มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งหลัง๒๐%) [๒๔ ก.ย. ๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งหลัง๒๐%) [๒๔ ก.ย. ๒๕๖๒]  (อ่าน 640379 ครั้ง)

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6

ออฟไลน์ verdaslyful

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ruins

  • บุคคลทั่วไป
รอคุณดอกไม้มาต่อไวๆ
อย่ามาช้าน่ะไม่งั้นจะลักพาตัว
แมวที่บ้านคุณดอกไม้มาให้หมดเลย
อิอิ

ออฟไลน์ benz-sirilada

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ยังรอคุณดอกไม้อยู่นะค้าฟฟฟฟ
ได้โปรดดดดดดดดดดดด มาต่อเถอะครับ
 :z3:

tanuki

  • บุคคลทั่วไป
ผมยังรออยู่นะครับ  :katai5:

ออฟไลน์ Ali$a฿eth

  • [จิ้น]ตนการ
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1127
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
เพิ่งเคยเข้ามา .......อ่านรวดเดียวจน(เกือบ)จบในสองวัน

เพื่อนเคยส่งลิ๊งมาให้อ่าน แต่อ่านแต่แรกจบ บอกเพื่อนว่ามันไม่มายด์ ไม่ใช่ 'เป๊ก เลยปิดไป


แต่ด้วยเหตุอะไร เปิดไปเจอ อยู่ๆก็กดอ่าน แล้วก็เริ่มอ่านใหม่ ไปช้าๆ (บทไหนมีมมาม่าพรีเรียดจะช้าเป็นพิเศษจะบ่อน้ำตาแตกตามเสมอ :hao5:)

ขอกลืนน้ำลายตัวเองเลย ที่บอกว่าไม่ใช่แนว เรื่องแบบนี้ต่างหากที่ชอบยมากๆ เนื้อเรื่องสนุกมาก

ชอบคำ ภาษา และสำนวนแบบนี้ มันดูอ่อนหวาน มองเห็นภาพชัดเจน และให้อารมณ์ร่วมในขณะอ่าน

รู้สึกคิดผิดจริงๆที่ตอนนั้นไม่ได้ลองอ่าน เลยมาเจอนิยายดีๆแบบนี้ช้าไป  :hao5: (แต่น่าจะทันอยู่นะคะ  :mew2:)


ตัวละคร แต่ละตัวมีนิสัยที่ต่าง เกิดจากเหตุและผลที่หล่อหลอมออกมา ให้เป็นเช่นนั้น

อ่านถึงตอนนี้ก็ชื่นใจกับคุณเล้กกับครูคนึง ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาแล้ว(แต่อนาคนอีกเรื่อง :hao3:)

คู่ของจ้อยกับสิงห์ อันนี้พรีมาม่ามาก อ่านแล้ว บทจะสงสารจ้อย ก็สงสาร แต่บทพ่อสิงห์จะน่าสงสาร ก็เอียงใจไปสงสาร

แต่น้องโดนทำร้ายด้วยคำพูด และการกระทำ (โดยไม่ยั้งคิดของพ่อสิงห์) คนๆหนึ่งโดนข่มขืน ไอ้ครั้นจะให้อภัยกันเลยก็๋....




ก็ง่ายไป   เลยมารอดูว่า พ่อสิงห์จะปรับปรุงตัวทำอะไรให้มันดีขึ้น กับครูจ้อยจะยอมเปิดใจอีกซักครั้งใหม่


รอตอนต่อไป รอพรีเรียดมาม่าคะ  :hao6:


กด+ กดเป็ด  กดกำลังใจส่งไปให้คะ  :mew1:

หนูนก รัชนก

  • บุคคลทั่วไป
มาต่อ นะเค่อ

นกรออ่านค่า

ออฟไลน์ Millet

  • `ヅ
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1668
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +663/-5

ออฟไลน์ Umiko

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 206
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

พึ่งเข้ามาอ่าน...สนุกมาก ๆ


ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14
ตามมาจากห้องแนะนำนิยาย ไม่ผิดหวังเลยค่ะ รออ่านอยู่คะ :ling1: :ling1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nong PeePee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
คิดถึงครูจ้อยอ้ะพี่ดอกไม้ ^^

ออฟไลน์ verdaslyful

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :z2: :z2: รอฉันๆรอเธออยู่แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด

ออฟไลน์ benz-sirilada

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ wargroup

  • Twitter/IG : @inaSSusani
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-3
โอ้ว่าจะครบสี่เดือนแล้วเธอจ๋า  มาร้างราหนีหน้าไม่หาสู่
ประชาชีมานั่งเฝ้า คอยค๊อยคอยจ้อยสิงห์ครู จู้ฮุกกรู วอนวู้ฮู้ อัพเถิดเอย

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-1
สวัสดีค่ะคนอ่านที่รัก^^

ดอกไม้หายหัวไปน้านนานเนอะ แหะๆ
วันนี้สบโอกาสเลยเข้ามารายงานสถานการณ์ดองเค็ม
ตอนนี้เรื่องสั้นที่เขียนให้กลุ่มเฮอร์มิทเปิดจองแล้วจ้า ส่วนต้นฉบับเหลืออีกนิดเดียวก็เรียบร้อย
จวนจะได้เวลากลับไปเขียนมหาหงส์ต่อละเน้อ
 
ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ และขอบคุณมากๆ เลยที่ยังไม่ลืมกัน^_^




ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 370
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
จ้า

รอได้เสมอ    จ้า   

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-6

ออฟไลน์ wargroup

  • Twitter/IG : @inaSSusani
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-3
ยังคอย ยังคอย ยังคอยเธออยู่ ทุกลมหายใจ หลายเดือนเฝ้าคอยยังทนอยู่ไหว
รับปากกันหน่อยอย่าปล่อยละเมอ เฝ้าเพ้อรักใคร่
อย่าปล่อยให้ถึงละเมอกอดหมอน... //ตอบด้วยเพลงยังคอย - ชรินทร์ นันทนาคร ต่อด้วย
ไม่ลืม ไม่ลืม ไม่เลือน ชั่วเดือนและปี...ขอเพียงแต่เธอ อย่าเผลอลืมก่อน
ส่วนฉันแน่นอน ไม่เคยจะลืม ยังจำรสหวานนั้นซึมซ่านใจ
ไม่เคยแหนงหน่ายเปลี่ยนใจหลงลืม... //ลืมไม่ลง - สุรพล สมบัติเจริญ

ออฟไลน์ railay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 988
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0
 :pig4: ที่แวะมาแจ้งข่าวนะค่ะ ลงชื่อรอด้วยคน

ออฟไลน์ aisen

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-1
ครูกับชายเล็ก สิงห์กะจ้อย จะกลับมาแล้ว ดีใจๆๆ คะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ nnA

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1

ออฟไลน์ nnA

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1

ออฟไลน์ น้ำพริกแมงดา

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 316
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +272/-0
    • เข้ามาเป็นคุยกันกับ "น้ำพริกแมงดา" ใน facebook page นะคะ
อ่านรวดเดียวตามทันแล้วค่ะ

นิยายเรื่องนี้เลอค่ามากๆเลย อ่านแล้วรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเหมือนดูละครย้อนยุคเลยค่ะ
คิดถึงคุณชายเล็กกับอ.คนึงนะคะ อยากรู้ใจจะขาดแล้วค่ะการมาของท่านพ่อจะทำให้ความรักที่หวานชื่นของทั้งคู่เปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร และจ้อยจะรังเกียจคุณชายกับอาจารย์หรือไม่ด้วย
และก็จ้อยกับสิงห์ด้วย เมื่อไหร่สิงห์จะกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องและเปิดเผยความหวังดีความรักให้น้องจ้อยรู้แบบดีๆกับเค้าเนี่ย
(แต่พอเข้าใจได้ค่ะว่าตัวละครคือคนสมัยก่อน) หลังๆมานี่คนอ่านรู้สึกว่าน้องจ้อยเป็นนายเอกหลักไปแล้วไม่รู้ทำไม 55เพราะสงสารน้องเค้ามากด้วยมั้งคะ
จะติดตามต่อไปค่ะ ขอบคุณคุณดอกไม้นะคะทีี่สร้างสรรค์นิยายดีๆเรื่องนี้ออกมา

tanuki

  • บุคคลทั่วไป
รออยู่ค้าบ :impress2:

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
คิดถึงจังค่ะ


ออฟไลน์ verdaslyful

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :call: :call: คิดถึงจังกลับมาที ~~~~~~~~

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-1

บทที่ ๒๕

ศักดินากับยาจก



ช่องว่างระหว่างเราห่างกันเหลือเกิน
ไม่มีสะพานไหนจะทอดเดินถึงได้
ถึงเธอไม่คิดรังเกียจแต่เกียรติเธอสูงเกินใจ
ความรักความใคร่ไม่อาจร่วมฝัน*


   
เฮลิคอปเตอร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าคันนั้น  ค่อยๆ ไต่ระดับลงช้าๆ ทีละนิด  ใบพัดหมุนวนก่อลมแรงประหนึ่งพายุกำลังจะมา  ฝุ่นดินเศษหญ้าปลิวว่อน  ณ สนามหญ้าหน้าโรงเรียนซึ่งถูกดัดแปลงเป็นลานจอดชั่วคราว  คณาจารย์และเหล่านักเรียนนับสิบที่พื้นเบื้องล่างต่างป้องหน้าหยีตามองอย่างตื่นตาราวกับไม่เคยพบเห็น
 
แมลงปอเหล็กยักษ์ค่อยๆ ร่อนลงแตะพื้นดิน  ลมแรงขึ้นตามใบพัดที่ยังหมุนส่งเสียงคำรามหึ่ง  คณะต้อนรับที่ยืนเรียงเป็นระเบียบถึงกับเสียขบวนไปชั่วขณะ  จ้อยรับหน้าที่เป็นตัวแทนนักเรียนครูประคองพานพวงมาลัยไว้มั่นต้านแรงลม   
   
ลมแรง.. พัดพาหัวใจคนึงไหวระส่าย  เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม  หรือจะสู้เสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่เต้นรัวเร็วด้วยแรงกดดัน  ในเครื่องแบบข้าราชการครูสีกากี  เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมเต็มหน้าผาก  อาจารย์หนุ่มเคยพบปะเสวนากับ ‘เจ้าขุนมูลนาย’ มาหลายหน  แต่ไม่เคยมีครั้งไหนทำเขาตื่นเต้นเท่าครั้งนี้
   
สัมผัสอบอุ่นแตะแผ่วเบาที่มือกร้าน  ร่างสูงใหญ่ชะงัก  หันมองข้างกาย  ดวงตาสีน้ำตาลใสของคนรักมองมาอย่างห่วงใย  บทสนทนาเมื่อคืนวาบเข้ามาในความทรงจำ

[“อาจารย์ตื่นเต้นหรือเปล่า” เลอมานถามแผ่ว  คนึงยกมือที่ก่ายหน้าผากลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มที่เกยอยู่บนอกกว้างแผ่วเบา
   
“อืม..” ด้วยความซื่อตรงจากใจ  พรุ่งนี้.. เขาจะได้พบบิดาผู้สูงศักดิ์ของคนรักเป็นครั้งแรก  ไม่ตื่นเต้นอย่างไรไหว “ท่านพ่อของเล็กดุไหม”
   
“ดุครับ” คำตอบทันควันนั้นทำเอาคนฟังครางโอย  ใจฝ่อจนต้องซบหน้าลงกับหมอน  เดือดร้อนเลอมานต้องตามไปงัดขึ้น มือขาวบอบบางประคองใบหน้าเขาไว้ “อาจารย์ไม่ต้องกลัว  ถึงท่านจะดุ  ก็ใช่ว่าจะดุอย่างไม่มีเหตุผล” คำปลอบโยนทำให้คลายความเครียดลงเพียงนิด
   
คุณชายยิ้มอ่อนหวาน  จูบเบาๆ ที่คางสาก  นี่ต่างหากที่ปัดเป่าความกังวลปลิวหาย
   
“เมื่อก่อนเล็กกลัวท่านพ่อที่สุดในชีวิต  แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว” เสียงเล็กฉอเลาะ  ซบหน้าลงกับอกกว้าง  เกลี่ยปลายนิ้วแผ่วเบาบนกล้ามอกตึงแน่น
   
“หืม” เขาผงกศีรษะขึ้นมอง “แล้วเล็กกลัวอะไรที่สุด”
   
วงหน้าอ่อนเยาว์เงยขึ้น  ในดวงตาที่งดงามกว่าดาวฉายเปล่งประกายเรืองรอง
   
“กลัวอาจารย์ไม่รัก”]


มือใหญ่กุมมือน้อยกระชับแน่น  ดั่งจะย้ำเตือน 
   
เราตกลงกันไว้.. ความรู้สึกใดที่มีต่อกัน  เราจะลั่นดาลมันไว้ในห้วงหัวใจ  กักขังจองจำ  ไม่ปล่อยให้เล็ดรอดออกไปให้ใครสังเกตเห็น  วันนี้.. เราจะแสดงตนเป็นเพียงอาจารย์และศิษย์ที่ผูกพันห่วงใย  จะไม่มีทีท่าใดเกินเลยไปกว่านั้น  หนึ่งวัน.. จนกว่าท่านชายอาทิตย์และหม่อมดาราจะเสด็จกลับ 
   
เฮลิคอปเตอร์จอดนิ่ง  เครื่องดับสนิท  ประตูเลื่อนเปิดออก  อาจารย์ศิษย์คลายมือออกจากกันทันใด
   
ไม่มีใครสังเกตเห็น  เพราะทุกสายตาจับจ้องสุภาพบุรุษและสตรีที่ก้าวลงมาอย่างสง่างาม  มองปราดเดียวก็รู้ได้ว่ายิ่งยศศักดินาผิดสามัญชนทั่วไป 
   
ทั้งชาวตลาดและชาวทุ่งยืนออกันอยู่ตามร่มไม้  บ้างหลบตามแนวทางเดินอาคารเรียน  เสียงลือเสียงเล่าอ้างบอกกันปากต่อปากว่า ‘เจ้า’ จะเสด็จมา  จึงพร้อมใจกันแห่มาหมายจะชื่นชมบารมีเป็นบุญตาสักครั้ง  แถมยังได้เห็น ‘ฮอ’ ของจริง  ไม่ใช่เพียงภาพเคลื่อนไหวบนจอผ้าใบหนังขายยา
   
อาจารย์ใหญ่ค้อมบังคมรับเสด็จหม่อมเจ้าอาทิตย์ธวัช  บุรุษวัยกลางคนร่างสูงใหญ่มาในเสื้อโปโลกางเกงสแล็คสีน้ำตาล  ดูลำลองเรียบง่าย  แต่ราศีก็ยังจับในทุกท่วงท่า  ริมฝีปากใต้แนวหนวดเข้มยิ้มกว้าง  แตะไหล่อาจารย์ใหญ่อย่างเป็นกันเอง  บ่งบอกถึงความสนิทสนม  จ้อยค้อมตัวลงยื่นพานรองพวงมาลัยแด่หม่อมดารา  สตรีสูงวัยผมสีดอกเลาแต่ท่าทางยังแข็งแรงและงามสง่า  หลังตรงไม่งองุ้มเช่นหญิงชราทั่วไป  ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยเรียบนิ่งอย่างไว้ตัวอยู่ในที  มีชายหนุ่มตัวสูงท่าทางภูมิฐานติดตามมาด้วยอีกคน  ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย  คนึงคาดเดาด้วยสายตา  น่าจะเป็นเลขาอัครราชทูต  ‘พี่ชานนท์’ ของคุณชายเล็ก 
   
หม่อมราชวงศ์เลอมานบังคมท่านพ่อและหม่อมย่า  ทันทีที่เห็นหน้าหลานรัก  ‘ตัว’ ที่หญิงผู้มากศักดิ์ ‘ถือ’ ไว้พลันมลายสิ้น  มือเหี่ยวย่นดึงร่างเด็กหนุ่มไปกอดแน่น  ลูบหน้าลูบตา  หยาดน้ำคลอในดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่  กระทั่งหม่อมเจ้าอาทิตย์ธวัชต้องกระแอมเตือน  อาจารย์คนึงได้แต่มองภาพคนรักในวงล้อมครอบครัวในระยะที่ห่างออกมา  เฉกเช่น คนนอก 
   
อาจารย์ปรีชาผายมือเชื้อเชิญคณะผู้มาเยือน  นำทางไปยังเรือนรับรอง  นอกจากเหล่าอาจารย์  มีแต่นักเรียนมารยาทดีเด่นอย่างจ้อยที่ได้รับมอบหมายให้ถวายการรับใช้ใกล้ชิด  ส่วนพวกลิงทโมนอย่างสง่าและสันติได้แต่ชะเง้อมองคอยืดอยู่ในกลุ่มนักเรียนครูที่มารอรับ’เด็จ 
   
“นั่นเรอะพ่อชายเล็ก” สง่าพึมพำ  ตายังจ้องอยู่ที่กลุ่มราชนิกูลไม่วางตา 
   
“อืม” สันติขยับแว่นชะเง้อมองทางเดียวกัน
   
นักเรียนครูตัวแสบกลืนน้ำลายเอื๊อก  คุณพระคุณเจ้า  คนลูกนั่งเรือเมล์มา  แต่คนพ่อ.. ‘เด็จจากฟ้าลงมาสู่ดินยังกะอินทรีทองเชียวเหวย “แล้ว..ผู้หญิงล่ะ..หน้าคุ้นๆ ชอบกล”
   
“หม่อมย่าคุณชายเล็ก” สันติตอบหน่ายๆ  ถ้าสง่าจะเงยหน้าจากนิตยสารมวยขึ้นมาอ่านคอลัมน์สังคมในหนังสือพิมพ์บ้าง  คำถามนี้คงไม่หลุดจากปาก “ชายากรมหลวงบูรพพิบูลย์ศักดิ์”
   
“ห๊า! อดีตผบ.กรมทหารอากาศน่ะเรอะ!” สง่าตาเหลือกเท่าไข่  เสียงดังจนใครต่อใครหันมอง  ต้องรีบหดคอกระซิบกระซาบแทบไม่ทัน “ปะ..เป็นปู่ชายเล็ก..เอ๊ย..คุณชายเล็กเรอะ”
   
นายสี่ตาพยักหน้าหงึก  ดันแว่นขึ้นสันจมูกท่าทางทรงภูมิ  ส่วนอีกคนน่ะหรือ.. หน้างี้ซีดเอาๆ
   
อันหม่อมราชวงศ์นั้นมีหลายประเภท  ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ ๒๙ ปีก่อน  ระบบศักดินาก็เลือนรางไป  ตระกูลขุนนางหลายตระกูลมีเพียงนามสกุลไว้ประดับบารมี  แต่เนื้อในกลวงโบ๋  ไม่ได้มั่งคั่งมั่งมีเหมือนแต่ก่อน  บางตระกูลขายสมบัติเก่ากินไปวันๆ 
   
สง่ารู้.. หม่อมราชวงศ์เลอมาน บูรพวงศ์ไม่ได้จัดอยู่จำพวกนั้นหรอก  แค่รู้ว่าเป็นบุตรชายท่านทูตก็รู้แล้วว่าเจ้าเด็กหนุ่มเชื้อฝรั่งคนนี้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติเพียงใด ยิ่งวันนี้.. เมื่อได้รู้เทือกเถาที่ ‘คุณชายเล็ก’ สืบเชื้อสาย  จึงได้หูตาสว่างขึ้นมาเหมือนถูกไฟสปอตไลท์ส่อง
   
เด็กหนุ่มที่มีพ่อ.. เอ๊ย..ท่านพ่อเป็นอัครราชทูต  มีปู่.. เอ๊ย.. เด็จปู่เป็นอดีตแม่ทัพ  วาสนาบารมีจะมากมายก่ายกองสักปานไหน  ปีกหางแบบใดที่พร้อมจะกางออกปกป้อง
   
เทียบกันกับลูกตาสีตาสาอย่างเขาแล้ว..
   
ตายละวาไอ้หง่าเอ๋ย..
   
“นี่สันติ..” นักเรียนตัวดีเหงื่อตกขมับ  ยืนตัวลีบยังกะกลัว ‘เจ้า’ จะเห็นชนักที่ติดหลัง “แกว่า.. คุณชายเล็กเขาจะฟ้องท่านพ่อเรื่องที่เราเคยแกล้งเขาให้เดินแก้ผ้ากลับโรงเรียนไหมวะ”
   
“ไม่ม้าง  เพื่อนกันน่า”
   
“เพื่อนกะผีสิ” สง่าว้ากเพ้ย “ลูกหลานเจ้าที่ไหนจะลดตัวลงมาเป็นเพื่อนเรา”
   
สันติมุ่นคิ้วยุ่ง  มองไปทางกลุ่ม ‘เจ้า’ ที่เดินไปไกลลิบ  อดคิดตามไม่ได้จริงๆ..
   
******************************
   
เรือนไม้ของอาจารย์ปรีชาก็ถูกดัดแปลงเป็นเรือนรับรองแขกชั่วคราว  ท่านชายอาทิตย์ทอดเนตรผ้าแพรเพลาะสีสดใสที่ผูกโยงกับราวบันไดแล้วอดแย้มสรวลไม่ได้  มือใหญ่ตบบ่าสหายเก่าผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างหยอกล้ออยู่ในที
อาจารย์ปรีชาไม่ว่าอะไร  แต่ใจอดคิดไม่ได้
   
จะไม่ให้เอิกเกริกอย่างไรไหว  กิตติศัพท์ความเจ้ายศเจ้าอย่างของหม่อมดาราเลื่องลือกันทั่วพระนคร  หากลำพังท่านชายผู้สมถะเรียบง่ายเสด็จมาพระองค์เดียว  เหล่าคณาจารย์คงไม่ต้องเตรียมการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติขนาดนี้
   
“พอดีมาธุระที่กรุงเทพ  ไหนๆ ก็มาเมืองไทยแล้วเลยแวะมาเยี่ยมอาสาสมัครเสียหน่อย” หม่อมเจ้าอาทิตย์บุ้ยบ้ายไปทางบุตรชายที่ถูกหม่อมย่าลูบหน้าลูบหลังอยู่นั่น “บอกแล้วว่ามาอย่างไม่เป็นทางการ  ไม่เห็นต้องเอิกเกริกเลย”
อาจารย์ใหญ่แย้มยิ้ม  จะไม่ให้เอิกเกริกอย่างไรไหว  เล่นเสด็จมาทางฮอ  ไก่หลับอยู่ในเล้ายังต้องผงกหัวขึ้นมองเทียวนั่น 
   
เรือนไม้ที่แสนเรียบง่ายวันนี้ผิดตาไป  ไม่เสียแรงที่เกณฑ์พวกนักเรียนครูมาช่วยกันตกแต่งคนละไม้ละมือ  โถงกว้างที่เคยโล่งโจ้งบัดนี้มีชุดเก้าอี้ไม้สักสลักลายเครือเถาที่ลงทุนไปหยิบยืมจากกำนันเสริม  กรุ่นกลิ่นดอกไม้สดกำจายจากระย้าทรงเครื่องกลางเพดานห้อง  ตาข่ายหน้าช้างที่แขวนไว้ตามหน้าต่างไหวเอื่อยตามแรงลม  งานดอกไม้พวกนี้ก็ได้จ้อยนี่แหละเป็นโต้โผในการจัดทำ  เกณฑ์พรรคพวกมานั่งร้อยนั่งเย็บกันจนดึกดื่น  ทุกอย่างที่เตรียมไว้ล้วนได้ผลดี  ดูจากสีหน้าพึงพอใจเปี่ยมล้นของหม่อมดารา 
   
เลอมานเห็นการตกแต่งแล้วอมยิ้ม  แต่ไหนแต่ไรมาเรือนอาจารย์ใหญ่เคยมีเก้าอี้เสียที่ไหน  เพราะคนไทยเคยชินกับการนั่งพื้นเป็นกิจวัตร  ทีตอนเขามา  จะกินข้าวหรือจะนั่งคุยยังต้องพับเพียบกับพื้นจนปวดตาตุ่ม 
   
แต่ดีแล้ว.. ที่วันนี้มีโต๊ะเก้าอี้ให้  ท่านพ่อน่ะไม่เท่าไร  แต่หม่อมย่านี่สิ 
   
นอกจากพวงดอกไม้ห้อยระย้าที่จ้อยเป็นคนร้อย  เลอมานยังไม่เห็นผู้เป็นย่าชื่นชมสิ่งใด  ตั้งแต่ลงจากฮอ  ริมฝีปากเคลือบสีลิปสติกฝรั่งยังพร่ำโอดครวญร้อยจบไม่เบื่อ
   
“ผอมลงหรือเปล่าลูก” มือเหี่ยวย่นจับตัวเขาหมุนหน้าหมุนหลัง  ผู้เป็นหลานได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ   
   
ชุดเก้าอี้นั้นมีสามชิ้น  สั้นสองยาวหนึ่ง  สิริรวมแล้วก็นั่งได้สี่คนละ  ผู้เป็นแขกกับเจ้าบ้านนั้นต้องนั่งอยู่แล้วเป็นมั่นแม่น 
   
วิถีชีวิตแบบไทยที่คลุกคลีมากว่าครึ่งปีขัดเกลาเลอมานจนซึมซับมารยาทและความอ่อนน้อมไว้ในหัวใจอันเคยแข็งกระด้าง  จากที่เคยนึกจะนั่งตรงไหนก็นั่ง  นึกจะยืนตรงไหนก็ยืน  ไม่สนว่าจะค้ำหัวใครหรือไม่  บัดนี้เกิดสามัญสำนึก.. เขาเป็นผู้น้อย.. ควรนั่งกับพื้นจะเหมาะสมกว่า 

เด็กหนุ่มจึงกระอักกระอ่วนใจไม่น้อยเมื่อหม่อมย่าจับเขาให้นั่งเก้าอี้ตัวยาวเดียวกันด้วยมือที่แน่นหนึบเป็นตุ๊กแก 

“ดูสิ คล้ำลงด้วย” หม่อมย่าครวญเสียงละห้อย  เลอมานมองแขนตัวเองแล้วอยากหัวเราะ  นี่เรียกว่า ‘คล้ำ’ แล้ว?  ถ้าเห็นสง่าหรืออย่าง..นายสิงห์ลูกชายกำนัน  หม่อมย่าจะไม่ร้องว่า ‘ไปคลุกกองถ่านที่ไหนมา’ เลยหรือ?
   
ร่างเล็กบางในเครื่องแบบนักเรียนครูเดินเข่าเข้ามา  ในมือประคองถาดใส่แก้วน้ำเอาไว้  คุณชายมองอย่างอดทึ่งไม่ได้  จ้อยทำได้อย่างไร  ถ้าเป็นเขาละก็.. แค่สองก้าว  แก้วกับถาดคงกระเด็นไปคนละทางแล้ว
   
มือขาวราวหยวกกล้วยวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะทีละใบด้วยกิริยาเรียบร้อยน่าจับตา  หม่อมเจ้าอาทิตย์ทอดเนตรอย่างชื่นชม   
   
ในขณะที่คุณชายกระอักกระอ่วนไม่น้อย  เขานั่งชูคออยู่บนเก้าอี้  มี ‘เพื่อนรัก’ คลานเข่ามาเสิร์ฟน้ำให้ 
เพื่อนรัก.. ที่เย็นชาเฉยเมยใส่เขามาร่วมอาทิตย์แล้ว  ตั้งแต่กลับจากไปฉายหนังที่โรงเรียนบางบาล
เลอมานพยายามคิดว่าเขาไปทำอะไรให้จ้อยไม่พอใจ  แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
   
“จ้อยเป็นนักเรียนดีเด่นของเรากระหม่อม” อาจารย์ปรีชาแนะนำ “ผลการเรียนก็ดี มารยาทก็ดี”
   
“กิริยาท่าทางเข้าท่า” ท่านชายทอดเนตรหนุ่มน้อยตรงหน้าด้วยความเอ็นดู 
   
“หามิได้กระหม่อม” จ้อยทูลนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน  ผู้มากวัยกว่ายิ่งพึงใจนัก  นี่คือดอกผลอันงอกงามของต้นไม้นามว่า ‘การศึกษา’ ที่พระองค์มีส่วนทะนุบำรุง  เงินที่ถวายให้โรงเรียนเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีและด้อยโอกาสเป็นดั่งปุ๋ย  ไม่เสียแรงเปล่าเลยจริงๆ
   
“ดอกไม้ที่แขวนอยู่นี่จ้อยก็เป็นคนร้อยนะครับ” หม่อมราชวงศ์เลอมานชี้ชวนให้ดูพวงระย้ากลางห้อง  หมายจะเอาใจเพื่อนผู้หมางเมิน  แต่กระนั้น.. รอยยิ้มบนปากเรื่อที่เมื่อกี้ยังมอบให้ท่านพ่ออยู่เลย  กลับหุบลงทันทีที่เขาเอ่ยถึง
   
“เก่งจริงพ่อคุณ” หม่อมดาราแหงนหน้ามองกลางห้อง “ฝีมืออย่างกับชาววัง” ท่านชมจากใจจริง  มิได้มีเจตนากระทบชิ่งใคร  แต่เล่นเอาชาววังตัวจริงอย่างเลอมานหน้าม้าน  คนอะไรแค่จับดอกไม้ก็ช้ำ  ขนาดเมื่อคืน  เขาพยายามมาช่วยจ้อยร้อยดอกไม้  ทิ่มๆ แทงๆ ไปได้สองดอก  เข็มแหลมก็ตำนิ้วเข้าให้
   
‘ไปนอนเถอะครับ’ จ้อยว่าไม่มองหน้า ‘ยิ่งช่วยก็ยิ่งช้า’
   
คำว่า ‘ตัวถ่วง’ แปะหน้าหรา  เลอมานเดินคอตกพาหัวใจซึมเซาไปให้อาจารย์คนึงปลอบ  โชคดีที่ยังมีอาจารย์  มีอ้อมแขนอบอุ่นไว้รอท่าเสมอที่ห้องน้อยห้องนั้น 
   
คนอะไร  คิดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ   
   
ความรู้สึกอึดอัดที่ต้องนั่งบนที่สูงกว่าเช่นนี้  กับจ้อยยังไม่เท่าไร  แต่พอร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งพ้นกรอบประตูเข้ามาเท่านั้น 
   
เก้าอี้เต็มเสียแล้ว.. อาจารย์คนึงจะนั่งตรงไหนได้..
   
ดวงตาสีเข้มมองมาปลาบเดียว  และแล้ว.. ผู้ชายตัวโตในชุดสีกากีก็ย่อตัวลงนั่งบนพื้นตรงหน้า.. แทบเท้า..
   
มีหรือเลอมานจะยอม! 
   
เด็กหนุ่มสูงศักดิ์สลัดมือหม่อมย่าที่เฝ้ากุมอยู่ทีเดียวหลุด  ก่อนปราดไปนั่งพับเพียบแต้เคียงข้างอาจารย์หนุ่ม  ท่วงท่าเหมือนนกจิ้งโครงโผลงเกาะกิ่ง  กระโดกกระเดกหาใดเทียบไม่มี
   
หม่อมย่าดูไม่ค่อยโปรด  หากท่านชายแย้มสรวลพึงพระทัยยิ่ง  โอรสจอมเย่อหยิ่งรู้มารยาทขึ้นเยอะ  จากที่เคยไม่เห็นหัวเหล่ามาสเซอร์ในคอลเลจ  บัดนี้กลับนั่งลงเอี้ยมเฟี้ยมเคียงข้างอาจารย์หนุ่ม  พับเพียบเรียบร้อยไม่ขัดตา
   
ใครเล่าจะรู้ ในอกเลอมาน  ไหนเลยจะปล่อยดวงใจวางไว้แทบเท้าได้ 
   
อาจารย์ปรีชาแนะนำคนึงแก่ผู้มาเยือน  ว่านี่แหละคืออาจารย์ผู้ดูแลและเพื่อนร่วมห้องของหม่อมราชวงศ์เลอมาน  ท่านชายตรัสชมว่าหน่วยก้านเข้าที  หม่อมย่าก็ว่าหน้าตาหล่อเหลา  อาจารย์หนุ่มตอบชัดเจนฉาดฉานทุกถ้อยคำ  ใช้ราชาศัพท์ได้ไม่ผิดเพี้ยน  เล่นเอาคุณชายอมยิ้มภูมิใจในตัวคนรักล้นอก  อย่างน้อย.. สร้างความประทับใจแรกพบได้ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง 
   
ไม่ทันถึง ๕ นาที  คุณชายชักจะเมื่อย  วาดขาสลับข้างพับเพียบด้วยกิริยาเหมือนลิงล้างก้นอวดท่านพ่อไปหนึ่งคำรบ 
   
อาจารย์ปรีชามองตามแล้วหัวเราะ “ฝรั่งน่ะ  บางทีเราก็ไม่ค่อยเข้าใจเขา”
   
“หืม อาจารย์หมายความว่ายังไงรึ”
   
“ดูอย่างคุณชายเล็กนี่สิกระหม่อม  เดินช้าๆ เป็นเสียเมื่อไร  เธอต้องวิ่งขึ้นวิ่งลง  เดินจ้ำพรวดๆ คนไทยดูแล้วไม่เข้าใจ  ว่าจะรีบไปไหน” อาจารย์ตัวอ้วนกลืนคำว่า ‘ไล่วัวไล่ควาย’ ลงคอดังเอื๊อก “เวลาคุณชายวิ่งลงกระได  ถ้าหัวทิ่มลงมาจะไม่มีใครแปลกใจเลย”
   
ท่านพ่อสรวลลั่น  ดูแล้ว.. อาจารย์ใหญ่กับท่านพ่อคงรู้จักกันดีในระดับหนึ่งแน่  วงสนทนาจึงครึกครื้นเช่นนี้  เลอมานรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกไปเสี้ยวหนึ่ง 
   
ดวงตาคู่ใสเหลือบมองคนรักข้างกาย  ฝ่ายนั้นเก็บอาการได้ดีเยี่ยม  เสี้ยวหน้าคมสันเรียบเฉย  ไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาสักนิด  หากพอเลอมานแตะมือใหญ่ที่เท้าแขนอยู่ข้างตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ  จึงได้รู้ว่ามืออาจารย์เย็นเฉียบ
   
คุณชายเปลี่ยนข้างพับเพียบ  เท้ามือลงข้างมืออาจารย์บ้าง 
เพียงปลายก้อยสัมผัสกัน  หม่อมย่าหรือท่านพ่อคงไม่ทันสังเกตเห็นหรอกกระมัง?
   
เจ้าบ้านและแขกโอภาปราศรัยกันไป  จ้อยแวบลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมจัดสำรับอาหารเที่ยง  ผ่านอาจารย์ประพนธ์ที่กำลังเสวนากับเลขาของหม่อมเจ้าอาทิตย์ที่แคร่ไม้รวกตีนบันได  นี่ละ.. พี่ชานนท์ที่คุณชายเล็กพูดถึงบ่อยๆ  ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่  หน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเอาการ  เขาหันมายิ้มให้จ้อย  แววตาอ่อนโยนเป็นประกาย  จ้อยยกมุมปากยิ้มตามมารยาทกลับไปให้
   
ผู้ชายคนนี้มีอะไรบางอย่างคล้ายอาจารย์คนึง
   
หรือผู้ชายลักษณะนี้จะเป็น ‘สเปค’ ของคุณชายเล็ก  หึ.. แค่นึกถึง  จ้อยก็ขมวดคิ้วไม่รู้ตัว  นึกชังขึ้นมาเสียเฉยๆ  ไม่อยากเสวนา  ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า  อดละอายใจแทนไม่ได้  เสียทีเป็นถึงลูกท่านหลานเธอ  แล้วดูสิดู  วันนี้ต้องมานั่งตีหน้าซื่อต่อหน้าผู้ให้กำเนิด  นี่ถ้าท่านพ่อของหม่อมราชวงศ์เลอมานรู้ว่าลูกชายลักลอบได้เสียกับผู้ชายด้วยกัน  คงอยากผู้คอตายวันละสามหนเป็นแน่
   
ตั้งแต่กลับจากบางบาล  ทันทีที่ทราบว่าหม่อมเจ้าอาทิตย์จะเสด็จมา  อาจารย์คนึงก็เกณฑ์นักเรียนบางส่วนให้มาช่วยทำความสะอาด จัดเตรียมสถานที่ ทำริ้ว ทำผ้าตกแต่ง ซึ่งแน่นอนว่ามีจ้อยอยู่ในนั้นด้วย  ยิ่งก่อนวันเสด็จต้องเตรียมอาหาร  จ้อยเลยไม่ได้ไปเหยียบบ้านกำนันมาร่วมอาทิตย์แล้ว
   
ขี้ข้าจะหายหัวไปนานอย่างนี้  คุณนายพูนทรัพย์โวยวายแน่ละ  อาจารย์คนึงเลยตัดปัญหาด้วยการไปขออนุญาตด้วยตนเอง  แล้วกลับมาเล่าให้จ้อยฟังว่าทีแรกคุณนายก็ตะบึงตะบอน  แต่พอเห็นหนังสือรับรองลงลายเซ็นอาจารย์ใหญ่ระบุนามหม่อมเจ้าเอกอัครราชทูต  คุณนายก็หุบปากกริบ 
   
จ้อยไม่ได้ถามถึงคนอื่น  แต่รู้อยู่แก่ใจ  ขาดจ้อยไปคน  ลุงกำนันคงขาดลูกมือช่วยคัดลอกเอกสาร  น้าแป้นคงทำกับข้าวคนเดียวหัวหมุน  น้าเวกคงเหนื่อยหนักกว่าเก่า  และแม่หนูน้ำฝนคงคิดถึงจ้อยน่าดู  ส่วนอีกคนที่เหลือ..
   
ไอ้สิงห์..
   
มันจะเป็นตายร้ายดียังไง  แผลที่หัวจะเน่ากลัดหนองไปแล้วก็ช่าง  จ้อยไม่สนหรอก  จ้อยไม่แยแสมันสักนิด 
   
สองสามวันหลังจากกลับจากบางบาล  ทุกเช้าตอนเข้าแถว  สง่ามาสะกิดจ้อย  บอกว่าเห็นมันมาเกาะรั้วโรงเรียนชะเง้อมองหา  จ้อยยังไม่แม้แต่จะหันไปมอง
   
ใครจะหาว่าใจร้ายก็เชิญ  ความใจดีของจ้อย  ทำร้ายจ้อยมามากพอแล้ว 
   
จ้อยคนเดิมตายไปแล้ว  จ้อยฝังไว้ในกระท่อมระยำนั่น  ขุดหลุมลึกก่อนเอาดินฝังกลบ  เอาหัวใจโง่เขลาเสียบไม้ปักประจานไว้แทนป้ายชื่อ 
   
ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้  จ้อยจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายจ้อยอีก

******************************


ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-1
ท้ายเรือนอาจารย์ใหญ่มีระเบียงกว้างขวาง  ลมพัดโชยเอื่อยเสียดใบมะม่วงเป็นทำนองไหวระริก  พวงปลาตะเพียนใบลานแหวกว่ายตามมุมชายคา  วงสนทนาได้ย้ายมาที่นี่ 
   
ชุดโต๊ะรับประทานอาหารไม้สักแกะสลักลายป่าหิมพานต์ที่ตั้งอยู่กลางชานนั้นไม่ค่อยเข้ากันกับพื้นไม้กระดานเก่าเท่าไร  แต่ได้สายดอกรักร้อยโยงสลับด้วยอุบะดอกจำปาส่งกลิ่นหอมอวลตกแต่งตามแนวกันสาด  ระเบียงดาษๆ ที่อาจารย์ใหญ่เอาไว้นั่งแปะกินข้าวกับพื้นหรือไม่ก็ก๊งเหล้ากับเหล่าอาจารย์น้อยก็ดูเลอค่าขึ้นมาในบัดดล 
   
คนึงได้รับเกียรติให้ร่วมโต๊ะเสวย  นอกจากอาจารย์ปรีชาและเลขาท่านทูตแล้ว  ที่นั่งร่วมโต๊ะกันอยู่นี้ล้วนสายเลือดศักดินาทั้งสิ้น  ทั้งหม่อมเจ้าอาทิตย์ที่ประทับหัวโต๊ะ  หม่อมดาราที่นั่งฝั่งตรงข้ามประจันหน้าเขา  และหม่อมราชวงศ์เลอมานที่นั่งอยู่เคียงข้างกันนี้ 
   
คุณชายองอาจผึ่งผาย  ท่าทีกริยางามจับตา  หลังไหล่ผึ่งผาย  จะจับแก้วจับช้อนก็ดูเข้าทีไปเสียสิ้น  ราวกับคนละคนกับเจ้าหนุ่มน้อยที่นั่งสูดเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ตีนท่าเมื่อวันก่อนลิบลับ
   
เพชร.. ก็ควรอยู่บนยอดเรือน  ใครเล่าเอามาวางกับเปือกตม
   
โชคดีที่สำรับเป็นกับข้าวชาวกรุงเก่าทั้งสิ้น  จ้อยทยอยลำเลียงมาเสิร์ฟให้  ทั้งแกงส้มปลาช่อน  น้ำพริกกุ้งแกล้มปลาย่าง  เคียงผักพื้นบ้านอย่างผักบุ้ง ดอกโสน ดอกแค  ต้มกะทิสายบัว  ไก่บ้านรวนน้ำปลา  มียำตะไคร้ไว้เอาใจหม่อมดารา  ขืนเป็นอาหารฝรั่ง  มีมีดส้อมช้อนเรียงรายเป็นตับ  เห็นทีเขาต้องปล่อยไก่กลางโต๊ะอาหารแน่ 
   
แรกเริ่มหัวข้อสนทนาก็เป็นเรื่องทั่วไป  โรงเรียน  นักเรียน  หลักสูตรการสอน  เรื่องภารกิจของคุณชายเล็กที่ได้ทำมาในช่วงเวลาครึ่งปีที่อยู่ที่นี่ 
   
อาจารย์หนุ่มไม่เข้าใจว่าประเด็นพูดคุยมาตกอยู่ที่ตัวเขา อาจารย์บ้านนอกธรรมดาๆ คนหนึ่งได้อย่างไร
   
“อาจารย์คนึงต้องมาดูแลชายเล็ก  คงเหนื่อยน่าดูสินะ” ท่านชายตรัสถามพลางแย้มพระโอษฐ์  แววตาเปี่ยมด้วยปรานี  หากคนถูกถามกลืนน้ำลายลงคอฝืดฝืน
   
เหนื่อยกว่าดูแลนักเรียนทั้งโรงเรียนอีกกระหม่อม..
   
“ไม่เลยกระหม่อม  ชายเล็กเป็นเด็กดี  ตั้งใจสอน ตั้งใจเรียนรู้” สิ่งที่อยู่ในใจก็ยังคงลั่นดาลอยู่ในนั้นมิดชิด   

เหนื่อยกายน่ะไม่เท่าไร  แต่เหนื่อยใจนั้นหนักหนานัก 
เขาไม่อาจปฏิเสธ  ว่าระหว่างวันคืนแสนชื่นมื่น  หากเมื่ออยู่คนเดียวคราใด  อดหนักเหนื่อยใจกับความสัมพันธ์ซ่อนเร้นนี้ไม่ได้ 
ดั่งเรือใบไม้เริงระริกในสายธารา  ไม่รู้เลยว่าจะถูกชะตากรรมซัดพาไปจบลงที่ใด 
   
“ดื้อนักก็ลงไม้เรียวสักที  ฉันอนุญาต” เอกอัครราชทูตตรัสพลางสรวลก้อง  ทว่าในหัวอกคนฟัง  ความละอายอดสูก่อตัวขึ้นเงียบเชียบใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง  อย่าว่าแต่ลงไม้  ลง ‘อย่างอื่น’ ก็เคยมาแล้ว  หากทรงทราบเข้า  จะยังยิ้มหัวเราะให้เขาแบบนี้ได้อยู่ไหม 
   
อาจารย์หนุ่มเหลือบมองคนรักข้างกาย  หม่อมราชวงศ์เลอมานตักไก่รวนบริการหม่อมย่า  วงหน้าเปื้อนยิ้มละไม 
   
“อาจารย์คนึงจบครูมาจากไหนรึ” ท่านชายตรัสถาม
   
“โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครกระหม่อม” หลักสูตร ๓ ปี ฝึกสอนอีก ๑ ปีก่อนสอบบรรจุเป็นข้าราชการ  ถูกส่งมาประจำที่นี่  หากคนึงไม่คิดจะต่อความยาว  ภาวนาในใจให้หัวข้อสนทนาอยู่ห่างไกลจากเขาที่สุด 
   
“อ้อ..หลังวังปารุสก์นั่นเอง” คำอธิษฐานเป็นผล  ท่านชายเปลี่ยนประเด็น “สมัยเจ้าเล็กเด็กๆ ก็เคยพาไปที่วัง  ไม่แน่อาจจะเคยเห็นกันก็ได้นะ”
   
ชายหนุ่มรำพึงในใจ  อาจเคยเห็น.. อาจเคยสวนกัน.. ยามครอบครัวบูรพวงศ์นั่งอยู่ในรถบูอิคคันหรู  อาจเคยสวนกับเขาที่เดินอยู่ริมถนน 
   
“พ่อคนึงเป็นคนที่ไหนล่ะ” หนนี้หม่อมดาราถามขึ้นมาบ้าง  คนึงชะงักมือที่ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ  ตอบสุภาพ
   
“บ้านเกิดผมอยู่สิงห์บุรีครับ”
   
“ที่บ้านทำมาหากินอะไร”
   
คำภาวนาของเขาไม่เป็นผลเสียแล้ว “ครอบครัวผมทำนาครับ”
   
“เข้าทีนี่  ลูกชาวนาได้ดิบได้ดีเป็นข้าราชการ  พ่อแม่คงภูมิใจไม่เบา” ถ้อยคำผู้มากวัยดูชื่นชม  ไร้ความเดียดฉันท์สักนิด  แต่เหตุใดส่งผลให้คนฟังแปลบยอกในอก 
   
“แล้วมีพี่น้องกี่คนล่ะ” หม่อมย่าของเลอมานยังตั้งหน้าตั้งตาสอบประวัติ  ท่านชายทรงกระแอมขึ้นเบาๆ  ราวจะทักท้วงผู้เป็นมารดา  หากก็ถูกดวงตาคมกริบตวัดค้อนให้หนึ่งที  เขาจะทำกระไรได้นอกจากตอบไปตามตรง
   
“๖ คนครับ  ผมเป็นพี่คนโต”
   
“ฮะๆ มิน่าล่ะถึงปราบเจ้าเล็กอยู่” หม่อมเจ้าอาทิตย์สรวลขึ้น  เปลี่ยนประเด็นอย่างแนบเนียน “ปกติเคยยอมใครเสียที่ไหน  แล้วดูสิมาเจออีกที  เชื่องเป็นแมว”
   
อาจารย์หนุ่มก้มหน้าซ่อนยิ้ม  แมวนอนหวดน่ะสิไม่ว่า
   
“ผมพนันกับนายแช่มเอาไว้  ว่าคุณชายจะอยู่ได้กี่วัน  นายแช่มว่าอาทิตย์นึง  ผมว่าสามวัน” เลขาหนุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง “ฮะๆๆๆ ลงท้ายเลยไม่ได้กินกันทั้งคู่” เรียกเสียงหัวเราะได้ครื้นเครง  มีเพียงคนถูกพาดพิงแหละ  หน้างอง้ำเป็นจวักตักข้าว
   
จนกระทั่ง..
   
หม่อมดาราปรายตามองหลานรัก “เกินครึ่งปีแล้วยังไม่เห็นร้องอยากกลับ  คงไม่ได้ถูกใจลูกสาวบ้านไหนเข้าหรอกนะ”
   
“เปล่านะครับ!” ครูศิษย์ประสานเสียงขึ้นพร้อมเพรียงกัน  ก่อนระลึกได้ว่าทำกริยามิควร  ต่างกระแอมกระไอแก้เก้อ 
   
เอ.. อาหารมื้อนี้ก็ไม่มี ‘ปูน’ เหตุใด ‘ร้อนท้อง’ กันทั้งสองคน
   
“ย่ารู้จ้ะ  ชายเล็กไม่มีทางใฝ่ต่ำอย่างนั้น” ริมฝีปากเคลือบสีสดกรีดยิ้มอ่อนหวาน  หารู้ไม่.. กรีดลงหัวใจคนฟังในคราเดียวกัน 

ใต้ผ้าลูกไม้ขาวคลุมโต๊ะ  มือที่คนึงวางบนตักกำแน่นจนกางเกงยับย่น  หากมีมือขาว นุ่มนวลแตะลงแผ่วเบา  ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ แทรกลงกุมกระชับ  อาการเกร็งสะท้านก็คลี่คลาย  ลมหายใจที่ติดขัดค่อยเป็นปกติ 
   
ไม่มีใครรู้  จ้อยยืนรอบริการอยู่ด้านหลังเห็นภาพนั้นเต็มสองตา  แทบเบือนหน้าหนี  ทุเรศลูกตาสิ้นดี  เบื้องหน้าพ่อทำเป็นยิ้มหัว  แต่ลับหลัง.. ใต้โต๊ะ.. แอบกุมมือกันไม่อายฟ้าดิน  ระวังเถิดกรรมจะตามสนองเข้าสักวัน 
   
“เอ้อ พ่อคนึงจ๊ะ” หม่อมดารามองมาด้วยดวงตาที่เจือรอยยิ้ม  ยิ้มที่มากด้วยความเอ็นดู  หวานปานน้ำผึ้ง หากถ้อยวจีถัดไปไม่ต่างอะไรกับยาพิษ “ไม่ทราบว่าได้เงินเดือนกี่มากน้อยรึ”
   
คนึงชะงักเหมือนต้องกระสุน 
   
“หม่อมย่า” หม่อมเจ้าอาทิตย์ปราม  ไม่นึกว่าผู้เป็นมารดาจะกล้าถามในเรื่องที่เสียมารยาทอย่างร้ายกาจเช่นนี้ 
   
“อะไรกันท่านชาย” สตรีผู้สูงศักดิ์หายอมไม่ “ที่ถามนี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะ  แค่อยากรู้ว่ารัฐเขาให้ค่าตอบแทนเรือจ้างเท่าไร  อีกอย่างพ่อคนึงก็เป็นคนดูแลชายเล็ก  เผื่อเหลือเผื่อขาดยังไงจะได้ช่วยเหลือเจือจุนกันได้”
   
ทั้งที่ไม่มีคำใดรุนแรง ใยสั่นสะเทือนหัวใจคนฟังแทบพังภินท์  ใต้โต๊ะ.. มือนุ่มนวลบีบมือเขาแน่นเข้า ชายหนุ่มเหลือบมองดอกฟ้าข้างกาย  เห็นสายตาห่วงใยมองมา   
   
ใบหน้าคมสันพยายามฝืนยิ้ม  จำใจบอกตัวเลขที่แม้แต่เลอมานก็ยังไม่รู้
   
“๔๕๐ บาทครับ”
   
“ตายจริง!” หม่อมย่าโอดลั่น  ยกมือประดับแหวนทับทิมล้อมเพชรขึ้นทาบอก “ทำไมมันน้อยอย่างนี้ล่ะพ่อ แล้วพอกินพอใช้รึ”
   
ดวงตาสีเข้มหลุบลง  ริมฝีปากยังเจือยิ้มจาง  เงินเดือนเท่านั้น  หากอาศัยอดออมเอา ก็พอมีเหลือเก็บ หากเขาไม่ได้พูดออกไป  ยอมนิ่งเงียบเป็นผู้รับฟัง 
   
“เงิน ๔๕๐ ชายเล็กใช้วันเดียวก็หมดแล้ว”
   
“หม่อมย่า..” คนถูกพาดพิงท้วงขึ้น 
   
“หม่อมย่าใหญ่ก็พูดเกินไปครับ” เลขาท่านทูตที่อีกฝั่งโต๊ะพยายามแก้สถานการณ์  บุคลิกร่าเริงจริงใจดึงดูดทุกคนให้มองตาม “คุณชายใช้ไม่หมดหรอก  เหลือตั้งสองบาท”
   
“พี่ชานนท์!”
   
บรรยากาศขมวดตึงค่อยคลี่คลาย  แทนที่ด้วยเสียงหัวเราะ  มีเพียงคนึงเท่านั้นที่หัวเราะไม่ออก
   
“เสียดายฉันไม่มีเส้นสายในกระทรวงศึกษาฯ ไม่อย่างนั้นจะจัดการเรื่องเงินเดือนข้าราชการครูให้” สุภาพสตรีสูงศักดิ์ยังไม่เลิกครวญ “อภิโธ่เอ๋ย.. พ่อพิมพ์ของชาติแท้ๆ  สมัยนี้นายแบงค์เขายังได้กันเป็นพัน”


(จบครึ่งแรกค่ะ)  :กอด1:

ช่วงดอกไม้เม้ามอย  :L2:

เอ่อ..

(หลบตามองพื้น)

คือ..

(เอานิ้วจิ้มกัน)

แบบว่า..  :katai5:

ขอโทษค่ะ ฮืออ.. สงสัยทิ้งช่วงไปนานนนนนน พอกลับมาเขียนอีกทีมันก็เลยเขียนไม่ใคร่จะออก กระซิกๆ
ก็เลยทำให้รอนานอย่างนี้ละค่ะ ขอโทษจริงๆ น๊า (ไหว้สี่ทิศ)
แต่นี่ขัดสนิมที่เกาะมือออกแล้ว งานก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ไม่หัวหกก้นขวิดเหมือนเมื่อช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ก็หวังว่าจะมาต่ออย่างสม่ำเสมอขึ้นนะคะ ดอกไม้จะพยายามนะ
ขอบคุณคนอ่านทุกท่านค่ะ

รักคนอ่านเสมอ :mew1:

ดอกไม้

ส.ค. ๕๖

saylmya

  • บุคคลทั่วไป
 :katai2-1:

ขยี้ตาก่อนกดเข้ามา คิดว่าตาฝาดไป
คิดถึงเรื่องนี้ที่สุด

สาสารอาจารย์มาก T T
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2013 00:39:08 โดย saylmya »

ออฟไลน์ narongyut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
 :mew6: จ้อยยเอ้ยเมื่อไรใจจ้อยถึงจะมีความสุขบ้าง สงสารจ้อย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด