ER-นาทีหัวใจ Special Moment: สงกรานต์ [13/04/59] p.22
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ER-นาทีหัวใจ Special Moment: สงกรานต์ [13/04/59] p.22  (อ่าน 244500 ครั้ง)

ออฟไลน์ MM

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-2
อ่านไปยิ้มไป ยิ้มจนแก้มปริแล้ว หมอปืนน่ารักมาก ส่วนพลุน่ารักกว่า  :-[ :-[

ออฟไลน์ am_am

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
กรี๊ดดดดดดดดดด น่ารักมากกกกกกกกกก ครบรสจริง ๆ  :-[

ออฟไลน์ DoubleBass

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1
โอ๊ยเขินนนนน หวานมากๆๆๆๆๆๆ  :-[

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
หมอปืนกับพลุหวานทำน้ำตาลคนอ่านขึ้นตาเลย

ออฟไลน์ Yร้าย

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
อ่านช้าไปหน่อยแต่ความหวานก็ไม่ได้ลดลงเลยนะ.....ชอบมากมาบ่อย ๆ นะน้องพลุ...

ออฟไลน์ natsikijang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 540
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-4
หวานรับวาเลนไทน์จริงๆ นานๆจะเห็นคู่พลุกับหมอปืนหวานกัน น่ารักจริงกุหลาบ999 ดอก น้องพลุก็ยังอุตส่าบ้าจี้นับอีกนะ อะไรจะขนาดนี้ หวานจริงๆ


ขอบคุณค่ะสำหรับตอนพิเศษ

ออฟไลน์ saruwatari_guy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ขอบคุณ สำหรับตอนของวาเลนไทน์นะฮะ เห็นตอนพิเศษ เลยกลับไปอ่านตั้งแต่เริมใหม่

แอบสงสัยจุดนึงคือ พลุ ตาบอดสีแดง ทำใบขับขี่ไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ โดยเฉพาะ สีแดงแล้วยังมองเป็นสีเขียวอีก แบบนี้มันอันตรายในการขับรถนะครับ ถ้ามองสีแดงผิดเป็นสีเขียวอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ กับพลุที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุจนเกือบจะเสียชีวิตแบบนี้ด้วยแล้ว ลองเปลี่ยนเป็นตาบอดสี สีอื่นดีมั้ยครับ แล้วพลุยังเรียนกฎหมาย เป็นทนายอีก น่าจะรู้ข้อกฎหมายดีกว่าใคร

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
ขอบคุณ สำหรับตอนของวาเลนไทน์นะฮะ เห็นตอนพิเศษ เลยกลับไปอ่านตั้งแต่เริมใหม่

แอบสงสัยจุดนึงคือ พลุ ตาบอดสีแดง ทำใบขับขี่ไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ โดยเฉพาะ สีแดงแล้วยังมองเป็นสีเขียวอีก แบบนี้มันอันตรายในการขับรถนะครับ ถ้ามองสีแดงผิดเป็นสีเขียวอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ กับพลุที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุจนเกือบจะเสียชีวิตแบบนี้ด้วยแล้ว ลองเปลี่ยนเป็นตาบอดสี สีอื่นดีมั้ยครับ แล้วพลุยังเรียนกฎหมาย เป็นทนายอีก น่าจะรู้ข้อกฎหมายดีกว่าใคร

ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ(ตอบแบบนางงาม555) เราค่อนข้างทำการบ้านกับจุดนี้หนักทีเดียว เพื่อหาเหตุให้คนที่ไม่ยอมแพ้แบบพลุต้องยอมแพ้ ขออนุญาตอธิบายคร่าวๆ ตามนี้เนอะ

ตาบอดสีสามารถขับรถได้ตามกฏหมายค่ะถ้าก ารบอดสีนั้นไม่ร้ายรายถึงขั้นเห็นแค่ขาวกับดำ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยันกับกรมขนส่งและให้พิจารณาอีกครั้ง

ของพลุ อย่างที่เราพยายามให้เจ้าตัวให้อธิบายว่าเขาเป็นมาตั้งแต่กำเนิด เขาจึงแยกสีได้ค่ะแค่ 'แดงของเขาไม่เหมือนคนอื่น' อาจเป็นเขียวเข้ม ถ้าแค่แยกสีเด่นๆ ที่รู้แน่ๆว่ามันคือน้ำเงิน เหลือง แดงจะแยกได้ แต่ถ้าเป็นการแยกสีละเอียดแบบต้องมีเฉดอันนี้เป็นปัญหาแน่ ดังนั้นจะมีข้อกำหนดในหลายๆ อาชีพที่'ห้าม' และ 'อนุโลม' ให้ตาบอดสีทำงานได้ ขึ้นกับความรุนแรงของโรคค่ะ
จริงๆ อยากเขียนเกี่ยวกับโรคนี้มากกว่านี้แต่กลัวออกจากพล็อตหลักไปไกลเราเลยเขียนแค่สั้นๆ

ปล.ตอนเกิดอุบัติเหตุเพราะถนนลื่นล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับสัญญาณไฟ และเราแนบลิงค์เว็บเกี่ยวกับโรคนี้ที่คิดว่าละเอียดและอ่านง่ายที่สุดมาให้ค่ะ

ขอบคุณมากค่ะที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของนิยายเรา(รัก)

http://haamor.com/th/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B5/

http://www.dek-d.com/education/28049/ 
ปล.2 แอบโฆษณาภาคต่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-02-2016 02:14:42 โดย leGGyDan »

ออฟไลน์ rasblurry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ว้าก มาอ่านช้าไปหน่อย
หวานนนนนนนนนนนนนมากกกค่ะะ
ทั้งเพลง ทั้งดอกไม้ คุณหมอ
ตัวน้องพลุก็คงหวานมากสินะคะหมออ //ดิ้น  :katai2-1:
รักเรื่องนี้มากกกเลยค่ะ ซื้อไว้เก็บขึ้นหิ้ง ใส่กรอบ 555
อยากให้มีสเปทุกเทศกาลเลย ภาคต่อเลยจะดีใจมากค่ะะะะ ฮรืออ

ออฟไลน์ Fish129

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-3
หมอปืน ทำไมน่ารีกแบบนี้ละ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ แมลงมีพิษชนิดหนึ่ง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-14
ยินดีกับหมอปืนด้วยที่ได้เป็นอมตะ ฟินมากเรื่องนี้

 :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
Special Moment : 10 Out of 10 points คะแนนรักเต็ม10คิดเท่าไหร่?

“เนื่องด้วยเป็นปีแห่งการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงจัดโครงการ ‘สยามรำลึก’ โดยจะมีขึ้นตั้งแต่...”

ยังไม่ทันที่ดาบหมีผู้ซึ่งรับหน้าที่อ่านรายงานในที่ประชุมประจำเดือนจบก็เกิดเสียงโอดครวญและบ่นเสียงขรมขึ้นมาจากทุกคนในห้องประชุมไม่มากก็น้อย ด้วยว่าที่นี่คือ ‘ฝ่ายสืบสวนสอบสวน’ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งฟังแค่ชื่อก็พอจะทราบแล้วว่าไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องแน่นอน แต่การที่หนังสือคำสั่งหลุดมาถึงที่นี่ได้นั่นหมายถึงต้องมีงานนอกมาให้ปวดหัวเป็นแน่แท้

“ผมจะสรุปให้นะ” พันตำรวจเอกพิเศษจารุวัฒน์หัวหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวนผู้ซึ่งนั่งหน้าเครียดไม่แพ้ใครชิงยกมือขึ้นชี้แจงก่อนลูกน้องตนจะโวยวายยังผลให้ห้องประชุมเงียบเสียงในทันที “หม่อมจะให้เราแต่งชุดทหารไทยโบราณ... ผมขอย้ำอีกครั้งนะว่า ‘ไทยโบราณ’ ไปเข้าเวรตรวจตราเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันการก่อจราจลและ... เพื่อเป็นสีสันของงาน”

“หัวหน้าาาา!!!"

“ทำไมทำกับพวกผมแบบนี้!”

ด้วยภาระเดิมที่ล้นมือใครล่ะจะอยากได้งานเพิ่ม แต่ก็คงทำได้แค่บ่นในเมื่อหัวหน้าใหญ่ยังทำได้แค่นั่งกุมขมับเมื่อเห็นเครื่องแบบที่ฝ่ายคอสตูมของกระทรวงวัฒนธรรมส่งมาให้ใส่

“งานมันจัดอยู่ข้างบ้าน ถ้าไม่เยี่ยมหน้าออกไปดูแลก็เห็นจะไม่ได้ เดี๋ยวผมจะจัดเวรให้พวกคุณไปคนละสามวัน แล้วก็เริ่มมาลองชุดกันได้ตั้งแต่วันนี้เลยนะ ใส่ได้ไม่ได้ยังไงจะได้แก้ไขได้ทัน”

คนที่นั่งแถวหน้าทยอยเดินคอตกออกไปเอาตัวทาบๆ กับชุดในหุ่น ในตอนนี้ก็คงจะมีแค่คนเดียวละมั้ง ที่นั่งไขว้ห้างกอดอกอมยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว เพราะถ้าคิดว่านี่เป็นงานก็คืองานแต่ถ้าคิดว่าเป็น ‘โอกาส’ เขาก็จะกอบโกยคะแนนจากคนรักของเขาได้เป็นกระบุงเลยทีเดียว

...ได้ทั้งงาน ได้ทั้งเที่ยว ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวมีแต่คุ้มกับคุ้ม...

OOOOOO

“วันนี้ไม่ว่าง”

วิทยาตอบอย่างไร้เยื่อใยทันทีที่ฟังคำชวนจบ

“โธ่คุณ~ งานเขามีตั้งเจ็ดวันใจคอคุณจะอยู่เวรทุกวันเลยเหรอ”

“ก็...” วิทยาเว้นวรรคไป นัยน์ตาเล็กตี่เหลือบมองปฏิทินตั้งโต๊ะ เพราะจริงๆ แล้ววันนี้เขาว่าง เกือบนาทีที่เขาไม่ยอมพูดอะไรออกมาแต่คนที่แกล้งทำเป็นนั่งทำงานทั้งที่แอบฟังอยู่ข้างๆ กันกลับเข้าใจดี

“ไปเถอะ” ปาวัสม์กระซิบ “ปีใหม่หมอนั่นก็มานั่งเฝ้านายเข้าเวร วาเลนไทน์ก็ขับรถให้นายที่พาฉันไปซื้อกุหลาบโดยไม่บ่นสักคำ”เรื่องที่นัดโดยไม่ทันตั้งตัวนั่นก็ส่วนหนึ่งแต่เขาบังเอิญรู้ว่าวันนี้มีอะไรที่สำคัญมากกว่านั้น

“ก็...” เอาโทรศัพท์ออกห่างเพราะไม่อยากให้ปลายสายได้ยิน
ปาวัสม์จึงชิงพูดขึ้นเสียก่อน “เพราะนายน์มันไม่หวังเซอร์ไพรส์จากนายไงมันถึงชิงลงมือก่อนแบบนี้”

คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอยู่อึดใจก่อนวิทยาจะกรอกเสียงลงไป “ก็ได้”

“เย้! งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ผมไปรับคุณที่...”

“เดี๋ยวไปเอง” วิทยาตัดบทขืนปล่อยให้มาหาที่ ER หมอนั่นคงได้ทำวุ่นวายไปทั้งโรงพยาบาล

“ตกลงครับ งั้นหกโมงผมจะไปยืนรอคุณที่ประตูเมืองนะอาบน้ำปะแป้งให้ตัวหอมๆ แต่งตัวหล่อๆ นะครับ”

OOOOOO

ถนนอังรีดูนังต์ซึ่งเป็นถนนสามเลนใหญ่ที่รถเคยวิ่งสวนกันขวักไขว่ถูกปิดและเนรมิตรย้อนกลับไปสมัยอยุธยายังไม่เสียกรุง ทั้งกำแพงก่ออิฐมอญสีส้ม บ้านทรงไทย และร้านค้าจำลองวิถีชีวิตชาวบ้าน กองฟางวางเรียงเป็นฟ่อนคู่กับเกวียนที่หาดูไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน มีเจ้าทุยเขาโง้วยืนเคี้ยวเอื้องตุ้ยๆ เฝ้าอยู่ข้างๆ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคนรวมไปถึงพ่อค้าแม่ขายสวมใส่ชุดไทยสวยงามตามแต่จะสรรหากันมาได้ มีริ้วขบวนทหารจากกองพลทหารม้ามาเดินแถวแปรขบวนเดินตรวจตราทุกสองชั่วโมงสร้างความคึกคักและตื่นตาตื่นในให้นักท่องเที่ยว 

นอกจากนั้นยังมีแสดงการละเล่นเด็กไทยและการฟ้อนรำจากนักเรียนและนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ในกรุงเทพที่ต่างจัดกันมาเต็มที่ ผู้ร่วมงานที่มาก็ให้ความร่วมมือแบบไม่มีใครยอมน้อยหน้าใคร ขนาดผู้ชายยังแต่งชุดราชปะแตนเต็มยศ น้อยนักที่จะแค่ใส่เสื้อคอปาดคาดผ้าขาวม้า ฝั่งสาวๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงมีตั้งแต่กระโจมอก ห่มสไบเฉียงไปจนถึงจัดเครื่องเต็มใส่มงกุฏสวมชฎา

งานที่ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายพลอยทำให้บรรดาหนุ่มๆ จากฝ่ายสอบสวนที่ทำหน้าซังกะตายตอนรับคำสั่งค่อยกระชุ่มกระชวยหัวใจขึ้นบ้างเพราะมีทั้งสาวและไม่สาวมาเข้าคิวขอถ่ายรูปกันแบบไม่ว่างเว้น แต่ละคนยืนยิ้มกรามค้างจนต้องผลัดกันพักไปทำโยคะหน้า

เพราะหน้าที่หลักคือสร้างสีสันให้งาน พวกเขาจึงไม่ต้องยืนประจำตามจุดเนื่องจากจะมีพลทหารปฏิบัติหน้าที่นี้แล้ว เพียงแค่เดินดูรอบๆ งานถ้ามีความผิดปกติก็เข้าไปจัดการหรือรายงานไปตามขั้นตอน

เมื่อใกล้ถึงเวลานัดรติพัทรก็แยกตัวออกจากกลุ่มมายืนรอที่หน้าซุ้มประตูเมือง

เรือนร่างกำยำที่ได้รับการดูแลอย่างดีดูสง่าในชุดเกราะอ่อนสีน้ำตาลเข้มคาดดาบยาวที่ข้างเอว ประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาทำให้เขาเป็นจุดเด่นให้ใครๆ ต่างพากันมองเหลียวหลัง

“พี่คะ ขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ”

สาวน้อยกลุ่มใหญ่ร่วมสิบคนคาดวัยไม่เกินมัธยมเดินเข้ามาทักหลังจากแอบมองและกระซิบกระซาบกันอยู่นานสองนาน

“ได้ครับ”

“พี่คะขอไลน์ได้ป่าววว~” สาวน้อยคนหนึ่งที่ดูจะก๋ากั่นที่สุดในกลุ่มแกล้งกระเซ้าหลังจากพวกเธอผลัดกันถ่ายรูปจนเสร็จ

“คงไม่ได้นะครับ”

“ทำไมล่ะค้าาา~”

“แฟนหวงครับ”

“ว้ายยยย” ทั้งกลุ่มพากันกรีดร้องและอายหน้าแดงประหนึ่งเป็นตัวจริงที่ชายหนุ่มกำลังยืนรอ

“แฟนหวงแล้วทำไมปล่อยมายืนคนเดียวล่ะคะ”

“เขากำลังมาครับ”

“อุ๊ย! ที่แท้พี่เหมก็มารอรับคุณลำดวนนี่เอง”

“ลำดวนไม่มา เอาอิแย้มไปก่อนไหมคะ”

“ผิดเรื่องแล้วมั้งแก”

แล้วพวกเธอก็หัวเราะไปด้วยกัน พาให้เขายิ้มตามไปด้วย รติพัทธมองข้ามศีรษะของเด็กสาวเข้าไปในกลุ่มคนตรงหน้า และเสี้ยวนาทีนั้นเองที่ราวกับเวลาหยุดหมุนและฝูงชนพร้อมใจกันหลีกทางให้ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมา

เขาไม่ได้สูงใหญ่ ตัวก็ผอมบางแต่กลับดูโดดเด่น เพราะเป็นหนุ่มหน้าตี๋เชื้อสายจีนแท้ๆ แต่กลับนุ่งผ้าไทยใส่โจงกระเบนได้อย่างเหมาะเจาะอย่างนั้นเหรอ? หรือเป็นเพราะพวงแก้มขาวที่อมแดงระเรื่อ จากการออกแรงเดิน หรือเป็นเพราะมุมปากอมยิ้มอ่อนๆ อย่างเขินอายที่ต้องสวมชุดไม่คุ้นชิน หรือเพราะเป็น...

อ๋อ! ใช่แล้ว เพราะเป็นแฟนเขานี่เองถึงได้ดูน่ารักขนาดนี้
ริมฝีปากกรีดรอยยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัวจนเด็กสาวที่ยืนรุมล้อมอยู่สะกิดถาม

“พี่ยิ้มอะไรคะ”

“เขามาแล้วครับ”

“ใครคะ”

“แฟนครับ” พูดไปแล้วก็ให้เขินหน่อยๆ รติพัทรค้อมศีรษะน้อยๆ เป็นการขอตัวแยกออกมา

“ถ้าเปลี่ยนใจไปเดินกับพวกหนูได้นะคะ” ไม่วายจะมีเสียงร้องแซวตามหลัง

“ครับ เที่ยวให้สนุกนะครับ” ผู้กองหนุ่มหันไปโบกมือให้พลางวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาคนที่เพิ่งมองเห็นเขาเช่นกัน ร่างสูงไปหยุดยืนตรงหน้าพลางกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า

“หล่ออะ คุณไปเอาชุดมาจากไหน”

“เช่าสิ” วิทยาตอบห้วนๆ เพราะชุดนี้ชุดเดียวแท้ๆ ทำเอาวุ่นวายไปทั้งบ้าน ไม่ใช่ว่าหายากอะไรหรอกแต่พี่จุ้ยน่ะสิดันเดินผ่านมาเห็นตอนกำลังจะย่องขึ้นรถพอดี แล้วปากสว่างเรียกคนทั้งตระกูลออกมาดู เขาเลยต้องกลายเป็นสแตนดี้ชั่วคราวให้บรรดาอาม่า อากงและป๋ากับม้าถ่ายทั้งรูปกลุ่มรูปเดี่ยวแถมด้วยเซลฟี่จนพอใจจึงปล่อยตัวมาได้

“ทำคุณลำบากแย่เลย เดี๋ยววันนี้ผมจะชดใช้ให้นะ”

“อะไรล่ะ”

“คุณอยากได้อะไรล่ะ”

“ขอคิดก่อน”

“งั้นก็คิดให้ออกก่อนผมนะ” รติพัทธยิ้มมีเลศนัยน์ “แล้วคุณว่าผมเป็นไงใส่ชุดนี้แล้วหล่อไหม ให้กี่คะแนน”

วิทยากวาดตามองคนตรงหน้าที่ยืนเก๊กท่าหมุนไปรอบๆ อยู่อึดใจ “ก็...”

“ความหล่อให้ห้าแต่มั่นหน้าให้สิบ”

“เหยยย คุณเอาดีๆ สิตกลงดีไหมผมไม่ค่อยมั่นใจ” รติพัทธโอดครวญก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเสียงหวานที่ดังตอบมานั้นไม่ใช่เสียงของวิทยา

ทั้งสองหันไปเจ้าของร่างอวบอิ่มในชุดสไบเฉียงสีชมพูนุ่งโจงกระเบนสีม่วงทัดดอกดาวเรืองนั่งพับเพียบเคี้ยวขนมครกแจ้บๆ อยู่บนแคร่ด้านหลัง

“พี่อุ้ม!”

“แกมาได้ไงน่ะ”

เพราะปากไม่ว่างพยาบาลสาวร่างอวบจึงชี้มือขึ้นไปที่ป้ายเหนือหัวซึ่งทำจากใบจากสานทาสีแดง เขียนว่า ‘โรงหมอ’

รติพัทธทำเสียงในลำคออย่างขัดใจที่เจอกขค.ในขณะที่วิทยารีบเดินตรงเข้าไปหาเพื่อนรัก

“ออกอีเวนท์บ่อยนะช่วงนี้”

“คนมันสวยช่วยไม่ได้” นุชนันท์ว่า

“ท่าทางน่าอร่อย ชิมมั่งสิ”

“เอ้า” นุชนันท์ใช้ไม้แหลมจิ้มขนมครกป้อนใส่ปากวิทยาที่อ้าปากรอรับอยากเป็นธรรมชาติ ในขณะที่คนซึ่งยืนดูอยู่มองตาเขม็ง
รสกะทิหวานมันซ่อนรสเค็มติดปลายลิ้นนิดๆ “อร่อยดี ซื้อร้านไหนน่ะ”

“นู่น” นุชนันท์พยักเพยิดไปทางร้านค้าที่มีคนมุงกันเต็ม

“มีใครเป็นอะไรมาเหรอครับน้องอุ้ม” คุณหมอหนุ่มที่มาออกหน่วยด้วยกันสวมชุดเสื้อแขนยาวสีขาวกับโจงกระเบนสีม่วงเข้ากันกับของนุชนันท์เยี่ยมหน้าออกมาจากด้านหลังม่าน

“ไม่มีอะไรค่ะพี่ปอ เพื่อนอุ้มแค่แวะมาทักน่ะค่ะ”

“ตามสบายนะครับ” คณิณยิ้มให้วิทยาที่พยักหน้ารับ พวกเขาเคยเจอหน้ากันผ่านๆ ตอนที่คณิณมาช่วยดูเคสโรคหัวใจที่ ER

“ฉันพอรู้เหตุผลล่ะว่าทำไมเธอถึงมา” วิทยากระซิบ

“ถ้าจะพูดให้ถูกคือ ‘ทำไมเขาถึงมา’ ต่างหากย่ะ”

“จ้า~ แม่สาวเนื้อหอม” พูดไปวิทยาก็แกล้งบีบต้นแขนขาวอวบของเพื่อนรักเบาๆ

“มาถ่ายรูปกันเถอะนานๆ ทีฉันจะแต่งตัวสวย” นุชนันท์ชวนพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำให้ผู้กองหนุ่มหน้ามุ่ย ยิ่งวิทยาเดินนั่งลงเกาะบ่าพยาบาลสาวแล้วเบียดหน้าเข้าไปจนชิดเพื่อให้กล้องหน้าเก็บภาพได้หมดอย่างไม่เคอะเขินเขายิ่งอยากกระโจนเข้าไปร่วมวง

“เดี๋ยวฉันอัพลงเฟสนะ แล้วจะส่งเข้าไลน์กลุ่มด้วย ให้ปืนมันอิจฉาเล่นได้ข่าววันนี้อยู่เวรนี่”

“เธอนี่ร้ายจริงๆ” วิทยาหัวเราะคิกคัก

“รีบไปเถอะแก หมอนั่นค้อนฉันตาจะหลุดแล้ว” นุชนันท์กระซิบพลางพยักเพยิดไปทางผู้กองหนุ่ม

“อือ” หนุ่มหน้าตี๋เหลือบมองก่อนจะหันมาพยักหน้าให้อย่างรู้กันและลุกขึ้นยืน

“ไปกันเถอะครับ” รติพัทธบอกพลางถือวิสาสะคว้ามืออีกฝ่ายมาจับไว้และรั้งให้มาเดินใกล้ๆ กัน

นัยน์ตาเล็กตี่เหลือบมองมือที่จับแน่นก่อนจะตวัดขึ้นสบตาคนที่ส่งยิ้มกว้างตอบกลับมา

“คนเยอะ เดี๋ยวหลง” ผู้กองหนุ่มบอกและออกแรงดึงให้เดินคู่กันไปบนถนนที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน พลางชี้ชวนให้ดูซุ้มไฟและดอกไม้ต่างๆ ที่เป็นจุดถ่ายรูปสำคัญ ปากก็บรรยายสรรพคุณไปด้วย

“นายต้องมาเดินแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ” วิทยาถามเมื่อเห็นผู้กองหนุ่มดูชำนาญเส้นทาง และร้านรวงเป็นอย่างดี

“เปล่าครับนี่เพิ่งมาเป็นครั้งที่สอง แต่ผมต้องเรียนรู้และจดจำผังงานให้ได้ทั้งหมดเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไง จะได้รู้ทางหนีทีไล่”

“เป็นตำรวจนี่ก็เหนื่อยเหมือนกันเนอะ” วิทยาพยักหน้าเข้าใจ “ที่โรงพยาบาลก็มีอะไรแบบนี้เหมือนกัน พวกทางหนีไฟหรือจุดรวมพลน่ะ แต่ไม่เห็นซ้อมจริงจังสักที ที่ฉันก็รู้แค่ต้องขนย้ายผู้ป่วยเป็นอันดับหนึ่ง”

“แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่คุณต้องวิ่งก่อนเลยนะไม่ต้องเป็นห่วงผม”

“ของมันแน่อยู่แล้ว ก็นายต้องไปจัดการคนร้ายนี่ ฉันจะอยู่ถ่วงแข้งถ่วงขานายทำไม”

“โหย~ คุณอะ ไม่รับมุกเลย พอถึงตอนนี้คุณต้องแสดงความเป็นห่วงผม หรือไม่ก็ถามว่า ‘ทำไมล่ะ’ สิ”

“ทำไมต้องถาม”

“แหมมมม~ ถามสิถามมม~ ผมอยากตอบ นะ นะ”

วิทยากรอกตาแต่ก็ยอมเอ่ยออกไป “ทำไมล่ะ”

“ถ้าคุณปลอดภัย ผมก็ปลอดภัยเพราะใจผมอยู่กับคุณไง... เป็นไงมุกนี้ผ่านไหม” รติพัทธถามอ้อมแอ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปและจ้องตาเขาปริบๆ

“สองคะแนนความพยายาม”

“โธ่!” รติพัทธครางในลำคอ “แล้วมีอะไรที่ผมจะทำแล้วคุณให้สิบคะแนนเต็มบ้างเนี่ย” เขากวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดลงที่ร้านยิงปืนอัดลมล่าของรางวัล สมองคิดแผนการรวดเร็วพร้อมๆ กับที่คว้ามืออีกคนดึงให้เดินไปด้วยกัน “เห็นตุ๊กตานั่นไหม” ชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลอ่อนตัวใหญ่ยักษ์สูงประมาณสองเมตรที่นั่งถือหัวใจดวงโตสีแดงเขียนว่า ‘I❤U’ อยู่บนชั้นวางของรางวัลด้านหลัง ป้ายกระดาษแปะบนฟิวเจอร์บอร์ดที่อยู่ข้างๆ บอกให้รู้ว่ามันคือรางวัลที่หนึ่ง

“ทำไม”

“ผมจะเอามาให้คุณ”

“อย่าดีกว่าน่า เดี๋ยวแพ้ไปจะอายเด็กมันนะ” วิทยาว่าเพราะข้อแม้ของการเอาชนะคือยิงต้องยิงเป้าให้ได้100คะแนนโดยใช้ลูกกระสุนแค่สิบเอ็ดลูก นั่นหมายความว่าสิบนัดต้องเจาะกลางเป้าแบบพลาดได้แค่นัดเดียว

“เอางี้ เรามาพนันกันดีกว่า”

วิทยาไหวไหล่ “ว่ามา”

“ถ้าผมทำได้คืนนี้คุณต้องยอมตามใจผมทุกอย่าง”

“แต่ถ้านายทำไม่ได้ก็เท่ากับฉันชนะใช่ไหม งั้นฉันจะได้อะไรล่ะ”
“ผมก็จะยอมให้คุณทำอะไรกับผมก็ได้ไง”

วิทยานิ่วหน้าคิด ถึงจะฟังดูเสียเปรียบทั้งสองทางแต่วันนี้เขาจะยอมให้วันนึงละกัน “เอางั้นก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเล่นได้แค่ตาเดียวนะ พลาดคือจบ ตกลงไหม”

“ตามนั้น!” รติพัทธรับคำพร้อมกับดึงแบงค์ร้อยส่งให้อาแปะเจ้าของซุ้มมือปืนเป็นค่าเล่นเกมพร้อมกับแจ้งความจำนง

จังหวะเดียวกันนั้นเองที่ใครอีกคนก็ทำเช่นเดียวกัน

“รางวัลที่หนึ่ง แปะ”

รติพัทธเหลียวมองเสียงทุ้มที่คุ้นเคยก่อนจะอุทานลั่น “พี่ก้อง!”

“ไอ้นายน์!” ร่างสูงใบหน้าคมสันในชุดเครื่องแบบแบบเดียวกันร้องทักพลางเหลือบมองธนบัตรสีแดงในมืออีกฝ่าย “แกก็จะเล่นเหรอ”

“ขอโทษนะเฮียแต่งานนี้ผมขอนะ พอดีเดิมพันไว้สูง” เขาบอกกับรุ่นพี่ร่วมสถาบันและเจ้านายตามสายการบังคับบัญชา

ร้อยตำรวจเอกก้องภพเหลือบมองคนที่มาด้วยกันเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตารติพัทธเต็มที่ “เห็นทีทางนี้ก็ยอมไม่ได้ว่ะ”

“จะเอางั้นเหรอเฮีย บอกก่อนนะว่าในสนามผมไม่ออมมือให้หรอกนะ”

“แล้วไง” ก้องภพว่าพลางรับปืนอัดลมมาตรวจดูความเรียบร้อยและใส่ลูกกระสุน “ต่อให้ฉันไม่เล่น แต่ถ้าแกไม่มีปัญญาก็ทำไม่ได้อยู่ดีนี่นา ได้ข่าวว่าท่านมทบ.อนุมัติให้เล่นแค่ตาเดียวนี่”

“พูดอย่างกับของตัวเองมีเวลาทั้งคืน” รติพัทธเองก็ทำเช่นเดียวกันและยกปืนขึ้นเล็งไปยังเป้าวงกลมที่ถูกติดอยู่บนฝาหนังไกลออกไปราวห้าสิบเมตร

“ก็ไม่รู้สินะ” ก้องภพยกปืนขึ้นบ้าง “งั้นเรามาดวลกันทีละลูกไปให้เห็นกันจะๆ ไปเลยเป็นไง”

“ผมรับคำท้า”พูดจบรติพัทธก็เป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน เขาหลับตาลงข้างหนึ่งเพื่อเล็งเป้าก่อนจะกลั้นลมหายใจพร้อมกับลั่นไก

ลูกกระสุนอัดลมพุ่งออกจากปากกระบอกปืนเจาะเข้าตรงกลางเป้าสีแดงพอดิบพอดี เขาหันไปผายมือให้อีกฝ่าย

ก้องภพตอบโต้โดยการยิงสองนัดติดกันเข้าที่รูเดิมและหันไปยักคิ้วให้รุ่นน้องตัวดีที่ได้แต่กัดฟันกรอดแล้วยกปืนขึ้นอีกครั้ง

ถึงการดวลจะเป็นไปอย่างสูสีจนทั้งเด็กและผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่ผ่านไปมาเริ่มให้ความสนใจและมามุงดูพร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน

ทว่า ชายหนุ่มสองคนกลับปลีกตัวจากกลุ่มไทยมุงออกมาเงียบๆ และหันมามองหน้ากัน

“แล้วนี่นายไม่ต้องแต่งแบบคนอื่นเขาเหรอวี” วิทยาถามคนที่มากับรุ่นพี่ของรติพัทธ เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเสื้อผ้าลื่นสีดำขับให้ผิวที่ขาวซีดยิ่งดูเหมือนกระดาษและแนบเนื้อเห็นมัดกล้ามนิดๆ  ทั้งสองเรียนรุ่นเดียวกันแต่ยศวีร์ที่เรียนจบเฉพาะทางด้านนิติเวชวิทยามาเลือกจะไปสมัครอยู่ฝ่ายชันสูตรศพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“เขาให้แต่งเฉพาะฝ่ายสืบสวน ส่วนคนอื่นจะใส่อะไรก็ได้” ยศวีร์บอก “ว่าแต่คุณหนูแบบนายเถอะจิว มาเที่ยวงานวัดอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วย”

“ก็หมอนั่นชวน”

ยศวีร์พยักหน้าเขารู้มานานแล้วแฟนรติพัทธเป็นใครถึงจะไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครๆ รู้อย่างเป็นทางการแต่เวลาคุยกันก็มักจะแอบแทรกเรื่องของวิทยาให้ได้ยินเสมอๆ ไหนจะท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนนั่นอีกจนเขาแอบนึกสงสัยว่าคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากอย่างวิทยาทนได้ยังไง แต่ที่แปลกใจมากกว่าคือการที่เพื่อนของเขาจับเจ้าพ่อปลาไหลนี่อยู่หมัดน่ะสิ

“แล้วนายกับ...”

“เปล่า” ยศวีร์รีบตอบ “แค่บังเอิญเจอกันแล้วหมอนั่นอยากอวดฉันเลยจัดให้น่ะ ถ้าฉันชนะหมอนั่นต้องห้ามเข้ามายุ่มย่ามในห้องทำงานของฉัน”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน “มีคนกล้าแหย่เท้าเข้าไปในเขตหวงห้ามของนายด้วยเหรอ”

“ก็หมอนั่นน่ะแหละ ตัวดีเลย เช้าสายบ่ายเย็นไปเร่งผลชันสูตรเหยงๆ แถมยังชอบมายุ่มย่ามกับลูกๆ ของฉันด้วย” ยศวีร์พ่นลมออกจมูกก็พอดีกับที่เสียงเฮดังสนั่น

ทั้งสองหันไปมอง ดูเหมือนจะถึงนัดตัดสินแล้วและตอนนี้รติพัทธกับก้องภพก็คะแนนเสมอกันอยู่ที่ 100 คะแนน

“ตัดสินล่ะนะเฮีย” รติพัทธกระซิบ

เสียงปัง! จากปืนคนละกระบอกดังขึ้นแทบจะพร้อมๆ กันก่อนที่ ทั้งสองจะวางปืนลงบนโต๊ะแล้วหันมาสบตากันระหว่างที่รออาแปะเจ้าของร้านเดินเข้าไปเก็บป้ายคะแนนมาส่งให้ดูกันชัดๆ และประกาศให้ได้ยินโดยทั่วกัน

“110 กับ 109 คะแนน”

ก้องภพชูหมัดขึ้นในอากาศ ในขณะที่รติพัทธหน้าจ๋อยไปถนัดและเดินคอตกไปหาวิทยา

“เท่านี้นายก็ไม่มีสิทธิ์บ่นล่ะนะ” ก้องภพส่งของรางวัลให้ยศวีร์ที่กวาดตามองตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ยักษ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะอ้าแขนรับมาและเดินเอาไปให้รติพัทธ

“นายเอาไปเหอะ”

“เฮ้ย! มันเรื่องอะไร ฉันให้นายนะ”ก้องภพโวยวาย

“ฉันไม่ชอบอะไรที่มันมีขนปุยๆ น่ะ” ยศวีร์บอก “จับแล้วมันคันมือแปลกๆ เพราะฉะนั้นนายเอาไปเถอะ” หันไปยืนยันกับรติพัทธอีกครั้ง “109คะแนนมันก็ชนะเหมือนกันนี่ แต่ฉันแค่ขอเลือกของรางวัลเป็นอย่างอื่น”

“ขอบคุณครับพี่วี” รติพัทธรับมาแต่ก็ไม่รู้สึกดีใจสักนิด เพราะยังไงเขาก็แพ้ก้องภพอยู่ดี หนำซ้ำคนที่มาด้วยกันยังไม่มีท่าทียินดียินร้ายสักนิด

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะก็ชนะนี่” วิทยาถาม “หรือว่าเซ็งที่โดนเขาแย่งซีน”

“ก็ใช่น่ะสิ ผมอุตส่าห์ไปฟิตซ้อมมาทั้งอาทิตย์ ตั้งใจมาอวดคุณเต็มที่เลยนะ”

วิทยาขำในลำคอ “ที่แท้ก็วางแผนไว้แล้วนี่เอง”

รติพัทธยิ่งหน้างอหนักกว่าเก่า

วิทยาเหลือบตามองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเรียกเบาๆ “นายน์”

“ครับ”

“อ้ำ”

สิ้นเสียงผู้กองหนุ่มก็อ้าปากงับขนมที่ยื่นมาตรงหน้าไปโดยอัตโนมัติทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรก่อนจะร้องเสียงหลง “ระ... ร้อนนน” เขาอ้าปากระบายความร้อนเห็นเป็นละไอควันสีขาวจางๆ ลอยออกมา

“ค่อยๆ เคี้ยวสิ” วิทยาเอ็ดเบาๆ พลางดึงคอเสื้อคนตัวสูงกว่าให้หันมาและยกมือขึ้นช่วยพัด

เมื่อขนมในปากเริ่มเย็นลงรติพัทธก็เริ่มรับรู้ได้ถึงรสหวานมันของกะทิสดกับกลิ่นจางๆ ของต้นหอม เขาเหลือบมองกระทงใบตองใส่ขนมในมือเรียวที่อีกฝ่ายอุตส่าห์เดินย้อนกลับไปซื้อมาจากเจ้าอร่อยที่นุชนันท์แนะนำ

“มองอะไร” วิทยาถามเพราะอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเขาเขม็ง “คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะทำแบบนี้

“ก็ใช่น่ะสิครับ คุณเล่นมาจู่โจมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ผมตั้งรับไม่ทันนะ หัวใจนี่เต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอกนะรู้ไหม” พร้อมกับยกมือขึ้นตรงหน้าอกทำท่าประกอบ

“แล้วมีความสุขไหม”

“สุดๆ เลย”

“ชอบไหม”

“เรียกว่ารักเลยดีกว่า”

“ทำไมล่ะ ในเมื่อมันไม่ได้เป็นไปตามแผนของนายสักหน่อย”
รติพัทธถึงบางอ้อในที่สุด เขาสบตาอีกฝ่ายอยู่อึดใจก่อนจะกระซิบคำตอบที่ปรากฏอยู่ในใจ “เพราะเป็นคุณ”

...ไม่สำคัญว่าจะทำอะไร ไม่สำคัญว่ามันจะดีหรือร้ายแค่ไหน แต่มันสำคัญตรงที่ ‘มากับใคร’ และนั่นต่างหากคือความสุขที่แท้จริง...

“เหมือนกัน” หนุ่มหน้าตี๋ยิ้มบาง “เอาอีกไหม”

“ครับ”

“ฉันเห็นมันอร่อยดีเลยอยากให้นายกินด้วย แล้วตอนที่อุ้มให้ฉันกินนายก็จ้องเขม็งท่าทางอยากกินนี่”

รติพัทธคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ที่ผมมอง ผมไม่ได้อยากกินขนมครกสักหน่อย”

“อ้าว แล้วนายอยากกินอะไรล่ะ”

“นี่” ผู้กองหนุ่มตอบพลางแตะปลายนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากล่างของคนตรงหน้าก่อนจะเกลี่ยเช็ดเศษขนมที่ติดอยู่แล้วดึงกลับมาแตะริมฝีปากตัวเอง “ขอแบบนี้กลับบ้านที่นึงได้ไหมครับ”

“ทะลึ่ง!” วิทยาว่าพร้อมกับฟาดเข้าที่แขนล่ำๆ นั่นครั้งหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีจนรติพัทธต้องรีบแบกตุ๊กตาหมีวิ่งเหยาะๆ เพื่อตามให้ทัน

“รอด้วยสิคุณ” ในที่สุดเขาก็ตามทันเมื่อร่างโปร่งหยุดยืนมองวงล้อขนาดใหญ่ประดับไฟหลากสีที่กำลังหมุนไปช้าๆ ตามจังหวะเพลง “ชิงช้าสวรรค์... ขึ้นไหม”

“ไม่เอาหรอก ฉันเคยขึ้น London eye มาแล้ว แค่เห็นมันติดไฟสวยดีเลยหยุดมองน่ะ”

“แต่อันนี้ไม่เหมือนกันสักหน่อย”

“ไม่เหมือนตรงไหน”

“ตรงที่มีผมไง มาเร็ว” พร้อมกับคว้ามือดึงให้เดินไปเข้าแถวต่อคิว

แก้มขาวซับสีเสือดฝาดจางๆ เมื่อกวาดตามองไปรอบตัวเห็นมีแต่เด็กตัวเล็กตัวน้อย จะมีผู้ใหญ่บ้างก็แค่ไม่กี่คนที่มานั่งเป็นเพื่อนลูก  แต่คนที่มาด้วยกันดูท่าจะไม่สนใจแม้คนคุมกระเช้าจะมองด้วยสายแปลกๆ ที่ผู้ชายตัวโตสองคนขึ้นไปด้วยกันหนำซ้ำยังหนีบตุ๊กตาหมีตัวเท่าบ้านมาอีกหนึ่งตัว



(ต่อข้างล่างค่ะ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-03-2016 00:28:09 โดย leGGyDan »

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #612 เมื่อ14-03-2016 22:48:13 »

(ต่อตรงนี้)


ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกันในกระเช้า

“วิวสวยเนอะ” รติพัทธแกล้งพูด เมื่อคนที่ปากบอกว่าไม่อยากขึ้นเอาแต่มองออกไปข้างนอกตาเป็นประกายเมื่อกระเช้าค่อยๆ ไต่ความสูงขึ้นไปในอากาศเห็นบรรยากาศภายในงานโดยรอบชัดเจนโดยไม่มีอะไรมาบดบัง และแม้จะอยู่ท่ามกลางตึกที่สูงระฟ้าแต่ดวงดาราก็ยังกะพริบแสงสู้ไฟนีออนเห็นจุดแสงสีทองวับแวบอยู่บนพื้นสีกำมะหยี่

“อือ” ตอบโดยไม่หันมามอง

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง รติพัทธแกล้งทำเป็นชะเง้อคอมองตามออกไปอย่างสนอกสนใจก่อนจะตีเนียนลุกย้ายมานั่งข้างๆ กัน

“อะไรเนี่ย! กลับไปนั่งฝั่งโน้นเลยนะมันเอียงแล้วเห็นไหม” วิทยาเอ็ดพลางกระเถิบตัวหนี

“อยู่นิ่งๆ สิคุณเดี๋ยวก็ตกหรอก” รติพัทธว่าพลางเอื้อมมือโอบรอบไหล่ร่างโปร่งให้นั่งนิ่งๆ เพราะกระเช้าเริ่มแกว่งแรงขึ้นทุกที

วิทยานั่งตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนแกร่งเพราะวัสดุที่ทำแอบดูเก่า มีสนิมเกาะเขรอะและตามข้อต่อก็ส่งเสียงร้องดังเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุก จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่เขาไม่ชินนี่นา

เมื่ออีกฝ่ายนิ่งไปรติพัทธจึงลดมือลงประคองหลวมๆ ไว้ที่รอบเอว และชวนคุยเรื่อยๆ “ขนมครกหมดแล้วเหรอ”

“ยัง” วิทยาบอกพลางยกกระทงใบตองในมือขึ้นตรงหน้า

“ผมไม่กินแล้ว คุณกินสิ”

“ทำไมล่ะ นี่ชิ้นสุดท้ายแล้วนะหมดแล้วหมดเลยฉันไม่เดินไปซื้อให้ใหม่หรอกนะ”

“คุณไม่เคยได้ยินเหรอว่าชิ้นสุดท้ายแฟนหล่อ คุณกินผมจะได้หล่อ”

หนุ่มหน้าตี๋ย่นปาก “งั้นทิ้งไปดีกว่า” พร้อมทั้งทำท่าจะโยนทิ้ง ผู้กองหนุ่มจึงต้องรีบคว้ามือหมับ

“อย่านะคุณเสียดายของ”

“ก็ฉันไม่กินนี่”

“งั้นคนละครึ่งนะ”

“ไม่!”

“ไม่เป็นไร งั้นผมกินเองก็ได้ ผมกินคุณก็หล่อ”

หนุ่มหน้าตี๋เอียงคอมองคนตรงหน้าที่ยัดขนมครกใส่ปากทั้งชิ้นแล้วเคี้ยวหยับๆ อยู่อึดใจ “ถามจริง มีอะไรหรือเปล่าทำไมวันนี้นายดู ‘พยายาม’ แปลกๆ แล้วก็เล่นมุกอะไรตลอดเลย”

“ไม่ขำเหรอ”

วิทยาส่ายหน้า

ผู้กองหนุ่มผ่อนลมหายใจออกจมูก “ว่าแล้วเชียววิธีนี้ใช้กับคุณไม่ได้ผลจริงๆ ด้วย... ผมแค่อยากเห็นคุณยิ้มน่ะ”

“หมายความว่าไง ฉันก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรนี่ หรือว่าหน้าตาฉันมัน...”

“ผมไม่ได้ว่าคุณนะ” รติพัทธรีบพูด “ผมรู้คุณสนุก ผมเห็นคุณยิ้ม คุณหัวเราะ”

“แล้วนายยังต้องการอะไรอีก”

“ต้องการเป็นเหตุผลของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั่นไง” รติพัทธบอก “คุณหัวเราะกับพี่อุ้ม คุณยิ้มกับพี่วี คุณมีความสุขกับขนม แต่ไม่มีอันไหนเลยที่เป็นเพราะผม... แม้แต่ตุ๊กตาหมีนี่ก็... ขอโทษนะที่ผมคิดอะไรไร้สาระ”

“มากด้วย” วิทยาว่า “ถ้าปืนมาก็คงพาลมันด้วยอีกคนใช่ไหม”

“ผมขอโทษ”

ความเงียบอึดอัดโรยตัวลงมาพร้อมๆ กับกระเช้าที่ขยับไปอย่างเชื่องช้า วิทยาไม่ได้โกรธคนตรงหน้า อันที่จริงเขาแค่ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจ

นัยน์ตาเล็กตี่เหลือบมองตุ๊กตาหมีที่นั่งตาแป๋วมองพวกเขาอยู่ตรงข้ามราวกับจะให้กำลังใจก่อนจะละสายตากลับมายังคนที่นั่งอยู่เคียงข้าง ฝ่ามืออุ่นประคองหลวมๆ อยู่รอบเอว ใบหน้าด้านข้างเห็นเพียงเลือนลางเมื่อแสงไฟจางด้านนอกเริ่มน้อยลงเพราะกระเช้าเคลื่อนตัวขึ้นจนเกือบถึงจุดสูงสุด

เขาขยับเข้าไปใกล้เพื่อดูหน้าอีกฝ่ายให้ชัดอยากรู้ว่ากำลังทำหน้าแบบไหน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เจ้าตัวชอบใช้ประจำลอยมาแตะจมูก วิทยาขยับตัวอีกครั้ง แต่เขาคงจะขยับตัวมากไปหน่อยเมื่อปลายจมูกแตะลงข้างแก้มจนอีกฝ่ายสะดุ้งเบาๆ และเหลียวมามอง

“คุณ”

“เงียบสิ” วิทยากระซิบ นัยน์ตาเล็กตี่กวาดมองสีหน้าตกประหม่าของอีกฝ่ายอยู่อึดใจก่อนจะยกมือขึ้นคว้าคอเสื้อพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้อีกครั้ง

ภายใต้แสงสลัวของจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า รติพัทธเห็นเพียงเงาของคนที่อยู่ข้างๆ ทาบทับลงบนตัวก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจะประทับลงบนหน้าผากและกดจูบซ้ำๆ ราวกับจะย้ำให้แน่ใจ ก่อนจะถอนออกหากยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากปลายสันจมูกโด่งที่ไล้ไปตามผิวแก้มก่อนที่เจ้าตัวจะฝังใบหน้าลงข้างซอกคอ

“คุณ” ผู้กองหนุ่มกระซิบกับเรือนผมที่คลอเคลียอยู่ปลายจมูก เมื่อคนข้างๆ ขยับซุกหน้าพร้อมกับสอดแขนเข้ารอบเอวเบียดตัวแนบกับอกกว้าง

“ไม่ห็นต้องทำอะไรเลย แค่อยู่เฉยๆ แล้วให้ฉันกอดไปเงียบๆ ก็พอ” วิทยาบอก และเขาต้องการแค่นั้นจริงๆ แค่ได้อยู่ข้างๆ กันแบบนี้ก็พอแล้ว

ผู้กองหนุ่มนั่งตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ หัวใจเต้นแรง ไม่เคยมีใครทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้ ผู้ชายที่คาดเดาอะไรไม่ได้และเพราะแบบนี้แหละเขาถึงกลายเป็นเสือสิ้นลาย เหมือนลูกไก่ในกำมือจะบีบก็ตายจะคลายก็ไม่มีแรงคลานหนีไปไหนอยู่ดี

“กอดได้ไหม” พร้อมกับยกมือขึ้นแตะที่กลางหลัง

“ก็บอกให้นั่งเฉยๆ”

เสียงเอ็ดเบาๆ ทำเอารติพัทธวางมือกลับลงบนตักแทบไม่ทัน
วิทยาหลุดขำออกมาเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นแตะริมฝีปากที่แนวกรามก่อนจะซุกหน้าลงบนบ่าตามเดิม “แค่กอดอย่างเดียวนะ”

มือใหญ่โอบเข้ารอบเอวแทบจะทันทีที่สิ้นคำอนุญาต พร้อมกับวางมือข้างหนึ่งลงบนศีรษะ สอดเข้าใต้เรือนผมนุ่มพลางลูบไล้เบาๆ

นึกอยากให้เวลาเดินช้าลงสักร้อยพันเท่า แต่มันคงเป็นไม่ได้เมื่อกระเช้าเริ่มไต่ระดับลงต่ำเรื่อยๆ

“ปล่อยได้แล้วมั้งครับ เดี๋ยวคนอื่นเห็นนะ”

“ช่างเขาสิ” วิทยาว่า “ไหนว่าแฟนหวงไม่ใช่เหรอ แล้วยังกล้าไปก้อร่อก้อติกกับสาวๆ อีก”

รติพัทธตาโต “เห็นด้วยเหรอครับ”

“ฉันแค่ตาตี่นะไม่ได้ตาบอดสักหน่อย เด่นซะขนาดนั้น” หนุ่มหน้าตี๋คว้ามือใหญ่ที่ขยุ้มอยู่บนศีรษะตนลงมาวางบนตักแล้ววางมือของตนทับ ถึงจะดูบอบบางกว่าแต่ขนาดก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ “นายชอบคนตัวเล็กๆ ขาวๆ ที่อายุน้อยกว่าสินะ”

“จู่ๆ ก็พูดเรื่องอะไรเนี่ย”

“น้องแม็กซ์นั่นก็ตัวเล็กเหมือนลูกกระต่าย”

“นั่นแกล้งจีบเพราะไปทำคดีครับ”

“สาวๆ กลุ่มเมื่อกี้ก็เหมือนลูกนก หยิกแกมหยอกกันน่ารักเชียว”

“นั่นน้องเขาแค่มาขอถ่ายรูปด้วย”

“น่าเบื่อชะมัด”

“ตกลงอยากจะพูดอะไรกันแน่ครับ หึง?” คุณหมอหนุ่มสอดเรียวนิ้วเข้าระหว่างนิ้วใหญ่แล้วกุมไว้ “ฉันก็ขาวนะ ตัวไม่เล็กแต่ก็กอดเต็มมือ แต่เรื่องอายุนี่ฉันคงโกงให้ไม่ได้จริงๆ”

“แก่กว่านี้ก็รักครับ” รติพัทธขโมยหอมแก้มไปอีกครั้งพร้อมกับสะกิดไหล่ “เดี๋ยวชิงช้าจะถึงพื้นแล้วเราเตรียมลงกันเถอะ ชักช้าเดี๋ยวไอ้หนุ่มนั่นจะบ่นเอา”

“เขาไม่กล้าบ่นหรอก” วิทยาว่า “เพราะฉันแถมไปอีกห้าร้อย ค่าขึ้นกระเช้าคนละยี่สิบใช่ไหม ฉันยังนั่งได้อีก12รอบครึ่งเชียวนะ”
“คุณนี่มันจริงๆ เลย”

“ก็มันร้อนนี่ ชุดก็หนา ขี้เกียจเดินแล้วด้วย วันนี้ก็ยุ่งเดินจนขาแทบหลุดแล้ว อุตส่าห์ได้หยุดทั้งทีฉันก็แค่อยากนั่งสบายๆ ให้นายกอดแบบนี้... ไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงที่อ่อนลงพร้อมกับนัยน์ตาเล็กที่ตวัดมองขึ้นมาอย่างออดอ้อนทำเอาคนที่กอดอยู่เผลอกดริมฝีปากเข้าข้างแก้มไปฟอดใหญ่

“แล้วทำไมคุณไม่บอกผมล่ะ ผมก็หลงคิดวางแผนนู่นนี่นั่นซะมากมาย เพราะแทบไม่เคยพาคุณไปเที่ยวไหนเลยก็กลัวจะเบื่อ”

“ฉันจำไม่ได้นะว่าเคยบ่นสักคำว่าเบื่อน่ะ มีแต่นายน่ะแหละที่ชอบคิดเองเออเอง”

“งั้นกลับบ้านกันไหมครับ”

“แต่นายยังพาฉันเดินไม่ทั่วงานเลยนะ เดี๋ยวไม่เป็นไปตามแผนก็มาบ่นฉันอีก”

ผู้กองหนุ่มหัวเราะลงคอพร้อมกับบิดจมูกคนช่างย้อนครั้งหนึ่ง “เรื่องนั้นช่างมันเถอะครับ กลับกันเถอะ”

ทั้งสองกลับมายืนบนถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนอีกครั้ง รติพัทธเอาเจ้าหมียักษ์เข้าข้างเอวเพื่อถือให้ถนัด ชักรู้สึกว่าคิดผิดนิดๆ ที่ไปชนะเดิมพันเอาเจ้าตัวนี้มา

“คุณจอดรถไว้ที่ไหนผมจะเดินไปส่ง”

“ฉันไม่ได้เอามา”

“แล้วคุณมายังไง”

“โบกแท๊กซี่จากบ้านมาต่อสถานีรถไฟฟ้า แล้วก็เดินมา” วิทยาอธิบายการเดินทางของตน “ก็รถมันติดนี่นา ฉันไม่รู้จะจอดรถตรงไหน แล้วก็...” จู่ๆ แก้มขาวแต้มสีเข้มขึ้นเล็กน้อยจนรติพัทธนึกประหลาดใจแต่พอวิทยาต่อประโยคจนจบก็กลับกลายเป็นเขาเองที่เขินจนแทบมุดดินหนี “วันนี้นายไม่ได้ตั้งใจจะไปส่งฉันที่ห้องหรอกเหรอ... พรุ่งนี้ฉันหยุดนะ”

“คุณ!” รติพัทธพูดเพียงเท่านั้นแล้วคว้าข้อมือบางก่อนจะดึงจนตัวปลิวทำให้วิทยาต้องออกวิ่งเหยาะๆ เพื่อตามให้ทัน

“ช้าๆ ก็ได้จะรีบร้อนไปไหนเนี่ย”

“กลับบ้าน”

“รู้แล้ว ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนี้เลย”

“ก็ผมอยากกอดคุณ และผมจะไม่รออะไรอีกแล้ว!”

OOOOOO

“ใจเย็นๆ สิขอฉันถอดเสื้อก่อน” คุณหมอหนุ่มดุคนที่แทบจะอุ้มเขาขึ้นมาถึงห้อง และพอเปิดประตูเข้ามาได้ก็ระดมจูบใส่ไปทั่วโดยไม่ยอมให้หยุดพักหายใจหายคอ

“มาถึงขนาดนี้แล้วใครมันจะไปเย็นลงล่ะครับ” ไม่พูดเปล่ายังสอดมือใหญ่เข้าใต้ขอบโจงกระเบน ทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนคนที่ถูกสัมผัสสะดุ้งเฮือกเผลอฟาดเข้าที่ต้นเแขนล่ำๆ นั่นไปครั้งหนึ่ง

“นายน์!”

เสียงที่เข้มขึ้นทันทีทำเอาผู้กองหนุ่มหน้าจ๋อยไปถนัด “นั่นสินะ ชุดนี้คุณเช่ามานี่นา ถ้าเปื้อนไปล่ะแย่เลย”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเสียหน่อย”

คิ้วเข้มย่นเข้าหากันและโดยไม่ทันตั้งตัว มือเรียวยันเข้าที่กลางอก ผลักร่างสูงให้หงายหลังล้มลงนอนแผ่หราบนเตียง ก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวตามขึ้นมาคุกเข่าคร่อมอยู่บนปลายขา

“ฉันแค่อยากจะชวนอาบน้ำด้วยกันก่อน แต่ถ้านายไม่แคร์ว่าจะเหม็นเหงื่อฉันก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ”

ยังไม่ทันจะกะพริบตา เสื้อตัวนอกก็ถูกถอดออกโยนลงมากองข้างตัว นัยน์ตาของผู้กองหนุ่มพราวระยับและกวาดไล่ไปทั่วเรือนร่างขาวเนียนที่ทาบทับอยู่บนตัว

“เหล้าก็ไม่ได้กินแท้ๆ แต่ทำไมวันนี้ทำตัวน่ารักจัง”

“แล้วไม่ชอบเหรอ”

“ไม่ครับ”

“เอ๊ะ...”

คำตอบจริงจังทำเอาวิทยาหน้าเจื่อนไปถนัด เมื่อคนที่นอนอยู่คว้าเข้าที่หัวไหล่แล้วพลิกกลับเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมไว้แทน

“ไม่ปฏิเสธ” รติพัทธต่อคำพูดสุดท้ายจนจบแล้วก้มลงปิดปากคนที่นอนยั่วยิ้มอยู่ข้างล่าง
...

...

...

“หนัก”

เสียงอู้อี้ที่ดังมาจากคนที่นอนอยู่ใต้ร่างทำให้ผู้กองหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย หากยังไม่ยอมเปลี่ยนอิริยาบทและสอดแขนกอดแน่นขึ้นอีก

“ขอผมอยู่แบบนี้อีกแป๊บไม่ได้เหรอ”

วิทยาทั้งตีทั้งข่วนเข้าที่แผ่นหลังก่อนจะรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือพยายามดันอกคนตัวโตกว่าออกไป แต่ยิ่งผลักแรงเท่าใดคนที่กอดไว้ยิ่งรัดวงแขนแน่นซ้ำยังแกล้งซุกไซร้ลงบนหน้าอกที่เจ้าตัวฝากร่องรอยไว้เต็มไปหมด

“นายน์ ฉันหายใจไม่ออก”

เมื่อเสียงคนที่อยู่ข้างล่างเหมือนจะเริ่มขาดใจจริงๆ ผู้กองหนุ่มจึงยอมพลิกตัวกลับพร้อมทั้งดึงร่างเขาตามขึ้นมานอนทับอยู่บนแผงอกกว้าง รู้สึกไม่เสียชาติเกิดที่เข้ายิมเน้นกล้ามอกเป็นพิเศษ เพราะถึงไม่เคยเอ่ยให้ได้ยินแต่เขาสังเกตได้ว่าคนรักของเขาชอบที่จะหนุนนอนแทนหมอนจนหลับไปทุกคืน

วันนี้ก็เช่นกัน ทั้งที่บ่นว่าอึดอัด แต่พอได้พลิกมาอยู่ข้างบนกลับเป็นฝ่ายก่ายเกยขึ้นมาบนตัวเขาเต็มที่ ทิ้งศีรษะซุกไว้แถวๆ แนวไหปลาร้า แล้วแกล้งปล่อยให้เขาอดทนกับเรือนผมนุ่มที่คลอเคลียอยู่ปลายจมูกกับลมหายใจอุ่นที่รดลงเหนือยอดอกพอดิบพอดี

“ไม่ร้อน ไม่อึดอัดแล้วนะครับ”

ศีรษะที่ประกอบด้วยเรือนผมสีน้ำตาลทองขยับเบาๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนที่เสียงทุ้มจะกระซิบตอบกลับมา “หนาว”

รติพัทธหัวเราะหึอย่างเอ็นดู ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ถึงต้นคอแล้วกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีก “ดีขึ้นไหมครับ”

“อือ”

“ให้กี่คะแนน”

“ยังไม่เลิกถามอีก”

“ไหนๆ วันนี้ก็เลือกมาทางนี้แล้ว เห็นทีผมต้องเอาให้สุด ว่าไงครับ ตกลงผมได้กี่คะแนน”

“สิบ”

“จริงอะ”

“จริงสิ แต่คะแนนเต็มร้อยนะ”

“ปากดีจัง แฟนใครเนี่ย” แล้วรติพัทธก็ก้มลงงับข้างหูครั้งหนึ่งข้อหาหมั่นไส้ “แล้วเมื่อกี้ใครกันนะ ที่กอดผมซะแน่นเลยน่ะ หืมมม ตอบมาสิครับ”

“อ้าว นี่คบกันมาตั้งนานฉันไม่เคยบอกนายเหรอว่าจบเอกแพทยศาสตร์ โทการแสดงน่ะ”

“ดูพูดเข้า”

“ก็จริงๆ นี่ไม่งั้นฉันจะเล่นละครหลอกเป็นเพื่อนกับใครคนหนึ่งมาได้ตั้งเกือบยี่สิบปีเหรอ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ คุณกำลังเล่นละครหลอกว่ารักผมอยู่หรือเปล่า” ถามพลางไล้ปลายนิ้วเบาๆ ไปบนแก้มนิ่มราวกับจะตัดพ้อ

หนุ่มหน้าตี๋ตะแคงหน้าขึ้นมามอง “แล้วนายคิดว่าไงล่ะ”

“ไม่เอาหรอก ผมไม่อยากคิดเองเออเอง คุณบอกมาเลยดีกว่า”
วิทยาเงียบไปอึดใจ “นายถามว่าต้องทำยังไงฉันถึงจะให้คะแนนเต็มใช่ไหม งั้นลองทายดูสิ ถ้าทายถูกนายก็จะรู้คำตอบเอง”

รติพัทธย่นปากครุ่นคิดอยู่อึดใจ “ไม่พูดมากแล้วยอมให้คุณกอดเฉยๆ”

“แปดคะแนน”

“งั้นจูบอะ”

“ห้าคะแนน”

“บอกรักคุณทุกวัน”

“สามคะแนน”

“เอ้า! ไหงยิ่งทายคะแนนยิ่งลดละคุณ แกล้งกันหรือเปล่าเนี่ย”

“ช่วยไม่ได้ ก็นายทายไม่ถูกเอง”

“ไม่เอาผมไม่ทายแล้วคุณเฉลยมาเลยดีกว่า”

“ไปเอาน้ำให้หน่อย”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง “แล้ว...”

“ก็แค่นั้นแหละ ไปเอาน้ำให้หน่อย ฉันคอแห้งไปหมดแล้วเนี่ย”

“มันน่าตีจริงๆ เชียว” แล้วผู้กองหนุ่มก็ลงโทษด้วยการใช้ริมฝีปากตีแรงๆ เข้าที่กลางหน้าผากครั้งหนึ่ง “เอาน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นครับ”

วิทยาหลับตารับรอยจูบก่อนจะพลิกตัวลงนอนบนหมอนอีกใบ “น้ำเย็น” แล้วเฝ้ามองดูร่างสูงลุกขึ้นพันผ้าเช็ดตัวเข้ารอบเอวก่อนจะเดินออกประตูห้องนอนไป

“ใส่น้ำแข็งมาด้วยนะ”

“รับทราบคร้าบบบ” รติพัทธหยิบแก้วทรงสูงจากชั้นวางแล้วดึงประตูตู้เย็นเปิดออก

เขาเอื้อมมือเข้าไปควานหาถาดใส่น้ำแข็ง กำลังจะบิดมันออกมาจากบล๊อกเมื่อสังเกตเห็นว่ามันถูกทำให้เป็นรอยตัวอักษรภาษาอังกฤษบนผิวหน้าน้ำแข็ง ช่องละ 1 ตัวอักษร

ผู้กองหนุ่มมองกลับไปยังทางที่ทอดนำสู่ห้องนอน ก่อนจะหยักยิ้มมุมปากครั้งหนึ่งแล้วยกถาดน้ำแข็งขึ้นส่องกับแสงไฟเพื่อดูข้อความให้ชัด

T-E-R-R-A-C-E

“ระเบียง?” เมื่อได้คำตอบก็แกะน้ำแข็งใส่แก้วจนเต็มแล้วเดินออกไปตามคำใบ้ นึกสนุกว่าวิทยาวางแผนอะไรไว้นี่เอง... ถึงว่าสิ ปกติต้องไปคอนโดเขาแต่วันนี้กลับยืนกรานจะกลับมาห้องตัวเอง

ร่างสูงดันบานประตูเลื่อนเปิดออกแล้วกวาดตามองไปรอบๆ ระเบียงแคบๆ เพียงแค่อึดใจเขาเห็นขวดแก้วใบหนึ่งวางแอบไว้ตรงมุมในสุด

 ถึงตรงนี้ก็อดจะหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้ ด้วยว่ามันเป็นแบล็ค เลเบิล หนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เขาโปรดปรานมากที่สุด

“รู้ใจซะด้วยนะว่าชอบกินกับน้ำแข็งเยอะๆ”

ผู้กองหนุ่มหยิบขวดเหล้าเดินกลับเข้ามาในห้องและเปิดเทลงไปแบบเพียวๆ ใช้ปลายนิ้วคนเบาๆ ให้เข้ากัน ก่อนจะยกขึ้นจิบ พลันสายตาเหลือบไปเห็นฉลากใบน้อยที่ห้อยอยู่ตรงคอขวดเหมือนจะเขียนอะไรไว้จึงจับพลิกดู

ลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้ดีเขียนไว้ว่า

เลิกกินแล้วเดินไปเอากับแกล้มในตู้มาด้วย

“นี่เป็นญาติฝ่ายไหนกับริวจิตสัมผัสหรือเปล่าเนี่ย”

รติพัทธเดินกลับไปในครัวและเปิดชั้นวางของทีละตู้ ๆ แต่ก็ไม่เจออะไรสักอย่าง เขาพลิกฉลากใบนั้นมาอ่านอีกครั้ง

“ฉลาก... label?... หรือมันจะเป็นคำใบ้... ของอยู่ใน ‘ตู้’... Black label... หมายถึงตู้หรือกล่องอะไรสีดำเหรอ”

เขากวาดตามองไปรอบๆ อีกครั้ง และเจอสิ่งที่ตามหาทันที ถึงจะดูไม่น่าใช่แต่มันก็มีลักษณะตรงกับคำใบ้พอดี

รติพัทธเดินไปนั่งยองๆ ลงหน้าตู้อบขนมที่อยู่ใต้เตาไฟฟ้า และดึงฝาเปิดออก

แล้วคำตอบที่ตามหาก็วางอยู่ข้างใน

เขายิ้มกว้างอย่างควบคุมไม่ได้

มีการ์ดใบเล็กวางไว้ด้านข้าง  มันเป็นแค่กระดาษโน้ตสีขาวเรียบๆ หากตัวอักษรที่เขียนไว้มีความหมายมากมายนัก

Happy Birthday
(อย่ามัวแต่ยิ้ม ไม่ต้องเชลฟี่ แล้วรีบกลับมาที่เตียงได้แล้ว)

อ่านจบ มือใหญ่ก็ค่อยประคองถาดใส่เค้กครีมสดที่ใครบางคนซ่อนเอาไว้ออกมา หนีบขวดเหล้าไว้ที่ข้างแขนแล้วหยิบแก้วใส่น้ำแข็งเดินกลับไปที่ห้องนอน

“เล่นอะไรครับเนี่ย”

ยิ้มจนตาหยีได้พอๆ กับหนุ่มเชื้อสายจีนที่นั่งอมยิ้มอยู่บนเตียง ในมือถือกุหลาบแดงดอกโตไว้หนึ่งดอก แต่กลีบและใบของมันแห้งกรอบจนออกสีน้ำตาล

“หายไปนานจัง นึกว่าจะคิดไม่ออกซะแล้ว”

ผู้กองหนุ่มวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วนั่งลงเคียงข้าง “ขอบคุณนะครับที่ยังจำกันได้”

“ฉันจะลืมวันเกิดนายได้ยังไง แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ร้องเพลงให้เด็ดขาด” วิทยาว่า

“แล้วกุหลาบดอกนั้นล่ะครับ นั่นที่ผมให้เมื่อตอนวาเลนไทน์หรือเปล่า”

คุณหมอหนุ่มพยักหน้า

“แล้วเอาออกมาทำไมครับ”

“ก็นอกจากจะเป็นวันเกิดนายแล้ววันนี้ยังเป็นวันไวท์เดย์ด้วยนี่นา อะ! เอาไปสิ”

“ตามธรรมเนียมเขาให้ให้ของขวัญคืนกับคนที่ให้ครับ ไม่ใช่ให้คืนของขวัญ”

“แต่ไหนๆ ฉันก็เอามาแล้วนายก็รับไปเถอะน่า”

เพราะรอยยิ้มเขินที่กว้างไปถึงตาทำให้เขาไร้สิ้นถ้อยคำจะขัดขืน รติพัทธยื่นมือออกไปตรงหน้าส่งดอกกุหลาบคืนมาพร้อมกับที่มือเรียวปล่อยวัตถุสีเงินไหลตามก้านกุหลาบลงมาใส่มือ

หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก เขามองแหวนเงินสองวงในมืออย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าเต็มที่ “มันคืออะไรครับ”

“อ้าว ไม่รู้จักแหวนเหรอ” แล้วแก้มขาวก็แต้มสีแดงระเรื่อก่อนจะเห่อลามไปจนถึงใบหู

“ผมรู้ครับว่ามันเป็นแหวน แต่ว่ามันมีสองวง แถมยังคนละขนาด แบบนี้มันมีความหมายพิเศษอะไรหรือเปล่าครับ”

“จะมีความหมายพิเศษอะไรล่ะ ก็แค่แหวน” วิทยาว่า “แต่ถ้านายอยากให้มีก็ใส่สิ” ไม่พูดเปล่ายังยื่นมือของตนออกมาตรงหน้า

รติพัทธหยิบแหวนวงที่เล็กกว่าขึ้นมาสอดผ่านเข้าไปในเรียวนิ้วนาง

“ทำไมถึงใส่นิ้วนั้น”

“เหตุผลเดียวกับที่คุณส่งมือซ้ายให้ผมแหละครับ” พร้อมกับกดริมฝีปากย้ำลงไปบนหลังมือครั้งหนึ่ง “ใส่ให้ผมบ้างสิ”

วิทยาใส่แหวนให้อีกฝ่ายที่ตำแหน่งเดียวกัน “ใส่แล้วห้ามถอดนะ”

“นี่คือการใส่ปลอกคอให้ผมเหรอครับ” ปากแซวไปอย่างนั้นทั้งที่ใบหน้าระบายยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง

“ใครๆ จะได้รู้ไงว่านายมีเจ้าของ แล้วเจ้าตัวก็จะได้รู้ตัวด้วยว่าไม่ควรหนีไปเพ่นพ่านที่ไหนอีก”

เขามองกวาดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกท่วมท้น และมันไม่ใช่แค่คำว่าความสุข แต่เขาก็ไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำไหนมาอธิบายได้ดีว่านี้อีกแล้ว “จิว รักนะครับ”

“คนเดียวด้วยนะ”

“ครับ”

นัยน์ตาเล็กตี่เหลือบดูคนที่มองเขาตาไม่กะพริบ รู้ดีว่ารติพัทธกำลังรออะไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายพูดคำนั้นออกมาแล้ว ถ้าพูดตามก็เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาว่าเลียนแบบสินะ “แล้วตกลงรู้หรือยังว่าต้องทำอะไรถึงจะได้คะแนนเต็ม”

รติพัทธส่ายหน้าเบาๆ ครั้งหนึ่ง

“งั้นจะบอกให้ก็ได้” วิทยาบอกพลางชูสองแขนขึ้นพาดบนบ่ากว้างของคนตรงหน้า “ก็ทำทุกอย่างที่นายว่ามาไงล่ะ”

“แล้วเค้กล่ะครับ” รติพัทธแสร้งทำเป็นลังเล

“โตแล้วก็หัดคิดเองบ้างสิ ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง หรือว่า...” แล้วใช้ปลายนิ้วปาดครีมสดบนหน้าเค้กแตะลงบนริมฝีปาก “ถ้านายอยากจะกินพร้อมๆ กันฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ”

The End


Talk
ทันวันwhite day แบบฉิวเฉียด! (ปรบมือให้เค้าหน่อยยยย~)
สำหรับแม่ยกคู่ นายน์×จิว โดยเฉพาะหวังว่าจะถูกใจทุกคนนะคะ

ปล.เราเปิดเรื่องใหม่แล้วนะ เป็นภาคต่อของ ER (เน้นว่าภาคต่อไม่ใช่ภาคสอง พระ-นาย คู่ใหม่นะคะ)
ลองแวะเวียนไปเยี่ยมชมกันได้น้าาาาา❤
Text_book
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-03-2016 00:26:28 โดย leGGyDan »

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #613 เมื่อ14-03-2016 22:58:51 »

 :z13:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #614 เมื่อ14-03-2016 23:09:27 »

 :pig4:

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-0
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #615 เมื่อ15-03-2016 00:23:26 »

ทำไมรู้สึกว่า หวานกว่าคู่หลักมากเลย ชอบมากเลยค่า  ละมุนและนุ่มนวล

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #616 เมื่อ15-03-2016 02:49:23 »

ดูร้อนแรงมากๆคู่นี้

ออฟไลน์ May@love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 828
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-2
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #617 เมื่อ16-03-2016 11:28:15 »

หวานมากกกกก
ดีใจกับจิวที่มีความสุข :L1:

ออฟไลน์ QXanth139

  • ♡동해 #Always13
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #618 เมื่อ17-03-2016 03:06:13 »

หวานมากๆ

ออฟไลน์ 182x406

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #619 เมื่อ17-03-2016 09:56:16 »

ชอบหมอปืนเวอร์ชั่นนี้จังแฮะ หวานมาก555555
อ่านรวดเดียวตั้งแต่วาเลนไทน์เลยค่ะ
คิดถึงคู่นี้มากกกกๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
« ตอบ #619 เมื่อ: 17-03-2016 09:56:16 »





ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8896
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #620 เมื่อ17-03-2016 10:14:08 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ am_am

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #621 เมื่อ17-03-2016 16:43:23 »

กรี๊ดดดดดดดด จิวเซ็กซี่มากกกก ตั้ลล้าคคคคค :-[

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #622 เมื่อ18-03-2016 19:25:58 »

จิวร้อนแรงมาก
นายน์จะทำอะไรได้ นอกจากทำตามคำสั่งนางพญา ฮ่าฮ่าฮ่า

รักทุกคู่ ทุกคน

ปล. คิดถึงอุ้มที่สุด!

ออฟไลน์ natsikijang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 540
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-4
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #623 เมื่อ19-03-2016 23:05:40 »

น่ารักมาก กกกก คู่จิวกับนายย์  ถูกใจค่ะ  ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษนะคะ

ออฟไลน์ ketekitty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #624 เมื่อ20-03-2016 18:19:48 »

เพิ่งได้อ่าน น่ารักมากค่ะ^^

ออฟไลน์ khwanruen

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1051
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-3
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #625 เมื่อ02-04-2016 23:35:46 »

ชอบมากเลยเรื่องนี้ ได้มาอ่านเอาก็ตอนที่เรื่องแต่งจบแล้ว ดำเนินเรื่องได้ดีมากๆค่ะ  :pig4:

ออฟไลน์ Wut_Sv

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-1
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #626 เมื่อ03-04-2016 18:38:15 »

อร๊ายยยยย ผู้กองนายน์ หมอจิว อ่านแล้วยิ้มแก้มจะแตก ฟินกันให้ตาย จะหวานไปไหน หวานกว่าคู่หลักอีก

 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[  :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ psyche

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #627 เมื่อ06-04-2016 17:02:48 »

อ่านจบแล้ววว ชอบอ่ะ  อ่านจนจบทีเดียวรวด สนุกค่ะ ภาษาดี
ตัวร้ายก็ไม่ร้ายแบบวี๊ดว๊าย ค่อนข้างอยู่ในโลกความเป็นจริง

หมอปืน..  เราเข้าใจนะ คนเคยรักผู้หญิง จะมารักชาย คิดเยอะ
ต้องก้ามข้ามเพศให้ได้ ต้องอยู่ให้ได้จริงๆ ไม่ฉาบฉวย ชั่ววูบ
พลุ..  เป็นคนที่มั่นคงสุดๆ ยอมตามฝันแม้ว่าไม่รู้จะได้อะไรกับฝันนี้
อุ้ม..  เป็นเพือนที่ดีมากได้ใจสุดๆ ทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน
จิว.. เมื่อถึงทางตันเค้าก็เลือกที่จะหาทางไปที่ดี ไม่ทำร้ายใคร

จบ happy  ending  รอผลงานต่อๆไปนะคะ

ออฟไลน์ Wut_Sv

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-1
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #628 เมื่อ07-04-2016 12:59:36 »

หนังสือเรื่องนี้มีเนื้อหาเท่าในเล้าเลย หรือว่ามีตอนพิเศษที่ไม่มีในเล้าด้วย ใครพอรู้บ้างอ่ะ บอกที  :mew2: :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ leGGyDan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
Re: ER-นาทีหัวใจ Special Moment:10 Out of 10 points [14/03/59] p.21
«ตอบ #629 เมื่อ07-04-2016 13:13:14 »

ตอนพิเศษ 5 ตอนที่ไม่ได้ลงในเว็บค่ะ

sp.1 Summer secret ปืน×จิว
sp2. One night stand นายน์ ×จิว
sp.3 Best friend forever ปืน× จิว×อุ้ม
sp.4  P=P ปืน×พลุ
sp. 5 คืนข้ามปี ปืน×พลุ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด