^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ^O^{เสน่ห์รักปักใจ} กัส & วิน...The End...THX. MiSS-U  (อ่าน 178136 ครั้ง)

ออฟไลน์ MooJi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-0
หวานๆได้อีกนายวิน หมอกัส
สมใจนายวินจริงๆ
อิจฉานะเนี้ย
^^

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 33

กัส

“ตกลงกัสไม่ได้บอกนายวินใช่มั้ยว่าจะไปหาเนี่ย” มิคเดินมาส่งผมยังรถยนต์ที่จอดรอหน้าบ้านพัก

“อืม  อยากเซอร์ไพรส์วินน่ะ” ระหว่างที่ตอบมิคนั้นผมเดินไปส่งกระเป๋าเดินทางให้พี่ศรคนขับรถบ้านวินที่รอรับของอยู่

“แหม  ชอบจริงนะเซอร์ไพรส์เนี่ย  นิสัยไม่เปลี่ยนเลย  ฮิๆๆ” มิคแซวแกมหยอกถึงเหตุการณ์เซอร์ไพรส์นองน้ำตาครั้งก่อน  มันกระทบใจจนผมอยากจะโกรธเพื่อนตัวแสบสักครั้ง  แต่ก็รู้ว่ามิคแค่ล้อเล่นจึงแค่ทำหน้าบึ้งเหวี่ยงค้อนให้รู้ว่าผมจะงอนถ้ามิคไม่รีบง้อ

“โอ๋ๆๆ  มิคแซวเล่นน่ะไม่งอนนะ  นายวินไม่กล้าให้เกิดเรื่องซ้ำรอยเดิมหรอก  ออกจะรักจะหวงคู่หมั้นตัวเองขนาดนี้  แต่ที่แน่ๆกัสคงต้องง้อวินหนักหน่อยละมั้ง  ก็เล่นไปโกหกว่าไม่ว่างไปอวยพรวันเกิดให้นี่  ระวังเถอะจะต้องง้อจนหมดตัวแน่  ฮิๆๆ  โอ๊ย!  มิคเจ็บนะกัส  ไม่เอาแล้วรีบไปเลยเดี๋ยวไม่ทันเวลาเซอร์ไพรส์นะ”

เพื่อนตัวแสบรีบเบี่ยงเบนความสนใจเพราะเจ็บตัวจากการถูกผมตีแขนที่มาแกล้งแซวให้ได้อาย  ก่อนผมจะเอ่ยลาและฝากฝังเรื่องงานให้มิคทำแทนช่วงที่ผมลาไปหาวิน  เหตุที่ต้องลางานครั้งนี้ก็เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของวิน  ซึ่งก่อนหน้านี้วินก็โทรมาขอร้องให้ผมลางานไปหากันที่กรุงเทพฯเพราะตัววินเองช่วงนี้งานยุ่งมากปลีกตัวมาหาผมไม่ได้  แต่เป็นผมเองที่ปฏิเสธไปอยากแกล้งให้เจ้าของวันเกิดกระวนกระวายใจเล็กๆบ้าง  ด้วยผมตั้งใจลางานไปหาคนรักอยู่แล้วเพราะเมื่อวันเกิดของผมวินก็ลางานมาอยู่ฉลองวันเกิดให้ถึงที่ทำงาน  วันนั้นวินตื่นเช้ามากเพื่อมาทำอาหารใส่บาตรให้ขณะที่ผมนอนอุตุไม่รู้ตัว  ก่อนจะปลุกผมให้มาใส่บาตรทำบุญด้วยกัน  แถมช่วงเย็นวินยังทำอาหารที่ผมชอบให้เองอีกทั้งๆที่ผมบอกว่าไปทานกันข้างนอกก็ได้แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอม  จะว่าดีใจผมก็ดีใจนะที่วินมาอยู่ร่วมฉลองวันเกิดด้วยกัน  แต่ผมรู้สึกว่าวินจะมีความสุขมากกว่าตัวผมเองซะอีก  เพราะคืนนั้นผมต้องเปลืองตัวให้คนเจ้าเล่ห์ที่ให้เหตุผลมาว่า ‘วันเกิดกัสวินจะทำให้กัสมีความสุขที่สุด’ ส่วนผมก็ดันเคลิ้มไปกับคนมากเล่ห์จนได้ 

ทำให้วันต่อมาเราทั้งคู่ลงมาสายเพื่อนตัวแสบที่คอยจับผิดอยู่แล้วถึงกับเอ่ยแซว  และตั้งแต่นั้นมามิคก็จะแซวผมเรื่องนี้ตลอดจนได้อายไปหลายรอบแล้วอย่างวันนี้ก็ไม่เว้น  ผมไม่ต้องการปิดบังอะไรกับเพื่อนสนิทเพราะไหนๆเราก็หมั้นกันแล้ว  แต่ความอายมันห้ามกันไม่ได้นี่หน่า  คิดแล้วเริ่มไม่แน่ใจว่าที่ผมแกล้งวินครั้งนี้มันดีจริงๆรึเปล่า  เพราะท้ายสุดคงต้องเป็นผมที่เสียเปรียบให้วิน อยู่ดี  แต่ถึงไม่ทำแบบนี้ผลก็คงไม่ต่างกันนักหรอกมั้งครับ  ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ราบรื่นดีและออกจะหวานจนเลี่ยนหลังจากเรามีคืนแรกที่ลึกซึ้งกันแล้ว  วินพ่อคนเจ้าเล่ห์ที่แต่ก่อนตอดเล็กตอดน้อยกับผมอยู่แล้วกลับเป็นหนักขึ้นเมื่ออยู่กันสองคน  จนผมต้องปรามออกไปซึ่งเจ้าตัวก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง  วินไม่ได้มีแต่ความเจ้าเล่ห์หรอกครับเรื่องน่ารักๆก็มี  อย่างเช่นวินจะรีบมาหาผมทันทีที่ตัวเองว่างจะอยู่ด้วยหลายวันและคอยดูแลเอาใจใส่ตลอด  ผมแทบไม่ต้องหยิบจับอะไรเลย  และเรื่องคำรักคำหวานหูวินก็มีให้ไม่ขาด  ซึ่งผมก็เชื่อในสิ่งที่คนรักพูดเพราะเวลาได้พิสูจน์มาแล้ว 

พอวันเกิดวินเจ้าตัวก็เลยอยากให้ผมไปอยู่ด้วยแต่พอรู้ว่าผมไปไม่ได้  ปากก็บอกว่าเข้าใจแต่ผมรู้ว่าวินคงแอบน้อยใจอยู่  ก่อนผมออกมาได้โทรไปก็คุยด้วยแป๊บเดียวก็ขอวางวินอ้างว่างานยุ่งคงงอนผมไปเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งวินไม่ได้รู้เลยว่าผมกำลังไปหาและรถที่นั่งอยู่ก็เป็นรถที่คุณแม่วินส่งมารับ  โดยที่ผมโทรไปปรึกษาคุณแม่เรื่องฉลองวันเกิดให้วินและก็เป็นคุณแม่เองที่อยากแกล้งลูกชายช่วยวางแผนให้  แถมเป็นแม่งานจัดงานเล็กๆที่บ้านให้อีกต่างหาก  ตามแผนผมต้องไปรับเจ้าของวันเกิดถึงที่บริษัทซึ่งผมก็ไม่เคยไปซะด้วยไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง

....................................

ตึกสองชั้นทรงโมเดิร์นมีต้นไม้ใหญ่ปลูกโดยรอบ  โดยพุ่มไม้สูงแค่ระดับเอวและปลูกเป็นแนวรั้วกั้นอาณาเขต  มีที่จอดรถอยู่ด้านข้างตึกซึ่งมีรถจอดอยู่เต็มแล้ว  หนึ่งในนั้นก็มีรถของวินจอดอยู่ด้วยให้สบายใจว่าคนที่ผมตั้งใจมาเซอร์ไพรส์นั้นอยู่ที่นี่แน่  ผมเดินลงจากรถและให้คนขับรถกลับบ้านไปก่อนเลยเพราะตั้งใจจะกลับกับวินอยู่แล้ว  เมื่อเข้ามาในบริษัทก็สัมผัสถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ  ภายในตกแต่งด้วยโทนสีครีมสบายตามีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นและตรงหน้าผมมีโต๊ะประชาสัมพันธ์ที่มีผู้หญิงนั่งก้มหน้าทำงานอยู่ 

“ขอโทษครับ  ผมมาขอพบคุณวินครับ” ผู้หญิงตรงหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เงยหน้าขึ้นมองผมนิ่งๆก่อนยกยิ้มมาให้

“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ  และนัดไว้รึเปล่า” เธอถามกลับเสียงนิ่งแต่หน้ายังประดับยิ้มน้อยๆอย่างไว้ตัว  ผู้หญิงคนนี้ดูดีไม่น้อยในสายตาของผมด้วยรูปหน้าเรียวยาวแต่งหน้าสวยยิ้มเก๋แม้จะดูหยิ่งนิดๆก็เถอะ

“เอ่อ  ไม่ได้นัดครับ  เรื่องชื่อผมไม่สะดวกจะบอกแต่ผมเป็นเพื่อนสนิทของคุณ วินนะครับ  ขอเข้าพบเลยได้มั้ยครับ” เธอได้ฟังแล้วหุบยิ้มทันทีก่อนขมวดคิ้วใส่ผม

“ดิฉันคงให้คุณเข้าไปพบไม่ได้หรอกค่ะเพราะคุณไม่ได้นัดไว้และไม่ยอมบอกชื่อด้วย  ดิฉันเลยไม่รู้จะแจ้งไปทางเลขาคุณวินได้ยังไงว่าใครมาพบ  ส่วนเพื่อนสนิทคุณวินดิฉันรู้จักทุกคนแต่ไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อนนี่คะ  ไม่รู้ว่ามาแอบอ้างขอพบคุณวินรึเปล่า” ตอบอย่างขึงขังไม่ยอมให้ผมได้เจอวินง่ายๆและดูท่าทางเธอคงคิดว่าผมมาหลอกลวงอีกต่างหาก  ผมคงต้องโทรปรึกษาคุณแม่ก่อนแล้ว  เพราะถ้าผมบอกชื่อไปก่อนได้เจอวินก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ

“แต่ผมสนิทกับวินจริงๆนะครับขอเข้าพบไม่ได้หรอครับ” ผมพยายามดูอีกสักครั้งเผื่อเธอจะเปลี่ยนใจ

“คงให้เข้าพบไม่ได้ค่ะ  คุณจะบอกชื่อมั้ยล่ะคะดิฉันจะแจ้งไปทางคุณเลขาให้  ว่าคุณวินจะให้คุณเข้าพบมั้ย  หรือจะนั่งรอจนคุณวินเลิกงานก็ได้ค่ะ  ทางนู้นมีโซฟารับแขกอยู่” แววตาเริ่มไม่พอใจที่ผมยังคงเซ้าซี้  ผมได้แต่ถอนใจที่สุดท้ายคงต้องรบกวนคุณแม่หาวิธีให้ได้เข้าไปพบวินโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวซะแล้ว

ผมเอ่ยขอบคุณประชาสัมพันธ์สาวที่ตอนนี้หน้าไม่รับแขกแบบผมซะแล้ว  และแอบได้ยินเธอบ่นเบาๆว่า ‘เจอมาหลายคนแล้วแบบนี้ที่อยากพบคุณวิน  จะมาตกเหยื่อคุณวินของฉันเหรอ  ฝันไปเถอะ  ชิ’  เฮ้อ  นี่อย่าบอกนะว่าลูกน้องสาวคนนี้หวงเจ้านายตัวเองและคอยกันคนที่มาสนใจวิน  ความจริงมันก็ดีที่คนอื่นที่มาสนใจวินเข้าหาวินยากเพราะเธอคนนี้คอยกันท่าให้  แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่มาติดต่องานจริงๆบริษัทคงเสียหายมากแน่ๆแต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน  ขอโทรบอกคุณแม่ก่อนเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา  ผมกดโทรศัพท์หาคุณแม่และบอกถึงปัญหาว่าเข้าพบวินไม่ได้  คุณแม่ร้อนใจทันทีจะขอคุยกับประชาสัมพันธ์สาวที่กำลังก้มหน้าทำงานต่อทำเป็นไม่สนใจผมทั้งๆที่เธอแอบมองผมเป็นระยะ  แต่ผมขอร้องท่านซะก่อนว่าอย่าเอาเรื่องเธอคนนี้เลยเพราะเธอแค่ทำตามหน้าที่  และตอนนี้ผมอยากเจอวินมากกว่าเพื่อทำตามแผนที่วางไว้  ซึ่งคุณแม่ก็ยอมและบอกว่าให้นั่งรอก่อนเดี๋ยวท่านจะจัดการให้เอง  ผมจึงวางสายและนั่งรอตามคำสั่งท่านและก็ยังเจอสายตาสอดส่องจากแม่สาวประชาสัมพันธ์ที่ขยันส่งสายตาไม่ไว้ใจมาให้   พักหนึ่งผมก็เห็นสาวสวยในชุดเดรสเข้ารูปสีกรมเข้มท่าทางกระฉับกระเฉงเดินส่งยิ้มตรงมาทางผม

“สวัสดีค่ะ  ใช่คุณกัสรึเปล่าคะ” ผมรีบยกมือรับไหว้หญิงสาวที่มาใหม่ทันทีและส่งยิ้มรับไปให้สาวสวยตรงหน้า

“ดิฉันชื่อ ‘ออย’ เป็นเลขาคุณวินค่ะ  คุณอิงอรโทรมาให้ดิฉันลงมารับคุณกัสค่ะ  และต้องขอโทษเรื่องพนักงานของเราด้วยนะคะ  เชิญทางนี้เลยค่ะ” อิงอรเป็นชื่อของคุณแม่วิน  ท่านคงโทรตามคุณเลขาให้มาพาตัวผมไปพบวินนั่นเอง

“ครับ  ไม่เป็นไรครับ” ผมยิ้มให้คุณออยได้สบายใจว่าผมไม่ได้คิดอะไรมาก  เราเดินผ่านหน้าโต๊ะประชาสัมพันธ์ที่ตอนนี้คนที่นั่งหลังโต๊ะลุกขึ้นยืนมือกุมไว้ด้านหน้าทำหน้าตาสงสัยมองมาทางผม  และคุณอรก็หยุดตรงหน้าเธอก่อนเอ่ยเสียงนิ่งติดดุ

“จิ๊บ  นี่คุณกัสเป็นคู่หมั้นคุณวิน  ให้ทำความรู้จักไว้ต่อไปจะได้ไม่เสียมารยาทกับคุณกัสอีก”

“สะ สวัสดีค่ะคุณกัส” สาวจิ๊บยกมือไหว้หน้าซีดตกใจเมื่อคุณออยแนะนำผมแล้ว  ผมจึงยกมือรับไหว้และยิ้มอ่อนๆส่งไปให้  อดเห็นใจเธอไม่ได้เพราะรู้ว่าทำตามหน้าที่แม้จะดูมากเกินไปนิดในสายตาของผม

“พรุ่งนี้ขึ้นไปพบพี่ที่ห้องหน่อยนะ / ค่ะ” หลังคำสั่งคุณออยก็มีเสียงตอบรับของจิ๊บทันที  เธอก้มหน้าตอบเสียงสั่นจนผมเริ่มรู้สึกสงสาร

“เชิญทางนี้เลยค่ะคุณกัส  คุณวินเข้าประชุมกับฝ่ายศิลป์อยู่ค่ะแต่ใกล้เสร็จแล้ว” คุณออยพาผมขึ้นบันไดไปชั้นสองที่ซึ่งเป็นห้องทำงานของวิน  ให้ผมนั่งรอด้านในจัดหาเครื่องดื่มและของว่างมาให้เสร็จจึงออกไปนั่งทำงานต่อด้านนอก  อุณหภูมิเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศโซฟานุ่มน่านอน  พอได้เอนหลังพิงพนักบวกกับความอ่อนเพลียจากการเดินทำให้ผมหลับไปแบบไม่รู้ตัว

...............................

สัมผัสเปียกชื้นไล่จากเปลือกตาไปผิวแก้มจนมาถึงริมฝีปาก  ก่อนสิ่งนั้นจะรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากทำให้ผมสะดุ้งตื่นและทันได้เห็นดวงตาคู่คุ้นเคยสบตากันนิ่งในระยะประชิด  แต่ริมฝีปากนุ่มก็ไม่ยอมผละออกกลับเพิ่มแรงกดบดคลึงเพื่อให้ผมยอมเปิดรับ  รวมกับแววตาออดอ้อนเว้าวอนที่ได้สบพาลทำเอาผมใจอ่อน  ยอมให้อีกฝ่ายควานหากวาดต้อนลิ้นนุ่มตามแต่ชอบใจ  สัมผัสเคลิบเคลิ้มที่ได้รับทำให้ผมโอบแขนรอบคอแกร่งเพื่อโน้มคอให้จูบได้ลึกซึ้งและลูบไล้ท้ายทอยอย่างเพลินมือ

“อืม” ผมหลุดครางเสียงหวานออกมาจนตัวเองยังสะดุ้ง  และเริ่มรู้สึกตัวถึงมือหนาที่สอดลูบไล้บริเวณหน้าท้อง  จึงจับใบหน้าคนปล้นจูบไว้และเบี่ยงหน้าออก

“พะ  พอก่อนนะครับ” เอียงหน้าซบโซฟาหลบมาหอบหายใจเพื่อหนีจูบร้อน  แต่ก็หนีปากซุกซนไม่พ้นยังโดนจูบร้อนไล่จากแก้มถึงซอกคอ

“วิน  พอก่อนนี่ที่ทำงานนะ” ลูบผมหนาให้เจ้าของได้รู้ตัวก่อนได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของคนข้างบนอย่างพยายามตัดใจ  วินซบหน้านิ่งกับอกผมจึงส่งมือลูบหลังปลอบโยน  จนกระทั่งคนหน้าหล่อทำใจได้เงยหน้าขึ้นสบตา  และดึงเราทั้งคู่ให้นั่งพิงโซฟา  ผมยิ้มใส่ตาเจ้าของดวงตาดุอย่างเอาใจก่อนเอื้อมมือลูบแก้มสากแผ่วเบา  และโน้มหน้าชิดหูเพื่อกระซิบ

“เซอร์ไพรส์ครับที่รัก” ผมพรมจูบที่ใบหูก่อนผละออกมาดูผลงาน  วินยังเก๊กหน้านิ่งทั้งๆที่แววตาสั่นระริกอย่างยินดีปิดไม่มิด  ดูก็รู้ว่าถ้าผมอ้อนอีกนิดคนขี้เก๊กคงทนไม่ไหวแน่นอน

“เลิกงอนกัสนะครับ  วินอยากให้กัสมาหาก็มาแล้วนี่ไง  หืม  เลิกหน้ายุ่งนะแฟนใครเนี่ยไม่หล่อเลย” เอื้อมมือบีบจมูกโด่งไปมาเบาๆอย่างมันเขี้ยวและส่งยิ้มหวานให้อย่างเอาใจ  ดูสิผมอุตส่าห์ง้อขนาดนี้แล้วถ้ายังไม่เลิกงอนก็ให้รู้กันไป  ผมย่นจมูกส่งเป็นสัญญาณให้วินรับรู้ว่าเลิกงอนได้แล้ว

“กัสแกล้งหลอกวินทำไมครับว่ามาไม่ได้  วินน้อยใจกัสมากเลยรู้มั้ยครับ” คนขี้เก๊กหลุดเสียงอ้อนออกมาจนได้ก่อนที่ผมโดนจูบแก้มไปฟอดใหญ่  และวินก็หันมาทำปากยื่นหน้างอนให้แทน  เห็นแบบนี้แล้วก็อยากจะหัวเราะดังๆให้กับคนตัวโตแสนงอนของผม

“คิกๆ  หน้าวินตลกจัง  เลิกน้อยใจนะถึงยังไงกัสก็มาหาวินถึงนี่แล้ว  อยากให้  วินตกใจเล่นนี่หน่าเมื่อเห็นกัสที่นี่  แต่ไม่น่าหลับเลยแถมโดนใครไม่รู้ลักจูบด้วย” วินยิ้มกว้างหายงอนและตาพราวระยับเมื่อโดนผมหยอกเรื่องจูบ

“วินตกใจจริงๆครับที่เห็นกัสนอนมาอยู่ที่นี่นึกว่าตัวเองตาฝาด  เลยจูบพิสูจน์ไงแล้วก็รู้ว่าเป็นกัสตัวจริง” วินส่งสายตาหวานมาให้เล่นเอาผมแก้มร้อนซู่ขึ้นมาเมื่อนึกถึงจูบเมื่อครู่  จนต้องรีบเปลี่ยนประเด็นและเป็นภารกิจหลักในการเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ 

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ  กัสขอให้วินมีความสุขและก็....ก็รักกัสให้มากๆด้วย” พูดจบซบหน้ากับบ่าแกร่งซ่อนอาย  ผมต้องข่มความอายอย่างมากกว่าจะพูดประโยคสุดท้ายไปได้  ท่าทางของผมทำให้เจ้าของบ่าหัวเราะเสียงดังอย่างถูกใจ

“ฮึๆๆ  ขอบคุณครับที่รัก  ถึงกัสไม่บอกวินก็รักกัสมากขึ้นทุกวันอยู่แล้ว” วินเชยคางผมขึ้นให้เราได้สบตากันก่อนประทับจูบนิ่งนานและกดริมฝีปากย้ำๆหลายที  จนผมเผลอหัวเราะก่อนดิ้นรนออกจากอ้อมกอดคนขี้แกล้ง

“ใครเป็นคนคิดแผนการแกล้งวินครับ  อย่าบอกนะว่าเป็นกัส  นั่นแน่ๆ  ต้องมีแม่ของวินด้วยแน่ๆใช่มั้ยครับ”

“คิกๆ” ผมพยักหน้าพร้อมกลั้วหัวเราะแทนการตอบ  วินทำหน้ายู่เพราะขัดใจได้ตลกมาก

“แม่นะแม่แกล้งลูกชายตัวเองได้  เห็นลูกเสียใจและหงุดหงิดที่เมียไม่มาคงมีความสุขล่ะสิ” วินบ่นพึมพำเบาๆกับตัวเองหน้ายุ่งแต่ผมก็ยังได้ยินคำแทนตัวผมว่า ‘เมีย’ ทำเอาเขินแกมโมโหพ่อตัวดีคนนี้จริงๆ  แม้มันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะแต่ถ้าใครมาได้ยินเข้าผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน

“เพี้ยะ / วินพูดอะไรน่ะ  กัสได้ยินนะ” ผมฟาดแขนแกร่งเต็มมือด้วยใบหน้าร้อนฉ่า  ก่อนชี้นิ้วใส่หน้าคนเจ้าเล่ห์ที่ยกยิ้มกวนโมโหมาให้

“ครับๆ  แต่มันเป็นเรื่องจริงนี่  อ๊ะๆ  วินไม่พูดแล้วครับ  แล้วกัสหิวมั้ยกลับบ้านกันเลยดีกว่า” วินรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะรู้ว่าขืนยังล้อผมมากกว่านี้ได้เจ็บตัวกว่าที่โดนไปแน่

“ยังไม่ค่อยหิวหรอกเพราะคุณออยหาของว่างมาให้เพียบเลย  แล้ววินทำงานเสร็จแล้วเหรอ” ผมชวนคุยขณะที่วินเข้ามาโอบตัวผมไปพิงอกและคลึงนิ้วมือที่หลังมือของผมเล่น

“เสร็จแล้วครับ  แต่ถึงไม่เสร็จก็เอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้แฟนมาหาไม่มีใจทำต่อแล้ว / ฟอด” คนข้างหลังโน้มตัวมาขโมยแก้มผมไปฟอดใหญ่หลังพูดจบ  ก่อนวินจะส่งยิ้มหล่ออย่างอ้อนๆมาให้
 
“วินครับ  กัสลืมเลย  นี่ครับสุขสันต์วันเกิดนะครับ” ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมให้ของสำคัญ  จึงปลดแขนแกร่งก่อนเอื้อมตัวไปหยิบกล่องของขวัญที่ใหญ่กว่าฝ่ามือไม่มากส่งให้วิน  คนที่ได้รับของขวัญฉีกยิ้มกว้างแววตาพราวระยับอย่างดีใจจ้องหน้าผมตาไม่กระพริบ 

“ขอบคุณครับกัส  จริงๆของขวัญไม่ต้องเลยแค่มีกัสอยู่กับวินในวันนี้ก็พอแล้ว  งั้นวินแกะเลยนะครับ” ผมพยักหน้าให้ผู้ใหญ่ตัวโตที่กำลังทำท่าดีใจเป็นเด็กๆ  ก้มหน้าแกะกระดาษห่อของขวัญอย่างทะนุถนอม  วินมองของขวัญในมือตาโตยิ้มพราวด้วยถูกใจกับของที่ได้รับ  คนให้แบบผมก็อดจะภูมิใจไม่ได้ที่คนรักชื่นชอบของขวัญที่ตัวเองพยายามสรรหามาให้

“กัสไปหานาฬิกาเรือนนี้มาจากไหนครับ  รู้มั้ยวินหานานมากเลย” วินยกนาฬิกาขึ้นส่องมองมันอย่างถูกใจและส่งยิ้มตาหยีมาให้  ก่อนจะส่งนาฬิกาเรือนใหญ่มาให้ผมเพื่อสวมให้และเอาไปเทียบคู่กับเรือนที่อยู่บนข้อมือของผม 

มันเป็นนาฬิกาคู่ที่ตัวเรือนหรูวาววับล้อแสงไฟด้วยหน้าปัดสี่เหลี่ยมแบบเข็มและสายหนังแท้  ซึ่งของผมสายหนังจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนของวินเป็นสีน้ำตาลเข้ม  ผมได้เรือนบนข้อมือมาจากวินเมื่อวันเกิดที่ผ่านมาคอลเล็กชั่นนี้บริษัททำออกมาสองสี  วินซื้อมาให้ผมเพราะถูกใจในดีไซน์ที่เรียบหรูแต่เรือนที่คู่กันนั้นขายไปก่อนแล้ว  ก่อนนี้วินพยายามตามหาอยู่หลายร้านแต่ก็ยังไม่เจอบ่นมาตลอดว่าอยากใส่คู่กัน  ผมนั้นได้เรือนนี้มาจากความช่วยเหลือของเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยที่ทางบ้านมีร้านขายนาฬิกาแบรนด์ดังหลายตัว  ซึ่งกว่าผมจะได้มานั้นต้องสั่งตรงถึงที่บริษัทแม่ในต่างประเทศเลยทีเดียว

“วินชอบมั้ยทีนี้เราก็ได้ใส่คู่กันแล้ว” วินพยักหน้าให้ผมระรัวราวกับเด็กๆที่กำลังถูกใจ  และยื่นข้อมือมาเทียบนาฬิกาตัวเองกับนาฬิกาที่ข้อมือผมก่อนยิ้มร่าอย่างภูมิใจ

“ขอบคุณครับที่รัก  วินรักกัสมากนะ” คนที่เพิ่งสนใจนาฬิกาหันมามองหน้าผมและบอกรักกันดื้อๆ  จนผมต้องยิ้มกว้างพยักหน้าให้คนปากหวานก่อนลูบแก้มสากของเจ้าของวันเกิด  และเอ่ยคำที่อยู่ในใจให้อีกฝ่ายได้ชื่นใจ

“กัสก็รักวินเหมือนกัน” หลังคำพูดผมเราต่างยิ้มให้กัน  ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหากันจะจูบซ้ำๆย้ำๆยืนยันคำรักที่เรามีให้กัน

........................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

หวานซ้า  :-[ และความหวานก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แถมตอนหน้าร้อนนิดๆด้วย 555 มาติดตามกันว่า
เพื่อนๆให้อะไรเป็นของขวัญวิน บอกได้คำเดียวว่า
วิน "ถูกใจมั่กมาก"  o18

+1และเป็ดให้นะคะ  :pig4: ทุกการติดตามค่ะ

tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
กัสน่ารักมากๆ มีเซอร์ไพร์วันเกิดด้วย >////< แค่ดันหลับซะนี้ ฮ่าๆ
เลยโดนวินลักจูบซะเลย คุณออยลงโทษจิ๊บให้หนักๆเลยนะ จะได้มีจิตสำนึกขึ้นมาบ้าง

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
หวานกว่านี้มีมั้ย เชอะ อิจฉา

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

น่ารักอ่ะ มีเซอร์ไพรส์ด้วย :-[
 :กอด1:

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
น้ำตาลเป็นน้ำเชื่อม
แล้วตอนนี้ :L1:

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 34

วิน

“ทำไมบ้านเงียบจังไปไหนกันหมดนะ” ผมเดินนำกัสเข้าบ้านมองรอบตัวแต่ไม่พบใครและเงียบผิดปกติอดไม่ได้ต้องเอ่ยปากออกมา  หันกลับไปหาคนรักที่ต้องเดินตามมาแต่กัสกลับหายตัวไป
 
“กัสๆ  อยู่ไหน  ก็เดินตามกันมานี่หน่า” มองไปรอบห้องรับแขกก็ไม่เจอคนที่เรียกหา  ทำเอางงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กัสและทุกคนในบ้านหายไปไหน

“วิน!!  ช่วยด้วย!” เสียงขอความช่วยเหลือจากคนรักดังขึ้นมาจากทางสระว่ายน้ำข้างบ้าน  ทำเอาผมตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนรักจึงรีบวิ่งไปทางต้นเสียงอย่างร้อนใจ

“ปึกๆ  ฟู่  ปึกๆ  ฟู่ / สุขสันต์วันเกิดนะ / ยินดีด้วยแก่อีกปีแล้วโว้ย / ฮ่าๆๆ” เสียงดังสับสนเกิดขึ้นเมื่อผมมาถึงบริเวณสระว่ายน้ำ  ตั้งสติตัวเองได้แล้วก็พบว่าสายรุ้งจากกรวยกระดาษที่ทำให้เกิดเสียงเมื่อครู่มันอยู่เต็มหัว  กวาดตามองไปรอบๆก็พบเพื่อนสนิททั้งสี่คน  คนในครอบครัว  เพื่อนสาวคนสนิทของกัส  และคนรักที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างมาย  นี่คงเป็นอีกหนึ่งแผนเซอร์ไพรส์ในวันเกิดผมสินะ

“อึ้งไปแล้วลูกชายฉัน  เซอร์ไพรส์มั้ยจ๊ะลูกวินของแม่  ฮิๆๆ”  คุณแม่ยังสาวเดินมาดึงสายรุ้งบนหัวออกให้และตบแก้มผมเพื่อเรียกสติ  ผมจึงกอดเข้าที่เอวบางและหอมแก้มท่านหลายฟอดใหญ่
 
“อุ๊ย!  ตาวินพอแล้วแม่แก้มช้ำไปหมดแล้ว  ฮิๆ” คุณแม่ร้องตกใจก่อนเบี่ยงตัวหลบจมูกผมยกใหญ่  แต่ผมที่ยังอยากแหย่ท่านก็ยังยื่นหน้าเข้าหาแก้มนุ่มและกดจมูกซ้ำๆอยู่หลายที  เรียกเสียงหัวเราะอย่างถูกใจจากคุณแม่ยังสาวได้

“พอๆเจ้าวินนั่นเมียพ่อเดี๋ยวช้ำหมด  ฮ่าๆ” คุณพ่อเข้ามาดึงคุณแม่ออกจากผมก่อนโอบกอดอย่างหวงแหน  และแกล้งส่งยิ้มเยาะเย้ยยักคิ้วมาให้ผม  ส่วนคุณแม่ก็อมยิ้มแก้มแดงและตีเข้าที่แขนคนที่กอดเอวแก้เขิน  เป็นการทำโทษที่มาทำหวานต่อหน้าลูกๆจึงเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้

“นู่นคนของแก  ส่วนคนนี้ของพ่อโว้ย  ฮ่าๆ” คุณพ่อพยักพเยิดไปทางกัสที่ยืนหัวเราะปากกว้างอยู่จากการหยอกเย้าของท่านทั้งคู่  พอโดนโยนมุกมาให้เล่นเอาคนตัวเล็กชะงักก่อนหน้าจะขึ้นสีทันตาและมองมาทางผมอย่างอายๆ  ผมจึงรีบเดินไปโอบกอดซ้อนหลังกัสไว้ก่อนวางคางเกยไหล่และโยกตัวเบาๆเป็นการปลอบโยน

“แน่อยู่แล้วครับนี่คนของผม  ฟอด / วิน!” กดจมูกที่แก้มนุ่มฟอดใหญ่เรียกเสียงตกใจจากคนในอ้อมกอด  กัสตกใจตาโตหน้าแดงก่ำคงไม่คิดว่าผมจะกล้าทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น  แต่จะอายอะไรล่ะในเมื่อก็คนกันเองทั้งนั้น  เรียกเสียงแซว  เสียงเป่าปากจากบรรดาเพื่อนสนิทได้  เมื่อได้ชื่นใจคนช่างวางแผนบ้างแล้ว  ผมจึงคลายวงแขนออกแต่ยังโอบกอดเอวบางไว้หลวมๆ
“ขอบคุณทุกคนนะครับที่จัดงานเซอร์ไพรส์ให้ผม  โดยเฉพาะคุณแม่ที่ทำเอาลูกตัวเองเกือบตายจากการคิดว่าแฟนจะไม่มาวันนี้  ขอบคุณนะครับ” ผมไล่สบตาและส่งยิ้มขอบคุณทุกคนรอบตัว  ก่อนจบที่คุณแม่โดยแกล้งแหย่ท่านนิดหน่อยให้รู้ว่าผมรู้ทันที่ท่านมาแกล้งลูกชายสุดที่รักแบบผมเข้า  เล่นเอาคุณแม่ส่งยิ้มกว้างถูกใจที่รู้ว่าแกล้งลูกชายสำเร็จ

“แหม  แม่อยากให้วินเซอร์ไพรส์นี่หรือว่าไม่เซอร์ไพรส์ล่ะ  ดีเท่าไหร่แล้วที่หนูกัสว่างวันนี้ต้องขอบใจแม่ด้วยซ้ำนะเจ้าวิน” ผมโดนคุณแม่งอนกลับซะแล้วแต่ดีที่มีคุณพ่อที่รู้ใจลูกชาย  ท่านจึงเข้าง้อภรรยาแทนลูกชายอย่างผมโดยหวานโชว์ลูกๆอีกครั้งด้วยการหอมแก้มคุณแม่ขี้งอน  เรียกเสียงหัวเราะและเสียงแซวจากทุกคนได้  ก่อนแยกย้ายไปนั่งโต๊ะที่มีอาหารว่างเตรียมไว้พร้อมแล้ว 

บรรยากาศในงานวันเกิดเล็กๆแต่อบอุ่นเพราะมีแค่คนในครอบครัวและเพื่อนสนิท  โต๊ะที่นั่งอยู่นี้มีเพียงเพื่อนสนิทและคนรักของผมร่วมโต๊ะ  อีกโต๊ะเป็นคนในครอบครัวของผม  และที่พิเศษคือวันนี้พี่จักรพาว่าที่พี่สะใภ้ ‘พี่แพม’ มาร่วมงานด้วยถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก  สาวสวยคนนี้สวยหวานน่ารักเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวเล็กผิวขาวตากลมโตจะว่าไปสเป็คพี่จักรก็ไม่ต่างจากตัวผมนัก  ก็คนรักของเราสองคนนั้นลักษณะภายนอกใกล้เคียงกันเลย  สรุปว่าเราพี่น้องมีแฟนน่ารักไม่ต่างกัน 

“แล้วของขวัญกูล่ะ  อย่าบอกนะว่าพวกมึงลืมนี่กะมากินฟรีบ้านกูอย่างเดียวเหรอ” ผมแกล้งเอ่ยทวงของขวัญจากเพื่อนและส่งยิ้มกวนไปให้  แต่จริงๆแล้วผมไม่ได้อยากได้ของขวัญจากพวกมันหรอกครับ  แค่อยากกวนอารมณ์พวกมันเล่นมากกว่า

“พวกกูไม่ลืมหรอกน่า  อ่ะนี่ของขวัญของมึง  อ๊ะๆ  แต่อย่าเพิ่งแกะตอนนี้เอาไว้คืนนี้ค่อยแกะ” กล่องใบเล็กน้ำหนักเบาในมือมันคืออะไรกัน  ผมไม่ค่อยไว้ใจพวกมันเลยยิ่งแววตาไอ้ฟินที่เป็นคนยื่นของมาให้มันแวววาวเจ้าเล่ห์มาก  กัสที่นั่งข้างกันนั้นแค่มองมาแต่ไม่ได้สนใจอะไรและหันไปคุยกับมายที่นั่งข้างๆแทน

“คืนนี้มึงค่อยเปิด  รับรองมึงต้องถูกใจแน่” ไอ้ธีที่นั่งถัดจากไอ้ฟินชะโงกหน้ามากระซิบข้างหูแล้วจับมือผมที่ทำท่าจะแกะกล่องออกเพราะความอยากรู้ร่วมกับไม่ไว้ใจเพื่อนตัวเอง  ผมมองไปที่หน้าเจ้าเล่ห์และเพื่อนคนอื่นที่ส่งยิ้มมาให้  ก่อนจ้องไปที่สาวมนที่ผมน่าจะได้คำตอบจากเพื่อนคนนี้มากที่สุด  แต่สิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มกว้างและอาการส่ายหน้าไม่ยอมบอกว่าอะไรอยู่ในกล่อง

“วินทานบาร์บีคิวเนื้อสิ  กัสชิมแล้วนุ่มมาก” คนรู้ใจส่งบาร์บีคิวของโปรดมาให้ถึงปาก  ผมจึงละความสนใจจากกล่องของขวัญและหันไปยิ้มหวานให้คนช่างเอาใจ  ผมจับมือนุ่มรั้งมางับเนื้อบาร์บีคิวเข้าปาก  เจ้าของมือแก้มระเรื่ออย่างน่ารักแต่ก็ยอมให้ผมกุมมือนุ่มข้างนั้นไว้  ก่อนเสียงหวานๆของมายจะแทรกขึ้นมาเรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง

“มิคน่าจะอยู่ด้วยนะขาดมิคอยู่คนเดียว” มายเอ่ยเสียดายด้วยใบหน้าหงอยๆอย่างน่าสงสาร  จนไอ้ปรัชที่มองอยู่ตาละห้อยก่อนยื่นมือมาแตะข้อศอกจนสาวมายหันไปมองและคลี่ยิ้มน้อยๆออกมาได้ในที่สุด

“เอาแบบนี้  เดี๋ยววันหยุดฟินไปรับมิคมาแล้วเราไปฉลองกันอีกรอบก็ได้” ไอ้ฟินเพื่อนสนิทของผมที่มีใจให้หนุ่มน้อยที่อยู่ไกลเอ่ยทำคะแนนกับเพื่อนสนิทมิคทั้งสองคน  เรียกเสียงหัวเราะรู้ทันจากเพื่อนๆและอาการค้อนน้อยๆจากกัสคนที่ยังหวงเพื่อนอยู่แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะจากมายได้  มายที่กลับมาร่าเริงได้อีกครั้งพยักหน้าตกลงกับแผนการของไอ้ฟิน  เป็นอันว่างานวันเกิดผมได้เลี้ยงกันอีกรอบเป็นแน่ 

หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งคุยกันไปทานกันไป  พิเศษตรงที่วันนี้กัสเอาใจใส่ผมเป็นพิเศษทั้งตักอาหารให้เติมเครื่องดื่มให้ไม่ขาด  เห็นแบบนี้แล้วอยากให้ทุกวันเป็นวันเกิดของตัวเองจริงๆ  จนได้เวลาตัดเค้กกัสที่หายตัวไปกลับมาพร้อมเค้กช็อคโกแลตของโปรดของกัสพร้อมเทียนที่จุดขึ้นกระทบใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มละไมมาให้  และเสียงร้องเพลงอวยพรวันเกิดก็ดังขึ้นทุกคนเข้ามาล้อมรอบตัวผมเพื่อร้องอวยพรให้  จนจบผมอธิษฐานก่อนเป่าเทียนและขโมยจูบแก้มหอมคนถือเค้กอีกฟอดเรียกเสียงฮาได้อีกครั้ง  และกัสก็ทำอะไรผมไม่ได้ด้วยเพราะถือเค้กอยู่ได้กำไรเห็นๆ  งานวันเกิดปีนี้ผมมีความสุขมากกว่าทุกปีเพราะมีคนรักอยู่เคียงข้าง  และไม่ว่าจะกี่ปีต่อจากนี้เชื่อได้ว่าความสุขจะไม่จากผมไปไหนเพราะผมจะยึดคนน่ารักคนนี้เป็นของผมตลอดไป 

....................................

“เหนื่อยมั้ยครับ / ฟอด / กัสอาบน้ำก่อนเลยนะจะได้มานอนพักวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ผมยิ้มให้คนตัวเล็กที่ส่งยิ้มอ่อนๆมาให้หลังโดนผมขโมยหอมแก้ม  และไล้นิ้วมือไปตามแก้มใสอย่างทะนุถนอมก่อนจับจูงข้อมือบางมาส่งถึงหน้าห้องน้ำ

กัสเดินเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่ายคงเพราะเพลียจนอยากพักผ่อนแล้ว  ส่วนผมกลับมานั่งรอคนรักบนเตียงเปิดทีวีเป็นเพื่อนและรู้สึกถึงของบางอย่างที่ตุงอยู่ในกระเป๋ากางเกง  นึกขึ้นได้ว่าไอ้ตี๋ธีจับกล่องของขวัญยัดใส่กระเป๋ามาให้ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านเพราะผมดันลืมทิ้งไว้ที่โต๊ะทานอาหาร  พลันอยากรู้ขึ้นมาว่าข้างในมันคืออะไร  ผมแกะห่อกระดาษสีสวยออกเปิดกล่องมีกระดาษใบเล็กล่วงหล่นลงมา  จึงหยิบขึ้นมาอ่านอย่างสงสัยว่ามันมีข้อความสำคัญอะไร

‘แด่วินเพื่อนรัก  มึงมีทุกอย่างแล้วพวกกูไม่รู้จะให้อะไร  เพราะงั้นหาของขวัญที่ถูกใจมึงมาผูกริบบิ้นเส้นนี้เอาเองนะ  หวังว่ามึงคงชอบ’

ริบบิ้นสีแดงเส้นยาวหลุดทิ้งตัวเป็นทางบนผ้าปูสีขาว  สีที่ตัดกันนั้นส่งให้ริบบิ้นเส้นนี้เด่นชัดยิ่งขึ้น  ของขวัญที่เพื่อนๆให้ผมมานี้มีจุดประสงค์อะไรทำไมผมจะไม่รู้ว่าพวกมันคิดอะไรอยู่ด้วยเป็นเพื่อนกันมานาน  ผมจ้องริบบิ้นสีแดงสดนิ่งๆไม่แม้แต่จะเอื้อมมือไปจับ  พลันให้จินตนาการว่าถ้ามันได้ไปพันอยู่บนร่างเปลือยขาวผ่องของคนรักคงยิ่งขับสีผิวขาวลออตาให้ยิ่งเด่นชัด  แค่คิดไอ้เจ้าลูกชายข้างล่างก็ผงาดขึ้นมาแล้ว  ‘โอ๊ย! ไอ้เพื่อนตัวแสบ  พวกมันเล่นงานผมเข้าให้แล้ว’  เมื่อเสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นผมรนรานเก็บริบบิ้นเจ้าปัญหาใส่กล่องลวกๆ

“อะไรน่ะวิน” กัสส่งเสียงถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นผมรุกรี้รุกรน

“เอ่อ  ไม่มีอะไรครับเป็นของขวัญที่ไอ้พวกนั้นให้มาน่ะ  งั้นวินอาบต่อเลยนะ” ผมเดินไปเก็บกล่องในลิ้นชักหัวเตียงก่อนเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำเพื่อหลบสายตาอยากรู้ของคนรัก  กัสขมวดคิ้วมุ่นยืนมองตามผมตลอดทางจนแอบเสียวสันหลังวาบๆ  ที่ผมไม่ตอบไม่ใช่คิดจะปิดบังอะไร  แต่ไม่รู้ว่าจะตอบกัสยังไงว่าทำไมเพื่อนๆถึงให้ริบบิ้น  จะให้ตอบว่าเอามาพันรอบตัวกัสเพื่อเป็นของขวัญน่ะเหรอ ‘เฮ้อ  แค่คิดก็ไม่กล้าแล้ว’ ผมกลัวโดนกัสโกรธจนอดนอนกอดคนน่ารักน่ะสิครับ

..................................

“นี่มันหมายความว่ายังไงวิน” กัสถามเสียงนิ่งพร้อมชูริบบิ้นสีแดงเส้นยาวขึ้นทันทีหลังผมเดินออกมาจากห้องน้ำ  มีแววว่างานเข้าผมแล้วล่ะครับ  นึกอยากไปถีบไอ้เพื่อนบ้าพวกนั้นเรียงตัวซะเดี๋ยวนี้ที่พวกมันดันหาเรื่องมาให้

“เอ่อ  คือเอ่อ  ริบบิ้นห่อของขวัญน่ะไอ้พวกนั้นให้มา” ผมก้มหน้าตอบกัสก่อนชำเลืองสายตาขึ้นมองคนรัก  ซึ่งคำตอบของผมคงไม่เป็นที่ถูกใจของกัสนักเพราะคนน่ารักยังจ้องเอาคำตอบจากผมด้วยใบหน้านิ่งเรียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ  ผมตัดสินใจเดินไปหยิบริบบิ้นเจ้าปัญหาออกจากมือคนรัก  และส่งยิ้มออดอ้อนไปให้เผื่อจะลดโทษลงได้บ้าง

“ไม่ใช่ความผิดของวินนะ  วินไม่รู้เรื่องเลย  จริงๆ” ส่งสายตาบริสุทธิ์ใจและพยักหน้าหนักแน่นยืนยันคำพูด  เราจ้องตากันสักพักกัสก็ถอนใจยาวออกมาจนผมผวา ‘อาการเกรงใจเมียกำเริบกะทันหัน’

“เฮ้อ  แน่ใจนะว่าไม่รู้เรื่อง” ผมพยักหน้ารัวยืนยันและสบตากัสแน่วแน่  แต่ในใจผมนั้นคิดไปไกลแล้วว่าถ้าได้ใช้มันกับคนรักมันจะดีแค่ไหนกัน  กัสพยักหน้าตอบรับเหมือนพอใจในคำตอบ  ผมถึงกับโล่งใจที่คนรักไม่เอาเรื่องและหันหลังเตรียมเอาไอ้ของขวัญเจ้าปัญหาไปเก็บให้ไกลตาคนรัก  แต่ต้องชะงักกับเสียงแผ่วเบาที่แม้จะเบาแต่ผมยังได้ยินชัดเจน

“วินอยากใช้มันมั้ยล่ะ” หันขวับไปมองคนรักที่ก้มหน้าซ่อนหน้าแดงก่ำไว้กับอกตัวเอง  ใจผมเต้นกระหน่ำตีความว่ากัสจะยอมให้ผมใช้มันกับตัวกัสใช่มั้ย  จินตนาการเพลิดไปไกล  และถลาไปใกล้ร่างบางเชยคางมนขึ้นให้สบตากัน

“มะ  หมายความว่ากัสยอมเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้วินเหรอ” กัสหน้าแดงหูแดงเห่อหลบตาผมทันทีแต่ไม่มีอาการปฏิเสธ  ก่อนเสียงพึมพำจะลอยมาเข้าหู

“เห็นว่าเป็นวันเกิดหรอกนะ” เสียงตอบกลับของกัสทำให้ใจผมลิงโลดอย่างดีใจที่จะได้รับของขวัญชิ้นพิเศษจากคนที่รักที่สุด  ผมยื่นริบบิ้นไปตรงหน้าร่างบางทันทีและได้รับค้อนวงใหญ่จากเจ้าของที่หน้ายังไม่หายแดง  กัสรับไปและเบี่ยงตัวหลบเดินตรงไปทางห้องน้ำ 

“เยส!” ผมกำมือชกลมกระโดดตัวลอยอย่างถูกใจ  ก่อนเดินกลับไปกลับมาอย่างกระวนกระวายจินตนาการไปไกลสุดกู่  วินน้อยกระดี้กระด้าดีใจไม่แพ้เจ้าของ 

ผมพยายามควบคุมอาการดีใจและกลับไปนั่งพิงหัวเตียงตาจับจ้องไปหน้าห้องน้ำที่ร่างคนรักหายเข้าไปนานแล้ว  ทันใดประตูก็เปิดออกหน้าหวานแดงก่ำยื่นออกมาสำรวจไปรอบ  กัสคงมองหาว่าผมอยู่ส่วนไหนของห้อง  เราสบตากันก่อนหน้าหวานจะผลุบหายกลับไปด้านใน  ผมอดทนด้วยใจลุ้นระทึกรอว่าภาพจริงกับในจินตนาการจะเหมือนกันมั้ย  ใจจริงอยากเข้าไปกระชากร่างบางออกมาแต่ถ้าทำแบบนั้นผมได้อดแน่จึงข่มใจรอคอย  และวินาทีแห่งการรอคอยก็หมดลงเมื่อร่างขาวที่ถูกพันด้วยริบบิ้นสีแดงสดก้าวออกมายืนหน้าประตูห้องน้ำ  ภาพในจินตนาการเทียบไม่ได้เลยกับของจริงตรงหน้า  กัสหันหน้าแดงก่ำไปอีกทางมือปิดกุมกลางลำตัวโดยมีโบว์ผูกที่ลำคอระหง  ผิวระเรื่ออมชมพูช่างเข้ากับสีแดงสดของริบบิ้น  สภาพของคนรักสะกดผมให้ตะลึงตาค้างก่อนจะพยายามกลืนน้ำลายไล่ความแห้งผาก  ส่วนวินน้อยก็ตื่นเต้นผงาดดุนดันอยู่ในกางเกงนอนเนื้อบางจนเห็นชัดตา  ผมเดินเข้าหาร่างบางเหมือนโดนสะกดใบหน้าหวานหันมาชำเลืองมองและรีบหันกลับทันทีที่โดนจับจ้อง  ผมก้มกระซิบชิดริมหูหอมเอ่ยด้วยเสียงกระเส่าตามอารมณ์

“กัสเป็นของขวัญที่วินถูกใจมากที่สุดตั้งแต่เคยได้รับมา  ขอบคุณนะครับ” หอมแก้มแดงฟอดใหญ่ให้เจ้าของแก้มได้รู้ว่าผมถูกใจอย่างที่พูดจริงๆ  ผมจูงข้อมือบางพาเดินมาที่เตียงก่อนนั่งลงและจับกัสมายืนกลางหว่างขา  เงยหน้าสบตาคนน่ารักและคลี่ยิ้มเอาใจไปให้

“งั้นวินขอแกะของขวัญเลยแล้วกันน้า  ฮึๆ” แววตาระริกไหวอย่างตื่นเต้นและใบหน้าเขินอายของกัสทำผมใจสั่น 

ผมส่งยิ้มยั่วเย้าให้ก่อนคนน่ารักจะมองต่ำและคงเห็นวินน้อยที่ตั้งผงาดรอท่าทำเอาร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตา  กัสตกใจตาโตมองตะลึงจนผมนึกเอ็นดู  ผมเอื้อมมือปลดโบว์ที่คอขาวช้าๆและจับมือทั้งสองข้างของกัสมาวางที่บ่าของตัวเอง  ริบบิ้นที่โดนปลดปมออกค่อยๆทิ้งตัวลงลูบไล้ไปกับผิวอมชมพูของร่างที่อยู่ตรงหน้า  จนนึกอยากเปลี่ยนจากริบบิ้นเป็นมือของตัวเองที่ได้สัมผัสลูบไล้ผิวเนียนนุ่ม  ผมมองตามริบบิ้นแดงที่ค่อยๆระผิวนุ่มหลุดพ้นลงไปที่ปลายเท้าขาว  ก่อนเงยหน้าไล่สายตาช้าๆขึ้นมาที่น่องเรียว  ต้นขาขาว  จุดกลางลำตัวที่ไวต่อสัมผัสที่เริ่มตื่นตัวทักทาย  หน้าท้องขาวเนียน  อกบางที่มีเม็ดทับทิมสีสดหดเกร็งจากความเย็นและความตื่นเต้นของเจ้าของ  การกระเพื่อมขึ้นลงของอกบางบ่งบอกได้ว่ากัสตื่นเต้นและต้องข่มความอายมากแค่ไหนในการยอมทำตามใจผมครั้งนี้  จุดสุดท้ายที่ตรึงสายตาผมไว้คือตาคู่สวยที่มีแววเขินอาย  ผมรักในทุกๆส่วนที่ประกอบกันเป็นคนตรงหน้านี้  จนอยากครอบครองอยากมอบความรักและอยากทำทุกอย่างให้กัสมีความสุขมากที่สุด
 
“ขอหม่ำล่ะนะครับ” หลังเอ่ยขออนุญาตแล้วผมก็โน้มคอร่างบางที่ยืนอยู่ให้ก้มต่ำลงมาแนบริมฝีปากประกบดูดดึงกลีบปากแดงทั้งบนและล่างแรงๆอย่างมันเขี้ยว  ส่งมือไล้ผิวเรียบลื่นบริเวณแผ่นหลังเนียนไปจนถึงสะโพกกลมกลึงและออกแรงบีบเบาๆอย่างหยอกล้อ  ก่อนเสียงครางประท้วงจะผ่านริมฝีปากที่ผมกำลังบดจูบดูดกลืนอยู่ออกมา  ผมผละออกมองผลงานปากแดงบวมเจ่อขึ้นทันตา  อดใจไม่ไหวไล้นิ้วแตะปากแดงชื้นพร้อมรวบกอดเอวบางประชิดตัว  และขยับจัดท่ามาพิงหัวเตียงให้ร่างบางคร่อมทับต้นขาไว้

“ไหนๆวันนี้กัสก็ตามใจวินมาทั้งวันแล้ว  งั้นวินอยากให้อะไรตอบแทนกัสกลับบ้างนะครับ” กัสทำหน้าตาสงสัยด้วยตาโตจ้องไม่กระพริบและเอียงคอนิดๆได้อย่างน่ารักน่าฟัดนัก

“วินให้ตัวเองกับกัสนะครับ  กัสจัดการได้เต็มที่เลยวันนี้ให้เป็นหน้าที่กัสละกัน” ตอนแรกกัสยังงงอยู่ผมจึงเบียดวินน้อยเข้าหาสะโพกกลมด้านบน 

เมื่อกัสเข้าใจความหมายก็หน้าตื่นตาโตแก้มแดงก่ำเม้มปากแน่นหลบตาผมพัลวัน  แต่ผมไม่ปล่อยให้ตกใจนานจึงจับเอวบางเข้าหา  และโน้มใบหน้าเข้าหาปากแดงก่อนบดจูบให้อีกฝ่ายเคลิบเคลิ้ม  ผมเล้าโลมจนกัสยอมเป็นฝ่ายคุมเกมในครั้งแรกของคืนนี้  ส่วนเกมต่อไปก็เป็นหน้าที่ของผมที่เป็นฝ่ายมอบความสุขให้กับคนรักที่เริ่มหมดแรงกับการตามใจเจ้าของวันเกิดแบบผม  วันเกิดมีปีละครั้งผมจึงกอบโกยความสุขจากร่างบางเต็มที่จนคนน่ารักหลับคาอก  ผมคิดไว้ว่ารุ่งเช้าจะโทรไปขอบใจบรรดาเพื่อนๆผู้รู้ใจซะหน่อยแล้วที่มอบของขวัญชิ้นนี้ให้  เพราะมันถูกใจผมมากและมันจะอยู่ในความทรงจำของผมอย่างไม่ลืมเลือน  ฮึๆๆๆ

..................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

ถูกใจนายวินเค้าล่ะ สำหรับของขวัญชิ้นนี้  o18
หาที่ไหนไม่มีในโลกอีกแล้ว

ตอนหน้ากัสย้ายเข้าบ้านวินแล้วน้า ติดตามต่อพรุ่งนี้ค่ะ

 :กอด1: และ  :pig4: ทุกการติดตามค่ะ

+1และเป็ดให้แล้วนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
ู^_^ เป็นเพื่อนที่เข้าใจให้ของขวัญซะจริงๆเลย
ไม่ต้องจ่ายมาก แต่คนรับโคตรถู๊กใจ๊ๆ
เพื่อนสนิทมันดีอย่างนี้นี่เองเนอะ รู้ใจกันแม้กระทั้งของขวัญ
>.,< สุดยอด กัสก็น่ารักมากๆ วินก็ยังคงความหื่นไว้เหมือนเดิม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-07-2012 08:45:07 โดย 111223 »

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
เป็นเพื่อนที่รู้ใจ
นายวินกันจริงๆ :z2:

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

เพื่อนๆให้ของขวัญได้ถูกใจจริงๆ :impress2:
 :กอด1:

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
น่าอิจฉาวินนะ ได้ใช้ริบบิ้นกับของขวัญพิเศษอย่างกัส

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ bytoey

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +197/-3

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 35

กัส

“ของครบนะครับ  ลืมอะไรอีกมั้ย” วินก้มหน้ามาถามเมื่อของทุกชิ้นได้ขนขึ้นรถหกล้อของบริษัทคุณพ่อของวินที่จัดมาให้  เพื่อใช้ย้ายของๆผมและมิคเพื่อนสนิทที่ตัดสินใจขอย้ายจากโรงพยาบาลที่เราทำงานมาสองปีเต็มแห่งนี้ 

ผมตัดสินใจย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ  ส่วนมิคตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะทางที่มหาวิทยาลัยที่เราจบมา  การที่ผมไม่ได้ไปเรียนต่อกับมิคนั้นเป็นเพราะทางครอบครัววินไม่อยากให้ผมเหนื่อยมาก  จึงเตรียมจะเปิดคลินิกให้ที่กรุงเทพฯหลังจากทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลครบในปีที่สาม  ซึ่งก็เหลืออีกแค่ปีเดียวผมก็จะลาออกจากราชการมาทำคลินิกที่จะเปิดแทน  ตอนแรกผมไม่ยอมเพราะการลงทุนเปิดคลินิกนั้นต้องใช้เงินค่อนข้างสูง  วินเองก็ไม่ยอมด้วยตั้งใจจะลงทุนเปิดให้ผมเองทั้งหมด  จึงได้คุณแม่มาช่วยหาทางออกว่าให้วินลงทุนให้ก่อนแล้วผมค่อยทยอยคืนเป็นงวดๆไป  ทีแรกวินก็ทำท่าไม่ยอมจนผมต้องขู่ว่าไม่งั้นผมจะไม่ย้ายเข้ากรุงเทพฯ  จนสุดท้ายพ่อตัวดีจึงจำใจยอมในที่สุด  ใจผมนั้นไม่อยากพึ่งพาวินให้มากนักเพราะเดี๋ยวจะเคยตัวทำอะไรทีก็ต้องหวังพึ่งคนอื่น  แม้วินจะเป็นคนรักก็ตามแต่ผมก็อยากยืนหยัดด้วยตัวเองบ้าง 

วันนี้จึงเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะอยู่ในที่ที่เคยใช้ชีวิตทำงานมาถึงสองปีตั้งแต่จบมาก็ย่อมมีความผูกพันกับคนและสถานที่  เมื่อคืนทางท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้จัดเลี้ยงส่งอำลาให้ผมกับมิคเป็นงานเล็กๆที่มีแต่คนในโรงพยาบาลเท่านั้น  บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานและซาบซึ้งคนที่สนิทคุ้นเคยทั้งลูกน้องในฝ่ายหรือพี่ๆน้องๆพยาบาลรวมทั้งผมกับมิคต่างน้ำตาซึมกับการจากลา  แต่มิตรภาพระหว่างพวกเรานั้นยังคงอยู่แม้ตัวต้องไกลกัน  กว่าจะล่ำลากันเสร็จก็เที่ยงคืนกว่าไปแล้วผมและมิคนั้นได้ของที่ระลึกมากมายกลับมา  ขณะนี้จึงมีเพียงลูกน้องในฝ่ายบางคนมาช่วยขนของเพราะที่เหลือต้องทำงาน  และเราได้น้องทันตแพทย์ที่เพิ่งจบปีนี้มาอยู่แทนเป็นน้องผู้หญิงที่น่ารักสองคน

“หมอกัสหมอมิคโชคดีนะคะ  ไปแล้วกลับมาเยี่ยมให้เราหายคิดถึงบ้างนะคะ” ตูนลูกน้องในฝ่ายเอ่ยลาเสียงสั่น  ผมจึงตบหลังเบาๆและส่งยิ้มไปให้พร้อมพยักหน้ารับ  และไม่สามารถพูดอะไรไปได้เพราะกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมา  ส่วนมิคพยักหน้ารัวยิ้มน้อยๆเอ่ยเสียงสั่น

“ตูนก็โชคดีเหมือนกันนะ  ว่างๆหมอจะซื้อขนมมาฝากครับ” ตูนยกมือไหว้เราสองคนจึงรับไหว้กลับไป  วินเดินมาแตะบ่าลูบเบาๆปลอบโยน  ผมหันไปสบตาจึงพบสายตาอ่อนโยนปลอบประโลมมาให้จึงยิ้มปากสั่นกลับไป  ส่วนมิคก็มีนายฟินยืนลูบหัวปลอบโยนก้มกระซิบชิดหู  ก่อนเพื่อนตัวเล็กของผมจะโดนฟินจูงมือนำไปที่รถของวินที่ขับมาพร้อมรถขนของที่ตอนนี้ขับนำไปก่อนแล้ว  ผมกับวินเตรียมเดินตามคนทั้งคู่ไปแต่เราต้องชะงักกับเสียงเรียกด้านหลัง

“น้องกัสครับรอก่อน” ผมหันกลับมาพบหมอพจน์ที่ยังใส่เสื้อกาวน์ตัวยาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางเรา  และหยุดยืนจ้องหน้าผมสายตาเศร้าสร้อยก่อนผินหน้าไปมองวินอยู่นานจึงเอ่ยออกมา

“ผมฝากคุณวินดูแลกัสและรักกัสให้มากๆนะครับ  กัสครับพี่ขอให้กัสมีความสุขมากๆและโชคดีนะครับ” เจ้าของประโยคจริงใจนี้ส่งยิ้มกว้างที่ดูดีและแววตายินดีมาให้  ผมจึงยิ้มกลับอย่างขอบคุณ

“ขอบคุณครับพี่พจน์” หมอพจน์ยิ้มกว้างและหัวเราะน้อยๆออกมา

“ฮึๆๆ  พี่ดีใจนะที่กัสเรียกพี่ว่าพี่พจน์แทนหมอพจน์ซะที” ผมส่งยิ้มเขินอายไปให้กับหน้าตาล้อเลียนของหมอหนุ่มตรงหน้า

“อะแฮ่มๆ  ถึงคุณหมอไม่บอกผมก็จะรักและดูแลกัสอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว” วิน หน้ายุ่งเล็กน้อยผมจึงหันไปส่งค้อนเล็กๆให้  ‘วินก็จะมาหึงอะไรกันตอนนี้  คนที่หวังดีเค้าแค่ล่ำลากันเอง’

“ครับผมเชื่อคุณและขอให้คุณโชคดีเหมือนกันครับ” หมอพจน์ส่งมือมาตรงหน้าวินและยิ้มจริงใจมาให้  ส่วนวินก็ยื่นมือไปจับกระชับเขย่าเบาๆและคลี่ยิ้มมุมปากกลับไปให้อีกฝ่ายเหมือนกัน ‘มิตรภาพใหม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ชายสองคนนี้แล้ว’ จนทั้งสองผละมือออกจากกัน  เราสามคนจึงหันไปทางมิคที่กำลังยืนคุยกับนายฟินที่มาพร้อมวินในครั้งนี้ด้วย

“น้องมิคโชคดีนะครับ  ทั้งสองคนถ้าว่างก็มาเยี่ยมเยียนกันบ้างนะ” หลังคำพูดหมอพจน์มิคก็ยิ้มกว้างพยักหน้าให้และเอ่ยปากอวยพรกลับให้หมอพจน์เหมือนกัน 

หลังจากนั้นพวกเราสี่คนก็ขึ้นนั่งบนรถเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ  จนรถวิ่งออกมาถึงประตูโรงพยาบาลภาพโรงพยาบาลที่ปรากฏอยู่ที่กระจกหลังนั้นทำเอาผมใจหาย  และมองไม่ละสายตาจนรู้สึกถึงมือที่ถูกกุมกระชับ  หันไปมองก็พบดวงตารื้นน้ำตาของเพื่อนสนิทที่สบมองอย่างเข้าใจในความรู้สึกของกันและกัน  ผมจึงเอื้อมมืออีกข้างกอบกุมมือบางของมิคบีบกลับส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้แก่กัน

....................................

ของเกือบทั้งหมดถูกส่งไปไว้ที่บ้านวินแต่มีบางส่วนที่เป็นเสื้อผ้าและของที่ต้องใช้ถูกส่งไปที่คอนโดของวิน  ในส่วนของมิคนั้นก็ถูกขนเสร็จเมื่อสักครู่แล้ว  ผมรู้เพราะมิคเพิ่งโทรมาบอกและเอ่ยปากฝากบอกขอบคุณคุณพ่อมาด้วยและมิคจะนำของมาแทนคำขอบคุณภายหลัง  ตอนนี้ผมมาเก็บของที่บ้านวินให้เข้าที่เข้าทางแต่ยังไม่รื้อออกจากกล่องคงต้องทยอยเก็บทีหลังแทน

“เสร็จรึยังครับกัส” วินเปิดประตูห้องนอนของผมที่เคยนอนในคืนแรกที่มาพักที่บ้านหลังนี้และใช้เก็บของส่วนตัวที่ขนมา

“เสร็จแล้วครับ  คุณพ่อคุณแม่กลับมารึยัง” ระหว่างที่ถามผมก็เดินไปล้างหน้าล้างมือในห้องน้ำ  วินยื่นผ้าขนหนูมาให้ทันทีหลังผมล้างหน้าเสร็จ  ผมจึงยิ้มขอบคุณให้คนรักก่อนยื่นมือไปรับ  แต่ผ้ากลับถูกส่งมาซับน้ำให้ที่หน้าแทนเราจ้องตากันนิ่งแววตาอ่อนหวานเปล่งแสงออกมาจากตาคมคู่ที่อยู่ตรงหน้า

“ท่านทั้งสองเพิ่งมาถึงครับ  คุณแม่ถามหากัสทันทีเลยนะที่เจอหน้าวิน  ไม่มีถามเลยว่าวินเป็นไงบ้าง  น่าน้อยใจชะมัด  ฮึๆ”  เสียงวินเหมือนน้อยใจแม่ตัวเองแต่แววตากลับแพรวพราวแถมหัวเราะปิดท้ายให้ได้ยิน

“คิกๆ  สมน้ำหน้าคนแม่ไม่รัก  อื้อ...” ผมโดนฉกจูบจากคนตรงหน้าริมฝีปากร้อนผ่าวกดแนบสนิทเบียดคลึง  จนเผลอครางทำให้ลิ้นร้อนถูกส่งเข้ามาสำรวจทั่วโพรงปาก  ก่อนกวาดต้อนดูดกลืนลิ้นผมอย่างหยอกเย้าเกี่ยวกระหวัดรุนแรงขึ้นเหมือนมันเขี้ยวและแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานในเวลาถัดมา 

ผมรู้สึกถึงฝ่ามือที่ท้ายทอยและอ้อมกอดที่โอบประคอง  จนใกล้หมดลมจึงทุบไปที่หลังแกร่งเบาๆเป็นสัญญาณให้วินปล่อยจากจูบที่แสนหวานนี้ซะที  พอได้รับอิสระจึงรู้ว่าจูบของวินยังส่งผลรุนแรงต่อผมไม่เคยเปลี่ยน  ผมเข่าอ่อนทรงตัวไม่อยู่ต้องทิ้งร่างพิงอกกว้างหอบอากาศเข้าปอดตัวโยน  เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นใกล้หูและรับรู้ถึงจูบซับที่กระหม่อม  เรี่ยวแรงผมเริ่มกลับคืนสามารถยืนได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง  ก่อนผละออกจากอกแกร่งผมได้เห็นรอยยิ้มกว้างจากหน้าหล่อเป็นสิ่งแรกตามมาด้วยแววตาระยับอย่างถูกใจ  นิ้วเรียวยาวถูกส่งมาลูบไล้แผ่วเบาที่ริมฝีปากบวมเจ่อของผม  ตาวินจับจ้องที่กลีบปากของผมและเป็นผมเองที่คว้ามือหนาไว้ก่อนอารมณ์เราทั้งคู่จะเตลิดไปไกลกว่านี้

“วิน  เราลงไปกันเถอะคุณพ่อคุณแม่รออยู่นะ  นะครับ” ผมออดอ้อนให้วินใจอ่อนจนได้ยินเสียงทอดถอนใจก่อนวินจะก้มหน้ากุมขมับ  ด้วยวินคงพยายามระงับใจเป็นแน่  ผมอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้แต่ไม่กล้าให้วินเห็นหรอก  ถ้าเห็นจะหาว่าผมยั่วแล้วเรื่องจะยาวกว่านี้  สุดท้ายวินก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางพยักหน้ามาให้

“อยู่ใกล้กัสทีไรวินอดใจไม่ไหวทุกที  เฮ้อออ  ไปครับลงไปข้างล่างกัน” ผมโดนจับจูงมือพาเดินลงไปข้างล่าง  ซึ่งผมแอบส่งยิ้มให้แผ่นหลังกว้างที่เจ้าของมันคงต้องข่มใจอย่างมาก

เราเดินลงมาถึงห้องนั่งเล่นที่อยู่ใกล้สระว่ายน้ำภายในห้องมีคุณพ่อคุณแม่นั่งรออยู่แล้ว  เมื่อคุณแม่เห็นผมท่านรีบลุกจากโซฟายิ้มกว้างเข้ามาโอบกอดผมแน่นและหอมแก้มทั้งสองข้างของผมฟอดใหญ่  พอโดนปล่อยตัวผมจึงมีโอกาสยกมือไหว้ทำความเคารพท่านได้และหันไปไหว้คุณพ่อที่นั่งยิ้มกว้างส่งมาให้  ที่นั่งข้างคุณพ่อมีวินไปนั่งรอผมแล้ว  วินคงเดินไปตอนที่ผมโดนคุณแม่แสดงความรักเมื้อกี้นี้แน่ๆ

“แม่คิดถึงกัสมากเลยนะลูก  ดีใจที่กัสมาอยู่ที่กรุงเทพฯแบบถาวรแล้ว  เพราะแม่จะได้ไม่ต้องทนมองคนที่ร้อนรนและบ่นคิดถึงแฟนอยู่นั่น  เบื่อแล้ว” หลังคำพูดของคุณแม่เรียกเสียงหัวเราะจากคุณพ่อที่มองลูกชายตัวเอง  ที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยแอบส่งค้อนไปให้แม่ตัวเองอยู่

“ไปๆ  เลิกงอนได้แล้วตาวิน” คุณพ่อลุกขึ้นและเดินเข้ามาโอบเอวคุณแม่ก่อนพาเดินไปทางห้องอาหารด้วยกัน  ส่วนผมก็โดนวิน
จับจูงข้อมือตามท่านทั้งสองไปติดๆ

เมื่อมาถึงโต๊ะอาหารที่ทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้วผมก็เพิ่งนึกถึงพี่จักรที่วันนี้ยังไม่ได้เจอเลยแม้ได้เวลาอาหารแล้วก็ตาม

“พี่จักรล่ะครับคุณแม่”

“อ้อ  วันนี้ตาจักรไปดินเนอร์กับหนูแพมจ้ะ  พี่เค้าฝากบอกกัสว่าเดี๋ยวจะพาไปฉลองต้อนรับน้องสะใภ้วันหลังนะ” คุณแม่ยิ้มกว้างตาพราวส่งมาให้ทำเอาผมหน้าร้อนวาบขึ้นทันที  ก่อนได้ยินเสียงหัวเราะถูกใจจากสองหนุ่มบนโต๊ะ  และที่ดังมากจนน่าหมั่นไส้ก็นายวินตัวแสบนั่นแหละครับ  วินหัวเราะจนตาปิดปากกว้างอย่างถูกใจไปแล้ว  ผมจึงเอื้อมมือหนีบเข้าที่เอวให้ได้เจ็บตัวกันบ้างเรียกเสียงโอดโอยเกินจริงจากวินขึ้นมา 

หลังจากนั้นเราก็นั่งทานอาหารกันไปคุยกันไปในเรื่องทั่วไปจนเสร็จแล้วย้ายกลับไปที่ห้องนั่งเล่น  และคุณแม่ก็บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย  เรื่องหลักก็คือคุณแม่อยากให้ผมกับวินย้ายจากคอนโดมาอยู่ที่บ้าน  แต่ติดที่ว่าที่ทำงานของวินไกลจากบ้านนี้มากวินจึงยังไม่อยากย้าย  คุณแม่ก็แย้งว่าคอนโดมันคับแคบไปสำหรับคนสองคน  แต่ถ้าเราอยากอยู่แบบส่วนตัวก็จะสร้างบ้านอีกหลังให้ในพื้นที่รั้วเดียวกัน  พอได้ฟังท่านแล้วผมซาบซึ้งในความรักที่ท่านทั้งสองมีให้และรู้ว่าท่านเอ็นดูในตัวผมมากทำให้ใจดวงเล็กๆฟูฟ่องขึ้นเต็มอก

“กัสช่วงก่อนเริ่มทำงาน  แม่จะหาวันว่างแล้วเราไปพบคุณป้าของกัสกันนะลูก” ผมจะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์นั่นหมายความว่าผมจะว่างตลอดก่อนเริ่มงาน  แล้วคุณแม่ต้องการไปพบคุณป้าผมทำไมกัน  หน้าตาผมคงแสดงออกชัดว่ากำลังสงสัยคุณแม่จึงยิ้มอ่อนหวานมาให้ก่อนเอ่ย

“แม่อยากไปพบผู้ใหญ่ของหนู  เพื่อให้ผู้ใหญ่ทางกัสรับรู้เรื่องวินกับกัสไงลูก  แม่จะขอกัสให้วินและค่อยจัดงานเลี้ยงพระทำบุญกันทีหลังและเชิญคุณป้าของหนูมาด้วย  ส่วนตอนเย็นแม่ตามใจเราสองคนนะว่าจะจัดใหญ่ขนาดไหนแล้วแต่เลยแม่พร้อมเสมอ  ฮิๆๆ” ผมที่ได้ฟังประโยคยาวๆนี้ก็ใจเต้นโครมคราม  นี่แสดงว่าคุณแม่จะให้ผมแต่งงานกับวินงั้นเหรอ  พอหันไปมองวินก็พบว่ากำลังฉีกยิ้มกว้างเข้าไปกอดแม่ตัวเองแน่นก่อนโยกตัวไปมา

“โฮ  แม่รู้ใจวินที่สุดเลย  รักแม่ที่สุดครับ  ฟอดดด” วินจบด้วยการหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่และยิ้มกว้างมาให้ผมพร้อมกวักมือเรียกให้เข้าไปใกล้  เพราะผมนั่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว  ผมค่อยๆคลานเข่าไปนั่งเคียงข้างวินต่อหน้าท่านทั้งสอง  ยกมือพนมไหว้กราบลงไปกับตักนุ่มอย่างขอบคุณและซาบซึ้งใจในความรักที่ท่านทั้งสองมีให้เราซึ่งวินที่นั่งข้างกันก็ทำตาม  มือบางของคุณแม่ลูบหัวของเราแผ่วเบา  ก่อนเราจะผละไปกราบคุณพ่อที่ตักบ้างและเงยสบตาที่เต็มได้ด้วยแววตาเอื้อเอ็นดูของท่าน

“ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เอ็นดูและรักกัสนะครับ  ทำให้กัสคิดถึงพ่อแม่ถ้าท่านอยู่ก็คง...อึก  ฮือออ” ผมโผเข้ากอดเอวบางของคุณแม่แน่นร้องไห้กับอกอุ่นที่ทำให้ยิ่งคิดถึงอ้อมกอดของแม่ที่จากไป

“โอ๋ๆๆ  ไม่ร้องนะคนเก่งของแม่  ไม่ต้องคิดมากนะจ๊ะถ้าคิดถึงแม่  กัสก็มาหาแม่มากอดแม่ได้ตลอดเลยนะลูก  อย่าร้องๆ  เดี๋ยวแม่ร้องไห้ตามไปด้วยนะ” มือนุ่มถูกยื่นมาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าผมก่อนท่านจะเช็ดน้ำตาที่ซึมจากหัวตาตัวเอง

“อ้าวๆ  สองแม่ลูกหยุดร้องไห้ได้แล้ว  ร้องไห้มากเป็นลางไม่ดีนะ  นี่ตาวินมัวแต่ทำอึ้งอยู่นั่นไปโอ๋ลูกสะใภ้พ่อไป” วินดึงผมมาโอบกอดและส่งเสียงปลอบโยนจนผมหยุดร้องไห้  ก่อนจะหันไปส่งยิ้มเอียงอายทางท่านทั้งสองที่ส่งยิ้มเอ็นดูมาให้

“วินพากัสไปพักผ่อนได้แล้วไป  เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” วินรับคำคุณพ่อแล้วพาผมขึ้นมาที่ห้องของวิน  เมื่อเรานั่งอยู่บนเตียงวินก็ยังโอบประคองตัวผมแน่นและโยกตัวไปมา

“ต่อไปนี้กัสอย่าร้องไห้แบบนี้อีกรู้มั้ยวินใจไม่ดีเลย  จำไว้นะครับถึงกัสไม่ได้อยู่กับพ่อแม่แล้วแต่กัสยังมีวิน  มีครอบครัววิน  ทุกคนยอมรับกัสเข้ามาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้วนะครับ” เสียงนุ่มดังต่อเนื่องอยู่เหนือหัวทำผมสบายใจและรับรู้ถึงความรักความจริงใจที่วินมีให้

“อืม  ก็คนมันตื้นตันนี่  คุณพ่อคุณแม่ดีกับกัสจังพาลคิดถึงพ่อแม่ตัวเองไม่ได้  แต่ต่อไปกัสจะไม่ร้องไห้แบบนี้อีกแล้ว  เดี๋ยวคุณแม่จะน้อยใจกัสที่มีท่านอยู่ทั้งคน  แต่กัสยังทำเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นแบบนี้” ผมโอบเอวหนาแน่นขึ้นและพูดอยู่กับอกแกร่งที่เชื่อว่าเจ้าของมันจะคุ้มครองผมได้และรักผมอย่างจริงใจ

“ฮึๆๆ  ใช่มีแนวโน้มว่าแม่จะน้อยใจลูกคนโปรดได้เพราะแม่รักลูกคนนี้มากกกก  ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะของวินทำผมอารมณ์ดีจนต้องหัวเราะออกมาตามและรู้สึกรักผู้ชายคนนี้มากขึ้น

หลังจากหายเศร้าอารมณ์กลับมาคงที่แล้วเราก็ผลัดกันเข้าห้องน้ำทำธุระ  และกลับมานอนกอดกันมอบความอบอุ่นให้แก่กัน    ก่อนวินจะจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากผมพร้อมคำกระซิบให้หลับฝันดี  และเราก็เข้าสู่นิทราไปพร้อมกันด้วยหัวใจสองดวงที่เต้นด้วยจังหวะเดียวกัน

..............................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

 :กอด1: ครอบครัวนี้น่ารักเนอะ กัสโชคดี

เจอความหวานของทั้งคู่ได้อีกในวันพรุ่งนี้ค่ะ

+1และเป็ดแทนคำขอบคุณค่ะ  :L2:

ปล.เพิ่งได้รูปจากโรงพิมพ์ ด้วยความเห่อเลยนำรูปหนังสือ+boxมาให้ชมค่ะ



หนังสือและที่คั่นที่ทางโรงพิมพ์ส่งมาให้ดูเป็นตัวอย่างค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-07-2012 17:32:30 โดย MiSS-U »

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
^-^ ครอบครัวสุขสันต์ แฮปปี้ๆ
จะแต่งงานกันแล้ว วี๊ดวิ๊ว สนุกมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-07-2012 08:56:45 โดย 111223 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11
เห็นด้วยว่ากัสโชคดี อิจฉาเบาเบา >_<

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ i1_to*pp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +683/-5

กัสโชคดีจริงๆครอบครัววินน่ารักมากๆ
 :กอด1:

ออฟไลน์ greensnake

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +920/-14
ก็กัสทั้งน่ารักและแสนดีอย่างนี้นี่เล่า ทุกคนถึงได้เอ็นดู
ตอนนี้ก็ได้อยู่ด้วยกันจริงๆแล้ว อบอุ่นทั้งกายและใจ :กอด1:
ขึ้นแท่นเป็นสะใภ้อย่างเต็มตัวแล้วสินะกัส :-[ น่าอิจฉาจัง
วินก็ทั้งรักทั้งหวงและห่วง พ่อแม่ก็ปลื้มซะขนาดนี้
มีความสุขกันถ้วนหน้า รวมถึงคนอ่านด้วยนะ นั่งยิ้มอยู่เนี่ย :o8:
ขอบคุณพี่มาศมากๆค่ะ อ่านแล้วอุ่นไปถึงหัวใจ :กอด1:
+1และเป็ดให้เบาๆ
ป.ล. พี่มาศเอาตัวอย่าง box มาให้ดูอย่างนี้ ยั่วกันใช่มั๊ย :serius2:

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
ครอบครัวนี้
น่ารักกันจริง :L1:

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
เป็นครอบครัวสุขสันต์จริงๆ ดีใจแทนกัสนะที่ครอบครัวสามีรักกัส

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5
เป็นลูกสะใภ้ที่โชคดีมากๆ  :laugh:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ตอนที่ 36

กัส

เช้าวันใหม่เริ่มต้นอย่างแจ่มใสบนที่นอนมีร่างชายหนุ่มผู้เป็นคนรักกำลังหลับสบาย  จนผมเผลอมองอยู่นานวินหลับตาพริ้มอมยิ้มน้อยๆ  ผมไม่รู้ว่าวินกำลังฝันถึงอะไรแต่ก็คงเป็นฝันดีไม่น้อย  ตั้งแต่มีวินก้าวเข้ามาในชีวิตทำให้ผมเรียนรู้เรื่องราวของความรักมากมายทั้งทุกข์ที่สุดและสุขที่สุด  รวมถึงการให้อภัยและการให้โอกาสกับคนที่ตัวเองรัก  ผมมัวแต่มองใบหน้าหล่อๆเพลินไปหน่อยจนลืมความตั้งใจแต่แรกว่าจะรีบลงไปข้างล่างไปดูว่ามีอะไรที่ผมพอจะทำได้บ้าง  การที่ผมเข้ามาอยู่ในบ้านของวินที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ใหญ่ที่ผมทั้งรักและเคารพเหมือนบุพการีของตัวเอง  การจะมานั่งทำตัวเป็นเจ้าของบ้านนั้นไม่ใช่นิสัยของผม  แม้ท่านทั้งสองเอ่ยปากว่ารับผมเป็นลูกแล้วก็ตาม  และที่สำคัญผมอยากดูแลวินในเรื่องส่วนตัวเล็กๆน้อยๆบ้าง  เพราะสถานะเราสองคนคือคนรักกันและในสายตาคนในครอบครัววินก็รู้ว่าเราใช้ชีวิตร่วมกันแล้วด้วย  อีกอย่างผมได้รับการดูแลจากวินมาซะเยอะแล้วอยากตอบแทนกลับบ้าง  ลงมาถึงข้างล่างผมไม่เจอใครเลยจึงเดินไปถึงห้องครัวบริเวณส่วนหลังของบ้าน  พบคุณแม่บ้านกำลังวุ่นกับการเตรียมอาหารเช้าอยู่กับเด็กรับใช้อีกคน

“ป้าวรรณครับ  มีอะไรให้กัสช่วยมั้ยเอ่ย” ส่งยิ้มล้อเลียนให้กับคุณแม่บ้านสาวเหลือน้อยที่ตกใจยกมือทาบอก  อีกมือยกทัพพีขึ้นสูงกับเสียงอุทานที่ปล่อยออกมา

“ยายชีตกกระโถน!!  โธ่  พ่อคุณ  คุณกัสนี่เองทำป้าตกใจหมด” หลังคำอุทานของป้าวรรณที่ทำผมต้องกลั้นขำ  คุณแม่บ้านใหญ่ก็ส่งค้อนเล็กๆมาให้หลังยกมือลูบอกและถอนใจเฮือกใหญ่  ผมเดินเข้าไปใกล้ป้าวรรณที่ยังทำหน้างอนอยู่  ก่อนยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษและจบด้วยรอยยิ้มหวานๆเอาใจ  แค่นี้คนตรงหน้าก็ถึงกับตกใจรีบจับมือที่ผมยกขึ้นพนมลง

“คุณกัสคะ  ไม่เอาค่ะไม่เอาอย่าไหว้ป้าแบบนี้  ป้าเป็นแค่แม่บ้านนะคะ” ป้าวรรณร้อนรนตอบกลับมายิ่งทำให้ผมยิ้มกว้างได้มากกว่าเดิม

“ป้าวรรณครับอย่าพูดแบบนี้ให้กัสได้ยินอีกนะครับ  กัสคิดว่าป้าวรรณเป็นเหมือนคุณป้ากัสคนหนึ่งเลยนะ” คนตรงหน้าเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าเช็ดน้ำตาปอยๆแต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มน้อยๆ

“ไม่เอาครับอย่าร้องน้า  เดี๋ยวไม่สวยนะครับ  แล้วนี่ป้าวรรณทำอะไรเอ่ย  ให้กัสช่วยนะครับ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องให้ป้าวรรณหยุดร้องไห้และหันมาสนใจงานตรงหน้าแทน

“พ่อคุณของป้า  ป้าว่าคุณกัสไปรอข้างนอกดีกว่าค่ะเรื่องในครัวให้ป้าจัดการเองนะคะ” ผมสั่นหัวปฏิเสธทันทีเพราะตั้งใจลงมาดูแลเรื่องอาหารเช้านี้อยู่แล้ว  ครั้งนี้ผมขอดื้อกับคนแก่หน่อยล่ะกันครับ  จึงหมุนตัวไปดูหม้อที่ตั้งบนเตาดูจากหน้าตาแล้วน่าจะเป็นข้าวต้มทะเลแน่ๆ  แต่ผมยังไม่ได้ทำอะไรกลับโดนผลักเบาๆให้ถอยห่างจากข้าวต้มทะเลกลิ่นหอมตรงหน้า

“ไม่เอาค่ะ  ไม่เอา  เอางี้เดี๋ยวคุณกัสดูแลเรื่องขนมปังปิ้งนี่แทนและเตรียมน้ำส้มใส่แก้วนะคะ” ป้าวรรณมอบหมายหน้าที่ให้ผมและหันกลับไปยืนหน้าเตาหยิบเครื่องปรุงใส่ลงไปในหม้อเลิกสนใจผมไปเลย 

ผมก็ได้แต่ขำกับท่าทางของคุณแม่บ้านใหญ่  การที่ป้าวรรณมีท่าทางหวงครัวเป็นเพราะผมได้มาสร้างวีรกรรมถล่มครัวของแกมาแล้ว  เมื่อครั้งที่ผมอยากแสดงฝีมือทำข้าวผัดให้ครอบครัววินทาน  เมนูที่คนอื่นว่าง่ายแต่วันนั้นที่ผมทำมันไม่ง่ายเหมือนหลายคนเป็น  เพราะผมทำเละไปทั้งครัวพอป้าวรรณมาเห็นเข้าถึงกับลมจับเรียกหายาดมให้วุ่น  ท่าทางเรื่องการทำอาหารผมคงไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ซะแล้ว  ผมจำใจหยิบแผ่นขนมปังลงเครื่องปิ้งและกด  รอจนมันเด้งขึ้นมาก่อนคีบใส่จานเป็นอันใช้ได้  ระหว่างที่ผมทำภารกิจแสนยากที่ได้รับมอบหมายอยู่นั้น  ผมได้ยินเสียงวินตะโกนโวยวายมาจากข้างนอกพักเดียวเจ้าตัวก็มายืนหน้าบึ้งที่กรอบประตูครัว  สภาพหัวยุ่งใส่กางเกงนอนตัวเดียวโชว์แผ่นอกเปลือย  เรียกเสียงวี้ดว้ายจากสาวน้อยและสาวเหลือน้อยในครัวได้ทันที  ผมจึงรีบดึงแขนคนหน้าบึ้งออกมาให้พ้นครัว

“วิน  ทำไมแต่งตัวแบบนี้ลงมาล่ะ  ดูสิจะทำคนแก่หัวใจวายแล้วนะ” ผมดุเสียงเข้มใส่พ่อตัวดีที่พอได้ยินก็ยืนหน้าจ๋อยขึ้นทันตา

“ก็วินตกใจนี่ครับตื่นมากัสไม่อยู่ในห้อง  เลยรีบลงมาตามหาไม่ทันใส่เสื้อนี่  กัสครับ  กัสลงมาทำไมไม่ปลุกวินล่ะ  วินใจหายหมดเลยรู้มั้ย” เสียงอ้อนๆมาพร้อมวงแขนที่รั้งตัวผมเข้าหาอกเปลือยจนแก้มผมอิงแอบกับอกอุ่น

“กัสขอโทษ  ก็เห็นวินหลับสบายอยู่ไม่อยากปลุก  กัสแค่ลงมาดูเรื่องอาหารเช้าให้ทุกคน  ว่ามีอะไรที่กัสพอจะช่วยได้บ้างนี่หน่า” เสียงหัวเราะในลำคอจากเจ้าของอ้อมกอดที่เปล่งออกมาอย่างถูกใจ  ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองวินที่ส่งยิ้มกว้างตาระยับมาให้

“วินดีใจน้าที่กัสอยากดูแลวินเรื่องนี้  แต่วินว่า.....” วินทำหน้าเจ้าเล่ห์ตาพราวมาให้จนผมชักสงสัยถึงคำพูดที่วินทิ้งค้างไว้จึงเผลอจ้องตาอย่างรอคอย 

“ว่าอะไรวิน  พูดดีๆนะ” แกล้งเสียงแข็งขู่คนที่เริ่มมีท่าทางไม่น่าไว้ใจและไม่ยอมพูดออกมาสักที

“ให้เป็นหน้าที่ป้าวรรณเค้าเถอะครับ  เพราะดูท่าป้าวรรณจะเป็นลมอีกรอบได้น้า  ถ้ากัสลงมือเอง  ฮ่าๆๆ  โอ๊ยยย  พอแล้ววินล้อเล่นครับ” ผมฟาดฝ่ามือเต็มแรงไปที่ต้นแขนแกร่งหลายทีข้อหาแกล้งแซวให้ได้อาย  วินรู้ทั้งรู้ว่าเรื่องนี้ผมอายแค่ไหนที่มาทำครัวบ้านวินเลอะครั้งนั้น

“อ้าว  ตาวินแกล้งอะไรหนูกัสล่ะ  กัสมานี่ลูก  แล้วดูสิแต่งตัวแบบนี้ลงมาได้ไง  ไปเลยไม่ต้องมาทำหน้าบึ้งใส่แม่  ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วลงมาทานข้าวจะได้ไปทำงาน” 

คุณแม่เดินมาดึงตัวผมออกจากวินและเอ็ดลูกชายตัวดีที่หน้ามุ่ย  ก่อนวินจะรับคำและเตรียมเดินขึ้นห้อง  ระหว่างที่วินเดินผ่านหน้าผมจึงแอบแลบลิ้นล้อเลียนไปให้ซึ่งวินก็ทำอะไรผมไม่ได้เพราะคุณแม่ยืนคุมพ่อตัวดีอยู่  วินได้แค่ชี้นิ้วอย่างหมายมาดคาดโทษมาให้ผมอย่างยิ้มๆ  หลังจากนั้นคุณแม่ก็ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้นพอฟังจบท่านก็หัวเราะร่วนทำเอาผมได้อายก้มหน้างุด  คุณแม่เห็นผมเงียบก้มหน้าซ่อนใบหน้าแดงก่ำจึงเข้ามาโอบกอดปลอบโยน  พักเดียวคุณพ่อก็ลงมาร่วมวงสนทนาด้วยหัวข้อที่คุยจึงเปลี่ยนไป  เมื่อได้เวลาอาหารเช้าทุกคนก็พร้อมกันที่โต๊ะอาหารรวมทั้งพี่จักร  ที่พอเห็นผมก็คุยเล่นแกล้งหยอกให้วินโวยวายแกล้งหึงเรียกบรรยากาศสนุกสนานบนโต๊ะอาหารยามเช้าได้  คุยกันไปมาจบด้วยเรื่องของ ‘จิ๊บ’สาวประชาสัมพันธ์ที่บริษัทวินได้ยังไงไม่รู้  คุณแม่ถึงกับจะไปดูหน้าแม่สาวประชาสัมพันธ์ถึงที่ดูแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่  จนผมเริ่มหนักใจเมื่อผู้ใหญ่คิดจะจัดการให้ผมก็ห้ามได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก  แต่คุณแม่ก็พูดให้ผมสบายใจขึ้นว่าท่านแค่จะไปดูหน้าเฉยๆ  และถือโอกาสเข้าบริษัทครั้งนี้ไปเยี่ยมเยียนพนักงานด้วยเพราะท่านไม่ได้ไปมานานแล้ว  วินบีบมือผมส่งสัญญาณให้ยอมตามใจคุณแม่และให้รอไปบริษัทพร้อมท่านทีหลัง  เพราะท่านอยากให้ผมไปธุระเป็นเพื่อนก่อนเข้าบริษัท   หลังอาหารเช้าวินและพี่จักรก็ออกไปทำงาน  ซึ่งผมก็เดินไปส่งวินถึงรถส่วนพ่อตัวดียังแอบมาจุ๊บแก้มกันโชว์หวานต่อหน้าพี่จักรทำเอาพี่จักรแซวผมใหญ่เลย  ผมก็ได้แต่ส่งค้อนให้คนฉวยโอกาสก่อนหันหลังวิ่งกลับขึ้นบ้านเพื่อแต่งตัวเตรียมออกไปกับคุณแม่

...............................

คุณแม่พาไปพบเพื่อนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสปาโดยมี ‘คุณน้าอรณิช’ เป็นเจ้าของร้าน  คุณน้าเป็นรุ่นเดียวกับคุณแม่ที่ความสวยกินกันไม่ลงเลยทีเดียว  แรกเจอผมยังตะลึงกับหน้าตาที่อ่อนกว่าวัยและผิวพรรณผุดผ่องเหมาะสมกับเจ้าของธุรกิจสปา  หลังได้รับการแนะนำจากคุณแม่ว่าผมเป็นแฟนลูกชายคนเล็ก  คุณน้ามีสีหน้าตกใจในคราแรกจนผมแอบใจเสียว่าจะโดนผู้ใหญ่รังเกียจแล้ว  แต่กลับเป็นว่าคุณน้าอรณิชบ่นเสียดายใหญ่ว่าถ้าได้เจอผมก่อนวินจะฉกตัวมาให้ลูกชายของท่านเอง  เพราะท่านถูกใจในหน้าตาและต้องชะตากับผมมาก  ส่วนวินเองคุณน้ายังเคยคิดจับคู่ให้กับลูกสาวคนเล็กด้วยซ้ำเพราะท่านมีลูกถึงสี่คนเหลือสองคนนี้เท่านั้นที่ยังไม่มีครอบครัว  นอกนั้นมีหลานเล็กๆให้คุณน้าเชยชมไปแล้ว  คุณแม่ที่นั่งข้างๆผมยิ้มกว้างภูมิใจและมีชมผมต่อหน้าคุณน้าจนคุณน้าถึงกับถามว่าผมมีพี่น้องอีกมั้ยเพราะอยากได้แบบนี้อีกสักคน  จึงเรียกเสียงหัวเราะก้องอย่างถูกใจจากคุณแม่ส่วนผมได้แต่ยิ้มกว้างดีใจที่คุณน้าไม่รังเกียจกัน  หลังจากนั้นท่านทั้งสองก็จัดโปรแกรมนวดผิวแบบฟูลคอร์สให้  ผมออกปากปฏิเสธไปก็โดนคะยั้นคะยอให้ทำจนผมต้องจำใจเข้าไปนวดผิวนวดตัวจนได้  พอเสร็จผมเดินออกมาตัวเบาโล่งสบายแถมกลิ่นกายกรุ่นกลิ่นดอกไม้อ่อนๆทั้งตัวเลย  คุณแม่ชมใหญ่ว่าผมผิวผ่องใสน่ารักขึ้นอีกเป็นกองและถูกท่านฟัดแก้มจนเกือบช้ำ  เรียกเสียงหัวเราะจากคุณน้าอรณิชได้ก่อนท่านจะเข้ามาแย่งตัวผมจากคุณแม่ไปหอมแก้มอีกฟอดใหญ่  และบอกว่าอยากจะยึดตัวผมกลับบ้านด้วย  คุณแม่ก็รับมุกเพื่อนรีบเข้ามาดึงตัวผมมากอดไว้แน่นอย่างหวงแหน  ผมโดนดึงตัวไปมาพักใหญ่เหมือนผมได้กลายเป็นตุ๊กตาไปเลย  จนโทรศัพท์คุณแม่ดังขัดขึ้นมาซึ่งเป็นสายจากวินที่โทรมาตามว่าทำไมเราไปไม่ถึงบริษัทสักที

“แหมตาวินห่างแฟนไม่ทันไรโทรมาตามซะแล้ว  ฉันต้องไปก่อนนะอรแล้วเดี๋ยวพากัสมาหาใหม่  แต่บอกไว้ก่อนนี่ลูกสะใภ้คนโปรด  ห้ามมาแย่งกันเจ้าของหวงมาก  ฮ่าๆๆ” เมื่อคุณน้าได้ฟังก็ส่งค้อนน้อยๆแบบไม่จริงจังให้คุณแม่และกอดผมแน่นขึ้นก่อนหันมาส่งยิ้มหวานให้ผม

“มาเยี่ยมน้าอีกนะคะหนูกัส  เดี๋ยวน้าจัดโปรแกรมพิเศษให้ลูกอีก  ดูสิผิวผ่องกว่าเดิมแล้ว / ฟอดดด” ผมโดนคุณน้าอรณิชขโมยหอมแก้มอีกครั้งก่อนกลับ  ยังนึกแปลกใจว่าทำไมมีแต่คนชอบขโมยหอมแก้มผมอยู่เรื่อยเลย  ทั้งคุณแม่  คุณน้า  และวิน  จนแก้มช้ำหมดแล้ว  แอบคิดอยู่คนเดียวจนเผลอขำออกมาคุณแม่ที่นั่งข้างกันบนรถส่งยิ้มสายตามีคำถามมาให้  ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าและคลี่ยิ้มน้อยๆไปให้ท่านไม่รู้คุณแม่จะหาว่าผมบ๊องมั้ยนะ 

จนรถที่เรานั่งมาถึงหน้าบริษัทของวินที่ครั้งหนึ่งผมเคยมาแล้ว  แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเมื่อมี ‘คุณออย’ เลขาของวินลงมารับกันถึงรถพร้อมเปิดประตูฝั่งคุณแม่ให้ท่านอีกด้วย  เมื่อเราลงจากรถโดยมีคุณแม่เดินนำหน้าก่อนท่านจะหยุดลง  ผมนึกแปลกใจว่าท่านหยุดทำไม  จนกระทั่งเห็นว่าคนตรงหน้าคุณแม่นั้นคือใคร  ‘จิ๊บ’ ประชาสัมพันธ์สาวที่เกือบมีเรื่องกับผมเมื่อครั้งแรกที่เจอกัน  จิ๊บยกมือไหว้คุณแม่อย่างอ่อนช้อยพร้อมยิ้มหวานจนเกินงาม  ผมที่เห็นก็ได้แต่กลั้นยิ้มเก๊กหน้านิ่งแต่ไม่รู้ว่าคุณแม่จะทำหน้าตาแบบไหนเพราะผมยืนอยู่ข้างหลังท่าน  แต่น้ำเสียงที่คุณแม่ใช้บวกสีหน้าของจิ๊บที่เปลี่ยนเป็นซีดสลดก็พอให้ผมได้รู้ว่าท่านคงทำหน้าตาน่าเกรงขามไม่น้อย

“คุณจิดาภาใช่มั้ยคะ  ฉันรู้เรื่องที่คุณปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดแต่วางตัวไม่เหมาะสมแล้ว  ต่อไปอย่าให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีกนะคะ  เพราะถ้าคุณทำตัวแบบนั้นกับลูกค้าของบริษัท  บริษัทจะเสียหายได้  กว่าบริษัทจะมีชื่อเสียงขึ้นมาได้มันใช้เวลานานแต่การทำลายกลับใช้เวลาแค่นิดเดียว  และฉันคงต้องให้คุณพิจารณาตัวเองด้วย” 

ประโยคเชือดนิ่มๆจากคุณแม่ที่ได้ฟังทำให้ผมอดสงสารจิ๊บที่น้ำตาคลอเบ้าตัวสั่นไปแล้วไม่ได้  แต่เรื่องที่คุณแม่พูดมันเป็นเรื่องจริงและจะให้เกิดขึ้นกับลูกค้าไม่ได้เด็ดขาด  ผมได้แต่ส่งสายตาเป็นกำลังใจไปให้จิ๊บ  แม้เจ้าตัวจะไม่เห็นเพราะมัวแต่เช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นทาง  ก่อนมีเสียงถอนหายใจจากคุณแม่ดังขึ้นและท่านได้ยื่นกระดาษทิชชู่ให้หญิงสาวตรงหน้า

“หยุดร้องซะคุณจิ๊บ  ฉันรู้ว่าคุณรู้สึกผิดแล้ว  ใช่มั้ย  เฮ้อ  บริษัทนี้เราอยู่กันอย่างพี่น้อง  ฉันอยากให้หนูคิดแบบเดียวกันและทำงานอย่างมีความสุข  ขอให้คิดซะว่าบริษัทนี้เป็นของหนูเองและทำงานอย่างเต็มความสามารถ  ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นกับบริษัทไม่ว่าจะจุดไหนมันก็ย่อมส่งผลถึงหนูด้วยใช่มั้ย  เอาล่ะเรื่องนี้ถือว่าจบฉันขอแค่ให้หนูคิดแบบที่ฉันบอกไป  ได้มั้ยจ๊ะ” จิ๊บที่หยุดร้องไห้ไปตั้งแต่คุณแม่เปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเธอแล้วพยักหน้ารัวตอบรับด้วยแววตามุ่งมั่น

คุณแม่เป็นผู้ใหญ่ที่ทั้งน่าเคารพและน่าเกรงขามสำหรับพนักงานที่นี่มากซึ่งบทจะใจดีก็ดีใจหายเลยทีเดียว  ดูได้จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนจากเคร่งขรึมน่ากลัวเป็นซาบซึ้งแทน  เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วคุณแม่หันมาชวนผมไปเยี่ยมเยียนพนักงานของบริษัทที่ทำงานกันอยู่ชั้นล่างนี้แต่อยู่ถัดไปที่ห้องด้านหลัง  ซึ่งตอนที่ผมมาครั้งแรกนั้นยังไม่มีโอกาสได้เดินไปดูหรือได้พบใครเลย  คุณแม่หันไปบอกคุณออยให้ไปเอาขนมคุกกี้ที่ท่านทำเองที่อยู่ในรถมาเพราะตั้งใจนำมาฝากพนักงาน  ก่อนเราจะผลักประตูกระจกใสเข้าไปในส่วนของออฟฟิศที่มีโต๊ะทำงานอยู่สักสิบตัวได้  แต่เจ้าของโต๊ะอยู่ไม่ครบคงออกไปทำงานข้างนอกด้วย  เมื่อพนักงานเห็นคุณแม่ต่างลุกขึ้นยกมือไหว้ส่งยิ้มกว้างมาให้แถมเผื่อแผ่มาทางผมด้วย  ผมจึงได้แต่ส่งยิ้มบางทักทายไป

“คุณป้าสบายดีมั้ยครับ  แล้วไม่มีขนมมาฝากผมบ้างเหรอครับ” หนุ่มหน้าทะเล้นสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ที่คงสนิทกับคุณแม่พอสมควรไม่งั้นคงไม่กล้าแซวท่านแบบนี้แน่

“สบายดีจ้ะ  ขนมน่ะมีอยู่แล้วล่ะคุณตุล  เนี่ยฉันให้คุณออยไปเอามาให้อยู่  แล้วทุกคนสบายดีมั้ย” คุณแม่หันไปถามคนอื่นๆที่ขยับมายืนใกล้กับที่เรายืนอยู่  และได้คำตอบเป็นการตอบรับว่าทุกคนสบายดีพร้อมรอยยิ้มกว้างเต็มหน้า  จากนั้นความสนใจของทุกคนถูกส่งมาที่ผมแทน

“แล้วนี่ใครครับ  จะมาเป็นพนักงานใหม่ของบริษัทเรารึเปล่า  ถ้าใช่บริษัทเราคงสดชื่นขึ้นเยอะเลย” ตุลหนุ่มขี้เล่นส่งสายตาแพรวพราวมาทางผมพร้อมเดินมาใกล้และก้มหน้าเกือบชิด  จนผมผงะถอยห่างอย่างตกใจ

“นี่  นายตุลมากไปแล้ว  ถอยออกไปห่างๆเลย” เสียงเข้มคุ้นหูดังขึ้นข้างหลังตามมาด้วยแรงโอบประคองรอบเอว  ผมหันไปมองหน้าเจ้าของอ้อมกอดที่หน้าบึ้งตึงจ้องเขม็งไปทางหนุ่มหน้าทะเล้น  หันกลับมาที่คนโดนจ้องก็หน้าเหวออ้าปากค้างไปแล้ว  จนเพื่อนผู้หญิงที่ยืนใกล้ตุลต้องดันคางขึ้น  ก่อนทุกสายตาจะถูกส่งมาจับจ้องทางเราทั้งคู่  วินเองก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอว  ผมพยายามขยับออกเพราะอายสายตานับสิบคู่ที่มองมา  และได้ยินเสียงหัวเราะของคุณแม่ดังขึ้น

“ฮิๆๆ  นี่คุณตุลอย่าได้ไปยุ่งกับคนนั้นเชียวเดี๋ยวจะตกงานไม่รู้ตัวนะจ๊ะ” ประโยคนี้ของคุณแม่ยิ่งทำผมอายหนักกว่าเดิมอยากหลุดจากอ้อมกอดนี้  แต่ดูท่าจะเป็นไปได้ยากเพราะแรงรัดรอบเอวที่ยังไม่คลาย  และยิ่งหนักใจขึ้นไปอีกด้วยคนกอดยังหน้าบึ้งตึ้งไม่เปลี่ยน  ระหว่างที่ผมเงยหน้ามองผ่านคางเขียวจางๆขึ้นไปก็มีเสียงแทรกขึ้นจนต้องหันไปมองหน้าคนพูดอย่างตกใจปนอายหนักกว่าเดิม

“อย่าบอกนะครับว่า  เอ่อ  คนนี้คือแฟนบอสที่เค้าลือกันน่ะ” ตุลมองหน้าคุณแม่ตาโตและชี้นิ้วมาทางผม

“ใช่แล้ว!  ทุกคนนี่กัสแฟนผม  แล้วนาย!  ไอ้ตุลอย่าให้เห็นอีกนะว่าทำแบบเมื่อกี้อีก  หวงโว้ย!” ทั้งการแนะนำตัวและทั้งประโยคที่วินพูดทำเอาผมอยากหายตัวได้ซะจริง  ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ผมจะอายอะไรได้แบบนี้อีกมั้ย  เลยหยิกหมับไปที่ต้นแขนเจ้าของอ้อมกอดแทน  เรียกเสียงร้องโอดโอยจากวินได้แต่พ่อตัวดีก็ยังไม่ยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ 

ผมเหลือบมองไปรอบๆตัวก็ได้เห็นว่าพนักงานบางคนยิ้มกว้าง  บางคนก็หัวเราะแบบไม่เกรงใจกัน  ทำให้ผมเชื่อแล้วว่าบริษัทนี้เค้าอยู่กันแบบพี่น้องจริงๆ  ทั้งเจ้านายลูกน้องเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว  เมื่อคุณออยมาถึงก็แจกจ่ายขนมคุกกี้ให้พนักงานทุกคน  ต่างรับมาแกะชิมและชมไม่ขาดปากจนคุณแม่เป็นปลื้มยิ้มกว้างไม่หุบและเอ่ยว่าคราวหน้าจะทำมาให้อีก  คุณแม่ที่พูดคุยทักทายพนักงานจนพอใจแล้วก็ชวนผมขึ้นไปห้องวินที่อยู่ชั้นบน  ผมที่ไม่กล้าคุยกับใครอยู่แล้วจึงรีบตกลงเพราะทนสายตาล้อเลียนจากพนักงานที่ผลัดกันส่งมาให้ไม่ไหวแล้ว  ด้วยพ่อตัวดีที่แม้ไม่ได้กอดกันแล้วแต่ตามติดยืนชิดจนแทบจะสิงร่างผมได้อยู่แล้วนี่ไงครับ

.....................................

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^O^

หวานเบาๆ  :impress3:

ตอนหน้าโปรดเตรียมตัวดีๆค่ะเพราะมันจี๊ดดด มาก  :haun4:

+1และเป็ดให้แทนคำขอบคุณค่ะ

 :กอด1:

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด