สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 12 (12/02/11)-END <ปิดจองรวมเล่มแล้วค่ะ>
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 12 (12/02/11)-END <ปิดจองรวมเล่มแล้วค่ะ>  (อ่าน 323705 ครั้ง)

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #120 เมื่อ05-02-2011 18:23:55 »

 o18
อืม
น่ากลัวจริงๆ

clubza

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #121 เมื่อ05-02-2011 19:08:22 »

บอกตรงๆครับไม่ชอบอ่านฟิคชั่น
เเต่อ่านเรื่องนี้เเล้วติดหนึบเลย อินมากๆ
สนุกจนไม่อยากให้จบตอน  คุณรักษ์
ตามเก็บให้หมดเลยอย่าให้เหลือสักคน  
สัตยาก็เเค้นไม่ลืมหูลืมตา  ทั้งที่เขาชุบชีวิต
นาคที่ฆ่าหมอทุกตัวเเล้ว แค้นจนทำคนที่ไม่
เกี่ยวข้องเดือดร้อนเลย เรื่องเริ่มเข้มข้นครับ
ติดตามอ่านกันต่อไป+1ให้ครับ    21+1=22
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-02-2011 19:09:59 โดย *~ กอ.อู.~* »

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #122 เมื่อ05-02-2011 19:33:19 »

ชอบบบบบบบบบบบบบบ

แนวนี้

ออฟไลน์ Ayame

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #123 เมื่อ05-02-2011 20:23:53 »

ชอบอ่านแนวนี้อยู่แล้ว มาเจอเรื่องนี้ อ่านรวดเดียว5ตอนเลย สนุกมากๆเลยค่ะ   o13


ออฟไลน์ MeepadA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1069
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #124 เมื่อ05-02-2011 21:01:26 »

เพราะความแค้นแท้ๆเลย   :เฮ้อ:

ออฟไลน์ ohm

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #125 เมื่อ05-02-2011 21:23:00 »

ชอบเรื่องนี้มากๆเลย

ขอบคุณคนแต่งมากๆ ^^

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #126 เมื่อ05-02-2011 22:34:57 »

เฮ้อ พัวพันอีรุงตุงนังไปหมด  :เฮ้อ:

หวังว่าจะไม่มีตัวละครที่เราชอบเจ็บหรือตายเน่อ  o22

ออฟไลน์ ohm

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 5 (5/02/11)
«ตอบ #127 เมื่อ06-02-2011 08:49:28 »

เข้ามาดันเรื่องหนุกๆ ^^

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-1
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #128 เมื่อ06-02-2011 12:03:31 »

วันรุ่งขึ้น จินก็ได้รับของขวัญเป็นช่อดอกไม้จากรักตปักษ์ แม้เขาจะยังขยับตัวไม่ได้ก็ยังอุตส่าห์ยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อได้ยินว่าเป็นของฝากจากสัตยา

“ขอบคุณนะครับพี่รักต์” จินพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“น่าเสียดายนะที่คุณสัตยาเขาไม่ว่างมาเยี่ยม” รักตปักษ์ว่าพลางลูบหัวจิน “แล้วน้ำฝนไปไหนซะล่ะ? ตั้งแต่พี่มายังไม่เจอเลย”

“น้ำฝนเขาลงไปซื้อของน่ะครับ อีกเดี๋ยวคงมา” จินตอบไม่ทันขาดคำ ประตูก็เปิดออก

“อ้าว สวัสดีค่ะพี่รักต์” น้ำฝนทักทาย “วันนี้ไม่ได้ไปทำงานเหรอคะ?”

“พี่นัดคนไว้ตอนบ่าย เลยมาหาเราสองคนก่อนนั่นแหละ เอาขนมมาฝากด้วย” รักตปักษ์ว่าแล้วยกถุงเค้กขึ้นมา น้ำฝนเห็นก็ร้องอย่างดีใจแล้วกระโดดกอดรักตปักษ์เต็มแรง

“รักพี่รักต์ที่สุดเลย! ฝนเบื่ออาหารโรงพยาบาลจะแย่แล้ว”

“เพิ่งจะได้กินไปสองมื้อเองนะน้ำฝน” รักตปักษ์แย้ง ทำเด็กสาวหน้าบูดหน้างอ หันไปคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายมาอ่านแก้งอน ก่อนจะทำตาโตเมื่อเห็นพาดหัวข่าวแล้วละล่ำละลักเรียกรัตปักษ์มาอ่านด้วยความตกใจถึงขั้นสยอง

ศพตายปริศนา แพทย์ระบุ ถูกนกรุมทึ้งจนตาย!

นั่นคือข้อความพาดหัวข่าว และมีภาพประกอบเป็นภาพศพนอนคว่ำอยู่บนพื้น ทั้งตัวมีแต่รอยเลือดจนมองไม่ออกว่าเคยมีสภาพเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเซนเซอร์ด้วยโมเสคอย่างที่นักหนังสือพิมพ์ชอบใช้ด้วย

เนื้อข่าวกล่าวว่า ไม่อาจระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใคร เพราะในตัวไม่มีทั้งบัตรประชาชนหรือบัตรใดๆที่จะบอกถึงการมีตัวตนได้ และไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมามีสภาพเช่นนี้ โดยแพทย์ที่ชันสูตรพลิกศพยืนยันชัดเจนว่าบาดแผลนั้นเกิดจากจงอยปากนกไม่ผิดแน่ แต่จะเป็นนกประเภทไหนต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับนกโดยตรงเป็นคนยืนยัน สภาพศพคือเนื้อทั้งตัวถูกทึ้งจนเกือบเห็นกระดูก ลูกตาถูกจิกกินจนหมดทั้งสองข้าง เนื้อริมฝีปาก ใบหู จมูก เนื้อเยื่อรอบดวงตา และลิ้นถูกจิกกินจนหมดเช่นกัน ใต้ตัวผู้ตายมีรอยเลือดทาบเป็นทางยาว แสดงถึงการดิ้นรนก่อนจะหมดลม ใกล้ๆนั้นมีถุงใส่ขวดเหล้าหล่นแตกกระจายอยู่ สอบถามคนละแวกนั้น ทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงกาซึ่งดังกว่าปกติแต่ก็ไม่ได้เอะใจออกมาดู ข่าวจึงสรุปว่านกที่ทำการสังหารคือกา

นอกจากนี้ ในข่าวยังกล่าวต่อว่า มีร้านขายของชำร้านหนึ่งซึ่งเปิดจนดึกประจำ มีชายแก่ดูแลคนเดียวอยู่ใกล้ๆนั้น แต่เมื่อไปสอบถาม กลับได้รับคำตอบกลับมาเพียงว่า

“กรรมตามสนองแล้ว”

น้ำฝนทำหน้าเบ้เมื่ออ่านจบ

“น่าสยดสยองจัง” เธอว่า

“เฮ้อ ไม่รู้ไปทำอะไรมา ปกตินกเป็นสัตว์รักสงบแท้ๆ ทำให้พวกมันคลุ้มคลั่งถึงขนาดนี้ คงจะต้องพูดตามที่เจ้าของร้านขายของชำแกว่าล่ะนะ” รักตปักษ์กล่าวก่อนจะปิดหนังสือพิมพ์แล้วพับเก็บบนโต๊ะเล็ก “ว่าแต่ นอกจากหนังสือพิมพ์แล้ว ซื้ออะไรมาอีกเยอะแยะน่ะ น้ำฝน”

“ก็....แหะๆ.....ของยังชีพไงคะ” เด็กสาวตอบเสียงเขินๆก่อนกางถุงให้ดู ทั้งรักตปักษ์และจินก็พากันเบิกตากว้างด้วยความอัศจรรย์ใจเมื่อพบว่าในถุงนั้นเต็มไปด้วยขนมและขนม

“ซื้อมาเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องกินเค้กที่พี่ซื้อก็ได้มั้ง” รักตปักษ์แกล้งเย้าแล้วดึงถุงขนมเค้กคืน เพียงเท่านั้น เด็กสาวก็ร้องโวยวายประท้วงยกใหญ่จนนางพยาบาลต้องเข้ามาเอ็ดเพราะเสียงไปรบกวนคนไข้ห้องอื่นเข้า น้ำฝนจึงกลับมานั่งสงบเสงี่ยมเช่นเดิม

อาหารมื้อเที่ยงก็ยังคงเป็นอาหารโรงพยาบาลที่น้ำฝนบ่นอุบอิบตลอดเวลา ในตอนนั้นเอง ประตูห้องคนไข้ก็เปิดออก และปรากฏร่างของสัตยายืนอยู่ข้างหน้าเรียกสายตาแสดงความฉงนสนเท่ห์ใจจากรักตปักษ์ และความยินดีจากน้ำฝนซึ่งเหลือบไปเห็นถุงอาหารในมือของหญิงสาวข้างหลังสัตยา

“ผมมาเยี่ยมอาการของจิน คุณคงไม่ว่าอะไร” สัตยากล่าวกับรักตปักษ์

“วันนี้ไม่ทำงานหรือครับ คุณยา” เขาเอ่ยถาม เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุด สัตยาควรจะอยู่ที่บริษัท หรือหากจะมาเยี่ยมก็น่าจะมากับเชิดชัย ไม่ใช่มากับกิ่งแก้ว

“สวัสดีค่ะ คุณสัตยา” น้ำฝนรีบยกมือไหว้ “แล้วพี่สาวคนนี้เป็นภรรยาคุณสัตยาเหรอคะ?” คำพูดน้ำฝนเรียกริ้วแดงบนแก้มของกิ่งแก้ว และสีหน้าบอกไม่ถูกของสัตยา

“น้องนี่ปากหวานเชียว แต่ไม่ใช่หรอก พี่เป็นคนรับใช้ของบ้านคุณยาเขาน่ะ” กิ่งแก้วแก้คำ “แหม ถ้าพี่เป็นภรรยาของคุณยาจริงนะ พี่ดีใจตายเลย”

“กิ่งแก้ว” สัตยากระแอมเตือนเบาๆ

“แหม คุณยาก็ กิ่งพูดเล่นนิดเดียวเอง” หญิงสาวลูกสองหัวเราะก่อนจะเอาถุงไปวางบนโต๊ะ “คุณท่านได้ข่าวว่าคนของคุณรักต์เข้าโรงพยาบาล เลยให้คุณยากับกิ่งเอาอาหาร ผลไม้ แล้วก็ขนมมาฝากเยอะแยะเลยค่ะ” กิ่งแก้วว่าไปก็หยิบของออกมาทีละชิ้น

“ขอบคุณมากครับกิ่งแก้ว แล้วนี่พวกคุณรู้ได้ยังไงว่าจินอยู่ห้องไหน?” รักตปักษ์แสดงความสงสัย

“คุณเคยบอกว่าพ่อของคุณทำนิตยสาร Business Daily คุณตาก็เลยติดต่อไปหาพ่อของคุณเพื่อสอบถาม เพราะผมโทรหาคุณตลอดทั้งคืนคุณกลับไม่รับสาย” สัตยากล่าวพลางเหลือบไปมองหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวน่าสยดสยอง “ท่าทางเมื่อคืนคุณคงจะติดธุระ”

“ครับ นิดหน่อย” ชายหนุ่มผมแดงคลี่ยิ้ม ก่อนจะหันไปมองสองสาวในห้องที่พากันไปนั่งคุยกันถูกคอเสียแล้ว ทั้งนี้เพราะน้ำฝนเป็นคนชอบกิน ส่วนกิ่งแก้วก็ชอบทำอาหาร เมื่อนำมาอยู่ด้วยกันก็เหมือนเจอคู่ตรงข้าม กลายเป็นคุยกันออกรสไปเสียอีก

“คุณจิน เป็นยังไงบ้าง?” สัตยาเดินเข้ามาข้างเตียงแล้วเอ่ยถาม ดวงตาของเขาฉายแววโศกสลดเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่าย การบาดเจ็บนั้นไม่ใช่น้อยเลย ทั้งตัวแทบจะถูกห่อหุ้มด้วยเฝือกอ่อน บนใบหน้ายังมีรอยช้ำและบวมเป็นจำนวนมาก ซ้ำยังขยับตัวลำบากเพราะซี่โครงยังไม่สมานกันดี เขาไม่แปลกใจว่าทำไมรักตปักษ์ถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขนาดนั้น

“อย่าเรียกผมคุณจินเลยครับ มันเขินยังไงไม่รู้” จินว่าพลางหัวเราะเสียงแล้วแล้วร้องโอยเพราะเจ็บแผล

“ถ้าอย่างนั้นผมควรเรียกยังไง?” สัตยาถามด้วยถ้อยคำที่ยังคงฟังเป็นทางการ แต่จินก็ทำใจรับได้แล้วเพราะรักตปักษ์อธิบายให้ฟังเรียบร้อย จึงไม่รู้สึกอึดอัดเท่าครั้งก่อน

“เรียกว่าน้องจินก็ได้ครับ ส่วนคนนู้นน่ะ เรียกยัยฝนไปเลย” เด็กหนุ่มไม่วายพาดพิงถึงเพื่อนสาวที่กำลังคุยติดพัน

“จิน! อย่าให้หายนะ!” น้ำฝนหันมาตวาดเสียงแหลม ก่อนจะหันไปหาสัตยาแล้วทำเสียงน่ารัก “เรียกฝนว่าน้องฝนเถอะค่ะ แล้วให้ฝนเรียกว่าพี่ยานะคะ”

สัตยาคลี่ยิ้มบางแทนการรับคำ เป็นการยิ้มที่มีน้อยครั้งต่อหน้าคนนอก รักตปักษ์จึงมองอย่างพออกพอใจสำหรับพัฒนาการครั้งนี้ แต่เมื่อเขามองนาฬิกา ก็พบว่าใกล้ถึงเวลานัดเข้าไปทุกที รักตปักษ์จึงลุกขึ้นแล้วหยิบเป้มาสะพายบนบ่าก่อนหันมาทางสัตยา

“คุณยา วันนี้จะกลับไปบริษัทไหม? ผมกำลังจะไปแถวนั้น เดี๋ยวผมไปส่ง”

“วันนี้ผมให้นายประเสริฐขับรถมา เดี๋ยวผมให้เขาขับไปส่งที่บริษัทก่อนแล้วค่อยกลับบ้านก็ได้” สัตยาว่าเช่นนั้น

“จะให้วนไปวนมาทำไมกัน? ให้นายประเสริฐเขากลับบ้านไปเถอะ คุณมาซ้อนมอเตอร์ไซด์ผมแปบเดียวก็ถึง”รักตปักษ์ชี้แจงแล้วมัดมือชกหิ้วกระเป๋าเอกสารของสัตยาติดมือไปเรียบร้อย ด้วยเหตุนั้น สัตยาจึงหมดสิทธิปฏิเสธ จำต้องเดินตามไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พลางนึกถึงเมื่อครั้งแรกที่เขาได้ซ้อนมันก็เป็นที่นี่เหมือนกัน

สัตยาไม่กล้าถามว่าอีกฝ่ายหายโกรธหรื อยัง เขาทำเป็นไม่สนใจในเรื่องนั้น แล้วรับหมวกกันน็อคมาสวมก่อนจะขึ้นขี่ ครั้งนี้เขาได้เรียนรู้มากขึ้นและพบว่าการซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ผิดกัน กลับง่ายเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากทรงตัวและจับคนขับให้แน่นเท่านั้นเอง
รักตปักษ์ขับรถไปส่งสัตยาถึงหน้าบริษัท ก่อนจะวนรถออกไปอีกทางหนึ่ง

และหลังจากวันนั้น รักตปักษ์ยุ่งทั้งเรื่องงานและจินจนไม่มีเวลาได้มาพบกับสัตยาอีกเลย จนกระทั่งถึงวันประกาศผลรางวัลงานประกวดซึ่งเป็นโครงการของสัตยา

กว่าจะถึงวันนี้ได้ กรรมการงานประกวดทุกคนต้องคร่ำเค่งกับการให้คะแนนผลงานเป็นอย่างมาก เพราะหลายชิ้นเป็นที่ถูกอกถูกใจและยังแสดงถึงความสามารถของผู้ออกแบบ ทำให้พวกเขายากที่จะตัดสินลงไปว่าใครเหนือกว่า อีกทั้งงานประกวดนี้ สัตยาได้ตั้งกติกาไว้ว่าผู้ส่งผลงานต้องใช้นามแฝงเพื่อไม่ให้มีการตัดสินกันจากชื่อที่การันตีความสามารถ แต่ต้องมาจากความสามารถจริงๆ

และผลงานที่ได้ชนะเลิศนั้น คือผลงานที่ตรงกับใจสัตยามากที่สุด ถึงอย่างนั้นผลคะแนนก็มาจากคณะกรรมการ ไม่ได้มาจากการตัดสินของเขา จึงนับว่าคนๆนี้มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์

งานประกาศผลจัดในห้องสัมมนาใหญ่ของบริษัท ซึ่งสามารถจุคนได้ราวห้าร้อยคน ภายในงานประดับประดาสถานที่ด้วยผ้าไหมเนื้อดีอันเป็นสัญลักษณ์ของเครือชลวรินทร์ ทำให้มองไปทางใดก็ละลานตาไปด้วยสีสันอันงดงามตามแบบไทยแท้แต่ดั้งเดิมและไทยประยุกต์ผสมผสานกันอย่างลงตัว

รางวัลนั้นแบ่งออกเป็นห้าส่วน คือ รางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง รองชนะเลิศอันดับที่สอง และรางวัลชมเชยสองรางวัล แต่ละรางวัลจะมีการแจกใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมประกวดที่ได้ตำแหน่งนั้นๆ และงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวดจะถือว่าเป็นงานที่ขายขาดลิขสิทธิ์ให้เครือชลวรินทร์ไปโดยปริยาย ผู้เข้าประกวดยังมีโอกาสที่จะได้เข้าร่วมทำงานกับทางบริษัท และใช้รางวัลแทนใบรับรองความสามารถไปสมัครงานกับที่อื่นได้อีกด้วย

สัตยาซึ่งเป็นประธานบริษัทเจ้าของโครงการได้รับเกียรติเป็นผู้แจกรางวัลกับผู้เข้าประกวดที่ได้คะแนนสูงสุดทั้งห้าอันดับ

การประกาศผลรางวัลจะประกาศจากรางวัลชมเชยขึ้นมาเป็นรางวัลชนะเลิศ และจะประกาศด้วยแฝงตามด้วยชื่อจริงของคนๆนั้น

ทุกๆครั้งที่มีการประกาศชื่อเพื่อขึ้นรับรางวัล เสียงปรบมือแสดงความยินดีจะดังกระหึ่มไปทั่วห้องสัมมนา ผลงานที่ได้รับรางวัลจะถูกฉายขึ้นจอโปรเจคเตอร์ด้านหลังเวที ทำให้ผู้ร่วมงานและนักข่าวรวมทั้งผู้ที่ชมทางโทรทัศน์ได้เห็นผลงานเหล่านี้ไปพร้อมๆกัน เป็นการโปรโมทสินค้าไปอีกทางหนึ่ง เพราะอีกครึ่งเดือนก็จะถึงกำหนดออกผลิตภัณฑ์ชุดใหม่สำหรับฤดูหนาว

และแล้วก็มาถึงรางวัลชนะเลิศ

“สำหรับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่....ผลงานของคุณ Jinni หรือชื่อจริงคือ คุณจินตนัยครับ” ผู้ประกาศกล่าวเสียงก้องตามด้วยเสียงปรบมือดั่งกระหึ่ม ทว่า....กลับไม่มีใครออกมารับรางวัล ผู้ประกาศจึงกล่าวต่อ “แต่เนื่องจากคุณจินตนัยติดธุระกะทันหันทำให้ไม่สามารถมาได้ จึงส่งตัวแทนมารับรางวัลแทนครับ ขอเชิญตัวแทนของคุณจินตนัยด้วยครับ” หลังสิ้นคำประกาศ สัตยาก็สังเกตเห็นเรือนผมสีแดงสะดุดตาปรากฏขึ้นในหมู่ผู้ร่วมงาน ร่างสูงใหญ่นั้นดูโดดเด่นเมื่อยืนขึ้นท่ามกลางผู้คน เขาเดินตรงมายังเวทีพร้อมรอยยิ้มสุขุมตามที่เจ้าตัวชอบแสดง

รักตปักษ์ก้าวขึ้นมาบนเวที และรับรางวัลจากสัตยาก่อนจะถ่ายรูปด้วยกัน

“ผลงานของใครกัน?” สัตยากระซิบถาม

“เดาไม่ออกหรือ?” รักตปักษ์ตอบแล้วยิ้มให้กล้อง “ของจินไง”

สัตยาแสดงการรับรู้ทางสายตา ก่อนจะปล่อยมือจากรางวัลเพื่อให้รักตปักษ์นำลงไปจากเวที ต่อจากนั้น เขายังต้องกล่าวแสดงความยินดีกับทั้งห้าคนอีกยาวเหยียดโดยมีเชิดชัยช่วยร่างบทพูดให้

งานประกวดจบลงในช่วงเย็นท่ามกลางเสียงตอบรับในแง่บวกของผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทำให้สัตยาได้รับการชื่นชมจากผู้บริหารที่เคยหมิ่นแคลนว่าเป็นเด็กไร้ประสบการณ์มากขึ้น และสัตยาก็คิดว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้นได้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากที่ผ่านมา

และเมื่อเขากลับมาที่บ้านในตอนค่ำ เขาก็พบว่าพงษ์ศักดิ์กำลังรออยู่ในห้องโถง ใบหน้าของชายชราเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและปลาบปลื้มยินดีภายใต้ความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์

“อ้าว คุณตา ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะครับ” สัตยาเดินเข้าไปหาแล้วช่วยพยุงอีกฝ่าย

“รอหลานนั่นแหละเจ้ายา” พงษ์ศักดิ์ว่า “งานประกวดได้ข่าวว่าไปได้ดี ตาก็ดีใจแทนหลานด้วยนะ” เขากล่าวด้วยสุ้มเสียงแสดงถึงความชื่นชมและเอ็นดู มือข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัยยกขึ้นลูลศีรษะผู้เป็นหลานอย่างเบามือ

“ครับ เพราะความช่วยเหลือจากทุกคนผมถึงทำได้ขนาดนี้ คุณตาก็เป็นแรงใจของผมเหมือนกันครับ” สัตยาพูดพลางยิ้ม

“ปากหวานนะเรา ไป พยุงตาไปห้องกินข้าวหน่อย ไม่ได้กินข้าวกับตามาหลายวัน วันนี้ห้ามเบี้ยวนะ” พงษ์ศักดิ์หยอกเย้า เพราะยิ่งใกล้วันประกาศผล สัตยาก็ดูจะวุ่นวายกับการจัดสถานที่ซึ่งเจ้าตัวยืนยันจะลงไปดูงานด้วยตัวเอง จึงต้องกินข้าวกับคนงานและกลับบ้านดึกดื่นทุกวัน ส่วนรักตปักษ์ก็งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาจะแวะมาหา ทำให้หลายวันมานี้พงษ์ศักดิ์ต้องกินข้าวคนเดียวทุกมื้อ ในวัยหนุ่มเขาอาจชินที่จะอยู่คนเดียวในโต๊ะอาหาร แต่พอแก่ตัวลง ความขี้เหงามันก็มากขึ้น อยากจะให้หลานอยู่ข้างๆ

“วันนี้ผมสัญญาแล้ว ไม่เบี้ยวหรอกครับ” ชายหนุ่มกล่าวเสียงหวานแล้วพยุงพงษ์ศักดิ์ไปยังห้องอาหาร แล้วเขาก็พบว่าบนโต๊ะมีสำรับอาหารจัดเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่ละจานถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม ซ้ำยังนำจานชาม ช้อนส้อมที่เป็นของสะสมจากเมืองจีนของพงษ์ศักดิ์มาใช้ทั้งที่เจ้าตัวหวงนักหวงหนา

“ถูกใจไหม เจ้ายา?” เขาถามหลานชายที่ยืนตะลึงอยู่ข้างกาย

“ขอบคุณครับคุณตา” สัตยากราบลงบนอกของผู้เป็นตา ก่อนจะพยุงไปนั่งลงที่หัวโต๊ะอันเป็นที่ประจำของพงษ์ศักดิ์มาตั้งแต่ตอนที่เป็นคุณท่านของบ้านชลวรินทร์ใหม่ๆ ทันใดนั้น กิ่งแก้วที่รู้หน้าที่ก็รีบรุดเข้ามาตักข้าวสวยร้อนๆใส่จานของพงษ์ศักดิ์กับสัตยา กลิ่นข้าวสวยหอมฉุยเรียกน้ำย่อยของชายหนุ่มได้อย่างดี เพราะทั้งวันเขาแทบจะไม่ได้แตะอะไรเลยซ้ำยังเหนื่อยจากงานมาหลายวัน กินแต่ข้าวแฉะๆของคนงานเป็นอาทิตย์ เมื่อได้สัมผัสเม็ดข้าวอิ่มๆนุ่มๆอีกครั้ง สัตยาก็เจริญอาหารขึ้นผิดหูผิดตา

พงษ์ศักดิ์ไม่ได้เอ่ยทักอะไรเมื่อเห็นสัตยากินเอาๆ กลับมองดูอย่างสุขใจเสียอีกที่หลานของตนได้กลับมากินข้าวที่บ้านอย่างมีความสุข

“แล้ววันนี้เจ้าก้องเจ้าเกริกไปไหนล่ะครับ?” ชายหนุ่มถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเมื่อถึงมื้อค่ำ เด็กทั้งสองจะต้องมาอยู่ข้างๆแม่ คอยช่วยหยิบนั่นหยิบนี่อย่างขยันขันแข็ง

“แม่กิ่งเขาต้อนลูกขึ้นนอนไปแล้ว บอกว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ เลยไม่อยากให้มีเด็กๆกวนใจ” พงษ์ศักดิ์ตอบพลางตักอาหารใส่จาน “เอ้อ นี่ เจ้ายา แล้วพ่อเด็กที่ชื่อจิน ลูกมือของคุณรักต์เขาเป็นยังไงบ้างล่ะหือ? ระยะนี้คุณรักต์เขาไม่ว่าง ก็ไม่ได้ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันเลย”

“อาการดีขึ้นมากแล้วครับ กระดูกก็สมานกันแล้ว เหลือแต่ทำกายภาพบำบัด อีกไม่นานก็คงออกจากโรงพยาบาลได้ครับ” สัตยาตอบตามที่ได้ถามมาจากรักตปักษ์หลังจากรับรางวัลแล้ว เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้ไปเยี่ยมจินอีกเลยเช่นกัน

“ก็ดี คุณรักต์เขาจะได้เหนื่อยน้อยลง เฮ้อ ไม่รู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรนะ คนก็มีน้อยอยู่แล้ว กลับมาโดนทำร้ายเสียอีก ของก็เสียหายหมดเลยไม่ใช่หรือ?” ชายชราว่า ทำให้สัตยาสลดลงเพราะสิ่งเหล่านั้นเกิดจากความคิดชั่ววูบของเขาเท่านั้นเอง แต่ผลของมันกลับร้ายแรงจนเกินไปจากที่ได้คาดคิดไว้ ได้แต่นึกโทษตัวเองว่าไม่น่าไว้ใจคนอย่างกฤตนันท์เลยจริงๆ

“คุณรักต์บอกว่า พ่อของเขาจะช่วยเรื่องค่าของเพราะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยน่ะครับ” เสียงสัตยาเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย

“ดีแล้ว ถ้าให้คุณรักต์รับผิดชอบคนเดียวก็ไม่ไหวเหมือนกัน” พงษ์ศักดิ์พยักหน้ารับก่อนมุ่นคิ้ว “สีหน้าไม่ดีนะ ไม่สบายหรือเปล่า?”

“เปล่าครับ....ผมแค่เหนื่อยนิดหน่อย” ชายหนุ่มตอบคำแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

“นี่ก็ใกล้หน้าหนาวแล้ว อากาศมันก็เปลี่ยน ระวังสุขภาพด้วยก็ดี”พงษ์ศักดิ์เตือนด้วยความห่วงใย เพราะสัตยาเคยป่วยมาแล้วครั้งหนึ่งในปีนี้ สัตยาจึงรับคำเพื่อให้ผู้เป็นตาเบาใจลง


-------------------------->


สองอาทิตย์ต่อมา นิตยสาร Business Idol ฉบับที่สี่ก็วางแผง และยังคงส่งมาให้กับสัตยาเหมือนกับสามฉบับก่อนหน้า วันรุ่งขึ้น ก็เป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่ของเครือชลวรินทร์ก็กลายเป็นที่จับตามองของทั้งประเทศและวงการแฟชั่นของโลก เพราะมีการผลิกโฉมเดิมที่เน้นการอนุรักษ์แฟชั่นย้อนยุคกับผ้าไหม กลายเป็นนำผ้าไหมมาทำให้เข้ากับแฟชั่นในยุคปัจจุบัน มีออร์เดอร์สั่งซื้อเข้ามาล่วงหน้าเป็นจำนวนมากจนจัดส่งแทบไม่ทัน แต่ก็โชคดีที่ผลิตของไว้มากพอที่จะไม่ขาดตลาดเร็วนัก ดังนั้นสถานะของสัตยาและรักตปักษ์ตอนนี้ จึงเป็นสถานะของคนที่เพิ่งได้ช่วงพักหายใจหายคอช่วงสั้นๆ

สัตยาถือวันว่างวันหนึ่ง ไปเยี่ยมจินที่โรงพยาบาลเพื่อแสดงความยินดีเรื่องงานประกวดด้วยตัวเอง และเขาก็พบว่าจินนั้นสามารถลุกจากเตียงได้แล้ว แม้ว่าร่างกายจะยังไม่แข็งแรงมากนัก เด็กหนุ่มที่เคยผอมเก้งก้างอยู่แล้วกลับยิ่งผอมกว่าเดิมเพราะตอนป่วยแทบจะกลืนอาหารไม่ได้

“ผมคิดว่าพี่ยาจะไม่มาแสดงความยินดีกับผมแล้วซะอีก” จินว่า “อิจฉาพี่รักต์ชะมัด ได้ไปรับรางวัลจากพี่ยาบนเวทีด้วย เพราะสามคนนั้นแท้ๆเชียว” เขากำหมัดอย่างแค้นใจ

“ผมเสียใจด้วย ผมก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น” สัตยาทำเสียงอ่อน ดูเหมือนเรื่องนี้จะย้อนกลับมาตอกย้ำความผิดพลาดของเขาได้เสมอโดยที่คนรอบข้างไม่ได้ตั้งใจ

“พี่ยาจะมาขอโทษผมทำไมครับ พี่ยาไม่ได้เป็นคนผิดเสียหน่อย” เด็กหนุ่มกล่าวปลอบ ทำให้สัตยายิ่งรู้สึกแย่มากกว่าเดิม เขาไม่รู้ว่าหากวันหนึ่งจินรู้ความจริงทั้งหมด จินจะยังคงยกโทษและยิ้มให้เขาได้เช่นนี้อยู่หรือไม่

“เสียดายไปทำไม จิน” รักตปักษ์โพล่งขึ้นมา “เธออยู่นี่ คุณยาก็อยู่นี่ ของรางวัลก็ตั้งอยู่บนโต๊ะ แล้วยังมีตากล้องฝีมือดีอยู่ตรงนี้อีกคน พี่จะถ่ายให้สวยกว่าที่พวกนั้นถ่ายบนเวทีซะอีก”

“นั่นสิ เอ้า! จิน ลุกขึ้นมาสิ เดี๋ยวฝนเป็นพิธีกรให้เอง” น้ำฝนปรบมือแล้วเข้าไปดึงจินขึ้นมาจากเตียง

“เฮ้ๆ ถ่ายในชุดคนป่วยมันไม่เท่ห์เลยนะ” จินประท้วง

“เดี๋ยวไปตัดต่อใส่ชุดอื่นทีหลังสิ พี่ชำนาญอยู่แล้ว” รักตปักษ์พูดไป มือก็เริ่มหยิบกล้องขึ้นมาจากกระเป๋า “แถมวันนี้คุณยาก็ใส่เสื้อเชิ๊ตธรรมดา ถ้าจินแต่งหล่อ คุณยาก็ไม่เด่นน่ะสิ”

“พี่รักต์ก็ห่วงแต่พี่ยานั่นแหละ ไปแต่งงานกันเลยไป๊!” คนป่วยร้องงอแง

“ได้ๆ เดี๋ยวไปจดทะเบียนสมรสบ่ายนี้เลย” รักตปักษ์ก็รับมุกเสียอย่างนั้น

“คุณรักต์!” สัตยาร้องเสียงหลง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่นหรือพูดจริง เรียกสายตาขำขันแกมเอ็นดูจากชายหนุ่มผมแดงให้หันมามองก่อนจะยิ้มน้อยๆก่อนจะส่ายศีรษะ ท่าทีตอบรับเช่นนั้นทำให้สัตยายิ่งเดือดกว่าเดิม เขาขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน ครั้นจะโวยวายออกไปก็ใช่ที่ เพราะมีคนอยู่เยอะแถมยังเป็นเด็กๆ เขายังไม่อยากถูกจินกับน้ำฝนมองว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ไม่ได้


ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-1
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #129 เมื่อ06-02-2011 12:03:52 »

“เอ้า นี่รางวัลค่ะพี่ยา” น้ำฝนนำรางวัลที่ตั้งบนโต๊ะมายื่นให้ ก่อนหันไปจูงมือจินมายืนข้างๆ “เอาล่ะน้า....ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านสู่งานประกาศผลรางวัล Chonlavarint Silk’s Product Design ครั้งที่หนึ่งและผู้ชนะเลิศการประกวดครั้งนี้ได้แก่....”

“เร็วอะไรขนาดนั้น!” จินร้อง

“จะให้อารัมภบทอะไรยืดยาวเล่า ก็คนรับรางวัลมีนายคนเดียวนี่” น้ำฝนแย้งแล้วพูดต่อ “ผู้ชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ได้แก่.....คุณ Jinni หรือนายจินตนัยค่า!” พูดจบ เธอก็ปรบมือเสียงดังหลายครั้งขณะที่จินยื่นมือไปรับของจากสัตยาแล้วมองกล้องอย่างเขินๆ

“ยินดีด้วยนะครับ น้องจิน” สัตยาว่าด้วยรอยยิ้มและปล่อยมือจากของรางวัล

“ขอบคุณครับ พี่ยา” จินกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ “ขอบคุณน้ำฝนกับพี่รักต์ด้วย” และแล้ว น้ำตาของจินก็เริ่มปริ่ม รักตปักษ์จึงวางกล้องแล้วดึงตัวเด็กหนุ่มมากอดพลางขยี้ผม

“ลูกผู้ชายอย่างร้องไห้ง่ายๆสิ” เขาหยอกแล้วบีบจมูกอีกฝ่าย

“โอ๊ยๆ ไม่อ้องแอ้ว!” จินร้องอู้อี้ดิ้นขลุกขลักออกมาลูบจมูกแดงๆแล้วทำหน้าบูด สัตยามองภาพนั้นด้วยความสุขลึกๆจึงเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รักตปักษ์ซึ่งหันไปเห็นพอดีจึงแอบกดชัตเตอร์เก็บภาพนั้นไว้โดยไม่บอกและแน่นอนว่า.....สัตยาไม่รู้


------------------------------->


เป็นเพราะโปรเจคแรกรวมทั้งโปรเจคย่อยผ่านไปด้วยดี ในตอนนี้ สัตยาจึงทำงานได้โดยไม่โดนทางผู้บริหารกดดันมากนัก สายตาที่จ้องมองมาไม่มีแววของความดูถูกหรือไม่ไว้วางใจอีก ด้วยเหตุนั้น สัตยาจึงแนะนำทางบอร์ดบริหารว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากให้มีการออกแบบสินค้าใหม่ๆสำหรับฤดูกาลในทุกๆปี ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงต้นฤดูกาลได้ดีกว่า ซึ่งทางบอร์ดบริหารก็รับไว้พิจารณา โดยใช้โปรเจคแรกของสัตยาปูแนวทางไปสู่การวางแผนทำงานในอนาคต

ส่วนทางด้านรักตปักษ์นั้นกลับไม่เหมือนกัน หลังจากหายใจได้เฮือกหนึ่ง เขาก็ต้องทำงานต่อ ทั้งนี้เป็นเพราะนิตยสารของเขายังไม่รู้จักแพร่หลายนัก จึงยังไม่สามารถขยับขยายสายงานได้ พนักงานที่มีในตอนนี้ก็ยังคงจำนวนอยู่ที่สามคน คือ เขา จิน และน้ำฝน ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าต้องทำงานทุกประเภทนับแต่ภาคสนามจนถึงงานในออฟฟิศกันถ้วนหน้า

ในช่วงฤดูหนาว แน่นอนว่าทางเครือบริษัทชลวรินทร์มีเวลาเพียงสี่เดือนเพื่อจะวางแผนงานออกสินค้าใหม่ในต้นฤดูร้อน การประชุมเพื่อบรรจุโปรเจคนี้เป็นโปรเจคประจำปีของเครือบริษัทจึงถูกเลื่อนเข้ามาอยู่ในเดือนตุลาคม แทนที่จะเป็นเดือนพฤศจิกายนเช่นที่ตั้งใจในตอนแรก เพื่อที่จะมีเวลาอีกสามเดือนในการทำงาน เพราะโปรเจคคราวที่แล้วค่อนข้างเร่งด่วน เหล่าดีไซเนอร์ถึงกับหืดขึ้นคอร่ำๆจะขอพักร้อนกันยกแผนก ด้วยเหตุนี้ สัตยาจึงต้องรีบเร่งจัดทำการนำเสนอผลงานเพื่อนำไปเสนอให้บอร์ดบริหาร และนำแนวทางการทำโปรเจคไปแจกจ่ายให้พนักงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละส่วน

การทำงานและความสำเร็จของสัตยาเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนั้น คะแนนนิยมในตัวสัตยาก็ยิ่งสูงขึ้น และทำให้เขาได้มีโอกาสพบกับรักตปักษ์มากขึ้น

“ทำไมถึงมีจดหมายมาหาผลทุกเดือน ทั้งที่ผมลงหนังสือแค่เดือนแรก” สัตยามุ่นคิ้วเมื่อเห็นชายหนุ่มผมแดงมาเยี่ยมเยือนพร้อมกับจดหมายในกระเป๋า และนิตยสารฉบับที่ห้า ซึ่งตามปกติจะส่งมาให้ทางไปรษณีย์

“บอกตามตรงว่าผมไม่แปลกใจ และคุณรู้อะไรไหม คุณยา มีนักอ่านหลายคนโหวตให้คุณเป็น Idol รับเชิญในนิตยสารทุกฉบับ ผมก็เลยตั้งใจจะทำตามนั้น โดยให้ที่สำหรับคุณหนึ่งหน้าในแต่ละฉบับ หวังว่าผมจะเจียดเวลาจากคุณได้บ้างนะครับ” รักตปักษ์ทำเสียงอารมณ์ดี เนื่องจากช่วงนี้นอกจากจินจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วแม้จะยังทำงานตามปกติไม่ค่อยได้ แต่ยอดขายของนิตยสารก็สูงขึ้นเรื่อยๆจนรักตปักษ์คาดว่าอีกไม่กี่เดือนคงย้ายสำนักงานได้ตามที่ตั้งใจในตอนแรก หลังจากที่ต้องเอาเงินที่กันไว้สำหรับส่วนนั้นมาจ่ายค่าซ่อมแซมห้องและอุปกรณ์ ที่เสียหายก่อน

“ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้น” ชายหนุ่มร่างเล็กปฏิเสธทันที ใจของเขายังคงต่อต้านรักตปักษ์อยู่มาก แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาอีกฝ่ายจะทำดีมากมายสักเพียงไรก็ไม่อาจลบเลือนความกรุ่นแค้นในใจของสัตยาได้ เพียงแต่ช่วยบรรเทาให้เข้าใกล้กันทีละน้อยเท่านั้น

“ผมคุยกับคุณพงษ์ศักดิ์แล้ว ท่านว่าท่านไม่มีปัญหาถ้าผมจะไปสัมภาษณ์ที่บ้านในวันหยุด” แต่แล้วสัตยาก็โดนดักทางโดยคำของคุณตาตัวเองอีกครั้ง หลายครั้งที่สัตยาอยากจะบอกกับพงษ์ศักดิ์เหลือเกินว่าเขาไม่อยากให้รักตปักษ์มาวุ่นวายกับชีวิตมากไปกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะลืมเลือนความผิดเรื่องจิน และสามารถหาทางลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายได้อย่างถนัดถนี่

“คุณจะไม่ให้ผมมีเวลาส่วนตัวเลยหรือ?” เขาเอ่ยถามเสียงขุ่น

“แค่เดือนละครั้ง คงไม่รบกวนเกินไปมั้งครับ” รักตปักษ์ว่า ทำให้สัตยานึกแย้งในใจทันควัน เพราะนอกจากจะไปสัมภาษณ์เดือนละครั้งแล้ว ยังจะได้เจอกันเพราะพงษ์ศักดิ์เชิญไปกินข้าวที่บ้านแทบจะทุกอาทิตย์อีก

“คุณสัตยาครับ ใกล้จะได้เวลาประชุมแล้วครับ” และแล้ว เชิดชัยก็เข้ามาขัดตราทัพเสียก่อนที่สัตยาจะหงุดหงิดไปมากกว่าเดิม เพราะจะส่งผลต่อการประชุมด้วย ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำเลขาสูงวัยของตน ก่อนจะหันมาทางรักตปักษ์

“ผมจะให้พนักงานเอาจดหมายไปเก็บที่ห้อง ส่วนเรื่องสัมภาษณ์ เราจะคุยกันทีหลัง” สัตยากล่าวจบแล้ว จึงเบี่ยงตัวและเดินไปทางประตู ทว่าเขากลับถูกคว้ากุมมือเอาไว้อย่างนุ่มนวล

“สัตยา เรื่องของเจ้ากับข้า....”

“ไม่มีอะไรจะต้องพูดไปมากกว่านี้ ครุฑ”

รักตปักษ์ฟังคำก่อนจะค่อยๆปล่อยมือข้างนั้น เมื่อเขาประจักษ์ว่าแม้จะทำดีมาถึงเพียงนี้ สัตยาก็ยังไม่พร้อมจะรับฟังคำพูดของเขา ชายหนุ่มจำต้องยอมให้อีกฝ่ายเดินจากไป โดยไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้มากกว่านั้น เขาหันกลับไปเก็บของที่ไม่เกี่ยวข้องยัดใส่กระเป๋า และจัดจดหมายบนโต๊ะเป็นตั้งๆเพื่อให้พนักงานมาหยิบไปได้สะดวก ก่อนจะสะพายเป้ขึ้นบ่าแล้วเดินออกไป

ทางด้านสัตยา เมื่อเดินออกมาจากห้อง เขาก็ตรงกลับไปยังห้องทำงานของตนเพื่อนำข้อมูลการนำเสนอที่เตรียมไว้ไปเสนอให้ที่ประชุมดูเป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียด แต่แล้ว สัตยาก็ต้องแปลกใจที่แฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูลของเขาหายไปจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน ตามปกติแล้วแฟลชไดรฟ์อันนั้นจะห้อยไว้กับเครื่องรางรูปงูใหญ่หรือมังกรตามปีเกิดของเขาซึ่งจะมีกระพรวนเล็กๆติดอยู่ เป็นของที่น้ำฝนซื้อมาฝาก หากมันอยู่ในลิ้นชัก เขาควานหาอย่างนี้ควรจะถูกกระทบส่งเสียงออกมาบ้าง แต่กลับไม่มีเลยแม้จะค้นของออกมาทั้งหมด สัตยาเริ่มร้อนอกร้อนใจ เหลือเวลาอีกสิบนาทีประชุมจะเริ่ม ทางบอร์ดบริหารคงไม่พอใจนักที่เขาไปสาย

สัตยาค้นอยู่นานก่อนจะเงยหน้าขึ้นและพบกับบางสิ่งที่แปลกตาไปจากปกติ

ที่ทับหนังสืออันใหม่รูปงูขดกายเป็นวงซึ่งถูกซื้อมาแทนอันที่แตกไปคราวก่อนนั้น ศีรษะของงูกลับไม่ได้ชูตั้งขึ้นมาอย่างที่เป็น และปรากฏรอยเหมือนถูกทุบออกไปอยู่แทนที่ เขามองเลยไปที่พื้นไม่ไกลนัก เขาก็พบศีรษะของงูนอนนิ่งอ้าปากขู่อยู่บนพื้น ชายหนุ่มร่างเล็กเดินเข้าไปเก็บมันขึ้นมาและพิจารณารอยแตกที่คอ ก่อนจะมองไปยังรอยถูกกระแทกตรงสันโต๊ะทำงาน

ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนเข้ามาในห้องของเขา นำแฟลชไดรฟ์ออกไป และทุบที่ทับกระดาษกับสันโต๊ะเพื่อให้คอหักออก

เป็นการขู่....หรือว่า......

“คุณสัตยา! การประชุมจะเริ่มแล้วนะครับ!” เชิดชัยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเรียก เพราะตอนนี้บอร์ดบริหารมากันเต็มห้องประชุมแล้ว

“ของๆผมหายไป คุณเชิดชัย” สัตยากล่าวแล้วนำศีรษะงูไปวางบนโต๊ะ

“เอ๋? อะไรหายครับ?” เลขาวัยกลางคนทำหน้าเลิกลั่ก เกรงจะเป็นเรื่องใหญ่

“แฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูลของผม” ทันทีที่ได้รับคำตอบ เชิดชัยก็ถอนหายใจออกมาเหมือนโล่งอก

“โธ่เอ๊ย! คุณสัตยา แฟลชไดรฟ์ของคุณน่ะอยู่นี่ครับ” เชิดชัยแบมือออกมาให้ดู “ผมคิดว่าคุณสัตยาจะไปห้องประชุมเลย ผมก็เลยถือวิสาสะเข้ามาหยิบไปเพราะเห็นคุณสัตยาวางเอาไว้บนโต๊ะ”

“ผมวางไว้บนโต๊ะ?” สัตยามุ่นคิ้ว เขาจำได้ว่าก่อนออกไปพบรักตปักษ์ เขาใส่เอาไว้ในลิ้นชักไม่ผิดแน่ แต่ว่า เมื่อหันไปมองนาฬิกา สัตยาก็พบว่าเวลากำลังงวดลงไปทุกที เขาไม่มีเวลามาสืบสาวเอาความมากนัก จึงเดินไปรับของมาจากมือของเชิดชัยและเดินนำออกไป

แต่แล้ว สายตาของเขาก็เหลือบมองไปทางกล้องวงจรปิดซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง มันส่องกราดมาทางโต๊ะของเขาพอดี ถ้ามีใครเข้ามา....กล้องจะต้องเห็น สัตยาจึงตั้งใจจะไปขอเทปบันทึกภาพหลังจากเสร็จงานวันนี้

สัตยาเข้าห้องประชุมไปทั้งใจที่ยังสงสัย แต่เมื่อการนำเสนอเริ่มขึ้น สัตยาก็สามารถปัดเรื่องรบกวนจิตใจออกไปจากสมองได้ราวกับปลิดทิ้ง สมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับการนำเสนอผลงานให้ออกมาดีที่สุด ซึ่งมันก็ทำให้ผู้บริหารทั้งหลายพออกพอใจ อนุมัติให้เริ่มวางเป็นโปรเจคประจำปีได้ทันที โดยเริ่มจากโปรเจคของฤดูร้อน ซึ่งจะเดินทางมาถึงในอีกสามเดือนข้างหน้า แต่ก่อนจะเริ่มงานนั้น จะต้องส่งเรื่องไปให้ฝ่ายวางแผนจัดการเรื่องตารางเวลาและการประสานงานแต่ละฝ่ายก่อน ซึ่งจะทำให้เวลาที่จะได้ใช้ในการทำงานเต็มที่นั้นมีน้อยลง คณะกรรมการในที่ประชุมจึงเห็นว่า ควรนำโปรเจคย่อยคือการประกวดผลงานจากมือสมัครเล่นมารวมไว้ด้วย เป็นการทุ่นแรงของบริษัทไปอีกทางหนึ่ง

จิตใจของสัตยาปลอดโปร่งขึ้นเมื่อทุกๆอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เขาเก็บรายละเอียดงานทั้งหมดที่ทางที่ประชุมแนะนำและส่งเรื่องไปให้ฝ่ายวางแผนจัดการต่อไป ส่วนตัวเขานั้น หลังจากนี้ก็มีหน้าที่คอยตรวจสอบดูแลอยู่เบื้องบนเท่านั้น

ในตอนเย็น สัตยาก็ได้ไปขอดูเทปจากกล้องวงจรปิดที่ห้องของรปภ. ทว่าเขากลับพบสิ่งที่น่าแปลกใจ เมื่อดูไปเรื่อยๆ กลับมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีมือคนชูกระดาษสีดำขึ้นมาบังกล้องเอาไว้ และเป็นเช่นนั้นอยู่นานโขกว่าที่กระดาษนั้นจะละออกไป ซึ่งห้องก่อนและหลังถูกปิดกล้องก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน นอกจากหัวงูที่หักออกจากลำตัวลงมานอนอยู่บนพื้น รวมทั้งแฟลชไดรฟ์ของเขาที่ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ และหลังจากนั้นประมาณสิบนาที ก็เห็นภาพเชิดชัยเดินเข้ามาหยิบแฟลชไดร์ออกไป

นาคจำแลงขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด....

คนที่เข้ามานั้นต้องรู้ตำแหน่งที่แน่นอนของกล้องอีกทั้งระยะการจับภาพ จึงสามารถหามุมอับของกล้องเข้ามาปิดหน้ากล้องได้ แต่ก็น่าแปลก ทั้งที่เข้ามาถึงห้องของเขากลับไม่มีสิ่งใดหายไปนอกจากการเปลี่ยนที่ของแฟลชไดรฟ์และทุบหัวงูจนหัก ซึ่งเรื่องนี้เดาได้ไม่ยากเลยว่าต้องมีคนในเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน แต่ใครล่ะ....ที่เป็นคนทำ และเพื่ออะไร?

“จะแจ้งความไหมครับ? คุณสัตยา” หัวหน้ารปภ.ที่รออยู่ด้วยกันเอ่ยถาม

“ยัง...ยังไม่ต้องแจ้งความ” เขาว่า “อย่าเพิ่งให้คนที่ประสงค์ร้ายอย่างลึกลับนี้รู้ดีกว่าว่าเราเริ่มรู้สึกถึงการคุกคาม ปล่อยให้เขาทำอะไรที่อยากจะทำไปก่อน ตราบใดที่ยังไม่มีผลเสียหายมาถึงบริษัท”

“แล้วข้อมูลของคุณล่ะครับ?” หัวหน้ารปภ.เตือนด้วยความกังวล เพราะผู้ประสงค์ร้ายนั้นอาจจะมาเพื่อขโมยข้อมูลโดยเอาโน๊ตบุ๊คมาดึงไปก็เป็นได้

“ผมไม่คิดว่านั่นคือเป้าหมาย เพราะหากจะทำอย่างนั้น ขโมยแฟลชไดรฟ์ไปเลยจะง่ายเสียกว่า หรือหากจะทำให้แนบเนียน ทำไมต้องทุบหัวงูและเปลี่ยนที่วางแฟลชไดรฟ์ด้วย” สัตยาวิเคราะห์ “และถึงเขาจะทำจริง ผมก็ป้องกันโดยล็อครหัสที่มีผมรู้เพียงคนเดียวเอาไว้ คุณไม่ต้องห่วงไป”

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ มีสัตยาและหัวหน้ารปภ.เท่านั้นที่รู้ โดยที่ไม่ได้บอกกับเชิดชัยหรือใครทั้งสิ้น ทั้งนี้ สัตยากล่าวว่า ตอนนี้ยังไว้ใจใครไม่ได้ และต้องการดูสถานการณ์ไปก่อน


--------------------------------->


อาทิตย์ถัดมาในวันเสาร์ รักตปักษ์ก็มาที่บ้านตั้งแต่เช้าเพื่อสัมภาษณ์สัตยาตามสัญญา และแน่นอนว่าพงษ์ศักดิ์ก็เอ่ยชักชวนให้รักตปักษ์กินข้าวเที่ยงและข้าวเย็นด้วยกันเหมือนเช่นเคย และชายหนุ่มก็ตอบรับอย่างมีไมตรีจิต

ในระหว่างมื้ออาหาร รักตปักษ์และพงษ์ศักดิ์คุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องทางบ้าน ในขณะที่สัตยากลับเงียบผิดปกติทั้งที่ก่อนนี้จะคอยเหน็บแนมรักตปักษ์เป็นระยะ ความจริงแล้ว พงษ์ศักดิ์พบว่าสัตยาเริ่มพูดน้อยลงและดูเหมือนมีปัญหาคาใจมาร่วมอาทิตย์แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ถามหรือให้คำแนะนำเพราะเกรงว่าสัตยาจะคิดว่ามีเขาเป็นที่พึ่งอยู่ร่ำไป ซึ่งจะไม่ดีกับเจ้าตัวเอง ตัวพงษ์ศักดิ์นั้นรู้ว่าตัวเองอายุมากแล้วและคงอยู่ได้อีกไม่นาน เขาอยากจะให้สัตยาเข้มแข็งและยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ถึงอย่างนั้น การได้เห็นหลานมีสีหน้าวิตกกัลวลก็ทำให้เขารู้สึกใจอ่อน จึงไปปรึกษากับรักตปักษ์

“ระยะนี้เจ้ายาดูจะไม่สบายใจ คุณรักต์รู้อะไรบ้างไหม?”

“ผมก็ไม่รู้อะไรเลยครับ บางทีอาจมีปัญหาที่ทำงาน” รักตปักษ์คาดเดา

“เฮ้อ ฉันเองจะเข้าไปวุ่นวายอะไรมากก็ไม่ได้ ฉันน่ะอายุมากแล้ว อยากจะให้เจ้ายาอยู่ได้โดยที่ไม่มีฉัน แต่ฉันก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี” พงษ์ศักดิ์กล่าวพลางถอดถอนหายใจ “คุณรักต์ คุณรักต์เองก็สนิทสนมกับเจ้ายาพอสมควร ยังไงก็ฝากดูแลหลานฉันด้วยนะ”

“ยังไงผมก็ไม่ปล่อยให้คุณยาเป็นอะไรไปหรอกครับ ไม่ต้องห่วง” รักตปักษ์รับคำหนักแน่น ฝ่ายพงษ์ศักดิ์จึงค่อยคลายใจ

“เจ้ายาน่ะเขาไม่ค่อยมีเพื่อน อาจจะไม่สนิทใจเวลาจะเอาเรื่องทุกข์ใจไปพูดกับใคร” ชายชราถอนหายใจยาวแล้วพยุงกายกับมือแกร่งของรักตปักษ์ค่อยหย่อนลงบนเก้าอี้โยกตัวโปรด ไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆเมื่อถูกไหวโยกไปมา แสดงถึงความเก่าแก่ของมันที่ถูกใช้งานมานานจนสีซีดหมอง นาฬิกาลูกตุ้มกวัดแกว่งส่งเสียงบอกเวลาสามทุ่ม

“ผมมารบกวนคุณพงษ์ศักดิ์จนดึกขนาดนี้แล้วหรือครับเนี่ย” รักตปักษ์ว่าขณะมองไปยังนาฬิกา

“รบกวนอะไรกัน คุณรักต์ ฉันซะอีกที่รบกวนให้คุณรักต์อยู่เป็นเพื่อนจนดึก” พงษ์ศักดิ์มองออกไปนอกหน้าต่าง “มืดขนาดนี้แล้ว คุณรักต์จะกลับบ้านยังไง?”

“ตอนนี้บนถนนยังมีรถเยอะอยู่ครับ ไม่วังเวงมาก ห้องของผมก็อยู่ติดถนนใหญ่และไม่ไกลจากที่นี่มาก ขี่รถสักยี่สิบนาทีก็ถึงครับ”

“แต่ดึกกว่านี้จะแย่นะ คุณรักต์กลับเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปส่ง” พงษ์ศักดิ์ว่าก่อนจัดแจงจะลุกขึ้น

“ไม่ต้องหรอกครับ” ชายหนุ่มผมแดงรีบห้าม “เดี๋ยวผมให้กิ่งแก้วไปเปิดประตูให้ก็ได้ ไม่รบกวนคุณพงษ์ศักดิ์หรอกครับ”

“เอ้อ เอายังงั้นก็ได้ ไปดีมาดีนะคุณรักต์” ชายชราอวยพร

“ครับ แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ” รักตปักษ์ยกมือไหว้อำลา ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

พงษ์ศักดิ์นั้น นั่งรออยู่จนกระทั่งเสียงมอเตอร์ไซด์ลับหายไปแล้ว จึงพยุงตัวลุกขึ้นจากม้าโยก แล้วค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอน กิ่งแก้วซึ่งมีหน้าที่ดูแลในบ้านเป็นคนสุดท้ายที่จะได้เข้านอนในแต่ละวัน เพราะต้องตรวจตราให้เรียบร้อยก่อน เธอส่งรักตปักษ์ออกไปเสร็จ ก็คล้องกุญแจที่ประตูใหญ่และประตูเล็กข้างๆ เข้ามาในบ้านก็ดูประตูหน้าต่าง เดินปิดไฟทีละดวง เก็บของที่อาจจะตกลงมาโดยที่ใครไม่ได้ตั้งใจ เสร็จแล้วกิ่งแก้วจึงกลับไปนอนที่ห้องคนรับใช้กับลูกทั้งสองของเธอที่หลับสนิทไปก่อนแล้ว

ไฟในบ้านชลวรินทร์ดับมืดลงไป แต่ไฟถนนยังสว่างเจิดจ้า ส่องให้เห็นเงาดำตะคุ่มของใครบางคนที่แอบซ่อนตัวอยู่ตรงเสาไฟฟ้าใกล้ๆนั้น

เงาตะคุ่มปริศนาแอบอยู่ตรงนั้นนานมากพอที่จะแน่ใจว่าคนในบ้านชลวรินทร์ต่างหลับใหลกันไปหมดแล้ว จึงค่อนๆย่างก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง

ถนนแถวนี้ ส่วนมากจะเป็นบ้านคนที่มีฐานะ ตกดึกจึงมักไม่มีรถแล่นผ่านหรือคนสัญจร ทำให้ถนนเงียบเชียบน่าวังเวง บ้านแต่ละหลังก็มีสวนกั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนบ้านอื่นออกมาเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าของบ้านในกรณีใดๆ

เงาปริศนานั้นเดินไปที่รั้วเหล็กซึ่งเป็นประตูใหญ่ มันสูงพอๆกับกำแพง แต่เพราะเป็นรั้วเหล็กดัดด้วยลวดลายสวยงามตามแบบที่พวกคนรวยมักชอบทำกัน จึงกลายเป็นขั้นบันไดสำหรับเหล่าโจรไปเสีย

แสงไฟฉายสาดส่องมายังประตูใหญ่เมื่อได้ยินเสียงเหมือนใครบางคนมาเกาะแถวนั้น นายพจน์ คนสวน มีหน้าที่จับตาระแวดระวังภัยในตอนกลางคืน โดยออกเดินตรวจเป็นเวลาเพื่อป้องกันพวกที่ชอบหากินอย่างง่ายๆกับบ้านของคนอื่น แต่แล้วกลับไม่ปรากฏเงาของใครในแสงของไฟฉาย มีเพียงประตูที่ทำด้วยเหล็กทาสีขาวเท่านั้น นายพจน์จึงเดินกราดแสงไปอีกทางหนึ่งและไปตรวจดูส่วนอื่น

TBC

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
« ตอบ #129 เมื่อ: 06-02-2011 12:03:52 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #130 เมื่อ06-02-2011 12:30:08 »

 :z3:
อยากจะับ้าตาย

ใครนักหนาวะเนี่ย
ทำลับๆล่อๆอยู่ได้
แน่จริงก็ออกมาดิ

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #131 เมื่อ06-02-2011 12:48:46 »

น้องจินกับน้องน้ำฝนน่ารักดี หวังว่าความน่ารักนี้จะทำให้พี่ยาละมุนขึ้นมาได้บ้าง  :call:
ว่าแต่.. คนในเงานั่นคิดจะทำอะไรอีกล่ะ :m16:

pigg

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #132 เมื่อ06-02-2011 13:07:50 »

 o22 เงานั้นมันคือไผ!!??
บังอาจมาทำตัวลับๆล่อๆกับน้องนาค !!



zeen11

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #133 เมื่อ06-02-2011 13:11:59 »

ท่าทางจะเป็นเจ้ามาเฟียน่ารังเกียจส่งคนมาตามรังควานนะเนี่ย รู้จักคุณยาน้อยไปแล้ว คราวนี้คงได้เห็นฤทธิ์เดชคุณยาบ้างนะเนี่ย  :fire: :fire:

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #134 เมื่อ06-02-2011 13:28:47 »

คนร้ายที่ยังไม่เปิดเผยตัวคือใคร

 :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ จันทร์ผา

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-2
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #135 เมื่อ06-02-2011 14:21:07 »

เงาปริศนาเป็นใครอีกละนี้

Little Devil

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #136 เมื่อ06-02-2011 14:50:34 »

คนร้าย...มาเฟีย??
+1

hahn

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #137 เมื่อ06-02-2011 15:49:04 »

ใครกันนะ

b27072010

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #138 เมื่อ06-02-2011 16:17:33 »

ตัวร้ายโผล่มาได้แล้วมัวแต่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ได้

หวังว่างูภายในบ้านคงช่วยได้ไม่มากก็น้อยแหละ

ไม่อยากให้ใครได้รับอันตราย

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #139 เมื่อ06-02-2011 16:39:58 »

ใครอีกมาทำลับๆล่อๆ     สงสัยไอ้มาเฟีย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
« ตอบ #139 เมื่อ: 06-02-2011 16:39:58 »





tonight

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #140 เมื่อ06-02-2011 16:41:09 »

มาอัพต่อไวๆนะคับ กำลังติดงอมแงมเลย ชอบมากๆๆๆ กดไลค์ร้อยครั้ง o13
ว่าแต่มีผู้ร้ายมาด้อมๆมองๆอีกแล้ว งานเข้าอีกแน่นอน

ปล อยากให้มีฉากกุ๊กิ๊กไวๆจังคับ ลุ้นว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะลงเอยกัน

รออ่านอยู่นะคับ สู้ๆๆๆ :L2:

mumoo

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #141 เมื่อ06-02-2011 17:42:24 »

แง่งๆ หนอนบ่อนไส้คือใครกันหนอ? แล้วเงาดำนั่นเป็นแค่คนธรรมดารึเป็นพวกจำแลงด้วยเนี่ย? สงสัยมากมาย แต่ก็ต้องรอลุ้นต่อไป... มาต่อเร็วๆนะคะ^^

ออฟไลน์ noina

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 719
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
Re: สัตยาธิษฐาน ตอนที่ 6 (6/02/11)
«ตอบ #142 เมื่อ06-02-2011 18:25:21 »

คนร้ายเป็นใครหนอ

พี่ยาจะเป็นอะไรมั้ยนะ

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-1
Re: สัตยาธิษฐาน เปิดจองรวมเล่ม
«ตอบ #143 เมื่อ06-02-2011 19:29:12 »

หลังจากโพสต์เรื่องมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เลยขออนุญาตเปิดจองรวมเล่มนะคะ
(แต่ยังอัพต่อเรื่อย ๆ ค่ะไม่ต้องตกใจ)

ภาพปก

มันอาจจะดูแปลกๆสักหน่อยเพราะเซียร์จัดการเองหมดตั้งแต่วาดยันทำอักษร=w="

นอกจากนี้ ในเล่มยังมีเพิ่มเติมที่จะไม่อัพลงบอร์ดนะคะ เป็นตอนพิเศษ2ตอนค่ะ

ข้อมูลหนังสือ
ผู้แต่ง+ภาพ+everything : Ziar
ราคา : 250 บาท (+ค่าส่งแล้ว)
ระยะเวลาการจอง : 6 กุมภาพันธ์ 2554 - 15 มีนาคม 2554
หมายเหตุ : ขอสงวนวิธีการส่งไปรษณีย์เป็นการส่งแบบลงทะเบียนเท่านั้นนะคะ

รายละเอียดการโอนเงิน

อ้างถึง
บัญชีออมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาซอยประชาสงเคราะห์ 30
ชื่อบัญชี นางสาว อลิสา เทพนะ
เลขบัญชี 102-234896-9

หลังจากโอนเงินแล้ว ขอให้ส่งรายละเอียดการจองมาที่ tsuki_himeแอทhotmail.com โดยระบุข้อมูลตามนี้นะคะ

อ้างถึง
หัวข้อ : [สั่งจอง] สัตยาธิษฐาน

รายละเอียด
ชื่อ-นามสกุล(ผู้สั่ง) :
ที่อยู่ :
หลักฐานการโอน : (สแกนมาจะดีที่สุดค่ะ หรือถ้าสแกนไม่ได้ก็ขอเลขที่สลิปค่ะ)
วัน+เวลาโอนตามสลิป :

มาดูของแถมกัน รอบนี้จะแถมแค่ที่คั่นนะคะ



ชุดที่คั่นหนังสือ สัตยาธิษฐาน 4 ลาย ให้หมดเลยค่า~


อุดหนุนกันเยอะๆนะคะ  :o8:

ปล. หนังสือจะจัดส่งหลังจากปิดจองแล้วราว ๆ 2อาทิตย์นะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-02-2011 20:00:10 โดย ZIar »

ออฟไลน์ ohm

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
สั่งแล้ว จะได้หนังสือเลยรึเปล่าครับ

สนใจอะ

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
นั้นสิค่ะ อยากรู้ส่าจะได้หนังสือหนังไง
โอนเงินแล้วรอรับเลยหรือต้องรออีกค่ะ
สนใจค่ะ

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
ปกสวยมากเลยค่ะ

แต่แบบว่า ถามคำนึงค่ะ มันจบ happy ending ใช่มั้ย แล้วก็ไม่มีตัวละึครหลักเจ็บปวดทรมานใช่มั้ยคะ แหะๆ ไม่ชอบอ่านนิยายเศร้าอะ :o8:

ออฟไลน์ akazu

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +240/-6
นั้นสิค่ะ อยากรู้ส่าจะได้หนังสือหนังไง
โอนเงินแล้วรอรับเลยหรือต้องรออีกค่ะ
สนใจค่ะ

้เป็นปกติค่ะ หลังปิดโอนเงิน คงเวลาสักพักก็เริ่มส่งได้แล้วค่ะ (แอ่ะ ขอแรดตอบแทนน้อง) :z2:
ปกสวยมากเลยค่ะ

แต่แบบว่า ถามคำนึงค่ะ มันจบ happy ending ใช่มั้ย แล้วก็ไม่มีตัวละึครหลักเจ็บปวดทรมานใช่มั้ยคะ แหะๆ ไม่ชอบอ่านนิยายเศร้าอะ :o8:
:z3:ไม่ได้สปอย์ แต่จบ happy ending ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ อุดหนุนกันเลย เก็บไว้อ่านแล้วอ่านอีกได้ไม่เบื่อ (เปล่าเวอร์ เพราะเค้ามีแล้วในครอบครองง่ะ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-02-2011 19:50:07 โดย akazu »

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-1
ขอบคุณพี่ akazu ที่ช่วยตอบแทนค่ะ XD
ลืมบอกไปเลยว่าจะส่งหนังสือหลังปิดจองเรียบร้อย

ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
อยากได้ๆ เด๋ยวอุดหนุนค่า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด