[Novel] สายใยรัก & Love You Only และตอนตัวอย่างของ Love U Andy
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [Novel] สายใยรัก & Love You Only และตอนตัวอย่างของ Love U Andy  (อ่าน 136088 ครั้ง)

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปสาระสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
4. ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
ให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่า


**********************************



 o15

หวัดดีค่า  เจ๊หมวยเองค่ะ  เพื่อนๆ น้องๆ  หวังว่าจะยังจำกันได้นะคะ

ตอนนี้ภาระหนักอึ้ง คือ รวมเล่ม BOSSJA  เสร็จสิ้นแล้วก็รู้สึกว่างๆ  นั่งคิดไป คิดมา  ไหนๆ ที่เล้าเป็ดก็มีนิยายเจ๊หมวยหลายเรื่องแล้ว เอามาลงให้หมดเลยก็จะเป็นการดี  เผื่อวันไหน บ้านพ่อ อันตรธาน ไปเพราะ Web Thaimisc ปิดตัว ผลงานของเจ๊หมวยจะได้เหลืออยู่ที่นี่   ฮี่ ฮี่

เจ๊หมวยจึงตัดสินใจนำนิยายอีกหนึ่งเรื่อง มาแปะไว้ที่เล้า   สายใยรัก เป็นนิยายเรื่องแรก ที่ทำให้คอวาย รู้จักชื่อ j-muay  และรู้จักว่านิยายแนว Daddy's love  เป็นยังงี้นี่เอง~~~

   "สายใยรัก"   เป็นนิยายเรื่องยาว~~ มากๆ   น้องๆ ที่เพิ่งอ่านเป็นครั้งแรก  เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่าน  เจ๊หมวยขอให้รออ่านที่นี่นะจ๊ะ   จะมาโพสให้วันละบท   ตาจะได้ไม่ลาย    o2



หวังว่าจะมีคนอ่านนะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2019 05:44:15 โดย BaoBao »

ออฟไลน์ Rong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #1 เมื่อ18-01-2010 14:15:00 »

รออ่านเรื่องนี้เลยค่ะ

เคยอ่านเมื่อนานมามาก ๆ แล้ว

ชอบมาก ๆ เลย

ตอนรวมเล่ม ก็ไม่มีตังส์ซื้อ พอจะซื้อก็หาไม่ได้  :z3:

ดังนั้น รออ่านเลยค่ะ

ขอบคุณเจ๊หมวยมาก ๆ ค่ะ ที่เอามาลงใหม่ให้อ่านกันค่ะ

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #2 เมื่อ18-01-2010 14:16:41 »

  สายใยรัก บทที่ 1
…ไอ้หนู 18 มงกุฎจริงเหรอ ?…


---------------------



“ พรุ่งนี้ มีออดิชั่นที่สตูดิโอ 4 โมงเช้านะ ทอม..”
“อะไรนะ!!..  นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบตื่นก่อนเที่ยง”
“เวลาลงไม่ได้จริงๆ ทอม.. ช่วงบ่ายถึงค่ำมีแคทวอล์ค 3 งานติดกันเลย”
“ให้ตายเถอะ! ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะจิม.. เป็นผู้จัดการประสาอะไร จัดคิวงานให้แบบนี้ฉันก็ตายซี…”
“ เฮ้! โทษฉันได้ไง แคทวอล์ค 3 งานนั่นนายเป็นคนรับเองนะ ฉันเตือนแล้วว่าเวลามันกระชั้น นายบอกว่าไม่เป็นไร รับไหว..”
“ถ้างั้นก็ cancel งานมิสเตอร์โรเจอร์ไปซะ”
“ไม่ได้นะ ทอม.. ฉันรับปากโรเจอร์เขาไว้ว่างานนี้นายไม่พลาดแน่ เราเคยปฏิเสธเขาไป 2 ครั้งแล้ว ถ้าครั้งนี้ No อีก ต่อให้นายดังทะลุฟ้าเป็นสุดยอดนายแบบอีกกี่สมัย เขาก็จะไม่แบ็คอัพนายอีกต่อไป..”
“เชอะ! ช่างปะไร ทำไมฉันต้องให้หมอนั่นแบ็คด้วย ระดับฉันแล้วไม่จำเป็นต้อง…."
บทสนทนาชะงักลง เพราะทั้งคนพูดและคนฟังหัวทิ่มไปชนพนักเก้าอี้ด้านหน้า รถถูกเบรคกระทันหันจนเสียงล้อเบียดกับถนนดัง..เอี๊ยดดดดด!!!!!!…
“ขับรถประสาอะไรวะ เอ๊ดดี้.. เป็นอะไรหรือเปล่า ทอม..”
จิมรีบขยับเข้าไปประคองนายแบบหนุ่มรูปงามของเขาที่ยังซบนิ่งอยู่กับพนักเก้าอี้ตอนหน้า เนื่องจากยังอยู่ในอาการมึนงงเพราะศีรษะกระแทกกับพนักอย่างแรง
“อูยย… เกิดอะไรขึ้น หยุดรถทำไมวะ เอ๊ดดี้…”
“เอ่อ.. คือ..... มีเด็กผู้ชายวิ่งตัดหน้ารถครับผม..” เสียงแหบพร่าของโชเฟอร์หนุ่มที่ยังอยู่ในอาการตกใจ
“เด็ก? ที่ไหน..” สองหนุ่มกล่าวประสานเสียง สายตามองตรงไปที่หน้ารถ
“ไม่เห็นมีเลย เด็กที่ไหนวะ ” จิมกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด อีกแค่ไม่ถึงร้อยเมตรก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เกือบจะเที่ยงคืนแล้วด้วยจะมีเด็กที่ไหนมาวิ่งเวลานี้
“เอ่อ.. คือ.. เอ่อ..”
“มัวแต่เอ่อ.. อ่า.. อยู่ได้ ไหนล่ะเด็ก ถ้าหาไม่เจอฉันเตะแกแน่”

ทอมกล่าวเมื่อหายจากอาการมึนงง สายตาสอดส่ายไปนอกรถทั้งซ้ายและขวาของสองฟากถนน

“เอ่อ.. เจ้านายครับ มองไม่เห็นหรอกครับ ต้องลงจากรถไปดู”
“ทำไมต้องลงด้วย มองแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าไม่มีใคร แกตาฝาดน่ะซี รีบออกรถเดี๋ยวนี้เลย คุณทอมต้องพักผ่อนแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
จิมกล่าวตัดบทและสรุปเรื่องที่พูดคุยค้างไว้ เพื่อไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายโต้แย้ง
“ออกรถไม่ได้ครับ คุณจิม”
“ทำไมออกไม่ได้วะ แกอย่าเรื่องมากนะ เอ๊ดดี้..”
“ออกไม่ได้จริงๆ ครับ คุณจิม” นายเอ็ดกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เด็กคนที่ว่านอนอยู่หน้ารถ จะให้ผมออกรถจริงๆ หรือครับ”

“เด็กอยู่หน้ารถ” อีกครั้งที่ชายหนุ่มทั้งสองประสานเสียงพร้อมกัน

จิมอ้าปากหวอ..กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกในขณะที่ทอมเองก็ตกใจไม่น้อยไปกว่า

“หมายความว่าไงวะ เอ๊ดดี้.. แกชนถูกเด็กเหรอ..”
“เอ่อ.. ผมไม่ค่อยแน่ใจครับคุณจิม ผมคิดว่าผมหยุดทันแต่จริงๆ อาจหยุดไม่ทันก็ได้”
“จะบ้าเหรอ.. แล้วยังมัวนั่งพูดอยู่อีก ลงไปดูซี” ทอมตะคอกใส่อย่างหัวเสีย
“ผมไม่กล้าครับ เจ้านาย.. ผมขับรถมา 10 ปี ยังไม่เคยชนใครเลย”
“โธ่เอ้ย! เอ๊ดดี้.. แกนี่มันปอดแหกจริงๆ ” ทอมทำท่าจะเปิดประตูรถแต่ถูกจิมห้ามไว้
“อย่า..ทอม ฉันลงไปดูเอง นายอยู่ในรถล็อคประตูด้วย ลงไปเอ๊ดดี้.. ถ้าไม่เจอเด็กแกถูกเตะแน่…”

ทอมพยักหน้ารับโดยดี แค่ลงไปดูเด็กที่อาจจะถูกรถเราชน จิมก็เปลี่ยนท่าทีเป็นระแวดระวังภัยทันที

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้นี้ไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการส่วนตัวคอยจัดคิวงานให้สุดยอดนายแบบรูปงามทอม แม็คกิลล์ หากแต่ต้องทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดระวังภัยที่จะเกิดขึ้นกับทอมทุกรูปแบบด้วย เขาก้าวลงจากรถด้วยความระมัดระวัง อีกไม่ถึงร้อยเมตรก็จะถึงบ้านแม็คกิลล์แล้วแต่เขาก็ไม่ไว้ใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจถูกสร้างสถานการณ์ก็ได้ ในขณะที่จิมมัวแต่ระวังภัย นายเอ๊ดซึ่งก้าวลงจากรถได้ก็ตรงรี่ไปด้านหน้าทันทีด้วยความกังวลว่าเด็กอาจได้รับบาดเจ็บเพราะเขาหยุดรถไม่ทันจริงๆ

จิมก้าวพรวดตามไปยืนข้างๆ เมื่อเห็นนายเอ๊ดอยู่ในอาการตะลึง สายตาจับจ้องที่พื้นถนน

“ว่าไง เอ๊ดดี้.. เห็นเด็กหรือเปล่า โอ๊ะ.. โอ ! .. อะไรกันเนี่ย…” จิมร้องครางตะลึงมองด้วยความตกใจเช่นกัน..


+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2010 10:54:52 โดย j-muay »

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #3 เมื่อ18-01-2010 14:23:00 »

ชายหนุ่มสองคนนั่งตาปริบๆ มองดูเด็กชายลูกครึ่งวัยประมาณ 10 ปีเศษ จัดการกับข้าวไข่เจียวตรงหน้าด้วยท่าทีเอร็ดอร่อย ความรู้สึกของสองหนุ่มต่างกัน ทอมรู้สึกเป็นห่วงและสงสาร แม้รถจะไม่ได้ชนแต่เด็กก็ล้มลงเพราะความตกใจ ทำให้มีบาดแผลถลอกที่ข้อศอกและแขน เขาจึงสั่งให้พาเด็กกลับมาบ้านเพื่อทำแผลให้ในขณะที่จิมไม่เห็นด้วยและพยายามจะห้าม แต่รถจักรยานยนต์สายตรวจผ่านมาพอดี เรื่องจึงต้องลงเอยโดยจิมเป็นฝ่ายพาเด็กขึ้นรถและให้ทอมรับหน้าตำรวจ ทอมกล่าวทักทายตำรวจ 2 นายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สายตรวจทั้งสองถึงกับปลื้มที่ได้เห็นตัวจริงและพูดคุยกับนายแบบหนุ่มชื่อดัง เลยไม่ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ความรู้สึกของจิมขณะนี้ต่างจากทอมโดยสิ้นเชิง เขาไม่รู้สึกเป็นห่วงเจ้าหนูที่นั่งอยู่ตรงหน้าสักนิด เพราะทอมไม่ได้เห็นอย่างที่เขาเห็น ภาพเด็กชายนอนหนุนแขนตัวเองและยกขาไขว่ห้างกระดิกเท้าด้วยความสบายใจ แถมยังส่งยิ้มให้เขาด้วยสีหน้าระรื่น จะให้เขารู้สึกเป็นห่วงหรือสงสารได้ยังไง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าเจ้าหนูจงใจวิ่งเข้ามาตัดหน้ารถ และฉลาดพอที่จะยืนอยู่ห่างจากลูกระนาดเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นจุดที่รถต้องชะลอความเร็ว แต่ถึงกระนั้นถ้านายเอ๊ดไม่เหยียบเบรคจนตัวโก่ง เจ้าหนูจอมแสบผู้นี้ก็คงไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแทนการนั่งโจ้ข้าวไข่เจียวอยู่ตรงหน้าแล้ว เด็กคนนี้คงเป็นหนึ่งในแก๊ง 18 มงกุฎที่แสบและใจถึงพอตัว จึงถูกส่งมาทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้…

จิมดึงแขนเด็กชายลงจากรถทันทีที่ถึงบ้านเพื่อจะถามไถ่เรื่องราว แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากเจ้าหนูก็สะบัดมือจากเขาและวิ่งไปหลบหลังทอม ทอมจึงขอร้องเขาอย่าเพิ่งซักไซ้ ให้เด็กนั่งพักและดื่มน้ำให้หายตกใจก่อน แต่เจ้าเด็กแสบกลับทำตาละห้อยบอกว่าตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินข้าวเลย ทำให้ทอมยิ่งใจอ่อนหนักขึ้น เดือดร้อนถึงแม่ครัวต้องถูกปลุกขึ้นมาทอดไข่เจียวกลางดึก

จิมสะกดอารมณ์ไม่พูดไม่จานั่งนิ่งมองจนเด็กชายกินข้าวอิ่มและดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว

“อิ่มแล้วใช่มั้ย พร้อมจะตอบคำถามหรือยัง”

เด็กชายพยักหน้าหงึกพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ คิ้วโก่งได้รูปสวยรับกับดวงตากลมโตสีน้ำทะเล ริมฝีปากบางเป็นกระจับ ผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกและยาวเป็นลอนอย่างหนุ่มวัยโจ๋ เสื้อผ้าและเนื้อตัวมอมแมมแต่ไม่ถึงกับสกปรก ผิวพรรณเนียนใสแต่ออกคล้ำเล็กน้อย น่าจะเป็นเพราะถูกแดดมากกว่าที่จะมีสีผิวเช่นนี้โดยกำเนิด จริงๆ แล้วเจ้าหนูนี่เป็นเด็กชายลูกครึ่งที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

“จะถามอะไรหรือครับคุณจิม..”

จิมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเด็กย้อนถาม รู้สึกฉุนตัวเองที่เผลอพิศรูปโฉมของเจ้าหนู 18 มงกุฎ เพียงเพราะเด็กส่งยิ้มให้เท่านั้น

“เออ.. พร้อมจะตอบคำถามแล้วใช่มั้ย” จิมแสร้งทำเสียงเข้มใส่
“ครับ”
“ดี… สัญญากับพระเจ้าก่อนว่าทุกคำตอบจะเป็นความจริง”
เด็กชายอ้าปากหวอ..ทำหน้าอธิบายไม่ถูก
ทอมส่ายหน้าเมื่อจิมทำเหมือนกำลังตกลงธุรกิจกับพวกเขี้ยวลากดินทั้งหลาย และเขามักจะใช้มุขนี้ทุกครั้ง
“ว่าไงล่ะ” จิมถามย้ำเพราะเด็กชายเล่นนั่งอึ้งไม่พูดไม่จา
“เอ่อ.. ผมตอบคำถามคุณไม่ใช่หรือครับ ทำไมต้องสัญญากับพระเจ้าด้วย”
“ผิดแล้ว ฉันเป็นคนตั้งคำถาม แต่พระเจ้าจะเป็นผู้รับฟังคำตอบจากนาย”
“พระเจ้าอยู่ไหนล่ะครับ”

จิมถอนใจเมื่อเจ้าหนูไม่ยอมเออออด้วยดี ซ้ำยังปล่อยคำถามหมัดตรงกลับมาอีก เขาดึงสร้อยคอที่สวมไว้ออกจากเสื้อ พระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนอาจทำให้เด็กชายเข้าใจได้ว่าพระเจ้าอยู่ไหน
“นี่ไง นายรู้จักใช่มั้ย” จิมแน่ใจว่าเด็กชายลูกครึ่งคนนี้ต้องรู้จัก อย่างน้อยไม่พ่อก็แม่ต้องนับถือแคธอลิก
เด็กชายจ้องมองตัวแทนพระเจ้าที่อยู่ในมือจิม สีหน้าและแววตาอ่อนโยนลงอย่างไม่น่าเชื่อ
“ครับ ผมจะให้คำตอบกับพระเจ้าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด”
“ดีมาก” จิมปล่อยสร้อยออกจากมือโดยไม่เก็บเข้าไปในเสื้อ จงใจห้อยไว้ให้เด็กชายเห็น
“คำถามแรกนะ ไอ้หนู.. นายเป็นแก๊ง 18 มงกุฎหรือเปล่า ? ”
เด็กชายขมวดคิ้ว
“18 มงกุฎ คืออะไรครับ ?..”
จิมถอนใจเฮือกใหญ่แค่คำถามแรกก็เจอย้อนกลับแล้ว
“ความจริงนายดูเป็นเด็กฉลาดนะ แต่เอาเถอะ.. ฉันเชื่อว่านายไม่รู้จริงๆ ฉันจะถามใหม่ว่า นายเป็นหนึ่งในแก๊งของพวกต้มตุ๋นหลอกลวงชาวบ้านหรือเปล่า”
“เปล่าครับ”
จิมพยักหน้ารับทราบ สีหน้าและแววตาของเจ้าหนูสื่อให้รู้ว่าไม่ได้พูดปดจริงๆ
“แต่นายจงใจเข้ามาขวางรถ ต้องการให้รถชนใช่มั้ย”
เด็กชายก้มหน้านิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมจงใจเข้าไปขวางรถจริงๆ ครับ แต่ไม่ได้อยากให้รถชน ผมไม่อยากบาดเจ็บ ผมมีเรื่องสำคัญต้องทำครับ ”
ครั้งนี้จิมเป็นฝ่ายขมวดคิ้ว แม้จะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบที่ได้รับ แต่น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ และยังเป็นคำตอบที่ชวนให้ติดตามซะด้วย
“เรื่องสำคัญของนายเกี่ยวข้องกับพวกเรางั้นเหรอ ถึงต้องเข้ามาขวางรถ รู้มั้ยว่ามันอันตรายแค่ไหน นายอาจตายก่อนที่จะได้จัดการเรื่องสำคัญที่ว่านั่น”
“ผมต้องเสี่ยงครับ ผมเชื่อว่าคงไม่ถึงตายอย่างมากก็แค่บาดเจ็บ แล้วผมก็ไม่ได้รับบาดเจ็บจริงๆ ด้วย น้าคนขับหยุดรถได้เก่งจริงๆ นะครับ”
เด็กชายหันไปยกมือไหว้นายเอ๊ดที่นั่งพับเพียบฟังเรื่องราวอยู่ห่างๆ
“ผมขอโทษนะครับที่วิ่งตัดหน้ารถ ทำให้น้าต้องหยุดรถกระทันหัน”
“เอ่อ.. ไม่เป็นไรหรอก.. โชคดีนะไอ้หนูที่น้าเหยียบเบรกทัน ไม่งั้นมีหวังติดคุกแน่ วันหลังอย่าทำแบบนี้นะ.. มันอันตราย..”
นายเอ๊ดพูดคุยกับเด็กชายอย่างเป็นกันเองแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งกับเสียงตวาดของจิม
“เฮ้! หุบปากไปเลยเอ๊ดดี้.. แกไม่ต้องออกความเห็น หมดธุระของแกแล้วก็ไปนอนซะ…”
"ครับผม" นายเอ๊ดรีบลุกขึ้นทันทีเพราะรอคำสั่งนี้อยู่นานแล้ว
จิมหันมาใส่เด็กชายต่อ
“คนที่นายต้องขอโทษคือคุณทอมกับฉัน ไม่ใช่เจ้าเอ๊ดดี้คนขับรถ”
“เอ่อ.. ขอโทษครับคุณทอม.. ขอโทษครับคุณจิม..”

เด็กชายรีบหันไปขอโทษทอมก่อน และไม่ขอโทษแต่ปากยังยกมือไหว้อย่างนอบน้อมด้วยก่อนจะหันมาขอโทษจิม ทำเอาสองหนุ่มใจอ่อนลงโดยเฉพาะทอมไม่ได้ติดใจและโกรธเด็กชายแล้ว แต่จิมยังไม่เลิกลาตั้งคำถามต่อด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว



ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #4 เมื่อ18-01-2010 14:26:08 »

“อย่าคิดว่าแค่ขอโทษแล้วฉันจะหายข้องใจพฤติกรรมของนายนะ บอกจุดประสงค์ของนายมาได้แล้วว่าเข้ามาขวางรถทำไม..”
“ผม เอ่อ…” เด็กชายก้มหน้าลงไม่ยอมตอบคำถามในทันที จิมเชื่อว่าเจ้าหนูคงพยายามหาทางโกหกอย่างแนบเนียน จึงต้องใช้เวลาคิดก่อน
“ว่าไง ทำไมต้องคิดนานขนาดนั้น นายสัญญากับพระเจ้าแล้วนะ”
เด็กชายเงยหน้าขึ้นตอบด้วยสีหน้าระรื่น
“ผมตอบไปแล้วครับ”
“อะไรนะ ตอบตอนไหนฉันยังไม่ได้ยินเลย อย่าบอกนะว่าตอบในใจ..”
จิมดักคอเจ้าหนู และคำตอบที่ได้รับก็ยืนยันให้เขารู้ว่าเด็กชายที่นั่งทำหน้าซื่ออยู่ตรงหน้าสุดแสบจริงๆ
“ใช่ครับ ผมตอบในใจ คุณให้ผมตอบคำถามกับพระเจ้าไม่ใช่เหรอ ผมบอกความจริงให้พระองค์รับทราบแล้ว คุณไม่ต้องห่วง ผมไม่กล้าโกหกพระเจ้าหรอก..”
“ชะ! ไอ้หนู แก…” จิมลุกขึ้นปราดเข้ามาคว้าคอเสื้อเด็กชายเขย่า
"อยากลองดีเหรอ หือ….”
“ปล่อยเด็กนะ จิม..” ทอมลุกพรวดขึ้นมาคว้าแขนผู้จัดการจอมโวยของเขา
“ใช้กำลังกับเด็กไม่อายหรือไง ปล่อยมือ ฉันจะคุยเอง”
จิมปล่อยมือจากคอเสื้อเด็กชายและทรุดตัวลงนั่งสงบสติ รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่อารมณ์ร้อนไปหน่อยและเผลอใช้กำลังกับเด็ก
“เอาล่ะ ไอ้หนู.. เธอควรจะตอบทุกคำถามอย่างตรงไปตรงมา เรื่องจะได้จบลงเร็วๆ เกือบจะตีหนึ่งแล้ว ฉันเหนื่อย…อยากพักผ่อน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นแต่เช้าอีกด้วย โอเค…”
เด็กชายพยักหน้ารับ สายตาที่จ้องมองทอมละห้อยและอ่อนโยนผิดกับเวลาสบตากับจิม
“ก่อนจะตอบคำถามบอกชื่อของเธอก่อนดีกว่า คุยกันมาตั้งนานแล้วยังไม่รู้จักชื่อ”
จิมเป็นฝ่ายนิ่งฟังบ้างเมื่อทอมสามารถพูดคุยกับเด็กได้รู้เรื่องมากกว่า ซ้ำเจ้าหนูยังมีท่าทียอมเชื่อฟังทอมมากกว่าเขาด้วย
“ผมเข้ามาขวางรถเพราะผมอยากพบคุณครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”
เด็กชายไม่ยอมบอกชื่อ กลับบอกเหตุผลที่วิ่งเข้ามาให้รถชน
“คุณ?.. ใคร?.. ฉันหรือเขา..”
ทอมพยักหน้าไปที่จิม อยู่ๆ เจ้าหนูก็เข้าเรื่องเอาดื้อๆ ซึ่งคำตอบที่ได้รับก็ทำให้ทอมละความสนใจที่จะรู้จักชื่อของเด็กชาย

“ผมอยากพบคุณทอม แม็คกิลล์ ครับ”

คำตอบชัดถ้อยชัดคำของหนุ่มน้อยทำเอาทอมอึ้งไปชั่วครู่
“พบฉันเหรอ แน่ใจนะว่าไม่ผิดคน ฉันไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน จะมีเรื่องคุยกันได้ยังไง”
“คุณไม่รู้จักผมหรอกครับ แต่ผมรู้จักคุณ”
“ใช่ซีวะ นายต้องรู้จักแน่” จิมขัดขึ้นอย่างอดรนทนไม่ได้
“สุดยอดนายแบบ 3 สมัย ทอม แม็คกิลล์ มีใครไม่รู้จักบ้าง ไม่ยักรู้ว่าเด็กผู้ชายอย่างนายก็สนใจนายแบบหนุ่ม ๆ ด้วยเหมือนกัน บ้าคนดังล่ะซี เป็นเด็กผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง เด็กผู้ชายเขามีแต่บ้านักฟุตบอลดังๆ ไม่ใช่นายแบบหนุ่ม รู้มั้ย”
“ผมไม่ได้บ้าคนดัง ผมไม่ได้เพิ่งรู้จักคุณทอมตอนเป็นนายแบบ ผมรู้จักคุณทอมตั้งแต่จำความได้เกือบ 10 ปีมาแล้ว ”
เด็กชายสบตาทอมขณะพูดแม้จะเป็นการตอบคำถามจิม
ทอมขมวดคิ้ว “ว่าไงนะ.. เธอรู้จักฉันมาเกือบ 10 ปีแล้ว.. ตลกหรือเปล่าเจ้าหนู เธออายุเท่าไรแล้วชื่ออะไร..”
“วันที่ 20 เดือนหน้าผมก็จะอายุ 12 ปีเต็มแล้ว ผมชื่อ แม็คกิลล์ แม่เรียกผมว่าแม็กกี้ครับ”
ทอมนิ่งอึ้งเมื่อได้ยินชื่อเด็กชาย นึกขำแต่หัวเราะไม่ออก เชื่อว่าเจ้าหนูคงล้อเล่นมากกว่า
“อย่าไปคุยดีด้วยเลยทอม เด็กแสบพรรค์นี้ นายตามไม่ทันหรอก”
จิมพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและขยับเข้าไปใกล้เด็กชาย
“นี่ไอ้หนู... ถ้านายไม่ยอมตอบคำถามเราดีๆ ฉันจะจับนายโยนออกไปนอกบ้าน ไม่เสียเวลาเสวนาด้วยแล้ว ดึกมากแล้วนะทอม.. นายขึ้นไปพักผ่อนดีกว่า ฉันจัดการเด็กนี่เอง..”
ทอมเห็นดีด้วย เพราะรู้สึกเหนื่อยและง่วงนอนเต็มทน
“โอเค.. นายจัดการล่ะกัน อย่ารุนแรงล่ะ แล้วนี่ก็ดึกมากแล้ว ถ้ายังไงให้นอนพักสักคืนก็ได้ พรุ่งนี้เช้าค่อยให้ไป”
ทอมลุกขึ้นยืน ขยับจะเดินเด็กชายก็ถลาเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า
“อย่าเพิ่งไปครับ ขอผมคุยกับคุณก่อน ผมมีธุระสำคัญจริงๆ”
จิมคว้าแขนเด็กชายไว้
“มีธุระอะไรก็คุยกับฉัน ฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณทอม เรื่องทุกเรื่องต้องผ่านฉันก่อน หลีกทางให้คุณทอมเดี๋ยวนี้….”
เด็กชายมองจิมด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ไม่ใช่เรื่องของผู้จัดการ นี่เป็นเรื่องส่วนตัว.. ไม่ใช่เรื่องงาน”
“วะ.. ว่าไงนะ!!.. แกต้องการให้ฉันเอาจริงยังงั้นเหรอ ปากเก่งแบบนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาพูดดีกันอีกแล้ว… ฉันจะลากแกโยนออกไปนอกบ้านเดี๋ยวนี้เลย ”

จิมปล่อยมือจากแขนเด็กชายเปลี่ยนเป็นคว้าร่างเจ้าหนูไว้ในวงแขนเพื่อจะรั้งให้ออกห่างจากทอม แต่เด็กชายรีบกอดขาทอมไว้ทัน ทอมจึงถูกดึงรั้งไปด้วย
“อ๊ะ!.. เฮ้ย!… อะไรกันน่ะ ปล่อยเด็กก่อน จิม..”
ทอมโวยลั่นเริ่มหงุดหงิดกับเหตุการณ์บ้าๆ ที่เกิดขึ้น จึงตะคอกใส่เด็กชายด้วยความโมโห
“ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ ไอ้เด็กบ้า..”
เด็กชายสะดุ้งเฮือกรีบปล่อยมือจากขาทอมทันที จิมจึงคลายวงแขนออกเจ้าหนูเงยหน้าขึ้นมองทอมด้วยสายตาอ้อนวอนจนทอมใจอ่อนพยายามระงับอารมณ์โกรธและทรุดตัวลงนั่ง
“ตกลง ฉันจะคุยกับเธอ มีอะไรก็รีบว่ามา”
เด็กชายยิ้มด้วยความดีใจรีบทรุดตัวลงนั่งกับพื้น จิมส่ายหน้าและทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ทอม รู้สึกเหนื่อยใจกับเจ้าหนูจอมแสบผู้นี้
“ผมอยากคุยกับคุณแค่ 2 คนครับ”
ทอมเริ่มไม่พอใจกับความเรื่องมากของเด็กชาย
“อย่าเรื่องมากน่า เจ้าหนู.. มีอะไรก็พูดมา”
“แต่ว่า.. มันเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ จะให้คนอื่นรู้ด้วยเหรอ”
จิมโวยขึ้นอย่างเหลืออด
“นี่!.. ไอ้เด็กบ้า... รีบๆ พูดออกมาก่อนที่นายจะหมดโอกาส เพราะฉันกำลังจะหมดความอดทนแล้ว ไอ้..” จิมพูดไม่จบเพราะถูกทอมเอามือปิดปากไว้และผลักให้เอนตัวลงพิงพนักโซฟาร์
“พอแล้ว.. ฉันจัดการเอง นายนั่งเงียบๆ สักครู่ โอเค..”
จิมพยักหน้าหงึกและหลับตาลง ทอมจึงหันไปกล่าวกับเด็กชาย
“ฟังนะเจ้าหนู… ฉันให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย อยากจะพูดอะไรก็พูดมา ระหว่างฉันกับผู้ชายคนนี้ไม่มีเรื่องส่วนตัวต้องปิดบังกัน ทุกปัญหาของฉันหมอนี่จะเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นพูดออกมาได้แล้ว ฉันให้เวลาเธอแค่ 10 นาที พูดจบแล้วฉันจะได้ขึ้นไปนอน ส่วนเธอฉันอนุญาตให้พักอยู่จนถึงเช้า แล้วรีบไสหัวออกไปให้พ้นจากบ้านฉัน”
เด็กชายหน้าเสียกับประโยคสุดท้าย
“เอ่อ.. ก็ได้ครับ ผมเริ่มเลยนะ.. ผมชื่อแม็คกิลล์ เป็นลูกของแม่แอนนา สแตนลีย์ แม่เป็นคนอังกฤษแต่เกิดในประเทศไทยครับ แม่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านแม็คกิลล์เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คุณจำแม่แอนนาของผมได้มั้ยครับ"


ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #5 เมื่อ18-01-2010 14:30:22 »

ทอมนั่งอึ้งไม่ตอบคำถาม คิ้วเรียวขมวดมุ่นเหมือนกำลังพยายามทบทวนเรื่องตาม เด็กชายจึงเล่าต่อโดยไม่รอฟังคำตอบเช่นกัน
“ท่านทูตจอห์น แม็คกิลล์ คุณพ่อของคุณจ้างแม่แอนนาของผมมาเป็นพี่เลี้ยงคุณ แต่คุณไม่ชอบแม่ คอยหาทางแกล้งแม่อยู่เรื่อย”
ทอมชักสีหน้าไม่พอใจเริ่มรู้สึกโกรธที่ถูกเด็กกะโปโลต่อว่า แต่พยายามระงับอารมณ์รอฟังเรื่องราวทั้งหมดก่อน ในขณะที่จิมนิ่งเงียบฟังด้วยความสนใจเช่นกัน
“คุณไม่ชอบแม่เพราะว่าแม่เป็นผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าคุณแค่ 2 ปี แต่กลับมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคุณ ต่อหน้าท่านทูตคุณทำตัวเป็นเด็กดี แต่พอลับหลังคุณหาวิธีแกล้งแม่ต่างๆ นาๆ ….”
“พอได้แล้ว… เข้าประเด็นซะที ถ้าบังอาจพูดจาเหน็บฉันอีกคำล่ะก็… นายจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก…”
ทอมต่อว่าเด็กชายเพราะเหลืออดและหันไปทำตาเขียวใส่จิมที่นั่งอมยิ้มอยู่
“แต่ไม่ว่าจะโดนคุณแกล้งยังไง แม่ไม่เคยปริปากบอกท่านทูต แม่อดทนมาตลอดเพราะอยากเป็นพี่เลี้ยงที่ดีของคุณ จนกระทั่งวันหนึ่งคุณทะเลาะกับคุณพ่อ คุณถูกท่านตบหน้าเลยหนีออกจากบ้านแอบไปดื่มเหล้า แม่ตามคุณไปเพราะเป็นห่วง คุณดื่มไปนิดเดียวก็เมามากเพราะคุณยังเด็ก แม่พยายามพาคุณกลับบ้านแต่คุณไม่ยอม คุณบอกแม่ว่าจะกลับบ้านก็ต่อเมื่อแม่ยอมเป็นของคุณก่อน”
เด็กชายก้มหน้าลงขณะกล่าวประโยคสุดท้าย ไม่กล้าสบตาด้วยเพราะรู้ว่าคนฟังต้องอยู่ในอารมณ์โกรธแน่นอน
ในขณะที่ทอมเริ่มกระวนกระวายใจกับเรื่องที่เด็กชายบอกเล่า ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของเจ้าหนูคืออะไร จิมขยับตัวขึ้นนั่งนิ่งฟังด้วยความสนใจ เพราะเรื่องที่เจ้าหนูเล่าชักจะตื่นเต้นขึ้นทุกทีแล้ว
เด็กชายนิ่งเงียบอยู่อึดใจ เมื่อไม่มีเสียงโวยหรือคำถามใดๆ จากอีกฝ่ายจึงรีบเล่าต่อเพราะต้องการให้จบเรื่องเร็วๆ เช่นกัน
“ในที่สุดแม่ก็พาคุณกลับบ้านได้เพราะแม่ยอมเป็นของคุณในคืนนั้น แต่หลังจากคืนนั้นคุณก็ไม่ยอมพูดกับแม่อีกเลย ไม่แกล้งไม่กระเซ้า ไม่ยอมให้แม่เข้าใกล้คุณด้วย แม่เลยต้องลาออกเพราะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคุณได้แล้ว”

จิมมัวแต่จับจ้องเด็กชายเพื่อจับโกหกจึงไม่ทันได้เห็นว่าอารมณ์ของทอมกำลังคุกรุ่นเพียงใด ความรู้สึกของทอมขณะนี้คือ โกรธและเกลียดเด็กชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าจับใจ ที่จู่ๆ ก็ขุดเอาเรื่องที่เขาพยายามลืมจนได้แล้วขึ้นมาตีแผ่อย่างหมดเปลือก เขาต้องใช้ความพยายามอย่างสูงสะกดกลั้นอารมณ์กัดฟันกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

“จบแล้วใช่มั้ย เข้าเรื่องซะทีว่า แก มาที่นี่ทำไม ต้องการอะไร”

สรรพนามเรียกเด็กชายเปลี่ยนจาก “เธอ” เป็น ”แก” จิมก็รู้ทันทีว่าทอมกำลังโกรธจัด ในขณะที่เด็กชายเองก็หน้าเสียลงเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธมาก รีบต่อให้จบก่อนจะถูกไล่ออกจากบ้าน

“แม่แอนนาของผมไม่สบายเป็นโรคหัวใจ เพิ่งเสียไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนตายแม่ฝากให้ผมทำงานชิ้นสำคัญให้แม่ครับ” น้ำเสียงเด็กชายสั่นเครือเมื่อพูดถึงการตายของแม่

ทอมคลายอารมณ์โกรธลงเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าแม่ของเจ้าหนูเสียชีวิตแล้ว เขายังคงเป็นฝ่ายนั่งเงียบไม่มีคำถามที่แสดงว่าสนใจในเรื่องที่ได้รับฟัง ปล่อยให้เด็กชายเป็นฝ่ายพูด อยากให้ฟังเรื่องอะไรก็พูดออกมาเอง

“แม่สั่งให้ผมมาหาคุณ ฝากให้ผมบอกคุณว่าแม่ยอมเป็นของคุณในคืนนั้นไม่ใช่เพราะแม่ต้องการทำหน้าที่พี่เลี้ยง แต่เพราะแม่… รักคุณ…”

ทอมรู้สึกเครียดกับเรื่องราวที่ได้ยินจากปากเด็กชาย กัดฟันพูดดีด้วยทั้งๆ ที่ไม่อยากจะพูด
"แค่นี้ใช่มั้ยเรื่องสำคัญของนาย จบแล้วฉันจะได้ไปนอน"
"ยังครับ ธุระของแม่เสร็จแต่ของผมยัง.. ผมอยากพิสูจน์ความจริงว่า เรื่อง
ที่แม่บอกผมตั้งแต่ผมจำความได้เป็นเรื่องจริงไม่ได้โกหก"

ทอมถอนใจเฮือกรู้สึกโกรธเด็กชายมากจนต้องหัวเราะออกมา อีก 15 นาที จะตี 2 เวลานี้เขาควรจะได้หลับสบายไปแล้ว แต่กลับต้องมานั่งฟังเรื่องบ้าๆ

จิมบีบไหล่ทอมเบาๆ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกแย่เต็มกลืน

"ไม่เป็นไรทอม.. ไหนๆ ก็ยอมรับฟังแล้ว ฟังต่อให้จบเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะโทรบอกโรเจอร์ว่านายขอตัวไม่เข้าไปออดิชั่นแต่รับงานแน่นอน เพราะจริงๆ แล้วระดับนายก็ไม่จำเป็นหรอก ถ้ามีปัญหาก็ขอบายไป "

ทอมใช้สองมือกุมศีรษะและเสยผมขึ้นด้วยความรู้สึกอัดอั้น เขาหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง สิ่งที่อยากทำตอนนี้คือ อยากจับเด็กชายลูกครึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าโยนออกไปนอกบ้าน เหมือนที่จิมคิดจะทำก่อนหน้านี้

"ว่าธุระของนายต่อได้เลยไอ้หนู สั้นๆ และตรงประเด็น นายต้องการพิสูจน์ความจริงเรื่องอะไร"

"ผมต้องการพิสูจน์ว่า ผู้ชายที่แม่บอกว่าเป็นพ่อของผม เป็นพ่อของผมจริงหรือเปล่า เพราะแม่ไม่ยอมให้ผมบอกกับใครว่าเขาเป็นพ่อ บอกว่าให้รู้กัน 2 คนแม่ลูกก็พอ แม่ให้ผมบอกคนอื่นๆ ว่าพ่อ ตายก่อนที่ผมจะเกิด ผมเลยต้องกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ ทั้งๆ ที่ผมมี…"

"แล้วไง นายต้องการพิสูจน์พ่อของนายก็ไปหาทางจัดการซี จะให้คุณทอมช่วยอะไร หรือจะให้ช่วยตามหาให้"

จิมกลับมาเป็นฝ่ายพูดคุยกับเด็กชาย เพราะอารมณ์ของทอมขณะนี้ไม่อยู่ในภาวะที่จะเสวนาโต้ตอบกับเด็กชายต่อได้ หากแต่ในขณะที่จิมกำลังป้อนคำถามสำคัญกับเจ้าหนูที่มีดวงตาสีน้ำทะเลแสนสวย เขารู้สึกถึงความผิดปกติของทอม… เทพบุตรรูปงามของเขามีอาการสั่นจนเขาต้องรีบโอบไหล่และจับมือไว้ เพราะกลัวว่า ทอมจะโกรธมากจนระงับอารมณ์ไว้ไม่ได้ นั่นหมายถึงเด็กชายอาจจะต้องเจ็บตัว ทว่า..ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับมือของทอม ซึ่งเย็นเฉียบและชื้นไปด้วยเหงื่อ จิมรู้ซึ้งในทันทีว่าอาการสะท้านของทอมไม่ใช่เพราะโกรธ แต่กำลังตื่นกลัว.…

"ผมไม่ได้ต้องการให้คุณทอมช่วยหา คุณทอมคือผู้ชายคนที่แม่บอกว่าเป็น…เอ่อ…พ่อของผม ผมต้องการพิสูจน์ว่าจริงหรือเปล่า… "

คำตอบที่จิมได้รับจากเด็กชายก็ทำให้เขาถึงกับอ้าปากค้าง พร้อมกับรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมทอมจึงมีอาการเช่นนี้



ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #6 เมื่อ18-01-2010 14:34:44 »

ฮู่ว์~~~   บอกแล้วว่าเรื่องนี้ยาวมาก~   เนื้อเรื่องแต่ละบทก็ยาว 

นี่แค่ครึ่งบทเอง   พักก่อนนะ   เดี๋ยวมาต่อใหม่  :try2:

ออฟไลน์ MiTo™

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 854
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #7 เมื่อ18-01-2010 14:43:54 »

ชอบมากครับบ

เห็นชื่อ J-muay ก็วิ่งเข้าหาทันทีครับบ


เป็นกำลังใจให้นะครับ

jokirito

  • บุคคลทั่วไป
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #8 เมื่อ18-01-2010 15:01:05 »

 :mc4:  รับประทัดไปหนึ่งตับ

ออฟไลน์ thaitanoi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-2
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #9 เมื่อ18-01-2010 15:04:39 »

มาให้กำลังใจครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
« ตอบ #9 เมื่อ: 18-01-2010 15:04:39 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #10 เมื่อ18-01-2010 16:33:20 »

 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #11 เมื่อ18-01-2010 17:44:13 »

ทอมหลับตาลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ รู้สึกอึดอัดและแน่นในอก เขาไม่เคยโกรธและโมโหใครมากมายเท่านี้มาก่อน… เด็กชายกะโปโลที่ไม่เคยรู้จักหัวนอนปลายเท้ามาก่อน จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาในชีวิตเขา และบังอาจนำเรื่องเลวร้ายในอดีตของเขามาบอกกล่าวเสมือนหนึ่งจะให้เขารับผิดชอบ ไม่ว่าเรื่องที่รับฟังจะจริงหรือเท็จ เขาบอกได้คำเดียวว่าโกรธและเกลียดเด็กชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าจับใจ ไม่มีวันที่เขาจะรับผิดชอบหรือยอมทำตามที่เด็กชายลูกครึ่งคนนี้ต้องการ..

แม้เรื่องที่ได้รับฟังจะเหลือเชื่อจนจิมอ้าปากค้าง แต่สภาพของทอมนาทีนี้กลับทำให้เขาตกใจยิ่งกว่า เทพบุตรรูปงามของเขากำลังอยู่ในอาการเหมือนคนไข้โรคหัวใจ ใบหน้าขาวซีด หายใจติดขัดจนจิมต้องขยับร่างทอมเอนลงพิงพนักและกล่าวปลอบ

"ใจเย็นทอม หายใจลึกๆ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร…"
"ไล่มันออกไป จิม.. ไล่ไอ้เด็กบ้านี่ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้" ทอมกล่าวน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น
เด็กชายรีบขยับถอยห่างออกมาเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี รู้สึกกลัวอารมณ์ของทอม จึงรีบพูดต่อหวังจะให้อีกฝ่ายสบายใจ
"ผมแค่จะขอพิสูจน์ความจริงว่าคุณทอมเป็นพ่อผมจริงเปล่า ผมไม่ได้ต้องการอะไรครับ"

ความอดทนของเทพบุตรทอมขาดผึงลง ร่างสง่างามลุกพรวดขึ้นถลาเข้าหาร่างเล็กคว้าคอเสื้อเจ้าหนูรั้งเข้ามาใกล้และตะคอกใส่ด้วยความโกรธสุดขีด

"ฉันไม่มีอะไรให้แกพิสูจน์ หมดเรื่องที่แกต้องการจะพูดแล้วก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ จะเดินออกไปดีๆ หรือจะให้ฉันโยนแกออกไป ไอ้หนูสกปรก!!.. ไอ้เด็กบ้า!!.. ไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า!!.."

เด็กชายสะดุ้งเฮือกตกใจกับอารมณ์โกรธที่รุนแรงของทอม นึกไม่ถึงว่าจะถูกชายหนุ่มซึ่งเป็นเทพบุตรในใจของตัวเองมาตั้งแต่เด็กด่าทอด้วยความเกลียดชังเช่นนี้

จิมลุกพรวดตามขึ้นมาด้วยความตกใจ ไม่เคยเห็นทอมมีอารมณ์โกรธที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน

"ใจเย็นทอม ปล่อยเด็กเถอะ ใช้กำลังกับเด็กไม่อายหรือไง หือ.."

จิมกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยคำพูดเดียวกับที่ทอมพูดกับเขา

"ทำไมต้องอาย กะอีแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า เด็กจรจัด ในที่สุดแกก็ไม่ต่างจากพวกต้มตุ๋นหลอกลวง คิดจะหาเงินใช้ยังงั้นเหรอ"

"ผมเปล่า.. ผมไม่ใช่พวกต้มตุ๋น ผมไม่ได้มาหาเงินจากคุณ ผมแค่อยากพิสูจน์ความจริงๆ เฉย คุณกลัวเหรอ.. . โอ๊ย!…"

ทอมตบหน้าเด็กชายที่กำลังพูดฉอดๆ อยู่ตรงหน้าอย่างแรง ในขณะที่มือยังคว้าคอเสื้อไว้ ร่างเล็กบอบบางจึงไม่ได้เซถลาล้มลง

"แกเป็นใครบังอาจมาพิสูจน์ฉัน แล้วทำไมฉันต้องกลัวแกด้วย ฉันจะฆ่าแกให้ตายเดี๋ยวนี้เลยก็ยังได้"

ทอมปล่อยมือจากคอเสื้อไปที่ลำคอเด็กชายและบีบอย่างแรงด้วยอารมณ์โกรธที่พลุ่งขึ้นขีดสุด หนุ่มน้อยตาเหลือกดิ้นขลุกขลักไปมาเพราะหายใจไม่ออก

"หยุดนะทอม.. หยุดเดี๋ยวนี้"

จิมจับข้อมือทอมรั้งออก ใจหายวาบ รู้ทันทีว่าทอมไม่ได้แกล้งเพื่อให้เด็กชายตกใจกลัว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือเพราะความตั้งใจ เขาจำเป็นต้องหยุดทอมเดี๋ยวนี้

"อุ๊บ!... โอย!…" ทอมปล่อยมือจากเด็กชายเพราะอาการจุกที่ท้อง กัดฟันพูดด้วยความโกรธ

"ชกฉันทำไมจิมมี่.. นายเข้าข้างเด็กบ้านี่เหรอ"

จิมดึงทอมออกห่างจากเด็กชายและประคองให้นั่งลงบนโซฟาร์ เขาหันไปบอกเจ้าหนูที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ให้ออกไปคอยข้างนอก

"เปล่า.. ฉันไม่ได้เข้าข้างเด็กแต่กำลังช่วยนาย จะเกิดอะไรขึ้นถ้านายบีบคอเด็กคนนี้ตาย หือ… ทอม ใจเย็นหน่อยซี.. ทำไมต้องโกรธมากขนาดนี้ด้วย"

"นายไม่ให้ฉันโกรธได้ไง เรื่องบ้าๆ ที่ไอ้เด็กนั่นพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับนายยังงั้นหรือ จิม.." ทอมตะคอกใส่ด้วยอารมณ์โกรธ

จิมบีบนวดขมับชายหนุ่มเบาๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายอารมณ์ให้

"ไม่เอาน่ะทอม.. ใครจะไปยินดีกับเรื่องบ้าๆ อย่างนั้น แต่นายทำรุนแรงกับเด็กเกินไป นายทำแบบนั้นไม่ได้ นายไม่ใช่ผู้ร้ายหรือผู้ชายเดินถนนธรรมดา แต่เป็นเทพบุตรที่เดินอยู่บนถนนสายดวงดาว และกำลังจะได้เป็นนายแบบอินเตอร์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะปล่อยให้มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับนายไม่ได้"

"ถ้างั้นก็ช่วยไล่ไอ้เด็กบ้านั่นออกไปที ทำยังไงก็ได้ให้มันออกไปให้พ้นจากบ้านฉัน"

"โอเค! ฉันจะออกไปคุยกับเด็กนั่นเอง นายรออยู่นี่หรือจะขึ้นไปนอนเลยก็ได้ ดึกมากแล้ว อย่าโกรธอย่าเครียดนะแม็คกิลล์ พรุ่งนี้มีแคทวอล์คตั้ง 3 งาน เดี๋ยวหมดหล่อนะ"

จิมจุมพิตหน้าผากเทพบุตรของเขาเบาๆ
"ฉันจะจัดการเด็กนั่นให้เอง ขึ้นไปพักผ่อนได้แล้วทอม พรุ่งนี้ฉันจะปลุกนายตอนเที่ยง โอเค?.."
ทอมพยักหน้ารับด้วยดีและลุกขึ้นเดินสโลสเลขึ้นไปชั้นบน จิมยืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินออกไปหาเด็กชายที่คอยอยู่ด้านนอก

ร่างสูงใหญ่ชะงักเท้าที่หน้าประตูเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เด็กชายนั่งชันเข่าที่พื้นระเบียงนอกบ้านใช้แขนเสื้อคอยซับเลือดกำเดาที่ไหลเป็นทางลงมา เขาถอนใจเฮือกก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปด้านใน สักครู่ก็กลับออกมาอีกครั้งพร้อมผ้าเย็นในมือ

"เอ้า! เอาผ้านี้วางไว้ที่จมูก"

จิมส่งผ้าเย็นให้เด็กชายอย่างเสียไม่ได้ คงเป็นเพราะถูกทอมตบหน้าเมื่อครู่ เห็นก็อยากจะสงสารหรอกแต่สงสารไม่ลง

จิมกอดอกยืนดูเด็กชายแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด เมื่อหนุ่มน้อยใช้ผ้าเย็นประคบตรงจมูกตามที่เขาบอกแต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้น เลือดจึงไม่หยุดไหล เขาทรุดตัวลงจับศีรษะเจ้าหนูเงยขึ้น

"นายต้องอยู่ท่านี้สักครู่ มันไม่หยุดไหลง่ายๆ หรอก ถ้ายังก้มๆ เงยๆ อยู่อย่างนี้"

เด็กชายพยักหน้าทำตามที่จิมบอกแต่โดยดี แขนเสื้อทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด คงพยายามเช็ดอยู่นานเพื่อให้เลือดหยุด ดีว่าเสื้อยืดที่สวมอยู่เป็นสีเข้ม สภาพของเจ้าหนูตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กชายวัยเดียวกันทั่วๆ ไป ซื่อ บริสุทธิ์ และยังให้ความรู้สึกน่าสงสาร ผิดกับตอนอยู่ต่อหน้าเขาและทอมเมื่อสักครู่ ที่แสดงสีหน้าและคำพูดกวนประสาท แถมยังดื้อด้านอีกด้วย จะไม่ให้เขาคิดว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหรือแก๊ง 18 มงกุฎได้ยังไง

"เอาล่ะ! ไอ้หนู เรามาคุยกันต่อให้จบเรื่อง ฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวของทอม มีหน้าที่จัดการปัญหาและตัดสินใจทุกเรื่องแทนเขา ถ้าอยากจะคุยต่อต้องคุยกับฉัน ทอมจะไม่เสียเวลาพูดคุยกับนายอีก"

"ผมชื่อแม็คกิลล์ เมื่อไรคุณจะเรียกชื่อผมแทน ไอ้หนู ซะที"

จิมอึ้งไปที่จู่ๆ เด็กชายก็แนะนำตัวอีกครั้งและขอให้เรียกชื่อ แค่เอ่ยปากพูดเท่านั้น เด็กชายที่กำลังอยู่ในสภาพน่าสงสารก็กลับเป็นไอ้หนูจอมแสบเหมือนเดิมทันที


ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #12 เมื่อ18-01-2010 17:48:01 »

"เออ… นั่นซีนะ นายแนะนำตัวแล้ว ทำไมฉันไม่ยอมเรียกชื่อซะที"

"เพราะคุณไม่เชื่อว่าผมชื่อแม็คกิลล์จริงๆ ใช่มั้ย ผมมีหลักฐานให้คุณดู"

เด็กชายขยับกระเป๋าเป้ออกจากหลัง ทำให้จิมเพิ่งสังเกตุเห็นว่าเจ้าหนูมีกระเป๋าเป้ใบย่อมๆ ติดตัวมาด้วยและสะพายไว้ตลอดเวลา หนุ่มน้อยล้วงมือควานหาของในกระเป๋าโดยไม่ได้ก้มลงมอง สักครู่ก็ยื่นหลักฐานที่ว่าให้เขาดู มันคือบัตรนักเรียนของเด็กชายแม็คกิลล์ แสตนลีย์

จิมมองดูบัตรนักเรียนสลับกับมองหน้าเด็กชาย
"โรงเรียนอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี งั้นเหรอ.. แสดงว่าบ้านนายอยู่เมืองกาญจน์ด้วยใช่มั้ย"
เด็กชายรีบดึงบัตรจากมือจิมเก็บคืนในกระเป๋า
"ผมให้คุณดูชื่อเฉยๆ ทำไมต้องสนใจเรื่องอื่นด้วย"
"ไม่สนใจได้ไง ฉันกำลังอยากรู้ว่าบ้านนายอยู่ที่ไหนพอดี โรงเรียนอยู่ที่ไหน แสดงว่าบ้านก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วย ดีล่ะ... ฉันจะพานายไปส่ง…"
"ไม่นะ… ผมไม่ไป.." หนุ่มน้อยแม็คกิลล์ดึงผ้าเย็นออก และขยับตัวหนีห่างจากจิม
"ผมไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว และผมก็ไม่ได้เรียนหนังสือแล้วด้วย นี่เป็นบัตรนักเรียนเก่าที่ผมยังเก็บไว้"

จิมรู้สึกอึ้งอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกรวมถึงสีหน้าและแววตาไม่พอใจของเจ้าหนูแม็คกิลล์เมื่อเขาบอกว่าจะพาไปส่งบ้าน จิมจึงรีบตัดบทไม่อยากให้เด็กเอะอะโวยวาย

"เอาล่ะ เอาล่ะ... ช่างเถอะ จะอยู่ที่ไหนก็เรื่องของนาย มาเองก็กลับเอง ฉันไม่เสียเวลาไปส่งหรอก คุยธุระต่อเถอะ ตกลงนายต้องการอะไรกันแน่...แม็กกี้"

สีหน้าของเด็กชายคลายความวิตกลงและยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้ยินจิมเรียกชื่อ

"ผมบอกไปแล้วนี่ครับ ว่าผมต้องการพิสูจน์ว่าคุณทอมเป็นพ่อของผมจริงหรือเปล่า"

จิมถอนใจเฮือกเมื่อได้ยินเด็กชายยืนยันความต้องการอย่างหนักแน่นและจริงจัง ช่างเป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัสสำหรับเทพบุตรของเขาจริงๆ

"นายคิดว่าจะได้อะไรจากการพิสูจน์"

"ได้ความจริงไงฮะ ผมคิดมาตลอดว่าแม่อาจหลอกผมเรื่องพ่อ แต่ก่อนแม่ ตายแม่ก็ยังยืนยันกับผมและบอกว่าคุณทอมเป็นพ่อผมจริงๆ แม่อนุญาตให้ผมมาหาความจริงด้วยตัวเอง เพราะแม่มีเรื่องจะให้ผมบอกกับคุณทอมด้วย แต่แม่กำชับว่าอย่าทำให้คุณทอมเดือดร้อนและวุ่นวาย ผมรับปากและสัญญากับแม่ไว้ว่าผมจะหาความจริงให้ได้และจะไม่ทำให้คุณทอมเดือดร้อนแน่นอน ได้ความจริงเมื่อไรผมก็จะจากไปทันทีไม่กลับมาให้พวกคุณเห็นหน้าอีก"

จิมปวดหัวตึบ คงเป็นเพราะสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนตาย เจ้าหนูแม็กถึงดื้อรั้นจะขอพิสูจน์ความจริงให้ได้

"แม้ว่าความจริงคือใช่.. นายก็จะกลับไปโดยไม่ต้องการอะไรจากคุณทอมเลยยังงั้นเหรอ.."

หนุ่มน้อยพยักหน้ารับและยิ้มให้

"ถ้างั้นจะพิสูจน์ไปทำไม จะบอกอะไรให้นะ แม็กกี้.. ว่าใจของนายตอนนี้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ส่วนที่เชื่อเพราะแม่บอก ส่วนที่ไม่เชื่อคือตัวนายเอง แต่ตอนนี้แม่นายก็เสียไปแล้ว เพราะฉะนั้นฉันขอแนะนำว่า อยากจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เลือกเอาสักอย่างแล้วเชื่อมั่นตามนั้นไม่ดีกว่าหรือ ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ใหญ่ อยากลองฟังความเห็นของฉันมั้ยไอ้หนู…"

จิมเริ่มแผนการโน้มน้าวให้เด็กชายคล้อยตาม เมื่อเห็นท่าทีของเจ้าหนูอ่อนลงและตั้งใจฟังที่เขาพูดด้วยดี

"ถ้าเรื่องที่นายเล่ามาทั้งหมดเป็นความจริง ทอมไม่ใช่พ่อของนายหรอก.. มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็กผู้ชายอายุมากกว่านายตอนนี้แค่ 2 ปี จะมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงแค่ครั้งเดียวแล้วสามารถให้กำเนิดลูกได้ นายเองก็คลางแคลงใจด้วยเหตุผลนี้ใช่มั้ยล่ะ"

เจ้าหนูแม็กกี้หน้าเสียไม่ยอมตอบคำถามและก้มหน้าลง จิมได้โอกาสจึงรีบโน้มน้าวต่อ

"เลิกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งได้แล้วแม็กกี้ คิดตามความเชื่อของตัวเองนั่นแหล่ะ คือสิ่งที่ถูกต้องและเป็นจริงที่สุด"
"หมายความว่า… แม่มีผู้ชายคนอื่นนอกจากคุณทอมหรือฮะ"
"เอ่อ… ก็... คงงั้นมั้ง แต่ผู้ชายคนนั้นแม่นายอาจไม่ได้รักหรือผูกพันด้วย เลยไม่อยากจดจำและไม่อยากให้เป็นพ่อของนาย.."
"เป็นไปได้ยังไง…." หนุ่มน้อยก้มหน้าพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดกับจิมด้วยน้ำเสียงแข็งขึ้น
"แม่ไม่มีวันมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่ได้รักหรอก แม่ไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีสักหน่อย คุณโกหก…"

สีหน้าและแววตาขุ่นเคืองของเด็กชายทำเอาจิมสะดุ้ง เจ้าหนูนี่อารมณ์แปรเปลี่ยนรวดเร็วเหลือเกิน..


ออฟไลน์ DEMON3132

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +170/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #13 เมื่อ18-01-2010 17:49:37 »

เข้ามา  :mc4: ให้เจ๊หมวย และ +1 เป็นกำลังใจให้นะคะ
เป็นสมาชิกบอร์ดเจ๊หมวย สั่งซื้อหนังสือเจ้านายจ๊ะจ๋าอ่านแล้วด้วย
นิยายของเจ๊หมวย สนุกทุกเรื่อง ขอรับรองค่ะ ดีจังจะได้ตามอ่าน
ที่บอร์ดนี้ได้เลย ขอบคุณมากมาย ........... :pig4:

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #14 เมื่อ18-01-2010 17:55:31 »

"เอ่อ.. ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น เอาเป็นว่าใครเป็นพ่อของนายฉันไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าไม่ใช่ทอมแน่"

เด็กชายนั่งสวมกอดกระเป๋าเป้ไว้แน่นเหมือนมีของรักของหวงอยู่ในนั้น

"ถ้าไม่ใช่คุณทอมแล้วเป็นใคร… ผมจะกลายเป็นลูกไม่มีพ่ออย่างที่คนอื่นเข้าใจเหรอ.." เด็กชายกล่าวเบาๆ เหมือนรำพึงกับตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาแข็งกร้าวกับจิมอีกครั้ง
"ไม่… ผมไม่เชื่อคุณ ผมเชื่อแม่ แม่ไม่โกหกผมหรอก"
จิมส่ายหน้าและถอนหายใจเฮือก ตี 2 ครึ่งแล้วเขายังกล่อมเจ้าหนูไม่สำเร็จ
"นี่.. ฟังนะไอ้หนู ฉันเกือบจะหมดความอดทนแล้ว ถ้านายอยากจะเชื่อก็เชื่อไป จะมาพิสูจน์หาความจริงทำไมอีก"
"ก็… เวลาที่ผมนึกถึงพ่อจะได้นึกถึงถูกคน ไม่หลงคิดว่าคนอื่นเป็นพ่อตัวเอง ถ้าไม่ใช่.. ผมจะได้ทำใจยอมรับว่าไม่มีพ่อจริงๆ แล้วผมก็จะได้ลืมคุณทอมไปจากความทรงจำของผมด้วย"

ให้ตายเถอะ!… เหตุผลซื่อๆ ของเด็กชายเล่นเอาจิมสะท้านในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้ายังขืนนั่งคุยต่อเขาคงจะใจอ่อนลงแน่ และคนที่ถูกโน้มน้าวด้วยคำพูดน่าจะเป็นเขาเองมากกว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องใช้ไม้แข็งและเด็ดขาดแล้ว

"ฟังนะไอ้หนู.. นายมีเหตุผลของนาย..ฉันมีเหตุผลของฉัน ฉันไม่มีทางให้ ทอมพิสูจน์เรื่องบ้าๆนี้กับนาย เพราะฉะนั้นกลับบ้านไปซะ ฉันจะให้เงินค่ารถกลับ"
"ไม่.. ผมไม่กลับจนกว่าจะได้พิสูจน์ ทำไมพวกคุณต้องกลัวความจริงด้วย"
เด็กชายลอยหน้าลอยตาพูดทำเอาจิมเหลืออด ความรู้สึกสงสารเมื่อครู่เลือนหายไปสิ้น เขาคว้าแขนเด็กชายฉุดลุกขึ้นยืน
"นายไม่มีทางได้พิสูจน์ความจริงอะไรทั้งนั้น ฉันพยายามพูดดีกับนายแล้วนะไอ้หนู กะว่าจะให้นั่งหรือนอนพักจนถึงเช้าแล้วให้เอ๊ดดี้ไปส่งที่ท่ารถ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว"
จิมดึงแขนเด็กชายลากตัวลงจากระเบียงบ้านตรงไปที่ประตู
"ไม่นะ.. ผมไม่ไป.. ปล่อย… ปล่อยนะ ผมอุตส่าห์มาหาคุณทอมถึงบ้านเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต รู้งี้ไปหาหนังสือพิมพ์เหมือนดาราคนอื่นๆ ดีกว่า"

ร่างสูงชะงักเท้าทันที่ที่ได้ยินคำพูดประโยคสุดท้าย นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนูผู้นี้จะมีความคิดสุดแสบขนาดนี้ มือใหญ่จับลำแขนเล็กสองข้างของเด็กชายเขย่าและกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบ เพราะไม่ใช่เวลาที่จะตะโกนด้วยอารมณ์โกรธได้

"ว่าไงนะไอ้หนู... พูดอีกทีซิ แกกล้าทำอย่างที่พูดเหรอ" จิมเปลี่ยนสรรพนามเรียกเด็กชายโดยไม่รู้ตัว

"คุณคิดว่าผมกล้ามั้ยล่ะฮะ ถ้าคุณเป็นผมคุณจะกล้ามั้ย"

จิมแทบคลั่งเมื่อเจอคำพูดยอกย้อนซ้ำเข้าให้ เขาปล่อยแขนเด็กชายและยกมือขึ้นเสยผมอย่างแรง สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อระบายอารมณ์โกรธที่ไม่สามารถระเบิดออกมาได้ให้คลายลง

จิมยืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กพาเดินกลับเข้าไป และผลักเจ้าหนูล้มลงที่ระเบียงหน้าตึกตามเดิม

"ฉันไม่สามารถพูดอะไรกับแกต่อได้แล้ว เพราะฉันอาจพลั้งมือบีบคอแกถึงตายได้เหมือนที่คุณทอมทำเมื่อครู่ ฉันจะไปนอนพักสักสองสามชั่วโมงแล้วจะกลับมาคุยใหม่ในตอนเช้า ส่วนแก… จะนอนตรงนี้หรือหามุมไหนในบริเวณบ้านนอนก็ตามใจ แต่เตือนไว้ก่อนนะว่ามีกรงหมาอยู่ด้านหลัง เจ้าร็อตไวเลอร์ฮาร์เวิร์ดจะขย้ำคอแกเอาง่ายๆ เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยฉันขอแนะนำให้แกปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ หรือไม่ก็ปีนออกไปนอนนอกบ้านเลย ราตรีสวัสดิ์ ไอ้หนูแม็กจอมแสบ…"

จิมหันหลังเดินเข้าบ้านและเลื่อนประตูปิดลงกลอน โดยไม่สนใจเด็กชายที่อยู่ในอาการหวาดกลัวเมื่อพูดถึงหมา…



+ + + ส า ย ใย รั ก + + +



“คุณจิมขา.. คุณจิม.. 7 โมงเช้าแล้วค่ะ"
"อืมม์…"

จิมส่งเสียงงัวเงียหนังตายังหนักอึ้งอยู่ เขาเพิ่งจะงีบหลับไปตอนตี 4 กว่าๆ เพราะมัวแต่คิดหาหนทางแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเทพบุตรทอมนายแบบรูปงามของเขา เขาไม่อาจปล่อยให้อนาคตที่กำลังรุ่งโรจน์ของทอมต้องสะดุดลงเพราะเด็กชายวัย 12 ปีคนนี้เด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เขาต้องหยุดความต้องการของเจ้าหนูนี่ให้ได้

"คุณจิมขา.. ตื่นเถอะค่ะ เด็กผู้ชายเมื่อคืนยังอยู่ในบ้านนะคะ แถมยังปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ด้วย เรียกให้ลงมาก็ไม่ยอม บอกว่าจะรอคุยกับคุณจิมต่อค่ะ"

จิมลุกพรวดขึ้นตาสว่างทันทีที่สาวใช้รายงานจบ



+ + + ส า ย ใย รั ก + + +



"ขังหมาไว้แล้วยังจะกลัวอะไรอีก ลงมาซีเจ้าหนู.."

นายเอ๊ดถอนใจเฮือกเมื่อเด็กชายเอาแต่ส่ายหน้า เขาไม่รู้ว่าเจ้าหนูคนนี้ต้องการอะไร แต่สังหรณ์ว่าคงจะนำเรื่องวุ่นวายมาให้เจ้านายไม่มากก็น้อย ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเจ้าหนูถึงระเห็จขึ้นไปอยู่บ้นต้นไม้

"เฮ้อ~  บอกให้ลงมาก็ไม่ลง อ้าว! คุณจิมมาพอดี อรุณสวัสดิ์ครับ คุณจิม"

จิมแหงนหน้าขึ้นมอง ไม่รู้ว่าจะสมน้ำหน้าหรือสงสารดี เมื่อเห็นสภาพของเด็กชายในเวลานี้ นึกไม่ถึงว่าเจ้าหนูสุดแสบผู้นี้จะกลัวหมาเอามากๆ เขาแค่แหย่เล่นเท่านั้นไม่คิดว่าจะปีนขึ้นไปจริงๆ

"อรุณสวัสดิ์ แม็กกี้.. ไง..อากาศข้างบนดีมั้ย"

เด็กชายเอาแต่ส่ายหน้า นายเอ๊ดจึงรีบรายงาน

"ถามอะไรก็ไม่ตอบครับ พูดคำเดียวว่ากลัว... อุตส่าห์ขังเจ้าฮาร์เวิร์ดไว้แล้วก็ยังไม่ยอมลงครับ"

จิมขมวดคิ้วเดินเข้าไปใกล้และเงยหน้าขึ้นมอง เขาไม่เห็นหน้าเด็กชายเพราะเจ้าหนูเงยหน้าขึ้น ไม่รู้ว่าปีนขึ้นไปตอนไหน ความสูงแค่ 4 เมตรแม้จะไม่มากเท่าไร แต่ถ้าพลาดตกลงมาล่ะก็…

"แม็กกี้.. ลงมาได้แล้ว"

เงียบ!!! ไม่มีคำตอบทั้งจากคำพูดและท่าทาง

"เอ๊ดดี้.."

"ครับ คุณจิม"

"มีบันไดหรือเปล่า ปีนขึ้นไปพาเจ้าหนูนั่นลงมา"

"เอ๊ะ! ทำไมล่ะครับ เด็กปีนขึ้นไปเองนะครับ"

"แล้วไงล่ะ ขึ้นเองได้แต่ลงไม่ได้น่ะซี ตัวสั่นยังงั้นไม่ได้กลัวหมาหรอก รีบไปเอาบันไดมา อย่าถามมากความ"

"ครับผม"

จิมอยากจะหัวเราะสมน้ำหน้าศัตรูตัวกะเปี๊ยกของเขาที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก แต่ด้วยวัยที่ต่างกันมาก ตรงหน้าเขาขณะนี้จึงเป็นแค่เด็กชายตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพิษสง และกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเขาซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่า และยังอาวุโสมากพอที่จะเป็นพ่อของเจ้าหนูได้อย่างไม่น่าคลางแคลงใจเท่าทอม แม็คกิลล์ บ๊อสหนุ่มรูปงามของเขา..



 :t2:


namtaan

  • บุคคลทั่วไป
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #15 เมื่อ18-01-2010 18:08:43 »

 :mc4:  ต้อนรับนิยายของเจ๊หมวยจ้า

เรื่องนี้อ่านจบแล้วจากหนังสือของเจ๊หมวย
(เพิ่งอ่านจบตอนวันพ่อที่ผ่านมา ยิ่งเข้าบรรยากาศมากๆ)
ประทับใจสุดๆ อ่านแล้วมีความสุขกับความรักของพ่อลูก และหนุ่มๆในเรื่อง
ยิ่งเรื่องนี้ยิ่งสนุกมากๆค่ะ ประทับใจกับนิยายของเจ๊หมวยทุกเรื่องเลย

บวก 1 แต้มเป็นกำลังใจก่อนค่ะ  :L2:

ปล เจ๊หมวยอย่าลืมแปะกฎของเล้าไว้ที่หน้าแรก ตอนแรกด้วยนะคะ



Little Devil

  • บุคคลทั่วไป
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #16 เมื่อ18-01-2010 20:07:58 »

รับเรื่องใหม่ :L2:
เกิดไรขึ้นกะบ้านโน้น
ไม่ได้เข้าไปนานแล้ว

ออฟไลน์ จุ๊บจิ๊บจ๊ะจ๋า

  • I LOVE MY SMILE
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-4
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #17 เมื่อ18-01-2010 20:19:06 »

 :mc4: :mc4: :mc4:

ต้อนรับเรื่องใหม่


และ

 :o12: :o12: :o12: :o12:


เศร้าตามเด็กอายุสิบสอง

ตอนเลยนะ ต่อตอนต่อไปได้เลย

ออฟไลน์ tatum1234

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 953
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #18 เมื่อ18-01-2010 20:27:22 »

 :m3:กรี๊ดดดนิยายเจ๊หมวย ขอติดตามอ่านด้วยคนนะครับ

 :m23:และขอสารภาพว่ายังไม่ได้สั่งหนังสือของเจ๊หมวยสักเล่มเล่ยครับ

 :o11:ไม่รู้ว่าหมดยัง..ครับ

 o8ถ้ายังละก็..หึหึไม่พลาดแน่ๆครับ

 :oni1:ไปอ่านก่อนดีกว่า..เดี๋ยวอ่านตามไม่ทัน...ฟิ้วววว!!!

ออฟไลน์ kungyung

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1765
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #19 เมื่อ18-01-2010 20:48:20 »

ว้าวววววววววววๆๆเจ้หมวยยยยยยยยย
สนุกอ่ะ
มาต่อไวๆนะครับเจ้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
« ตอบ #19 เมื่อ: 18-01-2010 20:48:20 »





ออฟไลน์ MiTo™

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 854
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #20 เมื่อ19-01-2010 09:24:46 »

ชอบมากมายเลย

สนุกกๆๆๆ


 :o8:

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #21 เมื่อ19-01-2010 10:50:00 »

สาย ใ ย รัก.. บทที่ 2

.."แผนเผด็จศึก"..   :a2:


---------------------------


'ทอม แม็คกิลล์'   (Tomus Mcgill)   นายแบบหนุ่มสุดฮ็อทแห่งปีวัยย่างเข้า 27  เชื้อชาติอเมริกันแต่เกิดและเติบโตที่เมืองไทย  บิดาชาวอเมริกันเป็นอดีตกงศุลใหญ่สหรัฐประจำประเทศไทย มารดาซึ่งเป็นอดีตนางแบบสาวชั้นแนวหน้าก็เป็นลูกครึ่งไทย-แคนาดา ทอมจึงดูเป็นฝรั่งแท้มากกว่าเป็นลูกครึ่ง   

   ...ท่านทูตจอนห์ แม็คกิลล์ และภริยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทิ้งหนุ่มน้อยแม็คกิลล์ซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวไว้ ทอมไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่แต่เพียงลำพังได้  จำต้องจากบ้านแม็คกิลล์ในเมืองไทยไปอยู่กับพี่สาวของบิดาที่แคลิฟอร์เนียและศึกษาต่อที่นั่นเป็นเวลา นานกว่า 7 ปี   

….ทอมเดินทางกลับมาเมืองไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็เข้าสู่วงการนายแบบเลย เพียงปีแรกก็ได้ตำแหน่งนายแบบแห่งปีมาครอง เป็นที่หลงใหลได้ปลื้มของสาวน้อยวัยรุ่นถึงสาวใหญ่ตระกูลไฮโซ ไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในวงการเกย์
ฉายา 'เทพบุตรแห่งเวทีแคทวอล์ค' กับตำแหน่งท๊อปโมเดล 3 สมัยติดต่อกัน ส่งให้ทอม แม็คกิลล์ กำลังจะได้ก้าวขึ้นสู่เวทีนายแบบระดับโลก ซึ่งตำแหน่งสุดยอดนายแบบของโลกคือความฝันสูงสุดของทอมในขณะนี้

….ทอม แม็คกิลล์ เป็นนายแบบที่ฮอทที่สุดในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นนายแบบอิสระที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุด ทอมปฏิเสธโมเดลลิ่งทุกค่ายรับและจัดคิวงานด้วยตัวเองอยู่เกือบปีจนได้มาพบปะกับจิมโดยบังเอิญ

'เจมส์ การ์เซีย' (James Menendes Garcia) หนุ่มเม็กซิกันวัย 35 ปี บิดาและมารดาเป็นชาวเม็กซิกัน แต่มารดามีเชื้อสายไทย - คิวบาอยู่ด้วย ใบหน้าคมเข้มตามเชื้อชาติและดูเป็นหนุ่มลูกครึ่งมากกว่าทอมทั้งๆ ที่มีเชื้อสายไทยแค่ 1 ใน 8

จิมเป็นนายแบบรุ่นพี่ของทอม แต่งานเดินแบบเป็นแค่งานอดิเรก อาชีพหลักเป็นครูฝึกเทควันโด เขาจึงมีรูปร่างกำยำสมส่วนอย่างนักกีฬาและตัวใหญ่กว่าทอมมากทั้งที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อย

….จิมได้รู้จักกับทอมในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งท็อปโมเดลเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาพูดคุยถูกคอกับทอมและยังคบหากันในเวลาต่อมาจนพรรคพวกในวงการประหลาดใจ เนื่องจากทอมไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครสนิทสนมด้วยเกินคนรู้จัก ทอมจึงไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทในวงการเดียวกัน

จิมเห็นแววในตัวทอมและทึ่งในความหล่องดงามไม่มีที่ติ เชื่อว่านายแบบหนุ่มรุ่นน้องผู้นี้จะต้องประสบความสำเร็จตามที่วาดฝันไว้ แต่การไม่เข้าสังกัดโมเดลลิ่งค่ายใดและยังทำงานเพียงลำพังโดยไม่มีผู้ช่วยเช่นนี้ ทอมอาจไปไม่ถึงดวงดาวดังที่ฝัน
จิมอยากช่วยจึงลองออกปากขอทำงานในตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวให้โดยไม่เกี่ยงค่าตอบแทน เขาเตรียมหาเหตุผลมากมายไว้กล่อมหากถูกทอมปฏิเสธ แต่ทอมกลับตอบตกลงในทันทีอย่างคาดไม่ถึง


 o13


จิมชะงักเท้าหน้าประตูยืนทำใจอยู่ชั่วครู่เหมือนเตรียมเข้าสู่สมรภูมิรบ เพราะทันทีที่ย่างก้าวเข้าไปในห้อง ระเบิดต้องลงตรงหน้าเขาแน่นอน ทางเดียวที่จะรอดคือ ต้องรีบหาทางถอดสลักให้ทันก่อนที่จะระเบิด
ทอมครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนโซฟาตัวโปรดด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ จิมเดินอ้อมไปด้านหลังโน้มตัวลงสวมกอด  และกระซิบข้างหูบ๊อสหนุ่มของเขา
"อรุณสวัสดิ์ ทอม.. เพิ่งจะ 2 โมงเช้าเองรีบตื่นทำไม บอกว่าจะปลุกตอนเที่ยงไง พักต่ออีกหน่อยดีกว่าวันนี้นายต้องเหนื่อยทั้งวันเลยนะ"
"ทำไมไอ้เด็กบ้านั่นยังอยู่ในบ้าน"    ทอมเอ่ยประโยคแรกด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนแค่รู้สึกข้องใจธรรมดา แต่จิมรู้ดีว่าประโยคถัดไปจะไม่ใช่น้ำเสียงเดิมแล้ว
"ทำไม!!.. จิม นายบอกว่าจะจัดการเด็กนั่นให้ แล้วทำไมยังปล่อยให้มันอยู่ในบ้านอีก"
ทอมตะคอกใส่ด้วยอารมณ์โกรธ เขานอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืนเพราะกังวลกับเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้น เพิ่งจะหลับสนิทไปเมื่อตอนใกล้สว่างแต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเอะอะที่สนามหน้าบ้าน   เมื่อลุกไปดูกลับพบว่าเด็กชายที่เขาเกลียดขี้หน้าจับใจยังอยู่ในบ้าน หนำซ้ำทั้งจิมและเจ้าเอ็ดดี้ยังพยายามช่วยกันพาเด็กนั่นลงจากต้นไม้ด้วยท่าทีห่วงใย มันทำให้ทอมโกรธจนพูดไม่ออก
"อย่าโมโหซีทอม ฟังฉันอธิบายก่อน"
"ฉันไม่ฟัง ฉันไม่สนใจคำอธิบายของนายทั้งนั้น เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็จัดการให้ไม่ได้ นายยังเป็นผู้จัดการของฉันอยู่หรือเปล่า"
"ไม่เอาน่ะ ทอม.. อย่าโมโหซี ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้น ฉันปล่อยให้เด็กออกไปจากบ้านตอนนี้ไม่ได้"
"ทำไม.. นายก็รู้ว่าฉันเกลียดเด็กนั่น มันกำลังจะทำให้ชีวิตฉันพัง หรือว่านายเชื่อที่มันพูด จิม.. นายเชื่อมันใช่มั้ย นายเชื่อไอ้เด็กผีนั่นใช่มั้ย"
ทอมเขย่าแขนจิม อารมณ์โกรธที่ออกมาพร้อมกับความตื่นกลัวทำให้จิมตกใจจนต้องสวมกอดเทพบุตรของเขาไว้และละล่ำละลั่กปลอบ
"ไม่นะ ทอม.. ไม่ใช่นะ ฉันจะเชื่อเด็กนั่นได้ยังไง ฉันเกลียดเจ้าหนูนั่นยิ่งกว่านายซะอีก ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายชีวิตของนาย เชื่อฉันนะทอม ฉันไม่เคยทำให้นายผิดหวังแม้เพียงสักครั้งเลยไม่ใช่หรือ หือ.."
ทอมคลายอารมณ์โกรธลงก็ซุกหน้ากับอกจิมร้องไห้เหมือนเด็กๆ
"ฉันกลัวอ่ะ จิม.. ฉันไม่อยากเห็นหน้าเด็กนั่น ทำไมถึงไล่มันไปไม่ได้"
จิมเงยหน้าทอมขึ้นและเช็ดน้ำตาให้
"อย่าร้องไห้ซี.. มีฉันอยู่ข้างๆ ยังจะกลัวอะไรอีก ฟังนะ ทอม.. เด็กนั่นเข้ามาหาเราในบ้านก็ดีแล้ว ถ้าไปหาหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่นๆ เราจะยิ่งเดือดร้อน"
ดวงตาคู่สวยของเทพบุตรทอมเบิกโพลง เหตุการณ์ที่จิมหยิบยกขึ้นรุนแรงและเลวร้ายมากในความรู้สึกของเขา ทอมอ้าปากจะโวยก็ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้
"เราจะไม่ใล่เด็กนั่นออกไปจากบ้านในเวลานี้ ฉันมีแผนที่จะให้ไอ้หนูแม็กกี้เป็นฝ่ายขอลาจากไปเองโดยไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความจริงอะไรทั้งนั้น
ฉันจะทำให้เด็กนั่นออกไปจากชีวิตของนายโดยไม่หวนกลับมาอีกเลย เชื่อฉันซีทอม.."

จิมปล่อยมือจากปากเปลี่ยนเป็นบีบนวดที่ขมับและเสยผมทอมไปมา เขาทำเช่นนี้ทุกครั้งที่ทอมเริ่มเครียดและเหนื่อยจากงาน มันทำให้ทอมรู้สึกผ่อนคลายจนบางครั้งผล็อยหลับไปเลย

...สัมผัสที่ได้รับทำให้ทอมผ่อนคลายความรู้สึกลง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ต้องการสนิทสนมกับใคร เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ เวลาโกรธมากๆ บางครั้งควบคุมตัวเองไม่ได้...

จิมเป็นคนเดียวที่ไม่เคยตกใจกลัวหรือหนีห่างเขาเหมือนคนอื่นๆ แต่จะรีบเข้ามาสวมกอดและปลอบโยนจนเขารู้สึกดีขึ้น   หลายครั้งที่เขารู้สึกตัวเมื่ออารมณ์สงบลงและพบว่าเขาทำจิมบาดเจ็บ เขาได้แต่บอกว่าเสียใจและขอโทษในขณะที่จิมก็เอาแต่พูดประโยคเดิมทีเล่นทีจริงทุกครั้งว่า

“ไม่ต้องขอโทษครับบ๊อส.. ผมเป็นผู้จัดการของคุณ ถ้าจัดการให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจไม่ได้ ผมจะทำงานให้คุณได้ยังไง”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2010 11:05:45 โดย j-muay »

ออฟไลน์ MiTo™

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 854
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #22 เมื่อ19-01-2010 11:11:50 »

ทำไม ผมอ่านแล้วรู้สึกเกลียด

คุณทอม กับคุณจิม อ่าครับ

มีใครรู้สึกเกลียด แบบผมรึป่าวหว่า


เกลียดมานนนนนน รังแกเด็ก!!!!

 :fire: :angry2:


อ๊ากก!!!  :z6:

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #23 เมื่อ19-01-2010 11:19:28 »

อะไรกันจ๊ะ

แค่บทแรกก็เกลียดกันแล้วเหรอ

อย่างนี้เจ๊หมวยก็ไม่กล้าโพสต่อดิ


 :เฮ้อ:

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #24 เมื่อ19-01-2010 11:21:36 »

“ขอโทษนะจิม ฉันงี่เง่ากับนายอีกแล้ว”
“อย่าว่าตัวเองแบบนี้ซี.. ฉันไม่อยากเห็นนายโกรธ มันทำให้เครียดและเสียสุขภาพรู้มั้ย”
“ฉันรักนาย จิม.. นายเป็นพี่ชายที่แสนดีของฉัน” คำพูดของทอมทำให้หัวใจของจิมพองโตและวูบลงในทันทีเช่นกัน
“นายมีแผนจะจัดการเด็กนั่นยังไงหรือ จิม..”
จิมฉุดทอมลุกขึ้นจากโซฟาพาเดินมานั่งที่เตียง
“ฉันมีแผนอยู่ในหัวแล้ว ทอม.. แต่ก่อนที่เราจะคุยกันเรื่องแผนการกำจัดเด็กนั่น นายต้องตอบคำถามฉันก่อน เพราะคำตอบของนายจะทำให้ฉันเลือกใช้แผนได้ถูก”
“ถามอะไรเหรอ..”
จิมรั้งทอมนอนลงบนตัก
“หลังตอบคำถามของฉันแล้ว ฉันอยากให้นายหลับต่ออีกสัก 2 - 3 ชั่วโมง โอเค...”
“แต่ฉันไม่ง่วง แล้วก็นอนไม่หลับหรอก”
“แต่นายต้องนอน ทอม.. นายไปแคทวอล์ค 3 งานติดต่อกันโดยไม่นอนไม่ได้” จิมไม่พูดเปล่าเริ่มกล่อมอีกฝ่ายด้วยมือ
ทอมเองอยู่ในสภาพที่อ่อนล้าทั้งใจและกาย สัมผัสที่ได้รับทำให้เขารู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้นในทันที
“ตกลง.. นายจะถามอะไรล่ะ”
จิมชั่งใจอยู่ชั่วครู่ และเตรียมพร้อมที่จะรับอารมณ์โกรธที่อาจจะเกิดขึ้นอีก
“เรื่องที่เด็กเล่าเกี่ยวกับแม่ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนายกับเธอคืนนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”
ทอมหน้าเสียลงทันทีที่ได้ยินคำถาม ลุกพรวดขึ้นนั่งทันที
“ไม่.. ฉันไม่รู้ ฉันจำไม่ได้ ทำไมนายต้องถามเรื่องนี้ด้วย”
“ไม่เอาน่าทอม.. อย่าหนีความจริงซี มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เด็กวัยรุ่นชายหญิงจะมีเซ็กซ์กัน ผู้ชายทุกคนต้องผ่านเรื่องนี้มาแล้วทั้งนั้น
รู้อะไรมั้ยทอม.. ฉันมีเซ็กซ์กับผู้หญิงครั้งแรกตอนอายุ 16 มากกว่านายแค่ 2 ปี ไม่เห็นรู้สึกผิดหรือต้องอายใครเลย”
“มากกว่าแค่ปีเดียวก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยนายก็ไม่ได้ใช้คำนำหน้าว่าเด็กชาย แล้วนายก็ไม่ได้เจออย่างที่ฉันเจอ  จู่ๆ ลูกของผู้หญิงที่เราเคยมีอะไรด้วยในตอนเด็กก็ตรงเข้ามาประจานเรื่องการมีเซ็กซ์ครั้งแรกของฉัน
หนำซ้ำยังจะมาขอพิสูจน์เรื่องบ้าๆ บ้อๆ อีก ถ้าเป็นนายล่ะ จิม.. นายรับไหวเหรอ..”
“นายไม่ต้องรับอะไรทั้งนั้น ทอม.. บอกแล้วไงว่าฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง แค่ฉันรู้ว่าเด็กนั่นพูดจริงไม่ได้โกหกก็พอแล้ว ฟังนะ ทอม.. สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กผู้ชาย เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าเป็นความผิดอีก”
“ฉันไม่ได้รู้สึกผิดที่มีอะไรกับเธอในคืนนั้น แต่เรื่องที่เด็กนั่นพูดมา... เรื่องที่เธอยืนยันกับลูกว่าฉันเป็น.....”
ทอมอยู่ในอาการสั่นอีกครั้งด้วยความกลัว
“เป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย จิมมี่... เธอโกหกใช่มั้ย ตอนนั้นฉันอายุแค่ 14 เองนะ ถ้าเป็นเรื่องจริงฉันจะทำยังไง ฉันเป็นพ่อเด็กโตขนาดนี้ไม่ได้หรอก ช่วยฉันด้วยจิม.. ฉันกลัวอ่ะ...”

…ให้ตายเถอะ! สิ่งที่ทอมกังวลอยู่ในใจ คือเรื่องเป็นพ่อเด็กโตขนาดเจ้าหนูนั่นไม่ได้… ไม่ได้ห่วงอนาคตและชื่อเสียงของตัวเองหรอกหรือ...

“ไม่ต้องกลัว ทอม.. ไม่ต้องกลัว ระหว่างนายกับเด็กนั่นไม่มีทางเป็นเรื่องจริงไปได้เลย ไม่มีทาง... มันจะจบลงในเร็วๆ นี้ ฉันจะทำทุกวิถีทางให้เด็กนั่นออกไปจากชีวิตนายโดยไม่หวนกลับคืนมาอีกเลย”
“จริงๆ นะ จิม.. นายต้องสัญญานะ”
“จริงซี ทอม.. ฉันให้สัญญา" จิมรั้งทอมลงนอนอีกครั้ง
"ฉันจะจัดการเรื่องนี้แทนโดยที่นายไม่ต้องทำอะไรเลย ถึงเวลาทุกอย่างจะเรียบร้อย นอนพักต่อนะ ทอม.. ไม่ต้องคิดอะไรอีก หลับให้สบาย หลับซะ..”

ทอมยิ้มออก เขาไม่เคยผิดหวังกับคำสัญญาของจิมเลยสักเรื่องเดียว  เมื่อความวิตกกังวลคลายลง ทอมจึงยอมหลับตาลงอย่างว่าง่ายในขณะที่จิมเองแอบลอบถอนใจ

เขาจำเป็นต้องบอกกับทอมว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีโอกาสเป็นไปได้นอกเสียจากว่า... แม่ของเจ้าหนูแม็กกี้จะมีใครอื่นนอกจากทอม

.... ผมเชื่อแม่... แม่ไม่โกหกผมหรอก แม่ไม่มีทางมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก แม่ไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีซะหน่อย .....

.... เสียใจด้วยนะไอ้หนู ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง คำตอบที่นายจะได้รับกลับไปคือไม่ใช่ และนายก็จะกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อทันที
นายเลือกเองนะ แม็กกี้.. ช่วยไม่ได้ ฉันไม่ปล่อยให้ทอมเจ็บปวดเพราะนายแน่.....

จิมขยับศีรษะทอมนอนลงบนหมอนเมื่อรู้สึกว่าเทพบุตรของเขาผล็อยหลับไปแล้ว แสดงว่าทอมสบายใจและหยุดความคิดวุ่นวายในหัวสมองลงแล้ว

จิมอดพิศความงามของใบหน้าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ จ้องมองเท่าไรก็ไม่เคยเบื่อเลย ทั้งคิ้ว ตา จมูกและปาก ถูกสรรค์สร้างมาได้อย่างงดงาม และไม่ใช่แค่เพียงใบหน้าเท่านั้นที่ตรึงใจผู้ที่ได้พบเห็น

รูปร่างของทอมงามสมส่วนอย่างชายชาตรีโดยแท้ สมแล้วที่ตำแหน่งสุดยอดนายแบบจะตกเป็นของทอมมาถึง 3 ปีซ้อน ยังไม่มีนายแบบหน้าใหม่คนไหนแย่งชิงความสุดยอดของทอมไปได้

แต่ก็เถอะ... ด้วยวัยที่มากขึ้นอีกไม่นานก็จะต้องมีใครมาแทนที่ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นเขาต้องพาทอมเดินไปสู่เส้นทางยอดนายแบบอินเตอร์  ซึ่งเขาเชื่อว่าทอมสามารถไปถึงตำแหน่งสูงสุดได้

…อีกครั้งเช่นกันที่จิมแอบจุมพิตชายหนุ่มในดวงใจของเขา  เริ่มจากหน้าผากเบาๆ ลงมาที่จมูกก่อนจะชะงักที่ริมฝีปาก

“จูบซีจิม.. ฉันอนุญาต”
จิมสะดุ้งเมื่อริมฝีปากงามได้รูปเอื้อนเอ่ยวาจาเชิญชวนทั้งๆ ที่ดวงตาทั้งคู่ยังปิดสนิท
“แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยนอกเหนือจากจูบ”
ประโยคถัดมาทำเอาจิมอึ้งไปและรีบผละออกทันที

ทอมปรือตาขึ้นและส่งยิ้มหวานให้ทำเอาจิมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้างามตรงหน้าช่างมีเสน่ห์ยั่วยวนชวนให้อยากลิ้มรสความหอมหวานของริมฝีปากบางสวยตามคำเชื้อเชิญเหลือเกิน  แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอยากกก…ขนาดไหน เขาก็ไม่มีวันหลงกลรับปากให้สัญญาหรอก…
 
“ขอบใจนะทอม.. แต่ฉันไม่...”

ทอมเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจ หัวเราะในลำคอและหลับตาลงพึมพำเบาๆ
“เห็นป้วนเปี้ยนอยู่ที่ปากฉันหลายครั้งแล้ว ก็แค่อยากตอบแทนให้นายสมหวังบ้าง ไม่เอาก็ตามใจ ห้ามมาลักจูบฉันตอนหลับก็แล้วกัน”

จิมหัวเราะในลำคอ   .... ที่ฉันไม่.. ไม่ใช่ไม่จูบนะ แต่ฉันไม่สัญญาต่างหาก ฉันไม่ผูกมัดตัวเองกับเรื่องที่ฉันทำไม่ได้หรอกทอม.. สำหรับเรื่องจูบ  ยังมีเวลาอีกเยอะ ฉันจะรอจนกว่านายจะใจอ่อนและยอมให้โดยไม่มีเงื่อนไข ....


 o18

ออฟไลน์ j-muay

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-8
    • Daddy's Home
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #25 เมื่อ19-01-2010 11:36:32 »

"พร้อมหรือยังแม็กกี้.. ถ้าพร้อม เรามาคุยกันได้แล้ว"
จิมให้เด็กชายพักอยู่หนึ่งวันและเรียกตัวมาคุยเพื่อตกลงเงื่อนไขในวันรุ่งขึ้น
"ผมพร้อมแล้วครับ เอ่อ.. แล้วคุณทอมล่ะครับ"
เด็กชายถามหาทอม เพราะเห็นมีเพียงจิมคนเดียวนั่งอยู่
"คุณทอมยังไม่ตื่น ฉันจะคุยและตกลงกับนายเอง ทุกเรื่องที่ฉันตัดสินใจคือความต้องการของทอมทั้งหมด"
"แต่ผมอยากให้คุณทอมอยู่ฟังด้วย ผมจะไม่คุยกับคุณสองคน ผมจะรอให้คุณทอมตื่นก่อน"
จิมถอนใจเฮือก คุยกับเจ้าหนูนี่ทีไรเลือดขึ้นหน้าทุกที
"นายนี่ท่าทางจะเป็นเด็กดื้อนะ แม็กกี้.. ถ้าเป็นลูกเป็นหลานฉัน ฉันจะจับตีก้นให้ลายเลย"
"ผมยอมให้คุณตี ถ้าคุณคุยกับคุณทอมให้ยอมพิสูจน์ความจริงกับผม"
จิมทั้งฉุนทั้งขำที่จู่ๆ เด็กชายก็หาทางให้เขาเป็นพวกด้วย และในที่สุดทอมก็ต้องมาร่วมนั่งฟังข้อตกลง แม้ว่าจะไม่ชอบและไม่อยากเห็นหน้าเด็กชาย แต่เพราะจิมขอร้องและบอกให้เข้ามานั่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร คอยเออออตามที่เขาพูดก็พอ
"ฟังนะ แม็กกี้.. ก่อนที่นายจะขอพิสูจน์ความจริงกับคุณทอม นายต้องพิสูจน์ตัวเองให้คุณทอมเห็นก่อนว่านายมีความตั้งใจและความอดทนมากแค่ไหน ที่จะเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงที่นายต้องการ"
จิมหยุดพูดเมื่อเห็นเด็กชายเอาแต่จ้องมองทอมแทนที่จะมองหน้าเขาซึ่งเป็นคนพูด
"เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า แม็กกี้.."
"เข้าใจครับ คุณอยากทดสอบความอดทนของผม"
"ถูกต้อง เข้าใจง่ายดีนี่ เฮ้!.. ช่วยมองหน้าฉันเวลาคุยได้ไหม ไอ้หนู.."
"มันเป็นการตกลงระหว่างผมกับคุณทอม คุณแค่พูดแทนคุณทอมไม่ใช่หรือครับ"
จิมอึ้งกับคำพูดของเด็กชายและพยักหน้าให้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ทอมกลับส่งสายตาแข็งกร้าวแสดงความไม่พอใจใส่ก่อนจะเมินหน้าหนีอย่างไม่ใยดี ทำเอาหนุ่มน้อยหน้าเสียรีบก้มหน้าลงไม่กล้าเงยขึ้นสบตากับทอมอีก
จิมรีบสรุปเรื่องก่อนที่ทอมจะหมดความอดทน
"เอาล่ะ ! เข้าใจจุดประสงค์ของเราก็ดีแล้ว ระยะเวลาที่ต้องการทดสอบคือ 2 เดือน คุณทอมจะให้นายพักอยู่ที่นี่ ถ้านายสามารถอยู่ครบกำหนด คุณทอมยินดีให้นายพิสูจน์ความจริง"
"ผมตกลงครับ" เด็กชายรีบตอบรับทันที่โดยไม่เสียเวลาคิด
"เฮ้!.. ทำไมตกลงง่ายจัง ไม่ถามหรือว่านายต้องทำอะไรบ้าง"
"ทำทุกอย่างที่คุณสั่งใช่มั้ยครับ"
"ก็…ทำนองนั้นล่ะ รับรองว่าไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับเด็กอย่างนาย แค่งานในบ้านธรรมดาแต่อาจจะเหนื่อยหน่อยเท่านั้นเอง คิดว่ารับไหวหรือเปล่าล่ะ แม็กกี้.."
"ไหวครับ"

เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตากับจิม น้ำใสเอ่อรื้นดวงตาคู่สวย จิมใจหายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อนกลับนึกเงื่อนไขเด็ดๆ ขึ้นมาได้อีก

"ดีมาก คราวนี้มาฟังกติกากันหน่อย นายต้องทำงานที่ฉันหรือคุณทอมสั่งให้สำเร็จลุล่วงทุกครั้ง  โดยไม่มีสิทธิปฏิเสธว่าไม่… หรือต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น  และไม่ว่าจะเหนื่อยหรือลำบากขนาดไหน อย่าบ่นหรือร้องไห้ให้ฉันหรือคุณทอมเห็น นายมีสิทธิที่จะไม่ทำหรือขอหยุดก็ได้ แต่เมื่อไรที่หยุดหมายถึงนายแพ้ และนั่นหมายถึงจบเกมการทดสอบ   นายต้องยอมจากไปโดยไม่ร้องขอพิสูจน์ความจริงใดๆ อีก คุณทอมจะให้เงินนายเป็นค่าใช้จ่ายและค่ารถกลับบ้าน"

เด็กชายนั่งนิ่งฟังโดยไม่มีข้อโต้แย้ง และเมื่อจิมกล่าวจบก็ย้ำถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
"แต่ถ้าผมอดทนอยู่จนครบ 2 เดือน คุณทอมจะยินดีพิสูจน์ความจริงกับผมใช่มั้ยครับ"
จิมเห็นสีหน้าทอมยังไม่สบอารมณ์อยู่ ก็รีบกล่าวตอบเด็กชายทันที
"แน่นอน  แต่หลังจากพิสูจน์แล้วไม่ว่าผลจะออกมายังไง นายแค่ต้องการรู้ว่าที่แม่นายพูดมาจริงหรือเปล่า และยอมจากไปแต่โดยดีโดยไม่หวังอะไรเช่นกัน"

…ให้ตายเถอะ !.. คำว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก แว่บเข้ามาในความรู้สึกของจิม อย่างฉับพลัน เขากำลังเอาเปรียบเด็กชายทุกวิถีทาง ช่วยไม่ได้นี่.. เขาทำตามหน้าที่ เขาต้องปกป้องชื่อเสียงของทอม แม็คกิลล์…

จิมรู้สึกอึ้งเมื่อสีหน้าเจ้าหนูแสดงความยินดี คงไม่รู้สึกว่าถูกเขาเอาเปรียบ จึงยิ้มให้พร้อมๆ กับอาการดีใจ

"ครับ ผมสัญญาว่าจะไปทันที และจะไม่กลับมาให้คุณทอมเห็นหน้าอีก"

จิมพยักหน้าหงึกๆ จนนาทีนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเจ้าหนูแม็กกิลล์ต้องการรู้ความจริงเพียงเพื่อให้ตัวเองนึกถึงหน้าพ่อถูกคนเท่านั้น  จะยังไงก็ช่างเถอะ เขาจำเป็นต้องหาทางเลี่ยงไว้ก่อน ไม่พิสูจน์ได้จะเป็นการดีที่สุดสำหรับทอม

"OK.. ถ้ายังงั้นเราจับมือรับข้อตกลงกันหน่อยดีมั้ย"
จิมยื่นมือให้แต่เด็กชายกลับทำตาปริบๆ มองหน้าจิมและมือสลับกันก่อนจะชำเลืองแว่บไปที่ทอมและก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไรและไม่ยอมยื่นมือมาจับด้วย
จิมส่ายหน้าอยากจะหัวเราะ แต่เขาต้องอยู่ในอาการสำรวมเพราะกำลังทำหน้าที่สำคัญ
"OK.." จิมชักมือกลับและหันไปหาทอมซึ่งนั่งทำหน้าเบื่ออยู่
"จับมือตกลงกับเจ้าหนูแม็กหน่อยครับ คุณทอม"
ทอมขมวดคิ้ว เริ่มออกอาการหงุดหงิด ไม่พอใจความเรื่องมากของจิม แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้รีบยื่นมือออกไปด้วยความเต็มใจ
"เอาล่ะ แม็กกี้.. อยากจับมือตกลงกับคุณทอมอย่างลูกผู้ชายมั้ย"
หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้น ยิ้มดีใจเมื่อเห็นมือของทอมยื่นออกมาคอยอยู่ รีบยื่นมือของตัวเองสัมผัสมือของทอมทันที
"ยินดีต้อนรับ แม็คกิลล์ สแตนลีย์ "
ทอมส่งยิ้มหวานให้เด็กชายและกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงเรียบ  เด็กชายยิ้มตอบก็จริงแต่สีหน้าของเจ้าหนู ทำให้จิมรู้ในทันทีว่าถูกทอมทดสอบความอดทนเข้าให้แล้ว
"ปล่อยมือได้แล้ว ทอม.." จิมกล่าวกระซิบกับทอมเมื่อเห็นว่าหยอกเล่นพอแล้ว
"เดี๋ยวซี จะรีบปล่อยไปไหน ไม่มีใครที่ได้จับมือกับทอม แม็คกิลล์แล้วอยากจะปล่อยมือง่ายๆ หรอกนะ จริงมั้ย แม็กกี้.."

ทอมระบายยิ้มขณะพูดพร้อมกับออกแรงบีบมือเล็กที่อยู่ในอุ้งมือเขาหนักขึ้น สีหน้าเจ็บปวดของเจ้าหนูทำให้จิมต้องจับมือทอมไว้พยายามแยกออก

"ปล่อยมือเด็กทอม.. พอแล้ว..  ปล่อยได้แล้ว"

ทอมปล่อยมือเด็กชายพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจที่ได้แกล้ง จิมส่ายหน้าเหนื่อยใจกับเทพบุตรสุดรักของเขา ที่เริ่มแผนการเผด็จศึกก่อนโดยไม่ทันให้เจ้าหนูได้ตั้งตัว…..



 o13



TBC >>>

ออฟไลน์ MiTo™

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 854
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #26 เมื่อ19-01-2010 11:59:35 »

อะไรกันจ๊ะ

แค่บทแรกก็เกลียดกันแล้วเหรอ

อย่างนี้เจ๊หมวยก็ไม่กล้าโพสต่อดิ


 :เฮ้อ:

เค้าเกลียด ทอมกับจิม  ก็ดูดิรวมหัวกันแกล้งเด็กอ่า  :m16:

แต่ ชอบ J-muay นะก๊าบบบ  :L2:

เป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #27 เมื่อ19-01-2010 12:56:44 »

ยินดีต้อนรับเจ้หมวยครับ

 :L2: :L2: :L2: :L2:

rero

  • บุคคลทั่วไป
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #28 เมื่อ19-01-2010 14:59:18 »

ขอรออ่าน ผู้ใหญ่รังแกเด็กด้วยคน  :serius2:

ออฟไลน์ a_tapha

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +397/-1
Re: [Novel] สายใยรัก by J-muay
«ตอบ #29 เมื่อ19-01-2010 15:22:17 »

รอ   :z2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด