[story]!!! เป็นตุ๊ดหง่ะ บัดซบจริงๆเลยยยยยย !!! โดย ตุ๊ด ตจว.
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [story]!!! เป็นตุ๊ดหง่ะ บัดซบจริงๆเลยยยยยย !!! โดย ตุ๊ด ตจว.  (อ่าน 179354 ครั้ง)

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
ขอบคุณคุณแบะด้วยนะครับที่เอาเรื่องราวดีมาฝากกัน
 ........................................

เด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ควรมีผู้ปกครองคอยชี้แนะ
-----------------------------------------------------------

ฮ่าๆๆ ได้อ่านเรื่องราวของคนอื่นมาพอสมควร เกิดอาการคันไม้คันมือ อยากสะเออะมาเขียนกับเค้าบ้าง คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเขียนเรื่องไรดี คิดไปคิดมา เอามันเรื่องนี้หล่ะวะ เอาชีวิตตุ๊ดของตัวเองมาแฉกันให้รู้ดำรู้ดีกันไปเลยดีก่า จะได้รู้กันไปเลย ว่าเกิดเป็นตุ๊ด มันดีหรือไม่ดีตรงไหนนนนน.. (แต่ต้องเปิดบันทึกเหตุการณ์มาดูเลยแฮะ เวลาผ่านไปก็ชักลืมๆมั่งแฮะ เป็นตุ๊ดแล้วยังความจำไม่ดีอีก - -" )


เริ่มด้วย--- กรูอยากแต่งหญิงแล้วววเว้ยยย ---

บ้านของฉันเนี่ยอยู่บ้านนอก ที่บ้านก็ทำไร่ทำนากันเนี่ยแล่ะ พ่อแม่มีลูกกันทั้งหมด 3 คน ได้ผลลัพธ์ ออกมา 2 คนครึ่ง เป็นชาย ส่วนลูกคนเล็ก (ตูเอง) เป็น "ตุ๊ด"

คืนนึงในช่วงเดือนเมษาของหลายๆๆๆๆปีก่อน (ไม่บอกว่าปีไร) กระเทยนางหนึ่ง (ที่นั่งทำหน้าจิ้มลิ้มเคาะแป้นพิมพ์ตอนนี้) เปิดโทรทัศน์ขาวดำจอ 14 นิ้วหรืออาจไม่ถึงดี ดูอยู่คนเดียวประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ

"ดูอะไรของเมิงวะ ไอ้แบะ ?" เสียงแม่เดี๊ยนเองค่า แต่ให้ตายเถอะโรบิน เกลียดชื่อ แบะ จริงๆ แม่เรียกหนูดีๆ กว่านี้ไม่ได้แล้วหรือไง - -" (ดีนะ ที่คนตั้งชื่อนี้เค้าม่องเท่งไปแล้ว เป็นหมอตำแยนี่แหล่ะ ไม่ง้านนะ เจอฤทธิ์ดีแบะแน่..ฮึ่ม..)

"ดูทิฟฟานี่" (ตอบแม่ไปอย่างเสียอารมณ์ คนกำลังตื่นเต้น ทำเสียบรรยากาศหมด แม่นี่ก็เนาะ)

"ทิฟฟง ทิฟฟี่ อะไรของเมิง" (กำ แม่ทำไมบ้านนอกจังเนี่ย)

แม่เดินเข้ามานั่งดูด้วย เห็นหน้าแม่แล้วอยากโดดหน้าต่างหนี ดึกป่านนี้มืดก็มืด มีแค่แสงจากโทรทัศน์นิดหน่อยเอง แล้วแม่เล่นเดินทาผงพิเศษ (ห่อสีส้มๆ) พอกหน้าซะขาววอก หน้ากรัวอิ๊บอ๋ายเรยยยยยยยยย

"อ้อ ดูประกวดนางงาม เมิงอยากเป็นว่างั้นเหอะ" แม่พูดพลางมองหน้าฉัน ฉันก็แกล้งมึนไม่ตอบซะง้าน

"แม่ว่าพอหนูเรียนจบแล้ว หนูไปประกวดมั่งดีไหม จะได้เอาตังค์มาให้พ่อให้แม่ไง" ดิฉันพูดพลางส่งสายตาลูกกตัญญูให้หม่อมแม่

แม่หันมาสบในตาฉัน แม่เอามือมาลูบหัวฉันเบาๆ แล้วบอกว่า

"เพ้อเจ้อ"...แม่ลุกขึ้นแล้วบอก "ดึกแล้วเมิง ปิดโทรทัศน์ได้แล้ว เปลืองไฟ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน" ก่อนจะเดินสะบัดตูดจากไป

แม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นอีกแล้ว งานนี้ก็เซ็งกันไป ประกวดยังไม่ทันจบเลย ปิดโทรทัศน์วิ่งขึ้นบ้านนอนซะแระ

ฝันค้างเลย

วุ้ย...อารมณ์เสีย.



ตื่นตั้งแต่ตี 4 ไม่ใช่เพราะขยันหรอกนะ แต่แบบว่าโรงเรียนอยู่ไกล บ้านฉันอยู่ออกนอกเมืองมาเกือบ 50 โลแน่ะ ต้องตื่นไปรอรถที่ท่ารถ (ศาลาเก่าๆของหมู่บ้าน) ให้ทันก่อนตี 5



ก็เป็นอย่างนี้เกือบทุกเช้า หนักหนาสาหัสมากยามหน้าหนาวมาเยือน เพราะบ้านดิฉัน เวลาอาบน้ำไม่ได้มีเครื่องทำน้ำอุ่นหรอกนะ เป็นแท็งค์น้ำที่ทำจากปูนนี่แหล่ะ น้ำเย็นโคดๆเลยหล่ะ ต้องรีบๆอาบ คิดถึงแล้วตลกดี ^^

อาบเสร็จแล้วก็มาเรื่องแต่งตัว เป็นตุ๊ดก็ต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา สมัยนั้นดิฉันก็ทาโลชั่น "สปริงซอง" ไม่รู้ยังไม่ใครรู้จักอีกหรือเปล่า 555 เวลามีตลาดนัดแถวบ้านทีนึงชอบไปซื้อ เพราะมันชอบแถมลิปสติคมาด้วย เป็นสีชมพูอ่อนๆ สมัยนั้นถือว่าเริ่ดมากค่ะ....... เวลาไปโรงเรียนก็ทาโลชั่น ทาแป้ง แล้วก็ทาลิปมันมีสีหน่อยๆ ผมก็ต้องใส่น้ำมันให้มันเรียบๆ แล้วก็หวีแสกข้าง ใส่เสื้อนักเรียนตัวเล็กๆพอดีตัว กางเกงรัดๆ เป็นอันเสร็จพิธี แค่นี้ก็พร้อมจะไปเป็นดาวเฉิดฉายข้างนอกแล้วหล่ะ... (คิดไปคิดมา ตูทำไปได้ไงวะ)



.............................

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็เตรียมซ้อนมอเตอร์ไซด์แม่ไปรอรถที่ศาลา ไปที่ท่ารถแล้วก็จะเจอ พวกเพื่อนๆในหมู่บ้านที่มารอรถไปโรงเรียนเหมือนกัน ในจำนวนพวกนั้นก็จะมีเพื่อนสนิทของอิชั้นอยู่สองคน ชื่อนังบริทนี่ (จิงๆแล้วชื่ออีเบส) กับนังตอง (อีต๋อง) และทันทีที่เจอกัน


"ว้าย แม่ขาสวัสดีค่ะ" พวกมันแจ้นมาหวัดดีแม่ยังงี้ทุกวัน แม่ก็ยิ้มรับตลอด (แม่ดิฉันเป็นคนใจดี พวกมันชอบกัน) พอทักทายกันอยู่แป๊ปนึงแม่ก็ขี่มอไซด์ฮ่างกลับบ้านไป


"นี่อีแบะ เมิงได้ดูประกวดเมื่อคืนไหม" อีต๋องเปิดประเด็นทันที เรื่องแบบนี้ดิฉันไม่เคยพลาดอยู่แล้ว แหะๆ

"ดูสิวะ พลาดได้ไง" วิ้ววววววววว เสียงจากพวกมันโห่รับ
"แต่ กรูดูไม่จบ"

"เป๊ก" อีเบส ตบหัวฉันหนึ่งป๊าป "อิสาด ดูแล้วเสือกดูไม่จบ" มันพูดอย่างอารมเสีย

"กรูจะบอกเมิงให้ อีคนที่ได้ที่ 1 นะ :-)ไม่สวยเลย สู้ที่สองก็ไม่ได้ แต่เส้นมันคงใหญ่ กูนะเห็นมันขยิบตาให้กรรมการนะ ปริ๊บๆๆ ต้องใช่แน่ๆเลย" อีเบสเริ่มวิเคราะห์เป็นฉากๆ

"แต่กรูว่าอีเบอร์ 5 น่ะ น่าจะได้มากกว่า หน้า:-)สวยหยดย้อย แต่ที่กรรมการให้ตกรอบ ก็เพราะว่ากลัวจะไปข่มรัศมีอีหน้าเน่านั่นแน่เลย" (ดูพวกมันว่าเค้าซะเสีย ความจริง พวกเมิงกะกรูรวมกันสามคน ความสวยยังไม่ได้เสี้ยวของเค้าเลย - -*)

"ว้ายๆ รถมาแล้ว อีพวกเวรเร็วๆกันหน่อย" ทุกคนยืนขึ้นหอบหนังสือเตรียมไปโรงเรียนกัน พวกเราเรียนระดับชั้นเดียวกัน (ปวช) แต่ว่าฉันกับอีเบสเรียนบัญชีเหมือนกัน แต่นังต๋องไปเรียนคหกรรม (มันบอกไว้เอาไปทำกับข้าวให้ผัวมันกิน) เวนเอ้ย คิดได้แค่เนี๊ยะ..

รถลุงคันเก่าคันเดิมๆ ที่พาพวกเราเหล่าเซเลอร์มูนไปโรงเรียนทุกวัน กำลังแล่นออกจากบ้านนอกไปสู่ในเมืองแล้ว

-------------------------------------
คิดถึงเรื่องในอดีตแล้วมีความสุขดีจัง ^^



พอถึงโรงเรียนพวกเราก็จะรวมกลุ่มเดินด้วยกัน มีเพื่อนกระเทยที่โรงเรียนมาสมทบกันอีกนิดหน่อย ใครๆต่างก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับพวกฉันซักเท่าไร เพราะพวกเราแต่ละคนแต่งตัวกันแรงๆทั้งนั้น แล้วก็ดูจะแรดกันไม่ใช่น้อยซะด้วยสิ แต่ก็ขำๆดีออก (อีเบส กะ อีต๋อง อ่ะแรงสุดแล้ว)

"โน่นๆ อีแบะ ผัวเมิงอยู่โน่น" อีนกกระเทยที่โรงเรียนอีกคนหนึ่งของชั้นสะกิดแขนฉัน ให้หันไปดู ฉันรีบหันขวับ (โอ้ว จอร์ช ผู้ชายที่ฉันแอบชอบกำลังยืนคุยกะเพื่อนอยู่ พระเอกในดวงใจของฉันเอง หล่อม๊ากกกกก ชื่อเอก ฮิฮิ)

ด้วยความร่าน ดิฉันรูปเช็คเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองโดยด่วน เดินเบียดกายไปแทรกระหว่างเอกกะเพื่อนทันที

"เออ เอกทำการบ้านข้อนี้ได้ไหมอ่ะ" (จิงๆกรูทำเสร็จไป 10 ข้อแล้ว)

"เอก ว่าจะถามเธออยู่เหมือนกัน ตอนอาจารย์อธิบาย เอกว่าเอกทำได้นะ แต่พอทำแล้ว มันไม่ลงตัวเลย" (หมายถึงปิดงบไม่ได้)

"ไหนๆ เราขอดูหน่อยสิ" (แรดจิงๆเลย ทำไปได้ไง) แผนชั่วร้ายเริ่มเกิดในสมอง เวลาเค้าเปิดสมุดการบ้านก็จะได้แอบซุกหน้าเข้าไป ทำเป็นแกล้งดู แต่เปล่าหลอก จะแอบซุกไปดมกลิ่นกายอันหอมหวนของเค้าต่างหาก


คิดแล้วก็ อร๊ายยยยส์ ขนลุก

-----------------------------------

เมื่อเข้าแถวเคารพธงชาติกันเสร็จก็ต้องแยกย้ายกันไปเรียน เพื่อนในห้องรู้กันหมดว่าฉันแอบชอบเอกเค้า (ก็เอกเค้าหน้าตาดีอ่ะนะ นิสัยดีอีกต่างหาก) แต่เอกก็พูดกับคนอื่นทำนองว่า เป็นเพื่อนกันน่า หรือไม่ก็ เราไมได้ชอบผู้ชาย อะไรอย่างนั้นอ่ะ แต่ก็ช่างเหอะ อย่าหวังว่ากระเทยอย่างเราจะยอมแพ้ ฮ่าๆๆ เราหน้าด้านซะอย่าง

แต่เรื่องมันก็ไม่ง่ายอย่างงั้นน่ะสิ เอกมีคนมาชอบเยอะ ทั้งสาวแท้ สาวเทียม รุ่นพี่ รุ่นน้อง ไอ้ลำพังเป็นตุ๊ดมันก็เสียเปรียบจะแย่อยู่แล้ว แล้วงี้จะไปสู้อะไรพวกนั้นได้ ฉะนั้น ความคิดแรกในหัวของดิฉันก็คือ ต้องสกัดดาวรุ่งพวกนี้ให้ได้ซะก่อน (บังเอิญได้อยู่ห้องเดียวกัน เลยได้เปรียบอิอิ) หากหมดไร้เสี้ยนหนาม การจะเข้าไปเด็ดดอกไม้งามก็ง่ายแค่เอื้อมมือ ฮาๆๆ (แววตาความชั่วร้ายฉายแสงเป็นประกาย วิบวับ วิบวับ)

"ว๊ายๆๆๆๆๆ ใครไม่เคยเห็นกระเทยหัวโปก ไร้นมเชิญดูทางนี้ เจ้าค่ะ" เสียงอีตือ (สันนิษฐานว่าจะมาจาก ตือโป๊ยก่าย เพราะตัวหญ่ายมากๆ 555) ตะโกนดังลั่น ทันทีที่เห็นฉันกับนังบริทนี่ เดินด้วยกัน มันเป็นกระเทยรุ่นพี่และพยายามจะทำตัวเป็นเจ้าแม่ประจำโรงเรียน

ไม่รู้ว่าพวกแก๊งค์อีตือมันจงเกลียดอะไรพวกฉันนักหนา เจอกันทีไรมีเรื่องกันทู๊กที


เฮ้อ... กระเทยกลุ้ม...
........................................

" กรี๊ดดดดด อย่าเดินเฉียดมาทางนี้เป็นอันขาดนะ เหม็นกลิ่นโคลนสาปควาย อี๋ อีพวกกระเทยบ้านนอก กรูรับไม่ได้" ดูปากพวกมัน แหม บ้านกรูอยู่นอกเมืองผิดกฎหมายตรงไหนวะ สาดดด ของขึ้นเลย

"พวกเมิงอย่าเรียกมันว่ากระเทย ดูพวกมันดิ เหมือนผู้หญิงตรงไหน ต่างจากเบญจกัลยานีอย่างพวกเรา มันคนละคลาสกันโว้ยยย" อีตือโป๊ยก่ายกัดเราอีกหนึ่งดอก สวยตายเลยหล่ะเมิงน่ะ อีหมูตกมัน กัดเก่งจริงๆ

ไอ้เราก็ยังพอทนได้ แต่ดูอีนังบริทนี่ย์มันเริ่มไม่ไหวแล้ว พ่อมันเป็นนักมวยเก่าซะด้วย สงสัยเลือดนักสู้มันสูบฉีดไปทั่วร่างแล้วม้าง เห็นดังนั้น ทั้งดิฉันและเอกก็ต้องช่วยกันกล่อมนังบริทย์ ให้รีบเดินจากพวกมันไปซะ ซวยแต่เช้า เดี๋ยวพรุ่งนี้กรูจะกรวดน้ำให้พวกเมิงหล่ะกันนนนน อีเวนนน

"อีแบะ เมิงลากกรูออกมาทำไมวะ ทำไมไม่ตบสั่งสอนพวกมันซักหน่อยหล่ะ" (โถ...อีนี่ พูดไม่ประมาณตัว เมิงดูตัวอีตือซะก่อน - -")

"เอาเหอะว่ะ กรูไม่อยากมีเรื่อง" ( กรัวแม่ไม่ปลื้ม ว่าง้านเหอะ)

"แล้วเมิงจะปล่อยให้มันว่าเราฝ่ายเดียวอย่างงี้หรอ อีช้างผีนั่นคงหัวเราะกันชอบใจแล้วหละป่านนี้น่ะ อร๊ายยยส์" อีเบสดูหงุดหงิดจิตตกเป็นที่สุด (แต่เมิงจะกรี๊ดทำไม กรูแสบแก้วหู - -")


"ใครบอกเมิงหล่ะอีเบส กรูจะไม่ยอมเป็นแบบนี้ไปตลอดหรอก"

"พวกเราจะต้องสวยขึ้น และไม่ได้สวยแบบกระเทยอย่างพวกมันด้วย"

อีเบสทำหน้างง มันมองหน้าดิฉันเลิกลั่ก


"สวยเหมือนชะนีไง :-)" พูดจบ ก็พลางตบกระโหลกมันซักที ค่าโง่

......................................................
ระหว่างทางนั่งรถกลับบ้าน พวกสุดสวย (ที่สุดในรถ) อย่างพวกฉันก็ครุ่นคิดแต่ว่า จะทำไงให้มันสวยๆ เหมือนกับที่ได้ดูในทีวีบ้างหง่ะ กระเทยเมืองกรุงพวกนี้เค้ากินข้าวกับอะไรกันว้าาาาา

"ยาคุม" คือคำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุด เท่าที่กระเทยภูธรอย่างพวกฉันจะคิดได้ ณ ตอนนั้น

"แน่นอนที่สุดเลย ยาคุม กรูได้ยินมานานแล้ว ว่ากระเทยต้องกิน กินแล้วมีนมนะเมิง" อีต๋องฟันธง

"เอ้ยยย แล้วงี้กินนานๆ มดลูกจะเสื่อมไหมเนี่ย" ดูความแรดของอีเบส

"ดอกกกก พวกกรูซีเรียส" โดนซะ อีเบสยิ้มแหย


....................................................

พอแยกย้ายกันเอาข้าวของไปเก็บที่บ้านและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ พวกเราก็ปั่นจักรยานมารวมตัวกันที่ตลาดหน้าหมู่บ้าน กว่าจะเกี่ยงกันไปซื้อยากันได้ ก็ใกล้ค่ำ และแล้วก็ได้มา "ยาคุมแผงแรกในชีวิต" (แอนนา 15 บาทแบ่งกัน 3 คน)

"แล้วมันกินยังไงวะ" ฉันถามด้วยความสงสัย

"ก็กินก่อนนอน" อีเบสตอบไม่ต้องคิด อีต๋องกับฉันมองหน้ากัน เออว่ะ มันมีเหตุผล T_T แว๊ดดดดดดดดดดดด ไม่ช่ายยยยยยยย กรูไม่ได้หมายฟายว่าอย่างนั้นนนนน

"เมิงนี่ไม่ดูเลยยย เมิงเห็นไหม ยามันมีสองสีเนี่ย สีขาวกะสีเหลือง" อีต๋องนี่เข้าใจง่ายกว่าเยอะ

"เออ นั่นสิ กินอันไหนก่อนวะ" อีเบสเริ่มเก็ท เมิงนี่ความรู้สึกช้าจิงๆเลยนะ ตอนเด็กๆ แม่เมิงจับขี่ไทม์แมชชีนย้อนเวลาเล่นเปล่าวะ... เซ็งกับมันจริงๆ

"กรู ว่าช่างมันเหอะ กินอันไหน ก็เหมือนๆกันแร่ะ แดกๆ ไปเฮอะ" อีต๋องตัดบท

เราเลยได้แยกย้ายกันกลับบ้าน วันนั้นก็ได้กินยาคุมสมใจ..


โดย ตุ๊ด ตจว.
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-01-2007 19:11:06 โดย b|ueBoYhUb »

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
เข้ามาขำคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาบ

พูห์ คนเลว :laugh3:

NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
สมัยนั้น เค้าฮิตเดินแบบกัน
พาระดา บุนมี เอย... คราร่า พนละสิด เอย....
แคทรียาเอย....
เจ้ม้า....เอย..
เพื่อนที่สว่างๆ เค้าจะกันคิ้ว กันจนเล็กสุดริดดดดด
โกนขนขาเอย...เบื่อโกนก็ทำเป็นสีทองไปเลย
บางนางเทอ ก้อปัดขนตาสีน้ำทะเล..ตอนนั้นกำลังนิยม
พวกที่มีถานะก้อลงรองพื้นก่อนแต่งหน้า
พวกที่ไม่ถานะก้อจะใช้แป้งน้ำ

พอมีงานกาชาดนะครับ กระเทยทั้งจังหวัด ก็จะมา
รวมตัวกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ราวๆ 4000 ชีวิต
สวย มาก สวยน้อย แต่งตัวกัน หลุดโรคคคค มากมาก

เห็นแล้วก้อขำๆ
ส่วนข้าพเจ้า ก็เก็กชง เรียน ร.ด  บางทีก็โดนนังพวกนั้น
กัดบ้าง... ยังงัยซะเก็กชง ก็ได้ไกล้ชิดผู้ชาย มากกว่าพวกที่สว่างๆ
แน่นอน
 :monkeylove2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-01-2007 11:01:48 โดย NewcoolstaR »

tamjai_sengped

  • บุคคลทั่วไป
สนุกดี...อ่ะครับ   :kikkik:
แต่จิ้น ไม่ค่อยออก  :confuse:


รอตอนต่อปาย  :yeb:

suregirl

  • บุคคลทั่วไป
เคยอ่านเรื่องนี้มั่งแล้วที่บอร์ดอื่น แต่ดีค่ะที่นำมาลงที่นี่ด้วย จะได้ตามอ่านง่ายหน่อย  :myeye: :yeb:

meemewkewkaw

  • บุคคลทั่วไป
เห็นชื่อกระทู้ตอนแรกตกใจ นึกว่าเป็นเรื่องของพี่บลูเรย์เองซะงั้น
รีบคลิ๊กอย่างไว พออ่านหัวเรื่องแล้ว ก็โอเคเป็นเรื่องที่เอามาลงอีกที :try2:

ว่าแต่newcoolstarนี่ประสบการณ์ชำชองดีจังแฮะ มีการระบุตัวเลขชี้ประชากรกระเทยของทั้งจังหวัดซะด้วย :kikkik: (ของเค้าแม่นจริง)

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
มีปัดขนกันด้วย คิกคิก
 :kikkik:
หมีอยากปัดบ้างอะดิ
 :sad5:
*************************
--------------------------------------------------------------------------------------

"นี่ๆ นมพวกเมิงขึ้นกันยัง" อีเบสถามตามเคย (กำลังนั่งรถไปโรงเรียนตอนเช้ามืด)

"อีเชี่ยยยนี่ เพิ่งแดกไปเม็ดเดียวเนี่ยนะ" อีต๋องปิดประเด็นทันที จำได้ว่านั่งหัวเราะมันกันพักใหญ่ อีนี่ใจร้อนเกิน

พอไปถึงโรงเรียนแล้วก็เดินเลียบสนามบอลไปหานั่งที่ศาลา (ที่นั่งประจำ ต้นไม้เยอะ อากาศดี) ไอ้พวกผู้ชายที่มันเตะบอลกันอยู่ พอมันเห็นกระเทยเดินมาด้วยกันเป็นกลุ่มมันก็แซว

"ไปไหนกันจ๊ะ น้องสาวววววว" พวกดิฉันหันไปมองทันควัน

"เพื่อนพี่คนนี้ เค้าชอบบบบ" แล้วมันก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊ ไปทางฝูงเพื่อนมัน

"ชิส์..." อีนก เบะปากใส่มันไปทีนึง แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปอย่างแรง พวกเราก็เดินตามกันเป็นขบวน เหมือนเป็ด ซ้าย ขวา ซ้าย ไรประมาณนี้ -*- ก็ถ้าไอ้คนแซวมันหน้าตาดีหน่อย ก็จะไม่ว่าเรย นี่ถ้ากรูมีหน้าอย่างนี้นะเมิง กรูใส่หน้ากากมาเรียนยังดีซะกว่า เมิงรู้จักป่ะ กร๊ากกกกกกกกก (แซวกรูมาก เดี๋ยวกรูหักขา เฟี่ยงหน้าซะเรยยย)

"เฮ้ยๆ อีแบะ เมิงดูโน่น" เพื่อนในกลุ่มฉันส่งสัญญาณเตือนภัย นั่นไง กรูว่าแล้ว เมื่อคืนกรูถึงฝันไม่ดี เพราะจะมีชะนีมาจีบเอกกรูนี่เอง

เอกคุยกะยัยชะนีกันออกรส อิฉันได้แต่กรี๊ดดดแตก แอบน้อยใจสุดๆ เอกนะเอก เดี๋ยวไม่รักแล้วจะหนาวววว (ตูหนาวนะ ไม่ใช่เอกหนาว ถึงเวลานั้นจริงๆ ไอ้เอกมันคงจะอบอุ่นสบายใจมันเลยหล่ะ 555)

"มันเป็นใครวะ" อีนกถามฉัน เลยตบหัวมันไปทีนึงแล้วบอก "กรูจะไปรู้กะหรอ ก็อยู่ด้วยกันกะเมิงเนี่ย"


"เอาไงเมิง จิกหัวตบมันเรยมะ" อีเบสชวนกรูตบคนอื่นอีกแระ เมิงเป็นซุปเปอร์ไซย่าเปล่าวะ บ้าพลังชิบหายยย

"สืบสิวะ" ดิฉันตอบด้วยแววตาอาฆาตแค้น ดุจดั่งวิญญาณกระสือเข้าสิง ถ้าเป็นอย่างที่กรูคิดหล่ะก็ มีสงครามแน่ นังชะนี...

..............................................................................

ดิฉันเซ็งไปเกือบทั้งวัน วันนั้นนั่งเรียนหลังห้องตลอดเลย มัวแต่ครุ่นคริดเรื่องชะนีนางนั้น แอบมองค้อนเอกไปหลายดอกเหมือนกัน (เอกมันคงงง เป็นไรของมันวะ) เรียนไปจนหลายคาบ ใกล้เวลาจะกลับบ้าน พวกดิฉันก็กำลังเดินลงตึกอยู่ แต่อีนกมันตาดี เห็นอีตือ นั่งอยู่ด้านล่างตึก (ด้านล่างตึกเป็นโรงอาหาร อยู่บนตึกชะโงกลงมาตรงระเบียงจะเห็นคนนั่งกินข้าวเต็มไปหมด)

"เฮ้ยๆ อีตือโป๊ยก่าย นั่งแดกถั่วดำ อยู่ใต้ตึกว่ะ" อีนก รีบกระพือข่าวร้อน อีบริทนีย์รีบก้มหัวไปดูใหญ่

"เออ จิงๆด้วยว่ะ เอาไงดีว้า" อีบริท เสริม

"เมิง จะตกใจหาพ่อเมิงหรอ" อิฉันถามฝูงเพื่อน เดินกันมาเป็นโขลง พวกมันยังคงมองหน้าอิฉัน ประมาณว่า เมิงแน่ใจแล้วเหรอ ประมาณนี้...

ดังนั้นดิฉันจึงเดินไปที่ระเบียง ชะโงกหน้าซ้ายขวามองตำแหน่งอีช้างน้ำประจำโรงเรียน นั่นไง! กรูเจอเมิงแล้ว สงสารเก้าอี้ที่เมิงนั่งจังว่ะ :-)จะหักไหมเนี่ย นั่งแดกเอา แดกเอา เลยนะเมิง กรูขอเอาคืนหน่อยเหอะว่ะ ว่ากรูวันก่อนยังไม่สะสางเรยย

ว่าแล้วก็กบเหลาดินสอ อันละบาท (ไม่ใช่เครื่องเหลาดินสอเน้อ) เล็งไปที่หัวกะบาลมัน กะว่าหล่นไปดังก๊อกให้มันเจ็บๆคันๆ เมื่อเล็งได้ที่แล้วก็ปล่อยมือ กบตัวน้อยก็ล่องลอยในอากาศหล่นไปตามแรงน้วมโถ่งโลก ตกกลางกะบาลมันพอดี แล้วไปหล่นใส่ถ้วยถั่วดำมัน น้ำถั่วดำกระจาย

"อุ้ยยย" อีตือเอามือกุมหัว แล้วแหงนมาดูบนตึก พวกอิฉันก็หลบกันเป็นแถว เอามือปิดปากไว้กันเสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา อีบริทย์กลั้นขำจนตัวดำปี๋ (กรูนี่ก็ขว้างแม่นเหมือนกันนะเนี่ย) พวกเราตัดสินใจเดินออกไปจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่อีผีเสื้อสมุทรจะเดินขึ้นมา พอลงตึกมาได้ หัวเราะกันซะไม่มีดีหล่ะ สะใจกรูนักกกหล่ะะะะ 555 อีช้างน้ำ
.................................................................

พอกลับมาถึงที่บ้านกันแระ อีต๋องกับอีเบสกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันแป๊ปนึง แล้วมันก็มารวมตัวกันอีกที่บ้านของอิฉัน เพราะว่าฉันต้องล้างจาน หุงข้าว ซะก่อน อีพวกนี้มานั่งช่วยฉันล้างจานกันประจำ

"เย็นนี้ แม่เมิงทำไรกินวะ" อีเบสถาม

"แกงส้มมั้ง แม่กรูบอกพ่อจับปลาช่อนมาได้ตัวเบอเร่อเลย"

"กรูอยู่กินด้วยดิ" อ้าวอีนี่ แล้วบ้านเมิงไม่มีกินหรอไง

"เออ กรูจะได้หุงข้าวเผื่อ เมิงด้วยเปล่าอีต๋อง" ลองถามไปงั้นๆแร่ะ ่รู้อยู่แล้วหล่ะว่ามันกลับบ้านค่ำๆไม่ได้ พ่อมันดุโคดๆ และมันก็ส่ายหัวตามระเบียบ ฉันกับอีบริทย์หันมายิ้มให้กันอย่างเหนื่อยหน่าย

"เออ เดี๋ยวกรูตักแบ่งใส่ถ้วยให้เมิงเอาไปกินที่บ้าน" ก็คงได้แค่นี้อะนะ

...........................

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว นังต๋องแยกตัวกลับบ้านไปแล้ว ที่บ้านฉันก็กำลังตั้งวงกินข้าวกัน โทรทัศน์ขาวดำ เก่ากึ้กที่บ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้ว (ว่าแต่จะเปิดทำไม แล้วไม่ดูกันเนี่ย) ทุกคนกำลังม่วนกินข้าวกันพร้อมหน้า

"พ่อไปจับปลาที่ไหนมาเนี่ย ตัวเบอเร่อเรย เก่งจังเลยพ่อเนี่ย" ไอ้เอพี่ชายฉันพูด

"กรู เดินไปบ้านไอ้หมาย เห็นมันดิ้นขึ้นมาบนถนน กรูก็เลยจับมา" (โด่เอ้ย นึกว่าฝีมือ ปลาใครเค้าทำตกเปล่าเนี่ย - -") หัวเราะพ่อกันพอหอมปากหอมคอ

"เมิงกินข้าวกันอย่างนี้ไม่เมื่อยกันหรอวะ" พ่อทำมือนิ้วก้อยกระดกขึ้น เลียนแบบท่าจับช้อนของฉันกะอีเบส (แต่เออว่ะ ดูจะกระดกนิ้วก้อยทำพระแสงอะไรวะ) ไอ้เอ ไอ้เอ็ม ล้อเลียนตามกันใหญ่ เอ้า ฮาาาาา กันเข้าไป กว่าจะกินกันอิ่ม ก็แทบลุกไม่ขึ้น จุกท้องไปหมด

กินเสร็จฉันก็ขี่มอไซด์ฮ่างไปส่งอีเบสที่บ้านมัน บ้านมันรวยกว่าใครเพื่อน พ่อแม่มันปล่อยเงินกู้ เก็บดอกกินสบายๆๆ แม่มันชอบให้ขนมไปกินที่บ้าน นี่หล่ะชอบนักแล.....

...............................................................


พอช่วงวันหยุด สบายหน่อยได้นอนตื่นสายได้ แต่ซัก 8 โมงก็ตื่นแล้ว ตื่นมาก็ กินข้าว แล้วก็ซักรองเท้าพละ ถุงเท้า เมื่อทำอะไรๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ค่อยไปแรดกะเพื่อน ไปไหนกันก็ไป แม่ไม่ห้ามแระ

ไปเจอกันร้านขายของ อีบริทย์มันต้องมาซื้อก๋วยเตี๋ยวกินประจำ (แม่มันไม่ทำกับข้าว)

"ป้าดา ของหนูเอาเหมือนเดิม" นังบริทย์สั่งอย่างหิวโหย สักพัก ป้าแกก็เอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟชามเบอเร่อเลย (10 บาทเอง) กับเป๊ปซี่อีกหนึ่งขวด

"สาวๆจะไปไหนกันอีกหล่ะเนี่ย พร้อมหน้าพร้อมตาเลย" ป้าแกแซว

"เดี๋ยวไปทำการบ้านกันอ่ะป้า" อีบริทตอบ (เมิงเคยทำด้วยหรอการบ้าน เห็นแต่ลอกกรูอย่างเดียว)

"เออดี ตั้งใจเรียนกันนะลูก อ่ะนี่ๆ ป้าฝากซองผ้าป่าไปให้พ่อแม่เอ็งหน่อย" (ตาขวากรูกระตุกหงิดๆๆ งี้นี่เอง -*- ) เลยได้กันไปคนละซอง เซ็งเลยคว้าเป๊ปซี่อีบริทย์มาดูดเข้าไปอึกใหญ่ๆ

"เฮ้ยๆ อีแบะ วัดนี้เค้าจะมีงานแล้วหรอวะ" อีต๋องหยิบซองมาอ่าน ทุกคนเลยหยิบมาอ่านบ้าง

"เออว่ะ ปีนี้ทำไมจัดเร็ววะ" มันเป็นงานวัดของหมู่บ้านเนี่ยหล่ะ มีงานทุกปี แต่ปกติจะจัดช่วงกลางปี

"ดีๆ จาได้ไปเที่ยวกัน" อีบริทย์กินไปพูดไป

"แต่กรูอยากขายของ" อิฉันมองหน้าเพื่อนสาว วิญญาณนักธุรกิจเข้าสิงกรูอีกแล้ววว อีพวกนั้นส่ายหัวกันใหญ่

"เมิงจะขายไรของเมิงวะ อิดอก" อีต๋องยังไม่หายสงสัย

"กรูก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"อ้าวอีเวรรร จะขายไรยังไม่รู้เลย แล้วจะขายได้ไหมวะเมิง" อีต๋องใส่เป็นชุด

"ได้ดิ เมื่อมี ดิมาน ก็ต้องมี ซัพพลาย (กรูร้อนวิชา จารย์สอนกรูมา)"
ดิฉันหัวเราะ หึหึ ในลำคอ คิดแล้วก็คว้าขวดเป๊ปซี่อีบริทย์มาดูอีกเจื้อกนึง ทีนี้หล่ะหายไปครึ่งขวด อีบริทย์ค้อนตู ตาเขียวปั๊ด...



"
...............................................................

"แม่ หนูขอตังค์หน่อยเด่ะ"

"ตังค์ไรอีกหล่ะ ใช้เงินเก่งจริงๆเลย ไม่มีๆ" โหงกจิงเรยแม่กรู - -" ไม่ขอก็ได้ว้าา ว่าแล้วก็เดินขึ้นห้อง แคะกระปุกออมสินที่อุตส่าห์หยอดมาตั้งนาน นับออกมาจนครบ 200 แล้วก็เก็บเงินใส่กระเป๋า แล้ววิ่งออกจากบ้านไป

"ไอ้แบะ ๆ เมิงจะไปไหนของเมิงอีกอ่ะ อยู่ไม่เคยติดบ้านเลยนะเมิงน่ะ" แม่ตะโกนตามหลังมา ฉันเลยหยุด วิ่งกลับมาหาแม่ ควักซองผ้าป่าให้แม่ซ้า เกือบลืมแน่ะ ดีนะที่เรียก ^^ (เหมือนแม่อึ้งไปนิดนึง กว่าจะตั้งสติได้ คงวิ่งไปไกลแล้วหล่ะ หุหุ)

.............................................

"ไม่ได้ มืดค่ำดึกดื่น เมิงจะเอาแต่เที่ยวๆ กูไม่ให้ไป" เสียงพ่ออีต๋องตวาดดังออกมาข้างนอก ฉันกับอีเบสหล่ะกรัวพ่อมันจริงๆ คนอะไรวะ ดุจริงๆ

"เมิงฟังพ่อดีๆนะ เป็นผู้ชายน่ะ เค้าไม่ทำตัวตุ้งติ้งกันหรอก ดูเมิงคบเพื่อนสินะ ไอ้แบะ ไอ้เบส ใครเค้าก็รู้ว่ามันเป็นกระเทย เดี๋ยวเมิงก็ติดมันไปด้วยหรอก " ( - -" ของอย่างงี้มันห้ามกันได้ซะที่ไหนหล่ะ พ่อก๊าบบบ)

"ไปๆเลย เมิงขึ้นบ้านไปเลย อย่ามาร้องไห้ให้กรูเห็น" (สงสัยอีต๋องโดนเยอะ ไปไม่ได้ก็ไม่ต้องไปว่ะ ฝากตังค์มา เดี๋ยวกรูไปขายของกันเอง กำไรขาดทุนแบ่งกันเว้ย)

สงสารอีต๋องจิงๆ พ่อมันเกลียดกระเทย ความจริงก็ไม่มีพ่อแม่ใครชอบหรอก ที่มีลูกเป็นกระเทยอ่ะ แต่ของอย่างงี้มันต้องเปิดใจอ่ะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้นี่นะ

"อีแบะ เมื่อไรเมิงจะไปวะ กรูเกร็งจนเยี่ยวเหนียวแล้ว" อีบริทย์ สะกิดฉันยิกๆ

"เออ ไปก็ไปวะ อยู่นี่นานๆ ความซวยอาจมาเยือน" ว่าแล้วก็ชวนกันเดินออกไปจากโซนอันตราย


ฉันกับอีเบส เดินไปคิดไป ต่างคนต่างไม่ค่อยสบายใจ

"กรูสงสารอีต๋องว่ะ พ่อมันทำไมใจแคบจังวะ" อีบริทย์ออกอาการเซ็ง

"อย่าว่าแต่พ่ออีต๋องเลย คนเกลียดกระเทยมีเต็มบ้านเต็มเมือง เมิงยังไม่ชินอีกหรอวะ" พูดจบ ก็หันมองหน้ากัน ยิ่งคิดก็ยิ่งหดหู่ อีเบสคงเหลืออด วิ่งไปเตะกระป๋องโค๊กที่ตกอยู่ตรงหน้าเข้าเต็มแรง

"ชิบหาย แล้วอีเชี่ย เมิงเตะเข้าฝูงหมาหาพ่อเมิงหรอ" หมา:-))ก็ไม่ให้เวลาคิดเลย วิ่งกรูกันเข้ามา ฉันออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต หันมาเห็นอีเบส ยังยืนอึ้งอยู่ ก็ได้แต่ตะโกนไปว่า

"อ้าว วิ่งสิ อีเชี่ย เมิงจะรอให้หมามันมากัดยอดหน้าเมิงหรือไงงง" อีนี่ได้ยิน ถึงจะขยับตีนได้ (กรูหล่ะเชื่อเมิงจริงๆ - -") จากนั้นพวกเราก็ สุดตรีนนนนนนนส์...

...........................

"ผมขอโทษคุณก็ได้ คุณเลิกเย็นชากับผมได้ไหม" เอกพูดพลางจับมือของฉัน ฉันดึงมือออกจากมือเค้าทันที แล้วหันหลังให้เค้า

"เอกก็มีคนอื่นแล้วนี่ เอกจะมาง้อเราอยู่ทำไม" ฉันตอบเค้าอย่างไม่ใยดี "เราอย่าคบกันอีกเลย เอก"

เอกเดินมากอดฉันจากข้างหลัง เค้าซบหน้าลงร้องไห้ตรงบ่าฉัน เค้าพยายามจะหอมแก้มฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่มันเปียกสองแก้มของฉัน แล้วฉันก็ได้ยินเสียงลมหายใจของเค้าที่แผ่วเบาลงไปเรื่อยๆ และได้ยินเสียงเรียกของเค้า

"แบะ แบะ" ฉันพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ตัวของฉันเริ่มสั่น เค้าเรียกไม่หยุด

"แบะ แบะ............" และก็

 :monkeysad2:
















"อีแบะะะะะะ!!!! ตื่นได้แล้ว กรูเรียกเป็นสิบๆครั้งแล้วนะเมิง"   :sad5:
ฉันสะดุ้งตื่นได้ทันใด ลืมตามาก็เห็นไอ้เอ็มเอาตีนสะกิดกรูยิกๆๆ โอ้วแม่เจ้า.. ตี 4 จะครึ่งแล้ว ฉันรีบลุกขึ้นมา ปาดน้ำลายที่เยิ้มเปื้อนทั้งสองแก้มออก แล้ววิ่งออกจากมุ้ง เข้าห้องน้ำในทันใด... (แค่ฝันก็ยังเสือกมีอุปสรรค - -")

*************************************
ขณะที่พวกฉันกำลังเดินเข้าโรงเรียน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเรียน

"อีแบะ กรูจะบอกเมิงว่า เรื่องไปขาย..." อีต๋องพูดไม่ทันจบ

"เออๆๆ กรูรู้ว่าเมิงจะพูดอะไร ไม่เป็นไรหรอก" ฉันรีบตัดบท ไม่อยากให้มันคิดมากอีก อีเบสก็เห็นด้วยเช่นกัน อีต๋องเรยยิ้มออกมาได้หน่อยนึง ก่อนที่มันจะแยกไปเรียน (เรียนคหกรรม กับ บริหาร เรียนกันคนละตึก)

ฉันกับอีเบสก็เดินไปเรียนด้วยกันเหมือนทุกวันๆ

"นี่อีบริทย์ เมื่อคืนกรูฝันโคดดีเลย" อีบริทย์หันมามองหน้าฉัน มันเห็นฉันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะถาม

"ฝันไรของเมิง"

"กรูฝันเห็นเอกมาง้อขอความรักจากกรู ร้องห่มร้องไห้ กรูว่าต้องเป็นนิมิตหมายอันดีแน่ๆเลยว่ะ 555" ฉันพูดอย่างชอบอกชอบใจ  :sad4:

อีบริทย์ทำหน้าแหย มันแสยะปากยิ้ม " แต่กรูว่า ท่าทางฝันเมิงจะไม่เป็นจริงแล้วว่ะ " ฉันมองหน้ามันอย่าง งงๆ อีนี่นิ ชอบขัดขวางความสุขกรูจิงเรย  :3125:

มันพะยักพะเยิดหน้า ไปข้างหน้า ฉันรีบมองตามทันที

"เมิงดูข้างหน้า ที่สิบนาฬิกา" (โห :-)บอกเป็นองศาเรย -*-)

"อ้าวววววว" ปากค้างเรยค่ะ ท่านผู้ชม

เอกเดินไปกับชะนีคนนั้นอีกแล้ว คราวนี้มีถือกระเป๋าให้กันด้วยสิ

อร๊ายยยยยยยยยยส์ รับไม่ได้ (กรูแทบจะแบบ รถแบคโคร์มาโรงเรียนอยู่แล้ว ไม่เห็นเคยช่วยกรูถือเลย T_T)

*******************************************************************
ขออภัยทุกท่านที่ใช้ภาษาเขียนไม่ถูกต้อง (พอดีลองเขียนถูกหลักภาษา อ่านแล้วมันไม่ได้อารมณ์ยังไงก็ไม่รู้สิ) บางทีเด็กบ้านนอกก็พูดกันหยาบๆคายๆ ไปบ้าง ก็ได้โปรดอภัยหล่ะกันค่ะ ไว้มาต่อๆๆ อ่านกันเยอะๆเน้อออออ   :myeye:

จากคุณ : ตุ๊ด ตจว.

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
"ชูวิทย์" เสียงครูประกาศชื่อในห้องเรียน แล้วก็ได้ยินเสียงขานตอบ "มาครับ" ตามหลังมา

"6.21" ครูประกาศผลสอบเก็บคะแนน

"พิษณุ" (ชื่อจริงอีบริทย์) "มาค้าาา"
อาจารย์เหลือบตามองหน้ามันนิดนึง ก่อนจะประกาศ "6.0"

"ศักดิ์สิทธิ์" (ชื่อเอก) เอกยกมือขึ้นแล้วตอบ
"มาครับ"

"7.4" (เสียงเพื่อนๆในห้องฮือฮากัน คะแนนสูงสุดเท่าที่จารย์บอกมาแระ)

"นามสมมุติ" (เอาชื่อนี้ละกัน ดิฉันเอง แห่ะๆ อายชื่อจริง ^^)
"มาค่าา" ยกมือเหนือหัว เสียงออดอ้อนสุดฤทธิ์ จนอาจารย์หันมายิ้มให้

"9.44" เพื่อนๆ โห่ ฮือฮากันใหญ่ (พวกเมิงจะร้องกันทำไมเนี่ย กรูโตะจัยโหมะเลย) เสียงชมกันอื้ออึง ธรรมดาซะแล้วสำหรับฉัน แต่แอบเห็นเอกหันมายิ้มแล้วก็ปรบมือให้เหมือนกัน เป็นปลื้มสิคะ งานนี้

อาจารย์ก็ประกาศคะแนนต่อไป...
...................................................

"แบะ เก่งเนาะ เห็นสอบได้ท๊อบทุกวิชาเลย" เอกเดินเข้ามาสีข้างอิฉัน

อิฉันมองหน้าเอก แล้วแสยะมุมปากให้ เชิดหน้าใส่แล้วเดินไปอย่างไม่สนใจ

เชอะ อย่านึกนะว่าจะยกโทษให้ง่ายๆ นะ (หยิ่งอีกนะ กรู - -")

"เฮ้ยๆๆ อีแบะ อีแบะ" เสียงอีต๋องแหกปากมาแต่ไกล พอมันมาถึงฉันก็หยุดหอบเป็นหมาหอบแดก

"กรู กรู..."
"เมิงหายใจให้พอก่อน แล้วค่อยพูดก็ได้ " ฉันทำคิ้วขมวดชนกัน เรื่องแค่นี้เมิงต้องให้กรูบอกด้วยหรอวะ

"ได้เรื่องแล้วว่ะ" มันพูดต่อแล้วก็หยุดหายใจอีก - -*



"กรูรู้แล้วว่า อีชะนีนั่นอ่ะ มันเป็นใครแล้วเรียนอะไร.."

อ้าววว อย่างงี้ก็มีเฮ สิพี่น้องงงงง หุหุ

..............................................

ตกเย็นวันนั้นเลิกเรียนเลยยังไม่กลับบ้านกัน ไปดักรอน้องนี (ชะนี) หน้าห้องเรียน น้องนีเค้าเรียนคหกรรม เป็นรุ่นน้องอีต๋องปีนึง พวกฉันยกโขลงกันมาเคลียร์ปัญหากับน้องเค้านิดหน่อย (พร้อมอาวุธครบมือ ^^) ปล่อยไว้ได้ไง บังอาจมาปีนเกลียวรุ่นพี่อย่างเงี๊ยะ..

น้องนียังทำหน้าจิ้มลิ้มปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในห้อง คงยังไม่รู้ชะตาตัวเองหล่ะม้าง ว่ามีกระเทยหลายนางรอกินตับอยู่ข้างนอกห้อง อิอิ และไม่นานอาจารย์เค้าก็ปล่อย พออาจารย์เดินไปจนลับตาได้แล้ว อีต๋องก็เดินไปจิกหัว เอ้ย! ไปเชิญน้องนี มาทันที

"น้องๆ อย่าเพิ่งไป เพื่อนพี่อยากคุยด้วย" น้องนีมีอาการตกใจ หน้าซีดเผือด ก็อีต๋องปั้นหน้าโหดซะขนาดนั้น (ทำไมเมิงต้องทำถึงขนาดนั้นด้วยวะ) แต่น้องมันก็ยอมเดินมาหาพวกฉันที่นั่งรออยู่ แต่โดยดี (ถ้าขัดขืน อีต๋องอาจหักหัวน้องเป็นสองท่อนได้)

"พี่ๆมีอะไรกับหนูหรอคะ " นึกถึงหน้ามันตอนนั้นแล้วสงสาร มันทำตาบ้องแบ๊ว ไร้เดียงสา น่าเอ็นดูจริงๆ

"หล่อนเป็นเมียเอกหรอยะ" อีนกแว๊ดเข้าให้ ฉันตบหัวมันดังเป๊ก
"อย่าพูดคำว่าเมียให้กรูได้ยิน มันแสลงหูกรู" อีนกเรยเงียบถอยไปยืนข้างหลังเหมือนเดิม

"น้องเป็นอะไรกับเอกหรอคะ" ฉันถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดั่งกบ สุวนันท์ ก็ไม่ปาน

"เอก เอกไหนคะ หนูไม่รู้จัก" น้องนีตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จทันที

"จะไม่รู้จักได้ไง กรูเห็นเมิงอี๋อ๋อกันมาสองวันแล้ว" อีนกเอาอีกแล้ว ฉันส่งสายตาถึงมัน โดยเป็นสัญญาณว่า ถ้าเมิงทำอีกที กรูจะถีบให้หน้าคมำเลย แล้วดูเหมือนจะได้ผลด้วยสิ มันสงบอีกครั้ง

"พี่หมายถึงเอกเพื่อนของพี่น่ะ พี่เห็นเราคุยกับเค้าสนิทสนม" ฉันเริ่มคุยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตามาดร้ายสิ้นดี

"เอ่อ..คือ"

"พี่รู้ว่าเอกเค้าหล่อ มีสาวๆหลายคนมาตกหลุมรัก ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่" ฉันเริ่มชักแม่น้ำทั้ง 5

"ไอ้การที่เราจะรักใครซักคน มันไม่แปลกหรอก พี่เข้าใจความรู้สึกน้อง ยังไงเราก็ผู้หญิงเหมือนกัน (เอาเลยเชียวกรู) แต่ถ้าอีกฝ่ายเค้าไม่เล่นด้วย น้องก็ต้องทำใจนะ" น้องนีเริ่มคิ้วขมวดชนกัน คงจะเริ่มสำนึกบ้างแล้วสิ อิอิ ฉันรีบใส่ต่อทันที

"นี่พี่ก็ไม่อยากยุ่งหรอกนะ เห็นเป็นเรื่องของคนสองคน แต่เอกน่ะสิ รบเร้าให้มาพูดกับเราให้หน่อย เค้าเองเป็นผู้ชาย จะให้บอกน้องไปตรงๆก็คงไม่ดี เค้ากลัวจะทำให้น้องเสียน้ำใจน่ะ"

น้องนีเริ่มก้มหน้า ตัวน้องเริ่มสั่น ไม่นานก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉันยิ้มให้ผองเพื่อนอย่างมีชัย เสร็จแล้วก็เดินไปปลอบน้องเค้าซะหน่อย

"ไม่ต้องเสียใจไปหลอกนะ ครั้งนี้ก็เก็บไปเป็นประสบการณ์ พวกพี่เห็นอย่างนี้ ก็หวังดีกับน้องทั้งนั้นแหล่ะ" สวมบทนางเอกสุดฤทธิ์ แรดจริงๆเลยกรู


"หนูปวดท้องเข้าห้องน้ำค่ะ ขอหนูไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ ฮือๆ" - -"

อีเด็กเชี่ยยย กรูพูดไปไม่ได้ฟังเลยใช่ไหมเนี่ย กรูนึกว่าสำนึก ี่เสือกปวดขี้

แอร๊ยสสสสสสสสสสสสสสส์ อารมณ์เสียยยยย

.......................................
เมื่อพวกเรารอน้องนีขี้จนเสร็จสรรพ ก็เริ่มคุยกันอีกครั้ง ได้ความว่า เอกเข้ามาจีบน้องมันเอง ขอเบอร์แล้วก็โทรไปคุยกับน้องมันทุกคืน (ได้ยินแล้ว เจ๊ปวดจายยย) แบบว่างานนี้หน้าแตกกันเป็นแถวๆ เรยต้องรีบสลายตัวกันโดยด่วน

............................................

"ไอ้เอก ยากกกส์" ฉันหวดหน้าแข็งเข้าเต็มๆเป้า ดังปั้งง อีบริทย์ยืนถือล่อเป้ามือสั่น

"อีแบะ เมื่อไรเมิงจะพอว้าา กรูจุกไปหมดแล้วว" อีบริทย์พูดอย่างอ่อนใจ ฉันยังคงกระหน่ำแข้งต่อไปอย่างไม่มีท่าทีจะเหนื่อยย (แต่เหงื่อไหลโชก) อีบริทย์ทิ้งล่อเป้าลงไปนั่งยองๆกับพื้น มันหอบใหญ

"อะไรวะ แค่นี้เหนื่อยแล้วหรอ อุตส่าห์เป็นลูกนักมวย" ฉันพูดอย่างเสียอารมณ์ หันหน้าไปหาอีต๋องที่กำลังม่วนกับการจกขนมฟรีบ้านอีบริทย์อยู่

"เงียบเลยนะเมิง เลิกแดกแล้วมาเล่นกับกรูได้แล้ว" ฉันส่งเสียงบอกมัน อีบริทย์สำลักขนมพุ่งออกมาไกล

"เฮ้ย กรูกำลังอิ่มอยู่เดี๋ยวกรูก็อ๊วกหรอก เมิงไว้เล่นต่อพรุ่งนี้ไม่ได้หรอว้า" อีต๋องค่อยๆพูดหลังจากพยายามกลืนขนมในปากลงไปได้

"วุ้ยยส์" ฉันถอดสนับแข้งกองทิ้งลงกับพื้นด้วยความเซ็ง ยังไม่ทันหายเฮิร์ทเรื่องเอกเลย ให้เลิกกรูเล่นซะแระ อีบริทย์อีต๋องยิ้มอย่างดีใจ

"กรูว่า เมิงชอบคนอื่นไม่ดีกว่าหรอวะ ยังจะมีหวังซะมากกว่า" อีต๋องพูดปลอบใจ

"อีสาด หัวใจกรูมีดวงเดียวโว้ย แล้วกรูให้เอกไปหมดแล้ว" ตอบได้น้ำเน่ามากเลยกรู - -"

"แต่ไอ้เอกมันไม่มีเยื่อใยให้เมิงเลยนะเว้ยยย" อีบริทย์โพล่งขึ้นมา ฉันหันขวับหามันทันที นัยตาอาฆาตแค้นจ้องไปที่มันเพื่อจะบอกว่า ไอ้ที่เมิงพูดน่ะ กรูรู้แล้วเมิงไม่ต้องย้ำก็ได้ อีบริทย์ก้มหน้าไปเขี่ยขี้ดินเล่นโดยปริยาย

สาด คิดแล้วมันเฮิร์ทท อร๊ายยยยยยยส์

"อีบริทย์ลุกขึ้นมาาา" ฉันเรียกเพื่อนที่นั่งกองกับพื้น พลางจับสนับแข้งมาสวมใส่ทันควัน อีบริทย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้.. (เล่นกับกรูหน่อยไม่ได้หรอว้าาาาา)
....................................................

คืนวันนั้น อีเบสมานอนค้างที่บ้านดิฉัน เพราะคืนวันพรุ่งนีมีงานวัดแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นไปตลาดในเมืองกันตอนเช้า ส่วนอีต๋องก็กลับบ้านมันไปตามระเบียบ

แม่ออกมากางมุ้งให้ห้องข้างล่าง เตรียมที่นอน เตรียมหมอน ผ้าห่มให้เสร็จสรรพ

"อีเบส เมิงจะหอบตุ๊กตาเน่าๆ เมิงมาทำไมเนี่ย"

"กรูจะเอามากอด" อีนี่ตอบหน้าตาเฉย

"อ้าวอิสาด บ้านกรูมีหมอนข้าง" (หมอนบ้านกรูดูดีกว่าตุ๊กตาเมิงเยอะเลย)
"เหอะ กรูจะกอดน้องรูซี่ กรูอย่างเดียว" อีนี่นิ ทำนิสัยเป็นเด็กๆไปได้ ง้านตามใจเมิงเหอะๆ จะกอดรูคงรู้ขี้ เชี่ยไรก็ตามใจเมิง ฉันหันหลังนอนตะแคง แล้วไม่นานก็หลับไป ZZZZ

.....................................................

เช้ามืดที่ ตลาดสดในเมือง

"ป้าๆ ขา ไข่นี่ขายยังไงคะ" ดิฉันเลือกซื้อไข่นกกระทา (จะแคะไข่ขาย) ที่รวมๆกันอยู่ในถุงวางไว้บนแผง

"100 ใบ 45 " (100 ใบ ขาย 45 บาท) ฉันหยิบให้ป้าไป 4 ถุง ป้าหยิบใส่ถุงใหญ่ให้ มีเศษกระดาษรองใต้ถุงให้อย่างดี

"ป้าๆ ไข่มันร้าวอ่ะ" อีบริทย์ยกถุงไข่ขึ้นดูอย่างละเอียด

"อ้าว ก็มันไข่ ไม่ใช่หิน มันก็แตกได้เซ่ะ" อ้าว ป้าเก๋าจิง ๆเลย แน่จริงตบกับแม่หนูมะ!!!

จากนั้นเราก็เดินไปซื้อพวกถุง พวกไม้จิ้ม ซีอิ๊ว พริกไทย แล้วก็ถ่านไม้ กว่าจะเสร็จฟ้าก็แจ้งพอดี เรานั่งรถไปอีกหลายต่อ กว่าจะกลับไปถึงบ้าน กลับไปก็ขอนอนต่อก่อนหล่ะ ง่วงจังงง (ก็วันหยุดทั้งทีนี่นะ)

............................................

ซัก 11.30 น แม่ก็มาเรียกให้ลุกไปกินข้าว หลังจากทำอะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปรื้อมุมของเก่าที่แม่เอามาสุมๆไว้ จะหาเบ้าแคะขนมครก กว่าจะหาเจอก็เล่นเสียเหงื่อไปเยอะ ฉันกับอีเบสก็เอาไปนั่งขัดกันใต้ต้นไม้ ไม่นานอีต๋องก็มาสมทบที่บ้าน

"มีอะไรให้กรูช่วยไหมวะ" อีต๋องถาม ฉันชี้ไปที่เตาถ่านลูกใหญ่ ให้มันสองคนยกกันมาทำความสะอาดกันซักหน่อย เลอะไปหมดแล้ว อีเบสกะอีต๋องเลย ไปช่วยกันยก แล้วเอาไม้กวาดปัดฝุ่นขี้เถ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ด จนมันดูดีมีฐานะขึ้นมาหน่อย ^^

พ่อกลับมาจากนาพอดี พ่อเดินเข้ามาในบ้าน เห็นพวกฉันขมักขเม้นกันใหญ่เลยถาม

"จะทำไรกันเนี่ย ทำกับข้าวหรอ"

"เหอะ จะไปขายของงานวัดกัน" ฉันตอบพ่อขณะที่ขัดเบ้าขนมครกไม่หยุด

"ขายอะไร ขนมครกเรอะ" พ่อเดินไปนั่งที่โต๊ะหน้าบ้านแล้วตะโกนถาม

"แคะไข่นกกระทาขาย" มือฉันนำเบ้าขนมครก ไปล้างในกาละมังน้ำเปล่า ค่อยๆเอามือลูบๆจนมันเริ่มเอี่ยม พ่อยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะหันไปกินข้าวเที่ยงที่แม่เตรียมสำรับไว้ให้ ไอ้เอ (พี่ชายคนโต) ก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี

"จะไปทำไรกัน" มันถาม
"ไปขายของงานวัด"

"อ้าวแล้วไปกันยังไงอ่ะ"

"สามล้อไง" บ้านฉันมีซาเล้งอยู่คันนึง

"เมิงขี่เป็นแล้วหรอ ซาเล้งอ่ะ" ไอ้เอตกใจใหญ่ หัวเราะใหญ่

"เหอะ เมิงไง"

"อะไรของเมิง กรูไม่พาไปหรอกเว้ย" ไอ้เอรีบส่ายหัวพึ่บพั่บๆๆ ฉันล้างมือ แล้วลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปหามันก้าวนึง แล้วบอกว่า..


"ถ้าเมิงไม่ไป กรูจะฟ้องพ่อว่าเมิงขโมยหนังสือโป๊พ่อมาอ่าน" หุหุ กรูได้เปรียบเมิงเห็นเปล่า ^^

ไอ้เอทำหน้าเคียดแค้น มันวักน้ำล้างตีนเสร็จ ก็เดินไปกินข้าวกับพ่อ แถมมีหันมาค้อนฉันเป็นระยะๆ ด้วยนะ กร๊ากกกกกกกส์ (บ้านนี้กรูหญ่ายยยยสุดแล้ว)

...................................

พอซัก 4 โมงเย็น พวกฉันก็เตรียมของกันเรียบร้อย พ่อกับเอช่วยกันยกโต๊ะไม้หน้าบ้านขึ้นรถซาเล้งให้ พวกฉันเดินยกของขึ้นรถกันคนละไม้ละมือ ในที่สุดทุกอย่างก็พร้อม ฉันกับอีเบสก้าวขาขึ้นรถ เตรียมพร้อม

"แล้วเลิกกี่โมงหล่ะ" พ่อฉันถาม

"ซัก 5 ทุ่มม้าง" ฉันตอบพ่อ
"เออ เดี๋ยวให้ไอ้เอไปรับ" ไอ้เอได้ยินพ่อพูดถึงกับ ร้อง

"โหยยยย พ่ออ่ะ" มันบ่น อิอิ (สมน้ำหน้ามัน) แล้วมันก็ถีบคันสตาร์ทรถ ค่อยๆบึ่งกันออกไป
.......................................................................................

วัดอยู่ไม่ห่างบ้านเรามากนัก (แต่ถ้าเดินไปก็ไกลเหมือนกัน) ไปถึงก็เจอพวกแม่ค้าจัดเตรียมข้าวของตัวเองกันยกใหญ่ พวกฉันก็รีบช่วยกันตระเตรียมข้าวของกันการใหญ่ ช่วงเย็นๆก็เริ่มเห็นมีเด็กมาวิ่งเล่นกันแล้ว อีกสักพักนึงคนก็จะค่อยทยอยมา ที่นี่มีคนมาเที่ยวงานไม่น้อย (เคยเที่ยวอยู่ทุกปี)

.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.

ค่ำลงแล้ว มีคนเดินกันมาให้ขวักไขว่ ปีนี้มีของมาขายเยอะด้วย ตามร้านต่างๆ ก็เปิดไฟหลอดกลมกัน แต่ฉันกับอีเบสไม่ได้เตรียมไฟมา แต่โชคยังดี เราเป็นแค่โต๊ะเล็กๆ อาศัยไฟจากร้านป้าหนมจีนเอา เลยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

วันนั้นเราสนุกมาก ฉันขายไข่ฟองละ 1 บาท มีคนเริ่มมาซื้อตั้งแต่ยังก่อไฟกันไม่เสร็จ ขายอยู่ไม่กี่ ชม. ของก็หมด (แต่ไอ้ส่วนแดกกันเองก็เยอะเหมือนกัน) เลยต้องหยุดขายกันแล้ว พวกฉันรวบรวมของรอให้เอมารับ เราก็ผลัดกันเฝ้าของ อีกคนก็ไปเดินเที่ยว จนดึกแล้วซัก 4 ทุ่ม คนเริ่มซา พ่อค้าแม่ค้าทยอยกันเก็บร้าน พวกฉันก็มานั่งรวมกันที่ร้านตัวเอง ป้าขนมจีน เอาพวกขนมจีนกับน้ำยาใส่ถุงให้พวกฉันมากินกันถุงใหญ่เลย (คุ้มจริงๆ)

ฉันรอกันจนเกือบจะ 5 ทุ่ม ก็ได้ยินเสียงรถซาเล้งที่คุ้นเคยอย่างดี มีคนมารับกลับบ้านแล้ว

"อ้าว ทำไมพ่อมาเองหล่ะ" ไม่ใช่ไอ้เอแฮะที่มารับ

"ไอ้เอมันหลับแล้ว พ่อขี้เกียจปลุกมัน" เฮ้อ พ่อก็มักเป็นแบบนี้หล่ะ

พวกฉันช่วยกันขนของขึ้นรถ ขากลับมันดูไม่ยุ่งยากส์เหมือนขาไปแฮะ แป๊ปเดียว พวกเราก็ได้นั่งรถกลับบ้านกัน โย่วๆๆๆๆ
............................
............................................................................

เสียงรถกระบะถอยเข้ามาจอดในหน้าบ้านแต่เช้า ซัก 7 โมงได้ละมั้ง ฉันกับอีบริทย์ยังนอนอยู่ในมุ้งด้านล่าง แม่ปลดสายมุ้งไปสองสายแล้วเพื่อไม่ให้เกะกะ ฉันรู้สึกตัวและเงยมองหน้าบ้าน

"ยังไม่ตื่นหรอ พี่" พ่อแม่อีบริทย์มาตามลูกสาวแต่เช้าเชียว หวงอะไรกันนักหนาเนี่ย ปล่อยมันยืนที่เปลี่ยวคนเดียวแมลงยังไม่กล้าตอมมันเลย

"ยังเลย นอนตูดโด่งกันอยู่ในมุ้งโน่นน่ะ" แม่ฉันตอบ มือแม่เปื้อนแฟบเป็นฟอง แม่ล้างข้าวของเมื่อคืนอยู่นี่เอง

"เห็นมันบอกว่าคนเยอะ ของไม่พอขาย สงสัยรวยกันถ้วนหน้า" แม่นี่ก็ช่างเมาท์จริงๆเลยนะ พ่อแม่อีเบสหัวเราะ เห็นเค้ายื่นแกงอะไรซักอย่างให้แม่ฉัน คงเป็นของฝากติดไม้ติดมือมา ลาภปากอีกแล้วกรู

"พี่กล (ห้ามล้อชื่อแม่ด้วย) เลี้ยงลูกเก่งเนาะ ไม่เกเรซักคน" แม่นังบริทย์นั่งลงตรงโต๊ะหน้าบ้าน ก่อนเปิดฉากนินทาพวกฉันกัน ผู้ใหญ่สมัยนั้นเนี่ย ไม่ไหวกันเลยจริงๆ - -"

"โหยยย อย่าให้พูดเลย เลี้ยงไอ้พวกนี้นะ เลี้ยงควายดีกว่า ดื้อกันชิบหาย" ดูแม่กรู จุดไฟเผาเรือนซะง้าน

"ไอ้แบะมันหัวดีออกพี่ ไอ้เอ ไอ้เอ็มก็เห็นช่วยพ่อมันทำงาน ลูกบ้านอื่นไปเที่ยวไหนกันโครมๆ ไม่ยักเห็นมันจะไปไหน"

"อืม ไอ้แบะน่ะมันหัวดี มันรักเรียน แต่มันน่ะขี้เกียจตัวเป็นขน ตื่นเช้าขึ้นมานะ ผ้าห่มมันไม่เคยพับ เอาตีนเขี่ยกองไว้เป็นผ้าขี้ริ้ว" (โหย แม่ด่าประจานเลยนะเนี่ย)

"ไอ้เอ น่ะมันขยันอยู่ แต่มันใจร้อน ชอบเอะอะโวยวาย ส่วนไอ้เอ็มก็เป็นเด็กขี้โรค ป่วยบ่อย ไปไหนห่างพ่อห่างแม่ไม่ได้เลย"

" โอ๊ยพี่ ไอ้เบสหนูนี่สิ ตุ้งติ้งยังไม่พอ ยังไม่เอาไหนเลยซะอย่าง" (กร๊ากกก แอบขำอีบริทย์ เมิงก็โดนเหมือนกันแร่ะ)

"เออๆ เราก็ต้องใจเย็นๆ อย่าไปบังคับลูกมัน" แม่ฉันพูดจามีสาระแฮะ (ไม่ได้เจอบ่อยๆนะอย่างเนี้ย)

"พี่เคยดูโทรทัศน์ เค้าบอกว่าเด็กมันจะเก็บกดนะ เวลาถูกพ่อแม่มันบังคับน่ะ" โห แม่กรู ข้อมูลเป๊ะ.. ยอดดด


"เหมือนไอ้ต๋องไงพี่ " แม่นังบริย์พูด




"พี่รู้หรือเปล่า มันหนีพ่อมันไปตั้งแต่เมื่อคืน ยังตามหามันกันไม่เจอเลย"


ฉันหายง่วงไปในทันที รีบดีดตัววิ่งลนลานออกจากมุ้ง
.........................................................................................

"โอ๊ย อีแบะ พักก่อนเหอะว่ะ" อีบริทย์บ่นเสียงอ่อน บ่ายแก่ๆแล้ว แดดร้อนจัด พวกฉันยังไม่ได้กินข้าวกันเลย

"กลับไปกินขนมจีนเอาแรงกันก่อนเหอะว่ะ" เมิงหิวน่ะสิ อีบริทย์นี่ติดสบายจนเคยตัว

"โหย ไม่กงไม่กินหรอก เมิงบ้าหรือเปล่า อีต๋องหายไป เมิงยังจะมีอารมณ์กินอีกหรอ อีสาด" ฉันพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ในใจภาวนาขออย่าให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นเลย

"เมิงว่า มันจะฆ่าตัวตายเปล่าวะ" อีบริทย์ถามหน้าซื่อ ฉันยกตรีนขึ้น ณ บัดดล มันรีบหักจักรยานหลบไปจากระยะส้นตรีนทันที แหม เร็วจริงๆเลยนะเมิง พวกฉันก็ปั่นจักรยานกันต่อไป ตั้งแต่เช้าจนเย็น และไปทุกที่ ที่คิดว่าอีต๋องมันจะไป (อย่าให้กรูเจอนะเมิง กรูจะโบกให้)

พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ความหวังของฉันน้อยลงๆ บางทีมันอาจจะไปไกลเกินกว่าความสามารถของพวกฉันแล้ว ฉันมองดูหน้าอีบริทย์ ท่าทางมันเหนื่อยอ่อนเต็มทน ฉันชวนมันกลับบ้านกันเพราะอดสงสารเพื่อนไม่ไหว
................................

เราปั่นจักรยานกลับมาบ้านของฉัน ถึงนี่ก็เกือบจะทุ่มนึงแล้ว พวกเราหิวข้าวกันจนไส้แทบขาด ที่บ้านกำลังตั้งสำรับกันอยู่ พวกเราจอดจักรยานแล้วไปล้างเท้า ก่อนวิ่งเข้าบ้านกันโดยไว

"อ้าว พวกเมิงไปไหนมาวะ" โถๆๆ อีต๋องงงง - -" นั่งแดกข้าวบ้านกรูหน้าสลอนเลยนะเมิง อีเชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

"ดอกเอ้ยยย" อีบริทย์สบถออกมา สมน้ำหน้ามันแระ โดนด่าซะเมิง จะมาบ้านกรูก็ไม่เสือกบอก หลอกให้กรูไปตามซะทั่ว เมิงรู้ป่าว กรูขี่จักรยานจนน่องโป่งเลยนะเมิง

ฉันกับอีบริทย์ไปหยิบจาน กับ ช้อน แล้วตามมานั่งกินข้าวกัน พวกเรานั่งข้างๆ อีต๋องที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ขามันมีรอยไม้เรียวฟาดเป็นแนวเต็มไปหมด โหยพ่อเมิงโหดนักวะ มันจ้องหน้าฉันกลับ

"นี่แน่ะเมิง" ฉันใช้มะเหงก เขกกะโหลกมันไปทีนึง อีต๋องเอามือเกาหัวยิกๆ พ่อกับแม่ขำมันกัน เฮ้ออออออออ กว่าจะได้แดกข้าวได้


............................................
3 ทุ่ม พวกเราพากันอาบน้ำนอนกันเรียบ วันนี้ฉันนอนด้านล่างกับเพื่อนอีกตามเคย แต่คราวนี้เป็นอีต๋อง พ่อแม่อีบริทย์มารับมันกลับบ้านไปแล้ว พวกเราช่วยกันกางมุ้งแล้วเข้าไปนอน

"พ่อเมิง ตีเรื่องอะไรอีกอ่ะ" ฉันถามอีต๋อง
"ไม่รู้สิ เค้าเมามั้ง"

"โห เมาแล้วก็มาตีเนี่ยนะ เมิงเป็นลูกเค้าจริงๆเปล่าเนี่ย" ฉันพยายามพูดแหย่เล่น

"กรูคงไม่ใช่หรอกว่ะ" อีต๋องตอบเสียงเศร้า (กรู ขอโทดดด ไม่ได้เจตนาเว้ยย) มันนอนตะแคงหันหลังให้ฉัน ฉันปล่อยให้มันหลับไป ไม่นานฉันก็หลับตาม เพราะวันนี้เหนื่อยมากกก

...................................................

วันรุ่งขึ้น ฉันกับอีบริทย์ไปโรงเรียนกันสองคน (อีต๋องไม่มีชุดนักเรียน) วันนี้พ่อ่บอกจะไปคุยกับพ่อต๋องว่าจะให้มันอยู่กับฉันที่บ้าน จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แต่พ่อมันคงเกรงใจพ่อฉันอยู่บ้างแหล่ะ

"อีต๋องมันทะเลาะอะไรกับพ่อมันหรอ" อีบริทย์ถาม
"ไม่รู้ดิ" ฉันตอบ

"อ้าวเมิงไม่ถามมันหรอ"
"ถามแล้ว มันบอกพ่อมันเมา"

"เฮ้ยยย..ได้ไงวะ มันทำอะไรผิดหล่ะ" อีบริทย์เริ่มหงุดหงิดบ้าง ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนตอบมันว่า..


"ไม่รู้ดิ ผิดที่มันเกิดมาเป็นกระเทยหล่ะม้าง"


ออฟไลน์ มูมู่น้อย

  • Global Moderator
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +468/-12
ปาดดดดด  อิอิ... เรื่องนี้ตามอ่านอยู่แหละ  หนุกมากมาย  เนื้อเรื่องไม่ไปไหนดีแต่ภาษาเขียนมันส์สะใจ  เร้าใจ  อ่านแล้วขำตลอดเลย  ชอบชอบ   อยากรู้ตอนจบโครต ๆ อะว่าจะเขียนจบยังไง  ตัวจริงคุณแบะท่าทางจะน่ารักเนอะ   :monkeylove2:

box_breathe

  • บุคคลทั่วไป
ตลกดี !!

แต่เออ..ถามหน่อยสิ

กระเทยหัวโปก แปลว่าไรเหรอ ??

เราไม่เข้าใจอ่า...  :confuse:




CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
ตลกดี !!

แต่เออ..ถามหน่อยสิ

กระเทยหัวโปก แปลว่าไรเหรอ ??

เราไม่เข้าใจอ่า...  :confuse:








เอ่อ....คุณน้องขา  เจ้  ในฐานะกระเทยดึกดำบรรพ์คนหนึ่งขอเรียนชี้แจงอย่างนี้นะเคอะ

อันกระเทยหัวโปกนั้นคือ  เด็กกระเทยที่ยังเรียนอย่ชั้นมัธยมไงคะ  น้องๆ เค้าต้องตัดผมสั่นไม่สามารถไว้ยาวได้อย่างใจกระเทยอยากเลยเป็นคำที่เรียกกระเทญรุ่นๆ ที่ผมยังสั่นๆ อยู่นะคะ  ส่วนเจ้ก็รุ่นนะเคอะ  รุ่น.....



จองศาลาไว้เรียบร้อยแล้วคะ 


ว่างๆ ก็เชิญศาลาสามนะเคอะ




ส่วน...................คุณน้อง tamjai.....sengped  ที่บอกว่าจิ้นไม่ออกเจ้หละสงสาร  เจ้นะ...อ่านไปเห็นภาพลอยเด้งออกมาเลยเคอะ  familair มากๆ   นึกออกเป็นฉากๆ  แต่ตอนนั้นเจ้ยังไม่เคยได้ยินกระเทยรอบข้างด่ากันว่าดอกเพราะบ้านเจ้มันด่ากันว่า 

อีอ้อล้อ
ส่วน...ดอกทอง...นี่  เจ้เพิ่งมาหัดด่าเอาเมื่อตอนเข้ากรุงแล้วเคอะ



 :pigscare2:   เจ้นี่...คงรุ่นเดียวกับคุณพี่ Newcoolstar นะเจ้ว่า  เพราะที่คุณพี่แกเล่ามาเจ้ก็แสนจะคุ้นเคยกับบรรยากาศมั๊กมาก  อ่านแล้วคิดถึงงานผูกเสี่ยวงานไหม  อ้า..................หนาวๆ  ปู้จายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  คิกคิก



ปล. ถึงเจ้าของเรื่อง  อิเจ้เคยขายผลไม้ในปลาหวานในงานวัด  กับขานแป้งสปริงซองริมเขื่อนตอนสงกรานต์เคอะ  หนุกหนานมากมายกะการขายของไปแล้วเคลมปู้จายไป   สุขใจเจ้จริง

ปล.ถึงคุณบลู  เจ้ชอบเรื่องนี้มากเลยคะ  อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนๆ สีสาวทหารเสือ....ลูกตอ...ลูกเนียง....ลูกเหลียง....และ...หัวครก....อิเจ้เองค่า :laugh:

suregirl

  • บุคคลทั่วไป

NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
`ต้องไปเอ๊าติ้ง กับที่ทำงาน
เด๋วมาตามอ่านนะ

ต้องรีบไปแล้ว

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
เหอเหอ

ชอบชอบ

ตุ๊ดเด็ก

 
พูห์ คนเลว

:laugh: :laugh: :laugh: :laugh: :laugh: :laugh: :laugh:

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
น่ารักดีอ่ะ สนุก+ตลกด้วย มีงานวัดด้วยนึกถึงตอนเด็กๆเลยอ่ะ เขาก็เคยไปนั่งขาย

หนังสือพิมพ์ด้วยน๊า สนุกมากๆ มาต่อด้วยน๊า ไบ๋บาย

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
สงสัยต้องแก๊งหัวโปกรุ่นเดอะ  มาอธิบายกันเน้อ
จนกว่าคุณอาแบะคุงจะแวะมาเยี่ยม
ฝากด้วยนะคุณสอง

 :pigha2:

.......................................................................

!!! เป็นตุ๊ดหง่ะ บัดซบจริงๆเลย (ภาค2) !!!  
ต่อจากกระทู้ที่แล้วนะจ๊ะ ขึ้นกระทู้ใหม่ตามคำแนะนำ ต่อเลยละกัน...

----------------------------------------------------------------

ฉันกับอีบริทย์เดินเข้าไปในโรงเรียนกันสองคนอย่างเซ็งๆ แปลกที่วันนี้ไม่เห็นอีนกมายืนรอที่ท่ารถเหมือนเคย สงสัยคงมาสายหล่ะมั้ง

ฉันเดินผ่านเห็นน้องนี กับเอกนั่งคุยกันอยู่ใต้ตึก ทั้งคู่ดูมีความสุขกันดี ปกติฉันคงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่วันนี้ไม่ใช่เลย ฉันกับอีบริทย์พากันเดินไปบนห้องเรียน วันนี้ขอโดดเข้าแถวหน่อยเฮอะ...

.........................................................

วันนี้มีเรื่องดีๆ อยู่บ้างนะ อาจารย์สอน 2 คาบแรกน่ะ ไม่ว่างมาสอน สั่งให้นั่งทำการบ้านในห้อง เลยได้พักผ่อนกันสบายไปเลย วันนี้สบายหูหน่อยด้วย เพราะอีนกยังไม่โผล่หัวมาเรียนเลย ฉันก็เลยได้ฟุบกับโต๊ะงีบกันไป ในใจห่วงอีต๋องพิกล

"แบะๆ " มีคนมาสะกิดฉันให้ตื่น ใครวะมันช่างบังอาจ ฉันเงยหน้าขึ้นมอง อ้าว! เอกเองหรอ

"ว่าไงอ่ะ" พูดทั้งที่ยังง่วงอยู่ ฉันฟุบหัวไปกับโต๊ะตามเดิม
"ป๊าเราซื้อมือถือให้หน่ะ ดูสิ สวยไหม" (โด่เอ๊ย ที่แท้ก็อยากโชว์ โทรศัพท์โนเกีย 3310 สมัยนั้นหรูมาก)

"อืออๆ สวยๆๆ" ฉันเหลือบหางตาไปดูนิดๆ แล้วตอบตามมารยาท ดูนานไม่ได้ อิจฉา (เพื่อนเค้ามีเพจเจอร์กันหมดแระ กรูยังไม่มีปัญญาเลย)

"แบะ จดเบอร์เราไว้หน่อยสิ" เอกสะกิดให้ฉันลุกอีกรอบ - -" คนจะนอนกวนอยู่ได้...

"017108......." ฉันค่อยๆ เอาปากกาจดไว้ด้านหลังปกสมุดการบ้านเล่มนึง ขอบใจนะที่บอก แต่ก็คิดจะโทรไปหาหรอกจร้า เปลืองตังค์ตายชัก จดเสร็จเอกก็ยิ้มให้ แล้วเอกก็นั่งทำการบ้านอยู่ข้างๆฉัน ส่วนฉันก็หลับยาวจนเกือบหมดคาบ.. ตื่นมาได้ ก็รีบเอาของอีบริทย์มาลอกตาเหลือก (อีบริทย์ก็ไปเดินลอกเค้ามาทั่วห้อง) จนมีส่งอาจารย์จนได้น่ะ

...............................................

"ไอ้เอกนี่มันยังไงกันแน่วะ กรูเห็นตามจอแจเมิงจ้อยเลย" อีบริทย์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

"จอแจเชี่ยไรหล่ะเมิง มันมาอวดโทรศัพท์ใหม่กะกรูอ่ะดิ พ่อมันซื้อให้" ฉันตอบอย่างเซ็งๆ


"อ้าว! หรอวะ กรูก็นึกว่ามันมาให้เบอร์เมิงอ่ะดิ ตกใจเลย" อีบริทย์พูดพลางทำท่าโล่งอก ฉันมองหน้ามันด้วยความสงสัย


"ให้เบอร์แล้ววว...เป็นยังไงหรอวะ?" ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ



"อ้าว..อิโง่ ถ้าให้เบอร์ใคร ก็แสดงว่ามันชอบหน่ะสิ"

โถๆๆ อิบริทย์นี่ วันนี้เมิงช่างจุดประกายความหวังให้กรูซะเหลือเกิน ^^ (คุยกันเสร็จ ก็ไปเลี้ยงขนมหวานอีบริทย์ซะ 1 ถ้วย สบายใจกันไป)

......................................................

ตกเย็นฉันกับอีบริทย์ก็พากันกลับบ้าน อีบริทย์กลับไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้านได้ไม่ถึง 15 นาที มันก็โผล่หัวมาบ้านฉันแล้ว ฉันกับอีต๋องช่วยกันล้างจาน ส่วนอีบริทย์ก็ไปหุงข้าวให้ (เมิงจะแดกข้าวบ้านกรูอีกหล่ะสิ กรูรู้ทันนะเมิง) หุหุ เพื่อนแต่ละคน

แป๊ปเดียวงานบ้านก็เสร็จ ฉันนึกอยากกินปลาเห็ด (ทอดมัน) ขึ้นมา จึงวิ่งไปหยิบตังค์ (ของแม่) แล้วพากันปั่นจักรยานกันออกไปที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้าน ได้ปลาเห็ดมาถุงนึง 10 บาท หลายชิ้นอยู่เหมือนกัน เอาไว้กินกับต้มยำไก่ที่แม่ทำไว้ (นึกแล้วหิวขึ้นมาซะง้าน)

พวกเราถีบรถจักรยานเล่นกันอีกแป๊ปนึง ก็พากันกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านก็เจอ พ่อแม่ พวกพี่ๆ และ ...... พ่ออีต๋อง นั่งเปิดไฟคุยกันหน้าบ้าน อีต๋องหน้าเสียไปเลย

พวกฉันจอดจักรยาน แล้วไปล้างเท้า กะจะรีบวิ่งเข้าบ้านไปอย่างไว แต่ก็โดนเรียกเข้าจนได้

"ต๋อง ต๋องเอ้ย มานี่ลูก" แม่ฉันเรียก ต๋องหน้าเสียค่อยๆเดินเข้าไป พวกฉันเดินยกขบวนตามกันไป

"พ่อเอ็ง เค้ามารับกลับบ้านแน่ะ" แม่ฉันเอามือลูบหัวอีต๋อง อีต๋องกลัวพ่อมันจนตัวสั่น ก็ดูพ่อมันสิ จ้องหน้ามันอย่างกับจะฉีกหัวมันกิน

"เอางี้หล่ะกัน เดี๋ยวให้พวกมันกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวพี่ไปส่งมันเอง" พ่อฉันพูด แต่ก็นะ...

"ไม่เป็นไรพี่ มันมารบกวนพี่มากแระ" พ่อมันตอบ ก่อนหันมาตวาด " ไอ้ต๋องไปใส่รองเท้า กลับบ้าน" อีต๋องก้มหน้า น้ำตามันไหลหยดลงพื้น แม่ฉันเอามือลูบหัวมัน และปลอบใจมันว่า

"ไม่ต้องร้องนะลูก โตแล้วเค้าไม่ร้องไห้แล้ว" (ตัวแม่เองยังน้ำตารื้นๆอยู่เลย โตกว่ามันตั้งเยอะ -*- )

แม่ฉันเอามือเช็ดน้ำตาให้มัน พ่อมันลุกขึ้นไปสตาร์มอเตอร์ไซด์ อีต๋องกลับไปใส่รองเท้า แล้วเดินตามไป มันหันหลังกลับมาไหว้พ่อแม่ และพี่ๆ ฉัน แล้วขึ้นซ้อนมอไซด์พ่อมันไป น้ำตามันเจิ่งนองหน้า โถ อีต๋อง กรูจะช่วยอะไรเมิงได้เนี่ย....

.......................................................
คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ ฉันเดินออกมานั่งข้างล่างคนเดียว ป่านนี้อีต๋องเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ฉันกลัวพ่อมันจะทำร้ายอีต๋องอีก ฉันไม่แน่ใจ ว่ามันโชคร้ายที่เกิดมาเป็นกระเทย หรือซวยที่ดันมีพ่อแบบนี้มากกว่า มิหน้า แม่มันถึงได้หนีพ่อมันไป กำจริงๆ

"อ้าว มาเปิดไฟนั่งทำไรนี่ ทำไมไม่นอนอีก" แม่ฉันเดินลงมาข้างล่าง ทาหน้าขาววอกตามเคย

"หนูนอนไม่หลับ" ฉันก้มหน้ามองพื้น ตอบแม่ไปด้วยความหดหู่เต็มทน

"เป็นไรอ่ะ ห่วงเพื่อนหรอ" แม่ถามกลับมา ฉันได้แต่พยักหน้าตอบ แม่ถอนหายใจแล้วเดินมาหาฉัน

"หัวอกพ่อแม่น่ะ พวกเอ็งไม่เข้าใจหรอก"
"แล้วทำไม พ่อกับแม่ไม่เป็นแบบน้าพงษ์ (พ่อไอ้ต๋อง) หล่ะ" ฉันเถียง

แม่มองหน้าฉัน แล้วตอบ
"คนเรามันไม่เหมือนกัน บางคนรับได้ บางคนเค้ารับไม่ได้" ฉันฟังแล้วก็ยังส่ายหัวอยู่ดี แม่เอามือมาผลักหัวฉัน แล้วนั่งลงข้างๆฉัน

"วิทยุมันบอกว่า ถ้าเราเลี้ยงลูกไม่ดี ลูกจะเป็นกระเทย.." ฉันมองหน้าแม่ทันที แม่ก็มองฉันเหมือนกัน


"แต่แม่ไม่เชื่อหรอก" ฉันยิ้มออกมา ในตารื้นไปด้วยน้ำตา ฉันเอาหัวซุกแขนแม่ ในใจอยากบอกว่า แม่เลี้ยงหนูมาดีที่สุดของที่สุดแล้ว แม่เอามือมาลูกหัวฉัน


"แม่" ฉันเรียกแม่เบาๆ แม่ฉันแหงะหัวมาหน่อยนึง
"หนูขออะไรแม่อย่างนึงสิ" แม่เอียงหน้ามารอฟัง



"แม่อย่าทาหน้าขาว เดินไปเดินมาในบ้านดึกๆได้ไหมอ่ะ หนูกรัวววววววววววว" แม่เอานิ้วชี้ผลักหัวฉันออกจากแขนจนหน้าหงาย - -* (หุหุ ย้อเย่นก็ม่ายด่ายยย)

...................................................
เช้ามืดวันต่อมา ฉันและเพื่อนๆมารอรถกันที่ท่ารถตามเคย วันนี้อีต๋องได้มาโรงเรียนด้วย แสดงว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ฉันเอาหัวพิงเสาแล้วงีบ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย ตื่นแต่เช้าเลยไม่ไหว อีบริทย์กะอีต๋องเม้าท์กันอย่างเมามันอยู่ข้างๆอิฉันนี่แหล่ะ

รถลุงมาแล้ว ฉันขึ้นรถและไปนั่งหลับต่อตามระเบียบ ตื่นมาตอนใกล้ถึงโรงเรียนแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย ถึงโรงเรียนแล้วพวกเราลงรถแล้วพากันเดินเข้าโรงเรียน

"แบะ ๆ" เพื่อนชะนีร่วมห้องของฉันส่งเสียงร้อง เอ้ย! เรียก
"ว่าไง เสียงดังแต่เช้าเลย"ตอบทักตอบ

"นกอ่ะ มันโดนรุมตบ รู้หรือยัง?"
"หาาาาา อีนกโดนตบ!" ทุกคนตกใจกันหมด อีนกไปมีเรื่องกับใครตั้งแต่เมื่อไร หรือว่ากับพวกอีตือ

"เมื่อไหร่" ฉันถาม
"เมื่อเย็นวันก่อน" ถึงว่าสิ เมื่อวานมันถึงขาดโรงเรียน

"แล้วใครทำ"

"กระเทยเด็กวัดไทร (จำชื่อโรงเรียนเต็มๆไม่ได้)"
"เฮ้ย มันโดนเด็กตบหรอวะ" อีบริทย์ถามโง่ๆ ก็โรงเรียนนั้นมันมีแค่ ม.3 เมิงจะถามอีกทำไมเนี่ย

"มันเป็นไรมากเป่า" ฉันถาม
"เห็นเค้าบอกกันว่า เยินซะ" (ไอ้เค้า น่ะมันใครวะ ชะนีนี่ช่างเมาท์)

"เออ ขอบใจที่บอก" ฉันกับพวกเดินแยกกันไปนั่งที่ศาลา อีนกเสียท่าให้พวกกระเทยเด็กได้ไงเนี่ย..


"เอาไงดีวะ อีแบะ" อีต๋องถาม อีบริทย์รอฟังอย่างใจจดจ่อ ฉันคิดอยู่ซัก 20 วินาที ก่อนจะสรุปได้ว่า



"ตบเด็ก" ในมือฉันกำหมัดแน่น (ก็เด็กมันยั่วววว - -* )

...................................
พวกเราแยกย้ายกันเข้าเรียน ฉันกับอีต๋องเรียนไป 3 คาบก็เป็นเวลาพักทานข้าว เราเดินลงมาใต้ตึกเพื่อหาข้าวกิน พอเดินมาสุดกระได ก็เห็นน้องนีนั่งทานข้าวอยู่กับเพื่อนๆของนาง เดี๋ยวไอ้เอกต้องเข้าไปทักแน่เลย ฉันคิดในใจ

"นีพักหรอครับ" ป๊าดติโถ! ตดยังไม่ทันหายเหม็น ไอ้เอกวิ่งหางชี้เข้าไปหาจริงๆ

"ค่ะ อาจารย์ไม่มาสอน เลยมากินข้าวกัน" น้องนีตอบอย่างเขินอาย แรดจิงๆ (เชอะ ไม่สนใจหรอก)

ฉันเดินเชิดหน้าออกไปอย่างแรง เอกนะเอก..ทำกันได้ ชิส์ ไหนอีบริทย์ว่ามันชอบกรูไง อีเชี่ยยยยนี่โกหกกรู เอาขนมกรูคืนมาเลยเมิง - -

พวกเราทานข้าวกันจนอิ่มแล้ว ก็เดินไปหาที่นั่งย่อยกันใต้ศาลา อีกตั้งคาบนึงแน่ะกว่าจะขึ้นเรียน

"ตู้ม!" เสียงน้ำกระจาย เด็กเวรที่ไหนไม่รู้อายุซัก 7-8 ขวบ ขว้างก้อนหินลงไปในบ่อปลาข้างศาลา น้ำกระจายเปียกนักเรียนที่นั่งแถวนั้นกันหมด แต่ละคนรีบจับหนังสือมาปัดมาเช็ดน้ำกันใหญ่

"น้องๆ อย่าปาหินลงไปสิคะ ดูซิเปียกคนอื่นกันหมดแล้ว" รุ่นพี่ที่นั่งแถวนั้นเตือน แต่ดูจะไม่เป็นผล ไอ้เด็กนี่ไม่ฟังใครเลย

"อย่ายุ่ง" ดูมันพูด "ตู้มมมม" ว่าแล้วมันก็เหวี่ยงหินก้อนโตลงไปอีก แล้วหัวเราะด้วยความสนุกสนาน พวกรุ่นพี่คว้าหนังสือแล้วพากันลุกเดินหนี

"นิสัยไม่ดีเลย ลูกอาจารย์ดิเรกเนี่ย" เสียงบ่นกันให้ระงม อ้าว! ไอ้เด็กเปรตนี่มันลูกอาจารย์นี่เอง ถึงว่า มากร่างในโรงเรียน

ฉันมองหน้าอีบริทย์ พวกเราหยิบหนังสือแล้วเตรียมจะย้ายไปที่อื่นกัน พวกฉันเดินอ้อมหลังไอ้เด็กนรกที่มันกำลังง่วนกับการก้มหาหินก้อนใหม่ของมันอยู่

พอเดินไปใกล้ๆมัน ฉันเอื้อมมือตบกะโหลกมันดัง โป๊ก มันหัวผงะตามแรงโบก

"โอ๊ยย" เด็กเวนร้องดังลั่น พวกฉันวิ่งกระจายกันไปคนละทิศละทาง ได้ยินเสียงมันร้องไห้ตามหลังงงง กร๊ากกส์ๆๆๆ สมน้ำหน้าเมิง ไอ้เด็กเชี่ย..

...............................................

พวกฉันกลับมาถึงบ้านกัน วันนี้รถลุงขับโคดช้า อากาศก็ร้อน อบอ้าว ฉันกลับมาทำงานบ้านเสร็จก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ค่อยสบายหน่อย นี่มันหน้าฝนแล้วสิ อีกไม่นานฝนต้องตกแน่ ^^ (แอบดีใจ เพราะชอบฝนตก)

"พ่อเมิง ไอ้เอ็มมันป่วยอีกแล้ว เมื่อกลางวัน มันตัวร้อนจี๊ดเลย" แม่ฉันพูดกับพ่อ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับบ้านฉัน เอ็มมันป่วยบ่อย โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (อ่ะจึ๋ย Season Change ซะง้าน)

"เป็นอะไรมากหรือเปล่า" พ่อเอามือจับหน้าผากมันที่กำลังนั่งกินข้าวและดูทีวีอยู่พร้อมๆกัน (สบายจริงๆเลยนะเมิง - -* )

"ตัวไม่ค่อยร้อนแล้วนี่ นอนพักพรุ่งนี้ก็คงหาย" พ่อพูด

"ค่อก ๆ ๆ " ไอ้เอ็มแกล้งไอกระแอมเบาๆ (ร้ายนะเมิงงง ชอบหล่ะสิตอนป่วยน่ะ พ่อแม่เอาใจนิ)

"อ้าว ไอด้วยนี่ เจ็บคอป่าวลูก" แม่ฉันถามอย่างเป็นห่วง มันรีบพยักหน้าตอบทันควัน พร้อมทำหน้าเหนื่อยอ่อน ปานกับเพิ่งไปสู้ศึกสงครามโลกมายังไงยังง้าน - -*

"ง้านกินข้าวเยอะๆ แล้วเดี๋ยวไปนอนเลยละกัน" พ่อฉันพูดจบ ไอ้เอ็มรีบโซ้ยข้าวเข้าไปเต็มปาก (เหอๆ เมิงป่วยยังไงของเมิงเนี่ย) ตามันก็ดูการ์ตูนในทีวีอย่างสบายอารมณ์ กินเสร็จ แม่ก็สั่งให้ฉันเก็บจานชามให้มันตามคาด T_T (อร๊ายยยยยยส์ เมื่อไรกรูจะป่วยมั่งเนี่ย)

ฉันรีบเก็บสำรับไปล้างอย่างสุดเซ็ง ล้างเสร็จก็ขึ้นห้องไปอ่านการ์ตูน ฝนเริ่มตกแล้ว อากาศมันเย็นสบายยังไงบอกไม่ถูก เสียงน้ำฝนหล่นกระทบหลังคาบ้านฉัน ดัง เปาะ แปะๆ ก่อนจะตกลงมาจ๊ากใหญ่ มันสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันอ่านการ์ตูนได้ไม่เท่าไร ก็รีบเข้านอนเก็บแรงไว้ พรุ่งนี้มีสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์กะเทยน้อยรออยู่ หุหุ

zzzzzzzzzzzzzzzzzzzz
....................................

วันนี้เหมือนโชคเข้าข้าง เรามีเรียนพละกันพอดี การได้ใส่ชุดวอร์มออกศึกก็ดูจะคล่องแคล่วไม่น้อย ฉันเลิกเรียนกันก็บ่ายสองแระ โรงเรียนวัดไทรอยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนฉันเท่าไหร่ วันนี้อีนกดูตื่นกลัวอยู่ไม่น้อย


"เฮ้ย เมิงเอาจริงหรอวะ กรูว่าหยุดเหอะ กรูไม่อยากมีเรื่อง" อีนกร้องขอ

"เมิงจะกลัวอะไรของเมิงวะ ไม่อยากเอาคืนหรอไง" อีต๋องกอดคอมันปลอบใจ

"แต่พวกมันเยอะกว่านะเมิง เรามีกันแค่ 4 คนเอง พวกมันตั้ง 7-8 คนแน่ะ"

อีต๋องกับอีเบสมองหน้าฉัน ฉันหันไปบอกอีนกว่า
"แล้วไงวะ ตบแหลก ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น" อีต๋องกับอีเบสยิ้มขานรับทันที

"ง้าน กรูขอไม่ไปได้ไหมอ่ะ" อีนกกลัวจนลนลาน ดูมันเสียขวัญอยู่มาก


"เฮ้ย! ได้ไงวะเมิง นี่มันเรื่องของง......." อีบริทย์ตวาดใส่อีนก แต่ฉันห้ามมันไว้

"ตามใจเมิง เมิงชี้ตัวให้พวกกรูก็พอ" อีนกดูรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราออกเดินทางกัน จุดมุ่งหมายของเราก็คือ โรงเรียนวัดไทร..

................................................

"โน่นแน่ะ อีเบ้นซ์ มันเป็นหัวหน้ากลุ่ม" อีนกยื่นมือชี้ ลำตัวแอบอยู่กับโทรศัพท์สาธารณะ กลัวแม้กระทั่งเด็ก มันน่าจะโดนตบซ้ำนะเมิงน่ะ

กระเทยเด็กกลุ่มใหญ่พอสมควร กำลังนั่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เท่าที่ดูมันก็แรงไม่ใช่น้อย เสียงกรี๊ดกร๊าดดดดดดวี๊ดว้ายดังมาจากโต๊ะพวกมันดังสนั่น

"มันนั่งรออะไรของมัน" โรงเรียนเลิกแล้วแต่พวกมันยังไม่มีวี่แววจะแยกย้ายกลับบ้าน

"มันรอเล่นวอลเล่ย์ตอนเย็น" อีนกตอบ นัยตามันดูหวาดกลัว

"ง้านรออีกพักนึงก่อน" ฉันพูด

........................................................

เกือบ 5 โมงเย็น กระเทยเด็กกลุ่มนั้นย้ายกันไปตรงสนามวอลล์บอล พวกมันเล่นตีบอลไปมากันอย่างสนุกสนาน เสียงดังกรี๊ดกร๊าดได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ฉันส่งสัญญาณให้อีต๋อง กับอีบริทย์ที่ยืนกินไอติมกันอยู่

"เลิกแดกได้แล้ว ไป" เราสามคนเดินเข้าไป ทิ้งอีนกไว้ข้างหลัง มันเกาะรั้วโรงเรียนมองลอดเข้าไป

ฉันเดินตรงไปที่อีเบนซ์ หัวโจกประจำกลุ่ม เมื่อพวกมันเห็นพวกฉันเดินเข้าไปใกล้ พวกมันก็หยุดเล่นกัน แล้วรวมกันเป็นกลุ่ม มันคงจำชุดโรงเรียนฉันได้

"ได้ข่าวว่าเก่งใช่ไหมพวกเมิง" ฉันเก๊กหน้าเครียดถามเหล่ากระเทยเด็กที่กำลังเสียขวัญ

"พี่เป็นใคร" อีเบนซ์ทำใจดีสู้เสือ ถึงมันจะเรียกพวกฉันว่าพี่ แต่ท่าทีก็ดูกวนตีนไม่ใช่น้อย พวกเพื่อนมันยืนเกาะกันอยู่ด้านหลัง

"ก็เป็นคนที่จะมาเอาเลือดปากเมิงออกน่ะสิ" อีบริทย์พูดจบ มันเดินไปกระชากคอเสื้ออีเบนซ์ทันที มันเซมาข้างหน้าฉัน กระดุมเสื้อมันขาดหล่นพื้นสองสามเม็ด เพื่อนมันยืนเกาะกันตัวสั่น อีนกคงจะลุ้นน่าดู

"อะไรหล่ะพี่ หนูทำอะไรให้หล่ะ" อีเบนซ์เริ่มเอ่ยปากขอความเป็นธรรม ฉันเดินไปข้างหน้า บีบขากรรไกรมันจนปากมันเผยอ

"พวกเมิงตบอีนกทำไม" ฉันถามมัน มือฉันบีบหน้ามันแน่น นัยตามันเต็มไปด้วยความกลัว เพื่อนๆมันไม่มีใครคิดจะช่วยเพื่อนมันซักคน

"อี อี นกมันจะมาจีบเด็กพวกหนู" อีนกพยายามจะพูด ฉันค่อยๆคลายมือจากหน้ามัน มันเอามือมานวดหน้ามันยกใหญ่

"โป๊กก" ฉันเอามือตบหัวมันดังสนั่น อีเบนซ์เซตามแรงตบ เพื่อนมันส่งเสียงร้องวี๊ดว้าย

"แล้วเมิงรู้จักบ้างไหม รุ่นพี่ รุ่นน้องน่ะ" อีเบนซ์มองตามอย่างเคียดแค้น "พวกเมิงชอบใช้กำลังใช่ไหม มาเลย พวกกรูอยู่นี่แล้วไง มาสิมา เก่งนักนี่" ฉันกระชากคอเสื้อมันกลับมา เขย่าตัวมันไปมา อีเบนซ์กลัวจนตัวสั่น

"พี่หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว" อีบริทย์เอามือดึงหนังหัวมันข้างหน้าจนหน้าแหงน

"แล้วเพื่อนกรูหล่ะ เคยได้รับความปราณีจากเมิงไหม" อีบริทย์เอามือหยิกผมมันหมุนไปหมุนมา อีเบนซ์ร้องด้วยความเจ็บปวด พวกเพื่อนมันยืนเหงื่อแตกอยู่ด้านหลัง

"ตอนทำคนอื่นเค้าน่ะ ไม่คิดหรอกนะเมิง ว่าเค้าจะเจ็บ จะปวดแค่ไหน" ฉันเอามือบีบคอมัน อีเบนซ์พยายามจะแกะมือฉันออก แต่มันคนละรุ่นกันแล้ว ชิส์

"พี่ หนูขอโทด" อีเบนซ์ยกมือไหว้ลนลาน น้ำตามันเอ่อล้นดวงตา ฉันยืนระงับความโกรธ ไม่นานฉันก็คลายมือออกจากมัน อีต๋องง้างมือจะตบมันซ้ำ.

"พอแล้วเมิง แค่นี้มันคงเข็ดแล้วหล่ะ" ฉันเอามือชี้หน้ามัน แล้วบอกมัน
"เมิงจำไว้นะ ถ้าเมิงทำอีก กรูไม่ปล่อยเมิงไว้แน่" พวกฉันเดินหันหลังกลับ ฉันเห็นอีนกทำหน้าสะใจอยู่ด้านนอกโรงเรียน



"ลุงงงงงง ลุงงงง จับพวกมันไว้ พวกมันตบหนู" เสียงอีเบนซ์ตะโกนเรียกภารโรงดังลั่น คน 2 - 3 คนกำลังวิ่งเข้ามา

อ้าว! ชิบหายหล่ะสิ อีบริทย์ อีต๋อง วิ่งงงงงงงงงงงงง (ดอกเบ้นซ์เอ๊ยย ร้ายจัดเลยนะเมิง - -* )



ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586


อ้า...................เจ้มันกุลเกย์คะ


ไม่เคยไปประมือกับใครเค้า


ได้แต่น่งร้องไห้เงียบๆ เวลาโดนแกล้ง


น่าสงสารมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก   :untrust:


NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
อี่เอ๋ ดั้งยุบ
ถ้ามึงอ่านเรื่องนี้อยู่ มึงก็คงจะขำกริ้งเหมือนกรู

มึงจำตอนที่เราไปเต้นแร้งเต้นกา ตอนงานวันเกิด อีเปิ้ลได้มั้ย

พ่อมึงจับได้ว่ามรึง เป็นตุ๊ด พ่อมึงให้ใบเหลือง แล้วบอกว่า

"บักเอ๋ มึงสิหัดเป็นกระเทยบ่อ? เป็นชายดีๆมึงคือบ่อมัก....กูสิเต๋มึงเดี่ยวนี่...หมู่สู๋อย่าพากัน
เฮ็ดไปทั่วทีบเด้อ...หมู่สู๋มัก ให้เค้า ส..ดากบ่อ.."

พ่อมึงไม่รู้จะว่ายังต่อ ฆ่าให้ตายมรึงก็คงจะตาย

พ่อมรึงเลยมรึงว่า " เป็นได้เด้อกระเทยนะ...แต่มรึงอย่าสิเป็นแฮง..กูอยากอายเค้า"

สิ้นสุดประโยคนั้น มึงก็พุ่งไปสังเครื่องสำอาง บีว้อนมาใช้ก่อนใคร  มรึงแต่งหน้า ปัดขนตาไปโรงเรียน
กรุนะฉงฉานพ่อมรึงจิงๆ
 :angellaugh2:

จริงๆแล้วมึงนะไม่สวยนะเอ๋ กรูว่า โทเทิลเอฟเฟ็ค ช่วยอารายมรึงไม่ได้หรอก
อย่างมรึงต้องใช้ สะเปเชี่ยลเอฟเฟคเท่านั้น

รักนะถึงกล้ากัด ว่างๆไปอ่านเรื่องกรูด้วย
แฟนเทอคน ชัยภูมินะ ยังคบกันอยู่หรือเปล่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2007 12:22:31 โดย NewcoolstaR »

meemewkewkaw

  • บุคคลทั่วไป
เพิ่งสะสางตัวเองเสร็จจากทั้งงานทั้งสอบ

กว่าจะอ่านทัน ตาลายหมดแย้ววววววว . . .  :really2:


ขำรีข้างบนอ่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน :kikkik:

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
ขำสองรีข้างบนอะ

ภูธรเหมือนกัน

เอิ๊กๆๆๆๆ

พูห์ คนเลวๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
น้องพูห์ แซวเหรอ :piglove2:
เดี๋ยวเค้างอน :monkeysad:
ส่งผีไปหลอกนะ  :o

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
อ๊ากส์อาแบะคุง หรือตุ๊ดตจว.ใช้คำเฉพาะซะเยอะ ผมตามไม่ค่อยทันเหมือนกัน
รบกวนเพื่อนๆ อธิบายคำว่า แฮงหน่อยสิครับ

จากคุณ blueboyhub

********************************************




"โอ๊ยๆ พักก่อนเหอะว่ะ" อีต๋องเอามือเท้ากำแพงวัดไว้ พวกเราหอบกันแฮ่กกๆ ไม่เห็นพวกมันตามมาแล้ว ฉันกับอีต๋อง เลยนั่งพักลงกับพื้น โห เหนื่อยจัด

"อีเด็กดอกทอง มันน่าตบให้หน้าหงาย อร๊ายยยยยส์" อีบริทย์แค้นจัด อีนกวิ่งย้อนกลับมาหาพวกฉัน หลังจากที่มันวิ่งนำพวกฉันไปไกลกว่า 200 เมตร

"มัน..ไม่ตามมา..แล้วหรอ..วะ" อีนกพูดกระหอบกระหืด ฉันชะเง้อหน้าไปดูแล้วบอก

"เออ คงไม่แล้วว่ะ ไกลขนาดนี้" ฉันเองยังหอบอยู่เหมือนกัน อีเด็กนั่นร้ายกว่าที่คิด ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น รู้สึกคันไม้คันมือ อยากจับมันมาตบให้หนำใจ

"อีเบ๊นซ์ ฝากไว้ก่อนเหอะเมิง" ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ

เราพักกันได้ไม่นานก็พากันลุกขึ้น พวกฉันต้องรีบกลับกันก่อนจะไม่ทันรถเที่ยวสุดท้าย พวกเราแยกกับอีนกตรงนั้น ได้แต่หวังว่าขากลับมันคงไม่โดนดักตบ รอบสองนะเว้ย..

----------------------------------------------------

ตายห่าหล่ะสิ กว่าพวกฉันจะกลับมาถึงบ้านก็ปาไปทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ฉันกับอีบริทย์น่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก อย่างดีก็แค่โดนบ่น อีต๋องน่ะซี่ หน้าห่วงชิบหาย

พวกฉันพากันเข้าบ้านฉันก่อน
หลังจากที่โดนพ่อแม่ฉันด่ากันจนหนำใจแล้ว ฉันก็ไปขอให้พ่อไปส่งอีต๋องที่บ้าน (ทำทีว่ากินข้าวอยู่บ้านฉัน เลยกลับค่ำ) ส่วนอีบริทย์ปล่อยช่างหัวมัน ไม่พ่อแม่มันมารับ มันก็นอนกับฉันที่บ้านนี่แหล่ะ โนพอมแพม..

ตกกลางคืนฉันนึกถึงแต่หน้าอีเบนซ์ ป่านนี้คงลอยหน้าลอยตาหัวเราะพวกกรูกันเพลินไปเลย
อร๊ายยยยส์กรู ไม่น่าเสียทีให้อีกระเทยเด็กนี่เลยยย -*-

........................
ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะก๊าบบบบผม อ่านแล้วชื่นใจจจจจจจ

.......................
-------------------------------------------------------------------
วันนี้ฝนตก พวกฉันมาโรงเรียนกันอย่างทุลักทุเล แม้จะกางร่มกันมาคนละคัน แต่ปอยฝนก็ยังเปียกเราอยู่บ้างพอจะทำให้เสื้อผ้าชื้นๆ วันนี้ไมต้องเข้าแถวให้แยกย้ายกันขึ้นห้องเรียนเลย ฉันกับอีบริทย์พอถึงห้อง ก็เอาร่มออกมาตาก (ซึ่งตอนนี้มีกางเต็มหน้าห้องเรียนไปหมด) จากนั้นก็เดินเข้าห้องไป

"โหยยย ใครเปิดแอร์แรงจังเนี่ย หนาวชิบหาย" ฉันโวย ก็หนาวซะขนาดนี้ เปิดแอร์แรงๆทำพรื้ออะไรอ่ะ.

"ครู เอง" ครูพรศรี (อาจารย์ที่ปรึกษา) ชะโงกหน้าออกมาหลังคอม (ทำไมมาแต่เช้าฟะเนี่ย - -*) ฉันยิ้มให้หน้าแหยๆ

"สวัสดีค่ะ ครู" ฉันยกมือไหว้พร้อมถอยสายบัวให้หนึ่งที ก่อนจะวิ่งไปจองที่นั่งหลังห้องเหมือนเดิม ครูพรศรียิ้มให้ แล้วหันไปทำงานต่อ

"ศักดิ์สิทธิ์ เก็บการบ้านเพื่อนมาส่งหน้าห้อง" ครูออกคำสั่ง ทุกคนหยิบสมุดการบ้านที่ห่อพลาสติคกันมาอย่างดี วางไว้บนโต๊ะ เอกเดินมาเก็บทีละโต๊ะ

"วันนี้ ครูให้พัก" เสียงกรี๊ดกระหึ่มดังตามมาทันที จนครูพรศรีต้องเอาแปรงเคาะกระดานดัง ปัง "ฟังก่อนสิ รีบดีใจกันไปทำไม" ทุกคนกลับมาเงียบอีกครั้ง แต่รอยยิ้มยังเปื้อนหน้ากันอยู่ วันนี้ตั้ง 3 คาบแน่ะ คุยกันมันส์ไปเลย

"ไม่ได้ให้พักเฉยๆ" นักเรียนทุกคนจับจ้อง
"ให้คิดเรื่องงานกีฬาสีด้วย ห้องเราต้องร่วมกิจกรรม" ครูพูดจบพลางกวาดสายตามองนักเรียนทุกคน

"หาา กีฬาสี" อีบริทย์อุทานกับตัวเองเบาๆ ใช่แล้ว กีฬาสี มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดบ่อยนักกับโรงเรียนของฉัน พวกครูอาจารย์มีมติให้มันเกิดขึ้น 2 ปีหนึ่งครั้ง พวกฉันเคยผ่านบรรยากาศปีแรกมาแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้ร่วมทำอะไร เพราะเด็กใหม่จะถูกต้อนไปเป็น สแตนด์ (กองเชียร์) ซะหมด

"อีแบะๆๆ " อีบริทย์เขย่าแขนฉันไปมา
"ไปสมัครเป็นหลีดกัน" ฉันไม่แปลกใจเท่าไรกับคำชวนของมัน แต่งงว่าเมิงจะเขย่ากรูทำไมเนี่ยย พูดกับกรูดีๆก็ได้

"เมิงไปชวนอีต๋องโน่น กรูเต้นไม่เป็น" เพราะนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันถนัด ฉันชอบที่จะดูมากกว่า แต่อีต๋องกะอีบริทย์มันจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

"เฮ้ย เอาเหอะน่า เดี๋ยวพวกกรูสอน" อีนี่ยังรบเร้าไม่เลิก
"เหอะ ให้กรูไปคุมกองเชียร์ให้พวกเมิงยังจะดีเสียกว่า" ฉันยืนกรานปฎิเสธ แหม ก็มันไม่ได้จริงๆอ่ะ อีบริทย์เริ่มปล่อยมือจากฉัน มันยังคงยิ้มไม่หุบ ของชอบเค้าเลยหล่ะ งานเนี้ย

หน้าห้องกำลังง่วนกับการแจกใบสมัครประเภทกีฬา และหน้าที่ต่างๆ

"เอ้า ใครจะเป็นกองเชียร์ ยกมือขึ้นครับ" เอกประกาศหน้าห้อง เพื่อนๆร้องยี้กันเป็นแถว ให้ไปนั่งตากแดดตัวดำ ร้องเพลงจนเสียงแหบ เข็ดกันซะหมดแล้ว ไม่มีใครยกมือซักคน

"ใครจะแข่งฟุตบอล มั่ง" ผู้ชายทุกคนในห้อง (หากไม่รวมฉันกับอีต๋อง) ยกมือขึ้นเสนอตัวไปคัดเป็นทีมฟุตบอล เอกก็ด้วยเหมือนกัน

และอีกหลากหลายสารพัดกีฬาก็ทยอยถามกันจนหมด สรุปคาบนั้นได้ความว่า อีบริทย์ลงหรีด ฉันคอยคุมกองเชียร์ เอกจะแข่งบอล กะบาส เพื่อนคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่เป็นนักกีฬา ก็จะคุมกองเชียร์เนี่ยหล่ะ

"ครูคะ แล้วพวกเราได้อยู่สีอะไรอ่ะคะ" เพื่อนชะนีนางหนึ่งยกมือขึ้นถาม ครูพรศรีละมือจากคอมพิวเตอร์ แล้วหันหน้ามองพวกเรา ก่อนจะตอบเสียงเบาๆ ว่า


"สีเหลือง"

อร๊ายยยยยยยส์ ตายห่าหล่ะสิ!!ก็ไอ้สีเหลืองโรงเรียนฉันมันเหมือนมีอาถรรถ์ ถ้วยรวมได้ที่โหล่ทู๊กปี ไม่รู้เป็นอะไร และไอ้สีที่ได้ที่ 1 ทุกปีก็คือ "สีแดง" (เออ มันก็แปลกดีเนาะ)

.................................................

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดส์" เสียงกรี๊ดเกิน 80 เดซิเบล ดังขนาบสองหูของดีฉัน จนปวดแสบแก้วหูไปหมด

"เมื่อไรพวกเมิงจะเลิกกรี๊ดกันเนี่ย อีพวกเชี่ย" ฉันด่าด้วยความเหลืออด

อีบริทย์วิ่งมาเขย่าแขน (เขย่าอีกแระ) ซึ่งกำลังนั่งล้างจานอยู่ จนน้ำแฟ๊บกระจายล้นออกนอกกะละมัง

"ห้องอีต๋องก็ได้อยู่สีเหลืองเหมือนกัน สีเดียวกับเราเลย" อีบริทย์ยังดีใจไม่หาย ดีแระเมิงจะได้มีเพื่อนเป็นหรีด ฉันหันหน้ามาล้างจานต่อไป

"ปีนี้หรีดสีเหลืองต้องเริ่ด แสมนแตน" อีต๋องลุกขึ้นยืน มันวาดมือไปกลางอากาศ เชิ่ดหน้า แววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง

"สีเหลืองแพ้ทุกปี กรูจะบอกเมิงให้" ฉันตัดความหวังมันเฉียบพลัน
อีบริทย์ตบหัวฉันดัง เป๊กก
"อีเชี่ย ทำลายความหวังพวกรู" ฉันหัวเราะเล็กๆ ก่อนหันไปล้างจานต่อไป

"แพ้ใครก็แพ้ได้ แต่อย่าแพ้พวกอีตือก็แล้วกัน" อีต๋องยังหวัง

"อีตือเป็นหลีดด้วยหรอวะ ฮ่าๆๆๆ มันจะเต้นไหวหรอวะ มีต่อตัวป่ะ" ฉันพูดไป ขำไป คิดภาพอีตือเต้นไม่ออกจริงๆ คงเหมือนตือโป๊ยก่ายที่กำลังวิ่งหนีพระถังซัมจั๋งหล่ะม้าง^^

"เมิงไปว่ามัน มันสีแดงนะเว้ย" อีต๋องพูดต่อ แค่พูดคำว่าสีแดงมันก็มีแววชนะมากกว่าเราแระ

"กรูว่าคัดตัวคงไม่ผ่านหรอกว่ะ" จะไปกลัวอะไรหล่ะ ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ ใครเค้าจะให้ผ่านไปเป็นหลีด ฉันคิดอย่างนั้น

"คัดเชี่ยไรหล่ะ มันเป็นคนคัด" อ้าวเวรหล่ะสิ อีตือรุ่นพี่นี่นา พวกฉันเมาท์กันอย่างสนุกปาก

"ง้านพวกเมิงก็ห้ามแพ้" ฉันกำชับเพื่อน แพ้ใครกรูไม่ว่า แต่ห้ามแพ้มัน

"ถ้าแข่งกันจริงๆ กรูไม่กลัวหรอก" อีต๋องพูดหน้าเสียๆ
"ใช่ๆ กลัวมันเล่นไม่ซื่อมากกว่า" อีบริทย์ก็มีท่าทีหมดหวังเหมือนกัน พวกนี้ทำไมมันถอดใจกันง่ายจังวะ


"กลัวเชี่ยไรวะ กรูยังอยู่ทั้งคน" ฉันจะไม่ยอมให้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นเหมือนทุกๆปีแน่ อีตือก็อีตือเถอะ...เจอกันหน่อยเมิง


........................

------------------------------------------------------------------

เช้าวันต่อมา พวกเรามาถึงโรงเรียนตั้งแต่ 7 โมง ซัก 7 โมงครึ่งก็ฝนตก วันนี้ก็ไม่ได้เข้าแถวอีก (ดีๆ ชอบ) พวกเรานั่งเมาท์กันอยู่บนห้อง ส่วนใหญ่ก็ยังตื้นเต้นเรื่องกีฬาสีไม่หาย

"แบะๆ ทำไมไม่เป็นหลีดหล่ะ" เอกเข้ามานั่งลงเก้าอี้ข้างๆฉัน โอ้วพระเจ้ายอด มันจอร์ชมากกกกกก

"เราเต้นไม่ค่อยเป็นน่ะ" ค่อยๆตอบอย่างมีชั้นเชิง เอกยิ้มให้
"แบะเก่งออก ฝึกแป๊ปเดียวก็ได้นี่นา" (รู้ดีนะเมิง จนแก่ปูนนี้แล้ว ตรูยังเต้นไม่ได้เลย)

"ไม่หรอก เราไม่สวยด้วยแหล่ะ" กรูนี่มารยาเยอะเจงๆ ^^
"เฮ้ย! ใครว่าหล่ะ แบะน่ารักดีออก" อู้ววววว เข้าทางกรูจนได้.. หน้าแดงก่ำเลยสิคะพี่น้อง ก็มันเขินนิ

"จิงหรอ" ฉันถามแก้เขิน ปากยิ้มไม่หุบ เอกมันหัวเราะเบาๆ

"จิงดิ ถ้าใจเย็นกว่านี้หน่อยนะ จะน่ารักมากเลยหล่ะ" ฉันนั่งฟังหูผึ่ง โอ้วแม่จ้าววได้ทรงชี้ทางสว่างให้แล้วววว ฉันเคลิบเคลิ้มกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ทั้งวัน จนอีต๋องกับอีบริทย์มันนึกว่าฉันไม่สบาย..- -"

..............................................................................

กลางคืนของวันนั้น คนในบ้านเริ่มพากันเข้านอนแล้ว แม่ลงมาไล่ปิดประตูหน้าต่างข้างล่าง

"เอ้า ไอ้แบะ นั่งทำอะไรตรงนั้นน่ะ" แม่ฉันเอิ้นถาม

ฉันเผยอตามองแม่ข้างนึง แล้วก็กลับหลับตาปี๋เหมือนเดิม ก่อนตอบไปว่า

"นั่งทำสมาธิอยู่แม่"

แม่ฉันงงเป็นไก่ตาแตกกกกกก ฉันทนนั่งอยู่ได้ไม่เกิน 5 นาที ก็วิ่งเผ่นขึ้นนอนเพราะสู้กับยุงมันไม่ไหวว เฮ้อออออ .............

..........................

"แร๊ดดดดดดดดด แรด แร๊ดดดดดแรด" อีบริทย์กะอีต๋องหัดเต้นเพลงเชียร์ มันแหกปากร้องดังลั่น จนฉันต้องนั่งเอามือปิดหูไว

"แรด แรด แรด แรดตะแล๊ด ตะแล็ด แต๊ด แต๋" อีผีขนุนสองตัวออกสเต็บกันอย่างเร่าร้อน ว่าแต่ว่าเพลงเชียร์เชี่ยไรของเมิงวะ ทั้งเพลงมีแต่แรด แต่แรด

"ฉันไม่แคร์ ใครจะหาว่าแรด" ฉันส่ายหัว ฟังมันมากๆแล้วปวดประสาท ฉันคว้าถุงโค๊กอีบริทย์ขึ้นมาดูดกินแก้ปวดหัว

"แร๊ดดดดดดดดดดด แรดดดดดดดดดด" อีสองตัวยิ่งแผดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ

"โอ้ยยยยยยยยยย อีพวกเชี่ยยยยย พวกเมิงจะเลิกแรดดด ได้ยังว้า กรูกินน้ำไม่รู้เรื่อง" ฉันตวาดเสียงสู้อีสองแรด อีต๋อง ก้มไปหยิบกระป๋องโค๊กมาเฟี่ยงฉัน มันโดนหน้าอกฉันเต็มๆ ฉันร้องโอ๊ยดังลั่น

"แหม:-)กก กินน้ำต้องรู้เรื่องด้วยเหรอวะ อีเลวว" กรูไม่น่าไปขัดเลย กรูขอโต๊ดดดดด อีสองตัวฉุนกันใหญ่ แต่ฉันสิ รู้สึกเจ็บแปลบๆที่น่าอกยังไงชอบกล

"เฮ้ยย กรูเจ็บว่ะ" ฉันเอามือจับหน้าอกตัวเอง อีต๋องตกใจใหญ่ มันวิ่งเข้ามาหาฉัน
"กรูเขวี้ยงเบาๆเองนะเว้ย อะไรบาดหรือเปล่าวะ" อีต๋องเอามือมาจับใหญ่.. แต่เอ๊ะ... หน้าอกมันแปลกๆยังไงๆอยู่นะ


"อีแบะ นมเมิง..." อีต๋องพูดอย่างตกใจ ฉันรีบเอามือจับหน้าอกตัวเองทั้งสองข้าง มันเหมือนเป็นไตแข็งๆ และมันก็เริ่มเจ็บเมื่อไปสัมผัสโดนมัน


"อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยส์" ฉันกรี๊ดดังลั่น อีต๋องกับอีบริทย์รีบเอามืออุดหูกันระวิง ก็จะไม่ให้ดีใจได้ไงอ่ะ นมขึ้นแล้วนี่นะ จะเป็นสาวแล้ววววววววววโว้ยยยยยย
........................


"เมิงไม่ต้องมาหลอก กรูเลย เมิงกินวันละกี่เม็ด" อีต๋องกะอีบริทย์ซักไซร้ฉันไม่เลิก เรื่องยาคุม

"กรูบอกแล้ว กรูกินเม็ดเดียวก่อนนอน" ฉันตอบอย่างเหนื่อยหน่าย มันเล่นถามมาตลอดทาง จนจะถึงบ้านฉันอยู่แระเนี่ย - -"
"ถ้าเมิงกินเท่าพวกกรูจริง ทำไมของพวกกรูยังไม่ขึ้นอ่ะ" เอ๋า อีเชี่ยยย กรูจะไปรู้กะเมิงไหมน่ะ

"มันเป็นคนๆล่ะม้าง พวกเมิงก็กินต่อไปอีกหน่อยก่อนเซ่ะ" อีต๋องกะอีบริทย์หยุดคิดนิดนึงส์

"เออว่ะ อาจเป็นไปได้" โถ อีสองดอกกกกเอ้ยย ในที่สุดก็ปรินิพพานซักที
..................................................

เมื่อกลับมาถึงบ้าน

"แม่ๆ หนูขอตังค์ไปซื้อเสื้อในหน่อย นมหนูขึ้น" แม่หันมามองหน้าฉันแล้วทำหน้างง แม่ลุกขึ้นมาจากเปล เอื้อมมือมาคลำหน้าอกฉัน

"อย่างนี้เมิงเรียกนมหรออออ ถุยยย" อ้าว ไมแม่พูดงี้อ่ะ นี่มันความภาคภูมิใจของหนูเลยนะน่ะ - -" (แม่นี่ยังไงซะแระ)

"นมเท่าลูกมะนาวครึ่งลูก (โห ดูถูกอย่างแรง) ริจะใส่เสื้อใน พักๆๆๆเฮอะ" แม่ตัดเยื่อใยขาดวิ่น แล้วหันไปหลับต่ออย่างสบายอารมณ์ เอาเถอะแม่ วันนี้ยังเป็นลูกมะนาวครึ่งลูกก็ไม่เป็นไร วันนึงมันจะกลายเป็นแตงโมให้แม่ดู หุหุ

(แตงโม แตงโม แตงโม แตงโมลูกโตๆรสหวาน)

ค่ำๆ ของวันอาทิตย์ ฉันนั่งทำการบ้านกับอีบริทย์อยู่ข้างล่าง วันหยุดของพวกมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แป๊ปๆ ก็ต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว และอีกไม่นานพอแข่งกีฬาสีเสร็จ ก็เป็นช่วงสอบพอดี อ่านหนังสือกันหัวบานเรยทีนี้ คิดแล้วก็เครียด พวกเรารีบทำการบ้านกันแล้วก็รีบเข้านอน อีบริทย์นอนกับฉันวันนี้เพราะฝนตกกลับบ้านไม่ได้

....

วันต่อมาในคาบกิจกรรม( 3 คาบ ) ฉันและเพื่อนๆพากันไปเกาะสนามฟุตบอล เพราะวันนี้ เอกจะมาคัดตัวนักกีฬาฟุตบอลสีเหลือง ไอ้ฉันก็ดูไม่เป็นหรอกนะฟุตบอลเนี่ย เชียร์ไปมั่วๆ ละกัน ฉันเลือกที่นั่งใต้ต้นไม้ข้างสนาม แล้วนั่งขัดสมาธิกันลงบนพื้นหญ้านุ่มๆ ร่วมกับเพื่อนๆในห้องฉันอีกหลายคน

พวกผู้ชายเกาะกลุ่มทำอะไรซักอย่างไม่รู้อยู่กลางแดด สงสัยจะแบ่งกลุ่มกัน แล้วก็มีกลุ่มนึงถอดเสื้อออก (รวมทั้งเอกด้วย วี๊ดวิ่ววว) ฉันนี่อ้าปากค้างไปเลย คนอะไรน่าร๊ากกกกกไปซะหมด เอกหันซ้ายหันขวาแล้วก็วิ่งมาข้างสนาม

"แบะ ฝากหน่อย" เขาวิ่งมาโยนเสื้อให้ฉันไว้บนตัก โอ้วจอร์ช เสื้อเค้าเปียกเหงื่อนิดหน่อย แต่ก็น่าหยิบมาดอมดมซะไม่มี หัวใจฉันเต้นตึกตั่ก เพื่อนๆข้างหลังเริ่มส่งเสียงโห่ร้อง ก็แซวกันไปปปป... (แซวกันเยอะๆ ชอบบบ)

"อีแบะนี่ร้ายใหญ่แล้วนะเมิง" อีต๋องเมาท์กับอีบริทย์ มันล้อเลียนฉันใหญ่

"นั่นสิ ดูท่าทางไอ้เอกสิ มันยังไงๆอยู่น้า" อีบริทย์พูดล้อฉันไม่หยุด อีพวกบ้า เลิกล้อได้แล้ว กรูอายจนเหงือแตกหมดแล้ว ว่าแล้วก็เลยหยิบเสื้อเอกขึ้นมาเช็ดเหงื่อเข้าไปหนึ่งปื๊ดดดด (ดีนะ ไม่สั่งขี้มูกลงไปด้วย อร๊ายยยส์ เขินน)

อ่ะนั่น ตรูเผลอไม่ทันเท่าไร เอกยิงประตูเข้าไปแล้ววว เสียงสาวๆ กรี๊ดกันดึงกระหึ่มรอบสนามไปหมด พวกฉันก็พลอยดีใจกระโดดโลดเต้นกันใหญ่ เอกยิ้มไม่หุบ เค้าหันหน้ามาทางฉันแล้วก็ทำสัญญาณมือชูสองนิ้ว (สู้ๆ) โอ๊ยยย หัวใจจะละลายอยู่แล้วววววววว เอกขา


"อร๊ายยยยส์ มันยิ้มให้เมิงด้วยยยย" อีต๋องกรี๊ดเสียงดัง อีเชี่ยนี่ตื่นเต้นกว่ากรูอีกนะเมิง แต่ไม่เป็นไร วันนี้กรูให้อภัยพวกเมิงทุกอย่าง อิอิ

ฉันเอาใจเชียร์จนจบครึ่งแรก เอกวิ่งเข้ามาทางพวกฉัน เค้านั่งพักลงข้างๆฉัน แล้วก็ถามฉันเรื่องเตะบอลไรเนี่ยแหล่ะ ฉันได้แต่เออออห่อหมกไปด้วย ก็คนมันไม่รู้เรื่องนี่จ๊ะ ที่รัก

เอกยิ้มตลอด เหงื่อออกเต็มตัว ถอดเสื้อเล่นกลางแดดยังงี้ดำกันหมดพอดี เค้านั่งหอบหืดอยู่ข้างๆฉัน ตอนนี้ฉันหายใจไม่เป็นจังหวะ อีบริทย์อีต๋องทำหน้าล้อเลียนฉันกันใหญ่ เพื่อนๆในห้องข้างหลังก็พากันหยอดมาทีละเล็กละน้อย เอกก็ได้แต่หัวเราะ ฉันก็เกือบจะมีความสุขแล้วหล่ะ ถ้าเกิดไม่มี..


"พี่เอก อ่ะ" อร๊ายยยยยยยยส์ อีน้องนี เดินมานั่งข้างๆเอก มันยื่นผ้าเช็ดหน้าสีหวานแสบไส้ให้เอก เอกคว้าหมับมาเช็ดเหงื่อทันใด พวกเพื่อนๆฮือฮากันใหญ่

"อีชะนีผีเอ้ยยย" ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ อย่างเจ็บแค้น ฉันลุกขึ้นแล้วเอาเสื้อขว้างใส่หน้าเอกอย่างจัง ก่อนจะเดินออกจากสนามบอลไป อีบริทย์อีต๋องวิ่งมาตามหลัง... ทำไมมันต้องเป็นอย่างงี้วะเนี่ยยย วุ้ย อารมณ์เสียยย - -"


"แบะ เป็นไรอ่ะ หืม?" เอกมาสะกิดฉันยิกๆ แต่ขอโทดเถอะค่ะ ตบหัวอย่ามาลูบหลัง ฉันเมินไม่ยอมมองหน้าและไม่พูดกับเอก

"โกดอะไรเราหรอ บอกเราสิ" อ่ะนะเมิง จะมาหลอกอะไรตรูอีกหล่ะ ไม่เชื่อซะหรอก (งอนงุดๆ ไม่ยอมหาย)

"อ่ะ ง้านเราไม่กวนก็ได้" พูดจบมันก็ลุกขึ้น ฉันคว้าแขนมันไว้หมับ (เสียฟอร์มเลยกรู -*- )
"ไปไหนอ่ะ" ฉันถามไปงั้นๆ ในใจอยากให้เค้านั่งง้อเราอย่างนี้อ่ะ

"ก็แบะไม่อยากคุยกับเรา" (โถ ซื่อจังนะเมิง กรูอยากคุยใจจะขาด แต่มันต้องมีฟอร์มกันหน่อยเว้ยย)
"ก็เอกมีน้องนีไว้คุยด้วยแล้วนี่" ว่าแล้วฉันก็ทำงอนสะดีดสะดิ้งอีกครั้ง (แรดจิงๆเลยกรู)

"เอ้ย นีมาเกี่ยวอะไรด้วยหล่ะ"
ฉันนิ่งไม่ยอมตอบ เอกมันก็คงรู้แหล่ะว่าฉันหมายความว่าไง เค้าหัวเราะออกมา สนุกเลยสิเห็นกรูเป็นแบบนี้อ่ะ อย่าให้ถึงทีกรูบ้างนะเมิงงง

"ไม่เอาน่า อย่าคิดมากดิ" (หมายถึงไม่ให้กรูคิดมากเรื่องน้องนี หรือไม่ให้คิดมากกับเมิงเนี่ย ไม่เคลียร์นะโว้ย - -" ) ฉันยังใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวอยู่เหมือนเดิม

"เรากับนียังไม่ได้เป็นแฟนกันซักหน่อย" โอ้วววววววววว พระเจ้าจอร์ช เข้าข้างกรูแล้วววววว ^^ ฉันหันมายิ้มให้อย่างลืมตัว ในใจอยากจะกระโดดกอดเอกให้หนำใจ (แต่กลัวมันถีบเอา)



"คือ เรายังจีบเค้าไม่ติดเลยอ่ะ" .......(พูดไม่ออกเลยกรู) ฉันหุบปากที่เคยแสยะยิ้มลงทันที เมิงจะไปไหนก็ไป ไป๊.. (สาดด หลอกให้กรูดีใจ -*- )


จากคุณ : ตุ๊ด ตจว.

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
มันส์ ได้ใจมั้กมัก

ชอบ ชอบ

เขียนได้สนุกมากๆ

ขอบคุณ แบะ ขอบคุณ บลู



พูห์ คนเลวๆ

NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
ตอนอยู่ ม.2   :teach:
คืนพระจันเต็มดวงคืนหนึ่ง
นังเปิ้ล นังเอ๋ นังทะเนตร
และ ข่อย พวกเราโดนพวกผู้ชายเทคซ้อนท้ายมอไซค์ฮ้างๆ
เข้าป่าละโม๊  แบ่งคู่กัน ไปสิง-
ไต้ต้นไม้ ต้นละคู่ สนู๊กๆ (อีห่าเอ๋ เอาไอ้เบิ้มไป เซ็งเลย :seng2ped:)

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ชายพวกนั้นเอาไปเม้าท์โรงเรียน
กระเทยอายกันสุดริดดดด :-[

เกลียดผู้ชายพวกนั้นจัง ปากสว่าง :o :3061:
แต่หลังจากนั้น พอแก่แดดพวกเราก้อไม่อายอีกต่อไป
กับกลายเป็นว่าไม่ได้ผู้ชายก้ไปเม๊าท์ว่าได้  ทำเอาผู้ชาย โกดไล่แตะเอา :3125:

อี่เอ๋...กรูรู้ว่าตอนไปเที่ยวราศีนะ มรึงไม่ได้ผู้ชายเลย
แต่มรึงกลับตอแหลว่าได้ 2ไม้  กรูสังเวชมรึงจรีงๆ :monkeylaugh2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2007 12:37:40 โดย NewcoolstaR »

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586


ขอ 'นุยาดรีบนหัวอธิบายคำว่าไม้นะเคอะ

ไม้นั้นรีเฟอถึง....ไอ้นั้นของผู้ชายเคอะ

มันมีลักษณะเป็นแท่งๆ ลำๆ ยาวๆ คล้ายๆ กันเวลาจับไม้หรือจับ.....มันก็ต้องกำๆ เหมือน  ดังนั้นเรา(เหล่าชาวสาวสีม่วง) เลยเรียก....ผู้ชายที่ได้กำแล้วว่าไม้  จะได้กี่ไม้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้กำกี่แท่ง

ส่วนอาการของคุณอี่เอ๋ที่อดผู้ชาย  เพื่อนเจ้มันบอกว่า "นก" เคอะแปลว่าอดแดก  เจ้คาดว่ามันน่าจะมาจากภาษาอังกฤษที่ว่า NOP แต่ถ้าเจ้าเข้าใจผิดไป  ก็ขอเรียนเชิญตุ๊ดผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้โดยด่วน  เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและถ่องแท้ในภาษาแห่งชาวเรา 

จาก อิเจ้.....ตุ๊ดกระจายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป



ส่วนอาการของคุณอี่เอ๋ที่อดผู้ชาย  เพื่อนเจ้มันบอกว่า "นก" เคอะแปลว่าอดแดก  เจ้คาดว่ามันน่าจะมาจากภาษาอังกฤษที่ว่า NOP แต่ถ้าเจ้าเข้าใจผิดไป  ก็ขอเรียนเชิญตุ๊ดผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้โดยด่วน  เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและถ่องแท้ในภาษาแห่งชาวเรา 

จาก อิเจ้.....ตุ๊ดกระจายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

แต่เจ๊ว่า "นก" มาจากลักสะนะของสัตว์ปีกที่ต้องบินกลับรังเดิม
นกกระเทยที่อ้างว้าง ต้องบินกลับรังเพียงตัวเดียว มิได้มีนกตัวผู้อีกตัวบินเคียงข้าง
อาการไม่ได้ผู้ชายเลยถูกเรียกสั้นๆว่า "นก"
จากเดิม นก เป็นคำนาม แต่ "นก" ที่แปลว่าไม่ได้แดก เป็นคำขยายกริยา

มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เจ๊ว่านะ...ใครรู้เป็นมายังไง..ก็มาขยายต่อนะจ๊ะ :angellaugh2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2007 14:25:00 โดย NewcoolstaR »

meemewkewkaw

  • บุคคลทั่วไป
โอ้ว์  . . . ทั้งมันส์ยังแถมได้ความรู้อีกด้วย



ปล.คำว่าแฮงที่เพ่บลูเรย์ถามมา น่าจะแปลว่า มาก ครับ บางทีคำว่าแฮงก็แปลว่า แรง ได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคครับ

NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
meemewkewkaw แปลเก่งเหมือนเจ้าของภาษาเลย
อิอิอิอ
แฮง แปลว่า อย่างแรง มากๆ  อย่างหนัก
แฮง แปลว่า พลัง เรี่ยวแรง
เหมิดแฮง แปลว่า หมดแรง
แข็งแฮง แปลว่า แข็งแรง
"อ้าย..เฮ็ดแฮงๆแหน่อ้าย"  แปลว่า " พี่..ทำแรงๆหน่อยดิพี่"
5555 :monkeylove2: :monkeylove2:
 :monkeylove2: :monkeylove2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2007 16:50:17 โดย NewcoolstaR »

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
ภาษาตุ๊ดวันละครับ

เอิ๊กๆๆ :kikkik:


พูห์ คนเลวๆ

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
 !!! เป็นตุ๊ดหง่ะ บัดซบจริงๆเลยยย (ภาค3)!!!  
"อร๊ายสสสสสสสสสส์ ๆๆๆ" ฉันกรีดเสียงแหลมปรี๊ดดดดดด ระบายความแค้นระหว่างเดินออกไปรอรถกลับบ้านหน้าโรงเรียน อีบริทย์กะอีต๋องเดินทิ้งระยะห่างจากฉันไม่ต่ำกว่า 20 เมตร

"อีแบะ เลิกเฮิร์ทได้ยังว้าาาา" อีต๋องส่งเสียงมาลองหยั่งถามฉันดู
"ใช่ๆ ยังไงเมิงก็สู้น้องนีไม่ได้หรอก" ดูปากเมิงนะ อีบริทย์ อีเพื่อนเชี่ยยยย อีต๋องตบหัวอีบริทย์ดังป๊าปปป ข้อหาพูดไม่คิด อีนี่เนี่ยประจำเลยนะเมิง


"อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยส์" ฉันใส่พาวเวอร์สุดพลังงง อีสองตัวนั้นเอามืออุดหูกันใหญ่ (ดอกเอ้ยยย เวลาพวกเมิงอ่ะ) อีต๋องเห็นท่าว่าจะไม่ดีซะแระ มันวิ่งตามฉันมาแล้วตบไหล่ฉันเบาๆ

"ใจเย็นก่อนดิว้าาา" อีต๋องค่อยๆปลอบ อีบริทย์วิ่งงุดๆ ตามมาอีกคน นี่ถ้าเมิงพูดไรไม่เข้าหูกรูอีกคำนะอีบริทย์ เจอส้นตรีนนนกรูแน่...

"เออ ใช่กรูก็ว่........" อีบริทย์พูดยังไม่ทันจบ อีต๋องตวาดให้:-)หุบปากทันควัน
"อีบริทย์เมิงไม่ต้องพูด เมิงเดินเฉยๆเลย" อีต๋องชี้หน้าอีบริทย์ อีบริทย์ก้มหน้าสงบปากสงบคำแต่โดยดี

"ฟังกรูนะเว้ย อีแบะ เมิงอย่าถอดใจ ไอ้เอกดูมีท่าทีกับเมิงอยู่ไม่น้อยเลยนะเว้ยยย"
"มีท่าทีเชี่ยไรของเมิงอ่ะ เมิงไม่เข้าใจหรอ มันบอกว่ามันจีบอีน้องนีอยู่อ่ะะะะะะ อร๊ายยยยยยยยยยยส์" ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นนน

"จีบแล้วไงวะ แค่นี้เมิงก็ยอมแล้วหรอ" อีต๋องพยายามฉุกให้คิด
"ที่ผ่านมาเมิงแอบชอบมัน แต่กรูไม่เห็นเมิงจะไปจีบมันเลยนะเว้ยยย เมิงจะรอให้มันมาตกหลุมรักเมิงเองหรือไงวะ"

"จีบส้นตรีนไรอีกอ่ะ มันไม่ได้ชอบกรู มันชอบอีชะนีนั่น เมิงจะให้มันมองกรูเป็นตัวตลกหรอไง ไม่มีทางซะหรอก" ฉันเบะปาก


"แต่มันแคร์เมิง" อีต๋องจุดประเด็น
"มันง้อเมิง" เออว่ะ พูดอีกก็ถูกอีกฉันเริ่มคล้อยตาม ความหวังที่เคยคิดว่าหมดไปแล้วเริ่มกลับมาริบหรี่อีกครั้ง ฉันมองหน้าอีต๋องอย่างมีความหวัง

"แล้วจะเอาไงกะมันดีว้า" ฉันถาม



"เมิงต้องบุก"
อีต๋องเชียร์กรูขาดใจ อีบริทย์ทำหน้าเห็นด้วย

.......................

ฉันใช้เวลาครุ่นคิดเรื่องนี้กันอยู่หลายชั่วโมง ฉันมักบอกเตือนกับตัวเองเสมอ ว่าผู้ชายต้องคู่กับผู้หญิง มันไม่มีโควต้าสำหรับคนอย่างฉันหรอก แต่ถึงนาทีนี้ ชั่วโมงนี้ ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ (แม้ว่าฉันจะต้องเสียใจภายหลังก็ตามที)

กินข้าวเย็นเสร็จได้สักพัก ฉันตัดสินใจไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว หมดเวลาคิดมากแล้ว อาบน้ำเสร็จฉันเดินเข้าไปห้องแม่

"หาอะไรของเมิง ไอ้แบะ" แม่ลุกขึ้นมามอง (หลับอยู่) ฉันรื้อๆค้นๆ เสร็จแล้วก็เจอ

"ผงพิเศษ ยืมก่อนนะแม่" ฉันเอาไปผสมน้ำทาหน้าจนขาววอก แล้วก็เข้านอนสบายใจไป...

...........................

วันต่อมา พวกฉันมาถึงโรงเรียนเช้ากว่าปกติ ไม่รู้ลุงรีบอะไรขับรถเร็วเชียววันนี้ พวกฉันไปนั่งกันที่ศาลาใต้ต้นไม้เหมือนเดิม อากาศยามเช้ามันสดชื่นดีจัง แถมยังหอมกลิ่มข้าวเหนียวหมูปิ้งที่อีบริทย์ซื้อมากินอีก ดูมันช่างเข้ากันจังเลยกับตอนเช้าเนี่ย

ไม่นานพวกเราก็เห็นเอกเดินตามเข้าโรงเรียนมาไกลๆ ถึงแม้ว่าอีกนานกว่าจะเข้าแถว แต่ฉันไม่หวังว่าเค้าจะมานั่งกับพวกฉันที่นี่หรอก เค้ามักนั่งอยู่ใต้ตึก 6 (ชื่ออาคาร) เพราะห้องน้องนีมักรวมตัวกันที่นั่น และคราวนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เอกวางเป้บนโต๊ะม้าหินใต้ตึก 6 ถึงแม้เค้าจะยังมีแค่เค้าคนเดียวที่ตรงนั้น เอกก็ยังยินดีจะนั่งรอคนที่เค้ารัก พวกฉันทำได้แค่โบกมือทักทายกันไกลๆ... ชักท้อหล่ะสิ

"ไปนั่งกับไอ้เอกกันเหอะ อีแบะ" อีต๋องกับอีบริทย์พยายามยุให้เปลี่ยนที่นั่ง แต่..
"ไม่ต้องหรอก เราอยู่ในที่ๆควรจะอยู่น่ะดีแล้ว" ฉันพูดจบก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแก้เครียด อากาศดีๆอย่างนี้ ไม่อยากให้เสียบรรยากาศเลย อีต๋องกะอีบริทย์นั่งลงกินข้าวเหนียวหมูปิ้งกันที่เดิม พวกฉันคอยมองไปทางเอกเป็นระยะๆ

และไม่นาน คนที่ควรจะอยู่ตรงนั้นก็มา น้องนีกับเพื่อนของเค้าพากันมานั่งตรงโต๊ะมาหินอ่อนตรงนั้น ตรงที่เอกนั่งอยู่ก่อนแล้ว เอกดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด เค้ายิ้มตลอด.. ฉันว่าฉันแพ้แล้วหล่ะ แพ้อย่างไม่มีทางสู้..


............

"อะไรของเมิงวะ ไหนว่าจะทำตามแผนไง" อีต๋องกะอีบริทย์เซ้าซี้ฉันไม่เลิก มันไม่สนใจข้าวกลางวันที่วางอยู่ตรงหน้ามันด้วยซ้ำ ฉันยังคงตักข้าวเข้าปากไม่สนใจ ฉันค่อยๆเคี้ยวแต่ก็ไม่ได้รู้ว่ารสชาติมันอร่อยหรือเปล่าหรอกนะ

"กรูบอกว่าพอก็คือพอ กรูพอแล้ว พวกเมิงอย่าพูดอะไรอีกเลย" ฉันบอกกับบรรดาเพื่อนซี้ พวกมันทำท่าผิดหวังในตัวฉัน แต่ก็ไม่แปลกหรอก ฉันก็ไม่เคยหวังในตัวเองเหมือนกัน

อีบริทย์กับอีต๋องคงเคืองฉัน มันนั่งกินข้าวกันต่อโดยไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำ เฮ้อ..เข้าใจกรูหน่อยสิวะ

ฉันกับอีบริทย์มีเวลาว่างกันอีก 2 คาบ พวกเราตัดสินใจขึ้นไปห้องสมุดกัน ฉันเลือกอ่านการ์ตูนตามที่ชอบ อีบริทย์วนเวียนอยู่กับมุมนิตยสารแฟชั่น อารมณ์นี้ได้อยู่ในที่เงียบๆแบบนี้บ้างมันก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ความสุขมักอยู่กับเราไม่ได้นาน เอกเข้ามาใช้ห้องสมุดเหมือนกันซะอีก - -*

"แบะอ่านการ์ตูนเรื่องไรหรอ" เค้าปรี่มาหาฉันทันทีที่เห็น อีบริทย์กะจะเข้ามาขวางไว้ แต่ไม่ทันซะแล้ว มันถึงตัวกรูแล้วหล่ะ - -

ฉันพลิกหน้าปกการ์ตูนให้มันดู เพราะที่อ่านไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องอะไร สมองมันคิดแต่เรื่องอื่นมากกว่า และเอกก็คงรู้ตัวดี เค้าออกไปนั่งห่างจากฉันและตลอด 2 คาบนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย...

ฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร มันไม่ใช่ความรู้สึกหมดรัก แต่มันคือหมดหวัง และฉันก็ไม่อยากให้ความรักของฉัน ไปทำร้ายคนที่เค้ารักกัน ทำร้ายคนที่ฉันรัก...

กลางคืนฉันอาบน้ำเข้านอน แม่เข้ามาเปิดไฟในห้องฉัน

"ไม่เอาผงพิเศษทาหน้าแล้วหรอคืนนี้อ่ะ" แม่ถาม ในมือแม่กำห่อผงพิเศษที่เตรียมมาให้ ฉันยิ้มให้แม่ก่อนตอบไป
"เหอะ ไม่เอาแล้วอ่ะแม่" ฉันตอบเสร็จก็หันไปกอดหมอนข้างหลับตาปี๋เหมือนเดิม

"กันมุ้งดีๆหล่ะ" แม่บอกก่อนจะปิดไฟให้แล้วปิดประตูห้องไว้เหมือนเดิม

...........................................................

รุ่นน้องปี 1 สีเหลืองของฉันร้ายกาจอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันต้องปวดหัวกับการคุมเชียร์ ที่มีน้องๆมาซ้อมกันเพียงไม่กี่คน

"ไปบอกเพื่อนๆด้วยนะว่า ใครไม่มาซ้อม พี่จะให้ตกกิจกรรม" ฉันขู่ฝากไป ถึงแม้กิจกรรมมันจะไม่ค่อยสำคัญอะไรมาก แต่มันก็ไม่ดีนักหรอกถ้าตกน่ะ วันรุ่งขึ้นก็มีคนเริ่มมากันจนเกือบครบ ฉันจำเป็นต้องเร่งซ้อมกันเพราะใกล้จะแข่งกีฬาสีกันแล้ว ซ้อมน้องเสร็จพวกรุ่นพี่ก็ต้องไปประชุมกันต่ออีกด้วย

พอถึงตอนประชุมของรุ่นพี่ ก็ไม่มีอะไรมาก อาจารย์พูดกันถึงเรื่องงบประมาณ ค่าเสื้อสี ค่าชุดหลีดเดอร์ ค่าอาหาร อะไรประมาณนี้ แล้วก็แบ่งหน้าที่กันไป ฉันรับอาสาเรื่องเตรียมอาหารให้ (แต่ไม่ได้จะไปซื้อเค้านะ จะให้แม่ทำใส่กล่องมาขายอ่ะ หารายได้เข้าบ้าน หุหุ) เมื่อทุกอย่างลงตัวเสร็จเรียบร้อย เราก็แยกย้ายกันไปเรียน

"โคตรร้อนเลยว่ะ" อีบริทย์กระพือเสื้อพละที่โชกไปด้วยเหงื่อหลังจากซ้อมหลีดของมัน ฉันเห็นแล้วก็อดไม่ไหว พามันไปล้างในห้องน้ำก่อนดีกว่า

"เมิงล้างตัวซะก่อนเลย เข้าไปเรียนห้องแอร์ เค้าเหม็นกันหมดพอดี" ฉันกำชับตาม พวกเรายืนอยู่หน้าอ้างล้างหน้าในห้องน้ำ อีบริทย์เริ่มเอาน้ำลูบตัว ก่อนจะได้ยินเสียงแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาจากห้องน้ำอีกฟาก (ห้องน้ำเข้าได้สองฟาก)

"เมิงเห็นหลีดสีเหลืองมันยังวะ พวกมันเต้นเริ่ดอยู่เหมือนกันนะเว้ย" หนึ่งในกลุ่มของอีตือพูดขึ้น

"เริ่ดเชี่ยไรของเมิงหล่ะ Eดอกก เต้นง้องแง้งๆ อย่างกับเด็กอนุบาล" เสียงอีตือ ผีเสื้อสมุทรประจำโรงเรียนแน่แล้ว พวกฉันจำได้ดี อีบริทย์สบถด่าพวกมันเบาๆ 555 ใจเย็นดิวะ สาดดด

"แต่ถึงยังไง สีแดงก็ไม่มีวันแพ้" อีพวกนั้นเสริมกันใหญ่

"อร๊ายยส์ อ่ะแน่นอนทีสุด" อีตือกรี๊ดกร๊าดดดดดดดใหญ่ "จะแพ้ได้ยังไงหล่ะค๊ะ ก็ครูที่ปรึกษาเป็นกรรมการซะขนาดนั้น คำว่าแพ้ไม่รู้จัก" อีตือพูดอย่างถูกใจ พวกมันหัวเราะกันดังลั่นห้องน้ำก่อนจะพาเดินออกไป

"โถ่เอ้ยยย อีพวกขี้โกง นึกว่ากรูไม่รู้หรือไง ที่สีแดงชนะทุกปีก็แบบนี้อ่ะแหล่ะ" อีบริทย์ตะโกนด่าตามหลังอย่างเสียอารมณ์

"เอาเหอะว่ะ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" ฉันพูดปลอบใจเพื่อนรัก แล้วมองเข้าไปในกระจกเงา



"แต่ถ้าใครโกงกรู กรูไม่ยอมมม" ฉันพูดต่อ นัยตาเอาเรื่องน่าดู (เหมือนจะดีเลยนะกรูเนี่ย -*- )

............


หลายวันเพื่อยอมรับความเป็นจริง ฉันเริ่มออกห่างจากความฝันที่มักคิดไว้เลิศหรูเกินตัว ถึงแม้แรกๆมันจะเศร้า แต่การจะหลอกตัวเองต่อไปเรื่อยๆมันไม่เข้าท่าเลย หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ..

"แร๊ดดดดดดดดแรดดดดดดดด แร๊ดดดดดดดดดดดด แรดดด" (ใครช่วยเอาอีพวกเชี่ยนี่ไปแรดไกลๆหน่อยได้ไหมเนี่ย) อีพวกแรด 2 ตัวยังคงแผดเสียงแปดหลอดของพวกมันทำร้ายแก้วหูของฉันและ คนใกล้เคียงอยู่เสมอ ไม่เคยเปลี่ยน
"พักกินข้าวก่อนเหอะว่ะ" ฉันพยายามรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้จากมลพิษทางเสียง อีสองตัวหยุดซ้อมแล้ววิ่งลงมานั่งที่เสื่ออย่างไว วันนี้อากาศดีพวกเราอยู่ที่โล่งกว้างๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้นาของพ่อ เราเล่นที่นี่กันมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกวันนี้ต้นไม้ได้แผ่กิ่งก้านใหญ่ไปกว่าเดิม ใต้ต้นไม้อากาศเย็นสบายดีแท้

้้้้"เหนื่อยชิบหายเลยว่ะ เป็นหรีดเนี่ย" อีบริทย์บ่นพลางหยิบไก่ทอดกับข้าวเหนียวเข้าปาก (แล้วใครเค้าไปบังคับเมิงหล่ะ - -") ฉันหยิบถุงส้มตำปูปลาร้ามาแกะใส่ชามที่เตรียมมา อีต๋องจัดไก่ทอดกับข้าวเหนียวไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีบริทย์ไม่ทำอะไรแต่แดกไปก่อนใครเรียบร้อย.. -*-

"อีแบะ เมิงทำไมเอาไก่ทอดบ้านเมิงมาน้อยจังวะ" อีบริทย์บ่น โถอีเชี่ยยย เมิงจะไม่ให้กรูเหลือไว้ให้พ่อแม่พี่น้องกรูแดกบ้างหรอไงวะ (ฉันหอบไก่ทอดมาจากบ้าน อีบริทย์กะอีต๋องหุ้นกันซื้อข้าวเหนียวกะส้มตำ)
"แดก แดก ไปเหอะ" ฉันรวบรัดตัดบท แล้วเอานิ้วจกส้มตำมากิน โหยยยย แซบหลายยเด้...

"อาทิตย์นี้พวกกรูต้องซ้อมหลีดกันทุกวันเลย เมิงจะไปดูพวกกรูไหมวะ" อีต๋องถามฉัน "ก็ไปดิ" ฉันตอบทั้งที่ปากยังเคี้ยวตุ้ยๆ "ถามทำไมยังงั้นอ่ะ" ฉันถามต่อ
"อ้าว! พวกกรูก็นึกว่าเมิงจะไปดูไอ้เอกซ้อมกีฬาอ่ะด ิใช่มะ" อีบริทย์หันไปขอความเห็นจากอีต๋อง ซึ่งอีต๋องก็ได้ยกส้นตรีนขึ้นรอมันเรียบร้อยแล้ว อีบริทย์เริ่มรู้ตัวว่าควรเอาปากไว้แดกข้าวดีกว่าพูด มันเลยเริ่มกินอีกครั้ง

"เมิงเลิกเสียใจหรือยังวะ" อีต๋องถาม มือข้างนึงมันรินน้ำใส่ฝากระบอก "เสียใจเรื่องไรวะ" ฉันแกล้งไต๋ แล้วคว้าน้ำอีต๋องมากินซะเลย (แฮ่ะๆ กำลังติดคอพอดี) อีต๋องมองหน้าาา (รินคืนให้ก็ได้ว้าาา แค่นี้ต้องหวงด้วย)

"ก็เรื่องผัวเมิงอ่ะ" อีต๋องตอบ ฉัน ถอนหายใจออกมา 1 เฮือก แล้วตอบไปว่า..
"เสียใจไปทำไมวะ ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่แหล่ะ" ฉันจำเป็นต้องตอบอย่างนี้ แม้ว่าลึกๆฉันยังแอบเสียใจอยู่ อีต๋องยิ้มให้มันมาตบไหล่ฉัน (อีเชี่ย มือเมิงมันแผลบ หลอกเช็ดเสื้อกรูเปล่าอ่ะ)
"ดีแล้วหล่ะ กลับมาแรดกันเหมือนเดิมดีกว่า" 555 เวลาไม่สบายใจอยู่กับอีพวกนี้มันก็รู้สึกดีขึ้นมาได้เนาะ

"อืออออ ช่ายๆๆ เดี๋ยวพอเมิงสวยๆพวกผู้ชายก็จะมารุมจีบเมิงเองอ่ะ" อีบริทย์พูดทั้งที่เคี้ยวข้าวเต็มปาก ฉันกับอีต๋องหันไปมองหน้ามัน (อีบริทย์รีบก้มหน้าไปกินต่อ เพราะกลัวว่าตัวเองจะพูดอะไรผิดอีก)

"เออ เมิงพูดเข้าท่าเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง ก็เป็นเนาะ" อีต๋องพูด ฉันหัวเราะดัง กร๊ากกกกส์
..............................................................


เย็นนี้ฝนตก พวกเราวิ่งหลบฝนกันมาพักที่ศาลารอรถหน้าหมู่บ้าน กะว่าจะรอให้ฝนซาลงหน่อยค่อยเข้าบ้านกัน

"เฮ้ออ แป๊ปๆก็จะสอบแล้ว" ฉันนั่งบ่นท่ามกลางเสียงฝนรอบตัว ศาลาเก่าๆนี่ยังช่วยคุ้มฝนได้ไม่น้อย ถึงแม้หลังคามันจะมีรั่วบ้างก็เหอะ

"เมิงได้โควต้า ต่อ ปวส.แล้วนี่" อีต๋องพูดพลางเอนตัวไปพิงเสาศาลา
"เออ ได้แล้ว" ฉันตอบสั้นๆ

"พวกกรูยังไม่รู้ว่าจะสอบติดกันเปล่าเลย" อีบริทย์เริ่มกลัว โถอีเวน โรงเรียนเค้าคัดเอาเด็กเก่าเข้าก่อนเมิงไม่รู้หรือไง โง่ชิหายเรยยยย

"กลัวเชี่ยไร ติดอยู่แล้ว" (แต่ติดสาขาไรไม่รู้นะ อีบริทย์กะอีต๋องก็เรียนได้ปานกลาง ไม่ได้เลวร้ายอะไร)

"เฮ้อ หนาวจังวะ" อีต๋องเอามือกอดตัวเองใหญ่ แต่ก็หนาวจริงๆด้วยหล่ะ นี่มันก็ใกล้ค่ำแล้ว ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย

"วันนี้ทำไมพ่อเมิงไม่มารับวะ" ฉันถามอีบริทย์ ปกติพ่อมันจะขับรถกระบะมารับที่ศาลาถ้าฝนตกน่ะ

"พ่อแม่กรูเข้ากรุงเทพ กลับดึกอ่ะวันนี้" อีบริทย์ตอบ มันอ้าปากจะพูดต่อ

"หยุด.. เรยเมิง กรูรู้แระเมิงจะพูดอะไร" ฉันเบรกมันไว้ทันควัน แค่เมิงอ้าปากกรูก็เห็นลิ้นไก่แล้ว จะมานอนบ้านกรูว่าง้านเหอะ อีบริทย์ยิ้มแหยๆ อีต๋องหัวเราะใหญ่

ซัก 10 นาทีหลังจากนั้น พ่ออีต๋องก็ขี่มอเตอร์ไซด์มาพร้อมใส่ชุดกันฝนเต็มสตรีม พวกฉันยกมือไหว้กันใหญ่ อีต๋องรีบลุกเก็บหนังสือ พ่อมันยื่นเสื้อกันฝนให้มันตัวนึง พอมันจัดแจงใส่เสร็จก็กระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอไซด์พ่อมัน มันหันมาบ๊ายบายให้พวกฉัน ก่อนที่พ่อมันจะขับรถฝ่าสายฝนออกไป

ฉันกะอีบริทย์รอกันอยู่อีกไม่เกิน 5 นาที เมื่อเห็นว่าฝนไม่หยุดตกแน่ๆ พวกเราตัดสินใจวิ่งฝ่าฝนกันออกไปด้วยกัน (บรื๊อออออ หนาววว)


..............

พอถึงบ้านก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำสระผมทันที ฉันแช่เสื้อผ้าเปียกใส่กาละมังไว้ หนังสือเราเปียกกันบ้าง แต่ไม่มากเพราะซุกไว้ในเสื้อแล้วเดินกอดมาตลอดทาง

เมื่อจัดแจงทำอะไรเสร็จเรียบร้อย ฉันกับอีบริทย์ก็พากันเดินไปที่ครัว แต่เปิดตู้กับข้าวดูก็ต้องผิดหวัง วันนี้เอ็มไม่สบายหนัก แม่พาเอ็มไปหาหมอมา กลับมาก็เย็นแล้วเลยไม่ได้ทำกับข้าว (ดีนะ ไม่ติดฝนอ่ะ)

มื้อเย็นนี้บ้านฉันก็เลยเลี้ยงกันด้วยบุฟเฟต์ (หากินกันเอง) ฉันเดินไปเปิดตู้เย็น มีผักบุ้งอยู่กำนึง ว่าจะผัดผักบุ้งกินกัน ไปเปิดดูหม้อข้าว ข้าวก็หมด เราเลยได้ต้มมาม่ากินกันเป็นคำตอบสุดท้าย... (ต้องกางร่มไปซื้อกันอีก ลำบากจิงๆเลยกรู)

เมื่อได้มาม่ามาแล้วคนละ 2 ห่อ ก็ฉีกซอง เทมาม่าใส่ถ้วย (ฉันเลือกกินมาม่าหมูสับ อีบริทย์ปักใจรักแต่ต้มยำกุ้ง) เราหั่นผักบุ้งใส่ลงไปด้วยคนละนิดหน่อย พอน้ำในกาเดือดได้ที่ ก็รินใส่ถ้วย แป๊ปนึงก็ได้กิน....

มาม่าท่ามกลางสายฝน อบอุ่นดี ^^

..............
เมื่อท้องอิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน คืนนั้นอากาศเย็นสบาย ฉันเข้านอนแล้วเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็ตี 4 กว่าๆแล้ว ต้องฝืนใจลุกจากที่นอน ฉันปลุกอีบริทยให้ขี่มอไซด์ฮ่างบ้านฉันไปแต่งตัวที่บ้าน ตัวฉันก็ลุกอาบน้ำแต่งตัวเช่นกัน ฉันแต่งตัวเสร็จไม่นาน อีบริทย์ก็กลับมา
แม่พาพวกเราไปส่งที่ศาลาเหมือนเดิม...

มอเตอร์ไซด์ฮ่างคันเก่ากึ้ก ส่งเสียงคร่อกแครกตลอดทาง มันจะพังไม่พังแหล่อยู่แล้ว ก็ยังตะบี้ตะบันซ้อน 3 กันมาอีก สงสารมันเหมือนกันนะ พ่อบอกว่าถ้าถูกหวยจะซื้อคันใหม่แระ แต่จนกี่ปีต่อกี่ปีแระ ก็ไม่เห็นพ่อจะถูกกับเค้าซักที ก็คนไม่มีดวงอ่ะน้า.. แม่มาส่งถึงที่แล้วก็เลี้ยวรถกลับไป

ไม่นานอีต๋องก็ตามมาสมทบ อากาศหนาวจังเลยวันนี้ จำได้ว่าตอนอาบน้ำนี่ ขนลุกซู่เลย รีบตักๆๆน้ำใส่ตัวแล้ววิ่งออกห้องน้ำอย่างแรงงง (สบู่ได้ฟอกไหมหว่า ?)

"อีเบสๆ กรูคิดท่าจบเพลงนี้ได้แล้ว" ทันทีที่พ่อมันขับรถลับไปจากสายตา อีนี่ก็เข้าสู้โหมดแรดทันที อีต๋องโชว์สเต็บสองสามสเต็บ
อีบริทย์ที่ตั้งอกตั้งใจดูอย่างไม่กระพริบตา

"อร๊ายส์เริ่ดดดดดดด ซะไม่มี" อีบริทย์ตบไม้ตบมือกรี๊ดกร๊าดดอย่างกับถูกเล่นของ มันลุกขึ้นไปเต้นด้วยกันสบายอุรา กว่ารถลุงจะมาก็เต้นกันคล่องแล้ว แต่ก็เนอะ แก้หนาวดี

ชีวิตฉันดำเนินมาอย่างเดิมแบบนี้หลายปีแล้ว ถึงบางทีจะรำคาญพวกมันบ้าง แต่ถ้าขาดพวกมันไปก็คงไม่ดีแน่ เฮ้อ! ใกล้จะเรียนจบแล้วด้วยสิ ถ้าจบแล้วไม่ได้เรียนด้วยกันอีกจะทำยังไงหล่ะเนี่ย - -" ฉันแอบคิดในใจไปตลอดทาง

..............

พอถึงโรงเรียนก็พากันเดินเข้าไป อีนกตามมาสมทบด้วยอีกคน พวกเราเดินผ่านเอกกะน้องนี ที่กำลังคุยกันอย่างออกรส เอกพยายามเลี่ยงไม่สบสายตามาที่ฉัน นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับฉันที่พากันเดินผ่านไปเสมือนว่าเค้าไม่มีตัวตน

ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเอกแย่ลง ๆ ไม่มีการพูดคุยหยอกเล่น ถามการบ้านเหมือนแต่ก่อนอีก ฉันกับเค้าไม่เข้าใกล้กันเลยด้วยซ้ำแม้จะเรียนห้องเดียวกันก็ตาม ถ้าพูดกันตรงๆ มันก็มีอึดอัดบ้าง แต่คงอีกไม่นานแล้วหล่ะ อดทนไว้หน่อยนะ อีแบะเอ้ยย -*-

เราพากันไปนั่งที่ศาลากันได้สักพัก เสียงออดก็ดังขึ้น พวกฉันพากันลุกไปเข้าแถว ไม่นานเพลงชาติก็ดังขึ้น เสียงร้องดังให้ระงม (แต่ไม่พร้อมเพรียงกันหรอกนะ)
พอจบเพลงชาติก็มีหันซ้ายหันขวาสวดมนต์ไรกันเนี่ยแร่ะ เสร็จแล้วก็จะมีอาจารย์พูดอะไรหน้าเสาธงอีกนิดหน่อย ช่วงนี้หล่ะ เป็นช่วยแอบเมาท์กันดีที่สุด

"นี่ๆๆ" มีคนสะกิดแขนฉันจากข้างหลัง อีบริทย์นี่เมิงจะเรียกกรูทำไมนักหนาเนี่ย ฉันหันไปมอง


"อาจารย์บอกว่าให้ไปเอางบค่าอาหารด้วย ตอนคาบพัก" อ้าวไอ้เอกนี่หว่า โถๆ อุตส่าห์คาบข้าวมาบอก แต่ขอโทดใครขอไม่ทราบ ฉันเชิดหน้ากลับทำเป็นไม่รู้ไม่ยินอะไรทั้งสิ้น เอกก็ไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น คงแอบเคืองเล็กน้อยล่ะม้าง..

พักกลางวันปุ๊ป ฉันรีบกินข้าว กินเสร็จก็วิ่งไปห้องกิจกรรมทันที ไปถึงก็เจอไอ้เอกอีกแล้ว กำลังนั่งคุยอะไรกับอาจารย์ก็ไม่รู้ พอไปถึงอาจารย์กให้สตางค์ค่าอาหารวันกีฬาสีมาครึ่งนึงเป็นค่ามัดจำ (แต่ตั้งเยอะอ่ะ วันนั้นถือเงินสดเยอะมั่ก มาก) พอเสร็จกิจแล้วฉันก็ขอตัวออกไปก่อน

โห.. เด็กเยอะขนาดนี้ จารย์ให้ค่าข้าวกล่องละ 8 บาท (กดชิหายยยเลย) แต่คิดๆไปก็ยังน่าจะคุ้มอยู่นะ เย็นนี้ต้องไปปรึกษากับแม่ซักหน่อยแระ ^^


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด