รักSMของหนุ่มดอกไม้ ตอนที่ 59 (จบ) p.12 (26/04/2558)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักSMของหนุ่มดอกไม้ ตอนที่ 59 (จบ) p.12 (26/04/2558)  (อ่าน 137959 ครั้ง)

ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
__________________________________________________________

ยังงงๆกับระบบ ถ้าผิดพลาดประการใด ช่วยแจ้งให้ทราบจะเป็นพระคุณอย่างแรง

   
มีเพื่อนมาแนะนำให้มาลงที่นี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะงับ
ช่วงนี้อาจจะลงวันละตอนนะงับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-04-2015 12:51:30 โดย musddmp »

ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
รักSMของหนุ่มดอกไม้ โดย Zore

ตอนที่ 1


คุณมีความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ไหม ความลับที่ถ้าบอกไปแล้วอาจทำให้ทุกคนที่รู้เปลี่ยนท่าทีไปจากเดิม...

ผมมีนะ

 

“พี่น้อย”

เสียงเรียกของเด็กหนุ่มวัย ยี่สิบดังขึ้นจากหน้าร้านดอกไม้เล็กๆที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ตึกสูง เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อร่างผอมบางใช้ไหล่ดันประตูเข้ามาอย่างทุลัก ทุเล มือทั้งสองถือกระถางพลาสติกใบโตที่ใส่ดอกทานตะวันไว้สิบกว่าดอกอย่างระมัด ระวัง

“ตายๆ มาแล้วจ้ามาแล้ว” เจ้าของชื่อรีบปรี่เข้ามาหาเด็กหนุ่มแล้วเปิดประตูให้ “หนักนะเนี่ย ไหวหรือเปล่าจ๊ะเดียร์”

“ไหวสิครับ” เด็กหนุ่มหน้างอ “ถึงยังไงผมก็ผู้ชายนะ แค่นี้ผมยกได้อยู่แล้ว”

“แหม ก็พี่อดไม่ได้นี่นา ก็ดูเราสิ เสียงก็ใช่ว่าจะทุ้มมาก เอวรึก็เล็กซะจนสาวๆยังอาย” ไม่ว่าเปล่า มีการจับหมับเข้าที่ข้างเอวเต็มมือจนสะดุ้ง “แถมยังหน้าตาน่ารักขนาดนี้ ถ้าโดนหนุ่มๆมาจีบวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าสิบคนพี่คงไม่แปลกใจหรอก”

เดียร์ได้แต่หัวเราะเฝื่อนๆ ให้ ก่อนจะขอตัวยกกระถางไปไว้ด้านในอย่างระมัดระวัง ถ้าขืนพูดต่อมีหวังยาวแน่นอน เขารู้ดีว่าเจ้าของร้านดอกไม้คนนี้ล่ะชอบนัก ไอ้เรื่องผู้ชายที่เคยเผลอมาจีบเขาน่ะ ครั้งสุดท้ายที่หลวมตัวเล่าไปเมื่อสามเดือนก่อน เล่นเอาเกือบไปส่งดอกไม้ให้ลูกค้าแทบไม่ทัน

“ว่าแต่น้า แล้ววันนี้เขาจะมาหรือเปล่าจ๊ะ พ่อพี่ชายแสนดีของเธอน่ะ”

หญิงผมยาวประบ่าเอ่ยถามเสียงใสอยู่ตรงเคาท์เตอร์ไม้ ท่าทางอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ ในมือก็ยังจัดดอกทิวลิปไว้ในแจกันไม่หยุดมือ

ใบหน้าเนียนกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะตอบโดยพยายามเก็บน้ำเสียงเบื่อหน่ายเอาไว้ “คงมาล่ะครับ...ก็วันนี้น่ะ...”

“เดียร์”

ยังไม่ทันขาดคำด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใส่สูทสีกรมท่าเสียเต็มยศ สวมแว่นสายตาทรงรีเดินเข้ามาในร้านดอกไม้ด้วยท่าทางแช่มชื่นสุดชีวิต เขาไม่สนว่าจะดูไม่เข้ากับหน้าตาที่เหมือนชอบหาเรื่องชาวบ้านตลอดเวลาเลยแม้แต่น้อย และยังมีคนสนิทที่ใส่สูทสีเดียวกันห้อยท้ายตามหลังมาด้วยเหมือนเคย

“พี่วิน” เด็กหนุ่มเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแปลกใจ พร้อมกับเหล่มองเจ้าของร้านอย่างรู้กัน น้อยเพียงแต่พยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างเหมือนมีเลศนัย ก่อนจะยกแจกันเข้าไปยังห้องด้านในเพื่อปล่อยให้พี่น้องคุยกันตามลำพัง

“มาได้ไงเนี่ย แล้วงานพี่ล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก พอดีผ่านมาเลยแวะมาหานายหน่อยน่ะ” ผู้เป็นพี่ชายว่าพร้อมกับยื่นถุงในมือด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “พอดีฉันซื้อขนมมาฝากนายน่ะ”

เดียร์มองถุงขนมแล้วคิดอยู่ใน ใจ ถ้าจะหาข้ออ้างมาหาโดยการซื้อของฝากทั้งที ช่วยซื้อให้ไกลจากร้านซักสามกิโลหน่อยได้ไหม ไม่ใช่อยู่ข้างๆร้านกันแบบนี้

“ขอบคุณนะ” เด็กหนุ่มยิ้มรับโดยปิดความในเอาไว้ เขาขี้เกียจบอกเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่ชายที่อยากมาหาตนซะจนไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้าง

“ไม่เป็นไรหรอก” วินยิ้ม “ว่าแต่ พักนี้นายสบายดีหรือเปล่า มีเรื่องยุ่งยากหรือมีใครมากวนใจไหม”

ที่ถามนี่ อยากได้คำตอบจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้ เมื่อสามวันก่อนที่มาหาก็ถาม หกวันก่อนก็ประโยคเดียวกันเด๊ะๆ ทำอย่างกับหายหน้ากันเป็นเดือนๆไปได้

“สบายดี ก็ไม่มีอะไรนะ ผมก็ส่งดอกไม้ตามปกตินี่ล่ะ” แต่ก็ตอบไปอย่างว่าง่าย และไม่คิดจะถามกลับเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ตอบ

“หรือ งั้นก็ดีแล้ว...ถ้า...”

ยังพูดไม่ทันจบเสียงมือถือของ ชายหนุ่มก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ทีแรกวินจะไม่รับสายแล้ว แต่พอโทรเข้ามาเสียหลายที จึงจำใจรับอย่างเสียไม่ได้

“เดี๋ยวพี่มาละกันนะ”

หนุ่มผมซอยสั้นรีบออกไปคุยธุระที่ด้านนอก รีบมากเสียจนหางเต่าที่อุตส่าห์ไว้ยาวจนถึงกลางหลังเกือบโดนประตูหนีบเอา

“ไงคุณชา” เด็กหนุ่มเอ่ยทักผู้ติดตามประจำตัวพี่ชายที่ไม่ได้ตามออกไปด้วย

ชาเป็นคนตัวสูง เกือบจะเท่ากับวินเลยทีเดียว เขาอายุมากกว่าเดียร์เกือบสิบปี หน้าตาท่าทางก็ดูสุขุมเยือกเย็นเหมาะกับชุดดี จะผิดก็แค่เรื่องบางเรื่องที่เขากับชารู้กันแค่สองคนเท่านั้น

และเรื่องที่ว่าก็ค่อนข้างอึดอัดใจจะป่าวประกาศเสียด้วย

“ก็นะ ช่วงนี้คุณวินค่อนข้างหงุดหงิดกับงานที่ไม่ยอมเดินหน้าเท่าไหร่ พวกคู่แข่งก็คอยขัดแข้งขัดขาไม่หยุด แถมยังจะคุณนายใหญ่ที่คัดค้านเรื่องพาคุณกลับบ้านใหญ่หัวชนฝา เลยมาระบายอารมณ์ใส่ผมบ่อยๆ” เขาเอ่ยพร้อมกับเลิกแขนเสื้อข้างซ้ายให้เล็กน้อย พอให้เห็นรอยเขียวช้ำแถวข้อมือได้ “นี่ของเมื่อวาน ยังแค่เบาะๆนะ”

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องแย่ แต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดแบบนั้น แม้แต่เสี้ยวเดียว

“นั่นเพราะคุณมากกว่ามั้ง” เดียร์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายถามขึ้น

“แล้วเธอล่ะ สามวันมานี้โดนคนลอบทำร้ายมากี่ครั้งแล้ว”

เดียร์ยิ้มค้างให้อยู่สามวินาที “อ๊ะ ผมนึกขึ้นได้ว่าต้องเอาพวงหรีดไปส่ง”

“เดี๋ยว” ชารีบตะปบร่างบางก่อนที่เหยื่อจะชิ่งทัน “คุณปิดผมไม่ได้หรอกนะ ก็รู้ๆกันอยู่นี่”

เด็กหนุ่มรู้ดีว่าไม่มีทางสู้แรงอีกฝ่ายได้แน่ จึงยอมแพ้แต่โดยดี “ก็ได้ๆ ห้าครั้ง พอใจหรือยัง”

ชาถึงกับเลิกคิ้วกับจำนวนที่ ได้ยิน แต่ไม่ใช่เพราะเป็นห่วง “เก่งนะ ดูไม่เหมือนคนโดนทำร้ายเลย นี่ถ้าคุณวินรู้มีหวังสั่งให้คุณเลิกทำงานแล้วพากลับบ้านทันทีแน่”

“งั้นคุณก็อย่าบอกพี่ละกัน” ร่างบางว่า เหล่ตามองให้พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก “ยังไงซะ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนของคุณแม่มาริสานี่ ส่วนฝั่งของคู่ค้าพี่ก็ไม่ได้เล่นกันถึงตายด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องให้เรื่องมันใหญ่โดยใช่เหตุดีกว่า”

“ก็ใช่อยู่หรอกนะ...ไม่อย่าง นั้นเธอคงโดนเก็บเมื่อสามอาทิตย์ก่อนแล้วล่ะ” ชาเอ่ยเรื่องน่าหวาดหวั่นออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย แต่คนฟังเองก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกอะไรนัก “แต่ยังไงก็ระวังหน่อยละกัน ผมยังอยากมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์อยู่นะ”

“คร้าบ คุณเองก็อย่าไปแหย่พี่วินให้มากละกัน ผมกลัวว่าซักวันพี่จะเผลอฆ่าคุณเข้าจริงๆนะ”

“ไม่มีทางแน่นอน” ชาเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ “ไม่มีใครรองมือรองเท้าให้กับคุณวินได้สนุกมือเท่าผมอีกแล้วล่ะ”

เรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ ตอนนี้ก็เป็นกระสอบทรายประจำตัวไปแล้วล่ะมั้ง

บทสนทนาจบลงทันทีที่ได้ยิน เสียงกระดิ่งดัง วินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่เพราะงานการอะไรที่คุยไปเมื่อครู่แน่ เดียร์รู้ดีว่าเพราะอะไร ยิ่งเหล่มองผู้ติดตามตาเขียวปั๊ดขนาดนั้น ต่อให้ไม่ใช่เขาก็ดูออก

พี่จะรู้ไหมว่าคุณชาน่ะจงใจให้พี่คิด...ท่าทางถ้าไม่บอกคงไม่รู้ตลอดกาลแน่เลยแฮะ...

“ท่าทางพี่คงอยู่นานไม่ได้ แล้วล่ะ” น้ำเสียงแสดงความเสียดายเป็นอย่างมาก แต่ลูกตาเหล่มองลูกน้องปานจะกินเลือด แน่นอนว่าเป็นข้อหาโคตรไร้สาระอย่างที่คนปกติไม่น่าจะคิดกัน “แล้วถ้าว่างพี่จะแวะมาใหม่นะ”

“อืม” ใบหน้านั้นยิ้มแย้มและดูเอื้ออารีย์จนพี่ชายถึงกับเคลิ้ม หากแต่ใจจริงกับตรงข้ามราวฟ้ากับเหว

ถ้าให้ดี ไม่ต้องมาบ่อยๆก็ได้นะ รำคาญชะมัด

เขาก็ไม่ได้รังเกียจพี่ชาย ต่างแม่คนนี้อะไรหรอก ออกจะชอบด้วยซ้ำ แต่เพราะความบ้าน้องสุดหูรูดชนิดไม่ติดเบรกมาแต่ไหนแต่ไร ทำให้รู้สึกรำคาญจนแทบจะประสาทกินนั่นล่ะ ไม่รู้ว่าเผลอไปทำอะไรเข้า ถึงได้รักนักหวงหนา ปกติพี่น้องต่างแม่คงไม่รักกันปานจะกลืนกินขนาดนี้หรอก ขนาดมาริสา แม่ของวินยังเกลียดขี้หน้าเขาปานเห็นสิ่งปฏิกูลเลย

“งั้นก็ขอตัวก่อนนะครับ”

ชาชิงเอ่ยลาเดียร์ก่อนเจ้านาย นั่นทำให้วินถึงกับหันมองขวับที่กล้าบังอาจชิงตัดหน้าเขา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประจำตั้งแต่พี่ชายมาหา ตัวเดียร์เองก็ไม่ได้แปลกใจนัก เพราะเขารู้ดีว่าชาตั้งใจยั่วโมโหวิน

...ไม่ต้องสงสัยกันหรอก ถ้าพูดให้ชัดๆก็คือ คุณชาเป็นพวกมาโซคิสม์น่ะสิ หรือถ้าพูดให้กระจ่างไปเลยก็คือ เขาเป็นพวกนิยมชมชอบการโดนทำร้ายร่างกายยังไงล่ะ และดูท่าทางจะถูกใจกับการได้โดนคุณพี่ชายทำร้ายตบตีเป็นพิเศษเสียด้วย เพราะเห็นทีกับคนอื่น พี่แกแทบไม่ยอมให้สัมผัสแม้แต่ผิว แต่พอเป็นวิน จะลากเนื้อเถือไส้ก็ท่าทางจะยินยอมพร้อมใจนอนรอแต่ไก่โห่เป็นแน่

“ไป” เสียงทุ้มหนักกระโชกโฮกฮากใส่หน้าชา ก่อนจะเหวี่ยงตัวออกไปจากร้าน “เร็วๆสิวะ”

นี่ล่ะ สันดานปกติของพี่ชายเขา ทีกับเขาล่ะหวานเยิ้มยิ่งกว่าน้ำเชื่อมผสมน้ำผึ้ง แต่กับคนอื่นอย่างกับเอาตะบองฝังหนามทายาพิษดีๆนี่เอง

เดียร์ได้แต่ยิ้มลา ท่าทางพ้นจากประตูแล้ว ไม่แคล้วชาคงโดนวินตบตีและเตะต่อยข้อหามาคุยจิ๊จ๊ะจี๋จ๋ากับเขาแน่นอน คุณพี่ชายแสนดีน่ะ หวงเขาอย่างกับอะไรดี ตัวผู้หน้าไหนเผลอตัวมาจีบ(ด้วยความเข้าใจผิดมหันต์ขั้นไม่น่าให้อภัย) ถ้าเข้าหูวินล่ะก็ โดนอัดยับเข้าห้องไอซียูทุกราย ก็รายนั้นหมัดหนักอย่างกับอะไรดี ทีเดียวน็อคเอาท์ปางตาย

จะมีก็แต่ชานั่นล่ะ ที่ทนทายาดขนาดวินซัดแล้วกระทืบอีกจนหมดแรงก็ยังแค่น่วมๆ...สมกับเป็นหนุ่ม มาโซฯตัวพ่อที่อุทิศกายถวายใจให้วินจริงๆ

หลังจากทั้งสองจากไป เด็กหนุ่มก็จัดการงานของตัวเองต่อ พยายามเมินเรื่องที่เจ้าของร้านแซวเขาอย่างที่มักจะทำทุกๆครั้งจนร้านปิด

“ขอบใจนะจ๊ะเดียร์ เดี๋ยวพี่ปิดประตูเองก็ได้จ้า” น้อยว่า แอบทำหน้างอนใส่ “ชิชะ ทำเป็นงุบงิบไม่ยอมบอกพี่นะ จำไว้เลย”

“ก็มันไม่มีอะไรให้เล่านี่นา” เด็กหนุ่มหัวเราะ “เขาเป็นพี่ผมนะ ถึงจะห่วงผมเกินเหตุไปหน่อยก็เถอะ”

“แหมๆ ก็เจ๊อยากฟัง” หญิงผมประบ่ายังเสียดายไม่เลิก “งั้นพรุ่งนี้เจอกันตีสี่นะจ๊ะ กลับหอระวังๆล่ะ”

เดียร์บ้าจี้โบกมือบ๊ายบายให้ ก่อนจะเดินท่อมๆไปตามทางฟุตบาท แวะซื้อข้าวแกงเจ้าประจำระหว่างทางกลับหอที่อยู่หัวซอย แล้วก็ดิ่งเข้าหอซึ่งอยู่ท้ายซอยตามปกติ

“เดี๋ยวก่อน”

และโดนรั้งดักกลางทางอย่างเป็นปกติ

ร่างบางหันมองเจ้าของเสียง เรียก ซึ่งยืนกันเป็นฝูงราวสี่ห้าคน ใบหน้าบอกยี่ห้อโฉดฉกรรจ์กันมาแต่ไกล และไม่ต้องถามเด็กหนุ่มก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้เป็นเซลล์ขายสินค้า หรือมาขอบริจาคเงินการกุศลแน่นอน

“โทษทีว่ะ พอดีว่ามีคนเขาไม่ชอบขี้หน้าแกน่ะ อย่าถือสากันเลยนะ”

ไม่ต้องเดาเขาก็รู้ว่าไอ้คน ที่จ้างพวกนี้คือใคร ลองให้เหตุผลว่าไม่ชอบหน้าเขาก็มีแต่แม่ของวินคนเดียวนั่นล่ะ เธอคงคิดว่าเขาซึ่งเป็นลูกเมียน้อยจะมาแย่งกิจการหรือทรัพย์สมบัติของพ่อ หรือไม่ก็เป็นปลิงเกาะพี่ชายสบายทั้งชีวิต ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญจิกกัดไม่เลิก ขนาดเขาออกมาอยู่หอคนเดียวแล้วยังไม่วายส่งคนมาทำร้ายกันเป็นระยะๆอีก รอบนี้ที่ส่งมาก็คงเพราะวินแวะมาหาถึงที่ทำงานเขานี่ล่ะ แต่เขาไม่ได้รู้สึกเกลียดมาริสาเลย กลับชอบเธอด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้พี่ชายเขาไม่รู้หรอก และเขาก็ไม่คิดจะบอกด้วย

“นี่ลูกพี่ แน่ใจนะว่านั่นผู้ชายจริงๆ ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ ไอ้เรื่องเตะหมาต่อยผู้หญิงน่ะ มันเสียชื่อ” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ พร้อมกับมองใบหน้าหวานที่กำลังกะพริบตาปริบๆ

“เฮ้ย ก็คนจ้างเขาบอกว่าผู้ชายนี่หว่า” ปากก็ย้ำ แต่สีหน้าลังเลอย่างเห็นได้ชัด ก็เข้าใจความรู้สึกอยู่หรอก ที่ผ่านมาเจอหน้าใคร ร้อยทั้งร้อยก็ต้องถามก่อนทุกทีว่า หญิงหรือชาย

ในขณะที่พวกนั้นกำลังทะเลาะ กัน ไม่ยอมสนใจเป้าหมายเลยแม้แต่น้อย เดียร์กลับเอาแต่ยืนมองรอให้พวกนั้นทะเลาะเสร็จ แทนที่จะหนีไปอย่างที่คนปกติควรทำ

ใช่ ปกติแล้วถ้าโดนหาเรื่อง ถ้าไม่หนีก็ต้องสู้ คงไม่มีใครยอมโดนกระทืบแต่โดยดีหรอก

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่เขา

เดียร์อยากตะโกนใส่เหลือเกิน ว่าช่วยรีบๆมาซ้อมเขาเสียทีจะได้ไหม จะให้ทนรอไปอีกนานเท่าไหร่ นี่เขาอุตส่าห์เอาข้าวไปแอบวางไว้ข้างรั้วรอเลยนะเนี่ย แต่ขืนพูดไปมีหวังถอยหนีกันพอดี

เพราะงั้น ใครจะยอมบอกพี่วินกันเล่า ขืนบอกพี่แกก็จะพาผมไปไว้ที่ๆปลอดภัยที่สุดน่ะสิ มีหวังลงแดงตายเพราะไม่มีใครมาตบตีพอดี คราวที่แล้วพอรู้ว่าคุณแม่มาริสาแอบมอบความรัก(อันแรงรุนแรงและหนัก หน่วง)ลับหลัง ก็รีบพาหนีไปบ้านพี่วินทันที ถ้ารอบนี้ขืนรู้อีกล่ะก็ มีหวังไม่ได้ออกจากบ้านพี่ตลอดชีวิตแหงม

คุณแม่เองก็ช่างใจดีเสียเหลือ เกิน ทั้งๆที่ผมออกมาอยู่ตั้งไกล ยังอุตส่าห์ส่งคนมามอบความสุขสุดแสนอภิรมย์มาให้ผมอีก ถ้าไม่ได้คุณแม่ล่ะก็ ผมคงต้องลงทุนไปหาความรุนแรงด้วยตัวเอง...แถมไม่รู้ว่าจะดีและปลอดภัยอย่าง ที่คุณแม่มอบให้ไหม...เพราะฉะนั้น ผมล่ะชอบคุณแม่สุดๆเลย แต่เสียดายที่ผมไม่สามารถบอกความในใจให้คุณแม่ได้....ไม่อย่างนั้นคุณแม่ก็ คงไม่กล้าส่งคนมาทำร้ายผมแน่เลย

อ่านถึงตรงนี้ก็คงรู้กันแล้วสินะ...

ถ้าคุณชาเป็นมาโซฯตัวพ่อแล้วล่ะก็...

ผมก็ที่สุดของมาโซฯเลยล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-05-2013 21:36:27 โดย musddmp »

sailordonut

  • บุคคลทั่วไป
รอตอนต่อไป ครับผมมมมมมมมมมมมม :a5: :a5: :a5: :a5: :a5: :a5:

ออฟไลน์ heroza

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 306
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ชอบๆๆๆๆๆ รอติดตามต่ออป  :katai5:

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-7
ชาชอบวินงั้นหรือ

ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
ขอบคุณทุกคนที่เขามาอ่านงับ ถ้ามีอะไรอยากบอกบอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะงับ ยินดีรับฟังทุกความเห็นงิ

ส่วนเรื่อง ชา จะชอบ วิน ไหม อันนี้เราต้องไปพิสูจน์กันในเรื่องดีกว่า อิอิ



รักSMของหนุ่มดอกไม้ โดย Zore

ตอนที่ 2

ในเมื่อไม่อาจเผยความในได้ สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือกระตุ้นให้อีกฝ่ายทำตามที่ต้องการ และนั่นล่ะ งานถนัดเขาเลย

“พวกนายนี่มันตาถั่วจริงๆเลยที่เห็นฉันเป็นผู้หญิงซะได้”

เสียงหวานขัดจังหวะการโต้เถียง เหล่าอันธพาลหน้าโฉดเปลี่ยนโหมดเหี้ยมทันทีที่โดนด่า และยิ่งเห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านต่อความกลัวก็ยิ่งทำให้พวกเขายัวะหนัก

“เฮ้ยไอ้หนู ปากดีนักนะ” นั่นล่ะ กระชากคอเสื้อแรงๆเลย อูวว ซาบซ่าน “ฉันจะจัดการให้หน้าสวยๆของแกเละเลย”

จะตบหรือจะชกก็รีบเข้าสิ ให้คนอื่นรอนานมันเสียมารยาทรู้ไหม

เดียร์ปั้นหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อน ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากแสดงสีหน้ากระสันอยากโดนทำร้ายให้อีกฝ่ายรู้ อีกส่วนก็ต้องการยั่วโมโหให้อีกฝ่ายลงมือแบบไม่ต้องยั้ง

แน่นอนว่าได้ผลดี...แต่ยังไม่สะใจเท่าไหร่

ใบหน้าเนียนมีรอยแดงจางขึ้นมาเพียงเล็กน้อย เด็กหนุ่มแอบหงุดหงิดที่อีกฝ่ายตบแทนที่จะชก แถมยังตบไม่สุดแรงอีก...เสียอารมณ์เป็นบ้า

“ไอ้พวกหน้าตัวเมีย ชอบรังแกคนอ่อนแอ!”

ถ้ายังมาออมมือไม่เข้าท่าอีกนะ พ่อจะด่าให้ญาติเสียเลย

“แม่ง ไอ้ห่านี่ ปากดีนักนะ” โอเค ได้ผลดี วี้ดวิ้ว เข้ามากระทืบพร้อมกันเล้ย...อุ...ต้องเก็บอาการหน่อย เดี๋ยวพวกมันรู้ว่าเราชอบ...ก็นะ เรื่องมาโซฯ ขืนใครรู้มีหวังพากันหนีหายไม่ยอมทำร้ายกันพอดีสิ จริงมั้ยล่ะ

“หยุดนะ!”

เสียงทุ้มหนักขัดจังหวะดังพอดิบพอดีก่อนที่เดียร์จะได้รับหมัดสวยๆที่กำลังพุ่งเข้าท้องน้อย เขาหันไปมองด้านหลัง ใครกันที่กล้าบังอาจขัดความสุขกันเสียได้

เจ้าของเสียงเป็นชายร่างใหญ่มาก เดียร์ถึงกับตะลึงว่ายังมีคนที่ร่างใหญ่ยักษ์สูสีกับพี่ชายตนได้อีก ดวงตาเรียวจ้องมายังทางเขาเขม็ง ใบหน้านิ่งเสียจนไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ได้

และไม่คิดจะพูดจะจา ก็เข้ามาพรากความสุขของเด็กหนุ่มไปจนหมดเกลี้ยง....

“เฮ้ย เสือกเหี้ยอะไรของมึงวะ...”

หัวโจกถามไม่ทันจะจบ ก็ลงไปนอนสลบคารองเท้าเบอร์สี่สิบหกของชายหนุ่ม เพียงไม่ถึงนาที ชายฉกรรจ์ห้าคนก็โดนจัดการเกลี้ยง ไม่เหลือเผื่อให้เดียร์สักคน

ไม่นะ ความรุนแรงของโผม~~~~~~~~ แล้วคืนนี้จะไปหาที่ไหนได้อีกเล่า!

ชายหนุ่มผมซอยสั้นหันมองร่างบางด้วยท่าทางเป็นห่วงเล็กน้อย ใบหน้าที่นิ่งเริ่มแสดงอาการตะขิดตะขวงใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี

“ไม่เป็นไรนะ”

แหงล่ะสิ!

เดียร์อยากจะด่าเสียเหลือเกินที่กล้าบังอาจขัดจังหวะความสุขในชีวิต แต่เขาไม่อยากให้ความแตกกับคนแปลกหน้า เลยต้องทำตามมารยาทที่คนปกติควรจะทำ

“ไม่เป็นไรครับ...ขอบคุณมากครับ” เขาเกือบจะลืมกล่าวขอบคุณแล้ว “คุณ...เอ่อ...”

ชายหนุ่มคนดังกล่าวสะดุ้งขึ้น แล้วแสดงอาการลนลานเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าทำเรื่องไม่ควรลงไป

“ฉันไปล่ะ”

พูดจบ ก็รีบชิ่งหนีไปอีกทางเหมือนกลัวเดียร์จะต่อว่าเขาเสียอย่างนั้น...ซึ่งว่ากันตามจริงก็อยากจะทำอยู่หรอก....

มาแล้วก็ไป ไม่เหลืออะไรไว้ให้นอกจากซากคนโดนชกห้าคน...

ไอ้เวรเอ๊ย!!

เดียร์ยืนนึกสาปส่งอีกฝ่ายอยู่ในใจ ก่อนจะเดินไปหยิบถุงข้าวที่อุตส่าห์วางไว้ห่างๆ แล้วเดินกลับหอไปอย่างเสียอกเสียดาย....ก็โดนตบแค่ทีเดียวเอง....แถมยังไม่สุดแรงด้วย อารมณ์ค้างเป็นบ้า

แต่ก็ยังสงสัยว่าชายหนุ่มปริศนาที่เข้ามาขัดขวางเป็นใครกัน เขาไม่ยักจะเคยเห็นหน้า ถ้าเป็นลูกน้องพี่ชายเขาก็ต้องจำได้อยู่แล้ว หรือจะเป็นคนมาจีบก็ไม่มีทาง ตัวโตอย่างกับหมี แถมหน้านิ่งมาดขรึมแต่ดันทำเรื่องไม่เข้ากับหน้าตาอย่างนั้น ถ้าได้เจอสักครั้งคงจำติดสมองเป็นแน่

หมอนั่นเป็นใครกันนะ...

คิดได้ไม่ถึงครึ่งนาทีก็เลิก เพราะความเจ็บไม่สุดใจทำเอารู้สึกหงุดหงิด นานแล้วที่ไม่ได้อารมณ์ค้างแบบนี้ แถมยังไปหาที่ระบายต่อไม่ได้อีก ถ้าไม่ติดว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้านะ ว่าจะลองไปที่ๆชาแนะนำเขาไว้อยู่

ที่สำคัญคือ เขาไม่คิดว่าคงจะได้เจอกันอีกแล้ว

เดียร์เดินต่อด้วยอาการห่อเหี่ยว เลี้ยวเข้าอพาร์ทเมนท์ซึ่งอยู่ลึกจากซอยราวห้าสิบเมตร โดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวไม่ได้เดินจากไปอย่างที่คิด จริงๆแล้วเขาถอยไปตั้งหลักเพื่อตามเดียร์อยู่ห่างๆต่างหาก แล้วที่เขาผ่านมาช่วย(ขัดความสุข)เดียร์ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญด้วย

“คุณสิทธิ์ครับ”

ทันทีที่เขาเดินเข้ามาหาชายสองคนที่ยืนรออยู่หลังรถบรรทุก ทั้งคู่ก็เรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดุพร้อมกัน ก่อนที่ชายวัยสี่สิบจะเป็นคนพูดขึ้นมา

“ทำแบบนี้มันอันตรายนะครับ รู้หรือเปล่าว่าผมเป็นห่วงคุณนะ”

“นั่นสิครับ ถ้าจะให้ไปช่วยล่ะก็ ผมออกแทนก็ได้” คราวนี้เป็นเด็กหนุ่มร่างบางหน้าตาน่ารักที่ยืนข้างๆ ท่าทางตกใจมากกับการกระทำของสิทธิ์ “ถึงคุณสิทธิ์จะเก่งยังไง แต่นั่นก็ตั้งห้าคนนะครับ เกิดคุณบาดเจ็บขึ้นมาล่ะครับ โธ่”

“เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่” ใบหน้านิ่งยิ้มให้ทั้งสอง “อาวัฒน์กับเนอย่าห่วงให้มากนักเลย แค่นักเลงกระจอก...อาวุธก็ไม่ได้พกซักชิ้น”

“จะกี่ชิ้นก็ไม่ได้ทั้งนั้นล่ะครับ” คนอาวุโสกว่าติติงอย่างเหนื่อยหน่าย “อย่าลืมสิครับ ว่าคุณไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะออกหน้าบุกตะลุยนะครับ นั่นมันหน้าที่ของพวกผม”

“ครับ ขอโทษครับอาวัฒน์” สิทธิ์ตอบรับด้วยท่าทีรู้สึกผิด แต่วัฒน์ก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกผิดแค่ตอนนี้เท่านั้นล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ลืมแล้วทำต่อ “เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้เป้าหมายล่ะ วันนี้กลับเลยละกัน”

“เอ่อ...” เนขัดขึ้นด้วยท่าทางกังวลเล็กน้อย “ทำแบบนี้จะดีหรือครับ...ไอ้เรื่องแบบนั้นน่ะ...”

“ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ” ร่างสูงแซว ใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายขึ้นมาจนดูสยอง “ดีมาเราก็ดีไป ร้ายมาเราก็ร้ายกลับ ไม่ใช่หรือไง ไอ้หมอนั่นมันเริ่มก่อนนะ หรือนายจะให้ฉันปล่อยให้ไอ้เวรนั่นมาเอาเปรียบฉันตามใจชอบ ไม่มีทางซะหรอก”

ว่าจบก็กระทืบเท้านำออกไปอย่างไม่สงสารพื้นคอนกรีตแต่อย่างใด ไม่วายยังไปจ้องหาเรื่องกับหมาข้างทางจนมันวิ่งหนีหางจุกตูด

“คุณไม่คิดจะห้ามคุณสิทธิ์เลยหรือไงครับ” พอห้ามเองไม่อยู่ เนก็เริ่มหันไปขอความช่วยเหลือผู้อาวุโส “คุณอยู่กับคุณสิทธิ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ ทำแบบนี้มันไม่ดีนะครับ อาชญากรรมชัดๆ”

คิ้วหนาของคนอายุเยอะกว่าวิ่งเข้าชนกัน ท่าทางไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น

“ก็เพราะฉันอยู่มานานจนรู้ว่าคุณสิทธิ์เป็นคนยังไงน่ะสิ” วัฒน์กระแทกเสียงใส่ สีหน้าเหมือนกำลังโมโหอย่างแรง “ถ้ารุ่นน้องอย่างนายห้ามคุณสิทธิ์ไม่ได้ ฉันที่เป็นแค่คนรับใช้ก็ห้ามอะไรไม่ได้หรอก ลองว่าจะทำแล้ว ยังไงก็ต้องทำให้ได้ นั่นล่ะ คุณสิทธิ์ล่ะ”

เนกำลังจะอ้าปากเถียง แต่หนุ่มใหญ่ไม่ยอม ด้วยท่าทีที่ไม่ยอมมากๆเสียจนเด็กหนุ่มถึงกับผงะ

“ฉันว่าเรื่องที่ควรทำมากกว่าห้ามคุณสิทธิ์ก็คือ จัดการต้นตอของปัญหาทั้งหมด นั่นล่ะดีที่สุด” สายตาดุดันจ้องเขม็ง แต่ก็ดูจะสับสนเอาการ “ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้งูสารพัดพิษอย่างไอ้เดช คุณสิทธิ์จะมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้หรือไง...ไอ้เนรคุณนั่นน่ะ!”

เด็กหนุ่มร่างสูงพอจะเข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายดี...แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมาลงกับเขาทุกที

“ครับๆ เข้าใจแล้ว” เนตอบเสียงเจื่อน หมดทางจะเถียงต่อ

“ก็ดี” วัฒน์ว่า ท่าทางเหมือนอยากจะกระโดดกัดเนเสียให้ได้ “รีบๆไปกันได้แล้ว เดี๋ยวคุณสิทธิ์รอนานกันพอดี”

 

คนๆนั้น...เป็นใครกันแน่นะ....

ทีแรกก็ไม่คิดสนใจ แต่พอนึกย้อนเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายเข้ามาช่วยแล้ว เดียร์กลับลืมไม่ลงเสียนี่ ยิ่งพยายามสลัดให้หลุดจากความคิดอย่างไรก็ทำไม่ลง เขารู้สึกแปลกใจตัวเองเหลือเกิน ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย

เสียงทุ้มหนักที่ดังกระโชกโฮกฮาก แม้ไม่ได้เอ่ยคำหยาบคายแต่กลับรุนแรงและเสียดหูจนชวนเจ็บปวด...ใบหน้านิ่งที่ดูไร้อารมณ์เย็นชาจนหนาววาบไปถึงสันหลัง...พฤติกรรมป่าเถื่อนเกินกว่าจะเรียกว่ามนุษย์ช่างดูโหดร้ายอะไรเช่นนี้ ไม่มีแม้แต่ความปรานี ไม่มีความลังเลที่จะทำร้ายผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย แต่ละหมัดที่ประเคนให้พวกนักเลงนั่น รุนแรงและหนักหน่วง ไม่มีการออมมือใดๆทั้งสิ้น

ยิ่งนึก ทั่วทั้งร่างก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้

ถ้าได้โดนซักเปรี้ยงนี่ คงนอนฝันดีไปได้หลายคืนเลยแฮะเรา...รู้อย่างนี้น่าจะทำเนียนเข้าไปรับซักหมัดเสียก็ดีหรอก...แต่ไม่ได้แฮะ เดี๋ยวหมอนั่นเกิดจะพาเราไปโรงพยาบาลล่ะก็ซวยเลย...ที่นั่นน่ะ นรกชัดๆ!

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่คนเดียวจ๊ะ เมื่อคืนมีหนุ่มหล่อมาจีบอีกหรือ”

เสียงแหลมสูงดังขัดจังหวะความคิด(โคตร)ฟุ้งซ่านของเด็กหนุ่ม เดียร์หันไปมองเจ้าของร้านดอกไม้ที่ยิ้มอย่างมีเลศนัยมาให้ และตัวเขาเองก็ดันหุบยิ้มไม่อยู่เสียด้วย

“ฮั่นแน่ ท่าทางไม่ธรรมดาเสียด้วย ใช่มั้ยล่ะ” พอเห็นคนงานหนุ่มแสนสวยท่าทางอารมณ์ดี น้อยก็แซวไม่หยุด เธอรีบออกมาจากเคาท์เตอร์เพื่อสกัดไม่ให้เดียร์ชิ่งหนีเธอได้ “รอบนี้ไม่ให้หนีหรอก เล่ามาเลยๆ เจ๊อยากฟัง วันนี้เอาดอกไม้ไปส่งเสร็จหมดแล้วนี่ เล่ามาซะดีๆนะ”

“แต่ว่า เราต้องจัดช่อดอกไม้ที่สั่งไว้อีกห้าช่อไม่ใช่หรือครับ เดี๋ยวมันจะไม่ทันเอานะ” เด็กหนุ่มว่าพร้อมกับชี้ไปยังช่อดอกลิลลี่ของตนที่ทำค้างไว้ กับงานของเจ้านายบนโต๊ะ

“ค่อยทำก็ได้น่า”

ห่วงกิจการหน่อยก็ดีนะครับ พี่น้อย...

ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เปิดปากเล่า เสียงกระดิ่งประตูก็ดังขึ้นมาเสียก่อน และทันทีที่เห็นผู้มาเยือน เดียร์ก็เผลอตาค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

นั่นมัน...คนเมื่อคืนนี่นา

ชายร่างสูงผมซอยสั้นเดินหน้านิ่งเข้ามา เขามองไปรอบๆร้านก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่เด็กหนุ่ม

โอ๊ะโอ๋...อย่าบอกนะว่า...

“ผมมาเอาดอกไม้ที่สั่งไว้”

อ้อ ลูกค้านี่เอง...

เดียร์ดีใจที่อีกฝ่ายไม่ได้มาจีบตน แต่ก็แอบเสียดายนิดๆที่เขาจำไม่ได้....นึกไปนึกมาแล้วรู้สึกปวดใจนิดๆแฮะ...อา....ซาบซ่าน...

“อ้อ ค่ะ ชื่ออะไรหรือคะ” ลูกค้ามา งานเดินไว นโยบายของเจ๊จริงๆ

“สิทธิ์ครับ”

ปากตอบ แต่ไหงตาจ้องมาที่เราหว่า....ให้ตายเถอะ ดูไม่ออกเลยแฮะว่าจ้องเพราะอะไร...รู้สึกกังวลจังเลย....ถ้าจ้องแบบกินเลือดกินเนื้อก็ดีสิ...แต่แบบเดาอารมณ์จนน่ากังวลแบบนี้ก็ตื่นเต้นไปอีกแบบแฮะ...

“สั่งช่อดอกกุหลาบไว้ใช่ไหมคะ” น้อยถามขึ้นพร้อมกับหยิบช่อดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มขึ้นมาวางไว้บนเคาท์เตอร์

“ครับ” ร่างสูงเดินเข้าไปจ่ายเงินและรับช่อดอกไม้ที่ห่อด้วยกระดาษสีชมพูหวานแหวว ดูไม่เข้ากับเจ้าตัวเลยสักนิด

เรื่องมันก็ไม่น่าจะมีอะไรไปมากกว่านี้หรอก

ถ้าอีกฝ่ายไม่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเขา

“...มีอะไรหรือครับ” เดียร์เอ่ยถาม รู้สึกถึงออร่าดี๊ด๊ามาจากเจ้านาย แน่ล่ะ เจ๊เขาอยากเห็นภาพผู้ชายกินกันนี่

แต่จริงๆถึงไม่ถาม เดียร์ก็เริ่มรู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร ก็นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนี่นา

“ถ้าไม่รังเกียจ เลิกงานแล้วเราพอจะมีเวลาคุยกันได้ไหม” ไม่ว่าเปล่า มียื่นช่อกุหลาบให้ด้วย

อุก...หวานจนมดเกาะ แต่ขอโทษเถอะ ไอ้แบบนี้น่ะ ฆ่ากันให้ตายดีกว่า ของหวานเลี่ยนไร้ความรุนแรงแบบนี้มันไม่ใช่รสนิยม แถมมุกนี้ เจอมาสี่หนแล้วด้วย จะบอกว่าเล่นง่ายดีหรือเปล่าก็ไม่รู้...

“เอ่อ...ขอบคุณครับ” สิ่งที่อยู่ในใจเด็กหนุ่มตอนนี้คือ หลังจากอีกฝ่ายไปแล้วก็คงเอาช่อนี้มารีไซเคิลขายใหม่... “แต่...จะดีหรือครับ...ผมเป็นผู้ชายนะ”

เชื่อเถอะว่าที่ผ่านมา จบลงตรงนี้ทุกที ไม่รู้ว่าพวกนั้นมันหน้ามืดตามัวขนาดหนักกันหรือไงนะ ถึงไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายกัน ขนาดลงท้ายว่าครับแล้ว มันยังไม่รู้ตัวกันเลย

แน่นอนว่าตานี่ก็ด้วย

“หา!!”

น้ำเสียงและสีหน้าบ่งบอกอาการชัดเจนมาก ต่อไปก็จะเริ่มส่ายหน้าด้วยความสับสนพร้อมกับมองเราให้แน่ใจอีกที...แล้วก็มีอาการปวดหัวร่วมด้วยตามมา พร้อมกับซบหน้าลงบนโต๊ะ หรือชั้นวางดอกไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดตามสเต็ป ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับ ตะโกนบอกว่า ‘ช่วยลืมเรื่องเมื่อกี้ด้วยนะ’ จากนั้นก็รีบชิ่งหนีให้ไวที่สุดเท่าที่จะไวได้...อ้อ พร้อมกับเก็บเศษหน้ายับๆออกไปด้วย แล้วก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเป็นครั้งที่สอง...ก็เจอบ่อยจนรู้เลยล่ะ...ดูสิเริ่มเอาหน้าซบโต๊ะแล้ว...ต่อไปก็คงเงยหน้าแล้วก็พูดว่า...

“ไม่เป็นไร ผมรับได้”

อย่าว่าแต่เดียร์เลย น้อยเกือบหยุดเสียงกรี๊ดเล็กๆของตนเอาไว้ไม่ได้ นี่ถือเป็นคนแรกเลยนะ ที่ยังกล้ารุกต่อเนี่ย

“ถ้าคุณไม่ถือ ผมก็อยากคุยเรื่องของเราให้มากกว่านี้” ชายหนุ่มกลับมามาดเดิม เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลชวนฝัน หากแต่คนฟังตอนนี้รู้สึกหน่ายใจเสียเหลือเกิน “คืนนี้สองทุ่ม ผมจะมารอ”

ไม่ทันให้เดียร์ได้ตอบก็มัดมือชก รีบออกจากร้านไปทันที ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งถือช่อดอกกุหลาบของร้านตัวเอง

นี่แค่พี่ชายไม่พอ ยังต้องเจอความรักหวานแหววจากไอ้หมีนั่นอีกหรือ...ไม่เอาง่ะ อยากได้ความรุนแรง อยากได้ความดิบเถื่อน ไม่ใช่ความรักหวานซึ้งตรึงใจแบบเน้!!! ไม่อ๊าววววว

“แหมๆ ขายออกซะแล้วสิเรา” จริงๆมันน่ากลุ้มมากกว่าน่าเชียร์นะพี่น้อย...อย่างน้อยที่สุดก็เรื่องที่ว่าเป็นตัวผู้เหมือนกันนี่ล่ะ... “วันนี้สองทุ่มก็ไปได้เลยนะ พี่ไม่ว่า”

“แต่ว่า....”

“คำสั่งจ๊ะ แล้วถ้าพรุ่งนี้ไม่มาเล่าให้ฟังนะ น่าดู” ขู่ก็ไม่กลัวหรอก โดนกลั่นแกล้งมันเป็นของชอบผมนี่

เดียร์พยักหน้าตามน้ำ เขาคิดว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่ได้จริงจังอะไรนักหรอก บางทีที่พูดมาอาจเป็นเพราะไม่อยากเสียหน้าก็ได้

และเขาก็ชักอยากรู้เหมือนกันว่าพ่อหมีนั่นจะไหลต่อไปได้ซักอีกกี่น้ำเชียว

 

สิทธิ์เดินนิ่วหน้าออกมาจากร้านขายดอกไม้เสียตัวปลิว ผู้ติดตามทั้งสองที่ยืนรออยู่อีกฟากของฝั่งถนนพากันมองด้วยความแปลกใจกับสีหน้าของเจ้านายที่คล้ายคนใกล้เป็นลมอยู่รอมร่อ แต่ท่าเดินกลับดูรื่นรมย์แบบฝืนสุดชีวิต

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” วัฒน์อดถามไม่ได้ และแอบหยิกเนที่พยายามกลั้นหัวเราะ “หรือว่าเขาไม่เล่นด้วย”

“อะไรกัน เป็นไปไม่ได้หรอก คุณสิทธิ์หล่อจะตาย นี่ไม่นับเรื่องรวยด้วยนะ ขี้คร้านสาวๆจะตามก้นต้อยๆแทบไม่ทันน่ะสิ“ หลังจากหายขำ เนก็เริ่มต้นรายการอวดรุ่นพี่ที่ชื่นชมอย่างออกนอกหน้านอกตาและไม่อายฟ้าดิน แต่วัฒน์เองก็คิดเหมือนกัน เลยไม่ได้แสดงอาการอ้วกแตกใส่แต่อย่างใด

“ก็...เด็กนั่น...มันเป็นผู้ชายน่ะสิ”

“หา!” ทันทีที่ได้ยินคำตอบ เนก็เผลอร้องดังเสียจนคนสูงวัยที่อยู่ใกล้เกือบหูหนวกชั่วคราว “พูดจริงน่ะ สวยอย่างนั้นเนี่ยนะผู้ชาย โอ๊ย บ้าแล้ว”

“...ขนาดนายยังดูไม่ออกเลยสินะ...” สิทธิ์เอ่ยอย่างกลุ้มใจ “ให้ตายเถอะ ฉันก็นึกว่าผู้หญิง ออกจะตรงสเป็คฉัน...”

“แล้วเอาไงดีล่ะครับ” วัฒน์ถามต่อ สีหน้ากลุ้มไม่แพ้อีกฝ่าย

“...ก็เหมือนเดิม แผนเดิมไม่เปลี่ยน”

“หา!!!!!”

คราวนี้ร้องประสานเสียงเป็นลูกคู่เลยทีเดียว

“แต่...อีกฝ่ายเป็นผู้ชายนะครับ” เนร้องก่อนจะหยุดพูดแล้วสะดุ้ง สายตาคมเหล่มองไปยังเพื่อนร่วมงานด้วยสีหน้าอีหลักอีเหลื่อ แต่วัฒน์กลับจ้องใส่อย่างเคียดแค้น ก่อนจะทำเมินไปทางอื่น

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ของแบบนี้น่ะ” สิทธิ์ตอบอย่างไม่ใส่ใจทั้งๆที่ตัวเองเพิ่งกระอักมา “เอาน่า ยังไงฉันก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็แค่อยากให้แผนสำเร็จก็พอ และดูเหมือนอีกฝ่ายเองก็ไม่ได้คิดมากด้วย เดี๋ยวนี้โลกมันออกจะเปิดกว้าง...อีกอย่างนะ ถ้าสวยแบบนั้น ฉันว่าก็คงไม่เป็นไรหรอก”

ลูกน้องทั้งสองอยากจะพูดเสียเหลือเกิน ว่าไม่เป็นไรได้ไงเล่า ต่อให้สวยยังไงนั่นก็ผู้ชายนะ แต่พอเผลอมองเพื่อนร่วมงานก็พากันพูดประโยคนั้นไม่ออก

“...มัน...จะดีหรือครับ....ต่อให้ไม่คิดอะไรยังไงก็เถอะ....ผมว่าคิดทบทวนดูอีกทีเถอะครับ” วัฒน์ทวนถามอีกรอบ สีหน้าเหมือนคนจะเป็นลม

“ชะ...ใช่ครับ ผมก็ว่างั้น” เนเอ่ยสนับสนุน แต่กลับดูลังเล สับสนและเครียด อาการเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียอย่างนั้น

“ไม่ล่ะ คิดดีแล้ว” คำตอบที่วัฒน์ได้แต่ถอนใจ ส่วนเนก็ถึงกับตะลึง...แต่แอบชื่นชมอยู่ลึกๆ “อาวัฒน์ช่วยจัดการดูการเคลื่อนไหวของฝั่งไอ้วินให้หน่อยนะครับ...ส่วนเน นายซื้อตั๋วเครื่องบินไปกระบี่ให้ป้านางไว้หน่อย...เอาเที่ยวพรุ่งนี้เลยล่ะกัน”

“ครับ” ลูกน้องได้แต่รับบัญชาอย่างมิอาจขัดขืน

สิทธิ์หันกลับไปมองยังร้านดอกไม้เล็กๆที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆแต่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกลับคุโชนไปด้วยเพลิงแค้นที่ยากจะมอดลง ความแค้นที่โดนหยามศักดิ์ศรีนี้ คงลืมกันไม่ลง

มุมปากชายหนุ่มเหยียดยิ้มกว้าง เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะขึ้นไปยังรถเบนซ์สีดำมันวาว

“ฉันอยากจะรู้นัก ว่าแกจะทำหน้ายังไง ตอนที่รู้ว่าน้องชายสุดที่รักตกอยู่ในมือฉัน”


__________________
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-05-2013 18:07:17 โดย musddmp »

ออฟไลน์ puppyluv

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2539
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2000/-20
SM จัดมะ
ว่าแต่น้องชายอยู่ในมือ
จะทรมานจนรักเลยชิมิ
กดบวกและเป็ด :mc4:

ออฟไลน์ Mookkun

  • magKapleVE
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
    • Consensual free relationships
ฮ่าาาา แปลกดี ชอบจัง :)
จัดมาเต็มๆเลยนะคุณสิทธิ์ 5555555

ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
โอ้ น่าติดตามมากค่า รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ Ipatza

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-7
โรคจิตสุดๆแล้วตอนนี้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3925
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
 :o8: :o8: :o8: :o8:เพิ่งเคยอ่านนายเอกชอบความรุนแรงชอบนะสนุกดี :heaven :heaven :heaven

ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1
มาแก้แค้นงี้ก็เข้าทางนายเอกเลยอ่ะดิ ถูกจับไปทรมาน อร๊างงง :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ DoubleBass

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1
sm ชัดเจนขนาดนี้ ขอจองที่นั่งแถวหน้ารอติดตามเลยจ่ะ

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-7
สิทธิ์จะทำอะไรกันนะนั่น

ออฟไลน์ Lemon_Tea

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
คาดว่า คนจับตัวเดียร์อย่างสิทธิ์ก็อยุ่สายเอส
ส่วนเดียร์คงได้รับความรักรุนแรงสมใจตามสายเอ็มสินะ

ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0

รักSMของหนุ่มดอกไม้ โดย Zore

ตอนที่ 3

ไม่อยากให้ถึงสองทุ่ม....พอๆกับไม่อยากให้ถึงวันที่พี่มาเยี่ยมเล้ย....

ถึงจะอ้อนวอนให้ตายยังไง เดียร์ก็รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด แต่ไอ้เรื่องโรแมนติกหวานซึ้งน่ะ ไม่ว่าคนประเคนจะเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ หรือจะเป็นเทพีสาวสุดเซ็กซี่แค่ไหนยังไงก็ไม่เอาด้วยหรอก ถ้าเป็นเรื่องทารุณกรรมซ้ำแผลเก่าก็ว่าไปอย่าง ต่อให้เป็นพญามารสุดโหด รับรองจะรีบวิ่งเข้าไปหาแทบไม่ทัน

“เดียร์จ๋า พ่อสุดหล่อของเรามาแล้วแน่ะ”

น้อยทักขึ้นเมื่อเห็นคนงานร่างบางทำเป็นเดินหนีเข้าไปหลังร้านหลังจากเห็นสิทธิ์มายืนรออยู่ด้านหน้า เวลาสองทุ่มพอดีเป๊ะ

“...แต่ผมไม่ได้ชอบเขา...“ เขาไม่ถือเรื่องผู้ชายผู้หญิงก็จริง แต่ไอ้มาพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจแบบนี้มันทำให้รู้สึกแย่สุดๆ ถ้าบังคับขู่เข็ญให้เจอกันก็คงไม่เล่นตัวนานนักหรอก

“เอาน่า คบกันไปก่อนเดี๋ยวก็ชอบกันเองนั่นล่ะ” พี่น้อยครับ ที่พูดออกมาน่ะ ก็แค่อยากเห็นผู้ชายจี๋จ๋ากันเท่านั้นใช่ไหมล่ะครับ ถึงจะเอาผมไปบูชายัญก็ไม่เกี่ยงสินะ...

เด็กหนุ่มนิ่วหน้ากลัดกลุ้ม ดวงตากลมเหลือบมองร่างสูงที่ยืนจ้องเข้ามาทางเขา พยายามเก็บความรู้สึกทรมานใจแล้วแสร้งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

เล่นตัวมากๆ ทำตัวงี่เง่าๆให้หมอนั่นโมโหจนทำร้ายเราก็พอ แบบนี้อาจจะเวิร์คก็ได้ ถ้าให้ดีก็ฉุดรั้งไว้นานๆแล้วใช้ความรุนแรงกับเราเหมือนในละครตบจูบก็ดีสิน้า....แต่ถ้าไม่ใช่ละก็ ก็คงต้องขอเซย์กู๊ดบายละกัน

คิดได้แล้วก็ขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนจะออกไปหาทันที

“รอนานหรือเปล่า” เดียร์ถามเป็นพิธี ในหัวนึกแต่เรื่องการโดนตบตีเอาไว้เพื่อให้ตัวเองยิ้มออกมาได้อย่างจริงใจ

ร่างสูงหันมองด้วยใบหน้าสุขุม เผยยิ้มกว้างดูเป็นมิตรออกมา “ไม่หรอก ฉันก็เพิ่งมา”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว เขารู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย มันไม่ให้ความเสน่ห์หาหวานชื่นอย่างที่เห็น แต่กลับดูเสแสร้งเหมือนต้องการปกปิดความจริงในใจเสียมากกว่า

“งั้นเราจะไปไหนกันต่อล่ะ” เดียร์พยายามไม่สนใจพิรุธที่ตัวเองเจอ แล้วชวนคุยเรื่องอื่น “แต่คงไปไหนมากไม่ได้หรอกนะครับ เพราะพรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้าทำงาน”

“งั้นก็กินข้าวกันเฉยๆก็ได้ จะได้มีเวลาคุยทำความรู้จักกันมากขึ้นไง” สิทธิ์ยังคงยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มจอมปลอมที่เดียร์เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ

แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะปกปิดอะไรนั้น เดียร์ก็ไม่ได้สนใจนัก ตอนนี้เขาแค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะอดทนทำเป็นคบผู้ชายไปได้ต่อแค่ไหนมากกว่า

สิทธิ์พาเดียร์นั่งรถไปยังภัตตาคารของโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งจงใจเลือกโรงแรมที่ดีที่สุดในบริเวณนั้นเสียด้วย นับว่าทุ่มทุนสร้างมาก ถ้าเพื่อแค่ไม่อยากเสียหน้า

“ท่าทางคุณจะรวยเอาเรื่องนะเนี่ย” เดียร์ทำเป็นตื่นเต้นกับการเข้าภัตตาคารในโรงแรม จริงๆเขาก็เคยมาแถวนี้อยู่บ่อยๆเนื่องจากต้องมาส่งดอกไม้เวลาทางโรงแรมจัดงาน และปกติพี่ชายก็มักพาเขามากินแถวนี้ทุกทีที่มีโอกาสอยู่แล้ว

แถมที่นี่มันก็โรงแรมพี่ชายเขาด้วย แต่เดียร์มักจะชอบมากกว่าถ้าไม่มีคนรู้จัก เพราะฉะนั้นจึงมีลูกน้องใต้สังกัดวินเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้ว่าเดียร์เป็นใคร

“ก็พอตัวอยู่” ร่างสูงเอ่ยเสียงนุ่มพร้อมมองตา...ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นอาจจะรู้สึกเขินอายหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่เดียร์รู้สึกจุกอกเหมือนกำลังจะอ้วก “อยากสั่งอะไรสั่งได้เต็มที่เลยนะ ผมเลี้ยงคุณเดียร์เอง”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว...มันรู้ชื่อตูได้ไง

“อ้อ ขอบคุณครับ เรียกเดียร์ก็ได้” แต่ก็ไม่ถาม แค่เรื่องชื่อเขามันไม่ใช่เรื่องปกปิดระดับชาติเสียหน่อย ไปสืบๆเสาะๆเอาแถวนั้นก็ได้มาเป็นประวัติแล้ว ถ้าจะสืบต่อไม่ถึงก็แค่เรื่องความชอบส่วนตัวของเขานั่นล่ะ “ว่าแต่ คุณคิดยังไงถึงได้อยากรู้จักกับผมหรือครับ”

“แค่อยากรู้จัก ไม่ได้หรือครับ”

อืม...มันก็ไม่ได้มีป้ายห้ามไว้หน้าร้านนี่นะ ว่าห้ามรู้จักพนักงานเป็นการส่วนตัว...

“ผมมองคุณมาตั้งนานแล้ว รู้หรือเปล่า“ เริ่มเน่ามาแต่ไกล...อุ ไม่ได้ๆ ต้องยิ้มไว้ เดี๋ยวมันรู้ “แต่เรื่องที่คุณเป็นผู้ชายนี่...ผมคาดไม่ถึงไปหน่อย”

“ปกติผมก็โดนทักว่าเป็นผู้หญิงประจำนั่นล่ะครับ” ร้อยละร้อยเลยทีเดียว ไม่เข้าใจจริงๆ เราเองก็ใช่ว่าจะตัวเล็กมากซะเมื่อไหร่ เกือบร้อยเจ็ดสิบแน่ะ อย่างน้อยๆก็เลยมาตรฐานชายไทยก็แล้วกัน แถมผมเผ้าก็ไม่ได้ไว้ยาวด้วย ซอยสั้นเหมือนผู้ชายปกติๆนั่นล่ะ...โอเค ซอยน้อยกว่าหน่อย แล้วก็ยาวถึงบ่า...ตาก็ดันโตไปนิด ขนตาเยอะไปหน่อย แล้วลูกกระเดือกก็ไม่ค่อยจะโผล่มารับแสงซักเท่าไหร่...แค่นั้นเอง “จะว่าไป ขอบคุณคุณสิทธิ์อีกครั้งนะครับที่ช่วยผมไว้เมื่อคืน”

ช่วยให้ผมเกือบจะลงแดง กระอักเลือดตายเพราะไม่ได้รับความรุนแรง...ให้ตายเหอะ

“ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ” เสแสร้งยังไงก็ยังงั้นจริงๆ ไอ้รอยยิ้มนั่น... “ผมว่าพักอยู่ในซอยลึกๆเปลี่ยวๆแบบนั้นมันอันตรายนะครับ โดยเฉพาะคนสวยๆแบบคุณ ดีไม่ดีจะถูกมันทำมิดีมิร้ายเอาได้นะ”

พอมันเห็นหางก็พากันอารมณ์หด วิ่งหนีกันหมดแล้วครับท่าน ถ้ามันจะเตะเผื่อสักทีสองทีก่อนจากก็ยังดีนะ...เฮ้อ...ทำอย่างกับเห็นผีไปได้....หรือพวกมันตกใจกับขนาดส่วนล่างของเราก็ไม่รู้...

“ไม่หรอกครับ ปกติไม่ค่อยมีคนมาทำร้ายผมหรอก” เดียร์โกหกไฟแล่บ “แค่ช่วงหลังๆมานี้เองล่ะครับที่มีคนมาทำร้าย ผมเองก็ไม่แน่ใจหรอก แต่รู้สึกจะเกี่ยวกับงานของพี่ชายผมน่ะ”

เด็กหนุ่มเห็นชัดเลยว่าสีหน้าอีกฝ่ายกระตุก แต่ก็ทำเป็นเมินเสีย

ท่าทางคนๆนี้ต้องเกี่ยวข้องอะไรกับพี่วินแหงมๆ...

“พี่ชายผมน่ะ เขาชอบเป็นห่วงผม ปกติก็มาหาผมเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว แต่พักนี้ถี่มากเลย เห็นว่าเพราะกลัวคู่แข่งทางการค้าเล่นสกปรกล่ะมั้ง ที่ผมโดนเมื่อวานก็น่าจะพวกคู่แข่งพี่น่ะครับ แย่มากเลยนะครับ คนพวกนี้นี่ เล่นงานตรงๆไม่ได้เลยต้องลอบกัดกัน”

เดียร์พูดพร้อมออกท่าฮึดฮัดไม่พอใจหวังจะลองดูอาการของอีกฝ่าย และก็ไม่ผิดหวังเสียด้วย

ใบหน้านิ่งดูเหี้ยมทันควัน สิทธิ์ตั้งท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่พอเห็นเดียร์จ้องไม่วางตาเลยรีบยิ้มให้แทน ซึ่งรอบนี้นอกจากดูเสแสร้งแล้ว ยังดูตลกแถมเข้ามาด้วย....คนอะไร ยิ้มไปขมวดคิ้วไป

“หรือ แย่เลยนะ” คำพูดเห็นใจแต่น้ำเสียงไม่ไปด้วยกันสักนิด...หน้าด้วย เหมือนมีใครไปเหยียบเท้าแต่ต้องยิ้มค้างไว้อย่างนั้นล่ะ “แต่บางทีอาจเป็นเพราะพี่ชายเธอไปทำเรื่องไม่ดีก่อนก็ได้นะ”

พูดงี้ มีประเด็นกันชัวร์ มิน่าล่ะ ทำไมรอบนี้พี่ถึงไม่ยอมเล่ารายละเอียด ที่แท้ก็ไปทำกับเขาก่อนนี่เอง

“เอ...ไม่รู้สิครับ” เด็กหนุ่มบอก แสดงท่าทียุ่งยากเล็กน้อย “พี่ไม่ค่อยเล่าเรื่องงานให้ฟังเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่ค่อยรู้ด้วย เลยพูดอะไรมากไม่ได้”

จริงๆรู้ดีเลยล่ะ โถ ถึงจะบอกว่าลูกคนละแม่ยังไงก็เถอะ แต่ก็เคยอยู่บ้านเดียวกันมานะ แถมพ่อยังคอยกรอกหูเรื่องธุรกิจดำมืดที่อยากให้สานต่อเกือบทุกวันที่เจอหน้ากัน จะไม่ให้รู้ได้ไง ถึงตอนนี้ธุรกิจเกือบทั้งหมดจะเป็นของพี่วิน แล้วคุณพี่ชายแสนดีก็ไม่อยากให้น้องมาแปดเปื้อนเลยไม่ค่อยยอมเล่าเรื่องงานก็เถอะ แต่ก็รู้ได้อยู่ดีนั่นล่ะ ก็เพื่อนร่วมอุดมการณ์เขาไง ว่างเมื่อไหร่ก็มาเล่าให้ฟังทุกที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่แค่ไหนก็เล่าหมด...หรือจริงๆเพราะอยากหาเรื่องคุยกับผมให้พี่วินเห็นก็ไม่รู้

หลังจากที่อาหารมาถึงโต๊ะ สิทธิ์ก็เปลี่ยนมาชวนคุยเรื่องสัพเพเหระแทน ท่าทางเหมือนพยายามเลี่ยงหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องการงานกับเรื่องพี่ชายของเดียร์ เลยรู้อะไรไม่มากนอกจากอายุกับเบอร์โทร แถมยังเผลอไปตกลงเรื่องที่พ่อหมียักษ์จะมาหาเขาถึงที่ร้านขายดอกไม้ในวันพรุ่งนี้อีกด้วย

“เผลอตกลงไปได้ยังไงนะเรา” เดียร์สงสัยตัวเอง เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนอนในห้องเช่าของตน นึกทวนความจำที่ไปทานอาหารเมื่อครู่ แล้วก็เกิดอาการหน้ามืดอยากคายของเก่าขึ้นมา

สงสัยเพราะตอนนั้นรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศสีชมพูสดใสเลยรีบตอบส่งๆไปเพราะอยากออกจากตรงนั้นเต็มแก่เป็นแน่ คิดดูสิ กระอักจนลืมเหวี่ยงใส่เลยนะ

แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปหางั้นหรือ....

เด็กหนุ่มนอนมองเพดาน ขนตางอนเป็นแพกระพริบขึ้นลง

ถ้าเปลี่ยนเป็น ‘พรุ่งนี้ฉันจะไปลากคอแกถึงร้าน ถ้าหนีเจอดีแน่’ คงจะดีไม่น้อยเลยน้า

ถ้าอีกฝ่ายยอมพูดก็ดีสิ...

 

“ท่าทางจะไปได้สวยนะ...ฮัดเช่ย”

สิทธิ์จามลั่นอยู่หลังรถ และไม่ต้องสั่ง เนซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับก็รีบประเคนทิชชู่ให้อย่างรู้ดี

“เป็นหวัดหรือเปล่าครับ ช่วงนี้ตอนกลางคืนอากาศหนาวนะครับ” วัฒน์บอกอย่างเป็นห่วง “คุณเล่นใส่เสื้อยืดบางๆแบบนั้นก็หนาวแย่สิ”

“แต่ผมไม่เห็นจะรู้สึกหนาวตรงไหนนะ” สิทธิ์บอกพร้อมกับคลำคอตัวเอง “ไม่ได้เจ็บหรือคันคอด้วย”

“บางทีอาจจะมีใครนินทาคุณก็ได้มั้ง” เนเอ่ยล้อเล่นตามประสา และรีบเปลี่ยนท่าทีทันทีที่โดนเหล่ด้วยสายตาอาฆาตจากคนขับ “เอ่อ...ถ้ายังไงก็ทำตัวให้อุ่นๆไว้ดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมจะลดแอร์ให้”

สิทธิ์ไม่ได้ห้ามอะไรนอกจากนึกหัวเราะอยู่ในใจกับความเป็นห่วงเกินเหตุของลูกน้อง เขานั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง สีหน้ากลับมาดูเรียบนิ่งอย่างที่มักเป็น

“อาวัฒน์ วันนี้ไอ้หมอนั่นจะไปที่ไหน”

“...ร้านมีนครับ”

“ดี” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “พอดีเลยสินะ”

สีหน้าของลูกน้องทั้งสองออกอาการหนักใจขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารู้ดีว่ากำลังจะเจอเหตุการณ์อะไรต่อจากนี้

รถเบนซ์สีดำเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถของผับขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของสิทธิ์ ที่นี่เป็นร้านประจำที่สิทธิ์มาเวลาต้องการพักผ่อน และยังเป็นที่พบเจอคนบางคนที่ไม่น่าพบด้วย

“อุ๊ยตาย~ คุณสิทธิ์~คุณวัฒน์…น้องเน~~~~”

เสียงทุ้มต่ำที่พยายามดัดให้สูงดังขึ้นเมื่อเห็นสิทธิ์เดินมาดนิ่งเข้ามาที่หน้าประตู เจ้าของเสียงสะบัดชายกระโปรงที่ผ่าข้างจนเกือบถึงสะโพก พร้อมกับเอาพัดติดขนเฟอร์โบกไล่คนเฝ้าประตูที่ตัวยักษ์พอๆกับสิทธิ์ แล้วเข้าไปทักทายแขกทั้งสามด้วยใบหน้าชื่นมื่น แต่กับเนจะพิเศษกว่าตรงที่มีการสวมกอดกันด้วย

“หวัดดีครับพี่มีน ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะคร้าบ” เนเอ่ยเสียงใส แล้วสะดุ้งเมื่อโดนสายตาทิ่มแทงของเพื่อนร่วมงานจากข้างหลัง รีบผละออกจากพนักงานต้อนรับสุดสวยทันที

ร่างสูงยิ้มกว้าง แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วย “วันนี้ขอแบบพิเศษหน่อยนะครับพี่มีน...หรือเอาแบบเตรียมเผื่อเยอะๆเลยนะ”

ได้ยินคำสั่ง คนฟังถึงกับนิ่วหน้า “อย่ารุนแรงถึงขั้นใช้กำลังก็แล้วกันนะฮะ ช่วงนี้พวกตำรวจตรวจเข้มกันด้วยน่ะฮ่ะ เดี๋ยวจะเกิดปัญหาโดยใช่เหตุ”

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับยิ้มกว้าง แต่คนฟังยังกังวลไม่เปลี่ยน “ผมไม่เคยทำใครก่อนเลยพี่ก็รู้...ไม่ว่าจะอยู่ถิ่นตัวเองหรือถิ่นศัตรู”

นั่นไม่ช่วยให้ลูกน้องสบายใจเลยสักนิด...

“ฮ่ะ คุ...วินอยู่ที่ห้องวีไอพีห้องเอส กำลังรอคุณสิทธิ์อยู่ฮ่ะ”พนักงานสาวผมหยิกเกือบพลั้งปากเรียกศัตรูเจ้านายอย่างสุภาพ ยังดีที่วัฒน์ถลึงตาห้ามไว้ทัน “แล้วเดี๋ยวเจ๊จะให้เด็กๆเอากับแกล้มไปเสิร์ฟให้นะฮะ”

“ดี” คราวนี้สีหน้าเหี้ยมจนลูกน้องทั้งสามเผลอนึกว่าเจ้านายตนกำลังจะไปออกศึกฟาดหมัดแลกลูกตะกั่วแล้ว “อาวัฒน์ เน ไป!”

เท้าหนาย่ำลงบนพื้นกระเบื้องแรงเสียจนคนมองกลัวพื้นจะพัง สิทธิ์เดินขึ้นไปยังบันไดด้านข้างประตู ชั้นสองเป็นทางเดินยาวไปยังห้องอีกฝั่งซึ่งมีเพียงห้องเดียว และเป็นห้องสำหรับแขกระดับพิเศษสุดๆ รวมถึงสิทธิ์ที่เป็นเจ้าของที่นี่ด้วย

ประตูสีดำสนิทเปิดให้เห็นห้องขนาดกลางมีม่านสีครีมกั้นไว้รอบห้อง ชุดโซฟาผ้ากำมะหยี่สีดำจัดวางไว้อยู่กลางห้อง ชายสองคนที่แต่งตัวดูภูมิฐานก็กำลังรออยู่ด้านใน คนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังโซฟาตามหน้าที่ของคนเป็นลูกน้องและหันมายิ้มเล็กน้อยพร้อมกับผงกหัวให้กับแขกที่มาเยือน ผิดกับคนที่นั่งอยู่ลิบลับ รายนี้ยิ้มก็จริง แต่กลับปล่อยออร่าสีดำทะมึนใส่สิทธิ์ชนิดคนรอบข้างรู้สึกได้

“มาช้าจังนะ รถชนหรือไงวะ” ชายหนุ่มผมซอยสั้นไว้หางเต่าเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะถอดแว่นตาทรงรีของตัวเองออกมาเช็ด แล้วใส่กลับเข้าที่เดิม “อะไรกัน วันนี้ใส่เสื้อซะเหมือนกุ๊ยข้างถนน เหมาะชะมัดเลยว่ะ”

“คุณสิทธิ์ครับ” ทั้งๆที่เจ้านายยังไม่ทันทำอะไรแต่วัฒน์ก็ร้องเรียกชื่อเหมือนอีกฝ่ายตั้งท่าจะประเคนหมัดอยู่รอมร่อ

ร่างสูงเหมือนยักษ์ปักหลั่นยังคงสีหน้านิ่ง แต่ลูกน้องทั้งสองต่างรู้ดีว่าข้างในมันตรงข้ามกับที่เห็น

“ถามจริงเหอะครับ มีเรื่องกันขนาดนี้แล้วยังจะมานั่งร่วมโต๊ะแบบนี้กันอีกหรือครับ” เนกระซิบถามผู้อาวุโสเสียงหวั่น กลัวเจ้านายจะระเบิด “คราวที่แล้วคุณสิทธิ์นอนโรงพยาบาลไปสามวันเลยนี่”

“...มาทำงานตรงนี้ตั้งหลายเดือนแล้วยังจะต้องถามอีกหรือ”วัฒน์กระซิบตอบอย่างรำคาญ “เลิกถามเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แล้ว”

เนตั้งท่าจะต่อปากต่อคำต่อ แต่เวลาไม่อำนวยให้พูดมากเท่าไหร่เลยได้แต่เก็บหนี้แค้นไว้ชำระรอบหน้าแทน

สิทธิ์ลงไปนั่งฝั่งตรงข้ามวิน ทำเหมือนกับไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูดเมื่อครู่ แล้วบริกรก็เดินเข้ามาเหมือนรู้เวลา จัดการยกกับแกล้มเข้ามา แล้วเทบรั่นดีผสมโซดาอย่างรู้ดี จากนั้นก็รีบจรลีออกไปเหมือนกลัวว่าจะมีระเบิดแสวงเครื่องอยู่ข้างใน

“เขาว่ากันว่าหมาที่ดีแต่เห่ามันจะไม่กัด แต่หมาบางตัวก็เห่าดังฉิบหาย” สิทธิ์พูดขึ้นลอยๆแต่ก็ทำให้คู่สนทนามีรอยย่นระหว่างคิ้วได้ มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นมาซดโฮกอย่างกับน้ำเปล่า จนวัฒน์กับเนสะดุ้ง “เห่าจนน่ารำคาญไม่พอ แถมยังชอบลอบกัดข้างหลังด้วย จริงไหมวะ ไอ้วิน”

“พูดถึงตัวเองหรือไงวะ ปากแกหมาเหมือนที่เห่าอยู่ตอนนี้เลยว่ะ” วินตอกกลับ ใจจริงอยากลุกขึ้นไปซัดไอ้หมีหน้านิ่งที่ไร้สัมมาคารวะกับคนอายุมากกว่าอย่างเขาเสียเหลือเกิน แต่เนื่องจากลงไม้ลงมือไปรังแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนเปล่าๆ และนั่นก็ไม่ใช่วิธีการที่เขาชอบด้วย หนุ่มแว่นเลยพยายามอดทนไม่ให้มือหรือเท้าตัวเองหลุดไปอยู่บนหน้าอีกฝ่าย โดยการหยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาดื่มจนหมดแทน แล้วหันไปตะคอกใส่ชาเป็นการระบายอารมณ์ “ต้องให้สั่งรึไงวะชา รีบๆรินเหล้าสิวะ”

ในขณะที่เจ้านายกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขม่นกันไม่วางตา เหล่าผู้ติดตามของทั้งสองฝั่งต่างพากันมองหน้าด้วยความอ่อนใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก

แต่ไหนแต่ไร สิทธิ์กับวินก็ไม่กินเส้นกันมานาน ทั้งๆที่ธุรกิจของทั้งสองดูแล้วออกจะเกื้อหนุนกันดี ถ้าร่วมมือกันได้คงทำธุรกิจไปรุ่งพุ่งแรงแซงทางโค้งชนิดฉุดไม่กลับเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าไปเกลียดกันเมื่อชาติปางไหน เห็นหน้ากันทีไรถึงได้จะกัดกันทุกที

และทั้งๆที่เกลียดกัน แต่ต่างฝ่ายต่างก็จะชอบบุกไปถึงถิ่นของอีกฝ่ายเหมือนคนไม่รักตัวกลัวตายเสมอ และที่น่าแปลกกว่านั้นก็คือ บุกไปแต่ไม่เคยมีเรื่องต่อยตีกันเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็ฟาดปากกันมากกว่า

อย่างเรื่องไร้สาระที่กำลังจะทำอยู่ตอนนี้เป็นต้น...

“หึ นอกจากปากหมาแล้วอยากจะคลานเหมือนหมาอีกหรือไง” สิทธิ์ถากถางเมื่อเห็นอีกฝ่ายกระดกตาม และไม่ยอมน้อยหน้าด้วยการเทบรั่นดีเพียวๆแล้วยกดื่มรวดเดียวหมด เป็นการประกาศศึกอย่างเป็นทางการ

“เอาไว้บอกตัวเองเถอะ” วินค่อนแคะ แล้วรีบดื่มตามติดๆเหมือนกลัวเสียหน้า “แค่ขวดสองขวดเองสบ๊าย แกน่ะ อย่าเพิ่งน็อคไปก่อนก็แล้วกัน”

“อย่างฉันมากกว่าสามก็ยังไหว” สิทธิ์ตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน“ทำอย่างที่โม้ให้ได้เหอะ”

เหล่าลูกน้องพากันเลิกคิ้วมอง...ถือแก้วกันให้อยู่ก่อนเถอะ นี่เพิ่งจะขวดแรกเองนะ

“...รอบนี้เตรียมเช็ดอ้วกได้เลย” วัฒน์พึมพำเสียงเบาบอกเพื่อนร่วมงาน หลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว

เนหน้าซีดทันทีที่ได้ยิน “ผมจะบอกให้พนักงานเตรียมตัวเอาไว้ละกัน”

หนุ่มใหญ่ยักไหล่ให้ ไม่พูดอะไรเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มรู้หน้าที่ดี

“อย่าคิดว่าเล่นสกปรกเป็นอยู่คนเดียว ฉันจะเล่นงานแกให้หนักกว่าเป็นร้อยเท่าเลยคอยดู”

หลังจากนั่งกระดกส่งสายตาอาฆาตกันไปจนถึงขวดที่สาม สิทธิ์ก็เริ่มพูดขึ้น ท่าทางเอาเรื่องเต็มที่ และเมาเต็มที่ด้วย

“อย่ามาพูดหมาๆนะโว้ย ใครเล่นสกปรกกันแน่วะ” วินเองก็หน้าแดงก่ำพอกัน “ถ้าแกหมายถึงเรื่องคราวก่อนล่ะก็เป็นเพราะแกมันดวงซวยเองนี่หว่า ใครใช้ให้แกโดนดักเล่นงานเองล่ะวะ คนน่าหมั่นไส้อย่างแกจะโดนก็ไม่แปลก คงสร้างศัตรูไว้เยอะล่ะสิ เฮอะ!”

“นั่นมันก็คนของแกทั้งนั้นไม่ใช่เหรอวะ ที่มาเล่นงานฉันน่ะ ไม่ต้องมาโกหก” สิทธิ์ตะคอกลั่น แต่ไม่ยักจะออกท่าออกหมัด

“ของฉันที่ไหน มีหลักฐานหรือไงวะ ถึงมากล่าวหาน่ะ” เมาแต่ยังยอกย้อนเก่งไม่เปลี่ยน

“ก็พวกมันบอกว่าแกสั่งมา แล้วฉันก็จำได้ว่าพวกนั้นมันลูกน้องแก”

“แล้วไง คนหน้าโหลมีตั้งเยอะแล้วแกก็โง่เชื่อที่มันบอกเหรอ โง้โง่ว่ะ กินแปะก๊วยแล้วโดดตึกตายเกิดใหม่เหอะไป๊”

วัฒน์ฟังแล้วก็ได้แต่หวั่นใจกลัวสิทธิ์จะโดดไปตะบันหน้าวิน แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์นั้นก็ตาม แต่คราวนี้เขากลัวเจ้านายหนุ่มของตัวเองจะตบะแตกเสียเหลือเกิน....ตอนนี้ดูๆแล้วก็ไม่เหลือสติอยู่เท่าไหร่แล้วด้วย

“หึ...แล้วจะคอยดูว่าไอ้โคตรฉลาดอย่างแกจะทำหน้ายังไงตอนที่โดนไอ้โง่คนนี้ตลบหลังเอา” สิทธิ์จงใจพูดให้ค้างคาแล้วทำทีเหนือกว่า ก่อนจะกระดกหมดแก้วทั้งๆที่ดูท่าทางจะไม่ค่อยไหวแล้ว

“ทำให้ได้เหอะ หนังหน้าอย่างแกน่ะ ทำได้ฉันกราบแทบเท้าเลยเอ้า” ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเมาหรือเพราะนิสัยปกติ วินถึงได้พูดแบบนั้น “ชาติหน้าตอนบ่ายๆเถอะว่ะ”

จากนั้นทั้งคู่ก็พากันหัวเราะหึๆ แล้วเริ่มแข่งกันกระดกเหล้าเอาเป็นเอาตายกันต่อ เนกับชาก็จัดการรินเหล้าให้อย่างรู้หน้าที่ทันทีอย่างไม่ขาดตอน ส่วนวัฒน์ก็ยืนอยู่นิ่งๆพลางมองนาฬิการอเวลา เขาหันไปส่งสัญญาณให้บริกรชายสองคนที่ยืนรออยู่ข้างประตูกระจกฝ้า คนหนึ่งก็เตรียมผลักประตู ส่วนอีกคนก็ถือผ้าขนหนู พร้อมผ้าเย็นมาอย่างละสองชุดรอไว้แล้ว

สาม...สอง....หนึ่ง....

“อุก....”

และแล้วก็เกิดเหตุการณ์นองอ้วกขึ้นอย่างที่หนุ่มใหญ่ว่าไว้ เนกับชาก็เข้าไปลูบหลังให้เจ้านายของตนทันที วัฒน์เลิกแขนเสื้อเชิ้ตลายทางสีน้ำเงินเข้มขึ้น แล้วรับผ้าขนหนูจากบริกรมารอไว้

จะฝืนดื่มจนอ้วกกันทำไมก็ไม่รู้นะ

“...ใครก่อน” หลังจากปล่อยจนท้องโล่ง สิทธิ์ก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก “ใครอ้วกก่อน...”

“....เสียใจที่ต้องบอกว่าคุณสิทธิ์ครับ” ถ้าลำเอียงได้วัฒน์ก็อยากจะทำ แต่รับรองว่าไม่จบเรื่องแน่ ลองมาแล้ว “ยืนไหวหรือเปล่าครับ”

ท่าทางหมียักษ์ดูแย่มาก แต่ดูจะเพราะได้ยินคำตอบมากกว่าเพราะเพิ่งอาเจียนมา และยิ่งแย่หนักเมื่อเห็นสีหน้ามีชัยของวิน ถึงแม้ว่าตอนนี้วินจะอาการร่อแร่ แต่หนุ่มแว่นก็ยิ้มออกมาได้เมื่อรู้ว่าครั้งนี้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ

“ฮ่าๆสะใจว่ะ! กลับโว้ย”

หนุ่มแว่นร้องอย่างรื่นเริง พอเช็ดอ้วกเสร็จก็เดินโซเซออกจากห้องโดยมีชาตามไปติดๆ และก่อนจากชาก็ยังไม่ลืมที่จะผงกหัวให้วัฒน์กับเนเป็นการบอกลาอีกด้วย

“หนอย ไอ้เวรนั่น...” สิทธิ์เอ่ยอย่างเคียดแค้นเป็นกำลัง แต่ก็แค่ประเดี๋ยวเดียวเพราะหน้ามืด

เนช่วยพยุงสิทธิ์ขึ้นมาให้นอนบนโซฟาดีๆ เด็กหนุ่มเงยหน้ามองขึ้นเหมือนอยากให้วัฒน์ช่วยเตือนสิทธิ์ แต่หนุ่มใหญ่กลับทำเมินแทน ดูแล้วน่าโมโหเสียจนเนลืมตัว

“คุณไม่คิดจะพูดอะไรบ้างหน่อยหรือ” พอเห็นสิทธิ์พับไปแล้วก็พูดใส่อย่างไม่เกรงใจ

“ทำไมฉันต้องทำตามที่นายพูดด้วย” วัฒน์ย้อน สีหน้าหาเรื่องเต็มที่ “แล้วคิดหรือว่าอย่างฉันต้องรอให้นายมาบอก ฉันน่ะเตือนคุณสิทธิ์ไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว แต่คุณสิทธิ์ฟังที่ไหน ถ้าอยากห้ามก็ห้ามเองบ้างสิ ไม่ต้องมาบอกฉัน”

เด็กหนุ่มชักสีหน้าใส่ “แล้วทำไมคุณต้องอารมณ์เสียใส่ผมด้วย”

“ฉันไม่ได้อารมณ์เสีย!” ตะเบ็งเสียงพร้อมกับทำหน้ายักษ์ขนาดนั้น ต่อให้เด็กสามขวบเห็นก็รู้ว่าอารมณ์เสียอยู่ชัดๆ “นายพยุงข้างซ้าย ฉันจะพยุงข้างขวาไว้ เร็วๆ อย่ามัวแต่ยืนใบ้”

ถึงจะไม่ชอบใจ แต่พอโดนตัดบท บวกกับเป็นห่วงสิทธิ์ เนจึงได้แต่กล้ำกลืนคำโต้เถียงลงคอ ก่อนจะยอมทำตามผู้อาวุโสกว่าอย่างเสียมิได้

 

“ฮ่าๆ สะใจโว้ย”

วินกู่ร้องดีใจต่อชัยชนะ(ที่ไร้สาระ)ของตัวเองอยู่หลังรถคนเดียว ส่วนชาก็เพียงแต่เงียบฟังเจ้านายเอ่ยประโยคเมื่อครู่ไม่รู้กี่รอบแล้ว

“ฮ่าๆ สะใจโว้ย” วินเอ่ยซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง แต่เริ่มนั่งไม่อยู่เท่าไหร่แล้ว คอก็พับไปพับมาตามแรงเคลื่อนของรถ เสียงพูดเริ่มกลายเป็นเสียงงึมงำแล้วก็เงียบลง ดวงตาปรือที่พยายามฝืนเบิกตาก็เริ่มต้านไม่ไหว จนท้ายที่สุดก็ลงไปนอนฟุบบนเบาะอย่างสิ้นแรง

“...คุณวินครับ...” พอเห็นเงียบเสียงไป ชาก็ลองเรียกอีกฝ่ายพร้อมกับมองผ่านกระจกหลัง “คุณวิน”

เงียบ ม่อยกระรอกเรียบร้อยแล้ว

พอมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางตื่นแน่ ชาก็ต่อมือถือตัวเองเข้ากับสมอลทอร์ค กดโทรเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย

“ว่าไง” ชายหนุ่มพูดขึ้นทันทีที่มือถือต่อติด “มีอะไรหรือ”

ชาเงียบฟังอีกฝ่ายพูด คิ้วบางขมวดเข้าหากัน สีหน้าหนักใจและหงุดหงิดไปพร้อมกัน

“...เข้าใจแล้ว”

เขาบอกกับคู่สายก่อนจะวาง ดวงตาเลื่อนมองกระจก ดูคนเมาที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้างหลัง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ทั้งคุณทั้งอีกฝ่ายนี่ก็หนักพอกันเลยนะ ไอ้เรื่องคนทรยศเนี่ย”

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3925
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
 :m20: :m20: :m20: :m20:ชอบสองคนนี้จังเลยอะ :really2: :really2: :really2: :really2: :really2:

sunshinesunrise

  • บุคคลทั่วไป
ติงต๊องกันทั้งคู่ อ่านแล้วตลกดี ฮ่าๆๆ นึกว่าจะจริงจัง มันออกแนวเด็กประถมแกล้งกันนี่หว่า  :hao3:

ออฟไลน์ BlackArrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
 สองคนนี้ ทะเลาะกันเป็นเด็กอนุบาลไปได้ :m20:

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
มันน่าจะเครียดนะ

แต่ทำไม..... :jul3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
เนื้อหาดันยาวเกินเลยต้องแบ่ง -3-

รักSMของหนุ่มดอกไม้ โดย Zore

ตอนที่ 4.1

ยามเช้าของวันใหม่ช่างแสนสดใส...แต่ไม่ใช่สำหรับใครบางคน โดยเฉพาะคนที่เมาค้าง

“อึก.....อูย....”

เสียงทุ้มครางอย่างทรมานออกมาจากผ้าห่มหนานุ่ม ดวงตาเรียวเลื่อนมองผ้าม่านสีครีมด้วยความรำคาญแสงแดด ทีแรกกะจะนอนต่อแล้ว แต่เมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาข้างหัวเตียงบอกเวลาบ่ายสาม สิทธิ์ก็รีบลุกขึ้นมาด้วยความตกใจ แล้วก็ฟุบหน้าลงเตียงต่อเพราะปวดหัวจี๊ด เขานอนทำใจอยู่บนเตียงหลายนาที กว่าจะลากสังขารออกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว

“ไอ้สี่ตานั่น...อูย...”

พอนึกถึงความพ่ายแพ้เมื่อคืนก็ยิ่งแค้นหนักทวีคูณ แต่เขากลับยิ้มกริ่มเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะต้องทำวันนี้

“อ้าว คุณสิทธิ์...ไหวไหมครับ”

เนหันไปทักเจ้านายที่เดินกุมหัวโซเซลงบันไดไม้เคลือบเงา เด็กหนุ่มจะขึ้นไปช่วยแล้ว แต่สิทธิ์ยกมือห้ามไว้เสียก่อน

“ฉันไม่เป็นไรหรอก” ปากก็บอกแบบนั้น แต่หัวมันก็ปวดจี๊ดไม่ยอมหยุด กว่าจะเดินไปถึงเก้าอี้ในห้องรับแขกได้ เล่นเอาคนดูลุ้นตัวโก่ง ว่าจะไปนั่งได้โดยสวัสดิภาพหรือไม่

“...ผมว่าคุณสิทธิ์ไม่น่าจะฝืนตัวเองแบบนี้นะครับ” เนอดเตือนไม่ได้ พอเห็นสภาพร่อแร่คล้ายผีดิบของสิทธิ์ “มันจะไม่ดีต่อสุขภาพเอานะ”

นั่นก็รู้อยู่หรอก

“ถ้าจะแพ้ล่ะก็ สู้ให้ถึงที่สุดไปเลยยังจะดีกว่า...หรือนายโดนท้าทายแล้วหยามกันถึงที่ขนาดนั้น นายจะปล่อยไปแล้วให้มันหัวเราะเยาะเย้ยว่าเป็นไอ้ปอดแหกงั้นหรือ” สิทธิ์ย้อนถามตาขวางทั้งๆที่สังขารไม่ให้

เจอแบบนี้เนก็ได้แต่อ้าปากค้างไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร เพราะถ้าเป็นตัวเองก็คงทำเหมือนกัน

“แล้วเรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นไงบ้าง” พอเห็นเด็กหนุ่มไม่ตอบ สิทธิ์ก็เอ่ยถามเรื่องสำคัญ ทรุดลงบนเก้าอี้ไม้เร็วเสียจนเนนึกว่าเจ้านายเป็นลม

“เรียบร้อยครับ เหลือแต่เอกสารประจำสัปดาห์ของบริษัท ส่วนเรื่องรายงานของผับกับอาบอบนวดก็เหลือแค่สาขาของคุณจักรภพกับเอกราชที่ขอเลื่อนส่งเป็นวันนี้ครับ” เด็กหนุ่มรายงานพรืดแบบไม่ต้องดูโพย “ส่วนเรื่องคุ...วิน คุณวัฒน์ฝากบอกผมว่าวันนี้เขาจะไปเยี่ยมน้องชายที่ร้าน ถ้าให้ดีอย่าเพิ่งไปก่อนหกโมงเย็นครับ”

“อืม...งั้นก็พอมีเวลาหน่อยสินะ” สิทธิ์รับเสียงเนิบ แต่สีหน้าเหี้ยม “คอยดูนะ ฉันจะเอาคืนไอ้แว่นสี่ตาชิงหมาเกิดนั่นชนิดทบต้นทบดอกเลย ส่งคนมาทำร้ายพวกเราแล้วยังจะมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้ทำอีก...เล่นแรงซะจนฉันหัวแตกเย็บไปห้าเข็ม ส่วนนายก็ต้องนอนโรงพยาบาลเกือบเดือน”

“ผมน่ะไม่เป็นไรหรอกครับ ห่วงแต่คุณสิทธิ์มากกว่า” เด็กหนุ่มว่า แล้วก็หน้าเหี่ยวลงทันควันเมื่อนึกย้อนความทรงจำ “...บางทีผมคงสอบตกในการเป็นผู้ติดตามคุณสิทธิ์ก็ได้...ทั้งๆที่ผมต้องเป็นคนปกป้องแท้ๆ...แต่กลับทำให้คุณสิทธิ์มาบาดเจ็บเพราะผมซะได้...ถ้าได้สักครึ่งของคุณวัฒน์ก็ดีสิ...”

“นายอย่าเทียบกับอาวัฒน์เลย รายนั้นเขาช่ำชองเรื่องเป็นคนคุ้มกันน่ะ” สิทธิ์หัวเราะเสียงเจื่อน “เจอฝั่งนั้นยกพวกมาเป็นสิบแถมอาวุธครบมือ ยังแทบไม่เป็นอะไรเลย...มีแต่พวกเราที่ต้องนอนพังพาบกัน บางทีฉันยังสงสัยเลยนะ ว่าอาวัฒน์แกเก่งหรือไม่เก่งกันแน่”

ข้อนั้นเนเห็นด้วยเต็มที่ คนอะไร อายุก็สี่สิบแล้ว แรงก็ไม่ค่อยมี ทักษะการต่อสู้ก็ไม่ได้เรื่อง ดูอย่างไรก็เหมือนคุณลุงพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆแท้ๆ แต่ไอ้เรื่องหลบหลีกกับเรื่องใช้ปืนนี่เก่งมหาเทพจนต้องคารวะ

“งั้นเดี๋ยวผมจะบอกให้แมวเตรียมสำรับไว้ให้นะครับ...เดี๋ยวจะให้เอามาที่นี่เลย กับยาแก้เมาค้างด้วย”

เด็กหนุ่มบอกอย่างรู้ใจเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเจ้านาย แล้วรีบออกจากห้องรับแขกไปทันที

 

“...สีหน้าพี่แย่มากเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า”

เดียร์เอ่ยทักอย่างอดไม่ได้ ดวงตากลมมองพี่ชายตัวเองที่มาเยี่ยมถึงร้าน แอบนึกสนใจว่าพี่ชายไปทำอะไรมาถึงได้ดูสะโหลสะเหลขนาดนี้....ก็ว่าจะไปทำมั่ง...

“เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยน่ะ...” ฟังเหตุผลแล้ว เดียร์เกือบจะเผลอแสดงอาการหน่าย ไม่ใช่เพราะเอือมกับพี่ชายที่ไม่เจียมตัว ชอบดื่มเกินขีดจำกัดของตัวเองหรอก แต่เพราะตัวเดียร์ไม่ชอบดื่มเหล้าเอาเสียเลย ไม่ใช่เพราะมันขมหรือเพราะไม่ดีต่อสุขภาพหรอก แต่เพราะดื่มแล้วสมรรถภาพการรับรู้ความเจ็บปวดมันน้อยลง เขาเลยไม่ชอบต่างหาก...ก็ต้องหาวิธีทรมานตัวเองกันใหม่ต่อ...

“พี่เนี่ยน้า” ร่างบางยิ้มให้พร้อมกับตบไหล่อีกฝ่าย “อย่าดื่มมากนักสิ เดี๋ยวร่างกายก็พังพอดีหรอก”

“อะไรกัน นานๆดื่มทีหรอก” วินยิ้มแป้นเพราะเข้าใจว่าเดียร์เป็นห่วง ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อคุย “ว่าแต่เดียร์เหอะ ตกลงจะไม่เลิกทำงานที่ร้านดอกไม้จริงๆหรือ พี่ว่ามันลำบากออกนะ เรื่องเงินถ้าลำบากพี่ส่งให้ก็ได้”

พอมีโอกาสเมื่อไหร่ วินก็มักจะกล่อมเรื่องนี้ทุกที ใจจริงถ้าทำได้ก็คงอยากจะฉุดกระชากเอาตัวน้องชายมาเก็บไว้ข้างๆให้อุ่นใจเสียเหลือเกิน จะติดก็แต่คุณแม่แสนดีที่รักน้องคนนี้เป็นอันมาก...แกล้งได้ทุกทีที่มีโอกาสกันเลยทีเดียว เขาเลยต้องจำใจปล่อยให้เดียร์อยู่คนเดียวเพื่อแลกกับสัญญาที่ว่ามาริสาจะไม่แกล้งเดียร์อีก (ซึ่งก็เป็นสัญญาที่พระคุณแม่เน้นหนักแค่ว่า ‘จะไม่แกล้งต่อหน้าวิน’)

“คนเราก็ต้องทำงานสิ ให้นั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆเป็นง่อยพอดี” และความสุขสบายก็ไม่ใช่สิ่งที่ถวิลหาเสียด้วยสิ “พี่อย่าห่วงไปเลย ผมสนุกกับงานดี แล้วเรื่องเงินก็ไม่ได้ลำบากอะไรด้วย”

ถ้าให้ไปอยู่กับพี่มีหวังผมต้องอกแตกตายเพราะความสบายเกาะหลังแน่

“ว่าแต่เรื่องงานของพี่เป็นยังไงบ้างล่ะ”

หนุ่มแว่นถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินคำถาม แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เขาแทบไม่เอามาคุยกับเดียร์เพราะคิดว่าน้องชายของตนไร้เดียงสาเกินกว่าจะมารับรู้งานของเขา...อย่างน้อยๆกว่าครึ่งก็เป็นงานที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้

และด้วยความที่รู้ดี เดียร์เองก็จะไม่ถามถึงให้เสียเวลาเหมือนกัน แต่คราวนี้ที่เอ่ยขึ้นมาเพราะคิดว่าอาจจะได้ยินเรื่องของสิทธิ์จากปากพี่ชายบ้าง อย่างน้อยๆเขาก็อยากรู้ว่าเจ้าหมียักษ์ที่ลงทุนมาจีบตนมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

“ที่พักนี้พี่มาหาผมบ่อยๆก็เพราะเกี่ยวกับงานใช่ไหมล่ะ” เดียร์ทำเป็นเดาแม่น ทั้งที่จริงรู้มาก่อนแล้วทั้งนั้น “บอกไม่ได้หรือ”

วินมองหน้าน้องชายอย่างอึดอัดใจ เหมือนจะไม่อยากเล่า แต่ก็ไม่อยากขัดใจน้องแสนรัก เลยได้แต่ยืนเก้ๆกังๆอยู่อย่างนั้น จะเล่าก็ไม่เล่า จะปฏิเสธก็ไม่กล้า

เดียร์เห็นท่าจะไม่ได้ความ เลยใช้วิชามารที่เจ้าของร้านดอกไม้สอนมา

“นะ น้า พี่วินคนดี~” เสียงหวานออดอ้อนไม่พอ ยังทำตาใสแป๋วโจมตี ปิดท้ายด้วยการเอียงคอพอหอมปากหอมคอ...จริงๆเดียร์เองก็ไม่เข้าใจหรอกว่าตัวเองทำแล้วมันดูดียังไง แต่อย่างน้อยๆก็ได้ผลทุกทีเวลาเชียร์ให้ลูกค้าชายซื้อดอกไม้

“แหม...มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ” เจอวิชานี้เข้าไป ถึงกับอ่อนปวกเปียกเลยทีเดียว “ก็ศัตรูคู่แค้นพี่มันเจ็บใจที่มาซื้อที่ดินที่เล็งไว้ไม่ทัน แล้วมาใส่ร้ายหาว่าพี่ไปแกล้งมัน แล้วยังจะขู่เอาคืนน่ะสิ คิดดูนะว่าพี่ยังไม่ได้ทำอะไรมันเลย มีแต่มันนั่นล่ะที่มาทำพี่ก่อน...พี่ถึงเป็นห่วงเดียร์ อยากให้เดียร์เลิกทำงานแล้วกลับมาอยู่กับพี่ไง”

เดียร์ฟังแล้วก็เลิกคิ้ว มันดูขัดจากที่สิทธิ์เปรยอยู่นะ

“เอ๋...แค่นั้นเองเหรอ...” เด็กหนุ่มทำเสียงงอน พร้อมกับจ้องตาจับผิดว่าอีกฝ่ายโกหกตนหรือเปล่า ซึ่งดูจากท่าทางการตอบแล้วก็ไม่เห็นพิรุธแต่อย่างใด

“อื้อ พี่จะโกหกเดียร์ไปทำไมล่ะ” ไม่รู้สิ ก็แบบว่าข้อมูลมันไม่ตรงกันนี่ “โกหกเดียร์ไปก็ไม่ได้อะไร แถมพี่เคยโกหกเดียร์ที่ไหนล่ะ”

เขาก็ยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แถมดูแล้วก็ไม่ได้โกหกจริงๆด้วย

หรือว่าสิทธิ์เป็นฝ่ายโกหกเขา...เพื่ออะไรกันล่ะ

“ก็พี่ไม่ชอบเล่าให้ฟังนี่นา เลยต้องเค้นหน่อย” คราวนี้กลับมายิ้มให้ “ว่าแต่...พี่ไม่คิดจะให้คุณชาเข้ามาหรือ”

ตั้งแต่มา วินก็ใช้ให้ชายืนตากแดดอยู่หน้าร้าน ไม่ยอมให้เข้ามาด้วย ซึ่งดูแล้วเจ้าตัวก็ไม่ค่อยจะลำบากเท่าไหร่นัก เพียงแต่เดียร์คิดว่าชายืนบังหน้าร้านอย่างแรงนี่ล่ะ ลูกค้าที่ไหนจะกล้าเข้าถ้ามีชายตัวโตใส่สูทดำมายืนหน้านิ่งเป็นมาสคอตหน้าร้านดอกไม้กัน ไม่ใช่ผู้พันแซนเดอร์สนะ

“ไม่เป็นไรหรอก” ลองน้ำเสียงเน้นหนักแบบนี้ แสดงว่าชาคงไปยั่วโมโหอะไรพี่วินแน่ “อีกอย่าง เดี๋ยวพี่ก็จะกลับแล้ว....”

“ลาก่อนนะครับคุณเดียร์”

เหมือนรู้เวลากันเลยทีเดียว ทั้งๆที่อยู่หน้าร้านไม่น่าจะได้ยินวินพูดแท้ๆ แต่สามารถเปิดประตูเข้ามาเพื่อชิงบอกลาทั้งๆที่วินยังไม่ทันพูดจบด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าน่านับถือหรืออะไรดี

“แก!!!” หนุ่มแว่นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ด้วยความโมโห แต่ไม่อยากแสดงอาการป่าเถื่อนต่อหน้าน้องชายมากนัก วินรีบเปลี่ยนสีหน้า แล้วหันไปเอ่ยลาเดียร์ “งั้นพี่ไปก่อนนะ ระวังตัวด้วยล่ะ”

“อืม” ร่างบางโบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม...ดีใจเหลือเกินที่ไปได้เสียที “พี่น้อย ไปแล้วครับ ไม่ต้องแอบ”

เจ้าของร้านซึ่งแอบมองอยู่หลังประตูเดินออกมาใบหน้าแช่มชื่น ท่าทางกระปรี้กระเปร่าเหมือนคนเพิ่งโด๊ปยามา และเดียร์เองก็ไม่สงสัยเลย เพราะน้อยมีอาการแบบนี้ทุกทีเวลาเขาคุยกับผู้ชาย...แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นพี่ชายเดียร์เองก็ตาม แถมยังไม่ถือสาเรื่องที่วินคิดจะดึงพนักงานคนสวยออกจากร้านด้วย

“แหม เสน่ห์แรงจริงนะเรา พี่เห็นแล้วอิจฉา”

เดียร์ยิ้มที่มุมปาก เขาไม่ใช่ผู้หญิงนี่ จะดีใจทำไมที่เสน่ห์แรงกับผู้ชาย...แต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรอก เสียตรงคนที่เข้ามามีแต่พวกปากหวานมารยาทงามรสนิยมศิวิไลซ์เกินกว่าตนจะทนได้นี่ละถ้าป่าเถื่อนเลือดพล่านปากจัดก็ว่าไปอย่าง

“ผมกลัวว่าที่พี่วินมาบ่อยๆจะทำให้ร้านพี่น้อยไม่มีคนกล้าเข้าน่ะสิ” เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าพี่ชายก็หน้าตาใช้ได้ เสียอย่างเดียวคือชอบทำหน้าบอกบุญไม่รับ พร้อมกัดใครก็ตามที่เผลอสบตาเข้านี่ล่ะ

“มันก็จริงอยู่หรอกนะ...” สาววัยสามสิบทำท่ากลุ้ม ก่อนจะยิ้มหยาดเยิ้ม “แหม แต่ได้เห็นอาหารตาบ่อยๆแบบนี้มันก็คุ้มอยู่น้า”

ถ้าอยากได้นัก วันหลังผมจะอัดวิดีโอมาให้เลยเอาไหม รับรองว่าได้ดูกันตาแฉะแน่

แต่ถึงไม่ทำแบบนั้น เดี๋ยววันนี้ก็มีฉายให้ดูอีกรอบนั่นล่ะ แต่เปลี่ยนตัวคนเล่นนะ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-05-2013 17:59:51 โดย musddmp »

ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
รักSMของหนุ่มดอกไม้ โดย Zore

ตอนที่ 4.2


สิทธิ์แวะมาหาเขาตอนเวลาสองทุ่มเหมือนเดิม และมาอย่างมีมารยาทเสียด้วย ท่าทางหมียักษ์จะเข้าใจว่าสองทุ่มเป็นเวลาเลิกงานของเขาเป็นแน่

“นี่ ยืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ไม่เข้าไปข้างในร้านล่ะ”เสียงหวานเอ่ยถาม ไม่ใช่เพราะเป็นห่วง แต่เพราะไม่อยากได้หุ่นบังหน้าร้าน เมื่อช่วงบ่ายก็ได้มาหนึ่งคนล่ะ

“จะดีหรือ ผมไม่ใช่ลูกค้านะ ให้เข้าไปจะไม่เป็นการรบกวนเดียร์หรือ” สิทธิ์ถามด้วยสีหน้ากังวล พร้อมกับมองไปยังเจ้าของร้านด้านใน ซึ่งเธอเองก็มองกลับมาหาเขาด้วยสายตามีเลศนัย

“ไม่เป็นไรหรอก” มาอยู่ตรงนี้ลูกค้าก็ไม่กล้าเข้ากันพอดีสิ “มานั่งรอก่อนก็ได้ วันนี้ผมเลิกงานช้าหน่อย...หรือคุณสิทธิ์มีธุระจะไปที่อื่นก่อนหรือเปล่า”

“ไม่หรอก หลังจากนี้ฉันว่างแล้ว” ร่างสูงระบายยิ้ม...ซึ่งเดียร์เห็นออร่าเสแสร้งกระจายมาแต่ไกล “ถ้าไม่เป็นการรบกวน ผมก็ขอรอด้านในละกัน”

“อืม เข้ามาเถอะ” เด็กหนุ่มเปิดประตูต้อนรับ แล้วเรียกเจ้านายของตนให้หลุดจากการเพ้อแปลกๆ “พี่น้อย ผมให้คุณสิทธิ์เข้ามารอหน่อยนะครับ”

“จ้าๆ เชิญเลย จะพักที่ห้องด้านใน หรือนั่งตรงนี้ก็ได้นะจ๊ะ” เธอชี้ไปตรงเก้าอี้พับสีขาวที่วางอยู่ด้านหน้าเคาท์เตอร์ ยิ้มต้อนรับสิทธิ์ราวกับเขามาเป็นลูกค้าก็ไม่ปาน “ตามสบายเลยจ๊ะ”

“ต้องขอโทษที่รบกวนด้วยนะครับ” สิทธิ์ทักทายน้อย ยังคงยิ้มเสแสร้งเหมือนเคย แต่ดูท่าทางจะได้ผลกับสาวเจ้า หรือไม่เช่นนั้นแล้วก็คงเพราะเดียร์ดันประสาทสัมผัสดีเกินไป

“แหมๆ รบกวนตรงไหนกันล่ะจ๊ะ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ” หน้าแป้นแล้นขนาดนั้น หวังรอดูฉากซั่มกันของเขากับผมหรือยังไงเนี่ยพี่น้อย...

“ผมนึกว่าเดียร์เลิกงานตอนสองทุ่มเสียอีก” หลังจากทักทายเจ้าของร้านพอเป็นพิธี สิทธิ์ก็เปรยขึ้นมา สีหน้าดูจะรู้สึกผิดและเสียดาย แต่เดียร์เห็นว่าดูจะหนักไปทางเสียดายมากกว่า

“ก็เลิกไม่ค่อยเป็นเวลาหรอก แล้วแต่ว่างานยุ่งหรือเปล่าน่ะ” เดียร์ตอบ ในมือก็ยังจัดดอกคาร์เนชั่นสีชมพูใส่แจกันแก้วทรงขวดโค้กไม่หยุด “แต่อีกเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้วล่ะ”

“ไม่ต้องรีบหรอก ผมรอได้”

อ่าฮะ ช่วยรู้สึกถึงสายตาปิ๊งปั๊งจากด้านเคาท์เตอร์หน่อยเถอะ ไม่อยากโดนสายตาสนุกแบบนั้นเท่าไหร่หรอกนะ...

และไม่รู้ว่าเพราะไม่อยากให้สิทธิ์รอนาน หรือเพราะโดนเจ้านายมองตาเยิ้ม เดียร์ถึงได้รีบจัดการงานทั้งหมดจนเสร็จภายในครึ่งชั่วโมงทั้งๆที่ความจริงคงใช้เวลาชั่วโมงครึ่งโน่น...แต่คิดว่าเป็นเพราะขนลุกกับออร่าหวานฉ่ำของสิทธิ์มากกว่า เลยรีดเร้นทักษะและพลังทั้งหมดที่มีจัดดอกไม้ใส่แจกันกับกระเช้าด้วยความเร็วแสง

“ทำงานร้านดอกไม้ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ” หลังจากนั่งดูเด็กหนุ่มทำงาน สิทธิ์ก็อดพูดขึ้นไม่ได้ “เดียร์นี่จัดดอกไม้เก่งนะ สวยด้วย”

ก็แค่จัดตามที่เรียนมาเท่านั้นล่ะ ไม่ได้มีอะไรยากเย็นสักหน่อย...ก็อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอก แต่ฟังดูเหมือนคนหัวดีไม่แยแสไปหน่อย “ไม่ขนาดนั้นหรอก ผมยังทำได้ไม่เท่าพี่น้อยเลย พี่น้อยจัดสวยกว่าเยอะ”

“เปล่า ที่ผมบอกว่าสวยน่ะ หมายถึงเดียร์ต่างหาก”

เดียร์เกือบเบรกอ้วกไม่ทัน

“จู่ๆก็พูดอะไรของคุณน่ะ” เด็กหนุ่มทำตามสเต็ปที่น่าจะเป็นไปตามที่เคยเห็นในนิยายหรือละคร แม้ว่าจริงๆตอนนี้จะรู้สึกจุกอกและขนลุก เดียร์ก้มหน้างุด ซึ่งดูเหมือนว่าเขากำลังอายหน้าแดง แต่หน้าจริงๆคือเขียวคล้ำใกล้จะอ้วก

“ก็สวยจริงๆนี่” อย่าได้ไหม...กะจะให้อ้วกกันตรงนี้เลยรึไง อย่างน้อยๆช่วยใช้เสียงทุ้มๆนั้นให้เข้ากับลักษณะการใช้งานหน่อย กระชากเสียงน่ะ เป็นไหม ตะคอกก็ได้...

“เลิกพูดได้แล้ว” ร่างบางสะบัดเสียงสูงให้ฟังดูเหมือนอายจนทนไม่ไหว...ซึ่งเขาก็ทนไม่ไหวจริงๆ...หมายถึงจุกอกคลื่นไส้จนทนไม่ไหวนะ “แล้วนี่เราจะไปไหนกันดี...ไม่เอาร้านอาหารที่โรงแรมแล้วนะ”

ทำตาโตแบบนั้น แสดงว่ากะจะพาไปที่เดิมอีกล่ะสิ หัดคิดอะไรให้มันหลากหลายหน่อยไม่ได้หรือไงนะ ท่าทางต้องไม่เคยมีแฟนมาก่อนแหงมๆ หรือถึงมีก็ต้องเป็นฝ่ายโดนทิ้งแน่ๆ...ถึงหน้าตาจะดี รู้จักดูแลเทคแคร์ แต่ทื่อมะลื่อเป็นตอไม้ เดาใจอีกฝ่ายไม่เป็น ก็ไม่ค่อยจะไหวอยู่นะ

“...ถ้างั้นเดียร์อยากไปที่ไหนล่ะ” สิทธิ์เอ่ยถามเก้ๆกังๆ ท่าทางไม่คุ้นกับการตามใจคนอื่นเท่าไหร่

เด็กหนุ่มเอียงคอมองเล็กน้อย เผยรอยยิ้มบางให้ ดูน่ารัก หากแต่ใจจริงกำลังวางแผนร้ายอยู่

“ถ้าคุณสิทธิ์ไม่ว่าอะไรน่ะนะ”

พออีกฝ่ายไม่ขัด เดียร์ก็พาสิทธิ์เดินไปตามทางเท้า ข้ามไปสองซอย ซึ่งมีร้านแผงลอยขายอาหารตามสั่งอยู่หน้าซอย แน่นอนว่าสำหรับเดียร์ที่อยู่แถวนี้และเลิกงานดึกมาสองปี การมานั่งกินข้าวกับหนูท่อและกะจั๊วะน้อย อบอวลไปด้วยกลิ่นหืนของน้ำล้างจานกับขยะสดแถวๆนั้น นับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่ถ้ากับคนที่พาเขาไปถึงร้านอาหารหรูในโรงแรมก็อาจจะไม่ชวนรื่นเริงสักเท่าไหร่นัก

“...ชอบอาหารร้านนี้หรือ” สีหน้าขยะแขยงออกอาการแบบเก็บไม่มิดบ่งบอกให้รู้ว่าไม่เคยมานั่งเสวนาเฮฮาในที่แบบนี้มาก่อนแน่นอน

“อื้อ” ร่างบางรับเสียงใส “ถึงแถวนี้อาจจะไม่โสภาเท่าไหร่ แต่อาหารร้านนี้อร่อยอย่าบอกใครเลยนะ”

“...ถ้าเดียร์ว่าอย่างนั้นล่ะก็นะ...” สิทธิ์ยังคงทำใจดีสู้เสือ และพยายามแสดงสีหน้าให้ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เจ้าของร้านเขม่นใส่

จริงๆเดียร์ก็ไม่ได้ตั้งใจแกล้งอีกฝ่ายหรอก แต่แค่อยากรู้ว่าสิทธิ์จะทุ่มทุนทนได้สักแค่ไหนกัน

“จริงสิ จำเรื่องที่คุยกันเมื่อวานได้ไหม เรื่องพี่ผมน่ะ” เด็กหนุ่มชวนเข้าเรื่อง ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้แบบไร้เดียงสา “พอคุยกับคุณผมเลยสงสัยแล้วลองไปถามพี่ดูน่ะ”

คิ้วหนากระตุกขึ้น ดวงตาเรียวมองมาอย่างสนอกสนใจ จนลืมว่ามีแมลงสาบกำลังเดินมาหาที่เท้าเขาในรัศมีห้าสิบเซนติเมตร ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่คนพูดต้องการ...หมายถึงสนใจฟังน่ะนะ

“ผมว่าแล้วล่ะว่าพี่ต้องไม่ใช่คนไม่ดีทำร้ายคนอื่นเขาก่อน” เดียร์พยายามสร้างภาพว่าตัวเองเห็นว่าพี่ชายเป็นคนดี๊ดี และตัวเองเป็นคนใสซื่อไร้พิษภัย...อย่างน้อยคนอื่นก็เห็นเขาเป็นแบบนี้มาตลอด “พี่บอกว่าอีกฝ่ายทำไม่ดีก่อน พี่เขาเลยแค่เอาคืนน่ะครับ...”

“...งั้นหรือ...”

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นอย่างเบาบาง และแน่นอนว่าเดียร์สังเกตเห็นว่าสิทธิ์พยายามกัดฟันเอ่ยให้ฟังดูปกติ ทั้งๆที่กำลังโมโหมาก ซึ่งชวนให้สงสัย เขาคิดว่าสิทธิ์น่าจะรู้สึกตกใจหรือกลัวมากกว่า...ยิ่งถ้ารู้ว่ามีแมลงสาบยืนอยู่บนรองเท้าหนังดำวาวท่าทางแพงระยับนั่น คงตกใจและกลัวมากเป็นแน่...

ทำไมต้องโกรธทั้งๆที่ทำผิดก่อนด้วยล่ะ

ทีแรกก็คิดว่าอาจจะเป็นพวกทำผิดไม่รู้จักผิด แต่เดียร์ก็ลองพูดต่อเพื่อดูอาการ “อืม แต่ว่าแค่ไปซื้อที่คืนเอง กลับแค้นถึงขนาดมาลอบทำร้ายผมเลยเนี่ย...”

“บางทีมันอาจจะไม่ใช่แค่นั้นก็ได้”

อะไร จะบอกว่าพี่วินโกหก ทั้งๆที่มันต้องมีอะไรมากกว่านี้งั้นหรือ

ใจจริงก็อยากจะถามออกไปแบบนั้น แต่ลองพูดไปมีหวังสิทธิ์คงหน้าตื่น แล้วชิ่งหนีแบบไม่มีวันกลับมาให้เห็นหน้าเป็นแน่แท้

และถ้าไม่รู้ความจริง บางทีเรื่องมันอาจจะคาราคาซังต่อไป ชนิดแบบชาตินี้จะจบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ซึ่งเดียร์ไม่ชอบแน่นอน อย่างน้อยการเห็นหน้าพี่ชายที่เข้ามาเป็นห่วงทุกสามวัน มันจะทำให้เขาประสาทกิน...อุตส่าห์ออกมาอยู่คนเดียวแล้วแท้ๆ

“ไม่เอาน่า พี่ผมไม่ใช่คนชอบโกหกซักหน่อย คุณสิทธิ์พูดเหมือนรู้จักพี่ผมไปได้” สวนกลับพร้อมกับยิ้มร่า ฮุกซ้ายนี้เล่นเอาจุกเลยล่ะสิ หน้าเบี้ยวแบบปั้นยิ้มแทบไม่ทัน

“ผมก็พูดไปเรื่อย อย่าถือสาเลยนะ” มาแล้ว ยิ้มเสแสร้ง...ใจจริงคงอยากจะพูดออกมาล่ะสิว่ามันไม่จริง หน้ามันฟ้อง

เดียร์แอบทึ่งในความมุ่งมั่นของสิทธิ์เหลือเกินหลังจากผ่านอาหารมื้อค่ำ ทั้งๆที่แสดงอาการรังเกียจและทำท่าจะอ้วกกับกลิ่นขยะที่โชยมาตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องระแวดระวังไม่ให้สิ่งมีชีวิตลึกลับมาเที่ยวไต่รองเท้าเล่นเหมือนเมื่อครู่ด้วย แต่พอข้าวมาก็ฟาดเรียบ แล้วก็กลับมาทำอาการเดิมต่อ จนเดียร์ต้องรีบพาออกมาจากที่ตรงนั้นเพราะตนเริ่มจะกลั้นหัวเราะไม่ไหว

“คุณสิทธิ์ทำท่าตลกจัง” ร่างบางเอ่ยแซวอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าซีดเซียวก็ยิ่งกลั้นไม่อยู่ “ถ้าไม่ไหว ทำไมไม่บอกล่ะ”

“...ก็ไม่ได้ไม่ไหวอะไรนี่” ยังจะทำเป็นแข็งใจพูดได้อีก ทั้งที่เดินไม่ค่อยจะตรงทางแล้วแท้ๆ “แล้วนี่เดียร์จะกลับหอเลยใช่ไหม”

ที่จริงเขาก็อยากจะหลอกถามเรื่องความแค้นส่วนตัวของสิทธิ์ต่ออีกหน่อย แต่พอดูเวลาแล้วก็จำเป็นต้องฝืนใจลา

แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ย เสียงข้อความเข้ามือถือของเดียร์ก็ดังขึ้นเสียก่อน และเป็นเสียงเรียกเข้าที่เด็กหนุ่มตั้งเฉพาะเวลาได้ข้อความจากชา ลูกน้องคนดีผู้ชอบความเจ็บปวดและเป็นกระสอบทรายส่วนตัวของพี่ชาย พอหยิบขึ้นมาดูก็ต้องเลิกคิ้วกับข้อความ

[อีกห้าวินาที คุณวินจะตะโกนเรียกคุณจากข้างหลังครับ]

“เดียร์!”

ให้ตายเถอะ ยังไม่ทันถึงสองวินาทีด้วยซ้ำ

ทั้งเดียร์และสิทธิ์ต่างตกใจกับการมาเยือนแบบไม่ทันคาดคิดของวิน ใบหน้าของหนุ่มแว่นถมึงทึงและปล่อยออร่าสังหารชนิดไม่คิดเก็บไว้แม้แต่น้อย ซึ่งนั่นเป็นใบหน้าที่มักจะเห็นตอนที่เดียร์คุยกับหนุ่มๆ

แต่ดูท่าทางวินจะไม่รู้ว่าคู่เดทคราวนี้เป็นใคร ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำหน้าตกใจเหมือนเจอผีหรอก...สิทธิ์เองก็พอกัน

“แก...” วินยังคงมองตาค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ พอได้สติก็รีบฉุดน้องคนงามออกมาจากหมียักษ์ทันควัน “แกมายุ่งอะไรกับน้องฉัน”

สิทธิ์กลับมาตั้งสติได้ไวกว่า เขาเลิกคิ้วทำท่าเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว “หืม ฉันไม่รู้ว่าเป็นน้องนายนี่”

“พี่วินรู้จักกับคุณสิทธิ์หรือ” เสียงหวานเอ่ยถาม พร้อมกับดันร่างพี่ชายออกห่าง

“ใช่ รู้จัก รู้ดีเลยล่ะ” วินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ท่าทางพร้อมลุยเต็มที่แต่ก็ไม่ยักจะไปตั๊นหน้าสิทธิ์เหมือนอย่างที่ผ่านๆมา “เดียร์อย่าไปยุ่งกับมันนะ ไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่คนดีอย่างที่เห็นหรอก”

อย่ามายุ่งน่า

ก็อยากจะพูดออกไปอยู่หรอก แต่เดี๋ยวเสียภาพลักษณ์หมด แล้วจะผิดแผนที่วางไว้ด้วย ถึงจะรำคาญยังไงก็ต้องอดทน

“ทำไมล่ะ ทำไมผมถึงยุ่งไม่ได้” เดียร์ทำเป็นโวยวาย “คุณสิทธิ์เขาไม่ได้เลวร้ายอะไรสักหน่อย ทำไมพี่วินต้องห้ามผมด้วยละ…แล้วนี่พี่วินมีอะไรถึงมาหากันป่านนี้ละ”

และไม่ต้องรอฟัง พอเห็นสายตาของชาที่มองมา เดียร์ก็รู้ได้ทันที...แสดงว่ารอบนี้มาแบบกะทันหันด้วยอารมณ์อยากมาล้วนๆ จนชาไม่ทันได้ส่งข้อความมาเตือนก่อนเลยสินะ...ให้ตายเถอะ!

“เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ” ท่าทางจะโมโหจนไม่ฟังอะไรแล้วแฮะ “แต่ยังไงเดียร์ก็ต้องเลิกติดต่อหมอนั่นอีก ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม”

“ไม่เอา” ร่างบางดื้อสุดชีวิต “พี่วินไม่มีเหตุผลเลย ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย”

“นั่นสิ ทำไมต้องมาขวางกันด้วย” คู่กรณีที่เงียบอยู่นานเอ่ยเหมือนคนไม่รู้เรื่อง...แต่จากท่าทีก่อนหน้านั้น เดียร์ก็พอจะรู้ว่าคงเพิ่งคิดแผนออก “ฉันจะรู้จักน้องนายไม่ได้หรือ”

“ไม่ได้โว้ย ไอ้เวรตะไลอย่างแกน่ะ อยู่ให้ห่างจากน้องฉันสามร้อยเมตรเลย ถ้ากล้าเข้ามาอีกล่ะก็ ฉันจะไม่ไว้หน้าเหมือนที่ผ่านมาแล้วนะโว้ย” วินโวยวายแบบไม่อายชาวบ้าน แต่ก็ดีหน่อยตรงที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านแถวนี้สักเท่าไหร่

“ไม่เอาน่าพี่” พอเห็นท่าไม่ดี เดียร์ก็รีบหยุดพี่ชายเอาไว้ แล้วหันไปพูดกับสิทธิ์ด้วยท่าทางร้อนรน “คุณสิทธิ์กลับไปก่อนเถอะครับ นะครับ”

“ทำไมนายต้องไปขอร้องมันด้วย โธ่ว้อย!!” วินยิ่งสติแตกเมื่อได้ยินเสียงหวานคุยกับไอ้หมีควายนั่นเสียดิบดี

โชคดีที่สิทธิ์ไม่คิดจะต่อความยาวต่อ หรือบางทีอาจเพราะสะใจที่เห็นอาการคลุ้มคลั่งของวินแล้วก็เป็นได้ ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้า ก่อนจะเดินอาดๆจากไปแบบผู้มีชัย

“พี่วิน ไม่เอาน่า อย่าโมโหได้มั้ย” ถ้าจะลงไม้ลงมือล่ะก็โน่นเลย รออยู่ข้างหลังนั่น...ไม่อย่างนั้นจะลงที่ผมก็ได้ “ทำไมต้องชอบมีเรื่องด้วย”

“พี่ไม่ได้ชอบมีเรื่องนะ ก็ไอ้หมอนั่น ไอ้เวรสิทธิ์นั่นน่ะ....” หนุ่มวินอ้าปากค้าง ท่าทางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหลุดในสิ่งที่ไม่อยากหลุดออกไป

“คุณสิทธิ์ทำไมหรือครับ”

“....ไอ้หมอนั่นน่ะ...มันเป็นศัตรูของพี่น่ะสิ” กว่าจะยอมหลุดปาก เล่นเอาทั้งชาทั้งเดียร์ลุ้นตั้งนาน แถมนั่นก็เป็นเรื่องที่รู้กันทั้งบางแล้วด้วย “ที่มันเข้าใกล้เดียร์มันต้องคิดร้ายกับเดียร์แน่ๆ เพราะงั้นเดียร์อย่าไปยุ่งกับมันอีกเลยนะ”

แบบนั้นก็ของโปรดเลยน่ะสิ

“จริงหรือ” ตกใจ๊ตกใจจริงๆนะเนี่ย พยายามเบิกตาโตอ้าปากค้างให้ดูตกใจด้วย เพราะคนมองจะได้ไม่ทันสังเกตประกายดีใจที่กระจายออกมา “ผมไม่เห็นว่าคุณสิทธิ์เขาจะดูไม่ดีอย่างที่พี่บอกเลยนะ...”

“มันก็แค่แสร้งทำเท่านั้นล่ะ” วินร้อง ท่าทางเหมือนคนจะเสียสติเข้าทุกที “มันคงหาทางแก้แค้นพี่ไม่ได้แล้วเลยคิดจะเข้ามาทางเดียร์แทน สกปรกสิ้นดี”

ประโยคหลังนี้เดียร์เองก็ไม่แน่ใจว่าควรจะเห็นด้วยดีหรือเปล่า เพราะคนที่พูดอยู่ก็ไม่ได้สะอาดใสปิ๊งพอที่จะไปด่าอีกฝ่ายเสียหน่อย

“...ผมเข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มตอบให้อีกฝ่ายสบายใจ ซึ่งก็ได้ผล “ผมจะไม่ยุ่งกับเขาอีก”

หมายถึงจะไม่ยุ่งกับเขาต่อหน้าพี่น่ะนะ

สีหน้าของวินดูดีขึ้นทันตาเมื่อน้องชายคนดีเอ่ยคำที่อยากฟัง

“ดีแล้ว แล้วถ้าไอ้หมอนั่นมากวนนายเมื่อไหร่ บอกพี่ทันทีเลยนะ” มือหนาจับไหล่บางแน่น สีหน้าดูกังวลและเป็นห่วงมาก ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะรู้สึกดีใจที่ได้รับการดูแลถึงเพียงนี้...แต่ไม่ใช่เดียร์แน่ สิ่งเดียวที่เขารู้สึกดีในตอนนี้คือความเจ็บปวดจากการโดนบีบไหล่ ที่ช่างรวดร้าวถึงทรวงดีเสียเหลือเกิน เล่นเอาเคลิบเคลิ้มจนเกือบลืมฟังที่พี่ชายพูดเลย “พี่จะมาไล่มันให้ทันทีเลย หรือเดียร์จะมาอยู่ที่บ้านพี่ก่อนก็ได้”

“อืม เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มรับเสียงใสด้วยรอยยิ้มที่(ดูเหมือน)บริสุทธิ์ “งั้นพี่กลับบ้านเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว ผมเองก็จะกลับหอด้วย...ผมกลับคนเดียวได้ หออยู่แค่นี้เอง”

ทีแรกวินยังคงดูลังเล แต่ก็ยอมตัดใจเมื่อโดนคะยั้นคะยอ กว่าจะลาลับก็เล่นเอาเดียร์โบกมือให้ตั้งไม่รู้กี่รอบ

“ไปได้ซักที” ร่างบางเหวี่ยงแขนขึ้นลงแก้เมื่อย เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในตึก และยกมือถือขึ้นมากดเบอร์ในขณะรอลิฟท์ “สวัสดีครับ คุณสิทธิ์หรือเปล่าครับ”

“อ้าวเดียร์” น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความแปลกใจ คงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโทรมาหาหลังจากเกิดเรื่อง “มีอะไรงั้นหรือ”

“ผมแค่อยากขอโทษคุณเรื่องพี่ชายผมน่ะ พอดีเขาชอบเป็นห่วงผมเกินเหตุแบบนั้นล่ะครับ อย่าไปถือสาเขาเลยนะ” เด็กหนุ่มบอก พยายามแสดงน้ำเสียงรู้สึกผิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอก...” สิทธิ์ดูจะลังเลนิดหน่อยก่อนจะพูดต่อ “แล้วพี่เธอพูดอะไรถึงฉันบ้างหรือเปล่า”

“เอ...ไม่นี่ครับ” โกหกหน้าตายเป็นงานอดิเรก...งานประจำก็มาโซฯไง “แค่เอาแต่บอกว่าอย่าให้ผมยุ่งกับคุณท่าเดียวเลย...พี่ก็เป็นแบบนี้ล่ะ ผมคุยกับใครก็ห้ามหมด ผมก็รู้ว่าเป็นห่วง แต่ก็เบื่อเหมือนกันนะ...จะว่าไป บังเอิญจริงๆนะครับเนี่ยที่คุณสิทธิ์รู้จักกับพี่ผมด้วย”

“ฮะๆๆ บังเอิญจริงๆล่ะ” เสียงตะกุกตะกัก แถมหัวเราะเกินเหตุแบบนี้ เดียร์ฟังปุ๊บก็รู้ทันทีว่าโกหก “ฉันกับเขาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันน่ะ ไม่นึกเลยนะว่าเดียร์จะเป็นน้องของวิน ไม่เห็นเหมือนกันเลย”

“ใครๆก็พูดแบบนั้นล่ะครับ” ผมได้หน้าแม่ ส่วนพี่ก็ได้หน้าโฉดๆแต่เร้าใจจากพ่อ...แต่นิสัยนี่คุณแม่มาริสาเต็มๆ “ยังไงผมก็ต้องขอโทษแทนพี่ด้วยจริงๆนะครับ ถ้าพอจะมีอะไรไถ่โทษให้ได้ผมก็ยินดี”

โดดไปเกาะสายเบ็ดเสียขนาดนี้ แถมเอามาพันตัวเองพร้อมกับผูกเงื่อนตายให้อีก ถ้าไม่กระตุกเหยื่อก็ไม่รู้จะพูดยังไงล่ะ

“จริงหรือเปล่า” สิทธิ์ถามอย่างคาดเค้นและตื่นเต้น น้ำเสียงดีใจแบบไม่ปกปิด “งั้นถ้าไม่ติดอะไร วันเสาร์หน้าเราไปเที่ยวด้วยกันมั้ย”

มันต้องอย่างนี้สิ ไม่เสียแรงจริงๆ

ออฟไลน์ BlackArrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
มาทีเดียวสองเลยเลย ขอบคุณค่ะ :pig4:  :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:


ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
สองคนนั้นมีเบื้องหลังอะไรกันหรือป่าวววนาาาา ดูวินร้อนตัวแปลกๆ  :ling3: :ling3:

bjinkn

  • บุคคลทั่วไป
อร๊าย ในที่สุดเตงก็สมัครได้แล้ว ดีใจจังเลย   แปะไปก่อนนะตัว  ช่วงนี้งานเยอะ  อาจไม่ว่างมาอ่านสัก 1-2 อาทิตย์

แบบว่าของแบบนี้ต้องบิวอารมณ์  ไม่งั้นมันไม่ฟิน

สุดท้ายนี้ เหมือนเดิม  จ้วฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ปล.รู้แล้วชิมิว่าเค้าคือครายยยยยย  :mew1:

ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
นายเอกเรา ร้ายจริงๆ

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3925
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
เริ่มจะสงสารพระเอกแล้วอะดิ :mew5: :mew5: :mew5: :mew5: :mew5:

ออฟไลน์ musddmp

  • อิอิ คริคริ
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
โอ้วพลอยหาเค้าเจอแล้ว=[]=!! จุม้วบด๊วบๆด๊าบๆๆซ้วบบบบบบบบบบ

รักSMของหนุ่มดอกไม้ โดย Zore

ตอนที่ 5

[ข้อความเข้า]

[โมเม พี่ไปทำไรสิดอะ รุปะ]

[จาก:มีมี่ส่งเมื่อ:วันนี้ เวลา:23.35น.]

ชาเลิกคิ้วมองข้อความที่พิมพ์ผิดๆในมือถือด้วยความแปลกใจพร้อมกับมองนาฬิกาในห้องพักของตัวเองที่บอกเวลาเที่ยงคืนสิบสี่ เขาเพิ่งได้กลับเข้าห้องพักของตัวเองเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง เพราะต้องรอให้เจ้านายจอมเผด็จการเสด็จขึ้นห้องไปเสียก่อน

ชายหนุ่มหน้านิ่งกดปุ่มมือถือด้วยความไวแสงอย่างชำนาญตามประสาคนใช้บ่อย จากนั้นก็กดส่งข้อความให้ไปยังน้องมีมี่ ซึ่งก็เป็นข้อความที่พิมพ์ด้วยภาษาที่ใช้เอาไว และเข้าใจกันแค่เฉพาะกลุ่ม แม้จริงๆจะอยากโทรไปคุยเลยเพราะมันง่ายกว่า แต่นั่นเป็นทางที่อันตรายกว่าเยอะ และชาเองก็ไม่อยากเสี่ยง รวมถึงน้องมีมี่ด้วย

[ข้อความเข้า]

[มะได้ทำอะ ทั้งคู่เลย]

[จาก:โมเม ส่งเมื่อ:วันนี้ เวลา:00.17น.]

เดียร์นิ่วหน้าอ่านข้อความ ใช้ความคิดอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากจะบอก เด็กหนุ่มกดพิมพ์ข้อความถามต่อ

[ข้อความเข้า]

[พี่เข้าใจว่าสิดทำไรอะ]

[จาก:มีมี่ ส่งเมื่อ:วันนี้ เวลา:00.19น.]

[ข้อความเข้า]

[วินคิดว่าสิดแจ้งพ่อจับบ่อนลาด วินชิงซื้อที่ๆสิดอยากได้ สิดโดนดักจนเข้าบาล คิดว่าวินสั่งดัก]

[จาก:โมเม ส่งเมื่อ:วันนี้ เวลา:00.23น.]

จากข้อความแปลได้ว่า ‘คุณวินเข้าใจว่าคุณสิทธิ์เป็นคนแจ้งตำรวจเรื่องบ่อนพนันที่ลาดพร้าว ซึ่งนั่นเป็นแหล่งพนันที่มีคนรู้แค่ไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นก็มีคุณสิทธิ์ที่เป็นศัตรูคนเดียวของคุณวิน ดูแล้วคงเป็นคนอื่นไปไม่ได้ จากนั้นด้วยความแค้น คุณวินเลยไปชิงซื้อที่ดินตรงที่คุณสิทธิ์อยากได้ แต่คุณสิทธิ์มาซื้อไม่ได้เพราะโดนคนดักทำร้ายระหว่างทางจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งคุณสิทธิ์เองก็เข้าใจว่าคุณวินเป็นคนสั่งการให้มาทำร้ายตน’

ก็ต้องเข้าใจหน่อยว่าพิมพ์ผ่านมือถือมันจำกัดตัวอักษร แล้วก็ต้องเน้นไวน่ะนะ...

เด็กหนุ่มนึกสงสัย แสดงว่าต้องมีใครบางคนจัดการให้พี่ชายกับสิทธิ์ผิดใจกัน(เข้าไปอีก)งั้นสิ

[ข้อความเข้า]

[ละใคทำรุปะ]

[จาก:มีมี่ ส่งเมื่อ:วันนี้ เวลา:00.27น.]

หลังจากส่งไปคราวนี้ชาเว้นช่วงไปนานมากทีเดียว กว่าจะส่งกลับมา เล่นเอาเดียร์เกือบหลับคาเตียง

[ข้อความเข้า]

[นิน มะมีหลักถาน]

[จาก:โมเม ส่งเมื่อ:วันนี้ เวลา:00.53น.]

‘นิน’ ที่ชาพิมพ์ก็คือ ธานินทร์ ซึ่งเป็นลูกน้องคนหนึ่งของวิน และเป็นคนสนิทของวินในอันดับต้นๆ เดียร์เคยพบแค่ไม่กี่ครั้งตอนที่ยังอยู่บ้านใหญ่ซึ่งเป็นบ้านของพ่อ ดูภายนอกแล้วก็เป็นคนอัธยาศัยดี คุยเก่ง ทำงานว่องไวเลิศเลอ เป็นคนที่น่าไว้วางใจเป็นที่สุด

แต่ถ้าถามเดียร์ เขาเห็นเพียงหมาจิ้งจอกจอมเลียที่รอแทงข้างหลังสิงโตทันทีที่เผลอมากกว่า และส่วนตัวเขาเองก็ไม่ค่อยชอบธานินทร์เท่าไหร่นัก เพราะวันๆหมอนี่เอาแต่ยิ้มแป้นแล้นพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจตลอดที่เจอหน้ากัน แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องน่าชิงชังสำหรับหนุ่มมาโซฯอย่างเขาเป็นยิ่งนัก

เด็กหนุ่มนอนกลิ้งอยู่บนเตียง ใบหน้าเรียวงามเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขารึอุตส่าห์ไม่ไปยุ่งด้วยแท้ๆ ดันมาลากเขาเข้าไปเอี่ยวด้วยเสียอย่างนั้น เลยทำให้พี่ชายแสนดีทำตัวน่ารำคาญกว่าเดิมถึงแปดเท่าเสียได้ มันน่านักเชียว

เดียร์นอนนิ่งไปพักใหญ่ ดวงตากลมเบิกมองแสงไฟนีออน ออกอาการเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างที่เป็นเรื่องดีสุดๆออก ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง พร้อมกับเผยยิ้มที่มุมปาก แลดูเซ็กซี่มีเสน่ห์ มากกว่าเจ้าเล่ห์น่ารังเกียจ

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...เราเองก็อยากรู้ความจริงด้วย เดี๋ยวจะเล่นตามเกมให้จนถึงที่สุดละกัน...ดีกว่าอยู่รอให้พี่วินโอ๋ตั้งเยอะ

 

เดียร์ก็คาดไว้อยู่แล้วว่า ทันทีที่เขาเอ่ยขอลางานหลังจากมีหนุ่มมาจีบ คุณเจ้าของร้านแสนดีจะต้องจับเขาลากเข้าห้องมืดไปสอบสวนเรื่องราวเป็นแน่ แต่รอบนี้เรื่องมันซับซ้อนและส่วนตัวเกินกว่าจะเล่าให้ฟังได้นี่สิ เดียร์จึงต้องยอมเลยตามเลย บอกไปว่ากำลังเลิฟๆกับสิทธิ์ เพื่อจะให้น้อยไม่ซักไซ้ต่อไปมากกว่านี้...ซึ่งก็ได้ผลชะงักสุดๆ...แต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญไปแล้วยังไงก็ไม่รู้...เอาเถอะ ยังไงไอ้สิ่งสำคัญที่ว่ามันก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับการได้ใช้ชีวิตที่โรยด้วยหนามตะปูหรอก

หลังจากเตรียมการเผื่อไว้ทุกอย่างเรียบร้อย เดียร์ก็นั่งรออยู่ตรงม้านั่งที่ชั้นล่างสุดในอพาร์ทเมนท์ที่ตนเองอยู่ เพื่อรอเหยื่อ...เอ๊ย สิทธิ์มารับเขา

“รอนานหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยดังจากประตูทางเข้า วันนี้สิทธิ์แลดูแช่มชื่นกว่าวันอื่นๆ ท่าทางสดใสมาก และเดียร์ก็รู้ดีว่าอาการนั่นไม่ได้มาจากการได้ไปเที่ยวกับเขาแน่ “มา เดี๋ยวฉันถือให้”

ว่าจบก็ถือกระเป๋าเป้สีเลือดหมูขึ้นด้วยท่าทีสบายๆเหมือนกับว่ามันเบาหวิว ทั้งที่เดียร์เอาก้อนหินใส่เข้าไปเกือบสิบกิโล

“ขอบคุณนะ” รอยยิ้มประดุจนางฟ้า ทำเอาสิทธิ์ลืมว่ากระเป๋าหนักจนหลังแทบหัก “ตื่นเต้นจังเลย ผมเพิ่งจะเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกเลยล่ะ”

คนตัวโตกว่าเผลอขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน แน่ล่ะ เขาคิดว่าอย่างน้องชายของวินน่าจะไปเที่ยวจนเบื่อมากกว่า แต่ก็ไม่เอ่ยถามเพราะไม่คิดอะไร อีกทั้งเดียร์เองก็ไม่คิดจะบอกเหตุผลด้วย เด็กหนุ่มกลัวว่าตาหมียักษ์อาจจะรู้สึกใจอ่อนก็เป็นได้ ถ้ารู้ว่าประวัติชีวิตเขาเป็นอย่างไร...แหม ก็ออกจะโชกโชนและหดหู่ยิ่งกว่านางเอกดาวพระศุกร์กับซินเดอเรลล่ามารวมกันเสียอีก...ถึงแม้ว่าสำหรับเขาแล้วมันออกจะเป็นชีวิตสุขสันต์ประดุจประทับอยู่บนวิมานชั้นห้าก็ตาม

“ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกันที่ได้มาเที่ยวกับเดียร์” เสียงทุ้มลุ่มลึกเอ่ยคำหวาน ฟังแล้วคงชวนใจเต้น แต่เจ้าของชื่อกลับพยายามดีใจสุดชีวิตทั้งที่อยากจะอ้วกแทบตาย “ทีแรกฉันคิดว่าเดียร์จะไม่กล้ามาด้วยกันซะแล้ว”

ฟังแล้วเหมือนสิทธิ์ถามเพราะกลัวว่าชวนเดียร์ออกเดทแล้วจะแป๊ก แต่เด็กหนุ่มรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายถามเพื่อลองเชิงตน มันก็น่าคิดอยู่หรอก รู้จักกันไม่ถึงสองอาทิตย์ชวนกันไปค้างอ้างแรมต่างจังหวัด แล้วตกลงไปกันง่ายๆอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่คนที่มองโลกในแง่ดีสุดๆก็คงไม่ยอมตกลงหรอก

“ก็ผมอยากไปมานานแล้วนี่นา น่าสนุกออก แถมยังได้ขึ้นเครื่องบินด้วย” ตอบพร้อมกับปล่อยท่าไม้ตายรอยยิ้มบริสุทธิ์ประดุจนางฟ้า เล่นเอาสิทธิ์เผลอหลง “แล้วมากับคุณสิทธิ์ ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลย”

การกระตุกบ่งบอกให้รู้ว่ายังมีศีลธรรมหลงเหลืออยู่ในใจ เพราะฉะนั้นผมจะทำให้คุณดีแตกจนอยากประเคนความเจ็บปวดอย่างเหลือแสนให้ผมแทบไม่ทัน

“นั่นสินะ ฮะๆๆ” ยิ่งหัวเราะกลบเกลื่อนยิ่งดูไม่เนียนเข้าไปใหญ่ “งั้นเรารีบไปกันดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นเครื่อง”

ว่าจบก็จูงมือพาขึ้นรถพร้อมกับเปิดประตูให้เสร็จสรรพ บริการดีทุกระดับประทับใจจนไม่น่าให้อภัยดีแท้

 

เดียร์พยายามทำหน้าประหลาดใจและดีใจสุดๆเมื่อได้มาเห็นบ้านพักตากอากาศที่อยู่ห่างจากทะเลเพียงสองร้อยเมตร อันที่จริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก...ต้องบอกว่าดีสุดๆเลยมากกว่า รั้วไม้สีขาวล้อมรอบบ้านสองชั้นที่ทำจากไม้เคลือบแว็กซ์จนเงาวับ ด้านหน้าโรยกรวดหินไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทางเข้าบ้านปูด้วยอิฐสีฟ้ากับสีเหลืองสลับกัน ด้านในโอ่งโถงและกว้างขวางเฉกเช่นที่เห็นจากด้านนอก พื้นไม้วาววับและไร้ฝุ่นผงมากวนใจ

ดีจนเซ็ง!

ถึงจะคาดไว้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยเขาก็แอบหวังไว้ว่าจะได้เจอบ้านพักหน้าตาทรุดโทรม มีกลิ่นหืนของเชื้อราและซากไม้ผุๆที่ซ้อนทับกัน...อย่างน้อยก็ไม่ขอดูดีขนาดนี้ก็ได้ เห็นแล้วอยากจะชักตาย!

“อ้าว มากันแล้วหรือจ๊ะ” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยทักทายทั้งสองจากทางเดินที่ทะลุถึงหลังบ้าน เธอเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสีขาวหมายจะช่วยสิทธิ์ถือกระเป๋า แต่ชายหนุ่มยกมือห้ามเสียก่อน

“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้เองผมยกได้”

คนตัวเล็กกว่าเหลือบมองด้วยความทึ่งใจ ทั้งที่มันหนักมากแท้ๆ แต่สิทธิ์กลับถือมาให้โดยไม่บ่นสักคำ แถมยังไม่แสดงท่าทีเหนื่อยให้เห็นสักนิด แม้แต่เหงื่อสักหยดก็ยังไม่มี

“เดียร์ นี่ป้านาง เป็นแม่บ้านที่จะมาช่วยดูแลระหว่างที่เราอยู่ที่นี่นะ” สิทธิ์เอ่ยแนะนำแล้วหันไปทางหญิงร่างท้วม “คนนี้.......................................................เพื่อนผมครับ”

เว้นช่วงนานมาก ท่าทางยังทำใจไม่ได้ล่ะสิที่จะประกาศว่าเป็นคนที่ไปหลอกลวงมาหวังแก้แค้น

“เอ๋ แค่เพื่อนหรือจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยแซวพร้อมกับหลิ่วตาให้เจ้านายหนุ่ม “เพื่อนกันไม่มากันสองต่อสองแบบนี้หรอกนะจ๊ะ แหม จะปิดป้าไปทำไมกันล่ะ แฟนน่ารักนะจ๊ะ รักกันให้นานๆนะ”

ฟันธงได้เลยว่าคุณป้าแกเห็นเดียร์เป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็น

สิทธิ์ได้แต่หัวเราะหน้าเจื่อน คงรู้สึกเหนื่อยใจที่ตนโกหกเสียเปล่า เขาเดินนำขึ้นไปยังห้องนอนที่อยู่ติดกับบันได

“ถ้าขาดเหลืออะไรบอกป้านางได้เลยนะ หรือจะบอกผมก็ได้” สิทธิ์บอกหลังจากวางกระเป๋าที่มีน้ำหนักกว่าความเป็นจริงไว้บนพื้น เดียร์รู้สึกนับถือพ่อหมียักษ์นี่สุดๆที่สามารถวางกระเป๋าโดยไม่ให้เสียงหินดังออกมาได้ “เดี๋ยวผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปเดินเล่นหาอะไรกินกัน”

“ครับ” รอยยิ้มไร้เดียงสาที่ซ่อนความชั่วช้าไว้เผยขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะโบกมือลาแล้วปิดประตูห้อง เด็กหนุ่มจัดการหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมมาไว้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เขาหันมองไปทางหน้าต่าง แสงแดดสีแสดทอแสงอ่อนอยู่บนเส้นขอบฟ้าของทะเลสีครามดูสวยงามจนไม่อยากละสายตา แต่ที่เดียร์เผลอจ้องไปเสียนานไม่ใช่เพราะหลงใหลไปกับภาพตรงหน้า แต่เพราะดันเผลอเพ้อคิดถึงแผนที่วางไว้ต่างหาก

แค่นึกว่าจะได้โดนร่างกายใหญ่ยักษ์โถมความเจ็บปวดให้ มือหนาหนักและแกร่งฟาดใส่ผิวกายจนเกิดรอยแดง น้ำเสียงทุ้มลึกที่คอยป้อนคำพูดประดุจหนามเคลือบยาพิษอยู่ข้างหู ดวงตาเรียวคมที่จ้องมองมาราวกับจะทิ่มแทงให้ลึกลงถึงขั้วหัวใจ...แค่คิดก็ใจระส่ำจนกลั้นความรู้สึกอิ่มเอมนี้ไม่อยู่แล้ว

 

สิทธิ์มองตัวเองในกระจกอย่างไม่แน่ใจนัก ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะมาคอยนั่งสนใจเครื่องแต่งกายเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากต้องสร้างความประทับใจให้กับคนที่ตนพามา เลยต้องตั้งใจกันหน่อย แต่ด้วยความที่ไม่ใช่คนที่สันทัดในเรื่องความงามนัก สิ่งที่เขาทำได้คือการแสดงสีหน้าที่ดูดีที่สุด เพื่อเตรียมไว้รับมือแทน

“เอาล่ะ” เขาเอ่ยกับตัวเองที่หน้ากระจก จากนั้นก็ตรวจดูความเรียบร้อยเรื่องกระเป๋าเงินและโทรศัพท์ และก่อนจะออกจากห้องยังไม่วายปัดเศษฝุ่นออกจากชายเสื้อเผื่อไว้อีก

ชายหนุ่มออกจากห้องไป พอเห็นเวลาที่เพิ่งผ่านไปได้เพียงครึ่งชั่วโมงจึงตัดสินใจลงไปรอด้านล่าง แต่กลายเป็นว่าเดียร์มารอเขาอยู่แล้ว ในสภาพที่ทำให้เขาเผลออึ้งอ้าปากค้าง

อันที่จริง เด็กหนุ่มก็แค่ใส่เสื้อยืดสีฟ้าอ่อนคอกว้าง กางเกงผ้าสีครีม ผมก็หวีลวกๆ พอเป็นพิธี หน้าก็ไม่ได้จัดการแต่งอะไรมากมายนัก แต่ถึงกระนั้น ใบหน้าเนียนละเอียดที่ขาวใสอมชมพูดุจหญิงสาววัยแรกแย้มนั้นชวนให้หลงมิรู้หาย ผมสีน้ำตาลเข้มยาวตัดซอยระต้นคอดูนุ่มละเอียดราวเส้นไหม ไม่ว่าจะนั่งมอง ยืนมอง ตีลังกามอง ก็เหมือนหญิงสาวแสนสวยที่แต่งกายสบายๆ เหมาะกับการมาเที่ยวทะเลเป็นอันมาก

น่ารัก จบข่าว!

“คุณสิทธิ์?”

หมียักษ์สะดุ้งโหยง ก่อนจะเก็บอาการตะลึงจนมิด ทิ้งไว้เพียงแก้มแดงๆ ให้เห็นอยู่บ้าง พอให้คนมองรับรู้ว่าอีกฝ่ายประทับใจในความงามที่ตนไม่ได้ตั้งใจรังสรรค์

“อ้อ อืมๆ ปะ...ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มบอกละล่ำละลัก ยังไม่ลืมผายมือไปทางประตูเชิญเดียร์ ช่างเป็นสุภาพบุรุษอย่างไม่น่าให้อภัยเสียจริงๆ

บริเวณริมทะเลยามเย็นช่างดูสวยงาม ดวงตะวันกำลังจะลาลับลงเส้นขอบฟ้าเข้าไปทุกที เสียงคลื่นทะเลซัดโหมเข้าฝั่งดั่งแว่วเป็นระยะ ผู้คนที่เล่นน้ำลดน้อยลงตามเวลา ส่วนใหญ่จะพากันไปหาร้านอาหาร หรือไม่ก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อ

“สวยจังเลยนะครับ” เดียร์เอ่ยพลางหันมองไปทางทะเล ถึงจะชอบความทุกข์ทรมาน แต่ก็ยังเหลืออารมณ์สุนทรีย์ในใจอยู่ “คุณสิทธิ์คงมาที่นี่บ่อยๆสินะ”

“จริงๆก็ไม่ค่อยได้มาหรอก เพราะต้องทำงานน่ะ” สิทธิ์ถอนใจ ท่าทางเขาดูพะว้าพะวงเหมือนไม่ค่อยสนุกกับการมาเที่ยวครั้งนี้เท่าไหร่ ซึ่งเดียร์ไม่ค่อยแปลกใจนัก ก็เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวอยู่แล้วนี่ “นี่ก็เย็นมากแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าไหม”

“ก็ดีครับ” เสียงหวานรับคำ แล้วทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ “จริงสิ พอดีผมแพ้อาหารทะเลน่ะครับ แพ้มากด้วย ขนาดที่ว่าแค่ในร้านขายอาหารทะเลผมก็ผื่นขึ้นแล้ว ขอร้านที่ไม่มีอาหารทะเลได้ไหมครับ”

เส้นเลือดปูดขึ้นบนขมับสิทธิ์ทันที แน่ล่ะ อยู่แถวทะเลแบบนี้ หาร้านที่ขายแค่หมูไก่เนื้อนี่ยากเสียยิ่งกว่าโดนใช้ให้ไปหาแหวนในทะเลอีก

อันที่จริงเขาไม่ได้แพ้อย่างที่ปากพูดหรอก หรือถ้าให้พูดก็คือ ตั้งแต่มีชีวิตมายี่สิบสามปี ยังไม่เคยแพ้อาหารหรือยาใดๆเลยนี่สิ ขนาดข้าวบูดขนมปังขึ้นรามาสองอาทิตย์ยังไม่สามารถทำอันตรายต่อกระเพาะของเขาได้แม้แต่น้อย นั่นทำเอาหดหู่มาก ปกติแค่หาคนมาซ้อมก็ยากจะแย่ จะทรมานตัวเองก็ไม่สะใจ แถมยังไม่แพ้อาหารใดๆให้ทรมานร่างกายได้อีก ฟ้าจะประทานร่างกายอันทนทานนี้มาให้ทำไมก็ไม่รู้

ตอนที่วนหาร้านไปสามชั่วโมง เดียร์ก็คิดว่าสิทธิ์คงหมดความอดทนแล้วหันมาตวาดใส่ จากนั้นก็หลับหูหลับตาเข้าร้านที่ใกล้ที่สุด แล้วก็บังคับให้เขากระเดือกอาหารที่เต็มไปด้วยกุ้งหอยปูปลาเสียอีกแต่ตานี่กลับทนทานเกินคาด นอกจากจะไม่บ่นสักแอะ ยังยิ้มรับหน้าระรื่นด้วย แม้ที่ขมับจะมีเส้นเลือดปูดขึ้นหลายเส้นแล้วก็ตาม

“ถ้าไม่มีจริงๆ จะไปซื้อข้าวที่เซเว่นไหม” เสียงทุ้มเอ่ยเสนอทางเลือกอย่างอ่อนหวาน แฝงความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยพอให้คนฟังรู้ตัว แต่มีหรือจะยอมตามง่ายๆ ไม่อย่างนั้นก็อดเห็นเฮียหมีปรอทแตกน่ะสิ

“เอ๋ แต่อุตส่าห์มาถึงที่นี่ทั้งที ผมก็อยากจะหาร้านอาหารท้องถิ่นกินนะครับ” เดียร์ร้องเสียงหลง ชวนให้รู้สึกรำคาญเล็กๆ “ผมไม่เรื่องมากหรอก”

ไม่เอาร้านที่มีอาหารทะเลในจังหวัดที่ติดทะเล ยังไม่เรียกว่าเรื่องมากอีกเรอะ

สิทธิ์ได้แต่กัดฟันโดยไม่ให้อีกฝ่ายเห็น และพยายามกลืนความหงุดหงิดประทังท้องแก้หิว

แม้จะหายากดุจงมเข็มในมหาสมุทร แต่ในที่สุดพ่อหมียักษ์ก็สามารถหาร้านอาหารที่ไม่มีน้ำทะเลอยู่ในเมนู อีกทั้งยังเป็นร้านระดับหรูด้วย ถึงแม้ตอนที่เข้าไป ร้านจะเกือบปิดครัวแล้วก็ตาม

ชิ

เดียร์ได้แต่ยิ้มแป้น ทั้งที่รู้สึกเสียดายเป็นยิ่งนักที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ก็ใครมันจะไปนึกว่าอีกฝ่ายจะหาเจอกัน “ขอบคุณมากเลยนะที่ยอมเสียเวลาหาร้านนี้เพื่อผม”

ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะเออ ถ้าวันนี้ไม่โดนตวาดซักที ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ

“แค่นี้เพื่อเดียร์สบายมาก” กล้าพูดมาก รู้หรือเปล่าว่าเสียงท้องร้องดังกว่าเสียงพูดของตัวเองอีก “เดียร์สั่งได้เต็มที่เลยนะ”

เด็กหนุ่มยิ้มรับก่อนจะจ้องมองรายการอาหารในมือ ซึ่งยังไม่ทันที่เขาจะได้เปิดหน้าหนึ่ง พี่แกเล่นสั่งอย่างไวจนเรียบร้อยก่อนเขาอีก ท่าทางจะหิวจัดจริงดูๆแล้วก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ…

“เอ…เอาอะไรดีนะ…อันนี้…อืม…”

ถึงตัวเดียร์นั้นจะเป็นสายโดนกระทำขั้นโปร แต่ให้เป็นฝ่ายกระทำก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้นึกชมชอบเห็นคนเจ็บปวดกว่าสักเท่าไหร่นัก เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกอิจฉาเสียมากกว่า แต่เพราะไอ้หมีตรงหน้ามันทำตัวเป็นเท็ดดี้แบร์อยู่ได้ เขาเลยต้องใช้ไม้แข็ง เผื่อหมีพูห์จะกลายเป็นหมีเถื่อนได้สักที

“ยังเลือกไม่ได้อีกหรือ…” เสียงทุ้มถามเรียบนิ่ง แต่เริ่มทวีความหงุดหงิดมากขึ้น จนบริกรที่ยืนจนเมื่อยขบเริ่มออกอาการหวาดหวั่นเพราะกลัวสิทธิ์จะลุกขึ้นมางับหัวเขาแก้หิว

“อืม…ไม่รู้สิ มันน่ากินไปหมดเลย เลือกยากจัง” ดีมาก หงุดหงิดเข้าไป โมโหหิวเข้าไป แล้วมาลงที่ฉันนี่

“ถ้างั้นก็สั่งมาให้หมดเลยดีไหม เดี๋ยวครัวเขาจะปิดแล้วนะ” แม้จะอยากลุกขึ้นมาทุบโต๊ะแล้วตวาดใส่อีกฝ่าย แต่กระนั้นสิทธิ์ก็ยังห้ามใจเอาไว้ได้อยู่ แม้ตอนนี้มันจะใกล้ขาดเต็มทีแล้วก็ตาม

“อืม อย่าเลยครับ ผมคงกินไม่หมดหรอก”

“โธ่โว้ย งั้นก็รีบๆสั่งอะไรสักอย่างสิวะ!”

นั่นไง!! ที่อยากได้น่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-05-2013 20:30:03 โดย musddmp »

ออฟไลน์ andear

  • ยาราไนก๊ะ ??
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-1
mission complete สินะเดียร์  :laugh: :laugh: :laugh: คุณสิทธิ์โดนเข้าแล้ว  :m20: :m20: :m20:

★MaNiMoo★

  • บุคคลทั่วไป
อร๊ายยยยยย ชอบเรื่องนี้จัง

เอาใจช่วยคนเขียนอยู่นะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด