ราคาฝัน #ตอนที่ 38 และ บทส่งท้าย หน้า 85 [22.12.2016/19:54:59]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ราคาฝัน #ตอนที่ 38 และ บทส่งท้าย หน้า 85 [22.12.2016/19:54:59]  (อ่าน 711471 ครั้ง)

ออฟไลน์ larynx

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 822
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
โอ้ยยยย ตอนล่าสุดซึ้งมาก น้ำตารื้นเลย พี่ชาติเป็นห่วงน้องมากจริงๆ ในชีวิตอยากเจอคนที่เป็นห่วงเราขนาดนี้บ้างเหมือนกัน ฮื่ออออออออออออออ พี่ชาติ จินพี่เขาเป็นห่วงและหวังดีกับเราขนาดนี้ อย่าทำลายน้ำใจพี่เขาอีกนะ  :man1: :กอด1: :กอด1: :L1: :pig4:

ออฟไลน์ SOMCHAREE

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 969
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-2
พี่โก๋ประกาศศึกแล้วคร้าาาาาา

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
เขินนนนนน  ไม่ใช่ซื้อใจจินอย่างเดียวแล้วสิ คุณชาติ ซื้อใจเราด้วย โอ้ยยย ชอบๆๆๆ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
 :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4016
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เขินนนนนนนนนนนนน   :hao5:

ออฟไลน์ boobooboo

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
ดีงามมากอ่ะ

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
อบอุ่น

ออฟไลน์ continued

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
อ่านมาสักพักแล้วปต่ยังไม่เคยคอมเมนต์เรื่องนี้เลย
ฮื้ออออ ตอนล่าสุดมะนก๊าวใจมากค่ะ
ไม่ต้องมีฉาก ไม่ต้องมีอะไรทั้งนั้น แค่การกระทำง่ายๆอย่างกอด ก็ทำให้เราฟินจนตัวลอยขนาดนี้

ยังชอบผลงานคุณแป้งเหมือนเดิมค่ะ รอตอนหน้านะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ ่patsaporn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-6
น้องจินของพี่ชาติ งือ น่ารักเนอะ พี่ชาติก็โหดจนน้องกลัว แต่จินก็พูดออกมาแย่จริงแหละ
ยิ่งรู้สึกดีด้วยเท่าไร พอเนอแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกแย่มากเท่านั้น แต่เคลียร์กันได้แล้ว ดีใจจัง
ต่อไปต้องน่ารักมากแน่ๆ เป็นกำลังใจให้พี่โก๋นะคะ ให้เจอคนอื่น 555 น้องนักศึกษาคนนั่นอ่ะพี่

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ therappizdrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
กรี๊ดดด อ่าน15ตอนรวด สครีมพี่ชาติน้องจินแรงมาก

พี่ชาติแสดงออกมากมายแม้ไม่พูดปริปาก

ชอบค่ะ ทั้งพี่ชาติพี่โก๋แสดงมุมมองชายคนนึงที่ห่วงใยจินออกมาดีมาก

รีบมาต่อตอนหน้าไวๆน้าาาา

อยากรู้ว่าคนถูกซื้อใจไปแล้วจะทำเยี่ยงไร 55555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 15 หน้า 13 [23.09.2016/18:11:57]
« ตอบ #459 เมื่อ: 25-09-2016 09:28:04 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
อบอุ่นหัวใจมากเลย น้องจินกับพี่ชาติ  :-[

ออฟไลน์ toou

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1051
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-3
อ่าน15ตอนรวดเดียวเลยค่ะ ชอบมากกกกกกกกก พี่ชาติเป็นผู้ชายอบอุ่นเหลือเกินค่ะ พี่ชาติจะรู้ใจตัวเองรึยังน๊า
เครียดไปกับจินเลย กลัวเสียคนดีๆแบบพี่ชาติไป
ในที่สุดเค้าก็ดีกันแล้วนะ เย้ๆ

ออฟไลน์ boworange

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 537
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0
 :mew1:  สารภาพเลยว่าเข้ามาอ่านเพราะชื่อเรื่อง อ่านไปได้2 ตอนตามยาวเลยทีนี้

เนื้อเรื่องละมุนมากๆๆๆแบบโครตๆอ่ะ ชอบจินชอบคุณชาติ เป็นความรักแบบมีที่มาที่ไป น่ารัก ละมุนสุดๆ

มาต่อบ่อยๆนะเราเป็น FCน้องจินแล้ว.  :กอด1:

ออฟไลน์ 。Atlas

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
โอ้ยยยยย อยากได้พี่ชาติ !!! ไม่ไหวแล้ว ๆๆๆๆ :ling1: เจา ๆๆๆๆ :z3:

นี่มันความแฟนกันชัด ๆ

ชอบช่วงเวลาแบบนี้จัง ค่อย ๆ ซึมลึก จนรู้ตัวอีกที ก็ขาดกันและกันไม่ได้

พี่ชาตินี่เป็นเหมือนทั้งเพื่อน ทั้งพี่ ทั้งพ่อ แถมยังเป็นลูกมือตัดโมอีก  มันน่ารักมาก ๆ

ถ้าชีวิตจริงได้คนแบบนี้มาดูแลนี่คงยิ่งกว่าถูกหวย  :hao5:

ออฟไลน์ Ball

  • He exists now only in my memory.
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 870
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +239/-0
ฮือออออ ชอบมากกกกเลยค่ะ
รักพี่ชาติกับน้องจิน อะไรมันจะละมุนอุ่นใจขนาดนี้

ออฟไลน์ arakanji

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
อ่านทีเดียว 15 ตอนรวด
ละมุนมากๆ สนุกมากๆ ติดหนึบเลยค่ะ
เขียนได้ดีจริงๆ ภาษาดีมากเลยค่ะ
ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้มาให้กันนะค่ะ^^

ออฟไลน์ dekeepstar

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ่านรวดเดียว 15 ตอนเลยค่ะ
สนุกมากๆ ภาษาดี บรรยายดี พระเอก นายเอกดูเรียลมากๆ
ชอบเเนวเรื่องวัยทำงานที่สอดแทรกไปพร้อมกับความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ตัวละครมีเสน่ห์มากๆ

ในส่วนของพี่ชาตินี่ว่าก็น่าจะเริ่มรู้ใจตัวเองแล้วนะ แสดงออกซะขนาดนั้น
ห่วงก็แต่น้องจินเนี้ยแหละ ดูท่าจะยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

อีกส่วนก็คือพี่โก๋ ดูท่าทางพี่แกจะจับความรู้สึกของทั้งจินและชาติได้แล้ว
รอแค่ให้มันชัดๆกว่านี้ เชื่อว่าในอนาคตพี่โก๋จะต้องมาเป็นตัวแปรสำคัญแน่ๆ

อยากอ่านต่อแล้ว กิ้สๆ ชอบมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะที่กลับมาแต่งผลงานดีๆอย่างนี้ให้ได้อ่านกัน
 :o8:

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
วันนี้พี่ชาติกับจินจะมาป่าวววว

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
อบอุ่น ละมุนเหลือเกิน ชอบตอนนี้มาก :katai4:

ออฟไลน์ fanglest

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 814
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
เรื่องนี้น่ารักมากค่ะ  เรื่อยๆ  แต่ได้อารมณ์
สนุกมากค่ะ
รอตอนต่อไปนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 15 หน้า 13 [23.09.2016/18:11:57]
« ตอบ #469 เมื่อ: 26-09-2016 18:11:55 »





ออฟไลน์ loveaaa_somsak

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-3
เป็นนิยายที่ดีมากๆอีกเรื่องนึง อ่านรวดเดียวเลยครับ

ออฟไลน์ ichnuan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
คิดถึงพี่ชาติ รีบมาต่อน้าา

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
รอๆๆๆๆ

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-1
คิดถึงน้องจินกับพี่ชาติจัง แวะมาดูค่ะ เผื่อคนแต่งจะว่างมาอัพให้  :ling2:

ออฟไลน์ Kio

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
ฮืออออ อ่านทันจนได้ ติดแล้วค่ะ อบอุ่นหัวใจจจ <3

 :-[

ออฟไลน์ kik

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
ในที่สุดก็อ่านทัน ติดแล้ว  รู้สึกน่ารักมากพระเอกและนายเอกเรื่องนี้   :mew1: :mew2: :mew3:

ออฟไลน์ seii

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
พี่ชาติคิดจริงจังต้องเคลียร์ข่าวกับชะนีออกสื่อก่อนนะ เดี๋ยวคนจะว่าน้องเป็นมือที่สาม
ไหนๆ จะร่วมงานกะนางเเล้ว ก็เเก้ข่าวเลย สื่อยิ่งจะให้ความสนใจเยอะ อิอิ

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-4
ราคาฝัน # 16



“แผลที่ตีนเป็นไงบ้างวะ?” โกวิทเอ่ยถามขณะเดินเข้ามาวางแก้วกาแฟลงข้างมือรุ่นน้องตัวดีอย่างที่ทำจนกลายเป็นกิจวัตร “ยังเจ็บอยู่ไหม?”
   

“ขอบคุณมากพี่...ก็พอทนอะ แค่ไม่ไปโดนมันก็โอเค”
   

“แล้วแบบนี้เดินทางเองได้เหรอ? เมื่อเช้ากูบอกจะขับรถไปรับมึงก็ไม่ยอม”
   

“โธ่ รบกวนเปล่าๆน่า มันไม่ได้ลำบากขนาดนั้นไง”
   

โกวิทหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตัวก่อนจะทอดถอนใจออกมาหนึ่งระลอก “รบกวนที่ไหน...ถ้ารบกวนกูไม่เสนอมึงหรอก เอาเหอะ..ตามใจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ต้องการความช่วยเหลือก็โทรฯเรียกแล้วกันนะ เดี๋ยวกูไปหา” พอสิ้นประโยคชายหนุ่มก็ได้รับรอยยิ้มชวนมองจากคนเป็นรุ่นน้องอย่างที่หวังไว้ว่าจะได้เห็นทุกวัน
   

...เชื่อหรือเปล่า?...
   

...เพียงได้เห็นแค่นี้ก็ทำให้ใจเขาเบิกบานไปจนถึงตอนเข้านอนแล้ว...
   

“เออนี่ กูว่าจะชวนมึงไปแดกชาบู สนใจไหม? ไอ้ร้านในซอยสิบสองมันมีโปรฯยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์อยู่”
   

“เอาดิ ไม่ได้กินเนื้อตั้งนานแล้ว วันไหนดี?”
   

“เย็นนี้เลยไหมล่ะ?”
   

“โอเค ดีล”
   

“แหม ไปเดตกันหรือไงพวกมึง? ไม่คิดจะชวนกูเลยนะ” เสียงของบุคคลที่สามที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเรียกให้สองสถาปนิกหันไปมองก่อนจะต้องยกมือขึ้นมาประนมไหว้อย่างพร้อมเพรียงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง
   

“สวัสดีป๋า..สนใจไปด้วยกันไหม?” โกวิทกล่าวถามกลั้วหัวเราะ
   

“ไม่ไปหรอก กูล้อเล่น ต้องกลับไปกินกับข้าวฝีมือเมีย..เออไอ้จิน ตะกี้กูเพิ่งเห็นมึงยื่นเรื่องขอลากิจเข้ามาในระบบอีกแล้ว? ทำไมช่วงนี้ลาบ่อยนักวะ?”
   

คำถามที่ถูกส่งมาทำเอาสีหน้าทะลึ่งทะเล้นของจินดาเจื่อนลงโดยพลัน “อ..อ้อ ก็..ช่วงนี้ผมมีธุระต้องจัดการนิดหน่อยครับป๋า” ที่จริงแล้ววันลาเหล่านั้นถูกเขาใช้ไปกับการเข้าไปที่ออฟฟิศของธีรชาติเพื่อพรีเซ็นต์โปรเจ็คต์ แม้ว่าจะพยายามมากแค่ไหนที่จะไม่เบียดเบียนเวลางานของบริษัท แต่ถึงอย่างไรการนัดผู้หลักผู้ใหญ่ที่ลิงเกอร์คอร์ปฯประชุมก่อนแปดโมงเช้าหรือหลังห้าโมงเย็นก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
   

“กูจะมาเตือนว่าโควต้าลากิจปีนี้ของมึงใกล้หมดแล้วนะโว้ย นี่มันยังไม่ทันพ้นครึ่งปีเลย”
   

เมื่อได้ยินดังนั้นสถาปนิกรุ่นเล็กก็ได้แต่คลี่ยิ้มแห้งก่อนก้มหัวรับคำเตือนน้อยๆ ตามกำหนดการแล้วหลังจากนี้ไปเขาเหลือนัดที่จะต้องเข้าไปพรีเซ็นต์งานอีกเพียงสองครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นก็จะเป็นเวลาที่ทางผู้บริหารลิงเกอร์ฯต้องตัดสินใจแล้วว่าบริษัทไหนจะได้งานไปทำในขั้นตอนต่อไปของการออกแบบ
   

...ก็ได้แต่หวังว่าดีไซน์ของเขาจะถูกรับเลือก...
   

...แล้วถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ เขาก็จะเล่าให้ป๋าฟังทั้งหมดว่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมานี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง...
   

จินดาเงยหน้ามองเจ้านายที่เขาเคารพรักด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก ไม่ได้อยากจะปิดบังเลยจริงๆ แต่กลัวเหลือเกินว่าหากบอกความจริงออกไปตอนนี้แล้วจะถูกสั่งห้ามไม่ให้เสียเวลากับงานชิ้นนั้นอีก
   

ต้อมหลิ่วตาสบกับเจ้าลูกน้องหัวรั้นก่อนส่งคำถามใหม่ออกไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูต่างจากเดิมเล็กน้อย   “มึงลาไปทำอะไรบ่อยๆวะถามจริง? บอกกูได้ไหม?”
   

น้ำลายเหนียวหนืดเจือรสขมปร่าของกาแฟที่โกวิทชงมาให้ถูกกลืนลงคอไปในทันทีที่ถ้อยคำของผู้เป็นนายจบลง
   

...เขาไม่เคยได้คิดมาก่อนว่าหากถูกถามเช่นนี้แล้วควรตอบว่าอย่างไร...
   

ในตอนนั้นเองบุคคลที่สี่ที่เพิ่งจะเดินหอบงานเข้ามาวางลงที่โต๊ะของโกวิทก็เอ่ยปากแซวขึ้นมาตามนิสัย “เฮ้ย แบบนี้แอบรับจ๊อบนอกแหงมเลยป๋า”
   

ทั้งที่เจตนาของผู้พูดนั้นเพียงจงใจหยอกเย้า หากแต่คนฟังกลับไม่รู้สึกตลกด้วยเลยสักนิด
   

“ใช่ที่ไหนเล่าพี่แม็ค..พูดไปเรื่อย...” จินดากล่าวออกมาด้วยระดับเสียงที่ค่อยๆแผ่วลงจนพยางค์สุดท้ายของประโยคเหลือเป็นเพียงเสียงลมเท่านั้น ลูกตาดำขลับหลบวูบจากใบหน้าอวบอูมของสถาปนิกรุ่นใหญ่ลงมาอยู่ที่ปลายเท้า เหงื่อกาฬผุดขึ้นมาตามไรหน้าผากและแผ่นหลังทั้งที่อากาศในออฟฟิศก็ออกจะเย็นสบายดี
   

...จะมีใครรู้บ้างไหมนะว่าตอนนี้ใจเขากำลังเต้นแรงเพียงใด...
   

“ยังไงก็บริหารวันลาดีๆหน่อยแล้วกันไอ้จิน เป็นไปได้ก็อย่าหยุดบ่อย ช่วงนี้โปรเจ็คต์ลาดพร้าวแม่งยิ่งเร่งๆอยู่ด้วย เข้าใจไหม?”
   

ถือว่าเป็นโชคดีของจินดาที่ต้อมไม่ได้ติดใจกับการซักถามถึงสาเหตุของการลาเท่าไหร่นัก สุดท้ายชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับเพียงเบาๆโดยไม่ได้กล่าวอะไรขึ้นมาอีก
.
.
.
“ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้พี่ ผมไม่ได้เป็นง่อยสักหน่อย” เสียงของจินดาดังขึ้นมาเป็นเสียงแรกเมื่อประตูบ้านเช่าถูกเปิดออก “เอากระเป๋ามาเหอะ เดี๋ยวผมถือขึ้นไปเอง”
   

“ไอ้นี่แม่งพูดไม่รู้เรื่อง..อะ งั้นไหนบอกกูซิว่าถ้ากูไม่ช่วยมึงจะขึ้นบันไดท่าไหน? สภาพแบบเนี้ย...” โกวิทบุ้ยใบ้ปลายคางครึ้มเคราไปยังขาข้างที่บาดเจ็บของเจ้ารุ่นน้องหัวดื้อ
   

“กระโดดขาเดียวไง ไม่เห็นยากเลย”
   

“ไอ้ตูด วิธีมึงส้นตีนมาก..หุบปากแล้วเอาแขนมานี่มา” คนเป็นรุ่นพี่ไม่ยอมเสียเวลาต่อปากต่อคำอีกต่อไป เขาเขยิบกายเข้าไปชิดตัวจินดาก่อนจะยกแขนข้างหนึ่งของอีกฝ่ายขึ้นพาดบ่า
   

สถาปนิกทั้งสองประคับประคองกันขึ้นบันไดไปด้วยท่าทางทุลักทุเล
   

เพราะเดาได้ว่าเมื่อกินชาบูกันจนอิ่มหนำแล้วโกวิทก็คงใจดีอาสามาส่งถึงที่พักอย่างที่ทำทุกที เมื่อช่วงกลางวันจินดาจึงไลน์ไปบอกธีรชาติไว้ก่อนว่าคืนนี้เขาจะกลับมานอนที่ห้องเช่าของตัวเองและขอพักการทำงานเอาไว้สักคืน
   

...ซึ่งจะว่าไปก็ดีเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้เขาและผู้บริหารคนนั้นจะตัวติดกันเกินไปหน่อยแล้ว...
   

...เจอหน้ากันแทบทุกวัน นอนเตียงเดียวกันแทบทุกคืน...
   

...ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าผัวเมียบางคู่เสียอีก...
   

“รอให้อาหารย่อยก่อนแล้วค่อยนอนนะโว้ย เดี๋ยวตื่นมาแล้วปวดท้อง” โกวิทเอ่ยขึ้นเมื่อพยุงเพื่อนร่วมงานคนสนิทขึ้นมาส่งถึงหน้าประตูห้องจนได้ “เจอกันใหม่พรุ่งนี้”
   

“เจอกันพี่ ขอบคุณมากครับที่มาส่ง”
   

คนที่อายุมากกว่ายื่นมือออกไปขยี้ลงบนกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่ายเบาๆ “ฝันดีนะ” ชายหนุ่มกล่าวเพียงเท่านั้นแล้วจึงเดินกลับลงบันไดไป
   

จินดาโบกไม้โบกมือส่งแม้โกวิทจะไม่ได้หันมามองก็ตามทีและเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ร่างหนาเดินลงไปจนถึงชั้นล่างแล้วเขาจึงค่อยๆกระโดดขาเดียวเข้าห้องไป แต่ในจังหวะที่กำลังจะดันให้บานประตูปิดลงอยู่นั้น จู่ๆแรงต้านที่เกิดขึ้นจากอีกฝั่งก็หยุดมือเขาไว้เสียก่อน
   

สถาปนิกรูปหล่อหันกลับไปมองหาที่มาของแรงด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ่งประหลาดใจขึ้นไปอีกเมื่อได้พบว่าเจ้าของฝ่ามือที่กำลังดันประตูไว้นั้นคือผู้ใด
   

“เฮ้ย! พี่ชาติ...มาได้ไง?”
   

“ก็...จินลืมของไว้ที่ห้องพี่ พี่ก็เลยแวะเอามาให้”
   

“ของอะไร?”
   

“สมุดสเก็ทช์” ผู้บริหารคนดังตีหน้าเรียบพลางชูสมุดเล่มโตขึ้นมาตรงหน้า
   

เพียงเท่านั้นหัวคิ้วของจินดาก็กระตุกหากันด้วยความงุนงงในทันที “ผมไม่ได้ลืมสักหน่อย ก็ตั้งใจทิ้งไว้ที่ห้องพี่นั่นแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปอยู่แล้ว...พี่ลงทุนขับรถมาถึงนี่เพื่อสมุดเล่มเดียวเลยเหรอเนี่ย? โห..”
   

“..ทำไมล่ะ? ก็..เผื่อคืนนี้จินคิดอะไรออกแล้วอยากจดไว้ไง ไม่เห็นต้องทำท่าเหมือนเป็นเรื่องแปลกเลย..” ธีรชาติกล่าวไม่เต็มเสียงอย่างผิดวิสัย ซ้ำดวงตาคู่คมที่ปกติมักจับจ้องแน่วแน่ที่คู่สนทนาอยู่เสมอตอนนี้ก็ยังเสมองพื้นมองประตูไปเรื่อยอีกด้วย
   

จินดาหยุดยืนนิ่งเพื่อสังเกตอากัปกิริยาแสนประหลาดของคนตรงหน้าด้วยความแคลงใจอยู่ครู่ก่อนในที่สุดจะยื่นมือออกไปรับสมุดเล่มที่ว่ามา “...ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่อุตส่าห์เอามาให้ ว่าแต่...ตะกี้พี่โผล่มาจากตรงไหนเหรอ? ไม่ได้เดินสวนพี่โก๋ขึ้นบันไดมาจากข้างล่างใช่ไหม?”
   

“อ้อ พี่ขอลุงเจ้าของบ้านเข้ามานั่งรอจินอยู่ที่เก้าอี้ตรงนั้นไง แต่พอเห็นว่าคุณโก๋เขามาด้วยพี่ก็เลยไปหลบ”
   

...บริเวณหน้าห้องน้ำรวมมีเก้าอี้พลาสติกเก่าๆสำหรับให้คนมานั่งเข้าคิวตอนเช้าๆอยู่สามถึงสี่ตัว...
   

“นั่งตรงนั้นน่ะนะ? นานเท่าไหร่แล้ว?”
   

“ก็..เกือบๆชั่วโมงได้”
   

...โอ้โห...
   

...ฟังแล้วทำไมรู้สึกผิดขึ้นมาก็ไม่รู้...
   

“เอ่อ...คราวหน้าถ้ามีอะไรพี่โทรฯมาบอกก่อนก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องมาลำบากรอแบบนี้”
   

“ไม่เห็นลำบากเลย”
   

ตอนนี้จินดาได้แต่ตีหน้าเจื่อน สถาปนิกหนุ่มยืนส่งยิ้มแห้งให้อีกฝ่ายอยู่ครู่ก่อนในที่สุดจะกล่าวคำปิดบทสนทนาขึ้นมา “..ยังไงก็ขอบคุณอีกทีนะพี่ ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ”
   

...และทั้งที่เขาก็คิดว่าได้กล่าวคำลาออกมาในจังหวะที่เหมาะที่ควรแล้วเชียว แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดคนฟังจึงทำเหมือนเพิ่งได้ยินคำพูดที่แสนพิลึกพิลั่นไปเสียได้
   

“อ..อ้าว”
   

ธีรชาติผงะไปเล็กน้อย ซึ่งอากัปกิริยาเช่นนั้นก็ทำให้จินดารู้สึกงุนงงตามไปด้วย
   

“มีอะไรเหรอ?”
   

ต้องใช้เวลาอยู่เป็นอึดใจกว่าที่นักธุรกิจคนดังจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ “..ม..ไม่มีอะไร งั้น...เจอกันพรุ่งนี้นะ” ฝ่ามือหนาใหญู่ถูกยกขึ้นโบกไปมาตรงหน้าด้วยท่าทางเก้กังพิกล
   

จินดาขมวดคิ้วพลางมองตามร่างสูงสง่าของธีรชาติซึ่งตอนนี้กำลังเดินกลับไปทางบันได ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกผู้บริหารหนุ่มกดลงต่ำจนปลายคางอยู่ใกล้แผ่นอกเพียงนิดเดียวนั้นทำให้ดูคล้ายกับว่ากำลังเดินคอตก
   

...หรือว่า?...
   

“..อ..เอ่อ..พี่ชาติ” คนเป็นเจ้าบ้านตัดสินใจเปิดปากขึ้นมาอีกครั้ง  “...ก่อนกลับอยากจะเข้ามาดื่มกาฟงกาแฟในห้องผมก่อนไหม?”
   

เพียงเท่านั้นธีรชาติก็หันขวับกลับมาพร้อมรอยยิ้มเต็มสองข้างแก้มในทันที นักธุรกิจคนดังพยักหน้าขึ้นลงหลายครั้งโดยไม่มีการเสียเวลาไตร่ตรอง
.
.
.






 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-12-2016 23:41:38 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-4
ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับใช้ต่อหุ่นกันดั้มแต่ละแผงถูกนำออกจากกล่องมาวางเรียงอยู่บนพื้นโดยมีชายหนุ่มสองคนนั่งสุมหัวดูภาพขั้นตอนการต่อด้วยกันอยู่ใกล้ๆ
   

แม้ว่ากาแฟชนิดทรีอินวันที่จินดาชงให้จะหมดลงไปได้หลายนาทีแล้ว แต่กระนั้นธีรชาติก็ยังมีท่าทีอ้อยอิ่งนั่งติดอยู่กับพื้นราวกับตัวเองเป็นเสื่อน้ำมันอีกผืนก็ไม่ปาน ซึ่งพอเห็นเช่นนี้จินดาก็ไม่รู้ว่าควรชวนอีกฝ่ายทำอะไรดี ในเมื่องานทั้งหมดก็ถูกทิ้งไว้ที่เพนต์เฮาส์สุดหรู สุดท้ายสถาปนิกหนุ่มจึงตัดสินใจเสนอให้แขกคนสำคัญมาช่วยกันต่อฟิกเกอร์ตัวใหม่แกะกล่องที่เขาซื้อมาวางทิ้งไว้ที่ห้องตั้งแต่เดือนที่แล้วด้วยกันแทน
   

...ไม่รู้ว่าที่เจอกันอยู่ทุกวันนี่ธีรชาติไม่รู้สึกเบื่อหน้าเขาบ้างหรือไงนะ...
   

...เวลาส่วนตัวก็ถูกขโมยไปจนหมด พอตั้งใจจะเว้นสเปซให้ก็ดันตามมาใช้เวลาด้วยกันอีก...
   

...ประหลาดจริง...
   

“ตะกี้จินไปไหนกับคุณโก๋มาเหรอ?” หลังจากห้องเงียบไปได้สักพักเมื่อสมาธิของพวกเขาถูกปันมาให้จดจ่ออยู่กับของเล่นบนพื้นธีรชาติก็เปิดปากชวนพูดคุยขึ้นมาอีกครั้ง
   

“ไปกินชาบูมา อิ่มแปล้เลย”
   

“อ๋อ ไปกินข้าวกันมานี่เอง..” ผู้บริหารหนุ่มทวนความเสียงเบา “...ทีแรกที่จินบอกว่าเย็นนี้ติดธุระพี่ก็นึกว่าเรื่องงานซะอีก”
   

“วันนี้ที่ร้านเขามีโปรโมชั่นน่ะ ถ้าไม่ไปเสียดายแย่ นานๆจะได้กินราคานี้ที”
   

“วันหลังถ้าจินอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะ แถวคอนโดฯมีร้านอร่อยๆเต็มเลย จะได้ออกไปกินด้วยกัน”
   

จินดาคลี่ยิ้มพลางส่ายศีรษะไปมาเบาๆ “ไม่เอาดีกว่า ออกไปกินข้าวกับพี่ทีไร พี่ชอบเลี้ยงผมทุกที”
   

“อ้าว แล้วคุณโก๋เขาไม่ได้เลี้ยงเหรอ?”
   

“ไม่ได้เลี้ยง เขาจะเลี้ยงผมทำไมล่ะ ตังค์ใครก็ตังค์มันสิ...แต่จริงๆแบบนี้มันดีกว่าเยอะเลยนะ เวลาชวนกันไปไหนก็สบายใจว่าจะไม่มีใครเป็นภาระใคร”
   

“งั้น..ถ้ามื้อหน้าพี่ให้จินออกเอง จินจะยอมไปกินกับพี่ไหม?”
   

“ไปได้อยู่แล้ว ขอแค่อย่าเลือกร้านแพงๆได้รึเปล่า?”
   

“ได้ทั้งนั้น พี่ให้จินเลือกเองเลย...แค่ไปด้วยกันก็พอ”
   

จบประโยคของธีรชาติ จินดาก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาน้อยๆ “พี่นี่ก็แปลก จริงๆเราเจอกันทุกวันอยู่แล้วยังจะอยากออกไปกินข้าวด้วยกันอีก ไม่เบื่อหน้าผมบ้างเหรอถามจริง?”
   

“อ้าว ทีจินกับคุณโก๋ก็เจอกันที่ออฟฟิศทุกวันเหมือนกัน ยังออกไปทานข้าวด้วยกันได้เลย พี่ทำบ้างไม่ได้หรือไง?...พี่น่ะไม่เบื่อจินหรอก จินเบื่อพี่เหรอ?”
   

พอได้รับคำถามมาแบบนั้นสถาปนิกหนุ่มก็ยื่นแผงพลาสติกที่อยู่ในมือตนออกไปเขี่ยลงเบาๆบริเวณต้นแขนของธีรชาติ ลักยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมาบนสองข้างแก้ม ดูๆไปก็คล้ายว่ากำลังปั้นหน้าหยอกเย้า “แหม จะเบื่อได้’ไง? ไม่เบื่อหรอก”
   

ผู้บริหารทายาทตระกูลดังละสายตาออกจากส่วนขาของหุ่นในมือเพื่อหันมามองอากัปกิริยาของคนพูด แผงพลาสติกยังคงถูกขยับเขี่ยไปมาอยู่ที่แขนของเขาไม่หยุด อีกทั้งดวงตาเรียวรีอันเป็นเอกลักษณ์คู่นั้นก็ยังส่งประกายชวนมองมาให้อีกด้วย
   

...น่าแปลกที่พอได้เห็นท่าทางเหมือนกับจะอ้อนเป็นลูกแมวลูกหมาแบบนั้นของจินดาแล้วธีรชาติก็รู้สึกอยากจะพุ่งตัวเข้าไปขย้ำให้อีกฝ่ายเนื้อช้ำดูสักที...
   

...เห็นแล้วมันหมั่นเขี้ยวพิลึก...
   

“เคยทำหน้าแบบนี้ให้คุณโก๋เขาดูบ้างไหมเนี่ย?” ธีรชาติเอ่ยถามขึ้นมาเช่นนั้นทั้งที่ยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าอ่อนใสตามกรรมพันธุ์ของอีกฝ่ายไม่วางตา
   

“หืม? หน้าแบบไหน?”
   

“ก็เนี่ย แบบที่ทำอยู่ตอนนี้ไง พี่ก็บรรยายไม่ถูก...เคยทำบ้างไหม?”
   

เรียวคิ้วของคนถูกถามขมวดเข้าหากันจนแทบชิดเป็นเส้นเดียว “เอ่อ...ผมไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าผมเป็นยังไง ก็คงเคยมั้งครับ มันก็หน้าปกติของผมไม่ใช่เหรอ?...ว่าแต่ ทำไมพี่ถึงถามอย่างนั้นอะ? แล้วรู้สึกวันนี้พี่จะพูดถึงพี่โก๋บ่อยจัง มีอะไรหรือเปล่า?”
   

คำถามที่ถูกส่งกลับมาทำให้ธีรชาติชะงักทุกอิริยาบถลงไปครู่หนึ่ง ลูกตาของเขาหลบวูบกลับลงมาสู่ขาของเจ้ากันดั้มในมือทันที
   

...ไม่ทันสังเกตเลยว่าตัวเองพูดถึงโกวิทถี่เกินไปจริงๆ...
   

“อ่า...ก็ไม่ได้มีอะไรหรอก คือพี่นึกเรื่องคุยไม่ค่อยออก อีกอย่างตอนแรกพี่เคยคิดว่าคุณโก๋เขาจะเป็นคนดุๆหน่อย แต่พอเห็นว่าเขาดูใจดีกับจินมากก็เลยสนใจขึ้นมานิดนึง..”
   

“อ๋อ...อืม จะว่าไปตอนผมรู้จักเขาแรกๆผมก็กลัวอยู่เหมือนกัน หน้าเขาดุแถมชอบพูดเสียงดังด้วย แต่เห็นโหดๆแบบนั้น ที่จริงแล้วพี่โก๋เป็นคนใจดีอย่างที่พี่ว่าจริงๆนั่นแหละ เขาช่วยผมหลายเรื่องเลย ตั้งแต่สมัยฝึกงานแล้ว”
   

“เหรอ...” ผู้บริหารคนดังนิ่งไปเมื่อได้ฟังเช่นนั้น “...โชคดีนะที่ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานดีๆ”
   

“นั่นน่ะสิ”
   

“จิน..”
   

“หืม?”
   

“ถ้าสมมุตินะ..สมมุติว่าจินเป็นผู้หญิง แล้วบนโลกเหลือผู้ชายให้เลือกแค่สองคนคือพี่กับคุณโก๋ จินว่าจินจะเลือกแบบไหน?”
   

จบประโยคของธีรชาติดวงตาคู่เรียวก็เบิกกว้างขึ้นน้อยๆ “คำถามแปลกอีกแล้วแฮะ...ที่มาของคำถามคืออะไรเนี่ย? บังเอิญไปจีบหญิงคนเดียวกันหรือว่าอะไร?” จินดากล่าวกลั้วหัวเราะ ชายหนุ่มส่งสายตาล้อเลียนไปให้คู่สนทนาแต่สุดท้ายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบโต้สิ่งใดกลับมาเขาก็ยอมครุ่นคิดตามประโยคเมื่อสักครู่แต่โดยดี “อืม..ถ้าผมเป็นผู้หญิงเหรอ? ต้องถามก่อนว่าผมเป็นผู้หญิงแบบไหน ถ้านิสัย รสนิยม แล้วความเป็นอยู่ของผมเป็นแบบนายจินดาเลย แค่เปลี่ยนจากผู้ชายเป็นผู้หญิง ผมก็คงเลือกพี่โก๋มั้ง...พี่ห้ามงอนนะที่ผมตอบแบบนี้”
   

“อ้าว ทำไมล่ะ? พี่ไม่ดีตรงไหน?” หางคิ้วหนาเข้มของธีรชาติตกลงจากตำแหน่งเดิมของมันโดยพลัน
   

“ไม่ใช่ไม่ดี แต่ดีเกินไปสำหรับคนธรรมดาต่างหาก ผมว่านะ..แบบพี่เนี่ยสาวที่ไหนเห็นก็คงกรี๊ด..หล่อ รวย เก่ง ดี ครบสูตร แต่ถ้าไม่ใช่ระดับดาราเซเลบก็คงไม่ค่อยมีใครกล้าหวังหรอกมั้ง แบบพี่โก๋คงเหมาะกับการเอามาทำผั..เอ้ย..ทำแฟนมากกว่า”
   

“อ้าว...แล้วถ้าตัดเรื่องฐานะออกไปล่ะ เอาแค่นิสัยใจคอ...”
   

คราวนี้จินดานิ่งคิดไปนาน ลูกตาดำขลับเบนมองไปทางนั้นทีทางนี้ทีจนคนรอต้องหมุนคอมองตาม
   

“...ผมว่าก็ยังเป็นพี่โก๋อยู่ดี...”
   

“โธ่...แล้วกัน”
   

เมื่อได้เห็นท่าทางผิดหวังของธีรชาติแล้วจินดาก็ต้องรีบกล่าวออกมาอีกรอบ “ก็ผมถึงถามไงว่าพี่กำลังพูดถึงผู้หญิงแบบไหน คือถ้าเอาที่คล้ายนายจินดาพี่ก็จะได้คำตอบแบบนี้แหละ ผมเลือกพี่โก๋เพราะผมกับเขารู้ไส้รู้พุงกันดีแถมยังทำอาชีพเดียวกัน...แล้วตกลงพี่ถามทำไม บอกเหตุผลหน่อยได้รึเปล่า? ไปปิ๊งใครแล้วเจอคู่แข่งที่มีบุคลิกคล้ายพี่โก๋เหรอ?”
   

ผู้บริหารหนุ่มผ่อนลมหายใจผ่านปลายจมูกออกไปห้วงยาว เขาเพียงยกไหล่ขึ้นน้อยๆเป็นคำตอบเท่านั้น
   

“โห่ อย่าหงอยสิ ถามผมไปก็ไม่ได้เรื่องได้ราวหรอก ไปขอความเห็นจากผู้หญิงจริงๆเหอะพี่ ผมเป็นผู้ชาย ก็ตอบได้ประมาณนี้ล่ะ พวกผู้หญิงเขาคงคิดกันอีกแบบมั้ง...ไม่ได้งอนใช่ไหมเนี่ย?”
   

ดวงตาคู่คมของธีรชาติเหลือบสบกับดวงตาของจินดาเพียงครู่สั้นๆก่อนจะถูกดึงกลับลงไปที่ชิ้นส่วนพลาสติกในมืออีกครั้ง “พี่ไม่งอนใครด้วยเรื่องแค่นี้หรอกน่า...ช่างเถอะ ตั้งใจต่อกันดั้มของจินให้มันเสร็จดีกว่า...”
   

สถาปนิกหนุ่มกระตุกหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆพลางจับจ้องไปยังใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายที่ตอนนี้ก้มหนีสายตาของเขาไปแล้ว
   

...ทั้งที่ปากเพิ่งจะบอกอยู่ว่าไม่ได้งอน แต่ดูจากท่าทางแล้วงอนชัดๆ...
   

...เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจเขยิบกายเข้าไปใกล้...
   

จินดาขยับศีรษะถูไถไปมากับต้นแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายเบาๆด้วยท่าทางไม่ต่างจากหมาอ้อนนาย “พี่ชาติ..ผมเปลี่ยนใจแล้ว ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมจะเลือกพี่..ไม่เลือกพี่โก๋แล้วก็ได้..” ชายหนุ่มกล่าวเสียงค่อย
   

...จังหวะลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอของธีรชาติสะดุดลงในตอนนั้นเอง...
   

...จินดาชอบเอาหัวไถ ข้อนี้เขารู้ดี...
   

...บางทีก็ไถโต๊ะไถกำแพงเวลาคิดงานไม่ออก...
   

...แล้วบางทีก็ไถตัวชาวบ้านเวลาจะง้อแบบที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง...
   

...ลักษณะเหมือนพวกตัวการ์ตูนตลกๆ...
   

ผู้บริหารคนดังนั่งเกร็งตัวนิ่งค้างไปราวกับถูกผีห่าซาตานสาปให้กลายเป็นรูปปั้นอย่างปัจจุบันทันด่วน เขาก้มลงมองศีรษะทุยมนที่ยังคงขยับหยุกหยิกอยู่ที่ต้นแขนพร้อมด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่าแรงเต้นของชีพจรมันชัดขึ้นมากจนน่าตกใจ
   

“..จิน..”
   

“ไม่งอนนะพี่นะ..นะๆๆ” สุ้มเสียงของสถาปนิกหนุ่มในยามนี้ฟังดูอู้อี้เนื่องจากคนพูดกำลังก้มหน้าก้มตา “แค่ขับเบนซ์ไปอวดสาวคนนั้นเขาก็เลือกพี่แล้ว คู่แข่งพี่ไม่ชนะหรอก อย่าเสียความมั่นใจน่า..ปากผมมันก็พูดไปเรื่อย’งี้แหละ อย่าให้ราคานักเลย”
   

ธีรชาติสูดลมหายใจเข้าจนอกพอง เขาไม่แน่ใจว่าเหงื่อกาฬที่ซึมชื้นออกมาตามรูขุมขนนั้นเป็นผลมาจากอากาศที่อบอ้าวหรือว่าอาการตื่นเต้นของตัวเองกันแน่
   

...จินดาแอบใช้อาคมหรือร่ายคาถาบทใดใส่กันหรือเปล่าหนอ? เหตุใดจู่ๆเขาถึงได้รู้สึกราวกับเพิ่งไปร่ำสุรามาสักสิบขวดเช่นนี้?...
   

กลิ่นแชมพูสูตรฟอร์เมนที่หอมฟุ้งติดเส้นผมของสถาปนิกหนุ่มมาตั้งแต่เช้าลอยเข้าจมูกพาให้ธีรชาติเผลอหลับตาลงด้วยท่าทางไม่ต่างจากที่เห็นได้ตามโฆษณาน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือสเปรย์ดับกลิ่นกาย และความคิดเดียวที่ผุดขึ้นกลางใจในตอนนี้คือ...
   

...อยากจะสูดดมความหอมให้ใกล้กว่านี้อีกสักหน่อย...
   

เมื่อสมองคิดได้ดังนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็ค่อยๆเคลื่อนเข้าหากลุ่มผมนุ่มอย่างที่ปรารถนาไว้ ก่อนที่เพียงครู่ต่อมาปลายจมูกได้รูปจะถูกกดลงไปกับกระหม่อมของอีกฝ่ายสมใจอยาก
   

...เพียงเท่านั้นทุกความเคลื่อนไหวของจินดาก็หยุดชะงักลงโดยพลัน...
   

ดวงตาเรียวรีจับจ้องค้างอยู่ที่แขนเสื้อของอีกฝ่าย นักออกแบบหนุ่มปล่อยให้ธีรชาติได้สัมผัสอยู่ในท่าทางแสนประหลาดนี่ด้วยความรู้สึกวูบโหวงในช่องอก
   

...ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด...
   

...อวัยวะส่วนที่นาบลงมากับศีรษะอยู่ในตอนนี้ต้องไม่ใช่มือแน่ๆล่ะ...
   

จินดาไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจออกมาเป็นภาษาได้ เขาบอกได้ได้เพียงว่ามันจั๊กจี้แปลกๆ ยิ่งตอนที่ฝ่ามืออุ่นหนาของนักธุรกิจคนดังขยับเข้ามาประคองท้ายทอยเอาไว้เบาๆนั้นก็ยิ่งรู้สึกจั๊กจี้จนเผลอหลับตาปี๋ราวกับกำลังกินของเปรี้ยวเข็ดฟัน
   

...จะไม่ให้จั๊กจี้ได้อย่างไร?...
   

...ก็..ผ..ผู้ชายที่ไหนเขาหอมหัวกันแบบนี้บ้าง?...
   

...หรือว่ามันจะเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมของพวกคนรวยวะ?..
   

ต้องรอให้ผ่านไปนานเกือบนาทีกว่าคนที่เป็นฝ่ายเคลิบเคลิ้มอยู่ในภวังค์จะถอนใบหน้าออกไปได้
   

“ผ่านมาทั้งวันแล้วทำไมหัวยังหอมอยู่เลยล่ะ?” ธีรชาติเอ่ยถามออกมาเสียงเบา รอยยิ้มจางๆที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าทำให้คนมองอดประหม่าขึ้นมาไม่ได้
   

จินดาจำต้องดึงสายตากลับลงสู่พื้นห้องเมื่อเขาเริ่มจะรู้สึกว่าสองข้างแก้มมันมีอาการวูบวาบอุ่นๆร้อนๆมากขึ้นทุกขณะ “..ม..ไม่รู้สิ..ผมเพิ่งไปกินชาบูมา กลิ่นติดหัวแบบนี้ จะเรียกว่าหอมได้ยังไง?..พี่ไปเมามาจากไหนหรือเปล่าเนี่ย?”
   

สิ้นประโยคของคนถูกชมธีรชาติก็หัวเราะออกมาเบาๆ
   

“นั่นน่ะสิ...พี่ก็ไม่แน่ใจว่าพี่กำลังเมาหรือเปล่า...สงสัยตัวเองอยู่เหมือนกัน”
.
.
.
...บางทีเขาอาจจะเมาอย่างที่จินดาว่าจริงๆ...
   

แม้ว่าเตียงที่คอนโดฯนั้นจะกว้างกว่าถึงสองจุดห้าฟุต ซ้ำอากาศก็ยังเย็นกว่าเกือบสิบองศา แต่กระนั้นคืนนี้ธีรชาติก็ยังดันทุรังเลือกห้องเช่าเก่าโทรมแห่งนี้เป็นที่ซุกหัวนอนไปเสียได้
   

เมื่อครู่ผู้บริหารหนุ่มให้เหตุผลกับคนเป็นเจ้าของห้องไปว่ารู้สึกง่วงและไม่อยากขับรถนักเพราะกลัวจะเป็นอันตราย อีกฝ่ายจึงยอมให้ค้างด้วยกันแต่โดยดี
   

...ทั้งที่จริงๆแล้วเขาไม่ได้รู้สึกอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด...
   

...ง่วงที่ไหนกัน..ตายังสว่างออกปานนี้...
   

ธีรชาตินอนยิ้มอยู่ในความมืดพลางรับไออุ่นจากเนื้อตัวของจินดาที่แทบจะแนบชิดอยู่ข้างกาย เมื่อผู้ชายสองคนอุตริขึ้นมานอนเบียดกันอยู่บนเตียงขนาดนอนคนเดียวก็อย่างนี้...
   

...ใกล้กันได้โดยไม่ต้องอาศัยความหนาวเย็นของอากาศเลย...
   

เมื่อช่วงบ่ายของวันตอนที่ได้อ่านไลน์จากจินดาชายหนุ่มก็รู้สึกห่อเหี่ยวลงทันใด เพียงแค่ได้รู้ว่าค่ำคืนนี้จะไม่ได้เห็นหน้าไม่ได้พูดคุยอย่างทุกทีเขาก็รู้สึกเซ็งขึ้นมาได้ง่ายๆ
   

...บางทีมันคงสะสมมาจากตอนที่แกล้งโกรธอยู่เป็นสัปดาห์นั่นก็ได้เลยทำให้เขามีอาการคล้ายคนลงแดง...
   

“..อ..อ๊า..”
   

ความคิดของชายหนุ่มถูกหยุดลงกะทันหันด้วยเสียงแปลกปลอมที่ดังทะลุผนังห้องเข้ามา นอกจากเสียงครางกระเส่าเร้าอารมณ์ของผู้หญิงแล้วต่อจากนั้นก็ยังมีเสียงดังกุกกักๆเหมือนขาเตียงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะตามมาด้วย
   

...หากไม่ไร้เดียงสาจนเกินไป ไม่ว่าใครมาฟังก็คงรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ได้ยินอยู่นั้นคือเสียงอะไร...
   

ธีรชาติแทบจะหยุดหายใจลงในตอนนั้น ในขณะที่จินดาเอง จากที่กำลังขยับตัวหาท่านอนที่สบายไปมาอยู่เมื่อครู่ตอนนี้ก็หยุดเคลื่อนไหวลงไปดื้อๆเช่นกัน
   

นักธุรกิจคนดังเหลือบตามองไปยังร่างกายขนาดสันทัดของคนข้างๆภายใต้ความมืดสลัวของห้องก่อนจะต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอไปอย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬที่เริ่มซึมชื้นออกมาตามแผ่นหลังและข้อพับต่างๆทำให้เขารู้สึกเหนอะหนะไปหมด
   

...ยิ่งเสียงที่ได้ฟังทวีความร้อนแรงมากขึ้นเท่าใด กล้ามเนื้อแต่ละส่วนของธีรชาติก็ยิ่งเกร็งเขม็งมากขึ้นเท่านั้น...
   

...ตอนนี้ในหัวมันมีภาพ...
   

...ในหัวมันแอบจินตนาการ...
   

แล้วในที่สุดเมื่อการผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆไม่ได้ช่วย การพยายามบังคับสมองให้นึกถึงเรื่องน่าเกลียดน่ากลัวก็ไม่ช่วย ผู้บริหารหนุ่มจึงตัดสินใจเด้งตัวขึ้นจากที่นอนราวกับมีใครมาจุดไฟจี้หลัง
   

...ร่างกายมันร้อนวูบวาบไปหมด...
   

“จิน!” เขาเอ่ยเรียกขึ้นเสียงเข้มจนคนเป็นเจ้าของชื่อต้องสะดุ้งขึ้นอย่างแรงด้วยความตกอกตกใจ
   

“..ค..ครับ!?..”
   

“พี่เปลี่ยนใจแล้ว คืนนี้พี่กลับไปนอนที่ห้องตัวเองดีกว่า” ว่าแล้วธีรชาติก็ลุกออกจากเตียงก่อนจะสาวเท้าไปหยิบสัมภาระทั้งหลายทั้งแหล่ที่นำติดตัวมาด้วยท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมิด ซึ่งแม้สภาพทัศนวิสัยเช่นนี้จะทำให้เดินเหินลำบากอยู่สักหน่อยแต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่คิดจะเปิดไฟเพราะกลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้มือไม้เขาสั่นมากเพียงใด
   

“..ม..ไม่ง่วงแล้วเหรอ? ขับรถได้แน่นะ?” จินดาเอ่ยถามไม่เต็มเสียงพลางเบนสายตาฝ่าความมืดเพื่อมองตามความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไปด้วย
   

“อือ ไม่ง่วงแล้ว ขับได้ พี่ไปก่อนล่ะ บาย” ความกระชับของถ้อยคำทำให้การถามตอบจบลงอย่างรวดเร็ว ธีรชาติไม่ประวิงเวลาอย่างที่ทำเมื่อช่วงหัวค่ำอีกต่อไป ทันทีที่รวบข้าวของเข้ามือจนครบจำนวนเขาก็ตรงไปยังประตูห้องอย่างรวดเร็ว แล้วเพียงไม่ถึงสองวินาทีให้หลังประตูบานเก่าก็ถูกปิดลงไปจนได้
   

นักธุรกิจคนดังก็ออกมายืนหอบหายใจอยู่ตรงโถงทางเดินหน้าห้องของจินดา ตอนนี้ก้อนเนื้อในอกของเขากำลังบีบตัวตุบๆอย่างรุนแรงจนน่ากลัวว่ามันจะกระเด็นทะลุซี่โครงออกมาเต้นต่อข้างนอก
   

...บ้าไปแล้ว...
   

...ความรู้สึกอันแสนคลุมเครือซึ่งเป็นเหมือนกับกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งอยู่ในจิตใจมาหลายวันมันไม่เคยกอปรตัวกันเป็นรูปเป็นร่างชัดขนาดนี้มาก่อน...
   

...เมื่อกี้ ตอนที่นอนฟังเสียงชวนสยิวกิ้วของคู่รักข้างห้องอยู่บนเตียงด้วยกัน...
   

...เขาแอบคิดทะลึ่งกับจินดา...
   

...ฟุ้งซ่านถึงขั้นว่ามโนได้เป็นฉากๆเชียวล่ะ...




TBC.




รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:14:57 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ -.NF.-

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
มาอัพแล้วว คิดถึงน้องจินกับพี่ชาติมากก ขอบคุณค่าาา :กอด1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด