คลินิกรัก(ษ์) บำบัด(ไข้)ใคร่ 18+ ห้องตรวจที่๖. น.พ รชต ๕๐% UP. 22/04/61
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: คลินิกรัก(ษ์) บำบัด(ไข้)ใคร่ 18+ ห้องตรวจที่๖. น.พ รชต ๕๐% UP. 22/04/61  (อ่าน 8964 ครั้ง)

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม






กฎของคลินิกมารักษ์

1 ห้ามนำเรื่องวิธีการรักษาของเราไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย
2 ห้ามถือครองหมอไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีสิทธิ์โทรหา ไม่มีสิทธิ์หึงหวง และไม่มีสิทธิ์ใดๆในตัวของหมอ
3 ห้ามหลงรักหมอเด็ดขาด!!




              คุณกำลังป่วยอยู่หรือเปล่า? อยากมารักษากับพวกเราไหม เราสัญญา เราจะ'รัก'ษาพวกคุณอย่างดี มาเป็นไข้ของพวกเราเถอะ พวกเราจะรอคุณอยู่ที่ห้องตรวจ

 

        .....เชิญทุกท่านเลือกห้องตรวจ ที่สนใจได้เลยครับ.....


 




มาแค่ชื่อเรื่องนะคะ เนื้อเรื่องยังไม่เสร็จเลย เอาชื่อเรื่องมายั่วน้ำลาย หุหุ เรายังคงอยู่กับเรื่องสั้นเหมือนเดิมกับความหื่นที่ชนเพดาน ยังคงความเป็นแมวน้อยไม่เปลี่ยนนะคะ เดี๋ยวเนื้อเรื่องเสร็จเมื่อไหร่ แมวจะมาลงทันทีเลยค่าา

llมว_น้oe
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-04-2018 16:05:56 โดย llมว_น้oe »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1624
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 39
Re: คลินิกรัก(ษ์) บำบัด(ไข้)ใคร่ 18+
«ตอบ #1 เมื่อ01-01-2018 23:35:45 »

ถูกใจให้เป็ด 0
มาปักหมุดรอ..ออออออออ

ออฟไลน์ unicorncolour

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 614
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 4
Re: คลินิกรัก(ษ์) บำบัด(ไข้)ใคร่ 18+
«ตอบ #2 เมื่อ01-01-2018 23:50:22 »

ถูกใจให้เป็ด 0
รอจ้ารอ  :a11:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 1

ถูกใจให้เป็ด 0
ต้องแซ่บแน่ๆ ปูเสื่อรอเลยฮะ :katai2-1:

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
ห้องตรวจที่๑. น.พ สิบทิศ

     คลินิกมารักษ์ คือสถานที่รักษาผู้คนที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆแต่ผู้ป่วยจะสามารถเลือกห้องตรวจได้เองตามที่ต้องการ คลินิกอื่นอาจจะรักษาโรคทั่วไป แต่คลินิกของเราจะเน้นรักษาโรคทางเพศและแน่นอนว่าเรารับประกันว่าคุณจะหาย หากใครต้องการรักษากับคลินิกมารักษ์ คุณจะต้องรักษากฎของเรา 3 ข้อ
 1 ห้ามนำเรื่องวิธีการรักษาของเราไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย

 2 ห้ามถือครองหมอไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีสิทธิ์โทรหา ไม่มีสิทธิ์หึงหวง และไม่มีสิทธิ์ใดๆในตัวของหมอ

 3 ห้ามหลงรักหมอเด็ดขาด!!

 ถ้าหากเซ็นสัญญาข้อตกลงของทางคลินิกแล้วล่ะก็ ทางคลินิกจะโทรไปเพื่อยืนยันวันและเวลาเพื่อเข้าพบรักษาภายใน 24 ชั่วโมง แต่กฎก็เหมือนข้อห้าม และเมื่อยิ่งห้าม!! มันก็เหมือนยิ่งยุ!!


       ผู้คนมักจะเดินเข้าไปในคลินิกตรงหน้าผมนี้ ผมไม่รู้ว่ามีอะไรดีนักหนา แร่ละคนก็ใช่ว่าจะป่วยอะไรขนาดนั้น เพราะแต่ละคนที่เดินเข้าไปต่างก็แต่งหน้าแต่งตามาเสียสวยหยด นุ่งสั้นจนผมเห็นแล้วหวาดเสียแทน มันมีอะไรดีกันนะคลินิกนี้ คนแถวๆบ้านผมล่ำลือกันว่าคลินิกมารักษ์เป็นคลินิกที่มีบุคลากร(หมอ)หล่อจนแทบดิ้นตาย ผมไม่เคยเห็นหรอกครับและคงไม่คิดจะมาดักรอเพื่อจะเจอด้วย มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นในชีวิตผมนี่ครับ ใช่!! ผมคิดแบบนั้น จนเมื่อวันก่อน......
 
“หัน หันไปหาหมอเถอะนะ เชื่อผิงสิ” ผมที่นั่งกุมขมับหันไปมองผิงที่ร้องไห้ขอร้องผม มันคงจะดีกว่านี้นะ ถ้าผิงไม่ได้ทิ้งผมไป

 “มันไม่มีประโยชน์หรอกผิงก็รู้ อาการของเรามันเป็นตั้งแต่วันที่ผิงทิ้งเราไป” ผมไม่ได้อยากตอกย้ำเธอ เราตกลงกันแล้วว่าจะเป็นเพื่อนกันนับตั้งแต่วันนั้น ผมดีใจที่เธอเจอคนที่ใช่ ดีใจที่เธอได้พบคนดีๆ แต่....อาการของผมตอนนี้สิครับ จะว่าร้ายแรงก็ร้ายแรง จะว่าเรื่องปกติก็ใช่ ก็ของผมน่ะสิ ไอลูกชายผมมันดันไม่ยอมขึ้น ขนาดผมไปยืนอยู่หน้าสาวสวยที่โชว์นมโชว์.......ให้ผมดู ผมยังไม่มีความรู้สึกเลย มันเหมือนกับว่าผมตายด้านยังไงอย่างนั้น

 “ผิงขอโทษ ฮื่อ ผิงไม่รู้ว่าหันจะเป็นแบบนี้”

 “ไม่หรอก....เราแค่อธิบายให้ฟัง เราไม่ได้โทษผิง” ผมเช็ดน้ำตาที่หน้าเธอเบาๆ ผิงยังคงสวยงามเสมอสำหรับผม แม้ว่าผมจะไม่มีสิทธิ์ชื่นชมมันแล้วก็ตาม

 “อย่างร้องสิครับ มันไม่ดีต่อลูกในท้องนะ”

 “ผิงทำผิด ผิงทำให้หันเป็นแบบนี้!! ฮึก ฮื่อ” ผมส่ายหน้าเบาๆ ไม่อยากให้เธอโทษตัวเองเลยสักนิด ยิ่งเธอกำลังท้องกำลังใส้อยู่แบบนี้ด้วยแล้ว

 “ไม่ใช่ ไม่ใช่ความผิดผิงหรอก อย่าโทษตัวเองเลย ผิงทำแบบนี้หันรู้สึกไม่ดีนะ” ผมตีหน้าเศร้าให้เธอเห็นว่าทำให้ผมไม่สบายใจ ได้ผล เธอเช็ดน้ำตาเงียบกริบก่อนจะมองหน้าผมราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ หวังว่าคงจะเป็นเรื่องดี

 “จริงด้วย!!!”

 “อะ อะไรเหรอ” ผมแทบจะกระโดดหนีกับท่าทางของเธอ ก็แม่เจ้าประคุณเล่นแหกปากเสียดังลั่นบ้านแบบนี้ผมจะไม่ตกใจได้ยังไง

 “ผิงได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังเรื่องคลินิกมารักษ์ เห็นเขาบอกว่ารับรักษาโรคทางเพศ” หะ!! มีคลินิกแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ

 “มันมีด้วยเหรอผิง ไม่ใช่ว่าพื่อนผิงโกหกผิงเหรอครับ” ผมบอกไปด้วยความไม่มั่นใจ

 “จริงๆนะ!! เพื่อนผิงเองก็ไปรักษาที่นั่น หายจริงๆ!!” ครับ เอาเถอะ ถ้ามันทำให้คนสวยตาโตตรงหน้าผมสบายใจ ผมจะยอมเชื่อก็ได้

 “ครับๆ หันเชื่อ”

 “งั้นหันไปกับผิงนะ ผิงจะออกค่ารักษาหันเอง” รอยยิ้มบริสุทธิ์ของผิงทำให้ผมยิ้มตามได้เสมอ แต่ไหนแต่ไรมาผมก็มักจะแพ้รอยยิ้มของเธอนี่ล่ะครับ

 “ครับๆ”

   ผมได้แต่หัวเราะกับท่าทางเด็กๆของเธอ ผิงมักจะทำท่าทางราวกับเด็กได้สิ่งที่ถูกใจเสมอๆ ตอนที่คบกัน

 อา.......เผลอคิดเรื่องนั้นอีกแล้ว

   ผมมักจะลืมตัวบ่อยๆว่าหมดสิทธิ์ไปนานแล้ว ตอนนี้ผิงมีคนดูแลแล้ว และเขาก็ดูแลเธอได้ดีกว่าที่ผมทำซะด้วย ปัจจัยสำคัญของมนุษย์น่ะมันก็มีแค่เงินเท่านั้น ผมมันจนทำให้ผิงต้องมากัดก้อนเกลือกินกับผมมาตั้งนาน จนวันที่เธอมาบอกผมว่าเธอพบคนที่รักเธอและเธอเองก็รักเขา มันทำให้ผมรู้ซึ้งว่าที่ผ่านมาผิงต้องอดทนขนาดไหน ดีแล้วล่ะ ผมคิดแบบนั้นจริงๆ วันแต่งงานของผิงผมเองก็ไป ผมไปเพื่อร่วมยินดีกับเธอ แต่แค่ห่างๆเท่านั้นครับ การแต่งตัวของผมมันไม่เหมาะสมกับงานของเธอ แต่เธอก็ยังเชิญผมเข้าไป แน่นอนว่าผมไม่เข้าไปอยู่แล้วบ่ะครับไม่อยากทำให้เธอขายหน้าที่พาคนอย่างผมเข้าไป ผมจึงทำได้แค่บอกคำยินดีกับเธอด้านนอกเท่านั้น

 ยินดีด้วยนะ.......หัวใจของผม

     ผิงลากผมมายืนอยู่หน้าคลินิกมันตลกนะครับสำหรับคนอย่างผมที่จะต้องมาให้ใครก็ไม่รู้ รักษาอาการไม่สู้ของลูกชายที่มันจะหายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่จะขัดใจผิงก็ไม่ได้เดี๋ยวจะร้องไห้เอาอีก พูดแล้วก็ตลกดีนะครับ ทั้งๆที่ม่ำด้เป็นอะไรกันแล้วนอกจากเพื่อนแต่ผมก็ยังแพ้น้ำตาเธอเหมือนเดิม หรือเพราะใจของผมมันยังไม่ยอมเลิกรักเธอกันแน่นะ
ผมและผิงเดินเข้าไปในคลินิก ที่นี่ก็เหมือนที่อื่นๆถึงแม้ว่ามันอาจจะใหญ่และกว้างจนแบจะเรียกว่าโรงพยาบาลได้ก็เถอะ หลักๆก็มีห้องตรวจ ห้องตรวจ ห้องตรวจ ห้องตรวจ!! อะไรครับเนี่ย ทำไมมันมีแต่ห้องตรวจวะครับ กี่ห้องกันวะเนี่ย หนึ่ง สอง สาม สี่......เก้า เก้าห้อง!! ให้ตาย นี่รักษากันแบบไหนครับถึงมีห้องตรวจตั้งเก้าห้องแบบนี้ ผมมองไปรอบๆไม่รู้ทำไมแต่ผมรู้สึกเหมือนว่า ทุกคนที่มานั่งรอหน้าห้องตรวจไม่ได้ป่วยสักนิด ลักษณะมาหาหมอล้วนๆ คลินิกมารักษ์ใหญ่ขนาดนี้ หมอคงรวยน่าดู

 "หันๆ มานี่สิ ไปยืนตรงนั้นทำไม” อ้าว ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเดินตรงไปที่โต๊ะของ เอ่อ พนักงานละมั้ง ก็ไม่เห็นเธอจะใส่ชุดพยาบาลนี่ครับ อาจจะเป็นพนักงานต้อนรับก็ได้ (หนักเข้าไปอีก)

 “เอ้า.....ลงชื่อตรงนี้นะ ผิงจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว” รอยยิ้มของคนสวยอย่างผิงทำเอาผมเกือบจะเซ็นโดยไม่ได้อ่านแล้วไหมล่ะ ดีที่ยั้งตัวเองเอาไว้ทัน ว่าแต่ นี่มันกฎบ้าอะไรวะ

 “1 ห้ามนำเรื่องวิธีการรักษาของเราไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย....” ผมเงยหน้าขึ้นมองสาวชุดสีฟ้าที่ยืนส่งยิ้มที่ดูแล้วโคตรจะจริงใจ(?)มาให้พวกเรา

 “ใช่แล้วค่ะ ถ้าไม่งั้นจะถูกปรับเป็นเงินสิบล้านบาทเลยนะคะ” สะ สะ สิบล้าน ใครมันจะไปกล้าทำวะ ปรับซะขนาดนั้น

 “2 ห้ามถือครองหมอไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีสิทธิ์โทรหา ไม่มีสิทธิ์หึงหวง และไม่มีสิทธิ์ใดๆในตัวของหมอ...” หมอสวยเหรอ ผมเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง ก็ยังยิ้มเหมือนเดิม เมื่อยหน้าแทนอ่ะ ผมบอกเลย

 “ถูกต้องค่ะ ที่นี่หมอของเรามีสิทธิ์ขาดในตัวเองนะคะ ห้ามเก็บไว้ส่วนตัวเด็ดขาด หมอคือของสาธารณะค่ะ” สรุปเหมือนหมอไม่ใช่คน

 “3 ห้ามหลงรักหมอเด็ดขาด!! ถ้าหากเซ็นสัญญาข้อตกลงของทางคลินิกแล้วล่ะก็ ทางคลินิกจะโทรไปเพื่อยืนยันวันและเวลาเพื่อเข้าพบรักษาภายใน 24 ชั่วโมง...” หลวรักหมอเนี่ยนะ หรือหมอจะสวยจริงๆ

 “ใช่แล้วล่ะค่า หมอของเราขึ้นชื่อเรื่องหนังหน้า เอ้ย หน้าตามากๆเลยนะคะ พูดง่ายๆเลยว่า ทุกคนที่มารักษากับเรานั้น ล้วนถูกดูดมาจากหน้าตาหมอทั้งสิ้นเลยค่ะ” ผมเริ่มไม่อยากรักษาแล้วอ่ะ รู้สึกเหมือนผิงจะเสียเงินฟรียังไงไม่รู้ สรุปแล้วหมอไม่ได้เก่งกาจอะไร คนไข้มาเพราะหล่อ โลกแม่งน่าจะถึงกาลอวสานแล้วล่ะ ดูจากคนไข้แต่ละคนที่มานี่ อื้อหือ ไปคิดต่อเอาเอง

 “หัน.....อยู่นี่นะ ผิงต้องไปแล้วละ นัดหมอสูติเอาไว้” ผมพยักหน้ายิ้มให้เธอน้อยๆ

 “โอเค.....แล้วหันจะโทรหานะ”

 “จ้า เชื่อฟังหมอด้วยล่ะ รู้ไหม” ผมยิ้มขำกับท่าทางขึงขังที่ผิงทำ มันไม่ได้น่ากลัวเลยกลับดูน่ารักน่าเอ็นดูเสียอีก ผิงเดินออกไปจากคลินิกแล้ว เหลือแต่ผมกับพี่เมื่อยหน้าสองคน สงสารพี่เขานะครับ ยิ้มจนแป้งบนหน้าแตกแล้วสงสัยจะยังไม่ได้พักเลย

 “คุณสาว เดี๋ยวคุณช่วยโทร....นัด....” หือ อะไรหว่า ผมหันไปมองข้างๆเพราะรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาทางผม ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งร่างสูงใหญ่ กับเสื้อคลุมสีขาว หมอสินะ พอคิดได้แบบนั้น ผมก็ก้มศีรษะน้อยๆพร้อมกับรอยยิ้มทักทายและดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจมารยาทเพราะเขาเองก็ส่งยิ้มมาให้ผมเหมือนกัน

 “หมอทายคะ หมอทาย” หมอนิ่งไปแล้วครับ ไม่รู้เป็นอะไรตัวค้างเชียว

 “อะ ครับๆ”

 “เอ่อ เมื่อกี้หมอจะให้สาวโทรหาใครคะ” หมอทายยืนนึกอยู่สักครู่ก่อนจะตบหน้าผากตัวเอง

 “ใช่ๆ เดี๋ยวคุณสาวโทรนัดคุณมาลินีให้มาตรวจพรุ่งนี้ตอนสิบโมงนะครับ” พี่เมื่อยหน้ายิ้มรับน้อยๆก่อนจะไม่สนใจหมออีก ส่วนผมก็ดูเอกสารตัวเองต่อไป

 “มีอะไรให้ผมช่วยไหม” ผมเงยหน้าขึ้นมองหมออีกครั้ง ช่วยเหรอ

 “ไม่เป็นไรครับ ผมแค่จะเซ็นข้อตกลงเท่านั้นเองครับ”

 “แสดงว่ายังไม่ได้เลือกห้องตรวจสินะครับเนี่ย” อาว ต้องเลือกด้วยเหรอเนี่ย

 “ถ้ายังไงให้ผมเป็นหมอให้ดีไหมครับ รับรองเลยว่าคุณจะหายแน่นอน” ผมลังเลนิดหน่อยแต่เหมือนเขาจะไม่ให้เวลาผมคิดเลยสักนิดเดียว เพราะคุณหมอคนนี้ดึงข้อตกลงผมคืนแล้วส่งให้สาวชุดฟ้าที่ผมเพิ่งรู้ว่าชื่อสาวไป

 “คุณสาวครับ เดี๋ยวคนนี้ผมดูแลเองนะครับ”

 “อะ อ๋อ ค่าพี่เข้าใจแล้ว” อย่ายิ้มแบบเข้าใจกันอยู่แค่สองคนสิ ผมไม่เข้าใจด้วยนะเนี่ย คุณหมอผายมือให้ผมเดินไปข้างๆเขา เขาพาผมมายังห้องหนึ่งซึ่งมีป้ายเขียนติดไว้ที่หน้าห้อง

  **_ห้องตรวจที่๑ น.พ สิบทิศ_**

   “เอาล่ะครับเชิญนั่งก่อนเลย” นั่งเหรอ ตรงไหนละ ว่าแต่.....ทำไมห้องตรวจถึงมีเตียงกับหมอนได้ล่ะครับ ถ้าบอกผมว่าเป็นโรงแรมผมจะเชื่อมากกว่าอีก

 “เอ่อ นั่งตรงไหนครับ” ผมหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นเก้าอี้สักตัว

 “หึหึ.....บนเตียงก็ได้ครับ” ครับ หา??? บนเตียงเนี่ยนะ แต่เอาเถอะ ก็มันไม่มีเก้าอี้ที่ไหนแล้วนี่ ผมเลยตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง อือหือ......เตียงต้องแพงแน่ๆ นุ่มตูดผมดีจริงๆ ยกกลับบ้านได้ไหมเนี่ย

 “งั้นเริ่มเลยนะครับ อย่างแรกช่วยบอกข้อมูลของคุณให้ผมทราบหน่อยครับ”

 “เอ่อ ผมมีปัญหาเกี่ยวกับ เอ่อ..” ยังไงดีวะ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ คุณหมอสิบทิศก็ยกมือขึ้นห้ามผมเอาไว้ไม่ให้พูดต่อ ผมก็งงสิครับ

 “หึหึ...ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ๆ”

 “เอ๊ะ??”

 “ผมหมายถึงข้อมูลส่วนตัว อย่างเช่น ชื่อ นามสกุลอะไรพวกนี้น่ะครับ” อ้าว..... พอได้ยินแลบนั้นผมก็อายเลยครับ ก็เล่นปล่อยไก่ตัวใหญ่เลย หน้าผมนี้แดงแน่ๆดูจากความร้อนที่ผมรู้สึกได้บนใบหน้า

 “อ๊ะ อ๋อ ผมชื่อชวัตร เพื่อนๆเรียกผมว่าหัน ผมอายุ26ปี อาชีพผมก็ค้าขายครับ แล้วหมอสิบทิศอยากรู้อะไรเพิ่มไหมครับ” ผมถามเมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีกดี

 “ถ้างั้น.....ตอนนี้คุณมีแฟนไหมครับ” หือ เกี่ยวกับการรักษาเหรอ เอ.....อาจตะใช่ล่ะมั้ง

 “ไม่มีครับ”

 “โสดมานานหรือยังครับ” ผมคำนวณอยู่สักพัก จะว่าไปผมเลิกกับผิงมาก็......

 “1ปี 11เดือนครับ” หมอเลิกคิ้วขึ้นมองผม ว่าแต่หมอไม่ต้องจดเหรอ

 “จำแม่นจังนะครับ ท่าทางจะฝังใจน่าดู” จึก!!! รู้สึกเหมือนใครเอามีดมาแทง อย่างว่าแหละครับ เมื่อมีคนรู้ทันคนเราก็ต้องกลบเกลื่อนด้วยอารมณ์โกรธ

 “ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องของหมอนะครับ คุณหมอสิบทิศ!!” ผมจ้องตาไม่กระพริบแต่อีกฝ่ายกลับเห็นเป็นเรื่องขบขันเสียมากกว่า

 “ขอโทษด้วยครับ แต่ผมต้องรู้ไว้เพราะมันอาจจะช่วยให้ผมรู้สาเหตุของปัญหาของคุณ”

 “ถ้างั้นก็ได้ครับ.....”

 “งั้นคำถามต่อไปนะครับ โดยปกติแล้ว คุณมักจะมีเซ็กส์กี่ครั้งต่อสัปดาห์ การช่วยตัวเองก็นับนะครับ” คะ คำถามนี้มัน ผมกัดปากหลบสายตาที่จ้องมองมาไม่หยุด รู้อยู่เต็มอกว่าหมอแค่พยายามช่วย แต่มันก็ยากนะครับที่เราจะต้องมานั่งบรรยายว่าอาทิตย์หนึ่งผมมีอารมณ์กี่ครั้ง ถ้าไม่ติดว่าผิงพามานี่ผมเดินกลับบ้านไปแล้ว

 “ว่าไงครับคุณชวัตร”

 “ผะ ผม เอ่อ ประมาณ 4-5 ครั้งต่ออาทิตย์ครับ” พูดไปก็อายปากจริงๆคำถามบ้าๆแบบนี้มันน่า.....

 “งั้นขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ แล้วทำไมคุณชื่อหันละครับ หมูหัน หรือแค่หันครับ”

 “ไม่ใช่หรอกครับ ผมชื่อกังหันครับหมอสิบทิศ” หมอยิ้มก่อนจะส่ายหน้าให้ผม

 “ไม่เอาสิครับ ขั้นแรกเราต้องทำความคุ้นเคยกันก่อน เรื่องจากชื่อครับ ผมจะเรียกคุณว่า กังหัน ส่วนคุณเรียกผมว่า พี่ทาย ดีไหมครับ” ไม่ดีได้ไหมอ่ะ ทำไมหมอชิบยิ้มแบบนั้นทุกที ผมรู้สึกอย่างกับว่าข้างหลังหมอมีใครฉายสปอตไลท์อย่างงั้นแหละ

 “เอ่อ ขอเป็นหมอทายแทนได้ไหมครับ” หมอไม่ตอบ แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินซะงั้น ผมจะบ้า

 “หมอทายครับ คือ...”

 “(. .)”

 “หมอทายครับ คือผม....”

 “(. .)” นี่หมอมันกวนตีนผมใช่ไหมครับ
 
 “พี่ทายครับ”

 “ครับกังหัน มีอะไรเอ่ย” (^-^) ผมควรกระโดดถีบหมอก่อนดีไหมครับ กวนตีนขนาดนี้

 “ผมต้องรีบกลับแล้วครับ ต้องขายของต่อ”

 “อ๋อ โอเคครับ ยังไงพี่รบกวนขอเบอร์ติดต่อเราด้วยนะ” ชินปากซะเหลือเกินนะ

 “เดี๋ยวผมไปเขียนให้พี่สาวคนนั้นก็ได้ครับ”

      พรึบ!!

 “(‘ ‘)” ไอหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้กับมือถือที่ถูกยื่นมาคืออะไร(วะ)ครับ

 “อะ อะไรครับ”

 “เบอร์กังหันไง ไม่ต้องไปเขียนข้างหน้า กังหันจะได้กลับบ้านเลย” เออ ก็จริง ผมเลยตัดสินใจกดเบอร์ให้หมอทายไปก่อนจะยื่นมือถือคืนเจ้าของไป

 “ขอบคุณครับ แล้วพี่จะโทรหา อ่า.....พี่หมายถึง แล้วพี่จะโทรนัดเวลามาตรวจนะครับ” ผมพยักหน้ารับทราบ เอาเถอะครับ หมอทายแกคงไม่ค่อยจะเต็มล่ะมั่ง

 “งั้น......ผมกลับได้เลยใช่ไหมครับ”

 “กลับได้เลยครับ” หมอทายส่งยิ้มให้ผมและผมก็ยิ้มตอบไป มันเป็นมารยาทที่ถูกสอนเอาไว้ หมอทายดึงดันจะเดินไปส่งแต่ผมปฏิเสธไปเขาจึงยอมให้ผมกลับด้วยตัวเองแม้ว่าท่าทางจะไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม แต่ที่ผมสงสัยคือสายตาของพี่สาวชุดฟ้าที่มองผมด้วยแววตาแปลกๆ แม้มันจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่ผมก็ขนลุกซู่อยู่ดีเมื่อสบตากับเธอ อะไรกันนะคลินิกนี่ นอกจากการจัดห้องจะแปลกๆแล้วผู้คนที่นี่ก็แปลกเช่นกัน หรือผมไม่ควรมาที่นี่กันแน่นะ

       ผมเปิดร้านตามปกติ อ๋อ...ใช่ผมเป็นพ่อค้าขายขนมหวานซึ่งเป็นสูตรที่แม่ของผมทิ้งเอาไว้ให้ก่อนท่านจะเสียไปเมื่อตอนผมอยู่มัธยม หลังจากที่เสียแม่ไปผมก็เหลือตัวคนเดียวจนต้องออกจากโรงเรียนมาขายของหาเงินเลี้ยงตัวเอง ยังดีที่ผมพอจะไปสอบเทียบจนสามารถจบม.6ได้ แต่จะให้ทิ้งร้านที่เปิดมา 10ปีมันก็ใช่เรื่องลูกค้าเองก็ใช่จะน้อยๆ ขนาดผมปิดร้านไปวันก่อนจะโดนลูกค้าบ่นกันยกใหญ่ ถามว่าผมดีใจไหม แน่นอนครับก็รายได้หลักของผมมันมาจากการขายขนมพวกนี้นี่นา
 “ครับ ทองหยิบสิบบาท บัวลอย1ถุงกับกล้วยบวชชีสินะครับ ได้ครับ”

 “แหม....หัน ขยันจังเลยนะพ่อคุณ” ผมยิ้มให้พี่สาที่พูดประชดแดกดันผมเพราะผมไม่ยอมปิดร้านพักผ่อนอย่างไม่คิดอะไร

 “ไม่ได้หรอกครับพี่ เดี๋ยวลูกค้านอกใจผมไปซื้อร้านอื่น ผมเสียใจแย่” ตีหน้าเศร้าแบบนี่เรืองถนัดของผมเลย

 “ย่ะ! ร่างกายหันเถอะจะไหวหรือเปล่า บอกแล้วให้พี่มาช่วยเป็นหุ้นส่วนชีวิตก็มาเชื่อ” ผมหัวเราะออกมากับท่าทีที่พี่สาแสดงออกมาราวกับว่าจีบผม

 “นี่ครับได้แล้ว ขอบคุณที่อุดหนุนนะครับ”

 “พี่หัน ลอดช่อง2ถุงกับเต้าส่วน1ถุงค่ะพี่”

 “จ้าหมวย เดี๋ยวพี่จัดให้” รอยยิ้มของผมจะมีให้ลูกค้าเสมอครับ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่ห่างหายไปไหน นอกจากความอร่อยน่ะนะครับ หึหึ

 “หัน!!!” แย่ล่ะสิ งานเข้าแล้ว!

 “อ้าว....ผิง วันนี้อยากกินขนมร้านหันเหรอครับเนี่ย” ท่าทางผิงจะเอาเรื่องนะครับ ยืนจังก้าเท้าสะเอวด้วยสีหน้าจริงจังแบบนั้น ผมตายแน่ๆ

 “ไม่ต้องมาพูดดีเลย ทำไมไม่ปิดร้านวันนี้!!” อูย.....น่ากลัว

 “แหะๆ ก็หันเป็นห่วงลูกค้า กลัวพวกเขาหิว” จึ๋ย....อย่างกับแม่ผิงตัวน้อยจะยิงเลเซอร์ใส่ผมอย่างนั้นล่ะ

 “แต่หันต้องไปหาหมอ!!”

 “พี่หันๆ พี่หันป่วยเหรอ” เวรกรรม ลืมเลยว่าหมวยอยู่ด้วย ลูกค้าคนอื่นเริ่มหลบฉากปะทะสงครามของผมกับผิงแล้วครับ

 “อะ เอ่อ ใช่ๆ” จะยังไงก็เถอะ ผมคงไม่บ้าประกาศออกไปหรอกว่าผมป่วยเรื่องเซ็กส์

 “หึหึ หรือจะให้ผิงพูด บอกทุกคนเลยดีไหม” อ่ะ ลูกค้าก็ลูกค้าเถอะครับ พวกเขาก็คือมนุษย์ธรรมดา พอได้ยินแบบนั้นต่อมเผือกนี่ทำงานกันทันที หูหางกระดิกรอฟังกันเต็มที่เลย

 “โอเค ปิดร้านแล้วคร๊าบบบบ”

    ผมรีบเก็บของเข้าบ้านไม่สนใจพวกลูกค้าข้างนอกที่ทำหน้าทำตารางกับว่าเสียดาย เสียดายอะไรกันนะ ขนมหรือเรื่องของผม แต่ดูแล้วท่าทางจะเรื่องของผมมมากกว่า ให้ตายเถอะ เรื่องคนอื่นนี่ชอบกันจริงๆ ผมพาผิงที่ยืนงอนอยู่ข้างนอกเข้าบ้าน เหลือขไปเห็นรถของแฟนผิงแล้วมันเจ็บใจจี๊ดๆ แค่จี๊ดๆครับไม่เป็นอะไรมาก ดีหน่อยที่เขาเข้าใจถึงกล้าปล่อยเธอมาเจอผมได้ แต่ผมว่า....เขาคงเห็นง่าผิงท้องมากกว่าเลยไม่กล้าขัดใจ เหมือนผมไง ตอนนี้แทบจะหาอะไรมาพัดให้อารมณ์ที่เดือดปุดๆของเธอให้มันปลิวไป แต่ทำได้แค่ นั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามเธอเท่านั้น นั่งรอรับชะตากรรม

    กึก กะ กึก กึก กะ กึก

 “ผะ ผิง อย่าเคาะนิ้วสิ เดี๋ยวก็เจ็บมือหรอก” แต่เธอมองผมดุๆหน้าผมเลยจ๋อยไปตามระเบียบ

 “ไม่ต้องมาห่วงผิงเลย!! ทำไมไม่ไปหาหมอ”

 “ไปมาแล้ว ในสัญญาบอกว่าต้องให้ทางคลินิกโทรหาก่อน” นั่นล่ะครับผิงถึงทำสีหน้าอ่อนลงและผมเองก็ได้หายใจหายคอคล่องขึ้น

     ลา ล๊า ลา ลา ลัล ลัล ลา ~

 “รับสิหัน รับเลยๆ” ผิงพยายามคะยั้ยคะยอให้ผมรับสายทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยครับว่าใครโทรมา

 “ฮัลโหล”

‘สวัสดีครับ ขอสายกังหันครับ’ ผมขมวดคิ้วมองผิงที่ขมุบขมิบปากถามว่าใครโทรมา ผมเลยส่ายหน้าไป

 “เอ่อ กำลังพูดสายครับผม”

‘อ้าว หันเหรอ พี่เองนะ หมอทาย’ อ่า ผมเหลือตามองผิงที่ทำหน้าอยากรู้เล็กน้อย

 “ครับหมอ ว่าไงครับ”

‘อ๊ะ ไหนเราตกลงกันแล้วนี่ครับ ว่าเราจะเรียกกันแบบสนิทสนม’

 “เอ่อ.....ครับพี่ทาย พี่ทายมีอะไรเหรอครับ”

 ‘พี่จะโทรมาถามว่าทำไมวันนี้กังหันไม่เข้ามาที่คลินิกครับ’

 “อ่า คือว่าผม”

 “ใครโทรมาอ่ะหัน” ผิงคงอดทนรอไม่ไหวถึงได้ส่งเสียงถามผมขึ้นมาแบบนั้น

 ‘.....’

 “หมอทายน่ะ หมอทายโทรมาถามว่าทำไมหันไม่เข้าไปที่คลินิก” ผมพยายามอธิบายให้ผิงฟัง

‘กังหันครับ....’ ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่เสียงปลายสายของหมอทายดูหงุดหงิดไม่น้อยเลย

 “อ๊ะ ผมฟังอยู่ครับหมอ เอ่อ หมอถามว่าทำไมผมไม่ไปที่คลินิกใช่ไหมครับ”

 ‘.....ครับ’

 “ก็คือ เอ่อ จากสัญญาที่ผมอ่านมาเขาบอกว่า เอ่อ ให้รอโทรศัพท์จากคลินิก ผมเลยไม่ได้เข้าไป”

‘อ๋อ จริงด้วยครับ! ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เข้ามาที่คลินิกนะครับ เราจะเริ่มรักษากัน’

 “โอเคครับหมอ เอ่อ หมายถึงครับพี่ทาย พรุ่งนี้พบกันครับ”

‘หึหึ ครับ พรุ่งนี้พบกัน’ ผมวางสายจากหมอทายไปก่อนจะหันมามองหน้าผิงที่อมยิ้มมองผมแปลกๆ

 “มองหันแบบนั้นทำไมอ่ะ” ผิงไม่พูดแต่กลับเล่นหูเล่นตาใส่ผมจนน่าหมั่นใส้ อะไรกันครับ ความรู้สึกของการทำตัวไม่ถูกาวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าโกหก โอ้ย.....ผมทำอะไรผิดกันเนี่ย แล้วเมื่อไหร่ผิงจะเลิกมองหน้าผมแล้วอมยิ้มแปลกๆแบบนั้นเสียที ผมอาย!!!!




           ต่อด้านล่างนะคะ

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
              ต่อจากด้านบน


     ในที่สุด! ในที่สุด!!! ผมก็มายืนอยู่ที่นี่อีกครั้งข้างหน้าตึกคลินิกมารักษ์ วันนี้คนเยอะมากเลยครับ ผมมองเห็นด้านในที่มีคนมานั่งรอคิวกันเต็มไปหมด ทั้งหญิงและชาย ไม่ใช่ชายแท้ด้วย!! นั่นยิ่งทำให้ผมไม่อยากเดินเข้าไปใหญ่ ทำไมน่ะเหรอครับ ก็สายตาของพวกนั้นที่มองผมขนาดผมยืนอยู่ข้างนอกนี่สิ มันเรียกได้ว่าแทบจะฆ่าผมตายได้เลย เอาเถอะครับ ยังไงวันนี้ผมก็ต้องเข้าไปพบหมอทาย

 “อ้าว น้องกังหันใช่ไหมคะ” พี่สาวคนเดิมทักทายผมทันทีที่ผมเปิดประตูคลินิกเข้าไป

 “เอ่อ ครับพี่..... อ๋อพี่สาว” ผมนึกชื่อเธออยู่แป๊บนึงก่อนจะเอ่ยออกมา เธอส่งยิ้มหวานให้ผม ดีจัง วันก่อนเจอรอยยิ้มทางการค้าวันนี้เจอรอยยิ้มพิมพ์ใจตั้งแต่เดินเข้ามา ฤกษ์งามยามดีแท้ๆ

 “ดีใจที่มานะคะวันนี้ ไม่งั้นคงมีคนหงุดหงิดแย่เลย” พี่สาวพูดติดตลกซึ่งผมเองก็หัวเราะไปกับเธอด้วย เธอเป็นคนสวยครับ เวลายิ้มอย่างจริงใจแบบนี้ยิ่งสวย

 “ฮ่าๆ ไม่จริงหรอกครับ เอ๊ะ หรือว่าพี่สาวคิดถึงผม”

 “หึหึ ไม่น่าจะใช่พี่มั้งคะ เอาเถอะค่ะ ยังไงก็ไปรอคิวพบหมอทายกันดีกว่า” ผมยิ้มพยักหน้าให้พี่สาวเดินนำหน้าผมไปยังห้องตรวจ แม้ว่าผมจะเคยมาแล้วก็ตามที

 “เดี๋ยวน้องหันนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ วันนี้หมอทายมีคิวตรวจเยอะมากอาจจะใช้เวลานานหน่อย”

 “ครับพี่ ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้” ผมส่งยิ้มบางๆให้พี่สาวเพื่อให้เธอสบายใจ

 “โอเคค่ะ เดี๋ยวพี่ต้องไปทำงานต่อแล้ว เอ่อ น้องหัน ถ้าได้ยินเสียงแปลกๆก็ไม่ต้องตกใจนะคะ”

 “อ๋อ โอเคครับ” ว่าแต่ เสียงแปลกๆนี่แบบไหนกันนะ ผมนึกสงสัยกับคำพูดที่พี่สาวทิ้งท้ายเอาไว้ ที่นี่คลินิก เสียงแปลกๆมีด้วยเหรอ ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่าพี่สาวหมายถึงอะไร แต่ก็เอาเถอะครับ แค่นั่งรอคิวก็พอสินะ ผมกวาดตามองไปรอบๆ ทุกคนดูแล้วไม่น่าจะมาในที่แบบนี้เลย บางคนเป็นผู้ชายแต่กลับแต่งตัวได้หวาดเสียวยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก ไม่เข้าใจเลยว่ากางเกงเอวต่ำๆขาสั้นๆกับเสื้อกล้ามมันเป็นที่นิยมของวัยรุ่นกันหรือ ทำไมผู้ชายที่มารักษาที่นี่ถึงชอบแต่งตัวแบบนี้กันนัก โดยเฉพาะหน้าห้องตรวจที่๑นี่ด้วย แทบจะทั้งหมดด้วยซ้ำ

 “อ๊ะ อื้ม ซี๊ด”

     เอ๊ะ??? หรือผมจะหูฝาด

 “อือ หมอ หมอทาย อ๊า!!” อะ เหอะๆ มันไม่ใช่การฝาดแล้วล่ะผมว่า ชื่อหมอลอยมาขนาดนี้ รักษาขั้นไหนกันครับเนี่ย นี่สินะครับเสียงแปลกๆที่พี่สาวหมายถึง ผมนี่แทบกระโดดหนีกลับบ้านเลย คนทั่วไปได้ยินเสียงครางกระเส่าแบบนี้อาจจะมีอารมณ์ ผมก็คงมีถ้ามันเป็นเสียงผู้หญิง!! ใช่ครับ มันเป็นเสียงทุ่มที่ฟังดูแล้วสยิวกิ้วสุดๆ ทำเอาผมนี่ขนลุกขนพองเลยทีเดียว

 “เอาล่ะ คิวต่อไป อ้าว!! กังหัน มารอนานแล้วเหรอ”

   ขวับ!!

     จากที่นั่งอยู่อย่างสงบสุข ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนขับๆรถไปแล้วข้างหน้าเป็นหน้าผาแต่ผมดันรู้ว่าเบรกแตก ง่ายๆสั้นๆก็คล้ายๆฉิบหายนั่นล่ะครับ ผมเลยได้แต่ส่งยิ้มเจือนๆหดหัวหดคอทำตัวลีบๆเข้าไว้แทน

 “หวัดดีครับหมอทาย”

 “กังหันนี่ขี้ลืมจริงๆเลยนะเรา พี่บอกแล้วว่าให้เรียกพี่ทายไงครับ”

     ชิ้ง!!!!

 หนักเลยครับ จากจะตกผาตอนี้เหมือนโดนจับมัดแล้วโยนลงในกระทะร้อนๆ ให้ตายเถอะ นี่หมอทายจะรู้ไหมว่าบรรดาคนไข้ของเขาแทบจะฆ่าผมอยู่แล้ว (สงสัยจะข้อหาสนิทกับหมอเกินหน้าเกินตา)

 “อะ เอ่อ”

 “หมอครับ คิวผมแล้วน๊า” สองมือกอดแขนแต่สองตานี่จิกผมจนจะพรุนแล้วครับ นี่ผมทำอะไรผิด?

 “อ๋อ โอเคครับจ้าว งั้น เดี๋ยวพี่ดูแลคนไข้ก่อนนะ แล้วพี่จะมาคุยด้วย”

 “อะครับพี่” หมอจะไปไหนก็ไปเถอะครับ ผมจะตายก็เพราะมีหมออยู่นี่แหละ ผมมองทั้งสองคนจนหายลับเข้าไปในห้องถึงจะหายใจสะดวกขึ้น แต่ก็ไม่มากเลย เพราะผมรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่มุ่งตรงมาที่ผมเต็มๆ ต้นตอน่ะหรือครับ รอบๆข้างผมนี่แหละ!! ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ มองกูแน่ๆ โฮๆ ใครก็ได้ ฆ่าหันที!!!

     โชคดีที่พี่สาวเป็นห่วงเลยแวะมาหาผมบ่อยๆไม่ปล่อยให้ผมอยู่กับฝูงอีแร้งในคราบมนุษย์ ผมต้องเสมองไปที่ห้องตรวจบ้าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง หรือไม่ก็เอาหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ใกล้ๆมาทำทีเป็นอ่าน ไม่อยากบอกเลยแต่ผมทำตัวลำบากมาก จะเดินจะมองจะขยับทีก็เหมือนมีแต่คนมอง ขนาดจะตดผมยังไม่กล้าเลย ผมต้องนั่งท่าเดิมจนเกร็ง รู้สึกเหมือนผมกำลังจะสตาฟตัวเองยังไงอย่างนั้น และผมไม่ชอบเลย มันเมื่อยจริงๆนะ
  “€<|%$€%¥**” ผมได้ยินเสียงแปลกๆแต่ไม่ชัด พยายามใช้สมาธิจดจ่อฟังเพียงแค่สิ่งที่ต้องการได้ยิน

 “หมอทำไม่ได้เหรอครับ แค่ครั้งเดียวก็ได้นะครับ” หืม?? ทำอะไรหว่า เอ่อ อันนี้ไม่ใช่นิสัยผมนะครับ ผมติดมาจากลูกค้า~

 “ไม่ได้ครับ มันเป็นไปตามสัญญา”

 “ถ้างั้นเดินออกไปส่งจ้าวนะครับ” ผมรู้ทันทีว่าสองคนนั้นกำลังจะออกมาและผมก็ต้องวางท่านิ่งๆราสกับว่าไม่ได้เสือกเรื่องของเขา หมอเปิดประตูโดยที่มีร่างบางๆของคนที่ชื่อจ้างเดินออกมา

 “งั้นจ้าวไปนะครับหมอ”

 “ครับ อุ๊บ!!” เป็นฉากจูบที่ร้อนแรงมาก แขนเล็กๆขอจ้าวคล้องคอดึงให้หมอก้มลงมารับจูบถนัดๆ โดยที่จ้าวเนี่ยหลับตาพริ้มอย่างเพ้อฝัน ส่วนหมอทาย ตาเหลือกพยายามแกะมือของจ้าวออกจากตัวเอง เอาเถอะครับ ปล้ำจูบหมอก็มีวุ้ยคนเรา ผมเห็คนอื่นๆตาค้างและส่งกระแสจิตจิกกัดให้จ้าวถอยออกมาจากหมอ ดีจัง ผมเลิกโดนเพ่งเล็งแล้ว

 “ปากหมอหวานจัง วันหลังจ้าวขออย่างอื่นนะครับ จุ้บ” ผมเลือกที่จะไม่มองภาพตรงหน้า บอกตรงๆกลัวหัวเราะหน้าหมอทายอ่ะ เหวอจนไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี

 “อะ เอ่อ อะแฮ่มๆ คิวต่อไปครับ”

 “ครับผม” อ๊าก!! ผู้ชายเหรอครับนั่น!!! ถ้าไม่พูดครับนี่ผมนึกว่าผู้หญิง คนอะไร.....สวยจนผมไม่อาจจะละสายตาได้ แต่ดูเหมือนเขาเองก็ไม่ชอบขี้หน้าผมนะ ดูจากสายตาที่มองมาทางผมนี่ ไม่ใช่เล่นๆ แล้วตกลงผมไปทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจกันแน่นะ

 “นี่!! นายชื่อกังหันสินะ” ผมหันไปมองต้นเสียง อ๋อ....ผู้เปิดตำนานจูบอันเร่าร้อนในคลินิก

 “ครับ”

 “อย่าคิดนะว่าสนิทกับหมอแล้วจะได้หมอไปครอง!! มาทีหลังก็หัดรู้ตัวเองซะบ้าง” ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้อลการจะบอก

 “เรื่องอะไรครับ? ผมไม่เข้าใจ”

 “อย่ามาทำแกล้งโง่!!! แกคิดจะอ่อยหมอทายใช่ไหม!!” เอ่อ....เท่าที่ผมเห็น เขาไม่ใช่เหรอครับที่อ่อยหมอ

 “เปล่านะครับ ผมไม่เคยคิดเลย ผมชอบผู้หญิง” เขามองผมเหยียดๆ มองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลน

 “หึ!! ใครจะรู้ เห็นหน้าตาซื่อๆแบบนี้ แอบแรดก็มีถมไป!” มือของเขาจับปลายคางของผมขึ้นก่อนจะสะบัดออกอย่างแรงจนหน้าของผมหันไปอีกทาง นี่ผม....มาคลินิกเพื่อให้ใครก็ไม่รู้มาหาเรื่องทะเลาะกับผมเรื่องแย่งผู้ชายเนี่ยนะ!! มันใช่ไหมเนี่ย!! ผมตัดสินใจยืนขึ้นเต็มความสูงมองตาเขาอย่างจริงจัง

 “ผมมารับการรักษาครับ ไม่ได้มาหาผัว! ถ้าจะกรุณา พูดจามีมารยาทกับผมนิดหนึ่งก็คงดี”

 “นี่แก...”

 “อ๋อ! จริงสิครับ! แล้วก็อย่าเอานิสัยของตัวเองมาใช้ตัดสินคนอื่นอีกนะครับ มันบ่งบอกถึงการอบรมสั่งสอน!!”

 “กะ แก!! อย่านึกว่ามันจะจบแค่นี้นะ!!”

 แล้วเขาก็เดินเชิดหน้าออกไป ผมไม่ใช่คนที่จะให้ใครมานั่งด่าอยู่เฉยๆ คนอย่างผมซึ่งเป็นพ่อค้าพบลูกค้ามาหลากหลายคงไม่เงีนบเป็นเป่าสากหรือนั่งก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรมหรอก มันไม่ใช่นิสัยผม ตอนนี้...ผมรู้สึกหงุดหงิดมาก ถ้าสังเกตจะเห็นว่าการด่าทอกันเมื่อครู่ของผมและจ้าวผมคือคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางฝูงอะไรสักอย่างที่พร้อมจะรุมทึ้งผม ทุกสายตาล้วนแต่เห็นด้วยไปกับคำพูดของจ้าว เหมือนว่าผมไม่อ่อยหมอทายจริงๆ ทั้งที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อรักษาอาการของผม ผมไม่รู้หรอกครับว่าคนอื่นๆเขามาที่นี่กันทำไม แต่ผม.....ถ้าไม่ป่วยจริง ไม่เคยคิดจะมาเหยียบที่นี่แม้แต่ครั้งเดียว!!!!

 “โอเคครับ กังหัน เข้ามาได้แล้วครับ”

 ผมถอนหายใจออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงของหมอทายเรียกชื่อผมเพื่อเข้าไปรับการรักษา เสียงซุบซิบดังไล่หลังมาจนน่ารำคาญแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ รู้สึกเหมือนเป็นคนที่ทุกคนรังเกียจ ผมรู้สึกเหมือนผมไม่ควรจะมาที่นี่ตั้งแต่แรก

 “ไหนครับ วันนี้เราดูอาการของกังหันกันดีกว่าครับว่าเป็นอะไรยังไงบ้าง ลองอธิบายมห้พี่ฟังหน่อยสิครับ” หมอก็ดูเป็นคนดี ไม่มีพิษมีภัยอะไร เรื่องแบบนี้จะโทษหมอก็คงไม่ถูก

 “กังหัน กังหันครับ!!!”

 “อ๊ะ ครับๆ” ผมสะดุ้งหลุดออกจากความคิดที่เหม่อลอยของตัวเอง เอ๋.....แล้วเมื่อกี้หมอว่าไงนะ

 “หึหึ ใจลอยอะไรครับ พี่บอกว่า ให้เล่ารายละเอียดของอาการให้พี่ทราบหน่อย” ผมรู้สึกอายจนแทบจะมุดห้องหมอหนีเลย เมื่อรู้ว่าตัวเองนั่งเหม่อในขณะที่หมอวินิจฉัย

 “เอ่อ คือตอนแรกเนี่ยผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองเป็นอะไร แต่พอเลิกกับผิง เอ่อ ผมหมายถึงแฟนเก่าผม ผมก็ไม่มีเวลาไปสนใจใครอีก จนวันก่อนนี้มีงานเลี้ยงของเพื่อนๆ ซึ่งพวกมันรู้ข่าวว่าผมเลิกกับแฟน มันเลย อ่า.....ซื้อผู้หญิงมาให้ผม แต่ตอนที่เราจะลงมือทำ มันกลายเป็นว่าลูกชายผมมันไม่ทำงาน ผมเลยทดลองดูหนัง หาสิ่งเร้าอารมณ์มาทดสอบ ผมกลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลยครับ” หมอทายมองหน้าผมตลอดเวลาที่ผมพูด ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่แม้ว่าใบหน้าของหมอจะเปื้อนรอยยิ้มแค่ในดวงตากลับดูดุดันจนผมต้องหลบตาหมอไป

 “อืม....ผมว่าบางที มันอาจจะเป็นอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศครับ แต่....ถึงผมจะบอกแบบนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกันอย่างถาวร โดยทั่วไปแล้วการเสื่อมสมรรถภาพมันเกิดขึ้นหลากหลายสาเหตุ”

หมอเคาะโต๊ะมองหน้าผมอย่างจริงจังราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะพูดนี้ร้ายแรงมาก ผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอกับบรรยากาศกดดันที่ตลบอบอวลอยู่ภายในห้องนี้

 “แต่ของกังหัน มันน่าจะมาจากจิตใจ กังหันน่าจะรับไม่ได้ ตัดใจจากแฟนเก่าไม่ได้ เอาแต่โทษทุกสิ่งทุกอย่างและไม่ยอมเปิดใจรับใครหรืออะไรเข้ามาในชีวิต”

 “..อึก...”

 “ถ้าให้พี่ทาย แม้แต่ที่บ้านของหันเองก็มีแต่ของที่ทำให้นึกถึงเขา อย่างเช่นอะไรก็ตามที่เคยใช้ร่วมกัน”

 “....” ใช่ ผมยังเก็บทุกอย่างเอาไว้ แม้แต่หมอนที่ใช้ก็ยังคงอยู่ที่เดิม

 “ในใจลึกๆ หันรู้สึกว่ายังไม่เลิกกัน การที่จะไปมีอะไรกับใครคนอื่น มันจะหมายถึงหัน นอกใจแฟนเก่าของหันเอง และมันอาจจะเกิดปัญหา ทำให้หันไม่สามารถรอเขาได้อีก สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหยุดตอบสนองกับสิ่งโอ้โลมทั้งหลาย”

 “ผม.....ควรทำยังไง” ผมหลุบตามองมือของตัวเอง ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งที่หมอทายพูดมามันไม่ผิด ผมเองก็พอจะรู้ตัวว่า การที่ผมยังคอยพูดคุยกับผิง คอยดูแลเอาใจใส่ผิง มันคือความหวังลมๆแล้งๆที่ผมหวังว่าสักวันเธอจะกลับมา แม้ว่าเธอจะมีลูกกับใครไปแล้วก็ตาม

 “เฮ้อ.....บอกตรงๆนะกังหัน ถ้ากังหันไม่คิดจะทำจริงๆ ก็หยุดเถอะ มันจะเหนื่อยเปล่า”
 
 “ผะ ผม ผมพร้อมจะทำครับ ผมอยากจะหาย!!” หายจากการที่ต้องจมปรักอยู่กับรักที่ไม่เป็นจริง

 “ดีครับ งั้นเรามาทดสอบกันก่อนนะ ว่ากังหันพร้อมจริงๆหรือแค่พูดไปงั้น” ผมพยักหน้าให้กับหมอทายที่กลับมายิ้มทั้งใบหน้าอบะดวงตาอีกครั้ง

 “ทำยังไงครับ”

 “อย่างแรกเลย ผิงต้องถอดเสื้อผ้าออกก่อน”

    ห๊ะ????

 “เอ่อ ผมต้องทำอะไรนะครับ” ผมเงยหน้าขึ้นถามหมอทายอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ

 “กังหันจะต้องถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดครับ”



         50%



    TCB






มาแล้วๆๆๆๆๆ แมวพาหมอทายมาเสริฟแล้วค่าาา คิดถึงแมวกันไหม บอกแล้วว่าแมวกำลังแต่ง นี่เอามาเสริฟแค่ 50%ก่อนนะคะ ที่เหลือจะตามมาเมื่อเสร็จ ขอขอบพระคุณล่วงหน้านะค๊า ^^

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 43
เป็นคลีนิกที่แบบว่าเราจะสงสัยหน่อยๆว่ามันเปิดได้เหรอแบบนี้ แตาเพราะมันเป็นนิยายนี่แหละ ดูท่าหมอทายจะถูกใจกังหันตั้งแต่แรกพบนะเนี่ย มีแอบหึงด้วย เรื่องสนุกดีค่ะเราจะรอติดตามนะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1624
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 39
โอมายก๊อด..ดดดดดด พี่หมอแลดูเจ้าเล่ห์ เอาใจช่วยกังหัน

ออฟไลน์ W2P5

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 3
ม่ายยยยยค้างมากมาย  ว่าแต่มีตั้ง 9ห้องตรวจ....อยากลองไปห้องอื่นดูจัง   :hao7: :pig4:

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2819
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 52
โอ้โห แค่ตอนแรกก็น่าตื่นเต้นซะแล้ว

ว่าแต่.... “อย่างแรกเลย ผิงต้องถอดเสื้อผ้าออกก่อน” ต้องเป็น "กังหัน" หรือเปล่าคะ?

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 9
 :pighaun: โอ่ยย หมอ จะกินน้องแล้ววว

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 3

ออฟไลน์ wanirahot

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 475
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 3
หมอเผ็ช

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6866
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 232
มาต่อคิวรอรับการบำบัดค่ะ

ออฟไลน์ lemonpreaw

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 951
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 5
หมอแซบมาก

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 32

ออฟไลน์ Blackbutterfly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 0
พี่หมอชอบกังหันหรอออ :hao3:

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 26
ติดตาม

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
              “กังหันจะต้องถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดครับ”

 “อะ เอ่อ ทะ ทำไมจะต้อง..”

 “เพราะว่า นี่คือการทดสอบครับ พี่จะต้องตรวจเช็คร่างกายและปฏิกิริยาของกังหันที่ตอบสนองด้วยครับ” หา? เอ่อ เอาวะ ก็เขาเป็นหมอนี่ ถึงจะน่าอาย แต่ก็คงต้องทำ ผมค่อยๆถอดออกทีละชิ้น ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่ผมรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองไล่มาบนร่างกายของผม

 “เอ่อ....” ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อ เพราะตอนนี้ผมโป๊อยู่ท่ามกลางสายตาของหมอทายที่ทำให้ผมเขิน

 “อ๊ะ ใช่ครับ นอนลงบนเตียงเลยครับผม”

 ผมค่อยๆเอนตัวลงนอนบนเตียง ผมมองเห็นหมอทายที่เดินมาทางผมใช้สายตากวาดมองไปทั่วร่างกายอย่างสำรวจ ผมพยายามใช้มือปกปิดไปตามร่างกายให้ได้มากที่สุด แต่ก็ถูกมือของหมอทายจับออกจากตัวอยู่ดี ผมทำตัวไม่ถูกกับสภาพที่เป็นอยู่

 “เอาล่ะครับ เดี๋ยวพี่ขอดูหน่อยนะ”

 ผมเม้มปากแน่นเมื่อหมอทายใช้นิ้มมือสะกิดบริเวณยอดสีหวานที่ผมไม่เคยแม้สักครั้งที่จะไปยุ่งกับมัน หมอทายลอบมองหน้าผมเพื่อสังเกตปฏิกิริยาแต่นั่นยิ่งทำให้ผมอาย

 “ขอโทษนะ แต่พี่คงต้องทำมากกว่าใช่มือ กังหันคงไม่ว่าพี่นะครับ”

 “ยังไงครับ”

 “เอาเป็นว่า......กังหันหลับตาไว้จะดีกว่า” ผมหันหน้าเข้ากำแพงหลับตาปี๋ตามที่หมอทายบอก ไม่นานความเปียกชื้นและบางอย่างที่สากสัมผัสเข้าที่ยอดอกของผม ผมเผลอกำผ้าปูที่นอนแน่นร่างทั้งร่างของผมสะดุ้งและเกร็งขึ้นทันที ผมหรี่ตาพยายามมองว่าสิ่งนั้นคืออะไร และผมก็เห็น! หมอทายกำลังใช้ลิ้นเลียไปมาบนยอดสีสวย แต่ดูเหมือนจะไม่พอ

 จุ้บ จ๊วบ

 หมอทายดูดดึงและขบเม้นจนเกิดเสียงดัง ตอนนี้ผมเข้าใจเลยว่าทำหมอทายถึงให้ผมหลับตา เขาคงกลัวว่าผมจะรับไม่ได้ ผมอยากจะขัดขืนแต่ร่างกายผมกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและปล่อยให้หมอยังคงดูดและเลียอยู่กับหน้าอกของผมต่อไป น้ำลายใสๆยืดจากอกผมและปากของหมอ ผมเกิดความสงสัย หมอทำแบบนี้บ่อยจนชินเลยไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เขาทำอยู่ มือของหมอยังคงบีบและไล้วนอยู่กับยอดอกอีกข้างทั้งๆที่ริมฝีปากหมอยังคงไม่ละไปไหน หน้าท้องผมหดเกร็งทุกครั้งที่หมอทายดูดยอดอกของผมเข้าปากราวกับว่ามันคือสิ่งที่อร่อยที่สุด

 “หมะ หมอ” ผมตัดสินใจดันร่างของหมอออกแต่มันก็ยากมากเพราะดูเหมือนเขาจะสู้แรงผม

 “ว่าไงครับกังหัน” ผมทำหน้าไม่ถูกเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยกลับดูดดึงมากขึ้นหากแต่ใช้เพียงสายตามองมาที่หน้าของผมเท่านั้น

 “วะ วันนี้เราหยุดก่อน อื้อ ได้ไหมครับ”

 “หึหึ ไม่ได้ครับ” ผมเม้มปากไม่ยอมให้เสียงครางเล็ดลอดออกมาจากปากของผมอีกเด็ดขาด ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมรู้สึกเข้าใกล้สิ่งที่ผมเคยมี อารมณ์ร่วม แต่สิ่งที่วิ่งเข้ามาในหัวผมทำให้อารมณ์ที่กำลังก่อตัวหดหายไป

  “ผิง”

 สิ่งที่ออกมาจากปากผมมันเป็นอาการที่เรียกว่าอะไรไม่รู้ แต่ผมรู้สึกเหมือนตัวเองละเมอ เรี่ยวแรงที่หายไปกลับมา ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ภาพของผิงดึงความรู้สึกของผมให้กลับมา ผมใช้แรงมากขึ้นเพื่อดันหมอทายออก ดูเหมือนหมอทายจะชะงักไปเหมือนกัน

 “ขอโทษครับหมอ ผม....”

 “เอาเถอะครับ เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะหายกันในวันสองวันนี้” ผมมองเห็นความยุ่งยาก และผมไม่อยากให้ผิงต้องมาเสียเงินมากไปกว่านี้

 “หมอทาย เอ่อ พี่ทายครับ ถ้าผมจะหยุดการรักษา...” หมอทายส่ายหน้ามองผมด้วยสายตาว่างเปล่าจนผมเผลอใจกระตุก

 “มันคงไม่ได้ เพราะถ้าพี่ทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าพี่ปล่อยให้คนไข้ออกไปโดยที่เขายังไม่หาย พี่เป็นหมอกังหันคงเข้าใจ” นั่นสินะ การจะให้หมอยกเลิกการรักษามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

 ผมลังเลเล็กน้อยและเหมือนว่าหมอทายเองก็จะเห็น

 “พี่แนะนำให้รีบรักษานะ เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป กังหันเองนั่นล่ะที่จะลำบาก” ผมหันไปมองหมอทายอย่างไม่เข้าใจ

 “หมายความว่าไงครับ” หมอทายถอนหายใจก่อนจะหันมาสบตากับผม

 “พี่ว่ากังหันเองก็รู้ตัวดี ว่ามีสิทธิ์จะหวังต่อไปไหม ความหวังมีไว้มันก็ดี......ถ้ามันมีความเป็นไปได้!”

 “..!!” ใช่.....ผมเองก็รู้ รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปหวัง รู้ดีว่ามันไม่มีทางจะเป็นไปได้ ผมกับผิงเราต่างอยู่ในโลกที่ต่างกันแล้ว แต่ผม.....ก็ยังดึงดันจะหวังต่อไป ผมควรจะเลิกหวังใช่ไหม

 “ผมควรทำยังไงครับ” ความเจ็บปวดตีตื้นขึ้นมากลั่นตัวเป็นน้ำตาที่ไหลริน ผมเจ็บ แต่มันก็ควรจะจบ เพราะการยื้อความเจ็บเอาไว้ ก็เหมือนแผลที่ไม่ยอมรักษา และสักวัน ผมอาจจะตายเพราะมันก็ได้

 “เอาแบบนี้ พี่ว่ากังหันคงต้องใช้หลักสูตรเร่งรัดแล้วล่ะ”

 หลักสูตรเร่งรัด?? มันคืออะไร

 “ทำไมเราต้องเร่งรัดด้วยล่ะครับ” ผมถามหมอทายอย่างไม่เข้าใจ

 “จากที่พี่เห็น การจะใช้ความค่อยเป็นค่อยไปมันคงไม่ได้ผล เพราะมันก็จะเป็นแบบเดิม แต่...”

 “...”

 “ถ้าเราใช้หลักสูตรเร่งรัด หันก็จะหนีไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้ มันก็เหมือนการบีบบังคับให้ร่างกายยอมจำนน แค่สำเร็จสักครั้ง มันก็เพียงพอแล้ว” ผมพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่หมอทายบอกแม้ว่าจริงๆแล้วผมจะกังวลมันก็ตาม

 “เดี๋ยวพี่จะออกไปคุยกับคุณสาวสักแป๊บ กังหันรอพี่อยู่นี่นะครับ”

 “อ่า ครับพี่ทาย”

 หมอทายส่งยิ้มให้ผมก่อนจะเดินออกไป ผมมองไปรอบๆพยายามคิดว่าหลักสูตรเร่งรัดที่หมอบอกผมมันคืออะไรกันแน่

        ผมยังนั่งเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงเช่นเดิมแต่ผมกวาดเอาเสื้อผ้ามากอดเอาไว้ปกปิดร่างกายตัวเอง บอกตรงๆผมไม่รู้ว่าจะมีใครเข้ามาตอนไหน ถ้าเกิดเขาเข้ามาแล้วเห็นผมสภาพนี้ ผมคงอับอายจนไม่รู้ว่าต้องตายกี่ครั้งถึงจะดีขึ้น
 
   แกร็ก แอด...

 “ไอทาย มึงมีเจลไหมวะ อะ อ้าว” นั่นไง ผมว่าแล้ว!!!

 “เอ่อ หมอทายไปคุยกับพี่สาวครับ” ผมกอดเสื้อผ้าแน่นขึ้นเมื่อคนตรงหน้าใช้สายตาโลมเลียผมอย่างโจ่งแจ้งแบบไม่คิดจะปิดบัง ไหนจะร่างกายที่ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ๆผมอีกล่ะ เขาคิดจะทำอะไร

 “ป่วยเหรอครับ ให้ผมรักษาให้ไหม ผมน่ะ’เก่ง’มากเลยนะ” สายตาที่กวาดมองผมจนแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ทำให้ผมผงะถอยหลังชนกับผนังห้องอย่างตกใจ

 “เอ่อ คือผม”

 “ไอสอง!!”

 “อะอ้าวเพื่อนรัก มาแล้วเหรอ กูว่าจะมายืมเจลมคงหน่อย แต่ดันมาเจอ......คนป่วย หึหึ น่าสนใจจังนะ” หมอทายกัดฟันกรอดก่อนจะตบหัวแล้วลากคอของอีกคนออกไปด้วยกัน

  ปัง!!

 ผมสะดุ้งงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว นี่เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย แล้วเมื่อกี้ใครกัน อย่าบอกผมนะว่านั่นหมอ เถื่อนขนาดนั้นเป็นหมอได้ด้วยเหรอ!! ทำไมผมรู้สึกโชคดีที่ได้ห้องหมอทายกันนะ โฮ~ ไม่นานหมอทายก็เปิดประตูเข้ามาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ดีขึ้น

 “ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยครับ ไอสองเป็นหมอที่นี่ เห็นแบบนั้น มันเป็นคนเก่งมากเลยนะ” ผมพยักหน้ารับรู้กับสิ่งที่หมอทายบอก

 “ถ้างั้น.......เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”

    คลิก!!

 ผมหันไปมองหมอทายอีกครั้งเขายืนอยู่ที่หน้าประตูใช้มือกดล็อคเรียบร้อย ผมไม่เข้าใจ ทำไมจะต้องล็อคด้วย อีกอย่างทำไมห้องนี้ถึงมีประตูสองชั้นกัน!!

 “หมะ หมอ เราต้องล็อคประตูด้วยเหรอครับ” พี่หทายหันมามองผมด้วยรอยยิ้ม

 “ใช่ครับ เราจะใช้วิธีที่เร่งรัด เพราะแบบนั้นถึงให้ใครมารบกวนไม่ได้ ไม่ต้องห่วง ต่อให้เสียงดังแค่ไหนข้างนอกก็ไม่มีวันได้ยิน” ทำไมผมรู้สึกว่าควรกลับบ้านตอนนี้กันนะ อันตรายที่สัญชาตญาณของผมมันร้องเตือนคือะไรกัน หรือผมจะคิดมากไปเพราะคนตรงหน้าผมคือหมอและเขาคงไม่ทำอะไรผมแน่ๆ

 “เอ่อ ครับ”

 “ถ้าอย่างงั้น นอนลงเหมือนเดิมเลยครับ แต่คราวนี้ชันเข่าขึ้นด้วยนะครับ”

 “เอ๊ะ! อ๊ะ ครับ”

 ผมค่อยๆชันเข่าขึ้นตามที่หมอบอก แต่ด้วยความที่ผมยังมีความเขินอายอยู่ผมจึงใช้มือทั้งสองปิดบังลูกชายของผมเอาไว้

 “เอามือออกเถอะครับ ไม่อย่างนั้นพี่จะรักษากังหันไม่ได้นะครับ”

 ผมกล้าๆกลัวๆเอามือออกทั้งๆที่ยังสั่นอยู่ หมอทายดันร่างกายท่อนบนของผมให้เอนตัวลงนอน ผมไม่กล้าแม้แต่สบตาหมอทายได้แต่เสมอไปทางอื่น หมอทายหัวเราะเบาๆใช้มือของตัวเองลูบแก้มผมอย่างเอ็นดูนั่นทำให้ผมต้องหันหน้ามามองใบหน้าของหมอทายที่ผมพบว่าอยู่ห่างกับผมเพียงแค่กระดาษบางๆกั้นไว้ ผมและหมอทายเราต่างรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน เราสองคนต่างจ้องตากันไม่มีใครหลบตาด้วยความที่หมอทายและผมอยู่ใกล้กันมากไป มือของผมที่อยู่ข้างตัวก็ยกขึ้นมาวางบนอกกว้างโดยอัตโนมัติ เสื้อสีขาวที่เก็บความเย็นจากแอร์ทำให้ผมชะงักคิดจะเบี่ยงหน้าหนีแต่มือของหมอทายก็จับใบหน้าของผมให้หันมาอีกครั้ง ริมฝีปากของหมอทายขยับเข้ามาใกล้จนแนบชิด ความหวานที่ถูกส่งมาทางริมฝีปากทำให้ผมมึนงง ในหัวขาวโผลนแต่ความกระหายในรสชาติมีมากกว่าทำให้ผมดูดดึงริมฝีปากของหมอทายกลับไป

 “อืม”

 หมอทายครางอย่างพอใจกับการตอบสนองของผม มือของเราสอดประสานกันอยู่ข้างตัวผม ผมอ้าปากรับลิ้นของหมอทายที่สอดเข้ามาภายในช่องปากของผม ลิ้นของผมก็ไม่น้อยหน้าเกี่ยวกระหวัดพันกลับไปกับลิ้นร้อนของหมอ ผมลูบไล้แผ่นอกไปมาอย่างยั่วเย้าโดยที่ผมไม่รู้ตัว หมอทายถอนริมฝีปากออกมาจ้องตากับผม เราสองคนหอบหายใจกับจูบที่กินพลังงาน มองตากันที่ต่างคนต่างสื่อออกมาถึงความร้อนแรง ความหวานที่ติดตรึงอยู่ในริมฝีปากทำให้ผมรู้สึกไม่พอจนต้องโน้มคอหมอทายมาจูบอีกครั้ง ครั้งนี้ผมสอดลิ้นเข้าไปทักทายหมอทายก่อน ฉกชิมความหอมหวานที่ผมติดใจอยากอดไม่ได้ หมอทายเอียงหน้ารับจูบผมอย่าไม่ขันขืน ผมรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามส่วนต่างๆราวกับต้องการสำรวจ คงเข้าใจใช่ไหมล่ะครับ ผมน่ะ.....ไม่ได้ทำแบบนี้มานานมากแล้วตั้งแต่ที่ผิงทิ้งผมไป การได้มารับรู้รสจูบที่ผมเคยชอบอีกครั้งมันทำให้ผมยั้งตัวเองไม่อยู่ ตอนงานเลี้ยงของผมที่เพื่อนจัดสาวสวยมาให้ ใช่ว่าผมจะไม่ได้จูบเธอ แต่มันไม่เหมือนกันกับจูบของหมอทาย มันหอมหวานจนผมแทบจะหลอมละลาย ความดุเดือดของจูบที่มัวเมาทำให้ผมลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมไปแม้กระทั่งว่าฝ่ามือร้อนพยายามชักนำให้น้องชายผมผงาดขึ้นมา

 “หวานเหลือเกิน” หมอทายถอนริมฝีปากออกก่อนจะก้มลงพึมพำบริเวณซอกคอขาว

 “อ๊ะ”

 ผมสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงริมฝีปากร้อนที่ดูดผิวเนื้อจนรู้สึกเจ็บจี๊ด ความร้อนของริมฝีปากพรมจูบไปทั่วอก ลิ้นร้อนตวัดเลีบไปมาบนยอดอก ดูดดึงเม็ดยอดเข้าปากอย่างหิวโหย ความเปียกและความร้อนจากภายในปากของหมอทายทำให้ผมต้องแอ่นตัวรับอย่างไม่อาจจะต้านทาน หมอทายขบเม้มยอดอกผมไม่ยอมหยุด ดูดดึงจนมันเกิดเสียงจนเมื่อปล่อยปากออก ยอดอกผมก็ตั้งชันและแดงขึ้นจากการถูกดูด แต่ดูเหมือนมันจะไม่พอสำหรับหมอทาย

 “อื้อ อย่า พอแล้ว”

 ผมรู้สึกร้อนวูบวาบจนต้องดิ้นรนหนีจากริมฝีปากของหมอทาย แต่ก็ไม่รอด หมอทายยังคงดูดดึงมันต่อไป สายตาของเขาลอบมองหน้าผมที่แหงนหน้าขึ้น ฝ่ามือของผมสอดเข้าไปในกลุ่มผมของหมอทาย ออกแรงขยำเพื่อระบายอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาแอ่นอกยั่วเย้าริมฝีปากร้อนราวกับต้องการให้หมอทายดูดดึงมันมากกว่านี้

  หมอทายผละออกจากอกผม มองผลงานที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำลายของตัวเองอย่างพอใจสายตาคู่นั้นกวาดมองผมทั้งร่างก่อนจะหยุดอยู่ที่ใจกลางของร่างทั้งร่างที่บัดนี้เริ่มแข็งตัวบ้างเล็กน้อยแล้ว

 “พี่จะทำให้หัน คิดถึงผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อีก” ผมที่อยู่ในภวังค์ไม่ได้ยินเสียงที่หมอบอกเลยสักนิด ความหวานหอมของรสสวาททำให้ผมจดจ่อจิตใจอยู่กับมันมากกว่าสิ่งที่หมอทายเพิ่งพูดออกมา

 “หันจะมองพี่ และเป็นของพี่คนเดียว”

 “อื้อ อ๊า”

 ความร้อนและความนุ่มลื่นของบางสิ่งที่สัมผัสกับกังหันน้อยทำใฟ้ผมสะดุ้งและหลุดออกจากภวังค์เพื่อมองดู สิ่งที่ผมเห็นทำให้มือทั้งสองข้างรีบผลักศีรษะของหมอทายออกทันทีด้วยความตกใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเพียงแค่การใช้แรงดันออกเล็กน้อยเท่านั้น เรี่ยวแรงที่มีถูกหมอทายดูดกลืนไปพร้อมๆกับสิ่งที่อยู่ในปากของหมอทาย ลิ้นสากค่อยๆเลียจากโคนจนสุดปลาย ผมรู้สึกราวกับว่าถูกไฟฟ้าช็อตจนต้องกัดปากระงับอารมณ์ที่ม่ำด้พานพบมานานเอาไว้ จะออกตอนนี้ไม่ได้

 หมอทายเมื่อเห็นว่าผมพยายามฝืนไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามจึงได้ระรัวลิ้นบริเวณส่วนปลายอย่างหนัก จนผมต้องระบายมันลงกับผ้าปูที่นอนที่ตอนนี้แทบจะขาดติดมือผม เสียงหอบหายใจของผมดังไปทั่วแต่เมื่อผมรู้สึกเสียววาบจนต้องร้องครางผมจะกัดริมฝีปากห้ามมันเอาไว้ และแน่นอน หมอทายไม่มีทางยอมแพ้!!

 “อ๊ะ ซี๊ด อ๊า”

 ภายในปากทั้งร้อนและนุ่มจนผมแทบจะทนไม่ไหว ยิ่งเมื่อเขาดูดส่วนปลายผมยิ่งดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน เพียงไม่นาน ตัวตนของผมก็ถูกครอบครองจนหมด หมอทายกลืนกินมันจนมิด เร่งเร้าจังหวะอย่างพอใจเมื่อผมยอมปชดปล่อยเสียงร้องออกมา

 “อย่า จะทำอะไร” ปล่ยนิ้วเรียวถูกส่งเข้าไปสำรวจภายในช่องทางสีพีชทางด้านกลังของผมที่ผมไม่เคยให้ใครแตะต้องมาก่อน

 “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็รู้สึกดี”

 แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้นกับผม แต่ความอึดอันที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายทำให้ผมดิ้นรนหนีออกจากนิ้วมือของหมอทาย แต่กลับกลายเป็นว่าผมช่วยให้เขาขยับนิ้วเข้าออกได้ง่ายขึ้นเสียอย่างนั้น

 “อา.....กังหัน ทำไมรัดขนาดนี้”
 
 ผมส่ายหน้าไม่พูดอะไรกับคำพูดน่าอายที่หมอทายพูดออกมา สิ่งที่ผมต้องการคือไปให้พ้นจากความอึดอันที่ขยับเข้าออกอยู่ตอนนี้มากกว่า

 “อื้อ อะ อะไรน่ะ อื้อ อ๊ะ”

 “ตรงนี้เหรอ” จู่ๆจากความอึดอัดที่ผมรู้สึกก่อนหน้าก็กลายเป็นความเสียวซ่านที่แปลกใหม่ ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้

 “อ๊า หมอ ไม่เอา อื้อ”

 ผมไม่รู้ว่าหมายความอย่างที่พูดไปไหม แต่ร่างกายกับปากผมมันกลับขัดแย้งกัน ภายในช่องทางที่ตอดรัดกับนิ้วมือที่ถูกเพิ่มเข้ามามันเรียกร้องให้หมอทายกระทำให้มากกว่านี้ แต่จิตสำนึกของผมสั่งให้หยุดความน่าอัปยศนี่ซะ

 “ไม่เอาไม่ได้หรอก มาถึงขั้นนี้แล้ว”

 หมอทายก้มลงมาดูดกลืนยอดอกที่ชูชันยั่วยวนอยู่ตรงหน้าจนเกิดเสียงดัง ในขณะที่นิ้วทั้งสามยังคงทำหน้าที่กระตุ้นร่างกายผมให้ร้อนผ่าวด้วยการดึงเข้าออกที่ช่องทางด้านหลัง

 “อ๊ะ อ๊า ซี๊ด มะ ไม่ไหว”

 ความเสียวแปล๊บที่เล่นไปทั่วทั้งร่างกับบางอย่างที่มารวมอยู่ตรงส่วนปลายราวกับจะระเบิดความต้องการออกมาทำให้ผมหน้าแดงซ่านหอบหายใจหนักด้วยความร้องการ

 “ต้องการอะไรครับ หืม”

 “ผะ ผม ผมอยากปลดปล่อย ช่วยผม อื้อ”

 หมอทายดึงนิ้วออกอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัวแอ่นร่างขึ้นบิดเร้าอย่างทรมาน ผมมองหน้ามอทายที่ทิ้งผมไปอย่างไม่เข้าใจ มองตาคู่นั้นอย่างเว้าวอนบางสิ่งที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 “ใจเย็นๆครับ พี่ไม่หนีไปไหน”

 เสื้อสีขาวของคนเป็นหมอถูกถอดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเข็มขัดและเสื้อผ้าชิ้นอื่นที่ถูกถอดออกมาเช่นกัน ตอนนี้แม้ว่าแอร์ภายในห้องจะทำงานแต่ความร้อนระอุจากร่างของเราทั้งสองกลับมีมากกว่าจนร่างกายขับเหงื่อออกมา หมอทายทาบทับร่างกายของผมด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผมรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ถูกจับมาจ่อตรงช่องทางด้านหลังมันทั้งแข็งและร้อน ยิ่งถูกสิ่งนั้นถูไถช่องทางของผมก็ยิ่งร้องเรียกหาแต่ราวกับหมอทายจะรู้และต้องการจะกลั่นแกล้งเพราะเขาเอาแต่ถูไถมันเท่านั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ผมเสียอีกที่ทนไม่ไหว พยายามขยับสะโพกรับมันเข้ามา

 “อยะ อย่าทรมานผม อื้อ”

 “ซี๊ด อา อยากได้เหรอกังหัน” ผมพยักหน้าแม้จะอายแต่ความทรมานที่กำลังพบเจอมันทำให้ผมมองข้ามมัน หมอทายยกยิ้มถูกใจราวกับรอคอยมานาน

 “พี่ไม่ใส่ถุง หันคงไม่ว่านะครับ”

 ผมไม่มีโอกาสได้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆเพราะเมื่อหมอทายพูดจบริมฝีปากของเขาก็ประจบจูบดูดดึงริมฝีปากของผมทันที อีกแล้ว จูบกับหมอทายทีไรผมคิดอะไรไม่ออกทุกที แต่เคลิ้มได้ไม่นานผมก็ต้องสะดุ้ง

 “อื้อ!! อั้ย อื้อ!! อ๋มเอ็บ!!”

 ความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากร่างก่ยทำให้ผมออกแรงดิ้นรนหนี มือทั้งสองข้างทุบตีแผ่นอกหนาที่อยู่เหนือร่างผม แต่หมอทายกลับไม่สะทกสะท้านซ้ำร้ายยังคว้ามือผมไปกดลงบนเตียงอีก ผมส่ายหน้าไปมาเมื่อหมอทายถอนริมฝีปากออก

 “ซี๊ด กังหัน อา รัดพี่แน่นเหลือเกิน”

 “ฮือ ผมเจ็บ อะ เอาออกไปนะ”

 ยิ่งผมดิ้นรนมากเท่าไหร่ หมอทายยิ่งครางมากเท่านั้น เสียงขบกรามดังเหนือร่างของผมจนผมต้องหันไปมอง หมอทายดูอดทนกับอะไรบางอย่าง สีหน้าที่แสดงออกถึงความทรมานทำให้ผมหยุดชะงักการดิ้นรนหนีไปครู่หนึ่ง

 “พี่เข้าไปหมดแล้ว ฮึ่ม!!! พี่จะรอให้หัน ซี๊ด หายเจ็บ” มือของหมอทายกำข้อมือผมแน่นแม้ว่ามันจะเจ็บแต่ก็ไม่เท่าความเจ็บเบื้องล่าง ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงแต่การอยู่ยิ่งๆแบบนี้มันก็ดี ไม่เจ็บเหมือนเมื่อกี้ ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าหมอทายไม่ขยับก่ยไปมากกว่านี้ แค่ผมเองก็สบายใจได้ไม่นาน เมื่อหมอทายเริ่มขยับตัวอีกครั้ง

 “ซี๊ด หัน พี่ขอโทษ อา หัน”

 “ยะ อ๊า ผม อ๊ะ ยังเจ็บ อื้อ”

 แม้ผมจะห้ามยังไง หมอทายที่หมดความอดทนก็ไม่ฟังผมอยู่ดี หมอทายโหมกายเข้าหาผมอย่างรุนแรงจนความแข็งแกร่งที่สอดแทรกอยู่ภายในยิ่งขยายความใหญ่โตมากขึ้น

 “หมอ อ๊า หมอทาย”

 “ฮึ่ม ครับหัน อา อยากได้อะไรครับคนดี ซี๊ด”

 ผมขยับสะโพกตอบรับความรุนแรงที่กระแทกกระทั่นเข้ามาจนสุดความยาว แขนของผมถูกจับไปคล้องคอหมอทายจนผมที่มีความเสียซ่านเข้ามาแทนความเจ็บปวดต้องจิกแผ่นหลังหมอทายเพื่อระบาย

 “หมอ เร็ว อื้อ แรงๆ”

 “ครับ อา แน่นดีจัง ตอดดีเหลือเกินกังหันของพี่”

  ยิ่งหมอทายเร่งเร้ามากเท่าไหร่สะโพกของผมก็ยิ่งตอบรับแรงขึ้นเช่นกัน เสียงครางระงมดังไปทั่วทั้งห้องรวมทั้งเสียงของการกระแทกเข้าออกก็เช่นกัน หมอทายแหงนหน้าขึ้นซูดปากด้วยความเสียวซ่าน

 “ซี๊ด เปลี่ยนท่ากันนะ”

 “อ๊ะ!!”

 ผมถูกจับพลิกขึ้นมาอยู่บนร่างของหมอทาย มันเลยกลายเป็นว่าผมกำลังคล่อมอยู่บนตัวของหมอทายแถมยังมีความใหญ่โตที่คับแน่นอยู่ภายในช่องทางอีก

 “ขยับสิครับ ควบพี่สิครับกังหัน พี่เป็นม้าของกังหันนะ”

 ผมใช้มือยันไว้กับอกของหมอทายรู้สึกอึดอัดภายในช่องทางกับไอสิ่งนี้แต่อะไรกันนะความรู้สึกที่ว่าอยากขยับเหลือเกิน ผมเลียริมฝีปากตัวเองที่แห้งผากแต่กลับเป็นการยั่วอารมณ์ของหมอทายซะงั้น

 “อ๊า หมอ อย่าเพิ่ง!!”

 “อา กังหันยั่วพี่นี่ ซี๊ด อูย”

 ร่างของผมถูกมือใหญ่คว้าเอวเอาไว้เพื่อให้ขยับกายขึ้นลงบนตัวของเขา อารมณ์ของผมถูกความใหญ่โตที่กำลังเข้าออกที่ช่องทางด้านหลังทำให้พุ่งสูงขึ้น ผมยกสะโพกขึ้นสูงจนควาทหใญ่โตเกือบจะหลุดออกจากช่องทางก่อนจะทิ้งกายลงมาอีกครั้ง หมอทายร้องครางอย่างถูกใจและปล่อยให้ผมขยับกายควบไปบนตัวของเขา ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ขึ้นจากสะโพกสวยของผมไปจนถึงแผ่นอก

 “อ๊า หมอ อย่าบีบ อื้อ”

 หมอทายบีบยอดอกของผมอย่างแรงจนผมร้องลั่น แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเมื่อบีบจนสมใจอยากก็ดึงยอดอกเอาไว้จนตัวผมที่กำลังขย่มอยู่บนตัวเขาแทบจะกรีดร้อง หมอทายเลียปากช้าๆอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสวนสะโพกขึ้นมาอย่างแรงและเร็วขึ้น

 “หมอ ผมไม่ไหว อ๊ะ แล้ว ซี๊ด ช่วยผมที อ๊ะๆๆ”

 ผมเสียวจนร่างแทบจะระเบิดออก ปีนป่ายสวรรค์จนกือบจะถึงแต่มันก็ไม่ถึงเสียที ผมจึงร้องขอให้หมอทายช่วย หมออทายเองก็ไม่รอช้า จับสะโพกของผมเอาไว้พร้อมขยับอย่างหนักหน่วงและเร็วจนผมร้องครางไม่เป็นภาษา

 “จะ อ๊ะ ไม่ไหวแล้ว อื้อ หมอ หมอทาย”

 “ครับ ฮึ่ม ซี๊ด พร้อมกันนะหัน”

 หมอทายกระแทกกายสวนขึ้นพร้อมกับจับสะโพกผมให้รับแรงกระแทกที่รุนแรงอีกครั้ง หมอทายเร่งกายจนผมปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งหน้าท้องของหมอทาย ส่วนหมอทายก็กระแทกกายเน้นๆอีกสองสามครั้งก็ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้าสู่ในตัวผมจนหมด

 “แฮกๆ”

 “หัน กังหันของพี่”

  ผมรู้สึกเบลอในตาพร่ามัวความรู้สึกหนักๆที่เปลือกตาทำให้ผมลืมตาไม่ขึ้น ตัวผมทิ้งกายลงบนอกกว้างของหมอทายทั้งๆที่ส่วนนั้นยังคงอยู่ในตัวผม เหนื่อยจัง อยากจะพัก...เหลือ.....เกิน

             

                    ต่อด้านล่างจ้า

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
          ผมลืมตาขึ้นแต่แสงไฟที่จ้าทำให้ผมต้องกระพริบตาถี่ๆหลายครั้งกว่าจะชิน ที่ไหนกันนะ เท่าที่จำได้คือ......ผมกะ กะ กับหมอทาย! ไม่จริงน่า!!! ผมก้มลงมองตัวเองที่ตอนนี้สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยพร้อมกับผ้าห่มสีน้ำเงินที่ห่มอยู่บนตัว นั้นยังไม่เท่ากับห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือนี่ นี่ห้องใครกัน!!

 “อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับกังหัน”

   ฟอด!!

 ผมหันไปมองหมอทายที่หอมแก้มผมเต็มแรง ผมยกมือขึ้นกุมแก้มมองหมออย่างไม่เข้าใจ อะไรกันเนี่ย!! ผมงงไปหมดแล้วนะ

 “อะไรครับ มองพี่แบบนั้น” หมอทายเลิกคิ้วมองหน้าผมอย่างสงสัย

 “หมะ หมอทำไมถึง......”

 “อะไรกัน จำไม่ได้เหรอครับ ออกจะร้อนแรงนะ” ผมกัดปากหน้าแดงซ่านเมื่อหใอทายพูดถึงบทรักที่เพิ่งจะจบไป

 “จะ จำได้ครับ แต่ว่า......มันก็แค่การรักษา......มะ ไม่ใช่เหรอครับ” ทำไมหมอทายมองผมแบบนั้นกันนะ หรือผมพูดอะไรผิด

 “คิดแบบนั้นเหรอกังหัน คิดจะฟันพี่แล้วทิ้งใช่ไหม!” อะ หะ??????

 “เอ๊ะ?”

   หมับ!!

 “พี่ไม่ยอมนะ กังหันเป็นเมียพี่แล้ว กังหันจะไปไหนไม่ได้” ผมถูกหมอทายกดลงบนเตียงอีกครั้งด้วยความที่กำลังช็อคผมจึงลืมหนีไปเลย

 “เอ๊ะ อ๊ะ หมอ อย่านะ”

 “ไม่ให้ไปหรอก กังหันเป็นเมียพี่ เป็นเมียพี่ทาย!!”

 เสื้อผ้าผมค่อยๆหลุดออกทีละชิ้นๆจนหมดโดยที่ผมไม่ทันได้ห้ามปรามอะไร บ้าไปแล้ว นี่มันบ้าไปแล้ว เรื่องที่จะเกิดขึ้นผมรู้ดีและนั่นคือเหตุผลที่ผมกำลังดิ้นหนีจากหมอทาย

 “อย่าดิ้นไปเลยนะ กังหันหนีพี่ไม่รอดหรอก ถึงจะยังช้ำและอักเสบอยู่” รู้ก็ปล่อยผมสิ แต่หมอทายกลับส่งยิ้มที่ชวนเสียวสันหลังมาให้ผม

 “แต่พี่เป็นหมอนี่นา เดี๋ยวพี่จะรักษาเองนะ

 “อื้อ!!!!”

 บทรักอันแสนร้อนแรงก็เริ่มอีกครั้งและอีกครั้งโดยที่ผมได้แต่ร้องครางเพียงอย่างเดียว หมอทายตะกละตะกลามกลืนกินผมราวกับว่าอดอยากมานานจนผมสลบคาอกไปไม่รู้กี่ครั้ง ตื่นมาทุกครั้งก็พบว่าหมอยังคงกระแทกความใหญ่โตเข้ามาไม่หยุด เสียงร้องที่ดังในชั่วโมงแรกตอนนี้หลงเหลือแต่เพียงเสียงหอบหายใจกับเสียงกระทบกันของผิวเนื้อเท่านั้น ยาวนานเหลือเกินราวกับว่ามันจะไม่มีวันสิ้นสุด

   

            หลังจากวันนั้นมา ผมก็ยังคงต้องไปที่คลินิกทุกวันแถมต้องอยู่จนกว่าคลินิกจะปิดด้วย ข่าวดีคืออาการของกังหันน้อยหายขาดแล้วล่ะครับ แต่ข่าวร้ายคือตอนนี้ผมดันมีผัวเป็นหมอแทน แถมขี้หึงมากเสียด้วย วันก่อนสิครับ ผิงนัดผมไปหาแล้วบังเอิญผิงโทรมาตอนผมอยู่กับหมอทายพอดี หมอทายโมโหมากถึงขนาดจะขังผมเอาไว้ในห้องไม่ยอมให้ออกไปเจอ จนผมต้องกล่อมแล้วกล่อมอีกสุดท้ายหมอทายก็ยอมให้ไปพบผิงโดยมีข้อแม้ว่าหมอทายจะต้องตามผมไปด้วย แล้วพอเห็นกับตาว่าผิงเขาท้องอยู่ถึงยิ้มออกมาได้แถมยังไปประกาศกับผิงอีกว่าเป็นสามีผม จนพอกลับถึงห้องเราก็ทะเลาะกันยกใหญ่สุดท้ายก็เหมือนเดิม......จบลงที่เตียง
 “อ้าว......น้องหัน มาแล้วเหรอคะ” ผมส่งยิ้มให้พี่สาวที่ยังคงทักทายผมเหมือนเดิมทุ๊กกกกวัน

 “ครับพี่สาว วันนี้เป็นไงบ้างครับพี่ คนไข้เยอะไหมครับ”

 “อะ เอ่อ วันนี้ก็มีไม่กี่คนค่ะ แต่ว่า.....” ผมมองท่าทางอึกอักด้วยความสงสัย เกิดอะไรขึ้นกันนะ หรือว่า.....

 ผมหันไปมองห้องตรวจประจำของหมอทายด้วยสายตาขุ่นเคือง ไอหมอกามมันจะต้องกำลังลวนลามคนไข้แน่ๆ ยิ่งมีแต่คนมาเสนอตัวให้บ่อยๆเสียด้วย ผมไม่รอช้าเดินตรงไปเปิดประตูโดยไม่เคาะหรือส่งเสียงใดๆ

 “อะ เอ่อ กังหัน มะ มาเมื่อไหร่ครับ” หมอทายถามทั้งๆที่มือยังพยายามจะใส่เข็มขัดกางเกงให้เข้าที่ ผมปรายตาไปมองร่างของอีกคนที่กำลังแต่งตัวอยู่บนเตียง หึ! คิดไว้แล้วเชียว ผมยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยตัวเอง

 “มาเมื่อกี้ครับ ขอโทษทีนะครับ พอดีผมไม่รู้ว่าติดพัน(ธุ์)อยู่” ร่างของอีกคนในห้องยกยิ้มอย่างคนที่ชนะให้ผมโดยที่ผมได้แต่กำมือแน่น

 “มะ มันไม่ใช่นะหัน ฟังพี่ก่อน”

 “แหม....พี่ทายล่ะก็ บอกเขาไปสิครับว่าเราน่ะร้อนแรงกันแค่ไหน เอ๋~ หรือว่าต้องโชว์” หมอทายแกะมือที่คล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของออกด้วยความร้อนรน จนผมอดขำไม่ได้

 “เอฟ!! พูดอะไรน่ะ กังหัน มันไม่ใช่...”

 “เอาเถอะครับ จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ผมแค่แวะมาเยี่ยมเยียนหมอผู้มีพระคุณที่รักษาผมหายแค่นั้น” ผมเหยียดตามองคนทั้งคู่ ไม่สนใจว่าหมอทายอยากจะพูดอะไรเพราะผมถือว่าสำหรับผมมันจบแล้ว ผมชะงักเท้าที่กำลังจะหันกลับเมื่อนึกขึ้นได้

 “อ๊ะ!! จริงด้วยสิ ถ้าผมมีอาการแบบเดิมขึ้นมาอีกก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คนต่อคิวดูแลรักษาผมเยอะ!!”

 “กังหัน!!!” ผมเดินออกมาไม่สนใจหมอทายที่ตะโกนเรียกชื่อผมด้วยอารมณ์โกรธ แต่ผมมีมากกว่า!!

   หมับ!!!

 “จะไปไหน!! พี่ไม่ยอมให้กังหันเดินหนีพี่แบบนี้แน่!!” มือใหญ่ของหมอทาย มือที่แสนอบอุ่นที่เคยโอบกอดผม แต่วันนี้มันเป็นของคนข้างหลังไปแล้ว มันไม่ใช่ของผมอีกแล้ว ผมมองมือใหญ่ที่จับแขนผมเอาไว้ก่อนจะดึงออกอย่างแรงแม้ว่าอีกฝ่ายจะใส่แรงมากขึ้นก็ตาม เขาลืมไปหรือเปล่า ว่าผมเองก็เป็นผู้ชาย

 “อ้าว.....มาทำอะไรกันตรงนี้เนี่ย” ผมหันไปมองหมอสามที่เดินเข้ามาทักทายกลางวงที่ตีกันยุ่งเหยิง

 “หมอสามครับ”

 “ครับ อุ๊บ!!”

 “กังหัน!!!”

  ผมไม่รู้ว่าความคิดชั่ววูบที่คิดจะประชดหรือเป็นเพราะทนอยู่กับหมอทายไม่ได้กันแน่ถึงได้ตัดสินใจคว้าคอหมอสามมาจูบ ผมเพียงแค่ประกบปากเท่านั้นไม่ได้สอดลิ้นหรือดูดดึงริมฝีปากใดๆ ผมเพียงต้องการให้เขาไปให้พ้นๆ ให้เขาพาคนของเขากลับไปสักที!! ก่อนที่ความอ่อนแอของผมมันจะปรากฏตัวออกมา

  “อ๊ะ!!”

   ผลั๊วะ!!!

 “หมอสาม//คุณหมอสาม!!!” ผมกับพี่สาวเรียกหมอสามเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อหมอทายกระชากผมออกก่อนจะปล่อยหมัดเข้าที่เบ้าตาซ้ายของหมอสาม

 “อย่ามายุ่งกับเมียกู!!”

 “หมอครับ ผมขอโทษ อ๊ะ!! ปล่อยผมนะหมอทาย!!!”

  ผมถูกหมอทายกระชากให้เดินตามออกจากคลินิกไปยังตัวรถโดยที่ผมพยายามดึงแขนออกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนเมื่อเดินมาถึงตัวรถคันสวยหมอทายก็โยนร่างของผมเข้าไปก่อนที่ตัวเองจะเดินอ้อมไปขึ้นอีกฝั่งและขับออกไปด้วยความเร็ว

 “จอดรถนะ ผมบอกให้จอดไงหมอทาย!!” ผมพยายามเปิดประตูออกแต่ก็ไม่ได้ผล หมอทายล็อคเอาไว้ ผมหันไปมองหน้าหมอทายด้วยแววตาโกรธเคือง แต่หมอทายกลับไม่สนใจเลยสักนิด ยังคงมุ่งมั่นขับต่อไปไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

  “คุณหมอสิบทิศ!!”

    เอี๊ยด!!!!!!

 “เมื่อกี้.......เรียกพี่ว่าอะไรนะกังหัน” แม้ว่าน้ำเสียงของหมอจะทำให้ผมสั่นแต่มันก็ไม่เท่าหัวใจที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ไม่ทำให้ผใกลัวอีกแล้ว!

 “คุณหมอสิบทิศ” ผมยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว หมอทายยิ้มเหี้ยมให้ผมก่อนจะขับรถออกไปอีกครั้งด้วยความเร็วจนผมต้องจับอะไรเอาไว้ ทางนี้มัน หรือว่า.....คอนโดหมอทาย!! ไม่นะ ผมไม่อยากไป!!

 “จอดนะ จอด!! หมอจอดเดี๋ยวนี้!! ผมจะลง!!” ผมพยายามทุบตีพยายามเปิดประตูออกแต่ก็เปล่าประโยชน์ หากเจาไม่ยินยอมให้ผมลง ผมคงไม่มีทางจะได้ลงไปแน่

 “ลงมากังหัน พี่บอกให้ลงมา!!”

 “ไม่!! อย่ามายุ่งกับผมนะ ผมจะกลับบ้าน” ผมพยายามปัดป้องไม่ให้หมอทายจับแขนผมได้ง่ายๆ จนดูเหมือนว่าหมอทายจะโมโหมากขึ้นไปอีก

 “จะไม่ลงใช่ไหม ดี!!”

    หมับ!!

 “อ๊ะ!!” ผมถูกวงแขนแข็งแรงของหมอทายอุ้มขึ้นแนบอกก่อนที่หมอทายจะใช้เท้าปิดประตูรถแล้วกดล็อครถโดยไม่สนใจมันอีก ผมดิ้นรนให้หลุดจากวงแขนและมันก็ได้ผล หมอทายปล่อยร่างผมลงพื้น ทันทีที่เท้าผมแตะพื้นผมก็เตรียมตัวจะวิ่งเต็มที่แต่ก็ได้แค่เพียงคิด เพราะฝ่ามือใหญ่ยึดแขนของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

 “ปล่อย!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!! อ๊ะ!!”

    เพี๊ยะ!

 “อย่าดิ้น! เดี๋ยวตก”

 หมอทายตีก้นของผมที่ตอนนี้พาดอยู่บนบ่ากว้างของเขา ละ เลือดลงหัว ผมทุบลงบนหลังของหมอทายอย่างแรงแต่ทำไมแรงของผมมันไม่ทำให้เขาสะทกสะท้านใดๆเลย หมอทายเปิดประตูพร้อมกับพาร่างของผมบนบ่าตัวเองเข้าไปยังห้องนอน

   ตุบ

 “เรียกพี่ว่าอะไรนะ กังหัน” รอยยิ้มสุดสยองถูกส่งมาให้ผมอีกครั้งพร้อมกับมือของหมอทายที่ปลดเสื้อผ้าตัวเองช้าๆ

 “จะ จะ จะทำอะไร” ผมขยับตัวหนีด้วยความหวาดกลัว หมอทายไม่เคยเป็นแบบนี้ ผมไม่รู้จักหมอทายคนนี้

 “พี่ถามว่ากังหันเรียกพี่ว่าอะไร!!!!”

 “คุณหมอสิบทิศ!! ทำไม!! ผมเรียกชื่อคุณผิดเหรอครับ คุณ หมอ สิบ ทิศ!!” หมอทายปลดเข็มขัดออกดึงซิปกางเกงลงลวกๆจนผมมองเห็นชั้นในสีดำที่ถูกกางเกงเปิดออก

 “กล้าเรียกผัวตัวเองแบบห่างเหินงั้นเหรอกังหัน!!” หมอทายที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าถาโถมร่างกายมาทาบทับตัวของผมเอาไว้จนแทบจะจมลงบนเตียง ไม่เอาแล้ว ผมไม่เอาอีกแล้ว

 “หมอครับ เราเลิกกันเถอะนะ หมอปล่อยกังหันคนนี้ไปเถอะ” ผมทนไม่ได้อีกแล้วที่จะเห็นอะไรแบบวันนี้ ผมทนไม่ได้ที่รู้ว่าคนของผมไปนอนกับคนอื่น แม้จะรู้ก็ตามว่างานของหมอทายคือรักษาคนไข้ แต่ผมเองที่อ่อนแอ เป็นผมเอง.....ที่รับมันไม่ได้ ผมผิดเอง

 “หมอคงไม่รู้ ฮือ ผมน่ะ เจ็บมากๆ”

 น้ำตาของผมไหลรินลงบนหมอน ดวงตาคมดุจ้องผมด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆให้ผมได้รู้

 “ผมอยากจะพอแล้วครับ หมอให้ผมไปได้ไหมครับ สงสารผมเถอะนะ ฮึก” ผมสะอื้นร้องไห้จนตัวสั่น แต่ทำไมล่ะ ผมขอร้องขนาดนี้ ทำไมหมอยังไม่ยอมปล่อยผมไปอีก ไม่สงสารผมบ้างเหรอครับ

 “กังหัน”

 “ฮึก”

 “อย่าคิดว่าน้ำตาจะทำให้พี่ปล่อยเราไป มันไม่มีวันนั้นหรอก ต่อให้ร้องไห้หนักแค่ไหน พี่ก็จะจับกังหันไว้” มืออุ่นปาดไล่น้ำตาให้ผม

 “...ฮือ...”

 “ต่อให้เรามีปีกบินหนีพี่ไปได้ พี่ก็จะจับกังหันแล้วหักปีกเราซะ”

 “...หมอ ฮึก...”

 “แม้ว่ากังหันจะทรมาน พี่ก็จะกักขังกังหันเอาไว้ในอ้อมแขนของพี่ พี่จะไม่ปล่อยหัวใจพี่ไป ไม่ว่ากังหันจะว่ายังไงก็ตาม” ผมร้องไห้หนักมากขึ้นเมื่อได้ฟัง การได้ยินคนที่เรารักพูดคำนี้มันดีใจนะครับ ถ้าหากผมไม่ได้เห็นภาพวันนี้ที่หมอทายและเขาคนนั้น.....

 “ปล่อย ปล่อยผมนะ ฮือ กลับไปหาคนของคุณหมอสิครับ แค่ผมคนเดียว คุณหมอปล่อยไปไม่ได้เลยเหรอ” เมื่อเขามีคนอื่นอยู่แล้ว แค่ปล่อยผมมันไม่น่าจะยากอะไรเลย

 “พี่บอกหันไปแล้ว พี่ไม่มีวันปล่อยหัวใจพี่ไป”

 “ฮึก ฮือ” หมอทายจับมือผมมาแนบอกไว้ที่ตำแหน่งของหัวใจ เสียงและจังหวะการเต้นมันดูเจ็บปวด เหมือนกับจังหวะของผม

 “พี่จะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีหัวใจดวงนี้ พี่หมอทายคนนี้ มีแค่กังหันคนเดียวเท่านั้น”

 “โกหก!!! ปล่อยผม!!!” ผมดิ้นรนหลีกหนีคำโกหกที่เขาคิดจะหลอกผม

 “พี่ไม่ได้โกหก!! พี่รักกังหันคนเดียวจริงๆ ฟังพี่บ้าง” น้ำเสียงอ้อนวอนกับแววตาที่สั่นระริกทำให้ผมหยุดดิ้นราวกับถูกสาป ใบหน้าของหมอทายดูทรมานดวงตาที่แดงก่ำฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำ แม้มันจะไม่ได้ไหลออกมาเหมือนผม แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าหมอทายเองก็เจ็บปวด

 “พี่ไม่ได้มีอะไรกับเอฟ ไม่เคยเลยสักครั้ง” ผมเมินหน้าหนีไม่อยากได้ยินชื่อของคนๆนั้น

 “....”

 “เขามาให้พี่ตรวจ พยายามจะใช้ปากให้พี่ เขาถอดเสื้อผ้าตัวเองออกเพื่อยั่วยวนพี่ แต่พี่ไม่ได้ทำอะไรเขา”

 “....ฮึก...”

 “สิ่งที่หันเห็นคือพี่ผลักเขาออกตอนเขาถอดเข็มขัดของพี่ พี่เป็นหมอต้องรักษาคนไข้”

 “ฮือออ”

 “แต่ทุกคนต้องเซ็นสัญญาของทางคลินิกทุกคน ยกเว้นแค่กังหันเท่านั้น” ผมชะงักเมื่อนึกๆย้อนดูแล้วผมไม่เคยได้เซ็นสัญญานั้นจริงๆ สัญญาพิลึกที่ตั้งกฎเอาไว้ว่าห้ามหึงหวงหมอ

 “นึกออกแล้วใช่ไหม หืม” ผมพยักหน้าไม่กล้าสบตากับหมอทาย ผม......รู้สึกผิดเมื่อได้รู้ความจริงนี้

 “ผมขอโทษ”

 “ไม่เอา พูดใหม่สิครับ” หมอทายปัดผมที่ปรกหน้าผมไปทัดหูอย่างแผ่วเบา

 “หันขอโทษครับพี่ทาย หันแค่...”

 “หึง......หึหึ”
 
 ผมทำได้แค่กัดปากพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้ แม้จะอยากคัดค้านแต่สิ่งที่ผมทำลงไปทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีเหตุมาจากหมอทายทั้งสิ้น เหตุผลแค่เพียงเพราะผมหึงหมอทายกับผู้ชายคนนั้น แล้วทำไม.....มีแค่ผมกันนะที่ไม่ได้เซ็นสัญญา

 “ที่พี่ไม่ให้กังหันเซ็น เพราะพี่ต้องการกังหันมากกว่าคนไข้ บอกตรงๆครั้งแรกที่พี่เจอหัน มันทำให้พี่ที่เป็นหมอ คิดชั่วๆและใช้ความเป็นหมอผูกมัดกังหันเอาไว้กับพี่” ผมหลบตาคมที่หวานฉ่ำ สายตาของเขาทำให้ใบหน้าของผมแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

 “พี่รักกังหันคนเดียวนะครับ อย่าบอกเลิกพี่อีกนะ พี่ใจจะขาดเลยรู้ไหม”

 “หันขอโทษ ก็หันเจ็บนี่ครับที่เห็นพี่กับคนไข้ของพี่แต่งตัวไม่เรียบร้อย” หมอทายก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนของผมอย่างแผ่วเบา

 “มันจะไม่มีอีกแล้วครับ พี่จะระวังตัว” ผมส่งยิ้มให้หมอทาย แต่ผมกลับรู้สึกหนาวยะเยือกจนเข้ากระดูก

 “แต่เรื่องที่กังหันไปจูบไอสามนี่พี่ต้องลงโทษ”

 “ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนครับ อื้ม!!”

    จากความผิดของผม ผมจึงถูกหมอทาย เอ้ย พี่ทายลงโทษอย่างหนักจนถึงขั้นต้องให้หมอทายเสริฟข้าวเสริฟน้ำเลยทีเดียว แม้ว่าผมจะอธิบายให้เขาฟังแต่เขาก็ดึงดันจะลงโทษผมอยู่ดี เฮ้ออออ~ เป็นเมียหมอก็แบบนี้แหละครับ แต่ผมก็ชอบนะ คิกๆ





The End

 




          ยะโฮ้วววว แมวกลับมาแล้วววว ห้องตรวจแรกของหมอทายร้อนระอุพอไหมคะ ถูกใจกันไหมเอ่ย ถ้าสนใจหมอคนไหนบอกแมวนะคะ แมวจะแพคใส่กล่องส่งให้ถึงห้องโลย หุหุ ว่าแต่......มีใครต้องการลือดเพิ่มไหมคะ  :laugh: :laugh:

ปล.กราบขออภัยสำหรับคำผิดด้วยนะคะ
  :call: :call:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1624
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 39
ร้อนแรงมาก...ชอบ..บบบบบบบ  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ W2P5

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 3
ห้องอื่นก็น่าสนใจค่าาา  :jul1: [move][/move]

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4613
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 103
ห้องแรกยังขนาดนี้ ห้องต่อไปจะร้อนแรงเบอร์ไหน

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 32

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 43
กำลังรอตอนต่ออยู่เลย หมอทายแซ่บมากเด้อทั้งแซ่บทั้งหื่น

ออฟไลน์ Jadd

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 7

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
        ห้องตรวจที่๒. น.พ สพล ๕๐%




            “แกรู้ไหม คลินิกมารักษ์เนี่ย เขาว่าหมอหล่อและแซ่บมาก” เสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากโต๊ะข้างๆของผมที่กำลังทานข้าวอย่างอร่อย และจดจ่ออยู่กับอาหารเท่านั้น

 “จริงเหรอแก!! ฉันอยากป่วยแล้วสิ” สาวเสื้อขาวพูดขึ้นด้วยสีหน้าเพ้อฝัน

 “โอ้ย!!! ป่วยธรรมดาไม่ได้กินหรอกนะยะ!!” ชายร่างน้อยที่มีท่าทางสะดีดสะดิ้งพูดพร้อมกับจิกตาใส่เพื่อนตัวเอง สาบานนะว่าพวกคุณเป็นเพื่อนกัน

 “อ้าว!! แล้วฉันต้องตีลังกาป่วยเหรอ”

 พรวด!!

 “อุ แค่กๆ” ผมสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไปจนหน้าแดงก่ำ ให้ตายเถอะนี่เขาถึงขั้นต้องตีลังกาป่วยกันแล้วเหรอครับ หมอมันจะหล่อลากตีนขนาดไหนนะ

 “จะบ้าเหรอยะ!! ฉันหมายถึงโรคน่ะโรค!” หญิงสาวเสื้อขาวเอียงคอมองด้วยความสงสัย น่ารักดีแหะ

 “ยังไง??”

 “คลินิกมารักษ์จะรักษาเฉพาะโรค.......ทางเพศ”

 หา!!!!!

 “หา!!!!!” อ้าว นึกว่าจะมีแต่ผมที่หาอยู่คนเดียว แบบนี้ก็แสดงว่าผมได้ยินไม่ผิดสินะ คลินิกบ้าอะไรรักษาแค่โรคเพศวะ

 “จริงๆย่ะ ฉันน่ะ ไปมาแล้วด้วย กรี๊ด!!” อ้าว พูดจบปุ๊บผีเข้าทันที เดี๋ยวนะ ไปมาแล้ว หืม???

 “แกไปมาแล้วเหรอ!! หรือแกเป็นเอดส์!!!”

  พรึบ!!
   
 ทุกสายตาหันมามองเสียงของสาวน้อยที่ตะโกนออกมาอย่างตกใจ จากที่นั่งข้างๆกันอย่างปกตินี่กระโดดหนีกันแทบไม่ทันจนเพื่อนของเธอแทบจะกระโดดตบปาก

 “จะบ้าหรือยะ!!! อย่างฉันจะเป็นโรคแบบนั้นได้ยังไง” เธอยิ้มแหยๆให้เพื่อนเธอ

 “ขอโทษที ก็ฉันไม่รู้นี่ ก็แกบอกว่าโรคทางเพศแถมไปมาแล้วด้วย ฉันก็นึกว่า....” อย่าว่าแต่เธอนึกเลยครับ ผมเองก็นึกเหมือนกัน

 “ฉันหมายถึงอาการทางเพศย่ะยัยกวาง เข้าใจไหมเนี่ย”

 “อ๋อ....พวกอาการจำพวก กามตายด้านอะไรพวกนี้นะเหรอ” ผมมองทั้งคู่ที่คุยกันอย่างออกรส

 “ใช่ย่ะ แต่ถึงจะตายด้านยังไง ถ้าไปเจอหมอสามนะ โอ้ย!!! ขี้คร้านจะตั้งขึ้นมา” หมอสาม หรือว่า....

 “หมอสาม?”

 “ใช่แล้ว คุณหมอสพล คนที่ฉันไปรักษาไงล่ะ”

 ว่าแล้วเชียว พี่หมอสามจริงๆด้วยถึงว่าสิ สาวแท้สาวเทียมพูดถึงไม่ขาดปาก พี่หมอสามคือพี่ชายที่อยู่ข้างบ้านผมเอง ตอนเด็กๆเราเคยเล่นด้วยกันบ่อยๆ พี่หมออยากเป็นหมอมาตั้งแต่เด็ก เคยจับกบมาทดลองผ่าท้องเอง จับสัตว์ต่างๆมาดูแลบ้างล่ะ แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุด! คือเมื่อ 9 ปีก่อน ตอนผมอายุ12ขวบ

“พี่สามมมมมมม” เจ้าของชื่อหันมามองผมด้วยรอยยิ้มเทวดา

“ครับบาส กลับมาจากโรงเรียนแล้วเหรอครับเนี่ย”

“ครับ!!” ผมยิ้มให้พี่สามอย่างดีใจ พี่สามทั้งใจดี ชอบซื้อขนมอร่อยๆมาฝากผม บางครั้งก็พาไปกินไอศกรีมด้วย พี่สามลูบหัวผมอย่างเอ็นดู ก่อนจะจูงมือผมให้เดินตามไป

“พี่สาม เราจะไปไหนกันเหรอครับ”

“พี่กำลังเรียนหมอ บาสรู้ใช่ไหมครับ” ผมพยักหน้า

“ครับพี่”

“งั้นบาสช่วยทดลองเป็นคนไข้ให้พี่ได้ไหมครับ แล้วพี่จะซื้อขนมจากมหา’ลัยมาฝากอีกนะ” ผมตาโตเมื่อพี่สามพูดถึงขนมอร่อยจากครั้งก่อน

“จริงเหรอครับ!! ได้เลยครับพี่!!”

“หึหึ งั้นไปห้องพี่นะครับ วันนี้พ่อกับแม่พี่ไปข้างนอก พี่ต้องอยู่คนเดียว” พี่สามพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สงสัยพี่สามจะเหงาแน่ๆเลย

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่สามเองนะ” ผมกุมมือพี่สามเอาไว้ ส่งยิ้มให้พี่สามรู้ว่าผมจะไม่ไปไหนอย่างแน่นอน พี่สามกระชับมือผมแน่นขึ้นก่อนจะพาผมเข้าไปในห้องตัวเอง มันหอมมากเลยครับ หอมแบบที่พอได้กลิ่นแล้วใจมันจะสั่นแปลกๆ ผมไม่รู้จักความรู้สึกแบบนี้เลย พี่สามดันร่างผมให้นั่งลงบนเตียงที่ถูกปูด้วยผ้าสีดำก่อนจะมานั่งข้างๆผม

“ผมต้องทำอะไรบ้างครับพี่”

“ช่วยถอดเสื้อผ้าหน่อยได้ไหมครับ พี่ต้องฝึกตรวจร่างกาย” เอ๊ะ ถอดเสื้อผ้าเหรอ ถึงแม้จะอาย แต่ขนมก็ลอยมากลบความอายจนหมดสิ้น ขนม ขนมจ๋า พี่บาสพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อขนม~

ผมถอดเสื้อผ้าออกจนหมดนั่งรอพี่สามอยู่บนเตียง พี่สามดูเหมือนจะหาอะไรบางอย่างอยู่ที่ตู้ตรงข้างเตียง ผมได้แต่มองด้วยความไม่เข้าใจเมื่อพี่สามเดินกลับมาพร้อมกับหลอดอะไรสักอย่าง

“มันคืออะไรเหรอครับพี่” ผมชี้นิ้วไปที่หลอดแปลกๆในมือของพี่สาม

“อ๋อ.....อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตรวจร่างกายของเราไงครับ ยังไงก็นอนลงเถอะ พี่จะได้เริ่มสักที”

ผมค่อยๆล้มตัวลงไปนอนบนเตียงมองพี่สามที่เข้ามาใกล้ๆผมด้วยความสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ พี่สามวางหลอดนั่นไว้บนหัวเตียงก่อนโน้มตัวมาทาบทับบนตัวผม หนักอ่ะ

“พี่สาม ผมหนัก”

“ครับๆ”

พี่สามจัดการดึงขาผมออกก่อนจะสอดตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างขาผมแทน มือของพี่สามลูบไปตามตัวของผมก่อนจะหยุดอยู่ที่อกของผม พี่สามลูบไล้ไล่วนมันจนผมกำมือตัวเองไว้ข้างตัวแน่น มันรู้สึกแปลกๆ

“อือออ”

“อย่ากลั้นเสียงสิครับบาส เดี๋ยวพี่ตรวจผิดนะ”

“ขอโทษ อ๊ะ อือ ครับพี่สะ สาม”

“ดีครับ ร้องออกมาดังๆเลย”

ผมสะดุ้งเมื่อพี่สามดึงปลายยอดอกผมขึ้น อีกข้างก็ถูกมือหนาเขี่ยมันจนผมกระตุกร่างตามจังหวะ ความรู้สึกแบบนี้คืออะไรนะ

“อ๊า อื้อ มันแปลก อ๊ะ พี่สาม”

ผมได้แต่กำมือลงบนไหล่หนาที่มีเสื้อสีขาวสวมอยู่จนยับ มันเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ผมเพิ่งจะเคยรู้สึก ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆเขารู้สึกเหมือนผมกันไหม ไม่กล้าจะถามออกไป หรือว่า.....ผมจะป่วย

“พี่สาม ผมรู้สึก อื้อ แปลกๆ แฮกๆ ผมป่วย อ๊ะ เหรอครับ”

“ใช่แล้ว บาสกำลังป่วย แต่ไม่ต้องห่วง พี่จะรักษาให้เองนะครับ”

ว่าแล้วพี่สามก็ก้มลงมาบดจูบกับผมอย่างแรง ลิ้นถูกสอดแทรกเข้ามากวาดชิมไปทั่วทั้งปากผมเรียกร้องให้ผมตวัดลิ้นโต้ตอบกลับไป ผมได้แต่สั่นกับรสจูบที่ซ่าบซ่าน ยิ่งเมื่อปลายนิ้วบีบบี้อยู่ที่ยอดอกของผมก็ยิ่งสั่นไปทั้งร่าง ขาเล็กๆทั้งสองข้างของผมกางออกกว้างยิ่งขึ้นอย่างลืมตัว

“อืม อ๊ะ!”

“มันแข็งแบบนี้ พี่ต้องลองชิมดูนะ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเกิดปัญหาทีหลังได้”

พี่สามก้มหน้าลงจนริมฝีปากสัมผัสกับเม็ดเล็กๆสีชมพูที่ชูชันขึ้นมาท้าทาย ปลายลิ้นตวัดมันเข้าใฃไปในปากดูดดึนจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบ ผมได้แต่แอ่นอกรับปากร้อน มือทั้งสองข้างสอดเข้าไปในกลุ่มผมสีดำสลวยของคนบนร่าง เสียงหอบหายใจดังสลับกับเสียงครางเล็กๆของผมมันก้องอยู่ทั่วทั้งห้อง ผมรู้สึกได้ว่าเม็ดเล็กๆที่ประดับอยู่แผ่นอกมันร้อนมาก ปลายลิ้นยังคงทำหน้าที่เลียไปรอบๆสลับกับริมฝีปากที่ยังคงทำหน้าที่ดูดกลืนมันจนหายเข้าไปในปาก

“ยะ อ๊า”

ฟันขาวขบเม้นและดึงเม็ดเล็กขึ้นจนสุดความยืดหยุ่นของร่างกายก่อนจะปล่อยมัน ผมดิ้นพล่านรับรู้ถึงบางอย่างเบื้องล่างที่เกิดการผิดปกติ แย่แล้ว ผมป่วยแน่ๆเลย

“พะ พี่อ๊ะ พี่สาม ผะ ผมเป็นอะไร อื้ออ ข้างล่างมัน อ๊า”

“เดี๋ยวพี่ดูให้นะครับ”

สายตาคมเลื่อนลงไปมองกลางร่างของผมที่มีบางอย่างตั้งชันขึ้นมา คนตัวโตเลียปากราวกับว่ากระหายอย่างหนัก ความร้อนจากฝ่ามือที่สัมผัสตัวตนของผมทำให้ผมสะดุ้ง

“อ๊า อื้อ มัน อ๊ะ แปลก”

มือของพี่สามขยับอยู่ที่ของผม มันเสียววาบจนผมต้องบิดตัว เสียงครางดังไม่ขาดปาก น้ำใสๆเริ่มปริ่มออกมากจากส่วนปลาย
“มันพองขึ้นมาแบบนี้ สงสัยจะมีอะไรไปอุดหรือเปล่า พี่คงดูดออกแล้วล่ะ”

“อะ อะไรนะ อ๊า!!”

ริมฝีปากพี่สามอ้ากว้างก่อนจะครอบครองของผมจนจมหายไปในปากร้อน ความร้อนกับความนุ่มที่มาพร้อมกับความคับแน่นทำให้ผมเผลอแอ่นสะโพกส่งตัวเองเข้าสู่ปากของพี่สามอย่างลืมตัว สะโพกผมขยับตามจังหวะการดูดกลืนตามความยาวของผมที่พี่สามเป็นคนชักนำ ในหัวของผมขาวโพลนรับรู้เพียงเสียงหอบหายใจกับเสียงครางของตัวเองและเสียงจากการดูดเลียสิ่งนั้นของผมที่ตอนนี้อยู่ในปากของพี่สาม พี่สามยังคงใช้ปากดูดกินมันอย่างไม่หยุดหย่นจนผมรู้สึกว่าบางสิ่งมันกำลังจะออกมา

“ไม่ไหว อื้อ ผม พี่สาม อ๊ะ ผมจะ”

“ปล่อยมันออกมา ไม่งั้นจะไม่หายนะ”
พี่สามละปากออกมาพูดกับผมก่อนที่จะกลืนกินมันอีกครั้ง พี่สามเร่งจังหวะของริมฝีปากราวกับต้องการในสิ่งที่มันกำลังรวมอยู่ที่ส่วนปลาย ผมเร่งสะโพกให้เร็วขึ้นก่อนจะปลดปล่อยออกมา

“อา......อร่อยจัง”

ผมหอบหายใจก่อนจะหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ จำได้เพียงแต่ว่าตื่นมาอีกทีผมก็สวมเสื้อผ้ากลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว


        ผมกำมือแน่นเมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่สามมันหลอกทำกับผมที่อายุเพียง12ปีโดยที่ตัวพี่สามในตอนนั้นอายุ19ปี ไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำคืออะไร เกลียด เกลียดมาก เมื่อผมอายุ14ปี เพื่อนๆผมก็พากันไปลองเรื่องแบบนี้ และผมเพิ่งจะได้รู้ในตอนนั้นว่าสิ่งที่มันทำกับผมนั้น มันวิปริต แต่ผมไม่สามารถบอกใครได้ แม้แต่พ่อแม่ของผมก็ตามท่านจะเชื่อหรือครับว่าคุณหมอสพลจะมาหลอกออรัลเด็กที่พ่อแม่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีอย่างผม เป็นไปไม่ได้ พูดไปก็มีแต่จะเข้าตัวหาว่าผมโกหกเสียมากกว่า เพราะงั้น ผมถึงปล่อยให้มันตายไปกับผม เพราะหลังจากที่ผมรู้ความจริง พี่หมอสามเองก็หายไปจากชีวิตผม ไม่รู้ว่าเพราะเรียนหนักหรือละอายใจกันแน่ ตัวผมเองก็ไม่สนใจคนแบบนั้นอีก เหลือเพียงแค่สิ่งที่มันยังฝังใจเท่านั้น
 

          ผมขับรถไปตามทางด้วยความสบายอารมณ์ วันนี้นัดกันไปกินเหล้ายังไงๆซะพวกมันก็ไม่กินเหล้าอย่างเดียวอย่างปากว่าแน่นอน หึหึ นิสัยพวกมันน่ะผมรู้ดี เพราะทุกครั้งที่พวกมันชวนผมออกไปพอขากลับก็หิ้วสาวกันกลับไปด้วยคนสองคน

 “มาช้านะมึง!!” ผมเดินเข้าไปหาพวกมันที่โต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ

 “ทำไงได้ กูหล่อก็ต้องแต่งนานหน่อย”

 “กูได้ข่าวว่าที่ต้องแต่งนานเพราะไม่หล่อไม่ใช่เหรอวะ”

   ป๊าบ!!

 “โอ้ย สัสบาส!!” ผมโบกหัวไอเกมส์ที่ปากหมาหาว่าผมไม่หล่อ

 “มึงก็ไปแหย่มันไอเกมส์ ก็รู้อยู่ว่ามันไม่อยากได้ยินความจริง”

 โป๊ก!!

 “อ๊าก ไอเหี้ย!!” ผมตบหัวไอไวท์เต็มแรง ดิ้นไปเถอะมึง ปากดีใส่กูกันจริง

 “พูดถึงกูแบบนี้ คืนนี้ล้างแก้วแล้วกันน่ะครับเพื่อน” พวกมันพอได้ยินว่าผมงอนก็รีบประเคนเหล้าแทบเข้าปากผมเลยทีเดียว

 “เชิญครับท่าน เชิญๆ อ๊ะเดี๋ยวครับท่าน เก้าอี้เปื้อนฝุ่น นั่งได้แล้วครับผมปัดแล้ว”

 “มึงนี่ขี้ประจบฉิบหาย ท่านครับ นี่เหล้าครับท่าน” ผมได้แต่ส่ายหน้ากับสิ่งที่มันทำ ดูไม่ออกเลยครับว่ามันแดกดันผม สีหน้าแม่งอย่างกับใส่ยาพิษให้กูแดกแบบนั้น

 “เออๆ กูเลี้ยงอยู่แล้วน่า”

 “ต้องงั้นสิวะ มึงไม่เลี้ยงกูก็จะจิกเงินในกระเป๋ามึงมาจ่ายอยู่ดี” ไอเลว

 “แล้วนี่เป็นไงวะ จะแดกเหล้าอย่างเดียว?” ผมถามเพราะเห็นว่ารอบข้างมันไม่มีสาวๆสักคน มันสองคนยักไหล่ช้าๆ จิบเหล้าก่อนจะหันหน้าไปมองทางห้องน้ำ

 “อ๊ะ มาแล้วๆ น้องหญิง น้องฟ้า น้องกวาง ทางนี้เลยค่ะ” ไอเกมส์โบกมือเรียกสามสาวที่ดูฮ็อตมาก! ผิวขาวตัวเล็กนมโตนี่สเป็กผมเลยครับ

 “แหมฟ้าไปแป๊บเดียว พี่เกมส์คิดถึงฟ้าแล้วเหรอคะ” น้องฟ้าในชุดเดรสรัดรูปสีดำโชว์เรียวขาขาวนั่งบนตักของไอเกมส์ด้วยท่าทางยั่วยวนโดยมีมือไอเกมส์ลูบไล้ไปตามเรียวขาของเธอ

 “ก็ต้องคิดถึงสิคะ เกิดมีใครฉุดน้องฟ้าไปพี่คงทนไม่ได้” ไอตอแหล!!! ผมล่ะอยากจะด่ามันเสียงดังๆแต่ติดว่าเกรงใจน้องๆสาวๆเนี่ยสิ

 “มาครับหญิงมานั่งกับพี่ น้องกวางด้วยนะ มานั่งกับเพื่อนพี่สิ นี่เพื่อนพี่ชื่อบาส” น้องหญิงมองผมยกยิ้มหว่านเสน่ห์ให้ผมโดยมีน้องกวางที่เห็นท่าทางเพื่อนตัวเองที่สนใจผมจึงชิงเดินมาข้างๆผมเสียก่อน น้องหญิงเลยได้แต่ปรับสีหน้าให้เป็นปกติทั้งๆที่สายตาส่งความโกรธไปให้กวางเต็มๆ เฮ้อ.....สาวๆก็คือสาวๆ

 “เอาล่ะกินกันเต็มที่เลย ชน!!”

 “ชน!!!”

 พวกผมทั้งสามกับสาวๆอีกสามคนดื่มกันจนเมามาย ผมเห็นไอเกมส์กับน้องฟ้านัวเนียกันอยู่ที่โต๊ะก่อนจะขอตัวพากันไปเข้าห้องน้ำ ไอไวท์ก็นั่งมองตามไอเกมส์ไปไม่วางตาแต่ไม่ยอมลุกไปไหนแม้ว่าน้องหญิงจะยั่วแค่ไหมก็ตาม ส่วนผมพอดื่มเข้าไปหลายแก้วก็เริ่มรู้สึกมึนๆหนักๆที่ตาก่อนที่ความมืดจะบดบังทุกสิ่ง สติผมก็ดับไป

“มึงคิดว่าเราทำผิดหรือเปล่าวะไอไวท์” เสียงไอเกมส์นี่

“ไม่หรอก มึงอย่าไปคิดมากดิวะ คิดซะว่าเร่งเวลาให้อะไรๆมันเกิดเร็วขึ้น” พวกมันคุยอะไรกันนะ ผมอยากจะลืมตาขึ้นมองเหลือเกิน แต่ความง่วงมันไม่ยอมให้ผมลืมตาเลย ง่วงเหลือเกิน


 
 “อื้ออออ~” ผมบิดตัวไปมากับที่นอนนุ่มๆ เอ๊ะ! ที่นอนเหรอ

    พรึบ!!

 “พี่บาสตื่นแล้วเหรอคะ” ผมมองร่างขาวนวลที่นอนอยู่ข้างๆโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ใส่อะไรเลย เชี้ย!! ขาวขนาดนี้ทำไมกูจำไม่ได้วะ

 “เอ่อ น้องกวางเมื่อคืนเรา...” ผมถามอย่างไม่แน่ใจ

 “อ๋อเปล่าค่ะ เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกัน”

 “หะ??” เป็นไปได้ไงวะ สวย ขาวขนาดนี้กูกลับไม่ลงมือ

 “ไม่ต้องหะหรอกค่ะ ก็เมื่อคืนน่ะ หนูทั้งใช้ปากใช้มือ ทั้งยั้วก็แล้วขึ้นให้ก็แล้ว ของพี่มันก็ไม่ยอมทำงาน ถามจริงๆเถอะค่ะ....พี่มีปัญหาทางเพศหรือเปล่าคะ” น้องกวางพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด แววตาที่มองผมดูแคลนผมมากจนผมแทบกระอักเลือดตาย เป็นไปไม่ได้ ปกติมันก็พร้อมรบตลอดนี่หว่า ไม่เข้าใจเลย

 “เป็นไปไม่ได้อ่ะ พี่ใช้งานมาปกติตลอดไม่เคยมีปัญหา” กวางได้แต่นักไหล่ราวกับว่าไม่ใช่ปัญหาของหนู ผมกลัวว่ามันจะเป็นแบบนั่น อ๊ะ ผมคิดอะไรออกแล้ว!!

 “น้องกวางลองกับพี่อีกสักครั้งไหม บางทีเมื่อคืนพี่อาจจะเมามากเกินไปก็ได้” กวางมองหน้าผมก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองอย่างยั่วยวน ผมดึงร่างขาวตรงหน้ามาประกบจูบสอดลิ้นเข้าไปชิมความหวาน กวาดต้อนกับลิ้นเล็กๆที่ตอบรับผมอย่างรู้งาน กวางครางเสียงหวานอย่างพอใจ มือของผมป่ายไปตามเอวคอดลูบไล้ขึ้นมาจนถึงอกสวยที่มีขนาดล้นมือบีบเค้นมันเล่นอย่างสนุกสนาน

 “ฮ๊า อืม อย่าเอาแต่บีบสิคะ”

 ผมจูบไล่จากลำคอสวยลงไปจนถึงปลายยอดสีชมพูที่ล่อตาล่อใจจนผมต้องตวัดลิ้นเลียและดูดกลืนมันเข้าปากเรียกเสียงครางหวานๆจากกวางได้เป็นอย่างดี มือผมเลื่อนลงไปที่กลางตัวพยายามชอนไชนิ้วมือเข้าไปทักทางกับกลีบดอกไม้เล่น นิ้วผมขยับเข้าออกช้าๆจนรับรู้ถึงความเปียกแฉะบริเวณนั้นกับสะโพกเล็กๆที่ขยับตามจังหวะอย่างยั่วยวน ปากบางขบเม้มเข้าหากันก่อนที่เธอจะผลักตัวผมลงกับเตียงแล้วขึ้นมาคล่อมอยู่บนตัวผมแทน

 “ให้กวางทำให้นะ”

 กวางไล่จูบไปตามลำคอ แผ่นอกต่ำลงจนถึงสะดือลิ้นเล็กเลียไปมาในขณะที่มือเล็กพยายามรูดรั้งแท่งรักของผมให้พร้อมใช้งาน แปลก...ทำไมผมถึงไม่รู้สึกอะไรเลย นี่มันแปลกมาก!!

 “คิกๆ ดื้อจัง สงสัยต้องใช้อย่างอื่น”

 กวางอ้าปากรับแท่งรักเข้าไปจนสุด ขยับปากขึ้นลงขณะที่ตาของเธอลอบมองปฏิกิริยาของผม ผมมองความยาวที่ผลุบหายเข้าออกภายในปากเล็กโดยปกติแล้วผมต้องรู้สึกอะไรบ้าง แต่นี่ไม่เลย มันไร้ความรู้สึกมาก นี่ผมเป็นอะไร

 “กวาง ขอโทษนะ พี่นึกได้ว่ามีธุระ” ผมดันเธอที่มองหน้าผมงงออกห่างหยิบเสื้อกับกางเกงมาใส่ลวกๆโดยไม่สนใจความเรียบร้อย ผมวางเงินเอาไว้ให้ค่าโรงแรมและให้เธอไว้กินขนมเล็กน้อย ผมมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องจัดการหาคำตอบ มันเกิดอะไรจึ้นกับผม ทำไมผมไม่รู้สึกถึงมัน ผมคงไม่ได้ตายด้านหรอกนะ





ต่อด้านล่างนะคะ

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
     >>>>>>ต่อจากรีที่แล้ว<<<<<<

“ว่าไงนะ!!!” ไอเกมส์กับไอไวท์ตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆผมก็เรียกพวกมันออกมาที่ร้านอาหารแล้วตัดสินใจบอกมันไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นของผมกับน้องกวาง

 “มึงแน่ใจเหรอ มันอาจจะไม่ได้ร้ายแรงแบบนั่นก็ได้” ผมถอนหายใจเสียงดังจนพวกมันเองก็ขมวดคิ้วใส่

 “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆคือขนาดน้องกวางขาวสวยขนาดนั้นกูเห็นแล้วยังไม่ตั้ง นี่กูก็ลองให้น้องเขาใช้ปากให้ กูยังไม่รู้สึกเลย กูว่า....” ผมหลุบตาลงมองพื้นไม่อยากสบตาเพื่อนรักทั้งสองคน

 “งั้น....มึงลองไปปรึกษาพี่ข้างบ้านมึงดูดิวะ เปิดคลินิกรักษาทางนี้ไม่ใช่เหรอ?”

 “ไม่!!! กูรักษากับใครก็ได้ ต้องไม่ใช่มัน!” ผมขบกรามแน่นเมื่อภาพวันเก่าๆย้อนเข้ามาในหัวไม่หยุด ไอเกมส์กับไม่ไวท์มองหน้ากันอย่างชั่วร้ายก่อนที่ผมจะถูกหิ้วปีกขึ้น

 “เฮ้ย!! ทำอะไรวะ ปล่อยกูนะเว้ยไอเพื่อนเวร!!!”

 “อย่าดิ้นดิวะ กูจะพามึงไปรักษาไง”

 พ่อมึงดิ ไปก็ใช่ว่าจะหาย แต่ไอพวกเพื่อนเลวของผมสองตัวมันไม่สนใจเอาแต่หิ้วผมขึ้นรถขับตรงไปยังคลินิกของพี่หมอ ผมทั้งดิ้นทั้งถีบแต่พวกมันก็ทนมือทนตีนสุดๆไม่ยอมปล่อยให้ผมมีโอกาสรอดเลย ไม่นานตัวรถก็เลี้ยวเข้าจอดหน้าคลินิกที่ใหญ่โตจนแทบจะเป็นโรงพยาบาลได้

 “ไอเกมส์จับมันไว้....เดี๋ยวกูลงไปช่วย”

 “ไอพวกเหี้ย ปล่อยกู!!!” ผมพยายามดิ้นหนีสารพัดวิธีแต่ก็ไม่ได้ผล ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาไม่เคยรู้เลยว่าพวกมันแรงเยอะกว่าผม

 “มา! ไปข้างในกัน”

 ผมถูกหิ้วเข้าไปทั้งๆที่ยังคงพยายามฝืนตัวไม่ตามมันไปแต่แรงผมคนเดียวหรือจะสู้ควายถึกสองตัวนี้ได้ บ้าชิบ!! ผมไม่อยากเจอหน้ามันเลย ให้ตาย ไอเหี้ยเกมส์! ไอเหี้ยไวท์! ถ้ากูหลุดไปได้ พวกมึงตาย!!!!
 
 “คลินิกมารักษ์สวัสดีค่ะ” พี่สาวหน้าเคาท์เตอร์ส่งยิ้มเป็นทางการให้พวกผมทั้งสามคน

 “เอ่อ หวัดดีครับพี่ พอดีผมอยากพาเพื่อนมารักษาครับ” พี่สาวคนเดิมส่งเอกสารที่หนิบจากโต๊ะให้พวกผม ไอเกมส์ถือไว้ก่อนจะเอามาอ่านดู ผมส่งสัยนิดหน่อยเลยชะเง้อคอมองว่ามันคืออะไร กฎของคลินิกมารักษ์ คืออะไรวะ

 “ห้ามหึงหวงหมอ ห้ามเป็นเจ้าของหมอ บ้าอะไรวะเนี่ย!!” ผมแหกปากลั่นจนคนทั้งคลินิกหันมามองผมอย่างสนใจ จะไม่ให้เสียงดังได้ไงครับ กฎแบบนี้มันของพวกโฮสคลับมากกว่า นี่มันคลินิกจริงกรือเปล่าวะ

 “ไม่บ้าหรอกค่ะคุณน้องขา เดี๋ยวคุณน้องอยู่ๆไปก็จะเข้าใจค่ะ ว่าแต่นี่เลือกห้องตรวจไว้หรือยังคะ”

 “ห้อง....”ผมกำลังจะอ้าปากบอกเลยว่าห้องไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หมอสพล แต่ไอเพื่อนผมสองตัวดันแหกปากขึ้นมาก่อน
 
  “หมอสพลครับ พอดีไอเพื่อนผมมันรู้จักกับหมออยู่แล้วน่ะครับ” ผมหันขวับไปมองไอไวทด้วยสายคาดโทษมัน ผมส่งกระแสจิตที่เรียกได้ว่าแทบจะแดกหัวมันอยู่รอมร่อ

 “อ้าว!! จริงเหรอคะ งั้นเดี๋ยวพี่เรียกหมอสามให้ รอตรงนี้ก่อนนะคะ”

“ไม่ต้องครับ//ดีเลยครับ!!!” เสียงของผมดูไร้ประโยชน์มากเมื่อเทียบกับมันสองตัว กลบเสียงกูมิดเลยนะ ผมดิ้นหนีระหว่างที่พี่สาวคนนั้นเดินไปที่ห้องหมอ พี่หมอหันมามองทางพวกผมก่อนจะปิดประตูแล้วเดินตามพี่สาวคนนั้นมา

 “สวัสดีครับบาส” ผมเมินหน้าหนีไม่สนใจ

 ผลั๊วะ!! สัส ตบซะหัวจะทิ่ม

 “มารยาทไอเหี้ยบาส พี่เขาทักมึงครับเพื่อน” ผมพึมพำปากให้มันอ่าน พ่อ-มึง

 “หวัดดี......ครับ” ไม่อยากต่อคำหลังเลย หยะแหยงปากมาก เกลียดมัน ขนาดรู้ว่าผมไม่เต็มใจจะทักมันก็ยังหน้าบานรับคำทักทายได้อีก

 “งั้นผมฝากมันด้วยนะพี่ มันบอกว่ารู้สึกเหมือนจะตายด้าน” เชี้ย!! มึงไปบอกมันทำไมวะ ไอเพื่อนทรยศ

 “กูหายแล้ว!! ปล่อยเลยพวกมึง!!” ผมดิ้นๆพยายามให้หลุดออกจากการถูกเพื่อนตัวเองจับไว้

 “ถ้างั้นเชิญคนไข้ที่ห้องตรวจที่๒.เลยครับ” พี่หมอมันผายมือเชื้อเชิญให้ผมเดินตามไปที่ห้อง อยากจะบอกเหลือเกินว่า ต่อให้เอาพยาบาลสวยๆมาลากกูก็ไม่ไปหรอกโว้ย!!

 “ไปครับพี่!”

 “เฮ้ย!! อะไร!! กูไม่ไปเว้ย!!”

 ผมร้องลั่นคลินิก ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะมองหรืออะไรยังไง ขอแค่ผมไม่ต้องเข้าไปอยู่ในห้องสองต่อสองกับไอพี่สามก็พอ แต่แรงผมบอกแล้วว่าสู้ไอสองตัวนั้นไม่ได้ มันลากผมที่พยายามฝืนไว้ไม่ยอมให้มันลากผมเขไปในห้องง่ายๆ แต่สุดท้ายตัวผมก็ถูกโยนไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงใหญ่อยู่ดี คลินิกเหี้ยอะไรวะ แม่งมีเตียงใหญ่ขนาดนี้ ถ้าบอกว่าเป็นโรงแรมกูก็ไม่สงสัยเลย

 “ฝากมันด้วยนะพี่!!”

 “รักษามันให้หายนะเว้ยพี่สาม!” พูดจบพวกมันก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจหันกลับมามองผมอีก นี่พวกมันเป็นเพื่อนผมใช่ไหมครับ พี่หมอกับพี่สาวคนสวยหน้าเคาท์เตอร์มองผมยิ้มๆกับท่าทางของผมที่จะออกไปก็ไม่กล้าจะอยู่ก็ไม่อยากจะอยู่ผมที่ทำอะไรไม่ถูกคงแสดงท่าทางตลกๆอะไรออกไป เขาถึงมองผมกันแบบนั้น

 “แล้วสัญญาละคะหมอสาม”

 “ไม่เป็นไรครับ คนนี้เดี๋ยวผมดูแลเป็นกรณีพิเศษเอง”
พี่สาวคนสวยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันมามองหน้าผมพร้อมส่งยิ้มมาให้ ผมได้แต่ยิ้มตอบกลับไปแบบไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ สถานการณ์ผมตอนนี้ไม่เหมาะจะยิ้มให้ใครหรอกครับ ชีวิตกำลังจะอยู่ในมือของปีศาจในคราบนักบุญ

    แอดดดด ปัง!! กึก!!

 ผมสะดุ้งกับเสียงปิดประตูของไอพี่หมอ แต่ที่ตกใจกว่าคือประตูคลินิกแม่งมีสองชั้น มันเป็นไปได้ครับเนี่ย พี่หมอล็อคประตูก่อนจะเดินมาหาผมที่นั่งอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าอ่อนโยน เหอะ!! กูคงเชื่อถ้าไม่เคยเห็นว่าภายใต้ใบหน้านั้นมีอะไรเหี้ยๆซ่อนอยู่

 “ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมเรา”

 “ก็ดี” พี่หมอส่ายหัวเมื่อผมตั้งท่าไม่อยากจะพูดด้วยกับเขา

 “เรียนเป็นไงบ้างล่ะ” ผมยกยิ้มเย้ยหยันใส่พี่หมอสามก่อนจะแดกดันกลับไป

 “หึ....ดีมากเลยครับ สอนให้ผมรู้อะไรหลายๆอย่าง รวมถึงเรื่องนอกตำรา” พี่หมอสามยิ้มให้ผมอย่างไม่สนใจอะไรในสิ่งที่ผมพูด แถมยังพิงผนังเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ในห้องเงียบผมกับพี่สามไม่มีใครพูดอะไรออกมา สายตาผมกวาดตามองไปทั่วห้องส่วนพี่สามก็เอาแต่มองหน้าผมจนผมรู้สึกอึดอัดจนแทบอยากจะหายตัวไป แปลก...ความรู้สึกที่อยู่ห้องนี้มันไม่เหมือนเวลาที่ผมไปคลินิกแถวๆบ้านเลย มันให้ความรู้สึกเหมือน....เหมือนอยู่บ้าน เหมือนห้องนอนพี่สามวันนั้น ชิท! ดันนึกถึงมันขึ้นมาซะได้

 “เอาล่ะ ไหนขอพี่ตรวจหน่อย”
 
 “ตรวจ? ตรวจอะไร?” พี่สามไล่สายตาจนลงมาถึงเป้ากางเกงของผมจนผมต้องขยับตัวหนีสายตาคมคู่นั้น

 “ก็.....ไม่รู้สึกตรงไหน พี่ก็ต้องตรวจตรงนั้น” อะ ไอโรคจิต พูดแค่นี้ทำไมต้องเลียปากด้วยวะ ฮืออออ ผมอยากกลับบ้านนนนน

 “เอาล่ะครับ ถอดกางเกงออกแล้วลองช่วยตัวเองให้พี่ดูหน่อย”

 “ห้ะ!!!!”

 ผมร้องออกมาอย่างตกใจ พี่มันบ้าหรือเปล่าครับ ให้ผมช่วยตัวเองให้ดูเนี่ยนะ มันใช้อะไรคิด แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ด่าอะไรพี่สามมันก็เหมือนจะล่วงรู้ความคิดจึงได้ยกมือขึ้นห้ามผมเอาไว้

 “ไม่ใช่อย่างที่คิด พี่แค่ต้องดูปฏิกิริยาของอวัยวะเพศ ต้องตรวจสอบก่อน”

 “ทะ ทะ ทีหลังก็บอกดิ!!”

 ผมจัดการปลดเข็มขัดแล้วดึงกางเกงลงเล็กน้อยเพื่อจะได้ดึงแก่นกายของตัวเองออกมา ผมพยายามลูบไล้มันให้พองตัว แต่ไม่ว่าผมจะลูบไล้หรือชักมันแค่ไหนมันก็ไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นเลย พี่สามยังคงจับจ้องมาไม่ยอมหยุด ผมรู้ดีว่ามันเป็นงานเขาพยายามทำใจยอมรับแต่เรื่องในอดีตมันก็ทำให้ผมมองเขาในแง่ดีไม่ได้เลย พี่สามเดินเข้ามาใกล้ๆย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าตัวเองเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับความเป็นชายของผม

 “เฮ้ย!! ทำไรวะ!!” ผมร้องขึ้นเมื่อจู่ๆพี่สามก็เอื้อมมือหวมายจะมาจับเจ้าหนูที่นอนหลับอย่างสงบเงียบของผมจนผมต้องปัดมือใหญ่ออก

 “พี่ต้องจับดูนะ ไม่งั้นพี่จะเช็คดูได้ยังไง ตกลงอยากหายไหมเนี่ย” ผมลังเลก่อนจะยินยอมให้พี่มันจับ พี่สามพยายามลูบไล้ทำทุกๆอย่างเหมือนที่ผมทำ แต่อย่างที่บอกผมไม่มีความรู้สึกเลย ผมเริ่มกังวลกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ หรือผมจะตายด้านไปแล้วจริงๆ

 “รู้สึกไหมว่าพี่จับอยู่”

 “อืม แต่มันเบาๆ”

 “งั้นต้องตรวจสอบทางอื่นแล้วล่ะ” พี่สามยืดตัวขึ้นยืนจนเต็มความสูง สายตาคมมองมาที่ผมด้วยแววตาจริงจังจนผมไม่กล้าขยับตัวไปไหนได้แต่รอพี่มันสั่ง

 “บาสถอดกางเกงออกแล้วนอนคว่ำหน้าหันหลังยกสะโพกขึ้นสูงๆมาทางพี่ด้วยล่ะ”
ผมช็อคตาค้างกับสิ่งที่มันสั่งออกมา นี่จะให้ผมหันตูดใส่หน้ามันเนี่ยนะ ฝันเถอะ!! คนอย่างไอบาสไม่โง่รอบสองหรอกเว้ย!! กูไม่ได้อายุ12แล้วนะ

 “เรื่องไรวะ!! ไม่ทำเว้ย!!”

 “ถ้าไม่ทำ พี่ก็รักษาอาการไม่แข็งตัวของบาสไม่ได้นะ” ชิท!! ทำไงดีวะ ถ้าไม่เชื่อพี่มันผมก็กลัวว่าพี่มันอาจจะหลอกผม แต่ถ้าผมไม่ทำ ผมก็จะไม่หาย โว้ยยยยย หงุดหงิดๆๆๆ เอาวะ จบแล้วค่อยไปหาสาวๆมาลบภาพเอาก็ได้

 “เออ! ก็ได้วะแม่ง”

 พี่สามยิ้มให้ผมราวกับว่าผมตัดสินใจถูกแล้ว ผมหันหลังนอนคว่ำหน้าลงพร้อมยกสะโพกขึ้นสูง ผมกังวลได้แต่หลับตาปี๋ไม่กล้ามองอะไร แต่ผมลืมไปว่า ยิ่มหลับตา ประสาทสัมผัสอื่นๆก็ยิ่งทำงานได้ดียิ่งขึ้น

 “อ๊ะ! อะไรวะ!!” ผมร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ทั้งเปียกและเย็นจนผมต้องส่ายก้นหนี

 “อ่า....เจลน่ะ มันจะทำให้พี่ตรวจง่ายขึ้น” ผมคลายอาการเกร็งของตัวเองลงเมื่อรู้ว่ามันคืออะไร พี่สามยังคงป้ายเจลที่ช่องสีสวยก่อนผมจะรู้สึกว่านิ้วของพี่สามค่อยๆกดเข้ามา

 “อะ เอาเข้ามาทำไม ผมอึดอัด” มันจุกๆแน่นๆจนผมต้องร้องถามพี่สามออกไป

 “พี่ต้องตรวจภายใน ต้องตรวจให้หมดจะได้รู้สาเหตุที่ทำให้เราเป็นแบบนี้” นิ้วเรียวยังคงถูกกดเข้ามาจนผมรู้สึกได้ว่ามันลึกมาก พี่สามหมุนนิ้วไปมาราวกับหาอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะถูกงอลง

 “อื้อ พี่ทำอะไรกันแน่! ผมไม่ อื้อ ไม่ชอบ”

 “เดี๋ยวสิ ขอพี่หาก่อน”
พี่สามยังคงควานนิ้วเข้ามาภายใน ดึงเข้าออกอย่างช้าๆแต่ยังไงมันก็อึดอัดอยู่ดี ผมไม่รู้ว่าการที่พี่สามทำแบบนี้มันจะช่วยให้รู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่คืออะไร แต่เมื่อพี่สามเป็นหมอ(ที่ไม่น่าไว้ใจ)ผมก็คงต้องให้เขาตรวจผมให้ละเอียด

 “อ๊ะ!!”

 อะ อะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆผมรู้สึกว่าเหมือนถูกไฟช็อต ผมเผลอจิกนิ้วตัวเองลงบนเตียงใหญ่เมื่อนิ้วที่ถูกงอของพี่สามแตะโดนบางอย่างที่ช่องทางด้านหลังของผม พี่สามยกยิ้มอย่างพอใจกับมัน ราวกับว่าสิ่งที่กำลังหาเขาพบมันแล้ว

 “ตรงนี้เอง”

 “อือ อ๊ะ”

 ผมร้อนวูบไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ความรู้สึกที่มวนๆที่ท้องเล่นงานผมจนหัวตื้อไปหมด นิ้วพี่สามเร่งเร้าเข้าออกเร็วขึ้นจนสะโพกของผมต้องขยับตาม ผนังร้อนๆกับนิ้วที่ยาวเสียดสีกันจนผมร้องครางออกมาอย่างสุดกลั้น ระหว่างที่ตัวผมเองกำลังมัวเมาอยู่ในความรู้สึกแปลกใหม่ จู่ๆตัวตนของผมก็ถูกบางอย่างที่ร้อนมากๆครอบครอง

 “พะ พี่สาม!! หยะ หยุดนะ อ๊ะ”

 จุ้บ จ๊วบ

 เสียงการขยับปากที่กำลังดูดความแข็งแกร่งกลางร่างดังกระทบโสตประสาท แต่ผมก็ขัดขืนอะไรไม่ได้เมื่อนิ้วมือของพี่สามก็ยังคงชักนำความเสียวซ่านให้ผมได้เพลิดเพลินไปกับมัน พี่สามเร่งส่งนิ้วเรียวเข้าไปในตัวผมเพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสามจนผมแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองร้องครางมานานแค่ไหนแล้ว ปลายลิ้นตวัดไปตามรอยจีบที่ถูกนิ้วทั้งสามสอดแทรกอยู่ภายใน

 “อย่าเลีย อ๊ะ มันนะ อื้อ มันสกปรก อ๊า”

 แต่พี่สามไม่เคยฟัง ลิ้นร้อนยังคงสอดแทรกเพิ่มเข้าไปกับปรายนิ้ว ผมได้แต่เกรงร่างกายจนช่องทางก็ถูกบีบรัดให้เล็กลงไปด้วย แต่ไม่นานผมก็ลืมเลือนมันเพราะความเสียวซ่านที่ถูกปลายลิ้นปรนเปรอ พี่สามยังคงเอร็ดอร่อยกับการดูดเลียรูสีสวยที่เปิดกว้างแม้ไม่มีนิ้วสอดเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังมีปลายลิ้นที่ทำหน้าที่แทน

 แจะ แจะ จ๊วบ

 ผมบิดร่างไปมาบนเตียงเผลอยกสะโพกขึ้นให้สะดวกแก่ตัวพี่สามที่กำลังดูดเลียมันอยู่ พี่สามดูจะพอใจกับการตอบสนองของผมมาก มือทั้งสองข้างของเขาจับยกก้นงอนของผมขึ้นมาแนบใบหน้าจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เป่าโดนจุดอ่อนไหว ผมแทบไม่เชื่อเมื่อเห็นมันตั้งตระหง่านท้าทายสายตาทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ยอมตื่นเลย แต่นี่แค่โดนพี่สามตรวจถึงกับตื่นขึ้นมาดูโลกเลยหรือ พี่สามเก่งเกินไปแล้ว

 “แฮ่กๆ”

 “บาส.....พี่รอไม่ไหวแล้ว” หือ อะไร?? รออะไร?? ผมไม่เข้าใจสักนิดว่าพี่สามพูดถึงเรื่องอะไร เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองล่องลอยอยู่บนอากาศ ถามว่าอยากจะรู้ไหม บอกเลยครับว่าไม่ ตัวผมในตอนนี้ลุ่มหลงกับความเสียวซ่านที่ได้รับมาก่อนหน้านี้อย่างมัวเมาจนไม่คิดจะสนใจอะไรใครอีก
หูของผมได้ยินเสียงปลดเข็มขัดของคนตัวสูงก่อนที่ผมจะรู้สึกว่าบนเตียงไม่ได้มีแต่ผมอีกต่อไป น้ำหนักที่ถูกกดลงมาทางด้านบนตัวของผม พี่สามซุกไซร้ไปตามลำคอของผม ลากไล้ปลายลิ้นสากลงจนถึงยอดอกสีสวย พี่สามมัวเมากับการดูดเลียยอดสีสวยที่ทำให้ผมต้องแอ่นอกรับริมฝีปากที่สัมผัสลงมา มือหนาของพี่สามจับขาของผมแยกออกจากกัน ผมรู้สึกถึงบางอย่างที่จ่อมาตรงจีบทางด้านหลัง

 “บาส จุ๊บ บาสครับ พี่รอวันนี้มานานมากแล้วรู้ไหม”

 “อื้อ อา”ผมได้แต่ส่งเสียงอืออาตอบพี่สามที่ยังมัวเมาอยู่กับยอดอกของผม

 “อึก! โอ้ย!!!!”

 ผมร้องลั่นเมื่อบางอย่างที่แข็งและร้อนถูกสอดแทรกเข้ามายังรูรักของผม แม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกสอดนิ้วเข้ามาถึงสามนิ้วก็ตาม แต่สิ่งที่ถูกสอดเข้ามาใหม่นั้นมีขนาดใหญ่กว่านิ้วทั้งสามมากจนผมรู้สึกถึงรูรักที่ฉีกขาด กลิ่นคาวของเลือดลอยแตะจมูกของผมจนต้องส่ายหน้าไปมา

 “กรอด!! บาสอย่าดิ้นสิครับ”

 “ฮือ ผมเจ็บ ปละ ปล่อยผม”

 แม้ว่าน้ำเสียงของพี่บาสจะบ่งบอกถึงความอดทนทีใกล้จะหมดก็ตามทีแต่ผมที่เพิ่งพบเจอกับความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกร่าง มันเจ็บจนร้าวไปถึงกระดูกสันหลัง ผมยังคงผลักไสดิ้นรนหนีจากแท่งร้อนๆที่ใหญ่คับรูรัก พี่สามคงรำคาญหรืออย่างไรไม่ทราบ เขาบดจูบลงบนริมฝีปากของผมสอดแทรกปลายลิ้นมาเกี่ยวกระหวัดชักจูงให้ล่องลอยไปตามเขา มือหนากุมแก่นกายของผมรูดรั้งมันเบาๆตามจังหวะจนแก่นกายที่อ่อนตัวจากความเจ็บปวดของผมกลับมาแข็งตัวอีกครั้ง

 “อืม อ๊ะ”

 พี่สามยกยิ้มเมื่อเห็นว่าผมเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับมันอีกครั้ง ความแข็งแกร่งที่ถูกสอดมาเพียงครึ่งเดียวเมื่อคราแรกถูกดันเข้ามาจนมิดจนผมสะดุ้งสุดตัว หลุดออกจากฝันหวานที่ถูกป้อนให้ อยากจะกรีดร้องแต่ก็ถูกริมฝีปากร้อนบดเบียดอยู่จึงไม่อาจจะส่งเสียได้ พี่สามขยับกายดึงแท่งที่ขยายใหญ่ของตัวเองเข้าออกรูรักของผม การเสียดสีของผนังอุ่นๆกับแก่นกายร้อนๆที่บดเบียดเข้าไปโดนบางอย่างที่อยู่ภายในซึ่งมันทำให้ร่างกายของผมร้อนรุ่มขึ้น ผมบิดกายอยู่บนเตียงที่มีคนตัวโตขยับโยกไปมาบนร่างของผม อารมณ์ที่ดับไปเพราะความเจ็บถูกจุดขึ้นมาใหม่เพียงเพราะความใหญ่โตที่อยู่ในร่างของผมสัมผัสกับจุดเร้า

 “ซี๊ด รัดพี่ดีจังเลย” ช่องทางของผมบีบรัดจนพี่สามเงยหน้าขึ้นครางอย่างพอใจ ผมได้แต่หอบหายใจและส่งเสียงครางมือไม้อ่อนปวกเปียกจนไม่สามารถยกขึ้นมาได้ ทำได้เพียงจิกทึ้งผ้าปูเตียงระบายความเสียวซ่านที่รู้สึก
พี่สามเร่งจังหวะการขยับสอดแทรกให้เร็วขึ้นจนผมที่นอนอยู่ใต้ร่างดึงรั้งผ้าปูขึ้นมาตามแรงกระแทก

 “อ๊ะ อื้อ อ๊ะๆๆ”

 “ซี๊ด อา ดีไหมบาส”

 ผมไม่ได้ตอบได้แต่ส่งเสียงครางกับจังหวะรักที่พี่สามเป็นคนชักจูง เมาอเห็นว่าผมไม่ยอมตอบพี่สามจึงสอดมือเข้าไปใต้เข้า ช้อนสะโพกของผมขึ้นมาจนผมผวาใช้มือทั้งสองกอดคอพี่สามเอาไว้ ตอนนี้กลายเป็นพี่สามยืนขึ้นเต็มความสูงโดยมีผมที่ถูกมือของพี่สามยกเอวขึ้นสูงทั้งที่ร่างของผมและพี่สามยังคงเชื่อมกันอยู่ก่อนที่พี่สามจะปล่อยให้สะโพกของผมลงมาจนสุดความยาว รูของผมดูดกลืนแท่งร้อนของพี่สามจนหมดสิ้น

 “อ๊าๆ จุก อ๊า ผมจุก” พี่สามพาร่างที่ยังเชื่อมต่อกันของผมเดินไปทำให้แท่งร้อนถูกดึงเข้าออกภายในรูรักตามจังหวะการก้าวเท้าของพี่สาม ผมทั้งจุกทั้งเสียวซ่านจนต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของพี่สามอย่างแรง

 “ซี๊ด อย่ารัดพี่แน่นสิครับบาส เดี๋ยวพี่ก็ทนไม่ไหวหรอก อ๊ะ อา”
ทันทีที่แผ่นหลังของผมสัมผัสกับความเย็นของผนังพี่สามก็กระแทกเข้าออกร่างผมอย่างแรงจนผมแกร็งร่างเงยหน้าขึ้นครางจนเสียงดัง แท่งร้อนยังคงถูกขยับเข้าออกด้วยความเร็ว ผมขมิบรัดตัวตนที่ใหญ่โตของพี่สามอย่างแรง

 “อา ไม่ไหวแล้ว พี่ใกล้แล้วบาส”

 “อื้อ อ๊าๆๆ ผม ผม ไม่ ไหว”

 ผมถูกกระแทกกระทั่นจนหัวสั่นคลอน ส่งเสียงร้องครางอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่พี่สามยึดสะโพกผมแล้วโถมกายเร่งจังหวะที่กระแทกเร็วขึ้น ริมฝีปากของเราทั้งสองก็ดูดดึงกันและกันส่งปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันจนเกิดเสียง ผมขยับสะโพกตัวเองรับการกระแทกครั้งสุดท้ายรัดความใหญ่โตแน่นก่อนจะปลดปล่อยหยาดรักสีขาวขุ่นออกมาพี่สามกระตุกสองสามครั้งก่อนที่ความอุ่นซ่านจะถูกฉีดพ่นเข้ามาในตัวผมจนหมด พี่สามซบหน้าลงบนไหล่ของผมเราสองคนหอบหายใจกันอย่างแรงอย่างเหนื่อยอ่อน ช่องทางของผมขมิบถี่จนความใหญ่โตที่อ่อนตัวไปนั้นถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

 “อา บาส ทำแบบนี้อยากได้รอบสองเหรอครับ” ผมตกใจเมื่อได้สติผมก็ใช้แรงผลักร่างของพี่สามออกอย่างแรง

 “ปล่อยผมนะ!! พี่ทำบ้าอะไรวะ!!”

 แม้ว่าจะใช้แรงมากแค่ไหนแต่หลังที่ชนผนังกับร่างใหญ่โตที่สอดแทรกอยู่ภายในทำให้ผมไม่สามารถหนีไปไหนได้ และมันกลายเป็นว่าตัวผมเองที่ขยับสะโพกเป็นจังหวะจนอีกคนครางอย่างพอใจ

 “ซี๊ด ยั่วพี่เหรอครับ อา”

 “ปละ เปล่านะ อย่านะ หยุด!!”

 แต่ก็มีเพียงแค่เสียงห้ามเท่านั้น เมื่อร่างสูงขยับสอดแทรกความใหญ่โตเข้ามาจนลึกสุดความยาวสะโพกหนาหมุนคว้างอยู่ภายในร่างของผม จากที่ผมดิ้นรนหนีกลับกลายเป็นต้องขยับสะโพกส่ายรับอีกคนแทน เสียงครวญครางของผมและพี่สามยังคงดังอย่างต่อเนื่องรอบแล้วรอบเล่าราวกับว่าพี่สามเก็บกดและอัดอั้นมานาน ผมไม่รู้ว่าสลบไปตอนไหน รู้เพียงแค่ว่าผมตื่นมาอีกคนก็ยังไม่ยอมหยุดจนผมที่เหนื่อยอ่อนหลับไปอีกครั้ง



            ............๕๐%............




      TBC


     แมวพาหมอคนที่สองมาเสริฟแล้วค่าาา สดๆร้อนๆ ฮอตจนห้องตรวจลุกเป็นไฟ สนใจให้พี่หมอสามรักษาเป็นการส่วนตัวไหมคะ แต่ระวังน๊า ระวังน้องบาสจะหึง คิกๆ ตอนนี้50%นะคะ เสร็จส่วนที่เหลือแล้วแมวจะมาลงให้อ่านต่อ อย่าตีหมอแรงนะ หมอค่อนข้างหื่น~


ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1624
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 39
ขออนุญาตไอ..คุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: 10
โอ้วพี่หมอสามขา ร้อนแรงลุกเป็นไฟเลยค่า คิกๆ

 :hao6:  :hao7:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด