Eternal Sunshine by Sake พี่หมอทิ ♡ น้องข้าวหอม (ข่าวดี!! รวมเล่ม+ตอนพิเศษ P.56)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Eternal Sunshine by Sake พี่หมอทิ ♡ น้องข้าวหอม (ข่าวดี!! รวมเล่ม+ตอนพิเศษ P.56)  (อ่าน 713022 ครั้ง)

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ

เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ

กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน

ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

6.อย่าพูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วย เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


==============================================================

คำเตื่อน นิยายเรื่องนี้ได้ขออนุญาต คุณ sake นำมาลงที่เว็บ thaiboyslove เท่านั้น กรุณาอย่านำไปโพสที่ไหนนะคะ เเละนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเเต่งไม่มีตัวตนจริง อ่านให้สนุกนะจ๊ะ

- Eternal Sunshine 1 -

ท่ามกลางแดดเปรี้ยงตอนเที่ยงวัน เสียงเห่าหอนดังขรมบริเวณหน้าเรือนไทย กำนันสิงห์ซึ่งกำลังเพ่งดูบัญชีลูกหนี้กับไอ้ขันขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นแล้วพยักพเยิดให้ผู้ช่วยวัยละอ่อนลุกขึ้นไปดู ส่วนตัวเองเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ระบายลมหายใจยาว ดึงผ้าขาวม้าพาดไหล่ออกมาพัดโบกคลายร้อน

สำเนียงเสียงเหน่อสุพรรณของไอ้ขันตวาดสุนัขปาวๆ แต่เจ้าสัตว์สี่เท้ายังคงเห่าหอนไม่เลิกจนได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆไล่กวดสุนัขนั่นล่ะ เสียงเห่าแสบหูจึงเงียบลง กำนันกระตุกหนวดโค้งงอนขึ้น นึกไปถึงเจ้าของสุนัขตัวจริงที่ทั้งรักทั้งหลงเจ้าสัตว์หน้าขนนี่ ถ้ามาเห็นไอ้ขันทำกับลูกรักตอนนี้ได้ถูกเตะเป็นแน่แท้

“กำนัน”

เสียงไอ้ขันตะโกนเรียกลากยาวมาแต่หัวบันได กำนันสิงห์จึงต้องชะโงกหน้าเหลียวมอง

“ดูมันๆ”

กำนันบ่นกับท่าทางล้นเกินพอดีของเด็กหนุ่มรุ่นลูก ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับบุตรชายคนเล็กมาแต่เด็กๆ จนกลายเป็นลูกสมุนหมายเลขหนึ่งไปโดยปริยาย แต่วันนี้ไม่ได้ตามติดลูกพี่มัน เพราะให้อยู่ช่วยอ่านรายชื่อในสมุดคุมลูกหนี้ เลยนั่งเงียบหน้าเป็นตูด อดไปออกลายเล่นพิเรนทร์ๆอย่างเคย

“ใครมาวะไอ้ขัน แหกปากเรียกซะลั่นเรือน”

“เขาบอกว่าเขาชื่อนิภา มาเยี่ยมพ่อกำนัน ฉันเลยให้เขานั่งรอที่โต๊ะรับแขกใต้ถุนเรือน”

ไอ้ขันรายงานเสร็จก็ยืนคอยกำนันจะสั่งให้มันทำอะไรต่ออย่างเคย

“แม่นิภา”

เสียงกำนันพึมพำทบทวนความจำครู่เดียวก็ลุกจากเก้าอี้ สาวเท้าออกไปริมระเบียงกว้างมองเห็นรถยุโรปคันโตสีดำขลับจอดนิ่งสนิทใต้ต้นมะม่วงใหญ่

“เอ็งไปเชิญเขาขึ้นมาบนเรือนไป แล้วหาน้ำหาท่ามาให้แม่นิภาด้วย...เออ มาคนเดียวหรือไงวะ”

“มากันสองคน อีกคนเป็นผู้ชายตัวสูงๆ”

“อืม”

กำนันพยักหน้ารับรู้แล้วหันหลังเดินไปนั่งคอยแขก ขณะรอให้เด็กหนุ่มลงไปเชิญแขกเก่าแก่ขึ้นเรือน พลางย้อนนึกถึงอดีต

แม่นิภาที่นานทีปีหนจะได้พบเจอกันซักครั้งตามงานบุญของจังหวัด ด้วยเจ้าตัวอาศัยลงหลักปักฐานอยู่กรุงเทพ แต่ดั้งเดิมก็เป็นลูกหลานคนสุพรรณบุรีเหมือนกัน หากเพราะความยากจนจึงเดินทางไปทำงานในกรุงเทพ จะว่าโชคพาวาสนาส่งหรือยังไง แม่นิภาที่ทำงานอยู่โรงงานทอผ้าเกิดไม่สบายนอนเจ็บอยู่โรงพยาบาล เลยได้เจอกับหมอเจ้าของไข้และชอบพอจนแต่งงานแต่งการ ทั้งยังพ่วงตำแหน่งลูกสะใภ้เจ้าของโรงพยาบาลอีกด้วย ชีวิตที่อัตคัดขัดสนเลยจบลง และคนเคยเกื้อหนุนจุนเจืออย่างตนเองก็พลอยโล่งใจยินดีกับการได้ดิบได้ดีของลูกบ้านไปอีกคน

“คุณ...กำนันให้มาเชิญขึ้นเรือนน่ะ”

ไอ้ขันส่งยิ้มประหม่าให้ชายหญิงที่นั่งรออย่างสำรวม พลางกวาดสายตาตี่ๆของตัวเองสำรวจเนื้อตัวฝ่ายตรงข้าม

อย่างกับหลุดออกมาจากหนังสือผู้ดี ไอ้ขันนึกอยู่ในใจ แล้วเลยมองไปยังสุนัขสามตัวที่ยังป้วนเปี้ยนไม่ห่างจากผู้มาใหม่ ทำให้แขกดูจะระวังตัวแจ

“กัดมั้ยเนี่ย”

เสียงทุ้มรื่นหูดังขึ้นเมื่อบังเอิญไปสบตากับสุนัขตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ สีดำเป็นมัน รูปร่างแข็งแรง แต่ไม่บ่งบอกสายพันธุ์ หากแววตาสีทองเปล่งประกายดุดันและหยิ่งยโสจ้องมองเขาไม่วางตา เหมือนได้เจอศัตรูเก่าแต่ชาติปางก่อน ในขณะที่ตัวสีขาวๆ กับสีน้ำตาลอ่อนทำเพียงแค่คอยสังเกต ชำเลืองมองเป็นระยะๆเท่านั้น

“ไม่กัดนะ ตั้งแต่เก็บมันมาเลี้ยงก็ไม่เคยกัดใคร ฮ้าๆ กลัวมันกัดเหรอ”

ไอ้ขันกระเซ้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวขาวนวลตา รูปหน้าเหลี่ยมเห็นสันกรามรับกับจมูกโด่งเป็นสันชัด หากดวงตากลับทอแสงอ่อนโยนไม่ผิดไปจากสตรีอีกคนที่มาด้วยกัน หรือจะเป็นแม่ลูกกัน?

ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับรู้หากในใจกลับไม่รู้สึกวางใจไปมากกว่าเดิม

มันอาจจะกัดฉันเป็นคนแรกก็ได้นะ ประเดิมเขี้ยวขาวๆของมันนั่นละ!

เมื่อเห็นแขกขึ้นบันไดมา กำนันสิงห์ก็ฉีกยิ้มกว้างจนหนวดกระดก

“แม่นิภา! ขึ้นมาๆ”

สำเนียงเสียงสุพรรณเอ่ยเชิญดังก้อง จนแขกยกมือขึ้นไหว้และนั่งเก้าอี้กันเรียบร้อย จึงตวัดสายตาให้ไอ้ขันที่ยังยืนหัวโด่ลืมหน้าที่ไปเอาน้ำมารับแขก แล้วลอบสังเกตแขกเก่าแก่ด้วยดวงตาอันคมกริบไม่ฝ้าฟาง ผิดกับเส้นผมสีเทาบ่งบอกวัยอันร่วงโรย

“ไปยังไงมายังไงกันล่ะแม่นิภา”

“ก็มาหาพ่อกำนันนี่ล่ะจ้ะ”

นิภายิ้มอ่อนน้อมให้กำนันที่เคยมีบุญคุณล้นเหลือ

“ทิ...ยกกระเช้าให้กำนันสิลูก”

เสียงนุ่มเย็นหันไปบอกบุตรชายยกกระเช้าหนักๆสองกระเช้าวางไว้ใกล้มือกำนัน

“โธ่แม่นิภา...”

มือใหญ่กร้านโบกไปมาปฏิเสธกระเช้าที่บรรจงคัดสรรแต่ของดีมีคุณภาพอัดแน่น แซมด้วยดอกไม้น้อยใหญ่พองาม

“ฉันรู้จ้ะพ่อกำนัน แต่ฉันขอล่ะ รับไว้เถอะนะจ๊ะ เพราะฉันก็ไม่รู้จะหาโอกาสตอบแทนพ่อกำนันได้ยังไง”

เสียงกำนันระบายลมหายใจหนักยาวอย่างไม่เห็นด้วย หากนิภาก็ได้แต่ยิ้มเย็นจนกำนันพยักหน้าเออออ

“แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ สุขสบายดีมั้ย”

“ก็สุขสบายดีจ้ะพ่อกำนัน”

“แล้วนั้นลูกชายรึ”

กำนันพยักพเยิดหน้าไปทางชายหนุ่ม ซึ่งยกยิ้มกว้างเมื่อถูกทัก

“เห็นเมื่อตอนตัวยังกะเปี๊ยก ตอนนั้นแม่เจ้าพามาไหว้กับลูกชายอีกคนหนึ่ง ใช่มั้ยแม่นิภา” กำนันหันไปหาเพื่อนเก่า

“จ้ะ...หลังจากนั้นก็มีคนผู้หญิงอีกคนจ้ะพ่อกำนัน”

“ฮ้าๆก็สามคนเท่าฉันเลยสิ” กำนันหัวเราะลงคอเสียงกังวาน

“แต่ดูจะแก่กว่าเจ้าหอมลูกหลงของฉันโขอยู่นา”

ผู้สูงวัยพินิจพิจารณาชายหนุ่มตรงข้ามแล้วให้นึกนิยมชมชอบกับท่าทีนุ่มนวลชวนมองแลดูสะอาดสะอ้าน แม้จะไม่กำยำลำสันอย่างชาวไร่ชาวสวน แต่ก็รูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามใช่น้อย ทั้งๆที่ผู้เป็นมารดาตัวเล็กกระจิริด คงจะไปทางพ่อล่ะมัง

“จ้ะ น่าก็แก่กว่าเป็นสิบปี เพราะตอนที่ลูกสาวคนเล็กของฉันเกิด น้องข้าวหอมยังไม่เกิดเลยนี่จ๊ะ”

“เจ้าหอมมันเพิ่งจะยี่สิบต้นๆเอง”

กำนันพยักหน้าเห็นด้วยพลางยกชายผ้าขาวม้าปัดไปมาอย่างเคยชิน

“แล้วชื่ออะไรล่ะ”

“ชื่อทิเบตครับพ่อกำนัน เรียก ทิ เฉยๆก็ได้ครับ”

ทิเบตเรียกขานตามมารดา แล้วมองสำรวจเรือนไทยหลังใหญ่โตอย่างทึ่งๆ เพราะสมัยนี้ไม้แพงหูดับตับไหม้ ยิ่งเป็นไม้ฝากระดานแผ่นโตๆกับเสาต้นเบ้อเริ่มอย่างนี้ยิ่งประมาณราคากันไม่ได้เลย ทั้งยังเป็นเรือนไทยทรงโบราณไม่ใช่เรือนไทยประยุกต์ที่มีการใช้คอนกรีตร่วมด้วย ชานเรือนกว้างขวางและมีพาไลยกสูงประมาณหัวเข่าก่อนแยกไปแต่ละห้อง หลังคาหน้าจั่วทรงสูงแบ่งแยกเป็นเรือนหลังย่อยๆชัดเจน ดูเป็นสัดเป็นส่วน แต่ก็เชื่อมทุกเรือนไว้ด้วยกัน ห้องหับคงไม่น้อยกว่าสิบห้อง หากดูเงียบเชียบผิดกับความใหญ่โตของเรือน และที่เขานั่งอยู่ก็คือเรือนไทยหลังน้อยตั้งตระหง่านรับลมอยู่กลางชานเรือนซึ่งทุกห้องสามารถมองเห็นได้

น่าอยู่จริงๆ ชายหนุ่มคิดพลางอมยิ้มกับตัวเอง

กำนันสิงห์ที่มารดาเคยเล่าให้ฟังมานานสองนานแต่ไม่เคยเห็นตัวจริง การพบเจอในวันนี้ถึงได้เข้าใจว่าไม่ต่างอะไรไปจากที่ตัวเองเคยนึกมโนภาพไว้ ชายสูงวัยคาดผ้าขาวม้าที่พุง ท่าทางดุๆควงปืนลูกซองไว้ระเบิดสมองผู้ชายที่มาพัวพันลูกสาวตัวเอง คิดแล้วทิเบตก็อดกลั้นหัวเราะไม่ได้

ก็กำนันสิงห์มีท่าทางนักเลงและดูเถรตรงแบบนั้นเปี๊ยบ ประมาณว่าฆ่าได้แต่หยามไม่ได้แบบนั้นเลย

“ทำงานทำการอะไรกันล่ะ” กำนันสิงห์เอ่ยถาม

“เป็นแพทย์ทางศัลยกรรมอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

ทิเบตตอบสั้นๆโดยละตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาลไว้

“เออๆดีๆ เป็นมดเป็นหมอแบบนี้พ่อแม่จะได้ฝากผีฝากไข้ได้ แต่พ่อเราก็เป็นหมอนี่นะ”

“ครับ”

“แล้วลูกคนอื่นล่ะแม่นิภา ไม่ได้มาด้วยกันรึ” กำนันสิงห์หันไปถามอีกคน

“ติดงานกันหมดล่ะพ่อ คนนี้ก็กว่าจะสะสางงานมาได้ก็ตามแล้วตามอีก”

ผู้เป็นมารดาหันไปค้อนบุตรชายซึ่งยิ้มรับแห้งๆ

“ส่วนลูกชายคนรองก็เป็นหมอเหมือนกันจ้ะ แต่เป็นหมอทางด้านกระดูกอะไรเนี่ยล่ะ ฉันก็เรียกไม่ถูกเหมือนกัน ส่วนผู้หญิงคนเล็กยังเรียนด้านโภชนาการอยู่จ้ะ ว่าจบแล้วก็จะให้มาดูแลโรงพยาบาลในเครือด้วยเหมือนกัน”

“เออ ได้ดิบได้ดีพ่อแม่ก็สบายล่ะนะ”

“ก็ถ้าไม่ได้พ่อกำนันช่วยเหลือฉันไว้เมื่อก่อน ฉันก็คงไม่มีวันนี้หรอกจ้ะ”

นิภานึกไปถึงสมัยที่ยังอดมื้อกินมื้อ ทำนาเท่าไรก็ไม่พอค่ายาค่าปุ๋ย ซ้ำยังถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาจนไม่เหลืออะไร เลยต้องไปกู้เขามากินมาใช้ พอพ่อแม่เจ็บไข้ได้ป่วยไม่รู้จะหันหน้าไปพึงใคร ก็ได้หยิบยืมเงินทองจากกำนันนี่ล่ะถึงรอดตายมาได้ สุดท้ายก็เอาที่นามาจำนองกับกำนันแล้วเอาเงินที่ได้ไปจ่ายหนี้จนหมด ดีกว่าหมดตัวแถมยังมีหนี้สินพะรุงพะรัง หากสุดท้ายจริงๆก็ไม่พ้นต้องให้กำนันยึดที่ดินไปเพราะน้องคนสุดท้องไปติดการพนัน แม้กำนันจะให้โอกาสหาเงินมาคืน แต่ตนเองก็รู้ว่ามันยากเย็นแสนเข็นแค่ไหน จึงตัดใจและไปหางานทำในเมืองกรุงแทน ทว่ากำนันสิงห์ก็ยังทิ้งท้ายไว้ว่า มีเมื่อไรก็มาไถ่คืนไปนะ

นิภาคิดแล้วก็น้ำตารื่นเรื่อ เพราะทุกวันนี้เธอสามารถไถ่ถอนที่ดินทั้งหมดกลับคืนมาได้ โดยกำนันไม่มีบิดพลิ้วคำพูดซักคำ เธอถึงได้ค่อยกำชับสั่งสอนลูกๆให้อย่าลืมบุญคุณของกำนันผู้นี้เป็นอันขาด มีโอกาสก็ให้ตอบแทน เวลาหมู่บ้านมีงานบุญเธอถึงมาไม่ได้ขาด ถ้ามาไม่ได้ก็ส่งปัจจัยมาช่วย ตอนภรรยาของกำนันยังอยู่เธอยังไปมาหาสู่อยู่เนื่องๆ แต่พอภรรยาผู้เป็นที่รักยิ่งของกำนันสิงห์เสียชีวิตลง เธอเองก็ห่างๆไปด้วยภาระทางครอบครัว และเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเองและกำนัน ด้วยเพราะข่าวลือฉันชู้สาวของพวกจิตอกุศลแท้ๆ

“ทุกวันนี้สุขสบายแล้วก็อย่าไปคิดถึงอดีตมันนักเลย ไม่สบายใจไปเปล่าๆ แล้วพ่อทิล่ะ อายุอานามก็ดูไม่น้อย มีหลานให้แม่เขาชื่นใจหรือยังล่ะ”

ท้ายประโยคกำนันสิงห์หันมาคุยกับชายหนุ่ม

“ผมยังไม่ได้แต่งงานครับ แต่หลานนี่คุณแม่มีแล้วครับ”

ทิเบตอมยิ้มกับเสียงหัวเราะไม่มีออมแรงของอีกฝ่าย

“หลานใครล่ะแม่นิภา”

กำนันสิงห์หันไปมองเพื่อนเก่านั่งยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย

“ของเจ้าโรมเขาน่ะ ลูกชายคนรองของฉันเอง นี่ก็มีหลานให้สองคนแล้ว ผู้ชายผู้หญิงอย่างละคนจ้ะ”

“เอ...แล้วเราให้น้องชายแซงหน้าได้ยังไงกันเล่า”

ทิเบตยิ้มน้อยๆกับการหยอกเย้า

“กำลังพยายามหาอยู่ครับ”

คำตอบของทิเบตทำเอากำนันสิงห์หัวเราะชอบใจ

“เออๆ หาก็หาให้มันได้เหมือนแม่เรานั่นล่ะ สาวๆเดี๋ยวนี้พูดจาน่าเวียนหัว บ้านช่องก็ไม่ค่อยจะสนใจดูแล เที่ยวแต่ตะลอนๆ ฉันเห็นล่ะกลุ้มใจ”

“ครับ แต่ที่นี่กว้างขวางจังนะครับ แถมยังไม่ค่อยร้อนด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้ติดแอร์เลย”

ทิเบตเอ่ยชื่นชมเรือนไทยหลังใหญ่ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้รอบๆ

“ก็หลังเรือนไปไม่ไกลมีแม่น้ำไหลผ่านอยู่น่ะพ่อทิ ลมเย็นๆเลยพัดมาทั้งวัน แล้วก็ฝีมือแม่บ้านที่เสียไปนั่นล่ะที่ขยันหาต้นไม้ต้นท่ามาปลูกรอบๆเรือน โน้นแน่ะ...ข้างบ้านมีต้นจำปีต้นเบ้อเริ่มปลูกอยู่ หอมๆทั้งนั้นที่แม่บ้านเขาชอบสรรหามาปลูก”

ทิเบตเพิ่งได้เข้าใจว่ากลิ่นหอมอ่อนๆที่โชยมาตามลมอยู่ตลอดเวลานั้น ไม่ได้รู้สึกไปเองแต่มาจากต้นไม้ที่ปลูกอยู่โดยรอบ

“จะลงไปเดินดูก็ได้นะพ่อทิ เดี๋ยวให้ไอ้ขันไปเป็นเพื่อน...เออ...ว่าแต่มันไปเอาน้ำถึงไหนกัน”

กำนันสิงห์ยืดคอมองไปทางเรือนครัว ก็เห็นเด็กหนุ่มเดินเก้ๆกังๆถือถาดแก้วน้ำตรงมาหา

“เอ็งไปเอาน้ำถึงคลองหลังไร่รึไงไอ้ขัน ช้าจนข้านึกว่าเอ็งลอยไปกับน้ำแล้ว”

“ฉันหาแก้วน้ำไม่เจอน่ะพ่อกำนัน” ไอ้ขันยิ้มแห้ง

“แม่ปราณีเขาเก็บไว้ในตู้ไม่ใช่เรอะ”

กำนันเอ่ยไปถึงเพื่อนบ้านคนสนิทที่บางครั้งบางคราวก็กลายเป็นแม่บ้านจำเป็น เนื่องจากบนเรือนนี้มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น

ตู้เป็นสิบ! ไอ้ขันนึกบ่นในใจ แล้วยกน้ำเสิร์ฟแขก

“เดี๋ยวเอ็งไปเป็นเพื่อนพ่อทิเดินเล่นรอบๆเรือนนะ”

ไอ้ขันรีบพยักหน้ารับด้วยดีกว่านั่งหง่าวฟังกำนันคุยกับแขก หรือช่วยทำงานบนเรือนตั้งเยอะ

“ไปเลยมั้ยพ่อกำนัน”

“บ๊ะ!ไอ้นี่ ให้เขากินน้ำกินท่าก่อนสิวะ”

ทิเบตเห็นขันหน้าจ๋อยจึงหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วขอตัวลงมาเดินเล่น ขายาวก้าวตามเด็กหนุ่มที่น่าจะอายุยี่สิบต้นๆลงจากเรือน ความหอมรวยรินที่มาพร้อมสายลมโชยอ่อนระหว่างก้าวลงบันได ริมฝีปากบางจึงหยักโค้งขึ้นพอใจกับบรรยากาศรอบๆตัว ก่อนจะรีบก้าวลงเมื่อเห็นคนที่กำนันเรียกว่าไอ้ขันยืนเงยหน้ามองขึ้นมาอย่างแปลกใจนิดๆในท่าทีของเขา

“มีอะไรหรือคุณ”

“แม่น้ำหลังเรือนนี่อยู่ไกลมั้ยขัน”

ทิเบตชวนคุยในขณะที่เด็กหนุ่มก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นกระตือรือร้นทันที

“ครึ่งกิโลได้” ขันละคำไว้สั้นๆ

“คุณจะไปเหรอ”

ทิเบตส่ายหน้าแม้จะสะดุดหูกับคำพูดห้วนๆ แต่ไม่คิดติดใจเพราะดวงตาใสซื่อของเจ้าตัว

เด็กมันลูกทุ่งได้ใจจริงๆ ก่อนจะย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องที่ถามค้างไว้ เพราะถ้าระยะทางขนาดนั้นคงไว้โอกาสหน้าดีกว่า เดี๋ยวคุณแม่คุยธุระเสร็จแล้วอาจจะกลับกรุงเทพเลยก็ได้ ถึงจะจองโรงแรมเผื่อไว้ก็เถอะ ถ้ายังงั้นก็น่าจะเดินดูแค่สวนรอบๆเรือนนี้ดีกว่า

“ขอเดินดูแถวๆนี้ได้มั้ย”

ชายหนุ่มเอ่ยถามรุ่นน้องอย่างกันเอง ขณะเหลือบไปเห็นสุนัขสามตัวที่เดินป้วนเปี้ยนตีวงเข้ามาใกล้

“ได้ แล้วอยากดูอะไรล่ะ แถวนี้มีแต่ต้นกล้วยต้นมะม่วงทั้งนั้น แต่ถ้าเดินลัดสวนไปอีกหน่อยเขากำลังงมแห้วกัน อยากไปดูมั้ย”

“เอาสิ”

ทิเบตพยักหน้าให้ขันเดินนำ ขณะที่ตัวเองก็พยายามเดินใกล้ๆอีกฝ่ายไว้ ด้วยสายตาโหดๆของสุนัขขนดำ ทำเอาเขาเสียวน่องตัวเองวูบๆ

พอเด็กหนุ่มเริ่มเดินนำ บรรดาสุนัขสามตัวก็พลอยเดินตาม จนต้องหันมาเอ็ดเสียงดัง

“ไอ้โก๊ะ โจ๋น้อย หมูอ้วน ไม่ต้องตามไปเลยนะ เดี๋ยวเจ้านายเอ็งกลับมาไม่เห็นก็วิ่งหาให้วุ่นอีกหรอก อยู่เฝ้าเรือนเฝ้าพ่อกำนันไปโน้น”

พูดจบก็เดินจ้ำเอาๆ ไม่หันกลับมามองคนไม่คุ้นทางแม้แต่น้อย

ฝ่ายสุนัขสามตัวก็เหมือนจะฟังภาษามนุษย์ออก เพราะมันร้องครางหงิงๆแล้วเดินหางตกกลับไปใต้ถุนเรือนให้ทิเบตนึกขำ หากก็ขำได้ไม่สุดเมื่อไอ้ตัวสีขาวด่างๆกับสีน้ำตาลอ่อนเดินกลับไปนอนใต้ถุนเรือน แต่ไอ้ตัวดำหน้าโหดนี่สิ ยังเดินตามคอยเหลือบมองเขาอยู่เนื่องๆ

เหมือนมันจะคอยสังเกต!

ทิเบตสลัดความคิดพิลึกพิลั่นออกจากสมองแล้วเดินตามเด็กหนุ่มไปอย่างระวังตัวเล็กๆ

ก็ดีกว่ากลับไปนอนฉีดวัคซีนล่ะนะ


........................................................


“กลับมาทีไรบ้านช่องถนนหนทางก็เปลี่ยนไปทุกทีเลยนะจ๊ะพ่อกำนัน ในเมืองก็เห็นมีห้างสรรพสินค้ามาตั้งกันแล้ว”

นิภาเอ่ยตามที่เห็นขณะนั่งรถมา ทั้งๆที่เมื่อก่อนมีแต่ทุ่งนาเต็มสองข้างทาง

“ก็เปลี่ยนไปตามเวลา ไอ้เราก็แก่ลงเรื่อยๆแล้วไงล่ะแม่นิภา”

“จ้ะ”

“แล้วมานี่มาทำธุระ หรือยังไงกันแม่นิภา”

กำนันสิงห์ถามอีกฝ่ายตรงๆ เพราะทุกทีที่เจอ ไม่มาทำบุญก็มาทำธุระ

“ก็มาเยี่ยมกำนันแล้วก็มาขอความช่วยเหลือจากกำนันอีกสักทีน่ะจ้ะ”

“เอา...ว่ามาๆ” กำนันเอ่ยอย่างคนใจคอกว้างขวาง

“คือทางโรงพยาบาลที่สามีฉันทำอยู่เขามีแผนจะมาสร้างโรงพยาบาลในตัวเมืองสุพรรณนี้น่ะจ้ะ เลยจะหาซื้อที่ดินเอาไว้ กำนันกว้างขวางที่นี่ฉันเลยอยากให้กำนันช่วยดูที่ดินให้ซักนิด”

“ยังงั้นรึ จะมาตั้งโรงพยาบาลก็ดีนี่ แต่เป็นโรงพยาบาลเอกชนแบบนี้ชาวบ้านเขาจะสู้กันไว้หรือแม่นิภา ชาวไร่ชาวสวนทั้งนั้น”

นิภายิ้มน้อยๆก่อนจะตอบ “ที่ทำอยู่นี่ราคาไม่สูงหรอกจ้ะ ไม่ได้เน้นตลาดระดับบนมาก เพราะเขามีนโยบายของเขาอยู่ ฉันก็ไม่ได้เข้าไปบริหารในตรงนี้หรอกนะจ๊ะ แต่เท่าที่ไปดูไปเห็นมาก็สมเหตุสมผลอยู่”

“เออๆถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี ดูทำเลไว้แล้วหรือยังล่ะ”

“ก็น่าจะติดในเมืองซักนิด ถ้าเป็นในตัวเมืองราคาที่ดินคงจะสูงมาก เลยถัดออกมาหน่อยก็ได้ แต่ต้องไปมาสะดวก กำนันพอจะแนะนำที่ดินของใครได้บ้างไหมจ๊ะ”

“เอาเยอะไหมล่ะ”

“ก็ซักสิบยี่สิบไร่จ้ะ”

“ถ้าเป็นนอกเมืองออกมาหน่อยของฉันก็มีนะ แต่เก็บไว้ให้ไอ้หอมมัน”

กำนันสิงห์พยายามนึกถึงเจ้าของที่ดินเจ้าอื่นที่ตรงตามที่ต้องการ

“ถ้าถัดไปอีกก็มีทำเลดีๆอยู่นะ แต่ต้องติดต่อหลายเจ้าถึงจะได้ตามที่แม่นิภาต้องการ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้ากำนันจะช่วยติดต่อไว้ให้เดี๋ยวฉันไปหาพวกเขาเองจ้ะ”

“ไม่เป็นไรๆบ้านพวกนี้อยู่ในไร่ในสวน หาทางเข้าลำบากถ้าไม่คุ้นทาง ไว้พรุ่งนี้จะให้ไอ้ขันพาไป”

“ขอบคุณกำนันมากจ้ะ”

“แล้วนี่พักกันที่ไหนล่ะ”

“โรงแรมในเมืองจ้ะ พูดไปก็รู้สึกหดหู่ใจนะจ๊ะ บ้านเกิดตัวเองแท้ๆแต่กลับไม่มีบ้านตัวเอง”

“ก็รับเอาพ่อแม่ไปอยู่ด้วยแล้วนี่นา แล้วที่ทางที่ไถ่ถอนคืนไปก็แบ่งให้พี่ๆน้องๆจนหมด ถ้าอยากมีบ้านอยู่ที่นี่แล้วใครจะเฝ้าบ้านให้ล่ะแม่นิภา”

“ฉันก็คิดอย่างนั้นถึงไม่ได้กลับมาปลูกบ้านปลูกช่อง แต่พอมีโครงการจะสร้างโรงพยาบาล ฉันก็คิดว่าน่าจะปลูกบ้านไว้ที่นี่ซักหลัง เผื่อทิจะได้มาพักด้วย”

“พ่อทิจะมาอยู่ที่นี่?” คิ้วสีเทาเลิกขึ้นถาม

“ก็ไม่เชิงหรอกจ้ะ แต่จะให้เขามาบริหารดูแลสาขาที่นี่”

“แล้วที่กรุงเทพล่ะ เห็นว่ามีหลายสาขาด้วยนี่นา”

“ก็มีพ่อเขาแล้วก็น้องเขาคอยดูอยู่ แต่ก็คงไปๆมาๆล่ะจ้ะ”

“มีลูกขยันๆพ่อแม่ก็เบาแรงล่ะนะ”

“จ้ะ แล้วลูกๆพ่อกำนันไปไหนกันหมดล่ะจ๊ะ คนสุดท้องยังอยู่กับพ่อกำนันนี่ ไม่ได้แยกเรือนไปเหมือนพี่ๆที่แต่งงานไปแล้ว”

“โน้น ฉันให้ไปดูโรงสีข้าว ปานนี้ยังไม่กลับเข้ามาเลย ไอ้ลูกคนนี้มันเฮี้ยวชอบเถลไถลอยู่เรื่อยๆ”

นิภายิ้มให้กลับคำบ่นแบบไม่จริงจังนักของกำนัน ด้วยรู้กิตติศัพท์ว่ากำนันรักลูกหลงคนนี้ขนาดไหน

เพราะเกิดมาได้ไม่กี่ปีผู้เป็นแม่ก็เสียชีวิต กำนันเลยไม่อยากให้ลูกตัวเองรู้สึกขาดความรักจากแม่ เลยทุ่มเททุกอย่างจนเป็นที่ร่ำลือไปหลายคุ้งหลายแคว

“พ่อจ๊ะ ฉันแกงมะรุมมาให้”

เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงรถจักรยานยนต์ดับลงใต้ถุนเรือน คนบนเรือนจึงหันมองหน้ากัน

“คงเป็นอีหนู ”

กำนันสิงห์ลุกขึ้นยืน เวลาเดียวกันกับคนที่เอ่ยถึงเดินขึ้นเรือนมาพอดี

“อ้าว! พ่อมีแขกหรือจ๊ะ ฉันไม่ทันดู เห็นบ้านเงียบๆ”

“น้านิภาไง จำได้ไหมสวย” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามบุตรสาวคนกลาง

ข้าวสวยยกมือไหว้อย่างคนเคยคุ้นแล้วเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆนิภา มือขาวนวลรับไหว้บุตรสาวกำนันสิงห์แล้วพินิจวงหน้านวลเนียนสีน้ำผึ้ง ดวงตาคมซึ้งไปทางมารดา หรือก็คือแม่บัวที่เสียไปแล้ว แต่รูปหน้ากลมมนไปทางพ่อกำนัน

“ได้จ้ะ น้านิภามาธุระแถวนี้หรือจ๊ะ”

“จ้ะ ก็ธุระกับพ่อของข้าวสวยนี่ล่ะ”

“หรือจ๊ะ แล้วหนูมาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย พอดีแกงมะรุมไว้หม้อใหญ่ เลยแบ่งใส่ปิ่นโตมาให้พ่อด้วย”

“ไม่หรอก น้าคุยเสร็จแล้ว อีกสักพักก็จะกลับแล้วล่ะจ้ะ”

“อ้าว! นานๆมาที อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิจ๊ะ จะได้คุยกันนานๆหน่อย เดี๋ยวหนูโชว์ฝีมือมื้อเย็นเอง”

ข้าวสวยวัยสามสิบปลายๆยิ้มคะยั้นคะยอจนผู้เป็นแขกตกลงรับปาก

“แล้วไอ้โชคไปไหนซะล่ะ”

กำนันสิงห์เอ่ยถามถึงสามีของบุตรสาวที่ปล่อยให้เมียขับมอเตอร์ไซด์หิ้วปิ่นโตมาคนเดียว

“พาข้าวปั้นกับข้าวใหม่ไปเล่นน้ำคลอง ฉันเลยหนีมาหาพ่อนี่ล่ะ”

“มาหาพ่อเอ็งถึงกับต้องหนีมาเชียวรึนังสวย”

“ไม่ใช่ยังงั้นหรอกพ่อ แต่ถ้าไม่แอบมาเป็นต้องยกโขยงกันมาทั้งบ้าน แล้วฉันนี่ล่ะจะเหนื่อยเป็นสองเท่า”

“บ๊ะ หลานมันจะมาหาตามันไม่ได้รึไงกันฮึ!”

“ซนใช่หยอกกันทั้งคู่ ไม่ไหวล่ะพ่อ ว่าแต่น้านิภามาคนเดียวหรือจ๊ะ” ตอนท้ายข้าวสวยหันไปถามนิภา

“มากับลูกชายคนโตจ้ะ นี่ลงไปดูสวนเดี๋ยวก็ขึ้นมา”

“อ้อ...หมอทิมาด้วยเหรอจ๊ะ ไม่ได้เห็นหน้าตั้งนานแล้ว”

“จ้า ทำงานกันหมดแล้วก็แบบนี้ล่ะ แต่อีกหน่อยคงได้เจอกันบ่อยๆ”

“ดีเลย แล้วโรมล่ะน้า ไม่มาด้วยกันเหรอจ๊ะ พูดไปเมื่อก่อนก็เคยเล่นด้วยกันเวลาน้าพามางานบุญงานกฐินที่วัด แต่หนูนาคนเล็กนี่เคยเจอไม่กี่หน อายุห่างกันมาก เป็นสิบปีเลยนะจ๊ะที่ไม่ได้เจอ เป็นยังไงกันบ้างไม่รู้ ”

“เจ้าโรมเขาก็ลูกสองแล้วเหมือนกัน แต่ก็สบายดี ไว้ว่างๆน้าจะพาทั้งลูกทั้งหลานมาเล่นที่เรือนกำนันนี่ล่ะ” นิภาสัพยอก

“หาเรื่องให้เรือนฉันพังแล้วมั้ยล่ะแม่นิภา” กำนันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

......................................................................



*** ขออนุญาตแก้ไขคำห้อยท้ายของชื่อเรื่อง เพื่อลดความรุงรังของหัวข้อ  แต่หากผู้แต่งมีเรื่องแจ้งเพิ่มเติม ก็สามารถแก้ไขชื่อเรื่องได้ตามปกติค่ะ
 ทิพย์โมบอร์ดนิยาย

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-06-2012 19:06:35 โดย jeaby@_@ »

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3

ทิเบตเหงื่อซึมเดินตามไอ้ขันไปดูชาวบ้านกำลังงมแห้วขึ้นจากนาที่น้ำยังไม่แห้ง ดูแล้วน่าสนุกแต่คนทำคงไม่สนุกเพราะต้องตากแดดอยู่ในขี้โคลนตลอด หากจมูกโด่งๆกลับสูดกลิ่นดินกลิ่นหญ้าเข้าเต็มปอด รู้สึกโล่งสบาย สมองที่เคยคิดและก็คิดไม่เคยหยุด สะสมความเครียดไว้โดยไม่รู้ตัวได้หยุด และปลดปล่อยออกมา

อะไรที่ทำแล้วยาก ไม่สนุก แสดงว่าเรามาผิดทาง

อยู่ๆเขาก็นึกถึงคำกล่าวของปราชญ์ชาวบ้านคนหนึ่งขึ้นมาได้จากหนังสือหรือทีวีช่องใดช่องหนึ่ง มุมปากคู่สวยยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะเริ่มเข้าใจถึงเจตนาของผู้กล่าวลางๆ

“ขันทำงานกับกำนันมานานแล้วเหรอ”

ทิเบตชวนเด็กหนุ่มคุย พลางเหลือบมองเจ้าสุนัขสีดำตามอยู่ห่างๆ

ตามได้ตามดียังกับเจ้าของสั่งไว้!

“เพิ่งทำงานกับพ่อกำนันได้ไม่กี่ปีหรอก แต่เล่นกับพี่หอมมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว”

ขันตอบไปยกกิ่งไม้เล็กๆที่หักไว้ระหว่างทางขึ้นกวัดแกว่ง

“หอม? ลูกคนเล็กของกำนันน่ะหรือ”

“อืม พี่หอมเป็นลูกหลง ห่างกับพวกพี่ๆเป็นสิบปี”

“แล้ววันนี้ไปไหนเสียล่ะ”

“พ่อกำนันให้ไปดูโรงสีข้าว”

ทิเบตดูคนตอบหน้ามุ่ย ถ้าจะเสียดายที่ไม่ได้ติดตามลูกพี่

“แล้วเราอยู่ที่นี่เลยรึเปล่า”

“บางทีก็อยู่บางทีก็กลับไปนอนบ้าน”

ทิเบตพยักหน้ารับรู้ก่อนจะชวนอีกฝ่ายกลับด้วยระยะทางถัดไปหน่อยเดียวของเด็กหนุ่มเล่นเอาเขาเหงื่อโชก เดินกลับมาจนเห็นหน้าจั่วแหลมสูงร่ำไรก็ได้ยินเสียงครืนๆเหมือนแผ่นดินจะสะเทือน หัวคิ้วขมวดแล้วรีบก้าวตามคนนำหน้าไปยังต้นเสียง

“อะ!”

พอพ้นต้นมะม่วงหนาทึบก็เจอล้อรถไถสูงท่วมหัวอยู่ไม่ห่างทำเอาร่างสูงผงะถอยหลัง จนได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กหนุ่ม ใบหน้าคมคายถึงกับร้อนฉ่า

“พี่หอมกลับมาแล้ว”

ไอ้ขันมองลูกพี่ขับรถไถเข้าไปจอดในโรงเก็บของหลังคาสูงข้างเรือนใหญ่ โดยมีข้าวสารพี่ชายคนโตของข้าวหอมติดรถมาด้วย อีกคันมีไอ้แก้วลูกสมุนอันดับสองขับตามหลังมาพร้อมกับข้าวเม่า เด็กชายอายุประมาณสิบขวบลูกชายของข้าวสารเกาะเบาะคนขับมาด้วยอีกคน

“มาก็เห็นสิไอ้ขัน”

เสียงใสตอบแข่งกับเสียงสุนัขที่เห่าหอนตอนรับการกลับบ้านของเจ้านาย

ข้าวหอมหมั่นไส้กับท่าทางกระดี๊กระด๊าเกิดเหตุของเจ้าลูกสมุนเบอร์หนึ่งที่วันนี้ถูกทิ้งให้อยู่บ้านช่วยงานพ่อกำนัน ขายาวในกางเกงยีนส์สีซีดปีนและกระโดดลงมาจากรถไถคันโต ท่าทางกระฉับกระเฉงอย่างเด็กหนุ่มลูกทุ่ง เป็นที่สนใจของคุณหมอหนุ่ม

ทิเบตดูสุนัขสองตัวกระโดดเข้าเกาะแข้งเกาะขารับเจ้านาย ส่วนเจ้าตัวดำที่คอยตามเขาอยู่นั้น เห็นเด็กหนุ่มเรียกว่าไอ้โก๊ะ ส่งเสียงครางในลำคอแล้วยืนคอยหูลู่หางกระดิกให้เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหา เมื่อจัดการเหวี่ยงไอ้ตัวขาวที่ท่าทางพิเรนทร์ไปห่างๆ แล้วจึงลูบหัวดำๆอย่างรักใคร่

ร่างโปร่งบางผละจากสุนัขเดินเข้ามาใกล้

เหมือนมีกระแสไฟฟ้าโวลต์ต่ำแล่นผ่านหัวใจ แล้วหายลับไปในความมืดสุดลี้ลับอย่างรวดเร็ว

ทิเบตชะงักไปชั่วขณะ

ใบหน้าขาวกระจ่างซับสีเลือดจางๆ กับดวงตาสีดำสดใสสะท้อนแววซุกซนจ้องมองมาทางเขาไม่มีเขินอาย คิ้วบางขมวดสงสัยก่อนจะหันไปหาลูกสมุน

“แขกพ่อเหรอไอ้ขัน”

“จ้ะพี่หอม มาจากกรุงเทพ”

ข้าวหอมหันกลับไปมองชายหนุ่มร่างสูงดูสะอาดสะอ้าน ในแววตาคู่ดำสนิทกำลังบ่งบอกถึงความสนเท่ห์ หากในความมืดดำลึกล้ำนั้นแฝงความเอื้ออารีจนหัวใจเล็กๆอุ่นวาบ

“เออ...มานานแล้วเหรอครับ”

ข้าวหอมเปิดฉากเป็นเจ้าบ้านที่ดีกับผู้มาเยือน โดยมีข้าวสารพี่ชายยืนอยู่ใกล้ๆ

“ครับ มาถึงตอนเที่ยงๆเห็นจะได้”

ทิเบตยิ้มให้กับเด็กหนุ่มที่ทั้งรูปร่างหน้าตาผิดไปจากคนพื้นที่ เวลาพูดกับเขาก็ไม่มีน้ำเสียงติดเหน่อสุพรรณเหมือนเวลาพูดกับลูกสมุน

“แล้ว...คุณ...เจอพ่อยังครับ”

เพราะยังไม่รู้จักชื่อจึงยิ้มอ้ำๆอึ้งๆ หากร่างสูงก็รีบบอกก่อนจะเผลอตัวมองตามรอยยิ้มนั้นเงียบๆ จากนั้นจึงได้รู้จักชื่อเด็กหนุ่มนามว่า ข้าวหอม อย่างเป็นทางการ

“ไปถึงนาแห้วมาแล้ว? แถวนั้นร้อนนะครับ”

ข้าวหอมอุทานเมื่อถามว่าไอ้ขันพาไปชมอะไรมา เพราะระยะทางน่าจะไกลอยู่สำหรับคนในเมืองหลวงที่ไม่ค่อยได้เดินกันซักเท่าไร แค่ห่างกันป้ายรถเมล์เดียวยังไม่คิดจะเดินกันเลย

“ก็ร้อนแต่มีลมพัดตลอดเลยไม่ร้อนมาก”

ทิเบตยิ้มตอบแล้วหันไปมองชายหนุ่มใบหน้าคร้ามแดดอีกคน คะเนอายุแล้วคงมากกว่าตัวเอง และคงจะคือข้าวสารที่เคยเจอตอนเด็กๆไม่กี่หน แต่ก็จำใครไม่ได้แล้ว

รูปร่างกำยำลำสัน ตัดผมเหมือนนักเรียนเตรียมทหารจ้องมองเขาพร้อมๆกับเด็กผู้ชายที่หน้าถอดแบบกันมาอีกคน

“พี่ข้าวสาร พี่ชายของหอมเอง ส่วนเจ้าตัวเล็กนี่ ข้าวเม่า ลูกพี่สารครับ”

ข้าวหอมแนะนำ ขณะที่ทิเบตยกมือไหว้

ข้าวสารลอบพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าที่ไม่ว่าจะมองตรงไหนก็ดูดีมีชาติตระกูลไม่ต่างจากความทรงจำรางๆ แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกหมั่นไส้ไอ้หนุ่มผู้ดีคนนี้ตงิดๆอย่างไม่มีสาเหตุฟะ คิดแล้วก็ยกมือเกาหัวตัวเองแกรกๆ ก่อนจะถลึงตามองลูกชายตัวเองที่เดินเข้าไปเกาะขากางเกงอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็นประกายเฉยเลย ทำให้ต้องยิ้มเก้อๆแล้วกวักมือเรียกบุตรชายให้ออกมา แต่ข้าวเม่ากลับเฉยจนทิเบตหัวเราะแล้วลูบศีรษะทุยเล็กๆไปมา

“สงสัยจะถูกใจคุณแล้วล่ะ”

ข้าวหอมยิ้มจนตาหยีพลอยทำให้ร่างสูงยิ้มตาม

“ขึ้นเรือนกันเถอะ”

ข้าวสารที่มองอยู่เอ่ยขัดการสนทนาฉันพลัน

เด็กหนุ่มชะงักไปนิดกับคำพูดชวนทื่อๆของพี่ชายแล้วจึงชวนทิเบตขึ้นเรือน หากเสียงรถยนต์ดังเข้ามาทางถนนหน้าบ้านทำให้ข้าวหอมหยุดดู พอเห็นหน้ารถคุ้นตาค่อยๆชะลอจอด ข้าวหอมจึงผละจากกลุ่มแล้วเดินเข้าไปใกล้รถกระบะตอนครึ่งสีดำวาวยกสูง

“มาไงเนี่ยเทพ”

ข้าวหอมทักชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มสูงใหญ่เปิดประตูลงมาส่งยิ้มกว้างให้อย่างสนิทสนม แล้วเอี้ยวตัวไปยกมือไหว้ข้าวสารก่อนจะหันกลับมาคุยต่อ

“ก็จะมาพาไปบ้านลุงมี เห็นว่าวันนี้ลุงมีแกได้ไก่เด็ดๆมาด้วยนะ สนใจมั้ยล่ะ”

สุเทพยักคิ้วเย้า เพราะรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังสนใจเรื่องไก่ชน มีหรือจะไม่ไป ทว่าใบหน้าสว่างใสตรงหน้ากลับหม่นไปถนัดใจ

“วันอื่นได้มั้ยเทพ วันนี้ที่บ้านมีแขกล่ะ”

น้ำเสียงแสดงถึงความเสียดายเต็มที่ทำให้สุเทพฝืนยิ้มปลอบ ทั้งที่ตัวเองรู้สึกเสียศูนย์ไปวูบหนึ่ง แล้วเสหันไปมองคนต่างถิ่น แววตาสีเข้มวูบวาบล้อแสง

“นั่นน่ะเหรอ เขามาทำไมล่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่เขายังคุยกับพ่อบนเรือนอยู่เลย”

“งั้นเทพอยู่กินข้าวเย็นกับฉันเลยมั้ยล่ะ อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว”

“ไม่ล่ะ เทพนัดลุงมีไว้แล้ว ถ้าไม่ไปเป็นเคืองตายเลย”

“เสียดายจังหวะไม่ดีเลยเนอะ”

“อืม เทพไม่คิดว่าหอมจะมีแขกเลยไม่ได้โทรมาบอกก่อน”

ข้าวหอมมองสุเทพยกมือไหว้ล่ำลาข้าวสารไกลๆ แล้วเดินไปส่งถึงประตูรถยนต์

สุเทพยิ้มพลางสตาร์ทเครื่องยนต์ จังหวะไม่ดีจริงๆนั่นล่ะ...

“ไว้ฉันจะมาชวนอีกนะ”

“อืม”

ร่างสูงโปร่งมองเพื่อนสนิทขับรถจากไปแล้วจึงเดินกลับไปหาทิเบตซึ่งยังคอยอยู่

“ขึ้นเรือนเลยครับ”

ปล่อยให้แขกคอย ข้าวหอมจึงระบายยิ้มทั่วใบหน้า พลางหันไปถามกับลูกสมุนคนที่หนึ่ง

“ไอ้ขันหุงข้าวยัง วันนี้พี่สารกับข้าวเม่าจะกินข้าวเย็นด้วยนะ”

“ยังพี่!”

“เฮ้ย แล้วจะให้กินข้าวเปลือกรึไงไอ้ขัน นี่มันจะเย็นแล้วนะ”

“ก็พี่สวยเขาคงหุงแล้วล่ะ ฉันได้กลิ่นแกงส้มลอยมาแล้วเนี่ย วันนี้พวกเราไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว” ไอ้ขันทำท่าลูบปากได้กินของอร่อย

“พี่สวยมาเหรอ?”

“นู่นรถมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ใต้ถุนแน่ะ”

“ตาดีจมูกไอ้ตูบจริงๆนะแก”

ข้าวหอมกระทบเข้าให้ หากคนถูกกระทบกลับยิ้มรับซะงั้น จนขี้คร้านจะใส่ใจ

“แก้ว...เดี๋ยวไปตามลุงฝนมาดูรถไถนะ เสร็จแล้วฝากไปเก็บชมพู่มาเลี้ยงแขกด้วย”

ข้าวหอมบอกลูกสมุนคนที่สอง ในหัวนึกถึงเสียงแปลกๆที่ดังมาจากเครื่องยนต์ ถ้าไม่มีแขกเขาก็จะรอดูลุงฝนเช็คเครื่องยนต์อยู่หรอก จากนั้นร่างโปร่งบางจึงเดินขึ้นบันไดไปสมทบกับคนบนเรือน

ทิเบตมองสามคนพี่น้องลูกกำนันสิงห์นั่งพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วให้นึกฉงน ด้วยคนสุดท้องดูจะผิดพี่ผิดพ่อไปมากโข และก็ได้คำตอบจากผู้เป็นมารดา

“คนเล็กของพ่อกำนันนี่ยิ่งโตยิ่งคล้ายแม่บัวนะ เรียนจบรึยังล่ะ” นิภาหันไปคุยกับข้าวหอม

“จบแล้วครับน้า”

เด็กหนุ่มยกยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงสวยสะอาดตา

“ทำงานอะไรอยู่ล่ะจ๊ะ”

“ช่วยพ่อทำสวนอยู่ที่บ้านครับ”

ถ้าเป็นคำตอบของคนเป็นพี่ทั้งสอง นิภาก็คงไม่แปลกใจ แต่เพราะผิวสีนวลไม่คล้ำแดดดูผุดผาดกระจ่างตา จนคาดคิดไปว่าอาจรับราชการใกล้ๆบ้านแทนที่จะทำงานตากแดดอยู่ในไร่ในสวน

“พอรับปริญญาเสร็จ ฉันก็ให้กลับมาช่วยงานที่บ้านนี่ล่ะแม่นิภา อยู่ใกล้ๆจะได้ดูแลกันได้”

กำนันสิงห์ต่อเติมความเข้าใจให้นิภา แล้วจึงหันไปหาลูกสาว

“ทำอะไรเลี้ยงแขกล่ะลูก”

“แกงส้มมะละกอ ผัดเผ็ดปลาดุก ไข่เจียว กับแกงจืดวุ้นเส้นจ้ะ แล้วเดี๋ยวฉันจะไปเก็บชมพู่มาผ่าให้กินกันด้วย”

“พี่สวย! หอมให้เจ้าแก้วไปเก็บมาแล้ว” คนเป็นน้องรีบบอก

“แล้วว่าจะลงไปเก็บมะม่วงเขียวเสวยมาเพิ่มอีก พี่สวยปอกให้ด้วยนะๆ”

ข้าวสวยแสร้งค้อนน้องชายตัวเองกับน้ำเสียงออดอ้อน

“ตามใจ แต่เก็บมาเยอะๆนะ จะได้จัดใส่ตะกร้าให้น้าเขาเอาไปฝากคนที่บ้านด้วย”

“งั้นเอาทุกอย่างที่มีเลยดีกว่าพี่สวย ทั้งกล้วยหอม ขนุน มะพร้าว จะได้รู้ว่าผลไม้สวนเราอร่อยที่ซู้ด” ข้าวหอมยิ้มใส่ตาพี่สาว

“ได้ก็ดีจ้ะ”

ข้าวสวยยิ้มแต่ปากให้กับคำประชดของน้องชายที่บางครั้งก็ทะเล้นล้นเกินดี

“จะไปเก็บก็รีบไปหอม เดี๋ยวจะได้กินข้าวกัน...หิวกันรึยังจ๊ะ” ท้ายประโยคข้าวสวยหันไปถามแขก แล้วก็เห็นนิภาส่ายหน้ายิ้มๆ ขณะที่หมอทิหันไปมองข้าวหอม

“ไปช่วยเก็บนะ”

ทิเบตออกปากอาสา ด้วยดีกว่าอยู่รอทานข้าวเฉยๆ

“ได้สิครับ เผื่อคุณอยากได้อย่างอื่นด้วย”

ข้าวหอมยิ้มรับและพยักหน้าชวนทิเบตลุกขึ้นไปกันสองคน

“ข้าวเม่าไปกับน้าเขาไป”

เสียงข้าวสารดังขึ้นก่อนข้าวหอมจะลุกจากเก้าอี้ ทำเอาทุกคนมองกันเป็นจุดเดียว

“ก็...ก็ไปช่วยกันถือไง”

ข้าวสารถูๆไถๆตอบ แต่ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยทำให้เจ้าตัวลอบโล่งใจ

อยู่ๆก็รู้สึกห่วงไอ้หอมขึ้นมาซะงั้น


ข้าวหอมเดินนำแขกตัวโตลัดเลาะไปทางหลังเรือน โดยมีเสียงข้าวเม่าเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง พร้อมกับสุนัขอีกสามตัววิ่งตามกันเป็นพรวน

ทิเบตสังเกตไอ้โก๊ะตัวดำหน้าเหี้ยมมันจะวิ่งนำหน้าเจ้าของ แต่จะคอยหันมามองเป็นระยะๆเหมือนจะบอกว่ามันเคลียร์เส้นทางให้เรียบร้อยไม่มีงูเงี้ยวเขี้ยวขอ และอีกนิดที่ยังเห็นมันเหลือบมามองเขา

ทิเบตเร่งฝีเท้าขึ้นเดินเคียงคนตัวเล็ก ซึ่งสูงเลยหัวไหล่เขานิดเดียว เพราะแค่ระดับสายตาก็เห็นเส้นผมสลวยสะบัดพลิ้วไปตามจังหวะการเดิน และนาทีที่เขาขึ้นมาเดินเคียงข้าวหอมนั้น เขาเห็นไอ้โก๊ะมันหยุดวิ่งแล้วหันมามองเขาเขม็ง จนอดรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นในใจไม่ได้ และต้องหลุดปากถามคนเป็นเจ้าของอีกครั้ง

“มันดุมั้ย”

ข้าวหอมเลิกคิ้วมองคนเดินข้างๆยังคงมองตรงไปยังไอ้โก๊ะ แล้วจึงค่อยหันกลับมามองหน้าตน

“ก็น่าจะดุนะครับ เพราะเห็นหมาแถวๆนี้หงอไปหมดเวลาเจอกับมัน แต่กับคนนี่มันยังไม่เคยกัดใครเลยนะครับ ถ้ายังไม่ได้สั่ง”

ข้าวหอมทิ้งท้ายให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วสนเท่ห์

“สั่งให้กัดได้เลยเหรอ” ทิเบตตาโต

“ได้สิ”

ข้าวหอมพยักหน้ายิ้มรับดวงตากระจ่างใส ดูจะภูมิใจนิดๆในความสามารถของไอ้โก๊ะ

“แล้วน้าหอมเคยสั่งให้มันกันใครยัง”

ข้าวเม่าที่ฟังอยู่เงยหน้ามองน้าอย่างสนใจ เพราะถึงจะมาบ้านปู่บ่อยๆแต่ก็ไม่ค่อยคุ้นกับไอ้โก๊ะเท่าไร มันไม่ค่อยให้ใครจับนอกจากน้า ไม่เหมือนอีกสองตัว ขนาดกับปู่มันยังไม่เล่นด้วยแค่กระดิกหางรับส่ง ไม่ก็นอนเฝ้าอยู่ห่างๆ เหมือนทหารยาม

“ยังเลย แต่ไอ้ขันอาจจะโดนเป็นคนแรก ฮ้าๆ”

ข้าวหอมคิดไปถึงลูกสมุนที่ชอบแกล้งไล่กวดเตะสุนัข ขณะที่ทิเบตขำไม่ค่อยออก เพราะเห็นเขี้ยวเจ้าตัวดำแล้วเขาไม่อยากจะนึกถึงแผลเลยว่าจะเย็บซักกี่เข็มดี

แถมแผลยังน่าเกลียดอีกต่างหาก!

“ถึงแล้ว”

ข้าวหอมชี้ไปที่ต้นมะม่วงเขียวเสวยข้างหน้าหลายสิบต้น มีผลห้อยระย้าระรานตา

“ไป...ปีนเอาแต่ลูกแก่ๆนะข้าวเม่า”

ร่างโปร่งผลักศีรษะหลานเบาๆ พร้อมกำชับให้เด็ดแต่ผลที่แก่จัด

“เก็บเอาเท่าที่เก็บถึงก็พอ ไม่ต้องปีนหรอกเดี๋ยวตก”

ทิเบตท้วงด้วยเป็นห่วงเด็ก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เกิดมาก็แทบจะปีนต้นไม้กันได้แล้ว”

ลูกลิงกลับชาติมาเกิดว่างั้นเถอะ ชายหนุ่มนึกขำๆในใจ แล้วมองข้าวเม่าปีนป่ายต้นมะม่วงอย่างคล่องแคล่ว

“ตัวเล็กแค่นี้ ดูเป็นด้วยหรอกว่าลูกไหนแก่ไม่แก่” คนอยู่แต่ในเมืองถามอย่างสนใจ

“เป็นสิครับ พ่อแม่กระเตงเข้าเอวไปไร่แต่เล็กๆเห็นพ่อแม่ทำก็จำได้เองล่ะ หรือคุณทิ...ดูไม่เป็น”

คนอ่อนวัยกว่าพลั้งปากพูดไปก็แทบจะกัดลิ้นตัวเอง หากก็ไม่สามารถเรียกคืนคำพูดตัวเองได้ จึงยิ้มเก้อให้อีกฝ่าย

ทิเบตยิ้มแห้งๆส่ายหน้าแบบยอมรับ ไม่ถือโกรธ

คนอยู่ในเมืองหลวงที่แม้จะเคยเที่ยวแบบสมบุกสมบันไปค่อนโลก หากไม่เคยเก็บมะม่วงกันหรอก เพราะถ้าอยากกินก็แค่เดินเข้าไปในซุบเปอร์มาเก็ต หยิบใส่ตะกร้าก็ทานได้แล้ว

“งั้นลองเก็บดูมั้ยครับ”

ข้าวหอมชวนแล้วชี้ไปที่ผลมะม่วงลูกอวบอิ่มขึ้นนวลห้อยอยู่ระดับเอว

“แบบนี้เก็บได้แล้ว”

มือขาวเด็ดผลมะม่วงใส่ตะกร้าพลางสอนวิธีดูให้อีกฝ่ายซึ่งยังมีท่าทางเก้ๆกังๆเวลาเก็บ แต่ก็มีรอยยิ้มประดับริมฝีปากตลอดเวลา จากนั้นข้าวเม่าก็ปีนลงช่วยกันสอนอย่างสนุกสนาน

“หอมๆแบบนี้เก็บได้มั้ย”

ทิเบตกวักมือเรียกเพื่อนต่างวัยคนใหม่เข้ามาดูผลมะม่วงที่จะปลิด เพราะลังเล ซักพักครูจำเป็นก็มาก้มดูจนไหล่แทบจะเกยกัน

“ฮื้อ...”

เสียงขู่คำรามดังขึ้นข้างหลังทำเอาทิเบตชะงักหันหลังขวับ เห็นไอ้โก๊ะยืนแยกเขี้ยวห่างไม่ถึงสองเมตร

“มันเป็นอะไร” ทิเบตใจแป้วถามเอากับเจ้าของซึ่งมองตามอยู่เช่นกัน

“โก๊ะ...เป็นอะไร ไม่เอาน่า”

ข้าวหอมส่งเสียงปรามเจ้าสัตว์สี่ขาเพื่อนยาก แล้วเดินไปลูบหัวมันเบาๆให้นั่งลง จากนั้นกวาดตามองหาอีกสองตัวที่เหลือ ก็เห็นพวกมันเดินดมต้นไม้ต้นหญ้าไปตามประสา มีแต่ไอ้โก๊ะที่คอยเฝ้าเขาอยู่ตัวเดียว

“นี่เพื่อนใหม่เรา”

ข้าวหอมบอกกับไอ้โก๊ะขณะสบตากันหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่พูด แต่ดูมันไม่ค่อยอยากจะยอมรับจึงขยับขาย่ำไปมาแล้วครางหงิงๆ

“ไอ้ตัวแสบ”

มือเล็กขยี้หัวสุนัขแรงๆแล้วเดินกลับไปหาทิเบต

“มันคงหวงเจ้าของน่ะครับ”

“หวง...” ทิเบตทวนคำอีกฝ่าย พยักหน้ารับแบบงงๆ

หวงเนี่ยนะ! ยังไม่ทันทำอะไรเจ้านายแกเลยไอ้โก๊ะ!

ทิเบตครางในอก แล้วเหลือบมองผลมะม่วงเต็มตะกร้าจึงชวนกันกลับเรือน ก่อนที่เขาจะถูกงับขาโทษฐานไปตีซี้กับเจ้านายของไอ้โก๊ะมัน!

ถ้าเป็นคนมันจะขนาดไหนกันเนี่ย...


-TBC-

เอาเรื่องนี้มาฝากเเนวบ้านไร่
เรื่องนี้เคยโพสที่บอร์ดนึงจบเเล้ว สนุกดีเลยเอามาลงค่ะ
อ่านให้สนุกนะ
(คนโพสเเอบชอบพี่หมอคะ เท่ดี)


ออฟไลน์ |ψ|PEAT_ZA|ψ|℠

  • ~!!♥!!~
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-0
แวะมาเปิดซิงเรื่องใหม่ :mc4:

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
ชอบค้าบ...บรรยากาศ ดูสบายๆดี
อ่านแล้วอยากกลับบ้านสวน
...

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
หลงรักเจ้าโก๊ะซะแล้วสินะเนี่ย รักเจ้าของได้อีกนะเจ้าหมา 5555

ออฟไลน์ Simply Blue

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1107
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-3
สนุกๆๆๆ ชอบๆๆ มาลงต่อเนื่องนะค่ะ

hene2526

  • บุคคลทั่วไป
มาต้อนรับนิยายใหม่คร้าบบบ

Little Devil

  • บุคคลทั่วไป
+1 รับเรื่องใหม่ :mc4:
ชอบ น่ารักดีคู่นี้

taem2love

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4:อร้ายส์เรื่งใหม่คร้าาาาาาาา :pig2:

น่ารักจังเลยน้องข้าวหอม อ่านแค่ตอนแรกก็หลงรักเลยอ่ะ

มาต่อทุกวันเลยน้าาาาาาา อยากอ่านอ่ะ

ขอบคุณมากที่มาแบ่งปันเรื่องราวน่ารักๆให้อ่านกัน :กอด1:

 :L2: :pig4: :bye2:

ออฟไลน์ Ayame

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
เห็นชื่อคนแต่งก็รีบเข้ามาเลย ชอบนิยายของคุณsakeมาก ขอบคุณที่เอามาโพสต์นะคะ  :กอด1:

ข้าวหอมน่ารักจัง แต่แอบขำพี่ข้าวสาร หวงน้องตั้งแต่ต้นเรื่องเลยหรือจ๊ะ
ท่าทางคุณพี่ชายจะเซนส์แรงไม่เบา   :laugh:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
พลอตเรื่องน่ารักค่ะ + ให้กำลังใจนะ

ชอบข้าวหอมอ่ะ น่ารัก มีองค์รักษ์เขี้ยวแหลม รวมพลังกับพี่ชายคนโตอีก โห ด่านยากนะเนี่ยพี่หมอทิ

clubza

  • บุคคลทั่วไป
ชอบครับ เเล้วบอร์ดโน้นจบเเล้ว เเล้วมาโพสอย่าง
ต่อเนื่องด้วยนะครับอย่าดอง ชอบเรื่องนี้อะ :pig4:

ออฟไลน์ nOn†ღ

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-6
จิ้ม+ เป็นกำลังใจให้เรื่องใหม่จ้ะ


ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
อ่านแล้วได้อารมณ์ต้นไม้ใบหญ้า บ้านสวนมากเลยค่ะ

ตอนนี้กทม.ร้อนจะบ้าตาย อยากหนีไปนอนสวนบ้าง

 :a9:

ออฟไลน์ jira

  • ปัญญาไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 890
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1324/-3
ว้าวววววววววววววววววว
น่าร๊ากกกกกกกกก
แนวหนุ่มบ้านไร่กับคุณหมออบอุ่น
น้องข้าวหอมกับพี่ทิเบต....บ้านลุงกำนันสิงห์นี่ลูกหลานชื่อเป็นข้าวหมดเลย (สงสัยกลัวไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีข้าว)

จะรอตอนต่อไปค่ะ

mecon

  • บุคคลทั่วไป
 :-[ มาเจิมด้วยคนคะ
บ้านนี้ขึ้นต้นว่าข้าวหมดน่ารักมากๆ ขนาดลูกพี่ข้าวสวยก็นะตาจัดให้ข้าวยกแผงฮา55
ไ่อเจ้าโก๊ะอ่ะหวงเจ้าของเพราะคนแปลกหน้าไม่แปลกหรอก ถึงมันจะรู้เรื่องมากกว่า
หมาตัวอื่นๆ แต่ขำพี่ข้าวสารฟีโรโมนหมอมันวิ้งวับชิมิ เลยจัดการส่งลูกชายมาเป็นก้าง
แหม..............พี่หมอเค้ายังไม่ประกาศจะจีบเลยนะเคอะทำหวงกันนี่ถ้าพ่อกำนันรู้นะ
คงให้เขตบ้านเป็นบริเวณปลอดหมอและผู้ชายหน้าอื่นๆอ่ะนะ ดูท่าจะหวงลูกมากเป็นพ่อที่ติดลูกรึป่าวเนี่ย

เรื่องน่ารักดีคะ ..งานนี้ไม่รักพี่หมอหนุ่มเมืองกรุงแล้วตะหลงใครล่ะเนี่ย ฮิ้วววววววววววววววววววววววว

+1 คะ

ออฟไลน์ Phing

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
 :pig4:
เรื่องน่ารักมากเลยค่ะ
ชอบพี่หมอ
+1เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29
แวะมาเจิมเรื่องใหม่  :mc4:

ลงเยอะๆๆนะคะ เป็นกำลังใจให้นะ เด๋วไอกลับมาก่อนแล๊ะจามาอ่านน๊าาา   :L2:

ออฟไลน์ sayajang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 227
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ในที่สุดก็ได้อ่านในบอร์ดนี้..

อยากบอกว่าเรื่องนี้สนุก...น่ารัก...น่าลุ้น....

ออฟไลน์ meduza

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-0
เรื่องน่ารักมาก :m1:
ชอบข้าวหอมอ่ะชื่อน่ารักได้อีกบ้านนี้ชื่อน่ารักๆกันทั้งบ้านอิอิ
ชอบน้องหมาอ่ะหวงเจ้าของน่าดูสงสัยถ้าทิจะจีบข้าวหอม
ต้องผ่านด่านน้องหมาเป็นอย่างแรก :jul3:
เรื่องสนุกมากมาต่อไวๆนะค่า
+1เป็นกำลังใจให้คนแต่งกับคนโพสค่า :a2:
แจจ๋าน่ารักที่สุดในโลกเลยยยยย(นอกเรื่องนิดนึง)อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-04-2010 15:14:42 โดย meduza »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ayata

  • บุคคลทั่วไป
ไอ้โก๊ะนี่ห๊วงหวงเจ้านายเนอะ

ฉลาดด้วย รู้ว่าคนไหนควรหวงไม่ควรหวง
เหมือนพี่ข้าวสารเลย  เอ๊ะ?!  55555

เริ่มเรื่องก็น่ารักแล้ว  ต่อไปพอพี่หมอทิหลงรักข้าวหอมจะน่ารักแค่ไหนเนี่ย >///<
เอ...หรือจะโหด  พ่อกำนันก็ใช่ย่อย ไหนจะพี่ข้าวสาร ไอ้โก๊ะ แล้วก็หนุ่มคนที่มาชวนไปข้างนอกอีก

โหยยยยย  คู่แข่ง,คนขัดขวางเยอะแบบนี้ มันส์น่าดู  เอิ๊กกกก 
อยากอ่านตอนต่อไปแล้วคร๊าบบบ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เจ้าโก๊ะน่ารักอ่ะ น่ารักเวอร์แอบหวงน้องหอมด้วย 555+++ แสนรู้จิงๆ  o13

zeazaiz

  • บุคคลทั่วไป
 :L2:
น่าสนุกนะจ๊ะ
รออ่านต่อจ่ะ

ออฟไลน์ namngern

  • Flowers need to bloom
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-2
น่าสนุกจังเลยคะ
ยังไงก็มาต่อไวๆนะ รออ่านอยู่

ออฟไลน์ ~l3aml3ery~

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 679
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0
ชอบทุกเรื่องที่ จขกท. เอามาลงค่ะ
เรื่องนี้ก็น่าสนุกดี
+1 o13

ว่าแต่...
เรื่องนี้ไม่ต่อแล้วเหรอค่ะ อยากอ่านมากมาย :m15: :monkeysad: :sad11:
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=11741.0

ออฟไลน์ jira

  • ปัญญาไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 890
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1324/-3
เข้ามาเด็ดมะม่วงในสวนรอค่ะ...
ว้ายยยยยยยไอ้โก๊ะ!!!!!! :o
คิดจะงับขาเหรอคะ...กระโดดเข้าเอวพี่หมอด้วยความเร็วแสง
หลบตีนน้องข้าวหอมปานประหนึ่งจันทร์ฉายเข้าคิวบู๊
ไรท์เตอร์คะ...ดิชั้นใกล้บ้าแล้ว
วันนี้จะไม่มาต่อเหรอคะ...
มาเถอะนะคะ...ดิชั้นจะรออย่างมีความหวังค่ะ
 :call: :z3:

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
อ่า
น่ารักอ่ะ

ชอบๆๆๆๆๆๆ

พี่ทิหล่อโคตร (เคยเห็นหรอว่ะ)

ออฟไลน์ engrish

  • "LolliPoP"
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 823
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-1
กด+ให้ต้อนรับเรื่องใหม่ :mc4:
เนื้อเรื่องสนุกดี
แต่ดูท่าหมอทิจะต้องผ่านด่านหลายด่านแน่ๆ
ทั้งคนทั้งหมาหวงข้าวหอมสุดๆ
รออ่านตอนต่อไปนะคะ

NUKWUN

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
- Eternal Sunshine 2 -

แสงสีส้มทองทอประกายอ่อนใกล้ลับขอบฟ้า นกกาบินกลับรัง ท้องทุ่งเขียวขจีไหวเป็นระลอกคลื่นตามแรงลม ให้บรรยากาศเรียบๆง่ายๆไม่พลุกพล่าน

ทิเบตหยุดมองไปรอบๆตัวแล้วสูดอากาศเย็นระรื่นชื่นใจเข้าทรวงอก

นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกปลอดโปร่งแบบนี้...

พอขึ้นเรือนก็เห็นอาหารถูกจัดวางเต็มโต๊ะยาวใหญ่ทำจากไม้มะค่าแผ่นหนาเป็นนิ้วขนาดสิบสองคนนั่ง กลิ่นอาหารทำเอาคนเพิ่งเดินกลับเรือนท้องร้องจ๊อกๆ พร้อมกับมองหญิงสูงวัยแปลกหน้าสองคนอยู่บนเรือนเพิ่มขึ้นมา

ข้าวหอมเห็นทิเบตทำหน้าสงสัยจึงอธิบายก่อนที่เจ้าตัวจะถาม

“คนเกล้าผมนั่นป้าปราณีเพื่อนบ้านใกล้ๆกัน ส่วนอีกคนป้ายุพาก็เพื่อนบ้านแต่ไกลหน่อย”

ท้ายเสียงแปร่งสะดุด หากผู้เป็นแขกก็ได้แต่ยิ้ม ยกมือไหว้ทั้งสองคน

“ป้าณีทำอะไรมาฝากหอม?”

ข้าวหอมเข้าไปกอดเอวหญิงวัยประมาณสี่สิบปลายๆอย่างกันเอง จนอีกคนที่มาด้วยกันค้อนขวับ

“เอาไก่ทอดมาให้จ้ะ ป้าไม่รู้ว่าพี่เรามา”

“ถ้าป้าณีรู้จะไม่เอามาให้หอมกินเหรอ” ข้าวหอมชิงพูด

“ดูพูดเข้า พี่เราเขาก็ต้องทำกับข้าวแล้วสิ เดี๋ยวจะเหลือ”

“ไม่เหลือหรอก แค่ไอ้ขันกับไอ้แก้วก็หมดแล้ว”

เด็กหนุ่มหัวเราะกิ๊กจนป้าณีนึกอยากหยิกเสียทีหนึ่ง

“นี่ลูกหอม ป้าก็เอาแกงป่าไก่บ้านมาฝากจ้ะ เอามาเผื่อเยอะเลยนะ อยู่กันแต่หนุ่มๆไม่มีแม่บ้านก็แบบนี้ล่ะ น่าสงสารลูกหอมจริงๆ”

เสียงแหลมแทรกกลางปล้อง ข้าวหอมเบ้ปากก่อนจะหันไปยิ้มเสแสร้ง

“ป้ายุก็เอาแกงไก่มาฝากด้วยเหรอ ลำบากป้ายุแย่ บ้านไกลแบบนั้นยังเอามาฝากอีก”

“โธ่ลูก ไกลกันที่ไหน แค่หัวโค้งนี่เอง แล้วป้าก็แกงเองไม่ลำบากหรอก ลูกหอมชอบกินมะเขือใช่มั้ยป้ายุใส่มาเยอะเลย”

ยุพาซึ่งดัดผมหยิกฟูทาปากแดงจีบปากจีบคอพูด พลางยกถ้วยแกงให้อีกฝ่ายดู

ข้าวหอมแสร้งทำเป็นชะเง้อมองนิดหนึ่ง นิดเดียวเท่านั้นก่อนจะเบ้หน้าอีกรอบ

“หอมไม่ชอบกินมะเขือขื่นล่ะป้ายุ แกงนี่ไม่กินได้มั้ยป้า”

หางตาเห็นป้ายุค้อนวงโต ริมฝีปากบางซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์เงียบๆก่อนจะถูกมือคนข้างตัวหยิกเข้าที่เอว

“อุ้ย!”

เงยหน้าขึ้นก็เห็นป้าณีขมวดคิ้วปราม ข้าวหอมจึงขยับตัวให้ห่างจากดัชนีพิฆาตที่ทำให้เจ็บๆคันๆ

“ป้ากลับก่อนนะหอม กำนันฉันกลับก่อนนะ”

ป้าณีหันไปร้องบอกเจ้าของเรือนอย่างกันเอง

“อ้าว! ไม่กินข้าวกันก่อนเหรอป้าณี” ข้าวหอมคว้าแขนอีกฝ่าย

“ไม่ล่ะ ป้าต้องกลับไปดูเจ้าเหมียวมัน แค่เอากับข้าวมาให้เท่านั้นล่ะ”

เจ้าเหมียวคือหลานป้าณีซึ่งลูกสาวเอามาให้เลี้ยง ส่วนตัวเองก็ทำงานอยู่กรุงเทพคอยส่งเงินมาให้ทุกเดือน ข้าวหอมจึงปล่อยมือแล้วหันไปหาป้ายุพา

“ป้ายุจะกลับเลยมั้ย”

คำพูดเสียมารยาทหลุดออกจากปากโดยไม่ต้องคิด ทว่าไม่ได้ทำให้ยุพาสะดุ้งสะเทือน ยังคงจีบปากจีบคอยิ้มจิกตาใส่อีกฝ่าย

“ยังจ้ะ ป้าจะอยู่กินข้าวเย็นด้วยเลย นะกำนัน”

ท้ายประโยคยุพาหันไปยิ้มหวานให้เจ้าของเรือนหน้าฝืดเฝื่อนพยักหน้ารับแกนๆ ทำให้ลูกชายต้องแสยะปากน่าเกลียด

ทิเบตซึ่งมองเหตุการณ์อยู่อดขำอีกฝ่ายในใจไม่ได้ ก็หน้าตานั่นบ่งบอกอารมณ์รักเกลียดอย่างไม่ปิดบังเอาเลย ก่อนจะหันซ้ายหันขวาจนข้าวสวยถาม

“หาอะไรหมอทิ”

“หาที่ล้างมือน่ะครับ”

“ล้างมือทางโน้นจ้ะ”

ข้าวสวยบอกชายหนุ่มรุ่นน้องแล้วหันไปหาน้องชายที่กำลังเดินเข้าครัว เลิกความคิดตอแยป้ายุพา

“แล้วจะไปไหนล่ะเรา”

“เอาข้าวให้ไอ้โก๊ะ”

“กินเสร็จก่อนแล้วค่อยไปให้ก็ได้หอม วันนี้มีแขกนะ”

ข้าวหอมเกาศีรษะแกรกๆด้วยไม่ค่อยชอบใจนัก ก่อนจะหันไปใช้ลูกสมุนเอาข้าวให้สุนัขกินจนได้ ท่ามกลางสายตาดุๆของพี่สาว หากเจ้าตัวหันหลัง เดินผิวปากสบายอารมณ์
ไปยังโต๊ะกินข้าว กระทั่งอิ่มท้องกำนันสิงห์จึงใช้ไอ้แก้วไปหยิบเหล้าขาวตั้งวงกับแขกและลูกชายคนโต ให้นิภาต้องเอ่ยท้วง

“อย่าดีกว่ากำนัน เดี๋ยวขับรถขับลากลับไม่ไหว”

“เอาน่าแม่นิภา นานๆมาทีฉันก็ต้องเลี้ยงเต็มที่ แล้วถ้ากลับไม่ไหวก็นอนมันที่นี่ล่ะ เพราะยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องมาอีกแต่เช้า”

“แต่พ่อกำนัน...”

นิภายังลังเล จนกำนันทำเสียงขึ้นจมูก และตั้งท่าลากทิเบตอยู่ดื่มให้ได้

“ลูกผู้ชายกินแค่นี้ไม่เมาหรอกน่า ใช่มั้ยพ่อทิ”

คนถูกมัดมือชกยิ้มรับแล้วหันไปยิ้มกับมารดาอย่างจำยอม แล้วจึงหันไปร่วมวงกับเจ้าบ้านอีกครั้ง

ข้าวสวยเห็นบิดายื้อให้แขกอยู่ดื่มด้วยก็ส่ายศีรษะแอบบ่นในใจ หาเรื่องดื่มเหล้าน่ะสิ! เพราะระยะหลังมานี้จะพยายามให้บิดาลดการดื่มเหล้า ด้วยอายุมากขึ้นสุขภาพก็มีแต่เสื่อมลงๆ เมื่อเห็นว่าคงห้ามไม่ได้จึงชวนนิภากับข้าวเม่าไปนั่งทานผลไม้ใกล้ราวระเบียงมองเห็นลานหน้าเรือนกว้างขวางด้วยไฟจากหลอดนีออนเป็นระยะ

ข้าวหอมมองป้ายุพาไม่มีท่าทีจะลากลับบ้านก็ให้คันปากตงิดๆ แก่จนปูนนี้แล้วยังคิดจะหาผัวอยู่ได้ ร่างโปร่งคิดในใจเพราะหากพูดออกไปเป็นได้ถูกหยิกจนเนื้อเขียวแถมถูกพ่อด่าอีกต่างหาก ทว่าความปากไวก็ทำให้เจ้าตัวอดเหน็บป้าหัวฟูไม่ได้

“ป้ายุมืดแล้วไม่กลับบ้านเหรอ”

ยุพายิ้มแยกเขี้ยวจิกตาใส่เด็กหนุ่ม “บ้านอยู่แค่นี้จะรีบกลับไปไหนล่ะ”

“ก็เขาจะกินเหล้ากันแล้ว เดี๋ยวป้ายุจะรำคาญเปล่าๆ คนกินเหล้าพูดมากกันทั้งนั้น”

“ป้าก็กินด้วยเลยล่ะกันจะได้คุยกันรู้เรื่อง” ยุพาหัวเราะใส่หน้าอีกฝ่าย

เสร็จกัน...ไม่น่าเปิดทางให้เลย ข้าวหอมตีอกชกตัวที่เสียท่าให้ยัยป้ามหาภัยจนได้ แต่ยังไม่ยอมแพ้

“เดี๋ยวก็ดึก ไม่มีใครไปส่งป้าหรอกนะ”

“ป้ากลับเองได้จ้ะ”

ด้วยรู้ว่าไอ้เด็กเหม็นนี่เกลียดตัวเอง ยุพาจึงเกลียดอีกฝ่ายจับใจนัก หากไม่สามารถออกนอกหน้าได้ จึงได้แต่ทนให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนถากถาง เพราะหากกำนันสิงห์ตกหลุมที่วางไว้ก็จะมีสมบัติไว้ใช้ไปตลอดชาติ

“ชิ...”

ไล่ก็ไม่ไป ทำไมพ่อถึงทนคนแบบนี้ได้ก็ไม่รู้ นี่ถ้าเกิดพ่อหลวมตัวไปคว้ามาเป็นแม่เลี้ยง เขาคนหนึ่งล่ะที่จะอาละวาดให้เรือนพังเลย ข้าวหอมละความสนใจจากป้าหัวฟูหันไปหาวงเหล้า ความคิดบางอย่างจุดประกายขึ้นในสมองก่อนจะย่องเดินออกไปเงียบๆ และกระดิกนิ้วเรียกลูกสมุนให้ตามออกไป


“พ่อ เขาจะกินได้เหรอไอ้เหล้าแบบนี้น่ะ”

ข้าวสารถามเมื่อเห็นบิดาตั้งใจรินเหล้าขาวกลิ่นฉุนส่งให้แขก

“เอาน่า แรกๆก็แปลกๆ กินๆไปแล้วจะติดใจพ่อทิ ฮ้าๆ”

กำนันเอ่ยด้วยครึ้มอกครึ้มใจ “ไอ้เหล้าฝรั่งแบบนั้นมันสู้ของไทยๆเราไม่ได้หรอก หรือพ่อทิกินไม่ได้ ฉันจะได้เอาเหล้าฝรั่งออกมา เอาไว้เลี้ยงแขกนี่ละ แต่ฉันเห็นว่าคนกันเอง เอาเหล้าขาวเรานี่ล่ะถึงใจดี”

ทิเบตรับแก้วเหล้าขึ้นจอริมฝีปาก ได้กลิ่นฉุนแรงหากก็ยกขึ้นดื่ม ด้วยสมัยเรียนก็เคยดื่มกับเพื่อนบางเหมือนกัน เรียกเสียงพอใจจากกำนันสิงห์ได้มากโข

“ลูกผู้ชายมันต้องยังงี้”

“มันเกี่ยวอะไรล่ะพ่อ” ข้าวสารท้วง

“บ๊ะ ไอ้นี่”

กำนันหันไปเขม่นบุตรชายที่ขัดคอ แล้วจึงหยิบขวดเหล้าเติมให้ชายหนุ่มอีก

“พอก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวเมาเร็ว”

“เอาน่า ค่อยๆดื่ม”

ทิเบตมองคนสูงวัยรินเหล้าจนเต็มแก้วส่งให้อีก คราวนี้เขาจึงทำเพียงแค่ยกขึ้นจิบ เพราะขืนกระดกหมดเป็นได้ถูกเติมจนเต็มแก้วอีก อีกอย่างดื่มมากๆมันบาดคอไม่เหมือนเหล้ายี่ห้ออื่น แล้วจึงเหลียวหน้าลูกชายคนเล็กของกำนันสิงห์ ซึ่งพอเริ่มตั้งวงดื่มเหล้าก็ไม่เห็นตัว

“แล้วหอมล่ะครับ” ทิเบตถามกำนันสิงห์ หากคนตอบกลับเป็นข้าวสาร

“มันไม่กินเหล้าหรอกคุณ”

“เหรอครับ แล้วไปไหนซะล่ะเนี่ย”

ทิเบตยืดตัวมองไปทางมารดาก็ไม่เห็นคนที่กำลังถามหา

ข้าวสารเห็นชายหนุ่มรุ่นน้องถามถึงน้องชายตนไม่ขาดปาก รู้สึกเขม่นตาขวาแปลกๆ ต้องยกมือขึ้นนวดเปลือกตาตัวเองเบาๆแล้วตอบอีกฝ่ายเสียงทื่อๆ

“มันคงเล่นกับหมาอยู่ใต้ถุนเรือนล่ะคุณ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก”

“ใช่ๆคงไปเล่นซนล่ะจ้ะ เด็กคนนี้อยากรู้อยากเห็นจะตาย”

ฉันนี่ล่ะอยากจะหักคอไอ้เด็กปากร้ายนั่นให้ตาย ยุพาได้ทีแขวะอีกฝ่ายทางอ้อม

ทิเบตพยักหน้ารับ “ดูเขาจะรักสุนัขมากนะครับ”

“สุดสวาทขาดใจเลยล่ะ ถ้าไปแกล้งหมามัน มันโกรธตาย”

ข้าวสารคุยพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบแล้วเหลือบมองป้ายุที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับไอ้โก๊ะ จนไอ้หอมมันโกรธนักโกรธหนาที่ไปด่าหมามันบ่อยๆเวลามาที่เรือน เสียงหัวเราะคิกคักของข้าวหอมพร้อมลูกสมุนดังมาตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเรือน ข้าวสารจึงเหลียวมอง

“ตายยากจริงๆ”

ผู้เป็นพี่บ่นด้วยไม่ค่อยอยากให้น้องชายมาร่วมวงเหล้า เพราะแม้จะคออ่อนกินแต่กับแกล้มแต่ก็ร่วมวงด้วยทุกครั้ง หากครั้งนี้เขากับไม่อยากให้มาร่วมวง

“ถืออะไรมาด้วยล่ะลูก”

กำนันถามบุตรชายถือขวดติดมือกันมาคนละขวดสองขวด

“กะแช่พ่อ ไปเอาบ้านลุงอาบมา”

คนเป็นลูกแสร้งทำท่าป้องปากกระซิบ หากใบหน้ายิ้มร่า แล้วหันไปขยิบตากับทิเบตให้พี่ชายเขม่นอีกรอบ

“ไอ้หอมมันไม่ดีนา...”

ผู้เป็นกำนันปรามบุตรชาย ด้วยเป็นสุราที่ยังไม่ถูกกฎหมาย

“โธ่พ่อ ลุงอาบเขาทำไว้เลี้ยงแขกเกี่ยวข้าว ไม่ได้ทำไปขายซะหน่อย เนี่ยล่ะภูมิปัญญาชาวบ้านขนานแท้ อร่อยกว่าเหล้าขาวของพ่ออีก”

“อะ! เอ็งกินไปแล้วเรอะ เดี๋ยวก็หัวทิ่มหรอก”

กำนันสิงห์ส่งเสียงเข้ม นัยน์ตาเริ่มแดงฉ่ำ

“แค่ชิมพ่อ เนี่ยสิบห้าวันพอดีแป๊ะ กำลังอร่อยเลย”

หากคนเป็นลูกยังคงแถไถ่เลี่ยงการถูกดุ

“อืมๆวันกำลังดี เฮ้ย!ไม่ใช่ เดี๋ยวลูกบ้านจะมาว่าข้าเอา” กำนันส่งสายตาดุ

“โห...อย่าเถรตรงนักเลยพ่อ เขากินกันทั้งบ้านทั้งเมืองล่ะ”

“บ๊ะ แล้วจะไปตามเขาทำไมล่ะ”

“งั้นพ่อไม่กินใช่มั้ย หอมกินเอง พ่อจะได้ไม่ผิดกับลูกบ้านพ่อไง ไอ้ขันไปเอาแก้วมาดิ๊” ข้าวหอมหันไปสั่ง

“เฮ้ย!ไอ้ลูกคนนี้ เอามาแบบนี้มันก็ผิดกันทั้งเรือนอยู่แล้วล่ะ”

“ไงก็ผิดแล้ว งั้นกินก่อนแล้วค่อยว่ากันที่หลังพ่อ”

ลูกชายยิ้มเจ้าเล่ห์ ค่ำมืดแบบนี้ไม่มีตำรวจที่ไหนจะมาจับเหล้าเถื่อนถึงบ้านกันหรอก

กำนันสิงห์อ่อนอกอ่อนใจในความเจ้าเล่ห์แสนกลของบุตรชาย ไม่ใช่อยากจะต่อว่าเรื่องกะแช่นัก เพราะก็กินมาแต่ยังหนุ่ม หากเดี๋ยวนี้มีกฎหมายเข้ามากำกับเลยลำบากใจในความก่ำกึ่งของความถูกต้องตามกฎหมายและวิถีชีวิตแต่ดั้งแต่เดิม

เลยตามเลยละกัน...

“คุณทิ ลองดื่มกะแช่มั้ยครับ ลุงอาบทำอร่อยนะ”

พอพ่อยอมแพ้ก็ยิ้มร่าหันไปชวนแขกทันที

“กะแช่?”

“เคยดื่มมั้ยครับ ทำจากข้าวเหนียวหมักกับน้ำตาล” ข้าวหอมบอกคราวๆ

“เคยแต่ได้ยินนะ แต่ไม่เคยดื่ม”

ทิเบตมองเด็กหนุ่มรินน้ำสีขาวขุ่นส่งให้ ชายหนุ่มรับมาดมได้กลิ่นหวานๆปน แอลกอฮอล์โชยขึ้นจมูกแล้วจึงยกจิบ ลิ้นได้รสขมปนหวานก่อนจะเหลือบมองคนจ้องตาไม่กะพริบ คอยลุ้นผล

“รสชาติดี”

ทิเบตยิ้มให้อีกฝ่าย ดวงตากระจ่างใสยิ้มตอบจนเห็นฟันขาวแล้วคะยั้นคะยอให้ดื่มอีก

“เฮ้ยไอ้หอม ทางนี้ๆ”

เสียงข้าวสารดังขัด สั่นแก้วให้น้องชายรินกะแช่ให้ตนเอง

“อ่ะ”

ข้าวหอมเหลือบมองพี่ชายแวบหนึ่ง แล้วจงใจกระแทกปากขวดกับแก้วเหล้าดังกึกๆ ด้วยตั้งแต่เย็นรู้สึกว่าถูกพี่ชายเขม่นบ่อยๆ ตอนเจอกันที่โรงสียังดีอยู่แท้ๆ

หรือเป็นเพราะคนนั่งข้างๆ...ข้าวหอมชำเลืองมองใบหน้าทิเบตเริ่มแดงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์นิดหนึ่งแล้วหลุบมองพื้น ...

ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในสมอง หากเจ้าตัวสลัดออกรวดเร็วก่อนจะยกขวดกะแช่ขึ้นกระดกหลายอึก

คิดมากเกินไปแล้วพี่...


“ดูท่าจะไม่เลิกง่ายๆนะน้า สวยว่าน้าอาบน้ำนอนที่นี่เถอะจ้ะ ห้องหับเยอะแยะ”

นิภามองตามข้าวสวยไปยังวงเหล้าซึ่งหัวเราะกันครื้นเครง ก็ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ อีกอย่างนานๆจะเห็นลูกชายคนโตของเธอปล่อยตัวสบายๆแบบนี้ จึงตกปากรับคำค้างคืนโดยมีข้าวสวยนอนค้างเป็นเพื่อน แล้วจึงเดินไปเอากุญแจรถจากบุตรชายเพื่อนำกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาผลัดเปลี่ยน

“อย่าดื่มจนเพลินนะลูก แม่ไปนอนก่อน”

ทิเบตพยักหน้ารับ หากในความเป็นจริงที่เห็นอยู่นี้คงทำยาก ด้วยพอหมดแก้วเป็นเติม กำนันสิงห์แกคอทองแดงจริงๆ ในขณะที่ข้าวสารก็ไม่น้อยหน้าพ่อนักหรอก ส่วนข้าวหอมนั้นหน้าตาแดงก่ำ แต่ยังยกจิบเรื่อยจนผู้เป็นพี่ชายออกปากเตือน

“ไอ้หอมพอได้แล้ว เดี๋ยวไม่สบาย”

“เพิ่งกินไปนิดเดียวเอง” ข้าวหอมท้วงเสียงพร่า

“อย่างแกนิดเดียวก็ไม่น่าจะกินแล้ว เลิกๆแล้วไปนอนไป”

ข้าวสารไล่ส่ง ปกติก็ไม่ให้ดื่มอยู่แล้ว แต่วันนี้เผลอแผล็บเดียวยกขวดกระดกซะงั้น ดูสิ ตาปรือจะหลับอยู่แล้ว

“โธ่...นั่งเฉยๆไม่กินก็ได้”

คำพูดของข้าวหอมทำเอาเส้นเลือดในสมองของคนเป็นพี่ปูดโปน

ไอ้ที่อยากอยู่เนี่ย อยากอยู่เป็นเพื่อนพี่มัน หรืออยากอยู่กับไอ้หน้าหล่อกันแน่!

“ยังจะมาพูดอีกไอ้คออ่อน จะหลับอยู่แล้ว ไปๆ ไอ้ขันไอ้แก้ว เอาลูกพี่เอ็งไปนอนไป แล้วเอ็งค่อยกลับมากินต่อ”

ถูกพี่ไล่เอาซึ่งๆหน้าก็ทำเอาข้าวหอมหน้าตึง บอกลาทิเบตก่อนจะหันไปมองป้ายุพานั่งกลั้นยิ้มเยาะตาเขียว แล้วกระแทกเท้าเดินเข้าห้องไปทันที ไม่ทันให้ลูกสมุนลุกไปส่ง

“น้องมันอยากนั่งอยู่ด้วยไม่ให้นั่งไปล่ะ”

กำนันสิงห์ซึ่งกำลังครึ้มได้ที่เอ่ยถาม แต่ก็ไม่ได้หวังคำตอบมากมาย เพียงแต่รู้สึกว่าวันนี้บุตรชายคนโตดูแปลกๆ

“ให้ไปนอนล่ะดีแล้วพ่อ แล้วดูสิกินเหล้าเข้าไปด้วยเดี๋ยวก็ชักตายกันพอดี”

“พอๆไอ้สารไม่ต้องไปแช่งน้องมันเลย”

“พ่อก็เป็นซะแบบนี้ ตามใจกันจนเหลิง วันก่อนไปเจอลุงอาบ ลุงแกบอกว่าเห็นไอ้หอมไปเตร่ๆแถวบ่อนไก่ อีกไม่นานคงเห็นมันเอาลูกไก่โต้งมาเลี้ยงเข้าสักวัน”

“หือ” กำนันครางเสียงสูงเหมือนไม่เชื่อ

“ไม่หงไม่หือล่ะพ่อ เผลอๆมันอาจฝากไอ้ขันไอ้แก้วเลี้ยงแล้วก็ได้”

“น่าๆไว้ข้าจะถามมันเอง”

ข้าวสารมองหน้าบิดาแล้วส่ายศีรษะ เรื่องนี้คงหายเข้ากลีบเมฆอีกตามเคย ต้องรอเห็นลูกรักลูกหลงหอบไอ้โต้งเข้าบ่อนนั่นล่ะถึงจะเชื่อ

“เอ๊า!พ่อทิเมาซะแล้วเรอะ นั่งเงียบเชียว”

กำนันสิงห์หันไปคุยกับแขกแทนบุตรชายที่ชอบขัดคอ

ทิเบตหัวเราะเบาก่อนจะตอบ “ฟังพ่อๆลูกๆคุยกันก็เพลินดีเหมือนกันครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก พี่มันหวงน้องมัน”

“ใครหวง” ข้าวสารรีบส่งเสียงท้วง “แค่กลัวว่ามันจะไปทำใครเขาเดือนร้อนต่างหาก ไม่เข็ดหรือพ่อ ตอนเด็กๆมันเล่นพาไอ้ขันไอ้แก้วไปเล้าไก่บ้านแม่ใจ เอาไข่ไก่มาปาเล่นกันซะงั้น แล้วยังอีกร้อยแปดพันเก้าที่มันก่อเรื่องไว้น่ะ”

“เออน่าๆ เอ็งก็ช่างจำจริง ตอนนั้นไอ้หอมมันยังเด็ก”

“เด็กไม่เด็ก พ่อแก่แม่แก่แถวนี้ ลับหลังเขาก็เรียกมันว่าไอ้เหม็นกันหมดแล้วล่ะพ่อ”

ข้าวสารเอ่ยฉายาที่บรรดาลุงๆป้าๆซึ่งเคยถูกข้าวหอมทำฤทธิ์ทำเดชตอนเด็กให้ไว้

“ยิ่งพูดน้องแกก็ยิ่งไม่มีดีเลยสิไอ้สาร”

พอถูกบิดาย้อน ข้าวสารก็ได้แต่เอ่ยเสียงอ่อย

“...ไม่ใช่อย่างนั้น มันเรียนก็ดี งานการก็ช่วยทำ แค่ไม่อยากให้พ่อตามใจมันมากก็เท่านั้น”

“พูดไปพูดมาก็ไม่พ้นห่วงมัน”

กำนันสิงห์พึมพำยิ้มหนวดกระตุก เพราะอายุห่างกันมาก ข้าวสารก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อคนหนึ่งของข้าวหอม พอมีเรื่องอะไรก็วิ่งโร่ไปเป็นคนแรก เสียอย่างเดียว

มันขี้บ่นจริงๆ

“ไงพ่อทิ ฟังวีรกรรมของลูกชายฉัน”

ทิเบตยิ้มร่า กับการได้รู้เรื่องราวอีกฝ่ายมากขึ้น พร้อมๆกับความเอ็นดูในวีรกรรมน่าตีนั้น วีรกรรมที่เขาได้แต่นึกอยากทำอยู่ในใจสมัยเด็กๆ

“ตอนเด็กๆคงซนน่าดูนะครับ”

“โอ๊ย...ซนมาก มีแผลกลับมาทุกที พอไม่ให้ไปก็ปีนหน้าต่างตกลงมาแขนหลุดเป็นนานสองนาน”

“โฮ้ ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“เล่าสามวันก็ไม่จบหรอก ฮ้าๆ” กำนันหัวเราะร่วนพลายยกแก้วขึ้นดื่ม

เสียงคุยเบาๆเคล้าเสียงหัวเราะเป็นระยะๆจนเลยเที่ยงคืนมาไม่น้อย ทิเบตซึ่งเริ่มครองตัวไม่อยู่นั่งเอียงไปข้างหนึ่ง ส่วนกำนันสิงห์ก็มีดวงตาแดงก่ำฉ่ำเหล้า และข้าวสารเองก็นั่งคอพับคอตกเป็นพักๆแล้ว

กำนันสิงห์เห็นว่าเหล้าเริ่มจะกินคน แทนที่คนกินเหล้าจึงยอมสลายวง

“ไอ้ขัน เอ็งพาพ่อทิเขาไปนอนไป บนโต๊ะนี่พรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นมาเก็บ ข้าก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” แล้วหันไปมองยุพาซึ่งนั่งหน้าแดง “เสร็จแล้วเอ็งก็ไปส่งแม่ยุพาเขาด้วยล่ะ”

สิ้นคำพูดกำนันสิงห์ ยุพาก็กระฟัดกระเฟียดเดินลงส้นลงจากเรือนไม่รอให้ใครไปส่ง หากก็ไปไม่ได้ไกล เพราะพอลงบันไดมาก็เดินตัวเซไปนอนแปะบนร้านใต้ถุนเรือนนั่นเอง


ทิเบตเดินตัวเอียงตามไอ้ขันไปยังห้องนอน ส่วนข้าวสารเดินกลับไปยังครัวด้วยหิวข้าวขึ้นมาตงิดๆ กำนันมองเห็นดังนั้นจึงค่อยเดินไปยังห้องนอนของตัวเองบ้าง ทิ้งให้ไอ้ขันกับไอ้แก้วพาทิเบตไปห้องนอนยืนงงกลางทางว่าจะให้แขกนอนพักห้องไหน เพราะยังไม่ได้กวาดถูให้ และเพราะความมึนเมาสมองลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คิดไม่ออกว่าจะพาไปนอนห้องไหนจึงหันหน้าปรึกษากันเองเท่าที่สมองจะทำงาน

“ให้นอนห้องเรามั้ย” ไอ้ขันเอ่ยถามเสียงอ้อแอ้

“เอ้ย...เขาเป็นแขกให้นอนกับเราเดี๋ยวกำนันด่าตาย”

ไอ้แก้วค้าน น้ำเสียงขาดๆหายๆ

“งั้นห้องพ่อกำนัน” คนตาปรือจะปิดถามอีก

“บ้านเอ็งสิ เดี๋ยวก็ถูกไล่แตะออกมาหรอก” คนค้านขยี้ผมตัวเอง

“ห้องพี่สารล่ะ” ไอ้ขันพยายามเค้นสมองคิดสุดฤทธิ์

“พี่เขานอนกับลูกเขาไม่ใช่เรอะ เบียดกันตาย” คราวนี้ไอ้แก้วเริ่มทรงตัวไม่อยู่เอนไปพิงไหล่เพื่อน

“งั้นห้องพี่หอมแล้วกัน นอนคนเดียว เอ็งว่ามั้ยไอ้แก้ว”

“เออๆเอาไงก็เอา ข้าจะไม่ไหวแล้ว อยากนอนวะ”

เพราะความขี้เกียจจัดห้องให้แขก ทั้งสองจึงพาร่างสูงที่ยืนมึนไม่พูดไม่จาตรงไปห้องนอนลูกพี่ทันที

บนเตียงสี่เสามีผ้าลูกไม้คลี่ลงมากันยุง ร่างสูงนั่งงงอยู่จนได้ยินเสียงประตูปิดลงนั่นล่ะ จึงทิ้งตัวบนที่นอนนุ่มซึ่งมีร่างเล็กนอนอยู่ข้างๆ เปลือกตาหนักจนลืมไม่ขึ้นในหัวหมุนวิ้งๆ วันนี้เขาดื่มหนักไปจริงๆ แถมกะแช่นั่นดูมีดีกรีไม่น้อยเลย

“ร้อน”

ทิเบตปลดกระดุมเสื้อและคลายเข็มขัดออก ระบายลมหายใจกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ยาวยืด การได้นอนตอนเพลียๆนี้มันสบายจนบอกไม่ถูก เลยเผลอครางเสียงแผ่วแล้วพลิกศีรษะไปหาสายลมเย็นซึ่งพัดหอบความหอมละมุนจากภายนอกเข้ามาภายในห้อง เปลือกตาปิดสนิทสูดความหอมระรื่นชื่นใจชั่วขณะจนความมึนงงเริ่มลดน้อย ร่างสูงจึงขยับคลายความเมื่อยขบ

“หอม...”

ความหอมอุ่นต่างไปจากเมื่อครู่โชยแทรกผ่านความรู้สึกให้ศีรษะทุยพลิกกลับไปหาแล้วสูดความหอมนั้นเงียบๆ

เสียงเสียดสีของผ้าดังขึ้นเมื่อคนนอนข้างๆขยับตัว เรียกความสนใจให้เปลือกตาหนักหรี่ปรือลืมขึ้น สายตาพร่าเลือนมองฝ่าความมืดสลัวเห็นเค้าโครงหน้าขาวลอยเด่นอยู่แค่คืบ หางตาเหลือบเห็นมุ้งขาวไหวไปมาตามแรงลมอ่อน แล้วริมฝีปากได้รูปก็คลี่ยิ้ม

ใบหน้านวลในมโนภาพตอนพบครั้งแรกนั้นเปล่งประกายด้วยหยาดเหงื่อ แววตาซุกซนเจิดจ้า ทำให้คนมองเผลอยิ้มตาม แม้เบื้องหลังความเจิดจ้าร่าเริงจะเต็มไปด้วยความแสบซ่าก็ตาม วีรกรรมที่ได้ฟังในวงเหล้าล้วนแต่สร้างความรู้สึกขบขันแกมเอ็นดู

ตัวก็เล็กเท่าลูกหมาทำวางกล้ามไปทั่วตำบล!

ลมหายใจอุ่นปนกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆปะทะใบหน้าคมคายหากเจ้าตัวไม่ได้เบี่ยงหลบ ยังคงสูดลมหายใจร่วมกัน สูดความหอมละมุนของกลิ่นกาย ด้วยดีกว่ากลิ่นสาบตัวเองซึ่งยังไม่ได้อาบน้ำ กำลังเพลินไปกับความคิดของตัวเอง ชายหนุ่มก็ต้องสะดุด

“...!”

“อือ...”

จมูกโด่งปลายเชิดรั้นปะทะเข้ากับใบหน้าแล้วค่อยๆถูไถอย่างไม่รู้ตัว ทิเบตผงะศีรษะออกทันที เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านอย่างแรกเจอ สายตาจับจรดมองอีกฝ่าย ไม่เข้าใจอาการกระตุกของตัวเอง และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่พลิกหันหลังให้ เอาแต่เพ่งมองใบหน้านวล

เพื่ออะไร? จะมองให้มันเกิดอะไรขึ้น

แล้วดวงตาที่ปิดสนิทก็ค่อยๆลืมขึ้นประสานกับชายหนุ่ม ริมฝีปากบางยกยิ้มคล้ายคนยังไม่ตื่นเต็มตา และหลงเหลือร่อยรอยความฝันดีบนใบหน้า ก่อนจะเคลื่อนเข้าหา ฝั่งจมูกลงบนแก้มทิเบต

ใบหน้านี้ที่ติดตาฝังใจเพียงแรกเจอ หากต้องเก็บความประทับใจนั้นไว้ให้ลึกสุดหยั่งถึง และแม้ว่านี่คือฝัน ก็ขอโอบกอดความรู้สึกนั้นให้กับใจดวงเล็กๆที่ไม่มีวันจะได้เปิดเผย...ชั่วชีวิต!

ข้าวหอมเลื่อนริมฝีปากบาง ขยับช้าๆลงต่ำเข้าครอบครองเรียวปากกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ ประกายไฟจุดเล็กๆบัดนี้ก่อเกิดเป็นสายธารลาวาไหลวนลวกร่างกายทิเบตให้เป็นอัมพาตชั่วขณะ ปล่อยให้ลิ้นเล็กอุ่นชื้นไล้เลียขอบปากตามอำเภอใจ

ข้าวหอมยกแขนขึ้นดึงรั้งศีรษะอีกฝ่ายจนประกบจูบได้ถนัดถนี่ ครั้นรู้สึกถึงแรงขืนตัวไว้ก็กระตุกเอาจนได้

“อืม...เฉยๆสิ”

เสียงครางเอาแต่ใจไม่ได้ดึงสติคนตัวใหญ่ที่กำลังหลุดลอยออกทะเลกลับเข้าฝั่งจากการโอ้โลมด้วยริมฝีปากสีสดแวววาวบรรจงพรมจูบไปทั่วใบหน้า กอปรกับฤทธิ์แอลกอฮอล์สะสมมากมายในร่างกาย ยิ่งทำให้อารมณ์ชายหนุ่มกระเจิดกระเจิง

ก็คนมันเมา! มาจูบ มาลูบ มาคลำ ก็จบกัน...

แรงตอบรับแผ่วเบาแล้วค่อยๆหนักขึ้น ส่งผลให้คนที่ยังสะลึมสะลือเหมือนอยู่ในฝันแสนอบอุ่นอ่อนหวานเปิดเปลือกตาขึ้น

ใบหน้ากำลังถูกชายหนุ่มที่เพิ่งจากลาในวงเหล้าเกลือกกลั้วพร้อมกับดุนดันลิ้นร้อนฉุนกลิ่นเหล้าขาวเข้าไปในโพรงปาก หากไม่อาจขยับหนีได้คล่องตัวด้วยอาการมึนศีรษะ ข้าวหอมเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองดื่มเหล้ามากเกินไปตามที่พี่สารทัก

“อืม”

เสียงครางจากลำคอหนาขณะยกกายขึ้นทาบทับร่างเล็ก พร้อมลากมือไปตามชายโครงก่อนสอดเข้าไปสัมผัสผิวขาวนุ่มเต็มมือ

“คุณทิ!”

คนตัวเล็กซึ่งไม่คาดคิดว่าจะได้รับสัมผัสรุ่มร้อนจากชายหนุ่มผงะ สองมือรั้งใบหน้าคมคายออกห่าง สองสายตาประสานกันพร้อมเสียงลมหายใจหอบถี่ กลิ่นอายมึนเมาโอบล้อมทั้งสองคนไว้ด้วยกัน ประกายแวววาวแห่งดวงตาสะท้อนเต้นไหวระริกท่ามกลางความมืดสลัว หากไม่ได้บดบังความว้าวุ่นของจิตใจทั้งสองดวงได้เลย

ไม่มีคำอธิบายถึงการกระทำ แต่ความรู้สึกซึ่งนอนนิ่งใต้ก้นบึ้งของจิตใจกำลังดิ้นรนให้ตัวมันเองโผล่พ้นขึ้นมาเบ่งบานก่อนเวลาอันควร ด้วยหวาดหวั่น หากผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปแล้ว จะเหลือเพียงความว่างเปล่าและหนาวเหน็บ

เงาดำมืดผวาเข้าหากัน ดูดกลืนคลึงเคล้นกันและกัน โดยมีเสียงจิ้งหรีดเรไรช่วยกันประโคมขับขานท่วงทำนองความวิเวกเปล่าเปลี่ยว จนเงาตะคุ่มๆนั้นซ้อนทับกันเป็นหนึ่งเดียว

มือเล็กแหวกสาบเสื้อเชิ้ตเข้าไปสัมผัสแผงอกหนา ริมฝีปากบางจูบปลายคางสากแล้วเกลือกกลั้วไปทั่วใบหน้า รับรู้ถึงปลายลิ้นอุ่นชื้นของอีกฝ่ายลากไล้จากขมับไปถึงซอกคอ ความรู้สึกที่จับต้องสัมผัสได้ไม่ใช่เพียงแค่จินตนาการให้ความรู้สึกน่าลุ่มหลงมัวเมายิ่งกว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกาย เสื้อยืดตัวบางถูกมือใหญ่ถลกขึ้นไปถึงคอแล้วประกบจูบปลายยอดอกขบดึงเบาๆ ก่อนจะลากไล้ปลายนิ้วไปตามแนวราบลงสู่หน้าท้องเรียบและผลุบหายไปใต้ขอบกางเกงวอร์ม

“อา...”

เสียงครางสอดประสานท่ามกลางความร้อนแรงของอารมณ์ในความมืดมิด จนไม่รู้สึกถึงเสียงประตูถูกเปิดออก

แป๊ะ!

เสียงสวิทซ์ไฟดังขึ้น ความสว่างเข้าขับไล่ความมืดมิดในฉับพลัน

ข้าวสารตาปรือจากอาการมึนเมาผสมง่วงนอนเพ่งมองไปยังมุ้งขาวบางไหวตามแรงลม บนเตียงซึ่งน่าจะมีแต่ร่างน้องชายของตนนอนอยู่กลับมีชายหนุ่มร่างใหญ่คร่อมทับ หัวใจคนเป็นพี่ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“พ่อ!"


TBC

สนุกมั้ยขอเสียงหน่อยยย
จะมาต่ออาทิตย์ละสองถึงสามตอนนะคะ

Spoil ตอนหน้า  :monkeysad: :m15: :เฮ้อ:






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด