hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

โพลล์

คุณปลื้มตัวละครไหนมากที่สุด?

ซันนี่
ซินเซียร์
ไอ้เอี้ยฟ้า
ไอ้บ้ากาย
อิเมย์บี

ผู้เขียน หัวข้อ: hello! SUNSHINE [ตะวันร้าย..ที่รัก]  (อ่าน 1229465 ครั้ง)

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป


    ซินเป็นพี่ชายที่แสนดีสุดๆเลยง่ะ




ออฟไลน์ กล้วยปั่น

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
สงสารซันจังเลยย ซันรู้ตัวแล้วแต่จะทำให้ทุกอย่างมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย

ซินจะกลับมามั้ย ฟ้าจะเป็นยังไง ไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ

อย่ามารู้ค่าในตอนที่เสียไปนะไม่เอานะ ไม่เอามาม่าา  :o12:


 :pig4:

ออฟไลน์ l2ozen

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
รักซินซินยิ่งกว่าเดิม1000%
ส่วนซันนี่เข้าวัดเข้าวาบ้างก็ดีนะลูก :เฮ้อ:

ออฟไลน์ chisarachi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1021
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-1
ตอนนี้มันบีบหัวใจจจจจ
และแล้วก็ได้รู้สักทีว่าฝีันรายของซินเป็นอะไร
และเพราะใครกันแน่
แต่อย่างไงก็ยังรักซันนี่อยู่นะค่ะ สงสาร ฮื่อออกอดๆ :กอด1:

ออฟไลน์ BitterSweet~

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 788
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-0
เป็นตอนที่อ่านแล้วปวดหัวใจมากก
น้ำตาร่วงเลยล่ะ
สงสารทุกคน T__T

ออฟไลน์ phoenixa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
ในที่สุด อดีตของฝาแฝดก็ทำให้เราเข้าใจแล้ว
ไท่ก็เหลือเกินนะ มันง่ายมากเลยเหรอ ข่มเหงคนที่ตัวเองบอกว่ารักเนี่ย
คงเจ็บปวดไม่ต่างกันหรอก

ตอนนี้ฟ้าประทานก็ยิ่งเสียใจอยู่ด้วย
ทั้งซันนี่และฟ้าประทาน ต่างคนพอจะเป็นหลักยึดให้กันและกันได้หรือเปล่านะ

ออฟไลน์ comkacom

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
อืม เข้าใจล่ะ ที่เมย์บีชอบเรียกซันนี่่ว่า สร้างภาพ สองหน้า อะไรแบบนี่อ่ะ ก็เพราะเมย์บีรู้ลึกรู้จริงนี่เอง เฮ้อ :เฮ้อ:

pangfullny

  • บุคคลทั่วไป
เราสงสารซันนี่น่ะ เข้าใจเลยความรู้สึกหวงพี่ไม่อยากให้ซินสนใจใครมากกว่าตัวเอง

แล้วในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้คนอื่นสนใจซินมากกว่าตัวเองเหมือนกัน แต่ว่าซันนี่

อาจจะแสดงออกชัดเจนมากเกินไปเท่านั้นเอง  แต่ซินรักซันนี่มากๆเลยน่ะ

เพราะว่าซินก็คงรู้ดีที่สุดแหละว่าซันนี่เป็นยังไง ทำอะไรไว้ แต่ก็ด้วยความที่เป็นพี่ชายอ่ะ

แล้วก็เป็นฝาแฝดกันด้วยมันก็เลยแบบน้องทำอะไรก็ไม่ผิด ออกแนวโอ๋น้องมากเกินไปอ่ะ

แต่ตอนนี้สงสารซันนี่จริงๆ ทุกๆอย่างมันมาลงที่ซันนี่หมดเลย กลัวโดนทิ้งด้วยอ่ะ TT

อยากบอกว่าไม่มีใครทิงแกหรอกน่ะซันนี่ ไม่ร้องน่ะ TT (ร้องไห้ตามซันนี่ไปเรียบร้อยแล้ว)

ออฟไลน์ Loste

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 430
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
 :serius2: :serius2: :serius2:

สงสารฟ้ามากเลย ซันนี่ใจร้าย อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
ไท่หลันคือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด ที่ทำไว้กับซินซินะ ในที่สุดก็ได้รู้แล้ว ซินเข้มแข็งไว้นะ !!!!!!
ถ้านั้นคือสิ่งที่แย่ที่สุดในชีวิต ซินก็ผ่านมันมาได้แล้ว ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ซินต้องผ่านไปให้ได้

ไท่หลันผิดมากนะที่ทำแบบนั้น แต่สิ่งที่ทำให้มันเดินมาถึงจุดนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน ว่าซันนี่ก็มีส่วนทำให้เกิด

ส่วนซันนี่ อารมณ์ที่มีกับซันนี่ มันก็ซอต์ฟลงนะ แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า คำพูดคนเรามันเรียกกลับคืนมาไม่ได้
ถ้าซันนี่จะต้องเจ็บปวดบ้าง มันก็โอเคแล้วมั้ง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ตะวันร้ายจริง ๆ นั่นแหละ สงสารซินที่สุด

ซินกับไท่จะเข้าใจกันไหม ถึงไท่หลันจะทำร้ายซินไปแล้วก็ตามแต่ก็อยากให้ซินให้อภัยอ่ะ

ฟ้าคงเจ็บปวดกับคำพูดตะวัน แต่ก็คงต้องผ่านไปให้ได้

ส่วนตะวัน...เจ็บปวดจากการกระทำของตัวเองบ้างเถอะ ไม่ได้เกลียดนะแต่อยากให้ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไปบ้าง จะได้ไม่ผิดอีก

คนรอบข้างต้องเจ็บปวดเพราะตัวเราเองเนี่ยมันเลวร้ายมากเลยนะ

ออฟไลน์ KilluaZoaldyeck

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตั้งเป็นสมาชิกบอร์ดมาเรายังไม่เคยเม้นเลย   o22 o22

ครั้งนี้ครั้งแรก  :z6:

เราอยากบอกว่า ชอบเรื่องนี้นะ สนุก(แปลกๆ โดยเฉพาะพระเอก  :o8:)   อาจเป็นเพราะเรารู้สึกชอบอะไรหลายๆอย่างเหมือนคนเขียนมั้ง

เเล้วคนเขียนก็เอาสิ่งที่ตัวเองชอบ ถ่ายทอกออกมาได้ดีมากอ่ะ

ออฟไลน์ savada

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
งะ มาอ่านที่เหลือ  สงสารทุกคนเลย แงแง 


ทุกคนมีบาปเป็นของตัวเองงะ  แงงแง

น้ำตาไหลพรากอะ  มาม่าชามใหญ่ไปแล้ววววววววววววววววววว

ออฟไลน์ ๛゙★βra_11!☆゙

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-1
ไท่ หลัน !! :5779: :m31: :angry2:
มามะซันนี่กับซิน :กอด1: (ไม่ค่อยลำเอียง)

ออฟไลน์ SS_DaiA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ฮืออออ รู้สึกปวดใจมากเลย
ทุกคนอย่าทิ้งซันนี่ไปนะคะ T^T

faratellll

  • บุคคลทั่วไป
 :sad4:  ไม่รู้จะสงสารใครเลย. เจ๊สงสารตัวเองละกัน สูดน้ำมูก....
เหี้ยฟ้า เจ๊ไม่รู้ว่าฟ้ากำลังทำอะไรรึป่าว แต่แบบเจ๊ว่า ฟ้าต้องทำบางสิ่งนะ ไม่งั้นก็จะเสียทุกคนไปเหมือน คุณขลุ่ย คุณซอนะ o22

ไม่ได้หมายความว่าจะโทษฟ้า นะแต่แบบก็เข้าใจทุกคน แบบเจ๊อยากให้มัน happy endingอ่ะ เข้าใจ :z2: เพราะงั้นทำไรสักอย่างเทอะ :sad4:
P.S. เจ๊ดูอินไปป่ะวะ :laugh: ก็มันจี๊ดดดดด ซันนี่รู้แล้วก็แก้ไขซะนะยะ

ออฟไลน์ nayne

  • miKapleXD
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
    • [Top-notch Сasual Dating  Genuine Damsels]
อ่านตอนนี้แล้วสงสารซันนี่อ่ะ
ถ้ามองในมุมที่กลับกัน
ระหว่างซินที่ได้รับความรักความใส่ใจจากคนรอบข้าง
กับซันนี่ที่มีซินเพียงคนเดียว มันก็น่าสงสารนะ
บางที่สิ่งนี้อาจจะเป็นตัวหล่อหลอมให้ซันนี่มีนิสัยแบบนั้นก็ได้

lovely1714

  • บุคคลทั่วไป
ร้องไห้เลยสงสารฟ้ามากเลย
ขอให้ซินหายเร็วๆนะ

ออฟไลน์ Mekaming

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2

ออฟไลน์ Yundori

  • From where I stand...
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
ที่มาของตะวันร้าย เป็นอย่างนี้นี่เอง
แต่ก็ร้ายสมชื่อจริงๆอ่ะ
เหมือนเด็กขาดความอบอุ่น ขี้อิจฉา
เห็นแก่ตัว เพราะต้องการให้คนมาสนใจ...
สงสารซินเลยอะ โดนไท่หลันทำร้ายเลย
ซันนะซัน รีบเปลี่ยนนิสัยด่วนเลยนะ
ถ้าไม่เปลี่ยน เค้ากลัวว่าฟ้าจะหนีไปอีกคนน่ะสิ  :o12:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






topperha

  • บุคคลทั่วไป
 :o12:
ซันนี่ไม่น่าทำพลาดอีกเลย
สงสารฟ้าประทาน
 :z3:

ออฟไลน์ omuya

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2024
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +121/-9

ออฟไลน์ amito

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-0
อึ้งไปนิดนึง สำหรับความหวงพี่ของซัน

บางครั้งการพูดโดยไม่คิด มันทำให้ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
เต็มเหนี่ยวไปเลยพี่ เต็มที่ไปเลยเธอ..

ออฟไลน์ กาลณัฐ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
อ่านตอนนี้แล้วกรีดร้อง
ม่ายยยยยยยยยยยยยยย  :sad4:
 :o12:

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
Chapter :: 41 :: เกาให้หน่อย?







ในตอนที่ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนั้น.. ผมเห็นป๊ะป๋ากำลังมองมาที่ผมด้วยสีหน้าโล่งใจระคนดีใจ ผมเห็นแม่มีน้ำตาไหลแต่กลับหัวเราะ ผมเห็นซอลลี่ส่งยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายปีมาให้ ผมเห็นแบรี่ เห็นสกาย เห็นเมย์บี.. ทุกคนมีสีหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ..ผมเห็นคุณหมอเคอิยืนยิ้มบาง


แต่ผมไม่เห็นฟ้าประทาน..


หมอถามอะไรผมสองสามอย่าง ซึ่งผมทำได้เพียงพยักหน้ากับส่ายหน้าตอบ หลังจากนั้นเขาก็บอกให้ผมลองหันไปมองที่เตียงข้างๆ และผมก็ทำตาม..


บนนั้น.. ผมเห็นซินกำลังนอนหลับตานิ่งอยู่ หัวที่เคยถูกปรกคลุมไปด้วยเดทร็อคเส้นหนา บัดนี้ถูกจับจองด้วยผ้าพันแผลเต็มพื้นที่ ผมทั้งหมดถูกกร้อนออกไป ในปากของซินยังคงมีท่อช่วยหายใจสอดไว้ ข้างๆ เตียงมีเครื่องช่วยหายใจ (ventilator)ส่งเสียงดังฟืดฟาดๆ อยู่ตลอดเวลา อันเป็นสัญญาณว่าซินยังคงหายใจ ข้างกันนั้นยังมีหน้าจอแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของระบบหัวใจของซินด้วย   


แต่มันมีอยู่สองเครื่อง.. และห้องนี้ก็มีอยู่แค่สองเตียง..


นั่นความหมายว่าอีกเครื่องเป็นของผม..?


ผมเพิ่งมารู้ตัวเอาเดี๋ยวนั้นเองว่าที่หน้าอกของผมก็ถูกติดอุปกรณ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเอาไว้เหมือนกัน.. นอกจากนั้นแล้วในจมูกของผมยังมีสายให้ออกซิเจน(nasal cannula)ที่เป็นท่อเล็กๆ สองอันสอดเข้ามา และข้อมือทั้งสองข้างของผมก็ถูกเจาะเพื่อให้น้ำเกลือ(หรืออะไรก็ตามแต่) จะต่างกับซินก็ตรงที่ผมไม่ต้องให้เลือดด้วยก็เท่านั้น..


มันเกิดอะไรขึ้นกับผม?


แล้วทำไมป๊ะป๋ากับแม่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?


“ลูกทำแม่เกือบใจสลาย ซันนี่” แม่เข้ามาจับๆ คลำๆ ตัวผม แล้วจูบหน้าผากของผมอีกหลายครั้ง จนหมอเคอิขอตรวจผมอย่างละเอียดอีกรอบนั่นล่ะ แม่ถึงยอมถอยออกไป


หมอใช้เวลาพักใหญ่กับร่างกายของผม เขาตรวจนั่นเช็คนี่จนแน่แก่ใจและสุดท้ายก็จดอะไรยุกยิกๆ ลงไปในแฟ้มที่เขาถือมาด้วย หมอบอกว่าแม้จะรู้สึกตัวและตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้แล้ว แต่ระดับออกซิเจนในเลือดของผมยังต่ำอยู่ เขาจึงจำเป็นต้องให้ออกซิเจนแก่ผมต่อไปอีก ..นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง


“ซิน..” นั่นเป็นคำแรกที่ผมพูดออกไปด้วยเสียงอันอ่อนระโหยจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นเสียงของผม ..ผมอยากรู้อาการของซิน อยากถามว่าซินไปยังไงบ้าง? ปลอดภัยแล้วหรือยัง? แต่ผมกลับเปล่งเสียงออกไปได้แค่นั้นเอง ขณะที่สายตาก็จับจ้องอยู่เพียงเตียงข้างๆ


“เขาปลอดภัยแล้วครับ” คำตอบออกมาจากปากหมอที่คงพอจะเดาคำถามของผมได้ ..ได้ยินแบบนั้นผมก็ใจชื้น ค่อยยิ้มออกมาได้หน่อย แต่ประโยคถัดมาของหมอก็ทำเอาอารมณ์ของผมดาวน์ลงไปโข


หมอบอกว่า.. อาการของซินยังแย่อยู่มาก เพราะอวัยวะภายในได้รับความบอบช้ำมากพอสมควร แต่ถ้าเทียบกับตอนที่ถูกหามมาที่นี่ก็ถือว่าดีขึ้นเยอะแล้ว ..แต่หลังจากนี้.. ถ้าไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อน ซินก็จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง..


ผมพยักหน้ารับรู้ด้วยอาการที่ซึมลง..


หลังจากนั้นเมย์บีก็เริ่มเล่าเรื่องที่ทำให้ผมต้องมามีสภาพแบบนี้ให้ฟังในฐานะของคนที่อยู่ในเหตุการณ์.. มันบอกว่าผมหมดสติไปในตอนที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ผมก็เลยถูกพาตัวเข้าห้องฉุกเฉินไปอีกคน..


ทีแรกก็ดูเหมือนผมจะไม่เป็นอะไรมาก นอกจากมีบาดแผลแตก ฟกช้ำตามร่างกายและอ่อนเพลียจากการเสียเลือด รวมทั้งถูกกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจเท่านั้น หลังจากทำแผลเสร็จเรียบร้อยพวกเขาก็ย้ายผมไปอยู่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ผมหลับยาวตั้งแต่ตอนนั้น..


ซอลลี่เป็นคนรับช่วงเล่าเหตุการณ์ต่อจากนั้น.. ซอลลี่บอกว่าตกดึกของวันเดียวกัน จู่ๆ ยูริที่เขาลากมานอนเฝ้าผมเป็นเพื่อนก็ได้ยินเสียงเหมือนผมสะอื้น มันเลยปลุกซอลลี่ให้ลุกมาช่วยกันดู แล้วก็เห็นเหมือนว่าผมกำลังหายใจสะอึก พวกเขารีบกดปุ่มเรียกพยาบาล แล้วหลังจากนั้นผมก็ถูกพาเข้าไอซียู(ICU) ..ซึ่งมีซินนอนรออยู่ก่อนแล้ว(พวกเขาย้ายซินมาจากห้องผ่าตัด)


อาการของผมแย่ลงอย่างน่าตกใจและไร้สาเหตุ.. หมอบอกว่าจู่ๆ ชีพจรผมก็อ่อนลงจนแทบหาไม่เจอ หัวใจเต้นช้ามากจนถึงกับหยุดเต้นไปเลยครั้งนึง พวกเขาต้องปั๊มหัวใจสลับกับใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ(defibrillator)และให้ยากับผมอยู่หลายนาทีกว่าหัวใจของผมจะกลับมาเต้นได้อีกครั้ง ..ทั้งที่ร่างกายของผมไม่ได้มีบาดแผลใดๆ ร้ายแรงพอที่จะส่งผลให้ร่างกายเป็นถึงขนาดนั้นแท้ๆ
หมอบอกว่าบางทีมันอาจจะเป็นเพราะจิตใจของผมปฏิเสธการมีชีวิตอยู่ ร่างกายของผมก็เลยตอบสนองโดยการหยุดหายใจ ..แต่นั่นก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน


พวกเขาบอกว่าผมเพิ่งจะกลับมาหายใจได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง และผมก็นอนอยู่ในห้องนี้มาเกือบ 36 ชั่วโมงแล้วด้วย..


นั่นจึงสามารถอธิบายได้ว่าทำไมตอนนี้ครอบครัวที่อยู่คนละซีกโลกของผมจึงมารวมตัวกันอยู่ที่นี่โดยพร้อมหน้าได้ ..แม่ผมบินตรงมาจากลอนดอนทันทีที่ได้รับข่าวของฝาแฝดจากซอลลี่ ขณะที่ป๊ะป๋าก็ยกเลิกงานทั้งหมดในแอลเอ(LA) แล้วรีบนั่งเครื่องกลับมาหลังได้รับข่าวจากแบรี่เช่นกัน


หมอเคอิพูดติดตลกว่าผมทำให้พวกเขาเกือบหน้ามืด เพราะในตอนที่ผมหัวใจหยุดเต้น พี่ชายของผมก็หัวใจหยุดเต้นด้วยเช่นกัน แล้วตอนนั้นมานะก็ดันมาหัวใจหยุดเต้นไปอีกคน เขากับคุณหมออีกคนเลยต้องวิ่งวุ่นสลับไปสลับมาเตียงนู้นทีนั้นทีเพื่อต่อลมหายใจให้พวกเรา


พอหมอพูดถึงมานะ.. ผมก็เลยถามถึงอาการของมานะบ้าง หมอนิ่งไปนิด ก่อนจะยิ้มบางแต่ดูเศร้าสร้อยยังไงชอบกล ..เขาบอกว่ามานะก็ปลอดภัย แต่คงไม่ฟื้นขึ้นมาในเร็ววันนี้.. ผมขมวดคิ้ว


หมอเลยเสริมอีกว่าเพราะมานะหยุดหายใจนานเกินไป ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของเขาไม่เพียงพอ เราเลยไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ..หรืออันที่จริงคือไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาอีกหรือเปล่าด้วยซ้ำ


มานะ.. อาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา?


ข่าวร้ายนั่นทำเอาผมซึมสลดลงยิ่งกว่าเดิม


แล้วฟ้าล่ะ? ผมอยากรู้ว่าตอนนี้ฟ้าเป็นยังไงบ้าง?


เขาคงได้รับข่าวร้ายนี้แล้วสินะ.. แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?


ทำไมผมถึงไม่เห็นเขา..?




“ลาก่อน ซันนี่”


ภาพสุดท้ายในห้วงฝันอันยาวไกลย้อนกลับเข้ามาในมโนสำนึกของผมอีกครั้ง และมันทำให้น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างเงียบเชียบจนแม้แต่เจ้าของอย่างผมยังไม่รู้ตัว ...ถ้าแม่ไม่ทัก 



“ซันนี่? ลูกร้องไห้ทำไม?”
 






1 วันผ่านไป..


2 วันผ่านไป..


เวลาแต่ละนาทีช่างเนิ่นนานในความรู้สึกของผม ในที่สุดผมก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ผมก็ยังไม่ยอมกลับหรอก ตราบใดที่ซินยังอยู่ที่นี่ผมก็จะยังไม่ไปไหน ..ผมบอกกับทุกคนว่าผมจะอยู่เฝ้าไข้ซิน ไม่มีใครคัดค้าน แต่พวกเขาบอกว่าจะผลัดกันมาอยู่เป็นเพื่อนผม..


อาการของซินค่อยๆ ดีขึ้นอย่างที่หมอบอกจริง สีหน้าของซินก็เริ่มดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อวานตอนเย็นๆ เป็นครั้งแรกที่ซินรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมา ทุกคนในครอบครัวรวมทั้งเพื่อนฝูงแทบจะไชโยโห่ร้องลั่นโรงพยาบาล ถ้าไม่ถูกนางพยาบาลเขม่นเอาซะก่อนล่ะก็นะ ..แต่ตอนนั้นซินยังไม่ค่อยรับรู้หรือตอบสนองต่อสิ่งเร้าสักเท่าไหร่ หมอนั่นเพียงแต่กระพริบตาช้าๆ ยังมีอาการค่อนข้างเหม่อลอยเหมือนสติยังไม่สมประกอบดี แต่แค่นั้นก็ทำให้พวกเราดีใจมากแล้ว เพราะอย่างน้อยซินก็ตื่นขึ้นมามองพวกเราได้อีกครั้งหลังจากนอนอาการโคม่ามาร่วมสองวันเต็ม


แต่พอตอนเช้าของวันนี้.. อาการของซินดูดีขึ้นผิดหูผิดตา(หมอเองก็ยังพูดแบบนั้น) ซินตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยสติอันครบสมบูรณ์ สามารถตอบสนองต่อเสียงเรียกของทุกคนที่กระตือรือร้นอยากจะทักทายพูดคุยกับเขา และยังสามารถพยักหน้าหรือส่ายหน้าแทนการตอบคำถามสุขภาพกับหมอได้ด้วย แต่คงต้องอยู่ดูอาการอย่างใกล้ชิดในไอซียูไปอีกสักระยะก่อน ถ้าแน่ใจเมื่อไหร่ว่าคนไข้จะไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อน ก็คงจะให้ย้ายไปอยู่ห้องพักฟื้นได้


ส่วนฟ้าประทาน... จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เห็นหน้าเขา ไม่มีใครสักคนเอ่ยถึงเขา และตัวผมเองก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามหาเขาด้วย..


ก็แน่ล่ะ ผมกลัวคำตอบ.. เพราะผมรู้ตัวดีว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ ก่อนจะหนีหายเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในโลกแห่งความฝัน ..ผมทำร้ายเขา


ใช่.. ผมทำร้ายฟ้าประทาน ทั้งที่ผมบอกกับตัวเองว่าผมรักเขา ทั้งที่ผมเป็นคนเลือกเองว่าจะยืนอยู่ข้างเขา


แต่พอเกิดเรื่องขึ้น...ผมกลับเป็นคนแรกที่ทำร้ายเขาด้วยมือของผมเอง


ผมโยนความผิดทั้งหมดให้เขา เหมือนกับที่ครั้งนึงผมเคยโยนความผิดทั้งหมดให้ไท่หลัน..


ผมเห็นแก่ตัว


ผมน่าจะรู้ตัวให้เร็วกว่านี้...


หากฟ้าประทานจะถอดใจและเดินออกจากชีวิตของคนเห็นแก่ตัวอย่างผมไปก็คงไม่แปลก..


ก้มหน้ายอมรับความจริงไปเถอะ.. ซันชายน์


“นั่นลูกกำลังจะไปไหนน่ะ ซันนี่?” แม่ที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้องร้องทักทันทีที่เห็นผมเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยชุดธรรมดาที่ไม่ใช่ชุดคนไข้ของโรงพยาบาล


..ก็อย่างที่บอกไปว่าแม้คุณหมอจะอนุญาตให้ผมกลับ แต่ผมก็จะยังคงหน้าด้านยึดพื้นที่ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษนี้เป็นแหล่งพักพิงต่อไปจนกว่าซินจะหาย ถึงผมจะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปอยู่ดูแลซินในไอซียูก็เถอะ ขอแค่ได้อยู่ใกล้ซินมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ผมก็อุ่นใจแล้ว


และวันนี้แม่ก็จะมานอนเป็นเพื่อนผมด้วย ..ส่วนป๊ะป๋ากลับไปนอนคอนโดพร้อมกับซอลลี่และยูริที่เพิ่งเอาปิ่นโต(ทำเอง)มาส่งตามคำเรียกร้องของแม่


“ซันว่า.. จะไปเดินเล่นแถวนี้น่ะ” ผมตอบเลี่ยงๆ “ซันขลุกอยู่แต่ในห้องนี้มาสองวันแล้ว เบื่อ..”


แม่มองผมอย่างช่างใจเล็กน้อย “แล้วลูกไม่ใส่ชุดคนไข้แล้วเหรอ?”


“ก็หมอบอกว่าซันไม่ได้เป็นคนไข้แล้วนี่นา ..ใส่แล้วมันก็ไม่เห็นจะเท่ห์ตรงไหนด้วย” ผมพูดยิ้มๆ ในประโยคท้าย


“ย่ะ!!” แม่ทำหน้าหมั่นไส้ ขณะเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟา หยิบรีโมทมากดเปิดทีวี


ผมหัวเราะเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู “เดี๋ยวซันมานะ”


“อย่าไปเล่นซนจนพยาบาลเค้ามาฟ้องแม่ล่ะ” เสียงแม่กำชับไล่หลังมา


“ซันไม่ใช่เด็กนะแม่ พูดไปได้..” ผมได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองหลังออกมาจากห้องนั้นแล้ว..


??..พอเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ผมก็ต้องหยุดขมวดคิ้วมองป้ายชื่อที่ติดไว้หน้าห้องพักห้องหนึ่ง ..ห้องที่ฟ้าประทานเคยพัก ผมแน่ใจว่าจำไม่ผิด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของฟ้าประทานแล้ว เป็นชื่อของชาวต่างชาติสักคนที่ผมคงไม่รู้จัก


หรือว่าสิ่งที่ผมคิดไว้จะเป็นจริง?


ฟ้าประทานไปแล้วจริงๆ??


แม้จะพยายามทำใจมาบ้างแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงผมก็แทบจะเดินไปต่อไม่ไหว.. ผมต้องหยุดนั่งพักรวบรวมแรงใจอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินต่อไปยังเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรก



“..........” ผมจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ว่าตัวเองเดินมาที่นี่ยังไง? หรือตอบรับคำทักทายของพยาบาลและเจ้าหน้าที่คนไหนไปบ้าง? รู้ตัวอีกทีผมก็มาหยุดยืนหน้าห้องผู้ป่วยไอซียูอีกห้องหนึ่งที่ไม่ใช่ห้องของซินแล้ว..


ผมอยากรู้ว่าคนในนั้นเป็นยังไง? เขาจะดีวันดีคืนเหมือนอย่างที่ซินกำลังดีขึ้นบ้างหรือเปล่า? ผมเดินไปติดต่อขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือที่สุด..


“..........”


!!.. มีเสียงถอนหายใจหนักๆ ดังมาจากเตียงคนไข้ที่หมอเคยบอกกับผมมาว่าเขาอาจจะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ทำเอาผมตกใจ แปลกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดีใจเมื่อตระหนักขึ้นได้ว่าเขาอาจจะฟื้นขึ้นมาแล้ว


หรือปาฏิหาริย์จะเกิด?!


?!!.. ผมรีบพุ่งตัวเข้าไปแต่ก็ได้พบกับความตกใจที่ยิ่งกว่า เมื่อเห็นว่ามานะที่ผมหลงคิดไปว่าอาจจะฟื้นขึ้นมาแล้วยังคงนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงพร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยชีวิตรายรอบตัว ..ใครอีกคนที่นั่งซึมอยู่ข้างเตียงต่างหากที่เป็นเจ้าของเสียงถอนหายใจ!


“ฟ้า...” ผมส่งเสียงออกไปเบาๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา


เจ้าของชื่อหันมา ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเรียกเขา “..ซันนี่?”


“..........”


“..........”


ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปแล้วเท่าไหร่ อาจจะ 1 นาที.. 2 นาที.. 5 นาที.. หรืออาจจะ 10 นาที.. ผมไม่รู้.. ที่ผมรู้ก็แค่ฟ้าประทานกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผม เขาอยู่ในชุดปกติที่ไม่ใช่ชุดคนไข้ แต่คอของเขายังมีผ้าคล้องไว้เพื่อใช้พักแขนข้างที่บาดเจ็บ


เขายังไม่ได้หายไปไหน ..ยังไม่ได้ทิ้งผมไปอย่างที่ผมกลัว


เราต่างคนต่างยืนจ้องตากันอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครยอมเปิดปากก่อน


ผมไม่รู้หรอกว่าความเงียบของฟ้ามันหมายถึงอะไร? ..ฟ้าอาจจะโกรธผม เกลียดผม เหม็นขี้หน้าผมจนพาลไม่อยากพูดด้วย ..ก็สุดที่จะคาดเดา ..แต่ก็นั่นล่ะ ไม่ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อผมจะติดลบสักแค่ไหน ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว..


ส่วนความเงียบของผมนั้น.. มันเป็นเพราะผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าควรจะพูดอะไรออกไป ผมไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อที่จะเจอเขาหลังจากได้พูดจาร้ายกาจใส่แล้วเขาก็หายหน้าไป ผม..ควรจะเริ่มพูดยังไง? จะทักทายเขาก่อนดีไหม? แล้วถามว่าสองสามวันนี้เขาหายไปไหน? ทำไมผมถึงไม่เห็นหน้าเขาเลย? ..ผมจะทำเหมือนว่ามันไม่เคยมีอะไร? ทำเป็นลืมเรื่องราวร้ายๆ ที่ผ่านมา? ..หรือผมจะถามไปเลยตรงๆ ว่าเขาโกรธผมเหรอ? เกลียดผมแล้วใช่ไหม? อยากจะเลิกกับผมหรือเปล่า? ...ยิ่งคิดจินตนาการของผมก็ยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ


เลิกกันยังงั้นเหรอ? ..นั่นสินะ ฟ้าคงไม่อยากจะคบกับผมต่อไปแล้วมั้ง ใครจะอยากอยู่กับคนเห็นแก่ตัวแถมยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจอย่างผมกัน?


ไม่มีหรอก ..เป็นผมผมก็คงไม่อยู่


“..........”


แต่ผมอยากให้ฟ้าอยู่


ผมเห็นแก่ตัวอีกแล้ว... ใช่ ..แต่ผมอยากรั้งฟ้าเอาไว้


ผมโลภ ผมรู้.. แต่ผมไม่อยากเสียใครไป


..ไม่ว่าจะเป็นฟ้าหรือซิน..


ผม...ควรทำยังไง?


“ขอโทษ..” จินตนาการมากมายถูกลบทิ้งด้วยจิตใต้สำนึกที่รู้สึกผิดของผม ..ผมเอ่ยขอโทษฟ้าประทานออกไปทั้งที่ไม่เคยมีอยู่ในแผนไหนด้วยซ้ำ


..แต่นั่นคงเป็นคำพูดที่ดีที่สุดและผมสมควรจะพูดมากที่สุดแล้วในนาทีนี้ ไม่ว่าเขาจะให้อภัยหรือไม่ก็ตาม ผมแค่อยากจะบอกว่าผมขอโทษ อยากให้เขารู้ว่าผมรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป


ถ้าเพียงแต่เขาจะให้โอกาส.. ผมก็ขอสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก


ไม่..อย่างแน่นอน


และผมหวังว่าผมจะได้รับโอกาสนั้น..


“ขอโทษนะ..” แต่ฟ้าประทานกลับเอ่ยปากพูดในประโยคคล้ายๆ กัน ..ในเวลาไล่เลี่ยกัน


“..........” เราต่างคนต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง ช่องว่างระหว่างความเงียบถูกเติมเต็มด้วยเสียงฟืดฟาดของเครื่องช่วยหายใจและเสียงสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้าของมานะ


ผมไม่เข้าใจ.. ฟ้าจะขอโทษผมทำไม? มันผมไม่ใช่เหรอที่เป็นคนผิด?


หรือว่าเขาอยากจะพูดอะไรต่อจากนี้อีก? ..ไม่นะ อย่าเพิ่ง!


“ฟ้า.. // ซันนี่..” เราเอ่ยปากขึ้นในจังหวะเดียวกัน ..ก่อนจะเงียบกันไปอีก


“เอ่อ.. ฟ้า...คือ..มึงพูดก่อนสิ” ผมหักใจให้อีกฝ่ายได้พูดในสิ่งที่เขาต้องการก่อน แม้นั่นจะทำให้ผมรู้สึกใจเต้นตุ๊บๆ ต่อมๆ ก็ตาม
แล้วถ้าเกิดฟ้าจะบอกเลิกผมล่ะ? ..หรือผมควรจะพูดก่อนดี?


“มึงพูดก่อนก็ได้..” เสียงเนิบๆ ตอบกลับมา สีหน้าเขาก็ดูจะลุ้นกับคำพูดของผมอยู่บ้างเหมือนกัน


“งั้น...” ผมตัดสินใจแล้วว่าจะพูด จึงแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกพลังแห่งกำลังใจ ..แต่พอมองสบเข้าไปในดวงตาสีดำคู่นั้นก็รู้สึกป๊อดขึ้นมาอีกจนได้ 


“แต่กูว่ามึงพูดก่อนดีกว่านะ” ผมโยนกลับไปให้อีกฝ่าย


“ไม่เป็นไร กูฟังมึงก่อนก็ได้” แต่ทางนั้นก็ยังไม่ยอมรับไว้


“ไม่เป็นไรเหมือนกันเหอะ ให้กูฟังมึงก่อนดีกว่านะ ฟ้า” ผมเองก็ยังไม่พร้อมจะรับไว้เหมือนกัน ..ยิ่งอีกฝ่ายเลี่ยงที่จะพูดก่อนแบบนี้ ผมก็ยิ่งรู้สึกป๊อดมากขึ้นเท่านั้น


“งั้น..” ฟ้านิ่งไปอย่างคนใช้ความคิด ก่อนจะเสนอไอเดียบรรเจิดขึ้นมา “มาพูดพร้อมกัน?”


“แล้วใครจะฟัง?” ผมแย้งด้วยความสงสัย


หมอนั่นหันซ้ายหันขวาเหมือนอยากจะหาสักขีพยานมาร่วมรับฟัง แต่ในห้องนี้ก็มีแค่ผม ฟ้า แล้วก็มานะที่นอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงเท่านั้น


หรือจะให้มานะฟัง? ...บ้าแล้ว


“ก็มานะไง”


“..........” ...บ้าจริงๆ ด้วย


“ทำไมทำหน้างั้นล่ะ?” ฟ้าถามผมด้วยหน้าอึนๆ อันเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา “..มานะได้ยินนะ แต่อาจจะยังออกความเห็นไม่ได้เท่านั้นเอง”


“..........” ผมถอนหายใจกับความคิดอันล้ำเลิศนั่น..


ก่อนจะรวบรวมความกล้าขึ้นมาใหม่ แล้วตัดสินใจโพล่งสิ่งที่อยากจะพูดออกไปโดยวางความป๊อดทิ้งเอาไว้ก่อน 


“..กูขอโทษนะ ฟ้า! กูขอโทษจริงๆ” ผมพูดไปก็ยกมือไหว้เขาไป “..แต่กูไม่ได้ตั้งใจจะว่ามึงแบบนั้นนะ คือกูไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ นะ ฟ้า เชื่อกูเถอะ! กูแค่...คือกู...กูมันปากพล่อย! ใช่! กูปากไม่ดี! เห็นแก่ตัว! เอาแต่ใจ! นิสัยเสีย! ขี้โมโห! ชอบโวยวาย! ชอบลงไม้ลงมือ! ..กูชอบทำร้ายร่างกายมึงบ่อยๆ แล้วครั้งนี้ก็ยังมาทำร้ายจิตใจของมึงอีก กูมัน...กูมันไม่มีอะไรดีเลยซักอย่าง! ..ใช่ กูเป็นแบบนั้น แต่ฟ้า...” ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเองลงไปเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรขึ้นมาจุกตรงคอ ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว.. แต่ผมไม่ได้อยากจะร้องไห้ ผมไม่อยากจะแสดงอะไรที่มันน่าสมเพชต่อหน้าฟ้าประทานอีกแล้ว ผมจะต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้ อดทนให้มากกว่านี้ แล้วก็จะปรับปรุงตัวให้ดีกว่านี้ เพื่อที่อนาคตจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ..ผมจะพยายาม


“..อย่าเกลียดกูเลยนะ”


“ซันนี่..” ฟ้าครางชื่อของผมออกมาเบาๆ ดูเหมือนเขาจะอึ้งไปกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน


“กูขอโทษ.. กูสัญญาว่าจะไม่ทำตัวงี่เง่าแบบนั้นอีกแล้ว ครั้งนี้กูรู้สึกผิดจริงๆ ..ยกโทษให้กูเถอะนะ.. นะ” ผมอ้อนวอน


“..........” แต่คราวนี้ฟ้ากลับปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ เขาเพียงแค่จ้องมองผมนิ่งๆ เหมือนอยากจะค้นหาอะไรบางอย่าง


แต่ความเงียบนั่นทำให้ผมยิ่งร้อนรน ผมรีบเดินเข้าไปใกล้ตัวฟ้า จับมือเย็นของเข้าขึ้นมากุมเอาไว้แน่น “ถ้ามึงยังไม่หายโกรธ.. มึงจะด่ากูก็ได้นะ! จะตีกูก็ได้! เตะเลยก็ได้เอ้า! กูยอมมึงทุกอย่างแล้ว ฟ้า ..ยอมทุกอย่างเลย ..ขอแค่อย่าเกลียดกูก็พอ”


“..........”


ผมเอามือของเขามาแนบแก้มของตัวเอง “กูรักมึงนะ ฟ้า..”


“..........” ฟ้าไม่ได้พูด แต่เขาค่อยๆ บิดมือออกจากการเกาะกุมของผม


“กู...หมดโอกาสแล้วเหรอ?” ผมถามแล้วเม้มปากแน่น กล้ำกลืนก้อนอะไรบางอย่างที่มาจุกตรงคอกลับลงไปพร้อมกับหัวใจที่หล่นหาย..


ผมมาพูดในวันที่สายเกินไป?


ผมพยายามจะยื้อมือของฟ้าเอาไว้แล้ว ..ยังไม่อยากจะยอมรับว่ามันคือความจริง ..แต่ฟ้าก็ยืนยันที่จะดึงมันกลับไป


คำตอบสุดท้ายของฟ้าประทานคือความจริงอันเจ็บปวดสำหรับผม แต่ความจริงที่ทำให้ผมเจ็บปวดได้มากที่สุด ก็คือความจริงที่ผมพยายามจะเถียงกับตัวเองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่.. ‘มันไม่จริง’ !



(ต่อ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 19:37:47 โดย White Raven »

ออฟไลน์ White Raven

  • I'm beautiful in my way.~
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +779/-3
    • Fanpage
(ต่อ)



“เปล่า.. กูคันหลังอ่ะ”


ฟ้าประทานพูดเสียงเนิบหน้าตาย ก่อนจะพยายามเอื้อมมือที่มีอยู่แค่ข้างเดียวนั่นไปปัดๆ เกาๆ ที่ด้านหลังของตัวเอง “ไม่รู้มีตัวอะไรไต่ยุกยิกๆ ตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว ..ช่วยดูให้หน่อยดิ”


“..........” อย่าให้อธิบายว่าผมรู้สึกยังไงหรือกำลังทำหน้าแบบไหนกับประโยคพวกนั้น ผมอึ้งอยู่!


“โอ๊ะ โอ๊ะ.. ดูหน่อยซันนี่ มันเริ่มกัดกูแล้ว” มันขยับตัวหยุกหยิกอยู่ไม่สุข ก่อนจะหันหลังมาให้ผมจัดการกับตัวอะไรก็ตามที่กำลังก่อกวนมันอยู่


“อ่ะ..ไหน?” ผมเลิกเสื้อเชิ้ตของมันขึ้นทั้งที่ยังอึ้งไม่หาย ตอนแรกก็ไม่เห็นอะไร แต่พอมองไปมองมาก็เห็นว่ามีแมลงปีกแข็งตัวเล็กๆ สีดำๆ ไต่อยู่ในเสื้อ ..ก็ไม่รู้หรอกว่าตัวอะไร แต่ผมก็จับมันออกแล้วเอาไปใส่ในถังขยะให้แต่โดยดี


“คันอ่ะ เกาให้หน่อย” หลังจากพยายามจะเกาเองแล้ว แต่ไม่สามารถ สุดท้ายหมอนั่นก็หันหลังมาให้ผมอีกรอบ “..ตัวอะไรรู้จักรึเปล่า?”


ผมเกาไปพูดตอบไป “ไม่รู้ดิ.. ไปเอามาจากไหนเหรอ?”


“คงจะติดมาจากสวนมั้ง เมื่อกี๊ไปนั่งเล่นแถวสวนมา” ฟ้าตั้งข้อสันนิษฐาน เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับผมหลังจากให้ช่วยเกาจนพอใจแล้ว แต่ปากก็ยังบ่นงึมงำ “จะแพ้หรือเปล่าเนี่ย?”


“เคยแพ้เหรอ?” ผมสงสัย ทั้งเรื่องที่ฟ้าแพ้แมลง และเรื่องที่ว่าเรากลับมาคุยกันเป็นปกติแบบนี้ได้ยังไง?


อืม.. ตกลงคำตอบของฟ้ามันคืออะไรกันแน่เนี่ย? แล้วผมอกหักแน่แท้แล้วหรือยัง? ...เอ๊ะ มันยังไง? โอ๊ยยย หล่องง!


“ถ้าเป็นพวกแมลงก็มีบ้าง..” ฟ้าตอบผ่านๆ ก่อนจะขยับมาชิดแล้วเกี่ยวเอวผมไปกอดไว้ “ว่าแต่ที่พูดเมื่อกี๊น่ะ.. พูดแล้วพูดเลยนะ”


“....?....” ผมเลิกคิ้วน้อยๆ ด้วยยังตามอารมณ์และการเปลี่ยนหัวข้อสนทนาของอีกฝ่ายไม่ทัน ขณะที่ความชิดใกล้ส่งผลให้ปลายจมูกของพวกเราแทบจะแตะกันแล้วตอนนี้


“พูดแล้วพูดเลย...รักแล้วก็รักเลยด้วย” ฟ้าพูดยิ้มๆ ด้วยท่าทางที่เหมือนกำลังดีใจ ก่อนจะแยกเขี้ยวขู่ตบท้ายหลังงับจมูกผมเบาๆ ไปแล้วหนึ่งที “ถ้ากลับคำคืน...มะรืนตายแน่ๆ”


“ใครจะตาย?” ผมถามพลางยิ้มกว้างดีใจ ..ที่ฟ้าพูดแบบนี้แปลว่าฟ้ายกโทษให้ผมแล้วงั้นเหรอ? ฟ้าไม่โกรธผมแล้วเหรอ? ...จริงๆ เหรอ?! 


และคำตอบน่ารักๆ ของหมอนั่นก็เรียกรอยยิ้มของผมให้กว้างมากขึ้นจนมุมปากแทบจะฉีกไปถึงใบหูอยู่แล้ว.. 


“ฟ้าไง.. ต้องขาดใจตายแน่เลย”




“กูรักมึงนะ ฟ้า..” ผมโอบสองแขนรอบตัวฟ้าแล้วกอดฟ้าเอาไว้แน่นเพื่อความมั่นใจว่าผมไม่ได้เพ้อเจ้อไปเองคนเดียว(แต่ก็พยายามระวังไม่ให้กระทบกระเทือนแผลของเขา) ฟ้าเองก็กระชับวงแขนข้างเดียวที่มีกอดตอบผมแน่นขึ้นเช่นกัน ..เราต่างคนต่างฝังหน้าลงบนไหล่ของอีกฝ่าย สูดกลิ่นอายที่ห่างหายไปหลายวันอย่างแสนคิดถึง พูดจาตอบโต้กันด้วยเสียงอู้อี้อันน่าตลกแต่ก็ทำให้รู้สึกดีที่สุดในช่วงเวลานี้ “..ขอบใจที่ไม่เกลียดกู”


“จะเกลียดได้ไง? ..ก็รักไปแล้วนี่นา” คำตอบของฟ้าตอบทำให้หัวใจที่ฟีบมาหลายวันของผมได้ขยายจนพองโตคับอก


“มึงเข้าใจคำว่ารักแล้วเหรอ?” แต่ก็ยังไม่วายถามกลับไป


“ก็ไม่รู้ดิ..” ฟ้าว่า ขณะที่เราผละออกจากกันเพื่อมาจ้องตาบ้าง “แต่กูมั่นใจว่าความรู้สึกของเราคงไม่ต่างกัน”


“งั้นมึงก็คงรักกูจริง” ผมเอาบรรทัดฐานความรู้สึกของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่ายมาเป็นตัวสรุป


“ใช่” แม้จะเป็นน้ำเสียงเฉื่อยๆ ทว่ากลับฟังดูหนักแน่นพอที่จะให้เชื่อถือได้


“แบบหัวปักหัวปำเลยด้วย” ผมพูดกลั้วหัวเราะในตอนท้าย ขณะเราแนบหน้าผากไว้ด้วยกัน


“ใครกันแน่?” ฟ้าประทานเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน


จากนั้น.. ริมฝีปากของเราก็ค่อยเคลื่อนเข้าหากันโดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดอีก...




“อะแฮ่ม!~” น้ำเสียงลั้ลลาคุ้นหูในช่วงหลายวันมานี้ดังขึ้นขัดจังหวะการทำพิธีกรรมแลกสารเอนไซม์ขั้นสุดยอด(ล้วงกันถึงคอแล้ว)ของผมกับฟ้าจนต้องแยกออกจากกันด้วยความจำใจ(?) 


“เคอิจัง..” ฟ้าพึมพำชื่อผู้มาใหม่เบาๆ


“จะสวีทหวานแหววกันยังไงก็ช่วยเกรงใจคนไข้ของหมอบ้างสิครับ บ๊จจัง” ทางนั้นพูดต่อยิ้มๆ แต่คำพูดนั่นก็ทำเอาผมรู้สึกกระดากอายระคนรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยที่มายืนจูบกันทั้งที่เจ้าของห้องกำลังนอนป่วยหนักอยู่แบบนั้น


“มานะไม่ถือหรอก” ฟ้าบอกหน้าตาเฉย


“แต่หมอถือครับ! หมอไม่ชอบเห็นใครมารักกันแถวนี้ หมออิจฉามากกก!” เจ้าหมอบ้าเริ่มออกอาการเพี้ยนขึ้นมาแล้ว ..จะว่าไปสองสามวันมานี้ผมก็ไม่ได้เห็นท่าทางล้นๆ เกินๆ ของไอ้หมอนี่เลยนะ ช่วงนี้เห็นแต่เดินหัวยุ่งเสื้อยับเข้าห้องนู้นออกห้องนี้อยู่ตลอด


“งั้นก็รีบปลุกมานะขึ้นมาดิ” คู่สนทนาหน้าอึนแนะนำ


“ก็พยายามอยู่นี่งายยย..” หมอทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ข้างเตียง ก่อนจะพาดหัวเอาไว้กับราวกั้นเตียงผู้ป่วยที่ยกขึ้นมาเล็กน้อยด้วยท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรง “แต่มานะคุงของบ๊จจังก็ช่างใจแข็งกับหมอเหลือเกิน.. เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น”


“บางทีถ้าเคอิจังไปอยู่ให้ไกลหูไกลตา ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นอีก ..มานะก็อาจจะตื่นขึ้นมาก็ได้”


“ใจร้ายอ่ะ บ๊จจัง” หมอต๊องหัวมาค้อนคนพูดด้วยท่าทางงอนๆ


“ไปดีกว่า..” ฟ้าพูดแบบนั้นแล้วหันมาคว้าข้อมือผมจูงเดินไปยังทางออก แต่พอถึงประตูก็ชะงัก ก่อนหันกลับไปกำชับคนเป็นหมอด้วยหน้าซื่อๆ “อย่าลักหลับมานะนะ.. เคอิจัง” 


 


“มานะจะมีโอกาสตื่นขึ้นมาอีกมั้ย ฟ้า?” ผมถามฟ้าขณะที่พวกเราขึ้นมากินลมชมวิวอยู่บนดาดฟ้าตึกของโรงพยาบาล


เมื่อกี๊ที่ฟ้าจูงผมออกมา เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะพาผมไปไหน และผมก็ไม่ได้ถาม แค่เดินตามมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มาโผล่ที่นี่แหล่ะ
แต่ระหว่างทางนั้นฟ้าประทานก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับมานะให้ผมฟังด้วย(ผมเป็นคนถามก่อนเองล่ะ) ..ฟ้าบอกว่าวันนั้นมานะออกไปตามล่ามือสไนเปอร์อย่างที่เคยประกาศไว้ เขาตามไปจนเกือบจะถึงรังไอ้ของบ้านั่น แต่แล้วจู่ๆ ก็ถูกซ้อนแผน ทางนั้นวางกำลังไว้เยอะกว่าเพื่อรอตลบหลังอยู่แล้ว ดูเหมือนมือ สไนเปอร์พอจะรู้อยู่แล้วว่ามานะต้องมา ฟ้าบอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันในสำนักบอดีการ์ดของแบร์ลุสโคนี รู้ทางกันเป็นอย่างดีและเป็นคู่แข่งคนเดียวที่มานะยังไม่เคยเอาชนะได้


มันมีชื่อว่า ‘มัลเลอร์’ เป็นลูกหลานของผู้ติดตามของตระกูลเวนโดลาที่ทำงานมาหลายชั่วคน(จึงไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงยอมรับคำสั่งจากเวนโดลาให้มาเด็ดหัวฟ้า ทั้งที่ตัวเองก็ทำงานให้กับองค์กรของพ่อฟ้า) มัลเลอร์มีพรสวรรค์ในด้านแม่นปืนและการซุ่มยิงสูงมาก มันจึงถูกส่งไปอยู่ในหน่วยปฏิบัติการ(จริงๆ ก็พวกมือปืนนั่นแหล่ะ) และเป็นมือดีที่สุดที่องค์กรของแบร์ลุสโคนีมีอยู่ในขณะนี้


ในขณะที่มานะถูกส่งไปอยู่หน่วยคุ้มกัน(หรือก็คือพวกบอดีการ์ดที่ต้องคอยตามประกบคนสำคัญในตระกูล)ตามความใฝ่ฝันของเจ้าตัว


วันนั้นมานะไปคนเดียว เขาปฏิเสธผู้ช่วยเพราะบอกว่าเอาไปก็รังแต่จะเป็นตัวถ่วง พอรู้ว่าเพรี่ยงพร้ำมานะก็งัดความสามารถทั้งหมดที่มีออกมาสู้สุดชีวิต ...ด้วยตัวคนเดียว..หมอนั่นสามารถเก็บลูกสมุนทั้งหมดของมัลเลอร์ได้ และเป็นครั้งแรกที่สามารถเอาชนะมัลเลอร์ได้ ..แต่ตัวเขาก็เจ็บหนักจนต้องกลายมาเป็นเจ้าชายนิทราอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้


ผมถามฟ้าว่ามันจะไม่เป็นเรื่องใหญ่เหรอที่พวกเขามาฆ่ากันกลางเมืองกรุงเทพแบบนี้? แต่ฟ้าบอกว่า ‘ไม่เป็นปัญญาหรอก คนของแบร์ลุสโคนีเอง เราจัดการเก็บกวาดกันเองได้ ตำรวจที่นี่รู้ดีว่าควรทำยังไง พวกนั้นจะไม่เข้ามายุ่งหรอก..ตราบใดที่เราไม่ไปยุ่งกับคนของพวกนั้นก่อน’


“ตอบไม่ได้หรอก..” ฟ้าตอบคำถามด้วยเสียงเนิบช้าเหมือนเคย เขายืนเกาะกำแพงดาดฟ้าด้วยท่าทางซึมๆ สายตาเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างที่กำลังครึ้มเมฆครึ้มฝนอยู่ในขณะนี้ “ก็ได้แต่ภาวนาว่ามันจะตื่นขึ้นมาในซักวัน..”


“ฟ้า...” ผมเดินเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้จากด้านหลังด้วยนึกอยากจะปลอบใจ ทั้งที่หมอนี่ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายและความสูญเสียมามากมาย แต่ผมก็ยังใจร้ายไปซ้ำเติมให้เขาเจ็บช้ำเข้าไปอีก ..ผมมันแย่จริงๆ


“กูไม่เป็นไรหรอก ซันนี่” คนพูดตบเบาๆ บนหลังมือผม ก่อนจะกุมมันเอาไว้ “..ไม่เป็นไรจริงๆ”


“กูขอโทษ..”


“พอแล้วล่ะ..” ฟ้าพูดพลางแกะมือผมออกจากเอวเขา แล้วหันมาเผชิญหน้ากัน “มึงพูดขอโทษมามากเกินพอแล้ว ..ให้กูได้ขอโทษมึงบ้างนะ”


?.. ผมขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าฟ้าจะต้องขอโทษอะไรผม? ..อันที่จริงนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่เขาพูด ‘ขอโทษ’ กับผม


“กูขอโทษที่ทำให้มึงกับพี่มึงต้องมาซวยด้วยกันแบบนี้.. กูมันตัวซวยจริงๆ นั่นแหล่ะ ..ขอโทษนะ”


“ไม่ ฟ้า.. มึงไม่ได้เป็นแบบนั้น กูขอโทษที่พูดอะไรงี่เง่าออกไป กูไม่ได้ตั้งใจจะว่ามึงแบบนั้น มึงลืมมันไปซะเถอะนะ กู..กู...” 


“ไม่เป็นไร...ไม่ต้องคิดมาก ..กูไม่ได้ซีเรียสเรื่องนั้นหรอก” ฟ้าพูดอย่างใจเย็น “..ชินแล้วล่ะ เมื่อก่อนก็เคยได้ยินบ่อยๆ ..ไม่ว่ากูจะไปอยู่ที่ไหนก็มักจะมีคนบาดเจ็บล้มตายอยู่เสมอ.. จะถูกเรียกว่า ‘ตัวซวย’ มันก็ไม่แปลกหรอก...แต่ดูเหมือนกูจะอึ้งนิดหน่อยตอนที่ได้ยินมันจากปากมึง..”


“กูขอโทษ...” ผมก้มหน้าพูด รู้สึกผิดจากใจจริง


ฟ้าหัวเราะลงคอเบาๆ เขาเอามือมาขยี้หัวผมพลางว่า “รู้อะไรมั้ย ซันนี่? ..กว่ากูจะอยู่รอดมาจนถึงวันนี้ได้...กูเจอมาแทบทุกรูปแบบแล้วล่ะ.. แค่นี้ไม่สะเทือนถึงต่อมไร้ท่อของกูหรอก ..มึงไม่ต้องคิดมาก ..นะ?”


“มึงไม่โกรธกูเหรอ?”


“ไม่”


“ซักนิดก็ไม่เหรอ?”


“อยากให้โกรธรึไง?” 


คราวนี้ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ


“งั้นก็เลิกพูดเรื่องนี้กันเหอะ.. กูเบื่อแล้ว” ฟ้าว่า


“แต่มึงหายไป..” ผมยังมีเรื่องสงสัย “สองวันที่กูอยู่ไอซียูกับอีกสองวันที่กูอยู่ห้องพักฟื้น.. มึงไม่เคยโผล่หน้าไปให้กูเห็นเลย ..รู้มั้ยว่ามึงทำกูนอยด์แตกแค่ไหน?”


“กูไปนะ” คนถูกกล่าวหารีบแก้ตัว “แต่ไปทีไรมึงก็หลับทุกที..”


“มึงตั้งใจไปแต่ตอนที่กูหลับ!” ผมเองก็รีบตั้งข้อกล่าวหาใหม่ทันที


“..ก็..ใช่” คราวนี้จำเลยยอมรับสารภาพแต่โดยดี


“ทำไม?”


“กูกลัวว่ามึงจะไม่อยากเห็นหน้ากู..” ฟ้าพูดเบาๆ “วันนั้นมึงดูโกรธกูมาก.. กูเลยคิดว่าอย่าโผล่หน้าไปทำให้มึงอารมณ์เสียอีกจะดีกว่า ..เอาไว้รอให้มึงลืมๆ เรื่องนี้ไปก่อน ...กูค่อยกลับไปแบบเนียนๆ”


“...........” จริงๆ นะ.. ผมคิดว่าถ้ามันไม่พูดไอ้ประโยคสุดท้ายนั่นออกมา มันจะดูเป็นพระเอกขึ้นมาทันทีเลยล่ะ เชื่อผมสิ!
เสือกมาตกมาตายเอาตรงประโยคท้ายๆ นี่เอง ..กรรมของเวร


“ไม่เห็นมีใครบอกกูเลยว่ามึงมา” ผมยังไม่เลิกสงสัย


“กูบอกทุกคนไว้ว่าถ้ามึงไม่ถามก็ไม่ต้องพูด ..เผื่อมึงจะไม่อยากได้ยินชื่อของกูด้วย”


เออนะ แล้วผมก็ดันเสือกไม่ถามจริงๆ อีก... ให้ดิ้นตาย


“เอาเหอะ.. ยังไงตอนนี้กูก็ได้เจอมึงแล้ว” ผมถอนหายใจก่อนจะยกแขนขึ้นโอบตัวอีกฝ่ายไว้อีกรอบ ซุกหน้าไว้ที่ซอกคอของเขา พูดเสียงอู้อี้ “..อย่าหายไปไหนอีกนะ ..อย่าปล่อยให้กูต้องเดินคนเดียวโดยที่ไม่มีใครคอยเดินตามสิ ..ไอ้ลูกเป็ด...ของซันนี่”


“อือ..” ฟ้าตอบรับพลางกระชับอ้อมแขนและฝังจมูกลงกับซอกคอของผมเช่นกัน “..จะไม่ไปไหนอีกแล้ว.. ถึงไล่ก็จะไม่ไป...จะคอยเดินตามไม่ห่างตูดเลยล่ะ ...แม่เป็ดของเอี้ยฟ้า”


“เอี้ยฟ้าเหรอ?” ผมหัวเราะกับคำที่มันใช้ขานเรียกตัวเอง


“ก็มึงชอบเรียกกูแบบนั้นอ่ะ” ฟ้าทำหน้าง้ำลงเล็กน้อย คราวนี้เลยโดนผมงับจมูกเอาบ้าง


“ก็มึงมันเอี้ยจริงๆ นี่หว่า ..รึว่าจะเถียง?” ผมยิ้มจนตาหยีใส่


“ไม่เถียง” เอี้ยฟ้าของผมก็กลับมาตีมึนเหมือนเดิมอีกครั้ง


ก่อนที่เราทั้งคู่จะต่างคนต่างหลุดหัวเราะออกมา..





“แหม.. ซึ้งจังเลยนะ~”


ภาษาไทยสำเนียงประหลาดๆ ที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เราทั้งคู่รีบหันไปมองหาต้นตอทั้งที่ยังไม่ได้แยกออกจากกันด้วยซ้ำ


ตรงนั้น... บนหลังคาบันได้ดาดฟ้ามีผู้ชายหน้าตาละม้ายคล้ายเอี้ยฟ้า สวมใส่เสื้อผ้าสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า กำลังนั่งเท้าแขนห้อยขาแกว่งไปมาอยู่อย่างสบายอารมณ์ ..!!



“โคเนโร?!”









TBC.  :z2:

ก็นะ.. ถ้าจะมานั่งนอยด์นั่งน้อยใจก็คงจะไม่ใช่ ‘ไอ้เอี้ยฟ้า’ ของน้องซันนี่แล้วล่ะ
เอี้ยฟ้าตัวจริงมันต้องแบบเน้! มันต้อง ‘หน้ามึน สไตล์’ !! (ไม่ใช่ กังนัม สไตล์ นะฮัฟ ฮ่ะๆๆ)
ตะวันจะร้ายยังไงก็ร้ายมาเถอะ ร้ายมาเลย.. ภูมิคุ้มกันระดับฟ้าประทานแล้ว ทุ่มเข้ามาได้เลยสุดตัว! วะฮะฮ่า  :laugh:

---------------------------------------

**อ้างจากตอนที่แล้ว**

ขอพูดถึงพื้นฐานจิตใจของซันนี่น้อยจั๊กหน่อยนะ


ซันนี่เป็นลูกคนเล็ก..
แล้วตามประสาลูกคนเล็ก(ส่วนหนึ่ง)ก็มักถูกโอ๋ ถูกตามใจจากพ่อแม่พี่ๆ ก็เลยมักจะเอาแต่ใจจนเคยตัว เมื่อเคยได้..ก็ต้องได้ (คำว่าไม่ได้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรม ฮา) ชาชินกับการได้รับความรักความใส่ใจ แล้วหากวันหนึ่งต้องถูกแบ่งความสำคัญไป จึงทำใจรับไม่ค่อยได้
โดยเฉพาะการเกิดเป็นน้องคนเล็กของซิน ซันนี่ก็เคยบอก(ในตอนแรก)แล้วว่าซินนั้นคอยสปอยเธอมาตลอด จึงไม่น่าแปลกใจหากซันนี่น้อยจะได้ใจและเอาแต่ใจสุดพลังขนาดนั้น

ครอบครัวไม่สมบูรณ์..
ในตอนที่เกิดเรื่องนั้นพ่อแม่ของซันนี่น้อยเพิ่งจะแยกทางกันได้ไม่กี่ปี แล้วบางทีพ่อก็ต้องออกไปทำงานข้างนอกนานๆ ไม่ค่อยได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว ..เอ้อ ที่พูดนี่ไม่ได้จะบอกว่าเธอทำตัวมีปัญหาเพราะขาดความอบอุ่นหรอกนะ แต่จะบอกว่าเพราะเหตุผลนี้มันเลยทำให้เธอยึดติดกับพี่ชายซึ่งอยู่ด้วยกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะพี่ชายคือคนที่ใกล้ชิดกับเธอที่สุด เข้าใจเธอที่สุด เธอก็เลยฝังใจว่าชีวิตเธอมีแค่พี่ชายและพี่ชายก็ต้องรักเธอที่สุดด้วย เพราะพี่ชายเป็นของเธอ!! หน้าไหนก็จะมาแย่งพี่ชายไปไม่ด๊ายยยยยย
โดยเฉพาะพี่ชายที่แสนดีอย่างซิน ใครจะยอมยกให้คนอื่นกัน?!!(ฮา..)

พวกเขาเป็นฝาแฝด..
อืม ตามนั้น.. เอ๊ะ? ยังต้องให้พูดอะไร? ก็ฝาแฝดไง แค่นี้ไม่จบเรอะ?
เออ โอเคๆ ..ก็อย่างที่หลายคนเคยบอกว่าฝาแฝดจะมีบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษกว่าพี่น้องทั่วไปไงล่ะ ซันนี่กับซินก็คงเป็นแบบนั้นล่ะ

พวกเขายังเป็นเด็ก..
เรื่องมันเกิดราว 7 ปีที่แล้ว แน่นอนว่าทุกคนในเหตุการณ์ยังเด็กอยู่มาก(รวมทั้งเก๊าด้วย ฮี่ฮี่ :) ) วุฒิภาวะ การยั้งคิดและอะไรหลายๆ ก็เลยลดต่ำสัมพันธ์กับอายุและความสูง(?)ไปด้วย

ผ่านไป 7 ปี ตอนนี้ซันนี่น้อยก็คงไม่น้อยแล้ว(?) และความหึงหวงยึดติดกับพี่ชายก็ลดลงเยอะแล้ว นิสัยดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็คงยังดีไม่พอ(..ไม่งั้นคงไม่เผลอทำร้ายร้ายจิตใจเอี้ยฟ้า)


เอ้อ.. สำหรับการกระทำของไท่หลัน ตัวผลักดันก็อยู่ที่ความเข้าใจผิดคิดว่าถูกคนที่รักและไว้ใจหักหลัง(ไท่ขอให้ซินสัญญาว่าจะไม่เล่าเรื่องสารภาพรักให้ใครฟังใช่มั้ยล่ะ?) สำหรับบางคนการโดนหักหลังก็อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ สามารถให้อภัยได้ แต่สำหรับบางคนมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากกกกก ..ก็นานาจิตตังจ้ะ


ที่พูดมาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ไม่ได้จะเข้าข้างหรือขอความเห็นใจให้ใคร แต่เพื่อจะชี้ถึงแรงขับดันของการกระทำของแต่ละตัวละครเท่านั้น ส่วนใครจะถูก ใครจะผิด ใครจะทำเกินกว่าเหตุ ใครไม่น่าให้อภัย หรือใครน่าสงสารที่สุด อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของผู้อ่านจ้ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2012 19:39:30 โดย White Raven »

ออฟไลน์ O[]OVampire

  • เพียงเธอสบตา...แทบลืมหายใจ เพียงเธอ...จากไป...ตราบชั่วลมหายใจ ...ไม่ลืม
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-0
จิ้มๆ
...
 :o12: เข้าใจซันนี่นะ แต่ก็สงสารฟ้าประทาน TToTT
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-08-2012 03:06:51 โดย O[]OVampire »

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป


    ง่า แต่ละคนอาการหนักกว่าที่คิดนะเนี่ย
    แต่นั่นสิ เอี้ยฟ้าหายไปไหน แถมไม่มีใครพูดถึงอีกตะหาก





maii

  • บุคคลทั่วไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-08-2012 03:24:42 โดย maii »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด