ll ..เด็กหอ ღ.. ll ตอนพิเศษสิบปีผ่านไป [17/11/19] p.33 ◄
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ll ..เด็กหอ ღ.. ll ตอนพิเศษสิบปีผ่านไป [17/11/19] p.33 ◄  (อ่าน 426823 ครั้ง)

ออฟไลน์ Oiimaps

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-2
23

“อู้ ตื่น ตีสี่แล้ว”

แรงฟาดเบาๆที่ตูดทำเอาผมสะดุ้งตื่น กะจะนอนต่อแต่ก็โดนพี่หมอมันลั่นกระบาลเข้าให้เสียก่อนจนต้องลุกมางอแง ฮือออออออออออ ง่วงนอนนนนนน เมื่อวานกว่าจะได้นอนก็ดึกเลย พี่หมอแม่ง

ความสัมพันธ์ของผมกับพี่หมอก็เริ่มขยับไปเรื่อยครับ ตามคำที่ว่ามีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อๆไปใช่ไหมหล่ะครับ แต่ถึงแบบนั้นไอ้พี่หมอมันก็ไม่เคยปล่อยให้ผมได้สัมผัสของพี่มันเลย กลายเป็นกูแทนเลยสิที่ดูหมกมุ่นแทน คิดจนเลิกคิดครับ แบบนี้ก็สบายตัวดีแถมน้องจมูกก็ไม่ได้โดนแครอทแหกเข้ามาด้วย นับเป็นเฒ่าลามกที่ยังมีศีลธรรมอยู่ที่แท้จริง แต่บางทีแม่งก็ลำบากเหมือนกัน อย่างเมื่อวานเนี่ยกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน แล้วผมต้องตื่นตีสี่เพื่อไปขึ้นรถตอนตีห้าวันนี้อีก แม่งงงง ง่วงโว้ยยยยย

อ่ะ สงสัยกันหล่ะสิครับว่าตื่นตีห้าไปทำไม อะแฮ่มๆ เนื่องจากวันฤกษ์งามยามดีเพราะยามไม่แอบนอนเวลางาน ภาคผมก็จะจัดกิจกรรมรับน้องภาคโลจิสต์นั่นเอง มีกิจกรรมบ่อยจนเหมือนติดคณะวิศววะภาควิชาหาอะไรทำไม่ให้ว่าง ทำเหมือนตื่นเต้นแท้จริงขี้ตากรังยังลืมตาไม่ขึ้นเลย โง้ยยย ง่วง ตัดภาพเป็นพี่หมอที่ดูพี่มันก็ยังตื่นไม่เต็มที่เหมือนกันครับ นั่งเปลือยท่อนบนขยี้ตาอยู่

บรรยากาศตื่นมาเจอหน้ากันนี่คิดแล้วคันหัวใจจัง เขินวุ้ย

“อู้ ตื่นไปอาบน้ำ”

“ตื่นแล้ว”

“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำ กูไปปลุกไอ้ภูมิก่อน”

อ่ะๆ คิดกันหล่ะสิว่าพี่หมอพี่ภูมิภาคเครื่องจะสาระแนไปค่ายรับน้องภาคโลจิสต์ทำไม เฉลยคือเพราะในภาคโลมีพี่โยครับ!! แค่นั้นไอ้พี่หมอก็ทำหน้าเหม็นขี้แล้วประกาศลั่นทันทีว่าไม่มีทางปล่อยผมไปทะเลกับพี่เทคสองต่อสองแน่นอน ไม่รู้ว่าพี่มันสมองกระเทือนหรืออะไร สองต่อสองอะไรวะ เพื่อนในกับพี่ในภาคนั่งหน้าเด๋ออยู่อีกตั้งเกือบร้อยชีวิต พี่ในภาคโลก็เหมือนเข้าใจครับ ไหนๆก็วิศวะเหมือนกันแถมหล่อด้วยก็ยอมปล่อยให้เข้าร่วมทริปมา ใช่หน้าตาให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง

กว่าจะอาบน้ำลากสังขารลงมาจากชั้นห้าได้ก็แทบจะถึงเวลาขึ้นรถพอดีครับ สภาพทุกคนเมาขี้ตาพอๆกัน จะมีพี่แป๊ะที่เมาค้างของจริง อ้วกจนหลับไปแล้วเรียบร้อย เผาหัวตามภาษาปีสาม พี่ปีสองก็ทำหน้าที่เชคชื่อครับมีมาหยุดชอคค้างที่นายแพทย์นิดนึงว่าทำไมถึงมีชื่อแต่พี่เขาก็เออๆออๆไปครับ เพราะหน้าพี่หมอตอนนี้ไม่สบอารมณ์สุดๆ เพิ่งตื่นแล้วงอแง

“พี่หมอไม่ไปรถพี่ภูมิอ่อ”

“ไอ้ภูมิช่วยขนของค่ายไป” มองเลยไปก็เห็นกำลังยกของขึ้นรถเลยก็ไม่แปลกใจครับ รถรุ่นพี่แม่งจะสาธารณะกันมากขึ้นทุกวัน

“น้องขึ้นรถได้เลยค่า”

ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้นะครับว่าผมนั่งกับใคร ตามมาคุมถึงที่ขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้นพี่หมอก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าที่อะไรเพราะพอขึ้นรถมาพี่มันก็หลับทันทีไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พี่มึงนอนอยู่ห้องแล้วสไกป์มาก็ได้ไหมวะแบบนี้ กอดอกหลับสนิทเชียว     

“ไอ้อู้ มึงพกพ่อมาด้วยหรอวะ”

“เสียงดังไอ้เติ้ล เดี๋ยวมึงก็เจอตีนพ่อมันหรอก”

“กูเห็นในเนทมีศาลเจ้าพกพา ไม่ยักรู้ว่าเพื่อนกูเจ๋งกว่ามีเจ้าที่พกพาด้วย”

“มีส้นตีนเจ้าที่พกพาด้วย ลองไหมหล่ะ” พี่หมอพูดขึ้นทั้งๆที่หลับตาอยู่ส่วนไอ้เติ้ลหรอครับ

นู่นนนนนน พนมมือถอยกรูดไปเบาะหลังแล้วเรียบร้อย ตามสไตล์คนคูล ไหว้เจ้าที่ไหมหล่ะมึง ของเขาแรง ว่าแต่นี่ไม่ได้หลับจริงหรอวะ เนียนเชียวนะไอ้พี่หมอ

“แกล้งหลับหรอ”

“เปล่า แต่เพื่อนมึงเสียงดัง” พี่หมอขยี้หัวตัวเองแล้วเอนหัวมาซบไหล่ผม เรื่องเนียนเนี่ยขอให้บอก

“หนักอ่ะ”

“ก็หัวกูมีสมอง”

“ไอ้ที่เรือไว้ใช้ทอดอะหรอ

“มุกเหี้ยๆเนี่ยเก็บไปเล่นกับเพื่อนมึงเถอะ” พี่แม่งไม่มีความตลกในหัวใจเลย เซ็ง พี่หมอนอกจากจะไม่ยอมตบมุกแล้วยังหลับหนีอีกต่างหาก พี่หมอซบอยู่ซักพักสงสัยเมื่อยครับเพราะผมตัวเตี้ยกว่าพี่มัน จะพิงทีคอต้องยืดลงมาเยอะ สงสารกลัวเมทเป็นเปรตเลยผลักหัวพี่มันออก พี่หมอเลยเปลี่ยนไปพิงขอบกระจกรถแทน ดูจากเวลาอีกแล้วคงอีกซักพักกว่าจะถึงที่ทำกิจกรรมแรกเลยเอนหัวไปอิงไหล่พี่มันหลับตามไปด้วย

ระหว่างนอนก็ได้ยินเสียงนู่นนี่เป็นระยะครับ แต่ก็ไม่ลืมตามาดู เพราะความง่วงชนะทุกอย่าง จนกระทั่งรถจอดนิ่งผมถึงงัดหัวตัวเองจากไหล่พี่หมอขึ้นมาดู

ตอนนี้เราก็มาอยู่กันที่บ้านเด็กน้อยเมตตาเพื่อทำกิจกรรมอาสาเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกำพร้าครับ เราชาววิศวะ ไม่หล่ออย่างเดียวต้องรักเด็กด้วย ก็จะแบ่งกันออกเป็นทีมๆ ทีมแอบไปนอน ทีมแอบกินขนมของน้อง และทีมทำงาน ถ้าถามว่าผมกับเดอะแก็งทีมอะไร ก็แน่นอนอยู่แล้วครับ คนดีๆอย่างพวกเรา



...ก็แบบ โอรีโอ้อร่อยจัง

“ไอ้พวกเวรตะไล!! มึงมานั่งแดกขนมเด็กทำไมเนี่ย!! ” ชะอุ่ยยยยยยยย ยังไม่ทันได้แกะห่อสามกิน เสียงโวยแสนคุ้นหู เหมือนจะเพิ่งโดนวีนมาตอนนั่งดูนมสาวก็ดังขึ้น

“แหะๆ พี่หญิงทานโอรีโอ้ไหมครับพี่”

“แดกกับแม่มึง”

อู่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แม่ผมไม่กินโอรีโอ้ครับพี่

“ไอ้อู้มันชวนผมเลยพี่”

“เห้ยไอ้เติ้ล...” ทำไมมิตรภาพระหว่างกูกับมึงทำไมมันสั้นแค่ห่อโอรีโอ้แบบนี้วะเพื่อน!
 
“พวกมึงนี่ศีลเสมอกันจริงๆ เห้ย! พวกมึงหาทีมเล่านิทานให้น้องอยู่ใช่ไหมวะไอ้แทน กูหาเจอแล้ว”

ผมกับเติ้ลมองหน้ากันอย่างงงๆ
พี่เขาคงไม่ได้หมายถึงพวกเราใช่ไหมวะมึง
เนาะ? เนาะ?


.
.
.

“อ่า เอ่อ สวัสดีน้องๆนะครับ”

ครับ
หมายถึงพวกกูนี่แหล่ะ!!

ตอนนี้พวกผมสี่หน่อก็ได้ทำการสาระแนมานั่งถือไมค์กันอยู่บนเวทีเป็นที่เรียบร้อยเพื่อชดใช้บาปกรรมของก่อนขโมยโอรีโอ้แดก ไอ้ปันที่ไม่ได้แดกแต่เสือกนั่งตบยุงอยู่ใกล้ๆก็โดนลากมาด้วย เงาแค้นยุงไหมหล่ะมึง

“พี่ชื่อเติ้ลนะครับ วันนี้พี่ก็จะมาเล่านิทาน แต่คิดไปคิดมา พี่อู้จะเล่าแทนครับ”

ห๊ะ!!
กูหรอ!!
ไอ้ห่าเติ้ล ไอ้เวร มิตรภาพฉันสั้นแต่สันหลังฉันยาวไหมหล่ะมึง ไม่ทันได้สติอะไรไมค์ก็ถูกโยนมาแล้ว น้องๆที่นั่งอยู่ด้านล่างก็เบนสายตามาทางผมทันที ชิบหายแล้วกู นิทานอีสปก็ไม่รู้จัก ถนัดแต่นิทานอีสัดมากกว่า โอมายกอดดด ทำไงดี

“สะ สวัสดีน้องๆนะครับพี่ชื่ออู้ วันนี้ก็จะมาเล่านิทาน... พี่พีเริ่มเลยครับ” ใช่ครับ เราทำงานกันเป็นทีม เพราะงั้นความชั่วก็ต้องเป็นทีม ผมโยนไมค์ใส่ไอ้พีโดยที่มันไม่ทันตั้งตัว

เหมือนโดนด่าพ่อด่าแม่ผ่านสายตาอ่ะครับ แต่ผมก็ทำเป็นไม่เห็น วู้ฮู้ฮู

“สวัสดีครับน้องๆพี่ชื่อพี นิทานเรื่องนี้มีชื่อว่าหนูน้อยหมวกแดง เชิญพี่ปันเลยครับ” หวยลงที่ไอ้เอ๋อที่กำลังงงอยู่ว่าตัวเองมาทำอะไรบนเวทีนี้ มันรับไมค์ไปแบบงงๆ เกาหัวดังแกร่กๆ

“เอ่อ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ประมาณสามร้อยปี ค่อนข้างนานไปครับ พี่ขี้ลืม เชิญพี่เติ้ล”

โถ ไอ้เอ๋อ!!
สุดท้ายไมค์ก็ไปอยู่กับไอ้เติ้ลครับ ไอ้เติ้ลได้แต่ถอนหายใจ มองไปด้านหน้าก็เด็กน้อย อันนี้ไม่เท่าไหร่ครับ แต่มองไปขวามือเจอพี่หญิงถืออีโต้อยู่นี่เกือบกรี๊ดเลย

“โอเคครับ เรื่องมีอยู่ว่า ณ ป่าหิมพานต์ มีเด็กน้อยคนหนึ่งชื่อ ชื่อ...”

“ชื่อไอ้แดงครับ ไอ้แดง” ไอ้พีรีบเสริม

“เออ ชื่อไอ้แดง ไอ้แดงเนี่ยได้ชื่อว่าแดงเพราะว่าชอบใส่หมวกสีแดงแล้วชอบร้องเพลงท่อนที่ผมใส่เสื้อแดงไม่ได้แปลว่าผมจะแรง ถึงผมรักแมนยูแต่ใจก็อยู่ที่หงส์แดง ที่คุณชอบฮิปฮอปเคป๊อ-”

“นั่นแหล่ะครับน้อง รวมๆคือมันชื่อไอ้แดง” ผมรีบตัดก่อนที่มันจะร้องทั้งเพลง

“ครับ ไอ้แดงเนี่ย มีย่าชื่อ.. ชื่อ”

“ชื่อเขียว”

“เออ ไอ้แดงมีคุณย่าชื่อเขียว เลยต้องเดินเอาผลไม้ไปให้คุณยายทุกวันที่กระท่อม”

“ตกลงย่าหรือยายคะพี่” เด็กยกมือขึ้นถาม พวกผมก็เหงื่อตกเลยครับ ไอ้ห่า ตกลงย่าหรือยายวะ

“ยายครับยาย”

“แล้วแบบมันก็มีหมาป่าหนึ่งตัว เห็นไอ้แดงเนี่ย มาเดินไปกลับขึ้นเขาลงห้วยอยู่ทุกวัน เห็นแล้วหิวก็เลยวางแผนจะปลอมเป็นคุณย่า”

“ตกลงยายหรือย่าคะพี่”

“โอ๊ยน้องครับ ในบ้านมีทั้งย่าทั้งยายเลย ไอ้แดงรักคนแก่มากครับ”

“อ้อ” น้องยังจะทนฟังอยู่อีกหรอครับ!! น้องไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้รุ่นพี่ข้างๆเนี่ย ลงไปกองกับพื้นกันแล้ว

“แล้วย่าชื่อเขียว ยายชื่ออะไรอ่ะครับ”

“เอ่อ ยายชื่อ” ไอ้เติ้ลหันมาขยิบตาปริบๆใส่พวกผมที่นั่งเรียงกันอยู่ครับ ไอ้ห่าชื่ออะไรหล่ะ มึงสุ่มแม่สีไปผสมกันซักสีสิวะ

“สะ สีเขียวเพิร์ลอควาประกายทองครับ”

ไอ้สัสปัน!! นั่นชื่อคนหรือยาย้อมสีผม!! มันจะยิ่งใหญ่อะไรเบอร์นั้น

“คือนั่นแหล่ะครับ ไอ้แดงเรียกยายสั้นๆว่ายายเขียวพาสเทล หมาป่าก็ฉลาดไง มันก็เลยรีบพุ่งไปในบ้านหวังจะกินย่ายายทั้งสอง แต่ย่ายายก็รู้ทันเพราะก่อนหน้านั้นหมาป่าเชคอินในเฟสบุ๊คว่าจะมา ย่ายายเลยหนีออกไปก่อน หมาป่าก็แบบหิวอ่ะ เออ งั้นปลอมตัวเป็นย่ายายรอไอ้แดงเลยละกัน ไอ้แดงมาก็จับกินเลย”

หมาป่าบ้านมึงเชคอินก่อนหรอ ยุคไฮเทคไปไหมไอ้เหี้ย!

“แล้วไงต่อครับน้องเติ้ล” ไอ้พี่หญิงตะโกนขึ้นมา เห็นนะโว้ยว่าพี่ขำกันหน้าดำหน้าแดง แถมอัดคลิปไว้อีก น้องๆนี่แทบจะไม่สนใจกันเลยครับ นั่งจกขนมกันเมามัน เห็นแต่พวกนิสิตวิศวะนี่แหล่ะ ยืนขำกันอยู่เต็มพื้นที่

“เอ่อ ทะ ทันใดนั้นก็มีเสียง เคาะขึ้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

“นั่นใครคะ” เนี่ย มีดัดเสียงจริตชะนีไปอีกไอ้พี

“วันนี้ผมมาขายประกัน-“

“ไม่ใช่โว้ย!!”

“อ้าว ผิดเรื่องไปหน่อย เอาใหม่ๆ ก๊อกก๊อกก๊อก”

“นั่นใครคะ”

“พัสดุอีเอ็มเอ-“

“ส่งของก็ไม่ใช่!!”

“เอ้า ไอ้แดงมันก็อยากจะหาอาชีพเสริมบ้างไม่ได้เลยหรอ” ไม่ได้โว้ย!!! แล้วไอ้แดงมันจะมาขายประกันให้ยายมันเองทำไม!!!

“ไม่ได้!!”

“เออๆ ไอ้แดงนั่นแหล่ะ ไอ้แดงก็เปิดประตูเข้ามา ขุ่นย่าขา”

“ตกลงไอ้แดงนี่ผู้หญิงหรอ” 

“เป็นตุ๊ดๆ คุณย่าขา คุณย่าพอจะมีเวลาซักสองสามชั่วโม-“

“ยังไม่เลิกขายตรงอีก!!”

“เลิกแล้วก็ได้ หมาป่าก็แบบรอมานานไง ขี้เกียจปลอมตัวแล้วก็เลยเผยร่างจริง เตรียมจะหม่ำไอ้แดง พอไอ้แดงเห็นหมาป่าก็แบบเห้ย! ยายตูอยู่ไหน!”

“ไอ้แดงนี่จาพนมหรอ”

“โมโหไงโมโห เลยหนุมานถวายแหวนหมาป่าเข้าให้ ม่องเลยอ่ะ นายพรานเพิ่งขี่ฟีโน่มาเห็นก็ตกใจ เห็นไอ้แดงกำลังแยปหมัด อนาคตดีเลยจับไอ้แดงเป็นนักมวย ไอ้แดงได้ดิบได้ดีเป็นไปเป็นนักแสดงหนังบู๊เรื่องฟาสแอนด์ฟิวเจอร์รังสิต รายได้ดีมากมาเลี้ยงย่าเขียวกับยายเขียวๆอะไรซักอย่างเป็นเศรษฐีเลย จบ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าควรดูแลคนแก่แล้วต่อยมวยให้เป็น ขอบคุณครับ”

จบได้เลวมาก เนื้อหาอะไรของมึง ตกลงไอ้แดงคือโทนี่จาหรอหรือยังไง ไม่รู้แล้วครับ น้องก็ดูสนุกกันดีตบมือกันใหญ่ ไม่รู้ตบเพราะชอบนิทานหรือตบเพราะพวกเราลงจากเวทีซักที พวกผมก็เดินลงเวทีกันอย่างงงๆ น้องๆดูสนุกกันแต่ก็สนุกไม่เท่ารุ่นพี่กับเจ้าหน้าที่ครับ นั่นขำกันหน้าแดงลงไปกองอยู่กับพื้น ดูท่าทางจะอินหนูน้อยหมวกแดง ไม่สิ หนูน้อยไอ้แดงกันมาก ลงมากเวทีคณะนิทานไอ้สัดก็ตกเป็นจำเลยสังคมทันทีครับ คลิปไอ้แดงนี่ให้ว่อนเนทเลย

เงาแค้นโอรีโอ้ งดกินไปอีกสามเดือน แม่งเอ๊ย!!


ถัดจากการทำจิตอาสาก็มาถึงที่พักครับ ความรวยของภาคผมที่ค่าเทอมติดท็อปของมหาลัย ก็เหมารีสอร์ตติดทะเลมันซะเลย แบ่งเป็นบ้านๆ บ้านละสี่ห้าคนครับ แต่ยังไม่ทันจะได้แยกย้ายเราก็ได้แต่โยนๆกระเป๋าไว้แล้ววิ่งไปที่หาดเสียก่อนเพราะพี่เรียกรวม เรียกได้ว่าใช้ความทะเลให้คุ้ม ตีนแตะทรายตั้งแต่วันแรก

“น้องๆแต่งชุดพร้อมเปียกกันมาเรียบร้อยแล้วเนาะ” เกริ่นมาแบบนี้พวกผมก็ได้สงสารตัวเองล่วงหน้า เหมือนพี่มึงแค้นตอนตัวเองโดนรับอ่ะ กะเละเลยใช่ไหม เอาหล่ะ มองฐานพี่ๆมีน้ำแดงอะไรพร้อมเลอะสุดๆ

“ฐานนี้นะครับ ชื่อฐานว่าน้ำแห่งความรัก”

เอ๊ะ
ชื่อฐานมันดูติดเรทไงไม่รู้หรือกูคิดไปเอง

“ในแก้วนี้น้องจะเห็นน้ำแดงอยู่ ซึ่งแต่ละขวดก็จะผสมเอ่อ ผสมความรัก ใช่! ความรักของพวกพี่” ยิ่งไม่น่าแดกเข้าไปใหญ่เลยครับพี่ ไอ้ขวดที่สามความรักของพี่มันคืออะไร เศษอะไรลอยเต็ม

“ยังครับยังไม่จบเนาะพี่แทน กฎของซุ้มนี้คือน้องจะต้องกระดกให้หมดแก้วในครั้งเดียว ซึ่งพี่ขอตัวแทนน้องที่ไม่แพ้อาหารทะเลด้วยครับ” ความรักของพี่มีอาหารทะเลด้วยหรอวะ หรือพวกพี่ปลาหมึกปลอมตัวมา ขออาสาสมัครขนาดนี้ก็อย่าได้ถามหาถึงตัวแทนให้มากความครับ ในเมื่อน้ำมันสีแดง แก็งที่จะต้องโดนก็คงจะต้องเป็น

แก็งไอ้แดง!!!

เงาแค้นหมาป่ายังคงตามมาหลอกหลอน

“ขอเชิญน้องๆสุ่มเลือกแก้วเลยครับ” พูดจบผมก้รีบคว้าแก้วที่ดูปกติสุดทันที แต้มบุญจะต้องพอมีอยู่บ้างแหล่ะวะ ไอ้เติ้ลนี่เบะปากแล้วครับ เสือกได้แก้วที่มีตะกอนลอย ดูก็รู้ว่าผสมสารเคมีเอ็กซ์แน่ๆ คิดในแง่ดีมึงอาจจะได้เป็นพาวเวอร์พัฟก็ได้นะเพื่อนนะ กูเป็นกำลังใจให้เสมอ

“หนึ่ง”

“สอง”

“สี่!!”

กรึบ!!!

อื้อหืออออออออออออออออ ชัดเจนนนนนนนนนนนนน
เหล้าขาวววววววววววววววววว!!! 

“ไอ้เหี้ยพี่ กะปิไอ้สัดดดดดดดด” ไอ้เติ้ลนี่ลงไปคลานกับพื้นทรายเลย ครับส่วนผมนี่กระดกน้ำตามรัวๆ

“ไอ้เชี่ย กูเอาแก้วสลับกัน แก้วนั้นของกูกะเอาไว้แกล้งพี่ปีสี่” พี่ปีสามที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ชี้ไปที่แก้วผม ไอ้เวร ไอ้ห่าพี่ ร้อนคอเลยเนี่ย

“เอ้า จริงๆแก้วนั้นผสมมะนาว มึงแดกอะไรไปเนี่ยอู้”

“เหล้าขาว!!”

“เอ้า ชิบหายแล้ว ซอรี่สีดาละกันมึง ถือว่าฟาดเคราะห์” ฟาดพ่องงงงงง มึนไปนิดนึงเลยครับ  เพราะได้แก้วหนักไป คนคออ่อนแบบผมก็ยอมรับตรงๆเลยครับว่าตึง ไม่ได้ถึงกับเมาแต่ตึง พี่เลยอนุญาตให้นั่งพัก ร่วมฐานอีกทีตอนฐานใหญ่แทน   

“มันตั้งใจป่ะวะ” พี่หมอขมวดคิ้วนั่งลงข้างๆผม

“แค่นี้กระจอก”

“ปากเก่งจังนะ” พี่หมอจับผมนอนซบลงกับตักพี่มันพร้อมกับโปะผ้าเปียกๆแปะลงมากับหน้า

“อยากเล่นฐานว่ะพี่”

“นอนไป เล่นฐานใหญ่เดี๋ยวกูปลุก” ได้แต่เสียดายแต่ก็ยอมหลับตาแต่โดยดี นอนอบไอแดดอยู่ประมาณครั้งชั่วโมงพี่หมอก็ปลุกไปเล่นฐานใหญ่กับเพื่อน ฐานนี้แข่งกันสี่ปีครับ ให้ต่อเสื้อผ้าในชั้นปีทั้งหมดให้ได้ยาวที่สุดถึงจะชนะ

เหมือนเป็นเกมที่สร้างมาเพื่อเปลืองตัวผู้ชายโดยแท้จริงครับ เพราะผู้หญิงถอดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว พวกผู้ชายเลยจำเป็นต้องถอดเสื้อใครหน้าด้านหน่อยก็ถอดกางเกงด้วยเหลือบอกเซอร์ ต่อมันหมดครับนาฬิกา สร้อยคอ รองเท้าแตะ ไอ้เติ้ลนี่โกงเอาไม้ไอติมที่เด็กทิ้งข้างๆมาเนียนต่อด้วย

ตัดภาพมาปีสามโกงสุดๆครับ หน้าร้อนจะตายห่าพี่แป๊ะแม่งใส่ห้าชั้นบอกเซอร์อีกสามชั้นรองเท้าแตะข้างละสอง โกงในโกง โกงซ้อนโกง โกงแบบหน้าด้านๆ มองมาจากดาวอังคารยังรู้ว่าโกง ตัวผมก็ถอดหมดครับทั้งเสื้อทั้งกางเกงเหลือแต่บอกเซอร์และกางเกงใน เป็นช่วงเวลาที่เฮฮาจนลืมทุกอย่าง อยากเอาชนะพี่ๆแม้จะรู้ว่าพี่มันคงไม่กะให้เราชนะหรอก ผลก็ตามคาดครับ

ชนะหรอ?



แพ้!!
   
“นอนเลยครับนอน ในฐานะที่ปีหนึ่งแพ้ พวกพี่ก็จำเป็นจะต้องลงโทษ แม้ใจจริงพวกพี่จะรักน้องประหนึ่งแก้วตาดวงใจ ฮึกๆ พี่ไม่อยากทำจริงๆ”

หรอพี่!! แล้วไอ้น้ำแดงในมือคืออะไร!!
รอไม่ถึงนาทีพวกผมปีหนึ่งก็กลายร่างเป็นบิงซูทันทีครับ เพราะพี่นี่เดินราดน้ำแดงกับนมข้นกันสนุกสนาน คนโดนก็มีแต่ผู้ชายครับ คณะผมมันก็จะสองมาตราฐานหน่อย อะไรเลวๆมักจะลงกับเพศผู้เสมอ อื้อหืออ มาเต็มครับ เม็ดแมงลัก ขนมปัง คือพร้อมเอาช้อนมาตักแดกได้เลย ผมเงยมองหน้าไอ้พี่โยที่กำลังสนุกกับการบีบนมข้นราดผมเสียเหลือเกิน

“พี่โยยย ผมน้องพี่นะ!!”

“เพราะเป็นน้องกูไง” อยากจะด่าแต่พี่มันแม่งบีบนมเข้าปากผมเฉย ฮืออออออออออออ นี่หรือคือพี่เทคใจงามในวันนั้นกลายมาเป็นพี่เทคใจมารในวันนี้
ต่อจากนั้นไม่นานพวกผมก็แผนซ้อนแผนแย่งนมข้นน้ำแดงพี่ๆมาราดกลับสนุกสนานกันไป พวกผู้หญิงก็ทยอยกันไปอาบน้ำแล้ว มีพวกแต่พวกผู้ชายที่ยังคงเล่นกันอยู่ เล่นกันจนพอใจก็แยกย้ายอาบน้ำครับ ผมได้อภิสิทธิ์พิเศษไปอาบน้ำห้องพี่หมอพี่ภูมิ ไม่ต้องรอต่อคิว เอาเปรียบเพื่อนสุดๆแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรครับ

คือแบบเจ้าที่เล่นหน้าดุเป็นหมาขนาดนั้นก็นะ...

“พี่หมอ ผ้าเช็ดตัวอ่ะ”

“กูเอาไปแขวนในห้องแล้วไง” เอ้า หรอวะ พอเดินมามองในห้องน้ำก็แขวนไว้อยู่แล้วจริงด้วย กำลังจะหันไปบอกว่าเจอแล้วก็ดันชะงักเสียก่อนเพราะโดนเจ้าที่สิงร่าง

เห้ยๆ มาหื่นกลางค่ายแบบนี้เลยหรอวะ!!

“เห้ยๆพี่หมอ อะไรของพี่มึง ห้องไม่ได้ล็อค” เล่นประกบหลังเสียน่ากลัว ถึงพี่ภูมิไม่อยู่ก็ตาม เกิดพี่มันกลับมาหล่ะวะ!! 

“นมข้นเต็มตัว กูนี่คิดไม่ดีเลยอู้”

“พี่มึง!!”

“ไอ้โยเป็นคนราด กูยิ่งคิดแต่ว่าอยากเอาขวดฟาดหัวแม่ง ดูไม่ออกหรอกอันไหนน้ำแดงอันไหนเลือดมัน” อู่ย ใจเย็นนะจ๊ะ ค่อยพูดค่อยจากัน ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อโดนพี่มันกอดจากด้านหลัง พร้อมกับลิ้นที่เลียมาแถวต้นคอ

“ไอ้สัดพี่หมอ ไม่ได้นะพี่” ล่กครับล่ก ใครเปิดมาเจอหน่อยนี่ต้องแก้ตัวยาวเลยนะโว้ย

“เออกูรู้ กูหงุดหงิด อยู่แบบนี้แป๊ปนึงน่า” พี่มันซบหน้าลงมาพร้อมกับกระชับกอดแน่น สัมผัสอุ่นเลยแนบมาทั้งแผ่นหลัง ป่านนี้นมข้นน้ำแดงคงเปื้อนเต็มเสื้อพี่มันไปแล้วเรียบร้อยแต่ก็ยอมครับ ในฐานะเป็นนายแพทย์เวอร์ชั่นเด็กดี เจอพี่โยแกล้งผมแบบนั้นในสภาพที่ผมถอดเสื้อถอดผ้าเกือบทั้งตัวต่อหน้าต่อตา แต่พี่มันก็ไม่ได้อาละวาดอะไรออกไปแถมยังใจเย็นอยู่นิ่งไม่วางมวยผิดวิสัยอีกต่างหาก ผมก้มลงจับมือพี่หมอที่รัดอยู่ตรงเอว

...ไหงพอเป็นคนนอนเตียงเดียวกันโดยไม่มีหมอนข้างกันแล้วพี่มันน่ารักขึ้นจังวะหรือผมคิดไปเอง     

“หายหงุดหงิดยัง เหนียวตัว”

“อยากเหนียวกว่านี้ไหมหล่ะ”

“อย่าเหี้ย” ลากเข้าเรื่องแบบนี้ตลอดไว้ใจนายแพทย์ ผมศอกพุงแข็งๆพี่มันไปแล้วปิดประตูห้องน้ำทันที แอบได้ยินเสียงหัวเราะพี่มันแทรกเข้ามา ระหว่างอาบน้ำขัดขี้ไคลและคราบนมข้นออกก็ได้ยินเสียงกีตาร์คลอเบาๆมาจากในห้อง อารมณ์ไหนของพี่มัน อย่าให้รู้ว่าร้องเพลงน้ำตาบักเตี้ย จะเดินออกไปลั่นหัวให้หายหล่อเลย

(มีต่อ)

ออฟไลน์ Oiimaps

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-2
อาบน้ำเสร็จก็ลากตัวหอมกลิ่นสบู่ฟอร์เมนออกมาจากห้องน้ำ สบายตัวเป็นที่สุด เครื่องแบบที่ใส่ก็เหมือนเดิมครับ เสื้อบอลกางเกงบอลระบุทีมไม่ได้ ผมก็กลิ้งบนเตียงเล่นรอพี่หมออาบน้ำซักพักก็เดินไปกินข้าวพร้อมกับพี่มัน วันนี้ก็มีบรรยากาศชิวๆครับ มีแอลกอฮอลล์กันบ้างนิดหน่อย แต่รุ่นพี่สั่งมาว่าผู้ชายห้ามเมาเด็ดขาด เลยได้แต่แตะนิดแตะหน่อยพอหอมคอ ชายหน้าโจรวิศวะทั้งหลายต้องจิบโค้กฟังดนตรีสดกันแบบงงๆ

...แต่ตัดภาพมาผู้หญิงวิศวะ ล่าสุดเมาปีนต้นมะพร้าวข้างหาดเป็นที่เรียบร้อย

“ไอ้เหี้ยยยยยยยย กูโคตรเมา” จ้ะ กูรู้แล้วจ้ะ

“สายป่าน มึงเมามากละ กลับไปนอนป่ะ”

“เหล้าต้องแดกให้เมาสิวะ ตามคติประจำคณะ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา อังคารหยุด พุธขาด พฤหัสมา...”

“มาเรียน?”

“มาดรอป!! ไอ้เหี้ย!!”

“โวะ!!”

“ไอ้เหี้ยอู้ กูไม่อยากจะเล่า กูแม่งโคตรเกลียดมอเราเลย” เอาหล่ะครับ พี่อ้อยพี่ฉอดไทม์หลังจากเม้าท์คณะตัวเองเสร็จ

“ทำไมวะป่าน กูชอบมอเราออก” ไอ้ปันครับ ไอ้นี่ก็โดนรุ่นพี่ผู้หญิงมาฟัดแก้มจนรอยลิปสติกติดอยู่เต็มแถมรับหน้าที่ดูแลรุ่นเพื่อนตัวเองที่เมาอยู่อีกต่างหาก

“ร้อนชิบหายดิ นี่ล่าสุดกูจะ พี่พละมาจีบกู เอิ่ก จะไปเรียนรวม วันนี้นั้นมีแลปฟิ พี่เขาจะไปส่งกู ไอ้เหี้ยยยยย กูแบบ ใส่ส่งเอยาวสิบแปด เลยจิ๋มกูมาสามนิ้ว แรดสุด ใครเห็นต้องใจสั่น”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเกลียดมอวะอีป่าน” ไอ้เติ้ลชักอยากรู้ครับ

“อ่ะไอ้เติ้ล มึงนี่ขี้เสือก คนขี้เสือกไม่ตายดีนะ”

“เอ้า แช่งกูอีก”

“ฟังกู เอิ่ก กูใส่ทรงเอ พอกูซ้อนมอไซต์พี่เขาเท่านั้นแหล่ะ อีดอกกกกกกกกกกกกกก แทบไหม้ มึงเข้าใจอารมณ์กูป่ะ ร้อนแบบร้อน กูจะอุทานว่าร้อนจิ๊มิก็ไม่ได้ กูคุมธีมผู้หญิงอยู่ แต่คืออีกนิดควันขึ้นแล้วอ่ะ มึงเข้าใจอารมณ์ป่ะ กูได้แต่ฮัมเพลงนาวเบิร์นเบบี้เบิร์นทั้งๆที่ใจกูเกือบด่าถึงพ่อถึงแม่ดวงอาทิตย์แล้ว มาถึงที่ห้องเรียน กูแทบจะต้องประคบอ่ะ แล้วคือพี่แม่งเสือกมารับกูทุกวัน กูชอบพี่เขามากอ่ะมึง แต่มันจะไหม้อีดอกมันจะไหม้!!”

โอ้โห ความในใจสาววิศวะ บ่นจนเห็นภาพ นี่ลืมหรือเปล่าว่าพวกกูเพศผู้เนี่ย ต้องมารับรู้จริงๆหรอวะ

“มึงก็บอกพี่เขาไปตรงๆสิวะ”

“บอกว่าไร พี่ๆมันจะไหม้แล้วงี้หรอ มึงไม่เข้าใจกูอ่ะอีปัน ฮือออออออออออออ”

 “กระโปรงมันไม่ไหม้หรอกน่าสายป่าน”

“อีปัน ไอคิวมึงเล็กเท่าปล้องนิ้วก้อยหรอ กูไม่ได้หมายถึงกระโปรง!! ”

“เอ้า หมายถึงเบาะหรอ?”

“ระหว่างคุยกับต้นมะพร้าวกับบ่นกับมึงอะไรรู้เรื่องกว่าวะ แม่ง กูไประบายกับพี่หญิงดีกว่า เพ่เหยงงงงงง ฟังป่านหน่อยยยยย” หลังจากคุยกับปันปันไม่รู้เรื่องไอ้จ๋าก็เปลี่ยนทาร์เกตไปบ่นกับพี่หญิงแทน ข้างๆพี่หญิงก็มีพี่พี่นั่งอยู่ครับ เหมือนพี่แกเพิ่งมาถึงตอนเย็นๆ ขับตามมาเพราะมีเรียน พวกผมก็ยังคงกระดกโค้กกินกันแบบงงๆ คือวิศวะกับเหล้าเนี่ยมันเหมือนของคู่กันนะครับ แต่ไหงงานนี้ห้ามผู้ชายดื่มก็ไม่รู้

 “สำหรับวงต่อไปเนี่ย ก็เป็นวงของรุ่นพี่นะครับ” ผมเปลี่ยนความสนใจมาโฟกัสวงดนตรีที่มันก็คือเพื่อนผมเนี่ยแหล่ะเล่นกันมั่วๆ

“ขอเชิญวงพ่อมึงอยู่กับกูเลยครับ”

นั่นชื่อวงหรอ!!
แล้วนั่นพี่หมอนี่หว่า!!

“สวัสดีภาคโล” พี่หมอยักคิ้วข้างนึงหล่อๆมาให้ สาวงี้กรี๊ดกันเป็นแถว แอบเห็นสายผ่านที่เพิ่งเมาอยู่โต๊ะพี่หญิง ตอนนี้วิ่งไปกรี๊ดหน้าเวทีแล้วเรียบร้อย ความแรดชนะทุกสิ่งแม้กระทั่งความเมา

“อ้าว พ่อมึงไปทำไรบนเวทีวะ”

“ไม่รู้พี่มัน”

“วันนี้ก็จะมาร้องเพลงให้คนคนนึง จริงฝึกจะร้องตั้งแต่ตอนมันประกวดเดือนละ แต่ตอนนั้นเจ้าตัวไม่อยู่เลยไม่ได้ร้อง” พี่มันหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วส่งยิ้มมาให้ผม

“อ่ะโห โค้กกูนี่หวานขึ้นมาเลย” ไอ้เติ้ลเบะปากแล้วกรอกตาบนใส่ผม ส่วนผมก็เขินไม่รู้จะทำอะไร เลยจิ้มอาหารกินแม่งเลย พี่หมอมันผละออกไปหยิบกีตาร์ขึ้นมาเริ่มเกาคอร์ดโดยมีพี่ภูมิคอยเคาะคาฮองให้อยู่ข้างๆ   

‘เธอ เธออีกแล้ว ที่มารบมากวนหัวใจ
จะไปไหนเจอใครมากมาย ทำไมมันมอง... หาแต่เธอ’
ไม่ว่าอยู่ อยู่ที่ไหน
ใจดวงนี้ยังคงละเมอ หลับตาฝันก็ยังพบเธอ... ก็มีแต่เธอ โอ๊ะโอ’

พี่หมอมองมาที่ผมพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมุมปาก

‘ฉันเป็นอะไรไม่รู้ ยั้งใจไม่ค่อยอยู่
อู้ แปลกๆจริง อู้ คิดถึงเธออีกแล้ว
แปลกจริง คิดถึงเธอจัง’

เนื้อเพลงมันควรจะอู้แบบอู้อ้าแต่พี่หมอกลับจงใจออกเสียงเป็นอู้นิ่งๆพร้อมกับมองผมไปด้วยนี่แม่งโคตรเขินเลยให้ตาย ถึงตอนนี้ผมก็ได้รับสายตาแหมมาเต็มๆจากทั่วทุกมุมทิศ

‘เรื่องอื่น ไม่ค่อยสน ไม่อยากรู้เรื่องคนทั่วไป
อยากจะรู้เรื่องเธอนั่นไง จะทำยังไง โอ๊ะโอ’

ทำไง อย่างแรกมึงลงมาจากเวทีก่อนไงไอ้พี่หมอ กูเขินจะตายแล้วเนี่ยไม่เห็นหรอ!!

“ฉันเป็นอะไรไม่รู้ ยั้งใจไม่ค่อยอยู่”

“อู้!!” ทุกโต๊ะถึงกับตะโกนพร้อมกันครับทั้งโต๊ะรุ่นพี่รุ่นน้องรวมไปถึงโต๊ะผมเองด้วย แม่งเขินจนจะระเบิด

“แปลกจริงๆ”

“อู้!!!”

“คิดถึงเธออีกแล้วแปลกจริง....”

ปลายนิ้วค่อยๆเกลี่ยสายกีตาร์ลง ตาดุจ้องมาที่ผมแน่นิ่ง บรรยากาศรอบข้างเหมือนถูกกดปุ่มหยุดไว้ เสียงแหบทุ้มค่อยๆกระซิบลงกับไมค์แต่กลับดังสะท้อนไปทั่วรีสอร์ต


“คิดถึงมึงจัง”


แม่งเอ๊ย...
เขินจะบ้า!!!

เพลงจบไปนานยันเปลี่ยนวงที่เล่นไปแล้วแต่ผมกลับได้แต่นั่งทำตัวไม่ถูกอยู่ที่โต๊ะ เพื่อนนี่แซวกันรอบทิศทาง ผมเห็นพี่มันเดินลงจากเวทีเลยไปที่หาดไม่ได้เดินมาหา ผมเลยลุกเดินตามไป

“ทิ้งระเบิดแล้วหนีหรอวะพี่” ผมตะโกนแล้วเตะทรายใส่แม่งเลย พี่หมอยังคงหันหลังใส่ผม

“เปล่า...”

“พี่แม่ง ผมเขินจะตายห่า” ผมเดินเข้าไปหาไอ้พี่หมอที่ยังคงหันหลังให้ผม หันหน้าเข้าทะเลอยู่เหมือนเดิม อะไรของพี่มันอีกวะ

“...”

“พี่หมอ เป็นไรวะ” ผมเอื้อมมือไปกระชากแขนพี่มัน พอพี่หมอหันหน้ามาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โห แดงยันหู พี่มันรีบยกมือขึ้นปาดหน้าม้าตัวเองแก้เก้อทันทีทันใด

“ไอ้สัด ก็กูเขิน ใครจะไปคิดว่าแม่งจะเขินขนาดนี้วะแค่ร้องเพลงให้ใครซักคนฟังเนี่ย” หมดลุคนายแพทย์คนโหดเลยครับ มีแต่พี่หมอคนแก้มแดง แดงเถือกเลยด้วย เห็นแล้วตลกจนต้องขำออกมา

“มันต้องเป็นผมป่าววะที่เขินอ่ะ”

“กูคนร้องสิวะที่ต้องเขิน”

“ผมคนฟังก็ต้องเขินดิ พี่จะมาเขินทำไม”

“เป็นแค่คนฟังมึงจะมาเขินทำไม”

“แล้วเป็นคนร้องจะเขินทำไม”

“เขินดิ กูเพิ่งร้องเพลงจีบมึงกลางงานนะไอ้สัด” พี่หมอคว้าผมเข้าไปกอดแล้วฝังหน้าลงมากับคอผม เสียงคลื่นทะเลซัดฝั่งที่ว่าดังก็ยังไม่สามารถกลบเสียงใจพี่หมอเต้นตุ้บๆอยู่ข้างหูได้ ดูท่าทางจะเขินจริงจัง

“วันนั้นพี่จะร้องเพลงนี้จริงอ่อ”

“เออ”

“ทำไมต้องเพลงนี่อ่ะ”

“ไม่รู้ ตอนนั้นนึกเพลงไม่ออก

“เอ้า!”

“รู้แต่อยากร้องให้คนชื่ออู้”

“...”

“ก็...จะจีบคนชื่ออู้”   

“...”

“เพราะตอนนั้นรู้ตัวแล้วว่าชอบคนชื่ออู้”

พี่หมอแม่ง...
โคตรเป็นพาหะนำความเขินจริงๆ
ผมเขินจนน้ำตาคลอกับความโรแมนติกแบบไม่รู้ตัวของพี่หมอ ถึงตอนนี้ก็ชักจะแยกเสียงหัวใจเต้นของตัวเองกับของพี่หมอไม่ออกแล้ว พี่หมอวางคางไว้บนหัวผมแล้วขยี้เบาๆ

“อู้”

“หืม...”

“รักนะ”

เสียงทุ้มบอกเบาๆที่ข้างหูผมแบบไม่ทันตั้งตัว พี่หมอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ผมได้แต่ขยำเสื้อพี่หมอแน่นก่อนจะตอบพี่มันกลับไป


“อื้อ รักเหมือนกัน”

“...”

“...มั้ง”

“กูเพื่อนเล่นมึงหรอไอ้ลูกหมา!!!”

จากกอดกันกลางทรายหาดกลับกลายมาเป็นไล่เตะกันกลางหาดแทน เตะทรายใส่กันจนเหนื่อยก็เดินจับมือกันกลับที่พักแบบเขินๆครับ พี่หมอมันมาส่งผมหน้าห้องพัก ไม่มีฝันดงฝันดีอะไรทั้งนั้น มีแต่การผลักหัวเบาๆแล้วไล่ให้เข้าไปนอนกับเพื่อน ผมเข้าห้องไปแบบงงๆ รอซักพักเพื่อนๆก็กลับมานอนกันอย่างงงๆและคิดว่าวันนี้ก็คงจะหมดไปแบบงงๆ


แต่ผมคิดผิดเพราะ...



“เห้ย พวกมึงปีหนึ่งผู้ชาย ตื่นๆ”

พวกผมโดนเคาะห้องปลุกกันแบบกลางดึก ได้แต่ขุดซากขี้ตาเดินตามรุ่นพี่ไปที่หาด มองรอบๆก็มีแต่พวกปีหนึ่งผู้ชายด้วยกันครับ พอไปถึงสิ่งแรกที่มองเห็นท่ามกลางทะเลสีดำคือ


ไอ้พี่แป๊ะ!!
มึงไปยืนเอากางเกงในสีแดงใส่นอกบอกเซอร์อะไรอยู่กลางทะเล!!!

“สวัสดีน้องๆปีหนึ่ง พี่จะขอให้น้องหลับตาลงแล้วท่องคาถาตามพี่ นี่คือคาถาเรียกพี่ซุป”

“ซุปเปอร์แมนหรอ?”

“ซุปเห็ดหอม!!”

“ไอ้แป๊ะ!!”

“เออๆลืมๆ ก็ไอ้เติ้ลแม่งชงอ่ะ นี่พิธีศักดิ์สิทธิ์นะครับคุณ!! ปีหนึ่งหลับตาแล้วท่องตามผม โอมนะโม” คือมาขนาดนี้ก็รู้แล้วครับว่าเอาฮา อ่ะ พวกผมก็หลับตาตามคำบัญชาของพี่ซุปมัน เล่นตามพวกพี่มันหน่อยครับ

“โอม นะโม”

“ฮานามิ”

“ฮานามิ”

“เป็นข้าวเกรียบกุ้ง”

“เป็นข้าวเกรียบกุ้ง...”

“พวกเราชาวโลจิสต์ ขอเชิญท่านซุปผู้หล่อเหลายิ่งกว่านายนภัทร คังแดเนียลชิดซ้าย นิชิกิโดชิดขวา”

“ใครวะไอ้แป๊ะ!!”

“ไม่รู้เหมือนกัน กูเห็นคนแชร์ในเฟส”

“...”

“อ่ะ ไอ้สัด ปีหนึ่ง พูดตามกูเซ่!!”

“พวกเราชาวโลจิสต์ขอเชิญพี่ท่านซุปผู้หล่อเหลาเหมือนนายนภัทร อะงืองือชิดซ้าย งืองือชิดขวา” ชื่อไอ้ด้านหลังจำไม่ได้ก็ดำน้ำเอาครับ ไอ้ห่าพี่แป๊ะนี่ชอบมีบุคคลปริศนาจำชื่อยากๆมาตลอด

“มาแล้วจ้า กูเองแหล่ะท่านซุป อ่ะ ลืมตา”


คือเป็นห้านาทีที่เปลืองน้ำลายที่สุดเท่าที่เกิดมาทำ....
ลืมตามาอุจาดตากว่าเดิม เพราะตอนนี้พี่ปีสองปีสามปีสี่ยันบัณฑิตชายที่มาเกือบทุกคน อยู่ในสภาพถลกขากางเกงมาเกี่ยวขอบกางเกงด้านบนพร้อมกับเอาเสื้อผูกคอยืนเรียงกันเยี่ยงพีธีรวมตัวคนโรคจิต

เผื่อคนอื่นไม่รู้คณะเราเนี่ยมีเพลงประจำคณะว่า วิดกำมะสาดเป็นคณะที่แปลกปะหลาด
ก็ตามนั้นครับ...

“ในฐานะที่พวกเราคือท่านซุปอยากจะถามว่า พวกเอ็ง ปีหนึ่ง จงแต่งตัวให้เหมือนพวกข้า หากพวกเอ็งอยากจะร่วมคณะไปกับเรา” คณะอะไรวะเพ่!!! คณะตลกเรอะ!! มาขนาดนี้แล้วก็เอากับพวกพี่ครับ ต้องถอดเสื้อมาผูกคอเป็นผ้าคลุม ถลกขากางเกงบอลมาเกี่ยวกับขอบกางเกงเหมือนจะเซ็กซี่แต่ตัดภาพเป็นขาที่เต็มไปด้วยขนดกดำของเพื่อนชายร่วมคณะแล้วอยากจะร้องไห้

“ดีมาก!! หากพวกข้าทำอะไรเอ็งต้องทำตาม ทราบไม่ทราบ!!”

“ทราบ!!”

“ลุกนั่งสามสิบสองครั้ง ปฏิบัติ!!!”

แล้วพวกพี่แม่งก็กอดคอกันลุกนั่ง พวกผมเลยต้องกอดคอลุกนั่งตาม จากนั้นก็เยอะแยะครับ ทั้งกลิ้งซ้ายกลิ้งขวา วิดพื้น กระดึ๊บเป็นหนอนบนหาด พี่ทำน้องก็ทำ เมื่อยไปเหมือนกันและไร้สาระไปพร้อมกัน กลิ้งกันจนเหนื่อยหอบแฮ่ก

“พิธีสุดท้าย นี่คือน้ำร่วมสาบานของเราชาวซุป ขอให้พวกเจ้าจงมาร่วมพิธีได้ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้”

รู้สัญชาติซุปเปอร์แมนภาคโลเลยครับ เล่นล่อซะแดกน้ำชาที่โรงเตี๊ยม พี่ซุปหรือยิปมัน ถามใจพวกพี่ดู ผมต้องมายืนหันหน้าเข้ากับรุ่นพี่ คล้องแขนกันพร้อมกับถือแถวที่มีน้ำใสๆอยู่ เห็นก็รู้ครับว่าอะไร กระดกเข้าไปนี่ร้อนคอเลย สำหรับน้องที่ไม่อยากดื่มรุ่นพี่ก็จะดื่มให้ครับ แล้วแต่ความสมัครใจยังไงก็มีพี่คอยช่วยอยู่ จบจากพิธีต้อนรับน้องซุป พวกพี่ก็ให้ผมมานั่งล้อมวงหลับตาโดยเอาหลังชนกันทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดซุปเปอร์แมนโรคจิตนั่นแหล่ะครับ 

“ตอนนี้ ถ้าพวกมึงมีอะไรที่ขัดใจกันบาดหมางกันในรุ่น กูขอให้พวกมึงระบายออกมาตอนนี้” สิ้นเสียงของรุ่นพี่ บรรยากาศก็เงียบไปครู่หนึ่ง

“พวกมึง ที่กูไม่ค่อยส่งเลคเชอร์ให้พวกมึง กูรู้นะเว่ยว่าพวกมึงคิดว่ากูเห็นแก่ตัว กูขอโทษจริงๆ แต่กูเป็นเด็กทุน กูตั้งใจจด ตั้งใจเข้าทุกคาบเอง กูไม่ได้อยากให้พวกมึงมองกูเห็นแก่ตัว แต่กูก็เหนื่อยมาของกูแบบนี้ กูอยากให้พวกมึงเข้าใจกูบ้าง ถ้าไม่เข้าใจ กูก็ขอโทษอีกทีจริงๆ”

“ไอ้ป่าน กูรู้นะเว่ยว่ามึงโกรธกูเรื่องอิงอิง กูรู้ว่าน้องเป็นแฟนเก่ามึง แต่กูอยากให้มึงเข้าใจกู กูไม่อยากให้กูกับมึงต้องเข้าหน้ากันไม่ติด แต่ตอนนี้กูรักอิงจริงๆ รักเหมือนกับที่มึงรักเขา”

“เห้ยไอ้แบม กูจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่ากูทะเลาะกับมึงเรื่องอะไร แต่กูไม่ชอบที่กูกับมึงต้องมาบาดหมางไม่คุยกันแบบนี้มาจนเกือบจะจบเทอมนะมึง”

“ไอ้ฮง มึงแดกเหล้ากันหนักเกินไปแล้วนะเว้ย เข้าเรียนบ้างไอ้สัด กูเห็นมึงบอกเรียนไม่ไหว ก็เล่นไม่เข้าเรียน สถิตอยู่แต่หอ มีเพื่อนไว้ทำห่าไรวะ มีปัญหาอะไรก็ถามพวกกูจะได้ช่วย กูรู้ว่าวิชามันหนักเพราะมึงไม่ได้ถนัดสายนี้มาตั้งแต่แรก แต่เห็นมึงเป็นแบบนี้พวกกูเป็นห่วงนะเว่ย”

 อีกหลายหลายความในใจที่พ่นออกมาเหมือนระบาย เป็นวิธีที่ตรงและเหมือลูกผู้ชายจับเข่าคุยกัน ผมได้แต่กอดเข่าน้ำตาคลอเบาๆ พอหมดเรื่องพูดพี่ก็ก็สั่งให้พวกผมยืนขึ้นหันหน้าเข้าหากันแล้วทำวงให้เล็กที่สุด นั่นหมายถึงการกอดกันทั้งรุ่น เพื่อนที่มีปัญหากันก็เข้ามาตบไหล่กอดคอกันเบาๆพร้อมน้ำตา ในจังหวะเดียวกันรุ่นพี่ก็มาล้อมวงบูมให้พวกผมด้วยเสียงปกติ ไม่ดังจนเกินไปเพราะจะกวนคนที่พักอยู่แถวนั้น แต่ถึงเสียงจะเบาแค่นั้นแต่ก็ทำเอาผมโคตรรู้สึกดี

รู้สึกดีที่ติดคณะนี้มา รู้สึกดีที่ได้มาเจอเพื่อนและรุ่นนี้แบบนี้ รู้สึกดีที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้

หลังจากได้ยศเป็นน้องซุปรุ่นต่อจากรุ่นพี่เราก็เดินกลับเข้าที่พักเพื่อพบเจอกับแอลกอฮอลล์มากมาย ใครไคร่ดื่มก็ดื่ม ใครไคร่นอนก็ก็นอน ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วครับว่าพวกผมก็ไม่พลาดที่จะเลือกตัวเลือกแรกเพราะนอกจากได้เป็นเมาฟรีลูกหมาป่าแล้วก็ยังเห็นพี่หมอมันนั่งรออยู่ในวงอยู่แล้วด้วย

 นั่งอยู่ในวงเหล้ากับรุ่นพี่นี่ปีหนึ่งเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีไว้โดนมอมครับ ดื่มจนเอ๋อหมดแก้วจนมึน นั่งอยู่ซักพักจากพื้นแข็งๆก็กลายมาเป็นตักอุ่นๆแทนเสียได้ ผมจำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ จำได้แต่ว่าคว้าไอ้พี่หมอมาจุ๊บซักหน่อย ข้อหาทำตัวน่ารักแต่ก็โดนพี่มันปัดออก เหมือนโดนขัดใจอ่ะครับ ปกติผมไม่ชอบโดนตัวพี่มันก่อนแต่พอลองทำแล้วโดนปัดมันก็ยิ่งหงุดหงิด ทีงี้มาทำปัดวะ ปกติมาทำไต่ตอมเป็นแมลงวันตอมขี้ ยิ่งโดนปัดเหมือนยิ่งอยากทำอ่ะครับ เหมือนได้แกล้งพี่มันกลับเลยทั้งดึงแก้มตีเหม่งพี่มันให้สะใจ ดูท่าทางจะซนเกินไปเลยโดนพี่มันจับล็อคตัวนั่งนิ่งๆอยู่บนตักแทน ขัดใจโคตรๆ ทำไรไม่ได้นอกจากซบอกแล้วเขี่ยแขนเขี่ยคางพี่มันเล่นแทน แก้วที่ถืออยู่ในมือก็เหมือนจะโดนจับออกตลอดเวลา วุ่นวายจังวุ้ย
 
“พี่หมอออ”

“หืม?”

“ยินดีด้วยยย”

“เมาแล้วไอ้เตี้ย”

“ยินดีด้วยยยยยย”

“ยินดีอะไรของมึงอีกวะเนี่ย เห้ย กูกลับห้องก่อนนะ”

“ยินดีต้อนรับสู่โครงการแฟนคนแรกกกกก”

ผมพูดจบเหมือนบรรยากาศวงที่เฮฮาก็เงียบไปเลย งงไม่ถึงสามวิตัวก็ลอยขึ้นเหมือนถูกอุ้ม งือ อยากจะดิ้นแต่โดนอุ้มแบบนี้ก็สบายดี โดนหิ้วเป็นลูกหมาไม่ถึงห้านาที ผมก็โดนโยนลงเตียงดังตุ้บ ดีนะที่ฟูกนิ่ม ไม่งั้นคงได้มีด่ากันบ้างแล้วแหล่ะ ผมค่ยๆกระดึ๊บตัวไปหนุนหมอนเตรียมจะหลับก็ดันโดนเงาแค้นอะไรซักอย่างทับเข้าให้เสียก่อน

“อือ หนักอ่ะ”

“เมาแล้วเป็นแบบนี้กูจะปล่อยมึงไปกินเหล้ากับเพื่อนยังไงโดยไม่งี่เง่าวะ ตอบกูที”

“หนักอ่ะหนัก”

“มึงนี่มันโคตรตัวอันตราย”

“เจ็บหนวดอ่ะ” ฮื่อ ผมดันคางพี่มันออกจากแก้ม หลังจากโดนตอหนวดครูดหน้าเข้าให้ แล้วบ่นไรงุบงิบข้างหูนักวะ หนักโว้ย

“เมื่อกี้ยังเขี่ยคางกูเล่นอยู่เลย”

“หนักอ่ะพี่หมอ” ผมดิ้นแล้วเอาตีนเตะๆพี่มันให้ลุกไปซักที พี่หมอดันตัวขึ้นแต่ก็ไม่ได้ลุกออกไป แว่บนึงก็รู้สึกได้ถึงอะไรเปียกมาตวัดอยู่แถวคอ จั๊กจี้จนต้องหดคอหนี ความง่วงเริ่มทำงานเมื่อหลังแนบเตียงนิ่ม รำคาญไอ้ลมหายใจร้อนๆข้างหูไม่ไหวจนต้องฟาดไปเต็มแรงแล้วกดชัตดาวน์ตัวเองหนีทันที ก่อนสติจะดับก็แอบได้ยินเสียงบ่นของพี่หมอดังขึ้น

“เมาแล้วอ่อยไม่พอ มึงยังเมาแล้วบ้องหูกูด้วยหรอ!!”


อะไรวะงง ไม่รู้แล้ว ง่วง!! 




มาพร้อมกับอิมเมจ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2017 22:34:36 โดย Oiimaps »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ Tuffina

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คือต้องอ่านนิยายเรื่องนี้บนรถไฟฟ้ายังไงให้คนไม่หาว่าเป็นบ้า กลั้นขำแล้วขำอีก ตลกกกกกก น้องอู้คนน่ารักของพี่หมอ ฮืออ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7038
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
สงสารพระเอกจริงหนอ. 5555
ตบะแก่กล้าดีจริงๆ

ออฟไลน์ Monkey D

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
 :laugh: :jul3:
น่าสงสารพี่หมอตอนสุดท้าย5555

ฉากร้องเพลงให้อู้น่ารักมากเลยอ่า
เขินๆตามเลย


ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1819
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
โถถ พี่หมอออคนน่าซงซานนนนน 55555

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9063
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ 05th_of_06th

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ไม่รู้ต้องขำหรือเขินดี ฮือออ ขำน้ำตาไหลช็อตหนูน้อยไอ้แดงอ่ะ ฮืออขำจริงจัง55555555555  :m20:

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
555555555555555555555
โอย...ขำค่อด
แต่หัวเราะออกเสียงไม่ได้ แค่นี้อิคนข้างๆ แม่มเหล่จนตาจะหลุดล่ะ
 :hao7:
รักอู้สุดๆ อ่ะ
กดไลค์เป็นลังให้พี่หมอ
อดทนขนาดนี้เกินเซียน เกินเทพแล้วพี่
 :hao6:
รูปปากรอบโคตรใช่
ลั่นเลยครับ
ขอบคุณจิงไรจิง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rayaiji

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 822
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
    • ray's deviantart
อิมเมจคาแรตเตอร์นี่ตรงดีจริงๆค่ะ 5555555555555555

ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
หายไปนานแต่มุกจัดเต็มมาก ขำตั้งแต่ไอ้แดงละ ฮือออ  :jul3:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
พี่หมอ อู้  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

พี่หมอ ดี น่ารักอบอุ่น กับอู้มาก
ร้องเพลงให้อู้ด้วย สุดยอด

น่าสงสารพี่หมอ อู้เมาแล้วอ่อย สกินชิพเขี่ยคาง
พอพาไปนอน ก็จะหลับ แล้วฟาดบ้องหูพี่หมอซะอีก  :z6:
        :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 741
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
พี่หมอออออออ ทำไมพี่น่ารักแบบเน้ ตอนร้องเพลงให้อู้นี่อ่านแล้วโคตรเขิน ฮรือออ

นิทานหนูน้อยหมวดแดงเวอร์ชั่นฮาร์ดคอร์เหรอ ตลกมาก ชอบมากกว่าออริจินอลอีก ไฮเทคเว่อร์ โคตรจี้ 555555
อิมเมจตอนท้ายนี่ ทำไมรู้สึกน่ารัก ตลก 555555555555

ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
ตลกกก 5555555555555555555555555

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5049
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
ชอบโครงการแฟนคนแรก
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4044
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เกลียดอิมเมจจจจ 5555555555555555555555555555

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
เมาแล้วอ่อยหร๊าาาาาา

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
อีพี่หมอ คนดี

สุภาพบุรุษจุฑาเทพมากก


รอวันพี่หมอตะบะแตกค่ะ


ถ้าน้องอู้จะอ่อยแรงขนาดนี้

ออฟไลน์ badbadsumaru

  • ♡ caramel macchiato
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
5555555555 สงสารพี่หมอเลยอ่ะ
น้องอู้สายอ่อย อ่อยแบบเด๋อๆด้วยนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ flimflam

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-4
อ่านเรื่องนี้ยังไงไม่ให้ขำ ฮือ 55555555555
แล้วเมื่อไหร่พี่หมอจะได้กินอู้

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
 :pigha2:
+1 ให้เป็นกำลังใจครับ

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1492
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ตกลงอัพเกรดสถานะแล้วใช่มะ เป็นแฟนกันแล้ว พี่หมอก็อย่าทนค่ะ อู้อ้อยมาเยอะแล้ว

ออฟไลน์ Ploids

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :hao7: :hao7: :hao7:
ตลกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ boobooboo

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
อู้ จะรอดไปได้ซักกี่น้ำเนี่ยะ

ออฟไลน์ sweetyswtcou

  • R.Chek SwtCou
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
อ่านรวดเดียวจนถึงตอนปัจจุบันเลย สนุกมาก ตลกจริงจังอ่ะ ชอบมากเลย
ห่วงปันปันจังเลย อยากให้ปันปันมีคนดูแล เพราะอู้นั้นก็มีหมอคอยดูแลอยู่แล้ว  :hao7:
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
อ่านทันแย้ว สนุกมาก ฮามาก
คนเขียนต้องเป็นคนที่เฮฮาตบมุกกระจายแน่ ๆ ตัวละครถึงได้ต๊องแบบนี้ (โดยเฉพาะอิพี่แป๊ะและแก๊งค์เพื่อนอู้)

ออฟไลน์ Oiimaps

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-2
23


“พี่พี่สวัสดีครับ” ผมหันไปพยักหน้ารับไหว้เด็กปีหนึ่งคณะวิศวะ คณะที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลยแต่ดันโดนเคารพเหมือนเป็นรุ่นพี่ประจำคณะเพราะมาสาระแนหน้าบ่อย คิดว่าถ้าหญิงไม่เลือกแอตมาคณะนี้ผมก็คงไม่มีทางมาเหยียบอย่างแน่นอน

นอกจากรุ่นพี่มันจะกวนส้นตีนแล้วรุ่นน้องแม่งก็ยังพอๆกัน เหมือนส่งถ่ายความกวนส้นตีนแบบรุ่นสู่รุ่น ดีนะที่หญิงไม่ได้ซึมซับโรคพวกนั้นมาจากรุ่นพี่บ้าง ไม่งั้นคงปวดหัวตายห่า

ผมนั่งไถมือถือรอหญิงประชุมภาคอยู่ใต้ตึกแต่อยู่ดีๆก็มีคนเดินมานั่งตรงข้ามผม พอเงยหน้ามองก็แทบจะตีนลั่นเตะแม่งตกโต๊ะ

“มึงมานั่งทำไมไอ้หมอ”

“กูก็ไม่ได้อยากนั่งนักหรอก”

“ก็ย้ายไปดิไอ้สัส เก้าอี้ตัวนั้นกูจองแล้ว”

“ไหน ไม่เห็นจองเลย”

“หมึกล่องหน”

“กูหล่อ กูนั่งได้”

เนี่ย... ก็รุ่นพี่แม่งเป็นแบบนี้ไง

“รำคาญลูกตาไอ้สัด ทำไมกูต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับมึง ไปนั่งที่อื่น” โต๊ะคณะมันมีเป็นสิบเสือกมาเลือกนั่งตัวนี้ กวนตีนไหมหล่ะครับถามใจ

“กูมีเรื่องจะถาม” ผมนี่กรอกตาดำทันที

“มึงจีบหมามึงติดแล้วไม่ใช่หรอยังจะมาถามอะไรกูอีก”

“มึงได้กับหญิงยังวะ”

ปึ้ง!!

ผมฟาดโต๊ะเข้าเต็มแรงแล้วกระชากคอเสื้อไอ้หมอทันที ไอ้หมอทำหน้าเบื่อเหมือนรู้อยู่แล้วว่าผมต้องทำแบบนี้

“ถามเหี้ยอะไรของมึง”

“ไอ้สัดพี่ พักรบกับกูหน่อย นี่เรื่องจริงจังในชีวิตกูนะมึง ดูหน้ากูที ตาดำไม่ได้นอนมาทั้งเดือนแล้ว” ไอ้หมอปัดมือผมออกแล้วนั่งลงตามเดิม ไม่ลืมตบโต๊ะป้าปๆให้ผมนั่งลงอีกต่างหาก จากหน้ามันก็ดูโทรมจริงๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหญิงวะ

“ถามคำถามล่อตีนนะมึง”

“ไอ้สัด กูถามเพื่อเอาประสบการณ์โว้ย!!” ไอ้หมอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผมเลยต้องเอาหน้าหนี  ผู้ชายตัวเท่าหมีสองคนมาทำกระซิบกระซาบกัน ขนลุกจะตายห่า

“ยัง น้องมันยังไม่จบมหาลัยเลย”

“ห๊ะ!! นี่มึงยังอีกหรอ!! “

“กูไม่ได้หื่นกามแบบมึงนะไอ้หมอ”

“แล้วถ้าหญิงอยากรู้อยากเห็นแล้วไปลองกับคนอื่นหล่ะมึง”

“กระทืบไม่เลี้ยง”

“กระทืบไอ้คนนั้น?”

“กระทืบมึงเนี่ยไอ้เหี้ย!! ปั่นทำส้นตีนอะไร หญิงไม่ใช่เด็กแบบนั้น” ไอ้หมอไถตัวลงกับโต๊ะแบบหมดแรง แล้วเรื่องที่ทำให้หมดแรงก็โคตรจะไร้สาระเลย แต่เอาเถอะครับ ด่ามันมากไม่ได้เดี๋ยวเข้าตัวอีกอย่างไอ้หอก็ไร้สาระแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอเห็นผมช่วยอะไรไม่ได้มันก็ลุกออกไปแบบเซ็งๆ คิดว่าในที่สุดก็ได้นั่งรอแบบเงียบๆที่ไหนได้พอมันลุกออกไปไม่ถึงนาทีไอ้มงคลก็เดินบิดตูด บิดสะโพกโยกเอวลงจากตึกมากอดผม

“ผัวขา มารอเมียน้อยหรอออออ” พุงนี่เบียดมาเต็มแขน แต่ผมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แม่งเป็นตุ๊ดคนเดียวที่กล้าเล่นถึงตัวขนาดนี้กับผมเพราะเรามาจากโรงเรียนเดียวกันตอนมัธยม ไอ้มงกอดคอผมบิดซ้ายปิดขวาแล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเอาหัวพิงไหล่ผม หนักชิบหาย

“เลิกแล้วใช่ไหมวะ หญิงหล่ะ”   

“ยังอ่ะ พวกสต๊าฟเชียร์ประชุมต่อนิดหน่อย”

“คณะมึงนี่วุ่นวายเนาะ” คณะวิศวะนี่เป็นคณะที่ระบบพี่น้องอะไรของพวกมันแข็งแกร่งมากครับ หล่อหลอมมาด้วยความไร้สาระล้วนๆเสือกแข็งแร่งกันแบบงงๆ กิจกรรมภาคกิจกรรมคณะนี่เยอะจนสงสารหญิง แบ่งเวลาทั้งเรียนทั้งเล่นจนไม่ค่อยได้นอน

“สงสารเมียน้อยผัวจริงว่ะ เป็นเฮดภาคก็เหนื่อยเลยแหล่ะ กูเห็นมันจะหลับตั้งแต่ประชุมละ ปีนี้มหาลัยออกกฏรับน้องมาเยอะมันเลยต้องช่วยน้องปีหนึ่งคิดว่าจะรับเด็กที่เข้ามาใหม่ยังไง” พูดแบบนี้ชักสงสารแต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรกับน้องมันครับ เลือกจะเป็นเฮดภาคแล้วก็ต้องทำตามหน้าที่ 

“แล้วมึงหล่ะ”

“โอ๊ย สันทนาการอย่างเมียหลวงก็เต้นไปวันๆเนี่ยแหล่ะค่ะ ค่อยนัดประชุมพวกปีหนึ่ง ไม่สิ ต้องเรียกพวกมันปีสองได้ละ เออ ค่อยนัดพวกมันมาซ้อมอีกทีนึง ไม่หนักเท่าเมียน้อยมึงหรอก” บ่นปอดบ่นแปดแต่ก็แอบเห็นความรักคณะของมันอย่างชัดเจน เริ่มจากการที่มันไม่แต่งหน้ามาก่อนเลยแสดงว่าไม่ได้นอนเลยตื่นมาแต่งหน้าไม่ทัน ผมยกมือขึ้นลูบหัวไอ้มงเบาๆ

“มึงนี่โคตรเหมือนเดิมเลยไอ้มง”

“ปากหรือส้นตีนคะผัว มงคลไร มงลง! ”

“พักบ้างนะมึงอ่ะ”

“อย่าอบอุ่นมากค่ะอีพี่ กะเทยหวั่นไหวไม่ตลกนะคะ” ไอ้มงงัดหัวมันขึ้นจากไหล่ผมแล้วเบ้ปาก ไอ้นี่มันเป็นตัวสร้างสีสันมาตั้งแต่สมัยอยู่มัธยมแล้วครับ มันแฮปปี้กับเวลาคนยิ้ม แต่ก็ชอบโดนรุ่นน้องหลอกคบเอาเงินให้มาร้องไห้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ปัจจุบันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปครับ มันยังคงร้องไห้กับเรื่องเดิมๆให้ผมต้องขับรถออกไปนังกินเหล้าเป็นเพื่อนตลอด มันเป็นอีกคนนึงที่หลายคนมักจะเมินความรู้สึกมัน อย่างตอนมันโดนบังคับให้ประกวดเดือน มันไม่อยากแต่งแมนๆแต่โดนรุ่นพี่บังคับเลยมาขอร้องให้ผมทำเหมือนจะกระทืบมันตลกๆให้มันลงจากเวทีผมก็ทำให้แลกมากับการโดนจับเป้าจริงๆจากมัน ไอ้เวร 

“พี่พี่ สวัสดีครับ พี่มง สวัสดีพี่” ผมพยักหน้ารับไหว้ไอ้ลูกหมาของไอ้หมอ เตี้ยจริงๆครับไอ้นี่ เดาว่าหัวยังไม่พ้นไหล่ผมเลยมั้ง มันนั่งลงตรงข้ามผม ที่เดิมกับที่ไอ้หมอเพิ่งมานั่งไป ไอ้ตัวเล็กหันซ้ายหันขวาก่อนนะค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาหาผม ท่าทางเหมือนไอ้หน้าตีนหมาที่เพิ่งลุกไปเมื่อสิบนาทีก่อนเป๊ะๆ

“ทำหน้าทำตาดูขี้เสือกนะคะน้องอู้”

“ผมมีเรื่องจะมาถามอ่ะ แต่พี่ต้องเก็บเป็นความลับนะ”
 
“ถามกู?”

“ทั้งพี่พี่ทั้งพี่มงเลย”

“พี่ด้วยหรอคะ? ทำไม น้องอู้สนใจอยากเป็นกะเทยหรอ”

“ไม่ใช่พี่ บะ แบบ แบบว่า แบบเอ่อเพื่อนผมฝากมาถาม เรื่องแบบผู้ชายด้วยกัน เรื่องบนเตียงอ่ะพี่” ไอ้ห่าว่าแล้ว ผมกรอกตาบนแบบเบื่อหน่าย พวกมึงเห็นกูเป็นอะไรวะเนี่ยทั้งผัวทั้งเมีย

“ว้ายตายแล้ว ลามกจกเปรตเศษขยะมากค่ะ พี่กลัว”

“เพื่อนผมฝากถาม!!! เพื่อนผมพี่เพื่อนผม“ ล่กใหญ่ครับล่กใหญ่ ไอ้เด็กตรงหน้ารีบแก้ตัวจนลิ้นพันกัน

“ทำไมเพื่อนมึงกลัวหรือไง?”

“ก็แบบ แบบ อยากรู้ว่าเจ็บไหม อะไรแบบเนี้ยอ่ะพี่” ผมเตรียมอ้าปากจะตอบว่าแหกแน่นอนกูรับรอง กะให้ไอ้เด็กเตี้ยนี่กลัวจนไอ้หมอเหี่ยวแห้งตายคาเตียงไปซะ แต่ไอ้มงก็พูดขัดเสียก่อน

“อู้ยยย ไม่เจ็บเลยค่ะน้องอู้ พี่ผ่านมาแล้วพี่กล้าพูด”

หรอวะ...
ใช่หรอวะ...

“จริงหรอพี่มง แต่ผมเห็นมีแต่คนบอกว่าเจ็บเหมือนเอาแครอทยัดจมูก”

ห๊ะ...
แครอทยัดจมูก?

“มโนล้วนค่ะ พี่บอกเลยว่ามดกัดมากๆ ไม่เจ็บเลยซักนิดเดียวออกจะฟินเสียมากกว่า แบบมันแปล๊ปๆเหมือนเอานิ้วก้อยแคะขี้มูก แต่ถ้าเกิดน้องอู้เจ็บนะคะ แค่บอกพี่หมอว่าเบาหน่อยครับ ผมเจ็บครับ อย่าครับพี่ อ้อนทั้งน้ำตา รับรองมุกนี้ร้อยทั้งร้อย หยุดแน่นอนค่ะ” ไอ้มงหลอกเด็กเบอร์ร้อย ไม่เจ็บก็แย่แล้วแหล่ะ แล้วไอ้เด็กตรงหน้าก็ดันเชื่ออีกต่างหาก

“แน่เลยหรอครับ เห้ย! ผมหมายถึงเพื่อนผมพี่ไม่ใช่ผม!! “

“นั่นแหล่ะค่ะ เพื่อนน้องอู้ก็เพื่อนน้องอู้” 

“ขอบคุณมากพี่ ผมไปละ แต่ห้ามบอกใครนะพี่ว่าเพื่อนผมถาม”

“จ้า ไปเถอะจ้า” แล้วไอ้เด็กเตี้ยก็หันมาไหว้ผมแล้ววิ่งออกไปหากลุ่มเพื่อนมันทันที
 
“มึงก็หลอกเด็กมันไอ้มง”

“ถือว่าทำบุญให้พี่หมอมันหน่อย ช่วยงานภาคกูเยอะ ไม่งั้นรอเป็นชาติไม่ได้แดกน้องมันหรอก”

“พี่” ผมเงยหน้าเมื่อโดนเรียก ปรากฏเป็นหญิงยืนตาปรือโงนเงนอยู่ ผมลุกขึ้นไปขยี้หัวน้องที่รีบซบลงมาที่ไหล่ผมทันทีที่ผมถึงตัว เมื่อวานแทบไม่ได้นอนเลยเพราะมันมีสอบก่อนประชุม เลยอ่านหนังสือสอบจนเกือบเช้า ผมหันไปบ๊ายบายไอ้มงที่ทำหน้าเหม็นความรักอยู่ที่โต๊ะแล้วลากหญิงขึ้นรถท่ามกลางสายตานิสิตทั้งหลาย แต่ก็ชินแล้วครับ มองได้ก็มองไป

หญิงพอขึ้นรถก็พิงหมอนไข่สีเหลืองๆหลับไปเลย ผมได้แต่ขยี้หัวน้องด้วยความเอ็นดูซึ่งก็ได้รับเสียงอื้อเป็นการด่าในลำคอไปหนึ่งทีก็เลยต้องเลิกยุ่ง ระหว่างขับรถออกมาก็สวนกับรถไอ้หมอที่กำลังรอรับลูกหมาของมันอยู่พอดี

หึ...
ก็ขอให้โชคดีแล้วกัน...   



.
.
.

กลับมาที่ผมนายแพทย์คนหล่อคนเดิม เพิ่มเติมคืออยู่ทะเลจำได้ใช่ไหมครับว่าของรางวัลในแบล็กบอกซ์เนี่ยมันมีนอกจากรูปโพลารอยด์โง่ๆนั่นแล้วมันก็ยังมีตั๋วไปมัลดีฟด้วย ฟังดูแล้วอยากอุทานคำหยาบว่าทำไมลงทุนขนาดนั้น วันนี้ผมก็ได้รู้เลยครับว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจงบมหาลัย อืมครับ ตอนนี้ผมก็มาอยู่ที่


...พัทยา
แม่งงบหมด เปลี่ยนเป็นที่พักพัทยาแทน มึงมีความตัดงบหน้าด้านๆจากมัลดีฟเป็นพัทยาแล้วจากความหวังว่าผมจะได้พาไอ้อู้เล่นทะเลสองต่อสองที่หาดทรายสีขาวกับกระท่อมเล็กๆก็กลายเป็น

“ไอ้พี มึงถ่ายรูปกูให้ดูคูลหน่อย เอาแบบให้กูดูเข้ากับธรรมชาติได้ดี”

“ไอ้ห่าเติ้ล มึงจะเข้ากับธรรมชาติยังไงวะ”

“เนี่ย เดี๋ยวกูเอาเปลือกหอยมาแนบหน้า มึงถ่ายยังไงก็ได้ให้คนสับสนอันไหนหอยอันไหนหน้ากู”

“กูว่าถ่ายยังไงให้มึงหน้าเหมือนส้นตีนพี่แป๊ะยังง่ายกว่า เนี่ย เหมือนแล้ว!!”

“เอ้า เกี่ยวไรกับกูวะไอ้น้องพี”

พัง...
แม่งมากันทั้งคณะ เหมือนเปลี่ยนบรรยากาศจากเล่นตลกในม.มาเป็นเล่นตลกริมทะเล ผมเหลือบตามองไอ้โยที่ยืนคุยหนุงหนิงอยู่กับเด็กเลี้ยงควายที่ดูมีซัมธิงอะไรกันบางอย่างมาตั้งแต่ตอนไปค่าย เด็กคณะแปลกคนเดียวที่จู่ๆก็โผล่มาในทริปแบบงงๆ ถึงจะเหม็นที่มันมาด้วยแต่ก็วางใจไปหน่อยที่อู้ไม่ใช่ทาร์เก็ตของมันแล้ว

“พี่หมอ กินป่ะ” ไอ้อู้ยื่นหนวดปลาหมึกในมือมาให้ผมถึงปาก ฮุ่ย หงุดหงิดก็จริงครับ แต่พอหันมาเจอไอ้ลูกหมาในชุดเสื้อฮาวายสีแดงดูเป็นทัวร์จีนแล้วก็อดเอ็นดูจนหายหงุดหงิดไปหมดไม่ได้ หลงขั้นสุด ทั้งๆที่มันใส่เสื้อมาเหมือนไอ้แป๊ะแต่ผมกลับคิดว่าไอ้แป๊ะใส่แล้วเหมือนพวกคุณลุงในงานรดน้ำดำหัวมากกว่า

ตอนนี้เราก็มาอยู่ที่ชายหาดหน้าที่พักครับ นั่งชิวกินอาหารทะเล เหมือนเกินวัยจะเล่นน้ำแล้วแถมเพิ่งกลับมาจากรับน้องทะเลประมาณอาทิตย์กว่าๆเอง เลยได้แต่นั่งมองไอ้พวกปีหนึ่งถ่ายรูปกันอยู่ตรงหาด ไอ้โยที่เพิ่งลงทุนถอยกล้องมาใหม่ก็ไปยืนถ่ายรูปให้พวกมัน ถึงหลักๆจะเป็นการตามถ่ายเด็กเลี้ยงควายต้อยๆก็ตามที

“ไอ้เชี่ยพี่แป๊ะ ผมไม่เล่นน้ำ!!” ผมหันไปมองเพื่อนไอ้อู้ที่กำลังโดนหิ้วปีกเตรียมโดนทุ่มลงทะเลอยู่

“ไอ้เติ้ลมึงต้องคนจริงแบบกูสิวะ”

“พี่แป๊ะมึงคนจริงตรงไหนวะ!!”

“ก็บั้งอั๊วะอยู่เยาวราช”

“นั่นคนจีน!!!”

“พ่ามพ้าม!!”

“แน่จริงพี่อย่าให้ไอ้พีไอ้ปันช่วยพี่เด่ะ มาเลโก้กับผมดีกว่า”

“เลโก้ไรวะเติ้ล”

“ตัวต่อตัว!!”

“...”

“อันนี้ไม่ตลกอ่ะเติ้ล”

“อ่ะไอ้สัดปัน นี่มึงเชียร์ใคร”

“ฑิคัมพร”

“...”

“...”

เห้อ แค่จะโยนลงทะเลมึงก็ยังต้องเล่นมุกจริงๆหรอวะ
ไร้สาระจนขี้เกียจมอง ผมย้ายลูกตาดำมาหาของน่าสนใจข้างๆแทน ไอ้อู้นั่งจิ้มนู่นจิ้มนี่กินแก้มป่อง เห็นแล้วมันน่าเหมากุ้งให้กินแก้มป่องที่บ้าน


...แต่บนเตียงนะ
อ่ะชิบหายแล้ว แค่ความคิดก็ลามกแล้วกู

“ไมทำหน้าหิว กินป่ะ ผมแกะให้”

“อยากกิน”

“กุ้งหรือหมึกอ่ะ”

“กินมึงอ่ะ”

อ่า...
ได้รับเป็นหมัดจากกุ้งงอนหนึ่งปั้กที่ไหล่เต็มแรง 

“ไอ้ห่าพี่หมอ” มีที่ไหนวะ ด่ากันแต่แก้มแดง โคตรน่ารักเลย

“มึงนี่น่ารักชิบ-“

“แม่งงง ไอ้อู้ พี่แป๊ะจะโยนกูลงน้ำ ไอ้เหี้ย” ยังไม่ทันได้เต๊าะไอ้อู้ เพื่อนมันก็กลับมานั่งที่กันเสียก่อน ผมเลยต้องผละออกจากการยื่นหน้าไปใกล้ ขัดจังหวะจนอยากพ่นกุ้งใส่หน้า

“อื้อ” ไอ้อู้มัวแต่แก้มแดงจิ้มกุ้งแก้เก้อครับ

“ตอบแค่อื้อเนี่ยนะ มึงเปิดโหมดประหยัดคำหรอ มึงช่วยเห็นใจกูหน่อย กูจะโดนรังแก ทั้งที่เป็นคนใจบุญสุนทาน คุณธรรมนำพุง ปกป้องคนท้องและดูแลคนชรา รักเด็ก รักธรรมชาติ รักน้ำ รักปลา รักซากุระขนาดนี้ แม่งทำกันลงได้ไงวะ” บ่นอะไรของมันวะ ไอ้อู้มันก็นั่งฟังผ่านๆครับ พอเริ่มพูดมากมันก็เอากุ้งยัดปากเพื่อนมัน ถ่ายรูปกันเพลินซักพักพวกมันก็กลับมาที่โต๊ะ ตามภาษาคนขี้เมาแต่เอาชื่อคณะมาอ้างครับ ซักพักก็สั่งอบายมุขมากินกัน

ผมแอบลอบมองไอ้อู้ที่วันนี้ดูเงียบผิดปกติ นั่งจิ้มนู่นจิ้มนี่กินไม่พูดไม่จา ระหว่างที่เพื่อนมันก็พูดจนเหมือนไม่เคยพูด

“นี่มึงรู้มะ แดกอาหารทะเลที่ไหนอร่อยสุด”

“ที่ไหนวะพี่แป๊ะ”

“ที่เหม่งจ๋าย”

“เห้ย ทำไมวะพี่!”

“เพราะเหม่งจ๋ายเร๋าก็กิ๋นฟี๋”

“นั่นเหม่งจ่ายแล้วพี่!!”

“แล้วพี่รู้ไหมกินอาหารทะเลที่ไหน คันมาก”

“ที่ไหนวะปันปัน”

“ที่เพชรบุรี”

“ทำไมวะเพื่อน!!”

“เพราะเพชรบุรีหมัดไต่!! บี้แม่งเลย นี่แหน่ะๆ”

“...”

“...”

“ไม่แก้เป็นตัดใหม่ให้หน่อยอ่อ...”

“อ่ะ ชนแก้วละกันไอ้หมัด” ตัดมุกกันหน้าด้านๆ ปล่อยให้ไอ้ปันนั่งขำมุกตัวเองอยู่คนเดียว ผมขำในลำคอเบาๆ คิดว่าไอ้หมาข้างๆก็คงขำเหมือนกัน ที่ไหนได้ นั่งจิ้มปลาหมึกไม่สนใจชาวบ้าน อะไรมันจะคอนเซนเทรดกับการกินอาหารทะเลขนาดนั้นวะ

“เป็นไร” 

“หื้อ” อู้หันมามองหน้าผมแล้วส่ายหน้า อืม จะว่าเรียนก็ไม่น่าใช่เพิ่งสอบเสร็จไป ชีวิตมันมีอะไรให้เครียดอีกวะนอกจากมีเพื่อนไม่ปกติเนี่ย อู้ไม่ได้แตะแอลกอฮอลล์ด้วยซ้ำ แต่นั่งซึมๆหงอยๆอยู่ในวงยันแยกย้ายเข้าห้อง

ก่อนหน้านั้นผมลากไอ้พีไอ้เติ้ลเพื่อนมันไปถามว่าอู้เป็นอะไรก็ได้คำตอบมาว่าไม่รู้เหมือนกัน ขนาดเล่นมุกให้ขำก็ไม่ขำ ผมได้แต่เกาหัว ไม่เคยเจอลูกหมาเปิดโหมดหงอยไม่รู้จะรับมือยังไงเลย

“อู้ มึงอยากไปเดินเล่นก่อนไหม?”

“หึ” มันส่ายหัวดุ๊กดิ๊กแต่ยังคงหงอยเหมือนเดิม อะไรวะ ทะเลาะกับที่บ้านหรอ? กูถามใครได้บ้างเนี่ย

“ไปนอนกับเพื่อนไหมวันนี้”

“ไมวันนี้พี่พูดเยอะจังวะ” อู้หันมาถามผมพร้อมกับเร่งให้เปิดห้อง ผมก็งงแต่ก็รีบหากุญแจมาเปิดห้องให้ หรือมันง่วงวะ แต่ก็นอนมาตลอดทางแล้วนี่นา

แม่งเป็นการอยู่ในห้องร่วมกันที่ผมล่กที่สุด ได้แต่นั่งนิ่งเป็นเหมือนแจกันประดับห้องบนเตียง โคตรไม่ชินกับการที่ไอ้หมาโหมดเครียดแถมดุอีกต่างหาก ถ้าเป็นผู้หญิงผมคงคิดว่าประจำเดือนมาแต่พอเป็นผู้ชายก็ได้แต่งงเดาโรคไม่ได้ นี่เกร็งขนาดจะยกมือขึ้นมาเกาหัวยังไม่กล้าเลยครับ

“พี่หมอ”

“หะ หืม?”
 
“มามีอะไรกันเถอะ”


ห๊ะ?!
หูฝาดแน่ๆ กูหูฝาดแน่ๆ

“มึงจะพูดว่าเราไปหาอะไรกินกันเถอะใช่ไหม?”

“เปล่า ผมพูดว่าเรามามีอะไรกันเถอะ”

ไอ้เชี่ย...
ชิบหายแล้วกู ชิบหายแล้ว

“ห๊ะ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนอู้ ไอ้เหี้ย แป๊ปนึง ขอหายใจก่อนเมื่อกี้เผลอหยุดหายใจไปเกือบนาที ไอ้สัด รู้ตัวไหมเนี่ยพูดอะไรออกมา” ผมได้แต่ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองสองเพี๊ยะเรียกสติ

“รู้ดิ ผมคิดมาตั้งนาน เตรียมใจมาเป็นอาทิตย์เลยนะโว้ย” มันเถียงหน้าแดงก่ำ

“เตรียมใจ? เดี๋ยวอู้ กูงงไปหมดแล้ว อะไรของมึงเนี่ย”

“ก็ยังไงซักวันมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี ผมก็ต้องเตรียมใจบ้างป่ะวะพี่ ครั้งแรกมันอาจจะแหกเลยก็ได้นะเว่ยพี่” โอ๊ย กูจะบ้าตาย แหกเหิกอะไรของมันเนี่ย ว่าแล้วเชียวว่าไอ้ตัวไร้สาระไม่น่าจะเครียดเรื่องจริงจังได้ คิดไม่ผิดเสียด้วย แล้วนี่มันใช่เรื่องที่ต้องเถียงกันเรื่องแหกไม่แหกบนเตียงไหมวะเนี่ย

“อย่าบอกนะว่ามึงนั่งซึมมาตลอดทางเพราะเรื่องนี้เนี่ย”

“ผมไม่ได้ซึมผมกำลังไว้อาลัย!!”

“ไว้อาลัยอะไรวะ!!”

“หูรูดไงวะพี่!!”

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย
กูจะบ้าตายยยยยยยยยยยยยย ผมมองหน้าไอ้ลูกหมาที่มันดูจริงจังมากกับการเศร้าโศกเสียใจให้หูรูดตัวเองทั้งๆที่ก็ยังไม่ได้เสียไปด้วย นี่ปั้นหน้าเครียดจริงจังดูพระเอกเอ็มวีอกหักอยู่กับตัวเองมาตั้งนานไม่ได้เศร้าหรือทะเลาะกับใครแต่ไว้อาลัยให้หูรูด โอ้โห หมดคำจะพูดเลยกู

“อู้ มึงไม่ต้องจริงจังอะไรขนาดนั้นก็ได้ ไม่พร้อมก็ไม่พร้อม กูก็ไม่ได้เร่งอะไร” ผมเกาหัวตัวเองพร้อมกับขยี้หัวน้องมันไปด้วย

“ก็ผมพร้อมแล้วนี่ไง พี่อย่าทำผมเขินดิวะ”

“อู้ มึง...”

“มันต้องเกิดขึ้นซักวันอยู่แล้วป่ะวะพี่ วันนี้นี่แหล่ะ ผมพร้อมแล้ว มา เริ่ม”

เริ่มอะไรของมึ้งงงงงงงงงงงงง!!
ผมได้แต่ยกมือขึ้นมาแปะหน้าผากกับไอ้ท่านอนราบไปกับเตียงยกมือขึ้นมากุมที่อกของไอ้ลูกหมา นั่นมึงจะพร้อมมีเซ็กส์หรือกำลังจะลงโลง แค่ท่าพร้อมก็ไม่ใช่แล้ว อู้หลับตาปี๋ขยับปากขมุบขมิบเหมือนสวดมนต์ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเอ็นดู

การที่ผมไม่ให้อู้มันช่วยกลับไม่ได้หมายความว่าผมจะกดดันให้มันทำแบบนี้ เป็นเพราะความไม่พร้อมของผมเอง ผมไม่รู้ว่าเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันมันแต่งต่างจากคนละเพศมากไหม กลัวทำผิดวิธี กลัวทำให้อู้มีความทรงจำแรกที่ไม่ดี ผมจริงจังนะ ความรู้สึกของมันต้องมาก่อน ผมเสิร์ชมาเยอะเหมือนกัน รวมไปถึงขอประสบการณ์จริงจากเพื่อนมาด้วย เหมือนเปิดโลกเลยครับ ความรู้ใหม่ตอนแรกที่ฟังก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน

เห้อ...
แต่มีที่ไหนมานอนสวดมนต์ยั่วกันแบบนี้ ปวดหัวกับมันจริงๆ
ผมถอนหายใจก้าวขึ้นเตียงไปคร่อมร่างของอู้ไว้ ผลคือมันหลับตาปี๋จู๋ปากเตรียมตัวแบบโง่ๆจนอดยิ้มออกมาไม่ได้ โคตรอู้เลยให้ตาย

“อู้”

“หื้อ” มันลืมตาขึ้นมองผมแต่ก็ยังไม่หยุดจู๋ปาก จูบมาเป็นสิบรอบยังจะมาตั้งท่าด้วยจู๋ปากเป็ดอีกหรอวะ

“เรื่องแบบเนี้ย มันต้องอารมณ์พาไป มึงอย่าไปเร่งอะไรมาก” ผมกดจูบลงไปบนปากจู๋ๆนั่นเบาๆแล้วผละออกมาจ้องตากลมที่มองกลับมาแบบงงๆ

“ก็พาไปแล้วนี่ไง”

“พาไปไหน กูคงมีอารมณ์กับการที่มึงนอนสวดมนต์หรอก ไอ้หมา”

“ไม่ได้สวดมนต์นะเว่ย”

“แล้วมึงทำอะไร”

“ขอพร”

“ขอพรให้ใคร”

“หูรูด”

ยังไม่จบกับหูรูดมึงอีกหรอวะ!! ผมตีก้นลูกหมาเบาๆข้อหาทำตัวน่ารักเกินเหตุแล้วล้มตัวนอนข้างๆมัน มาไกลจนถึงหูรูดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ตั้งแต่ต่อยกันหน้าห้องเมื่อตอนเปิดเทอม เริ่มที่ผมโคตรรำคาญมันเลย เป็นเด็กเวรๆที่อยู่ดีๆก็ต่อยหน้าผมมาได้แบบไม่ตั้งตัว ตัวเท่าลูกหมามาทำซ่า ซัดกลับไปเต็มแรงก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนต่อยเด็กมัธยมต้น ไม่พอยังไปเป็นเด็กของศัตรูคู่อาฆาตที่เหม็นขี้หน้ามาตั้งแต่เข้ามหาลัยอีกต่างหาก จากไอ้เด็กเวรวันนั้นสู่ไอ้เด็กเวรวันนี้ ยังคงเวรไม่เปลี่ยน แต่ไอ้ที่เปลี่ยนคือผมเองเนี่ยแหล่ะ

หลงแล้วหลงอีก หลงแบบที่ได้แต่งงว่าคนเรามันจะตกหลุมรักใครซักคนได้ขนาดนี้เลยหรอวะ ความรู้สึกที่พอมีมันมาร่วมชีวิตอยู่ตลอดเวลาเป็นเวลาจะหนึ่งปีนี่มันทำให้ผมผูกพันธ์กับมันได้ขนาดนี้เลยหรอ ผมไม่รู้ว่าอู้จะรู้สึกอะไรกับผมแค่ไหน แต่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำตอนนี้ว่า

ผมรักมัน

“พี่หมอ จะนอนละอ่อ”     

“เปล่า” ผมลืมตามาเห็นไอ้อู้กำลังชะโงกหน้ามาหาผม

“งั้นลุกเลย ยังไม่อาบน้ำจะนอนได้ไง พี่ซกมกชิบหาย”

“อู้”

“ไร”

“จูบหน่อยดิ”

“พี่เหมือนเด็กเพิ่งหัดพูดคำนี้เลยว่ะ”

“งั้นเปลี่ยนก็ได้”

“เปลี่ยนเป็นไร”

“ขอจับตูดหน่อ-“

ปั้ก!!
หมอนนุ่นนี่พอโดนฟาดหน้าแรงๆก็เจ็บเหมือนกันแฮะ
ลุกขึ้นมาอีกทีไอ้ลูกหมาก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้วเรียบร้อย กลับมาเป็นลูกหมาซนๆตัวเดิมแบบนี้ค่อยดีหน่อย

 ก็สรุปได้ว่าทริปทะเลวันนี้ของผมก็จบลงเหมือนวันธรรมดาที่ห้อง514 ที่แค่นอนกอดกันบนเตียงเฉยๆไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น ความรู้สึกที่มีตัวเล็กๆนอนอยู่ในอ้อมกอดตั้งแต่กลางคืนจนถึงเช้ามันอาจจะไม่ได้ดูโรแมนติกอะไรมากนัก ทั้งตะคริวกินแขน ทั้งน้ำลายเปียกเต็มแขนเสื้อ


... แต่โคตรอบอุ่นหัวใจเลย



---

มาสั้นๆ 55555555555
หายไปเก็บตัวดาวเดือนค่ะ อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5049
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
55555 อู้ ทำไมหนูร้าย ทำไมทำนายแพทย์แบบนี้ คืนนี้นายแพทย์จะนอนหลับไหม

ตลกหมอ คือหวง คือบ้า คือเวิ่นมาก แต่แสดงออกมากไม่ไเ้
แต่เวิ่นหนักกว่า ตรงโดนยั่วแล้วทำอะไรไม่ได้

น่ารักดีค่ะ การรับน้องมีเรื่องดี ๆ ให้เจอเยอะนะคะ พี่ทำซะน้องซึ้ง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด