♪ ♫ เรื่องสั้น :: SENSORY SERIES :: HEAR - END ♪ ♫ (3.1.2017)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♪ ♫ เรื่องสั้น :: SENSORY SERIES :: HEAR - END ♪ ♫ (3.1.2017)  (อ่าน 17714 ครั้ง)

ออฟไลน์ Raccool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +237/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐


M y N o v e l ::

▆ ▇ █ Maybe….I’ll try?-เล่นของสูง █ ▇ ▆    [F i n i s h e d ]
  ☀ ☼ Dear Sunshine : วาดตะวัน ☼ ☀    [ F i n i s h e d ]
  ※ MR.GREY ※     [ F i n i s h e d ]
  ♦ Wake me up #รีบตื่น ♦     [ F i n i s h e d ]
❄ Once upon a lie #บันทึกเด็กเลี้ยงแกะ ❄      [ F i n i s h e d ]
  ❍ Into the moonlight #ณพระจันทร์       [ I n P r o c e s s . . . ]


[เรื่องสั้น] ✡ ส ม ห ม า ย ✎    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] :: ◤| Summer Wine |⊿ ::     [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] ♪ ♫ :: SENSORY SERIES :: HEAR ♪ ♫      [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น]░【 GROWTH 】#รีบโต      [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] 。• ✈ Page 49 ✈ •。    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น]♡ ☽ Lucky Cat ☾ ♡    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] ✖ Soon We'll be found ✖    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] #อย่าปล่อยให้ความตายหลงรักคุณ    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] ▣ Don't kick the chair ▣    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น] ■ Have a ghost day #ผีของผม ■    [ F i n i s h e d ]
[เรื่องสั้น]┼ In another life ┼ #หากชาติหน้า    [ F i n i s h e d ]
  [เรื่องสั้น] ◎ #มนุษย์โอ่ง ◎    [ F i n i s h e d ]






♪ ♫ ♩ ♬ ♭ 



บทเพลง...ที่เก็บเอาดาวทุกดวง
เขียนเป็นท่วงทำนองขับขาน
ถักทอและเรียงร้อยคำ
จากหัวใจ


♪ ♫ ♩ ♬ ♭ 



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-05-2018 23:54:47 โดย Raccool »

ออฟไลน์ Raccool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +237/-2
Hear : บรรเลง เพลง ขับขาน






ฝนตก...อีกแล้ว



เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่ฉายภาพฝนพรำเป็นบทเพลง ดวงตาที่เคยกลมโตปรือมองภาพตรงหน้าก่อนเบือนหันกลับมายังผืนผ้าใบชิ้นเดิมที่ยังคงว่างเปล่า เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพราะอากาศทำให้เขารู้สึก..ง่วง...

ถึงแม้ฝนจะตกหนักขนาดที่มีฟ้าร้องแพลมๆมาเป็นระยะให้พอสะดุ้งเป็นครั้งคราว แต่เขาก็ยังง่วงอยู่ดี ในใจอยากจะลุกเดินออกมาจากผืนผ้าใบสีขาวโพลนตรงหน้าแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพียงแต่กำหนดการใกล้ส่งงานใกล้เข้ามาจนไม่อาจหาญละทิ้งงานชิ้นใหญ่นี้ไปได้



ดวงตาคู่น้อยปรือลงอีกครั้ง


ในขณะที่กำลังจะถอดใจจากกองงานตรงหน้าแล้วหนีไปหลับตอบแทนอากาศที่เป็นใจ เขาก็ได้ยิน


...เสียงเพลง....


...อีกแล้ว...


เสียงเปียโนที่เป็นทำนองไพเราะดังขึ้นมาจากบ้านข้างๆ น่าเสียดายที่โดนเสียงฝนกลบไปก็ใช่น้อย มิเช่นนั้นเขาคงได้ฟังเสียงเพลงนี้ได้เต็มสองรูหู ถึงแม้อย่างนั้น...เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาจนชักจะมีไฟทำงานต่อบ้างแล้ว ...หากเพราะถ้าหลับตอนนี้ก็คงไม่ได้ฟังเสียงเปียโนที่เขารอคอย




♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪



เสียงเพลงยังคงบรรเลงแข่งกับสายฝนอย่างต่อเนื่อง เขาปิดเพลงจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายก่อนนั่งฮัมเพลงตามเสียงเปียโนที่ดังแผ่ว


เสียงจากการกดคีย์ดังก้องกังวาน การสั่นสะเทือนจากสายโลหะกลายเป็นท่วงทำนองแสนหวาน บทเพลงบรรเลงไปเรื่อยๆตามคีย์ที่ถูกแต่งไว้ ไพเราะจนสวยงาม จนกระทั่ง...


แต๊ง!


หืม..เล่นผิดหรอ?

 อ่า..เริ่มเล่นใหม่แล้ว


♫ ♬ ♪


ถ้าบอกไป...จะถูกหาว่าพิลึกไหม


ว่าเขาแอบนั่งฟังเสียงเปียโนจากคนข้างบ้านมาได้เกือบ6ปีแล้ว..


นายธาตฤ ธำรงฤทธิ์ หรือเสียงซอล ตอนนี้อยู่ในสถานะนักศึกษาจิตรกรรมปีที่สาม และกำลังนั่งจ้องแผ่นผ้าใบผืนใหญ่ที่ว่างเปล่า มันเป็นโปรเจคของเด็กคณะศิลปกรรมที่ต้องทำส่งอาจารย์ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพียงแต่เสียงซอลกำลังเจอปัญหาใหญ่ที่นักศึกษาคณะนี้มักเจอเป็นประจำนั่นคือเขาคิดงานไม่ออก แม้เส้นตายใกล้เข้ามาถึงทุกทีแต่เขากลับไม่มีไอเดียในการสร้างผลงานชิ้นนี้เลยแม้แต่น้อย


เสียงซอลเกิดในครอบครัวธรรมดาทั่วไป ไมได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ การเรียนอยู่ในเกณฑ์ธรรมดา ฐานะทางบ้านก็ธรรมดา เขาเป็นคนธรรมดาๆ ที่หน้าตาธรรมดา



...แต่เขากำลังมีความรักที่ไม่ธรรมดา



ความรักข้างเดียวตลอด8ปี ที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าตาหรือได้ยินเสียงคนๆนั้น


เสียแต่เขาหลงรักเสียงเพลงที่คนๆนั้นบรรเลงเสียเหลือเกิน


หมู่บ้านเขาเป็นทาวน์โฮมที่บ้านแต่ละหลังปลูกติดกันเรียงเป็นพรืด และบ้านตรงข้ามที่เยื้องๆออกไปนี้ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเขาเท่าไหร่นัก คงไม่แปลกที่จะได้ยินเสียงดนตรีเล็ดลอดออกมา และเพราะเป็นหมู่บ้านทาวน์โฮมด้วยแล้วเรื่องเสียงรบกวนก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำจนเคยชิน ทั้งเสียงข้างบ้านอาบน้ำย้ายตู้ย้ายเตียง เสียงบ้านตรงข้ามด่ากันตอนตีสอง เสียงสุนัขหน้าปากซอยเห่าไล่คนกวาดขยะ เขาเชื่อว่าทุกคนอย่างน้อยก็ในซอยเขาย่อมได้ยินไม่ต่างจากเขานักหรอก


และจะแปลกอะไรหากเขาเลือกที่จะฟังเสียงเพลงที่ให้ความสุนทรีย์มากกว่าเสียงรบกวนพวกนี้


คนข้างบ้าน...จริงๆต้องบอกว่าเป็นบ้านตรงข้ามที่เยื้องออกไปทางซ้ายของบ้านเขาหน่อยๆ ชอบเล่นเปียโน... เขาแอบฟังตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ได้ เรื่องที่แปลกก็คือเขาไม่เคยเห็นหน้าเห็นตัวคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นเลย...


ไม่ใช่เพราะว่าเป็นผีหรือสิ่งลี้ลับอะไร อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่ามีคนอยู่แน่แท้ เพียงแค่ตารางเวลาตารางชีวิตของเขากับเพื่อนบ้านคนนั้นไม่เคยตรงกันทำให้คลาดสายตากันทุกครั้งไป หรือบางทีอาจจะเคยเจอกันแวบๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่เจอนั้นจะใช่คนเดียวกับเจ้าของเสียงเปียโนนี่หรือเปล่า


เพื่อนบ้านคนนี้ย้ายเข้ามาตอนเขาอยู่ชั้นประถมปีที่6 แต่เนื่องด้วยซอลเป็นเด็กวัยกำลังซนเลยไม่ได้สนใจข้าวของจากรถใหญ่ที่มาจอดเตรียมการย้ายเข้าของเพื่อนบ้านคนใหม่มากนัก ในเวลานั้นซอลกับญาติๆเขาพากันไปวิ่งเล่นแถวสนามเด็กเล่นหลังหมู่บ้านกัน พอเล่นเสร็จเพื่อนบ้านคนใหม่ก็ขนย้ายข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้วและเขาก็ไม่ได้เจอเพื่อนบ้านคนนั้นเลยสักครั้ง
แม้คุณแม่ของเขาจะเคยพบเพื่อนบ้านใหม่อยู่ครั้งสองครั้งและเคยบอกให้ซอลรู้ว่าบ้านหลังนั้นมีคนอาศัยอยู่สองคนเป็นแม่กับลูก และลูกเขาก็อายุไล่เลี่ยกับซอล หลายครั้งที่แม่ชักจูงให้เขาไปชวนเพื่อนใหม่มาเล่นด้วยกันบ้าง


แต่ซอลตอนเด็กไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่หวงถิ่น พอเด็กชายรู้ว่าจะมีสมาชิกที่ไม่รู้จักหน้ามาเพิ่มเขาก็หลีกเลี่ยงที่จะเจอ พร้อมกับรวมกลุ่มเล่นกับญาติหน้าเดิมๆของเขาเรื่อยมา จนพอโตขึ้นจากการวิ่งเล่นก็กลายมาเป็นเล่มเกมกดอยู่แต่ในบ้านหรือจะเรียกว่าเกมเพลย์ที่ในสมัยนั้นเป็นที่นิยม และตั้งแต่นั้นมาเขาก็อยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นอย่างเคยและไม่เคยได้เจอเพื่อนบ้านคนใหม่สักครั้ง


เด็กชายซอลไม่คิดจะมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่นัก เพราะส่วนตัวก็เป็นคนเข้ากับคนยากอยู่แล้ว ดังนั้นการหันมาใช้ชีวิตเงียบๆอยู่แต่ในห้องคนเดียวก็ไม่แย่เท่าใดนัก...



...จนกระทั่งเสียงเปียโนดังขึ้น...



เขาเริ่มแอบฟังเสียงเพลงที่คนข้างบ้านตั้งแต่ยังเล่นไม่คล่อง เล่นผิดๆเพี้ยนๆจบเพลงบ้างไม่จบเพลงบ้าง..และส่วนใหญ่มักจะเล่นไม่จบ แทบจะเรียกได้ว่าเขาแอบฟังวิวัฒนาการของเสียงเพลงนี้ตั้งแต่ยังแบเบาะจนตอนนี้โตเป็นหนุ่มเป็นสาวดูแลตัวเองได้
เสียงเปียโนที่ข้างบ้านเล่นนั้นเพราะขึ้นทุกวัน ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เขามักจะรอฟังเสียงเปียโนที่ข้างบ้านฝึกซ้อมอยู่ทุกวัน แม้บางทีก็แห้วเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนก็มี แต่ทุกครั้งที่ได้ฟังเขากลับเกิดความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกเยียวยา
เขากำลังผูกพันกับเสียงเปียโนของคนๆนี้โดยไม่รู้ตัว


และ...เขาเองก็กำลังตกหลุมรักเสียงเพลงของคนนี้โดยไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน...


ครืดดดด


เสียงระบบสั่นของเครื่องมือสื่อสารทำให้เขาหลุดจากภวังค์ มือเรียวเอื้อมมือไปคว้ามาดูชื่อคนปลายสายก่อนพบว่าเป็นเพื่อนสนิทเขาเองที่โทรมาขัดจังหวะ


/อืม ว่าไง/

/กูอยู่หน้าบ้านมึง/ หัวคิ้วเจ้าของบ้านขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรคนขัดจังหวะก็ตอบ

/มาทำงานด้วย คิดไม่ออกว่ะ ลงมาเปิดประตูดิ้/

ซอลกลอกตาเป็นเชิงเบื่อหน่าย ส่งเสียงรับปากก่อนวางสายไป เขาบิดขี้เกียจชุดใหญ่ก่อนยอมหอบร่างตัวเองลงไปเปิดประตูบ้านให้แขกไม่ได้รับเชิญที่เขาคิดว่ามันคงทนเสียงน่ารำคาญของเพื่อนร่วมหอไม่ไหวถึงได้ระเห็จมาหาเขาถึงบ้านขนาดนี้


โทนเป็นเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเขาในมหาลัยนี้ ด้วยความที่เขาเข้ากับคนไม่เก่งนัก ตอนเด็กๆก็คบหาแต่ญาติตัวเองเท่านั้นอย่างที่กล่าว โทนเป็นเพื่อนคนเดียวที่กล้าเข้าหาเขาจนถึงขั้นคบคุยกันถึงทุกวันนี้


“ข้างบ้านมึงเล่นเปียโนอีกแล้วหรอวะ ตะกี้กูได้ยินแวบๆ”

“อืม เพราะเนอะ”

“เออ แต่ตอนสี่ทุ่มเนี่ยนะ ไม่หลับไม่นอนหรือไงวะ”

“มึงอย่าว่าลิลลี่ของกูนะ”

“แตะไม่ได้เลยคนนี้”

“ก็รู้นี่”

โทนเบ้หน้าใส่ซี้ตรงหน้า คงไม่แปลกหากเราตั้งนามสมมติให้ใครคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักแม้แต่ชื่อเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการสื่อสารและเข้าใจ และ..ใช่ เขาตั้งชื่อให้เพื่อนบ้านคนนั้นว่า..ลิลลี่..




ชายหนุ่มจินตนาการภาพเพื่อนบ้านไว้ว่าเป็นลิลลี่ของเขานั้นต้องสวยพริ้ง ผมยาวดัดลอนดูอ่อนหวานเหมือนกับบทเพลงที่เธอบรรเลงนี้ เป็นคุณหนูอยู่ในบ้านสีขาวเช่นเดียวกับสีผิวของเธอ







โดยที่ไม่อาจรู้เลยว่า แท้จริงแล้วโลกที่เขาจินตนาการอาจจะนั้นจะเกินจริง มากจนเกินไป…




| | | | | | | | | |




...คีตกวีเริ่มเล่นเปียโนตอนม.สาม แรกเริ่มเขายังคงเล่นผิดๆถูกๆตามประสามือใหม่ เด็กหนุ่มขี้โรคมีแต่เสียงเพลงเป็นเพื่อน เพราะร่างกายเขาอ่อนแอมากจนไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านเหมือนเด็กทั่วไป แต่ก็ใช่ว่าเขาอยากจะเป็นอย่างนี้เสียหน่อย....เด็กชายอยากมีเพื่อน เด็กชายอยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอกบ้าง แต่คุณแม่ก็คัดค้านเพราะเป็นห่วงตน


ช่วงสมัยยังเด็ก เด็กชายได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่แต่ในบ้าน เฝ้าระวังโรคภัยที่จะเกิดขึ้นกับตน เขาเริ่มมีเปียโนของคุณแม่สมัยยังสาวเป็นเพื่อนเล่นก็ตอนที่เด็กชายเริ่มจะหายจากอาการป่วยออดๆแอดๆนี่ และพอเขาหายดีมากพอที่จะออกไปวิ่งเล่นข้างนอกได้แล้ว ถึงกระนั้น...เวลาก็สายไป ทุกคนเติบโตขึ้น ไม่มีใครมาวิ่งเล่นแถวบ้านเขาอีกแล้ว


เขาจึงเริ่มเล่นกับเปียโน...


วันเวลาผ่านไป เพลงได้โตขึ้นพร้อมกับความสามารถทางด้านดนตรีที่เพิ่มขึ้นอย่างเรื่อยๆ เขามีความสุขทุกครั้งทีได้พรหมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเปียโนเพื่อสร้างเสียงเพลง ขอบคุณเพื่อนบ้านทุกคนที่ไม่เคยด่าว่าเขาในตอนที่เป็นเพียงเด็กฝึกหัด เขาเชื่อว่ามันคงน่ารำคาญอยู่ไม่น้อยที่ต้องฟังเสียงขาดๆหายๆไม่เป็นเพลงของเขาในช่วงเริ่มแรก


แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้เขาเล่นได้คล่องแคล่วมากพอควร จากที่เล่นไม่จบเพลงกลับเล่นได้เป็นเพลงมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็เป็นเพลงที่เขาเล่นประจำเท่านั้นแหละเขาถึงจะสามารถเล่นจนจบเพลงได้ เพลงสากลใหม่ๆเขาเองก็ฝึกอยู่เหมือนกัน เพียงแต่การจะเล่นให้ได้ไพเราะนั้นย่อมใช้เวลา


เพลงในตอนนี้เป็นเด็กหนุ่มตัวสูงแต่สมส่วน เพราะพยายามทานแต่อาหารที่ดีเพื่อสุขภาพ พยายามเล่นกีฬาออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆบ้างเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรง และความพยายามที่สะสมต่อกันมานี้ทำให้เขาเปลี่ยนจากเด็กชายขี้ก้างผอมแห้งแรงน้อย เขากลายเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างดี อีกทั้งผิวขาวจัดและผมสีกาช่วยขับให้ใบหน้าคมนั้นหล่อขึ้นเมื่อแตกเนื้อหนุ่ม


อย่างที่บอกว่าเพลงเป็นคนขี้โรค ตอนเด็กๆเขาได้แต่นอนป่วยอยู่ในบ้านสีขาว เด็กชายแทบไม่ได้ออกจากบ้านเลยในช่วงนั้น จะเรียนก็มีอาจารย์มาสอนถึงบ้าน เป็นอย่างนี้จนเขาขึ้นชั้นประถมหก เขาจึงได้มีโอกาสไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นเนื่องจากสุขภาพร่างกายดีขึ้นมากแล้ว


และการที่เขากลับมาแข็งแรงได้คงต้องขอบคุณคนข้างบ้านคนนั้นที่คอยสร้างเสียงหัวเราะดังลอยมาถึงเขาอยู่เสมอ เพลงเคยเหนื่อยกับชีวิตตัวเองก็บ่อยครั้ง เด็กน้อยเสียใจที่ต้องเป็นภาระให้คุณแม่แต่ถึงกระนั้นคุณแม่กลับต้องการให้เขามีสุขภาพแข็งแรง ไม่ได้ต้องการให้เขาหายไปเพื่อลดภาระ



ต้องขอบคุณกำลังใจที่ทำให้เขาสู้กับร่างกายตัวเองได้มาจนถึงตอนนี้


ขอบคุณเสียงหัวเราะในวัยเด็กครั้งนั้นที่ทำให้เขานึกอยากออกไปวิ่งเล่นได้บ้าง


ขอบคุณ เสียงซอล...


เพื่อนบ้านที่ชอบมาวิ่งเล่นส่งเสียงเอิ้กอ้ากอยู่แถวหน้าบ้านเขาบ้าง หรือแม้ว่าบางทีก็ไปเล่นไกลๆที่สนามเด็กเล่นหลังหมู่บ้านทำให้เขามองไม่เห็นจากการแอบลอบมองผ่านกรอบหน้าต่างสีสวย...แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าการได้ออกไปวิ่งเล่นท่ามกลางแสงแดดได้นั้นคงจะมีความสุขน่าดู


เพลงแอบลอบมองซอลผ่านกรอบหน้าต่างมาตลอด...เด็กหนุ่มเพียงแค่ต้องการจะวิ่งเล่นได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้เล่นด้วยกัน...และเป็นเพื่อนกัน เพียงความคิดเด็กๆเท่านี้ก็สามารถทำให้เพลงมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป จนท้ายสุดเขาก็กลับมาแข็งแรงได้เหมือนเด็กปกติ


เสียแต่ว่า...ไม่มีใครมาเล่นหน้าบ้านเขาอีกแล้ว


พอเวลาผ่านไป เพลงโตขึ้นและเพื่อนบ้านเขาก็โตขึ้น ทั้งคู่ต่างเริ่มมีโลกส่วนตัว และแม้ว่าเพลงอยากจะเข้าไปทำความรู้จักกับคุณเพื่อนบ้านคนนี้มากแค่ไหนแต่ก็ไม่มีโอกาส.. เพราะช่วงนี้ซอลชอบเข้าไปอยู่แต่ในห้องนอนเสมอ



เขาจึงสร้างเสียงเพลง...เพื่อให้เราได้รู้จักกัน




มันอาจจะไม่ได้ผล แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เขามีความสุขที่ได้เล่นดนตรีก็พอแล้ว แม้จะไม่ได้รู้จักกับเพื่อนบ้านที่น่ารักคนนั้นก็ไม่เป็นไร


ความรักคงไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีใครสักคนเริ่มรัก


และการแอบมอง ก็คงเป็นหน้าที่ของคนแอบหลงรัก


เขาจะไม่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ที่เขาและเสียงซอลจะได้มาคบกันเฉกเช่นคนรัก



แต่เขาจะเฝ้าภาวนาขอแค่ให้เราทั้งคู่ได้พบเจอกัน และพูดคุยกันสักครั้ง แค่ในฐานะเพื่อนข้างบ้านก็มากเพียงพอแล้ว





| | | | | | | | | |
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-12-2016 15:04:42 โดย Raccool »

ออฟไลน์ Raccool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +237/-2
II



เวลาไม่เคยหยุดรอมนุษย์หน้าไหนทั้งนั้น จนกระทั่งผ่านพ้นไปจนเป็นอาทิตย์ สุดท้ายผ้าใบสีขาวก็ถูกเขาแต่งแต้มสีจนเสร็จทันกำหนดจนได้ ในใจเสียงซอลร้องเฮดังลั่นสนั่น เพียงแต่ร่างกายเขาไม่มีแรงจะกระโดดโลดเต้นตามที่ตั้งใจไว้เท่าไหร่ เพื่อนร่วมรุ่นแต่ละคนในตอนนี้เองก็สภาพไม่ต่างกับเขาเท่าใดนัก ขอบตาดำคล้ำ หน้าตาสะโหลสะเหล เชื่อว่าหลายๆคนปั่นงานโต้รุ่งหลายคืนไม่ต่างจากเขา


“ซอล คืนนี้ไปต่อไหนป่ะ”


หลังจากยืนงงๆอยู่หน้าห้องส่งงานได้สักพัก เพื่อนโทนก็เข้ามาถาม เสียงซอลส่ายหน้าเป็นคำตอบ วันนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะไปสังสรรค์ที่ไหนแล้ว อีกทั้งไม่ใช่คนชอบเข้าสังคมเท่าไหร่จึงไม่รู้สึกเสียดายอะไร เพื่อนสนิทตรงหน้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ ร่างสูงหันไปคุยกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งเรื่องการนัดหมายและจำนวนสมาชิก เห็นดังนั้นซอลจึงสะกิดบอกเพื่อนเป็นเชิงว่าขอตัวก่อน ขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปมีหวังเขาได้ล้มทั้งยืนเพราะความง่วงที่ถาโถมนี้แน่


เป็นเวลาหกโมงเศษ ซอลขับจักรยานยนต์คู่ใจแวะพักร้านสะดวกซื้อเพื่อจับจ่ายหาเสบียงไปกักตุนหลังจากที่ก่อนหน้านั้นเขากินจนหมดบ้านไม่เหลือแม้แต่มาม่าสักซอง ในระหว่างที่กำลังยืนเลือกขนมพร้อมกับข้าวเย็นไปด้วย ภายนอกร้านสะดวกซื้อก็ปรากฏเม็ดฝนโปรยปรายลงมา



“ชิบ..” เสียงสบถดังขึ้นจากชายหนุ่ม ไม่คิดว่าฝนจะตกในเวลานี้ แถมยังลงมาเสียเป็นห่าฝนเช่นนี้ต้องลำบากต่อการขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านเขาแน่ อารมณ์หงุดหงิดที่ไม่ได้นอนบวกกับสภาพอากาศไม่เป็นใจทำให้เขาอารมณ์เสียกว่าเดิม


เขาเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์บริการก่อนยืนนิ่ง พยายามใช้สติที่เหลือในการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะรอฝนซาหรือขับฝ่าไปเลยดี อย่างไรเสียระยะทางจากที่นี่ไปถึงบ้านเขาก็ไม่ได้ไกลอะไรนัก ตัวเลือกที่ออกมาคือเขาคิดว่ารอฝนซาเสียดีกว่า เพราะไม่อยากเสี่ยงขับรถฝ่าฝนตอนไร้สติแบบนี้เท่าใดนัก





ร่างโปร่งยืนมองสายฝนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ มองผู้คนพัดผ่านไปมาคนแล้วคนแล้ว เวลาผ่านไปช้าๆ และสายฝนเองก็ยังคงตกพรำๆไม่ต่างจากเดิม

“แม่งเอ้ย”



สบถอีกครั้งพร้อมคว้ามอเตอร์ไซค์คู่ใจ เขาแทบจะยืนหลับหน้าร้านสะดวกซื้อนี้อยู่แล้วแต่ฟ้าฝนก็ยังคงกลั่นแกล้งคนธรรมดาเช่นเขาไม่เลิก ซอลตัดสินใจพยุงสติเฮือกสุดท้ายของตนขับฝ่าสายฝนตรงไปยังเส้นทางกลับบ้าน


เครื่องยนต์ถูกดับลงหน้ารั้วบ้านพร้อมกับสายฝนที่ยังตกไม่หยุดเหมือนเล่นตลกร้าย เขาควานหากุญแจบ้านตามกระเป๋ากางเกงแต่ไม่เจอ จึงหันไปค้นในกระเป๋าสะพายและถุงเสบียงแทน


ให้ตายเถอะ ฝนก็ตกแบบนี้ยังจะลืมกุญแจบ้านไว้ที่ไหนอีก ซอลค้นหาจนถึงก้นถุงแล้วก็ยังไม่พบของที่ต้องการ สายฝนเทกระหน่ำลงมาจนทั้งตัวเขาไม่มีส่วนไหนไม่เปียก เมื่อหาอย่างไรก็ไม่เจอเขาจึงเริ่มย้อนความ เมื่อเช้าเขาไม่ได้นอนหลังจากที่ปั่นงานเสร็จแล้วก็แจ้นออกบ้านมาส่งงานทันที…


ซอลเข้าใจแล้วว่าตอนนี้ เขาลืมกุญแจบ้านไว้ในบ้าน...และเป็นปกติที่พ่อแม่ของเขาจะล็อคบ้านไว้เมื่อไม่มีใครอยู่ มันไม่เคยเป็นปัญหาอะไรกับเขาที่กลับบ้านดึกๆดื่นๆไม่เป็นเวลาทุกที แต่ครั้งนี้ต่างออกไป นอกจากจะลืมกุญแจบ้านแล้ว พ่อกับแม่เขาดันต้องไปต่างจังหวัดเพื่อไปเยี่ยมย่าอีก


อีกสองสามวันน่าจะกลับมามั้ง…


เขาคิดพลางกุมขมับ ทั้งๆที่ง่วงใจแทบขาด วิญญาณเขาแทบลอยไปแนบอยู่บนเตียงแล้ว ทั้งๆที่อยู่หน้าบ้านตัวเองแท้ๆแต่กลับเข้าบ้านไม่ได้ดั่งใจ ฝนก็ตกหนักมาแบบไม่เห็นใจกันเสียเลย รู้อย่างงี้เขาออกไปนั่งร้านเหล้าตามที่ไอ้โทนชวนยังจะดีกว่า


เคร้ง


เสียงเหล็กตกกระทบพื้นคอนกรีตดังเข้ามาแว่วๆขัดจังหวะความคิด เขาหันไปทางต้นเสียงก็พบเงาของร่างคนปรากฏอยู่



บ้านตรงข้าม...มีคนยืนอยู่



เพราะความมืดในเวลาค่ำเช่นนี้และสายฝนทำให้เมื่อครู่เขาไม่ได้สังเกตว่ามีคนยืนตากฝนอยู่หน้าบ้านตรงข้ามเขา...แถมยังเป็นตำแหน่งของบ้าน ‘ลิลลี่’ เสียด้วย… ดวงตากลมโตจ้องมองคนแปลกหน้าอย่างไม่คิดปกปิด รูปร่างแบบนั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่า
เป็นผู้ชาย…



เสียแต่ผู้ชายคนนี้มีธุระอะไรกับบ้านลิลลี่ของเขา


 หรือจะเป็นแฟนหนุ่มของลิลลี่ หรือเป็นคนรู้จัก หรือเป็น...คนร้าย ภายในหัวสมองที่ยุ่งเหยิงจากที่ผ่านการอดหลับอดนอนของเขาครุ่นคิดสับสนไปหมด ยังไม่ทันหาคำตอบให้ตัวเองเจอคนแปลกหน้าก็เหมือนจะรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้อง


ร่างสูงตรงหน้าขยับตัวเล็กน้อย


ซอลกลืนน้ำลายดังเอื๊อก...จ้องมองว่าคนๆนั้นจะทำเช่นไรต่อโดยที่ลืมไปว่าทั้งคู่โดนสายฝนชะโลมทั่วร่างอยู่ คนแปลกหน้าหันหลบหน้าเขาแล้วไขประตูเข้าบ้านไปทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเดิมอีก ไอ้คนตรงนี้มันอยู่บ้านหลังนี้หรอ! หรือมันมาหาใครในบ้านหลังนี้ หรือเป็นแฟนลิลลี่ของเขาจริงๆ?


ถึงอย่างไรตอนนี้เขาควรหาทางเข้าบ้านตัวเองให้ได้ก่อน หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องหาที่ซุกหัวนอนให้ได้ในคืนนี้ ซองควักมือถือขึ้นมาเพื่อติดต่อหาเพื่อนเพียงคนเดียวแต่กลับพบว่าโทรศัพท์ที่เขาไม่ได้ชาร์ตทิ้งไว้ตั้งแต่สองวันก่อน ในตอนนี้แบตมันได้หมดลงแล้ว…


นี่มันวันบ้าอะไรกันวะ คนไม่ได้นอนหงุดหงิดกับสิ่งรอบข้างไปหมด ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง หงุดหงิดจนอยากทึ้งหัวตัวเองให้ตาย แต่ก็ทำได้แค่ในความคิด


ฉับพลันนั้นเอง จู่ๆเขาก็ไม่รู้สึกถึงเม็ดฝนที่ตกลงมาบนตัวเขาอีกแล้ว เสียงซอลสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงหันรีหันขวาง ไปเจอกับคนแปลกหน้าเมื่อครู่ กำลังยืนกางร่มให้เขาอยู่…..


“....” เขาเบิกตาโต ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาเอื้อนเอ่ย คนถือร่มทำเพียงจ้องหน้าเขาอยู่สักพักหนึ่งก่อนเอ่ย


“..มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” พร้อมขยับยกยิ้ม


เสียงซอลจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “.....ผมลืมกุญแจบ้าน..”


“แล้วคนอื่นๆในบ้านล่ะครับ”


“อยู่ต่างจังหวัด กลับมาสองวันข้างหน้ามั้ง”


“...”


พวกเขาแข่งกันเงียบท่ามกลางเสียงฝน


“..ถ้าไม่รังเกียจ ไปหลบฝนบ้านผมก่อนไหมครับ” คนแปลกหน้าสำหรับเขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เขาคาดเดาไม่ถูก...แต่อย่างไรคงไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกกระมัง


เสียงซอลเงียบไปสักพักเพื่อใช้ความคิด ก่อนจะกดหน้ารับคำ “คงต้องรบกวนสักพักนะครับ”




.


บ้านคุณลิลลี่ในจินตนาการที่เขาเคยฝันถึง แท้จริงๆนั้นปรากฏเป็นบ้านธรรมดาๆหลังหนึ่งที่ดูค่อนข้างจะสะอาดสบายตา ตัวบ้านมีสองชั้นสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมือนบ้านหลังอื่นๆ แน่ล่ะก็เป็นทาวน์โฮมนี่นา ซอลเดินสำรวจรอบบ้านไปพลางๆระหว่างที่คนที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปหยิบผ้าขนหนูตามที่เจ้าตัวบอกไว้ก่อนหน้า


กลิ่นในบ้านนี้ชวนให้รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดแม้จะเป็นที่แปลกที่สำหรับเขาแท้ๆ เสียงเดินบันไดลงมาขัดจังหวะการลอบสังเกตตัวบ้านของเขาต่อ ซอลเดินไปนั่งยังโซฟารับแขกแต่โดยดี


คนตรงหน้ายื่นผ้าขนหนูผืนหนึ่งให้เขาพร้อมเสื้อยืด


“..ผมเห็นเสื้อคุณเปียกไปหมด กลัวว่าจะไม่สบายเลยเอาเสื้อมาให้เปลี่ยนครับ”


“...”

“คือ..เป็นเสื้อผมเอง ถ้าไม่รังเกียจก็ใช้ได้นะครับ”

เจ้าของบ้านว่าด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ซอลกล่าวขอบคุณพร้อมถามหาห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนเสื้อ อันที่จริงผู้ชายด้วยกันคงไม่ขัดเขินที่จะแก้ผ้าต่อหน้านักหรอก แต่เพราะเป็นคนที่เพิ่งรู้จัก หรือน่าจะไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ จะให้แก้ผ้าต่อหน้าก็ออกจะเกินไปหน่อย


เขาออกมาพร้อมกับสวมเสื้อตัวใหม่ที่แห้งสนิท ผิดกับตัวเดิมที่ชุ่มน้ำราวกับไปตกน้ำที่ไหนมา เสียงซอลรู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อยจากเสื้อตัวใหม่ อย่างน้อยก็ดีที่ไม่ต้องทนหนาวกับเสื้อเปียกๆ คนๆนี้เองก็ดูต้อนรับเขาดีมิใช่น้อย คำถามบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาในหัวเขาจนสุดท้ายซอลก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามคำถามในหัวทำลายความเงียบ

“..คุณเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้หรือ” และภาวนาให้คำตอบไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แม้ทุกอย่างจะโดนเอียงไปในทางที่เขาไม่อยากได้ยินก็ตาม เสียงสายฝนโหมกระหน่ำดังแทรกขึ้นมาในช่องว่างของคำตอบ


“ใช่ครับ”



เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นดังเปรี้ยง! ราวกับกะจังหวะรอเวลานี้พอดี และใช่ตัวเขาเองก็ราวกับโดนฟ้าผ่าอย่างจัง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อคุณลิลลี่ที่คิดไว้ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ไม่รู้ทำไมเขาถึงคิดว่าชายคนนี้คือลิลลี่ของเขาทั้งที่คนเล่นเปียโนอาจจะเป็นคนอื่นในบ้านก็ได้ แต่ความรู้สึกอะไรบางอย่างบอกเขาว่าเป็นคนนี้ เป็นคุณลิลลี่ที่เขาฝันถึง แถมยัง..ต่างจากที่เขาคิดไว้มากนัก



เมื่อสรรพเสียงเริ่มหายไปมีเพียงชายหนุ่มสองคนนั่งประจันหน้าเข้าหากันโดยปราศจากคำพูดใดๆเขาก็เริ่มอึดอัด สุดท้ายก็เป็นเสียงซอลเองที่เอ่ยปากทำลายความเงียบ

“คุณชื่ออะไร..”

คนถูกถามส่งสายตาสงสัยมาให้เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบแต่โดยดี “ชื่อเพลงครับ” เพราะไม่คิดว่าจู่ๆจะโดนยิงคำถามมาจึงตั้งตัวไม่ค่อยถูกนัก

“อายุเท่าไหร่แล้วอ่ะ”

“ยี่สิบครับ” ครานี้เป็นซอลที่เบิกตากว้าง เมื่อคิดว่าอายุน้อยกว่าที่คิดไว้ อ่อนกว่าเขาแค่ปีเดียวเองงั้นหรือ



จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนซัดสาดที่ดังเป็นแบล็กกราวอยู่เนืองๆ ไม่มีใครเอ่ยอะไรต่อราวกับจมอยู่ในความคิดตัวเอง หรือบางทีเพราะไม่รู้ว่าจะสานบทสนทนาต่อได้อย่างไรก็เป็นได้ อย่างไรเสียซอลเองก็ไม่ใช่คนอัธยาศัยดีกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว ส่วนอีกคนก็ไม่ค่อยได้เข้าสังคมเท่าไหร่นัก



เมื่อคนเงียบมาเจอคนเงียบ เสียงความเงียบจึงดังขึ้น


เจ้าขอบบ้านได้แต่แอบลอบมองเจ้าของดวงใจที่ใฝ่ฝันจะได้เจอกันสักครั้ง ดวงตาคมลักลอบสำรวจร่างกายและใบหน้าคนตรงหน้าอย่างอาจหาญ เสียงซอลที่เอาแต่ก้มหน้าอึกอักๆทำให้ไม่ได้สังเกตสายตาที่ละลาบละล้วงตนอยู่


เขาอยากจะขอบคุณฝนวันนี้ที่ทำให้พวกเขาได้โคจรมาเจอกัน


“นายคือลิลลี่จริงๆหรอ….” เสียงทุ้มเอ่ยเบาเสียจนแทบจะเป็นเสียงเดียวกับสายฝน เสียแต่ที่ระยะห่างไม่มากพอที่จะทำให้คนตรงหน้าไม่ได้ยิน เพลงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อไม่เข้าใจประโยคตรงหน้า

“..อะไรนะครับ”

“ก็ลิล………” เมื่อรู้ตัวว่ากำลังพูดอะไรออกไปซอลก็หุบปากฉับ ใครเขาจะไปตรัสรู้ด้วยเล่าว่าซอลได้ตั้งชื่อให้กับคนข้างบ้านที่เล่นเปียโนเพราะๆนี่กัน เมื่อเห็นคนตรงหน้าตั้งท่าสงสัยอยู่เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่อง เอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจเขาอยู่ในตอนนี้ออกไป

“คนเล่นเปียโน..คือเพลงหรอ”

“..อ่อ...ครับ ได้ฟังด้วยหรอ”

“...อืม”

ซอลครางรับก่อนนิ่งเงียบรู้ซึ้งในคำตอบที่แม้จะคาดเดาได้ถูกต้องอยู่แล้วก็เถอะ อย่างไรความจริงที่ตอกย้ำเขาก็ทำให้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆแล้ว  ลิลลี่ในจินตนาการของเขาถูกความจริงบดขยี้จนย่อยยับ เขาไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยชวนคุยอะไรคนตรงหน้านี่อีก


ส่วนอีกคนตอนนี้ได้แต่ใจพองโตไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นออกมา เสียงเปียโนที่เขาปรารถนาให้มันส่งผ่านไปถึงคนตรงหน้าในที่สุดก็ทำสำเร็จ


ความเงียบดำเนินต่อไป เพลงเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมามีเพียงแววตาและรอยยิ้มที่เขากักเก็บไว้ไม่ค่อยอยู่   สองแม่ลูกอยู่ด้วยกันแค่สองคนมานานจนไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครที่ไหนมากนัก เสียก็แต่แววตาสีเข้มของเพลงที่เอาแต่ลอบมองซอลเป็นระยะๆนั่นทำให้แขกผู้มาเยือนทำตัวไม่ค่อยถูก ซอลเอ่ยถามขัดบรรยากาศแปลกๆนี้




“แล้วแม่นายไปไหนเสียล่ะ”

“มีงานต่างจังหวัดน่ะครับ”

อ้อหรอ เหมือนกันเลยเนอะ -- เขาอยากจะตอบกลับไปเช่นนั้นจริงๆ เสียแต่กลัวว่ามันจะกวนประสาทกันเกินไป อย่างไรเสียฝ่ายที่เสียเปรียบมากกว่าคงจะเป็นเขาเอง ทั้งที่บ้านอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่กลับเข้าไม่ได้ ชีวิตนี้จะมีอะไรที่บัดซบกว่านี้อีกไหม


ฝนยังคงตกหนักเหมือนฟ้ารั่ว แต่ถึงไม่มีฝนเขาก็เข้าบ้านไม่ได้อยู่ดี เจ้าตัวนั่งเงียบอีกครั้งภายในหัวมีความคิดมากมายตีกันอยู่เต็มไปหมด และสุดท้ายเพราะการที่อดนอนมาหลายคืน เสียงฝนจางๆและอากาศเย็นๆทำให้เขาเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาจนได้


ดวงตาสวยฉ่ำน้ำเริ่มปรือตกลง เปลือกตาค่อยๆร่วงหล่นมากขึ้นเรื่อยๆ เพลงเห็นดังนั้นจึงเอ่ย


“ถ้ายังไง คืนนี้ค้างที่นี่ไปก่อนดีไหมครับ”

“ห๊ะ...เอ่อ…คือ...”  ใจจริงเสียงซอลเองก็คิดเช่นนั้น ในเมื่อไม่เหลือทางเลือกอื่นให้เขาแล้ว แต่ติดที่ความเป็นคนขี้เกรงใจทำให้ขวนเขินที่จะตอบตกลง

“ฝนตกหนักขนาดนี้กว่าจะหยุดก็คงเช้า ยังไงพักที่นี่ก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยหาทางไหมครับ”

“คือ…...คง..ต้องขอรบกวน..” เมื่อเจ้าของบ้านช่วยหาทางแก้ให้เขาเสียขนาดนี้ เขาคงไม่มีอะไรไปปฏิเสธได้ ซอลเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“..ถ้าไม่รังเกียจ ใช้ห้องผมก็ได้ครับ”

“เห้ย ไม่เป็นไร เดี๋ยวนอนโซฟาก็ได้ แค่นี้ก็รบกวนมากพอแล้ว”

“ผมใช้ห้องแม่ได้ไม่ได้รบกวนอะไรเลย คุณเป็นแขก ผมไม่อยากปล่อยให้คุณนอนตรงนี้”

“เห้ย อย่าคิดมาก จริงๆเรามารบกวนด้วยซ้ำ คือ..ถ้ามากกว่านี้จะเกรงใจเอา..” แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่

“ไม่ได้รบกวนอะไรเลย…..” เจ้าของบ้านปิดบทสนทนาด้วยเสียงเบาราวกับบ่นพึมพำ เสียแต่เขาไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาเชิญชวนให้คนใจแข็งยอมไปพักข้างบนดีๆ


สุดท้ายก็จบลงตรงที่เขาขนหมอนขนผ้าห่มมาให้แขกข้างบ้านผู้ขี้เกรงใจ


ซอลกล่าวขอบใจเจ้าของบ้านในน้ำใจที่มอบให้ เจ้าตัวไถลงโซฟาแทบจะทันทีเมื่อเห็นเพลงหมุนตัวกลับเตรียมขึ้นห้องของตน พอแสงไฟในห้องรับแขกดับลง เสียงซอลก็เข้าสู่นิทราแทบจะทันที


เพลงยืนมองคนข้างบ้านที่นอนขดอยู่บนโซฟา ผ้าห่มผืนใหญ่โอบล้อมคนน่ารักไว้แทบทั้งตัว มันใหญ่เสียจนซอลโผล่มาแค่หัวและนั่นทำให้เขาคิดว่ามันน่ารักชะมัด จังหวะหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้เพลงรับรู้ว่าเจ้าตัวหลับปุ๋ยไปแล้วเรียบร้อยและคงไม่ตื่นมาว่าเขาที่ยืนจ้องอยู่แบบนี้แน่ๆ




ชั่วขณะหนึ่งในความคิดเขาสั่งให้เดินตรงไปหาคนนิทรา เพลงโน้มตัวลงจูบลงบนกระหม่อมของซอลอย่างอาจหาญ เมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เจ้าตัวรีบผละตัวขึ้นห้องตน รวบรวมสติก่อนที่หัวใจจะทำงานหนักไปมากกว่านี้



จะให้ห้ามใจยังไงไหวในเมื่อคนที่เขาเฝ้ามองมานานเกือบสิบปีนอนหลับอยู่ในบ้านเขา แค่คิดหัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง


แล้วเขาจะหลับลงได้ยังไง!





| | | | | | | | | |




(ใครที่อ่านตอนแรกไปแล้วรบกวนย้อนกลับไปอ่านอีกรอบนะคะ เราลืมลงพาร์ทของคีตกวีTT)

ออฟไลน์ darksnow

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รอตอนต่อไปน้าา เสียงซอลถึงกับอึ้งเลยๆ น่าขาวเหมือนกันหยวนๆเนาะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
น่ารักแท้ๆ รอลุ้นๆ ว่าแต่ใครเป็นนายเอก น้องลิลลี่ หรือ ซอล 555

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
ทำเอาเพลงงง ลิลลี่คือใคร ฮา

ออฟไลน์ Raccool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +237/-2



เพลงตื่นเช้าขึ้นมาอย่างงัวเงีย อย่างที่ว่าเขานอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่เมื่อนึกถึงเจ้าของหัวใจที่นอนอยู่ใกล้เขาเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนติดการตื่นเช้าทำให้ยอมลุกจากเตียงอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าของบ้านเดินย่องลงบันไดไม่ให้เกิดเสียงเพราะเกรงใจแขกที่หลับอยู่


เพลงเดินไปยังห้องครัว หวังจะทำมื้อเช้าแบบง่ายๆต้อนรับเช้าวันใหม่แก่แขกกิตติมศักดิ์ ทว่ายังไม่ทันจะได้เริ่มทำอะไรเขากลับได้ยินเสียงไอค่อกแค่กดังมาจากห้องรับแขก ซึ่งหากไม่ใช่ซอลเป็นคนทำแล้วจะไปใครไปได้อีก ร่างสูงเปลี่ยนจุดมุ่งหมาย เดินเข้าไปหาก้อนผ้าห่มยักษ์นี่ขดอยู่กลางบ้านเขาแทน


“แค่กๆ” เสียงไอดังมาอีกระลอกทำให้เพลงลดตัวลงไปเลิกผ้าห่มหนาก่อนจะเห็นใบหน้าแดงก่ำของซอลที่ยังนอนหลับไม่รู้ความ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสหน้าผากเบาๆเพื่อวัดอุณหภูมิและอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ซอลมีไข้


แน่ล่ะตากฝนจนชุ่มขนาดนั้น แถมยังหลับท่ามกลางอากาศหนาวๆอีกด้วย ให้ตายเถอะเขานี่มันงี่เง่าชะมัด ถ้ายอมดื้อดึงให้อีกฝ่ายขึ้นไปนอนที่ห้องตนดีๆก็คงไม่ต้องมานอนป่วยเช่นนี้


ไข่ดาวไส้กรอกในตอนแรกจำต้องเปลี่ยนเป็นข้าวต้มอ่อนๆแทน เพลงเดินนำอาหารเช้าไปเสิร์ฟคนป่วย สะกิดให้ซอลตื่นมาทานข้าวทานยาก่อนที่อาการจะทรุดไปมากกว่านี้ เนื่องจากช่วงวัยเด็กเพลงเป็นเด็กขี้โรคอย่างที่ว่าทำให้ในบ้านเขามียารักษาโรคแทบทุกชนิดติดอยู่อย่างไม่ต้องห่วงเลย


“อืออ..” เสียงแหบครางฮือเมื่อโดนขัดจังหวะการนอน คนป่วยดูง่วงเกินกว่าจะใส่ใจอะไร ร่างผอมมุดกลับเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาอีกครั้ง


“คุณครับ..ตื่นมากินยาก่อนนะครับ”


คนถูกเรียกขมวดคิ้วก่อนพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมามองคนขัดจังหวะ เสียงซอลตาปรือและพยายามลุกขึ้นมานั่งตัวตรงหลังจากตั้งสติได้แล้ว แต่เหมือนร่างกายเขาถูกหินถ่วงไว้ ขยับไปทางไหนก็หนักตัวไปเสียหมด เพลงเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยพยุง


“ซอลไม่สบาย..กินข้าวแล้วกินยานะครับ” คนไม่สบายได้แต่พยักหน้ารับคำเออออให้เรื่องมันจบๆไป ในหัวตอนนี้เขาคิดถึงแต่เรื่องนอนเท่านั้น รวมไปถึงไม่ทันสังเกตเสียด้วยว่าคนข้างบ้านรู้จักชื่อเขาได้อย่างไร


ริมฝีปากสีซีดขยับเคี้ยวข้าวต้มร้อนๆที่ถูกป้อนจากเจ้าของบ้านอย่างเชื่องช้า เชื่อเถอะเขาไม่ได้อยากทำตัวเอื่อยเฉื่อยขนาดนี้หรอก แต่ตอนนี้ร่างกายดูจะไม่เป็นใจเสียเลย… เมื่อข้าวคำสุดท้ายถูกป้อนจนหมด เพลงก็ป้อนน้ำเขาต่อด้วยยื่นยาหลากสีสองสามเม็ดไปให้คนตรงหน้า เขารู้ว่าทานยาหลังอาหารทันทีไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทางที่ดีควรจะรอให้อาหารย่อยสักพักหนึ่งก่อนค่อยทาน แต่คนตรงหน้าดูจะไม่สามารถรออาหารย่อยได้เสียแล้ว


ซอลกลืนยาลงไปอย่าง่ายดาย ก่อนจะปิดเปลือกตาอันหนักอึ้ง บ่งบอกว่าเขาทำตามคำขอแล้วจากนี้ก็ขอนอนอย่างสงบๆสักที


“ซอลครับ ขึ้นไปนอนข้างบน…” ไม่ทันที่จะพูดให้จบประโยค คนป่วยก็มุดหลับอยู่ใต้ผ้าห่มไปเสียแล้ว


เพลงลอบยิ้ม ขบขำในความขี้เซาของคนตรงหน้า แม้จะรู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ไข้ก็เถอะ ถึงอย่างนั้นก็น่ารักมากอยู่ดี เขาใช้ตัวเลือกสุดท้ายสั่งการให้อุ้มคนป่วยขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ ขืนยังนอนอยู่กลางบ้านที่ลมเย็นพัดเข้ามาตลอดเวลาเช่นนี้ซอลไม่มีทางหายแน่ๆ


ซอลตัวเบากว่าที่คิดแต่ก็ยังหนักอยู่ดี หากเขายังเป็นเด็กชายขี้โรคอยู่ล่ะก็คงไม่มีทางที่จะอุ้มไหวอย่างแน่นอน


ทันทีที่จัดแจงให้คนป่วยนอนบนเตียงนุ่มของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตั้งใจจะลงไปเก็บจานชามที่ทิ้งไว้ข้างล่าง เพลงนึกขอบคุณสวรรค์ที่วันนี้เขามีเรียนช่วงบ่าย ทำให้พอมีเวลาอยู่กับเสียงซอลมากขึ้น ถึงแม้อีกฝ่ายจะป่วยหนักก็ตาม


“อือ..” เสียงครางแผ่วเบาของคนป่วยดังขึ้นเหมือนรู้ว่าถูกคิดถึง เพลงหันกลับไปหาคนบนเตียงแทบจะทันที ซอลปรือตาเล็กน้อยจ้องมายังเขาและนั่นทำให้หัวใจเจ้ากรรมกระตุกอย่างหนัก



“ลิล...ลิลลี่..”


เสียงแหบพร่าของคนป่วยยังคงเอ่ยต่อพลางจ้องมายังเขา เพลงไม่เข้าใจถ้อยคำที่คนตรงหน้าหวังจะสื่อ เขาขยับเข้าไปใกล้คนป่วยมากขึ้น


“ลิลลี่ครับ…”


ลิลลี่งั้นหรือ?..เป็นชื่อคนใช่ไหม ถ้างั้นอาจจะเป็นใครสักคนที่สำคัญของซอลก็ได้ เมื่อสมองประมวลผลได้เพลงจึงตัดสินใจหมุนตัวกลับอีกครั้งด้วยหัวใจที่ชาแปลกๆ เพราะคนป่วยไม่ได้ร้องเรียกขอความช่วยเหลืออะไร แถมยังเอ่ยถึงใครบางคนอีก แน่ล่ะ ถ้าคนอย่างซอลจะมีคนรักแล้วก็ไม่เห็นจะแปลกเลย


ยังไม่ทันที่จะได้ทำตามความคิดดี มืออุ่นๆก็คว้าจับข้อมือเขาไว้เสียก่อน เพลงตกใจจนสะดุ้ง หันกลับมามองเจ้าของดวงใจอีกครั้ง


เสียงซอลพยายามลืมตามองเขา จากฤทธิ์ไข้ทำให้เปลือกตาเจ้ากรรมหนักกว่าที่คิด แถมหยาดน้ำใสก็คลอเต็มเบ้าตา เพลงอดใจสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ริมฝีปากแห้งซีดพยายามเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่าง



“....เล่นเปียโนให้ฟังหน่อย….”


แม้น้ำเสียงคนป่วยจะแหบพร่าเพียงไหนแต่เพลงก็ฟังมันออกทุกคำ หัวใจเต้นโยนราวกับจะระเบิด



เล่นเปียโนให้ฟังในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ


เพราะความสงสัยที่ไม่สามารถปิดซ่อนใบหน้าไว้ได้ทำให้คนป่วยเค้นเสียงออกมาอีกที คนป่วยขยับมือที่คว้าข้อมืออีกคน เลื่อนลงไปกุมไว้ก่อนดึงมือเพลงให้เข้าใกล้กับใบหน้าหวานขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากสีซีดก้มลงบรรจงจูบแผ่วเบาไปยังมือของชายหนุ่ม ไล่วนไปตามนิ้วเรียวก่อนเอ่ยถ้อยคำอ้อนวอน


“...นะครับ...อยากฟัง….”


เพลงหน้าขึ้นสีอย่างห้ามไม่อยู่ เขาหันหน้าหลบคนป่วยใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทำไมซอลถึงต้องการฟังเสียงเปียโนของเขากัน เขาใช้มือที่ว่างอีกข้างปัดป่ายหน้าตัวเองเป็นพัลวัน หวังให้ความร้อนบนใบหน้าระเหยออกไปได้บ้าง คนป่วยยังคงจ้องมองเขาอย่างอ้อนวอน มือที่กอบกุมฝ่ามืออีกฝ่ายไว้ค่อยๆคลายออก


อดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเสียงเพลงของเขามีความสำคัญ


ชายหนุ่มหน้าขึ้นสีปลดพันธนาการที่แสนหวานก่อนเดินไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่รอมหน้าต่างของห้องนอน โน้มตัวลงนั่ง พรหมนิ้วมือลงบนคีย์บอร์ด สายตาส่งกลับไปยังคนบนเตียงอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เสียงซอลยังคงนอนจ้องมาทางเขาแม้ว่าเปลือกตาแทบจะปิดแล้วก็ตาม รอยยิ้มหวานส่งกลับมาให้เจ้าของห้องใจกระตุกอีกครั้ง



นิ้วเรียวของนักเปียโนกดลงตัวโน้ต บทเพลงเริ่มบรรเลง…




| | | | | | | | | |





เขามีความฝันที่แสนหวานที่สุด อบอุ่นที่สุดและดีที่สุดของชีวิต หญิงสาวในความฝันบรรเลงบทเพลงไพเราะจนไม่อาจกลั้นความสุขที่มากล้นยามได้ฟังได้ เสียงเพลงหวานหูยังคงติดอยู่ในใจเขาแม้กระทั่งลืมตาตื่นจากฝัน อากาศที่อบอุ่นขึ้นไม่ต่างจากหัวใจทำให้ฤทธิ์ไข้ทุเลาลงไปมากพอสมควร


เสียงซอลชันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนขบคิด จ้องมองไปรอบๆห้อง จำต้องหยุดสายตาไปที่เปียโนสีขาวข้างหน้าต่าง ภาพเหตุการณ์ในช่วงเช้าไหลเข้าสู่หัวเขาอย่างรวดเร็ว คนป่วยหน้าขึ้นสีแทบจะทันที หันรีหันขวางเมื่อไม่เห็นเจ้าของห้องก็ทำให้โล่งใจได้เปราะหนึ่ง เขาพยายามดันตัวเองออกจากเตียง พับผ้าห่มเก็บทุกอย่างให้เข้าที่ ห้องสีขาวสวยและอบอุ่นไม่ต่างจากที่เขาเคยวาดฝันไว้ เสียแต่คนในจินตนาการกลับแตกต่างกันลิบ


เมื่อคิดได้อีกครั้งใบหน้าก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีก เพราะพิษไข้ทำให้เขาเห็นใบหน้าไม่ค่อยชัดเลยพลันนำเอาใบหน้าสวยหวานในจินตนาการใส่เข้าไปในความคิด เห็นเป็นภาพของหญิงสาวที่ตนวาดฝันจริงๆเสียอย่างนั้น


ทั้งที่ความจริงเขารู้ตัวว่าคนๆนั้นเป็นใคร


ก็จะเป็นใครได้อีกนอกจากเจ้าของบ้านหลังนี้! เพลงคงต้องคิดว่าเขาเป็นคนประหลาดไปแล้วแน่ๆ ทั้งเรียกชื่อใครออกมาก็ไม่รู้ ออดอ้อนขอฟังเสียงเปียโน แถมยังจูบ...ที่ฝ่ามือนั่นอีก


เขาหน้าร้อนขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง รู้ตัวดีว่าไม่ใช่เพราะฤทธิ์ไข้และก่อนที่จะระลึกอะไรที่น่าอายออกมานี่ได้อีกก็มีเสียงเรียกจากฝั่งตรงข้าม เรียกถึงชื่อเขา


“ซอล! ไอ้ซอล!” เสียงที่ฟังปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นใคร เสียงซอลวิ่งไปทางหน้าต่าง มองลงไปยังพื้นเบื้องล่างหาที่มาของต้นเสียงและก็อย่างที่เขาคิดไว้ไม่ผิด ไอ้โทน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวยืนทำหน้างุดเงี้ยวอยู่หน้าบ้านเขา


ซอลรีบผละตัวออกจากห้องนอนอบอุ่น วิ่งลงไปยังชั้นล่างของบ้านหันซ้ายหันขวาแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเจ้าของบ้าน บ้านทั้งหลังเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่และเขาก็มั่นใจเช่นนั้น เพลงคงต้องออกไปเรียนหรือมีธุระที่ไหนแน่ๆ คนป่วยมองหาเศษกระดาษแถวนั้นก่อนเขียนมันแปะไว้ที่หน้าตู้เย็น ที่ๆเขาคิดว่าเพลงจะต้องกลับมาเห็นแน่


ก่อนจะคิดอะไรได้อีกอย่าง ใบหน้าหวานขึ้นสีอีกครั้งแต่ก็บรรจงเขียนตัวหนังสือลงในกระดาษยับยู่ยี่ก่อนขึ้นชั้นบนของบ้าน นำมันไปวางไว้ตรงเปียโนสีอ่อน


เขาตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้านคนแปลกหน้าอีกครั้งก่อนเดินออกมาถึงรั้วบ้านเพื่อพบว่ามันถูกล็อกไว้


ซอลหันรีหันขวางอย่างจนปัญญา เจ้าตัวตัดสินใจปีนรั้วบ้านสีขาวเพื่อนำตัวเองออกมา พอดีกับเพื่อนสนิทที่ยืนรออยู่หน้าบ้านหันมาเห็นเขากำลังทำท่าทุลักทุเลจนน่าขัน ร่างสูงแม้จะงงงันแค่ไหนก็ตามที่เพื่อนของตนมาปรากฏอยู่ที่บ้านหลังนี้แต่ก็ยอมเดินมาช่วยซอลให้ลงมาจากรั้วสูงจนได้


“มึงไปทำอะไรที่นี่เนี่ย”


“..เรื่องมันยาว” ซอลว่าพลางก้มหน้างุด เพราะรู้ว่าใบหน้าที่ร้อนผ่าวนั้นยังคงร้อนอยู่อย่างห้ามไม่ได้ เจ้าตัวรีบเอ่ยต่อ “ขอกูไปนอนหอมึงสักพักละกัน”


โทนรู้เรื่องราวก่อนหน้านี้ในระหว่างเดินทางไปยังหอพักของเขา เพราะวันนี้พวกเขาต้องนำผลงานที่ส่งเมื่อวานไปจัดนิทรรศการณ์ และเขาก็แปลกใจที่ไม่เห็นเพื่อนตัวเล็กอย่างทุกที ครั้นเมื่อโทรหาก็กลับปิดเครื่องเสียนี่ เขาไม่ว่าอะไรหากจำต้องเป็นคนขนย้ายผลงานของซี้ไปจัดตั้งแทนเจ้าของ แต่อย่างน้อยซอลก็จะบอกเขาก่อนทุกทีไม่เหมือนครั้งนี้


เขาจัดงานเสร็จก่อนจะมาหาเพื่อนซี้ที่ทำตัวเงียบไปทั้งวัน และก็อย่างที่คาด เพื่อนตัวดีมีเรื่องจริงๆ ช่างเป็นโชคร้ายในความโชคดีที่อย่างน้อยก็ยังมีที่ให้เพื่อนเขาพัก


“หยุดขำได้แล้ว!” ซอลว่าเสียงดังหลังจากเล่าทุกอย่างให้เพื่อนตนฟัง ทันทีที่ถึงหอพักซี้ของเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดีโดยการหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด


จนถึงห้องพักเสียงซอลจึงได้แต่ไล่เตะเพื่อนตัวดีที่เอาแต่หัวเราะจนคนยอมหยุดพร้อมกลั้นเสียงหัวเราะ


“ไล่เตะกูได้แบบนี้หายดีแสดงว่าหายแล้วใช่มะ” คนหายดีเบ้หน้าใส่ก่อนตอบ


“ก็ยังปวดหัวหน่อยๆแต่ก็ดีขึ้น”


“สงสัยได้ยาดี”


คนได้ยาดีตบไหล่เพื่อนดังพลั่ก ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้งเมื่อนึกย้อนเหตุการณ์ เพราะเป็นคนนิสัยแข็งกร้าว สนิทกับคนยากและไม่ค่อยแสดงออกด้านนี้มากเท่าไหร่ทำให้เขาเขินจนอยากมุดแผ่นดินหนีเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนกับคนที่ไม่เคยคุยด้วยสักครั้ง


โทนหัวเราะชอบใจเห็นท่าทีของเพื่อน “เป็นไง คุณลิลลี่ของมึงสวยมั้ย” คำตอบคือหมัดหนักๆพุ่งเข้าที่ท้องน้อย เพื่อนตัวเล็กหน้าแดงก่ำเป็นอีกคำตอบ โทนไม่เข็ดกับการต่อต้านของเจ้าตัว เอ่ยถามขึ้นอีก


“แต่ถึงเขาเป็นผู้ชายมึงก็ไม่ได้เกลียดหรือเลิกชอบใช่ไหม”


ซอลถลึงตาใส่ซี้อย่างอาฆาต อย่างไรเสียใบหน้าแดงก่ำนั่นก็ยืนยันในความรู้สึกทุกอย่างได้หมดแล้ว


“กูจะนอน” ซอลว่าพลางมุดเข้าผ้าห่มตัดบทสนทนา


เพราะคำพูดของเพื่อนสนิทตนเชือดเฉือนหัวใจทุกประคำ ใช่ นอกจากเขาจะไม่ได้เกลียดที่คนในฝันของเขาเป็นผู้ชายร่างสูง ซอลเพียงแค่ตกใจมากก็เท่านั้น แต่เจ้าตัวรู้ไม่ว่าความรู้สึกหลังจากนี้คืออะไร เขารู้ว่าตัวเองตกหลุมรัก ‘เสียงเพลง’ ของบ้านข้างๆมานานแล้วก็จริง แต่ไม่เคยคิดว่าหากได้เจอตัวจริงเป็นเช่นไร อันที่จริงเขาไม่คิดว่าความรักนี้จะได้โคจรมาพบกันเสียด้วยซ้ำ


ใจดวงน้อยเป็นเป็นส่ำเมื่อคิดถึงเหตุการณ์น่าอาย ทั้งใบหน้าและน้ำเสียงของเพลง ทุกอย่างทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง หัวใจเขาเต้นรุนแรงขึ้นจนห้ามไม่ได้เมื่อค้นหาคำตอบของการกระทำตัวเองได้



โดยไม่ทันตั้งตัวเขากลับตกหลุมรักคนๆนี้อีกครั้ง และมากกว่าทุกครั้ง






.


วันใหม่เลยผ่านไป ตอนนี้พ่อแม่เขากลับมาจากต่างจังหวัดแล้วและเขาก็ได้เข้าบ้านตัวเองได้อีกครั้งเสียที เป็นอาทิตย์แล้วที่เขาแอบจ้องผ่านผ้าม่านมองไปยังบ้านตรงข้ามทุกเวลาที่เผลอตัว


เขาไม่ได้ยินเสียงเปียโนอีกเลย


ข้อความที่เคยเขียนไว้สองข้อความมีเพียง ‘ขอบคุณที่ช่วยดูแล’ และ ‘เพลงเพราะมาก’ ที่แปะอยู่หน้าตู้เย็นและเปียโนสีอ่อนตามลำดับ เขารู้ว่าเพียงแค่นี้ไม่อาจส่งความรู้สึกของเขาได้ทั้งหมดอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้จะเขียนอะไรให้มันมากกว่านี้


ถึงแม้จะรู้ว่าคนข้างบ้านไม่ได้เล่นเปียโนบ่อยอะไรขนาดนั้น แต่ในเวลานี้ใจเขากลับต้องการเสียงเพลงที่คุ้นเคยบรรเลงออกมา เสียงเปียโนที่บรรเลงในวันนั้นยังคงดังก้องในหัวเขาชัดเจนราวกับกดฟังในแผ่นเสียงก็ไม่ปาน ทุกตัวโน้ต ทำนองเขาจำมันได้ขึ้นใจ อันที่จริงต้องเรียกว่ามันติดอยู่ในใจตลอดเวลามากกว่า


ซอลไม่ได้คุยกับเพลงอีกเลยตั้งแต่วันนั้นเช่นกัน บรรยากาศในตอนนี้ดูจะเงียบเหงาเป็นพิเศษ เขาวางดินสอในมือลงก่อนเผลอหันไปมองบ้านตรงข้ามอีกแล้ว


หากแต่ครั้งนี้กลับไม่ว่างเปล่าเหมือนทุกครั้ง เขาเห็นเจ้าของผมสีกาไขกุญแจรั้วบ้านก่อนเปิดมันเข้าไป เพราะเมื่อก่อนไม่เคยที่จะใส่ใจบ้านตรงข้าม ไม่เคยพบเห็นหรือรู้จักแต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป พอได้ใกล้ชิดกันครั้งหนึ่งกลับทำให้เขาหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึง หรือพบเห็น..


เพลงเดินหายเข้าไปในบ้านแล้วแต่หัวใจเขายังสั่นระรัว และสั่นมากขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าตัวติดสินใจอะไรบางอย่าง ซอลเดินออกจากบ้านตัวเอง สูดลมหายใจเรียกกำลังใจครั้งที่หนึ่งร้อยของวัน กระชับถุงพลาสติกในมือแน่น ขาเรียวก้าวสั่นๆไปยังหน้าบ้าน พร้อมกับตัดสินใจกดกริ่งเรียกคนในบ้าน


เสียงหัวใจที่ดังทะลุออกมาจากอกทำลายความเงียบ ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวมากจนเขากลัวว่ามันจะเด้งหลุดออกมานอนกองตรงพื้นเสียจริงๆ ไม่นานนักเจ้าของบ้านก็ออกมา


ซอลสูดลมหายใจเข้าอีกเฮือกใหญ่


ใบหน้าที่ไม่ได้เจอมาราวหนึ่งอาทิตย์เผยออกมาให้เห็น


ดวงตาสองคู่สอดประสาน


เพลงดูแปลกใจที่เห็นเขายืนจังก้าอยู่ตรงหน้า ส่วนแขกตรงหน้าก็อึกๆอักๆไม่ยอมพูดอะไรออกมาเสียที ซอลอ้าปากพร้อมๆกับหุบ วนอยู่อย่างนั้นได้สามสี่ครั้งจนตัวเองยังรู้สึกรำคาญ จะอะไรนักหนาก็แค่พูดๆไป เสียงซอลปิดปากสูดลมหายใจเข้าอีกเฮือกหนึ่ง


“เอา...เอาเสื้อมาคืน..”


“อ๋อ...ครับ..”


เขายื่นถุงพลาสติกที่ใส่เสื้อของคนตรงหน้าผ่านประตูรั้วสีอ่อน เจ้าของเรือนผมสีการับมันไว้ ทั้งคู่ยืนนิ่งสร้างความเงียบเสียงดังอีกครั้ง เจ้าของเปียโนสีขาวส่งสีหน้าสงสัยออกมา คิดว่าคนตรงหน้าน่าจะหมดธุระกับเขาแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่จะไม่ได้พูดคุยกันอีกก็ตาม แต่คนตัวเล็กกว่ากลับเอาแต่ยืนก้มหน้านิ่งไม่ไปไหน ทำให้เขาต้องรอดูการกระทำของเจ้าของดวงใจ


 เสียงซอลเงยหน้าขึ้นมาพลันรวบรวมความปรารถนาของเขาที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะพูดคำนี้กับคนตรงหน้ามานาน







“เล่นเปียโนให้ฟังหน่อยสิ”






.


คนฟังเงยหน้าขึ้นมาสบตาพร้อมฉีกรอยยิ้มกว้าง….ได้เป็นคำตอบ






ให้เพลงผูกพันสองใจ...นานเท่านาน
[/i]





| | | | | | | | | |





กะให้ตอนนี้เป็นตอนจบ แต่คิดว่าคงมีตอนพิเศษออกมาอีกหน่อยๆ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
มาต่ออีกนิดเถอะฮะ..ไม่อยากจิ้นไปเอง แหะๆๆๆ :mew2:

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
น่ารักจัง  ขอตอนพิเศษแบบหวานซึ้ง :L1:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
น่ารักกกกกกกกก  :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ นอนกินแรง

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-4
ชอบบบ น่ารักมากเลย feel good มาก

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
รอตอนพิเศษค่ะ เพลงยังไม่รู้เลยนะว่าลิลลี่ที่เคยได้ยินน่ะหมายถึงตัวเอง

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เสียงซอล เพลง  :mew1: :mew1: :mew1:
รอตอนพิเศษ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ tear0313

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :hao5: :hao5: :hao5:
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ KKKwanGGG

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-2
น่ารักมาก ........................... ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2

ออฟไลน์ sebest

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 72
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
รอตอนพิเศษค่ะ

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
รอตอนพิเศษค่ะ

 :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1403
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-4

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
เป็นเรื่องสั้นที่รู้สึกอิ่มเอมหัวใจมาก ชอบที่มีดนตรีเป็นสื่อกลาง :o8:
รอตอนพิเศษอยู่นะคะ ไม่อยากมโนไปเอง 55555

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
รอตอนต่อไป  :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
ต่างคนต่างชอบมีเสียงเปียโนเป็นสื่อรัก
รอตอนพิเศษน่ะ

ออฟไลน์ Byeolismes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่ารักมากค่ะ  อ่านตอนจบนี่ใจแทบลอยออกจากตัว555 :heaven  :hao7:

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
น่ารักมากเลย..อ่านแล้วยิ้มตามเลยค่ะ  :impress2:

ออฟไลน์ phai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
เรื่องนี้ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ เลย

ออฟไลน์ КίmY

  • BJYX♥
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1715
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-3
น่ารักแบบใสๆอ่ะ ชอบบ   :-[
 :L2: :pig4: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ BooJiRa_

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ต่อเถอะนะ พลีสสสสสสสส :o8: :-[

ออฟไลน์ mizzmizz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
มาต่ออีกนิ้ดดดดด นะคะๆ  :hao5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด