^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U  (อ่าน 178130 ครั้ง)

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5

tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

หวานกันจริงๆ
คิดถึงมิค-ฟิน
 :กอด1:


ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1
กัสนี่ก็คิดแต่จะซ้อมฮันนีมูนอย่างเดียวเลย  :laugh: :laugh:

คิดถึงมิคฟิน +เป็ดให้นะ  :กอด1:

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 25

กัส

หลังกลับมาจากการออกหน่วยเคลื่อนที่ก็ผ่านมาครบหนึ่งสัปดาห์แล้ววินได้ กลับไปกรุงเทพฯในเย็นของวันต่อมา  ชีวิตผมก็ดำเนินมาตามปกติในเรื่องของการทำงานก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากเดิม  แต่ที่ต่างออกไปก็คือคนต่างหากหลังจากที่ผมได้คุยกับหมอพจน์ในวันที่เราไปออกหน่วยในหมู่บ้านด้วยกันแล้ว  หมอพจน์ที่แต่ก่อนต้องมารับมาส่งหรือรอทานข้าวด้วยแม้จะน้อยลงกว่าก่อนที่จะรู้ว่าผมคบกับวินก็ตาม  แต่มาตอนนี้หมอพจน์วางตัวกับผมเหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ  ซึ่งทำให้ผมสบายใจเพราะนั่นหมายความว่าหมอพจน์ได้พยายามเลิกคิดกับผมเกินเพื่อนร่วมงานแล้ว  และมันก็ดีกับตัวหมอพจน์เองที่จะได้เปิดโอกาสให้ได้พบคนที่ใช่ไม่ต้องมาหยุดที่ผม  ซึ่งผมคงตอบรับไม่ได้เพราะมีวินอยู่แล้วทั้งคน  และที่สำคัญผมแคร์ความรู้สึกของวินไม่อยากให้คิดมากกับเรื่องนี้ 

ส่วนวินเองก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในเรื่องของความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตัวให้เห็นว่าวินจริงจังกับผมมากแค่ไหน  นี่ก็ใกล้เวลาที่วินจะมารับแล้วสัปดาห์นี้พิเศษตรงที่เราจะไปเที่ยวอัมพวากับเพื่อนๆกันคนที่ตื่นเต้นมากๆก็ไม่พ้น ‘มิค’ ที่เตรียมคิดแผนท่องเที่ยวไว้ซะมากมายและต้องคอยรับโทรศัพท์จาก ‘ฟิน’ บ่อยๆก็สองคนนี้เค้าเป็นผู้จัดทริปร่วมกัน  เห็นว่าทริปนี้เราจะเลยไปเที่ยวถึงหัวหินกันด้วยมิคให้เหตุผลว่าไหนๆก็ไปแล้ว  ไปต่ออีกนิดก็ได้เที่ยวอีกหลายแห่งและนานๆได้ไปกันสักทีขอไปให้คุ้มหน่อย  ผมและคนอื่นๆไม่มีใครขัดหรอกเพราะงานนี้ก็หวังเที่ยวให้เต็มที่อยู่แล้ว  เสียงโทรศัพท์จากวินดังขึ้นว่ามาถึงแล้วผมจึงเดินไปเรียกมิคที่ห้องเพื่อลงไปที่รถกันเลย

“วินจะลงมาเข้าห้องน้ำก่อนมั้ย  อ้าวฟินมาได้ไง  ทำไมถึงมากับวินได้ล่ะ” ผมเปิดประตูรถมาเจอฟินก็ออกแปลกใจที่มีฟินมาพร้อมวินด้วยแบบนี้

“ไม่เข้าครับกัส  ส่วนไอ้ฟินมันมาช่วยขับรถน่ะ”

“หวัดดีครับหมอกัส  แล้วหมอมิคล่ะครับอยู่ไหน”

“เข้าห้องน้ำอยู่เดี๋ยวคงออกมา  นั่นมาแล้ว” 

ฟินเดินไปช่วยมิคขนกระเป๋าที่เจ้าตัวเตรียมสำหรับไปเที่ยว  ส่วนของผมไม่เยอะเท่าเพื่อนเพราะเดี๋ยวไปจัดเพิ่มที่ห้องวินต่อได้  ผมก็ยังแปลกใจเรื่องฟินอยู่ไอ้ข้ออ้างที่มาช่วยขับรถเนี่ยก็ไม่หนักแน่นพอเพราะแต่ไหนแต่ไรวินก็ขับเองได้  และไอ้ท่าทีที่คอยดูแลมิคช่วยขนของและแววตาหวานๆที่มองเพื่อนผมอีกมันชักแปลกๆแล้วสิ  จึงหันไปทางวินส่งสายตาเป็นคำถามไปให้เมื่อเราเข้ามานั่งตอนหน้าของรถด้วยกันแล้ว  วินส่งยิ้มน้อยๆมาให้ก่อนเอ่ย

“เดี๋ยววินค่อยตอบสิ่งที่กัสอยากรู้ที่ห้องนะ”  วินพยักพเยิดไปทางคนสองคนที่กำลังเปิดประตูรถเข้ามา  หลังจากใส่ของหลังรถแล้วคงกลัวสองคนนี้ได้ยินว่าเราแอบพูดถึง 

หมายความว่าฟินต้องคิดอะไรกับมิคเหมือนที่ผมคิดไว้สินะ  ส่วนมิคนั้นคงไม่รู้ตัวหรอกเพราะความสนใจส่วนใหญ่นอกจากเรื่องงานเรื่องเพื่อนและครอบครัวแล้วก็มีแต่เรื่องของกินนั่นแหละ  นายฟินนี่ตาถึงชะมัดเพราะเพื่อนสนิทคนนี้ของผมจริงๆเป็นคนน่ารักตัวเล็กใกล้เคียงกับผมเลย  ส่วนผิวก็ขาวแต่เสียอย่างไม่ค่อยสนใจตัวเองเท่าไหร่  มิคเหมือนเด็กเส้นผมบนหัวมักจะฟูฟ่องแถมมีแว่นหนาบนใบหน้าบดบังหน้าตาน่ารักไปหมด  ถ้าลองจับมิคมาแต่งตัวสักหน่อยนะคนคงมองกันเหลียวหลังและหลงในความน่ารักแน่ๆ  นายฟินไปเห็นความน่ารักที่ซ่อนอยู่นี่ตอนไหนกันทั้งๆที่รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว 

บรรยากาศบนรถในตอนแรกก็เฮฮาสนุกสนานดีเพราะได้มิคที่ช่างพูดชวนคุยตลอด  และคนที่สนใจตอบคำซักถามมิคก็จะใครถ้าไม่ใช่นายฟิน  แต่พลังขนมที่มิคทานไปคงหมดเพราะตอนนี้เงียบเสียงลงแล้ว  ผมหันไปก็เห็นมิคหลับพิงไหล่ฟินอยู่แล้วจึงมองสบตาตรงๆกับฟินที่ตอนแรกไม่ได้มองผมเลยเพราะมัวแต่ก้มมองหน้ามิคที่ไหล่ตัวเอง  สายตาของผมที่มองไปนิ่งๆก็ทำให้ฟินรู้ตัวและขยับให้มิคหนุนนอนที่ตักตัวเองแทนก่อนมองสบตาผมกลับอย่างแน่วแน่

“กัสครับผมยังไม่ค่อยแน่ใจแต่ก็รู้สึกพิเศษกับมิคมากกว่าใครที่เคยพบ  ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์อีกนิดแล้วจะมีคำตอบให้แน่ๆครับ  และระหว่างนี้ผมจะไม่ทำให้มิคลำบากใจเลย”

เมื่อได้ฟังพร้อมได้เห็นสายตาที่จริงใจของฟิน  ผมก็ได้แต่ถอนใจออกมาคงต้องแล้วแต่พรหมลิขิตล่ะนะ  ถึงผมจะห้ามหรือขัดขวางถ้าคนเค้าคู่กันทำไปก็ไม่มีประโยชน์เหมือนคู่ของผมกับวินนั่นแหละ  แม้ผมจะรู้และออกจะขัดใจว่าฟินนั้นเจ้าชู้มีทั้งหญิงและชายมาติดพันมากมายก็ตามคงได้แต่คอยจับตาเท่านั้น  ระหว่างทางเราก็แวะเข้าห้องน้ำตามปั๊มบ้างและอาศัยทานของว่างที่ซื้อมากันบนรถ  ฟินผลัดไปขับรถแทนวินผมจึงมานั่งข้างหลังคู่กับมิคแทนและตอนนี้เจ้าเพื่อนสนิทผมคนนี้ก็ตื่นมานั่งจ้อข้างๆกันแล้ว

“พรุ่งนี้เราออกเดินทางกันสายหน่อยก็ได้สักสิบโมงเช้าดีมั้ย  เพราะวินกับฟินจะได้พักก่อนวันนี้ก็ขับรถเดี๋ยวจะเหนื่อยไป” มิคหันมาขอความเห็นจากผมและสบตากับฟินทางกระจกส่องหลัง  ฟินก็พยักหน้าตกลงตอนนี้ฟินก็คงไม่กล้าขัดมิคหรอกออกจะเต็มใจปฏิบัติตามอยู่แล้ว

“แล้วตกลงเราไปไหนกันบ้างล่ะมิค  นอกจากอัมพวาน่ะ”  ผมหันไปถามรายละเอียดการเดินทางจากมิค

“กว่าจะไปถึงแถวสมุทรสงครามก็คงใกล้เที่ยงเราจะยังไม่เข้าไปที่พัก  แต่จะเลยไปให้ถึงดอนหอยหลอดแวะทานข้าวที่ร้านอาหารทะเลริมชายหาด  มีอยู่ร้านหนึ่งนะกัสขายแฮมเบอร์เกอร์ปลาทูด้วยน่าอร่อยมิคอยากลองอ่ะ  หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่พักที่จองไว้ใกล้ตลาดน้ำอัมพวาพักผ่อนตามอัธยาศัย  ช่วงเย็นก็ว่าจะเหมาเรือนั่งไปตลาดน้ำช่วงเย็นกัน  หาข้าวทานกันที่ตลาดเลยเค้าว่าของกินเพียบเนี่ยมิคก็เตรียมท้องรอแล้วนะ”

“ฮ่าๆ  ขนาดนั้นเลยหรอครับหมอมิค  งั้นเดี๋ยวผมจะไปสืบดูว่าร้านไหนเค้าชวนชิมบ้าง  แต่อืมเหมือนมีไอศกรีมดอกไม้ขายด้วยนะ” นายฟินเอาของกินเข้าล่อมิคให้ติดกับตัวเองรึเปล่านะ  ดูท่าจะได้ผลเพราะเพื่อนสนิทผมสนใจใหญ่  นั่นเอามือเกาะบ่านายฟินและถามอย่างตื่นเต้นด้วย

“แล้วไงต่ออ่ะมิค  เราจะไปไหนหลังจากนั้นล่ะ” ผมจับมือเพื่อนออกจากบ่าของฟิน  ผมขอหวงเพื่อนหน่อยเถอะครับ  แม้มิคจะไม่ได้รู้เรื่องด้วยก็ตามและแอบได้ยินเสียงหัวเราะในคอจากวินด้วย  คนนี้ก็รู้ทันผมไปซะทุกเรื่องเชียว  ผมจึงส่งค้อนผ่านกระจกไปให้วินเจ้าตัวกลับยิ้มซะกว้างแถมขยิบตามาให้อีกแน่ะ  ผมกลับมาสนใจเพื่อนตัวเองที่ร่ายโปรแกรมเที่ยวต่อดีกว่า

“ค่ำๆเราก็นั่งเรือไปดูหิ่งห้อยกัน  เค้าว่ามีเพียบเลยนะกัสต้องสวยมากแน่ๆ  มิคอยากไปเห็นเร็วๆจัง” มิคหันมาส่งยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นให้ผม  หน้าตาเหมือนเด็กๆเลยเชียวล่ะแบบนี้สินะที่ทำเอานายฟินมาหลงได้  ผมแอบหันไปมองคนขับรถที่ไม่ได้มองมาทางเราสองคนหรอกครับ  แต่ปากนายฟินนี่จะยิ้มกว้างไปไหนกันนะ

“วันต่อไปมิคว่าจะชวนไปเที่ยวต่อถึงหัวหินนอนริมทะเลอีกหนึ่งคืน  อืมมีตลาดเพลินวานที่เค้าไปถ่ายรูปกันด้วยมิคเห็นจากรูปภาพสวยเชียวล่ะ  และตอนเย็นค่อยไปหาของอร่อยที่ตลาดหัวหินกันของกินเพียบเหมือนเดิมหรือจะหาของทะเลมาทำเองหน้าบ้านพักก็ได้  แล้วค่อยกลับมาเล่นน้ำทะเลตอนเย็นๆ  ทริปนี้ได้ทั้งเที่ยวตลาดน้ำและทะเลควบกับไปเลย  ฮิๆๆ  โอเคมั้ยกัส” มิคหัวเราะปากกว้างแววตาระยิบอย่างถูกใจ  ก่อนจะเหลือแค่คลี่ยิ้มหวานส่งคำถามมาให้ผม

“เท่าที่ฟังมากัสว่าโอเคเลยล่ะ  น่าสนุกเพราะทั้งที่เที่ยวที่กินครบเลย  กัสวางใจมิคอยู่แล้วเรื่องเที่ยวเนี่ย”

“โห  เนี่ยกัสชมมิคใช่มั้ย  แต่ถ้าเกิดไม่ชอบไม่ถูกใจให้ไปว่านายฟินนะ  มิคไม่เกี่ยว”

“อ้าวทำไมเป็นแบบนี้ล่ะครับมิค  ความดีเข้าตัวความชั่วมาให้ผมซะงั้น  ฮึๆๆ”

“อ้าว  ก็นายช่วยเราคิดนี่หน่าก็ต้องรับไปสิ”

“สิ่งดีๆให้มาชมผมแทนไม่ได้เหรอครับมิค” ฟินพูดพร้อมส่งสายตาหวานวิบวับให้มิคแต่มิคไม่รู้เรื่องด้วยเลย  ผมล่ะอยากขำออกมาให้กับความน่าหมั่นไส้ของนายฟิน

“ไม่อ่ะนายรับคำติไปส่วนเราจะรับคำชมเท่านั้น”

หลังจากนั้นบทสนทนาในรถก็มีแต่เสียงของสองคนนี้  ส่วนผมและวินต่างนั่งเงียบคอยฟังมากกว่าและผมได้สบตาหวานๆที่ส่งมาจากวินบ้าง  หันมาสนใจบทสนทนาจากฟินและมิคบ้างจนมาถึงกรุงเทพฯ  พวกเรากลับมาที่คอนโดของวินซึ่งฟินจอดรถทิ้งไว้และมีทุ่มเถียงกันนิดหน่อยเรื่องไปส่งมิคที่บ้าน  แต่ผมก็ต้องยอมแพ้ให้ฟินไปส่งเพื่อนตัวเล็ก  ด้วยเหตุผลที่มิคบอกว่าไม่อยากให้ผมกับวินขับไปขับมาเสียเวลาพักผ่อน  และพรุ่งนี้พวกเราก็ต้องไปเที่ยวกันด้วย  หลังจากส่งมิคขึ้นรถฟินแล้วผมกับวินจึงขึ้นห้องเพื่อพักผ่อนบ้าง  ตอนแรกคุณแม่ของวินชวนให้ผมไปค้างที่บ้านด้วยแต่วินปฏิเสธไปเพราะว่ากว่าจะถึงก็ดึกแล้วไม่อยากรบกวนเด็กรับใช้ให้มาคอยเปิดประตู  พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปทานข้าวต้มฝีมือคุณแม่ที่ย้ำแล้วย้ำอีกให้ผมไปทานให้ได้  เพราะท่านอยากเจอผมก่อนไปเที่ยวและถึงยังไงเราต้องไปขึ้นรถที่บ้านวินกันอยู่แล้ว  ขนของขึ้นมาถึงห้องได้วินก็หาซุปร้อนๆมาทานเพราะเจ้าตัวทานของในรถไม่มากนักและวินก็ทำเผื่อผมอีกด้วยเลยสบายท้องไป  หลังจากทานเสร็จผมก็ไล่วินไปอาบน้ำทีแรกก็อิดออดเข้ามานัวเนียกอดรัด  จนผมต้องขู่ไปวินถึงยอมเพราะวันนี้วินเหนื่อยมาทั้งวันแล้วอยากให้พักผ่อนพรุ่งนี้เราต้องไปเที่ยวกันอีก  วินทำหน้างอนเข้าไปอาบน้ำส่วนผมรีบมาจัดของทั้งของผมและวินเพื่อใช้ตอนไปเที่ยวก่อนจัดเก็บไว้ในกระเป๋าใบเดียวกันจะได้สะดวกในการขนของด้วย  อยู่ๆก็มีความเย็นชื้นมาสัมผัสที่แก้มของผมไม่บอกก็รู้ว่าโดนขโมยหอมแก้มจากวินซะแล้ว

“กัสรู้มั้ยกว่าจะครบเดือนวินแทบขาดใจ” ตามมาด้วยการระดมหอมทั้งแก้มทั้งคอจนผมทั้งขำและจั๊กจี้ไปหมดกับไรหนวดของวินที่เริ่มโผล่มามีแสบผิวนิดๆด้วยสิ

“พอแล้ววิน  ฮ่าๆๆ  หยุดนะกัสเจ็บแล้วอ่ะ  ฮิๆๆ”  วินจึงยอมปล่อยผมเราสบตากัน  ก่อนวินจะโน้มหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากของเราเกือบชนกัน  แต่ผมเบี่ยงหน้าหลบซะก่อน  ริมฝีปากวินจึงชนกับแก้มผมแทน

“เดี๋ยวกัสไปอาบน้ำแล้ว  วินก็แต่งตัวให้เรียบร้อยจะได้พักผ่อนนะครับ”

เอื้อมมือลูบใบหน้าวินและส่งยิ้มอ้อนๆไปให้  ก็ผมไม่อยากโดนจับกินตอนนี้นี่เพราะพรุ่งนี้เรามีโปรแกรมเที่ยวเพียบเลย  ผมก็พอรู้ตัวหรอกตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นแกล้งยั่ววินไปมากเพราะแน่ใจว่าวินไม่กล้าทำอะไรผมแน่     วินต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้  มันก็สนุกดีหรอกตอนที่ได้แกล้งแต่ตอนนี้ขอเอาตัวรอดไปก่อนแม้จะไม่แน่ใจนักว่าจะรอดมั้ย  สายตาวินตอนนี้มันเจ้าเล่ห์มากเหมือนจะจับผมกินให้ได้ซะงั้น

“ฮึๆ  กัสไม่ต้องอ้อนวินเลยนะวินรู้หนึ่งเดือนที่ผ่านมากัสแกล้งยั่ววินไว้เยอะนะครับ  รู้มั้ยวินอดทนแค่ไหน  หืมคนดี” ผมส่งยิ้มหวานอ้อนๆไปให้ให้วินใจอ่อนแต่มันไม่ได้ผล

“ยิ่งทำหน้าแบบนี้ยิ่งหน้าฟัดมากรู้มั้ยครับ”

จบประโยควินโน้มหน้าเอาริมฝีปากมาสัมผัสริมฝีปากผมแผ่วเบาเป็นสัมผัสบางเบาไม่ได้บีบบังคับ  วินคลอเคลียดูดเม้มที่ปากล่างหลายทีพรมจูบมาที่มุมปากแลบเลียขอบปากเพื่อชิมรสชาติความหวาน  จนผมเผลอเปิดปากออกลิ้นร้อนอ่อนนุ่มฉกเข้ามาในโพรงปากกวาดต้อนหาลิ้นผมเพื่อดูดกลืนหยอกเย้า  ขยับเปลี่ยนองศาของปากเพื่อจะได้ดูดกลืนกันและกันได้ลึกซึ้งขึ้น  ผมเผลอตอบโต้ลิ้นที่รุกรานนี้กลับจนได้รับเสียงครางอย่างพอใจจากวิน

“อืมมม”

มือโอบรอบคอวินเพื่อพยุงตัวที่ตอนนี้ผมเริ่มยืนไม่อยู่โอนน้ำหนักไปที่วินทั้งตัวและได้รับการโอบประคองที่แผ่นหลังและต้นคอ  วินผละจากจูบแสนหวานพาเอาผมขัดใจก็มันยังไม่พอยังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบที่คุ้นเคยนี้  ปรือตามองอีกฝ่ายที่ละมาจูบคลอเคลียแก้มผ่านไปหลังหูดูดเม้มติ่งหูฝังจูบที่หลังใบหูเล่นเอาผมเข่าอ่อนหมดแรงยืน  ได้วินพยุงร่างไปนั่งขอบเตียงเราสบตากันสายตาที่วิน ส่งมาให้นั้นหวานเยิ้มจนผมต้องหลบตา  ก่อนผมจะยื่นหน้ากระซิบข้างหูวิน

“แค่ข้างนอกนะ  พรุ่งนี้กัสยังอยากไปเที่ยว”

ผมซุกหน้าที่ซอกคอหอมๆของวินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ  ได้ยินเสียงหัวเราะในคอวินด้วย  ถ้าเป็นเวลาปกติคงต้องทำให้เจ็บตัวกันบ้างแต่เวลานี้แค่แรงจะยืนยังไม่มีเลย  วินสูดความหอมที่ซอกคอและดูดเม้มแผ่วเบาลงมือปลดกระดุมเสื้อผมทั้งหมด  ลูบมือผ่านผิวเนื้อข้างลำตัวขึ้นมาจนถึงหน้าอก  สะกิดยอดอกจนผมสะดุ้งเพราะความเสียวแผ่ซ่านเผลอแอ่นอกรับฝ่ามือร้อนที่ลูบไล้  ลิ้นร้อนเลียชิมผิวเนื้อผมตั้งแต่ลาดไหล่ถึงตุ่มไตแข็งนูนก่อนดูดกลืนพร้อมขบกัดแผ่วเบา

“ซี้ดดดด  วิน  อ๊ะ”

ตะขอถูกปลดและซิบถูกรูดลงกางเกงถูกถอดออกจากตัว  ฝ่ามือหนาสัมผัสผมผ่านกางเกงในเนื้อนุ่มที่ตอนนี้ตั้งรับฝ่ามือที่หยอกล้อลูบไล้ตามความยาว  ริมฝีปากไล่จากยอดอกมาที่หน้าท้องเรียบแบนที่หดเกร็งเพราะความเสียวซ่าน  ผมรู้สึกได้ว่าถูกดูดผิวอย่างแรงจนรู้สึกเสียววาบตั้งแต่หน้าท้องยันปลายเท้า

“อ๊า  เจ็บ  ซี้ดดด  วินๆ”

จูบร้อนไล่ต่ำมาที่ขอบกางเกงในสีขาวจูบปลายยอดผ่านเนื้อผ้า  วินเหลือบตามองขึ้นสบตาผมที่มองการกระทำที่เสียวซ่านนี้อยู่  สายตาวินยั่วยวนเจ้าเล่ห์มากแถมเลียมุมปากตัวเองอีกทำเอาผมทนไม่ไหวจับหน้าวินขึ้นมารับจูบดูดดื่มเพื่อบรรเทาอาการเสียวซ่านและกัดแรงๆไปที่ริมฝีปากล่างของคนช่างแกล้ง  แทนที่วินจะร้องเจ็บกลับหัวเราะในคออย่างถูกใจ  ผละจากจูบผมเห็นเจ้าของริมฝีปากที่บวมเจ่อส่งยิ้มกลับมาและจูบกลับเบาๆที่ปากผม  มือวินก็ไม่ละไปจากส่วนล่างของผมที่ตอนนี้ไม่มีเจ้ากางเกงในตัวน้อยปิดแล้ว  ร่างกายผมเหลือเพียงเสื้อที่ถูกปลดกระดุมเท่านั้นส่วนวินมีแค่ผ้าขนหนูพันกายและส่วนนูนกลางลำตัวก็ตั้งชันให้เห็นชัด  ผมเลื่อนสายตากลับมามองวินที่ยิ้มล้อเลียนด้วยรู้ทันว่าผมแอบมองสำรวจตัววินอยู่ 

“อ๊ะ  วิน  อย่าแกล้งกัสสิ  โอ๊ะ  มันเร็วไปแล  ว  วว น้า  ซี้ด”

วินขยับมือรูดรั้งให้ผมแรงและเร็วเหมือนแกล้งกัน  ผมจึงเอื้อมมือปลดผ้าขนหนู ออกและคว้าหมับที่เจ้าหนูน้อยที่ตัวไม่น้อยของวินทันที

“โอ๊ะ  ซี้ด  กัสอย่าบีบครับ  อ๊า”

วินขยับมือช้าลงเพราะแรงบีบจากผม  เราสบตากันผมจึงส่งยิ้มยั่วยวนไปให้พร้อมรั้งร่างวินให้มานั่งด้วยกับบนเตียง  เราหันหน้าเข้าหากันชันเข่าขึ้นทั้งสองข้างในมือต่างมีแท่งร้อนของกันจะกันต่างขยับรูดรั้งในจังหวะเดียวกัน  ผมซบหน้าฝังรอยจูบที่ลาดไหล่ดูดเม้มอย่างแรงเพื่อระบายความเสียวซ่านจากการขยับมือของวินซึ่งผมก็ทำสิ่งเดียวกันตอบแทน

“อ๊าๆๆ  กัส  ครับ  อืม / อื้ออ  ซี้ดด  วิน  กัสจะไม่ไหวแล้ว”

เสียงของเราสองคนต่างส่งออกมาเพื่อปลดปล่อยบรรเทาความเสียวซ่านที่ต่างปรนเปรอให้กันในจังหวะรักจังหวะเดียวกัน  จนกระทั่งถึงจุดหมายในเวลาต่อมา

“อ๊าๆๆๆๆ  วินๆ /  อื้มมม  พร้อมกันครับ  อ๊าๆๆ  กัสสส”

เราต่างปลดปล่อยสายธารรักขาวขุ่นเปรอะเปื้อนเต็มฝ่ามือและหน้าท้องของกันและกัน  ขยับมือเบาๆอีกไม่กี่ครั้งก็หมดสิ้นเรียวแรงต่างซบไปที่ซอกคอของกันและกันอย่างเหนื่อยอ่อน  วินจูบซอกคอและขมับผมแรงๆก่อนเอ่ยคำรักกระซิบข้างหู

“ขอบคุณครับที่รัก  วินรักกัสนะ”

ผมตอบรับคำรักกลับอย่างแผ่วเบาข้างหูว่า ‘รัก’ กลับเหมือนกัน  หลังจากนั้นวินก็อุ้มผมไปส่งที่ห้องน้ำทีแรกจะอาบให้ผมด้วยซ้ำแต่ผมไม่ยอม  วินจึงออกมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่เลอะเทอะจากฝีมือเราทั้งคู่  ผมรู้เมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วและวินจึงกลับไปเข้าห้องน้ำอีกครั้งก่อนออกมานอนกอดกันบนเตียง  ผมหลับไปพร้อมคำอวยพรและจูบอ่อนโยนที่ริมฝีปากก่อนนอนจากวิน

“ฝันดีครับที่รัก  ฝันถึงวินด้วยนะ”

....................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

 :-[ หนูกัสช่างน่ารักแสนดี และเอาใจขนาดนี้
วินไปไหนไม่รอดแล้ว
 
ตอนหน้าเราจะพาไปเที่ยวอัมพวา&หัวหินกันนะคะ
ใครอยากไปเตรียมตัวไว้ค่ะ

+1และเป็ดให้ทุกเม้นท์แล้วนะคะ

ปล.อีกเพียงอาทิตย์เดียวก็หมดเวลาพาหนุ่มๆของเรา
ไปนอนกอดแล้วนะคะ ใครสนใจรีบจับจ้องเข้าน้า


ติดตามรายละเอียดการรวมเล่มได้ที่หน้าแรกค่ะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0

เปิดจอง & โอน หนังสือตั้งแต่  วันนี้ ถึง 16 ก.ค. 55

1.เสน่ห์รักปักใจ 1 เล่ม (ฉบับรีไรท์) >>> กัส+วิน
   38 ตอน  5 ตอนพิเศษ 
   จำนวน 420 หน้า ราคาเล่มละ 350 บาท

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5

tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
ถ้าเราเป็นเบาหวานตายคงเพราะเรื่องนี้แน่ๆ หวานกันจริงๆ >///<
ไม่น่าเชื่อว่าวินจะอดทนรอได้ขนาดนี้ นายมันสุดยอดไปเลยวิน
กัสน่ารักมากๆ

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
วินเก็บความหวานความหื่นบ้างก็ได้นะ หนูมิคก็น่ารักจนฟินมาหลงชอบ  ก็คนมันน่ารักหนิ อิอิ

+1+เป็ดค่ะ


ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

วินความอดทนดีเยี่ยม
หนูมิคน่ารักอ่ะ
 :กอด1:


ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
วินความอดทน
เป็นเลิศจริงๆ :z2: :z2:

ออฟไลน์ tagloveX-Mark

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 970
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-6

ออฟไลน์ MooJi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-0
อ๋อยยยยย
หวานเกินบรรยาย
หวานจนมดไม่กล้าขึ้น
หวานจนน้ำตาลปี๊บยังต้องยอมแพ้
และหวานจนน่าอิจฉา
เอิ๊กๆ^^

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 26

วิน

รถตู้จอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านหลังใหญ่รอเพียงผู้โดยสารที่กำลังจับกลุ่มเตรียมขึ้นรถมีชายหนุ่มหกคนและหญิงสาวสองคนยืนอยู่เพื่อล่ำลากับหญิงวัยกลางคนที่ยังสวยพริ้ง

“เที่ยวให้สนุกนะลูกเที่ยวเผื่อแม่ด้วยนะจ๊ะ  เนี่ยถ้าแม่ไม่ติดนัดกับคุณฉัตรแก้วนะแม่จะทิ้งพ่อไปเที่ยวกับลูกเลยเชียว”

“ถ้าคุณพ่อรู้ได้งอนแม่แน่ๆนะครับ  แม่ครับเดี๋ยวผมเที่ยวเผื่อและจะซื้อของมาฝากนะครับ”

คุณแม่โอบกอดลูบหลังผมเบาๆและผละไปกอดลูกชายคนใหม่แถมหอมแก้มนุ่มอีกฟอดใหญ่  ก่อนสั่งความกับกัสเหมือนกับว่าพวกเราจะไปกันเป็นเดือนๆ  ทำเอาบรรดาเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่รอบตัวคนน่ารักยิ้มกว้างบางคนถึงกับหัวเราะออกมาก็มี  แต่ก็ไม่ดังนักเพราะกลัวคุณแม่หันมาเอ็ดเอา  จริงๆเพื่อนทุกคนที่สนิทกับผมจะคุ้นชินกับภาพคุณแม่ที่แสดงความรักกับลูกชายและเพื่อนของลูกชายแบบนี้อยู่แล้ว  แต่กับกัสนี่พิเศษหน่อยที่เป็นลูกรักคนพิเศษที่คุณแม่คงทั้งรักทั้งหลงมากกว่าลูกชายแท้ๆซะอีก  ใครได้อยู่ใกล้กัสจะรู้ถึงเสน่ห์ที่เจ้าตัวไม่ได้ปรุงแต่งแต่เป็นตัวตนจริงๆที่แสดงออกมาถึงนิสัยที่น่ารักและอ่อนโยน  ยิ่งกับผู้ใหญ่กัสจะยิ่งวางตัวอ่อนน้อมน่าเอ็นดูสังเกตได้จากทั้งคุณแม่ของผมและคุณแม่หมอมายยังรักเหมือนลูกตัวเองเลยพออยู่ใกล้แล้วแทบไม่ให้ห่างสายตาเลยด้วยซ้ำ

“กัสดูแลตัวเองดีๆนะลูก  เตรียมร่มเตรียมหมวกไปแล้วใช่มั้ย  แม่กลัวลูกไม่สบายช่วงนี้แดดแรงมากผิวหนูยิ่งบอบบางอยู่”

“แม่ครับแม่ไม่ต้องห่วงนะวินดูแลกัสอย่างดีแน่นอนครับ  เราต้องไปแล้วครับเพราะเดี๋ยวถึงที่นู่นบ่ายเกินกัสจะหิวนะครับ” 

แอบแซวแม่ตัวเองนี่คงไม่บาปมากนักใช่มั้ย  แต่ที่ได้กลับมาคืออาการค้อนวงใหญ่จากคุณแม่ผมนั่นเอง  จึงส่งยิ้มกว้างไปให้คุณแม่ยังสาวเอาใจซะหน่อย  และการล่ำลาก็สิ้นสุดลงพวกเราต่างยกมือไหว้คุณแม่กันอีกครั้งก่อนเดินขึ้นรถตู้ของที่บ้านที่มีคนขับพร้อม  ซึ่งได้รับอภินันทนาการมาจากคุณพ่อที่กลัวว่าลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้จะลำบากเพราะทีแรกพวกเราว่าจะขับกันไปเองแล้วเชียว  ภายในรถนั้นที่นั่งหลังคนขับมีผมนั่งชิดกระจกด้านในถัดมาเป็นกัสและมิค  แถวถัดไปเป็นมาย  มน  และไอ้ฟิน  ส่วนแถวสุดท้ายเป็นไอ้ปรัชและไอ้ธี  พวกเราพร้อมสำหรับการเดินทางแล้วจึงให้พี่ศรคนขับรถเคลื่อนรถสู่จุดหมายปลายทางที่ดอนหอยหลอด  ระหว่างทางในรถนั้นครึกครื้นจากเสียงพูดคุยที่สอบถามถึงโปรแกรมจากมิคและไอ้ฟินที่เป็นคนจัดทริปนี้ขึ้น  มิคก็ร่ายรายละเอียดเหมือนเมื่อวานที่เรานั่งรถมาให้เพื่อนๆฟังกันอีกรอบ  คนข้างตัวผมที่ฟังมิคไปก็อมยิ้มตามไปด้วยแถมแอบส่งสายตาไปสังเกตไอ้ฟินที่นั่งถัดไปข้างหลังมิค  กัสก็คงหวงเพื่อนเพราะตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่คนน่ารักเค้าจับได้ถึงความผิดปกติของไอ้ฟิน  ไอ้ฟินนี่ก็เปิดเผยมากขอไปรับกัสกับมิคพร้อมผมทั้งๆที่ไม่เคยไปเลยแถมตามดูแลมิคตลอดจะไม่ให้กัสผิดสังเกตได้ยังไง  ถ้าผมโดนกัสมองนิ่งๆแบบเมื่อวานเหมือนไอ้ฟินโดนผมคงหนาวเยือกไปทั้งตัวแล้ว  แต่ไอ้ฟินมันก็ใจกล้าแสดงความจริงใจเข้าสู้เลยรอดมาได้  กัสก็ไม่ได้กันท่ามันจากมิคมากนักหรอกก็แค่เป็นห่วงเพื่อนเท่านั้น  ส่วนไอ้ฟินก็ออกนอกหน้ามากแต่ดูท่าจะเป็นงานหนักของมันแล้ว  เพราะมิคยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลยว่าไอ้ฟินสนใจ  ผมก็ได้แต่เอาใจช่วยจะช่วยออกหน้ามากก็ไม่ได้เดี๋ยวที่รักเขม่นเอา  กลับมาสนใจที่รักที่นั่งข้างๆดีกว่าผมส่งห่อขนมมันฝรั่งทอดรสที่กัสชอบไปให้  กัสหันมารับไปพร้อมรอยยิ้มหวานๆแทนคำขอบคุณ  อดใจไม่อยู่คว้ามือนุ่มมาจุ๊บเร็วๆอย่างมันเขี้ยวผมว่าไม่มีใครทันสังเกตแล้วนะแต่ก็ยังไม่วาย

“แหมๆ  ไอ้วินจะหวานก็เกรงใจเพื่อนมั่งเหอะ”  ไอ้ธีที่อยู่เบาะหลังสุดดันตาดีแซวขึ้นทำเอากัสเขินหน้าแดงแต่ยังไม่ชักมือกลับจากการเกาะกุมของผม

“มึงอย่ามาเป็นเด็กขี้อิจฉานะ  ไม่มีก็หาซะ”

“โฮ่ๆๆๆ  / ฮ่าๆๆๆ / ชิ”  ตามมาด้วยเสียงแซวเสียงหัวเราะและเสียงหมั่นไส้จากเพื่อนตี๋หลังจากคำพูดของผม

หลังจากนั้นหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปแต่มือนุ่มที่ผมจับกุมก็ยังอยู่ในอุ้งมือ  เมื่อผมเห็นว่ากัสไม่ถนัดหยิบขนมทานผมจึงหยิบและป้อนให้ถึงปาก  ทีแรกกัสส่ายหน้าไม่ยอมคงเพราะยังเขินอยู่แต่ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน  ผมตื๊ออยากป้อนขนมที่รักนี่ครับ  จึงจ่อขนมที่ปากเจ้าตัวอยู่อย่างนั้นจนกัสยอมรับขนมเข้าปากไปเคี้ยวทั้งๆที่แก้มแดงปลั่งแถมส่งค้อนมาให้กันอีกวง

“ฟิน  นายไปนั่งข้างหลังไปเดี๋ยวเราจะนั่งแทน  ตรงนี้มดมันกัดอ่ะ  ฮิๆๆๆ” กัสโดนเพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันแซวก่อนมิคจะลุกไปนั่งแทนที่ไอ้ฟินที่ลุกไปนั่งด้านหลังตามคำสั่งคนน่ารักของมัน  ส่วนผมก็ต้องสะดุ้งและร้องออกมาลั่นรถ

“โอ๊ย!!  เบาๆครับกัส  วินเจ็บ” โดนกัสหยิกมาที่เอวก็คงเป็นข้อหาหวานเกินจนโดนเพื่อนแซวทั้งคันนั่นแหละครับ  จะว่าไปผมก็ไม่ได้หวานมากอะไรนี่แค่แสดงสิ่งที่อยากทำให้กันก็เท่านั้น 

กัสหันหน้าหนีแก้มป่องอย่างคนขี้งอนและหันไปเรียกมิคกลับมานั่งด้วยกัน  แต่เพื่อนที่ย้ายไปแล้วก็ส่ายหัวจนผมยุ่งกว่าเดิมและส่งยิ้มล้อๆมาให้ว่าอยากนั่งนี่มากกว่าเพราะไม่อยากโดนมดกัดมากกว่านี้  ทีนี้ความซวยมาตกที่ผมแทนด้วยกัสเล่นตีลงมาอีกทีที่แขนและดึงมือออกจากการเกาะกุมของผมเพื่อทานขนมเอง  เอาล่ะสิงานนี้ผมต้องง้อชุดใหญ่ซะแล้ว  ผมเอื้อมมือหยิบน้ำเปิดขวดใส่หลอดคอยยื่นบริการกลัวแฟนคอแห้ง  และหยิบไอพ็อดเปิดเพลงเสียบหูฟังให้เจ้าตัวอารมณ์ดีขึ้น  กัสก็ยังทำไม่สนใจจนการเดินทางของเราผ่านมาครึ่งทางเสียงในรถเริ่มเงียบลง  คนน่ารักเริ่มเอาหัวมาพิงไหล่ด้วยกัสคงหลับไปแล้ว  ผมก้มหน้ามองคนขี้งอนที่ตอนนี้หลับตาพริ้มคงเพราะกัสต้องตื่นเช้าเพื่อมาพบคุณแม่ก่อนออกเดินทาง  แถมเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกแล้วเพราะกิจกรรมรักที่เราทำร่วมกัน  คิดมาถึงตรงนี้ก็ทำเอาผมยิ้มแก้มปริดีใจที่กัสยอมลงให้ผมขนาดนั้นด้วยเดินทางกันมาก็เหนื่อยยังต้องมาตามใจผมอีก  คิดถึงหน้าตาตอนนั้นของกัสใบหน้าที่แดงปลั่งปากเผยอบวมเจ่อจากการบดจูบตาปรือปรอยผิวเนื้อที่เรียบลื่นแดงก่ำ  ยิ่งเมื่อถึงจุดแห่งความสุขชื่อผมที่ออกมาจากปากสีชมพูนั่นทำเอาผมแทบคลั่งตาย  แค่จินตนาการถึงเรื่องเมื่อคืนไอ้ที่สงบอยู่กลับตื่นมาซะงั้น  ผมต้องเลิกคิดหันไปสนใจวิวข้างทางแทนขอสงบใจก่อนดูท่าที่ตื่นจะไม่ยอมลงง่ายๆซะแล้ว

...............................

อาหารบนโต๊ะส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลวางเรียงอยู่หลายเมนู  วิวด้านนอกเป็นชายหาดที่มีน้ำทะเลสีฟ้าลมทะเลพัดมาต่อเนื่องยังบริเวณที่พวกเรานั่งอยู่

“อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยมิค  นี่เบอร์เกอร์ปลาทูที่มิคบอกใช่มั้ยขอมายถ่ายรูปก่อนนะจะเอาไปอวดคุณแม่”

สาวสวยน่ารักนามว่า ‘มาย’ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปอย่างตื่นเต้นทำเอาใครบางคนที่มองอยู่อมยิ้มตาเป็นประกายใต้แว่นใส  เพื่อนสนิทของผม ‘ไอ้ปรัช’ มันช่างแตกต่างจาก ‘ไอ้ฟิน’ มากนักไอ้ปรัชคงแอบชอบสาวน้อยคนนี้มานานมันไม่ทำอะไรนอกหน้า  แต่กลับจริงจังทุกการกระทำและเพิ่งสารภาพกับเพื่อนในกลุ่มเมื่อไม่นานมานี้ว่าผูกพันกับมายมาแต่เด็กเริ่มตีตัวออกห่างช่วงมายเป็นวัยรุ่น  เพราะเห็นว่าตัวเองเด็กกว่าและมีคนเข้ามาสนใจมายเยอะมันจึงคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับมาย  ก็แค่มองห่างๆคอยดูแลเท่าที่ทำได้เปิดโอกาสให้มายได้เลือก  แต่ถึงตอนนี้มายก็ยังไม่มีใครไอ้คนที่ตีตัวออกห่างก็เริ่มกลับมาเพราะคงถึงเวลาที่ว่าไอ้ปรัชเองตอนนี้มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร  และพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกให้กับผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบได้พิจารณา  ซึ่งมันมีแววดีกว่าไอ้ฟินด้วยซ้ำเพราะดูท่ามายก็น่าจะมีใจให้เพื่อนของผมอยู่  การที่มายไม่มีใครนั่นอาจหมายความว่ามายอาจจะรอไอ้ปรัชพร้อมอยู่ก็ได้ 

หลังมหกรรมการถ่ายภาพผ่านไปเพราะการที่มายเริ่มถ่ายทำให้คนอื่นๆต่างควักโทรศัพท์กันให้วุ่นอ้างว่าเพื่ออัพสถานะในสื่ออินเตอร์เน็ต  เราต่างเริ่มลงมือทานอาหารตรงหน้ากันผมเอื้อมมือตักปลาหมึกผัดไข่เค็มของชอบของกัสมาใส่ที่จาน  และหยิบปูนึ่งตัวโตมานั่งแกะเอาเนื้อขาวๆออกมาให้ก่อนวางบนจานใบเดิมตักราดน้ำจิ้มพร้อมทาน  จึงได้รับยิ้มหวานๆแทนคำขอบคุณส่งมาให้  ผมเหลือบตาไปที่ไอ้ตี๋ ‘ธี’ ที่กำลังอ้าปากเตรียมแซวด้วยรู้ทันไอ้คนขี้เสือกนี่ว่ามันต้องแซวแน่ๆ  ผมจึงถลึงตาส่งไปให้ก่อนเพราะไม่อยากให้กัสได้อาย  ผมแค่ต้องการบริการแฟนตัวเองมันจะแซวอะไรนักหนา  ไอ้ธีหน้าบึ้งแยกเขี้ยวใส่เมื่อโดนผมห้ามผ่านทางสายตาแต่ก็ทำให้มันไม่พูดอะไรออกมาได้  เมื่อแกะปูเสร็จหันมาหยิบกุ้งเผาตัวโตมาแกะต่อแต่มีช้อนยื่นมาขัดจังหวะถึงปาก

“มัวแต่แกะอยู่นั่น  วินไม่หิวเหรอ  อ่ะ” กัสอมยิ้มนิดๆส่งมาให้ผมพร้อมมือที่จับช้อนเตรียมป้อนข้าวจ่อที่ปาก  คราวนี้ผมห้ามเสียงแซวไม่ทันแล้วเพราะมัวแต่อ้าปากรับข้าวคำที่อร่อยที่สุดอยู่

“โอ๊ยยย  อิจฉาจัง  อยากมีคนป้อนมั่ง / ฮิๆๆ / หวานเกิน / กัสป้อนมายมั่งสิ”

เสียงแซวของใครบ้างไม่รู้เพราะตอนนี้ผมไม่ได้มอง  มองแต่หน้าคนป้อนที่ขึ้นสีอย่างน่ารักและเสตักข้าวเข้าปากตัวเองอยู่  ส่วนหน้าผมตอนนี้ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ว่าหน้าบานขนาดไหน  ผมไม่สนใจเสียงแซวจากเพื่อนๆกลับหันไปยิ้มกว้างส่งให้ทุกคนและกลับมายักคิ้วใส่ไอ้ธีที่นั่งตรงข้ามกันเหมือนเยาะเย้ยไปให้ว่ามันไม่มีใครป้อนแบบนี้ล่ะสิ  เสียงหัวเราะและพูดคุยภายในโต๊ะยังดังต่อเนื่องและคงเป็นจุดสนใจภายในร้าน  เพราะทั้งเสียงที่ดังและคนที่นั่งอยู่เรียกความสนใจจากรอบข้างไม่ยากนัก  ส่วนผมก็นั่งแกะทั้งปูและกุ้งให้กับกัสอย่างต่อเนื่อง  และมีหน้าที่แค่อ้าปากก็อิ่มได้แล้วมื้อนี้ผมมีความสุขชะมัด  ผมกินไปก็ยิ้มไปเรียกสายตาล้อเลียนจากเพื่อนๆที่ส่งมาให้  กัสคงอายมากแต่ก็ยอมป้อนผมต่อคนๆนี้ช่างน่ารักซะจริง  ผมแกะปูและกุ้งจนพอสำหรับเราสองคนแล้วจึงละมือมาเช็ดทำความสะอาดรอกัสป้อนข้าวต่อแต่กัสกลับส่งค้อนมาให้

“วินมือว่างแล้วก็ทานเองได้แล้ว”

“อ้าว  ทำไมล่ะครับเนี่ยจะหมดแล้วกัสป้อนต่อไม่ได้เหรอครับ  น้า”

“ไม่  ทานเองเลยนะ”

กัสขู่เบาๆพร้อมชี้นิ้วมาที่หน้าเพื่อปราม  ผมรู้ว่าตัวเองคงเอาแต่ใจมากไปหน่อยและกลัวร่างบางงอนด้วย  จึงยอมตักข้าวกินเองแต่ยังแกล้งงอนยื่นปากส่งให้กัสแบบเล่นๆทำเอากัสหัวเราะออกมา  ก็แค่นี้แหละที่ผมอยากเห็นใบหน้าที่ประดับยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของกัส  เราทานกันจนอิ่มและมิคก็สั่งเบอร์เกอร์ปลาทูมาครบจำนวนคนเพื่อเป็นของว่างเผื่อมีใครหิวซึ่งเจ้าตัวคงติดใจมากบอกว่าเมดอินไทยแลนด์คนไทยทำแต่รสชาติอินเตอร์  เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากทุกคนส่งให้คนช่างกินได้ยิ้มอายๆ  ยิ่งไอ้คนตัวสูงผิวเข้มถึงกลับเอื้อมมือมายีหัวที่ยุ่งอยู่แล้วให้ยุ่งไปอีกเรียกเสียงโวยวายจากมิคได้แถมส่งค้อนให้อีกหนึ่งวง  และคงเป็นที่ถูกใจไอ้ฟินมากมันถึงกับหัวเราะเสียงดังออกมาเลย  หลังจากนั้นเราจ่ายค่าอาหารและเตรียมออกเดินทาง  ตอนแรกว่าจะเข้าพักที่  รีสอร์ทที่จองไว้เลยแต่มิคและมายขอเก็บรูปแถวหาดของดอนหอยหลอดก่อน  ถึงแม้ชายหาดจะไม่ได้สวยมากนักแต่ลมทะเลเย็นๆและผู้คนที่มีแต่รอยยิ้มที่ได้ออกมาเที่ยวกับครอบครัวในวันหยุดต่างทำให้พวกเราที่เห็นมีรอยยิ้มตามและถ่ายภาพแห่งความทรงจำร่วมกันกลับมามากมาย  หลังจากนั้นก็แวะซื้อของแห้งกินเล่นที่ขายแถวนั้นและคนที่ซื้อเยอะที่สุดก็เป็นหนุ่มตัวเล็กใส่แว่นที่มีความสุขกับการช็อปปิ้งในทุกที่  ได้ของกินกันพอหอมปากหอมคอก็นั่งรถย้อนกลับมาที่รีสอร์ทแถวตลาดน้ำอัมพวา 

สถานที่ตั้งของรีสอร์ทนั้นต้องขับรถเข้าไปจากถนนใหญ่  จึงพบว่ารีสอร์ทแห่งนี้อยู่ติดริมน้ำมีชานยื่นออกไปด้านนอกริมน้ำ  ต้นไม้ใหญ่หลายต้นให้ร่มเหงามีหญ้าเขียวชอุ่ม  บ้านพักปลูกซ่อนหลังต้นไม้เรียงห่างๆกัน  อีกส่วนเป็นตึกสองชั้นห้องติดกันหลายห้องแต่ส่วนระเบียงถูกกั้นออกจากกันด้วยไม่ไผ่เรียงถี่กันสายตาที่สามารถเปิดออกหากันได้  ส่วนที่เราพักเป็นตึกหลังนี้เราพักกันชั้นล่างมิคให้เหตุผลว่าจองทั้งชั้นได้ความเป็นส่วนตัวดี  เพราะมีสี่ห้องพอดีจำนวนคนสามารถเดินหากันได้  ถ้าบ้านเป็นหลังก็พักได้แค่สองคนไม่สะดวกในการติดต่อพูดคุยกัน  ตอนแบ่งห้องทำเอาผมต้องหงุดหงิดเล็กๆเพราะผมไม่ได้นอนห้องเดียวกับกัสผมถูกจับแยกกับที่รัก  พอหันไปท้วงกับไอ้ฟินมันก็พูดไม่ได้แต่พยักพเยิดไปทางหนุ่มแว่นตัวเล็กที่เป็นคนจัดห้อง  มิคแบ่งห้องให้ผมนอนกับไอ้ฟิน  กัสกับมิค  มายกับมน  และไอ้ธีกับไอ้ปรัชได้นอนคู่กัน

“ก็ลงตัวแล้วนี่นายวิน  ถ้าไม่จับคู่แบบนี้นายจะให้เราไปนอนกับนายฟินน่ะเหรอ”

“ก็ดีนะมิค  มิคมานอนกับฟินก็ได้ครับ” ไอ้ฟินส่งสายตาดีใจเปิดเผยออกมา  แต่ไม่ได้รับความสนใจจากมิคเลย

“ไม่เอาหรอกเรายังไม่สนิทกันขนาดนั้นนะ  กัสไม่ว่าอะไรใช่มั้ย” มิคปฏิเสธไอ้ฟินแล้วหันมาขอความเห็นจากกัสแทน  ผมพยายามส่งสายตาอ้อนวอนให้คนรักรอลุ้นว่ากัสจะตอบว่าอะไร

“ไม่ว่าหรอก  กัสนอนกับมิคนั่นแหละ” หลังคำตอบกัสทำใจผมห่อเหี่ยวพยายามสบตาคนน่ารักแต่ใจร้าย  แต่เหมือนกัสจะแกล้งผมไม่ยอมหันมามองกันแต่กลับเปิดยิ้มกว้างให้มิคแทน

“ฮ่าๆๆ  อดไอ้วินอด  ฮ่าๆๆๆ / ฮึๆๆๆ”  เสียงหัวเราะเยาะที่ได้ยินจากเพื่อนตัวเองยิ่งทำเอาอยากโวยวาย  แต่พอหันมาเห็นหน้าที่รักก็ได้แต่ทำหน้าหงอยๆส่งไปให้เผื่อว่ากัสจะเปลี่ยนใจ  รอยยิ้มหวานที่ผมได้รับจากกัสทำเอาเริ่มมีกำลังใจขึ้น

“วันนี้กัสขอนอนห้องเดียวกับมิคนะครับ  ยังไงห้องเราก็ติดกันเดินไปมาถึงกันได้อยู่แล้วนะ” จะทำยังไงได้ในเมื่อกัสพูดแบบนี้แถมยังมีมิครอฟังคำตอบอยู่อีกด้วย  ผมจึงพยักหน้าอย่างจำยอมกัสจึงส่งยิ้มกว้างตาหยีมาให้เมื่อได้คำตอบที่ถูกใจ 

มิคหันไปรับกุญแจจากพนักงานที่ส่งมาให้และแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆ  ส่วนผมคว้ามือบางมากุมและเดินตามเพื่อนๆไปทิ้งระยะห่างออกมาก่อนพากัสมาหลบมุมใต้ต้นไม้  ก้มหน้าส่งสายตาละห้อยอย่างน่าสงสารไปให้คนน่ารัก  ก่อนกุมมือนุ่มทั้งสองขึ้นแนบอก

“กัสไม่เปลี่ยนใจแน่เหรอครับ  กัสไม่สงสารวินเลยเหรอครับ  หืม” กัสส่ายหน้าอมยิ้มน้อยๆแทนคำตอบ
 
ผมยกมือที่แนบอกมาจูบนิ่งๆและเริ่มทำใจว่ายังไงคืนนี้ได้นอนมองหน้าเถื่อนๆไอ้ฟินแทนหน้าหวานๆของคนรักแน่แล้ว  ก่อนที่ผิวแก้มผมจะได้รับสัมผัสที่ทำเอาหัวใจพองโต  เมื่อมองไปที่ต้นเหตุที่ตอนนี้คนใจกล้าเค้าหน้าแดงส่งยิ้มอายๆให้และสบตาผมอยู่

“เป็นรางวัลสำหรับเด็กดีที่ยอมเชื่อฟังน้า” ประโยคที่ได้ยินทำเอาผมนึกมันเขี้ยวอยากกดจูบไปที่ปากช่างพูดนี้จริงๆ  ผมโน้มหน้าเข้าหาปากแดงตามใจคิด  แต่ยังไม่ได้ทำอย่างที่คิดก็มีเสียงมาขัดซะก่อน

“กัส  กัส  อยู่ไหน  ก็เดินตามกันมาแท้ๆนี่หน่า  กัส  ฮู้ๆๆๆ”

มิคหนุ่มน้อยตัวแสบเพื่อนสนิทกัสนี่เองที่มาขัดจังหวะ  ต่อจากนี้ผมต้องยุไอ้ฟินให้รีบรุกหนักๆได้แล้วจะได้ไม่มีเวลาตามเพื่อนสนิทแบบนี้อีก  เฮ้อ!  แผนซ้อมฮันนีมูนของผมล่มไม่เป็นท่าเลย

.......................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

โสมน้าน่า(สมน้ำหน้า)นายวินเนอะ โดนหนูมิคขัดจังหวะ  :laugh:
เจอกัสวินพรุ่งนี้นะคะ

+1และเป็ดให้ทุกเม้นท์แล้วค่ะ  :pig4: จากใจที่ติดตามกัน^^

ปล.เหลือไม่ถึงอาทิตย์แล้วใครอยากได้หนุ่มๆไปนอนกอดรีบหน่อยน้าติดตามรายละเอียดหน้าแรกค่ะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0


เปิดจอง & โอน หนังสือตั้งแต่  วันนี้ ถึง 16 ก.ค. 55

1.เสน่ห์รักปักใจ 1 เล่ม (ฉบับรีไรท์) >>> กัส+วิน
   38 ตอน  5 ตอนพิเศษ 
   จำนวน 420 หน้า ราคาเล่มละ 350 บาท

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
เอาน่าวินอดเปรี้ยวไว้กินหวานน้า

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
555+ ไม่เป็นไรวิน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน โอกาสยังมีอีกเยอะ
ถึงจะชวดคราวนี้ แต่คราวหน้ายังมี >.,<

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ silverphoenix

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +347/-3
แวะมาเยี่ยมคนคุ้นเคย  อิอิ

คิดถึงทั้งสามพระนาย  รวมตัวละครทั้งหมดเลย  อยากอ่านเรื่องใหม่แล้วอ่า 
จะมีอีกมั้ยน้อ   555

+1 เป็นกำลังใจให้นะคะ

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
สมน้ำหน้าวินอยากซ้อมฮันนีมูนก่อน เจอหนูมิคแย่งกัสไปนอนด้วย

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
แวะมาเยี่ยมคนคุ้นเคย  อิอิ

คิดถึงทั้งสามพระนาย  รวมตัวละครทั้งหมดเลย  อยากอ่านเรื่องใหม่แล้วอ่า 
จะมีอีกมั้ยน้อ   555

+1 เป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอบคุณค่ะที่ยังคิดถึงกัน

ส่วนเรื่องใหม่มีเตรียมๆอยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าพร้อมจะนำมาลงให้อ่านกัน
รอนิดนะคะ  เพราะยังอยู่ในช่วงลูกผีลูกคนอยู่ค่ะ  แหะๆ

tawan

  • บุคคลทั่วไป
วินผู้น่าสงสาร

น้องมิคเป็นก้างชินโตจริงๆ :laugh:

 :call:

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

เจอก้างแบบหนูมิค...อดเลย :laugh:
 :กอด1:

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5
กัสกับฟินต้องร่วมมือกันแล้วนะ  :interest:

ออฟไลน์ lidelia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-1
ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าวินดี  :m20: :m20:

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 27

วิน

หลังจากเอาของเก็บที่ห้องพักเรียบร้อยแล้วผมก็ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเตรียมออกไปหากัสที่อยู่ห้องข้างๆกัน  เพราะต้องไปเอาเสื้อผ้าข้าวของจากกระเป๋าที่กัสจัดใส่รวมกันในใบเดียวออกมา  ถ้าเราได้พักด้วยกันก็ไม่ลำบากแล้วคิดแล้วก็ช้ำใจ  ออกมาเจอไอ้ฟินที่นั่งเอนหลังพิงหัวเตียงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับกล้องถ่ายรูปในมือ  ถ้าให้เดาคงไม่พ้นดูรูปหนุ่มน้อยแว่นหนาที่พักห้องติดกันนี้แน่ๆ

“ไอ้ฟินยิ้มเป็นคนบ้าเลยนะมึง” มันเงยหน้ามาส่งยิ้มที่ยังค้างบนหน้าอยู่ให้และก้มหน้าก้มตาดูรูปต่อ

“มึงเอาจริงใช่มั้ยงานนี้  ไหนบอกขอเวลาพิสูจน์ใจตัวเองก่อนไง  ทำไมออกหน้าออกตาจังวะ”

“เออ  ก็จริงจังกว่าทุกคนที่เคยเจอแค่อยู่ใกล้ๆมิคแล้วกูรู้สึกสบายใจว่ะ  มิคเหมือนเด็กไม่เสแสร้ง  แสดงออกให้รู้ว่าคิดยังไงไม่ต้องตีความมาก  สรุปกูมีความสุขดีว่ะและคงชอบมากไปแล้ว”  ไอ้ฟินสรรหาคำพูดบรรยายถึงคนที่อยู่ในกล้องทำสีหน้าครุ่นคิดและยิ้มกว้างเมื่อจบประโยคได้อย่างน่าหมั่นไส้คนมองแบบผมมาก

“นี่ขนาดแสดงออกไปจนกัสเขม่นกูทั้งวัน  เจ้าตัวเค้ายังไม่รู้เรื่องเลยว่ะ” มันพูดจบก็ถอนหายใจแรง  ผมก็ได้แต่ตบบ่าเพื่อนซี้ให้กำลังใจไปด้วยเข้าใจว่ามันรู้สึกยังไง  คนที่มองแบบผมยังหนักใจแทนเลย

“รอให้มึงแน่ใจกว่านี้ว่ามิคใช่สำหรับมึง  แล้วค่อยบอกออกไปตรงๆดีกว่ามั้ง  เพราะมิคคงไม่มีวันรู้ถึงความรู้สึกมึงแน่  ถ้ายังเป็นแบบนี้” ไอ้ฟินพยักหน้าตอบตามองไปที่กล้องทำสีหน้าครุ่นคิดตามสิ่งที่ผมพูด

“มึงพักผ่อนที่ห้องไปก่อนนะเดี๋ยวกูไปหากัสก่อน”

“ห่างกันไม่ได้เลยนะมึงคืนนี้จะนอนหลับมั้ย  ไม่ใช่เผลอมาปล้ำกูน้า  ฮ่าๆๆ”

“ไอ้ฟินมึงหยุดพูดไปเลยกูขนลุกว่ะ  ไปแล้ว” ผมหันไปคว้าหมอนขว้างใส่มันที่พูดอะไรน่าขนลุก  ก่อนออกจากห้องยังได้ยินเสียงหัวเราะก้องตามหลังมา

ผมเดินออกไปที่ระเบียงที่ถูกกั้นด้วยกระจกใสจากด้านนอกและผลักบานไม้ไผ่ที่กั้นระเบียงจากห้องติดกันให้เปิดกว้าง  เมื่อมองผ่านกระจกใสของห้องเป้าหมายจึงได้เห็นเจ้าของห้องหนุ่มน้อยทั้งสองและสองสาวของห้องถัดไปรวมตัวกันอยู่  จึงเคาะกระจกเบาๆเรียกสายตาของคนในห้องให้มามอง  พอคนในห้องเห็นว่าเป็นใครมนก็กวักมือเรียกเป็นสัญญาณให้ผมเข้าไป  ผมจึงเปิดบานกระจกเลื่อนให้ตัวเองเข้าไปในห้อง  สิ่งที่ทุกคนรุมดูเป็นรูปที่ถ่ายมาและมีกองขนมเต็มเตียงไม่บอกก็รู้ว่าของใคร  ซึ่งเจ้าของก็เคี้ยวตุ้ยดูรูปไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

“วินจ๊ะ  มาทานด้วยกันมั้ย”  มายเอ่ยชวนผมทานขนมแถมยื่นมาให้กันถึงมือ

“ไม่เป็นไรครับ  ขอบคุณครับมาย” ปฏิเสธไปเพราะอยากกินห่ออื่นมากกว่าและเป้าหมายคือห่อที่อยู่ในมือของคนรัก

ผมเอ่ยขอบคุณสาวน้อยน่ารักไปและมายืนซ้อนหลังกัสที่กำลังก้มหน้าดูรูปจากโน้ตบุ๊คอยู่  ก่อนวางมือบ่นบ่าบอบบางและก้มตัวลงไปใกล้  กัสหันมามองและส่งยิ้มให้พร้อมยื่นขนมมาตรงหน้า  แต่แทนที่ผมจะยื่นมือไปรับมากินเองผมขอใช้ปากรับแทนแล้วกันและแอบสัมผัสนิ้วเรียวเป็นกำไรอีกด้วย  กัสชักมือกลับและชี้นิ้วขู่มาให้  ผมก็เงยหน้าออกมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนชวนมนคุยแทน

“ไงมน  ไม่พักล่ะไม่เหนื่อยเหรอ”  มนหันมาส่งสายตารู้ทันให้ผมแถมคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“แล้วมึงล่ะไม่เหนื่อยเหรอถึงมาห้องนี้ทำไมไม่พัก”

“ก็กำลังใจกูอยู่ที่นี่  ขอแค่มาเห็นหน้าก็หายเหนื่อยแล้ว”

มนทำหน้าเหมือนเลี่ยนจะอ้วกเมื่อฟังจบแต่ผมหาได้ใส่ใจ  ขอแค่หยอดแฟนตัวเองเล็กๆน้อยๆให้ชื่นใจก็พอ  ผมเลิกสนใจเพื่อนก่อนจะก้มหน้ามองคนที่ผมตั้งใจหยอดไว้  ใบหน้าด้านข้างของกัสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยคงได้ยินที่ผมพูดแต่ทำเป็นไม่สนใจกัน  ผมจึงทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังวางคางบนบ่าบาง  กัสก็ไม่ขยับแต่แก้มได้แดงจัดไปแล้วน่ารักน่าฟัดที่สุด  เหลือบตาไปที่เพื่อนสนิทกัสอีกสองคนข้างๆซึ่งทั้งคู่ก็ส่งยิ้มน้อยๆมาให้และหันกลับไปดูรูปกันต่อ  คนอื่นก็คงเข้าใจผมล่ะก็คู่หมั้นทั้งคนนี่ครับขอชิดใกล้หน่อยล่ะกัน  จนกระทั่งดูรูปเสร็จผมก็ฉุดมือร่างบางไปที่ระเบียงด้านที่ติดกระจก  เปิดออกไปพากัสมานั่งที่เก้าอี้นอนตัว
ใหญ่ที่ปรับพนักให้เป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนไว้แล้ว

“กัสเหนื่อยมั้ย  หืม” ว่าพลางเอามือลูบหน้าใสแผ่วเบา

“ไม่หรอกกัสชินแล้วกับการเดินทาง  ที่นี่บรรยากาศดีจังต้นไม้ร่มรื่นแถมใกล้แม่น้ำด้วย”

กัสมองออกไปนอกระเบียงที่ทางรีสอร์ทจัดสวนได้ร่มรื่น  มีลมเย็นพัดผ่านสายน้ำที่ไหลผ่านด้านข้างรีสอร์ทเข้ามาให้เย็นสบายตัว  ผมจึงจับร่างบางพิงอกซ้อนไว้ด้านหน้าขณะที่ผมเอนหลังพิงไปกับพนักด้านหลัง  และใช้แขนข้างที่ว่างจากการโอบกอดกัสมาหนุนแทนหมอน  ไม่มีคำพูดระหว่างเราสายตามองตรงไปด้านหน้าซึมซับกับบรรยากาศร่มรื่นอากาศเย็นสบายจนเผลอหลับไปพร้อมคนในอ้อมกอด

...........................

ผู้คนพลุกพล่านที่เดินดูของตามร้านค้าที่เปิดเลียบทั้งสองฝั่งของสายน้ำ  กลุ่มของพวกเราปะปนอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้  หลังจากที่พักผ่อนในรีสอร์ทจนถึงสี่โมงเย็นไอ้ฟินจัดการเหมาเรือหางยาวติดเครื่องยนต์ให้พวกเรานั่งชมแม่น้ำมาจนถึงตลาดน้ำอัมพวาโดยใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที  และทำการนัดแนะกับคนขับเรือเพื่อขึ้นเรืออีกครั้งตอนหนึ่งทุ่ม  ความตื่นตาจากผู้คนและร้านค้าที่ขายทั้งของเล่นโบราณเสื้อผ้าเครื่องประดับนั้นได้รับความสนใจจากกลุ่มของพวกเราแวะกันเกือบทุกร้าน  โดยเฉพาะสะพานข้ามฝั่งแม่น้ำที่เราต้องเดินข้ามนั้นพวกเราใช้เวลาไปกับการถ่ายรูปอยู่นาน  แต่ก็คุ้มค่าเพราะภาพที่ได้เป็นภาพแห่งความทรงจำที่สวยงาม  ด้วยภาพบนสะพานที่สามารถเห็นสายน้ำทอดยาวร้านรวงทั้งสองฝั่งคลอง  ซึ่งได้ทั้งวิวของร้านค้ามุมสูงที่มีแม่น้ำอยู่กลางภาพ  รูปเรือยนต์ที่จอดเทียบท่ารับส่งผู้คน  รูปรอยยิ้มของผู้คนที่หลั่งไหลมาเที่ยว ณ ตลาดน้ำแห่งนี้  หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จพวกเราก็เจอร้านขายโปสการ์ดที่เจ้าของร้านทำขึ้นมาเองแตกต่างจากร้านอื่นๆสอบถามได้มาว่า  เจ้าของถ่ายภาพมุมต่างๆของตลาดน้ำแห่งนี้เองซึ่งทำให้ภาพที่ได้แปลกตาไปกว่าที่อื่น 

“กัสชอบรูปนี้เหรอครับ  วินว่ามันดูสวยดีนะให้บรรยากาศตลาดน้ำสมัยก่อนเลย”

“อืม  เดี๋ยวกัสจะเขียนถึงเราที่กรุงเทพฯ” ผมได้ฟังก็นึกสงสัยกัสถึงกับคลี่ยิ้มและเฉลยออกมา

“เป็นที่ระลึกไงวินว่าเราได้มาเที่ยวที่นี่ด้วยกันแล้ว  วินอาจจะเขียนถึงความรู้สึกในทริปนี้ความประทับหรืออะไรแบบนั้นน่ะ  พอถึงกรุงเทพฯเราคงได้รับพอดีและมันจะขลังมากที่มีรอยปั๊มตราไปรษณีย์ ปณ.อัมพวาอ่ะ”  คนน่ารักส่งยิ้มหวานมาให้หลังพูดจบ

เป็นความคิดที่ดีเหมือนกันที่เราจะมีของที่ระลึกร่วมกันจากการมาเที่ยวครั้งนี้  ผมจึงช่วยกัสเลือกรูปสวยๆอีกหลายใบ  ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็ดูของฝากพวกเสื้อพิมพ์ลายชื่อสถานที่ ‘อัมพวา’  คงได้เสื้อกันมาหลายตัวหลายแบบเพราะแบบเสื้อของร้านนี้เค้าทำได้เก๋ไก๋กว่าร้านอื่นจริงๆ

“กัสซื้อโปสการ์ดอีกแล้วเหรอจ๊ะ  อย่าลืมส่งมาให้มายด้วยนะ”

“อืมๆ  ใช่เผื่อมิคด้วย  ลืมมีเคืองนะ”

เสียงเพื่อนรักของกัสดังขึ้นขณะกัสเขียนโปสการ์ดอยู่เจ้าตัวส่งยิ้มกว้างและพยักหน้าให้ว่าไม่ลืมแน่  ทำให้เพื่อนคนอื่นของผมหันมาสนใจเดินเข้ามาดูและสอบถามกันยกใหญ่  ทีนี้ทุกคนก็อยากได้ไอ้เจ้าโปสการ์ดจากกัสทุกคน  กัสยิ้มกว้างให้อย่างเต็มใจเลือกแบบอื่นๆมาเพิ่มและคงต้องใช้เวลานานกว่าจะเขียนเสร็จ  ผมจึงให้คนอื่นไปนั่งรอที่ร้านไอศกรีมข้างๆแทนถ้ากัสเขียนเสร็จเราค่อยตามไป  เพื่อนๆเห็นด้วยจึงไปรอที่ร้านนั้นแทน  หันกลับมามองร่างเล็กที่ตั้งใจเขียนใบที่เราช่วยกันเลือกไว้  ผมลอบมองใบหน้าด้านข้างของกัสที่ระบายยิ้มน้อยๆแก้มแดงระเรื่อเพราะอากาศและผู้คนที่พลุกพล่าน  แววตาสดใสมีความสุขเปล่งประกายออกมาจนอดยิ้มตามไม่ได้  เผลอแตะนิ้วไล้แก้มแดงเรียกสายตาสงสัยของกัสให้หันมามอง  ผมส่ายหน้ายิ้มๆและพยักพเยิดไปที่โปสการ์ดในมือบางเป็นสัญญาณให้เขียนต่อ  กัสหน้ามุ่ยลงนิดหน่อยก่อนหันกลับไปเขียนต่อ  คนน่ารักคงเพลินจนไม่รู้ว่าผมโอบเอวบางและก้มหน้าชิดแกล้งสนใจสิ่งที่กัสเขียนและแอบสูดกลิ่นผมหอมละมุนไปด้วย 

“เสร็จแล้ว  อ๊ะ” แก้มของกัสมาชนจมูกผมเมื่อเจ้าตัวหันมาหา  เรียกเลือดฝาดขึ้นเป็นริ้วที่หน้าใส

“ไปครับเดี๋ยววินจัดการให้” ผมจูงมือบางที่เจ้าของแก้มแดงมาทางเจ้าของร้านให้คิดเงิน

“นี่ครับเรียบร้อยแล้ว  แฟนน้องน่ารักนะ” พี่เจ้าของร้านส่งเงินทอนมาให้ส่วนโปสการ์ดทางร้านจะจัดส่งให้เอง  และเอ่ยชมกัสให้ผมฟังยิ้มๆ

“ขอบคุณครับพี่และผมก็หวงมาก” ผมยิ้มพร้อมยักคิ้วทะเล้นไปให้พี่คนขาย  พี่แกคงถูกใจและยิ้มกว้างตอบมาส่วนกัสได้ฟังก็ยิ่งหน้าแดงกระตุกข้อมือที่ผมกุมไว้เร่งให้ออกจากร้าน 

ผมจึงพากัสมายังร้านไอศกรีมที่เพื่อนๆนั่งทานรอกันอยู่แล้ว  กุมมือกัสให้เดินไปเลือกรสไอศกรีมเราเลือกได้รสมะยมและรสนมอัญชันถ้วยเดียวกลับมานั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อน  ในร้านคนนั่งเต็มทุกโต๊ะเพราะอากาศที่ยังร้อนแม้เป็นช่วงเย็นแล้วก็ตามไอศกรีมเย็นๆจึงขายดี  กัสตักไอศกรีมเข้าปากแล้วทำยิบหยีกับรสชาติเปรี้ยวจี๊ดของมะยมทำเอาผมและคนอื่นๆหัวเราะกับตาหยีหน้ายู่ของกัส  เจ้าตัวคงอายมากจึงตักไอศกรีมรสมะยมคำโตมายื่นถึงปากคงหวังได้ผมเป็นพวกให้รับรู้ความเปรี้ยวเหมือนกัน  ผมยอมอ้าปากรับเพราะไหนๆก็มีแฟนป้อนให้ทั้งที  เมื่อลิ้นรับรสเปรี้ยวจี๊ดขึ้นหัวทำเอาหลับตาปี๋เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งกลุ่มที่ดังกว่าเดิม  ลืมตาไล่มองหน้าทุกคนที่มีสีหน้าสดใสยิ้มกว้างและคนที่ป้อนก็ยิ้มจนตาปิดที่ได้ทีแกล้งกัน  เราทานไอศกรีมถ้วยเดียวกันจนหมดจึงชวนกันไปเดินให้ทั่วตลาดน้ำแห่งนี้  เมื่อมาถึงฝั่งที่ขายอาหารโดยมีเรือแจวหลายลำลอยเลียบฝั่งภายในเรือมีขายทั้งอาหารทะเลปิ้งย่าง  ผัดไทยกุ้งสดตัวโต  ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำข้นน้ำใส  กุ้งอบวุ้นเส้น  ทำเอาทุกคนตื่นตาส่วนคนที่ตื่นเต้นกว่าเพื่อนคือมิคที่ร้องว่าน่ากินไปซะทุกอย่าง  และชอบใจใหญ่ให้ไอ้ฟินเก็บภาพทั้งเรือทั้งอาหารซึ่งในกล้องไอ้ฟินคงมีแต่นายแบบหนุ่มแว่นหนาตัวเล็กเป็นส่วนใหญ่แน่ๆ  ผมให้มนพาสามหมอตัวเล็กไปหาที่นั่งก่อนส่วนผมและเพื่อนที่เหลือจะช่วยกันซื้ออาหารเกือบทุกอย่างที่ขายไปให้ทานที่โต๊ะเอง  ซื้อแล้วจึงยกกลับมาที่โต๊ะบางร้านยังไม่ได้อาหารมาแต่เจ้าของร้านจะมาเสิร์ฟให้เองเมื่อปรุงเสร็จแล้ว  เมื่อวางอาหารบนโต๊ะเสร็จผมก็ก้าวไปนั่งข้างกัสที่กำลังเทน้ำใส่แก้วอยู่  ไอ้ฟินก็ตามมานั่งข้างกันเพราะอีกข้างนั้นเป็นมิค  และมิคก็บ่นเบาๆขึ้นมาว่าที่มีตั้งเยอะจะมาเบียดทำไมไอ้ฟินก็ยิ้มเข้าสู้แต่ไม่พูดหรือขยับไปไหน  ผมจึงหันไปส่งยิ้มให้กัสและมองเพื่อนคนอื่นที่ตอนนี้คงรู้ความรู้สึกไอ้ฟินกันหมดแล้ว  เหลือก็แต่มิคและมายที่สนใจแต่อาหารตรงหน้าเท่านั้น  ผมหันมาทำหน้าที่เดิมคือบริการแฟนตัวเองตักอาหารใส่จานแกะกุ้งตัวโตตรงหน้าให้และรอบนี้ไม่มีใครแซวแล้ว  เพราะคงคิดได้ว่าถึงแซวไปผมก็ไม่สนใจยังไงก็ทำให้กัสอยู่ดี 

“แหมอยากได้กุ้งที่แกะแล้วมั่งจัง  เนอะมายเดียร์เนอะ”  มิคหันมาแซวกัสและพยักพเยิดกับเพื่อนสาวคนสนิทที่ก็รับมุกพยักหน้าเห็นด้วยยิ้มๆ

“นี่ครับกุ้ง / กุ้งครับ” สองเสียงของหนุ่มเพื่อนสนิทของผมดังขึ้นพร้อมกับกุ้งที่แกะแล้ววางบนจานของมิคและมาย

ผมเห็นทั้งไอ้ฟินและไอ้ปรัชมองหน้ากันอึ้งๆพักเดียวก่อนส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ทัน  พวกมันก็คงอยากเอาใจคนที่ตัวเองชอบนั่นแหละครับ  ส่วนสองหนุ่มสาวที่โดนเอาใจอาการนั้นต่างกัน  มายส่งยิ้มขอบคุณอย่างเอียงอายไปให้ปรัชและก้มหน้าทานกุ้งแต่หนุ่มน้อยอีกคนนี่สิ

“อืม  ขอบใจๆแกะอีกๆ  ทำดีมากนายฟินเราไม่อยากมือเปื้อนพอดีเลย  ฮิๆๆ” มิคที่ยังไม่รู้ตัวก็ได้โอกาสใช้ไอ้ฟินแกะกุ้งให้

ไอ้ฟินหน้าเหวอและทำหน้าปลงๆผมเห็นแล้วทั้งขำทั้งสงสารก็คงต้องยุให้ไอ้ฟินเปิดใจกับมิคตรงๆแล้วล่ะ  ตอนนี้มันทำได้แค่แกะกุ้งบริการมิคเท่านั้น  หันมาทางกัสที่มองภาพเดียวกับผม  คนน่ารักยิ้มถูกใจที่มิคได้แกล้งไอ้ฟินแบบไม่รู้ตัว

“กัสครับสนใจวินหน่อย  กัสป้อนวินเหมือนเมื่อกลางวันนะเดี๋ยววินแกะกุ้งให้อีก” 

ผมอ้อนแฟนตัวเองให้ป้อนอาหารให้  กัสส่งค้อนน้อยๆให้แต่ก็ยอมป้อนสลับกับตักทานเองไปด้วย  อาหารที่สั่งทยอยมาเสิร์ฟจนครบและเรานั่งทานกันจนอิ่ม

“อืมจะทุ่มนึงแล้วเดี๋ยวเราต้องไปขึ้นเรือต่อใช่มั้ย” มนสาวเท่เอ่ยปากถาม

“ครับ  โปรแกรมต่อไปคือขึ้นเรือชมหิ่งห้อยน่ะ” มิคตอบตาพราวอย่างถูกใจเมื่อคิดว่าจะได้เห็นหิ่งห้อยตัวจริง

หลังจากนั้นเราพากันเดินมาลงเรือที่เดิมตามเวลานัดที่ตกลงกันไว้แล้ว  คนเรือขับเรือพาเราไปจุดชมหิ่งห้อยด้วยวันนี้ฟ้ามืดสนิทยิ่งทำให้แสงระยิบระยับเหนือผิวน้ำใกล้ต้นลำพูใหญ่ส่องแสงชัดเจนเหมือนดาวที่ตกมาอยู่บนผิวน้ำ  ผมจับมือบางที่วางอยู่บนหน้าขาตั้งแต่ลงเรือคลึงหลังมือแผ่วเบาก่อนมองดวงหน้าหวานที่ตาจับจ้องไปยังกลุ่มหิ่งห้อยเป็นประกาย  ไอ้ฟินยกกล้องมาปรับเพื่อเก็บภาพหิ่งห้อยเป็นที่ระลึกได้หลายภาพ  คนขับเรือจอดเรือให้เราชมธรรมชาติของหิ่งห้อยกลางสายน้ำอยู่พักหนึ่งจึงออกเรือไปยังจุดอื่นซึ่งก็พบหิ่งห้อยส่งแสงมากมาย  จนได้เวลากลับเรือจึงมาส่งเราที่ท่าขึ้นเรือของรีสอร์ทที่พัก  ผมจับจูงพยุงร่างบางขึ้นจากเรือเป็นคนสุดท้ายและจูงออกมาห่างจากกลุ่มเพื่อนที่ต่างพากันเดินนำหน้ากลับห้อง  เราเดินชมบรรยากาศยามค่ำคืนของรีสอร์ทที่เงียบสงบมีไฟประดับไปตามทางเดินและพุ่มไม้ให้แสงสว่างนวลตา  ผมจับกุมมือบางไว้แนบอกและสบตากัส

“คืนนี้กัสไม่เปลี่ยนใจมานอนด้วยกันเหรอครับ  หืม” ผมได้รับอาการส่ายหน้ายิ้มๆจากกัส

“วินครับเราพูดกันรู้เรื่องแล้วนะ”

“วันนี้กัสมีความสุขมั้ยครับ”

“อืม  มีสิ” กัสพยักหน้าตอบและยิ้มหวานตาพร่างพราวไม่แพ้แสงหิ่งห้อยที่ได้ดูก่อนหน้า

“งั้นวินขอรางวัลปลอบใจหน่อยนะ  วินจะได้นอนหลับฝันดีไงครับ”

กัสตาโตกับการเอ่ยขอรางวัลจากผมก่อนส่ายหน้าเหมือนเอือมระอากับเด็กที่พูดไม่รู้เรื่อง  และสูดหายใจลึกเขย่งปลายเท้าจูบแตะริมฝีปากผมอยู่เนิ่นนานสัมผัสจากกัสไม่ได้เป็นจูบที่ลึกซึ้งแต่ทำเอาใจผมสั่นเต้นรัวและเต็มตื้นในอก  เมื่อริมฝีปากนุ่มผละออกกัสก็เงยหน้าสบตากันและยกมือลูบแก้มผมแผ่วเบา
 
“คืนนี้หลับฝันดีนะครับ”  กัสส่งยิ้มกว้างมาให้หลังพูดจบจนผมต้องยิ้มตามและกุมมือทับมือนุ่มที่แก้มตัวเอง  แค่จูบเบาๆและคำอวยพรจากกัสคนที่ผมรักมันก็เพียงพอแล้วสำหรับคืนนี้ที่จะทำให้ผมหลับฝันดีได้โดยไม่มีร่างนุ่มให้กอด

..................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

เจอกัสวินพรุ่งนี้นะคะ
 :pig4:สำหรับการติดตามค่ะ

+1และเป็ดให้เช่นเคย

ปล.เหลือไม่ถึงอาทิตย์แล้วใครอยากได้หนุ่มๆไปนอนกอดรีบหน่อยน้าติดตามรายละเอียดหน้าแรกค่ะ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=33594.0


tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
วินก็ยังขยันหวานเหมือนเดิม ดูแลทุกอย่าง แต่ก็ยังมีแอบอ้อนกัส
กัสจังก็ยังน่ารักเหมือนเดิม ช่วยฟินสู้ๆ เอาชนะใจมิคให้ได้น๊า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด