A moment in Siam กาลครั้งหนึ่ง ณ สยาม [แจ้งข่าวจ้า] P.111
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: A moment in Siam กาลครั้งหนึ่ง ณ สยาม [แจ้งข่าวจ้า] P.111  (อ่าน 1133006 ครั้ง)

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
ฮาได้ใจมากอ่ะ  แล้วตกลงลงใครเป็นรุกใครเป็นรับล่ะเนี่ย

ชอบอ่ะ  มาต่อโดยไว เดี๋ยวค้าง :z13:

ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
Christmas แล้ว มาทวงของขวัญ  เป็นนิยายยตอนใหม่    :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2010 00:18:30 โดย zombi »

narrybo

  • บุคคลทั่วไป
“เราอยากเป็นเค้า และก็ปฏิเสธที่จะเป็นเรา” ผมย้ำคำ
“ไหนเจ้าบอกว่า สยามมิตกเปนเมืองขึ้นใครยังไงเล่า แล้วพวกเรานับถือชาติใด บริเตน-ไอยิแลนด์ ฝรั่งเศส ฮอลันดา หรือ เกา....หลี”
“เรานับถือทุกประเทศ ยกเว้นตัวเราเอง”
 ทวิภพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนคำพูดแม่มณีเลยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29

narrybo

  • บุคคลทั่วไป
ปลื้มๆๆอะๆๆๆ คนเขียน เขียนแหวกแนวมากเลยๆๆๆ สนุกๆๆๆๆ อับบ่อยๆๆนะ อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆๆจัง

Ramika

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
ใกล้สิ้นปีแล้ว  มาต่ออีกสักตอนนะ

ออฟไลน์ cancan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +581/-0
สนกจังเลย  แต่สงสารนายเอกจังเลยตอนแรกๆอ่ะ(ใช่นายเอกเป่าหว่า??น่าจะใช่แหละ อิอิ) :pig4:

ออฟไลน์ ZooS

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 117
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ฮึ๊ ย ย ย !!! มันน่าจะให้โดนพวกอั้งยี่รุุมตื้บสักคนละตุ๊บสองตุ๊บนะ

หมั้นไส้ อินายเอก(รึเปล่า) เปรี้ยวตรีนนนตร๊อดๆ สงสารไม่ลงเจงๆเฮ่อ

พอกำลังจะรู้สึกเอ็นดูก็เอาอิกแระ เซ็งงงงงงง ขัดใจตร๊อดดดๆ

แหะๆ ขอโทษทีอินไปหน่อย ^^"

ออฟไลน์ โมโม่ที่รัก

  • ٥ﻻ ﻉ√٥ﺎ ٱu
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 942
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
 :jul3:
เรื่องนี้ฮาโคตร
ขำมันทุกตอน
กด + ให้เขาเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






lazewcielo

  • บุคคลทั่วไป
ตามอ่าน 12 ตอนรวดดดดดดด
เขินนนนนนนนนนนน
พ่ออัชน่ารักมากกกกกกกกกกก

Ramika

  • บุคคลทั่วไป
สวัสดีปีใหม่ ขออวยชัยให้ มาต่อนิยายเร็วๆ

Little Devil

  • บุคคลทั่วไป
... :mc4: Happy New year 2011... :L2:

..............
 :serius2:  :t3: มารอตอนต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-01-2011 12:26:04 โดย Little Devil »

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6

ออฟไลน์ maew189870

  • รักทุกคนนะคับ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
รอเหมือนเดิมคับ


สวัสดีปีใหม่คับ



supery

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ VICTORY

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 787
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
ชอบจังเลยย ย้อนอดีต ย้อนเวลาตามหารัก

ออฟไลน์ mink2538

  • เว็บสำหรับคนพันธุ์ Y
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
ผมเดินลงมาจากเรือนด้วยสภาพอ่อนแรง เหนื่อยลากตีน หมอปีย์หายเข้าไปในห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จ ส่วนผมนั้น เดินถือปลาตะเพียนสานเดินตรงไปยังเรือนหลังสวน
“ลุงเห็นไอ้แดงมั๊ย”ผมถามลุงคนหนึ่งที่นั่งทอดสายตาหมดอาลัยตายอยาก
“มันจะอยู่ที่ไหนได้เล่า เจ้าลองหาให้ดีเถิด” เขาตอบอย่างไม่ไยดี เมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็ไม่หวังพึ่งเขาอีกแล้ว ตั้งหน้าตั้งตาเดินตามหาไอ้แดง เพราะคิดว่า คุกเล็กแค่นี้ ไอ้แดงมันจะไปอยู่ไหนได้

ผมเดินผ่านเรือนหลังนั้น ซึ่งตอนนี้มันเปลี่ยนไป หลังจากวันที่ผมมาครั้งแรกและร้องขอให้หมอปีย์ทำหน้าต่างให้ มาวันนี้ เรือนหลังนี้ มีหน้าต่างรายล้อมรอบบ้าน ทุกบานถูกเปิดออกให้อากาศถ่ายเท คนข้างในลุกขึ้นนั่งเหม่อมมองออกนอกหน้าต่าง ทันทีที่ผมเดินผ่าน สายตาพวกเขาก็จ้องมองทุกย่างก้าวที่ผมเดิน จนผมทำตัวไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินหาไอ้แดงโดยที่หัวใจห่อเหี่ยว

“แดง” ในที่สุดผมก็เจอมันนั่งอยู่ที่เดิมที่ท่าน้ำใต้กอไผ่
“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้” ผมถามก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ
“มารอแม่” แดงตอบ และคำตอบนั่นเองที่ทำให้ผมอึ้ง เงียบไปเนิ่นนาน
“.......................”
“.......................”
“......................”
“ชั้นเอานี่มาฝาก” ผมยื่นปลาตะเพียนสานให้ แดงเงยหน้ามองก่อนจะรับมันไป
“ของเล่น” มันยิ้ม ก่อนจะมองปลาตะเพียนสานนั้นด้วยแววตามีความสุข
“อืม ของเล่น เอาไว้เล่นนะ นี่ วันหลังชั้นจะเอามาให้อีกเยอะๆเลยดีป่าว” ผมพยายามฝืนยิ้ม
แดงพยักหน้า ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน และเอาปลาตะเพียนสานไปปักไว้ที่ศาลา ก่อนที่ตัวมันเองจะล้มตัวลงนอน มองปลาตะเพียนที่แหวกว่ายอยู่ในอากาศ
“ชอบมั๊ย” ผมถาม เพราะไม่แน่ใจว่าเด็กสมัยนั้นจะเล่นของเล่นอะไร เพราะสมัยผม ขืนเอาปลาตะเพียนสานไปให้เด็กเล่น ก็คงเล่นได้ไม่นาน มันคงถูกเฟี้ยงทิ้งไปก่อนที่ใบลานจะเปลี่ยนสีแน่ๆ
“อื่ม ชอบจัง”  แดงยิ้ม แววตาเป็นประกาย
ผมนั่งมองเด็กนั่นอยู่นานอย่างไม่รู้สึกเบื่อ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจเป็นเพราะลึกๆแล้ว แดงกับผมอาจมีอะไรที่คล้ายๆกันก็ได้ นั่นก็คือการ “ไม่มีใคร”
“เหงามั๊ย” ผมถาม
แดงไม่ตอบ มือยังคงไขว่คว้าปลาตะเพียน
“ชั้นนี่โง่จริงๆนะ ไม่น่าถามคำถามอะไรแบบนั้นเลย” ผมยิ้มกับตัวเอง “ใครบ้างหล่ะจะไม่เหงา การมีชีวิตอยู่ในโลกที่มีคนมากมาย แต่สุดท้ายเหมือนเราอยู่คนเดียว มันก็ต้องเหงาอยู่แล้วนี่เน๊อะ”
“เอ็งน่ะ เก่งกว่าชั้นอีกนะ รู้มั๊ย ถ้าชั้นเป็นเอ็ง ป่านนี้ ชั้นกระโดดน้ำคลองตายไปแล้ว ฮ่าๆๆ” ผมหัวเราะลั่น เพื่อให้เสียงหัวเราะนั่นกลบความรู้สึกที่กล้ำกลืนไว้ในใจ
“แต่ก็นะ ชั้นมันก็แค่............” ผมเงยหน้ามองเจ้าแดงมัน และกลับพบว่ามัน หลับปุ๋ยไปแล้ว
“หึ เด็กหนอเด็ก” ว่าแล้วผมก็ทอดตัวลงนอนยาวบ้าง มือก่ายหน้าผาก เฝ้าแต่คิดถึงสิ่งที่ลางเลือน
..............
..............แล้วผมก็หลับตามเจ้าแดงไป


สายลมพัดแผ่วๆอย่างเกียจคร้านยามบ่าย เสียงใบไผ่เริงระบำไปตามสายลม อีกทั้งกลิ่นน้ำในลำคลองที่ใสราวกระจกนั้น ทำให้ผมหวนจินตนาการถึงภาพบางอย่าง
ภาพชายหนุ่มในชุดไทยโบราณยืนอยู่หน้าฉากสีขาว เขายืนแข็งเป็นหุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่ มือทั้งสองข้างพาดแนบยาวไปตามลำตัว คอที่ตั้งตรงดูไม่เป็นธรรมชาติ ใบหน้าที่ขึงขังราวกับเป็นผู้คุมนักโทษ
“เฮ้ย ทำให้มันเป็นธรรมชาติหน่อยสิวะ”  เสียงหนึ่งกำกับอยู่ด้านหน้า ผมมองไม่เห็นคนคนนั้น รู้แต่ว่าตอนนี้หน้าตาของชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ ดูไม่ได้เอาเสียเลย
“ยิ้มหน่อยๆ”
เขาค่อยๆแสยะยิ้มออกมา
“มึงจะบ้าเหรอ ยิ้มน่ะยิ้ม ไม่ใช่แยกเขี้ยว มึงไม่เคยยิ้มรึไง” เสียงนั้นเซ้าซี้จนผมรำคาญ
“เอางี้คิดซะว่ามึงกำลังมองหน้าคนที่มึงรักอยู่แล้วยิ้มออกมาสิ” เสียงนั้นแนะนำ ชายผู้นั้นทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะหันหน้ามาที่ผม แล้วเขาก็ค่อยๆ.............ยิ้ม
“แชะ!!!!” เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมๆกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นมาจนภาพข้างหน้าเป็นสีขาวโพรนไปหมด
................
............
.................
..............
“ฮือ ๆ” มือเล็กๆอุ่นๆคู่หนึ่งกำลังเขย่าแขนผมเบาๆให้ตื่นจากความฝัน  ผมค่อยลืมตาขึ้น   รู้สึกแสบตา
“อืม ว่าไง มีอะไรรึ” ผมงัวเงียลุกขึ้นนั่ง หน้าของแดงแจ่มชัดในยามนี้ เขาดึงมือผมมาทางริมน้ำก่อนจะชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่ท่าน้ำบ้านคุณชั้น
“นู่นๆ” ผมมองตามที่เด็กนั่นชี้ และก็ต้องหรี่ตาเมื่อเห็นภาพน้ำในลำคลองกำลังแตกกระจาย ผมเพ่งมองไปยังบริเวณนั้น และแน่ใจแล้วว่า ที่น้ำกำลังแตกกระจายอยู่นั่นคือกำลังมีคนจมน้ำ
ตอนนั้นผมไม่คิดอะไรทั้งสิ้น วิ่งออกจากศาลาอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งตรงไปยังบริเวณที่คนกำลังจมน้ำ จนในที่สุด ผมก็วิ่งมาถึงชายรั้วที่กั้นระหว่างบ้านหมอปีย์กับบ้านคุณชื่น
“หนูวาด” ผมพูดกับตัวเองเบาๆเมื่อเห็นภาพของเด็กหญิงคนที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่ชัดเจนขึ้นๆ  ก่อนจะกระโจนลงน้ำอย่างไม่คิดชีวิต น้ำในคลองนั้นเย็นเฉียบจนแทบจะบาดเนื้อ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมต้องช่วยหนูวาดก่อนเรื่องอื่น หากหนูวาดเป็นอะไรไป ก็คงไม่มีผมในวันนี้แน่ๆ
ผมเร่งว่ายน้ำเข้าไปหาหนูวาดที่ตอนนี้กำลังทุรนทุรายดิ้นรนอย่างสุดกำลัง ผมเองก็แผ่วลงไปมาก
“อดทนก่อนนะ หนูวาด ผมกำลังจะไปช่วย” ผมพูดในใจ แต่เหมือนเธอจะไม่ได้ยินเสียงเรียกร้องของผม เธออ่อนแรงลง จนในที่สุดก็หมดแรงที่จะตะกายน้ำ ปล่อยให้ตัวเองดำดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ
“หนูวาด!!!!” ผมตะโกนสุดเสียงก่อนจะสูดอากาศหายใจเข้าเต็มปอด และมุดตัวแหวกสายน้ำตามหาร่างของเธอ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานในสายน้ำที่แน่นิ่ง  ความอดทนผมกำลังจะหมดลง ผมหาร่างหนูวาดไม่เจอแต่ตอนนี้อากาศกำลังจะหมด
“ผมจะตามยายทวดไปครับ หนูวาด” ผมนึกในใจก่อนจะปล่อยร่างที่ใกล้จะหมดลมดำดิ่งตามหนูวาดไป
แต่เมื่อเราใกล้ตาย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของคนเราก็ทำงาน จู่ๆผมก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดตะกายน้ำขึ้นมาสูดอากาศอย่างโหยหา
“หนูวาด!!!”  เมื่อหายใจเข้าเต็มปอดแล้ว ผมจึงเริ่มดำหาร่างหนูวาดอีกครั้ง  และในที่สุดผมก็พบร่างของเธอกำลังล่องลอยอยู่เกือบถึงก้นแม่น้ำ ผมพุ่งตัวไปอย่างเร็ว กำลังผมเองก็ใกล้จะหมดเต็มทนแล้ว ใบหน้าของหนูวาดชัดเจนยิ่งขึ้น มือของผมไขว่คว้าไปทั่วจนสุดท้าย ผมก็คว้าข้อมือของหนูวาดที่เย็นเฉียบไว้ได้ ก่อนจะดึงร่างเธอตามขึ้นมา

ภาพเบื้องบนของผมนั้นมืดสนิท ผมพยายามตะเกียกตะกายพาร่างของหนูวาดขึ้นมา กำลังขาอ่อนลงจนแทบขาดใจ ผมหวังอยากเห็นแสงสว่างเบื้องบน ในที่สุดก็ได้เห็น
แสงสว่างที่กระเพื่อมไปมา มันชัดเจนมากขึ้น มากขึ้น จนมองเห็นก้อนเมฆ และที่สำคัญมองเห็นผู้คนที่กำลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำ
ผมยิ้มกับตัวเอง พลางรวบรวมกำลังทั้งหมดเฮือกสุดท้ายกระชากร่างของหนูวาดอย่างแรง โยนตัวเธอขึ้นไปเหนือผิวน้ำจนสำเร็จ
ผมเห็นร่างของหนูวาดลอยขึ้นไปอย่างช้าๆ และเห็นคนที่อยู่เหนือน้ำนั้นรับร่างของเธอไว้
“สำเร็จแล้ว” ผมยิ้ม มือทั้งสองข้างทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง ฟองอากาศฟองสุดท้ายถูกปล่อยออกมาจากปาก มันล่องลอยขึ้นไปเหนือผิวน้ำ ผมมองมันจนสุดสายตา ก่อนที่จะค่อยๆ หลับตาและทิ้งตัวลงสู่ก้นแม่น้ำอย่าง...................สงบ


ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“หนูวาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!” เสียงตะโกนดังสุดเสียงราวกับจะขาดใจดังผ่านลำคอของผมออกมา ผมกระชากตัวเองอย่างแรงจนได้ยินเสียงลมผ่านหู เสียงหายใจฟืดฟัดหนักหน่วงราวกับต้องการอากาศหายใจมาทั้งชีวิต ผมหายใจเร่งเร็วอย่างตะกระตะกราม
“หนูวาด หนูวาด” ผมลืมตาขึ้นปากพร่ำถึงชื่อของยายทวด
“หนูวาด” ภาพข้างหน้าผมชัดเจนมากขึ้น ผมมองไปรอบๆตัว ห้องนี้นี่มัน ห้องในเรือนครัวหลังเก่าที่บ้านนี่นา เครื่องใช้เก่าเก็บ กระต่ายขูดมะพร้าว ชาม จาน กระทะใบบัว กระทะทองเหลือง เครื่องครัว
ผมขมวดคิ้วอย่างงุนงง นี่เรามานอนอยู่ในเรือนคุณชั้นได้ยังไง ผมสงสัย ก่อนจะยันร่างลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำ ผมเผ้าปิดหน้าปิดตา
แต่น่าแปลกทำไมเรือนคุณชั้น หรือแถวๆนี้ ทำไมไม่มีเสียงนกร้องเหมือนเดิม แต่กลับมีเสียงรถราวิ่งอยู่ข้างนอกแทน
“นาฬิกา” ผมมองดูนาฬิกาลูกตุ้มเรือนเดิมที่เคยเดินบอกเวลาตามปกติ คราวนี้มันกลับหยุดเดินขึ้นมาเฉยๆ
“รูปถ่ายเก่าๆ”  ที่ก่อนหน้านี้ไม่มี แต่บัดนี้กลับแขวนอยู่รอบตัวบ้าน ผมเดินมองดูอย่างไม่เข้าใจ รูปแล้วรูปเล่า แล้วก็ต้องมาหยุดอยู่ที่รูปชายหนุ่มในชุดไทยโบราณที่ใบหน้าลางเลือนคนเดิม
“นี่เกิดอะไรขึ้นอีก หรือว่า กูตายไปแล้ว..............จริงๆ” ผมนึกเมื่อคิดว่าคนที่ตายไปแล้วจะต้องกลับบ้าน เพราะก่อนหน้านี้ผมจมน้ำ และจู่ๆก็ฟื้นขึ้นมาที่บ้านหลังนี้ บ้านที่เหมือน.........บ้านเก่า
“แม่” จู่ๆผมก็นึกถึงแม่ขึ้นมา รีบวิ่งออกไปจากเรือนหลังนี้ทันที และถูกต้องที่สุด ผมกลับมาบ้านหลังเดิมอีกครั้ง
สายตาคู่นี้นี่เองที่มองไปรอบๆตัว
บ้านของเรา
บ้านของอา
โรงรถ
ไม่มีเรือนหลังใหญ่
ไม่มีกอไผ่
ไม่มี.....................
“บ้านหมอปีย์”
นี่ผมสมควรจะดีใจหรือเสียใจกันแน่ ผมตอบตัวเองไม่ได้ ทำไมชีวิตคนๆหนึ่งถึงต้องมาเจอกับสถานะการณ์ที่แสดงออกถึงอารมณ์ได้ไม่ชัดเจนได้บ่อยขนาดนี้


“แม่” ผมเดินเข้ามาในบ้านและเห็นแม่กำลังนั่งวุ่นอยู่กับสมุดบัญชีเล่มเดิม เธอเงยหน้าขึ้นมามองหางตา ไม่มีแววตาห่วงใย หรือสงสัยแม้แต่น้อยเลยว่า ตลอดเวลาอาทิตย์ที่ผ่านมาลูกชายคนนี้หายไปไหน มา
“ไปทำอะไรมาตัวเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำมาเชียว”  นี่คือคำแรกที่แม่ทักทาย ผมละงงจริงๆ
“นี่แม่จะไม่ถามผมเลยเหรอว่าผมหายไปไหนมา” ผมถาม และก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ต้องถามคำถามนี้กับแม่ เพราะเมื่อก่อนผมไม่เคยจะไยดีอะไรกับแม่อยู่แล้ว
“แกก็หายหัวของแกเป็นเดือนๆอยู่แล้ว ไม่เห็นจะแปลก”
เออมันก็จริงของแม่ ปกติผมเองก็ทำตัวให้เป็นห่วงจนเขาไม่ห่วงกันหมดแล้ว
ผมเดินหงอยๆขึ้นห้อง ปิดประตูล๊อกห้อง ล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อนโดยไม่คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้า
แอร์ที่เปิดทิ้งไว้จนเย็นฉ่ำ ภายในห้องมีชุดโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่ มีคอมพิวเตอร์ มีเครื่องมิ๊กเสียงอยู่อีกห้อง เสื้อผ้าอยู่ในตู้ที่เก็บไว้อีกห้องหนึ่ง ในนั้นมีเสื้อแบรนด์มากมาย เครื่องสำอางค์วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ น้ำหอมเกือบสิบๆขวด รีโมตที่ควบคุมทุกอย่างภายในอันเดียว
อำนาจของผมอยู่ในมือหากมีเจ้าตัวนี้
เตียงนอนที่ทำมาจากไยสังเคราะห์ชั้นดี ผ้าห่มขนเป็ด หมอน หมอนข้าง
ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วหรือ นี่ผมกลับมาสู่โลกปัจจุบันจริงๆเหรอ
ผมจะไม่ได้นอนเสื่อ ไม่ได้นุ่งโจงกระเบน
ไม่ได้นั่งพื้นกินข้าวโดยใช้มือหยิบ ไม่ได้เข้าส้วมประหลาดๆ ไม่ได้ไปตลาด ไม่ได้ไปเรือนท้ายสวน  ไม่ได้เจอหน้าไอ้แดง
และที่สำคัญ
ผมจะไม่ได้เจอหน้าหมอปีย์อีกแล้วเหรอ..................................
.
.
.
.
.
.
.
.
.








วันรุ่งขึ้นผมตื่นมาด้วยสภาพมีไข้รุมๆ เจ็บคอเหมือนมีเศษแก้วแตกสุมอยู่ในลำคอ ทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย มันเหมือนคอจะขาดออกเป็นเสี่ยงๆ ผมลุกขึ้นหยิบน้ำในเหยือกที่วางประจำของมันเทใส่แก้วอย่างช้าๆ ก่อนจะจิบมันทีละนิดอย่างยากลำบาก
“แฟนแกเขาโทรมาหาแน่ะ วันละเป็นสิบรอบ” แม่ซึ่งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอทานข้าวอยู่บอก ผมนั่งลงข้างๆ หยิบหนังสือพิมพ์ส่วนที่เธออ่านเสร็จแล้วมาดูวันที่
“แกไม่ได้ไปอยู่กับแฟนแกเหรอ”
“ปล่าว เราเลิกกันแล้ว” ผมตอบน้ำเสียงเย็นชา เหมือนการเลิกกับใครสักคนที่เคยรักเป็นแค่การ ขากเสลด
“ดีเน๊อะ เด็กสมัยนี้ ไปไวมาไว ชั้นก็เห็นรักกันปานจะกลืนกิน ทำไมถึงได้.................”
“แม่” ผมเบรคแม่ก่อนที่เธอจะบ่นไปอีกเป็นชั่วโมง
“แม่ช่วยเล่าเรื่องยายทวดให้ผมฟังหน่อยได้มั๊ย” ผมถามสีหน้าใคร่รู้ เธอวางหนังสือพิมพ์ลง ก่อนจะมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“ทำไมถึงได้อยากรู้เรื่องนี้ขึ้นมาหล่ะ” แม่ถาม
“เถอะน่า เล่าให้ฟังหน่อยนะแม่” ผมเซ้าซี้
แม่วางหนังสือพิมพ์ลง หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ
“วันนี้ชั้นรีบ เอาไว้ค่อยคุยกันนะ”  แล้วเธอก่อนลากเก้าอี้ออกก่อนจะเดินออกจากห้องกินข้าวไป
“เฮ้อ”  ผมทอดตัวลงพิงพนักพิง มองอาหารที่อยู่บนโต๊ะ
“ขนมปัง ไข่ดาว แฮม กาแฟหนึ่งแก้ว หึ” ผมเผลอยิ้มมุมปาก แม่ครัวของที่นี่ช่างรู้ใจผมเสียจริง ผมหยิบกาแฟขึ้นมาซด ก่อนจะหยิบซ้อมกับมีดมาหั่นขนมปัง
แต่ทันทีที่ขนมปังเข้าปาก ผมกลับรู้สึกอยากบ้วนมันทิ้งเสียเต็มประดา
“นี่ขนมปัง หรือ ไม้กระดานอัดวะเนี๊ยะ แข็งสิ้นดี” ผมบ่น ทิ้งซ้อม กับมีดเสียงดังเพล้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว
“ป้า ชั้นอยากกินข้าวต้ม” ผมบอกแม่ครัว เธอหันมามองด้วยแววตาหวาดหวั่น
“ขะ ข้าวต้มหรือคะ คุณปอ”
“ใช่ ข้าวต้ม ไม่สบายอย่างนี้ มันต้องกินข้าวต้มสิ ถึงจะถูก”
“แล้วคุณปอ จะรับเป็นข้าวต้มอะไรดีคะ”
“ชั้นเอ่อ..............อยากกิน............ข้าวต้มปลาทู”
...




ตลอดเวลาที่ผมนอนซมอยู่ในห้อง ผมกลับคิดถึงแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านหมอปีย์ ทำไมผมถึงกลับรู้สึกไม่ดีใจเอาเสียเลยที่ได้กลับบ้าน ความรู้สึกภายในมันโหยหา บางอย่างระริกๆ มันเหมือนกับผมยังไม่ได้ทำอะไรตั้งมากมายหลายอย่างที่นั่น
หรือจะพูดง่ายๆก็คือ ผมยังอยากกลับไปที่นั่นอีก
เมื่อตื่นจากการนอนกลางวัน ร่างกายค่อยๆมีกำลังมากขึ้น สิ่งแรกในใจตอนนี้คือผมต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมก็คือ สิ่งที่เจอมามันเป็นเรื่องจริง หรือแค่ฝัน
ผมหยิบกุญแจรถ ก่อนจะเดินผ่านบ้านอาไปที่โรงรถ
“หายไปไหนมาหลายวันจ๊ะ หลานรัก รู้มั๊ย อาเป็นห๊วงเป็นห่วง” เสียงกระแนะกระแหนของสองสามีภรรยา ดังตามหลังผม ผมได้ยินทุกคำพูด แต่น่าแปลกที่ไม่ได้หยุด และอาละวาดอย่างที่เคยเป็น
“คุณปอจะไปไหนคะ” เสียงแม่บ้านคนเดิมทัก
“ชั้นจะไปหอสมุดแห่งชาติ แม่กลับมาเมื่อไหร่โทรหาชั้นด้วยนะ” ผมบอก สีหน้าของแม่บ้านอึ้งราวกับเห็นผี ที่ผ่านมาเธอเคยเห็นผมไปแค่แหล่งบันเทิง กับปาร์ตี้ มาวันนี้ผมไปหอสมุดแห่งชาติ นั่นคงทำให้เธอช๊อคไปไม่น้อย

รถคันเดิมขับผ่านถนนเส้นคุ้นเคย ผมจำได้ว่าถนนเส้นนี้ผมเคยเห็นเมื่อตอนอยู่ที่บ้านหมอปีย์ แยกตรงนี้ กำแพงแบบนี้ นี่มันเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เลยเหรอ




--------------------------------------------------------หอสมุดแห่งชาติ---------------------------------------------------

ผมจอดรถไว้ด้านหน้าหอสมุด ก่อนจะเดินเข้าไปผ่านป้ายที่เขียนเตือนไว้ว่าให้แต่งกายสุภาพ ผ่านเครื่องแสกน และตรวจกระเป๋า ก่อนจะเดินเข้ามาภายใน โต๊ะประชาสัมพันธ์ตั้งอยู่ตรงกลางหน้าบันไดไม้โบราณ ภายในเป็นสถาปัตยกรรมสมัยโบราณที่ยังคงไว้ซึ่งมนต์ขลัง
“โทษนะครับ ผมจะหาหนังสือสมัย ร.๕ ได้ที่ไหนครับ”
“อ๋อ” ประชาสัมพันธุ์สาวสวยเงยหน้ายิ้มให้ผม “เชิญชั้นสามค่ะ ลิฟท์ อยู่ด้านนี้นะคะ”
ผมยิ้มเป็นการขอบคุณเธอ ก่อนจะเดินผ่านลิฟท์ไปไม่ไยดี ผมเลือกที่จะใช้บันไดเดินขึ้นไปแทนการใช้เครื่องสนองความเกียจคร้านอันนั้น
เมื่อมาถึงชั้นสามบรรยากาศเหมือนอยู่ในโรงเรียนประถมต่างจังหวัด ห้องที่ถูกจัดแบ่งตามประเภทหนังสือนั้น เหมือนกับห้องเรียนเด็กประถมสมัยก่อนไม่มีผิด พื้นไม้กระดาน บานประตูไม้ 
ห้องถูกเปิดออก ภายในมีหนังสือวางเรียงรายเต็มไปหมด แต่กลับมีคนนั่งอ่านอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น
ผมเดินไล่หาหนังสือที่เกี่ยวกับยุคสมัย ร.๕หยิบทุกเล่มที่เกี่ยวกับสมัยนั้นมาวางกองไว้ที่โต๊ะจนท่วมหัว
“ภาพโบราณสมัยร.๕
เกร็ดสนุกในอดีต
เล่าเรื่องเมืองสยามในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง
และเรื่องต่างๆอีกมากมาย
ผมเปิดมันอ่านอย่างตั้งใจ มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมอ่านเจอเกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำในสมัยนั้น นั่นมันทำให้ผมถึงกับอมยิ้มออกมาอย่างลืมตัว อีกทั้งวิถีชีวิต การกิน การอยู่ มันช่างเป็นอย่างที่ผมเห็นเสียจริง












ผมก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพวกนั้นอยู่นานโดยไม่สนใจใครรอบข้าง อากาศในนี้เย็นจัด เพราะแอร์ทำหน้าที่ดีเกินไป ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้อ่านคนอื่นถึงได้สวมเสื้อกันหนาวกันหลายต่อหลายชั้น
ผมเปิดหนังสือเล่มหนึ่งอย่างเบามือ เพราะกระดาษของหนังสือเล่มนั้นดูท่าทางจะเก่าและบอบบางเอาการ สีของกระดาษซีดเป็นสีเหลืองเข้ม ตัวหนังสือเป็นตัวที่ใช้พิมพ์ดีดพิมพ์ ทำให้อ่านยากเอาการ
ช่วงเวลาที่ผมอ่านหนังสืออยู่นั้น ผมรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่เหมือนจะจับจ้องผมผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือ แต่เมื่อผมหันไปมองกลับพบเพียงความว่างเปล่า
“สนใจหนังสือพวกนี้หรือ” แต่จู่ๆแววาคู่นี้ก็มาอยู่ตรงหน้าผม
“ครับ” ผมตอบเจ้าของแววตาที่อิดโรยคู่นั้นไป หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ผม เธอมีผมสีดอกเลาที่รวบมวยอย่างเรียบร้อย ใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนตลอดเวลา แววตาที่กลมโต ท่าทีที่สง่างามราวกับเธอเป็นราชนิกูลย์ก็ไม่ปาน
“ชั้นของนั่งด้วยคนได้มั๊ย” เธอร้องขอ ผมยิ้มตอบเป็นการตกลง
“ทำไมวัยรุ่นอย่างเธอ ถึงได้มานั่งอ่านประวัติศาสตร์คร่ำครึอย่างนี้คนเดียว” เธอถาม
“เอ่อ อ้อ พอดี ผมต้องทำวิจัยน่ะครับ” ผมยิ้ม ไม่กล้าจะตอบความจริงออกไปว่าผมเจออะไรมาบ้าง กลัวใครจะหาว่าเป็นบ้า
เธอไม่พูดอะไรต่อ เอาแต่ยิ้มเบาๆ มือดึงหนังสือภาพเล่มหนึ่งออกมา ก่อนจะจะเปิดไปที่หน้าหน้าหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว เธอลูบกระดาษแผ่นนั้นอย่างแผ่วเบา
“ป้ารู้จักที่นี่เหรอครับ” ผมถามเมื่อเห็นว่าเธอสนใจภาพเรือนไม้หลังใหญ่ในหนังสือเล่มนั้นเป็นพิเศษ เธอยิ้มอีกครั้ง
“แล้วเธอหล่ะ ชอบมันรึปล่าว”
“...........................................” ผมงงกับคำถามและน้ำเสียงที่เยือกเย็นของเธอ
“เรือนหลังนี้สวยงามนัก มันทำมาจากไม้ทั้งหลัง ไม่มีตะปูแม้แต่แห่งเดียว บันไดตรงนี้” เธอชี้ไปที่บันไดไม้
“ก็เรียบลื่นเงาวาว เพราะบ่าวไพร่ชอบมาขัดถูเวลาแอบฟังเจ้านายคุยกัน” เมื่อพูดถึงตรงนี้แววตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมา
“เจ้าของเรือนแห่งนี้ก็งามไม่ต่างจากเรือน” เธอส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเงียบไปพักใหญ่
“ที่ตรงนี้”  แล้วหญิงคนนั้นก็ลากมือเลยหนังสืออกมาบนโต๊ะ ก่อนที่เธอจะหลับตา “เป็นสวนดอกชบาสีแดงสด อีกทั้งแซมไปด้วยดอกพุดซ้อน ดอกแก้ว จำปี และจำปา โอ้ ชั้นยังจำกลิ่นของพวกมันในยามเช้าได้ดี”
เธอบรรยายออกมาเป็นฉากๆทั้งๆที่ไม่มีภาพนั้นในหนังสือ ทำเอาผมขนลุก แล้วเธอก็เงียบไปไม่พูดอะไรอีก
“เอ่อ ป้าพูดเหมือนป้าเคยไปบ้านหลังนี้มาอย่างนั้นแหละครับ” ผมเลียบถาม
“ไม่ต้องกลัวใครจะหาว่าเธอบ้าหรอก  เพราะถ้าเธอบ้า ชั้น........ก็บ้าเหมือนเธอนั่นแหละ” เธอยิ้มอย่างมีความหมาย
รอยยิ้มนั้นทำเอาผมขนคอตั้งชัน และหัวใจพองโต
“ป้าอย่าบอกนะครับ ว่าป้าย้อนอดีตไปที่แห่งนี้....................เหมือนกัน” ผมละล่ำละลักถาม
เธอเลือกที่จะไม่ตอบ แต่กลับมอบรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นให้ผมแทน
“ป้าไปมาใช่มั๊ย ผมไม่ได้บ้าใช่มั๊ย” ผมเขย่าแขนเธออย่างลืมตัว เสียงดังของผมทำให้คนภายในห้องนั้นหันมามองจนผมต้องหรี่เสียงตัวเองลง
“บอกผมมาเถอะ ผมไม่ได้เพี้ยนไป.............ใช่มั๊ย” น้ำเสียงที่เร่งเร้า ร้อนรน บวกกับดวงตาที่เอ่อไปด้ยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจนั่นเองที่ทำให้เธอยอมปริปากพูดบางอย่างออกมา
“เธอเชื่อเรื่องทฤษฎีการย้อนเวลามั๊ย” หญิงคนนั้นถาม น้ำเสียงเยียบเย็น
“มีคนจำพวกหนึ่งเชื่อว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เป็นสิ่งที่ไม่ได้เรียงกันตามลำดับ เหมือนกับเธอแต่งหนังสือจากบทสรุป ย้อนมากลางเรื่อง และจบด้วยจุดเริ่มต้น” เธอพยายามอธิบายให้ผมฟัง
“เวลา เป็นช่วงสมบูรณ์ในตัวมันเอง พวกเขาเชื่อว่า ในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่ ยังมีเราในอีกห้วงเวลาหนึ่ง กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน”
“แล้ว ผมย้อนกลับไปช่วงนั้นได้อย่างไร” ผมถาม
“จากที่ชั้นได้ศึกษา และพบว่า เวลาที่ดำเนินไปของมันในแต่ละห้วงนั้น จะมีอยู่เสี้ยวนาทีเดียวที่เวลาของสองช่วงเวลาจะมาบรรจบกันโดยผ่านตัวนำบางอย่างที่ช่วงเวลาทั้งสองนั้นมีร่วมกัน”
“ยังไงน่ะครับผมไม่เข้าใจ” ผมถาม
“ยกตัวอย่างง่ายๆ ในกรณีชั้น ชั้นสามารถ เอ่อ............ย้อนผ่านเวลาได้โดยผ่าน..........กระจก!!” เธอตอบแววตาก้มลงต่ำเหมือนพยายามปิดบังตัวตนของเธอไว้บางส่วน
“กระจกบานนั้นตั้งอยู่ในที่ของมันเมื่อร้อยปีก่อนไม่ขยับเขยื้อน เมื่อเวลาของสองช่วงมาบรรจบกัน กระจกบานนั้นจึงเป็นเหมือนประตูมิติให้ชั้นผ่านทะลุเข้าไป” เธอว่า
“เอ่อ ขอโทษนะครับ ป้าบอกว่าป้าผ่านกระจกไปสมัย ร๕อย่างนั้นเหรอ” ผมถาม เธอพยักหน้า
“ผมว่า ผมคุ้นๆเหมือนเคยอ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน” ผมแสดงสีหน้าสงสัย
“นิยายมักนำมาจากชีวิตจริง ใช่มั๊ย” เธอยิ้ม ผมไม่พูดอะไร
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ผมสามารถกลับไปที่นั่นได้อีก หากเวลาและตัวเชื่อมมันพอเหมาะ ใช่มั๊ยครับ”
“คงอย่างนั้นมั้ง แต่ .............ชั้นขอเตือนอะไรเธอไว้อย่างนะพ่อหนุ่ม” สีหน้าของป้าดูเคร่งขรึม
“จงอย่าผูกพันกับใคร หรืออะไรที่นั่น เพราะนอกจากเธอจะมอบความหายนะให้ประวัติศาสตร์แล้ว มันยังจะฆ่าเธอ...........ทั้งเป็นด้วย” หญิงคนนั้นก้มหน้าอีกครั้งตัวสั่นเทา
“เอาหล่ะ” จู่ๆเธอก็ลุกขึ้น “ชั้นขอให้เธอโชคดีนะพ่อหนุ่ม ที่นั่นสวยงาม และบริสุทธิ์ จงอย่างทำให้ที่นั่น แปดเปื้อน” แล้วเธอก็หันหลัง เดินจากไป
“ป้า ผมยังไม่รู้จักชื่อป้าเลย” ผมถามแต่ไม่ทันเสียแล้ว เธอหายเข้าไปหลังชั้นหนังสืออย่างไร้ร่องรอย










“จงอย่าผูกพันกับใครที่นั่น” คำๆนี้วนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดเวลาที่ขับรถกลับบ้าน ไม่เข้าใจทำไมป้าคนนั้นถึงได้เตือนแบบนี้ สงสัยเธอคงจะรู้จักผมน้อยไป คนอย่างผมมีรึจะผูกพันกับใครง่ายๆ ไม่มีเสียหล่ะ
“เฮ้อ ป่านนี้หมอนั่นจะเป็นยังไงมั่งนะ จะรู้รึยังว่ากูหายไป” จู่ๆผมก็ถอนหายใจอย่างลืมตัว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






Little Devil

  • บุคคลทั่วไป
ตัวละครใหม่?
อยากอ่านต่อ
+1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-01-2011 21:26:41 โดย Little Devil »

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
และแล้วก็เจอพวกเดียวกัน ที่มาคอยชีแนะ
ไม่ผูกพันธ์กับใครง่าย ๆ แต่ดันไปนึกถึงหมอปีย์
แล้วฝากกระโน้น จะคิดถึงคนทางนี้บ้างหรือเปล่า ว่าหายไปไหน
หรือคิดว่าไอ้บ้า จมน้ำตายไปแล้ว
+1 ให้เป็นกำลังใจครับ 129 คะแนน เท่ากับ 129 ที่โพสในเล้าเลยครับ

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
นั่นล่ะที่เขาเตือน  คนที่ปอกำลังคิดถึงอยู่นั่นแหละ
ว่าแต่ใครหว่าที่เป็นแฟนปอในปัจจุบัน

zeazaiz

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ loveryuichi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 145
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
กลับมาได้ไงหว่า

แล้วไอ้หมอปีย์มันขาดใจตายยัง

กร๊ากกกกกกกกก

Ramika

  • บุคคลทั่วไป
แอบมาโพสต์ โดยไม่มีการบอกกล่าว ขอให้ฉี่ไม่ออก

ออฟไลน์ ENG❤LUCKY

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
อ้าาาาาาาาาา! อยากอ่านต่อ ><
เพลินมากๆ มาต่อเร็วๆนะคะ :D

supery

  • บุคคลทั่วไป
555 เจอแม่มณีเข้าแล้ว
จะไปอีกรอบนี่ต้องไปโดดน้ำหรือเปล่า อย่าลืมพกของใช้หยูกยาใส่ถุงกันน้ำไปด้วยนะพ่อ

ออฟไลน์ ลูกลิงแสดงตัว

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
อยากอ่านต่อแว้วววว....
คุณป้าเค้าก็อุตส่าห์มาเตือนว่าอย่าผูกพันกับใครในอดีต ไอ้คุณนายเอก(รึเปล่า?)ของเราก็ทำเป็นเก่งแต่ก็ยังแอบคิดถึงเค้า
..แบบนี้ไม่เรียกผูกพันแล้วเรียกอะไรจ๊ะ

ออฟไลน์ kit

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3

๑๓๐ + ๑ = ๑๓๑
ขอบคุณนะคะ คุณ เซ็งเป็ด


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด