Do not disturb ✰ ขอโทษครับ ห้ามรักกวน[เปิดจองDNDเล่มพิเศษ+Reprint p.206]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Do not disturb ✰ ขอโทษครับ ห้ามรักกวน[เปิดจองDNDเล่มพิเศษ+Reprint p.206]  (อ่าน 2289802 ครั้ง)

ออฟไลน์ Indigo

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1030/-7
Room 59

จุดประสงค์เดียวกันคือรัก แต่วิธีการที่ต่างกันกำลังจะฆ่าผมให้ตาย...

   ผ่านมาได้กี่วัน....กี่สัปดาห์แล้วนะ?  นาฬิกาชีวิตมันเดินช้าเสียจนอยากจะเอื้อมมือไปช่วยหมุนเข็ม  ผมกลับมาอยู่บ้านหลังเดิม...ในห้องห้องเดิมที่เคยอยู่ตั้งแต่จำความได้ แต่มันกลับไม่รู้สึกอบอุ่นเหมือนเคย  บ้านทั้งหลังดูเงียบสงบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ผ่านมาเกือบเดือนแล้วล่ะมั้ง...ไม่มีปฏิทินในห้องเสียด้วย  มือถือก็โดนริบไปแล้ว...ไม่สิ  ต่อให้มีของแบบนั้นแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ  พ่อไม่ได้ขังผมเหมือนในหนังหรอก....พ่อแค่ก้มหัวขอร้องให้ผมเลิกติดต่อกับทุกคนเพื่อให้เวลากับทุกสิ่ง  สัญญาที่ผมไม่อยากจะลงนาม....แต่จะมีตัวเลือกอื่นอีกหรือ?  แค่เห็นพ่อทำแบบนั้นผมก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกทรพีขึ้นมาแล้ว

   .....ใครจะว่างี่เง่า แต่มันคือสัญญาลูกผู้ชายระหว่างผมกับพ่อ...  ในเมื่อพ่อเป็นคนให้ชีวิตผม แค่เวลาทำไมผมจะให้พ่อไม่ได้?....  แค่ทนกับความเหงา.....ความทรมานที่ไม่รู้จะมีจุดจบเมื่อไหร่แค่นั้นเอง....

   “พี่ไปป์....แม่เรียกกินข้าว”
   “อืม...บอกแม่รอแป๊บนึง  พี่ไปล้างหน้าก่อน” เชอร์ยืนเกาะขอบประตูยิ้มตอบรอยยิ้มอ่อนๆที่ผมส่งให้  เชอร์ไม่ได้ตะโกนลงไปบอกแม่เหมือนที่ผมฝาก  มันดันตัวเข้ามาในห้องนอนผมแล้วปิดประตูเดินมาทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยกัน
   “ใจคอพี่ไปป์จะอ่านนิยายคินดะอิจิให้ครบซีรีย์เลยรึไง?  หน้าปกน่ากลัวจะตายชัก  เชอร์เห็นแค่ปกก็นอนไม่หลับแล้ว”
   “สนุกนะเว่ย  ลองเอาไปอ่านสักเล่มมั้ย” ผมโยนหนังสือปกรูปผู้หญิงญี่ปุ่นหน้าขาวจั๊วะลงบนตักมัน แต่ไอ้เชอร์ดันเด้งตัวหนีแถมยังปัดออกอีกต่างหาก
   “พี่ไปป์จะเก็บกดจนลุกขึ้นมาฆาตกรรมเชอร์มั้ยเนี้ย”
   “อ่านแล้วรู้สึกฉลาดนะเว่ยเชอร์  ว่างๆก็เอาไปอ่าน....มัวแต่อ่านนิยายรักหวานแหววอยู่นั่นแหละ  จะเข้ามหาลัยแล้วนะเราน่ะ” ผมลูบผมยาวๆนั่นอย่างเอ็นดู
   “พี่ไปป์ก็หาอะไรจรรโลงโลกทำบ้างเถอะ เอาแต่นั่งอ่านนิยายฆาตกรรม  ก่อนหน้านั้นก็นิยายสงครามจักรกลอะไรก็ไม่รู้  ต่อไปคงอ่านแนวไซไฟสินะ”
   “สมเป็นน้องพี่”
   “เชอร์เป็นห่วงพี่ไปป์นะ  หาอะไรทำบ้างเถอะ....เปิดเน็ทเล่นเฟสบุค  ตีดอทอะไรก็ทำไปเถอะ  ไปเข้าสังคมซะบ้าง  เชอร์เห็นพี่ไปป์เก็บตัวแล้วรู้สึกแปลกๆ”
   “พี่ไม่อยากใช้เน็ท”
   “..........”
   “พี่กลัวจะทำผิดสัญญากับพ่อ”

   ผมต้องห้ามตัวเองไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอก....เอาตรงๆแค่เปิดการสื่อสารทางใดทางหนึ่งทุกเรื่องก็พร้อมจะกรูเข้ามาแล้ว  ทั้งๆที่อยากรู้ใจจะขาดว่าภคินเป็นยังไงบ้าง  ล่าสุดที่ฟาร์ติดต่อผ่านทางแม่ผมได้เมื่ออาทิตย์ก่อนบอกว่ามันกระดูกเลื่อนเพราะวิ่งตามผมเมื่อวันนั้น แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นเยอะแล้ว  เหอะ....ไอ้โง่เอ๊ย!! ดีขึ้นงั้นเหรอ  ฟาร์คิดว่าจะหลอกให้ผมสบายใจได้เหรอ?  ผมรู้ว่าไอ้ภคินมันติดผมมากขนาดไหน.....ให้เดาตอนนี้มันคงเป็นบ้า...ไม่ก็นอนง่อยอยู่ในห้องไม่ต่างจากผมหรอก  อ๊อ....หรือไม่ก็อาจจะดันทุรังกลับไปทำงานที่เซเว่นทั้งๆที่ขายังไม่หายดีก็ได้  ถ้าแบบนั้น..อาการมันจะหนักกว่าเดิมมั้ยนะ? แล้วใครมาดูแลมันบ้างรึเปล่า? ยิ่งชอบทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอยู่ด้วย...

   “พี่ไปป์...” เสียงเบาๆจากเชอร์เรียกให้ผมสะดุ้ง
   “พี่ว่าเป็นแบบนี้มันดีแล้วเหรอ?”
   ผมถอนหายใจยาวๆ “แล้วจะให้มันเป็นแบบไหนล่ะเชอร์...พี่เลือกได้งั้นเหรอ?”
   “ไม่รู้สิ....แต่เชอร์ไม่ชอบที่พี่ไปป์เป็นแบบนี้เลย  ปกติกลับบ้านทุกครั้งพี่ไปป์ออกจะร่าเริง....คราวนี้กลับมาพูดแทบนับคำได้”
   “ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ”
   “ไอ้ยิ้มหลอกๆนี่ก็เหมือนกัน  ถ้าไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องยิ้มหรอกพี่ไปป์....อย่าฝืนเลย” เชอร์ลูบเบาๆบนขาผม “เชอร์รู้ว่าพี่ไปป์คิดถึงพี่คิน.....เชอร์เสียใจนะพี่ช่วยอะไรพี่ไปป์ไม่ได้เลย  เชอร์ไม่รู้จะพูดยังไงกับพ่อดี”
   “ไม่เป็นไร....  พี่โตแล้วพี่ดูแลตัวเองได้น่า” มันเหล่ตา “อะไร....ไม่เชื่อพี่เหรอ?”
   “ถ้าพี่ไปป์ว่างั้นก็แล้วแต่เหอะ แต่ถ้ามีอะไรอยากให้เชอร์ช่วย...ต้องรีบบอกนะ”
   “ครับ....ครับ  ไปกินข้าวได้แล้ว  ลงไปช้าเดี๋ยวแม่บ่นหรอก”

   ผมขยี้หัวเชอร์เบาๆ....แล้วเดินนำออกจากห้องลงบันไดมา  แม่กำลังตักแกงส้มชะอมไข่ที่อุ่นขึ้นจากหม้อ  เธอฉีกยิ้มอารมณ์ดีเมื่อเห็นผม “ดูสิ....แกงส้มชะอมไข่ของโปรดไปป์เลยนะ  แม่อุตส่าห์ทำให้”
   “ได้ข่าวเรากินมาสามวันแล้วนะแม่  อุ่นกี่รอบแล้วนั่น”
   “เอ๊ะ....ไอ้ลูกคนนี้นิ” แม่หันมาเอ็ดใส่ผม “แกงส้มยิ่งเก็บไว้นานยิ่งอร่อยนะ”
   “เชอร์ว่ายิ่งเก็บนานยิ่งใกล้บูดนะแม่”

   ผมอยากจะหัวเราะเหมือนเคยหรอกนะ แต่มันทำไม่ออกนัก....สุดท้ายก็ได้แต่หัวเราะแฮะๆไปตามเรื่องตามราว  ผมลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆแม่พร้อมกับเอื้อมมือไปตักข้าวมาแจกให้แม่กับเชอร์  ช่วงนี้พ่อไม่อยู่เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องโรงงานใหม่ที่กรุงเทพ...เห็นหน้าแทบจะนับครั้งได้  เราเลยไม่ได้คุยกันมากนัก...หรือที่จริงเราอาจไม่รู้จะพูดอะไรกันมากกว่า

   “อร่อยมั้ยลูก” แม่ถามด้วยสีหน้าระทึกตอนที่ผมตักแกงถ้วยโปรดเข้าปาก  ถ้าบอกแม่ว่ารสชาติเหมือนเมื่อวานจะโดนโกรธมั้ยนะ?
   “ก็เข้มข้นดีครับ”
   “ก็แน่ล่ะพี่ไปป์....แม่อุ่นมากี่วันแล้วล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ  พี่ไปป์ซดมื้อนี้ให้หมดเลยนะ  ไม่งั้นมื้อพรุ่งนี้ได้กินต่ออีก”
   “เดี๋ยวเหอะเชอร์  ช่วงนี้ของกำลังแพงแม่ก็ช่วยบ้านเราประหยัด”

   บ้านผมเสียงดังกันเป็นเรื่องปกติ....ผมหัวเราะกับบทสนทนาตลกๆของครอบครัวเป็นเรื่องปกติ  อ่า....ช่วงนี้มันคงผิดปกติไปหน่อยที่ขำไม่ออกเลยแฮะ  แกงถ้วยโปรดรสชาติเข้มข้นนั่นก็ฝืดลิ้นเสียจนไม่อร่อย  ที่เขาว่าใจเป็นนายกายเป็นบ่าวเห็นทีจะจริง  กินไปได้สองทัพพีครึ่งผมก็รวบช้อนเสียแล้ว

   “กินข้าวน้อยจังเลย….ไม่อร่อยเหรอลูก  ของโปรดไม่ใช่เหรอ?”
   “ไปป์กินขนมบนห้องมาน่ะแม่  เลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
   “แหม....ก็กินมากี่มื้อแล้ว  พี่ไปป์ก็เบื่อสิแม่ ฮ่าๆ ๆ ๆ”

   ผมแอบพยักหน้าขอบใจเชอร์ที่ช่วยพูดให้  ทำไมผมจะไม่รู้ว่าแม่ทำของโปรดเพื่อเอาใจผม...ทำเยอะจนเหลือมาถึงวันนี้ เพราะปกติหม้อหนึ่งครอบครัวผมทานแค่สองวันก็หมดแล้ว แต่ในเวลาที่ผมกินอะไรไม่ลงและพ่อออกไปลุยงานนอกบ้านทุกวันเช่นนี้  ผู้หญิงสองคนคงจัดการมันไม่หมดหรอก

แล้วผมไม่อยู่ภคินมันจะหาข้าวกันยังไงกันนะ?  มันจะลืมกินข้าวเย็นแบบที่เคยเป็นรึเปล่า

   “ไปป์....อยากออกไปนอกบ้านมั้ยลูก?” สัมผัสอุ่นๆที่หลังมือจากแม่เรียกให้ผมเงยหน้าขึ้น “เมื่อตอนกลางวันพวกแซ๊กโทรชวนไปเตะบอลแถวบ้านโอ๊ต  ตอนนั้นแม่เห็นไปป์เพลียๆเลยปฏิเสธไป ตอนนี้ดีขึ้นแล้วจะไปมั้ยลูก?”
   “.......” ผมชะงักไปเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้ควรจะทำยังไงดี แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้... “ไปครับ....แม่โทรบอกแซ๊กด้วยว่าเจอกันที่สนามเลย  สักทุ่มครึ่งไปป์คงไปถึง”
   แม่ดูจะยิ้มออกมากขึ้นเมื่อเห็นผมออกนอกบ้านในรอบเดือน “อ๊อ....แม่ลืมบอกไป”
   “ครับ?”
   “พ่อบอกว่าจะพาไปกินอาหารเหลาที่โรงแรมประจำนะลูก  ที่พ่อสัญญากับไปป์ไว้ไงว่าจะเลี้ยงที่เชอร์สอบติดอีกที”
   “ครับ...”
“น่าจะสักอาทิตย์หน้านะ  ล้างท้องรอไว้ละกัน”
“ครับ  ไปป์ไปเปลี่ยนชุดนะแม่  เดี๋ยวจะออกไปเตะบอลแล้ว”

   ผมใช้เวลาไม่นานนักเปลี่ยนชุดพร้อมกับหยิบกุญแจรอมอเตอร์ไซด์เดินออกบ้านไป  สนามหญ้าในหมู่บ้านของโอ๊ตเป็นอีกหนึ่งแหล่งมั่วสุมที่พวกผมนิยมไปพักผ่อนกัน เพราะหมู่บ้านมันส่วนใหญ่มีแต่ผู้สูงอายุที่นิยมออกกำลังกายด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งมากกว่า  สนามบอลก็เลยว่างแทบจะตลอดเวลา  อีกอย่างบ้านมันไม่ไกลจากบ้านผมมากนักขับมอ’ไซด์ไปสิบนาทีก็ถึงแล้ว..  ผมชะรอจอดรถไว้ข้างฟุตบาทแล้วเดินเข้าไปอีกนิดหน่อย  เสียงโหวกเหวกของพวกมันดังมาแต่ไกลเชียว

   “อ้าวเฮ้ย!!  ดูสิ! ซุปตาร์ของกลุ่มมาแล้วว่ะ” ไอ้เวฟฉีกยิ้มโชว์เหล็กดัดฟันแล้วโบกมือเย้วๆทักทายผม  ผมยิ้มบางๆให้พวกมัน
   “เกิดอารมณ์ทางเพศรึไงวะ  ถึงได้มารวมตัวกันเนี้ย”
   “โอ้โห....ขอโทษครับคุณน้องไปป์” ไอ้เวฟพูดกลั้วหัวเราะ “ไอ้คนไหนที่จู่ๆมันหายหน้าหายตาไปจากกลุ่มวะ  ปิดมือถือ ไม่เล่นดอท หายหัวไปจากสารระบบจนไอ้แซ๊กต้องติดต่อไปทางแม่มึงแทนเนี้ย”
   “กูขอโทษว่ะ....แบบว่า  มันมีเรื่องบ้านนิดหน่อยว่ะ”
   “ทำไม....ทะเลาะกับผัวรึไง ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ” ผมเงียบ.... “เฮ้ย....เรื่องจริงเหรอวะ”
   “.......”
   “ไปป์...” คราวนี้โอ๊ตหันมาเป็นฝ่ายข่มขู่ผมแทนบ้าง “มีปัญหาอะไรก็เล่ามาดิวะ  จะได้ช่วยๆกัน”
   “เรื่องมันใหญ่เกินว่ะโอ๊ต......กูว่างานนี้ใครก็ช่วยกูไม่ได้”

   ความสนุกสนานที่มีอยู่ตอนแรกมลายหายไปทั้งหมดเพียงเพราะผมเข้ามาเหยียบ.... แย่จังแฮะผมไม่อยากทำให้พวกมันงานกร่อยไปด้วยหรอกนะ  ผมก้มตัวลงไปเก็บลูกฟุตบอลบนพื้นแล้วยิ้มให้ “เอาล่ะ....คราวนี้ใครจะอยู่ทีมเดียวกับกู”
   “ไม่ตลกนะไปป์” ทำไมทุกคนต้องหน้าเครียดด้วยวะ....กูไม่ได้อยากมาทำให้พวกมึงเครียดตามแบบนี้นะ  ไอ้แซ๊กคว้าข้อมือผมขึ้นมา “มันเกี่ยวกับเรื่องที่มึงโทรมขนาดนี้รึเปล่า?”
   “ไม่เกี่ยวเว่ย  กูก็แห้งแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วพวกมึงก็รู้” ข้อมือผมผอมจนขึ้นกระดูกขนาดนี้แล้วเหรอเนี้ย “เฮ้ย!! อย่าเครียดกันสิวะ  วันนี้เรามาเล่นบอลกันไม่ใช่?”
   “ก่อนหน้านี้ใช่...แต่ตอนนี้นี้ไม่”
   “แล้วมึงจะทำอะไรถ้าไม่เตะบอลฮะไอ้โอ๊ต เล่นว่าวรึไงสนามก็กว้างพอวิ่งได้นะ ฮะ ๆ ๆ ๆ”
   “ไปป์” เวฟที่เมื่อกี้ยังหัวเราะระรื่นกลับเปลี่ยนสีหน้า “พวกกูเป็นเพื่อนมึงใช่มั้ย”

   ผมก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับทุกคน....น้ำตามันตีตื้นขึ้นมาบนขอบตา แต่ผมก็กลั้นใจกลืนมันลงไป  ผมจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว....ผมสัญญากับตัวเองแล้วนี่  จู่ๆไอ้แซ๊กคว้าตัวผมเข้าไปกอด...ก่อนจะตามมาด้วยไอ้เวฟและโอ๊ตที่กอดหมับเข้าอีกสองข้าง

   “ไอ้สัตว์เอ๊ย!!เสือกทำมาเป็นแอค” ไอ้เวฟด่าอยู่บนหัวผม “ไอ้น้อง....ถ้ามึงอยู่ยังเห็นกูเป็นลูกพี่มึงอยู่ก็คายออกมาซะให้หมด”
   “ห่า...ที่แท้ก็อยากเสือกนี่หว่า...ทำเป็นว่าแต่กู” ผมแอบยิ้มท่ามกลางความห่วงใยเล็กๆที่พวกมันหยิบยื่นมาให้

เพื่อนแท้เขามีไว้ในเวลาแบบนี้เนี้ยแหละครับ  ไม่ว่าผมจะเป็นใคร จะชอบผู้ชายหรือผู้หญิง จะโดนทิ้งโดนแย่งแฟน  จะมีเรื่องชกตีกับใคร......พวกมันก็ยังอยู่ข้างๆผมเสมอ....

   ผมค่อยๆเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น….ทุกเรื่องราว  ไม่มีการปิดบังใดๆ  พวกมันเองก็นั่งฟังเงียบๆด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่ต่างกัน  จนกระทั่งเล่ามาถึงสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายไม่ออกในปัจจุบัน

   “แอมนี่ร้ายเนอะ” ไอ้โอ๊ตออกความเห็น “เห็นสวยๆแบบนั้นแรงแค้นเยอะน่าดูเลย”
   “ก็แหม...ผู้หญิงเขาก็คงรู้สึกเสียหน้าเป็นเรื่องธรรมดา  ยิ่งคนดังอย่างแอมเสียหน้าทีนี่เรื่องใหญ่เลยนะเว่ย  โดนเม้าท์ทั้งมหาลัยว่าแฟนทิ้งไปเอาผู้ชาย แถมเป็นแฟนเก่าทั้งคู่อีก  ฟังแล้วกูอายแทน” ผมหลุดหัวเราะกับไอ้เวฟ....แต่ก็รู้สึกผิดนิดๆว่ะ...พอฟังแบบนี้ “อ้าวนั่น...ขมวดคิ้วอีก  มึงอย่าบอกนะว่าคิดว่าตัวเองเป็นนางร้ายแย่งแฟนชาวบ้าน”
   “เสือกแย่งผู้ชายอีกไงกู....กรรมมันเลยตามสนองมานี่ไง”
   แซ๊กผลักหัวผม “มึงไม่ผิด....ถ้าจะมีคนผิดก็ไม่ใช่มึงหรอกไปป์  มึงอยู่ของมึงดีๆแล้วมันเสือกเข้ามาเอง....เอ่อ...เอาเถอะเรื่องนั้นช่างมันก่อน  เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงต่อจากนี้ดี”

   คำถามร้ายกาจนั่นทำเอาทุกคนชะงักไป.....สนามฟุตบอลเงียบสงบลงไปสักพักใหญ่ๆ...พวกผมมองหน้ากันไปมาเหมือนจะรอให้ใครสักคนเสนอความคิดออกมา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้

   “มันละเอียดอ่อนเกินไปว่ะ” โอ๊ตว่าพลางส่ายหัว “ถ้าเรามองทั้งสองแง่พ่อมึงมีเหตุผล และมึงกับภคินเองก็มีเหตุผล”
   “ผมพยักหน้า “กูเข้าใจ....กูเองก็พยายามหาทางออกกับเรื่องนี้มาเป็นเดือนแล้ว  พ่อบอกว่าขอให้เวลาพิสูจน์ทุกอย่าง....ว่ามันเป็นความรักฉาบฉวยใช่ไหม?.....แล้วทำไมวะ  นานขนาดนี้กูยังเจ็บไม่หายเลยว่ะ”
   “ใจเย็นๆ” แซ๊กลูบหัวผมเบาๆ
ไอ้เวฟขมวดคิ้วพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “สุดท้ายก็เหมือนพวกกูช่วยอะไรมึงไม่ได้เลยว่ะ”
“ใครว่าล่ะ” ผมว่ายิ้มๆ....เป็นยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้ง “ช่วยได้เยอะเลย ขอบใจว่ะ”

   เรามองหน้ากันเงียบๆ....เหมือนทุกคนตกอยู่ในห้องความคิดของตัวเองว่าจะหาทางออกให้เรื่องราวของผมอย่างไรดี?  สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้กับปัญหาที่ขบไม่แตก...เวฟกับโอ๊ตอาสาออกไปซื้อเบียร์มาดื่มกันเล็กๆน้อยๆ  ทั้งสนามกว้างๆเลยเหลือแค่ผมกับแซ๊กอยู่สองคนเท่านั้น  บรรยากาศดึกๆแบบนี้ชวนให้ใจเย็นลงบ้าง  ไฟจากสนามช่วยให้มองเห้นอะไรได้ง่ายขึ้น  ผมนั่งใช้เท้าเขี่ยลูกบอลบนพื้นไปมาอย่างไร้จุดหมาย...

   “เจ็บมากมั้ยวะ?”
   “แทบตายว่ะ”
   “กูเข้าใจ” ผมอยากจะเถียงว่ามันไม่เข้าใจหรอก...แต่พูดไม่ออก “บางทีก็ยังเรื้อรังมาถึงทุกวันนี้”
   “เพลงได้ยินแม่งเสียใจตายเลย  ว่าแต่ไอ้แฟนเก่ามึงนี่มันใครวะ...มีแล้วไม่ยอมบอกกู”
   “อย่ารู้เลย” แซ๊กเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำแซมขาวจากก้อนเมฆ...ชวนให้จิตใจผมสงบลงบ้าง “เพลงไม่โกรธกูหรอก...ใครใครก็มีรักแรกที่ลืมยากกันทั้งนั้น จริงมั้ย?”
   “ไม่รู้ว่ะ” ผมส่ายหัว “แฟนคนแรกกูไปตายไหนแล้วก็ไม่รู้  กูยังไม่เห็นสนใจเลย”
   แซ๊กหัวเราะพลางโยกหัวผมเบาๆ “มึงก็เป็นซะแบบนี้แหละ.....”
   “แต่คนปัจจุบันแม่งทำให้กูเป็นบ้าว่ะ”

   คืนวันนั้นพวกผมใช้เวลาจนเกือบถึงเช้าของวันใหม่อยู่บนสนามหญ้าตรงนั้น....ดื่ม..ดื่ม...และดื่ม...  ผมไม่ได้เมาอย่างที่อยากเป็น  แม้ว่าจะวิ่งรอบสนามพร้อมกับตะโกนเสียงดัง....ล้มตัวนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นหญ้า.....

   สุดท้ายหัวสมองก็ยังเต็มไปด้วยภาพมัน...  แล้วจะบอกว่าผมเมาได้อย่างไร?....

..............................................................................
............................................................
...................................
................

ออฟไลน์ Indigo

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1030/-7

   ผมไม่เคยคิดอยากจะร้องไห้อีกแล้ว....คิดว่าความห่วงใยจากเพื่อนคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สามารถปัดเป่าเรื่องร้ายๆออกไปได้  สมัยอยู่มัธยมไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ใจอะไรการมีเพื่อนอยู่ข้างๆก็ทำให้เรื่องเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องเล็กๆไปได้....ผมคงจะลืมไปว่าโลกของความเป็นจริงที่ว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นเรื่องง่ายดาย...

   มันเป็นเวลาดึกของวันอังคารหรือพุธผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่รับรองว่าเหตุการณ์ในวันนั้นผมคงไม่มีวันลืม  ระหว่างที่ผมหมกตัวอ่านหนังสือนิยายสงครามที่เพิ่งไปเช่าเล่มใหม่  เสียงเคาะประตูเบาๆเรียกให้ออกจากโลกของจินตนาการ  ไม่รอให้อนุญาตแม่แง้มประตูเปิดเข้ามาในห้องพร้อมกับนมอุ่นๆแก้วนึงในมือ  เธอทำให้ผมแบบนี้ทุกวันตั้งแต่กลับมา  ผมรู้ว่าแม่เองก็เป็นห่วงผมมากแค่ไหน

   “นมอุ่นๆนะลูก  ดื่มแล้วจะได้สูงๆ” แม่ว่าพลางวางแก้วลงบนโต๊ะเขียนหนังสือของผม  เธอยกมือลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา
   “แค่นี้ก็สูงแล้วแม่” ดวงตาหวานๆนั่นยิ้มอย่างเป็นสุข...หากแต่ยังคงฉายแววกังวลที่ปิดไม่มิด
   “ไปป์โตขึ้นมากเลยนะลูก”
   “.........”
   “ไปป์เป็นผู้ใหญ่ขึ้น...ไปป์รักพ่อรักแม่.....เลยทำสิ่งที่พ่อขอ”
   “นั่นเพราะไปป์ไม่รู้จะทำยังไงดีต่างหากล่ะ” ผมไม่ใช่ลูกที่ดีขนาดนั้นหรอก...
   “ไม่หรอก” เธอส่ายหัว “แม่รู้ว่าไปป์ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่เลย” ผมก็รู้....รู้ว่าตัวเองไม่เคยหลอกแม่ได้เลย “แล้วแม่ก็รู้ว่าพ่อเองก็ไม่ได้มีความสุขกับเวลาที่เขาขอจากไปป์เลย....พ่อไม่ใช่คนบ้างาน แต่ตอนนี้เขาทำงานจนแทบบ้า  เพียงเพราะอยากให้ตัวเองลืมความรู้สึกที่ทำให้ลูกเสียใจ.....เรารู้ใช่มั้ยว่าพ่อรักเรามาก”
   “ครับ...”
   “บางทีความรักกับการกระทำที่สวนทางกันก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน” มืออุ่นๆยังคงสางเส้นผมให้ผมช้าๆ....อบอุ่นเสียจนต้องหลับตาลง “แม่ไม่ชอบให้ไปป์เป็นแบบนี้เลย...  ไปป์ของแม่ไม่เคยเงียบขนาดนี้  ไม่เคยเก็บตัว  ไม่เคยนั่งเหม่อลอยซึมเศร้าทั้งวัน ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะไปป์คิดถึงคินสินะ”
   ผมพยักหน้า.. “ครับ”

   หลอกตัวเองไม่ได้...ความจริงข้อนี้มันคอยตอกย้ำอยู่เสมอ...ใช่...เวลาที่ผ่านมาร่วมเดือนไม่ได้ลดความห่วงหาที่มีลงได้เลย...มันเอาแต่คิดว่าคนคนนั้นจะเป็นยังไง? ทำอะไรอยู่ตอนนี้?  แล้วไหนจะไอ้ความคิดบ้าๆสารพัดที่กลัวมันจะลุกขึ้นมาทำอีกล่ะ....ช่วงแรกที่ร้องไห้จนเหนื่อยเพลียแต่ก็ยังข่มตานอนหลับไม่ลงเพราะเอาแต่คิดถึงมัน...

   “แม่....เสียใจมั้ยที่ไปป์เป็นแบบนี้” แม่ดึงตัวผมเข้าไปกอด....กลิ่นหอมๆจากแม่เรียกให้ผมซุกหน้าลงไปที่หน้าท้อง
   “เสียใจสิ....” ไม่นึกว่าฟังเรื่องจริงแล้วมันจะเจ็บไปทั้งหัวใจขนาดนี้ “แม่ยอมรับว่าแม่เสียใจจริงๆ  แม่เลี้ยงของแม่มาตั้งแต่เล็ก....ใครจะไปคิดล่ะว่าลูกแม่จะไปชอบผู้ชาย”
   “ขอโทษครับแม่”
   “ไม่เป็นไรลูก...ยังไงแม่ก็รักไปป์นะ” แม่จูบลงบนเส้นผมของผมเบาๆ “แม่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ไปป์ดีขึ้น..  เห็นไปป์เป็นแบบนี้แม่ก็ทรมานด้วย  แม่อยากให้ไปป์กลับมายิ้มให้แม่เหมือนเดิม....ไม่ต้องกลับมาเป็น ‘ลูกชายคนเดิม’ แบบที่พ่ออยากให้เป็น  ไม่ว่าไปป์จะเปลี่ยนไปแค่ไหน....ลูกชายของแม่ก็ยังเป็นลูกชายของแม่”
   “ไปป์รักแม่นะ”

   ผมซุกหน้าลงที่หน้าท้องแม่....ที่ที่แม่ยอมให้ผมเข้าไปอยู่ถึง9เดือน  แม่ต้องทรมานแค่ไหน?....ผมไม่อาจคาดเดาได้  จะมีผู้หญิงคนไหนบนโลกที่รักคนที่ทำร้ายตัวเองได้ขนาดนี้....มีแต่เพียงผู้หญิงที่เรียกว่าแม่เท่านั้นแหละ...

   แม่กอดผมตอบ มืออีกข้างก็ลูบอย่างอ่อนโยน....ส่งผ่านสัมผัสความรักผ่านทางกาย  ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ผมเอาแต่ซุกหน้าลงกับผิวกายอุ่นๆ  แม่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะวางมือถือของแม่ไว้บนโต๊ะ  ผมขมวดคิ้วอย่างงุนงง

   “แม่ให้ไปป์ยืมใช้แป๊บนึง”
   “ไปป์สัญญากับพ่อไว้แล้ว....”
   “ประมาณสัปดาห์ก่อน” แม่ตัดบท “มีคนโทรมาฝากข้อความเอาไว้....แต่แม่ยังไม่กล้าฟัง”
   “.......”
   “มันเป็นเรื่องของไปป์  ไปป์ต้องตัดสินใจเองว่าจะฟังหรือไม่ฟัง..ไปป์ไม่ได้ติดต่อกับใคร  ไปป์ก็แค่ฟังข้อความของใครก็ไม่รู้จากมือถือแม่” มืออุ่นๆบีบลงที่ไหล่ผม “แม่จะทิ้งมือถือไว้ที่ไปป์แค่คืนนี้....พรุ่งนี้เช้าแม่จะมาขอคืนนะลูก” ผมมองเครื่องมือสื่อสารตรงหน้าอย่างลำบากใจ “ตัวแสบของแม่...พรุ่งนี้แม่จะทำของโปรดให้  กินเยอะๆล่ะ...ผอมจะแย่แล้ว”

   แม่หอมลงบนเส้นผม  ก่อนจะขยี้หัวผมเบาๆแล้วออกห้องไปเงียบๆ  ทิ้งให้ผมตกอยู่ในห้วงความคิด...ดวงตาเหม่อลอยไม่มีจุดโฟกัส....ระหว่างมือถือกับนมอุ่นๆแก้วหนึ่งบนโต๊ะ.....ผมควรจะหยิบอะไรขึ้นมาดีนะ?

   ทั้งๆที่คิดมาตลอดว่าอยากเห็นหน้า หรือแม้แต่ขอแค่ได้ยินเสียงก็พอแล้ว.....ทั้งๆที่โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ทำไมถึงได้กลัวขนาดนี้ หรือเพราะกลัวว่าความอดทนที่ทำมานานจะหมดลงเพียงแค่ได้ยินเสียงกันแน่  สุดท้ายผมก็เลือกนมอุ่นๆขึ้นมาดื่ม.....น่าเสียดายที่มันเย็นชืดไปหมดแล้ว  และมันก็ไม่ได้ช่วยให้สบายท้องขึ้นเลย  ในเมื่อตอนนี้ท้องไส้ผมปั่นป่วนไปหมด....มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเมื่อผมมีความเครียดสูงกว่าปกติ..

   ไม่รู้ว่าผมใช้เวลาจ้องเครื่องมือสื่อสารสีดำสนิทนั่นนานแค่ไหนแล้ว  ให้ตายเหอะไปป์....มึงจ้องไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก  สุดท้ายผมก็พ่ายแพ้ต่อใจตัวเองคว้ามือถือของแม่ขึ้นมากดเบอร์หลักของเครือข่ายเพื่อขอฟังข้อความเสียงที่ฝากไว้  เสียงโอเปอเรเตอร์สาวในสายไม่ได้ช่วยเรียกสติเลย  หัวใจผมเต้นโครมครามขึ้นเรื่อยๆเมื่อเธอพูดจนใกล้จบประโยค...

   แต่เสียงที่ตอบกลับมามีแต่เพียงความเงียบ....และลมหายใจที่เป่ารดอยู่ที่ปลายสาย..  แค่นั้นก็แทบหยุดหัวใจผมได้แล้ว....

   เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเหนือหน้าผาก....รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเพียงแค่ยกมือถือแนบไว้กับหูยังกลายเป็นเรื่องยาก...  ผมหลับตาลงฟังเสียงลมหายใจที่เป่ารดแรงๆ...

   “กู....กูไม่รู้ว่ามึงจะได้เปิดข้อความนี้ฟังมั้ย.....” นั่นเป็นประโยคแรกที่ภคินพูดกับผม “กูพยายามโทรเข้าเครื่องมึงแล้ว.....แต่มันก็ปิดตลอดเวลา.....กู...กูเอาเบอร์นี้มาจากฟาร์...เห็นว่าเคยติดต่อทางพี่แก้วได้....กู.....”

   ผมสูดน้ำมูกที่เริ่มไหลออกมาจากโพรงจมูก....ผมจะไม่ร้องไห้...ใช่...ผมสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้ว... แต่ทำไมเพียงแค่ได้ยินเสียงภคิน  ทุกอย่างที่พยายามทำมาทั้งหมดก็เหมือนสูญเปล่า...

   “ห้องกว้างชิบหายพอมึงไม่อยู่” ทำไมมันแสบตาแบบนี้นะ...
   “ไม่มีใครทำความสะอาดห้องเลย” เพราะมึงมันโสโครกไงเล่า!
   “ไม่มีใครช่วยพยุงตอนกูเดินด้วย...รู้รึยังว่าวันนั้นกระดูกกูเลื่อน” รู้สิ....รู้แล้ว...
   “ห้องเงียบมากเลย....พอไม่มีเสียงมึงแล้วเหมือนกูนั่งอยู่ในป่าช้าเลย” มึงจะหาว่ากูเสียงดังขนาดนั้น?
   “กูคิดถึงมึง....”

   เสียงสูดน้ำมูกจากปลายสายกับต้นสายไม่ได้ต่างกันเลย.....ขอบตาร้อนผ่าวไม่อาจกักกั้นความรู้สึกในเมื่อตอนนี้น้ำตาที่เก็บมานานมันได้ไหลรินลงมาราวกับอัดอั้นมานาน....ออกมายืนยันความอ่อนแอของคนคนนี้....คนที่เอาแต่คิดถึงใครอีกคนไม่ต่างกัน...

   “ไปป์...”

   เสียงเรียกอย่างอ่อนแรงนั่นกำลังฉีกหัวใจผมเป็นชิ้นๆ.....ภคิน....อย่าทำเสียงแบบนั้นสิ  นี่มันไม่สมกับเป็นมึงเลยนะ  มึงไม่ใช่คนที่จะร้องไห้กับเรื่องอะไรง่ายๆไม่ใช่เหรอ?...

“กลับมาหากูนะ....” ผมสะอึกเสียงดังจนปวดไปทั้งอก...
“กูจะไม่ดื้อ....ไม่บังคับให้มึงทำอะไรให้แล้ว.....จะไม่ด่าไม่เถียง....ฮึก..” เสียงนั้นชะงักเพื่อกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “จะเรียกกูว่าอะไรก็ได้...จะไม่หึงไม่เข้าเรื่อง....จะไม่โกงเวลาเล่นเกมส์.....”
“ตะ...ตอนนี้เฝือกกูเปื่อยมากเลย  ไม่มีคนพาไปหาหมอเลย….มึงไม่เป็นห่วงกูเหรอ....  กูเดินคนเดียวทุกวัน...รู้มั้ยว่ามันเหงาแค่ไหน?....”

   กูไม่รู้....ไม่รู้อะไรทั้งนั้น....  นอกจาก ‘รู้สึกไม่ต่างกัน’ แล้ว....กูก็ไม่รู้อะไรทั้งนั้น...

“สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะอยู่ข้างๆ”

   หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นนะ?...เสียงจากปลายสายดับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?  ไม่มีความรู้สึกใดจะฉุดรั้งผมออกจากความปวดร้าวในครั้งนี้..  สมองหยุดทำงานไปแล้ว....สิ่งที่ทำงานแทนอยู่ตอนนี้คือหัวใจ...และมันก็กำลังกรีดร้องอย่างทรมาน

....แล้วไอ้น้ำตาบ้าๆนี่มันอะไร? ไม่ว่าจะปาดมันออกไปกี่ครั้งมันก็ยังคงไหลรินลงมาไม่หยุด....

http://www.youtube.com/v/uU3rWoJpQWQ?version=3&hl=en_US

ใบไม้มันยังผลัดใบ เปลี่ยนผันตามฤดูกาล
แต่ชีวิตยังไม่เปลี่ยนไป ยังเหมือนเดิมอย่างนั้น


   ทำไมกัน? เวลาไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เลย...

เข็มของนาฬิกาไม่เคยบอกเวลา นานแค่ไหน ก็เหมือนเดิมเสมอ
ตั้งแต่เราจากกัน จนในวันนี้ ก็มีเพียงเธอ

ยังเก็บรักนั้น อยู่ในหัวใจ เธอจะรู้ไหม ฉันยังคงพร่ำเพ้อ
หลับตาทุกครั้ง ก็ยังเห็นเพียงแต่เธอ ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ ไม่เคยจะลบเลือน....


   แม้เพียงเสี้ยววินาที....ก็ยังลบภาพออกไปจากหัวใจไม่ได้...

อยากรู้เธอเป็นอย่างไร จากครั้งที่เราแยกทาง
อธิษฐานไปอย่างเลื่อนลอย ก็อยากพบเธออีกครั้ง


   ขอแค่พบเพียงเท่านั้น แต่มันคงเป็นไปไม่ได้....

เข็มของนาฬิกาไม่เคยบอกเวลา นานแค่ไหน ก็เหมือนเดิมเสมอ
ตั้งแต่เราจากกัน จนในวันนี้ ก็มีเพียงเธอ

ยังเก็บรักนั้น อยู่ในหัวใจ เธอจะรู้ไหม ฉันยังคงพร่ำเพ้อ
หลับตาทุกครั้ง ก็ยังเห็นเพียงแต่เธอ ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน....


   ผมทิ้งตัวลงบนเตียง....กรีดร้องลงกับหมอนสุดเสียงราวกับคนบ้า.....  ปล่อยให้ความอ่อนแอที่ถูกเก็บมานานได้แสดงออก....

ยังเก็บรักนั้น อยู่ในหัวใจ เธอจะรู้ไหม ฉันยังคงพร่ำเพ้อ
หลับตาทุกครั้ง ก็ยังเห็นเพียงแต่เธอ ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ

ยังเก็บรักนั้น อยู่ในหัวใจ ยิ่งอ้างว้างมากเท่าไร ยิ่งพร่ำเพ้อ
หลับตาทุกครั้ง ก็ยังเห็นเพียงแต่เธอ ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ แม้นานจนวันนี้....


ฉันยังคิดถึงเธอ

   ผมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย.....นาฬิกาของผมมันตายไปแล้ว...

TBC



แหม...พี่ตูนเลยทีเดียว 55555
นี่ไม่ได้ลงHBDพี่ตูนนะคะ  มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ  ไปส่องในพันทิปเห็นกางเกงก้อยเป็นประเด็นยิ่งกว่าวันเกิดพี่ตูน ฮ่าๆ
นอกเรื่องได้ไร้สาระมาก  ยังคงอึมครึมอย่างต่อเนื่อง  ความรักมันก็แบบนี้แหละค่ะ...ต้องเจอทั้งสุขทุกข์เคล้ากันไป

ขอบคุณที่ยังติดตามกันมาถึงตรงนี้  เรื่องนี้ใกล้จบเต็มทีแล้ว…..ใครตามมาถึงตอนนี้ถือว่าอึดมากค่ะ//ก้มกราบแทบอก//
เจอกันตอนหน้านะคะ

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
จะร้องไห้ สงสารไปป์กะคิน
คุณพ่อ ยอมรับซักที

ออฟไลน์ eaey

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-0
อ่านไปน้ำตาไหลพราก แต่ประเด็นกางเกงก้อยมาดับอารมณ์ซะงั้น :เฮ้อ:

ออฟไลน์ patchylove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-4
 :m15: :m15: :m15: :m15: :m15: อินจัดร้องตามไปกะไปป์ด้วยเลย  สงสารทุกคน

Superstar

  • บุคคลทั่วไป
คุณคนเขียน น้ำตาเค้าไหลอะ  :o12:

ใจหนึ่งก็อยากให้ไปร์แหกกฏของพ่อ
แต่อีกใจก็ไม่อยากทำให้พ่อแม่ของไปร์เสียใจ
หวังว่าเมื่อได้ฟังข้อความของคินแล้ว ไปร์จะคิดได้นะ

TT^TT

รอตอนต่อไปค่าาาาาาาาาาาาาา

@sky

  • บุคคลทั่วไป
สงสารมากกกเมื่อไรจะกลับมาเกรียนเหมือนเดิม

ขอให้พ่อเข้าใจเร็วๆนะ  :z3: :z3: :z3:

ออฟไลน์ special

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-3
ขอให้คุณพ่อยอมให้กลับไปหาคินเร็วๆเถอะนะคะ ไม่ไหวแล้ว สงสารทั้งคู่เลย  :o12:

ออฟไลน์ ❥ʞαxiќɒ。

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
ไม่ไหวแล้วววววววววววววววววว มาม่าอืดด อิ่มจนจุก !
คุณพ่อขายอมรับเถอะค่ะ ขอร้องงงงง TT
ไม่ใช่แค่น้องไปป์กับภคินที่จะบ้าตาย.... คนอ่านก็จะตายด้วยยยยยยยยยย!!!
อย่าแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นที่น้องไปป์ซึม เก็บตัว เสียใจ แบบนี้เลย TT' ยอมรับเถอะค่าา !
ยังไงคุณพ่อก็หนีความจริงที่ว่า 'ไปป์รักภคิน' ไม่พ้นอยู่ดี..
โอ้ยยยยยย อินจัด !

ข้อความที่ภคินฝากไว้มันจุกมากกก !!
อ่านไปน้ำตาไหลพรากๆ ! แต่แอบสะดุดฮากับประโยคนี้...
“ไม่มีใครทำความสะอาดห้องเลย” เพราะมึงมันโสโครกไงเล่า!
หัวเราะทั้งน้ำตา 5555555555555
ป่านนี้ห้องรกแย่แล้วมั้งงงงงงง น้องไปป์กลับไปเก็บกวาดเลยนะ !!!

แซ็กยังแอบมีคิดๆอะไรกับไปป์อยู่ใช่มั้ยยยย !?
คินรีบตามมาถุยน้ำลายใส่ด่วน !! 555555555555

T_________________T

ออฟไลน์ flyingploy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ฮือออออออออออออออ คิดถึงไปป์และภคินคนเดิม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ em1979

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
น้ำตาไหลตั้งแต่อ่านได้ครึ่งตอน แล้วก็เช็ดน้ำตาไปอ่านไปจนจบ สงสารไปป์ สงสารภคิน

ออฟไลน์ Pikky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 492
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-0
 :m15: :m15: :m15:
 :monkeysad: :monkeysad:
 :sad11: :serius2:

“สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะอยู่ข้างๆ”

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-7
พ่อไปป์น่าจะคิดได้ในสักวันหนึ่ง เพราะพ่อไปป์ก็รู้ดีแก่ใจว่าทำอย่างนี้ไปไม่ได้อะไรขึ้นมา นอกจากความเจ็บปวด และเสียใจของลูกชายตัวเอง ไม่ใช่แค่นั้นตัวพ่อไปป์เองก็คงจะรู้สึกแย่ด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งที่พ่อไปป์ทำยังส่งผลถึงคนอื่น ๆ ในครอบครัว  แม่ไปป์เองเห็นลูกชายตัวเองซึมเศร้า หมองหม่น เก็บตัวแบบนั้นจะรู้สึกยังไง แล้วเชอร์อีก ไปป์มีเพื่อนที่ดีนะ อย่างน้อยเวลาที่ไปป์เศร้า ไปป์ก็คงจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว ยังคงมีเพื่อน ๆ ที่คอยห่วงใย และยังมีคินด้วยนะ

QUE1

  • บุคคลทั่วไป
อ่านแล้วน้ำตาไหลพราก...
สงสารไปป์ เม้มไม่ออกจริงๆนะ

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
ยังไงซะคนเป็นแม่ก็รักลูกไม่ว่าลูกจะรักใคร

ฮือออออออออ เราสงสารทุกคนเลย
แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะได้อย่างใจ ขอเวลาให้พ่อทำใจอีกซักพัก

tippy

  • บุคคลทั่วไป
เข้ามากดเป็ดแต่ยังไม่อ่าน :z3:

รอดราม่ามันคลี่คลาย ทำใจม่ายได้จริงๆ :เฮ้อ: ค่อยเข้ามาอ่านไม่ว่ากันนะคนแต่ง  :m15:

ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1
 :monkeysad: :monkeysad: :monkeysad: :monkeysad: มะ....มะ....มาม่า ฮึก แงงงงง :o12: :o12:

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +343/-5
อ่านไปน้ำตาคลอๆ จริงๆ  โดยเฉพาะตอนฟังข้อความจากคิน (สาบานได้ว่าถ้ากลับไปอ่านอีกรอบน้ำตาไหลแน่) :sad11:


เศร้า (โคตรๆอ่ะ)   :o7:


เชื่อว่าทั้งพ่อและแม่ของไปป์ต้องเข้าใจและยอมรับได้ สู้เค้านะ  :กอด1:

RGB.__

  • บุคคลทั่วไป
เค้าต้องเข้าใจจจจจจ
โอยยยย เหงาแทนอ่ะ เศร้า

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ krit24

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
แง น้ำตาไหลเลย
สงสารไปป์อ่ะ พ่อเข้าใจเร็วเถอะ สงสารอ่ะ

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
บอกได้คำเดียว "เศร้าโคตร"  :m15:

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
 :o7: :o7: :o7:


เด็กๆทำพี่น้ำตาไหลอีกแล้ว

‘รู้สึกไม่ต่างกัน’


ประโยคนี้ ของไปส์น้ำตากระจาย


นอกจากไปส์ รู้สึกไม่ต่าง พี่ภูมิก็คงเหมือนกัน พอซักทีได้แล้วกับการทรมานตัวเองของทุกคน

ยิ่งเป็นแบบนี้ต่อไป ลูกชายคนเดิมของพี่ภูมิ ที่พี่ภูมิอยากได้คืนมา มันจะยิ่งห่างไกลออกมากกว่าเดิมจนไม่เหลือไปส์คนเดิมอีกต่อไป 


:กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1: เพิ่มพลังให้ทุกคน

ออฟไลน์ inspirer_bear

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +206/-5
น้ำตาซึมอะ

สงสารเว้ยเฮ้ยยยย ทั้งไปป์ทั้งคินเลยย

คิดว่าสภาพคงเหมือนซอมบี้ มีลมหายใจ แต่วิญญาณหลุดออกจากร่างงง

เกลียดแอมมากขึ้น 10 ล้านเท่า แง่มมมม อย่าให้เจอนะ  :z6:

เมื่อไหร่อุปสรรคจะหมดไป

คิน ไปป์ สู้ๆๆๆๆ

ออฟไลน์ VINQ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตื่นมาซดมาม่าแต่เข้าเลย //ทรุด
สงสารน้องไปป์แท้ สงสารไอ้คินด้วย
เศ้ราเกิินใจจะอดทนเกินไป น้ำตาคลอเลย
เมื่อไหรทั้งสองจะก้าวผ่านจุดนี้ไปได้นะ
แปล๊บที่ใจไม่ไหวแล้ว TT


ออฟไลน์ litlittledragon

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +304/-1
เครียดต่อเนื่อง... มาม่าหม้อไฟใกล้จะผ่านไปได้แล้วซินะ
ไม่ก็หนักกว่าเดิม กินเหลาที่ร.ร. ไม่ใช่พ่อเอาสาวที่ไหนไปให้ดูตัวด้วยนะ

ออฟไลน์ slurpee04

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-1
น้ำตาไหลพรากๆ T^T

เจ็บปวดทรมานทุกคน  :m15:

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3959
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
เหอะๆ ดีนะอ่านตอนอยู่คนเดียว น้ำตาไหลพรากๆเลย 5555

:เฮ้อ: ตามหลักก็รอคุณพ่อใจอ่อน เหอะๆ พ่อแม่มักชอบคิดว่าตัวเองมีหน้าที่กำหนดชีวิตลูก ทำไมคนเราถึงชอบคิดว่าคุณจะเปนเจ้าชองชีวติใครได้ กำหนดชีวิตคนอื่นได้ ให้เค้าทุกข์เค้าสุข ในเมื่อชีวิตตัวคุณเองคุณยังกำหนดไม่ได้เลย มนุษย์นี่ช่างไม่เจียมตัวจริงๆ ไม่ค่อยเข้าใจความคิดมนุษย์  เหอะๆ

iDistort

  • บุคคลทั่วไป
ดราม่าาาา ร้องไห้เลย  :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
อ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะๆ จากที่ไม่เคยอยู่ในแวดวงแบบนี้

ชักจะเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณพ่อคะ ลูกคุณพ่อรักใคร จะหญิงหรือชาย .. จนวันตายเค้าก็ยังเป็นลูกคุณพ่อ

ลูกที่ยังเป็นคนดีของสังคมเหมือนเดิม  :m15:

อ่านตอนนี้ร้องไห้เลยยย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด