^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U  (อ่าน 178125 ครั้ง)

ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
มีเพื่อนแท้มันก็ดีแบบนี้แหละ

ออฟไลน์ murasakisama

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +236/-4
ตามมาอ่านฉบับปรับปรุงค่ะ  o13

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1
ตอน 2 นายเอกยังไม่โผล่มาเลย

รอนายเอกค่ะ  :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41

ออฟไลน์ bytoey

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-3

ออฟไลน์ udongjay

  • ความรัก...ไม่เคยจำกัดเพศ แต่เพศต่างหากที่จำกัด...ความรัก
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-2
รอฉบับรีไรท์จ้าาาาา
จำได้ว่าอ่านก่อนหน้านั้นเคยร้องไห้ด้วยอ่ะ TT

ออฟไลน์ Number1_90

  • 넘버원~
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
มาตามอ่าน กัสวิน

รอตอนต่อไปค่ะ  :กอด1:

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 3

วิน

‘Rrr  Rrr  Rrr’

“โอ๊ย!  ใครวะ”

ผมสบถอย่างหัวเสียหลังจากต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่ว่างไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงนั่นเอง  พยายามฝืนเปิดเปลือกตาดูชื่อว่าใครมันกล้าโทรมาหาผมตอนนี้กันแน่ ‘เออให้มันได้อย่างนี้สิ’  หลังเห็นว่าเป็นใครผมก็กดรับและกรอกเสียงแหบๆหลังตื่นนอนใส่ไป

“ครับ  คุณปรัช  กระผมนายวินจะไปรายงานตัวแล้วครับ”

เพื่อนที่เป็นกุนซือของกลุ่มโทรมาแต่เช้าแบบนี้มีอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องของผมเอง ‘เรื่องเมีย(เก่า)คบชู้’ แล้วคนอย่างคุณชายปรัชถ้าคิดจะพูดจะซักใครก็ห้ามช้าหรือขัดใจมันเป็นอันขาด  ผมจึงตอบรับว่าจะรีบไปหาทันทีแต่ขอออกคำสั่งกับมันอีกหน่อยครับ 

“อืม  อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกัน  พร้อมข้าวเช้า” ผมรีบกดวางทันทีที่พูดจบกลัวโดนมันสวนกลับครับ

ทั้งๆที่ผมเพิ่งได้นอนไปไม่ถึงห้าชั่วโมงหลังกลับจากเที่ยวเมื่อคืนแต่ก็ต้องรีบไปตามคำบัญชา  ผมตั้งสติสักครู่ก่อนพยุงตัวลุกจากเตียงและบิดขี้เกียจไล่ความง่วงนอน  ก่อนเดินไปทางห้องน้ำทั้งๆที่เปลือยท่อนบนซึ่งท่อนล่างสวมเพียง     บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น  ซึ่งถ้าสาวๆหรือหนุ่มน้อยน่ารักมาเห็นภาพนี้เข้าคงต้องรีบตะครุบตัวผมไว้แน่ๆครับ  ฮึๆ  นี่ผมไม่ได้หลงตัวเองนะแต่พูดเรื่องจริงต่างหาก

    

ผมก้าวลงจากรถเดินเข้าบ้านหลังใหญ่ตรงหน้าอย่างคนคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี  จะไม่ให้คุ้นได้ยังไงในเมื่อผมมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว  เดินมาถึงบริเวณส่วนที่ใช้นั่งเล่นและรับแขกแล้ว  ผมก็ไม่แปลกใจเลยที่จะพบบรรดาเพื่อนสนิททั้งสี่คนอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  เพราะคงโดนเจ้าของบ้านที่ใส่แว่นนั่งหน้านิ่งรออยู่ที่โซฟาหนังนิ่มตัวกลางนั่นแหละเป็นคนตามตัวพวกมันมา  และมีโซฟาที่ซึ่งเว้นที่ไว้ใกล้ตัวไอ้ปรัชเจ้าของบ้านสำหรับผมว่างอยู่  เพราะเพื่อนทุกคนนั่งประจำที่กันหมดแล้ว  ผมจึงอดเอ่ยปากประชดเพื่อนๆไม่ได้ครับ

“เฮ้อ  กระผมพร้อมให้การแล้วครับ  ทุกท่าน”

“รู้ตัวแล้วก็รีบมาเลย  กูรอมึงนานแล้ว  โดนตามแต่เช้าเลย”

ไอ้คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ‘ไอ้ธี’ รีบรับคำพร้อมบ่นไปตามเรื่องที่โดนปลุกมาแต่เช้า  ใจมันก็คงอยากรู้เรื่องผมมากอยู่ถึงได้มาทันเวลาแบบนี้ได้  เพราะปกติมันจะสายตลอดเมื่อมีการนัดหมายของเพื่อนฝูง
“แต่กูหิวว่ะ  กินก่อนได้มั้ยแล้วทีนี้อยากรู้อะไรกูเล่าหมด” ผมต่อรองพวกมันไปครับ  ไม่ใช่ไม่อยากเล่าแต่กระเพาะมันเรียกร้องอาหารแล้วจริงๆ  เพราะถ้าขืนปล่อยพวกมันซักถามคงยาวแน่และผมคงหิวตายไปซะก่อน

 “พวกเรากินกันก่อนก็ดีนะเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”

สาวสวยเพียงคนเดียวพูดขึ้นพร้อมหันไปหาเจ้าของบ้านที่เริ่มขมวดคิ้วมุ่นหน้าเครียดที่โดนขัดใจ  แต่ไอ้ปรัชก็ยอมพยักหน้าเห็นด้วยกับมนจนได้  ดังนั้นทุกคนจึงพร้อมใจกันย้ายไปที่ห้องอาหารแทน  ผมผู้เป็นเจ้าของเรื่องจึงอาศัยจังหวะที่ทุกคนเดินไปก่อนแล้วนั้น  ถอนหายใจออกมาและเรียกพลังให้ตัวเองก่อนต้องเล่าเรื่องทั้งหมด  ไม่ใช่เศร้าเสียใจอะไรแต่แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับกลับการโดนซักไซ้ของเพื่อนในกลุ่ม

“เฮ้ออออ”

    

“เฮ้ออออ”

ผมถอนใจยาวเพราะเหนื่อยกับการอธิบายจากการซักถามเหตุการณ์ทั้งหมดจากเพื่อนสนิทจบลง  ผมคิดไว้ไม่ผิดหลังจากกินข้าวเสร็จพวกเราก็พากันกลับมายังห้องรับแขกห้องเดิม  นี่ก็กินเวลาไปแล้วเกือบสองชั่วโมงทั้งเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น  เรื่องความรู้สึกของตัวเองว่าผมรู้สึกอย่างไงกับแฟนเก่า  เรื่องที่ว่าทั้งสองคนนั้นเจอกันตอนไหน  เรื่องที่ว่าทั้งสองคนนั้นแอบมีอะไรลับหลังผมนานรึยัง  ซึ่งผมตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง  หรือแม้แต่เรื่องที่มันทั้งสองคนเอากันท่าไหน  ไอ้คำถามบ้าๆพวกนี้ก็จะใครถามถ้าไม่ใช่ ‘ไอ้ธี’ ล่ะครับ  ในที่สุดทุกคำถามก็จบลงจะไม่ให้ผมถอนใจได้ยังไงกัน  มันยิ่งกว่าตอนผมสอบจบซะอีกนะครับเนี่ย

“มึงแน่ใจนะว่าตอนนี้ความรู้สึกมึงกับเด็กเก่ามึงมันจบแล้วจริงๆ”

ส่วนคำถามนี้มาจากไอ้ฟินมันคงแอบกังวลว่าผมจะทำปากแข็งว่าไม่เสียใจว่าจบแล้วจริงๆกับคนนี้  ซึ่งผมก็ต้องยืนยันกับเพื่อนอย่างหนักแน่นกลับไปให้พวกมันมั่นใจ

“จบจริงๆว่ะ  กูไม่ได้รักเค้าก็เท่านั้น  พอเกิดเรื่องนี้กูก็แค่เซ็ง  อาจโกรธในตอนแรกแต่กูก็เข้าใจรันว่ะ” เกิดความเงียบขึ้นทันทีเมื่อผมพูดประโยคนี้จบลง  และคนที่เอ่ยออกมาเป็นคนแรกก็คือสาวมน

“มึงคงแค่ชอบ  ถูกใจ  หรือว่าไอ้เด็กนี่มันเหมือนกับคนนั้นของมึงวะ” มนเอ่ยเสียงจริงจังเหมือนใบหน้า

“ใช่  ไอ้รันมันคล้ายว่ะ  ตัวเล็กๆขาวๆ  ปากแดงแก้มแดงน่าจูบ  เฮ้ยยยยย  มึงปากูทำไมเนี่ย” ไอ้ธีมันทำหน้าเพ้อฝันเมื่อพูดถึงเด็กเก่าผม  และมันต้องร้องตกใจเมื่อโดนกล่องกระดาษทิชชู่ที่ตั้งบนโต๊ะลอยไปที่หัว

“หุบตูดมึงไปเลย  ไอ้หมาธี” เสียงนิ่งเรียบดังขึ้นให้ไอ้ธีมันเงียบปาก

คนที่สั่งให้ธีหุบตูด เอ๊ย! ปากคือไอ้ปรัชเพราะประโยคที่มันขยายต่อจากมนนั้นทำเอาคนต้นเรื่องอย่างผมอึ้งไปเหมือนกันครับ  ผมคิดตามไอ้ธีและออกจะเห็นด้วยกับเพื่อนหน้าตี๋ว่า ‘รัน’  อตีตแฟนผมนั้นเหมือนกับใครบางคนด้วยรูปร่างที่ตัวเล็กผิวขาว  จนน่าฝังทั้งปากและจมูกไปที่แก้มแดงระเรื่อ  ส่วนหน้าตาที่จิ้มลิ้มน่ารักก็คล้ายคลึงกัน  นิสัยก็ขี้อ้อนเหมือนกันแต่คนๆนั้นจะอ้อนกับผมตอนอยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้น 

ดังนั้นเมื่อหกเดือนก่อนที่รันเข้าหาผมก่อนตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันผมถึงไม่ปฏิเสธ  สถานที่ก็ไอ้ผับเมื่อคืนนั่นแหละครับ  รันมาขอเบอร์ซึ่งผมก็ให้ไปง่ายๆเพื่อนคนอื่นที่ไปด้วยกันมันยังงงเพราะผมไม่ได้ให้เบอร์ใครง่ายๆขนาดนั้น  มีก็แต่ให้ทิ้งเบอร์ไว้แล้วจะติดต่อไปเอง  ผมยอมรับว่าถูกใจรันมากจึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคนตัวเล็กนั่นพัฒนาเป็นแฟนไปเร็วมากจนเพื่อนๆมันยังตกใจ  เพราะหลังจากผมเลิกกับคนๆนั้นก็ไม่เคยมีใครเป็นตัวเป็นตนอีกเลย  นอกจากการคบกันเพื่อต้องการปลดปล่อยแรงขับเคลื่อนตามธรรมชาติแล้วก็จากกันไป  แต่ก่อนจากกันผมก็ตอบแทนให้คนเหล่านั้นอย่างคุ้มค่าทีเดียวครับ  ซึ่งต่างจากรันที่ผมรู้สึกอยากใกล้ชิดผูกพันด้วยคำว่า ‘แฟน’  แต่ผมมันก็ผู้ชายนิสัยเสียคนหนึ่งอยากเจอจึงนัดเจอ  แต่ถ้ามีงานยุ่งก็ไม่เคยคิดถึงรันเลยด้วยซ้ำครับจึงทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับรันมันจบลงแบบนี้

“เออๆๆ  ขอโทษว่ะ  มึงอย่าไปแคร์มันเลยรันมันเป็นฝ่ายเข้าหามึงก่อน ไม่แปลกที่มันจะเข้าหาคนอย่างไอ้แซ็คก่อนเหมือนกันว่ะ” ตี๋อินเทรนด์กล่าวขอโทษออกมาและวิจารณ์ถึงคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่  และอีกคนที่เป็นคู่กรณีที่เป็นเพียงเพื่อนต่างคณะที่เจอกันตอนเล่นบาสแค่รู้จักแบบผิวเผินเท่านั้นครับ

“จบเหอะว่ะพวกมึง” ผมมองหน้าพวกมันนิ่งแบบรายตัว  อยากให้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปถือว่าผมกับรันเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่อยากให้แล้วต่อกันไปครับ

“จริงว่ะกูเริ่มหิวอีกรอบแล้ว” ไอ้ปรัชมันพูดขึ้นหลังทุกคนเงียบไปนาน  และคงเข้าใจถึงเจตนาของผมล่ะว่าคิดยังไงและต้องการอะไรในตอนนี้  ผมไม่อยากให้พวกมันรื้อฟื้นจนทำให้ผมกลับไปคิดถึงคนๆนั้นที่ผมพยายามจะลืม

“พวกเราไปหาไรกินข้างนอกเหอะ  ใครไม่ว่างก็ไม่ต้องไป” สาวมนที่รับช่วงต่อจากไอ้ปรัชก็เปลี่ยนเรื่องได้เร็วทันใจ

“โห  มนครับไม่คิดจะง้อเพื่อนเลยนะ” ไอ้ตี๋ธีที่เริ่มรู้ตัวก็กระเซ้าเพื่อนซี้ทันที

“เรื่องของมึงๆ  ใครว่างลุกไปขึ้นรถกู” มนก็หาสนใจไอ้ธีไม่เพราะเธอลุกขึ้นเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูดทันที

“อ๊า  อย่าทิ้งเค้าสิตัวเอง  รอเค้าด้วยเค้าว่างสำหรับพวกมึงๆเสมอ” คู่ซี้ของมนมันก็รับมุกส่งเสียงกวนๆอย่างน่ากระทืบและรีบเดินตามร่างโปร่งของมนออกไป

บทสนทนาที่ตอบโต้กันระหว่างเพื่อนตี๋กับหญิงเดียวในกลุ่ม  ทำให้บรรยากาศตอนนี้กลับมาเป็นปกติยามกลุ่มเพื่อนสนิทอยู่ด้วยกันอีกครั้ง  ผมมองตามหลังเพื่อนๆที่เดินตามไอ้สองคนแรกไปด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า  ไม่ต้องมีคนรักก็ได้ขอแค่มีเพื่อนเข้าใจก็เพียงพอแล้วครับ

    

 ‘Rrr  Rrr  Rrr…..’

“เฮ้อออ” ผมขอถอนหายใจให้กับชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอหน่อยครับ  และปล่อยให้มันดังต่อไป

ไอ้ปรัชที่ขับรถอยู่มันหันมามองหน้าผมนิ่ง  ก่อนหันกลับไปขับรถต่อแต่เราก็ยังไม่พูดอะไรกัน  แต่ปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังอยู่แบบนี้ไปครับ  จนมันคงทนไม่ไหวเพราะความพยายามของคนต้นสายที่โทรมาอย่างต่อเนื่องเหมือนจะตื๊อให้ผมรับสายให้ได้

“ทำไมไม่รับวะ  ใครโทรมา  อย่าบอกนะเด็กเก่ามึง” ไอ้ปรัชมันถามเรียบๆโดยที่หน้ามันยังมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้าอยู่

“รันน่ะ  กูไม่อยากรับว่ะเรื่องมันจบไปแล้ว” ผมตอบมันไปโดยสายตาก็จับจ้องไปเบื้องหน้าเช่นกัน  พลางนึกถึงคนต้นสายที่โทรมาคงร้อนใจและฟูมฟายน่าดู  แต่ผมก็ไม่อยากรับสายรันตอนนี้ครับไม่ใช่ว่าโกรธแต่ผมเชื่อว่าเราจะคุยกันไม่รู้เรื่องมากกว่า

“รับไปเถอะน้องมันคงโทรจนกว่ามึงจะรับน่ะแหละ  ลองฟังดูว่ารันมันมีอะไรกับมึงอีก” ไอ้ปรัชให้คำแนะนำผมสมแล้วที่มันเป็นกุนซือประจำกลุ่ม 

ผมคิดตามสิ่งที่ไอ้ปรัชพูดเพราะถ้าผมยังไม่รับรันก็คงโทรหาผมตลอดเวลาจนกว่าผมจะรับ  จึงตัดสินใจรับสายนี้ไปก่อนถ้ารันพูดไม่รู้เรื่องค่อยนัดคุยกันใหม่ก็ยังได้
“รัน  ว่าไงครับ” ผมกรอกเสียงนิ่งใส่โทรศัพท์

“พี่วินมาเจอกับรันอีกครั้ง  เราคุยกันก่อนได้มั้ย” เสียงแหบเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักและสั่นเครือเหมือนกำลังจะเริ่มร้องอีกครั้ง  ทำเอาผมอดสงสารเด็กคนนี้ไม่ได้จริงๆแต่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้จะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมย่อมไม่มีทาง

“พี่ว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วนะครับ  เรื่องของเรามันจบแล้ว” ผมตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดไปส่วนผลที่ตามมาคือเสียงร้องไห้โฮทันที

“ฮือๆๆๆ  รันไม่ยอม  มันยังไม่จบ  ฮึกๆ  รันรักพี่วินนะ  ฮือๆๆๆ” รันร้องไห้ปนสะอึกสะอื้นและพยายามพูดเพื่อรั้งผมไว้  สิ่งที่รันบอกว่ารักมันคงไม่จริงเพราะคนที่รักกันคงไม่ทำกันได้แบบนี้

“เรื่องนี้มัน  ฮึกๆ  ไม่ใช่ความผิดของรัน  ฮึก  คนเดียว  พี่วินไม่มีเวลาให้รัน  ฮึก  รันก็แค่เหงาแต่รันรักพี่วินคนเดียวนะ  ฮือ” รันโทษว่าเป็นเพราะผมทำให้เหงาแล้วไปมีคนอื่น  เหตุผลแบบนี้มันใช้ไม่ได้กับความรักที่รันยกขึ้นมาอ้าง  ผมถอนใจยาวเพราะหนักใจกับสิ่งที่รันคิด  แต่ก็ยอมรับว่าความผิดครั้งนี้มันเป็นของผมด้วยครับ

“ครับ  พี่ก็ผิดอย่างที่รันพูดจริงๆ  แต่มันไม่ได้หมายความว่ารันจะไปแอบคบใครแบบนั้นได้  เฮ้อออ  จบนะครับรัน  พี่ขออย่าให้รันโทรมาอีก  ขอพี่เก็บความทรงจำดีๆของเราไว้แทนนะ” ผมยอมรับผิดและพยายามตัดรอนอย่างนุ่มนวลที่สุดครับ  ถึงยังไงเราก็มีช่วงเวลาที่ดีๆร่วมกันมา

“รันขอโทษ  ให้ทำยังไงก็ได้  ฮือออ  พี่วินกลับมานะครับ ฮึก  นะ....... ‘รันคุยกับใคร  ตึงๆ  เอามานี่  ไอ้วินเหรอ  โว้ยยยย  รันเป็นของพี่’.........”

เสียงจากปลายสายเหมือนว่ารันถูกอีกคนแย่งโทรศัพท์ไปทั้งๆที่เจ้าของไม่ยินยอม  เรื่องระหว่างผมกับคนร่างบางมันจะไม่จบง่ายๆสินะครับถ้าอีกฝ่ายยังพยายามจะรั้งกันไว้แบบนี้  ผิดกับเหตุการณ์ครั้งอดีตที่คล้ายกันแค่มีฝ่ายที่ยอมจบเพราะรู้ว่าทำให้อีกคนเจ็บและทุกข์มากขนาดไหน

“มึง  ไม่เป็นไรนะ” เสียงไอ้ปรัชแทรกความคิดของผมขึ้นมา  ผมที่กำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ตัวเองทำให้เจ็บไว้

ไอ้ปรัชละมือจากพวงมาลัยรถมาตบบ่าผมที่นั่งข้างกันพร้อมออกแรงบีบเหมือนเป็นการให้กำลังใจกัน  ผมพยักหน้ารับรู้ให้กับความห่วงใยและกำลังใจของเพื่อนที่ส่งมาให้  พร้อมย้อนกลับไปคิดถึงอดีตที่เต็มไปด้วยความสุขและความรู้สึกผิดที่มีต่อคนๆนั้น

.....................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

เรื่องนี้จะลงให้ทุกวันจนกว่าจะจบนะคะ
ขอบคุณคนอ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ

+1ให้ทุกเม้นท์แล้วนะคะ

 :L1:

รายละเอียดการจองหนังสืออยู่หน้า 1 นะคะ
ปล.โอนเงิน 50 ท่านแรกมี magnet แจกน้า (เหลือน้อยแล้วค่ะ)


 :pig4:

ออฟไลน์ silverphoenix

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +347/-3
^
^
^
ได้จิ้มอ๊ะป่าวน้าาาา

ตอนนี้ก็ยังไม่ปรากฏหมอกัสอยุดี
รอเจอคุณหมอฟันแสนน่ารักจ้าาา

+1

ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11
ป่านนี้รันจะเป็นไงบ้างหนอ หวังว่าคงมีความสุขดีใช่มั้ย?

สงสารวินเบาเบา >_<

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41

ออฟไลน์ ujen

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-13

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5


จบเถอะนะจ๊ะหนูรัน
รอหมอกัส
 :กอด1:


ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1

ออฟไลน์ Number1_90

  • 넘버원~
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
เเอบสงสารรันเเบบเบาๆ

เเต่รันก็ทำคัวเองด้วยเเหละ

รอตอนต่อไปนะคะ

+1 ให้ค่ะ  :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ eern

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-5
อ่านหลายรอบแล้วก้อยังสนุกเหมือนเดิม :กอด1:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 4

กัส

“คุณหมอคะ  ขอบคุณค่ะ” เด็กหญิงใส่ชุดนักเรียนพนมมือไหว้ขอบคุณอย่างน่ารักด้วยรอยยิ้มแจ่มใสแววตาใสซื่อ  ผมจึงยกมือลูบหัวทุยให้อย่างเอ็นดูกับคนไข้ตัวน้อยก่อนเอ่ยรับคำ

“ครับลูก” ผมมองตามแผ่นหลังเล็กๆที่หมุนตัวเดินจากไปด้วยใบหน้าที่ประดับยิ้มไม่คลาย  ผมที่กำลังมองร่างที่เพิ่งจากไปเพลินๆก็ต้องหันมาตามน้ำเสียงเกรงใจที่ดังขึ้นข้างตัว
 
“หมอกัสคะ  เด็กนักเรียนที่ต้องทำฟันหมดแล้วค่ะ  เก็บของเลยนะคะ” หญิงสาวในชุดทำงานที่ปกปิดตั้งแต่ศีรษะลงไปเหลือเพียงลูกตาแวววาวขี้เล่น  แต่ผมก็ยังรู้ว่าภายใต้ผ้าปิดจมูกนั้นใบหน้าของเธอคนนี้คงเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง  ผมจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบพร้อมถอดผ้าปิดจมูกก่อนคลี่ยิ้มไปให้ผู้ช่วยทันตแพทย์สาวที่ยืนรอรับคำสั่ง

“ครับ  เดี๋ยววันนี้หมอจะพาทุกคนไปเลี้ยงข้าวนะ  เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” หลังคำพูดของผมประกายตาที่ผมได้สบก็ส่องแสงวิบวับอย่างถูกใจมาให้ได้รู้ว่าเจ้าของถูกใจแค่ไหน  ก่อนที่เธอจะหันกลับไปเก็บของอย่างกระตือรือร้น  ผมเองก็ถอดเสื้อคลุมทำงานออกจากตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจออกหน่วยโรงเรียนประจำอาทิตย์แล้ว

งานประจำของผมในตอนนี้ก็คือการเป็นทันตแพทย์ตัวเล็กๆประจำในโรงพยาบาลชุมชนที่ห่างไกลความเจริญ  นอกจากการให้บริการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นปกติแล้ว  ผมมีหน้าที่ที่ต้องออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ตามโรงเรียนที่ห่างไกลด้วย  แม้จะเหนื่อยกว่าปกติแต่ความอิ่มใจและความสุขที่ได้รับจากเด็กตัวเล็กๆนั้นมันต่างกันมาก  ‘ยิ่งเหนื่อยยิ่งสุขใจ  ยิ่งเหนื่อยยิ่งอิ่มใจ’  ที่ทำให้เด็กน้อยกลับมายิ้มเต็มหน้าได้อีกครั้ง

“คุณหมอครับวันนี้ต้องขอบคุณมากเลยครับที่มาให้บริการถึงที่โรงเรียนของเรา” เจ้าของน้ำเสียงปรานีที่ผมได้ยินเป็นชายวัยใกล้เกษียณหน้าตาใจดีมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน  ผู้มีรูปร่างผอมไม่สูงนักในชุดสีกากีใบหน้าประดับยิ้มอ่อนโยนแววตาใจดี

“ครับ  ไม่เป็นไรครับ  เพราะการออกหน่วยแบบนี้ถือเป็นการดูแลสุขภาพช่องปากให้แก่เด็กๆซึ่งหมอถือว่าเค้าเป็นลูกเป็นหลานอยากให้มีสุขภาพฟันที่ดีน่ะครับ” ผมส่งยิ้มละมุนให้แก่ครูใหญ่ใจดีที่เดินเข้ามาคุยด้วย  ก่อนจะพูดถึงปัญหาสุขภาพช่องปากของนักเรียนเพื่อให้ทางผู้อำนวยการท่านได้รับรู้และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน  เมื่อเห็นว่าผู้ช่วยได้เก็บของเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยขอตัวกลับ

“วันนี้ผมคงต้องขอตัวนะครับเพราะเดี๋ยวจะต้องไปเลี้ยงข้าวเด็กๆต่อ” จบประโยคที่พูดกับครูใหญ่ผมก็หันไปกระเซ้าเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในฐานะลูกน้อง  และได้รอยยิ้มอายๆตอบกลับจากบรรดาลูกน้องที่ยืนเคียงข้าง  ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ครูใหญ่อีกครั้งซึ่งท่านก็ยังยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี 

หลังจากนั้นผมรวมทั้งลูกน้องก็เอ่ยล่ำลาครูใหญ่และคุณครูอีกสองคนที่เดินมาส่งถึงรถที่สตาร์ทเครื่องรอพร้อมอยู่แล้ว  ก่อนพวกเราทุกคนจะยกมือทำความเคารพเพื่อเอ่ยลา

“ครับขอบคุณอีกครั้งนะครับ” เสียงอ่อนโยนไม่แพ้ดวงตาที่ผมได้สบของครูใหญ่  ยิ่งทำให้ผมฉีกยิ้มกว้างได้มากกว่าเดิม

“ครับ”

หลังจากนั้นรถโรงพยาบาลที่บรรจุเครื่องมือและเหล่าบุคลากรที่มาออกหน่วยก็ออกตัว  เพื่อเดินทางกลับไปยังสถานที่ที่เป็นทั้งที่ทำงานและที่พักของผม

    

“กัสไปรึยังอ่ะ  มิคหิวแล้วน้า” เสียงหวานของคนคุ้นเคยดังขึ้นหน้าประตู  โดยที่เจ้าของเสียงถือวิสาสะเปิดเข้ามาเอง  ผมก็หันไปส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่กำลังส่งยิ้มกว้างตาปิดมาให้อย่างเอาใจ  ก่อนเจ้าของความสูงที่ไม่ต่างจากผมนักจะเดินเข้ามาในห้องและหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง

เพื่อนสนิทของผมคนนี้เป็นหนุ่มตัวเล็กผู้มีผิวขาวผ่อง  มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งไม่เป็นทรงเพราะเจ้าตัวไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่เมื่อเทียบกับของกิน  ผู้ที่สวมแว่นกรอบหนาบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง  ทั้งๆที่เครื่องหน้าออกจะลงตัวไปหมด  ด้วยตากลมโตที่มีกรอบขนตายาวงอนเป็นแผง  ทั้งจมูกเรียวแหลมที่มีแว่นปิดทับไว้อย่างน่าเสียดาย  ริมฝีปากแดงอวบอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มกว้างนั้นก็ยิ่งน่ามอง  ประกอบกับผิวแก้มใสที่น่าฝังจมูกสูดกลิ่นนั่นอีก  ถ้าใครมาเห็นเพื่อนสนิทของผมตอนถอดรูปเชื่อได้ว่าต้องหลงในความน่ารักเข้าเป็นแน่ครับ  คุณสมบัติเหล่านี้เป็นของเพื่อนผมที่ชื่อ ‘น้องมิค  หรือ ศรันย์’ ชื่อแรกนั้นคุณแม่คนสวยของมิคเรียกได้คนเดียวเท่านั้น  เพราะถ้ามีใครเผลอเรียกโดยมีคำว่าน้องนำหน้าชื่อเล่นเมื่อไหร่มิคจะโกรธจนไม่คุยด้วยเลยต้องใช้เวลาง้อเป็นอาทิตย์กว่าจะยอมใจอ่อนคุยด้วยได้  ขนาดผมที่เป็นเพื่อนสนิทเผลอเรียกไปว่า ‘น้องมิค’  ตอนนั้นมิคงอนผมนานกว่าจะยอมคุยด้วยต้องเสียเงินเลี้ยงข้าวไปหลายมื้อทีเดียวครับ  แต่มิคก็เป็นคนที่เข้มแข็งและเป็นที่พึ่งยามทุกข์ของผมได้เสมอ

“อะไรกันมิค  ดูสิทำหน้าแบบนี้ไม่น่ารักเลยน้า” หลังจากผมพิจารณาใบหน้าคนน่ารักไปพักใหญ่ก็ต้องเอ่ยแซวขึ้นมา  เมื่อเห็นว่ามิคเริ่มทำหน้างอนปากยื่นซะแล้ว  ด้วยที่ว่าเห็นผมเงียบไปนานทั้งๆที่เจ้าตัวเค้าทักมานานมั้งครับ  จึงขอเย้าให้เพื่อนอารมณ์ดีขึ้นมานิด  แต่ดูท่าจะไม่ได้ผลเพราะมิคส่งค้อนเล็กๆก่อนแลบลิ้นส่งมาให้  ‘นี่เริ่มงอนแล้วล่ะสิ’ อารมณ์อยากแกล้งเพื่อนปะทุขึ้นเล็กๆ 

“แต่จริงๆแล้วกัสตั้งใจเลี้ยงแค่เด็กๆในห้องเท่านั้นนะ  มิคไม่เกี่ยวซะหน่อย  ฮิๆๆ” นั่นไงครับย่นจมูกใส่ผมแล้ว  ปากแดงๆก็เริ่มเม้มแน่นพร้อมกอดอกฉับทันที  ดูสิครับมิคออกจะน่ารักจะให้ผมอดใจไม่แกล้งได้ยังไง

“โฮ  ไรอ่ะ  มิคก็เป็นลูกน้องกัสเหมือนกันนะสองมาตรฐานชัดๆ” เสียงกระเง้ากระงอดถูกส่งมาให้ผมพร้อมแววตาน้อยใจ  และผมต้องรีบกลับตัวเลิกแกล้งเพื่อน  เพราะถ้ามิคงอนขึ้นมาผมคงต้องง้ออีกนานเลย  ผมจึงเดินเข้าไปนั่งข้างมิคบนเตียงและสวมกอดร่างบางไว้หลวมๆก่อนส่งเสียงง้องอน

“แหม  หมอมิคไม่งอนนะ  ป่ะเดี๋ยวหมอกัสเลี้ยงเอง” ใบหน้าบึ้งตึงของมิคค่อยๆคลายลงผมจึงกอดมิคแน่นขึ้นและโยกตัวไปมา  จนกระทั่งมิคหลุดเสียงหัวเราะออกมานั่นแหละผมถึงโล่งใจได้  หลังจากนั้นเราสองคนก็พากันไปยังร้านอาหารที่นัดกับบรรดาลูกน้องในฝ่ายไว้ 

    

โต๊ะอาหารนอกชานของร้านอาหารที่มีขนาดไม่ใหญ่นักมีผู้ร่วมโต๊ะด้วยทั้งหมดหกคนประกอบด้วยชายหนุ่มสามคนและหญิงสาวสามคนนั้น  ต่างพูดคุยกันเบาๆหลังจบมื้ออาหาร  ผมที่กวาดมองไปโดยรอบก็เห็นว่าทุกคนทานกันเสร็จแล้วและได้เวลาสมควรที่จะกลับบ้าน  จึงหันไปทางหญิงสาวที่นั่งใกล้ตัวและพยักหน้าส่งสัญญาณให้ 

“คิดเงินด้วยค่ะ” เสียงหญิงสาวที่ผมพยักหน้าส่งสัญญาณให้เรียกเก็บเงินดังขึ้น  ก่อนที่ผมจะหันกลับมาไล่มองผู้ร่วมโต๊ะอาหารคนอื่นอีกครั้ง  ซึ่งก็พบกับรอยยิ้มละไมและสายตาเปิดเผยที่เจ้าของนั่งอยู่ตรงหน้า  จนผมต้องเสหลบตาหันมาทางมิคที่นั่งข้างกันแทน

“เดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงเองนะครับน้องกัส  อย่าปฏิเสธพี่เลย” ผมพยายามปฏิเสธเมื่อรู้ความหมายที่เจ้าของประโยคต้องการ

“แต่.....อ๊ะครับ  ขอบคุณครับหมอพจน์” ผมที่ยังปฏิเสธได้ไม่เต็มคำก็ต้องจำใจยอมรับความหวังดีของหมอหนุ่มรุ่นพี่ตรงหน้าไปด้วยรอยยิ้มแหยอย่างลำบากใจ   เพราะโดนเพื่อนสนิทสะกิดด้วยเท้าใต้โต๊ะให้ยอมรับเลี้ยงจากหมอพจน์คนที่พยายามมาตีสนิทผมอยู่ตอนนี้

“ขอบคุณครับพี่พจน์ / ขอบคุณค่ะคุณหมอ” สี่เสียงประสานขอบคุณหมอหนุ่มร่างหนาผิวขาวตาตี่ที่เห็นว่าหัวหน้าอย่างผมยอมรับเลี้ยงแล้ว  และผมก็หันมาส่งค้อนให้หมอมิคตัวแสบที่ยังยิ้มร่าอย่างถูกใจที่ได้กินฟรีในมื้อนี้ 

ไม่รู้ว่ามิคจะรู้มั้ยว่ามิคน่ะดีใจอยู่บนความลำบากใจของเพื่อนแบบผมอยู่  ผมนั้นรู้จุดประสงค์ที่หมอพจน์เข้ามาตีสนิทด้วย  แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะรับไมตรีจากใครทั้งนั้น  ไม่อยากให้ความหวังใครในขณะที่ตัวเองไม่พร้อมแบบนี้เลย  และการที่หมอพจน์มาทานอาหารมื้อนี้ด้วยนั้นเป็นความบังเอิญแท้ๆเชียวครับ  เพราะผมเจอหมอพจน์ตอนที่กำลังเดินไปขึ้นรถพร้อมมิคพอดี  พอหมอพจน์รู้ว่าจะมาที่นี่จึงขอมาทานข้าวด้วยและผมก็ไม่มีเหตุผลดีพอที่จะปฏิเสธจึงต้องเลยตามเลย  เหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว  ผมก็พยายามเลี่ยงมาตลอดเวลาหนึ่งปีที่เรารู้จักกันเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไรหมอพจน์ถึงมีพฤติกรรมแบบนี้ 

“ผมว่าเรากลับกันเถอะครับ  ไปมิค  พวกเรากลับกันดีๆนะครับ” เมื่อหมอพจน์รับเงินทอนแล้ว  ผมก็เอ่ยปากชักชวนทุกคนให้กลับบ้าน  เพราะผมนั้นห่วงเรื่องการเดินทางของลูกน้องยิ่งดึกยิ่งเดินทางลำบาก

“ค่ะคุณหมอ  พรุ่งนี้เจอกันนะคะหมอกัสหมอมิค” ผู้ช่วยสาวหันมายกมือไหว้ผมและมิคด้วยรอยยิ้มขอบคุณ  ก่อนจะหันไปขอบคุณเจ้ามือตัวจริงที่ยังคงยืนยิ้มอยู่ข้างกายผม 

“ขอบคุณอีกครั้งค่ะคุณหมอพจน์” ทำให้อีกสองสาวที่เหลือทำตามทันทีและต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน  เหลือเพียงผม  มิค  และหมอพจน์ที่ยืนส่งสามสาวที่ขี่มอเตอร์ไซค์กลับจนลับตา

“งั้นเดี๋ยวมิคกับกัสไปแล้วนะครับ” เสียงใสๆของมิคดังขึ้นทำลายความเงียบและอาการกระอักกระอ่วนภายในใจของผมลง  ผมเงยหน้าสบตาวาวหวานของหมอพจน์  ก่อนจะรีบขอบคุณตามเพื่อนสนิทและหลบสายตาคู่นั้น  ผมจับข้อมือมิคให้เดินตามกันมาที่รถแต่แล้วก็ต้องชะงักเท้าเพราะเสียงนุ่มที่ไล่หลังมา

“เอ่อน้องกัส  ขับรถดีๆนะครับ” ผมหันไปส่งยิ้มจืดเจื่อนให้หมอพจน์นิดหน่อยและรับคำ  ก่อนหมุนตัวเร่งฝีเท้าจากมาแต่ก็ยังอดรู้สึกผิดนิดๆไม่ได้เมื่อได้เห็นแววตาละห้อยของคนข้างหลัง

    

“น่าสงสารหมอพจน์จริงๆน้า  พยายามมาเป็นปีแต่ก็ไม่เป็นผล  โอ๊ยยยย  กัสอ่ะ” ดูคำพูดคำจาของเพื่อนสนิทผมสิครับ  ทำไมถึงกล้าพูดแบบนี้ขึ้นมานะผมยังไม่กล้าคิดประเด็นนี้เลย 

ผมจึงจัดการตีแขนมิคไปเบาๆแต่ที่เจ้าตัวก็ร้องซะดังคงด้วยแกล้งร้องเกินจริงไปอย่างนั้นเอง  หลังจากนั้นผมก็แกล้งตีหน้าดุชี้นิ้วคาดโทษเพื่อนจอมทะเล้นเพื่อปรามไม่ให้พูดเล่นอีก

“ครับ  กลัวแล้วครับ  น้องมิคไม่พูดแล้วครับ  ฮ่าๆๆๆ” มิคฉีกยิ้มกว้างก่อนเข้ามากอดแขนประจบเอาใจอย่างน่ารัก  จนผมเผลอยิ้มคลายดุให้เจ้าตัวดีต้องหัวเราะคิกคักออกมา  แต่ก่อนที่เราจะแยกย้ายเข้าห้องเสียงโทรศัพท์ของมิคก็ดังขึ้น

“จ้า  ว่าไงมายเดียร์.... กินแล้วเพิ่งกลับมาเนี่ย.....อยู่ด้วยกันเนี่ยแหละ.....คงลืมเอาไปมั้ง”

เท่าที่ผมจับใจความได้นั้นคนที่มิคคุยด้วยคงเป็นเพื่อนสาวคนสนิทอีกคนในกลุ่มเราที่เรียนมาด้วยกันตลอดหกปี  ชื่อ ‘มาย  หรือ  ดวงกมล’ เพื่อนสาวคนสวยที่มิคมักจะติดปากแซวเรียกมายว่า ‘มายเดียร์’ เสมอ  แรกๆเจ้าตัวก็โวยวายแต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้หนุ่มจอมซนประจำกลุ่มจนได้  มายเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักเครื่องหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยแถมมีเขี้ยวมุมปากด้านขวาด้วยยิ้มทีหนุ่มๆแทบละลาย  ประกอบกับเสน่ห์เรื่องรูปร่างที่แม้มายจะมีส่วนสูงไม่มากนัก  พอๆกับผมและมิคแต่ด้วยทรวดทรงองค์เอวที่อวบอิ่มดั่งนาฬิกาทราย  เดินไปทางไหนคนเหลียวหลังจนคอแทบเคล็ด  ให้มิคต้องเหนื่อยคอยตีหน้ายักษ์กันหนุ่มๆที่เข้าหาเพื่อนสาวคนสวยตลอด  และเมื่อเรียนจบถึงเวลาใช้ชีวิตทำงานมายหญิงเดียวในกลุ่มกลับโดนคุณแม่ขอร้องให้ชดใช้เงินแทนการมาใช้ทุนทำงานตามโรงพยาบาลรัฐบาลแทน  เพราะความเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กสุดสวยคนนี้ทำให้เราไม่ได้มาใช้ชีวิตทำงานร่วมกันเหมือนตอนเรียน

“ได้ครับ  เดี๋ยวมิคเปิดสปีคเกอร์โฟนให้นะ” มิคพยักหน้ามาให้ผมก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหน้าโซฟา  ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงหวานๆของเพื่อนสาวคนสนิทดังออกมา

“คิดถึงกัสกับมิคจังเลย  เนี่ยมายเพิ่งถึงบ้านเองอ่ะรถติดมากๆเลย” ได้ยินแบบนี้ผมจึงอมยิ้มก่อนเหลือบมองหน้ามิคซึ่งก็มีอาการไม่ต่างกัน  ที่นึกเอ็นดูคนปลายสายที่ทำเสียงกระเง้ากระงอดได้อย่างน่ารัก

“อยู่กรุงเทพก็ยังงี้แหละหมดเวลาไปกับการเดินทางซะเยอะ  แล้วมายทานข้าวรึยังจ๊ะ”

“ยังเลยจ้ะกัส  เนี่ยคุณแม่บ่นใหญ่ว่ากลับช้า  น่าจะให้มายไปทำงานที่เดียวกับกัสกับมิคเนอะ  อากาศก็ดีรถก็ไม่ติดด้วย”

“แหม  มายเดียร์จ๊ะทำเป็นพูด  ถ้ามาอยู่จริงๆเนี่ยลูกคุณหนูอย่างมายเดียร์จะอยู่ได้เหรอ”

“มิคอ่ะ  อย่ามาดูถูกมายนะ”

เอาล่ะสิครับปล่อยให้สองคนนี้คุยกันทีไรเป็นอันจะทะเลาะกันทุกที  ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรหรอกครับแค่หยิกแกมหยอกด้วยความคิดถึงก็เท่านั้นเอง  แต่ทางที่ดีผมรีบห้ามศึกก่อนดีกว่า 

“นี่ๆทั้งสองคนอย่าเถียงกันเลย  มายโทรมามีธุระอะไรกับกัสรึเปล่าจ๊ะ”

“เอ่อ  จะว่ามีก็มีอ่ะนะ  แต่ไม่อยากเล่าเลยอ่ะกลัวกัสไม่สบายใจน่ะ” น้ำเสียงลำบากใจอย่างชัดเจนของมายทำผมเริ่มเป็นกังวล  หันไปมองหน้ามิคก็มีสีหน้าสงสัยแววตามีร่องลอยแห่งความกังวลไปต่างจากผมนัก

“แหม  ขนาดนี้แล้วเล่าเถอะจ้ะมายเดียร์  กัสทำใจก่อน  เอ้า  หายใจเข้าลึกๆ  ฮิๆ” เอาสิครับดูคนแสบซนซะก่อนขนาดเพิ่งทำสีหน้าเครียดขรึมเมื่อครู่ยังเปลี่ยนมาหัวเราะคิกคักได้ในเวลารวดเร็ว  จนผมเริ่มคลายกังวลเก็บเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่

“ฮ่าๆๆ  มิคเซี้ยวใหญ่แล้ว  เล่ามาเถอะมาย” ผมเอ่ยเร่งสาวมายด้วยความอยากรู้

“จ้ะ  คือ....มายเจอปรัชเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอ่ะ” เสียงรัวเร็วของมายที่พยายามพูดให้จบรวดเดียว  เหมือนกลัวว่าจะมีคนขัดก่อนจะพูดจบ  จนเกิดความเงียบขึ้นทั้งสองฝ่าย 

ผมอึ้งค้างด้วยใบหน้าที่กำลังยิ้มก่อนจะค่อยๆหุบยิ้มลงกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับ  เห็นเพียงแววตาแสดงความเป็นห่วงชัดเจนจากมิค  ก่อนที่มิคจะส่งมือมากุมทับมือผมไว้และออกแรงบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ  ผมรับรู้ทุกการกระทำของเพื่อนสนิทนะ  แต่เหมือนร่างกายมันช็อคจนไม่สามารถตอบโต้กลับให้มิคสบายใจได้ว่าผมไม่เป็นอะไร  แม้แต่จะยกยิ้มผมยังไม่มีแรงเลยครับ 

‘เจอปรัชก็หมายความว่าต้องเจอคนๆนั้นสินะ’

....................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

ใครที่รอหมอกัสอยู่สมใจแล้วน้า
พรุ่งนี้เจอกันใหม่ค่ะ  :กอด1:

+1ให้ทุกเม้นท์แล้วน้า  :pig4: ทุกการติดตามค่ะ

ใครสนใจรวมเล่ม "ซีรีย์เสน่ห์รัก" ติดตามหน้า 1 นะคะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
กัสจังออกมาแล้ว น่ารักมากๆ นายเอกผู้แสนอ่อนโยนและน่ารักของเรา
คิดถึงมากๆเลยค๊า วินกับกัส สู้ๆ
+1

ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1
เอ๋ วินกับกัส สองคนนี้มีความหลังอะไรกันนะ  :z13: :z13:

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41

ออฟไลน์ ujen

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-13

tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด