• แฟนวิศวะ • 290519#sp - Never have I ever p.57
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: • แฟนวิศวะ • 290519#sp - Never have I ever p.57  (อ่าน 581126 ครั้ง)

ออฟไลน์ natt teng

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 161016#5(2) p.6
«ตอบ #210 เมื่อ22-11-2016 20:38:01 »

รอแต่คงไม่ดราม่ามากใช่ไหม

ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 161016#5(2) p.6
«ตอบ #211 เมื่อ22-11-2016 21:21:21 »

คงไม่ดราม่านะ

ออฟไลน์ uri uri

  • เป็ดกูรู
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 161016#5(2) p.6
«ตอบ #212 เมื่อ22-11-2016 22:44:50 »

 :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:

ตัดจบงี้เลยหรอ
เจ็บปวดอ่ะ

 :z3: :z3: :z3: :z3:

ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 161016#5(2) p.6
«ตอบ #213 เมื่อ23-11-2016 02:32:36 »

 :hao6: ทำไมเราพึ่งได้มาอ่านเนี่ย

ออฟไลน์ iaum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 133
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 161016#5(2) p.6
«ตอบ #214 เมื่อ23-11-2016 13:48:37 »

ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลยยยยยยย :z3: :katai1: :ling1: รีบมาต่อนะคะ เราจะขาดใจแล้วววว  :o12:
อย่าแย่งคนของเล....ถึงเป็นผู้หญิงเลก็ไม่ยอมมม//อินจัด55 :hao6:

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#6 p.7
«ตอบ #215 เมื่อ16-01-2017 23:39:45 »

ตั้งแต่ฮิมกลับมาจากอังกฤษคราวนี้มีอยู่สิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่ได้ทำในตอนเช้าเหมือนทุก ๆ วัน แถมสิ่งที่ไม่ได้ทำนั้นมีโน้มน้าวว่าจะกลับมาทำอีกครั้งโดยเริ่มจากเช้าวันเสาร์ที่แสนสุขสบายเพราะไม่ต้องตื่นไปเรียน… ผับผ่าสิ! วันนี้ผมตื่นเร็วกว่าทุก ๆ วันอีก

พ่อปลุกผมตั้งแต่ตีห้าเกือบหกโมงเช้า เป็นเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างพอดี ปลุกเสร็จก็ให้ผมไปล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ไม่ต้องอาบน้ำ แค่เปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดอื่นที่มันกระชับกว่าเดิม แล้วบังคับให้ลงไปใส่รองเท้าผ้าใบด้านล่าง พอทุกอย่างเสร็จเขาก็พาผมเดินออกจากบ้านในขณะที่คนอื่น ๆ ยังนอนไม่ตื่นกันเลยด้วยซ้ำ

“เลง่วง”

“อย่างอแง”

“แต่…”

“ไม่แต่ ผ่อนให้เรามาสี่วันแล้ว” ผมเบ้ปากในขณะที่พ่อหันหน้ามามอง “รู้นะว่าไม่อยากออกกำลังกาย”

นี่ไงประเด็น จำได้ไหมที่ผมเคยบอกว่าไม่ดื่มนมแต่สูงได้หนึ่งร้อยเจ็ดสิบกว่าเพราะออกกำลังกาย ไอ้สิ่งที่ยังไม่ได้ทำตั้งแต่ที่พ่อกลับมาจากอังกฤษก็คือการออกกำลังกายนี่แหละ ปกติเขาจะพาผมออกกำลังกายทุกเช้าที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน วันไหนฝนตกก็ถึงไม่ได้ออก ยกเว้นว่าจะไปฟิตเนสแทน

“ก็เลขี้เกียจ”

“พี่ก็ขี้เกียจซื้อรองเท้าให้เราเหมือนกัน”

ผมกอดหมับเข้าที่เอวหนาทันที “เลไม่ขี้เกียจแล้วก็ได้”

“วิ่งให้เหงื่อออก”

“พ่ออย่าโหดกับเลนักสิ” ผมบ่นทันที เพราะผมเป็นคนที่เหงื่อออกย๊ากยาก ฮิมไม่ตอบ ร่างสูงเริ่มวิ่งทันทีที่เดินมาถึง ผมแอบเบะปากก่อนจะหยิบหูฟังเชื่อมไอพอดที่หยิบออกมาจากบ้านด้วยเอาใส่หูแล้วค่อย ๆ วิ่งไป วิ่งตามคนอื่นบ้าง แซงคนอื่นบ้าง เพราะสวนสาธารณะที่ผมมามีคนมาออกกำลังกายตอนเช้าเยอะพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นวัยผู้ใหญ่ มีวัยรุ่นให้เห็นประปรายในแต่ละพื้นที่

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เหงื่อผมออกแค่ซึม ๆ แต่คนหอบจะตายอยู่แล้ว ผมเลยวิ่งวนกลับไปที่เดิม เห็นฮิมกำลังนั่งกินน้ำรออยู่ นัยน์ตาคมมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ในขณะที่เหงื่อผมซึม ๆ เหงื่อฮิมไหลอย่างกับสายน้ำ นี่ก็เว่อร์ไป เอาเป็นว่ามันเยอะในระดับหนึ่ง

“เหงื่อไม่ออก” ผมคิดว่ามันเป็นประโยคคำถาม

“เลวิ่งแล้วนะ แต่เหงื่อไม่ออก”

“ไปวิ่งอีกรอบ”

“ฮืออ เลเหนื่อยไม่ไหวแล้ว” ผมแสร้งล้มตัวนั่งลงบนตักแกร่ง แต่ผิดคาดเขาผลักผม ผมเบิกตากว้างมองอีกฝ่ายอย่างอึ้ง ๆ “พ่อใจร้าย”

“วันนี้งดรองเท้า”

“ไม่นะ”

“งั้นไปวิ่งอีกรอบให้เหงื่อออก”

“เลเหนื่อย”

“รองเท้า”

“ฮือออ” เพราะอยากได้ ผมเลยต้องจำใจวิ่งไปตามเส้นทางอีกครั้ง แต่วิ่งอยู่คนเดียวได้ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงคนที่วิ่งมาขนาบข้าง หันไปมองถึงได้เข้าใจว่าฮิมวิ่งตามผมมาตั้งแต่ต้น

ก็ไม่รู้ทำไมจากฝืนใจวิ่งมันกลายเป็นเต็มใจไปซะงั้น

 

เราออกจากบ้านตอนหกโมงและกลับเข้าบ้านตอนแปดโมง พี่ ๆ ทุกคนตื่นพอดี (ยกเว้นพี่เกียร์) ในเช้าวันเสาร์แบบนี้การที่ทุกคนตื่นตอนแปดโมงเช้าถือเป็นอะไรที่เร็วมาก หลังกลับมาถึงบ้านเขาก็ไล่ให้ผมไปอาบน้ำ อาบเสร็จผมก็เดินลงมาด้านล่าง เห็นพี่ ๆ ยังนั่งอยู่กับที่ก็เกิดประหลาดใจ น่าแปลกที่วันนี้พวกเขาไม่ได้ออกไปไหน ทุกคนยกเว้นพี่เกียร์นั่งสุมหัวกันที่ห้องนั่งเล่น เปิดแอร์เย็น ๆ ดูไททานิครอบที่สี่สิบแปดพร้อมกับจิบเบียร์เพลิน ๆ ไปด้วยเป็นการคลายเครียด ส่วนผมนั้นออกไปเพิ่มความเครียดให้ตัวเองโดยการ…

“เซียร์หยุด! บอกให้หยุดวิ่งไง!”

วิ่งไล่จับแมว

ลืมบอกไปเลย ในบ้านหลังนี้นอกจากจะมีมนุษย์แล้วก็ยังมีอมนุษย์อยู่อีกหนึ่งตัว ผมไม่ได้แนะนำเพราะไม่นับมันเป็นสมาชิกของบ้าน แม้มันจะอยู่ที่บ้านนี้เป็นเวลานานเท่า ๆ กับผมเลยก็เถอะ อมนุษย์ตัวแรกและตัวสุดท้าย แมวผีที่ฮิมรักนักรักหนาเพราะเขาเป็นคนซื้อมันมาเลี้ยงด้วยตัวเอง

ฮิมรัก แต่ผมเกลียดมันเข้าไส้

และมันก็เหมือนจะเกลียดผมเข้าไส้เหมือนกัน เพราะในบ้านหลังนี้มันเชื่องกับทุกคนยกเว้นผมคนเดียว

“เลบอกให้หยุดวิ่งไง!” ผมตะโกนลั่น ส่งสายตามองเจ้าแมวก้นกลมๆ ตัวอ้วนๆ อย่างนึกแค้นใจหลังจากวิ่งไล่มันมาเกือบยี่สิบนาที วันนี้ผมกับฮิมจะไปดูหนังแต่เป็นหนังรอบบ่ายสอง เวลามีเหลืออยู่เยอะผมเลยหวังจะจับมันมาอาบน้ำเพราะไม่ได้อาบมานานมาก ในบ้านหลังนี้ทุกคนมีหน้าที่ (แต่ไม่ทำ) ซึ่งหน้าที่ที่ผมต้องรับผิดชอบจริงๆ นั่นก็คือการดูแลสัตว์ในบ้าน แถมยังเป็นสัตว์ที่เชื่องกับทุกคนยกเว้นผมอีกต่างหาก!

ถ้าพ่อไม่ขอ ผมไม่มีทางทำแน่ ๆ

 

“ย๊าส์!! โกรธแล้วนะ”

“เซียร์ หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้!”

“เซียร์! ไปอาบน้ำ”

“เซียร์!!”

 

“ทำอะไรอยู่น่ะเล” ผมหันไปมองเจ้าของเสียง ฮิมกำลังเดินลงบันได แขนแกร่งเอื้อมมือโอบเอวผมเอาไว้เมื่อลงมาถึง กลิ่นหอมและเย็นบ่งบอกว่าพ่อพึ่งอาบน้ำเสร็จ

ผมไม่ได้ตอบคำถามเพราะสายตากำลังจับจ้องที่แมวผีตัวเดิมไม่เปลี่ยน

และตอนนี้มันกำลังจะหนีไปอีกแล้ว…

“อย่าหนีนะ!!” ผมร้องลั่น หวังแยกตัวออกจากร่างสูง ทว่าไปไหนไม่ได้เพราะมือหนาเกาะเอวผมเอาไว้ไม่ปล่อย ผมเงยหน้ามองฮิมซึ่งเจ้าตัวดูเหมือนจะรู้แล้วว่าผมกำลังทำอะไร นัยน์ตาคมสีดำสนิทก้มลงมองผมครู่หนึ่ง มือหนายังรวบเอวเอาไว้เหมือนเดิม หลังจากนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็หันไปมองเจ้าแมวก้นกลมที่กำลังสะบัดตูดเดินออกไป ฮิมยกมือขึ้นบีบจมูกผมเบาๆ พร้อมๆ กับเรียกชื่อมัน

“เปอร์เซียร์”

ทันใดนั้นแมวตัวหนาที่ตั้งชื่อตามสายพันธุ์ก็หยุดเดิน ใบหน้าอวบๆ หันมามองอย่างหยิ่งทะนงแต่พอเห็นว่าใครเรียกความหยิ่งทะนงนั้นก็หายไป มันเดินต้วมเตี้ยมมาเกาะแข็งเกาะขาฮิมทันที

น่าหมั่นไส้! ทีกับพ่อทำไมเชื่องจังเลย ผมเบ้ปากมองเจ้าแมวที่หาความเป็นมิตรไม่เจอจนกระทั่งเสียงทุ้มเรียกสติ

“หิวข้าวหรือยัง” พอฮิมถามผมถึงนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเช้า และในขณะที่เขากำลังเอามือเกลี่ยปรอยผมออกจากใบหน้า ฉับพลัน ผมนึกวิธีแก้เผ็ดอิแมวผีตัวนี้ขึ้นมาได้

ผมเกลียดมันแต่ต้องยอมรับอยู่อย่างว่าแมวผีตัวนี้มันนิสัยเหมือนผมมาก โดยเฉพาะเรื่องหวงเจ้านาย

ผมโปรยยิ้มหวานใส่ ก่อนจะยกมือขึ้นรอบคอขาวพร้อมกับเอนตัวพิงบ่าแกร่งโดยมีมือหนามาจับเอวผมหลวมๆ อย่างที่เขาทำประจำ แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการใช้เท้าเขี่ยอิแมวบ้านี่ให้ออกห่างจากฮิมต่างหาก

ผมเป็นคนหวงพ่อ โดยเฉพาะกับแมวตัวนี้ ยิ่งเวลามันไปคลอเคลียฮิมแล้วผมรู้สึกยิ่งหวงเขาจนจะบ้าตาย ผมอาจจะเป็นโรคประสาทก็ได้แต่รู้สึกสะใจตอนเปอร์เซียร์มันแยกเขี้ยวใส่เหมือนโกรธ อารมณ์แบบกูชนะ ว่ะฮ่าๆๆ มึงเห็นข้อดีของการเป็นมนุษย์หรือยังอิแมวผี! อะไรประมาณนั้น

“เลหิวข้าวหรือยัง” เขาถามทวนอีกครั้ง

“ยังไม่หิว เลอยากอาบน้ำให้มันแต่มันไม่ยอมให้จับ” ผมบุ้ยหน้าไปทางแมวก้นเด้ง ในขณะที่ฮิมละตัวออกจากผมแล้วไปอุ้มมันขึ้นมาอย่างง่ายดาย

“เมี้ยว~”

เมี้ยวพ่องแกสิ! นี่มันพ่อเล

“งั้นพรุ่งนี้ค่อยอาบ” ฮิมว่าขณะเกาคางเปอร์เซียร์ที่กำลังทำหน้าทำตามีความสุข แต่สักพักก็วางมันลงกับพื้นแล้วเจ้าแมวก้นกลมก็สะบัดตูดเดินเตาะแตะไปทางอื่น

“ทำไมล่ะ เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ” ตอนนี้เก้าโมงเหลือเวลาอีกเกือบห้าชั่วโมงกว่าจะได้ไปดูหนัง

ฮิมไม่ได้อธิบายเขาหยิบกุญแจรถขึ้นมาโชว์ให้ผมดู “มีรถเข้ามาใหม่ อยากไปดูไหมล่ะ”

เท่านั้นแหละ ใจก็เต้นแรงราวกับว่าจะหลุดออกมา ผมเบิกตากว้างรีบพยักหน้าด้วยความยินดี

 

 

ใจที่ว่าสั่นแล้วยิ่งสั่นอีก ยามรถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนเข้ามาในเขตพื้นที่ของบริษัทใหญ่ยักษ์ที่กวาดพื้นที่ไปกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบไร่แถวชานเมือง ตึกขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ สูงตระง่าน สวยสะดุดตา แสดงความโอ่อ่าและหรูหราอย่างมีระดับ

ผมแทบจะวิ่งลงจากรถทันทีที่ฮิมจอด ผมไม่ได้มาที่นี่เกือบเดือน ถือว่านานมากทั้ง ๆ ที่มันเป็นสถานที่ที่ผมโปรดปรานมากที่สุด แต่ฮิมดันไม่ให้ผมมานอกจากว่าเขาจะอนุญาตนี่สิ สงสัยกลัวว่าถ้าผมมาแล้วธุรกิจหมื่นล้านของตัวเองจะล้มจม เพราะถ้าผมมาที่นี่เมื่อไหร่ ผมเล่นไม่เคยเหลือ

ผมกระโดดลงจากรถเมื่อมันจอด แล้ววิ่งเข้าสู่ตึกสูงระฟ้ากว่า 70 ชั้นด้วยความเร็วแรงชนิดที่ว่า รปภ เปิดประตูให้ไม่ทัน แอร์เย็นกระแทกหน้าถัดมาคือเสียงทักทายจากพี่พนักงานที่จำหน้าผมได้หลายต่อหลายคน

 

‘สวัสดีค่ะน้องเล’

‘น้องเลมาตั้งแต่เมื่อไหร่’

‘ไม่เจอกันนานนะคะ’

‘น้องเล…’

 

ผมอยากตอบแต่เหมือนขามันไม่คิดอย่างนั้น เพราะมันยังคงวิ่งต่อไป แถมไม่สนใจสายตาของใครหลาย ๆ คนที่มองมาด้วยแววตาตำหนิ ประหนึ่งมีเด็กกะโปโลมาวิ่งเล่นในบริษัทยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ สนซะที่ไหน ที่นี่ผมใหญ่น้อยไปเสียเมื่อไหร่ล่ะ

“เลอย่าวิ่ง” เสียงฮิมดังมาตามหลัง ในขณะที่ผมวิ่งนำหน้า พ่อก็วิ่งมาตามหลังเหมือนกัน

เขาจับตัวผมได้ตอนที่ผมวิ่งมาถึงจุดหมาย มันอยู่หลังตึกหรู เป็นอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ที่ไฮโซ ดูดี มีระดับที่สุดในประเทศไทย ทีนี้เริ่มเดาได้แล้วใช่ไหมว่าฮิมพาผมมาที่ไหน

และใช่… บริษัทของเขาเอง

ฮิมเป็นประธานบริษัทนำเข้าและส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกหนึ่งสาขาจากทั้งหมดแปดสิบห้าสาขาในเครือแฮมินตัน บริษัทนำเข้า ส่งออกและผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สาขาที่ไทยซึ่งฮิมเป็นประธานอยู่นั้นยังเรียกได้ว่าเป็นสาขาย่อย ส่วนสาขาใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ (เพราะแบบนี้เขาถึงต้องบินไปประชุมที่อังกฤษบ่อย ๆ) มีคนคุมบังเหียนของเครือแฮมินตันทั้งแปดสิบสี่สาขาจริง ๆ คือคุณพ่อของฮิม คุณลุงผู้ไม่ประสบอารมณ์ทุกครั้งที่เจอหน้าผม แต่แค่ที่ไทยแฮมินตันก็สามารถกวาดรายได้กว่าหมื่นล้านบาทและอีกหลายพันล้านต่อปี ผมไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้ารวมเงินทั้งหมดจากแปดสิบสี่สาขาเข้ากันเมื่อไหร่ยอดมันจะพุ่งไปถึงเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจในเครือของแฮมินตันที่ว่านี่ก็ไม่ได้มีแค่นำเข้า ส่งออกและผลิตรถยนต์ ธุรกิจหลักอีกสามอย่างคือค้าน้ำมัน ผลิตเครื่องบิน เรือ และอย่างสุดท้าย เป็นบริษัทใหญ่ในการผลิตและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยิบย่อยอีกเยอะแยะ

รวม ๆ แล้ว ธุรกิจหลักของแฮมันตันมีสี่อย่าง แต่อันดับหนึ่งก็ยังเป็นนำเข้า ส่งออกและผลิตรถยนต์อยู่ดี ฮิมเรียนวิศวกรรมยานยนต์ก็เพราะแบบนี้ แน่นอนว่าทั้งหมดมันจะถูกส่งต่อให้ฮิมซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของประธานใหญ่แฮมินตัน

เห็นได้ชัดว่าถึงผมจะเกาะเขากินไปจนตายยังไงเขาก็ไม่มีทางอดตาย แต่ก็ไม่รู้ว่าฮิมจะยอมให้ผมเกาะหรือเปล่านี่สิ ในตอนนี้ที่แน่ ๆ คือเขายอมรับความยุ่งยากโดยการเป็นประธานบริษัทในเครือแฮมินตันสาขาที่ไทยตั้งแต่อายุสิบเจ็ดเพื่อที่จะเอาเงินมาเลี้ยงดูผม ดูเป็นเด็กเสี่ยยังไงชอบกล ถ้าไม่ติดที่เสี่ยที่ว่าเลี้ยงผมมาตั้งแต่สามขวบอ่ะนะ

ฮิมเป็นเจ้าของบริษัทแฮมินตันสาขาที่ไทย (กับอีกแปดสิบสี่สาขาในวันข้างหน้า) ดังนั้นในฐานะที่ผมเป็นลูก (ไม่แท้) ผมถึงบอกไงว่าที่นี่ผมใหญ่น้อยไปเสียเมื่อไหร่ แต่ในกรณีนี้มันใช้ไม่ได้กับฮิมที่ใหญ่กว่า…

“คนดีอย่าวิ่งสิ” น้ำเสียงออกตำหนิ คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันราวกับว่าไม่พอใจบ่งบอกว่าพ่อกำลังจะโกรธจริง ๆ ผมรีบเขย่งปลายเท้าแล้วหอมแก้มสากก่อนที่เขาจะระเบิดอารมณ์ไปมากกว่านี้ ขืนโกรธขึ้นมาแล้วผมถูกลากกลับก็แย่สิอุตส่าห์ได้มาทั้งที

“เลขอโทษ”

“คราวหน้าไม่วิ่งนะ”

“อือ”

“ตอบดีๆ”

“ครับๆ”

“อ้าว น้องเลไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เสียงของผู้ใหม่ทำให้บรรยากาศอันตรายที่อยู่รอบตัวผมสลายลง เราเบนสายตาให้ไปความสนใจกับ ‘พี่ฮอว์ก’ ช่างใหญ่ประจำบริษัทที่มีตายิ้มเป็นจุดเด่น อายุยังไม่ถึงสามสิบแต่ฝีมือดีสุด ๆ ไม่ว่าจะรถเสีย รถพัง แม้กระทั่งรถที่เละจนแทบจะใช้งานไม่ได้พี่แกยังสามารถเนรมิตมันขึ้นมาให้ใหม่ได้เหมือนเดิม “คราวนี้มาทำไมล่ะ”

พี่ฮอว์กส่งตายิ้มมาให้อย่างที่ชอบทำ ผมรู้ว่าเขารู้ว่าผมมาทำไม

“พี่ฮอว์กอย่าแกล้ง” ผมส่งเสียงขู่อยากเห็นรถใหม่ที่พ่อว่าจนใจจะขาดแต่เขากลับไม่เอาออกมาให้ดู ผมชะเง้อคอมองไปทางด้านหลัง มันต้องซ่อนอยู่ภายใต้ประตูเหล็กบานใหญ่นั่นแน่ ๆ

“พี่แกล้งซะที่ไหน ต้องรอให้พ่อเลอนุญาติก่อนถึงจะเอาออกมาได้”

ผมรีบหันไปอ้อนคนข้างกายที่ยังปั้นหน้าขรึมอยู่ทันที “พ่ออนุญาตนะ ๆ”

“…”

“นะครับนะ น้า” ฮิมถอนหายใจ เขาหันมาบีบจมูกผมก่อนจะพยักหน้าให้พี่ฮอว์ก และพอช่างใหญ่ได้รับคำสั่ง มือหนาก็ล้วงมือเข้าไปหยิบกุญแจในกระเป๋า จากนั้นก็กดปุ่มอะไรบางอย่างทำให้ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปจนเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

เห็นครั้งแรกผมแทบจะกรี๊ก แต่กรี๊ดไม่ได้เป็นผู้ชายงั้นอ้ากแทน

“อ้ากกกกกกกกกกกกก!!!” เหมือนคนบ้า ผมวิ่งตรงดิ่งไปหารถด้านใน มองแล้วมองอีก ตะลึงแล้วตะลึงอีก

ฮิมไปหามาได้ยังไง…

“มะ…มันพึ่งเปิดตัวนี่” พูดติดอ่าง “แล้ว…”

“พ่อเราทุ่มไปเยอะเลยนะ” พี่ฮอว์กเฉลยความสงสัยด้วยตายิ้มดังเดิม ผมรีบหันหลังกลับ มองไปยังร่างสูงที่กำลังยืนกอดอกยกยิ้มที่มุมปากอยู่ “ไม่ไปขอบคุณหน่อยเหรอ”

“เดี๋ยวเลซื้อพวงมาลัยไปกราบเลย” ผมพูดด้วยใจจริง ตอนนี้ถ้ามีพวงมาลัยผมจะวิ่งไปกราบที่เท้าของเขาเลย

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมคือรถ Bugatti Chiron 2017 พึ่งเปิดตัวเมื่อไม่นาน มี 500 ร้อยคันบนโลก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.4 ล้านยูโร มันมีกำลังสูงถึง 1,500 แรงม้าและสำหรับพวกบ้ารถที่เร็ว ๆ อย่างผมมันเป็นอะไรที่โคตรอยากลองขับ

ฮือ เลรักพ่อออ

“เลอยากขับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นรัวในขณะที่พี่ฮอว์กยื่นกุญแจมาให้ พูดทิ้งท้ายขำ ๆ

“อย่าเผลอเหยียบมิดล่ะ”

 

 

เหมือนได้ไปสวรรค์ ความเร็วของมันทำให้ผมรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

Bugatti Chiron 2017 คันนี้กำลังแล่นอยู่บนสนามแข่งรถขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของบริษัทนำเข้าและส่งออกรถยนต์ ในขณะที่หัวใจของคนขับเต้นถี่ เหมือนเลือดสูบฉีดดีจนเกินเหตุ อะดรีนาลีนกับเอ็นโดรฟินหลั่งไหลลงมายิ่งกว่าเขื่อนแตก ผมแทบจะสำลักความสุขตายไปเลยด้วยซ้ำ

น้อยคนที่จะรู้… ผมรักความเร็ว

แถมสวรรค์ยังส่งเสริมความชอบของผมโดยการให้ฝีมือด้านการขับรถมันพุ่งพรวดขึ้นแบบไม่ต้องพยายามหรือที่เรียกกันว่าพรสวรรค์ ตั้งแต่เกิดมาไม่ว่ารถมันจะเร็วสักแค่ไหน ผมยังไม่เคยขับพลาดไปชนอะไรเลยสักครั้ง อาจจะเป็นเพราะมันอยู่ในการควบคุมของฮิมด้วย เขาเป็นคนแรกที่พาผมมาสัมผัสกับความเร็วแบบนี้ ฮิมขับรถเก่งมากโดยเฉพาะรถแข่ง เขาเก่งชนิดที่ว่าไปแข่งกับมืออาชีพได้ด้วยซ้ำแค่เลือกที่จะไม่ทำ

ตอนนี้ผมเลือกกำลังคิดว่าจะทำแทน เพราะแบบนี้เลยเลือกเรียนวิศวะแต่ไม่ใช่แค่เหตุผลเดียวนะ หนึ่งผมชอบความเร็วและชอบรถมาก ๆ สองเพราะครอบครัวของผมทำธุรกิจที่มันเกี่ยวข้องกับคณะนี้ก็เลยเรียนวิศวะ แม้วิชาคณิตศาสตร์กับฟิสิกของผมตั้งแต่มัธยมปลายขึ้นมาจะไม่เคยได้เกรดเกินสามจุดห้าก็ตาม

แต่ก็นั่นแหละ…

ผมชอบความเร็วเอามาก ๆ ยิ่งเร็วได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี โดยเฉพาะตอนนี้เข็มหน้าปัดที่บอกถึงความแรงและเร็วของรถกำลังจะสุดแต่ไม่สุด ผมไม่สามารถเหยียบให้มันสุดได้แม้คำที่พี่ฮอว์กพูดจะพูดเล่น ๆ ก็ตาม สนามแข่งที่ผมกำลังแล่นอยู่นี้ถือว่าดีแต่ดีไม่พอสำหรับมัน ความแรงที่ทะลุถึง 1,500 แรงม้า มีเพียงถนนไม่กี่สายบนโลกเท่านั้นที่สามารถรองรับความเร็วสูงสุดของรถระดับนี้ได้ ขืนผมเหยียบมิดแม้แต่พรสวรรค์เองก็ไม่อาจช่วยให้ผมไม่ได้ไปสวรรค์จริง ๆ

เอี๊ยดดด

เสียงล้อรถบดกับพื้นกับเบรกโดยการดริฟต์อย่างสวยงาม พอเปิดประตูลงมาขาก็แทบทรุดลงไปกับพื้น โชคดีฮิมมารับตัวเอาไว้เสียก่อน

“สนุกไหม” เขากระซิบถามที่ข้างหูในขณะที่ผมพยักหน้ารัว ๆ

“น้องเลทำลายสถิติของอันก่อนอีกแล้ว” พี่ฮอว์กเดินมาตามหลัง ในมือหน้าถือนาฬิกาจับเวลาอยู่ เขาบันทึกสถิติของผมเอาไว้ทุกครั้งที่ผมมาเล่นรถของที่นี่ “เก่งมากจริง ๆ นะ”

“ก็เลลูกพ่อ” ผมพูดขำ ๆ พลางกดใบหน้าเข้าอ้อมกอดอุ่น เรื่องที่ฮิมขับรถเก่งขนาดไหนพี่ฮอว์กรู้ดี

“ขับแล้วเป็นยังไงล่ะ”

“มันส์ดี”

“เทียบกับคันก่อน” คันก่อนคือ Bugatti Veyron

“คันนี้แรงกว่า เลชอบ”

“เห็นคันไหนแรงกว่าเราก็ชอบหมดแหละ” พี่ฮอว์กพูดติดตลกเป็นเวลาเดียวกันที่ผมหน้ามุ่ยให้ร่างสูงที่กอดผมอยู่

“แต่ม่ว่าจะชอบคันไหนก็ไม่เห็นฮิมให้สักคัน” รถของเขามีเป็นสิบ ๆ ผมก็ใช่ว่าจะขับรถไม่เก่งก็ไม่รู้ทำไมฮิมถึงไม่ยอมให้สักที “แต่วันนี้เลสัญญาแล้วว่าจะไม่งอแง”

ได้ลอง Chiron แล้วไม่ว่าจะทำอะไรผมก็สุขล่ะครับตอนนี้

ฮิมยิ้ม ๆ เขาก้มลงจุ๊บเหม่งผมทีหนึ่งแล้วละออกไปคุยกับพี่ฮอว์ก ทิ้งให้ผมไปขัด ๆ ถู ๆ Chiron ด้วยความปลาบปลื้มปิติต่อ แต่หลังจากนั้นสามสิบนาทีเราก็บอกล่าพี่ฮอว์กเพื่อที่จะไปดูหนังอย่างที่ตั้งใจ

ฮิมพามาที่ห้างประจำ พอมาถึงผมไปจองบัตร แต่หลังจองบัตรเราก็ยังพอมีเวลาอีกสี่สิบกว่านาทีเพราะตอนนี้มันพึ่งบ่ายโมงสิบนาทีกว่า ๆ เอง ทางออกของผมกับพ่อก็คือไปกินข้าว กินข้าวเสร็จก็เดินเข้าโรง หนังที่จะดูในวันนี้เป็นหนังผีของค่ายดัง ผีหลัก ๆ เป็นผีแม่ชี คนกรี๊ดลั่นโรงตอนมันออก ส่วนผมแทบจะมุดเข้าไปสิงอยู่ในร่างของฮิมอยู่แล้ว เคยเป็นกันไหมครับ กลัวแต่อยากดู

ดูหนังเสร็จความสุขผมหายจนมิด พอได้มีความสุขต่อตอนที่พ่อพาเข้าไปซื้อรองเท้า…

 

19.37 นาที

“กลับมาแล้ว!” ผมตะโกนบอกพลางถีบประตูบ้านดังปึง!

“เสียงดังหาพ่อมึงเหรอ” เสียงใครสักคนก่นด่าแต่ผมไม่สนใจ รีบวิ่งไปตามทิศทางของเสียงก่อนจะพบกับพี่ๆ ในบ้านทุกคนที่กำลังนั่งรวมกันอย่างพร้อมหน้าจนน่าแปลกใจ ขนาดพี่ผากับพี่เกียร์ยังมาเลยแถมวันนี้ไม่มีเหล้าด้วยนะ มีแต่…

“แค่กกๆๆ”

…บุหรี่…

พี่วินทำหน้าซังกะตายก่อนจะยอมดับบุหรี่ลงเหมือนคนอื่นเมื่อเห็นผมมา “มึงขึ้นห้องไป”

“ไม่เอา! ทำไมวันนี้พร้อมหน้ากันจัง” ผมรีบวิ่งไปนั่งข้างๆ พี่ผาก่อนที่พี่วินจะไล่ผมขึ้นห้องอีกรอบ

“ขึ้นห้องไปผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”

“แก่กว่าแค่สามปีเอง”

“เลพูดดีๆ” พี่รพส่งเสียงข่มจนผมต้องเบ้หน้าแล้วรีบปิดปากตัวเอง ผมกลัวพี่รพจะตาย “แล้ววันนี้ไปไหนมา”         

“ไปเที่ยวกับพ่อ…ครับ”

“เหรอ”

“ถามทำไม”

“ถามเฉยๆ” เจ้าของเรือนผมสีแดงหันหน้ามาสบตากับผมแล้วเทศนาอีกรอบ “พูดกับพวกกูน่ะพูดดี ๆ”

“ครับ” ผมตอบรับอย่างว่าง่าย จนทุกคนบอกหันมามองเหมือนประหลาดใจ พี่วินแสยะยิ้มเอ่ยอย่างรู้ทัน

“วันนี้พ่อตามใจสินะ” ก็ไม่แปลกที่พี่วินจะรู้ ผมว่าง่ายนั้นหมายถึงผมอารมณ์ดี ขนาดผมเองยังคิดว่าตัวเองเป็นคนดื้อรั้นอยู่พอสมควร “เล อ๊ะนี่”

กล่องยับ ๆ ใบหนึ่งถูกโยนมาให้และพอพี่วินโยนมา พี่ไทด์ที่กำลังนอนอยู่บนโซฟาก็โยนตาม กลายเป็นกล่องยับ ๆ สองใบ มันถูกโยนมาแต่ผมรับไม่ทันเลยกลิ้งตกลงกับพื้น

“อะไรอ่ะ” ผมถามอย่างแปลกใจพลางก้มตัวลงไปเก็บมันขึ้นมาสำรวจดู

“มึงคิดว่ามันเป็นอะไรล่ะ”

“กล่องยับ ๆ สองใบ” พี่วินหุบยิ้มลงทันที

“งั้นมึงก็เอาแค่กล่องยับ ๆ สองใบไป”

“เอ้าก็เลไม่รู้นี่ งั้นของขวัญเหรอ”

“เออ”

“จริงดิ!”

“เออ”

“เฮ้ย!” ผมร้อง รีบฉีกกระชากกล่องเอาสิ่งของด้านในออกมาดู ของพี่วินมันคือกำไลสีเงิน ไม่ได้แพงแบบล้านอัพเหมือนพ่อแต่แพงกว่าของที่พี่เกียร์ให้สัก 10,000 เท่า แต่ที่สำคัญคือ… “รุ่นนี่มันเลิกผลิตนานแล้วนี่พี่วินไปหามาจากไหน”

ผมรู้เพราะมีช่วงหนึ่งที่ผมอยากได้ แต่หาซื้อไม่ได้ พี่วินยักไหล่ตอบสั้น ๆ ว่า

“ทุ่มเงิน”

“ฮือออ เลรักพี่วิน” ผมโผล่เข้ากอดคนที่นั่งอยู่ด้านล่างแต่ยังไม่ทันถึงตัวก็โดนเขาผลักออกไปทันที ผมล้มเลิกความพยายามไม่ได้กอดก็ไม่เป็นไร หันมามองของในกล่องพี่ไทด์เป็นสร้อยข้อเท้าสีเงิน เข้ากับกำไลที่พี่วินให้ ผมไม่ได้บอกขอบคุณเพราะพี่ไทด์หลับไปแล้ว

“เลไปอาบน้ำได้แล้วนะ” เสียงฮิมตะโกนมาจากหน้าประตู ผมได้ยินแต่ไม่ได้ใส่ใจนักเลยหันไปถามพี่วินต่อ

“ว่าแต่ให้ในโอกาสอะไรอ่ะ”

“ที่มึงสอบเข้ามหา’ลัยได้ไง”

“อ๋อ” ผมลากเสียงยาวขณะสวมกำไลข้อมือกับสร้อยข้อเท้าให้ตัวเอง

“ของกูอยู่โน้น” พี่รพว่าพลางชี้นิ้วไปทางหน้าโทรศัพท์

ผมหันไปตามทิศทางที่พี่รพชี้ แล้วอ้าปากค้างมองลังขนาดใหญ่ที่วางอยู่ไม่ไกลนัก “อะไรเนี่ย”

“เปิดดูเอาเองสิ” ตั้งใจจะวิ่งไปหากล่องใหญ่ถ้าไม่ติดที่ว่ามีมือหนามาคล้องเอวแล้วลากให้ผมไปแนบชิดตัว เจ้าของมือหนาคือพ่อ ฮิมส่งสายตาดุมาให้ “ไปอาบน้ำ”

เขาบอกผมเป็นครั้งที่สอง ปกติถ้าผมไม่ทำตามฮิมจะพูดประโยคเดิมแค่สามครั้ง ถึงครั้งที่สามเมื่อไหร่เตรียมระวังมหาภัยได้เลย ผมมองลังของขวัญของพี่รพตาละห้อย อยากเปิดแต่ก็ไม่อยากขัดใจพ่อ วันนี้เขาตามใจผมเยอะแล้ว ผมควรตามใจเขาบ้าง

ฮิมจูงมือผมเดินขึ้นห้อง ร่างสูงเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาให้แล้วดันหลังผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ ถึงหน้าประตูฮิมก็หยุดเดินตาม ทิ้งผมให้เดินเข้ามาในห้องน้ำคนเดียว

ประตูปิด…ความเงียบเข้าครอบงำ

หนังผีที่พึ่งดูไปเมื่อตอนบ่ายมันวกกลับเข้ามาเล่นงาน

ผีแม่ชี…

ปัง!

“พ่อ!” ผมเปิดประตูออก มองเจ้าของนัยน์ตาคมที่กำลังถอดเสื้อออกจากตัว งั้นยิ่งดีเลย…

“ทำไมยังไม่อาบ”

“เลกลัวผี” ผมบอกเสียงสั่น ดังนั้น…

“อาบน้ำกับเลหน่อย”






แท็ก #วิศวะแดนแฟนมีเกียร์



ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#7 p.8
«ตอบ #216 เมื่อ16-01-2017 23:44:55 »



จุ๋ม

เสียงน้ำในอ่างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ผมหลับตาลง แช่น้ำอุ่น ๆ นี่มันรู้สึกดีจริง ๆ มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่ติดที่ว่า…

“ฮิมจะไม่อาบน้ำกับเลจริง ๆ เหรอ”

…ไม่มีสายตาของพ่อมองอยู่อะนะ…

ฮิมยืนอยู่ในห้องน้ำกับผม แต่เขาไม่ได้กำลังเปลือยลงอ่างแบบผม ร่างสูงกำลังยืนมองผมแช่น้ำต่างหาก เขายอมมายืนมองผมเพราะผมกลัวผีไม่กล้าอาบคนเดียว แต่ฮิมไม่ยอมอาบน้ำด้วยไม่รู้ทำไม แปลกมาก และถ้าจะบอกว่าอายก็คงไม่ใช่ เพราะอาบน้ำกับฮิมครั้งสุดท้ายคือเมื่อเก้าเดือนก่อน อีกอย่างตอนเด็ก ๆ ผมกับฮิมก็อาบน้ำด้วยกันเป็นประจำ โตมาด้วยกันก็เลยอาบด้วยกันบ่อย แม้พอเข้าสู่ช่วงมัธยมจากอาบด้วยกันบ่อยมันก็ค่อย ๆ ลดลง อาจจะเป็นเพราะเข้าสู่วัยที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย จากเกือบทุกสัปดาห์กลายเป็นสองสัปดาห์ สาม สี่ เดือน แต่ยังไม่เคยถึงปีสักที เพราะทุกปีมีหนังผีเข้า และผมชอบไปดู กลัวแต่อยากดู ดูเสร็จก็กลัว พอกลัวก็เลยเรียกฮิมเข้ามาอาบน้ำด้วยประจำ การอาบน้ำด้วยกันระหว่างผมกับเขามันเลยไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ยอมอาบกับผมอะ

“ฮิมมาเร็วเดี๋ยวเลถูหลังให้”

“รีบ ๆ อาบให้เสร็จคนดี” ร่างสูงยังคงยืนยิ่งอยู่กับที่

“แต่…”

“เดี๋ยวนี้เลย”

“ก็ได้” ผมยอมลุกขึ้นจากอ่างแล้วเดินไปอาบผักบัวเพื่อย่นเวลาให้มันเร็วขึ้น ผมไม่ได้หยิบฝักบัวลงแต่ปล่อยให้มันไหลราดไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ผมอาบน้ำเงียบ ๆ หันไปมองด้านหลัง พ่อก็กำลังยืนกอดอกมองผมอาบน้ำเงียบ ๆ เช่นเดียวกัน

ทำยังไงดี ผมอยากให้ฮิมมาอาบน้ำด้วยกันอะ มายืนมองหนอนของผมคนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์

“ฮิม… ถูหลังให้เลหน่อยสิ” คนได้ยินนิ่งงัน แต่หลังจากนั้นเขาก็ยอมเดินมาคว้าสบู่เหลวบีบใส่มือแล้วถูเบา ๆ ที่แผ่นหลังของผม จังหวะนี้แหละ…

พรึบ!

ผมหันหลังกลับพลางยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอขาว จากนั้นก็เดินถอยหลังสามเก้าดึงให้เจ้าของร่างสูงมายืนแทนที่เก่าของผม ส่วนผมหลบมาจนแผ่นหลังชิดกับกำแพง มาอยู่บริเวณใต้ฝักบัวผมเลยไม่เปียก ส่วนคนที่เปียกกลายเป็นฮิมแทน

ซ่า

“สนุกมากไหมคนดี” เสียงทุ้มเค้นถามขณะยกมือขึ้นปาดน้ำที่ไหลลงตามใบหน้าออก แต่ก็ได้แค่นั้นแหละเพราะสุดท้ายน้ำจากฝักบัวก็ไหลมาใส่เขาใหม่อยู่ดี ผมอ้าปากค้าง



โอ้โห... ความเซ็กซี่ระดับแม็กนี้



ผมเผลอไล่มือจากต้นคอลงไปลูบก้อนเนื้อแข็งภายใต้เสื้อเชิ้ตที่กำลังแนบกับหน้าท้องหนาอย่างหลงใหล ในขณะที่อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้เพื่อเอื้อมมือไปปิดก๊อกให้น้ำหยุดไหลลงมา

 ยัง... ผมยังลูบหน้าท้องเล่นอยู่ รู้สึกอิจฉาแต่พื้นฐานทางสรีระมันต่างกัน ของผมทำยังไงก็ไม่ขึ้นแถมสิ่งที่ได้คือเอวคอดกับหน้าท้องแบนราบ พ่อมีเชื้อสายยุโรปอยู่ในตัวด้วย เขาเป็นลูกเสี่ยวมากกว่าสองเชื้อชาติ ผมจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้างแต่ที่แน่ ๆ คืออังกฤษ ส่วนผมก็เป็นลูกเกือบครึ่งอังกฤษ คุณพ่อเป็นไทย-อังกฤษ แม่เป็นไทย แต่ผมได้แม่มาเกือบทุกส่วน หมอยังบอกเลยว่าผมมีฮอร์โมนเพศหญิงเยอะเกินไปหน่อย สิ่งที่ได้จากการมีสายเชื้ออังกฤษคือมีผิวที่ขาวจนเกินชาวเอเชีย คือตากแดดยังไงก็ไม่ดำ ไม่หมอง ไม่คล้ำ ประมาณว่าแทบจะสว่างจ้าสู้แสงแดด

 “ฮิมเปียกแล้ว” ผมบอก “อาบน้ำกับเลเลยไหม”

เขาถอนหายใจ พลางจับตัวผมออกจากกำแพงแล้วแทรกมือเข้าไปถูเบา ๆ ที่แผ่นหลังดังเดิม สภาพตอนนี้เลยเหมือนผมกำลังถูกกอดแต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ พ่อกำลังถูหลังให้ผมจากทางด้านหน้าต่างหาก

“รีบ ๆ อาบให้มันเสร็จเดี๋ยวเป็นหวัด”

“พ่ออาบกับเลสิ”

“คนดีอย่าดื้อ” เสียงทุ้มติดดุเล็กน้อย ร่างสูงเอื้อมมือไปเปิดก๊อกน้ำอีกครั้งและตั้งใจจะละออกจากตัวผม แต่ผมไม่ยอม ผมกอดเอวหนาเอาไว้จนฮิมถอนหายใจเฮือก “พี่ขอ”

“ทำไมล่ะ”

“ขอครับ”

“…”

“…”

“ก็ได้” ผมกลั้นใจแล้วปล่อยมือที่กอดเอวเขาอยู่ออก หลังจากนั้นฮิมจึงเอาน้ำราดตัวผมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ ผมยื่นมือไปรับแบบเซ็ง ๆ ขณะเช็ดไปตามร่างกายของตัวเองโดยมีนัยน์ตาคมมองตาม วันเกิดปีนี้ผมขอของขวัญเป็นอาบน้ำกับฮิมดีกว่า นาฬิกาก็ได้แล้ว รถที่อยากได้ก็ดูท่าว่าจะขอยังไงก็คงไม่ได้ ขออาบน้ำด้วยคงเป็นตัวเลือกที่ง่ายสุด

พอเช็ดตัวเสร็จก็เดินไปเปิดประตู ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้คนที่ยังอยู่ในห้องน้ำ แต่อีกฝ่ายรับไปแล้วปิดประตูใส่หน้าผมแทน

นี่อย่าบอกนะว่าจะอาบน้ำ ?

ผมเบ้ปาก กำลังคิดว่าวันนี้จะไม่อารมณ์เสียแล้วเชียว

ก็แค่อาบน้ำกับผมเอง มันยากตรงไหนกัน!

 

20 นาทีต่อมา

ผมเดินลงมาเล่นด้านล่างเพราะยังไม่ง่วง ไม่เห็นพี่ไทด์แล้วสงสัยขึ้นไปนอนแต่เห็นพี่วินกับพี่ๆ คนอื่นๆ ยังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่เดิม นัยน์ตาคมหันมามองผมแล้วจิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนจะดับบุหรี่ที่กำลังสูบในมือลงอีกครั้ง

“ลงมาอีกทำไม” พี่วินถามด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญนิดๆ

“มาแกะของขวัญ” ผมบอกพลางชี้ไปที่ลังของขวัญของพี่รพที่ยังไม่ได้เปิด “พี่รพให้อะไรเล”

“รีบๆ แกะดูแล้วขึ้นไปนอน” พี่รพสั่ง

“อื้อ” ผมขานรับแล้วเดินไปหยิบคัตเตอร์ที่อยู่ในลิ้นชักใต้โต๊ะก่อนจะเดินไปหาลังของขวัญอันใหญ่ แล้วค่อยๆ ลงมีดกรีดมันทีละนิด ทีละนิด

 ผมอยากรู้จริงๆ ว่าด้านในนี้จะมีอะไรกันแน่

แควก

เปิดแล้ว!

          ฝาลังเปิดออก แต่พอเห็นของด้านในแล้วก็ต้องแปลกใจ

          “อะไรอ่ะ ?” ผมขมวดคิ้ว หยิบมันออกมาอันหนึ่งเขย่าแล้วโชว์ให้ทุกคนดู “พี่รพไอ้นี่มันคืออะไร”

          สิ่งที่อยู่ด้านในคือกล่องขนาดกลางหลากสีวางทับกันจนเต็มลังไปหมด แต่ละกล่องมีระบุด้วยว่ากลิ่นอะไรบ้าง เช่น สตอเบอร์รี่ ส้ม กล้วย เชอร์รี่ แกะกล่องเข้าไปก็เจอกับถุงเล็ก ๆ ทรงสี่เหลี่ยม เหมือนหมากฝรั่ง มีกลิ่นผลไม้ด้วย

          “…” พี่รพไม่ตอบ

          “พี่วิน—”

          “ไม่ต้องมาถามกู”

          “พี่เกียร์”

          “ไปถามพ่อมึงเอา” เลงอนพ่ออยู่! คนสุดท้ายแล้ว…

          “พี่ผาตอบเลหน่อยนะ”

          “น้องเลไม่รู้เหรอ”

          “รู้อะไร ?”

          “…” ผมเดินไปหาพี่ผาอย่างมีความหวังแต่แล้วความหวังก็ต้องดับมอดลงเมื่อใบหน้าหลอเหล่าส่ายหน้าเบาๆ “น้องเลไปถามพ่อจะดีกว่านะ”

          ผมเบ้ปากก่อนจะล้มตัวลงนั่งบนตักแกร่ง กระซิบเสียงเบาให้พี่ผาได้ยินคนเดียว

          “เลงอนพ่ออยู่”

          “เล” พูดถึงพ่อ พ่อก็มา ร่างสูงกำลังยืนเอามือเท้ากับประตูอยู่ ผมมองชุดที่ถูกเปลี่ยนใหม่ ฮิมอาบน้ำจริงๆ ด้วย! ฮิมเดินผ่านทุกคนไปนั่งบนโซฟาตรงที่พี่ไทด์เคยนอนอยู่ก่อนจะกวักมือเรียกผมให้เข้าไปหา “คนดีมานี่”

          “ไม่เอาเลจะนั่งกับพี่ผา” ผมว่าพลางกอดพี่ผาเอาไว้แน่น

          “มานี่” พ่อเรียกครั้งที่สอง พี่ผาจึงรีบสะกิดผมให้ไปก่อนที่จะเกิดศึกครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น ทุกคนในบ้านนี้รู้ว่าฮิมจะเรียกผมอย่างใจเย็นแค่สามครั้งเท่านั้น ผมจำใจเดินไปนั่งข้างกายร่างหนา พอผมนั่งลงเดดแอร์ก็เกิดขึ้นเมื่อทุกคนไม่พูดอะไร

          “…” นั่งข้างขนาดนี้ถามพ่อเลยดีไหมว่าของขวัญที่พี่รพให้มันคืออะไร ผมคิดในใจแล้วตัดสินใจถาม พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าฮิมกำลังมองผมอยู่พอดี “ฮิม”

          “หืม”

          “เลถามหน่อย” เขาพยักหน้าผมเลยชูกล่องที่ถือติดมือมาให้เขาดู “พี่รพให้เป็นของขวัญแต่เลไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

          “…” ฮิมรับไปดูก่อนเขาจะถอนหายใจ มือหนาที่ไม่รู้มาคล้องบ่าผมตั้งแต่เมื่อไหร่อยู่ดีๆ ก็ถูกยกขึ้นมาปิดตาผมจนมืดติ๊ดตื๊ด ได้ยินแต่เสียง…

        ผัวะ!

          เสียงอะไรอะ!!

          “ฮิมนั่นเสียงอะไร!”

          “…” 

          “พี่ฮิมตอบเลหน่อยสิ” ผมเร่งคำตอบเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเอามือออกจากตาผม “ฮิมจ๋า”

          เขาเอามือออกจากตาผมแล้ว แต่เดี๋ยว…

          “อ้าว พี่รพหายไปไหนแล้ว” ผมโดนปิดตาแปปเดียวจู่ๆ พี่รพก็หายไปเลย “เอ๋ ของขวัญเลมันไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง”

          ผมวิ่งจากโซฟาไปหยิบของขวัญที่วางอยู่บนพื้นขึ้นอย่างงงๆ ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม ในจังหวะนั้นเองสายตาก็บังเอิญเหลือบมองไปเห็นข้อความข้างๆ กล่อง

 

          Condom (extra safe)

        Please read the leaflet inside this pack carefully.

        Use a condom only once.

 

          ผมเงยหน้าขึ้น มองพ่อที่กำลังมองมาแล้วกะพริบตาปริบๆ ชูกล่องในมือแล้วถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

          “พี่รพให้ถุงยางกับเลเหรอ”

          “กูไม่ให้ใช้” เปล๊า พ่อไม่ได้พูด ฮิมยังนิ่งงันอยู่กับที่ คนที่พูดคือพี่วินต่างหาก “เอามาไว้กับกู”

          “ได้ยังไงของขวัญเลนะ” แม้มันจะเป็นถุงยางก็เถอะ “เลจะเก็บเอาไว้เอง”

          “มึงรู้เหรอว่าใช้ทำอะไร”

          “รู้!” ใครจะไม่รู้ ถามเด็กปอสามเดี๋ยวนี้ยังรู้เลย กระทรวงสาธารณสุขงี้เขาก็ออกรณรงค์เรื่องนี้กันเยอะแยะ

          “แล้วรู้เหรอว่าใช้ยังไง”

  “ก็แค่เอาใส่เอง…ไม่ใช่เหรอ ?” ผมตอบด้วยความไม่มั่นใจขณะหลบสายตาของพี่วิน จนกระทั่งได้เจอคำถามสุดท้าย

 “แล้วมึงทำเป็นเหรอ ?”

“ถามอะไรเนี่ย!!”

“เหอะ ก็ถึงบอกให้เก็บเอาไว้ที่กูก่อน” เขาเค้นยิ้มกึ่งแดกดันผมนิดๆ มันก็จริงอย่างที่พี่วินพูดแหละแต่ว่า…

“แต่นี่มันของขวัญเลนะ”

“ไอ้รพมันซื้อไม่ดูคนใช้ อยู่กับมึงไปก็ไร้ประโยชน์”

 “มันไม่ใช่ความผิดเลสักหน่อย!” ผมตะเบ็งเสียงใส่ “ก็ฮิมไม่…”

“น้องเล!!” …เคยสอน

คำพูดชะงักกลางอากาศ เมื่อจู่ๆ พี่ผาก็ตะโกนชื่อผมขึ้นมาแบบหาสาเหตุไม่ได้ พอหันไปมองก็เจอสายตาดุจ้องอยู่ “น้องเลอย่าใช้อารมณ์สิ ไม่น่ารักเลยครับ”

“ก็พี่วิน!—”

“เล” เสียงฮิมเรียก ผมรีบหันไปมอง “ไปนอนได้แล้วนะ”

“แต่เลยังไม่ง่วงเลย” ตอนนี้พึ่งจะสองทุ่มครึ่งเอง หรือว่า “ฮิมง่วงเหรอ ?”

“พี่เหนื่อย” เสียงทุ้มว่าขณะลุกขึ้นจากโซฟาเข้ามาโอบเอวผม “ไปนอนกันครับ”

“งั้นก็ได้ เอ๊ะ! เดี๋ยว แล้วของขวัญเลล่ะ”

“ฝากวินเอาไว้” ผมร้องฮือพลางจ้องเข้าไปในตาสีดำสนิท พ่อจึงถามต่อ “เราใช้เป็นเหรอ”

“ฮิมสอนเลสิ” ฮิมไม่ตอบแต่ก้มลงมาจูบที่หน้าผากผมเบาๆ แล้วดันตัวผมให้เดินไปข้างหน้า ผมมองตามของขวัญตาละห้อยเพราะเป็นอันว่าของขวัญที่พี่รพให้ก็ต้องฝากพี่วินเอาไว้ ระหว่างที่กำลังจะเดินขึ้นบันได คนที่หายไปก็ออกมาปรากฏอยู่ในรัศมีสายตาผมพอดี

“พี่รพไป— อ้าว! หน้าไปโดนไรมา” จุดสนใจจากคนถูกเปลี่ยนไปเป็นแผลบนใบหน้า เจ้าของเรือนผมสีแดงมีรอยช้ำตรงแก้มกับเลือดบริเวณมุมปาก คล้ายๆ กับว่าพึ่งโดนอะไรตบหรือต่อยมา เจ้าของบาดแผลบนใบหน้าเงยขึ้นมามองผมแล้วทำหน้าเหวี่ยงใส่ เสียงทุ้มตอบสั้นห้วน

“เพราะมึงนั่นแหละ”

เอ้า! ผมไปทำอะไรให้ตอนไหนล่ะเนี่ย!

 

รพกำลังหงุดหงิด

“แม่งเอ๊ย!” นัยน์ตาคมหันมองร่างเล็กที่พึ่งเดินขึ้นบันไดไปแล้วสบถ ขณะยกมือขึ้นจับแผลที่มุมปากพลางเดินไปยังห้องนั่งเล่น ไอ้ผาหันมามองเป็นคนแรก มันแสยะยิ้มแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ บุคลิกแตกต่างจากตอนที่อยู่กับเลเยอะ

“สมน้ำหน้า เกือบตายแล้วไหมล่ะมึง” ผานึกขำแต่ขำไม่ออก ถ้าน้องเลไม่อยู่ในห้องเขาว่ามันอาจจะได้ตายจริงๆ ขนาดอยู่พ่อทูนหัวของน้องยังเล่นซะปากแตก และทันทีที่พูดจบ นิ้วกลางจากเพื่อนรักก็ถูกส่งมาให้บ่งบอกว่าคนโดนไม่สบอารมณ์เข้าขั้นรุนแรง “มึงให้ไม่คิด มึงก็รู้ว่าฮิมเลี้ยงน้องเลมายังไง”

“เหอะ” ริมฝีปากบางเฉียบเค้นยิ้ม บัดนั้นผาจึงหุบยิ้มลงบ้าง ที่ว่าขำแต่ขำไม่ออกน่ะเขาพูดจริง น้องเลคงไม่รู้ตอนที่ตัวเองเกือบพูดออกมาว่า พ่อไม่เคยสอน นั้น คนด้านหลังกำลังทำหน้าสยองขนาดไหน รังสีทะมึนที่แผ่ซ่านออกมาถ้าเขาไม่หยุดคำพูดของเลเอาไว้ก่อน ไอ้รพมีโอกาสตายจริงๆ แน่

 ฮิมปกติมันก็เป็นคนจริงจังอยู่แล้ว แต่มันจะจริงจังสุดๆ ถ้าเป็นเรื่องของน้องเล





ยกเว้นเรื่องนี้… เพศศึกษา







ตั้งแต่ที่อยู่ด้วยกันมาเขายังไม่เห็นเลยว่ามันจะพูดเรื่องเกี่ยวกับเพศศึกษาให้น้องฟัง แม้แต่เกริ่นเอาไว้บ้างยังไม่มี สกินชิพมากสุดที่เขาเคยเห็นคือจุ๊บก่อนนอน ทั้งๆ ที่คนพ่อเองก็เชี่ยวเรื่องนี้น้อยไปเสียเมื่อไหร่ จำนวนผู้หญิงและชายที่เข้าหาฮิมในแต่ละวันมันเยอะชนิดที่ว่าขนาดผาเองที่มีคนเข้าหาเยอะอยู่พอสมควรรู้ครั้งแรกยังตกใจ ดังนั้นถ้าจะสอนน้องเรื่องนี้ สำหรับฮิมน่ะมันไม่ยากหรอก นอกเสียจากจะไม่สอน



 อย่าว่าแต่สอนเลย เคยคิดจะสอนหรือเปล่าเขาก็ยังไม่แน่ใจ

   

น้องเลที่ไม่เคยรู้อะไร แล้วรพก็มาข้ามขั้นเรื่องทางเพศสำหรับลูกชายสุดที่รักของมันไปซะได้ ไม่น่าแปลกที่คนพ่อจะองค์ลง

“โกรธว่ะ” รพพูดขึ้นมาอีก สงสัยจะหงุดหงิดจริงจัง

“พ่อหรือลูก”

 “ทั้งสอง”

“แล้วยังไง” โกรธคนพ่อเขาบอกเลยว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากไปเตะกระสอบทรายระบายความเครียด ส่วนคนลูกนอกจากไอ้วินที่ใจกล้า กล้าตีน้องเลแล้วล่ะก็ สำหรับคนอื่นอย่างมากสุดก็ทำได้แค่

“พรุ่งนี้กูจะไม่ทำอาหารเช้าให้”

ก็นั่นแหละครับ… คำตอบ

         

“พี่รพไปทำอะไรมานะ” ผมพึมพำด้วยความข้องใจ เขาไปฟัดกับอะไรมาทำไมถึงได้ปากแตกแก้มช้ำแบบนั้น “พ่อจ๋า อ้าวพ่อหายไปไหน”

ผมหันหลังตั้งใจจะถามฮิม แต่คนที่ผมคิดว่าเดินตามผมมาตลอดกลับไม่อยู่ แล้วไหนใครบอกว่าเหนื่อย อุตส่าห์จะนอนเร็วเพราะฮิมชวนนอนเลยนะ ปกตินอนด้วยกันก็จริงแต่ฮิมชอบให้ผมนอนก่อนตลอด นอนพร้อมๆ กันเลยไม่ค่อยมี ว่าแต่เขาหายไปไหน

“อยู่นี่ครับ” เสียงมาคนก็กำลังเดินขึ้นบันได ในมือถือแก้วใส่น้ำอะไรบางอย่างอยู่ ผมยิ้มร่า รีบเก็บอารมณ์ที่กำลังจะงอนแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินขึ้นมาไปเอาอะไรสักอย่างมาให้ผมก่อนนอน มือหนายื่นมันมาให้ ในแก้วเหมือนเป็นน้ำธรรมดาแต่กลิ่นหอมกว่าปกติ แน่นอนว่าไม่ใช่นมเพราะผมไม่ชอบดื่มนม “น้ำผึ้ง”

เสียงทุ้มตอบข้อสงสัยในใจผม แขนแกร่งยื่นมาโอบไหล่แล้วพาผมเข้าเดินเข้าห้องนอน ในขณะเดียวกันที่ผมยกแก้วใส่น้ำผสมน้ำผึ้งดื่มอึกๆ จนหมดแก้ว ฮิมหยิบแก้วในมือของผมออกเมื่อผมดื่มหมด เขาเดินไปปิดไฟในห้องจนเหลือเพียงไฟจากโคมไฟที่หัวเตียง ส่วนผมกระโดดขึ้นเตียงไปแล้ว เตียงขนาดคิงไซต์ด้วย กว้างพอให้คนสองคนสามารถเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงได้ แน่นอนว่าพ่อไม่ทำหรอกมีแต่ผมนี่แหละที่ทำ

 “Goodnight” ฮิมว่าหลังจากเดินมาถึงเตียง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจูบที่หน้าผากและจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากของผมก่อนถอนออกไปกระซิบที่ข้างหู “ฝันดีครับคนเก่ง”

“Goodnight ครับ” ผมตอบกลับเป็นจังหวะเดียวกันที่มือหนาปิดโคมไฟจนทั้งหมดมืดสนิท แล้วล้มตัวนอนลงบนเตียงพร้อมๆ กับอีกฝ่าย ก่อนพยายามเบียดเข้าไปใกล้อกแกร่งจนฮิมหัวเราะ เขายอมเอามือขึ้นมารองหัวผมแทนหมอนพร้อมกับลูบศีรษะเบาๆ มืออีกข้างเลื่อนมากอดเอวผมเอาไว้แบบหลวมๆ แต่อบอุ่นกว่าผ้านวมผืนหนานี่ซะอีก

อุ่นกายเหรอ ? เปล่า…


ผมอุ่นใจต่างหาก





 22.40 น.

เสียงลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเลหลับสนิทแล้ว กลับกัน… เจ้าของประโยคที่บอกว่าเหนื่อยกลับยังลืมตานิ่งขณะลูบศีรษะคนที่หลับสนิทเบาๆ

เขาไม่ได้เหนื่อยอย่างที่บอก ฮิมแค่อยากให้น้องนอนเร็วกว่าปกติ

นัยน์ตาคมหลุบลงมองคนใต้ร่างท่ามกลางความมืด กลิ่นแป้งเด็กลอยขึ้นมาตีจมูกชวนให้ฝ่ามือหนาไล่ขึ้นผ่านเนินอกแล้ววกลงไปจนถึงเอวคอดที่เล็กกิ่วเสียจนแค่สัมผัสดูก็รู้ว่ากายบางขนาดไหน มองภายนอกเลยังเหมือนเด็กมัธยมปลาย แต่พอได้มองภายในในวันนี้…

“…” เขาคิดในใจไม่ได้พูดออกมา

พรึบ

ร่างหนาพลิกขึ้นมาอยู่ด้านบน คร่อมคนที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทราแล้วใช้ปลายนิ้วแตะที่ริมฝีปากเล็กสีอมชมพูก่อนมองมันด้วยความนิ่งงัน ไร้คำพูด ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ ก้มลงต่ำแต่เป็นจังหวะเดียวกันที่คนใต้ร่างพลิกตัวไปด้านข้างจนริมฝีปากบางเลื่อนห่างจากจุดหมายไปคืบนึง

จากที่เงียบ… ยิ่งเงียบไปกันใหญ่

มือหนากำหมัดแน่นพลางละใบหน้าออกจากแก้มขาว เขาตั้งใจจะเลื่อนขึ้นไปจูบเบาๆ ที่หน้าผากแทนแต่เลร้องอื้ออึงในลำคอเหมือนจะตื่น สุดท้ายก็เลยทำได้แค่ห่มผ้าแล้วเดินลงมาจากเตียงอย่างช้าๆ

ฮิมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า จัดการเปลี่ยนชุดตัวเองออกแล้วพรมน้ำหอมใหม่ กระทั่งนาฬิกาเรือนละหลายล้านถูกใส่เข้าที่ข้อมือหนา คนตัวสูงจึงเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่โต๊ะใกล้หัวเตียง แต่พอมองเห็นคนที่กำลังนอนหลับสนิท ใจมันก็ทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากขาว เจ้าของขายาวรีบเดินออกจากห้องทันทีที่ทำแบบนั้น…

เขาเดินลงมาด้านล่างแล้วกวาดสายตามองหน้าเพื่อนแต่ละคนที่ดูเหมือนจะพร้อมกันตั้งนานแล้ว รพยังทำหน้าเหมือนไม่พอใจ ฮิมไม่ได้ถือสาถ้ามันจะยังโกรธ อีกอย่างคือถึงมันจะโกรธเขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ คนที่เขาจะใส่ใจมีคนเดียวคือเล

“วันนี้ใครอยู่ที่นี่” ถามเหมือนเคย

“กูอยู่” เกียร์ตอบ

“ให้ผากับไทด์อยู่แทน มึงไปคุมสนาม”

“สัส! วันพักกู” เฝ้าเลอยู่ที่บ้านคืองานที่สบายที่สุดที่ทุกคนได้ทำ

“กูให้สองหมื่น”

“ไปก็ได้” คนที่พึ่งบ่นไปหมาดๆ ตอบรับอย่างรวดเร็วขณะลุกขึ้นมาใส่เสื้อที่วางอยู่บนพื้น เกียร์ว่า “กูนึกว่าวันนี้มึงจะเข้าสนาม”

“เปลี่ยนใจ” เขาบอกตามตรง

“แล้วมึงจะไปไหน” นัยน์ตาคมหันไปมองลังถุงยางอนามัยทันทีที่ได้ยินคำถาม แค่นั้นทุกคนก็เดาออกว่าเขาจะไปที่ไหน สถานที่ที่ทำให้คนที่โดนเขาตบเพราะให้ของขวัญพิศดาลกับเลถึงกับร้องเหอะขึ้นมาในลำคอ

 

23.30 น.

คลับ แหล่งอกุศลที่ใครหลายคนชอบ เช่นเดียวกันกับที่ใครหลายคนไม่ชอบ ร่างหนาเดินผ่านประตูวีไอพีโดยที่ไม่จำเป็นต้องยื่นบัตรประชาชนให้การ์ดด้านหน้า แค่เดินเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงเสียงดนตรีกับกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งกันไปทั่วในอากาศ เกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่อันตรายและเสี่ยงต่อการทำมิดีมิร้ายหรือโดนล่อลวง สมกับคำว่าสถานที่อโคจรอย่างเต็มรูปแบบ

เจ้าของใบหน้าหล่ออย่างร้ายกาจไม่สนใจสายตาที่ลอบมองมาด้วยความยั่วยวน ฮิมไม่สนใจคนพวกนี้ คนที่เขาเล่นด้วยไม่เคยมีใครมีฐานะทางสังคมตกต่ำไปกว่าคำว่าลูกมหาเศรษฐีเลยสักคน หรือไม่ก็เป็นลูกคนมีหน้ามีตาในสังคม อีกอย่างวันนี้เขาก็มีคนที่นัดเอาไว้แล้วด้วย

ชายหนุ่มไม่สนใจเพื่อนที่ยังเดินตามอยู่ทางด้านหลัง ขายาวก้าวขึ้นชั้นสองสู่โซนของห้องวีไอพีที่ต้องใช้เงินสูงลิ่วกว่าห้าหลักถึงจะสามารถจองมันเอาไว้ได้

แอด

มือหนาเปิดประตูเข้าไป มองไปรอบๆ เห็นสิ่งของด้านในจากการจ่ายเงินกว่าห้าหลักแลกกับสวัสดิการขั้น VIP ทั้งเครื่องดื่ม สถานที่ บุหรี่ นอกจากนี้ในนั้นยังมีผู้หญิงที่นั่งรออยู่ด้วยกันถึงสามคน

“ออกไป” เสียงทุ้มออกคำสั่งทิ้งให้หญิงสาวทั้งสามต้องทำหน้างง ชายหนุ่มไม่พูดซ้ำเขาจับแขนสาวสวยคนหนึ่งแล้วเหวี่ยงออกไปจากห้องจนอีกสองสาวต้องวิ่งออกตาม ร่างหนาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หรูชั้นดีแล้วยกแก้วใส่แอลกอฮอล์สีอำพันซึ่งถูกเตรียมเอาไว้ก่อนแล้วจิบรอเวลา ไม่นานนัก…

ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เจ้าของนัยน์ตาคมไม่ได้ละสายตาไปจากแอลกอฮอล์ตรงหน้าจนกระทั่งคนเข้ามาใหม่เดินมานั่งลงข้างๆ กลิ่นน้ำหอมบางอย่างตีตื้นขึ้นจมูกจนต้องหันไปมอง

เสียงหวานกระซิบ “ส่งน้องเข้านอนเสร็จแล้วเหรอคะ”

ดวงตาคมเฉียบเบี่ยงมองด้านข้าง คนโดนถามไม่ได้ตอบอะไรนอกจากประทับริมฝีปากตัวเองบนปากของอีกฝ่าย…

 

รพกำลังจะระเบิด

ไอ้ที่ว่าหงุดหงิดแล้วยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม

ตั้งแต่เข้าคลับมา เจ้าของเรือนผมสีแดงกลั้นใจเดินตามคนด้านหน้าที่ไปแบบเงียบๆ แม้มันจะทำให้เขาแทบจะปะทุเป็นภูเขาไฟตั้งแต่มาคลับนี่แล้ว แมกมาเริ่มปริออกจากปล่องเมื่อมันเข้าห้องวีไอพีที่ใครๆ ก็รู้กันดีว่านอกจากดื่มเหล้า สูบบุหรี่แล้วมันเอาไว้ใช้ทำอะไร

 มันตบเขาด้วยกล่องถุงยางอนามัยเพราะให้เล แต่คนพ่อกลับเอามันมาใช้เอง

ย้อนแย้งชิบหาย!!

เขาไม่เข้าใจว่าฮิมกำลังคิดอะไร เขาไม่เข้าใจ ชายหนุ่มรู้ว่าอีกฝ่ายเลี้ยงเลมายังไง จะให้เรียกว่าอะไร ? ประคบประงมมากจนเกินไปหรือไข่ในหินเสริมเหล็กเททับด้วยปูน แต่เขาไม่คิดว่ามันจะหวงเลถึงขนาดเอาของขวัญที่เขาให้ตบหน้าตัวเขาเอง

นั่นแหละที่ทำให้รพระเบิดจนต้องโวยวายทั้งๆ ที่ปกติชายหนุ่มเป็นคนเงียบๆ เขาโกรธจนแทบจะบ้าแต่ไอ้วินที่ทะเลาะกับน้องเลเกือบทุกวันกลับนั่งเงียบจนน่าแปลกใจ

“มึงคิดอะไรอยู่” รพถามแต่ไอ้วินกลับทำนิสัยเสียโดยการเดินหนีซึ่งๆ หน้า นั่นยิ่งทำให้คนที่ใกล้ระเบิดเต็มทนถึงกับลาวาพุ่ง ร่างสูงกระดกแก้วเหล้าเข้าปาก ก่อนจะคว้าสาวสวยคนหนึ่งขึ้นห้องตามเพื่อนไปอีกคน

 

3.45 น.

เสียงหอบหายใจพร่าพึ่งสลายไปเมื่อสิบนาทีก่อน หญิงสาวนอนสลบเหมือดอยู่บนเตียงจากบทรักที่กินเวลาไปกว่าสี่ชั่วโมง ทว่าชายหนุ่มเหมือนจะยังมีแรงเหลือเฟือสำหรับลุกขึ้นนั่งสูบบุหรี่

“ฮิมคะ”

“อย่าใส่น้ำหอมมาอีก” เขาออกคำสั่ง นัยน์ตาคมหลุบลงมองอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้างง เขาไม่ได้อธิบายต่อปล่อยให้เธอคิดเอาเอง

“อย่าใส่น้ำหอม ? ทำไมคะ”

“เลไม่ชอบ” ฮิมจำได้ตอนที่น้องโวยวายเพราะได้กินน้ำหอมของอีกฝ่าย ตอนนั้นเขาไปซื้อน้ำหอมจริงๆ แต่ก่อนที่จะไป…

“ก็ได้ค่ะ ไม่ใส่ก็ไม่ใส่” คนฟังไม่มีสิทธิปฏิเสธได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มขมขื่น เธอปั้นสีหน้ายิ้ม “ฮิมนี่รักน้องเลจริงๆ เลยนะ”

“…”

“จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าตอนที่เรามีอะไรกัน ฮิมคิดถึงหน้าน้องเลแทนหน้าปริมหรือเปล่า ฮ่าๆ” หญิงสาวพูดติดตลกแต่กลับทำให้คนฟังต้องชะงัก หลังจากนั้นเสียงในห้องก็เงียบลง ฮิมหลุบตาลงมองเห็นเจ้าของใบหน้าสวยสง่าหลับสนิทไปแล้ว มือหนาจึงขยี้บุหรี่ทิ้ง  ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงหยิบถุงยางอนามัยชิ้นล่าสุดออกจากตัวแล้วขว้างใส่ถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ ชำระร่างกายแล้วออกมาใส่เสื้อผ้า นาฬิกาเรือนหรูถูกนำมาสวมที่ข้อมือเป็นอย่างสุดท้ายเช่นเคย

ก่อนออกจากห้อง เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองหญิงสาวที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง เขาอยากรู้

ถ้าบอกไปว่าตอนที่กำลังมีอะไรกันอยู่ เขาคิดถึงหน้าเลจริงๆ อีกฝ่ายจะหัวเราะได้อย่างตอนที่พูดหรือเปล่า…

 

4.57 น.

รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาในเขตบริเวณบ้าน  เจ้าของขายาวก้าวลงจากรถ นัยน์ตาคมมองไฟในบ้านที่ถูกปิดสนิทบ่งบอกว่าทุกคนคงหลับกันหมดแล้ว ร่างหนาไขกุญแจเข้าไปด้านในแล้วรีบเดินขึ้นไปยังชั้นสอง

แอด

ประตูห้องถูกเปิดให้มีเสียงน้อยที่สุด แอร์เย็นเฉียบกับความเงียบเข้ามาทักทายเมื่อเขาเดินเข้าไปด้านใน ฮิมจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าตนเองก่อนจะก้าวขึ้นเตียงอีกครั้ง กลิ่นแป้งเด็กแตะจมูกอย่างรวดเร็ว หอมจนต้องคว้าน้องเข้ามากอดจนอีกฝ่ายร้องฮึมฮัมเหมือนไม่พอใจแต่ยังไม่ตื่น เลหลับง่ายตื่นยาก ยากชนิดที่ว่า…

กึก

ฮิมชะงัก เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังจะซุกซอกคอขาวต้องรั้งตัวเองแล้วละออกมาทำได้แค่นอนกอดอีกครั้ง

ไม่ได้ตอนนี้ยังไม่ได้

ฮิมถอนหายใจ นัยน์ตาสีดำที่เคยเฉือยชาไปชั่วขณะเปลี่ยนมาเป็นเหมือนเดิม เขาไม่ได้เป็นพี่ชายแสนดีขนาดที่ใครหลายคนคิด ถ้าเลรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาคิดอะไรอยู่ อีกฝ่ายต้องร้องไห้ออกมากแน่ๆ

สงสารเหรอ ? ไม่ใช่

กลัวต่างหาก…

 

"ทำไมมันหายไปกล่องนึง!!" เสียงนึงปลุกเขาให้ตื่น พอหันไปมองข้างกายก็พบว่าเลหายไปแล้ว มือหนายันกายขึ้นจากเตียง เดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวสักหน่อยก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง

ปั๊กๆ!!

"มึงจะตีกูทำไม!" ด้านล่างนั้น เลกำลังตีวินที่เหมือนใกล้หมดความอดทนเต็มที "เล!”

"ก็เลฝากลังของขวัญไว้กับพี่วิน แต่มันหายไปตั้งกล่องนึงอะ" น้องบอกเหตุผลด้วยสีหน้าบึ้งตึ้ง

"กูไม่ได้เอาไป"

"แล้วใครเอา!" ประโยคนั้นทำให้คนฟังต้องชะงัก วินหันหน้ามามองเขาแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาลืมไปเลหวงของมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ใบหน้าหล่อเหลาเบนไปทางโต๊ะอาหารที่ว่างสนิท ก่อนจะเดินไปทางด้านหลังร่างเล็ก เข้าสวมกอดจากทางด้านหลังจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "อ๊ะ! ฮิม"

"ตื่นเช้า"  ฮิมว่าขณะก้มจูบที่กระหม่อมบาง เลหันหน้ามามอง สบตากันทีหนึ่งแล้วจุ๊บที่ปาก "มอนิ่งคิสครับ"

"ฮิมจ๋า ของขวัญเลหายไปกล่องนึงอ้า"

"หืม พี่หิวจัง" เขาเมินคำพูดแต่น้องทำตาโต

"พี่รพไม่ได้ทำอาหารเช้าไว้เหรอ" เลหันไปมองเห็นโต๊ะที่ว่างเปล่าก็ทำหน้ายุ่ง เรื่องที่เคยมีปัญหากับวินเมื่อสักครู่นี้เหมือนจะลืมไปหมดแล้ว

"ทำอะไรให้พี่กินหน่อย" เขาเคยบอกหรือยังว่าเลทำอาหารอร่อยมาก พอเลพยักหน้าเขาจึงโอบไหล่บางไปทางห้องครัวขณะก้มลงจูบกลุ่มผมดำสนิทสองสามที

เลก็ยังเป็นเด็กดีของเขาเหมือนเคย...




ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #217 เมื่อ16-01-2017 23:48:27 »


#8

 

บางทีนะ บางทีผมควรไปหาหมอ รู้สึกช่วงนี้ผมอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าผู้หญิงมีประจำเดือน เมื่อวานพ่อผู้แสนจะใจดีพึ่งทำให้ผมมีความสุขราวกับได้ขึ้นสวรรค์ แต่พอวันถัดมาผมก็ต้องรู้สึกอารมณ์เสียอีก ไม่หรอก ตอนเช้ามันก็ยังดีๆ อยู่ และวันนี้ผมตื่นก่อนพ่อ สงสัยเมื่อวานที่บอกว่าเหนื่อยจะเป็นเรื่องจริง แต่พออาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาด้านล่างปุ๊บเท่านั้นแหละ…

อารมณ์มันก็กลับมาเสียอีกแล้ว

“พี่วิน!!” ผมกรีดร้องลั่นบ้าน น่าแปลกที่เจ้าของชื่อกำลังนั่งเล่นอยู่กับเจ้าเปอร์เซียไม่ไกลจากผมนัก ใบหน้าคมหันมามองผม เขาตอบกลับ

“อะไรของมึงอีก”

“ของขวัญเลหายไปไหน!”

“ลังที่อยู่ตรงหน้ามึงมันไม่ใช่ของขวัญของมึงหรือไง” พี่วินตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มทน  มันก็ใช่แต่ว่า…


           
"ทำไมมันหายไปกล่องนึง!!" กล่องถุงยางผมวันก่อนมันยังเรียงกันเป็นช่องจนเต็มลัง แต่พอมาวันนี้ผมโบ๋ไปอันหนึ่ง ผมพึ่งฝากพี่วินเอาไว้เมื่อคืนเพราะพ่อขอเลยนะ แต่พี่วินกลับทำมันหายไปแล้ว! “ถุงยางเลหายไปไหน!”

           
“…”

           
“ตอบเลสิ!”

           
“กูไม่รู้”

           
“ก็พี่วินเป็นคนเก็บ”


           
“…”

           
“พี่วินอ่ะ!!” ผมตะโกนอย่างเหลืออดแต่อีกฝ่ายยังเงียบ

           
เงียบ…

           
 เงียบ…

           
 เงียบ…

           
ด้ายยยยย จะเงียบใช่ไหม!!

           
ปั๊กๆ!!

           
ผมฟาดมือเข้าไปตรงช่วงลำตัวกว้าง


"มึงจะตีกูทำไม!" พี่วินร้องลั่นใบหน้าหล่อเหลาทะมึนเหมือนคนใกล้หมดความอดทนเต็มที "เล!”

"ก็เลฝากลังของขวัญไว้กับพี่วิน แต่มันหายไปตั้งกล่องนึงอะ" ผมบอกเหตุผล หน้าบึ้งมาก็หน้าบึ้งกลับ

"กูไม่ได้เอาไป" พี่วินปฏิเสธผมยิ่งรู้สึกโมโห

"แล้วใครเอา!"

“…” เงียบ…อีกแล้ว ผมกำลังจะตวาดกลับถ้าไม่รู้สึกเหมือนมีอะไรมากอดจากทางด้านหลัง เป็นสัมผัสอุ่นๆ ที่คุ้นเคย พอหันไปมองก็พบว่า "อ๊ะ! ฮิม"

"ตื่นเช้า” พ่อบอกจูบเบาๆ ที่กระหม่อมผมตามด้วยที่ปาก "มอนิ่งคิสครับ"

"ฮิมจ๋า ของขวัญเลหายไปกล่องนึงอ้า" ผมชี้นิ้วไปทางพี่วินที่ยังทำหน้านิ่งแต่เหมือนฮิมจะเข้าถึงประโยคผมไม่ได้ อีกฝ่ายตอบกลับด้วยประโยคใหม่

"หืม พี่หิวจัง" ผมทำตาโต

"พี่รพไม่ได้ทำอาหารเช้าไว้เหรอ” แล้วรีบมองไปทางโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า แปลกจังปกติพี่รพจะตื่นมาทำให้ทุกเช้าเลย

"ทำอะไรให้พี่กินหน่อย" ผมยู่ปาก เลิกคิดเรื่องของขวัญที่หายไป(กล่องหนึ่ง)ของตัวเองแล้วพยักหน้าสองสามที หลังจากนั้นฮิมจึงโอบไหล่ผมเดินไปทางห้องครัว ผมเปิดตู้เย็นกวาดสายตามองหาวัตถุดิบต่างๆ แล้วหันไปถามคนข้างกาย

“ฮิมจะกินไรอะ”

“เราอยากกินอะไรล่ะ”

“ให้เลคิดอีกแล้ว คิดเมนูมันยากกว่าการทำอาหารอีกนะ” ผมบ่นเพราะเวลาฮิมบอกให้ทำอาหารให้กินทีไร เขาไม่เคยระบุเมนูอย่างชัดเจนเลยสักครั้งเดียว ผมเลยไม่แน่ใจว่าพ่อชอบทานอะไรกันแน่ เหมือนเขากินได้ทุกอย่างคือไม่เรื่องมากเรื่องการกินเหมือนอย่างผม แต่พอรู้บ้างว่าฮิมชอบอาหารที่มีรสชาติแบบพอดีๆ คือไม่เค็มเกินไป ไม่หวานและไม่เปรี้ยวจนเกินไป เรียกอีกอย่างก็รสชาติกลมกล่อม

“เราทำอะไรก็อร่อยไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ต้องมาชมเลย” ผมว่ายื่นมือเข้าไปในหยิบเนื้อสัตว์กับไข่ออกมา “งั้นเลทำข้าวผัดอเมริกันนะ”

ผมตัดสินใจทำเมนูง่ายๆ ซึ่งฮิมก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากพยักหน้า ร่างหนาเดินกลับขึ้นไปด้านบน ผมทายว่าเขาขึ้นไปอาบน้ำแน่ๆ

“พี่วินกินด้วยไหม” ผมตัดสินใจถามคนที่ตัวเองยังไม่หายงอน แต่เห็นว่าวันนี้พี่รพไม่ทำอาหารหรอกเลยจะทำให้ทานด้วย (ถ้าพี่วินหิวนะ) เพราะปกติเชฟใหญ่ของบ้านก็คือพี่รพ ถ้าพี่รพไม่อยู่ผมถึงทำ เห็นแบบนี้ข้อดีอย่างหนึ่งของผมคือทำอาหารนะ ผมทำอาหารอร่อยมากไม่อยากจะโม้

“เออ” พี่วินตอบเสียงเรียบ ผมพยักหน้าไม่พูดอะไรต่อเพราะกำลังเบนความสนใจไปที่การหั่นผักในมือ

ยี่สิบนาทีต่อมา คำทำนายของผมเป็นจริงเมื่อฮิมเดินลงมาในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงสามส่วนธรรมดากับกลิ่นหอมฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นผมดูชื้นหน่อยๆ สงสัยจะสระผมด้วย ในตอนนี้ผมก็ถอดไข่เสร็จพอดีและกำลังเอามันออกจากกระทะไปวางไว้ในจานที่มีข้าวผัด แฮม ไส้กรอก ผักนั่นนู้นนี่ที่วางเอาไว้ก่อนแล้ว

“หอม” ฮิมว่า เขาเดินอ้อมมาทางด้านหลังผมแล้วชะโงกหน้ามองก่อนจะหันไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำผลไม้ออกมาเทใส่แก้ว แล้วบังคับให้ผมดื่ม “ตอนเช้าไม่ได้ออกกำลังกาย ตอนเย็นเลต้องไปยิมกับพี่นะ”

ผมแทบจะเจาะไข่ดาวแตก “ฮือ ไม่อยากไป”

“ไม่ได้” ฮิมปฏิเสธเสียงเรียบ

“แต่พ่อตื่นสายเองนี่” ปกติถ้าเขาจะพาผมออก เขาต้องตื่นก่อนผมสิ

“โทษพี่งั้นไปอังกฤษคราวหน้างดของฝาก”

“ไม่นะ!” ผมโวยวาย “ไปยิมกับฮิมก็ได้แต่อย่างดของฝากเลนะ”

ฮิมไม่ตอบ เขายิ้มแล้วเอื้อมมือมาบีบจมูกผมอย่างหมั่นเขี้ยว ร่างหนานั่งลงบนโต๊ะรับประทานอาหารเป็นเวลาเดียวกันที่ผมเดินไปหยิบช้อนส้อมใส่จานแล้วถือข้าวผัดอเมริกันไปเสิร์ฟอีกฝ่ายบนโต๊ะ ผมนั่งกินข้างๆ ร่างสูง ส่วนพี่วินถือจานไปกินอยู่หน้าทีวีนู้น

ผมลืมอะไรไปหรือเปล่านะ ?

รู้สึกเหมือนตัวเองลืมอะไรไป ?

เมี้ยว

อ๋อ รู้แล้วลืมให้อาหารเปอร์เซียร์

“หิวเหรอ” คนข้างกายถามแต่เขาไม่ได้ถามผม ฮิมวางช้อนลงบนจานแล้วหันไปสนใจเจ้าแมวก้นกลมที่เดินมาเลียแข้งเลียขาอย่างน่าหมั่นไส้ “เซียร์หิวเหรอ”

           
ผมเบ้ปากทันทีที่ฮิมถามเจ้าแมวก้นกลมก่อนเขาจะอุ้มมันขึ้นมานั่งบนตัก ยอมแม้กระทั่งให้แฮมบนจานข้าวผัดที่ผมทำ

           
“คนดียังไม่ได้เอาอาหารให้เซียร์เหรอ”

           
“ลูกรักฮิม ฮิมก็ให้เองสิ”

           
ขวับ

         
“ก็เลยังไม่ได้ให้ ทะ…ทำไมฮิมต้องมองหน้าเลแบบนั้นด้วยเล่า!”

           
“เลไม่น่ารักเลยนะเมื่อกี้” จ้า ลืมไปมันเป็นลูกรัก แตะต้องอะไรไม่ได้เลย และพอพูดจบฮิมก็จัดการไปเอาอาหารให้เจ้าแมวตัวอ้วนด้วยตัวเอง ก่อนจะกลับมานั่งทานข้าวผัดของผมต่อ ผมเบนหน้าหนีรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ จนกระทั่งใครบางคนเดินลงมาจากบ้าน คนที่ผมคิดว่าเขากลับไปนอนคอนโด

           
พี่ผาพูดทันทีที่เดินลงมาแล้วเห็นหน้าผม “น้องเลหน้าบึ้งแต่เช้าเลยนะ”

           
ให้ตายเหอะ! ผมว่าผมควรไปหาหมอจริงๆ แล้ว

 

           
ตอนบ่าย ผมต้องข่มใจอาบน้ำให้เปอร์เซียร์อย่างที่ได้พูดไว้เมื่อวาน กับซักผ้า ถูบ้าน ทำความสะอาดห้อง ที่นี่ไม่ได้จ้างแม่บ้าน พี่ๆ ทุกคนรักความเป็นส่วนตัวมากกว่าที่จะจ้างให้คนอื่นมาดูแลสถานที่หลับนอนของตัวเอง ดังนั้นเรื่องทำความสะอาดเลยต้องแบ่งๆ กันทำ ส่วนฮิมรายนั้นตั้งแต่กินข้าวเช้าเสร็จก็ออกไปไหนไม่รู้ แต่กลับมาตอนที่ผมทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยพอดี

           
“ฮิมจ๋า” ผมโผล่เข้ากอดพ่อ โดนหอมแก้มสองทีพร้อมกับจูบที่หน้าผาก “ไปไหนมา”

           
“ทำงานสิ” พอได้เหตุผลผมก็ไม่ซักต่อ “คนดีไปนอนกับพี่หน่อย”

           
 “อุ้มเล” ผมยกมือขึ้นเมื่อฮิมว่าแบบนั้น เขาก็ไม่คัดค้าน แขนแกร่งอุ้มผมขึ้นพาดบ่าแล้วพาเดินขึ้นบันไดไปจนถึงห้อง จากนั้นก็ปล่อยผมลงเตียงแล้วนอนทาบร่างผมลงมา ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าที่ซอกคอผม “หนักนะ”

           
ผมพึมพำกับตัวเอง ก็พ่อน้ำหนักน้อยซะที่ไหน หลังจากนั้นฮิมก็นิ่งไปสงสัยจะหลับไปแล้ว ผมได้ยินแค่เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอกับสัมผัสร้อนๆ บริเวณต้นคอ ผมนอนนิ่งๆ เหมือนหุ่นยนต์อยู่เกือบสามสิบนาทีก่อนจะหลับตามอีกฝ่ายไป

 

           
ปัง!

           
ผมสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเหมือนใครบางคนถีบประตูเข้ามา พอเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นพี่ไทด์ยืนกอดอกพิงประตูอยู่

           
“กินข้าว” อีกฝ่ายพูดสั้นๆ ก่อนปิดประตูห้องพร้อมกับเดินออกไป ผมสะบัดใบหน้าไล่ความง่วงออกก่อนจะค่อยๆ แกะแขนแกร่งที่กำลังกอดผมอยู่แล้วลุกจากเตียงเพื่อเดินเข้าห้องน้ำ พอเดินออกมาก็พบว่าฮิมตื่นแล้ว ร่างหนากำลังนั่งพิงหัวเตียง นัยน์ตาคมหันมาประสานกับผมแล้วกวักมือเรียกเข้าไปหา

           
“พี่ไทด์เรียกให้ไปกินข้าวครับ” ผมบอกขณะถูกคนตัวสูงรอบเอวเข้าไปกอด ฮิมพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะโอบรอบเอวผมเดินลงไปข้างล่าง ชั้นหนึ่งของบ้านกำลังวุ่นวายกับการเตรียมจานใส่นั่นนู้นนี่ เราเดินไปที่ห้องนั่งเล่นเพราะปกติถ้ากินพร้อมกันหลายๆ คนจะไม่นิยมนั่งกินที่ห้องครัว พื้นที่ไม่พอ ชอบนั่งกินที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับดูหนังไปด้วยมากกว่า

           
แต่ข้าวที่พี่ไทด์ว่านั่นถึงกับทำเอาคนข้างกายผมถอนหายใจ ข้าวของเขาคือ ไก่เคเอฟซีสี่ชุดใหญ่วางเรียงรายกันเป็นแถบ พร้อมด้วยพิซซ่าและเจลลาโต้ Junk food ที่ฮิมไม่ค่อยชอบให้ผมทานจนร่างสูงต้องเดินไปหยิบกุญแจรถมาจับมือผมเตรียมเดินออกจากบ้าน

           
ถ้าผมไม่บังเอิญเห็นอะไรในห้องนั่งเล่นเสียก่อน…

           
“ถุงยาง!!” ผมตะโกนขึ้นมาขณะชี้นิ้วไปยังกล่องถุงยางที่เคยหายไปเมื่อช่วงเช้า ตอนนี้มันกลับมาอยู่ที่เดิมแล้ว! “ใครแกล้งเล เมื่อเช้าเลยังหาไม่เจอเลย”

           
ผมมองมันด้วยความงุนงงก่อนจะเดินไปหยิบกล่องนั่นขึ้นมา มันถูกแกะออกแล้วถุงยางในกล่องหายไปอันหนึ่งแต่แค่อันเดียวเอง ผมจะพยายามมองข้ามไป

           
“ใครมันจะเอาของมึงไป” พี่วินที่โดนผมวีนใส่เมื่อเช้าตอบเสียงทุ้ม เขาหันมาทำหน้าดุใส่ผมจนรู้สึกผิด

           
“เลขอโทษ ก็เลไม่รู้นี่”

           
“โทษแต่กูแหละมึงน่ะ”

           
“พี่วินอย่างอนสิ แล้วสรุปใครเอาของเลไป”


           
“…” เงียบกันอีกแล้ว ไม่มีใครตอบทุกคนหยิบไก่ในถังเคเอฟซีกินกันไปแบบเงียบๆ ผมแอบเบ้ปากก่อนจะหันไปหาพ่อแล้วขอทานที่นี่ผมจะง้อพี่วินเพราะอีกฝ่ายเหมือนจะยังงอนผมอยู่ ฮิมอนุญาตให้อยู่แต่ไม่อนุญาตให้กิน พอผมไม่ไป ฮิมเลยขับรถออกไปซื้อข้าวเย็นมาให้ผมคนเดียว ส่วนผมรีบมานั่งง้อพี่วินต่อ

           
“พี่วินเลขอโทษ”

           
 “…”

           
“พี่วินอย่าเงียบสิ อ๊ะ” ผมร้องเมื่อโดนอีกฝ่ายเอาไก่ยัดปาก พอรู้สึกตัวจึงรีบเอามันออกมา “ฮิมไม่ให้กินอะ”

           
“ทีพ่อมึงนี่เชื่อฟังจังเลยเนาะ”

           
“ก็ฮิมเลี้ยงเลมานี่” ผมให้เหตุผล ไม่ให้เชื่อฟังคนเลี้ยงผมมาแล้วจะให้ผมเชื่อฟังใครล่ะ “พี่วินก็พูดแปลกๆ”

           
พี่วินหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง “ลองดื้อกับพ่อมึงสักครั้งให้กูดูหน่อย”

           
“หา ?” พี่วินไม่ได้ตอบ เขาปล่อยให้ผมงงต่อไปจนกระทั่งฮิมกลับมาที่บ้านพร้อมกับข้าวเย็นของผม ข้าวเย็นวันนี้คืออาหารญี่ปุ่น จากร้านที่เราชอบไปทานบ่อยๆ อาหารว่างคือสลัดส่วนของหวานเป็นพายแอปเปิ้ล หรือจะกินเจลลาโต้ที่พี่ๆ ซื้อมาก็ได้ฮิมไม่ห้าม

           
ผมนั่งกินเงียบๆ ในขณะที่ทุกคนกินเสร็จและกำลังจะลุกขึ้นเก็บของ ตอนนั้นเองผมถึงนึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้ไปยิมทั้งๆ ที่คุยกับฮิมว่าจะไปเมื่อตอนเช้า พอมองซ้ายขวาพ่อหายไปไหนไม่รู้ ดังนั้นผมเลยทำเนียนลืมๆ เรื่องยิมไปแล้วกินข้าวต่อ

เสียงโทรศัพท์ของพี่รพดังขึ้น ร่างสูงเดินออกไปรับโทรศัพท์ด้านนอกพอกลับเข้ามามือหนาก็คว้ากล่องถุงยางที่ผมพึ่งจะได้คืน บอกสั้นๆ ว่า “ขอ”

           
“ไม่เอา!” อาการหวงของมันกำเริบทันที ใบหน้าหล่อเหลาหันมาทำหน้าเหนื่อยหน่ายใส่ผมแล้วบอก

           
“มึงไม่ได้ใช้หนิ”

           
 “ก็เลยังไม่ได้ใช้เฉยๆ”

           
 “กว่ามึงจะได้ใช้มันก็หมดอายุพอดี ให้คนอื่นใช้บ้าง ทิ้งไว้เฉยๆ มันเปลืองของ”

           
 “แต่…”

           
“กูซื้อให้ตั้งเยอะ อีกอย่างใช้เป็นแล้วเหรอถึงกล้าพูดว่ายังไม่ได้ใช้เฉยๆ”

           
“…” ผมเถียงไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะตอบกลับว่ายังไง เจ้าของเรือนผมสีแดงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยหลังจากนั้นก็เดินถือกล่องถุงยางกล่องนั้นของผมไป

           
ไม่ได้การแล้ว… ขืนผมยังไม่รู้วิธีใช้ถุงยางที่พี่รพให้ ผมว่ามันได้หมดก่อนที่ผมจะได้ใช้แน่ๆ!!



(มีต่อ)

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 161016#5(2) p.6
«ตอบ #218 เมื่อ16-01-2017 23:49:26 »



ครืด

            ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก วินเดินออกมาสูบบุหรี่ด้านนอกเพราะเลนั่งกินข้าวอยู่ด้านใน นัยน์ตาคมมองเหตุการณ์ระหว่างรพกับเลครู่หนึ่งแล้วหันมาให้ความสนใจกับบุหรี่ในมือแทน มือหนาล้วงเข้ากระเป๋าหยิบไฟแช็กออกมาแต่ปรากฏว่าจุดยังไงไฟก็ไม่ติด ร่างสูงเลยหมุนตัวเพื่อที่จะไปหยิบอันใหม่ในบ้าน แต่จู่ๆ ไฟแช็กที่ว่าก็ถูกโยนลงตรงโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากเขานัก

            หันไปด้านข้างจึงพบว่าบริเวณนี้มีคนมายืนสูบอยู่ก่อนแล้ว

            ร่างสูงที่กำลังยืนพิงกำแพงเงียบๆ มันปล่อยควันคลุ้งแต่เขาไม่ได้กลิ่น ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ บุหรี่นั่นถูกสั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ คนลูกแพ้กลิ่นบุหรี่คนพ่อเลยจัดการสั่งทำใหม่แบบพิเศษ แทนที่จะได้กลิ่นเหม็นกลับกลายมาเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ หรือแทบไม่มีกลิ่นแทน ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ แล้ว…

มันใส่ใจเลจริงๆ นั่นแหละ

แต่พอนึกไปถึงกล่องถุงยางที่เคยหายไปอยู่ดีๆ ก็กลับมามันทำให้วินอดถามไม่ได้ “มึงไม่ได้ใส่เหรอ”

“เปล่า” คนตัวสูงตอบขณะปล่อยควันคลุ้งลอยไปตามอากาศ

“ไปซื้อให้เลใหม่” เขาเสี่ยงถามคำถามที่ไม่น่าจะใช่ เพราะไอ้รพมันสั่งพิเศษ ซึ่งคำตอบก็เป็นไปอย่างที่คาด

“ไม่”

“หมายความว่าไง”

“ผิดไซต์” เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ตอนหยิบมันไป รพซื้อมาให้เลดังนั้นขนาดถุงยางมันก็ต้องเป็นไซต์ของเล (มันเลือกไซต์เล็กสุดของขนาดถุงยางมา) แน่นอนว่าของเลกับของเขาขนาดมันต่างกันลิบลับ

คนฟังคำตอบได้แต่นิ่งก่อนคีบบุหรี่ขึ้นสูบ…

 

อีกด้านหนึ่ง…

รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกจากมาจากบริเวณบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ด้วยความเร็วสูง ไม่ได้แล่นตัวความฉุนเฉียว ชายหนุ่มเจ้าของรถอยู่ในโหมดตรงข้ามกับคำว่าฉุนเฉียวลิบลับ รพกำลังอารมณ์ดี ดีมากๆ ด้วย

            ปึก!

            กล่องถุงยางที่ถือติดมือมาด้วยถูกโยนเข้าไปด้านหลัง เขาใช้ได้ซะที่ไหนขนาดของมันเล็กกว่าไซต์เขาลิบลับ เชื่อว่าตอนที่ฮิมหยิบไปมันคงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ สุดท้ายก็เอากลับมาคืนน้องเหมือนเคยแล้วเขาก็เอามันมาจากเลอีก ปฏิกิริยาตอบรับคืออารมณ์หงุดหงิด มีวีนบ้างตามประสาเด็กหวงของ แต่นั่นแหละที่ทำให้เขาอารมณ์ดี

            เลหวงของจะตาย ดังนั้นต้องเริ่มคิดแน่ๆ ว่าถ้ายังไม่รีบใช้แล้วล่ะก็มันจะเกิดอะไรขึ้น…

            แถมใช้ไม่เป็นพ่อมันก็คงไม่ยอมสอน ตามนิสัยของเด็กดื้อ ถ้าไม่มีใครสอนแล้วจะทำยังไง

            คำตอบง่ายๆ ก็ต้องหาวิธีใช้เอง

            “หึ หึ หึ” รพเผลอแสยะยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ ท้ายที่สุดจบด้วยการหัวเราะลั่น

เขาจะทำให้พ่อมันอยากกระอักเลือดตาย โทษฐานที่ถือวิสาสะตบหน้าเขาให้วันนั้น

 

22.10 น.

แอด

เสียงเปิดประตูทำให้ผมที่กำลังติดกระดุมต้องชะงักแล้วหันหลังไปมอง

“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ฮิมถาม เขาเดินมากอดผมจากทางด้านหลัง มือหนายื่นมาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวให้ ติดเสร็จอีกฝ่ายก็จับผมหมุนตัว ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาจูบที่หน้าผาก จากนั้นก็ขว้างผมขึ้นเตียงทับด้วยผ้าห่มผืนหนาเชิงบังคับให้นอน ผมนอนนิ่งมองร่างสูงที่กำลังถอดเสื้ออยู่ปลายเตียงจนกระทั่งนัยน์ตาสีดำสนิทหันกลับมาสบตาผมอีกครั้ง “เล”

เตือนครั้งที่สอง… ผมรีบหลับตาลง

พอได้ยินเสียงฮิมเดินเข้าห้องน้ำไปผมจึงลืมตาขึ้น แล้วทำท่าหลับอีกครั้งเมื่อเขาเดินออกมาจากห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ ผมแกล้งหลับจนกระทั่งได้ยินเสียงปิดโคมไฟที่หัวเตียงพร้อมๆ กับการยุบของฟูก กับกลิ่นหอมๆ จากคนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ ตอนนั้นแหละที่ผมได้รู้ว่าการแกล้งหลับของผมมันไม่ได้เรื่อง

“ทำไมยังไม่นอน” อีกฝ่ายนอนตะแคงพลางเอื้อมมือมากอดเอวผมเอาไว้แบบหลวมๆ ผมตัดสินใจลืมตาขึ้นเมื่อถูกจับได้

“เลมีเรื่องจะตอบ” ผมเอียงข้าง สบตากับอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่จนกระทั่งฮิมเลิกคิ้ว “พ่อ สอนเลใช้ถุงยางหน่อยสิ”

“…” เขาเงียบไปนาน “พี่ง่วงแล้ว”

“วันอื่นก็ได้”

“คนดีอยากใช้ ?”

“เดี๋ยวมันหมดอายุก่อน” …ไม่ก็ถูกเอาไปใช้จนหมดก่อน

            ฮิมเหมือนจะขำ เขาจับตัวผมเข้าไปกอดแล้วกดริมฝีปากลงที่ขับ “มันไม่หมดอายุเร็วขนาดนั้น”

            “ก็เลอยากใช้”

            “…”

            “นะ”

            “รอเราอายุสิบแปด”

            “นั่นมันอีกตั้งสามเดือน”

            “อือหึ”

            “พี่ฮิม…” ผมส่งเสียงอ้อน “สอนพรุ่งนี้เลยไม่ได้เหรอ”

            “นอนได้แล้ว” อีกฝ่ายตอบเสียงพร่า หลังจากนั้นพอผมถามอะไรไปเขาก็ไม่ตอบอีก ผมถอนหายใจ หลับตาลงบ้างแต่สมองยังครุ่นคิด

 

วันต่อมา

“วันนี้เอ็กซ์กับดินก็ไม่มาเหรอ” ผมถามด้วยความสงสัย ผมไม่ได้เจอหน้าพวกเขามาสามวันแล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ อีกอย่างวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มเรียนหลังจากอาทิตย์ก่อนตะลุยทำกิจกรรมกันทั้งอาทิตย์ “หายไปไหนของเขา”

แต่ที่เจอตลอดคือพิษกับเกี๊ยกยกเว้น เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมานะ ผมรู้สึกเป็นห่วงสองคนที่หายหน้าหายตาไปนาน จะโทรไปก็ไม่มีเบอร์เพราะผมไม่ได้ขอเอาไว้ อันที่จริงแล้วผมก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนใหม่เลย ส่วนเพื่อนเก่าของผมไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน บ้างก็ต่างคณะแต่มหา’ลัยเดียวกัน บ้างก็เรียนต่างมหา’ลัย บางคนก็ไปเรียนต่อไกลถึงอเมริกานู้นเลย ตั้งแต่จบมอหกผมเลยไม่ค่อยได้เจอเพื่อนเก่าแต่พวกเราก็ยังติดต่อกันนะ

“เสาร์ อาทิตย์ทำไร”

“ดูหนังกับเล่น ไซยาไนด์ล่ะ”

“ไล่เตะหนู”

“หา ?”

“หมายถึงไปออกกำลังกายมา” เขาตอบพร้อมกับหันหน้ามายิ้มๆ ให้กับผม

อ้าวเหรอ… “เกี๊ยกล่ะ”

“ไปดูหนัง ซื้อรองเท้า”

“เหมือนเลเลย”

ครืด

เราหยุดคุยกัน เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้อง วันนี้เป็นคาบแรกของผม ต้องตั้งใจเรียนให้มาก แต่ก่อนจะเริ่มเรียนผมรีบเอียงตัวไปกระซิบคนข้างกายให้ได้ยินกันแค่สองคน

“เกี๊ยก ตอนเลิกคลาสขอคุยด้วยหน่อยนะ”

ผมตัดสินใจแล้ว

‘ลองดื้อกับพ่อมึงสักครั้งให้กูดูหน่อย’

เป็นคำพูดของพี่วิน… ที่ผมกำลังจะลองทำดู

 

เลิกคลาส

             วันแรกเรียนถึงเที่ยง พอเรียนพิษก็ไปที่อื่นเขาให้เหตุผลกับผมว่าต้องไปธุระ แต่โชคดี ผมกักตัวเกี๊ยกที่ทำท่าว่าจะหนีไปอีกคนได้ทัน เหมือนอีกฝ่ายไม่ค่อยอยากให้ความร่วมมือกับผมเท่าไหร่นัก แถมพี่รหัสยังเป็นใจทำให้ความปรารถนาของอีกฝ่ายเป็นจริง

            เพราะผมจับเกี๊ยกได้ทันแต่ยังไม่ทันได้ถาม แก็งโรซารี่พี่รหัสก็มาจับกึ่งลากผมไปเลี้ยงข้าวต่อ

            “ดูทำหน้า ไม่อร่อยเหรอน้องเล”  พี่รหัสผมก็เปย์อย่างที่เขียนในคำใบ้จริง ๆ พี่นนท์นี่แอนด์เดอะแก็งได้แก่ พี่ไก่และพี่เชอร์รี่พาผมมาเลี้ยงที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะราคาถ้าสำหรับคนธรรมดาก็ถือว่าแพงพอสมควร “งั้นเปลี่ยนร้านไหม”

            ผมส่ายหน้า

            “งั้นน้องเลอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า สั่งได้เลยคะพวกพี่อุตส่าห์อดข้าวอดน้ำเก็บเงินมาเลี้ยงโดยเฉพาะ”

            ผมกะพริบตาปริบ ๆ เลิกสนใจสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดแล้วหันมามองกลุ่มหญิงสาวสองตรงหน้า ผมบอกไปตามตรง

            “พี่นนท์นี่พามาเลี้ยงที่แพงจัง ปกติพักเที่ยงกินเลแต่ข้าวมันไก่”

            “หนูอยากกินข้าวมันไก่เหรอ ?”

            “อื้อ” ผมพยักหน้าแล้วก้มลงมองซูซิตรงหน้า จิ้มมันเข้าปากเสียงหวีดร้องจากเชอร์รี่หนึ่งในแก๊งโรซารี่ดังตามมา

 

          “กูบอกมึงแล้ว! ว่าให้ถามน้องก่อน ข้าวมันไก่ โอ๊ยยย แล้วกูอดข้าวอดน้ำมาสามวันเพื่อมาร้านนี้ทำไมเนี่ย”

          “เพราะมึงคนเดียวเลยอีนภดล เอาค่าข้าวสามวันกูคืนมา!!”

          “กูชื่อนนท์นี่ไม่ใช่นภดลค่ะ อดข้าวอดน้ำพวกมึงเต็มใจเองไหมม”

          “ก็มึงเอาพี่ฮิมมาอ้าง พวกกูก็กลัวป่ะ”

           

            “งั้นให้เลจ่ายให้ไหม” ผมเสนอความคิดเห็นหลังจากที่นั่งฟังพวกพี่ ๆ ทะเลาะกันเรื่องเงินมาได้สักระยะหนึ่ง จากที่ฟัง ๆ มา เหมือนพวกพี่ ๆ จะตั้งใจอดข้าวอดน้ำเอาเงินมาเลี้ยงผมเพราะกลัวพ่อผมนะ “เดี๋ยวมื้อนี้เลเลี้ยงก็ได้”

            พี่นนท์นี่หันมาถามผมด้วยแววตาเป็นกังวล “จะดีเหรอเล”

            “ดีค่ะน้อง”

            “อีไก่!” พี่แกหวีดคนข้างกาย

            “เอ้า! ก็กูจนนี่”

            “เดี๋ยวเลเลี้ยงก็ได้ จะกินอะไรอีกไหมครับ สั่งเลยนะ”

            “พวกพี่คงไม่กล้าสั่งแล้วอะ เกรงใจ๊เกรงใจ”

            “งั้นเลสั่งเองไหน ๆ ก็มาแล้ว” ผมกวักมือเรียกพนักงานแล้วไล่รายการอาหารยาวเหยียดที่ตัวเองอยากกิน เอาไว้กลับบ้านค่อยไปกินข้าวมันไก่ก็ได้ “…แค่นี้แหละครับ”

            “รอสักครู่นะคะ” พอสั่งเสร็จบริกรสาวก็เดินถือลิสต์และรายการอาหารออกไป ในระหว่างนั้นผมก็นั่งกินซูซิที่สั่งมาก่อนหน้ารอ

            “น้องเลสั่งเยอะขนาดนั้นมันแพงนะ พี่ฮิมจะไม่ว่าเอาเหรอ” พี่รหัสถามด้วยสีหน้ากังวลอีกครั้ง

            ว่าเหรอ ? “ฮิมไม่ว่าถ้าเป็นเรื่องอาหาร”

            จะกินเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าเป็นเรื่องนี้เขาจะไม่ดุแม้ว่าผมจะใช้เงินไปเท่าไหร่ ว่าแต่ทำไมพวกพี่ ๆ เขาดูเกรงใจพ่อของผมจัง ตั้งแต่วันรู้พี่รหัสแล้ว พี่ไก่เคยบอกว่ากลัว แต่ผมไม่เห็นว่าฮิมจะน่ากลัวตรงไหน ภายนอกอาจจะดูขรึม ๆ ไปบ้าง (ถ้าไม่สนิทจริง ๆ ฮิมจะเป็นคนเข้าถึงตัวได้ยากมาก) แต่ลึก ๆ แล้วพ่ออบอุ่นจะตาย ถ้าได้มารู้จักจริง ๆ จะรู้ว่าฮิมใจดีขนาดไหน อย่างผมไงขออะไรเขาก็ให้ ให้แล้วให้อีก

            “พี่ฮิมของน้องเลนี่ใจดีน่าปล้ำจังเลยนะคะ” พี่เชอร์รี่ว่าด้วยท่าทางติดตลก

            “ฮ่าๆ”

            “น้องรหัสกูเลี้ยงทั้งทีพวกมึงต้องตอบแทนนะ”

            “แล้วมึงล่ะอีนพ”

            “นพพ่อง กูบอกแล้วว่าชื่อนนท์นี่ กูเป็นพี่ น้องรหัสเลี้ยงมันเป็นเรื่องปกติใช่ไหมเล”

            ผมพยักหน้าพร้อมกับหัวเราะ

            “เออ ๆ คืนเงินค่าข้าวสามวันกูมาก่อนค่อยว่ากัน ส่วนเลคนสวยหนูมีเรื่องอะไรอยากถามหรือมีปัญหาอะไรมาถามพี่ได้เลยนะคะ เดี๋ยวพี่ลุยเอง” พี่ไก่บอก ผมสะดุดที่ประโยคแรก

            “เลถามได้เหรอ”

            “ได้สิ”

            “งั้นไอ้นี่” หยิบถุงยางออกมาจากกระเป๋ายืนไปให้สามสาวตรงหน้าดู “มันใช้ยังไงเหรอครับ”

            เคร้ง!

            อีกฝ่ายทำหน้าอึ้ง พี่ไก่หนึ่งในนั้นถึงกับทำช้อนตก

            ผมถามอะไรผิดไปเหรอ ?

            พี่นนท์นี่เป็นคนแก้สถานการณ์ “ต๊ายแล้ว หนูมาถามอะไรแบบนี้ไม่ดีเลย”

            “ก็พี่ไก่บอกให้ถามได้”

            “โถ่คุณลูกขา ของพวกนี้พวกพี่ไม่ได้ใช้หรอกค่ะ มีแต่โดนใช้” พี่เชอร์รี่บอก ผมทำหน้างงอีก “เอาเป็นว่าพวกพี่ก็ใช้ไม่เป็น น้องเลไม่ไปถามคุณพี่ล่ะคะ”

            “ฮิมไม่ตอบเลถามยังไงก็ไม่ตอบ แต่เลอยากรู้คำตอบมาก ๆ เลยนะ”

            “ทำไมล่ะคะ”

          “เลอยากใช้”

            “แค่ก ๆ ๆ” พี่นนท์นี่ที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบถึงกับสำลัก ผมรีบคว้าทิชชู่ที่อยู่ใกล้ตัวไปให้เพราะรุ่นพี่อีกสองคนกำลังนิ่งงันกับปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมกลุ่ม ไม่สิ! ไม่ใช่นิ่งงัน พี่เชอร์รี่เบิกตากว้างส่วนพี่ไก่มองหน้าผมแล้วทำท่าทางผวาหนัก

            นี่ผมพูดอะไรผิดอีกแล้วเหรอ ? ก็พี่รพซื้อมาให้ตั้งลังหนึ่ง ไม่ใช้ก็เสียดายแย่สิ

            “น้องเลทำไมเป็นคนแบบนี้” พี่ไก่พึมพำก่อนจะโดนเพื่อนตบปากทีหนึ่ง

            “อย่าไปฟังอีไก่มันนะเล” พี่นนท์นี่บอกผมก็ได้แต่พยักหน้ารับตามสเต็ป “พี่คงให้คำตอบเราไม่ได้หรอก”

            “ครับ ไม่เป็นไร”

            “เรื่องแบบนี้ไปถามพวกผู้ชายในคณะเอาก็ได้ แต่เลือกถามคนที่เลไว้ใจนะ มันไม่ตอบก็บอกไปว่าจะฟ้องพี่ฮิม เดี๋ยวหนูก็ได้คำตอบแน่นอน”

            ผมรีบเมมคำพูดของพี่นนท์นี่ใส่สมอง ล็อคเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดที่คิดว่าไม่มีทางลืม

            หลังจากนั้นเราก็รับประทานอาหารกันต่อเกือบสามสิบนาที ผมถึงลุกจากที่นั่งไปจ่ายตังค์ ขณะเดียวกันนั้นเองสามสาวที่ยังนั่งอยู่กับที่ก็กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่เมามันส์

 

            ‘นนท์ทำไมมึงไม่บอกน้องวะว่าใช้ยังไง’

          ‘มึงไม่คิดว่าบ้านนี้เลี้ยงลูกแปลก ๆ เหรอไง’

          ‘ยังไง’

          ‘คนพี่ฟัดเพื่อนชะนีกูมาแล้วเกือบสิบ คนน้องไม่รู้กระทั่งวิธีใช้ถุงยาง ถามพี่ตัวเองยังไม่ได้คำตอบแล้วจะให้กูบอกเนี่ยนะ อีห่า ดูก็รู้ว่าพี่ฮิมหวงน้อง’

          ‘มึง แต่ถ้าเกิดน้องเลไม่รู้วิธีใช้ถุงยางแล้วติดเอดส์ขึ้นมา มันจะไม่ยิ่งแย่กันไปใหญ่เหรอ’

          ‘มึงดูหน้าเลนะ อย่าว่าแต่วิธีใช้เลย มันใช้ทำอะไรเลจะรู้จริงไหมกูยังไม่แน่ใจเลย’

 

“เสร็จแล้วครับ” เสียงตะโกนทำให้เหล่าโรซารี่ที่กำลังสุมหัวกันอยู่รีบละออก

“จ้าๆ” นนท์นี่เป็นคนรับคำ พร้อมทั้งจ้องหน้าเพื่อนสาวแต่ละคนเป็นเชิงให้ลบบทสนทนาเมื่อสักครู่ออกโดยเร็ว

 

มหา’ลัย

“น้องเลให้พี่รอเป็นเพื่อนใหม่” พี่นนท์นี่ถามหลังจากมาส่งผมที่มหา’ลัยเหมือนเดิม ยังไม่มีใครมารับเพราะผมยังไม่ได้โทรบอก

“ไม่ต้องก็ได้ครับ”

“หนูแน่ใจ ?”

“อื้อ” ผมพยักหน้ารัวๆ พี่รหัสของผมถึงวางใจแล้วขับรถออกไปจากคณะ หลังจากนั้นผมจึงล้วงมือเข้ากระเป๋าหยิบโทรศัพท์แล้วกดเบอร์โทรหาใครสักคน

(เลิกแล้ว ?)

“เลเลิกแล้วครับ”

(ห้านาที)

ว่าจบฮิมก็ตัดสาย ผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าดังเดิม ขณะหมุนตัวว่าจะไปหาที่นั่งรอ สายตาก็บังเอิญไปเห็นใครคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้าไปในตึก เพื่อนของพี่ตี๋ ร่างสูงออกผอมนิดๆ สวมแว่นทรงสี่เหลี่ยมผมจำได้ว่าเขาคือพี่บอม เป็นเวลาเดียวกันที่คำพูดของพี่นนท์นี่พุ่งขึ้นมาในสมอง

…ถุงยาง

‘เรื่องแบบนี้ไปถามพวกผู้ชายในคณะเอาก็ได้ แต่เลือกถามคนที่เลไว้ใจนะ มันไม่ตอบก็บอกไปว่าจะฟ้องพี่ฮิม เดี๋ยวหนูก็ได้คำตอบแน่นอน’

ใจผมเต้นตึกตักๆ ตอนที่กำลังลังเลพี่บอมก็เริ่มออกจากเขตรัศมีสายตา ท้ายที่สุดผมเลยรีบดูนาฬิกา แล้วบอกกับตัวเองว่าแค่ห้านาที

ทัน!

 

บอม คือชื่อของเจ้าของร่างสูงเหยียดหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซน สวมแว่นทรงสี่เหลี่ยมหน้าตาธรรมดาทว่ามีผู้หญิงและชายเข้าหาเยอะระดับหนึ่งเพราะคารม ชีวิตก็ดีแม้บ้านจะไม่ได้รวยมากมายแต่ก็ถือว่ามีระดับ ในระดับที่ว่าสามารถซื้อรถราคาแปดแสนขึ้นไปแล้วขนหน้าแข้งไม่ร่วง มีเพื่อนสนิทที่สุดชื่อไอ้ตี๋กับไอ้ริว คบหากันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนกระทั่งขึ้นมหา’ลัย โดยรวมแล้วชีวิตก็ดีมาตลอด จนกระทั่งถึงวันรับน้อง ทันทีที่เขาได้เห็นน้องเล เขารู้สึกเหมือนหัวใจมันจะขาดพอๆ กับชะตาเกือบขาดถ้าไม่ได้ตี๋ห้ามไม่ให้จีบเพราะมันรู้ว่าพ่อของน้องเลคือใคร

มาถึงวันนี้ตั้งแต่เช้า ตุ๊กแกก็ร้องทักก่อนออกจากบ้านเหมือนเป็นลางบ่งบอกว่าสิ่งไม่ดีมันกำลังจะเกิดขึ้น จนถึงตอนนี้…

“พี่บอม” ร่างสูงหันไปถามเสียงเรียก หัวใจแทบจะกระโดดออกมาข้างนอกเมื่อเห็นว่าคนเรียกคือใคร ของสูงวิศวะปีนี้จะเป็นใครไปได้นอกจากน้องเล “เลขอคุยด้วยหน่อย”

“จะสารภาพรักกับพี่เหรอครับ” เขาตอบตามนิสัย แม้จะรู้สึกเสียวสันหลังอยู่บ้างเมื่อน้องเลมาทัก อีกฝ่ายก้มหน้าก้มตาไม่ว่าอะไรต่อแต่เดินนำหน้าเขาไปในที่ลับตาคน จบที่บอมถูกพาเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง มือบางเปิดประตูให้เขาเข้าไปก่อน ทว่าพอเดินเข้ามาในห้องมืดปุ๊บเสียงล็อกกลอนก็ดังกึก จนเจ้าของใบหน้าธรรมดาต้องรีบหันกลับไปมองด้วยอาการใจสั่น “น้องเลจะทำอะไรครับ”

นี่อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายจะสารภาพรักกับเขาจริงๆ ?!

เลเงยหน้าที่กำลังแดงฉ่าขึ้น มือหนึ่งล้วงเข้าไปในกางเกงแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมา สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มต้องตะโกนกู่ก้องร้องในใจว่า…

โอ้ มายก็อดเนสสสสสสส

น้องเลหยิบถุงยางขึ้นมาแบบนี้แสดงว่า…

“สอนเลใช้ถุงยางหน่อย”

ให้ตายเถอะพระเจ้า

ชาตินี้นายบอม บวรชัย พิษสมัยโสพิณคงตายตาหลับแล้ว

“ได้ไหมครับ” เขาได้สติเมื่อน้องถามอีกรอบ สติ…สติ…สติมาปัญญาเกิด คำเตือนของเพื่อนสนิทที่บอกว่าพี่ฮิมเป็นพี่ชายของน้องเลก็ลอยวิ้วเข้ามาในหัว บวกลบคูณหารดูแล้วแม้ตอนนี้กำไรจะเยอะเท่าไหร่แต่ภายภาคหน้าคำว่าขาดทุนก็ฟาดเต็มหน้าอยู่ดี เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รู้ว่าพี่ฮิมคนนั้นหวงน้องมากขนาดไหน สอนเลใช้ถุงยางน่ะได้กำไร แต่ถ้าแลกกับความตายของเขายังไงมันก็ขาดทุนชัดๆ!

“น้องเลคือพี่…”

“ไม่ได้เหรอ”

“เรื่องแบบนี้น้องเลไปถามพี่ชายไม่ดีกว่าเหรอครับ” เขาแนะนำทว่าอีกฝ่ายกลับเม้มปากแน่นพร้อมกับทำหน้าเครียดแทน บอมเข้าใจท่าทีนั่นเมื่อเลเฉลย

“ฮิมไม่ยอมสอน”

“งั้นพี่ก็คงไม่—”

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

เสียงตบหน้าสามฉาดใหญ่ดังขึ้น เขาเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าด้วยท่าทีตะลึง มือบางที่อยู่ดีๆ ก็ยกขึ้นมาตบหน้าตัวเองสามทีจนเป็นรอยแดงที่แก้ม ยิ่งน้องผิวขาวรอยแดงที่ว่ามันก็ยิ่งชัด อาการตะลึงของเขาถูกเปลี่ยนไปเป็นอึ้งและกลัวหลังจากสามวินาทีต่อมา

“ถ้าพี่บอมไม่ยอมสอน เลจะบอกพ่อว่าพี่บอมเป็นคนตบเล”

ให้ตายเถอะพระเจ้า

ถ้าเขาขอเปลี่ยนประโยคที่พึ่งพูดไปเมื่อสักครู่ว่า ชาตินี้คงตายตาหลับแล้ว ตอนนี้จะทันไหม

 

“ไปทำอะไรมา” ฮิมถามขณะที่ผมกำลังเปิดประตูขึ้นรถ สงสัยเห็นว่าผมช้าเพราะกว่าผมจะเคลียร์กับพี่บอมเสร็จก็กินเวลาไปเกือบสิบนาที ห้านาทีที่คิดว่าจะทันกลับไม่ทันจริงๆ ด้วย แต่ยังไงซะผมก็เตรียมหาข้ออ้างเอาไว้แล้ว…

“เลไปเข้าห้องน้ำ” ผมพยายามหันหน้าหนีไปทางอื่นไม่ให้ฮิมเห็นรอยแดงบนแก้มจากการตบหน้าตัวเองของผมที่ยังคงเหลืออยู่แม้จะเริ่มจางลงบ้างแล้ว แต่ผมเป็นคนผิวขาวมันแม้จะจางลงแต่มันก็ยังชัด เพราะตอนนั้นผมก็ฟาดเต็มแรงเพื่อขู่พี่บอม เป็นไปตามที่พี่นนท์นี่ว่าพอผมบอกว่าจะฟ้องพ่อ พี่เขาก็ยอมจริงๆ ด้วย

“คนดีหิวข้าวไหม”

“อันที่จริงเลเลิกนานแล้ว พึ่งไปกินกับพี่รหัสมา” ผมตอบตามตรงก่อนถอดกระเป๋าแล้ววางลงใต้เท้า แล้วหันหน้าไปตั้งใจจะหอมแก้มฮิมอย่างที่ชอบทำ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างเมื่อนึกได้ว่าผมต้องหันหน้าหนีไม่ให้พ่อเห็น แต่นึกได้เมื่อสายเกินไปเพราะทันทีที่ผมชะงักเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันมามองพอดี

รถที่กำลังจะเคลื่อนถึงกับเบรกเอี๊ยด

ร่างสูงหันมาทางผมพร้อมกับจับใบหน้าขึ้น เสียงเข้มถามเหมือนกำลังโกรธ “ใครทำ”

“ไม่มี!”

“อย่าโกหกพี่” ฮิมข่มเสียงขู่ ตอนนั้นผมเลยทำใจดีสู้เสือ

“จริงๆ มันมียุ่งมากัดที่แก้มเลเลยตบ”

“สองข้าง ?”

“ก็มียุ่งหลายตัวไง”

“อย่าโกหกพี่” น้ำเสียงของอีกฝ่ายอ่อนลง ผมเลยรีบใช้จังหวะนี้สวมกอดร่างสูงเอาไว้แล้วกระซิบบอก

“ไม่มีจริงๆ” มันจะมีคนทำร้ายได้ยังไงในเมื่อผมตบตัวเอง “ไปกินข้าวกัน”

ผมรีบเปลี่ยนเรื่องแต่โดนจับไต๋ “ไหนบอกว่าพึ่งกิน”

“ก็เลหิวอีกไง” ฮิมถอนหายใจมือหนายื่นมาลูบแก้มผมเบาๆ แล้วก้มลงหอมทั้งสองข้าง เขาไม่ถามอะไรต่อก่อนจะเคลื่อนตัวรถออกจากมหา’ลัยไป

 

17.26 น.

ผมกลับมาถึงบ้านสิ่งแรกที่ทำคือวิ่งขึ้นห้อง โทรศัพท์สั่นตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้วขณะที่ผมกำลังนั่งทานเป็ดเอ็มเคกับฮิม อยากเปิดดูใจจะขาด แต่จะเปิดตรงนั้นก็ไม่ได้เพราะตอนที่ตกลงกับพี่บอม ผมได้ให้สัญญาเอาไว้ว่าจะไม่เปิดต่อหน้าพ่อหรือตอนที่พ่ออยู่ในรัศมีต่ำกว่าสามเมตรเด็ดขาด

 

you have 5 new messages.

 

กดเข้าไปอ่านด้วยความเร็วเสียง

 

พี่บอม : อย่าเปิดต่อหน้าพี่ฮิม เราสัญญากันแล้วนะ

            พี่ไม่เข้าใจคำว่าสอนของน้องเล ถ้าสอนวิธีใช้ถุงยางก็อันนี้ (แนบลิงก์)

 

ผมกดเข้าไปอ่าน ให้ตายเหอะ! เว็บเดี๋ยวกับที่ผมไม่เข้าใจเลย อันที่จริงผมเคยลองหาวิธีใช้จากในเน็ตดูแล้ว แต่เหมือนมันพูดกำกวมเรื่องบางอย่างอยู่ จะเข้าใจก็เหมือนไม่เข้าใจยังไงยังงั้น เช่น…

‘วิธีใช้ถุงยางอนามัยอย่างปลอดภัย ให้เพลงรักของคุณบรรเลงได้ด้วยความมั่นใจ ไร้เอดส์’

…หรืออะไรประมาณนี้

เว็บที่พี่บอมส่งมาให้ก็ดันเป็นเว็บเดียวกันเสียด้วย

 

            เล : พี่บอม ให้เพลงรักของคุณบรรเลงได้ด้วยความมั่นใจ หมายความว่ายังไง

 

สองวิอ่าน

 

พี่บอม : พี่ว่าเลไม่ได้มีปัญหาที่การใช้ถุงยางหรอก

            เลไม่รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง   

เล : ทำอะไร ?

พี่บอม : ให้พี่พูดตรงๆ เหรอ

 

ใจผมสั่น ยิ่งสั่นเข้าไปกันใหญ่เมื่ออีกฝ่ายส่งข้อความถัดมาให้

 

‘sex’

 



 

เล : เพศเหรอ ?

พี่บอม : เกือบถูก เพศสัมพันธ์น้องเลรู้จักหรือเปล่า

เล : ไม่

พี่บอม : พี่อธิบายไม่ถูกน้องเลต้องศึกษาด้วยตัวเอง

เล : ยังไง

พี่บอม : ทำตามที่พี่บอกนะ

            เดินปิดประตู ล็อกกลอนด้วย หรือไม่ก็เข้าห้องน้ำไปเลย

            ปิดเสียงให้หมดแต่ถ้าอยากฟังให้น้องเลใส่หูฟังนะ

 

ผมเลือกที่จะไปหยิบหูฟังแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ไม่ลืมล็อกกลอนอย่างที่พี่บอมบอก

 

ตื๊อดึง!

 

พี่บอม : สุดท้ายเข้าเว็บนี้ (แนบลิงก์)

 

ผมกดทันที

 

‘www.zzzz.com’

 

เสร็จผมล่ะ!











(100%)





มีคนทายไว้ว่าเลต้องดิ้นรนหาทางรู้เอง ซึ่งมันก็ใช่จริง ตอนนี้ 11 หน้าค่ะที่รัก เยอะไหมถามใจเธอดู เราว่าเราเป็นคนหนึ่งที่แต่งแต่ละตอนได้ยาวมากเลยนะ อัพน้อยแต่ปริมาณเยอะนะจ๊ะ อิอิ หลายคนงงสินะ นักแต่งไหนบอกหื่นตอนนี้ฟาดมาแปดตอนแล้วไม่เห็นมี NC เพราะพี่เสือนี่ NC ทุกตอน 5555 ไม่ต้องห่วงสิ่งที่ท่านรอคอยมันอาจจะมาตอนหน้าก็ได้ ตอนหน้าเราจะประกาศข่าวใหญ่ด้วย

ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน จะดองแค่ไหนก็ยังมีคนมาอ่าน ฮือๆ



แท็ก #วิศวะแดนแฟนมีเกียร์


ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #219 เมื่อ17-01-2017 09:46:43 »

 :L2: :L2: :L2: :L2: :L2:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
« ตอบ #219 เมื่อ: 17-01-2017 09:46:43 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ทิวสนที

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 763
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #220 เมื่อ17-01-2017 10:32:24 »

ฮิมสอนน้องมันหน่อย

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #221 เมื่อ17-01-2017 11:18:12 »

หายไปนานมาก นึกว่าจะไม่มาต่อแล้ว ถ้าไม่มาคงเสียดายแย่เลยค่ะ เป็นนิยายที่สนุกมากๆ ค่ะ ชอบๆ

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #222 เมื่อ17-01-2017 11:41:45 »

 :hao6: :hao6: :hao6: :hao6: :hao6: :hao6: :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ pui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #223 เมื่อ17-01-2017 12:39:30 »

สงสารบอม 55555 รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ ดึงดาว

  • โตขึ้นหนูอยากเปนไร
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #224 เมื่อ17-01-2017 14:35:38 »

มาแล้วววว

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #225 เมื่อ17-01-2017 16:34:38 »

คนให้ถุงยางเล ให้ตามขนาดน้องเลยเน้าะ :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
เล น่ารัก หวงของทุกอย่างหายไปกล่องนึงยังรู้
แต่ละคนที่หยิบถุงยางเลไป ใช้ไม่ได้เลยซักคน
ฮาบอม อุตส่าห์ดีใจน้องเลเรียก
"ชาตินี้คงตายตาหลับแล้ว"
แถมพาเข้าห้องล็อกกลอน
ใจเต้นคิดไปด้าย ว่าน้องเลจะสารภาพรัก  :ling1: :ling1: :ling1:
แล้วก็ "ให้ตายเถอะพระเจ้า" ตามมาติดๆ กร๊ากกกกก
อีตอนเลใช้ ตามที่บอมบอก สงสัยฮิมต้องเจอแน่ๆ  :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-01-2017 17:02:39 โดย ♥►MAGNOLIA◄♥ »

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #226 เมื่อ17-01-2017 17:13:37 »

พ่อฮิมจัดเต็มหน่อยค่ะ เด็กเลเรียกร้อง

ปล.สงสารอิพี่บอม 5555

ออฟไลน์ insunhwen

  • FREEDOM!!!!
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 867
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-5
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #227 เมื่อ17-01-2017 17:59:12 »

 :pig4: :L1:

ออฟไลน์ tipppppp

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #228 เมื่อ17-01-2017 18:20:44 »

ตายๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่ฮิมรู้โดนกันหมดแน่ๆ

ออฟไลน์ sodamint.11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #229 เมื่อ17-01-2017 19:34:01 »

นึกภาพไม่ออกถ้าฮิมรู้......ศพไม่สวยแน่นอน
เด็กน้อยจะใจแตกแล้ว...... :hao6:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
« ตอบ #229 เมื่อ: 17-01-2017 19:34:01 »





ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #230 เมื่อ17-01-2017 20:53:27 »

พี่ฮิม แกรอสอนอีก 3  เดือนข้างหน้าอะป่าว
รอน้องเล  ครบ 18  พอดีไง!! :hao6:

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #231 เมื่อ17-01-2017 21:41:00 »

ตายๆๆๆๆๆๆๆ บอมแกไม่รอดแน่

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #232 เมื่อ17-01-2017 22:31:48 »

ตอนยาวจุใจมาด o13

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #233 เมื่อ17-01-2017 23:07:54 »

ให้อ่านจุใจสมใจที่รอมานานจิมๆ

ออฟไลน์ natt teng

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #234 เมื่อ18-01-2017 01:28:59 »

ดีใจจนน้ำตาแทบไหลที่มาต่ออ่ะ แล้วมันค้างอ่ะ รอๆๆๆๆๆ นะ รอเสมอชอบเรื่องนี้ นี่อดทนอ่านถึงตีหนึ่งครึ่งเลยทั้งที่จะนอนแล้ว555+

ออฟไลน์ QXanth139

  • ♡동해 #Always13
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #235 เมื่อ18-01-2017 09:28:55 »

ค้างกว่าเดิม :hao6:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #236 เมื่อ18-01-2017 14:36:46 »

ดูเสร็จโปรดลบข้อความด้วยนะคะน้องเล ไม่งั้นความซวยจะมาถึงพี่บอมนะคะ

ออฟไลน์ lovenadd

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-11
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #237 เมื่อ21-01-2017 22:56:24 »

อ่านนิยายเรื่องนี้ ต้องใจเย็นๆ เรื่องไปเรื่อยๆ

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #238 เมื่อ23-01-2017 01:32:07 »

#9

   “เลไปไหน” ร่างสูงเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน นัยน์ตาคมกวาดสายตามองรอบกาย คนที่น่าจะอยู่ด้านในกลับไร้วี่แวว เลวิ่งมาก่อนแล้ว ฮิมมองไปยังร่างสูงด้านข้างที่เปลือยท่อนบน บ่าแกร่งมีเสื้อยืดสีดำพาดตัวอยู่ มือหนากำลังทาแยมใส่ขนมปัง

   “วิ่งขึ้นห้องไปแล้ว” ไทด์ตอบเสียงเอื่อยพร้อมๆ กับหยิบขนมปังทาแยมเข้าปาก “เรียกมันลงทำมาอาหารหน่อย กูหิว”

   ฮิมไม่ตอบ เจ้าของขายาวตัดสินใจเดินขึ้นไปบนห้อง มือหนาบิดกล็อนประตูก่อนจะพบกับความว้างเปล่าภายใน

   หรือจะอยู่ในห้องน้ำ ?

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก

   “เล”

   “…”

   “คนดี” 

   “…”

   “เลครับ” เขาเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น คนด้านในจึงเริ่มมีการโต้ตอบ

   “ฮิม…มีไร”

   “เราทำอะไรอยู่”

   “เล…เปล่า” เสียงนั้นเงียบไปสักครู่ “เลท้องเสีย”

   อีกฝ่ายว่ามาแบบนั้น เขาตัดสินใจเชื่อแม้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มาทำให้รู้สึกตะขิดตะควงใจแปลกๆ ร่างหนาเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ชายหนุ่มเหลียวหลังมองไปยังประตูห้องน้ำอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงปิดประตูห้องแล้วเดินลงไปด้านล่าง



   เสียงนั้นมันก้องอยู่ในหู

   เสียงร้องของผู้หญิง…เสียง…เสียง…คราง

   เสียงที่ทำให้คนฟังถึงกับเสียงสั่น ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างคล้ายตกตะลึง ใจเขาเต้นระรัว รู้สึกทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ยิ่งตอนที่สิ่งนั้นถูกสอดเข้าไปยังด้านในของหญิงสาวที่อยู่ในคลิป คนดูถึงกับต้องนิ่วหน้าเพราะคาดว่าคงจะเจ็บน่าดู พร้อมๆ กับที่เสียงร้องเหมือนใจจะขาดดังเข้าหู ฟังจากเสียงนั้นดูทรมานทว่าใบหน้าของหญิงสาวกลับอิ่มเอมอย่างน่าประหลาดต่างจากสิ่งที่ได้ยิน
เลไม่เข้าใจ ยิ่งดูก็ยิ่งไม่เข้าใจ การกระทำของชายและหญิงในคลิปเขารู้สึกว่ามันจะไม่ได้อะไรนอกจากความเจ็บปวด

   ถึงอย่างนั้นก็ยัง…

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก

   เฮือก!

   เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังนั่งจ้องจอโทรศัพท์ถึงกับสะดุ้ง มือบางกดปิดคลิปแล้วรีบถอดหูฟังออกเมื่อได้ยินเสียงของคนภายนอกดังเข้ามา

   “เล”

   “…” เจ้าของชื่อเบิกตากว้าง แค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่าเป็นของใคร

   “คนดี”  …พี่ฮิม

   “…”

   “เลครับ” เสียงนั้นดังขึ้น จนคนต้องตั้งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับตอบกลับ

   “ฮิม…มีไร” เขาตอบได้แค่นั้น เสียงมันเหมือนจมหายเข้าไปในลำคอ ร่างบางที่กำลังสั่นรู้สึกเหมือนไม่มีแรงแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมา

   “เราทำอะไรอยู่”

   “เล…เปล่า” ประโยคแปลกๆ ที่คนพูดเองยังรู้สึกได้ เขารีบแก้ใหม่ “เลท้องเสีย”

   หวังว่าพ่อจะเชื่อ และเหมือนมันจะได้ผลเมื่อคนถามเงียบไป เขารอจนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูห้อง มือบางจึงจับหูฟังใส่หูอีกครั้งแล้วกดเปิดคลิป

   เสียงร้องเหมือนคนทนทุกข์ทรมาณก็ยังดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเคย รวมถึงการกระทำ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิงที่ทำให้คนมองต้องนิ่วหน้า ความรู้สึกที่เขาไม่อาจสัมผัสถึงอะไรได้อีกนอกจากความเจ็บปวดช่างขัดแย้งกับปฏิกิริยาของหญิงสาวที่เว้าวอนให้อีกฝ่ายทำมันต่อไป เลไม่เข้าใจแต่ถึงอย่างนั้นก็ยัง…

   รู้สึกเหมือนจะหยุดดูมันไม่ได้เลย


   
   ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำต่ออีกสามสิบนาที แต่พอออกมาแล้วจิตใจมันว้าวุ่นก็เลยเล่นเกมต่ออีกเกือบสี่ชั่วโมงจนกระทั่งมีคนเรียกไปทานข้าวเย็น ผมตัดสินใจอาบน้ำก่อนแล้วค่อยเดินลงไปด้านล่าง เสียงครึกครื้นบ่งบอกว่าวันนี้พวกพี่ๆ คงมีแอลกอฮอล์เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการกินอีก ผมเดินลงมาก่อนจะหยุดที่หน้าบันได พอหันขวาก็พบกับพี่รพที่กำลังถือข้าวผัดจานใหญ่คาดว่ากำลังจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่น อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนอยากให้ผมเดินตามไป ทว่าพอผมเดินตามเจ้าของแผ่นหลังแกร่งมาจึงพบว่าพวกพี่ๆ ไม่ได้สังสรรค์ในห้องนั่งเล่น แต่ออกมากินลมชมวิวที่สนามด้านหลังบ้านแทน

   บ้านหลังนี้มีสนามอยู่ด้านหลัง เป็นสนามหญ้าธรรมดา ใกล้ๆ กันมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ มันจึงเป็นสถานที่เหมาะเจาะสำหรับงานปาร์ตี้ โชคดีที่พวกเขาไม่ค่อยเชิญใครมาปาร์ตี้ที่บ้าน นอกเสียจากเพื่อนสนิทของตัวเอง

   ขาผมหยุดชะงักเมื่อเดินมาถึง ขณะไล่สายตามองแต่ละคนที่กำลังเปลือยท่อนวนเดินไปมา ตั้งแต่พี่รพพี่พึ่งเดินเข้าไป พี่ไทด์ที่กำลังนอนเอื่อยอยู่กับที่ พี่วิน…พี่เกียร์ จบด้วยคนสุดท้ายคือฮิมที่กำลังกวักมือเรียกผมอยู่

   ผมสงสัยจัง… พวกพี่เขาเคยทำแบบนั้นกันหรือยัง  พี่บอมเรียกมันว่าอะไรนะ 

Sex ?

   “น้องเล”

   เฮือก

   ผมสะดุ้งเมื่อมีคนสะกิดจากทางด้านหลัง พอหันหน้ากลับไปก็ถึงเห็นพี่ผากำลังยิ้มร่าให้อยู่ ผมถอนหายใจโล่งพลางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงอ่อน “พี่ผา”

   “ยืนเหม่ออะไรอยู่ พ่อเราน่ะกวักมือเรียกเลหลายครั้งแล้วนะ”

   ผมรีบหันกลับไปโฟกัสที่พ่อด้วยความไวเสียง แต่ไม่ทันการเพราะร่างสูงเดินมาทางนี้แล้ว

   ฮิมไม่ได้พูดอะไรแต่เดินมาโอบไหล่ผมก่อนจะพาเดินไปหาพี่วินที่กำลังย่างกุ้งอยู่ อันที่จริงตอนที่ฮิมยกมือขึ้นมาโอบไหล่ผมสะดุ้งเล็กน้อยแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สังเกตซึ่งมันก็ดี

   “อ๊ะ!” พอเดินไปถึงพี่วินก็ยกจานกุ้งที่ย่างจนสุกเรียบร้อยมาให้ผม ใจดีจนน่าสงสัย ผมหรี่ตามอง ไม่ยืนมือไปรับสักทีจนคนที่ส่งจานมาให้ต้องเงยหน้าขึ้นจากเตามามองหน้าผมแทน เหมือนพี่วินจะเดาใจผมออก “เอาไปแดก คนอื่นเขากินกันหมดแล้ว”

   เกือบจะเชื่อถ้าไม่ใช่เพราะพี่ไทด์ที่กำลังนอนอยู่ถึงกับต้องลุกมาหาพี่วิน อีกฝ่ายถามด้วยสีหน้าหงุดหงิด “เมื่อไหร่กูจะได้แดก”

   นั่นไง!

   ผมหุบมือเข้ามาแทบไม่ทันเมื่อพี่ไทด์ถามแบบนั้น เจ้าของรอยสักรูปแมงป่องกรอกตามองบนเมื่อเห็นท่าทีของผม เขาบอกเหตุผลใหม่

   “มึงรีบๆ เอาไปกินให้เสร็จแล้วไปนอน” ผมยังยืนอยู่เฉยๆ

   “มึงไม่เอาเหรอ ถ้าไม่เอากูขอก่อน โคตรหิวเลยว่ะ” จบประโยคนั้นพ่อที่ยืนเงียบอยู่นานก็รับจานใส่กุ้งย่างตัวโตๆ มาจากมือพี่วิน ฮิมพาผมมานั่งที่โต๊ะขนาดใหญ่ บนโต๊ะวางอาหารที่เหมือนพี่รพจะทำเอาไว้ก่อนหน้า (ผมเดานะเพราะเห็นมีข้าวผัดที่อีกฝ่ายถือออกมาวางอยู่ด้วย)

   “รีบกินแล้วไปนอน” เสียงทุ้มว่า ร่างหนานั่งลงด้านข้างพร้อมๆ กับหยิบกุ้งไปแกะให้ผม

   ผมตักข้าวผัดที่อยู่ตรงหน้ามากินพร้อมกับถามฮิมไปด้วย “วันนี้ทำไมได้ฉลอง”

   “ไทด์มันอยากกินก็เลยซื้อมาทำเฉยๆ” พ่อตอบ มือหนาใส่กุ้งตัวโตเข้าปากผมเมื่อพูดจบ “คนดีทำอะไรอยู่บนห้องตั้งนาน”

   “เลเล่นเกม” ตัวที่สองตามมาติดๆ ผมรีบเคี้ยวให้หมดเพราะฮิมสั่งให้กินข้าวผัดตามไปด้วย พวกผมกินเงียบๆ ใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีจนกระทั่งอิ่ม ผมรออาหารย่อยต่อเกือบสองชั่วโมง ไปเล่นกับพี่พู่กันแฟนพี่ผาที่มาวันนี้ด้วย เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แก้มแดง หน้าตาน่ารักพอสมควร ส่วนพี่ๆ คนอื่นหลังจากกินข้าวเสร็จก็ไปนั่งดื่มกันต่อ

   ฮิมรีบไล่ผมขึ้นไปบนห้องเมื่อเหมือนจะเกิดปรากฏการณ์รวมสิงห์อมควันเกิดขึ้น แต่อันที่จริงมันก็ไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอก พวกพี่เขาไม่ได้สูบเยอะขนาดนั้นถ้าแทบกับคนที่เป็นสิงห์อมควันจริง   ๆ นะ

   “เลไปนอนได้แล้ว” นิ้วเรียวสะกิดมาที่บ่าขณะที่ผมกำลังเล่นกับพี่พู่ ผมบอกลาอีกฝ่ายก่อนจะเดินตามฮิมขึ้นไปบนห้องอย่างง่ายดาย ร่างสูงสั่งให้ผมไปแปรงฝันก่อนนอน หลังจากนั้นก็จูบหน้าผากพร้อมกับจุ๊บที่ริมฝีปากของผมก่อนจะส่งเข้านอนเหมือนอย่างเคย แต่ผมกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มันแปลกไปจากที่เคย

   “ฮิมจะไม่นอนกับเลเหรอ” ผมเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าฮิมกำลังจะหมุนตัวกลับไปยังประตู หลังจากที่เขาให้ผมนอนลงที่เตียงและปิดไฟจนเกือบหมดทุกดวงแล้ว เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาถามกลับ

   “อยากให้พี่นอนด้วยเหรอ” อยากที่ว่าคือนอนกับผมตอนนี้ เวลานี้ ผมส่ายหน้าเมื่อคิดได้ว่าพ่อคงอยากจะไปสังสรรค์กับเพื่อน แต่แล้วฮิมก็เดินกลับมาหาผมที่เตียงอีกครั้ง เขาคร่อมผมเอาไว้ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนแก้มของผมเนิ่นนานกว่าจะละออกไป “ฝันดีครับ”

   “ฝันดีครับ” ผมว่าเสียงแผ่ว ตาเริ่มจะปิดเข้าหากันจนกระทั่งร่างสูงละออกไป ปิดไฟทุกดวงแล้วเดินออกจากห้องไป



   ความเงียบในห้องอยู่ได้ไม่ถึงห้านาที ร่างเล็กที่น่าจะหลับก็ยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมๆ กับหูฟังขึ้นมาใส่ โทรศัพท์ถูกเปิดขึ้นเผยแสงสว่างจ้าให้ตาที่ยังไม่ทันปรับแสงต้องหรี่ลง หลังจากนั้นจึงเข้ารหัสโทรศัพท์ นิ้วเรียวจิ้มเข้า Google พิมพ์ชื่อเว็บที่พี่บอมเคยให้โดยที่ไม่ต้องเปิดดูเพราะตอนนี้จำขึ้นใจ ก่อนจะกดดูคลิปใหม่

   อีกครั้ง…และอีกครั้ง


   วันต่อมา หลังจากไปออกกำลังกาย อาบน้ำ แต่งตัว ผมก็มาเรียนตามปกติโดยวันนี้พี่วินเป็นคนมาส่ง อีกทั้งสองคนที่หายหน้าหายตาไปหลายวันก็กลับมาเรียนแล้วด้วย

   “เอ็กซ์!” ผมตะโกนร้องเสียงสูง เมื่อเห็นร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง อีกฝ่ายหันหน้ามาสบตากับผมที่กำลังกวักมือเรียกเขามานั่งด้วยกัน “หายไปไหนมาหลายวัน”

   “เป็นไข้” เสียงทุ้มที่ตอบกลับทำเอาผมแทบจะน้ำตาไหล ผมคิดถึงเสียงเขาชะมัด

   “หายหรือยัง” เอ็กซ์จับมือผมไปแนบที่หน้าผากแทนคำตอบ อุณหภูมิปกติไม่ร้อนไม่เย็นบ่งบอกว่าเขาคงจะหายเป็นไข้แล้ว ร่างสูงนั่งลงข้างพิษห่างจากผมไปโต๊ะหนึ่งเพราะขนาบข้างผมตอนนี้มีเกี๊ยกกับพิษคุมสองด้าน หลังจากเริ่มคาบได้ไม่นานดินก็เดินเข้ามาในคลาส เขาโดนอาจารย์เอ็ดอยู่พักหนึ่งก่อนจะปล่อยให้มานั่งเรียนตามปกติ ผมไม่ได้คุยกับเขาเพราะเรียนอยู่จนกระทั่งพักเที่ยง เรามีเรียนต่อตอนบ่าย พิษจึงพาผมไปกินข้าวที่โรงอาหาร ตอนนั้นถึงมีโอกาสถาม แต่พอผมถามว่าทำไมถึงหายหน้าไปหลายวัน อีกฝ่ายก็ตอบกลับด้วยเหตุผลเดียวกันกับเอ็กซ์เป๊ะ

   “เป็นไข้”

   “ช่วงนี้ไข้หวัดมันระบาดเหรอ”

   “?” ดินทำหน้าสงสัยผมเลยรีบอธิบาย

   “เอ็กซ์ก็พึ่งเป็นแต่หายแล้ว” เจ้าของชื่อกับคนสงสัยมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่พวกเขาไม่พูดอะไร มองเสร็จก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ ทั้งโต๊ะเลยเต็มไปด้วยความเงียบเมื่อไม่มีใครพูดอะไร

   จะว่าไปแล้วพวกเขาก็ไม่ค่อยคุยกันเลยแฮะ ส่วนใหญ่แล้วจะคุยกับผมมากกว่า ไม่ใช่คุยอะไรหรอก ผมแค่ถามเยอะส่วนพวกเขาก็เป็นคนตอบ ที่เงียบๆ กันอยู่สงสัยยังไม่สนิทกันเท่าไหร่มั้ง เพราะอันที่จริงเราก็พึ่งมาอยู่เป็นกลุ่มได้แค่สัปดาห์กว่าๆ เอง

   หลังจากทานข้าวเสร็จ เข้าตอนบ่ายผมเรียนแคลคูลัสด้วยความเข้าใจปนงงๆ คาดว่ากลับบ้านคงต้องให้ฮิมอธิบายให้ฟังใหม่ เพราะผมมันหัวช้านิดหน่อยเรื่องเลขสำหรับวิศวะนะ นอกเสียจากจะเทียบกับคณะอื่นที่ไม่ค่อยใช้เลข ผมจึงจะเทพพอสมควร

   ก่อนกลับบ้านผมขอเบอร์เพื่อนในกลุ่มทุกคนเอาไว้เผื่อได้ติดต่อ หลังจากนั้นพ่อก็มารับกลับ ระหว่างขึ้นรถผมเผลอแชทกับพี่บอมนานจนอีกฝ่ายถาม

   “ทำอะไรอยู่” ผมเกือบสะดุ้งแต่แล้วก็ต้องทนเก็บอาการสั่นๆ พร้อมทั้งรีบกดเปลี่ยนหน้าโปรแกรมแชทเป็นเกมแทน

   “เลเล่นเกม” ว่าพลางโชว์โทรศัพท์ให้ฮิมดู เขาปรายตามองมาทีนึงแล้วไม่ได้ว่าอะไรต่อ โชคดีที่ปิดทั้งเสียงทั้งการสั่น ขืนถ้ามันขึ้นมาว่า ตื๊อดึง! ผมอ้างว่ากำลังเล่นเกมไม่ได้แน่ๆ ผมมองพ่อต่ออีกนิดหน่อยจนกระทั่งแน่ใจว่าพี่ฮิมเลิกสนใจผมแล้วจริงๆ จึงหันมาแชทกับพี่บอมต่อ


พี่บอม : เมื่อวานน้องเลดูไปกี่คลิป
   เราคุยกันถึงตอนที่ผมบอกว่าผมเข้าใจแล้วว่า sex อย่างที่พี่บอมว่านั่นมันหมายถึงอะไร

   เล : สามมั้ง
   พี่บอม : เลอย่าหมกมุ่นนะ
   เล : เลเปล่า
   พี่บอม : โอ๊ย พี่รู้สึกผิดจัง
   เล : เกือบตายแล้ว เมื่อกี้ฮิมหันมา
   พี่บอม : งั้นเลิกคุย ลบแชทด้วยครับ

   
   พี่บอมย้ำเหมือนทุกครั้งที่คุย เหมือนเขาจะกลัวฮิมมาอ่านมันมากจริงๆ นะ ผมยอมทำตามคนขอด้วยการกดลบบทสนทนาออกจนหมดเกลี้ยงไม่เหมือนเอาไว้แม้กระทั่งประวัติการสนบทนา ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วยืดตัวไปหอมแก้มคนตัวสูงเพราะนึกได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้ทำ ฮิมตอบรับด้วยการยกมือขึ้นมาขยี้ศีรษะผมเบาๆ ผมเลยถือโอกาสเอียงหัวซบลงตรงบ่าแกร่งทันที จากนั้นเราก็เงียบ… เงียบจนกระทั่งถึงบ้าน…


   19.20 น.

   “พี่ฮิมอธิบายตรงนี้ให้เลฟังหน่อยสิ” หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ผมเดินถือชีทมาให้ร่างสูงที่กำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่เงียบๆ บริเวณริมสระน้ำ ฮิมพยักหน้า มือหนาชูขึ้นก่อนจะดึงตัวผมที่กำลังยืนค้ำหัวเขาอยู่ลงมานั่งตักแกร่ง เขาใช้มือโอบเอวผมเอาไว้แบบหลวมๆ ขณะเดียวกันที่ใบหน้าหล่อเหลาวางคางลงบนไหล่บาง เพื่อมองดูชีทในมือไปพร้อมๆ กับผม ฮิมปรายสายตาอ่านรวดเดียวจากนั้นเขาก็แย่งปากกาที่ผมกำลังควงเล่นในมือแล้วถามเสียงทุ้ม

   “คนดีไม่เข้าใจตรงไหน” ผมเอนหลังพิงอกแกร่งแล้วชี้นิ้วไปตรงที่ที่ผมวงกลมเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว กลิ่นเบียร์อ่อนๆ ลอยเข้าจมูก

   “ตรงนี้” พอบอกสาเหตุปุ๊บ ฮิมก็ร่ายคำอธิบายกรอกเข้าหูผมอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็เข้าใจ ต้องยอมรับว่าพ่อเป็นคนที่ติวเก่งจริงๆ หรือไม่ก็เขาติวให้ผมมากจนชำนาญ (เขาเป็นคนสอนการบ้านให้ผมตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนชั้นปอหนึ่ง) เพราะฮิมเรียนเก่งมาก เรื่องไหนที่ผมไม่เข้าใจพอเอาไปถามเขาทีไรก็จะได้คำตอบที่ถูกต้องอยู่เสมอ อีกฝ่ายคิดโจทย์ขึ้นมาใหม่ที่คล้ายๆ กับโจทย์ปัญหาที่ผมนำมาถามแล้วให้ผมลองแก้ พอได้คำตอบที่ถูกต้องซึ่งบ่งบอกว่าผมเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วจริงๆ พ่อถึงยอมปล่อยให้ผมพัก

   เราย้ายสถานที่ติว เพราะด้านนอกร้อนมาก ผมน่ะไม่ร้อนหรอกแต่ฮิมสิเหลือไหลโชก เขาตัดสินใจว่าจะสอนบทเรียนต่อไปให้ผมล่วงหน้าก่อน ดังนั้นเราจึงย้ายสถานที่จากริมสระน้ำมาเป็นบนห้อง เปิดแอร์ฉ่ำๆ แล้วนอนติวกันบนเตียง แต่ก่อนจะเริ่มบทเรียนล่วงหน้า เขาสั่งให้ผมไปอาบน้ำให้เรียบร้อย ส่วนอีกฝ่ายเปิดประตูห้องเข้ามาหลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ ในมือหนาถือชีทปึกใหญ่มาด้วย

   “อะไรอ่า” ผมถามพลางชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสนใจ

“ชีทตอนปีหนึ่ง” ฮิมว่าขณะชีทมากมายถูกรื้อลงบนเตียง นัยน์ตาสีดำสนิทไล่มองผ่านชีทแต่ละแผ่น จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจหยิบชีทแผ่นหนึ่งขึ้นมา ส่วนที่เหลือกวาดมันลงพื้นจนเกลี้ยง ฮิมเอามันให้ผมแล้วออกคำสั่ง “อ่านรอพี่”

“อือ” ผมพยักหน้ารับพร้อมกับมองตามร่างสูงที่เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไป ส่วนผมกระโดดขึ้นเตียง นอนราบลงแล้วยกชีทขึ้นอ่าน แต่อ่านได้แต่สิบวิก็ต้องวางมันลง ให้ตายเหอะไม่เข้าใจเลย “ยาก”

ผมบ่นก่อนจะนอนตะแคงข้างสายตาบังเอิญไปเห็นโทรศัพท์ อะไรบางอย่างทำให้ผมอหยิบมันขึ้นมาแล้วกดเข้าเว็บที่พี่บอมให้เมื่อวาน

   เลอย่าหมกมุ่นนะ

   นิดเดียวเอง คงไม่หรอกมั้ง…


(มีต่อ)
   

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 160117#8 p.8
«ตอบ #239 เมื่อ23-01-2017 01:34:45 »

ซ่า ซ่า

   ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ใต้ฝักบัว ฮิมปล่อยให้น้ำสีใสล้างคราบสบู่ออกไปจากเรือนกายแกร่งจนหมด จากนั้นมือหนาจึงเอื้อมไปปิดก๊อกก่อนหยิบผ้าขนหนูเช็ดไปตามลำตัว ตามด้วยชุดคลุมที่ทำจากผ้าลินินสีดำสนิทแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง

   พรึบ!

   คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาคมมองปฏิกิริยาแปลกๆ ของเล หลังจากเห็นเขาเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำเจ้าตัวก็รีบมุดเข้าผ้านวมคลุมโปงตัวเองเอาไว้สักพักก็โผล่เฉพาะใบหน้าขาวเนียนที่ขึ้นสีชมพูอ่อนๆ ออกมาให้เห็น

   “ทำอะไรอยู่ครับ”

   “เลเปล่า” น้องว่าก่อนจะมุดเข้าใส่ผ้านวมผืนหนาอีกครั้ง ร่างเล็กเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงจนกระทั่งเขาแต่งตัวเสร็จแล้วเดินไปเปิดกระชากผ้านวมผืนนั้นออก คนที่กำลังนอนอยู่ด้านใต้ถึงกลับทำหน้าผวาใส่

   “เป็นอะไร”

   “เลเปล่า”

   “แล้วสั่นทำไม”

   “…”

   “ตอบครับ”

   “เมื่อกี้ดูหนังผีแล้วกลัว” คนฟังเชื่อกึ่งไม่เชื่อกึ่ง ฮิมเสยผมที่เปียกจากการอาบน้ำไปด้านหลัง ก่อนขึ้นไปนั่งลงบนเตียง มือหนาจับคนที่ยังสั่นอยู่เหมือนเดิมขึ้นนั่งตักพร้อมๆ กับหยิบชีทที่ถูกวางทิ้งและคาดว่าเลคงยังไม่ได้อ่านขึ้นมา เขาจูบขมับน้องทีหนึ่งก่อนจะบังคับให้อีกฝ่ายเอนตัวพิงหลังกับอกแกร่ง ใบหน้าหล่อเหลาวางคางที่ไหล่บางเหมือนเคย กลิ่นหอมจากคนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จทำให้อดไม่ได้ที่จะขยับใบหน้าเข้าไปหอมแก้มขาวนั่นแรงๆ “ฮือ”

   เลแสดงปฏิกิริยาด้วยการถอนหายใจเล็กน้อย เขาละริมฝีปากออกจากแก้มแล้วเริ่มบทเรียนจริงจัง แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่คนบนตักก็เริ่มอยู่ไม่นิ่งเท่านั้น ร่างเล็กขยับไปมาจนเขาที่เปรียบเสมือนเบาะรองรับเริ่มจะไม่นิ่งตาม ฮิมหยุดการอธิบายเอาไว้ เขาถามเลด้วยน้ำเสียงจริงจัง

   “คนดีไม่มีสมาธิเลย เป็นอะไรไปครับ” เขาจ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน กระทั่งเลหลบสายตา ใบหน้าขาวขึ้นสีชมพูอ่อนระเรื่อผิดสังเกต แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อ คนถูกถามก็คลานลงจากตักแล้วมุดตัวเข้าผ้านวมอีกครั้ง

   “เลง่วงนอนแล้ว”

   “งั้นก็นอน” เสียงทุ้มว่าขณะวางชีทลงบนโต๊ะข้างเตียง ร่างสูงเดินไปปิดไฟทุกดวงก่อนจะเอนกายนอนลงบนเตียงขนาดใหญ่ ท่ามกลางความมืดมือหนาตั้งใจจะคว้าเอวเล็กมากอดด้วยความเคยชินทว่าทันทีที่แขนแตะที่ลำตัวบาง เลก็กลิ้งหนีไปจนเจ้าของแขนที่คว้าได้แค่อากาศต้องขมวดคิ้วเพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปรกของอีกฝ่าย

   ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว…

   “อย่ากอดเล” เสียงหวานให้เหตุผลกับการกระทำดังกล่าว “เลอึดอัด”

   “งั้นพี่จะไปนอนห้องรับแขก”

   “อย่า!!” มือบางยื่นมาจับมือของเขาเอาไว้ ทว่าเจ้าของมือกลับยังไม่ยอมโผล่หน้าออกมาจากผ้านวมผืนหนา “นอน ฮิมนอนกับเล…เลไม่ได้อึดอัด…แค่ร้อน”

   “…”

   “แค่นอนกับเล แต่อย่ากอดเล” คนที่กำลังจะลุกออกจากเตียงตัดสินใจเอนกายนอนลงที่เดิมอีกครั้ง ร่างสูงนอนตะแคงข้าง นัยน์ตาสีดำรัตติกาลมองไปยังมือบางที่ยังจับมือของเขาเอาไว้แน่น จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปที่ผ้านวมสีขาวสะอาด เขาจ้องมันเข้าไปราวกับว่าจะมองทะลุเข้าไปยังด้านใน

สิบนาทีต่อมาเสียงในห้องเงียบไป แต่ร่างสูงบนเตียงขนาดใหญ่ไม่ได้หลับอย่างที่ควรจะเป็น…

   เขารอจนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอจากคนข้างกาย กระทั่งเลหลับสนิท ฮิมลุกขึ้นนั่งพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง มือหนาลูบศีรษะของคนที่กำลังหลับสนิทเบาๆ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ของน้องขึ้นมากดดู

   หน้าจอไอโฟนรุ่นล่าสุดสว่างวาบ นิ้วเรียวกดเข้ารหัสที่เขารู้อยู่แล้วก่อนจะเข้าเช็คทุกแอพพลิเคชั่นที่เลเล่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเกมกับข้อความจากเพื่อนตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่มัธยม

   ไม่มีอะไรผิดสังเกตแม้แต่อย่างเดียว

   ฮิมกดปิดหน้าจอก่อนจะวางโทรศัพท์ลงที่เดิม ร่างหนาล้มตัวลงนอนพร้อมกับตัวน้องเข้ามากอดแบบหลวมๆ เลไม่ได้กลิ้งหนีเหมือนคราวก่อนเพราะอีกฝ่ายหลับไปแล้ว ปฏิกิริยาแปลกๆ นั่นแหละที่ทำให้เขาสงสัย แต่เมื่อเช็คดูแล้วมันไม่มีอะไร ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีอะไร…

   ร่างสูงพยายามเลิกคิดก่อนหลับตาลง แม้ความสงสัยในใจจะยังมีอยู่นับไม่ถ้วน



   2 วันต่อมา

   เล : พี่บอมเลแย่แล้ว

   ข้อความรับอรุณวันใหม่จากน้องเลถึงนายบวรชัย ทำให้วันนี้ทั้งวันแทบจะเต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดผวา อันที่จริงแล้วตั้งแต่ที่เขาได้เป็นเจ้าของหลักสูตร how to use a condom (ฉบับสอนน้องเล) อาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ มันก็ประดังเข้าใส่ จน ณ ปัจจุบันขอบตาแทบจะดำเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้ว กระทั่งเพื่อนที่ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรกับเขายังถึงกับต้องแสดงความห่วงใยด้วยการถามไถ่ว่าไปทำอะไรมา คิดดูแล้วกันว่ามันหนักขนาดไหน

   ถึงแม้ตั้งแต่ที่เขาตอบรับคำบังคับของปีศาจภายใต้คราบนางฟ้าตัวน้อยอย่างน้องเลว่าจะสอนวิธีการใช้ถุงยางที่อยู่ๆ หลังจากที่ได้คุยกับเลไปมันก็เปลี่ยนเป้าหมายเป็นวิธีการ ‘ทำ’ เรื่องอย่างว่าแทน ตั้งแต่วันนั้นจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีคนของพี่ฮิมปีสี่มาป้วนเปี้ยนเลยแม้แต่คนเดียว

   มันก็ยังรู้สึกผวาแปลกๆ เหมือนเขาเป็นนักโทษที่กำลังรอการตัดสินวันประหารชีวิตอะไรประมาณนั้น

   ใช่ว่าเขาจะไม่ไว้ใจน้องเลเรื่องที่สัญญากันว่าจะไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับพี่ฮิม เขาเชื่อใจ แต่การที่เลเป็นน้องของพี่ฮิมนี่แหละที่มันน่ากลัว

   เลจะส่งข้อความมาทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย ส่วนใหญ่เจ้าตัวจะรายงานว่าวันนี้ทำอะไรมากกว่าซึ่งมันก็เหมือนๆ กันทุกวันคือดูคลิป เหมือนเลจะสนใจเรื่องนี้พอสมควร และการเป็นอาจารย์มันก็ทำให้เขาได้รู้อยู่อย่างหนึ่งว่าลูกศิษย์คนนี้… ไม่ใช่เล่น จากที่น้องรายงานวันหนึ่งเลดูไม่ต่ำกว่าสามรอบ ไม่รู้ว่าไปเก็บกดมาจากไหนหรือไม่ก็คงเป็นเพราะการเปิดโลกใหม่ครั้งแรกมันเลยอาจจะทำให้น้องเอ่อ…คึกไปบ้าง เขาพยายามบอกแล้วว่าอย่าหมกมุ่นแต่เหมือนจะไม่เป็นผล อีกอย่าง…บอมไม่รู้ด้วยว่าตอนดูน้องทำกับตัวเองไปด้วยหรือเปล่า แต่คงจะไม่ เหตุผลก็เพราะข้อความรับวันใหม่ที่ถูกส่งมานี่แหละ

   มันถูกส่งมาขณะที่เขากำลังทานข้าวเช้าก่อนที่เขาจะเข้าค่ายสำหรับปีสองของมหา’ลัย พอโทรศัพท์สั่นคนที่กำลังตักโจ๊กเข้าปากก็ถึงกับทำโจ๊กพุ่ง

   เล : พี่บอมเลแย่แล้ว

   คนที่กำลังกินข้าวเช้าต้องรีบวางมือมาพิมพ์ตอบ

   บอม : เป็นอะไรครับ
   เล : ไม่รู้ แต่เลไม่เหมือนเดิม ตอนดูคลิปช่วงแรกมันเฉยๆ แต่ช่วงนี้มันแปลกๆ
   บอม : ยังไง


   คนอ่านได้แต่ขมวดคิ้วงง จนอีกคนตอบกลับ ข้อความที่กำลังให้บอมถึงกับเบิกตากว้างทันทีที่ได้อ่านข้อความ มือหนาสั่นไหวชนิดที่ปล่อยว่าโทรศัพท์หล่นลงสู่ถ้วยใส่โจ๊กเบื้องล่าง

   “ฉิบหาย!” ทันที่ทีมันจมดิ่ง บอมก็รีบดึงมันขึ้นมาทว่าไม่ทัน มือถือที่ใกล้พังดับสนิท เปิดไม่ติดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือข้อความที่น้องเลส่งมาให้เมื่อสักครู่แล้วเขายังไม่ได้ตอบ มันสำคัญชนิดที่ว่าต้องตอบให้ได้ แต่มือถือที่เป็นหนทางเดียวที่เขาใช้สื่อสารกับน้องเล กลับเสียไปซะแล้ว บอมจำเบอร์เลไม่ได้ จะเอาไปซ่อมก็คงไม่ทัน อีกอย่างจะไปหาน้องที่คณะก็ไม่ได้เพราะวันนี้เขาจะไปเข้าค่าย แถมยังเป็นค่ายพักแรมสามวันสองคืน

   ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยวะ!!

   ร่างหนาถึงกับเสียวสันหลังวาบ เขาภาวนาให้เลพบทางออกโดยที่ไม่ต้องไปถามใคร มันเป็นสัญชาติญาณของผู้ชายยังไงก็ต้องรู้บ้างแหละน่า แต่แค่หนังโป๊น้องเลยังไม่เคยดูเลยนี่หว่า

   โอ๊ยย ชีวิตเขาได้บรรลัยจริงๆ ก็คราวนี้แหละ!




   ทำไมพี่บอมไม่ตอบ

   ผมเม้มปากเป็นเส้นตรงด้วยความกังวลก่อนจะรีบวางโทรศัพท์ลงเมื่อเห็นพี่ฮิมเดินลงมาจากชั้นสอง ร่างหนาเดินอ้อมมาทางด้านหลังก่อนก้มลงหอมที่กอดผมฟอดใหญ่แล้วถามเสียงทุ้ม

   “ทำไมวันนี้ตื่นเช้า”

   วันนี้ผมตื่นเป็นคนแรกของบ้าน หลังจากอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ พอเดินลงมาก็พบว่าพี่รพกำลังทำอาหารเช้าให้พอดี อ้อ! พี่รพกลับมาทำอาหารเช้าให้ผมแล้วหลังจากที่ไม่ทำอยู่หลายวัน ข้าวเช้าของวันนี้คือไข่กระทะ เคยกินกันไหมครับเป็นไข่ทรงเครื่อง ใส่หมู กุ้งนั่นนู้นนี่เข้าไป ไม่! ประเด็นอยู่ที่วันนี้ผมตื่นเช้า ผมไม่ได้ตื่นเช้าหรอก ผมยังไม่ได้นอนต่างหาก!

   ผมว่าผมเริ่มหมกมุ่นกับเรื่องนั่นอย่างที่พี่บอมได้เตือนไปแล้วจริงๆ ทีแรกก็กะจะดูเฉยๆ เอาไปเอามาเป็นว่ามันเริ่มจะไม่เฉยแล้วน่ะสิ ยิ่งดูร่างกายผมมันก็ยิ่งแปลกๆ ผมบอกไม่ถูกแต่มันร้อนๆ ร้อนมาจากข้างใน อาการแบบนี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่สองวันที่แล้ว ทว่าไม่ได้รุนแรงอะไรมากจนกระทั่งเมื่อวาน… พอกดเข้าไปดูอาการมันก็แสดงขึ้นมาอีก ร้อนจนทำเอาผมกระสับกระส่ายไปทั้งคืน ทำเอาหลับๆ ตื่นๆ ที่ว่าตื่นเช้าก็เพราะแบบนี้แหละ ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนตีห้า อาการร้อนรุ่มภายในหายไปแล้วแต่ข่มตาหลับต่อไม่ลง สุดท้ายผมเลยตัดสินใจลุกขึ้นมาอาบน้ำ แล้วทักแชทไปถามสาเหตุจากพี่บอมแต่พี่บอมยังไม่ได้ตอบ

   ให้ตายเถอะ! ผมกังวลจริงๆ นะเพราะเมื่อวานนอกจากจะร้อนแล้วตรงนั้นของผมยัง…

   “เล”

   “เอ๊ะ!”

   “ทำไมทำหน้าเครียด” พ่อถามขณะถือจานใส่อาหารเช้าแบบเดียวกันมานั่งลงข้างๆ ผม

   “เลไม่มีอะไร” ผมเลี่ยงที่จะตอบไปตามตรง โชคดีที่ฮิมไม่ถามต่อเพราะทันทีที่ผมพูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วจากพี่ๆ ที่พึ่งพากันเดินลงมาก็สร้างบทสนทนาใหม่ขึ้นมาแทน ส่วนใหญ่แล้วจะถามว่าทำไมผมถึงตื่นเช้า ผมได้แต่ยิ้มๆ ตอบไปในที่สุด…



   วันนี้แปลก เพราะพี่เกียร์ที่ไม่เคยตื่นขึ้นมาให้เห็นหน้าในตอนเช้าเป็นคนมาส่งและมารับผมด้วยตัวเอง เลิกเรียนตอนบ่ายสามกว่าๆ พี่เกียร์พาผมกลับบ้าน บนรถเต็มไปด้วยความเงียบงันเพราะผมยังกลัวพี่เขาเหมือนเคย พี่เกียร์น่ากลัว น่ากลัวมาก… อีกฝ่ายถามผมสองสามประโยคผมก็ตอบสองสามประโยคไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

   เรามาถึงบ้านตอนบ่ายสามเกือบสี่ เรื่องแปลกเรื่องที่สองคือพี่ๆ ทุกคนกลับมาจากมหา’ลัยหมดแล้ว และกำลังเล่นเกมแข่งรถกันอย่างเมามันส์ ผมขึ้นไปเปลี่ยนชุดและเดินลงมาด้านล่างกะว่าจะให้ฮิมสอนอีกครั้งเพราะวันนี้ทั้งวันเรียนไม่รู้เรื่องเลย มัวแต่กังวลว่าเมื่อไหร่พี่บอมจะตอบซึ่งอีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบคำถามของผมแม้จะขึ้นว่าอ่านแล้วก็ตาม

   “พ่อสอนเลหน่อย” ผมเดินไปหาร่างสูงท่ามกลางพี่แต่ละคนที่กำลังซัดเบียร์กับเล่นเกมกันอยู่ฮิมพยักหน้า ร่างสูงลุกขึ้นก่อนย้ายที่ไปอยู่ตรงมุมที่ห่างจากทุกคนออกมาอีกนิดหน่อย เขาจับผมนั่งตักพร้อมกับกลิ่นเบียร์อ่อนๆ ลอยเข้าจมูกเหมือนเคย แต่คราวนี้มันมีอะไรที่แตกต่างกันออกไป

   ฮิมไม่ได้ใส่เสื้อ เขาเปลือยท่อนบนโชว์รอยสักรูปมังกรตรงช่วงต้นแขนซ้ายลามไปถึงบ่าแกร่ง ท่อนล่างใส่แค่กางเกงยีนส์ขาดๆ ธรรมดาเหมือนพวกพี่เขาจะไปไหนกันมาก่อนที่จะเข้าบ้าน ในขณะที่แขนแกร่งโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ ผิวหนังของอีกฝ่ายมันเสียดสีกับผมทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเป็น ใจเต้นระส่ำ อาการเหมือนไฟฟ้ากำลังไหลผ่านไปทั่วร่าง แต่ไม่ได้รุนแรงมากพอที่จะทำให้ผมทำตัวผิดสังเกต

   ผมเอนหลังพิงกับอกแกร่ง นั่งฟังเสียงแหบพร่าอธิบายอยู่ข้างๆ หู มือหนาเขียนจุดที่น่าสนใจและทริคเล็กๆ เอาไว้ใส่กระดาษให้ผมได้อ่านทบทวนทีหลัง ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบไม่อายคนติวเมื่อเนื้อหามันเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ พ่อไม่ได้ว่าอะไรฮิมหัวเราะเล็กน้อยก่อนเลื่อนมือขึ้นมาดันศีรษะของผมเข้าไปใกล้แล้วหอมแรงๆ ตรงขมับ

   “ต่อไหมครับ” ฮิมหยุดการอธิบายแล้วถามความคิดผม

   “อือ” ผมครางรับพร้อมกับเอนศีรษะพิงบ่ากว้าง แวบเดียวที่ผมละความสนใจจากคำอธิบาย สายตาก็ดันไปเห็นลำคอขาวที่อยู่ไม่ไกล ผมเห็นในระยะนี้บ่อยเพราะผมนั่งตักเขาบ่อยแต่ไม่ได้สนใจ

   แต่ตอนนี้มัน…

   อะไรบางอย่างทำให้กระแสไฟฟ้าในร่างกายที่กำลังไหลพล่านมันมากกว่าเดิม กลิ่นเบียร์อ่อนๆ ปนกลิ่นน้ำหอมของฮิมที่ผมเคยบอกว่าเป็นความรู้สึกลึกล้ำที่ผมเข้าไม่ถึง ตอนนี้มัน …ดึงดูด แขนแกร่ง อ้อมกอด การเสียดสี ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ไม่รู้เพราะสาเหตุไหนที่ทำให้ผมหอบหายใจพร่าได้ขนาดนี้

   ไม่…ไม่เคยเป็น ความรู้สึกแบบนี้ผมไม่เคยสัมผัส นอกจากนั้นอะไรบางอย่างมันยังผุดขึ้นมาในสมอง

   คอ…

   ผมเคยดูในคลิป ผู้ชายในนั้นเขาจะทำกับคอของผู้หญิงแบบนี้…

   งับ


   
   ฮิมสังเกตถึงความผิดปรกติของน้องได้หลังจากติวผ่านไปเกือบสิบนาที จู่ๆ เสียงหอบหายใจพร่าก็ดังเข้ามาในหู เป็นผลให้คนที่กำลังอธิบายต้องหยุดลงแบบกะทันหัน ทว่าคนฟังกลับไม่ได้ทักท้วงอย่างที่ควรจะเป็น เขามองไม่เห็นหน้าเล ไม่รู้ว่าน้องกำลังจะทำอะไร สิ่งเดียวที่สัมผัสได้คือร่างบางที่กำลังเบียดเข้ามากับเสียงหอบพร่าอย่างที่เลไม่เคยทำ

   จนกระทั่ง… รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาคลอเคลียบริเวณลำคอ ต่อด้วยสัมผัสเปียกชื้นที่ถึงกับทำให้ร่างสูงต้องเบิกตากว้าง

   เล…

   บางอย่างมันปลุกสัญชาติญาณให้เขากอดเอวบางแน่นขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายเปลี่ยนท่านั่งโดยการหมุนตัวเข้ามาประจันหน้าทว่าริมฝีปากยังไม่ละออกจากลำคอ แขนเรียวเอื้อมมือทั้งสองข้างมาประสานกันด้านหลังคอของเขาเอาไว้ สิ่งที่น่าแปลกใจคือเลทำไปเหมือนคนไม่ได้สติ

   ริมฝีปากเล็กกำลังดูดดันเนื้อบริเวณนั้นขึ้นก่อนจะใช้ลิ้นร้อนเลียเบาๆ ทำซ้ำๆ ที่จุดเดิม ฮิมปล่อยให้น้องทำแม้จะรู้ว่าหลังจากนั้นมันจะขึ้นเสมือนรอยจูบก็ตาม กายหนาเอนหลังพิงกับกำแพง ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงสูดกลิ่นหอมแชมพูที่กลุ่มผมสีดำสนิท นัยน์ตาคมหลุบลงมองคนในอ้อมกอดก่อนจะเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเพื่อนแต่ละคนที่กำลังมองมาอยู่

   ในห้องเงียบมาได้เกือบสามนาที… แล้ววินก็เป็นคนทำลายความเงียบนั้น




   “เล มึงทำอะไรน่ะ”




100%

 

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด ยังไม่ได้แก้ ยังไม่ได้อ่าน แต่งเสร็จลงเลย
ทีแรกจะลงตั้งแต่ศุกร์แล้ว แต่ไปอ่านอันเก่าแล้วรู้สึกไม่โอเคเลยปั่นใหม่
ปั่นเสร็จลงเลยเพราะสัญญากับเพื่อนเอาไว้ว่าจะอัพตั้งแต่ศุกร์ ตอนนี้จันทร์แล้วกลัวโดนถีบหัวแตกตาย5555
ฉากอิอิต้องเลื่อนเพราะหน้าครบโควตาต่อบทแล้ว สำหรับน้องเลบทนี้ขอบอกว่าเลอย่าหมกมุ่นนนน!!

 

แท็ก #วิศวะแดนแฟนมีเกียร์


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด