ER-นาทีหัวใจ Special Moment: สงกรานต์ [13/04/59] p.22
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ER-นาทีหัวใจ Special Moment: สงกรานต์ [13/04/59] p.22  (อ่าน 244498 ครั้ง)

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
กลังดีๆอยู่เชียว เจอคำพูดชวนเจ็บปวดใจอีกแล้ว

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
เอ้ จะไดนิหา ไผรุกไผรับนิ งงเน้องง  :hao4: :hao4:

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
สงสัยหมอปืนจะเป็นโรคหัวใจ.......
อยู่ใกล้ชิดพลุทีไร มีอาการแปลกๆ (ยังไม่รู้ตัว)


ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ต้องเข้าใจพี่หมอนะ ว่ากำลังสับสน

ออฟไลน์ pim-lovemj

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 95
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :serius2: อย่าให้หมอปืนเป็นรับเลยน้า ถ้าหมอปืนรับเราจบกัน  :ling1:

ออฟไลน์ konjingjai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +226/-4
สั้นๆ  เลยน่ารัดอ่ะ

ออฟไลน์ bookie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
    • facebook
แค่ 30 แต่โดนทักแบบนี้ หน้าคุณหมอนี่ต้องไปไกลมากๆ แล้วล่ะ 5555555

ออฟไลน์ Yร้าย

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
อิป้าชอบเรื่องนี้นะ แต่มาต่อเร็วหน่อยก็ดีนะอีหนู.....
ใครว่าวัยรุ่นใจร้อน  อิป้าก็ร้อนเหมือนกันนะแสดงว่า
ยังวัยรุ่นอยู่..อิอิ...

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
แย่แล้วพลุตีความผิดไป

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
หมอปืนลุงมาก 55555555555555555
สามสิบถ้วนเองเนอะ ไม่แก่เนอะ ไม่แก่เลย
แค่เรี่ยวแรงเดินขึ้นบันไดไม่ค่อยจะมี แล้วยังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อลูกกันอีก
ถถถถถถถถถถถถถถถถ 555555555555555

หมอปืนวันไหนว่างๆ ไม่ได้ขึ้นเวรก็ไปออกกำลังกายนะคะ
เดี๋ยวสู้แรงน้องพลุไม่ได้ 55555 เป็นห่วงจากใจนะเนี่ย กลัวคนแก่เป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน
ก๊ากกกกกกกกกกกก

(หมอปืนบอกสนุกเนอะ แซะลุงทำไม 5555555)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
โดนทักว่าเป็นพ่อนี่งั่กไปเลยค่ะ
แต่ว่าสมัยนี้ก็มีลูกทันใช้กันเร็วจริงๆ
หมอปืนแค่ 30 โดนทักว่าเป็นพ่อ

เราว่างวดนี้หมอปืนท่าทางออก*รับ*มากกว่าพลุนะ

คนเจียงใหม่ขอแซวหน่อยนะ
อ้ายสองคน(ปืน+พลุ) ยะอะหยังกั๋นในวัดเจ้า?
พี่ชายสองคนทำอะไรกันในวัดเหรอ? (เวอร์ชั่นภาษากลาง)

อ้อ~ นี่เองเราจับตัวกขค. ท่ี่เดินผ่านมาขัดจังหวะได้แล้วหนึ่ง

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
สั้นๆ  เลยน่ารัดอ่ะ
อะไรคะที่ 'น่ารัด' ?  :hao6:

ออฟไลน์ fanglest

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 814
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
เค้าหวั่นไหวกันแล้วววววววววววว
 :hao6:

ออฟไลน์ PURE LOVE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 330
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
“ป้อบ่สบายก่าพ่อหนุ่ม”  เจอประโยคนี้เข้าไป ก๊ากเลย   :laugh:
โถ ๆ พี่หมอปืน แก่ขึ้น ๆ ทุกตอนเลยนะ  จาก'พี่' มาเป็น 'อา' ต่อมา ได้เป็น 'พ่อ' ตอนหน้าจะเป็นอะไร 'ลุง'? 555
ใจเต้นแรงกับน้องพลุอีกแล้วนะ  :o8: แล้วยังไม่เข้าใจอาการที่เกิดขึ้นอีก เหมือนคนเพิ่งมีความรักครั้งแรกเลย
แฟนคนก่อน ๆ จนถึงรชญาเนี่ย หมอปืนเคยรู้สึกใจเต้นแรงแบบนี้ เหมือนที่เป็นกับน้องพลุไหมนะ
แต่จากลักษณะนิสัยหมอปืน ถ้ารู้ตัวว่ารู้สึกพิเศษกับน้องพลุขึ้นมา ก็คงจะยากนะ กว่าจะทำใจยอมรับได้
น้องพลุคงต้องเจ็บยิ่งกว่าตอนนี้อีกเยอะแน่เลยอ่ะ ฮือออ  :mew6: พี่หมออย่าดุน้องบ่อย น้องเสียใจนะ แงง


ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
คนหนุ่มอายุแค่สามสิบโดนทักว่าเป็นพ่อเป็นลุงหมายความว่าไง คนหลักสี่ไม่เข้าใจ

ออฟไลน์ ETERNITY

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สงสารคุณหมอจริงๆ สามสิบเองนะ
โดนทักว่ามากับลูกซะละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กำลังสงสัยในสิ่งที่ทุกคนสงสัย และกำลังคิดอยู่ว่าจะลงข้างไหนดี ฮ่าๆๆ
น้องพลุอย่าพึ่งเข้าใจผิดไปสิโธ่ววว

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
บทที่ 7 ความทรงจำในสายฝน

ในที่สุดฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาทำให้ทั้งสองต้องยกเลิกแผนเที่ยวทั้งหมดและขับรถกลับบ้าน

ขามาที่ว่าอึดอัดแล้วขากลับยิ่งมาคุกว่าเมื่อคนผมน้ำตาลเอาแต่นั่งเงียบ เขาเบียดตัวเองกับกระจกและเท้าคางมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างที่มีแต่สายฝน

คุณหมอหนุ่มเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยพลางเหลียวมองคนข้างกายซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร หรือนี่เขาเผลอไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า แต่แค่ขอดูโทรศัพท์ก็ไม่น่าโกรธนานขนาดนี้นี่นา...

“ชิ! ฝนตกหนักจนแทบมองไม่เห็นทางเลย เกลียดหน้าฝนชะมัด” ปาวัสม์กดเปิดไฟสูง พลันแสงไฟสาดส่องไปบนพื้นถนนกระทบเข้ากับเสาไฟฟ้าต้นหนึ่งตรงหัวโค้งหักศอกที่สองข้างทางมืดทึบไม่มีบ้านคน “อ๊ะ!”

“มีอะไรหรือครับ” ภาวัฒน์เอ่ยถามด้วยความสงสัย เสียงอุทานทำให้เขาเหลือบมาเห็นนัยน์ตาคมเหลียวมองหัวโค้งนั้นจนลับตาและบังเอิญว่าเขาเองก็กำลังมองมันอยู่เหมือนกัน

“แค่นึกอะไรขึ้นได้น่ะ” ปาวัสม์ตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่กระจกมองหลัง

“อะไรเหรอครับ ตรงนั้นน่ะโค้งอันตรายเลยนะ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก หมอปืนเคยเห็นผีเหรอ”

“ผีเผอที่ไหนกัน อุบัติเหตุต่างหาก”

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ยอมหันมามองเขาเต็มตา “อุบัติเหตุอะไรครับ”

นัยน์ตาคมเหลือบมองเม็ดฝนที่ร่วงจากฟ้ากระทบหน้าต่าง มันคือความทรงจำในลิ้นชักที่เขาไม่เคยปริปากเล่าให้ใครฟัง แม้แต่เพื่อนรักทั้งสองก็รู้เพียงแค่ผิวเผิน ปาวัสม์ตวัดสายตากลับมาสบนัยน์ตาสีดำขลับที่มองตรงมา

“ตอนฉันมาเป็นแพทย์ใช้ทุนใหม่ๆ...” ใจจริงไม่ได้อยากเล่าแต่ปากก็หลุดพูดออกไปเสียแล้ว ประกายจากนัยน์ตาคู่นั้นสะกดเขาได้อยู่หมัดจริงๆ “คืนนั้นฝนตกหนัก ฉันขับรถจะกลับโรงพยาบาลเห็นรถเก๋งคันหนึ่งชนอัดอยู่กับเสาไฟฟ้าตรงหัวมุมถนนนั่นก็เลยจอดรถลงไปช่วย มีคนเจ็บอยู่สองคนน่าจะเป็นพ่อกับลูก คนพ่อถูกอัดติดอยู่ในรถ ไม่รู้สึกตัวแต่ยังหายใจอยู่”

“มีคนเจ็บแค่สองคนเองเหรอครับ” นัยน์ตาสีดำขลับเบิกโพลง คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน “แล้วคนลูกล่ะครับ”

“เด็กกระเด็นออกมาตกอยู่นอกรถ”

แม้จะเป็นความทรงจำเมื่อหกปีล่วงมาแล้วแต่ปาวัสม์ก็ยังคงจดจำได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

พายุฝนที่พัดโหมลงมาอย่างหนักทำให้แว่นตาพร่ามัวไปด้วยไอและน้ำฝน หมอจบใหม่ที่เพิ่งได้ออกมาใช้ชีวิตนอกรั้วโรงเรียนแพทย์อย่างเขาแทบทำอะไรไม่ถูกกับอุบัติเหตุที่ได้เจอกับตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต

ร่างสูงที่เปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรตามคนมาช่วย แต่มือไม้ก็สั่นเสียจนทำมันร่วงลงไปข้างทางที่มีหญ้าขึ้นรกชัฏและมืดทึบ

‘ให้ตายสิ!’ เขาไถลตัวลงไปเพื่อหาโทรศัพท์ ปากก็บ่นอุบว่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ บางทีเขาน่าจะแค่ขับรถผ่านไปและตามกู้ชีพที่มีประสบการณ์มากกว่ามาช่วย ในที่สุดเขาก็เจอโทรศัพท์นอนเอ้งเม้งอยู่ในกอหญ้าและตอนนั้นเองที่หูได้ยินเสียงร้องไห้ขอความช่วยเหลือดังแว่วมาท่ามกลางเสียงฝนซัดสาด

‘ช่วยด้วย’

นัยน์ตาคมหลังกรอบแว่นมองฝ่าไปในความมืดและม่านเม็ดฝน ฟ้าแลบแปลบปลาบขึ้นเหนือหัวเกิดแสงสว่างวาบไปทั่วพริบตาหนึ่งทำให้เขาเห็นเด็กชายในชุดนักเรียนชั้นมัธยมคนหนึ่งนอนอยู่ในพงหญ้า

‘เป็นไงบ้างหนู’ ร่างสูงถลาเข้าไป แต่ของเหลวสีแดงที่ซึมเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวเป็นวงกว้างและไหลรินเป็นสายไปกับทางน้ำฝนทำให้คนเกลียดเลือดถึงกับผงะและหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ มันดูเกินกำลังจะรับมือไหว เขาหันหลังจะออกวิ่งเมื่อฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กชายเอื้อมมาคว้ามือเขาไว้แน่น ‘ปล่อยสิ! ฉันจะไปตามคนมาช่วย’

แต่มือเล็กซีดนั้นไม่ยอมปล่อย ‘ได้โปรดช่วยผมด้วยครับ ผมเจ็บ’ เขาสะอื้นและเริ่มต้นร้องไห้อีกครั้ง

‘ไม่เอาไม่ร้องนะ’ ปาวัสม์เหลียวมองซ้ายขวาอย่างอับจนหนทาง ไม่ว่าจะหันไปทางทิศไหนก็มีแต่ความมืดกับสายฝน ลำพังแค่อุบัติเหตุเขาก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก แล้วนี่ยังต้องมารับมือกับเด็ก สิ่งมีชีวิตที่เขาเกลียดที่สุดในสามโลกอีก

พลันเสียงหวอของรถกู้ชีพดังขึ้นราวกับเสียงจากสวรรค์ ปาวัสม์มองเด็กคนนั้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำรื้นน้ำตาจ้องกลับมา ถึงจะน่าสงสารและอยากช่วยแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจดึงฝ่ามือนั้นทิ้งแล้ววิ่งกลับขึ้นไป

ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังรีบเร่งงัดซากรถ ปาวัสม์วิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาคนในชุดหมีคนหนึ่งที่กำลังใช้คีมเหล็กตัดประตูรถเก๋งออก ‘มีเด็กได้รับบาดเจ็บอยู่ข้างทางอีกคนครับ’

‘ครับๆ’

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับคำแต่ก็ไม่มีใครขยับออกไปเพราะอาการของคนที่ติดอยู่ในรถกำลังเข้าขั้นโคม่า

‘เดี๋ยวผมจะส่งคนลงไปดูเอง แล้วคุณก็ช่วยออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย มันอันตราย!’

เจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกคนหันมาดุ ด้วยความเซ่อซ่าท่าทางเงอะงะทำให้พลเมืองดีโดนเข้าใจผิดว่าเป็นไทยมุงไปเสียถนัด

‘ครับ’ แม้จะเสียหน้าแต่ก็โล่งใจ ปาวัสม์กำลังจะถอยฉากไปขึ้นรถเมื่อหูได้ยินเสียงร้องไห้แว่วมาตามสายลมที่พัดหวีดหวิว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นยังคงไม่ใครปลีกตัวออกจากซากรถและคนเจ็บเพื่อไปช่วยเจ้าของเสียงได้

ไม่สิ!... ไม่ใช่ว่าปลีกตัวไม่ได้ แต่ดูเหมือนไม่มีใครได้ยินหรือสนใจเสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นเลยนอกจากเขา!

ลมเย็นพัดวาบ สายฝนซัดสาดหนักขึ้นทุกที ปาวัสม์กัดฟันแน่นเนื้อตัวเปียกปอน หนาวสั่น เขาน่าจะกลับไปขึ้นรถ และรีบกลับไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล เขาทำดีที่สุดแล้ว ตรงนี้ไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้เลยสักอย่าง

แต่ว่า... ถ้าขืนชักช้าและปล่อยไปแบบนี้เด็กคนนั้นอาจจะตายก็ได้นะ...

นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นปรากฏขึ้นในความคิด ปาวัสม์ขบเม้มริมฝีปากซ้ำแล้วซ้ำอีกจนห้อเลือด สองมือกำเป็นหมัดแน่นกับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต และมัน... ‘เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล’

‘นี่เรามัวทำอะไรอยู่เนี่ย เราเองก็เป็นหมอไม่ใช่เหรอ!’ บอกกับตัวเองแล้วกลับหลังวิ่งลงไปอีกครั้ง

เด็กชายยังนอนอยู่ที่เดิม เขาเรียกหาคนช่วยและสะอื้นไห้จนแทบไม่มีแรงเหลือ

ปาวัสม์คุกเข่าลงข้างร่างเล็ก ‘ประเมินตาม ABCD’ เขาพูดเสียงดังพยายามตั้งสติขุดสิ่งที่ร่ำเรียนมาหกปีออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ‘เด็กยังร้องไห้ได้เสียงดังขนาดนี้ แสดงว่า Air way กับ Breathing ไม่มีปัญหา’

เด็กชายแผดเสียงขึ้นอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดเพราะมือใหญ่จับไปตามใบหน้าที่มีรอยแผลถลอก

‘หรือจะมีนะ’ ปาวัสม์กัดฟันเขาทนเสียงร้องไห้ไม่ได้จริงๆ ‘หนูจ๊ะ ฉันกำลังพยายามช่วยหนูอยู่ ฉันรู้ว่าหนูกลัว ฉันเองก็กลัวเหมือนกัน หนูหยุดร้องไห้แล้วเรามาสู้ไปด้วยกันนะ’ พูดไปพลางก็มองหาของหลอกล่อเด็ก แล้วก็นึกได้ว่าบัตรประจำตัวโรงพยาบาลของตนมีตุ๊กตาโดราเอมอนตัวเล็กๆ ห้อยไว้อยู่ เขารีบหยิบมันออกมา ‘ดูสิจ๊ะหนูนี่อะไรเอ่ย’

เหมือนจะได้ผล แม้จะยังสะอื้นฮักแต่เด็กชายก็หยุดร้องและมองจ้องหน้าคม ‘ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ’

ปาวัสม์ไม่สนใจคำที่เหมือนจะต่อว่ากลายๆ นั่น ‘หนูเจ็บตรงไหนจ๊ะ’ 

เด็กชายยกมือขึ้นกุมท้องบริเวณที่เสื้อเป็นวงปื้นสีแดงชัดเจน ‘ตรงนี้ครับ ‘

‘ยังขยับแขนขาได้ ไม่มีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังสินะ... Deformity ผ่าน’ ปาวัสม์ตั้งสติคิดต่อ ‘ดังนั้นปัญหาอยู่ที่ Circulation แน่นอน’ ร่างสูงกลั้นใจเปิดเสื้อดูปากแผล มันเป็นแผลฉีกขาดขนาดไม่ใหญ่นักแต่เลือดยังไหลไม่หยุด เขาถอดเสื้อตัวนอกออกมาม้วนกดบริเวณปากแผลไว้ มือเล็กยกขึ้นจับมือเขา ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ‘ฉันกำลังหยุดเลือดให้อยู่ ทนเจ็บหน่อยนะ’

ร่างสูงเหลียวมองไปบนริมทางที่ยังคงปราศจากวี่แววการช่วยเหลือ เขาหันกลับมาสบนัยน์ตาสีดำขลับที่เป็นประกายนั้น พลันหัวใจที่กำลังหวาดหวั่นก็เกิดความฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจเคลื่อนย้ายคนไข้ ‘ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะพาหนูขึ้นไปข้างบน’
ใบหน้าเล็กๆ เม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นและพยักหน้ารับ ปาวัสม์ใช้มือข้างที่ว่างช้อนศีรษะในขณะที่ลำแขนผอมบางเอื้อมมาเกาะเกี่ยวเขาไว้

แต่แล้วจู่ๆ นัยน์ตาสีดำขลับนั้นก็เบิกค้างและเลื่อนลอย มือที่จับแขนเขาไว้ปล่อยตกห้อยลงข้างตัว

‘หนู!’ ปาวัสม์ร้องลั่นและวางร่างเล็กลงอีกครั้ง ‘ตื่นสิ!’ เขาทาบนิ้วสัมผัสบริเวณข้างลำคอ ภาวนาจนหมดใจขอให้สิ่งเลวร้ายที่สุดที่คิดไว้ไม่ได้เกิดขึ้น

ทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสได้มีเพียงความเย็นเยียบของผิวหนัง ไร้ซึ่งการมีอยู่ใดๆ ของสัญญาณชีพ ปาวัสม์ไม่คิดอะไรอีกแล้ว เขาทำตามสัญชาตญาณทันที ในขณะที่ปากก็ตะโกนเรียกหาความช่วยเหลือแข่งกับเสียงสายฝนและเวลาที่กำลังหมดลงทุกที

“แล้วหมอปืนทำยังไงต่อ” มือทั้งสองของภาวัฒน์กำแน่น รู้สึกตื่นเต้นและลุ้นตามไปด้วย

“ฉันก็เลยต้อง CPR น่ะสิ” ปาวัสม์บอก “ฉันตั้งหน้าตั้งตาปั๊มอย่างเดียวไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย ปั๊มไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าหน้ากู้ภัยกับทีมพยาบาลมา รู้ตัวทีหลังก็พบว่าตัวเองทำ CPR คนเดียวไปตั้งชั่วโมงแน่ะ”

“ทำไมหมอปืนไม่หยุดหรือคิดยอมแพ้ล่ะครับ” เด็กหนุ่มถาม “ไม่เหนื่อยเหรอ ปกติปั๊มแค่รอบเดียวสองนาทีก็หอบแฮ่กแล้ว นี่คิดจริงๆ เหรอครับว่าเด็กคนนั้นจะรอด”

“บอกตรงๆ นะ ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย” ปาวัสม์ตอบคำถามที่เต็มไปด้วยตรรกะยืดยาวด้วยความรู้สึกจากใจเพียงอย่างเดียว “จะว่ายังไงดีล่ะ... ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทีเด็กนั่นยังมองฉันตาแป๋วแล้วกำมือฉันแน่นอยู่เลย” ภาพประกายในนัยน์ตาที่หม่นแสงลงวนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง รวมทั้งความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่เย็นลงรวดเร็วจนน่าใจหายและร่างเย็นเยียบที่ล้มลงในอ้อมแขน “จู่ๆ จะมาตายไปต่อหน้า ฉันทนไม่ได้หรอก ฉันแค่ไม่อยากให้เด็กคนนั้นตาย”

“แล้วถ้าสมมุติว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กไม่ดี หรือถ้ารอดแล้วจะโตมาเป็นโจรเหมือนในหนังอะไรแบบนั้นหมอปืนจะไม่มาเสียใจทีหลังเหรอครับ”

“การช่วยชีวิตคนไม่มีแบ่งแยกคนดีคนเลวหรอก ค่าชีวิตของทุกคนมีเท่าเทียมกัน” ปาวัสม์บอก “แต่ถ้าเด็กคนนั้นโตมาเป็นคนเลวล่ะก็... เอาไว้ให้ฉันเจอหน้าก่อนเดี๋ยวจะจับแก้ผ้าตีก้นสั่งสอนให้สำนึกเอง”

มุมปากของเด็กหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังอมยิ้ม “เด็กคนนั้นคงซึ้งใจน่าดูที่หมอปืนช่วยชีวิตเขาไว้”
คิ้วหนาย่นเข้าหากัน “นายรู้ได้ไงว่าเด็กคนนั้นรอด”

“คุณหมอคงไม่ได้ฉายาเทพแห่งER มาลอยๆ หรือเพราะมีดีแค่หน้าตาใช่ไหมล่ะครับ”

“ปากหวานจริงนะ” ปาวัสม์ยิ้ม “ก็คงใช่แหละ... เพราะนับตั้งแต่ CPR เด็กคนนั้นเป็นคนแรกในชีวิต ฉันก็ไม่เคย CPR ใครแล้วไม่รอดเลย... ถ้าฉันเป็นเทพ เด็กคนนั้นก็คงเป็นนางฟ้าอุปถัมภ์หรือตัวนำโชคของฉันล่ะมั้ง”

ภาวัฒน์แทบเอาหัวโขกกระจก นึกอิจฉาเด็กคนนั้นขึ้นมาซะเฉยๆ คำว่า ‘คนแรก’ มันฟังดูพิเศษจริงๆ “ไม่เห็นเกี่ยวกับเด็กคนนั้นสักหน่อย คุณหมอของผมเก่งเองต่างหาก”

“แน่ะ” ปาวัสม์จุ๊ปาก “แล้วยังบอกอีกว่าไม่ใช่คนปากหวาน ช่างพูดช่างยอจริงนะเรา” ว่าพลางละมือจากพวงมาลัยรถมาขยี้เรือนผมสีน้ำตาลยุ่งๆ นั้นเล่นทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้

“หมอปืนอ่ะ ชอบทำเหมือนผมเป็นเด็กอยู่เรื่อย ผมโตแล้วนะ”

ปาวัสม์ยิ้มขำ “โตแต่ตัวน่ะสิ เจ้าเด็กแสบ” ว่าแล้วก็คว้าหลังศีรษะภาวัฒน์อีกครั้งแล้วจับโยกเบาๆ 

เด็กหนุ่มสลัดศีรษะเป็นอิสระได้ในที่สุดและขยับตัวหนีจนชิดหน้าต่าง ใช่ว่ารังเกียจแต่เขากลัวว่าคุณหมอหนุ่มจะสัมผัสได้ถึงแรงสะเทือนของหัวใจที่กำลังเต้นรัวอยู่ในอก ใบหน้าร้อนจนแทบไหม้ เขาเสมองวิวข้างนอกหน้าต่างพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง บังแก้มตนที่กำลังแดงเรื่อขึ้นเรื่อยๆ จากสายตาคนข้างตัว

“หมอปืนรู้ไหม... ผมชอบวันฝนตกที่สุดเลย” เขากระซิบ

ฝนที่กำลังตกหนักเริ่มซาเม็ด ตีนฟ้าเริ่มเปิดเห็นขอบฟ้าสีอมส้มสดใส เช่นเดียวกันกับดวงอาทิตย์ที่กำลังสาดแสงอยู่ในใจของเด็กหนุ่ม
OOOOOO

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
บทที่ 7 ความทรงจำในสายฝน (ต่อ)
“กลับมาแล้วเหรอ” ศุภพัฒน์รีบวิ่งออกมารับทั้งสองที่หน้าบ้านเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอด และกระโดดกอดคอภาวัฒน์จากทางด้านหลังให้หายคิดถึงทันทีที่ก้าวลงจากรถ “เป็นไง ไปเที่ยวไหนกันมาบ้าง”

“ดอยสุเทพ” ภาวัฒน์แกะมือคนตัวโตกว่าออกจากรอบคอ ไม่ใช่ว่าเหม็นกลิ่นตัวคนเพิ่งฝึกคาราเต้เสร็จมาใหม่ๆ แต่เพราะศุภพัฒน์ไม่ได้สวมเสื้อผ้าท่อนบนสักชิ้น แผงอกกว้างชื้นเหงื่อถูไถกับแผ่นหลังเขาอย่างตั้งใจ

คนตัวโตไม่ยอมรามือง่ายๆ เขาวางมือแหมะลงบนหัวไหล่ข้างหนึ่งและวางคางเกยลงบนบ่าอีกข้าง “สนุกไหม”

“ไปไหว้พระนะไม่ได้ไปสวนสนุก... ปล่อยได้แล้วเทมส์!” ภาวัฒน์หันมาย่นคิ้วให้และพูดออกมาตรงๆ เมื่อเห็นว่าแค่การกระทำไม่อาจปฏิเสธคนที่กำลังนัวเนียเขาอยู่ได้ “ไปอาบน้ำอาบท่าไปแล้วก็รีบเข้านอนด้วยล่ะอย่ามัวแต่เวิ่นเว้อเล่นมือถือ พรุ่งนี้เช้าฉันอยากซักซ้อมอีกสักทีก่อนพูดจริงน่ะ”

“ครับ คุณเพื่อน” คนตัวโตยอมปล่อยมือในที่สุด ภาวัฒน์ปลีกตัวเดินกลับห้องไป แต่เขายังรีรอยืนอยู่ และคว้าแขนปาวัสม์ที่กำลังจะเดินตามไป “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

คุณหมอหนุ่มย่นคิ้วพร้อมกับรั้งแขนกลับ “ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนี่ ทำไมเหรอ”

“ผมแค่แปลกใจน่ะ ที่จู่ๆ หมอนั่นก็อารมณ์ดีขึ้นมาดื้อๆ ปกติถ้าผมแกล้งลวนลามถึงขนาดนี้หมอนั่นได้เตะก้านคอหรือไม่ก็ต่อยตาแตกไปแล้ว”

“คนตัวโตเป็นยักษ์ปักหลั่นแถมเป็นแชมป์คาราเต้สองสมัยซ้อนอย่างนายเนี่ยนะโดนหมอนั่นสวน บ้าไปแล้วหรือไง จะโม้อะไรก็ให้น่าเชื่อหน่อย” ปาวัสม์พูดห้วนๆ อยู่ดีๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างงั้น

ศุภพัฒน์ไหวไหล่ “ไม่เชื่อก็ตามใจ ว่าแต่จะเล่าได้หรือยังครับว่าตกลงไปทำอะไรกันมา”

ปาวัสม์มองตามแผ่นหลังคนหัวยุ่ง จริงอย่างที่ศุภพัฒน์ตั้งข้อสังเกตแม้จะไม่ได้พูดออกมาแต่บรรยากาศที่นั่งมาด้วยกันในรถขากลับแตกต่างจากขาไปอย่างสิ้นเชิง เขาคิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งวัน คิดไม่ออกว่าจะมีอะไร ‘พิเศษ’ ที่จะทำให้จอมทะเล้นอารมณ์ดี จะมีก็แต่เขานี่แหละที่เป็นฝ่ายโดนทำให้ยิ้มออกอยู่คนเดียว “ไม่รู้สิ”

ศุภพัฒน์เหลือบมองจนภาวัฒน์เดินลับตาจึงหันกลับมาจ้องตาคุณหมอหนุ่มจริงจังคาดคั้น ถึงจะมืดและแค่แป็บเดียวแต่รอยริ้วสีแดงที่เห่อเต็มแก้มร่างโปร่งนั้นไม่อาจหลุดลอดสายตาเขาไปได้ “วันนั้นที่เจอกันที่ลานจอดรถ อาหมอบอกผมว่าพลุเป็นน้องชายใช่ไหมครับ”

“ถึงจะเมาแต่ก็ความจำดีนี่” ปาวัสม์จ้องกลับไม่คิดจะหลบตาเด็กหนุ่มเช่นกัน “แล้วมันมีอะไรเหรอไง”

“ก็ไม่ทำไมหรอกครับ แค่จะเตือนว่าอย่าได้ริทำอะไรเกินหน้าที่ ‘พี่ชาย’ นะครับ”

หัวใจของปาวัสม์สั่นนิดๆ ราวกับคำพูดนั้นไปสะกิดโดนปุ่มอะไรบางอย่างเข้า เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด “นายตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่เทมส์”

“ผมรักพลุ” ศุภพัฒน์พูดชัดเจน “ถึงสุดท้ายความสัมพันธ์ระหว่างผมกับหมอนั่นจะเป็นได้แค่เพื่อนสนิท และวันหนึ่งผมจะต้องปล่อยมือเขาไปให้คนอื่น แต่อย่างน้อยผมจะทำให้แน่ใจว่าคนที่มาจับมือเขาจะไม่ใช่แค่พวกอ่อนไหว หรือหมาหยอกไก่ที่เข้ามาให้ความหวังลมๆ แล้งๆ แล้วทิ้งขว้างกันไปง่ายๆ”

“นึกว่าเรื่องอะไร” ปาวัสม์แค่นหัวเราะ “ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเพราะฉันมีแฟนแล้ว และเราก็รักกันดี”

“ถ้างั้นก็ดีแล้วครับ” ศุภพัฒน์บอก “แล้วอาหมอก็กรุณาอย่าลืมนะครับ ไม่ใช่แค่คำพูดเมื่อกี้ แต่อย่าลืมว่าแฟนอาหมอก็รักอาหมอมากเหมือนกัน อย่าทำร้ายคนรักด้วยการนอกใจ... ขอบคุณนะครับที่รับฟัง” เขาค้อมศีรษะให้เล็กน้อยและขอตัวเดินแยกกลับไปยังห้องนอนของตน

“ไอ้เด็กปากดีเอ๊ย!” ปาวัสม์สบถลอดไรฟัน พลางหมุนตัวเดินกลับห้องบ้าง
OOOOOO

“หมอปืนหงุดหงิดอะไรอยู่เหรอ” ภาวัฒน์ตั้งข้อสังเกต ตั้งแต่กลับมาถึงห้องปาวัสม์ก็ไม่พูดไม่จา ปลีกตัวเดินออกไปนั่งรับลมที่ระเบียง อีกทั้งคนที่ปากบอกเกลียดการพิมพ์ยังเลือกวิธีการส่งข้อความหาแฟนสาวแทนการโทรศัพท์

“เปล่านี่” ตอบได้แค่นั้นเพราะปาวัสม์ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ‘อะไร’ ที่เป็นสาเหตุทำให้หัวใจเจ็บแปลบปลาบอยู่แบบนี้
เขามีแฟนแล้วและเขาเองก็ชอบผู้หญิงเรื่องนี้ไม่มีวันผิดเพี้ยนแน่  แล้วภาวัฒน์ก็เคยบอกชัดเจนว่าต่อให้ชอบผู้ชายด้วยกันก็ไม่มีวันยุ่งกับเพื่อนร่วมงาน... ไม่มีวันยุ่งกับเขาเด็ดขาด

พลันหัวใจที่เจ็บแปลบเบาโหวงราวกับมันหลุดหายไปจากอก จนเขาต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอกให้แน่ใจว่ามันยังคงเต้นอยู่
ภาวัฒน์เดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกัน “เทมส์มาพูดอะไรแปลกๆ ให้ฟังหรือเปล่า”

“อะไรล่ะที่ว่าแปลกน่ะ เพื่อนนายก็ทั้งแสบทั้งแปลกไม่แพ้นายน่ะแหละ”

“มันเกี่ยวกับผมใช่ไหม”

“...”

“มันเรื่องอะไรบอกผมได้ไหมครับ”

ปาวัสม์เม้มริมฝีปากเป็นเส้นบางอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป “เรื่องที่นายทะเลาะกับพ่อและหนีออกจากบ้านมา” แทนที่จะเล่าเรื่องตัวเอง สู้ฉวยโอกาสนี้คุยกับเด็กหนุ่มให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า

ภาวัฒน์อึ้งไป คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องนี้ “แล้วหมอปืน... คิดว่าไงครับ”

“มันเป็นเรื่องระหว่างนายกับพ่อ ดังนั้นทั้งสองคนต้องคุยกันเอง นอกเสียจากว่า...”

“นอกเสียจากว่าอะไรครับ”

“นายจะยอมบอกว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้นายทะเลาะกับพ่อและทิ้งบ้านมา” มันไม่ใช่คำถามแต่ปาวัสม์กึ่งร้องขอให้คนปากแข็งช่วยเปิดใจให้เขา “เผื่อมันจะทำให้ฉันและคนอื่นๆ รู้อะไรมากขึ้นและหาทางช่วยนายได้”

“ในที่สุดคุณหมอก็ถาม”

“นายก็ตอบสิ”

แต่คำตอบที่ได้ยังคงเป็นความเงียบ ปาวัสม์เม้มริมฝีปากตัดสินใจ เขาไม่อยากให้เด็กหนุ่มต้องเสียใจเหมือนอย่างที่เขาเคยเป็น “นายรู้ไหมว่าผู้หญิงคนที่ทำให้ฉันเกลียดการส่งข้อความเป็นใคร”

“แฟนเก่า?”

ปาวัสม์ส่ายหน้า

“พี่อุ้มเหรอครับ”

ปาวัสม์ส่ายหน้าอีกครั้ง “แม่น่ะ... พ่อจากฉันกับแม่ไปตั้งแต่ก่อนฉันเกิด แม่ทำงานเป็นกัปตันในบาร์ของเพื่อนหาเงินเลี้ยงฉันมาลำพังแบบตามใจสุดๆ เพราะอยากให้ฉันรู้จักการใช้ชีวิต แม่จึงไม่เคยบ่นไม่ว่าฉันจะกินเหล้าหรือเที่ยวหนักแค่ไหนขอแค่ฉันไม่ไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อนและกลับบ้านทุกวัน แม่เข้มแข็งมาก มากจนฉันลืมไปว่าแม่ก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง

วันนั้นแม่ทะเลาะกับตายายที่มาเยี่ยม ฉันไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่คืนนั้นแม่ก็ออกไปทำงานตามปกติ ฉันพยายามโทรหาอยากรู้ว่าแม่โอเคไหม แต่แม่ไม่ยอมรับสายและส่งข้อความมาบอกว่าสบายดีพร้อมกับตัวการ์ตูนหน้าตายิ้มแย้ม ฉันก็ไม่เอะใจอะไรจนกระทั่งตอนเช้าที่เพื่อนแม่ซึ่งเป็นเจ้าของบาร์พาแม่ในสภาพที่เมามายขอบตาบวมช้ำมาส่งบ้าน ตอนหลังฉันถึงได้รู้ว่าตายายมาเพื่อดูว่าฉันกับแม่อยู่ยังไงและโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงคิดว่าแม่ไม่ดูแลปล่อยให้ฉันเป็นพวกสัมเลเทเมาจึงต่อว่าเสียยกใหญ่แถมยังบังคับจะเอาฉันไปอยู่ด้วย”

“แล้วหมอปืนทำยังไง”

“ฉันก็แค่เอาผลการเรียนกับรายงานที่ถึงจะไม่เลิศเลอแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ดีไปยืนยันว่าถึงจะทำตัวไม่ดีแต่ก็ใส่ใจการเรียนนะ” ปาวัสม์ขยิบตา “นายอย่าลืมสิว่าฉันมีใครเป็นแบคอัพ... บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีอุ้มฉันเรียนไม่จบแน่แล้วอาจยังต้องไปอยู่บ้านนอกอีก” เขาหลุดขำออกมาเล็กน้อย และเอื้อมมือไปกุมมือภาวัฒน์ไว้ “อย่าซ่อนน้ำตาไว้หลังรอยยิ้ม มีอะไรเก็บไว้คนเดียวน่ะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะ... เล่ามาเถอะอะไรก็ได้ที่นายอยากเล่า”

เด็กหนุ่มเงียบไปอีกอึดใจก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ “ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วนี่ครับเรื่องความฝันของผม นั่นล่ะครับคือเหตุผลทั้งหมด”

ปาวัสม์นิ่วหน้า นึกถึงเรื่องราวที่รับฟังมาในค่ำคืนที่ดื่มจนเมามายนั้น “เรื่องที่ว่าอยากช่วยชีวิตคนก็เลยมาเป็นหมอน่ะเหรอ” ทว่าในใจลึกๆ เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ยังมีอะไรที่สำคัญมากกว่านั้น แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่เขาก็นึกไม่ออกสักที

แม้ภาวัฒน์จะแอบผิดหวังเล็กๆ ที่ปาวัสม์จำสิ่งที่เขาเคยเล่าไม่ได้ทั้งหมด แต่ใจนึงก็นึกโล่งอกด้วยเพราะเขาเองก็ใช่ว่าพร้อมสารภาพ ‘เรื่องนั้น’ ออกมาซะเมื่อไหร่ “หมอปืนว่ามันงี่เง่าหรือเปล่า”

“ไม่มีความฝันไหนงี่เง่ามากไปกว่าความเป็นจริงหรอก โดยเฉพาะเรื่องที่นายอยากจะช่วยชีวิตคน ฉันคิดว่ามันน่าชื่นชมออกนะ”

“ทั้งที่มันเป็นไปไม่ได้แต่ผมก็ยังดิ้นรนและดื้อแพ่งอย่างไร้เหตุผลน่ะเหรอครับ” ภาวัฒน์ถามกลับ “มีแต่คนบอกให้ผมเลิก พยายามไปก็ไร้ค่า”

“แต่นายก็ได้พยายามแล้วนี่” ปาวัสม์ยกมือขึ้นลูบเรือนผมสีน้ำตาลยุ่งๆ ให้เรียบลงพร้อมกับยิ้มกว้าง “ไม่สำเร็จก็ไม่เห็นเป็นไร อย่างน้อยนายก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว บางครั้งระหว่างทางที่เดินไปจนถึงฝันแม้จะไม่ราบเรียบแต่มันก็มีค่าน่าจดจำและสร้างความสุขให้เราได้ยิ่งกว่าการไปถึงความฝันเสียอีกนะ”

“แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้เป็นหมอ” เสียงของภาวัฒน์หม่นเศร้า “แถมยังหนีออกจากบ้านมาอยู่กับศูนย์กู้ชีพอีก”

“ก็บอกแล้วไงว่าความเป็นจริงน่ะมันงี่เง่า เพราะคนที่ไม่เคยคิดอยากเป็นหมอ แถมมาสอบตามเพื่อนอย่างฉันยังได้เป็นหมอเลย” ปาวัสม์หัวเราะลงคอ “แต่เป็นกู้ชีพแล้วยังไงล่ะ ตกลงนายมีความสุขหรือเปล่า”

ภาวัฒน์ไม่ตอบได้แต่พยักหน้าเงียบๆ

“งั้นก็พยายามต่อไปสิ” ปาวัสม์บอก “ตราบใดที่ฝันนายไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ผิดนี่ที่นายจะสู้เพื่อมัน การเป็นหมอทำให้ฉันได้เห็นคนเจ็บคนตายมาเยอะ หลายต่อหลายครั้งที่ฉันเจอคนที่จู่ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุและมาตายไปโดยทิ้งความฝันและสิ่งที่อยากทำมากมายไว้เบื้องหลัง... ชีวิตคนเราน่ะมันสั้นเกินกว่าจะยอมแพ้หรือรีรออะไร แค่ทำวันนี้ให้เป็นวันที่นายกล้าพูดได้เต็มปากว่าต่อให้พรุ่งนี้ต้องตาย ฉันก็ไม่เสียใจ” เขาบีบไหล่เด็กหนุ่มครั้งหนึ่งเพื่อให้กำลังใจ “ไปคุยกับพ่อซะ ฉันเชื่อว่าท่านต้องรับฟังนายแน่นอน” 

“ขอบคุณครับ ไว้ผมจะลองพยายามดูนะ” รอยยิ้มบางวาดขึ้นบนเรียวปากของเด็กหนุ่ม “ไปนอนกันเถอะครับ นี่ก็สี่ทุ่มแล้ว”

“เพิ่งจะสี่ทุ่มเองเหรอ” ปาวัสม์เหลือบตามองนาฬิกาแขวนบนผนัง “นี่ถ้าอยู่กรุงเทพ ตอนนี้ฉันคงกำลังเข้าเวรและยุ่งเป็นอีเพิ้งเซิ้งยันเช้าเลยล่ะ ไม่ได้มานั่งสบายๆ คุยกับนายแบบนี้หรอก”

ทั้งที่มาถึงเชียงใหม่เมื่อใกล้เที่ยง หากความเรียบง่ายและสงบสุขตามวิถีคนต่างจังหวัดนั้นช่างแตกต่างกับชีวิตในเมืองหลวงที่ปาวัสม์จากมาลิบลับ แม้วันนี้เขาจะได้ไปทำอะไรมามากมายแต่ก็ดูราวกับเวลามันเดินช้าลง

นัยน์ตาคมเหลียวมองรอบตัวก่อนจะมาหยุดลงที่ดวงตาคู่หนึ่ง ประกายบางอย่างในนั้นทำให้หัวใจเขาเต้นสะดุดและเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่เก็บอยู่ในใจออกไป

“ตาน่ะ”

“หมอปืนพูดว่าอะไรนะครับ” ภาวัฒน์เอียงคอด้วยความสงสัย

“เมื่อเย็นนายถามฉันใช่ไหมว่าทำไมถึงมุ่งมั่นจะช่วยเด็กคนนั้นให้ได้” ปาวัสม์มองนัยน์ตาคู่นั้นตอบกลับไป “มันเป็นเพราะแววตาน่ะ แววตาใสซื่อที่มองฉันราวกับจะอ้อนวอน... แต่เมื่อมองลึกเข้าไปแล้วฉันก็พบว่าตัวเองคิดผิด จริงๆ แล้วมันคือความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ และเด็กคนนั้นก็กำลังสู้กับสิ่งที่เรียกว่าความตาย ในความคิดของฉันสิ่งที่ฉันทำไม่ใช่การช่วยชีวิต ฉันแค่ทำในสิ่งที่ฉันทำได้นั่นคือสู้เป็นเพื่อนเขาและไม่ทอดทิ้งเขา... แววตานั่นมันเหมือนกับของนายไม่มีผิด แววตาที่มุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้”

นัยน์ตาคนตรงหน้าวูบไหว ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าอะไรคือความกลัดกลุ้มที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาที่ได้เห็นเมื่อวันหลายวันก่อน ปาวัสม์หลุบสายตาลงต่ำ ปลายนิ้วยกขึ้นสัมผัสกระดุมชุดนอนเม็ดที่สองของเด็กหนุ่ม... เม็ดที่อยู่ใกล้หัวใจมากที่สุดพร้อมกับคว้ามือที่เย็นชื้นมากุมไว้และบีบแรงๆ ส่งผ่านความอบอุ่นจากมือนี้ไปให้ถึงหัวใจของเด็กหนุ่ม

“ฉันสัญญา ตราบที่นายไม่ยอมแพ้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนาย... เรามาช่วยกันติดกระดุมด้วยกันนะ”

ริมฝีปากบางขยับพยายามจะพูดแต่สุดท้ายก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ภาวัฒน์พยักหน้าเบาๆ และบีบมือตอบ
***************************************************************************************
ถาม... เป็นไงมาไงทำไมวันนี้มาอัพได้ล่ะเนี่ย?
ตอบ... เพราะเลกกี้คิดว่า ' ศุกร์ 13 ไม่น่ากลัวเท่า เสาร์ 14 '
ถือว่าเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆนะคะ^^
และในโอกาสนี้เลกกี้ผู้ไม่กลัวอาถรรพ์ใด (เฟรดดี้ก็เฟรดดี้เหอะ เจอเลกกี้แล้วจะหนาววาบๆ ถึงไขสันหลัง555) ขออนุญาตแจ้งอะไรกับทุกคนหน่อยนะคะ
คือเลกกี้จะเลิกแต่งเรื่องนี้ล่ะค่ะ เบื่อขี้หน้าหมอปืน รำคาญเจ้าเด็กแสบ ขอตัดจบดื้อๆ แค่นี้เลยนะคะ
ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงจุดนี้
...
....
.....
......
ไม่ใช่ล่ะ มันไม่ขำ-_-" เค้าล้อเล่นนนนนนน (มุกค่ะมุกอย่าเพิ่งโกรธเขวี้ยงคอม/โทรศัพท์ทิ้งน้า)
เข้ารเรื่องเลย คือ เรื่องนี้กำลังจะตีพิมพ์ค่ะ ส่วนรายละเอียดรอติดตามนะคะ^^
ทีนี้ มีเรื่องรบกวนคนอ่านจริงๆ ล่ะ... (บอกก่อนบทที่ 7 นี่ยังไม่ได้ครึ่งเรื่องเลยนะคะ) เลกกี้ได้การบ้านมาคือ 'ตอนพิเศษ' ค่ะ
ดังนั้นเรื่องที่จะรบกวนคือ รีเควสมาเลยค่ะ อยากได้ฉาก โมเมนท์ โรแมนติก ดราม่า ฮาๆ วันสำคัญ ได้หมดค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยทำการบ้าน อิอิ

ปล. ขอบคุณ พี่ west , Ailime13 , Pure love ที่ช่วยรีวิวและ Recomend เรื่องนี้ รวมทั้งคนอ่านทุกคนที่ช่วยคอมเมนท์ด้วยนะคะ มันคือกำลังใจที่เราอ่านซ้ำๆ ได้แบบไม่มีเบื่อจริงๆ
Happy Valentine Day ค่ะ

ออฟไลน์ wavalove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
อ่านตอนนี้แล้วมีกำลัังใจขึึ้นมากเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
หน่วงๆที่หัวใจตามพลุเลย
ว่าไปแล้วจะเป็นพรหมลิขิตหรือว่าพลุลิขิตเอ่ยที่หมอปืนกับพลุได้มาเจอกัน (อีก?)

เห็นแว่บๆคนเลข 4 ที่อ่อนไหวกับการที่หมอปืนโดนเรียกว่าป้อ
แนวร้วมอยู่ตรงนี้นะคะ ถ้าหมอปืนป้อ แล้วเราจะเป็นอะไรเนี่ย - ทวด?

ยินดีด้วยค่ะที่จะได้ออกเป็นเล่ม เดี๋ยวหยอดกระปุกรอนะคะ

เรื่องวาเลนไทน์ไม่รู้สิ เราว่าทุกนาทีที่พลุได้อยู่กับหมอปืนก็น่าจะมีค่ามากกว่ามันวาเลนไทน์ไหนๆเสียอีก
โทษทีค่ะ เราไม่ใช่คนโรมันติก ปกติกระติกเกิน

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
จะยอมกลืนน้ำลายตัวเองกันมั้ยนี่
ว่าแต่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานโดยตรงนี่หว่า

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
หมอปืนบอกให้พลสู้ไปด้วยกัน  มันอบอุ่นมาก
มีพลังมีกำลังใจสู้ต่อไป

ออฟไลน์ ETERNITY

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รู้สึกแบบฟอลลิ่งอินเลิฟวิทหมอปืน งื่อออ
คือแบบแอบหลงรักความคิดคุณหมอๆๆๆ

ไว้จะรออุดหนุนเล่มตีพิมพ์ค่ะ
ถ้าฉากที่อยากได้ ตอนไหนก็อยากได้หมดเลย(ไม่ช่วยอะไรสินะ 55)

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
เมื่อไหร่จะรักกันสักที (ร้องเพลง) อิอิ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
รู้สึกชาาาายังไงบอกไม่ถูก ตอนที่หมอปืนเล่าเรื่องเด็กคนนั้น และแววตาของเด็กคนนั้นที่หมอปืนสื่อความหมายออกมา ขนลุกเลย มันดีเยี่ยมมากๆเลยค่ะ ยังกับบทของหนังญี่ปุ่นเลยมันดูยิ่งใหญ่ดีนะคะ. ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านค่ะ

สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ

ออฟไลน์ milkteabeige

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ

ตอนอ่านบทแรกๆ ที่หมอปืนทำ CPR แล้วรู้ตัวว่าเผลอกลั้นหายใจไปด้วย 5555 คืออินจัด
โมเม้นเล็กๆ ของหมอปืนกับน้องพลุมันอุ่นๆ น่ารัก น่าหยิกมากค่ะ
แต่ก็มีเรื่องของอดีตที่น่าสนใจ เราก็คิดว่าน้องพลุกับหมอปืนน่าจะมีอดีตอะไรที่เกี่ยวข้องกัน

อ่านมาเรื่อยๆ ก็กระจ่างเรื่อยๆ ขัดใจก็แต่หมอปืนนี่แหละ
มีน้องบอกว่าหมอปืนซื่อ แต่เราว่าหมอปืนซื่อบื้อและทึ่มมากค่ะ 5555
ตอนที่ถามน้องพลุว่าใครใน ER ที่เป็นเกย์หรอ นี่เราขำมาก! หมอช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยย 5555

น้องพลุจำหมอได้ และพยายามจะเข้ามาอยู่ใกล้ๆ หมอ ในมุมที่น้องสามารถอยู่ได้
แต่หมอปืนนี่ยังไง รีบจำน้องได้เร็วๆ สินะ


เอ๊ะ ตอนแรกเราเป็น #ทีมพลุ นะ กะว่าน้องพลุเนี่ยแหละพระเอกชัวร์
พอน้องแปลงร่างวิ้งๆ เราเริ่มลังเลแล้วอ่ะ หรือควรเปลี่ยนฝั่งเป็น #ทีมหมอปืนดี
แต่พอมาถึงตอนที่หมอปืนจะล้มที่ดอยสุเทพ เฮ้ยยยย น้องพลุของพี่แมนมากค่ะ
เริ่มลังเลว่า #ทีมพลุ จะยังมีโอกาสมั้ยน๊าาาา


มาช่วยลุ้นอีกแรงค่ะ ^^

ออฟไลน์ Yร้าย

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
 :mew2: :mew2: รีบ ๆ รักกันหน่อยเถอะนะ..

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
อ่านตอนนี้แล้วมันอบอุ่นละมุนมากกก  :hao5:

หมอปืนเท่มาก
แม้ตอนที่ไปช่วยชีวิตเด็กคนนั้นหมอจะดูเงอะๆ งะๆ จนเราขัดใจก็ตาม 5555
แต่ในที่สุดหมอปืนก็ตัดสินใจช่วยชีวิตเด็กไว้ได้สำเร็จ เราตบเข่าฉาดด้วยความถูกใจ
ให้มันได้อย่างนี้สิหมอปืน !! (นี่ก็ลุ้นมาก 55555555)

ชอบตอนคุยกันในห้องนอนมาก แงงงง ชอบคำพูดของหมอปืนหลายอย่าง อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจ TvT
คุณหมออบอุ่นละมุนละไมมากเลยค่ะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนาย มาช่วยกันติดกระดุมมันคืออัลไลลลล
มีแววว่าหมอปืนจะได้กลืนน้ำลายตัวเองนะคะ แต่เราไม่ว่าหรอกค่ะ เลิกๆ ไปเถอะแฟนหมอเนี่ย ก๊ากกก
แล้วก็น้องพลุ อย่าลืมไปคุยกับพ่อนะคะ ถ้าไม่กล้าก็พาหมอปืนไปด้วยก็ได้ บอกแล้วไงว่าจะอยู่เคียงข้าง >_<
บอกพ่อไปเล้ยยยย ความฝันที่ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ไม่ใช่การเป็นหมอ แต่คือการเป็นแฟนหมอต่างหาก #ไม่ใช่ 5555

ส่วนน้องเทมส์ เค้าไม่รักก็ไม่เป็นไรนะคะ
น้องเทมส์มาทางนี้ค่ะ ถึงจะไม่ใช่หมอแต่พี่ช่วยดูแลหัวใจให้ได้ 55555555

ยินดีด้วยนะคะกับการรวมเล่มนิยาย ^^
ไว้จะรอตอนหน้านะคะ ส่วนตอนพิเศษนี่ยังคิดไม่ออก ไว้ค่อยบอกทีหลังละกันเนอะ 55555

ออฟไลน์ praewp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
อ่านแล้วรู้สึกถึงความยุ่งยากหลายๆอย่างที่เทมส์บอก

คือหมอก็มีแฟนแล้ว ทำไมมาทำมีใจกับพลุงี้อ่ะ

เอาจริงๆมองอีกมุมก็สงสารรชญาน้า~ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

หมอโลเลอ่ะ โป้งแล้ว o13


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด