♥ หัวหน้าแก๊งค์ - เหตุเกิดจากความเข้าใจผิด จบแล้วค่ะ หน้า 5 (20.04.58)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♥ หัวหน้าแก๊งค์ - เหตุเกิดจากความเข้าใจผิด จบแล้วค่ะ หน้า 5 (20.04.58)  (อ่าน 84226 ครั้ง)

ออฟไลน์ mjpnta

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดน่ารักอะ โอยยยยยยยยยยยยยยยยย
น้องพายน่ารักกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยังไงก็ขอบคุณดอมนะที่ทำให้น้องพายยแอร่กก ตายดีกว่า  :m25: เขินนน

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
ดอมเป็นไรมากกกกกกกกกรังควานไปทั่วเลย
แต่พี่กิวสมัยก่อนนี่เฮี้ยวกะครอบครัวน่าดู
อ่านตอนที่ดีๆ เป้นผู้เป็นคนแล้วแบบ
น้องพายนี่ชั่งมีอิทธิพล *_*
สุดท้ายความพยายามของพี่กิวก็ไม่ศูนย์เปล่า
ชอบตอนน้องจับมือพี่กิวฝ่ากลุ่มไอ้ดอม
มันแบบบเอาใจไปเลยยยย

หวานตลอดดดดดชอบมาก
อ่านละอมยิ้มทุกตอนเลยค่ะ ^_^

ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
♥ หัวหน้าแก๊งค์ (ภาคหลัก)
ตอน สิ่งสวยงาม





ความรักเป็นสิ่งสวยงาม


ความหมายของมันช่างยิ่งใหญ่ แม้เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่กลับรู้สึกถึงมันได้จากส่วนลึกภายในจิตใจ ความรักสามารถนำพาความสุข ความสงบ ความโอบอ้อมอารีมาสู่ผู้ที่รู้จักรัก แม้บางครั้งความรักจะทำร้ายผู้ที่รู้จักมัน แต่กลับไม่มีใครสามารถปฏิเสธ หรือปิดกั้นตัวเองจากความรู้สึกรักได้เลย





น้ำจากสายยางที่ไหลออกมาไม่ขาดสายค่อย ๆ เบาลงก่อนจะเหลือเพียงหยดน้ำร่วงหล่นพื้นเป็นจังหวะ พายฮัมเพลงไปยิ้มไปขณะม้วนสายยางเก็บเข้าที่ วันนี้ต้นไม้และดอกไม้ที่เจริญเติบโตอยู่ริมรั้วบ้านของตนยังสมบูรณ์แข็งแรงเช่นเคย ทำให้พายที่รับหน้าที่ดูแลด้วยตัวเองอารมณ์ดีกับผลลัพธ์นี้มาก

“พาย แม่เรียกกินข้าวแล้ว” ลูกชายคนโตของบ้านในสภาพเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นเดินเกาหัวมาพลางร้องเรียก “อ้าว... ไม่ยักกะแห้งตาย” อดไม่ได้ที่จะเย้าน้องชายของตนเหมือนทุกที

“พายไม่ใช่พี่พัฟนะ คนบ้าอะไรปลูกถั่วงอกง่าย ๆ ยังตาย”

“มันง่ายไปเลยตายเว้ย”

สองหนุ่มเดินเถียงกันตลอดทางกระทั่งถึงห้องครัว ทันทีที่กลิ่นข้าวต้มหอม ๆ ลอยเข้าจมูก พยาธิที่อยู่ในท้องของทั้งคู่ก็ส่งเสียงโครกครากอย่างไม่ไว้หน้า พายลูกท้องแบน ๆ ของตัวเองแล้วเดินไปกอดเอวคุณแม่ยังสาวที่ยืนอยู่หน้าเตา พลางใช้หัวกลม ๆ ของตนเองถูไถออดอ้อนไปกับแผนหลังบอบบาง

“ม๊าครับ พายหิวแล้ว หิว ๆ ๆ ๆ "

คุณนายอรอนงค์หัวเราะให้กับความขี้อ้อนของลูกชายคนเล็ก ปากก็รับคำแล้วเช็คข้าวต้มในหม้ออีกครั้งว่าได้ที่แล้วหรือยัง
“พร้อมแล้ว ทีนี้ ใครจะช่วยม๊ายกชามข้าวไปตั้งโต๊ะล่ะ หืม?”

“พายทำ!”

พายชูมือทันที รีบอาสาตัวเข้าไปช่วยยกชามข้าวต้มที่ผู้เป็นแม่กำลังตักเรียงใส่ถาดเสิร์ฟ แต่ยังไม่ทันจะได้ยก พัฟที่เดินตามหลังมาไม่ไกลก็คว้าถาดไปยกไว้ก่อน พัฟส่ายหน้าไปมาให้น้องตัวเอง “พี่เอง ให้ตัวเล็กถือได้อดกินทั้งบ้าน” ไม่วายจะหันมายกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยคนตัวเล็กให้ต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่กล้าขึ้นเสียงว่าด้วยรู้ว่าม๊าไม่ชอบ

กว่าจะเริ่มลงมือทานข้าวเช้ากันได้ คุณอรอนงค์ก็ต้องปรามให้ลูกชายทั้งสองเลิกตบตีกันบนโต๊ะอาหารไปหลายรอบ และคงจะต้องมีอีกครั้งเมื่อพัฟกำลังจะเริ่มแกล้งน้องด้วยการแย่งหมูที่ลอยอยู่ในชาม แต่พายเห็นก่อนเลยจัดการชิงหมูในชามพี่ชายมาคืน คนเป็นแม่ได้แต่อ่อนใจ เลิกความคิดที่จะปราบลูกแล้วนั่งดูอยู่เงียบ ๆ

อรอนงค์มองลูกทั้งสองคนพลางย้อนคิดไปถึงสมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นเด็ก เธอไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนนักเพราะต้องรับช่วงต่อบริษัทเบเกอรี่ชั้นนำต่อจากคุณนพพล สามีของเธอ หรือก็คือพ่อของทั้งคู่ที่ด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอเคยนึกกลัวว่าการขาดความอบอุ่นจากพ่อ และการไม่มีเวลาอยู่กับลูกจะทำให้ทั้งสองคนโตมาแบบผิดเพี้ยน แต่กลับไม่ใช่เลย พายแม้จะหัวอ่อน ติดแม่ ติดพี่ แต่ก็มีความคิดที่โตเป็นผู้ใหญ่ สามารถดูแลตัวเองได้เพราะได้พัฟช่วยดูแลน้องมาตั้งแต่ยังเด็ก คอยดูแลพายไม่ต่างกับเป็นพ่อคนที่สอง ไม่บ่นว่าเหนื่อย ไม่เคยพูดว่าเกลียดน้อง เหมือนที่เด็กบางคนมักจะเป็นเวลาต้องทำเรื่องพวกนี้ เรื่องการเรียนทั้งสองคนก็ได้รับคำชมและผลการเรียนก็อยู่ในลำดับต้น ๆ ของชั้นเสมอ

แต่อรอนงค์รู้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เธอรู้ว่าตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมปลาย พัฟก็ไปรวมกลุ่มกับลูกชายของประธานบริษัทดังที่มีชื่อเสียงในด้านแย่ ๆ ออกไปขับรถแข่งตอนกลางคืน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แม้ใจจะอยากปราม แต่เธอรู้ดีว่าเธอเลี้ยงลูกได้แค่ตัว เรื่องความคิดและความต้องการ ยังไงก็ขึ้นอยู่กับลูก จึงได้แค่เอ่ยเตือนตามสมควร

“ว่าแต่รูทกับกิวเป็นยังไงบ้างลูก หมู่นี้ม๊าไม่เห็นเลย”

ว่าแล้วก็เอ่ยถามถึงเพื่อนทั้งสองของลูกชายคนโต คนที่รู้มาว่ามีชื่อแย่ ๆ นั่นแหละ ดูจากภายนอกแล้วทั้งสองคนรวมไปถึงพัฟจะเหมือนกลุ่มเด็กเกเร แต่อรอนงค์รับรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้วภายในของเด็กพวกนั้นไม่ใช่แบบที่คนอื่น ๆ ตัดสินเสียทั้งหมด

“ก็สบายดีครับม๊า ความจริงพวกนั้นมากันบ่อย แต่ม๊าไม่อยู่มากกว่า"

“หืม? บ่อยด้วย มาทำอะไรกันล่ะลูก มีปาร์ตี้ไม่ชวนม๊าหรือไง”

“ เปล่าครับม๊า... กิวมันมาจีบตัวเล็ก ส่วนรูทมาเป็นก้างขวางคอกิวต่างหาก” พัฟว่าแล้วตักข้าวต้มคำสุดท้ายเข้าปากก่อนทิ้งระเบิดไว้บนโต๊ะอาหารแล้วหนีไปล้างชาม “จีบติดแล้วด้วยมั้ง...”

ได้ยินเช่นนั้นผู้เป็นแม่ก็ทำตาโต หันไปมองพายที่กำลังสำลักข้าวหน้าแดงน้ำหูน้ำตาไหล เธอส่งทิชชู่ให้ลูกชายที่เหลือบมองแบบอึกอัก และอรอนงค์ก็รู้ดีว่าถึงเวลาที่เธอควรจะคุยกับลูกชายคนเล็กแบบจริงจังสักที





“ไหนบอกม๊าหน่อยสิพายว่าที่พี่พัฟพูดจริงหรือเปล่า?”

หลังมื้อเช้าที่กระอักกระอ่วน คุณอรอนงค์ก็ปล่อยให้พายไปต่อยตีกับพี่ชายตัวเองก่อนแล้วจึงเรียกให้มาคุยกับเธอที่ห้องนั่งเล่น พายในยามนี้ดูราวกับพายตัวน้อยตอนที่ทำตุ๊กตาพี่หมีตัวโปรดหายนัก สีหน้าหงอย ๆ และดวงตาผลุบต่ำยามรู้ว่าตนกำลังทำผิดทำให้เธอต้องอมยิ้ม

“พาย... ม๊ารอพายตอบอยู่นะ” เธอกระตุ้นลูกชายอีกครั้ง ครั้งนี้พายพยักหน้ารับแล้วเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

“พาย... พายโดนพี่เขาตามจีบจริง ๆ ครับม๊า เรื่องมันเริ่มเพราะพายไปเจอพี่เขากำลังลำบากอยู่แถวโรงเรียนพาย...” เด็กหนุ่มเงียบไปเพื่อเกลาความทรงจำในสมองให้เป็นคำพูด พายเลือกจะละสาเหตุที่กิวไปอยู่แถวนั้นเพื่อเลี่ยงความไม่สบายใจของผู้เป็นแม่ลง

“หลังจากนั้นพี่เขาก็คอยไปรับไปส่งพายตลอด ตอนแรกพายก็ไม่ยอมนะม๊า แต่พี่กิวโคตรดื้อ ต่อให้หนีกลับมาก่อนก็ยังขับรถตามมาส่ง รู้จักได้สักพักบางครั้งพี่ก็มารับไปกินข้าวด้วย ทั้งที่ตัวเองไม่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ แพงก็แพงแต่เหลือตลอดเลยครับม๊า อ้ะ แต่พี่เขาเก่งภาษาอังกฤษมากเลยนะ ตอนสอบก็มาติวให้ พี่รูทกับพี่พัฟก็ติวให้พายนะแต่เป็นวิชาอื่น...”

ตี๋น้อยตากลมของบ้านเล่าไปยิ้มไปจนตาแทบปิด ผิดกับตอนแรกที่ทำหน้าหงอยเหมือนลูกหมา คุณอรอนงค์ที่นั่งฟังพายเล่าเรื่องของกิวไปยิ้มไปแบบนั้นก็รู้แน่ว่าพัฟพูดถูกต้องที่สุด หนุ่มกิวคนนั้นจีบลูกชายเธอติดไปเรียบร้อยแล้ว

“แล้วพายคบกับพี่เขาหรือยังลูก”

“ยังครับม๊า พายบอกพี่เขาไปว่าให้มั่นใจกันมากกว่านี้ก่อ... อะ... งืม ๆ...” พายค้างไปก่อนจะเสตาหลบไม่มองหน้าม๊าของตน เมื่อรู้ว่าพลาดท่าโดนหลอกถามเสียแล้ว

เธอรู้นิสัยลูกชายทั้งสองคนของตัวเองดี ปกติแล้วหากพายมีเรื่องอะไรสำคัญจะมาเล่าให้เธอฟังก่อนเป็นคนแรก ไม่ก็จะเป็นพัฟหากเวลานั้นพัฟอยู่ใกล้ตัวมากกว่า แต่สำหรับเรื่องนี้ อรอนงค์เข้าใจว่าพายคงจะไม่กล้าบอก เพราะทั้งสองคนเป็นผู้ชายทั้งคู่ การจะมาบอกแม่ว่ามีผู้ชายมาจีบดูจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก และพายคงจะกลัวว่าแม่จะรังเกียจ รับเรื่องราวของพวกเขาไม่ได้จึงปล่อยผ่านเลยไป แต่สำหรับพัฟ คนที่ชอบความกระจ่าง อาจจะหาโอกาสบอกเธอมานานแล้วแต่ก็ไม่อยากแซงหน้าน้องเลยใช้โอกาสนี้แหละพูดขึ้นมา เจ้าเล่ห์จริงเชียว มิน่าพายถึงเอาชนะพี่ชายไม่ค่อยได้

“ม๊าโกรธพายมั้ย...”

เงียบไปครู่หนึ่งพายก็เอ่ยถาม นิ้วเรียวเขี่ยไปตามชายเสื้อของตนเองด้วยทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวมองท่าทีน่าเอ็นดูนั่นแล้วจึงถามกลับ

“ทำไมม๊าต้องโกรธพายด้วยล่ะ?”

“เพราะพาย... พาย...” พายหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเงยมาจ้องหน้าผู้เป็นแม่ “เพราะพายชอบผู้ชาย”

คุณอรอนงค์ฟังคำพูดของลูกชาย ใบหน้าของเธอยังคงเจือด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนเช่นทุกครั้ง หากถามความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องนี้ เธอยอมรับว่าเธอตกใจมาก แต่หากจะให้เธอตัดสินความรักของลูกชายและใส่อารมณ์โกรธลงไปนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ยิ่งยามนี้มาได้ฟังความกังวลและคำยืนยันของลูกชายแล้วเธอก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตนเอง

“มาให้ม๊ากอดหน่อยสิลูกรัก”

พายเขยิบตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดผู้เป็นแม่ อรอนงค์ลูบหัวลูบหลังลูกชายคนเล็กอย่างรักใคร่ เด็กคนนี้โตขึ้นมากเหลือเกิน แต่กระนั้นเธอไม่ลืมสัมผัสแรกที่ได้โอบกอดเขา และยามนี้มันก็ยังเหมือนเดิมไม่มีผิด เธอรัก รักลูกชายคนนี้ของเธอเหลือเกิน

“ม๊าไม่โกรธพายเลย... ไม่เลย” เธอกระซิบบอกลูกชาย “พายจะชอบ หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นรักพี่เขาในอนาคตม๊าก็ไม่โกรธพายเลยแม้สักนิด ความรักมันเป็นเรื่องที่สวยงามรู้มั้ยลูก เหมือนที่ม๊ารักป๊า ม๊ารักพี่พัฟ ม๊ารักพาย มันเป็นสิ่งที่สวยงาม”

“แต่พายเป็นผู้ชาย... พี่กิวก็เป็นผู้ชาย...”


“เพศมีไว้เพื่อแบ่งสรรปันส่วนประชากรโลกนะลูก ไม่ได้มีไว้เพื่อจำกัดสิทธิ์ของความรัก”

“..........”

 “ม๊าไม่สนใจหรอกว่าพี่เขาจะเป็นผู้ชาย พายจะเป็นผู้ชาย อนาคตทั้งสองคนจะไม่มีลูกสืบสกุล จะโดนมองว่าแปลกประหลาด จะอะไรก็ตาม ม๊าไม่เคยสนใจ ม๊าสนใจแค่ว่าลูกชายของม๊าจะมีความสุขมั้ย คนที่ลูกชอบ คนที่ลูกรัก จะทำให้ลูกมีความสุขมั้ย ม๊าสนใจแค่นั้น เท่านั้นเอง”

“..........”

“แล้วตอนนี้พายมีความสุขที่ได้ชอบพี่เขามั้ยล่ะลูก?”

หญิงสาวผละอ้อมกอดจากลูกชาย มองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตเพื่อรอคำตอบ พายได้กรรมพันธุ์ของเธอไปเยอะกว่าได้จากผู้เป็นพ่อ สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันก็คงจะเป็นตาเรียวคมที่กำลังมีน้ำตาคลอนั่น

“มีครับ... พายมีความสุข”

พายอมยิ้ม ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่อายใคร อรอนงค์พยักหน้า ยิ้มให้คำตอบของลูกชายและเหลือบมองพัฟที่กอดอกพิงเสามองมาที่พวกเธออยู่ พี่ชายตัวดีที่สร้างเรื่องคงมารอหาจังหวะช่วยพูดกับเธอเป็นแน่หากเธอไม่ยอม ผู้เป็นแม่ยิ้มแล้วกวักมือเรียกพัฟให้เดินเข้ามาร่วมวงด้วย

“อะไรตัวเล็ก ขี้แยอีกละ” พัฟทรุดตัวนั่งบนโซฟาข้าง ๆ กับคนในครอบครัวทั้งสอง

“ไม่ได้ขี้แย! พี่พัฟจะไปไหนก็ไปเลย”

“เออ งั้นกูไป”

พัฟทำทีจะลุกจากโซฟาตามที่โดนไล่ แต่มือเล็กกลับคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อกล้ามย้วย ๆ ของพัฟ ยื้อไว้ไม่ยอมให้ลุกแทน ก่อนจะโดนน้ำหนักตัวกดทับเมื่อพายซุกหน้าเข้ากับบ่าพี่ชาย กอดเอวเขาเอาไว้แน่น

“ไม่ให้ไป...”

“.....น้องใครวะเนี่ยปัญญาอ่อนชิบหาย” บ่นแล้วขยี้หัวตัวเอง คุณอรอนงค์หัวเราะกับท่าทีของพี่น้องสองคน ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตีกันได้จริง ๆ ไม่รู้เลี้ยงกันไปมาอีท่าไหน

ว่าแล้วเธอก็มองไปทางพายที่เริ่มสั่งน้ำมูกกับเสื้อนอนตัวเก่งของพัฟ หลังจากนี้ลูกชายของเธอยังต้องเจอกับเรื่องราวอีกมากมายที่จะตามมา แม้สังคมปัจจุบันจะเปิดกว้างมากขึ้นแล้ว แต่ใช่ว่าทุกคนที่ห้อมล้อมลูกชายเธอจะใจกว้างรับเรื่องแบบนี้ได้ทุกคน ไหนจะเรื่องของครอบครัวอีกฝ่ายอีก เด็กม.ปลายสองคนที่ตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความรักนี้จะทำอย่างไรกันต่อเธอก็ไม่อาจรู้ได้




แต่สำหรับเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเฝ้าดู ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจลูก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด



To be continue


-------------------------------------------------------------------



สวัสดีกลางสัปดาห์พร้อมลมหนาวที่เริ่มพัดมาเบา ๆ ค่ะ

ตอนล่าสุดนี้อาจจะแหวกแนวจากที่ทุกคนคิดเอาไว้ เราอยากจะให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ของครอบครัวนี้ก่อนค่ะ อาจจะมีคนถามว่าทำไมม๊าถึงยอมง่ายจัง ม๊าไม่กลัวเลยเหรอว่าลูกตัวเองจะเป็นเกย์นี่นั่น เรามองว่าคุณแม่ยอมง่ายไปเหมือนกันค่ะแต่จริง ๆ แล้วในชีวิตจริงคุณพ่อคุณแม่ที่ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นง่าย ๆ แบบนี้ก็มีนะคะ (จากประสบการณ์จากคนรอบตัว) และอนาคตถ้าเราเป็นแม่เราก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ  :katai2-1:

และก็มีเรื่องจะแจ้งค่ะ อีกสามตอนก่อนจะจบซีรี่ย์นี้อาจจะมาหลังจากวันที่ 7 ธันวาคมนะคะ เพราะเราจะหายยาวเพื่อเตรียมตัวสอบ ที่ตอนนี้หาย ๆ ไปก็เพราะเรื่องงานและเรื่องสอบนี่ด้วยแหละค่ะ (จะไม่บอกใครว่าความคิดตัดเด็ดขาด)

เพราะงั้นเจอกันใหม่หลังวันที่ 7 ธันวานะคะ หรือถ้าเครียดจนต้องมาลงกับนิยายเราจะมาต่อให้ก่อนค่ะ!

ขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจและการติดตามมาโดยตลอดด้วยค่ะ  :pig4:

ออฟไลน์ tuckky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 922
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
เป็นครอบครัวที่น่ารักมาก
อยากให้ทุกครอบครัวที่ลูกเป็นเพศทางเลือกเข้าใจในตัวลูกแบบนี้  :mew1:

ชอบพี่น้องที่เป็นแบบพี่พัฟกับน้องพาย มันน่ารักมาก  :กอด1:
ตอนนี้ไม่มีพี่กิวแฮะ

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
คุณแม่น่ารัก
พี่พัฟก็น่ารัก
น้องพายก็น่ารักกกก

ดีใจกับครอบครัวนี้ ถึงจะขาดพ่อแต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างแม่กับลูกสามคน
มันให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก ดีใจที่คุณแม่เข้าใจน้อง  :hao5: #ซับน้ำตา
ทีนี้ก็เหลือแค่ครอบครัวพี่กิวล่ะนะ จะยอมรับกันง่ายๆ มั้ย? ลูกชายคนเดียวด้วย TvT

ว่าแต่ว่าซีรี่ย์นี้จะจบแล้วหรอคะ??
แอร๊ยยยยยยยย หมายถึงจบภาคมัธยมใช่มั้ยคะ?
งั้นขอมหาลัยต่อนะคะ กำลังมุ้งมิ้งเลย 55555

สู้ๆ ในการสอบนะคะ ^^

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
แม่น้องพายน่ารัก เจ้าใจลูก เป็นครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
แค่พูดถึงพี่กิว พายก็เขินละ
โคตรน่ารักเลยยย
ชอบที่คุณแม่พูดมากๆ
เข้าใจลูกทั้งสองเลย
ยัดเหยียดพี่รูทให้พี่พัฟอิอิ

ออฟไลน์ ::UsslaJlwaJ::

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1012
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4
โอยยยน่ารักมากจ้า ไม่พลาดที่จะตาม ชอบคำพูดคุณแม่น้องพายจุงงงง

ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
♥ หัวหน้าแก๊งค์ (ตอนพิเศษ)
ตอน ลมหนาว


ความหนาวเริ่มเข้ามาเยือนแล้ว


ความเย็นค่อยๆ ตีพัดจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ภายใน ทำให้สั่นสะท้านด้วยความเย็นเยียบ จวบจนกระทั่งทนไม่ไหวนั่นแลความหนาวจึงจะพอใจ แต่แม้กระนั้น หน้าหนาวก็ยังเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ คนรอคอย เพราะมันนำพามาซึ่งความสุข




“หนาวว่ะ... ตัวเล็กมากอดทีดิ๊”

พายในชุดเสื้อกันหนาวมีฮู้ดตัวโตเลิกคิ้วมองพี่ชายที่กำลังนั่งอ้าแขนอ้าขารอเขาอยู่บนโซฟา ทั้งเนื้อทั้งตัวใส่แค่เสื้อกล้ามตัวโคร่งอวดแขนล่ำกับกางเกงบ๊อกเซอร์ขาสั้น อยากจะถามเหลือเกินว่าหน้าหนาวแบบนี้มีใครปัญญาอ่อนใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบพี่ชายตัวเองบ้าง

“ทำไมพี่พัฟไม่ใส่เสื้อผ้าให้มันดีๆ ล่ะ ดูคนอื่นซะบ้างว่าเขาใส่กันยังไง”

“นั่นดิไอ้พัฟ มึงแม่งหาเรื่องเองแล้วมาเดือดร้อนน้องพายเขา มาให้พี่กอดดีกว่าเนอะน้องพาย”

รูทรีบเออออพลางใช้ขาสั้นๆ ที่ตัวเองภูมิใจหนักหนายันเข้าที่สีข้างของเพื่อนรักก่อนจะหันมาทำตากระพริบปริบๆ ใส่น้องชายเพื่อนที่ยืนหัวเราะการกระทำของเขา แต่ความหวังของรูทพลันริบหรี่เมื่อโดนแขนยาวๆ ของคนที่กำลังนอนวัดพื้นอยู่ลากให้ลงไปขลุกอยู่ด้วยกันข้างล่างแทน ตอนนั้นแหละที่รูทรู้ตัวว่าตนเองจะต้องเสียเปรียบเป็นแน่แท้

“ไอ้พัฟ! ปล่อยนะเว้ย ไม่ได้ให้มึงกอด อี๋ ตัวก็เหม็น!”

“กอดกูก็เหมือนกอดน้องกู ไม่เป็นไรหรอก มามะน้องรูทคนสวย เดี๋ยวพี่พัฟจะทำให้ร้อนเอง”

“สวยพ่อง! ไม่เอา อย่านะไอ้พัฟ โว้ยยยยย!!”

ทั้งสองขลุกกันไปมา ส่งเสียงโวยวายจนดังไปทั่วห้อง พายได้แต่มองพี่ชายกับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อแล้วหัวเราะอยู่อย่างนั้น อยากจะเข้าไปช่วยก็อยาก แต่ดูพี่รูทโดนแกล้งแบบนี้ก็สนุดดีเหมือนกัน พอคิดแบบนั้นเจ้าตัวก็ทำหน้าขอโทษขอโพย คว้ากระป๋องน้ำอัดลมกับขวดน้ำชาเขียวแล้วเอ่ยขอตัวไปนั่งเล่นกับคนหน้านิ่งที่ผละตัวออกจากลุ่มไปนั่งเหม่อมองดาวบนท้องฟ้าอยู่ที่ระเบียงห้องนั่งเล่นแล้ว

ลมหนาวพัดเข้ามาภายในตัวบ้านผ่านประตูที่ถูกเปิดกว้าง พายทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กับกิวที่มาจับจองพื้นที่อยู่ก่อนหน้านี้สักพักแล้ว อีกฝ่ายหันมามองเขาแล้วเขยิบให้ก่อนจะหันไปสนใจท้องฟ้าที่พร่างพราวไปด้วยหมู่ดาวระยับอย่างไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือท้องฟ้าของกลางเมืองหลวง มันสวยงามเหมือนยามเรามองท้องฟ้าจากหอดูดาวเลยทีเดียว

“สวยเนอะพี่กิว... อ้ะ ห้ามเล่นมุขว่าพายสวยกว่าด้วย เชยแล้ว”

พายรีบบอกเมื่อเห็นว่าผู้มีศักดิ์เป็นทั้งพี่และคนรู้ใจตั้งท่าจะพูดอะไรสักอย่าง ซึ่งพายมั่นใจว่ามันต้องเป็นประโยคจีบสาวเสี่ยวๆ ที่โดนเพื่อนสนิททั้งสองคนเตี๊ยมไว้ก่อนหน้านี้แน่ๆ คนอย่างพี่กิวถึงจะดูน่ากลัวแต่ก็ใส่ซื่อเรื่องความรักพอๆ กับเด็กแบบพายนั่นแหละ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ยิ่งมาเจอท่าทางอ้าปากแล้วหุบ อ้าแล้วหุบอีกรอบยิ่งทำให้รู้ว่าการคาดการณ์ของตนถูกต้อง กิวเงียบเมื่อโดนดักทาง เลือกจะกลับไปมองดาวด้านนอกต่อ

ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบที่ไร้บรรยากาศกดดัน ลมเย็นพัดผ่านเป็นระลอก ความเย็นสบายและมุมมองสวยๆ เป็นของชอบของพายอยู่แล้ว จึงอดไม่ได้จะต้องอมยิ้มยามมองท้องฟ้าไปด้วย อยู่ๆ ขวดชาเขียวรสโปรดที่ถูกเปิดฝาก็ยื่นมาให้ พอหันไปมองจึงรู้ว่าเป็นฝีมือคนข้างกายนั่นแหละ กิวยื่นขวดน้ำให้พายขณะที่ตัวเองก็ใช้นิ้วชี้อีกมือเกี่ยวฝากระป๋องน้ำอัดลมให้เปิดออกด้วย ท่วงท่าเท่เกินคำบรรยายดึงให้จังหวะการเต้นของหัวใจกระตุกไป

พี่กิวเป็นคนหน้าตาดี ทั้งโครงหน้าที่รับกับดวงตาสีเข้มที่พายชอบมองบ่อยๆ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเข้ารูป หากเปลี่ยนจากหน้าบูดบึ้งเป็นรอยยิ้มสมวัยพี่กิวจะเหมือนนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร พายรู้และไม่คิดจะเถียง ยิ่งเจอท่าเปิดกระป๋องน้ำขั้นเทพไปอีก พายยิ่งคูณจำนวนอ. อ่างลงในคำว่าหล่อของพี่กิวอีกล้านตัว คนบ้าอะไรหล่อไม่ปราณีจิตใจคนมองเลย

“พายไม่สวยหรอก...”

อยู่ๆ กิวก็พูดขึ้นมา ประโยคที่ไม่มีการเกริ่นนำชวนให้ฉงนสงสัยจนต้องเลิกคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงรู้ว่ากิวเอ่ยต่อจากที่คุยกันก่อนหน้านี้ ใบหน้านิ่งเฉยละความสนใจจากท้องฟ้าภายนอกกลับมามองตน ตาสีเข้มที่พายชอบจ้องมานิ่งๆ เหมือนกับต้องการจะสื่อสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมาด้วยวิธีนั้น ก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยประโยคต่อจากที่ค้างคาไว้

“แต่พายน่ารัก... น่ารักมาก”

“.....................”

“และพี่ชอบคนน่ารักมากกว่าคนสวย เข้าใจนะ?”

“อะ... อือ ครับ”

รู้สึกได้ว่าหน้ากำลังเห่อร้อน ชาในมือถูกพายยกกระดกอึกแล้วอึกเล่าจนเกือบหมด ไม่กล้าหันไปมองหน้ากิวแม้จะรู้ว่าตนเองปิดบังความเขินอายบนหน้าไว้ไม่มิดอยู่แล้ว

“เนี่ย... แล้วแม่งก็มานั่งสวีทกันสองคน ไม่สนใจหรอกว่าพี่ชายจะหนาวตายห่าฟัดกับหมาอยู่ในบ้าน”

พัฟซึ่งกำลังยืนกอดอกกันลมหนาวพิงประตูกล่าวเสียงดัง ดึงความสนใจของทั้งสาองคนให้มาอยู่ที่ตน ข้างๆ กันนั้นรูทยืนยักคิ้วหลิ่วตามาให้ ดูท่าทางว่าศึกนัดนี้พี่รูทคงโดนไปหลายยกและก็เอาคืนได้มากไม่แพ้กัน พายนึกเมื่อเห็นรอยฟันกับรอยข่วนบนแขนกับไหล่พี่พัฟด้วย

“โอ๋ๆ พี่พัฟคนดี เดี๋ยวคืนนี้ให้ยืมหมอนข้างนะ”

น้องน้อยรีบเดินไปกอดเอวพัฟโยกซ้ายโยกขวาออดอ้อน แอบขยิบตาให้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของพี่ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังอีกด้วย เลยโดนจัดการยีหัวเสียจนผมยุ่งไม่เป็นทรง

“ไม่ต้องมึงนั่นแหละมาเป็นหมอนข้าง ขอกูทำตัวยืดใส่ไอ้กิวได้หน่อยเหอะ”

พัฟว่าพลางหัวเราะ ไม่วายหันไปมองเพื่อนของตนแล้วยกคิ้วให้อย่างสะใจ แต่ก็เพียงไม่นานเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นคำตอบที่ได้จากพัฟก็ฉุดผู้เป็นพี่ชายให้หน้าบึ้ง กลอกตาไปมาแล้วลากน้องชายตัวเองเข้าห้องนอนโดยเร็ว พร้อมส่งคำสวดให้ลอดออกจากบ้านประตู โดยมีรูทยืนขำตัวงอตบบ่าเพื่อนอยู่ด้านนอก



“ยืดให้เต็มที่เลยไอ้พัฟ เพราะเดี๋ยวกูจะ ‘ยึด’ ไปตลอดชีวิตแล้ว”



จบตอนพิเศษ ลมหนาว


-------------------------------------------------------------------



สวัสดีพร้อมอากาศหนาวค่ะ! วันนี้เอาตอนสั้นๆ มาลงแก้คิดถึงกันก่อนนะคะ
กำลังเค้นตอนหลักออกมาอยู่ค่ะ แต่ได้พล็อตตอนพิเศษมาซะก่อนเลยมาลงไว้ดีกว่า กลัวจะลืมเองอีก  :katai1:

หลังจากนี้ถึงตอนหลักจบแล้วเราก็ยังมีตอนพิเศษออกมาเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ แล้วก็ต้องมีภาคต่อคู่ของคุณพี่แน่ๆ ไม่ยอมทิ้งให้ตัวละครที่สร้างมาอยู่แบบเพื่อนสนิทคิดไม่ซื้ออย่างเดียวค่ะ พี่รูทพี่พัฟต้องแฮปปี้ไปด้วย 55555555555

ขอบคุณลมหนาวที่ทำให้เกิดฟิคนี้
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามด้วยค่ะ เลิฟ :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-02-2015 12:11:55 โดย ennewiis »

ออฟไลน์ black sakura

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-8
รอคู่คุณพี่ชายจร้าาา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
ลมหนาวมา ถ้ามีคนให้กอดมันก็อุ่นทั้งอุ่นทั้งใจ

ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
♥ หัวหน้าแก๊งค์ (ภาคหลัก)
ตอน โซ่ทองคล้องใจ





โซ่ทองคล้องใจ


ในความหมายทั่วไปคือผู้เป็นลูกที่ทำหน้าที่เป็นโซ่คล้องใจของพ่อกับแม่ไว้ด้วยกัน เป็นการเปรียบเปรยที่ทำให้เห็นภาพความรักของพ่อกับแม่ที่มีลูกเป็นตัวสานสัมพันธ์ ว่าแต่ ถ้าลูกนั้นไม่ใช่ "ลูก" ในความหมายที่เป็นคนนั้น จะนับรวมด้วยหรือเปล่านะ?





อากาศที่เริ่มร้อนขึ้นอีกครั้งทำให้หยาดเหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมาตามไรผมของคนที่เดินอยู่ข้างกาย กิวเห็นดังนั้นก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะลากคนตัวเล็กกว่าให้ไปหลบอยู่ข้างทางในขณะที่เจ้าตัวผละไปร้านของชำที่ไม่ไกลจากบริเวณนั้นเท่าไหร่นักเพื่อหาซื้อกระดาษทิชชู่และน้ำเปล่าเย็นๆ หนึ่งขวดมายื่นให้คนที่รออยู่

พายเอ่ยขอบคุณขณะรับขวดน้ำที่เปิดฝาแล้วมากระดกสองสามอึกแล้วใช้ทิชชู่ที่ถูกยื่นมาให้ซับไปตามใบหน้าชื้นเหงื่อของตนเอง

“ร้อนชะมัดเลย สาบานนะว่านี่มันหน้าหนาว”

ว่าแล้วก็ทำหน้ามุ่ยบ่นกระปอดประแปด ไม่วายต้องสะบัดคอเสื้อเรียกลมด้วยตัวเอง กรมอุตุขี้โม้! ไหนบอกว่าจะหนาวนาน ห้าวันนี่มันนานตรงไหน!?

“เราขี้ร้อนเองต่างหาก พี่ยังไม่เห็นร้อน”

“พี่กิวใส่เสื้อกล้ามมันจะไปร้อนได้ไง ถ้าพี่กิวร้อนพายคงตัวระเบิดเป็นโกโก้ครันซ์ไปแล้ว!”

คำพูดคล้ายจะโมโหแต่กลับมีอารมณ์ขันขับรอยยิ้มบนใบหน้าคนตัวโตได้อีกครั้ง กิวเลือกจะไม่ต่อปากต่อคำแต่ส่งมือไปลูบเรือนผมนิ่มเบาๆ เป็นการปลอบโยน ยื่นหลบแดดอยู่บริเวณนั้นได้สักครู่ทั้งคู่ก็พากันออกเดินเที่ยวรอยตลาดนัดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พายเลือกที่จะเดินเลาะบริเวณที่มีกันสาดยื่นมาตลอดทางเพื่อกันแสงแดดแผดเผาผิวหนังให้ต้องหงุดหงิดใจอีกครา

โซนที่ทั้งคู่เลือกเดินเริ่มจากโซนขายต้นไม้และของประดับตกแต่งสวนซึ่งเป็นจุดหมายหลักของการมาเดินตลาดนัดในวันนี้ เพราะยามปกติพายเป็นคนดูแลสวนในบ้านด้วยตนเองอยู่แล้ว วันนี้มีโอกาสได้มาเดินจึงหมายมั่นว่าต้องพาสมาชิกใหม่กลับไปประดับสวนของตนให้ได้ และก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเดินเข้าร้านนี้ออกร้านนั้นได้สักพักในมือน้องก็มีถุงใส่ต้นกระบองเพชรต้นเล็กขนาดน่ารักสองต้นอยู่ในมือ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเช่นหินหลากสี ตุ๊กตาตัวเล็ก อีกจำนวนหนึ่ง

“พี่ถือให้”

ว่าแล้วก็คว้าถุงในมือของพายมาถือไว้เอง แต่เจ้าของถุงกลับไม่ปล่อยมือแถมยังส่ายหน้าไปมาเป็นการปฏิเสธ

“ไม่เอาครับ พายถือเอง แค่พี่กิวออกเงินให้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”

“พี่เต็มใจ เอามา”

กิวกระตุกถุงอยู่สองสามทีก็ยังไม่มีทีท่าว่าพายจะปล่อยมือ นิสัยดื้อแพ่งขี้เกรงใจนี่แหละที่เขาคิดว่าบางครั้งก็รับมือยากเสียเหลือเกิน แต่กิวตัดสินใจแล้วว่าจะแก้นิสัยนี้ของน้องยามที่อยู่กับเขาเสียที เกรงใจคนอื่นได้ไม่เป็นไรแต่ห้ามเกรงใจเขาเด็ดขาด ดังนั้นในเมื่อน้องไม่ยอมปล่อยถุงในมือกิวก็จะจับมันทั้งมือซะเลย ได้ทั้งถุงได้ทั้งมือ ไม่ต้องเถียงกันให้วุ่นวาย

“พี่กิวเดี๋ยว... พี่จะจับมือพายทำไมเนี่ย”

พายรีบพูดเมื่อเห็นว่ามือของตัวเองโดนจับไว้แน่นแถมคนจับทำท่าจะเดินต่อแบบไม่สนใจคนรอบข้าง แม้ที่จริงจะไม่มีคนสนใจหรอกว่าทั้งคู่จะทำอะไร แต่เขารู้สึกทำตัวไม่ถูกในสถานการณ์เช่นนี้

“เราไม่ปล่อยถุงให้พี่ถือ พี่ก็ช่วยเราถือแบบนี้ไง”

“แต่คนอื่นเขามองหมดแล้วนะ ปล่อยเถอะครับ”

ฟังคำตอบแล้วริ้วแดงปรากฏบนแก้มใส พายพยายามดึงมือออกจากอุ้งมือแกร่งโดยระวังท่าทีไม่ให้อีกฝ่ายคิดว่าตนรังเกียจ เห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกแบบนั้นกิวก็นึกอยากจะแกล้ง หน้าคมก้มหน้าไปในระดับเดียวกับใบหูเล็ก กระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

“หอมแก้มพี่กลางลานจอดรถก็ทำมาแล้ว แค่จับมือคงไม่ต้องอายแล้วมั้ง?”

พายตาโต รีบหันซ้ายหันขวาดูว่ามีใครได้ยินคำพูดที่แม้จะเบาแต่อาจเล็ดลอดเข้าหูคนใกล้ตัวหรือไม่ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ ทำหน้าไม่พอใจทั้งที่ยังหน้าแดงถึงใบหูแน่นอนล่ะว่ากิวไม่มีทางกลัวหรอก กลับคิดว่าใบหน้านั้นช่างน่ารักเสียด้วยซ้ำ ได้แกล้งน้องจนหนำใจกิวก็ปลอบโยนโดยการใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือเบาๆ แม้ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยเลยแม้สักน้อย แน่นอนล่ะว่าพายก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมให้คนตัวโตจูงมืออยู่อย่างนั้นไปตลอดทริปเที่ยวตลาดนัด







“อ้ะ...  โซนสัตว์เลี้ยงนี่ พี่กิวไม่ชอบหรือว่าแพ้ขนสัตว์มั้ยครับ?”

พอได้ยินน้องถามเช่นนั้นกิวก็ส่ายหน้า เขาไม่ได้แพ้ขนสัตว์หรือเกลียดสัตว์แต่อย่างใด แค่ไม่ค่อยสนใจในเรื่องพวกนี้เสียมากกว่า พอเห็นท่าทีแบบนั้นของเขา รอยยิ้มน่ารักพลันปรากฏบนใบหน้าของพาย มือเรียวที่ยอมโอนอ่อนให้จับกุมเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นฝ่ายจับที่มือเขาแล้วพาให้เดินไปยังโซนลึกสุดของตลาดนัดที่ยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าไป

สัตว์ทั้งเล็กใหญ่ถูกใส่ไว้ในกรงวางไว้ทั้งหน้าร้านและในร้าน เสียงร้องเจื้อยแจ้วของนกแก้ว แมว และเสียงเห่าของสุนัขดังแข่งขันกันเป็นจังหวะ แต่แม้จะรู้สึกหงุดหงิดกับเสียงที่ดังก้องไปทั่วแต่กิวก็ไม่เอ่ยปากบ่น เพราะเพียงใดเห็นใบหน้าที่ชื้นเหงื่อน้อยๆ นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส สำหรับกิวเท่านั้นก็เพียงพอจะทำให้เขายอมอดทนเดินตามแผ่นหลังเล็กต้อยๆ แล้ว

“พี่กิวชอบสัตว์อะไรมากที่สุดครับ?”

“ไม่รู้สิ พี่ไม่เคยเลี้ยง”

ไม่เคยเลี้ยงก็ชอบได้น้า กิวได้ยินน้องพูดแบบนั้นขณะที่ตากลมโตเป็นประกายสอดส่ายสายตาไปทั้งสองฟากฝั่งเพื่อมองสัตว์เลี้ยงที่รอให้คนมารับไปดูแลต่อ

“พายชอบหมามากที่สุดเลย แต่เสียดายที่เลี้ยงไม่ได้เพราะแม่ไม่อนุญาต... อ้ะ ตัวนั้นเหมือนบับเบิ้ลบีเลย”

พายผ่อนฝีเท้าหยุดยืนตรงหน้าคอกที่ใส่ลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ไว้ หากถามกิวว่าตัวไหนที่เหมือนบับเบิ้ลบี รถคันโปรดของน้องเขามองไม่ออกหรอก ก็ดูหน้ามันแต่ละตัวสิ เหมือนกันอย่างกับแฝด แล้วมันก็ไม่มีล้อไม่มีไฟหน้า จะให้ดูยังไงก็ดูไม่ออกจริงๆ

“น่ารักจังเลยบับเบิ้ลบี”

มือเล็กเอื้อมไปลูบหัวลูกหมาตัวที่นอนกระดิกหางอยู่ตรงกลางวง มันทำเสียงออดอ้อนในลำคอครานึงแล้วหลับตาพริ้มรับสัมผัสแผ่วเบา ประกายในดวงตาระริกไหวอย่างดีใจเมื่อลูกหมาตัวเล็กลุกขึ้นแล้วเดินมาใกล้ๆ พลางส่ายหางไปมาจนสั่นไปทั้งตัว ดูท่าจะไม่ใช่แค่น้องที่ติดใจมัน แต่มันก็ติดใจเจ้าของสัมผัสอ่อนโยนตรงหน้าเหมือนกัน ฝั่งกิวก็ยืนมองใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มพลางยิ้มตาม แม้ไม่ได้ชอบเป็นการส่วนตัวแต่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะถ้าน้องเอ่ยปากอยากได้เพียงครึ่งคำเขาจะซื้อลูกหมาตัวนี้ให้น้องโดยไม่อิดออดเลยแม้สักนิด แต่พายกลับทำเพียงแค่เล่นกับเจ้าหน้าขนนั่นอยู่ครู่นึงก่อนจะผละออกมาจากกรงที่ใส่ลูกหมาไว้ โบกมือให้มันพลางพูดเสียงเบาๆ ว่าบ๊ายบายแล้วจูงมือกิวให้เดินดูรอบๆ ต่อ

ระหว่างทางเขาสัมผัสได้ว่าพายเงียบไป ทำท่าเหมือนกำลังชั่งใจอะไรสักอย่างแล้วส่ายหน้าอยู่คนเดียว และกลับทำกิริยาเดิมอีกซ้ำๆ กิวลองหยุดเดินและน้องก็ยังไม่รู้ตัวจนกระทั่งเจ้าตัวเดินต่อไปไม่ได้นั่นแหละ น้องถึงได้หันมาสนใจ ใช่สายตางุนงงมองเขา

“อยากได้หรือเปล่า?”

ตอนแรกพายดูจะยังไม่เข้าใจคำถามของเขา น้องเลิกคิ้วทำหน้าเหรอหราสักพักก่อนจะถึงบางอ้อ หัวกลมๆ ส่ายไปมาและพายก็ยิ้มให้เขา

“พายเลี้ยงไม่ได้หรอกครับคุณแม่ไม่ให้หรอก”

“แล้วอยากได้หรือเปล่าล่ะ?”

น้องเม้มปากเหมือนไม่มั่นใจ แต่สำหรับกิวนั่นถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว คนตัวโตกว่าจับจูงมือน้องให้เดินกลับไปทิศทางเดิม ไปหยุดบริเวณคอกที่มีลูกหมาส่งเสียงร้องเรียกทั้งคู่อยู่ กิวตั้งใจจะอุ้มตัวตรงกลางที่นอนอยู่ขึ้นมาแต่ต้องหยุดชะงัก คราวนี้เป็นฝ่ายเขาเองที่ยืนมองลูกหมาห้าตัวในคอกด้วยความสับสน


ตัวไหนที่มันเหมือนบับเบิ้ลบีวะ


คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมองหมาแต่ละตัวที่แอบตั้งชื่อให้ในใจว่าโง่ 1, โง่ 2 จนถึง โง่ 5 แล้วก็ยังไม่รู้สักทีว่าตัวไหนคือตัวที่พายเล่นด้วยเมื่อกี้ จนกระทั่งน้องยื่นมือไปลูบหัวตัวที่กิวตั้งชื่อไว้ในใจว่าเจ้าโง่ 3 แล้วเรียกเสียงเบาว่าบับเบิ้ลบี กิวจึงเรียกพนักงานขายมาเพื่อตกลงราคา

“พี่กิวเดี๋ยวก่อน พายเลี้ยงไม่ได้”

“พายเลี้ยงไม่ได้แต่พี่เลี้ยงได้นี่”

น้องถลึงตาใส่เขาอีกแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดอะไรผิดเสียหน่อย น้องบอกจริงว่าน้องเลี้ยงไม่ได้ แต่เขาไม่เคยบอกเสียหน่อยว่าเขาเลี้ยงไม่ได้

“แต่... แต่พี่กิวไม่เคยเลี้ยงนี่หน่า แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้...”

“เราไปฟังพี่พนักงานแนะนำ แล้วเราก็มาช่วยพี่เลี้ยงที่บ้าน”

กิวไม่รอให้น้องประท้วงแต่อุ้มเจ้าลูกหมาตัวเล็กตัวนั้นจากในคอกส่งให้พาย แล้วบอกให้น้องไปฟังวิธีการเลี้ยงและสิ่งที่ควรรู้จากพนักงานขายประจำร้าน ส่วนตัวเองจะไปจ่ายเงินค่าสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นของเจ้าโง่... เจ้าบับเบิ้ลบีตัวนั้น






หลังจากนั้นเกือบหนึ่งชั่วโมง กิว พาย และเจ้าบับเบิ้ลบีที่ถูกจับไปใส่ไว้ในกรงเดินทางสำหรับสุนัขก็ลงจากรถแท๊กซี่บริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรที่กิวเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าเป็นบ้านอีกหลังที่พ่อแม่ซื้อเอาไว้ก่อนจะย้ายไปอยู่ในบ้านหลังปัจจุบัน กิวจึงใช้บ้านหลังนี้เป็นที่หลับนอนยามที่ไม่ต้องการกลับไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่

“เอ้า บับเบิ้ลบี บ้านใหม่ของแกไง”

พายว่าพลางเปิดประตูกรงให้ลูกหมาตัวเล็กได้ออกมาทำความคุ้นเคยกับบ้านที่มันต้องอยู่หลังจากนี้ มองตามลูกหมาที่ตนถูกชะตาวิ่งไปทางนั้นที ทางนี้ทีแล้วก็อมยิ้ม ว่าแล้วก็นึกขึ้นมาได้ พายรีบหันไปหาคนที่กำลังนั่งมองเขาจากโซฟาตัวใหญ่ แอบเขินไม่น้อยกับสายตาและรอยยิ้มบริเวณมุมปากของพี่กิวจนรู้สึกเหมือนมือไม้มันเกะกะไปหมด ฝ่ายกิวเห็นว่าน้องทำท่างกๆ เงิ่นๆ เหมือนทำอะไรไม่ถูกจึงกวักมือเรียกให้มานั่งบนโซฟาข้างกันเสียเลย

พายทิ้งตัวลงบนโซฟาตามที่กิวเรียกร้องแต่ไม่เอ่ยอะไร ฝ่ายกิวก็ไม่ได้พูดอะไรเข่นกัน ทั้งคู่จึงทำเพียงนั่งเงียบๆ ฟังเสียงของเจ้าหมาแสนซนวิ่งไปมาก่อนจะทิ้งตัวนอนหอบหายใจข้างๆ ขาของพาย แต่แม้กระนั้น ความเงียบที่โอบล้อมกลับไม่ใช่ความเงียบที่ชวนอึดอัด มันเป็นความเงียบที่เบาสบาย ชวนให้จิตใจสงบเสียมากกว่า

“พี่กิว... ขอบคุณนะครับ”

ท้ายที่สุดแล้วพายก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน น้องส่งยิ้มกว้างชนิดที่กิวเห็นแล้วใจพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ รีบพยักหน้าตอบกลับน้องไปทั้งที่สติยังไม่กลับคืนเข้าที่

“พายตกใจจริงๆ นะตอนที่พี่กิวบอกว่าจะเลี้ยง”

“ก็พายอยากเลี้ยง”

“อื้ออออ รู้เหตุผลหรอกน่ะ แต่ก็ยังตกใจนี่... ขอบคุณนะครับ”

กิวพยักหน้ารับคำขอบคุณที่ถูกเอื้อนเอ่ยอีกครั้ง ระหว่างนั้นเจ้าบับเบิ้ลบีก็เรียกร้องความสนใจจากทั้งคู่ด้วยการกระโดดเหยงๆ พยายามขึ้นมาบนโซฟาให้ได้ ท่าทางช่างน่าขันแต่ก็น่าเอ็นดู โดยไม่ต้องรอให้พายเป็นฝ่ายจัดการ กิวก็อุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาวางบนโซฟา แต่เจ้าลูกหมาก็ช่างซนเหลือเกิน แค่ขึ้นมาไม่นานก็ฟัดโซฟาเขาเป็นรอยเสียแล้ว

“ไม่ได้นะบับเบิ้ลบี เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่พี่กิวมาเห็นแล้วว่าเอาจะทำยังไง”

ร้อนจนพายต้องดุมันเบาๆ แต่แค่มองหน้าตาบ๊องแบ้วของมันก็รู้แล้วว่ามันไม่เข้าใจนักหรอก พายยังทำหน้าดุใส่มันไม่เลิกจนกิวต้องเป็นฝ่ายเข้ามาไกล่เกลี่ยเอง เพราะกลัวน้องจะไม่หยุดย่นคิ้วเสียที

“ไม่โดนหรอก เขาไม่มาเหยียบบ้านนี้นานแล้ว”

ไม่รู้ว่าเขาแสดงออกอะไรทางน้ำเสียงหรือเปล่า เพราะทันทีที่น้องได้ยินก็รีบเงยหน้ามามองเขาทันที กิวเพียงแค่หลบตาแล้วคว้ารีโมทที่วางอยู่ใกล้ๆ เปิดโทรทัศน์ แม้ว่าจะไม่ได้ต้องการดูก็ตาม

ความเงียบเข้าปกคุลมในห้องอีกครั้ง กิวนั่งเงียบๆ ทำเป็นมองโทรทัศน์เบื้องหน้าแม้เนื้อหาจะไม่ได้เข้าหัวเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ความคิดหลุดรลอยไป มารู้สึกตัวอีกที่ก็ตอนที่มือเล็กๆ ของเจ้าบับเบิ้ลบีถูกจับให้มาสะกิดบนท่อนแขนของเขานั่นแหละ พอหันไปมองตามต้นเหตุก็เห็นว่าพายกำลังอุ้มเจ้าตัวแสบมาจ่อไว้ที่หน้าตนเอง พอเขาสนใจเจ้าตัวก็เริ่มพูด

“พ่อกิวฮับ บับเบิ้ลบีขอโทษน้า ไม่โกรธบับเบิ้ลบีนะฮับ”

ท่าทางตลกๆ ของเจ้าแสบที่โดนอุ้มโยกไปมากับเสียงที่ถูกบีบให้เล็กเพื่อพูดประโยคนั้นทำให้กิวต้องเลิกคิ้ว อยากรู้ว่าถ้าเขาไม่ตอบคนตรงหน้าจะทำอะไรต่อไป

“พ่อกิวยกโทษให้บับเบิ้ลบีเถอะน้า กลัวแล้วๆ”

พายจับแขนทั้งสองข้างของเจ้าหมาน้อยยกขึ้นในท่ายอมแพ้อย่างทุลักทุเล กิวอยากจะส่งยิ้มให้น้องแทบตาย แต่ก็ต้องทำเป็นเข้มไม่ยอมหลุดยิ้มออกมาเด็ดขาด

“งื้อออออ ให้บับเบิ้ลบีทำอะไรก็ยอมมม อย่าโกรธป๋มเลยนะฮับ”

“.....ทำอะไรก็ยอมงั้นเหรอ”

เมื่อเห็นว่าคนหน้านิ่งจนน่ากลัวเมื่อครู่เริ่มมีปฏิกิริยากับตนเองแล้วพายก็รีบเล่นตามน้ำ กดหัวลูกหมาในมือเบาๆ ให้ทำท่าเหมือนพยักหน้าแล้วรับคำว่าฮับ ตั้งหน้าตั้งตารอคำสั่งจากกิวเต็มที่

“ไหนหมอบ”

บับเบิ้ลบีโดนจับหมอบ

“นั่ง”

บับเบิ้ลบีโดนจับนั่ง

“เห่า”

“โฮ่งๆ “

เป็นพายที่ทำเสียงเห่าเล็กๆ เสียเอง ช่างน่ารักน่าชังจนกิวแทบจะทนไม่ไหวเกือบจะคว้าเข้ามากอด แต่ก็ทำเพียงแค่ยิ้มที่มุมปากน้อยๆ มองตากลมสองคู่ที่จ้องมองมาอย่างมีความหวังว่าเขาจะอารมณ์ดีขึ้นหรือยัง ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้โกรธทั้งคู่ เพียงแค่หงุดหงิดตัวเองที่หลุดเรื่องแบบนั้นออกมาแท้ๆ

“อย่างสุดท้าย ไปถามพายสิว่าพี่เป็นพ่อแล้ว เขามาเป็นแม่ให้แกได้หรือเปล่า?”

“หือออ”

“เร็วๆ ไม่งั้นก็ไม่หายนะ”

พายทำตาโต ปากพะงาบๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก กิวเห็นแล้วว่าหน้าน้องแดงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะสงสารแต่ใจก็ยังอยากจะแกล้ง เลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทีละนิด ทำเสียงหืมเร่งการให้คำตอบของน้องไปด้วย จนกระทั่งหน้าเขาใกล้จนลมหายใจรดหน้ากันนั่นแหละน้องถึงได้รีบคว้าตัวเจ้าบับเบิ้ลบีมากั้นระหว่างพวกเขาไว้ เห็นจมูกชื้นๆ และลิ้นที่แลบส่งเสียงแฮ่กๆ เสียใกล้หน้า กิวก็พลันหลุดขำ เกือบได้จูบหมาแทน (ว่าที่) เมีย แล้วไหมล่ะ

กิวรับเจ้าหมาน้อยที่จออยู่ตรงหน้าตัวเองมากอดเอาไว้ ขณะที่ตาก็ยังจ้องมองที่ใบหน้าใสแดงระเรื่อ เขารู้ดีว่าแม้จะไม่ใช่คำขอคบอย่างเป็นทางการ แต่เป็นอีกก้าวนึงที่เขาและน้องจะร่วมเดินไปด้วยกัน

“ว่าไงครับพาย... จะยอมเป็นแม่ให้บับเบิ้ลบีได้มั้ย?”

น้องเหลือบตามองเขา เสไปมองบับเบิ้ลบีในอ้อมกอด แล้วมองเขาอีกรอบ ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้าเป็นการตอบตกลงคำขอที่แสนเอาแต่ใจ

หัวใจพายเต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าพี่กิวก็รู้สึกแบบนี้ด้วยมั้ย แต่ตอนนี้ที่พายรู้คือพี่กิวยิ้มกว้างมาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูดี แม้ว่าก่อนหน้านี่ที่เห็นพายก็คิดว่าเวลายิ้มพี่กิวหน้าตาดีอยู่แล้วก็ตามเถอะ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ มันเป็นรอยยิ้มที่พายมั่นใจว่าไม่มีใครได้เห็น รอยยิ้มแบบที่พายคาดหวังให้เป็นของตัวเองเพียงแค่คนเดียว

“พี่กิว... ขี้โกง”

ไม่อาจสู้หน้าได้ก็โทษอีกฝ่ายเสียเลย กิวหัวเราะกับคำว่ากล่าวที่ไม่มีน้ำหนักหรืออยากจะกล่าวโทษเขาจริงๆ บับเบิ้ลบีถูกปล่อยให้ลงไปวิ่งเล่นแล้ว และตอนนี้มีเพียงใบหน้าของเขาและน้องที่ค่อยๆ เคลื่อนไปใกล้กันเท่านั้น แต่ก่อนที่เขาจะเคลื่อนริมฝีปากเข้าแนบชิด เสียงโทรศัพท์ของพายกลับแผดเสียงขึ้นมาเสียก่อน น้องตกใจจนสะดุ้ง ในขณะที่เขาเพียงจิปากเท่านั้น

กิวปล่อยให้น้องรับโทรศัพท์ รู้สึกว่าจะเป็นพัฟที่โทรมาหา กิวคาดโทษเพื่อนรักไว้ในใจแต่ไม่เอ่ยอะไร เพียงรอให้น้องคุยเสร็จแล้ววางสายเท่านั้น

“เอ่อ... พี่พัฟบอกว่ารู้จักบ้าน จะมารับพายเอง...”

กิวพยักหน้ารับคำแต่ไม่เอ่ยหรือทำอะไรต่อ น้องอาจจะคิดว่าอาการแบบนี้คือเขาไม่สบอารมณ์ถึงได้เหลือบตามองแล้วยิ้มแหะๆ ให้ทั้งที่หน้ายังติดจะแดงอยู่

“พี่กิวไม่โกรธเนอะ เพราะพี่กิวใจดี”

ยังจะเอ่ยคำพูดคำจาน่ารักตามมาออดอ้อนอีก แบบนี้ต่อให้โกรธก็โกรธได้ไม่นานหรอก แต่จะปล่อยโอกาสดีๆ อย่างนี้ไปก็เสียเปล่า กิวจิ้มนิ้วเข้าที่แก้มของตัวเองเบาๆ เป็นความหมายว่าตนต้องการอะไรแลกเปลี่ยนกับคำขอในครั้งนี้ น้องเห็นแบบนั้นก็มุ่ยหน้าบ่นอีกระลอก

“ครั้งก่อนพายก็หอมแล้...”

เอ่ยวาจาไม่ทันจบแรงกดหนักๆ ที่ข้างแก้มก็ทำให้พายหยุดคำพูดลง ไม่รู้ตัวไปชั่วครู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่ก็ค่อยๆ ยกมือมาปิดแก้มข้างที่โดนขโมยหอมไป มองหน้าคนกระทำการอุกอาจตรงหน้าที่กำลังยิ้มขำมองท่าทางตลกๆ ของตัวเอง ความร้อนเห่อพุ่งขึ้นทั่วหน้า

“อีกแล้ว ขี้โกง!”

“พี่ไม่ได้ขี้โกงสักหน่อย ไม่เชื่อไปถามบับเบิ้ลบี”

ว่าแล้วก็จุ๊ปากเรียกเจ้าตัวแสบที่วิ่งไปวิ่งมาให้เขามาใกล้ๆ ก่อนจะอุ้มขึ้นมาระดับหน้าแล้วพูดด้วยเสียงโทนต่ำของตัวเองเลียนแบบที่น้องทำเมื่อกี้ เล่นเอาพายทั้งขำทั้งเขิน ไม่รู้ว่าแบบพี่กิวจะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย




“ครั้งก่อนแม่หอม ครั้งนี้พ่อหอม ครั้งหน้าก็หอมๆ ด้วยกัน ยุติธรรมจะตายฮับ!”



To be continue


-------------------------------------------------------------------



สวัสดีหลังหายไปร่วมสองเดือนค่ะ *โดนปาแก้วใส่*

เอาพี่กิวกับน้องพายมาเสิร์ฟแล้ว หลังจากงุ้งงิ้งอ้อยอิ่งมานาน ตอนนี้จัดหวานให้เต็มๆ ไปเลย!
ตอนเป็นของคู่พี่กิวน้องพายแบบเต็มที่ พี่พัฟพี่รูทเก็บไว้ก่อนชั่วคราวค่ะ

ไม่ได้ทอล์กนานแล้วเลยไม่รู้ว่าจะเม้าท์อะไรดี แต่ขอขอบคุณทุกคนที่คอยติดตาม ให้กำลังใจ และทวงถามกันมาเรื่อยๆ นะคะ
หลังจากนี้ก็จะพยายามมาลงเรื่อยๆ ค่ะ! :pig4: :L1: :3123:

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
พี่กิวซื้อน้องหมาให้พายด้วย เอาใจกันน่าดู
หาเหตุให้น้องพายมาหาที่บ้านทุกวันล่ะซิ


ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4145
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
น้องพายน่ารักมากเลยอะ อิอิ

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
หวานจังเลยยยยย กิวอ่อนโยนชะมัด ผู้ชายในฝันเราชัดๆเลยกิ้ดๆๆๆ ส่วนพาย อะไรจะน่าเอ็ยดูขนาดนั้นน อยากฟัดให้แก้มยุบจีงๆ(โหดไปไหม55555)

น้องพายน่ารักขนาดนี้ พ่อแม่พี่กิวจะรักหลงขนาดไหนเนี่ย ทำให้ครอบครัวหนึ่งกลับมามีความสุขได้ สุดยอดเลยน้องพาย

ออฟไลน์ chisarachi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1021
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-1
มาต่อแล้ววววววดีใจอ่าา าา า
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก
ไม่รู้ซิแต่ชอบบรรยายรอบๆตัวของน้องพาย
มันชวนน่าเอ็นดูอย่างไงไม่รู้
คนเขียนมาต่อบ่อยๆนะคะ

ออฟไลน์ mjpnta

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
พี่กิวน่ารัก มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งไปอีกกก
ชอบจังเลยค่ะ>_<

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
เป็นฝั่งเป็นฝาเพราะหมาเลยนะพี่กิว >_<
น่ารักมากกกกและคถพายมาก
แบบห่างหายไปจากเรื่องนี้
อ่านอีกรอบก็ยังน่ารักกรี๊ดๆ

ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนเพลง(?)ของพี่กิวและน้องพาย

มีข่าวมาแจ้งเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้เราได้เปิดเพจสำหรับอัพเดทข่าวคราวนิยายแล้ว เผื่อไว้สำหรับอนาคตค่ะ (อนาคตอะไรก็ยังไม่แน่ใจ) และเผื่อให้นักอ่านเข้ามาอ่านแล้วขี้เกียจล็อคอิน แต่อยากเม้ามอย อยากกรี๊ด หรืออยากติชม เชิญได้เลยค่ะ

Imannew's Fiction


ตอนต่อไปกำลังปั่นอยู่ค่ะ จะพยายามรีบมาต่อให้เร็วที่สุดเลย!
ขอฝากตัวฝากหัวใจ ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :laugh: :pig4:

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
โอ้สสส! จะตามไปนะค้าา เป็นกำลังใจให้จ้า


รอตอนต่อไปจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
♥ หัวหน้าแก๊งค์ (ตอนพิเศษ)
ตอน วันว่าง




"อืมมมม"

พายครางในลำคอขณะนั่งกดเครื่องเกมในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่รู้มันจะยากอะไรนักหนา เล่มมาเป็นชั่วโมงไม่ยอมผ่านสักที

"ติดเกม"

คนด้านข้างที่มือถือหนังสือแต่สายตาเอาแต่เหลือบมองน้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเอ่ยเย้า พายได้ยินก็หันควับ ตวัดสายตามองค้อนไปให้หนึ่งวงใหญ่

"พี่กิวอ่านหนังสือไปเหอะ"

"แพ้แล้วพาลอีก"

ตากลมๆ แทบถลนออกจากเบ้าเมื่อน้องใช้มันถลึงมองเจ้าของคำพูดแทงใจดำ พายบ่นงุบงิบในลำคอ ทำหน้าบึ้งแล้วหันกลับไปสนใจเกมในมือต่อเหมือนเดิม โมโหไปก็เท่านั้น สู้เล่นเกมให้ผ่านดีกว่า

5 นาทีผ่านไป

"โอ้ยยย! เอาใหม่ๆ"

20 นาทีผ่านไป

"โว๊ะ! อีกนิดเดียวเอง ทำไมมาตายงี้อะ"

30... 40... 1 ชั่วโมงผ่านไป

"ไม่เล่นแล้วว้อย! บอสเลว ทำไมต้องมาฆ่าตัวพระเอกตลอด ทำไมไม่ไปฆ่าคนอื่นก่อนเล่า!?"

คนตัวเล็กโยนเครื่องเกมขนาดพกพาลงข้างตัวขณะบ่นกระปอดกระแปดไปด้วย ไม่เข้าใจทำไมตัวละครหลักต้องมาตายทุกที นี่มันบัคชัดๆ ไม่ใช่พายไม่เก่ง แต่มันบัคแน่ๆ!!

ฝ่ายกิวที่เห็นท่าทางน้องนั่งกอดอกทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจก็ส่ายหน้า เขาเห็นน้องเล่นเกมนี้มาตั้งแต่เช้าไม่เห็นผ่านด่านสักที แพ้ทีก็งอแงที กับอีแค่ฆ่าตัวละครหน้าประหลาดมันจะไปยากอะไรขนาดนั้น

"พี่เล่นให้"

"พี่กิวเล่นไม่ผ่านหรอก ขนาดพายเล่นมาตั้งนานยังไม่ผ่านเลย"

"ถ้าผ่านให้อะไร?"

การเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ ของทั้งคู่เริ่มขึ้นทันทีที่จบประโยค กิวมองหน้าน้อง พายมองหน้าพี่ ในใจคิดแน่ว่าคนไม่เคยเล่นเกมแบบพี้กิวไม่มีทางเล่นผ่านแน่นอน เพราะงั้นจะเดิมพันสูงหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหา

"ถ้าผ่านพายเลี้ยงข้าวเลย!"

"น้อยไป"

"งั้นเลี้ยงข้าวสองมื้อ"

ชูสองนิ้วยิ้มกว้างให้อีก ถ้าเป็นคนอื่นกิวคงด่าไปยันต้นตระกูล แต่แน่ล่ะว่ากับน้องเขาไม่สามารถพูดอะไรได้อยู่แล้ว

" ชนะคืนนี้ค้างบ้านพี่"

"ได้! ยังไงพี่กิวก็ไม่ผ่านหรอก"

เดี๋ยวก็รู้ น้องนั่งอมยิ้มหลังพูดประโยคท้าทายเสร็จ มั่นใจแน่แล้วว่ากิวไม่มีทางชนะในการเดิมพันครั้งนี้แน่ ตกลงกันเสร็จสิ้นพายก็ทำเพียงนั่งดู รอให้กิวจัดการเลือกตัวละครในเกมตามใจตน

นิ้วโป้งยาวๆ กดลงบนปุ่มขณะมองผลลัพธ์บนหน้าจอ กิวเลือกข้อมูลตามที่เคยเห็นน้องทำก่อนหน้านี้แล้วเลือกด่านบอสเช่นเดียวกัน ไม่นานฉากเตรียมพร้อมก่อนต่อสู้ของตัวละครปรากฏให้เห็นพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกอย่างอารมณ์ดีของคนข้างๆ พายหยิบหนังสือที่กิวถือไว้จนถึงเมื่อครู่ไปนั่งอ่านอย่างสบายใจ ปล่อยให้กิวเริ่มเล่นไปตามเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง

10 นาทีผ่านไป

"ชนะแล้ว"

"ห๊ะ!?"

น้องน้อยร้องอย่างตกใจ รีบทิ้งหนังสือมามองหน้าจอที่เขียนว่า "YOU WIN" ด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก ตกใจไม่น้อยว่าทำอย่างไรกันกิวถึงได้ผ่านด่านหฤโหดนี้มาได้

"ได้ไงอะ..."

พายครางเสียงเบา ทำหน้าตาเหมือนโดนปลาเน่าจ่อใต้จมูก กิวเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า ยื่นโทรศัพท์เครื่องสวยให้ทันที

"ตามสัญญา โทรบอกพัฟด้วย"

"... ก็ได้ ครั้งหน้าพายไม่แพัแน่!"

ว่าแล้วก็ค้อนควับก่อนจะยอมกดเบอร์พี่ชายสุดที่รักแล้วโทรไปแจ้งความประสงค์ของตัวเองทันที น้องคุยไปบ่นไปโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของกิวเลยแม้แต่น้อย



ถ้าน้องรู้ว่าเขาก็มีเครื่องเกมรุ่นนี้ แถมเล่นเกมนี้จบไปตั้งหลายรอบแล้วจะทำหน้ายังไงกันนะ?



จบตอนพิเศษ วันว่าง


-------------------------------------------------------------------



สวัสดีค่ะ มาแบบงงๆ เพื่อบอกให้รู้ว่า... กำลังติดเกม

ปั่นพี่กิวน้องพายไป 1 ใน 3 แต่ติดเกมกระจายเลยค่ะ (ก็มันเครียดงานมากนักก็เล่นเกมมันซะเลย) คิดแบบนี้ก็เลยกลับไปเล่นเกม PSP และเกมออนไลน์ ล่ะค่ะ :hao5:
และเพราะเกมนี่แหละทำให้คิดไปคิดมาว่า ถ้าน้องพายเล่นเกมแล้วแพ้แบบเรา น้องจะทำยังไง พี่กิวจะทำยังไงนะ? ก็เลยออกมาเป็นตอนพิเศษสั้นๆ เรื่องนี้ค่ะ

จะรีบมาต่อพี่กิวกับน้องพายตอนหลักในเร็ววันค่ะ!
ขอบพระคุณทุกไลค์ในแฟนเพจ และทุกคอนเม้นที่ให้กำลังใจมาตลอดด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-02-2015 20:52:15 โดย ennewiis »

ออฟไลน์ darling

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1741
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-7
 พี่กิวน้องพายยังน่ารักเหมือนเดิม  :-[

ออฟไลน์ chisarachi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1021
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-1
น้องนี่มันน่ารัก ใสมากกกก
ส่วนพี่กิว ทำดีพี่ ทำต่อไป
ให้น้องค้างแล้วมีไรคืบหน้าบอกด้วยนะพี่5555

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
พีกิวยังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม เนียนตลอด
สุดท้ายน้องพายก็ต้องมานอนบ้านพี่กิว

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
สั้นจุงงงง งื้ดดๆ นักเขียนติดเกมใช่ม้าาาเลยพานุ้งพายกับพี่กิวติดด้วยเบย 5555555

รอตอนหลักน้าาาาาตัว

ออฟไลน์ ployyuki

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ขอบอกว่าเพิ่งเข้ามาอ่าน แล้วก็อ่านรวดเดียวจนถึงตอนล่าสุดเลยค่ะ
กรี๊ดเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก บอกเลย 555
รักพี่กิว น้องพาย พี่พัฟ พี่รูท แล้วก็บรรดาป๊าม้า+แม่ด้วย
เป็นเรื่องฟีลกู้ดที่น่ารักมากๆ อีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆๆ
เรื่องหลักเหมือนยังเหลือมาม่ากับครอบครัวพี่กิวอีกหน่อย กับอีตาดอมจอมอันธพาลที่ดูเหมือนจะเล่นลอบกัด ยังไงก็จะขอติดตามต่อจนจบเลยค่ะ ^^b

ป.ล. พี่กิวเสี่ยวได้ใจเราจริงๆ ให้ตายเถอะ 55555

ออฟไลน์ mm03

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ทำไมน่ารักกันแบบนี้
ฮอลลลลลลลล




ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
♥ หัวหน้าแก๊งค์ (ภาคหลัก)
ตอน วุ่นวาย (ครึ่งแรก)





ช่วงชีวิตคนเรามักมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาให้พบเจอเสมอ


บางคนอาจเจอเรื่องวุ่นวายระกับเบาบางที่แก้ไขได้ง่ายๆ บางคนอาจจะเจอเรื่องวุ่นวายระดับกลางที่ชวนให้หงุดหงิดใจชั่วครั้งชั่วคราว บางคนเจอเรื่องวุ่นวายระดับมหาศาลที่ทำให้สติแตกจนต้องหาทางระบายออก แล้วถ้าคุณเจอเรื่องวุ่นวายพวกนั้นสิ่งแรกที่จะทำคืออะไรกันระหว่างค่อยๆ หาทางออก หรืออาละวาดให้มันแตกหักกันไปข้าง?





หลังปิดเทอมไปได้สามอาทิตย์ วันเวลาที่เหล่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้รอคอยก็วนมาถึงอีกครั้ง ตามปกติแล้ว วันแรกของการเปิดเทอมใหม่เช่นนี้ บริเวณระเบียงทางเดินของโรงเรียนเอกชนมีชื่อย่านใจกลางเมืองจะเต็มไปด้วยนักเรียนของแต่ละชั้นปีมายืนออ พูดคุยกันอย่างออกรส ทั้งเรื่องการบ้าน สถานที่เที่ยว และเรื่องจิปาถะทั่วไป แต่วันนี้กลับแปลกไป เพราะนักเรียนแทบทุกชั้นปีต่างพูดคุยไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ที่เหยียบย่างเข้ามาในโรงเรียน

ตอนนี้พายกำลังหงุดหงิด ตั้งแต่เดินเข้าโรงเรียนมาก็เห็นสายตาของเพื่อนร่วมโรงเรียนมองเขาด้วยท่าทางสนอกสนใจแล้วหันไปพูดอะไรบางอย่างกัน ท่าทางเหมือนพวกผู้หญิงขี้เม้าท์อย่างไรอย่างนั้น ตอนแรกเขาก็ไม่สนใจอะไรนัก แต่เมื่อเดินผ่านกลุ่มนักเรียนรุ่นพี่แล้วบังเอิญได้ยินชื่อตัวเองอยู่ในประโยคสนทนาด้วยนี่สิ จากที่จะไม่สนใจ กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นหัวข้อพูดคุย ในใจวุ่นวายไปหมดจนพายต้องรีบเดินเพื่อให้หลุดออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดนั้น แต่ไม่วาย ตลอดทางที่เดินมาจนกระทั่งถึงห้องเรียนก็ยังมีสายตา และคำพูดซุบซิบให้ได้ยินตลอด

กระเป๋าจาคอปใบสวยวางลงบนโต๊ะเรียนด้วยความแรงกว่าปกติส่งผลให้เกิดเสียงปึงปับตามอารมณ์ของเจ้าของ มาในห้องก็ยังเจอสายตาแปลกๆ จากเพื่อนร่วมชั้น นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น เขาหลุดมาอยู่ในโลกต่างมิติหรือยังไง พายพยายามจะทำเป็นไม่สนใจแม้จะอยากเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อแล้วเค้นเอาคำตอบจากคนรอบกายก็ตาม คางเรียวเกยกับโต๊ะเรียนขณะมองตอบสายตาของเพื่อนร่วมห้อง ทำอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์เครื่องสวยจะดึงความสนใจของตนไป

“ฮัล...”

“พาย! มึงลงมาหากูที่โรงอาหารเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวนี้!”

“อะไรของมึงธีร์? กูยิ่งเซ็งๆ อยู่ ไม่มีอารมณ์ไปกินข้าวกับมึงหรอกนะ”

“ไม่ได้กินข้าว! รูปมึงกับเฮียกิวแปะหราอยู่ตรงบอร์ดกลางโรงอาหารเนี่ย แล้วยังมีข้อความ... ไอ้สัส ใครเขียนถึงเพื่อกูแบบนี้วะ!?”

คำบอกเล่าและเสียงโวยวายของเพื่อนสนิทเปลี่ยนอารมณ์เซ็งเป็นความงุนงง และความวิกตกกังวล พายตั้งใจจะถามเรื่องราวให้มากกว่านี้จากธีร์ แต่ดูเหมือนเพื่อนจะโมโหมากถึงได้ไม่ฟังเสียงเขาเลย  จนพายต้องตัดสินใจฝ่าสายตาอยากรู้อยากเห็นวิ่งลงไปโรงอาหารที่ซึ่งน่าจะเป็นต้นกำเนิดเหตุการณ์ประหลาดในครั้งนี้



ทันทีที่เดินเข้าไปในโรงอาหารติดแอร์ขนาดใหญ่คนตัวเล็กมองซ้ายมองขวา ไม่นานก็เจอธีร์กับวินนั่งอยู่ที่โต๊ะยาวไม่ไกลจากบอร์ดประกาศขาวเท่าไหร่นัก พายรีบเดินเข้าไปหาทั้งคู่ อยากไขข้อข้องใจในเรื่องที่เพื่อนพูดทางโทรศัพท์เมื่อครู่นี้

“พายลองอ่านเองแล้วกัน เรากับธีร์มาถึงเมื่อเช้าก็เห็นมันติดไว้แล้ว”

วินว่าพลางเลื่อนแผ่นกระดาษ A4 ยับๆ ที่มีรอยกระชากจนขาดมาให้ แม้รูปบนกระดาษจะใช้ปริ้นท์ออกมาจากคอมซึ่งทำให้รายละเอียดไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ก็มองออกว่าเป็นรูปของตนเองและคนที่คุ้นตาปรากฏเด่นชัดบนหน้ากระดาษ พายจำได้ว่าเป็นภาพตอนที่พี่กิวกับเขาไปเดินจตุจักรกัน ในรูปก็มีเพียงแค่พายกับพี่กิวเดินจูงมือ แต่มีรูปสุดท้ายที่พี่กิวก้มแล้วพายกำลังเงยหน้า ด้วยมุมที่ไกลและภาพไม่ชัดทำให้ดูเหมือนเขากับพี่กิวกำลังจูบกัน และสิ่งที่พายคาดว่าเป็นตัวการที่ทำให้คนทั้งโรงเรียนมองเขาและทำให้ธีร์หัวเสียสุดๆ คือข้อความกล่าวหาข้างล่างรูปภาพเสียมากกว่า



ขายเรือนร่างกลางวันแสกๆ!!

สมควรแล้วหรือที่นักเรียนชายโรงเรียนชายล้วนชื่อดังหารายได้ด้วยการเป็นเด็กเสี่ย




พายเลิกคิ้วขณะมองรูปและข้อความไม่จรรโลงใจเท่าใดนัก ไม่รู้ตัวเลยว่าโดนจับภาพตอนไปเที่ยวกับพี่กิวแบบนี้ แล้วเนื้อหานี่มันอะไรกัน เหมือนตั้งใจว่าจะทำให้พายอับอายและเป็นเรื่องราวใหญ่โต ดูยังไงก็คงเป็นฝีมือของคนในโรงเรียนนี่แหละ เพียงแต่พายไม่เคยมีเรื่องกับใครจึงไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงตกเป็นเป้าโจมตีแบบนี้

“ภาพมันไม่ได้แรงอะไรมากมาย แต่กูกลัวว่าไอ้ข้อความเหี้ยๆ นั่นต่างหากที่จะทำให้มึงซวย คนที่ไม่รู้ความจริงแล้วสักแต่เชื่อมีเยอะแยะไป กูก็ไม่รู้ด้วยว่าใครเอาไปบอกครูหรือยัง”

ธีร์พูดด้วยความโมโห พร้อมถลึงตาใส่คนที่เดินผ่านไปมาแล้วเหลือบมองเพื่อนเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“พายบอกเฮียกิวที่บ้านไว้ก่อนดีกว่านะจะได้หาทางรับมือถูกถ้ามีอะไรขึ้นมา เรากับธีร์จะลองสืบให้ว่าใครเป็นคนเอากระดาษแผ่นนี้มาติดบอร์ด คงไม่ยากเท่าไหร่หรอก”

พายพยักหน้ารับพร้อมเอ่ยขอบคุณเพื่อนทั้งสอง ธีร์รู้จักคนเยอะไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นไหนเพราะเจ้าตัวชอบช่วยเหลือกิจกรรมโรงเรียนตลอด ส่วนวินก็เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นกรรมการนักเรียนตอนช่วงก่อนปิดเทอมนี่เอง หากต้องการหาข้อมูลหรือต้นตอจริงๆ ก็คงทำได้ไม่ยาก

“แต่แม่งตลก เฮียเขามารอรับมึงตั้งบ่อยไม่ยักกะมีอะไร แล้วเอามาเล่นมึงตอนนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไรวะ?”

นั่นสิ... พายงึมงำในลำคอด้วยความสงสัย ทั้งที่คนก็เห็นออกบ่อยว่าพี่กิวมารับที่หน้าโรงเรียนอยู่เรื่อยแล้วทำไมถึงยังคิดจริงจังกับรูปที่เห็น แต่ก็อย่างว่า คนเขาไม่ได้มาเห็น มารู้จักพี่กิวเป็นการส่วนตัวเหมือนพาย แถมในรูปนี้หน้าพี่กิวก็ไม่ได้ชัดขนาดมองแว้บแรกจะรู้ว่าเป็นใครเลยทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชายคนอื่นได้ง่าย แถมตัวหนังสือยังชักจูงให้คิดไปในทางเสียหายก็ดึงความสนใจไปที่พายมากกว่าพี่กิว

“พายเผลอไปทำอะไรให้ใครเขาหมั่นไส้ก่อนปิดเทอมหรือเปล่า?”

วินตั้งข้อสังเกตที่ทำให้พายต้องคิดตาม แต่เท่าที่จำได้เขาไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับใครในโรงเรียนจนถึงกับต้องมาทำเรื่องแบบนี้ใส่หรอกมั้ง? พายส่ายหน้าเป็นคำตอบ เพราะตอนนี้ตนคิดไม่ออกจริงๆ ซึ่งเพื่อนทั้งสองคนก็เข้าใจและยืนยันว่าจะช่วยเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และถึงแม้จะมีปัญหาก็จะช่วยเป็นพยานในเรื่องนี้ให้ด้วย

 “ขอบคุณนะวิน มึงด้วยธีร์”

ธีร์โบกมือเหมือนจะบอกว่าอย่าใส่ใจ ฝ่ายวินก็ยิ้มกลับมาให้ และย้ำหนักๆ อีกครั้งให้เขาเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่กิวกับที่บ้านด้วยซึ่งแน่นอนล่ะว่าพายบอกพี่กิวแน่ แต่คงต้องเป็นหลังจากปรึกษากับพี่พัฟแล้ว เพราะไม่รู้ว่าถ้าบอกไปตอนนี้เรื่องจะถึงหูคนบางคนจนอีกฝ่ายถ่อมาอาละวาดที่โรงเรียนหรือเปล่า เขายังไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่ไปมากกว่านี้แถมยังไม่รู้ด้วยว่าคนที่ทำเรื่องพวกนี้ไปต้องการอะไร

ขออย่าให้มันกลายเป็นเรื่องยุ่งยากในอนาคตเลย นี่คือสิ่งเดียวที่พายหวังเอาไว้





“มีอะไรหรือเปล่า?”

คำถามที่พายคิดเอาไว้แล้วว่าต้องได้ยินถูกเอ่ยขึ้นทันทีที่ตนลงจากบิ๊กไบค์คันโต วันนี้พี่กิวก็เป็นสารถีมารับพายกลับบ้านอีกแล้ว และแน่ล่ะว่าต้องตกเป็นเป้าสายตาคนส่วนใหญ่ที่แสดงความอยากรู้อยากเห็นอย่างออกนอกหน้า ยิ่งพี่กิวที่ไม่ชอบให้ใครมามองจ้องย่อมต้องรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น

“อื้อ ความจริงก็มีเรื่องแหละ แต่พายขอคุยกับแม่กับพี่พัฟก่อนนะ”

“.....มีอะไรให้รีบบอกพี่แล้วกัน”

กิวมองหน้าน้อง เห็นทำหน้าเครียดมาตั้งแต่ตอนเดินอยู่หน้าโรงเรียนแล้ว ลองสบตาไถ่ถามจากเพื่อนสนิททั้งสองคนแต่เจ้าคู่นั้นก็บุ้ยใบ้ให้เขาไปถามจากพาย รู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเกี่ยวกับตัวเองด้วย แต่ในเมื่อน้องขอมากิวก็จะยังไม่เข้าไปยุ่งในตอนนี้ จึงพยักหน้ารับไปส่งๆ โดยไม่บอกว่าถ้าน้องปล่อยให้รอนานเกินไป กิวก็ไม่รับปากเหมือนกันว่าจะไม่หาความจริงด้วยตัวเอง

“ว่าแต่พี่กิวเถอะ โรงเรียนเลิกตอนสี่โมงไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมมาถึงโรงเรียนพายตั้งแต่ยังไม่สี่โมงล่ะ?”

พายส่งหมวกกันน็อคคืนขณะเอ่ยถาม เขาจำตารางเรียนของพี่ชายตนได้ ความจริงตอนนี้ต้องเป็นเวลาเรียนคาบสุดท้าย แต่พี่กิวที่เรียนชั้นเดียว ห้องเดียวกับพี่กลับมารอรับเขาที่เลิกเรียนไวกว่าเกือบชั่วโมงแสดงให้เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคงจะโดดเรียนมาแน่ๆ

“วันนี้มีส่งของเลยออกมาก่อน”

“อ่อ...”

เอ่ยรับเพียงเท่านั้นพายก็เงียบไป บรรยากาศชวนอึดอัดเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง กิวรู้ว่าน้องไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่ แต่ก็เข้าใจว่าการเดินเข้าไปในวงการธุรกิจแบบนี้แล้วจะให้เดินออกมาง่ายๆ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้เขาก็กำลังพยายามถอยหลังออกมาจากวังวนพวกนี้อยู่ เพราะเกรงว่ามันจะมากระทบกับชีวิตของคนตัวเล็กตรงหน้าในอนาคต

“พี่ยังเลิกตอนนี้ไม่ได้”

“อื้อ พายรู้ พี่พัฟก็เคยบอกพายแล้ว แต่มันก็ไม่ดีอยู่ดี ทั้งกับคนที่ซื้อไปหรือกับพี่ด้วย...”

“เป็นห่วงพี่ว่างั้น?”

“พี่กิวอย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ”

“เป็นห่วงก็บอกว่าเป็นห่วง เอาคนอื่นมาอ้างตลอด ปากแข็งว่ะ”

หัวข้อการสนทนาเปลี่ยนไวจนพายตามไม่ทัน เขาหรี่ตาสีเข้มมองหน้ากิว เห็นหน้านิ่งๆ แบบนี้ชอบตีเนียนนัก ไม่รู้ว่าไปฝึกมาจากไหน แล้วไอ้เรื่องเป็นห่วงนี่คืออะไร มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไงที่ต้องห่วงเพราะยังไงก็เป็นคนที่รู้สึกดีๆ ด้วย แต่ตอนนี้มันเครียดมั้ย มันไม่ใช่เวลามาหยอดหวานใส่กันตอนนี้มั้ย พี่กิวนี่ยังไง

“พี่กิวเคยยืนอยู่ดีๆ แล้ววูบป่ะครับ?”

“ไม่ แต่เคยยืนอยู่ดีๆ แล้วโดนคนแถวนี้หอมแก้ม”

ไอ้เห... อยากจะด่าออกมาให้เต็มคำแต่ก็เกรงใจวัยวุฒิที่ปรากฏอยู่บนหน้า พายจึงทำเพียงแค่ทำปากขมุบขมิบให้กิวได้หัวเราะในลำคอ มือแกร่งขยี้ผมรองทรงของน้องด้วยความเอ็นดู แค่เลิกทำหน้าเหมือนปลาตายจะให้กิวโดนด่ามากกว่าสัตว์เลื้อยคลายก็ยอม

หยอกเย้ากันพอหอมปากหอมคอกิวก็ไล่น้องเข้าบ้าน โดยไม่ลืมสั่งให้ปิดประตู ล็อคกลอนจนกว่าพัฟจะกลับมา มองจนกระทั่งน้องเดินเข้าบ้านไปแล้วนั่นแหละ ร่างสูงจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์เพื่อน 1 ใน 2 ของเพื่อนสนิท

“ว่าไงครับมึง หายหัวจนหมดคาบเลย วันแรกมึงก็ทำตัวเด่นละ”

“อ่า... กุส่งของแล้วเลยมารับน้องกลับบ้าน”

“ไอ้สัส พวกมึงฟังๆ เฮียกิวแม่งติดเด็กจนไม่เป็นอันเรียนแล้ว”

เสียงโห่ฮาของรูทและเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มดังมาจากปลายสาย กิวเพียงหยักยิ้มไม่เอ่ยปฏิเสธเพราะมันเป็นเรื่องจริง ปล่อยให้โดนถล่มแซวเรียบร้อยนั่นแหละถึงได้เอ่ยถามถึงพี่ชายน้องน้อยที่เพิ่งแยกกับตนเมื่อกี้

“อ๋อ พัฟมันออกไปเมื่อกี้เอง เห็นว่าน้องโทรตามหรือไงนี่แหละ มีไรเปล่ามึง?”

“น้องมีเรื่องแต่ไม่บอกกูว่าเรื่องอะไร เจ้าตัวขอคุยกับพัฟก่อน คงเรื่องเดียวกัน”

“อ่อ มึงก็เลยจะให้พวกกูใช้เส้นสายสืบล่ะสิ? เดี๋ยวจัดให้ครับ ในฐานะที่น้องพายเป็นสุดที่รักของกู ฮิ้วววววว”

ปล่อยให้โวยวายกันไปสักพักก็ได้ยินรูทวานให้หมี่ เพื่อนอีกคนในกลุ่มแข่งรถไปจัดการ เพียงเท่านี้กิวก็วางใจ แน่นอนแล้วว่าเขาจะรู้เรื่องที่ค้างคาใจน้องไวพอๆ กับที่พัฟฟังจากน้องแน่นอน

ถึงแม้พี่จะรอเราบอกได้แต่ก็ใช่ว่าพี่จะไม่ทำอะไรเลยนะครับพาย กิวคิดก่อนจะออกแรงบิดข้อมือ พาบิ๊กไบค์คันโปรดมุ่งหน้าไปหาเพื่อนสนิททันที





กระดาษ A4 ในมือถูกกำจนยับทันทีที่อ่านข้อความจบ พัฟขมวดคิ้วอย่างที่นานๆ จะทำด้วยความรู้สึกไม่พอใจ อยากจะรู้นักว่าใครเป็นคนทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ จะได้อาละวาดเอาเลือดชั่วๆ ที่คิดได้แต่เรื่องต่ำๆ แบบนี้ออกมาเป็นค่าน้ำหมึกสักที

“พี่พัฟ...”

เสียงของน้องชายเพียงคนเดียวฉุดสติของเขาให้กลับเข้าที่ พัฟมองหน้าพาย ดวงตาเรียวเหมือนจิ้งจอกแสนซนยามนี้ดูวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย คงกังวลเรื่องความรู้สึกของเขากับแม่ และเพื่อนสนิทที่อยู่ในภาพมากกว่าความรู้สึกของตนเองเสียอีก

เด็กน้อยที่เขาช่วยแม่เลี้ยงมากับมือตอนนี้เติบโตขึ้นมาก จากที่แต่ก่อนมีเรื่องก็เอะอะวิ่งมากอดเอวเขาร้องไห้ ไม่ก็ฟ้องแม่ว่าโดนเพื่อนแกล้งต่างๆ นานา เวลานี้กลับใจเย็นเสียยิ่งกว่าคนเป็นพี่อย่างเขา อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจในตัวน้องชายคนนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธคนที่บังอาจทำเรื่องเช่นนี้กับน้องได้

“บอกกิวหรือยัง?”

“ยังไม่ได้บอก กลัวบอกแล้วพี่กิวจะมาอาละวาดเลยมาบอกพี่พัฟกับแม่ก่อน”

ฉลาดและมองออกเสียด้วยว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แน่ล่ะว่าถ้าไอ้เฮียกิวรู้มันต้องไปอาละวาดแน่ๆ ของรักของหวงมันทั้งคน และคาดว่าถ้าทำอย่างนั้นคงจะยิ่งเข้าทางอีกฝ่ายที่ดูก็รู้ว่าตั้งใจจะหาเรื่องให้เดือดร้อน

“แล้วครูว่าไง?”

“ไม่มีใครเรียกไปคุยนะ ธีร์กับวินบอกว่าครูคงยังไม่สนใจเพราะไม่มีใครร้องเรียนโดยตรง”

“แต่อนาคตก็ไม่แน่สินะ...”

พายพยักหน้ารับคำพูดของพัฟ ตอนนี้ครูคงคิดเพียงว่าเป็นเรื่องของเด็กทะเลาะกัน และไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเขาทำเรื่องเช่นนั้นจริง แต่ถ้าหากเกิดการร้องเรียนหนักๆ เข้า คงจะมีการเรียนผู้ปกครอง สืบหาข้อเท็จจริง และเรื่องของพี่กิวกับพายก็จะใหญ่โต ซึ่งเป็นเรื่องที่พายไม่อยากให้เกิดเอาเสียเลย

“แม่ก็รู้อยู่แล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ที่น่าห่วงคือถ้าไอ้กิวรู้มันจะทำยังไง”

“อือ... เพื่อนพี่พัฟอ่ะโคตรอารมณ์ร้อน ตอนนั้นก็จะไปต่อยเขา”

“เราเองก็ไปด่าเขา อารมณ์ร้อนไม่แพ้กันนั่นแหละ” ว่าแล้วก็ดีดหน้าผากน้องตัวเองแรงๆ ไปหนึ่งที ไม่วายเย้าต่อไปให้อายเล่นเสียด้วย “ไวไฟด้วยดิ เห็นนะเว้ย”

“พี่พัฟฟฟ! หยุดเลย เอาเรื่องนี้สิเรื่องนี้!”

คนเป็นพี่หัวเราะอาการกลบเกลือนแบบปิดไม่มิด แต่ก็ยอมที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่ตนเองเห็นต่อ

“ทำตัวปกติไปเดี๋ยวกูคุยกับกิวเอง แต่ป่านนี้มันคงรู้แล้วมั้ง เรื่องมึงคือที่หนึ่งสำหรับมันเลยรู้มั้ยตัวเล็ก”

“...รู้น่ะ แต่ไม่อยากรีบบอกเพราะนิสัยพี่เขานั่นแหละ”

“เป็นห่วงมันว่างั้น?”

มาอีกละไอ้คำถามที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกว่าโคตรกวนประสาท แล้วถามเหมือนกดคอนโทรลซี ก๊อปปี้-เพลสกันมาอีกนะ เด็กโรงเรียนนี้เขาเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า? พายไม่ตอบ แต่ถอนหายใจแบบเซ็งสุดๆ แถมเบะปากใส่พี่ตัวเองเป็นคำตอบ ท่าทางช่างน่าหมั่นไส้ แต่พัฟเพียงแค่หยักยิ้มแบบรู้ทันแล้วยีหัวกลมๆ ของน้องเท่านั้น

“ดื้อ จะบอกกิวว่ามึงเป็นตัวดื้อ”

“ไม่ได้ดื้อ พี่พัฟมั่ว ไม่อยากคุยกับพวกขี้มั่ว ไปทำการบ้านดีกว่า ตัวโตอย่าลืมโทรหาพ่รูทสุดที่รักแล้วกัน!”

ตัวดื้อประจำบ้านวิ่งหนีขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พี่ชายนั่งยิ้มกับท่าทางตลกๆ อยู่คนเดียว รู้อยู่แล้วว่าทำการบ้านของพายคือการโทรไปให้กิวสอนภาษาอังกฤษ หยอดหวานใส่กัน แต่เขาไม่เข้าไปยุ่งหรอก เพราะเขาก็ต้องโทรไปก่อกวน หยอดคำหวานใส่ครบางคนเหมือนกัน เพียงแต่ไอ้คนที่อยากจะหยอดใส่มันดันไม่รู้เรื่องเลย หาว่าเขาเอาแต่กวนตีน ไม่รู้จะเรียกว่าความรู้สึกช้าหรือโง่ดี

ก่อนที่จะนินทาอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอเห็นชื่อที่แสดงบนหน้าจอก็ไม่รอช้าที่จะรับสาย ไม่รู้ว่ารูทมีโทรจิตหรืออย่างไร ถึงได้โทรมาเอาเวลาที่เขากำลังคิดถึงอยู่พอดี

“ว่าไงตี๋น้อย”

“ตี๋น้อยพ่อง! รับสายแล้วกวนตีนเลยนะ”

แค่ได้ยินเสียงโวยวายพัฟก็รู้สึกเหมือนหัวใจพองโต เอ่ยขอโทษอย่างว่าง่ายแล้วรอให้อีกฝ่ายพูดธุระมา

“น้องพายมีเรื่อง มึงรู้แล้วใช่มั้ย?”

“อือ เพิ่งคุยกันเสร็จ ว่าจะไปเล่าพรุ่งนี้มึงก็โทรมาก่อน”

“เอ้าเหรอ เออๆ งั้นกูวางละ พรุ่งนี้มึงรีบมา ไอ้เฮียกิวอกจะแตกตายละ ไม่เร่งพวกกูเท่าไหร่หรอก แค่แม่งบอกจาก 50% ที่แข่งได้อาจจะเหลือ 30% มึงดูมันพูดดดด แล้วก็นะ @%!*#$)$_@&!^@_@”

รูทลากเสียงยาวแล้วเล่าเหตุการณ์หลังจากที่พัฟกลับมาแล้วให้ฟัง ไม่วายบ่นไปด้วยว่าเพื่อนซี้ตัวเองติดหนุมจนลืมเพื่อน แต่ก็ชมว่าน้องเขาน่ารักไม่เหมือนพี่ที่เอาแต่กวนตีน ไปๆ มาๆ จากที่บอกว่าจะวางสุดท้ายคงไม่แคล้วเกินชั่วโมงเหมือนปกติ แต่มีหรือที่พัฟจะโต้แย้ง ก็นอนฟังเสียงอีกคนแล้วอมยิ้มอยู่บนโซฟาด้วยหน้าตาที่พายชอบแซวว่าเหมือนคนโรคจิตกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก ก็คนมันมีความสุขนี่หว่า จะให้ทำยังไงได้





วันถัดมา ทันทีที่พัฟเล่ารายละเอียดทั้งหมดที่ตนรู้มาให้เพื่อนๆ ฟัง กิวก็ร้อนใจจนแทบจะอาละวาดอย่างที่น้องบอกเอาไว้ไม่มีผิด เล่นเอาทั้งพัฟทั้งรูทและเพื่อนๆ ในกลุ่มต้องอ้างทุกสิ่งที่สามารถยกมาได้เพื่อทำให้คนใจร้อนได้เย็นลง แม้ตอนฟังรูทก็อารมณ์เสียใช่เล่นที่เด็กซึ่งตนถูกชะตามาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ แต่พอเจออารมณ์โมโหเงียบ ตั้งท่าจะไปถล่มโรงเรียนน้องของกิวเข้าไป รูทก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายสาดน้ำเย็นเข้าใส่เพื่อนแทน

“น้องเขากลัวว่ามึงจะเป็นแบบนี้ไงเขาเลยไม่บอกมึงทันที! แล้วมึงจะทำให้น้องเขาเดือดร้อนเพราะความโกรธของมึงเหรอกิว!”

ถ้อยคำจากรูทแม้ไม่ทำให้กิวหายโกรธได้ก็จริง แต่มันกลับช่วยให้กิวนึกภาพใบหน้าเคร่งเครียดของน้องที่เพิ่งเห็นมาเมื่อวานได้อย่างชัดเจน แรงเกรงที่แขนซึ่งโดนจับไว้ค่อยๆ ผ่อนลง เมื่อพัฟเห็นว่าเพื่อนค่อยๆ ใจเย็นลงแล้วก็รีบสาดน้ำเย็นถังที่สองใส่เข้าไป

“กูเป็นพี่มัน กูรู้ว่ามันเป็นห่วงมึงไม่น้อยกว่าที่มึงห่วงมันหรอกนะกิว มึงใจเย็นๆ ก่อนเถอะ”

“.........กูจะไปหาพาย”

“ไปมึงก็ไปอาละวาด ไว้ตอนเย็นค่อยไปกับกู ธีร์กับวินก็อยู่ มึงก็คุยไลน์กับน้องแทบตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าพายจะเป็นอะไรหรอก ไม่งั้นกูนี่แหละจะบอกพายว่ามึงจะอาละวาด ทีหลังมีอะไรก็จะไม่บอกมึง”

เหมือนโดนยื่นคำขาด กิวต้องนั่งเรียนทั้งที่ร้อนใจไร้ซึ่งสมาธิสนใจคำสอนของครูที่อยู่หน้าห้อง จนกระทั่งเย็นที่พัฟพาไปเจอน้องนั่นแหละ จิตใจมันถึงได้เย็นลงบ้าง แม้จะยังมีความโมโหหลงเหลืออยู่บ้างตอนที่มีคนมองเขากับน้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่พอเห็นหน้าและน้องปลอบโยนเขาด้วยการลูบแขนเบาๆ นั่นแหละ ความโกรธที่มีก็จางหายไปทีละน้อย และมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขามาหยุดรถที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของครอบครัววิรุฬธนกิจ

“มึงไม่เข้าจริงเหรอกิว?”

กิวพยักหน้า เขาเพียงแค่อยากมาส่งพายแล้วจเลยไปจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เลยจึงไม่อยากจะเข้าไปรบกวนในบ้าน พอเอ่ยลาเพื่อนสนิทเรียบร้อย คนแก่กว่าก็เริ่มหันมาเค้นเอากับเด็กน้อยที่ยืนพิงรถเขาอยู่

“ทำไมมีอะไรไม่บอกพี่ทันทีครับ?”

“ก็... พี่กิวต้องโมโหใช่มั้ยล่ะ แล้วพี่กิวจะโวยวายตามหาคนที่ทำให้ได้ พายไม่อยากมีเรื่องตั้งแต่วันแรกของเทอมหรอกนะ”

“แล้วเราไม่โมโหหรือไงที่เห็นไอ้กระดาษใบนั้น”

เขาฉีกทิ้งไปตั้งแต่ตอนแรกที่เห็นแล้ว แม้ตอนนี้พอคิดถึงคำกล่าวหาว่าคนที่รักเป็นเด็กขายก็โมโหแทบอยากจะจับตัวคนทำมาโขกกับผนังล้างอายให้น้องอยู่แล้ว

“โมโห แต่รู้ว่าพี่ต้องโมโหกว่าพายแน่ๆ ก็เลยไม่อยากบอกทันทีไง”

“ให้ตายเถอะ เป็นตัวดื้อแบบที่พัฟว่าไว้จริงๆ...หัดห่วงตัวเองก่อนห่วงคนอื่นได้มั้ย?”

“ไม่ดื้อ นี่พายก็ห่วงตัวเองอยู่ไง กลัวตัวเองจะเดือดร้อนเพราะพี่ไง ไม่ได้ห่วงพี่สักหน่อย”

ยียวนยอกย้อนเสียเหลือเกิน แต่ก็เพราะความยียวนนี่แหละที่ทำให้หน้าที่บึ้งมาตลอดทั้งวันของกิวเริ่มมีรอยยิ้มแม้เพียงจะแค่มุมปาก และยิ่งบอกกับตัวเองว่าจะต้องหาตัวคนทำมารับผิดชอบเรื่องนี้ให้ได้ในเร็ววัน

“พี่เถอะ มาห่วงแต่พาย ไม่คิดหรือไงว่าถ้าทำอะไรลงไปจะซวยเอา”

“พี่ซวยแล้วไง? ใครแคร์?”

“ก็พายแคร์!” ว้ากเสร็จถึงนึกขึ้นได้ว่าตนตกหลุมพรางคนหน้านิ่งที่เลิกคิ้วยิ้มมุมปากตรงหน้านี้เสียแล้ว “โว๊ะ พี่กิวแม่งพูดไม่รู้เรื่องว่ะ ไม่คุยแล้ว รีบๆ กลับบ้านไปไป๊” ทำมือไล่พร้อมยัดหมวกกันน็อกที่ตนใส่ประจำคืนให้เจ้าของไป

ถ้าเขาเนียนเก่ง พายก็คงจะตีมึนเก่ง กิวหัวเราะในลำคอ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนนี้จะทำให้เขาเปลี่ยนอารมณ์ได้เสียหลากหลายอารมณ์ในวันเดียว ตอนเช้ามาหงุดหงิดงุ่นง่าน ตกกลางวันไม่มีสมาธิ ใจร้อนเพราะเป็นห่วง ตกเย็นกลับมีความสุขเหมือนเรื่องทั้งวันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็กลัวว่าถ้ายิ่งหยอกมากกว่านี้คนที่พยายามทำมึนเหมือนตนไม่ได้พูดจาน่ารักเมื่อสักครู่จะมึนแตกแล้วกระโดดกัดคอเขา กิวจึงต้องจำใจบอกลาน้อง

“อย่าไปมีเรื่องเลยนะพี่กิว มันได้ไม่คุ้มเสียหรอก”

ไม่วายย้ำอีกรอบเพื่อหวังให้มันซึมซับเข้าไปในซีรีบรัม คนตัวสูงพยักหน้ารับคำ กวักมือเรียกให้น้องมาใกล้ๆ แล้วก้มลงไปกระซิบข้างหูแม้ว่าแถวนี้จะไม่มีใครมาแอบฟังก็ตาม

“พี่รู้ครับว่ามันได้ไม่คุ้มเสีย”

พายพยักหน้ารับ รู้ก็ดีแล้วแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่กิวจะต้องมากระซิบกระซาบแบบนี้ด้วย แต่พอได้ฟังประโยคต่อมาเท่านั้นแหละ พายก็รู้สึกดีที่พี่กิวเลือกจะกระซิบข้างหู ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องเขินจนตัวแตกตายอยู่หน้าบ้านแน่ๆ แล้วถ้าไม่ติดว่ากำลังอึ้งคงได้มีหนุมานถวายแหวนแบบไม่เกรงใจหน้าหล่อๆ แต่กวนโอ้ยนี่แน่ๆ!




“เพราะได้อะไรก็ไม่คุ้มเท่าได้จูบจากพายหรอกจริงมั้ย?”



To be continue


-------------------------------------------------------------------



สวัสดีช่วงสุดสัปดาห์ค่ะ

ตอนนี้เป็นตอนที่ตั้งใจจะลงดราม่าน้อยๆ ต่อยอดไปดราม่าใหญ่ๆ แล้ว เลยขอตัดเป็นสองพาร์ทนะคะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าดราม่าวีว่าเวอร์ เพราะเราเน้นความฟิลกู้ดอยู่แล้ว ดราม่านี่ตั้งใจเขียนเพื่อคลายปมแรกๆ ที่เคยพูดถึงไว้เท่านั้นค่ะ สบายใจได้

อย่างที่บอกว่าตอนแรกตั้งใจจะให้เป็น 10 ตอนจบ แต่ทำไม่ได้แล้วค่ะ เพลินมือเกินไป แต่ก็อีกไม่นานแล้วล่ะ ไม่งั้นคู่พี่ๆ เขาจะไม่ได้หวานกันซะที สงสารพี่พัฟเหลือเกิน อย่างที่บอกในเพจค่ะว่า "พวกเขามาแน่นอนค่ะ ตามที่ตั้งใจไว้คือจะมานิดๆ หน่อยๆ ในตอนพิเศษ และจะจัดภาคหลักให้คู่นี้ด้วย" คือยังไงก็จะจัดคู่นี้แม้จะมาช้าสักหน่อยก็ตาม 555555555555555555555555

ส่วนตัวนักเขียนตอนนี้กำลังเคลียร์งานเพื่อจะลาออกมาเตรียมตัวเริ่มชีวิตใหม่ด้วยค่ะ คาดว่าคงได้เจอกันถี่ขึ้นหลังจากสิ้นเดือนนี้ ตื่นเต้นอยู่เหมือนกันที่จะได้กลับมาว่างอีกแล้ว โหะๆ

ขอฝากเพจไว้อีกครั้งค่ะ สามารถเข้าไปพูดคุย แนะนำ ติชม หรือทวงนิยายกันได้เลยค่ะ บางคนอาจจะเข้ามาอ่านแต่ไม่มียูสเล้าเป็ดก็สามารถไปคุยกันได้นะคะ I M A N N E W ♥ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ

ขอบคุณทุกกำลังใจและคอนเม้นนะคะ ติดตามกันมาตลอดแม้จะมาช้า มาสาย หรือหายไปเลย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ  :L1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-03-2015 12:37:18 โดย ennewiis »

ออฟไลน์ chisarachi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1021
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-1
แก้คำผิดค่ะ “ทำไมมีอะไรไม่บอกทันทีพี่ครับ?” >> “ทำไมมีอะไรไม่บอกพี่ทันทีครับ?”
ไม่รู้ว่าทำไมชอบเรื่องนี้ 5 5 5
รู้สึกเอ็นดูน้องพายมาก
เป็นเรื่องง่ายๆ เรียบๆ แต่อ่านแล้วรู้สึกดี
อยากอ่านเรื่องของน้องกับพี่กิวไปเยอะๆ
อย่าเพิ่งรีบจบเลย
ปล. ควรเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นดวงใจของกิว 5 5 5 5
เพราะพี่กิวนี่รักน้องมากกกกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ ennewiis

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
แก้คำผิดค่ะ “ทำไมมีอะไรไม่บอกทันทีพี่ครับ?” >> “ทำไมมีอะไรไม่บอกพี่ทันทีครับ?”
ไม่รู้ว่าทำไมชอบเรื่องนี้ 5 5 5
รู้สึกเอ็นดูน้องพายมาก
เป็นเรื่องง่ายๆ เรียบๆ แต่อ่านแล้วรู้สึกดี
อยากอ่านเรื่องของน้องกับพี่กิวไปเยอะๆ
อย่าเพิ่งรีบจบเลย
ปล. ควรเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นดวงใจของกิว 5 5 5 5
เพราะพี่กิวนี่รักน้องมากกกกกกกกกกกกกกก


ขอบคุณสำหรับคำผิดด้วยค่ะ แก้เรียบร้อยแล้ว  :pig4:
น้องพายมีหน้าที่แย่งแฟนคลับพี่กิวค่ะ เลยต้องทำให้น้องน่ารักกว่าพี่กิวนิดนึง(หรือเปล่า)
ชอบชื่อเรื่องดวงใจของกิวมากค่ะ ขอเอาไว้ใช้ตอนพิเศษเลยนะคะ ขอกันง่ายๆ แบบนี้เลย 5555555555555  :katai2-1: :hao6:
ขอบคุณสำหรับคอนเมนและความรักที่มีให้ทั้งคู่ค่ะ น้องพายแอบกระซิบว่าเขินจังเลย /////////

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด