Older Brother พี่ชายถึงร้ายก็จะรัก by Mirror ตอนพิเศษ แมน&โอ๊ต(20/06/15)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Older Brother พี่ชายถึงร้ายก็จะรัก by Mirror ตอนพิเศษ แมน&โอ๊ต(20/06/15)  (อ่าน 166590 ครั้ง)

ออฟไลน์ oreena

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2

ออฟไลน์ →Yakuza★

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1829
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-0
ลีวายของฉัน(?!!) เสร็จพี่ธารซะละ รอโตกว่านี้อีกหน่อยค่อยกินอีกทีนะ ครั้งนี้มันสุดวิสัย

ปล. คนแต่งอย่าพึ่งน้อยใจนะ เรารออ่านเรื่องนี้ทุกวันแหละ เรื่องนี้น่ารัก สนุก กวนๆ ดี คนอ่านจริงๆก้เยอะ แต่บางคนอาจจะไม่สะดวกเม้นก็ได้ สู้ๆนะ

ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
ตัองขอบคุณไอ้เหี้-นัทมั้ยเนี่ย
ที่พี่ธารได้กินลีวาย

ลุ้นมานานได้กันแล้วค๊าาาาาา
ดูแลลีวายดีๆนเอีธาร
ว่าแต่เซฟกับแพ๊คนี่ยังไง

ออฟไลน์ กบกระชายไทยนิยม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
พี่ธารก็ให้น้องเค้าพักๆ บ้างอย่างเพิ่งคิดไกลเกิน 555 เดี๋ยวเก็บกด

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
 :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4: :haun4:

ลีวายส์โตเป็นสาวแล้ว อิอิ
พี่ธารก้อ อย่าทำน้องแรงนะ เด๋วไปเรียนม่ะไหวๆๆๆ

ออฟไลน์ ampmiya^^

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-0
Older Brother.....28
 
[แมน:Part]
 
 ‘เลิกเรียนยัง’
 
‘กูอยู่หน้าคณะมึง’
 
‘ช่วยตอบกูด้วย คนของพี่มึงอยู่หน้าคณะเนี่ย’
 
ปึก!!!
 
ผมสะดุ้งตกใจเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆประตูรถเปิดออกระหว่างที่ผมกำลังจ้องไลน์ในโทรศัพท์ ก่อนประตูรถจะปิดลงเสียงดังโดยใครบางคนที่ตอนนี้มันขึ้นมานั่งจ้องผมตาขวาง ผมก็ไม่รู้น่ะสิว่ามันอยู่ใกล้ๆตรงที่ผมจอดรถอยู่ ผมก็เลยโกหกไปว่าคนของพี่ชายมันอยู่แถวนี้ เหอะ!
 
“ตกใจหมด แม่ง เลิกเรียนนานยัง” ผมถาม ร่างบางเหลือบมองผมด้วยหางตา ก่อนจะทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้อารมณ์ ช่วงนี่ผมจะมารับมาส่งมันที่มอทุกวัน
 
ผมไม่เข้าใจตัวเองเล้ยยย ว่าทนอยู่กับมันได้ยังไง ถ้าเป็นคนอื่น แม่ง กูถีบลงรถจากไปล่ะ อุตสาห์มารับแท้ๆ สลัด เหี้ยเฮ้ย! (ไมไม่ด่าตรงๆอ่ะ)
 
“แวะร้าน BK ด้านหน้า” มันบอกขณะอยู่บนรถ ผมเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่ายหน้าเอือมๆและเลี้ยวรถจอดเทียบฟุตบาทให้มันลง
 
“เร็วๆ กูจะกลับไปนอน” ผมบอก เพราะเมื่อคืน นั่งดื่มกับรุ่นพี่จนดึกแถมยังต้องปิดร้านอีก งานที่ร้านมีทุกวันแต่ที่สนามแค่อทิตย์ล่ะสองสามวันเท่านั้น
 
โอ๊ตลงจากรถ ผมพูดกับมันก็เหมือนผมพูดคนเดียวนั่นแหละ โอ๊ตมันฟังผมซะที่ไหน บางทีผมก็หมั่นไส้จนอยากจะตบกะบาลมันสักครั้ง แต่ก็ทำไม่ลงสักทีว่ะ มันตรงเข้าไปทางร้านกาแฟหรือเบเกอรี่อะไรสักอย่าง ประตูร้านเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นภายในร้านได้ดี
 
ร่างบางเข้าไปทักผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มตรงเค้าเตอร์ และพูดคุยกันอย่างสนิทสนมจนผมเริ่มหงุดหงิดกับร้อยยิ้มของมันที่มีให้เค้า ถึงแม้ว่ามันจะแค่ยิ้มบางๆก็เถอะ ทีกะกู แม่ง ไม่เห็นจะยิ้มมั่งเลย
 
ผมลดกระจกลงก่อนจะหยิบซองบุหรี่ในเก๊ะรถขึ้นมาจุดสูบ ในรถมีอุปกรกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ดี ผมเลยไม่ต้องกลัวกลิ่นบุหรี่โชย นั่งสูบได้สบาย
 
ผมจ้องมองโอ๊ตอยู่สักพักมันก็ออกจากร้าน เดินตรงมาเปิดประตูขึ้นรถ มันมาพร้อมกับชีทปึกหนึ่งในมือและกาแฟเย็นแก้วใหญ่
 
“ใคร” ผมถามเสียงเรียบ มันไม่ตอบ แต่ยื่นแก้วกาแฟเย็นมาตรงหน้าผม ผมมองแก้วกาแฟกับหน้ามันสลับกันก่อนจะก้มลงดูดกาแฟในแก้วทั้งที่มันถืออยู่ในมือ อารมณ์ไหนวะ!
 
“พี่รหัส รีบกลับเหอะ กูมีงานต้องทำ” มันบอกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะพูดเหมือนออกคำสั่งกับผม แม่ง! กูเป็นคนขับรถของมึงหรือไง แต่ผมก็ไม่อยากหาเรื่องมันน่ะนะเข้าใจป่ะ ไม่อยากเถียง=_=
 
“เหนื่อยฉิบ แม่ง คืนนี้ต้องไปสนามอีก โอ้ยยย กูจะบ้า ฟอด!!!” ผมพูดบ่นตอนเปิดประตูห้องเข้ามา โอ๊ตมันเข้ามาก่อนผมเลยหน้ามึนชิงหอมแก้มมันและรีบเดินเข้าห้องนอนไปอาบน้ำ เดี๋ยวมันถีบผมอีก
 
“ยืมแมคบุ๊คหน่อย” ผมทำท่าจะล้มตัวนอนบนเตียง แต่หัวไม่ทันถึงหมอน โอ๊ตมันเข้ามาซะก่อน ว่าจะนอนเอาแรงซะหน่อย ตอนนี้นางใส่เสื้อนักศึกษาชายเสื้อเลยสะโพกลงมาจนถึงต้นขากับกางเกงขาสั่นๆของผม แม่งโคตรเอ็กซ์อ่ะ
 
“ทำไร” ผมถาม เลื่อนลิ้นชักช่องใหญ่ข้างเตียงหยิบออกมาให้มัน มันไม่ตอบแถมยังมองผมด้วยสายตาแบบ ถามทำไมวะน่ารำคาญ แบบเนี่ย กูควรจะให้มันมั้ย
 
“งานสิ เร็วๆ” โอ่ มันขู่กูครับ หึ!
 
“จูบกูก่อน เดี๋ยวกูให้” ผมว่า ยักคิ้วกวนตีนให้ มันชักสีหน้าใส่ผมทันที หึ! “เร็วดิ รีบไม่ใช่หรอวะ” ผมบอก มันกัดปากล่างก่อนจะเข้ามายืนข้างเตียง โน้มหน้าทาบริมฝีปากลงมากับปากผมและผละออกอย่างรวดเร็ว มันยืนมือมาดึงแมคบุ๊คแต่ผมดึงกลับ
 
“เอามาสิ” ผมว่าสีหน้าเริ่มโกรธเคืองขึ้นมาเล็กน้อย
 
“นั่นเค้าเรียกจูบ? ห่าเหอะ จูบต้องแบบนี้” ผมคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนเข่ามันขึ้นมาเกยอยู่บนเตียงก่อนจะใช้มือหนาอีกข้างกดท้ายทอยมันให้โน้มหน้าทาบริมฝีปากสีซีดติดคล้ำเพราะสูบบุหรี่ลงกับริมฝีปากบางของผม ก่อนจะบดจูบดูดอย่างร้อนแรงจนร่างบางไม่สามารถปฏิเสธได้
 
“อืม......” เสียงทุ่มต่ำของมันครางออกมาจากลำคอ เมื่อลิ้มร้อนเกี่ยวตวัดลิ้มนุ่มน่าดูดกลืนไม่หยุด เราจูบกันนานนับสามนาทีก่อนที่มันจะจิกเล็บลงบนแขนผมจนเจ็บแปลบยังไม่พอ อีกมือยังขยุ้มเส้นผมด้านหลังของผมแรงๆอีกด้วย
 
“อ่ะๆ...โอ้ย! เจ็บ!!!” สุดท้ายผมก็ยอมผละออก “มึงชอบความรุนแรงนะ เดี๋ยวเหอะ คืนนี้กูจะจัดหนัก” ผมบอกพร้อมกับบีบก้นกมลแน่นของมันแรงๆ
 
“ไอ้เลว!!! ไอ้เหี้ย!!!” มันผลักผมออกก่อนจะหยิบเอาแมคบุ๊คและเดินออกจากห้องไป ผมยิ้มมุมปากให้กับแผนหลับบางของมันพลางเลียริมฝีปากเหมือนคนบ้ากาม กูเห็นมันหน้าแดงด้วยล่ะคึคึ
 
 
 
 
 
“วันนี้กูกลับดึกนะ มึงไม่ต้องไป ดูเหมือนพี่มึงจะให้คนไปดูที่สนามกูด้วย ใครมาก็ห้ามเปิดประตูล่ะ” ผมพูดบอกกับร่างบางที่กำลังนั่งทำงานอยู่ตรงระเบียงห้อง “ฟังกูป่ะเนี่ย!......” แล้วก็เหมือนเช่นเคย มันไม่สนใจจะฟังผม ผมเลยใช้เท้าเตะขามาเบาๆ
 
“หูไม่ได้หนวก” ผมทำท่าตบหัวมันอย่างหมั่นไส้แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือจริงๆ เปลี่ยนไปก้มลงกดจมูกกับแก้มใสแทน มันทำเสียงอึดอัดในลำคอแบบไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้โว้ยวายอะไรออกมา
 
“ไปนะเมีย อยู่บ้านดีๆ” ผมบอก สาบานได้ว่าผมไม่เคยใช้คำว่าเมียกับใคร “เดี๋ยวคืนนี้จัดหนัก!!! ฟอด!!!!” ตบท้ายด้วยประโยคกระซิกบอกเสียงพร่าชวนน่าตบสุดๆ
 
“ไอ้เลว!!!” ผมจะถือว่านั่นคือคำชมล่ะกัน เพราะมันพูดบ่อยจนชินหูล่ะ
 
 
 
“ว่าไงไอ้ติณ.....” ผมมาถึงออฟฟิศในสนามเมื่อยี่สิบนาทีก่อนตอนนี้ราวๆสามทุ่มได้ ผมมาดูเด็กที่จะลงแข่งในอีกไม่กี่นาทีที่จะถึงนี้ จากนั่นก็เดินมาคุยกับไอ้ติณ
 
“พวกมันส่งคนมาดูที่สนามจริงๆ อย่างที่พี่คิดไว้นั่นแหละ มาเกือบทุกครั้งที่เราเปิดสนาม ผมว่าพี่ระวังตัวด้วยก็ดี หรือจะให้ผมตามรับตามส่งก็ได้” ไอ้ติณบอก เกี่ยวกับเรื่องที่ผมให้มันไปสืบดูว่าพี่ชายโอ๊ตให้คนมาตามหามันจริงๆอย่างที่พี่มาศบอกหรือเปล่า
 
“ไม่ต้องหรอก มึงให้คนไปจัดการพวกนั้น บอกว่ากูพอใจที่เข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตจากกูก่อน เพราะที่นี่มีกฎ” ถึงที่นี่จะดูเป็นแหล่งของอบายมุขที่หนึ่งแต่ผมก็มีการตรวจคนเข้าตรวจอาวุธใช่ว่าจะเข้ากันมาได้เฉยๆ เพราะถ้าเกิดใครมีเรื่องเกินสามครั้งจะโดยตัดสั่งห้ามเข้าทันที
 
“ได้ครับ ผมจะจัดการให้ ส่วนพี่ชายคุณโอ๊ตได้ข่าวว่าช่วงนี้ไปต่างประเทศสองสามวัน อาทิตย์หน้าคงจะกลับ แต่ผมว่า...ไม่แน่ถ้ากลับมาเขาอาจจะมาตามหาคุณโอ๊ตด้วยตัวเองก็ได้ ถ้าหากส่งลูกน้องมาก่อนแบบนี้”
 
ผมเองก็คิดแบบนั้น พี่ชายมันหูตากว้างไกล ไม่นานมันจะรู้ว่าโอ๊ตอยู่กับผม ถ้าหากมาจริงบางทีโอ๊ตอาจจะกลับไปกับพี่ชายมันก็เป็นได้ ถึงตอนนี้แล้วผมเองก็ยังอ่านใจมันไม่ออกว่ามันมาอยู่กับผมเพื่ออะไร แค่ชั่วคราวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคือ ผมไม่ยอมให้มันกลับ!
 
“พี่แมนๆ เด็กมาหาน่ะ น่ารักเชียว” ไอ้ต่อมันวิ่งมาบอกผม “ไอ้ติณ กูหามึงตั้งนาน แม่ง! อ่ะ ของที่ฝากซื้อ” ไอ้ต่อยื่นถุงอะไรสักอย่างให้ไอ้ติณ ไอ้ติณรับมาดูก่อนจะถอนหายใจ
 
“กูบอกให้ซื้อมาสองกล่องไม่ใช่หรอ” ไอ้ติณว่า มันมองไอ้ต่อแบบเคืองๆ
 
“อ้าว ก็....โธ่ กูกินกับมึงก็ได้นา” ที่แท้ไอ้ต่อมันก็ไปซื้อข้าวมา
 
พวกมันคงทำงานกันจนไม่มีเวลากินข้าว ยิ่งมีรอบแข่งแบบนี้ก็จะยิ่งยุ่ง แต่ไอ้ต่อลูกน้องผมมันไม่ค่อยกินข้าวสักเท่าไหร่ ถ้าเหล้าน่ะพุ่งเข้าใส่ตลอด เพื่อนสนิทมันก็เลยห่วงๆมันแบบนี้เป็นประจำ
 
“กูว่ามึงไปหาไรแดกไป ผอมเอวจะหักอยู่ล่ะ.....แล้วเด็กนั่นอยู่ไหน” ผมพูดก่อนจะถามมัน ไอ้ต่อชี้นิ้วไปทางหน้าออฟฟิศ มีเด็กผู้ชายร่างเล็กคุ้นตากำลังยืนชะเง้อมองมาทางผม
 
“สวัสดีฮะ....พี่แมน” อ่อ ไอ้เด็กนี่ที่ผมไปเจอร้านข้าวตอนไปซื้อข้าวให้โอ๊ตเมื่อวันก่อน ชื่ออะไรแล้ววะ ลืม ผมยิ้มบางๆตอบร่างเล็กก่อนจะมองสำรวจมันตั้งแต่หัวจรดเท้า
 
“ไง....เข้ามาได้ยังไง” ผมถาม ร่างเล็กดูจะติดเขินๆ ตอนที่ผมจ้องมอง
 
“มากับพี่ชายฮะ พอดีพี่มาดูเพื่อนแข่งรถกัสก็เลยตามมาด้วยฮะ” ชื่อกัสสินะ “พี่แมนเอาเบอร์กัสไป ทำไมไม่โทรมาล่ะฮะ”
 
“เอ่อ พอดีพี่ยุ่งๆน่ะ.....ไปคุยกันข้างในดีกว่านะ” ผมบอก ดึงเอวบางของร่างเล็กเข้าหาตัวก่อนจะเดินเข้ามาในห้องพัก
 
ร่างเล็กเกร็งเล็กน้อยแต่ก็ยอมมาอย่างว่างาย หึ! เด็กนี่อาจจะเคยกับผมแล้วแต่ผมจำไม่ได้ เอาล่ะ ไม่ได้กินเด็กหลายวันล่ะตั้งแต่มีโอ๊ต แต่ในเมื่อเนื้อร้อนๆมาถึงปากก็....ซักหน่อยแล้วกัน
 
“พะ....พี่แมน....” ร่างเล็กดูตกใจกับการกระทำของผมไม่น้อยเมื่อผมพาเข้ามาในห้องปุ๊บก็รุกซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนน่าฝากรอยทันที
 
“หืม.....ทำไมล่ะ กัสไม่ชอบหรอ.....หืม!” ผมถาม ร่างเล็กหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนจะมุดหน้าก้มหลบสายตาอันเย้ายัวของผม เมื่อเหยื่อสยบเราก็ต้องรบต่อสิ หึ!
 
“อื๊ม........อ๊ะ......” เสียงใสครางรับในลำคอเมื่อผม ดันร่างเล็กให้นอนร่างไปกับเตียงกว้าง ซุกไซ้ซอกคอพร้อมๆกับดูดเม้มสร้างรอย แต่ผมกลับไม่รู้สึกพอใจกับสิ่งที่กำลังทำ
 
ปัง!!!!
 
ในขณะที่ผมกำลังสอดมือเข้าไปในขอบกางเกงของมันอยู่แล้วแท้ๆกลับมีใครบางคนกระชากประตูเปิดออกเสียงดัง
 
“เฮ้ย!!!!......” ผมรีบผละออกทันทีเมื่อเห็นว่าใครคนนั้นคือ...โอ๊ต ถึงแม้ว่าสีหน้าของมันจะไม่แสดงออกว่าโกรธหรือรู้สึกอะไรกับสิ่งที่ผมทำแต่ผมกลับ รู้สึกผิดในใจลึกๆ
 
“ไอ้เลว.....” มันพูดบอกออกมา ก่อนจะเดินกลับออกไปโดยที่ผมยังไม่ทันได้แก้ตัว แต่ จะแก้ตัวอะไรล่ะก็เห็นๆกันอยู่ ผมมองร่างเล็กไปกำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง และพยักหน้าให้ไปทางประตูเป็นเชิงไล่
 
“โอ๊ต! คือ....กู.......” ผมออกมาดึงแขนมันไว้ ร่างบางนิ่งเฉยเหมือนปกติแต่ผมดูออกว่ามันเคืองผม เพราะมันแทบจะไม่มองตาผมเลย ปกติมันจะสู้สายตาผมตลอด
 
“อย่ามาจับตัวกู” มันสะบัดแขนออกจากมือผมแรงๆ หันมาจ้องมองผมด้วยสายตาดุดัน
 
“คือ.....กู.....เอ่อ......แค่เล่นๆน่ะ” ตาเรียวที่กำลังจ้องมองผมเบิกกว้างคล้ายกับตกใจแต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะกลับมาจ้องมองผมอย่างเคียดแค้น
 
“มึงก็เล่นหมดนั่นแหละ แม้แต่กับกู มึงกูเล่น” มันพูดบอก
 
“ไม่ใช่นะ.....มึงน่ะไม่......”
 
“แมน!!!!” เสียงเรียกดังก้องมาทางหน้าออฟฟิศ ผมหันไปมองก่อนผงะเมื่อเห็นว่ามีใครเข้ามา ถึงตอนนี้จะพาโอ๊ตเข้าไปหลบข้างในให้พ้นจากสายตาพี่มาศคงไม่ทันแล้ว
 
“พี่มาศ...ทำไมมาบอกกันมั่งวะ” ผมถาม มือหนาของผมจับข้อมือโอ๊ตไว้ไม่ปล่อยคล้ายกับกลัวว่ามันจะหนีผมไป พี่มาศขมวดคิ้วมองโอ๊ตก่อนจะมองผมอย่างตำหนิ
 
“พวกมึงเข้าไปหลบข้างใน ห้ามออกมา ไอ้โอ๊คส่งคนมาตามหา.......น้องมัน” พี่มาศบอก ผมรีบดึงมือโอ๊ตกลับเข้ามาในห้องทันที  ตอนนี้พี่มาศเห็นแล้วว่าโอ๊ตอยู่กับผมจริงๆ คงโกรธผมไม่น้อยที่ผมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นตอนที่พี่มาถามเมื่อครั้งก่อน
 
เราต่างฝ่ายต่างเงียบเมื่อกลับเข้ามาอยู่ในห้องกันตามลำพัง โอ๊ตยังคงนิ่งเช่นเคยแต่ต่างจากผมที่ในใจกำลังร้อนรุ่มเต็มทน ผมยังคงจับมือมันไว้ไม่ยอมปล่อย ผมกลัวว่ามันจะไป ผมเดาใจมันไม่ออก ถ้าผมปล่อยมือมันบางที.......
 
“อย่าไป.....!!!” ผมพูดบอกเสียงเข้ม เมื่อคนข้างๆลุกขึ้นจากเตียงซึ่งผมกับมันนั่งอยู่ ผมจับมือมันแน่นขึ้นกว่าเดิม
 
“อย่าไปจากกู” ผมบอกอีก ก่อนจะยกมือขึ้นดึงเอวบางเข้ามากอดไว้ซุกหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบมัน โอ๊ตยืนนิ่งให้ผมกอดมันอยู่อย่างนั้น ผมไม่รู้ว่าตอนนี้สีหน้ามันเป็นแบบไหน ผมทำได้แค่กอดมันไว้แน่นๆเท่านั้น
 
แกร๊ก!!!
 
เสียงประตูเปิดออกตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักเดินเข้ามา ผมปล่อยกอดจากโอ๊ตเงยหน้าขึ้นมองพี่มาศที่กำลังขมวดคิ้วมองเราสองคนอย่างไม่เข้าใจ พี่มาศเดินผ่านไปหยิบบุหรี่ที่โต๊ะข้างเตียงจุดสูบก่อนจะยืนพิงหลังกับผนังห้อง
 
“ตอนนี้พี่คงไม่อยากฟังคำอธิบายเท่าไหร่ แมน แกโกหกพี่”
 
“ผมขอโทษ....”
 
“พี่จะไม่ยุ่งเรื่องของแกอีก ปัญหาก่อเองก็แก้เอง เข้าใจใช่มั้ย” ผมพยักหน้ารับเบาๆ พี่โอ๊ตเหลือบมองมือผมที่กำลังกุมมือไอ้แมนไว้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
 
พี่มาศเคลียทางให้ผมกับโอ๊ตกลับคอนโดมาก่อน ส่วนที่สนามไม่มีนัดแข่งสำคัญอะไร ผมจึงสั่งให้พวกไอ้ต่อกับไอ้ติณดูแล เรากลับมาถึงราวๆเที่ยงคืนกว่าๆ โอ๊ตกับผมยังคงเงียบใส่กันต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
 
“ไปที่สนามทำไม” ผมถามในตอนที่เราเข้ามาในห้อง ผมนั่งลงบนโซฟาคล้ายกับเหนื่อยล้าไปหมดทั้งร่างกาย
 
“แค่แวะไป” มันบอก ผมหันขวับไปมองมัน มันออกจากห้องตอนผมไม่อยู่งั้นหรอ
 
“มึงไปไหนมา มึงออกไปทำไม กูบอกไม่ใช่หรออยากไปไหนกูจะพาไป มึงห้ามออกไปคนเดียว”ผมเริ่มโกรธมันขึ้นมาเมื่อรู้ว่ามันไม่เคยเลยแม้แต่จะฟังผมสักนิด
 
“กูไม่ใช่นักโทษ กูมีแขนมีขาจะไปไหนมาไหนก็ได้ มึงไม่มีสิทธิมาบังคับกู กูจะออกไปจากที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ มันเรื่องของกู!!!”
 
“เหอะ! ใช่สินะ มึงอยากจะก็มาถึงเวลาจะไปก็คงไป มึงไม่เคยฟังกูเลย ไม่เคยมองกูเลยด้วยซ้ำ ...... ทั้งๆที่กูแทบจะเป็นบ้าทุกครั้งที่มึงหายไป หรือหามึงไม่เจอ บางทีเหมือนเราสนิทกันแต่บางทีก็คล้ายกับเราไม่รู้จักกันเลยสักนิด”
 
ผมเดินเข้ามาในห้องนอน ผ่านเข้ามาในห้องน้ำยืนมองตัวเองหน้ากระจก กำหมัดแน่นจนรู้สึกเจ็บฝ่ามือแต่ก็เจ็บไม่เท่าหัวใจผมในตอนนี้ ผมเหวี่ยงมือโดยขวดอะไรสักอย่างตกแตกลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์
 
ผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนไม่เคยเลยจริงๆ จะว่าผมหลงมันก็คงใช่ จะว่าผมชอบมันก็คงถูก แต่รักน่ะ....มันใช่หรือเปล่า...ผมก็ไม่รู้
 
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้อารมณ์เย็นลงเสร็จเรียบร้อย ผมก็ออกมานั่งนอกระเบียงทั้งที่ยังไม่ได้แต่ตัว หวังให้ลมเย็นๆ ช่วยพัดพาอารมณ์ร้อนๆที่ค้างคาอยู่ให้เจือจางลง โอ๊ตเข้าไปอาบน้ำต่อจากผม ผมยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มก่อนจะสูบบุหรี่ตาม
 
ถ้าเรื่องมันยุ่งยากนักผมจะไปหาพี่ชายมันเอง ตายเป็นตาย ยังไงผมก็ไม่ใช่คนกลัวตายอยู่แล้ว เกิดมาตายครั้งเดียวจะตายเพื่อสักคนคงจะดีกว่าใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ
 
“กูเอางานไปส่งรุ่นพี่มา พรุ่งนี้จะหยุดเรียน” เสียงทุ่มต่ำดังมาจากกรอบประตูระเบียง ไม่รู้อะไรดลใจให้มันอธิบายกับผม ผมเหล่มองมันด้วยหางตาก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่ได้น้อยใจหรอกที่มันไม่ฟังแต่แค่เหนื่อยที่จะพูดให้มันเข้า สิ่งที่ผมทำ
 
“มึงอยากไปเรียนไม่ใช่หรอ พรุ่งนี้เอารถกูไปแล้วกัน” ผมบอกในเมื่อมันอยากจะทำอะไรก็ให้มันทำ ผมก็ไม่อยากให้มันคิดว่าอยู่กับผมแล้วเป็นเหมือนนักโทษ
 
“ตกลง....มึงจะเอายังไงกับกู!!!!” มันตะคอกใส่ผม
 
“มึงสิ....จะเอายังไงกับกู!!!!!”ผมลุกขึ้นยืน สติผมขาดสะบั้นลง ก่อนจะขว้างกระป๋องเบียร์ในมือทิ้งลงพื้นจนมันกระเด็นไปไกล อารมร์ร้อนกลับมาก่อตัวอีกครั้ง ผมไม่ใช่คนที่จะทนอะไรได้ง่ายๆ ยิ่งมันขึ้นเสียงใส่ผมแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
 
“มึงมาอยู่กับกูก็แค่อยากมา มันแค่นั่นจริงๆใช่มั้ย แต่สำหรับกูมันไม่ใช่!!! โอ๊ต!!! กูไม่เคยคบใครได้เกินอาทิตย์ กูไม่เคย....พาใครมาอยู่กับที่นี่! กูไม่เคยต้องเป็นกังวลถึงใครสักคนว่ามันจะกินข้างยัง กูไม่เคยอยากกลับมานอนที่นี่ กูไม่เคยเป็นห่วงใครจนขาดสติไปหลายๆครั้ง กูไม่เคยรักใคร......ตั้งแต่เจอมึง!!!”
 
ผมคว้าร่างมันเข้าหาตัวก่อนจะกดจูบหนักๆลงกับริมฝีปากบางโดยไม่สนใจว่าโอ๊ตกำลังยืนนิ่งอึ้งคล้ายคนขาดสติยิ่งกว่าผมก่อนที่มันจะรู้ตัว ผมพาตัวมันกลับเข้ามาในห้องนอนและดันร่างบางลงนอนราบบนเตียงกว้างก่อนจะพาร่างหนาของตัวเองทับทาบตามไปติดๆ
 
รสจูบหนักหน่วงจนแทบลืมหายใจทำให้คนใต้ร่างเผลอไผลตามอย่างง่ายดาย ผมถอนริมฝีปากออกก่อนจะกดลงไปอีกซ้ำๆขบเม้มแรงๆ ดูดดึงจนเกิดเสียง จ๊วบ! หวานหู ลิ้นร้อนต่างตวัดเกี่ยวกันเพื่อลิ้มรสของอีกฝ่าย
 
โอ๊ตยกมือขึ้นไล่สอดนิ้วไปตามเรือนผมสั้นๆของผมตอบรับแรงกดจูบหนักๆกลับมาอย่างไม่ยอมกัน คงจะมีแค่เรื่องนี้เท่านั่นสินะที่เราเข้ากันได้ ผมหยุดทำการการทำเมื่อคิดได้อย่างนั้นก่อนจะผละออกจากร่างบาง โอ๊ตชะงักมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเบือนหน้าหนี หึ!
 
ผมลุกจากตัวมันมานั่งลงข้างๆร่างบาง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง ผมควรออกไปจากห้องสักพัก เผื่อผมจะเย็นลงกว่าที่เป็นอยู่แต่ทว่ากลับโดนคนข้างๆคว้าข้อมือไว้จนผมแปลกใจ ต้องหันกลับไปมอง
 
“ไปไหน” โอ๊ตถาม เสียงสั่นเล็กน้อย
 
“ไปร้าน......” ผมบอกหันกลับจะก้าวเท้าต่อแต่ว่า ร่างบางไม่ยอมปล่อยมือ มันดึงมือผมไว้และกำแน่นขึ้นกว่าเดิม
 
“อย่าไป......กูไม่อยาก......อยู่คนเดียว” ผมหันกลับไปมองสบตาโอ๊ตอีกครั้ง ไม่เคยเลยสักครั้งที่มันจะรั้งผมไว้แบบนี้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่มันจะดึงมือผมไว้แบบนี้และเชื่อได้เลยว่าการกระทำของมันแค่นี้จะทำให้ผมใจเย็นลงได้อย่างง่ายดาย
 
ผมนั่งลงก่อนจะดึงร่างมันเข้ามากอดจากนั้นก็ทำตามที่ใจต้องการ เหนือกว่าสิ่งที่ผมหลงใหลในตัวมันนั้นคือความสุข ความสุขที่เราได้สัมผัสจากคนที่เรา.....รัก มันจริงหรือเปล่านะ และตอนนี้ผมคิดว่า ตัวเองก็กำลัง....มีความสุข มากมายเหลือเกิน
 
<<<<<<<<<<TBC>>>>>>>

เราว่ะนะ คู่นี้เราแต่งได้ไม่ดีเท่าไหร่

มองไม่ค่อยวิ่งเลยอ่ะช่วงนี้(?) รักกันแบบมึนๆ

แต่รู้แล้วว่าคุณนายแมนรักคุณนางโอ๊ต เหอะ!

นางเปิดใจแล้วนะ   เจอกันตอนหน้าจร้า

ออฟไลน์ ArmCup

  • (=-โสดตัวโต๊โต-=)
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
มาต่ออีกกกกกกก  :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ Au_y

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
โอ้ยยยยย!!! น่ารักสุดๆ มาลงติดๆกัน
ขอบคุณนะ  มาต่ออีกเร็วๆนะ
ส่งกำลังใจให้  :L1:
ส่งกำลังใจเชียร์ทุกคู่ด้วย ^^

ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
รักกันๆน่า อย่างน้อยแมนก็รู้ตัวแล้ว
และเหมือนว่าโอ๊ตด้วยที่ดูใส่ใจกัน

พูดคุยกันมากขึ้นน่าจะดีนะคู่นี้ ดูรักกันจะตาย

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ กบกระชายไทยนิยม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8896
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ iammz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +292/-6
ไม่ได้อ่านหลายตอน
น้องลีวายส์โดนพี่ธารจับกินแล้ววว แอร่กๆๆๆๆ

คู่แมนโอ๊ตก็น่าลุ้นให้เข้าใจกันไวๆนะคะ

ขอบคุณนะคะ ติดตามอ่านตลอดค่ะ^^

ออฟไลน์ mamie

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-5

ออฟไลน์ Naenprin

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +203/-1
กว่าจะตามอ่านทันนานมาก

ด้วยความที่หายไปนาน

ออฟไลน์ ampmiya^^

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-0
Older Brother.....29
 
[กาย:Part]
 
“เฮ้! นายก็อยู่นิ่งๆสิ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก”
 
“อื๊อๆ....”
 
“มือๆ เอาออกไปเลย    โอ้ย!!!   ไม่เอา........ไม่ทำเล่า” เบื่อคนมือไวจริงๆเลย ดูดิบอกให้ผมเข้ามาโกนหนวดให้ แต่แค่ผมเข้าไปใกล้ๆมือปลาไหลของไอ้พี่หมอมันก็ทำงานทันที พอผมโน้มหน้าลงไปใกล้ๆอีกก็มองซะตาเยิ้ม แล้วใครมันจะทนสายตาแบบนั้นได้ล่ะ
 
“โธ่ กาย ผมก็แค่จับนิดเดียวเอง กันร่วงไง ให้นั่งขอบอ่างแบบนี้ถ้าพลาดท่า ได้เลือดเลยนะคุณ” แก้ตัวดีเหลือเกิน ตอนถอดชุดกาวออกเนี่ย ลบภาพคุณหมอผู้แสนดีออกไปจนหมดเหลือแต่ความหล่อที่มาพร้อมกับความเจ้าเหล่เท่านั้นแหละ
 
“งั้นก็.....” ผมดึงแขนพี่หมอให้ลุกจากขอบอ่างอาบน้ำมายืนดีๆ ก่อนจะยัดมีดโกนหนวดใส่ในมือหนา “โกนเอง....ชิท์!!!” ผมบอก จะเดินออกจากห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้ากลับโดนร่างสูงดึงเอวบางเข้าหาตัวกลับไปซะก่อน
 
“เดี๋ยวดิ ทำให้เสร็จออกสิ ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะ.....” สายตาเจ้าเหล่มองสบตาผมผ่านกระจกเงา พี่หมอมันกอดผมไว้จากด้านหลัง ด้วยความสูงโคตรเปรตทำให้ปลายคงของพี่มันมาเกยอยู่บนไหล่ผม ฟอด!!!
 
“อ่ะ นี่นาย.....งี้ ครีมโกนหนวดติดแก้มผมเลยเห็นมั้ย เล่นอะไรเนี่ย...ปล่อย” ผมดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนคนตัวสูง ที่ยกมือสองข้างขึ้นมาประสานอ้อมแขนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย อยู่ท่านี้แล้วมันร้อนวูบแปลกๆ ยอมรับเลย >///<
 
“ปล่อยก็ได้ แต่ต้องโกนหมวดให้ผมให้เสร็จก่อน เร็วเข้า ผมจะได้อาบน้ำ” ผมพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เพราะรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเพิ่มขึ้นมาอีก ไอ้พี่หมอเมายาหรือไง ตามันนี่ส่อ.....โอ้ย!!! กูจะบ้า
 
“ปล่อยดิ” ผมบอก พี่หมอยิ้มขำๆ ก่อนจะหันหลังไปถอดเสื้อออก “เฮ้ย!! จะ....จะถอดทำไมเล่า เดี๋ยวค่อยถอดสิ” ไอ้พี่หมอหันกลับมา ผมอดไม่ได้ที่จะมองร่างกายหนากำยำ หน้าท้องเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหกลูกเรียงตัวกันอย่างสวยงานคล้ายนายแบบในนิตยาสารก็ว่าได้ เวอร์ล่ะ
 
“ก็เดี๋ยวจะอาบน้ำอยู่แล้วนา....มาเร็ว....ผมอยาก......” ผมเบิกตากว้าง เมื่อพี่มันเข้ามากระซิบข้างหูผมเสียงพร่า แถมคำพูดของมันก็ “อยากโกนหนวดให้เสร็จเร็วๆ...หึหึ”
 
“งี้! เดี๋ยวเหอะ! อยากได้เลือดหรือไงห๊ะ!!!”
 
“โอ๊ะๆ โธ่ แกล้งนิดเดี๋ยวเอง.....รู้มั้ยตอนคุณหน้าแดงเนี่ย น่ารักสุดๆเลยนะ” ยัง มันยังไม่หยุดพูดอีกนี่ถ้าหน้าผมไหม้ได้ มันคงดำไปทั้งหน้าแล้วมั้ง “ไม่เล่นแล้วๆ มาเร็วๆ หึหึ” บอกไม่เล่นแต่ แม่ง ขำไม่หยุดอ่า
 
 
วันนี้เป็นวันหยุดของไอ้พี่หมอครับมันเลยไปรับผมมาที่บ้านมันก็ตอนสายๆแล้วแหละ เห็นบอกว่าช่วงนี้เข้าเวรทั้งกลางคืนแล้วก็กลางวัน ถ้ามีคนไข้เคสพิเศษเข้ามาด่วนก็ต้องรีบไปทันที
 
ผมจะจำไว้ มีลูกมีหลานจะไม่ให้เป็นหมอ แม่งไม่มีเวลาให้กูเลย (อันนี้คือพาลช่ะ?) ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าก็เพิ่งออกเวรมาจากโรงพยาบาลเหมือนกัน เหนื่อยแทนอ่ะ
 
Tru............ Tru.............
 
ในระหว่างที่ผมรอพี่หมออาบน้ำอยู่เสียงโทรศัพท์บนเตียงใกล้ๆมือผมดังขึ้น ซึ่งเป็นของไอ้พี่หมอนั่นแหละ ปกติผมไม่ค่อยยุ่งกับโทรศัพท์ของมันเท่าไหร่เพราะผมคิดว่ามันเป็นของส่วนตัว แต่ผมกลัวว่าจะเป็นเรื่องงานเลยหยิบขึ้นมาดู ชื่อบนหน้าจอที่ปรากฏ มีตัวพีจุดย่ออยู่ก็น่าจะเป็นคนไข้ของมัน ผมเลยเดินไปหน้าประตูห้องน้ำ
 
“เน้! มีคนโทรมาอ่ะ น่าจะเป็นคนไข้นะ” ผมบอก ในห้องน้ำยังได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ก็น่าจะยังอาบน้ำไม่เสร็จ สำองสำอางจริงๆ ครึ้งชั่วโมงแล้วเนี่ย หรือมาหลับในไปแล้ววะ
 
“รับเลยกาย....รับได้ มีอะไรฝากไว้” พี่หมอบอก ผมรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่คนมีความลับกับผมแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่กล้ารับ ยืนชั่งใจอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะตัดสินใจรับสาย
 
“อะ....”
 
“พี่หมอค่ะ.....พริ้นรู้สึกแน่นอกอีกแล้วค่ะ....เนี่ยเป็นตั้งแต่โทรหาพี่หมอเมื่อคืนแล้ว พริ้นทำตามที่พี่หมอบอกแล้วนะคะ แต่ไม่หาย พี่หมอมาหาพริ้นที่คอนโดหน่อยนะคะ พริ้นไม่ไหวแล้ว” ชีไม่เว้นระยะให้ผมได้พูดเลยครับ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ร้ายนะ แทนที่จะไปหาหมอกลับให้หมอไปหา...ถึงคอนโดด้วย เหอะ!!!
 
“โทษนะ แน่นอกเพราะเสื้อในคับหรือเปล่าครับ หรือแน่นอกเพราะขาดของ อันนี้หมอช่วยไม่ได้นะครับ ถ้าหาคนช่วยไม่ได้คงต้องหาอุปกรณ์เสริมมาช่วยตัวเองแล้วล่ะครับ”
 
“นะ...นั้น...คะ......” ผมตัดสายทิ้งหลังจากที่ให้คำแนะนำที่แสนจะดีที่สุดสำหรับเธอไป แม่ง! แค่เสียงพูดกูก็รู้แล้วว่าอยาก.......ขนาดไหน ล่ะไว้ในที่เข้าใจตรงกัน
 
“.....................” ผมหันกลับไปทางประตูห้องน้ำ ถึงกับผงะเมื่อเห็นร่างสูง ออกมายื่นพิงกรอบประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยืนกอดอกมองผมนิ่งๆ มีผ้าขนหนูพันเอวจนเห็นไรขนใต้สะดือด้วย ต่ำไปไอ้หมอ (เรียกเหมือนเพื่อนเลยอ่ะ)
 
“กะ....ก็......คนไข้นายโรคจิตหรือเปล่าแค่แน่นอกถึงต้องโทรมาเรียกให้ไปหา เกินไปนะ หมอนะไม่ใช่ พิซซ่า เดลิเวอรี่ที่ หิวเมื่อไหร่ก็โทรสั่งๆน่ะ” ผมบอก ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาวติดกับปลายเตียง โธ่ มันออกมาตอนไหนเนี่ย เสียเซลฟ์หมด
 
“ไม่ได้ว่าอะไรเลยครับ.....ไหนดูซิ ใครโทร....” คนตัวสูงเดินมานั่งลงข้างๆก่อนจะเอามือมาโอบเอวผมไว้แบบหลวมๆ มันทำเนียนดูสิ แต่ช่างเหอะ “อ่อ.....น้องพริ้น” ผมหันขวับไปมองทันที เรียกน่งเรียกน้องด้วย ชิท์!
 
“มีคนไข้แบบนี้บ่อยหรอ......คงชอบล่ะสิท่า รักษายังไงคนไข้ถึงได้ติดใจแบบนี้เนี่ย” ผมถาม เหลือบมองคนข้างๆด้วยหางตา มันรู้สึกหงุดหงิดนิดๆอ่ะ
 
“ก็รักษาปกตินะ.......” ไอ้พี่หมอบอกหน้าตาย “โธ่กาย คุณอย่ามองแบบนั้นสิ ฟอด! ก็.....คนมันหล่อทำไงได้ล่ะ” นั่น หอมแก้มกูแล้ว ยังทำให้กูหมั่นไส้อีก หล่อ เหอะ ก็หล่อจริงน่ะนะ แต่แม่งหลงตัวเองที่สุดในสิบโลกเลย
 
“เน้ๆ ไหลไปเรื่อยแล้วนะ ไปแต่งตัวสักทีสิ นั่งหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้ ไม่อายบ้างหรือไง”
 
“ไม่เห็นมีอะไรต้องอายเลย หรือคุณอาย...” ผมเม้มปากเข้าหากัน ไอ้พี่หมอโยนโทรศัพท์ไปไว้บนเตียงก่อนจะขยับเข้ามาแนบชิดติดกับผมมากขึ้นอีก “กาย......” เสียงแบบนี้มัน แม่ง
 
“อะไรเล่า....” ผมขยับหนีแต่ก็ไม่พ้นวงแขนของคนตัวสูงอยู่ดี
 
“ไหนๆก็ไหนแล้ว เรายังไม่เคย......กันเลยนะ ไข่มุกขวางคอตลอดอ่ะ.....ผมไม่ไหวแล้ว...” ผมเม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ไอ้หมอบ้ามันพูดออกมาแบบไม่อายปาก ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เอ่อ ใช่เรายังไม่เคยทำเรื่องอย่างว่ากันหรอก
 
“จะบ้าหรอ...ปล่อยนะ เพิ่งออกเวรมาไม่เหนื่อยหรืองะ......อุ๊บ!!!” คำพูดของผมโดนคนข้างๆกลืนกินลงคอไปเสียแล้ว ร่างสูงกดจูบนุ่มนวลก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้อนแรงสลับกันไป
 
“สูบพลังไง แค่มีกายพี่ก็หายเหนื่อยแล้วนา......นะ” ใจแข็งไว้สิวะไอ้กาย ใจนะใจเต้นเบาๆหน่อยลูก แม่ง!!! บ้าจริงผมเกลียดสายตาเย้ายวนของพี่หมอตอนนี้เหลือเกิน มันคือหลุมพรางดีๆนี่เอง
 
ผมจ้องมองสบตาคนตรงหน้าอย่างหลงใหล กว่าผมจะรู้ตัวเองทีก็ตอนที่ริมฝีปากร้อนเข้ามาครอบครองริมฝีปากนุ่มของผมซะแล้ว รสจูบอ่อนหวานเชื้อเชิญให้ผมสอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสภายในโพรงปากของอีกคนแทนที่ผมควรจะรอให้ลิ้นร้อนเข้ามาในปากผมก่อน
 
“อื๊อ.......นะ....นี่....ปล่อยนะ.....ไม่งั้นโกรธจริงๆด้วย” แล้วสุดท้ายผมก็ตัดสินใจผลักออก ไม่ยอมๆ ไม่ยอมเว้ย!!! ไอ้พี่หมอน่ะ เจ้าเหล่จะตาย ผมเปลืองตัวขาดทุนกับมันตลอดอ่ะ คนแบบนี้ต้องเล่นตัวซะให้เข็ด
 
“โธ่ กาย......ดูสิเนี่ย....” ร่างสูงคอตก ก่อนจะพูดบอกและเบนสายตาให้ผมมอง เอ่อ....ไอ้นั่นของมันอ่ะ “เห็นมั้ย นานะ ...... อย่าใจร้ายนักเลย” ผมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและขยับหลบมือหนาที่ยื่นมาคว้าตัวผมจนสุดแขน
 
“ไม่เว้ย!!! ไปเดินเล่นดีกว่า แปร่บๆ” ผมแลบลิ้นใส่พี่หมอ ก่อนจะออกจากห้องมายืนอมยิ้มยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงบ่นงึมงำเบาๆมาจากด้านในก่อนจะเงียบไป เดี๋ยวรอให้มันนอนหลับแล้วค่อยกลับเข้าไปใหม่ อ่าๆๆ คึคึ
 
“อ้าวกาย....มายืนทำอะไรหน้าห้องล่ะลูก” อุ๋ย! เสียงแม่ของพี่หมอเปิดประตูห้องข้างๆออกมา ท่านรู้จักผมดีครับเพราะพี่หมอพามาบ่อยๆ และดูเหมือนท่านจะเข้าใจเราดีว่าเรามีความสัมพันธ์กันยังไง
 
“เอ่อ คือ พี่....รักษ์ เค้าพักผ่อนน่ะครับ กายไม่อยากกวน” ผมบอกพร้อมกับยิ้มให้ อยู่ต่อหน้าผู้ผมต้องเรียกพี่รักษ์ครับ ท่านยิ้มตอบกลับมาเ
 
“ลงไปเดินเล่นข้างล่างก็ได้นะ ในสวนหลังบ้านร่มรื่นดี.....เดี๋ยวแม่จะออกไปหาพ่อหน่อย ตามสบายนะลูก” ท่านจับแขนผมอย่างคุ้นเคยก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง
 
ดูเหมือนพ่อกับแม่พี่หมอจะตามใจมันนะ ตอนเรากินข้าวด้วยกันไอ้พี่หมอมันคุยเรื่องงานกับพ่อนี้แบบเออออตามตลอด ไม่มีขัดส่วนแม่นี่แล้วใหญ่ทั้งตามใจทั้งหวงทั้งห่วง เดี๋ยวซื้อนั่นซื้อนี่มาให้ ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้า บางทีก็เผื่อแผ่มาถึงผมด้วย
 
ผมลงไปเดินเล่นในสวนสักพักก็เข้ามาในบ้านและกลับขึ้นมายังห้องนอน ไอ้พี่หมอหลับเป็นตายเลยครับ ผมนั่งลงข้างๆร่างหนา มองหน้าคมเข้มที่มองกี่ทีกี่ทีก็ต้องยอมรับว่าดูดีเกินใคร แต่ก่อนผมยอมรับก็ได้ว่าเคยหลงชอบพี่หมอเพราะหน้าตา แต่พอยิ่งอยู่ใกล้ผมก็ยิ่งหลงรักในความเป็นตัวเองของตัวเองของมัน อ่ะๆ อย่าบอกมันล่ะ 
 
ผมโน้มหน้าลงหอมแก้มร่างหนาเบาๆกลัวเหลือเกินว่าพี่มันจะตื่นขึ้นมาเห็น ผมอมยิ้มให้กับสิ่งที่ผมทำลงไป ก่อนจะนอนลงข้างๆ มองหน้าคนตรงหน้าไปสักพักก็เผลอหลับตามไปด้วย
 
Tru………. Tru………….
 
“อือ..........” เสียงรบกวนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนของผมดังขึ้น ผมบิดตัวเล็กน้อย ความรู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรมารัดตัวไว้จนแน่น
 
ผมลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพพร่ามัวตรงหน้าคุ้นๆ  อ่ะ!!! ที่แท้ก็โดยไอ้พี่หมอกอดรัดไว้นี่เอง แต่ว่า....รับโทรศัพท์ก่อนดีกว่า คงเป็นเซฟที่โทรมา
 
“อืม.........” เสียงทุ้มต่ำครางออกมาเมื่อผมขยับตัวแค่นิดเดียว “กาย....” เออ ผมดีใจมากที่ได้ยินชื่อผมคนแรกออกมาจากปากบางนั่น ทั้งที่มันยังไม่ลืมตา
 
“ว่าไงเซฟ.......” ผมรับโทรศัพท์ ไอ้พี่หมอลืมตาขึ้นมามอง ผมทำปากให้คนข้างๆอ่านว่า ไอ้เซฟโทรมา พี่หมอพยักหน้ารับก่อนจะหอมแก้มผมและลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ
 
“กินข้าวยัง....กูไปรับมั้ย........”เซฟถาม
 
“เอ่อ.....ไม่ต้องหรอกกูอยู่ข้างนอกน่ะ กี่โมงแล้วเนี่ย” ผมลุกขึ้นมานั่ง มองไปรอบๆห้องเผื่อดูนาฬิกา
 
“บ่ายสองแล้ว อยู่กับพี่หมอหรอ.......งั้น แค่นี้นะ” มันพูดจบก็ตัดสายไปเลยครับ อะไรของมันเนี่ย จู่ๆก็วางไปไม่บอกไม่กล่าวเลย ผมมองโทรศัพท์ในมือแบบงงๆ
 
“มีอะไร...หืม” พี่หมอถาม
 
“ไอ้เซฟน่ะ ไม่มีอะไรหรอก....ร้อนอ่ะ อาบน้ำได้มั้ย” ผมว่า ก่อนจะลุกจากเตียง
 
“ได้สิ.....จะให้ช่วยอาบให้ก็ได้นะ” นั่นไง หื่นไม่ปันใครหรอกคนนี้น่ะ มองแต่หน้าหารู้ใจมันไม่ กูเริ่มเกลียดคนหล่อล่ะ (เกลียดอะไรได้อย่างนั้น)
 
 
ผมกับพี่หมอออกมาทานข้าวข้างนอก จากนั้นก็เดินเล่นกันจนถึงเย็น ก่อนที่เราจะเข้ามาที่ร้าน ตอนนี้ยังไม่มีใครมา ผมไล่พี่หมอกลับไปพักผ่อนที่บ้านแต่ว่ามันไม่ยอมกลับ บอกว่าจะอยู่รอกลับพร้อมผม ผมก็เลยให้นอนพักที่ห้องทำงานเนี่ยแหละ จะให้ไปนอนห้องไอ้เซฟก็ไม่ไป ยอมนอนโซฟา
 
“มานาน.......ยัง” ผมนั่งทำงานจนเสร็จไม่นานไอ้เซฟก็มาถึง มันหันไปมองพี่หมอตรงโซฟาก่อนจะหันมาถามผม
 
“ตั้งแต่เย็น มึงไปไหนมา ไลน์ไปก็ไม่ตอบ” ผมถาม ไอ้เซฟเดินมานั่งลงบนโต๊ะทำงานที่ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
 
“กินข้าวกับกิ๊กมา....มีไรให้กูทำอีกมั้ย” มันดึงเอกสารที่นั่งทับอยู่ออกมาดู โซฟามีไม่นั่งเสือกนั่งบนโต๊ะทำงานนะมึง
 
“ไม่มี มึงลงไปดูข้างล่างเหอะ ไอ้ธารไม่มาน่ะ คงอยู่ดูแลลีวายส์” ผมบอก ไอ้เซฟพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป พูดถึงไอ้ธาร แม่ง มันทำลูกกูเจ็บ.....เฮ้อ!!! แต่ก็นะ มันรักของมันผมรู้ มันรักมากด้วยยังไงซะสักวันเรื่องแบบนั้นก็เกิดขึ้นอยู่ดี แต่ผมจะไม่พูดกับมันสามวัน ผมบอกแล้ว หึ! แค่ไลน์ไปถามอาการลีวายส์เฉยๆ  =_=^
 
“นี่! นาย....นี่! ผมจะลงไปข้างล่างนะ ได้ยินหรือเปล่า” ผมเขย่าตัวพี่หมอเบาๆ พี่มันหลับเป็นตายครับ เรียกอยู่หลายครั้งกว่าจะรู้สึกตัว
 
“ครับ.....อืม.....คุณจะกลับกี่ทุ่มก็เรียกแล้วกัน อืม....ยิ่งนอนก็ยิ่งง่วงหรือเปล่าเนี่ย” พี่หมอยกมือขึ้นตบท้ายทอยเบาๆ
 
“นอนต่อเหอะ วันนี้ไอ้ธารไม่มาผมว่าจะกลับดึกหน่อย ก็บอกให้กลับไปนอนบ้านก็ไม่ยอมกลับ เดี๋ยวผมไปดูข้างล่างก่อนแล้วกัน” ผมบอก พี่หมอพยักหน้ารับจากนั้นผมก็ลงมาด้านล่าง
 
วันนี้แขกในร้านเยอะเหมือนทุกวัน เสียงวงดนตรีของรุ่นน้องที่พึ่งจะเข้ามาเล่นไม่กี่วันเล่นเพลงร็อคหนักๆพาให้คนฟังเต้นตามอย่างเมามันส์ ผมมองหาเพื่อนตัวเองว่านั่งอยู่มุมไหน ไม่นานก็เจอ เซฟอยู่กับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง มันกำลังยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับคนในกลุ่มสี่ห้าคนก่อนจะยกขึ้นดื่ม
 
“อ้าว หวัดดีกาย” ไอ้เทสทักผม เป็นเพื่อนที่รู้จักกัน เพราะมันเป็นขาประจำที่นี่
 
“หวัดดี....ไม่พาเมียมาด้วยล่ะ” ผมแขวะมัน เพราะไอ้เหี้ยนี่มีเมียแล้วแต่ดันหิ้วกิ๊กมานั่งด้วยน่ะสิ ผู้ชายก็นะ...แม่ง มีแล้วยังจะไม่พอ
 
“โธ่.....อย่าพูดงี้ดิ คืนนี้ผมโสดคร้าบบบ” มันพูดก่อนจะหันไปหอมแก้มกิ๊กมันฟอดใหญ่
 
ผมปัดมือเซฟออกจากตักมันก่อนจะนั่งลงบนตัก เพราะไม่มีที่นั่งว่าง ทุกคนรู้ดีว่าผมกับเซฟสนิทกันมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะใกล้ชิดกันแบบนี้
 
เซฟมองผมเล็กน้อยก่อนจะผลักผมออกเบาๆ เหมือนไม่ให้นั่งแต่ผมขืนตัวไม่ยอมลง อะไรของมันวะ ผมเหล่ตามองมันอย่างเคืองๆ มันถึงได้ยอมให้ผมนั่งดีๆและยกมือขึ้นมากอดเอวผมไว้กันหล่น
 
“ดื่มมั้ย....” เซฟถามระหว่างที่เรานั่งคุยกันไปสักพัก ผมดึงแก้วในมือมันมาดื่ม งี้
 
“ไอ้เซฟ มึงดื่มเพียวๆเลยเนี่ย เดี๋ยวก็เมาหรอ ไอ้บ้า!!!” ผมหันกลับไปว่ามัน เท่านั้นแหละ เพิ่งเห็นว่ามันเริ่ม ตาเยิ้มๆล่ะ ผมรู้ว่ามันคอแข็งแค่ไหนแต่ว่าถ้าเป็นเหล้าเพียวๆแบบนี้ใครไม่เมากูให้ถีบเลย
 
“ไม่...เมา....นา” เสียงแหบเชียว เนี่ยนะเรียกไม่เมา
 
“ไปๆ ไม่ให้ดื่มแล้ว เฮ้ยพวกมึง กูขอตัวก่อนนะ.......” ผมบอก วางแก้วเหล้าในมือไว้บนโต๊ะ ก่อนจะดันตัวมันออกเอาแขนมาพัดบ่าผมไว้ หนักอ่ะ! “เฮ้ย! ไอ้แมนทางนี้เว้ย” ไอ้แมนพอดี ผมเลยเรียกมันให้มาช่วยพาไอ้เซฟไปด้านบน
 
“แดกไรนักวะ.....มึงออกไปดูข้างล่างเหอะ เดี๋ยวกูจัดการเอง” ไอ้แมนบอก
 
“ไม่อ่ะ มึงไปเหอะ กูดูไอ้เซฟเอง” ไอ้แมนมองผมกับเซฟสลับกันก่อนจะพยักหน้าและเดินออกไปจากห้อง ผมมองร่างหนาบนเตียงก่อนจะส่ายหน้าไปมา เฮ้อ! น้อยครั้งนะที่มันจะเมาแบบนี้เป็นไรของมันวะ
 
“กาย.....กาย.....มึงรักกูป่ะ” เซฟปรือตาขึ้นมามองผม ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งในขณะที่ผมเช็ดหน้าให้มัน ถามอะไรของมันน่ะ เฮ้อออ
 
“เออๆ รักๆ กูเพื่อนมึงนะ ทำไมจะไม่รักมึง กิ๊กคนไหนทิ้งมาล่ะเนี่ย” เพราะผมนั่งใกล้มันมากเซฟเลยเอนหัวลงมาซบกับไหล่ผม คล้ายกับว่าเรากำลังกอดกันอยู่
 
“กูรักมึงนะ.....” มันพูดบอกเสียงพร่า ผมนิ่งเงียบไปก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบหลังมันเบาๆ “กูขอโทษ” มันบอกอีก ผมรู้และรู้ดีว่ามันขอโทษเรื่องอะไรแต่ผมแค่ไม่อยากให้เรื่องในอดีตเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง
 
“อืม....นอนนะเซฟ กูอยู่กับมึงเนี่ย นอนนะ” ผมบอก เซฟยกมือขึ้นกอดเอวผมไว้ เหมือนมันกลัวว่าผมจะทิ้งมันไป
 
แกร๊ก!!!
 
ผลั่ก!!!
 
“ไอ้สัด! มึงทำอะไรห๊ะ!!!” จู่ๆ พี่หมอก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง กระชากผมออกจากตัวเซฟ ก่อนจะเข้าไปดึงคอเสื้อคอบนเตียงและซัดหมัดใส่โดยที่ผมห้ามไม่ทัน
 
“นี่!!! หยุดนะ มันเมา!!! บ้าไปแล้วหรอ ดูบ้างเซ้!!!” ผมเข้าไปขว้างพี่หมอไว้ หันกลับไปมองเซฟที่ตอนนี้เริ่มสร้างเมาเพราะโดนหมัดหนักจนปากแตก
 
“ถึงเมามันก็ควรจะรู้ตัว...ว่ากำลังทำอะไรอยู่!!!!” พี่หมอมีสีหน้าโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัด พี่มันขึ้นเสียงใส่ผมอย่างโหดอ่ะ จะบ้าหรือไงวะ แค่นี้ก็โกรธ
 
“ไอ้เหี้ย!!!” เสียงเซฟดังขึ้นจากด้านหลังผม มันผลักผมออกและเข้าหาพี่หมอแต่เพราะมันเมามากแค่พี่หมอออกแรงผลัก มันก็ล้มกลับลงไปบนเตียง แถมยังตามไปดึงคอเสื้อมันอีก
 
“นี่!!! ปล่อยเซฟเดี๋ยวนี้!!! มันเป็นเพื่อนผมนะ!!!!” ผมตะคอกใส่พี่หมอเสียงดัง พี่มันขบกรามจนเส้นเลือดผุดบนแก้มก่อนจะสะบัดมือออกจากคอเสื้อเซฟและหันมาคว้าแขนผม ออกแรงบีบหนักๆ
 
“หยุดหลับหูหลับตาสักทีกาย!!!  ยิ่งคุณทำแบบนี้มันก็จะยิ่งยาก คุณจะให้ความหวังมันหรือไงกัน คุณรู้ไม่ใช่หรอ ว่ามันคิดกับคุณเกินเพื่อน!!!” พี่หมอออกแรงบีบแขนผมหนักขึ้นจนรู้สึกเจ็บ
 
ผมรู้ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเซฟคิดกับผมเกินเพื่อน แต่ด้วยความที่เราสนิทกันมาก ผมแค่ไม่อยากให้มันอึดอัด ผมรักเพื่อนคนนี้มากไม่อยากสูญเสียมันไปเหมือนครั้งก่อนที่เคยเกินขึ้นมาแล้ว
 
เซฟเคยบอกรักผม แต่ผมปฏิเสธมันไป ทำให้ทั้งผมและมันไม่กล้ามองหน้ากัน ผมเสียใจที่ทำร้ายจิตใจของเพื่อนที่ผมรักมาก เลยไม่กล้าคบกับมันต่อ ช่วงเวลานั้นมันเหมือนผมฝันร้าย ผมนอนร้องไห้ทุกคืน ยิ่งกว่าคนหกอัก เอาแต่โทษตัวเองว่าผมทำร้ายมัน
 
จนกระทั้งผมนึกสนุกขึ้นมา พอดีแม่เพิ่งซื้อรถใหม่ให้ ผมเลยแอบพวกไอ้ธารไปลงแข่ง แต่มันกลับไม่สนุกอย่างที่คิด ผมรถคว่ำบาดเจ็บบางตาย ผมโดนไอ้ธารด่าว่าจนหูชาและสั่งห้ามไม่ให้คิดเรื่องจะแข่งรถอีกเลย แต่ตอนปีสามปีสี่ก็ยังแอบๆไปแข็งบ้าง
 
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำเอาพวกไอ้ธารวิ่งวุ่นกันไปหมด รวมทั้งเซฟด้วย เราไม่เคยทิ้งกันเราไม่เคยห่างกันเลย เพราะแค่มันบอกรักผมถึงกับทำให้เราเลิกคบกันเป็นเพื่อนได้ ไอ้ธารกับไอ้แมนเลยให้เราปรับความเข้าใจกัน ผมกับมันถึงได้กลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิม
 
ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันยังไม่สามารถตัดใจจากผมได้ แต่ผมก็ทำเป็นไม่รู้เพราะไม่อย่าเสียมันไปจริงๆ ผมรักมันนะ เพราะมันคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม ผมไม่อยากให้มันเสียใจ
 
“ช่างผมสิ! อย่ามาขึ้นเสียงกับผมนะ แล้วก็มาทำร้ายเพื่อนผมด้วย” พยายามแกะมือหนาออกจากแขน ที่เริ่มเพิ่มแรงบีบหนักขึ้นไปอีกเมื่อผมพูดบอกแบบนั้น สายตาดุดันจ้องมองผมเขม็ง
 
“กาย......คุณรักมันหรอ ผมถามหน่อย ถ้าคุณรักมันในถานะเพื่อนคุณก็ไม่ควรทำแบบนี้ แทนที่มันจะจบ มันก็จะไม่จบสักที เข้าใจมั้ย!!!”
 
“ผมไม่ยอมทำร้ายเพื่อนผมหรอก เซฟมันรู้ว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ ผมก็รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ เราโตแล้ว.....ผมเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ ปล่อยผม.......ผมเจ็บ!!” พี่หมอหอบหายใจออกมาแรงๆก่อนจะปล่อยมือออก
 
“ถ้าถึงตอนนั่นมันไม่ยอมจบ ผมจะทำให้มันจบเอง......คุณค่อยดู!!!” พี่หมอเดินออกไปจากห้องอย่างหัวเสีย หลังจากพูดจบ
 
ผมยืนมองแผ่นหลังกว้างเดินออกไปก่อนจะหันมาหาเซฟ มันยันตัวลุกขึ้นมาปรือตาขึ้นมองผมช้าๆ เหมือนมันจะได้ยินทุกอย่างที่ผมกับพี่หมอคุยกัน
 
“กูขอโทษ”เซฟพูด ผมซบหน้าลงกับไหล่กว้างก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหล่ออกมา “กูขอโทษ กาย” เซฟพูดอีก ผมส่ายหัวให้มันก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง
 
“มึงไม่ผิดเลย.....เซฟ” ผมไม่ได้ให้ความหวังมันนะ เพราะผมไม่เคยปิดเรื่องพี่หมอ มันก็ไม่เคยเคืองพี่หมอเลยเวลาเห็นพี่หมออยู่กับผม เพราะเราเข้าใจกันดี
 
ผมรู้ว่าเซฟรักผมและผมก็ไม่มีวันทำร้ายมันด้วยการบอกให้มันเลิกรักผม เซฟรู้ว่าผมรักใครและมันจะไม่มีวันทำร้ายผมเช่นกัน
 
<<<<<<<<<TBC>>>>>>>>>>
 
สงสารใคร.......
พี่หมอ.... กาย แม่ง! รักเพื่อนมากกว่าผม!
เซฟ....     กายรักพี่หมอ ผมรู้....
กาย....     T.T
#ไม่ชอบอย่าด่า....เม้มว่ากันนิดๆได้ คริคริ

หายไปไม่นานเนอะ :katai3:  :katai3:  :katai3:

แอบแว๊บมาลงเบื่อหนังสือกะลังเตรียมสอบโทอิคอยู่จร้า

เจอกันเมื่อนักอ่านต้องการ  :mew1:  :mew1:  :mew1:


ออฟไลน์ Au_y

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ขอให้สอบผ่าน และได้คะแนนดีดี
เป็นกำลังใจให้นะ  สู้สู้ ^^

รอลุ้น รออ่านต่อ
ถ้ามีเวลามาลงต่ออีกนะ
รอ รอ รอ รอ

ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
สงสารเซฟแหละกัน
เพราะสุดท้านก็ไม่ได้กายอยู่ดี

ออฟไลน์ nunda

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
โอยๆๆๆๆๆ  อยากจะบอกว่าอิชั้นไปอยู่ไหนมา
ถึงได้พลาดเรื่องนี้ คือมันสนุกมากอ่ะ ชอบอย่างแรง
อยากจะตบตีตัวเองที่ไม่ยอมคลิกเข้ามาอ่าน โฮๆๆๆ
ตอนต่อๆๆๆๆๆไปจะไม่พลาดแน่นอนค่ะ  ^^

ออฟไลน์ iammz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +292/-6
ฮือ~ เซฟน่าสงสาร

 :mew2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
ลุ้นให้น้องแพ็คเข้ามาเยียวยาหัวใจเชฟซักที

ออฟไลน์ ampmiya^^

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-0
Older Brother.....30
 
“พี่ธาร....คึคึ....ลีวายส์จั๊กกะจี้ฮะ....คิคิ....” อ่าๆๆ ช่วยด้วยฮะ พี่ธารจะกินลีวายส์อ่ะ คึคึ อย่าคิดไกลๆ ลีวายส์แค่หมายถึงพี่ธารกำลังกัดหูลีวายส์ต่างหาก คึคึ
 
“กวนจริงๆ ทำงานอยู่เห็นมั้ย!” พี่ธารดึงเอวลีวายส์จากบนโต๊ะทำงานให้นั่งลงบนตักเมื่อกี้ก่อนจะงับหูลีวายส์ฮะ ก็นอนอยู่เฉยๆมันน่าเบื่อนี่นา ลีวายส์หยุดเรียนวันนี้เป็นวันที่สองล่ะ วันนี้ว่าจะไปแต่พี่ธารไม่ให้ไปอ่ะ บอกว่าพักอีกวันให้รอยเหมือนยุ่งกัดที่คอหายก่อน
 
“ก็ลีวายส์เบื่อนี่ฮะ ไม่เห็นมีอะไรทำเลยอ่ะ” ลีวายส์เอียงศีรษะซบลงกับแผงอกกว้างของพี่ธาร
 
“หาอะไรทำดีล่ะ หืม! หรือว่า.....” พี่ธารก้มหน้ามองลีวายส์ ลมหายใจอุ่นๆจากร่างสูงเป่ารสลงมาตรงหน้าผากลีวายส์เบาๆ จุ๊บ! อ่า โดนจุ๊บปากอีกแล้ว
 
“อ่า........คึคึ....ไปข้างนอกฮะ นะๆๆๆๆ จุ๊บ!!! พี่ธารคนดี!” คึคึ ลีวายส์จุ๊บปากพี่ธารคืนด้วย ลีวายส์อยากไปเดินเล่นข้างนอกบ้างอ่ะ พี่ธารนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
 
“งั้น....เดี๋ยวออกไปข้างนอกกัน” วันนี้พี่ธารใจดีอ่ะว่ามั้ย คึคึ
 
“เย้ๆ ไปฮะ ไปดูหนังกัน ไปกินไอติมด้วย ไปซื้อเกมด้วย” ลีวายส์บอกอย่างดีใจ ไม่บ่อยนักหรอกที่ลีวายส์จะได้ออกไปไหนมาไหนกับพี่ธาร เพราะพี่ธารชอบทำงานมากกว่าเที่ยว ส่วนใหญ่พี่กายพาไปตลอด
 
“ใครบอกจะไปดูหนัง แล้วใครบอกจะซื้อเกมให้” พี่ธารพูดเสียงเรียบหน้าตายมากอ่ะ ลีวายส์ว่าอันนี้คงต้องใช้ลูกอ้อนหน่อยแล้ว
 
“ก็ลีวายส์อยากดูนี่นา เราไม่เคยไปดูด้วยกันเลยนะฮะ ลีวายส์อยากไปดูกับพี่ธารนะฮะ จุ๊บ!! นะๆ เดี๋ยวลีวายส์เลี้ยงเองก็ได้ นะๆๆ นะฮะ พี่คนดี จุ๊บ!!!”
 
“พอๆ หยุดเลย! หยุดทำท่าแบบนั้นเลย เดี๋ยวจะเปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่นแทนหรอก” อย่างอื่น คืออะไรอ่ะ  “หนังน่ะไม่ดู แต่พาไปกินไอติมได้ ส่วนเกมไม่ต้องซื้อ จะพาไปซื้ออย่างอื่นแทน” พี่ธารอุ้มลีวายส์ให้ลุกขึ้นจากตักแล้วตัวเองก็ลุกตาม
 
“ก็ได้ฮะ แล้วซื้ออะไรล่ะ หนังสือมีเต็มแล้วนะฮะ เยอะจนอ่านไม่หมดแล้วอ่ะ.........” พี่ธารชอบซื้อหนังสือให้ลีวายส์บ่อยๆ แต่ก็ถามก่อนเสมอว่าชอบหรือไม่ชอบ พี่ธารบอกว่าให้อ่านหนังสือเยอะๆ จะได้มีความรู้รอบตัวเยอะๆ
 
“พี่ธารให้ลีวายส์ขี่หลังไปเปลี่ยนเสื้อด้วยฮะ” ลีวายส์พูด ก่อนจะเกาะหลังพี่ธาร พี่ธารเหล่มองลีวายส์ด้วยหางตาแบบเซ็งๆแต่ก็ยอมย่อตัวลงให้ลีวายส์ขี่หลังอยู่ดี
 
“โอ้ย!!! ปวดหลัง” พี่ธารบ่น ลีวายส์เลยก้มลงหอมซอกคอพี่ธารทีนึ่ง อ่าๆๆ พี่ธารบ่นตลอดอ่ะ เพราะว่าสองวันที่หยุดเรียนมาลีวายส์เกาะพี่ธารอย่างกะลิงเลย
 
 
 
 
“พี่ธาร...ลีวายส์ร้อนฮะ เสื้อตัวนี้อ่ะ” พี่ธารมองลีวายส์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็เมื่อกี้อ่ะพี่ธารแต่งตัวให้ ลีวายส์ใส่กางเกงขาสั้นแต่ไม่สั้นมากนะพี่ธารไม่ชอบ กับเสื้อโปโลคอปกแบรนด์หนึ่ง แต่พี่ธารอ่ะ ติดกระดุมคอให้ด้วย ก็เลยร้อน
 
“อย่าบ่นนา เดี๋ยวเข้าห้างแล้วก็หายร้อนเองแหละ พูดมากจริงๆ เดินไปเองมั้ย” พี่ธารใจร้าย ลีวายส์ทำปากยื่นหน้าง้อใส่ก่อนจะนั่งกอดอกหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง “ประสาท!” อื๊อออ พี่ธารผลักหัวลีวายส์ฮะ โดนกระจกรถดังโป๊ก!!! เลยอ่ะ
 
“โกรธแล้ว โกรธพี่ธารแล้วด้วย!” ลีวายส์ลูบหน้าผากตัวเองเบาๆหลังจากบอกพี่ธารออกไป ว่าโกรธ เดี๋ยวลีวายส์จะแกล้งไม่ลงจากรถค่อยดู
 
“เอ้า! ลงมา ...........” ไม่นานเราก็มาถึง พี่ธารลงจากรถจะเดินเข้าไปในห้างแต่พอหันมาเห็นว่าลีวายส์ยังไม่ลงจากรถ เลยเดินกลับมาเปิดประตูรถข้างลีวายส์ดู
 
“ไม่ลง! ลีวายส์โกรธพี่ธาร” ลีวายส์บอก ก่อนจะเบือนหน้าหนี งอนด้วย -*-
 
“ได้ งั้นมึงก็อยู่ในรถไปก็แล้วกัน!” พี่ธารปิดประตูลงและเดินออกไป อ่า พี่ธารไปจริงๆด้วยอ่ะ
 
ลีวายส์นั่งมองแผ่นหลังของพี่ธารที่กำลังเดินผ่านประตูเลื่อนของห้างเข้าไปข้างใน แต่แล้วจู่ๆ ร่างสูงก็หยุดเดิน หมุนตัวกลับมาใหม่ คึคึ พี่ธารมาง้อด้วยแหละ
 
“อ่ะ....พะ....พี่ธาร” พี่ธารเปิดประตูรถ ก่อนจะก้มลงมาช้อนร่างลีวายส์ขึ้นอุ้มไว้ในอ้อนแขน “พี่ธารฮะ ปล่อยๆ...” ลีวายส์บอกแต่ไม่กล้าดิ้นกลัวพี่ธารจะทำลีวายส์ตก
 
“หายโกรธยัง!...หืม!” โธ่ พี่ธารอุ้มลีวายส์เข้ามาในห้างแล้วฮะ คนเยอะด้วยอ่ะ ลีวายส์อายจนหน้าร้อนหมดแล้วเนี่ย
 
“หายๆ หายโกรธแล้วฮะ พี่ธารปล่อยนะ อายเค้า” ลีวายส์มุดหน้าลงกับแผงอกของพี่ธาร พี่ธารก็เดินไม่หยุดซะทีอ่ะ คนมองเต็มเลยฮะ
 
“หึ! ทีหน้าทีหลังจะทำแบบนี้อีกมั้ย” พี่ธารถาม ลีวายส์สั่นหัวตอบ และแล้วพี่ธารก็หยุดเดินก่อนจะปล่อยให้ลีวายส์ลงมายืนดีๆ เล่นเอาลีวายส์เข่าอ่อนเลยอ่ะ ลีวายส์ทำปากยื่นใส่ก่อนจะใช้กำหมัดทุบหน้าท้องคนตรงหน้าไม่แรงนัก
 
“พี่ธารอ่ะ!.......โอ๊ะ! ร้านไอติม ไปกินไอติมก่อนจะฮะ” ลีวายส์จับมือพี่ธารและดึงให้พี่ธารเดินตามไปยังร้านไอติมใกล้ๆ อยากกินจะแย่อยู่แล้ว
 
“ไปซื้อของก่อน มา!” แต่ว่าพี่ธารจับข้อมือลีวายส์และออกแรงดึงกลับเพียงนิดเดียวลีวายส์ก็โดนพี่ธารกอดคอพาออกมาจากหน้าร้าน
 
 
 
“เลือกสิ ชอบแบบไหน” ลีวายส์ยืนดูโทรศัพท์รุ่นใหม่ในตู้กระจกใสตรงหน้า ที่แท้พี่ธารก็พามาซื้อโทรศัพท์นี่เอง
 
“ซื้อให้ลีวายส์หรอฮะ” ลีวายส์ถามอย่างตื่นเต้น เพราะนี่คือเครื่องแรกในชีวิตเลยล่ะ ทั้งที่ลีวายส์ก็เล่นของพี่ธารบ่อยมากแต่ก็อดดีใจไม่ได้
 
“ให้แมวมั้ง.....เลือกเร็ว” พี่ธารว่า
 
“เอาอันที่เล่นเกมได้เยอะๆฮะ” ลีวายส์บอก พี่ธารเหลือบผมลีวายส์นิดๆ ก่อนจะส่ายหน้าให้ มีพี่พนักงานสาวสวยยืนยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้างตู้กระจกใสด้วย
 
“งั้น.....เอาตัวนี้” พี่ธารบอกกับพนักงานสาวสวย อ้าวไหนบอกให้ลีวายส์เลือกอ่ะ ตลอดเลยพี่ธารเนี่ย
 
“ไม่ต้องเหล่กู รู้นะคิดอะไร ของตัวเองน่ะ ไปซื้อโน้น” พี่ธารชี้ให้ลีวายส์มองตามไปยังร้านไอสตูดิโอ ลีวายส์ถึงกับยิ้มกว้างเลยล่ะ
 
 
“พี่ธารซื้อให้ทำไมอ่ะ ไหนบอกจะซื้อให้ตอนจบมอหกไงฮะ” ลีวายส์ นั่งเล่นไอโฟนตัวใหม่ล่าสุดของตัวเองที่พี่ธารเพิ่งซื้อให้สดๆร้อนไปพลางกินไอติมไปพลาง ส่วนพี่ธารก็ นั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเองไปด้วย
 
“จำเป็น แต่ถ้าทำพังหรือหาย จะไม่ซื้อให้ใหม่!!! เข้าใจนะ” พี่ธารเน้นคำว่าไม่ซื้อให้ใหม่ซะน่ากลัวเชียว ก่อนจะหันมาเช็ดมุมปากให้ลีวายส์ เรานั่งร้านไอติมและนั่งโต๊ะด้านเดียวกันฮะ
 
“รู้แล้วนา ลีวายส์ไม่กล้าทำพังหรอก ถ่ายรูปเล่นนะฮะ.....” ลีวายส์เปิดกล้องหน้า ยื่นแขนสั้นๆออกไปโฟกัสให้เห็นหน้าลีวายส์แล้วก็พี่ธารด้วย “ยิ้มหน่อยสิฮะ”
 
“ปัญญาอ่อน....ไม่ถ่าย!” พี่ธารไม่ยอมยิ้มอ่ะ แถมยังก้มหน้า ดูโทรศัพท์ของตัวเองอยู่นั่นแหละ ลีวายส์เลยยืดตัวขึ้นกอดคอพี่ธารไว้ พอจังหวะที่พี่ธารหันมาลีวายส์ก็กดถ่ายทันที คึคึ
 
“งี้.....พี่ธารตาเหล่ด้วยอ่ะ คึคึ”
 
“เดี๋ยวเหอะ! รีบกินเร็ว เดี๋ยวจะพากินข้าวก่อนกลับ มัวแต่เล่นอยู่นั่นแหละ” อ่าๆๆๆ คิดเหมือนลีวายส์มั้ยว่าเดี๋ยวนี้พี่ธารขี้บ่นจัง เดี๋ยวงับหูพี่ธารเลยนี่ คึคึ
 
“กินอะไร! กินอะไร!.....” อันนี้ลีวายส์ร้องเพลงกวนพี่ธารฮะ เพราะว่า......เราเดินวนร้านนั่นร้านนี่มาหลายรออบล่ะ แต่คนเยอะเกิน “กินอะไร! พี่ธาร...หิวแล้วนะฮะ”
 
“รู้แล้วๆ คนเยอะเห็นมั้ย” มือหนาบีบจมูกลีวายส์อย่างหมั่นไส้ ลีวายส์เลยงับแขนพี่ธารกินซะเลย งับๆๆ
 
“อ้าว....คุณธาร” โอ๊ะ!!! เราเจอคุณแพ็ทด้วย เธอเดินเข้ามาทักพี่ธาร ลีวายส์ยกมือไหว้คุณแพ็ท เธอสวยจัง “มาทำอะไรแถวนี้หรอคะ” คุณแพ็ทดูดีมากจนน่าอิจฉาอ่ะ ลีวายส์มองเลยไปด้านหลังก็เห็นนายแพ็คยืนหน้าหยิกอยู่ด้วยล่ะ ชิท์!!!
 
“มาซื้อของนิดหน่อยครับ ขอโทษด้วยที่ผมไม่ได้เข้าบริษัท” พี่ธารบอก เพราะพี่ธารเองก็หยุดงานมาค่อยดูแลลีวายส์เหมือนกัน
 
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ แล้วลีวายส์หายดีแล้วหรอ” คุณแพ็ทถามอีก
 
“ครับ” พี่ธารตอบกลับ
 
“อ่อ ไปท่านข้าวด้วยกันมั้ยค่ะ พอดีฉันนัดลูกค้าไว้แต่ลูกค้ากลับเลื่อนนัดซะงั้น” คุณแพ็ทบอกเธอยิ้มให้ลีวายส์ด้วยล่ะ
 
“ก็ดีครับ ผมจะคุยเรื่องงานไปด้วยเลย จะได้ไม่ต้องคุยกันผ่านโทรศัพท์” คุณแพ็ทพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำไปยังร้านอาหารอิตาลีใกล้ๆ พี่ธารดึงมือลีวายส์ให้เดินตามไป นายแพ็คหันมามองนิดหน่อยแต่ก็หันกลับไปทำหน้าเบื่อโลกเหมือนเดิม งี้!!! หมั่นไส้ แลบลิ้นใส่เลย!
 
“ตามสบายนะลีวายส์ ไม่ต้องเกร็ง” เพราะคุณแพ็ทรู้ว่าลีวายส์กับนายแพ็คเราเคยทะเลาะกัน ก็เลยพยายามพูดให้ลีวายส์ไม่รู้สึกอึดอัด ที่จริงไม่อึดอัดเลยนะฮะ ก็นายแพ็คอ่ะ ไม่เห็นจะสนใจใคร เอาแต่ใส่หูฟังตลอด เหมือนมันโดนลากมาอ่ะ ดูจากสีหน้าแล้วน่ะนะ
 
“เดี๋ยวสั่งให้” พี่ธารบอกกับลีวายส์ ลีวายส์พยักหน้ารับ จากนั้นไม่นานเราก็เริ่มทานอาหารที่สั่งมา อร่อยมากขอบอก ลีวายส์ก็บอกไม่ถูกว่ากินอะไรไปบ้าง พี่ธารตักให้ตลอดอ่ะ
 
“ไปไหนแพ็ค” คุณแพ็ทถามน้องชายตัวเองที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นจากโต๊ะตอนที่เราทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
 
“ห้องน้ำ” ไอ้แพ็คตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย และเดินออกไปเลย คึคึ ไปด้วยดีกว่า
 
“ลีวายส์ไปด้วย” ลีวายส์บอก รีบลุกจากโต๊ะ เพราะอยากตามนายแพ็คไปให้ทัน หมอนั่นเดินเร็วอ่ะ
 
“ไปไหน ลีวายส์” พี่ธารดึงมือลีวายส์ไว้ ก่อนจะถาม
 
“เอ่อ ลีวายส์ปวดฉี่ฮะ ลีวายส์อยากไปห้องน้ำ” ลีวายส์บอก คุณแพ็ทยิ้มขำๆกับท่านิ่วหน้าปวดฉี่ของลีวายส์  พี่ธารส่ายหน้าไปมาก่อนจะปล่อยมือลีวายส์และพยักหน้าให้ไป
 
“นี่! นายแพ็ค.....อุ๊ย!” ลีวายส์รีบเดินออกมาจนทันนายแพ็คที่เดินมาก่อน เข้ามาในห้องน้ำ พอได้ยินเสียงลีวายส์เรียกมันก็หยุดเดิน ลีวายส์ก็เลยชนหลังมันเข้าให้ เกือบล้มแต่นายแพ็คคว้ำต้นแขนไว้ซะก่อน
 
“อะไร!” นายแพ็คสะบัดมือออก สีหน้าบ่งบอกว่ารำคาญลีวายส์สุดๆ
 
“นาย.....รู้จักพี่เซฟหรือเปล่า” จำเรื่องรูปที่ลีวายส์เจอในไอแพดพี่เซฟได้ใช่ป่ะ นั่นแหละคือประเด็นที่ลีวายส์ตามหมอนี่มา
 
“ใคร!” อ้าว ทำไม่ต้องขมวดคิ้วมองแบบไม่รู้เรื่องด้วยอ่ะ
 
“ก็พี่เซฟน่ะ พี่เซฟ ผู้ชายตัวสูงๆ ขาวๆ แต่งตัวเท่ๆ หล่อๆ หล่อแบบเกาหลีเลย ไม่รู้จักหรอ ต้องรู้จักสิ” อีกวายส์ว่าอีก นายแพ็คเก็บโทรศัพท์ในมือของตัวเองที่ถืออยู่ใส่ลงในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ก่อนจะยืนกอดอกมองลีวายส์
 
“อะไรของมึง.....กูไม่รู้จัก ประสาท!” เอ๊ะ หมอนี่ งั้นก็ต้องให้ดูรูปแล้วล่ะ ลีวายส์ดึงไอโฟนจากกระเป๋าเสื้อมาเปิดเข้าอีเมล และเปิดข้อความที่แขวนรูปมันไว้
 
“นี่ไง เนี่ยรูปนายใช่ป่ะ เราจำได้” ลีวายส์ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้านายแพ็คให้หมอนี่ดู คนตรงหน้าเปิกตากว้างเมื่อเห็นรูปของตัวเองก่อนจะดึงโทรศัพท์ลีวายส์ไป
 
“มึงไปเอามาจากไหน ห๊ะ!!!” นายแพ็คตะคอกใส่ลีวายส์เสียงดังจนลีวายส์ถึงกับสะดุ้งตาม ตกใจหมด!!!
 
“เอาคืนมานะ ก็เราถามอยู่นี่ไง ว่านายรู้จักพี่เซฟหรือเปล่า”  ลีวายส์บอกหลังจากดึงโทรศัพท์กลับมา ไม่ได้ๆ เค้าหวงนะ พี่ธารซื้อให้
 
“กูไม่รู้จัก มึงรู้จักมันหรอ ไอ้เหี้ยนั่น” ไม่รู้จักแล้วทำไม.....
 
“นายไม่รู้จัก.....แล้ว ไปนอนกับพี่เซฟได้ไงอ่ะ” ลีวายส์ถาม นายแพ็คมองลีวายส์อย่างโกรธเคือง ก่อนจะดึงแขนลีวายส์ไปและออกแรงบีบหนักๆ จนลีวายส์นิ่วหน้าเจ็บ
 
“กูไม่รู้!!! กูไม่ได้นอนกับมัน!!! ลบรูปนั่นทิ้งซะ!!!” นายแพ็คบีบแขนลีวายส์แรงขึ้นอีก แล้วเอามืออีกข้างมาแย้งโทรศัพท์ในมือลีวายส์ ลีวายส์พยายามถอยหนีจนเข้ามาข้างในห้องน้ำห้องหนึ่ง
 
“ปล่อยเรานะ!!! เราเจ็บ” ลีวายส์พยายามแกะมือนายแพ็คแต่ก็ไม่หลุด ลีวายส์ก็เลยสะบัดแขนตัวเองแรงๆ จนในที่สุดแขนลีวายส์ก็หลุดออกจากมือมันแต่ว่า โทรศัพท์ของลีวายส์กลับหลุดมือไปด้วย
 
“....................” เราสองคนยืนนิ่งมองโทรศัพท์ของลีวายส์ที่หลุดมือลงไปอยู่ในชักโครก อือออออออออออ ไอโฟนของลีวายส์พี่ธารเพิ่งซื้อให้ได้ไม่ถึงวันลงไปนอนอยู่ในนั้นแล้ว
 
“ทำอะไร!” นายแพ็ค ดึงมือของลีวายส์ที่กำลังจะยื่นลงไปหยิบเอาโทรศัพท์ในชักโครกออกมา
 
“อึกๆ....พี่ธารเพิ่งซื้อให้เราเมื่อกี้เอง....อืออ....อึกๆ เพราะนายคนเดียวเลย อึกๆ อืออออ พี่ธารต้องโกรธลีวายส์แน่ๆ อืออออ” ลีวายส์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ทั้งกลัวพี่ธารโกรธและเสียใจที่ทำมันพัง
 
“หยุดร้อง! มันพังไปแล้ว” ไอ้แพ็คว่า มันจับไหล่ลีวายส์และเขย่าเบาๆ
 
“เพราะนายนั่นแหละ! อึกๆ  อือออ พี่ธารโกรธลีวายส์แน่ๆเลย อึกๆ อืออออ” ลีวายส์ร้องไม่หยุด นายทำเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนจะดึงมือลีวายส์ออกมาจากห้องน้ำ
 
“หยุดร้อง! เดี๋ยวกูซื้อให้ใหม่” หมอนี่บอก ลีวายส์ปาดน้ำตาบนแก้ม เงยหน้าขึ้นมองนายแพ็ค
 
“อึกๆ.....มันจะเหมือนกันได้ไงอ่ะ อึกๆ....อื๊ออออ”
 
“หรือมึงอยากให้พี่มึงโกรธ พี่มึงด่าล่ะ จะเอายังไง” ลีวายส์ ลีวายส์ปาดน้ำตาอีกครั้งและนิ่งคิด ไม่ๆ ลีวายส์ไม่อยากให้พี่ธารโกรธ
 
“นายซื้อให้จริงๆหรอ....มันแพงนะ”
 
“เออๆ กูมีเงินนา!   แต่ว่า....มึงต้องสัญญาก่อนว่าจะลบรูปกูให้หมด” มันว่าอีก
 
“งั้นต่อไป นายห้ามแกล้งเราแล้วนะไม่งั้น เราจะบอกเรื่องนายให้คนอื่นรู้” นายแพ็คกัดฟันใส่ลีวายส์ มันมองซ้ายมองขวาก่อนจะดึงมือลีวายส์ไปยังร้านโทรศัพท์ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลนัก
 
 
เมื่อซื้อโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยนายแพ็คก็ให้ลีวายส์ลบรูปของมันในอีเมล หมอนี่เช็คดูก่อนจะคืนโทรศัพท์มาให้ มันซื้อให้เองจริงๆจ่ายตังให้โดยการรูดการ์ด จากนั้นเราก็รีบกลับมาที่ร้านอาหาร
 
“ไปไหนมา....ลีวายส์” พี่ธารถามทันทีเมื่อเรามาถึง พี่ธารมองลีวายส์กับนายแพ็คสลับกันไปมาอย่างสงสัย
 
“เราเจอเพื่อนน่ะ ก็เลยคุยกันนิดหน่อย จะกลับยังพี่แพ็ท ผมมีนัดกับเพื่อน”
 
“อืม....งั้นขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะให้เลขาโทรไปอีกที” คุณแพ็ทบอกลาพี่ธารก่อนจะหันมายิ้มให้ลีวายส์ ลีวายส์ก็เลยยกมือไหว้ลา
 
 
 
“เป็นอะไร.....สีหน้าไม่ค่อยดี รู้สึกไม่สบายหรือเปล่า” พี่ธารถามในระหว่างที่เปิดประตูกลับเข้ามาในห้อง ตั้งแต่ออกมาจากห้างลีวายส์ก็เงียบตลอด เพราะรู้สึกผิดที่ทำของที่พี่ธารซื้อให้พังแต่ลีวายส์กลับไม่กล้าบอก
 
“เปล่าฮะ”
 
“งั้นไปอาบน้ำไป.....” พี่ธารเดินนำเข้าไปในห้องนอน ลีวายส์เดินตามไปเงียบๆ ลีวายส์อึดอัดอยากบอกพี่ธารจังเลยฮะ
 
เคยเป็นหรือเปล่าเหมือนตอนเราทำความผิดไว้กับใครคนหนึ่งแล้วมันก็ติดอยู่ในใจ คล้ายกับฝันร้าย คือ...มันทำให้เราคิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าพูดอย่างในนิยายก็คล้ายกับมีบาปติดตัวอะไรแบบเนี่ยแล้วเราอยากสารภาพแต่กลัวผลที่จะตามมา อย่างที่ลีวายส์เป็นอยู่ตอนนี้ก็...กลัวพี่ธารจะโกรธ
 
“พี่ธารฮะ.....อึกๆ.....คือ.....อึกๆ....ลีวายส์” ลีวายส์ว่า ลีวายส์เลือกที่จะบอกดีกว่า เพราะถ้าเกิดพี่ธารรู้ทีหลังลีวายส์ก็จะกลายเป็นเด็กไม่ดี เป็นคนไม่ซื่อสัตย์กับพี่ธาร
 
“เป็นอะไร! เจ็บตรงหรือเปล่า! หื่ม!” พี่ธารเข้ามาดูลีวายส์อย่างห่วงๆ ร่างสูงดูจะตกใจกับอาการสะอื้นของลีวายส์ไม่น้อย
 
“พี่ธาร....อึกๆ  อือออ......ลีวายส์ขอโทษฮะ....อึก....”ลีวายส์ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะกอดเอวพี่ธารจนแน่น
 
“บอกซิ ว่ามีอะไร” พี่ธารนั่งลงบนเตียงพร้อมๆกับดึงลีวายส์ตามลงไป ทำให้ตอนนี้ลีวายส์นั่งอยู่บนตักพี่ธาร มือหนายกขึ้นมาลูบหน้าลีวายส์และเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มเบาๆ
 
“ลีวายส์ อึกๆ....ทำโทรศัพท์พังฮะ....อึกๆ” ลีวายส์บอก พี่ธารขมวดคิ้วมองโทรศัพท์ในมือลีวายส์ ก่อนที่พี่ธารจะลองทัชหน้าจอดู
 
“ไม่นี่...พังตรงไหน”
 
“อึกๆ อันนี้เครื่องใหม่ แพ็คซื้อให้ฮะ อึกๆ....ลีวายส์กลัวพี่ธารโกรธ ก็เลยไม่กล้าบอก อึกๆ...อือออออ” ลีวายส์ซุกหน้าลงกับแผงอกแกร่ง กลัวเหลือเกินว่าพี่ธารจะด่าว่าและโกรธลีวายส์เข้า
 
“ไม่ต้องร้องนะ...หึ! จุ๊ๆ หยุดร้องเลย” พี่ธารลูบหัวลีวายส์เบาๆ “กลัวกูโกรธขนาดนี้เลยหรอ หื่ม! จุ๊บ!!!” พี่ธารจุ๊บข้างแก้มลีวายส์ ลีวายส์พยักหน้ารับและยังคงสะอื้นไม่หาย
 
“ลีวายส์ขอโทษฮะ...อึกๆ”
 
“กูไม่โกรธที่โทรศัพท์พังล่ะ.....แต่ตอนนี้โกรธที่เอาของคนอื่นมาเนี่ย” พี่ธารบอก ลีวายส์เงยหน้ามองอย่างแปลกใจ ทำไม...พี่ธารไม่โกรธลีวายส์ล่ะ สายตาคมๆที่มองมาอย่างตำหนิ
 
“ก็ลีวายส์กลัวพี่โกรธนี่นา” ลีวายส์ยืดตัวขึ้น จุ๊บปลายคางคนตัวสูง
 
“ดีแล้วที่ตัดสินใจบอก....ไม่งั้นจะเจอดีถ้ารู้ทีหลัง เฮ้อ! เอาล่ะ ไม่ต้องร้อง แล้วก็พรุ่งนี้....เอาไปคืนเค้าด้วย ส่วนของตัวเอง ค่อยไปซื้อใหม่เข้าใจนะ” ลีวายส์พยักหน้ารับเบาๆ กอดพี่ธารแน่นขึ้นอีก เพราะความกลัวแท้ๆ นายแพ็คก็เลยต้องเสียตังเลยอ่ะ
 
“ถ้าลีวายส์เอาเงินไปคืนเค้าได้มั้ยฮะ ลีวายส์เสียดายอ่ะ”
 
“ไม่ได้! ทำโทษงดเล่นโซเชียลเล่นเกม เดือนหนึ่ง” โอ๊ะ!!! เดือนหนึ่ง แล้วลีวายส์จะทำอะไรล่ะ โอ้ย พี่ธารอ่ะ อึกๆ แต่ก็ยังดีกว่าให้พี่ธารโกรธล่ะนา
 
“ก็ได้ฮะ......ว่าแต่พี่ธาร....ไม่โกรธลีวายส์จริงๆนะฮะ” ลีวายส์ถามเพื่อความแน่ใจฮะ ว่าพี่ธารจะไม่นึกโกรธลีวายส์จริงๆ
 
“อืม.....แต่..ต้องโดนทำโทษซะหน่อย.....” พี่ธารทาบริมฝีปากสีซีดเข้ากับริมฝีปากบางของลีวายส์หลังจากพูดจบ ลีวายส์เปิดปากให้ลิ้นร้อนเข้าไปอย่างง่ายดายก่อนที่ลีวายส์จะยกมือขึ้นโอบรอบคอคนตรงหน้า
 
รสจูบหอมหวานที่ปะบ่นไปด้วยความนุ่มนวลและหนักหน่วงในบางครั้งทำให้ลีวายส์ร้อนวูบไปทั่วช่องท้อง ลีวายส์รู้สึกดีฮะ รู้สึกดีทุกที่ที่พี่ธารสัมผัส แม้ว่าในบางครั้งพี่ธารจะมือหนักไปบ้างก็เถอะ
 
“อือออ......พะ....พี่ธาร” ลีวายส์เอ่ยชื่อคนรัก(ของลีวายส์) เสียงพร่า เมื่อริมฝีปากเราถอนออกจากกัน ลีวายส์ก้มหน้ามุดเพราะเริ่มรู้สึกอายขึ้นมาทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยจะอายเลย
 
“นี่อายเป็นแล้วหรอ” พี่ธารถาม มุมปากบางยกยิ้มนิดๆ ทำให้ร่างสูงดูดีไปอีกแบบทั้งที่ดูดีมากๆอยู่แล้ว
 
“เปล่าซะหน่อย ลีวายส์เปล่าอายนะ จุ๊บ! เห็นมั้ย ไม่เห็นอายเลย จุ๊บ! จุ๊บ!” ลีวายส์ จุ๊บมุมปากพี่ธารหลายๆทีเลย พี่ธารจะได้ไม่หาว่าลีวายส์อายอีก
 
“งั้นหรอ.......หืม!” พี่ธาร ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่ลีวายส์จะรู้สึกตัวว่ามือหนาๆกำลังคืบคลานเข้ามาในขากางเกงของลีวายส์
 
“อ่ะ!!!  พี่ธาร.....ลีวายส์ไปอาบน้ำดีกว่า”
 
“อ้าวๆ มาเลยอาบด้วยกันเลย อะไรกัน......เดี๋ยวนี้ค่าน้ำค่าไฟแพงรู้มั้ย อาบด้วยกันมา จะได้ไม่เปลือง” แล้วลีวายส์ก็โดนร่างสูงแบกขึ้นบ่าเข้าไปในห้องน้ำฮะ
 
อ๊ากกกก ไหนเมื่อก่อนตอนลีวายส์อยากอาบกับพี่ธาร พี่ธารไม่ยอมให้อาบ มาตอนนี้ลีวายส์ระ...เริ่ม ไม่ค่อยอยากอาบ แต่พี่ธารกลับจะมาอาบน้ำกับลีวายส์ล่ะฮะ
 
ทุกคนช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  >O.O<
 
<<<<<<<TBC>>>>>>>

1. ช่วย...
2. ไม่ช่วย.....
3. ช่วย.....ให้กำลังใจ

มาต่อแล้วจร้าแต่เฮ้ย!!!! สามสิบตอนแล้วแต่รู้สึกเหมือนเพิ่งเดินมาได้แค่ครึ่งเรื่องอ่ะ

จะจบยังไงวะเนี่ย(ติสแตก)ถ้าจบไม่ได้แม่ง!!! ก็แต่งไปเรื่อยๆแหละเนอะ

ท่านผู้อ่าน อย่าเพิ่งเบื่อกันล่ะ คิคิ


ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
ป้าช่วย.....ให้กำลังใจน่ะลีวาย
อีธารจัดไปเลย 55555

ดีน่ะที่ลีวายเลือกบอกความจริง
หนูเป็นเด็กดีมากลูกกก

อยากรู้เรื่องแพคกับเซฟ

ออฟไลน์ nunda

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
ดีแล้วนะลีวายส์ ที่เลือกบอกความจริงกะพี่ธารอ่ะ ไม่งั้นอาจมีปัญหาภายหลังได้นะจ๊ะ
ส่วนคุณน้องแพ็คขราาาา หนูแลมีปัญหาชีวิตนะ อยากรู้จังทำไมถึงเป็นคนเฉยเมยและเย็นชาเยี่ยงนี้

ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไป ^^

ออฟไลน์ iammz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +292/-6

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
เซพแพค รอคู่นี้
พี่ธารพอได้กินเด็ก ก็หาเรื่องหื่นใส่น้องมันอยู่เรื่อย
ส่วนน้องลีวายส์ดีแล้วที่เลือกบอกความจริงพี่ธาร
ถ้าพี่มันรู้ทีหลัง เจ็บหนักแน่ ยิ่งหึงโหดด้วย

ออฟไลน์ ampmiya^^

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-0
Older Brother.....31

 

 

“หวัดดีพี่เซฟ วันนี้มาดูเองเลยหรอ” พนักงานเรื่องเครื่องดนตรีแห่งหนึ่งทักผม ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปภายในร้าน

 

“อืม....พอดี จะมาดูของใหม่เผื่อสั่งอะไรเพิ่งเติมน่ะ แล้วไอ้ซอไม่อยู่หรอ” ที่นี่เป็นร้านของเพื่อนผมเอง แต่เราเรียนคนล่ะคณะกัน ก็ถือว่าสนิทกันพอสมควร

 

“ไม่อ่ะ พี่ซอไปต่างจังหวัด ไปตั้งแต่เมื่อวานน่ะ น้องชายอยู่แต่ตอนนี้ไปเรียน” ผมพยักหน้ารับแค่นั้นก่อนจะจัดการเลือกและสั่งซื้อเครื่องดนตรี

 

“เดี๋ยวผมให้เด็กเป็นส่งนะครับ ไม่ห่วงเดี๋ยวเราจัดการให้” ที่นี่มีบริการหลังการขายที่ดีผมถึงได้มาใช้บริการบ่อยหากเครื่องดนตรีมีปัญหา

 

“โอเค งั้นตามนี้” ผมบอก เซ็นชื่อในใบส่งขอเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากร้าน มาขึ้นรถมอไซค์บิ๊กไบค์สีเพลิงคันสวยของตัวเอง

 

แถวๆนี้เป็นถนนสองเลนเส้นแคบๆ สองข้างทางมีร้านข้าวของเครื่องใช้ พวกเสื้อผ้าร้องเท้ามากมาย จะเรียกได้ว่าเป็นย่านช้อปปิ้งสำหรับวัยรุ่นก็ได้ แถมแถวนี้มีซอยแคบเยอะด้วยผมถึงไม่พารถที่ร้านมาขนของเอง

 

ผมมองร้านเสื้อผ้าและรองเท้าทั้งสองข้างทางไปด้วยในขณะขับรถช้าๆ ตอนนี้เป็นช่วงเย็น เริ่มมีเด็กวัยรุ่นออกมาเดินกับบ้างประปรายนอกจากร้านเสื้อผ้ารองเท้าก็ยังมีร้านของกินข้างทางเยอะพอสมควร

 

“เฮ้ย!!!!”  เอี๊ยดดดดดดดดด     ตุ๊บ!!!!  ฉิบหายครับ ระหว่างที่ผมเพลิดเพลินอยู่กับบรรยากาศสองข้างทาง อยู่ๆก็มีเด็กใส่ชุดนักเรียนคนหนึ่งวิ่งออกมาจากซอยแคบๆปาดหน้ารถ แต่ยังโชคดีมีเพื่อนอีกคนที่วิ่งตามมาติดๆผลักมันออกไป

 

“เฮ้ย!!!! ทำไม่ดูทางไอ้น้อง” ผมจอดรถลงมา เปิดหน้ากากหมวกกันน็อคออก ไอ้ตัวที่โดนผลักมาหน้าซีดเชียวมันเองก็คงตกใจไม่น้อย นี้มันงี่เง่าชะมัด

 

“เฮ้ย!!! ไอ้ปอ!....” แล้วก็มีอีกคนวิ่งตามมาอีก “ไอ้แพ็คล่ะ” คนมาใหม่ถาม คนถูกเรียกชื่อปอ หันซ้ายหันขาวมองหาใครอีกคน ก่อนจะรีบลุกขึ้นวิ่งไปดูเพื่อนที่ผลักมันออกไปเมื่อกี้ ผมเองก็ตามไปดูด้วย

 

“เล่นอะไรกันเนี่ย ห๊ะ!!! เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ” ผมว่าอีก ระหว่างนั้นพวกมันสองคนกำลังช่วยพยุงเพื่อนอีกคนให้ลุกขึ้น มีเลือดออกตรงเข่ากับข้อศอกเล็กน้อย

 

“แล้วพี่อ่ะ ขับรถประสาไรวะ ที่นี่ย่านชุมชนพี่ก็ควรดูทางด้วยดิ” อ้าว กูผิดซะงั้น พวกมันช่วยกันก้มหน้าก้มตาปัดฝุ่นบนตัวเพื่อนที่เพิ่งจะพยุงขึ้นมา ก่อนที่มันจะเงยหน้าขึ้นมามองผม

 

เฮ้ย!!!  ไอ้เด็กนี่มัน......

 

ผมถอดหมวกกันน็อคออก ก่อนจะยกยิ้มมุมปากทักทายเด็กอีกคนที่ผมเพิ่งจะเห็นหน้ามันได้ชัดๆ หึ! ไอ้เด็กขี้เมา

 

“มึง!!!......ไอ้สัด!” พอมันเห็นผมเท่านั้นแหละครับ ทำท่าพุ่งเข้าใส่ผมทันทีโดยมีเพื่อนอีกสองคนยืนทำหน้างงง

 

“เฮ้ยๆ อะไรกัน ทักทายผู้มีพระคุณแบบนี้ได้ไงวะ” ผมบอก ตัวแค่นี้กะจะต่อยผมว่างั้น โธ่ อีแค่ผมผลักมันทีเดียวก็ถ่อยกลับไปหาเพื่อนมันล่ะ หึ!

 

“เฮ้ย! ไอ้แพ็คมึงรู้จักกันหรอ.....” เพื่อนมันถาม ก็ไอ้คนที่ผมเกือบชนเมื่อกี้นั่นแหละ “แต่กูว่านะ รู้ไม่รู้ไม่สำคัญล่ะ เผ่นก่อนเหอะ” มันบอกต่ออีก ก่อนจะมองไปยังซอยที่มันเพิ่งวิ่งออกมาเมื่อกี้นี้ มีนักเรียนอีกกลุ่มวิ่งตามมาราวๆสี่ห้าคน

 

“เออว่ะ ไอ้ปอไปเว้ย!” แล้วพวกมันทั้งสามก็ทำท่าจะวิ่งออกไป

 

“เดี๋ยวๆ จะไปไหน ตัวแค่นี้ก่อเรื่องต่อยตีกันแล้วหรอวะ” ผมคว้าคอเสื้อไอ้เด็กขี้เมานั้นไว้ได้ ส่วนเพื่อนมันวิ่งออกไปแล้ว

 

“ปล่อย!!!.......” มันพยายามดิ้นหนีแต่สู้แรงผมไม่ได้ “เฮ้ย!!! เข้ามาเลย เนี่ยพี่กูมาช่วยแล้ว!........งั้นก็ ฝากด้วยล่ะกัน!!!” ผลั่ก! มันตะโกนบอกเสียงดังก่อนจะผลักผมออกเกือบหัวทิ่มจากนั้นมันก็วิ่งใส่เกียร์หมาหนีไป

 

“อ้าว....พี่ชายมันหรอเนี่ย เฮ้ยรุม!!!” งี่เง่าชะมัด!!! ที่ผมต้องมารับกรรมกินยำตีนจากไอ้เด็กพวกนี้ สลัดเฮ้ย!!!

 

 

“ซี๊ดดด....เบาๆสิไอ้กาย เจ็บนะ” ผมร้อนคราง จับมือกายที่กำลังทำแผลตรงหางคิ้วให้ผมอยู่ตอนนี้

 

“นี่มึง ถามจริง ไปมีเรื่องกับใครมาเนี่ย ดูสิ ตัวก็ใช่ว่าจะเล็กๆอ่ะ” เอ้าๆ บ่นเข้าไปผมเจ็บอยู่นะคร้าบบบบบ นี่มันไม่ใช่เรื่องของกูเลย เพราะไอ้เด็กงี่เง่าพวกนั้นแท้ๆ อย่าให้กูเจออีกนะ

 

“ก็เด็ก จะกูต่อยเด็กหรือไง อีกอย่างถึงต่อย มันก็มากันสี่ห้าคนแถมอาวุธครบมือด้วย รอดมาก็บุญล่ะ แม่ง!!!” ผมปล่อยมือจากมือกายมาจับมุมปากของตัวเอง หยิบโทรศัพท์ไอ้กายมาส่องดูแผล

 

“มาๆ ทำแผลให้เสร็จก่อน เดี๋ยวเสียโฉมนะมึง ไหนดูซิ” กายจับปลายคางผมให้หันหน้าไปหามัน

 

ผมมองสำรวจเรียวหน้าใสที่อยู่ใกล้เพียงแค่ไม่กี่เซ็นตรงหน้า ดวงตาสีนิลกำลังมองสำรวจแผลบ่นหน้าผม จมูกโด่งรันรับกับเรียวหน้าสวยเป่าลมหายใจอุ่นออกมารสแก้มผมเบาๆ ปากบางกำลังเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง กายดูดี ดูสวยในสายตาของทุกคนรวมทั้งผมด้วย

 

ผมดันไหล่กายออกห่างก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น ร่างบางลดมือที่กำลังทำแผลให้ผมลง มันมองผมอย่างไม่เข้าใจ

 

“กู....ขอโทษ” ผมบอก กายถอนหายใจออกมาแรงๆ ยกมือขึ้นเกะมือผมออกจากไหล่มัน

 

“เซฟ....มึงพูดคำนี้มาเป็นร้อยรอบแล้วนะ มึงไม่ผิด เข้าใจมั้ย” กายจับหน้าของผมด้วยสองมือของมัน ให้ผมหันไปสบตากับมันตรงๆ

 

“กูจะไม่ผิดได้ไง ในเมื่อ กูทำให้มึงกับพี่หมอต้องทะเลาะกันน่ะ” มันถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ร่างบางเอื้อมมือไปหยิบเอาพลาสเตอร์มาปิดแผลตรงหางคิ้วให้ผม

 

“เซฟ....มึงรู้มั้ย คนเราต้องคบกันด้วยความเข้าสิวะ กูรักมึงนะ” กายบอก คำว่ารักของมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกวูบไหวแม้แต่น้อย เพราะผมรู้ว่า คำว่ารักของมันหมายความยังไง

 

“แต่.....” เพี้ย! มันตบผมครับ แต่ไม่แรงอะไรหรอก

 

“นี่!!! มึงเลิกคิดมากเลย กูคบกับมึงมากี่ปีแล้วล่ะ ถึงมึงจะคิดยังไงกับกู กูก็ไม่อยากให้เราเลิกคบกันนะ แต่กูกับพี่หมอเรายังไม่รู้จักกันดีพอก็ไม่แปลกที่พี่หมอจะไม่เข้าใจกู ถ้าพี่หมอกับกูเข้าใจกันไม่ได้กูก็ไม่เสียใจเลย ถือว่าเราไม่ได้คู่กัน โอเค๊” ถึงมันจะพูดว่าไม่เสียใจก็เถอะ แต่ผมรู้ว่ามันน่ะ....รักพี่หมอไปแล้ว

 

“กู....เลิก....ก็แล้วกัน” ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมจะเลิกรักมันให้ได้ เพื่อมัน....ผมควรทำเพราะผมก็ไม่อยากเลิกคบกับมันในถานะเพื่อนเหมือนกัน ถามว่าผมเจ็บมั้ย เจ็บสิ แต่ยังไม่ถึงที่สุดหรอก

 

“ไอ้บ้า!!! เลิกคิดเรื่องนี้ ดูสิเนี่ย เพื่อนกูแม่ง หมดหล่อเลยอ่ะ อ่าๆๆ”

 

 

 

 

“เข้ามาในบ้านก่อนป่ะ หิวป่ะ เผื่อหาไรกิน” ผมมาส่งกายที่บ้านหลังจากปิดร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว สองสามวันนี้พี่หมอไม่ได้มารับมันเหมือนเคย

 

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวกูจะกลับไปนอนเลยน่ะ เข้าบ้านเหอะ” ผมปลดหมวกกันน็อคออกให้มัน หมวกผมนั่นแหละครับ มีใบเดียวก็ให้มันใส่กันลมปะทะหน้า

 

“เออจริงสิ กูลืมสนิทเลย คือ....เรื่องที่เราคุยกันน่ะ” เรื่อง...อะไรวะ ผมขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย “ก็ที่จะให้มึงไปสอนไง พรุ่งนี้แล้วนะ เดี๋ยวกูโทรตามตอนเช้านะ ฝันดี” หื่ม?! กายรีบพูดและเดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้ผมยืนงงอยู่หน้าบ้าน

 

ที่เราคุยกัน.......สอน.....สอน......พรุ่งนี้!!!  เฮ้ย!!! นี่มันจะให้ผมไปสอนที่โรงเรียนจริงๆหรอเนี่ย งี่เง่าว่ะ กายยยยยย

 

 

 

 

 

Tru...........  Tru...........

 

ผมปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดผ้าห่มออกมารับสายเพราะรู้สึกรำคาญเสียงมันอย่างแรง

 

“อะไรที่รัก โทรมาแต่เช้า กูจะนอน สัด!!!!”

 

“เช้าบ้าน ป้ามึงสิ เก้าโมงแล้วเว้ย!!! กูโทรหามึงนี่สายจะไหม้อยู่แล้วนะ” โอ๊ยๆๆๆๆ กูเพิ่งจะนอนไปได้ไม่ถึงหกชั่วโมงเลย

 

“ก็รับแล้วไง...มีรัยอ่ะ” ผมถาม ในขณะที่เปลือกตากำลังจะปิดลงๆเรื่อยๆ ปกติผมตื่นบ่ายเลยนะครับ

 

“ก็วันนี้อ่ะ มึงต้องไม่สอนแล้วนะเว้ย มึงรับปากกูแล้วนะ ห้ามเปี้ยว แล้วเนี่ยเก้าโมงกว่าแล้ว รีบอาบน้ำแต่ตัวเลยนะ” เสียงรัยแว่วๆวะ ฟังไม่รู้เรื่อง (มันหลับในค่ะทุกคน)

 

“อืมๆ....”

 

“อืมๆ เนี่ย มึงได้ยินกูป่ะ เซฟ! เซฟ!! เซฟ!!!!!!!!” เสียงปรอทแตกของกาย ทำให้ผมตกใจลุกขึ้นจากเตียง โธ่เว้ย!!! งี่เง่าแต่เช้า

 

“เออ!!!! อาบน้ำก่อน!” หืมมม ถ้าไม่ใช่มึงนะกาย กูแม่ง จะปิดเครื่องนอนต่อเลย

 

เมื่อคืนผมนอนที่ร้านครับ นอนคนเดียวไม่ได้เกี่ยวใครขึ้นมาด้วย ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่(?) ผมเดินงัวเงียเข้าห้องน้ำมาดูสาระรูปตัวเองในกระจกเงา ตรงหางคิ้วมีพลาสเตอร์ปิดแผล

 

ตรงมุมปากขึ้นสีม่วงช้ำเด่นชัดเพราะผิวขาวมาก แม่ง เจ็บใจไอ้เด็กขี้เมาคนนั้นจริงๆ เฮ๊ะ มันชื่อไรนะ ได้ยินเพื่อนมันเรียก แพ็ท แค็ท แป็ท แพ็ท หรือแม็ก อะไรวะ อาบน้ำดีกว่ากู

 

ผมขับรถมายังโรงเรียนของพ่อไอ้กายหลังจากจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย มาแบบมึนๆงงๆมา แผนการสอนกูก็ไม่มี แล้วนี่จะสอนอะไรวะ ผมขับรถมอไซค์บิ๊กไบค์คู่ใจเข้ามาในรั่วโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ถ้าจำไม่ผิดลีวายส์ก็เรียนที่นี่ด้วย

 

ผมจอดรถหน้าตึกเรียนตึกแรกที่เข้ามา ก้มมองนาฬิกาข้อมือ เป็นเวลาเก้าโมงกว่าๆ ป่านนี้เค้าคงเริ่มทำการเรียนการสอนกันแล้ว ถึงไม่เห็นเด็กนักเรียนเดินไปมาเลย

 

ไม่นานก็มีครูคนหนึ่งพาผมไปพบกับผู้อำนวยการก่อนจะบอกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของผมเกือบๆสามสิบหน้ากระดาษ ซึ่งผมสรุปได้แค่ว่า ให้ผมสอนในรายวิชากฎหมายเบื้องต้นและมีตำแหน่งเป็นครูประจำชั้นควบคู่กันไปด้วย แค่ให้มาสอนกูก็จะบ้าอยู่แล้วยังจะหาเรื่องปวดหัวมาให้อีก งี่เง่าจริงๆ

 

 

หลังจากนั้นก็ให้หนังสือผมมาเล่นหนึ่งกับใบรายชื่อนักเรียนหนึ่งใบในนั้นมีรายละเอียดของห้องเรียนและตารางเรียนของนักเรียนด้วย อ่อ มีตารางสอนของผมด้วยล่ะ

 

ผมเดินขึ้นตึกเรียนมายังห้องเรียนตามที่ระบุไว้ในใบรายชื่อ ห้อง ABA คือห้องเรียนที่ผมกำลังจะเข้าไปสอน เป็นนักเรียนชั้นมอสี่

 

โอเค ผมมาถึงห้องล่ะ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปภายในห้องเรียน เด็กนักเรียนในห้องเงียบกริบหลังจากที่ผมย่างก้าวเข้ามา ลีวายส์เรียนอยู่ห้องนี้ด้วย นางโปกมือให้ผมล่ะ ทุกคนหันมามองผมแบบงง

 

“เอ่อ....สวัดดีครับ....ผมชื่อธนกฤต.....มาเป็นคุณครู ประจำวิชากฎหมายเบื้องต้นหรือ Introduction to the Science of Law และเป็นครูประจำชั้นคนใหม่” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆแม้แต่นิด มีเพียงเสียงกระซิบกันเบาๆ =_=

 

“เออ....โอ่ ทำไมหน้าเครียดกันขนาดนี้ล่ะ พอพูดถึงกฎนี่ทุกคนแบบ....ดูแล้วสมองปิดการทำงานโดยอัตโนมัติกันเลยทีเดียว เอ้าล่ะ เดี๋ยวเราจะเรียนกันแบบสบายๆเนอะ” เอาล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว สอนก็สอนว่ะ

 

ฟุ๊บ!!!!

 

การเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่น ผมสามารถเข้ากับเด็กนักเรียนได้อย่างเป็นกันเองมากๆ ผ่านไปกว่าสามสิบนาที อยู่ๆก็มีกระเป๋าเป้ลอยเข้ามาตกลงบนโต๊ะข้างๆโต๊ะลีวายส์ในห้องจากประตูด้านหลัง

 

ทำให้เพื่อนในห้องต่างหันไปมอง ตามมาด้วยเด็กนักเรียนชายสามคนที่คุ้นหน้าผมดีเดินเข้ามา เหอะ!!! ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอไอ้เพวกนี้อีก ไอ้เด็กขี้เมา!  นี่มันเรื่อง...งี่เง่า ชะมัด!!!

 

“โอ๊ะ!!!” เพื่อนไอ้เด็กขี้เมาสองคน อุทานออกมาเมื่อเห็นผม ก่อนจะนั่งยองๆลงหลบอยู่หลังห้องและทำท่าจะคลานเข่าออกไป ในขณะที่ไอ้เด็กขี้เมายังไม่ได้หันมามองว่าผมคือครูที่ยืนสอนหัวโด่อยู่หน้าห้อง

 

“หยุด!!! อยู่ตรงนั้น” ผมพูดเสียงดังก้องชัดเจน หมาสองตัวที่กำลังจะคลานออกไปจากห้องหยุดชะงัก ส่วนไอ้เด็กขี้เมาก็หันมามอง ก่อนที่ดวงตามันจะเปิกกว้างตกใจ หึ!

 

“เอ่อ หวัดดีครับครู แฮะๆ” เพื่อนไอ้เด็กขี้เมา มันยกมือไหวก่อนจะส่งยิ้มแหยะๆมาให้

 

“หวัดดี ดีใจนะที่ได้เจอพวกนายอีก.....” ผมเลยส่งยิ้มเย็นๆกลับคือไปให้ “แล้วก็ดีใจที่ได้มาเป็นครูประจำชั้นห้องพวกนายด้วย” พวกมันหุบยิ้มลงทันที ส่วนไอ้เด็กขี้เมา ชักสีหน้าใส่ผมเล็กน้อย หึ!!!

 

“เอ่อ คือ....ขอบคุณนะครูที่เมื่อวานช่วยพวกผม ครูเป็นครูที่ดีจริงๆเลยนะครับ”  ยังมันยังไม่เลิกพูด จนเพื่อนข้างๆเริ่มสะกิดมันล่ะ

 

“ใช่.....ดีใจที่ช่วยพวกนายเหมือนกัน....” ผมกัดฟันพูดครับ “มาสายกันล่ะสิ......ไป......ไปวิ่งรอบสนามโน้น คนล่ะ ห้ารอบ!!!” หึๆ ผมเป็นครูประจำชั้น ผมก็มีสิทธิอบรมเด็กนักเรียนในห้องผมใช่มั้ยครับ

 

“โธ่ครู...นี่มันจะสิบเอ็ดโมงแล้ว ร้อนตายเลย” เพื่อนไอ้เด็กขี้เมาอีกคนบอก

 

“งั้นหรอ.....งั้น เพิ่มอีกคนล่ะรอบล่ะกัน” มันถึงกับคอตกเลยที่เดียว

 

“งั้น....ให้พวกผมสองคนวิ่งแทน ไอ้แพ็คนะครับครู เออพอดีมัน....”

 

“เฮ้ย!!! ....” ผมตะคอกใส่เสียงดังอย่างลืมตัวจนเด็กในห้องสะดุ้งตาม อะไรของพวกมันนักหนา “อยากวิ่งแทนเพื่อนมากใช่มั้ย......เพิ่งอีกคนล่ะสองรอบ ไป!!!!” แล้วพวกมันก็ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ส่วนไอ้เด็กขี้เมาที่คาดว่าน่าจะชื่อแพ็ค มันจ้องเขม็ง มองผมอย่างโกรธเคืองก่อนจะเดินตามเพื่อนมันออกไป  ผมว่าไอ้พวกนี้มันคงเป็นเด็กเกเรประจำห้องแน่ๆ ผมว่าผมคงได้มีเรื่องปวดหัวทุกวัน เฮ้อ!

 

ผมออกจากห้องเรียนมาดูพวกไอ้เด็กขี้เมาทั้งหลายโดยในนักเรียนทำงานในห้องนิดหน่อย สนามที่ผมให้พวกมันมาวิ่งก็เป็นสนามบาสหน้าตึกเรียน ถือว่าไม่กว้างเท่าไหร่ ผมยืนดูพวกมันจนวิ่งครบตามที่สั่ง ทุกคนดูเหนื่อยหอบพอๆกัน เหงื่อไหลกันเลยที่เดียว

 

“เป็นไง.....ดูท่ายังไหวอยู่ เอาอีกรอบสองรอบคงได้” ผมยืนกอดอกมอง

 

“ไม่ๆ....ไม่เอาแล้วครู.....ไอ้ไอซ์ไปห้องน้ำกัน” เหอะ! มันสองคนพากันเดินออกไปเหลือแต่ไอ้เด็กขี้เมาที่เพิ่งวิ่งครบรอบสุดท้าย

 

“ไง...ไอ้เด็กขี้เมา” มันมองผมเคืองๆ ก่อนจะก้มลงมองเข่าตัวเอง เอ้า เป็นแผลนี่ อ่อ คงเป็นแผลจากเมื่อวานสินะ “แสบนักนะพวกนาย.....ไปทำแผลไป”

 

“.......................” มันไม่ตอบครับ มองผมนิ่งๆเดินออกไป ผมจำได้ว่าเมื่อกี้ผมเดินผ่านห้องพยาบาล และมันก็ไม่ใช่ทางที่ไอ้เด็กนี่กำลังจะไป มันดื้อเงียบว่ะ

 

“มานี่!” ผมดึงคอเสื้อมันไว้ จากนั้นก็ออกแรงดึงให้เดินตามมา ผมตัวสูงกว่าเยอะ มันดิ้นยังไงก็ไม่หลุดหรอก มันโวยวายตลอดทางมายังห้องพยาบาลเลย

 

“ปล่อยนะเว้ย!!!” นี่คือ.....มันพูดกับครูประจำชั้นมันใช่ป่ะ “ไอ้.....ปล่อย!!!” แล้วก็นี่ด้วย ดูมันจะไม่นับถือกูเลย

 

  “มาทำแผล ดื้อเป็นเด็กสามขวบไปได้...” ผมแกะมือมันจากขอบประตูออกและดึงเข้ามาใน ห้องพยาบาล“เออ พาเด็กมาทำแผลครับ” ผมบอกกับเจ้าหน้าที่พยาบาลสาว

 

“เอ่อคือ....ขอโทษนะคะพอจะทำได้หรือเปล่า พอดีว่าผู้อำนวยการเรียกพบน่ะค่ะ” เธอบอกยิ้มๆ

 

“เออ ได้ครับเดี๋ยวผมทำเอง” ผมยิ้มรับและไม่ลืมที่จะดึงแขนไอ้เด็กขี้เมาข้างเข้ามาในหลังม่าน ที่กันไว้เป็นสำหรับทำแผล ไอ้เด็กนี่ชักสีหน้าใส่ผมแต่ก็ยอมนั่งลงบนเตียงพยาบาลเล็กๆ ตามสายตาคมของผมที่ส่งไปให้มัน

 

“อ่ะ!!!!......ซี๊ด.......เจ็บเว้ย!!!!” มันปัดมือผมที่กำลังราดน้ำเกลือลงบนแผล จนขวดน้ำเกลือหลุดออกจากมือหล่นลงพื้น

 

“เน้!!! หกเลยเห็นมั้ย ทีจะไปมีเรื่องล่ะ ดูท่าจะเก่งกันนะ ทีแบบนี้ล่ะ ร้องเจ็บ” ผมว่าอีก หยิบเอาสำลีมาเช็ดรอบแผลให้มัน

 

“เรื่องของกู!.....ชิท์! อย่ามายุ่ง!!!” มันยังพยายามผลักผมออกอีก ผมเลยรวบมือมันไว้ทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียว

 

“ปากดีจริงๆ....ไอ้เด็กนี่......เห็นมั้ยเนี่ยเลือดซึมออกมาแล้ว อยู่นิ่งๆสิ เดี๋ยวจับกดเลยนี่” เอ้า เงียบครับที่นี้ หยุดนิ่งเลย เหอะ! ผมก็แค่พูดเล่นนาจับกดอะไรกัน

 

ผมทำแผลให้มันต่อ ก่อนจะปิดแผลให้เรียบร้อย ไม่รู้สิ ทำไมผมถึงอยากทำให้ ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็น่าจะทำเองได้ เมื่อเห็นว่าเสร็จแล้วมันก็ลุกขึ้นทันที

 

“เดี๋ยวๆ......คุยกันก่อน” ผมดึงแขนไอ้เด็กขี้เมาไว้ “นั่งลง” มันถอนหายใจออกมาก่อนจะสะบัดมือผมออกและนั่งลง “จะบอกอีกทีนะ...ว่าคืนนั้นน่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรนาย เข้าใจไว้ซะด้วย”

 

“แล้วรอยนั่นมาได้ไง....!!!!” ชอบขึ้นเสียงใส่กูจัง ได้ข่าวว่ากูอายุมากกว่ามึง(เยอะ)

 

“จะไปรู้หรอ...แล้วนายมาจากไหนล่ะ จำอะไรได้บ้างหรือเปล่า....คงได้หรอ เข้าบ้านคนอื่นเค้าหน้าตาเฉยขนาดนั้น” เหอะๆ ผมบอกยิ้มๆ คนตรงหน้าหลบตาผมเหมือนมันจะอายนิดๆ

 

“หน้าตาแบบนี้เชื่อตายล่ะ” อ้าวซะงั้น

 

“ก็พิสูจน์ไปแล้วไง.....หรือจะลองอีกที” ไอ้ที่ว่าพิสูจน์ก็จูบนั่นไง ผมเลยลุกขึ้นโน้มหน้าเข้าหามัน ผมแค่แกล้งเล่นน่ะ เห็นสีหน้าขึ้นริ้วแดงๆนั่นแล้วขำว่ะ

 

“ไอ้.....ถอยไป!!!” มันยกมือขึ้นผลักอกผมออก ผมก็ผละออกล่ะนะ แต่เพราะน้ำเกลือที่หล่นลงพื้นเมื่อกี้มันหก เท้ามันก็เลยลื่นไปด้านหลังข้างหนึ่ง ทำให้ผมทรุดเข่าลงกับเตียง แถมริมฝีปากยังประกบเข้ากับปากบางของคนตรงหน้าพอดี

 

“อ่ะ....เอ่อ....มันลื่นๆ โอเค๊....”ผมรีบบอกหลังจากผละออกมา ไม่รู้ว่ามันหน้าแดงเพราะโกรธหรือยังไง ไอ้เด็กขี้เมารีบลุกขึ้นและผลักผมให้พ้นทางก่อนจะรีบเดินออกไป

 

เหอะ!!! ผมมองตามร่างนั่นจนออกไปพ้นสายตา ยกมุมปากยิ้ม นึกถึงหน้ามันเมื่อกี้แล้วก็ขำ นี่มันคงไม่ได้คิดว่าผมเป็นพวกเกย์ที่ชอบเด็กอะไรแบบนี้ใช่มั้ยเนี่ย เหอะ!

 

แต่ว่าแปลก.....ทำไมผมถึงรู้สึกดีกับรอยจูบเมื่อครู่กันนะ เฮ้ย!!! ไม่ๆๆ ผมไม่ได้ชอบแบบนี้ซะหน่อย เฮ้ออออ งี่เง่าชะมัดเลย

 

<<<<<<TBC>>>>>>>>

 

เอิ่ป......เราหัวไม่ไปเท่าไหร่ แต่ได้แค่นี้อ่ะ T^T

มีอะไรผิดพลาดก็ขอโทษด้วยยยยย

ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
เอาอีกๆ มวยถูกคู่ มันส์มาก
เด็กก็แสบ เซฟก็กวนๆร้ายๆ

ดามใจให้พี่เซฟด้วยนะน้องแพ็ค

ออฟไลน์ iammz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +292/-6
ขิงก็รา ข่าก็แรง

>.<

นุ้งแพ็คมีเขินพี่เซฟด้วย~

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
กินเด็กตามมาอีกราย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด