-ปลดล็อกให้ความรัก- ตัวอย่างตอนพิเศษ หนูด้วงรีวิว สารบัญหน้าแรกค่ะ 15/12/61
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: -ปลดล็อกให้ความรัก- ตัวอย่างตอนพิเศษ หนูด้วงรีวิว สารบัญหน้าแรกค่ะ 15/12/61  (อ่าน 108487 ครั้ง)

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้าม มิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด  โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
5.ขอ ให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่ นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว
6.อย่า พูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยาย ในรีพลายแรกด้วย เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

เวปไซต์แห่งนี้เป็น เวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


หมายเหตุจากผู้แต่ง

นิยายเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อคน สถานที่ เนื้อเรื่องถูกแต่งขึ้นทั้งหมดจากจินตนาการของผู้แต่ง อาจจะมีคำไม่สุภาพบ้างนิดหน่อยในการแทนตัวของตัวละครหรือคำเขียนที่ผิดเพี้ยนจากคำที่ถูกต้องไปบ้าง เพื่อแสดงอารมณ์ของตัวละครในบทสนทนา แต่จะพยายามให้น้อยที่สุดนะคะ และหากเนื้อเรื่องตอนใดของนิยายเรื่องนี้ไปคล้ายคลึงชื่อใคร สถานที่ใด เรื่องใดก็ตามต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วย แต่รับรองว่าเนื้อเรื่องทั้งหมดมาจากจินตนาการผู้แต่งล้วนๆค่ะ ขอให้สนุกกับนิยายเรื่องนี้นะคะ








 
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-04-2019 04:25:50 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-08-2019 12:58:26 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
ปลดล็อกให้ความรัก

กุญแจดอกที่ 1

‘ธรรมชาติของปลาเมื่อมันถือกำเนิดมามันก็สามารถว่ายน้ำได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาสอน หากไปถามมันว่ามันรู้สึกยังไงที่เกิดมาเป็นปลา มันคงไม่รู้จะตอบว่ายังไง ก็มันไม่เคยเป็นอย่างอื่นนอกจากเป็นปลาอย่างที่มันเป็นตั้งแต่ออกจากท้องแม่ของมัน’

ไอ้ข้อความข้างบนที่เคยอ่านจากในหนังสือเล่มหนึ่งมันทำให้พญานึกถึงตัวเอง

เขาคือนายพญา ภูมิเทพ ลูกชายคนเดียวของนายหัวพยนต์ ภูมิเทพ ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการมากมายบนเกาะใบไม้ครามแห่งนี้ ไม่มีใครบนเกาะที่ไม่รู้จักตระกูลภูมิเทพ แต่ชื่อเสียงที่ผู้คนรู้จักนั้นจะไปในทางไหนไม่ใช่เรื่องที่พญาใส่ใจ เขารู้แต่เพียงว่าตัวเองเกิดมาก็เป็นทายาทของตระกูลที่พรั่งพร้อมไปเกือบทุกอย่าง มีแต่คนรุมเอาใจ ไม่มีใครกล้าขัดใจในสิ่งที่เขาต้องการ พญายอมรับว่าพ่อของตัวเองเป็นนักบริหารที่มีฝีมือ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง เก่งเรื่องการทำธุรกิจ แต่พ่อไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของครอบครัว แม่ของพญาต้องตรอมใจตายเพราะพ่อเป็นคนเจ้าชู้ไม่รู้จักพอ ซ้ำ ‘พยงค์’ พี่สาวคนโตของพญายังถูกพ่อกีดกันความรักเหตุเพราะพี่พยงค์ไปรักกับคนที่ฐานะต่ำกว่า เมื่อพ่อบีบบังคับพี่พยงค์เลยต้องหนีออกจากบ้าน สุดท้ายพี่พยงค์ก็เสียชีวิตตามแม่ไปอีกคน เมื่อต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสองคนไป พญาก็คิดได้อย่างเดียวว่าทุกอย่างที่เกิดนั้น ‘เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของพ่อ’

มาถึงตอนนี้ทายาทของภูมิเทพก็เหลือแค่พญากับพเยียน้องสาวคนเล็กอีกคน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าทั้งคู่ถูกนายหัวพยนต์ตามใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ ใครๆ ก็พากันอิจฉาสองพี่น้องที่ได้เป็นทายาทของนายหัวพยนต์ ไอ้ก้านลูกน้องคนสนิทของพญามันเคยพูดกับพญาบ่อยๆ 

‘เกิดเป็นนายพญานี่โชคดีชะมัด มีใครบ้างที่ไม่อยากเป็นอย่างนาย นายน่าจะภูมิใจแล้วนะที่ได้เกิดเป็นลูกของนายหัว’

ไม่ใช่แค่ไอ้ก้านที่พูดประโยคนี้ พญาได้ยินแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนมันซึมซับลงไปในสมอง เขาลืมตาเกิดมาดูโลกวันแรกก็ได้เป็น ‘พญา’ ลูกชายนายหัวพยนต์ เป็นทายาทของตระกูลภูมิเทพที่ร่ำรวยมหาศาล สามารถใช้เงินที่มีจนตายไปสามสี่ชาติก็ยังไม่หมด โตมาก็ได้เป็นเจ้าของตลาดใหญ่ที่สุดบนเกาะใบไม้ครามโดยไม่ต้องใช้ความสามารถอะไร มีเงินใช้อย่างฟุ่มเฟือยทั้งที่ไม่ต้องออกแรงทำงาน มีลูกน้องที่สั่งเป็นสั่งตายได้แค่ใช้เงินโปรยให้พวกมัน มีแต่คนเกรงกลัวจนไม่กล้าที่จะมีเรื่องด้วยเพราะถึงอยากเอาผิดพญาแค่ไหนเงินของนายหัวพยนต์ก็ช่วยทำให้พญาเป็นผู้บริสุทธิ์ได้ทุกครั้ง มันก็สมแล้วที่ใครๆ จะอยากเป็น ‘พญา ภูมิเทพ’

ถ้าลองเปรียบตัวเองเป็นปลา พญาคิดว่าตัวเองนั้นไม่ผิดกับปลาฉลาม เกิดมาก็เป็นปลาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งท้องทะเล เป็นนักล่าโดยสัญชาตญาณ ไม่ว่าอยากได้เหยื่อตัวไหนมันจะพุ่งเข้าใส่จนได้มาในที่สุด ลำพองใจไปว่าในท้องทะเลที่กว้างใหญ่แห่งนี้ไม่มีใครที่จะกล้าต่อกรกับมัน แต่ใครจะไปรู้ว่าชีวิตของฉลามตัวนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อมันได้เจอกับนกตัวหนึ่งที่บินร่อนอยู่เหนือผิวทะเล นก...ที่มันมองเห็นว่าคือเหยื่ออันโอชะ มันตั้งใจจะจัดการเจ้านกตัวนั้นให้ได้อย่างที่เคยทำมาตลอด แต่นกตัวนั้นมันไม่เคยบินโฉบลงมาให้ปลาดุร้ายตัวนี้เอื้อมถึงเลยสักครั้ง ผ่านไปวันแล้ววันเล่ามันก็ทำได้แต่เฝ้ามองดูนกตัวนั้นบินด้วยท่วงท่าสง่างามอยู่เหนือท้องทะเล ยิ่งดูมันก็ยิ่งเห็นว่าเจ้านกน้อยตัวนั้นช่างสวยงามเกินกว่าที่จะเป็นเหยื่อให้มันทำลาย มันก็เป็นครั้งแรกที่เจ้าปลาฉลามนึกอยากมีปีก มันอยากทะยานตัวขึ้นไปเหนือน้ำเพื่อบินเคียงข้างนกตัวนั้นให้ได้ แต่ความปรารถนานั้นมันไม่มีวันเป็นจริง นับจากวันนั้นมันจึงได้รู้ว่าจ้าวแห่งท้องทะเลไม่ใช่ความภูมิใจของมันอีกต่อไป จะมีประโยชน์อะไรกับการเป็นจ้าวแห่งปลาแต่เคียงคู่กับสิ่งที่ปรารถนาไม่ได้

ตอนนี้พญาเลยมีคำถามเกิดขึ้นในใจ ‘โชคดี’ ที่ไอ้ก้านพูดถึงมันจะเรียกว่าโชคดีได้ยังไง คนโชคดีเขาต้องมีความสุขไม่ใช่เหรอวะ พญาได้แต่คิดแล้วก็ถอดทอนใจ

“นายยังคิดถึงคุณตังเหรอครับ” ไอ้ก้านมันถามนายของมัน คุณตังที่ไอ้ก้านพูดถึงก็คือนกน้อยตัวนั้นที่เจ้าปลาฉลามใฝ่ฝันถึง

‘นับตังค์ มณีรัตน์’

พญายังจำวันแรกที่เจอนับตังค์ได้ดีไม่มีวันลืม ดวงตาคู่นั้นยังตราตรึงและสะกดหัวใจของเขาในทันทีที่ได้เห็น พญาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ชื่อนับตังค์คนนี้จะทำให้ฉลามอย่างพญาอยากมีปีกบินได้เหมือนนก นับตังค์เป็นคนที่ทำให้พญาอยากเป็นคนใหม่ ที่ผ่านมาพญาทำตัวเป็นนักเลงเจ้าถิ่น เห็นใครเป็นเหยื่อที่น่ากินก็ต้องได้กินจนสมใจ พญาเป็นคนใจร้อนวู่วามและชอบใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา พูดจาหยาบคายไม่สนเรื่องกาลเทศะ ชอบสร้างปัญหาให้นายหัวพยนต์ผู้เป็นบิดาไม่เว้นวัน ถึงวันนี้พญาจะยังเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เพื่อความรักแล้วพญาไม่คิดล้มเลิกความตั้งใจที่จะแสดงความจริงใจให้นับตังค์ได้เห็น นึกอยากเป็นคนดีมากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อให้คู่ควรกับนับตังค์ พยายามทำทุกอย่างจนคนรอบข้างยังแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลง แต่สุดท้ายแล้วปลาก็คือปลา ต่อให้มันเปลี่ยนตัวเองแค่ไหนมันก็ไม่มีวันเป็นนกไปได้ มันคงไม่มีวันรู้ว่าการได้บินบนท้องฟ้านั้นมันจะดีและวิเศษแค่ไหนในเมื่อมันไม่ได้รับโอกาสนั้น

“เวลามึงรักใครมึงลืมได้ง่ายๆ เหรอวะไอ้ก้าน” พญาถามลูกน้องของตัวเองกลับบ้าง

“ก็ไอ้ก้านไม่เคยเห็นนายเป็นแบบนี้ คุณตังไม่ใช่คนแรกที่นายอยากได้สักหน่อย” ไอ้ก้านพูดความจริงออกไปทั้งที่ในใจก็กลัวจะโดนขาของนายยันเข้าให้ก้นของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้นายของมันเปลี่ยนไปมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคงกลิ้งไปกองหน้าประตูตั้งแต่เริ่มอ้าปากถามแล้ว

“ไม่ใช่คนแรกที่อยากได้ แต่เป็นคนแรกที่กูรัก มึงไม่เข้าใจหรอก” พญาถอนหายใจอีกรอบก่อนจะกระดกไวน์ในแก้วลงคอจนหมดไม่เหลือสักหยด

ตั้งแต่วันที่คุณตังตกลงปลงใจแต่งงานกับคนที่คุณตังรัก นายของไอ้ก้านก็เอาแต่ดื่มเพื่อให้ลืมความเจ็บปวด ไอ้ก้านยอมรับว่ามันไม่เข้าใจความรักของนายอย่างที่นายบอกจริงๆ นั่นและ ถึงจะไม่เข้าใจแต่ไอ้ก้านไม่เคยหมดความนับถือนายของมันแม้จะรู้ว่านายมันมีรสนิยมรักคนเพศเดียวกันก็ตาม แต่มันคิดว่ารักแบบนั้นมันคงเป็นแค่อารมณ์ที่ฉาบฉวย คงจะมีแต่เรื่องเซ็กส์เท่านั้นที่สำคัญที่สุด จะไม่ให้มันคิดแบบนั้นได้ยังไงกัน ก็ที่ผ่านมาเวลานายของมันพึงพอใจใครก็จะทุ่มเททุกอย่างให้ได้มา พอได้มีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งครั้งสองครั้งก็เบื่อ ไอ้ที่ว่าชอบเขาหนักหนาก็เปลี่ยนมาเป็นเฉยชา บางคนไม่เต็มใจจะเป็นของนายพญาในทีแรก แต่พอเจอลีลาและเงินของนายเข้าไปก็ติดอกติดใจอยากจะเป็นตัวจริงของนายกันทั้งนั้น แต่นายพญาไม่เคยจริงจังกับใครเลยสักคน จนกระทั่งเจ้านายของมันเจอคนที่รักจริงอย่างคุณนับตังค์ มันถึงได้รู้ว่านายของมันก็มีหัวใจ มันไม่ใช่แค่เรื่องอย่างว่าเท่านั้นที่นายต้องการ รักก็คือรัก รักไม่แบ่งเพศ ไม่แบ่งวัย ไม่แบ่งชนชาติ จะหญิงจะชายก็รักได้เสียใจเป็น ตอนนี้เจ้านายของมันก็กำลังอยู่ในช่วงใจสลายกับความรักที่ไม่สมหวัง

“นายอย่าดื่มเยอะเลย วันนี้เป็นวันแรกที่คุณชายน้องจะมาเรียนรู้งานกับนายแล้วนะ ถ้านายหัวรู้ว่านายดื่มแต่เช้าแบบนี้ไม่ดีแน่เลย” ไอ้ก้านรีบเตือนเจ้านายของมัน

“เฮ้อ มันจะมาเรียนรู้อะไรจากกูวะ ไอ้ก้าน! มึงเป็นคนพามันไปทัวร์ตลาดก็แล้วกัน” พญายังไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ ตั้งแต่วันที่ตัวเองได้ไปงานแต่งงานของนับตังค์กับมีคุณคนรักของนับตังค์ มันยิ่งตอกย้ำให้พญารู้ว่านับตังค์มีคนที่เหมาะสมและคู่ควรแล้ว ถึงจะยอมรับได้แต่ในหัวใจมันก็ยังเจ็บอยู่ดี

“อาทิตย์ก่อนนายก็บอกยังไม่พร้อม คุณชายน้องกลัวนายจะถูกนายหัวดุ อุตส่าห์ไปบอกนายหัวพยนต์ว่ามีธุระจะกลับไปกรุงเทพก่อนเพื่อให้นายได้พักใจ ถ้าขืนนายบ่ายเบี่ยงอีกนายหัวต้องมาเล่นงานไอ้ก้านแน่”

“มันไม่มีสิทธิ์จะมาทวงบุญคุณอะไรกับกู กูไม่ได้อยากให้มันมาเรียนรู้อะไรสักหน่อย เดี๋ยวกูจะบอกพ่อว่ากูไม่ทำอะไรทั้งนั้น” พอพญาได้ยินไอ้ก้านพูดราวกับว่าคุณชายผู้สูงศักดิ์คนนั้นมีบุญคุณกับตัวเองก็นึกหงุดหงิด

“โธ่นาย ไอ้ก้านขอร้องล่ะ นายก็รู้ว่านายหัวไม่เคยทำโทษนาย แต่คนที่จะโดนทำโทษคือไอ้ก้านคนนี้” ไอ้ก้านวิงวอนขอร้องเพราะไม่อยากถูกไล่ออกโทษฐานที่ดูแลนายพญาไม่ได้
“ยุงพะยา ยุงพะยาอยู่อ๊ะเปล่า เปิดปาตูให้หนูหน่อย” เสียงใสๆ ร้องเรียกอยู่ที่หน้าประตูสำนักงานของพญา

“เฮ้ย! เสียงหนูด้วงนี่หว่า หลานกูมา ไอ้ก้าน! มึงไปเปิดประตูให้หนูด้วงดิ๊ กูไปแปรงฟันก่อน ขืนมีกลิ่นไวน์เล็ดลอดจากปากกู กูได้โดนหลานงอนอีกแน่” พญาตกใจเมื่อได้ยินเสียงหนูด้วงเลยรีบสั่งให้ไอ้ก้านไปรับหน้าหลานชายสุดที่รักของตัวเองก่อนจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำ

ไอ้ก้านแทบจะยกมือขึ้นมาพนมไหว้ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยส่งหนูด้วงมาทำให้เจ้านายของมันยอมลุกออกจากโซฟาได้เสียที นอกจากคุณนับตังค์แล้วก็เห็นจะมีหนูด้วงนี่แหละที่นายพญาให้ความรักและยอมตามใจมากที่สุด

‘หนูด้วง’ หรือเจ้านายตัวน้อยของไอ้ก้านเป็นลูกชายคนเดียวของคุณ ‘พยงค์’ พี่สาวคนโตของนายพญาที่เสียชีวิตไปแล้ว เรื่องราวชีวิตของหนูด้วงช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนและน่าสงสารจนไอ้ก้านเองยังอดสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่นายน้อยตัวเล็กผู้มีสายเลือดภูมิเทพคนนี้ผ่านพ้นความเลวร้ายจากการกระทำของคนเลวบางคนมาได้ แต่มาคิดๆ ดู สำหรับนายพญาแล้วไอ้ก้านไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นบุญทำหรือกรรมแต่งดี เพราะนอกจากหนูด้วงจะเป็นลูกของคุณพยงค์แล้ว พ่อของหนูด้วงซึ่งก็คือ ‘ไอ้มั่น’ หรือ ‘คุณเหรียญเงิน’ ก็มีสถานะเป็นพี่ชายแท้ๆ ของคุณนับตังค์นั่นเอง เท่ากับว่าหนูด้วงเป็นหลานของนายพญาและเป็นหลานของคุณนับตังค์เช่นกัน หนูด้วงคือสายสัมพันธ์ที่ทำให้นายพญาหนีไม่พ้นที่จะต้องเจอกับคุณนับตังค์บ่อยๆ คิดแล้วไอ้ก้านยิ่งนึกเห็นใจเจ้านายของตัวเอง เพิ่งจะได้เห็นว่าคนหน้าชื่นอกตรมเป็นยังไงก็ดูได้จากใบหน้าของเจ้านายที่มันเทิดทูนนี่แหละ

“อ้าวคุณชายหม่อม ไอ้ก้านนึกว่านายน้อยจะมากับคุณตังเสียอีกครับ” ไอ้ก้านร้องทักเมื่อเห็นว่าคนที่พาหนูด้วงมาคือหม่อมราชวงศ์เทียมฟ้าแทนที่จะเป็นอาของหนูด้วง

“เรียกน้องว่าน้องก็พอพี่ก้าน” เทียมฟ้ายิ้มให้ก้านก่อนจะจูงหนูด้วงเดินเข้าไปในสำนักงานของพญา

“เรียกผมว่าไอ้ก้านดีกว่าครับคุณชายหม่อม เอ้ย คุณชายน้อง เหาจะกินกบาลไอ้ก้านเอา” ไอ้ก้านรีบปฏิเสธแม้ในใจจะนึกชื่นชมที่หม่อมราชวงศ์ผู้นี้ไม่ถือตัวกับมัน

“กาบาลคืออะได” หนูด้วงเอียงคอถามเมื่อได้ยินคำแปลกๆ

“กบาลคือหัวครับ” เทียมฟ้าเป็นคนตอบหนูด้วงเพราะเห็นก้านหน้าเจื่อนไปที่เผลอพูดไม่เพราะต่อหน้าหนูด้วง

“ก้านขอโทษครับ ลืมตัวไป” ก้านยกมือไหว้

“มันไม่ใช่คำหยาบสักหน่อย เพียงแต่มันฟังแล้วไม่เพราะเท่านั้นเอง แล้วนี่พี่พญาตื่นรึยัง” เทียมฟ้ายังไม่เห็นพญาออกมาจากห้องนอนเลยถามถึง

“ตื่นแล้วครับ เดี๋ยวคงออกมา”

“ยุงพะยาตื่นฉาย หนูตื่นก่อน” หนูด้วงทำหน้ามุ่ยก่อนจะเดินไปนั่งเล่นที่โต๊ะทำงานของพญาเพราะสนใจของที่อยู่บนโต๊ะ ส่วนเทียมฟ้าเดินไปนั่งที่โซฟาแทน

“ทำไมนายน้อยถึงยอมมากับคุณชายน้องครับ ปกติก้านเห็นนายน้อยติดคุณตังไม่ยอมห่างเลย ขนาดนายพญาเอาของเล่นไปล่อยังไม่ใจอ่อนมาด้วยเลย” ไอ้ก้านนึกสงสัยเลยถาม

“นั่นดิ ไปทำอีท่าไหนหนูด้วงถึงยอมมาด้วย” พญายอมรับว่าแอบผิดหวังนิดหน่อยที่เห็นเทียมฟ้าเป็นคนพาหนูด้วงมาแทนที่จะเป็นนับตังค์ อุตส่าห์รีบล้างหน้าแปรงฟัน น้ำท่าก็ไม่ได้อาบเพราะนึกว่าจะได้พบคนที่คิดถึงจึงรีบออกมา

“ก็ทำท่าธรรมดา”

“กวนประสาท” พญาสวนกลับเพราะคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจยียวน

“ทำให้เด็กรักไม่เห็นจะยากเลย ทำให้ผู้ใหญ่รักยากกว่าตั้งเยอะ” เทียมฟ้าตอบไปตามที่คิด

ไอ้ก้านได้ยินคำตอบตรงไปตรงมาของชายหนุ่มตัวเล็กที่มีสายเลือดสูงส่งคนนี้แล้วก็นึกไปถึงวันที่ตัวเองได้เจอกับหม่อมราชวงศ์เทียมฟ้าเป็นครั้งแรก

ในวันนั้นไอ้ก้านได้รับคำสั่งของนายพญาให้ตามหาผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรูปคู่กับ ‘ไอ้มั่น’ พ่อของหนูด้วง ซึ่งตอนนั้นนายพญายังคงไม่รู้ความจริงและคิดว่าไอ้มั่นผู้เป็นพี่เขยเป็นคนเลวที่ทิ้งคุณพยงค์และหนูด้วงไปหาผู้หญิงคนใหม่จนทำให้คุณพยงค์ต้องเสียใจจนตาย นายพญาลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะทำลายคนที่เกี่ยวพันกับไอ้มั่นทุกคนให้ต้องช้ำใจอย่างที่พี่สาวของตัวเองต้องเจ็บ แล้วก็บังเอิญว่าหม่อมราชวงศ์เทียมฟ้าหรือคุณชายน้องคนนี้เข้ามาอ้างว่าผู้หญิงในรูปที่ไอ้ก้านตามหาคือพี่สาวของตัวเอง ไอ้ก้านเลยจับตัวคุณชายน้องไปให้นายพญาเพื่อที่จะเค้นถามว่าไอ้มั่นอยู่ที่ไหนและผู้หญิงในรูปเป็นอะไรกับไอ้มั่น แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผยว่าคนที่ทำให้คุณพยงค์เสียใจจนตายไม่ใช่ไอ้มั่น ไอ้มั่นที่นายหัวพยนต์คิดว่าต่ำต้อยนั้นที่แท้จริงคือคุณเหรียญเงินลูกชายคนโตของตระกูลมณีรัตน์ที่เป็นข้าเก่าแก่ในวัง สามีคุณพยงค์ไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างที่ใครๆ เข้าใจ ส่วนผู้หญิงในภาพถ่ายที่ยืนเคียงคู่กับไอ้มั่นก็คือคุณตำลึงทองน้องสาวของไอ้มั่นและเป็นพี่สาวของคุณตัง เจ้านายของไอ้ก้านจึงปล่อยตัวคุณชายน้องไปเมื่อเห็นว่าแท้จริงแล้วคุณชายน้องไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรด้วย

สิ่งที่ทำให้ไอ้ก้านรู้สึกทึ่งในตัวคุณชายน้องผู้นี้ก็คือความกล้า ตั้งแต่ครั้งที่ถูกจับตัวไป คุณชายน้องไม่มีท่าทีเกรงกลัวนายพญาเลยสักนิด ตั้งแต่มันรับใช้นายพญามา นอกจากคุณตังแล้วก็เห็นจะมีคุณชายน้องอีกคนที่ไม่ได้มองเจ้านายของมันด้วยความหวาดกลัวและไม่ได้รังเกียจ ถึงไอ้ก้านจะโง่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอะไรมากนักแต่ไอ้ก้านก็ดูออกว่าสายตาของคุณตังที่มีต่อนายพญาคือสายตาแห่งมิตรภาพ ส่วนสายตาของคุณชายน้องที่มองเจ้านายของมันเหมือนจะมีอะไรที่พิเศษกว่านั้น แต่สายตาของคนทั้งคู่มีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งซึ่งก็คือ ‘ความจริงใจ’

“หึ กูว่าทำให้คนรักแม่งยากทั้งนั้น ยากทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่” พญาพึมพำเบาๆ เพราะไม่อยากให้หนูด้วงได้ยินคำสบถของตัวเอง

“พี่อาบน้ำรึยัง กลิ่นไวน์หึ่งเลย” เทียมฟ้าลุกขึ้นมาเดินวนรอบตัวพญาก่อนจะถามเบาๆ

“คนหรือหมาวะ จมูกดีเกิน” พญาขมวดคิ้วถาม

อันที่จริงพญาก็ไม่อยากหยาบคายกับเทียมฟ้านักหรอก นายหัวพยนต์พยายามพูดใส่หูพญาแทบจะทุกวันว่าหม่อมเจ้าวิรงรองซึ่งเป็นป้าของเทียมฟ้ามีบุญคุณกับตระกูลภูมิเทพของตัวเอง แถมยังกำชับว่าพญาต้องให้ความนอบน้อมต่อเทียมฟ้าและดูแลเทียมฟ้าให้ดีเท่าชีวิต ตอนที่คุณชายน้องมาขอฝึกดูงานบริหารการตลาดของพญา พญาก็อยากจะทำตามคำสั่งของพ่อคือดูแลเทียมฟ้าให้ดี แต่พอเห็นความสดใสร่าเริงของเทียมฟ้าทีไรพญาก็อดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้ทุกที เทียมฟ้าทำอย่างกับว่าโลกนี้คือทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสที่มีม้ายูนิคอร์นวิ่งเล่นท่ามกลางสายรุ้งเจ็ดสี พญาแอบคิดในใจว่าชีวิตของคุณชายผู้สูงศักดิ์คนนี้คงไม่เคยเจอกับเรื่องอะไรที่ทำให้ทุกข์ใจถึงยิ้มได้ตลอดเวลา พอมีอคติเกิดขึ้นในใจเลยทำให้พญาก่อกำแพงระหว่างตัวเองกับคุณชายน้องขึ้น พยายามทำตัวห่ามๆ ใส่คุณชายตลอดเพื่อจะดูว่าลูกผู้ดีตีนแดงคนนี้จะอดทนได้สักกี่น้ำกัน

“น้องแค่ไม่อยากให้หนูด้วงไปฟ้องพี่ตังว่าพี่ดื่มเยอะ” เทียมฟ้าให้ความกระจ่าง ไม่อยากให้พญาคิดว่าตัวเองมาจับผิด

“หนูด้วงเป็นเด็กไม่ปากมากหรอก ถ้าจะมีคนฟ้องก็น่าจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่า” แม้ว่าพญาจะเห็นจริงในสิ่งที่เทียมฟ้าบอกแต่ไม่อยากเสียฟอร์มเลยยังวางท่าอยู่

“หนูด้วงเป็นเด็ก...ฉลาด” เทียมฟ้าเน้นคำว่าฉลาดจนพญาต้องเหลือบสายตาไปมองเทียมฟ้าเพราะคิดว่าเทียมฟ้าพูดค่อนแคะตัวเอง

“มึงว่ากูโ....”

“ยุงพะยา หนูกินคาหนมนี้ได้มั้ย” หนูด้วงชูของสิ่งหนึ่งขึ้นมาถามก่อนที่พญาจะพูดจบ พญาเห็นเข้าก็ตาเหลือกตกใจรีบพุ่งเข้าไปแย่งของในมือหนูด้วงมาทิ้งลงถังขยะ

“มันไม่ใช่ขนม มันของไม่ดี ทิ้งไปเนอะ” พญารีบบอกเมื่อเห็นหนูด้วงมองไปที่ถังขยะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ พญาไม่ได้ตั้งใจจะแย่งของจากมือหนูด้วง แต่สิ่งที่หนูด้วงหยิบขึ้นมามันคือซองถุงยางที่ยังไม่ได้ใช้ พญาวางเอาไว้ไม่ได้เก็บให้เป็นที่เพราะไม่เคยให้ใครมาวุ่นวายที่นี่สักเท่าไหร่

“หนูจากลับบ้าน” หนูด้วงหันไปพูดกับเทียมฟ้าทำเอาพญาหน้าเสียไปเลย

“หนูด้วงครับ หนูด้วงเก่งมากที่ขออนุญาตก่อนที่จะกินอะไร แต่ถ้าผู้ใหญ่บอกว่ากินไม่ได้หนูด้วงก็ต้องเชื่อฟัง เพราะถ้าเรากินเข้าไปอาจจะเป็นอันตรายและทำให้ไม่สบายได้ เข้าใจไหมครับคนเก่ง” เทียมฟ้าเดินเข้ามาอุ้มหนุด้วงแล้วอธิบายให้หนูด้วงเข้าใจ

“ไม่ชาบาย กินไปแล้วจาปวดกาบาล” หนูด้วงพยักหน้ารับก่อนจะพูดให้เทียมฟ้าฟัง

“ไอ้ก้านผิดไปแล้ว” ไอก้านได้ยินหนูด้วงพูดคำว่ากบาลออกมาก็รีบยกมือไหว้พญาที่ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผี

“มึงนี่นะไอ้ก้าน ไอ้เวร” พญาขมุบขมิบปากด่าลูกน้องของตัวเองก่อนจะยกมือมากุมขมับ ถ้าเทียมฟ้ากลับไปเล่าให้นับตังค์ฟังทั้งเรื่องถุงยางทั้งเรื่องคำหยาบ คราวนี้หนูด้วงคงไม่ค่อยได้มาที่นี่แน่ๆ

“อาน้องบอกแล้วไงครับว่าเราจะไม่พูดคำว่ากบาลเพราะมันไม่เพราะ” พอเทียมฟ้าเตือนหนูด้วงเสร็จหนูด้วงก็รีบเอามือปิดปากตัวเอง

“หนูไม่พูดก้อได้ ไม่กินอันนั้นด้วยเดี๋ยวไม่ชาบาย” หนูด้วงชี้ไปที่ถังขยะ พญาถึงกับโล่งอกเมื่อได้ยิน

“เดี๋ยวขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน มึ..เอ้ย คุณชายพาหนูด้วงไปเดินเล่นในตลาดก่อนนะ เดี๋ยวจะให้ก้านมันจัดห้องทำงานใหม่ด้วย จะเอาของไม่จำเป็นไปทิ้งให้หมด กู เอ้ย พี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะตามออกไป เดี๋ยวพี่จะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว” พญาเพิ่งจะเห็นว่าเทียมฟ้ามีประโยชน์ก็คราวนี้เลยยอมทุบกำแพงลงหนึ่งชั้นแทนคำขอบใจที่ทำให้หนูด้วงหายงอนได้

“พี่ใจดีจัง ลุงพญาใจดีไหมหนูด้วง” เทียมฟ้าหันมาถามหนูด้วง เทียมฟ้าพยายามจะสอนหนูด้วงให้เรียกสถานะที่ถูกต้องของพญาให้ถูก แต่หนูด้วงก็ไม่ยอมเรียกพญาว่าน้า เรียกแต่ลุงตามคำล้อเลียนที่นับตังค์เรียก เทียมฟ้าเลยต้องตามน้ำไปด้วย

“ยุงพะยาใจดีก้อได้”

“งั้นหนูด้วงมาหายุงพะยากับอาน้องทุกวันเลยดีไหม จะได้มาเที่ยวตลาดทุกวันเลยไง”

“เอาๆๆ หนูจามาตะหยาดกะอาน้อนทุดวันทุดวัน หนูจาไปดูปลา ดูคาหนมด้วย”

“ชื่นใจน้าจริงๆ มาหอมทีซิ” พอได้ยินหนูด้วงพูดแบบนี้พญาก็ระบายยิ้มกว้างทันที ด้วยความดีใจเลยเดินเข้าไปหอมหนูด้วง แต่ปลายจมูกของพญาเฉียดไปที่แก้มของเทียมฟ้าแทนเพราะจังหวะนั้นหนูด้วงเอียงหน้าหลบไปซบที่บ่าของเทียมฟ้าพอดี

“ยุงพะยามีหนวด หนูจั๊ดตาจี้ หนูไม่ให้หอมหรอด” หนูด้วงเอามือปิดแก้มของตัวเอง ส่วนเทียมฟ้าได้แต่ยืนนิ่งหน้าแดงพูดอะไรไม่ออกจนเห็นพญามองจ้องมาจึงรีบปรับสีหน้า

“น้องพาหนูด้วงไปรอข้างนอกนะครับ” พูดจบเทียมฟ้าก็อุ้มหนูด้วงเดินออกไปจากสำนักงานของพญาทันที

“อะไรของมันวะ บทจะตื้อก็วุ่นวายไม่หยุด บทจะไปก็แจ้นออกไปเลย” พญาหันมาถามไอ้ก้านเมื่อเห็นเทียมฟ้าผลุนผลันออกไป

“ไอ้ก้านว่าคุณชายน้องมาอยู่ตรงนี้ก็ดีนะนาย นายจะได้สนิทกับหลานได้เร็วๆ ดูนายน้อยจะชอบคุณชายน้องไม่เบานะนาย พูดอะไรก็เชื่อฟังเหมือนที่เชื่อคุณตังเลย”

“เออ แล้วกูจะดูว่ามันจะพาหนูด้วงมาได้ทุกวันรึเปล่า กูไปอาบน้ำก่อน มึงจัดห้องกูให้ดีนะไอ้ก้าน อย่าให้มีของพรรณ์นั้นหลงเหลืออยู่นะ” พญาสั่งงานลูกน้องจบก็เดินยิ้มกลับเข้าไปในห้องเพราะรู้สึกอารมณ์ดีที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดหนูด้วงทุกวัน

“นายเห็นถุงยางเป็นของพรรณ์นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่” ไอ้ก้านเกาหัวและพูดกับตัวเองเมื่อเจ้านายของมันกลับเข้าไปในห้องนอนแล้ว เมื่อมันมองผ่านบานกระจกออกไปเห็นคุณชายน้องหัวเราะยิ้มแย้มอยู่กับเจ้านายตัวน้อยก็มีความคิดที่ว่า...

‘คุณชายน้องคนนี้อาจจะไม่ได้ทำให้นายน้อยอย่างคุณหนูด้วงติดใจเพียงคนเดียวก็เป็นได้’


(มีต่อด้านล่างค่ะ)

V
V

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2017 21:48:50 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
(ต่อจากด้านบนค่ะ)


พญาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาตามหาเทียมฟ้ากับหนูด้วง พญาเดินมาจนถึงร้านขายปลาตู้ก็เห็นว่าหนูด้วงกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนานที่เทียมฟ้าไม่สามารถช้อนปลาได้เลยสักตัว พญาแอบยืนพิจารณารูปลักษณ์ของคุณชายผู้สูงศักดิ์แล้วคิดในใจ หน้าตาผิวพรรณของเทียมฟ้าก็ดูดีสมกับเป็นคนมีชาติตระกูลที่สูงส่งแต่ทำไมชอบทำตัวติดดิน กิริยาท่าทางก็ดูนุ่มนวลเหมือนคนหัวอ่อนแต่ดันใจกล้าอาจหาญในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน รอยยิ้มที่โชว์ฟันกระต่ายและลักยิ้มบุ๋มบนแก้มทั้งสองข้างก็น่ามองแต่ทำไมมันดูกวนอารมณ์พญายิ่งนัก ดวงตาสดใสที่มองมาเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่าง

เดี๋ยวนะ...ดวงตาที่มองมา...

พญาสะดุ้งเบาๆ เมื่อเห็นว่าเทียมฟ้ามองจ้องมาที่พญาแบบตาไม่กระพริบ เมื่ออีกฝ่ายระบายยิ้มอ่อนมาให้พญาจึงรู้สึกหน้าแตกที่เผลอไปจ้องมองอีกฝ่ายก่อนอยู่นานสองนานจนถูกเขาจับได้ คนฟอร์มจัดล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินเข้าไปหาในแบบที่คิดว่าเท่ห์ที่สุด จนกระทั่งหนูด้วงเอ่ยทักขึ้นมาพญาก็แทบล้มทั้งยืน

“ยุงพะยาใฉ่กานเกนในฉีเหยือนเหมือนหนู หนูก็ใฉ่ฉีเหยือนลายหมูอู๊ดๆ” หนูด้วงเอานิ้วไปดันปลายจมูกตัวเองให้เหมือนหมู ส่วนยุงพะยาของหนูด้วงรีบรูดซิบกางเกงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีคนอื่นเห็น โชคดีที่หยิบกางเกงบ็อกเซอร์มาใส่เป็นตัวใน แต่โชคร้ายที่ดันเลือกหยิบสีเหลืองสดมานี่แหละ

“ไม่ขำโว้ย” พญาเห็นเทียมฟ้ากลั้นขำเลยรีบทำเสียงเขียวใส่

“น้องไม่ได้ขำพี่ น้องขำหนูด้วงต่างหาก” เทียมฟ้าพยายามกลั้นขำก่อนจะหันกลับไปสนใจการช้อนปลาเหมือนเดิม

“อาน้อนทำไม่ได้ส้ากที” หนูด้วงห่อไหล่แล้วทำหน้าเศร้าที่ยังไม่ได้ปลาสักตัว

“เอามานี่ กู เอ่อ...พี่ทำให้เอง” พญาเดินไปยืนข้างเทียมฟ้าแล้วแบมือขอที่ช้อนปลาจากอีกฝ่าย เมื่อเทียมฟ้าส่งที่ช้อนปลาให้พญาก็จัดการช้อนปลาสอดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

“เย้ เย้ ยุงพะยาเก่ง หนูได้ปลาแย้ว” หนูด้วงกระโดดดีใจที่พญาช้อนปลาขึ้นมาได้

“หนูด้วงอยากเลี้ยงปลาเหรอครับ แต่อย่างเพิ่งเอามันไปวันนี้เลยนะ เอาไว้ให้น้าทำตู้ปลาให้ก่อน ปลามันจะได้ไม่ตาย สงสารมันเนอะ” พญาย่อตัวลงไปพูดกับหนูด้วง

“ฉงฉานมัน ปล่อยมันไปก่อนก้อได้” หนูด้วงส่งสายตามองปลาอย่างเสียดายแต่สุดท้ายก็พยักหน้าให้พญา

“งั้นน้าให้หนูด้วงเป็นคนปล่อยมันนะ มา...น้าอุ้ม” พญาช้อนตัวหนูด้วงขึ้นมาอุ้มแล้วส่งที่ช้อนปลาให้

“กลับบ้านนะปลา” หนูด้วงค่อยๆ เทปลาลงกลับไปในตู้

“หนูด้วงของน้าน่ารักที่สุด” พญาหอมแก้มหนูด้วงฟอดใหญ่ คราวนี้หนูด้วงไม่ได้หลบเหมือนทุกทีเพราะว่าตอนนี้ยุงพะยาของหนูด้วงไม่มีตอหนวดแข็งๆ แล้ว

“ตัวนี้ก็สวย” เทียมฟ้าชี้ไปที่ปลาตัวเล็กสีส้มสดแต่ปลายหางมีสีดำ

“อยากได้เหรอ” พญาถาม

“ก็สวยดี” เทียมฟ้ายังคงมองเจ้าปลาตัวน้อยนั้นอย่างสนใจ

“อยากได้ก็ช้อนเอาเอง” พญาพูดแล้วยักคิ้วให้อีกฝ่าย

“น้องช้อนไม่เป็น”

“ไม่เป็นก็อดครับคุณชาย” พญายักไหล่ให้

“ไม่เป็นไรครับ น้องแค่ชมเฉยๆ” เทียมฟ้าก็ไม่ได้หวังว่าพญาจะพูดดีด้วยอยู่แล้วจึงไม่ได้น้อยใจอะไร

“หนูหิว” หนูด้วงได้กลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาจึงหันมาพูดกับพญา

“งั้นเราไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน” พญาบอกกับหนูด้วง แต่เมื่อเดินนำออกมาแล้วไม่เห็นเทียมฟ้าเดินตามมาจึงหยุดแล้วหันไปมอง ปรากฏว่าเทียมฟ้าไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านขายกล้วยแขกทอดที่อยู่ถัดจากร้ายขายปลาตู้

“พี่ไปก่อนก็ได้ น้องขอซื้อกล้วยแขกก่อน น้องชอบกิน” เทียมฟ้าเห็นว่าหนูด้วงหิวเลยเกรงใจหากต้องมารอ

“รอ” พญาพูดสั้นๆ แต่ก็เดินอุ้มหนูด้วงกลับมายืนข้างๆ ก่อนจะหยอกล้อหนูด้วงไปด้วย แต่พอเห็นเทียมฟ้าส่งยิ้มมาให้ก็เลยเก๊กหน้าเข้มขึ้นมาอีก

“ไม่รอดีกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ทางนั้น เดินตรงไปเดี๋ยวก็เจอ” พญาพูดกับเทียมฟ้าแบบห้วนๆ แล้วก็พาหนูด้วงเดินออกไปเลย

เทียมฟ้ารู้ว่าทำให้พญาหงุดหงิดอีกแล้ว แต่เทียมฟ้าหุบยิ้มไม่ได้เมื่อได้เห็นมุมอ่อนโยนของพญา ถึงพญาจะชอบวางท่าใส่แต่นั้นไม่ได้เป็นปัญหาของเทียมฟ้าเลย เทียมฟ้าไม่สนใจหรอกว่าพญาตั้งแง่ใส่ตัวเองเพราะอะไร แต่เชื่อว่าสักวันหนึ่งพญาจะต้องเปิดใจและรับรู้ได้ว่าเทียมฟ้ามีความจริงใจให้และไม่คิดเรียกร้องอะไรเลยจริงๆ

เมื่อมาถึงร้านพญาก็จัดการสั่งก๋วยเตี๋ยวให้หนูด้วงและสั่งเผื่อเทียมฟ้าด้วย ‘เจ๊จิน’ เจ้าของร้านรีบมาต้อนรับพญาอย่างพินอบพิเทาเอาใจอย่างที่สุดเพราะพญาไม่ได้มาที่ร้านของเธอนานแล้ว ก่อนหน้านี้พญามาติดพันลูกชายของเธอ อันที่จริงไม่ใช่แค่ลูกชายของเธอ ลูกชายของเฮียอ้วนเจ้าของเขียงหมูเอย ลูกชายของแปะกิมร้านขายผลไม้เอย ต่างก็เป็นคนที่พญาคบหามาแล้วทั้งนั้น แต่ ‘โจ้’ ลูกชายของเธอเป็นคนโปรดของพญามากกว่าลูกของเฮียอ้วนและแปะกิม เธอจึงพลอยฟ้าพลอยฝนได้เป็นหัวหน้ากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวตลาดสดภูมิเทพแห่งนี้ อำนาจของพญาเผื่อแผ่มาถึงครอบครัวของเธอ ทำให้ชาวตลาดให้ความเกรงใจและคอยมาประจบเอาใจเจ๊จินเพื่อจะได้อยู่ในตลาดนี้ได้อย่างสบายไร้ปัญหาใดๆ ชาวตลาดรู้ดีว่าพญามีรสนิยมทางเพศอย่างไร ถึงจะมีเสียงซุบซิบนินทามาให้เจ๊จินได้ยินเกี่ยวกับลูกของเธอกับพญา แต่มันจะสำคัญอะไรหากการมีลูกชายที่เป็นเกย์แต่ทำให้พ่อแม่สบายได้แค่นั้นเจ๊จินก็พอใจแล้ว

“นายพญาไม่ได้มานานเลยนะคะ ตาโจ้คงดีใจที่นายพญามาหา แล้วนี่ไปพาลูกใครมาคะ น่ารักน่าชัง” เจ๊จินสั่งให้ลูกน้องในร้านรีบไปตามลูกชายของเธอมา ส่วนตัวเองก็รีบมารับหน้าเอาใจพญาก่อน

“หลานกูเอง” พญาขี้เกียจบอกว่าตัวเองไม่ได้มาหาใคร แค่จะมากินก๋วยเตี๋ยว แต่ขี้เกียจต่อความยาวเลยปล่อยเลยตามเลย

“อุ้ย ลูกคุณพเยียเหรอคะ” เจ๊จินยกมือทาบอกเพราะไม่คิดว่าลูกสาวคนเล็กของนายหัวพยนต์จะแอบไปมีลูกทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน

“กูต้องตอบไหม” พญาส่งสายตาดุดันไปให้เจ๊จิน

“ขอโทษค่ะ เจ๊ลืมตัวไปหน่อย ตาโจ้มาพอดี” เจ๊จินหน้าเสียเพราะเกือบทำให้พญาไม่พอใจ โชคดีที่ลูกชายของเธอเดินมาขัดตาทัพเสียก่อน

“นายพญา ดีใจจังที่มาหาผม ผมไปหานายพญาที่สำนักงานก็ไม่เคยเจอเลย เจอแต่ไอ้ก้าน มันไม่ยอมบอกว่านายพญาอยู่ไหน” โจ้รีบเดินเข้ามานั่งข้างพญาแล้วสวมกอดที่แขนของพญาเพื่อแสดงความสนิทสนม

“กูยุ่ง”

“มีแต่คนบอกว่านายพญาเปลี่ยนไป ผมก็เพิ่งเห็นว่านายพญาเปลี่ยนไปจริงๆ ดูนายเอางานเอาการจนไม่ได้มาหาผมเลย คงจะเหนื่อยมากใช่ไหมครับ คืนนี้ให้ผมไปช่วยทำให้หายเหนื่อยไหม” โจ้อ้อนพญา

ปกติโจ้ไม่ได้ทำตัวออกสาวสักเท่าไหร่ แต่โจ้คิดว่านายพญาชอบให้โจ้อ้อนเลยแสดงออกอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาโจ้มีคู่แข่งเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ด้วยลูกอ้อนของโจ้บวกกับลีลาของเรื่องอย่างว่าทำให้นายพญาเรียกหาโจ้บ่อยที่สุด แต่ช่วงที่ผ่านมานายพญาหายไปนานจนโจ้นึกว่านายแอบไปมีใครคนใหม่ พอสืบดูก็ไม่เห็นว่านายพญาจะควงใครสักคน พอได้เจอกันในวันนี้โจ้ก็สัมผัสได้ว่านายพญาดูโตขึ้น โจ้เลยคิดว่าหากนายพญาทำตัวเป็นผู้เป็นคนแบบนี้แปลว่านายพญาอาจจะได้รับสืบทอดกิจการทั้งหมดจากนายหัวพยนต์ในไม่ช้า

“อาน้อนมาแย้ว” หนูด้วงเห็นเทียมฟ้าเดินเข้ามาก็ร้องเรียก เทียมฟ้ามองโจ้สลับกับมองพญาก่อนจะเดินไปที่นั่งที่ฝั่งตรงข้าม

“พี่สั่งมากินคนเดียวเหรอครับ” เทียมฟ้าถามพญาเมื่อเห็นชามก๋วยเตี๋ยวสามชามบนโต๊ะ

“กู...คือพี่สั่งมาเผื่อ” พญาคีบเส้นบะหมี่มาเป่าแล้วป้อนหนูด้วง

“ใครครับ” โจ้มองไปที่เทียมฟ้าแล้วถามพญาเสียงเข้ม

“หม่อมราชวงศ์เทียมฟ้า ไหว้สิ เขาเป็นถึงเจ้าถึงนาย” พญาตั้งใจจะกวนประสาทเทียมฟ้า ส่วนโจ้หน้าตึงไปเมื่อถูกสั่งให้ไหว้คนที่รู้สึกไม่ถูกชะตา

“ไม่ต้องไหว้หรอกครับ น้องน่าจะอายุอ่อนกว่าคุณ” เทียมฟ้ารีบบอก โจ้หน้าตึงกว่าเดิมเพราะคิดว่าเทียมฟ้าแขวะตัวเองว่าหน้าแก่

“ตกลงคืนนี้ให้โจ้ไปหานะครับ” โจ้ทำเป็นไม่สนใจเทียมฟ้าแล้วหันไปอ้อนพญาต่อ ที่แรกพญาจะปฏิเสธ แต่พอเห็นรอยยิ้มของเทียมฟ้าที่ยังคงฉายบนใบหน้าตลอดเวลาเลยเปลี่ยนใจ

“ก็ได้ สามทุ่มค่อยไปหาพี่” ปกติพญาไม่เคยแทนตัวเองแบบสุภาพขนาดนี้ แต่เพราะหนูด้วงอยู่ด้วยเลยไม่กล้าพูดกูกับมึงอย่างที่ถนัด นั่นทำให้โจ้ยิ้มจนปากจะฉีกไปถึงรูหูเพราะคิดว่าที่พญาพูดดีด้วยเพราะคิดถึงตนเอง

“แล้วหนูน้อยคนนี้เป็นใครเหรอครับนายพญา” โจ้เห็นพญาป้อนก๋วยเตี๋ยวเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มจึงเอ่ยถาม

“เจ้าของตลาดคนต่อไป” พญาตอบเสียงดังฟังชัดจนคนแถวนั้นต่างก็จ้องหนูด้วงด้วยความสนใจกันใหญ่

“น่ารักจังเลย ขออุ้มหน่อยได้ไหมครับ” โจ้รีบประจบทันทีที่ได้รู้สถานะของหนูด้วง

“ไม่เอา หนูไม่ชอบ” หนูด้วงส่ายหน้า พญาหัวเราะออกมาด้วยความพอใจที่หนูด้วงปฏิเสธตรงๆ

“ให้หนูด้วงกินเองก็ได้ครับ” เทียมฟ้าพูดกับพญา

“เดี๋ยวเสื้อจะเปื้อน”

“ซักได้”

“ใครจะซัก”

“เครื่องซัก”

“ไม่ได้ ถ้าอยากให้หนูด้วงกินเอง ถ้าเสื้อเปื้อน คุณชายต้องซัก” พญาของขึ้นเมื่อโดนเทียมฟ้าต่อล้อต่อเถียง โจ้แอบลอบยิ้มที่เทียมฟ้าทำให้พญาหงุดหงิด คิดในใจว่าผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ไม่มีทางได้เป็นคนสำคัญของพญาแน่เพราะพญาไม่ชอบคนปากดีเถียงเก่งแบบนี้

“แต่พี่ตังสั่งเอาไว้ว่าให้หนูด้วงช่วยเหลือตัวเอง พี่จะให้น้องบอกพี่ตังว่ายังไงดีครับถ้าพี่ตังถาม” เมื่อเทียมฟ้าพูดประโยคนี้จบพญาก็ได้แต่เป็นใบ้พูดอะไรไม่ออก สุดท้ายพญาก็เลื่อนชามบะหมี่แห้งไปตรงหน้าของหนูด้วง

“น้องขอสั่งใหม่ได้ไหมครับ น้องอยากทานเส้นหมี่ต้มยำ”

“เดี๋ยวโจ้ไปทำให้ครับ” โจ้ไม่พอใจที่เทียมฟ้าทำตัวเหนือพญาเลยอาสาไปทำให้เอง ไม่นานโจ้ก็เอาก๋วยเตี๋ยวที่เทียมฟ้าสั่งมาส่งให้และเดินกลับเข้าไปด้านในอีกครั้งเพราะรู้สึกเหม็นขี้หน้าเทียมฟ้า

“มีอะไร” พญาถามเทียมฟ้าหลังจากที่เทียมฟ้าตักก๋วยเตี๋ยวกินไปได้ไม่กี่คำแล้วเอาแต่มองหน้าของพญา

“เขาเคยเป็นแฟนของพี่เหรอครับ” เทียมฟ้าถามถึงโจ้

“มาขอฝึกงานจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องรึไง” พญาไม่ชอบความอยากรู้อยากเห็นของเทียมฟ้าจึงตอกกลับไป

“ขอโทษครับ” เมื่อโดนต่อว่าเทียมฟ้าเลยก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวต่อ กินไปได้ครึ่งชามก็ทำท่าจะอิ่ม

“พวกผู้ดีเขากินทิ้งกินขว้างกันรึไง หรือกินของราคาถูกไม่ลง” พญารู้ว่าตัวเองกำลังพาลแต่ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะคุณชายช่างยิ้ม

“ขอโทษครับ” เทียมฟ้าเอ่ยขอโทษอีกครั้งก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักก๋วยเตี๋ยวกินต่อจนหมดชาม

เมื่อทั้งสามคนกินจนอิ่มแล้วพญาก็สั่งให้คิดเงิน เงินที่พญาจ่ายไปเกินราคาที่สั่งไปเกือบสามเท่า โจ้ออกมาส่งพญาที่หน้าร้านและพยายามจะแสดงความเป็นเจ้าของพญาต่อหน้าเทียมฟ้า ส่วนพญาไม่ได้มีท่าทีว่ารำคาญแต่ก็ไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตามการกระทำของโจ้ไปด้วย แต่ได้ยืนเฉยๆ เหมือนนึกสนุกอะไรอยู่ในใจก็ไม่มีใครคาดเดาได้

พญาพาเทียมฟ้าเดินดูรอบตลาดจนมาถึงสะพานปลา หนูด้วงแสดงอาการตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นกุ้งหอยปูปลาตัวเป็นๆ โดยเฉพาะตอนที่ปลาทะเลดีดตัวจนน้ำจากตัวปลากระเด็นไปเปรอะใบหน้าของเทียมฟ้าเต็มไปหมดนั้นทำให้หนูด้วงหัวเราะร่วนจนตัวงอเลยทีเดียว เทียมฟ้าเห็นหนูด้วงสนุกก็พลอยหัวเราะไปกับหนูด้วงด้วย มีแต่พญาที่ครุ่นคิดว่าแท้จริงแล้วเทียมฟ้าเป็นคนยังไงกันแน่ เทียมฟ้าไม่ได้แสดงอาการรังเกียจกลิ่นคาวปลาเค็มๆ ที่ติดเต็มใบหน้า ไหนจะถุงกล้วยแขกที่ห้อยอยู่ที่ข้อมืออีก มันไม่น่าจะใช่วิสัยของลูกผู้ดีที่มีเชื้อเจ้าอย่างที่เทียมฟ้าแสดงให้พญาเห็นเลย

“ไปล้างหน้าไป” พญายื่นขวดน้ำเปล่าให้เทียมฟ้าหลังจากที่เดินออกมาจากสะพานปลาแล้ว

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวน้องกลับไปล้างทีเดียวเลย”

“มันเหม็น”

“แต่หนูด้วงหลับแล้ว ถ้าเปลี่ยนให้พี่อุ้มหนูด้วงจะตื่น” เทียมฟ้าเห็นว่าหนูด้วงเพิ่งจะผล็อยหลับเลยไม่อยากให้ตื่น

พญามองหลานรักที่กินอิ่มและสนุกอย่างเต็มที่จนหลับไปก็เห็นว่าไม่ควรจะปลุกจริงๆ สุดท้ายพญาก็เลยเอาน้ำในขวดมาเทใส่ทิชชูแล้วเช็ดหน้าให้เทียมฟ้า เทียมฟ้าอยากจะยิ้มแต่ก็ไม่กล้ากลัวว่าช่วงเวลาดีๆ นี้จะหายไปเลยได้แต่ยื่นทำหน้านิ่งๆ ปล่อยให้พญาเช็ดหน้าให้จนเสร็จ

“ถามจริงๆ นะ มึงอยากมาฝึกงานอะไรในตลาดสดวะ คิดอะไรกันแน่ หรือแค่อยากอวดบารมีของป้า ถือว่ามีบุญคุณแล้วจะสั่งอะไรพ่อของกูก็ได้” พญาเห็นว่าหนูด้วงหลับแล้วจึงถามออกไปตรงๆ

“น้องแค่อยากอยู่ที่นี่ น้องไม่ได้คิดที่จะอวดบารมีอะไร” เทียมฟ้านึกเสียใจที่เป็นสาเหตุให้พญาคิดไปแบบนั้น

“ที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกที่มึงนึกอยากจะมาป่วนก็มานะ พ่อกูต้องมากังวลสารพัด กลัวว่าถ้ามึงเป็นอะไรขึ้นมา เขาก็จะต้องกลายเป็นคนอกตัญญู”

“น้องขอโทษครับที่มาเป็นภาระให้”

นี่เป็นครั้งแรกที่พญาไม่เห็นรอยยิ้มของเทียมฟ้าฉายอยู่บนใบหน้า แววตาที่หม่นลงจนเห็นได้ชัดของเทียมฟ้าไม่ได้ทำให้พญารู้สึกผิดแต่อย่างใด พญายังคงไม่เชื่อว่าเทียมฟ้าอยากจะมาอยู่ที่นี่จริงจัง คนมีเงินนึกสนุกอยากทำอะไรก็ต้องทำ เห็นทุกอย่างเป็นของเล่นทั้งนั้น ที่พญารู้ก็เพราะตัวเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เรียกได้ว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

‘ว่าแต่ไก่มันมีนมด้วยเหรอวะ สงสัยกูต้องไปแหกอกไก่ดูสักที’

พญาคิดในใจแล้วก็เดินตามเทียมฟ้าไป จนกลับมาถึงสำนักงานของตัวเองก็เห็นว่าเทียมฟ้าหยุดยืนอยู่บริเวณด้านหน้าแต่ไม่ได้เดินเข้าไป พญาคิดในใจว่าพรุ่งนี้เทียมฟ้าคงเข็ดและไม่มาที่นี่อีก โดนพญาจัดหนักไปตรงๆ แบบนั้นคงแจ้นกลับบ้านไปฟ้องป้าแน่ๆ

“น้องไม่ได้เห็นที่นี่เป็นสวนสนุก แต่เห็นว่าที่เกาะนี้มีแต่ความสุข ขอโทษจริงๆ ครับที่ทำให้พี่รู้สึกแบบนั้น” เทียมฟ้ายิ้มให้พญาอีกครั้งก่อนจะอ้มหนูด้วงเดินจากไป

พญาอยากจะเอาตัวหนูด้วงไว้ก่อนแต่ก็ตัดใจเพราะขี้เกียจเห็นรอยยิ้มของเทียมฟ้า ถึงจะอยากเห็นหนูด้วงทุกวันแต่พญาไม่อยากต้องมาเป็นเบ๊รับใช้ที่ต้องคอยเดินตามคอยอำนวยความสะดวกให้คุณชายผู้สูงส่งคนนั้น

“เฮ้ยนี่มันอะไรวะไอ้ก้าน!” พญาร้องถามเมื่อเห็นว่ามีกระเป๋าเดินทางสองสามใบวางอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แถมตอนนี้ห้องนอนของพญายังถูกจัดตกแต่งใหม่จนจำแทบไม่ได้

“ก็คุณชายหม่อมท่านจะพักที่นี่กับนาย คุณพเยียเพิ่งให้คนขนของมาให้ ไอ้ก้านเลยต้องจัดห้องใหม่ ฝีมือของไอ้ก้านแจ่มไหมนาย แค่ครึ่งวันก็เนรมิตได้ขนาดนี้”

“แจ่มกับผีอะไรของมึง ห้องกูมีเตียงมาเพิ่มจนคับแคบไปหมดแล้ว แถมยังปูผ้าปูลายท้องฟ้าฟุ้งฟิ้งเนี่ยนะ มึงสั่งให้คนมาเอาออกไปเดี๋ยวนี้เลย” พญาตวาดลูกน้องคนสนิทด้วยความโมโห

“ไม่ได้หรอกนาย นายหัวพยนต์กำชับไอ้ก้านเอาไว้ว่าให้ทำตามที่คุณชายน้องต้องการ ยอมๆ หน่อยนะนาย เพื่อไอ้ก้านคนนี้” ไอ้ก้านรีบลงไปนั่งยกมือไหว้ขอร้องพญา

“โธ่โว้ย!” พญาหัวฟัดหัวเหวี่ยงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรดที่ตอนนี้มีหมอนอิงสีทองลายหลุยส์วางเต็มไปหมด แต่ไม่นานพญาก็ยิ้มออกมาจนไอ้ก้านเริ่มขนลุก รอยยิ้มแบบนี้มันรอยยิ้มของปีศาจชัดๆ

“นาย นายมีแผนอะไร” ไอ้ก้านแอบถามเบาๆ

“หึ กูจะไม่สั่งให้เอาไอ้เตียงบ้านี่ออกไปก็ได้ แต่ถ้ามันไม่มีคนมานอนกูก็ไม่จำเป็นต้องมีเตียงเพิ่มใช่ไหมไอ้ก้าน ฮ่าๆๆ” พญาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนไอ้ก้านต้องลูบแขนของตัวเองพลางคิดว่า

‘ลองนายพญาหัวเราะได้แบบนี้ความซวยคงมาเยือนคุณชายน้องแล้วแน่ๆ’   


โปรดติดตามตอนต่อไป


สวัสดีค่ะเจอกันอีกแล้วววว ก่อนอื่นต้องขอแจ้งก่อนว่าเรื่องนี้คงจะมีคำหยาบคายมากกว่าเรื่องก่อนๆ

เพราะว่าผู้แต่งอยากสื่อให้เห็นตัวตนเดิมของพญาก่อนจะที่มีใครบางคนมาละลายพฤติกรรมให้

แล้วก็บทแรกๆ จะบรรยายเค้าโครงเดิมเยอะหน่อยเพราะว่าผู้อ่านบางท่านอาจจะไม่ได้อ่านเรื่องปรุงรักฯ

มาก่อนเดี๋ยวจะงงได้ แต่ถ้าจะให้ได้อรรถรสก็ควรจะอ่านปรุงรักฯ ก่อนนะคะ จะได้สงสารตาลุงให้มากๆ หน่อย

อ่านตอนนี้แล้วมีใครเป็น #ทีมลุงบ้างหรือจะเป็น #ทีมคุณชายน้องดีน้า แต่เลิฟว่าสงสัยจะมีแต่ #ทีมหนูด้วงแน่ๆ

เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องสั้นแต่ก็คงไม่ยาวมาก ยังไงก็ฝากเรื่องนี้เอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

มีคำผิดท้วงติงผู้แต่งได้เลยน้า ผู้แต่งชอบพลาด 555



   
[ทางไปเพจ Loverouter จิ้มเลย]
[ทางไปทวิต Loverouter จิ้มเลย]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2017 21:50:59 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
เข้ามาจองที่ เนื้อแท้ของพญาคงไม่ใช่คนไม่ดีหรอก แต่เป็นคนหยาบเพราะขาดการขัดเกลา
รอคุณชายน้องเข้ามาช่วย :hao5:

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
เชียร์คุณชายน้องจัดการคู่ขาของพญา  :katai2-1:

ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ลุงแค่พยายามปิดกั้นตัวเอง ลุงไม่เคยรู้ว่าความรักเป็นยังไง คุณชายน้องอดทนหน่อยนะ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ติดตามๆจ้ะ

ออฟไลน์ pui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3
รอตอนต่อไปค่ะ^^

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
น่าให้นับตังค์โบกจริงๆเลยนะลุงพญา

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ darling

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1742
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-7
ยก 2 มือ # ทีมคุณชายน้องจ้ะ   :mew3:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ตอนแรกที่อ่านปรังรัก นึกว่าพญาจะคู่กับคิว
แต่พอมีคุณชายน้องมา คู่นี้เลยดูน่าสนใจมาก
คุณชายน้องดูแปลกอ่ะ เหมือนมีอะไรในใจ
ยกมือเชียร์คุณชายน้องค่ะ อิอิ

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
ภาพลุงพญาใส่ชุดสัตว์ประหลาดและเป็นลมเพราะตุ๊กตา ยังติดอยู่ในหัว  มาต่อที่พาร์ทลุงเอง เลยนึกถึงพระเอกติงต๊องไปเลย 555 คิดถึงหนูด้วงหนูด้วงก็มา ขอบคุณนะคะ

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
โอ้ยย ลุงพูดดีๆเป็นมั้ยย สงสารคุณน้อง

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
ลุงนี่ไม่รู้จักรักษาน้ำใจคุณชายน้องเลยนะ
อยากอ่านจากมุมของคุณชายน้องบ้างค่ะ (อาจจะไม่ใช่ตอนนี้ หลังจากนี้ก็ได้)

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
แอบสงสารคุณชายน้อย

ออฟไลน์ gookgik

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-6
ถ้านับตังค์มาได้ยินว่าตาลุงพูดแกล้งคุณชายน้องแบบนี้ มีหวังตาลุงหัวแบะแน่

ห้องทำงานตาลุงกลายเป็นเรือนหอไปซะแล้ว 555

ต้อนรับเรื่องใหม่ รออ่านตอนต่อไป

ออฟไลน์ patsakon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-2

ออฟไลน์ windy49

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สงสารคุณชายน้องจัง พี่พญาพูดดีดีกับคุณชายน้องบ้างสิ :ling1:

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
กุญแจดอกที่ 2


‘หม่อมราชวงศ์เทียมฟ้า’ หรือ ‘คุณชายน้อง’ เป็นโอรสองค์เล็กของหม่อมเจ้าอโนทัย สรลักษณ์ ซึ่งท่านสิ้นชีพิตักษัยไปแล้ว หม่อมนิดผู้เป็นมารดาก็แต่งงานมีครอบครัวใหม่ พระปิตุจฉาอย่างหม่อมเจ้าวิรงรองจึงเป็นผู้เลี้ยงนัดดาผู้อาภัพคนนี้ด้วยตัวท่านเอง ด้วยความสงสารคุณชายน้องที่สูญเสียพระบิดาไปท่านหญิงเลยไม่ค่อยเข้มงวดอะไรมากนัก เมื่อคุณชายน้องมาอ้อนขออยู่ฝึกงานที่เกาะใบไม้คราม ท่านหญิงจึงประทานอนุญาตและฝากฝังให้นายหัวพยนต์ช่วยดูแล ถึงจะรู้ว่านัดดายกเรื่องการฝึกงานมาเป็นข้ออ้างแต่ท่านหญิงก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ ก็ได้แต่หวังว่าผู้คนบนเกาะใบไม้ครามจะสร้างความสุขความทรงจำที่ดีให้แก่คุณชายน้องก่อนที่เขาจะต้องกลับมาดูแลกิจการของตัวเองต่อไปในอนาคต 

ไอ้ก้านโทรไปบอกให้โจ้มาก่อนเวลานัดเดิมตามคำสั่งของนายพญา โจ้รีบอาบน้ำขัดตัวและพรมน้ำหอมจนคนที่เดินผ่านได้กลิ่นลอยมาแต่ไกล ไอ้ก้านไม่ค่อยชอบเด็กคนนี้ของนายพญาสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อนายต้องการไอ้ก้านก็ขัดไม่ได้ มันคิดว่าให้นายได้ปลดปล่อยบ้างก็ดีกว่าจมอยู่กับความทุกข์เรื่องของคุณนับตังค์ แต่ที่มันไม่เข้าใจก็คือทำไมนายพญาถึงสั่งมันว่าถ้าคุณชายน้องกลับมาให้มันตะโกนเรียกชื่อนายดังๆ สามที แล้วก็ปล่อยให้คุณชายน้องเข้ามาในห้องนอนได้เลย ตอนนี้ไอ้ก้านเลยต้องมานั่งอยู่หน้าสำนักงานของนายพญาเพื่อคอยส่งสัญญาณบอกนายของมันเมื่อคุณชายน้องกลับมา

ส่วนพญานั่งจิบไวน์รอเวลาที่เทียมฟ้าจะกลับมา เขาอยากรู้เหมือนกันว่าหากเขาพาเด็กในสังกัดมาบรรเลงเพลงรักในห้องส่วนตัวของเขาเองแล้วหม่อมราชวงศ์เทียมฟ้าจะทนอยู่ร่วมห้องกับเขาไหวไหม เขาไม่ชอบที่เทียมฟ้าเอาแต่ใจอยากจะสั่งอะไรพ่อของเขาก็สั่ง ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวที่พญาไม่เคยให้ใครมาวุ่นวาย แม้กระทั่งพ่อกับพเยียก็ยังไม่เคยมายุ่งด้วย ในเมื่อเทียมฟ้าถือดีบีบบังคับให้เขาต้องยอมทุกอย่าง เขาก็จะทำในสิ่งที่อยากจะทำเหมือนกัน

“นาย นายอยากให้ผมนวดตรงไหนก่อนดี” โจ้เขามานั่งเบียดพญาก่อนจะใช้มือลูบไล้ที่หน้าขาของพญาเบาๆ

“อย่าเพิ่ง” พญามองนาฬิกาแล้วเริ่มหงุดหงิด นี่มันก็เกือบสองทุ่มแล้วแต่เทียมฟ้ายังไม่กลับมาเสียที

“รออะไรเหรอครับ” โจ้เอ่ยถามเมื่อเห็นพญามองนาฬิกาบ่อยๆ

“เปล่า”

“แล้วนี่เตียงใครเหรอครับ เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีเตียงอันนี้เลย” โจ้มองไปที่มุมห้องเห็นเตียงขนาดสามฟุตครึ่งตั้งอยู่จึงสงสัย

“อย่าถามมากได้ไหม” พญาแสดงสีหน้ารำคาญจนโจ้ไม่กล้าถามต่อ

“นายพญา!”

เสียงไอ้ก้านตะโกนเรียกชื่อนายของมันดังเข้ามาถึงในห้อง พญาคลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินก่อนจะรีบวางแก้วไวน์ลงแล้วจับโจ้กดลงนอนราบกับโซฟา โจ้ตกใจที่โดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ในเมื่อพญาเปิดโอกาสมาแบบนี้โจ้ก็ไม่รอช้ารีบคล้องคอพญาเอาไว้แล้วผงกหัวขึ้นมาจูบพญาด้วยความชำนาญ สองร่างบดเบียดกันอยู่บนโซฟาแลกจูบที่ร้อนแรงกันจนคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องชะงักอึ้งอยู่กับที่ พญาได้ยินเสียงประตูห้องนอนของตัวเองเปิดแล้วก็พยายามจะเคล้าคลึงร่างกายของโจ้หนักขึ้นจนกระทั่งได้ยินเสียงของไอ้ก้านเรียกชื่อตัวเองอีกครั้งแบบแผ่วเบา พญาจึงหยุดการกระทำของตัวเองแล้วหันไปมอง

“น้องตัง!” พญาดีดตัวเองลุกออกมาจากโซฟาอย่างรวดเร็วทิ้งให้โจ้นอนงงเป็นไก่ตาแตกที่จู่ๆ พญาก็หยุดกลางคัน

“ไอ้ก้านเรียกนายแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่สามครั้งสักหน่อย ทำไมนายไม่เฉลียวใจเลย” ไอ้ก้านรีบแก้ตัวเสียงอ่อยเมื่อเห็นสายตาตำหนิของเจ้านายส่งมาที่มัน

“คือพี่...คือ....” พญาเห็นสีหน้าของนับตังค์ก็พูดไม่ออก จะว่านับตังค์โกรธก็ไม่ใช่ จะว่าไม่โกรธก็ไม่เชิง แต่มันทำให้พญารู้สึกว่าสายตาของนับตังค์ดูจะผิดหวังในตัวเขายังไงก็ไม่รู้

“ก้านไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กของคุณชายน้องมาให้หน่อย” นับตังค์หันไปพูดกับก้าน

“นี่มันกล้าใช้ให้น้องตังมาเอากระเป๋าให้เลยเหรอ” พญาถามเสียงแข็ง รู้สึกไม่พอใจเพราะนึกว่าเทียมฟ้าเห็นคนอื่นเป็นคนรับใช้ไปเสียหมด

“เปล่า แต่ก็ดีแล้วที่ตังตัดสินใจมาเอาเอง” นับตังค์ไหวไหล่เล็กน้อย

“คือพี่ คือ...เด็กนั่นมันจะไปอยู่กับตังเหรอ” พญาไม่รู้จะแก้ตัวเรื่องโจ้ยังไงเลยเฉไฉไปคุยเรื่องของเทียมฟ้า

“คุณชายน้องไม่สบาย ปวดท้องจนต้องพาไปหาหมอที่อนามัย คุณชายแพ้น้ำส้มสายชู ตังเลยกะว่าถ้าไม่มีใครดูแลจะให้ไปพักกับตังสักวันสองวันก่อน แต่สงสัยคงจะให้พักถาวรเลย จะได้ไม่รบกวนลุง” นับตังค์มองไปที่โจ้เพราะโจ้เองก็จ้องนับตังค์ด้วยสายตาไม่พอใจอย่างเปิดเผย

“รู้ว่าแพ้น้ำส้มสายชูแต่เสือกสั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำ” พญาบ่นพร้อมกับส่ายหน้าเมื่อนึกถึงเทียมฟ้า

“หมอบอกว่าคุณชายน้องคงกินน้ำส้มสายชูไปเยอะพอสมควรถึงออกอาการขนาดนี้” นับตังค์ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ในเมื่อเทียมฟ้าก็รู้ว่าตัวเองแพ้น้ำส้มสายชูทำไมถึงได้กินเยอะจนถึงขั้นปวดท้องได้ จะว่าเป็นคนชอบกินเปรี้ยวก็ไม่น่าใช่

“หรือว่า...” พญานิ่งคิดก่อนจะหันไปมองหน้าโจ้ โจ้สะดุ้งเมื่อเห็นสายตาจับผิดของพญา

“ผมไม่รู้เรื่องนะครับ ผมก็ปรุงให้เหมือนให้ลูกค้าคนอื่น” โจ้รู้สึกร้อนตัวจึงรีบปฏิเสธ

“มึงกลับไปได้แล้ว” พญาไล่โจ้

“นายพญา ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมนายถึงไล่ผม”

“กูบอกให้มึงกลับไป” พญาเสียงเข้มกว่าเดิมจนโจ้หน้าถอดสี แม้ในใจจะรู้สึกน้อยใจแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก สุดท้ายก็ยอมออกจากห้องไปแต่ก็ไม่วายทิ้งสายตาเคืองแค้นส่งไปที่นับตังค์

“ขอบใจนะก้าน” นับตังค์รับกระเป๋าเดินทางใบเล็กของเทียมฟ้ามาถือแล้วเตรียมตัวจะกลับ แต่พญาคว้าข้อมือของนับตังค์เอาไว้ก่อน

“ตัง คือพี่...”

“ลุง ลุงจะทำอะไรก็ทำเถอะ ชีวิตเป็นของลุง” นับตังค์รู้ดีว่าพญากำลังรู้สึกอย่างไร

“แต่ตังทำหน้าเหมือนผิดหวังในตัวพี่”

“ใช่ตังผิดหวัง แล้วรู้ไหมว่าตังหวังอะไร”

“พี่ไม่รู้”

“ตังหวังว่าลุงจะมีชีวิตที่ดี ถึงตังไม่ค่อยได้มาที่นี่แต่ไม่ใช่ว่าตังไม่รู้นะว่าลุงทำอะไรบ้าง ลุงเอาแต่เมาไม่รับผิดชอบการงาน กลับไปทำตัวเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ตังหวังดีกับลุงนะถึงบ่น วันหนึ่งถ้าลุงได้เจอกับใครสักคนที่ลุงรัก ลุงจะได้ไม่เสียดายอีกว่าลุงยังไม่ดีพอสำหรับเขา”

“พี่คงรักใครไม่ได้อีกตังก็รู้”

“ก็แหงล่ะ ลุงจะรักใครอีกได้ไงถ้ายังไม่เจอคนที่รัก หาให้เจอเร็วๆ นะลุง”

“พี่เจอแล้ว แต่พี่รักเขาไม่ได้” พญารู้สึกเจ็บหน่วงๆ ที่หัวใจ คนที่พญารักก็คือคนที่ยืนบ่นอยู่ตรงหน้า รักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้

“เจอแต่รักไม่ได้แปลว่ายังไม่เจอ อย่าทำให้ชีวิตมันยากเลยลุง ปัญหาของลุงมันอยู่ที่ความคิดไม่ใช่หัวใจ”

“พูดภาษาบ้านๆ แปลว่าให้ปลงใช่ไหมคุณตัง” ไอ้ก้านเสริม

“ไม่ต้องย้ำ กูรู้” พญาหันไปพูดกับลูกน้องของตัวเองก่อนจะถอนหายใจ

“ตังไปก่อนนะ”

“ตัง แล้ว...มันเป็นอะไรมากไหม” พญาถามถึงเทียมฟ้า

“วันนี้คงนอนค้างที่อนามัย อยู่ใกล้หมอแล้วคงไม่น่าห่วงเท่าไหร่หรอก”

“แล้วใครไปเฝ้าล่ะ”

“ถามทำไม ลุงจะไปเฝ้าเหรอ”

“ฝันไปเหอะ” พญารีบตอบ

“ก็เป็นซะแบบนี้ ตังก็ไม่ว่างไปเฝ้าหรอก คงต้องให้นอนคนเดียว แต่มีเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่” นับตังค์ส่ายหน้าก่อนจะเดินออกไป

เมื่อนับตังค์ไปแล้วพญาก็ถอนหายใจ เขาคิดว่าโจ้คงแกล้งใส่น้ำส้มสายชูลงในชามก๋วยเตี๋ยวของเทียมฟ้าแน่ๆ แต่คนที่ทำให้เทียมฟ้าต้องมาป่วยเป็นเขาต่างหาก เขาเป็นคนพูดจากระแหนะกระแหนจนเทียมฟ้าฝืนกินก๋วยเตี๋ยวจนหมดชาม พญาเดินวนไปวนมาจนไอ้ก้านเริ่มเวียนหัว สุดท้ายทนไม่ไหวก็ต้องเอ่ยปากพูดกับนายของมัน

“นาย อยากไปเยี่ยมคุณชายน้องไหม”

“ทำไมกูต้องไปเยี่ยมมันด้วย”

“นายไม่รู้สึกผิดเลยจริงๆ เหรอ”

“ไอ้ก้าน!”

“ก้านยอมถูกเตะ แต่ก้านสงสารคุณชายน้องจริงๆ ตอนที่คุณตังกับคนอื่นๆ มอบมิตรภาพให้กับนาย นายรู้สึกดีไหม ทำไมนายไม่ให้โอกาสนั้นกับคุณชายน้องบ้าง ก้านว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอก นายแค่มองเขาด้านเดียวมากกว่า”

“มึงกำลังสอนกูเหรอไอ้ก้าน”

“ไอ้ก้านแค่ไม่อยากให้นายเสียโอกาสที่จะได้เพื่อนดีๆ เพิ่มอีกสักคน” ไอ้ก้านพูดจบก็หันหลังโก้งตูดรอให้นายของมันเตะเพราะบังอาจไปสั่งสอนนาย

“มึงไปเอารถมารอกู บอกไว้ก่อนเลยนะว่ากูไม่ได้สงสารไอ้คุณชายของมึงหรอก กูแค่ไม่อยากให้น้องตังผิดหวังในตัวกู” พญาบอกกับไอ้ก้านก่อนจะเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ

ไอ้ก้านยิ้มแฉ่งที่นายของมันยอมไปเยี่ยมคุณชายน้อง ถึงจะยังวางท่าอยู่แต่ไอ้ก้านรู้ดีว่าคนอย่างนายถ้าไม่รู้สึกผิดต่อให้ช้างมาลากก็ไม่ยอมไปแน่ ว่าแล้วมันก็รีบออกไปเตรียมรถก่อนที่นายของมันจะเปลี่ยนใจ ขืนให้นายหัวพยนต์รู้ว่าคุณชายน้องมาป่วยจนต้องไปนอนที่อนามัยตามลำพัง หัวของไอ้ก้านคงหลุดจากบ่าแน่ๆ

...

“เอามาเลยหนึ่งพัน ตังบอกแล้วว่าลุงต้องมาเยี่ยมคุณชายน้องแน่ๆ” นับตังค์แบมือแล้วยื่นไปตรงหน้าของมีคุณหลังจากที่ชนะพนัน ตอนนี้นับตังค์กับมีคุณแอบมาจอดรถอยู่ตรงมุมหนึ่งภายในอนามัยของชุมชนเพื่อรอดูว่าพญาจะมาที่นี่หรือไม่

“ทำไมตังถึงรู้ว่าพญาจะมาที่นี่ ตังไปบังคับรึเปล่า” มีคุณถามคนรักหลังจากที่เห็นรถของพญาขับเคลื่อนเข้ามาที่อนามัยชุมชน เขาพนันกับนับตังค์เอาไว้ว่าพญาคงไม่ยอมมาเยี่ยมเทียมฟ้าแน่ๆ แต่นับตังค์มั่นใจว่าพญาจะมา ทั้งสองคนจึงพนันกันด้วยเงินหนึ่งพันบาท

“ตังไม่ใช่คนขี้โกงเหมือนพี่หรอกนะ เอามาเลย”

“การพนันเป็นสิ่งไม่ดี เอาหอมไปแทนนะ” มีคุณชะโงกหน้าไปหอมแก้มนับตังค์แทนการจ่ายเงินจนคนถูกหอมต้องค้อนใส่

“ก็เป็นซะแบบนี้” นับตังค์บ่นที่โดนมีคุณโกงอีกจนได้

“ตังคิดว่าเหมาะแล้วเหรอที่จะให้พญากับคุณชายน้องรักกัน”

“ตังไม่รู้หรอกว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ แต่เขาสองคนได้มาเจอกันแล้ว ตังอยากให้เขาลองเปิดใจกันก่อน โอกาสดีๆ มันไม่ได้มีมาง่ายๆ เหมือนที่พี่เคยบอกตังไง วันนี้มันไม่มีถึงสองครั้ง เพราะฉะนั้นตังไม่อยากให้ตาลุงพลาดโอกาสดีๆ ไป”

“พี่จะรอดูว่าเราจะเหมาะกับการเป็นกามเทพมากกว่าเชฟรึเปล่า” มีคุณเอื้อมมือไปลูบที่แก้มของนับตังค์

“กลับกันเถอะ” นับตังค์เห็นสายตาของคนรักก็รู้ว่ากำลังหิวคั่วกลิ้งอีกแน่ ขืนยังอยู่ในรถต่อไปมีหวังได้โดนกินบนรถ

“ไม่รอดูผลก่อนเหรอ รอมาได้ตั้งนานแล้ว”

“ไม่หรอก ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าเขาสองคนใช่สำหรับกันมันจะลงตัวเอง” นับตังค์มองไปที่รถของพญา พอเห็นท่าทางฟอร์มจัดของพญาก็นึกขำ ใจหนึ่งก็อยากเข้าไปแอบดูว่าพญาจะทำยังไง แต่อีกใจก็อยากกลับไปให้มีคุณกอดแล้ว สุดท้ายความรักมันเรียกร้อง นับตังค์จึงเลือกอย่างหลังมากกว่า คิดแล้วก็หันไปยิ้มหวานให้มีคุณ

“อย่ายิ้มแบบนี้สิ ใจพี่สั่น” มีคุณเห็นรอยยิ้มแล้วแทบจะอดใจไม่ไหว รีบสตาร์ทรถขับออกไปหวังจะกลับให้ถึงบ้านเดี๋ยวนี้เลย

พญาให้ไอ้ก้านรอที่รถ ส่วนตัวเองเมื่อเดินขึ้นไปบนอนามัยก็ไปด้อมๆ มองๆ เพราะไม่รู้ว่าเทียมฟ้านอนพักที่ไหน เจ้าหน้าที่รีบเข้ามาต้อนรับพญาเพราะนายหัวพยนต์พ่อของพญาเป็นผู้บริจาคเงินสนับสนุนอนามัยชุมชนแห่งนี้ทุกปี เมื่อทราบว่าพญาจะมาเยี่ยมใครเจ้าหน้าที่จึงนำพญาไป

“อาการหนักไหม” พญาถามเจ้าหน้าที่

“ดีขึ้นแล้วค่ะ”

“แล้วต้องค้างกี่คืน”

“อันที่จริงกลับบ้านคืนนี้เลยก็ได้ค่ะ แต่ผู้ป่วยยืนยันว่าจะนอนพักที่นี่”

เจ้าหน้าที่พาพญามาถึงหน้าห้องพักรวมก็ขอตัวกลับไปเฝ้าเวรที่เคาน์เตอร์ต่อ พญามองเข้าไปก็เห็นว่าในห้องมีแค่เทียมฟ้านอนพักอยู่เพียงคนเดียว เขาพยายามเดินให้เบาที่สุดเพราะคิดว่าเทียมฟ้าหลับอยู่ คนตัวเล็กนอนหันหลังให้เขาและนอนนิ่งจนพญาต้องเพ่งดูว่ายังหายใจอยู่รึเปล่า แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนหายใจสม่ำเสมอก็แอบพรูลมหายใจ พญาเดินเข้าไปยืนพิงหน้าต่างเพราะเป็นฝั่งที่เทียมฟ้าหันหน้ามา สีหน้าของเทียมฟ้าดูอ่อนแรง ริมฝีปากที่เคยอิ่มแดงระเรื่อก็ซีดจางไม่ต่างจากใบหน้า พญาเห็นเทียมฟ้าขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะงอเข่าขึ้นมานอนในท่าขดตัว

“ปวดท้องอีกเหรอวะ” พญาพึมพำเพราะไม่แน่ใจว่าเทียมฟ้าตื่นหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่ลืมตาแต่นอนคุดคู้ตัวงอก็เริ่มกังวล

“น้องหนาว” เทียมฟ้าพูดออกมาทั้งที่หลับตาอยู่ พญาเอื้อมมือไปอังที่หน้าผากของเทียมฟ้าก็พบว่ามันร้อนกว่าปกตินิดหน่อย

“กูไปตามหมอดีกว่า” พญาเห็นท่าไม่ดีเลยจะไปตามหมอ แต่เทียมฟ้าคว้ามือของพญามาจับแล้วเอาไปแนบที่แก้ม พญาจึงชะงักอยู่กับที่แล้วหรี่ตามองเทียมฟ้า เขาพยายามจะดูว่าเทียมฟ้าตื่นหรือละเมอกันแน่

“แม่อยู่กับน้องนะ” เทียมฟ้าพึมพำออกมา พญาได้ยินก็ใจอ่อนยวบเพราะตัวเองก็มีปมเรื่องแม่เหมือนกัน สุดท้ายพญาจึงไม่ได้เดินออกไปตามหมอแต่ทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างเตียงแทน

“กูให้มึงยืมมือกูไปก่อนแล้วกัน ถือว่าหายกันกับที่กูพามึงไปป่วย” พญาพูดเบาๆ แล้วก็ปล่อยให้เทียมฟ้าจับมือตัวเองไปแนบแก้มต่อไป

..

พญาพลิกตัวไปมาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักรบกวนอยู่ข้างหู นึกหงุดหงิดไอ้ก้านที่มาเปิดโทรทัศน์รบกวนเขาทั้งที่เขายังไม่ตื่น แถมมันยังเปิดม่านจนแสงสว่างเข้ามาได้แบบนี้อีก พญาทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นมาหวังจะด่าไอ้ก้านที่มันบังอาจทำให้เขาต้องตื่น แต่แล้วพญาก็ต้องอึ้งไปเมื่อพบว่าตัวเองขึ้นมานอนอยู่บนเตียงแทนผู้ป่วยโดยมีเทียมฟ้านั่งอยู่กับหนูด้วงบริเวณข้างเตียง

“ยุงพะยาตื่นฉายก่าหนูทุดที” หนูด้วงบ่นพญาก่อนจะหันกลับมาป้อนข้าวต้มให้เทียมฟ้า พญาได้แต่อ้าปากอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก พยายามนึกทบทวนว่าตัวเองขึ้นมานอนบนเตียงนี้ได้ยังไง

“เมื่อคืนพี่คงง่วงเลยขึ้นมานอนบนเตียง ขอบคุณนะครับที่มาเฝ้าน้อง” เทียมฟ้าระบายยิ้มให้พญา สีหน้าของเทียมฟ้าดูสดใสกว่าเมื่อคืนมาก

“หายแล้วเหรอ” พญารู้สึกเสียฟอร์มแต่ก็ตีหน้าตายเอาไว้ก่อน

“ดีขึ้นแล้วครับ คุณหมอด้วงมาดูแลน้องตั้งแต่เช้าเลย” เทียมฟ้าลูบที่ศีรษะของหนูด้วงด้วยความเอ็นดู

“ดีขึ้นก็ดีแล้ว งั้นกูกลับล่ะ” พญารู้สึกอายเพราะคิดว่าป่านนี้ทั้งหมอทั้งพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่นี่คงเห็นว่าเขาหลับสบายบนเตียงผู้ป่วยกันหมดแล้ว

“ยุงพะยาพูดกูไม่ได้นะ มัมบอกว่าไม่ดี” หนูด้วงรีบหันมาเตือน

“น้าขอโทษครับ น้าขอกลับก่อนนะ เดี๋ยวบ่ายๆ น้าจะมาหาใหม่” พญารีบลงจากเตียงแล้วเดินออกไปปล่อยให้เทียมฟ้ามองตามไปด้วยสายตาที่หม่นลง

“อาน้อนกินข้าวนะ หนูจาป้อน” หนูด้วงพยายามจะตักข้าวต้มป้อนเทียมฟ้าแต่ตักทีไรน้ำซุปเอียงไหลหล่นหมดเหลือแต่ข้าวติดปลายช้อนนิดหน่อย เทียมฟ้าละสายตาจากแผ่นหลังของพญามายิ้มให้หนูด้วง โดยไม่รู้ว่าพญายังไม่ได้กลับแต่แอบมองอยู่ที่ด้านนอก ยืนดูอยู่สักพักพญาก็ตัดสินใจเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

“หมอให้กลับได้แล้วไม่ใช่เหรอ” พญาถามเทียมฟ้า

“ครับ”

“แล้วทำไมยังอยู่ที่นี่”

“น้องไม่รู้จะไปไหน น้องเกรงใจพี่ตัง มีคนมาเรียนทำอาหารเต็มตารางเลย” เทียมฟ้ายังไม่อยากกลับกรุงเทพในตอนนี้เพราะกลัวว่าหม่อมเจ้าวิรงรองถามถึงสาเหตุและจะเดือดร้อนถึงนายหัวพยนต์ได้

“กระเป๋าอยู่ไหน” พญาถอนหายใจก่อนจะถาม

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวอีกสองสามวันน้องก็กลับกรุงเทพแล้ว” เสียงของเทียมฟ้าไม่สดใสเหมือนรอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้า นั่นยิ่งทำให้พญาถอนหายใจหนักกว่าเดิมกับการที่เทียมฟ้าพยายามจะยิ้มตลอดเวลา

“อนามัยที่นี่มันเล็ก คนป่วยก็มีตลอดจะมาเป็นภาระให้เขาทำไม ไม่คิดจะฝึกงานแล้วรึไงถึงจะกลับบ้าน”

“ก็น้องไม่อยากให้พี่รู้สึกแบบนั้น” เทียมฟ้าแอบมีความหวังเมื่อพญาพูดเหมือนว่าจะให้กลับไปฝึกงานได้

“ถ้าอยากจะอยู่ต่อก็ต้องคุยกันก่อน ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรก็อาศัยบารมีเจ้าป้าของมึงมาข่ม กู...เอ่อ พี่ไม่เหมือนพ่อของพี่ ไม่ชอบให้บีบบังคับ”

“ตกลงครับ” เทียมฟ้ารีบรับคำแล้วคลี่ยิ้มกว้าง

“ยิ้มอะไรนักหนา กลับดิ” พญาทำเสียงเข้มแต่ก็เดินไปหิ้วกระเป๋าของเทียมฟ้าให้ เทียมฟ้ารีบจูงมือหนูด้วงแล้วเดินตามพญาไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ

..

เมื่อพญาพาเทียมฟ้าและหนูด้วงมาถึงสำนักงานของตัวเองก็สั่งให้ไอ้ก้านพาหนูด้วงไปซื้อขนมในตลาดเพราะว่าตัวเองมีเรื่องจะคุยกับเทียมฟ้าก่อน หนูด้วงยอมไปกับก้านแต่โดยดีเพราะก้านเอาปลาตู้มาหลอกล่อ ตอนนี้เลยเหลือพญากับเทียมฟ้าสองต่อสองภายในสำนักงาน

“ไหนบอกมาซิว่าอยากจะมาดูงานอะไร มึงก็รู้ว่าตลาดสดมันไม่มีอะไรให้ดู มึงมีเจตนาอะไรกันแน่ขอให้พูดมาตรงๆ”

“ให้น้องพูดตรงๆ เหรอครับ”

“เออ พูดมา” พญารอฟังว่าคุณชายผู้สูงศักดิ์จะมีเหตุผลอะไรมาอ้าง

“น้องชอบพี่”

“อ๋อ....เฮ้ย!” พญาพยักหน้าก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเทียมฟ้าด้วยความตกใจ

“แต่น้องไม่ได้ต้องการอะไรนะ น้องแค่รู้สึกว่าการได้เห็นพี่ทุกวันมันมีความสุขดี”

“หึ อยากเห็นกู ถามกูรึยังว่าอยากเห็นมึงรึเปล่า” พญารู้สึกทึ่งกับความตรงไปตรงมาของหม่อมราชวงศ์เทียมฟ้าผู้นี้ ด้วยอคติที่ยังมีในใจพญาเลยคิดว่าคนตรงหน้ากำลังหาของเล่นใหม่มากกว่า

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ต้องเห็นน้องก็ได้”

“มึงรู้ไหม ในโลกนี้ไม่มีใครหรอกที่จะรักใครแล้วไม่ต้องการความรักตอบ”

“น้องยังไม่ได้บอกว่ารักพี่สักหน่อย”

“มึงนี่นะ!” พญารู้สึกเหมือนตัวเองถูกชูขึ้นฟ้าแล้วโดนกระชากลงมาให้หน้ากระแทกดิน

“พี่อย่าโกรธน้องสิครับ ก็พี่บอกให้น้องพูดตรงๆ” เทียมฟ้ากลัวพญาจะโกรธแล้วไม่ให้อยู่ด้วยจึงรับขยับเข้ามาแตะที่มือของพญาเบาๆ

“เออๆ สรุปว่ามึงอยากอยู่ที่นี่เพราะอยากใกล้ชิดกูแค่นั้น” พญาถามให้แน่ใจก่อนจะโดนย้อนจนหน้าแตกอีกรอบ เขาไม่เข้าใจคำว่าอยากใกล้ชิดของเทียมฟ้า ถ้าในความหมายของพญาคือการอ่อยเหยื่อดีๆ นี่เอง แต่เพราะคนพูดเป็นเทียมฟ้า พญาจึงเดาไม่ออกว่าคนๆ นี้ใสซื่อหรือเสแสร้งว่าไร้เดียงสากันแน่

“ครับ แต่น้องจะช่วยงานพี่ด้วย น้องจะมาช่วยทำบัญชีให้พี่ ช่วยทำตลาดให้เป็นระบบ น้องเรียนมา ดีไหมครับ”

“จะชมว่าตัวเองเก่งว่างั้น” พญาเลิกคิ้วถามแบบกวนๆ แต่ในใจก็คิดว่าถ้าเทียมฟ้าช่วยได้ก็ดีไม่น้อย พญาอยากทำให้นับตังค์เห็นว่าเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงตัวเองสมกับที่นับตังค์หวังเอาไว้ ถึงไม่ได้ความรักจากนับตังค์ แต่ถ้านับตังค์จะภูมิใจในตัวเขาบ้างก็คงจะดี

“เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง” เทียมฟ้าตอบ

“มึงอวดขนาดนี้กูยกตลาดให้เลยเอาไหม” พญานึกขำคนตรงหน้า บทจะพูดตรงก็พูดออกมาหมดทุกอย่าง

“ไม่เอาหรอกครับ น้องไม่ได้อยากตลาด น้องแค่อยากช่วยพี่จริงๆ” เทียมฟ้าส่ายหน้าก่อนจะยิ้มให้พญา

“เคยร้องไห้ไหม” พญาถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เขาอยากรู้จริงๆ ว่าเทียมฟ้าเคยเศร้าบ้างไหม

“เคยสิครับ แต่ถ้าเลือกได้ก็ยิ้มเอาไว้ดีกว่า”

“กูรำคาญเวลาที่มึงยิ้มบ่อยๆ ว่าแต่มึงยิ้มในเวลาที่เศร้าก็ได้เหรอวะ”

“มันขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังยิ้มให้ใคร ถ้าพี่อยู่ตรงหน้าคนที่พี่รัก ต่อให้พี่อยากร้องไห้แทบขาดใจแต่พี่ก็จะยิ้มให้เขา” เมื่อเทียมฟ้าพูดจบพญาก็นิ่งไปนาน จนเห็นว่าสายตาของอีกฝ่ายมองมาจึงปรับสีหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย

“ทำไมไม่ไปนอนที่โรงแรม สะดวกกว่าที่นี่ตั้งเยอะ”

“น้องไม่อยากให้คุณอาพยนต์เป็นกังวลแล้วต้องคอยมาดูแลน้อง ห้องพักก็จะได้ให้แขกมาพักได้”

“หึ มึงรู้ไหม การที่มึงเลือกมาอยู่กับกู พ่อกูยิ่งเครียดจนป่านนี้เส้นสมองปูดไปแล้วมั๊ง”

“ไม่จริงหรอก คุณอาพยนต์บอกน้องว่าถึงพี่จะห่ามไปหน่อยแต่พี่จะปกป้องน้องได้”

“พ่อกูบอกมึงอย่างนั้นเหรอ”

“ครับ”

“เอาเป็นว่ามึงจะนอนที่นี่ก็ตามใจ แต่กูไม่ชอบคนวุ่นวาย อยู่แบบเงียบๆ เจียมตัวหน่ะ เข้าใจไหม” พญากำชับ

“ได้ครับ พี่พญา น้องขอยิ้มได้ไหม” เทียมฟ้าถาม

“อยากยิ้มก็ยิ้ม” พญาส่ายหน้าเมื่อเห็นเทียมฟ้าระบายยิ้มกว้าง

“น้องไปหาหนูด้วงนะครับ แล้วเดี๋ยวกลับมาน้องจะช่วยพี่ตรวจดูบัญชีให้ ขอบคุณนะครับพี่พญา” เทียมฟ้ายิ้มร่าออกไปอย่างอารมณ์ดี

“เฮ้อ...กูว่ามันดูเด็กพอกับหนูด้วงเลย แล้วนี่กูจะยิ้มตามมันทำไมวะเนี่ย” พญามองตามเทียมฟ้าไป เมื่อรู้ตัวว่าปากของตัวเองก็กำลังยิ้มเหมือนกันเลยรีบหุบปากแล้วก็บ่นตัวเองเบาๆ

(มีต่อด้านล่างค่ะ)

V
V

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2017 21:52:07 โดย Loverouter »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
(มีต่อด่านบนค่ะ)


เทียมฟ้านั่งเท้าคางดูหนูด้วงกับก้านช้อนปลาเล่นกันอยู่พร้อมกับมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของตัวเองตลอดเวลา จะว่ายิ้มให้หนูด้วงก็ไม่เชิงเพราะตอนนี้เทียมฟ้ากำลังนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ ตอนที่เห็นว่าพญามาเยี่ยมที่อนามัยเทียมฟ้าก็ดีใจจนแทบจะลุกขึ้นมาพูดคุยด้วย แต่ใจก็สั่งว่าให้แกล้งนอนหลับไปก่อนจึงทำเป็นนอนนิ่งๆ แล้วตอนที่ตัวเองคว้าข้อมือของพญามาแนบแก้ม ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ใจกล้าแบบนั้นเลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำเป็นว่านอนละเมอ โชคดีที่พญาเชื่อและยอมให้เทียมฟ้าจับมือเอาไว้อย่างนั้น จนกระทั่งพญาเริ่มง่วงจัดแล้วลุกขึ้นมานอนบนเตียงแถมยังกอดเทียมเอาฟ้าเอาไว้ เล่นเอาเทียมฟ้าใจเต้นตึกตักนอนไม่หลับเลยจนถึงเช้า

“อาน้อน อาน้อน อาน้อน”

“ครับ ขอโทษทีครับ อาเหม่อไปหน่อย” เทียมฟ้าสะดุ้งออกจากภวังค์เมื่อหนูด้วงมาเขย่าที่แขน

“ปลาขอนอาน้อนอยู่นี่” หนูด้วงชี้ไปที่ปลาตัวเล็กสีส้มที่มีหางสีดำ

“เก่งจัง หนูด้วงจำได้ด้วยว่าอาน้องชอบตัวนี้” เทียมฟ้าก็อยากจะได้เจ้าปลาตัวนี้กลับไปแต่ว่าเกรงใจพญา ตัวเองเป็นแค่คนอาศัยจะมาทำอะไรตามใจไม่ได้ ได้แต่หวังว่าก่อนกลับกรุงเทพเจ้าปลาตัวนี้จะยังอยู่

“ไหนว่าป่วย สรุปว่าเรียกร้องความสนใจสินะ” โจ้เห็นเทียมฟ้านั่งอยู่หน้าร้านปลาตู้เลยรีบเดินเข้ามาหา ยิ่งเห็นว่าเทียมฟ้าดูสบายดียิ่งไม่พอใจเพราะเทียมฟ้ากับคนชื่อตังทำให้โจ้ชวดที่จะทำคะแนนกับพญา

“ไอ้โจ้ มึงอย่าปากดี” ก้านได้ยินรีบลุกมาขวางเอาไว้

“มึงนั่นแหละอย่าปากดี เป็นแค่ขี้ข้า มึงคงลืมไปแล้วสินะว่าเคยโดนนายพญาต่อยเพราะมาหือกับกู อยากโดนอีกรึไงไอ้ขี้ข้า ไอ้สถุล” โจ้หันไปด่าก้านแบบไม่ยำเกรงหน้าตาของก้านเลยเพราะถือว่าพญาเคยให้ท้ายตลอด

“พี่ก้านปิดตาหนูด้วง” เทียมฟ้าหันไปพูดกับก้าน ก้านไม่เข้าใจแต่ก็รีบทำตามที่เทียมฟ้าบอก

เพี๊ยะ!

“มึงกล้าตบกูเหรอ” โจ้ตวาดเสียงดังเมื่อโดนฝ่ามือของเทียมฟ้าฟาดเข้าที่ใบหน้า

“หนูจัว” หนูด้วงตกใจและเริ่มเบะปากเมื่อได้ยินเสียงตวาดของโจ้ ไอ้ก้านรีบอุ้มหนูด้วงขึ้นมากอด ห่วงคุณชายน้องจะโดนโจ้ทำร้ายกลับก็ห่วง แต่ก็ต้องปลอบนายน้อยเอาไว้เพราะรู้ว่านายน้อยกลัวเวลามีคนมาทำเสียงดังใกล้ๆ

“กล้า แล้วจำเอาไว้อย่าพูดจาหยาบคายต่อหน้าหนูด้วง แล้วก็อย่าเหยียดพี่ก้านแบบนี้” เทียมฟ้าจ้องหน้าโจ้แบบไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด โจ้เงื้อมือขึ้นมาทำท่าจะตบเทียมฟ้าคืนบ้าง

“ไอ้โจ้!” เสียงของพญาทำให้โจ้ต้องค้างมือเอาไว้อย่างนั้น

“นายพญา มันตบผมก่อน” โจ้รีบลดมือลงแล้วเดินไปฟ้องพญา

“กูเห็นแล้ว”

“นายต้องจัดการให้ผม” โจ้แสร้งทำเสียงตัดพ้อ

“ขอโทษโจ้ซะ” พญาพูดกับเทียมฟ้า

“ไม่ได้นะนาย คุณชายน้องเป็นถึงหม่อมราชวงศ์” ไอ้ก้านรีบขัด

“แล้วไง คนสูงส่งทำผิดไม่ต้องขอโทษใครเหรอวะ” พญาหันไปมองหน้าของเทียมฟ้า

“ขอโทษครับ” เทียมฟ้าหันไปพูดกับโจ้ โจ้แสยะยิ้มให้เทียมฟ้าก่อนจะสวมกอดแขนของพญาพร้อมกับหอมแก้มและจูบปากพญาแบบเผินๆ ต่อหน้าทุกคนเพื่ออวดว่าตัวเองเป็นใคร เสียงซุบซิบจากพ่อค้าแม่ค้าดังมาให้ได้ยินแต่พญาก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา นั่นยิ่งทำให้โจ้ได้ใจ

“มึงก็ขอโทษไอ้ก้านด้วย” พญาหันมาพูดกับโจ้

“อะไรนะนาย!” โจ้ตกใจที่ได้ยิน

“มึงจะเอ่ยปากขอโทษมันหรือจะกราบมัน มึงเลือกเอา” พญาถามด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน โจ้ยืนนิ่งอยู่นานจนเห็นว่าสีหน้าของพญาเอาจริงมากกว่าเดิม

“ขอโทษ!” โจ้จำต้องพูดเพราะกลัวพญา เมื่อขอโทษเสร็จโจ้ก็เดินกลับร้านของตัวเองไปเลยด้วยความน้อยใจและแค้นใจ คนแถวนั้นที่เกลียดโจ้กับเจ๊จินเพราะทั้งสองคนลำพองว่าเป็นคนโปรดของเจ้าของตลาดก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะไล่หลังโจ้กันยกใหญ่

“พวกมึงก็กลับไปขายของกันได้แล้ว หรือจะไม่ขาย กูจะได้เอาที่คืนให้หมด” พญาถามคนที่มามุงดู พอทุกคนได้ยินเสียงของพญาต่างคนต่างก็รีบกลับไปที่แผงขายของของตัวเองแล้วหยุดการนินทาแทบจะทันที

“ขอบคุณนะนาย ขอบคุณคุณชายน้องด้วยที่ปกป้องไอ้ก้าน” ไอ้ก้านน้ำตาซึม

“เราเป็นเพื่อนกัน น้องไม่ยอมให้ใครมาว่าเพื่อนน้องหรอก หนูด้วงมาหาอาน้องนะ อาน้องขอโทษที่ทำให้หนูด้วงตกใจ เราไปกินไอศกรีมกันดีกว่าเนอะ” เทียมฟ้าพูดกับก้านจบแล้วจึงหันมาพูดกับหนูด้วง แต่เทียมฟ้าไม่ยอมพูดกับพญา แถมยังอุ้มหนูด้วงเดินผ่านพญาไปที่ร้านไอศกรีมเลย

“หนูจากินรสสตอตารี่ใส่นมด้วย หนูกินสอนลูดได้มั้ย หนูจากินชอตตาแลตด้วย” หนูด้วงส่งเสียงเจื้อยแจ้วสดใสเพราะจะได้กินของโปรด

“มันงอนกูเหรอวะไอ้ก้าน กูทำอะไรผิด” พญาหันไปถามก้านเมื่อเห็นว่าเทียมฟ้าทำเฉยชาใส่

“ไม่ผิดหรอกครับ นายพญาของก้านโคตรเท่ห์เลย” ไอ้ก้านยังซึ้งใจนายของมัน ในอดีตนายของมันชอบตามใจไอ้โจ้จนมันได้ใจ ไอ้โจ้มันเคยใส่ความไอ้ก้าน มันหาว่าไอ้ก้านคนนี้แอบมองมันตอนมันอาบน้ำ นายพญาโมโหจึงต่อยไอ้ก้านเสียร่วงลงไปกองกับพื้น แต่ตอนนี้นายของมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ซึ่งการกระทำของนายพญาครั้งนี้ทำให้ไอ้ก้านยิ่งรู้สึกเทิดทูนนายของมันเหลือเกิน

“เออ ถ้ากูไม่ผิดแล้วมันมีสิทธิ์อะไรมางอนกู ว่าแต่เมื่อกี้มึงเห็นไหม ตัวมันเล็กแค่นั้นแต่แรงตบอย่างกับนักวอลเล่ย์ทีมชาติ” พญาทำหน้าสยองก่อนจะเดินตามไปที่ร้านไอศกรีม

“ยุงพะยากินมั้ย” หนูด้วงถามเมื่อเห็นพญาเดินมายืนใกล้ๆ

“น้ากินกับหนูด้วงได้ไหม” พญาลองใจหลาน ทีแรกหนูด้วงก็ทำท่าลังเลแต่สุดท้ายก็พยักหน้า พญาเลยยื่นหน้าเข้าไปชิมไอศกรีมในมือหลาน ใบหน้าของพญาจึงเฉียดใบหน้าของเทียมฟ้าที่อุ้มหนูด้วงอยู่

“เปื้อนปาก” เทียมฟ้าทำหน้าตายบอกกับพญาทั้งที่ตอนนี้หน้าของตัวเองแดงไปถึงใบหูแล้ว

“หมดยัง” พญาเช็ดปากตัวเองก่อนจะถาม

“ยัง มีตรงแก้มด้วย”

“หมดยัง”

“ยัง”

“ตรงไหนวะ” พญาก็พยายามจะเช็ดไปทั่วหน้าแล้วแต่เทียมฟ้าก็ยังบอกว่ายังเปื้อนตลอด เทียมฟ้าตัดสินใจเอานิ้วของตัวเองป้ายคราบไอศกรีมออกให้

“มึงบอกเปื้อนปากกับแก้ม แต่มาเช็ดตรงคางให้กูเนี่ยนะ” พญาขมวดคิ้ว

“ไอศกรีมมันเปื้อนที่คาง แต่แก้มกับปากของพี่เปื้อนของสกปรก” เทียมฟ้าพูดจบก็พาหนูด้วงเดินไปที่อื่นต่อ

“หน้ากูสกปรกอะไรวะไอ้ก้าน” พญาหันมาถามลูกน้อง พอเห็นไอ้ก้านทำปากจู๋ก็เข้าใจในทันทีว่าเทียมฟ้าหมายถึงปากกับแก้มที่โดนโจ้หอม

“หึ ไหนบอกว่าไม่รักกู หึงกูชัดๆ” พญาหัวเราะในลำคอ

“นายดีใจเหรอที่คุณชายน้องหึง” ไอ้ก้านถาม

“มะเหงกสิ กูก็แค่อยากจะรู้ว่าคนที่แอบชอบคนอื่นแล้วไม่ต้องการอะไรจากเขามันมีจริงรึเปล่า”

“แต่นายดูอารมณ์ดีนะที่คุณชายน้องหึง” ไอ้ก้านยังย้ำ

“กูจะเริ่มอารมณ์เสียเพราะมึงนี่แหละไอ้ก้าน!” พญาทำท่าจะเตะไอ้ก้านที่มันพูดมาก ไอ้ก้านหัวเราะแล้วรีบเผ่นตามคุณชายน้องกับนายน้อยตัวเล็กของมันไปก่อนที่จะโดนเตะจริงๆ

..

สมุดบัญชีจำนวนหนึ่งถูกวางกองอยู่ตรงหน้าของเทียมฟ้า เทียมฟ้าเห็นว่าหนูด้วงนอนหลับตอนกลางวันอยู่จึงให้ก้านไปเอาสมุดบัญชีทั้งของเก่าและของใหม่มาให้ดู คนที่ทำบัญชีให้พญาก็คือ ‘จุ๋ม” น้าสาวของโจ้ เมื่อรู้ว่าพญาให้เอาสมุดบัญชีมาให้เทียมฟ้าตรวจก็ไม่พอใจ เทียมฟ้านั่งดูเงียบๆ จนจุ๋มเริ่มอึดอัด แต่จุ๋มก็ไม่กล้าแสดงอาการอะไรเพราะพญานั่งอยู่ด้วย

เทียมฟ้าก็เพิ่งจะรู้จากคนขายปลาตู้ว่าที่ผ่านมาพญาไม่เคยลงมาดูแลตลาดเองเลย ได้แต่สั่งให้จุ๋มเป็นคนมาเก็บค่าเช่าแล้วก็นำไปโอนเข้าบัญชีให้ ส่วนแม่ของโจ้ก็เป็นคนดูแลความเรียบร้อยในตลาด ใครจะมาขอเช่าร้านหรือเช่าแผงลอยก็ต้องผ่านเจ๊จินก่อนทั้งนั้น ซึ่งคนขายปลาแอบนินทาว่าเจ๊จินฟันค่านายหน้าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดเพราะรู้ว่าโจ้เป็นคนโปรดของพญา

“มีอะไรอยากจะถามไหมคะ” จุ๋มถามเทียมฟ้า

“ยังไม่มีตอนนี้”

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันเอาบัญชีกลับไปได้รึยัง”

“ยังครับ เอาไว้ที่นี่เลย ถ้าเสร็จแล้วจะให้พี่ก้านเอาไปคืน”

“แต่ว่า...นายคะ” จุ๋มหันไปหาพญา

“เอาไว้นี่แหละ” พญาตอบสั้นๆ

“งั้นจุ๋มกลับก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรให้ไอ้ก้านไปตามก็แล้วกัน” จุ๋มยกมือไหว้พญาทั้งที่พญาอ่อนกว่าก่อนจะเดินออกไปด้วยความหงุดหงิดที่พญาปล่อยให้เทียมฟ้ามายุ่มย่ามงานของตน

“พี่รู้ใช่ไหมว่าบัญชีมันไม่โปร่งใส” เทียมฟ้าหันมาถามพญา

“รู้”

“แล้วพี่ก็ปล่อยแบบนั้นเหรอครับ”

“กูมีเงินเยอะแยะ แบ่งๆ ให้คนอื่นไปบ้างขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงหรอก”

“พี่จะทำการกุศลอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่การบริจาคให้คนขี้โกง”

“มันจะโกงกูไปสักกี่บาทกัน”

“จะบาทเดียวก็ไม่ได้”

“มึงจะซีเรียสไปทำไมวะ เงินก็เงินกู”

“น้องไม่รู้หรอกว่าการที่พี่ทำตัวเหมือนคนเบื่อโลกแบบนี้เพราะอะไร เพราะพี่อยากประชดคุณอาพยนต์หรือเป็นเพราะพี่ไม่เอาไหนจริงๆ”

“มันจะมากไปแล้วนะ” พญาเริ่มโมโหที่เทียมฟ้าต่อว่าตน

“พี่จะโกรธน้องที่น้องพูดตรงๆ ก็ได้ พี่คิดดูนะครับ พี่บอกว่าจะยกตลาดให้หนูด้วง แต่ถ้ารอบตัวพี่มีแต่คนไม่ซื่อสัตย์ พี่อยากให้หนูด้วงอยู่กับคนแบบนี้เหรอครับ” คำพูดของเทียมฟ้าเหมือนฟ้าผ่าลงมาที่หัวของพญาอย่างแรง สิ่งที่เทียมฟ้าพูดมันทำให้พญาเพิ่งตระหนักว่าตัวเองไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ปากก็บอกว่ารักหนูด้วงแต่เขาไม่เคยทำอะไรเพื่อหนูด้วงเลยจริงๆ

“แล้วกูต้องทำยังไง” พญาถามเสียงเบา

“พี่ต้องลุกขึ้นมาวางรากฐานให้หนูด้วง ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อที่หนูด้วงจะได้ไม่ลำบากทีหลัง”

“ตกลง จะให้กูทำอะไรพูดมาเลย” พญานิ่งคิดก่อนจะพูดกับเทียมฟ้าด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

“น้องจะสอนให้พี่ดูบัญชีก่อน เรื่องอื่นค่อยแก้กันไป น้องจะช่วยพี่เอง”

“มึงอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ว่ามาเลย”

“เงินน้องมีแล้ว เอาไว้น้องจะบอกว่าอยากได้อะไรทีหลัง”

“หึ จะเล่นมุกขอหัวใจกูละสิ” พญาเอามือเท้าโต๊ะก่อนจะแกล้งโน้มหน้าไปใกล้เทียมฟ้า

“น้องบอกแล้วว่าน้องไม่ต้องการอะไร” เทียมฟ้าไม่ได้หลบแต่กลับเงยหน้าไปยิ้มให้พญา เป็นรอยยิ้มที่พญาเริ่มจะเห็นจนชิน

“แล้วกูจะรอดู” พญายักไหล่ ในใจก็คิดว่ามีเทียมฟ้าให้แกล้งชีวิตก็เพลินดีเหมือนกัน

...

ตกเย็นนับตังค์ขับรถมารับหนูด้วงที่ตลาดด้วยตัวเอง เมื่อเดินมาถึงสำหนักงานของพญาแล้วพบว่าพญากำลังนั่งหน้าเครียดอยู่กับเทียมฟ้าก็ทำหน้าประหลาดใจ ด้านหน้าของคนทั้งคู่มีแต่สมุดบัญชีกองเต็มไปหมด นับตังค์ไม่ได้เข้าไปกวนทั้งสองคน ได้แต่แอบยืนดูอยู่ที่หน้าร้านจนไอ้ก้านจูงมือหนูด้วงเข้ามาทัก

“มารับเองเลยเหรอครับ ไอ้ก้านว่าจะไปส่งตอนหกโมงเย็น”

“มัมๆ หนูไปแคะคาหนมครดมาด้วย ชาหนุดฉุดฉุด” หนูด้วงยื่นกระทงขนมครกให้นับตังค์ดู

“ดื้อรึเปล่า”

“หนูไม่ดื้อ”

“ไม่ดื้อหรอกครับ นายน้อยน่ารักมากเลย ฉลาด เก่ง อะไรที่คุณตังสอนเอาไว้ว่าไม่ให้ทำก็ไม่ทำ แถมยังมาสอนก้านด้วย” ไอ้ก้านเล่าถึงนายน้อยของมันด้วยความภูมิใจ

“แล้วสองคนนั้นเขาทำอะไรกัน”

“คุณชายน้องกำลังสอนนายตรวจบัญชี ไอ้ก้านล่ะดีใจจนน้ำตาจะไหลเลยคุณตัง นายพญาไม่เคยสนใจอะไรเลยเพราะอยากประชดนายหัวพยนต์ ก้านไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันนี้”

“เจ้านายของก้านเป็นคนดีแต่แค่รอเวลาลอกคราบแค่นั้นแหละ แต่เผอิญลอกเองไม่ได้เลยต้องหาคนมาช่วย”

“ไม่มีใครเคยเชื่อถือนายพญาเลย” ก้านตัดพ้อแทนนายของมัน

“จะให้คนอื่นเชื่อได้ไงในเมื่อนายของก้านยังไม่เชื่อถือตัวเองเลย การที่ฉันให้หนูด้วงมาอยู่กับนายของก้านเพราะว่าอยากให้เขารู้ว่าชีวิตของเขายังมีเป้าหมายที่ต้องทำ ฉันเชื่อว่าหนูด้วงจะทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวเอง ฝากก้านด้วยนะ หนูด้วงเองก็เจอกับอะไรมาเยอะ ปกป้องเขาด้วย”

“ไอ้ก้านจะปกป้องนายน้อยด้วยชีวิตของไอ้ก้านเลยครับไม่ต้องห่วง” ก้านรีบรับคำ

“ขอบใจนะ” นับตังค์ยิ้มให้ก้านก่อนจะจูงมือหนูด้วงเข้าไปในสำนักงาน

“น้องตัง ช่วยพี่ด้วย พี่จะอ้วกเป็นตัวเลขแล้ว” พญาเห็นนับตังค์เดินเข้ามาก็อ้อนทันที

“มากไปลุง” นับตังค์รีบเบรกความเวอร์ของพญาเอาไว้ก่อน

“ทำไมวันนี้มารับเองครับ” เทียมฟ้าลุกเดินมาหานับตังค์

“วันนี้สอนเสร็จเร็ว คุณย่าท่านคิดถึงหนูด้วงด้วยเลยจะมารับไปให้ท่านได้เล่นกับหนูด้วงบ้าง”

“วันนี้ท่านไม่ได้ไปนั่งสวดมนต์ที่วัดเหรอครับ”

“วันนี้ท่านปวดเข่าเลยไม่ได้ไป แต่หลวงพี่ก็มาให้ธรรมเทศนาท่านที่บ้าน” นับตังค์พูดถึงหลวงพี่อนาทาโน ซึ่งก็คือพ่อของหนูด้วงที่บวชเป็นพระหลังจากที่แม่ของหนูด้วงเสียชีวิตไปแล้ว

“แล้วตังมากับใคร” พญาลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเพราะนั่งนานจนเมื่อยไปหมด

“มาคนเดียว เออ พรุ่งนี้พวกตังจะออกไปตกหมึกกัน ลุงกับคุณชายน้องจะไปไหม” นับตังค์นึกขึ้นได้จึงถามขึ้น

“ไปๆ น้องอยากไป” เทียมฟ้าตื่นเต้นจึงรีบตอบตกลง

“ไปดิ เอาเรือของพี่ไปไหม” พญาเห็นว่าเรือประมงของภูมิเทพลำใหญ่เลยเสนอไป

“ก็ดีนะ ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่ท่าเรือ ส่วนเวลาเดี๋ยวตังโทรบอกอีกที ตังกลับก่อนนะ”

“ขับรถดีๆ นะครับพี่ตัง” เทียมฟ้าเดินไปหอมหนูด้วง เป็นจังหวะเดียวกับที่พญาก็จะเดินมาหอมหนูด้วง หัวของพญากับเทียมฟ้าจึงชนกัน

“ฮ่าๆ หัวชนกันดันโป๊ด” หนูด้วงหัวเราะขำ

“ต้องพูดว่าดังโป๊กสิครับนายน้อย พูดไม่ชัดแล้วมันแปลกๆ” ก้านรีบช่วยแก้ให้

“ดันโป๊ด หนูก้อพูดว่าดันโป๊ด” หนูด้วงก็ยังพูดเหมือนเดิม แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ทุกคนหัวเราะขำในความน่ารักของเจ้าตัวเล็ก

พญาออกมาส่งนับตังค์กับหนูด้วงขึ้นรถและยืนมองจนลับสายตา หัวใจมันยังรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เจอหน้าคนที่หลงรัก พญาพยายามหาเหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงรักนับตังค์ขนาดนั้นแต่มันก็นึกคำพูดที่จะบรรยายไม่ออก รู้แต่ว่ามันยิ้มได้

‘มันขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังยิ้มให้ใคร ถ้าพี่อยู่ตรงหน้าคนที่พี่รัก ต่อให้พี่อยากร้องไห้แทบขาดใจแต่พี่ก็จะยิ้มให้เขา’

เมื่อนึกมาถึงตรงนี้คำพูดและใบหน้าของเทียมฟ้าก็ลอยเข้ามาในหัว รอยยิ้มของเทียมฟ้าที่พญาหันไปก็เจอทุกครั้งมันมีความหมายอะไรกันแน่ การที่เทียมฟ้าพูดว่าชอบเขาและอยากอยู่ใกล้ๆ อยากช่วยโดยที่ไม่ต้องการอะไร มันทำให้พญาเริ่มคิดทบทวนว่าเทียมฟ้าจริงใจหรือแค่นึกสนุกแก้เบื่อแค่นั้น 
 

โปรดติดตามตอนต่อไป


เรื่องนี้คงไม่ได้ออกแนวนิยายเชิงสาระอะไรมากนะคะ

ออกแนวน้ำเน่านิดๆ ฮาๆ หวานๆ มึนๆ

ออกตัวก่อนเลย แต่ก็หวังว่าผู้อ่านจะบันเทิงกับคนท่ามากอย่าลุงพญานะคะ

มาดูกันว่านายเอกผู้ซึ่งโคตรตรงไปตรงมาอย่างคุณชายน้องจะทำสำเร็จรึเปล่า

แต่ตาลุงนี่ตีมึนเอาการนะคะ ทั้งจูบ(ภาคปรุงรักฯ)

ทั้งกอดเขานะ ทำเป็นลำพองว่าเขาจะรักหลงตัวเอง

จิ๊...ผู้แต่งละหมั่นไส้นางจริงจริ๊ง อยากให้พ่อนักเลงโตเสียน้ำตา 5555555

ถ้ามีคำผิดเตือนเค้าได้น้า เค้าพยายามเพ่งแล้ววววว




[ทางไปเพจ Loverouter จิ้มเลย]
[ทางไปทวิต Loverouter จิ้มเลย]


เครดิตรูป  Uknow375050892.51.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2017 21:52:47 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
 :กอด1: ให้กำลังใจคุณชายน้อง

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
เรื่องของลุงพญาเหมาะมากค่ะที่เป็นสายฮา มาถูกทางมาก ตลกความขี้เก็ก เหมือนตังบอกเป็นคนดีที่ต้องมีผู้ช่วยมาชี้ทาง คุณชายน่ารักแข่งกับหนูด้วง ชอบมากค่ะ

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
มาเชียร์คุณชายน้อง  :mew1:

ออฟไลน์ pui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3

ออฟไลน์ windy49

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เอาใจช่วยคุณชายน้อง ชนะใจลุงพญาให้ได้เร็วๆ นะ
ปล.หนูด้วงน่ารัก  :mew1:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
คุณชายน่ารักและเป็นผู้ดีโดยเนื้อแท้ หวั่นไหวแทนพญาถ้าวันนึงเกิดรักจริงๆขึ้นมา ทำไงจะเด็ดดอกฟ้าสำเร็จ

ออฟไลน์ gookgik

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-6
ดูๆ ไปแล้วก้านยังฉลาดกว่าเจ้านายตัวเองอีก และเป็นคนที่เชื่อมั่นว่าเจ้านายตัวเองเก่ง เพียงแต่พญาไม่ยอมรับว่าตัวเองก็มีดีเหมือนกัน  คงรอเวลาให้คุณชายน้องมาลอกคราบความคิดให้แบบที่นับตังค์บอก


ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด