✿✿ ธุรกิจนี้มีรัก ✿✿
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ✿✿ ธุรกิจนี้มีรัก ✿✿  (อ่าน 103285 ครั้ง)

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
✿✿ ธุรกิจนี้มีรัก ✿✿
« เมื่อ16-05-2015 17:44:56 »

อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ด กรุณาอ่านทุกคน
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วย

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ 

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เพราะความไม่พอใจที่แฟนสาวมัวแต่ติดดาราหนุ่มที่ชื่อ "เล็ก" แถมตามไปแทบทุกงาน

เจจึงวางแผนชวนดาราหนุ่มผู้นั้นเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย เพื่อให้แฟนสาวเลิกติดตามเล็ก

ด้วยเหตุผลที่ว่าแฟนสาวของเจไม่ชอบคนทำธุรกิจเครือข่ายอย่างมาก

แม้กระทั่งเจเองยังมักมีปัญหากับแฟนสาวเรื่องนี้เป็นประจำ

คราวนี้เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้นระหว่าง...

"อัปไลน์" หนุ่มตี๋สุดหล่อกับ "ดาวน์ไลน์" หนุ่มคมเข้มสุดชิค



สารบาญ

★ ✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿ | BL ★

CHAPTER 01 ❋ นายขนมขี้โมโห
CHAPTER 02 ❋ It's Your Way!!!
CHAPTER 03 ❋ โมรอคแคนมูนไลท์
CHAPTER 04 ❋ กอดแรกของอัปไลน์
CHAPTER 05 ❋ จอมปั้นหน้า
CHAPTER 06 ❋ Your Way ทำพิษ
CHAPTER 07 ❋ คำสารภาพของอัปไลน์
CHAPTER 08 ❋ ขึ้นปก Aptitude
CHAPTER 09 ❋ ดาวน์ไลน์พร้อมเมีย!!!
CHAPTER 10 ❋ เพื่อนแบบที่สี่
CHAPTER 11 ❋ การตอบแทนคือการบ้านของชีวิต
CHAPTER 12 ❋ Club Saturday ตอน ไม่ได้รักหรือรักไม่ได้
CHAPTER 13 ❋ คนที่เล็กแอบชอบ
CHAPTER 14 ❋ คืนที่ไม่โรแมนติก
CHAPTER 15 ❋ ซุบซิบดาราเกย์
CHAPTER 16 ❋ Hell hath no fury like a woman scorned
CHAPTER 17 ❋ เรื่องที่ไม่น่าถาม
CHAPTER 18 ❋ สารภาพรัก
CHAPTER 19-1 ❋ อยู่ก่อนแต่ง
CHAPTER 19-2 ❋ แผนที่คาดไม่ถึง
CHAPTER 20 ❋ น้ำฝนพิษ
CHAPTER 21 ❋ ถ่านไฟเก่า
CHAPTER 22-1 ❋ จุดสมดุลความรัก
CHAPTER 22-2 ❋ เปิดตัวครั้งแรก
CHAPTER 23 ❋ คู่จิ้นนอกจอ
CHAPTER 24 ❋ คนขี้หึง
CHAPTER 25 ❋ บทรักท่ายาก
CHAPTER 26 ❋ พระเอกจอมแย่งซีน
CHAPTER 27 ❋ The Grand Opening
CHAPTER 28 ❋ ประสบความสำเร็จ
CHAPTER 29 ❋ วันที่ป๊ากับม๊าเปิดใจ
CHAPTER 30-1 ❋ อู๊ดดี้ เกิดมาคุยคุ้ยคุย
CHAPTER 30-2 ❋ อู๊ดดี้ เกิดมาคุยคุ้ยคุย (ช่วงฟินจิกหมอน)
CHAPTER 31 ❋ ชีวิตที่มีแต่คำขอบคุณ (อวสาน) (http://bit.ly/1PiPhuD)

ผลงานปัจจุบันที่กำลังเขียนอยู่

≡▉≡ interstellar ∘★∘ รักหมดใจ นายต่างดาว
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=49903.0

ผลงานที่ผ่านมา

▓ ▒ ░ ต้นสน: มิตรภาพของเพื่อนที่แสนรักจะกลายเป็นความรักได้หรือไม่? (V2) ░ ▒ ▓
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=32768.0

◐◑ I Love Kim Jong Hoon ◐◑
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=32450.0

▓ ▒ ░ ต้น-สน∞ปาฏิหาริย์รักที่รอคอย (V3) ░ ▒ ▓
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=46898.0

▙▜ รักนี้มีล้อ ◯ น้องเก้า VS พี่แตซอง ▛▟
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=32188.0

✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿ | BL ★
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=46884.0

♥♥♥ รัก...ที่ฟ้าไม่ได้ลิขิต ▚▚▚
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=32020.0
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2016 18:09:55 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿
CHAPTER 01 ❋ นายขนมขี้โมโห


"อะไรครับ หนังสืออะไรเหรอครับ" เล็กถามอย่างสงสัย สาวใหญ่สาวน้อยสี่ห้าคนมายืนออกันอยู่ตรงหน้า แต่ละคนมีรอยยิ้มระบายบนใบหน้าด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นยื่นของให้พร้อม ยิ้มภูมิใจกับของที่พวกเธออุตส่าห์ช่วยทำให้กับมือ พร้อมกับบอกอย่างตื่นเต้น

"หนังสือรวมภาพของพี่เล็กไงคะ พวกเราทำเองกับมือเลย เปิดดูเลยค่ะ รับรองว่าพี่เล็กต้องชอบ"

เล็กรับหนังสือที่น้องผู้หญิงยื่นมาให้ จากนั้นรีบเปิดดูด้วยความอยากรู้ แฟนคลับต่างคอยลุ้นกันใหญ่ว่าเล็กจะชอบหรือเปล่า

"ชอบมากๆ เลยครับ โห...ทำให้พี่ดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ว่าแต่...ให้พี่ซื้อได้ไหม เห็นพวกเราทำอะไรมาให้เยอะแยะมากมายแบบนี้แล้วพี่ก็เกรงใจ ทีหลังไม่ต้องเปลืองเงินทำให้แบบนี้หรอก แค่ให้กำลังใจกันก็พอแล้ว จริงๆ นะครับ"

เล็กไม่รู้ว่าพูดประโยคแบบนี้ไปกี่ครั้งแล้ว แต่บรรดาแฟนคลับไม่เคยมีใครทำตามที่ขอร้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยังคงทำของที่ระลึกมาให้ ซื้อของมาให้กิน จัดงานวันเกิดให้ และอะไรต่อมิอะไรอีกสารพัด ไม่ว่าจะพูดอย่างไรกลับไม่ช่วยทำให้สิ่งเหล่านี้น้อยลงไปเลย แม้ว่าตัวเล็กไม่ใช่ดาราที่ดังมากมายนัก แต่แฟนคลับกลุ่มนี้กลับคอยติดตามสนับสนุนเสมอ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เล็ก พวกเราตั้งใจทำให้จริงๆ ค่ะ พี่เล็กไม่ต้องซื้อหรอก ถึงซื้อพวกเราก็ไม่เอาเงินอยู่ดี" สาวน้อยคนหนึ่งบอก

ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนเธอชื่อน้ำฝน ตามเชียร์เล็กมาอยู่พักหนึ่งแล้ว ไปถ่ายละครก็ตามไป ถ่ายแฟชั่นก็ตามไป ออกรายการอะไรก็ตามไป ไม่ว่าจะไปที่ไหนดูเหมือนจะเห็นสาวน้อยคนนี้อยู่บ่อยๆ เคยไปทำกิจกรรมด้วยกันที่สมุยด้วย ตอนนั้นน้ำฝนได้รับรางวัลจากการลุ้นโชคจนได้ไปเที่ยวกับดารา แต่ก็ไปกันหลายคน

เล็กได้แต่ยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ จะควักเงินออกมาให้ก็ใช่ที่ เมื่อตั้งใจทำให้ก็คงต้องรับไว้อีกตามเคย

"ขอบคุณมากๆ เลยครับ แต่ทีหลังไม่ต้องให้อะไรมากมายแบบนี้หรอก พี่พูดจริงๆ นะ แค่มาให้กำลังใจก็พอครับ"

เล็กย้ำอีกครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกไม่นานคงได้รับของใหม่ๆ ที่สาวกทำมาให้อีก จากนั้นคงต้องพูดแบบเดิมซ้าไปซ้ำมาอีกตามเคย เพราะเล็กคิดว่าแค่มาให้กำลังใจกัน แค่คอยติดตามผลงานสม่ำเสมอ มาพบปะพูดคุยกันในโอกาสพิเศษบ้าง เท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องเสียเงินเลยจริงๆ

"วันนี้มีคาราโอเกะด้วยนะคะพี่เล็ก" สาวน้อยอีกคนร้องบอกพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย

เล็กร้องอ๋อแล้วขำเพราะรู้ว่าแฟนคลับอยากให้ทำอะไร

"อ๋อ...ได้ ได้ ได้ เดี๋ยวพี่ร้องเพลงเพี้ยนๆ ให้ฟังวันนี้" เล็กบอกอย่างเห็นเป็นเรื่องขำ ก็มันจริงนี่นา ร้องเพลงทีไรก็เพี้ยนตลอด

"แหม...พี่เล็กก็ร้องเพลงเพราะนะคะ ว่าไปนั่น ตอนที่พี่ประกวดร้องเพลงหนูก็ตามดูอยู่นะคะ ไม่เห็นจะเพี้ยนเท่าไรเลย" หนึ่งในแฟนคลับช่วยปลอบใจ แต่ยังไงเล็กกลับคิดว่าตัวเองร้องเพลงเพี้ยนอยู่วันยังค่ำ

"เพี้ยนสิครับ คอนเซ็ปต์ผมต้องร้องเพลงเพี้ยนอยู่แล้ว" เล็กเถียงพลางขำเบาๆ ก่อนจะหันไปอีกทางเมื่อได้ยินเสียงแฟนคลับอีกกลุ่มที่เพิ่งมาถึงร้องเรียก

"แต่ตอนประกวดเดอะไชนิ่งสตาร์พี่ก็ได้ตั้งที่สามนะคะ กระจอกที่ไหน" น้องคนนั้นยังคงแก้ตัวให้อยู่

"โธ่...ผมรู้น่า ที่เขาโหวตให้ผมเพราะเขาคงสงสารคนร้องเพลงเพี้ยนๆ อย่างผมหรอก ก็เลยให้ที่สาม ขอบคุณนะครับที่โหวตให้ผม" เล็กยกมือไหว้ขอบคุณเป็นเชิงหยอกเล่นให้กับตากล้องที่ตามถ่ายอยู่เป็นระยะๆ

จากนั้นเล็กจึงขอตัวไปดูแลแฟนคลับอีกกลุ่ม วันนี้เป็นวันแรกที่จัดมีตติ้งกับแฟนคลับของปีนี้ เล็กออกเงินครึ่งหนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดมีตติ้งในสวนอาหารย่านชานเมืองกรุงเทพ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งแฟนคลับช่วยกันออกให้ แม้ว่าเล็กบอกว่าไม่ต้อง แต่กลับไม่มีใครฟัง จึงต้องปล่อยเลยตามเลย ไม่งั้นมีเคืองหรืองอนกันแน่ๆ เล็กเคยเจอแฟนคลับงอนมาแล้วก็เลยต้องระวังพอดู

ขณะที่เล็กไปทักทายกับแฟนคลับอีกกลุ่มที่เพิ่งมาถึง สายตาพลันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ดูก็รู้ว่ามีเชื้อจีนมาแบบเต็มๆ เลยเพราะดูตี๋ซะขนาดนั้น อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเล็กหรืออ่อนกว่าไม่มาก นั่งอยู่เงียบๆ ตรงระเบียงร้านห่างจากกลุ่มแฟนคลับออกไปเล็กน้อย เล็กขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย ปกติแฟนคลับของเล็กส่วนมากเป็นผู้หญิงหรือไม่ก็ "ชายไม่แท้" ทั้งหลาย ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน หรือว่าจะเป็นแฟนคลับที่เพิ่งมาใหม่ แล้วทำไมไปนั่งอยู่คนเดียวตรงนั้น

ด้วยความสงสัยและหวังดี หลังจากที่ทักทายกับแฟนคลับที่เพิ่งมาถึงแล้ว เล็กจึงเดินปรี่มาหาชายหนุ่มคนที่ว่าทันที ส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดีด้วยความดีใจ

"สวัสดีครับ เพิ่งมาใหม่เหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย ทำไมไม่เข้าไปรวมกลุ่มกับพวกเราล่ะครับ เดี๋ยวอาหารจะมาเสิร์ฟแล้ว จะได้กินด้วยกัน เชิญทานอาหารเย็นด้วยกันเลยนะครับ"

สงสัยวันนี้เล็กคงก้าวขาออกจากบ้านผิดข้างไป ไม่งั้นดวงดาวสักดวงคงทำมุมวินาศกับดวงเมืองเป็นแน่ ชายหนุ่มผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับใบหน้าที่บูดบึ้ง ก่อนจะตอบเสียงเขียวกลับมาราวกับเล็กไปเหยียบหางเข้าให้ยังไงยังงั้น

"ผมเนี่ยนะเป็นแฟนคลับคุณ! หลงตัวเองมากไปหรือเปล่า! คิดว่าเป็นดาราแล้วจะต้องมีแต่คนชอบหรือไงครับ!"

เล็กสะดุ้งตกใจนึกไม่ถึงว่าการทักทายด้วยไมตรีจิตธรรมดาๆ จะทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าอารมณ์เสียได้ขนาดนี้ นึกไม่ออกว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า เมื่อกี้ก็ถามดีๆ แล้วทำไมจะต้องใส่อารมณ์กันแบบนี้ด้วย ไปกินรังแตนมาจากไหนกันพ่อคุณ ใครจะไปรู้ว่าไม่ใช่แฟนคลับ เห็นมานั่งอยู่แถวนี้ก็นึกว่าใช่เท่านั้นเอง ถ้าไม่ใช่ก็แค่บอกกันดีๆ ก็ได้

"อ๋อ...ขอโทษครับ ผมแค่ถามดูเท่านั้นแหละครับ พอดีเห็นคุณมานั่งแถวๆ นี้ก็เลยเข้าใจผิด" เล็กบอกพลางทำท่าจะเดินหนี

อารมณ์ที่ดีๆ มาทั้งวันกลับต้องมาหงุดหงิดกับเจ้าหมอนี่ซะแล้ว ไม่ได้ๆ วันนี้เป็นวันดี จะมาหงุดหงิดกับคนแบบนี้ตอนนี้ไม่ได้ แฟนคลับอุตส่าห์ตั้งใจจัดงานนี้ให้ ต้องยิ้มแย้มเข้าไว้

"ผมมาเป็นเพื่อนแฟนผม เขาเป็นแฟนคลับคุณ ไม่ได้อยากจะมาหรอกนะ เสียเวลา ไร้สาระ" ชายหนุ่มหน้าตี๋พูดขึ้น

เล็กหยุดชะงัก หันไปมองชายหนุ่มขี้หงุดหงิดเป็นรอบที่สอง เอาเถอะ...ยังพอรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็พอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ทำหน้าบูดบึ้งอย่างนั้น ผู้ชายที่ไหนคงไม่ชอบมางานที่มีผู้หญิงเยอะๆ แบบนี้หรอก พอเข้าใจได้

"อ๋อ...งั้นก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหารด้วยกันก็ได้ครับ จะได้ทานข้าวด้วยกัน ไม่เห็นเป็นไรเลย" เล็กพยายามพูดด้วยน้ำเสียงดูปกติ แต่ชักไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่เลย เก๊กท่าก็ปานนั้น อยากรู้จังว่าเป็นแฟนของแฟนคลับคนไหน นึกยังไงถึงชอบผู้ชายหน้าตากวนประสาทแบบนี้

"ไม่ครับ ขอบคุณ ผมไม่ใช่กะเทยนะครับจะได้ไปนั่งคุยแต่กับกลุ่มผู้หญิงเหมือนคุณ"

นั่น! ดูมัน!

เล็กพยายามสูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ นึกโมโหตัวเองในใจ ไม่น่าหันไปคุยกับหมอนี่ให้มันหลอกด่าเลย เดินหนีซะก็สิ้นเรื่อง

ชักจะมากไปแล้วนะ มาว่าเล็กเป็นกะเทยเหรอ!!!

"ตามใจละกันครับ เดี๋ยวผมจะให้เขาเอาอาหารมาเสิร์ฟให้ตรงนี้ละกัน เผื่อคุณหิว" เล็กพยายามข่มน้ำเสียงไม่ให้ฟังดูกระด้างจนเกินไป ยังไงก็เป็นดารา อารมณ์เสียในที่สาธารณะคงไม่เป็นผลดี

"ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก! ไปจัดการแฟนคลับของคุณเถอะ ผมไม่ได้อยากมากินอะไรของคุณซะหน่อย"

เล็กนับหนึ่งถึงสิบในใจอีกรอบ กลัวจะอดโมโหไม่ได้ อยากจะตะคอกถามกลับไปเหลือเกินว่า "พูดดีๆ ไม่เป็นหรือไง" แต่กลับต้องข่มใจ ไม่ได้ๆ วันนี้จะมีเรื่องกับใครไม่ได้เด็ดขาด เสียภาพลักษณ์แย่ มีนักข่าวจากหนังสือดารามาด้วยหลายฉบับ ไปดีกว่า อย่าอยู่ตรงนี้กับคนประสาทๆ แบบนี้เลย

ว่าแล้วเล็กจึงเดินหนีออกมา ถ้ามันพูดอะไรอีกก็จะไม่หันกลับไปให้มันหลอกด่าอีกแล้ว ถ้าไม่เห็นว่าเป็นแฟนของแฟนคลับ คงได้เห็นดีกันแน่

หน้าตาก็ดีหรอกนะ แต่ปากนี่ไม่ไหวเลย!

{-- + --- + -- + --- + --}

ในระหว่างที่กินข้าวกับแฟนคลับอยู่ เจ้าหมอนั่นเดินหน้าบึ้งมานั่งกินข้าวด้วย พอเห็นนั่งลงข้างน้องผู้หญิงคนนั้นเล็กจึงพอเดาได้ว่าเป็นแฟนของใคร น้องน้ำฝนนี่เอง ไม่รู้ว่าน้องน้ำฝนไปพูดอะไรกับเจ้าหมอนั่นถึงได้ยอมมาด้วย ดีที่นั่งอยู่ห่างจากเล็กพอสมควรจึงไม่ต้องเป็นเป้าสายตา

เป็นตอนนี้นี่เองที่เล็กเกือบสำลักข้าว ชื่อที่น้องน้ำฝนเรียกเจ้าหมอนั่นช่างตลกเหลือเกิน

"พี่ขนมมานั่งตรงนี้สิคะ" น้ำฝนกวักมือเรียกหมอนั่นให้มานั่งใกล้ๆ กับเธอ ดูเหมือนต้องใช้สายตาดุแกมบังคับเจ้าหมอนั่นถึงได้ยอมมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย

คนอะไรชื่อ "ขนม" หน้าตากวนประสาทแต่ยังอุตส่าห์มีชื่อน่ารักๆ กับเขาด้วย ช่างไม่เข้ากับหน้าเลยจริงๆ ชื่อขนมนี่เอง มิน่าล่ะ เล็กได้ยินคำว่าขนมๆ แว่วมาให้ได้ยินสองสามครั้งจากกลุ่มน้องน้ำฝน ตอนแรกนึกว่าแฟนคลับพูดถึงขนมหรือของหวานกันเสียอีก

นายขนมนั่นนั่งลง ก่อนหันแวบมามองเล็กพร้อมกับขึงตาใส่ ตอนนั้นเล็กแอบขำชื่อสุดแสนจะน่ารักของหมอนั่นอยู่พอดี เล็กจึงยักคิ้วให้ไปทีหนึ่ง แอบนึกสงสัยว่ามีธุรกิจร้อยล้านพันล้านต้องทำหรือไง กับอีแค่พาแฟนมาข้างนอกไม่นานแค่นี้ทำไมจะต้องอารมณ์เสียขนาดนั้นด้วย

แต่ไม่รู้ว่าเล็กคิดไปเองหรือเปล่า ตลอดเวลาที่คุยกับแฟนคลับ เจ้าหมอนั่นดูเหมือนคอยจับตามองเล็กอยู่ตลอด หันไปเจอทีไรก็เหมือนคอยมองดูอยู่ ดีหน่อยที่ทำหน้าเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ไม่รู้ว่าอะไรไปทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้ ค่อยดูน่ารักสมชื่อขึ้นมาหน่อย

พอถึงตอนที่เล็กต้องออกไปร้องเพลงให้แฟนคลับฟัง เจ้าหมอนั่นกลับทำเอาเล็กขาดความมั่นใจไปเลย พอเล็กร้องเพลงไปได้สักพัก นายหมอนั่นกลับนั่งขำใหญ่ ใช่! เล็กรู้ว่ามันต้องขำเล็กแน่นอน คนวัวสันหลังหวะย่อมรู้ดี เล็กร้องเพลงเพี้ยน มันคงขำที่เล็กร้องเพลงเพี้ยนนั่นเอง

ดูมันสิ! ดูมันขำเข้า!

ถึงจะขำแบบไม่ออกเสียง แต่สายตาและท่าทางของนายหมอนั่นหมายความว่าอย่างอื่นไม่ได้เลย

ฮึ่ม! ชักจะมากไปละ ไม่มีมารยาทเลย คนอะไร!

น้ำฝนคงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เล็กเห็นเธอตีแขนเจ้าขนมนั่นแล้วพูดอะไรบางอย่าง คงจะบอกให้มันหยุดหัวเราะนั่นเอง แต่เล็กไม่ไหวแล้วจึงตัดสินใจหยุดร้องเพลงหลังจากที่ผ่านไปได้แค่ครึ่งเดียว

"ไม่เอาดีกว่าครับ พี่ไม่อยากทรมานพวกเราแล้ว ฟังคนที่เขาร้องเพลงเพราะๆ ดีกว่าครับ มา...ใครมาช่วยร้องแทนผมหน่อย"

"ไม่เป็นไรค่ะพี่เล็ก ร้องเพลงแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะคะ ร้องต่อเถอะค่ะ พวกเราอยากฟัง" น้ำฝนชิงพูดให้กำลังใจ คนอื่นๆ พลอยเห็นด้วยและคะยั้นคะยอให้เล็กร้องต่อ เล็กจึงต้องร้องเพลงเพี้ยนๆ ให้ฟังต่อไป

ดีที่ว่าเจ้าหมอนั่นเลิกขำไปแล้ว คงจะโดนน้องน้ำฝนดุนั่นเอง แต่หน้ามันนี่ไม่ได้ดูว่าสำนึกตรงไหนเลย ให้ตายสิ เล็กไม่ชอบหน้าเจ้าหมอนี่เลย ไม่เอา อย่าไปสนใจมันดีกว่า

พอเลิกมองนายหมอนั่นจึงทำให้เล็กร้องเพลงต่อได้จนจบ ท่ามกลางความโล่งใจของตัวเองและแฟนคลับ จบได้เสียทีก็ดี ความจริงก็ไม่ถึงกับแย่มากหรอก เมื่อก่อนเล็กร้องเพลงได้ดีกว่านี้ แต่ตอนหลังแสดงละครอย่างเดียว ไม่ได้ร้องเพลงเลย ก็เลยเกิดอาการขึ้นสนิมไปบ้าง

เฮ้อ...หรือว่าเล็กควรจะไปเรียนร้องเพลงให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย เผื่อจะได้เป็นนักร้องกับเขาบ้าง เผื่อเป็นช่องทางใหม่ในการหารายได้อีกทาง

{-- + --- + -- + --- + --}

"ร้องเพลงเพราะพิลึกเลยนะครับ"

เสียงจากคนข้างๆ ทำให้เล็กหยุดชะงักแล้วหันไปมอง นายขนมนั่นเอง ดันมาเข้าห้องน้ำเวลาเดียวกันเสียด้วย ดูมันยิ้มเยาะสิ หงุดหงิดชะมัดเลยที่มาเจอนายหมอนี่

เล็กหันกลับมาสนใจกับการล้างมือของตัวเองต่อ ไม่ต่อปากต่อคำด้วย เช็ดมือแห้งแล้วจึงเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่แปลกที่เจ้าหมอนั่นกลับเดินตามมาอีกจนได้

"เมื่อเช้าอ่านข่าวในเน็ต เขาว่าคุณเป็นพระเอกตกอับเหรอ เห็นว่าเล่นไปตั้งหลายเรื่องแล้วก็ไม่ได้ออกอากาศ"

นั่น! มันตามมาเยาะเย้ยนี่เอง จะเอายังไงกันแน่ เล็กไปทำอะไรให้ไม่พอใจตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงได้ตามมาราวีไม่เลิกแบบนี้

เล็กหยุดเดินแล้วหันไปมองด้วยสายตาที่บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ แต่นายหมอนั่นกลับดูไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด

"เรื่องของผม!" เล็กตอบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าอำมหิตที่สุด

"ทำอาชีพนี้มันก็แบบนี้แหละคุณ ต้องทำใจ บางทีนะ...เราเส้นไม่ใหญ่เท่าเขาก็สู้เขาไม่ได้หรอก"

อะไรนะ! นี่ตกลงนายหมอนี่กำลังปลอบใจหรือกำลังเยาะเย้ยกันแน่ เล็กได้แต่นิ่งเงียบเพราะทำตัวไม่ถูกกับพฤติกรรมแปลกๆ ของแฟนของแฟนคลับคนนี้

"เออนี่ ผมขอเบอร์คุณหน่อยได้ไหมล่ะ เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกัน"

เล็กขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจสุดขีด นายคนนี้ทำท่ากวนประสาทเล็กมาตั้งแต่หัวค่ำ ยังมีหน้ามาขอเบอร์อีก จะมาไม้ไหนกันพ่อหนุ่มตี๋

"อะไรนะครับ คุณเนี่ยนะจะขอเบอร์ผม ไม่ใช่แฟนคลับผมไม่ใช่เหรอครับ แล้วจะมาติดต่อผมเรื่องอะไรเหรอครับ ผมไม่ให้หรอก"

"อ้าว...ก็เผื่อว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผมไง รู้จักกันไว้ก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนี่ครับ" เจ้าหมอนั่นเถียง

ดูมันพูดเข้า มีเหตุผลอะไรที่เล็กต้องไปขอความช่วยเหลือจากนายหมอนี่ แค่รู้จักวันแรกยังอยากจะตั๊นหน้าสักร้อยรอบ ไม่คิดอยากเจออีกเลยให้ตายเถอะ

"อ๋อ ผมคงไม่มีอะไระจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากคุณหรอกครับ ชีวิตผมก็ดีอยู่แล้ว ถึงละครจะถูกดองบ้าง แต่ผมก็มีงานเรื่อยๆ ไม่ได้ลำบากอะไร ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์เป็นห่วง" เล็กตอบด้วยน้ำเสียงหยิ่งๆ แล้วเดินหนี

"เดี๋ยวผมไปขอจากน้ำฝนก็ได้ เขาก็น่าจะมีเบอร์คุณอยู่หรอก"

เสียงหมอนั่นพูดตามหลังมา แต่เล็กไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อยากจะโทรก็โทรมาเลย ถ้าไม่พูดด้วยซะอย่าง ไม่เห็นต้องไปกังวลอะไร เล็กมีสิทธิ์เลือกอยู่แล้วว่าจะคุยหรือไม่คุยกับใครก็ได้ บล็อคเบอร์โทรซะก็จบเรื่อง


ผ่านไปได้สองวัน เล็กเกือบจะลืมเจ้าขนมจอมกวนประสาทไปจากชีวิตแล้ว ที่จริงแล้วเล็กไม่มีเวลานึกถึงอย่างอื่นหรอกเพราะทำงานหนักมากในช่วงนี้ แม้แต่แม่ยังไม่มีเวลาโทรไปคุยด้วยเลย แต่นายขนมกลับโคจรเข้ามาในชีวิตเล็กอีกครั้ง

"สวัสดีครับคุณเล็ก จำผมได้ไหมครับ ที่เจอกับคุณเมื่อสองวันก่อนไงครับ"

อยู่ๆ ก็มีไลน์จากคนที่ไม่รู้จักดังขึ้น ตอนนั้นเล็กกำลังนั่งทำผมอยู่ในห้องแต่งตัว อีกสักครู่จะขึ้นไปทำหน้าที่พรีเซนเตอร์ให้กับสินค้ายี่ห้อหนึ่งบนเวที เล็กไม่รู้หรอกว่าใครเพราะจำไม่ได้ อีกอย่าง มีคนแอ๊ดมาหาเล็กหลายคนจนบางทีจำได้ไม่หมด บางครั้งเผลอรับแอ๊ดไปมั่วเหมือนกัน

"ใครครับ จำไม่ได้จริงๆ" เล็กพิมพต์ตอบกลับไป ในขณะที่ต้องคุยกับช่างแต่งหน้าทำผมไปด้วย ช่างเหล่านี้มักพูดเก่ง ชอบคุย โดยเฉพาะการได้คุยกับดาราดังๆ

"คุณเล็กน่าจะจำผมได้แม่นนะ ผมกวนประสาทคุณจะตาย"

เท่านั้นแหละ เล็กนึกออกทันที นายขนมนั่นเอง ใช่...จำได้แม่นเลยล่ะ แม่นมากๆ ด้วย พอเพ่งดูรูปแทนตัวของคนที่ไลน์มาหาจึงเห็นว่าเป็นนายขนมจริงๆ ด้วย

แล้วนี่เผลอไปรับแอ๊ดมันตั้งแต่เมื่อไหร่ จะมากวนประสาทอะไรอีก!

"อ๋อ...จำได้ครับ แต่ตอนนี้ผมไม่สะดวกคุย ไว้คุยวันหลังนะครับ" เล็กรีบตัดบทไป

แต่เจ้าหมอนั่นยังคงส่งไลน์ตอบกลับมาอีกสองสามครั้งแล้วเงียบไป ด้วยความอยากรู้ว่าคุยอะไรมาบ้าง ก่อนขึ้นไปบนเวทีเล็กจึงแอบเปิดอ่านซะหน่อย

"ครับ ไม่เป็นไรครับ ไว้สะดวกค่อยคุย"

"ขอโทษนะครับที่วันนั้นทำตัวไม่ค่อยน่ารัก พอดีผมหงุดหงิดอะไรบางอย่างไปหน่อย อย่าถือสากันนะครับ"

"ยังไงก็สู้ๆ นะครับ งานทุกอย่างมีปัญหาเหมือนกันหมด คนสำเร็จเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก คนไม่สำเร็จทำให้ทุกเรื่องเป็นปัญหา"

แน่ะ...พูดอะไรเข้าท่าก็เป็นเหมือนกัน ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยที่ยังรู้จักขอโทษ นึกว่าจะไม่รู้ตัวเสียอีกว่าทำอะไรลงไป

เล็กเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงเมื่อพิธีกรบนเวทีประกาศเรียกชื่อ ช่วงนี้มีงานเข้ามาค่อนข้างมาก หลังจากที่ละครเรื่องหนึ่งที่เคยแสดงไว้นานแล้วออกอากาศไป ดูเหมือนว่าจะช่วยให้กระแสกลับมาอีกครั้ง เล็กเข้าวงการมาหลายปีแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่ ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในสื่อบ้าง มีคนพอรู้จักบ้าง มีงานเข้ามาบ้าง ละครที่เล่นไว้หลายเรื่องมักโดนดอง มีเรื่องที่เพิ่งจบไปนี่แหละที่พ้นจากการถูกดองมาได้อย่างหวุดหวิด งานจึงมีเข้ามาเยอะในช่วงนี้

เล็กต้องทำงานหนักมากทีเดียว ไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่บ้านพักผ่อนเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดี ในช่วงที่เรายังอายุน้อยและยังมีแรงอยู่ก็ต้องรีบกอบโกยก่อนที่ช่วงนี้จะหมดไป มีงานยังดีกว่าไม่มีอะไรให้ทำ เล็กรู้ดีว่าช่วงที่ไม่มีงานเข้ามานั้นน่าเบื่อและหดหู่มากแค่ไหน

หลังจากวันนั้น นายขนมไลน์มาหาเล็กทุกวัน ปาเข้าไปวันที่ห้าแล้วที่ยังคงไลน์มาคุยกันเป็นประจำสม่ำเสมอ น่าแปลกที่ไม่มีพูดกวนประสาทอีกเลย ทุกครั้งที่คุยกัน นายขนมมักจะมีหลายๆ คำพูดที่ทำให้ต้องฉุกคิดอยู่เรื่อย อย่างเช่น

"ตอนวัยรุ่น เรามีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน พอทำงาน เรามีแรง มีเงิน แต่ไม่มีเวลา พอเราแก่ตัวลง เรามีเวลา มีเงิน แต่ไม่มีแรง แล้วเราจะไปใช้ชีวิตตอนไหนกัน"

อืม...ก็จริงของเขา ทุกวันนี้เล็กไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย ก้มหน้าก้มตาทำแต่งานในวงการอย่างเดียว ตอนนี้แฟนก็ยังไม่มีเพราะไม่มีเวลาไปหา เฮ้อ...

"งานที่มั่นคงไม่ได้วัดกันตอนที่ทำหรอกครับ แต่วัดกันตอนที่หยุดทำแล้วเรายังเหลืออะไรต่างหาก"

แปลกดี ผมเพิ่งรู้ว่าความมั่นคงไม่ได้วัดกันที่ตอนทำงาน แต่ก็เห็นด้วยว่าต้องวัดตอนหยุดทำ เพราะงานที่เล็กทำ หยุดทำแล้วก็ไม่มีรายได้ ไม่เหมือนเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ มีทางเดียวคือ กอบโกยให้ได้มากที่สุดในช่วงที่ยังมีชื่อเสียงอยู่ แต่บางที ได้มามากก็ใช้ไปมากเหมือนกัน

"สามสิ่งที่รอไม่ได้ในชีวิตก็มี สุขภาพ การตอบแทนและความสำเร็จ"

อืม...ก็จริงอีกแหละ ทุกวันนี้เล็กทำงานหนัก พอดูแลแม่ได้บ้าง แต่ให้ได้แค่เงิน ไม่ค่อยมีเวลาให้ สุขภาพก็ไม่ค่อยได้ดูแล ความสำเร็จก็ยังไม่มาก จะดูแลตัวเองยังแทบไม่รอดเลย ทำให้ดูแลคนอื่นๆ ลำบากเหมือนกัน

เอ...นายขนมไปเอาความคิดดีๆ แบบนี้มาจากไหนกันนะ ตอนนั้นเล็กสงสัยมาก เห็นท่าทางกวนประสาทๆ แบบนั้นไม่น่าจะมีความคิดดีๆ แบบนี้ได้

จนกระทั่งมาถึงไฮไลท์ที่เล็กเห็นแล้วต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

"ผมอยากเจอคุณเล็กครับ มีวันว่างๆ ช่วงนี้ไหมครับ ผมอยากชวนมากินข้าวด้วยกันหน่อย"

บ้าไปแล้ว!

รู้จักกันก็ครั้งเดียว ไม่ได้ประทับใจอะไรด้วย แต่กลับจะชวนไปกินข้าว หรือว่า...นายขนมเป็นเกย์แล้วชอบเล็กหรือเปล่า แต่หน้าตาท่าทางไม่น่าใช่ หรือว่าอยากจะเป็นเพื่อนกัน แต่กวนประสาทซะขนาดนั้น ไม่น่าเป็นเพื่อนด้วยเลย

นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่ามีเหตุผลอะไรนายขนมถึงได้อยากเจอ

เอาไงดีล่ะ มันดูแปลกๆ ชอบกล ไม่รู้สิ...เล็กมีเซ้นส์แบบนั้นจริงๆ!

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2016 17:58:27 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
เรื่องนี้ดูน่าสนุกจังค่ะ

อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ

ชื่อพระเอกน่ารักจังเลย

จะติดตามนะคะ

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
ชวนไปขายตรงแน่เลย 55

ออฟไลน์ Rabity

  • #slytherinforlife
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-8
ว้ายยยย เรื่องนี้น่ารักจังค่ะ มาแค่ตอนแรกแต่ก็มีแววว่าจะสนุกมากๆซะแล้ว รีบมาต่อนะคะ อยากอ่านตอนต่อไปจังเลย ตอนที่พูดถึงขนม กะเชียร์ให้เป็นเคะซะหน่อยเพราะเป็นหนุ่มตี๋ 555 แต่เวลาพูดแบบมีสาระนี่ดูดีจัง เหมาะกับบทพระเอกมากเลยอิอิ (ใจง่ายมากฉัน) เอาเป็นว่าจะรอดูตอนต่อไปก็แล้วกันเนอะ

จะติดตามต่อไปจ้าาาาา

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
เล็กจะเจอนายขนมอีกครั้งไหมนี่ ลุ้นๆ
มาต่อไวๆนะครับพี่นักเขียน 5555+

ออฟไลน์ Magis

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
มาตามติด ติดตาม เหอๆๆ

ออฟไลน์ ชัดเจนกาบ

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-23
อืมนะ ผมว่าขนมเนี้ยน่าจะเป็นตัวแทนขายอะไรสักอย่างรึเปล่า คนปากเสียแบบนั้นไม่น่ามาพูดอะไรมีสาระถ้าไม่หวังอะไร เพราะมันก็แปลกจริงๆ

ออฟไลน์ maii

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-2
นายขนม นี่ต้องมีซัมติงแน่ๆ รีบมาเฉลยนะคะ :call: :call:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿
CHAPTER 02 ❋ It's Your Way!!!


"ฝน...วันนี้พี่เพิ่งได้โบนัสมา ไปกินข้าวเย็นด้วยกันหน่อยไหม เย็นนี้ฝนว่างหรือเปล่า"

"ไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้ละครเรื่องใหม่ของพี่เล็กจะออกอากาศวันแรกนะคะพี่ขนม ฝนอยากให้กำลังใจพี่เล็กน่ะค่ะ ไว้วันหลังได้ไหมคะ"

"โธ่ฝน...นี่ฝนเห็นดาราคนนั้นสำคัญกว่าพี่อีกเหรอ เราสองคนเป็นแฟนกันนะ"

"..."

"ฝน...นานๆ ทีเราจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน ฝนไม่อยากไปกินข้าวกับพี่เหรอ"

"อ้าว...ก็พี่ขนมไม่ได้นัดล่วงหน้าก่อนนี่ อีกอย่าง...พี่ขนมเองก็ทำแต่งาน พอฝนว่าง พี่ก็ไม่เคยว่าง คนพวกนั้นของพี่สำคัญกว่าฝนอีก ฝนต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายต้องน้อยใจ...ใช่ไหมคะ"

"ฝน.... ฝนก็รู้ว่าพี่ทำเพื่ออนาคตของเราสองคนนะ"

"ค่ะ ทราบค่ะ แต่ถ้าไม่มีเวลาแบบนี้ ฝนว่า...ไม่ต้องมีอนาคตก็ได้มั้งคะ"

"ฝน..."

"ไว้วันหลังละกันนะคะพี่ขนม ฝนอยากดูละครที่พี่เล็กเล่นจริงๆ ค่ะ ไปกินวันอื่นนะคะ ร้านไม่ได้เปิดวันนี้วันเดียวซะหน่อย แต่วันนี้ละครออนแอร์วันแรก ยังไงฝนก็พลาดไม่ได้หรอกค่ะ"

"..."

น้ำฝนวางสายไปแล้ว เจได้แต่รู้สึกโกรธกรุ่นในใจ อุตส่าห์ทำงานหนักแทบเป็นแทบตาย ตั้งใจว่าจะชวนแฟนสาวไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อในบรรยากาศดีๆ โรแมนติกๆ เสียหน่อย แต่กลับถูกปฏิเสธเพียงเพราะติดดารา ไม่อยากเชื่อเลยว่าน้ำฝนอยากดูละครของนายเล็กนั่นมากกว่าจะไปกินข้าวกับเจเสียอีก

ดีละ...ชอบมันมากนักใช่ไหม!


"เชิญนั่งครับ"

เสียงนุ่มๆ ของนายขนมบอกพร้อมกับขยับเก้าอี้ให้ด้วย อืม...เป็นสุภาพบุรุษกับเขาก็เป็นแฮะ เล็กนั่งลงพร้อมกับกล่าวขอบคุณเบาๆ

"อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะครับ" เสียงนุ่มๆ บอกอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้ม

เอ...ว่าแต่ทำไมเล็กต้องรู้สึกใจหวิวๆ กับรอยยิ้มของเจ้าหมอนี่ด้วย พอดูใกล้ๆ แล้ว หมอนี่หน้าตาหล่อไม่เบา ที่สำคัญ ผิวพรรณดีมาก ขาวเนียนละเอียด ผิวหน้าใสไม่มีรอยสิวเลย แสดงว่าดูแลตัวเองดีมาก เล็กเสียอีกที่ผิวคล้ำแดดบ่อย มีสิวและริ้วรอยพอสมควร แม้ว่าจะดูแลด้วยเครื่องสำอางค์ราคาแพง แต่การทำงานหนักแทบทุกวันทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณบ่อยๆ ถ้าเกิดอายุเท่ากันเล็กคงอายแย่เพราะอีกฝ่ายหน้าเด็กกว่าพอสมควร

เล็กรับเมนูจากนายขนมมาเปิดดู อีกฝ่ายหยิบมาอ่านด้วยเช่นกัน พอสั่งอาหารเสร็จแล้ว นายขนมจึงเริ่มชวนคุย

"ขอบคุณนะครับที่ดาราดังๆ อย่างคุณอุตส่าห์รับนัดผม ยอมเสียเวลาหาเงินหาทองมานั่งคุยกับใครก็ไม่รู้ ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับ"

นั่นสิ...เล็กแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่อยู่ๆ รับนัดนายหมอนี่ ไม่รู้ว่าคราวนี้จะด่าอะไรเล็กอีกหรือเปล่า แหม...แต่ตอนท้ายนี่อวยเว่อร์ไปไหมนายขนม

"ไปเล่นฟิตเนสที่นั่นบ่อยๆ เหรอครับ" นายขนมถามต่อเมื่อเห็นเล็กยังคงเงียบ วันนี้เขาไปรับเล็กมาจากฟิตเนสแล้วพาที่ร้านอาหารแห่งนี้ ดูดีพอสมควร แต่ราคาไม่แพงเท่าไหร่ 

"ครับ" เล็กชักวางหน้าไม่ถูก นึกถึงสีหน้านายขนมขี้โมโหวันนั้นแล้วยังขยาดไม่หาย

"เมื่อก่อนผมก็ไปฟิตเนสบ่อยๆ นะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเวลาไป จริงๆ ก็ไม่ได้ไปนานแล้วแหละ"

"อ๋อครับ" เล็กพูดสั้นๆ เพราะยังไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับหมอนี่ดี

"ออกมาที่สาธารณะแบบนี้ ไม่กลัวคนจำได้เหรอครับ"

"ดาราตกอับอย่างผม แถมละครผมถูกดองตั้งหลายเรื่อง คุณคิดว่ายังจะมีใครจำผมได้อีกเหรอครับ" ไม่รู้ว่าประชดหรือเปล่า แต่มันอดไม่ได้จริง สะใจจริงที่เจ้าหมอนั่นดูสะอึกไปเหมือนกัน

"อ๋อ...เดี๋ยวก็ดังแล้ว เมื่อวานผมยังดูละครที่คุณเล่นเลย ฝนโทรมาคะยั้นคะยอผมทุกวันให้ดูให้ได้ แต่ผมไม่ค่อยชอบดูทีวีหรอก ไม่ค่อยมีเวลาดู แต่ว่า...ละครที่คุณเล่นเมื่อวานก็สนุกดีนะครับ"

แน่ะ! ทำเป็นชม จะมาไม้ไหนอีกหนอ เล็กต้องระวังตัวให้ดีซะแล้ว

"ขอบคุณครับ ว่าแต่ทำไมไม่ค่อยได้ดูละครล่ะครับ งานเยอะเหรอ" เล็กเผลอหลุดคำถามไปจนได้ ว่าจะทำเป็นขรึมๆ ซะหน่อย

"อืม...ครับ ก็มีเกือบทุกวัน แต่สนุกดีครับ ผมชอบงานแบบนี้ ตอนแรกไม่ชอบหรอกครับ ไม่คิดจะทำด้วย แต่พอศึกษาดีๆ ลองๆ ทำดู ทำไปทำมาก็รู้สึกชอบ ผมได้เรียนรู้อะไรดีๆ หลายอย่างจากงานนี้"

เอ...ทำงานอะไรของเขานะ เล็กแอบสงสัยในใจ แต่ยังไม่ได้ถามอะไรออกไป ขอวางมาดขรึมต่ออีกสักหน่อยละกัน

"อ้อ...ผมไม่ได้ชื่อขนมนะครับ ผมชื่อเจ"

"อ้าวเหรอครับ แล้วทำไมน้องน้ำฝนเขาเรียกคุณว่าขนมล่ะครับ"

"อ๋อ...ตอนเด็กๆ ผมชอบกินขนมไง กินจนอ้วนเลย ม้ากับป๊าแล้วก็ญาติๆ ที่บ้านเลยเรียกผมว่าขนม เป็นฉายาประจำตัวไปเลย" เจหัวเราะขำตัวเองเบาๆ "ฝนก็เลยเรียกตามญาติๆ ผมนั่นแหละ แต่ว่า...คุณเล็กเรียกผมว่าเจก็ได้ครับ เรียกขนมแล้วผมรู้สึกแปลกๆ ปกติที่บ้านจะเรียกกันครับ ไม่ค่อยให้คนข้างนอกเรียก"

"อ๋อ...ครับ" เล็กรับคำสั้นๆ

อาหารมาเสิร์ฟแล้ว เล็กกับเจหรือนายขนมจึงหยุดคุยกันไปพักหนึ่ง ก่อนลงมือกินอาหารประทังความหิว ไม่นานนัก เจจึงเริ่มชวนกลับเข้าสู่การสนทนาอีกครั้ง

"มีนิทานจะเล่าให้ฟังครับ"

เล็กเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย จะมาไม้ไหนอีกหนอพ่อหนุ่มตี๋ คนที่นั่งอยู่ไม่ใช่เด็กๆ นะถึงจะได้มาเล่านิทานให้ฟัง

"มีชายสองคนเป็นคนบ้านนอกครับ เขาทั้งสองคนเพิ่งเข้ามาทำงานในกรุงเทพวันแรก พอมาถึงกรุงเทพ ชายคนที่หนึ่งเห็นร้านกาแฟก็เลยชวนชายคนที่สองไปนั่งกินกาแฟกัน ชายคนที่หนึ่งสั่งกาแฟร้อนราคายี่สิบบาท ส่วนชายคนที่สองสั่งกาแฟเย็น ราคาสี่สิบบาท พอกาแฟมาเสิร์ฟ ชายคนที่หนึ่งได้กาแฟแล้วก็รีบเป่าๆ คนๆ แล้วกินกาแฟให้หมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ชายคนที่สองสงสัยก็เลยถามว่าทำไมต้องรีบกินขนาดนั้น รู้ไหมครับว่าชายคนที่หนึ่งตอบว่าอะไร"

เล็กทำท่านึก "เอ...เขาติดกาแฟหนักหรือเปล่าก็เลยรีบกิน"

"เปล่าครับ ทายอีกสิครับ" หนุ่มตี๋ยิ้มภูมิใจที่เล็กยังนึกไม่ออก

"อ๋อ...กลัวเพื่อนอีกคนแย่งกินหรือเปล่าครับ" เล็กทำหน้ามั่นใจเพราะคิดว่าคราวนี้ตอบถูกแน่นอน

"ไม่ใช่" เจหัวเราะชอบใจเบาๆ คนผิวคล้ำกว่าพลันรู้สึกสะดุดใจกับรอยยิ้มนั้นอย่างบอกไม่ถูก

"เฉลยเลยละกันครับ เหตุผลที่ชายคนที่หนึ่งรีบดื่มกาแฟให้หมดก็คือ..." เจทำท่าทางลุ้น "เขากลัวกาแฟที่สั่งจะเย็นซะก่อนไงครับ เพราะถ้ากาแฟเย็นแล้วเขาต้องจ่ายสี่สิบบาท"

"อ๋อ..." เล็กขำไปกับมุกตลกนั้นด้วย "นึกว่าอะไร ที่แท้ก็กลัวเสียเงินเพิ่มนี่เอง"

"นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ไม่สำคัญหรอกว่าเราได้ยินหรือรู้อะไรมา แต่สำคัญว่าเราเข้าใจมันยังไงต่างหาก จริงไหมครับ"

แน่ะ! มีสรุปข้อคิดให้ด้วย

"ครับ" เล็กรับคำ "คุณนี่ก็ตลกเป็นเหมือนกันนะ นึกว่า..."

"นึกว่าอะไรครับ" เจเอียงคอสงสัย

"อ๋อ...เปล่าๆๆ" เล็กรีบบอกปัด ความจริงกำลังจะบอกว่าฝ่ายนั้นโมโหเป็นอย่างเดียว แต่กลัวพูดแล้วจะโมโหขึ้นมาจริงๆ

"อ๋อ...ถึงผมตลกแต่ก็ตลกอย่างมีสาระนะครับ" เจพูดพร้อมกับยักคิ้วให้

"คุณเล็กอยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่าครับ"

อ้าว...ไปไงมาไงอยู่ดีๆ มาถามเรื่องครอบครัวซะงั้น เปลี่ยนเรื่องไวจริงๆ

"อ๋อ...ไม่ครับ พ่อกับแม่ผมอยู่ที่สิงห์บุรี น้องชายทำงานที่กรุงเทพนี่แหละ แต่ไม่ค่อยได้เจอหรอกครับ ต่างคนต่างทำงาน แล้วก็มีพี่สาวอีกคนอยู่สิงห์บุรี ก็ได้พี่สาวนี่แหละครับช่วยดูแลพ่อแม่ให้" เล็กตอบเท่าที่พอตอบได้ ปกติไม่ค่อยมีใครถามถึงครอบครัวของเล็กเท่าไหร่ พอทำงานแล้วก็มักพูดแต่เรื่องงานมากกว่าอย่างอื่น

"ดาราอย่างคุณเล็กคงมีรายได้เยอะแน่เลย แบบนี้พ่อกับแม่ก็สบายสิครับ"

"ใครว่าล่ะครับ รายจ่ายผมก็เยอะนะ ไหนจะค่าจ้างผู้จัดการส่วนตัว ค่าเดินทางทั้งรถทั้งเครื่องบิน ค่าโทรศัพท์ เยอะมากๆ ค่าเสื้อผ้า ค่าข้าวของเครื่องใช้สำหรับดูแลร่างกาย โอย...แล้วก็อีกหลายๆ ค่าใช้จ่าย เป็นดาราได้เงินเยอะก็จริง แต่รายจ่ายก็เยอะตาม ผมยังไม่กล้าซื้อรถใช้เลย"

"โห...แล้วอย่างนี้รายได้แต่ละเดือนนี่พอไหมครับ"

"ก็แล้วแต่ บางช่วงที่ไม่มีงานใช้เงินเก็บที่มีอยู่บ้าง ช่วงนี้มีงานเยอะก็ได้เยอะหน่อย พอมีเหลือเก็บ แต่ผมก็ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองหรอกว่าจะดังได้นานแค่ไหน เอาเข้าจริงๆ ผมไม่รู้หรอกว่าทางช่องเขาจะดันผมอีกหรือเปล่า เดี๋ยวนี้ดาราหน้าใหม่ๆ เข้ามาเยอะครับ"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เล็กเล่าเรื่องส่วนตัวให้เจฟังไปเสียเยอะเลย แต่ดูๆ ไป หมอนี่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก เล็กเจอคนในวงการที่เขี้ยวลากดินกว่านี้มาเยอะ พอดูคนออกอยู่บ้าง

"ใช่ครับ เดี๋ยวนี้ผมแทบจำชื่อดาราไม่ได้เลย จำได้แต่รุ่นเก่าๆ" เจขำเบาๆ รู้สึกว่าตัวเองแก่เกินไปที่จะมาคอยจดจำดาราใหม่ๆ เสียแล้ว "แล้วตอนว่างๆ ทำอะไรครับ" เจถามอีกราวกับกำลังสัมภาษณ์ดาราทำข่าว

"ช่วงที่ไม่ค่อยมีงานนี่ก็ว่างเกือบทุกวันนะครับ แต่ช่วงนี้ผมทำงานหนักเกือบทุกวัน ก็ดีครับ ดีกว่าไม่มีอะไรให้ทำ ผมเป็นดาราก็ต้องอยากให้มีงานเข้ามาเยอะๆ อยู่แล้วล่ะ แต่พอมีว่างบ้าง ว่างทั้งวันอาจจะไม่ค่อยมี อย่างวันนี้ผมก็ว่างช่วงเย็น นอกนั้นก็แล้วแต่ว่างานจะติดต่อมาให้ไปตอนไหน เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกครับ"

"แล้วคุณเล็กชอบทำอะไรเวลาว่างๆ ครับ ผมนะครับ ชอบเล่นกับหมา ที่บ้านจะเลี้ยงไว้ตัวหนึ่ง ชื่อมิชก้า เป็นพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ หอนเก่งมาก หอนทีไรกลัวข้างบ้านเอาอะไรปาทุกที แต่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับมันหรอก ส่วนมากเจ๊ผมจะเล่นกับมันบ่อยกว่า"

ท่าทางคนเล่าดูมีความสุขมากทีเดียว แสดงว่าคงชอบเล่นกับหมาจริงๆ

"อ้อ...ผมก็ชอบหมาเหมือนกัน แต่ไม่ได้เลี้ยง ถ้าผมมีเวลาว่างน่ะเหรอ อืม...อ่านหนังสือมั้งครับ ก็อ่านบ้าง... อะไรอีก...ว่ายน้ำ ไปฟิตเนส แล้วก็ดูหนัง ดูเพราะว่าอยากแสดงให้เก่งขึ้น ก็เลยชอบหาหนังดีๆ มาดู นอกนั้นก็ไปเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปหรอกครับ เปลืองเงิน"

"ครับ อืม....ว่าแต่ว่า...คุณเล็กคิดจะทำงานในวงการบันเทิงไปอีกนานแค่ไหนครับ เกิดวันหนึ่งไม่ได้เล่นเป็นพระเอกแล้วจะเล่นเป็นอะไรดีครับ"

"ถามยากนะครับเนี่ย ผมเหรอ...อืม...ไม่รู้สิ ผมคิดว่าผมน่าจะอยู่ได้อีกสัก 4-5 ปี จากนั้น...ก็คงจะไปหาธุรกิจส่วนตัวทำแล้วครับ แต่ถ้ามีบทดีๆ ถึงจะเล่นเป็นพ่อ ผมก็ยังอยากเล่นนะครับ แต่งานในวงการมันไม่ยั่งยืนหรอก ผมก็คงต้องหาลู่ทางเตรียมไว้เหมือนกัน เมื่อก่อนผมเคยคิดอยากเปิดร้านขายกาแฟ แต่เห็นเขาเจ๊งไปเยอะก็เลยไม่เปิดดีกว่า กลัวเจ๊ง อีกอย่างผมว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีด้วย การเมืองก็ไม่นิ่ง เดี๋ยวธุรกิจจะพลอยซวยไปด้วย"

เจพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ จากนั้นต่างคนต่างหันมาจัดการกับอาหารของตัวเองอีกคำรบเพราะหยุดคุยกันเสียนาน

"ผมมีอะไรให้คุณเล็กเลือก ไม่ต้องถามนะครับว่าทำไมต้องเลือก ให้เลือกมาหนึ่งอย่าง เริ่มเลยนะครับ ผมอยากให้คุณเล็กเลือกของที่ผมจะพูดต่อไปนี้ครับ ไม้จิ้มฟัน ทุเรียน สว่าน เสียม น้ำยาไฮเตอร์ เลือกอะไรครับ"

หืม...อะไรของเขาเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ให้เล่นเกมส์อะไรก็ไม่รู้ ยังกะมาออกรายการเกมส์โชว์ซะอย่างงั้น เล็กพยายามนึกทวนว่ามันมีอะไรบ้าง สุดท้ายจึงเลือกเอาที่พอจำได้

"ทุเรียนละกันครับ"

"โจทย์ก็คือ คุณเล็กใช้อะไรขัดหน้าครับ"

"โห! หน้าผมก็พังพอดีสิครับ"

ทั้งเจและเล็กต่างขำพร้อมๆ กัน ท่าทีหวาดระแวงของเล็กค่อยๆ หายไปบ้างแล้ว รู้สึกเป็นกันเองกับชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้มากขึ้น

น่าแปลก ทำไมเล็กดูไว้ใจผู้ชายคนนี้มากกว่าคนแปลกหน้าทั่วไปที่เล็กเคยเจอ ไม่เคยมีคนแปลกหน้าที่ไหนทำให้เล็กไว้ใจได้ง่ายๆ แบบนี้เลย

"คุณเล็กรู้ไหมครับ หลายคนชอบเลือกทำอะไรโดยไม่รู้ว่าโจทย์ของชีวิตตัวเองคืออะไร สุดท้ายเราก็เลือกผิด ผมมีนิทานอีกเรื่องจะเล่าให้ฟังครับ"

ตอนนี้เล็กชักนึกสนุกและอยากฟังนิทานของนายขนม เอ๊ย นายเจขึ้นมาเสียแล้วสิ ตอนแรกนึกว่าจะมาหลอกเด็ก แต่พอเห็นว่ามีสาระก็เลยชอบ

"มีชายหนุ่มสองคนไปเที่ยวที่เมืองหนึ่ง หลังจากขับรถกลับมาที่โรงแรมที่พักแล้วก็พบว่าไฟดับ เครื่องปั่นไฟก็เสีย ห้องพักของเขาสองคนดันอยู่ชั้นหกสิบ ก็เลยต้องเดินขึ้นไป ชายคนแรกเสนอไอเดียว่าในระหว่างที่เดินขึ้นบันไดไปให้เล่าเรื่องไปด้วย แป๊บเดียวก็น่าจะถึงแล้ว ชายคนที่สองเห็นด้วย พอดินขึ้นบันไดไป ชายคนแรกเริ่มเล่าเรื่องรักครั้งแรกก่อน แล้วชายคนที่สองก็เล่าเรื่องผี จบแล้วชายคนแรกเล่าเรื่องที่เขาไปเที่ยวแอฟริกามา ชายคนที่สองเล่าเรื่องภรรยาขี้บ่น แล้วก็อีกหลายเรื่องจนมาถึงชั้นหกสิบ สุดท้ายก็พบว่า...พวกเขาลืมกุญแจห้องไว้ในรถ ถ้าเป็นคุณเล็ก คุณเล็กจะลงไปเอากุญแจไหมครับ"

เล็กส่ายหน้าเดียะ "ไม่ครับ นอนหน้าห้องนั่นแหละ"

เจขำเบาๆ "คิดเหมือนผมเลย ผมก็จะทำอย่างงั้นเหมือนกัน" เจหยุดเว้นจังหวะและถือโอกาสหยุดขำไปด้วย "ถ้าเป็นตึกหกสิบชั้น ผมว่าเราพอลงมาเอากุญแจได้นะครับ อย่างน้อยก็เสียเวลาอีกสองสามชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิต วันหนึ่งถ้าเราอายุหกสิบปีแล้วดันพบว่าตัวเองลืมกุญแจเอาไว้ คุณเล็กคิดว่าเราจะย้อนกลับไปเอากุญแจมาได้ไหมครับ"

นั่น...ข้อคิดอีกแล้ว! คมมากซะด้วย!

"ชีวิตสำคัญที่การเลือกครับคุณเล็ก ทิศทางผิด ความพยายามก็สูญเปล่า"

ซี้ด...คมยิ่งกว่าเดิมอีก!

"ทำไมคุณเล็กถึงอยากเป็นดาราล่ะครับ" เจเปลี่ยนคำถาม

ผู้ชายคนนี้กำลังทำอะไรกันแน่ ทำไมแต่ละเรื่องที่พูดหรือถามถึงได้ลึกซึ้งคมคายขนาดนี้ ไม่เคยมีใครพูดหรือถามคำถามแบบนี้กับเล็กมาก่อนเลย

"อืม...ตอบยากเหมือนกันนะครับ เหมือนจะมีหลายๆ เหตุผล" เล็กทำท่านึก "อย่างแรก...อยากมีเงินกับชื่อเสียง ถ้าว่ากันตรงๆ นะครับ ผมก็อยากดัง อยากรวยเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ อย่างที่สอง...ผมคิดว่าผมชอบการแสดงนะ ถึงจะไม่ได้เรียนมาด้านนี้โดยตรง แต่พอได้ทำแล้วผมก็รักการแสดง ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างเลย วงการบันเทิงมันก็อย่างว่านั่นแหละ แต่มันก็เป็นงาน เป็นอาชีพ ทำให้เรามีรายได้"

เจขำพร้อมกับยิ้ม "ตอบเหมือนดาราเป๊ะเลยนะครับ ผมควรจะถามคุณเล็กด้วยไหมครับว่าคุณเล็กกลัวอะไรแปลกๆ บ้างไหม อย่างเช่น กลัวจานสีขาว อะไรทำนองนี้"

เล็กหัวเราะบ้าง รู้สึกเป็นกันเองกับคนตรงหน้าเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ

"คุณเล็กจะเอาเงินกับชื่อเสียงไปทำอะไรเหรอครับ แล้วถ้าเงินหมด ชื่อเสียงหมด ชีวิตจะเหลืออะไรครับ"

สาบานได้ว่าเล็กไม่เคยได้ยินคำถามนี้หรือคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยในชีวิต จึงได้แต่นิ่งอึ้งไปหลายวินาที

"อืม...ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยครับ" เล็กทำท่าครุ่นคิด ขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะหาคำตอบให้ตัวเองได้ยากไม่น้อย คำถามง่ายๆ แต่คำตอบกลับคลุมเครือ "ก็จริงของคุณนะ ถ้าเงินหมด ชื่อเสียงหมด แล้วผมจะเหลืออะไร" เล็กพูดเหมือนคิดกับตัวเอง ก่อนจะหันไปถามเจด้วยสีหน้าจริงจัง "ถามจริงๆ นะครับ คุณเจกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างผมอยู่หรือเปล่าครับ ผมรู้สึกว่าคำถามของคุณหรือเรื่องที่คุณเล่ามันฟังดูแปลกๆ มากเลย ผมไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ตกลงคุณจะให้ผมทำอะไรเหรอครับ"

เจยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่ไม่ตอบคำถามนั้นเสียทีเดียว

"ก่อนผมจะบอกคุณเล็ก ผมจะขอย้อนกลับไปที่ผมถามให้คุณเล็กเลือกสิ่งของก่อนนะครับ ที่คุณเล็กเลือกทุเรียนมาขัดหน้า จำได้นะครับ ก็เหมือนที่คนทั่วๆ ไปเลือกเรียนคณะที่เขาชอบ หรือไม่ก็เรียนไปโดยไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร จบมาก็หางานทำ อยากเป็นวิศวกร อยากเป็นหมอ อยากเป็นนักกีฬา นักร้อง นักแสดง ไม่ผิดนะครับที่อยากเป็น แต่หลายคนไม่รู้โจทย์ชีวิตของตัวเอง ทำงานที่คิดว่าชอบแต่กลับไม่มีความสุข ไม่ตอบโจทย์ชีวิตที่อยู่ลึกๆ ในใจของตัวเอง คุณเล็กรู้ไหมครับ มีเรื่องหนึ่งที่คนเราทุกคนรู้เหมือนกันแต่ไม่เคยถามตัวเองเลย คุณเล็กรู้ไหมว่าคืออะไร..."

เล็กส่ายหน้าทันที ดูเหมือนนายคนนี้จะรู้อะไรลึกซึ้งจนเกินกว่าที่เล็กจะตอบพล่อยๆ ได้

"ก็รู้ว่าเราต้องการชีวิตแบบไหนไงครับ เราถูกถามตั้งแต่เด็กๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เด็กๆ ก็จะตอบว่าอยากเป็นทหาร ตำรวจ หมอ วิศวกร ก็ตอบตามค่านิยมของผู้ใหญ่นั่นแหละ แต่ไม่มีพ่อแม่แม้แต่คนเดียวที่ถามลูกว่า...โตขึ้น อยากมีชีวิตแบบไหน นี่ต่างหากคือสิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่อาชีพ เพราะอาชีพเป็นแค่เครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมายชีวิต"

เล็กพยักหน้าเห็นด้วยและคิดตาม ก็จริงอย่างที่เจว่า แม้เราไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร แต่คนส่วนมากย่อมรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าชีวิตที่ต้องการเป็นแบบไหน

"ผมถามคุณเล็กนะครับ ถ้าวันนี้ไม่ต้องสนใจว่าเราจะมีอาชีพอะไร ชอบหรือไม่ชอบทำอะไร คุณเล็กอยากได้ชีวิตแบบไหนครับ เอาแบบที่คุณเล็กอยากได้จริงๆ ไม่ต้องสนใจเงื่อนไขปัจจุบันเลย" เจถามต่อ

"ผมว่า...ทุกคนก็อยากมีชีวิตที่ดีแหละครับ อยากมีบ้านอยู่สบายๆ อบอุ่นๆ กับครอบครัว แล้วก็คนที่เรารัก มีรถดีๆ ขับ มีที่กว้างๆ บ้านหลังโตๆ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ มีอาหารดีๆ กิน มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ สุขภาพดีไม่เจ็บไม่ป่วย มีเพื่อนดีๆ ได้ไปเที่ยวในที่สวยๆ งามๆ มีเวลาของตัวเอง ไม่ต้องทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง คงอะไรประมาณนี้มั้งครับ ไม่หนีกันมากหรอก" เล็กพูดในสิ่งที่ตัวเองเคยคิดฝันเอาไว้ แต่ไม่เคยเป็นจริงเลย กระทั่งเป็นดารายังมีชีวิตแบบนั้นไม่ได้ คนทั่วไปยิ่งยากเข้าไปใหญ่

"ใช่ไหมครับ ผมคิดว่าใครๆ ก็คงมีความฝันที่จะมีชีวิตแบบนี้ทั้งนั้นแหละ แต่ปัญหาคืออะไรรู้ไหมครับ"

เล็กส่ายหน้าอีกเพราะไม่อยากเดา เดาไปก็ไม่ถูกอยู่ดี เฉลยมาเลยละกัน

"เราเลือกเครื่องมือผิดไงครับ หลายคน...เลือกเครื่องมือผิดเพราะว่าไม่รู้โจทย์ชีวิต เปลี่ยนเครื่องมือกี่ครั้งก็ผิดเหมือนเดิม เพราะว่าวิธีคิดผิด เลือกกี่ครั้งก็เลยผิด แต่บางคนที่รู้โจทย์ชีวิตของตัวเองกลับหาเครื่องมือที่ต้องการไม่ได้ มีไม่กี่คนบนโลกนี้เท่านั้นนะครับที่รู้โจทย์ชีวิตของตัวเอง แล้วหาเครื่องมือที่ใช่ได้"

"เครื่องมือคืออะไรเหรอครับ"

"ก็อาชีพหรืองานที่เราทำไงครับ"

เล็กนิ่งคิดตามไปหลายวินาที ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

"ก็จริงของคุณนะ ฟังที่คุณพูดแล้วก็นึกถึงอาชีพดาราของผมเลย ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะว่าถ้าเป็นดาราแล้วผมจะได้ชีวิตอย่างที่ผมอยากได้หรือเปล่า ถ้าพูดตรงๆ ก็คงไม่ อืม...ขอบคุณที่บอกเรื่องนี้นะครับ ไม่งั้น...ผมก็คงคิดเองไม่ได้ อ้อ...ว่าแต่จะบอกผมได้หรือยังล่ะครับว่าตกลงที่พูดมาทั้งหมด จะให้ผมทำอะไรกันแน่ คุณเจจะให้ผมทำอะไรหรือเปล่าครับ"

"ใจเย็นๆ สิครับคุณเล็ก บางทีถ้าคุณเล็กคิดได้ หาเครื่องมือเองได้ คุณเล็กไม่จำเป็นต้องทำเหมือนผมหรอกครับ ผมแค่อยากให้คุณเล็กคิดเรื่องสำคัญของชีวิตที่เราไม่เคยคิดก็เท่านั้นแหละ ส่วนจะทำอะไรหลังจากที่คิดได้ค่อยมาว่ากันครับ"

เจขอทำตามกฎจรรยาบรรณหน่อยละกันนะ แม้จะคิดไม่ซื่อมาตั้งแต่เริ่มเพราะมีแผนบางอย่าง แต่จะว่าไปก็รู้สึกละอายใจเพราะไม่เคยเอาธุรกิจมาทำแบบนี้กับใครเลย ยกเว้นคนนี้และครั้งนี้เท่านั้น

"อ้อ...อย่างงั้นเหรอครับ" เล็กพยักหน้าช้าๆ

"ถ้าเราจะไปอเมริกา ระหว่างขับเครื่องบินไปกับพายเรือไป คุณเล็กจะเลือกอะไรครับ"

"ก็ต้องขับเครื่องบินสิครับ พายไปเมื่อไหร่จะถึงล่ะครับ ตายก่อนพอดี"

"ใช่ครับ ไม่ว่าผมจะถามใคร ทุกคนตอบได้ทันที แทบไม่ต้องคิดเลย" เจยกยิ้ม "แต่คุณเล็กรู้ไหมครับ ในชีวิตจริง คนส่วนมากเลือกพายเรือไป เพราะมันง่ายกว่าขับเครื่องบิน หรือไม่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีเครื่องบินอยู่ ครูผมสอนว่า ความขยันเป็นพันๆ ครั้ง ไม่สู้การเลือกที่ถูกต้องเพียงครั้งเดียว เหมือนเราพายเรือไปอเมริกาไงครับ ต่อให้ขยันพายแค่ไหนก็คงไปไม่ถึงง่ายๆ เลือกเครื่องมือผิด เราก็ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ สุดท้ายก็ต้องยอมลดขนาดความฝันของตัวเองให้เหลือเท่าที่จะพอไปได้ ไปอเมริกาไม่ได้ก็อาจจะไปแค่สิงคโปร์แทน แทนที่เราจะเปลี่ยนเครื่องมือ แต่คนส่วนใหญ่ดันไปลดขนาดความฝันของตัวเองซะงั้น"

เล็กพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ "อืม...จริงของคุณนะ คมมากๆ เลยครับ ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าคุณไปเรียนเรื่องพวกนี้มาจากไหน ตกลงคุณทำงานหรือเรียนกันแน่ ทำไมมีครูสอนเรื่องพวกนี้ด้วย"

เจขำเบาๆ ที่เห็นเล็กทำหน้าแปลกใจมากขนาดนั้น "เดี๋ยวจะบอกครับ อีกซักคำถามละกัน ระหว่างให้เอาถังไปตักน้ำมากินใช้ กับต่อท่อน้ำมาที่บ้านของเรา คุณเล็กเลือกอะไรครับ"

"เลือกต่อท่อสิครับ ใครจะมีแรงไปตักน้ำได้ทุกวัน เกิดป่วยเกิดตายขึ้นมาก็ไม่มีน้ำกินสิครับ" เล็กตอบได้ทันที

"ใช่ครับ ใครๆ ก็ตอบแบบนี้ แต่ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่ก็เลือกไปตักน้ำ ไม่ได้ต่อท่อน้ำ รายได้บนโลกนี้มีสองแบบครับ แบบแรกก็เหมือนเอาถังไปตักน้ำ คนที่การศึกษาเยอะหน่อยก็อาจจะได้ถังใบใหญ่หน่อย แต่ก็ต้องไปตักน้ำเหมือนกัน เหนื่อยเหมือนกัน พอหมดแรงก็ต้องใช้น้ำที่ตักมาเก็บสะสมไว้เหมือนกัน เผลอๆ น้ำอาจจะหมดก่อนที่เราจะตายด้วยซ้ำ ส่วนรายได้แบบที่สองก็เหมือนกับการต่อท่อน้ำ แรกๆ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่เมื่อต่อเสร็จแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก เพราะเราจะมีเงินใช้ตลอดไป เหมือนน้ำที่ไหลมาตามท่อ เราแค่เปิดก๊อกน้ำ น้ำก็จะไหลออกมา ตอนนี้...งานที่คุณเล็กทำอยู่ คุณเล็กไปตักน้ำหรือต่อท่อน้ำอยู่ครับ"

นั่น! คมอีกแล้ว ในโลกนี้มันมีรายได้แบบต่อท่อน้ำด้วยหรือ เล็กไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

"ก็...น่าจะตักน้ำมั้งครับ เพราะถ้าวันไหนผมหยุด ผมก็ไม่มีรายได้" เล็กตอบ สีหน้าครุ่นคิดตลอดเวลา เรื่องที่เจพูดหลายเรื่องทำให้เล็กต้องคิดหนักเลยทีเดียว

หลังจากที่ฟังมานาน เล็กคิดว่าผู้ชายคนนี้ต้องมีอะไรดีๆ บางอย่างที่ไม่ยอมบอกแน่ๆ อย่ากระนั้นเลย เล็กขอถามตรงๆ ไปเลยดีกว่า ชักอยากรู้จนทนไม่ไหวแล้ว

"เอางี้ละกันครับ ผมไม่รู้ว่าคุณเจทำอะไรอยู่ แต่ผมว่ามันน่าสนใจมากๆ เลย ผมว่ามันต้องเป็นงานที่ดีแน่ๆ ไม่อย่างงั้นก็ไม่น่าจะสอนมุมมองความคิดชีวิตดีๆ แบบนี้ได้ คุณเจบอกผมได้ไหมครับว่าคุณเจทำอะไร ผมอยากทำด้วย ผมพูดจริงๆ นะครับ"

เสียงพูดหนักแน่นนั้นทำให้เจกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความดีใจ

"บอกได้สิครับ" เจหยุดเว้นจังหวะ ยิ้มมีเลศนัย

"ผมทำ...ยัวร์เวย์ครับ!"

ยัวร์เวย์เหรอ? มันคืออะไร ชื่อคุ้นๆ เหมือนสายการบิน แต่ไม่น่าใช่ เอ...แล้วมันคือธุรกิจอะไรหนอ อ้อ! นึกออกแล้ว เล็กจำได้ว่าพี่สาวของเล็กเคยทำยัวร์เวย์เมื่อหลายปีก่อนแต่เลิกทำไปนานแล้ว

ห๊า!!! ที่พูดมาทั้งหมดเสียดิบดี สรุปว่าเจจะชวนเล็กไปขายยัวร์เวย์เหรอ!!! ไม่นะ!!!

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2016 17:59:12 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
ห๊ะ สรุปที่พูดมามีสาระทั้งหมด เจจะชวนเล็กไปขาย ยัวร์เวย์จริงดิ

รู้สึกหักมุมจัง 55555+

ออฟไลน์ Rabity

  • #slytherinforlife
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-8
คืออ่านมาถึงสุดท้ายนี่ขำกร๊ากเลย
ตอนแรกก็นึกว่าเจจะทำงานอยู่แบบบริษัทปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิตอะไรเทือกนั้น
สรุป...ขายประกันสินะคะ (ก็ว่าอะไรยัวร์เวย์ ที่แท้ล้อแอมเวย์นี่เอง 555)
ไอ้แผนการคิดไม่ซื่อนี่คืออยากจะให้เล็กออกจากอาชีพนักแสดง แล้วน้ำฝนจะได้ไม่ตามกรี๊ดใช่ไหมคะเนี่ย แอบมุ้งมิ้งกว่าที่คาดนะคะ 555
จริงๆแอมเวย์ (ที่่นี้คือยัวร์เวย์สินะ) ทำแล้วได้เงินดีนะคะ ในกรณีที่ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ ทำผลงานทะลุเป้าได้ เงินเดือนก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เวลาจะไม่ค่อยมี
เป็นดาราต่อไปเถอะค่ะเล็ก อย่าไปเชื่อเจมันมาก ที่พูดมาตลอดนี่คือชักแม่น้ำทั้งโลกมาเลยใช่ป่ะ? 55555555

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
555 จะบอกว่าเรื่องนี้มาจากประสบการณ์จริงของตัวผมเองเลยครับ
เจอคนแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่ไม่ได้ทะเลาะกันแบบนี้นะครับ คุยกันดีๆ นี่แหละ เขาก็มาขอเบอร์
จากนั้นก็ไลน์มาคุยกัน บ่อยมากจนผมคิดว่าเขาแอบชอบเราหรือเปล่านะ แล้วเขาก็นัดเจอ
แล้วสุดท้ายก็รู้ว่าเป็นแอมเวย์ ตกใจเหมือนกันนะตอนนั้น แต่ก็สมัครใช้สินค้า เพราะรู้สึกว่าที่อัปไลน์นำเสนอ
มันมีอะไรบางอย่างต่างจากที่เรารู้มา ก็ใช้สินค้ามาจนถึงทุกวันนี้
ชอบสินค้าทุกอย่างเลยครับ เครื่องกรองน้ำ กรองอากาศ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน เครื่องสำอางค์ อาหารเสริม ฯลฯ
ใช้มาสามปีแล้ว ไม่เคยใช้ยี่ห้อในท้องตลาดอีกเลย แต่ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ

ทีนี้ ผมก็ได้ไอเดียที่จะเอาเหตุการณ์นั้นมาเขียนนิยาย เขียนไว้ประมาณสองสามปีที่แล้วแต่ไม่จบ
ผมรู้สึกว่าเรายังรู้น้อยไป ผมไม่อยากมโนเอาเองว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
เกิดธุรกิจนี้มันดีจริง แต่เราเขียนแย่ เราก็ทำบาปกับเขา แต่ถ้ามันแย่ แล้วเราเขียนดี ก็โกหกคนอื่น
เคยเห็นนักเขียนที่ยอมติดคุกเพราะอยากรู้ว่าคุกเป็นไงไหมครับ ผมก็ทำอย่างนั้น

ผมก็เลยไปเซ็นเตอร์ ฝึกสาธิตสินค้า ฝึกแผนการตลาด ฝึกสปอนเซอร์ ไปงานสัมมนา อบรม งานอะไรไปหมด
ออกค่าตั๋วเครื่องบินไปไต้หวันเพื่อไปดูคนสำเร็จอันดับหนึ่งของโลกแอมเวย์ให้เห็นกับตาว่ามีจริงไหม ยิ่งใหญ่แค่ไหน
ตอนนั้นผมทำงานที่องค์กรระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง มีโอกาสเดินทางไปประชุม/อบรมต่างประเทศหลายที่
ก็ไปสมัครแอมเวย์ที่อังกฤษ ออสเตรเลีย เวียดนาม อเมริกา (ต้นกำเนิด) เอาไว้ด้วย บางประเทศสินค้าก็ต่างไป
ที่อเมริกามี Apple, Dell, Sony, Microsoft, Starbucks แล้วก็อีกหลายแบรนด์มาร่วมด้วย ขายออนไลน์อย่างเดียว
นักธุรกิจที่ซื้อสินค้าพวกนี้จะได้คะแนนหรือส่วนลด 5-20% ก็เลยทำให้ผมคิดว่ามันไม่เล็กแล้วล่ะ
คงไม่ใช่แอมเวย์ป้าข้างบ้านที่ไม่มีอะไรจะทำแล้วมาวิ่งขายของทำยอด หาค่าคอมฯ อย่างที่เรารู้จักแล้วล่ะ

ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพราะว่าจะให้ใครไปทำนะครับ แต่ผมอยากเขียนถึงธุรกิจนี้ให้คนได้รู้จักแง่มุมดีๆ ของมันที่เราไม่ได้เห็น
คำสอนต่างๆ ที่ผมเอามาเขียน ได้มาจากธุรกิจนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาสอนกันแบบนี้จริงๆ นะครับ (เฉพาะในกลุ่มมืออาชีพ)
ฟังเผินๆ เหมือนเป็นคำถามเอาไว้หลอกคนเข้ามา แต่จริงๆ มันเป็นคำถามที่เราต้องถามตัวเอง คนที่ทำแอมเวย์เอาคำถามเหล่านี้มาจากไหน
ก็มาจากคนสำเร็จระดับโลกต่างๆ มากมาย รวมทั้งคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ คนสำเร็จในชีวิตคิดเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะทำอาชีพไหน
ความสำเร็จเริ่มต้นที่ความคิด ไม่ใช่ความสามารถ ฐานะ ไม่ใช่พูดเก่ง เพื่อนเยอะ แต่คิดเป็น ทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่ตามใจตัวเอง

เพราะฉะนั้น ลบภาพ "ขายตรง" เดิมๆ ไปได้เลยครับ ไม่มีในเรื่องนี้อย่างแน่นอน รับประกันล้านเปอร์เซ็นต์ครับ
ตื๊อ ง้อ วิ่งทำยอด หลอกคนมาฟัง อวดร่ำอวดรวย ฯลฯ จะไม่มีในเรื่องนี้ครับ
ที่สำคัญ แง่คิดชีวิตที่ดีๆ จากคนประสบความสำเร็จในชีวิตจะมีมาให้เรียนรู้ในทุกๆ ตอน เราจะได้อะไรกับชีวิตเยอะเลยครับ
แต่ยังไงก็ตาม เรื่องนี้เป็นลักษณะ "คอมเมดี้" ผมจะไม่เขียนให้ฟังดูซีเรียสเกินไป แต่จะตลกๆ สนุกๆ ปนโรแมนติกแทน
อ้อ คุณเล็กจะเจอวิบากกรรมหลังจากนี้อีกเยอะเลย เอาใจช่วยคุณเล็กกันนะครับ

ขอบคุณทุกคนที่มาติดตามอ่านครับ  :L2: :3123: :L1: :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-05-2015 17:12:42 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ ชัดเจนกาบ

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-23
ถ้าทุกคนทำได้อย่างที่เขาพูดมาจริงๆ คงไม่มีคนจนหรอก คงจะมีแต่คนประสบผลสำเร็จแล้วล่ะ คนเราความคิดไม่เหมือนกัน ถึงจะเรียนรู้สิ่งเดียวกันแต่ได้ไม่เหมือนกัน แถวสินค้าแพง ตีตลาดยาก ใครจะมอบผมในแง่ไม่ดีผมไม่ว่านะ

ออฟไลน์ nemesis

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2287
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-3
รอติดตามคับ

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿
CHAPTER 03 ❋ โมรอคแคนมูนไลท์


"คุณจะบ้าเหรอ! ผมเป็นดารานะครับ จะให้ผมไปขายยัวเวย์ กดกริ่งหน้าบ้าน ยัวร์เวย์มาแล้วครับอย่างงั้นเหรอ ผมทำไม่ได้หรอก ผมขายของไม่เป็น ไม่ชอบตื๊อ ไม่ชอบง้อ คุณไปชวนคนอื่นดีกว่า"

เล็กโวยวายด้วยความตกใจ แม้จะไม่ถึงกับเสียงดัง แต่ก็รู้ว่าออกอาการกลัวยัวร์เวย์อย่างเห็นได้ชัด

"ความจริงผมก็ยังไม่ได้ชวนคุณเล็กทำยัวร์เวย์กับผมนะครับ คุณเล็กต่างหากที่ถามผมว่าผมทำอะไร แถมยังบอกผมว่าอยากทำด้วย" เจย้อนด้วยสีหน้าเรียบๆ

เล็กทำหน้าเลิ่กลั่ก "ก็ตอนแรกผมไม่รู้ว่าเป็นยัวร์เวย์นี่ พวกคุณนี่แผนสูงนะ ใช้คำคมเยอะๆ เข้าล่อ หวังจะให้คนหลงกลเหรอ ไม่มีทางหรอก หลอกคนอื่นได้ แต่คุณหลอกผมไม่ได้หรอก" เล็กบอกเสียงแข็ง

เจค่อยๆ ระบายยิ้ม ท่าทีที่ใจเย็นทำให้อีกฝ่ายแปลกใจ ไม่นานอาการตื่นกลัวจึงลดลงตามไปด้วย เป็นพฤติกรรมเลียนแบบที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"คุณเล็กรู้ไหมครับ คำคมพวกนี้...ได้มาจากคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่แค่ยัวร์เวย์ แต่มาจากหลายๆ สาขาอาชีพ ครูสอนผมอย่างหนึ่งว่า คนเราเป็นลูกหลานของบรรยากาศ อยากรู้อนาคตไม่ต้องไปดูหมอดูที่ไหน ดูจากเพื่อนที่คบ หนังสือที่อ่าน บรรยากาศที่อยู่ แค่นี้เราก็ดูคนออกแล้ว คนโง่หนึ่งคน อยู่กับคนฉลาดสิบคน สุดท้ายก็จะมีคนฉลาดคนที่สิบเอ็ด แต่คนฉลาดหนึ่งคน อยู่กับคนโง่สิบคน ไม่นานก็จะมีคนโง่คนที่สิบเอ็ด เชื่อง่ายไม่ได้แปลว่าโง่นะครับ เชื่อยากก็ไม่ได้แปลว่าฉลาด เพราะคนฉลาดคือคนที่รู้ว่าจะเชื่อใคร ใช้ประสบการณ์ของใคร คนฉลาดเชื่อประสบการณ์คนสำเร็จ รู้จักเอาประสบการณ์ของคนสำเร็จมาใช้ย่นระยะทาง" เจหยุดเว้นจังหวะ ตอนนี้เล็กนิ่งไปบ้างแล้ว

หนุ่มตี๋หน้าใสใช้ช่วงเวลานี้สังเกตอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ หนุ่มดารามีแววตาเศร้า กระนั้นกลับดูมีเสน่ห์ แม้หน้าไทยๆ แต่ก็หล่อคม ไม่น่าเชื่อว่าเป็นพระเอกตกอับ แต่ก็อย่างว่า เดี๋ยวนี้เด็กๆ เข้าวงการกันเกร่อ คู่แข่งเต็มไปหมด พ่อแม่คนไหนมีลูกหน้าตาดีก็อยากให้เข้าวงการ ได้ทั้งเงินและชื่อเสียง แต่ต้องกอบโกยก่อนจะโรยรา

"ผมถามคุณเล็กอย่างนี้ละกัน ถ้ามีงานไหนสอนเราให้คิดบวก สอนแนวคิดคนสำเร็จ สอนให้ฉุกใจคิดกับชีวิตของตัวเองบ่อยๆ สอนให้รู้จักตอบแทน สอนให้รู้จักถ่อมตัว รับภาระ ไม่ใช่นานๆ สอนที แต่สอนเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยทุกสัปดาห์ คุณเล็กว่าชีวิตของเราจะเป็นยังไงครับ มันจะต่างจากที่เป็นอยู่หรือเปล่า" เจถามเสียงเรียบๆ แต่คำถามไม่เรียบเหมือนเสียงเลย

เล็กนิ่งคิด แต่ก็จนปัญญาที่จะนึกออก ไม่ว่าจะสังคมไหนๆ ที่เล็กเคยอยู่ แทบไม่มีใครพูดเรื่องแบบนี้กันเลย ในละครที่เล่นอาจมีคำคมบ้าง ผู้ใหญ่บางคนอาจจะสอนบ้าง แต่ไม่บ่อยและไม่คมเท่านี้ คำพูดดีๆ ต้องได้ยินบ่อยๆ ไม่งั้นก็จำไม่ได้ เอาไปใช้ไม่ได้

พอเล็กไม่ตอบ เจจึงพูดเอง "สำหรับผม ผมอยู่ในสังคมที่พูดเรื่องแบบนี้ทุกวัน มันเปลี่ยนชีวิตผม แต่บางคนต่อต้าน เขาก็ไม่ได้อะไร งานที่ดีไม่สอนเรื่องแย่ๆ หรอกครับ ส่วนงานที่แย่ก็ไม่สอนเรื่องดีๆ ผมไม่รู้ว่าคุณเล็กรู้จักยัวร์เวย์มาแบบไหน แต่นี่คือยัวร์เวย์ที่ผมรู้จัก และผมก็มีความสุขที่ได้ทำ ผมชอบที่ผมได้แบ่งปันความคิดดีๆ ทำไม่ทำกับผมไม่สำคัญหรอกครับ แต่สำหรับผม มือหนึ่งรับสิ่งดีๆ มา อีกมือหนึ่งก็ควรส่งต่อออกไป"

เล็กคงไม่มีอะไรจะเถียง แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะตอบสนองยังไง อย่ากระนั้นเลย กลับมาถามเรื่องที่อยากรู้ต่อดีกว่า "ครับ เอ่อ...แล้วคุณเจทำไปถึงไหนแล้ว ได้จริงหรือเปล่า"

เจยกยิ้ม หลายครั้งที่คนไม่เข้าใจธุรกิจนี้ใช้ความโลภล่อคนเข้ามา แต่เจไม่ทำอย่างนั้นแน่ "เอาอย่างงี้ละกัน ผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังคร่าวๆ นะครับ บ้านผมมีธุรกิจอะไหล่รถยนต์ รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่าหกหลัก ถือว่าใช้ได้สำหรับผมนะ แต่พอผมจบวิศวะมา ผมกลับไปทำงานเป็นลูกจ้างที่ระยองอยู่สองสามปี เงินเดือนหลักหมื่น แต่เท่เพราะเป็นวิศวกร ที่บ้านผมก็พอใจนะครับ ก็แปลกดี" เจขำเบาๆ แล้วพูดต่อ

"รายได้สองอย่างรวมกัน ผมก็ได้เงินไม่น้อยกว่าหกหลักต่อเดือนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมไม่ได้ก็คือ...อิสรภาพ ตามประสาคนทำงานประจำก็เบื่อเช้าวันจันทร์ รอคอยเย็นวันศุกร์ วันหยุดซักผ้ารีดผ้า ได้เที่ยวนิดๆ หน่อยๆ รอคอยวันหยุดยาว แต่แป๊บเดียวก็หมด กลับเข้าสู่วงจรชีวิตเดิม ก็เหมือนคนทำงานประจำทั่วไปนั่นแหละครับ แต่มันไม่ใช่ชีวิตที่ผมต้องการ ถ้าผมกลับมาช่วยงานที่ร้านอย่างเดียว ผมก็ต้องนั่งเฝ้าร้าน เฝ้าเก๊ะเงิน เหมือนป๊ากับม๊าผมที่เฝ้าแบบนี้มาสามสิบกว่าปีแล้ว แทบจะไม่ได้ไปไหนเลย ปิดร้านวันตรุษจีนวันเดียว ปิดบ่อยไม่ได้เพราะลูกค้าจะไปร้านอื่น แล้วเงินที่ได้มาจะมีความหมายอะไรมากกว่ากินใช้ครับ มีเงิน แต่แทบไม่มีเวลาไปใช้เงิน ชีวิตของคนเราต้องการแค่เงินเหรอครับ"

คนถูกถามถึงกับอึ้ง เพราะดูเหมือนจะตรงกับชีวิตของตัวเองไม่น้อย

"ครูผมสอนว่า...คนที่ทำงานหาเงินก็จะได้แต่เงิน คุณเล็กเป็นดารา ได้เงิน ได้ชื่อเสียง แล้วได้เวลาไหมครับ" เจถาม

เล็กส่ายหน้า

"ได้สุขภาพไหมครับ"

เล็กส่ายหน้า ใช้งานร่างกายมากๆ ก็เริ่มทรุดโทรม

"ได้ครอบครัวไหมครับ"

เล็กส่ายหน้า เพราะแทบไม่มีเวลาไปหาแม่เลย

"ได้เพื่อนไหมครับ"

เล็กส่ายหน้า เพราะในวงการไว้ใจใครแทบไม่ได้

"แล้วคุ้มไหมครับ"

เล็กชะงักค้าง แต่คราวนี้กลับพยักหน้า "ผมว่ามันก็คุ้มนะครับ ได้รายได้ ได้รู้จักคนเยอะแยะ ได้ทำในสิ่งที่หลายๆ คนไม่ได้ทำ แล้วผมก็ชอบการแสดงมาก ท้าทายตัวเองดี พอเล่นเรื่องใหม่ ก็เหมือนได้รู้จักชีวิตใหม่ๆ เพิ่มขึ้น"

"ใช่...ใครๆ ก็คิดว่ามันคุ้มเพราะได้เงิน บางครั้งก็สนุกไปกับสิ่งที่ทำ ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง แต่สิ่งที่เสียไปก็ราคาแพงนะครับ แต่มันไม่แพงตอนนี้หรอก" เจหยุดเว้นจังหวะเรียกความสนใจ "มันแพงตอนที่เราหมดแรง ป่วย หรือไม่ก็หมดประโยชน์ จริงไหมครับ"

ปกติเจจะไม่เป็นฝ่ายพูดมากขนาดนี้เวลาสปอนเซอร์ ส่วนมากจะถามและปล่อยให้อีกฝ่ายพูด จะได้ทบทวนความคิดตัวเองไปด้วย แต่กับเล็ก เจมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นจึงใช้วิธีต่างไป

เล็กพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นจึงวกกลับมาเรื่องที่ถามค้างไว้อีก "คือ...ผมก็ไม่ใช่ว่าอยากได้แต่เงินนะคุณเจ แต่ผมก็อยากรู้ว่าคุณเจได้รายได้จากยัวร์เวย์ยังไง เดือนหนึ่งได้เยอะไหม มันอยู่ได้ไหม แล้วมันเป็นรายได้แบบไหน แบบไปตักน้ำ หรือต่อท่อน้ำ แล้วเขาต่อท่อกันยังไงครับ"

เจยิ้มพอใจก่อนพยักหน้าตกลง "บอกได้ครับ ไม่ใช่ความลับอะไร อันนี้คือรายได้เดือนล่าสุดของผมที่ยัวร์เวย์โอนมาให้" เจบอกพลางหยิบไอแพ็ดขึ้นมา จากนั้นเปิดภาพสลิปเงินโอนให้ดู

เล็กเห็นรายได้ที่เจได้แล้วก็ตาโต "โห...แสนกว่าเลยเหรอครับ คุณเจเป็นระดับไหนแล้วล่ะครับ เป็นเพชรหรือยัง" เล็กพอจำได้บ้างว่าอาชีพนี้มีความสำเร็จเป็นระดับ ที่ได้ยินบ่อยๆ คือระดับเพชรหรือมงกุฎอะไรสักอย่าง

"ผมเป็นไพลินครับ มีสองสายงานที่ผมช่วยสร้างจนสำเร็จไปแล้ว แต่อันนี้เป็นรายได้ขณะที่ทำนะครับ ถ้าผมหยุดทำยัวร์เวย์ ไม่ซื้อของ ไม่ทำอะไรเลย ผมจะมีรายได้แบบต่อท่อน้ำประมาณเดือนละห้าหกหมื่น ดูเหมือนน้อย แต่อาชีพอื่น ไม่ทำก็คือไม่ได้นะครับ ไม่ว่าผมจะแข็งแรงหรือเจ็บป่วย ทำงานหรือไม่ทำงาน เงินจำนวนนี้ก็จะโอนเข้าบัญชีผมทุกเดือน ผมไม่ต้องไปตักน้ำก็มีน้ำใช้ ที่สำคัญ...ไม่มีใครมาเช็คว่าผมทำงานหรือเปล่า ถ้าผมมีลูก ก็โอนเป็นมรดกให้ลูกได้ วันไหนที่ผมไม่อยู่แล้ว คนข้างหลังก็ยังได้เงินนี้ใช้ต่อไป"

"โห...มันได้อย่างนั้นเลยเหรอครับ" เล็กดูสนใจอย่างเห็นได้ชัด

"สมัยนี้โกหกไม่ได้แล้วนะครับ คนสมัยนี้ฉลาดจะตาย เช็คข้อมูลไม่ยากหรอก อีกอย่างธุรกิจนี้มีทั่วโลก ไม่มีธุรกิจไหนหลอกคนทั่วโลกมาเป็นสี่สิบห้าสิบปีได้อยู่แล้ว ผมมีธุรกิจยัวร์เวย์ที่อังกฤษด้วยนะครับ" เจบอกอย่างภูมิใจ

เล็กตาโตยิ่งกว่าเดิม "หา! คุณเจไปขายยัวร์เวย์ไกลถึงอังกฤษเลยเหรอ แล้วไปขายใครล่ะครับ"

เจหัวเราะเบาๆ ที่เห็นเล็กแปลกใจมากขนาดนั้น "ทำไมผมต้องไปขายล่ะครับ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง อาหารเสริม ทุกคนต้องซื้อใช้อยู่แล้ว เราก็แค่ชวนคนเปลี่ยนที่ซื้อสินค้า จากที่เคยซื้อในห้างอื่นก็มาซื้อที่ยัวร์เวย์แทน ซื้อออนไลน์ก็ได้ แอพก็มี ผมไม่ได้ไปขายครับ แค่เอาประสบการณ์ที่ผมทำยัวร์เวย์ประเทศไทยไปสอนคนไทยที่อังกฤษ พอเขาทำเป็น มีรายได้ มีวอลลุ่มธุรกิจ ยัวร์เวย์ก็จ่ายค่าสอนให้ผมตามวอลลุ่มธุรกิจของกลุ่มที่ผมสอนอยู่ ผมไม่ต้องไปขายสินค้าเลย รายได้จากยัวร์เวย์ที่เขาได้กันเยอะๆ ไม่ใช่เพราะขายเก่งนะครับ เป็นค่าประสบการณ์ทั้งนั้น ยิ่งสอนคนได้เยอะ ยิ่งทำให้คนอื่นมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าประสบการณ์ของเราก็ยิ่งสูงขึ้น ยัวร์เวย์คือธุรกิจของการแบ่งปันประสบการณ์ครับ ทำเป็นแล้ว สอนคนอื่นให้ทำเป็น เราถึงจะได้รายได้แบบต่อท่อน้ำครับ ถ้าเราขายเก่งแต่สอนไม่เป็น วันไหนไม่ออกไปขายก็ไม่มีรายได้ แต่ถ้าเราสอนเป็น ถึงเราหยุดทำ สิ่งที่เราสอนไว้ก็ยังทำงานต่อไป ยัวร์เวย์ก็ยังจ่ายเงินให้เราอยู่"

เล็กทำหน้าฉงน เพราะไม่เคยได้ยินธุรกิจยัวร์เวย์ในมุมนี้เลย

"อันนี้เป็นรายได้จากยัวร์เวย์ที่อังกฤษของผมเดือนที่แล้วครับ ผมเพิ่งไปทำไม่นาน กลุ่มยังไม่ใหญ่มาก ยังได้ไม่เยอะครับ แต่มันก็เพิ่มขึ้นอัตโนมัติทุกเดือนเลย" เจบอกพลางส่งภาพสลิปในไอแพดให้ดู

เล็กลองคำนวณดูคร่าวๆ รายได้จากยัวร์เวย์ทั้งไทยและอังกฤษของเจไม่ต่ำกว่าสองแสนแน่ๆ มากกว่ารายได้เฉลี่ยของเล็กต่อเดือนเสียอีก "แล้ว...นอกจากอังกฤษ ไปทำประเทศอื่นๆ เพิ่มได้อีกไหมครับ" เล็กทำท่าชวนฝัน ถ้ามีธุรกิจต่างประเทศบ้างคงดีไม่น้อย แต่ก็เกินฝัน คงไม่กล้าเสี่ยงลงทุนเอง

เจพยักหน้า "ได้สิครับ ผมกำลังวางแผนว่าจะไปทำที่ออสเตรเลียกับอเมริกาเพิ่ม คนไทยที่ไปทำงานที่ประเทศพวกนี้ หลายคนลำบากนะครับ เพราะยังไงๆ ก็เป็นแค่พลเมืองชั้นสอง เหมือนที่เรามองคนลาว คนพม่า คนเขมรที่มาทำงานบ้านเรานั่นแหละ อารมณ์เดียวกันเลย เขาทำงานกันหนักมาก แล้วทุกคนต้องการโอกาสที่ดี ประสบการณ์ที่ผมมี...ก็พอช่วยให้หลายๆ คนมีทางเลือกที่ดีขึ้น ลองคิดดูนะครับ ถ้าผมยังเป็นวิศวกรอยู่ ถ้าสอนคนอื่นให้เก่งเหมือนผม ผมก็มีคู่แข่ง ถ้าผมสอนให้คนอื่นเปิดร้านอะไหล่รถยนต์เหมือนผม ผมก็มีคู่แข่งอีก คุณเล็กก็เหมือนกัน สอนให้คนอื่นเป็นพระเอก คุณเล็กก็จะมีคู่แข่งมาแย่งรายได้ไป แต่ในยัวร์เวย์ ประสบการณ์ของเรามีค่า เพราะมันถ่ายทอดไปไม่รู้จบ เอาไปใช้ได้ไม่รู้จบ รายได้เราถึงไม่รู้จบไงครับ ยิ่งสอนยิ่งรวย ต่อให้คนมาทีหลังเก่งกว่า รายได้เยอะกว่า แต่ก็ไม่ใช่คู่แข่ง แต่งานอื่น ประสบการณ์ของเราไม่มีค่า ไม่มีบริษัทไหนจ่ายเงินค่าประสบการณ์ให้เราถ้าเราออกมาแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงประสบการณ์ที่เราถ่ายทอดไว้มันยังทำงานต่อ"

เล็กดูทึ่งมากทีเดียว ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจรางๆ แล้วว่ารายได้แบบต่อท่อน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร "คุณเจช่วยเล่าให้ผมฟังได้ไหมครับว่าธุรกิจนี้มันทำงานยังไง ต้องเริ่มต้นยังไงครับ"

เจยิ้มกริ่ม รู้ว่าอีกฝ่ายคงสนใจแน่แล้ว "เริ่มไม่ยากเลยครับ แค่ใช้สินค้าด้วยตัวเองก่อน ใช้ดี ประทับใจแล้วบอกต่อ ยัวร์เวย์เหมือนสหกรณ์ ซื้อคนเดียวได้ส่วนลดไม่มาก แต่ถ้าชวนคนอื่นๆ มาซื้อด้วยหลายๆ คน วอลลุ่มมากขึ้น ส่วนลดก็จะมากขึ้น ถ้ามีคนมาซื้อของกับเราสิบหรือยี่สิบคน แค่นี้เราก็จะมีรายได้ประมาณห้าหกพันต่อเดือนแล้ว ผมจะเรียกว่าเป็นวงกลมวงแรกนะครับ พอเราทำตรงนี้เป็นแล้ว เราก็เอาประสบการณ์ตรงนี้ไปสอนคนอื่นๆ ให้ทำสหกรณ์ของเขาขึ้นมาเหมือนเรา ก็จะเกิดวงกลมอีกหลายๆ วงในสายงานของเรา  วอลลุ่มธุรกิจเราก็จะเพิ่มขึ้น ในวงกลมของเราเอง เราได้รายได้จากการบริโภคหรือขายสินค้าในกลุ่มคนที่เราดูแลอยู่ แต่รายได้ที่เพิ่มมาก็คือรายได้จากการสอนวงกลมอื่นๆ ให้สร้างธุรกิจได้ ยัวร์เวย์รวมยอดวงกลมทุกวงกลมที่เกิดจากเรา จากนั้นก็ยืมยอดมาคำนวณจ่ายเป็นค่าตอบแทนแยกให้เราต่างหาก เราไม่ได้ไปแบ่งเงินของใครมา ไม่ต้องกินหัวคิวใคร สมมติว่ายอดรวมเป็นห้าแสนบาท ยัวร์เวย์ก็ยืมยอดนี้มาคำนวณสี่เปอร์เซ็นต์ให้ แล้วจ่ายสองหมื่นบาทให้เราต่างหาก แต่วงกลมต่างๆ เขาก็ได้รายได้ตามวอลลุ่มธุรกิจของเขาอยู่แล้วนะครับ"

"อ๋อ...ผมพอมองภาพออกแล้ว แสดงว่า...ถ้าผมสอนให้คนอื่นรวมกลุ่มสหกรณ์ได้หลายกลุ่ม แล้วทุกคนก็บริโภคสินค้า วอลลุ่มธุรกิจผมก็จะสูงขึ้น ค่าสอนก็จะมากขึ้น ใช่ไหมครับ"

เจพยักหน้า "ใช่ครับ หนึ่งวงกลมจะสำเร็จได้ต้องมีวอลลุ่มธุรกิจประมาณเกือบๆ ห้าแสนต่อเดือน เราเรียกว่าเป็นยี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์หรือเบร๊ก สมมติคุณเล็กเบร๊กติดต่อกันหกเดือน คุณเล็กก็จะเป็นแพลทตินัม มีรายได้ประมาณห้าหมื่นบาทต่อเดือน ต่อไป ถ้าคุณเล็กสอนให้คนอื่นมีรายได้ห้าหมื่นบาทต่อเดือนหรือเป็นแพลทตินัมสักสามคน คุณเล็กก็จะเป็นมรกต มีรายได้เกือบสองแสน ถ้ามีหกแพลทตินัมหรือหกสายงาน คุณเล็กจะเป็นเพชร มีรายได้สองสามแสน ไล่ไปเรื่อยๆ ไม่จำกัดสายงาน เราจะทำกี่สายงานก็ได้ ทุกครั้งที่คุณเล็กช่วยสอนให้คนอื่นมีรายได้ รายได้คุณเล็กจะสูงขึ้นตามจำนวนคนที่เราช่วย คนที่ทำเป็นแล้วเขาก็จะช่วยคนอื่นๆ ต่อไป ลึกลงไปกี่ชั้นก็ได้ แต่ทั้งหมดคือผลงานของคุณเล็ก ยัวร์เวย์จะจ่ายค่าประสบการณ์ให้คุณเล็กตามขนาดผลงานของคุณเล็กครับ แบบนี้น่าสนใจไหมครับ"

เล็กพยักหน้าทันที "ครับ ผมคิดว่าผมพอจะมองออกคร่าวๆ แล้ว เอาเป็นว่า ผมตกลงว่าผมสมัครละกันครับคุณเจ"

เจยิ้มพอใจ จากนั้นหยิบใบสมัครในกระเป๋าส่งให้เล็กพร้อมกับปากกา เล็กอ่านดูคร่าวๆ แล้วกรอกข้อมูลลงไป ปิดท้ายด้วยการเซ็นใบสมัคร

"ไว้เรานัดกันอีกทีนะครับ ผมจะเล่าแผนการตลาดและแนะนำสินค้าให้คุณเล็กรู้จัก ทำในร้านไม่สะดวก เกรงใจเจ้าของร้านครับ ใช้เวลาเยอะแล้ว" เจบอกในขณะที่รับใบสมัครจากเล็กมา

"ได้ครับ อ้อ เมื่อกี้ผมเห็นร้านถ่ายเอกสารอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ เดี๋ยวผมทำสำเนาบัตรประชาชนให้นะครับ" เล็กบอก แต่สักพักก็ทำท่าลังเล คิดอยู่สักพักจึงตัดสินใจใหม่ "เอางี้ดีกว่าครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมอยากรู้เรื่องทั้งหมดที่ผมควรรู้ให้เร็วที่สุด คุณเจไปคุยต่อที่บ้านผมได้ไหมครับ ผมอยากรู้จักแผนการตลาดแล้วก็สินค้า โดยเฉพาะเครื่องสำอาง คุณเจหน้าใสมาก ผมอยากรู้ว่าใช้อะไรบ้าง เผื่อผมจะหน้าใสเหมือนคุณเจบ้าง คุณเจมีธุระต้องไปไหนหรือเปล่าครับ"

เล็กดูจะกระตือรือร้นไม่น้อย จากประสบการณ์ที่เจอคนมาหลากหลายรูปแบบ เจเห็นแววความสำเร็จฉายฉานออกมาจากแววตาเศร้าๆ ของเล็กแล้ว

"เอาอย่างงั้นก็ได้ครับ ผมว่างพอดีเลย"

"อ้อ...อีกอย่างหนึ่ง ผมอยากเจอคนที่สำเร็จสูงๆ ในธุรกิจนี้ตัวเป็นๆ คุณเจต้องพาผมไปเจอให้ได้นะครับ ถ้าไม่เห็นกับตา ผมไม่เชื่อแน่นอนครับ"

"Sure thing!" เจตอบเป็นภาษาอังกฤษแล้วยิ้มกว้าง

เล็กอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ ตาหยีๆ ของหมอนี่ดูไปก็น่ารักดี เอ๊ะ! ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยเล็กก็ได้พบโอกาสใหม่เพิ่มอีกอย่าง อาจจะดีก็ได้ เผื่อจะทำให้ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิมบ้าง อยู่ในวงการบันเทิงต้องรอแต่ความเมตตาจากผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้ผู้ใหญ่ก็ไปเมตตาเด็กๆ กันหมดแล้ว โอกาสของเล็กจึงริบหรี่ทุกทีๆ


เมื่อมาถึงบ้านของเล็ก เล็กช่วยเจขนอุปกรณ์สาธิตจากรถของเจมาวางไว้บนโต๊ะรับแขกในบ้าน เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อย เจจึงเริ่มสาธิตสินค้าให้เล็กดู สินค้าชุดแรกอยู่ในชุดประทินผิวของยัวร์เวย์นั่นเอง

"คุณเจใช้ชุดนี้เหรอครับ" เล็กถามอย่างสนใจ

เจเอาชามใบใหญ่ใส่น้ำวางลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงพยักหน้า "ครับ ใช้มาหลายปีแล้ว ไม่เคยใช้ยี่ห้ออื่นเลย ไม่ต้องเอากำไรไปให้ใคร คุณเล็กพรมน้ำบนหน้าให้เปียกหน่อยครับ"

เล็กใช้มือแตะๆ น้ำแล้วมาแตะบนใบหน้าของตัวเองพอให้เปียกๆ เจบีบเจลขัดหน้าใส่มือให้พร้อมกับอธิบายไปด้วย

"ผมขัดหน้าด้วยตัวนี้อาทิตย์ละสองครั้ง ช่วยผลัดเซลล์ผิวครับ คุณเล็กถูวนๆ บนฝ่ามือก่อน แล้วค่อยเอาไปขัดหน้า ขัดวนๆ เบาๆ นะครับ"

เล็กวนๆ บนฝ่ามือตามที่บอก แต่คำว่าขัดหน้าเบาๆ ของเล็กกับเจคงจะแตกต่างกันมาก เล็กถูหน้าค่อนข้างแรงจนเจตกใจ

"คุณเล็ก! แรงไปครับ หน้าพังพอดี"

เล็กหยุดชะงัก ทำหน้าเหลอ "ปกติผมก็ทำแบบนี้นะครับ แรงไปเหรอ"

เจขำเบาๆ "ครับ เดี๋ยวหน้าพังครับคุณเล็ก เวลาเอามือสัมผัสหน้า ให้ใช้แค่สามนิ้ว กลาง นาง ก้อย เพราะว่ามีแรงกดน้อยที่สุด แบบนี้ครับ" เจทำท่าเอามือมานวดหน้าตัวเองให้ดู

เล็กลองทำตาม แต่เจเห็นว่ายังกดมือแรงเกินไปอยู่ดีเพราะผิวยวบลง

"แรงไปครับคุณเล็ก คุณเล็กเอามือออกก่อน เดี๋ยวผมทำให้ดู" เจบอก

เล็กเอามือลง เจใช้สามนิ้วมือข้างขวานวดเบาๆ ลงไปบนใบหน้าของเล็ก เพียงแรกสัมผัส ความรู้สึกประหลาดก็เกิดขึ้น จะว่ามีกระแสไฟฟ้าส่งผ่านมาจากมือนั้นก็คงใช่ ต่างคนต่างรู้สึกประหม่าโดยไม่รู้สาเหตุ ได้แต่แอบลอบสังเกตกันเงียบๆ สักพัก

"คุณเล็กลองทำแบบที่ผมทำเมื่อกี้นะครับ" เจบอกพลางเอามือออก

เล็กยิ้มบางๆ เหมือนมีความรู้สึกเขินๆ ผสมอยู่ ก่อนจะขัดหน้าโดยใช้สามนิ้วตามที่เจบอก วนเป็นวงกลมเบาๆ คนแนะนำจึงยิ้มพอใจ

เมื่อล้างเจลขัดหน้าหมด เจให้เล็กล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เช็ดด้วยโทนเนอร์ซ้ำ ก่อนบำรุงด้วยซีรั่ม ปิดท้ายด้วยครีมบำรุงผิวตัวท็อปสุดของยัวร์เวย์

"แค่ใช้ครั้งเดียวก็รู้สึกว่าต่างเลยครับ หน้าใสขึ้นเยอะเลย สงสัยต้องไปถอยมาใช้แล้ว ทั้งเซตนี้แพงไหมครับ" เล็กถามขณะส่องกระจกที่เจติดมาด้วย

"ปกติคุณเล็กใช้ของอะไรอยู่ครับ"

"ก็พวกแบรนด์เนมนั่นแหละครับ ซื้อทีก็ครึ่งแสน"

เจทำตาโต "โห...ของผมทั้งเซ็ตนี่น่าจะถูกกว่าสองสามเท่าเลยนะครับ"

"จริงเหรอครับ ถูกขนาดนั้นเลยเหรอ" เล็กทำหน้าไม่เชื่อ "ผมว่าคุณภาพมันดีกว่ายี่ห้อแพงๆ หลายๆ ยี่ห้อที่ผมเคยใช้เลยนะครับ"

"ใช่ครับ ก็ลองใช้ดูนะครับ ยังไม่ต้องคิดจะไปขายใคร ใช้ให้ตัวเองประทับใจก่อน ใช้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลง เป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์ ทีนี้เราจะแนะนำคนอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจ บางคนมาถามเราเองด้วยซ้ำถ้าเขาเห็นเราเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ ถ้าใช้แล้วไม่พอใจ คุณเล็กเอาไปคืนได้เลย ได้เงินคืนทุกบาททุกสตางค์ครับ ไม่มีอะไรเสี่ยง"

"หา! คืนได้ด้วยเหรอครับ" เล็กทำหน้าประหลาดใจ

"ครับ" เจยืนยัน "ค่าสมัคร...ถ้าทำสามเดือนแล้วไม่โอเค ก็ไปลาออกได้ครับ ได้ค่าสมัครคืนทุกบาททุกสตางค์ สินค้าก็ไม่ต้องผลิตเอง จ่ายเงินไม่กี่ร้อยก็ได้เป็นเจ้าของเฟรนไชส์แบรนด์ระดับโลกมาทำตลาด ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องทำบัญชี ไม่ต้องสต็อกสินค้า มีคนเปิดร้านให้ เปิดสาขาใหม่ให้ มีคนทำระบบให้ เราแค่พาคนไปซื้อของ ไม่ไปซื้อที่ช็อปก็ซื้อออนไลน์"

เล็กพยักหน้าเข้าใจช้าๆ แต่ยังมีเรื่องให้สงสัยร้อยแปด "แล้วยัวร์เวย์เอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้เราล่ะครับ"

"ตามหลักการตลาด สมมติต้นทุนสินค้าจากโรงงานสี่สิบบาท พอผ่านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ค้าปลีก แถมบวกค่าโฆษณา ค่าตัวดารา และอีกสารพัดค่า จากสี่สิบก็กลายเป็นร้อยบาท ผู้บริโภคต้องจ่ายหกสิบบาทที่เพิ่มขึ้น ถ้ายัวร์เวย์เอาสินค้าไปวางขายในห้าง หกสิบบาทที่เพิ่มขึ้นก็จะไปตกกับเจ้าของห้าง คนพวกนั้นรวยแล้วรวยอีก ไม่เคยแบ่งมาให้เรา แต่พอยัวร์เวย์ไม่วางขายในห้าง หกสิบบาทที่เพิ่มขึ้นก็เอามาให้นักธุรกิจ ซื้อยี่ห้ออื่น เราบริโภคอย่างเดียว แต่ซื้อยัวร์เวย์ บริโภคด้วย เป็นผู้จัดจำหน่ายได้ด้วย แถมยังมีสินค้ามากมายมาเป็นพันธมิตร กะปิ น้ำปลา ข้าวสาร กระดาษชำระ ผ้าอนามัย ไม้ถูพื้น ปากกา น้ำหอม ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง เตียงนอน ตู้เย็น ทีวี และสารพัดสินค้ายี่ห้อดังๆ ก็มาขายด้วย ก็เหมือนเรามีห้างเป็นของตัวเองแหละครับ ราคาถูกกว่าห้างทั่วไปอีก ที่อเมริกานะครับ สินค้าของแอปเปิ้ลอย่างไอโฟน ไอแพด หรือกาแฟสตาร์บัค คอมพิวเตอร์ แล้วก็อีกหลายๆ อย่างก็ขายผ่านยัวร์เวย์ด้วย แต่ทุกอย่างออนไลน์หมดนะครับ ถ้าคุณเล็กอยากซื้อเฟรนไชส์แบรนด์ระดับโลกพวกนี้มาทำตลาด ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ครับ"

"ไม่รู้ครับ รู้แต่ว่าไม่มีปัญญาซื้อหรอก แค่แบรนด์เดียวก็แพงแย่แล้ว" เล็กขำเบาๆ พอเห็นเจไม่รุกหรือกดดันจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น

เจสาธิตสินค้าตัวอื่นๆ ให้ดูอีก ตั้งแต่ลูกกลิ้งไปยันเครื่องกรองน้ำ เครื่องกรองอากาศ เครื่องครัว ทำอาหารง่ายๆ ให้เล็กกินไปด้วย ระหว่างนั้นเล็กเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองให้เจฟังหลายเรื่อง โดยเฉพาะดราม่าวงการบันเทิงที่ทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นพระเอกตกอับ

"ผมก็รู้สึกแย่นะ ผู้ใหญ่หลายคนเคยสัญญากับผมว่าจะช่วย แต่สุดท้ายเขาก็ลืมผม โดนหลอกใช้ก็เยอะ โดนโกงก็บ่อย บางเรื่องที่ผมไปเล่น...ได้ค่าตัวไม่ครบก็มี ดีที่ยังจ่ายบ้าง แต่ผมจะโวยวายมากก็ไม่ได้ ยิ่งโวยวายก็จะกลายเป็นคนไม่น่ารัก ผู้ใหญ่ไม่ป้อนงานให้ บางช่วงนะ...ผมไม่มีงานเลย เครียดมากเพราะว่าต้องเอาเงินเก็บมาใช้ แต่ช่วงนี้ดีหน่อย พอมีงานเข้ามาบ้าง แต่มันก็ลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอดแหละครับ ยิ่งมีเด็กใหม่เข้ามาเยอะ งานเราก็น้อยลง ไม่นานคงได้เล่นบทพ่อแน่ๆ ผมเคยคิดว่าจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างเหมือนกันนะครับ แต่มันก็ใช้ทุนเยอะ เสี่ยงด้วย ก็เลยยังไม่ทำสักที ผมว่า...เท่าที่ฟังดู ยัวร์เวย์นี่น่าจะง่ายสุดแล้ว"

เจขำเบาๆ ที่จริงแล้วคงบอกไม่ได้ว่าง่ายหรือยาก ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ความตั้งใจของคนๆ นั้นเป็นหลัก ถ้าตั้งใจและเอาจริง ทุกอย่างจะค่อยๆ เปิดทางให้เอง

"ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ขนาดนั้นหรอกครับ อุปสรรครออยู่อีกเยอะเลย ความสำเร็จมีป้ายราคาที่ต้องแลก ถ้าได้กันมาง่ายๆ โลกนี้ก็คงไม่มีคนจน แต่ถ้าใครสักคนหนึ่งบนโลกนี้ทำได้ ก็แปลว่าต้องมีมากกว่าหนึ่งคนบนโลกนี้ที่ทำได้อีก จริงไหมครับ"

เล็กพยักหน้าเห็นด้วย พอเหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังห้องก็ตกใจ "จะเที่ยงคืนแล้วเหรอ แย่เลย ผมรบกวนเวลาคุณเจมากไปหรือเปล่าครับเนี่ย ดึกเลย"

เจรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน ปกติไม่เคยคุยกับดาวน์ไลน์คนไหนนานขนาดนี้ ตามหลักแล้วไม่ควรจะคุยกันนานเกินไป เพราะอีกฝ่ายจะเบื่อและคิดว่ามากดดัน

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยินดี อีกอย่าง...คุณเล็กคุยสนุก ผมชอบ"

เล็กยิ้มเขินเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้นเวลาเจมองมา

"ผมชอบแววตาคุณเล็กนะ เขาน่าจะเรียกว่าแววตาโศกเชื่อม แต่ก็เป็นประกาย เหมือนมีโมรอคแคนมูนไลท์อยู่ในแววตา ผมไม่ค่อยเห็นใครมีแววตาแบบนี้เลย"

เล็กวางหน้าไม่ถูก ไม่เคยถูกผู้ชายที่ไหนชมแบบนี้มาก่อน จึงได้แต่ยิ้มแปลกๆ

เจเหมือนจะรู้ตัวว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป เจ้าตัวจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "เรามาจับมือกันทำงานนะครับคุณเล็ก สู้ไปด้วยกัน สำเร็จไปด้วยกัน สร้างฝันให้เป็นจริงด้วยกัน"

เจบอกพลางยื่นมือออกมา เล็กพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องการจับมือ แม้จะรู้สึกว่าแปลกแต่เล็กก็ยอมจับมือด้วย เจบีบมือแน่นขึ้นคล้ายกับจะยืนยันในคำสัญญาเมื่อสักครู่นี้ เล็กรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ความรู้สึกตื้นตันใจก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ในวงการบันเทิงที่เล็กอยู่ ทุกๆ วันมีแต่เรื่องผลประโยชน์ มีแต่การแข่งขัน หาคนจริงใจยากพอๆ กับงมเข็มในมหาสมุทร เพิ่งจะเจอคนที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ได้ก็วันนี้ แม้ว่าจะต้องดูกันไปอีกยาวเพื่อให้แน่ใจ แต่เล็กก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างว่าเจไม่เหมือนหลายๆ คนที่เคยเจอมา

"ขอบคุณครับคุณเจ" เล็กพูดพลางจ้องตาคนที่อยู่ตรงหน้า

เจไม่หลบตา แถมยังส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ ตอนแรกเจตั้งใจชวนเล็กเข้ามาในธุรกิจด้วยแผนการหนึ่ง แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะทำอย่างนั้นได้หรือเปล่า เล็กฝากความหวังไว้กับเจแล้ว ดูๆ ไปเล็กก็น่าสงสารไม่น้อย เจคงพามาทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ได้ คำสอนของครูในธุรกิจพลันแว่วมาในความคิด

สามสิ่งที่ไม่คว้าไว้แล้วจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็คือ...

หนึ่ง - มีเพื่อนดีแล้วไม่คบ
สอง - มีครูดีแล้วไม่เรียน
สาม - มีโอกาสดีแล้วไม่คว้าไว้

เจคิดว่าได้เจอเพื่อนดีๆ อีกคนแล้ว ถ้าไม่คบไว้ก็น่าเสียดาย


TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2016 17:59:42 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ lucifermafis

  • ชีวิตไม่มีไรทำ นั่งชิปนั่งจิ้นไปวันๆ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ชวนไปขายตรงแน่เลย 55

55555555555555555555 ขรรมรีนี้แรงมาก :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
มีรายละเอียดเยอะดีครับ เหมือนมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง
นายเจนี่ยังไม่ค่อยน่าไว้ใจ ต้องรอดูต่อไปว่าหวังดีประสงค์ร้ายหรอเปล่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿
CHAPTER 04 ❋ กอดแรกของอัปไลน์


หลังจากวันนั้น เล็กกลับมาทำงานตามปกติ เจยังคงโทรมาชวนไปเซ็นเตอร์อยู่เป็นระยะๆ แต่เล็กยังไม่ค่อยว่างเลยยังไม่ได้ไปเสียที

วันหนึ่งเล็กเอามาที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ที่กำลังถ่ายทำอยู่ พี่ช่างแต่งหน้าเห็นเล็กหยิบผลิตภัณฑ์ของยัวร์เวย์ออกมาใช้ก็ทำหน้าแปลกใจ

"ตายแล้วคุณเล็กขา คุณเล็กใช้ของยัวร์เวย์ด้วยเหรอคะ" เจ๊แหววทำเสียงแหลมปรี๊ด ถ้าเป็นผู้หญิงจริงๆ แกคงจะเสียงแหลมยิ่งกว่านี้เป็นแน่

"ครับพี่ ผมว่ามันดีนะ ใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ผมชอบมากๆ เลย"

"อย่าบอกนะคะว่าคุณเล็กทำยัวร์เวย์กับเขาด้วย"

"ใช่ครับ ลองทำดู มีอะไรหรือเปล่าครับ" สีหน้าของเจ๊แหววทำให้เล็กหมดความมั่นใจ คนอื่นๆ พลอยหันมาสนใจการสนทนาด้วย

"มันก็ดีอยู่ เจ๊ก็เคยทำ แต่ว่า...มันไม่ใช่แนว ทำได้มันก็ดี แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้ ไปทำก็ไปเป็นแขนขาให้คนข้างบนมันรวยเอาๆ เจ๊ก็เลยเลิก นี่ไปทำมานานหรือยังคะเนี่ย แล้วใครมาชวนคุณเล็กเหรอ ไปหลงคารมใครเขามาคะ"

"ไม่กี่วันนี้เองครับพี่ คนที่มาชวนก็ไม่รู้จักหรอก เป็นคนแปลกหน้า" เล็กขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ทำไมใครๆ ถึงคิดว่าเล็กจะถูกหลอกง่ายขนาดนั้น คิดว่าเล็กดูคนไม่เป็นหรืออย่างไร

"จริงเหรอ นี่คงจะไปเชื่อเขาล่ะสิว่าทำแล้วจะรวยอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ขายฝันไปงั้นแหละค่ะ แต่มันทำไม่ได้หรอกคุณเล็ก ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่มันมาใหม่ๆ ก็อาจจะง่าย แต่เดี๋ยวนี้ เดินไปตรงไหนก็เจอแต่คนทำยัวร์เวย์ เขาทำกันหมดแล้ว ในนี้ก็ไปทำมากันเกือบหมด"

คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่แถวนั้น ไล่ไปตั้งแต่ผู้จัดการส่วนตัวของเล็ก นักแสดงประกอบบางคน ตากล้อง ช่างไฟ ผู้กำกับและอีกมากมาย ต่างก็บอกว่าตัวเองเคยทำยัวร์เวย์มาแล้วเกือบทั้งนั้น เล็กได้แต่นั่งงง ไม่คิดว่ามีคนทำยัวร์เวย์กันเยอะขนาดนี้ ว่าจะมาชวนทำอยู่พอดีเลย แล้วทีนี้จะไปชวนใครล่ะ

"เห็นไหมล่ะ เจ๊บอกแล้ว เขาทำจนเขาเลิกกันไปหมดแล้ว อย่าไปทำให้เสียเวลาเลยคุณเล็ก คุณเล็กไม่ใช่คนชอบขายของ ทำไม่ได้หรอก นี่ขนาดเจ๊ชอบขายนะ ยังขายไม่ได้เลย หลังๆ ก็ขอให้เพื่อนมันช่วยซื้อ จนเพื่อนมันรำคาญ เกือบจะเลิกคบเจ๊อยู่แล้ว ดีที่เลิกได้ก่อน ไม่งั้นไม่มีใครคบแน่ แล้วอีกอย่างนะ คุณเล็กเป็นดารา ตอนนี้กำลังดังเลยนะคะ จะเอาเวลาที่ไหนไปทำคะ ถ้าจะทำให้สำเร็จมันต้องมีเวลานะคะ แล้วถ้าเกิดแฟนคลับหรือคนข้างนอกเขารู้ว่าคุณเล็กทำยัวร์เวย์ โอ๊ยตาย ไม่อยากจะคิดเลย มันยังไงล่ะ เอ่อ...มันเสียของภาพลักษณ์ของคุณเล็กเองนั่นแหละ อย่าไปทำเลยค่ะคุณเล็ก ไม่คุ้ม เสียเวลาเปล่าๆ"

ความมั่นใจและความรู้สึกดีๆ ต่อธุรกิจนี้พังลงอย่างราบคาบ เจ๊แหววเล่นเอาเล็กไปต่อไม่เป็น สงสัยนายเจนั่นคงมาหลอกแน่ๆ เลย เพราะคนที่ไปทำยัวร์เวย์มาไม่เห็นมีใครพูดถึงสิ่งดีๆ เหมือนที่ได้ฟังจากเจเลย จะเอาอย่างไรดี เลิกทำเลยดีไหม

"จริงๆ คุณเล็กน่าจะปรึกษาผมก่อน มันทำยากนะครับคุณเล็ก ของมันแพง ชาวบ้านทั่วไปเขาซื้อกันไม่ได้หรอก มีแต่คนรวยๆ เท่านั้นแหละที่จะซื้อ แต่ส่วนมากคนรวยๆ เขาก็ซื้อของแบรนด์เนมกัน เขาไม่ใช้ยัวร์เวย์หรอกครับ" คุณสนิท ผู้จัดการส่วนตัวของเล็กสำทับอีกคน

"ผมว่ามันก็ไม่แพงนะ อย่างลูกกลิ้งเนี่ย สองร้อยกว่าบาทเอง ราคาสมาชิกเหลือไม่ถึงสองร้อย ใช้ได้ตั้งยี่สิบเดือน ตกเดือนนึงไม่ถึงสิบบาทเลยนะครับ ถือว่าถูกมาก" เล็กแย้งตามข้อมูลที่ได้รับมา

"แล้วคุณเล็กคิดเหรอครับว่าคนทั่วไปเขาจะใช้เป็น บางคนที่ผมไปขายให้ ใช้เดือนเดียวก็หมดแล้ว อีกอย่าง จะให้เขาเอาเงินสองร้อยมาซื้อลูกกลิ้ง เขาซื้อทั่วไปก็ห้าสิบหกสิบบาทเอง ถูกกว่า เขาไม่มีเงินเยอะๆ มาซื้อทีเดียวแบบนี้หรอกครับคุณเล็ก"

แป่วววววววว...

ใจเล็กฝ่อ แฟ่บ เหี่ยวจนไม่รู้จะกู้กลับมายังไง ไม่มีใครสักคนที่ทำยัวร์เวย์แล้วบอกว่าดีเลย ช่างขัดแย้งกับสิ่งที่เจบอก หมอนั่นคงมาหลอกให้ไปขายของทำยอดให้แน่ๆ

ใช่ เอาแค่เจอกันครั้งแรกก็กวนประสาทแล้ว ทำอย่างกะโกรธกันมาสักสิบชาติ ไม่เห็นจะเหมือนตอนที่คุยอะไรดีๆ ให้ฟังเลย คนแบบนี้หรือจะดูแลคนเป็น ตัวเองยังทำดีๆ แบบที่พูดไม่ได้เลย สิ่งที่พูดมาทั้งหมดขัดแย้งกับตัวเองทั้งนั้น

ทำไมเล็กถึงได้เชื่อคนแปลกหน้าได้ง่ายอย่างนี้ ปกติเล็กไม่เคยเชื่อใครง่ายขนาดนี้มาก่อนเลย แต่คราวนี้กลับพลาด ไม่ได้การแล้ว เล็กต้องรีบไปลาออกเร็วที่สุด!


ให้ตายเถอะ! เล็กไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะได้มาข้องเกี่ยวกับธุรกิจอะไรแบบนี้ ดาราที่พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง มีแฟนคลับพอสมควร มีคนรู้จักมากมาย แต่ต้องมาทำธุรกิจที่คนทั่วไปมองว่าน่ารังเกียจ เป็นเพราะนายหมอนั่นคนเดียว แล้วเล็กไปทำอีท่าไหนถึงหลงคารมจนได้

ถ้าเกิดแฟนคลับรู้ขึ้นมา ถ้าเกิดพี่ๆ ในวงการคนอื่นๆ รู้ว่าเล็กทำธุรกิจนี้ เล็กจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ปกติใครๆ ก็หาว่าเป็นพระเอกตกอับอยู่แล้ว แล้วนี่ยังมา "ขายยัวร์เวย์" คงได้ตกอับกันจริงๆ ก็คราวนี้ ต้องมาขายสบู่ ขายผงซักฟอก ขายยาสีฟัน โธ่ชีวิต!

แต่จะลาออกต่อหน้าก็เกรงใจ วันนี้เจอุตส่าห์แวะมาหาถึงบ้าน ว่าจะพาไปเซ็นเตอร์ด้วยกันหลังจากที่เล็กปฏิเสธมาหลายรอบ หลังจากโดนใครต่อใครล้อเล็กจึงพยายามบ่ายเบี่ยง แต่คราวนี้จนปัญญาจะหาข้ออ้าง เพราะอ้างไปจนหมดแล้ว

"คือ...ผมว่า..." เล็กอึกอัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดไป "ผมคงทำไม่ได้หรอกครับคุณเจ คนที่กองถ่ายเขาเคยไปทำกันมาหมดแล้ว ไม่เห็นมีใครทำได้สักกะคนเลย"

เจพยักหน้าเข้าใจ รู้ดีว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เข้ามาใหม่ๆ "อ๋อ พวกเขาเคยทำแต่ทำไม่สำเร็จใช่ไหมครับ" เจถามทวน

เล็กพยักหน้า "ใช่ ขนาดเจ๊แหววที่พูดเก่งๆ ยังทำไม่สำเร็จเลยครับ บางคนชอบขายก็ยังทำไม่ได้เลย ผมยิ่งขายไม่เป็นอยู่ด้วย ผมคงทำไม่ได้หรอกครับคุณเจ ผมไม่มีหัวทางนี้เลย"

เจพยักหน้าอีก สักพักก็ยิ้ม "แต่ผมทำสำเร็จระดับหนึ่งแล้วนะครับ ในเซ็นเตอร์ก็มีคนสำเร็จสูงๆ กว่าผมอีกหลายคนที่จะช่วยสอน ถ้าคุณเล็กไปสมัครกับคนที่ล้มเลิก ผมก็ไม่แนะนำหรอกครับ แต่คนที่ตั้งใจจะสำเร็จหรือทำสำเร็จแล้ว เขาคิดไม่เหมือนคนล้มเลิกนะครับ คุณเล็กถามตัวเองดีๆ ครับว่าอยากได้ความสำเร็จที่เปลี่ยนวิถีชีวิตหรือเปล่า ถ้าอยากได้...ก็ต้องฟังคนที่ทำสำเร็จครับ ส่วนคนที่ล้มเลิก เขาจะเป็นแบบอย่างให้เราได้ไหมครับ"

เล็กอึ้งไป เจอความคิดคมๆ แบบนี้ก็ไม่รู้จะเถียงอย่างไรเหมือนกัน

"อยากฟังนิทานไหมครับ" เจถามพลางยิ้มตลก

เล็กพยักหน้า แม้ไม่ใช่เด็กที่ต้องฟังนิทานก่อนนอน แต่นิทานที่เจเล่ามักมีข้อคิดดีๆ เสมอ

"สุนัขตัวหนึ่งบังเอิญเห็นกระต่ายตรงพุ่มไม้เตี้ยๆ มันก็เลยวิ่งไล่ แต่เจ้ากระต่ายมันก็เร็วมาก มันวิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวในโพรงของมันได้ทันท่วงที เจ้าสุนัขตัวนั้นก็เลยคอยป้วนเปี้ยนและเห่าเสียงดัง คอยจับตาดูตลอดเวลา ชาวบ้างบางคนไล่มัน ดุมัน บางคนเอาไม้เขวี้ยงใส่มัน บางคนคิดว่ามันบ้าไปแล้ว แต่มันก็ไม่ยอมหนีไปไหน ชาวบ้านก็เลยเลิกสนใจสุนัขตัวนั้น ปล่อยใหัมันเห่าต่อไป สักพัก เจ้าสุนัขก็เงียบ มันคอยหลบซ่อนตัวใกล้ๆ กับโพรงกระต่าย ไม่นานเจ้ากระต่ายก็ชะล่าใจ มันนึกว่าสุนัขตัวนั้นหนีไปแล้ว กระต่ายจึงออกมาจากโพรง เจ้าสุนัขก็ตรงเข้าตะครุบและงับคอกระต่ายไว้ได้ในที่สุด มันเอากระต่ายไปให้เจ้าของของมัน และเย็นวันนั้นมันก็ได้กินเนื้อกระต่ายแสนอร่อย นิทานเรื่องนี้สอนว่าอะไรรู้ไหมครับ" เจถามตอนท้าย

เล็กทำท่าคิด แต่ก็คิดไม่ออก จึงได้แต่ส่ายหน้าไปมา

"การยืนหยัดในสิ่งที่เราเห็นไงครับ สุนัขตัวนั้นมันเห็นกระต่าย มันรู้ว่ากระต่ายอยู่ในโพรงนั้น มันก็เลยเฝ้าไม่ยอมไปไหน แต่คนอื่นๆ ไม่เห็นเหมือนที่มันเห็น ก็เลยไม่มีใครสนใจ สุดท้าย ก็มีแค่สุนัขตัวนั้นที่ได้กระต่ายไปกินเป็นอาหารกับเจ้านายของมัน"

"อ๋อ" เล็กร้องอ๋อ ไม่นานก็สามารถเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ของตัวเองได้ "ก็แปลว่า...ถ้าผมเห็นว่ามันเป็นไปได้ แต่คนอื่นไม่เห็นเหมือนผม ผมก็ควรจะเชื่อสิ่งที่ผมเห็น ไม่ใช่ไปหวั่นไหวเพราะความคิดเห็นของคนอื่น ใช่ไหมครับ"

เจยิ้มกว้างจนตาหยี เล็กเผลอคิดไปว่าผู้ชายคนนี้ยิ้มแล้วดูน่ารัก "เก่งแล้วนะครับเนี่ย"

"แหม...มันก็เดาไม่ยากนี่ครับ" เล็กพูดแก้เขิน

เจหัวเราะเบาๆ "โลกนี้มีความคิดเห็นเยอะกว่าข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้น จะฟังใครก็ต้องเลือกฟัง เลือกเชื่อ ผมเจอมาเยอะแล้วครับ เพื่อนๆ ผมนะ พอรู้ว่าผมทำยัวร์เวย์ พวกมันก็หัวเราะเยาะกันใหญ่ เจอทีไรก็แซว เฮ้ยไอ้เจ เป็นไง ขายยัวร์เวย์ไปถึงไหนแล้ว เป็นมงกุฎเพชรกับเขาหรือยัง เมื่อก่อนผมก็เคยโกรธนะ แต่หลังๆ ผมก็เลิกสนใจ แต่เพื่อนก็คือเพื่อน อยากล้อๆ ไป แต่ผมรู้ว่าผมเห็นอะไร ผมจะฟังใคร ผมจะไปทางไหน คนเราถ้าโฟกัสซะอย่าง ยังไงมันก็ต้องทำได้ จริงไหมครับ"

เล็กยิ้มแหย "จริงครับ เกือบไปแล้วไหมล่ะ"

"เกือบอะไรเหรอครับ" เจสงสัย

"ผมว่า...จะไปลาออกอยู่แล้วเชียว ดีนะที่ได้เจอคุณเจก่อน" เล็กสารภาพ

เจหัวเราะ ไม่ต่อความเรื่องนั้น "ไปเซ็นเตอร์กันเลยไหมครับ เดี๋ยวจะไม่ทัน วันนี้น่าจะรถติดพอสมควร"

"ครับ" เล็กตอบตกลงพลางยิ้ม

{-- + --- + -- + --- + --}

ขณะที่เจกำลังขับรถออกไป โทรศัพท์ของเล็กพลันดังขึ้น พอเห็นว่าผู้จัดการโทรมาจึงรีบรับ เผื่อว่าจะมีงานสำคัญติดต่อเข้ามา

"สวัสดีครับคุณสนิท มีอะไรเหรอครับ" เล็กถาม สักพักก็ต้องตกใจเมื่อคุณสนิทบอกเรื่องสำคัญบางอย่าง "อะไรนะครับ เขาเปลี่ยนตัวพระเอกเหรอครับ ทำไมล่ะครับคุณสนิท ทำไมเขาถึงไม่ให้ผมแสดงต่อล่ะ ผมก็เล่นอย่างเต็มที่แล้วนะ ผมไปถ่ายมาหลายตอนแล้วด้วย เดี๋ยวผมจะโทรไปคุยกับพี่ฉัตรตอนนี้เลย"

"จะลองดูก็ได้ครับคุณเล็ก แต่ผมว่า...ผมว่ามันไม่ทันแล้วล่ะ" คุณสนิทบอกเสียงเศร้า "ที่เขาให้คุณเล็กหยุดวันนี้ เพราะเขาหาพระเอกใหม่มาแทนได้แล้ว เขาจ้องจะหาคนมาแทนตั้งนานแล้วล่ะครับ ก็เด็กจากเจ๊ถุงปุ๋ยนั่นแหละ เขาเส้นใหญ่แค่ไหนคุณเล็กก็รู้อยู่ ถ้าเขาจะปั้นใครแล้ว เขาก็ดันสุดฤทธิ์ ผู้ใหญ่ทางช่องก็เกรงใจเขาด้วย"

"จริงเหรอครับคุณสนิท" เล็กหน้าเศร้า รู้สึกเหมือนจะหมดแรง

คุยอยู่สักพักจึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง อยู่ๆ นึกอยากร้องไห้ขึ้นมา แม้ว่าเจอเรื่องอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ใช่ว่าจะเข้มแข็ง เล็กยังคงเจ็บปวดอยู่เหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะมันหลายครั้งเกินไป

เล็กเพิ่งไปถ่ายละครเรื่องใหม่นั้นมาได้สี่ห้าครั้ง แต่กลับต้องมาถูกคัดออกโดยไม่รู้ตัว พรุ่งนี้หนังสือพิมพ์และข่าวออนไลน์คงลงเรื่องนี้สนุก จากนั้นนักข่าวก็จะตามสัมภาษณ์ ถามเรื่องเดิมๆ ที่เล็กไม่อยากตอบ 

เจดูเงียบและครุ่นคิด แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ สักพักจึงเอ่ยปากโดยไม่หันมามอง "ไม่น่าเชื่อนะครับว่าวงการนี้มันจะโหดร้ายแบบนี้"

เล็กถอนหายใจ อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออกไปแล้ว

"คุณเล็กไหวไหม จะกลับบ้านก่อนไหมครับ" เจถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เห็นอีกคนทำหน้าเศร้าแล้วชักใจคอไม่ดีไปด้วย

"ไม่เป็นไรครับ คุณเจไปต่อเลย" เสียงเล็กเริ่มสั่นเครือ

เจประเมินได้ว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกแย่ อาจจะถึงขั้นร้องไห้ก็ได้ พอขับรถเลยไปอีกหน่อยและเห็นที่พอจอดข้างทางได้ เจหักเลี้ยวจอดข้างทางทันที ขับรถไปคุยไปคงไม่เหมาะเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเวลาที่อีกฝ่ายต้องการกำลังใจ

พอรถจอดสนิท เล็กนั่งก้มหน้า สักพักจึงเอ่ยขึ้น "มันเป็นอย่างงี้อีกแล้วครับคุณเจ อุตส่าห์คุยกันซะดิบดี สุดท้าย...ก็หักหลังผมอีกแล้ว เขาคงเห็นว่าผมไม่มีใครดัน ไม่มีเส้น ก็เลยนึกอยากจะทำอะไรก็ได้ ผมทุ่มเทกับเรื่องนี้มาก บทมันก็ดี ถ้าผมได้เล่นเรื่องนี้ต้องดังแน่ๆ งานคงเข้ามาอีกเยอะ แต่ดูสิครับ มันเป็นอย่างงี้อีกแล้ว แล้วผมก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่น้ำท่วมปากอยู่แบบนี้"

ไม่รู้ว่าเล็กร้องไห้หรือเปล่า แต่น้ำตาก็ซึมออกมา เจเอื้อมมือไปบีบมือคนข้างๆ ไว้ อีกมือตบลงบนไหล่ให้กำลังใจ

เจเห็นอย่างนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้ แผนที่วางไว้ก็ชักไม่แน่ว่าจะทนทำต่อไปได้หรือเปล่า เจไม่เคยพาใครมาทิ้งๆ ขว้างๆ ทุกคนที่ตั้งใจเจช่วยเต็มที่เสมอ แต่เจพาเล็กเข้ามาด้วยเหตุผลที่ต่างจากทุกคน กระนั้น เล็กก็เหมือนคนทั่วไป ต้องการโอกาสที่ดีที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต หลายคนเห็น "โอกาส" เป็น "อากาศ" แต่เล็กเป็นคนที่เห็นโอกาสเป็นโอกาส คนแบบนี้มีน้อยและสมควรได้รับโอกาสที่ดี

"ใจเย็นๆ นะครับคุณเล็ก ทุกอย่างที่เกิดขึ้น...มีเหตุผลของมัน อย่างน้อย...มันก็ทำให้เราเข้มแข็ง หรืออาจจะให้คำตอบที่ชัดเจนกับเรามากขึ้นก็ได้ การเสียอะไรบางอย่างไปบ้างก็ดีนะครับ เพราะมันจะทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ครูผมสอนเรื่องหนึ่งว่า ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงผู้อื่นเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว แต่ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ หลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต...เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราพอทำได้ก็คือดูแลตัวเอง เชื่อผมนะครับคุณเล็ก คนอย่างคุณเล็กจะไปได้ไกลกว่านี้ ผม...จะอยู่ข้างๆ คุณเล็กนะครับ"

สิ้นคำของเจ เล็กพลันร้องไห้ออกมา คนตัวขาวกว่าจึงดึงคนคล้ำกว่ามากอดไว้ เล็กไม่มีแม้เพียงคำพูด มีเพียงความคิดในใจเท่านั้น วันหนึ่ง...เล็กจะทำให้ทุกคนเห็น ว่าคนๆ นี้จะยิ่งใหญ่ จะไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตา จะไม่ยอมก้มหัวให้กับคำว่าอ่อนแอ วันนั้น...เล็กจะหยัดยืนด้วยสองเท้าของตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิ

{-- + --- + -- + --- + --}

เจพาเล็กมาถึงเซ็นเตอร์แถวๆ ชิดลมก่อนเริ่มการเรียนรู้ประมาณสิบนาที มีคนมาเยอะทีเดียว มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ตั้งแต่หนุ่มสาวออฟฟิศ พ่อค้าแม่ค้า รปภ. วิศวกร หมอ อาจารย์ ดอกเตอร์และดาราอย่างเล็ก เห็นแล้วทำให้เล็กเอะใจ ทำไมคนเหล่านี้ที่ดูเหมือนจะมีอาชีพที่ดีต่างก็มาทำยัวร์เวย์ คนเหล่านี้ไม่น่าจะถูกหลอกได้ง่ายๆ

การปรากฎตัวของเล็กในที่สาธารณะทำให้คนที่เซ็นเตอร์แตกตื่นกันใหญ่ มีคนแซวเจด้วยว่าเก่งมากที่พาดารามาได้ด้วย หลายๆ คนวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปกับเล็ก โดยเฉพาะดาวน์ไลน์คนอื่นๆ ของเจ บางคนมาขอลายเซ็นด้วย

แต่เล็กก็สะท้อนใจเหลือเกิน เป็นดารา มีชื่อเสียง ภาพลักษณ์ดูดี แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังนั้นมีความเจ็บปวดแค่ไหน

พอการเรียนรู้เริ่มขึ้น เล็กเข้าไปนั่งข้างในห้องพร้อมกับคนอื่นๆ มีเจนั่งอยู่ข้างกัน แถวๆ นั้นมีดาวน์ไลน์ของเจอีกหลายคนอยู่ด้วย วันนี้เล็กได้นั่งด้านหน้า ห้องไม่ใหญ่มากนัก ยกพื้นเป็นเวทีด้านหน้าห้องเล็กน้อย มีโต๊ะวางพร้อมผ้าปูอยู่หนึ่งตัวสำหรับสาธิตสินค้า บนโต๊ะตัวนั้นมีสินค้าเปล่าวางแสดงหลายอย่าง

พิธีกรขึ้นมาพร้อมกับเสียงเพลง ตามด้วยเสียงปรบมือและโห่ร้องให้กำลังใจ น่าแปลกที่พิธีกรเป็นผู้หญิงตัวผอมๆ ค่อนข้างสูงอายุ ดูเก้ๆ กังๆ นิดหน่อย แถมไม่สะสวยเหมือนพิธีกรในแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย บางคราวเธอก็พูดผิดๆ ถูกๆ แต่คนกลับปรบมือให้กำลังใจ ไม่มีใครหัวเราะเยาะเธอเลย ถ้าเป็นข้างนอก หญิงสูงวัยคนนี้ไม่มีทางได้ขึ้นมาเป็นพิธีกรอย่างแน่นอน

"คุณเล็กรู้ไหม ถ้าเป็นที่อื่น คนที่ไม่เก่ง ไม่หล่อ ไม่สวยแบบนี้ ไม่มีที่ยืนหรอก แต่ที่นี่ เราต้อนรับทุกคนที่ต้องการโอกาส ไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องฉลาดมาจากไหน ขอแค่รักการเรียนรู้" เจบอกเมื่อสังเกตเห็นเล็กมองดูผู้หญิงสูงวัยคนนั้น

เล็กหันไปยิ้มกับเจแล้วพยักหน้าเห็นด้วย คุณป้าที่ดูเก้ๆ กังๆ คนนี้ทำให้เล็กเห็นบางอย่างที่ไม่เคยเห็น

จากนั้นคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจก็ขึ้นไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ คำสอนของ อ. เหวิน ดูเหมือนจะถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยๆ จนเล็กชักอยากรู้ว่า อ. เหวิน เป็นใคร บางช่วงมีคนขึ้นมาสาธิตสินค้า แนะนำว่าสินค้ามีประโยชน์อย่างไร จะทำตลาดอย่างไร

จนกระทั่งช่วงสุดท้าย พี่จุ๊ นักธุรกิจยัวร์เวย์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของประเทศไทยก็ขึ้นมาพูด หน้าตาท่าทางที่ดูใจดีและมีบารมีนั้นทำให้เล็กเกิดความศรัทธาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ฟังพี่จุ๊พูดแล้วก็ฉุกคิดหลายอย่าง

 "งานบนโลกนี้มีสี่อย่างค่ะ งานแรก...งานประทังชีวิต พออยู่รอดไปวันๆ เดือนชนเดือน ไม่เหลือเก็บ ส่วนมากเป็นงานประจำทั้งหลาย งานที่สอง...งานเลี้ยงชีวิต พอมีพอกิน ไม่หรูหราฟุ่มเฟือย ทางเลือกไม่มาก ไม่เดือดร้อนใคร มีเหลือเก็บบ้าง แต่เจอวิกฤติหนักๆ ก็ลำบาก ส่วนมากเป็นธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง งานที่สาม...งานสร้างชีวิต สร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน ให้ความสะดวกสบายกับพ่อแม่ รายได้มากพอ มีกินมีเก็บ แต่หยุดไม่ได้ ทุกอย่างยังต้องพึ่งตัวเอง ส่วนมากเป็นธุรกิจใหญ่ขึ้นมาหน่อย ส่วนงานที่สี่...งานเปลี่ยนวิถีชีวิต ได้ทุกอย่างเหมือนที่งานสร้างชีวิตให้ได้ แต่ออกแบบจังหวะชีวิตได้เอง ตื่นกี่โมงก็ได้ นอนกี่โมงก็ได้ อยากทำอะไร อยากไปไหน อยากอยู่ประเทศไหน ไม่ต้องขออนุญาตใคร มีอิสรภาพ มีความสุข ตัวพี่เอง อยู่กับวิถีชีวิตที่เลือกได้มากว่ายี่สิบปี ไม่ใช่เพราะเก่ง แต่เพราะเลือกเครื่องมือได้ถูก"     

"งานหลายๆ อย่างอาจจะดูเหมือนดีนะคะ ดูมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี งานหลายๆ อย่างเป็นงานที่พ่อกับแม่อยากให้ลูกทำ มีหน้ามีตาในสังคม แต่เชื่อไหมคะว่างานที่เราเห็นว่าดูดีทั้งหลาย พอทำไปแล้วไม่ได้ดูดีอย่างที่เราเห็น มีเบื้องหลังที่ไม่สวยงามมากมาย หลายๆ งาน เราถูกสอนให้แข่งขันและเอาเปรียบกัน ทำร้ายกัน บางครั้งเราก็หวงวิชาความรู้เพราะกลัวคนอื่นได้ดีกว่า เพราะตำแหน่งสำหรับคนสำเร็จมีจำกัด บางครั้งก็สอนให้เราตกแต่งตัวเลข หาช่องว่างช่องโหว่เพื่อหาผลประโยชน์ บางครั้งก็ให้เราโกหก บางครั้งก็ให้เราเปลี่ยนขาวเป็นดำ เปลี่ยนดำเป็นขาว ต้องเลื่อยขาเก้าอี้คนอื่น บางครั้งก็ให้เราโกง ให้เราลดสเป็ค ลดต้นทุน ลดปริมาณ จนถึงขั้นลดคุณภาพ แต่ราคาไม่ลด บางครั้งเราก็กลั่นแกล้งคนอื่น บางครั้งคนอื่นก็กลั่นแกล้งเรา"

"ไม่ใช่ว่างานเหล่านั้นไม่ดีนะคะ แต่วิถีการทำงานต่างหากที่ไม่ถูกต้อง งานส่วนมากไม่ได้ออกแบบมาให้มีคนสำเร็จได้หลายคน ส่วนมากก็จำกัด คนจึงต้องแข่งขันและเอาเปรียบกันเพื่อแย่งตำแหน่งที่ดีกว่า เราก็โตมาในสังคมแบบนี้ ซึมซับความไม่สวยงามแบบนี้ กลายเป็นคุณค่าของสังคมไปโดยปริยาย แล้วเราก็ยังภูมิใจที่ได้ทำงานเหล่านี้ กับเบื้องหลังที่ไม่สวยงามแบบนี้ต่อไป โดยไม่ได้คิดตั้งคำถามเลยว่ามันถูกต้องไหม คนส่วนมากจึงกลายเป็นคนที่เรื่องดีเชื่อยาก เรื่องร้ายเชื่อง่าย แต่เชื่อไหมคะว่างานที่แรกๆ อาจจะดูไม่ดี ดูเหมือนจะมีการเอาเปรียบกัน ดูเหมือนไม่จริงใจ พี่กลับพบว่ามันเป็นงานที่ดีมากๆ เลย พอทำไปแล้วกลับพบว่ามันเป็นงานที่สอนให้เราไม่เอาเปรียบใคร สอนให้เรารู้จักดูแลผู้คนที่ตามเรามา รับผิดชอบความฝันความหวังของเขา สอนให้เราคิดบวก สอนให้เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาคุ้มมากที่สุด ไม่ได้ไปหาใครเพราะว่าจะไปเอาอะไรจากเขา สอนให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น อ. เหวินกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงผู้อื่นเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว การเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ..."

เล็กรู้สึกเหมือนพี่จุ๊กำลังพูดเรื่องของตัวเองอยู่ ใช่...ใครๆ ก็คิดว่าการเป็นดาราดูดี แต่เบื้องหลังกลับต้องทำหลายอย่างที่ไม่ดี ต้องแข่งขัน ต้องทำร้ายกัน ต้องโกหก ต้องปิดบัง ต้องเสแสร้ง และอื่นๆ อีกมากมาย เล็กเบื่อหน่ายจนอยากเลิกทำหลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ต้องกอดมันไว้เพราะกลัวอดตาย จำต้องอยู่ทั้งๆ ที่แทบไม่มีความสุขเลย

สิ่งที่ดูดี เมื่อค้นเข้าไปจริงๆ กลับดูไม่ดี แต่สิ่งที่เล็กเคยมองว่าไม่ดี พอเข้ามาเรียนรู้ กลับพบว่ามีอะไรดีๆ หลายอย่าง แต่ก็อย่างว่า เล็กเพิ่งเริ่มต้น ยังคงวางใจมากไม่ได้ ต้องคอยดูกันต่อไป

โดยเฉพาะ "อัปไลน์" คนนี้นี่แหละ!

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2016 18:00:02 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
✿✿ธุรกิจนี้มีรัก✿✿
CHAPTER 05 ❋ จอมปั้นหน้า


พอเซ็นเตอร์เลิก เล็กพาดาวน์ไลน์ทุกคนมายืนล้อมวงกันเพื่อ "อาฟเตอร์" หรือการทบทวนหลังการเรียนรู้ ก่อนจะเริ่มให้แต่ละคนบอกว่าได้เรียนรู้อะไร จะเอาไปทำอะไรในสัปดาห์ถัดไป เจถือโอกาสนี้ให้ทุกคนแนะนำตัว ทุกคนจะได้รู้จักกันไว้ คนแรกที่เริ่มคืออาร์ต

"ผมชื่ออาร์ตนะครับ เป็นนึกศึกษาคณะวิศวะจุฬาฯ ครับ อยู่ปีสี่แล้ว ทำยัวร์เวย์มาเกือบปีแล้วครับ พอดีรู้จักกับพี่เจ พี่เจเป็นรุ่นพี่ที่คณะ พอได้ฟังพี่เจเล่าธุรกิจยัวร์เวย์ให้ฟัง ผมสนใจเลย ขนาดพี่เขาจบวิศวะเหมือนผม แต่พี่เขากลับรู้สึกว่างานประจำที่ทำไม่ตอบโจทย์ชีวิต ผมฉุกใจคิด เลยเข้ามาทำ มีคนกล่าวว่าถ้าอยากดูอนาคตของตัวเอง ให้ลองไปดูรุ่นพี่ในสายอาชีพเดียวกัน ทำงานไปห้าปี สิบปี ยี่สิบปี สามสิบปี วิถีชีวิตของเขา ใช่อย่างที่เราอยากได้ไหม ผมพบว่า...ไม่ใช่ ผมอยากได้วิถีชีวิตที่เลือกได้ครับ"

เสียงปรบมือดังขึ้น จากนั้นคนต่อไปจึงแนะนำตัว

"ผมชื่อประสิทธิ์ครับ อาชีพผมก็ทำธุรกิจด้านการดูแลทรัพย์สินให้เศรษฐีในเมืองไทย ทำให้ทรัพย์สินงอกเงยนั่นแหละครับ โดยทั่วไป ผมจะดูแลทรัพย์สินมูลค่าตั้งแต่เก้าหลักขึ้นไป ถ้าใครมีก็มาคุยกับผมได้นะครับ ถ้าพูดตรงๆ รายได้ประจำจากงานผมตอนนี้เยอะกว่ายัวร์เวย์ครับ ในยัวร์เวย์ ถ้าผมจะมีรายได้เท่านี้ผมต้องเป็นมงกุฎทูตเท่านั้น แต่ผู้สปอนเซอร์ของผมซึ่งเป็นแค่เด็กส่งเอกสาร ทำให้ผมเข้าใจว่ารายได้เจ็ดหลักในงานประจำของผม ก็เหมือนกับรายได้สี่ห้าหลักของเด็กส่งเอกสาร คือไม่ทำก็ไม่ได้ วันไหนหยุดทำรายได้ก็เหลือศูนย์ แต่ยัวร์เวย์ หยุดทำแล้วรายได้ไม่เหลือศูนย์ แถมยังโตเองต่อไปได้เรื่อยๆ ผมก็เลยสนใจและเข้ามาศึกษาดู ตอนนี้ก็เป็นแพลตินัมแล้วครับ"

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง คนอื่นๆ แนะนำตัวต่อจากนั้น จนกระทั่งมาถึงเล็ก

"ผมชื่อเล็กนะครับ คิดว่าหลายคนคงจะรู้จักและคุ้นหน้า ผมเป็นดาราครับ เป็นมาได้สี่ห้าปีแล้ว ถ้าจะถามว่าทำไมสนใจยัวร์เวย์ ผมเริ่มจากสนใจความคิดดีๆ หลายอย่างครับ พอได้คุยกับคุณเจหลายๆ เรื่อง ผมก็เริ่มมองเห็นความไม่แน่นอนของชีวิต ถ้าเข้ามาอยู่ในสังคมที่สอนเรื่องดีๆ มีธุรกิจที่มั่นคงและเติบโตไม่จำกัด ผมก็ว่ามันน่าจะดีนะครับ ยังไงๆ ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ มีอะไรก็สอนผมได้"

เล็กยิ้มให้ทุกคนอย่างนอบน้อม แม้เป็นดาราที่พอมีชื่อเสียงบ้าง แต่ก็ไม่เคยลืมตัว ทุกคนปรบมือให้เล็ก ก่อนจะเวียนไปที่คนอื่นๆ จนครบ ตามด้วยการอาฟเตอร์ของแต่ละคน จนกระทั่งวนมาถึงเล็ก

"ขอบคุณอัปไลน์เจที่เปิดโอกาส สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในวันนี้ก็คือ...เอ่อ...งานสี่ประเภทครับ อันแรก อะไรนะ...งานประทังชีวิต งานเลี้ยงชีวิต งานสร้างชีวิต แล้วก็...งานเปลี่ยนวิถีชีวิต อาชีพดาราก็อยู่ในโหมดงานเลี้ยงชีวิตนะผมว่า ถ้าผมมีโรงงาน ผมยังส่งต่อให้ลูกหลานเอาไปทำต่อได้ แต่ผมส่งต่ออาชีพดาราให้ลูกหลานไม่ได้ มันเหมือนเป็นอาชีพที่ทำเลี้ยงตัวเองมากกว่าเลี้ยงครอบครัว สิ่งที่ผมจะไปทำก็คือ ทบทวนชีวิต ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ แล้วก็เรียนรู้ให้มากขึ้นครับ หวังว่าอีกไม่นานนี้...ผมจะเริ่มต้นธุรกิจผมได้เหมือนคนอื่นๆ ครับ"

"คุณเล็กทำได้" เสียงใครต่อใครต่างให้กำลังใจ ผลัดกันเดินเข้ามาจับมือ นี่คือสิ่งที่เล็กไม่เคยเจอเลยในสังคมทั่วไป

ที่จริงแล้วการให้กำลังใจ การจับมือ หรือการพูดเรื่องบวก ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ว่ากันว่าชีวิตของแต่ละคนก็ต่างกันที่เพียงเรื่องเล็กน้อยนี่แหละ ความแตกต่างในรายละเอียดเล็กน้อย เมื่อมารวมเป็นภาพใหญ่ ภาพที่ได้จะแตกต่างจากภาพทั่วไป

{-- + --- + -- + --- + --}

เจพาเล็กมาส่งที่บ้าน ปกติเจไม่ไปส่งดาวน์ไลน์คนไหนโดยไม่จำเป็น การทำธุรกิจแบบนี้ การไปรับไปส่งดาวน์ไลน์เป็นเรื่องต้องระวัง อย่างแรก เป็นการสร้างความรู้สึกพึ่งพิงมากเกินไป อย่างที่สอง ดาวน์ไลน์คนอื่นๆ อาจมองว่าเล็กมีอภิสิทธิ์

"ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมครับคุณเล็ก" เจบอกเมื่อเข้ามาในบ้าน

"เชิญตามสบายเลยครับ" เจ้าของบ้านทำท่าเชื้อเชิญ

เจหายเข้าไปในห้องน้ำชั้นล่างของบ้านเล็ก ไม่นานก็ออกมาด้วยสีหน้าตื่นๆ "คุณเล็ก ชักโครกของคุณมีน้ำซึมแน่ะ เมื่อกี้ผมดูแล้วน็อตที่อยู่ข้างล่างมันขึ้นสนิม น้ำมันเลยไหลออกมา ที่บ้านผมเคยเป็น คุณเล็กมีน็อตสำรองไว้ไหม"

เล็กส่ายหน้า เดินไปส่องดูในห้องน้ำชั้นล่าง มีน้ำไหลซึมออกมาจากชักโครกทางด้านหลังตามที่เล็กบอก

"เอางี้ ผมมีดาวน์ไลน์คนหนึ่งอยู่ไม่ไกลแถวนี้ ที่บ้านเขาขายของพวกนี้อยู่ เดี๋ยวผมไปเอามามาเปลี่ยนให้ รอผมแป๊บนึงนะ" เจบอก

"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเจ มันดึกแล้ว" เล็กร้องห้า เรียกไม่ทันเสียแล้วเมื่อเจก้าวฉับๆ ออกไป

เจขับรถออกไปแล้ว เล็กเดินออกไปปิดประตูรั้วบ้านไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับเข้ามานั่งรอในบ้าน หลังจากที่ร้องไห้ไปแล้วเมื่อช่วงหัวค่ำ บวกับได้รับพลังจากเซ็นเตอร์ เล็กรู้สึกดีมากขึ้น ไม่รู้สึกทุรนทุรายเหมือนเมื่อก่อน เล็กเคยนัดเพื่อนไปหาอะไรดื่มคลายเครียดบ่อยๆ

ไม่นานนักเจก็กลับมา บ้านดาวน์ไลน์คนนั้นคงอยู่ไม่ไกล เจไปแค่สิบกว่านาทีก็กลับมาแล้ว

"ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ครับคุณเจ พรุ่งนี้ผมให้ช่างเขามาซ่อมให้ก็ได้ รบกวนคุณเจแย่เลย" เล็กบอกเมื่อเห็นเจลงมาจากรถพร้อมกับถุงใส่น็อต

"ไม่เป็นไรครับ คุณเล็กมีเครื่องมือช่างไหมครับ เดี๋ยวผมเปลี่ยนให้คืนนี้เลย"

"มีครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้"

เจแยกไปห้องน้ำ ส่วนเล็กวิ่งขึ้นไปชั้นสอง ก่อนลงมาพร้อมกับชุดเครื่องมือช่างที่ซื้อไว้ แต่นานๆ ทีจะได้ใช้

เจถกแขนเสื้อและพับขากางเกงขึ้น เปิดฝาแทงค์ชักโครก เล็กเอากล่องเครื่องมือมายื่นให้ เจเลือกประแจขันน๊อต จากนั้นขันน๊อตที่เป็นสนิมออก

"คุณเล็กปิดวาล์วน้ำหน่อยได้ไหมครับ" เจหันไปบอก

เล็กกุลีกุจอไปปิดวาล์วน้ำที่อยู่นอกบ้านให้ทันที พอกลับเข้ามา ปรากฎว่าเจตัวเปียกหมดเพราะน้ำจากท่อที่ต่อไปที่แทงค์พุ่งกระจาย

"คุณเล็กหมุนวาล์วผิดทางหรือเปล่าครับ ช่วยปิดอีกทีได้ไหมครับ" เจหันมาบอกด้วยสีหน้าตกใจ

เล็กจึงต้องรีบวิ่งไปใหม่อีกครั้ง ปกติไม่ค่อยได้ใช้จึงลืมว่าแบบไหนปิดแบบไหนเปิด พอหมุนไปอีกทางน้ำจึงหยุดไหล

"คุณเจ ขอโทษจริงๆ ครับ เปียกหมดเลย เดี๋ยวผมไปเอาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนนะครับ"

เล็กบอกด้วยสีหน้ารู้สึกผิด แต่เจกลับยิ้มกว้าง เล็กรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง เอาผ้าเช็ดตัวมาให้เจซับตัวให้แห้งก่อน

เจยังคงขะมักเขม้นกับการเลื่อยน็อตอีกตัวที่ขันไม่ออก ไม่สนใจเลยว่าชุดจะเปียกมากแค่ไหน เล็กยืนดูแล้วก็ยิ้ม เวลาเจไม่ทำท่าทางกวนๆ ก็ดูเป็นคนน่ารักไม่น้อย

จนกระทั่งเจซ่อมเสร็จและล้างมือเรียบร้อยแล้ว เล็กจึงเอาผ้าเช็ดตัวยื่นให้ เจรับไปเช็ดผมและหน้า ขำตัวเองเบาๆ ไปด้วย

"ขอบคุณนะครับคุณเจ ลำบากคุณเจแย่เลย คุณเจจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยไหมครับ" เล็กถามด้วยความเป็นห่วง แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่เจกลับตั้งใจทำให้อย่างดี

"อืม...ก็ดีเหมือนกันครับ ว่าแต่มันกี่โมงแล้วครับเนี่ย"

เล็กเหลือบดูนาฬิกาที่ผนัง แล้วก็ต้องตกใจ "ตีหนึ่งกว่าแล้วครับ คุณเจจะขับรถกลับไหวไหมครับเนี่ย นอนที่นี่ดีกว่าไหมครับ"

เจทำสีหน้าลังเลและครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็ตกลง "ก็ดีเหมือนกันครับ บ้านผมอยู่ไกลจากนี่พอสมควร" เจยิ้มเขินๆ

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมต้องไปงานแต่เช้าเลยนะครับ พอดีมีงานรณรงค์งดสูบบุหรี่ของ สสส. ผมไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เขา น่าจะต้องออกตั้งแต่ตีห้าน่ะครับ"

"ไกลไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง"

"อยู่ในกรุงเทพนี่แหละครับ แต่ว่าคุณเจไม่ต้องไปส่งผมก็ได้ เกรงใจครับ คุณเจเหนื่อยแย่แล้วล่ะ ไม่ต้องหรอกครับ" เล็กบอกอย่างเกรงใจ

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ใครที่ไว้ใจและติดตามผมมา ผมต้องดูแลทุกคน อีกอย่าง ผมมาอาศัยนอนบ้านคุณเล็ก ผมต้องตอบแทนครับ อ. เหวินสอนว่า ใครทำดีกับเราไม่ใช่หน้าที่ น้ำแก้วเดียวก็ต้องตอบแทน"

"อ้อ...เอางั้นเหรอครับ" เล็กถามอย่างไม่แน่ใจ เจพยักหน้ายืนยัน

"ถ้างั้น...คุณเจไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะชงโปรตีนให้กิน อ้อ...ขอบคุณมากที่แนะนำอาหารเสริมตัวนี้ให้ผม กินมาไม่ถึงอาทิตย์ ผิวผมดีขึ้นเยอะเลยครับ สงสัยที่ผ่านมาผมคงจะกินโปรตีนไม่พอจริงๆ ด้วย" เล็กบอกพลางยื่นแขนอวดให้เจดูไปด้วย

"ดีแล้วครับคุณเล็ก ตั้งใจกินนะครับ กินแล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเรา ตัวเรานี่แหละครับที่จะเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์ คราวนี้ไปแนะนำใครก็ไม่ยากหรอกครับ" เจแนะนำ มองดูแขนของเล็กก็เห็นว่าผิวดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควร

เล็กยิ้ม พยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ แม้ว่าวันนี้จะมีเรื่องร้ายๆ ผ่านเข้ามา แต่วันนี้กลับไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนเมื่อก่อน ปกติเล็กมักจมดิ่งไปกับความทุกข์หลายวัน

จะว่าไป มีอัปไลน์ดีๆ คอยดูแลแบบนี้ก็ดี ดูแลเรื่องธุรกิจ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ เหมือนมีเพื่อนที่รู้ใจคอยดูแล นี่แหละคือสิ่งที่เล็กอยากได้ ไม่ใช่แค่เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว

{-- + --- + -- + --- + --}

เจอาบน้ำเสร็จแล้วก็ใส่ชุดนอนที่เล็กหามาให้ เรื่องเสื้อผ้าของเล็กนั้นไม่ต้องห่วง เป็นดารามีเสื้อผ้าให้เลือกใช้มากมาย ทั้งที่ซื้อเองและได้มาจากการถ่ายแบบบ้าง เป็นพรีเซนเตอร์บ้าง

"โปรตีนอร่อยๆ ก่อนนอนครับ" เล็กบอกพลางส่งแก้วชงโปรตีนให้เจ "สูตรเดียวแบบที่คุณเจบอกผมเลยนะครับ ผมกินทั้งเช้าและก่อนนอนเลย อร่อยดี"

เจขอบคุณแล้วรับแก้วโปรตีนไปดื่ม "คุณเล็กทานแล้วเหรอครับ" เจหยุดถามเมื่อดื่มไปได้หน่อย

เล็กพยักหน้า "ครับ คุณเจวางไว้ตรงนี้ก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อน" เล็กชี้บอกตำแหน่งที่จะให้เจวางแก้ว

"ครับ" เจรับคำ ทำท่าเหมือนอยากถามบางอย่าง

"มีอะไรไหมครับคุณเจ" เล็กเลิกคิ้ว

"เอ่อ...คุณเล็กโอเคหรือยังครับ ผมหมายถึง...ละครเรื่องนั้น" เจถามอย่างเกรงใจ กลัวไปสะกิดแผลเข้าให้

เล็กพยักหน้า แต่ยังยิ้มเศร้า "ครับ ผมได้คิดอะไรหลายอย่างเลยนะครับ งานหลายอย่างที่ดูดี แต่เรากลับต้องทำอะไรที่ดูไม่ดี มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คนข้างนอกมองหรอก" เล็กแค่นหัวเราะ จากนั้นจึงพูดต่อ "พรุ่งนี้ ผมไม่รู้ว่าจะเจอใครถามอะไรอีก ผมก็ต้องเป็นจอมปั้นหน้า บอกกับสื่อไปว่า...ไม่เป็นไร ไม่มีอะไร ไม่ได้น้อยใจอะไร ไม่โกรธอะไร เฮ้อ ก็ไม่สนุกนะครับที่ต้องพูดอย่างคิดอย่าง"

"คุณเล็ก จำที่ผมส่งไลน์ให้คุณเล็กได้ไหมครับ คนสำเร็จ ปัญหาทุกปัญหามีทางออก แต่คนทั่วไปทำให้ทุกอย่างเป็นปัญหา เราควบคุมอย่างอื่นไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ครับ คิดบวกเข้าไว้...แล้วทุกอย่างจะดีเองครับ อย่างน้อยเรายอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนใจของเราให้คิดบวกได้ แค่นี้...ชีวิตก็จะมีความสุขแล้วครับ คิดซะว่าเรากำลังทำบททดสอบชีวิตอยู่" เจเว้นจังหวะ จากนั้นจึงพูดสืบไป

"ผมทำยัวร์เวย์มาหลายปี เจออะไรมาไม่น้อยหรอกครับ เคยจะเลิกอยู่หลายหน ท้ออยู่หลายครั้ง ถามตัวเองตลอดว่าใช่เราไหม เจอคนดูถูกเหยียดหยาม เจอคนหัวเราะเยาะว่าจบวิศวะมาแต่ต้องมาทำงานแบบนี้ ป๊ากับม้าไม่เห็นด้วย ไม่มีใครเห็นด้วยสักคน แต่พอเรายืนหยัดและตั้งใจ มันก็ผ่านมาได้ครับ ไม่มีความล้มเหลวสำหรับคนที่ยืดหยัดจนถึงที่สุดหรอกครับ"

เล็กเริ่มเห็นแล้วว่าคำสอนดีๆ หลายอย่างช่วยให้คิดได้เร็วขึ้น แทนที่จะหมดเวลาไปกับความเสียใจ คำพูดเหล่านั้นกลับให้แง่คิด เตือนสติและดึงเรากลับมาได้เร็วขึ้น

"ขอบคุณครับคุณเจ" เล็กบอกด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ


เจพาเล็กมาส่งถึงที่สำนักงานของ สสส. ตอนเช้ามืด เดินขึ้นมาส่งเล็กที่หน้าทางเข้าของอาคารด้วย ตรงบริเวณนั้นมีเแฟนคลับของเล็กมารออยู่เกือบๆ สิบคน หนึ่งในนั้นมีน้ำฝนด้วย

น้ำฝนมองดูแฟนหนุ่มของตัวเองด้วยความสงสัย พอเจเห็นแฟนสาวของตัวเองก็หน้าซีด ลืมคิดไปว่าน้ำฝนอาจจะมาด้วย เธอคงสงสัยแน่ๆ ว่าทำไมเจกับเล็กถึงได้มาด้วยกันได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ทำเหมือนไม่ชอบหน้ากัน

แฟนคลับของเล็กวิ่งเข้ามาทักทาย เอาของกินมาฝากหลายอย่างเหมือนเคย หลายครั้งที่เล็กไปทำงานแต่เช้ามืด แฟนคลับกลุ่มนี้มักหาของมาให้กินบ่อยๆ แม้เล็กบอกหลายครั้งว่าไม่ต้องลำบากหามาให้ก็ตาม

น้ำฝนยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าบึ้งตึง สักพักเธอก็เดินเข้ามาหาเจ "พี่ขนม น้ำฝนขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมคะ" น้ำฝนบอกเสียงเย็นเยียบแล้วเดินปลีกตัวออกไป

เจหันมาสบตากับเล็กแวบหนึ่ง เล็กทันได้สังเกตเห็นความกังวลบนใบหน้าของเจอยู่บ้าง ไม่นานเจก็รีบเดินตามแฟนสาวออกไป

"หมายความว่ายังไงคะพี่ขนม ทำไมพี่เล็กถึงมากับพี่ได้ อย่าบอกนะคะว่า..." น้ำฝนเปิดฉากทันทีเมื่อเจเดินตามมาทัน

เจเงียบ ไม่ตอบอะไร รู้ว่าแฟนสาวคงจะเดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น

"พี่ขนม พี่ทำอย่างนี้ทำไมคะ! ทำไมพี่จะต้องไปชวนพี่เล็กมาทำยัวร์เวย์กับพี่ด้วย พี่เขาเป็นดารานะคะ ถ้าคนอื่นรู้เข้า พี่เล็กจะเดือดร้อนนะคะพี่ขนม ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ"

"คือ..." เจไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

"อย่าบอกนะคะว่าพี่ขนม..."

น้ำฝนจ้องสายตาแฟนหนุ่ม พยายามจับพิรุธ เธอเอะใจเล็กน้อยตอนที่เจมาขอเบอร์เล็กไป ให้เหตุผลว่าจะโทรไปขอโทษที่ทำกริยาไม่ดี น้ำฝนจึงให้ไปโดยไม่คิดอะไรมาก แต่ไปๆ มาๆ เธอกลับเห็นเจมาพร้อมกันกับเล็ก ต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ

"พี่ขนมตั้งใจจะแกล้งให้พี่เล็กเหรอ ข่าวบันเทิงเมื่อวานตอนเย็น เขาบอกว่าพี่เล็กถูกปลดออกจากละครที่เพิ่งไปถ่ายทำแล้ว พี่เล็กเขาเจอปัญหามาเยอะแล้วนะคะ พี่ขนมจะหาเรื่องให้พี่เล็กอีกเหรอ พี่กำลังจะทำให้พี่เล็กเดือดร้อน รู้ตัวไหมคะ!" ริมฝีปากของน้ำฝนสั่นระริก เธอแฟนหนุ่มจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่

เจหน้าสลด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรู้สึกผิดหรืออะไรกันแน่ แต่คงไม่พอใจเท่าไหร่ที่น้ำฝนทำท่าห่วงเล็กมากกว่าตัวเอง

"ถ้าน้ำฝนชอบเขามากขนาดนั้น ทำไมไม่เป็นแฟนกับเขาไปซะเลยล่ะ!" ในที่สุดเจก็ทนไม่ไหว

น้ำฝนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเจจะกล้าพูดขนาดนี้

"น้ำฝนเป็นแฟนพี่ แต่กลับวิ่งตามมาเชียร์แต่นายเล็กนั่น น้ำฝนเคยรู้บ้างไหมว่าพี่จะรู้สึกยังไง!"

ดูเหมือนเจคงเหลืออดที่แฟนสาวไม่เคยเข้าใจเขาเลย น้ำฝนมักต่อว่าเจบ่อยๆ ว่าทำแต่ยัวร์เวย์จนแทบไม่มีเวลาให้ นอกจากยัวร์เวย์แล้ว เจต้องคอยสลับกับพี่สาวเฝ้าร้านอะไหล่รถยนต์แทนป๊ากับม๊าด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเวลาเลย

"พี่ขนม..." น้ำฝนพูดด้วยเสียงแหบพร่า ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจจะพูดกับเธอแบบนี้

เจหันหลังกลับเดินหนีไปอย่างไม่พอใจ พอผ่านมาเจอกับเล็กที่ยังคุยกับแฟนคลับอยู่ เจหยุดมอง ต่างคนต่างสบตากัน สีหน้าไม่พอใจของเจนั้นสังเกตไม่ยาก แต่ก็มีความรู้สึกหลายอย่างปนกันในแววตาคู่นั้น ไม่นานเจก็เดินกระฟัดกระเฟียดจากไปโดยไม่ร่ำลา

{-- + --- + -- + --- + --} 

"อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกครับ เป็นเรื่องธรรมดาในวงการอยู่แล้ว คือ...ถ้าเราเล่นแล้วไม่เหมาะกับบท ก็ไม่ควรฝืนเล่นต่อไปใช่ไหมครับ ผู้ใหญ่เขาก็คงเห็นว่าผมไม่เหมาะกับบทแบบนี้เท่าไหร่"

"คุณเล็กทราบมาก่อนไหมคะว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนักแสดง หรือว่าเพิ่งทราบวันนี้"

"ก็เพิ่งทราบไม่นานนี่แหละครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ซีเรียสหรอก ผมเจอบ่อยแล้วเรื่องแบบนี้" เล็กหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึก

"แล้วคุณเล็กรู้สึกยังไงบ้างคะกับฉายาพระเอกตกอับ เคยน้อยใจบ้างไหมคะ"

"มันก็มีบ้างแหละครับ"

"เคยถามผู้ใหญ่บ้างไหมคะว่าทำไมละครไม่ได้ออกอากาศ หรือว่าทำไมต้องเปลี่ยนตัวกะทันหัน"

"ยังไม่เคยถามครับ แต่ถ้าถามว่าอยากรู้ไหม ก็อยากรู้ครับ เผื่อว่าเราจะได้ปรับปรุงแก้ไขตรงไหนได้บ้าง"

"เข็ดไหมคะที่เล่นละครมาหลายเรื่องแล้วไม่ได้ออกอากาศ หรือว่าถูกเปลี่ยนตัว"

"ก็ไม่ถึงกับเข็ดหรอกครับ ผมยังชอบงานแสดง เรื่องไหนที่ไม่ได้ออกอากาศ ก็ไม่เป็นไรครับ เราก็ทำงานของเราเต็มที่ อย่างน้อยเราก็ได้มีโอกาสพัฒนาการแสดงของเราให้ดีขึ้น"

"ถ้ามีละครติดต่อมาอีก ยังจะเล่นอยู่ใช่ไหมคะ กลัวไหมคะว่าเจอปัญหาเดิม"

"ครับ ก็ยังรับเล่นอยู่นะครับ ยังไม่เคยคิดว่าจะเลิกเล่นละคร ส่วนเรื่องนั้น มันคาดเดาไม่ได้หรอกครับ เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็ยังมีอะไรทำ ดีกว่าไม่มีครับ"

"แล้วอย่างนี้จะมีปัญหากับพระเอกใหม่ที่มาแทนหรือเปล่าคะ"

"อ๋อ...ไม่หรอกครับ ผมเคยเจอน้องเขาบ่อยๆ เราก็คุยกันดี ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ ผมว่าเราแค่ทำหน้าที่นักแสดงของเราให้ดีที่สุด ส่วนอะไรที่มันควบคุมไม่ได้ก็อย่าไปเป็นทุกข์กับมันเลยครับ"

เจดูสัมภาษณ์ของเล็กเสร็จก็ปิดโทรทัศน์ เล็กทำเหมือนที่บอกไว้เมื่อวานตอนเย็นทุกอย่าง ไม่ว่าจะรู้สึกอะไร จะคิดอะไร เล็กก็ต้องพูดว่าไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา ไม่ได้โกรธอะไรไว้ก่อน ช่างต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังสิ้นดี เจเห็นกับตาตัวเอง เล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อวานนี้ จะไม่เป็นอะไรได้อย่างไรกัน

ว่าแต่...ทำไมเจถึงต้องรู้สึกเป็นห่วงผู้ชายคนนี้มากขนาดนี้ด้วย ความจริงเล็กเป็นมารขวางความสุขด้วยซ้ำ เดินหน้าต่ออีกนิดเดียว แผนขจัดมารผจญของเจก็จะสำเร็จแล้ว!

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2016 18:00:27 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
รอดูว่าที่จริงเจมีแผนอะไรกันแน่ อ่านดูแล้วเหมือนความคิดเจจะยังสับสนอยู่นะ
เป็นกำลังใจให้คนเขียนค่ะ

ออฟไลน์ nemesis

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2287
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-3

ออฟไลน์ sweetyswtcou

  • R.Chek SwtCou
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
เจคงอยากทำลายฐานแฟนคลับไรงี้มั้ง เพราะเห็นแฟนตัวกรี๊ดแบบออกนอกหน้า

แต่ดูเหมือนเจจะรู้สำนึกนะ อย่างน้อยก็รู้สึกไม่ดีกับที่ตัวเองทำบ้าง
อยากรู้ถ้าเล็กรู้จะเป็นยังไง

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
ติดตามนะค้าา.. :L2: นายเจคิดจะทำอะไรคุณเล็กคะเนี่ย เล่นใช้จิตวิทยามาหลอกกันแบบนี้ จุ๊ๆๆๆ ไม่ดีเลยนา~ สงสารคุณเล็กเขาบ้างสิค้าา :hao5: คนใจร้ายย~

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ บังเอิญมากๆ ว่าช่วงนั้นมีข่าวดาราคนหนึ่งตกอับ งานถูกดอง
ก็เลยได้ไอเดียเอามาเขียนเรื่องนี้ 5555 ขอยืมตัวหน่อยนะครับคุณป๊อป



นิยายเรื่องนี้จะสอดแทรกทัศนคติมุมมองเกี่ยวกับชีวิตและการทำงานไปตลอดเรื่อง
ถือเป็นงานเขียนนิยายของผมที่ต้องลงทุนในด้านมุมมอง/ทัศนคติและการเรียนรู้แนวคิดคนสำเร็จอย่างมากๆ
นอกจากการเข้าไปสัมผัสกับธุรกิจโดยตรงแล้ว ผมยังหมดเงินไปกับการซื้อหนังสือเกี่ยวกับคนสำเร็จระดับโลกไปเยอะเลย
หลายๆ เล่มเป็นภาษาอังกฤษ อ่านอยู่หลายวัน สามปีที่หายไปผมเลยได้เรียนรู้อะไรดีๆ เยอะเลย
ทำให้ค้นพบกับตัวเองว่า คนสำเร็จทุกคนบนโลกนี้ต่างจากคนทั่วไปนิดเดียว แต่เป็น "นิดเดียว" ในหลายๆ เรื่อง
และคนสำเร็จบนโลกใบนี้คิดเหมือนกัน คือ

1) Begin with the end in mind - เริ่มต้นด้วยการเห็นจุดหมายปลายทาง ชีวิตสำคัญที่การเลือก เลือกเป็นสำคัญกว่าขยัน ทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว ความรู้สึกสำคัญกว่าความรู้ วิธีคิดสำคัญกว่าวิธีการ ทิศทางผิดความพยายามก็สูญเปล่า - เลือกเป้าหมายชีวิตที่ต้องการก่อนเสมอแล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่จะตอบโจทย์ได้ จะทำอะไรต้องเลือกจากผลลัพธ์ที่อยากได้แล้วค่อยคิดหาวิธี

2) Be proactive - มีการแปลคำนี้ผิดมากว่าเป็นการทำงาน "เชิงรุก" แต่จริงๆ แล้วคำนี้ความหมายตรงข้ามกับคำว่า "Reactive" ซึ่งหมายถึงเราตอบสนองต่อสถานการณ์ทันที และมักเพลี่ยงพล้ำเพราะใช้อารมณ์ ถูกสถานการณ์ควบคุม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้อง Passive คือยอมให้ตัวเองถูกกระทำ ยอมให้สถานการณ์กำหนด เป็นเหยื่อ ส่วน Proactive คือการคิดและมีสติเพื่อเลือกที่จะตอบสนอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นคุณกับตัวเองและทุกฝ่ายมากที่สุด เช่น เพื่อนล้อว่า "เพ้อเจ้อ คนอย่างคุณทำไม่ได้หรอก" ถ้าเรา Reactive เราก็จะด่าเพื่อนกลับ ถ้าเรา Passive เราก็จะยอมให้เพื่อนว่าและยอมรับว่าเพื่อนพูดถูก ถ้าเรา Proactive เราจะใช้สติ ลดการใช้อารมณ์ เช่น เราอาจจะตอบเพื่อนไปว่า "ก็จริงนะ ตอนนี้ผมยังทำไม่ได้เพราะผมยังรู้ไม่มากพอ ฝึกไม่มากพอ คุณมีอะไรจะแนะนำผมไหม" เท่านี้ เราก็จะไม่ถูกสถานการณ์หรืออารมณ์ควบคุม เมื่อไหร่ที่เราถูกสิ่งเหล่านี้ควบคุมเราจะแพ้ทันที

3) Put First Things First - นอกจากขยันกับเครื่องมือที่ผิดจะไม่ทำให้เราประสบความสำเร็จแล้ว การขยันผิดเรื่องก็เช่นกัน สิ่งไหนที่สำคัญต้องทำก่อนเสมอ จัดลำดับความสำคัญและโฟกัส

4) Think Win-Win - คิดแบบชนะ-ชนะ ยกตัวอย่างห้างโรบินสันที่หนึ่ง ก่อนหน้านี้มีคนมาขายของจนแทบปิดทางเข้าห้างหมด ห้างรายได้ลดลง แต่ถ้าห้างโรบินสันไล่คนขายของพวกนี้ไปหมด ห้างก็อาจจะไม่ค่อยมีคนเข้า เป็นวิธีคิดแบบ แพ้ชนะ/ชนะแพ้ จึงตกลงด้วยการทำข้อตกลงจัดระเบียบการขายของหน้าห้างใหม่ ต่างคนต่างได้ประโยชน์ ห้างมีคนเข้ามากขึ้น คนขายของก็ยังขายของได้เหมือนเดิม

5) Seek First to Understand, Then to be Understood - ก่อนบอกความต้องการหรือสิ่งที่เราคิดแล้วอยากให้ผู้อื่นยอมรับ เราต้องให้ความสำคัญและเข้าใจมุมมองของผู้อื่นต่อเรื่องนั้นๆ อย่างลึกซึ้งก่อน ลดการปะทะกัน

6) Synergize - ยอมรับในคุณค่าของตนเอง และเข้าใจในความแตกต่างที่ผู้อื่นมีมุมมอง ลดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่สร้างสรรค์ซึ่งปิดกั้นความคิดดีๆ ของกลุ่มคนที่อยู่ด้วยกัน - ความสำเร็จเล็กๆ เป็นของเรา ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เป็นของทีม

7) Sharpen the saw - มีดลับด้วยหินลับมีด สมองก็ต้องลับด้วยสมองที่มีปัญญามากกว่า คนฉลาด 1 คน อยู่กับคนโง่ 10 คน ไม่นานก็จะมีคนโง่คนที่ 11 แต่คนโง่ 1 คน อยู่กับคนฉลาด 10 คน ไม่นานจะมีคนฉลาดคนที่ 11

ผมโชคดีมากที่ได้เจอคนทำ "ยัวร์เวย์" ที่เคยทำงานด้านการบริหารที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขาไปอบรม 7 habits มา (แพงมากๆ) แต่เขาเอาเรื่องพวกนี้มาสอนเราในราคาไม่กี่บาท

นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2015 23:22:42 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ดีๆ นะค้าา~ o1

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-05-2015 22:51:39 โดย sarawatta »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด