Rainy Day : ความทรงจำใต้เงาฝนพรำ[UPDATE] มีข่าวประกาศเรื่องรวมเล่มหนังสือค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rainy Day : ความทรงจำใต้เงาฝนพรำ[UPDATE] มีข่าวประกาศเรื่องรวมเล่มหนังสือค่ะ  (อ่าน 73421 ครั้ง)

ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-01-2017 20:27:59 โดย kagehana »

ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1
kagehana : ฝากไว้อีกเรื่องด้วยนะคะ อันนี้เป็นรีรันใหม่หลังจากที่แจ้งลบอันเก่าไป เพราะมีแก้ไขบ้างค่ะ

 ตอนเขียนเรื่องนี้ได้เจอคุณหมอบุคลิกเหมือนหมอบีมในเรื่องด้วย หน้าตามุ้งมิ้งน่ารักก๊าวใจ แถมเรียกเราว่าหนูแล้วพูดค่ะด้วย(แต่ได้ข่าวว่าหนูของคุณหมอนี่26แล้วอ่ะนะคะ)  หมอแถวบ้านน่ารักๆทั้งนั้น เห็นแล้วอยากไปเฝ้าที่โรงพยาบาล(เอ๊ะ?) :-[


ขอให้สนุกไปกันการอ่านนะคะ :pig4:







・1・







ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอยู่ไม่ขาดสาย รถญี่ปุ่นรุ่นเกือบใหม่ได้เลี้ยวออกมาจากลานจอดรถ ชายหนุ่มในรถกดที่ปัดน้ำฝนให้ปัดพลางหักเลี้ยวสู่ถนนใหญ่ เขาหมุนพวงมาลัยจนเอา ‘น้องบูบู้’ รถยนต์คู่ใจเข้ามาติดบนถนนสายหลักกลางใจเมืองได้


“รู้แล้วน่า พี่กำลังกลับอยู่นี่ไง รถมันติด” กดสมอลทอล์คของโทรศัพท์ที่ดังระงมอยู่ได้ก็รีบกรอกเสียงลงไป ค่าที่ว่าหากช้ากว่านี้วินาทีเดียวอาจไม่มีโอกาสได้พูดเลยก็เป็นได้


-ก็รู้นี่ ติดคนไข้สาวๆอีกใช่ไหมเนี่ย? ปะป๊ารอทานข้าวอยู่นะ อีกห้านาทีจะถึงไหมพี่บีม??- เสียงใสหวานบาดแก้วหูดังไปทั่วคันรถ และดูท่าว่าจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้ทันแย้งอะไร เจ้าหล่อนก็เสริมต่อถึงความไม่รู้จักปฏิเสธใครของ 'พี่บีม'


“ห้านาทีบ้าอะไรล่ะแบม น้องบูบู้เพิ่งได้ขึ้นถนนเนี่ย บอกป๊ากินไปก่อนเลย อ๊ะ! อย่ากินหมดนะเหลือให้พี่ด้วย หิวไส้จะแตกแล้ว” ชายหนุ่มบ่นงึมงำ มือใหญ่เอื้อมไปเปิดเสียงวิทยุให้ดังกลบเสียงน้องสาวที่แว้ดจนต้องเบ้หน้าหนี


“เออ รีบอยู่ๆ ฝนตกรถติดวันนี้ออกเวรหกโมงกำลังได้ที่เลย ติดชิบ”


-บ่นไปเถอะ กลับมาช้าไม่มีข้าวกินไม่รู้ด้วย- หล่อนยื่นคำขาดก่อนที่จะมีเพียงเสียงสัญญาณตัดสายดังอยู่แทนที่เสียงแปดหลอดของเธอ


“โห...น้องหรือแม่วะเนี่ย” ไฟเลี้ยวถูกเปิดก่อนน้องบูบู้จะเลี้ยวเข้าสู่ทางลัด


ธนกฤต วิโรจนไพศาล หมอหนุ่มประจำแผนกโลหิตวิทยาฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี มือหนาที่เด็กต่างแย่งกันจับเสยผมสั้นยุ่งเหยิงไปด้านหลัง กระจกสะท้อนใบหน้าชายหนุ่มผิวขาวสะอาดที่มีแนวคิ้วเฉียงดกพาดขึ้นสูงรับกับดวงตาอ่อนโยน จมูกโด่งได้รูปจรดกับริมฝีปากหยักลึกเจือรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเบาๆเข้ากับจังหวะเพลงในขณะที่กำลังขับรถเลียบสวนสาธารณะ


ท่ามกลางสายฝนขาวโพลน นัยน์ตาเข้มมองเห็นเด็กคนหนึ่งยืนเงยหน้าอยู่กลางสวนสาธารณะ ปอยผมยาวสองข้างแนบลู่ไปกับเสื้อ ใบหน้าขาวที่มองเห็นไกลๆดูดีไม่น้อย แต่การที่ออกมาตากฝนในที่แบบนี้... จะให้ชมก็ยังไงอยู่


“บ้าป่าววะเนี่ย....”


ธนกฤตชะลอรถลงแล้วเฝ้ามอง ใบหน้าที่เจือหยดน้ำหันมาทางเขา...และเขาก็ได้รู้ว่าคนที่อยู่ตรงนั้นไม่มีทางที่จะมีอาการทางประสาทได้แน่นอน


ชายหนุ่มลดกระจกลงช้าๆในขณะที่ดวงตาสบกับเด็กคนนั้น ผิวขาวบอบบางดูอ่อนแอแต่เจือสีเลือดฝาด ริมฝีปากบางแย้มให้นิดๆ เด็กคนนั้นยกนิ้วปาดปลายผมยาวที่เปียกปอนทัดข้างหูแล้วก้มหน้าลงจนหยดน้ำฝนร่วงจากปลายจมูก


‘ปรี๊นนนนนนนนนนนน’


เสียงแตรจากคันข้างหลังปลุกธนกฤตขึ้นจากภวังค์ เขารีบเคลื่อนรถออกไปแต่ไม่วายเหลียวหลังกลับไปดูรอยยิ้มหวานของคนที่ยืนอยู่


“น่ารักชิบ....” พึมพำกับตัวเองแล้วรีบเร่งเครื่องกลับไปยังจุดหมายเดิม

 




/////////////////////////////////////////////////


 

หมอหนุ่มจอดรถในโรงรถของบ้านหลังใหญ่ที่มีต้นไม้ร่มรื่นก่อนจะเดินเข้าประตูบ้าน


“หวัดดีไอ้ตัวยุ่ง” มือใหญ่ตะปบลงบนศีรษะกลมมนของคนที่มายืนกอดอกรอรับ


ไอ้ตัวยุ่งที่ถูกกล่าวหายกแขนขึ้นปัดมือข้างนั้นออก


“ใครเป็นไอ้ตัวยุ่งหา? รีบมาเลย ปะป๊าอยากรอกินพร้อมพี่ฉันถึงต้องหิ้วท้องรอไปด้วย!”


“ก็บอกแล้วให้กินก่อนๆ รถมันติดนี่หว่า” ได้แต่บ่นงึมงำเพราะนัยน์ตาวาวๆของผู้เป็นน้องสาวโตขึ้นจนแทบถลน ใครๆต่างก็บอกว่าน้องสาวของเขาน่ารัก... ลองมาเห็นมาดนี้มั่งเหอะ ชมไม่ออกแหงๆ


“ไปๆ กินข้าว”


“ปะป๊า— พี่บีมมาแล้วค่า—”


หญิงสาวหันไปเอ่ยเรียกบิดาด้วยเสียงหวานหูน่าฟัง ธิวรางค์ หรือ แบม นักข่าวคนสวยที่คอยดูแลผู้ชายสองคนในบ้านแทนมารดาที่เสียไปมักจะคอยตักเตือนธนกฤตพี่ชายด้วยความเป็นห่วงเสมอ


“ป๊า— บีมมาแล้วค่า——” ธนกฤตแกล้งทำเสียงหวานเลียนแบบน้องสาวเรียกเสียงหัวเราะของบิดา...และค้อนวงใหญ่ของน้องสาว


เขานั่งลงตรงข้ามผู้เป็นพ่อแล้วรินน้ำให้อย่างเอาใจพร้อมทั้งตักข้าวให้อีกด้วย


“ป๊า วันหลังไม่ต้องรอบีมก็ได้นะ สงสารไอ้แบมมันหิวจนตาถลนแล้วเนี่ย”


“นั่นๆ พอเลยเรา... ป๊าก็อยากกินข้าวกันพร้อมหน้า” คนสูงวัยเอ่ยปรามด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า


“แล้วเป็นไงมั่งเรา... บีม”


“จะเป็นไงล่ะคะปะป๊า ก็เหมือนเดิม เห็นคนไข้สวยๆเป็นใจอ่อนหมด”


“ป๊าขา— แบมใส่ความน้องบีม” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงงุ้งงิ้งกอดแขนอวบๆของพ่อไว้


“ก็เหนื่อยๆน่ะครับป๊า คนไข้เยอะทั้งเก่าทั้งใหม่ ไอ้หมอหนุ่มหล่อล่ำใจดีอย่างบีมเลยต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา” ว่าแล้วก็ตักข้าวคำโตเข้าปากเคี้ยวอย่างมีความสุข


“แต่ว่าที่คอนโดรกมากๆ อยากได้สาวน้อยคนสวยบ้านนี้ไปช่วยจัดให้จัง”


ชายหนุ่มพูดถึงคอนโดใกล้โรงพยาบาลที่เขาซื้อไว้อยู่ในวันธรรมดา ส่วนวันว่างนั้นเขามักกลับมาบ้านเสมอ และตามประสาชายโสดที่งานยุ่งในห้องเลยรกเป็นปกติ


“ให้แฟนไปทำให้ดิ ฉันไม่ทำ... อ๊ะ ลืมไป... ไม่มีแล้วเนอะ แฟน” หางประโยคธิวรางค์จงใจลากเสียงยียวนกวนประสาทพี่ชาย


“อ้าว แบม... ก็ไปทำให้พี่เขาหน่อยเป็นไรล่ะ”


“ปะป๊า— ทำไมต้องให้ท้ายพี่บีมด้วยคะ?” หญิงสาวทำเสียงยานก่อนจะหันไปค้อนให้พี่ชายอีกวงหนึ่ง


“ไอ้แบม! เออ อกหักก็ยังดีกว่าคนไม่เคยมีแฟนล่ะน้า—” ยักคิ้วให้อย่างล้อเลียน


ธนกฤตเอื้อมไปตักปลาดึงก้างออกให้แล้ววางบนจานน้องสาว ถึงจะทะเลาะอะไรยังไงแต่เขาก็รักไอ้ตัวยุ่งหน้ามุ่ยนี้เป็นที่สุด


เมื่อก่อนตอนที่ยังเล็ก เด็กหญิงธิวรางค์ เป็นไอ้ตัววุ่นที่ป่วยบ่อยที่สุดในโลกในสายตาของคนเป็นพี่... แต่ก็เพราะอย่างนั้น ภาพน้องสาวที่ได้แต่นอนซมบนที่นอนจึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากเป็นหมอจนประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้


“เพราะฉันเลือกต่างหาก ผู้ชายที่จะมาเป็นแฟนฉันได้ต้องเก่งย่ะ ฉันไม่ให้ใครมาหลอกง่ายๆเหมือนพี่หรอก” คนพูดไม่พูดเปล่า ซ้ำยังแลบลิ้นใส่ราวกับยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่เสียด้วยซ้ำ


ผู้เป็นพ่อได้แต่ส่ายศีรษะไปมา


“โตกันจนท่วมหัวป๊าแล้วยังตีกันเป็นเด็กๆอยู่เลยนะ”


“แบม ป๊าว่าแบมน่ะ” ชายหนุ่มบุ้ยหน้าไม่ยอมรับ


ชายหนุ่มตักกับข้าวใส่จานคนที่เขารักทั้งสองทางนู้นทีทางนี้ทีสลับกับแกล้งหยอกน้องสาวไปมาจนจบมื้ออาหาร

 


//////////////////////////////////////////
 



ในยามเย็นที่โรงพยาบาลนั้นคลาคล่ำไปด้วยคนไข้มากมาย ประตูอัตโนมัติแผนกโรคเลือดเปิดเลื่อนออกพร้อมกับนายแพทย์หนุ่มเพียงคนเดียวประจำแผนกนี้ พยาบาลสาวที่กำลังง่วนกับเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมาเห็นชายหนุ่มกำลังเดินผ่านก็ร้องเรียกเอาไว้


“คุณหมอธนกฤตคะ... คุณ... รัญชน์.... ที.... เคนซิงตัน คนไข้ที่นัดไว้ตอนทุ่มนึงมาแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอกขณะที่ไล่สายตาไปบนแฟ้มประวัติคนไข้ก่อนจะยื่นให้กับเขา


“โอ๊ะ ขอบคุณนะครับ คุณกุ้งคนสวย” หมอหนุ่มหยอดอย่างอารมณ์ดี


ชายหนุ่มไล่สายตาคราวๆ... รัญชน์... ชื่อสวยขนาดนี้ตัวจริงน่ารักแหง...


ธนกฤตยิ้มกับตัวเองพลางหมุนตัวเดินไปยังห้องนัดที่อยู่ติดกัน เขากระแอมเบาๆก่อนจะเข้าไปข้างใน


“คุณรัญชน์ ที เคนซิงตัน ที่นัดไว้นะครับ ผมหมอธนกฤต หมอเจ้าของไข้....” เสียงทุ้มต่ำเงียบไปครู่หนึ่งเพราะมัวแต่มองคนที่อยู่ตรงหน้า


ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟารับรองค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลอมเทาทอประกายสดใสรับกับรอยยิ้มหวานที่ระบายอยู่บนใบหน้าน่ารัก มือสองข้างยกขึ้นประสานกันก่อนจะค้อมหัวลงเล็กน้อยเป็นการไหว้ที่ดูจะขัดกับเจ้าตัวเสียหน่อย เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่ซอยไล่กับลำคอกลับมีปอยผมสองปอยซ้ายขวาปล่อยยาวลงจนเกือบถึงเอว


“สวัสดีครับ”


“เอ่อ...... คุณรัญชน์.... เหรอครับ” ใบหน้าท่ามกลางสายฝนกลับเข้ามาในความทรงจำ ธนกฤตกระพริบตาถี่ราวกับไม่อยากเชื่อ


เขาหยิบประวัติคนไข้ขึ้นดูสลับกับมองรอยยิ้มและดวงตายิ้มได้


“ชื่อเพราะดีนะครับ ตอนแรกหมอนึกว่าเป็นผู้หญิงซะอีก”


“ขอบคุณครับ...” น้ำเสียงของรัญชน์ยังฟังดูนิ่มนวล ริมฝีปากสีชมพูอ่อนแย้มรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมแสดงความเป็นมิตรก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้ามาหา ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนที่ตัวสูงกว่าก่อนจะเอ่ยเจือเสียงหัวเราะ


“คุณหมอธนกฤตไม่ใช่คนแรกที่เข้าใจผิดว่าผมเป็นผู้หญิงหรอกครับ ตั้งแต่กลับมาที่นี่ ไปสมัครอะไรที่ไหน ก็งงกันหมดนะ”


“อะ เอ่อ... งั้นเหรอครับ ฮ่าๆๆ” หัวเราะทั้งที่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะอะไร พอรวบรวมความคิดได้เขาก็เดินนำไปที่โต๊ะตรวจอาการและผายมือให้คนตัวเล็กนั่ง


ธนกฤตหยิบชาร์ตประวัติขึ้นมาเปิดดูพลางไล่สายตาอ่านรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง... ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าเป็นนาย ยังโดนชื่อกับใบหน้าหวานๆหลอกซะได้


“คุณรัญชน์ เป็นอะไรมาเหรอครับ” ถามทั้งรอยยิ้ม... ในวันแรกที่มาเจอกันนั้นถึงจะมีประวัติที่บ่งบอกอยู่แล้ว แต่การจะรักษาให้ได้ดีที่สุดก็ควรจะต้องมีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่งด้วย


“ITPครับ...” เจ้าของชื่อเอ่ยตอบราวกับเป็นเพียงไข้หวัด ทว่าโรคITPที่รัญชน์เป็นนั้น หมายถึงภาวะเกร็ดเลือดต่ำ ที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้ต่อต้านเกร็ดเลือดของตัวเอง ทำให้เกิดการทำลายเกร็ดเลือดของตนเองที่ม้าม จำนวนเกร็ดเลือดในกระแสเลือดจะลดต่ำลง ทำให้เกิดปัญหาเลือดออกง่ายเนื่องจากเกร็ดเลือดต่ำ


แม้จะรักษาให้หายขาดได้ แต่ค่าที่เจ้าตัวเป็นคนสบายๆ จึงทำให้ละเลยการกินยาหลายหน ถึงได้ไม่หายขาดเสียที


“อาฮะ แล้วตอนนี้ร่างกายคุณรัญชน์เป็นยังไงบ้างครับ ยังกินยาอยู่ใช่มั้ยครับ” ประวัติการรักษาดูกระจัดกระจาย คนไข้ของเขารายนี้เปลี่ยนหมอเจ้าของไข้มาหลายคนในต่างประเทศ ซึ่งในแง่ทางการแพทย์แล้วถือว่าไม่ดีเท่าไร


โรคของรัญชน์ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา แต่ก็ไม่ใช่โรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้หากกินยาและพบหมออย่างเคร่งครัด


“เอายามาหรือเปล่า ขอหมอดูหน่อยนะ” ธนกฤตยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี


คนไข้ผู้น่ารักยิ้มตอบ


“ยาหมดได้พักนึงแล้วครับ... ตอนนี้เท่าที่เห็น... ร่างกายผมก็โอเคนะครับ ไม่ได้มีรอยช้ำ.... อะไรนะ...” ท้ายประโยคคล้ายกับคนพูดเองก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก แต่เด็กหนุ่มร่างเล็กก็ยังดูไม่ยินดียินร้ายเท่าไหร่


“โทษนะครับ ถ้าอย่างนั้นช่วยถอดเสื้อ... ไม่สิ แค่เปิดก็ได้ ขอหมอดูอาการหน่อยนะ” การที่เขาชินกับการอยู่กับเด็กๆทำให้น้ำเสียงและการกระทำคล้ายกับเวลาพูดกับเด็ก... หรือส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะคนตรงหน้าดูตัวเล็กกว่าอายุจริงมากก็ได้


“ขอโทษนะครับ... พอดีว่าหมู่นี้ไปช่วยหมอเด็กเขาบ่อย เลยติดวิธีการพูดแบบนี้มา” หมอหนุ่มยิ้มให้ทั้งปากและนัยน์ตา จนดวงตาเรียวหยีปิด


คนตรงหน้ากระพริบตาสองสามทีด้วยความแปลกใจก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือสองข้างค่อยๆแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางออกแล้วถอดออกมาถือไว้ จากนั้น ขยับหันหลังให้กับผู้เป็นหมอดู


“ไม่มี... ใช่ไหมครับ?”


ผิวขาวเนียนละเอียดดูราวกับเรืองแสง นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องไล่ตามแผ่นหลังหารอยที่น่าจะมี รอยช้ำแกมเขียววางพาดบนผิวหนังส่วนเหนือสะโพกที่โผล่พ้นขอบกางเกง ธนกฤตก้มดูใกล้ๆแล้วยืดตัวขึ้น


“ยังเป็นรอยอยู่ครับ ตรงเหนือสะโพก”


“หือ? ยังมีอยู่อีกเหรอครับ?” เจ้าของร่างบอบบางเอี้ยวตัวหันมา พยายามบิดดูรอยที่ว่า แต่กลับมองไม่เห็น


คนเป็นหมอมองท่าทางเก้กังที่พยายามหันมามองก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่พยายามกลั้น


“มองไม่เห็นหรอกครับมันอยู่เหนือสะโพกแน่ะ” มือใหญ่จับที่ปลายนิ้วอีกฝ่ายแล้วจิ้มบริเวณที่ขึ้นรอยเบาๆ


“เนี่ยครับ แถวนี้”


“.... อะไรกัน... ผมอุตส่าห์คิดว่าหายแล้วชัวร์นะ...” เด็กหนุ่มหน้าหวานร้องท้วงอย่างเสียดาย


“คิดว่าหายชัวร์... เลยไม่กินยาใช่มั้ยครับ” ธนกฤตปล่อยมือนุ่มๆแล้วยิ้มกว้าง


“อย่างที่ผมบอกไป โรคของคุณต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและสามารถหายได้”


หมอหนุ่มเดินไปยังโต๊ะแล้วเขียนอาการ ลักษณะรอยช้ำและยาที่ต้องกินต่อเนื่องในแฟ้มประวัติคนไข้ ครู่หนึ่งเขาก็เงยหน้าขึ้นมองรัญชน์ที่ยืนหน้ามุ่ย


“มาหายจากโรคนี้กันนะครับ หมอจะดูแลเอง”


รอยยิ้มกว้างมอบให้อย่างจริงใจและเอื้อเอ็นดู เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร.... แต่รู้สึกเหมือนเขาจะถูกชะตากับคนไข้ที่ได้พบตั้งแต่วันฝนตก... วันนั้น






To be continued...


ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-2
อ่านแล้วสำนวนไหลลื่นกว่าเดิม จากความรู้สึกนะคะ :กอด1:

ออฟไลน์ Mookkun

  • Just a 'SOLOIST'
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
ติดตามเหมือนเดิมครับผม :')

ออฟไลน์ Non_stop

  • Until we meet again
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
 :mc4: :mc4:

ชอบๆๆๆมาต่อเรื่อยๆๆน่ะค่ะ

 :กอด1:

ออฟไลน์ Eternal luv

  • ชะตาฟ้าลิขิต แต่ชีวิตนะ...ของกรู
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-1
“มาหายจากโรคนี้กันนะครับ หมอจะดูแลเอง”

แอบชอบข้อความนี้ของคุณหมออะ  o13

ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

kagehana : เป็นเรื่องความรักของน้องชายขี้อ้อนกับพี่ชายสุดเท่ค่ะ  /โดนหมอบีมเตะ  :z6:






-2-





ประตูห้องของคอนโดหรูหราถูกเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่แทรกตัวเข้ามา เนื้อตัวเปียกชุ่มจากสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่ด้านนอก เสื้อเชิ้ตที่สวมทับแนบติดไปกับร่างกายบอบบางจนแทบจะกลายเป็นสีเดียวกัน มือโยนกระเป๋าเป้ไปบนพื้นแถวๆนั้นก่อนจะเดินเข้าไปหมายคว้าผ้าเช็ดตัวมาเช็ดศีรษะให้แห้งเสียก่อน


“เปียกขนาดนั้นไปอาบน้ำเลยรัน” ชายหนุ่มที่นั่งหันหลังให้บนโซฟาตัวนุ่มพูดโดยไม่ต้องหันมา เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ชอบตากฝนมาแต่ไหนแต่ไร


“ไปหาหมอมาเป็นไงบ้างล่ะ” คนพูดวางหนังสือลงแล้วหันมาหา ใบหน้าหล่อเหลาดูโทรมนิดๆด้วยหนวดรกบนริมฝีปากหยักสวยที่ไม่ได้โกนเสียที หากแต่ดวงตาสีน้ำตาลอมเทาบนใบหน้าขรึมยังส่อแววอ่อนโยนไม่น้อย


“ก็บอกว่ายังไม่หาย... เนี่ย บอกว่ารันมีรอยช้ำตรงนี้... ก็เลยให้ยามาอีกกิโลนะ” รัญชน์เอ่ยติดตลกแต่ก็ไม่ได้เลี้ยวเข้าห้องน้ำไป ร่างเล็กเดินอ้อมโซฟามาหาคนตัวโต


“... พรุ่งนี้ทำงานไม่ใช่เหรอ? ทำไมหน้าตาเหมือนโจรเงี้ยล่ะ...” เด็กหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาเอื้อมมือมากดปลายนิ้วบนหนวดแข็งๆ


“เฮ้ย ตัวเปียกๆยังมาจับอีก” บ่นออกไปแต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้น


“ก็รอให้พรุ่งนี้ก่อนค่อยโกนไง เคราที่เพิ่งโกนเนี่ยแหละสาวๆบอกเซ็กซี่ที่สุดแล้ว”


เขาลุกขึ้นยืนแล้วเอาผ้าเช็ดตัวที่ตกอยู่แถวนั้นมาครอบบนหัวซับน้ำให้


ราเมนทร์ ที เคนซิงตัน พี่ชายแท้ๆของเด็กหนุ่มร่างเล็กมีดีกรีเป็นถึงช่างภาพมืออาชีพที่เน้นถ่ายภาพธรรมชาติ แต่ถึงอย่างนั้นด้านการถ่ายรูปคนเองก็ดีถึงขนาดที่ถูกเรียกตัวกลับมาประเทศบ้านเกิดเพื่อเป็นช่างภาพในราคาที่เทียบเท่าตัวนางแบบ


“ไหนล่ะยา”


“อยู่ในกระเป๋า... เดี๋ยวกิน รันไปอาบน้ำนะ...” ผู้เป็นน้องชายส่งยิ้มหวานให้แล้วดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาถือไว้เอง


“เมื่อวานรันอบคุกกี้ไว้ พี่รามกินรอก่อนนะ จะรีบอาบ...” รัญชน์บอกพลางเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบเอาคุกกี้ออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเลี้ยวหายเข้าห้องน้ำไป


ไม่นานนัก ประตูห้องน้ำก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างเล็กในชุดนอนสีครีม รัญชน์เป็นคนชอบใส่เสื้อตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นมาตั้งแต่เด็ก และมีหลายครั้งที่เด็กหนุ่มชอบเอาเสื้อของพี่ชายที่เปื่อยจนไม่ควรใส่แล้วมาเปลี่ยนเป็นชุดนอนของตัวเอง


“... กินข้าวกันพี่ราม”


“ใส่ไอ้ย้วยนี่อีกแล้ว” เขามองเสื้อเนื้อนิ่มที่เริ่มจะย้วยตรงปลายค่าที่ใช้งานมานาน


เขาตักข้าวใส่จานน้องชายก่อนแล้วเลื่อนส่งให้ จากนั้นก็ตักของตัวเองแล้วเริ่มกิน กับข้าวง่ายๆแต่ปรุงสุกร้อนๆให้รสชาติอร่อยไม่น้อย


“แล้วหมอเจ้าของไข้เป็นไงบ้าง ไปเจอโรคจิตแบบไอ้ลุงอ้วนพอล หรือเจอต๊องๆแบบไอ้สติเฟื่องเจมส์รึเปล่า ถ้าใช่ก็บอกพี่ เดี๋ยวย้ายไปที่อื่น”


“... ก็ดูเป็นคนดีนะ... นะ... ก็ตรวจเท่าที่จำเป็น ไม่ได้ทำประสาทๆแบบไอ้หมอพอลหรอก” รัญชน์เอ่ยตอบก่อนจะตักไข่เจียวเข้าปากพลางนึกไล่ไปถึงตอนอยู่ในห้องตรวจ พอธนกฤตบอกว่าจะขอดูว่ายังมีรอยช้ำอยู่ไหม เขาเองก็นึกหวั่นเล็กน้อยว่าจะมาแบบหมอตัวอวบอ้วนที่ชอบลวนลามหรือเปล่า แต่หมอธนกฤตคนนี้กลับไม่ทำให้รู้สึกแย่เลยแม้แต่น้อย


“ก็ดีแล้ว ไม่รู้ทำไมเรานี่อย่างกับตัวดูดพวกโรคจิตเลย” ราเมนทร์ส่ายหัว หลายต่อหลายครั้งการรักษาต้องหยุดลงด้วยสาเหตุแปลกๆของพวกไร้จรรยาบรรณ ทั้งลวนลามทั้งโรคจิตใส่ และก็เป็นเขาเองที่ต้องออกโรงโวยวายปกป้องน้องชายที่เป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลก


“ช่วยไม่ได้นี่... รันตัวเล็กมั้งนะ...” เหยื่อโรคจิตยังคงยิ้มร่าอย่างไม่เดือดร้อน อย่างน้อยครั้งนี้ก็หวังว่าจะราบรื่นดีไม่มีอุปสรรคอื่น


“ไม่ได้ตัวโตเป็นหมีอย่างพี่รามนี่”


“เดี่ยวเหอะ อย่างพี่เค้าเรียกหล่อเหลากล้ามโตกำลังดี ไปไหนมีแต่สาวกรี๊ด” คนเป็นพี่ชายลูบหนวดสากเบาๆเชิงคุยข่ม ที่เขาพูดก็ไม่ผิดไปจากความจริงเท่าไร ดูได้จากที่ตั้งแต่กลับไทยมานางแบบและพีอาร์สาวที่ทำงานร่วมกันต่างก็อยากสานสัมพันธ์นอกรอบบนเตียงด้วยทั้งนั้น


“ตัวเล็กอย่างเราเนี่ยสิ ถึงไม่มีแฟนสักที เออ... พรุ่งนี้พี่ไปถ่ายแบบภาพศิลป์ให้น้องเอ็มมี่... ไปด้วยกันป่ะ”


น้องเอ็มมี่... นักร้องสาวหุ่นสะบึมที่โด่งดังเพราะเรือนร่างเซ็กซี่แต่หน้าตาใสปิ๊ง ค่าตัวจากการถ่ายภาพสิลปะโชว์เรือนร่างครั้งแรกจึงสูงลิบแบบที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปได้แต่อิจฉา


และน้องเอ็มมี่คนนี้... ก็เป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เขาคุ้นเคยดี


“อือ ไปสิไป... จะได้ดูว่ากองถ่ายที่นี่เป็นยังไง” เด็กหนุ่มตอบรับอย่างกระตือรือร้นก่อนจะรวบช้อนเข้าหากัน


“พี่รามล้างนะ รันทำคุกกี้ให้กินแล้ว”


“คร้าบๆคุณน้องบังเกิดเกล้า” มือใหญ่เอื้อมลูบหัวจนอีกฝ่ายทำหน้ามุ่ย ก่อนจะชิ่งหนีหยิบจานไปล้างในครัว


 




/////////////////////////////////




 

“อย่าดิ้นสิ เป็นเด็กดีว่าง่ายๆหน่อย” ร่างสูงจับไหล่บอบบางกระแทกกับกำแพงข้างโต๊ะตรวจแล้วกดจนแผ่นหลังบอบบางสั่นระริก


เขาเตะหลอดฉีดยาที่ตกแตกบนพื้นไปอีกทาง ห้องตรวจที่เคยสะอาดเรียบร้อยกลับรกด้วยเศษแก้วและกระดาษที่เกิดจากการต่อสู้


จมูกโด่งกดไซร้ซอกคอขาวเนียนก่อนที่ริมฝีปากจะระดมจูบบดเบียดกับกลีบปากบางที่บวมช้ำ


“คุณรัญชน์... หมอรักคุณรัญชน์..”


“ย... อย่า... ครับ... คุณหมอ.....” นัยน์ตากลมโตคลอไปด้วยน้ำใสๆ มือสองข้างที่ไร้เรี่ยวแรงยังคงพยายามยกขึ้นดันแผ่นอกของร่างสูงออก ใบหน้าหวานพยายามขยับหนีสัมผัสจากริมฝีปากดุดันจนเรือนผมยาวสวยยุ่งเหยิงไปเสียหมด


...กระนั้น น้ำเสียงสั่นไหวก็ยังคงอ้อนวอน


“คุณรัญชน์ไม่รักหมอเหรอครับ.....” ร่างสูงเบียดเข้าแนบชิดจนรู้สึกถึงอุณหภูมิที่ส่งผ่าน ผ่ามือหยาบกร้านสอดลงไปเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวที่อยู่ใต้กางเกงเนื้อนิ่ม


“....เด็กดี...เป็นถึงขนาดนี้แล้วนะ....”


“อึก! ฮะ.. ม... อือ—” รัญชน์ยึดเอาไหล่เสื้อกาวน์ไว้แน่นพลางหลับตาลง ปล่อยให้เสียงครางลอดผ่านริมฝีปากแดงช้ำออกมา ไม่อาจต้านทานคนที่กำลังรุกไล่ได้แม้แต่น้อย


ปลายนิ้วสากค่อยไล้ช้าๆกระตุ้นให้สิ่งที่อยู่ในมือแข็งขึ้น หยาดน้ำที่หลังออกมาถูกใช้เป็นสารหล่อลื่นให้มือขยับได้สะดวกขึ้น


“รู้สึกดีไหม...เด็กดีของหมอ...”


“ผ.. ผม....” ร่างบางรู้สึกคล้ายกับถูกคนตรงหน้าดึงเอาพลังไปสิ้น เรียวขาสองข้างสั่นไหวทว่าร่างกายด้านบนกลับแข็งเกร็งไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกดึงให้สูงขึ้น


“อ๊า...”


หมอหนุ่มรู้สึกถึงหยาดอุ่นร้อนที่ไหลถะถั่งบนฝ่ามือ ร่างเล็กซวบซบลงบนแผ่นอกหนาพลางหอบหายใจผะแผ่ว เขาดึงมือที่เปียกชุ่มด้วยหยาดอุ่นร้อนออกมาก่อนจะไล้ปลายลิ้นเลียของเหลวสีขาวที่ติดปลายนิ้ว





'Trrrrrrrrrrrrrrrr Trrrrrrrrrrrrrrrrr'





“ว้ากกกกกกกกกกก!!!!!”


เสียงโทรศัพท์ปลุกคนที่นอนอยู่บนเตียงหลังกว้างขึ้นจากความฝัน ธนกฤตคว้าแว่นสายตาที่ใส่แต่เฉพาะเวลาอยู่บ้านขึ้นมาสวม เขาหายใจหอบและพยายามสลัดภาพในความฝันเมื่อครู่ออกไป


“บ้าเอ๊ย! ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย”


 โทรศัพท์ที่ดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าจะหยุดถูกหยิบมากดรับแล้วกรอกเสียงลงไปโดยที่ไม่ต้องดูชื่อ— เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่โทรมาเวลานี้มีเพียงคนเดียว


“ตื่นแล้วๆ”


-ไม่รับพรุ่งนี้เลยล่ะคะ?- เสียงสูงปรี๊ดลอดผ่านโทรศัพท์ออกมาจนคิดว่าหากมีคนนั่งอยู่ข้างๆก็คงได้ยินโดยไม่ต้องเปิดระบบสปีกเกอร์เสียด้วยซ้ำ


“ไอ้แบมอย่าเสียงดังเว้ย ตื่นเช้ามันปวดหัว” พูดตอบไปด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน เมื่อคืนนี้เขาเข้านอนดึก... แถมยังฝันอะไรก็ไม่รู้อีก


ธนกฤตนวดหัวตัวเองเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมาลูบปลายคางสากๆของตัวเอง


“อยู่ไหนแล้วเนี่ย วันนี้มีทำงานเหรอ”


-อืม ไปทำข่าวตากล้องที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ แล้วเค้าจะไปดริ๊งค์กันต่อ จะบอกว่าฝากดูปะป๊าด้วย ได้ป่าว หรือคืนนี้ต้องเข้าเวร?- ธิวรางค์ร่ายต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก โดยทำเป็นหูทวนลมกับคำว่า ‘ตื่นเช้ามันปวดหัว’ ของพี่ชายไปเสีย


“ก็เข้าเวรเช้าเลิกเย็นๆว่าจะรับป๊าไปเดทดินเนอร์กันขำๆตามประสาคนรักกัน” พูดจบก็ได้ยินเสียงขู่ฟ่อของน้องสาวจนหัวเราะออกมา


“แหมเดี๋ยวนี้หัดทำตัวเป็นสาวซ่ามีด่งมีดื่ม อย่าไปเมาปลิ้นล่ะดูแลตัวเองด้วย”


-คราวหน้ามาแข่งกันเลยดีกว่าพี่บีม ไม่ต้องห่วงนะ ฉันดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว งั้นนอนต่อไป ไม่กวนแล้ว- พูดธุระตัวเองเสร็จเจ้าหล่อนก็วางสายไปปล่อยทิ้งพี่ชายแสนดีไว้โดยไม่รอฟังคำลา


“นิสัยเหมือนใครวะเนี่ย โทรมาพูดๆๆพอใจแล้ววาง” ธนกฤตบ่นแบบขำๆเนื่องจากชินเสียแล้ว เขาบิดกายซ้ายขวาขับไล่ความเมื่อยขบก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงคว้าผ้าเช็ดตัว นัยน์ตาคมเหลือบไปมองเห็นเสื้อกาวน์ที่แขวนอยู่ก็นึกถึงความฝันเมื่อครู่ที่ดูสมจริงจนตกใจไม่ได้


“เก็บกดเหรอวะเรา....” ยิ่งไปกว่านั้น กับอีกฝ่ายที่เป็นผู้ชายด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่


“ถึงจะเหมือนผู้หญิง... แต่นั่นเด็กผู้ชายชัดๆ”


 ธนกฤตตบหัวตัวเองเบาๆไล่ความคิดและความฝันออกจากสมองแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำไป




/////////////////////////



 

 

ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาในยามค่ำคืน นัยน์ตาสีน้ำตาลอมเทาคู่สวยจับจ้องหยดน้ำที่เกาะอยู่กับหน้าต่างบานใหญ่ ค่อยๆไหลลง หยดแล้ว หยดเล่า ก่อนจะถอนหายใจออกมา


รัญชน์ชอบอุณหภูมิของฝนที่ทำให้ร่างกายเย็นขึ้นมา ชอบสระว่ายน้ำ และทะเล จนถูกแซวบ่อยๆจากพี่ชายตัวโตว่าเป็นปลาไปแล้ว แต่ทั้งๆที่เป็นคนชอบน้ำเย็น เวลานอนกลับชอบที่จะซุกกายใต้ผ้าห่มผืนหนาให้อุ่นเสียมากกว่า


ร่างบางบนเตียงหลังกว้างพลิกตัวไปมาสองสามครั้งพลางเหลือบไปมองนาฬิกา...


“ไปค้างกับยัยเอ็มมี่อะไรนั่นล่ะมั้ง...” เด็กหนุ่มบ่นพึมพำออกมาเบาๆ จากที่ไปดูราเมนทร์ทำงาน ทำให้ได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของพี่ชายกับนักร้องสาวคนนั้น สายตาที่เจ้าหล่อนมองมาตอนทำงานเสร็จดูจะไม่พอใจเท่าไหร่ จนเขาเอ่ยปากว่าจะกลับบ้าน สายตาคู่นั้นถึงได้หายไป


“... ไม่เห็นสวยเลย...”


“กลับมาแล้ว” น้ำเสียงยานนิดๆบ่องบอกให้รู้ว่าคนที่เพิ่งมาถึงคงมีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดไม่น้อย


ราเมนทร์จับขอบประตูเพื่อยันกาย อันที่จริงสำหรับเขาที่รู้ลิมิตตัวเองมักจะไม่ดื่มให้สิ้นสภาพแบบนี้ แต่วันนี้นอกจากจะเจอกลุ่มนักข่าวดื่มดุท้าดวลแล้ว ยัยเอ็มมี่นมตู้มยังจะพยายามมอมเหล้าอีก


“ยัยเอ็มมี่ตัวแสบเอ๊ย เล่นซะไปไม่เป็นเลย” บ่นพึมพำเบาๆก่อนจะลากตัวเองมาที่ห้องนอนคนตัวเล็กแล้วโถมตัวกอดน้องชายเต็มแรง


“รัน....กลับ...อึก...มาแล้ว...”


“... พี่ราม??” เด็กหนุ่มหันมองคนที่นอนทับเขาด้วยความประหลาดใจน้อยครั้งที่จะเห็นราเมนทร์มีสภาพเช่นนี้หลังกลับจากดื่มกับเพื่อนฝูงที่ทำงาน รัญชน์ค่อยๆพลิกตัวแล้วยกมือขึ้นลูบใบหน้าของพี่ชายเบาๆ


“กลิ่นเหล้าหึ่งเลยนะ...” คนบ่นทำหน้ายุ่งก่อนจะซุกใบหน้าเข้ากับลาดไหล่กว้าง


“... กลิ่นน้ำหอมยัยนมโตนั่นด้วย... ไปอาบน้ำเลย...”


“รันอาบให้หน่อย...นะ...เด็กดี...” ท่อนแขนแข็งแรงโอบรอบร่างบางแต่นุ่มนิ่ม กลิ่นแชมพูกับสบู่บนตัวน้องชายเขาหอมกว่าน้ำหอมหวานเอียนฉุนกึกเป็นไหนๆ


“กินยา... หรือ... เปล่า..” ถึงจะเมาให้ตายยังไงเรื่องของรัญชน์ก็เป็นเรื่องที่เขาใส่ใจมาเป็นอันดับหนึ่ง


ฝ่ามือหยาบๆลูบบนหลังคนตัวเล็กเบาๆเหมือนจะปลอบประโลม


“... กินแล้ว...” รัญชน์ตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานพลางค่อยๆดันร่างสูงใหญ่ให้ลุกขึ้นจากตัว เขาจับมือพี่ชายเอาไว้แล้วพูดต่อ


“มาสิ... เดี๋ยวอาบให้....”


“ขี้เกียจลุก” ราเมนทร์ล้มตัวฝังหน้าลงกับหมอนอุบอิบเบาๆ เขานอนอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนจะหลับไปจริงๆ


“.... พี่ราม...” ผู้เป็นน้องชายทำเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปเขย่าราเมนทร์แรงๆ


“ตื่นเดี๋ยวนี้นะ! บอกให้อาบน้ำก่อนไง”


“อือ....” เสียงพร่าครางในลำคอ หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างขัดใจ


“อย่าเขย่าสิรัน ง่วงจะตายแล้ว ยัยเอ็มมี่นั่นใส่อะไรไม่รู้ในแก้วพี่ด้วย”


คราวนี้ร่างบางถึงกับลุกพรวดแล้วรีบเขย่าพี่ชายที่แสนดีอีกเต็มแรง


“ใส่อะไร?? หมายความว่าไง?? ยัยนั่นจะวางยาพี่เหรอ??? เลิกเลยนะเลิก!” รัญชน์ประท้วงอย่างไม่สนใจคำว่าง่วง


“อืม... ไม่ใช่ยาหรอก... แค่เหล้านอก” ราเมนทร์ปัดมือน้องชายที่เขย่าจนเขาจะอ้วกออกเบา ถ้านี่เป็นเพื่อนหรือรุ่นน้องที่ทำงานมีหวังโดนตบกระโหลกไปแล้ว


“แรงชิบ เหล้าอะไรไม่รู้”


ทั้งที่คิดจะลองเล่นด้วยหน่อยแท้ๆ เจอฤทธิ์แบบนี้ไปบอกลาดีกว่า ขืนคบกันไปจะเจออะไรอีกไม่รู้


“ผู้หญิงแบบนั้นอยู่กับรันของพี่ดีกว่า” พูดจบก็คว้าตัวเล็กนุ่มนิ่มที่เลี้ยงมาแต่เด็กเข้ามากอดแล้วหอมเบาๆที่ผิวแก้มเนียน


“รันน่ารัก... กว่าตั้งเยอะ”


“อื๊อ— โกนเคราไม่หมด จั๊กกะจี้นะ” เด็กหนุ่มขยับใบหน้าหนีก่อนจะซุกตัวเข้าอ้อมกอดอุ่นที่คุ้นเคยมานาน


“ถ้าจะอยู่กับรันก็ไปอาบน้ำเลย... นะ”


“อาบก็ได้” พูดอย่างนั้นแต่ชายหนุ่มตัวโตยังกอดน้องชายแน่นหลับตาพริ้มโชว์ขนตายาวที่ทำให้ดวงตาคู่นี้มีแต่สาวๆบอกว่าเจ้าเสน่ห์... และเจ้าชู้ที่สุด


“น้ำหอมโคตรเหม็นเลย....”


“มาๆ... รันอาบให้... ต้องล้างแอลกอฮอล์เลยไหมนะ” รัญชน์ดันตัวเองออกมาแล้วหย่อนปลายเท้าลงบนพื้นที่เย็นเยียบ มือคว้าเอาแขนของพี่ชายไว้แล้วออกแรงดึงให้ลากตามมาทางห้องน้ำ


“อือ อาบให้หน่อย” ราเมนทร์ที่เริ่มสร่างเมาแล้วแกล้งซบตัวเทน้ำหนักไปที่คนตัวเล็กกว่า


 น่าแปลก... ทั้งที่พ่อแม่เดียวกันแท้ๆแต่ความแตกต่างของขนาดร่างกายรวมไปถึงหน้าตาแทบจะเรียกได้ว่าไม่น่าเป็นพี่น้องกัน ซึ่งหลายต่อหลายครั้งน้องชายแท้ๆก็ดันถูกหึงจากสาวที่เข้ามาหาพี่ชายด้วย


แต่ยังไงก็ตาม คนที่เขารักที่สุดในโลกตอนนี้ก็ยังเป็นน้องชายอยู่ดี


 





To be continued...

ออฟไลน์ Non_stop

  • Until we meet again
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
 :a5: :a5:

เอิ่มพี่น้องคู่นี้ยังไงๆอยู่น่ะ

แต่พี่หมอของเราฝันมิดีต่อนายเองซะแล่ว

รอๆๆตอนต่อไปเน้อ  :z2: :กอด1:

ออฟไลน์ Mookkun

  • Just a 'SOLOIST'
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
ติดตามตลอดๆๆฮะะะะะ

:L2:

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
มีแฟนเป็นหมอนี้สบายทั้งชาตินะคะ ฮ่าๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1


kagehana : ก็อยากมีหมอบีมบ้าง เป็นผู้ชายอ่อนโยน ไร้พิษภัย(เหรอออ) แต่จะไร้ได้ตลอดรอดฝั่งมั้ยน้า อิอิ


ขอให้สนุกกันการอ่านนะคะ







-3-







ประตูกระจกอัตโนมัติของโรงพยาบาลเลื่อนเปิดออกพร้อมกับรัญชน์ที่เดินสะพายเป้เข้ามา ก่อนที่จะได้ยินเสียงเด็กร้องกรี๊ดสลับกับเสียงหัวเราะดังมาจากมุมหนึ่ง เด็กหนุ่มยั้งมือที่จะกดลิฟท์แล้วเดินไปตามเสียงนั้น


ริมฝีปากสีชมพูอ่อนค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า หมอธนกฤตกำลังวิ่งเล่นกับเด็กๆในชุดผู้ป่วย บางคนมีผ้าพันรอบหัว บางคนยังใส่เฝือกอยู่ด้วยซ้ำ


“น้องปูเป้อย่าวิ่งเร็วสิคะ เดี๋ยวเฝือกแขนหลุดพี่หมอบีมโดนอาหมอภูมิดุเอานะ” ชายหนุ่มย่อตัวให้เท่ากับเด็กหญิงใส่เฝือกที่ยิ้มแป้นจนเห็นฟันหลอพลางทำเสียงเล็กเสียงน้อยคุยกัน


‘อาหมอภูมิ’ ที่พูดถึงคือหมอรุ่นพี่ใจดีที่ดูแลกุมารเวช ซึ่งเขาเองก็แวะมาหาและมาเล่นกับเด็กๆของแผนกนี้บ่อยๆ


นัยน์ตาสดใสมองเห็นคนที่เดินมาแวบหนึ่งก็จำได้ว่ามีนัดกันไว้ เขาชี้ชวนกลุ่มเด็กๆที่กำลังเล่นกันให้หันมองรัญชน์


“เด็กๆหวัดดีพี่รัญชน์สิคะ”


“ซาหวาดดีดีคร้าบ/ซาหวัดดีค่า พี่รันนน”


เสียงเล็กประสานกันเซ็งแซ่ถูกส่งมาพร้อมรอยยิ้มกว้างของคนดูแล


“สวัสดีครับเด็กๆ” ใบหน้าหวานระบายรอยยิ้มเต็มที่ไปจนถึงดวงตาคู่สวยพลางยกมือรับไหว้เด็กๆตัวเล็ก แล้วหันมาหาคนตัวโตที่ยืนอยู่ท่ามกลางเขา


“สวัสดีครับคุณหมอธนกฤต”


“หมอทะนะกิดคือใครเหรอค้า” เด็กหญิงปูเป้ดึงเสื้อกาวน์พลางเงยหน้ามองจนสองจุกเทไปด้านหลัง


“พี่หมอบีมเองค่ะ” ตอบแล้วก็หับไปหาเจ้าของใบหน้าสวยและรอยยิ้มหวาน


“คุณรัญชน์เรียกแบบน้องปูเป้ก็ได้นะครับ หมอชื่อบีมครับ”


“... พี่หมอบีมเหรอครับ? ยาวจังเลย... งั้นผมเรียกหมอบีมเฉยๆแทนนะครับ” เด็กหนุ่มหน้าหวานเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไป


“ครับ แล้วคุณรัญชน์มีชื่อเล่นไหม คือ...ผมไม่คุ้นกับการเรียกชื่อจริงกับคนที่ต้องเจอหน้าบ่อยๆน่ะครับ” ธนกฤตยิ้มจนหาหยี เขาลูบหัวเด็กๆทีละคนเบาๆก่อนจะเดินออกไปหารัญชน์


“ขึ้นไปพร้อมกันนะครับ”


“ก็รัน... น่ะแหละครับ” คนตอบยิ้มตามก่อนจะเดินกลับไปที่ลิฟท์อีกครั้ง ปลายนิ้วกดปุ่มขึ้นแล้วก็หันมาหาเจ้าของไข้ตัวเอง


“เหมือนRunที่แปลว่าวิ่งนั่นแหละครับ”


“ครับ คุณรัน” หมอหนุ่มยิ้มหวานตอบ


ลิฟท์ที่ลอยถึงชั้นบนจอดลง ธนกฤตกดลิฟท์ให้คนตัวเล็กออกก่อน


“แล้วคราวนี้ดีขึ้นไหมครับ รอยหายไปบ้างหรือเปล่า เอายามาให้หมอดูไหม” ระหว่างทางที่เดินก็ถามหลากหลายคำถามต่อ


“... ครับ... ก็ไม่เห็น—!” รัญชน์หยุดก้าวขาก่อนจะหลับตาลงช้าๆ เด็กหนุ่มรู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมาจนคล้ายกับหน้ามืด ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาลงไปยืนตากฝนบ่อยครั้งจนอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายปรับเปลี่ยนไม่ทันเพราะอากาศร้อนในกรุงเทพมหานคร


ร่างบางยกนิ้วขึ้นกดระหว่างคิ้วเพื่อขับไล่อาการที่เกิดขึ้นก่อนจะก้าวขาต่อ ทว่าเขากลับรู้สึกคล้ายกับพื้นหมุนได้จนทรงตัวไม่อยู่


ทันทีที่เห็นว่าร่างเล็กกำลังจะทรุดลงไปต่อหน้าธนกฤตก็รีบคว้าเข้ามากอดไว้ ร่างเล็กบอบบางที่อยู่ในอ้อมกอดนุ่มนิ่มราวกับผิวผู้หญิง ใบหน้าซีดๆที่มองมาส่อแววตกใจเล็กน้อย


“คุณรันไหวไหม...เวียนหัวเหรอครับ”


ผิวเนื้อที่แนบกันส่งผ่านอุณหภูมิที่แสดงออกมาว่าอีกฝ่ายมีไข้พอสมควร


“แค่มึนๆนิดหน่อยครับ... ไม่เป็นไร...” เขายกมือขึ้นแตะบนแผ่นอกของธนกฤตเป็นการบอกว่าไม่เป็นไร นัยน์ตากลมโตปิดลงอีกครั้งเพื่อตั้งหลักให้มั่น แล้วค่อยๆยืนด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่เป็นผลเมื่อยังรู้สึกว่าพื้นหมุนได้อยู่อย่างนั้น


เขาประคองอีกฝ่ายเอาไว้ ธนกฤตมองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขอโทษเบาๆแล้วย่อตัวอุ้มคนตัวเล็กขึ้นแนบอก


“ขอโทษนะครับ แต่เดี๋ยวหมอจะพาไปนอนในห้องตรวจนะ.....คุณรันหลับตานะครับ...แป๊บเดียว...” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเบาๆราวกับจะปลอบประโลมไม่ให้ตกใจเกินไป


“เอ่อ... จริงๆแล้ว ไม่ต้องอุ้ม... ก็ได้นะครับ...” แม้จะรู้สึกประหลาดใจกับความเอาใจใส่แบบกระทันหัน แต่น้ำเสียงของรัญชน์ฟังดูแผ่วเบาก่อนจะยอมปล่อยให้ร่างสูงพาเขาไปยังห้องตรวจ


ร่างสูงวางคนตัวเล็กในอ้อมกอดลงบนเตียงในห้องตรวจ มือใหญ่แตะที่หน้าผากและลำคอเพื่อวัดไข้... ไข้อ่อนๆแต่ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


ธนกฤตมองไปรอบๆห้องก่อนจะนึกถึงความฝันที่เหมือนจริง เขามองร่างเล็กบอบบางที่นอนหลับตาอยู่สลับกับผนัง  ทั้งที่เมื่อกี้ยังไม่คิดอะไรแท้ๆแต่พออยู่ในที่ๆเดียวกับความฝันกลับคิดขึ้นมาซะได้


“เอ่อ.... คุณรัน ลืมตาได้ไหมครับ”


พอได้ยินดังนั้น คนที่นอนอยู่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ


“ครับ... ผมแค่เวียนหัวนิดหน่อย...” รัญชน์กระพริบตาสองสามทีก่อนจะค่อยๆยันตัวขึ้นมา


“แล้ว... วันนี้เอายามาให้หมอดูหรือเปล่าครับ” หากเป็นเด็กเกคงจะต่อท้ายด้วยคำว่า... คนเก่ง... ไปแล้ว หากแต่คนตรงหน้าถึงจะร่างกายเล็กแต่อายุก็ถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว


ธนกฤตถอยห่างออกมาอีกนิดเพราะคนที่เพิ่งยันตัวขึ้นมามีสีหน้าเหมือนในฝันไม่มีผิด ใบหน้าหวานขาวซีดนิดๆ แพขนตาที่หรี่ปรือ... หากเป็นผู้หญิงเขาอาจจะจีบไปแล้วก็ได้


...ทั้งที่น่ารักขนาดนี้แท้ๆ...


“เอามาครับ...” เขาเอ่ยตอบพลางคว้ากระเป๋าสะพายมาเปิดออก มือล้วงเข้าไปแล้วหยิบเอาถุงยาออกมา


“นี่ครับ...” ในซองยานั้นยังมียาเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง แม้จะลดลงไปจากตอนที่ได้ไปเยอะก็ตาม


ธนกฤตรับซองยาแล้วนับจำนวนเม็ดที่เหลือในใจ หัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อรู้ถึงจำนวนที่แท้จริง


“หมอให้ยาไปอาทิตย์นึง... เหลือกลับมาคืนหมอทำไมตั้ง2วันครับ” ถามด้วยรอยยิ้มจางๆ


“ก็... มีวันนึงผมลืมเอายาไปด้วย... แล้วก็... ลืมบ้าง... ครับ” คนตอบไม่หลบสายตาแต่อย่างใด ซ้ำยังตอบหน้าตาเฉยราวกับสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร


ไม่แปลกใจเลยที่ไม่หายเสียที... ธนกฤตคิดในใจแต่ยังยิ้มแย้มเหมือนปกติ


“คุณรันทราบใช่ไหมครับว่าโรคนี้มันหายได้ โดยไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าการกินยา”


มือใหญ่เขียนไปในประวัติคนไข้... ทานไม่หมด ลืมทานยา.... หมอหนุ่มยิ้มอีกครั้งพลางแตะที่บ่าเล็กเบาๆ


“หมอจะทำยังไงดีครับ คุณถึงจะทานยาได้ครบ...”


“ไม่รู้สิครับ” ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มคล้ายกับรัญชน์กำลังกวนอีกฝ่ายเล่น


“พี่ชายผมยังทำไม่ได้เลย” เด็กหนุ่มพูดติดตลก


“งั้นเอางี้” ธนกฤตรู้สึกถึงความท้าทายในฐานะของคนเป็นแพทย์ เขายิ้มกว้างก่อนจะดข้อมูลแล้วมาร์คทำไฮไลท์ไว้เพื่อส่งให้พยาบาล


“คุณรันบ้านอยู่ไกลจากที่นี่ไหมครับ แล้วปกติเวลามาจะมารถอะไร”


“...” คนฟังขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจในคำถามนั้น


“อยู่คอนโดใกล้ๆนี่ครับ... ปกติก็มาบีทีเอสเอา...”


“ดีเลยครับ” คนพูดยิ้มหวานแล้วเขียนยุกยิกบนกระดาษโน้ตใบเล็กรวมไปถึงชาร์ตคนไข้


“คุณรันยังเรียนอยู่ใช่ไหมครับ งั้นตกลงว่าหมอจะจัดยาให้1วันแล้วพรุ่งนี้แวะมาเอาใหม่พร้อมซองยาเก่านะครับ”


“ผมเพิ่งเรียนจบครับ.......... แต่ว่า... ต้องทำทุกวันเลยเหรอ อย่างงี้จับผมนอนอยู่รพ.เลยง่ายกว่าไหมนะ” รัญชน์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ


“ไม่แน่นะครับ ถ้าถึงขั้นนี้แล้วยายังกินไม่ครบ หมออาจจะต้องพิจารณาวิธีของคุณรันแล้ว” ธนกฤตยิ้มตอบ เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มคนนี้อย่างบอกไม่ถูก


ทั้งใบหน้าและท่าทางชวนให้รู้สึกเอ็นดูและสนิทใจที่จะเย้าแหย่... หากสนิทกันมากกว่านี้อีกนิด


“คุณรันมีปัญหาหรือเปล่าครับ ถ้าไม่สะดวกก็ตามเดิมก็ได้”


“... มาได้ครับ... ไม่มีปัญหาหรอก....” เด็กหนุ่มยิ้มก่อนจะยกขาลงขยับจากเตียง แม้จะยังเซๆบ้างแต่ก็ไม่ได้เวียนศีรษะหนักอย่างตอนแรกแล้ว


“ไหวไหมครับ....” มือใหญ่จับเบาๆที่ต้นแขนช่วยพยุงไว้


“หมอนัดเป็นช่วงเย็นนะครับ มาถึงก็โทรหาหมอไม่ก็บอกพยาบาลหน้าห้องนะครับ ไม่ต้องเอาบัตรจะได้ไม่เสียเวลา” ธนกฤตส่งเป้ที่วางอยู่ให้ หน้าตาของคนไข้ดูซีดเซียวจนต้องเอ่ยปากต่อ


“แล้ววันนี้กลับยังไงครับ ให้คนที่บ้านมารับดีกว่านะหมอว่า”


“วันนี้พี่ผมกลับดึกครับ... ผมกลับเองได้... แค่นี้เอง” ริมฝีปากบางคลี่รอยยิ้มกว้างให้คนที่ดูจะเป็นกังวลกับสุขภาพเขาเหมือนพี่ชาย


“วันนี้หมอนัดคุณรันเป็นคนสุดท้ายแล้ว.... ถ้ายังไงหมอไปส่งไหมครับ ท่าทางคุณรันดูไม่ดีเลย ถ้าขึ้นรถไฟฟ้าเจอคนเบียดจะยิ่งแย่เอานะ” เสียงอ่อนโยนพูดเบาๆ วันนี้เขาเองก็ไม่ได้มีธุระอะไร แถมนั่งไปสองคนยังประหยัดช่วยชาติอีก


ธนกฤตยิ้มบางๆด้วยไม่อยากเร่งเร้าหรือให้อีกฝ่ายตีความได้ว่าเขาบังคับ ชายหนุ่มเปิดช่องด้านข้างแล้วยื่นชาร์ตออกไปให้นางพยาบาลด้านหน้าจัดยาให้


“... ไม่ลำบากไปจริงๆเหรอครับ?” รัญชน์ออกจะแปลกใจหนักกว่าเดิมอีกเมื่อพบกับข้อเสนอแบบนี้ มองอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีเหมือนหมออ้วนพอลคนนั้น


“ไม่เป็นไรจริงๆครับ หมอใจดี” ธนกฤตหัวเราะต่อท้ายแล้วหันไปเปิดช่องด้านข้างเพื่อคุยกับพยาบาล


“วันนี้หมอกลับก่อนนะครับคุณกุ้ง เดี๋ยวเก็บของแป๊บนึง” เขาหันมาที่รัญชน์


“เดี๋ยวคุณรันเชิญรับยาก่อนนะครับ หมอขอเปลี่ยนเสื้อเก็บของก่อน เดี๋ยวตามไป”


“... ครับ...” รัญชน์กระพริบตาปริบๆก่อนจะลุกหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย ร่างบางเดินออกจากห้องตรวจแล้วรอให้พยาบาลสาวนำใบรับยาให้ เมื่อนำเอกสารไปวาง กลับพบว่าไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากค่ายา


“หมอประหลาด...” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบลุกไปรับยา พอฟังคำอธิบายเสร็จ รัญชน์ก็พบว่า ‘หมอประหลาด’ มายืนรออยู่แล้ว แม้จะอยากรีบเดินไปหา แต่เด็กหนุ่มก็รู้ตัวดีว่าหากรีบร้อนขยับตัวตอนนี้ ดีไม่ดีจะได้ล้มกันอีกรอบ


“หมอจอดรถอยู่ใกล้ๆ พอจะเดินไหวไหมครับ” ธนกฤตเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาแล้วถือวิสาสะถือถุงยาและกระเป๋าอีกฝ่ายให้


เขาทิ้งช่วงการเดินให้ช้าลงและเดินในระยะที่หากรัญชน์ทำท่าจะล้มเมื่อไหร่ก็เข้าไปประคองได้ทันที พอถึงรถมือใหญ่กดสัญญาณปลดล็อกแล้วเปิดประตูให้


“เชิญครับ รกหน่อยนะ รถคนโสดก็อย่างนี้แหละครับ”


“ครับ... ไม่เป็นไร...” ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง รถคนโสดที่ว่าไม่ได้รกเท่าไหร่เมื่อเทียบกับรถของราเมนทร์ ที่สะอาดได้ก็เพราะเขาช่วยจัดให้ยามว่างหรอก ร่างบางยืนรอให้ธนกฤตหยิบของบางส่วนออกจากเบาะนั่งเนื่องจากเขาไม่อยากถือวิสาสะเข้าไปหยิบเอง เมื่อเรียบร้อยแล้ว เขาจึงก้าวขึ้นนั่งแล้วปิดประตูรถก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัย


“ต้องให้ลำบาก... ขอบคุณนะครับ”


“แค่นี้สบายมาก บอกแล้วไงครับหมอบีมใจดีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ยิ้มตาหยีก่อนจะออกรถช้าๆ เขาเปิดเครื่องปรับอากาศแผ่วๆแล้วปัดให้ออกห่างร่างเล็ก


“แล้ว... แหม ขึ้นรถมาก็แล้วแต่หมอยังไม่รู้จักบ้านคุณรันเลยนะครับ”


“อะ... ครับ ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วเลี้ยวซ้ายครับ... อยู่ซอย8...” เขารีบเอ่ยบอกพลางชี้มือประกอบการอธิบายเส้นทาง


คอนโดที่ราเมนทร์กับรัญชน์อาศัยอยู่ด้วยกันนั้น ตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสมากนัก เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางของทั้งคู่ในเวลารถติด และราเมนทร์เองก็เลือกไม่ให้อยู่ไกลจากโรงพยาบาลนักด้วยเช่นกัน


“อ๊ะ! ทางเดียวกับคอนโดหมอเลย” ธนกฤตไม่ได้บอกว่าคอนโดของเขาเองก็อยู่เส้นเดียวกันแต่อยู่ถึงก่อน เพราะกลัวคนไข้ขี้เกรงใจจะขอลงกลางทาง


“คุณรันอยู่กับพี่ชายสองคนเหรอครับ”


“ครับ... พ่อกับแม่ผมเพิ่งเสียตอนผมเรียนจบไฮสคูล... ก็เลยย้ายกลับมาอยู่ที่นี่น่ะครับ...” เด็กหนุ่มหน้าหวานเอ่ยตอบเรียบๆพลางมองออกไปด้านนอกเมื่อได้ยินเสียงฟ้าคำรามเบาๆ เขายิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าฝนกำลังจะตกอีกครั้ง


“ขอโทษนะครับที่ทำให้รู้สึกไม่ดี” การสูญเสียคนในครอบครัวเป็นเรื่องที่เขาเข้าใจได้ดี เมื่อครั้งหนึ่งเขาต้องเป็นฝ่ายสูญเสียเอง


มารดาของเขาเสียในวันพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลที่เขาไม่มีรูปถ่ายในชุดปริญญาใส่กรอบสวยเหมือนเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น


“ไม่เป็นไรครับ พี่ชายผมดูแลผมแทนพ่อกับแม่มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว... ก็เลย... หายเสียใจเร็วน่ะครับ” เขาหันมายิ้มให้คนที่ขับรถอยู่โดยไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะต้องหันมามองหรืออะไร


คนขับยิ้มบางๆอย่างเข้าใจ เพราะตัวเขาเองที่เสียแม่ก็ต้องคอยปลอบธิวรางค์ที่ขวัญเสียอยู่เหมือนกัน


การจราจรในเมืองใหญ่ดูจะราบรื่นกว่าปกติ เพียงไม่นานรถของเขาก็จอดที่ลานจอดรถของคอนโดเด็กหนุ่มที่นั่งข้างๆได้แล้ว


“คุณรันขึ้นห้องเองไหวไหมครับ หรือถ้ายังไงให้หมอขึ้นไปส่งไหม”


เด็กหนุ่มหันใบหน้าของแพทย์เจ้าของไข้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ชายเอาใจใส่ขนาดนี้ รัญชน์ยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดตามใจคิด


“... ก็ดีนะครับ เกิดผมตายขึ้นมา หมอจะได้มาหาพี่ผมเจอ” ร่างบางหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะค่อยๆก้าวลงจากรถ


“หมอไม่ยอมให้ตายหรอกครับ สัญญากันไว้แล้วว่าจะหายนี่” ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่นมากกว่าพูดจริงเขาเลยหยอกกลับ


“หมอขึ้นไปส่งเพราะว่าถ้าวันไหนไม่มีข้าวกินจะมาขอข้าวคุณรันทานต่างหากล่ะครับ”


ร่างสูงคว้าของทั้งหมดมาถือเพื่อให้คนป่วยได้เดินสบายๆ เขาล็อกรถแล้วเดินตามเจ้าของห้อง


เด็กหนุ่มหัวเราะกับคำพูดติดตลกของธนกฤตแล้วกดลิฟท์พาขึ้นไปชั้นบน เขาหันไปหาคนที่ช่วยถือของแล้วเอ่ยบอก


“ห้องนี้ครับ...” รัญชน์เอื้อมมือมาเปิดกระเป๋าที่ร่างสูงถือไว้ให้ แล้วหยิบเอากุญแจห้องออกมาก่อนจะเปิดเข้าไป


“หมอส่งแค่นี้นะครับ” กับคนที่รู้จักแค่เพียงเล็กน้อย การเข้าไปในห้องอีกฝ่ายดูจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไป


ธนกฤตยื่นของส่งให้พร้อมรอยยิ้ม


“คุณรันทานยาหมอแล้วอย่าลืมทานยาลดไข้ด้วยนะครับ ดื่มน้ำหรือไม่ก็หาส้มทานด้วยจะได้หายป่วยไวๆ”


“จะพยายามนะครับ... ขอบคุณมากครับคุณหมอบีม” เด็กหนุ่มยกมือขึ้นไหว้แล้วค่อยถอยตัวเข้าก่อน ก่อนจะปิดประตูลง


ธนกฤตยืนฟังเสียงจนแน่ใจว่าไม่มีเสียงล้มหรือชนอะไรก่อนจะเดินจากมา ความรู้สึกห่วงแบบแปลกๆที่แม้แต่ตัวเองยังไม่ชัดเจนว่ามันคืออะไรและเกิดได้อย่างไรซึ่งก่อตัวขึ้นช้าๆ


แต่เขาก็ยินดี...ที่จะห่วงใครสักคนที่เพิ่งรู้จักกัน



 











To be continued....

ออฟไลน์ RUMINA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1

ออฟไลน์ Lemon_Tea

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
คุณหมอบีม รับคนไข้เพิ่มมั้ย  :-[
เห็นชื่อจริงนายเอกแล้วแอบสะดุ้ง
ฮุฮุ แต่ไม่บอกเหตุผลหรอก :m18:

ออฟไลน์ ชัดเจนกาบ

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-23
ชอบนะ ชือเรื่องน่าสนใจดีแต่กลัวมาม่ากลัวผิดหวังกับเรื่องนี้ ตอนที่ฝันแอบผิดหวังในตัวหมอมาก ไหนบอกว่าเป็นคนดี พออ่านผ่านไปเฮ้อโล่งใจ พี่ชายรันเจ้าชู้จัง แอบผิดหวังนิดๆ แต่ก็ดีที่รักน้องมากกว่า รอต่อไป

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
ชอบตอนคุณหมอบีมเล่นกับเด็กมากให้ตายเหอะ สุภาพอะไรอย่างงี้

ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1
คุณหมอสุภาพบุรุษสุดๆ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ mutoo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-37
ภาษาไทยดีเลิศอ่ะค่ะ
เราอ่านไม่เจอคำผิดเลย ซู๊ดยอด

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
ต้อนรับเรื่องใหม่ค่า  :L2:

ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

kagehana : เอาตัวขี้อ้อนหนึ่งหน่วยมาฝากค่ะ เจอแบบน้องรันเข้าไป ใครจะอดใจไหวเนอะ







-4-







ร่างสูงในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สะพายกล้องคู่ใจยืนไขกุญแจหน้าห้อง ปลายเท้าหนักๆเหยียบบนพื้นเดินเข้าในห้องในขณะที่นัยน์ตาคมสีเหลือบเทามองหาใครบางคนที่มักจะโผล่มายิ้มต้อนรับทุกครั้ง


ราเมนทร์มองหาน้องชายรอบห้อง แต่ก็เห็นเพียงปลายผมยาวๆที่โผล่พ้นโซฟามา


“เพลียขนาดนั้นเลยเหรอเรา” เขายิ้มจางๆแล้วลดเสียงฝีเท้าเดินเข้าไปหาคนที่นอนหลับ


ชายหนุ่มตัวโตทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้นแล้วเอื้อมมือแตะผิวแก้มเนียนแผ่วเบา... ก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนที่มากเกินกว่าอุณหภูมิปกติ


“รัน....รัน...”


“อือ...” นัยน์ตากลมโตเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะยกมือขึ้นจับแขนของพี่ชายไว้


“... กลับมาแล้ว... เหรอ” น้ำเสียงที่มักจะสดใสเริงร่ากลับฟังดูอ่อนแรงกว่าเคย


“รัน ลุกไหวไหม ไปหาหมอนะ” สัมผัสร้อนผ่าวที่ถ่ายทอดจากฝ่ามือทำให้คนที่เพิ่งกลับมาตกใจ


ราเมนทร์แตะหน้าผากและลำคอเพื่อวัดไข้ก่อนจะยืนยันคำเดิมอีกครั้ง


“เดี๋ยวพี่พาไปหาหมอ”


“... ไม่ต้อง... พี่ราม...” เด็กหนุ่มพยายามเอ่ยปฏิเสธ


“รันหามาแล้ว... ยาแก้ไข้... ก็มีแล้ว...” เขายึดเอามือพี่ชายไว้ ซึมซับความเย็นจากผิวกายอีกคน


“ได้ยังไง ตัวร้อนขนาดนี้กินยาไม่หายหรอก เราอย่ามาดื้อเลย” แม้จะพูดเหมือนดุแต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยน มือเย็นๆแตะทั่วผิวแก้มและลำคอระบายความร้อนให้เขาก้มลงเอาหน้าผากวัดไข้แล้วทำหน้าเครียด


“แล้วเราอาบน้ำหรือยัง เช็ดตัวไหม”


“... เพิ่งตื่นนะ.... เช็ดตัวละกัน...” รัญชน์เอ่ยบอกพลางยึดเอาร่างสูงเป็นหลักไว้ในการดึงตัวขึ้นมา แม้จะยังรู้สึกมึนศีรษะอยู่แต่ก็ค่อยๆหย่อนปลายเท้าลงบนพื้นห้อง


“เช็ดที่นี่แล้วกัน พี่เช็ดให้” เขาจับคนตัวเล็กให้นั่งลงเหมือนเดิม


ราเมนทร์อาจจะดูเงียบขรึมและดุสำหรับเพื่อนร่วมงาน แต่สำหรับน้องชายแล้วกลับอ่อนโยนและใจดีจนไม่น่าเชื่อว่าบุคลิกอย่างเขาจะทำได้


“อือ...” ร่างบางหันมองคนที่ลุกไปจัดการหาผ้ารองน้ำใส่ชามพลาสติกใบใหญ่ก่อนจะเอนตัวลงพิงหลังกับโซฟาตัวใหญ่


“ถอดเสื้อไหวไหมรัน” ราเมนทร์วางอ่างน้ำลงกับพื้นแล้วจุ่มผ้าจนชุมก่อนจะบิดให้หมาด


“ถอดกางเกงด้วยเลย เดี๋ยวพี่เช็ดให้ ไม่ต้องอายหรอก”


“อือ... ไหว” คนป่วยตอบก่อนจะค่อยๆถอดเสื้อตัวบางออกทั้งสองตัว ร่างบางยกขาขึ้นบนโซฟาแล้วขยับถอดกางเกงสามส่วนที่ใส่ไว้ออกไป


“... อายอะไร... รันไม่ใช่ผู้หญิงนะ” กระนั้น รัญชน์ก็ยังมีกะใจจะเอ่ยเย้าแหย่พี่ชายขณะที่ดึงเอากางเกงในออก แขนเรียวเล็กสองข้างยกขึ้นแล้วยื่นไปตรงหน้าราเมนทร์


“อะ...”


“ทำตัวยังกะเด็ก” ถึงจะบ่นแต่พี่ชายคนดีก็ยังยอมทำตามแต่โดยดี เขาค่อยๆเอาผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้าขาวแล้วไล่ลงมาที่แผ่นอกตึงเรียบ


“นี่ถ้าพี่เป็นสาวๆเราโดนปล้ำแน่... ไม่สิ ในกรณีเรา ผู้ชายก็ด้วยละนะ”


ราเมนทร์ยื่นผ้าที่เพิ่งซักอีกทีส่งให้


“ข้างล่างเช็ดเองไหม หรือให้พี่เช็ด”


“ใครปล้ำรัน พี่คงไล่ฆ่า... แล้วใครที่ไหนจะกล้า” รัญชน์เอ่ยว่ายามนึกถึงวัยเด็กจนโตที่เขาคอยมีราเมนทร์ดูแลไม่ให้ห่าง


“พี่รามเช็ด...” น้องชายขี้อ้อนบอกกึ่งออกคำสั่ง ก่อนพลิกตัวแล้วนอนคว่ำลงบนโซฟาพลางหลับตาลงอย่างสบายใจ


“เด็กขี้อ้อนเอ๊ย”


มือใหญ่ลูบผ้าขนหนูเนื้อนิ่มที่บิดหมาดไล่เช็ดบนแผ่นหลังเนียนที่แอ่นโค้งนิดๆด้วยอีกฝ่ายเลือกนอนคว่ำ เขาไล่มือมายังเอวและสะโพกตึงแน่นเช็ดทำความสะอาดให้อย่างคุ้นเคย


“พลิกตัวสิ”


“อ้อนไม่ได้รึไง...” คนป่วยเอ่ยหยอกเย้าก่อนจะพลิกตัวตามคำของพี่ชาย สัมผัสจากผ้าขนหนูทำให้รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมเยอะจนอดไม่ได้ที่จะหลับตาลงอีกรอบ


“สบายจัง”


“หลับเป็นคุณชายให้คนรับใช้บริการเลยนะ ไม่อายบ้างเหรอเราน่ะ”


ราเมนทร์พูดหยอกแล้วยำท่อนขาเรียวเช็ดให้ กระทั่งเลยไปถึงต้นขาด้านในและส่วนอ่อนไหวซึ่งอ่อนตัวแนบต้นขา เขาสัมผัสเบาๆด้วยเนื้อผ้าอุ่นชื้นเช็ดทำความสะอาดให้ทั้งหมดก่อนจะหยิบกางเกงบ็อกเซอร์เข้าสวมให้ที่ปลายขา


“ยกก้นขึ้นหน่อยรัน พี่ใส่กางเกงให้”


ร่างบางขยับลุกตามราเมนทร์บอก


“อายทำไม... ก็พี่ราม...” เด็กหนุ่มขยับตัวไปมาก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวนุ่มอีกครั้ง


“หมายความว่าไงฮึ” ยิ้มจางๆอย่างพอใจ


“เอ้าเสื้อ เปื่อยที่สุดนิ่มที่สุดในตู้พี่แล้ว” ชายหนุ่มวางเสื้อตัวเก่าบนแผ่นอกเรียบตึงขาวนวล


“ใครมาเห็นรันตอนนอนคงคิดว่าพี่ใจร้ายให้ใส่แต่ของเก่าแหงเลย”


“ช่างคนอื่นดิ ก็รันชอบของรันนะ” ร่างเล็กค่อยๆยกแขนขึ้นแล้วขยับเคลื่อนแขนเสื้อผ่านท่อนแขนเข้ามา พยายามยัดสวมผ่านศีรษะลงทั้งๆที่ยังนอนอยู่อย่างนั้น เมื่อเสร็จแล้ว ก็ค่อยแย้มรอยยิ้มให้


“ขอบคุณนะพี่ราม”


“ขอบคุณพี่ไว้เยอะๆล่ะ ตัวขี้อ้อน” ราเมนทร์ขยี้ผมอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว


“ป่วยแบบนี้ต้องนอนพักเยอะๆรู้ไหม อย่าไปยืนตากฝนอีกล่ะ เดี๋ยวพี่จะดุแทนหมอเองถ้ายังไม่หายเนี่ย”


“อื้อ... พูดถึงหมอ พรุ่งนี้ไปเอายาให้รันได้ไหม หมอเขาให้ไปเอาทุกวันนะ...” ‘ตัวขี้อ้อน’นึกถึงสิ่งที่ธนกฤตบอกไว้ได้ เงื่อนไขแปลกๆที่เขาต้องเป็นคนเข้าไปรับยาทุกวัน


“อ่าว ก็เพิ่งไปเอามาวันนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องเอาทุกวัน หมอมันประสาทหรือเปล่าน่ะรัน” ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ มีอย่างที่ไหนให้คนไข้ไปหาทุกวัน


“หรือมันหวังอะไรเราหรือเปล่า ระวังหน่อย จะย้ายโรงบาลไหม”


“เปล่า... หมอบอกว่ารันต้องกินยาให้ครบ ต้องเอาถุงยาไปให้เขาดูว่ารันกินยาหมดนะ ไม่งั้นรันไม่หายซักที” เด็กหนุ่มสาธยายสาเหตุของการที่ต้องไปเอาทุกวัน


“ไม่ได้โรคจิตแบบไอ้อ้วนพอลนะ”


“ก็ยังฟังดูงี่เง่าอยู่ดี” ราเมนทร์บ่นอย่างไม่จริงจัง


ชายหนุ่มยกอ่างน้ำไปจัดการแล้วเดินกลับมานั่งบนพื้นข้างๆ มือใหญ่เกาะกุมมือเล็กไว้เบาๆ ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเขาคนนี้... เป็นคนสำคัญยิ่งกว่าใครๆบนโลก


“หลับซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปเอาให้....”


“อื้อ... ขอบคุณนะพี่ราม” คนป่วยขี้อ้อนบีบมือใหญ่เบาๆแล้วค่อยหลับตาลง ปล่อยให้ความเย็นจากมือนั้นถ่ายทอดมายังเขา


“ฝันดีนะ ตัวกวนของพี่” ราเมนทร์จูบเบาๆบนหน้าผากน้องชาย




//////////////////////


 

 

หลังจากใช้เวลาทั้งวันจัดการกับเรื่องของน้องชายและพักผ่อนอย่างเต็มตื่น ร่างสูงที่ร่ำลาน้องเรียบร้อยก็เดินออกมานอกห้องพัก เขาเดินสวนกับชายคนหนึ่งที่หอบหนังสือเป็นตั้งและยืนง่อนแง่นควานหากุญแจในกระเป๋า


“หอบของเยอะเชียวนะครับ” เขาทักเพื่อนบ้านอย่างอารมณ์ดี


“อ๊ะ? สวัสดีครับคุณราม” ชายหนุ่มชะโงกหน้าผ่านกองหนังสือที่หอบไว้มาทักทายร่างสูงพร้อมรอยยิ้ม


“พอดีซื้อหนังสือมาใหม่น่ะครับ”


“มา ผมช่วย” ราเมนทร์ดึงเอาหนังสือกองโตมาถือแทน เขามองรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าอีกฝ่าย อาจจะเป็นเพราะสีผมที่ค่อนข้างอ่อนกันรูปร่างที่ติดจะบางกว่าผู้ชายทั่วไปทำให้เขาเอื้อเอ็นดูคนๆนี้ไม่น้อย


...แม้ว่าอีกฝ่ายจะแก่กว่าก็ตาม...


เขาเคยนึกเสียดายที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาได้รูปแต่ถูกบดบังด้วยแว่นกรอบหนาสีดำทรงภูมิฐาน


ราเมนทร์อยากจะถอดแว่นแล้วถ่ายรูปอีกฝ่ายที่ดูจะเข้ากันได้ดีกับธีมเคร่งขรึมแต่น่ารัก... แต่ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่


“วัตถุดิบนิยายเรื่องใหม่เหรอครับ”


“ขอบคุณครับ คุณราม” มือเอื้อมเปิดประตูห้องพลางยิ้มน้อยๆออกมา เขาก้าวเดินเข้าไปในห้องแล้วชี้มือไปที่โต๊ะไม้กลางห้อง


“วางไว้บนโต๊ะนั้นก็ได้ครับ ขอบคุณมากเลย...” คราวนี้เขาอยากได้เรื่องแนวแฟนตาซี ผมไม่เคยอ่าน เลยต้องหามาอ่านเสียหน่อยน่ะครับ...”


“คุนธันเก่งจังนะครับ เห็นเขียนทีไรขายดีทุกที เป็นผมเข้าหน่อย... เรื่องเดียวยังไม่จบเลย” ราเมนทร์หัวเราะเบาๆแล้ววางลง


ธันย์ชนกเป็นเพื่อนร่วมชั้นห้องตรงข้ามที่คุ้นเคยกันดี และเป็นนักเขียนนิยายรักโรแมนติกที่ดูไม่เข้ากับท่าทางเรียบๆ หนังสือของธันย์ชนกอ่านง่ายแต่บรรยายความรู้สึกและถ่ายทอดทุกอารมณ์ได้สมบูรณ์


“เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ จะไปเอายาให้รัน”


“น้องรันไม่สบายเหรอครับ?” คนอายุมากกว่าเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ


ในสายตาของเขา ถึงรัญชน์จะเป็นเด็กตัวเล็ก แต่ก็ดูแข็งแรงกว่าที่คิด


“โรคประจำตัวน่ะครับ นี่ยังดี... เมื่อก่อนป่วยแทบจะวันเว้นวันทำเอาผมหัวปั่นไปหมดเลย” แม้จะฟังดูคล้ายบ่นแต่คนพูดกับยิ้มนิดๆอย่างมีความสุข


“อ๊ะ! โทษนะครับ”ราเมนทร์ยิ้มให้คนข้างตัวก่อนจะเอื้อมมือไปใกล้เพื่อจะปัดเศษฝุ่นที่ติดไหล่


“! อ... ขอบคุณครับ” ธันย์ชนกได้แต่ยิ้มอย่างอายๆ ผิวแก้มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นเล็กน้อย


“ถ้าอย่างนั้นคุณรามไปเอายาเถอะครับ เดี๋ยวผมจะจัดหนังสือเข้าชั้นด้วย”


“ไปก่อนนะครับ” ราเมนทร์เดินออกจากห้องอีกฝ่ายแล้วปิดประตูห้องให้


อย่างที่คิดไว้เลย... ใบหน้าเขินๆนั่นดูเหมาะกันธีมรูป ‘น่ารัก’ จริงๆ


ชายหนุ่มเผลอยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะเดินลงลิฟท์ไป





///////////////////////////


 

 

‘ก๊อกๆ’


“เชิญครับ” ขานตอบรับก่อนหมอหนุ่มที่นั่งหันหลังจะหมุนเก้าอี้ออกมาเจอกับร่างสูงที่เดินผ่านประตูที่เปิดค้าง


“เอ่อ... เป็นอะไรมาเหรอครับ” ธนกฤตมองหน้าคนที่หยุดยืนมองเขาอย่างพิจารณาโดยไม่พูดอะไร ท่าทางดูแข็งแรงจนไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถป่วยเป็นอะไรได้


“เปล่า... มาเอายาแทนรัญชน์ คนไข้ที่คุณนัดไว้”


เสียงทุ้มห้าวตอบอย่างชัดเจนพอที่จะทำให้เขาเข้าใจชัดเจน ธนกฤตพยักหน้าแล้วเอื้อมไปหยิบชาร์ตคนไข้ที่วางแยกไว้


“คุณรันไม่มาเอาเองเหรอครับ จะได้เช็คร่างกายด้วย”


“เป็นไข้”


...ประหยัดคำพูดจริงนะ... ธนกฤตคิดในใจ


“มีไข้ แล้วมียาทานหรือยัง...”


“มีแล้วไม่ต้องสั่งให้ แค่มาเอายาที่บอกต้องมาเอาทุกวันเฉยๆ” พี่ชายคนป่วยพูดแทรกก่อนจะยกมือกอดอกยืนรอมองอย่างติดจะหงุดหงิดเล็กๆ


“ครับ”


น้องออกจะน่ารัก ไหงพี่หน้าหยั่งกับยักษ์วะ...


ธนกฤตเขียนยาที่จำเป็นแล้วเปิดช่องเล็กๆด้านหลังยื่นส่งให้นางพยาบาลด้านนอก


“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวเชิญนั่งรอด้านนอกสักครู่แล้วพยาบาลจะเรียกรับยาครับ” เขายิ้มให้อย่างผูกมิตร


ราเมนทร์ยืนจ้องหน้าเจ้าของไข้ของน้องชายอีกครู่หนึ่ง และทิ้งท้ายด้วยคำพูดก่อนเดินออกไปว่า


“น้องชายผมย้ายโรงบาลหลายครั้งเพราะเจอไอ้พวกหมอโรคจิต ผมหวังว่าคุณจะไม่ใช่พวกเดียวกับมัน”


ธนกฤตมองแผ่นหลังหนาๆของคนที่เดินออกไปพลางทอดถอนใจ... เจอหน้าไม่ทันไรดันคาดโทษหวงใส่ซะแล้ว


...อย่างนี้สินะที่เรียกว่า...พี่หวงน้อง...


 



//////////////////////////////


 

หลังจากหยิบคุกกี้ขึ้นจากถาดแล้วจัดใส่ถุงให้สวยงามแล้ว เด็กหนุ่มร่างบางก็หยิบเป้ใบโปรดขึ้นสะพายพร้อมกับดึงเอาสายหูฟังของไอพอดออกมาพลางเปิดประตูห้องออก


“อ้าว คุณธัน จะไปข้างนอกเหมือนกันเหรอครับ” รัญชน์เอ่ยถามตามประสาคนมนุษยสัมพันธ์ดี รวมไปถึงอีกฝ่ายที่เป็นคนข้างห้องเขาก็นับเป็นเพื่อนบ้าน


“ครับ น้องรันหายแล้วเหรอครับ?” คนอายุมากกว่าตอบรับก่อนจะถามไถ่ถึงสุขภาพ


“หายแล้วครับ” ร่างเล็กหัวเราะเบาแล้วพูดต่อ


“ไม่ต้องเรียกน้องรันก็ได้ครับ ฟังดูตลกดี เรียกรันเฉยๆก็ได้ ผมไม่ว่าหรอก”


“...” ธันย์ชนกได้แต่ยิ้มรับคำขอนั้น


“จริงสิ ยังมีคุกกี้เหลืออยู่ เดี๋ยวผมเอามาให้นะครับ” พูดเสร็จรัญชน์ก็วิ่งหายกลับเข้าไปในห้อง ไม่นานนักก็ออกมาพร้อมกับคุกกี้ถุงเล็กกว่าเมื่อครู่


“นี่ครับ”


“ขอบคุณนะครับน้อ- เอ่อ รัน...” พอรู้ตัวว่าเผลอพูดออกไปก็รีบแก้พร้อมกับหัวเราะเบาๆออกมา


“ครับ งั้นผมไปก่อนล่ะ” รัญชน์ยกมือขึ้นบ๋ายบายแล้วก็วิ่งไปทางบันได ปล่อยให้คนที่เพิ่งรับคุกกี้ไปมองด้วยความประหลาดใจ ทั้งๆที่ลิฟต์ก็มี แต่เด็กหนุ่มตัวเล็กกลับเลือกที่จะลงบันไดไป...









To be continued...


ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
โดนพี่ชายดักคอสะแล้วววว o18 o18 o18

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Mookkun

  • Just a 'SOLOIST'
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
คนของคุณพี่มาแล้ว  (หรือเปล่า :m28: )

ออฟไลน์ ชัดเจนกาบ

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-23
อะนะ น้องจริงๆนะคุณราเมนทร์ แอบเชียร์ราเมนทร์กับคุณธันแต่แอบสงสารคุณธันที่เจอผู้ชายอย่างราเมนทร์ที่เป็นเสือผู้มากรักทางด้าน...ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

kagehana :  เอาคุณเชฟกับน้องนัทมาแพลมไว้ เนื้อเรื่องของหมอบีมน้องรันจะเป็นเรื่องถัดจากคุณเชฟน้องนัทสองปีนะคะ


ขอให่มีความสุขกับการอ่านค่ะ :bye2:








-5-










“สวัสดีครับคุณหมอบีม” รัญชน์ยกมือไหว้ทันทีที่เดินเข้าประตูห้อง ก่อนจะตามด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า แสดงให้ดูว่าหายดีแล้ว


“สวัสดีครับคุณรัน หายไปหลายวันเลยนะ” ธนกฤตหันมาหาแล้วยิ้มให้ สีหน้าดูสดใสของอีกฝ่ายทำเอาเขาโล่งใจขึ้นมา


ทั้งโล่งใจที่อีกฝ่ายหายดี....และโล่งที่จะไม่ต้องเจอหน้ายักษ์ของคุณพี่ชายอีก


“คิดถึงยาหมอไหมครับ ไม่ได้มาเอาเองตั้งหลายวัน”


“ครับ... ที่สุดเลยนะ” เด็กหนุ่มรับคำพร้อมเสียงหัวเราะก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ มือวางถุงคุกกี้ลงบนโต๊ะตรงหน้าธนกฤตแล้วว่าต่อ


“ผมทำมาให้นะ ตอบแทนที่พาผมกลับบ้านวันนั้นครับ แล้วก็ขอโทษ เผื่อว่าพี่ผมมาพูดอะไรแปลกๆใส่ครับ”


“น่ากินจังครับ” ธนกฤตเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องพี่ชายอีกฝ่ายว่าแปลก... แค่ไหน


เขาหยิบถุงคุกกี้ขึ้นมาดู ช็อกโกแลตชิพเม็ดใหญ่ดูเปล่งประกายวิบวับ... นี่ถ้าหากไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนไข้เขาคงแกะกินหมดไปนานแล้ว


“ขอบคุณนะครับ แล้ววันนี้คุณพี่ชายไม่มาด้วยเหรอ”


“ผมทำเองครับ! ชิมเลยก็ได้นะ ผมไม่ถือนะ” คนทำคุกกี้เอ่ยบอกอย่างสดใส


“พี่ผมต้องทำงาน ผมหายแล้ว ก็มาเองได้ครับ”


“งั้นหมอไม่เกรงใจนะ”


ธนกฤตแกะถุงแล้วหยิบคุกกี้หอมกรุ่นขึ้นมากัดเคี้ยวกิน รสชาติหวานของเนยเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตชิพขมๆ เขาเพลินกับการกินจนหมดชิ้นไม่รู้ตัว


“โห เจ๋ง!” ธนกฤตยิ้มเขินที่หลุดคำพูดคุ้นปากที่ไม่เหมาะกับท่าทางของคนที่เป็นหมอเท่าไร


“เอ่อ... อร่อยมากเลยครับ หมอไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่านี้เลย”


“ขอบคุณครับ” รัญชน์เผยรอยยิ้มหวานด้วยความดีใจ


“คุกกี้เพิ่งอบเสร็จก็อร่อยแบบนี้แหละนะครับ”


“คุณรันน่าจะเปิดร้านเบเกอรี่นะครับ หมอจะแวะไปเป็นลูกค้าทุกวันเลย” ธนกฤตหยิบอีกชิ้นเข้าปากแล้วรวบปากถุงปิด


“แหม... หมอกินเพลินจนลืมดูอาการเลย วันนี้เอาซองยามาให้หมอดูไหมครับ”


“... นึกว่าคุณหมอจะไม่ถามแล้ว...”


คนไข้ฉีกยิ้มก่อนจะล้วงมือไปในกระเป๋าเป้ของตัวเอง เมื่อค้นเจอแล้วก็หยิบถุงยาออกมาให้คนตรงหน้าดู


“เป็นไงครับ”


ธนกฤตรับถุงยาเปล่าขึ้นมาแล้วเอามาร์คเกอร์สีน้ำเงินเขียนวันที่ไว้ก่อนจะเก็บไว้บนตะกร้าด้านข้าง เขาเขียนยาที่จำเป็นแล้วยื่นผ่านช่องไปอีกครั้ง


“ดีมากครับคนเก่ง ถ้ากินหมดอย่างนี้ไปเรื่อยๆหมอจะเปลี่ยนเป็นอาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิม” ธนกฤตยิ้มจางๆ


“คุณรันจะได้ไม่ต้องเดินทาง เห็นทุกวันเดี๋ยวเบื่อหน้าหมอหมด”


“มาบ่อยๆได้ครับ ไม่เป็นไร... เมื่อกี๊ก็แวะเล่นกับน้องปูเป้มา... ถ้าไปกับพี่ ผมเบื่อตาย” เด็กหนุ่มเอ่ยว่าทีเล่นทีจริง


“นั่นสินะครับ พี่คุณท่าทางหวงน้องมากๆด้วย มาคราวก่อนยังคาดโทษหมอจนหมองงเลย” ธนกฤตยิ้มขำ


“วันนี้จะให้คุณรันไปเจาะเลือดที่ห้องตรวจสองด้วยนะครับ หมอจะตรวจเช็คว่าผลเลือดเป็นยังไงจะได้รู้แนวทางรักษา”


“... เอ๋? พี่มาว่าอะไรเหรอครับ” นัยน์ตากลมโตกระพริบตามองปริบๆด้วยความแปลกใจ


“ไม่มีอะไรหรอกครับ” เขายิ้มนิดๆอย่างใจดีก่อนจะลุกขึ้นยืน


“เดี๋ยวหมอให้พยาบาลพาไปห้องเจาะเลือดนะครับ เอาใบประวัตินี่ไปยื่นแล้วรอเจาะเลย” ธนกฤตยื่นกระดาษให้แล้วเขียนยุกยิกๆบนชาร์ตต่อ


“อันนี้หมอฝากให้พยาบาลหน้าห้องครับ ให้จัดยาให้คุณรันจะได้ไม่ต้องวนไปวนมากลับบ้านได้เลย”


“ได้ครับ... ขอบคุณมากครับคุณหมอบีม... แล้วพรุ่งนี้พบกันครับ” ใบหน้าหวานระบายรอยยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหันออกจากห้องไป





///////////////////////////



 

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก ร่างเล็กที่นอนเล่นอยู่บนโซฟาก็รีบลุกไปหาคนที่เพิ่งปิดประตูทันที


“พี่ราม! ไปพูดอะไรกับหมอมานะ???”


“อะไร? ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย เราคิดมากไปปะ” ราเมนทร์ดึงร่างเล็กที่ทำหน้าบู้เข้ามากอดแล้วหอมเบาๆที่แก้มขาวทั้งสองข้าง


“หน้ายังกับแมวเปอร์เซีย ยู่ซะไม่มี”


“เออ ก็ยู่แหละ... บอกมาเลยนะว่าไปพูดอะไรมา ไม่งั้นไม่ทำคุกกี้ให้กินแล้วด้วย” รัญชน์ขยับดิ้นขลุกขลักไปมาในอ้อมกอดพลางทำเสียงเข้ม


“ก็แค่.... เตือนๆไปว่าอย่ามาโรคจิตใส่รัน”


เจ้าแมวเหมียวในอ้อมกอดที่ขู่ฟ่อๆดิ้นจะให้หลุดจากเขาทั้งนุ่มนิ่มและหอมไปทั้งตัว ราเมนทร์ซุกใบหน้าบนเรีอนผมสีอ่อนแล้วเอาปลายคางกดไว้


“เห็นมะ ไม่เห็นมีอะไรสักหน่อย เราน่ะคิดมาก”


“พี่รามอะคิดมาก หมอคนนี้ใจดีจะตาย” พอได้คำตอบที่น่าพอใจ เด็กหนุ่มก็หยุดดิ้น ปล่อยให้พี่ชายกอดเอาไว้ตามใจ


“ดีแตกมาหลายรายแล้ว ไว้ใจไม่ได้หรอก” นานๆครั้งจึงจะเห็นน้องชายใส่ใจคนอื่น ยิ่งเอ่ยชมซึ่งๆหน้ายิ่งแล้วใหญ่


“หิวแล้วล่ะรัน ไปหาอะไรกินข้างนอกไหม”


“อื้อ กิน! อยากกินสเต็ก” พอได้ยินเรื่องอาหาร เด็กหนุ่มก็ตัดประเด็นแรกออกไปได้ก่อนทันที


“อื้อ อยากไปกินร้านไหนล่ะ วันนี้พี่เลี้ยงเอง”


เลี้ยงดูกันมาตั้งหลายปีทำไมจะไม่รู้ว่าถ้าเอาของกินมาล่อล่ะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที


“เอาที่สเต็กอร่อยๆ หรูๆดีๆ” รัญชน์เอ่ยบอกอย่างเอาแต่ใจ พลางขยับตัวออกจากอ้อมกอดของพี่ชายแล้วเดินไปยังห้องของตัวเอง แต่ก็ตะโกนไล่หลังมา


“รันเปลี่ยนเสื้อก่อน พี่รามหาร้านนะ”


“คร้าบบบบ”


ใครจะว่ายังไงก็ช่าง... เพราะเขารู้ดีว่าคนที่น้องชายจะเอาแต่ใจได้ด้วย... มีเพียงแค่ตนเอง


ราเมนทร์ยิ้มขำแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถามไถ่เพื่อนที่รู้จักว่ามีร้านไหนดีๆบ้าง เขาได้รับคำตอบที่น่าสนใจหลายที่แต่ที่ดูแล้วเข้าท่าที่สุดเป็นร้านแบบโฮมเรสเตอรองท์ที่มีเปียโนสด


“รัน ไปร้านนี้กันไหม” เขาพูดเมื่อคนตัวเล็กเดินกลับมา


“หือ? ร้านไหน?” คนถูกถามชะโงกหน้าไปอ่านเนื้อความบนหน้าจอมือถือของพี่ชาย จากเสื้อนอนย้วยๆตัวใหญ่กลายมาเป็นเสื้อยืดสีน้ำตาลอ่อนตัวบาง โดยมีแถบสีหลากหลายพาดไปมาบนตัวเสื้อ กับกางเกงขาสามส่วนที่เจ้าตัวชอบนักชอบหนา


“นี่ไง” ราเมนทร์ชี้ให้ดูภาพประกอบรีวิวร้านอาหารในบลอกที่เพื่อนส่งมา


บ้านที่มีสวนสวยและแนวกุหลาบขาวล้อมรอบยามกลางคืนสว่างไสวด้วยแสงเทียนสุดโรแมนติด อาหารในภาพต่อๆมาก็ดูน่ากิน... ยังไม่นับแกรนด์เปียโนตัวใหญ่ใต้ซุ้มผ้าขาวบางโปร่งที่ถูกมัดรวบด้วยริบบิ้นสีอ่อนที่มันปลาบล้อกับแสงไฟ


“ชื่อบ้านน้องนัท เพื่อนพี่ไปกินมาบอกอร่อยมาก เพลงก็เพราะ เชฟที่นี่เมื่อก่อนเป็นมือปืนรับจ้างให้พวกโรงแรมดังๆตั้งหลายที่ด้วย”


“? มือปืนรับจ้าง????” คนฟังมีสีหน้าประหลาดใจระคนไม่เชื่อนิดๆ


“ตลกแล้วนะพี่ราม”


“พี่หมายถึงพวกที่คอยทำงานเป็นเชฟในชื่อของโรงแรมต่างหากเล่า เหมือนพวกมือปืนที่รับจ้างยิงไง คนนี้เขาเป็นเชฟ รับจ้างทำอาหาร อ่าว งงล่ะสิ บอกแล้วไงว่าให้หัดอ่านหนังสือภาษาไทยเยอะๆ”


ราเมนทร์ลูบหัวเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว


“จะไปยัง ไม่งั้นไม่ทันร้านปิดนะ”


“ไปๆ ไม่อร่อยคอยดูนะ” ร่างเล็กเป็นฝ่ายเดินนำมาที่ประตูห้องแล้วหันมายิ้มกว้างให้


“เร็วสิพี่ราม”


“คร้าบบบบบ”

 

///////////////////

 

โฮมเรสเตอรองท์ขนาดกลางตั้งอยู่บนสวนที่มีแนวกุหลาบขาวรายรอบดูโรแมนติกมากขึ้นเมื่อมีซุ้มกระโจมสีขาวตั้งอยู่ด้านริม แกรนด์เปียโนเงาวับที่อยู่ข้างใต้เล่นแสงกับเทียนเล่มน้อยที่จุดอยู่รอบๆ


โต๊ะสีขาวแบบโปร่งเข้าชุดกับเก้าอี้มีจัดไว้เพียงด้านละสี่ห้าชุด ทุกโต๊ะจะมีเทียนเล่มเล็กๆและกุหลาบขาววางประดับ บรรยากาศตอนกลางคืนจึงเหมาะกับครอบครัวหรือคู่รักที่อยากจะทานอาหารอร่อยในบรรยากาศดีๆ


“ดีนะที่ยังมีที่ ปกติร้านนี้ต้องจองก่อนถึงกินได้ คนเข้าคิวจองยาวเหยียด” ราเมนทร์พูด


พนักงานต้อนรับสองตัวที่ติดหูกระต่ายนั่งเฝ้าซุ้มประตูกระดิกหางให้ ก่อนจะเห่าคล้ายเรียกคนที่อยู่ด้านในมารับแขก


“ยินดีต้อนรับค่า ไม่ทราบว่ากี่ท่านคะ” พนักงานเสิร์ฟสาวในชุดเสื้อเชิ้ตขาวทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีดำเดินมาหาคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสดใส


“สองครับ” ชายหนุ่มตอบแล้วยิ้ม


บริกรสาวผายมือไปทางโต๊ะที่ว่างแล้วเดินนำไปก่อนจะยื่นเมนูให้


“เดี๋ยวสักครู่จะมารับออเดอร์นะคะ”


“รันกินอะไร”


“สเต็กย่างเตาถ่าน” คนตัวเล็กเอ่ยตอบร่าเริงพลางปิดเมนูลง


“กับโค้ก!”


“กินโค้กอีกแล้ว” คนเป็นพี่พูดเหมือนจะดุแต่กลับยิ้มกว้างให้แทน


“ของผมเอาสปาเก็ตตี้พอร์คบอลมะเขือเทศ ซี่โครงแบบฟูล ซุปเห็ด....แล้วก็เบียร์ครับ” พูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้คนที่มายืนรับออเดอร์


“เรียบร้อยค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ” หญิงสาวรับคำอย่างสดใสก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป


“พี่รามอะ กินเบียร์อีกละ เดี๋ยวลงพุงนะ” รัญชน์เอ่ยว่าพี่ชายที่สั่งเบียร์มากินตั้งแต่หัววัน


“ลงพุงอะไร ออกจะหล่อสาวกรี๊ดขนาดนี้ งานอย่างพี่ก็เหมือนออกกำลังกายทุกวันอยู่แล้วน่า” ราเมนทร์พูดพลางยิ้มกว้างให้โต๊ะข้างๆที่เป็นสาวออฟฟิสสี่ห้าคนที่มองมาอย่างสนใจ


“เห็นมะ” ชายหนุ่มยักคิ้วอย่างได้ใจ


“... หลงตัวเอง” เด็กหนุ่มว่าก่อนจะแลบลิ้นใส่


“เค้าจะคิดว่าพี่รามเป็นเกย์ได้นะ มากับรัน” ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มยียวนขึ้นเพื่อกวนประสาทร่างสูง


“ตามใจดิ พี่ไม่เห็นแคร์” ชายหนุ่มดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มขาวๆอย่างหมั่นเขี้ยว


“ต่อให้ไม่มีผู้หญิงก็ไม่เป็นไร มีรันคนเดียวก็พอ”


“เอ๊า! พูดงั้นได้ไง ไหนเคยบอกว่าจะหาเจ้าสาวสวยๆมาเป็นพี่สะใภ้ให้รันไง” มือเรียวบางเอื้อมผลักหน้าของราเมนทร์ออก


“อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้วน่า พี่อยู่กับเราไม่มีเวลาไปหาแฟนหรอก” ราเมนทร์ยอมกลับมานั่งที่แต่โดยดีก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด


“รู้ไหม ที่นี่น่ะเปิดแค่อาทิตย์ละสามวันเองนะ แต่อย่างว่า...ทำแบบครอบครัวก็เหนื่อยเป็นธรรมดา”


“ไม่เจ๊งได้ไงนะ... เห็นเค้ามีแต่เปิดทุกวัน หยุดวันนึง อะไรแบบนี้” คนพูดมองไปรอบๆพลางแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา


“ไม่คิดงั้นเหรอ?”


“ลองชิมดูเดี๋ยวก็รู้”


เท่าที่เคยได้ยิน... การที่ร้านเปิดเพียงสามวันต่อสัปดาห์ยิ่งทำให้เหล่านักชิมต่างจับจองควานหาทางที่จะได้มาชิม...และนั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้เปิดต่อเนื่องมาได้2ปีแล้ว


“เค้าบอกว่าถ้าใครได้มากินที่นี่ ยังไงก็ต้องอยากกลับมาอีก”


“โอเค...” รัญชน์รับคำก่อนจะเหลียวมองไปรอบๆร้านอีกครั้งโดยหวังว่าจะเห็นบริกรเดินมาพร้อมกับสเต็กในถาด แต่ก็ยังต้องผิดหวัง


“เออ จริงสิ กินคุกกี้ไหม เมื่อเช้าที่รันลุกมาอบ เหลืออยู่” เขาว่าพลางหยิบคุกกี้ที่อยู่ในกล่องพลาสติกออกมา


“ของหวานเค้าไว้กินหลังอาหารสิ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มือใหญ่ก็เอื้อมหยิบมากัด


“เหลืออยู่? แล้วไอ้ที่ไม่เหลือไปไหนล่ะ”


ไม่ทันจะได้รับคำตอบ บริกรสาวก็เดินนำอาหารมาเสิร์ฟ หญิงสาวจัดการเครื่องดื่มให้ทั้งสองคนแล้วหยิบจานอาหารที่วางอยู่บนรถเข็นขนาดเล็กเสิร์ฟให้คนสั่งอย่างแม่นยำ


“ขอให้มีความสุขกับอาหารของบ้านน้องนัทนะคะ” เธอโค้งตัวพร้อมรอยยิ้ม


“ให้หมอไป.... โห— หอมจัง” คนตอบไม่พูดเปล่าพลางสูดกลิ่นหอมของสเต็กที่ถูกย่างบนเตาถ่านเข้าปอดให้เต็มที่


“กินเลยนะ ไม่รอแล้ว ขอบคุณครับ” รัญชน์พูดกับคนตรงหน้าเสร็จก็หันไปยิ้มหวานให้กับบริกรสาวอีกทีหนึ่ง แล้วคว้ามีดกับส้อมขึ้นมาโดยไม่รอ


“ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” คนเป็นพี่พึมพำเบาๆแล้วกระดกเบียร์เข้าปากตามด้วยเนื้อซี่โครงนุ่มลิ้น


คนอื่นอาจจะสรรหาไวน์ที่มีรสเลิศเข้ากับเนื้อ แต่สำหรับตัวเขา เบียร์วุ้นเย็นๆแบบนี้เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า  ของเหลวรสขื่นผ่านลำคอไปหมดแก้วก่อนที่จะถูกรินต่อ ราเมนทร์ชิมของที่สั่งอย่างละนิดเพื่อพิสูจน์รสชาติก่อนจะพยักหน้าเบาๆด้วยความชื่นชม


“เยี่ยม... ทีนี้หายสงสัยยังล่ะรัน”


“อื้อ!! สุดๆ” รัญชน์ไม่ได้สนใจคำถามแรกเสียด้วยซ้ำ สเต็กเนื้อนุ่มหอมกลิ่นถ่านถูกหั่นส่งเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่าแทบไม่ได้หยุดพัก


“พี่รามเจ๋งที่สุดเลย... อือ อร่อยเป็นบ้า เหมือนที่นู่นเลย” เด็กหนุ่มว่าต่อพลางยกแก้วโค้กขึ้นดื่ม


“อยากเห็นหน้าเชฟที่นี่จัง”


“นั่นไง” ชายหนุ่มชี้ไปทางร่างสูงที่อยู่ในชุดเชฟ ผมสีทองงถูกรวบตึงเป็นหางม้าเล็กๆ เขาพาตัวเองออกมาทักทายแขกที่นั่งอยู่ตามโต๊ะพร้อมๆกับชายหนุ่มผมดำที่ตัวเล็กกว่า


“คนผมทองเป็นเชฟเจ้าของที่นี่ ส่วนตัวเล็กๆอีกคนเป็นนักเปียโนประจำร้าน แต่ไม่รู้ทำไมว่าชื่อร้านถึงใช้ชื่อของนักเปียโนน่ะนะ”


รัญชน์มองตามด้วยความสนใจ คนสองคนที่เดินข้างกันมีบรรยากาศที่ดูอบอุ่นจนเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เด็กหนุ่มรอจนคนทั้งคู่เดินมาใกล้ๆ จึงเอ่ยชมอย่างเริงร่า


“เชฟ— สเต็กอร่อยมากเลยครับ!”


“ขอบคุณมากครับ” เชฟหนุ่มโค้งศีรษะให้แล้วหันไปยิ้มกับคนข้างกาย


“ขอให้เป็นอีกมื้อหนึ่งในความทรงจำของคุณทั้งสองคนนะครับ คนนี้เป็นนักเปียโนประจำที่นี่ชื่อญาณัชครับ เขาจะเริ่มแสดงตอนทุ่มครึ่ง ถ้าไม่มีธุระอะไรผมขอเชิญทั้งสองท่านอยู่ฟังนะครับ”


มือใหญ่โอบเบาๆบนไหล่คนรักอย่างนุ่มนวล


“... อยู่ครับอยู่... คุณญาณัช... ผมยาวสีดำสวยจังเลยนะ... พี่รามว่ารันทำมั่งดีมะ? สีดำ” ใบหน้าหวานยิ้มแย้มกับทั้งสองคนแล้วหันมาถามความเห็นพี่ชายตัวเอง


“ไม่อะ อย่าเลยรันหน้าไม่ให้ อย่างนี้น่ารักอยู่แล้ว” คนถูกถามส่ายหน้าพลางแกล้งจับปอยผมสีอ่อนของเจ้าตัว


“ถ้างั้นพวกผมไม่รบกวนแล้วครับ ต้องการอะไรเพิ่มเชิญเรียกได้นะครับ” เจ้าของร้านพูดแล้วโค้งอีกรอบ


“เดี๋ยวครับ! ทำไมร้านถึงชื่อ บ้านน้องนัท ล่ะครับ?” รัญชน์ร้องถามก่อนที่เจ้าของร้านจะได้เดินหายไป เขามองญาณัชที่หันไปมองหน้าของร่างสูงคล้ายกับจะหาคำตอบ บนใบหน้าของเขาคล้ายกับจะมีรอยขัดเขินอยู่


“ก็เพราะ....ที่นี่เป็นบ้านของผมกับน้องนัทไงครับ” คนตอบไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไร หากแต่ดวงตาสีแปลกที่มองคนที่ยืนข้างๆกลับทำให้คนที่กระดกแก้วเบียร์เข้าปากรู้ได้ดี


หากไม่รัก....ดวงตาเข้มคงไม่สามารถอ่อนโยนได้ขนาดนี้


ราเมนทร์ส่งยิ้มให้แล้วแสร้งสนใจกับอาหาร ด้วยกลัวว่าหากมองมากเกินไปคงไม่มีนักเปียโนขี้อายเล่นดนตรีให้ฟังในคืนนี้แน่







To be continued...

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
อยากกินบ้างจังงง :z1: :z1: :z1:

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
คนอ่านอยู่ในช่วงกินเจ  อ่านตอนนี้ทำเอาเจเกือบแตก  :call:

ออฟไลน์ Mookkun

  • Just a 'SOLOIST'
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
หิวขึ้นมาเบยยย
คุณเชฟน่ารักจังงงงง

ส่วนคุณพี่...ดุชิบ 555555.
รันน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกก >.<

:pig4:

ออฟไลน์ kagehana

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1
kagehana : เห็นน้องนัทโผล่มาในเรื่องที่ไรก็อดมุ้งมิ้งน้องไม่ได้ เป็นเคะไทป์ที่แพ้จริงๆ ส่วนน้องรันของเรา....จะเสร็จพี่หมอมั้ยนะ(เอ๊ะ?)



ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ


-6-









“... พี่ยุตอะ......” พอเดินพ้นจากโต๊ะของแขกที่เข้ามาทานอาหาร ญาณัชก็ทำเสียงเข้มใส่คนที่ยังโอบเขาเอาไว้


“ครับ” ทยุตแกล้งยื่นศีรษะเข้าไปใกล้เอียงหูชิดอีกฝ่าย


“นัทมีอะไรเหรอ”


คนตัวเล็กกว่ารีบหลบจากใบหน้าอีกฝ่ายที่ยื่นเข้ามา


“ไม่ต้องเลย....” ญาณัชพูดเสียงเข้มพลางใช้มือเรียวผลักใบหน้าของทยุตที่ยื่นเข้ามาใกล้


“ทำไมต้องทำอะไรน่าอายแบบนั้นต่อหน้าลูกค้าด้วย...” คนบ่นยังคงทำหน้ายุ่ง ญาณัชเดินหนีไปนั่งลงที่เก้าอี้เปียโนโดยมีสุนัขสองตัวมายืนขนาบข้างคล้ายกับจะรอฟัง


“ไส้กรอกกับลูกชิ้นยังว่าง่ายกว่าเลย”


“โฮ่ง แบ๊ก” สองตัวที่นั่งอยู่ใกล้ๆกระดิกหางเห็นด้วย ทำเอาคนที่เดินตามมาอดจะเขกกะโหลกตัวละทีไม่ได้


“ทีนี้ล่ะทำเป็นรู้มากนะไอ้พวกนี้” ทยุตเดินเข้ามาใกล้แล้วจับมือคนรักเบาๆ


“มีตรงไหนที่น่าอาย พี่ว่าการที่เราทำตัวปกปิดไม่ยอมรับต่างหากที่น่าอาย นัทเป็นน้องนัทที่พี่รักและภูมิใจมากๆนะครับ พี่ว่าคนอื่นเค้าคงอิจฉาพี่มากกว่าจะว่ามั้ง”


“.... นัทไม่ได้ปกปิดหรืออะไรซะหน่อย... ก็แค่ไม่ชอบทำต่อหน้าคนอื่นเฉยๆ บอกว่าเป็นแฟนก็ไม่ว่าหรอก” ร่างบางหันมายิ้มให้จางๆก่อนจะหันกลับไปวางนิ้วมือบนแป้นเปียโนสีขาว


“เอาเพลงอะไรก่อนดี...”


“Romance d’Amour เพลงที่เล่นให้พี่ฟังครั้งแรก..... นะครับ” เชฟหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วเดินกลับไปทำหน้าที่ตัวเอง


เสียงเปียโนหวานแผ่วดังขึ้นในสวนที่อบอวลด้วยความรักและความอบอุ่นส่งผ่านอาหารและบทเพลง ทยุตมองคนรักผ่านม่านมุ้งสีขาวที่กางกั้นไว้ เงาร่างเล็กบอบบางเคลื่อนไหวอย่างงดงามต่อเนื่องบนแป้นคีย์สร้างมหัศจรรย์ให้กับวันธรรมดาของใครหลายๆคน


มนต์วิเศษ... ที่ทำให้กลายเป็นค่ำคืนพิเศษ


 


////////////////////////


 

“มาทั้งเปียกๆเลยเหรอครับ?” คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หันมามองแล้วขมวดคิ้วใส่


“เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอกคุณรัน” ธนกฤตมองหาผ้าที่พอจะมี แต่เสียดายที่ไม่มีอะไรที่ใช้ได้เลย


“ผมไม่มีร่มครับ ฝนตกหนักด้วย ถ้าไม่มาเดี๋ยวผมไม่มียากิน ไม่หายซักทีจะทำไงครับ?” เด็กหนุ่มร่างเล็กเอ่ยตอบด้วบใบหน้ายิ้มแย้ม มือยกขึ้นเสยผมม้าที่เกาะติดตามใบหน้าออกแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ


“ทำให้ห้องเปียกเลย.... ขอโทษด้วยนะครับ”


“เรื่องห้องเปียกน่ะช่างเถอะ” ธนกฤตนึกขึ้นได้ก็รีบล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตส่งให้


“หมอให้ สะอาดแน่นอนดมพิสูจน์ได้”


นายแพทย์หนุ่มรีบเขียนรายการยาบนโต๊ะแล้วยื่นส่งพร้อมเงินในกระเป๋าของตัวเองฝากกันยาให้ไปเอายาพร้อมจ่ายเงินให้


“คุณรันนั่งรอที่นี่แหละ เช็ดหน้าเช็ดตาไปก่อน หนาวไหมครับ”


“นิดหน่อยครับ แต่ไม่เป็นไร ก็เย็นดีนะ” รัญชน์ยิ้มกว้างพลางรับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาคลี่ออกแล้วทาบลงบนใบหน้า


“อือ... หอมจัง...”


“..........” จะว่าพูดไม่ถูกก็ไม่เชิง แต่ธนกฤตรู้สึกว่ากิริยาแบบเด็กๆของคนตรงหน้าดูแล้วน่ารักจริงๆ


“งั้น... เดี๋ยวหมอไปขอผ้าขนหนูมาให้แล้วกันนะ”


เจ้าของไข้ทิ้งคนไข้ไว้ในห้องแล้วออกตามหาผ้าเช็ดตัว พอดีกับที่นางพยาบาลหน้าห้องได้ยามา เขาเลยได้เดินเข้าห้องมาทั้งผ้าและยาพร้อมกัน


“นี่ยาครับ แล้วนี่ผ้า ส่วนนี่....” ร่างสูงถอดเสื้อกาวน์ออกพาดบนพนักพิงแล้วหนีบกระเป๋าคู่กายใบเล็กไว้ในแขน


“กุญแจรถ...เดี๋ยวให้หมอไปส่งที่บ้านนะ”


“ไม่ต้องก็ได้ครับ วิ่งแว้บเดียวถึงบีทีเอสละ” เด็กหนุ่มรีบปฏิเสธก่อนจะรับผ้าขนหนูผืนนุ่มมาโปะๆลงบนศีรษะของตัวเอง ขยี้ให้พอแห้งแล้วก็ส่งคืน


“ไม่เอาครับ หมอจะกลับพอดี คาร์พูลไงประหยัดน้ำมันทางเดียวกันไปด้วยกัน” รับผ้าขนหนูมาแล้ววางลงบนโต๊ะ หมอหนุ่มยิ้มหวานพูดต่อ


“ไม่ให้ส่งหมอไม่ยอมนะ ครึ่งนึงก็เป็นความผิดหมอที่นัดคุณรันมาทุกวันด้วยล่ะ ไม่งั้นคุณรันก็คงไม่เปียกขนาดนี้หรอก”


“... หมอไม่ผิดหรอกครับ ฮะฮะฮะ” ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเข้าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา


“ครับๆ ไปส่งผมก็ได้... ขอบคุณนะครับ” ริมฝีปากบางค่อยๆแย้มรอยยิ้มให้


“ไปครับ อ๊ะ เอาไปด้วยดีกว่า” ธนกฤตคว้าผ้าขนหนูมายื่นให้แล้วออกเดินนำ


“ผ้าเช็ดไปเรื่อยๆแล้วทิ้งไว้ในรถหมอนะ เดี๋ยวหมอเอามาคืนเอง”


“ครับ” คนตัวเล็กกว่ารีบก้าวขาตามให้ทัน


“หมอบีมใจดีจัง”


“เด็กๆก็พูดแบบนี้ครับ แต่พอผมพาไปฉีดยาเจาะเลือดบ่นอุบว่าใจร้ายกันทุกคน”


เมื่อเดินมาถึงรถหมอหนุ่มก็กดสัญญาณเปิดแล้วเปิดประตูข้างคนขับให้


“ออกนอกโรงบาลไม่มีหมอกับคนไข้แล้วนะครับ ผมขี้เกียจแทนตัวว่าหมอตลอดเวลา...เก๊กเมื่อย” พูดจบก็หัวเราะเบาๆแล้วขึ้นประจำที่นั่งคนขับ


คนตัวเล็กหัวเราะตามไปด้วยก่อนจะใช้ผ้าขนหนูที่ได้มาวางรองบนเบาะนั่ง แล้วค่อยก้าวขึ้นรถ


“คุณหมอบีมเป็นคนตลกดีนะครับ”


“ครับ น้องสาวผมยังบอกเลยว่ามัวแต่ตลกแฟนเลยทิ้งหมด”


ธนกฤตหมุนพวงมาลัยขึ้นสู่ถนนใหญ่ และเป็นเหมือนทุกวันที่ฝนตก... คือรถติด ปกติแล้วตัวเขาเองไม่ค่อยหงุดหงิดกับรถติดเท่าไรเพราะถึงอารมณ์เสียไปก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี


“คุณรันหนาวไหมครับ.... ผมหรี่แอร์นะ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมชอบนะ... เย็นดี” คนพูดไม่พูดเปล่า ซ้ำยังหลับตายิ้มแย้มให้กับลมเย็นที่พ่นออกมาตรงหน้า


“แต่คุณหมอบีมก็ตลกจริงๆแหละครับ ผมว่าผู้หญิงน่าจะชอบคนตลกไม่ใช่เหรอครับ แบบ... ทำให้ยิ้มได้ตลอดเวลา อะไรแบบนั้น... ไหมนะ”


“ตลกน่ะดีครับแต่ไม่รู้ทำไม... สงสัยผมจะไม่ค่อยมีเวลาให้เค้ามั้งเลยทิ้งผมไปหมดเลย แล้วคุณรันชอบคนตลกไหมครับ... ลองถามผู้ชายดูบ้างเผื่อจะเปลี่ยนแนว” คนขับรถพูดยิ้มๆพลางลอบมองใบหน้าขาวๆที่หลับตาพริ้ม ยิ่งมองยิ่งรู้สึกน่ารักจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นผู้ชายจริงๆ


“ถ้าตลกอย่างคุณหมอก็ขำดีครับ” รัญชน์เอ่ยตอบก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาแล้วมองคนข้างๆ


“ไม่เหมือนพี่ชายผม คนนั้นน่ะคาสโนว่า...” ริมฝีปากสีชมพูอ่อนแย้มรอยยิ้มยามพูดถึงพี่ชายตัวโตที่มีแต่สาวๆมาติดพัน


“ก็คงงั้นแหละครับ แต่ผมว่าการจะรักใครสักคน... ถ้าจริงจังกับคนๆนั้นแค่คนเดียวคงดีกว่า” เขาไม่ได้ไม่ชอบที่ผู้ชายส่วนใหญ่เจ้าชู้ แต่ถ้าเป็นตัวเขา เขาอยากจะให้ความสำคัญกับคนรักแค่เพียงคนเดียวมากกว่า


“คุณรันหนาวหรือเปล่าครับ ตัวสั่นๆ...หมอเปิดแอร์แรงไปใช่ไหมครับ” ธนกฤตขยับลดแอร์ แต่ข้างนอกที่ฝนตกหนักก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาเท่าใดเลย


“... ปกติครับ... ผมชอบที่หนาวๆมากกว่าที่อุ่นๆอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อรู้สึกได้ว่าธนกฤตแสดงความเป็นห่วงออกมา— ไม่ต่างกับพี่ชายของตน


“ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ ยิ่งตัวเล็กๆอยู่....ทำไมวันนี้รถติดจัง” ธนกฤตบ่นเบาๆเมื่อรถที่เคลื่อนออกได้หยุดอยู่ตรงห่างจากจุดเดิมไม่ถึง2เมตร


เขานึกเป็นห่วงคนนั่งข้างๆ ถึงจะบอกว่าชอบอากาศเย็นก็เถอะ แต่เพิ่งหายป่วยมาอย่างนี้จะให้นั่งตากแอร์จนสั่นคงไม่ไหว


“บ้านคุณรันยังอีกไกล ถ้ายังไงแวะห้องผมเปลี่ยนเสื้อก่อนไหม แล้วเดี๋ยวผมค่อยส่งที่บ้าน”


“อ้าว? บ้านคุณหมอไม่ได้อยู่เลยบ้านผมเหรอครับ?” คราวนี้รัญชน์หันมามองหน้าของคนที่กำลังขับรถอยู่ด้วยความแปลกใจ เพราะคิดว่าบ้านของตัวเองเป็นทางผ่านคราวก่อน ถึงได้ยอมติดรถไป


“ผมมีหลายบ้านครับ” ....บ้านนึงอยู่ก่อน ส่วนอีกบ้านไปอีกทางน่ะนะ


“คอนโดผมถึงก่อนไม่ไกลจากที่คุณเท่าไหร่ แต่ขืนรถติดอย่างงี้ได้เป็นหวัดแน่” นัยน์ตาอ่อนโยนเหลือบมองคนนั่งข้างๆ


“ถ้าคุณรันไม่รังเกียจแวะไปที่บ้านผมนะ”


เด็กหนุ่มนึกถึงสิ่งที่พี่ชายเตือนไว้ก่อนหน้า จะกลายเป็นแบบหมออ้วนพอลไหมก็ไม่รู้


“... ก็ได้ครับ ไม่เป็นไร” รอยยิ้มแต้มขึ้นบนใบหน้า


อาจจะเป็นเพราะว่ารู้สึกดีๆด้วยมาก่อนหน้านี้ถึงได้ไม่รู้สึกกลัวอะไร


“อืม” หมอหนุ่มขับรถไปอีกพักหนึ่งก็เลี้ยวเข้าซอยใกล้ๆ คอนโดของเขาอยู่ใกล้รถไฟฟ้าและถนนทำให้ราคาค่อนข้างสูงพอสมควร แต่เพื่อความสะดวกก็คุ้มอยู่


ธนกฤตลดกระจกลงทักทายยามแล้วขับเข้าไปยังที่จอดรถที่แบ่งชั้นและห้องไว้อย่างชัดเจนก่อนจะดับเครื่องแล้วปลดล็อก


“ทิ้งผ้าไว้นี่แหละคุณรัน เดี๋ยวผมเอาผืนใหม่ให้นะ”


“ขอบคุณครับ” รัญชน์เอ่ยบอกก่อนจะก้าวลงจากรถ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอาผ้าขนหนูมาด้วย ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มจางๆประดับอยู่


ชายหนุ่มพาคนไข้ของเขาเข้าลิฟท์ไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่ชั้นสูงเกือบสุด ธนกฤตเสียบคีย์การ์ดและไขกุญแจก่อนจะดันประตูกว้างเพื่อให้คนที่ตามมาเข้าไปได้


“ห้องคนโสด รกหน่อยนะครับ”


ไฟสีนวลตาถูกเปิดขึ้นให้เห็บห้องกว้างที่มีโซฟาสีครีมอ่อนวางอยู่หน้าทีวีและเครื่องวีดีโอเกมที่วางทิ้งไว้


“ไม่รกเท่าไหร่ครับ ฮะฮะฮะ” รัญชน์หัวเราะออกมาเบาๆขณะที่มองไปรอบๆห้อง


“ดีจังครับ ผมว่าแล้วว่ายัยแบมมันพูดเกินจริง” ร่างสูงเดินเร็วๆไปที่ตู้แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมายื่นให้


“อาบน้ำก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมขอขยับของแป๊บ”


“ขอบคุณนะครับ” รัญชน์รับเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาคลุมศีรษะของตัวเองไว้แล้วหันซ้ายทีขวาที


“... ทางไหนครับ?”


“ตรงไปเลยครับ อยู่ติดกับห้องนอน” คนพูดหยิบข้าวของที่วางเกะกะจัดให้เข้าที่แล้วถอดเนคไทออกพร้อมเสื้อเชิ้ตก่อนจะมองหาเสื้อยืดใส่เล่นที่มักจะพาดไว้บนโซฟา


“อีะ เสื้อผมอยู่ในตู้นะ หยิบเอาได้เลย”


ร่างบางก้าวเดินไปตามที่อีกฝ่ายบอกก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำ รัญชน์กวาดตามองไปรอบๆก่อนจะคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังสำรวจเกินจำเป็น เขาจึงถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกจากร่างกายแล้วค่อยเปิดฝักบัวเพื่ออาบน้ำ


หลังจากปล่อยให้สายน้ำอุ่นกำจัดความเย็นที่เกาะตามผิวกายออกไปได้แล้ว รัญชน์ก็หันมาสระผมพอให้ไม่เป็นหวัด จากนั้นถึงค่อยปิดน้ำแล้วใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่พาดศีรษะเข้ามาเมื่อครู่เช็ดผิวกายลวกๆแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า


“.... มีแต่เสื้อใหม่ๆ” เด็กหนุ่มพึมพำออกมา ด้วยความเคยชินของเจ้าตัวทำให้สุดท้าย ร่างบางก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบเอว


“ขอโทษนะครับ... มีเสื้อแบบที่จะทิ้งแล้วไหมครับ”


ธนกฤตที่ถือขวดนมกำลังจะอุ่นเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก และในวินาทีนั้น...ก็เหมือนหัวใจไหววูบอย่างรุนแรง


ร่างบอบบางที่ผิวขาวสะอาดตาแปรเป็นสีแดงระเรื่อจากน้ำอุ่น เส้นผมสีอ่อนหมาดชื้นลู่ตามรูปหน้าได้สัดส่วน เขาแอบไล่สายตาดูแผ่นอกที่เจ้าตัวไม่ได้ระวังสักนิดแล้วก็ได้แต่หลบตาเพราะนัยน์ตาสีแปลกของเจ้าตัวที่มองเขาอย่างบริสุทธิ์ใจ


...ซวยแล้ว...ดันคิดว่าผู้ชายน่ารักซะได้..


“เอ่อ...ไอ้มีก็มีอยู่หรอกครับ...แต่เอาไปทำไมล่ะ” เสียงตะกุกตะกักที่ปล่อยออกมาทำเอาแทบอยากตบหัวตัวเอง


...ตัวเล็กน่ารักชะมัด...


“คุ..คุณรันเอาเสื้อในห้องผมสิครับ”


“... ผมชอบครับ มันนิ่มดี ถ้าคุณหมอจะทิ้งอยู่แล้ว ก็ให้ผมแทน ดีไหมครับ” รัญชน์ไม่พูดเปล่า เด็กหนุ่มแย้มรอยยิ้มไปทั่วใบหน้า คล้ายกับจะโน้มน้าวใจร่างสูงให้เห็นด้วย— ตามความเคยชินที่ชอบยิ้มบังคับราเมนทร์กลายๆ


“คุณรันไปเช็ดผมก่อนนะครับ เดี๋ยวเอาไปให้ ที่ห้องนอนมีไดร์เป่าผมด้วยใช้ได้นะครับ”


ธนกฤตบอกให้อีกฝ่ายไปแล้วแสร้งทำท่าสนใจขวดนมในมือกับกระปุกน้ำผึ้ง


...อันตราย...


...ดันเผลอไปคิดถึงฝันตอนนั้นอีกแล้ว...


“ขอบคุณครับ—” คนตัวเล็กเอ่ยบอกอย่างเริงร่าพลางเดินเข้าไปในห้องนอนของอีกฝ่าย แกะผ้าเช็ดตัวที่พันเอวออกมาเช็ดปลายผมให้พอแห้ง จากนั้นค่อยเอามาคลุมร่างกายไว้ลวกๆขณะเป่าผมให้แห้ง


“................”


คนที่เดินถือเสื้อกับนมน้ำผึ้งอุ่นๆมาให้เหมือนโดนโจมตีต่อเนื่อง ให้ร้อยคน...ต่อให้เป็นผู้ชายกว่าครึ่งเจอแบบนี้ก็อดจะหลงไม่ได้


“บ้าเอ๊ย..” เค้าพึมพำกับตัวเองเบาๆแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติ


...นั่นมันคนไข้ แถมเป็นผู้ชายอีก...


...อย่ามาบ้าแถวนี้ไอ้บีม...


“เอ่อ...เสื้อกับนมอุ่นครับ”


พอได้ยินเสียงเรียก รัญชน์ก็วางไดร์เป่าผมลงบนโต๊ะแล้วใช้ผ้าขนหนูต่างผ้าห่ม คลุมตัวไว้แล้วเดินมารับแก้วนมกับเสื้อตัวเปื่อยนิ่ม


“ขอบคุณครับ คุณหมอไม่ถือใช่ไหมครับ ถ้าจะเอาไดร์เป่าเสื้อผ้าผม”


“ครับ ตามสบายเลย” ธนกฤตไม่รู้จะบอกยังไงกับต้นขาขาวๆที่ถูกผ้าเช็ดตัวปิดไว้แบบหมิ่นเหม่ มือใหญ่วางแก้วนมลงบนโต๊ะในห้องนอนแล้วเสมองพื้นพรมในห้อง


“จริงๆคุณรันทิ้งไว้ก็ได้ เดี๋ยวผมให้แม่บ้านที่นี่ซักแล้วเอาไปให้ที่โรงบาล”


สงสัยเพราะไม่ได้มีอะไรกับใครนาน...ความรู้สึกมันถึงอึดอัดจนเป็นแบบนี้


...ขืนเปิดมากกว่านี้อีกนิดไอ้หมอบ้าตรงนี้มีระเบิดตัวตายแน่


“... ผมใส่เสื้อตัวเดียวกลับบ้านคงไม่ดีแน่... แค่บ๊อกเซอร์... ตากไว้เดี๋ยวก็แห้งมั้งครับถ้างั้น” คนพูดหัวเราะเบาๆแล้วยกแก้วนมขึ้นดื่มโดยที่มือข้างหนึ่งยังจับผ้าเช็ดตัวเอาไว้


“เอากางเกงขาสั้นผมไหม ยังมีนะ....แต่ฝนยังตกอยู่ คุณรันใส่เสื้อเป่าผมแล้วมานั่งเล่นก่อนดีกว่าเนอะ”


ธนกฤตพูดยิ้มๆแล้วมองไปรอบกาย ทั้งเตียงนอน..ทั้งบรรยากาศดูจะเป็นใจไปหมดจนอดคิดไม่ได้ว่าพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งตัวเขาอยู่หรือเปล่า


พระเจ้าครับ....ถึงจะน่ารักแค่ไหนแต่ก็เป็นผู้ชายนะ


“คือ...ผมไปรอข้างนอก...นะครับ”


“ครับ ยืมก็ได้... ผมใส่คงกลายเป็นสามส่วน” รัญชน์หัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนจะยกนมขึ้นดื่มอีกครั้ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอมเทาลอบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องไป เด็กหนุ่มอมยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงความมีน้ำใจที่ธนกฤตมีให้กับคนไข้อย่างเขาจนทำให้เกิดความรู้สึกดีๆขึ้นมา


...ไว้อบคุกกี้มาฝากดีกว่า...


“คุณรันครับ กางเกง” กลับเข้ามาอีกครั้งร่างบอบบางก็ยังนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่ ธนกฤตยื่นส่งกางเกงให้จากด้านนอกห้องแล้วโบกเบาๆให้อีกฝ่ายสนใจ


“หิวข้าวไหมครับ เดี๋ยวผมทำอะไรรองท้องให้ก่อนไหม อยากกินอะไรดีครับ”


“ไม่เป็นไรครับ นมนี่อร่อยแล้ว” ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มหวานให้


“ฝนยังไม่หยุดเลย รองท้องหน่อยเนอะ” หมอหนุ่มวางวางเกงลงที่ชั้นแล้วปลีกตัวเองออกมายังห้องครัว


เขาหั่นแฮมเป็นชิ้นหนาพร้อมๆกับปิ้งขนมปังจนได้ที่ก่อนจะประกบรวมแล้วใส่เครื่องแซนวิชอื่นๆ มือใหญ่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วจนได้กองแซนวิชเกือบพูนจาน นมชมพูที่ชงไว้ถูกรินใส่แก้วทรงสูงยกไปวางหน้าทีวีก่อน พอยกแซนวิชตามมาก็เป็นอันเสร็จ


ธนกฤตทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วคว้ารีโมทมาเปิดทีวีฆ่าเวลา






To be continued...

--------

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
คุณหมออออออออออออแฟนคนไหนหนอชักทิ้งได้ลงคอ แบบนี้ไม่มีอีกแล้วนะคะ

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
อิอิ จะกลายร่างเป็นหมาป่าแล้ววว o18 o18

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด