กว่าจะเข้ากันได้ โดย เขมกันต์ [บทที่ 23 จบ] หน้า 4 - 31/05/2559 -- ย้ายได้เลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะเข้ากันได้ โดย เขมกันต์ [บทที่ 23 จบ] หน้า 4 - 31/05/2559 -- ย้ายได้เลยค่ะ  (อ่าน 53170 ครั้ง)

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ






===================================


ขอบคุณทุกคอมเมนท์เลยค่ะ
ขอรวบยอดอธิบายตรงนี้นะคะ

นิยายเรื่องนี้ไม่สามารถลงตอนพิเศษได้ค่ะ เนื่องจากลิขสิทธิ์กับทางสำนักพิมพ์
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ตอนพิเศษในเล่มมีความยาวเหมือนเรื่องสั้นเล็กๆ เล่มนึง ความยาวเกินกว่าห้าสิบหน้าเอสี่เลยล่ะค่ะ
มีไขความข้องในหลายเรื่อง เช่นสัญญาระหว่าง นักแข่ง white devil และ black sky ด้วยค่ะ

รวมถึงการรีไรท์และเพิ่มเติมเนื้อหาหลักเข้าไปด้วยค่ะ ที่ทำให้ตัวละครมีเหตุผล มีมิติ มีที่มาที่ไปมากขึ้น
โดยเฉพาะตัวละครอย่างภูสิตาค่ะ

ทั้งนี้ปกก็เสร็จเรียบร้อยมาสักพักใหญ่แล้วค่ะ แต่ยังไม่มีกำหนดจากทาง สนพ เลยค่ะ จะพิมพ์เป็นรูปเล่มเมื่อไหร่
ถ้าได้รายละเอียดเพิ่มเติม เขมจะนำมาแจ้งให้ทราบนะคะ

อวดรูปปกด้วยเลยละกัน


http://oi68.tinypic.com/k0om6d.jpg

ด้วยรัก
เขมกันต์






-----------------========== กว่าจะเข้ากันได้ โดย เขมกันต์ ==========-----------------


บทนำ

   "อ้าว นี่จะออกไปไหนอีก สิตา" เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาเจอภูสิตายืนอยู่หน้าประตู พอดีกับหญิงสาวที่กำลังจะออกไปข้างนอก

   "ไปทำธุระน่ะค่ะ พี่ธนา" เสียงไม่ใส ไม่แหลมเกินไปนัก ตอบกลับทันทีที่พี่ชายถาม

   "ธุระอะไรกันตอนเย็น พี่เพิ่งไปรับน้องภูมาจากเตรียมอนุบาล มารับน้องภูไปนอนก่อนสิ" ภูธนาบอกน้องสาวให้ทำหน้าที่แม่ให้เรียบร้อยเสียก่อน

   "ไม่เอาล่ะ เดี๋ยวจะสาย พี่พาน้องภูไปนอนเองเถอะ อ้อ หนูทำกับข้าวให้แล้ว อย่าลืมป้อนข้าวหลานด้วยนะ หนูไปละ" พูดจบหญิงสาวรีบออกจากประตูไปโดยเร็วเกรงว่าพี่ชายจะท้วงได้ทัน

   ภูธนา ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับพฤติกรรมของน้องสาว พร้อมมองเด็กน้อยในอ้อมแขนที่กำลังหลับอย่างเอ็นดูก่อนจะค่อยๆ วางเด็กน้อยลงบนโซฟาอย่างเบามือ

   ภูธนา ชายหนุ่มวัย 27 ปี มีพี่น้องทั้งหมดสามคนคือ ภูตะวัน พี่ชายคนโต ตัวเขาเองคนกลาง ภูธนา และน้องสาวคนเล็กอย่างภูสิตา เมื่อ3 ปีที่แล้ว บ้านของเขาเกิดภาวะล้มละลายเพราะพ่อแม่ติดการพนัน ทำให้พวกเขาต้องขายบ้านที่อาศัยมาตั้งแต่เล็กและย้ายมาอยู่ห้องเช่าแห่งนี้กับน้องสาวและหลานอีกหนึ่งคน


   เหตุการณ์ครั้งนั้น พ่อแม่และพี่ชายของเขาหนีไปด้วยกัน ปล่อยให้เขาต้องแบกรับปัญหาทั้งหมดเอาไว้ด้วยวัย 23 ปี ในเวลานั้น ชีวิตเขาที่เพิ่งจะเข้าสู่วงการนักแสดงเพียงไม่นานกลับต้องตกต่ำลงเพราะข่าวเรื่อง    การล้มละลาย ผู้ว่าจ้างหลายรายไม่กล้าจ้างเพราะเป็นห่วงในชื่อเสียงตนเอง สำหรับยัยสิตาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากอยู่กับตัวเขาเองหรอก เพียงแต่ตอนนั้นตั้งท้องอ่อนๆ จึงไม่สามารถหนีไปกับพ่อแม่ได้ ภูสิตาเลยต้องอยู่กับเขาเรื่อยมา จนกระทั่งคลอดลูกชาย หญิงสาวจึงตั้งชื่อลูกว่า     ภูบดินทร์หรือน้องภู


   "ลุงธนาฮะ น้องภูหิวข้าว" เสียงใสดังขึ้นในความเงียบ ความคิดของเขาหยุดชะงักลงทันที

   "น้องภู ตื่นแล้วเหรอครับ ไปอาบน้ำกันก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาทานข้าวกันนะ"

   "คุณลุง แล้วแม่ไปไหนล่ะฮะ" หลังจากที่เด็กน้อยกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง

   "คุณแม่ไปทำธุระครับ ไปอาบน้ำกับลุงก่อน น้องภูจะได้ทานข้าวเร็วๆ ไงครับ" ชายหนุ่มพูดพลางเบนความสนใจของเด็กน้อย คำพูดนี้ดูจะได้ผล เพราะเด็กน้อยยิ้มตาหยีก่อนจะรีบวิ่งไปห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

   "มาช้าจริงๆ นะยัยสิตา" เสียงแหลมที่นั่งอยู่เอ่ยดังขึ้นเมื่อเห็นภูสิตาเดินเข้าไปในร้านอาหาร

   "โอ้ย นี่ก็รีบสุดๆ แล้วนะ แต่พอดีพี่ธนาดันกลับมาก่อน" ภูสิตาโอดครวญให้เพื่อนเห็นใจก่อนที่จะบ่นไปมากกว่านี้

   "เออๆ รู้แล้ว นี่กินอะไรมาหรือยัง" อิงธาร เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงที่เห็นเพื่อนยกแก้วน้ำดื่มรวดเดียวหมด

   "ช่างเถอะ ว่าแต่โทรมาว่ามีเรื่องด่วน นี่มีเรื่องอะไร"

   "สิตา แกจำคุณบดินทร์ได้มั้ย" เรื่องที่อิงธารพูดออกมาทำเอา      ภูสิตาชะงักมือที่กำลังจะหยิบขนมเข้าปาก ก่อนจะวางมือแล้วมองหน้าเพื่อนอย่างเต็มตา

   "จำได้ ทำไมล่ะ"

   "ฉันได้ยินมาว่า เขากำลังตามหาแกและลูกอยู่น่ะสิ"

   "ตามหาฉันกับตาภู ตามหาทำไมกัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันท้อง"    ภูสิตาถามกลับอย่างไม่แน่ใจ เพราะเรื่องของภูบดินทร์นั้นแทบไม่มีใครรู้นอกจากครอบครัวและเพื่อนสนิทอย่างอิงธารคนนี้คนเดียว

   "ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้มาจากไหน แต่ดูเหมือนจะเริ่มตามหาแกกับลูกมาได้เกือบเดือนแล้ว"

   "ยัยอิง แกแน่ใจนะว่าไม่ใช่ข่าวมั่ว" ภูสิตาถามกลับด้วยความตื่นเต้น

   "แน่ยิ่งกว่าแน่ กรองมาเรียบร้อยย่ะ" อิงธารพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็ม  ไปด้วยความมั่นใจ

   " ถ้าคุณบดินทร์จะมาเอาลูกไป ฉันคงไม่ติดใจอะไร ดีเสียอีก ลูกเป็นภาระจะตาย จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ พี่ธนาก็คอยพูดบ่นฉันทุกวันเรื่อง ตาภู เอาแกไปเลี้ยงได้ก็ดี แต่ปัญหาใหญ่ น่าจะเป็นพี่ธนาที่ไม่ยอมแน่ๆ "  ภูสิตาแทบจะนั่งอยู่ไม่สุข เพราะรู้ว่าภูธนารักหลาน หวงหลานยิ่งกว่าอะไร

   "ฉันเป็นห่วงแกนะยัยสิตา เลยรีบมาบอกก่อนจะได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ"

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-03-2018 13:49:44 โดย เขมกันต์ »

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
        "ขอบใจแกมากนะ เรื่องนี้ฉันคงต้องหาทางพูดกับพี่ธนาก่อน" หญิงสาวพูดพลางปลงตกกับเรื่องราวที่เพื่อนนั้นเล่าให้ฟัง



   4 ปีก่อน

   "สิตา ทางนี้" อิงธารตะโกนเรียกเพื่อนเมื่อเห็นภูสิตาเดินเข้ามาในผับที่กำลังเปิดเพลงเสียงดังอึกกระทึก

   ภูสิตาพยายามมองหาโต๊ะที่เพื่อนอยู่ แต่ภายในนี้มืดและแสงสีวูบวาบไปหมดทำให้มองไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นัก ร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินเข้าไปและมองหาเพื่อนไปด้วย ทำให้ไปชนกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ที่โต๊ะ

   "อุ้ย ขอโทษค่ะ พอดีไม่เห็นน่ะค่ะ" หญิงสาวเอ่ยปากขอโทษทันทีด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมค่อยๆ ช้อนตามองชายหนุ่ม

   "ไม่เป็นไรครับ คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย"

   "ค่ะ ไม่เป็นไร ขอบคุณมากนะคะ ฉันชื่อภูสิตาค่ะ เรียกสิตาก็ได้ค่ะ" เมื่อชายหนุ่มไม่สานต่อ หญิงสาวจำเป็นต้องเดินเรื่องต่อด้วยตัวเอง

   "ดีแล้วล่ะครับ" พูดเพียงเท่านั้นก็หันกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง

   "แหม สิตาแนะนำตัวไปแล้ว คุณจะไม่บอกชื่อกับสิตาหน่อยเหรอคะ"

   "อ้อ โทษทีครับ ผมบดินทร์ครับ"

   "คุณบดินทร์นั่นเอง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" พร้อมยื่นมือออกไป

   "ครับ เช่นกัน" ชายหนุ่มก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ครั้นหากไม่ตอบรับคงจะดูเป็นการหักหน้าเกินไป จึงยื่นมือออกไปจับเป็นพิธีแล้วรีบปล่อย แต่กลับถูกภูสิตายึดมือเอาไว้แน่น

   "ยังไงแล้ว สิตาขอตัวไปหาเพื่อนที่โต๊ะโน้นก่อนนะคะ" พูดจบภูสิตาค่อยๆ คลายมือแล้วชี้ไปทางโต๊ะที่เพื่อนนั่งอยู่ก่อนแล้วให้ชายหนุ่มเห็น บดินทร์ตอบรับโดยการพยักหน้ารับรู้เบาๆ

   "กว่าจะเดินมาถึงโต๊ะนะ ยัยสิตา ฉันก็นึกว่าแกจะไม่เห็น" เสียงเพื่อนสาวอิงธารค่อนขอดเพื่อน  เมื่อเห็นว่าที่มาโต๊ะช้านั้น มัวแต่หยุดทักทายโต๊ะด้านหน้า

   "เจอผู้ชายก็ต้องหยุดทักทาย หว่านสเน่ห์หน่อยสิ คืนนี้ฉันต้องได้ผู้ชายคนนี้" ภูสิตาพูดพลางยักไหล่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตนเอง

   และด้วยเล่ห์กลพร้อมมายาร้อยเล่มเกวียน ที่ภูสิตามี คืนนั้นบดินทร์ก็ไม่สามารถรอดพ้นไปได้  "ช้าๆ นะคะ ค่อยๆ เข้าไปในห้องนะคะ คุณบดินทร์คะ คุณดูเมามากจริงๆ ดื่มไปเยอะสินะคะ" ภูสิตาค่อยๆ ประคองชายหนุ่มเข้าไปในห้องในโรงแรมที่ตนเองมาใช้บริการอยู่เป็นประจำ


   ฝ่ายชายหนุ่มไม่ตอบเพราะถึงเตียงนอนพอดี ร่างสูงล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่โดยไม่สนใจภูสิตาที่คอยช่วยประคองมาตลอดทาง ภูสิตาดูท่าทีแล้วกลัวจะไม่ได้การ หากปล่อยไปแบบนี้คืนนี้คงจะต้องเสียเวลาเปล่า ไร้ประโยชน์ที่อุตส่าห์แบกชายหนุ่มขี้นห้อง  หญิงสาวไม่รอช้ารีบถอดเสื้อผ้าของชายหนุ่มแล้วตามด้วยของตนเองทันที


   บดินทร์รู้สึกกึ่งฝันกึ่งตื่น เขาฝันว่ากำลังมีความสุขอยู่บนเตียงกับ ผู้หญิงคนหนึ่งโดยที่เขาไม่รู้จักชื่อ เอ.. หรือว่าจะรู้จักนะ เพราะหน้าตาเจ้าหล่อนดูคุ้นเหมือนว่าเคยพบเจอที่ไหนมาก่อน แต่ก็ช่างเถอะความรู้สึกมันกำลังดีทีเดียวล่ะ


   แต่บดินทร์ก็ไม่ได้สงสัยว่าเขาฝันหรือว่าเป็นเรื่องจริงอีกต่อไปเมื่อพบว่าเขาตื่นมาพร้อมกับหัวที่ปวดจนแทบระเบิด เมื่อคืนเขาดื่มหนักมากจริงๆ แฟนสาวที่คบกันมานาน 8 ปี บอกเลิกเขาอย่างกระทันหันเพราะ ผู้หญิงที่เขารักมากคนนั้นกำลังท้องลูกของคนอื่น เพื่อนของเขากลัวว่าเขาจะคิดมากและเสียใจจึงพาเขาออกมาเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งเมื่อวาน



   จนกระทั่งเขาได้พบกับหญิงสาว ชื่ออะไรนะ คิดสิ ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ

   อ้อ ภูสิตา นั่นเอง


   ใช่ ต้องยอมรับว่าเธอนั้นสวย มีสเน่ห์ รูปร่างก็น่าสนใจ เมื่อคืนนี้เขาถึงกับฝันว่าได้มีสัมพันธ์กับเธอ น่าละอายใจเสียจริง นี่เขาเพิ่งเลิกกับแฟนสาวที่รักนะ แค่ชั่วข้ามคืนฝันถึงคนอื่นได้อย่างไร

   แต่เดี๋ยวก่อน ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเขา ที่นี่คือที่ไหน สงสัยเมื่อคืนเขาคงเมาหนักมากจริงๆ แม้กระทั่งบ้านช่องก็ยังหาทางกลับไม่ถูก       ชายหนุ่มจึงมองไปรอบๆ ห้อง การตกแต่งที่นี่ค่อนข้างเรียบง่ายเหมือนโรงแรมมากกว่าจะเป็นบ้าน หรือว่าที่นี่จะเป็นโรงแรมจริงๆ


   มันอย่างไรกันแน่นะ เขารีบลุกออกจากเตียงทันที ผลจากการรีบลุกทำให้ตาพร่าไปชั่วขณะ ชายหนุ่มรีบหลับตาให้พื้นห้องหายโคลงเคลงก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งและพบว่าเขายืนอยู่กลางห้องโดยไม่มีเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้น
   ชายหนุ่มไม่ต้องสงสัยนานเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีขาวของโรงแรม


   "ฉันกลับก่อนนะคะ อย่าลืมจ่ายค่าห้องด้วย เมื่อคืนฉันมีความสุขมากค่ะ จาก ภูสิตา"

   บิงโก !! แจ่มแจ้ม ชัดเจน เมื่อคืนนี้เขาไม่ได้ฝันไป แต่มันคือเรื่องจริง แล้วจะเป็นอะไรมั้ย มันคือสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนเหรอ เขาต้อง      รับผิดชอบมั้ยหรือต้องทำอย่างไร

   ชายหนุ่มรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็วแล้วรีบโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทโดยด่วน  "ว่าไง ไอ้ดิน เมื่อคืนไงวะ ดีมั้ย อย่างแจ่มเลยนะมึง" สัญญาณโทรศัพท์ดังไม่นานพฤฒธาก็รับสายและพูดเสียยาวในคราวเดียว

   "ดีอะไรวะ เมื่อคืนกูเมา แล้วมึงทำไมปล่อยให้กูไปกับเขาได้ยังไง ทำไมไม่พากูไปส่งบ้าน" พอสบหาจังหวะได้ บดินทร์ก็รีบต่อว่าเพื่อนทันที

   "ใครบอกมึงว่ากูไม่พยายามจะพามึงไปส่งบ้าน แต่มึงเองไม่ใช่หรือไง ที่จะไปกับเขาน่ะ ไอ้นี่ พอสร่างเมาทำจำไม่ได้นะเว้ย" พฤฒธาย้อนกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้

   "ไม่มีทาง กูจะไปกับเขาได้อย่างไร"

   "จะมีทางหรือไม่มี มึงก็ไปกับเขาแล้ว ว่าแต่อย่างไร ดีมั้ยวะ ท่าทางน่าจะไม่ธรรมดาอยู่นะมึง" พฤฒธายังไม่ลืมคำถามครั้งแรกที่ถามไป

   "ยุ่ง เรื่องของกู เออกูมีเรื่องจะปรึกษามึงหน่อย"

   "อย่าบอกกูนะว่าเรื่องที่มึงอยากปรึกษาเพราะคุณบดินทร์ไปสนใจน้องผู้หญิงคนนั้นเข้าให้ซะแล้ว"

   "เปล่า ไม่ใช่เว้ย เมื่อคืนกูกับเขาคงจะมีอะไรกันจริงนั่นแหละ แต่กูไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยนะ กูต้องรับผิดชอบน้องเขามั้ยวะหรือต้องทำอย่างไร กูไม่รู้ว่ะ"

   "โอ้ย คิดว่าเรื่องอะไร ไม่ต้องหรอกมึง ของแบบนี้เขารู้กันหมดแหละว่า คืนเดียวได้กันก็จากกันไป คืนต่อไปก็หาคนใหม่นอนด้วย อ่อนจริงๆ ว่ะมึง"

   "เออๆ อย่างนั้นก็ดีแล้วว่ะ กูนี่ใจหายวาบกลัวได้รับผิดชอบจริงๆ ขอบใจมากเว้ย แค่นี้แหละ" บดินทร์พูดจบก็ตัดบทวางสายไปทันที

   "อ้าว เฮ้ย ไอ้ดิน ไอ้นี่ บทจะวางก็วางเลยแฮะ ตกลงเลยไม่รู้เลยว่าน้องคนนั้นสรุปว่าโอเคมั้ย" พฤฒธาบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะนอนต่อ



Talk :.

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่ลงเล้าเป็ดเรื่องแรกนะคะ ก่อนหน้านี้เคยแต่งฟิคชั่นมาบ้าง แต่ก็นานมากแล้วค่ะ
ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ

เนื้อเรื่องช่วงแรกจะเน้นไปทางภูมิหลังตัวละครก่อนนะคะ อาจจะดูอืด เฉื่อย ไปบ้าง แต่หลังจากนั้นรับรองว่าจะเข้มข้นขึ้นแน่นอนค่ะ


ด้วยรัก
เขมกันต์


ออฟไลน์ monoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รอตอนต่อไป มาต่อเร็วๆน๊า

ออฟไลน์ yisren.

  • #คนที่ฉันไม่เคยลืม
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
เรื่องของคุณลุงกับคุณพ่อใช่มั้ยคะ แฮ่ๆ รอๆๆ น่าสนใจดีค่ะ

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
เรื่องของคุณลุงกับคุณพ่อใช่มั้ยคะ แฮ่ๆ รอๆๆ น่าสนใจดีค่ะ

มารอลุ้นด้วยกันนะคะ   :mew1:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
รอตอนต่อไป มาต่อเร็วๆน๊า

ค่าา :z2:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
บทที่ 1 หนี้



                "กลับมาแล้วเหรอ"  ภูธนาหันไปมองประตูเมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจเข้ามา เขาเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง พบว่าเป็นเวลาสองทุ่ม       

                "วันนี้กลับเร็วนะ ยัยสิตา"

                "แหม พี่ธนา ใจคอจะไม่ให้หนูทำหน้าที่แม่ที่ดีหน่อยเหรอคะ"

                "ไม่ทันแล้วล่ะมั้ง ตาหนูนอนหลับเรียบร้อยแล้ว อย่าทำเสียงดังล่ะ" ภูธนายิ้มให้น้องสาวอย่างรู้ทันว่าเจ้าตัวไม่ได้หมายความจริงๆ อย่างที่พูด

                "ค่ะ รู้แล้วล่ะค่ะ แล้วนี่พี่ทำอะไรอยู่" หญิงสาวชะโงกหน้ามองเข้าไปที่จอโน้ตบุคที่พี่ชายกำลังจ้องอยู่นั้น


                "สมัครงานน่ะ"


                "อ้อ งั้นหนูไม่กวนดีกว่า ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ" ภูสิตาลอบมองแผ่นหลังพี่ชายอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินเข้าห้องของตนไปพร้อมครุ่นคิดเรื่องที่ได้ฟังมาจากเพื่อนในวันนี้




                ภูธนากำลังขะมักเขม้นกับเวบไซต์หางานอย่างใจจดใจจ่อ เขาพยายามสมัครงานหลายที่แล้ว แต่ก็แทบไม่มีที่ไหนติดต่อกลับมาเลย ถึงแม้เขาจะเคยโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง แต่ช่วงนั้นก็ไม่ได้มีงานเข้ามามากมายเหมือนกับดาราคนอื่นๆ ด้วยความที่เขาเข้าวงการมาไม่นาน เงินเก็บที่มีจึงยังไม่มากมายอะไร ประกอบกับพ่อแม่ของเขาก็มีหนี้สินไว้มากถึงจะถูกศาลสั่งฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย แต่หนี้นอกระบบนั้นไม่ได้หมดไปด้วย




                ในช่วงวัย 23 ปีของเขานั้น เขาจึงต้องนำเงินเก็บมาจ่ายให้กับพวกหนี้นอกระบบและทำงานแทบทุกอย่างเท่าที่จะมีคนจ้าง แต่นานเข้า แทนที่จะมีงานเข้ามาเหมือนดาราคนอื่น กลับไม่มีงานที่จะติดต่อถึงเขาอีกเลย ถึงจะไม่ได้ประกาศลาออกจากวงการ แต่การที่ไม่มีงานและหายหน้าไปจากจอโทรทัศน์นั้นก็เหมือนบังคับเขาทางอ้อม




                ภูธนาจำเป็นต้องดรอปการเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายเอาไว้แค่นั้น เพื่อแก้ไขปัญหาของครอบครัวให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่วิกฤต เสียก่อน กว่าเขาจะกลับไปเรียนต่อให้จบ ได้ ก็ใช้เวลาไปอีก 4ปี ภูธนาค่อยมีเวลานอกเหนือจากการเลี้ยงหลานมามุ่งมั่นจนจบ เงินทองที่พอมีเก็บ ก็ใช้หมดพอดี



                แต่ปัญหาหนี้นอกระบบพ่อแม่ก่อหนี้ไว้ ก็ยังไม่หมด ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม งานก็ยิ่งหายาก ไม่มีใครจ้างสักที อย่าหวังภูสิตาช่วยเหลือทำมาหากินเลย  แค่ไม่สร้างปัญหาหรือความวุ่นวายให้ก็นับว่าเป็นบุญโขแล้ว



 
                'เครียดโว้ย'




                2 คำ ตัวใหญ่ ปรากฎอยู่บนโน้ตแพดที่ภูธนาเขียนไว้บนหน้าจอโน้ตบุคเพื่อระบายความในใจของตัวเองออกมา เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเลื่อนเมาส์ไปที่สัญลักษณ์กากบาทสีแดง และปิดมันซะ



                ถึงอยากจะระบายปัญหาให้ใครฟัง แต่ใครล่ะจะรับฟัง เขาไม่มีเพื่อนในวงการ ไม่มีเพื่อนในมหาวิทยาลัย ชีวิตของเขามีแต่ความรีบเร่ง มีแต่การรีบหาเงินใช้หนี้ รีบกลับไปดูแลหลาน ดูแลน้องสาว เท่านี้ก็แทบไม่มีเวลาที่จะใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนคนทั่วไปแล้ว
 


                แต่เขาจะยอมแพ้ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้



 
                เช้าวันรุ่งขึ้น ภูธนารีบจับหลานรักอาบน้ำแต่งตัวเพื่อพาไปส่งโรงเรียนเตรียมอนุบาลให้ทันก่อนจะสาย

                "ไม่ดื้อไม่ซนนะครับ น้องภู ตอนเย็นลุงจะให้แม่มารับกลับบ้านนะครับ" ภูธนาก้มลงหอมแก้มเด็กชายดังฟอดก่อนจะส่งตัวหลานให้กับคุณครูที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เด็กน้อยหันมาโบกมือบ๊ายบายคุณลุงก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนไป


                หลังจากส่งหลานชายเรียบร้อยแล้ว ภูธนามุ่งหน้าไปยังร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งที่เขาทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัวใหญ่ โชคดีที่พื้นเพเดิมของภูธนาเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว และมีทักษะเรื่องรสชาติดีเยี่ยม จึงทำให้เขาผ่านการสัมภาษณ์ และทดสอบเรื่องการทำครัว จากพ่อครัวใหญ่ได้ไม่ยากนัก



                ที่นี่เปิดโอกาสให้เขาได้ลองทำอาหารหลากหลายสัญชาติ และได้ฝึกปรือฝีมือเพิ่มขึ้น ภูธนาชื่นชอบมากที่ได้มีโอกาสมาทำงานที่ร้านนี้ เพื่อนๆ ในครัวก็ให้ความเป็นมิตรกับเขา ส่วนภูธนาเองก็ให้ความช่วยเหลือกับทุกคนเท่าที่เขาจะทำได้  แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนิทกับทุกคนจนเกินไปนัก



                ภูธนากลับบ้านตรงเวลาทุกครั้ง ซึ่งพนักงานในครัว ต่างก็รู้ดีว่าชายหนุ่มนั้นมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูหลานชาย และ น้องสาว  หลายๆ ครั้งที่ภูธนา สามารถนำอาหาร ขนม กลับมาทานที่บ้านได้ อยู่เสมอๆ ทำให้ชายหนุ่มประหยัดค่าอาหารมื้อเย็นได้ค่อนข้างบ่อยทีเดียว



                "วันนี้ มาเร็วเชียวนะ ธนา" หัวหน้าพ่อครัวเอ่ยทักเมื่อเห็นภูธนาเดินเข้ามาในครัวกำลังสวมหมวกและผ้ากันเปื้อนอยู่

                "อ้อ ครับ พอดีวันนี้ผมไปส่งน้องภูที่โรงเรียนเร็วก็เลยตรงมาที่ร้านเลย"

                "ได้ยิน ในครัวเขาพูดกันว่าตอนนี้นายเรียนจบแล้วใช่มั้ย"

                "ใช่ครับ จบแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยตอบเรียบๆ พลางล้างจานที่อยู่ภายในครัว

                "ดีแล้วล่ะ แล้วคิดจะทำอะไรต่อ จะไปทำงานด้านที่เรียนมาหรือเปล่า" พ่อครัวใหญ่ตะโกนถามเสียงดังเพราะกำลังผัดปูผัดผงกะหรี่

                "ก็กำลังมองหาอยู่บ้างครับ แต่ผมก็อายุเยอะแล้ว อาจจะแก่เกินไปสำหรับการเริ่มทำงานในบริษัท ก็เลยไม่มีที่ไหนติดต่อกลับมาเลย" ภูธนาตะโกนตอบกลับ

                "คิดอะไรอย่างนั้นกัน ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ" ภูธนาไม่ตอบอะไรอีก เขาก้มหน้าก้มตาล้างผักสดต่อ






ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
                ช่วงพักเที่ยงภูธนาเดินออกมานอกร้าน พร้อมกับเดินดูร้านรวงต่างๆ เพื่อคลายความอุดอู้ตลอดช่วงเช้าที่อยู่ภายในครัว ชายหนุ่มเดินตามทางมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินเข้าไปในร้านโมเดลแห่งหนึ่ง


                รถยนต์ โดยเฉพาะรถแข่งเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบมาก ก่อนหน้าที่จะเกิดปัญหาสถานะทางการเงิน ภูธนาสะสมโมเดลรถหลายรุ่น หลายสี และหลายแบบมาก บางรุ่นซื้อซ้ำ เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจ สะสมเพิ่มไปเรื่อยๆ แต่วันนี้โมเดลเหล่านั้นเขาต้องขายมันไปทั้งหมด เหลือเพียงคันเดียว รุ่นที่เขาชอบมากที่สุด



   
  'เวนอม จีที  (Venom GT)'



                "เอ้า ว่าไง คุณ มาดูโมเดลรถเหรอ" เจ้าของร้านส่งเสียงร้องทักเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้าน

                "ครับ" ชายหนุ่มเดินไปที่มุมประจำของเขา แต่คิ้วดกหนาต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ "เอ่อ โมเดลที่ผมขายให้พี่ ขายไปแล้วเหรอครับ"

                "ใช่ๆ พี่ลืมบอกเลย วันก่อนมีลูกค้าคนนึงมาซื้อไปหมด และเลือกแต่เซตที่คุณเอามาขายต่อให้ผมทั้งหมดเลยนะ แถมยังถามผมว่ามีอีกมั้ย ท่าทางคงจะชอบเหมือนคุณเลยล่ะ"

                "งั้นเหรอครับ ก็ดีแล้วถ้ามันได้ไปอยู่กับคนที่รักมันอย่างแท้จริง ขอบคุณนะครับ" ภูธนายิ้มบางๆ ให้กับเจ้าของร้านก่อนจะขอตัวออกมา



                ร้านนี้ภูธนาเดินมาแทบทุกวันที่มีเวลาว่าง  ถึงแม้จะขายโมเดลรถไป แต่เจ้าของร้านก็ใจดีอนุญาตให้เข้ามาดูรถได้ตลอดเพราะรู้ว่าชายหนุ่มตัดใจขายมันเพราะความจำเป็นจริงๆ หลังจากนี้คงไม่ได้เห็นโมเดลที่รักอีกแล้ว แต่ก็ช่างเถอะ หากมีโอกาสเขาจะหาทางซื้อมาสะสมใหม่ให้ได้



                ภูสิตาตื่นมาอีกครั้งพบว่าเป็นเวลาเที่ยงพอดี หญิงสาวตื่นขึ้นมาเจอข้อความที่พี่ชายเขียนไว้บนโต๊ะอาหารว่า


       
         'ไปรับน้องภูที่โรงเรียนแทนพี่ด้วย วันนี้พี่เลิกดึก ทำโอที ไม่ต้องรอนะ
                                                                                                  ภูธนา'


                หญิงสาวหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านข้อความอีกครั้ง คิ้วเรียวสวยขมวดครุ่นคิดไปถึงเรื่องเมื่อวาน เธอเองยังหาโอกาสเหมาะๆที่จะบอกพี่ชายเรื่องพ่อน้องภูไม่ได้ และยังไม่กล้าที่จะบอกด้วย ภูสิตากลัวใจพี่ชายเหลือเกินว่าจะไม่ให้ภูบดินทร์ไปอยู่กับพ่อ




                ภูสิตาไม่ใช่ว่าจะไม่รักภูบดินทร์ แต่เธอยังอายุไม่มาก ชีวิตสนุกสนานของเธอยังไม่สิ้นสุด เธอไม่พร้อมแบกภาระเป็นคุณแม่ยังสาว ถึงภูธนาจะจิตใจดี น้อยคำก็ไม่เคยว่าเรื่องที่เธอท้อง แต่พี่ชายก็ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้เธอและลูกมีความเป็นอยู่อย่างไม่ลำบากมากนัก



                ถึงกระนั้นภูสิตาก็ยังรักตัวเองอยู่ค่อนข้างมาก ครั้นจะให้เธอออกไปทำงานช่วยเหลือพี่ชาย เห็นทีจะทำไม่ได้หรอก เธอหน้าบางเกินกว่าจะออกไปทำงานได้เงินเพียงไม่กี่สตางค์ เธอยังห่วงเที่ยว และห่วงสบาย


                บ่าย 2 โมง ภูสิตาแต่งตัวออกจากห้อง พร้อมโบกแทกซี่เพื่อไปรับลูกชายตามที่ภูธนาสั่งไว้


                "น้องภู แม่มารับแล้ว" หญิงสาวเดินไปที่หน้าห้องของเด็กชายพร้อมส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าภูบดินทร์กำลังง่วนอยู่กับของเล่นที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า

                "แม่ แม่มารับน้องภูเหรอฮะ ดีใจจังเลย" เด็กชายตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าใครมารับตนเองในวันนี้ น้อยครั้งที่ภูสิตาจะมารับถ้าไม่ถูกภูธนาสั่งให้มา ก็ต้องถูกลากมาพร้อมกัน

                "ค้าบ ดีใจมั้ย เดี๋ยวเราแวะซื้อขนม แล้วกลับบ้านกันนะ"

                "ดีใจฮะ แล้วลุงธนาล่ะ" เสียวเล็กๆ เอ่ยถามถึงภูธนาเมื่อพยายามชะเง้อมองหาแล้วไม่เจอ

                "วันนี้คุณลุงทำงานเลิกดึก แม่เลยมารับไง" หญิงสาวพูดพร้อมกับจูงมือเด็กน้อยออกจากโรงเรียน พร้อมกับแวะซื้อขนมอีก 2-3 อย่างหน้าโรงเรียนและโบกแทกซี่กลับบ้าน



                2 แม่ลูกเดินคุยมาตลอดทางระหว่างทางเดินขึ้นห้อง แต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเครารกรุงรังเต็มใบหน้า ยืนอยู่หน้าห้อง หญิงสาวรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เลยรีบจูงมือภูบดินทร์และหันหลังกลับหมายจะไปที่ลิฟท์และออกจากคอนโดแห่งนี้



                ผู้ชายคนนั้นสังเกตเห็นเสียก่อน เขารีบวิ่งมากระชากแขนของ  ภูสิตา หญิงสาวตกใจมาก ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง เตรียมจะส่งเสียงกรีดร้อง แต่ถูกมือสากปิดปากเอาไว้เสียก่อน เสียงจึงไม่หลุดรอดออกมา แขนเล็กของภูสิตารีบกอดภูบดินทร์เข้าไว้กับอกตนเองอย่างหวาดกลัว



                "แกชื่อภูสิตาใช่มั้ย" เสียงใหญ่ของชายหนุ่มกระโชกถามอย่างไม่เป็นมิตร ภูสิตาส่ายหน้าเป็นพัลวันทั้งที่ยังถูกปิดปาก

                "อย่ามาโกหก ฉันรู้จักแก" ภูสิตาส่ายหน้าอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปน้ำตาคลอหน่วย เพราะเธอไม่รู้จักผู้ชายตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย เธอไม่รู้ ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรจากเธอ

                "บอกพี่ชายแกด้วยว่า รีบหาเงินมาใช้หนี้ซะ ไม่งั้นพวกแกจะเจอของจริง แล้วนี่ฝากเป็นมัดจำไว้ก่อนละกัน" พูดจบมือใหญ่หนาก็สะบัดข้อมือเหวี่ยงเข้ากับใบหน้านวลทันที หญิงสาวโดนตบอย่างเต็มแรง ร่างโปร่งล้มฟุบลงกับพื้นทันที

                "อย่าทำฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว ฉันจะบอกพี่ให้นะ อย่าทำฉันเลย" หญิงสาวร้องขอด้วยเสียงสั่น มือเล็กรีบกอดกระชับลูกชายแน่นขึ้นไปอีก

                "แม่เป็นไรมั้ยฮะ น้องภูกลัวฮะแม่" เด็กชายกอดแม่ไว้แน่น ร้องไห้จ้าด้วยความกลัว

                "ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว" ภูสิตาหันไปปลอบลูกอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองชายตรงหน้าด้วยความกลัว

                "ถ้าแกลืม อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ชายหนุ่มสั่งเสียอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป



                ภูสิตารีบลุกขึ้นพาภูบดินทร์เข้าห้องอย่างรวดเร็ว รีบลอคประตูห้องอย่างแน่นหนา เธอยกเก้าอี้ตรงโต๊ะทานข้าวมาวางขวางตรงหน้าประตูเพิ่มด้วยเกรงว่าผู้ชายน่ากลัวคนนั้นจะกลับมาอีก




                "จะทำไงดี พี่ช่วยหนูด้วย หนูจะทำยังไงดี" ภูสิตาพึมพำเบาๆ กับตัวเองอีกครั้งก่อนที่จะสลัดความกลัวนั้นรีบเข้าไปปลอบภูบดินทร์ให้หายเสียขวัญเสียก่อน เพราะเด็กชายยังร้องไห้ไม่หยุดคงกลัวมากจริงๆ




Talk :.

     ตอนแรกมาแล้วนะคะ ^^ ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ด้วยนะคะ ช่วงนี้อาจจะลงเร็วหน่อย เพราะมีแต่งล่วงหน้าเอาไว้อยู่อีก 2-3 ตอนค่ะ 

     สำหรับเรื่องนี้ ติชมกันได้เลยนะคะ จะนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเลยค่ะ

     ขอบคุณค่ะ
   :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:


ด้วยรัก
เขมกันต์

ออฟไลน์ Alice111

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
มาเจิมเรื่องใหม่น่าสนใจน่าติดตามจร๊า รอตอนต่อไป :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ติดตามจ้าา มาต่อบ่อยๆน้า  :mew1:  :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
น้องภูต้องเข้มแข็ง ปกป้องแม่และลุงนะลูก

ออฟไลน์ monoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อู้ยยยยย  ตอนใหม่มาเร็วดีจัง

มีเฟสม่ะ จะได้ตาม จะได้รู้ว่าตอนใหม่มาแว้วววว

ออฟไลน์ kkmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
มารอครับ เป็นกำชังใจให้ครับ

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
มารอลุ้นจ้า

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
บทที่ 2 รู้ข่าว

   ร่างสูงโปร่งยืนหน้าประตูห้องด้วยความสูง 178 เซนติเมตร มือยาวเรียวกำลังไขกุญแจเข้าไป ประตูเปิดออกกว้างและปิดลงอีกครั้งอย่างเบามือเพราะกลัวหลานตัวเล็กๆ จะตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน


   ภูธนาวางกระเป๋าและกุญแจห้องบนโต๊ะอาหารก่อนจะเหลือบไปเห็นภูสิตาที่นั่งดูทีวีอยู่ แต่สายตาของหญิงสาวไม่ได้สนใจกับภาพเคลื่อนไหวตรงหน้านี้เลย


   "สิตา ยังไม่นอนเหรอ แล้วน้องภูล่ะ" ภูธนาถามน้องสาวเสียงไม่ดังนัก ขาคู่ยาวเดินไปที่ตู้เย็นตรงมุมครัวเล็กๆ ของห้อง ชายหนุ่มรินน้ำจน เต็มแก้ว ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวหมดด้วยความกระหาย

   "สิตา ได้ยินพี่หรือเปล่า" ภูธนาวางแก้วน้ำลงในอ่างล้างจาน แล้ว จึงเดินมายังหน้าทีวีที่ภูสิตานั่งอยู่ มือขาวสะกิดหัวไหล่ของน้องสาวเบาๆ เป็นเชิงเรียก

   "อ้ะ ตกใจหมดพี่ธนา เข้ามาไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง" ภูสิตาส่งเสียงบ่นพี่ชาย ท่าทางดูตกอกตกใจจริงๆ ภูธนาได้แต่มองด้วยความงุนงงว่าภูสิตาเป็นอะไร

   "เป็นอะไรไปน่ะ สิตา ดูท่าทางแปลกๆ"

   "วันนี้ พะ พวกทวงหนี้มาดักยืนรอหน้าประตูห้องของเราค่ะ" ภูสิตาละล่ำละลักออกมา  ใบหน้าสวยยังก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยขึ้นมาสบตาพี่ชาย

   "อะไรนะ แล้วนี่แกกับน้องภูเป็นอะไรหรือเปล่า" ภูธนารีบจับแขน ภูสิตายกขึ้นดู พลิกซ้ายพลิกขวาให้แน่ใจ

   "หนูกับน้องภูไม่เป็นไรค่ะ" ภูสิตาเอ่ยตอบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

   "ไม่เป็นไรแน่นะ" ภูธนาถามย้ำ

   "ค่ะ ไม่เป็นไร"

   "ถ้าไม่เป็นไร แล้วทำไมไม่มองหน้าพี่ล่ะ" ไม่รอช้า ชายหนุ่มจับใบหน้าของภูสิตาให้เงยขึ้นมาเพื่อให้ตนเองได้มองเห็นถนัด

   "เฮ้ย นี่จะไม่เป็นไรได้ไง รอยช้ำแดงขนาดนี้ พวกมันทำอะไรแก  บอกพี่มาเดี๋ยวนี้" ภูธนาตกใจเมื่อเห็นรอยปื้นแดงช้ำเป็นรอยยาวบนใบหน้า     ของน้องสาว ภูสิตามีผิวที่ขาวอยู่แล้ว รอยแดงยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก

   "หนูไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะพี่ ตะ แต่ พะพวกมันฝากบอกว่า ให้รีบหาเงินมาใช้หนี้ซะ ไม่อย่างนั้นมันจะกลับมาอีก"

   "พี่ขอโทษนะ สิตา พี่จะพยายามหาเงินไปใช้หนี้พวกมันให้หมด   สิตากับน้องภูจะได้ไม่เจอเหตุการณ์แบบวันนี้อีก" ภูธนารู้สึกเสียใจจริงๆ ถ้าวันนี้เขาเป็นคนที่รับหน้าเอง มันคงจะดีกว่านี้ ไม่ใช่ให้ผู้หญิงและเด็กมาพบเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้

   "พี่ธนา หนูกลัว หนูขอร้อง เอาน้องภูไปให้พ่อเขาเถอะค่ะ"   ภูสิตาจับแขนของพี่ชายเขย่าให้ชายหนุ่มทำตามอย่างที่ขอไป

   "ดะ เดี๋ยวก่อน พูดอะไรน่ะ เอาน้องภูไปให้พ่อ พ่ออะไร พ่อที่ไหน อยู่ๆ มาพูดแบบนี้ พี่ไม่เข้าใจ"

   "คุณบดินทร์ พ่อของน้องภู เขากำลังตามหาน้องภูอยู่ค่ะ"

   "ไม่มีทาง พี่ไม่ยกน้องภูให้ใครหรอก แกแน่ใจได้ยังไงว่าคุณบดินทร์ ไรนั่นจะเป็นพ่อจริงๆ ของน้องภู แล้วเขาจะรักน้องภูเหมือนที่พี่หรือแกรักเหรอ สิตา ไม่มีวันหรอก ยังไงพี่ก็ไม่ยอมยกน้องภูให้ใครเด็ดขาด น้องคนเดียว หลานคนเดียว พี่เลี้ยงของพี่เองได้" ภูธนายืนกรานหนักแน่น เขาเลี้ยงน้องภูมาตั้งแต่เกิด รักยิ่งกว่าอะไร ใครจะมาเอาหลานไปจากเขานั้นไม่ได้


   "เมื่อวันก่อน ยัยอิงเล่าให้หนูฟังเรื่องคุณบดินทร์ค่ะ พี่ลองคิดดูนะ อย่างน้อยเราก็อาจจะได้เงินมาใช้หนี้ แล้วยังไงเราก็ยังไปหาน้องภูได้นะคะ" หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมพี่ชายอีกครั้ง


   "แกแน่ใจได้อย่างไร ว่าเขาจะยอมให้พวกเราได้เจอกับน้องภู ถ้าเขาได้ตัวน้องภูไปแล้ว หัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ยอม แกไม่รักลูกเหรอ สิตา แกตัดใจได้อย่างนั้นเหรอ" เสียงชายหนุ่มเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความโมโห

   "พี่ธนา ฟังหนูก่อนนะคะ ไม่ใช่ว่าหนูไม่รักน้องภู แต่ปัญหาการเงินเรายังแย่ หนูไม่อยากให้น้องภูลำบาก ถ้าไปอยู่กับทางนั้น น้องภูก็จะได้รับการศึกษาที่ดี สังคมสภาพแวดล้อมที่ดีนะคะพี่" ถึงจะไม่ใช่เหตุผลหลักทั้งหมดของภูสิตา แต่วินาทีนี้ ขืนเธอบอกว่าเธอเห็นน้องภูเป็นภาระมากกว่า พี่ชายยิ่งได้หัวเสียไปกว่านี้แน่ การแสดงออกว่ารักลูกกว่าอื่นใด น่าจะเหมาะที่สุดกับสถานการณ์ในตอนนี้



   "ไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลังแล้วกัน ตอนนี้พี่ยังตัดสินใจไม่ได้"


   "ไม่เป็นไรค่ะ อนาคตของน้องภูสำคัญที่สุดกว่าเรื่องไหนๆ ยังไง พี่ธนาลองเก็บไปคิดดูนะคะ " ภูสิตาทิ้งท้ายไว้เท่านั้น


   "อืม ก็ได้ พี่จะลองเอาไปคิดดู ส่วนเรื่องหนี้ แกไม่ต้องเป็นห่วง พี่จะหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้"



   กลางดึกคืนนี้ ภูธนายังคิดเรื่องหนี้ไม่ตก เขาคงต้องถอนเงินในบัญชีก้อนสุดท้ายออกมาจ่ายหนี้งวดนี้ให้ผ่านไปก่อน แล้วงวดถัดไปค่อยว่ากันอีกที ถึงจะหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี



   'บดินทร์'
   


   ชื่อนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ภูธนาไม่เคยถามภูสิตาเลยด้วยซ้ำ   ว่าพ่อของน้องภูเป็นใคร ที่ไม่ถามไม่ใช่ว่าไม่อยากรู้ แต่กลัวว่าหากถามไปแล้วน้องสาวจะตอบว่าไม่รู้เสียมากกว่า ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละดีที่สุดแล้ว



   ตอนนี้ เขาได้รู้แล้วว่าบดินทร์คือพ่อของน้องภู ใจนึงก็โล่งอกที่อย่างน้อย น้องสาวก็รู้ว่าใครคือพ่อเด็ก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนหรอกว่าใช่พ่อที่แท้จริงหรือไม่ หากบดินทร์ตามหาน้องภูเจอและต้องการรับเลี้ยงน้องภู เขาคงจำเป็นต้องทำเรื่องที่น่าละอายต่อน้องภูด้วยการไปตรวจดีเอ็นเอ ให้ชัดเจน



   ลองเอามาคิดๆ ดูแล้ว ชื่อของน้องภูก็มาจากชื่อของบดินทร์ด้วยส่วนนึง ภูธนาไม่เคยเอะใจเลยว่าชื่อที่ภูสิตาตั้งให้ลูกนั้นมาจากชื่อต้นของครอบครัวตัวเองและชื่อของพ่อเด็ก ถ้าวันที่บดินทร์ได้เจอกับน้องภู ภูธนาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

   
   "ได้เรื่องมั้ยวะ ไอ้พฤฒ" เสียงทุ้มของบดินทร์กรอกเสียงลงไปในสาย

   "ใจร้อนจริง กูยังไม่ค่อยได้เรื่องอะไรมากนัก" พฤฒธาเหมือนจะเข้าใจในความหมายว่าชายหนุ่มถามเรื่องอะไร

   "ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยเหรอวะ" น้ำเสียงของบดินทร์เริ่มดังขึ้น   ด้วยความไม่พอใจ

   "เออๆ ก็ได้มาอยู่บ้างนิดหน่อย เท่าที่รู้ตอนนี้ ลูกมึงอยู่กับภูสิตาแล้วก็ลุงอีกคนว่ะ อดีตดาราที่ชื่อภูธนา"

   "กูจะไปหาพวกเขา ตอนนี้ลูกกูอยู่ไหน "

   "ไม่รู้ว่ะ"

   "อะไรกันวะ" บดินทร์ยิ่งโมโหเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเรื่องดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ค่อยคืบหน้าอะไร

   "ใจเย็นสิครับ มึง ตอนไม่รู้เรื่องก็อยู่มาได้ตั้งนาน พอรู้เรื่องแล้วเรื่องเยอะเชียวนะมึง กูก็บอกอยู่ว่ายังไม่ค่อยได้เรื่องอะไร กูช่วยมึงอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวไปหรอก แต่ขอเวลาอีกหน่อย" พฤฒธาอธิบายยืดยาวอย่างใจเย็นเพราะรู้จักนิสัยของบดินทร์

   "เออๆ ขอโทษเว้ย กูใจร้อนไปหน่อย"

   "ไม่เป็นไร แต่เด็กคนนั้นน่ะ ก็ยังปักใจว่าเป็นลูกมึงไม่ได้หรอก ถ้าไม่ได้พิสูจน์ก่อน  มึงก็อย่าเพิ่งกระโตกกระตากเกินไปนัก"



   บดินทร์รู้ข่าวของภูบดินทร์เมื่อ 2 เดือนก่อน พฤฒธาไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งและเห็นภูสิตาที่กำลังนั่งอยู่ในร้าน พฤฒธาจำภูสิตาได้เพราะหญิงสาวนั้นมีรูปร่างที่ดี งดงาม ซึ่งเป็นที่ดึงดูดตาของใคร หลายๆ คน



   ในตอนนั้นภูสิตากำลังกดมือถือเล่นอย่างเบื่อๆ ข้างกายเธอมีเด็กชายตัวน้อย แขนจ้ำม่ำ หน้าตาน่ารัก  กำลังตักอาหารเข้าปากด้วย ท่าทางเงอะงะและมีผู้ชายอีกคนหน้าตาดีในระดับนึง แต่ไม่สะดุดตาเท่า  ภูสิตา กำลังยิ้มและมองเด็กชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู 
   


   พฤฒธารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่ภูสิตานั้นแต่งงานเร็ว แต่พอมองหน้าเด็กน้อยคนนั้น มันแปลกๆ มันคุ้นตา เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง พฤฒธาจึงแอบถ่ายรูปของคนทั้ง 3 คนไว้



   หลังจากนั้นพฤฒธาก็ลืมไปเสียสนิทว่าเจอใครโดยบังเอิญกะว่าจะเล่าให้บดินทร์ฟัง แต่ก็ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะต่างคนต่างยุ่งเรื่องงานด้วยกันทั้งคู่ พฤฒธานั้นต้องเตรียมรับผิดชอบบริษัทต่อจากที่บ้าน  ส่วนบดินทร์ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหาร ทำให้ช่วงวัยคึกคะนองเที่ยวเตร่ เลยต้องลดลงเรื่อยๆ



   กว่าพฤฒธาจะได้เจอกับบดินทร์อีกครั้งก็ล่วงเข้ามาอีก 2 สัปดาห์ ชายหนุ่มจึงนึกขึ้นได้


   "เออ ไอ้ดิน กูลืมเล่าให้มึงฟังวะ เมื่อสัก 2 วีคก่อน กูไปเจอใครคนนึงมาโดยบังเอิญ มึงเดาหน่อย ว่าใคร" พฤฒธาอยากเล่นสนุกๆ และกวนอารมณ์ของเพื่อนด้วย

   "จะไปรู้มึงเหรอ จะเล่าก็เล่ามา ถ้าลีลาก็ไม่ต้องว่ะ" แต่บดินทร์ไม่ได้มีอารมณ์อยากเล่นด้วยเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อ 2-3 วันก่อน แฟนเก่าที่เลิกราไปเมื่อ 4 ปีก่อน กลับโทรศัพท์มาหาเขาและบอกว่าอยากเจอ ชายหนุ่มหัวใจกระตุกวูบ


   บดินทร์ยังไม่ได้รับปากหญิงสาวไป เพราะแผลเก่านั้นยังไม่หายสนิท แผลที่หญิงสาวทิ้งเขาไปมีคนใหม่ มันยังทำร้ายจิตใจของบดินทร์อยู่


   "ก็ได้ เล่นกับมึงเนี่ย ไม่สนุกเลย ให้ตายเถอะ เออๆ กูไปเจอผู้หญิงในผับตอนนั้นที่มึงได้เขาไปน่ะ จำได้มั้ย"

   "ใครวะ ไม่เห็นจำได้" บดินทร์ไม่ได้เล่นลิ้นแต่ชายหนุ่มจำไม่ได้จริงๆ

   "สวยๆ หุ่นดีๆ อ่ะ มึงจำไม่ได้เหรอ ผ่านมากี่ปี มึงได้นอนกับใครมั้ยล่ะ"

   "ใคร กูจำไม่ได้ แล้วมึงจะบ้าหรือไง ผ่านมาตั้งนาน มึงจะให้กูจำศีลไม่นอนกับใครหรือไงวะ ไอ้นี่"

   "ตกลงจะบอกกูดีๆ มั้ยว่าใคร" ตาของบดินทร์มองฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง หากพฤฒธายังลีลาอยู่อีก





Talk:.

ตอนที่ 2 มาแล้วค่ะ เรื่องราวยังเป็นเล่ากึ่งย้อนหลังอยู่นะคะ อดใจรอกันอีกนิดนะคะ  :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ขอบคุณค่ะ




ด้วยรัก
เขมกันต์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-01-2016 12:35:57 โดย akanae »

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-7

ออฟไลน์ yisren.

  • #คนที่ฉันไม่เคยลืม
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
ลุ้นๆๆๆๆ รอต่อนะคะ ลุงธนาสู้ๆ น้า

ออฟไลน์ monoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
น้องภูจะโดนพรากป่าวอ่ะ สงสารคุณลุงจัง

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
บทที่ 3 พบเจอ
   
   "ทำไมเพิ่งมาบอกกูวะ ไอ้พฤฒ ไม่รอให้กูตายก่อนแล้วค่อยบอกกูล่ะ" ดูเหมือนอารมณ์ของบดินทร์จะโมโหเพิ่มขึ้นไปอีก หลังจากได้ฟังเรื่องราวที่พฤฒธาได้พบเจอมาบอกต่อ


   "ก็.. กูยุ่งๆ งานที่บริษัทที่กูเตรียมรับทำช่วงต่อจากพ่อ ก็ยังไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าไหร่"  พฤฒธาไม่ได้อยากจะแก้ตัว แต่ตัวเขาเองก็ลืมจริงๆ เพราะมัวแต่ยุ่งกับเรื่องงาน


   "มึงว่า เด็กคนนั้น จะใช่ลูกกูมั้ยวะ" บดินทร์ถามเพื่อนเหมือนจะขอความเห็น แต่ลึกๆ เจ้าตัวก็ดูออกว่า เด็กคนนั้นหน้าเหมือนเขาในวัยเด็กราวกับฝาแฝด


   "ตอนแรกกูก็แปลกใจ แต่พอเห็นหน้าเด็ก กูชักเริ่มแน่ใจว่าใช่หลานกูแน่ๆ  แต่ถึงกูจะยุ่งก็ยังพอจะให้คนของพ่อไปสืบมาแล้วนิดหน่อยว่ะ"


   "เด็กคนนั้นชื่อ ภูบดินทร์"


   บดินทร์ได้ยินถึงกับไม่เชื่อหู ชื่อที่ตั้งรวมมีชื่อของเขาเข้าไปด้วย ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปอีก ถึงจะบอกว่าอาจจะบังเอิญ แต่เรื่องนี้ดูยังไงแล้วเห็นทีจะไม่บังเอิญเสียแล้ว

   "กูอยากเจอภูบดินทร์ สืบเรื่องนี้ต่อให้กูทีได้มั้ย ไอ้พฤฒ"


   เรื่องผ่านมาเกือบเดือนหลังจากได้รู้ข่าวว่าเด็กคนนั้นชื่อภูบดินทร์และหน้าตาเหมือนกับบดินทร์อย่างกับแกะ วันนี้พฤฒธาสืบเพิ่มมาได้ว่า เด็กที่น่าจะเป็นลูกของเขาอยู่กับภูสิตาผู้เป็นแม่ และลุงที่ชื่อภูธนา อดีตดาราที่คนยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก


   "ไอ้ดิน เฮ้ย มึงยังฟังกูอยู่มั้ยเนี่ย" เสียงของพฤฒธาแว่วมาจากปลายสาย ปลุกให้ชายหนุ่มหลุดพ้นจากห้วงความคิดของตัวเอง


   "เออๆ ยังอยู่ มึงว่า อยู่กับลุงอีกคนที่ชื่อภูธนา ที่เป็นดาราใช่มั้ย" เสียงทุ้มของบดินทร์ถามกลับไปเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง


   "ใช่ ถามทำไมวะ"


   "งั้นมึงเริ่มสืบจากคนนี้ให้หน่อย น่าจะไม่ยาก ได้มั้ยวะ"


   "ได้ๆ กูจะลองให้คนของพ่อสืบต่อจากลุงของเด็ก ดูแล้วกัน ได้เรื่องอย่างไร กูจะรีบโทรมาบอก แค่นี้ก่อนนะ กูมีงานต่อ"


   "ขอบใจมากนะ ไอ้พฤฒ"


   "กูเต็มใจช่วย ถ้าเด็กคนนั้นเกิดเป็นลูกมึงจริงๆ กูก็จะได้มีหลาน เด็กนั่นก็น่าเอ็นดูไม่น้อยเลยนะเว้ย" พฤฒธาพูดจบก็วางหูเป็นอันจบบทสนทนาปล่อยให้บดินทร์ยังคิดถึงใบหน้าเด็กน้อยคนนั้นต่อไป


   
   เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากไปส่งภูบดินทร์ที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลเรียบร้อยแล้ว ก็ไปทำงานที่ร้านอาหารต่อ จวบจนเที่ยงจึงรีบไปถอนเงินก้อนสุดท้ายที่ธนาคารเพื่อนำไปจ่ายให้กับคนที่มาทวงหนี้




   ระหว่างทางหลังจากจ่ายเงินใช้หนี้ไปแล้ว ชายหนุ่มยังคงครุ่นคิดหาหนทางที่จะหาเงินงวดถัดไปมาใช้หนี้ต่ออีก เขาไม่อยากให้ภูสิตาและภูบดินทร์ต้องมาพบกับเรื่องให้ตกใจอีก รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นไม่หยุด ชายหนุ่มรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดูว่าเป็นชื่อใคร พอเห็นว่าชื่อคนที่โทรมา ภูธนาก็ยิ้มเบาๆ



   "ครับพี่" เสียงทุ้มรีบกรอกเสียงลงไปตามสายทันทีที่กดรับ


   "ไม่ได้คุยกันเสียนานนะ ธนา พี่จอม จำได้หรือเปล่า" จอมเดชแนะนำตัวอย่างเรียบง่าย


   "จำได้สิครับ ใครจะลืมพี่จอมได้ ว่าแต่พี่มีธุระหรือเปล่าครับ"


   "ก็นิดหน่อยนะ จริงๆ ก็เกรงใจธนา แต่ว่าขาดคนจริงๆ เลยคิดลองโทรมาก่อนเผื่อว่าธนาจะเปลี่ยนใจ" คนโทรมาเอ่ยพลางขอความเห็นใจ


   "เรื่องอะไรครับ ถ้าช่วยได้ ผมช่วยพี่แน่นอน" ภูธนาคิดตามที่พูดจริงๆ เพราะก่อนหน้าที่เขาจะก้าวมาเป็นดารา ก็สนิทกับจอมเดชอยู่ไม่น้อย


   "เข้าเรื่องเลยละกัน จะได้ไม่เสียเวลา พอดีมือหนึ่งของทีม ได้รับอุบัติเหตุระหว่างแข่งกะทันหัน แล้วจะมีแข่งอีกครั้งวันเสาร์ที่จะถึงนี้ พี่เองก็หาคนแทนไม่ทัน ทั้งเรื่องนี้ก็บอกใครไม่ได้อีก ถ้าพวกนักข่าวหรือคณะกรรมการรู้เข้า คงจะมีปัญหาแน่ๆ"


   "อุบัติเหตุระหว่างแข่งหรือครับ"


   "ใช่ เจ้าหมอนั่น ดันดื่มเหล้าเข้าไปก่อนการแข่งน่ะ ถึงจะดื่มไม่มาก แต่ก็คงมึนตอนเข้าโค้งรถถึงได้พลิกคว่ำไปทั้งอย่างนั้น"


   "แล้วปล่อยให้ลงไปขับได้อย่างไรกันล่ะครับ" ภูธนายังคงถามต่อไปด้วยความสงสัย


   "อืม พี่ผิดเอง วันนั้นพี่ไม่ได้ไปที่สนามแข่ง เด็กๆ ในทีมก็คงต้านเจ้านั่นไม่อยู่ ถึงจำใจให้ลงไปแข่งทั้งอย่างนั้น พอเรื่องเกิดก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องตามเช็ดตามล้างกันไป" จอมเดชถอนหายใจเบาๆ แต่ภูธนาก็ได้ยินลมหายใจนั้น ดูถ้าเจ้าตัวคงเครียดอยู่ไม่น้อย


   "อ้อ ลำบากแย่เลยนะครับ"


   "เรื่องก็เท่านี้ ว่าแต่ธนาจะพอมาแข่งให้หน่อยได้มั้ย เป็นตัวแทนให้พี่หน่อย จะเรียกว่าตัวแทนก็ไม่ถูกคงต้องเรียกว่า ตัวปลอมนั่นแหละ"


   "เอ่อ ถ้าจับได้จะยิ่งเป็นปัญหานะครับ" ภูธนาท้วงจอมเดชเรื่องความถูกต้อง


   "ถือว่าช่วยพี่หน่อยนะ หาคนแทนไม่ได้เลย งานนี้พี่ให้ค่าเหนื่อยคุ้มแน่นอน"




   ภูธนาที่กำลังสองจิตสองใจอยู่ว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยดี ด้วยเหตุผลแรกชายหนุ่มไม่ได้ลงสนามมานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเข้าวงการใหม่ๆ และเหตุผลสองการทำแบบนี้มันผิดกฎแน่นอน หากถูกจับได้จะเกิดปัญหาตามมาเป็นทอดๆ แต่ความคิดเหล่านั้นต้องกระเด็นออกจากสมองไป เมื่อได้ยินเรื่องค่าเหนื่อย ค่าตอบแทน เพื่อที่จะนำไปใช้หนี้


   "ได้ครับ ช่วงนี้ผมก็ร้อนเงินเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้ขับมานานแล้วนะครับ กลัวจะทำได้ไม่ดี" ภูธนาตกลงตอบรับแต่ก็ร้างมือเสียนาน


   "ไม่เป็นไร อีก 2 วันจะถึงวันแข่ง ธนามาซ้อมให้พี่เลยได้มั้ย ระหว่างการซ้อมพี่จะบวกเป็นโอทีให้ธนาไปเลยนะ ไม่ให้มาซ้อมฟรีๆ หรอก ตกลงมั้ย"


   ชายหนุ่มยืนคิดอยู่สักครู่จึงตอบกลับไป "ตกลงครับ งั้นผมขอสัก  4 โมงเย็นเป็นต้นไปนะครับ"


   "ได้ๆ ขอบใจธนามาก งั้นวันนี้พี่ไปรอที่สนามนะ อ้อ รถที่จะได้ลองซ้อมแล้วไปเอาแข่งจริง ธนาต้องชอบมากแน่ๆ ทางทีมเพิ่งสั่งเข้ามาเอง"


   "จริงเหรอครับ รุ่นไหนครับ" น้ำเสียงตื่นเต้นปกปิดไม่มิดเมื่อได้ยินว่าเพิ่งสั่งนำเข้ามา


   "มาถึงแล้วก็จะรู้เองน่า แล้วเจอกันนะ" จอมเดชปิดเป็นความลับไว้ก่อนที่จะวางสายไป




   ภูธนารีบไปร้านอาหารทันที ด้วยปกติแล้วชายหนุ่มทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น หากมีโอที ก็แล้วแต่ว่าลูกค้ามากหรือน้อย และหากไม่ติดอะไรชายหนุ่มจะทำโอทีอยู่เสมอๆ ดังนั้นหลังจากกลับเข้ามาจากพักเที่ยง เขาจึงแจ้งให้กับพ่อครัวใหญ่ทราบว่า 2 วันนี้จะไม่อยู่ทำโอทีเพราะมีธุระ ซึ่งพ่อครัวก็ไม่ว่าอะไร
   


   เรื่องที่จอมเดชโทรมาให้ภูธนาช่วยเหลือนั้นคือการแข่งรถ นอกจากชายหนุ่มจะชื่นชอบโมเดลรถเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ตัวเขาเองก็ชอบแข่งรถชอบความเร็วไม่แพ้กัน ก่อนหน้าที่จะเข้าวงการบันเทิง หากมีเวลาว่างหรือมีงานแข่งรถที่ไหน จอมเดชมักจะจ้างชายหนุ่มมาเป็นนักแข่งรถให้บ่อยครั้ง จะเรียกว่าภูธนาเป็นนักแข่งอิสระก็เป็นได้



   ภูธนากับจอมเดช พบเจอในสนามแข่งรถทั่วไป ตอนที่ยังไม่เดือดร้อนเรื่องเงินภูธนาชอบขับรถที่สนามแข่งตามแต่จะมีวันว่าง จอมเดชได้เห็นฝีมือการขับของชายหนุ่มโดนบังเอิญจึงเกิดความสนใจ ติดต่อมาร่วมงานกัน ทำให้ทั้ง 2 สนิทกันไปโดยปริยาย




   ช่วงบ่ายวันนั้นภูธนาทำงานใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะตอนนี้จิตใจบินไปสนามแข่งรถเสียแล้ว เจ้าตัวตื่นเต้นเหมือนได้ของเล่นใหม่ ชีวิตความสนุกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
   



   "วันนี้ผมมีธุระ ไปก่อนนะครับทุกคน สวัสดีครับ" เข็มนาฬิกาแสดง 4 โมงเย็น ภูธนารีบเก็บสัมภาระที่มีอยู่ไม่กี่อย่าง บอกลากับทุกคนโดยไม่รอเสียงตอบรับจากเพื่อนร่วมงาน ภูธนาก็รีบออกจากร้านและมุ่งหน้าไปสนามแข่งรถทันที





   "มาแล้วครับ พี่จอม" ภูธนายกมือไหว้จอมเดช ไม่ว่านานเท่าไหร่  ภูธนาก็เป็นคนมือไม้อ่อน ที่ทำให้ใครต่อใครเอ็นดูชื่นชอบในตัวเขาได้ตลอด


   "สวัสดีๆ ไม่เจอเสียนาน หล่อขึ้นมาเลยนะธนา" จอมเดชเอ่ยปากชม อายุที่เปลี่ยนไปทำให้ภูธนาดูภูมิฐานขึ้นมากกว่าเดิม


   "พี่จอมก็เหมือนกันนะครับ ยังหล่อและดูดีเหมือนเดิม" ภูธนาไม่ได้ตอบเอาใจ แต่จอมเดชจัดว่าเป็นบุคคลที่ดูดี วางตัวดี และหน้าตาดีไม่แพ้ใคร สมัยที่จอมเดชยังแข่งรถก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมนั้น มีแฟนคลับทั้งสาวน้อย สาวใหญ่มากมาย


   "มัวแต่ชมกันไปมา เอ้ามาดูของใหม่กันเถอะ" จอมเดชเดินไปเข้าไปรถแข่งที่จอดอยู่ภายใน ก่อนจะดึงผ้าขึ้นเพื่อเปิดออก


   "สุดยอด พี่จอม รุ่นนี้จริงๆ เหรอพี่" ความตื่นเต้นในดวงตากลมโตของภูธนาฉายแววออกมาอย่างชัดเจนว่าเจ้าตัวรู้สึกชื่นชอบและตื่นเต้นจริงๆ กับรถคันตรงหน้า



   'เวนอม จีที ทูโทนสีดำ-ฟ้า'



   ตัวรถสีดำแต่ช่วงล่างของรถรวมไปถึงล้อนั่นเป็นสีฟ้าเข้ม รุ่นและสีที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะลองขับมาโดยตลอด ไม่คาดฝันว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้


   "ถูกใจใช่มั้ยล่ะ แบล็คสกาย (Black Sky)" จอมเดชส่งเสียงเป็นเชิงแหย่ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าภูธนาดีใจราวกับเด็กๆ


   "พี่เรียกผมว่าไงนะ" ภูธนาถามกลับไปอย่างไม่เชื่อหู


   "ลืมชื่อตัวเองแล้วเหรอ แบล็ค"


   "พี่จอม โธ่ ผมไม่ได้ยินชื่อนี้มานานเท่าไหร่แล้ว" แบล็คสกายคือฉายาที่เขาใช้ในวงการแข่งรถนี้ หลังจากเลิกแข่งรถก็เลิกใช้ชื่อนี้ด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มกลับมาเป็นภูธนาดังเดิม


   "เอาล่ะ มัวแต่ดูก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นหรอก ของอย่างนี้ ไปลองขับได้แล้ว เอ้า เด็กๆ เตรียมตัว" จอมเดชยิ้มยกที่มุมปากก่อนจะหันไปสั่งเด็กในทีมให้เตรียมตัวให้พร้อม


   "ธนา เดี๋ยวนายลองขับให้คุ้นมือสัก 4-5 รอบก่อนนะแล้วค่อยเอารถมาเข้าพิท" จอมเดชหันไปบอกภูธนาอีกครั้งก่อนจะเดินไปตรวจตรารถเพื่อความปลอดภัย






   ช่วงเวลาเลิกงาน 6 โมงเย็น รถราเต็มแน่นท้องถนน ส่งผลให้การจราจรค่อนข้างหยุดชะงัก บดินทร์ชะโงกหน้าลงไปมองที่ถนนแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ คงต้องรอดึกกว่านี้แล้วค่อยขับรถกลับบ้าน



   เสียงเคาะกระจกหน้าห้องทำงานดังขึ้น 2-3 ครั้ง ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าห้องก็พบกับ ชายหนุ่มใส่แว่น ผมเผ้ารุงรังปิดหน้าปิดตา เสื้อผ้าค่อนข้างยับ ยืนก้มหน้าเล็กน้อยอยู่ข้างนอก บดินทร์ยิ้มให้เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตให้เข้ามาได้



   มือขาวเปิดประตูกระจกเข้ามาเบามือ ร่างสูงราว 180 เซนติเมตรเดินเข้ามาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม ก่อนจะสบตากับบดินทร์ มือเรียวยาว เล็บตัดมนสั้น ไม่สกปรก ยื่นตั๋วมาตรงหน้าเขา


   "อะไรน่ะ พัตเตอร์" น้ำเสียงติดจะเอ็นดูหน่อยๆ ของบดินทร์เอ่ย    ถามอย่างแปลกใจ


   "ตั๋วไปดูแข่งรถวันเสาร์ พี่ดินว่างหรือเปล่า พอดีผมได้มา 2 ใบ แต่ไม่มีเพื่อนไปดูด้วย" เสียงทุ้มน่าฟังแต่กลับพูดไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำเอาเสียเลย


   "เอาสิ พี่ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว ว่าแต่จะกลับบ้านหรือยัง รอกลับพร้อมพี่มั้ย พัตเตอร์" บดินทร์ถามอย่างเป็นห่วงและจงใจเน้นคำว่าพัตเตอร์เป็นพิเศษ


   "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมนั่งรถไฟฟ้ากลับเอง ไปก่อนนะแล้วเจอกันที่บ้าน อ้อ แล้วเลิกเรียกผมว่าพัตเตอร์สักทีสิ พัตเฉยๆ ก็พอ อายคน ผมโตแล้วนะ" 


   "อาย เอย อะไรกัน พัตเตอร์น่ารักดีออก กลับบ้านดีๆ ล่ะ แล้วเจอกัน" บดินทร์แกล้งแหย่อย่างอารมณ์ดี






Talk :.

มาต่อสำหรับตอนที่ 3 แล้วค่ะ ^^ ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างคะ ติชมกันได้เลยจ้า  :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ขอบคุณค่ะ


ด้วยรัก
เขมกันต์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-01-2016 11:22:30 โดย akanae »

ออฟไลน์ yisren.

  • #คนที่ฉันไม่เคยลืม
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
เดี๋ยวพ่อดินกับลุงธนาก็จะได้เจอกันแล้ววใช่มั้ยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-7
รอเขาป๊ะกัน

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
จะได้เจอกันแล้วใช่ไหมมม  :-[
รบกวนคนเขียนใส่หน้าและวันที่อัพด้วยได้ไหมคะ บางทีเราก็ลืมว่าอ่านถึงไหนแล้ว  :mew2:
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
จะได้เจอกันแล้วใช่ไหมมม  :-[
รบกวนคนเขียนใส่หน้าและวันที่อัพด้วยได้ไหมคะ บางทีเราก็ลืมว่าอ่านถึงไหนแล้ว  :mew2:
 :pig4: :pig4:

ได้เลยค่า เพิ่มให้แล้วเรียบร้อยนะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
รอเขาป๊ะกัน

มาลุ้นๆ ด้วยกันเนาะ  :hao6:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
เดี๋ยวพ่อดินกับลุงธนาก็จะได้เจอกันแล้ววใช่มั้ยย

มาลุ้นด้วยกันค่า ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^^  o18

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1811
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
จะได้เจอกันแล้วใช่มั้ยยย :katai1:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter

บทที่ 4 เปิดตัว



   "สิตา วันนี้พี่มีงาน ดูแลลูกดีๆ ล่ะ" ภูธนาเดินเข้าไปในห้องภูสิตา เคาะประตู 2-3 ครั้งพอเป็นพิธี ก่อนจะเปิดประตูและชะโงกหน้าเข้าไปบอกน้องสาวที่เพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว


   "น้องภู วันนี้ห้ามดื้อ ห้ามซนนะครับ อยู่กับคุณแม่ 2 คนอย่าพากันซนจนห้องรกล่ะ เดี๋ยวลุงจะรีบกลับนะครับ" เสียงทุ้มพูดสอนน้องภูไป มือเรียวยาวก็ป้อนข้าวน้องภูไปด้วย


   "ลุงธนาจะไปไหนเหรอฮะ น้องภูไปด้วยได้เปล่า" เด็กน้อยเคี้ยวข้าวเต็มปากอยู่ แต่เจ้าตัวก็ยังพูดกับลุงไม่หยุด ภูธนาได้แต่ยิ้มให้กับเด็กน้อยด้วยความน่ารักของเด็กคนนี้


   "ไม่ได้หรอกครับ ลุงไปทำงานเลยพาน้องภูไปด้วยไม่ได้ น้องภูไม่งอนลุงนะครับ" ชายหนุ่มว่าพลางลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน


   "น้องภูอยากไปด้วย" ดวงตาใสแจ๋วของภูบดินทร์มองผู้เป็นลุงด้วยสายตาอ้อนวอน เห็นแบบนี้ภูธนาแทบใจอ่อน แต่ต้องอดกลั้น เพราะงานวันนี้ค่อนข้างสำคัญอยู่ไม่น้อย


   "ไม่ได้หรอกครับ ไว้วันหลังลุงจะพาไปเที่ยวนะ น้องภู วันนี้อยู่บ้านกับคุณแม่ดีๆ นะครับ" ภูธนาส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธอีกครั้ง


   "พี่ธนาจะออกไปทำงานเหรอคะ วันนี้วันเสาร์นึกว่าพี่จะได้หยุดเสียอีก" จังหวะนั้นภูสิตาก็เปิดประตูห้องนอนออกมาพอดี ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเด็กชายตัวน้อยก่อนจะหันไปพูดกับพี่ชาย


   "ใช่ คงจะกลับค่ำหน่อยน  อาหารอยู่ในตู้เย็น ถ้าหิวก็เอาออกมา เวฟกินล่ะ พี่ต้องไปแล้ว เดี๋ยวจะสาย น้องภูอย่าซนนะลูก" ชายหนุ่มหันไปบอกหลานชายอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาใส่แล้วหยิบของจำเป็นขึ้นมาอีก 2-3 อย่างใส่กระเป๋าและออกจากห้องไป




   หลังจากเสียงปิดประตูของพี่ชาย ภูสิตารีบวิ่งไปที่ประตูลงกลอน อีกชั้นให้แน่นหนาและหันกลับมาเจอเด็กน้อยที่นั่งมองตาแป๋ว



   "แม่ฮะ น้องภูกลัว คุณลุงน่ากลัวคนนั้นจะมาหาเราอีกมั้ยฮะ"      ภูสิตาไม่ตอบอะไร กลับเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างเบามือ แต่สายตากลับมองออกไปนอกหน้าต่าง


   
   ภูสิตาคิดอยู่ไม่นาน ก็หันกลับมามองหน้าของเด็กชายตัวน้อย




   "น้องภูครับ หนูอยากเจอพ่อมั้ย"



   เด็กชายไม่ตอบ เพราะไม่เข้าใจว่า พ่อคืออะไร


   "สวัสดีครับ พี่จอมและทุกๆ คนครับ" ภูธนายกมือไหว้ทุกคน


   ชายหนุ่มมาถึงสนามแข่งขันล่วงหน้า 1 ชั่วโมง เพราะร้างราจากการแข่งเสียนานจึงมีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด


   "มาเร็วเหมือนกันนะ ก็ดีแล้ว จะได้ซ้อมกัน" เสียงจอมเดชดังออกมาจากด้านหลังของที่พัก ก่อนที่เดินออกมาข้างหน้า
   จอมเดชไม่ได้เดินออกมาเพียงลำพัง แต่มีผู้ชายอีกคนเดินเคียงข้างตามมาด้วย


   "อ้อ นี่ ตัวปัญหาที่ทำให้นายต้องมาช่วยพี่นะ ศดิศ หรือชื่อฉายาว่า 'ไอซ์แมน' (Iceman) ดิศ ส่วนนี่ก็ ภูธนานะ จะมาช่วยนายวันนี้" จอมเดชแนะนำทั้ง 2 คนเสร็จสรรพ ภูธนายกมือไหว้ศดิศก่อนจะยิ้มให้


   "หน้าตาคุ้นๆ นะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน" ศดิศรู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้าตาแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่าที่ไหนเหมือนกัน


   "ทางทีวีมั้ง ธนาน่ะเป็นดารา" ไม่ทันที่ภูธนาจะได้ตอบจอมเดชก็ชิงอธิบายแทนเสียก่อน


   "ครับ คงจะอย่างที่พี่จอมว่านั่นแหละครับ คุณศดิศ"


   "เรียกซะเต็มยศเลย เอางี้ เรียกพี่ว่าดิศแล้วกัน ส่วนพี่จะเรียกนายว่า ธนา ตามพี่จอมละกัน" ศดิศหันมายิ้มให้กับภูธนาก่อนที่จะหันหลังกลับเข้าไปข้างใน

   ภูธนาสังเกตคนที่เดินจากไป แต่ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกาย ชายหนุ่มจึงแปลกใจ อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ "เอ่อ พี่จอมครับ ผมไม่เห็นว่าคุณ เอ่อ พี่ดิศ จะบาดเจ็บตรงไหนนี่ครับ"


   "ภายนอกน่ะ อาจดูไม่ค่อยออกหรอกเพราะดิศใส่เสื้อคลุมปิดไว้ ถ้าถอดเสื้อคลุมออก คงเห็นรอยแผลอยู่ จริงๆ แล้วอาการของเจ้านั่นก็ไม่ได้หนักจนขับไม่ได้หรอกนะ แต่คงขับได้ไม่ดีเหมือนเดิม"


   "อย่างนั้นเหรอครับ" ภูธนารับคำเบาๆ


   "เกือบลืม เดี๋ยวช่วงแรกพี่จะให้ดิศขับไปก่อนนะสักรอบ 2 รอบแล้วจะให้เอารถมาเข้าพิท จังหวะนั้นดิศจะเดินเข้ามาข้างในแล้วธนาก็เปลี่ยนออกไปขับ แล้วช่วงก่อนจะเข้าเส้นชัยสักรอบ ธนาก็กลับเข้ามาแล้วพี่จะให้ดิศเปลี่ยนออกไปรอบสุดท้าย"


   "ได้ครับ ผมยังไงก็ได้ แล้วแต่พี่เลย"


   "งั้นตกลงตามนี้นะ ระหว่างนี้ ธนาคงต้องรออยู่ในห้องรับรองไปก่อน ห้ามไปไหนล่ะ พอใกล้ๆ แล้วพี่จะไปตามนะ เรื่องชุดพี่เตรียมไว้แล้วไปเปลี่ยนรอได้เลย ใส่หมวกกันนอคให้เรียบร้อย พี่ไม่อยากให้ใครเห็น" ประโยคสุดท้ายจอมเดชลดเสียงลงอย่างเห็นได้ชัด จนภูธนาเกือบจะไม่ได้ยิน



   ภูธนาเดินตรงเข้าไปห้องรับรองอย่างที่จอมเดชบอกไว้ ชายหนุ่มหยิบชุดที่แขวนไว้เข้าไปเปลี่ยนในห้องแต่งตัวทันที



   นานหลายปีที่ไม่ได้แข่งรถครั้งนี้ภูธนารู้สึกตื่นเต้นจริงๆ ชายหนุ่มไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว เขาคิดถึงช่วงชีวิตความสนุกและความสุขในตอนนั้นเป็นอย่างมาก หากไม่เจอมรสุมทางบ้านเสียก่อน ป่านนี้ชีวิตของเขาจะดำเนินไปในรูปแบบไหนกันนะ



   อีก 30 นาที การแข่งขันจะเริ่มขึ้น



   "คนเยอะเหมือนกันนะ พัตเตอร์" บดินทร์กวาดตามองไปรอบๆ สนามแข่ง วันนี้ที่นั่งทุกที่นั่งเต็มหมด แต่บัตรที่บริพัตรให้มานั้นดูเหมือนจะเป็นบัตรราคาที่ค่อนข้างแพงทีเดียว พวกเขาทั้ง 2 คนจึงได้นั่งเกือบหน้าๆ ของสนาม


   "พัต ครับ ไม่ใช่พัตเตอร์" ชายหนุ่มปรายตามองผ่านกรอบแว่นดำหนามองบดินทร์ที่ยังยียวนไม่หยุด


   บดินทร์ไม่ตอบอะไรอีก การแกล้งหรือเย้าแหย่คนข้างๆ คือความสุขอย่างหนึ่งที่อยากจะให้เจ้าตัวเบิกบานหรือผ่อนคลาย ไม่ให้ดูเคร่งเครียดหรือเงียบแบบนี้


   "พี่ดินครับ เดี๋ยวผมมานะ"


   "การแข่งจะเริ่มแล้วนะ พัต" บดินทร์พูดเตือนถึงเวลา


   "ไม่นานครับพี่ เดี๋ยวมา" ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังเล็กน้อย เพราะเสียงรอบข้างดังพอสมควร




   บริพัตร หรือ พัตเตอร์ อายุ 30 ปี ทำงานบริษัทแห่งเดียวกับบดินทร์ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของตน ชายหนุ่มทำงานเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา ผิดกับพี่ชายที่เติบโตจนก้าวหน้าเป็นถึงผู้บริหาร



   บริษัทแห่งนี้บดินทร์เป็นผู้ฝากงานให้กับบริพัตร ชายหนุ่มอุปนิสัยที่ขี้อาย ไม่สู้คน เมื่อบดินทร์ฝากให้ทำงาน ชายหนุ่มจึงไปทำงานโดยไม่มีข้อโต้แย้ง หรือความคิดเห็นใดๆ



   
   อีก 15 นาที การแข่งขันจะเริ่มขึ้น



   หัวใจของภูธนาเต้นดังคล้ายจะหลุดออกมาเสียให้ได้ ชายหนุ่มนั่งรอเฉยๆ ต่อไปไม่ไหว จึงหยิบหมวกกันนอคขึ้นมาสวม แล้วเดินออกจากห้องรับรองไปทางด้านหลังเพื่อจะทำจิตใจให้สงบลงได้บ้าง



        ด้านหลังของห้องรับรองเป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก ภูธนาเดินเร็วๆ รอบๆ สวนแห่งนี้  ปกติแล้วชายหนุ่มจะสูบบุหรี่ลดความเครียดหรือความตื่นเต้น แต่ภูธนาไม่ได้แตะต้องบุหรี่มานานแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีบุหรี่ติดตัว   ภูธนา หยุดเดินที่หน้าประตูทางเข้าห้องรับรองด้านหลัง ชายหนุ่มยกนาฬิกาขึ้นดู



   เหลืออีก 10 นาที การแข่งขันจะเริ่มขึ้น



   ภูธนาอยากสูดอากาศเข้าปอดให้เต็มที่ก่อนที่จะกลับเข้าไปเพื่อรอการแข่งขัน มือเรียวสวยจึงถอดหมวกกันนอคออก ถือไว้ข้างๆ ตัว เงยหน้าขึ้นแล้วสูดอากาศลึกๆ แล้วค่อยหายใจออกช้าๆ  มันช่วยได้เยอะเลย ลดความตื่นเต้นลงไปได้มากทีเดียว ภูธนากำลังจะทำอีกครั้ง แต่กลับมีมือมาแตะไหล่ของเขาเสียก่อน



   "ตื่นเต้นเหรอวะ ไอ้ดิศ" เสียงทุ้มดังอยู่ด้านหลัง แต่ภูธนาตัวแข็งแน่นิ่งไปแล้ว จึงเอาแต่เงียบ


   "เฮ้ย เป็นไรไปวะ" เมื่อไม่มีการตอบรับ บริพัตรจึงเดินอ้อมไปด้านหน้าทันที


   "ไม่ใช่ไอ้ดิศนี่ ผมจำคนผิด ขอโทษด้วยนะครับ" ร่างสูงค้อมตัวลงเล็กน้อย ภายในผมดกดำยาวที่ปิดบังดวงตาไปเสียเกือบหมด ทั้งยังใส่แว่นสายตากรอบหนาเข้าไปอีก ทำให้ภูธนามองเห็นใบหน้าไม่ชัด


   "ไม่เป็นไรครับ" ภูธนาตอบเสียงเบากลับไป


   "เอ่อ เห็น ไม่เป็นไรครับ" บริพัตรตั้งท่าจะพูดอะไรออกไป แต่ได้ยินเสียงประกาศดังทั่วสนามว่าเหลือเพียง 5 นาที การแข่งขันจะเริ่มขึ้นแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินกึ่งวิ่งกลับไปทางเดิม



   ภูธนารีบใส่หมวกกันนอคที่อยู่ในมือ กว่าจะหันกลับไปมอง ก็ไม่เห็นร่างของคนเมื่อสักครู่นี้แล้ว ชายหนุ่มจึงรีบเดินกลับเข้าไปในห้องรับรอง



   จอมเดชกลับเข้ามาในห้องรับรอง และงานลำดับของวันนี้อีกรอบให้เข้าใจตรงกันระหว่างภูธนาและศดิศอีกครั้ง ก่อนที่จะกลับออกไปพร้อมกับศดิศ



   เหลืออีก 0 นาที




   การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว ...



   เสียงคนที่มาดูต่างส่งเสียงเชียร์ทีมที่ตนเองชื่นชอบกันสนั่นดัง ภูธนารับรู้เพราะเสียงเหล่านั้นดังเข้ามาถึงด้านใน มือประสานกันแน่นก่อนจะคลายออก และบีบแน่นอีกครั้ง เพื่อลดความตื่นเต้น



   "นึกว่าจะกลับมาไม่ทันเริ่มซะแล้ว" บดินทร์บอกด้วยความเป็นห่วง


   "ไปไหนมา"


   "ห้องน้ำครับ" บริพัตรตอบสั้นๆ ด้วยความที่เป็นคนพูดน้อย จึงไม่อธิบายอะไรมากไปกว่านี้ บดินทร์รู้จักนิสัยของน้องชายดี จึงไม่เซ้าซี้ถามต่อ




   เสียงประกาศดังทั่วสนามแนะนำนักแข่งรถและรถที่ใช้ในวันนี้ ก่อนจะพูดถึงสภาพอากาศอุณหภูมิและความชื้นภายในสนาม บริพัตรฟังผ่านๆ ไม่ได้เข้าหูนัก แต่ก็ยังได้ยินว่า ศดิศ อยู่ในรถหมายเลข 10 จึงเฝ้าจับตามองเป็นพิเศษ




   เมื่อครบ 2 รอบ บริพัตรเห็นรถหมายเลข 10 ขับเข้าพิทไป น่าแปลก เร็วไปมั้ยที่จะเข้าพิทในตอนนี้ เพราะช่วงรอบแรกหรือ 2 รอบแรกนั้น นักแข่งส่วนใหญ่ยังทำเวลาไม่เต็มที่นัก ถ้าไม่มีเหตุอะไรเช่น รถอาจจะมีปัญหา หรือยางไม่เหมาะกับสภาพถนนก็มักจะไม่กลับเข้าพิท



   บริพัตรเห็นศดิศออกจากรถก่อนจะกลับมาอีกครั้ง แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ศดิศ



   ภูธนาขึ้นมานั่งในรถ ยางเปลี่ยนเสร็จ  จริงๆ แล้ว ไม่ได้เปลี่ยนแก้อะไรเลย แค่เป็นการแสดงเท่านั้น ชายหนุ่มหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งก่อนจะปิดกระจกที่หน้าหมวกกันนอคลง และเมื่อได้สัญญาณว่าเรียบร้อยแล้ว ภูธนาไม่มีเวลาคิดอะไรอื่นอีก ชายหนุ่มรีบออกตัวทันที



   ในห้องรับรองมีจอทีวีไว้คอยดูบรรยากาศข้างนอก ศดิศจ้องมองโดยไม่ละสายตา


   "เสียดายใช่มั้ยล่ะ" จอมเดชทักชายหนุ่มอย่างรู้ทัน


   "อือ" ศดิศรับคำเบาๆ เพราะทั้งหมดเป็นเพราะตัวเขาเองทั้งนั้น หากไม่เพราะว่าเขาไปกินเหล้าแล้วแข่งคงจะดีกว่านี้



   การขาดสติเพียงเล็กน้อยก่อให้เกิดผลเสียมากมาย รถคู่กายก็ต้องซ่อมอีกนาน ผู้สนับสนุนต้องเสียเงินสั่งซื้อรถคันใหม่เข้ามา ซ้ำยังต้องหาตัวปลอมมาแทนเขาอีก ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงคนนอก ศดิศอาจจะไม่มีโอกาสได้มาขับรถแข่งอีกก็เป็นได้



   "ฝีมือดีทีเดียวนะ" จอมเดชดูภาพในหน้าจอทีวีพลางเอ่ยปากชม


   "ครับ ฝีมือดี"


   "เสียดายนะ ถ้าไม่ใช่ว่าเข้าวงการ ป่านนี้คงได้อยู่ทีมเดียวกับนายแล้ว" จอมเดชเดินเข้ามานั่งตรงโซฟาอีกตัวนึงข้างๆ ศดิศ


   "ก็พอเข้าวงการเป็นดารา ผู้จัดการของธนาก็ไม่อยากให้แข่งรถอีกเพราะกลัวจะได้รับอุบัติเหตุอะไรทำนองนั้นแหละนะ ก็เลยไม่ค่อยได้ติดต่อกัน"


   "แต่ดูเหมือนจะเป็นดาราได้ไม่นานหรือเปล่าพี่" ศดิศถามต่อด้วยความสงสัย


   "จะว่าใช่ก็คงใช่ล่ะมั้ง นายจำข่าวสัก 4 ปีก่อนได้มั้ย ที่ว่ามีตระกูลดังในแวดวงไฮโซล้มละลาย"


   "ไม่แน่ใจนะครับ คุ้นๆ ว่าใช่ไฮโซ ใช่ตระกูล วัฒนา วัฒนาอะไรสักอย่างหรือเปล่าพี่"


   "วัฒนาวิเศษโชค ถูกแล้วล่ะ นั่นน่ะเป็นครอบครัวของภูธนา"    จอมเดชอธิบายเพิ่มเติม


   "แต่ตระกูลนี้ล้มละลาย แล้วได้ข่าวว่าพ่อแม่กับพี่ชายคนโต หนีไปนี่ไม่ใช่ธนาหรอกเหรอ" ศดิศพยายามจับต้นชนปลายเรื่องให้ถูก


   "ไม่ใช่หรอก ธนามี พี่ชาย คนโตชื่อ ภูตะวัน และน้องสาวคนเล็กชื่อภูสิตา ตอนนี้เจ้าตัวหาเงินเลี้ยงน้องสาวใจแตกกับหลานชายอีกคนที่ไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร พอมีแต่ข่าวฉาวงานก็เลยไม่ค่อยมียังไงล่ะ"


   "ลำบากแย่เลยสิ" ศดิศพึมพำเบา ตอนนั้นภูธนาคงยังอายุน้อยแต่ก็ต้องประคับประคองน้องสาวและหลานให้ผ่านวิกฤติไปให้ได้


   "ใช่ ลำบากเอาการอยู่ล่ะ พี่เคยพยายามยื่นมือเข้าไปช่วยหลายครั้ง แต่เจ้านั่นก็ดื้อไม่เบา บอกเกรงใจไม่อยากเป็นภาระใคร" เสียงประกาศดังแว่วมาว่า รถหมายเลข 10 เตรียมเข้าพิท จอมเดชจึงลุกขึ้นแล้วหันมาบอกคนที่ยังนั่งอยู่นั้น


   "เตรียมเปลี่ยนตัวได้แล้ว"


   "ครับ" ศดิศรับคำแล้วหยิบหมวกกันนอคขึ้นมาสวม



   มือยังสั่นไม่หยุด ภูธนากลับเข้ามาในห้องรับรองและเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดิมเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงยังนั่งอยู่ที่โซฟาไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่มือคู่นี้ยังสั่นไม่หยุด มันมีหลายความรู้สึกเหลือเกิน ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งสนุก แต่ทั้งหมดมันกลายเป็นความสุข และรถที่ใฝ่ฝันมาตลอด มันทำให้มีความสุขกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบได้อีก
   



   "จบซะแล้ว น่าเสียดายนะ พี่อุตส่าห์เชียร์รถหมายเลข 10 ไหงมาแผ่วรอบสุดท้ายได้นะ" บดินทร์อดที่จะเสียดายแทนไม่ได้ เพราะขับมาดีโดยตลอดรู้จังหวะผ่อน จังหวะเร่งเป็นอย่างดี ทำไมรอบสุดท้ายถึงตัดสินใจเอารถเข้าพิทก็ไม่รู้


   "นั่นสิครับ พี่จะอยู่รอดูรับรางวัลมั้ย หรือจะกลับเลย"



   
   บดินทร์ยังไม่ได้ตอบอะไร โทรศัพท์มือถือก็สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงเสียก่อน ชายหนุ่มจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาดู แต่เป็นเบอร์ไม่คุ้น ไม่มีชื่อที่เซฟไว้


   "พี่รับก่อนเลย ผมรอได้" บริพัตรเห็นพี่ชายดูเหมือนจะสองจิตสองใจว่าจะรับหรือไม่ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจแทนให้เสียเลย


   "อ้อ ได้ รอแปปนะ" บดินทร์หันมาตอบรับน้องชาย ก่อนจะกดรับสาย


   "สวัสดีครับ บดินทร์พูดครับ"




   "สวัสดีค่ะ ภูสิตาเองค่ะ จำกันได้มั้ยเอ่ย..."








Talk :.

สวัสดีค่ะ ตอน 4 แล้วนะคะ เนื้อเรื่องค่อยๆ กระดึ๊บๆ มาอีกนิด
ติชมกันได้เลยนะคะ น้อมรับค่ะ ^^  :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:



ด้วยรัก
เขมกันต์


ออฟไลน์ yisren.

  • #คนที่ฉันไม่เคยลืม
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
เรื่องชักตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ รอนะคะ  :katai5:

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
เรื่องชักตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ รอนะคะ  :katai5:

ขอบคุณค่า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด