A moment in Siam กาลครั้งหนึ่ง ณ สยาม [แจ้งข่าวจ้า] P.111
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: A moment in Siam กาลครั้งหนึ่ง ณ สยาม [แจ้งข่าวจ้า] P.111  (อ่าน 1139343 ครั้ง)

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0

lazewcielo

  • บุคคลทั่วไป

MokGaLaKom

  • บุคคลทั่วไป
1เดือนรอได้แน่นอนค่ะ
ช้ากว่านี้ก็จะรออ่าน (แต่อย่าช้าเลยเป็นดีที่สุด)

BlueFaith

  • บุคคลทั่วไป
ฮัดช่าาาา เข้าใจแล้วฮับ

เสร็จงานด่วนแล้ว รีบกลับมาไวๆ นะคะ
  :กอด1:

ออฟไลน์ dragonnine

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-16

ออฟไลน์ cancan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +581/-0

ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
รับทราบจ้า
ไม่ต้องรีบนะ จัดการเรื่องด่วนมากกกกกกกให้เรียบร้อยก่อน
คนทางนี้รอได้เสมอ

ออฟไลน์ Isuru

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
รอได้ค่ะ
รอหมอปรีย์ กับ พ่ออัชย์ จ้า

ออฟไลน์ maew189870

  • รักทุกคนนะคับ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 726
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
จะรอนะคับ

และคิ ดถึงมากๆด้วยอ่ะคับ

ออฟไลน์ aum_15597

  • สายน้ำไม่หวนกลับ วันเวลาไม่หวนคืน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6

ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
เป็นกำลัวใจให้นะครับ
ขอให้งานเสร็จไวๆ
จะรออ่านต่ิอนะครับ  5555+

ออฟไลน์ sweetyYY

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-9
โอเคค่ะ จะรอน๊าาาาาาาาาาา

OuOkung

  • บุคคลทั่วไป
รับทราบครับ ไม่เป็นไรๆ รอได้ครับ
ตั้งไจทำงานนะครับ ^^

LifeTime

  • บุคคลทั่วไป
 :serius2:
ยังไม่มาต่ออีกเหรอ คิดถึงงงงง  :sad11:

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586



การเต็นท์ ก่อกองไฟรอดีกว่า  อิอิ 

Zymphoniz

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ maew189870

  • รักทุกคนนะคับ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 726
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
รอคาบบบบบบบบบบบบบบบ

topsupparit

  • บุคคลทั่วไป
เข้ามาอ่านจบอีกเป็นรอบที่ 4
คิดถึงหมอปีย์คับ ว่างเเล้วก็มาต่อให้อ่านกันอีกนะคับผม ^^

BlueFaith

  • บุคคลทั่วไป
หายไปนานจังเลย คิดถึงหมอปีย์ คิดถึงพ่ออัชย์ คิดถึงคนแต่งจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ maew189870

  • รักทุกคนนะคับ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 726
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
คิดถึงเหมือนกันคับผม

Sakana2yunjae

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
และแล้วผมก็ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ด้วยความช่วยเหลืออย่างมีมิตรไมตรีของป้าหนู ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ในเรือนนรกหลังนี้ด้วย ป้าหนูอาสาเกลี้ยกล่อมให้ยัยชงโคอนุญาตให้ผมขึ้นไปดูแลหมอปีย์บนเรือนได้ ทั้งๆที่หมอปีย์เป็นของผม ด้วยเหตุผลที่ว่า
“มันเป็นบ่าวคนใกล้ชิดของพ่ออัชย์(หมอปีย์)นะเจ้าคะ ให้มันมาดูแล บ่าวรู้ใจนายอย่างมัน อิชั้นรับรองว่าพ่ออัชย์จักต้องดีวันดีคืนเป็นแน่เจ้าค่ะ” ป้าหนูตกปากรับคำเป็นหมั่นเป็นเหมาะ ผมนั้นต้องเมินหน้าหันไปทางอื่น แค่มองหน้ายัยชงโคแล้วเห็นเม็ดแตงโมที่ติดที่ปาก(ไฝ) ก็คันไม้คันมืออยากจะเอานิ้วดีดปากเสียให้ได้
“ว่าไงหล่ะ เจ้าเส็ง” ป้าหนูหันมาถามผม  แต่ไม่ได้เตี้ยมกันก่อน เลยเกิดอาการงงกันเกิดขึ้น
“ใครชื่อเส็ง” ผมถามกลับ
“ก็เจ้านั่นแหละ เจ้าเส็ง แห้ ๆๆ” ป้าหนูหัวเราะกลบเกลื่อน “ สงสัยสติจักยังไม่สมประกอบดีกระมังเจ้าคะ”
“อ้อ เอ่อ ก็ตามนั้นอ่ะ” ผมพูดขอไปที การที่ต้องนั่งคุกเข่าบนพื้นในขณะที่ต้องนอบน้อมให้กับผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า มันเป็นอะไรที่แย่มากในความรู้สึกผมตอนนั้น


ชงโคอนุญาตให้ผมขึ้นไปหาหมอปีย์ได้วันละสองครั้ง เช้ากับเย็น เมื่อต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ หลังจากนั้นผมจะต้องไม่ไปเพ่นพ่านแถวเรือนใหญ่อีก และระหว่างที่ผมอยู่บนเรือน ไม่ให้ผมพูดอะไรกับหมอปีย์ ยกเว้นหมอปีย์จะถามเท่านั้น
“จะบ้าเร๊อะ  อีปลวกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”


สำหรับอาหารถูกจัดไว้ในถาด มีข้าวต้ม ปลาแห้ง ผลไม้ก็เป็นมะม่วง มีน้ำและมียาเม็ดลูกกลอนที่วางกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในขันเล็กๆ ผมเดินถือถาดขึ้นเรือนด้วยอาการปวดหลัง และยังมีไข้รุมๆ แต่ก็จำใจต้องทำ ขืนไม่รีบให้หมอนั่นหาย เวลาที่จะต้องอยู่ในเรือนนรกหลังนี้ก็คงจะยืดเยื้อไปด้วย
“เกิดมาไม่เคยต้องทำแบบนี้กับใคร” ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ แต่ก็ต้องทำ เพราะสิ่งที่ผมทำยังไม่ได้สักเศษเสี้ยวกับที่หมอปีย์ทำให้ผมเลย
“อยู่บนเรือนใหญ่ อย่าสอดรู้สอดเห็น ให้ก้มหน้าไว้ตลอด” ป้าหนูกำชับ ก่อนจะแยกทางก่อนถึงบันไดเรือนเพื่อไปหลังเรือน ส่วนผมนั้นนอกจากหมอปีย์แล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจสำหรับที่นี่เลยสักนิด
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ผมเคาะห้องที่หมอปีย์นอนพักฟื้น สูดหายใจลึกๆ กี่วันมาแล้วที่ไม่ได้เจอหน้าหมอปีย์
“เอี๊ยดดดดดด”เสียงประตูเปิดออก ชงโคเดินออกมาในสภาพผ้าแถบครึ่งท่อนสีชมพูตัดกับผ้านุ่งที่เธอใส่ เข็มขัดทองเหลืองอร่ามคาดเอวพร้อมทั้งเครื่องประดับแทบจะล้นตัวเธออกมา ผมหลบตาเธอตามที่ป้าหนูบอก
“อย่าสะเออะทำเกินคำสั่ง จำไว้ อ้ายขี้ข้า ข้าจักให้บ่าวมานั่งเฝ้ามึงหน้าห้อง” เธอจิกสายตามาที่ผม ในขณะที่ผมนั้นกัดริมฝีปากสะกดความรู้สึกที่อยากจะตอบโต้ไว้
“อือ” ผมตอบ
“ว่าไงนะ” เธอตวาดแว๊ดขึ้นมา
“ขอรับ” ผมตอบเสียไม่ได้ ก่อนที่ชงโคจะรามือ ยอมเดินออกจากห้องไป
เสียงเธอกำชับบ่าวผู้หญิงให้เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีดังขึ้น ก่อนที่ผมจะหันหลังไปปิดประตู
“หมอ” ผมวางถาดอาหารไว้ที่โต๊ะข้างประตู ปรี่ไปหาหมอปีย์ด้วยใจเป็นห่วงลืมคำสั่งของชงโคไปหมดสิ้น
“หมอ เป็นไงมั่ง” ผมนั่งลงใกล้ๆเขาซึ่งยังคงหลับตา ที่หัวพันไปด้วยผ้าขาว
“ชั้นขอโทษนะหมอ ชั้นขอโทษ” ในที่สุดผมก็หลั่งน้ำตาให้กับสารรูปของหมอปีย์ ที่เขาเป็นแบบนี้ เพราะปกป้องผมแท้ๆ




“โอ้ยยยย” เสียงแหบซ่าดังผ่านลำคอของเขา หมอปีย์ขยับตัวนิดหน่อย ก่อนจะเอามือกุมหัว
“หมอ หมอ” ผมเรียกเขาด้วยความตื่นเต้น
หมอปีย์ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ผมลุ้นกับทุกความเคลื่อนไหวของเขา
“หมอ เป็นยังไงบ้าง”
แววตาหมอปีย์จ้องมองไปบนเพดาน เขาจ้องมองไม่กะพริบตาอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
แล้วเขาก็หันมามองผม
“อัชย์ อัชย์”
ทันทีที่ได้ยินเขาเรียกชื่อผม หัวใจผมพองโตจนแทบจะระเบิด เขาไม่เป็นไร เขายังจำผมได้ ผมยิ้มทั้งน้ำตา
“ใช่ ชั้นเอง” ผมตอบ
“อัชย์ อัชย์” หมอปีย์ยังคงเรียกชื่อผมไม่ขาดปาก
“ใช่ นายไม่เป็นไรแล้ว ชั้นอยู่นี่”
แต่เขายังไม่หยุดเรียกชื่อผม นอกจากนั้นยังมีอาการดิ้นทุรนทุรายมากขึ้นกว่าเดิมอีก
“เอ้ย นายเป็นอะไร” ผมตกใจหน้าซีดเผือด
“ออกไป” แล้วเขาก็ผลักผมจนตกเตียง ผมอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หมอ” ผมลุกขึ้นยืน “นี่ชั้นไง อัชย์ นายจำชั้นไม่ได้เหรอ อัชย์ไง”
“ออกไป ออกไปให้พ้น ออกไป” หมอปีย์เริ่มอาละวาดหนักขึ้นพร้อมทั้งตะโกน ผมพยายามจะเข้าไปปลอบให้เขาหยุด แต่เขาไม่ยอม ในที่สุด
“โอ้ย” เขาทรุดตัวลงกับพื้น กุมหัวดิ้นไปมา
“หมอ หมอเป็นอะไร”




“พ่ออัชย์ เกิดอันใดขึ้น” ทันใดนั้นชงโคเปิดประตูเข้ามา สีหน้าของเธอตื่นตกใจ เธอหันมาจ้องผมตาถลน
“มึงทำอันใดกับพ่ออัชย์ของข้า เจ้าทาสเส็ง” พูดไม่พูดเปล่า ชงโคง้างมืออย่างสุดแขนก่อนจะฟาดผมที่ใบหน้าเข้าอย่างจัง
แต่ตอนนั้นผมไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ยังคงตกใจกับสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า
“ออกไปให้พ้นหน้าข้า อ้ายทาสเลว ข้ามิน่าไว้ใจทาสอย่างเจ้าเลย ออกไป”

ผมเดินออกมาจากห้องหมอปีย์ด้วยอาการงุนงงยิ่งกว่าโดนชงโคตบหน้าเสียอีก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอปีย์กันแน่


เมื่อมาถึงเรือนทาสที่ผมซุกหัว ผมทิ้งร่างที่ระบมนอนลงบนพื้น มือทั้งสองข้างก่ายหน้าผาก
“หรือมันจะความจำเสื่อม” ผมคิด
ไม่ผิดแน่ มันต้องความจำเสื่อมแน่ๆ โดนฟาดเสียขนาดนั้น โธ่เว้ย นี่เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วสิ
ไม่ได้การณ์แล้วขืนปล่อยไว้ไม่รีบรักษาหมอปีย์อาจต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอดก็ได้ ต้องพาหมอปีย์กลับพระนครอย่างเร็วที่สุด ยังไงเสียที่นั่นก็มีหมอจรัสอยู่ ท่านต้องมีวิธีรักษาหมอปีย์เป็นแน่
ผมจะต้องรีบไปบอกหลวงบริรักษ์เรื่องหมอจรัส เผื่อว่าเขาจะใจอ่อนยอมปล่อยเรากลับพระนคร

เมื่อคิดได้เช่นนั้นด้วยความใจร้อน ผมกระโดดลงจากเรือน ไม่ใส่เสื้อ มีเพียงผ้าโจงกระเบนเก่าๆเท่านั้นที่ห่อหุ้มร่างกายอยู่
ผมวิ่งผ่านเหล่าบ่าวไพร่ที่กำลังทำงานบ้านประจำวันซ้ำๆซากๆอย่างไร้จุดมุ่งหมายในชีวิต เสียงป้าหนูตะโกนไล่หลังมาแว่วๆ
“อ้ายเส็ง หยุดวิ่งประเดี๋ยวนี้” แต่ไม่ทันเสียแล้ว ผมกระโดดแผล๋วขึ้นเรือนมุ่งหน้าไปยังห้องพระยาบริรักษ์อย่างรวดเร็ว

และแล้วผมก็มายืนอยู่หน้าห้องพระยาบริรักษ์ในสภาพเหงื่อท่วม หอบแฮกๆ ผมตั้งสติเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือจะเคาะประตูห้อง
“เอ็งก็เพลาๆกับมันหน่อยสิ จักทำอันใดให้นึกถึงประโยชน์เราเข้าว่า ไปตบหน้ามันฉาดใหญ่ขนาดนั้น หากมันหนีไปเราจักลำบาก” เสียงพระยาบริรักษ์พูดทำให้ผมต้องรามือลง ก่อนจะแนบหูกับประตู
“ทำไมพ่อต้องให้ข้ายอมมันด้วย มันวิเศษกว่าบ่าวไพร่คนอื่นตรงไหน” เสียงชงโคยังคงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ
“วิเศษสิ วิเศษมากด้วย” น้ำเสียงของพระยาคนนั้นเปลี่ยนไป “มันบอกพ่อว่ามันรู้จักกับหมอจรัส”
พระยาบริรักษ์พูดถึงหมอจรัสด้วย ผมยิ้มด้วยความดีใจ ความหวังเริ่มส่องแสงรำไร
“หมอจรัส หมอที่มารักษาคุณพ่อเมื่อครั้งอหิวาระบาดนั่นหรือเจ้าคะ พ่อมีการณ์อันใดกับหมอคนนั้นหรือ”
“มีสิ ชงโค” น้ำเสียงของพระยาบริรักษ์ดูมีเลศนัย “เอ็งลองนึกดู หากเจ้าสองคนนี้อยู่เรือนของเรา เราก็แค่ให้คนวิ่งเร็วไปแจ้งข่าวแก่หมอจรัส แค่นี้หมอจรัสก็ต้องเร่งมาหาพวกมันที่นี่ จากนั้น.............................................”
“จากนั้นอะไรหรือเจ้าคะ คุณพ่อ”
“จากนั้น เราก็แค่ทำให้หมอจรัสสิ้นชื่อไปจากโลกนี้” 
สิ้นประโยคนี้สีหน้าของผมก็เปลี่ยนไปทันที นี่พระยาบริรักษ์คิดจะลอบฆ่าหมอจรัสเหรอ
“เมื่อหมออเมริกันคนนี้ถูกฆ่าตาย พวกมันย่อมไม่พอใจในพระนคร ชนวนเหตุแห่งการณ์บาดหมางก็จักเกิดขึ้นและเมื่อนั้น ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะของพระยาบริรักษ์ดังบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก นี่ไอ้แก่บ้านี่กำลังจะทำอะไรของมัน
“เพราะฉะนั้น เจ้าจักใจร้อนวู่วามไปมิได้ จำไว้ชงโค การณ์ใหญ่กำลังรอเราอยู่”



ผมเดินออกมาจากห้องพระยานั่นพร้อมทั้งคำถามมากมาย นี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว การที่ผมย้อนอดีตมาครั้งนี้ ทำให้ผมต้องพัวพันกับเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้เชียวหรือ แล้วผมจะทำยังไงต่อไป จะทำยังไงต่อไป
“หมอ ฟื้นมาช่วยชั้นที”

ออฟไลน์ pandorads

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
เจ๊กลับมาแล้ว กรี๊ดดดดดดดด
ไปอ่านก่อนดีกว่า ดีใจๆๆๆๆ

ออฟไลน์ n2

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1777
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-4
พ่ออัชย์กับหมอปีย์กลับมาแล้ว :mc4:

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2

เย็นวันนั้นผมถูกใช้งานเหมือนทาสคนอื่น ฐานะของผมสำหรับบ้านหลังนี้ช่างต่างจากหมอปีย์อย่างยิ่ง อ้อ ไม่สิ อย่างน้อยก็มีสิทธิพิเศษอยู่หน่อยนึง เพราะเป็นตัวล่อหมอจรัสมาที่นี่ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ผมไม่เอาความเรื่องหมอจรัสว่าท่านไปทำงานอยู่ที่ไหนมาบอกพระยาบริรักษ์ ไม่งั้น ผมจะกลายเป็นคนที่ส่งหมอจรัสมาตายอย่างแท้จริง
“เจ้าเส็ง” เสียงป้าหนูเรียก “คุณชงโคเรียกเอ็งแน่ะ”
ผมทำสีหน้าแปลกใจ
“ไปเถิด ไม่ต้องทำหน้าสงสัย ขืนชักช้าจักโดนหวายเอาอีก” ป้าหนูบอก
“อะไรกันวะ อยู่ที่นี่แค่ขยับตัวก็ผิดหรือนี่” ผมบ่น



ชงโคเรียกผมขึ้นไปบนเรือนด้วยเหตุผลที่จะให้ผมดูแลหมอปีย์ เธอแสดงมารยาทที่ดีกับผมมากขึ้น แต่ลึกๆผมรู้ว่าเธอต้องการอะไร
ผมแกล้งทำเป็นซื่อบื่อ ไม่รู้เรื่องราว รับปากเธอจะดูแลหมอปีย์เป็นอย่างดี โดยที่เธอก็ไม่รู้ว่าลึกๆผมต้องการอะไร
ตอนนี้ผมเรียนรู้แล้วว่า การจะจัดการกับคนนั้น ไม่ใช่จะพุ่งชนใช้กำลังอย่างเดียว บางครั้งการจะจัดการกับคนบางคนมันต้องใช้มากกว่ากำลัง นั่นคือ...............สมอง
“ขอรับคุณชงโค กระผมจะดูแลหมอปีย์ เอ้ย คุณอัชย์เป็นอย่างดี” ผมเผลอเรียกชื่อหมอปีย์ออกมา “ว่าแต่ คุณชงโคจะไปไหนขอรับ แต่งตัวเสียงามเชียว ผมคุณชงโคก็งาม ผิวก็เนียน งามแท้ๆ” จะอ๊วก
แต่นั่นก็เป็นประโยชน์ไม่น้อย ชงโคยิ้มแทบหุบไม่ลง ก่อนจะหันมาบอกผมว่า
“เอ็งนี่ก็ปากหวานไม่เบา เอาเป็นว่าข้าไม่อยู่ ดูแลพ่ออัชย์ของข้าให้ดีล่ะ” เธอยิ้ม แต่สายตายังคงเป็นนังมารร้าย ก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้องหมอปีย์ให้ผมเข้าไป
“ข้างามจริงๆนะ” เธอหันมาถามผมอีกครั้ง ผมไม่ตอบเพราะถ้าให้พูดอีกกูคงอ๊วกใส่หน้านังกุลาฟันเหยินนั่นเป็นแน่ แต่เลือกที่จะยิ้มและพยักหน้าแทน



“หมอ” ผมเรียกหมอ ขณะที่เขานั่งหันหลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาไม่หัน แต่ช่างเหอะ หน้าที่ผมตอนนี้คือป้อนข้าวเขา และทำให้หมอนั่นหายให้เร็วที่สุด
ผมวางถาดอาหารข้างๆตัวเขา ก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ แววตาของหมอปีย์ดูเปลี่ยนไป แววตาของหมอคนเก่าไม่เลื่อนลอยแต่แข็งกร้าวแบบนี้
“หมอ” ผมเรียกเขาอีกครั้ง เขาหันมามองผมเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ออกไป” แล้วเขาก็ตวาดและผลักผมจะล้มหงายหลังตึง 
“อูยยยย” ผมร้องอูยเบาๆ เพราะก้นกระแทกกับพื้นอย่างจัง
“ไอ่หมออออออออออออออ” ครางในลำคอเบาๆด้วยความเจ็บ แต่ต้องอดทน ภารกิจครั้งนี้คือต้องทำให้หมอหายให้เร็วที่สุดและพาเขาออกไปจากที่นี่
“หมอ” ผมเรียกเขาอีกครั้ง และเหมือนครั้งก่อน เขาบอกให้ผมออกไปก่อนจะผลัก แต่ครั้งนี้ผมหลบทัน
“หมอ นี่จำชั้นไม่ได้จริงๆเหรอ อัชย์ไงอัชย์”
“อัชย์ อัชย์”  เขาเปรยเบาๆเอียงคอไปมา
“เออ อัชย์ ไอ้บ้าอัชย์ไง”
“บ้าอัชย์ บ้าอัชย์” แล้วเขาก็ยิ้มและสงบลง
“เฮ้อ   ผมถอนหายใจโล่งอกที่หมอนี่ไม่อาละวาด “กินข้าวนะหมอนะ แล้วกินยาจะได้หายไวๆ” ผมว่า ก่อนจะตักข้าวเต็มช้อน ยื่นไปที่ปากหมอปีย์
แต่หมอนั่นไม่ยอมอ้าปาก ต้องหลอกล่ออยู่พักใหญ่ถึงจะยอมอ้า
“อ้ำ” ผมพูด
หมอปีย์อมข้าวไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะ
“ถุ้ยยยยยยยยย” เขาพ่นข้าวใส่หน้าผมอย่างแรงจนผมสะดุ้ง ข้าวเต็มหน้า
“ไอ้หมออออออออออออออออออออออ” เป็นอีกครั้งที่ผมกัดฟันแน่น อยากจะตบหัวมันสักป๊าดใหญ่ด้วยความโกรธ
“ไม่ได้ ไม่ได้ ทำแบบนั้นไม่ได้ มันเอ๋ออยู่” ผมข่มใจตัวเอง
“กินข้าวดีๆหมอ ไม่กินจะจับยัดนะเว้ย”
ผมป้อนข้าวให้เขากินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาปัดข้าวในชามจนหล่นแตกเสียงดังเพล้ง ข้าวหล่นกระจัดกระจาย
ผมก้มหน้าลงกำหมัดแน่น ความอดทนผมกำลังจะหมดลง ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ ทำไมผมต้องมาตกในสภาพแบบนี้ ทำไมต้องเป็นแบบนี้
ความอดทนกำลังจะหมดลง แต่แล้วภาพที่หมอนั่นกำลังจ้องมองมาที่ผม แววตาที่ไม่เป็นมิตรคู่นั้น ทำให้ผมนึกถึงใครคนหนึ่งที่แม่งโคตรเลว

จะเป็นใครเสียไม่ได้นอกจาก
“แม่งเอ้ย นี่มันกูชัดๆ” ผมนึกถึงตัวเองตอนที่มาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ร้ายกว่านี้เป็นร้อยเท่า แต่ทำไมหมอปีย์ถึงทนผมได้ เมื่อเขาทนผมได้ ผมก็ต้องทนเขาได้

ผมเดินลงไปเอาถาดข้าวมาใหม่ แต่ก็ไม่ได้ป้อน เพราะหมอนั่นปัดจนหล่นหมด
ผมลงไปเอามาใหม่
หมอนั่นปัดทิ้ง
ผมลงไปเอามาใหม่ หมอนั่นปัดทิ้ง
ทำแบบนี้อยู่นับสิบครั้งจนในที่สุด
“หมอกินข้าว” ผมพูดคำนี้เกือบสิบครั้ง แต่ครั้งนี้ เขาอ้าปาก และในที่สุดหมอปีย์ก็ยอมเคี้ยวข้าว
“น้ำ” เขาพูดเสียงแข็ง ผมยื่นน้ำให้เขา
“ซู่ว์” หมอปีย์สาดน้ำใส่หน้าผมโครมใหญ่
“ไอ้หมอออออออออออออออออออ....................อดทนไว้ อดทนไว้” ผมสะกดอารมณ์ไว้ พยายามคิดว่ามันบ้า มันบ้า
“น้ำ” เขาร้องขอน้ำอีก ผมยื่นให้อีก
“ซู่ว์” และก็เหมือนเดิม มันสาดน้ำใส่ผมอีก แต่คราวนี้ผมหลบทัน ไม่โดน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่โดน” ผมล้อ
“โครม!!”
“เต็มหน้ากูเลย...................ไอ้หมอ!!!”




วันรุ่งขึ้นผมขออาสาป้าหนูทำกับข้าวให้หมอปีย์ เมื่อคืนกว่าจะสู้รบปรบมือกับไอ้หมอบ้านั่นเสร็จเล่นเอาระบมไปหมดทั้งตัว เข้าใจหัวอกหมอเลยว่าตอนผมแผลงฤทธิ์มันเป็นยังไง
กลับมานอนที่เรือนผมก็เอาแต่คิดว่าจะรักษาหมอนั่นได้ยังไง ลำพังแค่ยาลูกกลอนแค่สองสามเม็ดคงไม่ทำให้สติสตางค์หมอนั่นกลับมาได้หรอก
“โภชนาบำบัด” ในที่สุดผมก็นึกออกว่าจะช่วยหมอนั่นได้ยังไง เมื่อตอนที่เรียนทำอาหาร ผมได้เรียนวิชานี้มาด้วย เขาบอกว่าอาหารก็สามารถเป็นยาได้ เพราะฉะนั้น ผมจะใช้อาหารนี่แหละ รักษาหมอนั่น

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมจึงวานให้บ่าวช่วยกันไปหาใบบัวบกมาเพราะใบบัวบกช่วยบำรุงสมอง และความจำ เมื่อได้ใบบัวบกมาผมก็เอาไปคั้นเอาแต่น้ำ ใส่น้ำตาลปึกเข้าไป กลายเป็นน้ำใบบัวบก
นอกจากนั้นยังเอาใบบัวบกไปแกงกับหอยขมอีกด้วย เพราะหอยช่วยบำรุงเลือด หมอนั่นเสียเลือดไปเยอะ ร่างกายเลยอ่อนแอ สมองก็เลยล้าไปด้วย
ปลาทู ผมเอาปลาทูไปนึ่ง เพราะในปลาทูนั่นมีโอไมก้าช่วยบำรุงสมอง
“กินขนาดนี้แล้วถ้าไม่หายก็ให้มันรู้ไป” ผมพูดขณะที่เดินถือถาดอาหารขึ้นเรือน

“เจ้าเส็ง” 
“แหม เรียกชื่อกูเพราะเชียวนะ” ผมนึกในใจเมื่อชงโคเรียกผมขณะที่กำลังเดินขึ้นเรือน
“ขอรับ  แหมวันนี้คุณชงโคดูสดชื่นนะขอรับ เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล” หือถ้ากูจำกลอนสุนทรภู่ได้ คราวหน้าจะเอามายอนังกุลานี่อีก
“ก็ข้านอนหลับเต็มอิ่มนี่” หล่อนยิ้มกว้าง “พ่ออัชย์ไม่ละเมอ หลับสนิทดี เอ็งนี่สมแล้วที่เป็นบ่าวคนสนิท”
เธอยิ้ม ก่อนจะให้ผมเข้าไปป้อนข้าวให้หมอนั่น
“อ้อ ป้อนข้าวเสร็จแล้วพาพ่ออัชย์ไปอาบน้ำด้วยนะ บ่าวคนอื่นมิมีใครเอาพ่ออัชย์ของข้าอยู่สักคน” หล่อนว่า
“อะไรน๊า” ผมทำเสียงสูง จนชงโคทำหน้าประหลาดใจ
“เอาพ่ออัชย์ไปอาบน้ำไง เจ้าฟังมิรู้ความดอกรึ”

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2


ภายในห้องเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษอาหารฝีมือหมอปีย์  สำหรับผม นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องมาดูแลคนอื่น ไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าจะสามารถอดทนดูแลคนอื่นได้ขนาดนี้

หมอปีย์ยังคงไม่ยอมไม่กินอะไร ต้องคอยหลอกล่อเหมือนเด็ก ห้องที่เลอะเทอะนั้นผมไม่ต้องเป็นห่วง เพราะชงโคเธอกำชับบ่าวไพร่ให้คอยมาทำความสะอาดให้อยู่แล้ว
“ไอ้หมอเอ๋อ  ไปอาบน้ำ” เขาทำตาขวางทันทีเมื่อผมบอกให้ไปอาบน้ำ
“ไปอาบน้ำไง มาทำหน้าเป็นหมาบ้ากลัวน้ำไปได้” ไม่มีปฏิกิริยาของหมอ แทนที่เขาจะลุกขึ้น เขากลับล้มตัวลงนอนหันหลังให้ผม
ผมนั้นมองเขาด้วยความเอือมระอา แต่พอคิดถึงว่าเหตุใดเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ก็เลยต้องเต็มใจที่จะทำ
“หมอ หมอครับ หมอ” ผมนั่งลงข้างๆเขา เอานิ้วสะกิดเอว “ไปอาบน้ำกัน” แอ๊บเสียงแบ๊วสุดชีวิต เหมือนเด็กอ่างชวนป๋าอาบน้ำ
มันยังไม่มีท่าทีสนใจ เท้าเริ่มกระดิก อยากจะถีบให้ตกเตียงนัก
“หมอไปอาบน้ำเหอะ ลุกๆ” ผมดึงมือหมอปีย์ แต่เขากระชากมือออก

“เฮ้ยยยยยยยยยยยย ไอ้หมอเอ๋อ กูบอกไปอาบน้ำ!!!!!”


ในที่สุดหลังจากฟัดเหวี่ยงกับหมอนั่นจนเหงื่อไหลไคลย้อย หมอปีย์ก็ยอมมายื่นหน้าบึ้งอยู่ที่ท่าน้ำที่กั้นไว้ด้วยไม้ไผ่สานตาละเอียด หมอปีย์ตอนนี้ไม่เหมือนหมอปีย์คนเก่าเลย เขาดูเหมือนเด็กในร่างผู้ใหญ่เสียมากกว่า
“หรือนี่จะเป็นหมอปีย์ตอน 10 ขวบ” ผมคิดในใจ
“หมอ ถอดเสื้อออก” ผมสั่ง แต่หมอปีย์ยังยืนนิ่ง ดื้อด้านที่สุด ไม่คิดว่ามันจะดื้อด้านขนาดนี้
“ถอดออก”
“ไม่”
“หมอ มึงไม่ถอดออกแล้วจะอาบน้ำยังไง” ตอนนั้นผมความอดทนผมปริ่มๆจะหมดลง ตัวสั่นด้วยความหงุดหงิด อยากจะชกมันเข้าเบ้าตาสักหมัด แต่มาคิดๆดูหากมันสู้ขึ้นมา ผมคงตายพอดี ตัวยังกับควาย
“ถอดให้หน่อย” หมอปีย์พูด ผมเบือนหน้าหนี แบะปากออกมาโดยอัตโนมัติ
“ถอดให้หน่อย”
“เออ รู้แล้วๆ” เอาวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว สุดๆไปเลย เสียเวลาทำไมอยู่
“อืม ยกแขนขึ้น” ผมจับชายเสื้อทั้งสองข้างก่อนจะค่อยๆถลกเสื้อขึ้น
ภายใต้เสื้อสีขาวตัวนี้ เผยให้เห็นผิวกายที่เนียนละเอียดราวกับหยก ผิวของหมอปีย์เนียนผิดกับชาวสยามธรรมดาในยุคสมัยนั้น แต่อาจเป็นเพราะมันเป็นลูกครึ่ง หมอนั่นถึงได้แตกต่าง
ผมถลกเสื้อไล่ขึ้นมา ร่องรอยบาดแผลที่หมอปีย์เจอมาวันก่อนนั้น ยังปรากฏตอกย้ำให้เห็นว่าผมทำอะไรลงไปกับมันบ้าง ยิ่งเพิ่มทวีความรู้สึกผิดในใจผมขึ้นไปอีก
“ชั้นขอโทษ” ผมเอ่ยเบาๆ พลางลูบนิ้วมือไปตามบาดแผลที่เริ่มแห้งสนิทบนหน้าอกของหมอนั่น
“เร็วๆ หายใจไม่ออก” หมอปีย์ว่า
“เออๆ ขอโทษ” ผมดึงเสื้อมาจนสุด ตอนนี้ร่างของหมอนั่นเปลือยเปล่าท่อนบน ผมจ้องมองอย่างลืมตัว กลืนน้ำลายเฮือก
ไม่ใช่จะหื่น แต่อิจฉาที่คนอย่างมันไม่ต้องเหนื่อยเข้าฟิตเนสให้วุ่นวาย แต่กลับได้หุ่นที่ผู้ชายหลายๆคนปรารถนา
“มองอะไร”
“หา เอ่อ ป่าว   เอานี่ผ้า เปลี่ยนซะจะได้อาบน้ำซะที ชั้นจะได้ไปคิดแผนพาเราหนี วุ่นวายกับนายมาทั้งวันแล้ว” ผมยื่นผ้าให้หมอปีย์ แต่หมอไม่รับ เขากลับจับปมผ้าแพรที่เขานุ่ง ก่อนจะคลายปมออก แล้ว
“ผลั่วะ!!!!”  กางเกงแพร หลุดร่วงกองลงกับพื้น บนเรือนร่างของหมอนั่น ไม่มีอาภรณ์ใดๆห่อหุ้มอีกเลย ผมยืนอ้าปากค้างอยู่หลายวินาที
“ไอ้เหี้ย ทำอะไรของมึง” เมื่อได้สติจากการจ้องตากับงูอนาคอนด้า ผมคว้าผ้ามาหวังจะปิดร่างที่เปลือยเปล่าของมันอุตลุด แต่หมอปีย์ไม่ยอม เขาปัดมือผมพัลวัน
“มึงจะบ้าเหรอ ไอ้หมอ มึงเป็นหมอนะเว้ย ไม่ใช่นายแบบหนังเกย์ ห่า นุ่งเร็ว”
“ไม่เอา ไม่เอา อาบน้ำให้หน่อย อาบน้ำให้หน่อย” มันดิ้นไปมาราวกับเด็ก

ผมกัดฟันกรอด เหนื่อยหน่ายกับหมอปีย์แล้ว ความอดทนตอนนี้หมดแล้ว
“ขอสักทีเหอะวะไอ้หมอเอ๋อ กูหมั่นไส้มึงเต็มทีแล้ว”

ในระหว่างที่หมอปีย์ยืนอ่าซ่าอยู่นั้น
“อาบน้ำ อาบน้ำ” ผมอาศัยช่วงจังหวะเผลอ ยกขาขวาขึ้นอย่างมั่นคง ก่อนจะง้างหมับ และถีบหมอนั่นอย่างสุดแรง
“ขอกูเหอะนะหมอ อ๊ากกกกกกกกกกกกกซ์”
“ปั๊ก!!!”
“ตูม !!!!” เสียงน้ำแตกกระจาย พร้อมกับร่างของหมอปีย์ที่หล่นไปอยู่ในน้ำ
“ฮ่าฮ่าฮ่า อาบสิน้ำอ่ะ น้ำเต็มเลย” ผมหัวเราะชอบใจ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” หมอปีย์หล่นไปอยู่ในน้ำ เขาตะเกียกตะกายทำราวกับว่ายน้ำไม่เป็น
“ช่วยด้วย ว่ายน้ำไม่เป็น” เสียงน้ำแตกกระเซ็นดังตูมๆ มือของหมอปีย์ตะเกียกตะกายไปมา
“หึ จะมุขไหนอีกหล่ะทีนี้ แม่งตั้งแต่เอ๋อนี่ ลูกเล่นแพรวพราวนะมึง” ผมว่าพลางนั่งลงรอว่าเมื่อไหร่หมอปีย์จะเหนื่อยจนเลิกเล่น
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย เอือก ๆๆ”
“ช่วยด้วย”
เสียงน้ำสงบเงียบลง ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ หมอปีย์หายไปใต้ผิวน้ำ แต่ผมยังคิดว่าเขาแค่ล้อเล่น
“หมอ อย่ามาเล่นน่า ขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวก็ตายจริงหรอก”
แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมอปีย์ เขาหายไปนานแล้วนะ จริงๆน่าจะนานเกินไปเสียด้วยซ้ำ
“หมอ ไม่ตลกนะ ขึ้นมา” ผมเริ่มร้อนใจ
“หมอ หมอ ตายห่าแล้วกู ฆ่าหมอซะแล้ว”  ผมอาจคิดผิดก็ได้ที่ว่าหมอนั่นว่ายน้ำแข็ง บางทีการที่มันสมองเสื่อมจำอะไรไม่ได้อาจทำให้ทักษะการว่ายน้ำเสื่อมไปด้วยก็ได้
ว่าแล้วผมก็กระโดดลงน้ำอย่างไม่คิดชีวิต งมหาหมออย่างร้อนใจ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“หมอ หมอ อย่าเป็นไรนะ หมอ” ผมค่อยๆลากหมอขึ้นมาบนท่าน้ำ เขาหมดแรงในสภาพเปลือยเปล่า ผมรีบเอาผ้ามาห่มท่อนล่างเขาไว้กันอุจาด
“หมอ หมอ” ผมตบหน้าเขาหลายต่อหลายครั้ง
“หมอตื่น สิ หมอ อย่าเป็นอะไรนะเว้ย หมอ”  ร่างของหมอปีย์นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ผมลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก
“หมอๆ” กี่ครั้งแล้วที่ชั้นทำให้นายเจ็บปางตาย กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ คำว่าขอโทษคงไม่พอที่จะทำให้นายฟื้นขึ้นมาได้แล้ว
“หมอ!!” จู่ๆความคิดแวบนึงก็แล่นเข้ามา ผมนึกถึงกฎการช่วยชีวิตผู้จมน้ำขึ้นมาได้ นั่นก็คือการผายปอด
“เอาวะ เป็นไงเป็นกัน” ผมจัดแจงท่าทางตัวเองก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างกุมเข้าหากัน ทุบไปที่หน้าหมอนั่นอย่างแรง สามครั้ง แล้วใช้มือขวาช้อนท้ายทอยเขาขึ้นมา ก่อนจะใช้อีกมือเปิดปากเขา
ผมค่อยๆโน้มใบหน้าไปใกล้หมอนั่น ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้นเมื่อริมฝีปากของเขาใกล้เข้ามา พร้อมทั้งหัวใจที่เต้นตุบๆไม่เป็นจังหวะ
ผมขยับริมฝีปากใกล้เขาเรื่อยๆ เรื่อยๆ
แล้วจู่ๆ
“หมอ”
หมอปีย์เบิกตาโพรงจ้องมองผมไม่กะพริบตา ผมเองก็ตกใจที่จู่หมอนั่นก็ลืมตาขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ปี๊ดดดดดดดดด” แล้วเขาก็เม้มปากฉีดน้ำที่ผมไว้ใส่หน้าผมอย่างจัง จนผมหงายหลัง
“ไอ้บ้า มึงทำอะไรของมึง”
หมอปีย์ลุกขึ้น มัดผ้าขาวม้าอย่างแน่นหนา ก่อนจะเดินไปอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่หันมามองผม
“อาบน้ำเสร็จแล้ว” มันพูด
ผมขบฟันจนกรามแทบหัก รู้สึกมีลมพัดออกจากหูฟู่ๆ ด้วยความโกรธ
“อย่าให้มึงหายนะไอ้หมอ กูสัญญาว่าจะเอาคืนให้ครบ...............ทุกดอก คอยดู” ผมตะโกนไล่หลังพลางเอามือลูบน้ำออกจากหน้า

ออฟไลน์ Loin_diciz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
ว้าวว มาต่อแล้ว  o13 o13 o13

Sakana2yunjae

  • บุคคลทั่วไป
มาแล้ว หมอปีย์ แต่ว่าโหมดนี้มาเป็นเด็กแล้ว 555+ ขอบคุณค้าพี่เป็ด  :L2: :pig4:

ออฟไลน์ iota

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-2
คิดว่าตาฝาด... มาอัพแล้วจริงๆ
อ่าน หมอปีย์กับพ่ออัชย์ ด้วยความคิดถึง :man1:
ลุ้น ตื่นเต้น ไปกับเนื้อเรื่อง สู้เขานะพ่ออัชย์ เอาใจใส่หมอปีย์หน่อย
หมอทำเพื่อนายมาเยอะแยะ แต่ว่าตอนนี้หมอปีย์เอาแต่ใจแถมยังเจ้าเล่ห์อีกต่างหาก
กด+ อย่าแกล้งพ่ออัชย์มากเลยนะสงสาร
 :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด