ถนนสายนี้มีความรัก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ถนนสายนี้มีความรัก  (อ่าน 145202 ครั้ง)

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
ถนนสายนี้มีความรัก
« เมื่อ23-10-2007 16:48:33 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ









 :o11: :o11: :o11: :o11: :o11: :o11: :o11: :o11:

สอบ สอบ...และสอบ...อีกตั้งสี่วิชา....ขอกรี๊ดดดดดดดดดดดดดด.....

เอานิยายมาลงซะเรย (เรื่องเก่ายังไม่จบ เอาเรื่องใหม่มาลงแระ....จริงๆเลย โฮะๆๆๆ)

 o22 o2 o2 o2 o2 o2 o2 :a11: :a11: :a11: :a11: :a11:

เป็นเรื่องต่อจากเรื่องสั้นเรื่องนี้นะคับ....(นะคะ)


http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=1694.0

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1...

บริเวณโรงรถคืออาคารไม้เปิดโล่งมีหลังคากระเบื้องมุงหลังใหญ่ ภายในมีราวไม้สูงเท่าเอวเป็นแนวกั้นแบ่งแยกทั้งรถมอเตอร์ไซด์และจักรยาน ถัดไปคือลานกว้างเป็นเนินดินมีหญ้าขึ้นเขียว ที่ลานนี้ช่วงเย็นๆหลังโรงเรียนเลิกจะมีนักเรียนชายมอปลายมอต้นมาซ้อมบอลเล่นกันมั่วไปหมด เสียงเจี๊ยวจ๊าวจ๊อกแจ๊กจนจอแจ เสียงโห่ฮิ้วกิ๋วกิ้วห่ามทะลึ่งตึงตังของเด็กวัยรุ่นจึงระงมไปหมด ฟังๆแล้วไม่ต่างกับเมื่อยามฝูงผึ้งแตกรัง

ใกล้ๆกันเป็นโรงอาหาร สิ่งก่อสร้างใหญ่โตเป็นตึกปูนอย่างดี ภายในจัดแบ่งสัดส่วนเรียบร้อยน่ามอง ดูสะอาดสะอ้าน กลุ่มเด็กนักเรียนชายหญิงในชุดเสื้อขาวกับกางเกงและกระโปรงสีดำนั่งส่งเสียงโหวกเหวกอยู่ตรงโต๊ะหนึ่งในโรงอาหาร คนเสียงดังกว่าเพื่อนคือ เจ้าหนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อ ร่างกายสูงโปร่ง

“วันนี้มีนัดกับน้องบีที่เรียนอยู่โรงเรียนประจำจังหวัด กะจะพาไปดูหนังแล้วหลังจากนั้นจะพาเข้าหอรอรัก...” คนพูดหน้าบานแย้มเป็นดอกคุณนายตื่นสาย ใบหน้าหล่อเหลาอย่างชายไทย ไม่ใช่หน้าตี๋ตาตี่อย่างที่เป็นพิมพ์นิยม

“กรี๊ดกรีดร้อง...พี่เอกทำอย่างนี้กับศรีได้อย่างไรเคอะ...ศรีไม่ย้อมไม่ยอมให้หอมสักทีสองทีจริงๆสิเอ้า...มีเมียหน้าตาน่าฟัดน่ากัดอย่างศรีทั้งคนยังจะดิ้นรนไปหาคนอื่นได้ไง...เมียไม่ดีตรงไหน...เมียบกพร่องที่ใด...” วาดมือไม้ประกอบพร้อมลงไปดิ้น เกลือกกลิ้งกับพื้นอยู่หลายทีเป็นหมาโดนน้ำร้อนแล้วหนุ่มน้อยๆแต่ความสาวเกินร้อยค่ะ จึงกระโจนตะครุบหนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อผู้ยืนประกาศเหย็งๆอยู่กลางโต๊ะ

“เฮ้ย...ศรีทนได้...เอาเกือกมึงออกไปจากตัวกรู...อย่าได้แม้แต่จะคิดแตะต้องตัวกรูให้หมองศรี...และอย่ามายียำให้ช้ำใจเป็นเด็ดเป็นขาด ประเดี๋ยวจะฟาดให้คางเหลืองคาเท้า...”

เสียงตบโต๊ะปึงปังจากเพื่อนๆนั่งห้อมล้อมทำให้บรรยากาศอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ

เพื่อนอีกหลายคนมาร่วมแจมและอีกหลายคนยิ่งกว่าทยอยกันมาเมื่อจานอาหารถูกลำเลียงมาวางเต็มโต๊ะ ฟาดกันเรียบเร้จนจานสะอาดปราศจากแม้กระทั่งเศษอาหาร ใครหลายๆคนจึงโบกมือลา จับเป้พาดบ่าเดินแยกย้ายกลับบ้าน จะมีเหลือก็เพียงสามกระทาชายนายหน้าหล่อสามคนที่ยังคงนั่งพูดคุยสนุกสนานบานตะไท สองในสามหนุ่มน้อยเรียกได้เต็มร้อยว่าหล่อสุดๆ แต่อีกหนึ่งหนุ่มน้อยอาจจะคล้อยๆไปทางหน้าตาน่ารักน่าชังเพราะตาโตเป็นลูกไม้สีดำขลับอย่างเขาเรียกว่าตากวางกับดวงหน้าหวานเรียกเสียงหัวใจเต้นตึกๆจากเพศชายด้วยกันได้สบาย

“พี่เอกมีนัดกับสาวชื่อบีจริงๆอย่างว่าหรือครับ” น้องน้อยหน้าหวานปานน้ำตาลเชื่อมถามยิ้มๆ แต่เจ้าคนโดนถามหัวเราะ ฮา ฮา ยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“ปล่าวหรอก...พูดไปงั้นแหละ...พอดีไม่มีอะไรจะคุย เห็นคนมามากๆแล้วตื่นคน”

อีกหนึ่งหนุ่มเอ่ยขัด “คิดอยากจะส่งสารไปให้ใครป่าววะ เห็นพูดอย่างนี้ทุกทีเห็นเป็นอย่างนี้ทุกครั้งตอนมีพวกห้องสองอยู่ใกล้ๆ...กะจะยั่วให้ไอ้แมนมันหึงเล่นรึไง”

ไอ้หนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อตบป๊าบเข้าที่หัวเพื่อน

“พูดเป็นบ้า...เกี่ยวอะไรกับไอ้เชี่ยแมน...”

“ก็เขาลือกันว่าพี่แมนกับพี่เอกเป็นแฟนกัน” น้องหน้าหวานปานน้ำตาลเชื่อมลูบหัวพ่อหนุ่มอีกคนป้อยๆตรงที่โดนฟาด “หม่อนได้ยินเพื่อนในห้องที่แอบปลื้มพี่เขาซุบซิบกัน”

“ตายห่ะ...” คนพูดเอามือกุมขมับคับข้องหมองใจ “มีแต่ตายกับตาย”

คนหัวปูดเป็นลูกมะนาวอมยิ้มแก้มตุ่ย “ตายอะไร...ดีเสียอีกมึงจะได้มีแฟนไง...วันๆเอาแต่ลอยชายไปมา จะได้ขึ้นสวรรค์กับคนอื่นเขาเสียบ้าง”

“ไอ้เดชมึงหุบปากก่อนจะโดนยัดด้วยกำปั้น...ให้เอากับไอ้เชี่ยแมน กรูยอมเป็นแควนกับนังศรีทนได้ยังจะดีเสียกว่า”

“หรือมึงกลัวหมัดนักมวย กับกล้ามสวยๆของมัน?”

“เรื่อง”

“ไอ้แมนมันก็หล่อน้า...ยังโสดยังซิง...หญิงไม่ต้องกระเทยไม่แตะ จะชอบก็คงแมนๆอย่างมึงนี่แหละ...มันบอกว่ากรุบๆกรอบๆหอมหวาน เคี้ยวมันดี”

คนฟังเบ้หน้า “กรูไม่ใช่กระดูกให้หมาไอ้ตูบมันแทะ...พูดไปเหอะ...กรูไม่สนว้อย...ให้เอากับไอ้แมน แค่คิดก็อ้วกจะแตกรากจะแตน ขอแขวนคอตายดีกว่า...”

“พี่เอกนี่น่ารักจังนะครับ” น้องหม่อนหน้าหวานร่างสะคราญหัวเราะคิกคัก หลังนั่งจ้องนั่งมองคนพูดทำหน้าทำตา...

“อันนี้มันของแน่...จงสดับโสตเอาไว้ไอ้เดช น้องหม่อนชมว่ากูหล่อเฟี้ยวเสียวเฟ้ย”

“มากไปไอ้พระเอกลิเก...อย่าคิดมายุ่งกับหวานใจแก้วตาของกรูเด็ดขาด เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน”

ชี้หน้าชิชะเจ้าโจรใจทรามห้ามเกาะแกะเมียข้าเสร็จแล้ว เดชกับน้องหม่อนหน้าหวานจึงจรลีจากไปปล่อยให้เจ้าหนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อนั่งหน้าหม้อกับความเงียบและความว่างเปล่าอยู่เพียงลำพัง

เสียงนกการ้องร่ำเมื่อย่ำค่ำสนธยาและโบยบินกลับสู่รังนอน แล้วพระเอกลิเกหน้าหล่อจึงเยื้องย่างยุรยาตรกลับสู่เคหาสถานของตน


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-09-2010 19:16:18 โดย THIP »

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #1 เมื่อ23-10-2007 16:53:22 »

บ้านของเจ้าเอกเป็นบ้านสวน มีไม้ยืนต้นลำหนาขึ้นอยู่รกครึ้มกับหลังบ้านเป็นสวนกล้วยขนาดหลายไร่ ถัดไปเป็นต้นมะม่วงนับสิบๆต้น ติดกับคลองเล็กๆที่ลึกพอควร ท่าน้ำสร้างออกไปกลางน้ำมีเรือพายผูกติด

ผิวน้ำแตกกระจายกระเพื่อม เมื่อร่างหนึ่งดำผุดดำว่ายเป็นฉลามเจ้าสระจนเป็นเสียงเดียวโดดเดี่ยวฟังชัดท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนร้องกันระงม

เสียงเรียกจากบ้านไม้สองชั้นดังอยู่เหวยๆ ทำให้เจ้าคนเริงร่าในลำคลองโผล่หัวขึ้นมาหายใจหอบแรง แล้วกระโดดขึ้นนั่งสะบัดตัวเป็นเจ้าตูบตกน้ำอยู่บนชานไม้ท่าน้ำ มันขานรับคำเดียวสั้นๆแล้วคว้าเอาผ้าเช็ดตัวที่วางพาดอยู่ใกล้ๆมาพาดบ่า แล้วออกวิ่งไปในท่ามกลางความโพล้เพล้

เสียงเคาะกระทะจานชามดังเคร้งคร้างกับเสียงพูดคุยดังโขมงโฉงเฉงดังมาพร้อมกับแสงไฟและกลิ่นหอมฉุยของกับข้าวเย็นที่เตรียมพร้อมเต็มโต๊ะ เจ้าเอกพุ่งเป็นฉมวกเข้าไปภายในตัวบ้านแล้ววิ่งตึงตังขึ้นชั้นสองห้องนอน

แม่ที่อยู่ในครัวร้องบอก

“รีบแต่งตัวเข้า จะได้มากินข้าวกัน โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงยังเล่นน้ำเป็นเด็กประถม...ไอ้ลูกคนนี้”

คนเป็นลูกร้องกลับหยอกเย้า “เล่นเป็นเด็กประถมแต่นมเด็กมหาลัยนะแม๊”

เสียงแม่ร้องต๊ายตายว๊ายกรี๊ดตอบรับกับคำพูดลูกชายตน

ที่โต๊ะอาหารค่ำมีพ่อแม่ลูกอยู่สามคน บรรยากาศเฮฮาน่ารักคละคลุ้งด้วยความอบอุ่นและกรุ่นกลิ่นอาหาร

“อือ...กินเสร็จแล้วช่วยเอาบัวลอยไข่หวานไปให้น้าพิมพ์หน่อยนะลูก เห็นแกบ่นอยากกิน แม่ทำไว้เยอะเลย ตักไปให้เผื่อๆญาติๆทางนั้นด้วยแล้วกัน”

“จ๊ะ...แม่”

คนหล่อจะพูดเพราะตอนอยู่กับแม่และพ่อ

“เรื่องแข่งกีฬาเป็นไงบ้างลูก” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามยิ้มๆ

“คับ...แข่งชนะระดับอำเภอแล้ว ประเดี๋ยวจะต้องเป็นตัวแทนไปแข่งจังหวัดต่อ เอกเป็นกัปตันทีม...งานนี้เห็นทีจะหิน เห็นบอกว่าทีมเก่งๆจากเขตอื่นๆมากันเยอะ แถมพวกอาจารย์ยังจะให้เรารวมทีมกับโรงเรียนที่เคยแข่งแพ้ไปอีก ก็พวกคนเก่งในทีมนั่นแหละ เขาบอกพวกลูกกระจ๊อกจะเอาไปด้วยไม่ได้ เพราะงานนี้ระดับพระกาฬเท่านั้น...” จ้อเป็นลูกลิงถือลูกท้อ จนกระทั่งเมื่อตอนเอารถมอเตอร์ไซด์ออกพร้อมปิ่นโตบัวลอยในมือ คนหน้าหล่อยังจ้อไม่หยุด

“ขับรถดีๆนะลูก ระวังบัวลอยจะหกรกเรี่ยราด เสียดายของ”

“แมแม่แม้...จะห่วงลูกบ้างละไม่มี๊” พูดเหมือนน้อยใจน้อยจิตคิดคิดเล็กคิดน้อย

แม่เข้ามาหยิกแก้ม “เดี๋ยวตีก้นลาย...แม่หยอกเล่นหรอกทำเป็นงอน รีบไปรีบกลับแล้วอย่ามัวไปเถลไถลที่ไหนละ...รีบกลับมาทำการบ้าน เข้านอน พรุ่งนี้มีเรียนอีก”

ผงกหัวรับคำหงึกหงักแล้วค่อยออกรถไปตามถนนว่างคน...ว่างทั้งรถ ว่างทั้งคน จนดูจะเปล่าเปลี่ยวเงียบสงัดวังเวงเป็นถนนสายมรณะ แล้วให้เกรงๆว่าจะมีคนไม่รับเชิญมาซ้อนท้ายกอดเอวร้องเรียกเสียงแหบแห้งประมาณ “โสงสายหัวเทียนบอด” อะไรทำนองนั้น

ขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ จนมาจอดเมื่อได้ยินเสียงอีดำกับอีด่างหมาที่น้าพิมพ์เลี้ยงไว้เห่าขรม พอคนหน้าหล่อจอดรถแล้วก้าวอาดๆถือปิ่นโตบัวลอยเดินเข้าไปในระยะแสงไฟ อีดำกับอีด่างหมาต่างสายพันธุ์จึงพร้อมใจกันเปลี่ยนจากเสียงเห่าเขย่าขวัญเป็นเสียงหงิ๋งๆหงืดๆออดอ้อนออเซาะจะน่าเตะเพราะรู้สึกหมั่นไส้

“หลินไปดูซิ ใครมามืดๆค่ำๆ”

เสียงน้าพิมพ์ตะโกนบอกแว่วๆ แล้วเสียงเท้าวิ่งตึงๆมาส่องดูจากทางหน้าต่างพร้อมกับเสียงร้องสดใสปนดีใจสุดขีด

“พี่เอกจ๊ะแม่...พี่เอกมา ถือปิ่นโตอะไรมาด้วย”

แล้วน้องน้อยวิ่งลงมาชั้นล่างพอดีกับที่เขาเข้าไปถึงประตูบ้าน ประตูเปิดผางพร้อมกับน้องหลินหน้าสวยกระโดดเข้ามาเกาะแขนขาเป็นปลิงแม่น้ำจืด

“หูย...คิดถึงพี่เอกจังเลยค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน นี่เพื่อนๆหนูบ่นคิดถึงกันใหญ่เลยนะ อยากให้พี่เอกพาไปเลี้ยงข้าวอีก...เพื่อนๆหนูชมพี่หล่อกันทุกคนเลยค่ะ...”

คงจะจ้ออย่างนี้อีกนาน หากผู้เป็นมารดาจะไม่เหยียบเบรกเอี๊ยดหยุดน้องนางไว้

“ไปเกาะแขนขาพี่เขาทำไม เกะกะจริงเรา ไปเลยนะ ขึ้นไปทำการบ้านได้แล้ว ดูนั่น...พี่เขาถืออะไรมาด้วย...ทำไมไม่ช่วยเขาถือละ”

เขาทำได้แต่ยิ้มละมุนละไมในหน้าก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะก่อนสวัสดีน้าพิมพ์ผู้นั่งหั่นผักล้างในอ่างให้สะอาด

“แม่ให้เอาบัวลอยมาฝากครับ เห็นคุณน้าบ่นอยากกินฝีมือแม่ แกทำสุดฝีมือ นี่ตักมาให้ซะเยอะเลย น้องหลินชอบกินด้วยนี่...แล้วนี่ทำอะไรอยู่ครับ...”


ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #2 เมื่อ23-10-2007 16:55:54 »

“หั่นผักทำผักดองจ๊ะ...หลินมันต้องทำเป็นผลงานไปส่งวิชาคหกรรม น้าต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง...ทีแรกจะให้ทำให้แต่น้าบอกไม่เอา ไม่ดีหรอก งานตัวเอง คะแนนก็ของตัวเอง ไม่ทำเองแล้วจะภูมิใจได้ยังไง...”

หลังคุยกับน้าพิมพ์นิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ จึงออกมานั่งรับอากาศเย็นยามค่ำคืนกับน้องหลิน ลูกพี่ลูกน้องแสนสวยที่ถือถ้วยบัวลอยมาด้วย นั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มหน้าบ้านพร้อมกับอีดำอีด่างนอนซบหัวกับเท้าของเขา ฟังเสียงลมพัดอยู่ที่ค่าคบไม้ ใบไม้โดนลมพัดจนเสียดสีใบระบัดเป็นเสียงราวคนกระซิบกระซาบเรื่องราวเล่าขาน

ดวงเดือนกับดาวเด่นบนท้องฟ้าปราศจากเมฆคืนนี้ดูอบอุ่นจนเขารู้สึกหวามๆในอก เผลอจินตนาการไปว่า ถ้ามีคนรักสักคนอาจจะได้ตระกองกอดพร้อมแอบหอมแก้มนุ่มยามคนรักเผลอตัว แต่แล้วต้องหัวเราะกับตัวเองด้วยรู้ว่าเป็นไปไม่ได้...ถึงจะหล่อ แต่เลือกมาก...

หล่อเลือกได้...จึงไม่มีแฟนเหมือนคนอื่นมาจนถึงวันนี้

แอบชอบน้องหม่อน น้องก็โดนเจ้าเดชเกลอเก่าคาบไปรับประทานจนเขาอกหักดังเป๊าะ จะหาใครอาสาเอาดามมาเดาะอกให้ก็ไม่มีแม้เงา นั่งปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะมาสะดุดกับชื่อๆหนึ่งที่น้องหลินเอ่ยขึ้นเชิงถามไถ่

ไม่แน่ใจว่าตนฟังถูกหรือไม่ จนต้องบอกให้น้องเอ่ยซ้ำ

“ใจลอยคิดถึงสาวไหนอยู่น้อ...” คนเคี้ยวบัวลอยส่ายหัวดิกกับหัวเราะคิก...จนเขาต้องหัวเราะแหยๆจนออกจะเป็นแสยะยิ้มเสียมากกว่า

“วันนั้นที่ชมรมมวยของโรงเรียนหนู เค้ามีการซ้อมมวยระหว่างโรงเรียน แล้วเผอิญมีตัวแทนจากโรงเรียนพี่เอกด้วย เพื่อนๆหนูงี้ชอบกันใหญ่กรี๊ดกร๊าดกันวุ่นวาย บอกเขาหล่อหล๊อหล่อ กล้ามงี้โตสวยเชียวเห็นแล้วน้ำลายไหล เห็นบอกว่าอยู่มอห้าเหมือนพี่เอกด้วยนะคะ...พี่พอจะรู้จักป่าว...คนชื่อแมนอ่ะค่ะ”

“แมน?” บนหน้าหล่อๆคงจะมีแต่เครื่องหมายคำถาม

“ค่ะ...ชื่อแมน หล่อเข้มๆกล้ามงี้เป็นมัดสวยเชียว ต่อยหนักแต่ละทีนักมวยโรงเรียนหนูแทบลงไปกองอยู่กับพื้น...แกไม่หล่อสำอางแบบพี่เอกหรอก...แกหล่อแมนๆสมชื่อแมนเลยค่ะ...”

ในใจของเขาอยากจะอาเจียนแต่ต้องทำเนียนเก็บอาการไว้ก่อน กลัวน้องจะสงสัย แล้วจึงบอกออกไปด้วยเสียงหงุดหงิดๆ

“ไม่รู้จักหรอก...มอห้าคนเยอะจะตายไป...มันคงไม่เคยผ่านตาพี่”

คืนนั้นเขาหลับตาลงแต่ในใจทุรนทุราย...วุ่นวายว้าวุ่น...แม้ “เรื่องนั้น” จะผ่านมานานหลายอาทิตย์แล้ว แต่อะไรบางอย่างยังอยู่ในความทรงจำ...เขาไม่อาจสลัดหลุดออกไปได้ อยากจะร้องไห้แต่ทำไม่ได้...เมื่อคิดถึงมัน...เหมือนกับว่าเป็นการคิดถึงเหตุการณ์อัปยศอดสู...เหตุการณ์โดนข่มเหงศักดิ์ศรีโดยไม่อาจให้อภัย...

ใจก่อนหลับตานั้นว้าวุ่น...แต่ในฝันยิ่งวุ่นวายกว่า

เขาวาดหวังจะจีบน้องหม่อนให้มาเป็นแฟนแต่ด้วยความกะล่อนของเจ้าเดชน้องจึงต้องหลุดจากมือเขาไป แต่ไม่ใช่เพียงนั้น...เขายังจำรสชาติหมัดของเจ้าคนชื่อแมนได้ดี จำได้ดีเมื่อตอนมันเข้ามาห้ามเขาไม่ให้ต่อยไอ้เจ้าเดชเกลอเก่า... แล้วเขากับเจ้าคนชื่อแมนจึงเกิดต่อยกันเอง

ยังจำรสชาติหมัดมันได้ดี

รสชาติเลือดเค็มๆกลมปาก

กับรสชาติ...จูบ...เมื่อคืนวันนั้น...

++++++++++++++++++++++++

แสงดาวแสงเดือนแม้จะเลือนลางแต่กลับสว่างเพียงพอจะส่องให้เห็นร่างสองร่างซึ่งนอนคล่อมกันบนพื้นหญ้า รอบๆกายคือเสียงแมลงกลางคืนร้องร่ำจนระงมไปหมด ร่างอยู่ใต้นั้นสูงเพรียวแต่ไม่บอบบาง ทว่าหุ่นเฟิร์มอย่างคนเล่นกีฬา ส่วนร่างทับอยู่บนเต็มไปด้วยกล้ามงามล่ำแต่ไม่น่าเกลียดและออกจะดูดีเสียด้วยซ้ำ...

“ปล่อยกูสิวะ”

ร่างโดนทับตะเบ็งเสียงออกมาดังๆ

“ปล่อยให้โง่ มึงนี่มันกวนชะมัดนอกจากนิสัยชอบแอบลอบกัดคนอื่นแล้วยังหาเรื่องก่อกวนเขาไปทั่ว สงสัยคงต้องโดนสั่งสอนให้หลาบถึงจะจำ” ร่างข้างบนพูดออกมาด้วยเสียงเข้มทว่ามีแววขี้เล่นในที

“อะไรเล่า ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาล้อกันเล่น มึงจะทำอะไรกู?”

ร่างใหญ่ข้างบนทาบทับเบียดบดกายแนบแน่นเข้าไปอีก เพื่อกันไม่ให้ร่างข้างล่างหลุดหนีไปได้ จนร่างเพรียวกว่ารู้สึกถึงความอบอุ่นจนร้อนของท่อนล่างที่แนบอยู่ด้านหลังตน ใจสั่นจนไม่สมประฤดี

“ไอ้เอก แอบมาเจาะล้อรถกรูจนแบนแต๋อย่างนี้แล้วมึงจะหนีไปไหน มึงต้องชดใช้กู...แสบจริงๆมึง วันนี้กูกะจะพาน้องหม่อนกลับบ้านแต่หัววันเสียหน่อย...”

“แล้วมันเกี่ยวไรกับกูไม่ทราบ...ปล่อยสิวะทับอยู่ได้ หนักนะโว้ย”

ต้องเข้าใจว่า ตอนนี้ยังอยู่ใน “บริเวณ” โรงเรียน ช่างกล้าเนอะพ่อแมน

ดิ้นพรวดดิ้นพราดแต่คราวนี้คงคลาดอิสระกันเห็นๆ...เอกเอ๊ย...

“บอกแล้วว่ากูไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆหรอก”

“ปล่อย...ไอ้ส้น...หญ้ามันแทง”

พูดแล้วก็อยากจะกลืนคำพูดนั้นลงคอตามเดิมเพราะคนตัวโตกว่าหัวเราะหึหึในลำคอทันที

เสียงที่พูดต่อมา...ต่ำ...และเน้น...ทีละคำ แจ่มชัด

“แล้วอยากจะลองโดน...อย่างอื่น...แทงดูไหมละ สนุกไม่หยอกนะ...น้องเอก”

“อ๊าก...ไม่เอา ไม่พูด ไม่เล่น ไม่หยุด อุ๊บ...ไอ้หอหีบสระเอียไม้โทตบท้าย มึงจะทำอะไรกรู” รอหันได้ชัดเจนอย่างยิ่ง

“ก็ทำอย่างที่มึงเคยทำกับคนอื่นไง...เตรียมตัวไว้ให้ดีๆ สนุกแน่มรึง...” คนนี้ก็รอหันได้ดีไม่แพ้กัน

ใจคนโดนทับเต้นเป็นจังหวะแรมบ้าจะกระโจนออกมานอก อกอยู่รอมร่อ แต่คนทับกลับหัวเราะหึๆชอบใจด้วยความเป็นต่อ

แล้วเสียงเจ้าเล่ห์ดังขึ้นข้างหู

“นิ่งเชียว...แสดงว่าพร้อมแล้ว...งั้นเรามาลุยกันเลยดีกว่าไหมตัว...”

“อร๊ากกกกกกกกกกซ์...”รอหันได้ชัดเจน แถมลากเสียงยาวเป็นแม่น้ำแอมะซอนและตบท้ายด้วยซอโซ่การันต์อีก “ไอ้เชี่ยแมน..มึงปล่อยกู๊”

++++++++++++++++++++++++++

และคนหน้าหล่อเป็นพระเอกลิเกจึงละเมอร้องเสียงหลงกับฝันร้ายที่สุดในชีวิต ไฟทุกดวงในบ้านพลันสว่างจ้า เสียงตึกตักวิ่งหน้าตั้งดังโครมคราม

“ขโมยขึ้นบ้านหรือลูก..กรี๊ด...ไหนมันอยู่ไหน”

แม่และพ่อเปิดประตูผลั๊วะเข้ามา พร้อมชุดเตรียมรบ...แม่มีกระทะก้นลึกกับสากและครก ส่วนพ่อมีทัพพีและที่ตีไข่มันวับ...

+++++++++++++++++++++++++++

ไม่เข้าใจว่าเหตุใดยิ่งนานวัน รอยจูบจะยิ่งตราตรึงและแจ่มชัด...

ความคิดและภาพติดตายังวิ่งวุ่นในหัว ยังตามหลอกหลอน

“อร๊ากกกกกกกกกซ์ ไอ้เชี่ยแมน มึงปล่อยกู๊...อุ๊บ...อื๊อ”

เสียงต่อมาเป็นอื้อเป็นอี้เพราะปากประกบปาก...ปากต่อปาก...ร่างร้อนผ่าวเพราะโดนทาบทับแนบสนิท ร้อนจนราวกับจะแผดเผาไปตรงนั้น มือทั้งสองขยุ้มขยำเอาเสื้อตรงอกของอีกคนไว้จนยับยู่ยี่

“อื๊อ...” ถึงขัดถึงขืนอย่างไร แต่ดูราวจะไร้ผล เพราะคนจูบช่างอาจหาญ เก่งกาจ...อ่อนโยน....นุ่มนวล ปากที่ปิดกั้นจึงค่อยเปิด...ลิ้นร้อนๆควานหาลิ้นอีกลิ้น แล้วลิ้นต่อลิ้นจึงเริ่มสงคราม กระหวัดรัดรอบตอบรับกันไปมาจ๊วบจ๊าบจุบจับ...จนคนอีกคนหายใจติดขัด...

เคยจูบคนอื่นมาก่อน แต่พอมาโดนคนจูบเก่งอย่างเจ้านี่...หายใจแทบไม่ทัน

คนจูบผละออกไปกัดขบ..ที่ริมฝีปากเจ่อแดงอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วไล้เลียริมฝีปากแล้วลิ้มลองที่ซอกคอ...มือกร้านลนลานคืบคลานบุกรุก

ภาพความคิดสะดุดลงถึงเพียงตรงนี้ แล้วหน้าแดงร้อนวูบๆจนต้องเผลอยกมือมาจับตรงแก้มตน...


ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #3 เมื่อ23-10-2007 17:02:14 »

“เออเฮะ...เป็นไข้ป่าววะ..ทำไมหน้าแดง”

ถ้าไม่ติดว่านั่งอยู่ในห้องเรียน กับต้องรักษาภาพพจน์ตัวเอง เจ้าเอกหน้ามนคนหน้าหล่อ คงจะกรี๊ดลั่นไปแล้ว...แทบจะอยากยกเท้าขึ้นยันเจ้าคนหน้าเข้มที่เอ่ยถามใกล้ๆหูให้มันตกหน้าต่างไป

“แสรด...อกสั่นขวัญหายหมด...”

“โห...ขวัญอ่อนนะจ๊ะน้องเอก...” หนุ่มหน้าเข้มคนชื่อเดชเอ่ยขำๆพลางยื่นนิ้วกลาง(ทำไมต้องเป็นนิ้วกลาง?)มาจับตรงปลายจมูกที่แดงเรื่อของเขา “นั่งคิดถึงใครที่ไหนอยู่เอ่ย...พี่แมนหรือเปล่าหนอ...”

“ประเดี๋ยวพ่อถีบไปตกแปลงเกษตร...แสด...กรูจะคิดถึงไอ้เชี่ยแมนทำสันเขื่อนเรอะ...นั่งคิดถึงหน้าน้องบีโว้ย...” ปฏิเสธปากคอสั่นแล้วอยากจะตบหน้าตัวเอง เพราะยิ่งแก้ตัวเหมือนหน้าจะยิ่งแดงขึ้นแดงขึ้นเป็นหลักฐานฟ้อง...แล้วไอ้เดชตบบ่าเขาเบาๆ

“ล้อเล่นน่า...ไปกินข้าวเที่ยง..หิวจนจะแดกน้องหม่อนได้ทั้งตัว”

“เออ...แบ่งกูแดกด้วย”

“เดี๋ยวปั๊ด...เล่นของสูง”

“ไอ บีลีฟ ไอ แคน ไฟล...”

“ป๊าด...สาบานนะนั่นว่าคือมุข”

“ถีบหน้าหัก...”

+++++++++++++++++++++++++

“ไอ้รถโปเก...มาเสียอะไรเอาตอนนี้ฟระ...ตรูยิ่งรีบกลับบ้านแม่ทำไข่ลูกเขยไว้ด้วย...ห่ะ...”

คนผมรองทรงเกาหัวจนผมยุ่ง...สบถคำด่าคำแล้วจึงเตะป๊าบเข้าที่ตัวถังรถมอไซด์...

“จ๊าก...ตีนกรู” เตะไม่ดูตาม้าตาเรือ รู้ทั้งรู้ว่าต้องเจ็บ ยังโง่ไปเตะ...สม

“มาเป็นอะไรตอนนี้วะ...ซ่อมแล้วนะโว้ย....เสียตรงไหนวะ”

บ่นจนหัวเสียหน้าบูดหน้าดำแดง พ่นลมหายใจพรืดแล้วนั่งแหละลงบนพื้นถนนนั่นเอง

“นั่งแม่งตรงนี้แหละ...ไม่สนแล้ว”

ตะวันตกดินฟ้าเหลืองๆแดงๆ....เขาเรียกเวลานี้ว่า ผีตากผ้าอ้อมหรือ แมจิก เอาเออร์ ชั่วโมงเวทย์มนต์(แปลตรงงๆเลย อิอิ) คือช่วงเวลาที่มิติต่างๆเชื่อมถึงกัน...มิติคนเป็น มิติคนตาย...

คนหัวเสียรู้สึกถึงบรรยากาศเช่นนั้นจึงเปลี่ยนเป็นคนขนหัวลุกทันที

เสียงนกร้องแกรกๆดังอยู่ในป่าข้างทาง...เขามองไปรอบๆตัว วอกแวก ยกมือขึ้นจบหัว...เจ้าประคู๊ณ อย่าให้เจออะไรตอนนี้เลย...บรรยากาศแม่งน่ากลัวสัดๆ...

แต่ก่อนจะกลายเป็นหวีดกรีดสยองก็มีเสียงมอร์ไซด์มาจอดกึกอยู่ข้างหลังเขา เขายิ้มกว้างก่อนจะหันไปมองคนจอดรถเทียบ...ทั้งที่รอยยิ้มยังค้างบนใบหน้า และเขาก็ชะงักกึกอยู่กับที่...คนตรงหน้า...

ใบหน้าหล่อเข้ม คิ้วหนา ที่มักขมวดมุ่นเข้าหากันตลอดเวลา แววตาดุดันน่าเกรงขาม ร่างกำยำบึกบึนตัวสูงใหญ่...หากทว่ายามมองคนยืนตัวแข็งทื่อกลับมีรอยยิ้มขำๆแต้มที่มุมปาก

“รถเสียหรือไง...น้องสาว” แววตาเต้นระริกจนเหมือนมีอะไรลุกเต้นอยู่ภายใน

“ใครน้องสาวมึง” ตอบกลับได้ฉะฉานดีแท้ “อีกอย่างกูออกจะบึกบึนมาดแมนแฮนซั่ม...ไม่สาวโว้ย”

แต่คนขำกลับขำต่อ พลางกอด อก มอง จ้อง...

“ไม่อยากเชื่อ...ไหนขอพิสูจน์หน่อยดิ๊”

พูดแล้วจะก้าวเข้ามา แต่คนหัวเสียหัวยุ่งกับหัวหนามยกกำปั้นลอยหน้าลอยตา “ไม่กลัวก็เข้ามา”

“เหอะ”

“เฮ้ย”

ปราดเดียว ทั้งหมัดทั้งคนก็หมอบเป็นหมาหงอย มือทั้งสองโดนล็อกด้วยมือแข็งแรงไพล่เอาไว้อยู่ด้านหลัง ตอนนี้อกดันอก หน้าจ่อหน้า ลมหายใจฟืดฟาดจนรู้สึกได้...แววตาดำเข้มจ้องตอบแววตาดุดัน

“ลืมวันนั้นไปแล้วรึไง...”

คนฟังหน้าแดงแปร๊ด

“หรืออยากให้ช่วยฟื้นความจำ...คนสวย”

ดิ้นขัดดิ้นขืนแต่ไร้ผลเพราะอ้อมแขนแข็งแกร่งปานกรงเหล็กกล้านั้นดูเหมือนจะเป็นยี่ห้อเดียวกับเซฟทีคัทตัดก่อนตายเตือนก่อนวายวอด ล็อคแล้วล็อคเลยไม่มีปลดล็อค...

“มึงปล่อยกู...ไอ้แมน...ไอ้เชี่ย...”

“ปากดีอย่างงี้มันต้องโดนปิดด้วยปาก...หือ...ว่าไง...จะเอางั้นป่าวคับ” หัวใจกระตุก...สาบานได้ว่า หัวใจกระตุกเต้นตึกตักตอนคำว่า “คับ” หลุดจากปากเจ้าคนกล้ามโต...ทำไมใจมันสั่นได้วะ...

“รถเสีย...ซ่อมไม่ได้”

กลั้นใจพูดออกไป สั้นๆและรวดเร็ว

“หือ?”

“หูหนวกไง? บอกว่ารถเสีย...ซ่อมไม่ได้...พยายามแล้ว”

เจ้าแมนระเบิดหัวเราะออกมาจนเขาจ้องงุนงง

“ซ่อมไม่เป็นแล้วเป็นเจ้าของรถได้ไง” พูดไปขำไป...เขาเรียกว่า พูดกลั้วหัวเราะ...

“ถ้าซ่อมเป็นก็ไปเป็นช่างซ่อมรถแล้วสิ...ถามโง่ๆ”

“ค้าบ...ค้าบ...ผมมันโง่...”

อีกแล้ว...อยากจะควักใจตัวเองออกมาสับๆๆๆๆ...ทำไมต้องใจสั่นตอนไอ้เจ้านี่มันพูดคำว่า “ค้าบ”....คนร่างเพรียวขบปากแน่นเป็นนางเอก ก้มหน้าตาหลุบต่ำ

“จริงๆแล้ว ขนตายาวงอนสวยดีจัง” อยู่ๆก็พึมพำเป็นคำพูดแผ่วๆ แต่หูเขาได้ยินชัดเจน จนต้องผงกหัวขึ้นมอง แล้วจึงเจอะกับสายตาคมวับวาวแวบ พระเจ้า...คนร่างเพรียวคิดในใจ...สาบานได้ว่าไม่ได้ตั้งใจ...แต่ทำไมตรูต้องใจสั่นกับร้อนวูบวาบด้วยวะ...

“พะ...พูดอะไร”

ไวเหมือนสายฟ้าแลบ...หรืออีกอย่าง...เขาเรียก ไวเป็นกลด...คนตัวโต...ก็เจ้าแมน...ก้มเอาจมูกจ่อติดป๊าบตรงแก้มเขา แล้วสูดฟอดทำเสียงซู้ดทีเดียวก่อนจะกระโดดเหย็งๆหลบหมัดที่ตามมา

“งานนี้สู้แค่ตาย...ย๊ากส์”

ควงหมัดเป็นหมัดลมกรด แต่แล้วสงสัยจะกลายเป็นไอ้หนุ่มหมัดเมาเพราะแค่โดนล็อคอีกทีก็ตกอยู่ในอ้อมกอดมัจจุราชอีกรอบ..

“อยู่เฉยๆ...คราวนี้ไม่ทำอะไรหรอก”

“ใครจะเชื่อมึง”

“มึงไง”

“กูไม่เชื่อ”

“ตามใจ” พูดปัดๆก่อนจะเปลี่ยนโทนเสียงเป็นอ่อนนุ่ม...แผ่วเบา “ไม่ทำอะไรจริงๆครับ สาบานได้...จะซ่อมรถให้นะ...แป๊บเดียว รอไม่นานหรอก...”

เขายังใจเต้นตะลึงกับคำพูดอ่อนโยนของเจ้าตัวโต ร่างที่กอดตนอยู่ผละออกไป มองไปอีกทีเห็นจับนั่นจับนี่ ขันนั่นถอดนี่ ก๊อกแก๊กอยู่ครู่หนึ่งก่อนเจ้าคนเป็นช่างซ่อมจำเป็นจะสตาร์ทรถทีเดียวติดบรื๊น...

ยืนปัดมือเปื้อนกระดำกระด่างกับกางเกงนักเรียนสีดำ ยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว

“เก่งป่าว...เห็นมะ...ติดแล้ว”

พยักหน้าหงึกหงักไปตามเรื่อง พอรู้สึกตัวอีกทีเห็นตัวโตๆเหมือนกันมายืนใกล้ๆ กลิ่นน้ำมันเครื่องฉุนจมูกนิดนิด...

“ขะ...ขอบใจ...โว้ย”

พูดอึกพูดอัก...ขลุกขลักเหมือนเสลดติดคอก่อนจะต้องหันขวับจ้องหน้าคนตัวโตเพราะคำพูดที่เอ่ยกรุ้มกริ่ม...

“อืม...ซ่อมให้แล้วขอหอมแก้มเป็นรางวัลอีกดิ...”

“กรู...จา...ฆ่า...มรึง...”

+++++++++++++++++++จบตอน+++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #4 เมื่อ23-10-2007 17:05:47 »

 :a2: :a2: :a2: :a2:

ถนนสายนี้มีความรัก...2
ร่างผอมกะหร่องยกกะละมังผักใส่น้ำเกือบเต็มมีผักสดลอยละล่อง เอาขึ้นวางอย่างระมัดระวังบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลมันเงาวับ แล้ววิ่งปรู๊ดเป็นจรวดไปเปิดฝาดูหม้อข้าวใบมหึมาราวหุงเลี้ยงคนทั้งซอย ไอร้อนพวยพุ่งโดนหน้าจนร้องอูยๆ เผลอซี๊ดปาก เอามือยื่นไปจิ้มๆดูเห็นข้าวนิ่มสุกได้ที่จึงเปิดฝาไว้ตามเดิม หันไปร้องบอกหญิงวัยกลางคนผู้ง่วนกับการจัดเตรียมของมากมายไปวางเรียงไว้ตามชั้นต่างๆ

“ผักล้างเสร็จแล้ว...ข้าวหุงสุกแล้ว...ผมไปอาบน้ำแล้วนะแม่”

ผู้เป็นมารดาพยักหน้ารับรู้ “แม่ทำกับข้าวเก็บไว้ในตู้แล้วนะ อาบเสร็จแล้วลงมากินเลย จะได้ไปเรียน”

ร่างผอมกะหร่องวิ่งปรู๊ดเป็นปรอทเข้าไปด้านในที่แบ่งเป็นส่วนที่อยู่อาศัย ด้านหน้าคือร้านขายอาหารตามสั่ง คนตัวผอมจะตื่นมาแต่เช้าทุกวันเพื่อช่วยงานเล็กๆน้อยๆก่อนไปเรียนเสมอ

วิ่งผ่านน้ำเสร็จโดยไว อย่างที่เรียกว่าอาบน้ำไก่ แต่งตัวหวีผมสั้นๆแข็งๆให้เป็นทรง แล้วจึงคว้าเอากระเป๋าเป้ใส่หลัง นั่งจ้วงข้าวเข้าปากอิ่มภายในสี่ห้าคำ ก่อนจะวิ่งตัวปลิวออกไปหน้าบ้าน

“ไปนะแม่”

ยกมือกระพุ่มสวัสดีนะครับ แล้ววิ่งออกไปรอรถประจำทางที่หน้าปากซอย

อากาศตอนเช้า เย็นจนบางแห่งยังมีหมอกบางๆเป็นริ้วๆลอยวนเวียนเหมือนผ้าคลุมบางๆเลื่อนลอยไปมาได้

ยืนยุกยิกรอรถอยู่ได้ไม่นานเสียงปริ๊นๆก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง หันไปเห็นร่างคุ้นเคยจอดรถแมงกะไซด์คันโก้เทียบกับฟุตบาธแล้วเจ้าตัวยิ้มแฉ่ง

“รอรถอยู่หรือป้อม”

“อ้าว...เอก...ไมวันนี้มาแต่เช้า...แปลกเว้ย” ร่างผอมกะหร่องยิ้มแย้มแจ่มใส “ทุกทีเห็นวิ่งหน้าตั้งมาเข้าแถว”

“แหมๆๆ...” คนเคยวิ่งหน้าตั้งนั่งเท่ห์บนรถลูบหน้าอกไปมา “เขาเรียกคนหล่อพัฒนาโว้ย...จะให้เฉื่อยชาเหมือนเดิมได้จะใด...เออ...ว่าแต่จะไปด้วยกันไหม...นี่ข้างหลังว่าง...ซ้อนท้ายคนหล่อ...สนป่าวจ๊ะ...สาวน้อย...” คนพูดยักคิ้วยกมุมปากยิ้มร่า ร่างกะหร่องไม่รอช้ารีบก้าวขึ้นนั่งพับเพียบเรียบร้อยก่อนจะตบกบาลคนนั่งยิ้มป๊าบเดียวแรงๆ

“ไปโลด”

“อ๋อย...ตบมาได้...สมองกระเด็นออกมาหมดกันพอดี” บ่นกระปอดบ่นกระแปด

ป้อมเป็นเพื่อนสนิทเจ้าหนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม คบหาสนิทใจกันมานานจนแทบจะตายแทนกันได้ วันหยุดทีไรหากคนหน้าหล่อไม่ไปหาเกี้ยวสาว จะมาขลุกอยู่บ้านเจ้าป้อมเสมอ คอยช่วยนั่นช่วยนี่หยิบจับที่พอจะช่วยได้ไม่เกะกะ กินนอนด้วยกันจนจะเป็นพี่เป็นน้อง ป้อมเป็นลูกคนเดียว ไอ้เอกก็ลูกโทน...ดังนั้น ไม่แปลกที่จะเห็นสองคนไปไหนด้วยกันบ่อยๆ... บางคนบอก ป้อมเหมือนเป็นลูกลิงคอยเกาะหลังพ่อลิงกระเตงๆ

ก็คนนึงตัวเท่าตึก ส่วนอีกคนตัวน้อยตัวนิดเสียจนนึกว่ายังเป็นเด็กมอต้นทั้งที่อยู่มอปลายแล้ว อีกหน้าตาเนียนดวงตาใสๆกลมๆนั่นเล่า ใครเห็นก็ชอบ มีแต่คนบอก...

ไอ้ป้อมมันน่ารัก...มิน่าไอ้เอกมันถึงหวง

ก็จริงอย่างนั้น เอกหวงและห่วงป้อม เพราะนอกจากจะเป็นเพื่อนแล้วยังรู้สึกรักเหมือนน้องชายหัวแก้วหัวแหวน จะไปไหนกับใคร ถ้ามันว่าง เจ้าคนหน้าหล่อจะตามไป “คุม” จนบางครั้งไอ้ป้อมหนีไปเที่ยวคนเดียว มีคนถามขำๆว่า

“หนีผัวมาไง?”

ป้อมมันจะยิ้มฟันขาว...ตาใสๆจะเป็นประกายวิบวับ...บอก “เออ...เขี้ยวชิบหาย...คุมแจเลย”

คนยังกระเซ้าต่อ... “หาผัวใหม่เลยสิ”

ป้อมจะทำยิ้มเอียงอาย มือไม้ปัดป่าย “บ้า”

จอดรถให้คนซ้อนท้ายกระโดดแผล็วลงตรงหน้าอาคารเรียน

“มึงทำการบ้านให้กูหน่อย กูรู้ว่ามึงทำเสร็จแล้ว”

คนตัวผอมทำใบหน้าไม่สบอารมณ์

“กูไม่ได้ทำ” หนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อทำหัวเสียบ้าง “ปั๊ดติโธ่...ทำให้เกลอหน่อยไม่ได้เชียวหรือไง”

คนฟังส่ายหน้าระอาใจ “เออ...เอามา ยุ่งจริง”

“ขอบใจโว้ย...มึงนี่มันเป็นเพื่อนสุดเลิฟจริงๆ มา มาให้หอมหน่อย”

คนฟังฟังแล้วแขยง ยกเท้าเร่าๆ “อย่านะมึง...พ่อยันตกรถ”

ไอ้เอกหัวเราะฮ่า ฮ่า ก่อนจะติดรถเตรียมออก

“ว่าแต่ทำไมไม่ทำวะ มัวยุ่งอะไรอยู่ การบ้านอันนี้ก็ง่ายๆเอง”

คนหน้าหล่อเป็นพระเอกลิเกหน้าเหวอ พูดขลุกขลักอักอึก “ก็...เออ มีเรื่องนิดหน่อย มันยุ่งสมองน่ะ...เรื่องน่าปวดหัว”

โดยไม่รอช้ารีบเปิดแนบบิดบรื้นไปจากตรงนั้น ปล่อยให้คนตัวผอมกะหร่องยืนเกาหัวแกรกๆอยู่คนเดียว พอจะเดินขึ้นตึกจึงหันไปเห็นคนตัวสูงใหญ่คุ้นตากำลังเดินมากับร่างเล็กๆจึงร้องตะโกนทัก

“อ้าวเดช มาแต่เช้าเชียว” ยิ้มฟันขาวอีกเช่นเคย “ดีคับน้องหม่อน วันนี้เดชมันไปรับอีกเหรอ”

แซวไปงั้น เพราะชอบที่เห็นน้องหม่อนหน้าหวานจะหน้าแดงทุกทีที่พูด

และมันชอบที่น้องจะรับคำอ้อมแอ้ม “ครับ” แก้มแดงๆจะแดงเรื่อ หูหัวแดงลุกเป็นไฟ ปลายจมูกน่ากัดก็พลอยจะกลายเป็นลูกตำลึงสุกไปด้วย

“เห็นไอ้เอกซิ่งมอไซด์ตีนผีไปโรงรถ เรียกก็ไม่หัน” เดชพูด

“มันบอกไม่ได้ทำการบ้าน มีเรื่องให้คิดหนัก”

“คนอย่างมันมีเรื่องอะไรให้คิด นอกจาก จีบสาวไปวันๆ...เออ พูดถึงการบ้าน กูก็ยังไม่ได้ทำ...ขอลอกหน่อยดิ”

“เอาอีกคนนะมึง” ร่างผอมกะหร่องส่ายหน้าระอาจิต

น้องหม่อนหน้าหวานตีป๊าบเข้าที่ต้นแขน

“นิสัยไม่ดี...ไม่ทำการบ้าน...ขี้เกียจตัวเป็นขน”

คนโดนตีร้องโอดร้องโอยทำอ้อน “ก็ใครละคร้าบที่กวนพี่ทั้งคืน ไม่ได้มีเวลาทำอย่างอื่นเลย”

“พี่เดช” เหมือนน้องหม่อนจะลุกเป็นไฟเพราะอายจนสุดๆ

ฝ่ายคนขับตีนผีจอดรถหงุดหงิดงุ่นง่านแล้วเดินกร่างมาโรงอาหาร ร้องสั่งป้าร้านข้าวคนเคยคุ้นว่าเอากะเพราไข่ดาวกับข้าวมันไก่อย่างละจานนะป้า พอได้อาหารเช้าที่เพียงพอสำหรับคนสองคน พ่อพระเอกลิเกจึงนั่งจุ้มปุกลงจ้วงเสียลืมอาย ไม่สนใจหลายคนนั่งมอง...สงสัยว่าไปอดอยากมาจากไหน

กะเพราไข่ดาวพร่องไปได้เพียงครึ่งจานโดยยังไม่ได้แตะข้าวมันไก่ ก็มีคนมานั่งปุกกับที่นั่งตรงข้าม พร้อมจานกับข้าววางลงพร้อม เงยหน้าขึ้นแล้วรู้สึกมือเช้าจะกร่อยซะงั้น

พูดอู้อี้ทั้งข้าวเต็มปาก “ใครให้มึงนั่ง”

คนฟังหัวเราะร่า “กินเหมือนคนเป็นโรคกระเพาะ...วัวควาย”

“ไม่ได้ใช้กระเพาะมึงนี่...”

“แต่คุณใช้ใจผม...” มาถึงก็ยิงศรปักทันที

คนพยายามกลืนข้าวต้องตวาดแว้ด “พูดบ้าอะไร”

“ก็หัวใจเราเป็นดวงเดียวกัน...เต้นจังหวะเดียวกัน”

“จะอ้วก”

“อย่าๆ” โบกมือวุ่นวาย “เสียดายของ”

“มึงไปนั่งไกลๆเลย ที่อื่นมีเยอะแยะ เสือกมานั่งตรงนี้ทำไม”

“ก็อยากนั่งกับคุณ(มึง)”

“โห...พูดงี้ต่อยกันเลยดีกว่า...”

“อ๊ะๆ” คนพูดยิ้มกริ่มจุ๊ปาก “อย่าใช้กำลังนะ...คุณต่อยมา ผมจูบกลับ...”

“ต่อยหน้าหงาย” พ่อพระเอกลิเกตวาดเสียงดัง จนนักเรียนหัวเกรียนหัวเม่นแถวนั้นเริ่มมอง

คนตัวโตกล้ามสวยยิ้มหวานโปรย “เมียผมเค้าหงุดหงิดนะครับ เมื่อคืนไม่ได้นอนด้วยกัน”

“ไอ้...” จานชามลอยปลิวกระจาย คนเป็นนักมวยหลบหลีกไวว่อง แต่รอยยิ้มมิได้หายไปจากใบหน้า

เดือด...เดือด...ไอ้แมน...มึง...ทำกูอาย คนเป็นพระเอกลิเกเดินเตะนั่นเตะนี่ ในหัวว่างเปล่าเพราะอารมณ์พุ่งสูงถึงความร้อนดวงอาทิตย์

คนตัวโตรู้ว่าไอ้เจ้าคนตัวโตกว่า...มันแกล้ง รู้ทั้งรู้แต่ทำอะไรตอบโต้ไม่ได้ จะต่อยเขา ตัวเองก็คงน่วมเพราะฝ่ายนั้นเป็นนักมวยโรงเรียน หมัดหนักกล้ามโต

“ฮึ่ย...” คนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหัวเสีย “จะทำไงดีวะ แม่งจะเลิกยุ่งกับกูซะที...เรื่องน้องหม่อนก็จบไปตั้งนานแล้ว จะโกรธไรกูนักหนา...แม่งเอ๊ย”

จะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกเสียที...เรื่องเมื่อวานอีก...ผู้ชายกับผู้ชายหอมแก้มกันได้ไง...ฟ้าผ่าตายกันพอดี...แต่...

หน้าทะเล้นๆนั่น...กับรอยยิ้มตอนซ่อมรถให้เสร็จอีก

“ทำกูนอนไม่หลับ”

คิดแล้วโกรธตัวเอง อยากจะประเคนหมัดของตนใส่หน้าที่เปลี่ยนจากหน้าเคร่งขรึมเป็นหน้ากรุ้มกริ่มยามเจอหน้าเขา

“หรือจะให้แก๊งน้องศรีทนได้ไปรุมข่มขืนดีวะ”

ดีดนิ้วดังเปาะ...ความคิดนี้เยี่ยมยอด ค่อยยิ้มขึ้นได้หน่อย คราวนี้ละมึงนักมวยก็นักมวยเหอะ หมัดหนักให้มันหนักไป เจอแก๊งกระเทยควายนำโดยนังศรีทนได้เข้าไป...เดี๋ยวมึงหนาว...


ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #5 เมื่อ23-10-2007 17:09:57 »

หน้าบึ้งตึงเครียดขึ้ง ค่อยคลายนิดๆ เพราะควายคิดดังกล่าว อาจจะเวิร์ค คงทำให้ไอ้เจ้าแมนไม่อยากมายุ่งกับเขาอีกนาน คนมีความคิดในหัวเดินยิ้มอารมณ์ดีเหลือบไปเห็นนมกล่องวางขายในร้านแล้ววิ่งปรื๋อไปซื้อทันที

ไอ้ป้อมมันชอบกินนมเปรี้ยว...ยิ้มๆขณะจ่ายเงินแล้วรับนมกล่องเย็นเจี๊ยบมาไว้ในมือ...ชอบตอนมันยิ้มดีใจตอนมีคนซื้อให้

เมื่อขึ้นไปที่ห้อง เห็นคนชอบนมเปรี้ยวกำลังปั่นการบ้านให้เขามือหงิกจนเป็นระวิง ไอ้คนตัวใหญ่ยักษ์อีกคนที่นั่งลอกหน้าดำหน้าแดงอยู่ติดๆชิดแนบ พ่อพระเอกลิเกกระโดดวืดเดียวจากประตูห้องไปถึงที่นั่งที่ท้ายห้อง แล้วแทรกกลางหว่างพอดีเป๊ะ หยิบสมุดขึ้นมาดู “เสร็จยัง”

คนตัวใหญ่ลอกการบ้านเมามันโวยลั่น

“เฮ้ย...กูลอกอยู่”

คนเพิ่งมาถึงมองคนโวยวายแล้วยิ้มเย็น “ทำไม...จิ๊จ๊ะกับน้องหม่อนทั้งคืนละสิมึง ถึงไม่เป็นอันทำการบ้าน”

หันไปเห็นอีกคนตัวผอม นั่งยิ้มขำจึงยื่นกล่องนมเปรี้ยวให้

“เอ้านี่...ของฝาก” พร้อมตบหัวเบาๆ เหมือนลูบหัวหมา

อีกคนบ่นกระปอดกระแปด “ไม่มีมาให้กูมั่ง”

“โตอย่างก๊ะควายจะแด๊กอะไรอีกมึง ไอ้เดช แดกล้างแดกผลาญ ทีเรียกให้มาซ้อมละทำอิดออด...เดี๋ยวกรูเตะเด้งออกจากทีม”

“โห่ ถ้ามึงเอากูออก ไม่มีสาวมากรี๊ดนะโว้ย”

“ทำไม”

“ก็คนหล่อไม่มีแล้วนี่”

“กูไง” ตบตรงอก ภาคภูมิ “กูหล่อเฟี้ยวเสียวเฟ้ย”

“เออ...ไอ้หล่อ...หล่อไม่ต้องตะไบ”

เย็นวันนั้นทั้งเดชและเอกซ้อมบอลอยู่ที่สนามปล่อยให้น้องหน้าหวานกับคนตัวผอมนั่งคุยกันอยู่ใต้ร่มไม้ เสียงหัวเราะคิกคักดังจากปากคนน่ารักไม่ขาดระยะ...เจ้าเดชคนกะล่อนหันมามองบ่อยครั้งและบ่อยครั้งที่ยิ้มหวานจนเยิ้มเมื่อน้องหม่อนหันไปร้องเรียกส่งเสียงเชียร์

คนผอมกะหร่องมองหน้าหวานแล้วยิ้มเอ่ยเสียงนุ่ม

“เจ้าเอกมันเคยจีบหม่อนนี่”

น้องหม่อนหน้าหวานยิ้มค้างแล้วกล่าวเก้อๆ “ครับ...แต่ตอนนี้พี่เอกเค้าเป็นพี่ชายผมแล้วครับ ไม่ได้คิดอะไรกันแล้ว”

“ถามจริง...ทำไมไม่ชอบเอกมันละ...มันก็หล่อนะ...แต่อย่างว่าแหละ ไอ้เดชมันก็ดูดีไม่แพ้กัน เห็นไปไหนด้วยกันที สาวๆกรี๊ดกันเกรียวกราว”

“ผม...พี่เอกเค้า...ยังไงไม่รู้”

“ตอบเง็งจังแฮะ...เอาเป็นว่าน้องชอบเจ้าเดช”

เขายิ้มเมื่อน้องน้อยหัวเราะแหะๆ “คงงั้นมั้งครับ...”

ปล่อยให้ควาบเงียบเข้ามาครู่หนึ่ง นั่งฟังเสียงลมเสียงใบไม้ไปสักพักก่อน น้องหม่อนน่าฟัดจะเอ่ยเบาๆ

“แล้วพี่เอกเป็นแฟนพี่หรอครับ”

คำถามทำเอาคนตัวผอมสะอึก “เฮ้ย...ไม่...ไปเอาความคิดมาจากไหน”

“ก็ พี่สนิทกัน”

“พี่เป็นเพื่อน...คบกันมานานแล้ว จะไม่ให้สนิทได้ไง”

“แต่เหมือนพี่เอกจะห่วงพี่เป็นพิเศษ”

“คงเห็นพี่เหมือนน้องมั้ง”

น้องน้อยหน้าหวานซึ่งอยากจะลองสวมบทเจ้าหนูจำไมเงียบไปก่อนจะบอกเบาๆอีกว่า “แล้วกับพี่แมนละครับ...พี่เอกเค้า...”

“แมน?”

“พี่นักมวยคนเก่งอะครับ...พี่ชายผม”

“ง่า...น้องหมายความว่าไงอ่ะ”

“ก็...เค้าเป็นไรกันป่าว?”

“เฮ้ย...พี่ไม่รู้ ทำไมน้องไม่ถามเจ้าแมนเองละ”

หม่อนก้มหน้าเอียงอาย “จะได้โดนเตะกันดิคับ”

“เฮ้อ...ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ตั้งแต่มีเรื่องต่อยกันคราวก่อน...” คนพูดมองหน้าน้องหม่อนหน้าหวานนิดนึงก่อนจะพูดต่อ... “เรื่องที่เจ้าเอกมันไปต่อยแย่งหม่อนน่ะ...เอ่อ...มันกับแมนก็เขม่นกันตลอด เจอกันทีไรเอาแต่กัดกันทุกที...ถ้าพี่อยู่ด้วยพี่จะช่วยห้ามทัพได้ แต่ถ้าไม่เจ้าเอกเพื่อนพี่ก็เหมือนคนเมนส์ไม่มา...”

“ผมได้ยินมาว่า เค้าสองคนเป็นแฟนกัน...ผมก็ไม่เข้าเหมือนกันครับ พี่แมนก็ไม่เห็นพูดอะไรถึงพี่เอกเลย แกทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่เห็นเหมือนคนมีความรัก”

+++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #6 เมื่อ23-10-2007 17:15:13 »

เย็นย่ำค่ำสนธยา นกกาบินกลับรังนอน เด็กหนุ่มสองคนซ้อนท้ายกันกลับบ้าน ฟ้าแดงๆดูว้าเหว่คนตัวโตขับ คนผอมกว่าซ้อนท้ายขณะรถวิ่งไปลมเย็นๆตีพัดจนขนลุกเกรียวกราวหนาวกาย เจ้าเอกพูดขึ้นว่า

“คืนนี้ขอฝากท้องที่บ้านมึงหน่อยดิ นัดน้องศรีไว้มีเรื่องจะคุย”

“เออ มึงก็มากินประจำนี่หว่า ทำไมต้องขอ...”

“แสด..นี่ว่ากูเรอะ...”

“แล้วนี่นึกยังไงไปนัดนังน้องศรีทนได้วะ เกิดปิ๊งขึ้นมาหรือไง อยากลองของแปลก?” หัวเราะหัวร่อ

“ยังไม่คิดสั้น...” พูดปัดๆไป

“แต่ระวังนะ ยัยศรีเนี่ย ถ้าเกิดผู้ชายทำเล่นด้วยหล่อนจะตะครุบไม่ปล่อยเลยละ...เตรียมใจให้ดี”

หัวเราะฮาฮา อย่างปีศาจร้ายแล้วเจ้าคนร่างผอมกะหร่องจึงร้องเพลงหงุงหงิ๋งติงนัง ถึงก็ช่างไม่ถึงก็เป็นช่าง..คนขับมอร์ไซด์แอบอมยิ้มบางๆ...รู้สึกเหมือนตนเป็นพี่ชายแล้วน้องชายซ้อนท้าย มันเป็นลูกคนเดียว อยู่บ้านแล้วไม่มีเพื่อนเล่น พอมามีเจ้านี่คนนึงก็เลยพาลจะคิดว่าเป็นน้องอยู่เรื่อยไป...เอ..มันก็ตัวเล็กๆเหมาะจะเป็นน้องเราอยู่แล้วนี่นา...

รถจอดหน้าร้านคนตัวผอมกระโดดผล็อยลงไปยืนตัวเล็กรอให้เจ้าเอกเอารถเข้าไปเก็บ...

“กลับมากันแล้วเรอะ” แม่ร้องทักตอนโผล่หน้าเข้าไปในครัว แม่กำลังวุ่นวาย ผัดนั่นนี่ควันโขมง จนคนตัวผอมย่นจมูกฟุดฟิด

“คับแม่...วันนี้เอกมากินข้าวด้วยนะแม่”

“อ้าว ลูกเอก...จะมาก็ไม่บอก..ไปทำอะไรกินกันที่ครัวในนะลูก แล้วก็อย่าลืมทำการบ้านนะ...”

ครัวในคือห้องครัวที่อยู่ในส่วนอยู่อาศัย ส่วนที่แม่กำลังวุ่นวายอยู่นี้คือ ครัวของร้านอาหาร...มันแน่อยู่แล้วว่าเจ้าป้อมต้องทำกับข้าวเป็น เพราะเป็นลูกเจ้าของร้านอาหาร ฉะนั้นคนเป็นเพื่อนลูกเจ้าของร้านอาหารวางกระเป๋าออกจากตัวได้ จึงกระโดดไปนอนเผล่สบายใจอยู่ที่โซฟาห้องกลางทันที

นอนยิ้มหน้ามีสุขไม่ทุกข์ร้อนอ่อนใจอยู่ตรงนั้นเป็นนาน ก็ไม่คิดจะไปช่วยเพื่อนตัวผอมที่เคาะกะทะก๊องแก๊งหยิบของก๊อกแก๊กอยู่ในครัว...ได้แต่ตะโกนสั่งอาหารตามใจชอบของตน

สักพักคนตัวผอมโผล่หน้าออกมาร้องตะโกน

“นอนอืดเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวค้างคืน มาช่วยกันหน่อยสิวะ...ไม่สงสารกันบ้างหรือไง”

“เออๆ สงสาร แต่ความขี้เกียจมันอยู่ในสันดานว่ะ...ทำๆไปเหอะน่า บ่นอยู่ได้”

“เออครับ คุณเพื่อนบังเกิดเกล้า”

นอนหลับตาจนเผลอหลับไปจริงๆ มารู้สึกสลึมสลืออีกทีก็เมื่อตอนรู้สึกเหมือนมีรังสีอันตรายแผ่กระจายรายรอบ จนรู้สึกเสียวสันหลังหวั่นๆว่าอะไรกำลังมุ่งร้ายตน จึงได้พยายามขืนเปิดเปลือกตาหนักอึ้งขึ้นดู

แล้วฝันร้ายก็เป็นจริง...

“แว๊ก...อีผีจูออน...อีปอบผีฟ้าอีหน้าศพ...อีสลบคาตีน...อี..”

หน้าที่อยู่เกือบติดกับหน้าคนหล่อพลันกระเด้งออกไปแล้วปิดปากหัวเราะอย่งจะก้านเพราะด้านในจริตมารยา

“แหม...ผัวขา...อย่าชมกันอย่างนี้สิคะ...ตื่นมาก็ชมกันอย่างนี้ เมียก็เขินแย่สิ”

“อีศรี” เขาตวาดแวด “เอาหน้ามาจ่อหน้ากูทำไม..ตกใจแทบสิ้นสติสมประฤดี...นึกว่าศพตายค้างโลง”

“แอร๊ยส์...ปากเป็นมงคล...อะฮั้นกะจะหอมแก้มสักหน่อย”

“บรื๋อ” คนฟังสั่นกายร้ายหนาวกราวเกรียว “น่าสยดสยอง”

นั่งกินข้าวกันที่โต๊ะพร้อมดูหนังในจอทีวี ศรีทนได้นางงามสาวบ้านโป่งยัดห่าทุกอย่างไซร้ที่ขวางหน้า จนคนเป็นพ่อครัวหัวเราะ

“อาหารท่าจะถูกปากศรีนะเนี่ย”

ปากยังมูมมามหมุบหมับจับจุบ..พยักหน้าที่โปะเครื่องสำอางมาเสียหลายชั้นเป็นเชิงตอบรับ

“น่าจับทำผัว”

“ง่า...ไม่ดีกว่านะ” คนโดนเป็นเป้าหมายรายต่อไปของน้องศรีทนได้ยิ้มขยาด

“แล้วนัดศรีมามีไรเคอะ”

“จะให้ศรีช่วยอะไรหน่อย...”

แล้วแผนการณ์ก็พรูพลั่งหลั่งไหลเหมือนน้ำหลากลงจากเขาตอนฤดูฝน น้องศรีทนได้ยกจานกรอกข้าวลงคอเคี้ยวหมุบหมับพลางพยักหน้าหงุกหงิกเป็นเชิงเข้าใจ...สุดท้ายเมื่อพ่อหน้ามนคนหน้าหล่อกล่าวจนครบกระบวน น้องนางศรีทนได้จึงยิ้มร่าอวดเศษอาหารเต็มซี่ฟัน

“คอยดูผลงานได๋เลยเคอะ...” กระเทยควายยกสองนิ้วชูอย่างมั่นใจ...

คนวางแผนยิ้มถูกใจ แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อน้องนางเอ่ยว่า

“แล้วมีอะไรตอบแทนเคอะ”

ทั้งสองคนทั้งร่างผอมกะหร่องและร่างโตๆต่างมองหน้ากันเลิกลัก

“กะ...ก็..ศรีก็ได้ลิ้มลองเจ้าแมนไง”

คนฟังทำหน้าไม่สบอารมณ์ “แค่นั้นเองหรอ”

ทั้งสองทำหน้าเหรอหราไม่เก็ทกับสิ่งที่น้องควายต้องการ จนเมื่อเจ้าหล่อนทำหน้าค้อนปะหลักปะเหลือกไปทางเจ้าป้อม เจ้าเอกจึงร้องอ๋อแล้วตบเข่าดังฉาด

“จะเป็นไรไป...ช่วยสงเคราะห์เค้าหน่อยดิวะ ไอ้ป้อม”

ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน เมื่อน้องนางกระเทยร่างยักษ์ทำท่าจะหอมแก้ม ทำปากยื่นตาหยี สองมือคว้าคอคนขัดขืนเข้ามาใกล้ แล้วปากเปียกๆก็จูบป๊าบเข้าที่แก้มเนียนๆ คนหอมยิ้มร่ามีความสุขจนกระอักในอกส่วนคนโดนหอมเสียสติไปอีกหลายวัน...

ดึกดื่นคืนค่ำย่ำน้ำค้างพรม...

แสงจันทร์ครึ่งเสี้ยวส่องรางเลือนลงสู่พื้นโลกเบื้องล่าง เสียงแมลงกลางคืนร้องระงมอยู่ในต้นไม้รายรอบรกครึ้มอึมครึม กลิ่นลมหนาวพัดเข้าจมูกกับลมเย็นๆพัดไล้ผิวกาย จนสองร่างยืนอยู่ระเบียงห้องนอนห่อกายคลายหนาว...

“มึงแน่ใจนะว่าจะทำงั้นจริงๆ” เมื่อไม่เห็นคนมานอนค้างด้วยตอบคำ ร่างผอมๆจึงเอ่ยต่อ... “นี่ถ้าเจ้าแมนมันเกิดรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังนังน้องศรีนะ กูว่า....มึงไม่รอดวะ....มันเอาเรื่องถึงที่สุดแน่”

“ใครกลัว”

“ก็ ถ้าไม่กลัว แล้วเล่นงานเขาผ่านมือคนอื่นทำไม”

“ก็...กูปอด”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนเนี่ย...ระวังนะ ทำอะไรไว้กับใคร ผลกรรมมันจะตามทัน ถ้าไอ้แมนโดนข่มขืนจริงๆ...ไม่กลัวหรือว่า มึงอาจจะโดนไอ้แมนข่มขืนคืนบ้าง”

อีกคนปฏิเสธลั่น “กูไม่ได้ข่มขืนมันนี่”

“แต่ก็เหมือนกับมึงทำเองนั่นล่ะ...เฮ้อ...” ถอนหายใจพรูพรั่ง “นึกๆไปก็สงสารไอ้แมนมันละ...แค่จินตนาการว่าโดนฝูงกระเทยรุมย่ำยี...กูก็หนาวสั่นไปถึงกระดูกเชิงกราน”

“ดี” คนพูดกระหยิ่มยิ้มย่องล่องลอย “มันจะได้เลิกยุ่งกับกู”

“บอกแล้วไงว่า แมนไม่เลิกยุ่งหรอก..ทำแบบนี้ดีแต่จะทำให้เรื่องมันยุ่งเข้าไปใหญ่ เหมือนขว้างงูไม่พ้นคอ..ผูกเชือกรัดตัวเอง...ทำรั้วขังตัวเอง”

“อย่างมากก็แค่ตาย...”

คนพูดถอนหายใจ แล้วพลันนึกไปถึงดวงหน้าเข้ม คิ้วดก ที่ยิ้มเมื่อซ่อมแมงกะไซด์ให้เข้าได้ รอยยิ้มนั้นสดใสจนทำให้หน้าเข้มดูบริสุทธิ์เกินกว่าเขาจะทำใจสบายให้เจ้าของใบหน้าโดนยีย่ำระกำทรวง แวบหนึ่งของจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี บอกเขาว่ามันไม่ดีที่ทำอย่างนี้...มันเป็นเรื่องผิดที่จะทำให้ใบหน้าเข้มคิ้วดกต้องเจอกับฝูงกระเทยควาย...และอีกใจหนึ่งใจที่อยู่ในเบื้องลึกก้นหลุม...บอกเขาว่า..เขา...เขาคนเดียวเท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์ย่ำยีร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อร่างนั้นได้...

ไม่มี...

ไม่มีใครคนอื่น ได้สิทธิ์นั้นไป....นอกจากเขา...

...................................จบตอน...................................

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หนุกกันมั่งป่าวอ่า ชอบกันป่าวง่ะ....

น้ำค้าง

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #7 เมื่อ23-10-2007 18:52:39 »

เง้อ... ไมหยุดไปซะดื้อ ๆ มาต่ออีกดิ ค้าง ๆ คา ๆ อย่างงี้ได้งัยอ่า

โถ น้องเอกของพี่ มีแฟนเป็นหนุ่มแมนกล้ามงามล่ำบึ้ก อืมมม :m10: :m10:

ken_krub

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #8 เมื่อ23-10-2007 23:29:29 »

เป็นกำลังใจให้ครับ

ออฟไลน์ LonelyBoiZ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #9 เมื่อ24-10-2007 00:30:55 »

มารอด้วยนะคับ อิอิ  :a11: :a11:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ถนนสายนี้มีความรัก
« ตอบ #9 เมื่อ: 24-10-2007 00:30:55 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #10 เมื่อ24-10-2007 14:58:48 »

 :m18: :m18: :m18: :m18: :m18: :m18:

ถนนสายนี้มีความรัก...3

ถอดเสื้อกล้ามตัวจิ๋วออกทางหัว แล้วโยนมันทิ้งไม่ไยดี จากนั้นคว้าผ้าเช็ดตัวผืนนุ่มมาพันรอบเอวมัดเป็นปมหมิ่นเหม่ โก้งโค้งลงดึงเอากางเกงนักมวยออกมาแล้วโยนไปรวมกับเจ้าเสื้อกล้ามก่อนหน้านั้น หลังจากการลอกคราบเสร็จสิ้น เขาจึงเดินอวดกล้ามสวยผ่านเพื่อนนักมวยอีกหลายคนซึ่งกำลังทำอย่างเดียวกันเข้าไปในห้องอาบน้ำห้องหนึ่งในบรรดาหลายๆห้อง ปิดประตูดังปึงดึงผ้าเช็ดตัวสะบัดออกเปลือยกายหมดจดล่อนจ้อน โชคดีที่ไม่มีใครได้เห็น...เพราะหากมีคนอยู่ในห้องนั้นด้วย คงต้องเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดหยุดไม่อยู่ เพราะหุ่นคนตรงหน้าระดับพระเอกอย่างเช่นแบรด พิท ยังต้องหลบแอบอยู่ใต้เตียงด้วยความอับอาย...

เขาเปิดน้ำฝักบัวแล้วกดเอาสบู่เหลวมาถูๆทาๆตามตัว จากนั้นเอาที่ขัดตัวมาขัดตามที่ต่างๆ จนเกิดฟองฟู่ฟูฟ่อง ฮัมเพลงไปพลาง ด้วยว่ารู้สึกราวกับได้พักผ่อนเหยียดยาวหลังวิ่งมาราธอนแปดพันกิโลเมตร...มันสุขสมไปทั่วร่างเสียจริงๆ

เสียงเพื่อนเขาตะโกนมาจากห้องอาบน้ำข้างๆ

“ได้ข่าวว่ามึงไปมีเรื่องกับเจ้านักบอลห้องหนึ่ง...เห็นเขาลือกันให้แซดว่า มึงอ่ะ...ไปวิ่งตามเขา”

เขาชะงักกึกหยุดกุก...

“วิ่งตาม ? กูเนี่ยนะ ตามใครวะ”

“ก็ไอ้เอกไง...กัปตันทีมฟุตบอลโรงเรียนอ่ะ...ไอ้หน้าจืดแต่ชอบหลงตัวเองคิดว่าตัวเองหล่อเหลาเสียเต็มประดา หล่ออย่างมันเขาเรียกหล่อไม่เต็มกระบุง...”

“เหอะ...ไปเอาที่ไหนมาพูด...”

“เห้ย...วันก่อนเขายังลือกันว่า มึงไปเม้งๆกับมันที่โรงอาหารอยู่เลย”

“อ้อ” เขาร้องอย่างรู้แจ้งเห็นสัจจะอย่างจริง “กูเล่นๆไปงั้นแหละ เห็นหน้ามันแล้วหมั่นเขี้ยว...ปากมันไปเองว่ะ”

“ไปบอกว่า มันกับมึงเป็นผัวเมียละเหี่ยใจกันเนี่ยนะ....บอกว่าไม่ได้นอนด้วยกันแล้วหงุดหงิด...ไม่อายอื่นหรือไง...”

รองแชมพูจากขวดใส่มือแล้วเอามาขยี้ที่หัว ผมแข็งๆตัดรองทรงรู้สึกนุ่มมือ เมื่อโดนฟองฟู่นั่น...หลับตาเพราะกลัวฟองแชมพูจะเข้าตา

“กูแค่กวนมันให้อายเล่นแค่นั้นแหละ ไม่มีไรหรอกโว้ย หุ่นควายขนาดนั้น เอาไม่ลงวะ”

หลังอาบน้ำเสร็จจนเรี่ยมเร้ เขาใส่เพียงชุดลำลองง่ายๆ สบายๆ ส่วนชุดนักเรียนพับเก็บเรียบร้อยในกระเป๋าเป้สะพายหลัง ก้าวขึ้นคร่อมเจ้ามอไซด์คู่ใจ กระทืบเท้าสตาร์ททีเดียวติดปรื้น แล้วออกตัวรุนแรง

เป็นเวลาโพล้เพล้ แต่รู้สึกเหมือนเหล่าดอกไม้แห่งโลกจะออกมาโชว์โฉมกันเกินปกติ...เหล่าดอกไม้แห่งโลก...คือเหล่า “น้องนาง” หัวเม่นโปะหน้าด้วยเครื่องสำอางเทลมีทูเวพาวเดอร์ป้องกันแดด แต่ไม่ได้ช่วยให้หน้าน้องดูดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว...น้องนางดอกไม้แห่งโลก ขับรถซ้อนกันโฉบไปเฉี่ยวมา อย่างต้องการจะให้เขาเห็น

อีตอนขับรถออกจากโรงเรียนก็เจอเพียงสองสามคันรถมอเตอร์ไซด์ แต่พอตอนขับผ่านเขตตลาดสด จำนวนเหมือนจะบวกกับคูณ แถมด้วยอินทิเกรต จนมากขึ้นเป็นสิบ... แล้วเขาก็ให้ขมวดคิ้วนิ่วหน้างวยงงสงกา เมื่อตอนออกจากตัวเมืองมาสู่ถนนตัดผ่านท้องทุ่ง ข้างทางเป็นป่าโปร่งสลับป่าทึม และทุ่งรวงข้าว เขาเห็นเหล่าน้องนางขี่รถกันเป็นพรวน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเหมือนเหล่าดรุณีน้อยออกเก็บบุปผามาร้อยมาลัยอย่างในหนังสือวรรณคดีที่เคยเรียนมา...

แรกๆเขายิ้มๆกับภาพที่เห็น เพราะเอ็นดูพวกหล่อน แต่หลังๆจากยิ้มๆกลายเป็นแสยะปากแหยด้วยขยาดและรู้สึกแขยงเพราะรู้โดยไม่ต้องให้ใครบอกว่า พวกหล่อนขี่รถตามเขา...

จากขยะแขยงขยาดกลายเป็นหวาดผวา

และจากหวาดผวากลายเป็นขวัญหนีดีฝ่อ

เขา...หนุ่มแมนนักมวยมือหนึกประจำโรงเรียนเร่งเครื่องบิดตีนผีหนีระห่ำบ้านรก ขับฉวัดเฉวียนบู๊สุดขีด เหยียบแหลกไม่ใช้สลิงขนาดเฉินหลงยังอายเขินม้วนต้วนเป็นสาวน้อย

“เฮ้ย...ไรวะ” เขาสบถเมื่อกระเทยนักซึ่งหลายนางขี่ขนาบข้างอย่างผู้กำชัยชนะในมือ...รุ่นนี้มันไม่ใช่กระเทยธรรมดาแล้วโว้ย...มันกระเทยนักแข่งรถซิ่งแล้ว

“จอดสิจ๊ะ...พ่อหนุ่ม” เสียงใหญ่ดัดให้เล็กแต่ไม่สำเร็จเสียงจึงแมนยิ่งกว่าเจ้าแมนอย่างเขาเสียอีก

แมนหนุ่มนักมวยเห็นท่าไม่ดีจึงชะลอรถจนรถหยุดอยู่ข้างทาง แล้วพวกน้องนางหน้าวอกจึงเข้ามารุมลอ้นตอมกลิ่น จอดรถกันเป็นขบวนเดินส่ายอาดๆขยับบั้นท้ายด้วยลีลาน่าหวาดกลัว...

เขายืนใจเต้นอยู่ตรงนั้น...

“มะ...มีอะไรกับเราเหรอ” ทำใจดีสู้เสือ ทำเบ่งกล้ามเนื้อสู้กระเทย เขารู้สึกความกล้ากับความเก่งจะลดลงไปอยู่ที่ศูนย์ซีโร่จุดตาย

“อยากจะมี...อะไร...กับเธอ...ต้องพูดอย่างนี้ถึงจะถูกนะคะ พ่อหนุ่มรูปงามนามเพราะ ใบหน้าฉอเลาะน่าฟัด น่ากัด” ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าน้ำลายคนพูดไหลย้อยลงมาตามคาง...เธอไม่ปกปิดสายตาวาววับด้วยประกายวิบๆแวบพร้อมกระพริบตาปริบๆ

“เรา...เรารีบกลับบ้านน่ะ...พ่อแม่รอรอทานข้าวเย็น” เขาพูดตะกุกตะกัก

“อู้ย...” น้องๆทั้งหลายส่งเสียงรับกันเป็นทอดๆ ฟังดูคล้ายกับเสียงสุนัขเห่าหอนรับกันตอนเห็นภูตผีวิญญาณ “เป็นเด็กดีนะเคอะ...กลับไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว...เสียใจเค่อะ...วันนี้คุณพี่รูปหล่อคงไม่ได้กลับเพราะมีธุระกับพวกน้องๆ”

“เรา...ไปทำอะไรให้พวกเธอเหรอ...”

“เปล่าหรอกค่ะ...แต่คุณไปทำให้ขวัญใจพวกเราไม่พอใจ”

“หา”

“ไม่ต้องงง...เพราะถึงจะงง พวกเราก็ไม่บอกว่าเขาเป็นใคร คุณพี่ไปก่อกวนเขาให้ไม่อยู่สบายกายและใจ คุณพี่ต้องรับผิดชอบนะคะ”

พูดดังนั้น ทุกนางต่างย่างกรายเข้ามาใกล้ หมายจะตะครุบเขาแต่เขาไวกว่า เพราะใส่ตีนผีโกยแนบ นิมนต์พระอาจารย์โกยมาลง ทว่ากลับมีมือมาดึงคอเสื้อกระชากทีเดียว เขาปลิววืดกลับไปทันที เสื้อแสงขาดกระจุยกระจาย

“จำไว้นะคะว่า ทีมฟุตบอลของโรงเรียนเป็นทีมขวัญใจพวกเรา...คุณพี่อย่าได้กล้าไปแหยม...”

ด้วยคำพูดนั้น พวกน้องนางก็กระโจนใส่เขาทันที เหมือนนางแมวป่าตะครุบเหยื่อด้วยหิวโหย เขาโอดโอยด้วยเสียงแหบแห้งและแผ่วโหยเหมือนคนหมดสิ้นความหวังของการมีชีวิต...

“เฮ้ย...ไอ้แมน...ไอ้พี่แมน”

เสียงเหล่านี้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเครื่องล้อรถบดกับถนนดังเอี๊ยด แล้วกลุ่มนักเรียนชายหลายคนกรูเข้ามาช่วยเขา แกะตัวออกจากมือไม้เป็นหนวดปลาหมึกของเหล่าน้องนาง มีเสียงวี้ดว้ายด้วยความตกใจและเจ็บปวดเพราะมีหนุ่มน้อยบางคนลงมือรุนแรง

“เฮ้ย...พวกนี้...ทำไรเพื่อนพวกกูวะ...”

“แอร๊ย...กรี๊ดกรีดร้อง”

แล้วพวกหล่อนแตกหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศทาง ทิ้งไว้แต่กลุ่มหนุ่มน้อยทั้งหลายที่กำลังกลุ้มรุมดูอาการของหนุ่มแมนผู้หวาดผวาเสียสติไปจนเหมือนคนบ้า...

หนึ่งในกลุ่มนั้นคุกเข่าลงประชิดตัวเจ้าแมนร้องเรียกด้วยน้ำเสียงลุกลน

“พี่แมน...พี่แมน...เฮ้ย...พี่แมน” เรียกเฉยๆคงไม่ได้ผลต้องเอามือตบหน้าเบาๆไปสองสามที จนเหมือนคนโดนเรียกชื่อจะได้สติ สะบัดหัวราวเมื่อตอนขึ้นจากน้ำ สายตาเบลอๆค่อยโฟกัสจับจุดจนเห็นใบหน้าคนตรงหน้าเครียดเขม็ง

“ไอ้หมอก...กู...โดน”

คนชื่อหมอกโบกมือพัดไหวบอกไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เพราะเท่าที่เห็นก็รู้ซึ้งถึงอาการและสถานภาพ

“ผมเห็นตั้งแต่พี่ออกมาจากโรงเรียนแล้ว พวกมันตามพี่มาตั้งนาน ผมต้องไปตามไอ้พวกนี้มาช่วยกันอีกแรง รู้เลยว่าพวกมันจะงาบพี่...รู้นะว่าแก๊งนี้อ่ะ มันแรง ชอบดักจับผู้ชาย แต่ไม่นึกว่าจะกล้ารุมพี่ และก็ไม่นึกว่าพวกมันจะกล้าทำกับคนโรงเรียนเดียวกัน”

“เออ...ถ้าไอ้หมอกน้องมึงไม่ไปตามพวกกูนะ...มีหวังได้เป็นผัวกระเทยทั้งกองทัพแน่ๆไอ้แมนเอ๊ย...ดีที่น้องมึงหูตาไว...เหมือนน้องมึงว่า แก๊งอีศรีทนได้นี่มันไม่เล่นพวกโรงเรียนเดียวกันนี่นา แล้วไหงเป็นงี้อ่ะ”

เพื่อนผู้โผล่เข้ามาในโฟกัส เกาหัวแกรกๆด้วยความงุนงง...

เขามองหน้าทั้งน้องชายตัวเองและเพื่อนๆผู้ช่วยชีวิตด้วยความปลาบปลื้ม แล้วถอนหายใจโล่งอกเปี่ยมสุข

“กูรอด...กูรอด”

แล้วเขาสะดุ้งกระเด้งตัวอย่างแรง จนทุกคนกระโจนออกแทบไม่ทัน เกือบโดนเท้าเขาฟาดหน้า

“มึงว่าไงนะ...แก๊งอะไรนะ”

“แก๊งน้องหนูศรีทนได้ไงเล่า”

เขานิ่งงันแล้วฟันเฟืองสมองหมุนรวดเร็ว...

“ศรีทนได้...นักบอล...ทีมฟุตบอล...ไอ้ศรีทนได้มันอยู่ห้องหนึ่งนี่นา...” แล้วพลันเขาเบิกตากว้างเหมือนโลกจะหมุนเร็วจนเขาแทบยืนกับที่ไม่ได้ เซแถดๆจะล้มมิล้มแหล่ดีที่น้องหมอกถลามารับเขาไว้ได้

เขากำหมัดแน่น ขบกรามกรอด เสียงที่ลอดไรฟันออกมานั้น ทำเอาเจ้าหมอกคนเป็นน้องชายในไส้ต้องหนาวสั่น

“ไอ้เอก...ไอ้คนลอบกัด...ไอ้จอมวางแผน ไอ้จอมบงการ”

โลกเบื้องหน้าเขาพลันมีแต่ประกายเพลิงแห่งความโกรธแค้น

++++++++++++++++++++++++++++++++

พระจันทร์เป็นสีราวน้ำผึ้งหยาดรวง เสมือนโลกทั้งโลกตกไปในถังน้ำขมิ้น ร่างสูงทะมัดทะแมงพุ่งพรวดขึ้นจากน้ำมานอนแผ่ที่กระดานไม้ท่าน้ำ เอามือรองหัวหนุนต่างหมอนแล้วนอนนิ่งมองพระจันทร์กลมโตอวดโฉมเด่นเป็นสง่าอยู่บนฟ้าไร้เมฆ...คืนไร้เมฆ ไร้ดาวประดับ...

เอกสั่นกายหนาวยะเยือกเมื่อลมแรงพัดมาวูบหนึ่ง เสียงแมลงกลางคืนร้องกันระงม เขาผุดลุกขึ้นนั่งคว้าเอาผ้าเช็ดตัวมาห่อร่างหนาวสั่นของตนไว้ ได้ยินเสียงน้ำตูมไกลออกไปที่ฝั่งน้ำตรงข้าม คงเป็นตัวอะไรสักอย่างลงไปกินปลา เขานึกในใจ แหงนมองลูกผลสีเหลืองบนท้องฟ้า แล้วเขาก็ถอนใจอีกรอบก่อนจะลุกเดินกลับบ้านที่ปรากฏเป็นเงาตะคุ่มๆอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้รกครึ้ม แสงไฟริบหรี่จากหน้าต่างห้องนอนของเขาส่องลอดจนเป็นแสงสลัวรางๆ

สองวันแล้วหลังจากที่มอบหมายให้น้องศรีทนได้ไปกระทำการเผด็จศึกเจ้าแมนคู่แค้นอาฆาตของเขา แต่หลังจากรอแล้วรอเล่า ก็ไร้แม้แต่ข่าวคราว อีกทั้งตัวน้องศรีเองดันหยุดเรียนติดกัน ถามใครก็สั่นหัวบอกไม่รู้ไม่ชี้กันทั้งนั้น จนเขาอ่อนใจหงอยไปทันตา เขาไม่ได้รู้ตัวว่าตนทำสีหน้าเป็นหมาโดนเจ้าของทิ้ง เมื่อเจ้าเดชทักขึ้นตอนเที่ยงวันนี้เอง

“เป็นไรวะ เกลอ...ทำหน้าเหมือนญาติเสียเมียหัก อก โดนชู้ชกไข่บวม...โดน”

“หยุดก่อนกูจะเอาเกือกยัดปาก” เขายกมือเบรกเกียร์ห้าของปากเกลอสนิท “เบื่อว้อย เซ็งชะมัด ทำไมมันน่าเบื่องี้วะ...ไปหาเหล้ากระแทกปากกันดีกว่า”


ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #11 เมื่อ24-10-2007 15:08:09 »

“แสด...มีเรียนตอนบ่ายอีก มึงจะโดดเรียนหรือไง” เจ้าเดชเกิดขยันเรียนกะทันหัน “แถมมีซ้อมอีกนะมึง” เอ...แล้วยังคิดจะขยันซ้อมขึ้นมาอีกแฮะ

คนเป็นกัปตันทีมจ้องมองคนเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยแววตาแข็งดังเหล็ก

“นี่มึงโดนน้องหม่อนปราบจนอยู่หมัดเลยหรือวะ...ทำไมเกิดจะเป็นคนดีขึ้นมาเฉยๆ...หลังเลิกเรียนไปแดกเหล้ากับกู...ไม่ซงไม่ซ้อมแม่ง...”

เขาขยี้หัวตัวเองวุ่นวาย มันหงุดหงิดไปหมด...พาลจะคิดไปเองว่า นี่เจ้าแมนก็ไม่โผล่แวบๆมากวนเขาตั้งสองวันแล้วเหมือนกัน ไม่อยากคาดเดาเอาเอง แต่ภาพในหัวก็โผล่แวบอัตโนมัติ ห้ามตัวเองแล้ว แต่มันไม่ได้ผล

ในหัวเขามันเต็มไปด้วยภาพสันนิษฐานว่า เจ้าแมนอาจจะติดใจกับรสชาติที่น้องศรีทนได้ปรนเปรอให้ จนดื่มด่ำดูดกินไม่พอเพียง ป่านนี้อาจจะนอนกกกอดกันอยู่ที่ใดสักแห่ง...อาจจะกำลังเล้าโลมตะโบมลูบไล้ไซร้...เคลียคลอ จ่อติด...อาจจะกำลังขยับลุกลูบจูบกอด นวดโนมเนื้อ อาจจะกำลังขยับกายส่ายร่างเร่าร้อนอ่อนไหวไฟแผดเผาจน เหงื่อโทรมกาย และเสียงร้องครวญคราง...และ...

ป๊าบ...

โดนฟาดที่หัวเข้าให้หนึ่งทีเบาๆกว่าฟาดด้วยค้อนปอนด์นิดหน่อย เพียงเบาะๆ

คนฟาดยืนยิ้มหน้าเป็นก่อนจะเสวนาเจรจาเจื้อยแจ้วเป็นนกขุนทอง

“ก่อนจะไปแดกเหล้า กูจะพามึงไปเช็คสมอง เป็นไรว้า...ซึมกะทือ...เหมือน...เอ่อ...คนกำลังชีช้ำระกำทรวง ห่วงหาอาทรร้อนใจ...”

“เป็นสุนทรภู่ครูกวีกลับชาติมาเกิดหรือไง...พูดเป็นกลอนเชียวนะมึง”

“เฮ้ย...นอกจากหล่อละลายแล้วกูยังเคยกวาดรางวัลชนะเลิศแข่งกลอนสดมาแล้วนาว้อย...จะให้ด้นให้ฟังก่อนป่าวล่ะ...” ว่าแล้วคนพูดปร๋อจนลิงหลับก็กระแอมไอไขข้องไม่รั้งรอขอคำอณุญาติเริ่มด้วยเสียงกังวานในแบบการอ่านทำนองเสนาะ

“อันนี้เป็นโคลงสี่สุภาพนะ....

อายุหญิงยิ่งแล้ว ไม่นาน

เกินยี่สิบขึ้นคาน แน่แท้

หากคุณไม่แต่งงาน อดแน่ น้องเอย...”

ป๊าบ...คราวนี้คนอยากเป็นกวีจนตัวสั่นต้องหัวคะมำหน้าผากฟาดโต๊ะดั้งยุบกรามโผล่ หัวโน โหนกเบี้ยว...เพราะคนกำลังกลุ้มหนักยกมือใหญ่ฟาดเข้าที่ท้ายทอยเต็มแรง

“เจี๊ยก...เอ้ย...โอ๊ย...ไอ้เอี้ย...จะฆ่ากูหรือไง...ฟาดมาได้ ความหล่อกูพังทลายหายหมด”

แล้วเขานั่งลงกับเก้าอี้ ซบหน้าลงกับแขนตนเอง ครุ่นคิดหนักหน่วง...ไอ้แมน...มึง...ไอ้คนเลว...มึงบังอาจทำให้กู...ลืมมึงไม่ได้...

มึงทำให้กูต้อง...คิดถึงแต่เรื่องมึง...

มึงมัน...เลว...ชั่ว...ต่ำช้า...หล่อ...เท่ห์...เอ๊ะ...

ย๊าก...นี่กรูคิดอะไรอยู่เนี่ย...

และนั่นคือเหตุผลที่เขานอนไม่หลับกระสับกระส่ายจนต้องวิ่งวุ่นจากห้องนอนมาว่ายน้ำเป็นตัวนากออกหากินปลาตอนกลางคืน...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เช้าวันใหม่สดใสชื่นบาน เจ็ดนาฬิกา...ออกมาเล่าเรียน...แวะรับเจ้าป้อมหน้าใสตาแป๋ว แล้วบิดเจ้าแมงกะไซด์คันโปรดเพราะมันคันเดียวจนฝุ่นปลิวตรงสู่โรงเรียน ขณะรถแล่น เจ้าป้อมก็เริ่มพ่นแจ้วๆ

“นี่ๆ เมื่อวานเราไปแอบได้ยินพวกห้องสองคุยกันที่ห้องสมุดด้วยว่ะ”

เมื่อเห็นเขาเงียบนิ่งเอาความสงบเข้าสยบความเคลื่อนไหว เจ้าตัวผอมจึงเล่าต่อ “เรานะอุตส่าห์ไปแอบฟังอยู่หลังชั้นหนังสือ กลัวพวกมันจะรู้ตัวก็กลัว อยากฟังก็อยาก...พวกมันพูดกันเรื่องไอ้แมนล่ะ...ไอ้แมนมันลากิจไปสองวันเต็มๆเลย ฟังว่ามีกิจต้องไปจัดการ ก็ไอ้เรื่องที่...เอ่อ...มึงไปขอร้องน้องศรีนั่นไง...เรากะแล้วอ่ะ...วันมันไม่จบง่ายๆ...เขาลือกันว่า ไอ้แมนโดนพวกแก๊งกระเทยลากเข้าป่าเข้าพงดงลึก แล้วลงมือข่มขืนโหดร้ายทารุณ” ถึงตรงนี้เขารู้สึกว่าจะบังคับรถไม่ค่อยนิ่งเกือบแฉลบลงข้างทาง ไปชนต้นชมพู่ต้นใหญ่ เจ้าป้อมร้องเว้ยหน้าเหวอ แต่มันปรับอารมณ์เก่งระดับเซียนเพราะรีบกลับเข้าสู่เรื่องที่เล่าค้างไว้โดยพลัน

“เออ...ถึงไหนแล้ววะ...อ้อ...แต่โชคดีที่เพื่อนๆแมนมันไปช่วยได้ทันการ ก็พวกไอ้โหนกไอ้หินห้องสองแหละ เพื่อนๆนักมวยด้วยกัน แล้วก็พวกรุ่นน้องในชมรมอีก พวกน้องศรีนะ กระโปรงกระพือวิ่งหนีกันแทบไม่ทัน กระเจิงกระเจิดกระเซอะกระเซิงไปคนละทิศละทางเลยวุ้ย...ตอนนี้ไอ้แมนคงกำลังตามไปคิดบัญชีกับพวกเจ้าหล่อนอยู่แน่ๆ น้องศรีถึงกับขาดเรียนไม่เห็นหัวเลย เอก...เราว่า ระวังๆตัวไว้บ้างก็ดีนะ...มันมันเป็นคนฉลาด เห็นอย่างนั้นไม่ใช่แค่ใช้กำลังน้า สมองมันก็คงใหญ่เหมือนกล้ามมันแหละ กลัวแทนอ่ะ...กลัวแมนจะมาจัดการ....มึง...”

แต่เขาไม่กลัว ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจตัวเอง...กะอีแค่ได้ยินได้ฟังว่าไอ้แมนมันไม่โดนน้องศรีทนได้ย่ำยีให้ชีช้ำ เขากลับพบว่าตนเองกำลังฉีกยิ้มหน้าบานไปถึงใบหู...

เขาไม่สนว่าอะไรจะเกิด แต่แค่นี้เขาก็รู้สึกดีใจจนคาดไม่ถึง...

และวันนั้นทั้งวัน...เขาก็แย้มยิ้มกริ่มละไมจนเพื่อนๆ อดแปลกใจไม่ได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ห้องเรียนของชั้นมอห้าจะอยู่ชั้นสามของอาคารเรียน เมื่อขึ้นบันไดมาจะเจอเข้ากับห้องเรียนสองห้อง ทางซ้ายมือ คือห้องมอห้าทับสอง ส่วนทางขวามือคือห้องมอห้าทับหนึ่ง ห้องเรียนทั้งสองห้องอยู่ใกล้กันแค่เพียงบันไดกั้น จึงไม่แปลกที่นักเรียนจะไปมาหาสู่กันในยามว่างเรียน และพวกเขาจึงรักกันดี...ถึงแม้จะเป็นแต่เพียงแค่ภายนอกนะ ถัดจากห้องมอห้าทับหนึ่งไปจะเป็นห้องน้ำใหญ่ภายในแยกเป็นห้องน้ำชายหญิง


ฟ้าภายนอกมืดค่ำ มีดาวริบหรี่ออกมาเยี่ยมหน้าอวดโฉมโนมพรรณกันบ้างแล้วประปราย ทว่าไม่มากมายถึงขนาดจะทำให้ท้องฟ้าเป็นประกายระยิบดุจเกล็ดเพชรโรยราย หลังเลิกซ้อมฟุตบอลที่หนักขนาดเปรียบได้กับการฝึกซ้อมทหาร นายกัปตันทีมนามว่าเอกจึงนัดแนะการซ้อมในวันพรุ่งรุ่งขึ้นกับลูกทีมดิบดี แล้วต่างนายต่างย้ายต่างแยกแบกเป้นักเรียนขึ้นบ่า จรลีลีลากันไปคนละทาง

ยืนส่งจนเจ้าเดชและน้องหม่อนซ้อนมอไซด์ลับหายไปกับม่านกำมะหยี่ความมืดดำที่โรยตัวราวม่านทึบแล้วจึงเดินเขย่งๆ เกร็งๆ ไปทั้งร่าง มุ่งตรงมาที่ห้องเรียนตน เพราะเก็บกระเป๋าและชุดเสื้อผ้าไว้ที่โต๊ะ และรู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำเสียเต็มทน ด้วยว่าอดกลั้นไว้นาน เมื่อตอนซ้อมบอลอยู่ในสนาม ลูกทีมต่างถามไถ่เป็นห่วงเป็นใยใคร่รู้ว่าหัวหน้าทีมพวกตนเกิดโรคภัยไข้เจ็บอันใดถึงได้วิ่งเขย่งๆแปลกๆแถมบางทีหนีบขาเอามือปิดด้านหน้าไว้ แถมเมื่อต้องวิ่งมากๆเข้า หน้าหล่อๆก็จะกลายเป็นหน้าเขียวหน้าเหลือง ไม่เรืองไม่รอง แต่เหมือนคนจะมอดม้วยมรณา

ใครบางคนนึกขัน บอกหัวเราะๆ “เป็นไข่ดันหรือพี่”

และมันผู้นั้นโดนกำปั้นกระแทกกะโหลกไปหนึ่งที โทษฐานทำตัวเป็นหมอเชี่ยวชาญผู้อาจหาญวินิจฉัยโรค

เขาปลดปล่อยทุกข์ ออกจนหมดสิ้น ทั้งทุกข์เบาและทุกข์หนัก แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งไปทั้งตัว รู้สึกสบายจนตัวปลิว เดินเหมือนคนลอยได้ ออกมาจากห้องน้ำเล็กๆ ตรงไปล้างมือทำความสะอาดที่อ่างก่อนจะวักน้ำเย็นล้างหน้า ทำให้หน้าสดชื่น จนทั้งหน้าทั้งผมเปียกมะลอกมะแลก พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีต้องร้องจ๊ากหมดหล่อ เหมือนคนเห็นผี...

“ไอ้แมน”

ตั้งท่าจะกระโจนหนีแต่มือแข็งแรงนั่นเอื้อมมาด้วยความเร็วแสงคว้าหมับเข้ากับข้อมือเขา แล้วดึงพร้อมกระชากลากถูเสร็จสรรพเข้าไปหาตัว หักข้อมือครั้งเดียวเลี้ยวตัวเขาให้หมุนกลับ จนหลังเขากระแทกกับอกแข็งแกร่งสมชายชาตรี แขนเจ็บ...ทั้งตกใจ....ถึงตนจะมีกล้ามพอสูสีแต่แรงที่มีมันสู้ไม่ได้ กัดฟันกรอดกลั้นเสียงไว้ไม่ให้โผล่มาให้คนรังแกเขาได้ยินเพราะกลัวมันจะได้ใจ...

“มึงทำอะไรไว้ มึงคงรู้ตัวดีนะ”

เสียงเย็นเยียบ คมวับวาบ ยิ่งว่าคมมีดปังตอของแม่ไอ้ป้อม เสียงตอนปังตอพุ่งวืดผ่านอากาศ แล้วฟันฉับเข้าที่เนื้อขาหมูยังไม่น่าหวาดกลัวเท่าเสียงเจ้าแมน คนทำหน้าราวว่าตนเป็นยักษ์เป็นมารอยู่ตอนนี้ มือกำข้อมือเขาเพิ่มแรง...เขาเบ้หน้าด้วยว่าเจ็บจี๊ดแล้วเจ็บร้าว...

“กูมาเอาคืน...”

เขาตาเหลือก เมื่อได้ฟังคำ

“กูไปทำอะไรให้มึง” เขาตะเบ็งเสียงตะโกนก้อง

เสียงหัวเราะเย้ยหยันยันเต ลอดผ่านลำคอ ใบหน้าคมเข้มเครียดเขม็ง

“มึงไม่ต้องมาทำไก๋...ไอ้ส้น...กินอยู่กับปากอยากแดกอยู่กับท้อง...ไหนลองบอกกูมาซิ ใครเป็นคนสั่งให้พวกกลุ่มกระเทยพวกนั้นมารุมกู...”

ถึงจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอะไรคืออะไร แต่ขอหัวเราะฮ่าฮ่าไว้ก่อนนะ

“มึงโดนกระเทยรุม?” ดัดเสียงให้ออกแนวสมน้ำหน้าสุดๆ

แต่เอ๊ะ...ไอ้เขาเราทำไมมันสั่นๆหว่า...

“เสียใจ...” คนหน้าหล่อเป็นพระเอกลิเกพยายามกระเด้งตัวออกจากการกุมเกาะ “กูเป็นนักมวยโรงเรียนแค่พวกนั่นมันรุมทำอะไรกูไม่ได้หรอก ต่อยหมัดสองหมัดก็ล้มลงไปกรี๊ดหงิงๆเป็นลูกหมาแล้ว” ถึงจะคุยไปหน่อย โม้ไปนิด เลยความจริงไปคืบสองคืบก็ขอคุยหน่อยเหอะ...ขอข่มไอ้เจ้าเอกนี่เสียที “เหอะ...แต่กูจะบอกว่า กูโกรธหวะ...ไม่เคยโกรธใครได้อย่างนี้มาก่อน...โกรธแทบอยากจะฆ่าไอ้คนที่ทำอย่างเนี้ยให้ตาย...และกูก็เผอิญรู้มาว่า คนที่ทำอย่างนี้ได้...คนที่คิดแผนการอย่างนี้ได้...คนเป็นคนอื่นไม่ได้...นอกจาก...”

เจ้าเอกหยุดขัดขืน...นิ่ง...เมื่อลมหายใจร้อนๆระเรี่ยอยู่ตรงหลังหู...รู้สึกถึงแรงที่เจ้าแมนมันดึงให้ร่างสองร่างกระชับแนบชิดติดเป็นตังเม... รู้สึกถึงความร้อนจากท่อนกายส่วนล่าง...รู้สึกถึง...

“...นอกจากมึง”

มือแข็งแรงเหวี่ยงเขาวืดเดียว ทั้งไหล่ทั้งหัวหัวชนกับผนังโดยแรง ยังเจ็บระบมอยู่ก็โดนทาบทับด้วยร่างกายใหญ่โต... แขนสองข้างโดนจับกางกดติดกับผนังเย็นๆ

เขาปฏิเสธเสียงลั่น

“กูไม่ได้ทำ...”

“ปากแข็ง”

“กูไม่รู้เรื่อง”

“กูไม่เคยมีเรื่องกับใคร...นอกจากมึง” พ่อนักมวยรูปหล่อขบกรามกร้าวกัดฟันกรอด ไฟในดวงตาลุกพรึบ จนน่าสะพรึงสะพรั่นหวั่นเกรง...

มือกำแรงขึ้นจนเขาต้องร้องโอ๊ย...น้ำตาเล็ด...

คนทำยิ้มสะใจ...จนเจ้าเอกจินตนาการถึงใบหน้าพร้อมรอยยิ้มเมื่อตอนวันรถเขาเสียไม่ได้...

“จะยอมรับดีๆมั้ย...หรือจะต้องให้ใช้กำลังบังคับให้คายออกมา”

“ไอ้ป่าเถื่อน เอ๊ย...อย่าให้กูหลุดไปได้นะ...”

“ทำไม...มึงจะทำไมกู”

“กู” กำลังจะเอ่ยคำแต่ต้องร้อง “โอ๊ย” เมื่อมือโดนกดทับกับผนังแข็งๆจนปวดตุบ

“บอกมาซิ...จะทำไมกู”

“กู...กูเจ็บ...เชี่ยแมน...ปล่อยกูนะ”

น้ำตาเขาไหล...ไม่เคยนึกเลยว่าชีวิตลูกผู้ชายที่ชอบผู้ชายจะต้องมาเสียน้ำตาเพราะไอ้คนๆนี้...ต้องยอมให้มันข่มเหงศักดิ์ศรี

“อย่าสำออย...น้ำตาช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

“ทำไม...” ยิ่งพูดรู้สึกว่าน้ำตาเจ้ากรรมจะไหลเหมือนเขื่อนพัง “ทำไมต้องคอยหาเรื่องกูด้วย...กูอยู่ของกูดีๆ ทำไมมึงต้อง...มาตอแย...”

“ก็เพราะ...มึงมัน...น่า...”

น่า...น่าอะไร...ตาเปียกๆของเขามัวด้วยม่านน้ำตา แต่เขาเห็นชัดถึงคิ้วหนาดกดำและดวงตาคมคู่นั้น...

มือที่กำข้อมือเขาคลายออกแล้วยกมาจับท้ายทอยเขา บังคับให้ขยับใกล้ ปากนุ่มประกบแน่น ลิ้นอุ่นๆเปียกๆสอดผ่านเข้ามาไล้ลิ้นเขาภายใน จูบนั้นรุนแรงเร่าร้อนแล้วค่อยนุ่มนวล...แผ่วเบา...

“ก็มึงมันน่าแกล้ง...น่าทำให้ร้องไห้....เห็นหน้ามึงแล้วกูหงุดหงิดทุกที...”

เขาจะอ้าปากพูดตอบแต่ปากอีกปากก็มาประกบปากเขา จนอู้อี้ๆอยู่ได้หลายครั้ง คนจูบก็จูบไป “จะยอมรับมั้ย ว่ามึงเป็นคนสั่งให้พวกนั้นไปรุมกู...ถ้าไม่ยอมรับจะจูบมาราธอน...รับมาสิ...ยอมรับมา...”

จูบแล้วจูบอีก จนเขาเผลอๆเบลอๆ หมดเรี่ยวหมดแรง ต้องขยำเสื้ออีกฝ่ายไว้เป็นที่ยึด...เมื่อในท้ายที่สุดการจูบเสร็จสิ้น ปากถอนออกจากปาก ตาจ้องตา ปากเปียกแฉะไปทั้งสองคน...คนเริ่มจูบจู่โจมพูดขึ้นด้วยเสียงหอบๆ

“หรือจะให้กูต้องข่มขืน มึง...มึงถึงจะยอมรับผิด...หือ...บอกผมมาสิครับ...”

ทั้งคำว่าผมกับคำว่าครับ...ทำเขาเข่าอ่อนอีกรอบ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรออกมาเสียงของหล่นตุบกับพื้นก็ทำให้ทั้งสองตกใจจนหันขวับไปมองพร้อมกัน คนเป็นกัปตันทีมฟุตบอลได้แต่อุทาน...

“ป้อม...” เขาเห็นในแววตาตื่นตระหนกของเพื่อนสนิท เขาเห็นอะไรบางอย่างตื่นตัว บางอย่างที่ซ่อนลึกหลับใหลภายในมานานแสนนาน...บางอย่างที่เขา...กลัวที่จะคิด...

++++++++++++++++++++จบตอน++++++++++++++++++

See you around na ja...

three

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #12 เมื่อ24-10-2007 15:34:58 »

ชอๆจังเลยเรื่องนี้  :m3:มาต่อไวๆนะครับผมสู้ๆ :m9:เป็นกำลังใจให้นะครับผม :m3:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #13 เมื่อ24-10-2007 21:15:47 »

กรี๊ด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆดดดดดดดดดดด
สลบ ตื่นขึ้นมาแล้วกรี๊ดดดดดดดดดดดดด สลบไปอีกสามรอบ

 :m3: :m3: :m3:

นึกว่าฝันไป ไม่นึกว่าจะได้อ่านเรื่องของเอกกับแมน
คู่กัด แสนมัน ชอบจากเรื่อง because of you มากๆ
เถื่อน บาดจาย
 :m11: :m11: :m11: :m11: :m11:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-10-2007 21:18:59 โดย b|ueBoYhUb »

niph

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #14 เมื่อ24-10-2007 22:50:44 »

 :m1:
สำบัดสำนวนเหมือนกลอนกลาย ๆ ยังไงมะรู้

ว่าแต่ ... จะเกิดอะไรต่อไปเนี่ย
ไอ้ที่ว่าตื่นตัวกลัวที่จะคิดเนี่ย
อย่าบอกนะว่าป้อมแอบรักเอก

ติดตามอยู่นะ

ปล. อ่านแล้วทั้ง 2 เรื่องเลย  :m26:

ออฟไลน์ LonelyBoiZ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #15 เมื่อ24-10-2007 23:52:19 »

มาเปงกำลังใจให้นะคับ อิอิ

สู้ๆๆนะคับ   :a1: :a1: :a1:

three

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #16 เมื่อ25-10-2007 12:34:54 »

รีบมาต่อด่วนเลยนะครับอยากอ่านใจจะขาดแล้ว :m3:

nunyy

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #17 เมื่อ25-10-2007 12:53:59 »

 o2 o2 o2 ตาลายง่ะ เหมยฮัว

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #18 เมื่อ25-10-2007 20:33:01 »


เข้ามากรีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ตามตาเฒ่าเรย์ด้วยอีกคนเคอะ อิอิ

ken_krub

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #19 เมื่อ25-10-2007 20:38:46 »

เป็นกำลังใจให้ครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ถนนสายนี้มีความรัก
« ตอบ #19 เมื่อ: 25-10-2007 20:38:46 »





Andreas

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #20 เมื่อ25-10-2007 21:50:15 »

Very good!!!!!,

I am now looking forward to read more chapters....

Andreas

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #21 เมื่อ25-10-2007 22:19:05 »


เยี่ยมจริงๆ  o13 o13 o13


sun

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #22 เมื่อ26-10-2007 03:19:35 »

o13     เข้ามาให้กำลังใจคนเขียนอีกคนค่ะ

 :m26:     ดูท่าจะเป็นคู่กัด กันไปอีกนานแสนนาน นะเนี่ย คู่นี้ อิอิ     :m1:   :m1:

three

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #23 เมื่อ26-10-2007 09:53:03 »

รีบมาต่อเถอะครับผม :m5:

upzyte

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #24 เมื่อ27-10-2007 20:53:16 »

รีบมาต่อไวไว นะครับ รออ่านจนจะลงแดงแล้ว

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #25 เมื่อ28-10-2007 00:07:53 »

 :m3: :m3: :m3: :m3: :m3: :m3:

I'm thrilled to see that so many people love this novel of mine so much....... o7 o7 o7 o7

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

4...

บรรยากาศแบบนี้ ต่อให้คนหน้าอกไม่บึ้มแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเขา ก็อาจจะอกแตกตายได้ เพราะมันอึดอัดเหลือบรรยาย

“เอ่อ...”เขาอ้ำอึ้ง

เจ้าป้อมยังนิ่งเป็นหุ่นปั้นดินเผาที่สุสานพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้

มันคงกำลังช็อค...ผู้ชายหุ่นกระบือสองตัวกำลังยืดกอดรัดฟัดเหวี่ยงจูบจ๊วบบ๊วบบ๊าบ... ถึงมันจะรู้ว่าเขาเป็นเกย์ และเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขา...แต่ก็นะ...

“ไอ้ชั่ว” เสทั้งเสียงแสร้งทั้งใบหน้า

เขาสลัดตัวหลุดพ้นอ้อมกอดที่ทำให้เขาหวั่นไหวเมื่อครู่ แล้วซัดหมัดเปรี้ยงเข้าตรงกรามของคนทำหน้างง... เจ้าแมนล้มลงไปนั่งก้มจ้ำเบ้ากับพื้นห้องน้ำ มันร้องโอ๊ยหนึ่งแอะ แล้วอยู่ๆเขากลับรู้สึกผิดในใจจะก้มลงไปดึงมันให้ลุกขึ้น แต่ได้ยินเสียงวิ่งตึงตังห่างออกไป แล้วพอหันไปมองตรงร่างผอมๆยืนนิ่งเมื่อครู่ กลับไร้แม้เงาของเขาผู้ใด...

“ป้อม...” เขาร้องเรียกตามหลัง จะถลาตามไปแต่มือแข็งแรงกลับดึงไว้

หันไปเห็นคนยกมือว่างอีกข้างขึ้นลูบกรามป้อยๆ มองจ้องเขาด้วยดวงตาเรียบ แต่รอยยิ้มแต้มแตะมุมปากเป็นคล้ายรอยยิ้มเย้ยหยัน

“เจ็บเข้าไปถึงใจ...”

“พูดเรื่องอะไร” เขากระชากเสียงถาม

“ก็นั่นไง” สะบัดหัวไปทางทิศที่เจ้าตัวผอมวิ่งหายไป “คงเจ็บเข้าไปถึงใจที่อยู่ๆก็มาเห็นภาพฮ็อตชอตเด็ด” มาถึงตรงนี้ เจ้าคนยกมือลูบรอยหมัดบนกรามก็ระเบิดเสียงหัวเราะจนตัวโยน...

“มึงพูดเรื่องอะไรวะ” เขาตะเบ็งเสียงดัง

“ก็แฟนมึงเห็นภาพบาดตาเมื่อกี้แล้วนี่...เขาจะไม่หึงรึไง”

“ปละ...เฮ้ย...ไม่ใช่”

“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” ดูมัน...ไม่สนใจว่าเขาจะทำหน้าตายังไงเลยสิ “ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เจ็บยิ่งกว่าโดนต่อยหรือโดนข่มขืนอีก”

“ไอ้แมน”

แต่คำตอบรับต่อเสียงตะเบ็งเซ็งแซ่ของเขาก็เป็นเพียงมือที่ตบลงแปะๆบนบ่า เบาจนเหมือนเสียงหยดน้ำฝนหยาดลงบนใบบอน...

“ง้อแฟนให้ได้นะโว้ย”

แล้วมันผู้เย้ยด้วยเสียง หยันด้วยคำพูดจึงเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทำเท่ห์จากไป

“โธ่เว้ย”

เขาร้องอย่างหัวเสียแล้วรีบวิ่งไปเอาข้าวของตามลงไปชั้นล่างทันที

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ครับๆ พ่อ...ผมกำลังเดินหาครับ...คร้าบ เดี๋ยวจะโทรตาม พี่แมนแกชอบปิดเครื่อง...ครับรู้ครับ...จะรีบกลับครับ...คร้าบ...ไปบ้านคุณป้า...คร๊าบ...จำได้ครับ...จำทางได้...ครับ...จะลากตัวมัดใส่รถกลับเลยครับ ครับ...ครับครับ...”

กดปิดแล้วแทบจะเขวี้ยงเจ้าเครื่องมือสื่อสารลงกับพื้นหญ้าแล้วผวาตัวตามลงไปก้มกราบทั้งมือทั้งตีน...อะไรกันวะ...ก็บอกเดี๋ยวจะกลับ...ทำไมพ่อไม่เคยฟังกันเลยวะ

ทำไมต้องยุ่งวุ่นวายขนาดนี้...ทำไมต้องสั่งสั่งสั่ง...ทำไมต้อง...

อุ๊บ...อั๊ก...

ถึงเขาจะร้องอั๊กในใจ แต่ตัวเขาก็ยังนิ่งอยู่กับที่แม้ว่าจะเซแถดๆจากจุดตรงที่ยืนเล็กน้อยวัดได้ห้าลิปดาตะวันออก ทว่าคนตัวผอมอีกคนนั้นดูราวจะกระเด็นเหมือนรถสิบล้อพุ่งชนจนไปกองอยู่กับพื้น...

“เฮ้ย...เป็นไรป่าว”

ถลาเข้าไปใกล้จะเอื้อมมือดึงให้ลุกขึ้น แต่พอร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมาหาเขา แม้จะมืดมัวสลัวราง แต่จากแสงไฟริบหรี่ ตรงเสาไฟฟ้า เขาเห็นน้ำใสสะท้อนระยับระยิบตรงตาและอีกเยอะที่ไหลเป็นทางตรงแก้มสองข้าง...แก้มใสๆ

น้ำตาไหลออกจากตาแป๋วๆ ขนตาดกๆ

“โทษ”

เสียงเล็กๆเอ่ยอย่างอยากจะขอโทษขอโพยด้วยใจจริง จนเขาไม่อาจทำใจให้โกรธลงได้ ฉีกยิ้มให้โชว์ฟันขาวๆเพราะทุกเช้าจะลุกแหกขี้ตาขึ้นมาขัดด้วยยาสีฟันคอลเกตเย็นสดชื่น...

“เอ่อ...ไม่เป็นไร...นายอ่ะ...เป็นไรป่าว...เราชนนายเสียแรงเลย...เจ็บตรงไหนไหม”

ยื่นมือไปแล้วเขาก็พบตัวเองฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อมือเล็กๆผอมๆยอมจับมือเขา แล้วทะลึ่งตัวทั้งเล็กทั้งผอมขึ้นมายืนตรงหน้าเขา...

คนตัวผอมกระหร่องปัดก้นปัดขา แล้วพบว่าน้ำตาตนเองยังคงไหลไม่หยุด จึงเอามือเปื้อนฝุ่นไปขยี้ตรงตา จนทั้งแก้มและขอบตาเปื้อนเป็นเด็กคลุกฝุ่น...เขาขำพรืด แล้วดึงผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกจากกระเป๋าเสื้อรวดเร็วปานว่าเสกได้ด้วยเวทย์มนต์ ยื่นให้คนกำลังวุ่นวายเช็ดน้ำหูน้ำตา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังวุ่นวายกับเจ้าน้ำใสๆเขาจึงดึงข้อมือผอมๆนั้นไปอีกทางแล้วลงมือเช็ดด้วยตัวเอง...

“อ่า...เราขอโทษ...ไม่เป็นไร...เช็ดเอง...”

“อะ...อืม...ได้สิ...แต่ เช็ดเบาๆหน่อย...เดี๋ยวตาเตอบวมหมด”

เขาขำคิกเมื่อเห็นคนตัวผอมก้มหน้าก้มตาเอาผ้าเช็ดหน้าของเขาป้ายไปตรงนั้นตรงนี้ที่ใบหน้าขาวใส...ขาวเนียน...เนียน...และ คงจะ...นุ่ม

อ่า...

กูเป็นไรไปวะ...

ทำไมและเหตุไฉน...ต้องรู้สึกแก้มจะร้อนวูบๆ

เสียงกลั้นสะอื้นสูดน้ำมูกฟืดฟาดเหมือนตอนหมาเจ้าตูบเป็นหวัด และฟ้าที่เริ่มมืดลงไปทุกที ลมกลางคืนกำลังพัดแรงขึ้น เสียงแมลงกำลังเปิดวงดนตรี...

และขณะที่เขายังยิ้มอยู่ด้วยความขำ และหน้ายังร้อนๆรุ่มๆ คนตัวเล็กก็เอามือเล็กมาขยุ้มเสื้อตรง อกเขา แล้วพูดเสียงอู้อี้ขึ้นจมูก

“ไปส่งเราที่บ้านทีดิ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++

เดินหาจนทั่วแล้วแต่ก็ไม่เห็นเงาหัวเม่นๆนั่น ตัวผอมๆนี่มันทำให้คนเราวิ่งหนีเร็วขนาดนั้นเลยหรือ หากรู้งี้ เขาน่าจะไม่ออกกำลังกายโด๊บไข่วันสิบฟองตั้งแต่ตอนเป็นเด็กจะได้ตัวเล็กๆเหมือนอย่างเจ้าเปี๊ยกนั่นบ้าง

หมดหวังกับการเดินหา งมไปในความมืด จึงเดินเหมือนวิ่งไปเอารถที่โรงรถแล้วบิดออกจากโรงเรียน

...คงกำลังเดินกลับ...หรือไม่งั้นก็คงหารถได้แล้ว ป่านนี้อาจจะกำลังล็อคห้องอยู่คนเดียว...

เขาและเจ้าป้อมเป็นเพื่อนกันมานาน จนเขารู้นิสัยเจ้านี่แล้วว่ามันขี้น้อยใจแค่ไหน...และ...หากเขาใช้คำไม่ผิด...ขี้หึง...ถึงแม้เขาจะไม่ได้คิดอะไรกับมันเลยนอกจากคิดว่าเป็นน้องชายตัวเล็กน่าเตะก้น และบางครั้งเขาก็แสดงความหวงมันออกมาบ้าง...แต่เขาก็ไม่เห็นเหตุผลที่มันจะต้องมา...หึง...เขา

“ง้อแฟนให้ได้นะโว้ย”

เขาทวนคำพูดเจ้าแมนไปมา หึ...ไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย...ถึงบางครั้งจะทำตัวต่อกันเกินเพื่อนไปบ้างแต่นั่นมันเป็นเพราะความผูกพัน...

เพราะความผูกพันหรอก...ชิ...

ไอ้ความรู้สึกหงุดหงิดที่เจ้าแมนมันปัดให้เขาเป็นแฟนกับป้อมและความรู้สึกที่ว่าเจ้าแมนมันดูเหมือนไม่สนในเขานี่...มัน...อึดอัดอีกแล้วโว้ย...

เมื่อตอนเรียนมอสามมีรุ่นพี่คนนึง...ผู้ชาย...มาชอบเจ้าป้อมแล้วจะอาสาไปส่งบ้าน แต่เขาอีกแหละเอารถมาประกบแล้วเต๊ะท่า ยักคิ้วยิกๆ จ้องเจ้ารุ่นพี่คนนั้นด้วยตาคมดุจเหล็กกล้า ปากเขาบอกออกไป...

“ป้อมจะซ้อนท้ายผมคนเดียวเท่านั้น”

และพี่คนนั้นก็เลิกยุ่งกับเจ้าป้อมทันที

แล้วยังตอนนู้นที่พวกเขาอยู่มอสี่...เจ้าป้อมดันเสน่ห์แรง...กับผู้ชาย...มีรุ่นพี่หน้าหล่อเฟี้ยว...แต่ไม่เสียวเฟ้ยอยางเขาเข้ามาจีบมันอีก เย็นนั้น...ต้องย้ำว่าเย็นวันนั้นวันดี พี่เขามีขนมหวานมาฝากมันพร้อมการ์ดสวยปิ๊งกลิ่นหอม รอยยิ้มพิมพ์ใจอยู่บนใบหน้าหล่อเข้มคมบาดใจ

หน้าคมๆยังยิ้มหวานเยิ้ม

และเจ้าป้อมขี้อายขี้งอนยังอ้ำๆอึ้งๆ เขาจึงดึงตัวผอมๆมาอยู่ในอกพร้อมกับฟาดกำปั้นไปที่หน้าเข้มๆนั่นจนมัน...รุ่นพี่...หน้าหงาย...ขนมเขนิมกระจุยกระจาย

“อย่ามายุ่งกับ...แฟนผม”

เจ้าป้อมเงยหน้าขึ้นมามอง...ตามันโต...แป๋ว...ยอมรับละ...ก็พูดไปงั้น...พูดว่าเป็นแฟนไปงั้น ก็แค่อยากจะให้เจ้ารุ่นพี่หน้าหม้อมันไปส่งข่าวต่อๆกันไปว่า

ป้อมมีแฟนแล้ว

มันจะได้ไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายอีก...

จะว่าไป เขาก็ทำตัวเหมือนพ่อหวงลูกสาว แม่เจ้าบ่าวหวงลูกเขย เด็กหวงนมเนย

เอ๊ะ...หรือเจ้าป้อมจะคิดเป็นจริงเป็นจังกับพฤติกรรมของเขา...

เฮ้ย...จะต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม รีบดื่มนมก่อนวันหมดอายุที่ข้างขวด รีบ...

หรือว่าไฟจะลามเลียไปทั่วเสียแล้ว?

ร้านข้าวบ้านเจ้าป้อมก็ยังวุ่นวายตามเดิม เสียแต่วันนี้ไม่เห็นเจ้าคนตัวผอมเพื่อนเกลอใส่ชุดกันเปื้อนวิ่งหน้าเริดรับออเดอร์จากลูกค้าเลย ไม่เห็นตัวผอมเป็นไม้เสียบผียกถาดอาหารปานว่าเป็นเด็กเสิร์ฟทั้งที่ก็มีเด็กเสิร์ฟจ้างไว้แล้ว...

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #26 เมื่อ28-10-2007 00:10:34 »

“ยังไม่เห็นหัวเลย...ไปเถลไถลที่ไหนไม่รู้...มืดค่ำดำดึกดื่นอย่างนี้ไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง...แล้วนี่ ไม่ได้อยู่กับเรารึ”

พ่อเจ้าป้อมขี้บ่นเหมือนใครก็ไม่รู้...แต่เขาก็ผงกหัวรับผับๆ แล้วปราดมาคร่อมรถออกตัวไปบ้านเจ้าเดชทันที...

อาจจะไปหาเจ้าเดช...หรือไม่งั้นก็ไปหาน้องหม่อน...

ขอให้เป็นอย่างที่คิดด้วยเถอะ...ถึงจะไม่ใช่แฟนกัน แต่เขาก็ห่วงมันกว่าใคร

“ไอ้ตัวเล็ก...ไปอยู่ไหนวะ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”

คำถามห่วงใยได้คำตอบเป็นรอยยิ้มหวานๆ ตาใสแป๋วนั้นเล็กลงหน่อยนึง แต่ก็ยังใสแป๋วอยู่ดี...เอ...เด็กผู้ชายนี่มันน่ารักได้ด้วยเหรอ...เห็นแต่เพื่อนมอสามของเขา มีแต่ไอ้พวกเด็กทโมนน่าเตะทั้งนั้น...

“อื้ม...” ลมพัดแรง อากาศเย็นจนเขาต้องห่อตัว คนพูดห่อตัวเข้าไปหาคนตัวใหญ่กว่า...ตัวก็ใหญ่กว่า...สูงยังสูงกว่า... “ตรงนี้มองเห็นดาวสวยดีนะ”

“ใช่ป่าว...ตอนเราไม่สบายใจก็จะขี่รถมายืนดูดาวตรงนี้ละ...” คนตัวใหญ่กว่าตอบด้วยเสียงภาคภูมิ “เห็นดาวสวยๆแล้วก็น้ำใสๆข้างล่าง แล้วลืมเรื่องปวดหัวไปเลย”

คนตัวผอมหัวเราะคิกคิกกับน้ำเสียงนั้น

“ตรงนี้ดีจริงแหละ”

“ตรงนี้” คือสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ตัดผ่านเมือง สองฟากฝั่งเป็นป่าใหญ่ แม่น้ำกว้างมีน้ำเต็มฝั่ง มองจากบนสะพานเห็นน้ำเคลื่อนตัวเงียบเชียบ แต่ดูลึกลักและยิ่งใหญ่ในความมืด...

“คนเรานะ ไอ้ตอนไม่สบายใจ ถ้ามัวแต่จะคิดถึงเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจก็จะยิ่งแย่ไปใหญ่...แต่พอเห็นของสวยงามๆ หรือมาอยู่ในที่สงบๆอย่างนี้ มันก็ช่วยได้นะ...”

“ขอบใจนายมากนะ ที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น”

คนโดนขอบใจโบกมือวุ่นวาย ประมาณว่า บ่อเป็นหยังดอก...ไม่ต้องกังวล

“เห้ย...เต็มใจ...ไม่ต้องห่วง...สุภาพบุรุษ เห็นคนกำลังไม่สบายใจก็ต้องยื่นมือช่วย”

เขาหัวเราะหึหึ ยิ้มทั้งหน้ายิ้มทั้งตา สุภาพบุรุษ...พูดอย่างกับเขาเป็นสาวน้อยร้อยชั่ง มองดีดีเห็นเจ้าคนตรงหน้านี่ ตัวสูงชะลูดตูดปอดยอดขุนพล แขนขายาวเก้งก้าง แต่ไม่ผอมแห้งแล้งน้ำอย่างเขาเลยแฮะ...ดูดูแล้ว อยู่ในชุดนักเรียนอย่างนี้แล้วดูดีจัง...น่ารักเหมือน...เหมือนเจ้านั่น ตอนมันวิ่งไล่ลูกบอลกลมๆ

เขายิ้มตาเศร้า เมื่อคิดถึงตรงนี้ แต่แล้วตาเขาก็สังเกตอย่างหนึ่งบนอกเสื้อคนตัวใหญ่ตรงหน้า...เครื่องหมายบน อกเสื้อนั่นมัน...

มอต้น...

เจ้านี่เรียนอยู่มอสาม...มอสามเองหรือนี่...แต่ตัวโตเท่า...ควาย

เขาที่อยู่ถึงมอห้าแล้วแต่ตัวเท่าไหล่คนตัวใหญ่เอง...

“มีอะไรหรือ”

คงเห็นความสงสัยของเขาในดวงตาหรือท่าทาง หนุ่มน้อยจึงได้ถามออกมา

“เอ้อ ปล่าวหรอก...อยากกลับบ้านแล้วน่ะ...ไม่ส่งเราได้ป่าว...”

“ได้อยู่แล้ว...ไม่มีปัญหาครับ”

ตอบไปโดยไม่ต้องคิด เรื่องที่พ่อโทรมาสั่งให้รีบกลับบ้านก็ลืมไปแล้วอย่างสนิทใจ...ไอ้พี่ชายตัวดีก็หายหัว...ช่างแม่ง...

รถถูกติดเครื่อง คนขึ้นซ้อนท้าย...เมื่อก่อนมีคนตัวใหญ่กับตัวผอมขี่ไปด้วยกัน แต่วันนี้มีคนตัวใหญ่อีกคนเป็นคนขี่ให้คนตัวผอมคนเดินซ้อนท้าย...

คนตัวผอมหวิวๆในใจ เมื่อนึกถึงภาพนั้น...ห้ามแล้ว ไม่อยากให้ไปยุ่งกับเจ้าแมน...แล้วไง...ความคิดที่เขากลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ...

โดยไม่คิดอะไร มือเอื้อมไปกอดเอวคนตัวใหญ่ แล้วกระชับแน่น เจ้าคนโดนกอดสะดุ้งหน่อยหนึ่งแต่มิได้สั่งห้ามแตะต้องตัวฉัน เพียงแค่ถามสั้นๆ

“หนาวละสิ...จะให้ขี่ช้าลงมั้ย”

เขาไม่ตอบ แต่เจ้าเด็กมอต้นมันกลับขับชะลอช้าลงเหมือนพระลอ ภาค รอไก่

เจ้าเด็กมอต้นมันไม่ห้ามที่เขาทำอย่างนี้...เหมือนเจ้านั่น เจ้าคนที่มันคอยเอาใจใส่เขา...เจ้าคนที่จำได้ว่าเขาชอบกินนมเปรี้ยว...เจ้าคนที่คอยตามหวงเขา...

เหมือนมันที่ไม่ห้ามหากเขาจะกอด...จะขึ้นขี่หลัง...จะขึ้นคร่อมเหมือนขี่ม้า...

เหมือนเจ้าเอก...

เจ้าเด็กโข่งมอต้นส่งเขาลงตรงปากซอยเพราะเขาบอกจะลงตรงนั้นจริงๆ แม้เด็กโตแต่ตัวจะคะยั้นคะยออยากไปส่งถึงบ้าน เขาก็ยังยืนยันนั่งยันตรงนั้นว่า ไม่เอาไม่พูด เดี๋ยวเตะตูดแม่ง...มันจึงได้ยินยอมพร้อมใจขับรถจากไป แต่ไม่ลืมจะส่งยิ้มฟันขาวทำหน้าทะเล้นให้เขาก่อนไป...

เดินทอดน่องเตะก้อนหินที่ขวางทางเท้าให้พ้นทาง แล้วสูดอากาศเย็นๆของยามค่ำคืนเข้าปอด...แต่ความรู้สึกแปลกๆก็ยังอยู่

ไฟหน้าร้านส่งแสงแดงๆ แสดงว่าร้านปิดแล้ว เขาเดินกล้าๆกลัวๆเข้าไปใกล้ วันนี้กลับบ้านเอาเสียป่านนี้ พ่อต้องเฉ่งหัวให้แน่ๆ แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงเข้มๆแข็งๆดังมาจากมุมมืด

“ไปไหนมา...รู้มั้ย ตามหาแทบแย่...”

“เอก”

“เออ...กูนี่แหละ...ไปไหนมา”

เสียงแข็งๆอ่อนลงเมื่อเห็นสีหน้าเขา...มือเอื้อมมาจะจับบ่าเขาแต่กระโดดหลบ คนยกมือค้างทำหน้าเก้อ แล้วยิ้มเก้กัง...

“ไปหาที่บ้านไอ้เดชกับน้องหม่อนก็ไม่เจอ...” เสียงที่ออกมาจากปากสวยของพระเอกลิเกนั้นดูลังเลและกลัวเกรง “ขี่รถวนจนทั่วเมือง”

“ปะ...ไปเอาของบ้านรุ่นพี่”

“ใคร”

ถามไปด้วยเสียงดัง ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมข้อมือเล็ก แล้วคนตัวผอมจึงสะบัดมือทีเดียวหลุด

“เอกไม่รู้จักหรอก”

พูดจบแล้วหันหลังเดินจะเข้าบ้าน แต่เสียงอ้อนวอนดังเข้าหูก่อน

“เรามีเรื่องจะอธิบาย”

เขานิ่ง...แล้วพูดเสียงเรียบ “เอาไว้...วันหลังเถอะ...เราจะเข้าบ้านแล้ว”

“แต่”

เสียงเว้าวอนเสียจนเขาต้องหันกลับไปหา...เกือบจะห้ามใจตนเองไม่ได้ เขาส่งยิ้มฝืดๆไปให้ทีนึงก่อนจะบอกคำเดียว

“ราตรีสวัสดิ์นะ...เพื่อน”

แล้วเดินปัดตูดไม่เหลียวหลัง....เขาเวลาทำใจ...ขอเวลาพักนอกรอบก่อนนะเพื่อน...เห็นหน้านายแล้วเราใจสั่น...ใจเราละลาย...ใจเรา...ไม่เป็นของเรา

ขอเวลาดึงใจตัวเองกลับ...ก่อนที่อะไรๆจะสายไป...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระเอกลิเกกลับถึงบ้านเอาตอนเกือบสามทุ่ม พอเอารถเข้าจอด แล้วก้าวเท้าเข้าบ้านเท่านั้น เสียงแว้ดๆของแม่ก็ดังมาก่อนตัว

“มัวชมดอกไม้บุปผางามระหว่างทางกลับบ้านหรือไร พ่อยอดชายลูกไม้หวานของแม่ พ่อดอกดาริกาบุปผางามทรามวัย....ไอ้ลูกเวร”

โดนมะเหงกหนักๆไปหนึ่งทีแต่หัวโนโตเป็นลูกมะนาว ขณะลูบหัวป้อยๆก็เห็นน้องน้อยหน้าหวานนั่งยิ้มแป้นแล้นมือกำลังตักบัวลอยของโปรดเข้าปาก...

“อ้าวหลิน...มาได้ไง”

ถามไป คำตอบคือรอยยิ้มของน้อง และทัพพีทั้งอันฟาดเข้าที่กบาลเขา

“แม่...ตีที่อื่นดิ...ฟาดที่เก่าทำไม...ผมเจ็บ”

“ไปอยู่ไหนมา...น้องมานั่งรอตั้งนาน...นี่ น้าพิมพ์ก็เพิ่งกลับไป...แกต้องไปส่งน้องด้วย”

เขาหยุดสนใจแม่ที่เดินเข้าครัว แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างๆหลิน แย่งช้อนมาตักเอาของหวานยัดปาก เคี้ยวแล้วกลืนลงคอ....

“หิว” เขาบอกขำๆ เมื่อเห็นน้องจ้องตาโต...ไม่รู้เพราะเสียดายของหรือเป็นห่วงเขากลัวขนมจะติดคอ

“หลินมารอตั้งนานเลยค่ะ...พี่เอกไปไหนมาคะเนี่ย...”

“เอ่อ...พี่มีเรื่องที่โรงเรียนนิดหน่อยน่ะ...”

“มีเรื่อง...” น้องร้องน้ำเสียงตกอกตกใจ ตามองสำรวจเขา แล้วตาไปจับอยู่ที่มือเขา “ข้อมือพี่ไปโดนอะไรมาคะ...แดงช้ำเชียว...อุ้ย...”

จับมือเขาไปลูบคลำแล้วออกอุทานด้านจริต...เขาดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล

“ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนพี่มันเล่นพิเรนทร์ๆน่ะ...เอ้อ...แล้วน้องมานี่มีธุระอะไรกับพี่หรอ?”

ด้วยคำถามนั้น น้องหลินคนงามสาวบ้านโป่งฉายาเดียวกับน้องศรีทนได้ก็มองซ้ายขวาลอกแลก แล้วกระซิบกับหูเขา

“ไปคุยกันบนห้องค่ะ”

+++++++++++++++++++

มือขาวนุ่มปิดประตูแล้วกดล็อกดังกลิ๊ก...น้องหันมาหาเขา ยิ้มเจ้าเล่ห์ฉายแววอยู่บนหน้าสวยๆ...

เขาเห็นแล้วหวาดผวา...ยิ้มแหยๆ ทำใจดีสู้เสือ...

“พี่เอก...” น้ำเสียงนั้นหวานจนหยดหยาดย้อยราวน้ำผึ้งเดือนห้า

มือน้องน้อยเอื้อมไปที่อกตนเอง แล้วล้วงมือเข้าไปตรงคอเสื้อยืดตัวเล็ก มือขาวเอื้อมเข้าไปด้านใน....ล้วงลึกจนเขาใจหาย...ยิ้มบนหน้าน้องกว้างขึ้น พร้อมมือที่ล้วงลึก...เดินเข้ามาใกล้

เขาร้องเสียงหลง

“เฮ้ย...หลิน...เราเป็นพี่น้องกันนะ...หลินจะทำอะไรพี่...”

++++++++++++++++++++จบตอน+++++++++++++++++++++++++++

See you guys on Monday.

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #27 เมื่อ28-10-2007 00:34:16 »

อ่าว ไหงเอกหลอกป้อมให้รักแบบนี้หล่ะ
งี้ป้อมก็ขายไม่ออกเสียทีสิ
 :m29:

เริ่มมีใจให้แมนแล้วละสิ
กร๊าก ดีนะไม่โดนแมนข่มขืน
เอาวะแค่จูบก็ยังดี
อิอิ
 :m11: :m11: :m11: :m11:

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #28 เมื่อ28-10-2007 00:45:31 »


แปะ!  :a3:

เอาตัวมาแปะไว้ก่อน

เป็นหลักฐานว่าจะตามอ่านแน่นอน

แต่ขอเป็นพรุ่งนี้นะจ๊ะ  :m13: :m13:


upzyte

  • บุคคลทั่วไป
Re: ถนนสายนี้มีความรัก
«ตอบ #29 เมื่อ28-10-2007 07:55:35 »

แต่ละตอนยาว สะใจมากครับ   :m3: :m3: :m3: :m3:

มาลงทุกวันเลยน๊า  จะรออ่านครับ

 :m15: :m15: :m15:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด