[เรื่องสั้น] {*1} เพื่อนสนิท (กาล-วิน)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] {*1} เพื่อนสนิท (กาล-วิน)  (อ่าน 76362 ครั้ง)

shishikima

  • บุคคลทั่วไป
แวะมาอ่านก่อนนะคะ


**************



ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



*************


ขอฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ บางคนอาจจะเคยอ่านหรือคุ้นๆ พอดีเคยเอามาโพสที่นี่แต่ลบออกไปแล้ว

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยแล้วกันนะคะ  :hao3:

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-12-2013 19:56:06 โดย shishikima »

shishikima

  • บุคคลทั่วไป



เพื่อนสนิท : 1


         เด็กหนุ่มวัยรุ่นตัวเล็กยืนหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยอยู่หน้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม ริมฝีปากบางซีดจางผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ไอหนาวพุ่งออกมาจากกลีบปากบาง ไรผมเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อปะปลาย ใบหน้าหวานสอดส่ายสายตาหาใครคนหนึ่งเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นอีกคนใส่ชุดนักเรียนตัวสีขาวนั่งหลับตานิ่งอยู่ตรงม้านั่งยาว แสงไปจากสวนสาธารณะส่องกระทบใบหน้าคมคายที่กำลังหลับตานิ่งไล่ลงมาที่ผิวสีน้ำตาลอ่อนของคนสุขภาพดี ชุดนักเรียนตัวสีขาวปักจุดสีแดงสองจุดตรงอกด้านซ้ายข้างใต้จุดมีอักษรตัวสีดำที่เขียนชื่อและนามสกุลของเจ้าของเสื้อเขียนไว้ ‘นาวิน บดินศักดิ์’ หรือ ‘วิน’ ชื่อเล่นที่ใครๆ ในโรงเรียนต่างก็รู้จักเพราะนาวินเป็นนักกีฬาฝีมือดีอันดับสองของโรงเรียน ส่วนสูงประมาณ 185 เซนติเมตร กับหน้าตาที่หล่อเหลาทำให้สาวๆ เกือบทั้งโรงเรียนเทใจไปให้

         เด็กหนุ่มตัวเล็กขยับตัวเข้าไปนั่งที่ม้านั่งยาวตัวเดียวกัน เกิดความเงียบชวนอึดอัด เมื่อคนที่กำลังหลับตานิ่งอยู่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นง่ายๆ ทั้งๆ ที่มีคนมานั่งอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่มตัวเล็กกอดอกกระชับผ้าพันคอถักไหมพรมสีน้ำเงินซีดๆ ไว้ เพราะไม่ได้สวมเสื้อกันหนาวมาทำให้ลมหนาวปะทะเข้ากับร่างได้โดยง่าย

         “วิน...” ริมฝีปากบางเอ่ยเรียกชื่อ ‘เพื่อนสนิท’ ของตัวเอง ใบหน้าหวานมองดูคนที่กำลังหลับตานิ่งอย่างเป็นห่วงมือเล็กเอื้อมหยิบผ้าพันคอสีซีดๆ ออกจากคอตัวเองมาพันที่คออีกร่าง เด็กหนุ่มร่างหนาสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสที่ได้รับ มองดูรอบทิศอย่างงุนงง ก่อนจะหยุดลงกับร่างเล็กที่แสนคุ้นเคยที่นั่งมองเขาอย่างเป็นห่วง

         “กาล” ร่างหนาเอ่ยเรียกชื่อคนที่นั่งข้างๆ ด้วยชื่อเล่น ‘นวัตร กิติพงษ์’ หรือ ‘กาล’ นักเรียนดีเด่นสองปีซ้อนโรงเรียนเดียวกันกับนาวิน

         นวัตรส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้นาวิน มือเล็กกระชับผ้าพันคอผืนหนาที่อยู่บนคออีกคนให้แน่นขึ้นอย่างเป็นห่วง นาวินมองการกระทำของอีกฝ่ายดวงตาสีดำเข้มอ่อนแสงลง

         “ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก” นวัตรเอ่ยถาม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องใบหน้าคมที่อยู่ตรงหน้า

         “ยังไม่อยากกลับ” นาวินตอบ มือหนาเอื้อมไปคว้าร่างเล็กมานั่งไว้บนตักและสวมกอดอย่างอ่อนโยน นวัตรตัวแข็งทื่อกับท่าทีของร่างสูง แต่ก็เอื้อมมือเล็กทั้งสองข้างกุมมือหนาที่กำลังเย็นเหยียบไว้เพื่อส่งผ่านกำลังใจและความอบอุ่น

         แม้เป็นเพียงแค่การกระทำเล็กๆ แต่ก็สามารถทำให้หัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลของนาวินบรรเทาความเจ็บปวดลงไปได้บ้าง

         “เป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ส่งผ่านอย่างเป็นห่วงของนวัตรถาม ร่างเล็กเงยหน้ามองคนที่กำลังสวมกอดอย่างเป็นห่วงเพราะไม่เคยเห็นท่าทีที่เสียใจมากขนาดนี้ของนาวิน ครั้งล่าสุดที่เห็นนาวินเสียใจขนาดนี้ก็เป็นตอนที่วนิดาแฟนสาวของร่างสูงผิดนัด

         มือเล็กลูบแก้มเพื่อนอย่างปลอบประโลม หากแต่ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้เพราะกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของร่างแกร่ง

         นาวินซบหน้าลงบนซอกคอที่ขาวเนียนของนวัตรราวกับคนไม่มีแรง เสียงถอนหายใจดังอยู่ข้างหูทำให้นวัตรถึงกับหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกแม้จะเคยถูกทำแบบนี้มาหลายตอนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังกันสองคน แต่เขาก็ไม่เคยชินเสียที
         
         “โดนทิ้ง” คำตอบสั้นๆ ได้ใจความแต่กลับแสนเศร้าของร่างสูงทำให้ นวัตรต้องรีบหันหน้าไปมองแต่ก็มองไม่ได้เพราะอีกฝ่ายำลังซบหน้าอยู่บนซอกคอของเขา

         นาวินกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับเด็กขาดความอบอุ่น นวัตรจึงทำได้เพียงแต่ปล่อยให้ร่างที่อยู่ด้านหลังกอด

         “พี่แหวนเหรอ” นวัตรถามใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ริมฝีปากเล็กกัดริมฝีปากไว้ไม่ให้ยิ้มออกมา นาวินส่งเสียงอืมในลำคอใบหน้าคมยังคงซุกอยู่ที่ซอกคอขาวของนวัตรไม่ห่าง นวัตรถอนหายใจดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองไปบนท้องฟ้าที่แสนมืดมิด

         วันนี้ไม่มีดาวเลยแม้แต่ดวงเดียว ตามจริงทุกวันที่นวัตรเหม่อมองท้องฟ้าก็ไม่เคยเห็นดวงดาวสักดวง แต่วันนี้แม้แต่ดวงจันทร์สีขาวนวลก็ไม่มี ดวงจันทร์เองก็คงจะรู้ว่าเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มีแสงสีมากมายหลากหลายไม่จำเป็นต้องพึ่งแสงเล็กๆ อย่างดวงจันทร์

         “ไม่เป็นไร กาลจะอยู่ข้างๆ วินเอง” ริมฝีปากบางเอ่ยอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดเหมือนกับหัวใจของเขา

         นาวินกระชับร่างในอ้อมกอด ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซานไปทั่วอกกับประโยคที่นวัตรเอ่ยขึ้น หัวใจบอบบางที่แสนช้ำ เต้นแรงอย่างน่าประหลาด

         นาวินกับ ‘วนิดา’ หรือ ‘แหวน’ ตกลงคบกันเมื่อสามปีที่แล้ว วนิดามาขอนาวินเป็นแฟนในวันที่นาวินพาทีมฟุตบอลของโรงเรียนชั้นมัธยมต้นชนะรวด 3-0 โดยที่นาวินเป็นคนทำประตูทั้งหมด หลังจากตกลงคบกันเป็นแฟนได้สามปีกว่าๆ อีกไม่กี่เดือนก็จะครบสี่ปี แต่วนิดากลับมาขอเลิกกับเขาด้วยเหตุผลที่ว่า...

         ‘ขอโทษนะวินแหวนต้องไปเรียนต่อเมืองนอก แหวนว่าเราเลิกกันเถอะ’

         เธอมาบอกเลิกเขาด้วยเหตุผล ‘ไปเรียนต่อเมืองนอก’    ฟังดูแล้วมันสมเหตุสมผลอย่างนั้นเหรอ

         ก่อนหน้าที่เธอจะมาขอบอกเลิกเขา เขาได้ยินจากเพื่อนว่าเห็นเธอไปดูหนังกับชายอื่น ตอนนั้นนาวินก็ไม่ได้ติดใจอะไรคิดว่าเป็นเพียงแค่ข่าวลือที่อยากจะทำลายความสัมพันธ์ของเขากับวนิดา แต่มาวันนี้เธอกลับมาบอกเลิกเขาเสียง่ายๆ ราวกับสามปีที่ผ่านมามันเป็นเพียงแค่ความฝัน

         ถ้าหากคนเรารักกันจริงๆ ต่อให้ระยะห่างหรือระยะเวลาก็ไม่อาจทำลายความสัมพันธ์ของเธอกับเขาได้แน่นอนเพราะเขาวาดฝันอนาคตเอาไว้แล้วว่าอีกสิบปีข้างหน้าเมื่อเขาและเธอต่างก็เรียนจบมีงานทำแล้ว เขาก็จะขอเธอแต่งงาน สร้างครอบครัวที่แสนอบอุ่นมีพ่อ แม่และลูกเล็กๆ อีกคนสองคน แต่แล้วเธอกลับมาทำลายความฝันนี้ด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว ถึงเขาจะไม่ชอบการตัดสินใจที่ไร้เหตุผลของเธอ แต่นาวินก็เคารพการตัดสินใจของวนิดาเสมอ แม้ว่าการตัดสินใจนั้นจะทำให้หัวใจของเขาต้องเจ็บปวดสักเพียงใดก็ตาม

         ถึงนาวินจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุด เพราะเขาทั้งดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน มั่วผู้หญิงไปเสียหน่อยเพราะนานๆ จะทำครั้ง แต่นาวินก็เชื่อว่าเขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่สามารถมอบความรักให้ผู้หญิงที่เขารักได้มากที่สุดเท่าที่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งจะสามารถมอบให้อีกฝ่ายได้ โดยไม่ปันใจให้หญิงอื่น

         แต่ในเมื่อเธอไม่เห็นค่าความรักที่เขาสู้อุส่ามอบให้ นับจากนี้เป็นต้นไปเขาและเธอก็ไม่ต้องมารู้จักกันอีก

         เพราะผู้ชายอย่าง นาวิน บดินศักดิ์ เจ็บแล้วจำ!




         (อย่างนั้นเหรอ วินมันยังไม่ออกมาใช่ไหม) เสียงทุ้มแหบจากปลายสายเอ่ยถามนวัตร

   
         “ครับ” ริมฝีปากบางเอ่ย ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังประตูผับก่อนที่จะส่งยิ้มจางๆ ไปให้พนักงานตรวจบัตรที่อยู่หน้าประตู

         (พรุ่งนี้วันหยุด ถ้าวินจะเมาก็ไม่เป็นอะไร เอาอย่างนี้ถ้ามันยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ก็ให้มันไปพักที่ห้องกาลก่อนแล้วกัน ลุงฝากด้วยนะ) ปลายสายที่นวัตรกำลังคุยด้วยอยู่ก็คือคุณลุง ‘นรินทร์ บนศักดิ์’ พ่อแท้ๆ ของนาวิน

         เมื่อกี้ลุงนรินทร์โทรศัพท์มาถามเขาว่านาวินเป็นอย่างไร เขาจึงเล่าเรื่องราวที่รู้ทั้งหมดไปให้ท่านฟัง ปลายสายจึงฝากลูกชายเพียงคนเดียวไว้กับเขาเพราะกลัวจะไปก่อเรื่องที่อื่นทั้งๆ ที่พึ่งจะอกหัก

         “ไม่ต้องห่วงครับลุง เดี๋ยวผมจะดูแลให้เอง” ทันทีที่ตกลงกันเรียบร้อยปลายสายก็ถูกตัดไป นวัตรเก็บมือถือเครื่องเก่าใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอม

         นวัตรยืนนิ่งรอนาวินอยู่ที่หน้าผับซึ่งเป็นสถานที่ที่นาวินมักจะมาดื่มเหล้ากับเพื่อนเป็นประจำ นาวินเข้าไปในผับได้เกือบจะสองชั่วโมงแล้วเขาจึงนั่งรอมาเกือบสองชั่วโมงเหมือนกันรอจนมือเล็กเริ่มเย็นจนกลายแดงเถือก ยังดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งไม่ต้องไปโรงเรียนถ้าเป็นวันปกติธรรมดาเขาคงวิ่งไปลากนาวินออกจากผับตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วแล้ว ทั้งๆ ที่วันนี้ตั้งใจลางานที่ทำอยู่ร้านอาหารเพื่อที่จะทำการบ้านให้มันเสร็จพรุ่งนี้จะได้นอนพักสบายๆ ก่อนที่จะไปทำงาน แต่ไปๆ มาๆ ก็ดันได้มารับผิดชอบคนอกหักเสียนี่

         ร่างเล็กเป่าลมหายใจร้อนๆ ใส่มือเล็กเพื่อบรรเทาความหนาว มือเล็กๆ เย็นมากกว่าเดิมเพราะอุณหภูมิที่เริ่มต่ำลงใบหน้าหวานแดงและแห้ง เนื่องจากลมหนาวที่ปะทะเข้ามายังใบหน้า มีหลายคนเดินเข้ามาทักแล้วถามว่าขายเท่าไหร่ นวัตรก็ปฏิเสธบอกไม่ได้ขายเขาแค่มายืนรอเพื่อนที่ดื่มในผับ บางคนถอดใจก็ยอมจากไปดีๆ หากแต่บางคนไม่ยอมและเสนอราคาขายที่สูงกว่าปกติ เขาจึงต้องวิ่งไปหาพนักงานตรวจบัตรที่อยู่หน้าประตูผับ นวัตรกับพนักงานที่ผับคุ้นเคยกันดี เพราะเขาจะชอบมาลากนาวินกลับบ้านทำให้รู้จักกัน

         “ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะ มารอข้างนอกอย่างนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” พนักงานตรวจบัตรคนหนึ่งบอกเพราะเห็นว่านวัตรมายืนรอที่หน้าผับเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว

         “ไม่ดีกว่าพี่ ผมรออยู่ข้างนอกนี่แหละไม่อยากเข้าไปข้างในคนวุ่นวายปวดหัว เพลงดังปวดหู” นวัตรชี้แจงพลางทำท่าทางประกอบจนคนตรวจบัตรหัวเราะชอบใจ

         นวัตรคุยกับคนตรวจบัตรอยู่หน้าผับจนใกล้จะสามชั่วโมง เห็นลูกค้าเริ่มทยอยกันออกมาเพราะผับแห่งนี้จะปิดตีสามครึ่ง พี่ที่ตรวจบัตรจึงไล่เขาให้เข้าไปในร้านเพื่อไปหาเจ้าตัวปัญหาที่ตอนนี้ยังไม่ออกมา

         ร่างเล็กเดินเตาะแตะเข้าไปภายในผับที่มืดสลัวดวงตากลมสอดส่ายหาคนเจ้าปัญหาที่มาหมกตัวอยู่ในนี้เกือบสามชั่วโมงเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยนั่งฟลุปอยู่โต๊ะระดับ VIP ขาเล็กก้าวยาวๆ ไปหานาวินอย่างรวดเร็วมือเล็กแตะลงที่บ่าหนาของนาวินเบาๆ เพื่อเรียกสติ

         “วิน วินกลับเถอะดึกแล้ว”
         
         นาวินส่งเสียงอึมอำในลำคอ นวัตรส่ายหน้ามือเล็กดึงท่อนแขนใหญ่พาดบนบ่าตัวเอง ทำให้น้ำหนักของคนตัวสูงเกือบทั้งหมดถูกถ่ายโอนมายังร่างเล็กจนนวัตรโงนเงน นาวินเงยหน้าสบตากับคนข้างล่างที่กำลังพยุง ดวงตาคมสีดำเข้มจ้องมองไปยังดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก่อนที่คนตัวสูงจะคลี่ยิ้มออกมาราวกับดีใจ ใบหน้าคมเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าหวานอย่างช้าๆ

         ราวกับต้องมนต์ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องไปยังตาคมของนาวิน ใบหน้าหวานหยุดนิ่งรอการสัมผัสจากร่างสูง

         ริมฝีปากหนาทาบทับริมฝีปากบางอย่างช้าๆ บดเบียดอย่างอ่อนโยนก่อนจะค่อยๆ ละเลียดชิมความหอบหวานของกลีบปากบางๆ เสียงครางอย่างเคลิบเคลิ้มในลำคอของนวัตร ทำให้อารมณ์ของร่างสูงเพิ่มขึ้น ริมฝีปากร้อนๆ ของคนตัวสูงบดเบียดไล้เลียไปทั่วโพร่งปากที่แสนนุ่มนิ่มอย่างถือสิทธิ์ มือหนาเอื้อมประคองใบหน้าหวานให้อยู่ในอุ้งมือ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองคนตรงหน้าด้วยแววตารักใคร่ นาวินจูบซับไปทั่วใบหน้าหวานไล้ลงมายังซอกคอขาวที่แสนหอมกรุ่น ดวงตาโตฉ่ำเยิ้มเผยอปากส่งเสียงครางกระเซ้าน่ารัก มือหนาเลื่อนลงมาประคองลำคอขาวเนียนอย่างนุ่มนวลช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากร้อนๆ กัดเซาะซอกคอเล็กให้เป็นรอยเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

         “แหวน...” ริมฝีปากร้อนเอ่ยอย่างไร้สติ

         จนนวัตรถึงกับชะงัก ราวกับตื่นขึ้นจากภวังค์ ดวงตากลมโตแปรเปลี่ยนเป็นโศกเศร้ามือเล็กประคองใบหน้าคมให้เงยขึ้นจากการกัดซอกคอขาว ริมฝีปากบางได้รูปเลื่อนลงจูบที่หน้าผากของร่างสูงอย่างช้าๆ นาวินหลับตานิ่งรับสัมผัสที่อ่อนโยน ก่อนที่ริมฝีปากร้อนๆ จะเคลื่อนมาทาบทับกลีบปากบาง แต่แล้วมือเล็กๆ ก็เอื้อมมาขวางไว้เสียก่อน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แสนเศร้าคลอไปด้วยหยาดน้ำตา นาวินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

         “กลับบ้านกัน” กลีบปากบางที่บวมเล็กน้อยเอ่ยกับร่างสูง ก่อนจะเม้มริมฝีปากอย่างน้อยใจ

         หากนาวินเงยหน้าขึ้นมองสักนิดก็จะเห็นดวงตากลมที่กำลังทอประกายเจ็บปวดเพราะชื่อที่ร่างสูงเอ่ย

         ทั้งๆ ที่ก็รู้สัมผัสที่ได้รับจากนาวินนั้นมันไม่ใช่ของตัวเอง แต่ก็เผลอที่จะตอบรับไม่ได้...

         ...สุดท้ายก็ต้องมาเจ็บปวดกับสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา


 :catrun:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-12-2013 20:03:45 โดย shishikima »

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


เพื่อนสนิท : 2


         นวัตรเดินหน้าเครียดตั้งแต่บ้านจนมาถึงโรงเรียน ใบหน้าหวานงอง่ำแฝงไปด้วยความเศร้า เมื่อคิดถึงใครคนนั้นที่ทิ้งเขาไว้ที่สวนสนุกเมื่อวานนี้ ร่างเล็กเดินเรื่อยๆ จนมาถึงม้านั่งตัวโปรดหน้าห้องสมุดแล้วซบหน้าลงกับกระเป๋า ถอนหายใจยาวกับความกลัดกลุ้มที่พบเจอ

         แต่ก่อนตอนช่วงที่ยังไม่มีวนิดาเข้ามา นาวินมักจะเอาใจใส่เขาเป็นที่หนึ่งเสมอ รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนนาวินก็มีให้เขาเพียงแค่คนเดียว นาวินห่วงใยและดูแลเขาไม่เคยขาด บางครั้งวันว่างเราทั้งสองก็จะหาที่เที่ยวเที่ยวกันสองคน คำสัญญาที่นาวินเคยให้ไว้กับนวัตรตอนเด็กๆ นาวินก็ไม่เคยทำให้ขาดตกบกพร่อง ยามที่นวัตรมีปัญหานาวินเป็นคนแรกที่คอยโอบกอดและปลอบประโลม ความอบอุ่นที่ร่างสูงมอบให้เขานั้นทำให้เขาสามารถมีชีวิตได้ถึงตอนนี้ หากไม่มีนาวินตอนนั้นนวัตรคงตัดสินใจฆ่าตัวตายตามพ่อ แม่และพี่ชายไปแล้ว ร่างเล็กหลับตานิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุที่พรากครอบครัวที่แสนอบอุ่นของเขาไป มันช่างโหดร้ายและเจ็บปวดสำหรับเด็กน้อยที่อายุเพียง 9 ขวบ จนกลายเป็นบาดแผลฝังใจจนถึงตอนนี้ ภาพพ่อกับแม่ที่เสียชีวิตในรถ และภาพพี่ชายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตาบวกกับรอยยิ้มที่แสนเศร้าที่มอบให้เขาก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงพร้อมกับแรงระเบิดของรถ เมื่อฟื้นขึ้นมาหมอก็บอกว่าพ่อ แม่และพี่ชายเสียชีวิตทั้งหมดแถมไม่เหลือแม้แต่ร่างไว้ให้เขาดูต่างหน้า  ทั้งๆ ที่วันนั้นพึ่งกลับจากการพักร้อนที่นานๆ ครั้งจะมี ถ้าเขารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้สู้ยอมอยู่บ้านไม่อ้อนให้พ่อกับแม่พาไปเที่ยวทะเล เรื่องแบบนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น

         ร่างเล็กจมอยู่กับความคิดที่ไม่มีวันสิ้นสุดจนไม่สังเกตเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

         “วินล่ะ” เสียงทุ้มติดจะเย็นชาที่แสนคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง นวัตรเงยหน้าจากกระเป๋าหันไปทางด้านหลังก็พบ ร่างสูงที่คุ้นเคยหากแต่ไม่ใช่คนที่เขาตามหา

         ‘สุธินทร์ มงคลวัตร’ หรือ ‘ธัน’ เพื่อนร่วมทีมฟุตบอลเดียวกันกับนาวิน นวัตรขมวดคิ้วยุ่งเมื่อคิดถึงนาวิน ร่างสูงผิวสีแทนมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอย่างงงๆ ดวงตาสีโก้โก้ติดเย็นชามองร่างเล็กอย่างเป็นห่วงเพราะเขาพอจะรู้ว่านวัตรคิดอย่างไรกับนาวิน แต่คนตัวสูงเจ้าอารมณ์อย่างนาวินกลับไม่เคยรู้ตัวเลยแม้เพียงสักนิดว่าคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กรักตัวเอง เรื่องกีฬานาวินเก่งจนอยู่ในขั้นดีที่สุด แต่กลับกันเรื่องความรักนาวินอยู่ในขั้นวิกฤตเลยล่ะเพราะมัวแต่ไปหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ขาวๆ น่ารักๆ ที่ชื่อวนิดานั่น จนลืมมองคนข้างกาย

         “ไม่รู้” นาวินตอบก่อนจะซบหน้าลงกับกระเป๋านักเรียนอีกรอบ

         มือหนาของสุธินทร์วางแปะอยู่ที่ไหล่อย่างปลอบๆ นวัตรรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงแต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะรับรู้อะไร รสจูบที่นาวินจูบเขายังติดอยู่ที่ริมฝีปาก ความหอมหวานที่นาวินมอบให้ แม้จะรู้ว่ารสสัมผัสนั้นไม่ได้มอบให้แก่เขาแต่มันก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ เสียงเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากหนาของนาวินทำให้นวัตรอยากจะกลั้นใจตายให้มันรู้แล้วรู้รอด ร่างเล็กเม้มปากแน่นจนห้อเลือด

         ใจไม่รักดี ทั้งๆ ที่บอกว่าอย่าเผลอไผล แต่ก็ยังเผลอไผลไปจนได้

         สุธินทร์มองเพื่อนอย่างห่วงๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะคนที่จะทำให้คนตัวเล็กอารมณ์ดีได้ก็มีแต่เจ้าของเรื่องเท่านั้นแหละถึงจะทำได้ เมื่อคิดถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของเพื่อนก็ทำให้สุธินทร์คิดถึงใครบางคนขึ้นมา ร่างสูงโปร่งดวงตาสีฟ้าสดใส ผิวขาวสีน้ำผึ้ง ลูกครึ่ง ไทย-แคนนาดา ริมฝีปากเรียวสีชมพูที่มักจะยิ้มอยู่เป็นประจำและมักจะหาคำพูดจิกกัดเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้เจอกันเป็นอาทิตย์รู้สึกคิดถึงอย่างไรไม่รู้ คอนโดมิเนียมที่พักอยู่ด้วยกันแลดูกว้างถนัดตาเมื่อไม่มีเจ้าของดวงตาสีฟ้าอยู่ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไรทำให้เจ้าของดวงตาสีโกโก้ยิ้มได้อยู่ตลอดเวลา

         ตุ๊บ!

         เสียงของหนักๆ ถูกวางกระแทกอย่างแรงบนโต๊ะที่นวัตรและสุธินทร์นั่งอยู่ ร่างทั้งสองร่างเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของที่ทำเสียงพบกับดวงตาสีฟ้าสดใสที่สุธินทร์กำลังนึกถึงเมื่อกี้กำลังมองมาที่ร่างสูงอย่างโกรธๆ จนสุธินทร์รู้สึกถึงรังสีที่ไม่เป็นมิตรแผ่ออกมาจากร่างโปร่งผิวสีน้ำผึ้ง

         “ดล” สุธินทร์เอ่ยเรียกชื่อร่างโปร่ง

         “เออ! กูเองแล้วมึงคิดว่าใคร” ‘ธีรดล รัตนชาติ’ หรือ ‘ดล’ ร่างผอมสูงโปร่งมองดูสุธินทร์อย่างอารมณ์เสีย ใบหน้าสวยจ้องหน้าคมของสุธินทร์เขม็งคนเจ้าของดวงตาสีโกโก้ๆ เสียวสันหลังวาบ

         ‘นี่มันเรื่องอะไรกัน’

         สุธินทร์คิด แต่ไม่ถึงสามวินก็ได้คำตอบเมื่อร่างโปร่งตะเบ่งเสียงด่าเขาอย่างไม่เกรงใจใคร

         “กูอุตส่ารอให้มึงมารับ มึงหายหัวไปไหนสัตว์! มึงรู้ไหมกูลงเครื่องมาตั้งตอนบ่ายสามของวันเสาร์ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องกะว่าตอนมึงมารับจะให้พาไปกินข้าวที่ร้านประจำ แต่นี่รอถึงสองทุ่มแม้แต่หัวมึงกูก็ไม่เห็น ไอ้เวร! นี่ถ้ากูไม่โทรไปที่คอนโดถามพนักงานกูคงไม่รู้ว่ามึงมัวแต่คั่วสาวไปทำบัดสีที่ห้องจนลืมวันที่มึงต้องมารับกู!!!” ธีรดลตะเบ่งเสียงด่าอย่างไม่เกรงใจ สุธินทร์ถึงกับนึกออกว่าธีรดลนัดเขาให้ไปรับวันเสาร์ แต่วันนั้นเพื่อนเก่าที่พึ่งได้เจอกันดันลากเขาไปกินเหล้าเพื่อฉลองที่ได้เจอกันจนเขาเมาแล้วดันมีผู้หญิงคนหนึ่งติดสอยห้อยตามเขามาที่คอนโดทั้งๆ ที่เขาเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย ตื่นเช้ามาก็ปวดหัวจนแทบลุกไม่ขึ้นสาวน้อยที่ห้อยตามมาด้วยบอกว่าเป็นแฟนเพื่อนแต่ดันจำแฟนตัวเองไม่ได้เพราะเธอก็เมาเหมือนกัน พอตรวจสอบดูก็รู้ว่ายังไม่มีอะไรกันไม่อย่างนั้นเขาก็คงโดนเพื่อนกระทืบไส้แตกเป็นแน่

         “โทษที” สุธินทร์เอ่ย หากเขาชี้แจงไปก็รังแต่จะโดนมองว่าแก้ตัวเปล่าๆ สู้ให้อารมณ์เย็นแล้วค่อยมาคุยกัน

         “สัตว์!!!!” คำเดียวสั้นๆ ง่ายๆ วิ่งกระแทกหน้าสุธินทร์อย่างจังจนร่างสูงผิวสีแทนสะอึกแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับ นวัตรมองดูเพื่อนทั้งสองที่ทะเลาะกัน ไม่ใช่สิสุธินทร์ไม่ทะเลาะจะมีก็แต่ธีรดลคนเดียวนี่แหละที่ชวนทะเลาะทั้งๆ ที่อีกฝ่ายมีท่าทีว่าไม่อยากทะเลาะเลยสักนิด ร่างเล็กส่ายหน้า ความเศร้าที่กลัดกุมหัวใจเริ่มจางหายเมื่อตัวสร้างสีสันอย่างธีรดลมาถึง

         “ไงดล มึงลืมกูแล้วเหรอ” นวัตรเอ่ยทักร่างโปร่งที่จ้องสุธินทร์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้าทำได้ธีรดลคงจะงับหัวสุธินทร์ไปนานแล้ว

         “อ้าว กาลมาตั้งแต่ตอนไหน” ร่างโปร่งถามอย่างแปลกใจ นวัตรกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย สุธินทร์ถอนหายใจอย่างปลงๆ เรียกสายตาคมกริบสีฟ้าให้ตวัดหันไปหา

         “มาตั้งแต่ก่อนธันอีก คราวหน้าคราวหลังก็ช่วยสังเกตกันหน่อยตาน่ะ อย่างมัวแต่ไปมองธันมัน” ร่างเล็กตอบ

         “เออ...เฮ้ย! กูไม่ได้มัวแต่มองไอ้ธันโว้ย มึงมั่วแล้วกาล มึงใช้ตาไหนมอง!” ธีรดลโวยวายเพราะลืมตัวตอบเออไป ใบหน้าหวานขึ้นสีเล็กน้อย ชวนให้สุธินทร์ใจเต้น

         ‘ก็เมื่อกี้ไง’

         นวัตรอยากตอบอย่างนี้แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวคนขี้โวยวายจะยิ่งโวยวายหนักยิ่งกว่าเดิม

         “เออๆ กูผิดเอง หยุดโวยวายได้แล้ว” นวัตรพูดตัดบททำให้ธีรดลหยุดโวยวายแล้วคว้าถุงผ้าที่วางเมื่อกี้

         “มาๆ มาเอาของฝาก” พูดจบก็ดึงที่คาดผมหูแมวออกมา เรียกสายตาตกตะลึงของนวัตรและสุธินทร์ได้

         “ข...ของใคร” ร่างเล็กถามสั่นๆ เรียกรอยยิ้มกว้างจากร่างโปร่งได้เป็นอย่างดี

         “ก็ของมึงไงกาล” พูดจบร่างโปร่งก็กระโดดมาตรงหน้านวัตร ร่างเล็กกระโดดหนี เรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ได้จากเจ้าของดวงตาสีฟ้าก่อนที่ธีรดลจะโดดวิ่งไล่ตามอย่างเมามัน

         “ไม่เอาโว้ย! ไอ้เวรเลือกแต่ละอย่างให้กูวิปริตทั้งนั้นนะมึง!!” นวัตรโวยวาย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมีแววไม่ชอบใจแต่สองขาเล็กก็ยังไม่หยุดวิ่งพลางแหกปากร้องตะโกนด่าร่างโปร่งที่วิ่งไล่ตามหลังมา

         สุธินทร์มองร่างทั้งสองที่วิ่งไล่กัน พลางส่ายหัวให้กับรสนิยมอันพิสดารของร่างโปร่ง ใบหน้าเย็นชายิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นร่างโปร่งกำลังส่งยิ้มและเสียงหัวเราะ มือหนาคว้าถุงผ้าขึ้นมาค้นของฝากของตัวเอง พลางคิดว่าคงไม่ได้ของฝากแปลกๆ เหมือนนวัตร ลึกสุดของถุงผ้าสุธินทร์ก็เจอกับกล่องสีดำหรูดูมีราคา ร่างสูงยกขึ้นมาดูก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นดู หัวใจก็พลันเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ของที่อยู่ด้านในคือของที่เขาเคยพูดให้ธีรดลฟังว่าอยากได้ ธีรดลก็ตอบกลับมาว่า

         ‘แพงชะมัด มึงนี่หัดอยากได้อะไรถูกๆ หน่อยไม่ได้หรือไง บอกไว้ก่อนนะโว้ยกูไม่ซื้อให้มึงหรอก อยากได้ก็เก็บเงินซื้อเอง พ่อแม่มึงก็รวยขอไปสิเงินจะเก็บไว้อมตอนตายหรือไง!’

         คำพูดคำจาที่แสนกวน และเจ็บแสบไม่ได้ทำให้สุธินทร์โกรธแต่อย่างใดเพราะเขารู้ว่าธีรดลก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้จริงจังอะไร เขาที่ฟังคำด่ามันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นจนตอนนี้มัธยมปลายแล้วทำให้เขาไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก

         “โอ้ย! เหนื่อย!” ธีรดลบ่น สุธินทร์รีบยัดกล่องสีดำใส่ในถุงผ้าเหมือนเดิม ร่างโปร่งมองดูอย่างสงสัยแล้วเบิกตากว้างคว้าถุงผ้าจากมือหนาอย่างตกใจ ใบหน้าแดงระเรืองพูดตะกุกตะกัก “มะ...มึง...มึงเห็นอะไรในนี้ไหม”

         ร่างสูงมองดูคนตรงหน้าที่ท่าทางรีบร้อนราวกับกลัวว่าจะโดนจับอะไรได้ ก่อนจะเอ่ยความเท็จออกมาให้อีกฝ่ายสบายใจ

         “ไม่นี่” ใบหน้าสวยคลายความกังวลก่อนที่จะมองสุธินทร์ตาขวางๆ เหมือนเดิม

         “ของฝากมึง มึงไม่ต้องเอา กูไม่ให้มึงแล้ว” ธีรดลบอกอย่างโกรธๆ ร่างสูงมองอย่างอ่อนใจ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

         “อ๊ะ! เรียบร้อย!” เสียงใสของนวัตรเอ่ยขึ้นจากด้านหลังธีรดล สุธินทร์เงยหน้าขึ้นมองพลันดวงตาสีโกโก้ๆ ก็เบิกกว้างอย่างตกใจใบหน้าคมขึ้นสีเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

         ธีรดลไม่เห็นท่าทางของร่างสูงเพราะหันไปมองคนตัวเล็กที่อยู่ด้านหลัง นวัตรยิ้มกว้างส่งไปให้ธีรดลมือเล็กๆ เอื้อมมาข้างหน้าเหมือนขออะไรก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยคำพูดออกมา

         “ของฝากกูล่ะดล มึงอย่าคิดว่ากูจะไม่รู้ว่ามึงซื้อที่คาดผมหูแมวนี่มาแกล้งกูเฉยๆ เอาของฝากกูมาได้แล้ว”

         ธีรดลส่ายหน้ายิ้มๆ ให้คนตัวเล็ก มือเรียวเอื้อมไปแตะที่คาดผมหูแมวของตัวเอง หากแต่ก็ไม่หยิบออกปล่อยให้มันคาดอยู่ที่หัวเหมือนเดิม ก่อนที่จะค้นถุงผ้าหยิบเอากล่องสีเขียวอ่อนๆ ออกมาแล้วยืนให้คนตัวเล็ก นวัตรยื่นมือรับแล้ววางกล่องลงเปิดดูของที่อยู่ด้านในเห็นเป็นผ้าไหมพรมสีเขียวอ่อนๆ เหมือนกันกล่อง  มือเล็กเอื้อมไปคว้าแต่ละชิ้นออกมามี หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอและเสื้อแขนยาวที่ทุกชิ้นล้วนถักมาจากไหมพรมอย่างประณีต ละเอียดและสวยงาม เนื้อผ้าหนานุ่มไม่ระคายเคืองผิว ทุกชิ้นล้วนเป็นสีเขียวอ่อนที่นวัตรชอบ ร่างเล็กน้ำตาซึมก่อนจะกระโดดกอดคนร่างโปร่งที่มองอย่างอ่อนโยน

         “เป็นถูกใจไหม” ธีรดลถามอย่างยิ้มๆ เมื่อคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอดแล้วพยักหน้าเร็วๆ อย่างน่ารัก

         “แต่ ทำไมต้องเป็นเป็นไหมพรมด้วยอ่ะ” นวัตรถามอย่างงงๆ

         “เพราะผิวนายน่ะบางจะตาย แพ้อะไรก็ง่าย ถ้าซื้อแบบถูกๆ มามันก็จะเคืองผิวนายออกเปล่าๆ แล้วอีกอย่างไม่ต้องห่วงนะนี่เป็นไหมพรมชนิดพิเศษทั้งนุ่มทั้งลื่นแล้วก็หนา หายหนาวแน่นอน กว่าจะหาได้นี่ฉันต้องไปแย้งจากพวกสาวๆ ที่นั่นเลยนะ ดีนะที่ฉันให้ราคาสูงก็เลยได้มา แล้วไอ้ผ้าพันคอผืนเก่านั่นทิ้งๆ ไปเลย” ธีรดลบอกหากแต่ร่างเล็กกลับหลบตาเป็นการบอกนัยๆ ว่าไม่ทิ้ง “เออๆ แล้วแต่”

         ธีรดลพูดตัดบทก่อนที่จะกลับมาคุ้ยของในถุงผ้าเหมือนเดิมและปลายตามองร่างสูงผิวสีแทนอย่างเคืองๆ แต่ก็ไม่ยอมหยิบเอาของฝากที่ซื้อมาให้

         “เฮ้ย! เป็นไงไปเที่ยวมา” เสียงนุ่มทุ้มที่แสนคุ้นหูทำให้นวัตรเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงใบหน้าหวานยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะจำเรื่องที่ร่างสูงทำไว้เมื่อวานได้เลยทำให้กลับมางอง่ำเหมือนเดิม นวัตรลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยบอกธีรดลและสุธินทร์ว่าขอตัวไปเข้าแถวก่อน มือเล็กกระชับกระเป๋านักเรียนและกล่องของฝากไว้แน่นอกก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปโดยไม่หันกลับมามองร่างสูงเรือนผมสีดำที่กำลังทำหน้างง

         “มึงไปทำอะไรให้ไอ้กาลมันโกรธ” ธีรดลถามเสียงนิ่งมองดูคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

         “กูทำอะไร กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย มึงก็เห็นว่ากูพึ่งเข้ามา กูจะไปทำอะไรมันได้” นาวินตอบพลางขมวดคิ้วยุ่ง

         “เมื่อวานล่ะ” สุธินทร์เป็นคนถาม ร่างสูงเรือนผมสีดำทำท่าทางครุ่นคิดแล้วถอนหายใจออกมา ทำให้ธีรดลและสุธินทร์มองอย่างคาดคั้น “ทำอะไร”

         “กูทิ้งมันไว้ที่สวนสนุกแล้วไปหาแหวน” ร่างสูงตอบอย่างสำนึกผิด “แต่กูไม่ได้ตั้งใจนะโว้ย ก็ตอนนั้นกูจะไปคุยกับแหวนให้รู้เรื่อง”

         “มึงไปคุยกับยัยแหวนนั่นให้รู้เรื่องแล้วมึงโทรไปบอกไอ้กาลไหมว่ามึงจะไปคุยกับยัยนั่น” ธีรดลถามอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาสีฟ้าเริ่มไม่พอใจ

         “กูลืม” คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ เรียกเสียงถอนหายใจจากสุธินทร์และใบหน้าโมโหของธีรดล “แต่มันก็น่าจะเข้าใจ...”

         “เป็นกูๆ ก็ไม่เข้าใจโว้ย! มึงมีเรื่องอะไรหนักหนากับยัยแหวนนั่นจนลืมเพื่อน ถ้ามึงโทรมาบอกมันสักนิดมันก็ไม่เป็นหนักขนาดนั้นหรอก มึงก็รู้นี่ว่าไอ้กาลมันเป็นห่วงมึงขนาดไหน แล้วยิ่งมึงปล่อยให้มันไปที่คนเยอะๆ แถมยังปล่อยมันทิ้งไว้นั่น มึงก็น่าจะรู้ว่าไอ้กาลมันไม่ชอบที่คนเยอะๆ แบบนั้นแล้วทำไมมันถึงยอมไปกับมึง กูไม่อยากพูดกับมึงแล้ว พูดแล้วก็เหมือนพูดกับควาย กูเซ็ง อ่ะ ของฝากมึง ควาย” พูดจบธีรดลก็โยนกล่องสีน้ำเงินให้กับนาวิน นาวินรีบเอื้อมมือรับเพราะกลัวของข้างในจะเสียหาย คิ้วหนาขมวดกันเป็นปมยิ่งกว่าเดิม

         “อะไรว๊ะ กูผิดเหรอ” นาวินหันมาถามสุธินทร์ เมื่อธีรดลเดินจากไปเข้าแถว

         “เออ” สุธินทร์ตอบสั้นๆ ง่ายๆ ก่อนที่จะถามว่าของฝากของนาวินคืออะไร ร่างสูงผิวสีคล้ำรีบเปิดดูของข้างใน เป็นสร้อยเงินเรียบๆ ง่ายๆ แต่ก็สวย หากแต่สิ่งที่ขัดกับสร้อยกลับกลายเป็นจี้รูปควายสีเงินทำหน้าบึ้งอย่างกับอั้นขี้

         “อะไรของมันว๊ะ สร้อยจี้ควาบหน้าอั้นขี้นี่มันเข้ากันตรงไหน หมายความว่าไงว๊ะ สร้อยนี่มันก็สวยอยู่หรอก แต่มันขัดตรงไอ้จี้ควายนี่แหละที่กูไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร” นาวินถามอย่างงงๆ สุธินทร์มองแล้วตบไหล่ก่อนจะตอบ

         “มึงเหมือนมัน” สามคำ แต่ก็ไม่ได้ไขความกระจ่างให้แก่นาวินเลยแม้แต่น้อยกลับยิ่งทำให้ร่างสูงเรือนผมสีดำยิ่งงงเข้าไปใหญ่

         “อะไรของมึงว๊ะ” นาวินถามอีกรอบ

         “ควาย” สุธินทร์ตอบก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้คนงงยิ่งงงหนักกว่าเดิม...


 :catrun:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2013 12:25:06 โดย shishikima »

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
แอบรักเพื่อน เรื่องนี้จึงต้องดราม่า

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


เพื่อนสนิท : 3


         วันหนึ่งในช่วงกลางเดือนมีนาคมนวัตรในวัยเด็กแอบหนีพี่ชายที่กำลังงีบหลับอยู่ที่โซฟา เพื่อมาเดินเล่นและสำรวจตามนิสัยช่างสงสัยของเด็ก นวัตรเดินเตาะแตะเข้าไปภายในสวนสาธารณะและนั่งเล่นอยู่ชิงช้า ในตอนนั้นไม่มีใครเหลืออยู่เลยในสวนสาธารณะเพราะเป็นช่วงค่ำๆ ตาหวานแป๋วๆ มองบรรยากาศโดยรอบอย่างตื่นเต้นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาเที่ยวเล่นเพียงลำพังโดยไม่มีใครตามดูแล ตาใสแจ๋วสีน้ำตาลเงยหน้าขึ้นมองข้างบนก็ได้พบกับเงาลางๆ ของใครบางคนที่อยู่บนต้นไม้ เด็กน้อยลุกออกจากชิงช้าแล้วย่างก้าวขาสั้นๆ ป้อมๆ ไปยังต้นไม้ก่อนที่จะเงยหน้ามองข้างบนสบตากับดวงตาสีดำของใครบางคนที่อยู่ด้านบน เมื่อมองดีๆ ก็เห็นเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ เหมือนกันแต่ไม่เห็นหน้าตาเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดทำให้เงาไม้บดบังใบหน้า ปากเล็กๆ เป็นกระจับสีแดงแย้มยิ้มอย่างดีใจจึงเอ่ยถาม

         “ใครน่ะ” นวัตรในวัยเด็กเอ่ยถาม ตาแป๋วแว๋วพยายามจับจ้องร่างที่อยู่ด้านบน เพื่อมองหน้าให้ชัด

         “ยุ่ง!” เสียงตวาดเล็กๆ ตอบกลับมาทำให้นวัตรฉีกยิ้มกว้าง มือป้อมๆ จับต้นไม้ไว้แล้วพยายามเขย่งปลายเท้าให้สูงๆ เพื่อจะได้มองคนข้างบนให้ชัดๆ

         “นี่ๆ ชื่ออะไรเหรอ” เสียงเล็กๆ หวานของนวัตรเอ่ยถามคนด้านบน ใบหน้าขาวอมชมพูเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

         “ไปไกลๆ!” เสียงจากคนด้านบนตอบกลับมาอย่างอารมณ์เสียเมื่อมีคนมารบกวนเวลาพักผ่อนของตนเอง หากแต่ร่างเล็กไม่สนใจเสียงตะคอกยังคงเงยหน้าส่งยิ้มให้คนด้านบนอยู่เหมือนเดิม

         “เราชื่อ กาล เราขึ้นไปได้ไหม” คนตัวเล็กยังตื้อไม่เลิก พาลทำให้คนด้านบนหงุดหงิดแล้วลุกขึ้นจากกิ่งไม้ที่นั่งเพื่อปีนให้สูงขึ้นจะได้ไม่มีใครมากวนอีก

         “นี่ๆ เราปีนนะ” นวัตรถามอีกรอบ แต่ข้างบนก็เงียบ ทำให้คนตัวเล็กเข้าใจว่าขึ้นมาได้ มือเล็กป้อมๆ จับลำต้นไว้ขาเล็กๆ พยายามเกาะเกี่ยวต้นไม้ไว้เพื่อจะได้เคลื่อนตัวไปด้านบน

         นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่นวัตรปีนต้นไม้ แต่ก่อนเขาเคยเห็นพี่ชายปีนเล่นเป็นประจำและเกือบทุกครั้งพี่ชายมักจะให้เขาเกาะหลังไว้แน่นๆ เพื่อจะได้ไม่ตก ตอนพี่ชายปีนดูเหมือนจะง่ายๆ ไม่ยากเลยสักนิด

         ร่างเล็กเกาะเกี่ยวต้นไม้และเริ่มปีนขึ้น

         “อย่างขึ้นมา!” เสียงตะโกนห้ามจากด้านบนเอ่ยบอก นวัตรไม่ฟังพยายามปีนขึ้นมือน้อยๆ เกาะเปลือกไม้ไว้ทำให้มือเล็กๆ ที่เสนบอบบางเริ่มถลอกนิดๆ แต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่ยอมละความพยายาม ทั้งๆ ที่คนด้านบนพยายามตะโกนห้ามเสียงดังว่าไม่ให้ขึ้นๆ หากแต่ใบหน้าขาวหวานอมชมพูกลับส่งยิ้มสดใสตอบกลับไปให้

         “ถ้าเราขึ้นไปได้ เธอต้องบอกชื่อเธอนะ” ร่างเล็กเอ่ยบอกคนด้านบน ใบหน้าหวานเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นไปทั่ว

         นวัตรปีนขึ้นไปจนถึงกิ่งที่คนด้านบนเคยนั่ง เขานั่งพักหายใจหอบๆ เล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าการปีนต้นไม้จะยากขนาดนี้ทั้งๆ ที่ตอนเห็นพี่ชายปีนพ่วงด้วยมีเขาที่เกาะหลังราวกับลูกลิงก็ไม่เห็นพี่ชายมีท่าทางเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย แถมยังยิ้มหัวเราะพูดคุยกับเขาได้ตามปกติ

         เมื่อหายเหนื่อยนวัตรก็เริ่มสังเกตว่าต้นไม้ที่เขานั่งอยู่เริ่มขยับ ใบหน้าหวานที่เหมือนกับมารดามองขึ้นไปด้านบนเห็นคนที่อยู่เหนือกว่ากำลังปีนขึ้นไปเพื่อหลีกหนีการพบปะกับเขา

         นวัตรเริ่มปีนตามขึ้นไปอีกครั้งกลัวจะไม่ได้คุยกับคนด้านบนอีกครั้ง

         “อ๊ะ!” แต่แล้วมือเล็กๆ ก็ดันพลาดหลุดออกจากกิ่งไม้ ร่างเล็กตรงดิ่งลงข้างล่างตามแรงดึงดูดของโลก ดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อพอจะรู้ว่าตกไปแล้วจะเป็นเช่นไร ขาเล็กๆ ขูดกับกิ่งไม้เป็นทางยาว

         “เอ้ย!” เสียงจากคนด้านบนอุทานอย่างตกใจ  มือจากด้านบนพยายามเอื้อมมาคว้ามือเล็ก หากแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างเล็กตกลงไปกระแทกกับพื้นดิน ขาเล็กๆ ข้างซ้ายบิดเบี้ยวอย่างผิดรูปหลังจากที่มีเสียงคล้ายอะไรหัก

         คนด้านบนปีนลงข้างล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรีบวิ่งมาดูร่างเล็กที่นอนลืมตาหายใจรวยริน ดวงตาหวานสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความตื่นตะหนกและมีน้ำใสคลอเต็มไปหมด  ริมฝีปากเล็กๆ พยายามเอ่ยคำพูดออกมาทั้งๆ ที่ทีเลือดกลบเต็มไปทั่วทั้งปาก หน้าผากมนแตกเป็นแผลมีเลือดสีแดงไหลออกมา ขาข้างขวาที่โดนกิ่งไม้เกี่ยวขูดเป็นทางยาวมีเลือดไหลซึมออกเป็นมาไม่หยุด

         “พี่...” ปากเล็กๆ เอ่ยเรียกพี่ชายที่แสนดี

         “นาย! อย่าเป็นอะไรนะ! อย่าหลับนะ นี่ๆ มองหน้าฉันสิ!” เสียงของเด็กผู้ชายที่ปีนลงมาจากต้นไม้เอ่ยบอก เมื่อสติของนวัตรเริ่มเลือนราง เห็นเป็นเพียงแค่เงาลางๆ และเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินเสียงของพี่ชายที่ตะโกนเรียกชื่อเขา...

         “กาล!!!!”



         เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยเหงื่อชื้น ดวงตาสีน้ำตาลที่ส่องแสงในที่มืดคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในฝัน นวัตรเอื้อมมือลูบหน้าคลายความกังวล ริมฝีปากบางหอบหายใจเมื่อนึกถึงฝันร้ายเมื่อกี้ แต่จะว่าเป็นฝันก็ไม่ถูกมันคือความจริงต่างหากความจริงที่เกิดขึ้นตอนกลางเดือนมีนาคมในช่วงวัยเด็กของเขาและเป็นประสบการณ์ที่หลอกหลอนเขามาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

         นานแล้วที่เขาไม่ได้ฝันแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่ฝันคือก่อนเดือนที่ประสบอุบัติเหตุที่พรากครอบครัวของเขาไป เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นทำให้นวัตรสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาจำเหตุกาการณ์นั้นได้เลือนรางมาก ภาพเด็กผู้ชายในฝันที่ปีนลงมาหาเขาดูเลือนรางราวกับมีหมอกหนาสีขาวมาบดบัง ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าความจริงแล้วเขาเห็นใบหน้าของคนๆ นั้นชัดเลย แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาดันจำไม่ได้ หลังจากเรื่องวันนั้นเกิดขึ้นนวัตรโดนสั่งห้ามออกไปไหนคนเดียวโดยไม่มีคนตามไปด้วย นวัตรในวัยเด็ก ขาหัก ปากแตก หัวที่แตกกับขาขวาที่ถูกกิ่งไม้เกี่ยวเป็นทางยาวถูกเย็บไปหลายเข็มกลายเป็นแผลเป็นที่รักษาไม่หาย ส่วนสมองกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยไม่มีปัญหาอะไร พักฟื้น 2 เดือน แล้วค่อยหายมาเป็นปกติ

         จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้นวัตรก็ยังไม่รู้เลยว่าเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทั้งๆ ที่อยากทำความรู้จักแต่ก็เกิดเรื่องจนได้ มันกลายเป็นเรื่องฝังใจจนทำให้นวัตรไม่อยากปีนต้นไมอีกเลยต่อให้ไม่มีใครห้ามก็ตาม ดวงตาสีน้ำตาลเหม่อมองออกไปที่หน้าต่างอย่างเงียบเหงา ตอนนี้เขาต้องการกำลังใจต้องการอ้อมกอดของใครสักคนเพื่อปัดเป่าความทุกข์และความกังวลที่เกาะกุมหัวใจเขาอยู่

         อ้อมกอดนี้จะเป็นของใครไม่ได้นอกเสียจากอ้อมกอดของคนคุ้นเคยและเพื่อนสนิท...

         ...นาวิน...




         “ขอโทษนะกาล วินไม่ได้ตั้งใจ พอดีวินลืมอย่าโกรธวินเลยนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยหน้ากระจกพลางส่งส่ายตาออดอ้อนให้กับกระจกเงา

         “เฮ่อ...แล้วจะง้อยังไงว๊ะเนี่ย” นาวินเอ่ยพึมพำ พลางเอื้อมมือเสยผมเก๊กหล่อ เมื่อนึกถึงแผนง้อนวัตร

         ร่างสูงกำลังคิดแผนง้อนวัตร แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะง้อยังไง ทั้งๆ ที่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่นวัตรโกรธเขา แต่เขากลับรู้สึกใจคอไม่ดีราวกับว่าถ้าเขาไม่คืนดีกับนวัตรจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์กับพวกเขาทั้งสอง เหมือนกับว่านวัตรเริ่มก้าวเดินถอยหลังห่างเขาไปทุกทีๆ นาวินถอนหายใจให้กับความงี้เง่าของตัวเอง เพราะนานๆ ครั้งนวัตรจะโกรธเขา เมื่อคิดถึงท่าทางงอนๆ ของร่างเล็กก็ทำให้นาวินหัวใจเต้นแรงแปลกๆ แล้วก็อดใจหายไม่ได้หากโดนโกรธถึงขนาดไม่มองหน้าเขาจะทำยังไง

         วันนี้เขาพยายามชวนนวัตรคุย แต่คนตัวเล็กกลับเอาแต่คุยกับธีรดลโดยไม่สนใจใยดีเขาเลยแม้แต่น้อย ทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุอย่างนั้นจนนาวินทนไม่ไหวตะโกนเรียกชื่อนวัตรเสียงดังจนครูที่กำลังสอนไล่ให้ออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว สร้างความอับอายให้แก่ลูกชายผู้อำนวยการเป็นอย่างยิ่ง ครูก็ไม่คิดจะเกรงใจเลยแม้แต่น้อยแต่ก็อย่างว่านั่นมันครูสมพรโหดอย่าบอกใครเพราะครูแกเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองเลยล่ะ จะลูกใครแกก็ไม่สนใหญ่คับฟ้าขนาดไหนก็ไม่ได้ทำให้แกเกรงใจเลย

         วันนั้นที่ไปเที่ยวสวนสนุกเขาเจอกับวนิดาที่นั่นตอนไปซื้อน้ำให้นวัตรที่กำลังมึนกับเครื่องเล่น วนิดาขอเวลาคุยกับเขา ในตอนนั้นนาวินยอมรับว่ายังโกรธแต่เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของหญิงสาวทำให้เขาตอบตกลง ทั้งๆ ที่ในใจห่วงคนที่รออยู่ แต่ไปคุยกันให้รู้เรื่องก็คงไม่นานนัก

         วนิดาพาเขามาร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอบอกกับเขาว่าเธอไม่ต้องย้ายไปต่างประเทศแล้ว พ่อของเธอยังประจำอยู่ที่ประเทศไทยเหมือนเดิม หญิงสาวจึงถามว่าเขายังรักเธออยู่ไหม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอจับจ้องเอาคำตอบจากเขาริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างรอคอยคับคลายคับคากับใครบางคนที่เขาคุ้นเคยแล้วยิ่งเห็นดวงตาสีอ่อนนั่นก็ทำให้เขาใจอ่อน จนในที่สุดเขาก็ตอบกลับไปว่า

         ‘ฉันยังรักเธออยู่ ไม่ว่านานสักเท่าไหร่ฉันก็ยังรักเธอ’

         แล้วหลังจากนั้นนาวินกับวนิดาก็กลับมาคบกันเหมือนเดิมราวกับเรื่องเมื่อวานเป็นเพียงแค่ความฝัน ทั้งสองชวนกันเล่นเครื่องเล่นอย่างสนุกสนานและตบท้ายด้วยการนั่นชิงช้าสวรรค์จูบกันอย่างดูดดื่มแล้วคืนนั้นเขากับวนิดาก็มีอะไรกันครั้งแรก เสียงครางครวญและใบหน้าหวานขึ้นสียามมีความสุขดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอมองเขาอย่างหยาดเยิ้ม ในวันนั้นความสุขที่เขาได้รับมันล้นแทบทะลักออกมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่วนิดากับเขามีอะไรกัน

         ...มันสุข...สุขจนทำให้เขาลืมใครบางคนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ที่สวนสนุก...จนสวนสนุกปิด...




         “มองอะไร!” เสียงใสตวาดร่างสูงที่กำลังมองตน

         สุธินทร์มองดูธีรดลที่กำลังเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้เสื้อผ้า ธีรดลตวาดแว้ดๆ ใส่สุธินทร์ที่กำลังมองเขาไมวางตา ไม่ว่าจะเดินไปไหนหยิบจับอะไรก็มีสายตาของคนตัวสูงมองอยู่ไม่ห่าง ทั้งเขินทั้งโกรธตีกันยุ่งไปหมด แต่แล้วจู่ๆ มือหนาก็คว้าร่างบางมากอดกกไว้บนโซฟา คนตัวโปร่งถลาไปตามแรงมือก่อนจะนั่งปุ๊กอยู่ที่ตักของร่างสูง ปากเรียวๆ เริ่มทำหน้าที่ตวาดแว้ดๆ ด้วยคำพูดเจ็บๆ แสบๆ

         หลังจากกลับมาจากโรงเรียนจนตอนนี้มาถึงคอนโดแล้วธีรดลยังไม่หายโกรธสุธินทร์เรื่องที่ไม่ยอมไปรับที่สนามบินเลย คนตัวสูงก็ยิ่งไม่ชอบพูดมากอยู่ด้วย นั่นคงทำให้ร่างโปร่งอารมณ์เสียอยู่พอสมควร ใจจริงสุธินทร์ก็อยากเอ่ยไขข้อกระจ่างตอนอยู่ที่โรงเรียนหรอกนะแต่เพราะเขาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันกับธีรดลเลยทำให้ไม่ค่อยจะมีเวลาคุยเวลาปรับความเข้าใจกัน แถมตอนกลางวันก็ยังต้องไปประชุมวางแผนเกี่ยวกับการแข่งขันเดือนหน้าอีกเลยยุ่งๆ ถ้าจะมีเวลาส่วนตัวก็คงจะมีแต่ช่วงกลางคืนนี่แหละ ร่างโปร่งในอ้อมกอดเริ่มออกแรงดิ้นมากขึ้นมือเรียวเริ่มการจิกข่วนราวกับแมวบ้าที่กำลังตกมัน (?) แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนร่างสูงชะงักเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลร่างโปร่งก็ทำส่งเสียงอึมอำในลำคอ สุธินทร์มองคนในอ้อมกอดอย่างขำๆ แล้วคิดว่าในที่สุดแมวน้อยของเขาก็หยุดดิ้นเสียที

         ร่างสูงเริ่มคิดถึงของที่อยู่ในถุงผ้าเพราะธีรดลมัวแต่แจกของฝากมากมายให้กับคนอื่นแต่กับเขาธีรดลยังไม่ได้ให้อะไรเลย ร่างสูงถอนหายใจกับอาการงอนของคนในอ้อมกอด

         “ของฝากล่ะ” เสียงทุ้มติดเย็นชาของสุธินทร์เอ่ยถามธีรดล ร่างโปร่งเงยหน้ามองคนตัวสูงมือเรียวๆ เริ่มแกะมือหนาที่กอดตัวเองแน่น เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มดิ้นรนจนคนตัวสูงทนไม่ไหวกอดแน่นยิ่งกว่าเดิมแล้วเชยคางเรียวให้หันหน้ามามองก่อนจะประทับริมฝีปากหนาทาบทับริมฝีปากเรียวที่แสนนุ่มนิ่มเพื่อเป็นการคาดโทษเล็กๆ

         “อื้อ!” ร่างโปร่งพยายามขัดขืนหดลิ้นหนีออกจากลิ้นร้อนๆ ที่ขยับเข้ามาก่อกวนภายในปากหากแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อลิ้นร้อนพยายามสอดเข้ามาลึกยิ่งกว่าเดิมกวาดไปจนทั่วทั้งโพร่งปาก ลัดเลาะไปตามฟันดูดชิมกระพุ้งแก้มอย่างหยอกเย้าจนคนในอ้อมกอดอ่อนระทวยราวขี้ผึ่งลนไฟ

         สุธินทร์ยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นร่างโปร่งในอ้อมกอดสงบลงอีครั้ง ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นอุ้มร่างโปร่งตรงไปที่เตียงนอนขนาดกว้างที่สั่งแบบพิเศษเพื่อเขาทั้งสองโดยเฉพาะ ใบหน้าสวยก้มหน้างุดเมื่อนึกถึงวินาทีข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นมือเรียวเริ่มทุบอกร่างหนาอย่างแรง แต่ก็ไม่เป็นผลสุธินทร์วางร่างธีรดลลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาแล้วคร่อมร่างโปร่งให้อยู่ภายในอ้อมกอด ดวงตาสีโกโก้ๆ สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเริ่มลากจูบซอกคอ มือหนาเอื้อมมาปลดเปลืองเสื้อผ้าของคนตัวโปร่งอย่างชำนาญ

         “เด...เดี๋ยว!...เดี๋ยวธัน...หย...หยุด...” เสียงหวานเริ่มหอบเมื่อคนตรงหน้าเริ่มรุกหนักขึ้น มือเรียวดันร่างสูงที่คร่อมให้ออกไปให้ห่าง

         “อะไร” สุธินทร์ขมวดคิ้วยุ่งไม่ชอบใจมากนักกับท่าทีขัดขืนของคนตรงหน้า

         “อ...อธิบายมาก่อนเรื่องผู้หญิงคนนั้น” ใบหน้าร่างโปร่งเริ่มงอเมื่อนึกถึงคำพูดของพนักงานที่เขาถาม

         “แฟนเพื่อน” คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ คลายความกังวลให้กันธีรดลทันที ร่างโปร่งรู้ว่าร่างหนาไม่เคยโกหกเขา ในเมื่อร่างสูงบอกว่าเป็นแค่เพียงแฟนเพื่อน มันก็คือแฟนเพื่อนไม่มีอย่างอื่น

         เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายิ้มออกแล้วสุธินทร์ก็เอื้อมมือไปคว้าที่คาดผมหูแเมวที่ร่างโปร่งซื้อมาแกล้งนวัตรพลางคิดว่า ตอนที่ร่างโปร่งสวมมันช่างน่ารักและเข้ากัน ตอนนั้นที่โรงเรียนเขาได้ดูไม่นานนักเพราะธีรดลเอาออกเสียก่อน ตอนนี้เขาเลยของสวมหน่อยแล้วกัน ร่างสูงสวมที่คาดผมหูแมวบนศีรษะของอีกฝ่ายพลันหัวใจก็เต้นแรงขึ้นทันที

         “ไอ้บ้ามองอย่างนี้หมายความว่ายังไง!” ร่างโปร่งเอ่ยถามใบหน้าสวยแดงเถือกจนถึงใบหู เรียกสายตาจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี คนร่างโปร่งก้มหน้างุดอย่างอายๆ

         “เหมาะจัง” พูดจบร่างโปร่งก็กระโจนเข้าครอบครองริมฝีปากเรียวโดยทันที...


 :catrun:



เอามาลงแค่นี้ก่อน ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

เป็นเรื่องที่สองที่แต่งแล้วจบ รู้สึกภูมิใจมากๆ เลยค่ะ

ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใดก็บอกได้เลยนะคะ

หรือมีเ้รื่องอะไรจะคุยก็ PM ไปหาได้เลยค่ะ คนเขียนไม่หยิ่ง
  :mew3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2013 12:47:11 โดย shishikima »

ออฟไลน์ owo llยมuมข้u

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
น่าสนุกดีค่ะ ติดตามอยู่นะตัวเอง

ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
สงสารกาลอ่ะ :monkeysad:

MonaLis

  • บุคคลทั่วไป
เพื่อนรักเพื่อน..  :sad4:
มันต้องเศร้าแน่แน่  :เฮ้อ:

รออ่านตอนต่อไปค่ะ..  :z3:


 :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
.....ควายจริงๆด้วย

เพื่อนประสาอะไรได้หญิงแล้วลืมเพื่อน

ออฟไลน์ namngern

  • Flowers need to bloom
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-2

แง่วววว สงสารกาล นายวินนี่ก็โง่จริง
เบื่อคนไม่รู้ใจตัวเอง
รออ่านต่อจ้าาา
เป็นกำลังใจให้น้าคนแต่งจ๋า

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


เพื่อนสนิท : 4


         “กาลกูขอคุยด้วยหน่อย” นาวินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านวัตร คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองคิ้วเรียวขมวดกันเป็นปม เม้มปากแน่นไม่ยอมสบตาคนตรงหน้าจนนาวินอดใจหายไม่ได้เพราะไม่ค่อยได้เจอปฏิกิริยาของคนตรงหน้าหนักขนาดนี้ คิดว่าแค่คงจะงอนแบบธรรมดาๆ ทั่วไปไม่มีอะไรมาก

         “ไม่” คำตอบสั้นๆ ถูกส่งไปให้ร่างสูง ก่อนที่ขาเล็กๆ จะเดินหนีไป

         นาวินวิ่งตามก่อนที่จะคว้ามือเล็กๆ ลากไปหลังโรงเรียน คนตัวเล็กมีท่าทีขัดขืนพยายามสะบัดมือหนาออกจากการเกาะกุม หากแต่ไม่เป็นผลยิ่งสะบัดมือหนาก็ยิ่งรัดแน่นกว่าเดิมจนมือเล็กเกิดรอยแดงทำให้เจ็บ นวัตรเม้มปากแน่นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา ก้มหน้างุดอย่างหลีกเลี่ยงสายตาทำไมพอเป็นเรื่องของนาวินทีไรนวัตรจึงมักอ่อนแอจนน้ำตาจะไหลอย่างนี้ทุกครั้งนะ เมื่อถึงสวนหลังโรงเรียนมือหนาก็คลายมือให้รัดน้อยลงแต่ไม่ยอมปล่อย

         “กาล...” คนตัวสูงเอ่ยเสียงอ่อน หากแต่คนก้มหน้านิ่งก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตา มือหนาปล่อยออกจากมือเล็กก่อนจะยืนไปประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตา

         ยิ่งมองน้ำตาก็ยิ่งอยากจะไหลออกมาเพราะดวงตาคู่นี้คงจะไม่ได้มองเขาแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว เพราะเขาได้ยินว่าเมื่อวานนาวินคืนดีกับวนิดาแล้ว แค่คิดก็เจ็บปวดหัวใจจนน้ำตาหยดลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

         “ขอโทษ...กาลวินขอโทษ” คนตัวสูงดึงร่างเล็กมากอด นาวินไม่ชอบเลยยามที่นวัตรร้องไห้มันทำให้เขารู้สึกปวดหัวใจแปลกๆ ราวกับมีมือปริศนาเอื้อมมาขยี้หัวใจเขา คนตัวเล็กสะอื้นอยู่ภายในอ้อมกอดร่างสูง ใบหน้าหวานซบกับแผ่นอกแกร่งของคนตรงหน้ามือเล็กที่แนบลำตัวยกขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดรอดออกมา นวัตรหลับตานิ่งหากแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด “อย่าร้องไห้กาล อย่าร้อง วินขอโทษ...วินสัญญาจะไม่ทิ้งกาลไว้อีกแล้ว”

         ร่างเล็กดันร่างสูงออก เงยหน้าขึ้นส่งสบตาตัดพ้องให้กับตนด้านบน

         “วินอย่าสัญญา...อย่าสัญญา...ในสิ่งที่วินไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า”  คนตัวเล็กกล่าวทั้งน้ำตาก่อนที่จะหันหลังเตรียมตัวเดินหนีไป คนตัวสูงรีบคว้าข้อมือทันที “วินปล่อย”

         “ไม่ปล่อยกาลฟังวินก่อนสิ ที่วินหายไปตอนนั้นเพราะวินไปคุยกับแหวนแล้วเราสองคนก็กลับมาคบกันเหมือนเดิมแล้ว...” ยิ่งคนตัวสูงพูดเรื่องนี้ก็เหมือนกับยิ่งเป็นการตอกย้ำให้นวัตรรู้ว่าเขาไม่มีสิทธิในตัวนาวินโดยที่นาวินไม่รู้ตัว เขามันก็แค่เพียงเพื่อนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก สิทธิที่มีก็แค่เพื่อนสนิทที่ทำได้แค่เตือนไม่มีสิทธิจะบังคับให้นาวินรักกับใครเลิกกับใครหรือแม้แต่หันมารักเขา

         “วินรู้ไหมหลังจากที่วินหายไปกาลเป็นยังไง” คนตังสูงเงียบรอฟัง เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อวานก็ทำให้ร่างเล็กสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ “กาลถูกไอ้ชั่วที่ไหนก็ไม่รู้ฉุดเข้าไปในห้องน้ำมันพยายามลวนลามกาล...”


         “ปล่อย! ปล่อยนะไอ้ชั่ว!!” นวัตรพยายามขัดขืนเมื่อจู่ๆ ก็มีร่างสูงผอมแห้งมาฉุดเขาเข้ามาในห้องน้ำและพยายามเอามือสกปรกเข้ามาในกางเกงยืนและปลดเข็มขัดของเขาออก ชายหนุ่มตรงหน้ามองนวัตรเหมือนคนโรคจิต

         “หึๆ สวยเหมือนกันนี่ สวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนอีก ให้ฟรีๆ กูก็เอาไม่ต้องจ้างให้เสียเงินหรอก” พูดจบมือผอมแต่ใหญ่ก็เอื้อมปิดปากบางพยายามไม่ให้ส่งเสียงดัง แต่มือเล็กก็เอื้อมตบหน้าคนตรงหน้าดัง เพลียะ! นั่นทำให้ชายหนุ่มโมโหขึ้นทันทีซัดกำปั้นหนาลงท้องของนวัตรอย่างแรงจนเด็กหนุ่มจุกใบหน้าหวานฉายแววเจ็บปวด

         ‘วิน...วิน...วินช่วยกาลด้วย!!’

         คนตัวเล็กพยายามเอ่ยเสียงถึงอีกคนที่กำลังไปซื้อน้ำให้ยังไม่กลับ มือเล็กๆ ทุบแผ่นหลังชายหนุ่มตรงหน้า แต่ไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย มือหนาหยาบทีแสนน่าขยักแขยงเริ่มลูบไล้หนาท้องราบ คนตัวเล็กสั่นสะท้อนด้วยความกลัวที่เริ่มข้นมาเกาะกุมหัวใจ มือเล็กๆ เริ่มทุบประตูส่งเสียง ร่างสูงตรงหน้าทนไม่ไหวจับมือทั้งสองมัดด้วยเข้มขัดของตัวเอง แล้วเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดปากบางไว้ไม่ใส่เสียงให้คนด้านนอกได้ยิน

         “คุณครับคุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงสวรรค์ของคนด้านนอกเอ่ยถาม พลางเคาะประตูตอบกลับ

         “อื้อ!ๆ” นวัตรรีบส่งเสียงของความช่วยเหลือ เขารังเกียจเหลือเกินแค่อากาศหายใจที่มีร่วมกับคนตรงหน้าก็แทบจะทำให้เขาตายได้

         “ไม่มีอะไร” ชายหนุ่มที่กำลังลวนลามนวัตรอยู่ส่งเสียงบอกอย่างไม่ชอบใจที่มีคนมาขัดจังหวะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะกลัวคนที่อยู่ด้านนอกสงสัยและพังประตูเข้ามา

         “อื้ออออ อื้อ!ๆ” ร่างเล็กพยายามส่งเสียงตอบกลับจนร่างสูงซัดเข้าที่ท้องอีกรอบจนทำให้หมดแรงที่จะขยับตัว แต่ปากบางๆ ก็พยายามส่งเสียงออกมาอย่างสุดความสามารถ

         “แต่ผมได้ยินเสียงข้างใน...” คนด้านนอกพยายามตอบกลับไป ยังพูดไม่จบประโยคเสียงจากด้านไหนก็ตะคอกกลับมาอย่างโมโห

         “ก็บอกไม่มีอะไรไง!!”ร่างสูงดำเอ่ยบอก มือหยาบเริ่มปลดกระดุมนวัตรออกอย่างเร่งรีบก่อนจะก้มหน้าลากลิ้นสากๆ อยู่ที่ลำคอขาวผ่องของร่างเล็ก

         “อื้อ! อื้อ!!”ร่างเล็กพยายามส่งเสียงและหดคอหนีอย่างขยักแขยงกับสัมผัสที่ได้รับ

         โครม!

         จู่ๆ เสียงประตูถูกกระแทกอย่างแรงชายหนุ่มที่กำลังลวนลามนวัตรชะงักก่อนจะสบถอย่างหัวเสีย และจะปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระแล้วปีนห้องน้ำขึ้นไปลงห้องน้ำอีกห้องที่ว่างแล้วหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งร่างเล็กให้หายใจอย่างติดขัดอยู่ในห้องน้ำที่กำลังโดนกระแทกประตู

         โครมมมม!!!

         ประตูห้องน้ำถูกกระแทกเปิดออก ชายหนุ่มร่างหนาเดินเข้ามาภายในก่อนจะตกใจกับสภาพของนวัตรที่ปล่อยอกหน้าท้องมีรอยช้ำ ข้อมือเล็กถูกมัดด้วยเข็มขัด กางเกงถูกถอดออกนิดหน่อยส่วนกางเกงบ็อกเซอร์ถูกเลิกลง ปากถูกปิดด้วยผ้าเช็ดหน้า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความตื่นตะหนก

         “คุณครับ!!!” ร่างหนาตรงเข้ามาช่วยนวัตรทันที

         นวัตรที่กำลังตื่นกลัวส่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ชายหนุ่มที่พังประตูเข้ามาเดินเข้ามาแก้เข็มขัดออกขากข้อมือเล็ก เมื่อมือเป็นอิสระนวัตรก็ดึงผ้าเช็ดหน้าที่ปิดปากออกก่อนที่จะจัดกางเกงและติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ ใบหน้าหวานมีเหงื่อผุดเต็มไปหมด หากแต่กลับไม่มีน้ำตาเลยแม้แต่น้อย
 
         นวัตรเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มผิวขาวจัดตัวหนาสูง ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วงว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ นะ นวัตรจึงพยักหน้าบอกว่าไม่เป็นห่วงเพราะเขามากับเพื่อนก่อนที่จะบอกลากันไป

         หลังจากนั้นนวัตรก็นั่งรอนาวินอยูหน้าซุมถ่ายภาพที่เขาเดินออกมา รอจนสวนสนุกปิดก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างสูง  พอโทรศัพท์ไปหาก็ยอมไม่รับสาย



         “ถ้าตอนนั้นไม่มีคนเข้ามาช่วยกาลไว้ ตอนนี้กาลก็คงไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง!!!” นวัตรตะคอกอย่างโกรธๆ เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ทั้งตัวก็สั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว

         นาวินดึงร่างเล็กเข้ามากอดอีกครั้งปากก็พร่ำบอกขอโทษไม่หยุดจะไม่ทิ้งอีกแล้ว ทำให้นวัตรถึงกับน้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่ ซบหน้ากับแผ่นอกของคนตัวสูง นาวินลูบหลังปลอบๆ ทันทีฟังเรื่องจบเขาแทบอยากจะฆ่าผู้ชายที่ทำร้ายนวัตรให้ตาย ดวงตาสีดำแฝงไปด้วยไฟโกรธ ถ้าตอนนั้นเขาอยู่กับนวัตรเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะเขาถ้าเขาไม่ทิ้งนวัตรไปหาวนิดานวัตรคงไม่เจอเรื่องเลวร้ายขนาดนี้แน่ คิดได้อย่างนั้นก็กอดร่างเล็กไว้แน่น เกือบไปแล้วเขาเกือบจะสูบเสียนวัตรไปแล้ว...

         เด็กหนุ่มทั้งสองโอบกอดกันโดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ดวงตาสีอ่อนมองทั้งคู่อย่างเคียดแค้นก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากสีหวานยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินหายไปจากตรงนั้นโดยไม่มีใครรู้ตัว...




         “ทำไมวันนี้เข้าห้องสายจังว๊ะ พวกมึงมัวแต่ไปทำอะไรกัน” ธีรดลเอ่ยถามทันทีที่ครูออกจากห้องไปแล้ว ใบหน้าสวยของคนตัวโปร่งดูซีดเซียวราวกับอดหลับอดนอน ท่าเดินก็แปลกๆ จนเพื่อนหลายคนแปลกใจ หากแต่ก็ไม่มีใครถาม นาวินพอจะรู้แต่ก็ไม่ถามอะไรมาก

         นักเรียนในห้องก็เริ่มเก็บของกลับบ้าน นวัตรหันไปมองเพื่อนก่อนจะก้มหน้าลงเก็บของใส่กระเป๋าไม่ตอบคำถามของคนร่างโปร่ง

         “ไปง้อคน” นาวินเอ่ยตอบคำถามแทนไขความกระจ่างให้กับร่างโปร่งได้ทันที ธีรดลหันมองนวัตรและนาวินอย่างเข้าใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

         “แล้วง้อสำเร็จไหมล่ะ” คนตัวโปร่งถามก่อนที่นาวินจะยักคิ้วให้เหมือนตอบว่า มีหรือจะไม่สำเร็จ

         “เฮ้!ๆ ทุกคนฟังทางนี้หน่อย” เสียงทุ้มห้าวของ ‘จอมทัพ อัครเทพสุธิน’ หรือ ‘จอม’ หัวหน้าห้อง ชั้นมัธยมปลายที่ 5/3 ตะโกนเรียกเพื่อนๆ ที่กำลังเก็บของ ทุกคนจึงหันไปทางบุคคลที่กำลังยืนอยู่หน้าห้อง “พรุ่งนี้วันคริสต์มาสใครจะไปฉลองที่ไหนบ้าง”

         หัวหน้าห้องเอ่ยถาม นักเรียนคนอื่นๆ ทำท่าครุ่นคิด ธีรดลยกมือขึ้นเรียกสายตาคนอื่นๆ

         “กูไม่ว่างนะไอ้จอม พอดีมีธุระ” ธีรดลบอกเพราะมีนัดสำคัญกับคนบางคนแล้วก่อนที่จะเอามือลงแล้วคลำเอวอย่างปลงๆ หัวหน้าห้องมีท่าทางเสียดายเล็กน้อยแต่ก็ตอบกลับไปว่าไม่เป็นอะไร ก่อนที่จะมีเพื่อนอีกหลายคนยกมือว่าไม่ว่างเหมือนกัน

         ตอนนี้พวกที่ว่างจึงเหลือประมาณ 20 กว่าคนหนึ่งในนั้นรวมนาวินกับนวัตร แต่แล้วจู่ๆ คนตัวสูงที่อยู่ข้างๆ นวัตรก็ยกมือขึ้น หัวหน้าหันมามอง

         “อย่าบอกนะวินว่ามึงไม่ว่าง ไม่ได้นะเว้ย ยังไงงานนี้มึงก็ต้องไป” หัวหน้าบอกดักคอ แต่ร่างสูงก็ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่ใช่

         “กูแค่จะถามว่าเอาคนนอกไปด้วยได้หรือเปล่า” ร่างสูงเอ่ยถาม หัวหน้าพยักหน้าบอกว่าได้

         “ว่าแต่มึงจะเอาใครไป ผู้ชายหรือผู้หญิง” หัวหน้าถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

         “ผู้หญิงเว้ย” นาวินเอ่ยตอบประกายในตาวิบวับ นวัตรก้มหน้าเพราะเขารู้ว่านาวินต้องเอาวนิดาไปแน่นอน

         “สัตว์! พี่แหวนหรือเปล่าถ้าใช่ก็ชวนเพื่อนพี่แกมาด้วยนะเว้ย” หัวหน้าเอ่ยทีเล่นทีจริง ร่างสูงพยักหน้าแล้วหัวเราะนิดหน่อย “รวมๆ แล้ว 24 คนนะ ใครจะเอาใครมาด้วยก็เอามานะเว้ยจะได้แชร์ค่าเหล้ากันด้วย กูบอกไว้ก่อนนะว่างานนี้ไม่มีเลี้ยงตัวใครตัวมันเงินใครเงินมัน จ่ายเท่ากันไม่ว่าจะกินมากกินน้อย แล้วอย่าลืมเอาตังไปเยอะๆ นะเว้ย งานนี้ไม่เมาจนคลานเป็นหมาไม่เลิก”

         พูดจบหัวหน้าก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้พวกที่เหลือที่ไปด้วยอ้าปากเหวอเพราะนึกว่าหัวหน้ามันจะเลี้ยง บ้างก็บ่นว่าไปยกเลิกตอนนี้ทันไหม แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งบอกว่า ถ้ายกเลิกปรับจ่ายเป็นสองเท่าเรียกเสียงโห่ร้องได้ทันทีและเสียงที่เอ่ยอย่างเห็นแก่ตัวนั่นจะเป็นของใครไม่ได้นอกเสียจากหัวหน้าเจ้าเก่าที่ยังเดินไม่พ้นห้อง




         “กาลมึงรอกูอยู่หน้าโรงเรียนก่อนนะเดี๋ยวกูตามไป” นาวินเอ่ยบอกก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในโรงเรียนปล่อยให้คนตัวเล็กยืนงงๆ อยู่หน้าประตูโรงเรียน

         “อ้าว! กาลยังไม่กลับอีกเหรอ” จู่ๆ เสียงหนึ่งก็เอ่ยถามจากด้านหลังนวัตรหันกลับไปมองก็เจอกับ ‘ศักดิ์สิทธิ์ คามูระกิ’ หรือ ‘พี่คีย์’ นักกีฬาอันดับหนึ่งของโรงเรียนพ่วงด้วยประธานนักเรียนสองปีซ้อนที่ทั้งสาวจริงและสาวเทียมต่างก็หลงใหลได้ปลื้ม เพราะศักดิ์สิทธิ์เก่งเกือบทุกอย่างทั้งด้านการเรียนและกิจกรรมแต่ก็ยังไม่เก่งเรื่องการเรียนเท่านวัตร ร่างเล็กส่งยิ้มบางๆ ให้กับคนตรงหน้า นวัตรรู้จักกับศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เข้ามาวันแรกเพราะวันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศแล้วนวัตรตื่นสายจึงทำให้มาโรงเรียนช้า แม้จะเคยมาเที่ยวเล่นที่โรงเรียนบ่อยๆ แต่นวัตรก็ยังไม่คุ้นเคยดีจึงทำให้หลงทางเข้าจนได้ โชคดีที่เจอเข้ากับศักดิ์สิทธิ์ที่มาทำหน้าที่ดูแลน้องๆ ศักดิ์สิทธิ์จึงพานวัตรมาส่งที่หอประชุมก่อนสายพอดี

         ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนผิวขาวเล็กน้อยไม่ขาวจัดเหมือนพวกขี้โรคอย่างนวัตร แล้วยังตัวสูงกว่านาวินเสียอีก ใบหน้าคม คิ้วดกหนาดวงตาสีดำออกน้ำตาล อกผ่ายไหล่ผึ่งสมกับเป็นชายชาติทหาร นิสัยยิ้มง่ายใจดีกับทุกๆ คน นวัตรยอมรับเลยว่าแอบปลื้มชายหนุ่มตรงหน้าอยู่เหมือนกันแต่มันก็แค่ปลื้มไม่มีอย่างอื่น

         “ยังเลยครับ รอวินอยู่” ร่างเล็กเอ่ยตอบคนร่างหนา

         “เหรอ เมื่อกี้พี่เห็นวินไปรับแหวนที่หน้าห้องเรียนอยู่ ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อนนะกลับบ้านดีๆ ล่ะ” ศักดิ์สิทธิ์เอ่ยบอกก่อนที่จะโบกมือลา นวัตรจึงยิ้มให้น้อยๆ และโบกมือลา

         “เฮ้ยกาล!” เสียงตะโกนของนาวินดังมาแต่ไกลนวัตรหันไปมองก่อนที่เจอร่างสูงที่คุ้นเคยกับร่างบางที่เดินเคียงคู่กัน หัวใจดวงน้อยๆ กระตุก พลางมองดูคนทั้งสอง นาวินกับวนิดาเมื่อยามที่เดินเคียงคู่กันมาเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก คนหนึ่งหล่อเหลาส่วนอีกคนก็ช่างงดงาม นาวินเดินเข้าใกล้ๆ คนตัวเล็กพลางตบบ่าสองสามทีก่อนจะชวนกลับบ้านกัน

         “สวัสดีจ๊ะน้องกาล ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ” วนิดาเอ่ยถามนวัตรแล้วส่งยิ้มหวานให้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่คล้ายกับนวัตรมีประกายอ่อนโยน นวัตรส่งยิ้มกลับไปให้ก่อนที่จะพยักหน้า

         “ครับ” มันจุกอยู่ที่คอจนแทบพูดไม่ได้ ราวกับนาวินเอาวนิดามาย้ำว่าทั้งคู่รักกันมากแค่ไหน คนนอกอย่างนวัตรไม่มีแม้แต่สิทธิที่จะคิดชอบหรือรัก

         “ได้ยินว่าพรุ่งนี้จะไปฉลองวันคริสต์มาสกันถ้าพี่ไปด้วยคงไม่ว่ากันนะ” หญิงสาวบอกยิ้มๆ เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากนาวินมาเมื่อกี้

         “ไม่หรอกครับ ไปสิดีจะได้ไปคอยคุมไอ้วินมันด้วย” นวัตรบอกอย่างติดตลก แต่ในใจกลับอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  แต่ก่อนนวัตรก็เคยคุยกับวนิดาแต่ไม่เคยรู้สึกอึดอัดเลย แต่ทำไมวันนี้พอมาอยู่ใกล้ๆ แล้วมองตากลับรู้สึกแปลกๆ เสียวสันหลังอยู่ตลอดเวลา หัวใจก็ปวดหนึบราวกับอีกไม่นานจะมีเรื่องที่ทำให้เขากับนาวินต้องแตกคอกัน

         “อ้าวเวรกัดกูจนได้นะมึง” นาวินที่ถูกกัดเอ่ยก่อนจะผลักหัวคนตัวเล็กแล้วเอามืออีกข้างโอบกอดวนิดาเบาๆ “ไปกันเถอะ”

         นาวินก็เดินจูงมือวนิดานำหน้าออกไป นวัตรจึงทำได้เพียงเดินตามหลังอย่างเศร้าๆ...


 :catrun:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2013 13:05:27 โดย shishikima »

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

พึ่งเป็นมือใหม่หัดเขียนอาจไม่สนุกสักเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามฝึกไปเรื่อยๆ นะคะ

เรื่องสั้นเรื่องนี้ 9 ตอนจบนะคะ

ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถตอบเม้นได้เพราะช่วงนี้ยุ่งๆ กับการเปิดเทอม

ฝากตัวด้วยนะคะ ><


ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
งื้ออ สงสารนวัตร เบื่อนาวินที่ไม่แสดงอาการหึงหวงเล้ยยย ไม่มีใจให้ซะที

เดี๋ยวก็เชียร์ให้คู่กับพี่คีย์ซะเลยหนิ >.<

+1นะคะ^_^


ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เมื่อไหร่กาลจะเข้มแข็งได้หล่ะ เป็นนายเอกใช่ว่าต้องอ่อนแอนิจะเอาตัวไปผูกกับวินทำไม

ออฟไลน์ owo llยมuมข้u

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


เพื่อนสนิท : 5


         “อ้าวๆ มากันครบหรือยัง” เสียงจอมทัพตะโกนรวมพลกันอยู่หน้าโรงเรียน นวัตรเดินเข้ามาใบหน้าหวานมองหาร่างสูงที่คุ้นเคยแต่กลับไม่พ้น มือเล็กเอื้อมกระชับเสื้อกันหนาวไว้แน่น ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยอยากจะมาแต่ก็ถูกนาวินห้ามไม่ให้ยกมือ นวัตรยืนตัวสั่นอยู่ปลายแถว ตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ผู้คนมากมายต่างก็เดินกันไปมาเพราะวันนี้เป็นวันคริสต์มาส คู่รักหลายคู่ต่างก็เดินจูงมือกัน แค่เห็นก็ทำให้นวัตรอดรู้สึกไม่ชอบใจไม่ได้ เห็นแล้วมันขัดหูขัดตาอย่างไรไม่รู้

         แล้วจู่ๆ เสียงตะโกนโห่ร้องอย่างแซวๆ ก็ดังขึ้นมาจากหน้าแถว นวัตรยื่นหน้าไปมองเห็นนาวินกำลังโอบไหล่วนิดาที่ยืนตัวเล็กอยู่ในอ้อมกอด หัวใจก็พลันกระตุก เพื่อนๆ ที่เห็นต่างก็แซวกันอย่างสนุกปากเมื่อเห็นคู่รักทั้งสองเดินมา นาวินเอ่ยปากด่าบอกให้เงียบ ส่วนวนิดาก็ก้มหน้าด้วยความเขินอาย

         “หยุดๆ หุบปากกันเลยพวกมึงแหวนเขาเขินหน้าแดงหมดแล้ว”

         “โห้ย!ๆ แซวนิดแซวหน่อยก็ไม่ได้หวงจริงนะ” จอมทัพบอกก่อนที่สายตาตี่ๆ เหมือนอาตี๋จะมองหาเป้าหมาย “เฮ้ยวิน แล้วเพื่อนพี่แหวนล่ะ”

         “ก็ไปเที่ยวกับแฟนเขาน่ะสิถามได้” นาวินบอกอย่างกวนๆ เรียกเสียงโห่ร้องอย่างเสียดายจากเพื่อนๆ “เฮ้ยๆ แล้วกาลล่ะ”

         “กาลเหรอ เมื่อกี้กูเห็นแวบๆ เดี๋ยวนะ” จอมทัพมองหานวัตรก่อนที่จะเจอร่างที่ตัวเล็กที่สุดอยู่ปลายแถว “กาลๆ”

         จอมทัพกวักมือเรียกนวัตรที่ยืนตัวสั่น แต่ไม่ทันใจนาวินปล่อยมือที่โอบวนิดา แล้วเดินตรงไปหาคนตัวเล็กที่ก้มหน้างุดและสั่นเล็กน้อย มือหนาคว้าร่างเล็กมากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างลืมตัว คนตัวเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นาวินมักจะเป็นอย่างนี้ทุกทีในยามที่เห็นนวัตรไม่สบายไม่ว่าจะกายหรือใจ มันทำให้เขาอยากดูแลและปกป้องไม่ให้เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลแสนหวานนี้ต้องเจ็บปวด

         “กาลเป็นอะไรหรือเปล่า ตัวสั่นเชียว” นาวินเอ่ยถามก่อนจะกระชับร่างในอ้อมกอดที่กำลังสั่นเทา นวัตรส่ายหน้าปฏิเสธแล้วดันร่างสูงให้ถอยออกห่าง

         “เฮ้ย!ๆ ทำอะไรเกรงใจเพื่อนกันหน่อย แฟนมึงยืนอยู่นี่นะเว้ย” เสียงเพื่อคนหนึ่งเอ่ยแทรกออกมาอย่างแซวๆ ทำให้ได้เสียงหัวเราะกลับมาอย่างคนอื่นๆ วนิดามองดูเพื่อนของนาวินแล้วยิ้มเจื่อนๆ เมื่อถูกแซว นาวินรู้สึกตัวก่อนจะคลายอ้อมกอดแต่ก็ไม่ยอมปล่อย

         “ไอ้กาลมันยิ่งไม่สบายง่ายอยู่พวกมึงก็ยังให้มันมายืนตากลมหนาวอีก” นาวินบอกอย่างเตือนๆ เพื่อนบางคนพึ่งนึกขึ้นได้แล้วเอ่ยขอโทษ หากเป็นร่างเล็กบอกไม่เป็นไร

         “อย่าทำหน้าเครียดกันขนาดนั้น เดี๋ยวงานก็กร่อยหมดหรอก มึงก็เหมือนกันวินทำอย่างกับกูเป็นเด็กๆ นี่กูโตจนหมาแทบจะเลียตูดกูไม่ถึงอยู่แล้วกูไม่เป็นอะไรหรอกน่า” นวัตรเอ่ยอย่างขำๆ เรียกมะกอกจากเพื่อนๆ ได้หลายลูก คนตัวเล็กหน้างอก่อนจะส่งค้อนให้เกือบทุกคนที่หัวเราะอย่างชอบใจ

         “ไปๆ ไปกันได้แล้วกูจองโต๊ะ VIP อย่างดีเตรียมไว้ให้แล้ว ชักช้าเดี๋ยวไม่ทันแดกเหล้า แดกสาว” จอมทัพพูดก่อนจะนำขบวนหนุ่มๆ สาวๆ เกือบ 30 คนไปที่ผับ


         “แม่งพวกมึงสั่งมาแดกหรือสั่งมาอาบว๊ะเนี่ย เยอะโครต” นวัครเอ่ยถาม จอมทัพหันไปมองก่อนจะส่งยิ้มอย่างกวนๆ ตอบ

         “หุบปากเลยมึง พวกกูสั่งมาแดกเว้ย คนคออ่อนอย่างมึงก็แดกเหล้าผสมน้ำอดลมไปอย่ามากวน” จอมทัพเอ่ยตอบกลับมา

         “โหๆ ดูถูก กูไม่ได้คออ่อนขนาดนั้นไอ้จอม” ร่างเล็กเอ่ยตอบอย่างอารมณ์เสียเมื่อมีคนมาสบประมาท

         “แน่หรอ หน้าอย่างมึงเนี่ยนะ” จอมทัพยังไม่วายกวนเมื่อเห็นคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มผู้ชายมีท่าทีไม่พอใจ จอมทัพชอบเหลือเกินกับการยั่วอารมณ์คนนี่ยกให้เป็นที่หนึ่งเลย

         “อย่ามาดูถูก” ร่างเล็กกัดฟันกรอด นาวินส่ายหน้าเมื่อเห็นมันชักจะไปกันใหญ่ มือหนาเอื้อมไปคว้าไหล่เล็กๆ เพื่อห้าม แต่เจ้าตัวดันสะบัดหนีอย่างรำคาญทำให้หน้านาวินถึงกับชาวาบอย่างไม่พอใจ

         “แน่จริงเรามาดวนกันไหมล่ะ ถ้ามึงแดกเหล้าได้เยอะที่สุดคนนั้นไม่ต้องจ่ายค่าเหล้า แต่ถ้ามึงแดกได้นิดเดียวแล้วคอพับไปกับโต๊ะมึงต้องจ่ายส่วนของกูกับมึง” จอมทัพบอก นวัตรมีท่าทีลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้า

         “เฮ้ยกาล!” นาวินเอ่ยอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าร่างเล็กกล้าตกลงกับจอมทัพ ใครๆ มันก็รู้ว่านวัตรคออ่อนกินได้นิดหน่อยก็คอพับซะแล้ว แต่นี่ดันไปรับคำกับจอมทัพที่คอแข็งอยู่พอสมควร งานนี้ไม่ต้องกินเหล้าก็รู้แล้วว่าใครแพ้ใครชนะ แต่อย่างไรเสียยังไงนาวินก็ต้องจ่ายค่าเหล้าให้นวัตรอยู่ดีเพราะเขาเป็นคนลากนวัตรมาเอง

         “หุบปากมึงเลยวิน มึงไม่ต้องมาเตือนกู” นวัตรชี้หน้าอย่างรู้ทัน นาวินอึ้งเขาไม่เคยเห็นคนตัวเล็กขัดคำสั่งเขาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่นวัตรชี้หน้าเขาบอกให้หยุด “เริ่มเลยไหมไอ้จอม”

         นวัตรหันมามองจอมทัพที่กำลังยิ้มอย่างอามรณ์ดี จอมทัพพยักหน้าก่อนที่แก้วเหล้าขวดที่หนึ่งจะถูกวางไว้ตรงหน้าของจอมทัพและนวัตร

         “เฮ้ย!ๆ แก้วอย่างนั้นเหรอ ไม่ดีมั้งกูว่าเป็นขวดเลยดีกว่า” จอมทัพบอก

         “เฮ้ย!!!” เพื่อนๆ ต่างก็ทำหน้าตกใจไม่คิดว่าจอมทัพจะเล่นหนักขนาดนี้ นวัตรอึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขารู้ว่าจอมทัพจงใจจะแกล้งยั่วเขาให้อารมณ์เสีย แต่ก็อดจะตกหลุมพรางที่จอมทัพขุดขึ้นไม่ได้

         “ว่าไงไอ้กาล มึงกล้าเอาหรือเปล่า” จอมทัพหันมามองนวัตรที่กำลังทำหน้านิ่ง ใจจริงจอมทัพก็ไม่อยากทำอย่างนี้หรอก แต่เขาทนความกระอักกระอวนของเพื่อนสนิทคู่นี้ไม่ได้ อย่าคิดว่าหัวหน้าอย่างเขาจะดูไม่ออกปกครองคนมาตั้งเยอะแยะก็ต้องสังเกตคนของตัวเองบ้างสิ เรื่องของธีรดลกับนักเรียนต่างห้องอย่างสุธินทร์เขาก็พอดูออกและรู้สึกว่าทั้งสองคนจะเข้าใจกันดีแล้ว แต่กลับกันกับคู่นี้เนี่ยน่ะสิ นาวินกับนวัตร คนหนึ่งก็โง่ดักดานไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย ส่วนอีกคนก็ยอมทนเพราะคำว่าเพื่อนต่อให้ตัวเองจะเจ็บขนาดไหนช่างเป็นคนดีเสียจริง... หลายคนดื่มเหล้าจนเมาแล้วจะพูดความจริงในใจ ถ้าหากเขาลองกับนวัตรมันจะยอมพูดความจริงหรือเปล่างานนี้ต้องยอมเสี่ยงกันดู

         “เอายังไงก็เอามาเลย” พูดจบขวดเหล้าก็ถูกลำเลียงมาหน้าของแต่ละฝ่าย นาวินมองนวัตรอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขารู้ว่าคนอย่างนวัตรถ้าหากตัดสินใจจะทำอะไรเจ้าตัวก็ต้องทำให้ถึงที่สุด กลับกันถ้าหากเรื่องที่นวัตรเห็นแล้วจะเป็นผลเสียต่อคนอื่นเจ้าตัวจะไม่คิดที่จะทำเลยแม้แต่น้อย นวัตรจะเก็บเรื่องนั้นไว้ในส่วนลึกของจิตใจไม่ให้ใครรู้และจะไม่ยอมบอกใคร

         สิ้นเสียงขวดเหล้าก็ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากของทั้งสองฝ่าย...




         “มึงแพ้...แล้วอ้ายกาลลลล” เสียงยานคางของจอมทัพเอ่ยบอกนวัตรที่ฟุบอยู่บนโต๊ะ นวัตรผงกหัวขึ้นจ้องใบหน้าของจอมทัพที่เลือนลาง

         “กูยางม้ายเมา...มึงอย่ามามั่วววว” นวัตรตอบอย่างอ้อแอ้ ก่อนจะลุกขึ้น “ปายห้องน้ำเดี๋ยว...แล้วกูจามาต่อออ”

         พูดจบนวัตรก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำนาวินกำลังจะลุกตามไปหากแต่คนตัวเล็กชี้หน้าบอกเสียงอ้อแอ้ว่าไม่ให้ตามมา นาวินจึงต้องนั่งลงที่เดิมแล้วจิบเครื่องดื่มไปพลาง

         “วินค่ะ แก้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนะคะ” วนิดาสะกิดนาวินที่กำลังทำหน้าเครียด แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ


         “อ้วกกกกกกก” นวัตรเข้ามาในห้องน้ำเพื่ออ้วก ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะกล้าดื่มได้มากขนาดนี้ มึนหัวไปหมดเห็นผู้คนเลือนรางไปหมด แถมพื้นก็ยังขยับไปมาจนเขาแทบทรงตัวไม่ไหว นวัตรค่อยๆ เดินออกจากห้องน้ำอย่างทุลักทุเล แต่แล้วร่างเล็กก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยข้างๆ ห้องน้ำหญิง

         “ฮัลโหลค่ะพ่อ” เสียงนุ่มหวานที่คุ้นเคยดังขึ้น นวัตรค่อยๆ ชะโงกหน้าไปมองเห็นร่างเล็กของหญิงสาวคุยโทรศัพท์อยู่และนั่นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากวนิดา

         “...” ปลายสายตอบกลับมาอย่างไรนวัตรไม่อาจทราบได้แต่จากสัญชาตญาณของเขามันบอกว่าต้องเป็นเรื่องนาวินแน่นอน

         “แน่นอนแล้วค่ะ อีกสักสองสามอาทิตย์หนูถึงจะบอกเขา” วนิดาตอบกลับไปสายไป ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีอ่อนแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมีประกายวาววับ

         “...”

         “เรื่องพ่อของเด็กในท้องหนูพ่อไม่ต้องห่วง ยังไงเขาก็ต้องรับอยู่แล้วเพราะหนูพึ่งมีอะไรกับเขาเมื่อวันอาทิตย์นี้เอง เขาโง่กว่าที่คิดอีกครั้งแค่ง้อนิดหน่อยก็ยอมหนูจนหมด ก็อย่างที่หนูบอกพ่อนั่นแหละค่ะ ว่าหนูสามารถหา ‘พ่อให้ลูกในท้อง’ ของหนูได้โดยไม่ต้องไปขอร้อง ‘พ่อแท้ๆ’ ของมันให้รับผิดชอบหรือหนีอายไปคลอดที่ต่างประเทศหรอกค่ะ” วนิดาบอกอย่างอารมณ์ดี แล้วเอนหลังพิงพนังห้องน้ำ

         “...” ปลายสายตอบกลับมาเรียกเสียงหัวเราะใสจากปลายสายได้

         แต่เดี๋ยว...นี่มันอะไร ใครท้อง ใครกันที่เป็นพ่อแท้...วนิดาท้องอย่างนั้นเหรอ...แล้วเธอจะให้ใครรับผิดชอบ...ทำไมต้องขอร้องพ่อแท้ให้รับผิดชอบ หญิงสาวจะเอาใครมาเป็นพ่อของเด็กแทนพ่อแท้ๆ นี่เขางงไปหมดแล้ว มันเรื่องอะไรกันยิ่งเขาฟังก็ยิ่งงง

         “ค่ะไม่ต้องห่วง ยังไงพ่อก็ต้องได้ ‘นาวิน บดินศักดิ์’ เป็นลูกเขยแน่นอนค่ะ แค่นี้นะคะพ่อ” พูดจบวนิดาก็วางสายไป นวัตรยืนอึ้งจนวนิดาเดินออกมาแล้วก็เจอกับเขา หญิงสาวมองด้วยความตกใจ

         “กาล...กาลมาตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ” วนิดาดัดเสียงอ่อนหวานอย่างพยายามกลบเกลือนความผิด ใบหน้าขาวหวานซีดจางลงทันที เมื่อมองปฏิกิริยาของเขา นวัตรมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววคุกกรุ่น

         “หมายความว่ายังไง...” หลังจากที่ประติดประต่อเรื่องราวได้ก็ทำให้นวัตรหายเมาเป็นปิดทิ้ง เมื่อรับรู้ว่าวนิดาจะให้นาวินรับผิดชอบเรื่องราวที่นาวินไม่ได้ก่อ

         “อะ...อะไรกันจ๊ะ อะไรหมายความว่ายังไง” วนิดาปฏิเสธเสียงสั่น หญิงสาวไม่นึกเลยว่าจะมีคนมาแอบฟังอย่างนี้ ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทของนาวินด้วยแล้วด้วย

         “เรื่องที่เธอท้องแล้วกำลังจะให้วินรับผิดชอบเป็นพ่อของเด็กทั้งๆ ที่วินไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเด็ก!” นวัตรตะคอกใส่วนิดา ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มหันมามองทั้งสอง วนิดาพยายามถอยหลังหนีส่วนนวัตรเริ่มสาวเท้าตาม จนหลังของหญิงสาวชนกับกำแพงข้างห้องน้ำ นวัตรเดินมาถึงแล้วเอามือทั้งสองข้างแตะไปที่กำแพงจนกั้นวนิดาได้ แม้ทั้งสองจะความสูงไล่เลี่ยกันแต่นวัตรก็สูงกว่าหญิงสาวอยู่บ้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร

         “กาลพูดเรื่องอะไร พี่ไม่เห็นเข้าใจเลย” วนิดาพูดก่อนจะพยายามหลบตาอีกฝ่าย

         “อย่ามาทำเป็นตีหน้าซื่อ ฉันได้ยินทุกอย่างที่เธอคุยกับพ่อของเธอ” นวัตรส่งสายตาไปให้อย่างคาดคั้นมือเล็กเชยคางของอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อให้สบสายตากัน

         “ขะ...เข้าใจผิดแล้ว กาล...กาลคงหูฝาดไปมากกว่า”วนิดาเริ่มตัวสั่นแล้วมองหาทางหนีทีไล่เพื่อให้รอดพ้นจากน้ำมือนวัตร

         “อย่ามาโกหก! พูดความจริงมา ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมดไปบอกวิน แล้วทีนี่ดูสิว่าวินจะทำยังไง จะรับผิดชอบหรือจะพาเด็กไปตรวจ DNA ลองดู” นวัตรขู่อย่างเอาจริง

         “อย...อย่านะ! อย่าบอกวินนะกาล แหวนขอร้องอย่าบอกวินเรื่องนี้นะ” วนิดาจับมือนวัตรอย่างขอร้อง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แสนสวยของหญิงสาวตรงหน้าเริ่มคลอด้วยน้ำตานิดๆ พาลให้นวัตรใจอ่อน แต่ไม่ได้เขาต้องเข้มแข็งไม่อย่างนั้นนาวินคงได้ถูกหลอกให้รับผิดชอบเป็นพ่อของเด็กแน่ๆ

         “ถ้าไม่อยากให้บอก เธอก็อย่ามาให้วินรับผิดชอบเป็นพ่อเด็ก” นวัตรยื่นคำขาด แม้จะสงสารวนิดาอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรถ้าเรื่องนี้จะมีใครที่ต้องรับผิดชอบก็น่าจะเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กที่ต้องออกมารับผิดชอบกับการกระทำนี้

         “แต่ว่า...” วนิดาพยายามปฏิเสธ

         “ไม่มีแต่! ถ้าเธอไม่ทำฉันจะออกไปบอกเรื่องนี้กับนาวินและก็เพื่อนๆ ของฉันที่มาด้วยทั้งหมด รับรอง...” นวัตรเว้นช่องให้หญิงสาวหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม

         “ร...รับรองอะไร” วนิดาถามอย่างตื่นกลัว นวัตรโน้มตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนดูเหมือนนวัตรกำลังก้มลงทำอะไรที่ซอกคอของอีกฝ่ายหากดูจากด้านหลัง

         “ก็รับรองว่าเรื่องนี้...เป็นข่าวใหญ่ของโรงเรียนแน่ หญิงสาวชื่อเล่นว่า ว. อดีตดาวโรงเรียนท้องไม่มีพ่อ จัดฉากล่อให้ลูกชายเจ้าของโรงเรียนมาเป็นแพะรับเด็ก...เป็นไงอย่างนี้ดีไหม” นวัตรเหยียดยิ้มให้คนตรงหน้า ทั้งๆ ที่จริงเขาก็ไม่อยากจะให้อีกฝ่ายเสียชื่อเสียง แต่ก็ขู่ไปอย่างนั้นเพราะกลัววนิดาไม่ยอมทำตามที่เขาบอก วนิดาเบิกตากว้างก่อนจะหน้าซีดพยายามดิ้นออกจากวงแขนที่กั้นของอีกฝ่ายแต่นวัตรไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จนดูเหมือนวนิดากำลังพยายามขัดขืนนวัตรที่กำลังลวนลาม

         “ทำอะไรกัน!!!” เสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวจากด้านหลังของนวัตร คนตัวเล็กหันไปมองก่อนจะ...


 :catrun:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2013 13:33:10 โดย shishikima »

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


แอบรักเพื่อน เรื่องนี้จึงต้องดราม่า

ก็ต้องคอยดูค่ะว่าจะซดมาม่าหรือเปล่า >_O


TwT

อย่าพึ่งร้องค่ะ ยังไม่ถึงช่วงดราม่าสุดๆ เลย >< (เก็บน้ำตาไว้ก่อน)


น่าสนุกดีค่ะ ติดตามอยู่นะตัวเอง

ขอบคุณค่ะ ^^


:monkeysad: :monkeysad:

อย่าพึ่งร้อง เดี๋ยวเขาร้องตาม T^T


สงสารกาลอ่ะ :monkeysad:

สงสารก็มาให้กำลังใจทุกตอนเลยนะคะ *_*


เพื่อนรักเพื่อน..  :sad4:
มันต้องเศร้าแน่แน่  :เฮ้อ:

รออ่านตอนต่อไปค่ะ..  :z3:


 :L2:

ก็ต้องอ่านถึงตอนจบแล้วจะได้รู้ว่าเศร้าหรือเปล่านะคะ ^O^


.....ควายจริงๆด้วย

เพื่อนประสาอะไรได้หญิงแล้วลืมเพื่อน

ก็คงเพื่อนอย่างนาวินมั้งคะ :)



แง่วววว สงสารกาล นายวินนี่ก็โง่จริง
เบื่อคนไม่รู้ใจตัวเอง
รออ่านต่อจ้าาา
เป็นกำลังใจให้น้าคนแต่งจ๋า


ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ค่า
จะอัพประจำๆ นะคะ >___</


งื้ออ สงสารนวัตร เบื่อนาวินที่ไม่แสดงอาการหึงหวงเล้ยยย ไม่มีใจให้ซะที

เดี๋ยวก็เชียร์ให้คู่กับพี่คีย์ซะเลยหนิ >.<

+1นะคะ^_^

จะว่าไปก็ดีนะคะพี่คีย์เนี่ย (เอ้า!ยังไงกันแน่)
555+ มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาให้กาลเหลือเยอะ แต่ยังไงกาลก็รักเดียวใจเดียวค่ะ
เรามาคอยดูแล้วกันนะคะว่ากาลจะเอาชนะใจวินได้หรือเปล่า :P


:monkeysad: :monkeysad:

อย่าร้องค่ะอย่าร้อง TTOTT (เดี๋ยวร้องตามเลย)


เมื่อไหร่กาลจะเข้มแข็งได้หล่ะ เป็นนายเอกใช่ว่าต้องอ่อนแอนิจะเอาตัวไปผูกกับวินทำไม

ใช่ค่ะใช่ (หาพระเอกใหม่ดีกว่าไหม มีแต่คนไม่ชอบวิน) -*-


-w-....

 :L2:


**************

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนที่มีให้นะคะ

จะพยายามเขียนต่อไปค่า

 :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






tegomon

  • บุคคลทั่วไป


แล้วจะเป็นยังไงต่อไปกันเนี่ย

ทำไมวินถึงได้โง่ขนาดนี้เนี่ย ><

ออฟไลน์ owo llยมuมข้u

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4
วินมาเจอ โทษ นายเอกแน่รุย =3=

shishikima

  • บุคคลทั่วไป


เพื่อนสนิท : 6


         “ทำอะไรกัน!!!” เสียงนาวินตะโกนทำให้บริเวณเหล่านั้นปกคลุมไปด้วยความเงียบ ร่างสูงใบหน้าบูดบึ้งแฝงไปด้วยความโกรธกริ้ว นวัตรหันมองก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้างเป็นการทักทายว่ามาได้จังหวะพอดี หากแต่ว่ารอยยิ้มนั้นอีกคนกลับแปลเป็นอย่างอื่น เป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน

         “มาได้จังหวะพอดีเลยนะ” นวัตรเอ่ยทักเมื่อนาวินเดินมาถึง คนตัวเล็กจับร่างที่เล็กกว่าตรึงไว้กับผนัง นาวินมองการกระทำของนวัตรด้วยความโกรธยิ่งกว่าเดิม “แฟนแกมีเรื่องสำคัญจะบอกแก”

         “ไม...ไม่ ไม่นะ!” วนิดาพูดเสียงสั่นด้วยความกลัว นวัตรจึงออกแรงบีบแขนเล็กให้คายคำพูดออกมาแต่เธอส่ายหน้าเม้มปากแน่น น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างคนจนตรอก นวัตรจึงกระชากหญิงสาวให้มายืนอยู่ตรงหน้านาวิน ร่างเล็กของหญิงสาวสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่

         “สัตว์! มันจะมากไปแล้วนะ!!!” นาวินตะโกนจนวนิดาสะดุ้ง แววตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความกลัวเมื่อเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า นาวินตอนนี้ใบหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธจนวนิดากลัว ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้เล่าอะไรเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะได้ยินที่เธอพูดกับนวัตร อนาคตที่วาดหวังจะให้นาวินรับผิดชอบลูกที่อยู่ในท้องคงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว เธอคงต้องทนแบกรับความอับอายและลูกคงเกิดมาไม่มีพ่อเป็นแน่แท้ “มึงทำอะไรแหวน!!!!”

         นวัตรอึ้งกับคำพูดของนวัตร แต่อึ้งได้ไม่นานหมัดหนักๆ ของร่างสูงก็กระแทกลงมาที่แก้มขวาอย่างแรงจนร่างเล็กทรุดลงไปกับพื้น มือที่จับวนิดาอยู่หลุดออกอย่างลืมตัว ร่างของหญิงสาวปลิวมาอยู่ในอ้อมกอดของนาวิน นวัตรมองเหตุการณ์อย่างไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนาวินต้องมาทำร้ายเขาด้วยทั้งๆ ที่เขากำลังจะให้วนิดาบอกความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่เหนือความไม่เข้าใจกลับมีร่างเล็กที่กำลังเหยียดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อยู่

         วนิดาสวมกอดนาวินแล้วร้องไห้ฟูมฟายปลดเท็จว่า...

         “วิน...วินช่วยแหวนด้วย กาลเขากำลังจะลวมลามแหวน เพราะแหวนไม่ยอมเลิกกับวิน กาลเขาบังคับให้แหวนต้องเลิกกับวินเหมือนครั้งที่แล้ว แถมยังบังคับให้แหวนไปคบกับเขาอีก ฮือๆ” วนิดาปั้นน้ำเป็นตัวเสียจนนวัตรอย่างกระชากหญิงสาวมาต่อยปาก หากไม่ติดที่ว่าวนิดาเป็นผู้หญิง

         “ไอ้กาล!!!!” นาวินเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยความโกรธ เขาไม่นึกเลยว่านวัตรจะเลวได้ขนาดนี้ เรื่องที่เขาต้องเลิกกับวนิดานวัตรเป็นคนวางแผนทั้งหมด เขาไม่น่าไว้ใจนวัตรเลยทั้งๆ ที่คิดว่าคบกันมาตั้งนาน สนิทจนแทบเป็นคนๆ เดียวกัน หากแต่ว่าความไว้ใจของเขาที่มีให้ทั้งหมดนวัตรกลับทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี หากนวัตรมาขอวนิดากับเขาดีๆ เขาก็คงพอจะยอมได้บ้าง เพราะสำหรับนาวินนวัตรคือเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขายอมให้ทุกอย่าง แต่นี่นวัตรกลับมาทำลายความเป็นเพื่อนของเขาให้หายลงไปในพริบตาเพียงเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว นาวินผิดหวังจริงๆ เขาไม่นึกเลยว่านวัตรจะกลับกลายเป็นคนแบบนี้ไปเสียได้ “มึงทำอย่างนี้ทำไม!”

         “วิน...” ร่างเล็กครางชื่อเพื่อนสนิทด้วยเสียงเศร้าสร้อย นวัตรไม่ยอมขยับลุกขึ้นยืนได้แต่นั่งคุดคู้อยู่กับพื้นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแสนหวานเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากเล็กเม้นแน่นเมื่อเห็นท่าทางโกรธกริ้วของร่างสูง “มันไม่ใช่นะวิน กาลอธิบายได้”

         “มึงจะพูดอะไร หลักฐานมันก็เห็นเต็มตาอยู่แล้ว มึงยังจะแก้ตัวอะไร!”

         “วิน...วินฟังกาลก่อน” นวัตรพยายามอธิบาย แต่นาวินกลับไม่มีท่าทางที่จะยอมฟัง และยิ่งหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดก็ยิ่งพูดเป่าหูให้เรื่องราวมันเลวร้ายเสียยิ่งกว่าเดิม นวัตรมองสายตาของนาวินอย่างเจ็บปวด ไม่คาดฝันว่าวันที่จะต้องมาแตกหักกันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ แค่ผู้หญิงคนเดียวที่นาวินรู้จักกันยังไม่ถึงห้าปีจะทำให้ความสัมพันธ์ที่นาวินกับเขาเลวร้ายได้ขนาดนี้

         นวัตรผิดหวัง...เพราะนาวินเลือกที่จะเชื่อใจคนอื่นมากกว่าเขา คำว่าเพื่อนสนิทคงจะใช้กับพวกเขาทั้งสองไม่ได้แล้ว...

         “สารเลว จากนี้มึงกับกูไม่ต้องมาพูดกันอีกเลยกาล เลิกคบกันเถอะเราสองคนน่ะ กูผิดหวังในตัวมึงจริงๆ” ในที่สุดนาวินก็พูดคำนี้ออกมา น้ำเสียงที่เจ็บปวดกับการตัดสินใจ แต่ว่าในเมื่อเลือกแล้วนาวินก็ไม่ถอนคำพูด

         นวัตรอึ้งกับประโยคที่ได้รับ นี่มันคืออะไร เรื่องแค่นี้ถึงกับเลิกคุยกันเลยเหรอ ร่างเล็กเบิกตากว้างอย่างตกใจ นาวินมองปฏิกิริยาของคนที่ ‘เคย’ เป็นเพื่อนสนิทอย่างเจ็บปวด ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป

         “ไอ้โง่!!!!” เสียงหนึ่งตะโกนมาจากด้านหลังนาวิน เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับร่างเล็กที่กำลังยืนขึ้น และกระโจนเข้ามาหาตัวเอง

         โครม!

         ร่างสูงล้มลงไปกองกับพื้น มุมปากมีเลือดไหลออกเล็กน้อย นาวินมองคนที่ปล่อยหมัดมากระแทกหน้าตัวเอง ไม่นึกเลยว่านวัตรจะกล้าต่อยตน นวัตรปลายตามองร่างสูงที่นอนกองกับพื้นอย่างเย้ยหยัน ก่อนที่จะคร่อมร่างสูงแล้วเริ่มปล่อยหมัดหนักๆ กระแทกหน้า คนที่ ‘เคย’ ขึ้นชื่อว่าเพื่อนสนิท

         ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ!

         “โง่! โง่!! โง่!!! มึงมันโง่ยิ่งกว่าควายอีก โดนผู้หญิงเขาหลอกมึงยังไม่รู้ตัวอีก กูไม่น่ามาพบมาเจอกับควายอย่างมึงเลย ไอ้คนที่เชื่อใจคนอื่นมากกว่าเพื่อนตัวเองเนี่ย ไอ้โง่ ไอ้เซ่อ ไอ้บ้า ไอ้ควาย ไอ้สัตว์ มึงกินหญ้าแทนข้าวหรือไง ถึงได้โง่ดักดานขนาดนี้ พ่อเป็นถึงผอ.โรงเรียนชื่อดัง ลูกทำไมโง่ขนาดนี้ มึงเอาสมองไปเก็บไว้ไหนหมด หัดคิดบ้าง อย่างมาโง่ให้ผู้หญิงมันหลอกง่ายๆ อย่างนี้” พูดจบก็นั่งเหนื่อยหอบอยู่บนท้องของร่างสูง “มึงไม่ต้องมาขอเลิกเป็นเพื่อนกูหรอก คนอย่างมึงนับจากนี้กูจะลืมไปเลยว่าเคยคบ ไอ้โง่!!!!!!”

         พูดจบก็กระแทกหมัดสุดท้ายใส่ร่างสูง แล้วลุกเดินหนีออกไป...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2013 13:39:20 โดย shishikima »

ออฟไลน์ namngern

  • Flowers need to bloom
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-2
o13 o13
สะจายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!
โคตรสะใจอะ สมน้ำหน้า
ดีมากกาลแม่งไม่ต้องสนใจผู้ชายหน้าโง่
ที่แม่งมัวแต่หลงชะนี จนลืมเพื่อน
คนที่แม่งคบกันมาตั้งแต่เด็ก น่าจะรู้ๆกันอยู่ว่าอีกคนเป็นไง
ยังจะมาเชื่อกับลมปากชะนี เฮ้อ เพลีย

ตัดให้ขาดเลยกาล ตัดให้ขาดเลยฉับๆๆๆๆ
รออ่านต่อจ้าาา รออีก 50 หลัง
เป็นกำลังใจให้เช่นเคยจ้า กอดด :กอด1:

ปล.รู้สึกคำว่าแม่ง มันเยอะจัง 55555

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
น้ำตาคลอเลยอะ เพื่อนคบกันมานานกว่าชะนีนั่น แต่ต้องมาตกม้าตายกับอีชะนีนางนั่นอีก
เจ็บจายยยยยยยยย

mengsama

  • บุคคลทั่วไป
สมน้ำหน้า วิน   กาลเข็มแข็งไว้ลูก

ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1
เยส!!! o13 o13 o13 o13 มันต้องโดนซะบ้าง สะจายยยยยย o13 o13 o13

stupidchild

  • บุคคลทั่วไป
ชอบมากคะ มาให้กำลังใจ

ออฟไลน์ owo llยมuมข้u

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4
ใช่เลยยยย =w= อยากอ่านต่อ

gngane

  • บุคคลทั่วไป
พึ่งมาอ่าน
สนุกดีนะตัวเอง
ตอนปัจจุบัน ทำเราน้ำตาไหล
เเต่ก็สะใจพอสมควร
มาต่อไวๆนะ :myeye: :myeye:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด