนักฉิบ..” เอสพูดจบลอบอมยิ้ม เขายังนึกหมั่นไส้มารยาตัวเอง

“จะกลับแล้วโว๊ย” แคปจะเดินออกมาเอสรีบดึงแขนไว้

“ดูนี่แหละ นั่งห่างๆกันก็ได้อ่ะ”

“นั่งคนล่ะมุม” แคปเสนอ เอสหรี่ตามอง สองคนจ้องหน้ากันวัดใจ จนน้องผู้หญิงด้านหลังดึงเสื้อเรียก

“พี่ค่ะ ถึงคิวพี่แล้วค่ะ” แคปสะดุ้ง เอสรีบลากให้ขยับเข้าไปใกล้ ๆ

“มึงนั่งมุมนั้นกูนั่งมุมนี้”แคปว่า

“เอาจริงดิแคป?” เอสหันจ้องหน้า แคปกดแล้วเรียบร้อย ซื้อแว่นเพิ่มด้วย เขากำลังจะควักเงินจ่ายเอสรีบบอกพนักงานให้ใช้บัตรของเขาแทน

“ยุ่งจริงนะมึง”แคปยัดเงินเก็บเข้าที่เดิม เสร็จเรียบร้อยออกมายืนรอกัน

“หิวป่ะ กินไหมป๊อปคอร์นน่ะ” แคปส่ายหัวบอกไม่เอสเลยชี้ไปที่ตู้น้ำ มันมีบรรดาแก้วที่มีไอ้ตัวการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังจากหนังเรื่องที่พวกเขากำลังจะดูติดอยู่ที่ฝาด้านบน มีหลายตัวให้เลือก แคปพอเห็นก็ตาโตเลยสิรีบวิ่งเข้าไปเกาะขอบเคาน์เตอร์แทบไม่ทัน เขาชี้เอาไอ้ตัวเขียวยักษ์ฮัลค์ ตัวโปรดที่ชอบที่สุดในเรื่องออกมา พนักงานกดเครื่องดื่มใส่ลงไป แคปล้วงกระเป๋าตังค์จะจ่ายแต่เอสไวกว่าจ่ายให้อีกแล้ว

“กูถือให้ไปซื้อป๊อปคอร์นให้หน่อยไป”

“มึงใช้กูเหรอ”

“แลกกันไง กูซื้อนี่ให้มึงนะ”

“เออก็ได้มึงซื้ออันนี้กูจะจ่ายค่าป๊อปคอร์นเอง” แคปขยับไปสั่งป๊อปคอนรสหวานแต่เอสบอกไม่เอา เอารสเค็มแทน โอเคเปลี่ยนเป็นรสเค็มจ่ายตังค์เรียบร้อย ถือคนล่ะอย่างไปต่อคิว

“เอาแก้วน้ำกูมา มึงเอาป๊อปคอนของมึงไป” แคปว่ายื่นของในมือไปขอแลก แต่เอสยังยักไว้

“อ้าวแล้วแบบนี้กูหิวน้ำจะทำยังไง” เอสนึกถึงเรื่องที่นั่งขึ้นได้เขาถามขึ้น งงนิดๆเหมือนกันมาด้วยกันเสือกนั่งคนล่ะมุม บ้ามากไหมถามจริง

“เรื่องของมึง”

“แล้วมึงไม่กินนี่หรือไง..” เขาชี้ลงที่ป๊อปคอนในมือ แคปส่ายหัวบอกไม่กิน เอสถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ พอเข้ามาด้านในก็โอ๊ย คนล่ะมุมจริงครับ คนละมุมเฉียงเลย แคปมันเลือกนั่งชิดขวาสุดแถวบนติดทางเดิน คนเยอะมากๆ เต็มแทบจะทุกที่นั่ง ขณะที่ของเอสมุมล่างสุดแถวแรกคนเต็มเอี๊ยด กูคงเงยคอจนเมื่อยแน่ ๆ เอสยืนคิด แต่ก็นะคิดอยู่แค่ไม่นานหรอก พอหนังฉายไปแค่สิบนาทีเขาลุกเลย

“อ่ะ!” แคปสะดุ้งตกใจ ใครสักคนมาหยิบเอาแก้วน้ำของเขายกไปดูด เงาใหญ่ ๆ ตะคุ่มดำนั่งลงที่พื้นข้างบันไดชิดกับที่นั่งของเขา

“มึงมานั่งนี่ทำไม บ้าไปแล้ว” แคปก้มลงไปกระซิบด่า เอสก็แค่ทำมือบอกชู่ว์ ดูหนังต่อไปเหอะ

“บ้าเอ๊ย เดี๋ยวพนักงานมาหิ้วมึงออกจากโรงเหอะ กูมีแต่จะสมน้ำหน้าบอกเลย”

“ไม่มีทางน่ากูบอกพี่พนักงานเขาไว้แล้ว”

“เรื่องของมึงเหอะ” แคปดูหนังต่อไม่อยากสนใจ เอสก็นั่งอยู่แบบนั้น ขนมไม่ค่อยได้กินหรอก เพราะแคปยึดถังป๊อปคอร์นไปแล้วเรียบร้อย เขาก็แค่หยิบน้ำไอ้ขวดที่มียักษ์ตัวเขียวเกาะอยู่มาดูดด้วย ก็แค่นั้น

“น้องครับที่ตรงนั้นว่าง เข้าไปนั่งเลย” พนักงานเดินมาสะกิด เอสเพิ่งเห็นว่าข้าง ๆ แคปว่างอยู่นี่หว่า เขามองหน้ามันจาเขียวก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ

“ว่างทำไมไม่บอกกันวะ”

“มึงโง่เอง”

“เดี๋ยวจะโดนแคป”

“หึหึ สะใจ เอิ๊กๆ” แคปลอบขำ เอสหันมามอง

“มันว่างตั้งแต่มึงเลือกที่นั่งแล้วป่ะเนี่ย”

“ไอ้สัส! กูไม่บอกอย่ามาถามมากดูไป” แคปหันมาด่าทำตาเหลือกใส่ มันน่ากลัวมากถึงจะมืดและอยู่ภายใต้แว่นสามมิติอันใหญ่ สองคนนั่งดูหนังข้างกันไปเรื่อยๆ แคปขี้เกียจถือถังป๊อปคอร์นเขาจึงยัดมาไว้ที่มือเอส ตัวเองดูดน้ำอย่างเดียว มือก็คว้าป๊อปคอร์ยัดเข้าปาก ตามองจอ เอสเองก็ทำแบบเดียวกัน แต่ตอนที่เขาหิวน้ำมือใหญ่คว้ามาจับแก้วที่แคปถือไว้แล้วดึงเข้าไปดูด แคปสะดุ้งรู้สึกตัวเหลือบมองที่คนข้าง ๆ ตามองจอไม่รู้เรื่องจับมือเขาถือแก้วน้ำดูดอยู่

‘ฉิบหายล่ะ ทำไมกูเขินอย่างนี้วะ’   แก้มเนียนสุกปลั่งไปถึงใบหู นี่ดีนะที่ในโรงหนังมันมืด ถ้าอยู่ในที่แจ้งแล้วไอ้บ้าเอสมันเห็นเขาคงโดนล้อไม่หยุดแน่ ๆ แคปสะบัดหัวตั้งหลักใหม่ ดึงมือตัวเองออกมาแล้วทุบเอสไปแรง ๆ หนึ่งทีจนเจ็บเอง

“อะไรเล่า..” คนถูกทุบไม่รู้เรื่องอะไรถามขึ้นงงๆ

“ไอ้คนชั่ว!” แคปด่าไปสิ เอสก็นั่งงง ไม่รู้เรื่องอยู่เฉยๆโดนด่า แต่ก็ดูหนังกันต่อไปจนจบ

.

.

“ส่งที่ไหน บ้านมึงกูไม่รู้จักนะ” พอดูหนังกันเสร็จ ลงลิฟต์เลย ออกชั้นบีหนึ่งเพราะเอสจอดรถไว้ที่นั่น คราวนี้เขายื่นกุญแจให้แคปเป็นคนขับ

“ครั้งแรกที่มึงจะขับรถให้กูนั่ง” เอสยิ้ม

“มึงห้ามยิ้ม!  ไม่ใช่แค่ครั้งแรก แต่จะเป็นครั้งเดียว มึงท่องไว้..” แคปทำหน้าดุๆ เกลียดรอยยิ้มของมันมากมาย ถึงใครจะบอกว่ามันเป็นผู้ชายที่ยิ้มสวยมาก แต่แคปกลับคิดว่านั่นเป็นยิ้มที่ทุเรศที่สุดมากกว่า ยิ้มแม่งทำไมยิ้มแล้วทำให้ใจคนอื่นใจสั่น เหี้ย!  แคปส่ายหัวเซ็งจัด เขาเปิดประตูรถแล้วใช้สายตาเชิญบอกคุณชายเอสเข้ารถได้แล้ว

“ไปทางไหน บ้านมึงน่ะ” แคปหันมาถามอีกครั้ง

“ก็ขับออกไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย”

“มันก็ซ้ายอยู่แล้วสิวะ มึงอย่ามาลีลาบอกมาไปทางไหน” แคปยื่นบัตรคืนพนักงานที่ทางเข้าที่จอดเขาขับออกมาสู่ที่สว่าง ๆ บ่ายสี่โมงกว่า ๆ แดดเริ่มอ่อนลงแล้ว

“ไปทางไหนต่อ”

“ทาง........” เอสก็บอกไป แคปขับตามเส้นทางที่เขาบอกไปเรื่อย ๆ วันหยุดรถติดช่วงเย็นนิดหน่อย ระหว่างอยู่บนรถสองคนก็เถียงกันเรื่องหนังที่ดูอีกรอบ

“สาวๆชอบกัปตันอเมริกา กูไม่เห็นชอบเลย”

“หึหึ ทำไมวะ” เอสหันมอง

“ก็หล่อเกินไป ไอ้ยักษ์เขียวนั่นน่ารักกว่าตั้งเยอะ สุดยอดอ่ะ ฮีโร่ของกูเหอะ กูอยากจะมีพลังแบบนั้น”

“........” เอสเงียบไปนิดๆ กำลังคิดตามหน่อยๆ ทำไมต้องไปอยากมีพลังเหมือนไอ้ตัวเขียวนั่นด้วยวะ น่ากลัวจะตายชัก

“หลังไหนเนี่ย บ้านมึงอยู่ซอยนี้?”

“เปล่า”

“อ้าว?!”

“ถ้าบอกซอยนั้นเลยมันก็ถึงเร็วน่ะสิ  อยากให้เมียขับรถให้นั่งนานๆหน่อยไง”

“ไอ้สัส! กวนตีนนักนะมึง” แคปเกือบจะเหยียบเบรกแรง ๆให้หัวมันทิ่มแล้ว ดีที่ดูว่ามีรถมอไซด์ตามหลัง ถ้าเบรคเดี๋ยวเจอชนท้ายแน่ ๆ

“ถึงแล้วๆ ซอยต่อไปหลังแรกต้นซอยเลย”

“ไหนวะ..” แคปเลี้ยวมาที่ซอยใหญ่ถัดไป ....บ้านหลังแรก....ต้นซอย

“หลังนี้?!” แคปมองดุๆแล้วถาม เอสพยักหน้าตีคิ้วบอกใช่ แคปเมียงมองเข้าไปด้านใน คือมันไกลมากๆจากรั้ว นั่นไม่เรียกบ้านนะ เขาเรียกกันคฤหาสน์ แล้วที่สำคัญ ชื่อบ้านเป็นหินอ่อนสลักสวยงาม ติดรั้วขนาดกว้างใหญ่นั่น ทำเอาแคปตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ


‘อัครรัชชานนท์’


“โม้แล้วมึง เอาดีๆสิวะ มาหลอกให้กูจอดหน้าคฤหาสน์เจ้าสัวใหญ่แบบนี้เดี๋ยวเจอเขาสอบสวนขึ้นมากูยุ่งยากตายห่าเลย..”  ตระกูลอัครรัชชานนท์ เป็นตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยและโด่งดังที่สุดในยุคนี้ของวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ทั้งโรงแรม หมู่บ้าน คอนโด รีสอร์ทหรูต่าง ๆ ที่ทยอยผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่ยังไม่นับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด รวมถึงห้างดังใจกลางเมืองที่พวกเขาสองคนเพิ่งจะไปกินข้าวกันมา เจ้าสัวรัชชา ขนาดเฮียโก้กับอาฟี่ยังพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ข่าวสังคมในหน้าหนังสือพิมพ์มีเรื่องของตระกูลนี้ลงแทบทุกวัน

“โม้อะไร..” เอสเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายที่ด้านหลังออกมา แคปส่ายหัวไล่ความนึกคิดของตัวเอง เอสมันโกหกชัวร์อยู่แล้ว เขาเข้าเกียร์แล้วออกรถเลย

“เฮ้ยๆๆจะไปไหน นี่บ้านกูแคป จอดๆ”

“กูเชื่อมึงเหรอไอ้สัส บ้านมึงซอยไหนบอกมาดีๆ” แคปทำเสียงดุ

“แคปพอๆจอดๆ นี่บ้านกูจริง ๆ นั่นไงคุณลุงยามออกมาแล้ว..” เอสบอกให้แคปหยุดอีกครั้ง เขาจับพวงมาลัยรถไว้บอกให้จอด

“จริงป่ะเนี่ยไอ้เหี้ยเอส มึงพูดให้ดีๆซิ” แคปเหยียบเบรคลงอีกครั้ง เอสรีบดึงเบรคมือขึ้นให้เลย

“จริงสิวะ โกหกทำไมเล่า เข้าไปไหม จะได้บอกให้เปิดประตูแล้วขับเข้าไปเลย”

“........” ตากลมดิกเหลือบมองป้ายชื่อหน้าบ้านอีกครั้ง เสียงเคาะกระจกจากลุงยามที่แต่งตัวเต็มยศดังทะลุเข้ามา เอสเปิดประตูแล้วส่งกระเป๋าของมันออกไปให้แกถือไว้ให้ นั่นทำให้แคปยิ่งอึ้งหนัก

“ตกใจอะไรวะ นี่แหละบ้านกู ที่ๆกูโตมาตั้งแต่เล็กจนโต..” เอสยื่นมือออกไปขยี้หัวที่ท้ายทอยแคปเบา ๆ เขาก้าวลงจากรถแล้วก้มบอกให้แคปขับรถกลับบ้านดี ๆ

“เดี๋ยว..มึงอย่าเพิ่งไป..” แคปเรียกเอาไว้

“อะไร?” เอสก้มหน้าเข้ามาถาม

“มึงนามสกุลอะไรวะไอ้เอส..” แคปไม่เคยรู้มาก่อนเลย ไม่เคยถามพี่ชาย ไม่สนใจที่จะรู้ แม้แต่ชื่อจริงก็ไม่รู้ รู้แค่มันชื่อเอส

“นั่นไง หน้าประตู..” เอสโบ้ยหน้าบอกให้ดู  แคปขยับสายตาเลื่อนมองดูให้ชัดๆอีกครั้ง  อัครรัชชานนท์?

“ไม่จริงอ่ะ มึงโกหก ครอบครัวมึงทำงานให้ที่นี่ใช่ไหม”

“ห๊ะ! อะไรนะ?”

“คุณเอสครับ ให้เปิดประตูเลยไหมครับ..” เสียงคุณลุงยามถามเข้ามา มีการ์ดสองคนขับรถกอล์ฟคันเล็กๆออกมาจากด้านใน พอจอดเสร็จก็เดินมารับกระเป๋าสะพายที่เอสส่งให้ลุงยามไปถือไว้ให้แทน พวกเขาทำเหมือนกำลังยืนรอเอสอยู่  นั่นทำให้แคปได้คำตอบชัดเจนแน่นอนแล้ว

“ขับรถดีๆ เดี๋ยวกูโทรหา..” เอสปิดประตูรถลงให้ เขายืนมองแคปที่นั่งนิ่งอยู่ชั่วขณะ แต่ในที่สุดเคลื่อนรถห่างออกไป เขาจึงค่อยกระโดดขึ้นรถกอล์ฟที่ขับออกมารับหายลับเข้าไปในบ้านหลังใหญ่โตนั่น








Tbc.

ทำไมถึงยาวกว่าตอนที่แล้ว  T______T
มินมาแล้วค่ะ นานๆมาทีลงให้อ่านกันแบบยาวๆอีกเหมือนเดิม อ่านให้จุใจเลยเนาะ(อย่าเบื่อกันนะ มินไม่ค่อยได้แวะมาลงเพราะงั้นจึงลงให้ทีเดียวแบบยาวๆเลยไง 555 จริงๆคือพิมพ์ไปพิมพ์มามันหกสิบกว่าหน้าเลออออ ยาวมว๊ากกกกกก)  ค่อยๆเข้ามาอ่านได้ค่ะ
เรื่องสอบขอบคุณมากสำหรับกำลังใจค่ะ ไฟนอลที่ยาวนาน ยังสอบไม่หมดหรอกค่ะ สิ้นเดือนโน่นนนนน
ตอนที่แล้วมีนักอ่านถามมาว่าคำว่าแถกคืออะไร มินไม่รู้อ่ะ อาจจะใช้ผิดรึเปล่า คือเวลานึกบทออกแล้วมือมันจะพิมยาวต่อเนื่องไปเลยค่ะ คำว่าแถกอาจจะเป็นภาษาอิสานรึเปล่าเพราะมินอยู่ฝั่งทางนี้ แถกอาจจะหมายถึงดิ้นไปดิ้นมาอะไรแบบนั้นไหม บางทีภาษาไทยคนเขียนก็อ่อนแรงต้องขอโทษไว้ก่อนด้วยเนอะๆ
ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ทิ้งไว้ให้นะคะ  ช่วยเอ็นดูเอสแคปต่อไปด้วย ขอบคุณมากๆค่า..
:mew1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-05-2015 23:06:29 โดย coffeeQbread »

ออฟไลน์ tempo_oil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 712
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #895 เมื่อ17-05-2015 21:26:18 »

ขอบคุณที่มาต่อ สมกับที่รอคอยเลย จุใจมากกกก

อะไรคือ "กูบอกว่า กูจะไม่ถามหรอกว่า มึงจะกลับวันไหน"       

"กูเองก็ไม่อยากบอกเหมือนกันว่า จะรีบกลับให้เร็วที่สุด"

กรี๊ดดด มันน่ารักมากๆๆๆๆ 5555555555 แคปแมร่งปากโคตรไม่ตรงกลับใจเลย แต่เอสมันทันแคปตลอดมันหยอกได้น่ารักน่าฟินมากกกกกกก

"ไอ้ผัวเฮงซวย" แคปแมร่งพลาดล่ะ 555555

ส่วนเอส ทนมือทนตีนดีมากกกกกก อึดถึกสุดๆ
ชอบแกล้งแคปตลอดด แต่เราชอบอ่ะ แคปมันหึง มันโกธรน่ารักสุดๆ

แบงค์ ขอให้ชอบแคปเหอะ จีบแคปเลย อยากเห็นเอสดิ้น หึงหน้ามืด 5555คงสนุกพิลึก

สำหรับเมี้ยง =___= คือแบบ... หมั่นหน้านางมาก เอานางไปเก็บเหอะ

ป.ล.อยากเห็นแคปนิ่งๆ เย็นๆบ้าง อยากเห็นเอสดิ้นแทน 5555555

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-12-2015 01:04:34 โดย tempo_oil »

ออฟไลน์ ๐๐ตะวัน๐๐

  • ๐๐๐ลูกตาล๐๐๐
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #896 เมื่อ17-05-2015 22:23:37 »

แคปนี่ขี้หึงสุดๆเลยน่ะ แถมหึงแล้วยังทำซึนอีก

ีเมี่ยงก็ระวังไว้ล่ะทำแคปหึงมากๆได้เจ็บตัวแน่

แต่เอสโหดจริงๆน่ะชอบขู่ให้แคปกลัวอยู่เรื่อยเลย

แต่เวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดีอ่ะ

แคปยอมรับมาเต็มปากเลยน่ะว่าเอสน่ะเป็นผัวฮ่าๆ

ขอบคุณคนเขียนมากค่า ยาวจนหายคิดถึงเลย
 :กอด1:

ออฟไลน์ ยอดมนุษย์ขนมปัง

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #897 เมื่อ17-05-2015 22:24:57 »

มาแล้ววววว  :sad4:

หึหึ.. แบงค์คะ จีบแคปเลยค่ะ พี่ชอบฉากหึงหวง  :hao6:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-05-2015 23:47:42 โดย OrangeCaramel »

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #898 เมื่อ17-05-2015 22:34:06 »

น้ำตาจิไหล (เวอร่ได้อีก อิอิ) น้องมินมาส่งแคปเอสแล้ว ดีใจอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆ

ออฟไลน์ tararatart

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: กวน T-E-E-N รัก (II Bad boys) 17/05/58 [XVI]
«ตอบ #899 เมื่อ17-05-2015 22:45:53 »

ไอ้ผัวเฮงซวย!!!       เฮ้ยยยยยยย  แคปด่าออกเสียงหน่อยซิอิอิ   เค้าปัตตะนาแล้วนี่ยังคบไม่ผ่านโปรอีกเหรอ    เราอ่านๆมานึกว่าสามปีคำด่าของแคปมันช่างเพลิดเพลินเจริญใจเสียจริงๆมันยาวนานมาก   รักคนเขียนจังจุฟๆ
ปล. เบื่ออิเมี่ยงคือเดิม  เค้าบอกไม่ได้นอนห้องเดียวกันทำเป็นยิ้มกริ่ม รู้ความจริงแล้วจะยิ้มหุบไม่ลงนะเมี่ยงนะ :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด