At Dawn : แล้วพบกันใหม่....ตอน43 (12-07-17) ​p.23 ตอนจบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: At Dawn : แล้วพบกันใหม่....ตอน43 (12-07-17) ​p.23 ตอนจบ  (อ่าน 187809 ครั้ง)

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #570 เมื่อ13-07-2016 07:25:42 »

คงรอความกระจ่างจาก นายมือโปร
แต่อะไรก็ช่าง หนูวิน ใจร่ม ๆ ก็นะครับ  :mew1:
+1 ให้เป็นกำลังใจครับ

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4561
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #571 เมื่อ13-07-2016 13:07:24 »

ขอบคุณ :)

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-1
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #572 เมื่อ15-07-2016 10:00:59 »

 :ling1:  :ling1:  :ling1: ค้างงงงงง

ออฟไลน์ Taohoo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-3
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #573 เมื่อ18-07-2016 06:44:49 »

ยัยพี่โจ้นี่ก็นะ อะไรนักหนาหลายทีแล้ว วุ่นวายซะจริง

ออฟไลน์ spsygk

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 193
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #574 เมื่อ19-07-2016 19:00:58 »

พี่โป๊ะนี่กวนทีนจริงๆ
 :hao7: o13

ออฟไลน์ noomasoi3

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #575 เมื่อ08-08-2016 17:36:03 »

คิดถึง คิดถึง คิดถึง

ออฟไลน์ Mimimimi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน 39(11-07-16)
«ตอบ #576 เมื่อ12-08-2016 19:34:13 »

รอตอนใหม่นะคะ

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +249/-3
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #577 เมื่อ13-08-2016 22:46:27 »

The Extension Dawn
ตอนพิเศษ
วารินทร์ x วิณณ์
รชต x ธาม


 
เช้านี้ เงียบเป็นพิเศษ แต่ในความเงียบก็ไม่ได้มีความสงบเสมอไป
อาจจะมีแค่ในหัวผมก็ได้ ที่ทั้งความเงียบและความอึกทึกอัดแน่นกันอยู่
“หิวมั้ยวิน” คนที่กำลังขับรถถามขึ้น เสียงของเขาเหมือนแสงขาว ที่เป็นด่างของความมืดในแผงความคิดผม มันค่อยๆ แพร่กระจาย กินพื้นที่มืดดั้งเดิมจนหดตัวเหลือเป็นหย่อมเล็กๆ
“ก็...เวลากินแล้วแหละครับ”
 
“งั้นแวะกินอะไรหน่อยก็แล้วกัน”
 
“ดีเลยโปร เราติดมื้อเช้า” อีกเสียงแทรกขึ้น เจ้าของเสียงนั่งอยู่เบาะหลัง ผมไม่ได้หันมองแต่ก็พอจะนึกใบหน้าเจ้าของเสียงได้ ว่าจะจริงใจขนาดไหน นายมือโปรหันไปยิ้มให้คนข้างหลัง แล้วก็แอบเหล่มองผม สาเหตุที่ผมรู้ก็เพราะเห็นเงาใบหน้าเขาในกระจก และถ้าเขามองเงาสะท้อนหน้าผมในกระจก ก็คงรู้ว่าไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรทั้งนั้น
เขาถามแล้วถามอีก เรื่องการมาเที่ยวพักผ่อนของเราหลายคน ทริปนี้น่าสนุกตรงที่มีทั้งเพื่อนเขา และเพื่อนผม
พวกเราจะไปเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเลของนายมือโปรกันครับ อยู่ที่ปราณบุรี
พวกเราประกอบด้วย นายมือโปร ผม พี่โจ้ พี่หนึ่ง เจม พี่จิว(จะตามมาทีหลัง) พี่นำ น้องธาม พี่พีช พี่บัวและเพื่อนโอมที่แสนจะน่าถีบตัวเดิม เพิ่มเติมคือมันไปเป็นลูกหนี้พี่โป๊ะครับ มันยืมเงินเขาหลายแสนเชียว คนประเสริฐเลอเลิศแถวนี้ก็ให้ครับ ไม่ทำสัญญาเงินกู้กันด้วย ผมไม่ได้ถามว่าเอาอะไรไปไว้ใจมัน เพราะสำหรับผมแล้วไอ้โอมคือเพื่อนที่ไว้ใจได้ แต่มันไม่เคยกล้ายืมเงินผมหรอกนะครับ มันบอกผมมาจากสายเลือดพ่อค้าหน้าเลือด
นับจำนวนคนกับบ้าน 3 หลัง หลังละ 3 ห้องนอน ผมว่ามันเป็นการพักผ่อนที่วังเวงมาก ไม่รู้ว่าถ้าอยากคุยกับเจม จะต้องไลน์หากันรึเปล่า เพราะเดินไกลอาจเหนื่อยตายระหว่างทางได้ อ้อ! ประชดครับ
 
ขับรถมาพักเดียว นายมือโปรก็แวะที่ปั๊มน้ำมันเจ้าใหญ่ของประเทศ ร้านนี้มีร้านอาหารจานด่วนคุ้นชื่ออยู่หลายร้าน พี่โจ๊เป็นคนเลือกว่าเธอจะเติมอาหารใส่ท้องที่ร้านไหน ส่วนผมก็แค่ยืนยืดเส้นยืดตัวบิดขี้เกียจ
 
“จะ 7โมงแล้ว โทรบอกอาสุหน่อยดีกว่า” เขาเสนอ คนพูดเดินจากอีกฝั่งของรถมาอยู่ข้างๆ ผม โน้มตัว ยื่นหน้ามาหาเหมือนกลัวว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นลูกกะตากันอีกแล้ว
 
“วินโทรบอกเอง พี่โป๊ะบอกคุณสาเถอะ สั่งเสียกันไว้ไม่ใช่หรอ”
 
“โอเค แยกกันโทร” ตกลงกันได้ก็ปฏิบัติการรายงานตัวครับ เวลาเช้าๆ แบบนี้ ผมเดาได้ว่าป้าสุกับคุณสาก็อยู่บ้านหลังเดียวกันนั่นแหละ เผลอๆ อาจจะกำลังคุยกันที่โต๊ะอาหารใหญ่ด้วยซ้ำ ระหว่างที่บอกป้าสุ ผมก็พยายามฟังเสียงคนอื่นจากปลายสายไปด้วย และแน่นอนว่าผมเดาถูก คุณสาวิตรีก็กำลังคุยกับนายมือโปรอยู่จริงๆ ได้ยินเสียงคุณตา แล้วก็เสียงแม่บ้านด้วย
 
ผมรายงานตัวเสร็จก็พอดีกับที่พี่โจ้เดินมาชี้เป้าว่าเลือกร้านไหน ผมพยักหน้ารับรู้แล้วก็เดินเคียงเธอไป ปล่อยให้นายมือโปรรายงานตัวแบบละเอียดยิบกับคุณสา ผมไม่สนหรอกว่าเขารับปากอะไรคุณสามาบ้าง มันธุระของเขากับคุณสาวิตรี ผมไม่เกี่ยว

พี่โจ้สั่งเซ็ทอาหารเช้ามาอย่างครบหมวดอาหาร 5 หมู่มากครับ คนที่เธอดูแลเป็นพิเศษไม่ใช่นายมือโปรหรอกครับ เป็นผมต่างหาก แต่การกระทำนี้ไม่ทำให้ผมปลื้มและลืมอาการกระอักกระอวนในเช้าวันก่อนหรอกนะครับ ทั้งคู่บอกผมว่าไม่มีอะไรต่อกัน ก็แค่เพื่อนแวะมาหาเพื่อนเท่านั้น พวกเขากลัวผมเข้าใจความสัมพันธ์ของพวกเขาผิดเพี้ยนไป ยิ่งพี่โจ้นี่แทบจะเลคเชอร์ความทรงจำของเธอกับนายมือโปรให้ผมฟัง เพื่อให้ผมเชื่อในความหมายของคำว่า ‘ไม่มีอะไร’ ในกรอบเดียวกันกับเธอ

ผมเข้าใจครับ ไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไร ไม่มีพฤติกรรมใดที่จะเป็นเหตุผลให้เข้าใจด้วยว่าพวกเขามีอะไรต่อกัน นายมือโปรก็คงจะไม่มีอะไรทั้งการกระทำและความรู้สึก แต่พี่โจ้เนี่ย ผมสัมผัสได้ว่าความรู้สึกเธอมีอะไรซ่อนอยู่ และเธอก็ซ่อนจากผมไม่มิดด้วย
 
“กาแฟมั้ยครับพี่โป๊ะ” ผมถามนายมือโปรที่ยังอิ่มเอมกับโจ๊กใส่ไข่ดาวถ้วยที่ 2 ของเขา รายนี้พยักหน้าหงึกๆ เงยหน้ามองผมระหว่างเคี้ยวหมูก้อนเล็ก
“ไม่น้ำตาลเลยใช่มั้ยครับ”
 
“อื้อ” นี่ก็ไม่รู้จะเข้มอะไรนักหนา หน้าเข้มแล้วจำเป็นต้องดื่มกาแฟเข้มๆ ด้วยหรอ? ผมเบ้หน้าใส่ ส่งสีหน้าไปบอกเขาว่ากินๆ ไปเถอะ แล้วก็เดินไปเคาน์เตอร์เครื่องดื่มที่พี่โจ้กำลังสั่งกาแฟอยู่เหมือนกัน เธอสั่งกาแฟให้นายมือโปรอย่างคล่องปาก ซ้ำยังเผื่อแผ่น้ำใจมาสั่งชาร้อนให้ผมด้วย ผมก็ไม่ใช่คนเรื่องมาก เลยไม่ได้บอกเธอว่าผมนึกอยากดื่มน้ำส้มขึ้น ประเดี๋ยวเธอจะหาว่าผมอยากเป็นนางเอก
 
“ไม่อิ่มกินต่อบนรถก็ได้ครับ เดี๋ยววินขับให้” นี่ผมไม่ได้ประชดเขานะครับ แต่ดูเขายังกินอย่างมีความสุขอยู่ ผมก็ไม่อยากเร่งรัดอะไร เดี๋ยวคุณเขาจะสำลักโจ๊กตายอยู่ตรงนี้ นายมือโปรดื่มน้ำเปล่าจนหมดขวด คว้ากาแฟจากมือผมแล้วก็เดินนำพวกเราไปที่รถทันที นี่เขาก็คงไม่ได้ประชดเหมือนกันใช่มั้ยครับ
 
พี่โจ้หัวเราะขำใส่นายมือโปรที่เดินเร่งความเร็วไปที่รถ ปล่อยให้ผมเดินรั้งท้าย มองเขาทั้งคู่คุยกันที่รถ ระหว่างที่รอให้ผมเดินตามไปทัน

พวกเขาดูเหมาะกันดี...จริงๆ นะครับ
แต่ผมเองก็ไม่ได้เดินร้อนอะไรนัก กับการที่พวกเขาดูเหมาะกัน
ตราบใดที่พี่โป๊ะพูดเต็มปากว่ารักผม ไม่ได้คิดอะไรกับพี่โจ้ ผมก็ไม่มีเรื่องต้องเดือดร้อน


นั่งฟังเพลงเพลินอยู่นานกว่าเขาจะขอให้ผมมาช่วยขับรถ ข้อเข่าเขาไม่ได้เสื่อมกะทันหันหรอกครับ เขาจำทางไม่ได้ก็เลยต้องพึ่งกูเกิลแมพ ก็เลยจะเป็นบอกทางเอง ให้ผมขับตามคำสั่งเขาไปอย่างช้าๆ ต้องเน้นว่าช้าๆ ครับ อัตราความเร็วที่เขาแนะนำแกมบังคับให้ผมใช้คือ 60 กม./ชม. ครับ อืดกว่านี้ก็มาม่าแช่น้ำร้อนปิดฝาทิ้งไว้ 3 เดือนแล้วแหละครับ
 

“ซ้ายข้างหน้าแล้วตรงไปเรื่อยๆ เลยวิน”

“ครับ”
“ไม่เลี้ยวไหนให้สับสนแล้วใช่มั้ย วินขับเร็วกว่านี้ได้รึยัง”

“โอเค ตามสบาย”
“เห้ยๆๆ แต่ไม่ใช่ตีนผีแบบนี้ไง”
“ใจเย็นสิครับวัยรุ่น” มีแซวครับ เพราะผมเหยียบทีรถพุ่งเหมือนรถไฟหัวจรวด ผมหัวเราะหึๆ ในลำคอ เสียงที่คลอเข้าหูมาก็คือเสียงหัวเราะของพี่โจ้ ส่วนนายมือโปรเอามือหนึ่งทาบอก อีกมือหนึ่งยกกาแฟขึ้นจิบ...สงสัยจะยังไม่เรียนรู้ว่าไม่ต้องกินตาแฟก็ตาตั้งได้

ขับเอื่อยๆ มาอีกไม่นานก็ถึงครับ บ้านพักที่เขาบอกไว้ มันคือส่วนหนึ่งของรีสอร์ทริมทะเลครับ โซนบ้านส่วนตัวของเขาแยกออกไปทางปีกซ้าย 3 หลังที่เรียงกันดูเป็นสไตล์เดียวกับรีสอร์ทใหญ่ริมทะเล

“สวยอ่ะดิ พี่ออกแบบเองเลยนะ”

“ก็....ดี”

“เอ้ย ชมกันดีๆ หน่อยสิ นี่เป็นหนึ่งในความภูมิใจเลยนะ”

“ทุเรียนทอด ขนมหม้อแกงก็ความภูมิใจของตำบลกันทั้งนั้น พี่โป๊ะอย่าโอเวอร์”
“อีกอย่าง วินว่า..มันดูคุ้นๆ นะ เหมือนเห็นได้แถวววว....”

“โอเค แรงบันดาลใจมาจากโมร็อคโค”

“โป๊ะเลย”
“ฮ่าๆๆๆ วินว่าวินเพิ่งเข้าใจเพื่อนพี่โป๊ะนะ ว่าทำไมไม่เรียกชื่อกันว่าโปร แต่เรียกโป๊ะ”
“เพราะพร้อมหน้าแหก อารมณ์แตกนี่เอง” ผมแซวชื่อเขาแล้วก็หัวเราะเย้ยเบาๆ นายมือโปรไม่โกรธ กลับส่งสายตาหวานๆ มาให้แทนเสียอีก แต่ผมไม่รับสายตานั้นไว้ เพราะรู้สึกได้ว่าเราไม่ได้อยู่กัน 2 คน
 
 
“ไม่มีแขกเลยหรอครับ ดูเงียบๆ” ผมถามขึ้นเมื่อเข้ามาที่ล็อบบี้ พนักงานที่เงยหน้ามาเห็นรีบวิ่งมาหาพร้อมกับรอยยิ้ม พอได้ยินคำทักทายปนคำถาม ผมก็พอจะเดาๆ ได้ว่าอะไรเป็นไร

“คุณโปร มาเร็วจังค่ะ เพื่อนคุณโปรยังไม่มีใครมาถึงกันเลย”
“สุนีย์เปิดบ้านไว้ให้ 3 หลังแล้วนะคะ จะให้เปิดแอร์รอเลยมั้ยคะ?”

“อีกเดี๋ยวก็คงมาถึงครับ”
“แต่ยังไม่ต้องไปเปิดแอร์อีก 2 หลังหรอกครับ เดี๋ยวพวกผมคุยกันอีกทีว่าจะยังไง”
“นะครับ”

“อ๋อ โอเคค่ะ”
“งั้น คุณโปรไปพักเลยมั้ยคะ?”

“ครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสุภาพ ต่างจากตอนที่นั่งหาเรื่องแซวผมบนรถลิบลับ ราวกับว่าเขาเป็นมือโปรสำหรับทุกคน แต่เป็นคนโป๊ะสำหรับผมเท่านั้น

แม้ในความเป็นจริงจะต่างออกไปจากที่ผมคิด แต่ถ้าผมคิดแบบนี้แล้วสบายใจ มันก็เรื่องของผมที่จะอมยิ้มความคิดแสนตื้นเขินและเข้าข้างตัวเองแบบนี้

บ้านพักส่วนตัวของนายมือโปรพร้อมสรรพมากครับ ผมสงสัยมกว่าสวยขนาดนี้ทำไมเก็บไว้อยู่คนเดียว และก็มาแบบนานๆ มาที บ้านที่ไม่มีคนอยู่มันไม่ดีกับตัวบ้านเอง อย่างน้อยๆ อะไรรั่วโหว่ก็ไม่มีทางรู้ได้เพราะไม่เคยมีใครมาทดลองใช้งาน

บ้านนี้เป็นสไตล์วิลล่า มี 2 ห้องนอน ซึ่งนายมือโปรก็พาพี่โจ้ไปยังห้องนอนห้องหนึ่ง ส่วนอีกห้องหนึ่งผมกำลังจะเดินเข้าไปแช่ตัวบนเตียง แต่กลับมีเสียงเจ้าของบ้านเอ่ยมาสกัดไว้

“วินมานี่สิ” เรียกไปทำไมวะ? ต้องทุ่มเทเทคแคร์พี่โจ้กัน2 คนเลยหรอ? ดูแลคนเดียวไม่ไหวรึไง ผู้หญิงตัวบางแบบนั้น
“วินมาเร็ว”

“อื้อๆ” ผมรับคำอย่างไม่พอใจและไม่เข้าใจอะไรนัก พอเดินไปใกล้ๆ ถึงได้รู้เจตนา นายมือโปรยืนอยู่แค่ขอบประตู เขาเปิดบานประตูและส่งตัวพี่โจ้เข้าไป ผู้หญิงน่าถนอมสำรวจห้อง และวางของ รื้อของไปพลางๆ พอสมควรแก่เวลาแล้ว นายมือโปรก๊แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ

“โอเคนะโจ้?”

“หื้ม? อื้อ สวยดี วิวดีด้วย”
“ขอบคุณนะ”

“ก็ดูแลตัวเองไปพลาง มานั่งเล่นที่โถงก็ได้ กลางวันแบบนี้ลมดี แต่แดดยิ่งโคตรดี เอาที่ชอบเลยนะ”

“อื้อ” พี่โจ้รับคำ ส่งสายตายิ้มมาทางผม ทำให้มุมปากผมยกตัวขึ้นกะทันหัน แม้แต่ความคิดผมยังไม่เท่าทันมุมปากเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะยิ้มให้เขาทำไม

“น้องวินหิวมั้ย เดี๋ยวพี่โจ้ทำของว่างให้ทาน เอามั้ยคะ”

“ครัวมีน่าโจ้”
“โจ้เองก็เถอะ ไม่ต้องทำเองทุกอย่างหรอก ไหว้วานคนอื่นเขาบ้างก็ได้”

“ก็เราทำได้ แล้วเราก็ทำได้ถูกใจตัวเองที่สุด เลยไม่อยากขอร้องใครหรือให้ใครช่วยไง”

“เรื่องแบบนี้ล่ะเก่ง อีกมุมไม่เห็นดื้อจะทำตามที่ตัวเองพอใจบ้าง”

“..........” เงียบครับ พวกเขาเงียบใส่กัน ผมก็ไม่มีคำไหนควรพูด ทำได้แค่มองเลยพี่โจ้ออกไป มองแผ่นน้ำทะเลที่ดูอ่อนไหวแต่มั่นคงเป็นที่สุด

“เรารู้นะว่าโปรหมายถึงเรื่องอะไร”
“ก็บอกแล้วไงว่าคิดดีแล้วถึงได้ทำ”

“โอเค”
“ไปวิน ไปห้องเรากัน”

“อ้าว วินไม่มีห้องส่วนตัวแบบพี่โจ้หรอ” ผมก็แค่แหย่เล่นเท่านั้นแหละครับ นายมือโปรถลึงตาใส่กันอย่างจริงจัง ราวกับกำลังถามว่า แล้วจะให้พี่ไปอยู่ห้องไหน?




#### @ D A W N  #####



ความคึกคักมาเยือนผมในตอนสายของวันครับ พี่หนึ่งกับเจมมาถึงแล้ว ไม่ได้มากันลำพังด้วย มีต้อมกับพี่จิวมาด้วย แต่ขับรถอีกคันมา ทั้งที่รถพี่หนึ่งก็ใหญ่โตราวกับรถขนหมูขนเป็ด แต่ทำไมไม่แบ่งพื้นที่ให้กับพี่จิวและต้อมบ้างก็ไม่รู้

เจมเดินสำรวจโซนวิลล่าอย่างกล้าหาญ สิ่งที่เจมสนใจ คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยอยากอยู่ที่นี่สักเท่าไหร่ เพราะว่า...

“ห้องน้ำกลางแจ้งทุกหลังเลยหรอพี่โป๊ะ”
“ทำไมหรอครับ? ใครดีไซน์เนี่ย มันไม่มีอะไรดีกว่าการให้ลมเป่าตูดแล้วหรอ?”

“มันเป็นสไตล์”
“เออน่า ใครมาก็ชอบกันทั้งนั้น อย่านอกคอก”

“นั่นดิ พี่ว่าดีออก โล่งดี ไม่อึดอัด”

“ก็พวกพี่ชอบโชว์ของกันนี่นา” ถึงแม้พี่หนึ่งจะช่วยแก้ต่างให้พี่โป๊ะ แต่เจมก็แขวะพี่โป๊ะอยู่ดี ซึ่งผมเห็นด้วยกับเจมนะครับ ทำไมต้องห้องน้ำกลางแจ้ง มันเย็นวาบไงไม่รู้ ผมเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน

“ผู้หญิงก็กลางแจ้งหรอ?”
“งี้พี่บัวอาบน้ำอยู่อีกบ้าน เจมจะปีนกำแพงอีกบ้านดูได้มั้ย? พี่โป๊ะเช็ครึยีง? ไม่ปลอดภัยสำหรับแขกเลย” รอบนี้ดูก็รู้ครับว่าจงใจหาเรื่องมตำหนิ พี่หนึ่งหัวเราะตอบแทนความช่างจินตนาการของแฟนตัวเอง ส่วนผมก็ได้แต่จินตนาการไปว่าตัวเองกำลังอาบน้ำอยู่ แล้วก็รับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่าง พอหันไปมองก็เจอะกับลูกกะตาของสิ่งที่ไม่สามารถรถระบุสปีชี่ได้ ไอ้เหี้ยยยยย!! ผมกลัวอ่ะ!

“พี่โป๊ะ ไม่มีห้องน้ำข้างในหรอครับ”

“โธ่วิน” นายมือโปรหันมาทำหน้าเอือมใส่ผม คงไม่คิดมาก่อนว่าผมจะไม่เข้าใจ’สไตล์’ ของเขาด้วยเหมือนกัน

“วินก็ไม่ชอบอาบน้ำโล่งๆ”

“ฮื้มมมมมม แต่ละคน”
“มีสิครับคุณชายทั้งหลาย แต่ต่อให้ไปอาบกลางแจ้งก็ไม่มีใครแอบดูได้ โดยเฉพาะจากบ้านอื่น”
“เว้นแต่จะเช่าเหมาลำเฮลิคอปเตอร์แล้วส่องกล้องมองลงมานั่นแหละ”
“ระแวงกันไปได้”
“ห้องน้ำในวิลล่าก็ต้องมีอยู่แล้ว”
“แต่มันริมทะเลไง คนมาทะเลใครเขาอยู่กันมิดชิด ไม่มี๊!!” เสียงสูงทำไม?

“มี!!!” นี่ก็เถียงจจิงจังไปมั้ย? ผมมองหน้าพี่หนึ่งที่แอบหัวเราะขำแฟนตัวเอง เถียงกับพี่โป๊ะเรื่องสไตล์รีสอร์ทริมทะเลอย่างเอาเป็นเอาตาย เจมเป็นคนที่ความรู้รอบตัวเยอะ คงเพราะเป็นนักข่าว ได้คุยกับใครตั้งมาก ก็เลยเอาสาระเรื่องนั้นมาประกบกับเรื่องนี้ได้อย่างคล่องสมอง ผมก็เรียนด้านสื่อมาเหมือนกัน การประกอบสร้างผมก็คิดเป็น แต่คงคิดได้ไม่คล่องเท่าเจมหรอก

“เอ้อโป๊ะ”
“พอเถอะ ถามไอ้หมอสิว่าถึงไหนแล้ว” พี่หนึ่งขัดจังหวะการเถียงกันแบบไร้แก่นเหตุผล วาทกรรรมประหลาดของเจมจึงหยุดลงได้ พี่โป๊ะหยิบโทรศัพท์มาจิ้มจึ๊กๆ แล้วยกขึ้นจ่อใกล้หน้าตัวเอง

“เออ ไหนแล้ว”
“หลงป่าว” ทันทีที่เพื่อนเขารับสาย นายมือโปรก็ถามกันแบบมะนาวฝ่อ

“ไม่หลงหรอก ถ้ามาคนเดียวน่ะ”

“เอ้า ตกลงยังไงวะไอ้หมอ”

“ผมไม่หลง แต่ธามพาหลง”
“เอาเถอะ เดี๋ยวก็ถึงเอง”

“โป๊ะ! ทำไมลึกลับ”
“นี่เราหลุดจากแผนที่เลยเพราะนำไม่เชื่อธามนั่นแหละ”
“ธามบอกนำแล้วว่าซ้าย”

“ธามแยกซ้ายขวาภาษาไทยยังไม่ออกเลย”
“คุณ อีกสักชั่วโมงก็ถึง เท่านี้ก่อนนะ”
“เตรียมอะไรเย็นๆ ให้ด้วย”

“ธามเอาหานเล่”

ปึ่บ! แล้วบทสนทนาก็ยุติลง โดยที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าหานเล่ คืออะไร?




ต้องขอบคุณ ‘หานเล่’ ของน้องธาม ทีทำให้ทุกคนจมไปกับความคิดของตัวเอง ไม่เว้นกระทั่งพี่โจ้ ที่เอาแต่นั่งครุ่นคิดว่าน้องธามต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่ เธอนั่งกอดอกครุ่นคิดอยู่ที่โซฟาเวิ้งกว้างกลางห้องรับแขก ห้องส่วนตัวเธอของเธออยู่มุมซ้ายครับ สรุปแล้ว วิลล่านี้เธออยู่กับพี่พีช พี่บัว ซึ่งมีเตียงส่วนตัวอยู่ชั้น 2 ของวิลล่า แต่ไม่ได้มีประตูมิดชิดหรอกครับ เดินขึ้นบันไดที่ตรึงติดกับผนังก็ถึงเตียงเลย รอบเตียงเป็นเบาะรองนั่งนุ่ม เรียกได้ว่าขึ้นสู่ชั้น2 ของวิลล่านี้ก็คือนอนกันเท่านั้น กระจกบานใหญ่ยาวเสมือนผนังของชั้น 2 มีม่านช่วยลดทอนความร้อนจากแสงอาทิตย์ ช่างเป็นเตียงที่เหมาะกับการนอนตื่นเช้ามาทักทายพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นผืนทะเลเสียจริง ผมชอบวิวนี้จัง

ส่วนผมน่ะหรอครับ ถูกกระเตงกึ่งลากไปอยู่วิลล่าถัดมา ใหญ่กว่าหลังที่ผมชอบประมาณ 50% เห็นจะได้ สไตล์ไม่ต่างกันนัก แต่ว่าชั้น 2 ของหลังนี้ เป็นที่นั่งเล่นครับ ส่วนห้องนอน 3 ห้อง รายล้อมกันแต่ละทิศ แน่นอนว่าผมต้องจองห้องที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนเจมรีบจองทิศที่ตรงกันข้าม ด้วยเหตุผลว่าเจมไม่ชอบให้พระอาทิตย์แยงตูด และก็ถูกพี่โป๊ะ เหน็บกลับไปว่าไม่เห็นต้องกลัวเลย เพราะพระอาทิตย์น่าจะเลือก พีหนึ่งขำ ผมก็ขำ แต่หมาเจมของใครต่อใครไม่ขำด้วยหรอกครับ ผมเห็นหน้าตูมเลย แต่ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ

“ไปวิน เจม ไปพักที่ห้องกัน พวกพี่ไปเตรียมมื้อกลางวัน เดี๋ยวไอ้หมอหลงทางมาแล้วจะอารมณ์เสีย”  นางมือโปรบอกแผนการฆ่าเวลาคร่าวให้กับผม ผมก็เลยมุมเข้าห้องไป วางของ เหวี่ยงกระเป๋า ทิ้งตัวลงเตียงไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูแล้วเปิดพรวดเข้ามา

“วิน!”

“อะ...อะไรหรอ? มีอะไรรึเปล่า? หรือว่าเจอ.....” ผมตาพองถาม ค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นมามองหน้าเจมที่หย่อนตัวนั่งลงบนเตียง

“เจอจะไม่วิ่งมาแบบนี้เลย”

“แล้ววิ่งมาแบบนี้คือไม่เจออะไรหรอ?”​ ผมถามให้งงกว่าเดิมเกินไปมั้ย? ผู้ชายหน้าเอนไปทางญี่ปุ่นไทยจีนจ้องหน้าผมอย่างลำบากใจ

“คือ...”
“แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจมให้จิวหิ้วมา ไม่รู้มันออกมารึยัง?”
“แม่งเอ้ย ลืมได้ไงวะ หรือพี่หนึ่งหยิบออก” เขาบ่นคนเดียวครับ แต่ผมก็ควรเสือกใช่มั้ย

“อะไรล่ะ?”

“ลืมโน๊ตบุ้ค จะทำงาน”

“อ้ออออ”

“หากางเกงในไม่เจอด้วย”

“เอ้า”

“อืม คนเรามันไม่ควรลืมกางเกงในใช่มั้ยล่ะ เจมไม่ได้ลืมหรอก พี่หนี่งแม่งหยิบออกแน่ๆ”
“แล้วอีกางเกงว่ายน้ำ เจมก็ไม่ได้หยิบ มันมาได้ไง พี่หนึ่งนั่นแหละ”
“วิน ถ้าพวกบ้าอำนาจนี่ชวนว่ายน้ำในสระ ใส่บ๊อกเซอร์เป็นเพื่อนเจมนะ”

“หือ? อื้อ ได้ วินก็ไม่ชอบใส่กางเกงว่ายน้ำเหมือนกัน”
“ไหนจะห้องอาบน้ำกลางแจ้งอีก”
“พี่โป๊ะแม่งออกแบบที่นี่เองเลยแน่ๆ พวกชอบอวด เจมว่าไง”

“ไม่ๆๆ จ้างฝรั่ง ส่วนโรงแรมก็จ้างฝรั่งบริหาร”
“คุณลุงตะวันคุมอีกที ส่วนที่เป็นธุรกิจโรงแรมอ่ะนะ” รู้ดีกว่าผมอีกแฮะ อ๋อ ... เพราะเป็นนักข่าว

ผมพยักหน้ารับรู้ พอเห็นหน้ามุ่ยๆ อีกที ก็เลยช่วยให้คลายเรื่องทุกข์ใจไปบ้าง

“ใช้โน้ตบุ้ควินก็ได้”
“เอามั้ย?”

“จะดีนะ ไม่ปฏิเสธนะ”
“แฮ่ จริงๆ ก็จะมาถามนี่แหละว่าติดมามั้ย ดีเลย กะแล้วว่าวินต้องเอามาด้วยแน่ๆ”
“ก็วินเป็นผู้บริหารนี่”
“อยู่ไหนก็ต้องทำงาน เนอะ”

“ไม่หรอก วินติดมาเฉยๆ ถ้ามีงานอะไรเร่ง คนที่ต้องยุ่งวุ่นวายก่อนต้องเป็นพี่โป๊ะดิ เงินเดือนเยอะกว่าวินนะ”

“จริงดิ?”
“แล้วตอนนี้วินดูส่วนไหนบ้าง”

“ในบริษัทร่วมทุนก็ดู......” ผมอธิบายงานที่ผมรับผิดชอบให้เจมฟัง รายนี่ก็ถามซ่อกแซ่กสมกับเป็นนักข่าว และมันก็เกิดคำถามที่สั่นคลอนความสัมพันธ์แสนสั้นของผมกับเจมจนได้

“อื้ม วินก็ตระกูลวัฒนนุกูลนี่”

“อือ” ทำไมหรอ นามสกุลผมมันทำไมอีกล่ะ? ทำไมทุกคนถึงต้องมีปฏิกิริยากับกำพืดของผมด้วย

“แล้วไม่รับไม้ต่อจากที่บ้านหรอ”

“วินไม่ชอบทางนั้น อีกอย่าง พวกเขาก็บริหารกันมาใหญ่โต คงไม่อยากให้แหลกคามือวินหรอก”

“แล้วมีคนรับไม้ต่อมั้ย?”

“เจมถามทำไม?”
“เอาไปเขียนข่าวหรอ? อยากเขียนเรื่องของใครก็คุยกับเจ้าตัวเองดีกว่า อย่าจับแพะชนแกะเลย ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ นะ วินไม่อยากพูดเรื่องนี้ซ้ำสอง”

“เฮ้ยๆ ใจเย็นสิ”
“ไม่ได้จะเอาไปเขียนข่าว”
“ก็แค่สงสัยไง”
“คือตระกูลใหญ่ไง แล้วก็แบบสายแบงก์การเงินอะไรทำนองนี้”
“พอฟังงานที่วินทำ ก็เลยแบบ...สงสัย”

“นอกคอกมากหรอ”

“เฮ้ย บอกว่าใจเย็นไง”

“ก็ไม่ได้ใจร้อนอะไร วินแค่ถามว่าเจมมมองว่านอกคอกหรอ”

“ก็นอกคอก แต่นอกคอกไม่ได้แปลว่าเลว ไม่ดี ไม่น่าคบหา ไม่น่ารัก ไม่ใช่เลย”
“นอกคอกก็แค่ไม่เหมือนใคร ผ่าเหล่าผ่ากอแค่นั้น”

“เกือบดีแล้ว” ผมค่อนนิดหน่อย

“เออ พอดีปากมันรั่วๆ” เจมก็เลยแคะกลับมา เจมเงียบไปสักพัก ดูเหมือนจะนั่งทำงานตามที่บอกไว้ ผมก็เลยเอนตัวลงนอนเล่นโทรศัพท์มือถือ จึงได้เห็นไลน์ไอ้โอมที่ส่งมาบอกว่า อีกเดี๋ยวก็ถึง จะเอาอะไรมั้ย

“อืมเจม”

“อืมวิน”

“เดี๋ยวเพื่อนวิน ไอ้โอมน่ะ มันจะมาถึง น่าจะผ่านอะไรที่พอจะแวะซื้อของได้”
“เอากางเกงในมั้ย”

“เอ้ย!! โหลนึงเลย ผ้าดีหน่อยนะ ไซส์เอ็ม”
“บ๊อกเซอร์ด้วยนะ”
“เอ่อ ผ้าดีหน่อยนะ ขี้เกียจผื่นขึ้น”

“โอเค” ผมรับคำแล้วส่งข้อความฝากซื้อของให้ไอ้หมาโอม มันส่งสติ๊กเกอร์กวนตีนกลับมา แต่ก็รับคำว่าจะซื้อให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-08-2016 23:15:38 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +249/-3
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #578 เมื่อ13-08-2016 22:48:52 »

ฟังเสียงเจมพิมพ์อะไรป๊อกแป๊กไม่นานผมก็หลับ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่มีอีก 2  คนเข้ามาในห้อง ตอนแรกก็งงนิดหน่อยเพราะคนพวกนี้เปลี่ยนเสื้อผ้ากันแล้ว นี่เขาเตรียมเสื้อผ้ากันมากี่ชุดวะเนี่ย

“จนได้นะเจม พี่ให้มาพักไง”

“ก็พี่หนึ่งให้เจมพักตอนที่งานเร่งนี่ ใครจะพักได้ ถามตารางเจมบ้างดิ”

“รอบนี้เจมรับปากธามเองไม่ใช่หรอ? อย่าโยน”

“เออๆๆ พอ”
“ขอแฟนผมพูดบ้าง นอนบูดไปแล้วนั่นน่ะ” นายมือโปรขัดการโต้เถียงคำเล็กคำน้อยของเพื่อนเขาและแฟนของเพื่อน ตัวหนาๆ แหวกเจมมาหาผม ดันเจมจนแทบตกเตียงแล้วก็มานอนคว่ำหน้า ตีขาไปมาอยู่ใกล้ๆ ผม

“ไม่เข้ากับคุณเลยโป๊ะ”
“เจมไปห้องกัน”

“ทำงานอ่า”

“เอาไปทำที่ห้อง เร็วครับ”
“สิ”

ลุกเลยแฮะ คนโดนเรียกหน้างุ้มปากงอหันมองผมเหมือนฟ้อง ผมก็ได้แต่ยิ้มให้เบลอๆ เพราะผมเพิ่งตื่น พอเจมโดนจูงจนเกือบอุ้มออกไปแล้ว นายมือโปรก็รี่ไปล็อกห้อง แล้วกระโดดมาจับกบบนเตียงใหม่ อ้อ!ไม่ต้องส่องหากบหรอกครับ ผมเอง โดนตระครุบอยู่นี่แหละ

“อะไรครับ”

“ไม่นอนสิ มาทะเลทั้งทีต้องรื่นเริง สดชื่น”

“ก็ไม่มีอะไรให้ทำ ออกไปเล่นน้ำตอนนี้ก็แดดร้อน”
“พี่โจ้เขาเหงาเหรอ ถึงได้อยากให้วินพาเขาเล่น”

“เอ้ย คิดไรเนี่ย”
“โจ้เหงาก็เรื่องของโจ้สิ อีกอย่าง พีชกับบัวก็มาแล้ว ผู้หญิงคุยกันรู้เรื่องกว่า”

“หรอ”

“จริง”

“ก็ไม่ได้ว่าไม่จริง แค่ไม่รู้ว่าพี่โป๊ะคิดจะทำอะไรกันแน่”

“ไม่ได้คิดเลย พี่ปล่อยตามสัญชาตญาณ รอวินเข้าใจได้ด้วยสัญชาตญาณอยู่เนี่ย”

“เข้าใจว่า?”

“ว่าอยากกอด อยากฟัด”
“ทีนะ” ทีนะแปลว่าห่าอะไรไม่รู้หรอกครับ แต่โดนไปแล้ว สิ้นไอ้ทีนะ ผมก็โดนกดกอด อุ่นไม่อุ่นไม่ได้สนใจครับ คนเพิ่งตื่น มาทับแบบนี้หายใจไม่ออกเว้ย!!

“อื้อออ ปล่อย วินหายใจไม่ออก”

“งี้ต้องผายปอด”

พ่องงงงงงงงเถอะ ไอ้เหี้ยพี่โป๊ะ หยุดจูบกูเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!!

ไม่ได้ผลหรอกครับ คนห่ามเบอร์นี้ ห้ามกระบวนท่าไหนเขาก็ไม่หยุด ผมหยุดดิ้นแล้วโอนอ่อนไปตามจูบเขาแทน ครู่หนึ่งก็พักรบแล้วยกตัวขึ้น แต่ก็ยังคร่อมตัวผมไว้อยู่ดี

“ชอบป่ะ”

“ไม่”

“เอ้ย! คิดนิดนึงนะ”

“อืมมมมม” ผมคิดนิดนึง
“ไม่”

“วินนี่น้า”

“ก็วินไม่ชอบจริงๆ นี่”

“ไม่ชอบจูบพี่หรอ? แย่ดิงั้น”

“ไม่ใช่ไม่ชอบจูบพี่โป๊ะ วินไม่ชอบให้มาขัดใจ วินบอกว่าไม่อยากกอดก็คือไม่ไง”
“ฟังมั่งดิ”

“ก็อยากก็ต้องทำเลย”

“หน้าด้านนะแบบนี้” ผมลอยหน้าลอยตาด่า นายมือโปรกระตุกยิ้มแล้วก็นอนทับผมอีกรอบ หอมแก้มฟอดใหญ่ หนำใจแล้วก็ฉุดให้ผมลุกขึ้นนั่ง เพื่อมาตื่นตะลึงกับการมาทะเลครั้งนี้เสียที

“ไอ้โอมมาแล้ว เครื่องครบ”

“เครื่องครบ? เครื่องอะไรหรอพี่โป๊ะ”

“เดี๋ยวเซ็ทเสร็จก็รู้”



#### @ D A W N  #####



เซทเสร็จแล้วครับ รู้แล้วด้วยครับ
คนที่มาพร้อมกับไอ้โอม คือพิ่จิวและต้อม ผมไม่รู้ว่ามันไปสนิทกับพวกเขาเร็วขนาดนี้ได้ไง แต่เหตุผลเรื่องรุ่นๆ เดียวกันทำให้ผมยอมรับในความช่างตีสนิทของไอ้โอมได้

ส่วนที่ว่าเซทเสร็จแล้วเนี่ย ก็คือเครื่องดนตรีวงเล็ก และวงเหล้าใหญ่มากครับ
สารพัดประเภทเครื่องดื่มมึนเมา สารพัดยี่ห้อมารวมตัวกันแบบต้องมีคนนัดหมาย นี่ถ้านับได้ครบ 1,250 ขวดขึ้นมา มันจะต้องเป็นการพบปะกันที่สะเทือนปัจเจกวันมาฆะบูชาแน่ๆ

“เฮ้ย โอม” ผมทักเพื่อน ยิ้มให้ด้วย มันหันมาเห็นผมก็ยิ้มแฉ่งอวดผลงาน พักหลังเราเจอกันบ่อยทางโทรศัพท์ครับ แผนชีวิตมันยังไม่เปลี่ยน มันยังคงยืนยันว่าจะไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพราะอยากดูแลป้า อยากมีน้ำหน้ากตัญญูนั่นแหละครับ แต่ที่ยังไปมาหาสู่กับผมได้บ้าง ก็เพราะว่ามันกำลังหาเงินไปตั้งตัวที่นู่น มันบอกจะเก็บเงินจากที่ไทยให้ได้ห้าแสน ยืมพี่โป๊ะไปแล้วสี่แสนห้า เหลืออีก 5 หมื่น มันบอกว่าน่าจะหาได้ภายใน 2 ปี   

“ไงครับ คุณชาย”
“เอ้ยๆ ไม่ดิ รองเอ็มดี”
“เอ้ยๆ ไม่ดี ทายาทเจ้าสัว”
“เอ้ยๆ ไม่ดิ”

“เหี้ยโอม”
“หิวจนต้องหาตีนแดกเลยหรอ”
“มาเลียตีนกูแก้ปากดีมั้ย”

“โหดกับกูได้ไง”
“กูเลี้ยงของกูมากับมือ ขอกูปู้ยี้ปู้ยำทางฝีปากหน่อยไม่ได้หรอครับ คุณชาย”

“เหี้ยโอม”
“เลวนะมึง”

“โอ่ๆๆ ก็ย้อเย่น”

“เย่นพ่อเย่นแม่มึง”
“แล้วนี่อะไรนักวะ แค่มาพักผ่อนกันมันต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรอ”

“เอ้า!”
“ไม่เวอร์ก็ไม่ใช่ยี่ห้อเฮียกูหรอก”
“แล้วนี่อยู่ไหนวะ? หรือมึงแดกไปแล้ว คายเฮียโป๊ะของกูออกมาเดียวนี้นะ!”

บางที ของที่มันเอามามัดจำกับพี่โป๊ะเป็นหลักประกันเงินกู้หกหลัก อาจจะเป็นก้อนสมองเน่าๆ ของมันก็ได้ ผมถอนหายใจใส่แล้วก็เดินหนีไปอีกทาง นี่ก็บ่ายหนักแล้ว ท้องหิวมากแล้วครับ อยากรู้ว่านอกจากลังเหล้าทั้งหลายแล้วนี่มีอะไรให้กินบ้างมั้ย

“พี่โป๊ะไปไหนวะ?”

“กูก็ไม่รู้ ผลักกูออกจากห้องให้มาหามึงแล้วก็หายไปไหนไม่รู้”
“อาจไปทำมื้อกลางวัน”

“เอ้า มึงไม่ทำให้เขากินล่ะ?”
“นี่เฮียกูเป็นลิ่วล้อมึงหรอ ทำไมเฮียกูต้องตรากตรำทำงานผู้หญิงวะ? หรือเขาเป็นเมีย”

“อือออออออ เขาเป็นเมียกูเอง”

เพี๊ยะ!!! เสียงดังไปคุ้มทางเหนือเชียวครับ แฮะๆ ผมล้อเล่น
ผมถูกตบหัวครับ ไม่ต้องหันมองก็รู้ว่าฝ่ามือใคร ฝ่ามือที่ตบหัวผมได้ ก็คือฝ่ามือที่กรอมแก้มล้อมหน้าผมไปหอมเช้าจูบเย็นนั่นแหละ

“พี่โป๊ะ วินเจ็บนะ”

“เอาให้พอเจ็บนิดๆ จะได้ไม่เอ่ยอ้างกับใครว่าได้เป็นผัวพี่อีก”
“พี่รักวินนะครับ แต่เรื่องนี้พี่โคตรถือ”

“รักห่าอะไร ตบเมื่อกี้อย่างเจ็บ”

“รักเด็กห่ามันก็ต้องทำตัวเหี้ยๆ แบบนี้แหละ”
“พวกเฮียเหมาะสมกับมากมั้ยโอม”

“มากกกกกกกกกก” ไอ้เหี้ยโอม ไอ้ห้าแสนก็ซื้อได้ เห็นมันลอยหน้าลอยตายิ้มประจบเฮียมันแล้วผมของขึ้น

ผมขมวดคิ้วกลั้นน้ำตา ก็มันเจ็บจริงๆ นี่ครับ แม่งเล่นทีเผลอด้วย รักของเหี้ยมันแสบสันต์แบบนี้นี่เอง ผมล่ะซึ้ง

“เจ็บจริงหรอ”

“จริงดิวะ”

“โอเค ขึ้นวะด้วย”
“พี่ขอโทษ”
“ตบคืนดีมั้ย”

“ดี! ไปเรียกไอ้โอมมายืนฟังเสียงด้วย จะต้องให้เดซิเบลเท่ากัน” ที่ต้องเรียกร้องแบบนี้เพราะไอ้ตัวดีวิ่งรี่ไปแล้วครับ ได้ยินแว่วๆ เข้าหูมาว่าทะเลลลลลลลลลล

“ฮ่าๆๆๆ วินนนนนน”
“วินเอ้ยยยยยยย”
“พี่ขอโทษนะ อยู่กับพวกห่าโอมเหี้ยจิวแล้วมันฟีลมา”
“เลยลืม”

“ลืมอะไร? ลืมว่าเพิ่งบอกรักวิน อยากกอดอยากฟัดอะไรนั่นป่ะ?”
“แม่ง คนเรา ซึ้งเลย”

“มิน่า น้ำตาเอ่อ”

“กูเจ็บหรอก” ขอใช้ภาษาพ่อขุนหน่อยเถอะ
“ตบต่อหน้าไอ้โอมด้วย เดี๋ยวมันได้หาว่าวินแหย วินไม่ได้แหย วินไม่เคยกลัวพี่โป๊ะด้วย วินถือไพ่เหนือกว่า ถ้าวินเอาจริงขึ้นมาพี่โป๊ะนั่นแหละจะน้ำตาท่วมเข่า”

“เช็ดหัวเข่าก็พอป่ะ?”

“มันต้องท่วมหัวเข่าเลยแหละ เพราะพี่จะต้องเสียใจหนักมาก” ผมเถียงอย่างอารมณ์เสีย แม่งเสือกตบต่อหน้าไอ้เหี้ยโอม

“พี่โป๊ะขอโทษน้า”
“นะครับน้า”
“นะ”

แม่งงงงงงงง ทำไมผมต้องแพ้ทางไอ้เหี้ยนี่ด้วยวะ

“เออออออออ" ผมลากเสียงส่งๆ แล้วก็จะเดินหนี แต่เอวนี่ก็ถูกรั้งไปจนติดหน้าท้องเขาอีกนั่นแหละ

“หายโกรธรึยัง”

“แล้ว”

“ไม่จริงหรอก วินโกรธง่ายหายยาก”
“ต้องง้ออีกเนอะ”
“ง้อไงดี จูบทีดีมั้ย?”
“กอดทีดีรึเปล่า?”
“หอมทีคงดีขึ้นเนอะ”

“เยอะแล้วพี่โป๊ะ”

“ทำไงถึงหายโกรธ บอกพี่สิ”

“คิดเอง”

“คิดไม่ได้หรอก ไม่มีปัญญาเอาใจเจ้าสัวน้อย”

“สัวพ่ออองงงงงง”

“ฮ่าๆๆๆๆ  เออว่ะ กวนตีนวินนี่มันสนุกดีจริงๆ ต้องตบรางวัลไอ้โอม”

“ทำไมมันต้องได้รางวัลด้วย” ผมหมุนตัวไปถาม เขายังไม่เลิกยึดเอวผมไว้ ซ้ำยังรั้งเข้าหาตัวจนผมตัวแอ่นชนะนกนางแอ่นแล้ว

“ก็พี่เห็นวินเครียด ไม่ค่อยยิ้ม แหย่ก็ไม่เล่นด้วย กินก็น้อย เหม่อบ่อย เลยลากมันมานี่ด้วย เผื่อวินอารมณ์ดีขึ้นตอนมีเพื่อนเล่น”

“วินเป็นงั้นด้วยหรอ เปล่านะครับ วินปกติ”

“วินไม่ได้ส่องกระจกทั้งวัน วินไม่รู้สภาพตัวเองหรอก พี่สิรู้ พี่มองวินทั้งวัน มองทุกวัน”
“ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าแฟนพี่กำลังคิดมากอยู่”


“............”

“ใช่มั้ย?”

“..........”

“เรื่องอะไร?”

“ฉลาดนักไม่ใช่หรอครับ คิดสิ”

“หึงโจ้หรอ”

แม่งเสือกฉลาดจริงๆ ด้วย ผมผลักอกเขา ดันตัวเองออกแล้วก้าวล้ำหน้าเขาไปก้าวหนึ่ง หันมองทะเลที่ลมและคลื่นหยอกล้อกันอยู่อย่างเพลิดเพลิน

“วินไม่ได้หึง” ผมโกหกน่ะ ผมหึง แต่พยายามไม่คิดอะไรมาก เพราะพวกเขาต่างก็บอกตรงกันว่าไม่ได้คิดอะไรต่อกัน

แต่สันดานมผม นิสัยผม ผมปล่อยวางไม่ได้ อดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาเหมาะสมกัน ผมต่างหากที่ทำให้ตอนจบของเรื่องราวเปลี่ยนไป ทำให้นิยามคำว่ารักผิดเพี้ยน

“ไม่หึงก็ดี อย่าทุกข์เพราะความคิดตัวเอง”
“อย่าสร้างเงื่อนไขขึ้นเอง อย่าฟุ้งซ่านไปเองแล้วก็งอนพี่โกรธพี่”
“ด้วยความสัตย์จริงเลย พี่ไม่ได้คิดอะไรกับโจ้เลย ไม่เคยคิด แล้วก็จะไม่คิด”

“เพราะเจอวินหรอ”

“พี่อาจเจอใครคนอื่นถ้าซักวินาทีในอดีตมันถูพลิกแพลงไป แต่ไม่ว่าจะเจอวิน ไม่เจอวิน พี่กับโจ้ก็เป็นได้แค่เพื่อนกัน”
“เขาเป็นเพื่อนที่ดี ดีเกินจะไปดึงเขามาเปื้อนกับคนอย่างพี่”

“คนอย่างวินก็เลยเปื้อนเพราะพี่โป๊ะได้ หรอครับ” ผมยังมองตรงไปยังทะเลอยู่ ผมไม่รู้ว่าทำไมต้องทำให้เรื่องนี้มันซีเรียสขึ้นมา บางอย่างบอกผมว่า เพราะความพร้อมของผม เพราะความเป็นวิณณ์ วัฒนนุกูล ที่ทำให้ผมได้เขามายืนเอาอกเอาใจผมอยู่แบบนี้ 

ถ้าสักวินาทีในอดีตผิดเพี้ยนไป ผมกับเขาคงไม่ได้รักกันแบบตอนนี้
แม้เพียงนิดเดียวของเงื่อนไขต่างๆ ที่ขยับผิดร่องเวลา ผมกับนายมือโปร คงไม่รักกัน

“บางทีนะพี่โป๊ะ”

“หือ?” เขาก้าวมายืนเสมอผม หันหน้ามาทางผม ค้อมหลงเพื่อฟังผมให้ชัดหู

ดวงตาเราสบมองกัน
ท่ามกลางน้ำทะเลที่หยอกล้อกับสายลม
หากบางอย่างถูกทำให้แปรเปลี่ยนไป ผมกับเขา คงเป็นเพียงคนที่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก .... เท่านั้น

“บางที อาจเพราะอะไรสักอย่างในอดีตมันถูกพลิกไป วินกับพี่โป๊ะถึงได้มาเจอกัน”
“เราอาจไม่ควรมาเจอกันตั้งแต่ต้น”
“ถ้านะ....ถ้าวินไม่สนใจคนที่บังเอิญเจอที่วัดนั้น ถ้าวันนั้นฟ้าไม่สวยจนเศร้า ถ้าผู้หญิงของพี่ ของวิน ไม่ตาย”
“เราคง.....”

“พี่คงไม่ได้เจอกับคนที่แข็งขืนตอนมองตา แต่ความรู้สึกนึกคิดอ่อนละเอียดยิ่งกว่าทราย...แบบวิน”
“ทรายจับแทบไม่ทัน”
“แต่ติดมือตลอดเลย”
“นำทะเลกอดทรายไม่เคยได้ แต่ทรายก็ลู่ตัวลงหาทุกครั้งที่คลื่นต้องห่างจากฝั่งไป”

“..............”

“ในความสัมพันธ์ ถ้าจะให้มันยาวนานก็ต้องช่วยกันประคอง ถ้าคนนึงเป็นทรายที่วิ่งหนี อีกคนก็ต้องเป็นคลื่นที่วิ่งเข้าใส่ และถ้าคนนึงเหนื่อยจะไล่จับไล่คว้า อีกคนก็ต้องยื่นมือออกมา....” เขาแบมือมาตรงหน้าผม ส่งสายตาอ่อนโยนขอให้ผมยื่นมือออกไป

ทันทีที่ผมวางมือผมบนมือเขา เขาก็พูตต่อ

“เพื่อเป็นสัญญาต่อกันว่า ผมอยากให้คุณกอดผมไว้ตลอดไป”​
“พี่ไม่หมดแรงทำอะไรง่ายๆ หรอก กี่แผลๆ พี่ก็ไม่สนใจ เดี่ยวมันก็หายเจ็บ หายเศร้า”
“ถ้าไม่ต้องการความรักของพี่แล้ว แค่บอกว่าไม่ต้องการก็พอ”
“แค่ไม่ยื่นมารับความรู้สึก พี่ก็เข้าใจแล้ว”

“วินขอโทษ”
“แค่...วินรู้สึกบ่อยขึ้นทุกครั้งว่าวินได้รับความรู้สึกที่ดีมากไปถ้าเทียบกับความน่ารักที่วินไม่ค่อยมี”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ก็พี่มันคนเยอะ”
“เหมาะกันออก เนอะ”

เขาเป็นคนที่ครบเครื่อง รูปร่าง หน้าตา ฐานะ ทัศนคติ การศึกษา อาชีพการงาน นิสัย
ส่วนผม...มันก็แค่คนที่บังเอิญเกิดในตระกูลที่ดี และอยู่ในเส้นทางที่บังเอิญมาสะดุดเห็นกันตรงจุดตัด
ตอนนี้เราจับมือกันไว้ มันอุ่นดี อุ่นจนหวงแหนอย่างมาก
หากว่าวันนึง เราทั้งคู่ต้องก้าวเดินต่อไป ผมกลัวเหลือเกินว่าจุดหมายอาจจะไม่ใช่เส้นทางเดียวกัน


ผมไม่ตอบอะไร แค่สิ่งยิ้มให้ มองรอยยิ้มเขา มองหน้ากวนส้นตีน แต่สายจาจริงชิบหาย ผมรูดมืออกจากมือเขา และเขาก็เกือบจะรั้งปลายนิ้วของผมเอาไว้ได้ แต่คงเป็นเพราะบางอย่างจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อวัดใจน้ำทะเลและเม็ดทรายว่าจะยื้อยุดกันได้แค่ไหนล่ะมั้งครับ

“โปร” เสียงใสเรียกหานายมือโปร ไม่ต้องหันมองก็รู้ว่าเสียงใคร ผมดึงมือกลับมาสำเร็จแล้วก็ตะโกนเรียกไอ้โอมลั่น จากนั้นก็วิ่งไปหามันที่กวักมือเรียกผมยิกๆ

ผมปล่อยนายมือโปรไว้ข้างหลัง โดยไม่หันกลับไปมองด้วยซ้ำว่าเขามองตามผม หรือหันไปหาคนที่สั่งสัญญาณมานานว่าต้องการเขาเหลือเกิน




#### @ D A W N  #####



Tbc...



เรื่องแจ้งที่หนึ่ง
ตอนนี้เป็นตอนพิเศษ เพราะรวม 2 เรื่องเข้าด้วยกัน
เส้นเรื่องของพี่หมอนำ-น้องหมาธาม ก็จะมาเดินเรื่องอยู่ในตอนพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน
เหตุการณ์เกิดขึ้นนี้ ก็เพื่อให้ใครคนหนึ่งได้ทบทวนความคิด ใครคนหนึ่งได้ไตร่ตรอง ใครคนหนึ่งได้ค้นหา และใครอีกคนหนึ่งได้ลองเผชิญกับความจริง 

เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกันนี้คลี่คลาย เส้นเรื่องหลักก็กลับไปอยู่ในเรื่องตัวเองเหมือนเดิมค่ะ

อาจจะเป็นการเผยแพร่นิยายที่ชวนงงหน่อย บางคนที่ไม่อ่านเรื่อง the extension ก็อาจจะงงความธามได้
งั้นเราจะให้ข้อมูลเบื้องต้นไว้ว่า น้องธามเป็นเด็กพูดแล้วชวนงง เท่านี้แหละค่ะ

และเพราะว่าการกระทำของพี่นำกับน้องธาม ไม่มีผลอะไรกับพี่โป๊ะน้องวินอยู่แล้ว ฉะนั้น การไม่รู้จักตัวละครเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาของคนที่อ่านแค่ at Dawn  แต่ที่มาโผล่ด้วยกันเพราะ 2 เรื่องนี้เค้าดองกันอยู่เท่านั้นเอง

เราก็เลยเขียนขึ้นมาเป็นวาระพิเศษ ก็เพื่อผลักดันให้แต่ละเรื่องดำเนินไปตามวิถีที่ควร
อีกเหตุผลที่รวม 2 เรื่องมาเป็น 1-3 ตอนนี้ ก็เพราะเราไม่อยากตัวเอกของทั้ง 2 เรื่องเหงา (จริงๆ คือเราเหงา) เพราะตัวหลักของทั้ง 2 เรื่อง (พี่นำ น้องวิน) เป็นคนค่อนข้างเงียบ เรื่องเลยเดินไปแบบเงียบ เราก็เลยเหงาๆ

ฮ่าๆๆ สรุปๆ เลยก็คืออยากเขียนค่ะ
ยืนยันอีกทีว่า ไม่รู้จักอีกเรื่อง ก็ไม่งงกับเส้นเรื่องที่มารวมกันเฉพาะกิจแน่นอนค่ะ

เรื่องแจ้งที่สอง
ลักษณะการเผยแพร่
3 ตอนพิเศษนี้ จะลงในพื้นที่เรื่อง  At Dawn เป็นหลักนะคะ ส่วนเรื่องน้องธาม จะไปแปะลิงไว้เท่านั้นค่ะ
จนกว่าจะจบตอนพิเศษ ทางกระทู้น้องธามจะไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ เพราะน้องและพี่หมอมาวิ่งเล่นอยู่ในนี้ค่ะ


แล้วพบกันใหม่ค่ะ  >,<


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-08-2016 23:14:54 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #579 เมื่อ13-08-2016 23:33:38 »

อ่านแล้วอึมครึมจัง
ปล. น้องธามน่ารักกกกกกกกกก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
« ตอบ #579 เมื่อ: 13-08-2016 23:33:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iimayuworld

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #580 เมื่อ14-08-2016 03:22:14 »

อ่านจบตอนตีสาม เศร้าๆหน่วงๆอีกแล้ว
จะนอนหลับไหมล่ะเนี่ย มันติดอยู่่ในหัวยากที่จะเอาออก ฮือออออออ

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #581 เมื่อ14-08-2016 07:09:40 »

 :pig4:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8893
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #582 เมื่อ14-08-2016 07:59:52 »

สิ่งที่กลัวที่สุดคือความรู้สึกนึกคิดของวิน
ไม่อยากให้มีดราม่าขอแค่นั้นแหละค่ะคนเขียน  :mew1:

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #583 เมื่อ14-08-2016 09:03:38 »

งืมมมมม.  วินเป็นคนคิดมาก...

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #584 เมื่อ14-08-2016 09:12:11 »

 :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Taohoo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-3
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #585 เมื่อ14-08-2016 10:17:37 »

อย่าว่าแต่วินคิดเลย เราเป็นวินเราก็คิด เหตุการณ์มันพาให้คิด อยากให้เคลียร์กันไป ยังไงก็มาต่อไวไวนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้นะ :bye2:

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #586 เมื่อ14-08-2016 13:46:58 »

กลัวใจวินที่สุดอะ บางทีก็สงสารพี่โปะแต่สมน้ำหน้ามากกว่า อิ๊สอิ๊ส

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4561
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #587 เมื่อ14-08-2016 15:53:24 »

ขอบคุณ :)

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #588 เมื่อ21-08-2016 22:37:27 »

ตอนนี้ น้องวิน กำลังสร้างแผ่นบาง ๆ ขึ้นมากั้นความรู้สึก
มาดูนายมือโปร ว่าจะตัดแผ่น บาง ๆ ของน้องได้อย่างไร  :ling3:
+1 ให้เป็นกำลังใจครับ

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-1
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
«ตอบ #589 เมื่อ31-08-2016 16:01:37 »

 :sad4: แลดูว่าวินตอนนี้คิดมากจัง พี่โป๊ะรีบจัดการความรู้สึกของน้องให้มั่นคงเลยนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ1) 13-08-16
« ตอบ #589 เมื่อ: 31-08-2016 16:01:37 »





ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +249/-3
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #590 เมื่อ11-09-2016 23:54:29 »

The Extension Dawn
ตอนพิเศษ
วารินทร์ x วิณณ์
รชต x ธาม

ตอนพิเศษ 2


นำนั่นแหละที่ผิด
โอเค ธามก็ไม่รู้ทางไง แต่ธามก็ช่วยเท่าที่จะช่วยได้ นำนั่นแหละไม่รู้เรื่องเองว่าธามช่วยอะไรไม่ได้หรอก แล้วทำไมต้องบังคับให้พูดไทยทุกคำด้วย พูดอังกฤษนำก็รู้เรื่องไง ก็รู้เรื่องสิ บอกว่า left ก็คือ left ไง ขับรถไปสิ ทำไมต้องอยากมาสอนภาษาไทยเอาตอนนี้ด้วยล่ะ?

“หน้าบูดแล้วเด็กดื้อ”

“หน้าธามบูด นำอะไรกับบูดล่ะ”

“อยากจะยอกย้อนยังพูดไม่รู้เรื่อง”

“รู้เรื่องอยู่แล้ว นำนั่นแหละแกล้งไม่รู้เรื่อง นำรู้เรื่องหมดแหละ ใช่มั้ยเล่า”

“ใช่ครับ พี่นำรู้เรื่องทุกอย่าง เข้าใจที่ธามพูด แต่ที่จู้จี้”

“เราไม่ได้จู๋จี๋กันนะ เข้าใจด้วย”

“จู้จี้กับจู๋จี๋มันไม่ใช่คำเดียวกันครับ”

“ก็เหมือนกันสิ เห็นมั้ย นำพูดผิดๆ แต่ธามก็รู้เรื่อง”
“เราไม่ได้จู๋จี๊กันเลย”

“โอยยยย เถียงกับธามแล้วหิวชะมัด”

“ธามบอกให้แวะกินก่อนไง เพราะนำง่าม เอ่อออ ไปอย่างช้าไง”

“แน่ใจมั้ยว่าเราพูดเรื่องเดียวกัน? หืม?”

“ธามรู้เรื่องสิ นำนั่นแหละไม่รู้เรื่องไง” ธามหันหน้าหนี ไม่อยากเถียงกับพี่นำต่อแล้ว พี่นำพูดไม่รู้เรื่องแต่ชอบมาบอกว่าธามพูดไม่รู้เรื่อง ธามก็พูดรู้เรื่องตลอดนั่นแหละ พี่โป๊ะยังรู้เรื่อง พี่วินก็รู้เรื่อง พี่แนนก็รู้เรื่อง มีแต่นำนั่นแหละ ง่าม!

ทั้งที่ตั้งใจจะนั่งเงียบเพราะนำกล่าวหาว่าธามชวนคุยจนขับรถหลงทาง ไปไม่ถึงที่พักเสียที แต่นำก็คงรู้ว่าตัวเองผิด เลยง้อธามด้วยการพาแวะกินกาแฟ กินขนมกันก่อน นำบอกให้ธามลงไปเดินยืดเส้นยืดสายด้วย นำนี่ประหลาดคน ที่ปั๊มนี้ไม่เห็นมีใครไทเก็กกันเลยสักคน แล้วจะให้ธามทำคนเดียวน่ะหรอ? ไม่เอาด้วยหรอก


“แก้เมื่อย” นำยังเซ้าซี้ ธามเลยถอนหายใจและบอกเหตุผลแบบคนที่โตๆ กันแล้ว

“นำจะให้ไทเก็กที่นี่ได้ยังไง ไม่เห็นใครทำเลย คนแก่กว่าธามตั้งเยอะก็ไม่ทำ”
“เค้าคงไม่อนุญาตหรอก”

“ไทเก็ก?”

“ใช่ ก็ยืดๆ แขนขาไง ธามเล่นกับจูบ่อย นำเคยสินะ”

“พี่นำให้ยืดเส้นยืดสาย หรือก็คือ บิดขี้เกียจครับ”
“แบบนี้” บอกแล้วทำให้ดู ธามถึงได้อ๋อ และได้รู้เพิ่มว่า จูเชื่ออะไรผิดๆ ไทเก็กไม่ใช่ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย

“อ่อ ไม่เอา ไม่ทำ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ก็ไม่อยากทำตอนนี้”
“เราไม่รีบไปหาพี่โป๊ะพี่หนึ่งกันแล้วหรอนำ”

“อ่อ อีกนิดเดียวก็ถึง”
“กินข้าวกลางวันที่นั่นเนอะ”

“อื้อ”  ธามเป็นเด็กดีของนำเสมอแหละ นำว่ายังไง ธามก็ว่าอย่างนั้น ใครจะเป็นเด็กดีเท่าธาม ไม่มีหรอกน่า

ตื่นอีกทีก็ถึงรีสอร์ทของพี่โป๊ะแล้ว
แม้ว่าทริปนี้จะเป็นทริปที่ธามเป็นคนคิดตามใจตัวเอง แต่ธามก็คิดแค่อยากมาพักผ่อนที่ทะเลเท่านั้น ส่วนเรื่องสถานที่พี่โป๊ะเป็นการแนะนำให้ แล้วก็จัดการให้ด้วย แม้ว่าคนที่ลงมือติดต่อเรื่องจองที่พักจะคือพี่แนนก็ตาม

“ที่นี่หรอนำ”

“ครับ” พี่นำตอบแล้วก็จูงมือธามเพื่อให้เดินเข้าไป แต่ธามก็ตื่นแล้วไง ไม่ต้องจูงกันตลอดเวลาหรอกน่า ถึงธามจะไม่ได้อยู่ที่ไทยนานกว่า 10 ปี และไม่เคยมาที่นี่ แต่สัญชาตญาณของธามก็ยังปกติดีอยู่นะ
“เป็นอะไรครับ”​ พี่นำหันมาถามทันทีที่ธามดึงมือออก เขาส่ายหน้า แต่ก็เก็บทั้งแขนตัวเองซ่อนไว้ข้างหลัง พี่นำจะได้ไม่ดึงไปจูงอีก
“อะไรกันล่ะ? ไม่จับมือกันหรอ?”

“ธามโตแล้วน่า”

“พี่นำก็ไม่ได้ชอบจับมือเด็กๆ เสียหน่อย”
“เอาที่สบายใจก็ได้ครับ ไม่อยากตื๊อแล้ว”
“ไปครับ พวกนั้นรอเงกแล้ว”

“หา? รออะไรนะนำ”
“เง้อะไรหรอนำ”
“คือใครหรอนำ เพื่อนำอีกเพิ่มหรอ? ธามไม่รู้จักเง้นะ”

“เฮ้อออออออ” พี่นำถอนหายใจ เงยหน้ามองฟ้า เท้าเอว สงสัยจะอยากยืดเส้นยืดสาย....ว่าแต่ เง้คือใคร?

ไม่เห็นมีใครที่น่าจะคือเง้เลย แล้วธามจะถามใครได้ล่ะ?
ธามยืนมองพี่โป๊ะสั่งการให้พนักงานของโรงแรมไปเอาของที่ท้ายรถพี่นำ เอารถที่นำไปจอดที่ที่เตรียมไว้ให้ จากนั้นโป๊ะก็หันมาถามนำว่ามายากกว่าทางไปดาวอังคารหรอวะ? ไม่น่ายาก ตั้งแต่สร้างโรงแรมมาไม่เคยมีใครหลงสักคน มึงคืดว่าตัวเองขับยานอะพอลโล่หรอ สำรวจเส้นทางไม่จำเป็นทำบ้าอะไร? แล้วนี่หิวมั้ยวะ? จากนั้นโป๊ะก็ค่อยหันมายักคิ้วใส่ธามแล้วทักทายกันว่า “ไปไหนก็วุ่นเพราะตัวนี้อ่ะดิ”

โป๊ะน่าจะกำลังว่าธาม แต่ธามจะไม่สนใจหรอก
เขาเสยตามองผู้นำที่ยืนขนาบอยู่ข้างๆ แม้ไม่ได้จับมือไว้แต่แขนเสื้อก็สีกันไปมา อีกฝ่ายเหล่มองแล้วก็ยิ้มให้ ธามเลยรีบถามสิ่งที่ค้างในใจ

“ใครคือเง้หรอ?”

พี่นำหัวเราะ พาให้คนอื่นหัวเราะกันไปด้วย โดยที่ธามยังไม่เข้าใจเลยว่ามีอะไรน่าขำนักหนา หรือว่าเง้คือมุกตลก แล้วมันตลกตรงไหนกันล่ะ?

“ธาม มานี่เถอะ พี่บัวทำพาย รอกินกัน”

“อ่อ ครับพี่เจม”

“ดีๆ มาเถอะ อยู่ตรงนั้นไปก็โดนกัดเปล่าๆ”
“วินยังไม่อยากอยู่ใกล้เล้ยยยย นี่ขนาดรวยระดับเจ้าของโรงแรมนี้ แฟนยังเมินไปนั่งรอกินขนมฟรี คิดดูดิ”

“หือ? ใครหรอ เจ้าของโรงแรม พี่เจมพูดถึงใคร”

“เอ้า! ก็พี่โป๊ะไง นี่ไม่รู้หรอว่าเราพักฟรีที่นี่ได้เพราะใคร”

“พักฟรีหรอ? ของโป๊ะหรอ?”
“ก็เลยง่ายๆ สินะ”
“ขอบคุณนะโป๊ะ”
“นำ ธามไปกินพายกับพี่เจมนะ”

“ครับ ไปเลย ดีแล้ว”
“พี่ฝากด้วยนะครับเจม” พี่นำฝากให้พี่เจมช่วยดูแลธามอีกที อยากจะบอกนำเหมือนกันว่า ธามต่างหากที่ดูแลพี่เจม อย่างน้อยๆ ธามก็คอยเตือนเวลาพี่โป๊ะจะแกล้งพี่เจม

ธามไม่รู้ว่านำคุยอะไรกับพี่โป้ะบ้าง ดูเหมือนพี่หนึ่งจะเดินมาสมทบ พวกสูงๆ เดินไปทางหน้าชายหาด ส่วนธามถูกพี่เจมพาเข้ามาในวิลล่าหลังหนึ่งที่...ก็วุ่นวายไปอีกแบบ

พี่ๆ ผู้หญิงชอบธามกันใหญ่ แต่ธามไม่แปลกใจหรอก เพราะธามมีคนมาชอบเยอะๆ อยู่แล้ว ที่ไต้หวันก็เหมือนกัน ซึ่งการที่มีสาวๆ มาชอบ มีคนมาดูแล มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่ธามรับได้

“ทานเลยธาม เยอะๆ”
“มีอีกตั้งเยอะนะ ไม่อ้วนหรอก เชื่อพี่บัว”

“บัว น้องอาจจะอิ่มมมากแล้วก็ได้”
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องทานแล้วนะธาม” พี่พีชรีบบอกแล้วก็ดึงมือแฟนนตัวเองออกไปจากหน้าธาม ทำให้ช้อนที่มีพายพูนอยู่ออกห่างธามไปด้วย

“อ่า”
“ทานอีกได้นะ”
“อร่อย ธามชอบ” เขายิ้มให้ ทำเอาพี่บัวสะบัดพี่พีชจนหลุดแล้วป้อนพายให้ธามทานต่อ

“มาแล้วค่า น้ำฝรั่ง”
“ไม่หวานมาก สดชื่นด้วย เดี๋ยวมีน้ำมะพร้าวด้วยนะ”
“น้องธาม น้องเจม เอาเลย”

“ขอบคุณครับดร.โจ้”
“อ่อๆๆ พี่โจ้” พี่เจมรีบพูดขอบคุณและเรียกพี่โจ้แบบที่พี่โจ้อยากให้เรียก ธามรับน้ำฝรั่งมาจิบบ้าง...หู้ยยยย อร่อย ถ้ากลับไปกรุงเทพ ธามจะบอกให้จูทำให้ดื่มบ่อยๆ เขายิ้มบอกรสชาต ตาโค้งๆ และลักยิ้มข้างแก้มเขาคงบอกพี่สาวไปหมดแล้วว่าธามเอนจอยขนาดไหน

เมื่อทำให้กินแล้วคนกินไม่ล่าถอยไปไหนสักคน พี่สาวๆ ก็เคยประโคมของกินเล่นที่ทำง่ายๆ มาให้ธาม พี่เจม แล้วก็พี่วินชิมกันไม่หยุดปาก

อันที่ธามว่ามันพรีเมี่ยมมาก ก็คือชีสพายหน้ามะพร้าวอ่อน อร่อยจนถามต้องถ่ายรูปไว้ เพื่อเก็บไปให้จูได้ดู จูจะได้ทำให้กินอีก แม้ว่าพี่บัวจะบอกว่า เอาไว้จะทำแล้วให้แมสเซนเจอร์เอาไปส่งให้ธามที่บริษัทก็เถอะ

“เฮ้ยเจม ไอ้จิวมาแล้ว”

“หือ? โอเค กูไปรับพี่กูเอง” พี่เจมบอกกับพี่โอมแล้วขอตัวลุกจากโซฟาที่ละลานตาไปด้วยขนมมากมาย ธามเห็นพี่วินมองตามอออกไปแต่ก็ไม่ลุกตามไป สงสัยจะชอบขนมพวกนี้มากจริงๆ

“พี่วินกินนี่ได้นะ”

“หืม? พี่กินไม่ไหวแล้วล่ะ มันหวานด้วย”

“อ้าว ไม่ค่อยชอบหรอ?” ธามถาม เขารู้สึกงงนิดๆ เพราะท่าทางที่พี่วินกินเมื่อกี้ก็ไม่ได้ดูว่าจะไม่ชอบขนมหวาน

“ไม่ค่อยกินเยอะหรอก แต่เห็นพี่ๆ มีความสุขที่ได้ทำให้นี่ ก็เลยกิน”

อ่ออออ เป็นคนแบบนี้นี่เอง ใจดีสุดๆ จริงด้วย
ธามเคยถามพี่นำ ว่าทำไมพี่วินดูไม่ค่อยเอนจอยเวลาพี่โป๊ะดูแลเลย ตอนอยู่ที่บริษัทก็ไม่ค่อยชอบให้ไปเซ้าซี้ หรือดูแลอะไรมากมาย ขนาดกลับบ้านก็ยังไม่ให้ไปส่ง ตอนแรกก็คิดว่าเพราะมีคนขับรถของพี่วินมารออยู่แล้ว แต่บางวันพี่วินก็ไม่มีใครมารอรับ แต่พีวินก็เลือกจะกลับบ้านเอง ไม่รอพี่โป๊ะด้วยซ้ำ แล้วทั้งคู่ก็แยกบ้านกันอยู่แล้วด้วย ตอนแรกธามคิดว่าเบรกอัพกันแล้ว แต่พี่โป๊ะบอกคบกันอยู่

ตอนพี่นำบอกไว้ ธามนึกไม่ออกเลยว่าคนประเภทแบบนั้นจะมีได้ยังไง
พี่นำบอกว่า คนบางคน ยิ่งรัก ก็ยิ่งไม่รับ ยิ่งรักใครมาก ก็ยิ่งตีกรอบตัวเอง
ธามไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้ชีวิตมันยากขึ้นกว่าเดิมด้วย
พี่นำบอกว่า ก็มีเหมือนกันกลัวความเหงาหรือกลัวการสูญเสียมากๆ จนเลือกอยู่คนเดียว
แต่ธามคิดว่า อยู่คนเดียวก็ยิ่งเหงาไม่ใช่รึไง ไม่น่าจะใช่ทางออกเลย
แม้ว่าก่อนหน้านี้ ธามก็เคยเลือกจะหนีให้หายไปจากพี่นำกับลุงหมอปันก็เถอะ

“ธาม มาลองทำนี่มั้ย” พี่บัวเรียก ธามก็เลยปล่อยพี่วินที่ไม่ค่อยชอบขนมหวานไว้กับกองขนมหวาน ส่วนคนที่เดินมานั่งเป็นเพื่อนพี่วิน ก็คือพี่โจ้แสนสวย

ธามไม่รู้ว่าพวกเขาได้คุยกันรึเปล่า อาจจะคุยและอาจจะไม่ได้คุย เพราะธามไม่ได้ยินเสียงคนคุยกัน แต่ตอนที่ธามหันไปมองอีกที ก็ไม่เห็นพวกเขาจะเลิกมองหน้ากันเลย

“น้องธามจะทำงานที่บริษัทโป๊ะไปเรื่อยๆ หรอ? ชอบทางนี้หรอ”

“ก็ชอบนะ...ครับ”

“อืม พี่บัวก็ว่าดูเหมาะดี”
“แต่ธามยังเด็กอยู่เลย เพิ่งจบโทมาด้วยนี่นา ไม่ลองหาประสบการณ์อื่นๆ ดูหรอ”

“ต้องหรอ? แบบ A Must หรอ..ครับ”

“อืมมมมม” พี่บัวคิดระหว่างตักเทน้ำหวานแดงลงในโถแก้ว ตอนนี้เรากำลังทำเครื่องดื่มแสนง่ายกันอยู่
“เอ มัสท์มั้ยหรอ? ก็แล้วแต่คนนะ แต่พี่บัวว่า ธามควรจะมีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ทั้งเยอะสายงาน เยอะบริษัท เข้าใจใช่มั้ย ความหมายของพี่บัวน่ะ”

“อื้อสิ ธามรู้เรื่องนะ แค่พูดวนๆ นิดหน่อยเอง”
“เรื่องหาประสบการณ์ ธามก็คิดไว้เหมือนกัน แต่ว่า ทำงานกับโป๊ะแล้วนำสบายใจ ดีกว่าไม่ใช่หรอ”

“แล้วชีวิตธามขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือความคิดหมอนำหรอ? ไม่ได้สิ”
“คนเราต้องมีชีวิตของตัวเอง มีทางเลือกของตัวเอง”
“แต่ก็นั่นแหละ ชีวิตธามนี่นา การที่ธามอยากใช้ชีวิตในสายตาหมอนำ มันก็อาจจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดก็ได้”

ธามขมวดคิ้วคิดตาม ธามรู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่นำกับธาม โลกนี้มีคนอีกตั้งมากมาย มีหลายสังคม หลายประเทศ หลายภูมิภาค หลายทวีป
แต่คนเยอะเท่านั้น ธามกับพี่นำก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ได้สร้างเรื่องราวร่วมกันและมีความสุขกับการทบทวนถึงความทรงจำ ทั้งส่วนที่หัวเราะดีและส่วนที่ร้องไห้ เท่านั้นก็เรียกว่าได้ใช้ชีวิตแล้วสำหรับธาม

อ้อ! จะมีเหลือก๊อีกอย่างหนึ่งล่ะนะ ที่ก่อนจะจบชีวิตนี้ต้องได้รู้
รักแรกของพี่นำเป็นใคร?

“พี่บัวครับ”

“หือ? อะไรจ๊ะ” ปั้นยิ้มสวยเชียว แต่ธามไม่ลืมสีหน้าและน้ำเสียงพี่บัวตอนที่ขู่พี่พีชหรอกน่า

“พี่บัวรู้จักนำนานมั้ย?”

“อืมมมม เอาว่าคุยกันแบบไว้ใจกันจริงๆ ก็สัก 5 ปีได้”
“พี่จะไปสนิทกับทางที่หนึ่งมากกว่า แต่อย่าเรียกสนิทเลย เรียกว่าศัตรูหัวใจดีกว่า”

“หา?”

“อ่า ล้อเล่นน่ะ อย่าสนใจเลย” พี่บัวบอกระหว่างคนน้ำในโถเพื่อให้เข้ากับน้ำหวานแดง
“แล้วธามถามทำไม”

ภาษาไทยที่ยากเอาเรื่องนะเนี่ย ถ้าไม่ใช่คนฉลาดอย่างธาม ประโยคเมื่อกี้ของพี่บัวต้องทำให้งงแน่ๆ แต่ธามเก่งแล้วไง ธามรู้เรื่อง

“ธามอยากรู้ รักแรกของพี่นำคือใคร”
“พี่บัวรู้มั้ย?”

“รักแรกหมอนำหรอ?”
“ไม่รู้หรอก ธามพีชอาจจะรู้ แต่นำกับเพื่อนก็ห่างกันไปพักนึง เพราะนำไปผจญโลกอยู่หลายปีกว่าจะกลับมารับช่วงธุรกิจพ่อนี่นา”
“อาจจะไม่มีใครรู้เลยก็ได้ว่ารักแรกของหมอนำคือใคร เว้นแต่ว่า ถ้ารักแรกของหมอนำมีตอนมัธยม ทั้งโปร ทั้งที่หนึ่ง แล้วก็พีช ต้องรู้แน่ๆ”​

“อา....ฮะ” ธามพยักหน้าหงึกๆ เขาเก็บข้อมูลและไล่เรียงเรื่องราวในหัวเงียบๆ ธามยังคงช่วยพี่บัวทำน้ำแดงโซดามะนาวอยู่ แต่ในหัวธามกำลังนึกรายชื่อคนที่ธามพอจะถามเอาข้อมูลเกี่ยวกับรักแรกของพี่นำได้

คนแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือพี่เจม
แต่พี่เจมเคยบอกแล้วว่า ต้องให้พี่นำเขาเล่าเอง และพี่เจมก็ไม่รู้ด้วย
งั้นก็ต้องถามคนถัดไป พี่หนึ่ง

โอกาสมาถึงในช่วงเย็นเกือบค่ำ
คืนนี้พวกเราจะได้มีปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน ทั้งหมู ไก่ ทะเล และผลไม้ย่างมีหมด อยากกินอะไรมากน้อยก็เสียบเอง ย่างเอง ส่วนของอาหารทะเลที่จัดล้างและหั่นมแล้ว พี่หนึ่งรับอาสาเป็นคนทำให้มันสุกจนกินได้เอง

โอกาสเกิดขึ้นตอนที่ธามเพิ่งคุยกับพี่เจมเสร็จ แล้วก็ได้รู้ว่าน้ำจิ่มซ๊ฟู้ดสูตรพี่หนึ่งเด็ดมากๆ แม้ว่าธามจะไม่รู้ว่าเด็ดมากมันดีหรือไม่ดี แต่ธามคิดว่าธามต้องลอง

“อ้าว มาถึงนี่เลย เอาอะไรครับ พี่หาให้”

“พี่เจมบอกว่าพี่หนึ่งเด็ด ธามก็เลยจะลอง”

“หือ!!!!!”
“ไอ้นำ ไอ้นำ ไอ้หมอนำ นำ!!!!”

“อะไร? พี่หนึ่งจะเอาพี่นำทำไมหรอ ธามไปเอาให้ก็ได้”

“เห้ย!!!!!!!!!!”
“ธาม พูดอะไรรู้มั้ยเนี่ย? ไม่ได้ พูดแบบนี้ไมได้ ทำก็ไม่ได้”
“เอ้ย ธามทำได้ แต่จะมาอะไรกับพี่ไม่ได้เด็ดขาดนะ”

“อะไรวะไอ้หนึ่ง โวยวาย”

“นั่นสิพี่โป๊ะ พี่หนึ่งเป็นอะไรก็ไม่รู้ จู่ๆ ก็ไม่ให้ธามพูด”

“พี่ไม่ได้ห้ามธามพูด พี่แค่บอกว่า พูดแบบเมื่อกี้ไม่ได้”

“แล้วน้องมันพูดอะไรวะ? ไหนบอกมาดิ ผมแปลให้ หูผมหชินกับภาษาธามแล้ว”

“ก็เนี่ย” พี่หนึ่งตั้งต้นเล่า โดยมองหน้าธามแป๊บนึง จากนั้นก็เล่าเลียนแบบที่ธามพูด พอโป๊ะฟังแล้วก็ตกใจ แต่แป๊บเดียวโป๊ะก็หัวเราะ ลูบหัวธาม ตบหลังพี่หนึ่งแล้วก็เดินอารมณ์ดีจากไป พูดว่าจะไปเล่าเรื่องตลกให้วินฟัง จะได้ขำเป็นเหมือนคนอื่นเขาบ้าง

“อะไรของมัน ไม่เห็นจะแปลห่าอะไรให้เลย แม่งเอ้ย”
“เอ่อธาม...พี่ไม่ได้ดุธามนะครับ อย่าเข้าใจผิด”

“ไม่ๆ ไม่ผิด”
“แต่ว่าธามพูดอะไรที่ไม่ถูกหรอ?”

“อืมมมม จะว่าไม่ถูกก็ไม่เชิงหรอก” ไม่เชิงคือยังไงกันล่ะ?
“แต่ธามพูดไม่ครบความล่ะมั้ง ความหมายมันก็เลยสองแง่สองง่าม” แง่กับง่าม อืมมมม จำได้ว่าคืออะไรที่เป็นแฉกๆ
“อย่างที่บอกว่าพี่เด็ด อยากลอง เนี่ยมันสื่อไปถึงเรื่องเอ่อ....อย่างว่า”

“อย่างว่าคืออะไร”

“เรื่องบนเตียงไง”

“อ๋อ have sex อันนี้ธามรู้”

“อือใช่ แต่คนไทยเขาไม่พูดตรงๆ เรื่องมีเซ็กส์กันหรอก”
“เขาใช้คำอ้อมๆ”
“วัฒนธรรมที่นี่จะอ้อมๆ ช้าๆ ถนอมน้ำใจน่ะ”

“..........”

“งงหรอ”

“ไม่ๆ ธามขอโทษ ธามไม่รู้ว่าเด็ดคือมีเซ็กส์”
“งั้น...พี่แนนก็.....” ธามนึกถึงพี่แนนที่พูดเก่งแสนเก่ง พี่แนนชอบบอกธามเวลาลุกไปห้องน้ำว่า ขอไปเด็ดดอกไม้แป๊บนึง.....โอ้! แล้วต่อวันพี่แนนก็...เด็ด...บ่อยด้วย
พี่แนนเป็นผู้ญิงที่...ใช้ดอกไม้ไม่ถูกต้องมากๆ

“ธาม...”
“ธามครับ ธาม”

“ห่ะ!...หือ?”

“เด็ด...ไม่ใช่มีเซ็กส์นะ เอาใหม่”
“เด็ดคือ....ดูเซ็กซี่ อะไรทำนองนี้แหละ”
“แบบ so hot อะไรเทือกๆ นี้”

“อ๋อออออ”
“งั้นพี่แนนก็เด็ดดอกไม้บ่อยๆ ได้สินะ ไม่เสียไม่เสีย” พี่หนึ่งขมวดคิ้วใส่ธาม สีหน้าดูน่าสงสาร ดูเหมือนคนไม่เข้าใจอะไร แต่ก็เดินหนีไปไหนตอนนี้ไม่ได้

“แล้วเมื่อกี้ ธามเดินมาบอกพีว่า พี่เด็ด อยากลอง”
“มันฟังแล้วเหมือนธามกำลังบอกพี่ว่า พี่ดูเซ็กส์ซี่มากจนอยากมีเซ็กส์ด้วย”

“โอ้ยยยยยย ไม่ใช่สินะ”
“ไม่พี่หนี่ง ไม่สินะ ใช่มั้ย ไม่นะ”

“เออๆ พี่รู้ว่าธามไม่ได้หมายความแบบนั้นแน่นอน”

“โอ้ โล่งอกโล่งใจ อกแป้นแตกเลย”

“ฮ่าๆๆๆ แล้วนี่ใครสอนพูดแบบนี้ อกแป้นเนี่ย”

“จูพูดบ่อย ธามเลยจำได้ เก่งสินะ”
“พี่หนึ่งพี่หนึ่ง”

“หืม?” ธามเห็นพี่หนึ่งหมดอาการตกใจกับภาษางงของธามแล้ว ธามก็เลยช่วยย่างปลาหมึกอยู่ใกล้ๆ

“ธามอยากรู้เรื่องเดียว จะไม่เสียใจตาย”

“หมายถึง ถ้าได้รู้ว่า จะตายไปก็ไม่เสียใจใช่มั้ย”

“ใช่เลย พี่หนึ่งไม่งงแล้วนะ”
“ธามอยากรู้ว่า รักแรกของพี่นำคือใคร”

“.............”

“พี่หนึ่งรู้มั้ย”

“...........”

“พี่หนึ่ง พี่หนึ่ง”

“อ้อ อืม”
“ธามจะรู้ไปทำไมครับ”
“มันสำคัญมากรึไง”

“สำคัญสิ”
“ธามรักนำมากนะ นำก็บอกว่ารักธามมากเลย”
“แต่ว่านำอาจจะรักธามเพราะธามไม่มีใครรักเลยก็ได้”
“ธามไม่เก่ง ไม่ดี ไม่น่ารักกับนำบ่อยๆ ธามเลยอยากรู้ ว่าคนแบบไหนที่นำรักเป็นครั้งแรก”
“ธามรู้ว่าไม่ใช่ธามแน่ๆ”

“อาจเป็นธามมาตั้งแต่แรกก็ได้นี่ ทำไมถึงคิดว่าตัวเองไม่ใช่รักแรกของไอ้นำ”

“ก็....” ธามเขี่ยปลาหมึกให้กลับด้านเมื่อเห็นว่ามันเริ่มงอตัวม้วนๆ ควันสีจางเลยขึ้นตรงไปสู่ปลายใบไม้จากต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ร่มเงาอย่างไร้ประโยชน์ในเวลาฟ้ามืด

“ถ้ารักธามตั้งแต่แรก พี่นำก็คงไม่หายไปตอนที่ธามมาหาไง”

“..............”

“ธามเคยกลับมาที่เมืองไทยช่วงปิดเทอมไม่กี่เดือน”
“พี่นำเคยบอกธามไว้ว่าจะมีแต่หมาธามเดินตามพี่นำ แต่วันนั้นพี่นำก็ไม่มา ธามไปหาพี่นำก็ไม่อยู่”
“และก็ไม่เคยอยู่บ้านให้ธามได้เจอเลย”

“............”

“ในวันอาทิตย์ที่ธามไปที่บ้านเล็กของลุงหมอปัน”
“ไม่เคยมีพี่นำ”
“ถ้าไม่เกิดเรื่องป้าวีณาขึ้นมา ถ้าธามไม่เหลือตัวคนเดียว”
“เราอาจไม่ได้รักกันแบบนี้”

“ธามครับ”
“รักแรกของผู้นำคือใคร คนที่รู้ดีสุดก็คือผู้นำ”
“พี่เข้าใจว่าธามรู้สึกยังไง แต่พี่บอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องที่ธามต้องกังวล”
“จะรักแรก รักสอง รักสามก็ไม่สำคัญเลย เพราะธามคือรักสุดท้าย”

“รักสุดท้าย”

“ใช่รักสุดท้าย เป็นรักที่ last and forever

“พี่ก็มีรักแรก ไอ้โป๊ะก็มีรักแรก รักแรกของโป๊ะไม่ใช่วิน แต่ทำไมพวกพี่เดินหน้าต่อได้ล่ะ”
“ที่ธามหาคำตอบว่าใครคือรักแรกของนำ ก็เหมือนธามหาคำตอบว่านำกินข้าวมื้อแรกกับอะไร”
“มันไม่สำคัญหรอกครับ ทั้งรักแรก หรือข้าวคำแรก สำคัญว่าชอบกินอะไร สำคัญสุดๆ คือตอนนี้...รักใคร”

“แต่ธามอยากรู้”

“พี่ไม่รู้ว่าธามจะรู้ไปเพื่ออะไร แต่พี่บอกได้เลยว่าถึงรู้ไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
“ไม่ว่าจะกับธาม หรือกับนำ รวมทั้งกับรักแรกของนำด้วย”
“ให้มันเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว เชื่อพี่สิ”

พี่หนึ่งรู้แน่ๆ ว่ารักแรกของนำคือใคร
และพี่หนึ่งก็น่าจะรู้ด้วยว่า ถ้าธามรู้แล้ว เรื่องที่จะตามมาไม่น่าจะเป็นเรื่องดี

ธามยิ้มให้ พยักหน้ารับคำแล้วก็ช่วยพี่หนึ่งย่างกุ้งและปลาหมึกต่อ พี่หนึ่งใจดีเฉลยๆ ให้ธามได้รู้ด้วยว่าที่พี่เจมชมว่าเด็ดก็คือน้ำจิ้มสูตรพี่หนึ่ง แต่พี่หนึ่งก็บอกในสิ่งที่ธามไม่ได้ถามว่า จริงๆ แล้วตัวพี่หนึ่งก็เด็ดเหมือนกัน

ถ้าพี่หนึ่งรู้ว่ารักแรกของนำคือใคร พี่โป๊ะก็น่าจะรู้ เพราะพี่หนึ่งกับพี่โป๊ะก็เพื่อนกัน ธามคิดว่าธามจะลองถามพี่โป๊ะอีกรอบก็แล้วกัน ถ้าโดนถามบ่อยๆ พี่โป๊ะอาจจะรำคาญแล้วยอมบอกเพื่อให้ธามหยุดธาม

“หมาธาม กินเท่านี้เองหรอ ไหนบอกว่าชอบปลาหมึกย่าง”

“หือ? อ๋อ...อันนี้เหนียวๆ ธามเลยจะไปย่างเองใหม่”
“นำเอามั้ย ธามทำให้”

“เก่งจังครับแฟนพี่นำ”
“เป็นเด็กดีด้วย ดูแลพี่นำได้แล้วล่ะสิ”

“อื้ออออสิ ธามเก่งนานแล้ว นำไม่รู้เรื่องเอง”

“ฮ่าๆๆ ครับครับ เก่ง”
“คนเก่งของพี่นำไปหยิบน้ำพั้นช์มาให้สาวๆ เพิ่มดีกว่า เดี๋ยวพี่นำย่างปลาหมึกให้เอง ดีมั้ย”

“เอางั้นก็ได้” ธามรับคำ แล้วก็ลุกขึ้นแหวกโต๊ะอาหารกลางแจ้งที่พี่โป๊ะจัดเตรียมสถานที่เอาไว้อย่างลงตัว

ธามเดินห่างจากเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ พวกเขาดูมีความสุขกันดี พี่นำกับพี่เจมคุยกันถูกคอมากๆ ส่วนพี่หนึ่งก็คอยดูแลพี่เจมอยู่ไม่ห่าง แม้จะมีพี่โป๊ะแกล้งอยู่เป็นระยะก็ตาม ส่วนพี่วินที่ดูเงียบๆ แต่ก็สบตากับธามด้วยความสนุกสนานเสมอ รอบตัวพี่วินมีเพื่อนพี่วินคือพี่โอม แล้วก็เพื่อนพี่เจมคือพี่ต้อม และพี่ชายพี่เจมคือพี่จิว

พี่โจ้กับพี่บัวก็คุยกันออกรสชาติ ดูจากมือที่ช่วยปากพูดแทบไม่ทัน ส่วนพี่พีชเป็นผู้ฟังที่ดีสำหรับทุกคนเสมอ ธามว่าไม่น่าจะเป็นเพราะพี่พีชชอบฟัง แต่เป็นเพราะพี่พีชพูดไม่ทันใครมากกว่า และเวลาพี่พีชพูดก็ไม่ทันได้มีใครฟังอีกนั่นแหละ

ธามเดินมาที่ในครัวของวิลล่าพี่สาวๆ ซึ่งพวกเราใช้ครัวของวิลล่านี้เป็นศูนย์รวมอาหาร เครื่องดื่ม ทั้งที่ปรุงกันเอง และที่สั่งให้ทางโรงแรมจัดเตรียมมาให้

พนักงานของรีสอร์ทนี้ส่งยิ้มให้เมื่อธามเดินมาถึงในครัว เธอถามว่าธามต้องการอะไร ธามจึงบอกว่าพี่โป๊ะต้องการน้ำพันช์เพิ่ม แต่โชคร้ายที่มันหมดเสียแล้ว พนักงานจึงอาสาจะทำให้ใหม่ และขอให้ธามกลับไปสนุกสนานตามเดิม เมื่อทำเสร็จแล้วจะไปเสิร์ฟให้ ธามเป็นเด็กดี ใครให้ทำอะไรก็ทำทั้งนั้นแหละ


ธามยังไม่ได้กลับไปร่วมโต๊ะอาหารในทันที แต่เลือกเดินกลับไปที่วิลล่าตัวเองที่อยู่ถัดไป ธามอยากโทรไปหาจู บอกจูว่าธามกินข้าวอยู่นะ ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วธามก็สนุกมากเลย
พอได้บอกไปตามที่ตั้งใจ จูก็ซักถามเพิ่มเติมจนธามเริ่มขี้เกียจตอบแล้ว ธามถามถึงลุงหมอปันว่าได้พักบ้างมั้ย แล้วก็ถามว่าลุงหมอปันอยากได้อะไรเป็นของฝาก พอได้คำตอบมาแล้วก็เดินกลับไปที่โต๊ะอาหารที่ถูกเซ็ตไว้ใกล้ริมทะเล

เสียงคลื่นไม่ดึงดูดธามเท่ากับเสียงคนคุยกัน เพราะเสียงคนคนหนึ่งช่างคุ้นเคย
เสียงพี่นำ
ตอนแรกธามเตรียมวิ่งเข้าไปแว่ให้ตกใจ แต่พอเดินไปใกล้ๆ แล้วเห็นว่าคุยกับใครอยู่ ธามจึงยืนแอบฟังอยู่ที่หลังมุมย่างอาหารทะเลแทน

พี่นำกับพี่หนึ่งคุยกัน....เรื่องรักแรกของพี่นำ
พวกเขาเข้าใจกันได้ในที่สุด แต่ธามกลับทำความเข้าใจไปด้วยไม่ได้

เพราะรักแรกของพี่นำ

.... คือพี่เจม



cut

 
โอ้ววว หายไปเกือบ 1 เดือนเชียวค่ะ
ขออภัยด้วย
ตอนนี้น้องธามเป็นคนเล่าเรื่องนะคะ เพราะฉะนั้น ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความงุนงง แต่ว่าน้องธามโตขึ้นเยอะแล้ว พูดรู้เรื่อง(?)ขึ้นเยอะเลย รู้สึกกันใช่มั้ยคะ?

ตอนหน้ากลับมาสู่เรื่องราวพี่โป๊ะน้องวิน มาติดตามกันว่าพี่โป๊ะจะเผชิญหน้ากับความไม่มั่นคงทางความคิดและความรู้สีกของน้องวินยังไง

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-09-2016 00:06:09 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #591 เมื่อ12-09-2016 11:22:43 »

แอบลืมชื่อตัวละคร อ่านแล้วงงเบาๆ55555

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1583
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #592 เมื่อ12-09-2016 12:57:34 »

หมาธาม ตามหารักแรกของพี่นำจนรู้



แล้วจะสร้างเรื่องปวดหัวให้พี่นำใหมเนี่ย



สงสารพี่นำ กลัวหมาธามออกฤทธิ์

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #593 เมื่อ12-09-2016 18:59:25 »

อย่าคิดมากเลยน้องธาม
วินก็ด้วย อย่าคิดมากๆ

ออฟไลน์ ๐๐ตะวัน๐๐

  • ๐๐๐ลูกตาล๐๐๐
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #594 เมื่อ12-09-2016 20:44:03 »

น้องธามรู้จนได้

จะเป็นงัยต่อล่ะเนี่ย

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8893
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #595 เมื่อ13-09-2016 00:27:41 »

เอาแล้วน้องธามรู้จนได้สินะ
  :katai1: :katai1:

  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #596 เมื่อ13-09-2016 06:55:47 »

 :pig4:

ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 429
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #597 เมื่อ13-09-2016 10:51:54 »

มาตามอ่านจนถึงตอนนี้ ทางวินก็ยังตะขิดตะขวงใจกับพี่โจ้ ทางธามมาเจอแบบนี้อีก โอ๊ย ฮือ สงสารทั้งคู่เลย ไม่รู้สิ บางทีความรักมันไม่ได้มาเติมเต็มคสามระแวงซักหน่อย มันเป็นตัวผลักดันให้ระแวงหรือหึงหวงมากขึ้นต่างหาก ในบางกรณีน่ะนะ ความรักมากจนไว้ใจ ไม่ระแวง ไม่หึงหวงมันก็เป็นได้ แต่รักมาก บางทีก็เห็นแก่ตัวมาก ไม่อยากให้ใครได้ความรู้สึกแบบที่ตัวเองได้ไปไง ลุ้นๆๆ

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-1
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ2) 11-09-16
«ตอบ #598 เมื่อ22-09-2016 09:30:28 »

เดาน้องธามไม่ออกเลยว่าจะคิดยังไง แลดูแล้วคู่ที่น่าจัดการยากน่าจะเป็นน้องธามกับพี่นำ มากกว่าเฮียโป๊ะกับน้องวินนะนี่ :mew2:

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +249/-3
Re: At Dawn : The Extension Dawn (ตอนพิเศษ3) 10-10-16
«ตอบ #599 เมื่อ10-10-2016 01:05:46 »

 
ตอนพิเศษ 3


บ่อยๆ ที่เห็นเขาเดินผ่านมาและทักทาย แต่เธอทำเฉยๆ ไม่ค่อยยิ้มและพูดจา แต่สิ่งที่ฟ้องว่ามันไม่จริงคือสายตา สบตากันทุกครั้ง ก็เป็นเธอที่หวั่นไหว

เจ็บปวดรู้ไหมที่ได้รู้ความเป็นจริง ว่าเธอนั้นไม่เคยจะลืม และยังรักเขามากมาย เจ็บปวดทุกครั้งแต่ต้องทนดูเรื่อยไป จะห้ามได้อย่างไร กับเขาคนที่เธอไม่ลืม
                                     
ตั้งแต่เมื่อฉันและเธอตกลงมาคบกัน แค่ตัวเธอเท่านั้น เท่าที่ฉันครอบครองได้
แต่สิ่งที่ฉันต้องการจากเธอคือหัวใจ แต่จะทำยังไง ให้เธอลืมเขาคนนั้น

อยากเก็บเขาไว้คงไม่ฝืนหัวใจเธอ ไม่ต้องการอะไรจากเธอ ถ้าต้องฝืนใจให้กัน
อยากเก็บเขาไว้ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน จะรู้ไว้เท่านั้น ว่าฉันเป็นตัวจริงของเธอ

อยากเก็บเขาไว้ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน จะรู้ไว้เท่านั้น ว่าฉันเป็นตัวจริง...ของเธอ


เสียงร้องไอ้โอมยังสากแหบเหมือนเดิม มันร้องเพลงนี้ได้ขยี้ทุกครั้งแหละครับ
โอมเป็นคนร้องเพลงดี ยิ่งเวลาร้องเพลงที่มันอินมากแล้วนี่มีน้ำตารื้นเชียวครับ
ผมไม่ได้อินกับเพลงนี้ แต่ที่สนใจความหมายของเพลงนี้อีกครั้ง ก็เพราะคนที่นั่งติดกับผม

เด็กคนนี้ฟังเพลงนี้นิ่งๆ ขมวดคิ้วจนผมเดาเอาว่าเขาไม่คุ้นกับภาษาไทย ก็เลยอยากตั้งใจฟัง

“พี่วิน”

“หือ? อะไรหรอธาม”

“เพลงเมื่อกี้”
“อะไร?”

“ชื่อเพลงหรอ ตัวจริงของเธอ”
“ชอบหรอ ให้โอมสอนร้องก็ได้นะ”
“แล้วก็ให้พี่จิวสอนกีตาร์”

“ไม่ไม่”
“ธามไม่ใช่”
“ธามแค่ไม่รู้ใช่มั้ย แต่ธามก็คงเหมือนกัน”

ผมยอมรับว่าผมไม่รู้เลยว่าน้องธามกำลังพูดเรื่องอะไร แต่เห็นสีหน้าเศร้าแล้วอดสงสารไม่ได้
ธามกับผมไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ อาจเพราะธามไม่รู้สึกสนิทใจกับผม ผมเองก็ไม่รู้จะพูดกับธามยังไงไม่ให้ธามรู้สึกว่าผมกำลังเกร็ง

ก็จะไม่ให้เกร็งได้ยังไงล่ะครับ พูดคำเดียวแต่ธามฟังแล้วเข้าใจได้เป็นร้อยแบบ

และแล้วผู้กอบกู้สถานการณ์งงๆ ก็มาถึงเสียที
เจมครับ คนนี้มาพร้อมเครื่องดื่มที่อาสาไปชงมาให้เอง เหล้าผสมแล้วยื่นมาตรงหน้าผม และธาม ส่วนที่วางตรงหน้าเจม กลับเป็นน้ำอัดลมธรรมดา

“อ้าว” ผมทำเสียงพอให้รู้ว่างง ส่วนอ้าวอะไรนั้น จุดสายตาของผมบอกกับเจมหมดแล้ว

“อ๋อ .... คืนนี้ต้องเขียนรายงานส่ง ถึงกำหนดแล้ว จริงๆ เรียกเดดไลน์เลยแหละ นี่ก็หนีมาที่ยว”

“แต่งานสื่อก็ยุ่งแบบไม่เลือกเวลาแบบนี้นี่ครับ”
“เพื่อนป.โทของวิน ก็คล้ายๆ แบบนี้แหละ”

“อื้อ”
“ธาม เป็นไง ทำไมหน้ายุ่งแบบนั้นล่ะ?” เจมหันไปชวนน้องธามคุย มือก็ดันแก้วเหล้าให้อยู่ใกล้มือธามมมากขึ้น

“ธามไม่”

“ไม่ดื่มหรอ? พี่นำไม่อนุญาตหรอ”
“โห่ อะไรเนี่ย โตแล้วน่า”
“เดี๋ยวพี่บอกให้ ดีป่ะ”

“ถ้าพี่เจมบอก นำโอเคหรอ”

“อื้อ คิดว่านะ”
“แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะห้ามธามดื่มนี่”
“เราก็ไปดื่มกันบ่อยๆ มีพี่ดื่มด้วย พี่นำก็ไม่เห็นเคยว่า เนอะ”
“รอนี่นะ เดี๋ยวไปขอให้”

“ไม่ไม่ ธามขอเองก่อน”
“พี่เจมอยู่ตรงนี้นะ อย่าใกล้นำ”

“อ่ะ.....โอเค ไม่ใกล้หรอก” เจมทำตามคำบอกประหลาดๆ ของธาม ผมฟังแล้วก็คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย คิดได้แค่ว่า ธามอยากให้เจมอยู่นิ่งๆ ตรงนี้


แล้วเด็กคนนี้ก็หายไป เครื่องดื่มที่เจมชงมาให้ยังคงวางอยู่ที่เดิม น้ำแข็งที่ละลายคลายความเย็น ทำให้มีน้ำเอ่อรอบขอบก้นแก้วขึ้นมาบ้างแล้ว

“ไปนานขนาดนี้ สงสัยโดนบังคับให้นอนไปแล้วแหละมั้ง” ผมเดาและสงเคราะห์แก้วเหล้าที่ถูกละเลย เจมยักไหล่ ยิ้มให้ แล้วก็กระดกโคล่าฉ่ำน้ำแข็งขึ้นดื่ม ดูๆ แล้ว มันไม่น่าใช้เครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอลตามที่เจมบอก

โอมยังเป็นนักร้องหลักของค่ำคืนนี้ ผลัดกันกับต้อมที่แม้จะยีงไม่เม่า แต่ก็ร้องเพลงเหมือนคนเมา เหล่าผู้บริหาร...เอิ่ม ขอเรียกว่ากลุ่มลุงก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าอาการหลังการดื่มของมึนเมาของพวกเขา ทำให้เห็นภาพซ้อนของความลุงขึ้นมาชัดเจน

พี่หนึ่งไม่เมามาก แต่พูดมากชิบหายเลยครับ พูด พูด และพูด
พี่หนึ่งพูดจนพี่นำแทบจะหลับคาโซฟากลางวิลล่าหลังนี้แล้ว
ข้างๆ พี่นำคือพี่โป๊ะ และดร.โจ้ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าพวกเขาดูเหมาะสมกันเสียจริง   

และไม่มีธาม ไม่ว่าส่วนไหนก็วงเหล้า วงเล็กและวงใหญ่ ก็ไม่มีน้องธาม

“ธามหายไปไหน?”​ผมงึมงำ หันมองโดยรอบเพื่อประกอบอาการให้เห็นว่ามองหาจาทั่ว

“คงไปนอนแล้วมั้ง พี่นำอาจจะอนามัยจัด กำหนดเวลานอนของแฟนอะไรแบบนี้” เจมเดาส่ง แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นการเดาที่ดูน่าเชื่อถือดีเหมือนกัน


“อือเจม”

“หือ?”

“วินแค่ถามนะ ไม่มีอะไร” ผมเกริ่น รู้สึกกังวลหลังจากเห็นนายมือโปรนั่งอยู่ข้างๆ กับผู้หญิงที่ดูเหมาะกับเราเหลือเกิน

“อือ ก็จะแค่ตอบนะ ไม่ได้อยากเสือกอะไร” อือออ เจมเป็นคนกวนตีนดีจริงๆ ผมหัวเราะในลำคอ ด้วยความสะอึกที่ถูกดักทาง ถอนหายใจเพื่อลดความกังวลที่มันดันเกิดขึ้นและตกค้างเป็นตะกอนอยู่ที่ก้อนลูกกะเดือก

“ถ้ามีคนมาชอบของที่เจมชอบ และมันเป็นของเจมอยู่ จะทำยังไง”

“อืออออออ”
“ของ หรืออะไรที่ไม่มีชีวิตใช่มั้ย?”

“ก็ไม่เชิง”
“เอาว่า ถ้ามีคนมาชอบพี่หนึ่ง เจมทำยังไง”

“อ๋อออ ฮ่าๆๆ”
“ไม่ต้องถ้าหรอก พี่หนึ่งก็มีคนมาชอบตลอดนั่นแหละ”
“ทำไงหรอ? จะทำไงได้ เจมบังคับใครไม่ได้หรอก”
“ที่ทำได้ดีสุด ก็คืออยู่เฉยๆ”
“พี่หนึ่งต่างหากคือคนที่ต้องทำอะไร”

“หือ?”​

“ก็ถ้าพี่หนึ่งหวั่นไหว ก็ไปกับคนที่มาชอบไปซะ ตามใจ”
“ถ้าพี่หนึ่งไม่ได้หวั่นไหว ก็ต้องเป็นคนเคลียร์ปัจจัยที่มันจะเข้ามากระทบความสัมพันธ์”
“ก่อนที่เจมจะรู้สึกว่าถูกคุกคามพื้นที่ของเรา พี่หนึ่งต้องเป็นการจัดการให้เรียบร้อย ไม่ใช่เจม”

“อ่อออ”

“แล้ววินล่ะ จะทำไง ถ้ามีใครมาชอบพี่โป๊ะ”

“วินหรอ” ผมจ้องหน้าเจม ยิ้มให้ และเลือกจะไม่ตอบคำถาม เพราะคำตอบผมมันน่าสมเพช เมื่อเทียบกับคำตอบที่หนักแน่น ซื่อตรง เอาแต่ใจแต่ฟังแล้วยิ้มได้แบบนั้น

พี่หนึ่งช่างโชคดีที่ได้แฟนคิดอะไรก็พูด
พี่โป๊ะโชคร้ายเอง ที่มาคบกับผม

“อย่าป๊อดดิ ก็เพื่อนกันแล้วนี่”
“ตอบดิ เป็นวิน จะทำไง”

“ก็.........”
“เขามาชอบพี่โป๊ะนี่ วินจะทำอะไรได้”
“ทำได้ดีสุด “ ผมเลียนแบบสำนวนการลำดับเรื่องราวของเจม เจ้าตัวยิ้มขำนิดหน่อย แต่ก็ยังจ้องหน้าผมอย่างซื่อตรง
“ก็ให้เขาไป”

“เฮ้ยยยยย!!!”
“นี่พี่โป๊ะนะ ไม่ใช่รถหรู หรือคอนโดที่ไหน”
“ยกให้ทำไม กว่าพี่โป๊ะจะรักวินได้ เขาคงผ่านหลายด่านในใจเขานะ”

“กว่าวินจะยกให้ได้ วินก็ผ่านหลายด่านในใจวินเหมือนกัน”
“แต่การ....” ผมหันมองหัวใจของบทสนทนา เขารื่นเริงอยู่กับเพื่อนเขา พื้นที่ส่วนตัวของพวกเขากำลังห่อหุ้มพวกเขาด้วยความทรงจำที่มีร่วมกันมานาน
“การจะปล่อยให้เขาเข้าที่เข้าทาง มันก็ดีกับเขามากกว่า”
“ถ้าวินไม่....”
“ไม่ได้อะไรมาก ก็คงโกรธ มีเรื่องกัน เคลียร์กัน จะจบดีจบแย่ก็ช่างมัน”
“แต่นี่วิน....”
“อะไรมาก วินเลยคิดถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเขามากกว่า”
“วินก็เท่านี้ ไม่มีอะไรให้หรอก”

“วินนี่น่ารักนะ”
“พี่โป๊ะโชคดีมากเลย”
“เจมก็เคยคิดเรื่องนี้ เรื่องที่ว่า พี่หนี่งน่าจะได้คู่ชีวิตที่ดีกว่านี้ มีความรักที่น่าภูมิใจกว่านี้ เชิดชูหน้าตาเขาได้”
“แต่พี่หนึ่งบอกว่าไรรู้มั้ย”

“ว่า?”

“เจมไม่ต้องคิดแทนจู๋พี่หรอก”

ผมหลุดหัวเราะ รู้สึกลูกกะตาฉ่ำน้ำขึ้นมาดื้อๆ คงเพราะส่วนผสมแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม เรายิ้มให้กันแล้วเจมก็ลุกไปชงเครื่องดื่มใหม่อีกรอบ รอบนี้ เขาดื่มแอลกอฮอล์แล้วครับ ผมแว่วยินเสียงพี่หนึ่งสั่งเตือนอะไรแว่วๆ แต่ดูเหมือนเจมจะเถียงไปส่งๆ แล้วก็กลับมานั่งดื่มกับผม ที่ใกล้ๆ วงดนตรีกีตาร์ และกลองชุดเล็ก

ไอ้โอมกำลังบรรเลงเพลงเจ้าชายนิทรา เสียงแม่งไม่ชวนฝันหวานแต่ก็ถือว่าร้องเพลงดีกว่าผมมากแหละครับ

ปล่อยให้ฉันนอนหลับตา
ก็ยังดีกว่ารู้ว่าเธอไม่รักกัน
ได้โกหกตัวเอง อยู่ในความฝัน
ที่ฉันไม่ต้องการตื่น
จะยอมเป็นเจ้าชายนิทรา
แล้วใช้เวลาที่ยังมีทั้งคืน
ข่มตานอนหลับฝันไม่ยอมตื่น
ให้รักเรายังยั่งยืนอยู่ในฝัน 



ยอมนอนหลับเป็นตายเพื่อใช้เวลาหลอกตัวเองในความฝัน ก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกัน
ผมอมยิ้มให้กับเนื้อเพลงท่อนที่เข้าหูพอดี ไอ้โอมก็ยังคงร้องเพลงไปตามอารมณ์ตัวเองต่อไป พี่จิวยังเกลากีตาร์ได้เทพเหี้ยๆ จนไม่อยากเชื่อเลยว่าแฝดน้องของพี่จิวจะเล่นกีตาร์ได้เหี้ยมาก ผมไม่ได้ว่าเจมนะครับ ผมวิจารณ์เฉยๆ

ห้าทุ่มกว่า เวลาหิวอีกรอบของพวกลุงเขาก็มาเยือนครับ อาหารที่พวกเขาแห่ไปช่วยกันปรุงในครัวก็คือข้าวต้มรวมมิตรทะเลครับ ลาภปากก็ตกเป็นของพวกผมนั่นเอง

ส่วนของหวานนี่ไม่ไหวจริงๆ ครับ พายมะพร้าวที่น้องธามชอบจนยอมทำตาปริบๆ ของกินอีกชิ้นและอีกชิ้น ยังนอนรอน้องธามตื่นมากินในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกผม และพวกเจมกินกันไม่ไหวแล้ว

“วิน”  นายมือโปรเรียกหาผม แต่ก็เดินมาถึงตัวผมทันที มือที่วางบนไหล่แสดงความมีสิทธิเหนือใครในที่นี้ ในกรณีของการเสือกเรื่องของผม

ผมเงยหน้ามองเขา อาการก้มมองพร้อมกับยิ้มให้นี่....ดีต่อใจผมขึ้นมาจนได้ ไม่ชอบเลยจริงๆ  ผมไม่ชอบให้ใครมีอิทธิพลต่อความรู้สึกผม ผมชอบเป็นนายอารมณ์ตัวเอง

“อะไรอีกพี่โป๊ะ”
“เรียกก็พูด”

“ตะคอกกันทำไมเนี่ย ทำไมต้องอารมณ์เสียกับพี่ ตั้งแต่มานี่ยังไม่พูดดีกับพี่เลยนะ”
“มีอะไรรึเปล่า”

“ไม่มีนี่ แล้วพี่โป๊ะเรียกวินทำไม?”

“แค่ถามว่าง่วงรึยัง ไปนอนก่อนได้เลยนะ พี่กับเพื่อนกินกันยันเช้า มีเรื่องคุยเยอะ”

“.......” ผมนิ่งใส่ แต่ก็ยังเงยหน้ามองเขาอยู่เหมือนเดิม นายมือโปรโน้มตัวมาหามากกว่าเดิม เอาตามาใกล้เกือบชิดตาผม เอามือมาแหกตาผมแล้วก็หัวเราะใส่

“ง่วงแล้วใช่มั้ย ง่วงก็เลยอารมณ์เสียหน้าเป็นตูดใส่แบบนี้”
“ใช่มั้ย”

ไม่ใช่เสียหน่อย ที่หน้าเป็นตูดก็เพราะหึงแต่ไม่อยากให้รู้ว่าหึงเพราะผมไม่ชอบหึงใคร มันไม่ใช่อารมณ์ที่ผมปรารถนาจะสัมผัส หรือได้รับประสบการณ์

“เปล่า ไม่ง่วงนี่”
“พี่โป๊ะจะกินเหล้ากันยันเช้าเลยหรอ งั้นวินไปนอนก่อนนะ”

“ไปส่ง”

“ส่งใคร? ใครไปไหนหรอครับ?”

“ส่งวินเข้านอนไง”

“พี่โป๊ะ จากนี่ไปห้องนอนเรามันต้องนั่งเครื่องบินกี่ชั่วโมง?” คงรู้แหละว่าผมประชด เขาหัวเราะเขินๆ ลูบหัวผมแล้วก็สะกิดให้ผมเขินไปด้วยกัน

“ห้องนอนเรา ใกล้ๆ นี่แหละ แต่อยากไปส่งให้ถึงห้อง จับอาบน้ำ ใส่ชุมนอน ห่มผ้า จูบหน้าผากส่งนอนให้ฝันดี ขอทำให้ได้มั้ยล่ะครับ”

“ไม่ต้องครับ วินไปนอนเองได้”
“ไปนะ” ผมบอกเสียงแข็ง แต่นายมือโปรก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน  เขาเดินกอดคอผม พาเดินไปห้องนอนเราตามที่พูดกันไว้ แล้วก็ทำทุกอย่างตามที่วางแผนไว้ ผมพยายามค้านแล้วแต่เขาก็บอกว่า เพื่อนเขาแต่ละคนก็ไปส่งแฟนนอนแล้วก็ขออนุญาตแฟนก่อนดื่มทั้งนั้น ไม่ทำบ้างจะรู้สึกแพ้ พูดแบบนี้แล้วผมควรตอบยังไง? ควรสอนให้ปลงโลกดีมั้ย?

“พี่ไปดื่มต่อนะ วินนอนนะ”

“อื้อ”

“ดีๆ ตอบดีๆ ก่อน ไม่งั้นจะจูบให้หน้าชื้นน้ำลายเลย”

“แหยะ ไม่เอา ไปเลย จะกินถึงปีหน้าก็กินเลย วินไม่สนใจอยู่แล้ว”

“แต่พี่สนนี่”
“พูดดีๆ กันก่อน”

“เพื่อ?” ผมนั่งลงบนเตียง และรีบยกเท้ายันหน้าขาเขาเอาไว้ เพราะนายมือโปรทำท่าจะมาคร่อมทับผม
“พี่โป๊ะ ไม่เล่น! จะกินเหล้าก็ไม่ปกินเลย วินไม่ได่ว่าอะไรนี่ อยากทำอะไรก็ทำไปเลย อย่ามายุ่งกับวิน”

“ตรงนี้แหละที่โคตรไม่ชอบ”
“วินจะทิ้งขว้างความรู้สึกพี่แบบนี้ไม่ได้”
“เรื่องเมื่อกลางวันยังไม่ได้เคลียร์เลย ว่าทำไมตึงใส่พี่ พี่ทำอะไรให้ไม่พอใจก็บอกกันตรงๆ อย่าไปคิดเองเออเอง”

“เมื่อกลางวันอะไร? มั่ว”
“จะไปก็ไปดิ”

“ไม่เอา”
“ขออนุญาตแฟนก่อน”

“ก็บอกไปแล้ว อยากทำอะไรก็ทำไง อย่ามายุ่งกับวิน”

“นี่ไม่ใช่คำอนุญาต นี่เรียกไล่”
“เอาดีๆ”

“กรุณา ไป กิน เหล้า ตามสบาย ครับ”

“ประชด”

“จึ๊” ผมเริ่มอารมณ์ขึ้นบ้างแล้ว ออกแรงยันเขาออกห่างเบาๆ แต่นายมือโปรก็เบียดหน้าขามาหาฝ่าเท้าผมหนักกว่าเดิม แม่งแทบจะทิ้งน้ำหนักตัวมาแล้วเนี่ย ถ้าผมยันไม่อยู่ก็โดนล้มทับแหละครับ 

“เอาดีๆ เร็วๆ”

“วินก็เป็นของวินแบบนี้ พี่โป๊ะแหละเยอะ”

“ก็อยากให้วินพูดดีๆ ยิ้มกับพี่บ้าง มันเยอะตรงไหน”

“เยอะตรงที่พี่โป๊ะอยากให้วินทำเรื่องที่วินไม่ทำ ไม่ว่าจะปกติหรือไม่ปกติ วินก็ไม่ใช่คนพูดดีกับใครอยู่แล้ว ทำไมวินต้องแก้นิสัยวิน หรือไม่เป็นตัวของตัวเอง เพื่อพี่ใหัพี่ไปกินเหล้าอย่างสบายใจ”
“วินบอกแล้วไงว่าอยากทำอะไรก็ทำ”

“โอเค” เขาดูอารมณ์นิ่งขึ้น แววตาเข้มขึ้น หลบสายตาผมแล้วถอนหายใจ ยอมยืนตัวตรงตามปกติ ละจากอาการยืนกวนตีนผม ภาษากายเขาบอกผมว่าเขากำลังโกรธ

“พี่ก็นอยด์เป็นนะครับ”
“แต่เพราะพี่รักวินแล้ว พี่จะมองข้ามทุกอย่าง แต่ที่มองข้ามไม่ได้จริงๆ คืออาการแบบที่วินทำอยู่นี่แหละ”

“ทำไม อาการที่วินทำมันทำไมหรอครับ”

“อาการพวกนี้มันคือคำบอกกันว่าวินไม่รักพี่เลย”

“.............”

“พี่เข้าใจอาการวินผิดไปรึเปล่าครับ?”

“.............”

“พี่ไม่คิดเองเออเอง ไม่ชอบเก็บสิ่งที่สงสัยไปคิดเดาคำตอบ ถ้าพี่อยากรู้พี่ก็แค่ถาม”
“ถ้าวินอยากให้พี่รู้ วินก็แค่ตอบ”

“วินไม่มีอะไรตอบ ไม่มีอะไรที่อยากให้พี่โป๊ะรู้”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“มี”

“ไม่มี”

“มี ถ้าไม่มีไอ้อะไรที่มันตะขิดตะขวงใจ พี่จะไล่จี้ถามวินทำไม”

“ก็พี่โปะเยอะไง”
“ถ้าแค่อยากไปกินเหล้า เชิญครับ วินนิมิตได้แล้วว่าวินจะนอน ตอนนี้เลย”

“......”

“เฮ้ออ วินนี่นะ”
“แคร์พี่บ้าง รักพี่หน่อย มันยากรึไง”

“วินไม่เคยบอกว่าไม่รักพี่โป๊ะนะ แต่ถ้าเรียกร้องอะไรเยอะแยะเพราะกลัวแพ้เพื่อน พี่ก็แพ้ไปเถอะ”
“ยังไงวินก็เป็นแฟนที่น่ารักให้พี่อวดเพื่อนไม่ได้หรอก”
“ถ้าอยากมีแฟนไว้อวดเพื่อน ก็ไปคบคนอื่น”
“คนเต็มใจให้พี่อวดว่าเป็นแฟนมีเยอะแยะนี่ครับ”

“วิน”

“อย่างพี่โจ้”

“...........” เขานิ่งเงียบ เอียงหน้ามองผม ริมฝีปากที่ขยับพูดเป็นชุดเมื่อครู่เม้มมุ้มเข้าหากัน เขาหันหนีไปถอนหายใจทางอื่น
“ทำไมโจ้อีกแล้ว”
“พี่ทำให้วินระแวงหรอ? พี่มีท่าทีกับโจ้หรือทำอะไรที่ทำให้วินคิดว่าพี่จะไปชอบโจ้ได้หรอ?”
“พี่กับเขาคือเพื่อนกัน วันนี้วันไหนก็เพื่อน”

“พี่โจ้เขาชอบพี่โป๊ะนี่ครับ”

“แล้วสำคัญที่ใคร? สำคัญที่พี่ไม่ใช่หรอ?”
“พี่รักวินไง มันไม่สำคัญเท่ากับที่วินฝังใจอยู่เรื่องโจ้หรอ?”
“ทำไมอยากให้เขาสมหวัง แล้วเลือกจะดื้อใส่พี่แบบนี้”
“รักพี่มันก็เรื่องเขา เรื่องของเราคือความรู้สีกพี่กับวิน”

“ก็เพราะรักพี่โป๊ะไง วินถึงอยากให้พี่โป๊ะไปๆ สักที”
“อยากให้พี่โป๊ะทำอะไรก็ทำ ไมต้องแคร์วิน ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องมีวินไปมีอิทธิพลเหนือพี่”
“วินน่ารักได้เท่านี้ วินอ่อนโยนได้แค่นี้ วินดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว และวินก็จะไม่พยายาม เพียงเพื่อเป็นแฟนที่พี่โป๊ะอวดเพื่อนได้”
“ถ้าคบวินที่แย่แบบนี้แล้วรู้สึกแพ้เพื่อน ก็เลิกกัน”

“วิน” เขาเหมือนอุทาน เสียงแผ่วที่ผมได้ยินก็คงไม่ต่างจากเสียงหัวใจเขานั่นแหละ สีหน้าเขาดูสับสน แววตาเขาน่าสงสาร เขาคงผิดหวังในตัวผมสุดๆ

ผิดหวังเลยครับ
ผิดหวังไปก็ดี
ถ้าเขาไปรักคนอื่นที่ทำเหมาะสม น่ารักจนอวดเพื่อนฝูงได้ ผมไม่มีคำกร่นด่าใดๆ ให้เขาเลย ผมสามารถมองเขารักคนอื่นอย่างมีความสุขได้จากจุดที่ผมยืน ผมเชื่อแบบนั้น 

ผมได้ยินเสียงถอนหายใจอีกครั้งจึงได้เงยหน้ามองเขาด้วยแววตานิ่งงันที่ผมมักใช้มองคนอื่น

ผมไม่รู้สึกอะไรหรอก ผมเชื่อแบบนั้น
ผมไม่ได้รักเขามากมายจนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ผมเชื่อแบบนั้น
ผมอยากให้เขารักคนอื่นที่เหมาะกับเขา ไม่อยากให้ต้องฝืนตัวเองอยู่กับคนไม่น่ารักอย่างผมเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกันหรือเพราะผู้ใหญ่

บ้านผมเรื่องเยอะ ผมเองก็เรื่องมาก เขาไม่ควรต้องมาทนกับอะไรแบบนี้ให้เสียเวลาชีวิต ผมเชื่อแบบนั้น

“พี๋ก็เสียใจเป็นนะ”

“............”

“และวินกำลังทำให้พี่เสียใจมาก”
“แต่ช่างเถอะ วินแค่อารมณ์เสีย หงุดหงิดเพราะง่วง”
“นอนเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว”

“พี่โป๊ะ”
“วินก็เสียใจเป็น แต่ถึงเราจะเสียใจกันเป็น และอาจต้องเสียใจมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปกันรอด”
“วินมองโลกนี้ในแง่ดีไม่เป็น วินขอโทษ”
“แต่เสียใจวันนี้วันไหนก็เหมือนกัน”

“............”

“วินเพิ่งคุยกับเจม”
“วินถามเขาว่า ถ้ามีคนชอบของรักของเขา เขาจะทำไง และเขาก็ถามวินกลับ”
“คำตอบของวิน คือวินให้”
“ถ้ารักของของวินได้เท่าที่วินรักหรือมากกว่า เข้าใจกว่า ดูแลดีกว่า วินยอมยกให้”

“หัดถามของของวินดูบ้างนะ”
“ถ้ารักของนั้นเพิ่มอีกนิด วินจะกล้ามองของรักของวินนานกว่านี้ และวินจะกล้ารักมันมากขึ้นจนโยนความกลัวทุกอย่างทิ้งไป”

“...........”

“ถ้าแค่กลัวเสียใจเพราะความรัก หรือกลัวจะทำให้ของรักต้องเสียใจ ง่ายนิดเดียวเองวิน”

“............”

“รักมันให้มากกว่าเดิม มองมันให้นานกว่านี้ เปิดใจให้มันเข้าใกล้วินมากกว่านี้ และเราจะไปกันรอด”
“วินพูดว่าจะเลิกกับพี่มา 3 ครั้ง”
“ขอให้ครั้งเป็นครั้งสุดท้าย”
“ถ้าพี่ได้ยินยินอีกครั้งเดียว วินจะสมหวัง และเราจะพังทันที พี่จะตามใจวิน”
“ส่วนเรื่องโจ้ หรือเรื่องใครเหมาะใครไม่เหมาะ”
“มันเรื่องของใจพี่ วินไม่มีสิทธิชี้ซ้ายขวา แม้วินจะครอบงำมันอยู่ทั้งหมดก็ตาม”​
“พักผ่อนนะ พี่จะไปสูบบุหรี่”

เขาไม่แตะบุหรี่มาระยะหนึ่งแล้ว ผมสังเกตุได้จากกลิ่นกาย
การหันไปพึ่งบุหรี่ยามเครียด แทนที่จะมาแหย่ผมเพื่อสร้างความสำราญใจให้ตัวเอง คงเป็นสัญญาณบ่งชี้อย่างหนึ่ง ว่าเขาเองก็กำลังค่อยๆ เพิ่มระยะห่างระหว่างเรา

ดีแล้ว เขาเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว
เขาเป็นแบบไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าเขามีความสุข
ผมสามารถรักเขาจากจุดที่ผมยืนได้ ตราบใดที่พระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน แผดแสงจ้าเผาม่านตาผมทุกวัน ผมก็จะแหกตาสู้แสงนั้น จนกว่าตาผมจะบอดไป
ไม่ต้องลงมาหา ไม่ต้องขึ้น-ลงผิดเวลา และไม่ต้องค้างอยู่บนฟ้าเพื่อผม

ผมรักของผมได้ จะเจ็บปวด จะเหงา จะทรมานแค่ไหน
ตราบใดที่พระอาทิตย์ยังขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ผมก็รักของผมได้

นายมือโปรออกจากห้องไปเวลาตีหนึ่งกว่าๆ
ผมทิ้งตัวลงนอน พลิกตะแคงตัวหนุนแขนตัวเองที่เริ่มเปียกโชกเพราะน้ำตาไหลเทลงมาไม่ขาด ไม่มีเสียงสะอื้นของผมแทรกผ่านความเงียบสักนิด มีเพียงเสียงของความพยายามหายใจโกยอากาศเข้าปอดของคนที่ไม่รู้จักกำลังตัวเอง

เรายังไม่ได้เลิกกัน

ท่ามกลางความพยายามหายใจอย่างเงียบเชียบของผม ด้านนอกนั้น น้ำทะเลและหาดทรายยังคงยื้อยุดฉุดรั้งกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เก่งจัง....

เทียบกับผมแล้ว เรี่ยวแรงในการเหนี่ยวรั้งเพียงปลายนิ้วมือของเขาไว้ ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมี




cut


ครบเดือนก็มาพอดีค่ะ
ต่อช้าเพราะติดหลายภาระกิจ จริงๆ เหตุผลก็แค่ข้ออ้างของคนทำผิด แต่มันก็ช่วยกอบกู้อะไรหลายๆ อย่างของคนทำผิดได้เหมือนกันนะคะ
เพราะฉะนั้น ช่วยรับข้ออ้าง เอ้ย! เหตุผลของเราไว้ด้วยเถอะค่ะ

พบกับบทสรุปตอนพิเศษในตอนหน้า และทางแยกของแต่ละเรื่อง เพื่อเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด