##WITH NO NAME##
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ##WITH NO NAME##  (อ่าน 81887 ครั้ง)

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
##WITH NO NAME##
« เมื่อ13-01-2007 17:41:15 »


ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
***********************************************************************************


เรื่องนี้เก็บไว้นานแล้ว จำชื่อคนแต่งไม่ได้อ่ะ ขอโทษด้วยน๊า อยากให้เพื่อนๆได้ลองอ่านกัน ไปอ่านกันเลยยยยยยยยย


    WITH NO NAME

แสงไฟนีออนสีขาวทำให้ตาพร่าไปหมด เสียงของพยาบาลและหมอดังอื้ออึง น่ารำคาญ

ชมัด!! รู้สึกเจ็บที่ข้อมือขึ้นมา ยกมือขึ้นมาบังแสง เลือดแดงสดก็ไหลมาเปรอะที่หน้า

แล้วนี่กำลังจะไปที่ไหนกันนะ ถ้าเลือกได้ขอไปที่สวรรค์จะได้มั้ย ที่ๆอยู่ตอนนี้ไม่ต่างอะไร

กับนรกเลย แต่จะทำได้เหรอ คนเลวๆจะมีสิทธิ์ได้ขึ้นสวรรค์เหรอ...............

แสงแดดอ่อนๆยามเช้าลอดผ่านบานเกร็ดของห้องพัก ทาบผ่านร่างที่หลับสนิท สนิทนิ่ง

เหมือนไม่หายใจ ใบหน้าที่ขาวสะอาดตอนนี้ดูเหมือนจะซีดเซียวและอ่อนล้าจากเรื่องที่

ผ่านๆมา แต่ดวงตาก็หลับสนิท ริมฝีปากเรียวบางที่เป็นสีชมพูซีดๆเหมือนกับจะเผยอปาก

พูดอะไรสักอย่าง เงียบมากๆได้ยินแค่เสียงลมหายใจแผ่วๆและเสียงน้ำเกลือในขวดหยด

เท่านั้น หนุ่มน้อยที่นอนอยู่ที่เตียงคนไข้ ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ


“ที่นี่มัน โรงพยาบาลนี่นา บ้าชมัดนี่ฉันยังไม่ตายอีกรึไง” รำพึงกับตัวเองแผ่วเบา

ก่อนค่อยใช้มือยันตัวเองลุกขึ้น “โอ้ย!!” เจ็บที่สุด ข้อมือที่เมื่อไม่กี่ชม.มานี้

เค้าเป็นคนใช้คมมีดกรีดจนเป็นแผลลึก

ตอนนี้มีผ้าพันแผลสีขาวสะอาดพันเอาไว้ เห็นแล้วน่าโมโห อยากจะกระชากออกมานัก

แต่เรี่ยวแรงที่จะแกะออกไม่มีเลย อึดอัดและโมโห คว้าสายน้ำเกลือได้

ก็กระตุกมันออกจากแขน เลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นลิ่ม กำมันไว้แน่น
 
หลับตานิ่งๆสักพัก แล้วใช้ปลายเข็มจ่อที่คอ ถ้าแทงแรงๆ จะตายมั้ยนะ

“จะทำอะไรนะคะ!!” เสียงพยาบาลที่พอดีเข้ามาในห้อง

ตกใจมากวิ่งเข้ามาดึงเข็มออก แขนผอมบางตอนนี้ไม่มีแรงเท่าไหร่ แต่ไม่ยอมแพ้หรอก

ทำไมชอบขัดขวางการตายของเค้านักนะ พยาบาลรีบกดกริ่งเรียกให้คนอื่นๆเข้ามาช่วย

ทุกคนเข้ามาเหมือนรู้หน้าที่จัดการ ลอคแขนให้นอนหมอบลงที่เตียง ร่างเล็กๆผอมบาง

ยากที่จะขัดขืน “พวกบ้า!! ออกไปให้พ้น ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!! “ คุณหมอเดินเข้ามาพร้อม

เข็มฉีดยา น้ำในนั้นใสแจ๋ว จนมองผ่านทะลุเหมือนคริสตัล ก่อนที่จะปักลงที่แขนของคน

ที่พยายามขัดขืน แค่ตัวยาเข้าสู่กระแสเลือด ตาเรียวสีดำขลับก็กระพริบถี่แล้วปิดลง ทุก

คนจึงคลายมือออก อย่างโล่งอก “นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ เด็กคนนี้ต้องไปบำบัดทาง

จิตซะแล้วละมั้ง !!” คุณหมอบ่นอารมณ์เสีย พยาบาลที่เอาผ้าห่มจัดแจงที่นอนให้ร่างผอม

บางนั้นนอนให้เรียบร้อย “คุณหมออย่าบ่นไปเลยคะ ยังไงเราก็ต้องดูแลเค้าให้ดีที่สุดนะ

คะ ก็เค้าเป็นลูกชายของผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงพยาบาลเรา” หมอคว้าใบประวัติขึ้นมาเปิด

ออกอย่างไม่สบอารมณ์ “ถึงงั้นก็เถอะ พยายามฆ่าตัวตายซ้ำๆมา5ครั้งแล้ว ยังไงก็ต้องส่ง

ไปบำบัดทางจิตแล้ว คงจะเหมือนกับแม่เค้าละมั้ง เอาเป็นว่าคอยเข้ามาดูบ่อยๆแล้วกัน

เฮ้อ!!” คุณหมอกระแทกแฟ้มใบประวัติลงที่ปลายเตียงก่อนเดินจากไป ลมพัดใบประวัติ

ปลิว ที่ใบนั้นเขียนชื่อคนไข้ไว้ว่า“คาเมนาชิ คาซึยะ”

“ทำไมถึงอยากจะตาย ยังเด็กอยู่ไม่ใช่เหรอ” คุณหมอนั่งคุยอย่างผ่อนคลายในสวนของ

โรงพยาบาล ลมอ่อนๆพัดเส้นผมสีน้ำตาลเข้มปลิวผ่านใบหน้าที่นิ่งสงบ ไม่มีทีท่าอยากโต้

ตอบเท่าไร “หมอเลิกถามอะไรงี่เง่าสักทีเถอะ คิดว่าจะทำให้ผมไม่อยากตายได้เหรอ

ไม่มีทางหรอก พอกลับไปบ้านผมก็จะเริ่มใหม่อีก คราวนี้ต้องสำเร็จแน่” คุณหมอพอจะรู้

กิตติศัพท์มาบ้างแล้วว่าคนไข้รายนี้ร้ายขนาดไหน

ดูจากรอยแผลที่ข้อมือก็พอจะเดาออก

“อืมๆ งั้นสินะ อืมแล้วไม่คิดจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีโดดตึกบ้างรึไง? อย่างงั้นนะ
 
ตายแน่นอนนะ ไม่มีใครช่วยได้หรอก” ได้ยินแค่นั้น คาซึยะก็หันมาจ้องหมอตาเขียว “ทำ

เป็นสืบประวัติ แล้วมาพูดจี้จุดผมเหรอไง!! อย่าคิดนะว่าผมไม่กล้า” หมอหัวเราะในท่าทาง

เอาเป็นเอาตาย “อ้า!! ขอโทษๆหมอที่ไหนกันนะ เค้าจะแนะนำวิธีฆ่าตัวตายให้คนไข้

“ คาซึยะ หน้านิ่งอีกครั้งใช้สายตามองหมอคนนี้อย่างพิจารณาก่อนพูดออกมาแบบตำหนิ

“แล้วเค้าก็ไม่ฟังซาวน์เบาท์ขณะที่รักษาคนไข้กันด้วย” หมอทำตาโต ก่อนยิ้มออกมา

“มันติดน่ะ เป็นของเด็กคนนึงเค้าทิ้งไว้ให้หมอ ก็เลยเก็บไว้ฟังตลอด ถ้าเธอไม่อยากให้หมอฟังหมอก็จะไม่ฟัง”

หมอถอดหูฟังที่เสียบไว้ข้างเดียวออก


“ไม่เป็นไรหรอก อยากฟังก็ฟังไปเถอะ ผมไม่สนใจหรอก ว่าแต่ว่าของคนไข้หมอรึไง “

หมอส่ายหัวยิ้มๆ “เค้าไม่ใช่คนไข้ของหมอ หรอกเป็นแค่เด็กที่มารักษาตัวที่นี่เฉยๆ เป็น

คนบ้าๆ แต่ว่าก็ดีนะ ถ้าเธอรู้จักก็คงไม่คิดอยากตายเลยแหละ”

คาซึยะ ทำตาเย้อหยิ่ง ไม่เชื่อหรอก ต่อให้ยังไงก็ไม่มีทาง ตอนนี้เค้าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่

อีกแล้วหล่ะ หมอเหมือนจะคาดเดาได้ เลยยื่นซาวน์เบาท์ให้ “จะลองฟังดูมั้ยหล่ะ ผ่อน

คลายดีนะ หมอให้ยืม” คาซึยะไม่ยื่นมือมารับเอามือกอดอกซะเฉยๆ “ไม่เอาหรอก

ผมไม่มีอารมณ์มาฟังเพลงอะไรหรอก” หมอทำหน้างงๆ “ไม่น่านะ ก็ที่รร.เธออยู่ชมรม

ประสานเสียงไม่ใช่เหรอ น่ารักดีนะ อยากลองฟังเพลงที่เธอร้องดูจัง” คาซึยะหันควับ

หน้าที่เคยซีดขาวตอนนี้เริ่มมีสีแดงเล็กๆ อาจจะเป็นเพราะอาย “อย่ามาก้าวก่าย เรื่องส่วน

ตัวได้มั้ย หมอโรคจิตนี่นิสัยแบบนี้ทุกคนรึไง!!” หมอแอบกลั้นหัวเราะ “เอาเป็นว่าวันนี้เท่า

นี้ดีกว่า พรุ่งนี้คุยกันใหม่นะ อ้อ อย่าเพิ่งตายหนีหมอไปหล่ะ พบกันพรุ่งนี้” คาซึยะหันหน้า

หลบไม่คิดจะกล่าวทักทายตอบ ไปซะได้ก็ดี แล้วหมอก็เดินจากไป

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2007 13:22:54 โดย ~๐แน๋วแน๋ว๐~ »

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #1 เมื่อ13-01-2007 17:51:43 »

ลมพัดเอื่อยๆ ต้นไม้สีเขียวสดไหวตามลม บรรยากาศดีจริงๆเลย ถ้าเรื่องๆต่างๆที่ผ่านมามัน

เป็นแค่ฝันร้ายก็ดีสินะ เค้าคงร้องเพลงออกมาได้ดังๆแน่ๆ หันไปหันมา เซาวน์เบาท์ยังอยู่ที่

เดิม หมอแกล้งหรือจงใจลืมกันแน่ ไม่มีอะไรทำคิดวิธีฆ่าตัวตายแบบใหม่ก็ยังไม่ออก

ลองหยิบมาฟังก็ได้

เพลงช่วงแรกๆก็เป็นเพลงทั่วไปๆ เป็นเทปเพลงที่อัดเอง เลือกแต่เพลงที่ชอบ ฝีมือการอัดก็

ไม่ต่างจากเด็กประถม เจ้าของเทปนี่อายุเท่าไหร่กันนะ ฟังไปก็อยากขำ อัดได้ตะกุกตะกัก

และก็มั่วดีจริงๆ จนมาถึงแทร็กสุดท้ายเป็นเพลงที่อัดเสียงสดๆนี่นา เป็นการร้องประสาน

เสียง ช่างเหมาะอะไรอย่างนี้เป็นเพลงที่กระตุ้นความรู้สึกลึกๆขึ้นมา เพลงที่เคยร้องร่วมกับ

ใครบางคน คนที่เป็นตราบาปของชีวิตเค้า เสียงประสานที่เศร้าๆ มันสะเทือนใจเป็นที่สุด จน

ถึงช่วงที่เป็นร้องเดี่ยว เท่านั้นหล่ะ เสียงที่ซึมซาบเข้ามาในโสตประสาท ทำให้น้ำอุ่นไหล

ออกมาจากตาไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ หัวใจเหมือนจะแตกสลายละลายไปกับเสียงที่ได้ยิน เจ็บ

ปวดยิ่งกว่าตาย ทำไม ถึงร้องได้จับใจขนาดนี้ เสียงที่ได้ยินถึงจะแตกต่างจากคนคนนั้น แต่

ทำไมนะ ความรู้สึกที่ได้มันเกาะกินใจ ไม่ต่างกันเลย

วันต่อมา หมอไม่ต้องมารอเหมือนที่เคย คนไข้ หน้าแดงระเรื่อเพราะวิ่งมาจากตึก เหงื่อเม็ด

เล็กๆผุดขึ้นที่หน้าผากและต้นคอขาวๆ ผมที่ข้างใบหูเปียกเหงื่อเลียบไปกับผิวขาวละเอียด

“หา ฝนตกเหรอ!! พยาบาลบอกว่า คาเมนาชิคุงตามหาหมอ ตั้งแต่เมื่อวาน แต่หมออกเวรไปน่ะ”

พูดยิ้มๆ คาซึยะยื่นเซาวน์เบาท์คืนให้ หมอรับแทบไม่ทัน แล้วก็หยิบเทปชูขึ้น “ผมอยากรู้ว่า
ใครเป็นเจ้าของเทปอันนี้”

หมอมองของในมือ เพ่ง งงๆ แล้วก็ยิ้มอารมณ์ดีเหมือนเคย

“ก็เป็นเทปที่ติดมากับเครื่องแหละของเจ้าเด็กคนนั้นหล่ะ” คาซึยะ มีสีหน้านิ่งไปอึดใจ “ผม

อยากเจอเค้า หมอจะช่วยได้มั้ย!!” หมอหน้างงสุดๆ “หา!! อยากเจอเหรอ แล้วหมอจะไปตาม

ได้ที่ไหนหล่ะ เด็กคนนั้นมารักษาตั้งแต่2ปีที่แล้วนะ” สีหน้าคาซึยะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็แสร้ง

ทำหน้าเฉย “ ไม่เป็นไร ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร” หมอมองหน้าคนไข้ตัวผอมบางคนนี้ แล้วก็เหมือน

จะคิดอะไรได้ขึ้นมา ถ้าเด็กคนนี้มีจุดมุ่งหมาย มีอะไรที่ต้องทำ บางที อาจจะไม่คิดฆ่าตัวตาย

อีกก็ได้ แล้วเด็กเจ้าของเทปก็เป็นคนที่น่าคบเหมือนกันอาจจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรไปในทางที่ดีได้นะ

“เอางี้นะ เดี๋ยวหมอจะค้นหาประวัติของคนไข้เมื่อ 2 ปีให้อาจจะเจอก็ได้” คาซึยะ ทำหน้า

เหมือนกับดีใจขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ทำหน้านิ่งๆอีกครั้ง “ถ้าลำบากขนาดนั้นก็อย่าดีกว่า ผมคิด

ว่าหมอรู้จักเป็นการส่วนตัว” หมอพยักหน้า “ถึงไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็เหมือนรู้จักหล่ะ

เจ้าเด็กคนนั้นน่ะ ไปด้วยกันมั้ยไปดูประวัติไง” คาซึยะทำหน้าลังเลชั่งใจ ไม่เข้าใจเหมือนกัน

เค้าต้องบ้าแน่ๆ แค่ได้ยินเสียงแค่นี้ทำไมต้องอยากเจอตัวด้วยนะ บ้าบอจริงๆ แต่แล้วหมอก็

จัดการดึงมือเค้าไปแล้ว

“หมอจะดีเหรอ ที่เรามาลื้อของแบบนี้น่ะ แล้วมีเหรอที่ให้คนไข้คนอื่นมาดูด้วยอีกน่ะ” คาซึยะ

มีสีหน้าแบบเก้อๆ หมอตอนนี้นั่งลงที่พื้น กับกองเอกสารท่าทางเอาจริงเอาจัง “เถอะน่า เธอ

ก็อย่าไปบอกใครแล้วกันนะเอ้ามาช่วยหาสิ” คาซึยะถลกขากางเกงชุดนอนขึ้นแล้วนั่งลงช่วย

หาแต่โดยดี ปากก็บ่นเบาๆ “หมอแบบนี้ก็มีด้วยนะ” หมอหันมามองคาซึยะนิดหน่อย ผมม้า

ยาวแทบจะปิดตา หน้าขาวสวยๆได้รูปท่าทางขมักเขม้น ดูไปแล้วก็เป็นเด็กน่ารักคนนึง ถ้าไม่

เห็นผ้าพันแผลที่ข้อมือ อะไรกันนะทำให้เด็กผู้ชายที่น่าจะมีชีวิตที่สดใสกลายเป็นแบบนี้

ผลิกแฟ้มไปมา สุดท้ายก็เจอ “อ้านี่ไง เจอแล้ว แต่ว่ารูปหายไปนะ แย่จัง แต่ก็มีที่อยู่นะ เอ้า

รับไปสิ”หมอยื่นใบประวัติหน้าสุดให้ คาซึยะรับมาดู “อาคานิชิ จิน” ชื่อสั้นๆแค่นี้ จะเป็นคน

แบบไหนกัน น่าแปลกที่ยิ่งรู้สึกอยากเจอขึ้นมาเฉยๆ ดูรายละเอียดที่มุมล่าง ที่อยู่ น่าจะพอ

ติดต่อได้ แต่ว่าจะติดต่อไปว่ายังไงหล่ะ ไม่ใช่คนรู้จักสักหน่อย

“เอาไปเลยก็ได้ นี่มีสำเนาเอาไว้แล้ว ทำไมถึงอยากเจอหล่ะ อ้อ ใช่ๆ คงเพราะเสียงประสาน

ตอนสุดท้ายของเทปใช่มั้ย นั้นหล่ะสุดยอดเสียงเจ้านี่ฟังแล้วขนลุกทุกทีเลย มันซึมเข้าจิตใจ

ได้ยังงั้นเลยนะ” หมอพูดไม่ยอมหยุด คาซูยะจ้องมองที่อยู่นิ่งๆ เหมือนใช้ความคิด “จะไป

ตามหาจริงๆรึ ไม่คิดจะฆ่าตัวตายต่อรึไง?” คาซึยะ เชิดหน้าขึ้นมองหมออีกครั้งสายตาแข็ง

กร้าว “ถ้าผมเจอเค้าแล้ว บางทีอาจจะฆ่าตัวตายอีกครั้งก็ได้”

รถเบนซ์คันหรูจอดรอรับ คาซึยะเดินออกมาจากประตูทางออกโรงพยาบาล หยิบแว่นกัน

แดดราคาแพงขึ้นมาใส่เพื่อปิดบังสายตาที่เย็นชาเอาไว้ หมอเจ้าของไข้ และหมอที่ดูแล

เรื่องจิต ออกมายืนส่งทั้งคู่ หมอเจ้าของไข้ ทำหน้าส่งแบบเบื่อๆ แต่หมอจิต ยิ้มสดใส

เหมือนเคย โบกมือให้ยิกๆ


คาซึยะไม่ได้สนใจขึ้นรถไปก็ปิดประตูอย่างแรง ไม่สนใจกันบ้างเลย แล้วรถก็ขับออกไป

หมอเจ้าของไข้ ถอนหายใจ ”เฮ้อ คราวนี้จะอีกกี่วันนะ เดี๋ยวก็กรีดข้อมือ แทงตัว

เองกลับมาอีก” หมอจิตอมยิ้มเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อกราวน์แบบเด็กๆ “ผมว่าได้ระยะหนึ่ง

หล่ะครับ ตอนนี้เค้ามีเรื่องอื่นที่ต้องทำ ” หมอเจ้าของไข้หันมามองหน้างง ความหมาย

ของหมอจิตคืออะไรกัน เรื่องอะไรที่ขัดขวางการฆ่าตัวตายของเด็กหัวดื้อคนนี้ได้


คาซึยะเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบเทปคาสเซทออกมา หมอใจดียกให้เลย แต่ว่าเค้า

พยายามติดต่อไปตามที่อยู่เดิมก็รู้เพียงแค่ว่าย้ายไปแล้ว เรื่องเป็นแบบนี้เค้าจะทำอะไร

ต่อไปดีนะ จะตายหรือตามหาต่อไป คนขับรถที่เป็นเหมือนคนดูแลทุกเรื่องให้คาซึยะ คน


ที่เป็นเลขาของพ่อ


“คุณหนูครับ เอ่อ ที่อยู่ที่ให้ไปสืบนะครับ ตอนนี้รู้แล้วหล่ะครับว่าเค้าย้ายไปอยู่ที่ไหน”

สายตาภายใต้แว่นสี



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-01-2007 20:44:37 โดย taebin7 »

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #2 เมื่อ13-01-2007 17:56:50 »

ชามีแววกระตือลือล้นขึ้นมา แต่ไม่มีใครเห็น แกล้งทำเป็นเงียบแค่ส่งเสียงตอบรับนิดหน่อย รอการรายงานต่อไป

“รู้สึกว่าย้ายไปเรียนที่รร.ต่างจังหวัดเลยนะครับ ไม่ได้อยู่ที่โตเกียวแล้วหล่ะครับ!!” คาซึยะนิ่ง

ไปใช้ความคิดไตร่ตรองก่อน พูดออกมาน้ำเสียงจริงจัง “งั้น ฉันจะย้ายไปเรียนที่นั่นก็แล้ว
กัน ช่วยจัดการให้ด้วยนะ “

เลขาหน้างุนงง อยู่ดีๆก็ตัดสินใจเอาดื้อๆ “ตะ…แต่ว่ารร.ที่คุณหนูไปอยู่ตอนนี้ เป็นรร.ที่มีชื่อ

เสียงแล้ว คุณท่านก็จ่ายเงินอุดหนุนไปเยอะแล้วนะครับ รร.ที่เด็กคนนั้นอยู่ นี่ไม่มีชื่อเลยสุด

แสนธรรมดา ที่สำคัญอยู่ที่ต่างจังหวัดอีกต่างหาก เอ่อ ไม่ปรึกษาคุณท่านก่อนจะดีเหรอ

ครับ” คาซึยะถอดแว่นออก ท่าทางอารมณ์เสีย “พ่อเค้าไม่สนใจหรอก ฉันน่ะฆ่าตัวตายมากี่

ครั้งแล้ว เค้าเคยมาสักครั้งมั้ย ตายไปจะรู้ตอนไหน ฉันยังคิดไม่ออก !!” เลขากลืนน้ำลาย

เหมือนกลัวว่า คาซึยะจะเอามีดมากรีดข้อมืออีกต่อหน้าต่อตา “ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้

นะครับ” คาซึยะได้ฟังอย่างงั้นก็สงบลงได้กระแทกหลังลงกับเบาะรถ หน้าขาวๆซบลงที่

ข้างกระจกสายตาทอดยาวออกไปยังท้องฟ้าที่ดูสวย สวยจนอยากจะทำลายมันไป


สถานที่คาซึยะมาอยู่ดูแล้วแตกต่างจากที่คิดไปหมด ไกลจากตัวเมืองเป็นรร.ที่ตั้งอยู่บน

เนิน ทางทอดยาวถึงรร.รายล้อมไปด้วยทิวไม้เขียวสดดูเหมือนทางเข้าสู่ดินแดนลึกลับใน

นิยาย โบสถ์ในรร.ดูเก่าแก่แต่สวยงามเป็นพิเศษ เดินอีกมุมหนึ่งของรร.จะเป็นเนินที่มองลง

ไปเห็นทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา สถานที่แบบนี้ห่างไกลความเจริญแต่มีมนต์ขลังแปลก

ประหลาด เหมาะกับการมาพักฟื้นเป็นที่สุด สำหรับคนที่หัวใจมีบาดแผลเช่นเค้า


คาซึยะมาอยู่ที่นี่โดยการพักในสถานที่แนะนำว่าเป็นหอพักของรร. แม้ว่าพ่อเค้าจะอยากให้

อยู่บ้านพักที่ซื้อทิ้งไว้ ห่างไปอีกแค่เมืองหนึ่ง ซึ่งจะมีคนใช้คอยดูแล ไม่ให้เค้าลุกขึ้นมาฆ่า

ตัวตายอีก ไม่รู้เหมือนกันทำไมตอนนี้ ความเกลียดชังในตัวเค้าลดลงไปเกินครึ่ง ไม่คิดจะ

ฆ่าตัวตายอีก แค่อยากเจอคนที่ตามหาก็เท่านั้น


ของทุกอย่างถูกขนมาจัดไว้ที่หอก่อนหน้าเค้ามาถึง1วัน อะไรก็พร้อมไปหมด ทางระหว่าง

หอมารร.ใกล้แค่เดินได้ เค้าจึงปฎิเสธคนขับรถที่พ่อจะให้มา แค่รถคันใหญ่ที่ขับมาส่งเค้า

วันนี้ ทั้งรร.ก็มองเป็นตาเดียวกัน เหมือนเรื่องแปลกประหลาด

ห้องปี2B

นี่คือห้องเรียนใหม่ รู้สึกรำคาญสะอิดสะเอือนการพบหน้าเพื่อนใหม่ จุดมุ่งหมายมีแค่อย่าง

เดียวแค่ต้องการพบ อาคานิชิ จิน เท่านั้น อย่างอื่นไม่มีผ่านเข้ามาในสมองสักนิดเดียว

แค่ก้าวเข้ามาในห้อง สายตาทุกคนก็มองเค้าเป็นจุดๆเดียว เกลียดที่สุด ทำไมต้องมีวิธีการ

แบบนี้ทุกทีนะ ทักทายหน้าห้องทุกครั้ง ที่มีการย้ายรร. มันน่ารำคาญขนาดไหน ที่ต้องมายืน

เป็นเป้าสายตาแบบนี้


“อ้า แนะนำตัวเองหน่อยสิจ๊ะ” ครูสาวท่าทางเรียบๆพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะ คาซึยะ ไม่อยาก

จะพูดอะไรนัก ยังอุตส่าห์มาสั่งอีกนะ “คาเมนาชิ คาซึยะ “ สั้นๆ ไม่มีอะไรหลุดออกมาจาก

ปากอีก ทุกคนในห้องเงียบเหมือนรอฟังอะไร


“ข้อมือไปทำอะไรมาเหรอ” เสียงหนึ่งดังแทรกความเงียบในห้อง คาซึยะใช้ปลายตามองไป

ที่คนตั้งคำถาม หน้าตาดูดุๆสายตาคมกริบ ปากและคิ้วเชิดได้รูปท่าทางกวนๆ นั่งอยู่ที่มุม

หลังห้อง

“เป็นแผลนะ คัตเตอร์….”น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้สะทกสะท้าน พูดออกไปแบบนี้ใครก็ต้อง

เดาออกว่าทำอะไรมา คงไม่มีใครทำคัตตเตอร์บาดข้อมือ เพราะอุบัติเหตุหรอก คงมีแค่
เหตุผลเดียวแค่นั้น

“นายฆ่าตัวตาย เหรอ ? หน้าตาไม่ให้เลยนะ” ยังยียวนกลับ ครูรีบดุออกมา “ทานากะ โคคิ

พอทีเถอะ พูดอะไรของเธอ รร.ชายล้วนก็เป็นแบบนี้หละจ๊ะ คาเมนาชิ ไปนั่งที่เถอะจ๊ะ”

รอมาตั้งนานแล้วคำนี้ เล็งมุมหลังห้องที่ติดหน้าต่าง ถัดจากเจ้าปากมากเมื่อกี้ไปตัวนึง เดิน
ไปทำท่าจะวางกระเป๋า

“นี่นายจะนั่งตรงนั้นไม่ได้นะ มีคนนั่งแล้ว!! “ โคคิร้องออกมาค่อนข้างดัง คาซึยะไม่มีทีท่า

สนใจนั่งแหมะลงไปเลย

“แกนี่ พูดไม่ฟังเลยรึไง “ เอามือกระชากคอเสื้อคาซึยะจนตัวโยนออกมา เพราะผอมบาง
ขนาดนั้น

“ทานากะ ครูบอกแล้วไงว่าอย่าก่อเรื่องพูดกันดีๆสิ” โคคิหน้าตาไม่ค่อยพอใจ หนุ่มน้อย

หน้าใสท่าทางเรียบร้อยหันมามองนิดหน่อยก่อนหันกลับไปเมื่อครูเรียก “ทากุจิ วันนี้อาคานิ
ชิไม่มาเรียนเหรอจ๊ะ”

ถ้าฟังไม่ผิด เมื่อกี้พูดชื่ออาคานิชิ ใช่มั้ย คาซึยะผุดลุกขึ้นกระทันหัน จุนโนะถึงกับหันมา

มองคาซึยะที่ทำท่าแปลกๆก่อนตอบออกไปน้ำเสียงเรียบๆ “วันนี้มีคนขาด3คนนะครับ อาคา
นิชิ อูเอดะ นากามารุ”

ได้ยินแค่นี้คาซึยะก็รู้สึกผิดหวังเล็กๆ วันนี้ขาดเรียนอีกเหรอ อย่างน้อยก็ยังดีที่ได้อยู่ห้อง

เดียวกันนะแหละ เรียนไปได้สักพัก ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา หน้าตาตื่นเล็กๆก่อนขอโทษขอ
โพยออกมา

“ขอโทษครับ ที่มาสาย” คาซึยะหันหน้าไปมองอย่างพินิจที่สุด หรือว่าคนนี้คืออาคานิชิ จิน

ครูหันมายิ้มให้แบบเหนื่อยใจ “ มาสายมากๆเลยนะจ๊ะ ไปนั่งที่ไป” แลบลิ้นออกมาแบบ

เด็กๆ ดวงตากลมโตดูสดใสไม่แพ้ใคร เดินไปยิ้มไปทักทายคนเค้าไปทั่ว คนๆนี้รึเปล่าอาคา

นิชิ จิน ร่าเริงจนน่าอิจฉา “ไง ! โคคิ นั่งหน้าบูดเชียวนะแก” หันมาทักโคคิแบบสนิท

สนม “บ้า แกนะเดะ หน้าฉันก็ปกติแบบนี้หล่ะ แกอ่ะจะมากินข้าวเที่ยงไง โผล่มาป่านนี้” ได้

ฟังแค่นั้นก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี คาซูยะมองดูตาไม่กระพริบ จนคนถูกมองรู้ตัว “มี

ไรติดหน้าฉันรึป่าว จ้องไรเหรอ เด็กใหม่เหรอ ?” ถามเป็นชุด สนิทกับคนง่ายจริงๆนะ คาซึ
ยะไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-01-2007 20:16:12 โดย taebin7 »

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #3 เมื่อ13-01-2007 18:00:09 »

ตอบได้แต่หลบสายตา ตลอดเวลาแต่ก็แอบมองดู ถ้าคนคนนี้เป็นอาคานิชิ จิน จะทำยังไง

เหรอ วิ่งเข้าไปขอร้องให้ช่วยร้องเพลงให้ฟังเหรอ บ้ารึป่าว กำลังคิดเพลินๆ อีกคนก็เปิด

ประตูเข้ามา หน้าตาเรียบๆโค้งให้ครู ครูพยักหน้าให้

“ไรเนี้ย เจ้านี่มาสายกว่าฉันวะ” คนอารมณ์ดีพูดยิ้มๆ คนที่เข้ามาใหม่สีหน้าเฉยๆ ติดจะอาย

นิดๆไม่ค่อยอยากสบตาใคร คาซึยะก็จ้องมองอีก รึว่าคนนี้จะเป็นอาคานิชิ จิน ดูเงียบๆ ไม่

ค่อยสุงสิงใคร อาคานิชิ จิน เป็นคนแบบนี้รึเปล่านะ แล้วคนไหนกันแน่ที่เป็นอาคานิชิ จิน?


เวลาพักเที่ยง ทุกคนหายไปจากห้องกันหมด เหลือแค่คาซึยะที่ไม่คิดจะไปกับใคร ไม่มีใคร

กล้าเข้ามาชวน อาจจะเป็นเพราะบาดแผลที่ข้อมือก็เป็นได้ จุนโนะเดินเข้ามาในห้องเพื่อมา

เก็บสมุดรายงานเห็นคาซึยะนั่งนิ่งก็โค้งให้นิดนึงเป็นเชิงทักทาย คาซึยะใช้สายตาเฉยเมย

มอง “ นายเป็นหัวหน้าห้องเหรอ?”

จุนโนะ พยักหน้า”ใช่ มีอะไรจะให้ช่วยมั้ย” “ขอดูสมุดรายชื่อหน่อยสิ ฉันจำชื่อเพื่อนไม่ค่อย
ได้เลย”

จุนโนะ ยิ้มแล้วยื่นสมุดให้คาซึยะ “ตามสบายแล้วกัน ฉันขอตัวก่อนนะ”

คาซึยะเปิดสมุดออกเบาๆ จริงๆแล้วไม่ได้ต้องการจำชื่อใครสักนิด แค่อยากรู้ว่าที่เค้าสงสัย

ว่าใครคือ อาคานิชิ จินนั้นถูกรึเปล่า

“ อาคานิชิ จิน ขาด”

ผลสุดท้ายก็ไม่ใช่ทั้ง2คนนั้น รู้สึกโล่งอกแปลกๆ เค้าคาดหวังจะเจออาคานิชิ จิน ในรูปแบบ

ไหนกันนะนึกไม่ออกเลย ชักเบื่อๆขึ้นมาอยากฆ่าตัวตายอีกแล้ว

แล้วก็ตัดสินใจโดดเรียนภาคบ่าย ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆขาก็พาเดินขึ้นมาที่ชั้นสูงสุดของตึก นี่เค้า

คิดจะใช้วีธีการแบบนี้เหรอ เหงื่อเริ่มซึมทั่วตัว คาซึยะค่อยๆเอามือเสยผมเส้นเล็กที่มาปิด

หน้าเพราะแรงลมขึ้นเบาๆ สายตาทอดยาวออกไปข้างหน้า ยิ่งมาอยู่จุดนี้ยิ่งเห็นทะเลกว้าง

ขึ้น ผืนน้ำจรดกับท้องฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้ามาตายในที่ๆสวยงามแบบนี้ ก็ไม่น่าเสียดาย

เท่าไหร่ แดดของฤดูใบไม้ผลิ ทำให้แสบตาจนพร่าไปเลย คาซึยะเอามือขึ้นป้องหน้า แล้ว

ใช้สายตาทอดยาวออกไป ที่ริมตึกซึ่งมีตาข่ายกั้นไว้ มีใครบางคนอยู่ตรงนั้น พยายามขยี้

ตา บ้าน่า นอกจากเค้าแล้ว ไม่คิดว่าจะมีใครฆ่าตัวตายอีกหรอกนะ แล้วคนที่ไหนจะปีนออก

ไปแบบนั้น ถึงจะอยากตายมาหลายๆครั้ง แต่ก็ไม่ยินดีจะเห็นคนตายต่อหน้าหรอกนะ ครั้ง

เดียวก็เกินพอแล้ว!!!!!

chapter 1 end
to be con..................

เยอะไปไหมเนี้ย ส่วนเรื่องชื่อตัวละคร ต้องขอโทษด้วย ที่ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้ :monkeysad:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-01-2007 20:21:14 โดย taebin7 »

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #4 เมื่อ13-01-2007 21:37:11 »

กำลังสนุกเลย มาต่อเร็ว ๆ น้า  :yeb:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #5 เมื่อ14-01-2007 10:48:07 »

อิอิ พอดีผมเคยอ่านแฟนฟิคของชื่อพวกนี้ด้วยอ่ะ

สงสัยเหมือนกันว่าพวกเขาเป็นใครหรือครับ

อยากเห็นรูปของแต่ละคนจัง เผื่อจะได้ไว้จินตการ


 :like6:

น่าติดตามมากๆครับ

**ApEz**

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #6 เมื่อ14-01-2007 11:02:45 »

รู้สึกเค้าจะชื่อ Subara_nana ไม่ก้อ Sabara_nana อารายสักอย่างเนี้ยะแหระ
จำไม่ได้เหมือนกัน ว่าแต่หาเรื่องนี้เจอได้ไงอ่า
ปล.เรื่องนี้อ่านแล้วน้ำตาไหลพราก ๆ  :monkeysad:

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #7 เมื่อ14-01-2007 20:48:43 »



WITH NO NAME chapter2

คาซึยะก้าวช้าๆไปที่ริมดาดฟ้า แรงลมพัดชายเสื้อสูทแทบจะหลุดออกจากตัว

เนคไทพาดผ่านต้นคอแรงลมพัดเส้นผมที่ปรกหน้ากระจายออก

จนดวงตามองเห็นได้ชัดเจนขึ้น

แสงแดดสาดส่องไปที่ร่างที่ยืนอยู่ริมดาดาฟ้านั้น ลมแรงพัดน่ากลัวจะตกลงไป

คาซึยะยืนดูนิ่งๆ ทั้งที่ลมแรงขนาดนั้น แต่ว่าเหงื่อก็ซึมขึ้นมาเฉยๆ

ขาขยับเข้าไปใกล้มากว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เหมือนถูกยาชาฉีดผ่านไปครึ่งร่างกาย

มองไม่ชัดเห็นแค่เรือนผมด้านหลังที่พลิ้วไปมา แผ่นหลังที่ดูกว้างกว่าเค้านิดหน่อย

 ดูแล้วให้ความรู้สึกที่เจ็บปวดขึ้นมาเฉยๆ ตำแหน่งที่ยืนนี้ไม่แตกต่างกันเลยสักนิด

 เหมือนเหตุการณ์ย้อนกลับมาอีกครั้ง คาซึยะรู้สึกตาพร่ามัว หัวมึนชา

ให้ความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม ร่างที่อยู่เบื้องหน้ากระตุ้นความจำที่เจ็บปวดอีกครั้ง

ร่างนั้นขยับทำท่าเหมือนจะกระโดดลงไป คาซึยะรู้สึกลำคอแหบแห้ง ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอด

ออกมาได้เพื่อที่จะห้ามปราม ………………

ร่างนั้นหันหลังกลับเข้าสู่ข้างใน กระโดดข้ามรั้วตาข่ายขึ้นมา คาซึยะเห็นแล้วก็โล่งอก

 อาการตาพร่า หน้ามืดค่อยๆหายไป คนเบื้องหน้าสูงกว่าเค้านิดหน่อย

ผมยุ่งๆปาดๆไปดูเข้ากับใบหน้า ผิวขาว ตาสวย ดูแล้วสะดุดตา

ริมฝีปากเรียวบางแดงสดยิ้มน้อยๆให้คาซึยะ

คาซึยะได้สติ หันหน้าหลบ เหมือนอายๆขึ้นมาเฉยๆ รู้สึกแปลกกับคนคนนี้

ความรู้สึกที่เหมือนใครบางคน ถึงจะหลบตาแต่ก็อดแอบมองไม่ได้ ค่อยๆปัดเสื้อเบาๆ

 พอเห็นว่าคาซึยะแอบมองอยู่ก็หันมายิ้มสดใสแบบบเด็กๆ แล้วก็ชูนาฬิกาข้อมือให้ดู

“ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตายหรอกนะ ออกไปเก็บนาฬิกาก็แค่นั้น มันน่ะชอบหยุดเดินไปเฉยๆก็เลย

โยนทิ้งไปแต่สุดท้ายนะก็ตัดใจไม่ได้เลยปีนออกไปเก็บน่ะ” เอามือเช็ดๆนาฬิกาเรือนเก่า

 แบบถนุถนอม คาซึยะทำท่าแบบไม่อยากสนใจ “ก็มันเรื่องของนาย

อยากจะตายหรืออะไรก็เรื่องของนาย ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก” คนแปลกหน้าทำหน้าตาเหรอ

คาซึยะเดินสะบัดหน้าออกมาทิ้งให้ยืนงงอยู่อย่านั้นแหละดีแล้ว

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #8 เมื่อ14-01-2007 20:56:22 »

ทำไมนะ ความรู้สึกที่แปลกประหลาด ความคล้ายกัน มันทำให้สะเทือนใจได้ขนาดนี้

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นสิ่งที่กรีดรอยแผลในจิตใจของเค้าได้

มันผลักดันเค้าออกจากความตาย ให้เค้ามาค้นหาอะไรบางอย่างที่นี่ เสียงร้องเพลงจากเทป

คัสเซทของ อาคานิชิ จิน มีผลมากมายขนาดนี้ แม้แต่คนบ้าที่ออกไปเก็บนาฬิกาที่ดาดฟ้า

คาซึยะสลัดความคิดนั้นไม่ได้เลย เหมือนมันดูดกลืนแทรกซึมไปทั่วสมอง เสียงฝีเท้าคนเดิน

ตามมาข้างหลัง

“ชม.เรียนตอนบ่ายจะเริ่มแล้ว นายจะไปไหนน่ะ เอ๋เป็นเด็กใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้า”

เจ้าของนาฬิกาเรือนเก่าเดินตามมานั่นเอง คาซึยะนิ่งไม่ตอบ ไม่อยากเสวนาด้วย

รีบก้าวเท้าเร็วๆ ให้พ้นไป เจ้านี่ก็เป็นสิ่งก่อกวนจิตใจเค้าเหมือนกัน เดินออกมาจากประตูรร.

ไปตามทางเดินที่ทอดยาวด้วยแมกไม้ เป็นเวลาบ่ายแท้ๆ แต่ร่มไม้ก็ไม่ทำให้ร้อนสักนิด

เจ้าของนาฬิกาเดินตามมา เอามือล้วงกระเป๋า อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี ซ้ำยังผิวปากไปด้วย

คาซึยะรู้สึกรำคาญปนๆกับความแปลกใจ คนบ้านี่ตามมาทำไมกันนะ

“นายหล่ะ ตามมาทำไม ก็ชม.เรียนเริ่มแล้วไม่ใช่รึไง ถ้าอยากจะไปไหนก็ไปเลย

อย่ามาเดินตามได้มั้ย คนเค้ารำคาญ!! ” โดนว่าแรงๆ หน้าเหรอไปเลย แต่แววตาขี้เล่นก็ดูไม่

สลดลงสักนิด “คงไม่ได้หรอกนะ ก็ตาของนายน่ะ บอกว่าไม่อยากอยู่คนเดียวนี่นา

“ คาซึยะอึ้งไปอึดใจ เจ้านี่เหมือนมองทะลุเข้ามาในหัวงั้นแหละ รู้สึกหน้าร้อนผ่าว

โมโหนิดหน่อยที่มีคนมาพูดจารู้ทันแบบนี้

 “อย่ามาพูดมั่วๆเอาเองหน่อย เลย ใครเค้าจะอยากอยู่กับนาย คนไม่รู้จักกันสักหน่อย”

ยิ้มนิดหน่อย ดูกวนประสาทที่สุดแล้วเอามือมาคล้องคอไว้ “ รู้จักไม่รู้จัก ไม่เป็นไร เอาเป็นว่า

ฉันจะเป็นเพื่อนพานายเที่ยวสักวันก็ได้นะ “ คาซึยะสลัดมือที่โอบคอไว้ ท่าทางไม่พอใจ แล้ว

สายตานั้นก็เห็นผ้าพันแผลที่ข้อมือเข้า

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #9 เมื่อ14-01-2007 21:03:43 »

“เจ็บมั้ยเนี่ย !!” สายตาคนประหลาดดูเป็นห่วงไม่น้อย คาซึยะรู้สึกอายคนคนนี้ขึ้นมาเฉยๆ

 น่าแปลกถ้าเป็นคนอื่นเห็นแบบนี้ จะคิดยังไงก็ช่าง ทำไมถึงรู้สึกอายเจ้านี่ขึ้นมาได้นะ

กลัวจะถูกรังเกียจว่า เป็นคนที่คิดฆ่าตัวตายงั้นเหรอ!!!

“ชีวิตเป็นสิ่งมีค่านะ ควรถนอมไว้ให้ดีๆ” พูดด้วยสายตาอ่อนโยน ทั้งๆที่เป็นคำตำหนิ แต่ไม่ได้รู้สึก

ว่าถูกตำหนิสักนิด “อย่ามายุ่งเรื่องคนอื่นจะได้มั้ย นายเป็นใคร ไม่รู้จักฉันสักนิด

จะมาพูดบ้าบออะไรอยู่ได้”

“ไม่ได้บ้าสักหน่อยก็พูดตามความจริง “ ท่าทางไม่ได้จริงจังกับคำพูดเกรี้ยวกราดสักนิด

อยู่ดีๆเสียงท้องคาซึยะก็ร้องออกมา เจ้าบ้านั่นถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ อายที่สุด มาเสียฟอร์ม

อะไรตอนนี้นะ “อย่ามาหัวเราะคนอื่นได้มั้ย!!” โกรธและอายหน้าแดงไปหมด

“อ๊ะ โทษทีนะ หิวก็ไม่บอก มิน่าอารมณ์เสีย โมโหหิวนี่เอง มาทางนี้เถอะ มีร้านอร่อยๆจะพาไป”

คาซึยะอยากตะโกนใส่หน้าว่าไม่ใช่สักหน่อย แต่ก็ถูกลากไปโดยไม่ทันตั้งตัว

ถ้วยบะหมี่ใหญ่มากๆ แบบที่ไม่เคยกินมาก่อน ปกติเค้าให้กันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ

 ควันโชยส่งกลิ่นหอมน่ากินมาเตะจมูก คาซึยะจ้องดู ตาไม่กระพริบ

“นายต้องมาจากเมืองหลวงแน่ๆ ท่าทางตะลึงกับบะหมี่แบบนี้ ที่ต่างจังหวัดก็งี้แหละ

 ใจดี ให้อะไรก็เยอะๆ” พูดทั้งๆที่เคี้ยวไปด้วย คาซึยะมองแบบประหลาดใจ พูดเบาๆว่า

”ทานละครับ” แล้วก็ลงมือทาน อย่างเรียบร้อย เล่นเอาคนพามาอึ้งไปเลย

 “นายนี่เป็นลูกผู้ดีแน่ๆเลยนะ” ไม่พูดตอบอะไรตั้งใจกินอย่างเดียว เจ้าของร้านร้องทักออกมา

“นี่ ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนนี่นา แล้ว นี่พาเด็กท่าทางเรียบร้อยคนนี้มาจากไหน เอาใหญ่แล้วนะพาคน

อื่นโดดเรียนอีกแล้ว” “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ ผมจะพาเพื่อนใหม่มาทัศนศึกษาเมืองเราก็แค่นั้น

แต่ว่าอย่าไปบอกใครนะ” ทำท่าสนิทกับคนเค้าไปทั่วเชื่อเลยจริงๆ

พอทานเสร็จ คาซึยะทำท่าจะจ่ายเงิน คนพามาไม่ยอม บอกว่าจะจ่ายให้ แต่ว่าล้วงกระเป๋าไปมาก็

ทำหน้าเหรอ “ตายแล้ว !! ลืมกระเป๋าไว้ที่รร.นี่นา “ เจ้าของร้านหัวเราะ “ทั้งปีเลยนะนายเนี้ย

 เอาเถอะ ไว้มาจ่ายคราวหน้าก็ได้” “ขอโทษจริงๆครับ “ โค้งๆใหญ่ คาซึยะหยิบกระเป๋าเงินหนัง

ยี่ห้อหรู ควักเงินแบงค์ใหญ่ออกมา จ่ายให้ที่โต๊ะ เจ้าของร้านตกใจนิดหน่อย ปกติเด็กแถวนี้

ไม่ค่อยใช้แบงค์ใหญ่แบบนี้กันนัก

“ไม่ต้องทอนหรอกครับ” พูดจบก็เดินออกไป เจ้าของร้านตาโต คนพามายิ่งอึ้งกว่า “มันเยอะเกิน

ไปแล้วนะ เพื่อนนายนี่รวยมาจากไหนกัน!!” “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่า ผมไปก่อนนะครับ”

รีบวิ่งตามออกมา แล้วก็เอามือคล้องคอตามความเคยชิน คาซึยะขี้เกียจจะสลัดแล้ว

 ใช้น้ำเสียงกับสายตาแทน

“ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย เอามืออกไปจะได้มั้ย!!” “ไม่เป็นไร ทำให้สนิทกันซะก็ได้”

ยังไม่ยอมเอามืออกไปอีกนะ “เอางี้ดิ นายกับฉันผลัดกันถามปัญหาคนละข้อ OK ป่ะ”

คาซึยะหันมา หน้าตาไร้อารมณ์ “ไม่!” เชื่อได้เลยว่า ไม่ถามปัญหาขุดคุ้ยก็คงเรื่องฆ่าตัวตายแน่ๆ

เค้าเจอมาเยอะแล้ว ทุกครั้งที่ย้ายรร. เวลามีเรื่องที ก็ย้ายที เป็นงี้จนชิน

“ก็ได้ๆๆ ฉันเป็นคนมีเซนท์พิเศษนะ สามารถเดาใจคนได้เอาเป็นว่า ฉันจะเดาเรื่องของนาย

นายแค่บอกว่าถูกหรือไม่ถูก ตกลงเปล่า” ยังไม่ทันตกลงก็เริ่มเองแล้ว

“นายอยู่ชั้นปี2ห้องBแน่ๆเลย” คาซูยะทำหน้าเบื่อๆ

“ใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว เข็มมันติดที่อกเสื้อนี่นา “ “ฮะๆ รู้ด้วยเหรอ

อันนั้นล้อเล่นน่า อืมนายต้องมาจากโตเกียวใช่ม้า” คาซึยะพยักหน้า ลองเล่นเกมส์กับเจ้านี่ไป

หน่อยแล้วกัน ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำ และที่สำคัญ ก็รู้สึกอยากอยู่กับเจ้านี่นานๆ ถึงท่าทางภายนอก

จะปฏิเสธก็เถอะ แต่ในใจลึกๆกลับไม่ใช่ “อืมนายต้องพักที่ตึกเก้าต้นแน่ๆ”

คาซึยะหน้าตาสงสัย “ตึกเก้าต้น?”

“หอพักของรร.ไง ฉันก็อยู่ที่นั้น ถ้านับดูดีๆ ต้นไม้จากทางออกโรงเรียนไปจนถึงหอนั้นจะเป็นต้นที่9

พอดี ก็เลยชื่อตึกเก้าต้นไงหล่ะ” คาซึยะพยักหน้า อะไรกันเจ้านี่ก็พักที่นั้นด้วยเหรอ รู้สึกดีใจขึ้นมา

เฉยๆ แล้วก็สลัดความคิดไป บ้า!!ทำไมได้อยู่ที่เดียวกับเจ้านี่ต้องดีใจด้วย น่ารำคาญจะตาย


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ##WITH NO NAME##
« ตอบ #9 เมื่อ: 14-01-2007 21:03:43 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #10 เมื่อ14-01-2007 21:11:41 »

“นี่ เรื่องชื่อหล่ะ ถ้าให้เดาคงเดาไม่ถูกหรอกนะ” คาซึยะใช้สายตามองแบบเยาะเย้ยนิดๆ

 “อ้าวไหนบอกว่า เป็นคนมีเซนท์พิเศษไง หมดแล้วเหรอความสามารถนาย”

 คนมีเซนท์เอามือจับหน้าผากแล้วยิ้มๆ”โธ่เอ้ย!! ไม่เชื่อกันเลยนี่นา จริงๆนะฉันนะมีเซนท์

เซนท์ที่พิเศษจริงๆ” “อะไรเซนท์ของนายน่ะ หายตัวหรือว่าเหาะได้ ว่ามาสิ” คนมีเซนท์ยิ้มน้อยๆ

“ฉันเห็นปีกของคนเราได้ไงหล่ะ” คาซึยะหันมามองนิ่งๆ สายตาดูดุๆ

“อย่ามาหลอกกันเหมือนเด็กอมมือ เลย ใครจะไปเชื่อเรื่องบ้าๆหลอกเด็กของนาย”

“จริงๆนะ ไม่ได้หลอกเลย ทุกคนมีปีกจริงๆนะ ปีกก็คือความดีในจิตใจไงหล่ะ” คาซึยะได้ยินแค่นั้น

ก็หัวเราะออกมา เหมือนเย้ยหยัน “งั้นนายก็คงมองไม่เห็นปีกของฉันสินะ

หรือถ้ามีก็คงเป็นสีดำ เพราะฉันนะมันเป็นคนเลว เลวมากๆเลย”

คนมีเซนท์เงียบไปนิดหน่อย แววตาเศร้าลง แต่ก็ยิ้มออกมา “มองเห็นสิ ปีกของนายน่ะมี

 เป็นสีขาวสวยมากๆด้วย แต่ว่า………มันกำลังหักอยู่”

เจ็บเลย พูดแค่นี้ก็เจ็บแปลบขึ้นมา เจ้านี่ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกมา เสียดแทงจิตใจเป็นที่สุด

จริงอย่างที่ว่า ปีกของคาซึยะกำลังหัก….. หักมานาน… เรื้อรัง…. และไม่เห็นทางที่จะกลับเป็นปกติ

ได้อีกแล้ว “พอที เรื่องบ้าบอไร้สาระ ฉันขี้เกียจจะฟัง” ตัดบทไปซะ ไม่อยากพูดถึงมันแล้ว

 คนมีเซนท์เห็นท่าทาง คาซึยะไม่พอใจก็เงียบไป แล้วก็ทำท่าคิดอะไรออก

“นี่ๆ มาร้องเพลงกันป่าว เวลาไม่สบายใจ ร้องเพลงออกมาดังๆ เรื่องร้ายๆมันจะหายไปเลยนะ!!”

คาซึยะสลัด แขนที่โอบไหล่ไว้ออก “ไม่เอาหรอก ใครบอกว่าฉันไม่สบายใจ แล้วมาแหกปากร้อง

เพลงกลางถนนแบบนี้ คนเค้าจะหาว่าบ้า!!” ยังไม่ละความพยายาม เดินมาดึงแขนไว้

 “ เออ ไม่ได้เป็นไรก็ร้องได้ แล้วตรงเนี้ยก็ติดทะเล ไม่มีใครว่าบ้าหรอกน่า ฉันกับเพื่อนยังมาทำกัน

ออกบ่อย ผ่อนคลายจะตาย” คาซึยะสลัดแขนอีกครั้ง

ทางที่เดินอยู่ตอนนี้เป็นถนนเงียบๆเรียบหาด ไม่มีคนสักคน ทะเลก็ดูสงบดี

แต่ใครจะบ้ามายืนร้องเพลงหล่ะ เดินต่อไปเรื่อยๆเฉยๆจะดีกว่า

เดินก้มหน้า ห่างมาจากเจ้านั่นเรื่อยๆ ท่าทางจะไม่ตามมาอีก คงต้องแยกกันแล้วละมั้ง

อืม ช่างมันเถอะ ยังไงก็ต้องแยกกันอยู่ดีจะช้าหรือเร็วก็ตาม แต่อดใจหายไม่ได้เลยนะ

เพราะอะไรกัน แล้วก็ต้องหยุดชะงัก………..เสียงเพลงที่ร้องออกมาดังๆ คุ้นเคย …….. เสียงเดียว

กับที่เคยฟังในเทปคัสเซท รอบแล้วรอบเล่านับไม่ถ้วน เป็นเสียงนั้นจริงๆ ไม่คิดไม่ฝัน คนคนนั้น

อยู่ตรงนี้เอง อยู่ข้างหน้านี้ อาคานิชิ จิน………………

เสียงดังกังวานใส ฟังเพราะกว่า ในเทป แต่ไม่ผิดแน่ ลักษณะการร้อง ทำนองจังหวะ

ถึงจะคนละเพลงกัน แต่เสียงแบบนี้ ไม่ผิด …….. ร้องอย่างมีความสุข ร้องดังๆ ร้องไปเรื่อยๆ

คาซึยะ ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะวิ่งหนี หรือ ตรงเข้าไปหา ไม่เข้าใจตัวเอง มาเจอแล้ว

เจออาคานิชิ จิน แล้ว ไม่แปลกใจ ไม่สงสัย สักนิด ทำไม ถึงมีความรู้สึกพิเศษด้วย

ตั้งแต่แรกเห็น เพราะ ว่า เป็นคนคนนี้นั้นเอง เป็นคนที่มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับ

พี่ชายของเค้า ……….. “อ้าสบายใจดีจัง !! เห็นม้า ไม่ยอมมาร้องด้วยกันนะนายน่ะ

“ คาซึยะไม่โต้ตอบ ดวงตาแน่วแน่ มองตรงไปไม่วางตา จินรู้สึกเก้กัง ที่ถูกจ้อง

 “ฮันแน่!! เสียงฉันเพราะมากจนตะลึงไปเลยเหรอ “ อุตส่าห์หยอดมุข แต่ไม่มีรอยยิ้มสักนิด

 “นายชื่ออะไรน่ะ!!”คาซึยะถามออกมา จินตาโต “เออ!! คุยกันมาตั้งนาน ฉันยังไม่บอกชื่อนายเลย

ใช่เปล่าเนี้ย ฉันชื่ออาคานิชิ จิน ยินดีที่ได้รู้จัก” จินยื่นมืออกไปให้คาซึยะจับ
 
แต่ไม่มีปฏิกริยาตอบสนอง คาซึยะ ได้รู้ก็หันหลังเดินออกมา “เอ๋ ??? อ้าวเฮ้ย นายจะไปไหนน่ะ”

เดินห่างออกมาแล้วก็ออกวิ่ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมต้องวิ่ง แต่ร่างกายมันสั่งมาอย่างงั้น

 มันหยุดไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไรกันนะ!!!

วิ่งด้วยรองเท้าหนังมันลำบากก็จริง หรืออาจจะเป็นเพราะไม่ได้ออกกำลังกายมานานนะ

 รู้สึกเจ็บเท้าไปหมด สุดท้ายก็เดินกลับมาที่ตึกเก้าต้นสำเร็จ ทำไมเจอแล้วต้องหนี

 บ้าจริงๆ อุตส่าห์ย้ายรร.มา เพื่อจะเจอ แล้วจะทำยังไงต่อไปนึกไม่ออกจริงๆ

ร่างสูงโปร่ง ชะโงกหน้าอยู่ที่ประตูรั้ว หันมาสบตากับคาซึยะพอดี จุนโนะนั้นเอง

สะพายกระเป๋า3ใบ พะรุงพะรังน่าดู “วันนี้นายโดดเรียนนะ เป็นนร.ใหม่แท้ๆทำงี้ ไม่ดีรู้รึเปล่า..”

ไม่พูดอะไรเดินมาแย่งกระเป๋าตัวเองไป ขอบคุณสักคำก็ไม่มี จุนโนะ ยังไม่ทันต่อว่าอีก

 ก็เดินเข้าตึกไปเลย “อะไรเนี้ย คนแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ…”

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #11 เมื่อ14-01-2007 21:19:55 »

“เย้!! ทากุจิ คิดถึงฉันมากเลยมาหาที่นี่เลยเหรอ” จินที่เพิ่งมาถึงก็ตะโกนทักเสียงดัง
 
“พูดอะไรของนาย เอ้า!! บ้ารึเปล่าไม่ไปรร.ก็เอากระเป๋านร.ไปทิ้งไว้ที่ห้องทำไม”

ยืนกระเป๋าชนอกอย่างแรงจนจินเซ

“อะไรอ่ะ ไปโกรธ ใครมา แล้วมาลงที่เค้า!!” จินทำหน้าบู้ๆ

 “อ๊ะ ขอโทษเมื่อกี้เจอคนกวนประสาทมา อุตส่าห์แบกของมาให้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

จินรีบกล่าวขอบคุณออกมา “ อ้า ขอบคุณอย่างสูงคร๊าบ!!”

“ไม่ใช่นายหรอกน่า เป็นเด็กใหม่ที่ย้ายมาต่างหาก ท่าทางก็บอกว่าเป็นลูกคุณหนู

ถึงได้เอาแต่ใจขนาดนั้น แล้วข้อมือก็เป็นแบบนั้น ใครเค้าจะกล้าเสวนาด้วย!!” จุนโนะบ่นเบื่อๆก่อน

ทำท่าจะเดินออกไป จินพอจะเดาออกแล้วว่าหมายถึงใคร แต่ก็รีบเรียกจุนโนะเอาไว้

“นี่ทากุจิ เรื่องชมรมน่ะ นายกลับไปคิดดูรึยัง”

จุนโนะชะงักไปนิดหน่อย ก่อนพูดออกมาน้ำเสียงเรียบๆ

“ขอโทษนะ ฉันตัดสินใจไปแล้ว คงไม่เปลี่ยนใจหรอก”

จินยิ้มเศร้าๆนิดหน่อยก่อนพยักหน้าให้ จุนโนะยิ้มจืดๆก่อนกล่าวลา

“งั้นฉันไปนะ” จินพยักหน้าให้ยิ้มๆ “อืม”

จินเดินมาหยุดที่ห้องข้างๆ คาดว่าเพื่อนใหม่สายตาเย็นชาที่เจอวันนี้ต้องอยู่ห้องนี้แน่ๆ

 เพราะเห็นมีคนมาจัดการย้ายข้าวของเข้ามาเมื่อ 2วันก่อน อ่านชื่อหน้าห้อง “คาเมนาชิ คาซึยะ”

กำลังจะเคาะเรียก มาสเซอร์ดูแลหอก็เรียกเอาไว้

“อาคานิชิคุง ขอคุยด้วยหน่อยสิ” จินหันมามอง ดวงตาสงสัยไม่น้อย “อ๊ะ! ได้ครับ”

มาสเซอร์หน้าตาเคร่งเครียดไม่น้อย

“เธอเจอเด็ก ที่ชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะแล้วใช่มั้ย “ จินพยักหน้าตอบรับ

 “เห็นแผลที่ข้อมือ แล้วด้วยสินะ ดูออกใช่มั้ยว่าเด็กนั่น พยายามฆ่าตัวตายมา

 ที่สำคัญที่บ้านแจ้งมาว่าทำมา5ครั้งแล้วด้วย ไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรอยู่

ยังไซะ ก็ช่วยดูๆให้ด้วยแล้วกันนะ ถ้าช่วยเด็กคนนั้นได้ก็คงจะดี” พูดจบก็ลุกออกไป จินหน้าตา

ครุ่นคิด ตั้ง5ครั้ง พยายามจะตายขนาดนั้นเลยเหรอ มีอะไรที่รุนแรงขนาดนั้นกันนะ

อายุก็แค่นี้ทำไมถึงอยากจะตายนัก คิดแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงลึกๆ

มื้อเย็นวันนั้น คาซึยะก็ไม่โผล่หน้าออกมาเลย จินรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาตะงิดๆ

ก็เลยไปเคาะประตูห้องปึงๆๆ ทำไมไม่เปิด เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า แล้วจะทำยังไงดี

พยายามจะพังประตู แต่วิ่งชนแล้วก็เจ็บ ไม่มีปัญญาแน่ๆ ตัดสินใจไปที่ห้องตัวเอง

ปีนออกมาทางระเบียง “เจ้าบ้าเอ้ย !! ถ้าฉันมาตายเพราะนายจะเป็นผีมาหักคอเลย!!”

บ่นขณะก้าวเท้าข้ามจากระเบียงห้องตัวเองไปยังห้องข้างๆ มองไปข้างล่าง

 ชั้น4 นี่ก็สูงไม่ใช่เล่นเลยนะ หลับตาแล้วปีนได้สำเร็จ โชคดีที่ประตูระเบียงเปิดเอาไว้นะ

 จินค่อยๆคลานเข้ามาได้ มองหาคาซึยะ เห็นแล้วก็โล่งอก กำลังนั่งสวมหูฟัง ฟังเพลงสบายใจ

เชียวนะ มิน่าไม่ยอมไปเปิดประตูมัวแต่นั่งฟังเพลงนี่เอง

“เฮ้ย !! นายเข้ามาได้ยังไง!!” คาซึยะท่าทางตกใจ ถอดหูฟังออก จินนั่งขัดสมาธิที่พื้นข้างคาซึยะ

ก่อนทำหน้าดุๆ “ ก็นายนะแหละ ไม่ยอมลงไปกินข้าว คนเค้าก็เป็นห่วงนะสิ มาเคาะห้องก็ไม่ตอบ

ก็เลยปีนเข้ามาดูทางระเบียงน่ะ ห้องฉันอยู่ข้างๆนี่แหละ” คาซึยะทำหน้านิ่งๆ

“อ้อ คงถูกพวกมาสเซอร์ขอร้องให้จับตาดูฉันนะสิ กลัวฉันจะฆ่าตัวตายใช่มั้ยหล่ะ”

จินถอนหายใจ “เออ!! ก็ทำนองนั้นแหละ รู้นี่ว่าคนเค้าเป็นห่วงกัน ก็อย่าทำให้เป็นห่วงสิ!!”

“เป็นห่วงเหรอ จริงเหรอ พ่อฉันคงจะจ่ายให้รร.นี้หนักหล่ะมั้ง ก็เลยดูแลดีเป็นพิเศษ ถ้าฉันอยู่นานๆ

ก็จะได้เงินมากขึ้นไง แล้วนายหล่ะจะได้ผลประโยชน์อะไรรึเปล่า ถึงมาสนใจฉันนะ”

“เพียะ!!”มือกระทบหน้า คาซึยะ อย่างแรง แก้มขาวๆเป็นรอยมือแดง

คาซึยะเอามือจับหน้า ชาไปหมด ถึงจะไม่แรงมากแต่ก็รู้สึกเจ็บ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยโดนใครตบ

หน้ามาก่อน “เห็นว่านายเป็นลูกคุณหนูหรอกนะเลยแค่ตบ ไม่งั้นคงต่อยไปแล้ว

ความเป็นห่วงหรือหวังดีนะ บางครั้งก็มาจากจิตใจจริงๆก็มี อย่าคิดว่าจะหวังผลประโยชน์ไปหมด

ซะทุกคนได้มั้ย ถ้านายยังเป็นคนแบบนี้ ต่อไปถึงนายจะตายไปก็ไม่มีใครเค้าสงสารหรอกนะ”

จินเหมือนไม่พอใจมากๆ คาซึยะเอามือที่จับหน้าออก สายตาเกรี้ยวกราดไม่แพ้กัน

“ อย่ามาพูดให้น่าสะอิดสะเอียนหน่อยเลย หวังดีจริงๆงั้นเหรอ ใครเค้าจะไปเชื่อ

คนอย่างนายจะไปเข้าใจอะไร ทำเป็นพูดว่าเห็นปีกของชาวบ้านเค้า ปั้นหน้าเป็นคนดีซะเต็มที่

 คนเพิ่งรู้จักกัน จะหวังดีไปเพื่ออะไร แล้วคนอย่างฉันน่ะนะ ต่อให้ตายไปจริงๆ คนที่จะร้องไห้ให้

สักคนก็ไม่มีหรอก “ อารมณ์รุนแรงพอๆกัน เท้าคาซึยะเลยเตะสายหูฟังหลุดออก

 เสียงจากสเตอร์ลิโอ ก็ดังออกมาเป็น เพลงเสียงประสานเพลงนั้นเอง จินถึงกับชะงัก

นี่เป็นเสียงของเค้าไม่ใช่เหรอ เป็นเพลงที่ร้องเมื่อ2ปีก่อนมาอยู่ที่นี่ จินรีบเดินไปเปิดช่องใส่เทป

เพื่อจะเอาเทปออกมาดู คาซึยะรีบไปแย่งเอาออกมา แล้วซุกไว้ข้างหลังแบบเด็กๆ หน้าตาตื่น

ดวงตาล่อกแล่ก “นายมีเทปของฉันได้ยังไง ……” ไม่ถามแค่ปากจินยังใช้สายตาถามอีกด้วย

คาซึยะ ไม่ยอมสบตา ได้แต่ก้มหน้าเม้มปากแน่น ไม่ยอมพูดอะไรออกมา


chapter 2 end
to be con..........

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #12 เมื่อ14-01-2007 21:34:03 »

ตอนนี้ในบอร์ดมีคนลงนิยายเยอะมากๆเลยอ่ะ ยังไงก้อฝากเรื่องนี้ด้วยน๊า คับ


เอาตอน2มาต่อแล้วน๊า เอารูปตัวละครของเรื่องนี้มาให้ชมกันด้วยแหละ

เห็นรูปแล้วจิ้นกันให้ออกน๊า




1 คาเมะนาชิ  คาซึยะ

2 อาคานิชิ  จิน

3 ทางุจิ   จุนโนะสุเกะ

4 ทานากะ  โคคิ

5 อุเอดะ ทัตซึยะ

6 นากามารุ  ยูอิจิ
 
 :yeb:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #13 เมื่อ14-01-2007 22:45:06 »

อ๊ากกกกกกกสสสสสสสสสสสสสส

ทำไมมันสนุกตื่นเต้นเร้าจายแบบนี้

ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 :serius2: :serius2: :serius2:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #14 เมื่อ15-01-2007 09:34:28 »

หุหุ ตัวละครน่ารัก ๆ ท้างน้าน  :haun1:
จะรออ่านนะคะ  :yeb:

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #15 เมื่อ17-01-2007 21:18:41 »

chapter 3

"นายไปเอาเทปฉันมาจากไหนกัน” จินย้อนถามรอบที่สอง ทั้งคู่ท่าทางจะสงบลงนิดหน่อย

คาซึยะ ไม่อยากตอบ กลัวว่าจะรู้ว่าเค้ามาเรียนที่นี่เพราะอะไร กลัวว่าจะถูกหัวเราะเยาะ ที่ทำบ้าๆ

แค่อยากมาเจอเจ้าของเทป ซึ่งตอนนี้ ก็ยืนเคร่งเครียดอยู่ตรงหน้าแล้ว

“นายมาที่นี่ เพราะเทปนี้ใช่รึเปล่า” นั้นไงหล่ะ ท่าจะจริงที่หมอนี่เคยบอกว่ามีเซนท์พิเศษเดาใจคน

ได้ ไม่ผิดเลยสักนิด “ก็แล้วจะทำไมหล่ะ!! อยากหัวเราะก็เชิญเลย ฉันมันบ้ามาตามหาเจ้าของเทป

เพราะแค่ได้ฟังเสียงนะ” คาซึยะ ตะโกนออกมาดังๆแบบอัดอั้นตันใจสุดๆ ไม่มีเสียงหัวเราะเล็ด

ลอดออกเลย คาซึยะก้มหน้างุดๆทั้งโกรธทั้งอาย เจ้าบ้านี่รู้จนได้ว่า มาที่นี่เพื่อมาตามหาตัวเอง

 จินเอามือจับไหล่ที่ผอมบาง มีแต่กระดูก เอาหน้าเข้ามาใกล้ ๆ

ใช้สายตานิ่งๆจ้องที่ดวงตาของคาซึยะ

“ฟังแล้วดีใช่มั้ย ไม่อยากตายแล้วใช่มั้ย นายถึงมาตามหาฉันน่ะ”

พูดอะไรของนายน่ะ ไม่อยากตายเหรอ ถึงจะไม่ใช่เหตุผลนั้น แต่ก็ทำให้เค้าไม่คิดฆ่าตัวตายไป

ระยะหนึ่งนะแหละ “ฉันไม่หัวเราะ คนที่ฟังเพลงของฉัน แล้วอุตส่าห์มาตามหาหรอกนะ กลับตื้นตัน

ดีใจเป็นพิเศษต่างหากที่มีคนฟังเพลงของฉัน แล้วช่วยอะไรเค้าได้บ้างน่ะ “

ทำไมต้องพูดจาดีๆกับเค้าแบบนี้ด้วย คาซึยะรู้สึกว่าไหล่ที่รู้สึกหนาวเหน็นอบอุ่นอย่างประหลาด

เมื่อจินสัมผัสมันไว้ เค้าต้องการมาพบจินเพื่ออะไรไม่รู้เลย หรือว่ามันเป็นโชคชะตาให้เค้าได้ฟัง

เพลงของจิน มาตามหา และให้คนคนนี้เป็นคนรักษาบาดแผลในจิตใจของเค้า


ไม่เข้าใจพูดอะไรไม่ออก ก้มหน้าลงหลับตานิ่งๆ

“วันนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยมากๆ นายกลับไปที่ห้องก่อนจะได้มั้ย ฉันอยากพัก” คาซึยะพูดออกมาน้ำเสียง

แผ่วเบา จินยิ้มพยักหน้าตอบรับ “ถ้ามีอะไรอยากจะบอกฉันละก็ บอกมาได้นะ ฉันยินดีรับฟัง”

ก่อนจะออกจากห้องจินทิ้งท้ายเอาไว้ คาซึยะไม่พูดอะไร ปิดประตูเงียบๆ

ล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง เรื่องทั้งหมดมันหนักหนาเกินไป เค้าจะไว้ใจจิน

คนที่ตั้งใจมาค้นหาคนนี้ได้หรือ เพราะลักษณะ น้ำเสียงที่คล้ายกัน ไม่ใช่ในรายละเอียด

แต่ที่ความรู้สึก มันจะทำให้เค้ายอมเปิดใจได้เหรอ ยังไม่แน่ใจ ขอเวลาสักหน่อยเถอะนะ

ถ้าถึงเวลานั้น เค้าคงจะมั่นใจกว่านี้

“คาซึยะ !! นายนี่ออกเสียงตรงนั้นผิดนะเข้าใจมั้ย” เสียงเย็นๆใจดีแว่วมาในโสตสัมผัส

คุ้นเคย คาซึยะลืมตามองไปที่เจ้าของเสียงนั้น ชายหนุ่มหน้าสวย ดวงตาอ่อนโยน

รอยยิ้มเป็นมิตรสวมชุดสีขาวสะอาด…

ทากิซาว่าพี่ชายของเค้านั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวโปรด ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน ในมือถือเนื้อเพลงเอาไว้

อะไรกันนะ นี่เป็นความฝันใช่มั้ย “หือมองพี่ยังงั้นทำไม ? มีอะไรรึเปล่า?”

ทากิซาว่าดวงตาอ่อนโยน คาซึยะพยายามลืมตามองดูให้ชัดๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ

 พยายามจะเอามือไปจับ เสื้อผ้าสีขาวนั้นอยู่ดีๆก็กลายเป็นสีแดงฉาน ไม่ต่างกับเลือด

คาซึยะ ตกใจ แล้วมันก็กลายเป็นเพียงกลีบกุหลาบปลิวหายไป

ไม่!!!” “ตื่นได้แล้ว!!!” คาซึยะดวงตาเบิกโพลง ตื่นจากฝันที่เจ็บปวด จินยืนชะโงกหัวเข้ามา

 ผมตกลงมาปรกหน้า “นายเข้ามา ได้ยังไงกันน่ะ!” จินชี้ไปที่ประตูทางระเบียง เหมือนเดิม

“อย่าเข้าห้องชาวบ้านตามอำเภอใจจะได้มั้ยนายเนี้ย!!” เอามือคลำต้นคอไปมา

 ถึงจะทำท่าโมโหแต่ก็ขอบใจที่ช่วยเค้าตื่นจากฝันแบบนั้น ไม่ได้ฝันเห็นพี่ชายมานานแล้ว

“นี่ๆ ไมไม่เก็บเตียงหล่ะ ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมนะ ไม่มีคนทำให้หรอก มาสเซอร์มาตรวจห้องจะโดนดุ

เอาด้วย” คาซึยะที่ลุกจากเตียงไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ หันมามองก่อนบ่นรำคาญออกมา

 “ทำไม่เป็นหรอกนะ อยากดุก็ดุไปสิ”

จิน อ้าปากค้าง “เฮ้ย !! ไม่แค่ดุนะ โดนหักคะแนนความประพฤติ แปะประจานหน้าหอด้วย

 ขอบอก!!” ขู่เป็นชุดคิดว่าจะได้ผล คาซึยะที่แปรงฟันล้างหน้าเสร็จแล้ว

เดินออกมาทำหน้ากวนๆ”แล้วไง กลัวตายเลย” จินทำหน้าบู้ ที่คาซึยะไม่เชื่อฟังเอาซะเลย

“นี่ดูแล้วก็จำไว้สิ ฉันจะเก็บให้ดูแล้วกัน ต่อๆไปนายต้องทำเองนะ กะอีแค่เก็บที่นอนนะไม่ได้ยาก

อะไรสักหน่อย “ ลงมือพับผ้าห่ม ดึงผ้าคลุมเตียงมาจัดการ อย่างรวดเร็ว

 คาซึยะมองดูขำๆท่าทางจินยังกับแม่ไม่มีผิด

“อ้าว ยิ้มกับคนอื่นเค้าก็เป็นนี่นา นายนี่” จินหันมาเห็นพอดี คาซึยะรีบเก็กหน้าขรึมเหมือนเดิม

“ก็นายทำท่าตลกคนก็ต้องขำสิ แล้วคนอย่างฉันไม่มีสิทธิ์ยิ้มรึไง” จินเอามือล้วงกระเป๋า

“ไม่ใช่ๆ แต่ว่าเวลานายยิ้มแล้วน่ารักดี พยายามยิ้มบ่อยๆนะ”

คาซึยะอายขึ้นมาซะอย่างงั้น “ทำไมต้องเชื่อนายด้วย” รีบปิดประตูห้องน้ำหนี

จินเดินมาที่ประตูห้องน้ำที่ตอนนี้เสียงน้ำไหลดังอยู่ ตะโกนเข้ามา”เฮ รีบๆอาบน้ำหล่ะ

 แต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วไปที่โบสถ์กัน!!”

เวลาที่ตื่นเป็นเวลา6โมงเช้า เช้ามากๆ เช้าเกินไปด้วยซ้ำ จินแสบจริงๆ คาซึยะไม่เคยตื่นเช้าขนาด

นี้มาก่อนเลย แถมยังถูกบังคับให้แต่งตัวเรียบร้อย รู้สึกอึดอัดเนคไทจริงๆ สวมเรียบร้อยซะขนาด

นี้ จิน พาคาซึยะไปที่ทางเข้าด้านหลัง มองที่นาฬิกาเป็นเวลา 7.30 มาทำอะไรกันแต่เช้าเนี้ย

“เอ้าใส่ซะ !! “ จินยื่นชุดสีขาวให้คาซึยะ ก่อนลงมือสวมทับชุดนร.

“อะไร? ทำไมฉันต้องใส่ด้วยหล่ะ นี่มันชุดเด็กร้องเพลงในโบสถ์ไม่ใช่รึไง” จินพยักหน้า "รู้แล้วยัง

ถามอีก ก็มาร้องเพลงกันไงหล่ะ” คาซึยะ ทำหน้างงๆ “ใครบอกว่าฉันจะร้องกัน!!”

จินไม่ฟังเสียงดึงชุดมาจากมือ แล้วสวมทับให้เสร็จสรรพ

“ร้องไม่ร้องก็ไม่เป็นไร แค่ทำปากงึมงัมก็ได้ ไปเถอะจะได้เวลาแล้ว”

เดินออกมาที่โถงของโบสถ์ มีคนมาฟังสวดมนต์ตอนเช้าไม่กี่คน

มีเด็กๆร้องเพลงในโบสถ์ยืนรออยู่แล้ว คาซึยะรู้สึกแปลกๆเหมือนกัน

ถึงแม้ว่าจะเคยอยู่ชมรมประสานเสียงมาก่อน แต่การร้องเพลงในโบสถ์แบบนี้ไม่เคยมาก่อนเลย

เด็กชายตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก เดินออกมาข้างหน้า ท่าทางจะเป็นเด็กปีหนึ่งม.ต้น เริ่มร้องเพลงออก

มาเป็นต้นเสียง จินกระซิบกับคาซูยะเบาๆ “เจ้าเนี้ย ชื่อยาบุ เสียงดีสุดยอด ฟังแล้วขนลุกเลยนะ”

จริงอย่างที่ว่าเสียงร้องเพลงกังวาน เจื้อยแจ้ว เหมือนนกน้อยๆ

การร้องเพลงช่วงเช้าจบลง โดยที่ คาซึยะไม่ได้อ้าปากร้องออกมาสักนิด

“นายนี่ ทำไมไม่ยอมร้องออกมาเลยนะ ฮัมเพลงสักนิดก็ยังดี การร้องเพลงให้พระเจ้านะ

ช่วยซ่อมแซมปีกที่หักได้รู้รึเปล่า “

 คาซึยะถอดชุดออก เอามือเสยผมลวกๆเพราะชุดเป็นแบบสวมหัวทำเอาผมยุ่งไปหมด

“ไร้สาระอีกแล้วนะนาย ก็นายบอกว่าไม่ต้องร้องก็ได้ไม่ใช่เหรอ ที่สำคัญฉันไม่เชื่อพระเจ้าหรือ

เรื่องปีกอะไรนั่นด้วย”

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #16 เมื่อ17-01-2007 21:30:20 »

จิน ทำหน้าบู้ๆ อีกครั้ง “อ้าวแล้วนายจะไปไหนน่ะ ไปทานข้าวด้วยกันสิ

ที่โบสถ์เค้ามีเลี้ยงข้าวนะ สำหรับเด็กที่มาช่วยงานน่ะ” คาซึยะอดขำไม่ได้อีกแล้ว

จินหน้าเอ๋อ “ ขำอะไรของนาย” “ก็ขำนายนะแหละ โธ่เอ้ย คิดว่าจะช่วยด้วยใจจริงๆ

ที่แท้ก็มีข้าวเลี้ยงนี่เอง” จินเอามือเกาหัว

“ เออ ยังไงพลังงานในร่างกาย ก็ต้องอาศัยอาหารนะแหละ มาเถอะน่า”

จินพาสมาชิกใหม่ไปที่โต๊ะอาหาร เด็กๆที่ร้องเพลงในโบสถ์นั่งกินข้าวกันท่าทางสนุกสนาน

ทุกคนหันมาทักทายจิน ยกใหญ่ เท่าที่ดูๆแล้ว จินคงเป็นพี่โตสุดแล้วนะเนี้ย

“วันนี้มาสายเลยนะครับ อาคานิชิคุง” ยาบุเด็กนำร้องเพลง หันมาทักอย่างสนิทสนม


“อืม พอดีพาเจ้านี่มาด้วยนะก็เลยช้าไปนิดหน่อย” ยาบุหันมามองคาซึยะ แล้วยิ้มให้

คาซึยะไม่ได้ยิ้มตอบ ลากเก้าอี้นั่งลงแบบไม่สนใจ เล่นเอายาบุยิ้มเก้อไปเลย

เด็กคนอื่นที่โต๊ะหันมมองกัน แล้วก็ซุบซิบแปลกๆ ข้อมือคาซึยะยังมีผ้าพันแผลสีขาวเห็นได้

ชัด “เฮ!! ทานกันเถอะ เดี๋ยวจะไปเข้าเรียนไม่ทันกันนะ” จินรีบเปลี่ยนเรื่องให้ ทุกคนเลิก

สนใจ ข้อมือของคาซึยะยิ่งหมอนี่ปกป้องเค้ามากเท่าไหร่ก็อยากจะหนีไปไกลๆ

แต่ไม่รู้ทำไม เท้าก้าวไม่ออก อาจเป็นเพราะในใจลึกๆอยากอยู่ใกล้รึเปล่านะ

“เฮ้ย!! จินมาเรียนกับเค้าได้แล้วไง!!” โคคิร้องทักก่อนเอามือตบทักทายกับจินเหมือนเป็นท่า

ประจำ “แหม่ อย่าพูดเหมือนกับฉันเป็นเด็กชอบโดดๆบ่อยๆได้ป่าว”

 โคคิยิ้มแล้วหันไปเห็นคาซึยะที่เดินตามเข้ามา

“นายมากับเจ้านี่งั้นเหรอ ท่าทางกวนประสาทชมัด ที่นายนะถูกมันยึดไปแล้วนะ จะบอกให้”

โคคิฟ้องใหญ่ จินตาโตพยักหน้าหงึกงัก แล้วก็นั่งทับโคคิลงไป


“งั้นนายก็สละที่นั่งตรงนี้ให้ฉันไป้ โทษฐานที่เฝ้าที่นั่งให้ฉันไม่ได้!!”

โคคิโดนเบียดจนแทบตกเก้าอี้ “ไอ้บ้า เล่นไรเนี้ย นายก็ไปนั่งข้างๆแทนเดะ หนักนะเว้ย

 ลุกเร็วๆเลย” คาซึยะเห็นท่าทางหยอกล้อกันของจินกับโคคิก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมา ทั้งคู่ดูสนิท

สนมกันมากๆ แต่ก็แกล้งไม่สนใจ จัดหนังสือเตรียมเรียนตามปกติ ยูอิจิวิ่งกระหืดกระหอบมา

ที่โต๊ะแล้วก็ร้องทักทั้งสองคน “เฮ้ยๆ!! เล่นไรกันเล่นด้วยคนเดะ!!" พูดจบก็นั่งทับจินไปอีกคน

เป็นคนที่สาม โคคิโดนเบียดเต็มที่ “เจ้าพวกบ้า โอ้ยจะแบนแล้วนะ!!”

โคคิร้องออกมาเสียงดัง คาซึยะหันมามอง หน้าตาท่าทางมีความสุขทั้งสามคน

การเป็นเพื่อนกัน มันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ ท่าทางสนิทกันซะเหลือเกิน

เห็นแล้วน่าหมั่นไส้สุดๆ “เฮ!! นายนะไม่มาเล่นด้วยกันเหรอ มาฆ่าเจ้าโคคิด้วยกันดิ”

ยูอิจิร้องทักเมื่อคาซึยะหันมามอง

“บ้ารึเปล่า โตจนขนาดนี้ยังเล่นกันเป็นเด็กๆไม่รู้จักโตไปได้” ยูอิจิยิ้มหุบไปเลย

จินที่หัวเราะๆอยู่ก็ค้างไป โคคิไม่ต้องพูดถึงคิ้วขมวดขึ้นมาทันที

“เค้าว่าพวกนาย2คนนะ อะไรเล่นไรไม่รู้จักโต!!” ยูอิจิลุกขึ้น ทำท่าพูดล้อเลียนออกมา

“ใน3คนเรานายนะแหละ ปัญญาอ่อนที่สุด ไม่ต้องมาโบ้ยให้ชาวบ้านเลย” โคคิเอามือดึงเสื้อ

สูทที่โดนทับจนยับไปหมด แล้วใช้หางตามองไปทางคาซึยะ

จินเดินมานั่งที่ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างคาซึยะและโคคิ

“นายเองก็น่าจะลองคบ เจ้าพวกนี้ดูนะ ถึงจะดูบ้าๆบอๆ แต่ก็เป็นคนดีนะ

ฉันจะแนะนำให้รู้จักแล้วกัน”

โคคิเอาเท้ายันๆจิน โทษฐานที่ว่าบ้าๆบอๆ ยูอิจิเอากระเป๋าวางที่นั่งข้างหน้าโคคิแล้วหันมา

มองคาซึยะอย่างสนใจ คาซึยะกระแทกหนังสือที่โต๊ะ สายตาเย็นชา

 “ใคร เค้าอยากจะรู้จักเจ้าพวกนี้กัน นายไม่ต้องมาเสียเวลาแนะนำหรอก“

“อ๋อ ! ยังกับพวกฉันอยากรู้จักนายตายแหละ ไม่เคยตายใช่มั้ย

ดูสภาพตัวเองแล้วยังไม่เจียมอีก”

โคคิชักมีน้ำโห ยูอิจิรีบเอาหนังสืออกมาพัดๆให้ใจเย็นๆไว้

จินสีหน้าไม่ค่อยดี ไม่อยากให้มาทะเลาะกันเลย ยูอิจิเป็นคนอารมณ์ดีไม่ถือสาอะไรอยู่แล้ว

แต่โคคิสิ เป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร ส่วนคาซึยะถึงจะเย็นเป็นน้ำแข็ง

 แต่คำพูดคำจาก็ยียวนเหลือเกิน คาซึยะยังตีหน้าเฉยไม่สะทกสะท้าน โคคิเห็นจินท่าทางไม่

อยากให้มีเรื่อง ก็เลยเห็นแก่เพื่อน นั่งสงบอารมณ์ไม่สานต่อ

ยูอิจิ ถอนใจออกมา “คิดว่าจะมีเรื่องกันซะแล้ว!!” “ถ้าไม่เห็นแก่หน้าจินนะ โธ่เอ้ย!!…..”

โคคิบ่นอุบอิบ จินยกมือขอบคุณโคคิที่ไม่ถือสา ก่อนหันไปมองคาซึยะอีกครั้ง

ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะได้เวลาเรียนชม.แรกพอดี

“ทำไม ไม่เข้าใจ จินไปทำดีกับมันทำไม ท่าทางอยากตายแบบนั้น ปล่อยให้มันตายๆไปเลย

ไป้” โคคิบ่นออกมาแบรำคาญใจสุดๆ “โห !! ใจร้ายไปม้าง คนเค้ามีปัญหามา นายก็รู้ จินมัน

เป็นคนดีจะตาย ถ้าไม่สนใจเลยก็ไม่ใช่จินคนที่เรารู้จักแล้วมั้ง” “เออๆ ไอ้จินก็คงใช้มุขเก่าๆ

แบบตอนที่มันพูดกับฉันครั้งแรกนะแหละมั้ง”


“เรื่องปีก” ยูอิจิกับโคคิพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายกัน

“เออ ว่าแต่นายเชื่อป่าวที่จินบอกว่าเห็นปีกของพวกเรานะ” อยู่ดีๆยูอิจิก็ถามขึ้นมา

 โคคินึกย้อนไปในวันแรกที่รู้จักจิน เด็กเกเร ถูกตราหน้าจากรร.ว่าเป็นเด็กอันธพาลขึ้นบัญชี

ดำเอาไว้ ไม่มีเด็กดีๆในห้องกล้าจะคบเป็นเพื่อนสักคน ตอนนั้นจินเพิ่งย้ายมาจากโตเกียว

ท่าทางเป็นเด็กในเมืองน่าสนใจดี คงไถเงินได้สบายๆ

“เน่!! แกเพิ่งย้ายมาใหม่คงไม่รู้ธรรมเนียมหล่ะสิ เอาเงินมาแบ่งกันใช้หน่อยสิ “

โคคิดึงจินมาที่หลังรร.เพื่อจะรีดไถ จินทำหน้าตาเหรอหรา “หา !!”

“ไม่ต้องมาหา พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง มีเท่าไหร่เอาออกมาเซ่ เร็วๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”


โคคิขู่รอบสอง เอามือผลักอกจินแรงๆ จินทำหน้าตาบู้ๆก่อนเอามือควานหาในกระเป๋าแล้ว

หยิบของส่งให้โคคิ ลูกอมรสคาราเมลคือสิ่งที่จินส่งให้ โคคิได้รับมาก็โกรธจนหน้าแดง

ชกจินไปทีนึง

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #17 เมื่อ17-01-2007 21:45:43 »

“ชกมาได้ มันเจ็บน้า!!” จินร้องตะโกนเอามือจับหน้าที่เพิ่งโดนชก

 “ก็ใครใช้ให้มากวนประสาทแบบนี้หล่ะ ฉันต้องการเงินเว้ย ไม่ใช่ลูกอม!!” โคคิตะคอกกลับ

 “ก็ไม่มีนี่เว้ย!! ฉันไม่มีพ่อแม่คอยให้เงินนะเฟ้ย ที่อยู่ๆมาเนี้ยก็เงินจากญาติที่เค้าเจียดมาให้

มีก็แค่ลูกอมนั้นแหละ เอาไปกินซะไป้ จะได้ระงับประสาท น้ำตาลไม่ไปเลี้ยงสมองไง

เที่ยวมาทำนักเลงขูดรีดชาวบ้านเค้าไปทั่วอ่ะ” โคคิแปลกประหลาดใจนิดหน่อย

 เท่าที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้ามาเถียงเค้าแบบนี้

แล้วที่เจ้านี่พูดว่าไม่มีพ่อแม่งั้นก็ไม่ต่างอะไรจากเค้าเลยนะสิ

โคคิเดินเข้ามาใกล้จินที่เอามือถูหน้าตรงที่โดนชก “เฮ้ย!! อะไรวะ ถ้านายจะชกฉันอีก

คราวนี้ชกกลับจริงๆนะเว้ย!! “ จินหันมาทำท่ากำหมัด เอาจริงเอาจัง “เปล่า!!ที่นายบอกว่า

ไม่มีพ่อแม่จริงๆนะเหรอ” โคคิพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง จินเอาหมัดลงพยักหน้า

“จะโกหกไปทำไม เรื่องแบบนี้เอามาพูดเล่นได้เหรอ สนุกตายแหละ”

โคคิอยากจะชกอีกสักทีเจ้านี่ กวนจริงๆ แต่ว่าคนที่มีพื้นฐานคล้ายกัน

 มันรู้สึกลงมือไม่ลงขึ้นมาซะเฉยๆ

โคคิแกะลูกอมเอาเข้าปาก แล้วก็ทำท่าอยากคายออก “อี้ ! ทำไมหวานยังงี้ นายกินเข้าไปได้ไง”

จินหัวเราะท่าทางของโคคิ “รสหวานมีสรรพคุณระงับอาการเศร้าได้นะ” โคคิคิ้วขมวด

 “อาการเศร้า?อะไรของนาย นายว่าใครเศร้า ฉันปกติดีเฟ้ย!!”

จินหยิบลูกอมออกจากกระเป๋าอีกเม็ดแกะแล้วเอาเข้าปาก

“ไม่ได้หมายถึงนาย หมายถึงฉัน พ่อฉันเพิ่งเสียเมื่อ3เดือนที่แล้ว ฉันระงับอากาศเศร้าของตัวฉัน

เอง” โคคิมองลึกไปในแววตาของจิน เข้าใจดี เพราะเคยผ่านมาก่อน

 ตอนที่อยู่ชั้นประถม6 พ่อแม่ประสพอุบัติเหตุ เสียไปทั้งคู่

หลังจากนั้นก็ถูกญาติโยนกันไปโยนกันมา ไม่มีใครอยากเลี้ยงดูเค้า ถูกทิ้งขว้างเหมือนเป็นขยะ

ไม่มีใครต้องการ เค้าก็ไม่ต้องการใคร พอขึ้นม.ต้นก็แยกออกมาอยู่คนเดียว มั่วสุมกับพวกอัธพาล

พอมีที่ซุกหัวนอนไปวันๆ ลักเล็กขโมยน้อย ใช้ชีวิตเลวๆไปเรื่อยๆ ทรมานนะ แต่จะทำไงได้

“ญาตินายดูแลนายดีรึเปล่า” อยู่ดีๆก็ถามจินออกมายังงั้น

“ก็ไม่ดี ไม่เลวหรอก เค้าส่งเงินให้ฉัน ถึงน้อยแต่ก็พออยู่ได้” โคคิยิ้มนิดๆ

 “สนใจไปอยู่กับพวกฉันรึเปล่า แอบขโมยของบ้าง แต่ก็มีเงินใช้ได้สบายๆเลยนะ”

จินมองโคคิด้วยสายตานิ่งๆ

“นายกำลังทำลายตัวเองอยู่นะ …..กำลังหักปีกของตัวเองอยู่”

โคคิหน้าตาโกรธๆ เจ้านี่พูดอะไรออกมานะ “อาคานิชิ!! อาคานิชิ!!” เสียงยูอิจิดังเข้ามาขัดจังหวะ

พอดี โคคิหันไปมองยูอิจิ ตาเขียว ยูอิจิชะงักหน้าตาตกใจตลกเป็นที่สุด แล้วโคคิก็เดินออกมา

ชนยูอิจิอย่างแรง จนยูอิจิต้องจับแขนตัวเองด้วยความเจ็บ

“อะไรของเค้าน้า อ้า! อาคานิชิ ถูกเค้าไถเงินรึเปล่า” จินส่ายหน้าไปมา

“ไม่หรอก ก็ฉันไม่มีเงินจะใช้ด้วยซ้ำ จะมีอะไรให้ไถได้ หมอนั้นมีปัญหาอยู่นะ” ยูอิจิพยักหน้าจนหัว

แทบหลุด “ใช่ๆ ปัญหาเยอะมากๆ เค้าน่ากลัวนะ อยู่กับกลุ่มอันธพาลด้วย

ตอนแรกก็อยากคุยด้วยแหละ แต่กลัวว่าจะโดนฆ่านะสิ” ทำท่าเหมือนถูกบีบคอซะอย่างงั้น

 จินหัวเราะออกมา ยูอิจิเป็นเพื่อนคนแรกตั้งแต่มาเรียนที่นี่ เพราะร่าเริงและอารมณ์ดี

นิสัยไปกันได้กับจินที่สุดหล่ะรายนี้ “ปัญหาไม่ใช่แค่ตรงนั้น หรอกน่า ถ้าทำให้หมอนั้นเลิกหักปีกตัว

เองได้ก็OKแล้ว” ยูอิจิงงเป็นไก่ตาแตก “ปีก? ปีกไรอ่ะ” จินยิ้มเอามือคล้องคอ “ไม่เป็นไรหรอกน่า

ปีกนายนะ แข็งแรงจะตายไม่ได้หักแบบเจ้านั้นหรอก!”

ต่อจากนั้นไม่นานจินกับยูอิจิก็มีโอกาสช่วยโคคิจริงๆ วันนั้นขณะที่จินกับยูอิจิไปซื้อของที่ร้าน

สะดวกซื้อใกล้ๆรร. โคคิกับกลุ่มเพื่อนๆเกเรเข้ามาในร้าน ยูอิจิรีบดึงให้จินหลบ

“นายดึงฉันมาทำไมหล่ะเอ้อ!!" จินถามงงๆ ยูอิจิชี้ให้ดูว่า โคคิกำลังขโมยของกับเจ้าพวกเกเรนั่น

จินหน้าตาตื่น “ทำไมไม่เข้าไปห้ามหล่ะ”
“ไม่ได้หรอก เรารีบออกจากร้านดีกว่า ฉันไม่อยากมีเรื่องน่ะ”

จินทำท่าไม่อยากจะออกไป แต่ยูอิจิก็พยายามลากออกมาจนได้

ยังไม่ทันออกจากร้านดี เสียงสัญญาณก็ดังออกมา ถูกจับได้ซะแล้วนะสิ โคคิกับพวกนั้น

 แต่ว่า พวกเกเรนั้น โยนของให้โคคิทั้งหมด แล้วหนีเอาตัวรอดไป เจ้าของร้านเลยวิ่งตามโคคิคน

เดียว จินเห็นเข้าก็เลยวิ่งไปที่อีกมุมนึงของตึก

 “นากามารุ นายวิ่งไปทางนั้นสิเร็วๆ ไปล่อเจ้าของร้านให้ที” จินสั่งยูอิจิ ที่ยืนเอ๋อ

แล้วยูอิจิก็บ่นออกมาดังๆ” บ้าจริงๆเลย ว่าจะไม่ยุ่งแล้วเชียวนะ” จินวิ่งไปถึงมุมตึกนึงแล้วก็

กระชากโคคิให้หลบเข้ามาด้วยกัน โคคิหน้าตาตื่น จินเอามือจุ๊ๆปากไว้ โคคิหอบเบาลง

 เจ้าของร้านวิ่งเลยซอกตึกตรงนั้นไป ยูอิจิที่วิ่งมาหน้าตั้งพอพ้นมุมถนนก็แกล้งทำเป็นเดินแบบ

ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าของร้านผ่านมาก็เรียกยูอิจิมาถามทันที

 “นี่เห็นเด็กรร.นายบ้างมั้ย ที่ตาขวางๆนะ วิ่งผ่านมาทางนี้น่ะ” ยูอิจิทำท่านึกนิดหน่อยก่อน

ตอบ “เอ๋!! ผมเห็นนะครับ รู้สึกวิ่งไปทางนู้นแนะครับ เร็วมากเลย ป่านนี้คงไปไกลแล้วมั้ง”

เจ้าของร้านเชื่อสนิท วิ่งไปตามทางที่บอกทันที ยูอิจิโล่งอกที่ไม่ถูกจับได้ ค่อยเดินลับล่อๆกลับมา

ที่เดิม “เฮ อยู่ตรงไหนกัน….ไปแล้วนะ ฉันล่อไปอีกทางแล้ว เฮ” จินชะโงกหน้าออกมา

” ทางนี้ อยู่ตรงนี้ นากามารุ” ยูอิจิวิ่งมาที่ซอกตึก จินหันมายิ้มให้โคคิ

 “ปลอดภัยแล้วนะ!!”

“นายมาช่วยฉันทำไม บ้ากันไปรึเปล่า” โคคิทำท่าบ่นๆ “อะไรกันช่วยก็ผิดอีก เสี่ยงแทบตาย”

ยูอิจิบ่นอุบอิบ โคคิหันมามองสายตาดุๆ ยูอิจิหลบไปข้างหลังจิน

 “เอาเถอะน่า ก็รู้ว่าไม่ดียังจะทำอีกนะ แล้วดูสิเจ้าพวกนั้นนะ ใช่เพื่อนนายรึเปล่า พอเดือดร้อนก็

หนีกันไปหมด” โคคิเถียงไม่ออก รู้สึกเจ็บใจ จริงๆนะแหละพวกนั้น ไม่มีความจริงใจหรอก

ดีแต่หลอกใช้เค้าไปวันๆ แต่จะให้ทำไงหล่ะ คนเลวๆอย่างเค้าใคร

จะยอมเป็นเพื่อนด้วยนอกจากพวกเศษสวะเหมือนๆกัน

“อย่ามาพูดเลย พวกนายก็ไม่ใช่เพื่อนฉันเหมือนกันนะแหละ”

“ทำไมจะไม่ใช่หล่ะ ถ้านายต้องการฉันกับนากามารุพร้อมเสมอแหละ นายน่าจะเลือกได้นะ

ว่าใครที่สมควรเรียกว่าเพื่อนน่ะ” โคคิไม่อยากเชื่อหูตัวเอง จินยินดีจะเป็นเพื่อนเหรอ

แค่การช่วยเหลือเมื่อกี้ก็กินใจพอแล้ว จินไม่เหมือนใคร ไม่รังเกียจเค้า

ทั้งๆที่รู้ที่เห็นว่าเค้าเป็นคนเลว เป็นพวกอันธพาล แถมยังขี้ขโมยอีก

“นายสองคนยอมเป็นเพื่อนฉันจริงๆเหรอ” โคคิย้อนถามให้แน่ใจอีกครั้ง จินกับยูอิจิพยักหน้า

พร้อมๆกัน ”แต่ว่านายต้องเลิกไปมั่วสุมกับเจ้าพวกนั้นนะ มันไม่มีผลดีอะไรกับตัวนายเลย”

โคคิทำหน้าครุ่นคิด “ถ้าไม่ทำแบบนั้นฉันก็ไม่มีเงินใช้นะสิ จะให้ฉันทำไงหล่ะ” “ทำงานไง

ทำงานสุจริตก็หาเงินได้นี่นา” ยูอิจิพูดขึ้นมาบ้าง

“พูดเป็นเล่นไปได้ ที่ไหนจะรับเด็กแบบฉันเข้าทำงานกัน” “ไม่เป็นไร พ่อฉันรู้จักคนเยอะ

น่าจะฝากนายทำงานได้สักที่แหละน่า” ยูอิจิตบไหล่โคคิแรงๆ โคคิหันมามองตาเขียว

ยูอิจิหุบยิ้มทันที ท่าทางกลัวๆ “ขอโทษที่ตีไหล่นายแรงไปน่ะ” โคคิยิ้มนิดๆ “ไม่เป็นไร

 ฉันแค่อยากจะบอกว่าขอบคุณ”

หลังจากนั้นโคคิก็พยายามปรับปรุงตัวเอง เค้าได้ทำงานที่อู่ซ่อมรถ เจ้าของอู่เอ็นดูเค้าเหมือนลูก

โคคิเหมือนได้เกิดใหม่กลับมาใช้ชีวิต เป็นเหมือนคนปกติไม่ใช่อันธพาลที่ใครก็เบือนหน้าหนี

 ที่สำคัญมิตรภาพระหว่างเค้า ยูอิจิ และจิน ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน

เค้ามีความรู้สึกว่าจินได้ซ่อมปีกที่หักให้เค้าจริงๆ

“เฮ ! ว่าไงเรื่องปีกนะ นิ่งไปเลยนะ คิดอะไรอยู่” ยูอิจิเอาศอกกระทุ้งเอวโคคิให้ได้สติ

โคคิยิ้มกวนๆ “ไม่รู้สิ จินมันอาจจะมองเห็นปีกได้จริงๆละมั้ง” ยูอิจิส่ายหัวไปมา “ไม่จริงละม้างงั้น

ตอนนี้เจ้าคาเมนาชิไรนั้นก็ปีกหักอีกคนรึไง” โคคิทำท่าคิดอีก

“อาจจะใช่มั้ง เจ้าจินคงเริ่มรักษาปีกอีกละมั้ง ดูๆต่อไปก็แล้วกัน”


to be con..........


ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #18 เมื่อ17-01-2007 23:13:02 »

แอบชอบเขาแต่เย็นชาแบบนี้
ใครจะทนไหวหล่ะนี่
 :try2:

frank

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #19 เมื่อ18-01-2007 07:11:36 »

ดีค้าบบ  น่าอ่าน น่าสนใจดีอ่ะ
ติดตามอยุ่คับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ##WITH NO NAME##
« ตอบ #19 เมื่อ: 18-01-2007 07:11:36 »





taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #20 เมื่อ24-01-2007 18:59:52 »

chapter 4
“ช่วยส่งด้วยว่าจะเลือกชมรมอะไร” จุนโนะยื่นใบเลือกชมรมให้กับคาซึยะ มองนิดหน่อยแล้วก็เมินหน้าหนีไปซะเฉยๆ จุนโนะขมวดคิ้ว

จินชะโงกหน้าเข้ามามอง
“ให้อยู่ชมรมฉันก็ได้น่านะ ทากุจิ”

จุนโนะหันมามองจิน
“ที่นายพูดนั้นก็ไม่ได้อีกนั้นแหละ ชมรมอะไรของนาย สมาชิกในชมรมมีแค่นาย นากามารุ ทานากะ ไม่เรียกว่าชมรมหรอกนะ “

จินทำท่านับๆมือ
”จริงด้วยขาดอีกคน ถึงคาเมนาชิมาอยู่ก็ยังขาดอีกคน”

“ก็นายนั้นแหละ ทากุจิมาอยู่ชมรมเราซะ จะได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการไงหล่ะ” โคคิพูดแทรกขึ้นมาแบบรำคาญ

“ใครบอกว่าฉันจะเข้าชมรมกับพวกนาย พวกนายก็ล้มเลิกความคิดที่จะตั้งชมรมซะทีเถอะ แล้วก็รีบๆเลือกชมรมที่จะเข้ากันด้วย ฉันน่ะเป็นหัวหน้าห้องต้องมาคอยรับผิดชอบมันลำบากนะเข้าใจมั้ย” ทำท่าเหมือนจะโยนใบเลือกชมรมใส่หัวทั้งจิน ยูอิจิ โคคิ แล้วก็เดินจากไปแบบเบื่อๆ


“ดูสิคุณหัวหน้าห้อง โกรธไปแล้วอ่ะ จะให้เข้าชมรมก็พูดกับเค้าดีๆสิ” ยูอิจิหยิบใบเลือกชมรมมาตีหัวจินกับโคคิ ทำท่าจะเลยไปตีคาซึยะด้วย แต่ต้องชักมือกลับก็ท่าทางไม่เล่นด้วยแบบนั้นน่ากลัวจริงๆ


“พูดดีด้วยจะตาย แทบจะกราบเลยด้วยซ้ำนะ แต่ก็ว่านะแหละ ที่บ้านทากุจิเป็นตระกูลเก่าแก่แบบนั้น คงไม่ให้ลูกชายมาทำอะไรแบบนั้นหรอกมั้ง” จินเอามือท้าวคางบ่นๆ

“เออ แต่ว่าเจ้านั้นนะ ฝีมือการเต้นสุดยอดเลย หมุนตัวทีมองค้าง ฉันยังทำไม่ได้เลย ทั้งๆที่ท่าทางจะชอบเต้นขนาดนั้นน้า ทำไมไม่ยอมเข้ามารวมกับเรานะ“ โคคิบ่นตามพร้อมนั่งโยกเก้าอี้เรียนไปมา


คาซึยะที่นิ่งฟังมานาน ก็รู้สึกแปลกใจ เจ้าพวกนี้กำลังตั้งชมรมอะไรกันเหรอ แล้วทำไมถึงอยากได้จุนโนะมาร่วมทีมกันนัก

“พวกนายทำชมรมอะไรกันเหรอ?” จินหันมามองคาซึยะตาแวววาว

 “ก็ชมรมที่อยากจะร้องจะเต้นยังไงก็ได้ไงหล่ะ” คาซึยะรู้สึกเหมือนฟังผิด

“ อะไรนะ ชมรมอยากร้องอยากเต้นเหรอ แบบนี้มีด้วยเหรอ?”

“มีสิ การร้องการเต้นเป็นการแสดงออกที่ดีนะ พวกเราจะไปรวมตัวที่ลานหน้าสถานีรถไฟ ใน

เมือง ที่นั้นก็คล้าย ฮาราจูกุเลยแหละ อยากแสดงอะไรก็ได้ สนุกจะตายไป” ยูอิจิช่วยเสริมน้ำเสียงร่าเริงสุดๆ

 คาซึยะยิ้มเยาะๆ
“ ไอ้พวกที่แต่งตัวบ้าๆ เขียนหน้าเขียนตาแบบนั้นนะเหรอ  ทุเรศจะตาย”

“เฮ้ยๆ!! อย่าเที่ยวว่าชาวบ้านเค้าแบบนั้นสิ นั้นก็เป็นความสุขของเค้า ที่สำคัญพวกเราก็ไม่ได้ไปแต่งตัวแบบนั้น แค่ไปแสดงการร้องเพลงแล้วก็เต้นเท่านั้นเอง “โคคิทำหน้ายียวนใส่

“เออๆ น่าๆอย่าทะเลาะกันจะได้ป่าว แล้วคาเมนาชิว่าไง นายมารวมกับพวกเรามั้ย”จินเอามือกั้นๆแบบกรรมการนักมวย

คาซึยะทำหน้าเบื่อๆ
“ ไอ้ที่จะไปเต้นไปร้องโชว์คนผ่านไปผ่านมา ฉันทำไม่ได้หรอก ไม่ได้บ้าขนาดนั้น ว่าแต่พวกนายกล้าไปทำแบบนั้นกันได้ยังไง”

 จินเอามือเกาหัวแบบเขินๆ
“จริงๆแล้ว ก็ยังไม่เคยไปแสดงที่นั้นสักครั้งอ่ะนะ “

คาซึยะได้ยินแค่นั้นก็
หัวเราะออกมา
 “ โธ่เอ้ย จริงๆแล้วก็ไม่เคยไปงั้นเหรอ คงไม่กล้าละสิ ไม่ไปแหละดีแล้ว จะโดนคนเค้าขว้างของใส่เปล่าๆ”

โคคิลุกจากโต๊ะเอามือทุบโต๊ะคาซึยะดังปึง
 “ อย่ามาพูดดีเล้ยที่พวกเรายังไม่ไปเพราะยังซ้อมกันไม่เต็มที่ เพราะคิดว่าจะมีสมาชิกมาเพิ่ม แล้วนายหล่ะ ตัว
เองก็ไม่กล้าใช่ม้า ทำมาว่าแต่คนอื่น เสียงนายก็คงห่วย แถมเต้นไม่เป็นด้วยใช่รึเปล่า ถ้าแน่
จริงก็มาร่วมทีมกับเราซี่”

คาซึยะถูกโคคิยั่ว ก็มีน้ำโห คนอย่างเค้าไม่ยอมใครมาหาว่าขี้ขลาดแน่นอน
 “ก็ได้ กะแค่ร้องเพลงกับเต้นทำไมฉันจะทำไม่ได้ แต่ว่านายนะไปหาสมาชิกมาครบกันก่อนเถอะ”

จินเอามือปิดปากแบบดีใจสุดๆโคคินี่ยอดจริงๆ สามารถทำให้คาซึยะยอมเข้าร่วมได้โดยดี

โคคิทำหน้ายียวน
“ก็ได้แล้วเราจะได้รู้กันว่านายเต้นเก่งขนาดไหน”

“โอ้ย!! จะไปหาสมาชิกคนที่5มาจากไหนได้น้า” จินนอนบ่นบนพื้นหญ้าสีเขียวสด ริมฝั่งแม่น้ำ มีเด็กๆกำลังเล่นเบสบอลที่สนาม ยูอิจิ โคคิก็นอนอยู่ด้วย ท่าทางสบายกันเชียว คาซึยะ นั่งกอดเข่าหัวสมองว่างเปล่าไม่ได้คิดอะไรนัก น่าแปลกความจริงถ้าเป็นเวลาแบบนี้คงฆ่าตัวตายได้สบายๆ แต่ว่าเวลาอยู่กับเจ้าพวกนี้ ไม่มีความคิดแบบนั้นสักนิด อยากจะ ใช้ชีวิตต่ออีกสักพัก ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2007 14:05:53 โดย b|ueBoYhUb »

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #21 เมื่อ24-01-2007 19:07:34 »

“จะเป็นใครก็ได้ ไม่ใช่เหรอ !! “ คาซึยะนานๆที่จะออกความเห็น

 จินผงกหัวขึ้นมานิดหน่อยดวงตาจริงจัง
” ไม่ได้!! ไม่ใช่ว่าใครก็ได้สักหน่อย ต้องเป็นคนที่เข้ากันได้ ฉันถึงอยากให้เข้ากลุ่มนะ ไม่งั้นมันคงขัดกันตาย”

 คาซึยะได้ฟังก็แปลกใจ
 “แล้วทำไม ฉันถึงมีสิทธิ์เข้าได้หล่ะ ….ก็ฉัน” มองข้อมือตัวเอง ตอนนี้ไม่มีผ้าพันแผลอีกแล้ว เผยให้เห็นรอยบาดแผลชัดเจน

“โธ่เอ้ย!! ถึงไม่ใช่พวกก็เหมือนเป็นพวกไปแล้วแหละนายนะ ยังไม่รู้สึกตัวไง แค่นี้ก็ต้องให้บอก “ โคคิพูดออกมาน้ำเสียงแบบ ไม่ค่อยพอใจ แต่จริงๆแล้วอายตั้งหาก ยูอิจิเลยเอาก้านหญ้าจิ้มแก้มเล่นแล้วก็ขำที่ทำหน้าบูดกลบเกลื่อน

จินนอนยิ้มๆไม่พูดอะไร คาซึยะเอามือเสยผม รู้สึกอายเหมือนกัน นั้นนะสิ… ถึงทะเลาะหรือไม่พูดด้วยกันดีๆ แต่จะว่าไปแล้ว ตัวเค้าก็คุยกับเจ้าพวกนี้มากที่สุดแล้ว นับตั้งแต่ที่เค้าเริ่มฆ่าตัวตาย ทั้ง 3 คนเป็นกลุ่มแรกที่เค้าพูดด้วยมากที่สุด อย่างงี้เรียกว่าเพื่อนจะได้รึเปล่านะ ทำไมถึงมาถึงจุดนี้ได้ จากชีวิตที่ไม่คิดว่าจะ เปิดใจรับใครอีก ทำไมถึงได้มีโอกาสแบบนี้อีก เพราะ ใคร เพราะจินนะสิ ………

โคคิลุกขึ้นถอดเสื้อนอกออกแบบรำคาญๆ

“โอ้ย !!มัวแต่คิดเรื่องหาคนมาให้ครบ ก็ปวดหัวเปล่าๆ ฉันขอไปเล่นกับเจ้าพวกนั้นหน่อยก็แล้วกัน!!” โคคิชี้ไปที่กลุ่มเด็กๆประถมที่เล่นเบสบอลในสนาม

ยูอิจิก็ผุดลุกขึ้น
“เฮ้ย!!เอาจริงอ่ะ ไปด้วยเดะ จินนายไปป่าว?” ยูอิจิถอดเสื้อนอกออกบ้าง

จิน พยักหน้าเหมือนว่าจะตามไปด้วย หันมามองคาซึยะ
“ ไปด้วยกันมั้ย “

คาซึยะ ส่ายหัว
“ไม่เอาด้วยหล่ะ เด็กที่ไหนก็ไม่รู้จัก”

จินทำหน้าแบบเข้าใจ
“นายก็งี้ทุกทีละน้า งั้นฉันไปนะ “

แล้วทั้งสามคนก็กระโจนลงจากเนินหญ้าไปที่สนาม ไม่แตกต่างจากกลุ่มเด็กประถมพวกนั้นเลย ดูไปก็อิจฉาในความร่าเริงของทั้งสามคนจริงๆ ไม่ว่ากับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ผูกมิตรกับคนเค้าไปทั่ว ถ้าอยู่กับเจ้าพวกนี้ไปนานๆ จะกลายเป็นแบบนี้ได้มั้ยนะ แล้วเค้าจะไม่คิดถึงอดีตที่เจ็บปวด ไม่คิดอยากตายได้รึเปล่านะ คาซึยะได้แต่ทบทวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ


คาซึยะนั่งดูเจ้าพวกนั้นเล่นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ กำลังเพลินๆก็รู้สึกว่ามีใครบางคนผ่านมาทางด้านหลัง หันไปมอง คนที่เค้าเคยสงสัยว่าเป็นจินนั้นเอง คนที่ออกเงียบๆไม่ค่อยพูด มายืนเงียบๆตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว สายตามองลงไปที่สนามเศร้าๆแปลกๆ คาซึยะจ้องอยู่นานจนเจ้าตัวรู้สึก หันมายิ้มให้คาซึยะนิดหน่อยก้มหัวเหมือนทักทายแล้วก็ค่อยๆเดินจากไป

คาซึยะมองปราดเดียวก็รู้ว่ามีปัญหา คนที่สายตาแบบนั้น ไม่มีทางจะปกติ เข้าใจดี….. เคยเห็นมา….. เคยเจอมาก่อน….. เคยเป็นเอง….. แต่ไม่รู้จะทำยังไง แก้ไขไม่ได้ ตัวเค้าไม่แข็งแรงพอ ที่จะไปแบกรับปัญหาของคนอื่นๆอีกหรอก


“ก็ไปเข้าชมรม ดนตรีสากลซะสิ” จุนโนะยื่นคำขาดในวันที่ถึงกำหนดส่งใบเลือกชมรม

“ก็มันไม่เหมือนกันเน่ นายไม่เข้าใจรึไง” โคคิท่าทางโมโห จินเอามืออุดหู ยูอิจิเอาปากกัดริมกระดาษเลือกชมรมแบบไม่รู้จะทำอะไรดี

คาซึยะมองดูหน้านิ่งๆ
“ทานากะ พวกนายไม่เลือกชมรมซะที เดี๋ยวก็ไม่ผ่านชั้นนี้หรอก แล้วมันต่างกันตรงไหน ก็ร้องเพลงได้เหมือนกันนะ
แหละ”

จุนโนะเองก็ท่าทางโมโห แต่ยังคุมน้ำเสียงสงบๆเอาไว้ได้
“ต่างก็คือต่าง ก็ขอเวลาหน่อยไม่ได้รึไง หรือไงนายก็มาอยู่ชมรมพวกเราก็ได้นี่” โคคิกอดอก ดื้อดึง

จุนโนะกอดอกบ้าง
“ไม่ก็บอกแล้วว่าไม่เข้า พูดไม่รู้เรื่องรึไง!! งี่เง่าไปถึงไหน” โคคิดึงคอเสื้อ จุนโนะเข้ามา จุนโนะก็กำคอเสื้อ โคคิตอบทำท่าจะชกกันจริงๆนะเนี้ย จิน ยูอิจิเห็นท่าไม่ดีซะแล้ว ลุกกันเตรียมเข้าไปแยก จินรีบหันมาเรียกคาซึยะให้เข้ามาช่วย

คาซึยะลุกขึ้นทำหน้าเบื่อๆ
“บ้า เล่นกันเป็นเด็กๆ ปล่อยให้ต่อยกันไปเถอะ“

จินทำหน้าเหรอ
“อ้าวทำไมพูดยังงั้นอ่ะ”

ท่าทางกำลังวุ่นวาย อยู่ดีก็มีเสียงคนเข้ามาขัดจังหวะ
“เอ่อ!!…ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมอยู่ชมรมนี้ก็แล้วกันนะครับ “

ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน คนที่พูดน้อยที่สุด ไม่มีปากมีเสียงที่สุด เป็นคนสงบเรื่องทุกอย่างลงได้


จินท่าทางปลาบปลื้มกับใบชมรมที่ได้ ใช้นิ้วดีดไปมาแล้วหัวเราะหึๆอย่างมีความสุข

คาซึยะใช้หางตามอง
“ โรคจิตหัวเราะ อะไรของนาย”

จินทำหน้ายิ้มแล้วก็แกล้งกอดคอคาซึยะแรงๆ
“ก็คนมันดีใจนี่นาก็ต้องหัวเราะนะซี่”

คาซึยะเอามือตีๆขัดขืน
”โอ้ย ปล่อยนะ มันเจ็บนะเฟ้ย!!”

 ยูอิจิหัวเราะแล้วช่วยจินแกล้งคาซึยะต่อ โคคิ ไม่ได้ร่วมวงด้วยหันมาทางสมาชิกใหม่แทน
“ นายชื่ออูเอดะ อะไรนะ หือ?”

สมาชิกใหม่ยิ้มน้อยๆก่อนตอบเสียงแผ่วเบา
“ อูเอดะ ทัตซึยะครับ”

โคคิทำท่าทวนชื่อ
“เออ โทษที อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่เคยคุยกันเลยนะ อืมๆ แล้วนายเคยอยู่ชมรมไรมาก่อนหล่ะ แล้วชอบเต้นรึเปล่า ร้องเพลงได้มั้ย”

ทัตซึยะหน้าเจื่อนไปบ้างก่อนอ้อมแอ้มตอบเสียงเบาๆออกมา
“ คือว่า ผมร้องเพลงไม่ค่อยดีเพราะเสียงเบา ส่วนเต้นก็ไม่เป็นเลย ผมเคยอยู่ชมรมดนตรีสากลมาก่อนนะครับ”

“อ้าว!!” ทั้งจิน โคคิ และยูอิจิ ร้องออกมาพร้อมๆกัน คาซึยะยังนิ่งๆอยู่ไม่ได้พูดอะไร

จินเดินมาจับไหล่แล้วพูด
“แล้วนายมาเข้าชมรมเนี้ย จะดีเหรอ ไม่ชอบจริงๆจะออกก็ได้นะ “

ทัตซึยะเงยหน้ามองสมาชิกทุกคน
“ผมก็แค่รู้สึก อยากเป็นเพื่อนกับทุกคน ตรงนี้เท่านั้นก็เลยออกจากชมรมนั้นมา” พูดจบก็ไม่สบตาใคร เหมือนมีอะไรในใจ

ยูอิจิเดินเข้ามาใกล้พูดอย่างเป็นมิตร
“อ๋อ เรื่องแค่นี้เอง ยังไงก็ได้เนอะ ถ้าอยากอยู่กับพวกเราก็ได้อยู่แล้ว”

จินพูดออกมาบ้าง
“ใช่ๆ แต่ต้องทนหนวกหูกับดูอะไรแปลกๆหน่อยก็แล้วกัน”

โคคิช่วยเสริม
“เออ อยู่ไปเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ เนอะ”

ทัตซึยะเอามือจับจมูกยิ้มอายๆ ท่าทางดีใจมากที่ทุกคนไม่ว่าอะไร มีเพียงคาซึยะเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าเรื่องคงไม่ใช่แค่นี้ แน่ๆ


หลังอาหารเย็น คาซึยะออกมานั่งเล่นที่ระเบียงหน้าห้องมองออกไปก็เห็นทะเลตอนกลางคืน ไฟจากประภาคารสาดแสงไปบนพื้นน้ำระยิบระยับเหมือนอัญมณีสีดำขลับ จินเองก็ชะโงกหน้าออกมาบ้าง โยนกระป๋องน้ำอัดลมข้ามไป

คาซึยะรับไว้ได้ทัน
“นายไม่ต้องมาคอยเฝ้าฉันหรอกน่า ยังไงช่วงนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์ฆ่าตัวตายหรอก”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2007 14:15:45 โดย b|ueBoYhUb »

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #22 เมื่อ24-01-2007 19:12:23 »

จินแกะกระป๋องน้ำออกดื่มแล้วก็หัวเราะ
“ อะไร ไม่ได้ตามติดอย่างงั้นสักกะหน่อย ฉันคิดว่านายไม่คิดฆ่าตัวตายแล้วต่างหาก “

คาซึยะแกะของตัวเองออกมาบ้าง ดื่มไปอึกนึง
“ แน่ใจขนาดนั้นเหรอ ถ้าเกิดพรุ่งนี้ ฉันตายขึ้นมาจะว่ายังไง”

จินทำท่าคิดๆนิดหน่อย
“ ไม่น่านะ ก็นายน่าจะรู้บ้างแล้วหล่ะว่าชีวิต ยังมีอะไรต้องทำตั้งแยะ รีบตายไป อะไรที่อยากทำยังไม่ได้ทำ เสียดายแย่”

 คาซึยะขำออกมา
 “ ใช่ อยากชกหน้าเจ้าทานากะดูสักครั้ง ถ้ายังไม่ได้ทำก่อนตาย เสียดายจริงๆนะแหละ “

จินระเบิดหัวเราะออกมาบ้าง
“ ใช่ม้า เหมือนกัน แต่เจ้านั้น มันไม่เคยเผลอสักที เรื่องสู้กันนี่ เอาชนะมันไม่ได้สักที”


ทั้งคู่หัวเราะไปได้สักพักก็เงียบ

คาซึยะมีอะไรติดในใจนิดหน่อย หันไปถามจิน
“นาย เห็นปีกของอูเอดะรึเปล่า …….. มันเป็นยังไงบ้าง”

จินอมยิ้มนิดๆ
“ ไหนบอกว่าไม่เชื่อไงเรื่องปีกไงหล่ะ” คาซึยะรู้สึกเสียหน้า ไม่น่าถามออกไปเลย หน้าเริ่มบึ้งทันที

 จินพอจะเดาอาการออกก็เลยไม่กวนต่อ
" อ้า!! ขอโทษๆ นายเองก็สังเกตเหมือนกันเหรอ ใช่ท่าทางเค้าจะมีปัญหาจริงๆนะแหละ แต่ว่าไม่ยอมบอก คล้ายๆกับนายนะแหละ “

 “อย่ามายุ่งกับเรื่องฉันเลยน่า ใครๆก็มีปัญหาเหมือนกันนะแหละ แล้วนายจะว่าไง จะปล่อยหรือ ยังไง!!” ท่าทางคาซึยะเริ่ม
อารมณ์เสียแล้ว

 “จ้าๆ ใจเย็นๆ….ยังไงเค้าก็เป็นคนในชมรมเรานะ ผมผู้เป็นประธานก็คงไม่ปล่อยเลยตามเลยหรอก เอาเป็นว่า หมอบหมายให้คุณคาเมนาชิ ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ด้วยก็แล้วกัน”

คาซึยะได้ยินก็หันควับ ทำตาโต
“ อะไร ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย ใครบอกว่าฉันจะยุ่งกัน"


จินเอามือกอดอก เอียงคอแบบเด็กๆ
“ ก็นายเองไม่ใช่เหรอ ที่เริ่มเรื่องของเค้านะ จริงๆก็เป็นห่วงใช่มั้ยหล่ะ “

คาซึยะทำท่าจะเถียงต่อ จินก้าวถอยหลังไปมองข้างหลังคาซึยะ แล้วก็ยิ้มแช่ง
“อืมๆ ตอนนี้ปีกนายเริ่มดีขึ้นแล้วนี่ พยายามเข้านะ ฝากดูแล อูเอดะด้วย”

คาซูยะไม่ทันจะพูดอะไร จินก็เข้าห้องนอนไปเลย ขี้เกียจจะเถียงกับเจ้านี่ ชอบเอออเองไปหมด คาซึยะถอนหายใจเบาๆก่อนค่อยๆเอามือเรียวๆเอื้อมไปแตะที่หลังของตัวเอง เหมือนจะควานหาอะไรสักอย่าง

“ปีกอะไรกัน ไม่เห็นจะมีสักหน่อย!!”



“ตกลงว่าจะเอาเพลงใหนกัน เอาเพลงญี่ปุ่นหรืออเมกา” จิน โคคิ ยูอิจิปรึกษากันเรื่องเพลงที่จะใช้ในการร้องเต้น พอชมรมเป็นรูปเป็นร่างก็มีห้องชมรมกับเค้าบ้าง เป็นห้องแคบๆ ที่อยู่ในตึกกิจกรรมหลังเก่า ชมรมที่อยู่ตึกเก่านี้ มักเป็นชมรมเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีสมาชิกนัก ห้องชมรมก็เลยทั้งเก่าและแคบ แต่ก็ไม่มีผลอะไร สมาชิกจริงๆก็มีแค่ 5 คน ห้องก็กว้างพอสำหรับการซ้อมได้สบายๆ ยูอิจิเป็นคนจัดแจงหากระจกบานใหญ่มาติดในห้องเพื่อไว้ดูเวลาซ้อมเต้น

คาซึยะนั่งดู3 คนที่ปรึกษากัน แต่ดูเหมือนจะเถียงกันซะมากกว่า ก็นิสัยเด็กๆ กัน ทั้ง 3 คนเลยนี่นา ทัตซึยะเดินมาเข้าชมรม เงียบๆ คาซึยะหันไปมอง แปลก…วันนี้ ไม่เห็นทักทายกันเลย เดินมาแอบๆเอาผมบังๆหน้า คาซึยะ พยายามใช้สายตาสอดส่องดู รอยเขียวคล้ำรอบแก้มไปจนถึงตา ไม่บอกก็รู้ว่า ถูกคนชกมา เจ้านี่ไปมีเรื่องอะไรกับใครมางั้นเหรอ คาซึยะ ยังไม่ถาม ใช้สายตาอย่างเดียว

 ทัตซึยะเลยอึกอักแก้ตัวออกมา
“แผลนี่ผมหกล้ม หน้าฟาดขอบบันไดนะครับ” คาซึยะนิ่ง ใครเชื่อก็บ้าแล้ว เจ้านี่จงใจปิดบัง ถ้าถามอีกก็คงเบี่ยงเบนไปทางอื่นแน่ๆ ไม่ถามต่อเดินออกจากห้องชมรมไปสักพักแล้วก็กลับเข้ามา วางตลับยาแก้ช้ำไว้ที่โต๊ะหน้าทัตซึยะ ทัตซึยะมองดูตลับยาแล้วมองคาซึยะ ตอนนี้แกล้งทำเป็นหยิบแผ่นซีดี ดู

“ขอบคุณครับ” เสียงแผ่วเบาออกมาจากปากทัตซึยะ

คาซึยะส่ายหัวนิดหน่อย เค้าไม่รู้วิธีดูแลคนนักหรอก แต่เค้าจะพยายาม ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องทำใจดี อ่อนโยนกับคนอื่นด้วย ทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคย ทั้งหมดคงเป็นเพราะจิน เคยมีคนบอกว่า อยู่ใกล้อะไรจะกลายเป็นสิ่งนั้นไป คงเพราะว่าอยู่ใกล้จินมากเกินไปความใจดี อ่อนโยนถึงได้แทรกซึมเข้ามาในจิตใจที่เย็นชาของเค้าได้

“ถ้าใช้แนวHIP HOP ก็จะเหนื่อยเกินไปนะเวลาเต้น แต่ว่าเจ้าโคคิก็ร้องRAP เจ๋งสุดแล้วด้วยปวดหัวจัง!!” ท่าทางจินจะจริงจังกับชมรมไม่น้อย คาซึยะคอยเปลี่ยนแผ่นให้ จินมาขลุกนั่งคิดเพลงที่ห้องเค้าตั้งแต่เย็นจนนี่ดึกมากแล้วด้วย

“ก็แนว R&Bก็ได้ เต้นได้ด้วย ร้องRAPก็ได้ “ คาซึยะพูดขึ้นลอยๆ

จินลุกพรวดขึ้นมา ตาโต
 “ จริงสิ ทำไมคิดไม่ถึงนะ นายนี่เจ๋งชมัดเลย รู้เรื่องเพลงดีนี่นา “

คาซึยะทำหน้าเบื่อๆ “ก็แหง่สิ ฉันเคยอยู่ชมรมประสานเสียงมาก่อน เคยฟังเพลงมาก็เยอะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้”

จินยิ่งตกใจกว่ารอบแรก “ เหอ !! สุดยอดแล้วทำไมไม่ยอมร้องให้ฟังบ้างหล่ะ “ ชะงักนิดหน่อย ร้องเพลง เค้าจะร้องได้อีกงั้นเหรอ ครั้งสุดท้ายที่ร้องเป็นเพลงในงานศพ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ร้องอีกเลย

 “ ไม่มีอารมณ์จะร้อง ฉันก็ไม่ร้องหรอก”

จินหน้ามุ้ย
“อารมณ์อะไร แบบไหนเล่าถึงจะมีอารมณ์ เฮ้อ!! ช่างเถอะๆ เอาเป็นว่าใช้R&B ไปก่อน แต่เอ๋ ที่จะเหมาะกับเราจะหาได้มั้ยนะ แผ่นเพลงที่นายมีหมดแล้วเหรอ”

คาซึยะเข้ามาช่วยดู
“มีก็มีอีก แต่ว่าอยู่ที่โตเกียวนะ จะใช้เพลงทั่วๆไปเหรอ ไม่แต่งเอาเองหล่ะ RAP ทั่วๆไปเค้าก็แต่งเองไม่ใช่เหรอ จะได้เข้ากับเราด้วย”

จินพยักหน้า คาซึยะนี่เป็นคนมีความคิดดีมากๆเลยนะ พูดแล้วก็กอดคาซึยะแรงๆ

คาซึยะตกใจ หน้าแดงเลยทีเดียว” เฮ้ย!! มากอดฉันทำไม ปล่อยนะ"

 จินเงยหน้าขึ้นมามองแบบเด็กๆ
“อยากจูบด้วยซ้ำไป คนอะไรน่ารักขนาดนี้ นายช่วยได้มากเลยรู้ตัวมั้ย จริงๆด้วย ทำไมไม่แต่งเอง งานเราจะได้ไม่ซ้ำใคร เข้ากับเราแล้วก็น่าสนใจ ขอบคุณมากๆเลย ฉันขอกลับไปลองแต่งที่ห้องดูนะ” พูดแล้วก็บลุกพรวดพราด จะออกจากห้องไป

 คาซึยะยังมีเรื่องค้างคาเลยเรียกเอาไว้ “เอ่อ อาคานิชิ…”

จินยังไม่พ้นออกไปหันกลับมา
“หือ”

ท่าทางกระตื้อลือล้นขนาดนั้น ไม่ถามจะดีกว่า
“เปล่าไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าพรุ่งนี้ ฉันไม่ไปโบสถ์ด้วยนะ วันนี้มันดึกน่ะ ขี้เกียจตื่น”

จินพยักหน้ายิ้มๆ”ได้ !! ราตรีสวัสดิ์นะ”

ออกจากห้องไปแล้ว แกล้งพูดกลบเกลื่อนไปอย่างงั้น จริงๆ อยากปรึกษาเรื่องทัตซึยะต่างหาก แต่เรื่องแค่นี้ ต้องพึ่งจินตลอดไปรึยังไง ไหนๆ จินก็ฝากไว้กับเค้าแล้ว เค้าก็น่าจะเป็นคนที่จัดการทุกอย่างเองสิ แต่จะทำได้จริงเหรอคนแบบเค้านะ ผลิกข้อมือ ที่มีรอยแผลเป็นสีชมพูนูนเด่น ตัดกับผิวขาวๆ ผลิกข้อมือกลับต้องได้สิ เค้าต้องทำได้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2007 14:31:46 โดย b|ueBoYhUb »

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #23 เมื่อ24-01-2007 19:21:18 »

คาซึยะไม่ได้ไปโบสถ์ แต่ก็ตื่นเช้าเหมือนปกติ แต่งตัวเรียบร้อย แบกกระเป๋าเดินไปรร. เหตุผลที่มาเช้าขนาดนี้มีแน่ๆ เดินดูจนทั่วรร. หาอะไรสักอย่าง เชื่อในสัญชาตญาณ แล้วก็ได้ยินเสียงดังเอะอะที่โรงยิม ที่ห้องเก็บอุปกรณ์

“แกมันบ้า ไปรวมกลุ่มกับเจ้าพวกนั้น คิดว่าไง มันอยากเป็นเพื่อนกับแกรึไง “ ผู้ชายร่างสูงเท่าที่จำได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกันนี่นา มีคนในห้องรวมอยู่ด้วยอีก2 คน ทัตซึยะหน้าตาเขียวช้ำ เลือดไหลซิบๆที่มุมปาก

คนร่างสูงๆนั้นเอามือชกที่หน้าแรงๆอีกครั้ง
“รีบๆไปลาออกจากชมรมนั้น แล้วกลับไปที่ชมรมเลยนะ พอไม่มีแกแล้วใครจะแต่งเพลงให้พวกฉันใช้กัน เข้าใจมั้ย”

ทัตซึยะก้มหน้านิ่งๆ น้ำตาสักหยดก็ไม่ไหลออกมา ก่อนจะเดินจากไป คน2คนข้างหลังก็ใช้เท้าเตะอีกคนละที

คาซึยะยืนดูด้วยสายตานิ่งๆ พอจะเดาเหตุการณ์ออก การกลั่นแกล้ง การใช้กำลัง มีกันทุกรร. ขึ้นอยู่กับว่า ใครที่จะแพ้… อ่อนแอ… และเป็นเหยื่อ…..


เจ้าพวกนั้นหัวเราะเหมือนได้ทำอะไรที่น่าภาคภูมิใจเหลือเกิน พอเห็นคาซึยะยืนจ้องตาขวางก็ชะงักกันนิดหน่อย

“เฮ้ย!! แกมันเด็กที่เพิ่งเข้าใหม่นี่นา มายืนดูทำไม อยากเจ็บตัวไปด้วยรึไง!!” ดูทำท่าเข้าสิ ลนลานเชียว พอมีคนมาเห็นก็กลัวจะมีความผิดกันขึ้นมาเชียวนะ

“จะเจ็บรึเปล่า ฉันไม่ค่อยสนใจหรอก ดูแผลที่ข้อมือนี่ก็น่าจะรู้แล้วมั้ง แต่ว่าไอ้เรื่องที่นายทำไปเนี้ย ถ้ารู้ถึงฝ่ายปกครองจะว่ายังไงดีหล่ะ ถ้าจะอัดฉันอีกคนก็ได้นะ แต่เรื่องคงไม่เงียบนักหรอก ดีซะอีกฉันจะได้มีหลักฐานที่อยู่บนร่างกาย เผอิญพ่อฉันก็จ่ายเงินบำรุงที่นี่ พอสมควร อยากจะทำไงก็แล้วแต่นายแล้วกัน” ท่าทางไม่สะทกสะท้านของคาซึยะกับคำพูดนั้น เล่นเอาเจ้า3คนหน้าซีดเผือดไปเลย


“ไม่ต้องมาขู่ ใครเค้ากลัวกัน อยากลองดีงั้นเหรอ “ เจ้าคนตัวสูงกระชากคอเสื้อ คาซึยะเอาไว้ เพื่อน2 คนทำท่าจะไม่ร่วมด้วย

 คาซึยะยิ้มมุมปาก ท้าทายจะให้ต่อย
“ก็น่าสนใจดีนี่ พวกแกมีน้ำยาทำอะไรที่ดีกว่านี้มั้ย ไอ้การอัดคนแค่นี้นะ 3คนรุม1 ทุเรศตัวเองบ้างมั้ย หมาหมู่ชัดๆ”


ทัตซึยะเงยหน้ามองคาซึยะด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากก่อเรื่องให้ใครเดือดร้อน แต่ผิดมากรึไง ที่ต้องการหาเพื่อนที่จริงใจกับเค้าบ้าง

“พอเถอะ อย่าทำอะไรคาเมนาชิเลย ผมจะลาออกจากชมรมก็ได้ แล้วจะกลับไปเข้าชมรมดนตรีสากลเหมือนเดิม “ เจ้านั้นถึงกลับปล่อยคอเสื้อ


คาซึยะ สีหน้าเหมือนได้ชัยชนะ คาซึยะขมวดคิ้ว
 “ ใครจะให้นายออกจากชมรม ฝันไปเถอะ ตอนนี้นายเป็นคนของชมรมฉันนะ ไม่ต้องไปกลัวหรอก ถ้ามันทำอะไรฉันคนที่จบก็คือมัน พ่อฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่ๆ”

ทัตสึยะตาคลอๆเหมือนจะร้องไห้ออกมา
“ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ผมไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ไม่รู้ว่าเค้าจะทำอะไรอีกบ้าง ถ้าแค่ผมคนเดียวก็พอจะทนได้ แต่ว่าพวกคาเมนาชิต้องเดือดร้อนไปด้วย ผมขอถอนตัวดีกว่า”

 “ใช่ เจ้านี่มันรู้ดี เพราะเคยมือเคยเท้าแล้ว อย่าคิดแค่ว่าพวกฉันจะทำได้แค่อัดคนสิ ถ้าเป็นศัตรูกับพวกฉันนะ ระวังจะถูกบีบออกจากรร.ไปไม่รู้ตัว” เจ้าตัวสูงท่าทางจะไม่สำนึกสักนิด

คาซึยะหันมาจ้องตาเขม็ง
“เอาสิ ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรจะเสีย มีปัญญาบีบพวกฉันได้ขนาดไหน อยากทำอะไรลองทำออกมาสิ เผื่อฉันจะรู้สึกคันผิวขึ้นมาบ้าง!!”


to be con...








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2007 14:11:35 โดย b|ueBoYhUb »

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #24 เมื่อ25-01-2007 09:06:52 »

อืม คาซึยะเริ่มจะเลิกจมอยู่กับปัญหาของตนเองบ้างแล้ว และรับรู้ปัญหาของผู้อื่น  :impress:
ติดตามอ่านอยู่นะคะ

ออฟไลน์ tsuyu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #25 เมื่อ25-01-2007 17:44:26 »

คาซิยะ เริ่มเปิดใจรับผู้อื่นแล้ว

งานนี้มีเฮแน่   กำลังสนุกเลยค่ะ 

มาต่อไว ๆ นะค่ะ  :impress2:


ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #26 เมื่อ25-01-2007 20:24:39 »

สนุกๆๆมันๆๆ
 :like2: :like2: :like2:


มาต่อเร็วๆหน่อยน้า รอจนมีแฟนไปสิบคนแล้วเนี่ยะ
 :pigscare2:

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #27 เมื่อ26-01-2007 12:35:50 »

 
ก่อนอื่นต้องกล่าวคำว่าขอโทษมากๆเลยนะคับ ป๋มเป็นเด็กไม่เรียบร้อยอ่ะ ทำงานไม่เป็นระเบียบ แย่จริงๆขอโทษนะคับ   :monkeysad: เอาตอน 5 มาลงแล้วน๊า จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ค่อยจะได้รับความสนใจในบอร์ดมากนัก แหะๆ แต่ยังไงก้อจะเอามาลงให้จนกว่าจะจบ
สู้โว้ย!!!



chapter 5
สิ้นสุดชม.พละ คาซึยะเดินมาเปิดลอคเกอร์เพื่อจะเปลี่ยนชุดนร.เพื่อกลับไปเรียนต่อ

 เปิดเสร็จทำสีหน้าเบื่อๆก่อนปิดกลับไปแรงๆ จิน โคคิ ยูอิจิที่กำลังเปลี่ยนชุดข้างๆก็มองพร้อมกัน

“เป็นไรรึเปล่า” จินถามอย่างสงสัย คาซึยะหันไปทางกลุ่มเจ้าตัวสูง พากันหัวเราะออกมา

 คาซึยะเดินออกไปไม่พูดอะไร ทัตซึยะเม้มปากสนิท จินหันไปมองทัตซึยะบ้าง

“แล้วนายหล่ะมีอะไรรึเปล่า” ทัตซึยะก้มหน้าส่ายหัวยิ้มๆ โคคิกับยูอิจิมองหน้ากัน

เหมือนกับสงสัยอะไรบางอย่าง

คาซึยะเดินมาเปลี่ยรองเท้าพละกับรองเท้านร. คิดว่าจะเดินกลับไปเอาชุดที่หอ ว่างเปล่า แม้แต่รองเท้าก็

ถูกขโมยไปด้วยปัญญาอ่อนที่สุด แกล้งกันเป็นเด็กไปได้ ทุเรศชมัด ปิดตู้เก็บรองเท้าแรงๆอย่างอารมณ์


เสีย เดินกลับไปห้องเรียนทั้งชุดพละอย่างงั้นหล่ะ

ยูอิจิที่เดินนำมาเข้าก่อนร้องทักทันที


 “ เฮ้ย ! คาเมนาชิ ไมไม่เปลี่ยนชุดนร.หล่ะ ชม.เรียนจะเริ่มแล้วนะ “ คาซึยะหันไปมองด้วยหางตา

ตอบออกไปแบบรำคาญ “ขี้เกียจเปลี่ยนมีอะไรรึเปล่า” โคคิหันมามองหน้ายูอิจิ “อะไรของมันวะ “

จินรีบเดินแทรกตัวออกมา พยายามจะตามคาซึยะให้ทัน คาซึยะเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ต้องตกใจ

“ เด็กโตเกียวบ้าลัทธิ กรีดข้อมือตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย จิตใจวิปริต ไสหัวกลับโตเกียวไปเถอะ!!”

ข้อความปรากฎที่หน้ากระดานดำ ทุกคนที่เข้ามาในห้องแล้วยืนดูกันใหญ่ พอคาซึยะเข้ามาก็ซุบซิบกัน

 จิน ยูอิจิ โคคิ เดินเข้ามาก็ตะลึงไปตามๆกัน ทัตซึยะที่เข้ามาถึงกับตาเบิกค้าง จุนโนะที่เข้ามาที่หลังก็งง

“มายืนขวางประตูกันทำไม ชม.เรียนจะเริ่มแล้วนะ เฮ้ย!! “ จุนโนะเห็นข้อความบนกระดานก็ตกใจ

คาซึยะเอามือจับข้อมือไว้แน่น รู้สึกอยู่ดีๆรอยแผลมันก็ร้อนขึ้นมาอย่างงั้น ไม่อยากให้ใครเห็น เจ็บใจนัก

 ที่มันกลายเป็นจุดอ่อนตอนนี้ ได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้าพวกนั้นปนกับเสียงซุบซิบ

แม้แต่ที่โต๊ะก็ไม่เว้น หนังสือถูกฉีกขาด ไม่มีชิ้นดี ขยะก็เหมือนถูกเอามาเททิ้งตรงนั้น

บนโต๊ะยังมีรอยสีเปื้อนเขียนอีกว่า “รีบไปตายซะเถอะ !! แต่อย่ามาตายที่นี่ให้มันเน่าเหม็นไปกว่านี้เลย!!”

จินรีบเอาแปลงลบกระดานมาลบข้อความทิ้ง จุนโนะเองก็เหมือนกันรีบช่วยลบไปด้วย

 ยูอิจิวิ่งมาที่นั่งคาซึยะ เก็บเศษหนังสือขึ้นมาให้ ทัตซึยะเองก็เข้ามาช่วยเก็บขยะพวกนั้น โคคิตะโกนเสียง

ดังหน้าห้อง “ใครวะ ขี้ขลาดชิบเป้งเลย!! ล้อเลียนการ์ตูนน้ำเน่าผู้หญิงรึไง!!!”

ทุกคนในห้องเงียบไปสนิท แยกย้ายกันไปนั่งที่เหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง คาซึยะโกรธ

 แต่ทำอะไรไม่ได้ แกล้งกันแบบนี้ ไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ

อาจารย์เข้ามาในห้อง ท่าทางตกใจ จุนโนะเองต้องรับหน้าไปก่อน

“อะไรกันนะ ทำไมกันมีอะไรรึเปล่า ทำไมคาเมนาชิยังสวมชุดพละอยู่อีก แล้วสีที่เปรอะกระดานนี่อะไรกัน
นะ คำหยาบทั้งนั้นเลย”

จุนโนะ พยายามลบแล้ว แต่ส่วนที่เป็นสี ทำยังไงก็ลบไม่ได้ “คือว่าคงล้อเล่นกันนะครับ” อาจารย์หน้าตา

เหมือนไม่พอใจ “ยังไงก็เถอะ จัดการให้เรียบร้อยด้วยหวังว่าพรุ่งนี้คงไม่มีร่องรอยพวกนี้นะ”

“ไม่เข้าใจเลยโว้ย!! ทำไมไม่ได้ทำต้องเป็นคนมานั่งลบด้วย ถ้ารู้ตัวคนทำจะเอามาฆ่าเลยคอยดูเดะ”

โคคิบ่นเสียงดัง ในขณะที่ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำมันสนเช็ดๆสี

 “เงียบๆเถอะน่า ใครกันแน่ที่ซวย ฉันไม่ได้เกี่ยวด้วยสักนิด แล้วทำไมต้องมาทำด้วยหล่ะ “

จุนโนะบ่นออกมาบ้าง

“อย่ามาพูดเลย นายอ่ะเป็นหัวหน้าห้องต้องรับผิดชอบนะถูกแล้ว นี่พวกเราอุตส่าห์ช่วยนะสำนึกซะบ้างสิ”

ยูอิจิ เอากระป๋องน้ำมันสนกระแทกหัวจุนโนะเบาๆเป็นการแกล้ง

“โอ้ย ขอบคุณเหลือเกิน ก็คนที่ถูกเขียนด่าเนี้ย ไม่ใช่เพื่อนนาย กลุ่มพวกนายรึไง “

จุนโนะเถียงกลับ จินรีบเอามือจุ๊ๆปาก แล้วหันไปดู คาซึยะ ทุกคนหันไปมองพร้อมๆกัน

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #28 เมื่อ26-01-2007 12:46:11 »

คาซึยะนั่งเช็ดคำด่าที่โต๊ะเรียน สีหน้าเย็นชาเงียบเฉย ไม่สนใจ ไม่สะเทือนใจสักนิด

 ทัตซึยะเดินเข้ามาใกล้ๆคาซึยะ สายตาเศร้าๆ ในมือถือใบลาออกจากชมรมมาด้วย

คาซึยะเงยหน้ามอง สายตาดุๆ

 “ ทำบ้าอะไรของนาย นายจะมาลาออกแบบนี้ ฉันก็กลายเป็นแพ้ไปนะสิ กะอีแค่แกล้งกันปัญญาอ่อน แบบนี้ ฉันไม่สนใจหรอก”

ทุกคนหน้าเหรอ นี่มีเรื่องอะไรกันนะ จินรีบวิ่งเข้ามา “อะไรกันนะ มีเรื่องอะไรกันอีก ?“

ทัตซึยะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้แล้ว ร้องไห้ออกมา จุนโนะ ยูอิจิ และ โคคิมองหน้ากันงงๆ

แล้วทัตซึยะก็เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา เรียวตะที่อยู่ชมรมดนตรีสากล เจ้านั้นเป็นมือกีตาร์คนสำคัญของวง

เพราะว่ามีทัตซึยะเป็นคนคอยแต่งเพลงให้ แล้วอ้างไปใช้ว่าเป็นเพลงของตัวเอง แต่เจ้านั้นไม่เคยจะ

เห็นทัตซึยะเป็นเพื่อนเลย หวังแต่จะใช้ผลประโยชน์ แถมยังบังคับไม่ให้บอกใครว่าเพลงที่ได้มานั้น

ทัตซึยะเป็นคนแต่งให้

“แต่ถึงยังงั้น ผมก็รู้สึกว่าเค้าอาจจะเห็นผมเป็นเพื่อนบ้าง บ่อยๆที่ผมเห็นกลุ่มของอาคานิชิอยู่ด้วยกัน ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมานั้น ผมกับเรียวตะไม่ใช่เพื่อนกันจริงๆ ผมก็เลยตัดสินใจลาออกจากชมรม เรียวตะดูเหมือนจะโกรธมาก เค้าก็เลยตามรังควาน หนักเข้าก็ทำร้ายชกต่อย จนกระทั้ง คาเมนาชิไปเจอ แล้วเค้าก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นที่คาเมนาชิแทน ผมทนต่อไปไม่ได้แล้ว”

“ไม่เห็นจะต้องทนเลย พวกนายมีเรื่องกันทำไม ไม่บอกกันบ้างเลย คาเมนาชิ นายน่ะ อะไรที่มันหนักเกินไป ถ้าทำไม่ไหวก็บอกมาสิ ไม่งั้นจะมีพวกฉันไว้ทำไม”

 จินพูดออกมาน้ำเสียงเหมือนน้อยใจที่รู้เรื่องนี้ช้ามากๆ คาซึยะมองหน้าจินที่ท่าทางจริงจังก็อดขำไม่ได้

“เฮ้ยยังจะมาหัวเราะอีก ไม่ตลกนะเว้ย เดี๋ยวเหอะ”

“เออ รู้ตัวแล้วก็ดี จะได้จัดการไม่ผิดคน’’

 โคคิพูดเสร็จก็โยนกระดาษหนังสือพิมพ์ทิ้งไป ทุกคนหันมามองโคคิพร้อมกัน

“ไอ้เรื่องแกล้งกันนะ ถ้าแกล้งกันไปกันมา มันไม่มีวันจบหรอกนะ ฉันว่าใช้วิธีที่สันติกว่านี้ไม่ได้รึไง”

 จุนโนะ ที่ทำท่าจะไม่ยุ่งไปมาๆก็ต้องเอี่ยวด้วย “นั้นดิ นายอย่าทำอะไรรุนแรงเลยน่า”

จินท่าทางเห็นด้วยกับจุนโนะ

“คิดว่าคนอย่างงั้นต้องใช้วิธีสันติด้วยเหรอไง !!” ท่าทางโคคิเจ็บร้อนไม่น้อยเลย คาซึยะรู้สึกแปลกใจ

 มันเป็นเรื่องของเค้าแท้ๆ ถึงแม้เวลาปกติจะทะเลาะกันไม่น้อย แต่เจ้านี่กลับเป็นห่วงเค้าขนาดนี้เลยเหรอ

ยูอิจิเอามือจับไหล่โคคิแล้วโยกไปมา

 “โอ๋ๆ ใจเย็นน้า พ่อนักเลงใหญ่ จะไปฆ่าคนก็วันอื่นแล้วกัน

 เดี๋ยวเค้าจะรู้นะ ไปจัดการวันนี้ว่าเราเป็นคนทำ ทำอะไรต้องให้มันเนียนๆ” จินเอามือตีหัวยูอิจิ

 “เจ้าบ้านี่ก็อีกคน ใครให้บอกแบบนั้นกันเล่า “

“อะไรกันนะ เจ้าพวกนี้ยังมีอารมณ์มาเล่นกันแบบนี้อีกหรอ อารมณ์ไหนกันเนี้ย”

คาซึยะบ่นออกมาหน้ายิ้มๆ ทัตซึยะเห็นก็ยิ้มหน้าจ๋อยๆ จุนโนะเห็นว่าไม่มีอะไรกันแล้วก็สะพายกระเป๋า

“งั้นฉันกลับแล้วนะ”

จินชะโงกหน้าเข้าไปถามเหมือนเดิม “ชมรมเรามีเรื่องไม่เว้นอย่างงี้ น่าสนุกน้าไม่คิดมาร่วมกันเหรอ “


จุนโนะ เอามือปัดๆไปมา“บ้านะสิ ไปแล้ว!!” พูดยิ้มๆแล้วก็เดินออกไป

ยูอิจิดันหลังให้โคคิกลับทัตซึยะกลับบ้านกันบ้าง เหลือแต่คาซึยะกับจิน2คน จินมองสภาพคาซึยะแล้วก็ขำ

ถุงเท้าเปื้อนไปหมด เพราะไม่มีรองเท้านั้นเอง “ขำหาพระแสงอะไรของนาย” จินหยุดขำทันที ท่าทางคน

ตัวเล็กอารมณ์เสียอีกแล้วนะเนี้ย

 “อืมๆ นายจะเดินเท้าเปล่ากลับหอรึไง ถึงจะใกล้ๆก็เถอะนะ เอารองเท้าพละฉันมั้ย คิดว่ายังอยู่นะ”

 แล้วก็ทำท่ากลั้นหัวเราะอีก คาซึยะ โกรธๆผลักอกจินให้หลบแล้วเดินออกมาเลย ไม่อยากจะยืมหรอก

เหมือนงอนๆนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องรองเท้า แต่เป็นเรื่องที่เค้าโดนแกล้ง ดูเหมือนโคคิจะสนใจซะมากกว่า

เป็นไหนๆ จินที่ทำท่าเป็นห่วงก็ไม่เห็นจะห่วงจริงสักนิด

“นี่อย่ามาโกรธเรื่องที่ฉันไม่สนใจนายหน่อยเลยน่า”

ทุกทีสิน่าเจ้านี่เคยไม่รู้จิตใจคนอื่นบ้างมั้ย ไม่ว่าอะไรก็ดูออกไปหมด

 “ใครจะสน นายไม่สนหรืออะไรก็เป็นสิทธิ์ของนาย ฉันจะไปมีปัญญาบังคับได้รึไง!!”

จินวิ่งมาดักข้างหน้า

“เอาเถอะน่า ไหนๆ วันนี้นายไม่มีรองเท้า เราลองเดินเลียบหาดกลับหอด้วยกันเถอะ นายไม่เคยไปใช่รึเปล่า”

เท้าที่เปลือยเปล่าของทั้งสองคน เหยียบไปบนพื้นทรายเปียกๆ รู้สึกอ่อนนุ่มสบายเท้าอย่างประหลาด

น้ำทะเลเป็นสีเล่นเหลื่มกันเป็นชั้นๆสีฟ้าครามเขียว เวลาไม่เย็นเท่าไหร่ ยังพอแยกสีน้ำทะเลได้รู้สึกสดชื่น

อย่างประหลาด น่าแปลกมาอยู่ที่นี่ร่วมเดือน ยังไม่เคยมาชมทะเลที่อยู่ติดรร. ทั้งที่ใกล้ขนาดนี้

ลมพัดผมของทั้งสองปลิวไปข้างหลัง เผยให้เห็นใบหน้าสวยของทั้งคู่ เดินเคียงกันไป ริมทะเลที่สวยงาม

งดงามไม่ต่างกับภาพเขียนชิ้นเอก

“ที่ฉันทำเป็นไม่สนใจนายนะ มีเหตุผลรู้รึเปล่า “ จินเริ่มเรื่องขึ้นอีกครั้ง

 “เหตุผลบ้าอะไร ใครอยากสนใจกันเล่า” จินยิ้ม ในท่าทางงอนๆของคาซึยะ

 “ก็ถ้าฉันเป็นคนที่ห่วงนายมากๆ แสดงออกให้นายเห็นบ่อยๆนายจะเคยตัวนะสิ”

คาซึยะหยุดเดินมองหน้าจิน มีแววเคืองๆในสายตา

 “บ้า เคยตัวอะไร นายคิดว่าฉันต้องการให้นายสนใจขนาดนั้นเหรอ หลงตัวเองเกินไปแล้ว”

 พูดปฏิเสธออกไปทั้งๆที่ใจจริงๆเป็นยังงั้นนะแหละ

“ไม่ใช่เคยตัว แบบนั้น ฉันกลัวว่านายจะเห็นแค่ฉันเท่านั้นที่หวังดีกับนาย จริงๆแล้วทุกคนก็หวังดีกับนาย

taebin7

  • บุคคลทั่วไป
Re: ##WITH NO NAME##
«ตอบ #29 เมื่อ26-01-2007 12:50:33 »

ทั้งนั้นนะแหละ พอฉันก้าวห่างมาจากนายนิดหน่อย นายก็จะมองได้กว้างขึ้น จะเห็นว่ามีใครบ้างที่เป็นห่วงนาย”

 คาซึยะเอามือเสยผมที่ปรกหน้าให้ไปตามแรงลม จริงอย่างที่จินว่า วันนี้เค้าได้เห็นว่าโคคิสนใจเค้าไม่น้อย

ไม่ต่างจากเพื่อนสนิทคนนึง ปกติคาซึยะเข้าใจว่า ที่โคคิยอมเสวนาด้วยก็เพราะว่า เห็นแก่จิน แต่จริงๆแล้ว

หมอนั้น ต้องการเป็นเพื่อนเค้าจริงๆ หรือแม้แต่ทัตซึยะเอง

ท่าทางที่อ่อนแอแต่ก็ยอมไม่ได้ถ้าเค้าต้องถูกรังแก เหมือนกับได้คิดอะไรหลายๆอย่าง การทำเพื่อคนอื่น

แม้จะนิดหน่อย แต่ผลที่กลับมาก็คุ้มค่าไม่น้อย ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องของทัตซึยะ ไปมาๆ ก็รับ

ไปเต็มๆ แต่ผลที่ได้มา ได้ทั้งความเจ็บใจ รวมทั้งความจริงใจด้วย ดีจริงๆที่ได้มาที่นี่ ได้มาพบกับจิน มัน

ทำให้เค้าอยากมีชีวิตต่อไปอีกแล้วนะ

“นายรู้รึเปล่าว่ารถมอไซค์ของเรียวตะ โดนมือดีกรีดซะเละเลยนะ” เสียงคุยกันเซ็งแซ่ทั่วห้อง
 จุนโนะได้ยินก็บ่นอุบอิบทันที “เจ้าทานากะนี่ เตือนอะไรไม่เคยฟังเลยนะ”

โคคินั่งโยกเก้าอี้อารมณ์ดีตามฟอร์ม จินกับยูอิจิที่รู้ข่าวเหมือนกันเดินมาพร้อมที่โต๊ะ ลากทัตซึยะมาด้วย

“สบายใจเชียวนะ คิดว่าคนเค้าไม่รู้รึไงว่านายไปทำอะไรมานะ” จินกอดอกวางท่าเหมือนทนายสอบ

ผู้ต้องหา “อะไร ก็อยากให้รู้นะแหละเลยทำ ฉันไม่ใช่ประเภททำอะไรแล้วกลัวคนจะรู้สักหน่อย!!”

ยูอิจินั่งลงข้างๆทำหน้าแบบหมั่นไส้

 “เออ เอ็งเก่ง ถ้าเรื่องถึงตำรวจมีแต่จะแย่นะนายอ่ะ ประวัติสวยหรูรึเกินนี่” โคคิรำคาญท่าทางยูอิจิเอามือ

ดันๆหัวให้ไปห่างๆ ทัตสึยะหันหน้าไปมองคาซึยะที่ไม่มีทีท่าจะเดือดร้อนอะไร

“คาเมนาชิก็ช่วยกันห้าม ทานากะหน่อยเถอะครับ” คาซึยะหันมามองโคคิ

 “อะไรจะว่าอะไรฉันอีกรึไง “ คาซึยะยักไหล่ยิ้มๆ “เปล่าแค่จะบอก สะใจดี ก็เท่านั้น” โคคิยิ้มออกมา

 “เออ เพิ่งเห็นนายพูดจาดีก็วันนี้วันแรกนะแหละ”

ทั้งจิน ยูอิจิ ทัตซึยะท่าทางไม่พอใจร้องกันเป็นเด็กๆที่คาซึยะเข้าข้างการกระทำของโคคิ

“เออ แต่ต่อไปเจ้าพวกนั้นคงไม่กล้าหือกับพวกนายอีกแล้วละมั้ง ไม่งั้นคราวหน้า คงเป็นตัวมันแน่ๆที่โดน
กรีดน่ะ”

โคคิพูดสีหน้าจริงจัง จินเอามือทำท่าว่าให้พอๆซะทีเถอะ

 ทัตซึยะยิ้มก้มหน้าเหมือนเคยก่อนพูดออกมาเบาๆ “ครับ ขอบคุณนะครับ”

“เออ นายได้เอาแผ่นซีดี ที่ฉันว่าจะขอยืมมารึเปล่าหล่ะ “

โคคิทวงถาม ทัตซึยะพยักหน้า แล้วเดินไปที่โต๊ะ หยิบขึ้นมาให้ โคคิ พอดีกับที่เรียวตะเดินเข้ามาในห้อง

ท่าทางอารมณ์เสียที่สุดเดินเลยมาที่โต๊ะทัตซึยะ มองหน้าโคคิ นิดหน่อย โคคิยักคิ้วให้เป็นเชิง ท้าทาย

 จินกับยูอิจิรีบหันมาดูทันที คาซึยะเอามือท้าวคางดูสถานการณ์นิ่งๆ

เรียวตะเดินออกมาเฉยๆทำท่าว่าจะเดินไปที่นั่งตัวเองแล้วก็ชนกล่องซีดีหล่นกระจายเต็มพื้นแล้วก็เดินไป

เหมือนจงใจ โคคิโมโห หายใจแรงๆ ทัตซึยะส่ายหัวไปมา

“ทำอะไรนะ แล้วเดินไปเฉยๆแบบนี้ได้เหรอ!!” น้ำเสียงเรียบๆ สกัดกั้นอารมณ์ไว้ที่สุด เรียวตะหันมามอง

ท่าทางยียวน “ขอโทษ” แล้วก็ไม่สนใจวางกระเป๋าทำท่าจะนั่งลง “ มาเก็บเดี๋ยวนี้เลย!!” โคคิออกคำสั่ง

เรียวตะไม่สนนั่งลงไปเลย ทำหูทวนลม คนอื่นๆในห้องยังคุยกันเป็นปกติไม่ทันสังเกตเห็นอะไร

“ไม่เป็นไร ทานากะ เดี๋ยวผมเก็บเองก็ได้” “ไม่ต้อง !! “ โคคิพูดเสียงดัง ทุกคนในห้องเงียบไปสนิทเลย

จุนโนะที่กำลังทบทวนบทเรียนถอนใจออกมา “เอาอีกแล้วสินะ!!”


เรียวตะหน้าตาตื่นนิดหน่อย ไม่คิดว่าโคคิจะเอาจริง หน้าตาโคคิตอนนี้ดูดุดัน น่ากลัวเป็นที่สุด

 “บอกให้มาเก็บไม่ได้ยินรึไง” เรียวตะลุกขึ้นมาเก็บหน้าตาก้มๆ มีแววว่าไม่พอใจมากๆ ขณะก้มลงเก็บ

โคคิก็นั่งยองๆลงมาด้วย เอามือจับต้นคอ เรียวตะรู้สึกเสียววาบไปทั้งแผ่นหลัง

“อย่ามาทำเป็นซ่าส์ นายไม่รู้หรอกว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง คราวนี้ รถอาจจะแค่เป็นรอย แต่คราวหน้าสาย

เบรคอาจจะถูกตัดก็ได้ ฉันทำงานที่อู่ เรื่องที่แนบเนียนเหมือนอุบัติเหตุฉันทำได้อยู่แล้ว”

 พูดจบก็เอามือตบหน้าเรียวตะเบาๆ2-3ที เรียวตะหน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด วางของที่โต๊ะทัตซึยะแล้วรีบ

กลับไปนั่งที่เรียบร้อยสุดๆ โคคิหยิบซีดีไป ขยิบตาให้ทัตซึยะนิดหน่อยก่อนเดินกลับไปนั่งที่

 ยูอิจิหันมาทำหน้ายุ่งๆใส่ “นายไปกระซิบบอกอะไรอ่ะ ถึงได้หน้าซีดได้ขนาดนั้น”

“จะอะไรก็ช่างเถอะ ไม่มีเรื่องกันตรงนี้ก็ดีแล้ว “ จินเอื้มมือมาผลักหัวให้ยูอิจิหันกลับไป

โคคิถือกล่องซีดีเล่นๆไนมือ แล้วหันไปทางคาซึยะ คาซึยะไม่ได้หันมามอง เพียงแค่ยกนิ้มหัวแม่มือให้

โคคิก็ขำออกมา แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มพร้อมกัน จินส่ายหัวไปมายิ้มๆก่อนหยิบหนังสือขึ้นมาเตรียมเรียนต่อไป

“สุดยอดไปเลยนะเนี้ย!! อูเอดะ นายมีพรสวรรค์ทางการแต่งเพลงนะ “ จินนั่งผลิกกระดาษโน้ตไปมา

”ไม่ขนาดนั้นหรอก อาจเพราะผมฟังเพลงมาเยอะก็ได้มั้งก็เลยพอจะทำได้ “ ยูอิจิชะโงกหน้ามาดู

 “จะถล่มตัวไปถึงไหน รับรองว่าต้องรุ่งแน่ๆเลยชมรมเรา มีคนเก่งๆมารวมกันแบบนี้”

“แต่ว่าผมเองก็อยากเต้นด้วยนะ ไม่อยากแค่แต่งเพลงอย่างเดียว” ทัตซึยะแย้งๆขึ้นมา

 “ ได้อยู่แล้วเดี๋ยวท่านอาจารย์ยูอิจิจะสอนให้ ไม่ต้องกลัว” คาซึยะมองด้วยหน้าเบื่อๆ

 “เชื่อได้รึเปล่านายน่ะ “ ยูอิจิเอากำปั้นชกแขนคาซึยะเบาๆ “เชื่อได้เดะ เดี๋ยวเถอะ”

“อืมๆ เพลงเสร็จเมื่อไหร่เราจะได้ซ้อมเต้นจริงๆจังๆกันสักทีนะ แต่ว่า โคคิหายไปไหนน่ะ”

อยู่ดีๆจินก็เหมือนนึกขึ้นได้ ทุกคนทำท่ามองหา “วันนี้เจ้านั้นไม่ได้มาเรียนด้วยซ้ำ” คาซึยะเฉลยออกมา

“โดดอีกละมั้ง ที่อู่คงมีงานเข้าแน่ๆเลย” ยูอิจิพูดเหมือนเป็นเรื่องเคยชิน ทัตซึยะกับจินกลับไม่คิดแบบนั้น

ยิ่งเป็นช่วงที่มีเรื่องแบบนี้แล้วด้วย “ก๊อก …ก๊อก” จุนโนะยืนเคาะประตูที่เปิดเอาไว้ ตามมารยาท ทุกคนหันมามอง


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด