Butterfly Fragments [#Fictober] (เรื่องสั้นตอนเดียวจบ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Butterfly Fragments [#Fictober] (เรื่องสั้นตอนเดียวจบ)  (อ่าน 13309 ครั้ง)

ออฟไลน์ RAINYDAY

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1247/-5
    • FB page
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-02-2017 18:16:26 โดย RAINYDAY »

ออฟไลน์ RAINYDAY

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1247/-5
    • FB page
Re: Butterfly Fragments [#Fictober]
«ตอบ #1 เมื่อ24-02-2017 18:15:47 »

ขออนุญาตอธิบายก่อนนิดนึง ว่าอันนี้เป็นเรื่องสั้นจากกิจกรรม #Fictober เมื่อเดือนตุลาคมปี 59 ที่ผ่านมาค่ะ ปีที่แล้วเล่นอยู่ที่ทวิตเตอร์ แปะฟิคสั้น/แดรบเบิ้ลลงทวิตฯ เป็นรายวัน วันละตอน ตั้งใจจะไล่ไปจนครบ 31 วันตามจำนวนวันในเดือนนั้น เนื้อเรื่องอยู่ในธีมเดียวกัน (จะว่าไปก็เป็นเรื่องเดียวกันเลยนั่นเอง) แต่ว่าเกิดเรื่องเศร้ากับประเทศไทยขึ้นก่อน ตอนนั้นจึงหยุดเขียนไปค่ะ
มาถึงตอนนี้ นึกถึงขึ้นมา ว่าแอบเสียดายพล็อตที่เคยคิดไว้ เลยหยิบมาเขียนต่อ โดยคงคอนเซปต์เดิม ซอยย่อยเป็นตอนสั้น ๆ ทั้งสิ้น 31 ส่วน เหมือนค่อย ๆ อ่านเนื้อเรื่องไปทีละวันตามความตั้งใจดั้งเดิมของผู้เขียนค่ะ

หมายเหตุ - รายละเอียด ว่า #Fictober คืออะไร ขอแปะลิ้งค์ที่มาดังนี้ค่ะ
https://minimore.com/b/tips/17
https://twitter.com/noirpoipoison/status/782785879966224385

ขอบคุณสำหรับกิจกรรมดี ๆ ที่ทำให้ได้ถือเป็นโอกาสเขียนเรื่องสั้นขึ้นมาอีกเรื่องค่ะ




Butterfly Fragments

[#Fictober]

 

 


- 1 -

 

 

รักผมคนเดียว คุณบอกผม 

รักเขาคนเดียว คุณบอกเขา 

 

ไม่เป็นไร...ผมกระซิบกับริมฝีปากเย็นชืดของคุณ 

ผมไม่คาดหวังคำขอโทษ 

 

ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรคนดี... 

อย่าร้องไห้อีกเลย 

 

ผมรู้...คุณจะไม่มีวันโป้ปดเช่นนั้นอีก 

 

คนตายพูดไม่ได้..จริงไหม? 

 

 

- 2 -

 

 

เขาบอกคนตายพูดไม่ได้ 

 

ผมมีสองข้อสันนิษฐาน 

หนึ่ง..ผมอาจยังไม่ตาย 

สอง...คนตายยังพูดได้ แต่คุณแค่ไม่ได้ยิน 

 

ทั้งที่เอื้อมมือไปกอด กลับไม่สามารถสัมผัส 

‘ผมไม่ได้โกหกคุณ’ ทั้งที่ตะโกนบอกเช่นนั้น กลับลอยไปไม่ถึงหู 

 

มีเพียงเสียงสายลมหวีดหวิว ห้อมล้อมเขม่าควันที่ลอยขึ้นสูงลิบบนท้องฟ้า 

ผมยังไม่ตาย หรือคุณแค่ไม่ได้ยิน

 

..เกรงว่าคงเป็นอย่างหลัง

 

 

- 3 -

 

 

ในเมืองที่ผู้คนขวักไขว่

แสงสีพร่างพราย กลับขับเน้นความอ้างว้างให้เด่นชัด

ความเดียวดายเหมือนโรคร้าย ยิ่งผลักไส มันกลับยิ่งกอดรัด เฝ้ากัดกร่อนผิวกาย ซึมลึกถึงเลือดเนื้อ แทรกลงแกนกลางของกระดูก ผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ไม่มีใครให้รอคอย และไม่มีใครรอคอยเขา

 

เขาหมดห่วงกับโลก เช่นเดียวกับที่โลกคงหมดห่วงต่อเขา

 

เขาเพียงอยากจากไปในความเงียบงัน

แต่การอันตธานโดยสมบูรณ์ สูญสิ้นทุกผัสสะเช่นนั้น คงต้องผ่านกระบวนการของความตาย   

 

เขาเร่งความเร็วของยานพาหนะ

เร่งจนราวกับจะให้มันพาตนข้ามไปสู่ดินแดนอื่นซึ่งอาจมีใครอีกคนรออยู่

 

เสียงระเบิดดังกึกก้อง

ร่างลอยขึ้นสูง กลิ่นคาวเลือดทะลักเข้าปอด

 

เสี้ยววินาทีนั้น ราวกับกำลังโผบิน

 

สายลมกรีดร้องหวีดหวิวข้างหู

 

‘ผมไม่ได้โกหกคุณ’

คล้ายได้ยินเสียงนั้นผสานเป็นเนื้อเดียวกับเสียงลม

 

เขาหลับตา คลี่ยิ้ม กางปีกที่มองไม่เห็น

 

ผมเชื่อ..   

 

 

- 4 -

 

 

“อยากไปดูผีเสื้อนี่นา”

“หยุดบ่นเสียที” รุ่นพี่เอ่ยเสียงเนือย “ช้าไปสักวันสองวัน สวนผีเสื้อไม่หายไปไหนหรอก”

“เฮ้อ”

“ถอนหายใจอะไร” แฟ้มเหล็กถูกเคาะลงกลางศีรษะเบา ๆ “เป็นเอ็กซ์เทิร์น[Extern-นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6]ตั้งใจหน่อย”

สุดท้ายก็ได้แต่ปลงยามดึก เปิดประวัติคนไข้คนล่าสุดดูคร่าว ๆ คนนี้ยังหนุ่ม ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ ตัวลอยออกจากที่นั่งคนขับมากระแทกพื้น ไม่ตายแต่ก็สาหัส มีประวัติเคยรักษากับแผนกจิตเวช มีอาการเห็นภาพหลอน หวาดระแวง ทำร้ายผู้อื่น เคยมีอุบัติเหตุมาก่อนเหมือนกัน แต่ไม่รุนแรงเท่า ครั้งนี้ถึงกับต้องเตรียมเปิดห้องผ่าตัดฉุกเฉิน

ส่วนสถานการณ์พวกเขาตอนนี้ห่างไกลจากสวนผีเสื้อที่ตกลงกันไว้กับคุณหมอรุ่นพี่ไปไกลโข

“เอ้า อ่านฟิล์ม” เสียงคนข้าง ๆ ดึงเขาจากภวังค์

“หา”

“อ่าน” คำสั่งมาอีกครั้ง เสียงเข้มกว่าเก่า ตามด้วยเสียงเมาส์คลิกรัว ๆ เป็นเชิงเร่ง ตรงภาพถ่ายรังสีเอ็กซ์ของกระดูกขาที่แตกเป็นชิ้นซึ่งฉายขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์ “เอาให้ครบ”

“เอ้อ...ก็..”

แถจนสีข้างเลือดซิบไปได้สักพัก คนฟังกลับยืนกอดอก ทำหน้าเหมือนว่ายังตอบไม่ถูกใจ

ครั้นแถต่อไปได้อีกหน่อยกระทั่งจนปัญญา ยอมแพ้ถามหาเฉลย กลับได้รับคำตอบพิลึกกลับมาแทน

“ผีเสื้อ”

“เอ๋?”

“ไม่ต้องมาเอ๋ เห็นหรือยัง”

เขาทำตาปริบ ๆ มองตามสายตาอีกฝ่ายไปยังภาพบนจอ เพ่งดูดี ๆ จึงค่อยพึมพำช้า ๆ อย่างไม่แน่ใจนัก พลางเอานิ้วชี้ภาพรังสีแสดงชิ้นกระดูกที่แตกออกเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายปีกผีเสื้อ มีชื่อเรียกที่เคยได้รับการสอนมา แต่ครั้งนี้ลืมพูดไป

“...Butterfly fragment?”

“ดูนี่ไปก่อนแล้วกัน”

อยากจะบ่นว่าทำไมไม่โรแมนติกเอาเสียเลย! อยากดูผีเสื้อตัวเป็น ๆ กันสองคนต่างหาก แต่กลับพบว่าตัวเองกำลังอ้าปากค้างอยู่ด้วยสีหน้าที่ดูโง่เง่าหนักกว่าตอนอ่านฟิล์มไม่ถูกเสียอีก แถมแก้มยังร้อนวาบเชียว

และกว่าเสียงจะกลับมาอีกหน ก็พบว่าอีกคนไม่อยู่ให้บ่นแล้ว หันหลังเดินฉับ ๆ ไปอีกทาง เห็นแต่ใบหูแดง ๆ จากด้านหลังเท่านั้น   

 

 

- 5 -

 

 

เพราะน่ารัก จึงได้รัก

หรือว่าเพราะรัก จึงได้น่ารัก

 

“ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อน” เขาถาม

“ไร้สาระ”

“พี่ตอบไม่ได้ละสิ” เขาทำปากจู๋ หรี่ตาล้อเลียนตาขวาง ๆ ของอีกฝ่าย “ไก่เกิดก่อน เพราะโปรตีนที่สร้างเป็นเปลือกไข่ มีแต่ไก่ที่ผลิตได้”

“คำถาม” อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้าง หน้าตาอิดโรย หลังอดหลับอดนอนทั้งคืนยิ่งทำให้ดูอารมณ์บูดหนักกว่าเก่า เพื่อนที่ผ่านมาข้างหลังถึงกับถอยออกไปอีกสองสามก้าวแล้วทำเนียนเดินหนีไปทางอื่น ได้ยินเสียงพึมพำแว่ว ๆ ว่าพี่น่ากลัวมาก สงสัยเมื่อคืนเวรยุ่ง

“อันนี้หักไทป์ไหน” น้ำเสียงคุกคาม ว่าพลางเอาปากกาเคาะหน้าจอ ชี้ภาพรังสีเอ็กซ์ส่วนกระดูกบริเวณหัวเข่าที่ผิดปกติ

เขาผงะนิดหน่อย อ้อมแอ้มตอบหลังใคร่ครวญอยู่อึดใจ “ไทป์...อืม...สาม?”

“ผิด!” เหมือนประกาศิตฟาดลงกลางกบาล “สี่ต่างหาก แล้วรักษายังไง”

“เอ้อ...”

“ตอบช้า แบบนี้ต้องผ่า ทีนี้รู้ไหมข้อบ่งชี้ในการเอาไปเปิดคือ?”

“...คือ...ขอกลับไปรีวิวหน่อย”

“ตายแน่ สอบไม่รอดแน่” มีแช่งอีก “ถามต่อว่าแล้วภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดคือ?”

“...อ๊าก ใจร้ายอะ!”

“ไปอ่านมา พรุ่งนี้มาตอบให้ครบ”

รุ่นพี่ส่งรอยยิ้มอำมหิต เห็นเขี้ยวขาวโผล่รำไรตรงมุมปาก น่าเจ็บใจตัวเองที่ดันเห็นว่าโคตรน่ารักไปอีก

 

เขารู้แล้ว ไก่เกิดก่อนไข่ฉันใด กับรุ่นพี่ที่เพื่อนพากันถอยกรูดคนนี้ก็เช่นเดียวกัน

เพราะรักแน่ ๆ จึงได้หน้ามืดเห็นว่ายักษ์น่ารักไปเสียได้! 

 

 

- 6 -

 

 

รุ่นพี่ถนัดมือขวา สวมนาฬิกามือซ้าย

เก้าอี้ประจำของเขาอยู่ฝั่งซ้ายของรุ่นพี่ เมื่อนั่งติดกัน จะมองเห็นแขนซ้ายคนข้างกายวางพาดบนที่เท้าแขน

"ข้อมือพี่สวยดี"

ไม่มีเสียงตอบ คนคนนั้นก้มหน้าเงียบ ๆ สนใจแต่หนังสือ

เขาคว้าข้อมืออีกฝ่ายยกขึ้นมา รู้สึกนาฬิกาที่เจ้าตัวสวมไว้ช่างเกะกะ พยายามดันขึ้นดึงลงอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าของข้อมือก็พ่นลมออกจมูก เอ่ยเสียงรำคาญใจ

"ไล่ surface anatomy ด้านหน้าของข้อมือมา"

งานเข้าอีกแล้ว

"ที่นายจับอยู่นั่นอะไร?"

"อืม..." นั่งลูบอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยอ้อมแอ้มตอบชื่อเส้นเอ็นที่วางอยู่ใต้นิ้วมือเขา "flexor carpi radialis?"

เห็นชัดดี เขาพยักหน้ากับตัวเอง คิดอยู่ในใจว่าสวย

"อันนี้ชอบเป็นพิเศษ" เขาย้ายไปจับที่เส้นเอ็นตรงกลางข้อมือ "palmaris longus"

ไล่ไปได้อีกแค่สองสามชื่อ รู้สึกอดใจไม่ไหวขึ้นมา เหลือบมองใบหน้าด้านข้างของรุ่นพี่พลางยิ้มเจ้าเล่ห์

"ผมกัดได้ไหม?"

ชีพจรที่ข้อมืออีกฝ่ายใต้นิ้วเขาเต้นเร็วขึ้นนิดหน่อย

โดยไม่รอคำตอบ เขาก้มหน้าลงไป ตั้งใจจะขบเบา ๆ ตรงนั้น

"โอ๊ะ!"

แต่โดนนาฬิกาข้อมือซึ่งถูกดันขึ้นไปเมื่อครู่ร่วงลงมาใส่จมูกเข้าก่อน

ได้ยินเสียงหัวเราะหึในคอของรุ่นพี่

แขนซ้ายย้ายกลับไปวางจุดเดิมบนที่เท้าแขน เขาจ้องมองนาฬิกาเรือนนั้น พลางคาดโทษมันอยู่ในใจ

 

 

วันถัดมา พวกเขานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ตัวเดิม

เขาเหลือบมองแขนซ้ายของอีกฝ่ายที่มักวางอยู่ในตำแหน่งประจำตรงที่เท้าแขน

ข้อมือซ้ายว่างเปล่า นาฬิกาหายไป

ครั้นชะโงกตัวมองข้ามไปอีกฝั่งจึงได้เห็น

รุ่นพี่ถนัดมือขวา และย้ายนาฬิกาไปสวมไว้มือขวา

เขาคลี่ยิ้ม

ก้มหน้าลง จูบแผ่วเบาที่ข้อมือซ้ายเปลือย ๆ

ครั้งหน้าไปท่องกล้ามเนื้อหลังหรือหน้าท้องมาดีกว่า

 

 

- 7 -

 

 

"อาการแย่ขนาดนี้ ติดต่อญาติไม่ได้เลย"

"น่าสงสาร"

"ยังหนุ่มแท้ ๆ ไม่มีใครมาเยี่ยมสักคน"

 

ผมมองไม่เห็นหน้าตาคนพูด เสียงเหล่านั้นราวกับมาจากที่ไกลแสนไกล ร่างกายที่คล้ายถูกพันธนาการจนขยับเขยื้อนไม่ได้ บัดนี้กลับเบาโหวง แค่กะพริบตาก็พร้อมลอยละล่อง

 

ใบหน้าคุ้นเคยปรากฏขึ้นกลางความว่างเปล่า

 

เขายิ้มอ่อนโยนเฉกเช่นทุกที

 

 

ใครว่าผมไม่มีคนมาหา

 

'ผมมาเยี่ยมคุณ' เขาบอก

เสียงนั้นไม่ได้ยินผ่านหู แต่ผมรู้สึก...ดังออกมาจากภายใน

'พาผมไปด้วย' ผมอ้อนวอน ดังออกมาจากภายในเช่นกัน 'ผมคิดถึงคุณ'

เขายิ้มรับ งดงาม..สว่างไสว

แสงสว่างสาดส่องจนตาพร่า

ความอบอุ่นแผ่ซ่าน กอดเกี่ยวผมไว้อ่อนโยน ราวกับมารดาประคองลูกน้อย

 

รูม่านตาผมขยายกว้าง

 

มันเบิกค้างอยู่เช่นนั้น...ไม่ตอบสนองต่อแสงใดอีก

 

 

- 8 -

 

 

"เขาตายแล้วนะ"

เขาเปรยถึงคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์

ชายหนุ่มคนนั้นกระดูกหักหลายตำแหน่ง ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง ทั้งอวัยวะในช่องท้องก็ฉีกขาดไม่น้อย หลังผ่าตัดใหญ่ ร่วมแรงร่วมใจกันหลายแผนกเพื่อยื้อชีวิต ทั้งศัลยกรรม ศัลยกรรมกระดูก ศัลยกรรมระบบประสาท ไปจนถึงอายุรกรรม พักในหอผู้ป่วยหนักได้อีกไม่กี่วันก็จากโลกนี้ไป

"อืม"

"พี่เคยร้องไห้เวลาเสียคนไข้ไปไหม?"

นานจนเขาเกือบลืมคำถามตัวเองแล้ว ค่อยมีเสียงพึมพำลอยเข้าหู

"เมื่อก่อน..ตอนยังเด็กกว่านี้"

"ทำไมถึงร้องล่ะ"

"เสียใจ"

"แล้วเลิกร้องตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"ไม่รู้"

เขายิ้มอ่อนใจให้คำตอบอย่างขอไปทีของอีกฝ่าย

"คนคนนั้น จากตอนที่มาถึงจนเขาตาย ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย"

"อือ"

"เพื่อนบอกเขาเคยมีแฟน" เขาเล่าตามที่เพื่อนซึ่งเวียนไปแผนกศัลยกรรมบอกมาอีกที "แต่เหมือนเขาเพิ่งฆ่าแฟนตาย ไม่รู้เห็นภาพหลอนหวาดระแวงอะไรอีกหรือเปล่า ก่อนจะมาเกิดอุบัติเหตุเอง"

รุ่นพี่พยักหน้า รับฟังเงียบ ๆ

"สมมติผมเข้าโรงพยาบาล พี่จะมาเยี่ยมผมไหม"

"นี่เราก็อยู่ในโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ?"

"ในฐานะคนไข้สิ"

"นายจะฆ่าพี่ก่อนไหมล่ะ?"

เขาทำหน้าเหลอหลา "ผมจะฆ่าพี่ได้ไง"

ฝ่ายนั้นยักไหล่ "งั้นก็คงมาเยี่ยมได้"

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นระบายยิ้มกรุ้มกริ่ม "เปรียบเทียบงี้คือยอมรับว่าผมเป็นแฟนพี่แล้ว?"

รุ่นพี่ล้มลงมองวันที่บนนาฬิกา กระซิบเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน

"วันที่แปด"

"หือ?"

"ครบรอบอีกเดือน"

เขาขยับเข้าไปนั่งใกล้อีกฝ่ายที่ทำท่าเหมือนหนาว อดไม่ได้จะเอื้อมไปกุมมือไว้หลวม ๆ ย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

"หมายถึง?"

ไร้เสียงตอบรับ เขาจึงทึกทักเอาเองเรื่องครบรอบอีกเดือนที่ว่า อาจหมายถึงฝ่ายนั้นเคยตกลงใจคบกับเขาแล้วเมื่อวันที่แปดเดือนไหนสักเดือน

แย่จริง ทำไมจำไม่ได้

เขาหัวเราะ โมเมเข้าข้างตัวเองต่อเนื่อง

"งั้นตกลงคบกันวันนี้แบบเป็นทางการเลยแล้วกันนะ"

 

 

- 9 -

 

 

“พี่สักด้วยหรือ?”

“อือ”

เขาไล้ปลายนิ้วไปตามลายรูปปีกผีเสื้อเล็ก ๆ บนแผ่นหลังอีกฝ่าย โคนปีกอยู่ตรงตำแหน่งสะบัก ดูคล้ายมีลวดลายสีน้ำเงินอ่อนช้อยงอกออกมาจากตำแหน่งนั้น

“สวย” เผลอพึมพำอย่างลืมตัว เอียงใบหน้า แนบแก้มลงตรงรอยสัก อดไม่ได้จะพล่ามต่อถึงผีเสื้อ “มันเป็นความสวยงามที่เกิดจากการดิ้นรน”

“เมตามอร์โฟซิส” รู้สึกได้ถึงการขยับเล็กน้อยตอนรุ่นพี่พยักหน้า “เคยเห็นคลิปตอนมันออกจากดักแด้”

“พี่รู้ไหม ผมโคตรชอบพวกมัน”

“รู้แล้ว”

“พี่สักก่อนหรือหลังจากรู้ว่าผมชอบอะ”

รุ่นพี่เงียบไปนาน นานจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง

ผิวแก้มแต้มสีเลือดฝาด กับเปลือกตาที่หลุบลงต่ำ บอกเขาว่าน่าจะเป็นคำตอบหลัง

 

 

- 10 -

 

 

"นี่"

"ว่า?"

"ผมจูบได้ไหม"

"ที่ไหน"

"ทั้งตัว"

เงียบไปพักใหญ่ รุ่นพี่ค่อยงึมงำเสียงเบาใต้ปลายจมูก "ให้แค่ที่เดียว"

"งกจัง" เขาว่ากลั้วหัวเราะ แต่ก็ก้มลงไปขบที่ต้นคอร้อนผ่าว แรงผลักไม่มากไม่น้อยส่งให้ร่างอีกฝ่ายหงายไปข้างหลัง ทั้งที่ริมฝีปากเขายังตามไปนาบอยู่ตำแหน่งเดิมไม่ยอมปล่อย

 

เข็มนาฬิกาหมุนวนไปหลายนาที

 

"นี่" คราวนี้เป็นเสียงรุ่นพี่ดังขึ้นก่อน "เมื่อไหร่จะเสร็จ"

เขาโคลงศีรษะอย่างดื้อดึง ปลายลิ้นยังคลอเคลียตรงนั้นไม่ห่าง บดเคล้ากลีบปากลงหนัก ๆ จนปรากฎร่องรอยเหมือนดอกไม้สีแดงเล็ก ๆ

"ก็พี่ให้แค่ที่เดียวอะ" เขาค้านในจูบ "ผมไม่ได้ทำผิดกติกาเสียหน่อย"

เมื่อเถียงไม่ออก ฝ่ายนั้นจึงทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลย กระทั่งเวลาผ่านไปอีกตั้งไม่รู้กี่นาทีแล้ว

 

"นี่"

เสียงเดิมร้องท้วงอีกครั้ง

"หือ?"

"พี่เมื่อย"

"แต่ผมยังนี่นา" เขาดื้อ

"ลุกก่อน"

"จะโกงผมหรือ"

"จะให้จูบที่อื่น"

เขาชะงัก ลอบยิ้มมุมปาก ถามเสียงใสซื่อ

"ที่ไหน?"

ว่าแล้วก็ดูดเม้มผิวเนื้อที่ต้นคอนั้นไว้อย่างกับจะถือเป็นตัวประกัน ส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่าหากสิ่งแลกเปลี่ยนไม่คุ้มค่าพอ ก็คงต้องอยู่ท่านี้กันไปอีกสักพักใหญ่

รุ่นพี่เงียบไปเกือบนาที จากนั้นถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน ก้มลงกระซิบแผ่วข้างขมับเขา

"ทั้งตัว"

 

 
- 11 -

 

 

รอยสักรูปปีกผีเสื้อของรุ่นพี่อยู่บนสะบักข้างซ้าย

มีแค่ข้างซ้ายข้างเดียว

เขาถอดเสื้อ หันหลังให้กระจก เอี้ยวคอมองภาพแผ่นหลังของตัวเองที่สะท้อนบนนั้น พลางเปิดรูปถ่ายปีกผีเสื้อสีน้ำเงินของอีกคนหนึ่งที่แอบถ่ายเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือเพื่อเปรียบเทียบ

ปีกที่สะบักขวาของเขายังมีสะเก็ดสีแดง ๆ อยู่ ด้วยเป็นรอยสักใหม่ แต่พอมองเห็นลวดลายที่ราวกับเป็นพิมพ์เดียวกันกับภาพในมือถือ ช่างสักฝีมือดีทีเดียว

แผลยังเจ็บ ๆ คัน ๆ แต่หากคิดว่าเป็นขั้นตอนก่อนจะออกจากดักแด้เป็นผีเสื้อ ก็นับว่าคุ้มค่าอยู่

เขาสวมเสื้อกลับ ยิ้มกว้างกับตัวเอง ตั้งใจรอให้สะเก็ดหลุดออกหมดก่อน จะไปอวดปีกผีเสื้อสีน้ำเงินที่เข้าคู่กันให้เจ้าตัวดู

 

 

- 12 -

 

 

"ปีกของพี่อยู่ข้างซ้าย ปีกของผมอยู่ข้างขวา แบบนี้ดีไหม"

"อืม"

เขาไม่แน่ใจนักว่า 'อืม' ของรุ่นพี่หมายถึงอะไร

หมายถึงการที่พวกเขามีรอยสักรูปปีกผีเสื้อคนละข้างเป็นเรื่องดี หรือการที่ร่างกายพวกเขาเกี่ยวกระหวัดกันเช่นนี้เป็นเรื่องดี

 

...อาจจะทั้งสองอย่าง...

 

เนื้อแนบเนื้อ แผ่นหลังแนบแผ่นอก

เขาขยับตัวกระชั้น บดเบียดให้ลึกลงอีก

ไม่กล้าคิดถึงเรื่องจิตวิญญาณ แต่ราวกับสิ่งนั้นกำลังหลอมละลายเป็นหนึ่งเนื้อเดียว

เหมือนเสียงดนตรีที่สอดประสาน...เหมือนบทกวีที่คล้องจอง

 

ปีกสีน้ำเงินทั้งสองสั่นไหว...คล้ายโบยบินไปพร้อมกัน

 

 

- 13 -


 

“ทำไมพี่ผอมจัง”

อีกฝ่ายไม่ตอบ เหลียวมองเขาด้วยสีหน้าอิดโรย จากนั้นเบือนหน้ากลับไปหลับตาอีกหน นิ่งไปทั้งที่ร่างกายยังเปล่าเปลือยโดยไม่คิดหาอะไรมาปกปิดไว้ก่อน

“ทำครั้งเดียวเอง หมดแรงแล้ว?” เขายังกระเซ้าต่อ ทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ตะแคงมองใบหน้านิ่งสงบในระยะใกล้ชิด “เมื่อคืนเวรยุ่งเหรอ?”

ตาโหลกว่าเดิม แก้มก็ดูคล้ายจะตอบลงนิดหน่อย

เขาไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มรุ่นพี่ รู้หรอกว่าง่วง แต่ก็อดกวนไม่ได้

“นี่..”

“อืม”

“เมื่อไหร่เราจะไปสวนผีเสื้อกันล่ะ”

ฝ่ายนั้นผงกศีรษะขึ้น มองเลยเขาไปยังปฏิทินบนโต๊ะ

“พรุ่งนี้แล้วกัน”

เขาพยักหน้ารับ เริงร่าขึ้นมาทันที ยื่นหน้าไปงับเบา ๆ ที่ปลายจมูกรุ่นพี่อย่างแสนมันเขี้ยว

ที่มุมหนึ่งจากหางตา เพิ่งเห็นว่ามีกรอบใส่ผีเสื้อสตัฟฟ์ไว้จำนวนหนึ่ง เรียงรายอยู่ตามผนังอีกฝั่งของห้อง บ้างแขวนไว้ บ้างวางพิงผนังอยู่กับพื้น แม้ดูว่ามีหลากสี แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกที่มีปีกสีน้ำเงิน ไม่ยักรู้ว่ารุ่นพี่เก็บของพวกนี้ไว้เต็มห้องตั้งแต่เมื่อไร แต่จะขอคิดเข้าข้างตัวเองสักหน่อย ว่าคงเป็นเพราะเห็นเขาชอบเลยหามาเก็บไว้ก็แล้วกัน

สวยจริง ๆ นั่นละ

ผีเสื้อปีกสีน้ำเงินแสนสวย ต่อให้กลายเป็นเพียงซากศพก็ยังคงความงดงาม

เขาเบือนสายตากลับมายังปีกสีน้ำเงินบนแผ่นหลังรุ่นพี่ จับจ้องอยู่เนิ่นนาน

ราวกับมีแรงดึงดูดลึกลับให้โน้มตัวลง จูบแล้วจูบเล่าบนปีกข้างนั้นไม่รู้หน่าย

 

 

- 14 -

 

ปีกผีเสื้อข้างหนึ่งร่วงอยู่บนพื้น ส่วนตัวของมันไม่อยู่แล้ว

มันอาจถึงแก่อายุขัย หรือไม่ก็อาจถูกเด็ดปีก เหมือนดังความรักของเด็กไม่รู้จักโตบางคน ที่หากบอกว่ารัก อาจหมายความถึงรักจนอยากเด็ดปีกทิ้งด้วยมือตัวเอง

เขาก้มลงมองปีกข้างนั้นด้วยความรู้สึกปั่นป่วนยากอธิบาย

“ไปกันเถอะ” รุ่นพี่เรียกเขาที่ยืนเหม่อ “ซื้อบัตรมาแล้ว”

เขาพยักหน้า เอื้อมไปกุมมือฝ่ายนั้นไว้ในมือตัวเอง เดินเคียงข้างกันผ่านประตูเข้าไปในสวนผีเสื้อ

แน่นอนว่าเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่คุ้นเคยเหลือเกิน

เขากระชับนิ้วมือ เหลียวมองคนข้างกาย

ใบหน้าอีกฝ่ายซีดเซียว แต่ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา

เหมือนอย่างผีเสื้อสตัฟฟ์ หรือปีกผีเสื้อบนพื้นที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา

ต่อให้เหลือเพียงซาก ก็ยังสวยงามจนอยากเป็นเจ้าของ

 

 
- 15 -

 

 

กลับถึงหอ รุ่นพี่โยนหางบัตรจากสวนผีเสื้อลงลิ้นชัก

เขาชะโงกมองตาม เห็นหางบัตรจำนวนมากกองอยู่ในนั้น ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

“พี่เคยไปหลายครั้งแล้วหรอกหรือ?”

รุ่นพี่หันกลับมามองเขานิ่ง ครู่ใหญ่กว่าจะตอบ

“อืม”

“ไม่เห็นชวน!” เขาตัดพ้อ แสร้งทำเสียงน้อยอกน้อยใจ

ฝ่ายนั้นพ่นลมออกทางปาก ช้อนสายตามองเขา อุบอิบด้วยเสียงเบาหวิว “ไปเซอร์เวย์ก่อนพานายไปไง”

แก้มซีด ๆ ขึ้นสีแดงบางเบา ขณะเจ้าตัวหันไปแขวนกรอบผีเสื้อสตัฟฟ์ตัวใหม่ที่เพิ่งได้มาเพิ่มไว้บนผนัง เป็นผีเสื้อ Papilio ulysses ตัวโต ปีกสีน้ำเงินกางแผ่เหมือนกำลังโบยบินอยู่บนพื้นขาว ข้างกับ Blue Morpho didius ที่คลี่ปีกรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว

เป็นซากที่สวยสมบูรณ์มาก หากเป็นเวลาปกติ เขาคงยืนจ้องอยู่นิ่ง ๆ ได้เป็นนานสองนาน แต่ตอนนี้กลับถูกคนที่กำลังแขวนมันกับผนังดึงความสนใจไปจนหมด

เขาก้าวเข้าไปกอดรุ่นพี่ไว้จากด้านหลัง สอดมือเข้าใต้วงแขนอีกฝ่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเจ้าตัวทีละเม็ดแล้วเปลื้องมันลงมากองกับพื้น

รอยสักที่เขาหลงรักปรากฏแก่สายตา

แวบหนึ่ง...เกิดนึกถึงซากปีกผีเสื้อที่ร่วงลงบนพื้น

เขาอ้าปาก ฝังเขี้ยวลงไป แสดงความเป็นเจ้าของ

 

 

- 16 -

 

 

เพราะรุ่นพี่อยู่คนเดียวในห้องพักนี้ เขาจึงมานอนด้วยได้โดยสะดวก จะกลางวันหรือกลางคืนก็เข้าออกเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของห้อง

รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นผู้ร่วมอาศัยกันไปแล้ว

“อรุณสวัสดิ์” เขาส่งเสียงปลุกริมหูอีกฝ่ายในสายวันหนึ่ง ทว่าไร้การตอบสนอง

“พี่?” ลองเรียกซ้ำ ขบเม้มเบา ๆ ที่ติ่งหู เมื่อยังนิ่งอยู่ มือก็ค่อย ๆ ปัดป่ายไปใต้ชายเสื้อ ล้วงขึ้นมาตามแผ่นอกอย่างจงใจก่อกวน

ทว่านิ่งเหลือเกิน...นิ่งเกินไป

หัวใจยังเต้นให้สัมผัสได้อยู่ใต้ฝ่ามือ แต่ผิวกายนั้นเย็นเฉียบ

หากไม่ใช่เพราะยังหายใจสม่ำเสมอ หัวใจยังบีบตัวเป็นจังหวะ อาจคิดว่าเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณเหมือนกับบรรดาซากผีเสื้อบนผนัง

เขาฉุกใจ ย้ายมือมาเปิดเปลือกตาอีกฝ่าย

รูม่านตาหดเหลือเล็กจ้อย เหมือนหัวเข็มหมุดที่ปักตรึงบนหลังแมลง

 

 

- 17 -

 

 

นับจากเหตุการณ์นั้น รุ่นพี่ต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน

มันเป็นตลกร้ายอยู่เหมือนกัน เมื่อปกติทำงานในโรงพยาบาล พักในหอพักของโรงพยาบาล ก็คล้ายจะเรียกเป็นมุกตลกว่านอนโรงพยาบาลอยู่เป็นปี ๆ แล้ว แต่นอนในที่นี้คือนอนจริง ๆ นอนในฐานะคนป่วย

“สงสัยจะเผลอกินยาเกินขนาด ลืมไปว่ากินแล้วเลยกินอีก”

คำแก้ตัวไม่สมกับเป็นหมอเอาเสียเลย

เขานั่งเท้าคางอยู่ข้างเตียง จ้องมองดวงหน้านิ่งสงบของรุ่นพี่แล้วก็ได้แต่ถอนใจเฮือก

“ต้องกินยาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่อง”

“นายเคยรู้ แต่ลืมเองไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงอย่างกับจะตัดพ้อ ไม่ยักรู้ว่ารุ่นพี่ที่แสนเคร่งขรึมของเขาทำเสียงอย่างนี้เป็นเหมือนกัน จะน่ารักเกินไปแล้ว

“เปล่าลืมเสียหน่อย” เขาเถียง มองซองยาเปล่า ๆ บนโต๊ะข้างเตียงคนป่วย เป็นยากลุ่มที่ออกฤทธิ์กล่อมประสาท มีผลทำให้ง่วงซึม แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ารุ่นพี่มีปัญหาจนต้องกินยาพวกนั้น “พี่ปรึกษาอาจารย์แล้วใช่ไหม”

“อือ”

“อาจารย์ว่าไง”

“ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

อยากจะเชื่ออยู่หรอก แต่หน้าตาไม่เห็นเหมือนคน ‘ไม่เป็นอะไรมาก’ สักนิด

“ปากแข็ง” เขาว่า พลางลุกขึ้นยืน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่าย

“ไม่นี่” คนคนนั้นค้าน สีหน้านิ่งสงบ แต่พวงแก้มเริ่มมีสีเลือดฝาดแต่งแต้ม

“ไหนพิสูจน์?”

ครั้นเขาขยับเข้าไปใกล้อีก ดวงตาคู่นั้นก็ปรือลงช้า ๆ จนปิดสนิท

กลีบปากแนบกันแผ่วเบา

อันที่จริง...อาจไม่ได้ปากแข็งเท่าไร

ก็นิ่มดีนี่นะ

 

 
- 18 -

 

 

เสียงเคาะยังจบลงไม่ทันถึงวินาที ประตูห้องผู้ป่วยก็เปิดผาง

บรรดารุ่นพี่รุ่นน้องยกโขยงเข้ามากลุ่มใหญ่ ส่งเสียงอึกทึก ล้อมหน้าล้อมหลังเตียงของรุ่นพี่ พูดคุยกันประหนึ่งไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา

โมโหอยู่นิดหน่อยเหมือนกัน แต่ต้องอดทนไว้ ขืนอาละวาดออกไป มีแต่จะทำให้ฝ่ายนั้นลำบากใจเปล่า ๆ

ทว่าถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้น ก็ห้ามความรู้สึกยากอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจะว่าตั้งใจก็อาจใช่ จึงได้ปัดแก้วน้ำด้านหลังหล่นลงกระแทกพื้น

เสียง ‘เพล้ง!’ ดึงให้ทั้งห้องเงียบกริบไปครู่หนึ่ง สายตาทุกคู่เพ่งมายังเศษแก้วชิ้นเล็กชิ้นน้อยและน้ำซึ่งเจิ่งนองบนพื้น

“...มึง...” รุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่มาเยี่ยมส่งเสียงหวาด ๆ หันหน้ากลับไปมองคนบนเตียง เสี้ยวหน้าที่เห็นด้านข้างขาวซีดเสียยิ่งกว่าคนป่วย ใครอีกคนหนึ่งเดินมาเก็บเศษแก้วด้วยมือสั่นเทา พลางเหลียวมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง

“ง่วงแล้ว” รุ่นพี่ของเขาเอ่ยเสียงเรียบเป็นเชิงตัดบท “ขอบใจที่มาเยี่ยม พวกนายก็ไปพักเถอะ”

ไม่มีใครคัดค้าน ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบผิดกับขามา

 

 

- 19 -

 

ประตูปิดลง ฟ้าด้านนอกมืดสนิท

“อย่างอแงสิ” อีกฝ่ายว่า เมื่อในห้องเหลือเพียงพวกเขา

“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

“แล้วที่แก้วแตกนั่นล่ะ?”

เขาเถียงไม่ออก เลยยักไหล่แทน จากนั้นเดินเข้าไปอ้อน ก้มลงกอดอีกฝ่ายไว้ทั้งตัว ทิ้งน้ำหนักลงบนอกรุ่นพี่อย่างไม่เจียมว่าตนเองตัวใหญ่กว่าอีกฝ่ายเสียอีก

“ก็พี่มัวแต่สนใจคนอื่น”

ว่าพลางรัดแขนแน่นขึ้นอีก

“...พี่อึดอัด”

“อึดอัดให้ตายไปเลย” เขาว่าทีเล่นทีจริง ตั้งใจว่าจะแช่อยู่ท่านั้นอีกสักชั่วโมงให้รู้แล้วรู้รอด

 
มีต่อรีพลายถัดไปค่ะ
v
v
v
v
v
v
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-04-2017 21:29:30 โดย RAINYDAY »

ออฟไลน์ RAINYDAY

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1247/-5
    • FB page
Re: Butterfly Fragments [#Fictober]
«ตอบ #2 เมื่อ24-02-2017 18:16:04 »

 

- 20 -

 

อุณหภูมิกายลดต่ำลง...ต่ำลง

เขานึกแปลกใจ เหตุใดยิ่งกอด เนื้อตัวกลับยิ่งเย็นเฉียบ

“พี่?” เขากระซิบแผ่ว พลางคลอเคลียใบหน้าอีกฝ่ายด้วยปลายจมูก “หนาวไหม?”

“...อือ” ตายังไม่ลืม แต่มีเสียงในคอแว่วมาว่าอย่างนั้น เป็นคำตอบหรือเพียงแค่ละเมอก็ยังไม่แน่ใจ

“ผมกอดแน่นอีกนะ...จะได้อุ่น”

รุ่นพี่ไม่ตอบ แต่ซุกตัวเข้าหาอ้อมแขนเขา

 

จวบจนยามเช้ามาถึง ปลายนิ้วมืออีกฝ่ายก็แทบกลายเป็นสีเขียว แต่ใบหน้าและเนื้อตัวกลับซีดขาวจนราวกับจะโปร่งแสงไปกับอณูอากาศ

 

 

- 21 -

 

 

ทุกสายตาของซากศพบนผนังกำลังจ้องมองเขา

 

ช่วงหลังนี้ เมื่อเข้ามาในห้องของรุ่นพี่ พบกรอบใส่ผีเสื้อสตัฟฟ์ที่นับวันยิ่งเพิ่มขึ้น เขารู้สึกราวกับพวกมันกำลังมองเขม็ง สังเกตทุกอากัปกิริยาของคนในห้อง

เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงเนื้อตัวเปลือยเปล่า ยืนนิ่งตรงหน้าพวกมัน ราวกับจะท้าทายสายตาของซากศพเหล่านั้น อวดปีกสีน้ำเงินบนสะบักขวาของตัวเอง ปีกแบบเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหลังรุ่นพี่แต่เป็นคนละข้าง

 

‘เขานอกใจนาย’

 

คล้ายได้ยินเสียงจากซากผีเสื้อบนผนัง พวกมันส่งเสียงให้ระงม แย่งกันตะโกนไม่หยุดหย่อน

 

‘ไอ้โง่’ ‘ไอ้โง่!’ ‘ไอ้โง่!’

 

ตามด้วยเสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู

 

หัวใจเขาเต้นโครมคราม เงี่ยหูฟังสิ่งที่แทรกในเสียงหัวเราะ

 

‘ไม่เห็นหางบัตรพวกนั้นรึไง เขาไปเที่ยวที่นั่นมากี่ครั้งแล้ว นายมันโง่’

 

เขากำหมัดแน่น ร้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ “โกหก!”

 

ผีเสื้อพร้อมใจกันหัวเราะเสียงแหลม ‘จำคนไข้คนนั้นไม่ได้แล้วเรอะ!? คนที่ตายไปโดยไม่มีใครมาเยี่ยม ที่จริงแล้วมีตลอด รุ่นพี่ของนายนั่นไง จำรอยสักรูปปีกผีเสื้อของไอ้หมอนั่นไม่ได้แล้วสินะ เห็นแล้วไม่ใช่หรือ นายมันไอ้โง่!’

 

เขายกมือปิดหู แต่เสียงนั้นก็ยังดังสนั่น ราวกับส่งตรงเข้ามาในหัวโดยไม่จำเป็นต้องผ่านโสตประสาท

 

รอยสักอะไรกัน รอยสักรูปปีกผีเสื้อนั่น มีแต่ของเขาและของรุ่นพี่ไม่ใช่หรือไง!?

 

ผีเสื้อกรีดร้องอีกครั้ง มิไยว่าเขาจะจับกรอบกระจกเหล่านั้นทุ่มทำลายจนแตกละเอียดบนพื้นอย่างไร เสียงที่ว่าก็ยังดังก้องอยู่ในหัว

 

ความทรงจำเกี่ยวกับรอยสักบนแผ่นหลังคนไข้ผู้—คล้ายว่า—ไม่มีใครมาเยี่ยม ค่อย ๆ กลับมาชัดเจนขึ้นทีละน้อย

 

 

- 22 -


 

รุ่นพี่กลับมาแล้ว เพื่อพบเศษซากของกรอบผีเสื้อสตัฟฟ์ซึ่งถูกทำลายไปกว่าครึ่ง

ใช้เวลาตกใจเพียงไม่นาน ก็ค่อย ๆ เริ่มต้นเก็บกวาดด้วยอาการสงบ

เขาเดินเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะอ้าปากถาม...แต่กลับนึกไม่ออกว่าจะถามเรื่องอะไร

...เค้นสมองอย่างไรก็นึกไม่ออก...ในหัวเหลือเพียงเสียงกรีดร้องไม่ได้ศัพท์ของซากศพผีเสื้อบนผนัง หนวกหูจนต้องทำลายทิ้ง แต่จำไม่ได้ว่าพวกมันพูดอะไรกับเขา

“...พี่ไปสวนผีเสื้อบ่อยเลยหรือ”

จู่ ๆ เขาก็ถามออกไปอย่างนั้น

รุ่นพี่วางมือจากเศษกระจก เงยขึ้นมองเขา

ดวงหน้าซีดเซียวนั้นราวกับคนกำลังจะร้องไห้

 

 

- 23 -

 

 

ความทรงจำเขาขาด ๆ หาย ๆ เป็นชิ้นส่วนคล้ายกระจกที่ถูกทุ่มลงกับพื้นจนแตกละเอียด

เหลี่ยมมุมคล้าย...แต่กลับต่อกันไม่สนิท

เขาทรุดตัวลงนั่ง เข่ากดทับลงบนเศษกระจก แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวด..

ในอกว่างโหวงเหมือนมีหลุมลึก

ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่า แต่ก็เช่นกัน เขาไม่รู้สึกถึงน้ำตา

 

รุ่นพี่วางมือที่กำลังเก็บกวาดซากผีเสื้อ กางแขนออก โอบกอดเขาไว้เงียบ ๆ

 

“ชู่วว..ไม่เป็นไร...พี่อยู่นี่”

แค่เสียงกระซิบเท่านั้น กลบเสียงกรีดร้องโหยหวยของซากศพบนพื้นและผนังลงสิ้น

 

เขากอดตอบอีกฝ่าย

อุณหภูมิกายของพวกเขาเย็นลง...เย็นลง...

 

 

- 24 -

 

ชีวิตกลับมาเป็นปกติ เว้นแต่เรื่องที่นับวัน ฝ่ายนั้นก็ยิ่งผ่ายผอม

“พี่กินให้เยอะหน่อยสิ” เขาขอร้องแกมบังคับ “แห้งจะเหลือแต่กระดูกแล้ว ตัวก็เย็นเฉียบ”

“รู้แล้ว วันนี้จะกินให้มากขึ้น”

แม้ดูเหมือนต้องการตัดรำคาญ แต่ก็รู้สึกดีที่คนหน้าโหดคนเดิมดูจะพูดเยอะกว่าเก่า พวกเขาพูดคุยกันเกือบตลอดเวลา พูดจนบางครั้งคนรอบข้างก็หันมามอง ส่งสายตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาให้

แต่เขาไม่เดือดร้อนเรื่องนั้นสักนิด ไม่เลย กระทั่งครั้งหนึ่งที่จับสังเกตได้ว่ามีอะไรผิดปกติ

 

คนไข้ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ ถามรุ่นพี่ที่กำลังคุยอยู่กับเขา

 

“หมอพูดกับใครน่ะ?”

 

 

- 25 -

 

 

ผู้คนหาว่ารุ่นพี่พูดคนเดียวเหมือนคนบ้า เมื่อเดินผ่านไปมา ได้ยินรุ่นพี่งึมงำกับเขาก็ทำหน้าตาประหลาดอย่างกับเห็นผี

พวกขี้อิจฉา

คงเห็นว่าเขาสนิทกับรุ่นพี่ที่สุด ไหนจะเรื่องที่อีกฝ่ายหน้าตาชวนมองต่อให้ขยันทำเป็นบึ้งตึง ขอบตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้าอยู่บ่อย ๆ อย่างนี้ก็เถอะ

เขาเดินมายืนขวางระหว่างพวกคนขี้อิจฉากับรุ่นพี่ของเขา

รุ่นพี่ที่กำลังทำหน้านิ่งงันไม่สะทกสะท้าน

คนพวกนั้นมองตรงมาอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าเป็นกังวล จากนั้นล่าถอยออกไปเงียบ ๆ

เขาลอบยิ้ม ครั้นพวกน่ารำคาญพ้นจากสายตาไปแล้ว ค่อยโน้มใบหน้าไปหา แนบจูบข้างขมับรุ่นพี่

สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายตัวสั่นน้อย ๆ

 

 

- 26 -

 

 

วันนี้ก็อีกแล้ว เพื่อนสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะพวกเขากำลังพูดคุยกันเช่นทุกวัน

เธอเดินผ่านเขาไปโดยไม่แยแส เสมือนหนึ่งตัวเขาเป็นแค่อากาศธาตุ สายตาจับจ้องมั่นคงอยู่กับอีกคน

“พี่คะ” เสียงเธอสั่นเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

เขาลอบเบะปาก มารยาหญิงชัด ๆ

สีหน้าเธอซีดขาวราวแผ่นกระดาษ สายตาเธอเหลือบมองรอยแผลเป็นรูปเส้นตรงยาวบนลำคอรุ่นพี่....รอยแผลเป็นที่เขาเองก็เพิ่งสังเกต

ไปโดนอะไรมานะ

“เขาตายไปเป็นปีแล้ว” เธอว่า “ทุกคนเป็นห่วงพี่มาก แต่พี่ก็ทำให้พวกเรากลัวด้วย”

รุ่นพี่เบือนหน้าไปทางอื่น ขณะที่เธอพูดต่อ

“เขาไม่อยู่แล้ว พี่อย่าพูดคนเดียวเหมือนกำลังคุยกับเขาอย่างนี้อีกเลย”

“ไม่ใช่เรื่องที่เด็ก ๆ ต้องมาห่วง” คนคนนั้นตอบกลับด้วยเสียงเย็นชา

“ไม่ใช่ความผิดของพี่นะคะ! ทุกคนก็รู้ว่าคืนนั้นเขาคลุ้มคลั่งจะฆ่าพี่ สุดท้ายพลาดตกจากหน้าต่างออกไปเอง”

 

หลังจบถ้อยคำนั้น เขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นโดยตลอด นึกรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เคยหลงลืม

 

นัยน์ตาเขาเบิกกว้าง...ผงะถอยไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว

 

 

- 27 -


 

รอยแผลเป็นบนต้นคอรุ่นพี่ คนไข้คนนั้นที่หมดลมหายใจไปโดยไม่เคยมีใครมาเยี่ยม

 

วันที่แปดตุลาคม

 

เขากรีดร้องเสียงแหลมสูง

 

รุ่นพี่โกหกว่ารักเขาคนเดียว แต่เขารู้ว่าเจ้าตัวก็บอกกับคนอื่นอย่างนั้นเหมือนกัน เขารู้ได้โดยทันทีตั้งแต่เห็นรอยสักรูปปีกผีเสื้อคล้ายกับบนสะบักซ้ายของรุ่นพี่ บนแผ่นหลังของคนไข้ที่เหมือนว่าไม่เคยมีใครมาเยี่ยมคนนั้น

เสียงแห่งความจริงดังอยู่ในหัวเขา เป็นความจริงแท้เหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก

 

โกหก!

 

จริงด้วยสิ...เหมือนที่ซากศพพวกนั้นพร่ำบอก

รอยสักที่เหมือนกัน หางบัตรสวนผีเสื้อที่มีมากมาย แต่เขาได้ไปเพียงแค่หนึ่งครั้ง

 

คนโกหก...

 

แต่ไม่เป็นไร เขาไม่คาดหวังคำขอโทษ

ไม่เป็นไร เขาว่า กดใบมีดคมกริบลงบนลำคออีกฝ่าย ผิวเนื้ออาบด้วยสีแดงฉาน

 

เขารู้ว่ารุ่นพี่จะไม่พูดโกหกเช่นนั้นอีกแน่ ๆ ไม่มีวันอีกแล้ว

 

คนตายพูดไม่ได้ จริงไหม?

 

 

- 28 -

 

วันที่แปดตุลาคม

 

ตั้งใจจะฆ่าให้ตายคามือ จะไม่ยอมให้ตกไปอยู่กับใครเป็นอันขาด

ถึงจะตายไปก็ไม่เป็นไร ปีกสีน้ำเงินแสนสวยนั่น ต่อให้เป็นแค่ซากศพก็จะยังคงความงดงามไว้ได้ ทั้งยังเป็นความงามที่ขึ้นต่อเขาเพียงผู้เดียว

 

แต่เพราะไม่ตายง่าย ๆ เอาแต่ดิ้นรนขัดขืน สีน้ำเงินสวยงามกลับกลายเป็นสีแดงชาดบาดตา

สุดท้ายเป็นเขาเองที่พลาด เซไปกระแทกขอบหน้าต่างกระจกที่เปิดค้างอยู่ พลัดตกลงไปจากอาคารชั้นที่แปด

 

ปีกที่มีเพียงข้างเดียวบินไม่ได้

 

เมื่อร่างถึงพื้น รอยสักรูปปีกผีเสื้อที่สะบักขวา ก็กลายเป็นแค่เศษเนื้อ

 

 

- 29 -

 

 

เพราะคิดถึง เฝ้าพะว้าพะวังไม่คลาย จึงกลับมาอยู่ข้างกายไม่ห่าง

 

หน้าคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับเปิดดูภาพรังสีเอ็กซ์เครื่องเดิม เขาโน้มตัวลง โอบกอดรุ่นพี่ไว้จากข้างหลัง

เนื้อตัวฝ่ายนั้นสั่นน้อย ๆ

“พี่หนาวหรือ?”

“นิดหน่อย”

“ผมตัวเย็นใช่ไหม?”

“อืม” รุ่นพี่ว่า เหลียวกลับมาทางเขา ยังไม่ทันได้พูดต่อ ริมฝีปากก็ถูกช่วงชิงโดยไม่สนใจว่าจะมีใครยืนอยู่แถวนั้นหรือไม่

ช่างปะไร ไม่มีใครเห็นเขาเสียหน่อย ขนาดวันนั้นจูบกันในห้องพักผู้ป่วยก็ไม่เห็น เขาหึงจนปัดแก้วแตกก็ไม่มีใครเห็น ขนาดเขาทุ่มกรอบกระจกเก็บผีเสื้อสตัฟฟ์ทิ้งนับสิบ คนก็ยังคิดว่ารุ่นพี่เป็นคนทำ

ครั้นผละออกจากจูบ พบว่าริมฝีปากฝ่ายนั้นซีดเหมือนไม่มีสีเลือด

“นึกออกแล้วหรือ?” รุ่นพี่ถามเสียงแผ่ว

เขาพยักหน้า

“เดี๋ยวนายก็ลืมอีก วนไปวนมา หลายรอบแล้ว”

“กี่รอบ?”

“นับไม่ถ้วน”

“ไม่เป็นไร” เขาว่า จูบอีกหน กระซิบกระซาบในจุมพิตเย็นเยียบ “มีพี่ก็พอ ให้พี่คอยเตือนผมใหม่”

พูดอย่างนั้น ทั้งที่ยังจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่คงเพราะตัวตนของเขาแสนเลือนราง คล้ายเป็นแค่เศษซากชิ้นส่วนของปีกเล็ก ๆ

ดังนั้น...แม้แต่ความทรงจำ ก็ยังค่อย ๆ จืดจางลงอีกหน

ลืมกระทั่งว่าร่างกายของตนที่เคยมีปีกสีน้ำเงินบนแผ่นหลัง..ได้กลับคืนสู่ผืนดินไปนานแล้ว

 

 
- 30 -

 

 

“อันนี้หักไทป์อะไร”

คำถามถูกยิงตรงแสกหน้า

เขาครุ่นคิด ยกมือปาดเหงื่อไปด้วย รู้สึกคุ้น ๆ กับภาพรังสีเอ็กซ์ของกระดูกบนจอเหลือเกิน แต่นึกไม่ออกว่าเคยโดนถามอย่างนี้มาก่อนหรือเปล่า

“อืม...ไทป์...สาม?” เขาลองตอบอะไรที่คล้ายจะตกค้างอยู่ในหัว

“ผิด!” ได้ยินแล้วถึงกับสะดุ้ง “สี่ต่างหาก แล้ววิธีรักษาล่ะ?”

มัวแต่คิดนานเพราะนึกไม่ออก หลังจากนั้นก็โดนยิงทำถามต่อรัว ๆ โหดร้ายที่สุด!

คนถามมองเขาอย่างอ่อนใจ ใต้ตายิ่งดูเหมือนดำคล้ำกว่าทุกที ริมฝีปากแห้งผากไปหมด ไหล่สั่นน้อย ๆ อย่างน่าสงสาร ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ผ่ายผอมลงขนาดนี้จนเหมือนแค่ลมพัดก็คงจะปลิวได้แล้ว

ระหว่างโดนบ่นว่าให้ไปอ่านหนังสือมาใหม่ เขาอดไม่ได้จะเอนตัวเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน

ทว่ารุ่นพี่กลับยิ่งตัวสั่น

สั่นราวกับทั้งร่างกำลังแช่อยู่ในถังน้ำแข็ง

 

 

- 31 -

 

 

“ลือกันว่าแฟนเขาที่ตอนนั้นเป็นเอ็กซ์เทิร์นเห็นรอยสักลายโหล ๆ ของคนไข้คนหนึ่ง ก็หึงจนกลับไปปาดคอพี่เขา แต่พลาดตายเองโดยไม่รู้ตัวว่าตายแล้ว แถมยังเหมือนจะวนเวียนอยู่รอบตัวพี่คนนั้นอีกเป็นปี ๆ ทำแก้วแตก ทำกระจกหล่น มีอะไรต่อมิอะไรให้คนพากันผวา” เธอหยุดเพื่อทบทวนความทรงจำนิดหนึ่งแล้วว่าต่อ “คนเห็นพี่คนนั้นพูดคนเดียว แต่เหมือนกำลังพูดกับแฟนที่ตายไปคนนั้น วัน ๆ นอกจากในโรงพยาบาล หอพัก ก็ไม่เห็นไปไหนนอกจากสวนผีเสื้อ เคยปรึกษาอาจารย์ก็แล้ว ตอนนั้นไดแอก[Diagnosis – วินิจฉัย]สคิส[Schizophrenia – โรคจิตเภท] แต่รักษายังไงก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเขาล้มป่วย สุดท้ายตายไปอีกคน นี่มันเรื่องระดับตำนานของโรง’บาลนี้เลยนะ มีแต่เธอที่ไม่รู้เรื่องแล้วยังจะพูดให้คนอื่นนึกถึงอีก”

“น่ากลัวเกินไปแล้ว!” สาวผมสั้นในเครื่องแบบนักศึกษาแพทย์ครวญออกมากับเพื่อนที่เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินมืดสลัว “ใครเขาให้เล่าเรื่องผีกลางค่ำกลางคืนอย่างนี้กัน”

“ก็ใครเริ่มล่ะ?” อีกคนทำหน้าผวา เหลียวมองไปรอบตัวอย่างหวาดระแวง

“ฉันแค่สงสัยว่าพี่ออโถฯ[Orthopedist – ศัลยแพทย์โรคกระดูก]ที่พวกนั้นพูดถึงเมื่อกลางวันเป็นใครเท่านั้นเอง”

“ก็เลยเล่าให้ฟังไง” เพื่อนสาวยักไหล่ ลูบแขนตัวเองป้อย ๆ “ไหน ๆ เธอพูดให้นึกถึงแล้ว จะให้ฉันกลัวอยู่คนเดียวได้ไง”

“พอแล้ว ๆ”

แต่อีกคนฟังที่ไหน ยังพูดต่อให้ขนลุกไปตาม ๆ กัน “แต่ก็ไม่รู้นะ ว่าสรุปแล้วพี่เขาเป็นบ้าหรือว่าโดนผีเอ็กซ์เทิร์นคนนั้นตามรังควาญจริง ๆ”

“พอเถอะ” เธอร้องปรามเสียงสิ้นหวัง เร่งฝีเท้าจ้ำอ้าวจนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง “อย่างน้อยก็ขอถึงหอก่อนได้ไหมล่ะ”

“นั่นสินะ” คราวนี้อีกฝ่ายกลับเออออ พากันซอยเท้าถี่ยิบ ไม่สนใจกระแสลมเอื่อยเย็นที่โชยผ่าน ทั้งยังไม่ทันได้เหลียวมองรอบตัว ว่าในยามค่ำคืนเช่นนี้ กลับยังมีผีเสื้อปีกสีน้ำเงินสองตัวบินหยอกล้อคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง..

 

 

รุ่นแล้วรุ่นเล่า นับสิบปีผ่านพ้น บางค่ำคืนก็ยังมีคนเห็นปีกสีน้ำเงินนั้นขยับไหวในความมืด ราวกับจะเย้าหยอกกันด้วยสิเน่หาเช่นนั้นไปตราบจนชั่วฟ้าดินสลาย

 

 

 

 

 

- End -









ไม่รู้จะเขียนออกมางงรึเปล่านะคะ

สองสามตอนแรก เป็นเรื่องของคนไข้และแฟนของเขา ซึ่งความจริงไม่เกี่ยวกับคู่คุณรุ่นพี่รุ่นน้องโดยตรงค่ะ แต่รุ่นน้องเธอหึงไปเอง โผล่มาเพราะช่วงเริ่มกิจกรรมวันแรก ๆ ที่เขียนรายวันตอนโน้น ยังไม่ได้คิดไกลว่ามาจะมาเป็นเรื่องเดียวกันแบบนี้ค่ะ แต่พอถึงวันที่ราว ๆ ห้า-หก ก็เริ่มคิด+วางแผนเนื้อเรื่องระยะยาวแล้ว ดังนั้นจึงออกมาเป็นแบบนี้



นาน ๆ ได้เขียนเรื่องสั้นที เพลินมือดีค่ะ แฮร่ ๆ



ก่อนจาก ขออนุญาตฝากงานเขียนที่เคยเขียนจบแล้วค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ *โค้ง*
- RainyDay -

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-03-2017 19:22:18 โดย RAINYDAY »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
อะไรจะคล้ายกันขนาดนี้ เหมือนเปลี่ยนคู่แต่ซ้ำรอยเดิมเลย ว่าแต่นักเรียนแพทย์รุ่นน้องคนนั้นป่วยทางจิตด้วยไหมคะ ถ้าไม่ใช่นี่ถือว่าเขาหึงโหดมากเลยนะนี่

ออฟไลน์ jimun

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
พล็อตดี สนุกมากเลยค่ะ เป็นอีกแนวไปเลย
อ่านแรกๆรุ่นพี่รุ่นน้องก็น่ารักดี มากลางๆชักเอะใจว่าใครสักคนจะไม่ใช่คน 55555
หลอนปนเศร้านิดๆนะคะ เพราะความหึงหวงแท้ๆ

กลายเป็นแฟนนิยายน้องเรนนี่เต็มตัวแล้วมั้งเนี่ย ชอบสไตล์การเขียนทุกแบบเลย รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ QXanth139

  • ♡동해 #Always13
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-5
ในที่สุดก็ได้อ่านจนจบ พล็อตดีมาก  o13

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ Perfumez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
พล็อตดีมากอ่ะ แอบคิดไว้แล้วต้องมีใครสักคนคลั่งแน่ๆTT
ช่วงรุ่นน้องหลอนได้ยินเสียงผีเสื้อนี่ พอดีนั่งอ่านที่มืดๆอยู่แล้วแอบกลัวนิดๆแฮะ555555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-02-2017 21:11:52 โดย Perfumez »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
ดำเนินเรื่องได้น่าติดตามมาก แปลกดี สนุกแต่แอบหน่วง..งงงงงง   :m15:

ออฟไลน์ monetacaffeine

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 701
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-5
คิดว่าถ้าไม่มีคำอธิบายตอนท้ายอาจจะแอบงง 2-3 ตอนแรกอยู่เหมือนกันค่ะ
อ่านแล้วสนุกมาก อยากให้คุณ RAINYDAY แต่งนิยายเกี่ยวกับหมออีก T ___ T .. ชอบค่ะ คือดีงาม 5555555
เนื้อหาก็แน่นมาก //คืออ่านแล้วต้องกลับไปเปิด Netter เลยค่ะ ลืมสิ้น แง TTTT

เข้าเรื่องดีกว่า
เป็นอะไรที่ Tragedy มาก เอ็กซ์เทิร์นหึงโหดมากค่ะ ขนาดจะปาดคอเลย แต่สัมผัสได้ถึงความ "รักมาก" ของทั้งสองคนจริงๆนะคะ
รุ่นพี่เองก็คงรักมาก แบบมากจริงๆ ขนาดว่าวนเวียนซ้ำอยู่ไม่รู้กี่จบก็ยังทำต่อไป รักจนน่าเศร้าเลยค่ะ
ตอนแรกเริ่มมานึกว่าตายทั้งสองคนด้วยซ้ำ ; - ; ..
จนสุดท้ายก็ดีใจมากกว่านะคะที่รุ่นพี่ตาย เหมือนความทรมานนี้ได้จบลงแล้ว ไม่ต้องวนลูปอีกต่อไป

ชอบมากเลยค่ะ จะรอติดตามต่อๆไปนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ puipimm

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พล็อตดี ภาษาสวยอีกแล้วววว ฮือออ ชอบมากค่ะ

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ КίmY

  • BJYX♥
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1733
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-3
โอ้ยยย ชอบบ  o13
 :L2: :pig4: :pig4: :L2:

ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
ชอบค่ะ แต่แอบสงสัยว่านายเอกจริงๆแล้วรักหรือกลัวกันแน่ที่พระเอกกลับมา ในความรู้สึกเราก็เหมือนปนๆกันอยู่อ่ะเน้อ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
สนุกมากเลยค่ะ ไม่รู้ว่ามองข้ามเรื่องนี้ไปได้ยังไง เพิ่งได้มาอ่าน ชอบพล็อตนี้มากเลย เอาไปทำหนังสั้นได้สบายๆ ชอบลายละเอียดเล็กๆในเรื่องด้วย แต่สำหรับเราจบดีนะคะ อย่างน้อยพี่เขาก็ไม่ต้องวนลูปแบบนี้ต่อไป  :mew4:

ออฟไลน์ van16

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 891
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
สนุกค่ะ  :pig4:

ออฟไลน์ PoPoe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ชอบมากค่ะ
ขอบคุณนะคะ :hao5:

ออฟไลน์ lalun

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ waiieiei

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
พลอตดี ข้อมูลแน่น ชอบมากค่ะ

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
ใช่ว่าแนวเรื่องแบบคนตายไปแล้วยังวนเวียนอยู่รอบๆ คนรักนี้จะยังไม่เคยมีใครเขียน แต่ที่คุณเรนี่ทำได้ดีมากๆ จนเรียกได้ว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้ทรงพลังสุดๆ ก็คือ สำนวนภาษาที่ดึงให้ผู้อ่านเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศของเรื่อง ทำให้รู้สึกเศร้าและอดเวทนากับชะตากรรมของตัวละครไปด้วย อีกอย่างเป็นเรื่องเกี่ยวกับทางการแพทย์ที่อ่านแล้วได้ความสมจริงมากๆ ค่ะ จนอยากจะอ่านที่คุณวันฝนตกเขียนอีกหลายๆ เรื่องเลย

ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้มากๆ เลยนะคะ  :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ polizila

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สนุกมากเลยค่ะ  :hao6:

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 721
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
สนุกดีค่ะ แอบหลอนตอนที่เป็นเรื่องเล่ากับเสียงผีเสื้อมากเลย :pig4:

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 907
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +226/-1
คือดีมากๆๆๆๆๆๆ  :z1:
ไม่ได้อ่านงานคุณเรนนี่นานก็ยังสนุกเหมือนเดิม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด